The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประชุมนวัตกรรม ครั้งที่ 14 ล่าสุด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jameson Klangprapan, 2022-07-06 09:12:31

ประชุมนวัตกรรม ครั้งที่ 14 ล่าสุด

ประชุมนวัตกรรม ครั้งที่ 14 ล่าสุด

96

8.เอกสารอาf งองิ
บุษยารัตน= ลอยศกั ดิ.์ การพยาบาลดาL นความสขุ สบาย. สบื คนL เมือ่ 1 มิถุนำยน 2565

จาก. http://app2.pnc.ac.th/km/?p=56
สปุ าณี เสนำดิสัย และวรรณา ประไพพานชิ . (บรรณาธกิ าร). (2551). การพยาบาลพ้ืนฐาน: แนวคิด

และการปฏบิ ตั ิ. พมิ พ=ครงั้ ท่ี 12. กรุงเทพฯ : โรงพยาบาลรามาธิบดี.

97

นวตั กรรม
Colostomy wound model by nurse npru

นภสั สร สายอุตส1าห. 1*, ชนำภา เกษรจนั ทร. 1 วลั ลญาณี จนั ทรงั ษี ณฏั ณิชา เชอื้ นน1ุ พรรณภทั ร พพิ ัฒน.พรวงศ. ภาคินี ฤทธิ
เดช วรรณิดา รสหอม นติ ยา อาจพรม และ อ$อฤทัย ธนะคำมา2 ณัฐธญาน.
1นกั ศกึ ษา คณะพยาบาลศาสตร. มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏนครปฐม, นครปฐม
2อาจารยพ. ยาบาล คณะพยาบาลศาสตร. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม, นครปฐม
*ผู$รับผิดชอบบทความ: email: [email protected]

บทคัดยMอ

บทความนี้นำเสนอคำแนะนำในการจัดทำบทความในรูปแบบที่ถูกต$องเพื่อส1งบทความในการประชุมวิชาการระดับชาติ
ครั้งที่ 13 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ผู$ส1งบทความสามารถเริ่มต$นการเขียนบทความโดยการแทนที่เนื้อหาในเอกสารต$นแบบ
ฉบับนี้ บทความที่จัดพิมพ.จะเหมือนกับต$นฉบับที่ผู$เขียนจัดทำทุกประการ ขอให$ผู$ส1งบทความปฏิบัติตามคำแนะนำและยึดตาม
รูปแบบตามบทความนี้อย1างเคร1งครัด บทความใดที่รูปแบบไม1ถูกต$องจะถูกส1งคืนให$แก1ผู$เขียนผู$รับผิดชอบบทความ
(corresponding author) เพื่อให$แก$ไขก1อนการพิจารณา บทคัดย1อควรมีความยาวระหว1าง 150 ถึง 300 คำ โดยสรุปประเด็นท่ี
สำคัญของบทความไว$อย1างกระชับ ครอบคลมุ หัวข$อตา1 ง ๆ อยา1 งครบถว$ น และสว1 นบทคดั ย1อภาษาไทยให$อยภู1 ายใน 1 หนา$ กระดาษ
A4 เท1าน้ัน และส1วนภาษาองั กฤษ ให$ข้นึ ในหน$าที่ 2

คำสำคัญ: 3-5 คำเช1น รูปแบบบทความ ขนำดตวั อักษร รูปแบบอักษร

98

1. ความเปgนมาและความสำคัญของปญh หา
ผู$ปfวยที่มีทวารเทียม คือ ผู$ปfวยที่มีลา ไส$เปßดออกทำงหน$าท$อง เพื่อขับถ1ายอุจจำระและ ของเสียในระบบทำงเดินอาหาร

ออกสู1ภายนอกแทนรูทวารปกติ ซึ่งเป_นผลมาจากการผ1าตัดในผู$ปfวยมะเร็งลาไส$ใหญ1 และไส$ตรง (colorectal cancer) หรือมี
ปÜญหาอุดกั้นของ ทำงเดินอาหาร หรือลา ไส$ใหญ1มีการอักเสบโปfงพองออก (diverticulitis) ทวารเทียมมีลักษณะแตกต1างจากทวาร
ปกติ คือ ทวารเทียมไม1มีหูรูด จึงไม1สามารถปßดกั้นอุจจำระได$เหมือนทวารปกติ จำเป_นต$องมีถุงรองรับอุจจำระปßดไว$เพื่อปYองกัน
ไม1ให$อุจจำระไหลเปรอะเป¢£อนตลอดเวลา ในขณะเดียวกัน ถุงรองรับอุจจำระจะเป_นตัวปYองกันกลิ่นเหม็นทำให$ผู$ปfวยมั่นใจในการใช$
ชีวิตประจำวันเหมือนคนปกติทั่วไป ปÜญหาหรือภาวะแทรกซ$อนที่พบส1วนใหญ1ในผู$ปfวยที่มีทวารเทียมซึ่งปßดถุงรองรับอุจจำระไว$ คือ
ผิวหนังรอบๆ ทวารเทียมมีการอักเสบ จากการที่มีอุจจำระท1วมขัง (fecal dermatitis)ทำให$ผิวหนังเกิดการระคายเคือง มีอาการ
แสบร$อน ปÜญหาเรื่องแผลผ1าตัด ติดเชื้อ ซึ่งเกิดจากการติดถุงรองรับอุจจำระเกินเข$าไปถึงบริเวณ แผลผ1าตัด หรือติดบริเวณฐานกาว
ไม1แนบสนิทกับผิวหนัง ทำให$อุจจำระซึมออกมาปนเป¢£อนแผลผ1าตัด นอกจากนี้ปÜญหา จากกลิ่นอุจจำระที่เกิดขึ้น ทำให$ผู$ปfวยไม1กล$า
เข$าสังคม ผู$ปfวย กลุ1มนี้จึงมักมีโลกทัศน.ในการมองโลกของตนเองกาจัด ขณะที่ต$องเผชิญกับความรู$สึกที่กลัวคนรังเกียจ ทรมานและ
วิตกกังวล จากความอายเมื่อต$องพบปะผู$คน ผู$ปfวยยังต$องเผชิญกับความเครียดในการดูแลตนเอง การเปลี่ยนและล$างถุงรองรับอุจ
จำระต$องมีทักษะในการทำซึ่งนักศึกษาได$ฝ°กปฏิบัติงานและพบว1ามีผู$ปfวยได$รับการรักษาโดยการผ1าตัดบริเวณหน$าทอ$ งมีรูทวารหนัก
เทียมที่ผ1าตัดใหม1ใน 1-2 วันและด$วยสถานการณ.แพร1ระบาดของโควิด- 19 ทำให$แพทย.ต$องให$ผู$ปfวยกลับบ$านเร็วขึ้นและไปดูแล
ตนเองทำแผลเองที่บ$านและนัดมาตรวจและติดตามอาการเป_นระยะ จากการสังเกตและสอบถามผู$ปfวยและญาติไม1มีความรู$และ
ความมั่นใจเกี่ยวกับการดูแลรักษาแผลและการเปลี่ยนถุงมีความวิตกกังวลในเรื่องการดูแลรักษาความสะอาดของแผล ทำงผู$จัดทำ
ได$มองเห็นถึงปÜญหาจึงได$จัดทำแบบจำลองแผลผ1าตัด Colostomy (รูทวารเทียม) ในหอผู$ปfวยศัลยกรรมและวิดีโอสาธิตการทำแผล
เพื่อสร$างความมั่นใจในการทำแผลให$กับผู$ปfวยและญาติและให$ผู$ปfวยและญาติฝ°กปฏิบัติเพื่อให$เกิดทักษะเกิดความมั่นใจในการทำ
แผลและเปลยี่ นถุงทวารหนกั ไดด$ ว$ ยตนเอง

2. วัตถุประสงคB
1. ผูปL kวยและญาติมีความรูL ความเขาL ใจ ในการดแู ลความสะอาดแผลรทู วารเทียมไดL
2. เพ่ือใหผL Lูปkวยและญาติมที ักษะในการทำแผลรทู วารเทยี มไดL
3. ผLปู วk ยและญาตสิ ามารถทำแผลรูทวารเทียมไดอL ยาH งถูกวธิ ี

3. กล(ุมเปFาหมาย
ผLปู วk ยและญาติผLูปkวยทมี่ แี ผลผาH ตดั รทู วารเทยี ม

99

4. กระบวนการพฒั นำ (ตามขน้ั ตอน plan do check act)
ขัน้ วำงแผน (Plan)

1. สารวจปÜญหาในหอผูป$ วf ยทีฝ่ ก°
2. รายงานผลใหแ$ ก1อาจารยท. ป่ี รึกษาประจากล1มุ
3. ประชุมกลม1ุ และนำเสนอรูปแบบนวัตกรรมเพือ่ แก$ปญÜ หาให$ผู$ปfวยท่ีพบ
4. สรปุ รูปแบบนวัตกรรมและวางแผนในการประดษิ ฐน. วตั กรรม

ขั้นตอนกำรทำ(Do)
1. วาดแบบร1างลงบนหนังเทียม
2. ทำแผลcolostomy ตดั แผนพลาสติกเปน_ รูปโดนทั ใช$ไหมพรมพันรอบๆ 8-10 รอบ
3. ใชค$ ตั เตอร.กรีดหนงั เทยี มเปน_ รอบแผลเย็บและเจำะรูบริเวณทใี่ ส1 Jackson drain
4. ใชแ$ มก็ เย็บหนงั เทียมบรเิ วณท่ีกรดี ไว$
5. ใสส1 าย drain บริเวณทีเ่ จำะรู$ไว$
6. นำ Colostomy ทที่ ำไว$มาตดิ บนหนงั เทยี ม
7. นำฟองนา$ มาวัดใหเ$ ท1ากับหนงั เทียม
8. เม่ือวดั ฟองน$าเสรจ็ ใช$กระดาษสนี า$ ตาลห1อรอบๆฟองนา$
9. นำหนังเทยี มมาตดิ บนฟองนา$ ทท่ี ำไว$
10. ใชข$ วดน$าเกลือมาตอ1 บรเิ วณสาย drain เพอื่ จำลองเปน_ Jackson drain
11. นำ contain ทท่ี ำจากนา$ ผสมกบั สผี สมอาหารมาใสใ1 น Jackson drain
12. จดั ทำวีดโี อแนะนำการทำแผล
13. นำผลงานมาติดบนกระดานวาดรูปเพ่อื เปน_ ฐานรอง
14. นำเสนอนวตั กรรมกับอาจารยท. ปี่ รกึ ษาเพอ่ื แกไ$ ขปรับปรงุ นวัตกรรมตามขอ$ เสนอแนะ
15. ทดลองกบั ผปู$ วf ยและญาติ

ขนั้ ตอนกำรตรวจสอบ(Check)
รวบรวมขอ$ มูลจากการประเมนิ ผลความพึงพอใจจากการนำนวัตกรรมไปใชง$ านจริงและสรุปข$อเสนอแนะเพ่อื เปน_ แนวทำงในการ
ปรับปรุงนวัตกรรมต1อไป
ขั้นตอนกำรปรับปรงุ กำรดำเนินงำน (A)
ปรบั ปรุงนวัตกรรมตามขอ$ เสนอแนะ

100

5. รายละเอียดและวิธีการใช,งานนวตั กรรม
1. ให$ผู$ปวf ยและญาตศิ กึ ษาวิธีการทำแผลผ1าตดั และรทู วารเทียมจาก QR Code ใหผ$ $ูปfวยและญาตศิ กึ ษาวธิ กี ารทำแผล

ผา1 ตัดและรูทวารหนกั เทยี ม ดงั รปู

ภาพที่ 1 : QR Code สาธติ การทำแผล Colostomy
2. ให$ผูป$ fวยและญาติฝก° การทำแผลแผลผา1 ตดั และรทู วารเทียม ซ$าๆเพอื่ ใหเ$ กดิ ความชานาญและมนั่ ใจเมือ่ กลับไปอย1ูท่ี
บ$านจะสามารถทำเองได$อย1างถกู ต$อง

ภาพที่ 2 : แบบจาลองแผลผ1าตัด Colostomy
3. ให$ผู$ปfวยและญาติประเมินความพึงพอใจ

101

6. ผลการทดลองใชน, วตั กรรมและการอภิปรายผล

หลังจากผู$ปfวยและญาติได$รับชมวิดีโอสาธิตการทำแผลและได$ทดลองทำแผลกับแบบจาลองแผลผ1าตัด Colostomy โดย

มีการประเมินผลคือแบบสอบถามความพึงพอใจ ซึ่งพบว1าที่ประดิษฐ.ขึ้นสามารถนา มาใช$ในการฝ°ก ปฏิบัติได$จริง ช1วยพัฒนาทักษะ

การทำแผลได$จากการที่ได$ดูวีดีโอและฝ°กทักษะมากเพียงพอ ทำให$มีโอกาสฝ°กทักษะซ$า ๆ ภายใต$ สถานการณ.ที่ไม1กดดัน จึงทำ

ผู$ปfวยและญาติสามารถพัฒนาทักษะได$ดีและเป_นการเสริมสร$างความมั่นใจให$กับผู$ปfวยและญาติที่จะกลับไปดูแลแผลColostomy

เองได$ทบ่ี $าน โดยมรี ะดับความพงึ พอใจดงั น้ี (จานวน N=10)

1. นวตั กรรมนีช้ 1วยใหผ$ ู$ใช$งานมคี วามเขา$ ใจเกย่ี วกบั อยใ1ู นระดับ มาก

วธิ ีการทำความสะอาดบาดแผลไดอ$ ยา1 งถกู ตอ$ งมากข้นึ

2. นวตั กรรมนี้ชว1 ยใหผ$ ใ$ู ชง$ านมีทกั ษะในการทำความสะอาด อยู1ในระดบั มากที่สุด

บาดแผลได$อย1างถกู ตอ$ งมากข้นึ

3. นวัตกรรมนช้ี 1วยใหผ$ ใู$ ชง$ านมีความร$คู วามเขา$ ใจในวิธกี าร อยใู1 นระดบั มากที่สุด

ทำความสะอาดบาดแผลและสามารถนาไปสกู1 ารปฏบิ ตั ิในชวี ติ จรงิ ได$

4. นวัตกรรมนี้มรี ปู แบบนา1 ใช$งานและน1าสนใจ อยู1ในระดบั มากที่สดุ

5. นวตั กรรมนส้ี ามารถใชง$ านไดส$ ะดวก อยใ1ู นระดับ มากทสี่ ดุ

7. ข,อเสนอแนะ

1. ควรหาอปุ กรณ.ท่ีทำใหม$ คี วามแขง็ แรงทนแรงกดเพ่อื ใหใ$ ชง$ านไดบ$ อ1 ยๆ
2. ควรมกี ารศกึ ษาต1อเมือ่ ผู$ปวf ยกลบั ไปอยู1ทบ่ี า$ นความสามารถในการทำแผล Colostomy ไดจ$ ริง และ

ติดตามว1าแผลผา1 ตดั มีการตดิ เชื้อหรือไมต1 อ1 ไป

8. เอกสารอา, งอิง

พว.ยุภาวดี วงศห. วนุ . (2561). การดูแลลาไสใ$ หญ1เปßดทำงหนา$ ท$อง. (ออนไลน). . แหลง1 ทม่ี า :
https://www.si.mahidol.ac.th/th/division/hph/admin/news_files/655_49_1.pdf
28 กุมภาพนั ธ. 2565

เอมปภา ปรชี าธรี ศาสตร.. (2560). บทบาทพยาบาลเฉพาะทำงดูแลบาดแผล ออสโตมี และ ควบคุมการขบั ถ1าย
ไมไ1 ด:$ กรณศี กึ ษา การพยาบาลผูป$ fวยมะเรง็ ลาไส$ตรง (หนา$ 8-9) แหล1งทม่ี า :
https://he02.tci-thaijo.org/index.php/trcnj/article/download/96889/75667
28 กุมภาพนั ธ. 2565

วรางคณา สายสิทธิ.์ (2564). การพยาบาลผป$ู fวยที่มีบาดแผล. คณะพยาบาลศาสตร. มหาวิทยาลัยราชภฏั
นครปฐม

สมพร วรรณวงศ.. (2556). การดูแลตนเองของผ$ูที่มีทวารเทียม. โรงพยาบาลสงขลานครินทร. อ.หาดใหญ1

จ.สงขลา. บรษิ ทั ดเี คเอสเอช (แผนกคอนวาเทค) ประเทศไทย จากดั

102

นวัตกรรมอุปกรณช[ ]วยพลกิ ตะแคงตวั ในผู<ปcวย

ผกามาศ พธี รากร*, ชรินรตั น. รม1 จนั ทร. และคณะ

1วทิ ยาลัยพยาบาลพระจอมเกลา$ จงั หวัดเพชรบรุ ี คณะพยาบาลศาสตรบัณฑติ สถาบนั พระบรมราชชนก

*[email protected] , [email protected]

บทคัดยMอ

แผลกดทับเป_นสาเหตุของการเกิดภาวะแทรกซ$อนหลายประการในผู$ปfวยที่ถูกจำกัดการเคลื่อนไหว การพัฒนำนวัตกรรม
อุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัวในผู$ปfวยจึงเป_นสิ่งที่จำเป_นในการพัฒนำคุณภาพการพยาบาลผู$ปfวยที่มีแผลกดทับ การศึกษาครั้งนี้เป_น
การศึกษานวัตกรรมอุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัวในผู$ปfวย มีวัตถุประสงค.เพื่อพัฒนำนวัตกรรมอุปกรณ.พลิกตะแคงตัวในผู$ปfวยเพื่อ
ประเมินประสิทธิภาพด$านการใช$งานของอุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัวในผู$ปfวย เพื่ออำนวยความสะดวกต1อญาติผู$ปfวยในการใช$
อุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัว มีข$อจำกัดในการดูแลและผู$ดูแลขาดความรู$ในการดูแลผู$ปfวย โดยสอบถามความพึงพอใจต1อการใช$
นวัตกรรมของผู$ปfวยและญาติ และศึกษาประสิทธิผลการใช$นวัตกรรมอุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัวในผู$ปfวย โดยใช$แบบประเมิน
ความพึงพอใจ การวิเคราะหข. $อมูล และคะแนนความพงึ พอใจตอ1 การใช$นวัตกรรมผลการศกึ ษา พบวา1 1. การใช$นวตั กรรมอปุ กรณ.
พลิกตะแคงตัวในผู$ปfวยมีประสิทธิผลต1อการพลิกตะแคงตัวผู$ปfวยที่มีแผลกดทับ 2. ผู$ปfวยและญาติมีความพึงพอใจต1อการใช$
นวัตกรรมอุปกรณ.ช1วยพลกิ ตะแคงตวั ในผู$ปfวยอยู1ในระดับดมี าก

ผลการศึกษาแสดงให$เห็นว1า การใช$นวัตกรรมอุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัวในผู$ปfวยมีประสิทธิผลต1อการพลิกตะแคงตัวของ
ผู$ปfวยที่มีแผลกดทับ ผู$ปfวยและญาติมีความพึงพอใจต1อการใช$นวัตกรรม โดยมีข$อเสนอแนะว1า 1. ควรมีการศึกษาความพึงพอใจ
ของบุคลากรทำงการพยาบาลต1อการใช$นวัตกรรมอุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัวในผู$ปfวย 2. เนื่องจากระยะเวลาในการเก็บข$อมูล
ค1อนข$างจาํ กดั ดังนัน้ ในการศึกษาครัง้ ต1อไปควรเพิ่มจาํ นวนของกลุม1 ตวั อย1าง และระยะเวลาในการศึกษาใหม$ ากขน้ึ

คำสำคญั : แผลกดทบั ,นวัตกรรมพลิกตะแคงตัว,การปอY งกนั แผลกดทับ

103

Innovative equipment to help turning patient

Phakamard Pheetarakorn* , Charinrat Romchan and faculty

Prachomklao College of Nursing, Phetchaburi Province
* [email protected] , [email protected]

Abstract

Pressure ulcer causes several complications in limited mobility patients. The development of
innovative equipment to help turning patient is essential for the development of nursing quality. The purpose
was to develop an innovative to help turning patient, to evaluate effectiveness of the innovation and to
facilitate the patient's relatives who limit in caring patient. Data were collected by asking for satisfaction with
the use of innovation. The result revealed that: 1.The innovative equipment is effective to help turning pressure
ulcer patients. 2. The satisfaction of patients and relatives to an innovative equipment had a very good level.

These findings provide the effectiveness of innovative equipment to help turning pressure ulcer
patients. Patients and relatives are satisfied with the innovative equipment. Future study should be 1) study on
the healthcare providers’ satisfaction to an innovative to help turning patient and 2) increase more samples
and longer study periods.

Keywords: pressure ulcer, innovative equipment, turning patient

104

1. บทนำ

ประเทศไทยมีกลุ1มคนที่น1าเป_นห1วงและควรใส1ใจการดูแลเป_นอย1างมาก นั่นก็คือ ผู$สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงรุนแรง ปÜจจุบันมี
การเติบโตของจำนวนประชากรผู$สูงอายุในประเทศไทยกว1า 12 ล$านคน และจะมีประชากรเพิ่มมากขึ้นทุก ๆ ปd สำนักงานสถิติ
แห1งชาต,ิ (2563)

พรทิพย. สารีโสและคณะ (2559) ได$ทำการวิจัยประสิทธิผลการปYองกันการเกิดแผลกดทับของที่นอนชนิดไม1มีการ
เคลื่อนที่ของลมและชนิดที่มีการเคลื่อนที่ของลม:การศึกษาเบื้องต$น ซึ่งจากการผันเปลี่ยนช1วงวัยของชีวิตเข$าสู1สังคมผู$สูงอายุมักจะมี
ปÜญหาเข$ามารุมเร$าที่ทำให$ต$องกังวลใจและกาย รวมไปถึงโรคและอาการต1าง ๆ ทำให$การใช$ชีวิตในแต1ละวันนั้นลำบาก สภาพ
ร1างกายและกล$ามเนื้อก็จะอ1อนล$าตามอายุที่เพิ่มมากขึ้นไปด$วย อีกทั้ง ผู$สูงอายุส1วนใหญ1จะมีพฤติกรรมที่ทุ1มเทกับงานที่ทำ และมี
ความอดทน จึงทำให$ช1วงชีวิตก1อนการเข$าสู1วัยสูงอายุ ได$มีการทำงานอย1างหักโหม ร1างกายจึงเสื่อมสภาพตามการทำงานไปด$วย
ส1งผลให$การทำกิจกรรมต1าง ๆ ของผู$สูงอายุต$องชะลอตัวลงเนื่องจากสุขภาพที่เสื่อมถอย ซึ่งการชะลอตัวของการทำกิจกรรมต1างๆ
ในชีวิตประจำวันอาจจะส1งผลในเรื่องสุขภาพร1างกายที่มีความแข็งแรงน$อยลง เป_นผลให$กล$ามเนื้อที่ไมถ1 ูกใช$งาน และถ$าหากปล1อย
ให$เกิดปÜญหานี้ไปนำน ๆ อาจจะทำให$ร1างกายสว1 นต1าง ๆ ของผูส$ งู อายไุ ม1สามารถใช$งานได$ และอาจจะทำใหเ$ กิดพงั ผดื ทีเ่ กิดจากการ
ไม1ได$ขยับร1างกายช1วงใดช1วงหนึ่งเป_นเวลานำน หรือขยับไม1เพียงพอ ซึ่งส1วนมากเมื่อเข$าสู1วัยผู$สูงอายุ มักจะมีอาการดังกล1าวตามมา
เสมอในทุกๆ ส1วนของร1างกาย ส1งผลให$ผู$สูงอายุไม1สามารถที่จะขยับเขยื้อนตัวได$ตามปกติ และทำให$การใช$ชีวิตของผู$สูงอายุนั้น
ลำบากกว1าปกติ ซึ่งถ$าหากปล1อยอาการไว$แบบนี้ อาจจะส1งผลให$ผู$สูงอายุมีอาการนอนติดเตียงตามมา ซึ่งเป_นผลต1อเนื่องให$เกิดโรค
ต1าง ๆ ทั้งระบบทำงเดินหายใจ ระบบทำงเดินอาหาร หรือแม$กระทั่งการเกิดแผลกดทับที่อาจจะส1งผลต1อการเสียชีวิตของผู$สูงอายุ
ในอนำคตได$ประเทศไทยมีกลุ1มคนที่น1าเป_นห1วงและควรใส1ใจการดูแลเป_นอย1างมาก ซึ่งถ$าหากปล1อยให$ผู$สูงอายุมีแผลกดทับจาก
การนอนติดเตียงเป_นเวลานำน อาจจะส1งผลให$ผู$สูงอายุทนความเจ็บปวดของแผลกดทับไม1ได$ จนส1งผลให$ผู$สูงอายุนั้นเสียชีวิตใน
เวลาถัดมา

ฉัตรวลัย ใจอารีย. และสุภาพ ลิ้มเจริญ (2553) ได$ทำการวิจัยผลของการใช$แนวปฏิบัติทำงคลินิกสำหรับปYองกันการเกิด
แผลกดทับ แผลกดทับเป_นปÜญหาทำงสุขภาพ เมื่อเกิดแผลกดทับจะส1งผลกระทบต1อตัวผู$ปfวยทั้งด$านร1างกายและจิตใจ เช1น ไม1สุข
สบายจากอาการปวด คุณภาพชีวิตลดลง และอาจเกิดการติดเชื้อจนเป_นอันตรายต1อชีวิตได$ ซึ่งแผลกดทับยังเป_นภาวะแทรกซ$อนท่ี
พบได$บ1อยมีสาเหตุสำคัญเกิดจากการที่ผู$ปfวยมีข$อจำกัดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว จากสภาวะการเจ็บปfวยทำให$ต$องนอนอยู1กับที่เป_น
เวลานำน โดยเฉพาะผู$สงู อายุ ส1งผลให$คณุ ภาพชีวติ ในผ$ูสงู อายุลดลง เนื่องจากเป_นวัยท่มี กี ารเส่ือมถอยของสมรรถนะร1างกาย

จิณพิชญ.ชา มะมม (2558) ได$ทำการศึกษางานวิจัยการพัฒนำนวัตกรรมเตียงพลิกตะแคงตัวเพื่อปYองกันการเกิดแผลกด
ทับ ตำแหน1งที่พบแผลกดทับคือส1วนของผิวหนังที่ห1อหุ$มกระดูก อย1างก$นกบ สะโพก ส$นเท$า ตาตุ1ม ไปจนถึง ข$อศอก หัวไหล1 และ
ท$ายทอย ปÜจจัยหลักที่มีผลต1อการเกิดแผลกดทับ ได$แก1 แรงเสียดสี (Friction) ความเปdยกชื้น แรงเฉือน (shearing forces)
ความชื้น (moisture) และโดยเฉพาะอย1างยิ่งแรงกดทับ (pressure) เมื่อมีการกดทับผิวหนังที่ทำบกับปุfมกระดูกตลอดเวลาและ
เป_นเวลานำน จะทำให$มีการอุดกั้นการไหลของหลอดเลือดฝอยส1งผลให$เลือดไม1สามารถมาหล1อเลี้ยงผิวหนังและเนื้อเยื่อรอบ ๆ ได$
จึงทำให$เซลล.ในบริเวณนั้นขาดออกซิเจน จนเกิดการตายของผิวหนังและเนื้อเยื่อต1าง ๆ ขึ้นและกลายเป_นแผลกดทับ อุปกรณ.ที่ช1วย
ให$ผู$สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงรุนแรงมีประสิทธิภาพชีวิตที่ดีขึ้นมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งอุปกรณ.ที่จะอยู1ใกล$ชิดกับผู$สูงอายุมากทส่ี ุด น่ัน
ก็คือ อุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัวในผ$ูปfวยที่มีการรองรับสรีระการนอนของผู$สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงรุนแรงได$ดี ซึ่งที่อุปกรณ.ช1วยพลิก
ตะแคงตัวในผป$ู fวยจะมีประสิทธิภาพเหมาะสมกบั ผู$สูงอายทุ ่ีมภี าวพง่ึ พิงรุนแรง

105

ฐาปกรณ. คำหอมกุล (2559) ได$ทำการศึกษางานวิจัยการศึกษาความเป_นไปได$ของการใช$ผักตบชวา ผักตบชวาเป_นพืชน้ำ
ที่เจริญเติบโต และแพร1พันธุ.ได$อย1างรวดเร็วอีกทั้งก1อให$เกิดปÜญหาต1างๆ ต1อแหล1งน้ำจากอดีตจนถึงปÜจจุบันนี้มีปÜญหาที่พบบ1อยใน
การเดินทำงโดยใช$เรือ ปÜญหาที่พบมาเป_นเวลายาวนำนหลายสิบปd คือ ปÜญหาของปริมาณผักตบชวาที่พบในแม1น้ำลำคลองมีปริมาณ
มากขึ้น อีกทั้งผักตบชวายังเป_นสาเหตุหนึ่งที่ก1อให$เกิดน้ำเน1าเสีย การสัญจรไป-มาทำงน้ำติดขัด ปÜจจุบันมีการดำเนินการควบคุม
หลายวิธี อาทิเช1น การทำลายโดยตรงโดยใช$สารเคมี ใช$วิธีกล และใช$วิธีระบบชีวภาพ ซึ่งการทำลายผักตบชวายังเป_นปÜญหาอีก
อย1างหนึ่ง คือก1อให$เกิดมลพิษทำงน้ำและหากจะกำจัดผักตบชวาโดยการเผาก็จะก1อให$เกิดมลพิษทำงอากาศซ้ำอีกแต1ถ$าหากไม1มี
การกำจัดผักตบชวาก็จะเกิดปÜญหาตามมาหลายๆอย1างอาทิเช1น การสัญจรโดยเรือเป_นไปอย1างลำบากหรืออาจจะทำให$แม1น้ำลำ
คลองเน1าเสีย เป_นต$น เนื่องจากปÜญหาที่พบในปÜจจุบันทำงคณะผู$จัดทำได$ศึกษาการสร$างสรรค.และประดิษฐ.อุปกรณ.ที่ช1วยพลิก
ตะแคงตัวที่ใช$ในการปYองกันและจัดการแผลกดทับแต1ยังไม1พบบทความหรืองานวิจัยเรื่องใดที่มีการประดิษฐ.ที่พลิกตะแคงตัวจาก
ผักตบชวา คณะผู$จัดจึงนำผักตบชวามาประยุกต.ใช$ให$เกิดมูลค1าเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งผักตบชวายังมีความยืดหยุ1น ลดแรงกระแทก
เหมาะสำหรับการนําไปทำเป_นที่ช1วยพลิกตะแคงตัวเพราะสามารถช1วยลดเวลาและอาการบาดเจ็บระหว1างการพลิกตัว และเป_นการ
ลดต$นทุนการผลิตเนื่องจากผักตบชวาหาได$ง1าย ทำให$ต$นทุนในการผลิตไม1สูงมากเมื่อเทียบกับอุปกรณ.พลิกตัวชนิดอื่นๆ ญาติผู$ปfวย
และผู$ปfวยกจ็ ะสามารถเขา$ ถงึ การใชอ$ ุปกรณ.พลิกตะแคงตัวไดม$ ากขน้ึ

จากการค$นคว$าข$อมูลคณะผู$จัดทำ จึงได$มีการออกแบบอุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัวในผู$ปfวย จากผักตบชวา สำหรับ
ผู$สูงอายุ เป_นนวัตกรรมที่ออกแบบอุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัว โดยการหาวิธีและข$อกำหนดในการออกแบบ เพื่อนำมาทำการ
ออกแบบและเป_นแนวทำงสำหรับผู$ที่เข$ามาศึกษา เพื่อนำการออกแบบไปพัฒนำหรือจัดทำอุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัวในผู$ปfวย
สำหรบั ผูส$ ูงอายใุ หเ$ กดิ ประโยชน. สูงสุดและได$ประสิทธภิ าพสำหรบั ผูส$ ูงอายมุ ากทีส่ ุด

2. วตั ถปุ ระสงคk

2.1 เพ่ือพฒั นำนวตั กรรมอปุ กรณพ. ลกิ ตะแคงตัวผปู$ วf ยทไ่ี ม1สามารถชว1 ยเหลือตัวเองได$
2.2 เพอื่ ประเมนิ ประสิทธภิ าพดา$ นการใชง$ านของอปุ กรณช. ว1 ยพลิกตะแคงตวั ในผูป$ วf ย
2.3 เพ่อื เพ่อื ประเมนิ ความพงึ พอใจของผ$ใู ชน$ วัตกรรมอปุ กรณ.ชว1 ยพลิกตะแคงตวั

3. วิธีดำเนินการ

การวิจัยครั้งนี้เป_นการวิจัยทดลอง เพื่อศึกษาผลของการใช$นวัตกรรมอุปกรณ.พลิกตะแคงตัวผู$ปfวยที่ไม1สามารถช1วยเหลือตัวเอง
ได$ เพ่อื ปYองกันแผลกดทับในผ$ูปวf ยทีเ่ สีย่ งตอ1 แผลกดทบั ในหอผ$ปู fวยอายรุ กรรมชายโรงพยาบาลพระจอมเกลา$ จงั หวดั เพชรบรุ ี

3.1 ประชากรและกลุMมตัวอยMาง
กลมุ1 ตวั อยา1 งทใ่ี ชใ$ นการศึกษาวิจยั คร้ังน้คี อื ผชู$ ว1 ยเหลือผป$ู วf ย/ญาตผิ $ปู วf ยทห่ี อผ$ูปfวยอายุรกรรมชาย โรงพยาบาลพระจอม
เกล$าจังหวัดเพชรบุรี ตำบลคลองกระแซง อำเภอเมอื งเพชรบรุ ี จงั หวดั เพชรบรุ ี จำนวน 10 คน
3.2 เครือ่ งมอื และการตรวจคณุ ภาพของเคร่อื งมอื

3.2.1 เคร่ืองมือในการเก็บรวบรวมข$อมูล ไดแ$ ก1 แบบสอบถามความพงึ พอใจ (Innovation that helps to turn)
ประกอบดว$ ย

ส1วนท่ี 1 ขอ$ มลู สว1 นบุคคล ประกอบดว$ ย ตำแหนง1 ของบุคลากรและลำดบั ชนั้ ปขd องนกั ศึกษา

106

สว1 นท่ี 2 ข$อมลู ความพงึ พอใจ ประกอบดว$ ย ดา$ นโครงสร$าง ดา$ นการใช$งาน ด$านการจดั กิจกรรม ความคิดเหน็

หลงั การใชอ$ ุปกรณ. Innovative equipment to help turning patient

ลักษณะของแบบสอบถามใชม$ าตราวัดประมาณค1า 5 ระดับ (Rating scale) มีเกณฑก. ารใหค$ ะแนนดังน้ี

มคี วามพงึ พอใจมากทสี่ ุด 5

มคี วามพงึ พอใจมาก 4

มีความพงึ พอใจปานกลาง 3

มีความพงึ พอใจนอ$ ย 2

มคี วามพงึ พอใจนอ$ ยทีส่ ดุ 1

การแปลความหมายของระดับคะแนนเฉลี่ย แบ1งเป_น 5 ระดับ ซึ่งผู$วิจัยใช$เกณฑ.ในการแบ1งระดับคะแนนของ

Best & Kahn (2006) ดังนี้

คะแนนเฉลย่ี 1.00-1.50 หมายถึง ระดับนอ$ ยทสี่ ุด

คะแนนเฉลีย่ 1.51-2.50 หมายถงึ ระดับนอ$ ย

คะแนนเฉลี่ย 2.51-3.50 หมายถึง ระดับปานกลาง

คะแนนเฉล่ีย 3.51-4.50 หมายถึง ระดับมาก

คะแนนเฉลี่ย 4.51-5.00 หมายถงึ ระดบั มากท่ีสดุ

3.2.2 การตรวจคุณภาพของเคร่ืองมือ

การหาความตรงเชิงเนื้อหาของแบบทดสอบและแบบสอบถามตรวจสอบคุณภาพโดยผู$ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3

ท1าน ให$ผู$ทรงคุณวุฒิให$คะแนนความสอดคล$องระหว1างข$อคำถามกับวัตถุประสงค. (Item objective congruence: IOC ) โดยมี

เกณฑ.ในการใหน$ ้ำหนักข$อคำถาม ดงั นี้

ให$คะแนน + 1 เมื่อผ$ทู รงคุณวฒุ แิ นใ1 จวา1 ข$อคำถามนนั้ วดั ไดต$ รงกับวัตถปุ ระสงค.

ใหค$ ะแนน 0 เมื่อผท$ู รงคุณวุฒิไมแ1 น1ใจวา1 ขอ$ คำถามนนั้ วดั ไดต$ รงกบั วตั ถุประสงค.

ให$คะแนน - 1 เมื่อผท$ู รงคุณวุฒแิ นใ1 จวา1 ข$อคำถามนน้ั วัดไม1ตรงกับวัตถุประสงค.

หลังจากนั้นผู$พัฒนำนวัตกรรมนำน้ำหนักในแต1ละข$อคำถามมาหาค1าดัชนีความสอดคล$อง (Item objective

congruence) ถ$าดัชนีความสอดคล$องรายข$อมากกว1า 0.5 ถือว1ารายการข$อคำถามข$อนั้นสามารถนำไปใช$ได$ แต1ถ$าดัชนีความ

สอดคล$องรายข$อน$อยกวา1 0.5 ผู$วจิ ัยจะปรับปรุงแก$ไขตามคำแนะนำของผูท$ รงคุณวฒุ กิ 1อนนำไปใช$

3.3 การเก็บรวบรวมข,อมูล

3.3.1 ทำหนังสอื ขออนุญาตใชส$ ถานทจี่ ากหนว1 ยงาน

3.3.2 ประสานงานกับกลุ1มเปYาหมาย เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค.ของโครงการ รายละเอียดกิจกรรมและขอความร1วมมือ

ในการเขา$ รว1 มโครงการเพือ่ เกบ็ ขอ$ มูล โดยใช$เวลาประมาณ 1 ช่วั โมง

3.3.3 ผู$พัฒนำนวัตกรรมดำเนินการตามหลักการพิทักษ.สิทธิกลุ1มตัวอย1างดังกล1าวข$างต$นและดำเนินการเก็บรวบรวม

ดว$ ยตนเองทว่ี ิทยาลยั พยาบาลพระจอมเกล$า จงั หวัดเพชรบรุ ี

3.3.4 นำขอ$ มูลทีไ่ ด$มาตรวจสอบความสมบูรณ.ถูกต$อง พร$อมขอ$ มูลมาวิเคราะหผ. ลการดำเนนิ งานตามวิธีทำงสถติ ิ

107

3.4 การวิเคราะหขk อ, มลู
ผู$วิจัยนำข$อมูลที่ได$จากการตอบแบบทดสอบและแบบสอบถามมาวิเคราะห.โปรแกรมคอมพิวเตอร.สำเร็จรูปเพื่อคำนวณ
ค1าทำงสถติ ิตามลำดบั ดังนี้

3.4.1 ขอ$ มูลสว1 นบคุ คล วิเคราะห.ด$วยสถติ ิ รอ$ ยละ และค1าเฉล่ีย ของกล1ุมเปาY หมายจำนวน 10 คน
3.4.2 ความพึงพอใจในนวัตกรรมอุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัวในผ$ูปfวย(Innovative equipment to help turning
patient) วิเคราะหโ. ดยใช$สถิตคิ า1 เฉล่ียและสว1 นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน

4.ผลการวจิ ยั
การดำเนินการงานครัง้ นี้ สมาชิกกลุ1ม Great Innovation ยึดหลกั การ การดำเนินการตามวงจรคุณภาพ (PDCA) ผลการ

ดำเนินงานพบวา1 บรรลุตามเปาY หมายตามตวั ช้วี ดั ครบทุก ตวั ชีว้ ัดดังนี้ รายละเอียดผลการดำเนินงานตามวงจรคณุ PDCK สรุปได$
ดงั น้ี

4.1 ขั้นวางแผน (Plan)
สมาชิกกลุ1ม Great Innovation ได$ประชุมวางแผน นักศึกษาพยาบาลศาสตร.ชั้นปd 1 กลุ1มนวัตกรรม Innovative
equipment to help turning patient และอาจารย.ที่ปรึกษาประจากลุ1มนวัตกรรมและได$ลงสำรวจลงพื้นที่พร$อมคิดค$น
นวตั กรรมและเสนออนมุ ัติและแบ1งหนา$ ที่รับผิดชอบดงั น้ี

4.1.1 การสำรวจและคิดค$น นวัตกรรมอุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัวในผู$ปfวย Innovative equipment to help
turning patient ของนักศึกษาพยาบาลศาสตร.ชั้นปdที่ 1 จุดที่สามารต1อยอดได$อีกในการเรื่องการพลิกตะแคงตัวในผู$ปfวย ให$เกิด
ความสะดวกสบายต1อผู$ปfวยบางราย เพื่อทุ1นแรงของบุคลากรที่ดูแลผู$ปfวย และญาติของผู$ปfวยซึ่งทำให$นักศึกษาสามารถฝ°กทักษะ
ด$วยตนเองได$

4.1.2 วิเคราะห.ปÜญหาโดยอภิปรายข$อมูลเพื่อหาประเด็นปÜญหาของการศึกษา และทดลองผลการศึกษาและทดลอง
สภาพปÜญหา โดยการสำรวจข$อมูลเกี่ยวกับปÜญหาด$านการพลิกตะแคงตัวในผู$ปfวย โดยใช$วิธีพื้นที่สำรวจบนตึกอายุรกรรมชาย ของ
โรงพยาบาลพระจอมเกล$า จังหวัดเพชรบุรี พบว1าบนตึกอายุรกรรมชายมีอุปกรณ.ที่ไม1ให$ความสะดวกสบายต1อผู$ปfวยบนตึกอายุรก
รรมชาย สมาชิกกลุ1ม Great Innovation จึงตระหนักถึงปÜญหาดังกล1าว จึงได$วางแผนสืบค$น ข$อมูลที่มีอยู1และนำมาศึกษา สร$าง
นวัตกรรมอุปกรณช. 1วยพลกิ ตะแคงตวั ในผป$ู fวย Innovative equipment to help turning patient

4.2 ข้ันจดั ทำ (DO)
สมาชิกกลุ1ม Great Innovation ได$ร1วมจัดทำ อุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัวในผู$ปfวย Innovative equipment to help
turning patient

4.2.1 .สบื คน$ ขอ$ มลู หาแนวทำงในการแก$ไขปญÜ หาเพอ่ื ประโยชน.ในการเขียนโครงการ

108

ภาพท่ี1 คณะผ$ูจดั ทำ
โดยสมาชิกกลุ1ม Great Innovation ทำการสืบค$นข$อมูลในการทำนวัตกรรมอุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัวใน
ผู$ปfวย เพื่อนำมาเป_นข$อมูลในการสร$างอุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัวขึ้น ไว$ใช$ในตึกผู$ปfวยอายุรกรรมชายที่โรงพยาบาลพระจอมเกล$า
จังหวัดเพชรบุรี จากการสืบค$นข$อมูลพบว1า ในการทำอุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัวมีความยากลำบาก เนื่องจากมีอุปกรณ.ที่ใช$
คอ1 นขา$ งจัดทำขนึ้ มาลำบาก สมาชิกกลม1ุ Great Innovation จงึ ได$จดั ทำนวัตกรรมนขี้ นึ้ มา
4.2.2 ทำนวตั กรรม อุปกรณช. ว1 ยพลิกตะแคงตวั ในผู$ปวf ย Innovative equipment to help turning patient

ภาพที่ 3-7 ทำช้ินงานนวัตกรรม Innovative equipment to help turning patient

ภาพที่ 8-11 ทำชิ้นงานอปุ กรณช. 1วยพลิกตะแคงตวั (ช1วงขา)

109

ภาพท่ี 12-15 ทำชน้ิ งานอปุ กรณช. 1วยพลิกตะแคงตวั (ชว1 งลำตวั )
สมาชิกได$ช1วยกันจัดซื้ออุปกรณ.และได$ทำผักตบชวาอบแห$งขึ้นเพื่อประหยัดค1าใช$จ1าย เพื่อนำมาสร$างเป_น
อปุ กรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัว โดยสามารถใช$ไดจ$ ริง มคี วามทันสมัย มีความปลอดภยั และอุปกรณ.มรี าคาทยี่ 1อมเยา
4.2.3 สาธติ การใชอ$ ปุ กรณ.ชว1 ยพลกิ ตะแคงตัวในผ$ปู วf ย Innovative equipment to help turning patient

ภาพท่ี 16-19 สาธิตการใช$อปุ กรณ.ชว1 ยพลกิ ตะแคงตัวในผป$ู วf ย
4.3 ขัน้ ตรวจสอบ (Check)
สมาชิกกลุ1ม Great Innovation ได$ร1วมกันสรุปประเมินผลการดำเนินงานโดยพิจารณาจากการประเมินผล ความพึง
พอใจของผู$ปfวยบนตึกอายุรกรรมชาย ที่โรงพยาบาลพระจอมเกล$า จังหวัดเพชรบุรีโดยมีการทดลอง ใช$อุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัว
ในผู$ปfวย Innovative equipment to help turning patientซึ่งผู$ประเมินได$ทดลองใช$อุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัวและ ได$มีการ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข$อเสนอแนะ เพื่อปรับปรุงแก$ไข และพัฒนำอุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัวนี้ต1อไป โดยทำงคณะผู$จัดทำกล1ุม
Great Innovation จึงได$ร1วมกันวิเคราะห.สาเหตุและแนวทำงการแก$ไขเพื่อพัฒนำอุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัว โดยมีการใส1

110

ผักตบชวาเพิ่ม ตรงช1วงรับใต$หัวเข1า เพื่อให$กระชับขึ้นและให$มีความทนทำนมากยิ่งขึ้นเพื่อสะดวกต1อการใช$งาน และกลุ1ม Great
Innovation ได$ร1วมกันประเมินผลลัพธ.การดำเนินการงานตามตัวชี้วัดความสำเร็จของนวัตกรรม สรุปผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด
ความสำเรจ็ ของนวัตกรรม บรรลเุ ปาY หมายตามทีก่ ำหนดตามตัวชีว้ ดั

รายละเอยี ดผลลพั ธ.ของการจดั กจิ กรรมดงั น้ี

ผลการประเมนิ

หัวข,อ/รายการประเมนิ Mean SD ระดับ

๑. ความพึงพอใจด,านโครงสรา, ง 4.625 0.51 พงึ พอใจมากทส่ี ดุ
๑.๑ อปุ กรณ.ชว1 ยพลกิ ตะแคงตวั มีความแขง็ แรงทนทำน

๑.๒ รปู ลกั ษณภ. ายนอกของอุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตวั น1าใช$ 4.625 0.51 พงึ พอใจมากที่สุด
งาน 4.875 0.35 พึงพอใจมากทีส่ ุด

๑.๓ อปุ กรณช. 1วยพลิกตะแคงตวั สะดวกต1อการเคล่ือนยา$ ย

๑.๔ มคี วามเหมาะสมในการวางตำแหนง1 อปุ กรณ.ชว1 ยพลกิ 4.125 0.83 พึงพอใจมาก
ตะแคงตัว 4.375 0.51 พงึ พอใจมาก

๑.๕ ขนำดของอปุ กรณ.ช1วยพลกิ ตะแคงตวั มีความเหมาะสม

๑.๖ การออกแบบอปุ กรณ.ช1วยพลกิ ตะแคงตัวมคี วาม 4.25 0.46 พงึ พอใจมาก
ทนั สมยั 4.25 0.46 พงึ พอใจมาก

๒. ความพึงพอใจดา, นการใชง, าน
๒.๑ อปุ กรณช. 1วยพลกิ ตะแคงตัวมคี วามสะดวกในการใชง$ าน

๒.๒ อปุ กรณช. ว1 ยพลิกตะแคงตัวแสดงผลไดช$ ัดเจน 4.25 0.46 พงึ พอใจมาก
4.25 0.70 พงึ พอใจมาก
๒.๓ อปุ กรณช. ว1 ยพลกิ ตะแคงตัวชว1 ยทำใหล$ ดการเกิดแผลกด 4.375 0.51 พงึ พอใจมาก
ทบั 4.625 0.51 พึงพอใจมากทสี่ ดุ
๒.๔ อุปกรณช. ว1 ยพลกิ ตะแคงตัวมีความปลอดภยั 4.625 0.51 พึงพอใจมากที่สดุ

๒.๕ อปุ กรณ.ช1วยพลกิ ตะแคงตวั มปี ระสทิ ธิภาพในการใชง$ าน
ที่ดี
๒.๖ อุปกรณ.ช1วยพลกิ ตะแคงตัวมคี วามสะอาด นา1 ใชง$ าน

111

๓. ความพงึ พอใจด,านอปุ กรณk 4.625 0.51 พึงพอใจมากทส่ี ดุ
๓.๑ อปุ กรณช. 1วยพลิกตะแคงตวั มีรูปแบบเหมาะสม 4.25 0.70 พึงพอใจมาก
4.125 0.35 พึงพอใจมาก
๓.๒ คุณภาพวสั ด/ุ อุปกรณ. 4.75 0.46 พึงพอใจมากท่สี ดุ

๓.๓ อุปกรณ.ชว1 ยพลิกตะแคงตัวมีวสั ดุเหมาะสมกับผลงาน 4.625 0.51 พึงพอใจมากท่สี ดุ
สง่ิ ประดษิ ฐ. 4.5 0.53 พงึ พอใจมากที่สดุ
๓.๔ อุปกรณช. 1วยพลกิ ตะแคงตัว มคี วามแข็งแรง 4.625 0.51 พึงพอใจมากที่สดุ
4.625 0.51 พงึ พอใจมากทส่ี ุด
๔. ความพึงพอใจด,านความปลอดภยั
๔.๑ ไม1ทำใหเ$ กิดรอยที่ผิวหนัง 4.625 0.51 พึงพอใจมากที่สดุ
4.25 0.46 พงึ พอใจมาก
๔.๒ วัสดุไมร1 ะคายเคืองต1อผิวหนังผป$ู fวย 4.375 0.51 พึงพอใจมาก

๔.๓ ทำใหผ$ ิวหนังเกิดรอยยบุ 4.375 0.51 พึงพอใจมาก
4.25 0.46 พงึ พอใจมาก
๔.๔ ภายหลังการใชง$ านนำน 2 ชั่วโมงเกิดรอยแดงทีผ่ ิวหนงั 4.5 0.53 พงึ พอใจมากทีส่ ดุ

๕. ความพึงพอใจดา, นความค,ุมทุนทำงเศรษฐกิจ
๕.๑ อุปกรณส. ามารถหาได$งา1 ย

๕.๒ มีความคงทนสามารถใชง$ านไดน$ ำน

๕.๓ อปุ กรณ.พลกิ ตะแคงตัวสามารถนำกลับมาใชซ$ ำ้ ได$

๖. ความพงึ พอใจด,านคุณภาพ
๖.๑ รูปแบบการใชน$ วัตกรรมมคี วามสอดคล$องกบั
วัตถปุ ระสงค.
๖.๒ เปน_ นวัตกรรมสามารถนำไปใชง$ านได$จรงิ ในผูป$ fวยทไ่ี ม1
สามารถชว1 ยเหลอื ตัวเองได$
๖.๓ มีความเปน_ นวัตกรรมท่ีเหมาะสมกับผู$ปวf ย

112

๖.๔ อปุ กรณ.พลิกตะแคงตวั มีขนั้ ตอนการใชง$ านทงี่ า1 ย ไม1 4.625 0.51 พงึ พอใจมากทสี่ ดุ
ซบั ซอ$ น
4.875 0.35 พงึ พอใจมากทส่ี ดุ
๖.๕ อุปกรณ.พลิกตะแคงตวั ง1ายต1อการจดั เกบ็
๗. ความพึงพอใจด,านความคุ,มคMา 4.625 0.51 พงึ พอใจมากทส่ี ุด
4.625 0.51 พึงพอใจมากที่สุด
๗.๑ ความเหมาะสมของต$นทนุ 4.625 0.51 พึงพอใจมากที่สดุ
๗.๒ ระยะเวลาทีใ่ ชง$ านอุปกรณ.ชว1 ยพลกิ ตะแคงตัว
4.75 0.46 พึงพอใจมากทสี่ ุด
๗.๓ นวัตกรรมมกี ารใชท$ รพั ยากรอย1างคมุ$ คา1 มี 4 0.75 พึงพอใจมาก
ประสทิ ธภิ าพ 4.25 0.46 พงึ พอใจมาก
4.375 0.51 พงึ พอใจมาก
๘. ความพงึ พอใจหลังการใช,งานอุปกรณชk วM ยพลิกตะแคง
ตวั 4.5 0.53 พงึ พอใจมากทส่ี ดุ
๘.๑ อุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัวสามารถนำไปใช$งานได$จริง
พึงพอใจมากทส่ี ุด คะแนน
๘.๒ อปุ กรณพ. ลกิ ตะแคงตัวสามารถลดการเกิดแผลกดทับได$ พงึ พอใจมาก
๘.๓ ไดร$ ับประโยชน.หลงั การใช$งานอุปกรณ.พลิกตะแคงตัว พึงพอใจปานกลาง
พึงพอใจนอ$ ย
๘.๔ อุปกรณ.พลกิ ตะแคงตัวมคี วามคงทนและมีขนำด พงึ พอใจนอ$ ยทีส่ ุด
เหมาะสมกบั การใช$งาน

๘.๕ อปุ กรณ.พลิกตะแคงตัวสามารถลดระยะเวลาในการ
พลิกตะแคงตวั

ระดับความพงึ พอใจ

4.50-5.00
3.50-4.49
2.50-3.49
1.50-2.49
1.00-1.49

4.4 ข้ันปรบั ปรงุ (Act)

ครง้ั ท1ี่
4.4.1 อุปกรณ.พลกิ ตะแคงตัวช1วงขา ตรงชว1 งรบั น้ำหนกั ของขา ไม1มคี วามกระชบั เมือ่ รองรับนำ้ หนักมากเกนิ ไปจะ

เกดิ รอยยบุ แกไ$ ขโดย ใสผ1 กั ตบชวาเพิ่ม ตรงชว1 งรบั ขาใต$หัวเข1า เพือ่ ให$กระชบั ข้นึ

113

5. สรปุ ผลการวจิ ยั

จากผลการดำเนินโครงการพบว1า บรรลุเปYาหมายตามวัตถุประสงค. จำนวน ตัวชี้วัด ผลการประเมิน พบว1าผู$ใช$บริการ
นวัตกรรมอุปกรณ.ช1วยพลิกตะแคงตัวในผู$ปfวยมีความพึงพอใจมากต1อนวัตกรรมในการออกแบบมีความสะดวกต1อการเคลื่อนย$าย
อยู1ที่ 4.88จากคะแนนเต็ม 5 มีความปลอดภัยและมีความสะอาด น1าใช$งานค1าเฉลี่ยอยู1ที่ 4.63 จาก คะแนนเต็ม 5 ใช$งานได$ อย1างมี
ประสิทธิภาพมีค1าเฉลี่ยอยู1ที่ 4.75 จากคะแนนเต็ม 5 ในภาพรวมความพึง พอใจอยู1ในระดับดีมากขึ้นไปจากผู$ใช$บริการ จำนวน 10
ราย คิดเปน_ รอ$ ยละ 95 และเมอ่ื พจิ ารณาภาพรวมแลว$ พบว1า นวตั กรรมสามารถสะดวกต1อการเคลอ่ื นยา$ ยและมคี วามปลอดภัย

เอกสารอ,างอิง

[1] จิณพชิ ญ.ชา มะมม. (2558). การพฒั นำนวตั กรรมเตียงพลกิ ตะแคงตัวเพือ่ ปอY งกันการเกิดแผลกดทบั . วารสารสภา
การพยาบาล, 30(4), 84-93.

[2] ฉัตรวลัย ใจอารีย. และสุภาพ ล้มิ เจรญิ . (2563). ผลของการใช$แนวปฏบิ ตั ทิ ำงคลินกิ สำหรบั ปYองกันการเกดิ แผลกด
ทับ โรงพยาบาลนครปฐม. วารสารแพทย0เขต, 39(4), 684-696.

[3] ฐาปกรณ. คำหอมกุลง. (2559). การศึกษาความเปน_ ไปไดข$ องการใชผ$ ักตบชวา ตน$ จอก และตน$ ธูป»ษเี ปน_ วสั ดเุ พาะเห็ดฟาง.
วารสารวชิ าการมหาวทิ ยาลัยอีสเทริ น0 เอเชียฉบบั วิทยาศาสตร0และเทคโนโลย,ี 10(2).

[4] พรทิพย. สารีโส, ปßยะภร ไพรสนธิ์ และอโณทยั เฉลมิ ศร.ี (2559). ประสทิ ธผิ ลการปYองกนั การเกดิ แผลกดทบั ของ
ท่นี อนชนิดไมม1 กี ารเคลอื่ นทข่ี องลมและชนิดทม่ี กี ารเคล่ือนทขี่ องลม:การศกึ ษาเบือ้ งต$น. วารสารสภาการ
พยาบาล, 31(3), 83-96.72.

114

นวตั กรรมเคร่ืองบริหารกล<ามเน้ือแขนและขา

ผกามาศ พธี รากร*, พัฒน.นรี ชลภูมแิ ละคณะ

1วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล$าจังหวัดเพชรบรุ ี คณะพยาบาลศาสตรบัณฑติ สถาบันพระบรมราชชนก
* [email protected] , [email protected]

บทคัดยMอ

ปÜจจุบันผู$สูงอายุมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ผู$สูงอายุเป_นกลุ1มที่มักพบปÜญหาความเสื่อมถอยของสมรรถภาพร1างกาย ด$านต1างๆ
หรือเป_นผู$ปfวยวิกฤตที่ต$องอยู1ในสภาวะที่ต$องนอนพักบนเตียงนำน ๆไม1ได$เคลื่อนไหวร1างกายเป_นเวลานำนทำให$เกิดผลเสียต1อระบบ
ประสาทและกล$ามเนื้อทำให$เกิดอาการกล$ามเนื้ออ1อนแรงและฝfอลีบ ทำงคณะผู$จัดทำได$จัดทำนวัตกรรมเครื่องบริหารกล$ามเน้ือ
เเขนเเละขาโดยมีวัตถุประสงค.เพื่อพัฒนำนวัตกรรมเครื่องบริหารกล$ามเนื้อแขนและขา เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพ เเละเพ่ือ
ประเมินความพึงพอใจของผู$ใช$นวัตกรรมเครื่องบริหารกล$ามเนื้อแขนและขา กลุ1มตัวอย1าง คือ ผู$ปfวยกล$ามเนื้อลีบมีอาการแขนและ
ขาอ1อนแรง เครื่องมือที่ใช$วิจัยคือ “นวัตกรรมเครื่องบริหารกล$ามเนื้อเเขนเเละขา”ซึ่งทำงคณะผู$จัดทำพัฒนำขึ้นจากการทบทวน
วรรณกรรม เเละเคร่ืองมอื ท่ีใช$เกบ็ รวบรวมข$อมูล ไดเ$ เก1 เเบบสอบถามความพงึ พอใจ

ผลการประเมินพบว1า ผู$ใช$บริการนวัตกรรมเครื่องบริหารกล$ามเนื้อแขนและขามีความพึงพอใจมากที่สุดต1อนวัตกรรมใน
การ ออกแบบเครื่องบริหารกล$ามเนื้อแขนและขามีความเหมาะสม อยู1ที่ 4.60 มีความสะดวกใน การใช$งานค1าเฉลี่ยอยู1ที่ 4.60 ใช$
งานได$อย1างมีประสิทธิภาพมีค1าเฉลี่ยอยู1ที่ 4.60 จาก คะแนนเต็ม 5 ในภาพรวมความพึง พอใจอยู1ในระดับดีมากขึ้นไปจาก
ผ$ใู ชบ$ ริการจำนวน 10 ราย คิดเปน_ ร$อยละ 80

ผลการศึกษา นวัตกรรมบริหารกล$ามเนื้อเเขนเเละขาสามารถ ช1วยบริหารกล$ามเนื้อแขนและขา เพื่อปYองกันการเป_นโรค
กล$ามเนื้ออ1อนแรงในการนอนโรงพยาบาลเป_นระยะ เวลานำน ช1วยเพิ่มความแข็งแรงของกล$ามเนื้อแขนและขา และสามารถทำให$
ผู$ปfวยกลับมามีสุขภาพทำงด$านร1างกายท่ีแข็งแรงเพมิ่ ขนึ้

คำสำคญั : ภาวะกลา$ มเนือ้ ลบี เครื่องบรหิ ารกลา$ มเนอื้ กล$ามเนอื้ ออ1 นแรง

115

Arm and leg Stretching Exercises

Phakamard Pheetarakorn*, Patnaree Chollapum and faculty

Prachomklao College of Nursing, Phetchaburi Province
* [email protected] , [email protected]

Abstract

Nowadays, the number of older adults are growing and face with physical impairment. Moreover,
critically ill patients are often subjected to prolonged periods of bed rest with immobility. This acquire
neuropathy and/or myopathy labeled and muscle weakness. This study aims to develop and to study
effectiveness of arm and leg stretching exercises innovative, and to evaluate effectiveness of the innovation.

The participants were patients who had arm or leg muscle weakness. The “Arm and leg Stretching
Exercises Innovative” was develop from literature review. Satisfaction questionnaire was used for data
collection. The result revealed that the overall of the participants satisfied with the “Arm and leg Stretching
Exercises Innovative”. Especially, the design, the convenient and the effectiveness was at 4.60 out of 5 from 10
participants.

These findings provide the effectiveness of the “Arm and leg Stretching Exercises Innovative” that help
to promote arms and legs muscle and prevent myopathy labeled from prolonged periods of bed rest with
immobility.Furthermore, this innovative help to strengthen muscle and help the patient to be more physically
healthy.

Keywords: Arm and leg stretching exercises, Innovative, Muscle weakness

116

1. บทนำ

ปÜจจุบันผู$สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นทั่วโลก และ ประเทศไทยเป_นอีกประเทศหนึ่งที่กำลังเข$าสู1สังคมของ ผู$สูงอายุมาตั้งแต1ปd
2543-2544 กล1าวคือมีประชากรอายุ 60 ปdขึ้นไปคิด เป_นสัดส1วนประมาณร$อยละ 10 ของจำนวน ประชากรทั้งหมดในประเทศและ
ในปdพ.ศ. 2553 พบว1า ประชากรสูงอายุเพิ่มเป_นร$อยละ13 ของจำนวนประชากร ทั้งหมด (จำนวนประชากร 65.9 ล$านคน) และ
คาดการณ. ว1าสัดส1วนนี้จะมีแนวโน$มเพิ่มสูงขึ้นอย1างต1อเนื่องเป_น ร$อยละ20 ของประชากรในปd2568 ผู$สูงอายุเป_นกลุ1มที่มักพบ
ปÜญหาความเสื่อมถอยของสมรรถภาพความสามารถ ด$านต1างๆ ซึ่งมีผลต1อการประกอบกิจวัตรประจำวัน ด$วยตนเอง การช1วยเหลือ
ตนเองในการทำ กิจวัตรประจำวัน เป_นสิ่งพึงปรารถนำของทุกคน ลดการพึ่งพาผู$อื่น แต1ธรรมชาติของผู$สูงอายุกลับตรงข$ามโดยพบ
ความเสื่อมถอยของระบบต1างๆ เช1น ระบบหัวใจและหลอดเลือด พบความยืดหยุ1นของหลอดเลือดที่ลดลง ส1วนระบบกระดูก พบ
ความหนำแน1น มวลกระดูก ลดลงทำให$เกิดโรคกระดูกพรุน หรือ ระบบกล$ามเนื้อ พบการลีบลงของกล$ามเนื้อที่มากขึ้นตามวัย(วิไล
คุปต.นิรัติศัยกุล,2561)ผู$ปfวยที่เข$ารับการรักษาในหอผู$ปfวยวิกฤตส1วนใหญ1ต$องอยู1ในสภาวะที่ต$องนอนพักบนเตียงนำน ๆ
(Prolonged bed rest) และถูกจำกัด การเคลื่อนไหวการนอนพักและการไม1ได$เคลื่อนไหวร1างกายเป_นเวลานำนทำให$เกิดผลเสียต1อ
ระบบประสาทและกล$ามเนื้อทำให$เกิดอาการกล$ามเนื้ออ1อนแรงและฝfอลีบ (atrophy กัญญ.ญาภัค ผาสุก และนรลักขณ. เอื้อกิจ,
2554) กล$ามเนื้อกำจัดการเคลื่อนไหวจะทำให$เกิดการเปลี่ยนแปลงด$านต1างๆจนทำให$เกิดการฝfอลีบของกล$ามเนื้อซึ่งการ
เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นเกี่ยวข$องกับการเพิ่มขึ้นของภาวะออกซิเดชั่นภายในกล$ามเนื้อ(ชัชฎาภรณ. ใจเย็น,2556) อาการกล$ามเนื้อ
อ1อนแรง ทำให$เกิดผล กระทบต1อร1างกาย ผู$ปfวยจะมีการอ1อนแรงของกล$ามเนื้อ ไม1สามารถบังคับให$กล$ามเนื้อให$เคลื่อนไหวได$
ตามปกติ เช1น การอ1อนแรงของแขน แขนก็จะไม1สามารถยกหรือขยับได$ตามปกติ การอ1อนแรงของขา ขาก็ไม1 สามารถลุก นั่ง ยืน
หรือเดินได$ตามปกติ(วิไลภรณ. ภูกองชัย,2559) ผู$ปfวยเหล1านี้ไม1สามารถช1วยเหลือตัวเองได$ สิ่งที่จะทำให$ผู$ปfวยหายได$จะต$องมีการ
ฟ¢£นฟูกระตุ$น กล$ามเนื้อหรือออกกําลังกายอย1างต1อเนื่อง ผู$ปfวยจึงจะมีอาการที่ดีขึ้น และสามารถหายเป_นปกติได$ แต1ผู$ปfวยจะต$องมี
แรงจูงใจและขยันที่จะออกกําลังกาย เพื่อฟ¢£นฟูกล$ามเนื้อที่อ1อนแรง และขยับ แขนขาได$เล็กน$อย ให$กลับมาใช$งานได$เหมือนเดิม
(นฤเทพ สุวรรณธาดา,2559) การบําบัด ผู$ปfวยอาจบรรเทำอาการด$วยวิธีการบําบัดต1าง ๆ เช1น กายภาพบําบัด ผู$ปfวยสามารถออก
กําลังกายด$วย วิธีที่ไม1ต$องใช$แรงมาก เช1น การเดิน การว1ายน้ำ การปÜ…นจักรยานอยู1กับที่ เป_นต$น เพื่อช1วยให$ร1างกายต1อสู$กับความ
เมื่อยล$าและซึ่งเป_นส1วนหนึ่งของการพยาบาลที่สำคัญคือการส1งเสริมการ เคลื่อนไหวด$วยการออกกําลังกายกล$ามเนื้อทำให$
กล$ามเนื้อมีความแข็งแรง การฟ¢£นฟูหรือบริหาร แขนขาข$างที่อ1อนแรงจะช1วยกระตุ$นให$เกิดการฟ¢£นฟูของระบบประสาทสั่งการได$(ชุติ
มา ปราบ มนตร,ี 2558)

ด$วยเหตุนี้เราจึงพัฒนำนวัตกรรมการออกกําลังกายสำหรับผู$ปfวยและผู$สูงอายุเพื่อบริหาร กล$ามเนื้อแขนและขาตามกล
ไกลของนวัตกรรมชิ้นนี้ที่บริหารกล$ามเนื้อแขนและขาได$ง1ายๆด$วย ตนเองทำให$สุขภาพทั้งร1างกายและจิตใจดีขึ้นด$วยและ
สามารถกลับมาทำสิง่ ตา1 งๆในชวี ิตประจำวนั

2. วตั ถปุ ระสงคk
2.1. เพอ่ื พฒั นำนวัตกรรมเครือ่ งบริหารกล$ามเนือ้ แขนและขา
2.2. เพอ่ื ตรวจสอบประสทิ ธิภาพของนวตั กรรมเคร่อื งบรหิ ารกลา$ มเนื้อแขนและขา
2.3. เพอ่ื ประเมนิ ความพึงพอใจของผ$ใู ชน$ วัตกรรมเครอ่ื งบรหิ ารกลา$ มเน้ือแขนและขา

117

3. วธิ ีการดำเนนิ งาน

3.1. กลุมM เปmาหมาย

ผูป$ วf ยกลา$ มเน้ือลีบมีอาการแขนและขาอ1อนแรงในตกึ อายรุ กรรมชาย โรงพยาบาลพระจอมเกลา$ จงั หวัดเพชรบุรี

จำนวน 10 ราย

3.2. เครื่องมอื และการหาคณุ ภาพเคร่อื งมือ

3.2.1 เครอ่ื งมือในการเก็บรวบรวมขอ$ มลู ได$แก1 แบบสอบถามความพึงพอใจ (Arm and Leg Stretching Exercise)

ประกอบดว$ ย

ส1วนที่ 1 ข$อมูลส1วนตวั ประกอบด$วย เพศ อายุ

สว1 นท่ี 2 ขอ$ มลู ความพึงพอใจ ประกอบดว$ ย ดา$ นโครงสรา$ ง ดา$ นคณุ ภาพของวสั ด-ุ อปุ กรณ. ด$านการใช$งาน ดา$ นความ

ปลอดภยั ด$านประสทิ ธภิ าพ ด$านความค$มุ ทุนทำงเศรษฐกจิ

ลกั ษณะของแบบสอบถามใช$มาตราวัดประมาณค1า 5 ระดับ (Rating scale) มีเกณฑก. ารใหค$ ะแนนดังนี้

มคี วามพึงพอใจมากทส่ี ุด 5

มีความพึงพอใจมาก 4

มคี วามพึงพอใจปานกลาง 3

มีความพึงพอใจน$อย 2

มีความพงึ พอใจน$อยทส่ี ุด 1

การแปลความหมายของระดับคะแนนเฉลี่ย แบ1งเป_น 5 ระดับ ซึ่งผู$วิจัยใช$เกณฑ.ในการแบ1งระดับคะแนนของ Best &

Kahn (2006) ดงั นี้

คะแนนเฉลี่ย 1.00-1.50 หมายถึง ระดับนอ$ ยทสี่ ุด

คะแนนเฉล่ีย 1.51-2.50 หมายถึง ระดับนอ$ ย

คะแนนเฉลีย่ 2.51-3.50 หมายถงึ ระดบั ปานกลาง

คะแนนเฉลย่ี 3.51-4.50 หมายถงึ ระดบั มาก

คะแนนเฉลย่ี 4.51-5.00 หมายถึง ระดบั มากทีส่ ุด

3.2.2. การตรวจคณุ ภาพของเครอื่ งมือ

การหาความตรงเชิงเนื้อหาของแบบทดสอบและแบบสอบถามตรวจสอบคุณภาพโดยผู$ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3

ท1าน ให$ผู$ทรงคุณวุฒิให$คะแนนความสอดคล$องระหว1างข$อคำถามกับวัตถุประสงค. (Item objective congruence: IOC ) โดยมี

เกณฑใ. นการให$นำ้ หนักข$อคำถาม ดงั น้ี

ใหค$ ะแนน + 1 เม่อื ผ$ทู รงคณุ วุฒแิ น1ใจว1าขอ$ คำถามน้นั วดั ได$ตรงกบั วตั ถุประสงค.

ใหค$ ะแนน 0 เม่ือผทู$ รงคณุ วฒุ ิไม1แนใ1 จวา1 ข$อคำถามนั้นวดั ได$ตรงกับวตั ถุประสงค.

ใหค$ ะแนน - 1 เม่ือผท$ู รงคุณวฒุ ิแน1ใจว1าขอ$ คำถามน้นั วดั ไมต1 รงกบั วตั ถุประสงค.

118

หลังจากนั้นผู$พัฒนำนวัตกรรมนำน้ำหนักในแต1ละข$อคำถามมาหาค1าดัชนีความสอดคล$อง (Item objective congruence) ถ$าดัชนี
ความสอดคล$องรายข$อมากกว1า 0.5 ถือว1ารายการข$อคำถามข$อนั้นสามารถนำไปใช$ได$ แต1ถ$าดัชนีความสอดคล$องรายข$อน$อยกว1า
0.5 ผู$วจิ ยั จะปรบั ปรงุ แกไ$ ขตามคำแนะนำของผูท$ รงคณุ วุฒิกอ1 นนำไปใช$

3.3. การเก็บรวบรวมขอ, มูล
3.3.1. ทำหนังสอื ขออนญุ าตใช$สถานทจ่ี ากหนว1 ยงาน
3.3.2. ประสานงานกับกลุ1มเปYาหมาย เพื่อชี้แจงวัตถุประสงค.ของโครงการ รายละเอียดกิจกรรมและขอความร1วมมือใน

การเขา$ ร1วมโครงการเพอ่ื เก็บขอ$ มูล โดยใชเ$ วลาประมาณ 1 ชั่วโมง
3.3.3. ผพู$ ฒั นำนวตั กรรมดำเนนิ การตามหลักการพิทักษ.สิทธิกลุ1มตัวอยา1 งดงั กล1าวข$างต$นและดำเนนิ การเก็บรวบรวม

ด$วยตนเองท่ีวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล$า จังหวดั เพชรบรุ ี
3.3.4. นำข$อมลู ทไี่ ดม$ าตรวจสอบความสมบรู ณ.ถูกตอ$ ง พร$อมข$อมลู มาวเิ คราะห.ผลการดำเนนิ งานตามวธิ ีทำงสถิติ

3.4. การวเิ คราะหkข,อมลู
ผู$วิจัยนำข$อมูลที่ไดจ$ ากการตอบแบบทดสอบและแบบสอบถามมาวิเคราะห.โปรแกรมคอมพิวเตอร.สำเร็จรูปเพื่อคำนวณ

คา1 ทำงสถติ ติ ามลำดบั ดงั น้ี
3.4.1. ข$อมูลส1วนบุคคล วเิ คราะหด. $วยสถติ ิ รอ$ ยละ และค1าเฉล่ยี ของกล1ุมเปYาหมายจำนวน 10 คน
3.4.2. ความพึงพอใจในนวัตกรรมเครื่องบริหารกล$ามเนื้อแขนและขาวิเคราะห.โดยใช$สถิติค1าเฉลี่ยและส1วนเบี่ยงเบน

มาตรฐาน

4.ผลการวจิ ัย
การดำเนินการงานครง้ั น้ี สมาชิกกลมุ1 Innovation of nurse ยดึ หลักการ การดำเนนิ การตามวงจรคณุ ภาพ (PDCA)

ผลการดำเนนิ งานพบว1าบรรลตุ ามเปาY หมายตามตัวช้ีวัดครบทกุ ตวั ชว้ี ัดดงั นี้
รายละเอียดผลการดำเนินงานตามวงจรคณุ PDCK สรปุ ไดด$ งั น้ี

4.1.ขั้นวางแผน (Plan)
สมาชิกกลุ@ม Innovation of nurse ได7ประชุมวางแผน นักศึกษาพยาบาลศาสตรMชั้นปO ๑ กลุ@มนวัตกรรม Innovation of nurse และอาจารยM

ท่ีปรกึ ษาประจากลม@ุ นวตั กรรมและได7ลงสำรวจลงพ้ืนท่ีพร7อมคดิ คน7 นวตั กรรมและเสนออนุมัติและแบง@ หนา7 ท่รี ับผิดชอบดงั น้ี

4.1.1. การสำรวจและคิดค$น นวัตกรรมเครื่องนวัตกรรมเครื่องบริหารกล$ามเนื้อแขนและขาArm and leg Stretching
Exercises ของนักศึกษาพยาบาลศาสตร.ชั้นปdที่ ๑ จุดที่สามารถต1อยอดได$คือการนำเครื่องบริหารมาใช$กับตัวคนไข$โดยตรง โดยไม1
ตอ$ งเคลอ่ื นย$ายผป$ู วf ยทมี่ ภี าวะกล$ามเน้อื อ1อนแรง

4.2.2. วิเคราะห.ปÜญหาโดยอภิปรายข$อมูลเพื่อหาประเด็นปÜญหาของการศึกษาและทดลองผลการศึกษาและทดลอง
สภาพปÜญหา โดยการสำรวจข$อมูลเกี่ยวกับปÜญหาด$านเครื่องบริหารใช$ปฏิบัติ ในการออกกำลังกาย โดยใช$วิธีพื้นที่สำรวจบนตึกอายุ
รกรรมชาย ของโรงพยาบาลพระจอมเกล$า จังหวัดเพชรบุรี พบว1าบนตึกอายุรกรรมชายมีอุปกรณ.แต1ไม1เพียงต1อจำนวนของผู$ปfวย

119

และอุปกรณ.ที่มีให$สะดวกสบายต1อผู$ปfวย บนตึกอายุรกรรมชาย สมาชิกกลุ1ม Innovation of nurse จึงตระหนักถึงปÜญหาดังกล1าว
จึงได$วางแผนสืบค$น ข$อมูลที่มีอยู1และนำมาศึกษา สร$างนวัตกรรมเครื่องบริหารกล$ามเนื้อแขนและขา Arm and leg Stretching
Exercises

4.2. ขนั้ จัดทาํ (DO)
สมาชิกกลุม1 Innovation of nurse ได$ร1วมจัดทำนวัตกรรม Arm and leg Stretching Exercises

4.2.1.สบื ค$นขอ$ มลู หาแนวทำงในการแกไ$ ขปญÜ หาเพ่ือประโยชนใ. นการเขยี นโครงการ

ภาพท่ี 1 คณะผ$จู ดั ทำ
โดยสมาชิกกลุ1ม Innovation of nurse ทำการร1วมพูดคุยปรึกษากันสืบค$นข$อมูลในการทำนวัตกรรมเครื่องบริหาร
กล$ามเนื้อแขนและขา เพื่อนำมาเป_นข$อมูลในการสร$างเครื่องบริหารกล$ามเนื้อแขนและขา ไว$ใช$ในตึกผู$ปfวยอายุรกรรมชายท่ี
โรงพยาบาลพระจอมเกล$า จังหวัดเพชรบุรี จากการสืบค$นข$อมูลพบว1า ในการทำนวัตกรรมเครื่องบริหารกล$ามเนื้อแขนและขา มี
ความยากลำบาก เนื่องจากมอี ุปกรณเ. ยอะ เคลอ่ื นยา$ ยลำบาก สมาชกิ กลุ1ม Innovation of nurse จงึ ไดจ$ ัดทำนวตั กรรมน้ีขึ้นมา

4.2.2. ทำนวัตกรรม Arm and leg Stretching Exercises

120

ภาพที่ 3, 4 ทำช้นิ งานนวตั กรรม Arm and leg Stretching Exercises

4.3. ข้ันตรวจสอบ (Check)

สมาชิกกลุ1ม Innovation of nurse ได$ร1วมกันสรุปประเมินผลการดำเนินงานโดยพิจารณาจากการประเมินผล ความ

พึงพอใจของผู$ปfวยบนตึกอายุรกรรมชาย ที่โรงพยาบาลพระจอมเกล$า จังหวัดเพชรบุรี โดยมีการทดลอง ซึ่งผู$ประเมินได$ทดลองใช$

เครื่องบริหารกล$ามเนื้อแขนและขา Arm and leg Stretching Exercises ได$มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข$อเสนอแนะ เพื่อ

ปรับปรุงแก$ไข และพัฒนำเครื่องบริหารกล$ามเนื้อแขนและขาต1อไป โดยทำงคณะผู$จัดทำกลุ1ม Innovation of nurse จึงได$ร1วมกัน

วิเคราะห.สาเหตุและแนวทำงการแก$ไขเพื่อพัฒนำเครื่องบริหารกล$ามเนื้อแขนและขา โดยมีการปรับเปลี่ยนความยาวของเชือก,ลด

ระดับความดังของรอก,เพิ่มห1วงที่ใส1ข$อมือ ให$มีความทนทำนมากยิ่งขึ้นเพื่อสะดวกต1อการใช$งาน พร$อมทั้ง ยังเพิ่มความสวยงาม

ให$กับเครื่องบริหารกล$ามเนื้อแขนขา และกลุ1ม Innovation of nurse ได$ร1วมกันประเมินผลลัพธ.การ ดำเนินการงานตามตัวชี้วัด

ความสำเร็จของนวตั กรรม สรปุ ผลการดำเนนิ งานตามตวั ชี้วัดความสำเรจ็ ของนวตั กรรม บรรลเุ ปาY หมายตามท่ีกำหนดตามตัวชว้ี ดั

ระดบั ความพงึ พอใจ คะแนน

4.50-5.00 พงึ พอใจมากท่ีสุด

3.50-4.49 พึงพอใจมาก

2.50-3.49 พึงพอใจปานกลาง

1.50-2.49 พงึ พอใจน$อย

1.00-1.49 ไม1พึงพอใจ

รายละเอียดผลลพั ธ.ของการจดั กิจกรรมดงั ตาราง #" SD. ความหมาย

ประเด็น/หวั ขอ, การพิจารณา 4.20 1.03 พงึ พอใจมาก
4.40 0.84 พงึ พอใจมาก
ด,านโครงสร,าง
1.เคร่อื งบริหารกลา$ มเนอื้ แขนและขา มีความแข็งแรงทนทำน 4.10 0.88 พงึ พอใจมาก
2.เคร่อื งบริหารกลา$ มเนื้อแขนและขา สะดวกตอ1 การเคลื่อนยา$ ย 4.10 0.88 พึงพอใจมาก
3.น้ำหนักของชน้ิ งานมีความเหมาะสม
4.ขนำดของช้ินงานมคี วามเหมาะสมในการใช$งาน 4.60 0.52 พึงพอใจมากทส่ี ดุ
5.การออกแบบเครือ่ งบริหารกลา$ มเนือ้ แขนและขามคี วามเหมาะสม 4.50 0.53 พงึ พอใจมากทส่ี ดุ
6.การออกแบบเครือ่ งบรหิ ารกล$ามเนอ้ื แขนและขามคี วามทนั สมัย
ด,านคณุ ภาพของวัสด-ุ อุปกรณk 4.30 0.67 พงึ พอใจมาก
7.ความเหมาะสมของคณุ ภาพวัสดุท่นี ำมาใช$งาน 4.20 0.79 พึงพอใจมาก
8.วสั ดุมคี วามแข็งแรง ทนทำน
ด,านการใช,งาน 4.60 0.52 พึงพอใจมากท่ีสุด
9.เครือ่ งบริหารกลา$ มเนื้อแขนและขา มีความสะดวกในการใช$งาน

121

10.เครอ่ื งบริหารกลา$ มเน้ือแขนและขา แสดงผลได$ชดั เจน 4.50 0.53 พงึ พอใจมากทส่ี ดุ
11.เคร่อื งบรหิ ารกล$ามเนอื้ แขนและขาสามารถใชง$ านได$อยา1 งมีประสทิ ธภิ าพ 4.60 0.52 พึงพอใจมากทสี่ ุด
12.เครอ่ื งบริหารกลา$ มเน้ือแขนและขามคี วามสะอาด เหมาะกบั การใช$งาน 4.50 0.53 พึงพอใจมากที่สดุ
ดา, นความปลอดภัย
13.เครอ่ื งบรหิ ารกลา$ มเนอ้ื แขนและขา มีความปลอดภยั ตอ1 การใชง$ าน 4.40 0.52 พึงพอใจมาก
14.ไม1สง1 ผลกระทบตอ1 ผ$ปู fวยเมอื่ ใช$เครื่องบริหารกล$ามเนื้อแขนและขาใน พงึ พอใจมากทส่ี ุด
ระยะเวลานำน
ด,านประสิทธภิ าพ 4.50 0.53
15.รปู แบบการใชน$ วตั กรรมมคี วามสอดคล$องกบั วัตถปุ ระสงค.
16.เป_นนวัตกรรมทส่ี ามารถนำไปใช$งานได$จริงในผปู$ fวยกลา$ มเนอื้ อ1อนแรง 4.50 0.71 พงึ พอใจมากทีส่ ดุ
พึงพอใจมากที่สดุ
ด,านความค,ุมทนุ ทำงเศรษฐกิจ
17.อปุ กรณ.สามารถหาไดง$ า1 ย 4.50 0.71
18.เครื่องบริหารกล$ามเนื้อแขนและขาสามารถใชง$ านไดน$ ำน
ความคิดเห็นหลังการใช,งานเคร่อื งบรหิ ารกลา, มเน้ือแขนและขา 4.60 0.70 พงึ พอใจมากทส่ี ดุ
19.เคร่อื งบริหารกล$ามเนื้อแขนและขาสามารถใช$งานไดจ$ รงิ 4.20 0.63 พงึ พอใจมาก
20.เครอ่ื งบริหารกล$ามเนอ้ื แขนและขาสามารถบรรเทำอาการของผไู$ ด$
21.ผใู$ ชง$ านไดร$ ับประโยชนจ. ากการใช$เคร่ืองบรหิ ารกลา$ มเนอ้ื แขนและขา 4.50 0.71 พงึ พอใจมากที่สดุ
22.เครือ่ งบริหารกล$ามเน้อื แขนและขามีความคงทน และมขี นำดท่ีเหมาะสม 4.30 0.82 พึงพอใจมาก
ต1อการใช$งาน 4.30 0.82 พึงพอใจมาก
โดยภาพรวมทงั้ หมดทMานมีความพงึ พอใจอยใูM นระดบั ใด
23.ความพงึ พอใจ พึงพอใจมากที่สดุ
4.50 0.53

4.20 0.79 พึงพอใจมาก

4.4. ข้ันปรบั ปรุง (Act)

122

ภาพท่ี 5 ทดลองใชน$ วตั กรรมกับผสู$ ูงอายใุ นชุมชน

ภาพที่ 6 ทดลองใชน$ วตั กรรมกับรนุ1 พี่นักศึกษาพยาบาลช้นั ปdที่ 4
สำหรับปÜญหาของการดำเนินกิจกรรมคือ ระยะเวลาในการประดิษฐ.เครื่องบริหารกล$ามเนื้อแขนและขามีการปรับแก$ไข
หลาย ข้ันตอน
โดยเริม่ ตั้งแต1 ทดลองใชน$ วัตกรรมกบั ผสู$ งู อายใุ นชมุ ชน
คร้ังที่ 1 ไดม$ กี ารทดลองพบว1าเสยี งจากรอกดงั กว1าปกติ อาจทำใหร$ บกวนตอ1 ผู$ปfวยคนอืน่ ๆ ดงั น้ัน กลม1ุ จงึ ใสล1 ูกยางที่รอก อดั จำระ
บี และเปลี่ยนน็อตใหม1
ทดลองใช$นวตั กรรมกับร1นุ พ่นี ักศึกษาพยาบาลชัน้ ปทd ่ี 4
ครง้ั ท่ี 1 เชือกสั้นเกินไป ทีจ่ ับบริเวณมอื และท่รี ัดบริเวณขาไม1กระชบั
ดังนน้ั กลมุ1 จงึ เปล่ยี นไปใชเ$ ชอื กท่ีมขี นำดความยาวมากข้นึ กวา1 เดมิ บริเวณมอื แกไ$ ขโดยการใส1ยางยืด บริเวณขาแก$ไขโดยใส1
ตนี ตุก∞ แก
5.สรุปผลการวิจยั

ภาพที่ 7, 8, 9 ทดลองใช$กบั ผู$ปfวยในตึกอายรุ กรรมชาย โรงพยาบาลพระจอมเกลา$ จังหวดั เพชรบุรี จำนวน 10 ราย

123

จากผลการดำเนินโครงการ พบว1า บรรลุเปYาหมายตามวัตถุประสงค. จำนวน ตัวชี้วัด ผลการประเมิน พบว1าผู$ใช$บริการ
นวตั กรรมเครอ่ื งบริหารกล$ามเนือ้ แขนและขามีความพงึ พอใจมากท่ีสุดต1อนวัตกรรมในการออกแบบเครอ่ื งบริหารกล$ามเนื้อแขนและ
ขามีความเหมาะสม อยู1ที่ 4.60 จากคะแนนเต็ม 5 มีความสะดวกในการใช$งานค1าเฉลี่ยอยู1ที่ 4.60 จาก คะแนนเต็ม 5 ใช$งานได$
อย1างมีประสิทธิภาพมีค1าเฉลี่ยอยู1ที่ 4.60 จากคะแนนเต็ม 5 ในภาพรวมความพึง พอใจอยู1ในระดับดีมากขึ้นไปจากผู$ใช$บริการ
จำนวน 10 ราย คิดเป_นร$อยละ 80 และเมื่อพิจารณาภาพรวม แล$วพบว1านวัตกรรมสามารถลดการเคลื่อนย$ายผู$ปfวย และลด
ระยะเวลาในการรักษาของผป$ู fวย

124

เอกสารอา, งองิ

[1] กญั ญ.ญาภัค ผาสุก และ นรลักขณ. เอือ้ กิจ. (๒๕๕๘). ผลของโปรแกรมการเคลอื่ นไหวร1างกายโดยเร็วต1อระยะเวลาใน
การใช$เคร่อื งชว1 ยหายใจในผปู$ วf ยวิกฤตอายุรกรรม. วารสารพยาบาลโรคหวั ใจและทรวงอก ๒๖(๑).

[2] วิไลภรณ. ภูกองชยั . (2558). เกมสำหรับฟ£น¢ ฟสู มรรถาพผู$ปวf ยท่มี อี ำกำรกล้ำมเนอื้ แขนออ1 นแรงด$วยอปุ กรณค. เิ นค็ .
การค$นควา$ อิสระเป_นส1วนหนงึ่ ของการศึกษาตามหลักสูตรวิทยาศาสตรม. หาบัณฑติ สาขาวชิ าเทคโนโลยี
สารสนเทศและการจัดการ มหาวทิ ยาลยั กรงุ เทพ.

[3] นฤเทพ สุวรรณธาดา. (๒๕๕๙). การศึกษาผลการประยุกตใ. ชเ$ กมกระต$นุ การทำงานและการฟ£¢นตวั ของกล$ามเนื้อแขน
สำหรบั ผ$ปู วf ยกล$ามเนื้อออ1 นแรงดว$ ยปลอกแขน "Myo".วารสารเทคโนโลยีภาคใตG 9(1).

[4] ชตุ มิ า ปราบมนตรี และคณะนกั ศึกษาพยาบาล วทิ ยาลยั พยาบาลสภากาชาดไทย (2558). วารสารพยาบาลกาชาดไทย
ปdที่8 หวั ขอ$ ยดื หย1ุนกลา$ มเนื้อ: นวตั กรรมนักศึกษาพยาบาลหลักสูตรพยาบาลศาสตร.บณั ฑติ ชัน้ ปทd 4ี่ ปd
การศกึ ษา2557 วิทยาลยั พยาบาลสภากาชาดไทย.

[5] ชชั ฎาภรณ. ใจเย็น. (๒๕๕๙). ผลการยดื เหยยี กลา$ มเนอื้ โดยอาศยั แรงผอู$ ่ืนช1วยร1วมกับการใหว$ ติ ามนิ ซีต1อการฝfอลีบของ
กล$ามเนือ้ จากภาวะจำกดั การเคลื่อนไหวในหนูทดลอง.วิทยาศาสตรม. หาบณั ฑติ (สรรี วิทยา).

[6] ชฎาพร คงเพช็ . (๒๕๖๒). การออกกำลังกายในผูส$ ูงอายุ. คณะพยาบาลศาสตร. วชั รพล มหาวิทยาลยั เวสเทริ น..
วารสารพยาบาล ๔(๑), ๖๑-๗๔.

125

การพฒั นำหน]ุ จำลองแขนสำหรับฝhกปฏบิ ัติการการฉีดยาทำงกลา< มเน้อื

จนั ทรัศม= บญุ ม1ี *, พรทิพย= สินประเสรฐิ 1 , พิชฌายว= รี = สนิ สวสั ด์ิ1

1ภาควิชาการพยาบาลผใู$ หญแ1 ละผส$ู งู อายุ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ราชบรุ ี
*[email protected]

1. บทนำ
ความเป_นมาและความสำคัญของปÜญหา

การจัดการศึกษาในสาขาพยาบาลศาสตร. เป_นการจัดการศึกษาแขนงหนึ่งในสาขาวิชาชีพ ที่ต$องปฏิบัติโดยตรงต1อชีวิต
สุขภาพ และอนำมัยของประชาชน การจัดการเรียนการสอนภาคทฤษฎีการเรียนในห$องปฏิบัติการพยาบาลในสถานการณ.จำลอง
และการปฏิบัติในสถานการณ.จริงต$องมีความสอดคล$องกัน จึงจะช1วยให$ผู$เรียนสามารถนำความรู$ไปใช$ในการปฏิบัติได$ การจัดการ
เรียนการสอนมุ1งพัฒนำให$ผู$เรียนมีความสามารถในการเรียนรู$ด$วยตนเอง โดยจัดการเรียนการสอนหรือสภาพการเรียนรู$และ
ประสบการณ.ที่เหมาะสม เพื่อให$ผู$เรียนสามารถประยุกต.ความรู$ในศาสตร.วิชาชีพไปสู1การปฏิบัติการพยาบาลได$อย1างมี
ประสทิ ธิภาพ และไมเ1 กิดอนั ตรายตอ1 ผร$ู ับบรกิ าร (มาตรฐานคุณวุฒริ ะดับปรญิ ญาตรี สาขาพยาบาลศาสตร., 2552: 1)

วิชาหลักการพยาบาลขั้นพื้นฐานเป_นวิชาหนึ่งในกลุ1มวิชาวิชาชีพ หลักสูตรพยาบาลศาสตร. ของวิทยาลัยพยาบาลในสังกัด
สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข เป_นวิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับ หลักการและเทคนิคที่คำนึงถึงการปฏิบัติการพยาบาล
แบบองค.รวมในการดูแลบุคคลทุกวัยของชีวิตที่มีภาวะสุขภาพปกติและเบี่ยงเบน บนพื้นฐานความเอื้ออาทรด$วยหัวใจความเป_น
มนุษย.โดยยึดหลักจริยธรรมและสิทธิมนุษยชน ( สถาบันพระบรมราชชนก, 2552) ซึ่งประกอบด$วยภาคทฤษฎี 2 หน1วยกิต และ
ภาคทดลอง 1 หน1วยกิต นักศึกษาต$องได$รับการฝ°กปฏิบัติทักษะทำงการพยาบาลต1างๆให$ชำนำญก1อนขึ้นฝ°กปฏิบัติจริงบนหอผู$ปfวย
ซึ่งทักษะส1วนหนึ่งที่สำคัญคือ การฉีดยาเข$าชั้นกล$ามเนื้อ เพราะเป_นการปฏิบัติการพยาบาลที่ซับซ$อน ผู$ปฏิบัติต$องแทงเข็มผ1านชั้น
ของผิวหนังเข$าชั้นเนื้อเยื่อใต$ผิวหนังจนถึงระดับกล$ามเนื้อ ที่มองเห็นตำแหน1งกล$ามเนื้อจากภายนอกไม1ชัดเจน การฉีดยาเข$า
กล$ามเนื้อ ยาจะถูกดูดซึมเร็วเพราะมีเลือดมาเลี้ยงมาก แต1อาจจะเกิดอันตรายต1อเส$นประสาทของผู$ปfวยหากมีการฉีดผิดตำแหน1ง
หรือฉีดเข$าหลอดเลือดได$ซึ่งเป_นอันตรายสำหรับผู$ปfวยนอกจากนั้นผู$ปฏิบัติยังมีโอกาสเสี่ยงต1อการเกิดอุบัติเหตุเข็มทิ่มตำไดส$ ูงจาก
การขาดการฝ°กฝนประสบการณ. โดยจากผลการศึกษาการเกิดอุบุติการณ.สัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งจากการปฏิบัติงานทำง
การแพทย.ของโรงพยาบาลบำราศนราดูร พบว1า เกิดจากของมคี มท่มิ ตำมากที่สุดคดิ เปน_ รอ$ ยละ 72.40 โดยเกิดกับบคุ ลากรพยาบาล
มากที่สุดคิดเป_นร$อยละ 43.10 และเกดิ ในระหว1างการให$ยาทำงหลอดเลือดดำมากที่สุดคิดเป_นร$อยละ 22.20 ดังนั้นการให$ผู$เรียน
ได$เรียนรู$จากประสบการณ.จริง สถานการณ.จริง โดยปฏิบัติกับผู$ปfวยโดยตรง ถึงแม$จะเป_นการเรียนรู$จากประสบการณ.ที่เป_น
รูปธรรมมากที่สุด แต1หากเกิดข$อผิดพลาดขึ้นอาจก1อให$เกิดอันตรายต1อตัวผู$ปfวยและเกิดผลเสียกับผู$เรียน กล1าวคือ จะส1งผลกระทบ
ต1อร1างกายและจิตใจของผู$เรียน จึงเป_นข$อจำกัดที่ไม1สามารถใช$ของจริงประกอบการเรียนการสอนได$ จากกรวยประสบการณ.
(cone of experiences) ของเดล (Edgar Dale อ$างถึงใน บริพัฒน. นันทพันธ. , 2554: 2) ระบุว1าประสบการณ.จำลอง (contrived
experiences) เป_นประสบการณ.ที่มีลักษณะของการเรียนรู$จากสิ่งที่ใกล$เคียงความเป_นจริงมากที่สุด ซึ่งอาจเป_นของจำลอง

126

หุ1นจำลอง หรือการจำลอง โดยผู$เรียนจำเป_นต$องทำการฝ°กปฏิบัติซ้ำๆ จนเกิดความชำนำญและประสบการณ.อันเป_นพื้นฐานในการ
นำไปใช$ได$จริงกับผู$ปfวย การใช$หุ1นจำลองในการจัดการเรียนการสอนจึงเป_นทำงเลือกหนึ่งที่เหมาะสมกับสภาพการเรียนการสอนใน
การฝ°กปฏบิ ตั ทิ ักษะทำงการพยาบาลก1อนขึ้นปฏบิ ตั งิ านจริง

หุ1นจำลองคือวัสดุสามมิติที่สร$างขึ้นเพื่อเลียนแบบของจริง ช1วยให$ผู$เรียนได$เรียนรู$จากสิ่งที่ใกล$เคียงความเป_นจริงมาก
ที่สุด สามารถเสนอความรู$ เรื่องราว ให$ผู$เรียนเรียนรู$หรือฝ°กปฏิบัติได$ง1ายและสะดวกมากกว1าของจริง เนื่องจากสามารถแสดงส1วน
ต1างๆ หรือโครงสร$างภายในได$ (บริพัฒน. นันทพันธ,. 2554: 3) หุ1นจำลองจึงมีบทบาทอย1างยิ่งในการนำมาใช$ประกอบการเรียนการ
สอน เนื่อง จากสามารถเร$าความสนใจ เน$นความสัมพันธ.ของระบบ เป_นตัวแทนของจริง เข$าใจง1าย จดจำได$นำน ทำให$เข$าใจจาก
นำมธรรมไปสู1รูปธรรม สื่อความหมายได$ถูกต$อง ให$ความเข$าใจด$วยการสัมผัส มีอายุการใช$งานนำน และช1วยให$การสอนบรรลุ
วตั ถปุ ระสงค. (ผดงุ ศกั ดิ์ ศลิ ากร, อา$ งถงึ ใน บริพัฒน. นันทพันธ. , 2554 : 4 )

ปÜจจุบันหุ1นจำลองในการฝ°กปฏิบัติทักษะการฉีดยาเข$าชั้นกล$ามเนื้อ มักต$องสั่งซื้อจากต1างประเทศ ซึ่งมีราคาแพง จึงไม1
สามารถสั่งซื้อในจำนวนมากได$ นอกจากนี้ได$มีการสำรวจอุปกรณ.ในห$องฝ°กปฏิบัติการพยาบาลแล$วพบว1าชำรุดและอุปกรณ.ไม1
เพียงพอ ทำให$ผู$เรียนไม1สามารถฝ°กทักษะในห$องทดลองได$อย1างทั่วถึง และมากพอจนเกิดความมั่นใจในการปฏิบัติจริงบนหอผู$ปfวย
ดังนั้นเพื่อลดปÜญหาอุปสรรคและค1าใช$จ1ายด$านสื่อการเรียนการสอนดังกล1าว วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ราชบุรี ซึ่งเป_น
วิทยาลัยหนึ่งในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนกโดยคณะผู$วิจัย จึงสนใจที่จะพัฒนำหุ1นจำลองสำหรับฝ°กปฏิบัติการการฉีดยาทำงก
ล$ามเนื้อ โดยประยุกต.ใช$อุปกรณ.ที่สามารถหาได$ง1าย ราคาถูก และใช$งานได$จริง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู$ด$วยตนเองของ
นักศกึ ษา

วตั ถุประสงคข. องการวิจยั
1. พฒั นำหุ1นจำลองแขนสำหรบั ฝก° ปฏิบัตกิ ารฉีดยาทำงกล$ามเนอื้ ท่ีมปี ระสิทธิภาพตามเกณฑม. าตรฐาน
2. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของการปฏิบัติทักษะการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อระหว1างกลุ1มที่ใช$หุ1นจำลองสำหรับฝ°ก

ปฏิบัติการการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อที่ผู$วิจัยสร$างขึ้น กับกลุ1มที่ใช$หุ1นจำลองฝ°กปฏิบัติการการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อที่สั่งซื้อจาก
ตา1 งประเทศ

3. เปรียบเทียบความพึงพอใจของผู$เรียนที่มีต1อหุ1นจำลองฝ°กปฏิบัติการการฉีดยาทำง ระหว1างกลุ1มที่ใช$
หุ1นจำลองสำหรับฝ°กปฏิบัติการการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อที่ผู$วิจัยสร$างขึ้น กับกลุ1มที่ใช$หุ1นจำลองฝ°กปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อท่ี
สง่ั ซื้อจากต1างประเทศ

คำถามการวิจยั
1. หุน1 จำลองแขนสำหรบั ฝก° ปฏบิ ตั กิ ารฉดี ยาทำงกลา$ มเน้อื มปี ระสิทธภิ าพในการใช$งานหรอื ไม1
2. ผลสัมฤทธิ์ของการปฏิบัติทักษะการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อของนักศึกษาที่ใช$หุ1นจำลองแขนสำหรับฝ°กปฏิบัติการฉีดยาทำ
งกลา$ มเนอ้ื ท่ผี วู$ จิ ัยสร$างขึ้นเปน_ อยา1 งไร
3. พยาบาลมีความพึงพอใจในการใช$แนวปฏิบัติการพยาบาลผู$ปfวยโรคแบคทีเรียกินเนื้อมากกว1าการปฏิบัติการพยาบาล
ตามปกตหิ รือไม1
สมมติฐานของการวจิ ัย

1. หุน1 จำลองแขนสำหรับฝ°กปฏบิ ตั กิ ารฉีดยาทำงกลา$ มเนื้อมปี ระสิทธิภาพตามเกณฑ.

127

2. ผลสัมฤทธิ์ของการปฏิบัติทักษะการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อของนักศึกษาระหว1างกลุ1มที่ใช$หุ1นจำลองแขนสำหรับ
ฝก° ปฏิบตั กิ ารฉีดยาทำงกล$ามเน้ือท่ผี ว$ู ิจยั สร$างขึ้น กับกลม1ุ ทใี่ ชห$ น1ุ จำลองแขนทีส่ ั่งซือ้ จากตา1 งประเทศไมแ1 ตกตา1 งกัน

3. ระดับความพึงพอใจที่มีต1อหุ1นจำลองแขนสำหรับฝ°กปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อระหว1างกลุ1มที่ใช$
หนุ1 จำลองที่ผู$วจิ ัยสร$างขน้ึ กับกลมุ1 ที่ใช$หุน1 จำลองแขนทสี่ ัง่ ซอื้ จากต1างประเทศไม1แตกตา1 งกนั

ขอบเขตของการวจิ ัย
1.ขอบเขตด$านเนอื้ หา

การวจิ ัยครั้งนีผ้ $ูวิจยั ได$ศึกษาเอกสารและงานวจิ ยั ทเ่ี กย่ี วข$อง ตามลำดับดังน้ี
1.1 การวิจยั และพฒั นำ ความหมายของการวิจยั และพฒั นำ ข้ันตอนของการวิจัยและพัฒนำ
1.2 หุ1นจำลอง ความหมายของหุ1นจำลอง วิธีการสร$างหุ1นจำลอง การสร$างรูปต$นแบบ การทำแม1พิมพ. การหล1อ

รูป
1.3 แนวคดิ และการหาประสิทธภิ าพของหน1ุ จำลอง
1.4 ความหมายของการหาประสิทธภิ าพของหนุ1 จำลอง
1.5 เกณฑ.การทดสอบประสทิ ธิภาพ
1.6 ขนั้ ตอนการหาประสทิ ธภิ าพ
1.7 สาระการเรียนร$ูเรื่อง การฉดี ยาเข$าชน้ั กล$ามเน้ือ
1.8 งานวิจยั ทเี่ กยี่ วขอ$ ง

2.ขอบเขตด,านเวลา
ทำการศกึ ษาในช1วงเดอื น สงิ หาคม 2563 ถึง เดือน มีนำคม 2564

3.ขอบประชากรและกลุMมตัวอยาM ง
ประชากร เป_นนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปdที่ 2 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ราชบุรี ที่ลงทะเบียน

เรียนในรายวิชาหลักการและเทคนคิ ทำงการพยาบาล ภาคเรยี นที่ 1 ปdการศึกษา 2563 จำนวน 108 คน
กลุ1มตัวอย1าง เป_นนักศึกษาพยาบาลศาสตร.ชั้นปdที่ 2 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ราชบุรี ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชา

หลักการและเทคนิคทำงการพยาบาล ภาคเรียนที่ 1 ปdการศึกษา 2563 จำนวน 60 คน โดยการเลือกสุ1มตัวอย1างแบบง1าย เป_น
กลุ1มทดลอง 30 คน และกล1ุมควบคุม 30 คน

กรอบแนวคดิ ในการวิจยั
พัฒนำหุ1นจำลองแขนสำหรับสำหรับฝ°กปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อเป_นการพัฒนำต$นแบบนวัตกรรมให$ได$มาตรฐาน

โดยการพัฒนำและหาประสิทธิภาพของหุ1นจำลองแขนสำหรับฝ°กปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อให$ได$ตามเกณฑ.ที่กำหนด จากนั้นจึง
นำหุ1นจำลองแขนไปใช$ในสภาพจริงเพื่อตรวจสอบคุณภาพของนวัตกรรม โดยการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ของการปฏิบัติทักษะการฉีด
ยาทำงกล$ามเนื้อของนักศึกษาระหว1างกลุ1มที่ใช$หุ1นจำลองแขนสำหรับฝ°กปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อที่ผู$วิจัยสร$างขึ้นกับกลุ1มที่ใช$

128

หุ1นจำลองแขนที่สั่งซื้อจากต1างประเทศ และความพึงพอใจของผู$เรียนที่มีต1อหุ1นจำลองสำหรับฝ°กปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อ
ระหว1างกลม1ุ ทีใ่ ช$หุ1นจำลองท่ีผว$ู ิจยั สร$างขึน้ กับกล1มุ ทีใ่ ช$ห1นุ จำลองแขนท่ีสง่ั ซ้ือจากตา1 งประเทศ

แผนภูมิที่ 1 กรอบแนวคดิ ในการวจิ ัย

ประโยชนทk ่คี าดวMาจะได,รบั
1. มีสื่อการเรียนการสอนที่ใช$สำหรับสถาบันการศึกษาหรือบุคลากร ที่ปฏิบัติงานในสาขาพยาบาลศาสตร.หรือสาขาอื่นท่ี

เกี่ยวขอ$ ง เกยี่ วกบั การปฏบิ ัติทกั ษะฝก° ปฏิบัตกิ ารฉดี ยาทำงกล$ามเนื้อ
2. ผู$เรียนสามารถเรียนรู$ได$เสมือนจริง ทำให$เกิดทักษะและมีความมั่นใจในการปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อก1อนฝ°ก

ปฏบิ ตั จิ รงิ กับผูป$ fวย
3. นำหุ1นจำลองไปขอจดอนุสิทธิบัตรหรือขึ้นทะเบียนสิ่งประดิษฐ.ไทย เพื่อนำไปสู1การเผย แพร1นวัตกรรมและเป_นท่ี

ยอมรับในวงวชิ าชีพท่ีเกี่ยวขอ$ งกบั การสาธารณสุขตอ1 ไป
4. ไดแ$ นวทำงในการสรา$ งหุ1นจำลองสำหรับการฝก° ทักษะกิจกรรมทำงการพยาบาลอืน่ ๆ

คำนยิ ามศัพททk ่ใี ช,ในการวิจัย
การพัฒนำหุ1นจำลองแขนสำหรับฝ°กปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อ หมายถึง การสร$างหุ1นจำลองกล$ามเนื้อส1วน deltoid

โดยใช$วิธีการหล1อแบบจากแม1พิมพ. วัสดุมีลักษณะสามมิติ ที่สร$างขึ้นสำหรับฝ°กปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อ ที่ได$รับการพัฒนำ
อยา1 งเปน_ ระบบ มกี ารทดลองใช$ ปรบั ปรงุ แกไ$ ขใหม$ ปี ระสิทธภิ าพ

คุณภาพ หมายถึง ค1าเฉลี่ยระดับคะแนนที่แสดงถึง หุ1นจำลองแขนสำหรับฝ°กปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเน้ือ
ประกอบด$วยขอ$ คำถามแบง1 ออกเปน_ 2 ดา$ น คือ 1) ด$านการนำไปใช$ 2) ด$านการออกแบบ

ผลสัมฤทธิ์ของการปฏิบัติทักษะการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อ หมายถึง คะแนนการปฏิบัติทักษะปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเน้ือ
โดยใช$แบบประเมนิ ทักษะปฏิบตั กิ ารฉีดยาทำงกล$ามเน้อื ของรายวิชาหลกั การพยาบาลข้นั พนื้ ฐาน

ความพึงพอใจ หมายถึง ระดับความคดิ เห็นของผูเ$ รยี นท่ีมตี 1อหุ1นจำลองแขนสำหรบั ฝก° ปฏบิ ตั กิ ารฉีดยาทำงกล$ามเนอ้ื

ลักษณะของประชากรและการเลือกกลุMมตวั อยาM ง
ประชากร

129

ประชากรเป_นนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปdที่ 2 ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาหลักการและ

เทคนิคทำงการพยาบาล วทิ ยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ราชบรุ ี ภาคการศึกษาท่ี 1 ปdการศกึ ษา 2563จำนวน 108 คน

กล1มุ ตัวอย1าง

กลุ1มตัวอย1างเป_นนักศึกษาพยาบาลศาสตร.ชั้นปdที่ 2 ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาหลักการและเทคนิคทำงการ

พยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ราชบุรี ภาคการศึกษาที่ 1 ปdการศึกษา 2563 จำนวน 60 คน แบ1งเป_นกลุ1มที่เรียนด$วย

หุ1นจำลองแขนที่ผู$วิจัยสร$างขึ้นจำนวน 30 คน และกลุ1มกลุ1มที่เรียนด$วยหุ1นจำลองแขนที่สั่งซื้อจากต1างประเทศจำนวน 30 คน โดย

การเลือกสุ1มตวั อย1างแบบงา1 ย

เคร่ืองมือทใ่ี ช$ในการวจิ ัย

เครื่องมือที่ใช$ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด$วย 1) หุ1นจำลองแขนสำหรับฝ°กปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อ 2)

แบบประเมินทักษะปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของผู$เรียนที่มีต1อหุ1นจำลอง และ 4) แบบ

ประเมนิ คณุ ภาพหนุ1 จำลองโดยผ$เู ชยี่ วชาญ รายละเอียด ดังน้ี

1. หุ1นจำลองแขนสำหรับฝ°กปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อ มีขนำดเท1าของจริง แสดงให$เห็นในส1วนผิวหนัง

กล$ามเนื้อ deltoid เส$นประสาท และเส$นเลือดที่อยู1ใกล$เคียง สามารถถอดเปลี่ยนชั้นกล$ามเนื้อที่ชำรุดได$ และสามารถยึดเกาะกับ

ต$นแขนของผเ$ู รยี นด$วยสายรดั

2. แบบประเมินทักษะปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อ ใช$ในการทดสอบผู$เรียนในขณะการฝ°กปฏิบัติทักษะและ

หลังการฝ°กปฏิบัติทักษะ เป_นแบบประเมินแบบการสังเกต ให$คะแนนโดยผู$สอน ประกอบด$วยการประเมินทักษะการฉีดยาเข$า

กลา$ มเนอ้ื 15 ข$อ โดยแตล1 ะขอ$ แบ1งระดับคะแนนออกเป_น 3 ระดบั ดงั น้ี

ดี หมายถึง ผเู$ รยี นสามารถปฏบิ ัตกิ ิจกรรมน้ันๆ ได$ถูกต$องด$วยตนเอง

ระดบั คะแนนเทา1 กับ 3

ปานกลาง หมายถึง ผูเ$ รียนสามารถปฏิบัตกิ ิจกรรมนนั้ ๆ ได$ถูกต$องหลังไดร$ ับการชแ้ี นะ

ระดบั คะแนนเทา1 กับ 2

ควรปรับปรงุ หมายถึง ผู$เรยี นไมส1 ามารถปฏิบตั ิกิจกรรมน้ันๆได$ถูกต$องหลังได$รับการชีแ้ นะ

ระดับคะแนนเท1ากับ 1

3. แบบสอบถามความพึงพอใจของผู$เรียน ที่มีต1อหุ1นจำลองแขนสำหรับฝ°กปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อ เป_น

การสอบถามผู$เรียนถึงความพอใจในการใช$หุ1นจำลองแขนที่ผู$วิจัยสร$างขึ้น รวมถึงข$อเสนอแนะต1างๆ เพื่อใช$เป_นแนวทำงในการพัฒ

นำต1อไป โดยเป_นแบบมาตราสว1 นประมาณคา1 (Rating scale) ประกอบดว$ ย ข$อคำถาม 20 ขอ$ จำแนกเป_นความพึงพอใจดา$ นการ

นำไปใช$ 15 ข$อ ด$านการออกแบบส่ือ 5 ขอ$ แบ1งระดบั ความพงึ พอใจ เป_น 5 ระดบั ดังน้ี

มากทีส่ ดุ มีค1าระดับคะแนนเท1ากับ 5

มาก มีคา1 ระดบั คะแนนเท1ากบั 4

ปานกลาง มีค1าระดบั คะแนนเทา1 กบั 3

นอ$ ย มีคา1 ระดบั คะแนนเทา1 กับ 2

น$อยทสี่ ุด มีค1าระดบั คะแนนเท1ากับ 1

เกณฑ.การแปลความหมายของคา1 เฉลย่ี คือ

130

ค1าระดับคะแนนอยร1ู ะหว1าง 4.51-5.00 หมายถึง พึงพอใจมากทสี่ ุด
ค1าระดบั คะแนนอย1ูระหวา1 ง 3.51-4.50 หมายถึง พงึ พอใจมาก
คา1 ระดับคะแนนอยู1ระหว1าง 2.51-3.50 หมายถงึ พงึ พอใจปานกลาง

ค1าระดบั คะแนนอยรู1 ะหว1าง 1.51-2.50 หมายถงึ พึงพอใจนอ$ ย
คา1 ระดับคะแนนอยรู1 ะหวา1 ง 1.00-1.50 หมายถึง พงึ พอใจนอ$ ยท่ีสุด

4. แบบประเมินคุณภาพหุ1นจำลองแขนสำหรับฝ°กปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อ โดยผู$เชี่ยวชาญ ประกอบด$วย

ด$านการนำไปใช$ 13 ข$อ และด$านการออกแบบสื่อ 7 ข$อ เป_นแบบมาตราส1วนประมาณค1า (rating scale) แบ1งระดับคุณภาพเป_น

5 ระดับ ดังนี้

ดมี าก มีคา1 ระดบั คะแนนเทา1 กับ 5

ดี มคี า1 ระดับคะแนนเทา1 กับ 4

ปานกลาง มีค1าระดับคะแนนเทา1 กบั 3

ไมด1 ี มคี า1 ระดับคะแนนเทา1 กับ 2

ปรับปรุง มีคา1 ระดับคะแนนเท1ากบั 1

เกณฑ.การแปลความหมายของค1าเฉล่ีย คอื

ค1าระดบั คะแนนอยร1ู ะหว1าง 4.51-5.00 หมายถึง มีคุณภาพระดับดมี าก

คา1 ระดบั คะแนนอยู1ระหว1าง 3.51-4.50 หมายถงึ มีคุณภาพระดับดี

ค1าระดบั คะแนนอยู1ระหวา1 ง 2.51-3.50 หมายถึง มีคณุ ภาพระดบั ปานกลาง

ค1าระดับคะแนนอยร1ู ะหว1าง 1.51-2.50 หมายถึง มคี ณุ ภาพระดับไม1ดี

คา1 ระดบั คะแนนอยร1ู ะหวา1 ง 1.00-1.50 หมายถึง มคี ณุ ภาพระดับควรปรับปรงุ

การสรา$ งและการหาคุณภาพเครอ่ื งมือทีใ่ ชใ$ นการวิจยั

1.หุ1นจำลองแขนสำหรับฝ°กปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อแบ1งเป_น 3 ขั้นตอน คือ ขั้นวางแผนการผลิต ขั้นออกแบบ และ
ขนั้ ดำเนินการผลิต ดังน้ี

1.1 ขัน้ วางแผนการผลติ

1.1.1 ศึกษาและวิเคราะห.หลักสูตรเนื้อหาวิชา หลักการและเทคนิคการพยาบาล กำหนดหัวข$อที่จะนำมาใช$ใน
การศกึ ษา คอื การฉดี ยาทำงกลา$ มเนื้อ

1.1.2 กำหนดจุดประสงค.การเรยี นร$ู และขอบข1ายเน้ือหาเรื่อง การฉดี ยาทำงกลา$ มเนอ้ื
1.1.3 ศึกษาโครงสร$าง ลักษณะของผิวหนัง เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน กล$ามเนื้อส1วน deltoid เส$นประสาท

เสน$ เลอื ดในบรเิ วณใกลเ$ คียง
1.1.4 ศึกษาคน$ คว$าวธิ ีการออกแบบและการผลิตสอ่ื การเรียนการสอน

131

1.2 ข้นั ออกแบบ
ออกแบบหุ1นจำลองแขนสำหรับฝ°กปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อ โดยให$เห็นลักษณะของผิวหนัง เนื้อเยื่อ

เกี่ยวพัน กล$ามเนื้อส1วน deltoid เส$นประสาท เส$นเลือดในบริเวณใกล$เคียง เพื่อสามารถนำไปใช$ประกอบการฝ°กปฏิบัติทักษะได$
เสมอื นจรงิ จน

1.3 ขัน้ ดำเนนิ การผลิต
ดำเนนิ การสร$างห1นุ จำลองตามแบบ โดยแบง1 เปน_ 4 ข้ันตอน คอื

1.3.1 การสร$างตน$ แบบหนุ1 จำลองแขนด$วยยางซิลโิ คน
1.3.2 การทำแม1พมิ พ.หุ1นจำลองแขนดว$ ยเรซนิ่
1.3. 3 การหล1อห1นุ จำลองแขน
1.3. 4 การประกอบหนุ1 จำลองและสายรดั ตน$ แขน
1.4 การหาคุณภาพของหุ1นจำลองแขนโดยผู$เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท1าน ทำเพ่ือประเมินระดับเหมาะสมความและคุณภาพ
ของหุ1นจำลอง ผลการประเมินโดยผู$เชี่ยวชาญทั้ง 5 ท1าน โดยต$องมีค1า IOC > 0.5-1.0 จึงจะสามารถนำไปใช$ได$ และผู$วิจัยทำการ
แกไ$ ขปรับปรุงฝ°กปฏิบัตกิ ารฉีดยาทำงกล$ามเนื้อ ตามคำแนะนำของผเ$ู ชย่ี วชาญ
1.5 นำหน1ุ จำลองแขนสำหรบั ฝก° ปฏิบตั กิ ารฉดี ยาทำงกล$ามเน้ือไปทดลองใช$ ในกลุ1มตัวอย1างโดยมขี น้ั ตอนดังน้ี
1) ประชุมชี้แจงกระบวนการดำเนนิ การวิจยั แก1ผ$เู รยี น
2) นำหุ1นจำลองแขนสำหรับฝ°กปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อไปไปทดลองใช$กับนักศึกษาที่ไม1ใช1กลุ1มตัวอย1าง ตาม
ขัน้ ตอนดังน้ี

2.1) การทดลองรายบุคคล เลือกผู$เรียนที่ไม1ใช1กลุ1มตัวอย1าง และไม1เคยมีประสบการณ.ในปฏิบัติการ
ฉีดยาทำงกล$ามเนื้อมาก1อน โดยการสุ1มอย1างง1าย จำนวน 5 คน ผู$สอนสาธิตประกอบการบรรยายเกี่ยวกับการปฏิบัติการฉีดยาทำงก
ล$ามเนื้อ โดยใช$หุ1นจำลองแขนที่ผู$วิจัยสร$างขึ้น จากนั้นให$ผู$เรียนฝ°กปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อ สังเกตพฤติกรรมของผู$เรียนและ
การสัมภาษณ.ผู$เรียน นำข$อมูลที่ได$จากข$อคิดเห็นของผู$เรียนและข$อมูลจากการสังเกตของผู$วิจัย มาปรับปรุงแก$ไขข$อบกพร1องก1อน
นำไปใช$ทดลองกบั กลม1ุ เล็ก

2.2) การทดลองกับกลุ1มเล็ก นำหุ1นจำลองแขนสำหรับฝ°กฉีดยาทำงกล$ามเนื้อที่ผ1านการปรับปรุงไป
ทดลองใช$กับผู$เรียนที่ไม1ใช1กลุ1มตัวอย1างและไม1เคยมีประสบการณ.ในฉีดยาทำงกล$ามเนื้อมาก1อน โดยการสุ1มอย1างง1าย จำนวน 10
คน เพื่อหาประสิทธิภาพ E1/E2 ผู$สอนสาธิตการปฏิบัติทักษะ และให$ผู$เรียนฝ°กปฏิบัติกับหุ1นจำลองแขน ผู$สอนทำการทดสอบ
ผู$เรียนในระหว1างการฝ°กปฏิบัติเป_นรายบุคคล โดยการสังเกตตามหัวข$อในแบบประเมินฉีดยาทำงกล$ามเนื้อและให$คะแนน เพื่อหา
ประสิทธิภาพ E1 หลังจากผู$เรียนได$ฝ°กปฏิบัติทักษะจนครบทุกคน ผู$สอนจึงทำการทดสอบผู$เรียนหลังการฝ°กปฏิบัติทักษะเป_น
รายบุคคลอีกครั้งเพื่อหาประสิทธิภาพ E2 ผู$วิจัยสังเกตพฤติกรรมของผู$เรียนและสัมภาษณ.ผู$เรียน เพื่อหาข$อบกพร1องของ
หุ1นจำลอง นำข$อมูลที่ได$จากข$อคิดเห็นของผู$เรียนและข$อมูลจากการสังเกตของผู$วิจัย มาปรับปรุงแก$ไขข$อบกพร1องก1อนนำไปใช$
ทดลองในภาคสนำม

2.3) การทดลองภาคสนำม นำหุ1นจำลองแขนสำหรับฝ°กฉีดยาทำงกล$ามเนื้อที่ผ1านการปรับปรุงไปทดลองใช$กับ
ผู$เรียนที่ไม1ใช1กลุ1มตัวอย1าง และไม1เคยมีประสบการณ.ในการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อมาก1อน โดยการสุ1มอย1างง1าย จำนวน 20 คน เพ่ือ

132

หาประสิทธิภาพ E1/E2 และหาข$อบกพร1องของหุ1นจำลองแขน นำข$อมูลที่ได$จากการสังเกตและจากการสัมภาษณ.ผู$เรียน มา
ปรับปรุงแก$ไขกอ1 นนำไปใช$จรงิ ตามข้ันตอนเชน1 เดียวกบั การทดลองกับกล1มุ เลก็

2.4) นำห1ุนจำลองที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ. ไปทำการเก็บข$อมูลกับกลุ1มตัวอย1างที่ไม1เคยมีฉีดยาทำงกล$ามเนื้อใน
การทดลองต1อไป

2.แบบประเมินทกั ษะปฏิบัตกิ ารฉีดยาทำงกล$ามเน้ือไป ระหว1างเรียนและหลังเรียน ดำเนินการดงั นี้
2.1 ศึกษาคำอธิบายรายวิชาหลักการพยาบาลขั้นพื้นฐาน และสาระรายวิชาในหัวข$อ การปฏิบัติการฉีดยาทำ

งกล$ามเนือ้ เพ่ือใชใ$ นการสร$างแบบประเมนิ
2.2 กำหนดจดุ ประสงค.การเรยี นร$ู
2.3 สร$างแบบประเมินการปฏิบัติทักษะฉีดยาทำงกล$ามเนื้อซึ่งเป_นแบบมาตราส1วนประมาณค1า 3 ระดับและ

หาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบทดสอบตามแนวคิดของ โรวิเนลลี และแฮมเบิลตัน (Rovinelli and Hambleton) (อ$างถึงใน
วาโร เพ็งสวัสด์ิ, 2546: 86) โดยให$ผู$เชี่ยวชาญ 3 คน ตรวจสอบความสอดคล$องระหว1าง แบบประเมินกับจุดประสงค.ที่กำหนด
(Item Objective Congruence: IOC) โดยขอบเขตของค1าความสอดคล$องที่ยอมรับคือ 0.5-1.00 (วาโร เพ็งสวัสด์ิ, 2546: 88)
ปรบั ปรงุ แกไ$ ขแบบประเมนิ ตาม ผลการตรวจสอบของผ$เู ชยี่ วชาญ ซึ่งผลการหาคา1 IOC หลังจากการปรบั ปรงุ แกไ$ ขของแบบประเมิน
ทกุ ฉบบั มคี 1าเท1ากับ 1 ทกุ ข$อรายการ

2.4 หาความเที่ยง (reliability) ของแบบประเมินทักษะ โดยการหาความสัมพันธ.ภายในของผู$ประเมิน
(interrater) โดยให$ผู$ประเมิน 2 คน ทำการประเมินผู$ปฏิบัติทักษะ ซึ่งเป_นนักศึกษาพยาบาลวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี
ราชบุรี ชั้นปdที่ 3 ที่มีประสบการณ.ในการปฏิบัติทักษะ ฉีดยาทำงกล$ามเนื้อด$วยแบบประเมินทักษะการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อที่สร$าง
ขึ้นพร$อมกัน นำคะแนนที่ได$มาหาความสัมพันธ.โดยใช$สูตร pearson correlation ผลการดำเนินงาน โดยค1าความเที่ยงของแบบ
ประเมินต$องมากกว1า 0.80 จึงนำไปใช$

3. แบบสอบถามความพึงพอใจของผู$เรียนที่มีต1อหุ1นจำลองแขนสำหรับฝ°กปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเน้ือ
ดำเนินการดังน้ี

3.1 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข$อง เพื่อวิเคราะห.หาขอบเขตแนวทำงการสร$างแบบประเมินความพึง
พอใจของผูเ$ รียน

3.2 สร$างแบบประเมินความพึงพอใจ เป_นแบบมาตราส1วนประมาณค1า และแบ1งระดับความพึงพอใจเป_น 5
ระดับ

3.3 นำแบบประเมินที่สร$างขึ้นให$ผู$เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท1าน ตรวจสอบความชัดเจนทำงภาษาและความ
ถกู ตอ$ งตามเนอ้ื หา ปรบั ปรุงแก$ไขตามคำแนะนำก1อนนำไปทดลองใช$

3.4 หาค1าความเชื่อมั่น (reliability) ของแบบประเมิน โดยใช$สัมประสิทธิ์แอลฟfา (alpha-coefficient)
ของครอนบารค. (Cronbach) ค1าความเชือ่ มนั่ ของแบบประเมินมากกว1า 0.80 จงึ นำไปใช$

4. แบบประเมินคุณภาพหุ1นจำลองแขนสำหรับฝ°กปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อโดยผู$เชี่ยวชาญ ดำเนินการ
ดงั น้ี

133

4.1 นำแบบประเมินที่สร$างขึ้นให$ผู$เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท1าน ตรวจสอบความชัดเจนทำงภาษาและความ
ถูกตอ$ งตามเนื้อหา ปรบั ปรงุ แก$ไขตามคำแนะนำกอ1 นนำไปใช$

4.2 หาค1าความเชื่อมั่น (reliability) ของแบบประเมินโดยใช$สัมประสิทธิ์แอลฟfา (alpha-coefficient)

ของครอนบาร.ค (Cronbach) ค1าความเชื่อมั่นของแบบประเมินมากกว1า 0.80 จึงนำไปใช$เกิดผลการเรียนรู$ที่ตรงตามวัตถุประสงค.
และสอดคล$องกบั เนื้อหาวชิ า

ขั้นตอนการทดลองประกอบด$วย 3 ขั้นตอน คือ การดำเนินการก1อนการทดลอง การดำเนินการทดลอง และการ
ดำเนนิ การหลังการทดลอง ดงั นี้

1. การดำเนินการก1อนการทดลอง

1.1 ประชุมชแี้ จงกระบวนการดำเนินการวิจยั แกก1 ล1ุมตวั อย1าง
1.2 เตรียมสถานท่แี ละอปุ กรณ.ทีใ่ ชใ$ นการวิจัย

2. การดำเนนิ การทดลอง ดงั นี้
ผู$วิจัยดำเนินการทดลอง โดยแบ1งกลุ1มตัวอย1างเป_นกลุ1มย1อยกลุ1มละ 7-8 คน เพื่อให$ผู$เรียนเห็นวิธีการปฏิบัติอย1างทั่วถึง
และดำเนินการดงั ตาราง 3.1

ตาราง 3.1 ขนั้ ตอนการทดลองของกลมุ1 ทดลองและกลุม1 ควบคมุ

กล1ุมทดลอง กลมุ1 ควบคมุ

1. ผู$เรียนเรียนเรื่องการฝ°กปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$าม 1. ผเู$ รยี นเรยี นเรื่องการปฏิบัติทกั ษะการฝ°กปฏิบตั กิ ารฉดี ยา
เนื้อ จากผู$สอนโดยใช$วิธีการสาธิตด$วยหุ1นจำลองการ ทำงกล$ามเนื้อ จากผูส$ อนโดยใชว$ ิธีการสาธิตดว$ ยหุ1นจำลอง
ฝ°กปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อแขนที่ผู$วิจัยสร$างข้ึน แขนทีส่ งั่ ซอ้ื จากต1างประเทศ ใชเ$ วลา 15 นำที
ใช$เวลา 15 นำที

2. ผู$เรียนการฝ°กปฏิบัติการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อ กับ 2. ผเู$ รียนฝ°กปฏิบตั กิ ารฉดี ยาทำงกลา$ มเนื้อกบั หนุ1 จำลอง

หุ1นจำลองแขนที่ผู$วิจัยสร$างขึ้น เป_นรายบุคคล ใช$เวลา แขนทีส่ งั่ ซือ้ จากต1างประเทศ เปน_ รายบคุ คล ใชเ$ วลาฝก° 15

ฝก° 15 นำที นำที

3. ผสู$ อนประเมนิ การปฏบิ ัติทกั ษะการฉดี ยาทำงกล$าม 3. ผส$ู อนประเมนิ การปฏบิ ัตทิ ักษะการฉดี ยาทำงกล$ามเนื้อ

เนอื้ ของผเู$ รียน จากหุ1นจำลองแขนทีผ่ ูว$ ิจยั สร$างขน้ึ ใช$ ของผเ$ู รียน จากหุ1นจำลองแขนที่สงั่ ซอ้ื จากตา1 งประเทศ ใช$

เวลา 10 นำที เวลา 10 นำที

3. การดำเนินการหลงั การทดลอง ดังน้ี
หลังการฝ°กปฏิบัติทักษะการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อ ให$ผู$เรียนแสดงความพึงพอใจที่มีต1อหุ1นจำลองแขนสำหรับฝ°กปฏิบัติ

ทักษะการฉีดยาทำงกล$ามเนื้อ โดยใช$แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต1อหุ1นจำลองแขนสำหรับฝ°กฝ°กปฏิบัติทักษะการฉีดยาทำงก
ลา$ มเนอ้ื นำไปวเิ คราะห.ข$อมลู ทำงสถติ ิ เพอื่ สรปุ ผลสมั ฤทธิ์การปฏบิ ตั ทิ กั ษะและระดับความพึงพอใจของผ$ูเรียนตอ1 ไป

134

การพทิ ักษส. ทิ ธิ์ของผ$ูใหข$ อ$ มูล/ประเดน็ ทำงด$านจรยิ ธรรม
กลุ1มตัวอย1างที่ใช$ในการวิจัยคร้ังนี้ได$รับการพิทักษ.สิทธิ์ โดยเปßดโอกาสให$ผู$เรียนเข$าร1วมโครงการวิจัยด$วยความ

สมัครใจ และความคดิ เหน็ ของผ$ูเรยี นที่มีตอ1 หุ1นจำลองแขนสำหรับ
การเจำะเลือด การฉีดยาและการให$สารน้ำทำงหลอดเลือดดำ ที่ใช$ทำการศึกษาทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ไม1มีผลต1อการ

วัดและประเมนิ ผลในรายวชิ าหลักการและเทคนคิ การพยาบาล

ประโยชนท. ค่ี าดว1าจะได$รับ
1. มีสื่อการเรียนการสอนที่ใช$สำหรับสถาบันการศึกษาหรือบุคลากร ที่ปฏิบัติงานในสาขาพยาบาลศาสตร.หรือ

สาขาอื่นที่เกี่ยวข$อง เกี่ยวกับการปฏิบัติทักษะการเจำะเลือด การฉีดยาเข$าหลอดเลือดดำ และการให$สารน้ำทำงหลอดเลือดดำ ที่มี
คุณภาพและราคาถกู

2. ผู$เรียนสามารถเรียนรู$ได$เสมือนจริง ทำให$เกิดทักษะและมีความมั่นใจในการปฏิบัติการเจำะเลือด การฉีดยา
เข$าหลอดเลือดดำ และการใหส$ ารนำ้ ทำงหลอดเลือดดำก1อนฝ°กปฏบิ ตั ิจรงิ กับผป$ู วf ย

3. นำหุ1นจำลองไปขอจดอนุสิทธิบัตรหรือขึ้นทะเบียนสิ่งประดิษฐ.ไทย เพื่อนำไปสู1การเผย แพร1นวัตกรรมและ
เป_นทยี่ อมรับในวงวชิ าชีพท่ีเก่ียวขอ$ งกับการสาธารณสุขตอ1 ไป

4. ไดแ$ นวทำงในการสรา$ งหุน1 จำลองสำหรับการฝ°กทักษะกิจกรรมทำงการพยาบาลอืน่ ๆ

135

“LED Ultra Bright ม่ันใจทกุ ปลายเข็ม”

ณชิ พนั ธ=รุ ะวี เพง็ พล1*, ชนิดาวดี สายืน1, ธนวรรณ บตุ รพรหม2, ฐติ พิ ร สภุ าผล2, ชนำภา แกLวมาลา2
สรุ างค=รัตน= ภูโสดา2, ญาสมุ นิ ทร= จันปkมุ 2 และกลุ วตั ร พรมเกตุ2

1อาจารย=คณะพยาบาลศาสตร= คณะพยาบาลศาสตร= มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั รLอยเอ็ด, รLอยเอด็
2นกั ศกึ ษาพยาบาลศาสตร= คณะพยาบาลศาสตร= มหาวิทยาลัยราชภัฎรอL ยเอด็ , รLอยเอด็

*ณชิ พนั ธุร= ะวี เพง็ พล : [email protected]

บทคัดยอM

หัตถการแทงเข็มเข$าหลอดเลือดดำ จำเป_นต$องใช$ประสบการณ.และความชำนำญของผู$ทำหัตถการ และความแตกต1าง
ด$านกายวิภาคของหลอดเลือดดำในแต1ละบุคคลยังเป_นอุปสรรคต1อการทำหัตถการ นวัตกรรม “LED Ultra Bright มั่นใจทุกปลาย
เข็ม” มีวัตถุประสงค.เพื่อสร$างและพัฒนำนวัตกรรมที่สามารถใช$ในการแสดงตำแหน1งของหลอดเลือดดำใต$ผิวหนังได$อย1างชัดเจน
และสะดวกต1อการนำไปใช$งานในด$านการเรียนการสอน เพื่อเสริมสร$างความมั่นใจให$แก1นักศึกษาพยาบาลในการหาหลอดเลือดดำ
ใตผ$ วิ หนัง รว1 มกับนำไปใช$กับผ$ูปวf ยภายในโรงพยาบาล ในรายทห่ี าหลอดเลอื ดดำยาก โดยมีกลุ1มเปาY หมาย ผู$ใหบ$ รกิ าร คอื นกั ศกึ ษา
คณะพยาบาลศาสตร. มหาวิทยาลัยราชภัฎร$อยเอ็ด จำนวน 35 คน (ใช$งานด$านการเรียนการสอน) และพยาบาลวิชาชีพ ที่
ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลร$อยเอ็ด ประสบการณ.การทำงานน$อยกว1า 3 ปd จำนวน 10 คน และมากกว1า 3 ปdจำนวน 10 คน
ผู$รับบริการ คือ ผู$ปfวยในหอผู$ปfวยศัลยกรรม และหอผู$ปfวยวิกฤต จำนวน 40 คน ระหว1างวันที่ 18 – 30 เมษายน พ.ศ. 2565
ดำเนินการประเมินผลการทดลองใช$นวัตกรรมจากผู$ให$บริการแต1ละกลุ1ม ผ1านแบบประเมินความพึงพอใจ ผลการศึกษาพบว1า มี
ระดับความพึงพอใจ ด$านคุณภาพโดยรวมอยู1ในระดับดีมากที่สุด และด$านประสิทธิภาพการใช$งานอยู1ในระดับดีมากที่สุด สอดคล$อง
กันทั้ง 3 กลุ1ม โดยสามารถแทงเข็มเข$าหลอดเลือดดำได$สำเร็จภายในครั้งแรก คิดเป_นร$อยละ 86 ของจำนวนผู$รับบริการ และไม1พบ
อุบัติการณ.ของการเกิดภาวะแทรกซ$อนจากการแทงเข็มในระหว1างการทดลองใช$งาน นวัตกรรมชิ้นนี้จึงเหมาะในการนำไปใช$งานใน
ดา$ นการเรียนการสอนในภาคปฏบิ ตั ขิ องนักศกึ ษา และนำไปใช$งานในดา$ นการให$บรกิ ารแกผ1 ปู$ fวยภายในโรงพยาบาล

คำสำคัญ: เคร่ืองแสกนเสน$ เลือด เครอ่ื งแสกนหลอดเลือดดำ การเจำะเลือด

136

Abstract

The procedure for inserting a needle into a vein Experience and expertise of the performer is
required. And differences in vein anatomy in each individual also hinder the procedure. The innovation “LED
Ultra Bright, Confident in Every Needle Tip” aims to create and develop innovations that can be used to
accurately display the position of subcutaneous veins. clear and convenient for use in teaching and learning
To strengthen the confidence of nursing students in finding subcutaneous veins together with the patients
within the hospital In cases where veins are difficult to find. The target group of service providers are students
of the Faculty of Nursing. 35 students from Roi Et Rajabhat University (using teaching and learning) and
professional nurses working in Roi Et Hospital, Work experience less than 3 years, 10 people and more than 3
years, 10 people. Receiving services are patients in surgical wards and intensive care units of 40 people
between 18 and 30 April 2022, conducted an evaluation of innovation trials from each service provider group.
through the satisfaction assessment form. The results of the study found that have a level of satisfaction, The
overall quality is at the best level. And in terms of performance, usage is at the best level. Consistent with all
3 groups, the needle was successfully inserted into the vein within the first time accounted for 86% of the
number of service recipients and no incidence of needle aspiration complications was found during the trial.
This innovation is suitable for use in teaching and learning in students' practice. and used in the field of
providing services to patients within the hospital

Keyword: Vein viewer, vein scanner, blood draw

137

1. ความเปgนมาและความสำคัญของปhญหา
การเรียนการสอนในรายวิชาปฏิบัติของนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร. มหาวิทยาลัยราชภัฏร$อยเอ็ด ในทักษะการเจำะเลือด

การให$ยาและสารน้ำทำงหลอดเลือดดำ เป_นการฝ°กทักษะกับหุ1น ทำให$นักศึกษาขาดประสบการณ.จริงในการฝ°กเจำะเลือดและการ
แทงเข็มฉีดยาเพื่อให$ยาหรือให$สารน้ำทำงหลอดเลือดดำ และเมื่อนักศึกษาได$ขึ้นฝ°กปฏิบัติงานบนหอผู$ปfวย นักศึกษาหลายคนขาด
ความมั่นใจในการทำหัตถการดังกล1าว และเกิดความผิดพลาดในการแทงเข็มหลอดเลือดดำอยู1บ1อยครั้ง โดยเกิดจากปÜจจัยของ
ผ$ูปวf ยทม่ี ีผลทำให$หาหลอดเลอื ดดำยาก ไดแ$ ก1 หลอดเลือดดำมีขนำดเลก็ หลอดเลือดดำอยูล1 ึก สีผิวคล้ำ หรือผูป$ วf ยมีภาวะช็อคทำให$
หลอดเลือดมีการหดตัว เป_นต$น และปÜจจัยจากผู$ให$บริการ ได$แก1 ขาดความชำนำญในการค$นหาตำแหน1งและทิศทำงของหลอด
เลือดดำ และขาดความมั่นใจในการทำหัตถการ ส1งผลให$ผู$ปfวยต$องเจ็บหลายครั้ง บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ$อนจากการทำ
หตั ถการ เช1น มีรอยฟกช้ำ มกี ารบวมของเนอื้ เย่ือบรเิ วณขา$ งเคยี ง เป_นต$น

ปÜจจุบันมีการนำเครื่องสแกนหาหลอดเลือดดำ (Vein Viewer) มาใช$งานทำงการแพทย.มากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกใน
การค$นหาหลอดเลือดดำ โดยอาศัยการทำงานของแสง infrared (ความยาวคลื่นประมาณ 785 นำโนเมตร) หรือแสง Near-
infrared เมื่อยิงแสงดังกล1าวผ1านชั้นผิวหนัง จะตรวจจับกับฮีโมโกบินที่มีออกซิเจนอยู1 จากนั้นระบบจับภาพและตรวจรับภาพจะส1ง
ข$อมูลไปยังระบบประมวลผล และแสดงผลออกมาให$เห็นตำแหน1งของหลอดเลือดดำที่ระดับความลึกไม1เกิน 7 มิลลิเมตรจาก
ผวิ หนังแบบ Real-time แต1เครอื่ งมือดงั กล1าวมีราคาแพง จึงมีการนำมาใช$งานในโรงพยาบาลอย1างจำกัด

จากการศึกษาค$นคว$าเพิ่มเติมพบว1า แสงที่สามารถมองเห็นได$ด$วยตาเปล1ามีความยาวคลื่นประมาณ 400-700 นำโนเมตร
โดยแสงสีแดงเป_นแสงที่มีความยาวคลื่นมากที่สุด ซึ่งมีคุณสมบัติในการหักเหผ1านตัวกลางได$น$อยและเดินทำงทะลุผ1านตัวกลางได$ดี
แสงสีแดงสามารถทะลุผ1านชั้นผิวหนังและเนื้อเยื่อของร1างกายได$ลึกประมาณ 5-10 มิลลิเมตร เมื่อแสงผ1านตำแหน1งของหลอดเลือด
ดำ แสงสีแดงจะถูกดูดกลืนไว$โดยฮีโมโกลบินที่อยู1ในเม็ดเลือด ทำให$เรามองเห็นแสงสีแดงในบริเวณที่มีหลอดเลือดดำไหลผ1านน$อย
กว1าบริเวณข$างเคียง ดังนั้นจึงเริ่มมีการคิดค$นในการนำแสงสีแดงจากหลอดไฟ LED ที่มีความยาวคลื่นน$อยกว1าแสงอินฟราเรด
สามารถมองเห็นได$ด$วยตาเปล1า และต$นทุนในการผลิตน$อยกว1า มาประยุกต.ใช$งานมากขึ้น เช1น ผลงานนวัตกรรมของวิทยาลัย
พยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดอุดรธานี ผลงานนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และผลงานนวัตกรรมของวิทยาลัย
สาธารณสุขสริ นิ ธร จงั หวดั ตรงั เป_นต$น

เครื่องมือช1วยค$นหาตำแหน1งของหลอดเลือดดำจากไฟ LED ที่มีวางจำหน1ายในปÜจจุบัน ยังมีข$อจำกัดในการใช$งานในผู$ปfวย
บางราย เช1น ขนำดไม1เหมาะสมกับผู$ปfวยเด็ก อุปกรณ.ไม1แนบกับผิวของผู$ปfวยขณะใช$งาน อุปกรณ.ขาดความยืดหยุ1นขณะใช$งาน
ผู$ปfวยรู$สึกไม1สุขสบายจากการใช$งานอุปกรณ. มองเห็นหลอดเลือดดำไม1ชัด เป_นต$น คณะผู$จัดทำได$เล็งเห็นความสำคัญของปÜญหา
จึงต$องการคิดค$นและพัฒนำนวัตกรรม “LED Ultra Bright มั่นใจทุกปลายเข็ม” ขึ้นเพื่อนำมาใช$ในการเรียนการสอนของนักศึกษา
คณะพยาบาลศาสตร. มหาวิทยาลัยราชภัฏร$อยเอ็ด เพื่อเสริมสร$างความมั่นใจให$แก1นักศึกษาพยาบาลในการหาหลอดเลือดดำใต$
ผิวหนงั รว1 มกับนำไปใช$กับผ$ปู วf ยภายในโรงพยาบาล ในรายทห่ี าหลอดเลือดดำยากเพ่อื ลดภาวะแทรกซ$อนจากการทำหตั ถการ

138

2. วัตถุประสงคk
เพื่อสร$างและพฒั นำนวัตกรรมท่สี ามารถใชใ$ นการแสดงตำแหนง1 ของหลอดเลือดดำใตผ$ วิ หนงั ได$อยา1 งชัดเจนและสะดวกต1อการ
นำไปใชง$ าน

3. กลMุมเปmาหมาย
3.1 กลุMมผใ,ู ห,บริการ
3.1.1 นกั ศกึ ษาคณะพยาบาลศาสตร. มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏร$อยเอด็ จำนวน 35 คน (ใช$ในการเรยี นการสอน)
3.1.2 พยาบาลวิชาชพี ทีป่ ฏิบัตงิ านในหอผูป$ วf ยศัลยกรรม และหอผ$ูปfวยวิกฤต โรงพยาบาลร$อยเอ็ด (ประสบการณ.
การทำงานนอ$ ยกว1า 3 ป)d จำนวน 10 คน
3.1.3 พยาบาลวชิ าชพี ท่ปี ฏบิ ตั ิงานในหอผ$ปู วf ยศลั ยกรรม และหอผ$ูปวf ยวกิ ฤต โรงพยาบาลร$อยเอ็ด (ประสบการณ.
การทำงานมากกว1า 3 ป)d จำนวน 10 คน
3.2 กลมMุ ผู,รับบรกิ าร
3.2.1 นกั ศึกษาคณะพยาบาลศาสตร. มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏรอ$ ยเอ็ด จำนวน 35 คน (ใช$ในการเรียนการสอน)
3.2.2 ผูป$ fวยเดก็ จำนวน 20 คน
3.2.3 ผู$ปวf ยผ$ใู หญ1 จำนวน 20 คน

4. กระบวนการพฒั นำ (ตามข้นั ตอน plan do check act)
4.1 ขนั้ ตอนท่ี 1 วางแผน (Plan)
คณะผู$จัดทำได$สอบถามและรวบรวมปÜญหาที่พบในระหว1างการเรียนการสอนในรายวิชาปฏิบัติของนักศึกษาคณะ
พยาบาลศาสตร. มหาวิทยาลัยราชภัฎร$อยเอ็ด ในทักษะการเจำะเลือด การให$ยาและสารน้ำทำงหลอดเลือดดำ และปÜญหาที่
พบระหว1างการทำหัตถการเจำะเลือดของพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล ประกอบกับทบทวนวรรณกรรมท่ี
เกี่ยวข$อง ได$แก1 กายวิภาคและสรีรวิทยาของมนุษย. หลักการของคลื่นแสง วงจรไฟฟYา และคุณสมบัติของวัสดุอุปกรณ.ต1างๆ
ตลอดจนทำการรวบรวมแนวคิดและทำการศึกษาข$อดีและข$อเสียของนวัตกรรมที่เกี่ยวข$องกับเครื่องมือช1วยค$นหาตำแหน1ง
ของหลอดเลือดดำแต1ละชิ้นที่เคยมีผู$คิดค$นขึ้นมาก1อนหน$านี้ เพื่อนำไปสู1การปรับปรุงและพัฒนำนวัตกรรมให$ดียิ่งขึ้นและเกิด
ประโยชน.สูงสุดต1อผู$ปfวย คณะผู$จัดทำได$นำเสนอความสำคัญของปÜญหา และแนวคิดของนวัตกรรมให$แก1อาจารย.คณะ
พยาบาลศาสตร. มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั ร$อยเอ็ด เพื่อประเมินความเป_นไปได$ และวางแผนการสรา$ งนวตั กรรม

139

4.2 ขัน้ ตอนที่ 2 สรา, งนวตั กรรม (Do)
คณะผู$จัดทำได$รวบรวมข$อมูลที่ศึกษาในครั้งนี้ และนำแนวคิดของนวัตกรรมไปปรึกษาวิศวกรชีวการแพทย. และช1าง

ผู$เชี่ยวชาญด$านแผนกไฟฟYากำลัง เพื่อออกแบบรูปร1างของนวัตกรรม เปรียบเทียบและคัดเลือกวัสดุอุปกรณ. และวางแผนการ
สร$างนวัตกรรม โดยคำนงึ ถงึ ความปลอดภยั ของผ$ใู ช$งานเป_นหลกั

คณะผู$จัดทำได$วาดแบบและจำลองรูปร1างของผลงานนวัตกรรมโดยใช$โปรแกรม sketch up มีการปรับแก$ไข
แบบจำลองในโปรแกรมดังกล1าวทั้งหมด 5 ครั้ง ก1อนที่จะผลิตผลงานขึ้นจริง เพื่อให$ขนำดและรูปร1างของผลงาน สามารถ
นำไปใช$งานได$จริง โดยอ$างอิงตามกายวิภาคของหลอดเลือดดำและหลักการทำงานของแสง ซึ่งกระบวนการนี้ได$จัดทำขึ้น
ภายใต$การดูแลและแนะนำของนักวิศวกรชีวการแพทย. จำนวน 2 ท1าน หลังจากนั้นผลงานนวัตกรรมจึงถูกผลิตขึ้นโดยช1าง
ผู$เชี่ยวชาญด$านไฟฟYากำลัง จำนวน 1 ท1าน ตามแบบจำลองที่ได$ผ1านการรับรองความปลอดภัยจากนักวิศวกรชีวการแพทย.
แล$ว ซึ่งผลงานนวัตกรรมที่สร$างขึ้นได$มีการตรวจสอบการรั่วไหลของกระแสไฟภายในอุปกรณ. ความถูกต$องของวงจรไฟฟYา
ความแขง็ แรงของผลงาน กอ1 นนำออกมาทดสอบประสทิ ธิภาพการใชง$ านของนวัตกรรมแต1ละครั้งดว$ ย

4.3 ขั้นตอนท่ี 3 ทดลองใชแ, ละปรับปรุง (Check)
ผลงานนวัตกรรม “LED Ultra Bright มั่นใจทุกปลายเข็ม” ได$ผ1านการตรวจสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ. และความ

ปลอดภัยของวงจรไฟฟYาโดยผู$เชี่ยวชาญ นักวิศวกรชีวการแพทย. จำนวน 2 ท1าน ได$รับคำแนะนำในการปรับปรุงผลงานให$มี
ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ภายหลังการแก$ไขปรับเปลี่ยนวงจรไฟฟYา ผลงานนวัตกรรมได$ผ1านการตรวจสอบประสิทธิภาพการใช$งาน
และความน1าเชื่อถือในการค$นหาตำแหน1งของหลอดเลือดดำ จากอาจารย.คณะพยาบาลศาสตร. มหาวิทยาลัยราชภัฎร$อยเอ็ด
จำนวน 2 ท1าน และศัลยแพทย. โรงพยาบาลร$อยเอ็ด จำนวน 2 ท1าน คณะผู$จัดทำได$ดำเนินการแก$ไขผลงานนวัตกรรมให$มี
ความสะดวกต1อการใช$งาน และมีความปลอดภัยต1อผู$รับบริการตามคำแนะนำจากผู$เชี่ยวชาญ คณะผู$จัดทำจึงได$สร$างชิ้นส1วน
ของแปYนหลอดไฟ LED เพิ่มเป_น 3 ขนำด ให$สามารถถอดเปลี่ยนได$ เพื่อให$นวัตกรรมสามารถใช$งานได$ในผู$รับบริการทุกเพศ
ทุกวัย และทุกตำแหน1งบนรยางค.ของร1างกายมนุษย. หลังจากนั้นจึงนำนวัตกรรม “LED Ultra Bright มั่นใจทุกปลายเข็ม” ไป
ตรวจสอบประสิทธิภาพการใช$งานอีกครั้ง โดยนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร. มหาวิทยาลัยราชภัฎร$อยเอ็ด จำนวน 20 คน ท่ี
ไม1ใช1กลุ1มเปYาหมาย และพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลร$อยเอ็ด จำนวน 15 คน ที่ไม1ใช1กลุ1มเปYาหมาย เพื่อรวบรวมปÜญหาและ
อุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว1างการใช$งาน และความแม1นยำของผลงานนวัตกรรมในการค$นหาตำแหน1งของหลอดเลือดดำใต$
ผิวหนัง คณะผู$จัดทำได$ดำเนินการแก$ไขผลงานนวัตกรรมครั้งสุดท$ายก1อนนำไปทดลองใช$งานจริงและประเมินผลโดย
กลุม1 เปYาหมายในขัน้ ตอนตอ1 ไป

4.4 ข้นั ตอนที่ 4 ทดลองจริงและประเมินผล (Act)
ระหว1างวันที่ 18 – 30 เมษายน พ.ศ. 2565 คณะผู$จัดทำได$นำผลงานนวัตกรรม “LED Ultra Bright มั่นใจทุกปลาย

เข็ม” ที่สมบูรณ. ไปทดลองใช$จริงในการเรียนการสอนในรายวิชาปฏิบัติของนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร. มหาวิทยาลัยราช
ภัฎร$อยเอ็ด ในทักษะการเจำะเลือด โดยมีกลุ1มเปYาหมาย คือ นักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร. มหาวิทยาลัยราชภัฏร$อยเอ็ด
จำนวน 35 คน และทดลองใช$จริงในการพยาบาล หัตถการเจำะเลือดผู$ปfวย ในหอผู$ปfวยศัลยกรรม และหอผู$ปfวยวิกฤต

140

โรงพยาบาลร$อยเอ็ด โดยมีผู$ให$บริการ คือ พยาบาลวิชาชีพ ประสบการณ.การทำงานน$อยกว1า 3 ปd จำนวน 10 คน และ
ประสบการณ.การทำงานมากกว1า 3 ปd จำนวน 10 คน มีผู$รับบริการ คือ ผู$ปfวยเด็ก จำนวน 20 คน และผู$ปfวยผู$ใหญ1 จำนวน
20 คน ซึ่งได$รับความยินยอมในการทดลองใช$ผลงานนวัตกรรม “LED Ultra Bright มั่นใจทุกปลายเข็ม” จากผู$ปfวย และ

ผู$ปกครองของผป$ู fวยเด็กแล$ว
ประเมินผลการทดลองใช$นวัตกรรมจากผู$ให$บริการแต1ละกลุ1ม ผ1านแบบประเมินความพึงพอใจ ด$านคุณภาพของ

นวตั กรรม และด$านประสิทธภิ าพการใชง$ านนวัตกรรม โดยเกณฑก. ารประเมนิ แบง1 ออกเปน_ 5 ระดับ ดงั นี้
ระดบั 5 – เป_นผลงานที่อยใ1ู นระดบั ดมี ากท่ีสุด
ระดบั 4 – เปน_ ผลงานทอี่ ยูใ1 นระดับดีมาก

ระดบั 3 – เป_นผลงานที่อยใ1ู นระดบั ดี
ระดบั 2 – เปน_ ผลงานทอ่ี ยู1ในระดับพอใช$

ระดับ 1 - เปน_ ผลงานที่อย1ูในระดบั ควรปรบั ปรุง

5. รายละเอียดและวิธีการใชง, านนวัตกรรม

5.1 รายละเอียดนวตั กรรม

นวตั กรรม “LED Ultra Bright มัน่ ใจทุกปลายเข็ม” 1 ชุด ประกอบด$วย 4 ช้ินสว1 น (ถอดเปล่ยี นได$) ดังนี้

1. อุปกรณ.แหล1งจา1 ยไฟ 1 ชิน้

2. แปนY หลอดไฟ LED ขนำดเล็ก (เหมาะสำหรับรยางค.ขนำดเลก็ ) 1 ช้ิน

3. แปนY หลอดไฟ LED ขนำดกลาง (เหมาะสำหรับรยางคข. นำดกลาง) 1 ชิ้น

4. แท1งหลอดไฟ LED สำหรับกำในฝาf มือ (เหมาะสำหรบั เจำะเลอื ดบรเิ วณหลงั มือ) 1 ชิ้น

ภาพที่ 1 แปนY หลอดไฟ LED ขนำดกลาง และอุปกรณ.แหล1งจา1 ยไฟ

141

ภาพท่ี 2 แทง1 หลอดไฟ LED สำหรับกำในฝfามือ และอปุ กรณ.แหลง1 จ1ายไฟ
5.2. รายละเอยี ดวธิ ีการใช,งานนวัตกรรม

1. เลอื กขนำดของแปYนหลอดไฟ LED ให$เหมาะสมกบั ตำแหนง1 ท่ีจะใชง$ าน
2. เปดß สวซิ ต.
3. ดูหน$าจอแสดงผล เชค็ ดปู ริมาณแบตเตอร่ี
4. ปรับสายรัด tourniquet เหนอื ตำแหนง1 ทต่ี อ$ งการเจำะเลอื ด
5. วางแปนY หลอดไฟ LED เพือ่ คน$ หาตำแหน1งของหลอดเลอื ดดำ แสงไฟ LED จะตดิ โดยอตั โนมัติ และแสดงตำแหนง1

ของหลอดเลอื ดดำใตผ$ วิ หนัง ให$เห็นเปน_ เส$นที่แสงสแี ดงผา1 นไดน$ $อย (มืดกวา1 บรเิ วณเนือ้ เยอ่ื ข$างเคียง)
6. ทำหัตถการแทงหลอดเลือดดำ โดยยึดหลกั Aseptic technique
7. เม่อื ทำหัตถการแทงหลอดเลือดดำเสรจ็ แลว$ ให$ปลดสายรัด tourniquet ออก
8. ปßดสวิซต.
9. นำแปนY หลอดไฟ LED ออกจากรา1 งกายของผป$ู วf ย และเกบ็ ใสก1 ล1องใหเ$ รียบรอ$ ย

142

ภาพท่ี 3 ตำแหน1งของหลอดเลือดดำใตผ$ ิวหนงั ทมี่ องเหน็ ทึบแสงกว1าบรเิ วณขา$ งเคียง
5.3. รายละเอยี ดตน, ทนุ การผลติ ผลงานนวัตกรรม ประมาณ 1,200 บาท ตอ1 ชดุ (มีแปYนและแท1งหลอดไฟ LED 3 แบบ)
6. ผลการทดลองใช,นวัตกรรมและการอภปิ รายผล

นวัตกรรม “LED Ultra Bright มั่นใจทุกปลายเข็ม” ได$รับการตรวจสอบประสิทธิภาพและประสิทธิผลจากผู$เชี่ยวชาญในแต1
ละด$านที่เกี่ยวข$อง จำนวน 6 ท1าน ก1อนนำไปทดลองใช$งานจริง เพื่อประเมินความถูกต$องในเรื่องเครื่องกล วงจรไฟฟYา ความ
ปลอดภัย ความแข็งแรง การเลือกใช$วัสดุอุปกรณ.และความคุ$มค1าคุ$มทุน ซึ่งผลการตรวจสอบประสิทธิภาพและประสิทธิผล ด$าน
คุณภาพเฉลี่ย 4.89 ด$านประสิทธิภาพเฉลี่ย 4.80 และผลการตรวจสอบคุณภาพด$านโครงสร$าง ด$านการใช$งานและด$านคุณค1า
เกณฑ.ข$อคำถามในแต1ละด$านมีค1า IOC มากกว1า 0.5 ขึ้นไป แสดงให$เห็นว1า นวัตกรรมมีความสอดคล$องกับวัตถุประสงค. สามารถ
นำไปใช$ได$ และมีข$อเสนอแนะในการพัฒนำนวัตกรรม ได$แก1 ลดขนำดและรูปร1างของแปYนหลอดไฟ LED ให$เข$ากับสรีระของผู$ปfวย
เพิ่มความสามารถในการใช$แบตเตอรี่สำรอง เพิ่มจำนวนรูปทรงของแปYนหลอดไฟ LED ให$สอดคล$องกับตำแหน1งของหลอดเลือดที่
ต$องการใชง$ าน

ภายหลังจากการปรับปรุงผลงานนวัตกรรม และตรวจสอบความปลอดภัยต1อผู$ใช$งานเรียบร$อยแล$ว จึงได$นำนวัตกรรมไป
ทดลองใช$จริงกับกลุ1มเปYาหมาย 3 กลุ1ม และมีการประเมินผลความพึงพอใจในการใช$งานนวัตกรรม “LED Ultra Bright มั่นใจทุก
ปลายเขม็ ” จากผู$ให$บริการ จำนวน 55 คน ดงั ขอ$ มลู แสดงในตารางท่ี 1

143

ตารางท่ี 1 แสดงระดับความพึงพอใจในการใช$งานนวัตกรรม “LED Ultra Bright มั่นใจทุกปลายเข็ม” ของนักศึกษาพยาบาล
มหาวิทยาลัยราชภัฎรอ$ ยเอด็ (35 คน) และพยาบาลวิชาชพี ท่ีปฏบิ ตั ิงานในโรงพยาบาลร$อยเอ็ด (20 คน)

คา1 เฉลยี่ ± สว1 นเบ่ียงเบนมาตรฐาน

ความพึงพอใจ นักศึกษา พยาบาลวิชาชพี พยาบาลวิชาชีพ

ด,านคุณภาพ พยาบาล (35 ประสบการณ. ประสบการณ.
1. เป_นนวตั กรรมที่มีความเหมาะสมกับผ$ปู fวย
2. เปน_ นวตั กรรมทส่ี ามารถนำไปใช$ไดจ$ รงิ คน) น$อยกว1า 3 ปd มากกว1า 3 ปd (10
3. รปู แบบการใช$นวัตกรรมมีความสอดคล$องกับผลทค่ี าดหวัง
(10 คน) คน)
ด,านคณุ ภาพโดยรวม
4.71 ± 0.46 4.80 ± 0.42 4.60 ± 0.52
4.80 ± 0.47 4.60 ± 0.69 4.70 ± 0.48

4.77 ± 0.55 4.70 ± 0.48 4.60 ± 0.52
4.76 ± 0.26 4.70 ± 0.25 4.63 ± 0.29

ดา, นประสิทธิภาพการใชง, าน 4.66 ± 0.64 4.50 ± 0.53 4.50 ± 0.53
1. ใชง$ านง1ายสะดวก และจัดเก็บได$สะดวก 4.54 ± 0.70 4.50 ± 0.71 4.40 ± 0.69
2. ตัวเคร่ืองมคี วามแขง็ แรง ขนำดเหมาะสม
3. สามารถช1วยให$หาเสน$ เลือดได$ง1ายข้นึ มองเห็นเสน$ เลือดชัดเจนขนึ้ 4.89 ± 0.41 4.80 ± 0.42 4.70 ± 0.48
4. มคี วามปลอดภัยตอ1 ผ$ูรบั บริการและผูใ$ หบ$ ริการ 4.62 ± 0.65 4.60 ± 0.52 4.40 ± 0.69
5. ท1านตอ$ งการทจ่ี ะนำนวัตกรรมชิ้นนมี้ าใช$ตอ1 ไป
4.83 ± 0.45 4.90 ± 0.32 4.80 ± 0.42
ด,านประสทิ ธิภาพการใช,งานโดยรวม 4.71 ± 0.25 4.66 ± 0.23 4.56 ± 0.25

รวม 4.74 ± 0.18 4.68 ± 0.17 4.60 ± 0.18

พบว1าผู$ใช$บริการ กลุ1มนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร. มหาวิทยาลัยราชภัฎร$อยเอ็ด จำนวน 35 คน มีระดับความพึงพอใจใน
การใช$งานนวัตกรรม ด$านคุณภาพโดยรวมอย1ูในระดับดีมากที่สุด (4.76 ± 0.26) ด$านประสิทธิภาพการใช$งานโดยรวมอยู1ในระดับดี
มากที่สุด (4.71 ± 0.25) กลุ1มพยาบาลวิชาชีพ ประสบการณ.การทำงานน$อยกว1า 3 ปd มรี ะดับความพึงพอใจในการใช$งานนวัตกรรม
ด$านคุณภาพโดยรวมอยู1ในระดับดีมากที่สุด (4.70 ± 0.25) ด$านประสิทธิภาพการใช$งานโดยรวมอยู1ในระดับดีมากที่สุด (4.66 ±
0.23) และกลุ1มพยาบาลวิชาชีพ ประสบการณ.การทำงานมากกว1า 3 ปd มีระดับความพึงพอใจในการใช$งานนวัตกรรม ด$านคุณภาพ
โดยรวมอยใู1 นระดับดมี ากท่สี ดุ (4.63 ± 0.29) ดา$ นประสทิ ธิภาพการใช$งานโดยรวมอยใ1ู นระดบั ดมี ากท่สี ดุ (4.56 ± 0.25)

ในระหว1างการทดลองใช$งานนวัตกรรมกับผู$รับบริการกลุ1มเปYาหมาย ไม1มีรายงานอุบัติการณ.ของการเกิดภาวะแทรกซ$อน
จากการแทงเข็ม เช1น เกิดรอยฟกช้ำภายใต$ผิวหนัง หลอดเลือดดำอักเสบ หรือภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด และไม1มีรายงาน

144

อุบัติการณ.ของการเกิดภาวะไม1สุขสบายของผู$รับบริการเลย จากการเก็บข$อมูลเชิงสถิติ พบว1าผู$ให$บริการสามารถแทงเข็มเข$าหลอด
เลือดดำในขณะใช$งานนวัตกรรม “LED Ultra Bright มั่นใจทุกปลายเข็ม” ได$สำเร็จภายในครั้งแรก คิดเป_นร$อยละ 86 ของจำนวน
ผู$รับบริการ สำเร็จภายในครั้งที่สอง คิดเป_นร$อยละ 12 ของจำนวนผู$รับบริการ และสำเร็จภายในครั้งที่สาม คิดเป_นร$อยละ 2 ของ
จำนวนผรู$ บั บริการ ซึ่งเกิดข้นึ ในเฉพาะผปู$ fวยเด็กเล็กทีไ่ ม1ใหค$ วามร1วมมอื ขณะทำหัตถการเจำะเลอื ด

ทั้งนี้ คณะผู$จัดทำไม1ได$เก็บข$อมูลเปรียบเทียบในด$านระยะเวลาที่ใช$ในการทำหัตถการของผู$ให$และผู$รับบริการแต1ละคน
เนื่องจากคณะผู$จัดทำได$ให$ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู$ปfวยเป_นหลัก จึงไม1ได$นำเวลามาร1วมพิจารณา เพื่อก1อให$เกิด
ความเครียดแก1ผู$ให$บริการ ซึ่งอาจจะส1งผลกระทบให$เกิดภาวะแทรกซ$อนแก1ผู$รับบริการตามมาได$ และได$ตระหนักถึงข$อมูลเชิง
ประจักษ.ในด$านความแตกต1างของกายวิภาคของหลอดเลือดดำที่แตกต1างกันในแต1ละบุคคล ดังนั้นจึงได$สอบถามจากผู$ให$บริการที่
ทดลองใช$งานนวัตกรรม พบว1านวัตกรรมชิ้นนี้สามารถช1วยให$หาตำแหน1งและทิศทำงของหลอดเลือดดำใต$ผิวหนังได$ง1ายและชัดเจน
ยิ่งขึ้น สอดคล$องกับผลการประเมินระดับความพึงพอใจในการใช$งานนวัตกรรมจากผู$ให$บริการทั้ง 3 กลุ1ม ในหัวข$อดังกล1าว ซึ่งมี
ประสิทธิภาพการใช$งานอยู1ในระดับดีมากที่สุด ดังนั้น นวัตกรรม “LED Ultra Bright มั่นใจทุกปลายเข็ม” หากมีการนำไปประยุกต.
เพื่อใช$งานในด$านการเรียนการสอนในภาคปฏิบัติของนักศึกษาคณะพยาบาล และนำไปใช$งานในด$านการให$บริการแก1ผู$ปfวยภายใน
โรงพยาบาล อาจจะช1วยเพิ่มความมั่นใจให$แก1ผู$ให$บริการและผู$รับบริการ และอาจช1วยลดอุบัติการณ.ของการเกิดภาวะแทรกซ$อน
จากการทำหัตถการได$

7. ข,อเสนอแนะ
7.1 ข,อเสนอแนะจากผ,ใู ชง, านนวัตกรรม
1. ต$องการใหม$ ขี นำดของเคร่อื งเล็กลง พกพาไดส$ ะดวกมากย่งิ ขนึ้
2. อยากให$สามารถปรับเพิ่มและลดความสวา1 งของแสงไฟได$ เพ่ือใหส$ อดคล$องกับระดับความลึกของเส$นเลอื ด
3. แสงไฟจา$ ทำใหไ$ ม1สามารถมองไดน$ ำน อยากใหม$ ีการเลอื กใช$แสงไฟทมี่ กี ารถนอมสายตาได$มากกว1านี้
4. ควรออกแบบใหแ$ ปYนหลอดไฟและเครื่องตอ1 กนั ให$เป_นชน้ิ เดียว เพอ่ื ใหพ$ กพาง1ายและสะดวกตอ1 การใชง$ าน
7.2. ขอ, เสนอแนะเพ่ือพัฒนำนวตั กรรมในอนำคต
1. ควรมกี ารพัฒนำตัวเครอื่ งทีท่ นั สมัยและมีความสะดวกตอ1 การใชง$ าน
2. ควรเลอื กวสั ดุอปุ กรณ.ทไ่ี ม1เป_นอุปสรรคตอ1 การใช$งาน โดยคำนงึ ถงึ ความปลอดภยั ของผูใ$ หแ$ ละผ$รู ับบริการ

145

8. เอกสารอ,างอิง
1 กัญญาวรี . เกิดมงคล และวราภรณ. ชยั วฒั น.. (2559). ผลของการใหข$ $อมูลแบบรูปธรรม-ปรนยั ร1วมกับการมีสว1 นร1วมของ
มารดาต1อความกลัวการได$รับสารนำ้ ทำงหลอดเลอื ดดำของเด็กวัยก1อนเรียน. วารสารพยาบาลศาสตรk
มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณkมหาวิทยาลัย, 28(2), 25-34.
2 จิตสิริ ร1นุ ใหม1 ดวงกมล มงคลศิลปŒ กญั ญาวีร. เกิดมงคล และสวุ พรรณ ตันประภา. (2561). ผลของการใชเ$ ทคนคิ การ
เบ่ียงเบนความสนใจร1วมกับการจัดสภาพแวดลอ$ มต1อความกลวั การไดร$ ับสารนำ้ ทำงหลอดเลอื ดดำของผปู$ fวยเดก็ วยั กอ1 น
เรียน. วารสารพยาบาลศาสตรk มหาวิทยาลยั จฬุ าลงกรณมk หาวทิ ยาลยั , 5(2), 55 - 68.
3 เติมสขุ รักษศ. รีเมือง และวราภรณ. ชัยวฒั น.. (2559). ผลการพยาบาลเพ่ือลดความเจบ็ ปวด และการพยาบาลแบบผ$ูปกครอง
มีส1วนร1วมต1อความกลัวการให$สารน้ำทำงหลอดเลอื ดดำในเดก็ วยั ก1อนเรยี น. วารสารพยาบาลศาสตรk
มหาวทิ ยาลัยจฬุ าลงกรณมk หาวิทยาลยั , 28(1), 67-75.
4 นคั มน นม่ิ นวล. (2563). การประเมนิ รปู แบบของเสน$ เลอื ดดำบรเิ วณแขนเพ่ือใชใ$ นการพิสูจน.เอกลักษณบ. คุ คล. วารสาร
วิทยาศาสตรแk ละเทคโนโลยี, 28(3), 536-545.
5 นนั ทวุฒ ดงแสนแก$ว และคณะ. (ม.ป.ป.). นวัตกรรม Finding Vein Mobile. ค$นเมือ่ 2 กมุ ภาพนั ธ. 2565 จาก
https://shorturl.asia/rZnQh.
6 รุจิรดา พุฒิตรภี ูมิ, วนิดา สขุ รัตน. และฑิฆัมพร สองพงั . (ม.ป.ป.). นวตั กรรม เคร่อื งสแกนหาเส,นเลอื ด Innovation: THE
VEINS SCANNER. คน$ เมื่อ 2 กมุ ภาพันธ. 2565 จาก https://shorturl.asia/dil7m.
7 โรงพยาบาลขอนแกน1 ราม. (ม.ป.ป.). เครื่องสแกนหาเส,นเลือด - Vein Scanner. คน$ เมื่อ 2 กมุ ภาพันธ. 2565 จาก
https://shorturl.asia/JcrZM.
8 โรงพยาบาลจุฬารัตน9. แอร.พอรต. . (ม.ป.ป.). นวตั กรรมใหมMทำงการแพทยk สแกนหาเสน, เลือด Vein Viewer. ค$นเม่อื 2
กมุ ภาพันธ. 2565 จาก https://shorturl.asia/omj3t.
9 วทิ ยาลัยการอาชพี เวยี งสา. (ม.ป.ป.). เครือ่ งสแกนเส,นเลอื ดใตผ, วิ หนัง. ค$นเม่อื 2 กมุ ภาพนั ธ. 2565 จาก
https://shorturl.asia/eXfNi.
10 วมิ ลวัลย. วโรฬาร. (2560). หลอดเลือดดำอกั เสบในผ$ูปวf ยเด็ก : การปอY งกันและการดูแล. วารสารพยาบาลโรคหวั ใจและ
ทรวงอก, 28(1), 16-27.
11 สชุ าดา ปราบมชี ยั , สมสมร เรืองวรบรู ณ. และพัชนี สมกาํ ลัง. (2559). การประยุกตใ. ช$แนวคิดการจดั การความกลวั ในเด็กวยั
กอ1 นเรียนที่ได$รับสารน้ำทำงหลอดเลือดดำ. วารสารมหาวิทยาลัยนครพนม, 6(1), 196-202.
12 สถาบันส1งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ. ละเทคโนโลยี (สสวท.). (2561). ทำไมเรามองเหน็ เส,นเลอื ดเปgนสีฟาm . คน$ เมอ่ื 2
กุมภาพันธ. 2565 จาก https://shorturl.asia/GV8h4.
13 สิริรัตน. ฉัตรชยั สุชา, นำรรี ัตน. จิตรมนตรี และวรวรรณ วาณิชย.เจริญชยั . (2554). ผลของส่อื การสอนอิเลก็ ทรอนกิ ส.การให$
สารน้ำทำงหลอดเลือดดำตอ1 ความสามารถในการให$สารน้ำทำงหลอดเลอื ดดำของนักศึกษาพยาบาลชน้ั ปdท่ี 2. วารสาร
พยาบาลศาสตรk, 29(2), 143-150.
14 ศุภชยั ปรางค.ทอง และคณะ. (2562). เคร่อื งสแกนเส,นเลือดใต,ผวิ หนงั (Vein Scan). ค$นเม่ือ 2 กมุ ภาพนั ธ. 2565 จาก
https://shorturl.asia/kouAV.


Click to View FlipBook Version