The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประชุมนวัตกรรม ครั้งที่ 14 ล่าสุด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jameson Klangprapan, 2022-07-06 09:12:31

ประชุมนวัตกรรม ครั้งที่ 14 ล่าสุด

ประชุมนวัตกรรม ครั้งที่ 14 ล่าสุด

196

1.ความเปgนมาและความสำคญั ของปญh หา
ในภาวการณ.เจ็บปfวยนั้นเป_นสิ่งที่มนุษย.ทุกคนไม1สามารถหลีกเลี่ยงได$เเละเมื่อเกิดการปfวยขึ้นเเล$วย1อมเข$ารับการรักษาท่ี

โรงพยาบาลในการรักษาเเละการฟ¢£นฟูสภาพของร1างกาย ในการเข$ารับการรักษานั้นมีทั้งอาการปfวยที่สามารถช1วยเหลือตนเองได$
เเละช1วยเหลือตนเองได$น$อยไปจนถึงไม1สามารถช1วยเหลือตนเองได$ รวมทั้งผู$ปfวยสูงอายุที่มีสภาพร1างกายที่อ1อนเเอกว1าคนปกติ
ทั่วไป ในการเข$ารับการรักษานั้นอาจใช$เวลาในการรักษาเป_นเวลานำน ซึ่งผู$ปfวยบางคนอาจช1วยเหลือตนเองได$ บางคนก็ไม1สามารถ
ช1วยเหลือตนเองได$ ผู$ปfวยเหล1านี้บางครั้งอาจไม1ได$รับการดูแลที่ที่ครอบคลุมความต$องการของร1างกายในทุกด$านเนื่องจากภาระงาน
ของเจ$าหน$าที่ที่มีมากเเละอาจดูเเลได$ไม1ทั่วถึงได$ทุกคน ทําให$การดูแลร1างกายให$ถูกสุขลักษณะจําเป_นต$องพึ่งพาผู$อื่น โดยเฉพาะ
เรื่องการสระผม เป_นปÜจจัยสําคัญสําหรับผู$ปfวย โดยปกติเเล$วบุคคลทั่วไปนั้นสระผมสัปดาห.ละ 2-3 ครั้ง หรือเป_นประจำทุกวัน วัน
ละ 1 ครั้ง เพื่อทำให$เกิดความสุขสบายของหนังศีรษะ เพื่อนำพาสิ่งสกปรกออกจากเส$นผมเเละหนังศีรษะ เพื่อกระตุ$นการไหลเวียน
ของเลอื ดท่หี นงั ศรี ษะ เพ่อื ชว1 ยใหผ$ $ูปfวยสุขสบาย และเพ่ือปอY งกนั การสะสมของเชอ้ื โรคซึ่งอาจทําให$เกิดการตดิ เชอื้ ได$

การสระผมให$กับผู$ปfวยบนหอผู$ปfวย อุปกรณ.ในการสระผมประกอบด$วย น้ำอุ1นใส1ถัง ขันหรือเหยือกสำหรับตัก พร$อม
ปรอทวัดอุณหภูมิน้ำ, ผ$ายาง 1 ผืน, ผ$าเช็ดตัว 2 ผืน และผ$าถูตัว 1 ผืน,น้ำยาสระผม หรือ สบู1เหลว, หวีหรือแปรง, สำลี 2 ก$อน, ถัง
รองรับน้ำ ขณะสระผมต$องระมัดระวังน้ำและยาสระผมไหลเข$าหู หรือเข$าตาผู$ปfวย ซึ่งอุปกรณ.และขั้นตอนในการสระผมใช$เวลา
นำน ปราณี เพร็ชคล$าย (2560) ได$พัฒนำนวัตกรรมเกี่ยวกับการสระผมให$กับผู$ปfวยโรงพยาบาลพังงา ซึ่งเป_นรถสระผมเคล่ือนท่ี
พร$อมกับติดตั้งระบบเสียงให$ผู$ปfวยฟÜงระหว1างสระผม พบว1าระยะเวลาเฉลี่ยการเตรียมและเก็บอุปกรณ.ของการใช$รถสระผมใช$เวลา
นอ$ ย ปริมาณนำ้ ทีใ่ ชน$ $อยกวา1 การสระผมปกติ แตพ1 บวา1 ราคาต$นทนุ ในการผลิตนวตั กรรมยังมีราคาสูง

จากการได$ขึ้นฝ°กปฏิบัติงานบนหอผู$ปfวยในรายวิชาการปฏิบัติการพยาบาลพื้นฐานเเละการพยายาลผู$ใหญ1 1 ซึ่งได$พบเจอ
ปÜญหาและอุปสรรคในการสระผมเเก1ผู$ปfวย นอกจากน้ีทำงผู$จัดทำได$มีการค$นพบผลิตภัณฑ.หมวกสระผมโดยไม1ใช$น้ำจากสื่อทำง
การตลาดออนไลน. ที่สามารถสระผมได$โดยไม1ต$องใช$น้ำเเละไม1ต$องใช$ผลิตภัณฑ.สระผม เเต1มีข$อจำกัดคือสามารถใช$ได$ 1 ครั้ง เเละ
เมือ่ ใช$แล$วทำให$ผมเหนียว และแข็ง ทำงผจ$ู ัดทำจงึ พัฒนำนวัตกรรมหมวกสระผม “Cap shampooing” ขน้ึ
2. วัตถปุ ระสงคk

1.เพื่อพฒั นำนวัตกรรมในการใช$สำหรับการสระผม
2.เพอ่ื ใหเ$ กดิ ความพึงพอใจต1อการใช$นวัตกรรม
3. กลมุM เปาm หมาย
1.นักศึกษาพยาบาล
2.พยาบาลบนหอผ$ปู วf ย
3.ผดู$ เู เล

197

4. กระบวนการพฒั นำ (ตามข้นั ตอน plan do check act)
4.1 ขน้ั ตอนท่ี 1 Plan การวางแผน โดยสมาชกิ ในกลมุ1 ได$ประชุมวเิ คราะห.ปÜญหา กำหนดเปYาหมาย สบื คน$ หาขอ$ มลู เพอื่

นำมาพฒั นำนวัตกรรม และออกแบบนวัตกรรม

ภาพที่ 1 โครงรา1 ง Cap shampooing (08 /02/2565)
4.2 ขนั้ ตอนท่ี 2 Do การนำไปปฎบิ ตั ิ โดยสมาชิกในกลม1ุ ได$ดำเนนิ การจดั หาวัสดุอุปกรณ. ตดิ ตอ1 ช1างเย็บผา$ ใหผ$ ลติ หมวกสระผม
ตามทอี่ อกแบบไว$

ภาพที่ 2 Cap shampooing (15 /02/2565)

ภาพที่ 3 Cap shampooing (1/03/2565)

198

4.3 ขน้ั ตอนท่ี 3 Check การทดลองใช$และปรับปรุง โดยสมาชกิ ในกลุม1 ได$นำผลติ ภัณฑ.ที่ออกแบบไปทดลอง.ใช$นวัตกรรม
คร้ังที่ 1 เม่ือวันที่ 1 มนี ำคม พ.ศ.2565 โดยมีนักศกึ ษาทดลองใช$เองท่ีคณะพยาบาลศาสตร.มหาวทิ ยาลยั ราชภัฎร$อยเอ็ด
ครั้งท่ี 2 เมอ่ื วันท่ี 8 มนี ำคม พ.ศ.2565 โดยมีนกั ศกึ ษาทดลองใช$เองทคี่ ณะพยาบาลศาสตร.มหาวทิ ยาลัยราชภัฎร$อยเอด็

4.4 ข้นั ตอนที่ 4 Act การทดลองจรงิ และประเมนิ ผล นกั ศึกษาไดท$ ดลองใช$นวตั กรรมในผูป$ วf ย เม่อื วันที่ 30 มีนำคม พ.ศ.2565
โดยนกั ศึกษาได$นำไปใช$บนหอผ$ูปfวย ICU Neuro ท่โี รงพยาบาลร$อยเอ็ด

ภาพท่ี 4 Cap shampooing (30/03/2565)
จากการนำไปใช$บนหอผู$ปfวย ได$ข$อเสนอแนะเพื่อพัฒนำ ดังนี้ บริเวณขอบหมวกควรมีที่ซับน้ำ เพื่อเวลาที่สระผมให$ผู$ปfวยจะได$ไม1
เปdยก หรือทำขอบหมวกให$แน1นกว1าเดิม ควรเพิ่มจุดกระจำยน้ำเป_น 4 จุด คือด$านหน$า 1 จุด บริเวณขมับทั้งสองข$าง และบริเวณ
ตรงกลาง เพ่ิมขนำดของยางยดื เพือ่ ปYองกนั นำ้ ร่ัวไหล นกั ศึกษาจึงได$พัฒนำและปรับปรงุ นวัตกรรมใหม1

ภาพท่ี 5 Cap shampooing

(12/04/2565)

199

5. รายละเอยี ดและวิธีการใชง, านนวัตกรรม

รายการและสว1 นประกอบของนวตั กรรมตอ1 1 ชิน้

1. หมวกสะผม 20 บาท/ชิน้

2. เม็ดโฟม 16 บาท/ซอง
3. ผา$ ซับนำ้ 10 บาท/ผนื

4. จุกยาง 10 บาท/จุก

5. ยางยืด 10 บาท/เสน$

6. ค1าเย็บ 60 บาท/ครงั้

ราคาเฉลี่ยต1อ 1 ชน้ิ 126 บาท

วิธกี ารใช$นวัตกรรม
1.การเตรยี มผ$ูปวf ย การบอกกลา1 วข้นั ตอนเเละแนะนำเกีย่ วกบั นวตั กรรม

2.การเตรยี มอปุ กรณ.

2.1 syringe ขนำด 10 ml. สำหรบั ใส1เเชมพู

2.2 syringe ขนำด 50 ml. สำหรบั ใสน1 ้ำเพ่ือใชใ$ นการสระผม

3.หมวกสระผมมาคลมุ ศีรษะของผ$ูปวf ยโดยเวน$ บรเิ วณใบหู

4.นำน้ำใสใ1 นหมวกสระผมปรมิ าณ 100 ml.เเละใส1เเชมพูขนำด 10 ml.บีบเขา$ บรเิ วณหวั จกุ ของหมวกเเละทำการปดß ฝา

ของหวั จุก

5.จากนั้นทำการขยภ้ี ายนอกของหมวกเพ่อื ใหน$ ำ้ เเละเเชมพูได$รับการช1วยขย้ีเเละกระจำยตัวจากเม็ดโฟม เพอื่ ใหเ$ เชมพกู

ระจำยตัวทั่วหนงั ศรี ษะและเปน_ การนวดศรี ษะ

6.จากน้ันทำการใสน1 ้ำเข$าไปอกี 100 ml.เพือ่ ทำการล$างเเชมพูจากนน้ั นำหมวกออกเเละใชผ$ า$ ขนหนเู ชด็ เพอ่ื ใหผ$ มเเห$ง

เพ่อื ความสุขสบายของผู$ปfวย

6. ผลการทดลองใช,นวัตกรรมและการอภิปรายผล

1. นวัตกรรมหมวกสระผม Cap shampooing สามารถนำไปใช$ได$จริงบนหอผู$ปfวย พบว1าจากการพัฒนำนวัตกรรม Cap

shampooing พัฒนำขึ้นเพื่อให$นักศึกษาพยาบาล พยาบาลบนหอผู$ปfวย และญาติผู$ดูแลนำนวัตกรรมไปใช$กับผู$ปfวยได$ วิธีการใช$ไม1

ซบั ซอ$ น กลุ1มเปYาหมายสามารถนำไปใชไ$ ดจ$ ริง

2. กลุ1มเปYาหมายหลังจากนำนวัตกรรมไปใช$ พบว1า ภาพรวมมีคะแนนความพึงพอใจระดับมาก ( x̅ = 3.85) เนื่องมาจาก

นวตั กรรมไมต1 $องเตรยี มอุปกรณม. าก ใช$เวลาน$อย สะดวกในการใช$งานจงึ ทำใหผ$ $ใู ช$พงึ พอใจระดบั มาก

200

7. ขอ, เสนอแนะ
จดุ เด1นของนวัตกรรม

1.เปน_ ผลติ ภัณฑ.รปู แบบใหม1
2.สามารถใช$ในการสระผมโดยใช$น้ำปริมาณพอสมควร
3.ขณะสระผมจะเปน_ การนวดไปด$วย
จดุ ดอ$ ยของนวตั กรรม
1.ยังมีการร่วั ของน้ำบริเวณท$ายทอย
2. การกระจำยตัวของน้ำไม1ดี จึงไดต$ ัดถุงน้ำยาล$างไตออกเพ่อื ให$นำ้ กระจำยตัวใหด$ ี
3.เหมาะสำหรับผู$ที่มผี มสน้ั
ขอ$ เสนอแนะ
1. บรเิ วณขอบหมวกควรมที ซ่ี ับนำ้ เพอ่ื เวลาทีส่ ระผมใหผ$ ูป$ fวยจะไดไ$ ม1เปยd ก หรือทำขอบหมวกให$แน1นกวา1 เดมิ
2. เพมิ่ จดุ กระจำยน้ำเป_น 4 จุด คอื ดา$ นหนา$ 1 จดุ บริเวณขมบั ท้ังสองขา$ ง และบริเวณตรงกลาง
3. เพ่มิ ขนำดของยางยืดเพอ่ื ปYองกันนำ้ รวั่ ไหล
8. เอกสารอ,างอิง
ปรานี เพช็ รคล$าย และคมกริช เกือ้ สกลุ . (2560). นวัตกรรมรถสระผมเคลอื่ นท่ี Happy Hair Mobile สำหรับ
ผ,ปู วó ยโรงพยาบาล พงั งา. วารสารวชิ าการสาธารณสุข 26(5): 875-882.
Cosmenet. (2563). หมวกสระผมแบบไมMใชน, ้ำ. [ออนไลน.] สืบค$นเม่ือ 10 กุมภาพันธ. 2565 จาก:
https://www.cosmenet.in.th/community/36/43327 .

201

เบาะนวดเคลื่อนที่ กดจดุ ลดปวด

ปภชั ญา คชั รนิ ทร1. , ธญั ลักษณ. ต้งั ธรรมพทิ ักษ.1 ,อริศรา สวัสด์ิผล2 , กัลยานี สทิ ธิศาสตร.2, อรปรียา พรพา2, ชฎาพร โพธติ าทอง2,
กุสมุ า ล$อมไธสง2, สกลุ ไทย กิ่งสน2,

1ผูช$ ว1 ยศาสตราจำรย.กล1ุมวิชาการพยาบาลชุมชน คณะพยาบาลศาสตร. มหาวทิ ยาลยั ราชภัฎรอ$ ยเอด็ , ร$อยเอด็
2นักศึกษาพยาบาลศาสตร. คณะพยาบาลศาสตร. มหาวทิ ยาลัยราชรอ$ ยเอ็ด, ร$อยเอด็
*ผร$ู บั ผดิ ชอบบทความ: email [email protected]

บทคดั ยอ(

นวัตกรรมเบาะนวดเคลื่อนที่ มีวัตถุประสงค. ดังนี้ 1) เพื่อพัฒนำนวัตกรรมเบาะนวดเคลื่อนที่ 2) เพื่อศึกษาประสิทธิผล
ของนวัตกรรมเบาะนวดเคลื่อนที่ สำหรับวัยแรงงานผู$ที่มีภาวะปวดหลังจากการทำงาน และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของ
ผู$ใช$งานต1อนวัตกรรมเบาะนวดเคลื่อนที่ โดยมีขั้นตอนการพัฒนำนวัตกรรมดังนี้ 1) ศึกษาปÜญหาที่เกิดขึ้นกับผู$ที่มีภาวะปวดหลัง 2)
ศึกษารูปแบบการพัฒนำนวัตกรรมเบาะนวดเคลื่อนที่ ที่เหมาะสมต1อการใช$งาน 3) การศึกษาแนวคิดทฤษฎีในการสร$างและพัฒนำ
นวัตกรรม เบาะนวดเคลื่อนที่ 4) สร$างนวัตกรรมเบาะนวดเคลื่อนที่ สำหรับผู$ที่มีอาการปวดหลัง 5) การประเมินคุณภาพนวัตกรรม
โดยผู$เชี่ยวชาญ และปรับปรุงนวัตกรรม 6) ทดลองใช$นวัตกรรมกับกลุ1มตัวอย1าง จำนวน 15 คน 7) ประเมินประสิทธิผลนวัตกรรม
เบาะนวดเคลื่อนที่ สามารถบรรเทำอาการปวดหลังสำหรับคนวัยแรงงานที่มีภาวะปวดหลังได$ ร$อยละ 100 และความพึงพอใจต1อผล
นวตั กรรมในระดบั มากท่สี ุด คา1 เฉล่ยี 4.58 คะแนน ( SD= 0.21)

สรุปว1า นวัตกรรมสามารถใชใ$ นการบรรเทำอาการปวดหลังสำหรับคนวัยแรงงานท่มี ีภาวะปวดหลังได$ รอ$ ยละ 100
ขอ$ เสนอแนะ ควรออกแบบให$มีขนำดท่ีแตกต1างกันตามสรรี ะและควรเพ่มิ ตำแหน1งกดจุดบรเิ วณไหล1

คาํ สาํ คญั ปวดหลัง, เบาะนวดเคล่อื นที่, กดจุดลดปวด

202

Abstract

The innovative mobile massage cushion. The objectives were as follows: 1) To develop innovative
mobile massage cushion 2) To study the effectiveness of innovative mobile massage cushion for the working
age people who are suffering from back pain from work 3) To study the satisfaction of users on the innovative
mobile massage cushion. This study included the development of the innovative mobile massage cushion,
which consisted of 7 steps. 1) Studying the problems that arise in people suffering from back pain. 2) Studying
the design of an innovative mobile massage cushion that is suitable for use. 3) Studying about concepts and
theories in order to create and develop innovative mobile massage cushion. 4) Creating an innovative mobile
massage cushion for people suffering from low back pain 5) Assessing an Innovative quality by experts and
improving the innovation. 6) Experimenting the innovation with a sample of 15 people. 7) Evaluating the
effectiveness of the mobile massage cushion innovation. It can relieve back pain in 100 percent of working-age
people with low back pain and achieve the highest level of satisfaction with innovation results, a mean of 4.50
(SD = 0.21).

In summary, the innovation has the potential to alleviate back pain in 100 percent of working-age
people.

Recommendations: The innovative mobile massage cushion should be designed and made in a variety
of sizes to accommodate varied body types and heights, as well as improve the location of acupressure points
in the shoulder area.

Keywords: Back pain, mobile massage cushion, acupressure for pain relief

203

1. ความเปนg มาและความสำคัญของปhญหา
ความปวดเป_นความไม1สุขสบายทั้งความรู$สึกและอารมณ. ความปวดส1งผลต1อด$านร1างกาย (Sensory dimension) ด$าน

อารมณ.จิตใจ (Affective dimension) ด$านสติปÜญญา (Cognitive dimension) และด$านพฤติกรรม (Behavioral dimension)
(สมาคมการศึกษาความปวดนำนำชาติ, 2562) จากการศึกษาข$อมูลสถิติของสำนักงานสถิติแห1งชาติ ปd 2564 พบว1าประเทศไทยมี
สภาวะสุขภาพของวัยแรงงาน พบว1าปÜญหาโรคและภัยสุขภาพจากการประกอบอาชีพที่สำคัญ ได$แก1 1) การบาดเจ็บจากการทำงาน
พบอัตราปfวยต1อแสนคน 197.54 2) โรคกระดูกและกล$ามเนื้อ พบอัตราปfวยต1อแสนคน เท1ากบั 175 กลุ1มอาการปวดที่พบอันดับ
แรกของอาการปวดเรื้อรัง ซึ่งพบได$บ1อยในกลุ1มผู$ประกอบอาชีพที่มีลักษณะการทำงานต$องใช$แรง อาทิ งานยก แบก หาม รวมถึง
การเคลื่อนไหวช$าๆ หรืออยู1กับที่ เป_นเวลานำน ทั้งหมดนี้ล$วนก1อให$เกิดอาการที่ส1งผลต1อระบบโครงร1างและกล$ามเนื้อของร1างกาย
อาการปวดแรกๆ อาจจะไม1อันตรายร$ายแรงมากนัก แต1เป_นปÜญหากับคนในวัยทำงานและการดำเนินชีวิตประจำวันมักใช$เวลาใน
การรักษาค1อนข$างนำน ซึ่งก1อให$เกิดความทุกข.ทรมานเรื้อรังและส1งผลต1อปÜญหาทำงเศรษฐกิจสังคม อาการปวด กล$ามเนื้อมักจะ
เปน_ ๆ หาย ๆ และกลบั เป_นซ้ำสงู ถงึ ร$อยละ 70-80 แต1ในบางรายอาจมีปวดเฉพาะท่ีในบรเิ วณหลงั หรอื สะโพก บางรายปวดหลงั ร$าว
ลงไปขาข$างใดข$างหนึ่ง บางรายอาจปวดเอว เนื่องจากลักษณะการทำงานที่ต$องก$มเป_นประจำ การยกของหนัก รวมถึงลักษณะ
สภาพแวดลอ$ มในการทำงานที่ไมเ1 อือ้ อำนวยต1อการเคลือ่ นไหวของรา1 งกาย เปน_ ตน$ (ยุพยง หม่ันกิจ, 2561)

จากการสำรวจชุมชนในรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลชุมชน ของนักศึกษาชั้นปdที่ 4 คณะพยาบาลศาสตร. มหาวิทยาลัยราช
ภัฏร$อยเอ็ด ปdการศึกษา 2564 สำรวจในระหว1างวันที่ 7-10 มกราคม 2565 ประชากรบ$านท1าม1วง หมู1ที่ 3 อำเภอเสลภูมิ จังหวัด
ร$อยเอ็ด พบว1า ในรอบ 1 ปdที่ผ1านมา พบว1ามีอาการปวดร$อยละ 80 การเจ็บปfวยที่พบบ1อย 3 อันดับแรก มีดังนี้ ปวดเมื่อยตามตัว
คิดเป_นร$อยละ 33.19 รองลงมา คือ ปวดเข1า คิดเป_นร$อยละ 21.28 และปวดหลัง คิดเป_นร$อยละ 19.57 ดังนั้น คณะผู$จัดทำจึงได$
เล็งเห็นความสำคัญของอาการปวดหลังในกลุ1มวัยแรงงาน จึงได$คิดค$นนวัตกรรมเรื่อง เบาะนวดเคลื่อนที่ กดจุดลดปวด ขึ้นมา เพื่อ
นำนวัตกรรมที่ประดิษฐ.คิดค$นมาใช$ในการบรรเทำอาการปวดบริเวณหลัง โดยการนำอุปกรณ.ที่หาซื้อได$ทั่วไปและหาซื้อได$ตาม
ท$องถิ่นมาประยุกต.ใช$ในการจัดทำนวัตกรรม จากนวัตกรรมเดิมที่มีอย1ู มีขนำดที่ไม1เหมาะสม แผ1นนอนไม1มีความทนทำน การวาง
ตำแหน1งกดจุดที่ไม1เหมาะสม และการพกพาที่ไม1สะดวก จึงได$ปรับเปลี่ยนนวัตกรรมเป_นยางพารา ที่ทำให$อุปกรณ.มีความทนทำน
ปรับเปลี่ยนรูปร1างของนวัตกรรมที่มีขนำดที่เหมาะสม ใส1สายรัดเพื่อปรับเปลี่ยนได$ตามขนำดของเก$าอี้ และใส1สายสะพายกระเป’า
เพอื่ สะดวกตอ1 การพกพา
2.วัตถปุ ระสงคk

2.1 เพอื่ พัฒนำนวัตกกรรม เบาะนวดเคล่ือนที่ กดจุดลดปวด
2.2 เพอื่ ศกึ ษาผลของการใช$นวตั กรรม เบาะนวดเคลื่อนที่ กดจดุ ลดปวดหยดุ ปวด
3. กลุมM เปาm หมาย
กลม1ุ ประชากรวัยแรงงานอายุ 15-55 ปd ทง้ั ชายและหญิง
4. กระบวนการพฒั นำ (ตามขั้นตอน plan do check act)

ขัน้ ตอนท่ี 1 วางแผน (Plan) สำรวจปÜญหาดา$ นสขุ ภาพของคนวยั แรงงานในชุมชน ประชมุ กลมุ1 และเลอื กหวั ข$อนวัตกรรม

ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี เอกสารงานวิจยั และทบทวนวรรณกรรมข$อมลู รายละเอียดทำงการแพทย. เก่ียวกับกายวภิ าค สรรี วิทยาท่ี

เก่ยี วกบั วยั แรงงานท่มี ีอาการปวดหลงั จากการทำงาน เพอ่ื วางแผนพัฒนำ รปู ลกั ษณ.นวัตกรรม

ข้นั ตอนที่ 2 สรา$ งนวตั กรรม (Do) โดยออกแบบรปู รา1 งนวัตกรรมดว$ ยการ ดงั นี้

204

1) ประชมุ รว1 มกบั ผูเ$ ชีย่ วชาญด$านกายภาพบำบดั และแพทย.แผนไทย
2) ดำเนนิ การประดษิ ฐช. ้นิ งานนวัตกรรมตามรูปแบบและขัน้ ตอนการประดษิ ฐ.
3) ผ$จู ัดทำนวัตกรรมไดน$ ำช้ินงานนวัตกรรมมาใชก$ ับกลุ1มตวั อย1าง และปรบั ปรงุ อยา1 งต1อเนือ่ ง
4) ผู$จดั ทำมกี ารแกไ$ ขนวัตกรรมตามรูปแบบและขน้ั ตอนการประดษิ ฐ. รว1 มกันกบั ผูเ$ ชีย่ วชาญไดป$ รบั ตัวชน้ิ งานนวตั กรรม
5) เรม่ิ ทำการทดลองใชน$ วัตกรรมกับผู$รบั บรกิ ารในชมุ ชน
ขน้ั ตอนที่ 3 ทดลองใชแ$ ละปรับปรงุ (Check) โดยการนำนวัตกรรมทส่ี ร$างมาตรวจสอบคุณภาพโดยผู$ทรงคณุ วฒุ จิ ำนวน 3
ท1าน ตรวจสอบการใชต$ ลอดจนปÜญหาอุปสรรคในการใช$งาน และนำไปทดลองใช$กับวยั แรงงาน ซ่งึ อาศยั ในชมุ ชน ตำบลเกาะแก$ว

อำเภอเสลภูมิ จงั หวัดรอ$ ยเอด็ จำนวน 15 คน เป_นเวลา 3 สปั ดาห. ต1อเนอ่ื ง สรปุ ผลการใชน$ วัตกรรมและ
ประเมินความพึงพอใจต1อนวัตกรรมเบาะนวดเคลื่อนที่ กดจุดลดปวดในระดับมากที่สุด ค1าเฉลี่ย 4.58 คะแนน (
SD= 0.21) สามารถลดอาการปวดหลงั ไดร$ $อยละ 100
5. รายละเอยี ดและวิธีพัฒนำนวัตกรรม
การพัฒนำนวตั กรรมคร้งั นีไ้ ด$รบั คำแนะนำจากผเู$ ช่ยี วชาญด$านกายภาพบำบดั และแพทย.แผนไทย จำนวน 3 ท1าน โดยมขี นั้ ตอน
การออกแบบ นวัตกรรมดังน้ี
5.1 ออกแบบสรา$ งและพฒั นำนวตั กรรมครั้งที่ 1 วนั ท่ี 28 เดือนมกราคม พ.ศ. 2565
จากการประชุมปรึกษาภายในกลุ1มและปรึกษาอาจารย.ประจากลุ1มวันที่ 28 เดือนมกราคม 2565 ได$มีการปรึกษาหารือ
ภายในกลุ1มมีความสนใจในการจัดทำนวัตกรรมเกี่ยวกับการลดอาการปวดหลัง ซึ่งการจัดทำนวัตกรรมในครั้งนี้ คณะผู$จัดทำได$มี
ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องอาการปวดหลัง จากการศึกษาการฝ°กปฏิบัติการพยาบาลเบื้องต$นของนักศึกษาพยาบาลศาสตร.ชั้นปdที่ 4
มหาวิทยาลัยราชภัฏร$อยเอ็ด ปdการศึกษา 2564 ซึ่งได$มีการรวบรวมรีวิวนวัตกรรมต1างๆเกี่ยวนวัตกรรมลดอาการปวดหลัง มา
วิเคราะห.ร1วมกันในวันที่ 3 เดือนกุมภาพันธ.2565 และภายในกลุ1มมีความสนใจ คิดค$นเกี่ยวกับนวัตกรรมเก$าอี้ลดอาการปวดหลัง
โดยได$ปรึกษาภายในกลุ1มหาข$อมูลเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ.ในการทำนวัตกรรม เกี่ยวกับข$อดีข$อเสียของวัสดุ และได$มีการร1างนวัตกรรม
ที่เป_นเก$าอี้ลดปวด โดยการสร$างนวัตกรรมตัวนี้ เก$าอี้ทำจากไม$เนื้อแข็ง และนำลูกบอลไม$กดจุดบริเวณหลัง เพื่อลดอาการปวดหลัง
บริเวณที่วางแขนของเก$าอี้สร$างที่นวดมือ เพื่อลดอาการชามือ สร$างยางยืดออกกำลัง เพื่อยืดเหยียดกล$ามเนื้อแขน และสร$างที่นวด
เท$า เพื่อลดอาการชาเท$า และได$มาเสนอต1ออาจารย.ที่ปรึกษาประจากลุ1มในวันที่ 8 เดือนกุมภาพันธ. 2565 ซึ่งอาจารย.ประจากล1ุม
ได$มีการปรึกษาว1าโครงร1างนวัตกรรมเก$าอี้นี้มีน้ำหนักมาก วัสดุอุปกรณ.บางชนิดไม1สามารถหาได$ถามท$องถิ่น นวัตกรรมตัวนี้ไม1
สามารถพกพาได$สะดวก อาจารย.จึงได$ชี้แนะแนวทำงให$นักศึกษาไปปรับแก$ให$นวัตกรรมที่สามารถหาวัสดุได$ตามท$องถิ่น และเป_น
นวตั กรรมที่พกพาได$สะดวก ดงั ภาพท่ี 1

205

ภาพท่ี 1 ออกแบบสร,างและพัฒนำนวตั กรรม
ทมี่ า: (ปภชั ญา คัชรินทร. และคณะ, 2565)

5.2 ออกแบบสรา$ งและพฒั นำนวตั กรรมคร้งั ท่ี 2. วันที่ 10 เดือนกมุ ภาพนั ธ. พ.ศ. 2565
จากการร1างโครงร1างนวัตกรรมแบบที่ 1 นักศึกษาได$มีการปรับปรุงแก$ไขแบบนวัตกรรมตามท่ีอาจารย.ที่ปรึกษาได$ให$

คำแนะนำ ซึ่งโครงร1างนวัตกรรมแบบที่ 1 มีน้ำหนักมาก มีขนำดใหญ1 ไม1สะดวกต1อการพกพา อุปกรณ.ในการทำนวัตกรรมบางอย1าง
ไม1สามารถหาได$ตามท$องถิ่น และได$ปรับเปลี่ยนนวตั กรรมให$สะดวกต1อการพกพา วัสดุหาง1ายตามท$องถิ่น โดยมีการคิดค$นเป_นแบบ
เบาะนวดบรรเทำอาการปวดหลังขึ้น โดยตัวเบาะทำจากยางพาราและนำลูกบอลไม$บนยางพาราและวางตรงตำแหน1งกล$ามเนื้อ
(paravertebral muscle) ตามแนวกระดูกสันหลัง เพื่อกดจุดบรรเทำอาการปวดหลัง และผู$คิดค$นนวัตกรรมได$สร$างหูหิ้ว เพ่ือ
สะดวกแก1การพกพา สร$างตัวยึดระหว1างเบาะด$านบนและด$านล1าง สร$างที่ล็อคด$านข$างนวัตกรรม เพื่อล็อคกับเก$าอี้ที่ใช$ในการนวด
และสามารถปรับขนำดสายตามเก$าอี้ได$ และได$นำเสนอโครงร1างนวัตกรรมแบบที่ 2 ในวันที่ 10 เดือนกุมภาพันธ. 2565 ซึ่งได$ขอ
คำปรึกษากับอาจารย.ว1าน้ำยางพาราหายากเนื่องจากไม1ใช1ฤดูกาลการเก็บยางพารา ได$ปรึกษาหารือกับอาจารย.ว1าหากหาน้ำ
ยางพาราไม1ได$จะปรับเปลี่ยนวัสดุใหม1มาแทนน้ำยางพารา และอาจารย.ที่ปรึกษาได$ให$คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกี่ยวนวัตกรรมให$
ถอดซกั ได$ และหาผ$าทเ่ี หมาะสมกับการใช$งาน และโฟกัสตำแหน1งในการกดจดุ ดังภาพที่ 2

206

ภาพท่ี 2 ออกแบบสร,างและพัฒนำนวตั กรรม
ทีม่ า: (ปภัชญา คัชรินทร. และคณะ, 2565)

5.3 ปรับปรงุ แก$ไขนวตั กรรมครัง้ ที่ 3 วนั ที่ 12 เดอื นมีนำคม พ.ศ. 2565
จากการร1างโครงร1างนวัตกรรมแบบที่ 2 ซึ่ง ได$มีการปรับเปลี่ยนนวัตกรรมเพิ่มขึ้น เสนอโครงร1างแบบที่ 3 เมื่อวันที่ 12

เดือนมีนำคม 2565 โดยเบาะนวดนวัตกรรมจะมีทั้งหมด 2 ชั้น โดยชั้นแรกเป_นฟองน้ำอัดเพื่อลดน้ำหนักจากยางพาราซึ่งจะมี
น้ำหนักเบาเหมาะแก1การพกพา ตามด$วยชั้นที่สองเป_นแผ1นยางพาราและลูกบอลไม$กดจุด เพื่อยึดลูกบอลไม$กดจุดกับยางพาราและ
วางตำแหน1งลูกบอลไม$กดจุดที่ตำแหน1งตามแนวกล$ามเนื้อ กระดูกสันหลัง Paravertebral muscle ซึ่งมีการเย็บเบาะด$วยหนังหุ$ม
เบาะเพื่อกันน้ำไม1เกิดเชื้อราที่ผ$าคลุมเบาะ และมีผ$าคลุมเบาะคือผ$าขาวม$าหุ$มอีกหนึ่งชั้นซึ่งผ$าขาวม$า เบาะนวดกดจุดจะมีซิป
สามารถถอดผ$าขาวม$าออกเพื่อซักทำความสะอาดได$ และผ$าขาวม$าแสดงถึงเอกลักษณ.ของท$องถิ่น บริเวณด$านข$างของนวัตกรรมมี
ท่ีลอ็ ค เพอื่ ลอ็ คกบั เกา$ อ้ที ี่ใชใ$ นการนวด สามารถปรับขนำดสายตามเกา$ อ้ไี ด$ ดงั ภาพท่ี 3

207

ภาพที่ 3 ออกแบบสรา, งและพฒั นำนวตั กรรม
ที่มา: (ปภชั ญา คัชรินทร. และคณะ, 2565)

5.4 พฒั นำนวตั กรรม คร้ังท่ี 4 วันท่ี 21 เดือนมีนำคม พ.ศ. 2565
จากการสร$างโครงร1างนวัตกรรมแบบที่ 3 ซึ่งได$มีการปรับเปลี่ยนนวัตกรรมเพิ่มขึ้น โดยเบาะนวดนวัตกรรมจะมีทั้งหมด 2

ชั้น โดยชั้นแรกเป_นฟองน้ำอัดเพื่อลดน้ำหนักจากยางพาราซึ่งจะมีน้ำหนักเบาเหมาะแก1การพกพา ตามด$วยชั้นที่สองแผ1นยางพารา
และลูกบอลไม$กดจุด เพื่อยึดลูกบอลไม$กดจุดกับยางพาราและวางตำแหน1งลูกบอลไม$กดจุดที่ตำแหน1ง Paravertebral muscle ซึ่ง
มีการเย็บเบาะด$วยหนังหุ$มเบาะเพื่อปYองกันน้ำ ไม1ให$เกิดเชื้อราที่ผ$าคลุมเบาะ บริเวณตรงกลางเบาะจะใส1ผ$า TK interlock คลุม
เบาะ สามารถถอดซัก ทำความสะอาดได$และมีความคงทนมากกว1าผ$าขาวม$าซึ่งขาดง1าย บริเวณด$านข$างของนวัตกรรมมีตัวล็อค
เพื่อใช$ล็อคกับเก$าอี้ที่ใช$นั่งในการนวด สามารถปรับขนำดสายตามขนำดของเก$าอี้ได$ โครงร1างนวัตกรรมแบบที่ 4 จะเพิ่มสายสะพาย
ดา$ นหลงั เพื่อให$สะดวกตอ1 การพกพา ดงั ภาพที่ 4

208

ภาพที่ 4 ออกแบบสรา, งและพัฒนำนวัตกรรม
ท่ีมา: (ปภชั ญา คชั รินทร. และคณะ, 2565)

5.5 วิธีการประดิษฐ.นวตั กรรม
1.ทำบลอ็ กตามรปู ร1างทีก่ ำหนดไว$ ขนำด กวา$ ง 40 เซนตเิ มตร ยาว 50 เซนตเิ มตร ความหนำ 10 เซนติเมตร
2.นำก$อนไม$ยางพาราขนำด 60 มิลลิเมตร ทรงกลม วางตามบล็อกในแนวของกลา$ มเน้อื กระดกู สนั หลงั (paravertebral

muscle)
3.เทน้ำยางพาราลงในบล็อก นำไปตากแดดเป_นเวลา 5 วัน รอใหน$ ้ำยางพาราแห$งสนิท
4.นำเบาะยางพาราที่วางกอ$ นไมย$ างพาราขนำด 60 มลิ ลิเมตรในตำแหนง1 แนวกล$ามเนื้อกระดูกสนั หลัง (paravertebral

muscle) ทต่ี ากแห$งแล$ว นำมาปรบั ตามรปู ร1างสรรี ะของรา1 งกาย
5.นำฟองน้ำอัดกาวมารองเปน_ ชนั้ ทหี่ นึ่ง จากน้ันนำเบาะยางพาราทวี่ างก$อนไม$ยางพาราขนำด 60 มลิ ลเิ มตรในตำแหนง1

แนวกลา$ มเนื้อกระดกู สันหลัง (paravertebral muscle) ทตี่ ากแห$งแล$วมาวางเป_นชั้นทีส่ อง
6.นำหนงั หุ$มเบาะมาตดั เยบ็ ห1อตามขนำดและรูปร1างของเบาะ ใส1ซิปทห่ี นังห$มุ เบาะดา$ นหลังเพ่อื ใหส$ ะดวกตอ1 การถอด

นำมาทำความสะอาด
7. เยบ็ สายสะพายหลงั สำหรบั พกพาและเย็บสายปรับยดึ นวตั กรรมกบั เก$าอีท้ ีใ่ ชน$ วดกดจดุ

209

5.6 วธิ กี ารใช$นวตั กรรม มีวธิ ีการตามขน้ั ตอนดงั น้ี
1.นง่ั ตวั ตรงบนเกา$ อ้ี จากนั้นนั่งเอนหลัง ใหห$ ลังกดลงบนนวตั กรรมตามแรงและน้ำหนักของผูใ$ ช$นวัตกรรม

ดังภาพที่ 5
2.นัง่ เอนหลังกดค$างไว$ 10 วินำที ทำ 10 คร้ัง/รอบ จำนวน 5 รอบ รวมเวลานวดประมาณ 8 นำที สามารถใชน$ วตั กรรม

ได$ในเวลาที่สะดวกและเมอ่ื มอี าการปวดหลัง ดังภาพท่ี 6

ภาพท่ี 5 น่ังตัวตรงบนเกา$ อี้ ภาพท่ี 6 นงั่ เอนหลังกดคา$ งไว$ 10 วินำที
ทมี่ า: (ปภชั ญา คัชรนิ ทร. และคณะ, 2565) ท่ีมา: (ปภชั ญา คัชรินทร. และคณะ, 2565)

การประเมินผลการใช,นวัตกรรม
ประเมนิ กระบวนการและผลลพั ธ. จากการติดตามกระบวนการใช$นวัตกรรม เบาะนวดเคลอ่ื นท่ี กดจุดลดปวด กลุม1 ตวั อย1าง

ผใ$ู ชน$ วตั กรรมจำนวน 15 คน ได$มีการใช$นวตั กรรมเป_นระยะเวลาครบ 5 วนั ซง่ึ มีคณะผ$ูจดั ทำได$ติดตามการใชน$ วตั กรรมเบาะนวด
เคลือ่ นท่ี กดจดุ ลดปวด ซึง่ สามารถลดอาการปวดเม่อื ยกลา$ มเมอื่ ยได$รอ$ ยละ 100 ประเมนิ ความพงึ พอใจตอ1 การใชน$ วตั กรรมได$
คา1 เฉลี่ยเทา1 กบั 4.58 ส1วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน เท1ากับ .21

210

แนวทางการปรบั ปรงุ
รายงานผลการดำเนินโครงการให$กับสถานศึกษาและอาจารย.ที่ปรึกษา เพื่อร1วมกันวางแผนปฏิบัติงานและส1งต1อข$อมูลท่ี

เปน_ ปญÜ หาอปุ สรรคและปญÜ หาทีย่ ังดำเนนิ การตอ1 เน่อื ง ดังน้ี
ครั้งที่ 1 มีการปรับปรุงโครงร1างนวัตกรรมจากเก$าอี้นวดลดปวด โครงร1างนวัตกรรมเก$าอี้มีน้ำหนักมาก วัสดุอุปกรณ.บาง

ชนิดไม1สามารถหาได$ตามท$องถิ่น นวัตกรรมตัวนี้ไม1สามารถพกพาได$สะดวก ปรับแก$ให$นวัตกรรมสามารถหาวัสดุได$ตามท$องถ่ิน
นวตั กรรมสามารถพกพาไดส$ ะดวก

ครั้งที่ 2 จากโครงร1างนวัตกรรมแบบที่ 1 มีน้ำหนักมาก มีขนำดใหญ1 ไม1สะดวกต1อการพกพา อุปกรณ.ในการทำนวัตกรรม
บางอย1างไม1สามารถหาได$ตามท$องถิ่น และได$ปรับเปลี่ยนนวัตกรรมให$สะดวกต1อการพกพา วัสดุหาง1ายตามท$องถิ่น และมีปÜญหาใน
การซื้อน้ำยางพาราไม1ได$จะปรับเปลี่ยนวัสดุใหม1มาแทนน้ำยางพารา อาจารย.ที่ปรึกษาได$ให$คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับนวัตกรรมให$
ถอดซกั ได$ และหาผ$าทเี่ หมาะสมกับการใชง$ าน

ครั้งที่ 3 จากโครงร1างนวัตกรรมแบบที่ 2 ซึ่งได$มีการปรับเปลี่ยนนวัตกรรมเพิ่มขึ้น เสนอโครงร1างแบบที่ 3 โดยเบาะนวด
นวัตกรรมจะมีทั้งหมด 2 ชั้น โดยชั้นแรกเป_นฟองน้ำอัดเพื่อลดน้ำหนักจากยางพาราซึ่งจะมีน้ำหนักเบาเหมาะแก1การพกพา และมี
การปรับเปล่ยี นจากหูหิว้ เป_นสายสะพายหลงั เพื่อสะดวกต1อการพกพายงิ่ ขึน้

ครั้งที่ 4 ได$ออกแบบนวัตกรรมเพิ่มเติมเป_นแบบโครงร1างที่ 4 โดยเบาะนวด ได$มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากเดิมเพิ่มเติม
ได$แก1 การปรบั เปลี่ยนรูปรา1 งของนวัตกรรม ใหเ$ ขา$ กับสรรี ภาพของรา1 งกาย โดยเพิม่ ความนูนบรเิ วณชว1 งเอว

4.2 นำผลการดำเนนิ โครงการในปกd ารศึกษา 2565 และข$อเสนอแนะไปพจิ ารณาปรบั ปรงุ แกไ$ ขในการ
วางแผนดำเนนิ การจัดทำโครงการกจิ กรรมนกั ศึกษารน1ุ ต1อไป
13.อภปิ รายผลและข,อเสนอแนะ

1. จากการดำเนินงานนวัตกรรมเบาะเคลื่อนที่ กดจุดลดปวด ในกลุ1มตัวอย1างจำนวน 15 คน สามารถลดความปวดได$
ร$อยละ 100 แต1ยังมีกลุ1มตัวอย1างที่ใช$ในการทดสอบมีจำนวนน$อยเกินไป จึงเสนอแนะให$นำไปใช$ในกลุ1มตัวอย1างเพิ่มมากขึ้น เช1น
อาจตอ$ งขยายพ้นื ที่ในบริเวณใกลเ$ คียงเพ่ือทดสอบประสทิ ธภิ าพของนวัตกรรมเพ่มิ มากข้นึ

2. เนอ่ื งจากชว1 งระยะเวลาผลิตนวตั กรรมไมใ1 ชฤ1 ดูกาลกรีดยาง จงึ ทำใหจ$ ดั หาวัสดอุ ุปกรณน. ำ้ ยางพาราในทอ$ งถ่ินไดย$ าก
3. ผู$ทดลองใช$เสนอแนะให$จัดทำขนำดที่หลากหลาย ปรับให$เข$ากับสรีระของแต1ละคนเนื่องจากผู$ทดลองที่มีสรีระร1างกาย
ทใ่ี หญ1 ไม1เหมาะน่ังกบั โตะ∞ ทำงาน และควรเพม่ิ ตำแหนง1 กดจุดท่บี ริเวณไหล1

211

8. เอกสารอา, งอิง
จินตนำ สินธุสวุ รรณ.,มุกขด. า ผดงุ ยาม,ภาสติ ศริ ิเทศ และคณะ.(2562). ไมน$ วดลกู กลิง้ : นวตั กรรมสขุ ภาพ

จากไมต$ $นตาล เพือ่ ผูส$ งู อายุทม่ี ีอาการปวดเมื่อยกลา$ มเนื้อ. วารสารพยาบาลทหารบก, 21(1), 1-8.
ประถมพร มาตย.วเิ ศษ.(2561). ผลการใช$ลกู กล้งิ มหศั จรรยต. อ1 การลดปวดบา1 .วารสารโรงพยาบาล

มหาสารคาม, 15(3), 65-75.
ภาสติ ศริ เิ ทศ,รชั ดาวัลย. จิตรพรกลุ วศนิ ,มกุ ข.ดา ผดุงยาม,จินตนำ สินธสุ ุวรรณ. และคณะ. (2562). ไมน$ วด

ลกู กลิง้ :นวัตกรรมสขุ ภาพจากไมต$ $นตาลเพอื่ ผส$ู ูงอายุทม่ี อี าการปวดเมอื่ ยกลา$ มเนอื้ .วารสาร
พยาบาลทหารบก, 21(1), 1-8.
มณวี รรณ ศรมี หรรณ.. (2563). การออกแบบอุปกรณเ. สริมสำหรับเก$าอ้ีจากยางพาราเพอ่ื การผอ1 นคลายขณะ
ทำงาน.วารสารศลิ ปปØ รทิ ศั นk คณะศิลปกรรมศาสตร. มหาวทิ ยาลัยราชภัฏสวนสุนนั ทำ, 17(2), 1-12.
วรี ะศกั ดิ์ จะ∞ ปญÜ ญา,นพรัตน. สงั ฆฤทธิ์ และสายสนุ ีย. คนสนิท. (2560). ผลเฉยี บพลันของอปุ กรณ.นวดกดจดุ
กล$ามเน้ือคอและไหล1ทีพ่ ัฒนำจากลกู เทนนิส. ศรนี ครินทรkเวชสาร, 32(2), 150-156.
พชั รินทร. นอ$ ยสวุ รรณ,วรี ะพร ศุทธากรณ. และวนั เพญ็ ทรงคำ.(2562). ผลของโปรแกรมโรงเรยี นปวดหลงั ตอ1
อาการปวดหลงั ส1วนล1างและความสามารถในการปฏบิ ัติหนา$ ทข่ี องเกษตรกรชาวนำ. พยาบาลสาร,
,46(3), 142-156.
ยพุ ยง หมั่นกจิ . (2561). การศึกษาอาการปวดเมอ่ื ยโครงร1างและกลา$ มเนอ้ื ของพ1อคา$ ส1งผลไม$ตลาด
เจริญศรี อำเภอวารินชำราบ จงั หวัดอุบลราชธาน.ี วารสารวิทยาศาสตรแk ละเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลัย
อบุ ลราชธาน,ี 20(3), 1-12.
สนุ ำรี นลิ เกตุ. (2564). ผลของการใช$เบาะกะลากดจุด เพอื่ ลดอาการปวด ในผปู$ fวยปวดหลงั ส1วนลา1 ง .
วารสารวชิ าการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม, 5(9), 117-124.
สมใจ โจะ∞ ประโคน,อำพล บญุ เพยี ร,ปฐมา จันทรพล. (2564). การพฒั นำนวตั กรรมหมอนหนุนกะลาบรรเทำ
อาการปวดกล$ามเน้ือคอ บ1า ไหล1 สำหรับผม$ู ารบั บรกิ ารโรงพยาบาลประโคนชัย อำเภอประโคนชัย
จงั หวัดบรุ ีรมั ย.. วารสารวชิ าการสารธารณสุข.(วิทยาลัยเทคโนโลยที ำงการแพทยแk ละสาธารณสุข
กาญจนำภเิ ษก), 30(1), 71-81.

212

ห]นุ จำลอง สอ่ื ประกอบการสอนตรวจคดั กรองมะเร็งปากมดลกู

เครือวัลย= ดิษเจรญิ 1, ชอH ทพิ ย= แตงพันธ=2 ,ปรยิ ดา กมลนันท3= , ชไมพร ไชยคำทอน4, บญุ ฑริกา พิมตนL 5
พลอยไพลนิ ผกาหวน6, นภาพร พลเมือง7, ออระญา หลาบโพธ8์ิ และ พนิดา สายวัน9
1-2 อาจารย=คณะพยาบาลศาสตร= มหาวิทยาลัยราชภัฏรอL ยเอ็ด
3-9 นักศึกษาพยาบาลศาสตร= ช้ันปทì ่ี 3 มหาวิทยาลยั ราชภฏั รLอยเอ็ด
เครือวลั ย= ดษิ เจรญิ : email : [email protected]

บทคดั ยอM

มะเร็งปากมดลูกเปcนมะเร็งสตรีที่พบได*บEอย และเปcนป/ญหาสุขภาพของสตรีทั่วโลก(WHO:2018)มีผู*เสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกประมาณปh
ละ 311,000 ราย (WHO:2019) ประทศไทยพบวEามะเร็งปากมดลูก เปcนมะเร็งสตรีที่พบเปcนลำดับที่ 3 รองลงมาจากมะเร็งเต*านม และมะเร็งลำไส*ใหญE
คือพบร*อยละ 11.1 และมะเร็งปากมดลูกยังจัดอยูEใน 5 ลำดับแรกของมะเร็งที่พบบEอยในประเทศไทย พบมากในสตรีกลุEมอายุ 30 – 60 ปhโดยพบผู*ปlวย
ใหมEปhละกวEา 9,000 ราย เสียชีวิตปhละ 4,700 ราย หรือในแตEละวันจะมีสตรีไทยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกสูงถึง 13 คน ซึ่งถือเปcนป/ญหาสำคัญทำง
สาธารณสุขของประเทศไทย มะเร็งปากมดลูกเปcนโรคที่สามารถปnองกันและลดอัตราการเสียชีวิตได*โดยการตรวจคดั กรองในกลุEมเสี่ยงสูงและให*การรักษา
ตั้งแตEระยะแรกเริ่ม ป/ญหาสำคัญคือ สตรีกลุEมเสี่ยง มีอัตราการเข*ารับตรวจคัดกรองต่ำ กลEาวคืออัตราการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรีไทยคิด
เปcนร*อยละ 15 (สถาบันมะเร็งแหEงชาติ 2564) จังหวัดร*อยเอ็ดร*อยละ 45.96 อำเภอเสลภูมิ ร*อยละ 35.39 ในขณะที่ตำบลทEามEวงและตำบลเกาะแก*ว
อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร*อยเอ็ด 35.03และ19.69 ตามลำดับ (สุวิทยU กิริยะ,2565) ป/จจัยสําคัญที่มีผลตEอการตัดสินใจตรวจหรือไมEตรวจคัดกรอง ได*แกE
อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และประสบการณUด*านอาการทั้งที่มีและไมEมีอาการ ความรู*เกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูก เจตคติและความอายในการตรวจ
การรับรู*ความรุนแรงของโรค การรับรู*โอกาสเสี่ยงไมEคิดวEาตนเองมีอาการ การรับรู*อุปสรรคของการไปตรวจคัดกรอง กลัวพบผลตรวจผิดปกติ กลัวเจ็บ
ในการตรวจ ขาดเงินคEาใช*จEาย การรับรู*ประโยชนUของการตรวจพบมะเร็งในระยะแรกๆ การสนับสนุนจากสามีและบุคคลในครอบครัว การได*รับข*อมูล
ขาE วสารจากบคุ ลากรสาธารณสุขรวมท้งั คนใกลช* ดิ (พรรณี ปนrq นำค,2563) และการตรวจสุขภาพประจําปh เปcนตน*

การศึกษาการทดลองใช*นวัตกรรม “สื่อการสอนหุEนจำลองคัดกรองมะเร็งปากมดลูก” สามารถชEวยเพิ่มระดับความรู*และปรับเปลี่ยนทัศนคติ
ของกลุEมตัวอยEางได* การนำสื่อการสอนหุEนจำลองคัดกรองมะเร็งปากมดลูกไปสาธิตเปcนการชEวยให*สามารถมองเห็นภาพได*ดียิ่งขึ้น สEงผลตEอการเพ่ิม
ประสิทธิภาพในการรับรู*ข*อมูลมากขึ้น จึงสEงผลให*กลุEมตัวอยEางมีระดับความรู*ที่สูงขึ้นภายหลัง จากการใช*แบบประเมินความรู*กEอนและหลังให*ความร*ู
พบวEา หลังนำหุEนจำลองไปให*ความรู*กับสตรีกลุEมตัวอยEางแล*ว สตรีกลุEมตัวอยEางมีความเข*าในและความตระหนักในการเข*ารับการตรวจมากขึ้น คิดเปcน
ร*อยละ 100 จากเดิมกEอนใหค* วามรู*คดิ เปนc รอ* ยละ 62.5

คำสำคญั : มะเรง็ , ปากมดลกู , มะเรง็ ปากมดลูก, การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลกู , ปญ/ หาการการเข*ารับการตรวจคัดกรองมะเรง็ ปากมดลูก, อปุ กรณ/U
สือ่ การสอน

213

Abstract

Cervical cancer is the most common female cancer. And it is a health problem for women
around the world (WHO: 2018). There are approximately 311,000 deaths from cervical cancer per year (WHO:2019).
It is the third most common female cancer after breast cancer. and colon cancer, which is found at 11.1%, and
cervical cancer is still among the top 5 most common cancers in Thailand. It is found more in women aged 30-
60 years, with more than 9,000 new cases per year, 4,700 deaths per year, or every day, there will be 13 Thai
women dying from cervical cancer, which is a major problem. public health of Thailand Cervical cancer is a
disease that can be prevented and reduced mortality through screening in high-risk groups and early treatment.
The key problem is women at risk have a low admission rate for screening That is, the rate of cervical cancer
screening among Thai women was 15% (National Cancer Institute 2021), Roi Et Province 45.96%, Selaphum District
35.39%, while Tambon Tha Muang and Tambon Koh Kaew, Selaphum District, Roi Et Province. 35.03 and 19.69,
respectively (Suwit Kiriya, 2022). The important factors affecting the decision to undergo screening or not
screening were age, education level, occupation, and symptomatic experience with and without symptoms.
Knowledge of cervical cancer Attitude and shyness in examination perception of the severity of the disease
Perceiving risk exposures do not think they have symptoms. Perceived obstacles to screening Fear of finding
abnormal results fear of pain during examination lack of money Recognizing the benefits of early detection of
cancer Support from husband and family members receiving information from health personnel, including close
people (ni Pin Nak, 2020) and annual health check, etc.

Innovation trial study “Cervical Cancer Screening Model Teaching Materials” can help increase
the knowledge level and change the attitude of the sample. Demonstration of cervical cancer screening dummy
teaching materials helps to improve visualization. resulting in greater efficiency in the perception of information
As a result, the sample group has a higher level of knowledge later. From using the knowledge assessment
before and after knowledge, it was found that After bringing the model to educate the sample women The
women in the sample had a greater understanding and awareness of the visits. accounted for 100 percent from
the original before educating, accounting for 62.5%

Keywords: cancer, cervical cancer, cervical cancer, cervical cancer screening, problems of cervical cancer
screening visit, teaching equipment/media

214

1. ความเปgนมาและความสำคัญของปhญหา
มะเรง็ ปากมดลกู เป_นมะเรง็ สตรที ี่พบได$บอ1 ย และเป_นปญÜ หาสขุ ภาพของสตรที ่ัวโลก ปคd .ศ.2018 องค.การอนำมยั โลกคาดการณว. 1า
มีสตรีท่ไี ดร$ ับการวินจิ ฉัยเปน_ มะเรง็ ปากมดลกู ประมาณปลd ะ 570,000 รายและมีผู$เสียชีวติ จากมะเรง็ ปากมดลกู ประมาณปdละ
311,000 ราย (WHO:2019) สำหรบั ประทศไทย รายงานขอ$ มลู ของสถาบันมะเรง็ แหง1 ชาตใิ นปd พ.ศ. 2563 พบว1ามะเร็งปากมดลกู
เปน_ มะเรง็ สตรีทพี่ บเปน_ ลำดับท่ี 3 รองลงมาจากมะเร็งเตา$ นม และมะเรง็ ลำไส$ใหญ1 คอื พบร$อยละ 11.1 และมะเร็งปากมดลกู ยังจดั
อยู1ใน 5 ลำดับแรกของมะเร็งที่พบบ1อยในประเทศไทย พบมากในสตรกี ล1มุ อายุ 30 – 60 ปd จากสถติ ปิ d 2563 พบมะเรง็ ปากมดลกู ใน
สตรีไทย โดยพบผู$ปวf ยใหมป1 dละกวา1 9,000 ราย เสยี ชวี ติ ปdละ 4,700 ราย หรือในแตล1 ะวนั จะมสี ตรไี ทยเสยี ชีวติ จากมะเร็งปากมดลูก
สูงถงึ 13 คน ซง่ึ ถือเป_นปญÜ หาสำคญั ทำงสาธารณสุขของประเทศไทยจากข$อมูลสถิตดิ งั กลา1 ว จะเห็นได$วา1 สถานการณด. $านมะเรง็ ปาก
มดลกู ยังคงเปน_ ปÜญหาสุขภาพทพ่ี บมากในสตรไี ทย อยา1 งไรกต็ าม มะเรง็ ปากมดลกู เปน_ โรคที่สามารถปอY งกนั และลดอัตราการ
เสียชีวติ ไดโ$ ดยการตรวจคดั กรองในกลมุ1 เสย่ี งสูงและให$การรักษาตั้งแตร1 ะยะแรกเร่มิ ในปÜจจบุ นั ยังไมม1 ยี าทใ่ี ช$รกั ษาการตดิ เชอ้ื HPV
ใหห$ ายขาด มีเพียงการปฏิบตั ติ วั เพือ่ ลดโอกาสเส่ยี งท่ี อาจไปรับเชือ้ HPV เขา$ ส1ูรา1 งกาย หรอื หากมีเชื้อในรา1 งกายแล$วก็ลดโอกาส
เซลลท. ี่ติดเชอื้ จะพฒั นำจนกลายเป_น มะเร็งปากมดลกู เช1น รกั ษาสขุ ภาพของรา1 งกายให$แขง็ แรง เพื่อใหม$ ภี มู ิตา$ นทำนตอ1 ตัวเชื้อ ฉีด
วคั ซนี ปอY งกัน มะเร็งปากมดลกู มีเพศสัมพนั ธท. ี่ปลอดภัย ไมม1 ีคู1นอนหลายคน ใชถ$ งุ ยางอนำมยั ตรวจภายในเปน_ ประจําเพอ่ื ค$นหา
รอยโรคปากมดลกู ทผ่ี ิดปกตแิ ละรกั ษากอ1 นทจ่ี ะเป_นมะเรง็ ปากมดลูก(สถาบันมะเร็งแหง1 ชาต,ิ 2564)

สาเหตุของมะเร็งปากมดลูกเกิดจากการติดเชื้อ Human Papillomavirus หรือ HPV สายพันธุ.ความเสี่ยงสูงซึ่งมีไม1ต่ำกว1า 14 สาย
พันธุ. และสายพันธุ. 16 และ 18 เป_นสายพันธุ.ที่พบบ1อยที่สุดโดยพบสูงถึงร$อยละ 70 การติดเชื้อไวรัสนี้เกือบทั้งหมดเกิดจากการมี
เพศสัมพันธ.โดยเชื้อไวรัสจะเข$าทำงผิวที่มีรอยแผล หรือรอยถลอกเล็กๆ ส1วนใหญ1ประมาณร$อยละ 80 ของผู$ที่ติดเชื้อไวรัสนี้จะหาย
ได$เองภายใน 2 ปdโดยภูมิต$านทำนของร1างกาย ในกรณีที่เชื้อไวรัสนี้ไม1หายไป และเป_นการติดเชื้อแบบฝÜงแน1นเป_นระยะเวลานำน 5-
10 ปd ทำให$เซลล.ปากมดลูกมีความผิดปกติ และอาจกลายเป_นมะเร็งปากมดลูกในที่สุด นอกจากนี้ การติดเชื้อ HPV สายพันธุ.ความ
เสี่ยงสูงยังเป_นสาเหตุของโรคมะเร็งในอวัยวะสืบพันธุ.บริเวณอื่นๆ ทั้งผู$หญิงและผู$ชาย ได$แก1 ช1องคลอด ปากช1องคลอด ทวารหนัก
หรืออวัยวะเพศชาย ตลอดจนเป_นสาเหตุของโรคมะเร็งบริเวณช1องปาก และลำคออีกด$วย โรคมะเร็งปากมดลูกมีกระบวนการของ
การเกิดโรคจนถึงระยะเกิดความผิดปกติและสามารถให$การวินิจฉัยได$ ต$องใช$ระยะเวลานำนถึง 10-15 ปd ดังนั้น การตรวจคัดกรอง
ด$วยการทําแพพสเมียร. (Pap smear) ให$ครอบคลุมกลุ1มสตรีเปYาหมายที่เป_นกลุ1มเสี่ยงซึ่งเป_นการปYองกันโรค (Secondary
Prevention) ที่มีประสิทธิผลต1อการควบคุมโรคตั้งแต1ระยะแรกเริ่ม สามารถลดอัตราการเกิดโรคและอัตราตายจากโรคมะเร็งปาก
มดลูกได$
ถึงแม$ว1าจะมีการปYองกันและลดอัตราการเสียชีวิตของมะเร็งปากมดลูกโดยการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในกลุ1มเสี่ยงสูงและให$
การรักษาตั้งแต1ระยะแรกเริ่ม แต1พบว1าอัตราการมาตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกของ สตรีไทยยังคงต่ำกว1าเกณฑ. กรมอนำมัย
กระทรวงสาธารณสุข กำหนดให$อัตราการมาตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกของสตรีไม1น$อยกว1าร$อยละ 70 (สถาบันมะเร็ง
แห1งชาต,ิ 2564)
สตรีไทยจําานวนมากยังไม1เข$ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ข$อมูลการเข$ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปามดลูกปd 2564
อัตราการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรีไทยคิดเป_นร$อยละ 15 (สถาบันมะเร็งแห1งชาติ 2564) การเข$ารับตรวจคัดกรอง

215

มะเร็งปากมดลูกในจังหวัดร$อยเอ็ดปdงบประมาณ 2565 คิดเป_นร$อยละ 45.96 การเข$ารับตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในอำเภอ
เสลภูมิ จังหวัดร$อยเอ็ดปd 2565 คิดเป_นร$อยละ 35.39 ในขณะท่ีตำบลท1าม1วงและตำบลเกาะแก$ว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร$อยเอ็ด คิด
เป_นร$อยละ 35.03และ19.69 ตามลำดับ (สุวิทย. กิริยะ,2565) การวิจัยที่ผ1านมา พบว1า มีปÜจจัยสําคัญหลายประการที่มีผลต1อการ
ตัดสินใจตรวจหรือไม1ตรวจแพพสเมียร. ด$านปÜจจัยส1วนบุคคล ได$แก1 อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และประสบการณ.ด$านอาการทั้ง
ที่มีและไม1มีอาการ ด$านปÜจจัยนําที่เป_นปÜจจัยภายใน ได$แก1 ความรู$เกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูก เจตคติและความอายในการตรวจ
และต$องให$ผู$ตรวจเป_นบุคลากรเพศหญิง การรับรู$ความรุนแรงของโรค การรับรู$โอกาสเสี่ยงไม1คิดว1าตนเองมีอาการ การรับรู$
อุปสรรคของการไปตรวจคัดกรอง กลัวพบผลตรวจผิดปกติ กลัวเจ็บในการตรวจ ขาดเงินค1าใช$จ1าย การรับรู$ประโยชน.ของการ
ตรวจพบมะเร็งในระยะแรกๆ การสนับสนุนจากสามีและบุคคลในครอบครัว การได$รับข$อมูลข1าวสารจากบุคลากรสาธารณสุข
รวมท้งั คนใกลช$ ดิ (พรรณี ปน…ß นำค,2563) และการตรวจสขุ ภาพประจําปd เปน_ ตน$
การรับรู$ข$อมูลข1าวสารที่ถูกต$องเป_นสิ่งสำคัญยิ่งที่จะทำให$หญิงวัยเจริญพันธ. กลุ1มเสี่ยงเกิดความรู$ ความตระหนักในอันตรายของ
มะเร็งปากมดลูก และตัดสินใจเข$ารับการตรวจคัดกรองเบื้องต$น แต1เนื่องจากการให$ความรู$ในเรื่องของโรคและกายวิภาคอวัยวะ
สืบพันธุ.สตรีในระดับของชุมชนนั้น จำเป_นต$องมีอุปกรณ.ประกอบการสื่อสารเพื่อสร$างความรู$ความเข$าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น แตจ1 ากการ
สำรวจในพ้ืนทีย่ งั ขาดแคลนอุปกรณใ. นส1วนน้ี
คณะผู$จัดทำนวัตกรรมเล็งเห็นความสำคัญของปÜญหานี้ จึงได$ร1วมกันคิดค$นและประดิษฐ.นวัตกรรม“หุ1นจำลอง สื่อประกอบการสอน
ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก” สำหรับใช$ประกอบการให$ความรู$แก1กลุ1มสตรีวัยเจริญพันธุ. เพื่อลดความวิตกกังวลก1อนเข$ารับการ
คัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตลอดจนสร$างความตระหนักให$แก1สตรีไทยในการตัดสินใจเข$ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกใน
ลำดบั ตอ1 ไป

2. วตั ถปุ ระสงคk
1.เพอ่ื ผลิตนวัตกรรมส่ือการสอนหนุ1 จำลองคดั กรองมะเร็งปากมดลกู
2.เพ่อื นำส่อื การสอนหน1ุ จำลองคัดกรองมะเร็งปากมดลูกไปใชใ$ นการใหค$ วามรูก$ บั สตรวี ัยเจรญิ พันธุ.
3.เพอื่ ประเมนิ ความร$เู กย่ี วกับเรือ่ งการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

4.เพ่อื ประเมินประสิทธผฺ ลก1อน-หลงั การใช$นวตั กรรมสือ่ การสอนหนุ1 จำลองคดั กรองมะเร็งปากมดลูก
3. กลมุM เปาm หมาย

1. สตรไี ทยอายุ 30 – 60 ปd ตำบลเกาะแก$วและตำบลทา1 มว1 ง อำเภอเสลภมู ิ จังหวัดรอ$ ยเอ็ด
2. บคุ ลากรสาธารณสุขโรงพยาบาลสง1 เสรมิ สขุ ภาพตำบลบ$านดงหวาย และโรงพยาบาลสง1 เสริมสุขภาพตำบลบา$ นทา1 ม1วง
4. กระบวนการพัฒนำ (ตามขั้นตอน plan do check act)
4.1 ขั้นตอนที่ 1 Plan การวางแผน โดยสมาชิกในกลุ1มได$ประชุมวิเคราะห.สภาพปÜญหา ประเมินความต$องการของผู$ใช$
นวตั กรรมเพ่อื สร$างนวตั กรรมให$สอดคลอ$ งกับปญÜ หา ศึกษาทฤษฎีและหลักการท่ีเกี่ยวขอ$ งกับการตรวจคัดกรองมะเรง็ ปากมดลกู
หาข$อมูลเกี่ยวกับวัสดุอุปกรณ.ที่ใช$ในการทำนวัตกรรมและเครื่องมือที่เกี่ยวข$องกับการสร$างนวัตกรรม จัดทำโครงร1าง และออกแบบ
นวัตกรรม จากผลการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข$อง สรุปได$ว1า ปÜจจัยที่เกี่ยวข$องกับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก มีดังนี้
สตรีวัยเจริญพันธุ.ขาดความรู$ ขาดความตระหนัก เกี่ยวกับความรุนแรงของมะเร็งปากมดลูก กลวั เจ็บ อาย ไม1มีเวลา วิตกกังวลเรื่อง
กลัวผลการตตรวจ คดิ ว1าไม1มจี ำเป_น เน่อื งจากไม1มีอาการเจ็บปวf ย หรอื ผิดปกติ ปญÜ หาดา$ นคา1 ใชจ$ า1 ยในครอบครัว ตดิ งาน เป_นต$น

216

ดงั น้นั คณะผูจ$ ดั ทำจงึ มีความสนใจในเรื่องการออกแบบหุน1 จำลอง เพ่อื ใชใ$ นการสรา$ งเสรมิ ความรแ$ู ละแรงจงู ใจในการตรวจคดั กรอง
มะเรง็ ปากมดลกู ในหญงิ วยั เจรญิ พนั ธ.ุ อายรุ ะหวา1 ง 30 – 60 ปd ใน ตำบลทา1 ม1วง และตำบลเกาะแก$ว อำเภอเสลภมู ิ

ข้ันตอนท่ี 2 Do การนำไปปฎิบตั ิ โดยสมาชกิ ในกล1มุ ไดด$ ำเนินการจดั หาวัสดุอปุ กรณ. ตดิ ต1อชา1 งป£นÜ หน1ุ ตามทอ่ี อกแบบไว$

กำหนดวสั ดุ อปุ กรณแB ละเครื่องมือทเี่ กี่ยวขfองกับการสราf งและพฒั นำนวตั นกรรม

อุปกรณB ภาพอุปกรณB

1. ปนู ปลาสเตอร=

2. ซิลิโคน

3. ดนิ น้ำมนั

217

อปุ กรณB ภาพอุปกรณB

4. สีอะครลิ ิค

5.บานพบั
6.เรซ่นิ

7.แปงv ทัลคมั

8.อพี ็อกซ่ี

9.ใยแกLว
10.กระดาษทราย

218

อปุ กรณB ภาพอุปกรณB
11.ขุยมะพราL ว

4.3 ข้ันตอนท่ี 3 Check การทดลองใช,และปรับปรงุ โดยสมาชกิ ในกลม1ุ ได$นำผลติ ภัณฑท. ีอ่ อกแบบไปให$ผู$เชี่ยวชาญตรวจสอบ
ความเสมอื นจริง แลว$ นำกลบั มาปรับปรงุ การพฒั นำเครือ่ งมอื เพ่ือทดลองใช$ และประเมินนวตั กรรม

1.) สรา$ ง แบบสอบถาม เร่อื ง พฤตกิ รรมการตรวจมะเรง็ ปากมดลกู ของสตรวี ยั เจริญพันธุใ. นพน้ื ทีต่ าํ บลเกาะแกว$
และตำบลทา1 ม1วง อําเภอเสลภมู ิ จงั หวัดรอ$ ยเอ็ด

2.) สร$างแบบประเมนิ ความพงึ พอใจการใชน$ วัตกรรม สำหรับบคุ ลากรด$านสาธารณสขุ
3.) แตง1 ตัง้ ผ$ูเชยี่ วชาญ จำนวน 5 คนเพ่ือตรวจสอบเครอื่ งมือ และให$คะแนนประเมนิ IOC
4.) สรปุ คะแนน IOC รายขอ$ มีค1าคะแนน ระหวา1 ง 0.83-1.00 คะแนนเฉลีย่ = 0.88 และปรบั ปรุงเคร่อื งมือตาม
ขอ$ เสนอแนะของผู$เชยี่ วชาญ
4.4 ข้นั ตอนท่ี 4 Act การทดลองจรงิ และประเมนิ ผล นักศกึ ษาได$ทดลองใช$นวตั กรรมในกลุม1 เปYาหมายหลกั คือสตรไี ทยวัย
30-60 ปd ต.เกาะแกว$ และต.ท1ามว1 ง อำเภอเสลภูมิ จงั หวัดรอ$ ยเอ็ด ดังนี้
ครัง้ ที่ 1 เมือ่ วนั ท่ี 10 ม.ี ค 65 โดยใชส$ อนกลุ1มเปาY หมาย ท่ีศาลาประชาคม บ$านดงกลาง

ครั้งท่ี 2 เม่ือ วนั ที่ 8 เม.ย 65 ที่ โรงพยาบาลสง1 เสริมสขุ ภาพตำบลท1ามว1 ง ต.ทา1 ม1วง อ.เสลภูมิ

219

5. รายละเอยี ดและวธิ กี ารใชง, านนวตั กรรม
- ใช$เปน_ ส่ือประกอบการบรรยายให$ความรกู$ ับประชาชนกลมุ1 เปาY หมาย คือ สตรไี ทย อายุ รพหว1าง 30-60 ปd
- มีคู1มอื ประกอบการสอน
- ผส$ู อน(และเปน_ ผปู$ ระเมนิ ความพงึ พอใจ) ไดแ$ ก1 บุคลากรสาธารณสขุ และนักศึกษาพยาบาลศาสตร. ชน้ั ปd ท่ี 3
- งบประมาณที่ใชใ$ นการประดิษฐ.คดิ ค$น รวม 4,965 บาท

6. ผลการทดลองใช,นวตั กรรมและการอภปิ รายผล
จากการศึกษาการทดลองใช$นวัตกรรม “สื่อการสอนหุ1นจำลองคัดกรองมะเร็งปากมดลูก” สามารถช1วยเพิ่มระดับความรู$และ
ปรับเปลี่ยนทัศนคติของกลุ1มตัวอย1างได$ เนื่องจากการสอนจะเริ่มต$นจากการประเมินความรู$ที่แต1ละคนมีอยู1เดิมจากนั้นจึงให$ความร$ู
เกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูก สาเหตุของการเกิดโรค เเละนำหุ1นสื่อการสอนมาให$ความรู$ ทำให$สตรีกลุ1มตัวอย1างเกิดความตระหนัก
ในการเข$ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก จากการใช$แบบประเมินความรู$ก1อนและหลังให$ความรู$พบว1า หลังนำหุ1นจำลองไป
ให$ความรู$กับสตรีกลุ1มตัวอย1างแล$ว สตรีกลุ1มตัวอย1างมีความเข$าในและความตระหนักในการเข$ารบั การตรวจมากขึ้น คิดเป_นร$อยละ

220

100 จากเดิมก1อนให$ความรู$คิดเป_นร$อยละ 62.5 หุ1นจำลองทำงด$านวิทยาศาสตร.สุขภาพเป_นสื่อสามมิติประเภทหนึ่ง ซึ่งนิยมใช$ใน

การเรียนการสอนเกี่ยวกับสุขภาพเพื่อให$ผู$เรียนสามารถเรียนรู$เข$าใจได$ง1าย ผู$สอนสามารถนำมาใช$ประกอบในกิจกรรมการเรียนรู$

รูปแบบได$อย1างหลากหลาย และผู$สอนสามารถสอนได$ตรงตามจุดมุ1งหมายการเรียนการสอน หุ1นจำลองสามารถใช$แทนของจริง ซ่ึง

จัดว1าเป_นการให$ประสบการณ.เรียนรู$อันดับสองรองจากจากการเรียนรู$จากของจริง หุ1นจำลองสร$างขึ้นเพื่อ ทดแทน ข$อจำกัดใน

กรณีที่ผู$สอนไม1สามารถนำของจริงมาใช$เพื่อการเรียนการสอนได$ อีกทั้งสามารถช1วยให$ผู$เรียน เรียนรู$ได$ง1ายและมีความสะดวกกว1า

การใช$ของจริงเนื่องจากหุ1นจำลองสามารถแสดงรายละเอียดของโครงสร$างหรืออวัยวะภายในได$ สรุปเเล$วการพัฒนำหุ1นจำลองซ่ึง

เป_นสื่อสามมิติเพื่อใช$เป_นในการผลิตสื่อการเรียนรู$ สำหรับหุ1นจำลองที่ได$ผลิตขึ้นใหม1 หากพิจารณาดูแล$วว1า เป_นสิ่งประดิษฐ.ใหม1

หรือต1อยอด อาจจะนำไปสู1ข้ันตอนจดสทิ ธบิ ัตร ซงึ่ จะมกี ระบวนการในการสืบคน$ สิ่งประดิษฐท. ี่มลี ักษณะเทยี บเคยี ง การเขียน

สื่อการสอนหุ1นจำลอง สอนการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสามารถช1วยเพ่ิมระดับความรู$และปรับเปลี่ยนทัศนคติของกลุ1ม

ตัวอย1างได$ เนื่องจากการสอนจะเริ่มต$นจากการประเมินความรู$ที่แต1ละคนมีอยู1เดิมจากนั้นจึงให$ความรู$เกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูก

และสาเหตุของการเกิดโรค เเละนำหุ1นสื่อการสอนมาให$ความรู$กลุ1มตัวอย1างก1อนจะใช$หลักการกระต$ุนที่ทำให$กลุ1มตัวอย1างเกิด

ความรู$สึกกลัว เพื่อใช$ประโยชน.จากความรู$สึกกลัวนั้นในการโน$มน$าวใจให$บุคคลปฏิบัติ เพราะเมื่อบุคคลมีระดับความกลัวต1อการ

เกิดโรคหรือมีความวิตกกังวลต1อภาวะสุขภาพของตนเองในระดับที่เหมาะสมตามสภาพการณ.จริง ย1อมเป_นการกระตุ$นให$บุคคลน้ัน

มีความใส1ใจต1อการดูแลตนเอง หรือการแสวงหาแนวทำงในการปYองกันตนเองเเละเข$ารับการตรวจเพื่อเป_นลดความกลัว จากการท่ี

จะนำสื่อการสอนหุ1นจำลองคัดกรองมะเร็งปากมดลูกไปสาธิตเป_นการช1วยให$สามารถมองเห็นภาพได$ดียิ่งขึ้น ส1งผลต1อการเพ่ิม

ประสทิ ธภิ าพในการรับรู$ขอ$ มูลมากขนึ้ จงึ ส1งผลให$กล1มุ ตวั อยา1 งมีระดบั ความรู$ท่สี งู ข้นึ ภายหลงั

ตารางสรปุ ผลการประเมินความรูก, MอนใชMนวัตกรรมและหลงั ใชน, วัตกรรมครง้ั ท่ี 1 และ 2 กบั ประชาชนกลMมุ เปmาหมาย สตรีวยั

เจรญิ พันธkุ อายุ 30–60 ป™

ตำบลเกาะแก,วและตำบลทาM มMวง อำเภอเสลภมู ิ จังหวัดร,อยเอ็ด จำนวน 48 คน

*************************************************************************************

แบบสอบถาม ตอนที่ 1 แบบสอบถามข$อมูลทั่วไปของผ$ตู อบแบบสอบถาม จํานวน 8 ขอ$

ตารางท่ี 1 แสดงคา1 ร$อยละของผต$ู อบแบบสอบถามด$านข$อมูลท่วั ไป

ขอ, มูลทั่วไป จำนวน รอ, ยละ

1.เพศ

หญงิ 48 100

2.อายุ

30 - 60 ปd 48 100

3.สถานภาพ

มคี ู1สมรสและอยู1ด$วยกัน 48 100

4.การศกึ ษา

ประถม 20 41.67

221

ข,อมลู ทัว่ ไป จำนวน รอ, ยละ

มธั ยม 28 58.33

5.อาชีพ

เกษตรกรรม 24 50

ค$าขาย/ประกอบธรุ กจิ สว1 นตวั 3 6.25

แมบ1 $าน 10 20.83

รบั จา$ งทั่วไป 11 22.92

6.ทาM นเคยได,รับความร,ูเก่ียวกับโรคมะเร็งปากมดลูกมากMอนหรอื ไมM

(กอ1 นใช$นวตั กรรม)

เคย 25 52.08

ไมเ1 คย 23 47.92

(หลังใชน$ วตั กรรม)

เคย 48 100

7.ทาM นเคยไดร, บั ขาM วสารเกย่ี วกับโรคมะเรง็ ปากมดลกู มากอM นหรือไมM

(กอ1 นใช$นวัตกรรม)

เคย 22 45.83

ไม1เคย 26 54.17

(หลงั ใช$นวัตกรรม)

เคย 48 100

8.ทาM นเคยเห็น/เคยใช,หนุM จำลองในการสอนใหค, วามร,ูเกย่ี วกบั โรคมะเร็งปากมดลกู มากอM นหนา, นหี้ รือไมM

(ก1อนใช$นวัตกรรม)

เคย 4 8.33

ไม1เคย 44 91.67

(หลังใช$นวัตกรรม)

เคย 48 100

แบบสอบถาม ตอนท่ี 2 แบบสอบถามความรเู7 รื่องโรคมะเรง็ ปากมดลกู จํานวน 10 ขอ7

ตารางท่ี 2 แสดงค@ารอ7 ยละก@อนและหลงั ของผต7ู อบแบบสอบถามดา7 นความร7ูเรอ่ื งโรคมะเร็งปากมดลกู

222

ความรูเ, ร่อื งโรคมะเรง็ ปากมดลูก กอM นใช,นวตั กรรม หลงั ใช,นวัตกรรม

1.สตรีอายุ 30 ปdขึน้ ไปควรได$รับการตรวจมะเร็งปากมดลูก ใชM ไมMใชM ไมMแนใM จ ใชM ไมMใชM ไมMแนใM จ

2.การตรวจมะเร็งปากมดลูกทำได$โดยการตรวจภายในของ 36 2 10 48 0 0
สตรี (100%)
3.โรคมะเร็งปากมดลกู เป_นโรคตดิ ตอ1 (75%) (4.17%) (20.83%)

4.ผู$หญิงที่มีเพศสัมพันธ.กับผู$ชายหลายคนมีโอกาสเป_น 29 4 5 48 0 0
มะเรง็ ปากมดลกู (100%)
5.ผู$หญิงที่มีเพศสัมพันธ.ตั้งแต1อายุน$อย (ต่ำกว1า 17 ปd) มี (60.42%) (8.33%) (10.42%)
โอกาสเปน_ มะเร็งปากมดลกู สูง
6.ผู$หญิงที่แต1งงานแล$วแต1ไม1มีลูกไม1มีโอกาสเสี่ยงต1อการ 1 25 22 35 11 2
เปน_ มะเรง็ ปากมดลูก
7.ถ$ามีปÜญหาตกขาวมีกลิ่นเหม็น และมีเลือดออกทำงช1อง (2%) (52%) (46%) (72.92%) (22.92%) (4.17%)
คลอดไมต1 $องทำอะไรเพราะผูห$ ญิงอาจมีอาการเชน1 นีไ้ ด$
8.การตรวจมะเร็งปากมดลูกตั้งแต1ระยะเริ่มแรก ทำให$การ 29 9 10 48 0 0
รักษาได$ผลดี ลดค1าใช$จา1 ยและมโี อกาสหายได$ (100%)
9.การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกควรทำบ1อยอย1าง (60.42%) (18.75%) (20.83%)
น$อยเดอื นละ 1 ครั้ง
10.เจ$าหน$าที่สาธารณสุขประจำสถานีอนำมัยไม1สามารถ 10 3 35 46 1 1
ให$บริการตรวจมะเร็งปากมดลกู ได$
(20.83%) (6.25) (72.92%) (96%) (2%) (2%)

24 10 14 32 13 3

(50%) (20.83%) (29.17%) (66.67%) (27.08%) (6.25%)

15 14 19 31 15 2

(31.25%) (29.17%) (39.58%) (64.6%) (31.25%) (4.17%)

46 0 2 48 0 0
(95.83%) (4.17%) (100%)

24 13 11 25 18 5

(50%) (27.08) (22.91%) (52%) (37.5) (10.42%)

33 9 6 4 44 0
(8.33%) (91.67%)
(68.75%) (18.75%) (12.5%)

แบบสอบถาม ตอนท่ี 3 แบบสอบถามประสิทธิภาพของส่อื การสอนหนุ@ จำลองคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
จำนวน 10 ข7อ และข7อเสนอแนะเพิ่มเตมิ
ตารางท่ี 3 แสดงคา@ ร7อยละของผต7ู อบแบบสอบถามด7านประสิทธภิ าพของสอ่ื การสอนหุน@ จำลองคดั กรองมะเรง็ ปากมดลกู หลังการใชน7 วัตกรรม

ขอ, ที่ ประสิทธภิ าพของสื่อการสอน เหน็ ด,วย ไมแM นใM จ ไมMเห็นดว, ย หมาย
เหตุ

1 ดา, นการผลิต 48 0
1.1 วัสดทุ ี่ใชใ$ นการผลติ ห1ุนจำลองมีความเหมาะสม

223

(100%)

1.2 รูปร1างลกั ษณะห1ุนจำลองมคี วามใกล$เคยี งกบั ของจริง 44 4

(91.67%) (8.33)

1.3 หนุ1 จำลองมีสว1 นประกอบตา1 งๆทส่ี มบรู ณ. 37 11

(77.08%) (22.92%)

1.4 การออกแบบมคี ามเหมาะสม 43 5

(89.58%) (10.42%)

2 ด,านการนำไปใช,

2.1 หุน1 จำลองสามารถใชไ$ ด$เหมอื นของจริง 42 6

(87.5) (12.5%)

2.2 หนุ1 จำลองมคี วามสะดวกตอ1 การใช$งานไมซ1 บั ซ$อน 45 3

(93.75%) (6.25%)

2.3 หน1ุ จำลองเหมาะสมทจ่ี ะนำไปใชเ$ พอื่ สาธติ การตรวจคัดกรองมะเร็งปาก 47 1

มดลกู (98%) (2%)

3 ด,านคณุ คMา

3.1 ตน$ ทนุ ในการผลิตมีความเหมาะสม 37 11

(77.08%) (22.92%)

3.2 เป_นนวตั กรรมท่สี ามารถนำไปใช$ได$จริง 40 8

(83.33%) (16.67%)

3.3 เกิดประโยชน.ต1อชมุ ชนในภาพรวม 46 2

(95.83%) (4.17%)

224

ขอ, ดขี องนวตั กรรม
1. ห1ุนจำลองท่ีเปน_ วัสดุ 3 มติ ิ
2. หุ1นจำลองท่เี เสดงให$เหน็ ภายในได$ซ่ึงไมส1 ามารถเห็นไดจ$ ากของจริง
3. มชี นิ้ สว1 นโดยรวมทีบ่ อกรายละเอยี ดต1างๆ ภายใน สามารถเปßด ปßดได$
4. มีขนำด นำ้ หนักเหมาะสมกับการใช$งาน
5. มขี นำดรปู รา1 งสามารถเหน็ ไดช$ ดั ตามสภาพการเรยี นรู$
6. ใช$นำเสนอหรอื สาธิตให$ผู$เรยี นเข$าใจงา1 ย
7. สีสนั เหมือน หรอื คลา$ ยของจรงิ
8. มีความนา1 สนใจ
9. มคี วามคงทนถาวร
10. ราคาถกู

7. ข,อเสนอแนะ
- ควรมกี ารพฒั นำส่อื ใหค$ วามรู$ให$สอดคล$องกบั กล1ุมเปาY หมายท่ีมคี วามเสีย่ งในการเกดิ มะเรง็ แต1ละระดบั เพ่อื ให$เกิด

ประสทิ ธิภาพต1อการนำความร$ูไปใชใ$ นการปอY งกันการเกิดมะเรง็ ปากมดลูก
- ขอ$ จำกดั ของหุน1 จำลอง โดยปกติเหมาะสำหรบั การสอนหรอื การแสดงตอ1 กลม1ุ ถา$ ผลติ หุ1นจำลองได$ไม1เหมือนของจรงิ ทกุ

ประการ บางครง้ั อาจทำใหเ$ กดิ ความเข$าใจผดิ ได$ ตอ$ งอาศัยความชำนำญในการผลิต

225

8. เอกสารอา, งองิ
1. หนังสอื หรอื ตำรา

ประสงค= ตนั มหาสมุทร. (2563). สตู นิ รเี วชทนั ยคุ . กรงุ เทพฯ : บริษัท พี.เอ.ลีฟว่ิง จำกดั .

2. รายงานการวจิ ยั

กานดา ศรีตระกลู , พษิ ณุรักษ= กนั ทว. (2560). ผลของโปรแกรมการรับรค=ู วามเชื่อดา= นสุขภาพตอC ระดับ
ทศั นคตใิ นสตรี ทเี่ ข=ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ตำบลทCาขา= วเปลือก อำเภอแมCจนั
จังหวดั เชยี งราย. 9(1), 123-133.

เทพกร พทิ ยาภินนั ท,= ฤดีดาว ชHางสาน, และสมมาศ วไิ ลประสงค.= (2559). ปจt จัยที่มผี ลตHอการตดั สนิ ใจ
เขLารับการคดั กรองมะเร็งปากมดลุกของสตรีในอำเภอสงิ หนคร จังหวัดสงขลา. วารสาร
มหาวทิ ยาลยั ทักษิณ. 19(2), 89-97.

นงเยาว= ชิลวรรณ=. (2562). การเปรียบเทยี บความรLูกอH นและหลงั ไดรL ับการสอนสอื่ สุขศึกษาดาL น
โรคมะเร็งของผูLปวk ยมะเร็งปากมดลูก. วารสารวิชาการแพทยเN ขต. 11.33(3), 541-550

พรรณี ปíùนนำค. (2563). เหตผุ ลและปจt จยั ของการไมไH ปรับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลกู :
กรณีศกึ ษา สตรอี ายุ 30-60 ปì ในตำบลนำโพธ์อิ ำเภอสวีจงั หวดั ชุมพร. วารสารวิจยั และ
นวัตกรรมทำงสุขภาพ 3(1), 118-131.

มะลิ จำรึก. (2564). ปtจจัยทม่ี ีอทิ ธิพลตHอการมารบั บริการตรวจคดั กรองมะเร็งปากมดลูกของสตรีกลุHม
เสย่ี งตาํ บลนครชมุ อําเภอนครไทย จงั หวัดพิษณุโลก. วารสารวทิ ยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี
อตุ รดติ ถN. 13(1), 100-114.

มณฑา เกHงการพาณิช, สุพัตรต= า งามคาH , ธราดล เกHงการพาณิช. (2556). ปtจจัยทำนำยพฤตกิ รรมการ
ตรวจคดั กรองมะเร็งปากมดลกู ของสตรใี นจังหวดั ราชบรุ ี. วารสารสาธารณสขุ ศาสตรN. 43(2),
175-187.

สงกรานต= เสอื เถอ่ื น,นงนชุ โอบะ และอุมาพร หาH นรงุH ชโรทร (2562). ปtจจยั ทำนำยพฤตกิ รรมการ
ปvองกันมะเรง็ ปากมดลูกในสตรที ไ่ี มมH ารบั การตรวจคัดกรองมะเรง็ ปากมดลกู . วารสารการ
พยาบาลและสขภาพ. 13(3), 80-92.

สมจติ แดนสแี กLว และคณะ. (2561). วารสารโรงพยาบาลสกลนคร Journal of Sakhon Nakhon
Hospital. สกลนคร : หLางหนLุ สวH นจำกัด สมศักดิ์การพิมพ= กรุปë .

สสุ ัญหา ยิ้มแยมL . (2559). การพัฒนำหนHุ จำลองเพ่ือฝüกทกั ษะทำงคลนิ กิ ของนกั ศกึ ษาสาขาวชิ า

226

วิทยาศาสตรส= ุขภาพ. พยาบาลสาร. 43(2), 142-152.

3. เอกสารอเิ ลก็ ทรอนิกสE (เวบไซตทE ่ีมีความนHาเช่อื ถือ)

มงคล เบญจำภบิ าล. (2564). มะเร็งปากมดลูกสามารถปvองกนั ได.L [ออนไลน]= . สบื คนL วันที่ 7 กมุ ภาพันธ=
2565 จาก https://www.si.mahidol.ac.th.

สถาบนั มะเร็งแหHงชาติ กรมการแพทย= กระทรวงสาธารณสขุ . (2564). ความรูLทวั่ ไปเกย่ี วกับการคัดกรอง
มะเร็งปากมดลูก. ออนไลน= สืบคนL เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ= 2565 สืบคLนจาก
https://www.nci.go.th/th/cancer_record/cancer_rec1.html.

สถาบนั มะเร็งแหงH ชาติ กรมการแพทย= กระทรวงสาธารณสุข. (2564). แนวทำงการคัดกรองมะเรง็ ปาก
มดลกู ดวL ยวธิ ี HPV DNA Test. ออนไลน=ใ สืบคLนเมอ่ื วันท่ี 20 กมุ ภาพนั ธ= 2565 สบื คนL จาก
https://www.nci.go.th/th/cancer_record/cancer_rec1.html

227

ประเภทท่ี 2
เทคโนโลยที ำงการพยาบาล

228

ชุดนวตั กรรมการส]งเสริมการออกกำลังกายในผ<สู งู อายใุ นชุมชน
ในยคุ วิถีใหมผ] ]านกลอ< งดจิ ติ อล

นางสาวจฑุ าทิพย. โพธพิ รม1 นางสาวกลุ จริ า โลหะพรม 2 นางสาวชลธชิ า ตมุ ร3

นางสาวสุกลั ยา คำกอดแกว$ . นำยราชันย. โพธารนิ ทร. นางสาวภาวณิ ี ฉำ่ สมบูรณ.น นางสาวมิ่งขวญั พันสาย
1-7 นักศกึ ษาพยาบาลศาสตร. คณะพยาบาลศาสตร. มหาวิทยาลยั ราชภัฏรำไพพรรณ,ี จันทบุรี
*ผูร$ ับผดิ ชอบบทความ: [email protected] / [email protected]

บทคัดยMอ
นวตั กรรมนม้ี ีวัตถุประสงค.เพ่อื ศึกษาออกแบบและพัฒนำนวัตกรรมชดุ ยางยืดสรา$ งสุขสำหรบั ผู$สงู อายทุ ่ัวไปและผ$สู งู อายุ
พง่ึ พิง เพื่อศกึ ษาประสทิ ธิผลของโปรแกรมการออกกำลงั กายด$วยนวัตกรรมชดุ ยางยดื สร$างสขุ ทีม่ ีต1อสมรรถภาพทำงกายของ
ผูส$ งู อายทุ วั่ ไป และศึกษาผลลพั ธ.ของการใชส$ ่งิ ประดษิ ฐอ. อกกำลงั กาย ที่สง1 เสริมการออกกำลังกายในผูส$ งู อายแุ ละผส$ู ูงอายทุ เี่ ปน_
อัมพาตและความพึงพอใจของการใชส$ ง่ิ ประดษิ ฐ. ซง่ึ ได$ทำการสมุ1 จากตวั อยา1 งผู$สูงอายุทว่ั ไปหรือบคุ คลทั่วไปทม่ี ี จำนวน 15 คน โดย
การเลอื กกล1มุ ตวั อยา1 งแบบเจำะจง ซึ่งระยะเวลาในการศึกษาระหวา1 ง เดอื น ตลุ าคม พ .ศ. 2564 ถึงเดือน ธันวาคม พ.ศ. 2564 โดย
มีเครอ่ื งมือทีใ่ ชป$ ระเมนิ ความพึงพอใจของการใช$นวัตกรรม คอื แบบสอบถามความพงึ พอใจหลังการใชน$ วตั กรรม ประกอบไปดว$ ย 2
ตอน คอื ตอนท่ี 1 แบบสอบถามข$อมลู ทวั่ ไป และตอนท่ี 2 แบบสอบถามความพงึ พอใจในการใช$นวตั กรรมชุดยางยดื สรา$ งสขุ สถติ ิ
ทใี่ ช$ในการ วิเคราะห.ข$อมูลคอื สถิติพรรณนำ ไดแ$ ก1 คา1 เฉล่ีย ส1วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว1ากลุ1มตัวอย1าง ภายหลังการ
ทดลองใชน$ วัตกรรมมีระดับความพงึ พอใจในดา$ นความรู$ ความเข$าใจในการออกกำลงั กายดว$ ยยางยดื โดยภาพรวม มคี า1 เฉลี่ยอยูใ1 น
ระดบั มากท่สี ุด ( x̄ = 4.93), (SD =0.258) เม่อื พิจารณาตามแบบสอบถามเรยี งลำดับจากมากไปนอ$ ยพบวา1 ผ$ทู ดลองมคี วามพงึ พอใจ
ในด$านความรู$ ความเขา$ ใจในการออกกำลังกายดว$ ยยางยดื นวัตกรรมนีส้ ง1 เสริมสขุ ภาพผ$ูสูงอายใุ ห$ดขี ้นึ อย1ูในระดบั มากทสี่ ุด
รองลงมาคือ นวตั กรรมนีส้ รา$ งความสะดวกสบายใหแ$ ก1ผส$ู ูงอายุ นวตั กรรมมีการใชท$ รพั ยากรอย1างคม$ุ คา1 ความพึงพอใจโดยรวมตอ1
นวตั กรรม “ชดุ ยางยดื สร$างสขุ ” นวัตกรรมนี้มคี วามปลอดภยั ความเหมาะสมของท1าทำงในการออกกำลงั กายดว$ ยยางยดื และ
ระดับน$อยทส่ี ุดคือ ความเหมาะสมของขนำด รูปร1าง ของยางยืดท่นี ำไปใช$ ภาพรวมอยใู1 นระดบั มากทส่ี ุด ( x̄ = 4.64), (SD =0.442)
ดังน้ัน การนำนวตั กรรมดังกลา1 วไปใชใ$ นชุมชน เพือ่ ส1งเสรมิ การออกกำลังกาย ผลการวิจัยพบวา1 การใชน$ วัตกรรมดังกลา1 วมีแนวโน$ม
ไปในทิศทำงท่ีดี จึงมปี ระโยชน.อย1างมากตอ1 กลุ1มผสู$ งู อายแุ ละบุคคลทวั่ ไปในการดแู ลสขุ ภาพ

คำสำคญั : การสงM เสรมิ การออกกำลงั กาย ผูส, ูงอายุ กล,องดิจติ อล ชดุ นวัตกรรม

229

1. ความเปนg มาและความสำคญั ของปญh หา
แนวโน$มการเพิ่มข้นึ ของจำนวนประชากรผสู$ ูงอายไุ ทยมเี พม่ิ ขึน้ ทกุ ปd จากขอ$ มูลของกระทรวงสาธารณสขุ พบวา1 ผู$สูงอายุ

ชาวไทยเพ่ิมปdละ 5 แสนคน คาดว1าปd 2568 ประเทศไทยจะก$าวเขา$ สู1การเปน_ “สงั คมผูส$ งู อายโุ ดยสมบรู ณ”. และจากผลการศึกษา
ปญÜ หาการเจ็บปfวยจากการตรวจรา1 งกายของผ$สู งู อายไุ ทยล1าสดุ ในปd 2552 โดยสำนักงานพฒั นำนโยบาลสุขภาพระหว1างประเทศ
ไทย ปรากฏว1ามผี $สู ูงอายุ 60 ปdข้นึ ไปร$อยละ 85 หรอื จำนวนประมาณ 6 ล$านคน ทส่ี ามารถดูแลตนเองได$ และมีผ$ูสงู อายุท่ีนอนตดิ
เตียง ติดบ$าน ตอ$ งพง่ึ พิงผู$อ่นื ชว1 ยดูแลกวา1 1 ลา$ นคน คดิ เป_นร$อยละ 15 โดยมีประมาณ 960,000 คน ทีช่ 1วยเหลือตนเองได$บางสว1 น
อกี ประมาณ 63,000 คน ไมส1 ามารถช1วยเหลอื ตนเองไดเ$ ลย โรคเรอ้ื รงั 5 อันดับท่พี บมากในผูส$ งู อายุ คอื ความดันโลหติ สงู เบาหวาน
โรคอ$วนลงพุง และโรคข$อเขา1 เสือ่ ม (ณรงค. สหเมธาพฒั น,. 2557) ดังน้ันทกุ ภาคสว1 นจงึ ตอ$ งให$ความสำคัญกับการดแู ลผู$สงู อายุในด$าน
ตา1 ง ๆ โดยเฉพาะในระบบสขุ ภาพทต่ี $องจดั บริการใหก$ บั ผ$ูสงู อายุใหส$ อดคล$องกับความตอ$ งการหรือปÜญหาของผสู$ ูงอายุ ครอบคลุม
เปน_ องค.รวม และเป_นบริการทีบ่ ูรณาการดา$ นสขุ ภาพและสังคมเขา$ ดว$ ยกัน สำหรับผสู$ งู อายุท่ีตอ$ งมผี ู$ดูแล จึงจำเปน_ อยา1 งยง่ิ ท่ี
บคุ ลากรทำงสุขภาพจะต$องประเมินความร$ู ความเข$าใจและใหค$ ำแนะนำการดูแลผ$สู งู อายุอย1างเหมาะสม เพอื่ ปอY งกันไมใ1 ห$เกดิ
ภาวะแทรกซ$อนของโรค อกี ท้ังยงั เปน_ การเสรมิ สรา$ งสมั พันธภาพในครอบครวั ผ$สู งู อายุ

ปจÜ จุบนั การออกกำลังกายในผู$สูงอายุกระแสการออกกำลงั กายกำลงั เปน_ ทน่ี ยิ มในประชาชนทกุ กลม1ุ วยั โดยเฉพาะชุนชน
ในเมอื งสถานทอ่ี อกกำลังกาย Fitness Center เกิดขนึ้ มากมาย มอี ปุ กรณอ. อกกำลงั กายหลากหลายและวธิ กี ารออกกำลงั กายให$
เลอื กหลายรูปแบบ แต1มีข$อเสียในเรือ่ งคา1 ใชจ$ 1ายที่คอ1 นขา$ งสูงและเร่ืองการเดินทำง ซึ่งเหมาะสำหรบั กล1ุมวยั ทำงานท่มี รี ายได$ ตา1 ง
จากผู$สูงอายทุ ีข่ าดการออกกำลงั กายโดยบางส1วนมีภาระต$องดแู ลหลาน เฝYาบา$ นใหล$ ูกหลาน และบางส1วนถูกลูกหลานหา$ มทำงาน
ห$ามทำกิจกรรมที่ตอ$ งออกแรง ให$พักผ1อนเพราะกลวั ร1างกายของผส$ู ูงอายุจะเส่ือมเร็ว ซ่งึ เป_นการเขา$ ใจผิดอยา1 งมาก ในความเปน_
จรงิ การออกกำลังกายจะทำให$ระบบต1าง ๆ ของรา1 งกายทำงานได$ดขี ้นึ และทำใหอ$ ายุยนื ยาวข้นึ และเสื่อมชา$ ลง แตถ1 า$ อยู1เฉย ๆ
สมรรถภาพทำงกายและการทำงานของระบบตา1 ง ๆ จะเสอื่ มลงตามกาลเวลา

เน่ืองจากอปุ กรณ.การออกกำลังกายมรี าคาแพง หาซอ้ื ไดย$ าก ยางยืดจงึ เป_นหนง่ึ ในแนวคิดท่ถี ูกนำมาประยกุ ตด. ดั แปลงใช$
เป_นอุปกรณส. ำหรบั การออกกำลงั กายที่มีราคาถกู เปน_ การออกกำลงั กาย 7 ทา1 และส่อื วีดีทศั น.ช1วยให$ผสู$ ูงอายมุ ีสุขภาพท่ีดี

2. วตั ถุประสงคk
1. เพอ่ื ฝ°กส1งเสรมิ พฤติกรรมการออกกำลงั กายของผูส$ ูงอายโุ ดยผา1 นกลอ$ งดจิ ติ อลวีดโี อ
2. เพ่อื ประเมินความพึงพอใจของผ$ูสูงอายุ

3. กลมุM เปาm หมาย
กลม1ุ ผสู$ ูงอายุ (ผ$ูสูงอายุท่วั ไปและผส$ู ูงอายุพง่ึ พิง)

4. กระบวนการพฒั นำ (ตามขั้นตอน plan do check act)
ข้ันตอนการสร$างนวตั กรรม 5 ขน้ั ตอน
ข้นั ตอนการสร$างนวัตกรรม 5 ขนั้ ตอน ดงั น้ี ของยางยืดสรา$ งสุข

230

1.การต้งั คำถามทำงคลินิก(ASK) ด,วย PICO
P = Population of interest เปน_ การระบุกล1ุมประชากรท่สี นใจศึกษาซ่ึงเปน_ ประชากรกลมุ1 เดยี วกับผู$ปfวยที่นกั ศึกษา
ไดร$ บั ไดแ$ กผ1 สู$ งู อายุ ทีต่ อ$ งการออกกำลังกายเพื่อเพมิ่ ความแข็งแรงของระบบกล$ามเนอื้ และกระดกู
I = Intervention or area of interest การระบุการช1วยเหลือ หรือกจิ กรรมการพยาบาลท่ีตอ$ งการนำมาใช$ในการ
ช1วยเหลือให$การพยาบาลผูป$ fวยท่ีไดร$ ับมอบหมาย หรอื พ้นื ทท่ี ี่สนใจ โดยใช$ใชย$ างยดื เปน_ อุปกรณ.
C = Compare intervention or group เปน_ การเปรยี บเทยี บการช1วยเหลอื หรือกิจกรรมการพยาบาลกับวธิ ีทต่ี อ$ งการ
นำมาใชก$ บั ผ$ูปวf ยทไี่ ดร$ ับการมอบหมาย ไดแ$ ก1
กอ1 นใชน$ วัตกรรม ผ$ูสงู อายุ
หลังใช$นวตั กรรม ผู$สงู อายุ
O = Out come ผลท่ีตอ$ งการใหเ$ กดิ ผลลพั ธท. ี่ดีในการช1วยเหลอื หรือกจิ กรรมการพยาบาล ระบบกล$ามเน้ือและกระดูก
ของผส$ู งู อายมุ ีความแข็งแรงข้ึน
“ในผสู$ ูงอายุ (P) การออกกำลังกายเพ่ือเพม่ิ ความแขง็ แรงของระบบกล$ามเนอ้ื และกระดกู โดยการใช$ยางยดื เป_นอปุ กรณ.
(I) เม่อื เปรยี บเทยี บกบั การออกกำลังกายแบบอนื่ (C) จะช1วยเสริมสร$างความแขง็ แรงของกระดกู และกล$ามเนอื้ แตกตา1 งกนั หรอื ไม1
(O)”

2. การสบื คน, เพ่ือหลกั ฐานเชิงประจักษทk ด่ี ีทีส่ ุด (Acquire)
โดยสืบค$นหลกั ฐานเชิงประจกั ษจ. ากสถานการณท. ่เี ป_นปญÜ หา เปน_ การคน$ หาหลกั ฐานเพ่ือตอบคำถามทำงคลินิกที่ต้งั ไว$ใน
การเรียนการสอนรายวิชานวตั กรรมทำงการพยาบาล ซึง่ หลักฐานท่ีตพี มิ พ.เผยแพรม1 ีหลากหลาย ได$แก1 บทความวิชาการ บทความ
วจิ ัย ฐานข$อมลู เพือ่ การสืบค$น เช1น thaijo, thailis โดยการใชค$ ำสำคัญ (Keywords) ว1า นวตั กรรมยางยดื , การออกกำลงั กายดว$ ย
ยางยดื , ผ$สู ูงอายุท่เี ป_นโรคเร้ือรงั และปญÜ หาระบบกล$ามเนือ้ และกระดูกในผ$สู งู อายุซึง่ พบวา1 มีงานวิจัยรวมทง้ั สนิ้ 21 เรื่อง

3. การประเมินหลกั ฐานเชงิ ประจักษอk ยMางมวี ิจำรณญาณ (Appraise)
จากการสบื คน$ พบว1างานวจิ ยั ทงั้ หมด 21 เรอื่ ง เป_นวจิ ยั แบบกลม1ุ ตวั อยา1 ง 14 เร่อื ง งานวิจัยกึ่งทดลอง 7 เรือ่ ง จากการ
วิเคราะห.จากหลักฐานเชิงประจักษ.พบว1า การออกกำลงั กายด$วยยางยดื ชว1 ยพัฒนำสมรรถภาพทำงกาย มผี ลเด1นชัดในเร่อื งความ
แขง็ แรงของกล$ามเนอ้ื ความยดื หยน1ุ และขอ$ ตอ1 ให$มมี ากข้นึ และมีส1วนชว1 ยในสมรรถภาพด$านการทรงตัวและความว1องไวใหเ$ ร็วข้นึ ได$
อยา1 งมีประสิทธิภาพ

4. การบรู ณาการหลกั ฐานเชิงประจักษkกับผเู, ช่ียวชาญ และบริบทความตอ, งการ คาM นิยมของผ,ใู ช,บริการ (Apply)
การนําหลักฐานเชิงประจกั ษ.รว1 มกับปรกึ ษาผู$เช่ยี วชาญ ในผูป$ fวยสงู อายทุ เี่ ปน_ โรคเรื้อรัง ทม่ี ีการเปล่ียนแปลงการทำงาน
ของรา1 งกายคอื กลา$ มเนอ้ื ลีบเน่ืองจากขาดการใช$งาน กระดูกผุเปราะบางง1าย ข$อตอ1 ต1าง ๆ จากปญÜ หาดังกลา1 วคณะผ$ูวิจัยจงึ ปรกึ ษา
ผู$เชย่ี วชาญในการนำนวตั กรรมยางยดื มาประยกุ ตจ. ากเดมิ ทีม่ กี ารใช$ฐานรองพนื้ เปน_ แผ1นไม$ คณะผ$จู ัดทำได$นำทอ1 PVC ใชแ$ ทน และ

231

เพิม่ ความยืดหย1นุ ของหนงั ยางให$มปี ระสิทธิภาพมากยิง่ ขน้ึ โดยการเพ่ิมความหนำของหนงั ยางเขา$ ไป ทง้ั น้ี ผลลพั ธ.นวตั กรรมท่ีคณะ
ผ$ูจัดทำไดป$ ระยุกต.จากเดมิ คอื มรี าคาท่ีถูกลง ทำได$งา1 ย และ ใชไ$ ดจ$ รงิ

โดยการออกกําลังกายด$วยยางยืด เป_นการออกกําลังกายแบบมีแรงตา$ นทีเ่ สรมิ สรา$ งความแข็งแรงและความอดทนของ
กลา$ มเน้ือและกระดูก ตามคณุ สมบัตพิ ิเศษของยางยดื คอื มแี รงดงึ กลับภายหลังจากการถูกดงึ ใหย$ ดื ออก ซง่ึ เป_นการกระต$นุ ระบบ
ประสาทส1วนทร่ี ับรู$ความร$สู ึกของกลา$ มเนื้อและขอ$ ตอ1 ใหม$ ปี ฏกิ ิรยิ าการรับรู$ และตอบสนองตอ1 แรง ดงึ ของยางท่กี าํ ลงั ถกู ยดื ซงึ่ เปน_
ผลดตี 1อการพฒั นำ และบำบดั รักษาระบบการทำงานของระบบประสาท กลา$ มเนอ้ื ให$มคี วามแขง็ แรงและทำงานดขี ้นึ ชะลอความ
เสื่อม ของระบบประสาทกลา$ มเน้ือ เอ็นกลา$ มเน้อื กระดกู และขอ$ ตอ1 การออกกาํ ลังกายดว$ ยยางยืดจะช1วยใหก$ ล$ามเนอ้ื ยดื หยนุ1 ลด
ความตงึ ตวั เพม่ิ ความแข็งแรงและความทนทำน ทำให$การเคลอื่ นไหวของรา1 งกายดีขึ้น

5. การประเมนิ ผลลัพธจk ากการปฏิบัติ (Analyze & Adjust)
โดยการประเมินผลจากการออกกำลังกายด$วยการใชย$ างยืด ปญÜ หาและอปุ สรรคที่เกดิ ขน้ึ และวิธกี ารแกไ$ ขปญÜ หา จากการ

คาดการณ.ผลลพั ธท. เี่ กิดข้ึน คาดว1าผ$สู งู อายทุ เ่ี ป_นโรคเร้ือรัง ที่ไดร$ ับการออกกำลงั กายด$วยยางยดื จะมรี ะบบกล$ามเน้ือและกระดูกท่ี
แข็งแรงขึน้ เปน_ ไปตามแผนที่วางไว$ ทำให$มีคุณภาพชวี ิตทด่ี ขี ้นึ สามารถทำกิจวัตรประจำวันไดเ$ องอยา1 งมีประสิทธิภาพ เกิดความพึง
พอใจในนวตั กรรมยางยดื นี้

5. รายละเอียดและวิธีการใช,งานนวตั กรรม
ผส$ู ูงอายแุ ละกลอ$ งดิจิตอล

232

6. ผลการทดลองใชน, วตั กรรมและการอภิปรายผล
ผลการประเมนิ การทดลองใชน, วตั กรรมยางยืดสรา, งสขุ จากผ,ทู ดลองใช,

จากแบบสอบถาม ที่ผู$ทดลองนวัตกรรม ใช$ประเมินระดับความพึงพอใจของชิ้นงานนวัตกรรม สรุปคะแนนประเมินเฉล่ีย
ของแตล1 ะปจÜ จัยได$ดังน้ี

233

เกณฑkในการวดั ระดับความสำคญั ดังน้ี
คา1 เฉลย่ี 4.21-5.00 หมายถึง ระดบั ความคิดเหน็ มากทส่ี ดุ
ค1าเฉลี่ย 3.41-4.20 หมายถึง ระดบั ความคดิ เห็นมาก

ค1าเฉล่ยี 2.61-3.40 หมายถงึ ระดับความคดิ เหน็ ปานกลาง
ค1าเฉล่ยี 1.81-2.60 หมายถึง ระดบั ความคดิ เห็นน$อยที่สุดคา1 เฉล่ยี 1.00-1.80 หมายถึง ระดบั ความคิดเหน็ นอ$ ยท่ีสดุ

ลำดับ รายการ x̄ S.D. ระดับความพงึ พอใจ
4.20 0.561 มาก
1 ความเหมาะสมของขนำด รูปร@าง ของยางยดื ท่นี ำไปใช7 4.53 0.516
2 ความเหมาะสมของทา@ ทำงในการออกกำลงั กายดว7 ยยางยืด 4.93 0.258 มากทส่ี ุด
3 ความรู7 ความเข7าใจในการออกกำลงั กายดว7 ยยางยดื 4.93 0.258 มากที่สุด
4 นวตั กรรมนี้สง@ เสรมิ สุขภาพผสู7 ูงอายุให7ดขี นึ้ 4.73 0.458 มากทส่ี ุด
5 นวตั กรรมนส้ี รา7 งความสะดวกสบายใหแ7 ก@ผู7สงู อายุ 4.53 0.516 มากที่สุด
6 นวตั กรรมนี้มคี วามปลอดภยั 4.67 0.488 มากทีส่ ุด
7 นวัตกรรมมกี ารใช7ทรพั ยากรอยา@ งค7ุมค@า มปี ระสทิ ธภิ าพไมฟ@ nมุ เฟอo ย 4.67 0.488 มากทส่ี ดุ
8 ความพงึ พอใจโดยรวมตอ@ นวตั กรรม “ชุดยางยืด สร7างสขุ ” มากที่สดุ
4.64 0.442
รวม มากท่ีสุด

ผiสู งู อายทุ ี่พ่งึ พิง นวตั กรรมปดt -ชา

234

ขน้ั ตอนการทดลอง
- ลงพนื้ ท่เี พื่อสำรวจกลมุH เปาv หมายกอH นนำไปทดลองใชLจริง

- นำนวัตกรรมปtดชาไปทดลองใชLจริงในผูLปkวยเบาหวานที่มีอาการชาปลายเทLาและผูLสูงอายุทั่วไปที่มี
อาการชาปลายเทาL

235

- ใหผL ูทL ดลองใชนL วัตกรรม ปtด-ชา ทำแบบประเมนิ การใชงL าน

- ผลการประเมนิ การทดลองใชนf วตั กรรมป;ดชา

ความพงึ พอใจ x̄ SD ระดบั ความพงึ พอใจ

ดาf นวัสดุอุปกรณB 4.55 0.50 มากท่สี ดุ
1.ขนำดและรปู ราH งมคี วามเหมาะสม 4.50 0.52 มากที่สดุ
2.การเลือกใชLวัสดุอุปกรณ= มคี วามเหมาะสม 4.60 0.51 มากที่สดุ
3.วัสดอุ ปุ กรณ=ท่นี ำมาใชL มีแข็งแรง มากที่สดุ
4.มคี วามสะดวกสบาย และความเหมาะสมแกผH ูLใชL 4.40 0.51 มากที่สุด
ดfานความสวยงาม 4.70 0.48 มากทส่ี ุด
5.นวัตกรรมมคี วามสวยงาม และทันสมัย มากทส่ี ุด
6.นวตั กรรมมสี สี ัน สดใส นHาใชงL าน 4.85 0.36 มากทส่ี ุด
ดfานความพงึ พอใจ 4.80 0.42 มากทส่ี ุด
7.สามารถใชLงานไดจL รงิ และงาH ยตHอการใชLงาน 4.90 0.31 มากทส่ี ุด
8.หลงั ใชLนวัตกรรมทHาน รสLู ึกผHอนคลาย มากทส่ี ุด
9.ทาH นสามารถใชLนวตั กรรมไดโL ดยไมกH อH ใหLเกิดอันตราย 4.45 0.58 มากทส่ี ุด
10.นวัตกรรมสามารถนำไปใชไL ดLทกุ ที่ พกพาสะดวก 4.70 0.48
11.หลังใชนL วัตกรรม ทาH นมคี วามรสLู ึกอาการปวดบรเิ วณเทLาลดลง มาก
4.60 0.51 มาก
4.50 0.52

4.10 0.56
4.00 0.66

236

12.หลงั ใชนL วตั กรรม ทาH นรLูสึกสบายเทLา 4.70 0.48 มากที่สดุ
มากที่สุด
13.หลงั ใชLนวัตกรรม ทาH นมคี วามรสLู ึกอาการชาทเ่ี ทLาลดลง 4.60 0.51 มากทส่ี ุด

รวม 4.55 0.08

- ***คะแนนเฉลี่ย 4.21 – 5.00 หมายถงึ มากท่สี ุด

- ผูiสงู อายทุ ่พี งึ่ พงิ นวัตกรรมถั่งปùtนทเ่ี สร็จสมบรู ณ=

-
- ทHอพลาสติกยาว 77 เซนตเิ มตรตอH เขLากบั ตวั ถังพลาสติกท่ที ำการเจำะรู
- นำทHอพวี ซี งี อฉากมาตHอกบั ทอH พวี ซี ที ้ังสองดLานและนำทอH พีวีซขี นำด 15 เซนตเิ มตรมาตHอตรงทำเปนu

ดาL มจบั และใสHปลอกหมุL พลาสติกบริเวณดLามจบั

237

นวัตกรรมสเกต็ บอรด= เพ่อื ผLสู ูงอายพุ ิการทอH นลHาง.ใหผL Lทู ดลอง ลองใชLนวตั กรรมสเกต็ บอรด= เพือ่ ผLูพกิ ารทอH นลาH ง ทำ
แบบประเมนิ ความพึงพอใจในการใชนL วตั กรรม

238

สรุปผลการประเมนิ การทดลองใชน, วัตกรรม
จากผลการศึกษา ทดลองนวัตกรรม “ยางยืด สร$างสุข” พบว1าผลการใช$นวัตกรรม ชุดยางยืดสร$างสุข มีผลการวิเคราะห.

ข$อมูลเกี่ยวกับความพึง พอใจในการใช$นวัตกรรม ประเด็นที่สามารถนำมาอภิปรายได$ คือ จากการใช$นวัตกรรม ชุดอย1างยืดสร$างสุข
พบว1าผู$ทดลอง มีความพึงพอใจในการใช$นวัตกรรมในระดับมากที่สุด โดยประเด็นความพึงพอใจรายด$านที่ได$คะแนนค1าเฉลี่ย สูงสุด
คือ เรื่องของความรู$ ความเข$าใจในการออกกำลังกายด$วยยางยืด และนวัตกรรมนี้ส1งเสริมสุขภาพผู$สูงอายุให$ดีขึ้น ค1าเฉลี่ย (x̄ =
4.93), (S.D. = 0.258) รองลงมาคือ ประเด็นในเรื่องของ นวัตกรรมนี้สร$างความสะดวกสบายให$แก1ผู$สูงอายุ ค1าเฉลี่ย (x̄ = 4.73),
(S.D. = 0.458) นวัตกรรมมีการใช$ทรัพยากรอย1างคุ$มค1า มีประสิทธิภาพไม1ฟุfมเฟ¢อย, ความพึงพอใจโดยรวมต1อนวัตกรรม “ยางยืด
สร$างสุข” ค1าเฉลี่ย (x̄ = 4.67), (S.D. = 0.488) ความเหมาะสมของท1าทำงในการออกกำลังกายด$วยยางยืด, นวัตกรรมนี้มีความ
ปลอดภัย ค1าเฉลี่ย (x̄ = 4.53), (S.D. = 0.516) และความเหมาะสมของขนำด รูปร1าง ของยางยืดที่นำไปใช$ ค1าเฉลี่ย (x̄ = 4.20),
(S.D. = 0.561) ตามลำดับ ซึง่ แตล1 ะหวั ขอ$ ท่ีกลา1 วไปอย1ูในผลลัพธ.ทมี่ ี ความพงึ พอใจในระดบั มาก และมากทสี่ ุด ทำใหเ$ ห็นว1าการพฒั
นำเรือ่ งงานวตั กรรมและนำมาตอ1 ยอดถอื ว1าไดร$ ับการตอบรบั จากผท$ู ดลองไปในทิศทำงท่ีดี
7. ข,อเสนอแนะ

1. สร$างนวตั กรรมตอ1 ยอดและนำไปใช$ในชุมชนได$อยา1 งมีประสทิ ธิภาพ โดยผา1 นวิดโี อในยุคโควดิ
2. มคี วามสะดวกสบายในการใช$งาน
3. เพ่มิ ใหม$ ขี นำดเล็กและพกพางา1 ยและความแขง็ แรงของตัวนวัตกรรม
4. สร$างเครอื ขา1 ยนวตั กรรมร1วมกับชุมชนเพื่อใหเ$ กดิ การตดิ ตามผลและการพฒั นำนวตั กรรมอยา1 งย่ังยืน

239

8. เอกสารอา, งองิ
จตุรงค. ทองดารา, ทนงศักดิ์ ย่ิงรตั นสุข และสุกัญญา เจริญวฒั นะ.(2557). ผลของการบรหิ ารราw งกายโดยใชยG างยืดเพือ่ พฒั นำ

ความอwอนตวั ของกลGามเน้อื ราw งกายสวw นบน ในพนกั งานโรงงานอตุ สาหกรรม THE RESULT OF FLEXERCISE
ON THE IMPROVEMENT OF UPPER BACK MUSCLE FLEXIBILITY AMONG FACTORY WORKERS.สืบค$นเม่ือ
20 พฤศจิกายน 2564,จาก
http://58.181.147.25/ojsjournal/index.php/5-01/article/download/132/228
ฉัตรกมล สงิ ห.น$อย และอวยพร ตั้งธงชัย.(2558). การพัฒนำรปู แบบการออกกำลงั กายดวG ยยางยดื ประยุกต0สำหรบั ผGสู ูงอายุ
ท่เี ปนt โรคเร้อื รงั The Development of Apply Elastic Tube Exercise Program for Chronically Ill
Older Adults.สืบค$นเมือ่ 20 พฤศจิกายน 2564.จาก
https://dspace.lib.buu.ac.th/bitstream/1234567890/1895/1/2560_081.pdf
ฉตั รทพิ ย. เพ็ชรชลาลยั และสวุ ิทย. อดุ มพาณชิ ย.. (2562). ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายดGวยยางยดื ตอw
สมรรถภาพทำงกายในผGูสงู อายไุ ทย.สืบค$นเมือ่ 20 พฤศจกิ ายน 2564.จาก
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/kkujphr/article/view/146002/148516
ณภัทร เตียววไิ ล, จฑุ ารตั น. พมิ สาร, ธรี พรรณ ปÜญญาน1าน และผกามาศ กอแก$ว.(2562). ประสทิ ธผิ ลของ
นวตั กรรมฐานรองไมยG างยืดสำหรับกลุwมเสยี่ งขGอไหลตw ดิ ตำบลสระขวญั อำเภอเมอื งสระแกGว จงั หวัด สระแกGว. สบื คน$
เม่อื .จาก http://sci.bsru.ac.th/advscij/e-magazine/19-2/chapter-2.pdf
ดวงกมล สีมันตะ, ก$ูเกยี รติ ทุดปอ และประเสริฐ ประสมรกั ษ..(2561). ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายดว$ ยยางยดื รว1 มกับ
การส1งเสรมิ พฤตกิ รรมสขุ ภาพ ตอ1 การชะลอโรคขอ$ เข1าเสอื่ มของผสู$ ูงอายุ ตำบลกุดแห1 อำเภอ เลิงนกทำ จงั หวดั
ยโสธร.สืบคน$ เมื่อ 22 พฤศจิกายน 2564,จาก
https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jnat-ned/article/view/139618/103567
ทพิ รัตน. ล$อมแพน และหทัยรัตน. ราชนำวี.(2562). ความแขง็ แรงอดทนของกลาG มเน้ือภายหลงั การออกกำลังกาย ดวG ยยางยืด
ในผูสG ูงอาย.ุ สืบคน$ เมอ่ื 22 พฤศจิกายน 2564,จาก
https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Jolbcnm/article/view/233398/160240
นยั ต.ชนก ถิ่นจะนะ.(2559). ผลของโปรแกรมสwงเสริมการออกกำลงั กายท่ีบGานโดยใชยG างยืดตwอสมรรถภาพทำงกายของผGู
สงู อาย.ุ สืบค$นเม่ือ 25 พฤศจิกายน 2564.จากhttps://core.ac.uk/download/pdf/154815149.pdf
นยั ต.ชนก ถน่ิ จะนะ. ขนิษฐา นำคะ และไหมไทย ศรแี ก$ว.(2561). ผลของโปรแกรมสwงเสริมการออกกำลงั กายท่บี GานโดยใชยG าง
ยดื ตwอสมรรถภาพทำงกายของผูสG งู อายุ Effects of Home Exercise Promoting ProgramUsing a Stretched
Rubber Band on the Physical Fitness of the Elderly.สืบคน$ เมอื่ 26 พฤศจกิ ายน 2564, จาก
https://www.nur.psu.ac.th/researchdb/file_warasarn/14301journal2.pdf
ปภัชญา ววิ รรธนมุกดา.(2562). นวตั กรรมยางยืดออกกำลงั กาย (Resistance band).สบื คน$ เม่อื 26 พฤศจิกายน 2564,จาก
https://www.nmu.ac.th/th/wp-content/uploads/2019
ภควรรณ ภัทร.วรกมล.(2563). ยางยืดรดั ของมอื คwู ฟนqp ฟกู ลาG มเนอื้ แขน.สบื ค$นเมือ่ 26 พฤศจิกายน 2564. จาก
http://203.157.71.172/academic/web/files/2564/innovation/MA2564-002-04- 0000000532-

240

0000000461.pdf
องคอ. ร ประจนั เขตต..(2557). กะลายางยดื : นวตั กรรมสขุ ภาพเพอื่ ผGูสงู อายตุ ดิ บGาน ตดิ เตียง Elastic Coconut Shell:

Health Innovation for Home Bound and Bed Bound Elder.สบื ค$นเม่อื 27 พฤศจกิ ายน 2564, จาก
https://rtanc.ac.th/wp-content/uploads/2014/06/33-38.pdf
อำนำจ สขุ แจ1ม.(2562). การลดระดับน้ำตาลในเลือดและระดบั ความดนั โลหติ ของผสูG ูงอายดุ วG ยโปรแกรมการออกกำลงั กายดGวย
ยางยดื Reduction to Blood sugar and Blood pressure level of Elderly by Elastic Band Exercise
Program. สบื ค$นเม่อื 27 พฤศจิกายน 2564,จาก
https://research.rmutsb.ac.th/fullpaper/2561/research.rmutsb-2561- 2019112816250681.pdf
โรงพยาบาลสง1 เสริมสขุ ภาพตำบลคลองเปรง.(2561). ยางในยืดในชวี ติ .สืบคน$ เมอื่ 27 พฤศจิกายน 2564, จาก
https://www.govesite.com/uploads/201711201029440984K1z/20180618120948_1_z9ahQYE.pdf

241

เกณฑกR ารประกวดนวัตกรรมทำงการพยาบาล
งานประชุมวิชาการระดับชาติคร้งั ท่ี 13

ภายใตiแนวคิด “การวจิ ัย สราi งดุลยภาพชีวติ เพอ่ื รองรบั New Normal”
วนั ท่ี 8 – 9 กรกฎาคม 2564 ณ มหาวิทยาลัยราชภฏั นครปฐม

ประเภทนวตั กรรม 1.สราL งสรรค=
ช่ือนวัตกรรม ชุดนวัตกรรมการสHงเสรมิ การออกกำลงั กายในผLสู งู อายุปกติในชมุ ชนในยคุ วิถใี หมผH HานกลLองดจิ ิตอล

ชอ่ื เจLาของผลงานนวตั กรรม นางสาวจุฑาทิพยU โพธิพรม นางสาวกลุ จิรา โลหะพรม นางสาวชลธชิ า ตุมรนางสาวสุกัลยา คำกอดแก*ว.

นำยราชนั ยU โพธารินทรU นางสาวภาวิณี ฉำ่ สมบรู ณUน นางสาวมิ่งขวญั พนั สาย

สถาบันการศกึ ษา คณะพยาบาลศาสตรU มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั รำไพพรรณ,ี จนั ทบุรี

ลำดบั หัวขAอประเมิน ระดบั คะแนน นอA ยมาก
1 นวตั กรรมสามารถตอบบญั หาทำงการพยาบาลได* ดมี าก ดี ปานกลาง นอA ย (1)
(5) (4) (3) (2)

2 มขี อ* มลู เชิงประจักษทU ำงวชิ าการที่สนบั สนุน

3 มคี วามคิดสรา* งสรรคใU นการทำนวัตกรรม

4 มีกระบวนการพัฒนำนวตั กรรมใหด* ียง่ิ ขึ้น (แบบ PDCA)

5 มีคูEมอื /ขน้ั ตอน ระบรุ ายละเอียดการใช*นวัตกรรม

6 สามารถนำไปใช*ไดจ* รงิ กบั ผร*ู ับบริการ

7 คEาใชจ* Eายในการทำนวัตกรรมเหมาะสม ประหยัดและค*มุ คEา

8 สามารถใชง* านได*งEายและสะดวก

9 มีผลการประเมนิ จากผูใ* ชน* วัตกรรม

10 เขียนรายงานนวตั กรรม และอา* งอิงถกู ต*องตามรปู แบบทกี่ ำหนด

รวม (คะแนนเตม็ 50 คะแนน)

ลงชื่อ.......................................................
(.............................................................)

กรรมการผูป7 ระเมนิ

242

QR CODE หว] งใย ใสใ] จเร่ืองยา

ณฐั พล พลเทพ1*, ศิรลิ ักษณ= บตุ รทLาว2, ษมาภรณ= เชือ้ นำหวาL 2, สาวิตรี บญุ จง2, สุจติ รา คำมะดา2,
สุพัตรศร โตชัยภูมิ2, เสาวลกั ษณ= เสดสวุ รรณ=2, หนึ่งสตรี ปราบคะเซน็ 2 และหัทยา หงษ=เฮยี ง2

1อาจารย=ภาควชิ าการพยาบาลผLูใหญHและผLูสูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร= มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภมู ,ิ ชยั ภูมิ
2นักศึกษา คณะพยาบาลศาสตร= มหาวิทยาลยั ราชภัฏชัยภูมิ, ชัยภมู ิ
*ผรLู บั ผดิ ชอบบทความ: email [email protected]

บทคัดยอH

นวัตกรรมใบความรู$เรื่องยา “QR CODE หMวงใย ใสMใจเรื่องยา” จัดทำขึ้นเพื่อช1วยให$พยาบาลให$ข$อมูลเกี่ยวกับยาแก1ผู$ปfวย
และญาติได$มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังช1วยให$ผู$ปfวยและญาติมีความรู$เกี่ยวกับยาที่ได$รับ ตลอดจนสามารถเฝYาระวังความ
ผิดปกติจากการให$ยาได$ โดยนวัตกรรมชิ้นนี้ได$จัดทำขึ้นจากการสังเกตเห็นการปฏิบัติงานของพยาบาลบนหอผู$ปfวย ภายใต$ข$อจำกัด
เรื่องอัตราส1วนของผู$ปfวยกับพยาบาล ซึ่งทำให$การให$ข$อมูลเกี่ยวกับยาแก1ผู$ปfวยและญาติด$วยภาษาพูดนั้นมีประสิทธิภาพลดลง
หลังจากที่ได$จัดทำนวัตกรรมใบความรู$เรื่องยา “QR CODE หMวงใย ใสMใจเรื่องยา” ได$นำไปทดลองใช$ในหอผู$ปfวยอายุรกรรมชาย 2
และหอผู$ปfวยศัลยกรรมกระดูกหญิง โรงพยาบาลชัยภูมิ ระหว1างวันที่ 18 เมษายน – 12 พฤษภาคม 2565 โดยประเมินผลความพึง
พอใจตอ1 นวตั กรรมจากผู$ปfวย 7 คน ญาติผู$ปfวย 7 คน และพยาบาลประจำหอผู$ปfวย 6 คน ผลการศึกษาพบวา1 ผใ$ู ชม$ คี วามพงึ พอใจ
ต1อนวัตกรรมใบความรู$เรื่องยา “QR CODE หMวงใย ใสMใจเรื่องยา” ระดับดี (ค1าเฉลี่ย 4.35, ส1วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.65)
นวัตกรรมใบความรู$เรื่องยา “QR CODE หMวงใย ใสMใจเรื่องยา” มีต$นทุนน$อย สะดวกต1อการใช$งาน ช1วยลดเวลาในการให$ข$อมูล
เรอ่ื งยาและยังชว1 ยเพ่มิ ประสทิ ธิภาพการพยาบาลได$

คำสำคัญ: QR code, ใบความร$,ู ความร$เู รอ่ื งยา

243

1. ความเปนg มาและความสำคญั ของปhญหา
ในปÜจจุบันอัตราการเจ็บปfวยและต$องเข$ารับการรักษาในโรงพยาบาลมีแนวโน$มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จากสถิติจำนวนผู$ปfวยใน

(หลักประกันสุขภาพถ$วนหน$า และสวัสดิการรักษาพยาบาลข$าราชการและครอบครัว) รวมทุกการวินิจฉัยโรค จำแนกตามเพศและ
โรค/กลุ1มโรค 298 โรค ตามบัญชีจำแนกโรคระหว1างประเทศ ฉบับแก$ไข ครั้งที่ 10 ทั่วราชอาณาจักร พ.ศ. 2559 – 2563 พบว1ามี
จำนวนผู$ปfวยที่เข$ารับการรักษาประมาณ 19-21 ล$านคน (สำนักงานสถิติแห1งชาติ, มปป) ในขณะที่จำนวนของพยาบาลมีจำนวน
เพียง 176,285 คน (สำนักงานสถิติแห1งชาติ, มปป) จะเห็นได$ว1าสัดส1วนของผู$ปfวยกับพยาบาลแตกต1างกันเป_นอย1างมาก ด$วยความ
แตกตา1 งของสดั ส1วนดงั กล1าวย1อมสง1 ผลกระทบต1างๆ ตอ1 การใหบ$ ริการด$านสขุ ภาพของพยาบาล

หอผู$ปfวยอายุรกรรมชาย 2 โรงพยาบาลชัยภูมิ มีอัตราการเข$ารับการรักษาของผู$ปfวยเฉลี่ยเดือนละ 50-70 คน โดยใน
จำนวนนเี้ ป_นผปู$ fวยวิกฤตทใ่ี ชเ$ ครอ่ื งชว1 ยหายใจประมาณ 10 คน มีพยาบาลวชิ าชพี จำนวน 27 คน โดยแบง1 เปน_ เวรเช$า บ1าย ดกึ เวร
ละ 7 คน โดยประมาณ และในช1วงที่มีการระบาดของไวรัส Covid-19 มีพยาบาลบางส1วนที่ติดเชื้อ จึงทำให$อัตราพยาบาลท่ี
ปฏิบัติงานจรงิ ลดลง

การบริหารยาเป_นอีกหน$าที่หนึ่งของพยาบาล เริ่มตั้งแต1การรับแผนการรักษามาจากแพทย. การเบิกยา การเตรียมยา การ
ให$ยารวมไปถึงการเฝYาระวังอาการข$างเคียงจากการใช$ยา จากปÜญหาด$านอัตราส1วนของผู$ปfวยต1อพยาบาลนั้นทำให$พยาบาลให$ข$อมูล
เรื่องยาแก1ผู$ปfวยและญาติด$วยภาษาพูดนั้นมีประสิทธิภาพลดลง ดังนั้นสิ่งที่จะสามารถช1วยให$การให$ข$อมูลเรื่องยามีประสิทธิภาพ
และลดภาระงานของพยาบาลนั้นคือการให$ผู$ปfวยและญาติได$อ1านข$อมูลของยา (สาวิตรี เหล1าไพบูลย.กุลและคณะ, 2565)
นอกจากนี้ การได$ข$อมูลหรือการได$รับคำอธิบายเกี่ยวกับการรักษาจากพยาบาลจะทำให$ผู$ปfวยและญาติมีความพึงพอใจก1อให$เกิด
ความไว$วางใจและส1งผลต1อความร1วมมือในการรักษา (อลิษษา วิริยะโชติ, ดวงรัตน. วัฒนกิจไกรเลิศ, วิชชุดา เจริญกิจการและวันชัย
เดชสมฤทธฤ์ิ ทยั , 2559)

จากเหตุผลดังกล1าว นักศึกษาพยาบาลจึงมีความสนใจที่จะพัฒนำนวัตกรรมที่จะสามารถช1วยให$การให$ข$อมูลเรื่องยาแก1
ผปู$ fวยและญาติเปน_ เร่ืองทง่ี า1 ย สะดวก และมปี ระสิทธิภาพ อีกทัง้ ยังเป_นการเพ่มิ ความพงึ พอใจต1อการให$บริการของพยาบาล

2. วัตถปุ ระสงคk
2.1 เพื่อเพิม่ ประสทิ ธภิ าพของการใหก$ ารพยาบาลแก1ผ$ปู fวยและญาตใิ นด$านการใหข$ $อมูลเร่อื งยา
2.2 เพื่อให$ผ$ูปวf ยและญาติทราบขอ$ มูลเกย่ี วกับยาทไี่ ด$รบั และสามารถเฝYาระวงั ผลขา$ งเคยี งของยาได$

3. กลุMมเปาm หมาย
ผปู$ fวยท่ีเข$ารับการรักษาทห่ี อผูป$ วf ยอายรุ กรรมชาย 2 และหอผป$ู fวยศลั ยกรรมกระดกู หญงิ โรงพยาบาลชยั ภมู ิระหวา1 งวันท่ี

18 เมษายน – 12 พฤษภาคม 2565

4. กระบวนการพัฒนำ (ตามขน้ั ตอน plan do check act)
ข้นั ท่ี 1 ข้นั วางแผน (Plan)

244

1. ศกึ ษาปÜญหาและอปุ สรรค หรอื ขอ$ จำกัดในการให$การพยาบาลผ$ปู วf ยในระหว1างการขึน้ ฝ°กปฏบิ ัตริ ายวิชา
ปฏบิ ตั ิการพยาบาลผใู$ หญ1 1 ณ หอผูป$ fวยอายรุ กรรมชาย 2 โรงพยาบาลชยั ภูมิ

2. สรปุ ข$อมูลท่ีได$คน$ หากค็ ือ นักศกึ ษาสังเกตว1าในชว1 งที่มีการระบาดของ Covid-19 มีพยาบาลในหอผ$ปู fวยติด
เชอื้ ไวรัส Covid-19 จำนวนหนึ่ง ทำใหม$ พี ยาบาลท่ที ำหน$าทใ่ี นเวรลดลง และทำงานควบเวรมากข้ึน ในขณะท่ี
งานการใหก$ ารพยาบาลผ$ูปวf ยยงั มเี ท1าเดิม สง1 ผลกระทบต1อคณุ ภาพของการใหบ$ ริการแก1ผูป$ fวยทอ่ี าจจะทำได$
ไม1เตม็ ศกั ยภาพ คือการให$ขอ$ มูลเรือ่ งยาแก1ผู$ปวf ยและญาติ นักศกึ ษาจึงมีความสนใจทจ่ี ะพฒั นำนวตั กรรมที่จะ
สามารถชว1 ยให$ผป$ู fวยและญาติไดร$ บั รูข$ $อมลู เก่ียวกบั ยาทตี่ นเองได$รบั และเพ่ิมคุณภาพของการให$การพยาบาล
ใหด$ ีย่ิงขึ้น มีความเหมาะสมและทันสมยั กบั ยคุ ดจิ ิตอล

3. สบื ค$นความร$ู และทบทวนวรรณกรรมที่เกีย่ วขอ$ งกับนวตั กรรม
4. รวบรวมข$อมูลเกย่ี วกับยาท่ีใช$บอ1 ยในหอผ$ูปวf ย เพอ่ื รวบรวมในการจดั ทำขอ$ มลู เกยี่ วกับยาท่ีผูป$ วf ยได$รบั
5. จดั ทำใบความร$เู ร่ืองยาท่ไี ดร$ วบรวมไวด$ ังข$อ 4
6. อาจารยท. ่ีปรกึ ษา และพยาบาลประจำหอผปู$ fวยตรวจสอบความเหมาะสม ความถูกตอ$ งของเนื้อหา
7. นกั ศึกษาปรับแก$ตามทอี่ าจารยท. ี่ปรึกษาและพยาบาลประจำหอผ$ปู วf ยแนะนำ
ขน้ั ที่ 2 ขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ิ (Do)
1. จัดทำใบความร$ใู ห$มคี วามนา1 อ1านในโปรแกรม Canva และ Upload ไว$ใน Google drive จากนน้ั นำ URL มา

จัดทำเป_น QR code เพื่อปรนิ้ เปน_ ใบความรเู$ รอ่ื งยา “QR CODE หวM งใย ใสใM จเร่อื งยา”
2. ปริ้นใบความรด$ู า$ นหนา$ และดา$ นหลังเปน_ QR code
3. นำใบความรูเ$ ร่อื งยา “QR CODE หวM งใย ใสMใจเรือ่ งยา” เคลอื บพลาสตกิ เพื่อความคงทน และปYองกนั นำ้
4. นำใบความรเ$ู รื่องยาไปทดลองใช$ โดยหอ$ ยใบความรูเ$ ร่อื งยา “QR CODE หMวงใย ใสใM จเรอื่ งยา” ไปกบั ยาท่ี

ผู$ปfวยได$รับ
5. แนะนำผป$ู fวยและญาตใิ นการอา1 นขอ$ มูลใบความรู$เรอื่ งยา “QR CODE หวM งใย ใสใM จเรื่องยา” และผทู$ ม่ี ี

ความสามารถในการใชโ$ ทรศัพท.มือถือในการสแกน QR code เพอ่ื อ1านข$อมลู ในเชงิ ลกึ เก่ียวกบั ยาทไ่ี ดร$ ับ
6. ประเมินผลนวตั กรรมใบความรเ$ู รอื่ งยา “QR CODE หMวงใย ใสใM จเร่ืองยา” เพื่อนำมาปรับปรุงให$มีความ

เหมาะสมต1อการใช$งาน
ขนั้ ท่ี 3 ขั้นตอนตรวจสอบ (Check)

ประเมินผลนวัตกรรมใบความรู$เร่ืองยา “QR CODE หMวงใย ใสใM จเร่อื งยา” เพอ่ื นำมาปรับปรุงใหม$ คี วามเหมาะสม
ต1อการใชง$ าน โดยมขี อ$ แนะนำจากผู$ปfวยและญาตใิ นเรอ่ื ง การปรบั ขนำดตวั หนังสอื ใหม$ ขี นำดใหญ1ขน้ึ เพ่อื ใหส$ ามารถอา1 น
ไดง$ า1 ย
ขนั้ ท่ี 4 ข้นั ตอนการปรบั ปรุง (Act)

ปรับปรุงใบความรูเ$ รื่องยา “QR CODE หMวงใย ใสใM จเรือ่ งยา” ให$มคี วามเหมาะสมและนำไปทดลองใชอ$ ีกครัง้

245

ตารางท่ี 1 ข้ันตอนการดำเนนิ การ 23-24 เม.ย. 65 เวลา 3-12 พ.ค. 65 17-20 พ.ค.65
25-29 เม.ย. 65
กจิ กรรม
18-22 แม.ย. 65

ขน้ั ที่ 1 ขน้ั วางแผน

(Plan)
ขั้นที่ 2 ขน้ั ตอนการปฏิบัติ (Do)

ข้ันท่ี 3 ขั้นตอนตรวจสอบ

(Check)
ข้นั ที่ 4 ข้นั ตอนตรวจสอบ (Act)

ประเมินผลและสรุปผล

5. รายละเอียดและวธิ ีการใชงf านนวตั กรรม
อปุ กรณB
1. กระดาษโฟโตL 50 บาท
2. กระดาษเคลอื บ 50 บาท
3. สายหอL ย 20 บาท
รวมงบประมาณในการจดั ทำนวัตกรรมช้นิ น้ี 120 บาท

ข้ันตอนการทำ
1. หลังจากรวบรวมชนิดของยาทใ่ี ชบL HอยในหอผูปL วk ยแลLว นกั ศึกษาคLนควLาขLอมูลเกีย่ วกบั ความรLู
เร่อื งยาแตลH ะชนดิ
2. อาจารย=ตรวจสอบความถูกตLองของเน้ือหา

3. นักศกึ ษาจัดทำแผน1 นวัตกรรมใบความรู$เร่อื งยา “QR CODE หวM งใย ใสMใจเรื่องยา” โดยจัดทำในโปรแกรม
Canva เพื่อความสวยงาม การออกแบบฉลากยาใหม$ สี สี นั สวยงาม จะทำให$ผู$ปวf ยและญาติมคี วามสนใจท่จี ะ

อา1 น ซึ่งจะทำให$ได$รับขอ$ มลู ทถ่ี ูกต$อง (สุภาพร หอมดีและณัฐฏญิ า ค$าผล, 2563) จากนั้นปริ้นและนำไป
เคลอื บพลาสตกิ เพ่อื ความคงทน


Click to View FlipBook Version