246
ภาพที่ 1 นวตั กรรมใบความร.เู รอื่ งยา “QR CODE หว7 งใย ใสใ7 จเรื่องยา”(ดา. นหนา. )
247
ภาพที่ 2 นวตั กรรมใบความรGเู รอื่ งยา “QR CODE หวw งใย ใสใw จเรื่องยา”(ดาG นหลงั )
248
ข้นั ตอนการใช,งาน
1. เม่อื ผปู$ fวยได$รบั การรกั ษาดว$ ยยาท่ีตรงกบั ยาที่ได$จดั ทำเปน_ นวตั กรรมใบความรูเG รอ่ื งยา “QR CODE หFวงใย ใสF
ใจเร่อื งยา” นกั ศึกษาตรวจสอบแผนการรกั ษาและตรวจสอบความถกู ต$องตามหลักการบรหิ ารยา 10R โดยมี
อาจารยน. ิเทศดูแลอยา1 งใกลช$ ิด เพ่อื ปYองกันความคลาดเคล่อื นจากการใหย$ า
2. นำใบความรเู$ ร่อื งยา “QR CODE หMวงใย ใสMใจเรอื่ งยา” หอ$ ยค1กู บั ยาที่ผป$ู วf ยไดร$ บั
3. อธิบายใบความร$เู รอื่ งยา “QR CODE หวM งใย ใสMใจเร่อื งยา” ให$ผปู$ fวยหรือญาติเขา$ ใจและทราบถงึ
วัตถปุ ระสงค.และประโยชน.ของใบความร$ูเร่อื งยา “QR CODE หวM งใย ใสMใจเรื่องยา”
4. ประเมินผลใบความร$ูเร่อื งยา “QR CODE หMวงใย ใสMใจเรอ่ื งยา” จากผป$ู fวยและญาติ และพยาบาลประจำหอ
ผ$ปู fวย
ภาพที่ 3 ขั้นตอนการใชใ. บความร.ูเรอื่ งยา “QR CODE หว7 งใย ใส7ใจเรือ่ งยา”
249
6. ผลการทดลองใชน, วตั กรรมและการอภปิ รายผล
นกั ศึกษาไดท$ ดลองใชใ$ บความรเ$ู ร่อื งยา “QR CODE หวM งใย ใสMใจเรือ่ งยา” ในหอผ$ูปวf ยอายุรกรรมชาย 2 และหอ
ผป$ู fวยศัลยกรรมกระดกู หญงิ มีการประเมนิ ความพึงพอใจจากผป$ู วf ย ญาตผิ $ูปวf ยและพยาบาลประจำหอผ$ปู fวย โดยใช$แบบประเมนิ
เปน_ แบบสอบถาม ดงั ขอ$ มลู ตามตาราง
ตารางท่ี 2 ขอ/ มลู ทัว่ ไป จำนวน (คน) รอA ยละ
ผAูประเมิน 7 35
ผูป* lวย 3 15
4 20
-ชาย 7 35
-หญิง 2 10
ญาติผ*ูปวl ย 5 25
-ชาย
-หญงิ 6 30
พยาบาลประจำหอผปู* lวย 20 100
รวม
ตารางที่ 3 ความรส/ู กึ พงึ พอใจตอ> นวตั กรรม คะแนนเฉลีย่ ส\วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน การแปลผล
รายการ ระดับดี
4.1 0.62 ระดบั ดี
1. นวัตกรรมมีความชดั เจน เขา* ใจงาE ย 4.5 0.59 ระดบั ดี
4.35 0.73 ระดับดี
2. นวัตกรรมมคี วามสะดวก ปลอดภยั 4.4 0.58
ระดบั ดี
3. นวัตกรรมใชง* านได*งEาย 4.4 0.73
ระดับดี
4. นวัตกรรมสามารถเข*าถงึ ได*งาE ย สะดวกตEอ 4.35 0.65
การใชง* าน
5. ทEานได*รับทราบขอ* มลู ช่อื ยา กลไกลการ
ออกฤทธิ์ ข*อบEงใช* และผลขา* งเคยี ง ของยาท่ี
ใหก* ับผปู* วl ยได*
เฉลีย่
250
7. ขอ, เสนอแนะ
ข*อเสนอจากผ*ปู lวยและญาติ
- ผูปL kวยและญาติบางคนอาH นหนงั สอื ไมอH อก หรือสายตาไมดH ี มองไมHชดั อยากใหมL ีใบความรLูในรปู แบบทมี่ ี
เสยี งบรรยาย
ขอ* เสนอจากพยาบาลประจำหอผู*ปlวย
- เพิ่มจำนวนยาใหLมากขึน้ ใหLครอบคลมุ ยาหลายๆ ชนิด
- ใหLสญั ลักษณ=และสีท่ีสะดดุ ตากับประเภทยาทีม่ ีความเส่ียงสงู
- เพิ่มชอื่ ทำงการคาL ของยา เพ่อื ความสะดวกตอH การใชLงาน
8. เอกสารอ,างองิ
สาวติ รี เหลาH ไพบลู ย=กุลและคณะ. (2565). ความรเLู กยีH วกับขอL มลู บนฉลากยาของผรLู บั บรกิ าร ณ แผนกบริการจHาย
ยาผLปู วk ยนอก โรงพยาบาลทHาศาลา. วารสารเภสัชกรรมไทย, 14(2), 404-414.
สภุ าพร หอมดี และณัฏฐิญา คาL ผล. (2563). ความตLองการขอL มลู ดาL นยาของผLตู ดิ เชื้อเอชไอวีและผปูL kวยเอดสท= ี่
แผนกผูปL kวยนอกโรงพยาบาลหลวงพอH ทวศี กั ด์ิ ชตุ นิ ฺธโร อทุ ิศ. วารสารโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ,B
16(1), 46-63.
สำนกั งานสถิติแหHงชาติ. (ม.ป.ป.). จำนวนผปfู kวยใน(หลักประกนั สุขภาพถวf นหนfาและสวัสดิการรักษาพยาบาล
ขาf ราชการและครอบครวั )รวมทุกการวินจิ ฉยั โรคจำแนกตามเพศและโรค/ กล(มุ โรค 298 โรคตาม
บญั ชีจำแนกโรคระหว(างประเทศฉบบั แกไf ขคร้ังท่ี 10 ทว่ั ราชอาณาจกั รพ.ศ. 2559-2563. คนL เม่ือ 24
พฤษภาคม 2565 จาก สำนกั งานสถติ แิ หHงชาต:ิ
http://statbbi.nso.go.th/staticreport/page/sector/th/05.aspx
อลิษษา วริ ยิ ะโชติ, ดวงรตั น= วฒั นกิจไกรเลศิ , วชิ ชุดา เจริญกจิ การและวนั ชยั เดชสมฤทธฤิ์ ทัย. (2559). อทิ ธพิ ล
ของการรบั รูคL วามจำเปนu ตHอการใชยL าความกงั วลจากการใชยL าความพงึ พอใจในขอL มูลท่ไี ดรL บั และ
ประสบการณ=การเกิดโรคกำเริบตHอความรHวมมือในการใชLยาสูด ขยายหลอดลมรHวมกบั คอรต= ิโคสเตียรอยด=
ในผปLู kวยโรคปอดอดุ กนั้ เรอ้ื รงั . วารสารพยาบาลทหารบก, 17(3), 187-196.
251
การพัฒนาแอพพลเิ คชนั่ “คุมเบาหวาน เตือนทำนยา ปอx งกันโรคโควดิ -19”
สำหรับผ<ูปวc ยโรคเบาหวาน
ทศั นว= รรณ สุขจติ ต=1, นงณภัทร รHงุ เนย1*, รัชดาภรณ= เกตกุ ลำ่ 1, กนกอร จำปาทพิ ย1= , กงั สดาล ยอดยง่ิ 1,
ณฐั มล มมี าก1, มิกขณา แกLวประสม1, โยษิตา สุยะนำ1 และรุจริ า อยูHจนั ทร1=
1วิทยาลยั พยาบาลพระจอมเกลาL จงั หวัดเพชรบรุ ี คณะพยาบาลศาสตร= สถาบนั พระบรมราชชนก
*ผLูรับผดิ ชอบบทความ: [email protected]
บทคัดยอ(
สถานการณ=แพรHระบาดของโรคโควิด-19 สHงผลกระทบตHอการรับบริการสุขภาพของผูLปkวยโรคไมHติดตHอ
เรื้อรังโดยเฉพาะโรคเบาหวาน การพัฒนำนวัตกรรมนี้มีวัตถุประสงค=เพื่อพัฒนำแอพพลิเคชั่น “คุมเบาหวาน เตือน
ทำนยา ปvองกันโรคโควิด-19” สําหรับผูLปkวยโรคเบาหวาน และประเมินประสิทธิผลของแอพพลิเคชั่นที่พัฒนำขึ้น
ใชLแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเปuนแนวทำงในการศึกษา กลุHมเปvาหมายที่ใชLในการประเมินประสิทธิผล
ของนวัตกรรมเลือกแบบเจำะจงตามคุณสมบัติที่กําหนดจํานวน 30 คน ไดLแกH ผูLปkวยโรคเบาหวานที่มารับบริการใน
คลินิกโรคไมHติดตHอเรื้อรัง โรงพยาบาลสHงเสริมสุขภาพตําบลนำพันสาม อําเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ผลการศึกษา
พบวHา กลุHมเปvาหมายที่ทดลองใชLแอพพลิเคชั่นมีความพึงพอใจตHอแอพพลิเคชั่นในระดับมากที่สุด (M =4.13 , SD
=0.86) คHาเฉลี่ยสูงสุด คือ แอพพลิเคชั่นชHวยใหLไดLรับความรูLเกี่ยวกับการปvองกันโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้น หลังทดลอง
ใชLแอพพลิเคชั่น 4 สัปดาห= พบวHาคHาเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อปvองกันโรคโควิด-19 หลังทดลองสูงกวHา
กHอนทดลองอยHางมีนัยสำคัญทำงสถิติที่ระดับ .01 (t=15.42, p<.001) ผลการศึกษาครั้งนี้แสดงใหLเห็นวHาการใชL
แอพพลเิ คช่ันทพ่ี ฒั นำขน้ึ ชวH ยสHงเสริมการปรบั เปล่ียนพฤติกรรมการดแู ลตนเองของผปLู วk ยโรคเบาหวานไดL
คำสำคญั : แอพพลิเคช่ัน โรคเบาหวาน โรคโควิด-19
252
Development of “Diabetes Control, Medicine Reminder, COVID-19 Prevention”
Application for Diabetes Patients
Thatsawan Sukjit1, Nongnaphat Rungnoei1*, Kanokorn Chumpathip1,
Ratchadaporn Ketklam1, Kangsadal Yodying1, Nattamon Meemak1, Mikkana Kaeoprasom1, Yosita
Suyana1 and Rujira Oiuchan1
1Prachomklao College of Nursing Phetchaburi Province, Faculty of Nursing, Praboromarajchanok
Institute
*Corresponding author: [email protected]
Abstract
The COVID-19 pandemic situation has negatively impacted health care of patients with chronic non-
communicable diseases, especially diabetes mellitus. This innovation development aimed to (1) develop the
"diabetes control, medicine reminder, COVID-19 prevention" application for diabetic patients, and (2) evaluate
the effectiveness of the developed application. Sufficiency Economy Philosophy was used to guide the study.
The evaluation of its effectiveness was made in 30 sample were selected by purposive sampling. The samples
included 30 diabetic patients receiving service at non-communicable chronic disease clinic of Na-Pan-Sam sub-
district health promotion hospital, Muang district, Phetchaburi province. The results revealed that the samples
were satisfied with the developed application at the high level (M=4.13, SD=0.86). The highest mean score was
‘using developed application can improve COVID-19 knowledge. After trial the developed application for 4
weeks, mean score of self-care behavior for COVID-19 prevention were significantly higher than before trial at
the .01 level. (t=15.42, p<.001). These results suggest that using the developed application and improve self-
care behavior of diabetic patients.
Keywords: application, diabetes mellitus, COVID-19 prevention
253
1. ความเปนg มาและความสำคญั ของปญh หา
โรคเบาหวานเป_นปÜญหาสุขภาพสำคัญของโลก จากสถิติขององค.การอนำมัยโลกระบุว1า พ.ศ.2563 มีผู$ปfวยโรคเบาหวาน
มากกว1า 420 ล$านคน โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนำ และมีอุบัติการณ.เสียชีวิตก1อนวัยอันควรสูงขึ้น [1] สำหรับประเทศไทย
อัตราการเจ็บปfวยและเสียชีวิตด$วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นในรอบ 5 ปd เนื่องจากโรคเบาหวานเป_นโรคเรื้อรังที่ต$องดูแลรักษาอย1าง
ต1อเนื่องและเหมาะสม [2] หากระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป_นเวลานำนจะเกิดภาวะแทรกซ$อนทั้งสมอง หัวใจ ไต ตาที่อันตรายต1อชีวิต
ส1งผลกระทบต1อครอบครัว ระบบบริการสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ [3, 4] ผู$ปfวยโรคเบาหวานส1วนใหญ1เสียชีวิตจาก
ภาวะแทรกซ$อนซึ่งเกิดจากการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม1ได$ การส1งเสริมการดูแลตนเองเพื่อปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตเป_น
กุญแจสำคัญในการลดอุบัติการณ.ของโรคเบาหวาน [5] พฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู$ปfวยโรคเบาหวาน
ประกอบด$วย การดูแลตนเองด$านการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย การจัดการความเครียดและการรับประทำนยาอย1าง
ต1อเนื่อง [6] จากการศึกษาพฤติกรรมการใช$ยาในผู$ปfวยโรคเบาหวาน พบว1ามีการใช$ยาที่ไม1ถูกต$องหลายประการ เช1น การใช$ยาผิด
เวลา ลืมรับประทำนยาหรือหยุดยาเอง [7, 8] ส1งผลให$โรคมีความรุนแรงและเกิดภาวะแทรกซ$อนเพิ่มขึ้น และพรนรินทร. ศิลปะ
ธรรม และคณะ [9] ได$นำเทคโนโลยีมาช1วยในการส1งเสริมการดูแลตนเองของผู$ปfวยโรคเบาหวานโดยพัฒนำโปรแกรมเตือนการดูแล
สุขภาพต1อคุณภาพชีวิตของผู$สูงอายุโรคเบาหวาน พบว1า ช1วยให$ผู$สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต1ยังไม1ได$ประเมินผลลัพธ.พฤติกรรม
การดูแลตนเองของผู$ปfวยโรคเบาหวาน และมีข$อจำกัด คือ การใช$แอพพลิเคชั่นไลน.ใช$ได$เฉพาะในช1วงมีสัญญาณอินเตอร.เน็ต
ขณะเดียวกันในสถานการณ.ระบาดของโรคโควิด-19 ผู$ปfวยโรคเบาหวานหากมีการติดเชี้อโรคโควิด-19 ย1อมส1งผลให$เกิดความ
รุนแรงของโรคเพิ่มขึ้น การปฏิบัติตนตามมาตรการปYองกันการติดเชื้อโรคโควิด-19 สำหรับผู$ปfวยโรคเบาหวานนับว1ามีความสำคัญ
และมีความจำเป_นในการใช$ชีวิตอยู1กับสถานการณ.ได$อย1างปลอดภัย ดังนั้นการให$ความรู$เพื่อปYองกันการติดเชื้อโรคโควิด-19 และ
การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให$ปกติจึงเป_นสิ่งสำคัญ คณะผู$จัดทำจึงสนใจพัฒนำแอพพลิเคชั่น “คุมเบาหวาน เตือนทำนยา
ปYองกันโรคโควิด-19” ซึ่งเน$นการส1งเสริมการปฏิบัติตนเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เตือนการรับประทำนยาและให$ความรู$ใน
การปYองกันโรคโควิด-19 ผ1านระบบปฏิบัติการแอนดรอยด.และสามารถใช$งานโดยไม1ต$องใช$สัญญาณอินเตอร.เน็ต รวมทั้งประเมิน
ผลลัพธ.ที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู$ปfวยโรคเบาหวาน เพื่อให$ผู$ปfวยโรคเบาหวานมีความรู$ความ
เข$าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวาน การปฏิบัติตนเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลและปYองกันโรคโควิด-19 มีการแจ$งเตือนการรับประทำนยา เพื่อ
ช1วยลดปÜญหาการลืมรับประทำนยา ซึ่งจะช1วยให$ผ$ูปfวยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ$อนจาก
โรคเบาหวาน รวมท้ังสามารถปฏบิ ตั ติ นเพือ่ ปอY งกันการติดเชื้อโรคโควดิ -19 ไดเ$ พมิ่ ขึ้น
2. วัตถุประสงคk
1. เพ่ือพัฒนำแอพพลเิ คชนั่ “คุมเบาหวาน เตือนทำนยา ปYองกนั โรคโควิด-19” สำหรับผ$ปู วf ยโรคเบาหวาน
2. เพื่อประเมินประสิทธิผลของแอพพลิเคชั่นที่พัฒนำขึ้น โดยประเมินจากความพึงพอใจต1อการใช$งานแอพพลิเคชั่นและ
พฤติกรรมการดูแลตนเองเพอ่ื ปYองกันโรคโควิด 19 ของผูป$ fวยโรคเบาหวาน
3. กลMมุ เปmาหมาย
ผู$ปfวยโรคเบาหวานที่มารับบริการในคลินิกโรคไม1ติดต1อเรื้อรัง โรงพยาบาลส1งเสริมสุขภาพตําบลนำพันสาม อําเภอเมือง
เพชรบรุ ี จงั หวัดเพชรบุรี จํานวน 30 คน
254
4. กระบวนการพัฒนำ (ตามขั้นตอน plan do check act)
การพัฒนำนวัตกรรมนี้ได$รับการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย. วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล$า
จังหวัดเพชรบุรี เลขที่ PCKCN REC 20/2564 ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 คณะผู$จัดทำใช$กระบวนการดำเนินงานตามวงจร
คุณภาพ Plan-Do-Check-Act ประกอบด$วยขัน้ ตอน ดงั น้ี
4.1 ขนั้ เตรียมการ (Plan)
1) ศึกษาปญÜ หาความตอ$ งการในการพฒั นำนวัตกรรม และสบื คน$ ข$อมลู การวจิ ยั บทความ และเอกสารทเี่ ก่ยี วข$อง
2) วางแผนการพัฒนำนวัตกรรมแอพพลิเคชั่น“คุมเบาหวาน เตือนทำนยา ปYองกันโรคโควิด-19”และเลือกกลุ1มเปYาหมาย
เพื่อนำแอพพลิเคชั่นไปทดลองใช$จริง ได$แก1 ผู$ปfวยโรคเบาหวานที่มาใช$บริการคลินิกโรคไม1ติดต1อเรื้อรัง ที่โรงพยาบาลส1งเสริม
สุขภาพตำบลนำพันสาม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี และยินดีเข$าร1วมการทดลองใช$นวัตกรรม มีโทรศัพท.มือถือสมาร.ทโฟน
ระบบปฏบิ ตั ิการแอนดรอยด.
3) ติดต1อประสานงานกับหน1วยงานที่เกี่ยวข$อง ได$แก1 เจ7าหน7าที่โรงพยาบาลส@งเสริมสุขภาพตำบลนำพันสาม เพื่อศึกษาแนวทำงพัฒนำ
แอพพลเิ คชัน่ และการนำไปทดลองใช7
4.2 ขน้ั ตอนปฏิบัติ (Do)
1) พัฒนำแอพพลเิ คชัน่ “คมุ เบาหวาน เตอื นทำนยา ปอ^ งกนั โรคโควิด-19” โดยใช7หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
หHวงที่ 1 ความพอประมาณ ได7แก@ ดำเนินการจัดทำแอพพลิเคชั่นด7วยตนเองโดยไม@เสียค@าใช7จ@าย และนำเทคโนโลยีที่มีอยู@ในปtจจุบันมาใช7ให7เกิด
ประโยชนสM ูงสุด
หHวงที่ 2 ความมีเหตุผล หมายถึง การกระทำหรือตัดสินใจใดๆจะต7องเป`นไปอย@างมีเหตุและผล โดยการพิจารณาและวิเคราะหMสาเหตุรวมถึงการ
คำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นอย@างรอบคอบและระมัดระวัง ได7แก@ แอพพลิเคชั่นช@วยให7ผู7ปnวยจัดระบบพฤติกรรมการใช7ชีวิตประจำวันให7ง@ายข้ึน ลดปtญหาการลืมรับประทำ
นยา การรบั ประทำนยาไม@ตรงเวลา สง@ เสริมให7ผู7ปวn ยดูแลตนเองอย@างเหมาะสมในสถานการณโM รคโควดิ -19 ทัง้ ในด7านการออกกำลังกายและการป^องกันโรคโควดิ -19
หHวงที่ 3 การมีภูมิคุVมกันที่ดีในตัวเอง หมายถึง การเตรียมความพร7อมเพื่อรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยการคาดคะเนความเป`นไปได7ของ
สถานการณตM @างๆท่อี าจจะเกิดขึน้ ในอนำคต ได7แก@ การออกแบบแอพพลิเคชนั่ ให7งา@ ยตอ@ การใชง7 านทกุ เวลาและสถานทแี่ มไ7 ม@มสี ัญญาณอินเตอรMเน็ต
ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง 2 เง่อื นไข
1) เงื่อนไขความร,ู ประกอบด$วย ความรอบรู$เกี่ยวกับวิชาการที่เกี่ยวข$องอย1างรอบด$าน ได$แก1 ความรู$ด$าน
เทคโนโลยีสารสนเทศทำงการพยาบาล การดูแลสุขภาพสำหรับผู$ปfวยโรคเบาหวาน การปYองกันการติดเชื้อโรคโควิด-19 และศิลป
วิทยาการเพ่ือใช$ประกอบการออกแบบแอพพลิเคชนั่ ให$นา1 สนใจและสะดวกตอ1 การใชง$ าน
2) เงื่อนไขคุณธรรม ประกอบด$วย ความตระหนักในคุณธรรม ได$แก1 ความซื่อสัตย.สุจริต ความอดทน ความ
พากเพียร ใช$สติปÜญญาในการแก$ปÜญหา ซึ่งคณะผู$จัดทำได$ใช$ความมุ1งมั่น อดทน สติปÜญญา และความพากเพียรในการศึกษาค$นคว$า
ข$อมูลเพื่อพัฒนำนวัตกรรม รวมทั้งความสามัคคีในการทำงานร1วมกันด$วยความตั้งใจเพื่อสร$างนวัตกรรมที่เป_นประโยชน.ต1อการดูแล
ผูป$ fวยโรคเบาหวาน
2) นำแอพพลเิ คชนั่ ไปทดลองใช$ ตรวจสอบคุณภาพแอพพลิเคชน่ั โดยผู$ทรงคณุ วฒุ ิ ได$แก1 อาจารยพ. ยาบาล 3 ทา1 น
3) ประสานงานกับผู$อำนวยการโรงพยาบาลส1งเสริมสุขภาพตำบลนำพันสาม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เพื่อนำ
แอพพลเิ คชัน่ ทดลองใชก$ บั กลุม1 เปาY หมายท่ีกำหนดและนำแอพพลเิ คชน่ั ไปทดลองใช$เป_นเวลา 4 สปั ดาห.
255
ภาพท่ี 1 ประสานงานการทดลองใชแ7 อพพลิเคช่ันและประเมินผลการใชง7 าน
4.3 ขน้ั ประเมินผลและสรปุ (Check)
จากการประเมินผลลัพธ.หลังทดลองใช$เป_นเวลา 2 สัปดาห. พบว1า รูปแบบการใช$งานในแอพพลิเคชั่นยากเกินไป เนื้อหามี
ความยาว สีสันยังไม1สดใส จึงได$ปรับปรุงเนื้อหาให$สั้นกระชับและเข$าใจง1ายเพิ่มขึ้น และปรับเมนูของแอพพลิเคชั่นให$อ1านง1ายและ
เข$าถึงได$ง1าย และได$ทดลองใช$ต1อเป_นเวลา 4 สัปดาห. จึงประเมินผลจากความพึงพอใจต1อการใช$งานแอพพลิเคชั่นและพฤติกรรม
การดแู ลตนเองของผ$ูปfวยเมื่อส้นิ สดุ โครงการ
4.4 ขั้นปรับปรุงการดำเนนิ การ (Act)
การปรับปรุงครั้งที่ 1 เนื่องจากผู$ใช$งานมีข$อคิดเห็นว1า เมนูยังเห็นไม1ชัด ตัวอักษรขนำดเล็ก ไม1เหมาะกับผู$สูงอายุ จึงได$
ปรับเมนขู องแอพพลิเคชน่ั ใหเ$ ข$าถงึ งา1 ยขึ้นและเพมิ่ ขนำดตวั อักษรพร$อมทง้ั ปรบั สีใหส$ วยงามและเพิ่มความคมชดั
การปรับปรุงครั้งที่ 2 จากการสอบถามความต$องการของผู$ใช$งาน มีข$อเสนอแนะให$เพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับการดูแลตนเอง
หลังไดร$ บั วัคซีนปYองกน$ โรคโควิด-19 จึงไดป$ รบั ปรงุ เพิ่มเนือ้ หาดงั กลา1 ว
5. รายละเอยี ดและวธิ กี ารใชง, านนวตั กรรม
นวัตกรรมแอพพลิเคชั่น “คุมเบาหวาน เตือนทำนยา ปYองกันโรคโควิด-19” เป_นแอพพลิเคชั่นที่สามารถใช$งานผ1าน
โทรศัพท.มือถือแบบ Android ประกอบด$วยแถบเมนูหลัก 5 ส1วน ได$แก1 ข$อมูลส1วนบุคคล ข$อมูลระดับค1าน้ำตาลในเลือด การแจ$ง
เตือนเวลารับประทำนยา คำแนะนำเกี่ยวกับการออกกำลังกาย และความรู$เกี่ยวกับโรคและการปฏิบัติตนเพื่อควบคุมระดับน้ำตาล
ในเลือดและปYองกันโรคโควิด-19 สำหรับผู$ปfวยโรคเบาหวาน ผ1านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู$ทรงคุณวุฒิที่มีความ
เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคเบาหวานและการพัฒนำแอพพลิเคชั่น จำนวน 3 ท1าน ตัวอย1างแถบเมนูและข$อมูลในแอพพลิเคชั่นและ
วิธีการใชง$ านแอพพลเิ คชน่ั แสดงไดด$ งั น้ี
1. ผู$ใช$งานแอพพลิเคชั่นล็อคอินผ1านมือถือ Android และบันทึกข$อมูลทั่วไป ได$แก1 อายุ เพศ น้ำหนัก ส1วนสูง เบอร.
โทรศัพท. ระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และบันทึกเวลาที่ต$องรับประทำนยา เมื่อถึงเวลารับประทำนยาจะปรากฎภาพการ
แจง$ เตือนบนหนา$ จอโทรศัพทแ. ละมเี สยี งเตอื น (ภาพท่ี 2)
256
ภาพท่ี 2 หน7าแรกของแอพพลิเคช่ัน การบนั ทกึ เวลารบั ประทำนยาและการแจง7 เตือน
2. ผู$ใช$งานเลือกเมนูที่ต$องการ ได$แก1 คำแนะนำเรื่องการออกกำลังกาย การดูแลตนเองสำหรับผู$ปfวยเบาหวาน และการ
ปอY งกันโรคโควิด-19 การฉีดวคั ซีนปYองกันโรคโควดิ -19 และการปฏบิ ัตติ นหลงั ฉีดวคั ซนี (ภาพท่ี 3 และ 4)
257
ภาพที่ 3 คำแนะนำเกยี่ วกบั การดูแลตนเองของผู7ปวn ยโรคเบาหวาน
ภาพที่ 4 คำแนะนำเกีย่ วกบั การปอ^ งกันโรคโควิด-19 และการฉดี วัคซีน
เครื่องมือที่ใช,ในการประเมินประสิทธิผลของนวัตกรรม ประกอบด$วยแบบประเมินประสิทธิผลของแอพพลิเคชั่น”
คมุ เบาหวาน เตือนทำนยา ปYองกันโรคโควิด-19” ซ่งึ คณะผ$ูจดั ทำพฒั นำขนึ้ จากการทบทวนวรรณกรรม ประกอบด$วย
ส1วนที่ 1 ข$อมูลทั่วไป ประกอบด$วยข$อคำถาม จำนวน 7 ข$อ เกี่ยวกับเพศ อายุ ระยะเวลาการเป_นโรคเบาหวาน
ระดับนำ้ ตาลในเลอื ด ส1วนสูง นำ้ หนกั และความดันโลหิต
258
ส1วนที่ 2 ความพึงพอใจต1อการใช$งานแอพพลิเคชั่น จำนวน 8 ข$อ ได$แก1 ความรวดเร็ว ความเหมาะสมของข$อมูล
การแบ1งหมวดของเน้ือหา ความสวยงาม ความรเู$ ก่ียวกับการดแู ลตนเองทเ่ี ป_นโรคเบาหวานและโรคโควดิ -19
ส1วนที่ 3 พฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อปYองกันโรคโควิด-19 ของผู$ปfวยโรคหวาน ประกอบด$วยข$อคำถามเกี่ยวกับ
การรับประทำนอาหาร การออกกำลังกาย การรับประทำนยา การสวมหน$ากากอนำมัย การล$างมือ การหลีกเลี่ยงการออกนอกบ$าน
หรอื เว$นระยะหา1 งระหว1างบคุ คล และการสังเกตอาการผดิ ปกติ
ลักษณะของแบบสอบถามส1วนที่ 2 และ 3 ใช$มาตราวัดประมาณค1า 5 ระดับ (Rating scale) คือ คะแนน 5
หมายถึง ระดับความพึงพอใจการใช$แอพพลิเคชั่นมากที่สุด/ปฏิบัติพฤติกรรมนั้นมากที่สุด และคะแนน 1 หมายถึง ระดับความพึง
พอใจการใช$แอพพลิเคชั่นน$อยที่สุด/ปฏิบัติพฤติกรรมนั้นน$อยที่สุดหรือไม1ได$ปฏิบัติ การแปลความหมายของระดับคะแนนเฉลี่ยของ
แบบสอบถามแบ1งเป_น 5 ระดับ ใช$เกณฑ.ในการแบ1งระดับคะแนนของ Best & Kahn [10] คือ คะแนนเฉลี่ย 4.51-5.00 หมายถึง
ระดับมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 3.51-4.50 หมายถึง ระดับ มาก คะแนนเฉลี่ย 2.51-3.50 หมายถึง ระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ย
1.51-2.50 หมายถงึ ระดับนอ$ ย คะแนนเฉลีย่ 1.00-1.50 หมายถงึ ระดบั น$อยท่สี ดุ
การตรวจคุณภาพของเครื่องมือ
1. การหาความตรงเชิงเนื้อหาของแบบสอบถามตรวจสอบคุณภาพโดยผู$ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับ
โรคเบาหวานและการพัฒนำแอพพลิเคชั่นจํานวน 3 ท1าน ให$ผู$ทรงคุณวุฒิให$คะแนนความสอดคล$องระหว1างข$อคําถามกับ
วัตถุประสงค. (Item objective congruence: IOC) หลังจากนั้นผู$พัฒนำนวัตกรรมนําน้ำหนักในแต1ละข$อคําถามมาหาค1าดัชนี
ความสอดคล$อง ถ$าดัชนีความสอดคล$องรายข$อมากกว1า 0.5 ถือว1ารายการข$อคําถามข$อนั้นสามารถนําไปใช$ได$ แต1ถ$าดัชนีความ
สอดคล$องรายข$อน$อยกว1า 0.5 ผู$วิจัยจะปรับปรุงแก$ไขตามคําแนะนําของผู$ทรงคุณวุฒิก1อนนําไปใช$ ผลการคำนวณค1าดัชนีความ
สอดคลอ$ งได$เท1ากับ 0.67-1.00
2. การหาความเที่ยงของเครื่องมือ (Reliability) ผู$พัฒนำนวัตกรรมนําแบบสอบถามที่ผ1านการตรวจสอบความตรง
เชิงเนื้อหาและได$ปรับปรุงแก$ไขแล$วไปทดลองใช$ผู$ปfวยโรคเบาหวานในตำบลนำพันสามที่ไม1ใช1กลุ1มเปYาหมายจำนวน 30 คน และ
คำนวณค1าสัมประสทิ ธ์แิ อลฟาของครอนบาค .79 ปรับแกไ$ ขกอ1 นนำมาใช$จรงิ
การประเมินประสิทธิผลของนวัตกรรม ประเมินจากความพึงพอใจต1อการใช$งานแอพพลิเคชั่น และพฤติกรรมการ
ดูแลตนเองเพื่อปYองกันโรคโควิด-19 ของผู$ปfวยโรคหวาน ผู$พัฒนำนวัตกรรมนำข$อมูลที่ได$จากการตอบแบบสอบถามมาวิเคราะห.
ด$วยโปรแกรมคอมพิวเตอร.สำเร็จรูปเพื่อคำนวณค1าทำงสถิติตามลำดับ ดังน้ื ข$อมูลทั่วไป วิเคราะห.ด$วยร$อยละ ค1าเฉลี่ย และส1วน
เบี่ยงเบนมาตรฐานของความพึงพอใจต1อการใช$งานแอพพลิเคชั่นและพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อปYองกันโรคโควิด-19 วิเคราะห.
ด$วยค1าเฉล่ีย ส1วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบความแตกต1างของพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อปYองกันโรคโควิด-19 ของ
ผ$ปู fวยโรคหวาน โดยการทดสอบค1าที (Paired t-test)
6. ผลการทดลองใช,นวัตกรรมและการอภปิ รายผล
ผลการทดลองใช,นวตั กรรม
กลุ1มเปYาหมายที่ทดลองใช$แอพพลิเคชั่น คือ ผู$ปfวยโรคเบาหวานที่มารับบริการจากโรงพยาบาลส1งเสริมสุขภาพตำบลนำ
พนั สาม จำนวน 30 คน สว1 นใหญเ1 ปน_ เพศหญงิ (ร$อยละ 60.00) อายุ 41-67 ปd ชว1 งอายุที่มีความถม่ี ากท่สี ุด คือ อายุ 40-49 ปd (ร$อย
ละ 46.66) ระดับน้ำตาลในเลือดเมื่องดน้ำงดอาหารอย1างน$อย 8 ชั่วโมง อยู1ระหว1าง 137 ถึง 160 มิลลิกรัมต1อเดซิลิตร น้ำหนัก
259
51-95 กิโลกรัม ส1วนสูง 149-177 เซนติเมตร ความดันโลหิตอยู1ในช1วง 101/70-158/82 มิลลิเมตรปรอท มีระยะเวลาการเป_น
โรคเบาหวานอยูร1 ะหวา1 ง 1 ปd ถึง 12 ปd สว1 นใหญ1เป_นโรคเบาหวานในชว1 ง 1-5 ปd (รอ$ ยละ 86.67)
จากการประเมินประสิทธิผลของแอพพลิเคชั่น พบว1า ความพึงพอใจต1อการใช$แอพพลิเคชั่นที่พัฒนำขึ้นหลังทดลองใช$ 4
สัปดาห. พบว1า ค1าเฉลี่ยความพึงพอใจต1อการใช$งานแอพพลิเคชั่นอยู1ในระดับมาก (M=3.78, SD=0.78) ค1าเฉลี่ยอยู1ในระดับมากทุก
ข$อ ค1าเฉลี่ยสูงสุด คือ แอพพลิเคชั่นช1วยให$ท1านได$รับความรู$เกี่ยวกับการปYองกันโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้น (M=4.13, SD=0.86)
รองลงมา คือ แอพพลิเคชั่นช1วยให$ท1านได$รับความรู$เกี่ยวกับการดูแลตนเองที่เป_นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น (M= 3.96, SD=0.96)
ค1าเฉลยี่ ตำ่ สดุ คอื การแบง1 หมวดของเนื้อหามคี วามชัดเจนและเหมาะสม (M= 3.56, SD=0.77) ดังตารางท่ี 1
ตารางที่ 1 ความพงึ พอใจตอ1 การใชง$ านแอพพลเิ คชัน่ “คมุ เบาหวาน เตอื นทำนยา ปอY งกันโรคโควดิ -19”ของผูป$ fวยโรคเบาหวาน
(n=30)
รายการประเมิน Mean SD ความหมาย
1. ความรวดเร็วในการเขา$ ถงึ แอพพลเิ คชนั่ 3.83 0.83 พงึ พอใจมาก
2. ความเหมาะสมของข$อมลู ภายในแอพพลเิ คช่นั 3.76 0.62 พึงพอใจมาก
3. การแบ1งหมวดของเน้อื หามีความชดั เจนและเหมาะสม 3.56 0.77 พงึ พอใจมาก
4. องค.ประกอบของแอพพลิเคชน่ั สวยงามและนา1 สนใจ 3.66 0.75 พงึ พอใจมาก
5. รปู แบบในแอพพลิเคช่นั ง1ายตอ1 การอา1 นและการใชง$ าน 3.70 0.65 พึงพอใจมาก
6. แอพพลิเคชั่นช1วยให$ท1านได$รับความรู$เกี่ยวกับการดูแลตนเองที่ 3.96 0.96 พึงพอใจมาก
เปน_ โรคเบาหวานเพิม่ ข้ึน
7. แอพพลเิ คชน่ั ช1วยใหท$ 1านไดร$ บั ความร$เู กยี่ วกับการปYองกัน 4.13 0.86 พงึ พอใจมาก
โรคโควดิ -19 เพิ่มขน้ึ
8. ความพึงพอใจต1อการใชง$ านแอพพลิเคช่นั ในภาพรวม 3.70 0.87 พึงพอใจมาก
รวม 3.78 0.78 พงึ พอใจมาก
ผลการประเมินพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อปYองกันโรคโควิด-19 ของผู$ปfวยโรคเบาหวานก1อนและหลังทดลองใช$
แอพพลิเคชั่น พบว1า คา1 เฉลยี่ พฤตกิ รรมการดูแลตนเองเพือ่ ปYองกันโรคโควดิ -19 ของผูป$ fวยโรคเบาหวานก1อนทดลองใชแ$ อพพลิเคช่ัน
อยู1ในระดับน$อย (M= 2.08, SD=0.31) และหลังทดลองใช$แอพพลิเคชั่น ค1าเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อปYองกันโรคโควิด-19
ของผ$ูปfวยโรคเบาหวานอย1ใู นระดับมาก (M= 4.00, SD=0.71) ดังตารางท่ี 2
ตารางท่ี 2 พฤติกรรมการดูแลตนเองเพ่อื ปอY งกนั โรคโควดิ -19 ของผู$ปfวยโรคเบาหวานก1อนและหลงั ทดลองใชแ$ อพพลเิ คชั่น (n-30)
รายการประเมิน กอM นทดลอง ความหมาย หลงั ทดลอง ความหมาย
Mean SD Mean SD
1. ทา1 นควบคมุ การรับประทำนอาหารแปงY และ 1.62 0.61 น$อย 3.66 0.80 มาก
นำ้ ตาลเพื่อควบคุมระดบั น้ำตาลในเลือดได$
2. ท1านออกกำลังกายสมำ่ เสมออย1างนอ$ ยครง้ั ละ 1.77 0.68 นอ$ ย 3.46 0.81 ปานกลาง
30 นำที ตดิ ต1อกัน 3-5 ต1อสปั ดาห.
260
3. ท1านรบั ประทำนยารักษาโรคเบาหวานตรงเวลา 2.13 0.74 น$อย 4.16 0.98 มาก
ทุกม้อื
4. ทา1 นสวมหนา$ กากอนำมัยตลอดเวลาเมอื่ ต$อง 2.26 0.86 นอ$ ย 4.10 0.92 มาก
พบปะผอ$ู น่ื
5. ทา1 นลา$ งมือดว$ ยสบหู1 รอื เจลแอลกอฮอล.บอ1 ย ๆ 2.12 0.50 น$อย 4.20 0.96 มาก
6. ท1านหลีกเลี่ยงการออกนอกบ$านหรือเว$น 2.18 0.65 น$อย 4.26 0.94 มาก
ระยะหา1 งระหว1างบุคคล
7. ท1านสังเกตอาการผิดปกติอย1างสม่ำเสมอ เช1น 2.30 0.91 นอ$ ย 4.16 1.05 มาก
ไข$ ไอ จำม คดั จมกู หายใจลำบาก
รวม 2.08 0.31 นอ$ ย 4.00 0.71 มาก
ผลการเปรียบเทียบความแตกต1างระหว1างพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อปYองกันโรคโควิด-19 ของผู$ปfวยโรคเบาหวานก1อน
และหลังทดลองใช$แอพพลิเคชั่นเป_นเวลา 4 สัปดาห. โดยการทดสอบค1าที พบว1า ค1าเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อปYองกันโรค
โควิด-19 ของผู$ปfวยโรคเบาหวานหลังทดลองสูงกว1าก1อนทดลองอย1างมีนัยสำคัญทำงสถิติที่ระดับ .01 (t=15.42, p<.001) ดัง
ตารางที่ 3
ตารางท่ี 3 พฤติกรรมการดแู ลตนเองเพ่ือปYองกันโรคโควิด-19 ของผปู$ วf ยโรคเบาหวานก1อนและหลงั ทดลองใชแ$ อพพลเิ คชนั่ (n-30)
พฤติกรรมการดูแลตนเองเพ่อื ปอm งกันโรคโควดิ -19 Mean SD t p
กอ1 นทดลอง 2.08 0.31 15.42 <.001
หลังทดลอง 4.00 0.71
ผลการสอบถามความคิดเห็นของกลุ1มเปYาหมายที่ทดลองใช$นวัตกรรม กลุ1มเปYาหมายให$ข$อคิดเห็นว1า แอพพลิเคชั่นช1วยให$
รับประทำนยาได$ตรงเวลาเพิ่มขึ้น และมีประโยชน.มากในด$านความรู$เกี่ยวกับโรคโควิด-19 และการดูแลตนเอง สามารถใช$งานได$
สะดวก ไม1ต$องกังวลเรื่องสัญญาณอินเตอร.เน็ต และมีข$อเสนอปรับปรุง คือ การแสดงผลในแอพพลิเคชั่นมีขนำดตัวอักษรเล็กเกินไป
ทำให$อ1านยาก คณะผู$จัดทำจึงได$ปรับปรุงแก$ไขให$มีตัวอักษรขนำดใหญ1ขึ้นและอ1านได$ง1าย รวมถึงปรับรูปแบบให$สวยงามและเข$าถึง
ง1ายมากข้ึน
261
การอภิปรายและสรุปผล
แอพพลิเคชั่น “คุมเบาหวาน เตือนทำนยา ปYองกันโรคโควิด-19” เป_นแอพพลิเคชั่นที่ส1งเสริมการปฏิบัติตนเพื่อควบคุม
ระดับน้ำตาลในเลือด เตือนการรับประทำนยาและให$ความรู$ในการปYองกันโรคโควิด-19 นระบบปฏิบัติการแอนดรอยด. สามารถใช$งาน
โดยไม1ต$องใช$สัญญาณอินเตอร.เน็ต ทำให$ผู$ใช$งานมีความสะดวกเพิ่มขึ้น ผลการประเมินประสิทธิผลของแอพพลิเคชั่นหลังทดลองใช$
4 สัปดาห. พบว1า ค1าเฉลี่ยความพึงพอใจต1อการใช$งานแอพพลิเคชั่นอยู1ในระดับมาก ค1าเฉลี่ยพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อปYองกัน
โรคโควิด-19 ของผู$ปfวยโรคเบาหวานหลังทดลองสูงกว1าก1อนทดลองอย1างมีนัยสำคัญทำงสถิติที่ระดับ .01 แสดงให$เห็นว1าการท่ี
ผู$ปfวยโรคเบาหวานใช$แอพพลิเคชั่นที่พัฒนำขึ้นสามารถช1วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู$ปfวยโรคเบาหวานได$ ช1วยลด
ปÜญหาการลืมรับประทำนยา ซึ่งจะช1วยให$ผู$ปfวยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ$อนจาก
โรคเบาหวาน รวมทั้งสามารถปฏิบัติตนเพื่อปYองกันการติดเชื้อโรคโควิด-19 ได$ เพิ่มขึ้น ส1งผลให$ผู$ทดลองใช$แอพพลิเคชั่นมีความพึง
พอใจต1อแอพพลิเคชั่นในระดบั มากและมพี ฤติกรรมการดูแลตนเองเพ่อื ปอY งกนั โรคโควิด-19 ในระดบั ดีมาก
จุดเด1นของการพัฒนำนวัตกรรมครั้งนี้ คือ ได$แอพพลิเคชั่นที่ไม1มีค1าใช$จ1ายและผู$ปfวยโรคเบาหวานสามารถเข$าถึง
แอพพลิเคชั่นได$โดยไม1มีค1าใช$จ1าย แอพพลิเคชั่นเป_นเทคโนโลยีที่สามารถใช$งานเพื่อส1งเสริมสุขภาพผู$ปfวยโรคเบาหวานในสถานณ.
การโควิด-19 และสามารถแจ$งเตือนการรับประทำนยาได$อัตโนมัติทำงโทรศัพท.มือถือโดยไม1ต$องใช$สัญญาณอินเทอร.เน็ตผ1าน
ระบบปฏบิ ตั ิการแอนดรอยด. อยา1 งไรก็ตามแอพพลเิ คชน่ั นี้ยงั มขี อ$ จำกดั ในการใช$บนระบบปฏิบัตกิ าร IOS ของโทรศพั ทไ. อโฟน
7. ข,อเสนอแนะ
1. ควรศึกษาติดตามต1อเนื่องในระยะยาวเพื่อติดตามผลระดับน้ำตาลในเลือดและพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อปYองกัน
การติดเชื้อโรคโควดิ -19 ของผ$ูปfวยโรคเบาหวาน
2. เนื้อหาของแอพพลิเคชั่นควรเพิ่มความรู$เกี่ยวกับยาที่ผู$ปfวยรับประทำน การสังเกตอาการข$างเคียงของยา และสามารถ
แจ$งเตือนชอ่ื ยาที่รบั ประทำนได$
8. กติ ตกิ รรมประกาศ
ขอขอบคุณเจ$าหน$าที่โรงพยาบาลส1งเสริมสุขภาพตําบลนำพันสาม ผู$ปfวย ญาติผู$ดูแล อาสาสมัครสาธารณสุขและ
ผ$เู กยี่ วข$องท่ีมีส1วนช1วยใหน$ วตั กรรมสําเรจ็ ไดอ$ ย1างดยี ่งิ
262
9. เอกสารอ,างองิ
[1] World Health Organization. (2021). Global report on diabetes. World Health Organization. Retrieved 1
February 2022 from https://www.who.int/publications/i/item/9789241565257
[2] สมาคมโรคเบาหวานแห1งประเทศไทย. (2563). กรมควบคมุ โรค รณรงควk นั เบาหวานโลก ป™ 2564 ตระหนักถึงการดูแลรักษา
โรคเบาหวาน ให,ไดร, บั การรักษาอยาM งท่ัวถึง ค$นเมื่อ 1 ตลุ าคม 2564 จาก
https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=21692&deptcode=brc
[3] จันจิรา วทิ ยาบำรงุ . (2563). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองตอM ความรู, พฤติกรรมการจัดการตนเองและระดบั น้ำตาล
สะสมในเลือดของผป,ู óวยเบาหวานทีไ่ มMสามารถควบคมุ ระดบั น้ำตาลในเลือดได., วทิ ยานิพนธ.ปรญิ ญาพยาบาลศาสตรม
หาบณั ฑติ สาขาวชิ าการพยาบาลผูใ$ หญ1 คณะพยาบาลศาสตร. มหาวิทยาลยั ขอนแกน1 .
[4] สำนกั ระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสขุ . (2561). ความชุกและปÜจจยั ทำนำยการเกดิ ภาวะเบาหวานขึน้ จอ
ประสาทในผป$ู วf ยเบาหวานโรงพยาบาลสงิ หนคร จงั หวดั สงขลา. รายงานการเฝmาระวังทำงระบาดวิทยาประจำสัปดาหk,
49(1), 594-596.
[5] ชัชลติ รัตรสาร. (2560). สถานการณปk hจจบุ นั และความรวM มมอื เพือ่ ปฏริ ปู การดูแลรกั ษาโรคเบาหวานในประเทศไทย. ค$นเม่อื
1 ตลุ าคม 2564 จาก https://www.novonordisk.com/content
[6] ราชวิทยาลัยอายุรแพทย.แห1งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ., สมาคมโรคเบาหวานแห1งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ.สมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี, สมาคมต1อมไร$ท1อแห1งประเทศไทย, สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทำง
การแพทย. กรมการแพทย. กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห1งชาติ. (2560). แนวทำงเวช
ปฏบิ ัตสิ ำหรบั โรคเบาหวาน 2560. ปทุมธานี: ร1มเยน็ มีเดีย.
[7] กสุ มุ า กงั หล.ี (2561). ปจÜ จยั ทำนำยพฤตกิ รรมการใชย$ าในผ$ูปวf ยเบาหวานชนดิ ที่ 2 โรงพยาบาลพระมงกฎุ เกล$า. วารสาร
พยาบาลทหารบก, 19(9), 171-181.
[8] คลีพัตรา ไชยศร,ี ธวชั ชยั พรี พฒั นด. ษิ ฐ., วมิ ลรัตน. ภวู1 ราวฒุ ิพานิช และศศมิ า กสุ ุมา ณ อยธุ ยา. (2557). ปจÜ จยั ทำนำย
พฤตกิ รรมการใช$ยาของผู$ปวf ยโรคเบาหวานชนดิ ที่ 2. วารสารพยาบาลศาสตร,k 31(1), 67-70
[9] พรนรินทร. ศิลปธรรม, โชตกิ า ผลสขุ , เบญจมาศ ยังมมี าก, พรพรรณ จันทเเสงใจ, รักษณาลี เทียมคำเเหง, ฐาปนี กันเรอื น,
ศกั ดธิ ชั สุทธสิ ำเเดง และศภุ กานต. เผา1 ปÜน. (2563). รายงานการวจิ ยั เรื่องโปรแกรมเตอื นการดแู ลสุขภาพตอM คณุ ภาพ
ชีวิตของผูส, งู อายโุ รคเบาหวาน.วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล$าจงั หวัดเพชรบุร.ี
[10] Best, J. W. & Kahn, J.V. (2006). Research in Education (10thed.). Boston: Pearson Education.
263
การพฒั นาแอพพลเิ คช่นั “ขยบั เพือ่ สุขภาพ”สำหรบั กลมุ] เสีย่ งโรคความดนั โลหติ สงู
รววิ รรณ คุมL ตลอด1, นงณภทั ร รHงุ เนย1*, กฤตยิ าภรณ= แซตH ัน1, กญั ญาณัฐ ปานเกิด1,
กัญญารตั น= บัวศรี1, จุฑามาศ พรหมทัศน1= , ชลธิชา พันธเ= พช็ ร1, ชลธิดา ช่ืนเจริญ1, สริ ินธร กลิ่นนอL ย1,
เสาวลักษณ= บัวประสพ1และ อรวรรณ ทอดสนิท1
1วทิ ยาลยั พยาบาลพระจอมเกลาL จงั หวัดเพชรบรุ ี คณะพยาบาลศาสตร= สถาบันพระบรมราชชนก
**ผLูรบั ผดิ ชอบบทความ: [email protected]
บทคดั ย(อ
โรคความดันโลหิตสูงเป_นโรคไม1ติดต1อเรื้อรังที่มีอุบัติการณ.เพิ่มขึ้นและเป_นสาเหตุการเสยี ชีวิตก1อนวัยอันควรของประชากรโลก
การออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช1วยปYองกันและควบคุมไม1ให$ความดันโลหิตสูงได$ การพัฒนำนวัตกรรมนี้มีวัตถุประสงค.เพื่อ (1) พัฒ
นำแอพพลิเคชั่น “ขยับเพื่อสุขภาพ” สำหรับกลุ1มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง และ (2) ประเมินประสิทธิผลของแอพพลิเคชั่น ที่พัฒ
นำขึ้น กลุ1มเปYาหมายที่ใช$ในการประเมินประสิทธิผลของแอพพลิเคชั่นที่พัฒนำขึ้น เลือกแบบเจำะจงตามคุณสมบัติที่กำหนด
จำนวน 30 คน ได$แก1 ผู$ที่มีความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงในชุมชนแห1งหนึ่ง ผลการศึกษาพบว1า กลุ1มเปYาหมายมีความพึงพอใจต1อ
แอพพลิเคชั่นในระดับดีมาก (M=4.53 , SD = 0.62) ผลการเปรียบเทียบความแตกต1างระหว1างพฤติกรรมการออกกำลังกายของ
กลุ1มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงก1อนและหลังทดลองใช$แอพพลิเคชั่น เป_นเวลา 4 สัปดาห. โดยการทดสอบค1าที พบว1า ค1าเฉล่ีย
พฤติกรรมการออกกำลังกายของกล1ุมเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงหลังทดลองสูงกว1าก1อนทดลองอย1างมีนัยสำคัญทำงสถิติที่ระดับ.01
(t = 13.137 , p <.01) และค1าเฉลี่ยความดันโลหิตตัวบนและตัวล1างของกลุ1มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงหลังทดลองต่ำกว1าก1อน
ทดลองอยา1 งมนี ยั สำคัญทำงสถติ ทิ ่ีระดับ.01 (t = 9.103 และ 3.956 ตามลำดบั , p <.01)
คำสำคัญ: แอพพลเิ คช่นั พฤติกรรมการออกกำลังกาย กลม1ุ เสย่ี งโรคความดนั โลหติ สงู
264
Development of “Move for Health” Application for Hypertension Risk Group
Rawiwan Khumtalot1, Nongnaphat Rungnoei1*, Kittiyaphon Saetan1,
Kanyanat Pankert1, Kanyarat Buasri1, Jutamas Phommatad1, Chonticha panpech1,
Cholthida Chuenjaroen1, Sirinthon Klinnoi1, Saowalak Buapasop1, Orawan Todsanit1
Abstract
Hypertension is a non-communicable disease with an increasing incidence and a leading cause of
premature death for the world's population. High blood pressure can be prevented or controlled by continuing
exercise. This innovative development aimed to (1) develop “Move for Health” application for hypertension
risk groups and (2) evaluate the effectiveness of the developed applications. The evaluation of its effectiveness
was made in 30 sample were selected by purposive sampling. The sample consisted of hypertension risk groups
in the community. The results showed that the sample group was satisfied with the application at a very good
level (mean 4.53, SD = 0.62). After trial the developed application for 4 weeks, mean score of exercise behavior
were significantly higher than before trial at the .01 level. ( t=13.137, p <.001), systolic blood pressure and
diastolic pressure lower than before trial at the .01 level (t = 9.103, 3.956 consequently , p <.001).
Keywords: application, exercise behavior, hypertension risk group
265
1. ความเปนg มาและความสำคัญของปhญหา
โรคความดันโลหิตสูงเป_นโรคไม1ติดต1อเรื้อรังที่มีอุบัติการณ.เพิ่มขึ้นและเป_นสาเหตุการเสียชีวิตก1อนวัยอันควรของประชากร
โลก จากสถิติขององค.การอนำมัยโลกในปd พ.ศ. 2564 พบวา1 ประมาณ 1.28 ล$านคนของประชากรวัยผู$ใหญ1อายุ 30-79 ปd ปfวยเป_น
โรคความดันโลหิตสูง โดยพบได$เรว็ ขึ้นในกลุ1มบุคคลอายุน$อย และร$อยละ 46 ของประชากรวัยผู$ใหญ1ไม1ตระหนักว1าเป_นโรคความดัน
โลหิตสูง ส1งผลให$เกิดภาวะแทรกซ$อนที่รุนแรงและเสียชีวิตก1อนวัยอันควร [1] สถิติของประเทศไทยพบว1า ประชากรไทยที่มีอายุ
ตั้งแต1 15 ปd ขึ้นไปปfวยเป_นโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น [2] โดยมีสาเหตุมาจากพันธุกรรมและพฤติกรรมการดำเนินชีวิตประจำวัน
เช1น ขาดออกกำลังกาย การมีกิจกรรมทำงกายน$อย ภาวะอ$วน ภาวะเครียดสะสม การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล. การสูบบุหร่ี
รวมถึงการบริโภคอาหารที่มีโซเดียมสูงและไขมันสูงอย1างต1อเนื่อง ผู$ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงเรื้อรังมักเกิดภาวะแทรกซ$อนต1อ
อวัยวะสำคัญ เช1น หัวใจ หลอดเลือด ตา ไต สมอง ส1งผลให$เกิดภาระทั้งด$านการดูแลและเสียค1าใช$จ1ายสูง [3] และจากสถานการณ.
การแพร1ระบาดของโรคโควิด-19 พบว1าผู$ปfวยโรคความดันโลหิตสูงและโรคอ$วนมีความเสี่ยงต1อการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19
มากกว1าผู$ปfวยทั่วไป [4] การควบคุมความดันโลหิตและน้ำหนักให$อยู1ในเกณฑ.ปกติจึงเป_นสิ่งสำคัญ ผลการศึกษาวิจัยที่ผ1านมาพบว1า
การให$ความรู$และส1งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลตนเองช1วยให$ผู$ปfวยควบคุมระดับความดันโลหิตได$ดีขึ้น [5] การออก
กำลังกายอย1างต1อเนื่องช1วยให$สามารถควบคุมความดันโลหิตและมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น [6,7,8] การออกกำลังกายแบบชี่กงเป_นการ
รำมวยจีนประเภทหนึ่งช1วยให$กลุ1มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงลดความดันโลหิตได$ดีขึ้น [9] ซึ่งการออกกำลังกายแบบการรำมวยจีน
เป_นการออกกำลังกายที่สามารถทำได$ง1าย สามารถสร$างเสริมทั้งสุขภาพกายและจิตใจ เพิ่มประสิทธิภาพของระบบไหลเวียนโลหิต
ซึ่งช1วยควบคุมความดันโลหิตสูงได$ [10,11] ดังนั้น การออกกำลังกายอย1างต1อเนื่อง การส1งเสริมสุขภาพเพื่อควบคุมและปYองกันโรค
ความดันโลหิตสูงในสถานการณ.แพร1ระบาดของโรคโควิด-19 จึงเป_นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะในประชากรกลุ1มเสี่ยงต1อโรคความดันโลหิต
สงู ได$แก1 ผูท$ ีม่ ีภาวะอว$ นหรอื น้ำหนักเกินซ่งึ มีโอกาสเกดิ ความรนุ แรงของโรคโควดิ -19 สงู
คณะผู$พัฒนำนวัตกรรมตระหนักถึงความสำคัญดังกล1าว จึงได$พัฒนำนวัตกรรมแอพพลิเคชั่น “ขยับเพื่อสุขภาพ” สำหรับ
กลุ1มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงเพื่อเป_นสื่อให$ความรู$เกี่ยวกับการการออกกำลังกายและส1งเสริมให$กลุ1มเสี่ยงตระหนักถึงความสำคัญ
ของการออกกำลังกายเพื่อปYองกันโรคความดันโลหิตสูง โดยออกแบบในรูปของเว็บแอพพลิเคชั่น (Web application) ซึ่งสามารถ
ใช$งานได$แบบ Real time มีประสิทธิภาพและใช$งานง1าย [12] เนื้อหาในแอพพลิเคชั่นประกอบด$วย ความรู$เกี่ยวกับโรคความดัน
โลหิตสูง แนวทำงการออกกำลังกายที่เหมาะสม และได$พัฒนำวีดิทัศน.การออกกำลังกายโดยใช$การรำมวยจีน ซึ่งสามารถใช$ในการ
ส1งเสริมการออกกำลังกายได$กับทุกวัยและไม1มีผลต1อข$อเข1าในผู$ที่อ$วนหรือน้ำหนักเกิน และเป_นรูปแบบการออกกำลังกายที่สามารถ
ปฏิบัติได$ในที่พักอาศัย ซึ่งจะลดความเสี่ยงต1อการเกิดสัมผัสเชื้อโรคโควิด-19 ทั้งนี้เพื่อช1วยให$ประชาชนกลุ1มเสี่ยงโรคความดันโลหิต
สูงสามารถนำแอพพลิเคชัน่ ไปประยุกต.ใช$การดแู ลตนเองไดเ$ พ่อื นำไปสก1ู ารมีสขุ ภาพท่ีดีข้ึน
2. วตั ถุประสงคk
1. เพือ่ พฒั นำแอพพลิเคชัน่ “ขยับเพือ่ สขุ ภาพ” สำหรบั กลุ1มเสย่ี งโรคความดนั โลหติ สงู
2. เพอื่ ประเมินประสทิ ธิผลของแอพพลเิ คช่นั ที่พฒั นำข้นึ โดยประเมินจาก
2.1 ความพึงพอใจต1อการใชง$ านแอพพลเิ คชัน่ “ขยับเพือ่ สขุ ภาพ” สำหรบั กล1มุ เสยี่ งโรคความดันโลหิตสงู
2.2 เปรียบเทียบพฤตกิ รรมการออกกำลงั กายของกลมุ1 เส่ยี งโรคความดันโลหติ สูงก1อนและหลงั ทดลอง
266
2.3 เปรียบเทยี บความดนั โลหติ ตัวบนและตวั ลา1 งของกล1ุมเสย่ี งโรคความดนั โลหิตสงู ก1อนและหลังทดลอง
(เปรียบเทยี บระหวา1 งความดนั โลหติ ตัวบนกอ1 นทดลองและหลงั ทดลอง และความดันโลหติ ตวั ลา1 งกอ1 นทดลองและหลังทดลอง)
3. กลมุM เปmาหมาย
ผูท$ ม่ี คี วามเส่ียงโรคความดนั โลหติ สงู จากชุมชนของผูพ$ ัฒนำนวัตกรรม จำนวน 30 คน
4. กระบวนการพัฒนำ (ตามขน้ั ตอน plan do check act)
การพฒั นำนวัตกรรมนไี้ ด$รบั การรับรองจรยิ ธรรมการวจิ ัยในมนษุ ย.จากคณะกรรมการจริยธรรมการวจิ ยั ในมนุษย. วทิ ยาลัย
พยาบาลพระจอมเกลา$ จงั หวดั เพชรบรุ ี เลขที่ PCKCN REC 21/2564 ลงวนั ท่ี 11 พฤศจิกายน 2564 ใชก$ ระบวนการดำเนินงาน
ตามวงจรคณุ ภาพ Plan-Do-Check-Act ประกอบด$วยข้ันตอน ดังนี้
4.1 ขน้ั เตรยี มการ (Plan)
1) ศึกษาปÜญหาความต$องการในการพัฒนำนวัตกรรมและสืบค$นข$อมูลการวิจัย บทความ และเอกสารที่เกี่ยวข$อง พบว1า
การส1งเสริมการออกกำลังกายในผู$ปfวยโรคความดันโลหิตสูงและกลุ1มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงช1วยควบคุมและปYองกันความดัน
โลหิตสูงได$ และเนื่องจากสถานการณ.การแพร1ระบาดของโรคโควิด-19 จึงวางแผนใช$เทคโนโลยีด$านการพัฒนำเว็บแอพพลิเคช่ัน
และการสอื่ สารผ1านระบบไลน.ออฟฟเß ชียลมาช1วยในการสง1 เสรมิ การออกกำลังกายทีล่ ดความเสี่ยงตอ1 การสัมผัสเช้อื โรคโควดิ -19
2) ศึกษาแนวทำงคัดกรองกลุ1มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงโดยทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข$อง โดยเลือกใช$แบบประเมิน
ความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงจากแบบประเมินความรู$ด$านสุขภาพและพฤติกรรม ตาม 3อ.2ส.ของประชาชนที่มีอายุ 15 ปdขึ้นไป
ฉบับปรับปรุง 2561 กำหนดคุณสมบัติกลุ1มเปYาหมาย คือ ผู$ที่มีความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงที่อาศัยอยู1ในชุมชนของผู$ดำเนิน
โครงการนวัตกรรม อายุ 15 ปdขึ้นไป มีความดันโลหิตขณะพักมากกว1า 130/80 มิลลิเมตรปรอท คะแนนประเมินพฤติกรรมการ
ปฏิบัติตนในการดูแลสุขภาพตนเองตามหลัก 3อ.2ส. ไม1ถูกต$อง โดยใช$แบบประเมินความรู$ด$านสุขภาพและพฤติกรรม ตาม 3อ.2ส.
ของประชาชนที่มีอายุ 15 ปdขึ้นไป ฉบับปรับปรุง 2561(คะแนนต่ำกว1า 18 คะแนน) [13] และยินดีเข$าร1วมการทดลองใช$
แอพพลิเคชัน่
3) วางแผนการพัฒนำนวัตกรรมแอพพลิเคชั่น “ขยับเพื่อสุขภาพ” สำหรับกลุ1มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง โดยศึกษา
แนวคดิ และหลักการพฒั นำแอพพลเิ คชน่ั และศกึ ษาเน้ือหาองคป. ระกอบของแอพพลเิ คช่ัน และแนวทำงการทดลองใช$
4.2 ขนั้ ตอนปฏบิ ัติ (Do)
4.2.1 พัฒนำแอพพลิเคชั่น โดยออกแบบแอพพลิเคชั่น “ขยับเพื่อสุขภาพ” สำหรับกลุ1มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงให$
สามารถใช$งานผ1านโทรศัพท.มือถือสมาร.ทโฟน ประกอบด$วยแถบเมนูหลัก 4 ส1วน ได$แก1 ความรู$เรื่องโรคความดันโลหิตสูง ปÜจจัย
เสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูงและเทคนิคการออกกำลังกาย วีดิทัศน.แนะนำการออกกำลังกายโดยการรำมวยจีน และเมนูติดต1อเรา
เพื่อเปน_ ชอ1 งทำงการสือ่ สารกบั ผ$ใู ช$งานแอพพลิเคชน่ั
4.2.2 พัฒนำเครื่องมือที่ใช,ในการคัดกรองกลุMมเสี่ยงเพื่อทดลองใช,แอพพลิเคชั่นและประเมินประสิทธิผลของ
แอพพลิเคชั่น มดี งั น้ี
267
1) เครื่องมือที่ใช$ในการคัดกรองกลุ1มเสี่ยงเพื่อทดลองใช$แอพพลิเคชั่น คือ แบบประเมินความเสี่ยงโรคความดันโลหิต
สูงจากแบบประเมินความรู$ด$านสุขภาพและพฤติกรรม ตาม 3อ.2ส.ของประชาชนที่มีอายุ 15 ปdขึ้นไป ฉบับปรับปรุง 2561 [13]
ประกอบด$วย 2 สว1 น
ส1วนที่ 1 ข$อมูลส1วนบุคคล ประกอบด$วยข$อคำถามเกี่ยวกับข$อมูลของผู$ใช$แอพพลิเคชั่น จำนวน 5 ข$อ ได$แก1 เพศ อายุ
สถานภาพ ระดบั การศึกษา และอาชพี
ส1วนที่ 2 พฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3 อ.2ส. จำนวน 6 ข$อ ได$แก1 ข$อคำถามเกี่ยวกับการรับประทำนอาหาร การออก
กำลงั กาย การจดั การความเครียด การสูบบหุ รแี่ ละการดม่ื เครื่องดมื่ แอลกอฮอล.
ลักษณะของแบบประเมนิ ใชเ$ กณฑก. ารให$คะแนน 5 ระดับ ดงั นี้ [13]
คำถามเชิงบวก (positive) คำถามเชิงลบ(negative)
ปฏิบัติ 6-7 วัน/สปั ดาห. 5 1
ปฏบิ ตั ิ 4-5 วนั /สัปดาห. 4 2
ปฏิบัติ 3 วนั /สัปดาห. 3 3
ปฏบิ ัติ 1-2 วัน/สัปดาห. 2 4
ไมไ1 ด$ปฏบิ ตั ิ 1 5
การแปลความหมายของระดับคะแนนเฉลี่ย แบ1งเป_น 3 ระดับ ใช$เกณฑ.ในการแบ1งระดับคะแนนของอังศินันท. อินทร
กำแหง [14] ดงั นี้
คะแนน < 18 คะแนน ของคะแนนเต็ม หมายถึง ไม1ดี หรือ มีพฤติกรรมการปฏิบัติตนในการดูแลสุขภาพตนเองตาม
หลกั 3อ.2ส. ไม1ถกู ต$อง
คะแนน 18 – 23 คะแนน ของคะแนนเต็ม หมายถึง พอใช$ หรือ มีพฤติกรรมการปฏิบัติตนในการดูแลสุขภาพตนเอง
ตามหลัก 3อ.2ส. ไดถ$ กู ตอ$ งเป_นสว1 นใหญ1แต1ไม1สมำ่ เสมอ
คะแนน 24 – 30 คะแนน ของคะแนนเต็ม หมายถึง ดีมาก หรือ มีพฤติกรรมการปฏิบัติตนในการดูแลสุขภาพตนเอง
ตามหลัก 3อ.2ส. ได$อยา1 งถกู ตอ$ งสมำ่ เสมอ
2) เครื่องมือที่ใช$ประเมินประสิทธิผลของแอพพลิเคชั่น คณะผู$จัดทำสร$างขึ้นเองโดยการทบทวนวรรณกรรมที่
เกี่ยวข$องประกอบด$วยแบบประเมินประสิทธิผลของแอพพลิเคชั่น “ขยับเพื่อสุขภาพ” สำหรับกลุ1มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง
ประกอบด$วย
ส1วนที่ 1 ข$อมูลทั่วไป ได$แก1 ข$อคำถามข$อมูลส1วนบุคคลของผู$ใช$แอพพลิเคชั่น จำนวน 4 ข$อ ได$แก1 เพศ อายุ น้ำหนัก
ส1วนสงู และความดันโลหิตขณะพกั
ส1วนที่ 2 ความพึงพอใจต1อการใช$งานแอพพลิเคชั่น จำนวน 7 ข$อ ได$แก1 คำถามเกี่ยวกับความรวดเร็วในการเข$าถึง
ความชัดเจนและเหมาะสมของเนื้อหา การจัดรูปแบบของข$อมูล ความสวยงาม ความง1ายต1อการอ1านและการใช$งาน และความพึง
พอใจในภาพรวม
ส1วนที่ 3 พฤติกรรมการออกกำลังกาย จำนวน 6 ข$อ ได$แก1 ข$อคำถามเกี่ยวกับผลลัพธ.จากการใช$แอพพลิเคช่ันในด$าน
การออกกำลังกาย ไดแ$ ก1 ความถี่ ระยะเวลาของการออกกำลังกาย และความสมำ่ เสมอของการออกกำลงั กาย
268
ลักษณะแบบประเมินส1วนที่ 2 และส1วนที่ 3 ใช$มาตราวัดประมาณค1า 5 ระดับ (Rating scale) คือ คะแนน 5
หมายถึง พึงพอใจในการใช$แอพพลิเคชั่นมากที่สุด/ปฏิบัติพฤติกรรมน้ันมากที่สุด และ คะแนน 1 หมายถึง พึงพอใจในการใช$
แอพพลิเคชั่นน$อยที่สุด/ปฏิบัติพฤติกรรมนั้นน$อยที่สุดหรือไม1ได$ปฏิบัติ การแปลความหมายของระดับคะแนนเฉลี่ย แบ1งเป_น 5
ระดับ ซึ่งผู$พัฒนำนวัตกรรมใช$เกณฑ.ในการแบ1งระดับ คะแนนของ Best & Kahn [15] โดย คะแนนเฉลี่ย 1.00-1.50 หมายถึง
ระดับน$อยที่สุด, คะแนนเฉลี่ย 1.51-2.50 หมายถึง ระดับน$อย, คะแนนเฉลี่ย 2.51-3.50 หมายถึง ระดับปานกลาง, คะแนนเฉล่ีย
3.51-4.50 หมายถึง ระดับมาก, คะแนนเฉล่ีย 4.51-5.00 หมายถึง ระดับมากทีส่ ุด
4.2.3 การตรวจคณุ ภาพของเครื่องมอื
1) การหาความตรงเชิงเน้ือหาของแบบประเมินประสิทธิผลของแอพพลิเคชั่น “ขยับเพื่อสุขภาพ” สำหรับกลุ1มเสี่ยง
โรคความดันโลหิตสูง ตรวจสอบคุณภาพโดยผู$ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูงและการพัฒนำ
แอพพลิเคชั่นจำนวน 3 ท1าน ให$ผู$ทรงคุณวุฒิให$คะแนนความสอดคล$องระหว1างข$อคำถามกับวัตถุประสงค. (Item objective
congruence: IOC) หลังจากนั้นผู$จัดทำนวัตกรรมนำน้ำหนักในแต1ละข$อคำถามมาหาค1าดัชนีความสอดคล$อง ถ$าดัชนีความ
สอดคล$องรายขอ$ มากกวา1 0.5 ถือว1ารายการขอ$ คำถามข$อน้ันสามารถนำไปใชไ$ ด$
2) การหาความเที่ยงของเครื่องมือ (Reliability) ผู$พัฒนำนวัตกรรมนําแบบประเมินประสิทธิผลของแอพพลิเคชั่น
“ขยับเพื่อสุขภาพ” สำหรับกลุ1มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ที่ผ1านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาและได$ปรับปรุงแก$ไขแล$วไป
ทดลองใช$กับผู$ที่มีความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ไม1ใช1กลุ1มตัวอย1างจำนวน 30 คน และคํานวณค1าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอ
นบาค .80 ปรับแก$ไขก1อนนำมาใชจ$ ริง
4.2.4 การทดลองใชน, วตั กรรมทพ่ี ัฒนำขึน้
1) คณะผู$จัดทำทดลองใช$แอพพลิเคชั่นด$วยตนเองเป_นเวลา 1 สัปดาห. และปรับปรุงก1อนนำไปทดลองใช$จริง โดย
ประสานงานกับอาสาสมัครสาธารณสุขในชุมชนเพื่อศึกษาข$อมูลผู$ที่มีความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ขอความร1วมมือในการ
ประเมนิ คดั กรองกลุม1 เส่ียงโรคความดนั โลหติ สูง และขอความยินยอมในการทดลองใช$นวัตกรรม
2) ช้ีแจงแนวทำงการใช$แอพพลเิ คช่นั และการใชไ$ ลน.โอเพนแชทเพือ่ ตดิ ต1อสอ่ื สารกบั กลม1ุ เปYาหมาย
3) ตดิ ตามใหค$ ำแนะนำและสง1 เสรมิ การออกกำลังกายผา1 นระบบไลนอ. อฟฟßเชยี ล
4.3 ขัน้ ประเมินผลและสรปุ (Check)
ก1อนนำแอพพลิเคชั่นไปทดลองใช$จริงกับกลุ1มเปYาหมาย ผู$พัฒนำนวัตกรรมได$ทดลองใช$งานแอพพลิเคชั่นด$วยตนเองก1อน
นำไปใช$จริงและผ1านการตรวจสอบจากผู$ทรงคุณวุฒิและอาจารยท. ี่ปรึกษา โดยได$ปรับปรุงแก$ไขในส1วนของเนื้อหาความรู$และเมนูให$
สะดวกต1อการใช$งาน และได$ทดลองใช$ในกลุ1มเปYาหมายที่กำหนดเป_นเวลา 4 สัปดาห. แล$วประเมินประสิทธิผลของแอพพลิเคชั่นเมื่อ
ส้ินสุดโครงการ
269
4.4 ข้นั ปรับปรงุ การดำเนินการ (Act)
การปรับปรุงครั้งที่ 1 หลังจากคณะผู$จัดทำทดลองใช$งานแอพพลิเคชั่นที่พัฒนำขึ้นเป_นเวลา 1 สัปดาห. พบว1า การติดต1อ
ทำงไลน.โอเพนแชทเกิดความไม1เป_นส1วนตัวของผู$ใช$งาน และไม1สะดวกในการติดต1อสื่อสาร จึงปรับเป_นไลน.ออฟฟßเชียลก1อนนำไป
ทดลองใช$กับกลุ1มตัวอย1าง ปรับปรุงคุณภาพของเสียงในวีดิทัศน.ให$มีความชัด รวมทั้งปรับปรุงเนื้อหาความรู$ให$กระชับ และอ1าน
เข$าใจง1าย
การปรับปรุงครั้งที่ 2 หลังจากทดลองใช$ 2 สัปดาห. กลุ1มตัวอย1างมีข$อเสนอแนะว1าควรปรับสีตัวอักษร จึงแก$ไขตัวอักษร
และสขี องแผ1นพับ และปรบั ปรุงเมนูใหม$ สี ีสนั ทช่ี ดั เจน เพิม่ คำอธิบายในวีดทิ ศั น.การออกกำลังกาย
การปรับปรุงครั้งที่ 3 เพิ่มข$อมูลในเมนูติดต1อเราเพื่อให$ผู$ใช$งานสามารถติดต1อสอบถามได$สะดวกเพิ่มขึ้น และได$เผยแพร1
วีดิทัศน. โดยหลังจากสิ้นสุดการทดลองใช$แอพพลิเคชั่นที่พัฒนำขึ้น คณะผู$จัดทำได$นำแอพพลิเคชั่นที่ปรับปรุงแล$วเผยแพร1ผ1าน
YouTube และช1องทำงการสื่อสารของวิทยาลัยเพื่อส1งเสริมให$บุคลากรของวิทยาลัย นักศึกษาพยาบาล บุคคลทั่วไปและผู$สนใจ
สามารถใช$งานแอพพลิเคชน่ั เพื่อส1งเสรมิ สขุ ภาพด$านการออกกำลังกายซึ่งจะลดความเสีย่ งตอ1 การเกิดโรคความดนั โลหิตสงู ได$
5.รายละเอียดและวิธีการใชง, านนวตั กรรม
แอพพลิเคชั่น “ขยับเพื่อสุขภาพ” สำหรับกลุMมเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง เป_นเว็บแอพพลิเคชั่นที่สามารถใช$งานผ1าน
โทรศัพท.มือถือสมาร.ทโฟนแบบ Real Time ประกอบด$วยแถบเมนูหลัก 4 ส1วน ได$แก1 ความรู$เรื่องโรคความดันโลหิตสูง ปÜจจัยเสี่ยง
ของโรคความดันโลหิตสูงและเทคนิคการออกกำลังกาย วีดิทัศน.แนะนำการออกกำลังกาย “ขยับเพื่อสุขภาพ” และเมนูติดต1อเรา
ผ1านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู$ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูงและการพัฒนำ
แอพพลเิ คช่นั จำนวน 3 ทา1 น ตัวอยา1 งแถบเมนู ข$อมลู ในแอพพลิเคชน่ั และวิธีการใชง$ านแอพพลเิ คชน่ั แสดงได$ดังน้ี
1. ผใู$ ช$งานแอพพลเิ คชั่นสแกน QR Code เขา$ สไ1ู ลน.ออฟฟเß ชยี ลและหนา$ แรกของไลนอ. อฟฟßเชยี ล (ภาพที่ 1)
ภาพท่ี 1 QR Code เขา7 สู@แอพพลิเคช่นั และหน7าแรกของไลนอM อฟฟxเชียล
2. ผูใ$ ชง$ านเลอื กเมนทู ่ีตอ$ งการ ได$แก1 ความรเู$ รือ่ งโรคความดนั โลหติ สงู ประโยชน.และเทคนคิ การออกกำลงั กาย (ภาพที่
2) ปÜจจัยเสีย่ งของโรคความดันโลหิตสูงและท1าสำหรับการออกกำลังกาย (ภาพที่ 3) วดี ทิ ัศนแ. นะนำการออกกำลังกาย “ขยบั เพ่อื
สุขภาพ” (ภาพที่ 4) และติดต1อเรา (ภาพท่ี 5)
270
ภาพที่ 2 ความรเ7ู ร่อื งโรคความดันโลหติ สงู ประโยชนMและเทคนคิ การออกกำลงั กาย
ภาพท่ี 3 ความรเ7ู รือ่ งปจt จยั เสย่ี งของโรคความดันโลหติ สงู และท@าสำหรับออกกำลงั กาย
ภาพที่ 4 วดี ทิ ศั นMแนะนำการออกกำลังกาย “ขยบั เพื่อสขุ ภาพ” ภาพท่ี 5 แถบเมนูติดตอ@ เรา
”
271
การประเมินประสิทธิผลของนวัตกรรม ประเมินจากความพึงพอใจต1อการใช$งานแอพพลิเคชั่น และพฤติกรรมการออก
กำลังกาย ผู$พัฒนำนวัตกรรมนําข$อมูลที่ได$จากการตอบแบบสอบถามมาวิเคราะห.ด$วยโปรแกรมคอมพิวเตอร.สําเร็จรูปเพื่อคํานวณ
ค1าทำงสถิติตามลำดับ ดังนี้ ข$อมูลทั่วไป วิเคราะห.ด$วยร$อยละ ค1าเฉลี่ย และส1วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความพึงพอใจต1อการใช$งาน
แอพพลิเคชั่นและพฤติกรรมการออกกำลังกาย วิเคราะห.ด$วยค1าเฉลี่ย ส1วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบความแตกต1างของ
พฤติกรรมการออกกำลังกาย โดยการทดสอบค1าที (Paired t-test)
6. ผลการทดลองใช,นวัตกรรมและการอภิปายผล
ผลการทดลองใช,นวตั กรรม
กลุ1มเปYาหมายที่ทดลองใช$แอพพลิเคชั่น คือ ผู$ที่มีความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงจากชุมชนของผู$ดำเนินโครงการ
นวัตกรรม จำนวน 30 คน มากกว1าครึ่งหนึ่งของกลุ1มเปYาหมายเป_นเพศหญิง (ร$อยละ 56.67) อายุ 18-59 ปd ช1วงอายุที่มีความถี่มาก
ทส่ี ุด คือ 20-29 ปd (รอ$ ยละ 33.33) น้ำหนกั อยูใ1 นช1วง 55-97 กิโลกรมั สว1 นสูง 150-182 เซนตเิ มตร ดัชนีมวลกาย 22.03 ถึง 34.37
กิโลกรัมต1อเมตร2 ความดนั โลหติ ขณะพักก1อนการทดลองอยู1ในชว1 ง 130/83-139/84 มลิ ลิเมตรปรอท
ประสทิ ธผิ ลของแอพพลิเคชนั่
จากการประเมินประสิทธิผลของแอพพลิเคชั่น พบว1าความพึงพอใจต1อการใช$แอพพลิเคชั่นที่พัฒนำขึ้นหลังทดลองใช$ 4
สัปดาห. พบว1าค1าเฉลี่ยความพึงพอใจต1อการใช$แอพพลิเคชั่นอยู1ในระดับดีมาก (M = 4.53, SD = 0.62) ค1าเฉลี่ยอยู1ในระดับมากทุก
ข$อ ค1าเฉลี่ยสูงสุด คือ วีดิทัศน.การออกกำลังกายมีเนื้อหาเหมาะสมและเข$าถึงได$รวดเร็ว M = 4.70, SD = 0.53) รองลงมา คือ
การจัดรูปแบบของข$อมูลในแอพพลิเคชั่นมีความสวยงาม น1าสนใจ (M = 4.66 , SD = 0.54) ค1าเฉลี่ยต่ำสุด คือ การแบ1งหมวดของ
เนอ้ื หามคี วามชัดเจนและเหมาะสม (M = 4.20 , SD = 0.80) ดังตารางที่ 1
ตารางที่ 1 ความพงึ พอใจต1อการใชง$ านแอพพลิเคช่นั “ขยับเพื่อสขุ ภาพ” ของกลุม1 เส่ยี งโรคความดนั โลหิตสูง (n = 30)
รายการประเมิน Mean SD
1. ความรวดเร็วในการเขา$ ถึงแอพพลเิ คชั่น “ขยบั เพอ่ื สุขภาพ” 4.33 0.71
2. การแบง1 หมวดของเน้อื หามคี วามชัดเจนและเหมาะสม 4.20 0.80
3. การจัดรปู แบบของข$อมลู ในแอพพลเิ คชัน่ มีความสวยงาม น1าสนใจ 4.66 0.54
4. การจัดรปู แบบในแอพพลิเคชน่ั งา1 ยต1อการอ1านและการใชง$ าน 4.56 0.62
5. วดี ทิ ศั น.การออกกำลงั กายมีเน้ือหาเหมาะสมและเข$าถงึ ไดร$ วดเรว็ 4.70 0.53
6. แอพพลิเคช่ันช1วยให$ท1านมีความรเ$ู กย่ี วกับการลดความเสยี่ งโรคความดันโลหิตสูงเพมิ่ ขน้ึ 4.60 0.54
7.ทา1 นสามารถนำความร$ทู ีไ่ ดจ$ ากแอพพลิเคชนั่ ไปปรับใช$ในการออกกำลังกายได$ 4.63 0.55
4.53 0.62
รวม
272
ผลการประเมินพฤติกรรมการออกกำลังกายของผู$ที่มีความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงก1อนและหลังทดลองใช$แอพพลิเคช่ัน
พบว1าค1าเฉลี่ยพฤติกรรมการออกกำลังกายของผู$ที่มีความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงก1อนทดลองใช$แอพพลิเคชั่นอยู1ในระดับน$อย (M
= 1.72 , SD = 0.55) และหลังทดลองใช$แอพพลิเคชั่นค1าเฉลี่ยพฤติกรรมการออกกำลังกายของผู$ที่มีความเสี่ยงโรคความดันโลหิต
สงู อยู1ในระดับมาก (M = 3.92 ,SD = 0.84) ดงั ตารางที่ 2
ตารางท่ี 2 พฤตกิ รรมการออกกำลงั กายของผู$ทม่ี ีความเสย่ี งโรคความดนั โลหติ สูงก1อนและหลงั ทดลองแอพพลิเคชัน่ (n = 30)
รายการประเมิน กอM นทดลอง หลังทดลอง
Mean SD Mean SD
1.ทา1 นออกกำลังกายตดิ ต1อกันอยา1 งนอ$ ย 30 นำที ต1อครัง้
2.ทา1 นออกกำลงั กายในเวลาเดยี วกนั เป_นประจำ เชน1 ตอนเชา$ หรอื เยน็ 2.06 0.69 3.96 0.96
3.ท1านผ1อนคลายกลา$ มเนื้อหลงั ออกกำลังกายทุกครั้งเปน_ เวลา 3-5 นำที 1.63 0.66 4.03 1.12
4.ทา1 นออกกำลงั กายอยา1 งน$อย 3 วนั ต1อสัปดาห. 1.36 0.61 3.63 1.03
1.70 0.95 4.00 1.14
รวม 1.72 0.55 3.92 0.84
ผลการเปรียบเทียบความแตกต1างระหว1างพฤติกรรมการออกกำลังกายของผู$ที่มีความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงก1อนและ
หลังทดลองใช$แอพพลิเคชั่น เป_นเวลา 4 สัปดาห. โดยการทดสอบค1าที พบว1า ค1าเฉลี่ยพฤติกรรมการออกกำลังกายของผู$ที่มีความ
เสีย่ งโรคความดนั โลหติ สงู หลังทดลองสูงกวา1 กอ1 นทดลองอย1างมีนยั สำคัญทำงสถติ ทิ ่ีระดับ .01 (t = 13.137, p <.01) ดงั ตารางท่ี 3
ตารางที่ 3 เปรยี บเทยี บพฤตกิ รรมการออกกำลงั กายของผู*ทีม่ ีความเสี่ยงโรคความดนั โลหติ สูงกEอนทดลองและหลงั ทดลองใช*แอพพลิเคชั่น (n = 30)
พฤตกิ รรมการออกกำลังกาย Mean SD t p
1.72 0.76 13.137 <.001
กอ1 นทดลอง 3.92 1.10
หลงั ทดลอง
p<.01
273
ผลการเปรียบเทียบความแตกต1างระหว1างความดันโลหิตตัวบนและตัวล1างของผู$ที่มีความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงก1อน
และหลังทดลองใช$แอพพลิเคชั่น เป_นเวลา 4 สัปดาห. โดยการทดสอบค1าที พบว1า ค1าเฉลี่ยความดันโลหิตตัวบนและตัวล1างของผู$ที่มี
ความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงหลังทดลองต่ำกว1าก1อนทดลองอย1างมีนัยสำคัญทำงสถิติที่ระดับ.01 (t = 9.103 และ 3.956
ตามลำดบั , p <.01) ดงั ตารางท่ี 4
ตารางท่ี 4 เปรยี บเทียบความดันโลหิตตวั บนและตัวล@างของผทู7 ี่มีความเส่ยี งโรคความดันโลหิตสูงกอ@ นทดลองและหลังทดลองใชแ7 อพพลิเคชนั่ (n = 30)
ความดนั โลหิต ระยะเวลา Mean SD t p
ความดันโลหิตตวั บน ก1อนทดลอง 135.23 3.14 9.103 <.001
หลังทดลอง 127.43 5.44
ความดนั โลหิตตัวล1าง กอ1 นทดลอง 81.93 5.61 3.956 <.001
หลังทดลอง 79.60 5.36
p<.01
7. การอภิปรายและสรุปผล
ผลการประเมินความพึงพอใจต1อแอพพลิเคชั่น “ขยับเพื่อสุขภาพ” สำหรับกลุ1มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง พบว1าอยู1ใน
ระดับดีมาก ความพึงพอใจสูงสุด คือ วีดิทัศน.การออกกำลังกายมีเนื้อหาเหมาะสมและเข$าถึงได$รวดเร็ว เนื่องจากแอพพลิเคชั่นที่พัฒ
นำขึ้นเพื่อส1งเสริมการออกกำลังกายในกลุ1มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง เป_นแอพพลิเคชั่นบนเว็บไซต.ทำให$มีความสะดวกในการใช$
งานแบบ Real time และเขา$ ถงึ ไดร$ วดเร็ว [12] จากการประเมินผลลัพธด. า$ นการปรับเปล่ียนพฤติกรรมและผลลพั ธท. ำงคลนิ ิกพบวา1
กลุ1มเปYาหมายมีพฤติกรรมการออกกำลังกายเพิ่มขึ้นส1งผลให$ความดันโลหิตตัวบนและตัวล1างลดลงอย1างมีนัยสำคัญทำงสถิติที่ระดับ
.01 สอดคล$องกับการวิจัยที่ผ1านมา [9] กล1าวได$ว1า แอพพลิเคชั่นสามารถนำมาใช$ได$จริงในการส1งเสริมการออกกำลังกายของกลุ1ม
เสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งแอพพลิเคชั่นนี้มีจุดเด1น คือ สามารถใช$งานได$แบบ Real time ในขณะที่สัญญาณอินเตอร.เน็ตต่ำ ทำ
ให$ไม1เป_นอุปสรรคในการใช$งาน และเทคนิคการออกกำลังกายที่เลือกใช$ คือ การรำมวยจีน 4 ท1า เป_นรูปแบบการออกกำลังกายที่
สามารถใช$ได$ทุกวัย ไม1ส1งผลกระทบต1อกระดูกและข$อ จึงเหมาะกับผู$ที่มีน้ำหนักเกินซึ่งมีความเสี่ยงต1อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง
และสามารถใชไ$ ดด$ ใี นสถานการณ.โควิด-19 ซง่ึ ผ$ูใชง$ านสามารถปฏิบัติได$ในท่พี กั อาศยั
8. ข,อเสนอแนะ
ควรพัฒนำแอพพลิเคชั่นให$มีเนื้อหาความรู$และวีดิทัศน.การออกกำลังกายที่หลากหลายเพิ่มขึ้น รวมทั้งทดลองใช$
นวัตกรรมในระยะยาวเพื่อติดตามผลลัพธ.ทำงคลินิก เช1น พฤติกรรมการออกกำลังกายที่ต1อเนื่อง พฤติกรรมการรับประทำนอาหาร
และดัชนีมวลกายทีล่ ดลง เป_นต$น และส1งเสริมการนำแอพพลเิ คชัน่ ไปใชจ$ ริงในชีวิตประจำวันอย1างตอ1 เนอ่ื ง
274
9. กติ ตกิ รรมประกาศ
ขอขอบคุณอาสาสมัครผู$ที่มีความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงจากชุมชนของผู$พัฒนำนวัตกรรม อาสาสมัครสาธารณสุขและ
ผูท$ ีเ่ กี่ยวขอ$ งทมี่ สี ว1 นช1วยให$นวัตกรรมสำเรจ็ ไดอ$ ยา1 งดยี งิ่
10. เอกสารอ,างอิง
[1] World Health Organization. (2022). Hypertension. Retrieved from https://www.who.int/news-room/fact-
sheets/detail/hypertension
[2] สมาคมโรคความดันโลหิตสูงแห1งประเทศไทย. (2562). แนวทำงการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติ พ.ศ.2562. ค$น
เม่ือ 5 กันยายน 2564 จาก www.thaipertension.org
[3] ณฐั ธิวรรณ พนั ธ.มุง, อลสิ รา อย1เู ลิศลบ และสราญรตั น. ลัทธิ. (2562) .ประเดน็ สารรณรงควk ันความดันโลหิตสงู โลก ป™ 2562.
คน$ เมือ่ 5 กนั ยายน 2564 จาก http://www.thaincd.com/document
[4] องคก. ารอนำมัยโลกประจำประเทศไทย กองโรคไมต1 ดิ ต1อ กรมควบคมุ โรค. (2564). รายงานผลการทบทวนผลกระทบจากการ
ระบาดของโรคโควดิ -19 ตMอโรคไมตM ิดตอM และปจh จยั ทีเ่ กี่ยวขอ, งในระดับโลก. สบื คน$ เมอ่ื 1 ธนั วาคม 2564 จาก
http://www.thaincd.com/document/file/download/knowledge/Report_Impacts_of_COVID-
19_on_NCDs_at_global_level_v5_final_by_editor_03.09.64.pdf
[5] ณฏั ฐินี เสือโต, แอนน. จริ ะพงษ.สุวรรณ, ทัศนีย. วริวรกุล และมธรุ ส ทิพยมงคลกลุ . (2561). ผลของโปรแกรมสง1 เสรมิ พฤตกิ รรม
การควบคมุ ความดนั โลหติ ในกลมุ1 อายุ 35-59 ปd ทค่ี วบคุมความดันโลหติ สูงไม1ได.$ วารสารพยาบาลสาธารณสขุ , 32(2),
96-115.
[6] ปßยะนชุ รกั พาณชิ ย.. (2557). การออกกําลังกายสำหรบั ผทู$ ีม่ คี วามดันโลหิตสงู . วารสารแพทยนk ำว,ี 41(1), 33-43.
[7] อัจฉราวดี ศรียะศักดิ์, อติญาณ. ศรเกษตริน, จินตนำ ทองเพชร, วารุณี เกตุอินทร., ณัฐพร อุทัยธรรม, สุปราณี หมู1คุ1ย, และทิพ
วัลย. มีทรัพย.. (2563). คูMมือการจัดการตนเองของผู,สูงอายุที่เปgนโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคความดันโลหิตสูง.
วทิ ยาลยั พยาบาลพระจอมเกล$า จงั หวัดเพชรบรุ .ี
[8] อำนวย ภูภัทรพงศ., สิทธา พงษ.พิบูลย., และนงพะงา ศิวานุวัฒน.. (2556). การปmองกันและบำบัดโรคไมMติดตMอเรื้อรังด,วยการ
ออกกำลงั กาย. (พมิ พ.ครั้งท่ี 2). โรงพิมพช. ุมนมุ สหกรณ.การเกษตรแห1งประเทศไทย.
[9] ลลิตา บุญงาม, ชนญั ชิดาดุษฎี ทูลศริ ิ และสวุ รรณา จันทร.ประเสรฐิ . (2560). ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายแบบชี่กงต1อ
ระดับความดันโลหติ ของสตรกี ลุม1 เสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง อำเภอเมอื ง จังหวดั สิงหบ. รุ .ี วารสารคณะพยาบาลศาสตรk
มหาวิทยาลยั บรู พา, 25(1), 82-94.
[10] พรประภา สุทธิพจิ ติ ร. (2560). ไทเกก∞ : การบรหิ ารกายเพอื่ การพัฒนำจิตของผูส$ ูงอายุ. วารสารพทุ ธนวตั กรรมปริทรรศน,k 1-
12.
[11] ชลชัย อานำมนำรถ. (2563). ทาM บริหารสำหรบั คนเปgนความดนั โลหิตสูง. Mahidol Channel. ค$นเมอื่ 7 กนั ยายน 2564
จาก https://www.youtube.com/watch?v=-VFrVWNMs8M
[12] เอกชยั แนน1 อุดร และวชิ า ศิริธรรมจักร. (2552). การเขียนโปรแกรมบนอินเตอรเk น็ต. มหาสารคาม: อภชิ าตกิ ารพิมพ..
275
[13] กรมสนับสนนุ บรกิ ารสุขภาพ. (2561). แบบประเมินความรอบรู,ด,านสุขภาพและพฤติกรรม ตาม 3อ.2ส. ของประชาชนท่ีมี
อายุ 15 ป™ขึ้นไป ฉบบั ปรบั ปรุงป™ 2561. สืบค$นเมอ่ื 7 กนั ยายน 2564 จาก http://www.nkp-
hospital.go.th/th/H.ed/mFile/20180627124613.pdf
[14] อังศนิ ันท. อินทรกำแหง. (2559). การพัฒนำเคร่อื งมือประเมนิ ความรอบรดู, า, นสุขภาพและพฤติกรรมสขุ ภาพตามหลัก 3อ.2ส.
ของกลุMมวัยทำงานอายุ 15- 59 ป™ สำหรับหมบูM า, นจัดการสุขภาพ และประเมนิ ความรอบรู,ดา, นสุขภาพและพฤตกิ รรม
สุขภาพตามสุขบญั ญัติแหงM ชาติของนักเรยี นในสถานศกึ ษาอายุ 7-14 ป.™ มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ.
276
TikTok ให<ความร<ู ชว] ยวัยใส ห]างไกลซึมเศรา<
ณฐั กิ า ราชบรุ 1*, วาสนำ สุระภักด2์ิ , ปาริชาติ อาษาธง3, ศวิ พร ฉำ่ เสนำะ 4, สุนสิ า แมดคำ5, กชกร พลหาญ6
กฤษณา ไวยกรรณ= 7,ชลธร สมสนกุ 8 และสธุ ารินี ขันชาลี9
1 อาจารย=คณะพยาบาลศาสตร= มหาวิทยาลัยราชภัฏรอL ยเอ็ด, รLอยเอด็
4-9 นกั ศกึ ษาคณะพยาบาลศาสตร= มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏรอL ยเอด็ , รอL ยเอด็
*ผูLรับผดิ ชอบบทความ: email [email protected]
บทคดั ย(อ
การจัดทำนวัตกรรมครั้งนี้ เพื่อพัฒนำและประเมินประสิทธิภาพของนวัตกรรม Tiktok ให$ความรู$ช1วยวัยใส ห1างไกลซึมเศร$า
สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลับราชภัฎร$อยเอ็ด กระบวนการพัฒนำ นวตกรรมใช$กรอบแนวคิด PDCA ผลการพัฒนำพบว1า ได$
นวัตกรรม Tiktok ให$ความรู$ ช1วยวัยใส ห1างไกลซึมเศร$าซึมเศร$า คุณภาพของนวตกรรมตรวจสอบโดยผู$เชี่ยวชาญ 3 ท1าน มคี 1า
IOC เท1ากับ 0.95 ความน1าเชื่อถือ (Reliability) ของแบบประเมินความรู$ทั้งฉบับคำนวณโดยใช$สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟา ครอนบาค
(Cronbach's Alpha Coefficient) เท1ากับ 0.93 ผลการทดลองใช$ในกลุ1มตัวอย1าง ซึ่งคัดเลือกแบบเจำะจง จำนวน 92 คน พบว1า
หลังใช$นวตกรรมกลุ1มตัวอย1างมีความรู$มากกว1าก1อนใช$นวตกรรม ((̅=8.24,SD=0.15; (̅= 7.50,SD =0.17) เมื่อเปรียบเทียบ
คะแนนความรู$ก1อนและหลังใช$นวตกรรม โดยใช$สถิติ Independent samples t-test พบว1ามีความแตกต1างกันอย1างมีนัยสำคัญ
ทำงสถิติที่ p < 0.05 ความพึงพอใจของผู$ใช$นวตกรรมพบว1า นวตกรรมมีประโยชน.และสามารถนำไปเผยแพร1ได$ในระดับมาก
((̅=3.39 ,SD=0.65) นวัตกรรมนี้มีประสิทธิภาพในการนำไปใช$เป_นสื่อเพื่อช1วยให$วัยรุ1นมีความรู$ เกี่ยวกับโรคซึมเศร$า สามารถ
นำไปใช$เปน_ ทำงเลือกในการแก$ไขปญÜ หาใหก$ ับตนเอง ปอY งกนั การเกดิ ปญÜ หาโรคซมึ เศร$าและความเส่ยี งต1อการฆา1 ตัวตายได$
คำสำคญั : นวตั กรรมTiktokให$ความรู$, โรคซึมเศร$า, วัยรนุ1
277
Abstract
This innovation To develop and evaluate the effectiveness of Tiktok innovations to educate adolescent
depression prevention For students of Roi Et Rajabhat University .The development process uses the PDCA
conceptual framework. The results of the development revealed that Tiktok innovations provide knowledge to
help adolescent, away from depression and depression. The quality of the innovation is reviewed by 3 experts
with an IOC value of 0.95. Reliability of the entire knowledge assessment was calculated using Cronbach's Alpha
Coefficient formula equal to 0.93. The experimental results were used in the sample group. It was found that
after using the innovation, the sample group had more knowledge than before using the innovation
((̅=8.24,SD=0.15; (̅= 7.50,SD =0.17)) when comparing the prior knowledge score. And after the innovation
using independent samples t-test, it was found that there was a statistically significant difference at p < 0.05.
The innovation is useful and can be disseminated at a high level ((̅=3.39 ,SD=0.65) Suggestions Innovation
Tiktok provides knowledge to help teenagers. distant depression It is effective in using it as a medium to help
adolescents gain knowledge. about depression be able to apply knowledge as an alternative to solving
problems for themselves can prevent the development of depression and the risk of suicide
Keywords: Tiktok Educate Innovation, depression, adolescent
278
1. ความเปgนมาและความสำคัญของปญh หา
ปÜญหาโรคซึมเศร$ามักเกิดขึ้นครั้งแรกในเด็กและวัยรุ1น และมีแนวโน$มสูงที่จะปfวยซ้ำ รวมทั้งเป_นเรื้อรังในวัยผู$ใหญ1
โดยประมาณร$อยละ 80 ของผู$ที่เป_นโรคซึมเศร$ามักกลับเป_นซ้ำในทุก ๆ 5 - 7 ปd (Van Voorhees BW, Vanderplough -Booth
K, Fogel J, Gladstone T, Bell C, Stuart S, 2009) วัยรุ1นที่เป_นโรคซึมเศร$า จะมีความรู$สึกเศร$า รู$สึกว1าคุณค1าในตนเองต่ำ สิ้น
หวังไร$ค1า รู$สึกผิดและไม1เป_นที่ต$องการ อารมณ.เสีย หงุดหงิดง1าย อาจโกรธและระเบิดอารมณ. ร$องไห$แยกตัวจากสังคม คิดอยาก
ตาย ความอยากอาหารและการนอนอาจลดลงหรือมากขึ้น (American Psychiatric Association, 2013) ซึ่งมีการศึกษา
ผลกระทบจากโรคซึมเศร$าในวัยรุ1น พบว1าวัยรุ1นที่มีโรคซึมเศร$ามีความเสี่ยงในการเกิดโรคทำงจิตเวชอื่น ๆ ได$แก1 โรคบุคลิกภาพ
ผิดปกติ มีความเสี่ยงในการใช$ยาเสพติด มีปÜญหาการปรับตัวในสังคม ปÜญหาสัมพันธภาพกับเพศตรงข$าม เพื่อนและคนในครอบครัว
รวมถึงปÜญหาการไม1ประสบผลสัมฤทธิ์ด$านการเรียน และมีโอกาสกลับเป_นโรคซึมเศร$าซ้ำมากกว1าคนทั่วไปถึง ร$อยละ 25 - 40
หลังจากที่เกิดอาการครั้งแรก (ดาราวรรณ ต∞ะปßนตา, 2556) นอกจากนี้ยังพบว1าผู$ที่มีภาวะซึมเศร$าอย1างรุนแรงและเรื้อรังจะมี
โอกาสฆ1าตวั ตายซ้ำสงู เป_น 15 เทา1 ของผท$ู ไ่ี ม1ได$ปfวยดว$ ยโรคซึมเศร$า (นันทริ า หงษ.ศรีสวุ รรณ, 2559)
ผลการสำรวจปÜญหาสุขภาพจิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยจาก 4 ภูมิภาคในประเทศไทย พบว1าปÜญหาสุขภาพจิตโดยรวม
อยู1ในระดับปานกลาง ร$อยละ 26.9 และระดับสูง ร$อยละ 1.6 เมื่อจำแนกรายด$านพบโรคซึมเศร$าระดับปานกลาง ร$อยละ 22.1
และระดับสูง ร$อยละ 2.8 (ณัฐวุฒิ อรินทร., 2558) ผู$ปfวยโรคซึมเศร$าที่อยู1ในสังคม พบว1าได$รับการดูแลและช1วยเหลือยังไม1มี
ประสิทธิภาพเพียงพอ เนื่องจากผู$ดูแลและผู$ที่อยู1รอบข$างมีมุมมองและทัศนคติที่ไม1ถูกต$อง จึงส1งผลให$มีพฤติกรรมหรือมีการ
แสดงออกต1อผู$ปfวยโรคซึมเศร$าอย1างไม1เหมาะสม (มาโนช หล1อตระกูล, 2557) แนวทำงการช1วยเหลือและปYองกันโรคซึมเศร$ามี
วิธีการปYองกัน โดยให$ความรู$ผ1านสื่อภาพยนตร.สั้นและหนังสืออิเล็กทรอนิกส. ที่สามารถเผยแพร1ผ1านออนไลน. พบว1า สร$างความ
ตระหนักในการปYองกันโรคซึมเศร$าในวัยรุ1น ซึ่งวัยรุ1น พ1อแม1 ผู$ปกครองและครูสามารถเรียนร$ูได$ด$วยตนเอง นับว1าเป_นกลยุทธ.ที่ช1วย
ให$เข$าถึงข$อมูลความรู$ในการปYองกันโรคซึมเศร$าได$ทุกที่ทุกเวลา (Renner F, Lobbestael J, Peeters F, Arntz A,Huibers M,
2012 & Thummathai K, 2015) สอดคล$องกับการศึกษาของกัญญากร มาดามรัตน. (2561) เกี่ยวกับการสร$างความตระหนักรู$ใน
โรคซึมเศร$าว1าแม$จะมีการให$ข$อมูลผ1านเว็บไซต.หรือเอกสารแจกอยู1แล$ว แต1ก็ยังขาดประสิทธิภาพในการสร$างความตระหนักรู$แก1
กลุ1มเปYาหมาย ดังนั้นจึงมีการนำสื่อวิดีทัศน.มาใช$เพื่อนำไปสู1การตระหนักรู$และความเข$าใจในโรคซึมเศร$าของกลุ1มเปYาหมาย
เนื่องจากสื่อวิดีทัศน.เป_นสื่อที่ช1วยในการรณรงค.ในเรื่องต1าง ๆ ได$เป_นอย1างดี โดยเน$นการให$เนื้อหาที่เข$าใจง1ายผ1านภาพและการ
บรรยาย สามารถใช$ชั้นเชิงลูกเล1นในการนำเสนอให$น1าสนใจและเมื่อนำไปเผยแพร1ในสื่ออินเตอร.เน็ตจะสามารถกระจำยข$อมูลได$
อย1างกว$างขวาง
มหาวิทยาลัยราชภัฏร$อยเอ็ด เป_นสถาบันอุดมศึกษาที่เปßดสอนตั้งแต1 ชั้นปdที่ 1 ถึง ชั้นปdที่ 4 โดยมีประชากรวัยรุ1น ช1วง
อายุ 18 – 20 ปd มีจำนวน 2,195 คน (สถิตินักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏร$อยเอ็ด, 2564) ซึ่งจากการสำรวจผู$มีความเสี่ยงต1อการ
เกิดโรคซึมเศร$าในวัยรุ1น มหาวิทยาลัยราชภัฏร$อยเอ็ด เดือนกุมภาพันธ. 2565 จำนวน 92 คน พบว1ามีผู$ที่มีความเสี่ยงต1อการเกิดโรค
ซึมเศร$า 35 คน คิดเป_นร$อยละ 38 และพบว1ามีการฆ1าตัวตายจากโรคซึมเศร$า 1 ราย สำหรับแนวทำงการปYองกันโรคซึมเศร$าของ
มหาวิทยาลัยราชภัฏร$อยเอ็ด มีระบบการให$คำปรึกษาปÜญหาส1วนตัว ปÜญหาด$านการเรียน ผ1านช1องทำงระบบสื่อออนไลน. แต1ยังไม1
พบการรณรงค. เพื่อสร$างความตระหนักรู$เกี่ยวกับแนวทำงการปYองกันโรคซึมเศร$าผ1านสื่อที่สามารถเข$าถึงง1าย สะดวก และสามารถ
เข$าถึงได$ทุกที่ทุกเวลา จากการสำรวจความต$องการแนวทำงปYองกันโรคซึมเศร$าในวัยรุ1น มหาวิทยาลัยราชภัฎร$อยเอ็ด มีผู$ต$องการ
แนวทำงปYองกันโรคซึมเศร$าร$อยละ 68.5 และมีความต$องการความรู$ผ1านสื่อวิดีโอประเภทสื่อ Tiktok คิดเป_นร$อยละ 96.8 ซ่ึง
279
Tiktok เป_นสื่อที่ทันสมัยและมีความนิยมในวัยรุ1นทั้งไทยและทั่วโลก จากสถิติการเข$าใช$งาน Tiktok ของวัยรุ1นหรือ Gen Z ที่มีช1วง
อายุ 16 – 24 ปd คิดเป_นร$อยละ 41 โดยมีระยะเวลาในการเข$าใช$งาน เฉลี่ย 52 นำทีต1อวัน ซึ่งมผี ู$เข$าใช$งาน Tiktok มากกว1า 1 คร้ัง
ตอ1 วนั คดิ เปน_ ร$อยละ 90 แต1ละคร้งั เฉลย่ี 4.9 นำทตี 1อครัง้
ดังนั้นคณะผู$จัดทำจึงสนใจพัฒนำนวัตกรรม Tiktok ให$ความรู$ ช1วยวัยใส ห1างไกลซึมเศร$า เป_นนวัตกรรมแบบต1อยอด
เพื่อช1วยให$วัยรุ1นมีความรู$ ความเข$าใจเกี่ยวกับโรคซึมเศร$าและสามารถนำความรู$ไปใช$เป_นทำงเลือกในการแก$ไขปÜญหาให$กับตนเอง
ได$ ไม1เกดิ ปญÜ หาโรคซึมเศรา$ และความเส่ยี งต1อการฆา1 ตัวตาย
2. วตั ถุประสงคk
3. พฒั นำนวัตกรรม Tiktok ใหค$ วามร$ชู 1วยวยั ใส หา1 งไกลซมึ เศรา$
4. เพ่อื ถ1ายทอดนวตั กรรม Tiktok ใหค$ วามรช$ู 1วยวยั ใส หา1 งไกลซมึ เศร$า
5. เพือ่ ประเมนิ ประสทิ ธภิ าพของนวัตกรรม Tiktok ให$ความรู$ชว1 ยวัยใส หา1 งไกลซึมเศร$า
3. กลMมุ เปาm หมาย
4. กลุ1มนกั ศึกษาวัยร1ุนในมหาวิทยาลัยราชภฏั รอ$ ยเอ็ด อำเภอเสลภมู ิ จังหวัดร$อยเอด็
4. กระบวนการพัฒนำ (ตามข้ันตอน plan do check act)
วิธกี ารดำเนินการพัฒนำ ตามกรอบแนวคิด PDCA
Plan ระยะเวลาดำเนนิ การ เดอื นมกราคม 2565 มกี จิ กรรมดังนี้
1. ประชุมวางแผนพัฒนำนวัตกรรม
2. กำหนดวัสดุ อุปกรณแ. ละเครื่องมือท่ีเก่ยี วข$องกับการพัฒนำนวตั กรรม
วสั ดุ อปุ กรณ.และเครื่องมอื ทีเ่ ก่ยี วข$องกบั การสร$างและพฒั นำนวตั กรรม มีดังน้ี
2.1 ชดุ ข$อความเนอ้ื หาความร$ู อาการ และแนวทำงการปYองกนั และชว1 ยเหลือตนเองในการปอY งกันภาวะ
ซึมเศร$า ผู$ศึกษาได$นำเนื้อหาความร$ูจากการทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัยของ ณัฐศรชัย พรเอี่ยม, ธัญวิชย. ยศทวีหิรัญ, (2562)
และ ธนัท ตนั ตอวงศ.โกสยี . (2561) มาใช$ในงานนวตกรรมนี้
2.2 ภาพการ.ตนู เคลือ่ นไหวประกอบขอ$ ความทแ่ี สดงถงึ ภาพการต. นู นักเรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษา ตอนปลายท่แี สดง
ถงึ ลกั ษณะผ$ูทม่ี ีภาวะซมึ เศร$า
2.3 ชุดข$อความประกอบเสยี ง อธบิ ายเนอื้ หาความร$ูผา1 นการเลา1 เรือ่ งนิทำน เพ่ือให$เหน็ ภาพชัดเจนและมีความ
น1าสนใจชวนตดิ ตามมากยิง่ ข้ึน
2.4 เครอื่ งคอมพิวเตอร. โทรศพั ท. อปุ กรณเ. ทคโนโลยีสารสนเทศ
DO ระยะเวลาดำเนินการ เดอื น กมุ ภาพันธ. 2565 กจิ กรรมดังนี้
1. ออกแบบโครงสร$างของนวตกรรม และดำเนินการจดั ทำตามแบบทกี่ หนดโดยผู$มีความร$ูและ
ประสบการณด. า$ นการผลติ ส่ือมัลติมเี ดีย โดยมโี ครงสร$างของการนำเสนอเนือ้ หาความรูด$ งั แสดงในรูปภาพที 1
280
Check1 การตรวจสอบคุณภาพของนวตกรรม
ผศ$ู กึ ษาได$นำนวตกรรมที่พฒั นำขึ้นไปตรวจสอบคุณภาพโดยผเู$ ชย่ี วชาญจำนวน 3 ท1าน คือ ผูท$ ่ีมคี วามเชีย่ วชาญดา$ นการ
พยาบาลสุขภาพจติ และจติ เวชจำนวน 2 ท1าน และผ$เู ชีย่ วชาญดา$ นการผลิตส่อื มลั ติมีเดียจำนวน 1 ท1าน ผูเ$ ชีย่ วชาญมขี อ$ เสนอแนะ
ให$ปรับปรงุ นวตกรรมดังน้ี สอ่ื ใชง$ านง1าย แตข1 าดเน้ือหาที่เปน_ ข$อมูลเชิงประจกั ษ.สำหรับใชบ$ อกอาการ การแก$ไขปญÜ หา และวิธกี าร
รับมอื ปญÜ หาท่ถี ูกต$องแกผ1 $มู ีภาวะซึมเศร$า
ผศ$ู ึกษาไดด$ ำเนินการปรบั ปรงุ นวัตกรรมตามขอ$ เสนอแนะของผ$ูเชีย่ วชาญทุกขอ$ เสนอแนะ หลงั จากปรับปรุงเรยี บร$อยแลว$
ได$นำไปใหผ$ เู$ ชี่ยวชาญตรวจสอบคณุ ภาพของเน้อื หาและคณุ ภาพของส่ืออีกคร้งั โดยจากการตรวจสอบความตรงของเนอื้ หา
(Validity) โดยแบบประเมินความรเ$ู กย่ี วกับภาวะซมึ เศร$า มีระดับคา1 ดัชนีความสอดคลอ$ งระหว1างข$อคำถามกับจุดประสงค.ทีไ่ ด$มคี 1า
เทา1 กบั 0.95 และแบบประเมินความพึงพอใจต1อนวตั กรรม “Tiktok ชว1 ยวยั ใส หา1 งไกลซมึ เศรา$ ” มรี ะดับคา1 ดัชนีความสอดคล$อง
ระหวา1 งขอ$ คำถามกบั จุดประสงคท. ไี่ ด$มีคา1 เท1ากบั 0.91 และการตรวจสอบความน1าเช่ือถอื (Reliability) ของเครอื่ งมือของนวัตกรรม
การหาค1าความเชื่อมน่ั ของแบบทดสอบทั้งฉบบั (Reliability) โดยการนำไปทดลองใชก$ ับกลม1ุ ท่ไี ม1ใช1กลุม1 ตวั อยา1 ง จำนวน 73 คน
เพอ่ื หาความนา1 เชื่อถือ (Reliability) ของนวตั กรรม Tiktok วัยใส ห1างไกลซมึ เศร$า และคำนวณหาคา1 ความเชอื่ มน่ั โดยใชส$ ูตร
สัมประสทิ ธ์ิแอลฟา ของครอนบาค (Cronbach's Alpha Coefficient) ระดับคา1 ทีไ่ ดเ$ ท1ากับ 0.93
เคร่อื งมือทใี่ ช$ในการรวบรวมข$อมลู
1. แบบประเมนิ ก1อนใช$นวตั กรรม Tiktok ชว1 ยวัยใส หา1 งไกลซึมเศร$า แบบประเมนิ นแี้ บง1 เปน_ 2 ส1วน ได$แก1 ส1วนท่ี 1
ขอ$ มูลทั่วไป และสว1 นท่ี 2 แบบประเมินความรู$เกี่ยวกับแนวทำงการปอY งกันโรค ซึมเศร$าในวยั รุ1น ก1อนใชน$ วัตกรรม Tiktok ช1วยวัย
ใส หา1 งไกลซมึ เศรา$ ซง่ึ เป_นแบบหลายตวั เลอื ก(Multiple choices) รวมจำนวน 10 ขอ$ ขอ$ ละ 1 คะแนน คะแนนเต็ม 10 คะแนน
เปน_ การประเมินความรู$ ความเข$าใจเก่ยี วกับแนวทำงการปYองกนั โรคซมึ เศร$าในวัยรุน1
281
2. แบบประเมินหลังการใชน$ วัตกรรม Tiktok ช1วยวัยใส หา1 งไกลซึมเศรา$ แบบประเมนิ น้แี บง1 เป_น 4 สว1 น ไดแ$ ก1 ส1วนที่ 1
ข$อมลู ทว่ั ไป ส1วนท่ี 2 แบบประเมินความรู$เก่ยี วกบั แนวทำงการปYองกันโรคซมึ เศรา$ ในวัยรน1ุ สว1 นท่ี 3 แบบประเมนิ ความพงึ พอใจตอ1
นวตั กรรม ซมึ เศรา$ ประกอบไปดว$ ยคำถามจำนวน 6 ข$อ ประกอบไปดว$ ย 1.ประโยชน. 2.ความพงึ พอใจ 3.ความนา1 สนใจ 4.ความ
เหมาะสม สว1 นท่ี 4 ดา$ นอน่ื ๆ ประกอบไปด$วย ขอ$ เสนอแนะ แบบประเมินเปน_ แบบมาตรวดั ของลเิ คริ ท. (Likert scale)
ระดบั ความพงึ พอใจ 1 หมายถึงพึงพอใจน$อย, 2 หมายถึงพึงพอใจปานกลาง 3 หมายถึง พงึ พอใจมาก 4 หมายถงึ พึงพอใจมาก
ทส่ี ุด โดยมเี กณฑก. ารแปลความหมาย คะแนนการประเมินผล ดังนเ้ี ทา1 กับ 3.45-4.00 ระดับความพึงพอใจมาก เทา1 กับ 3.00-3.45
ระดับความพึงพอใจปานกลาง เท1ากับ 2.45-3.00 ระดับความพงึ พอใจน$อย เท1ากบั 0.00-2.45
2. เครอื่ งมอื ทใ่ี ช$ในการทดลอง คือ Tiotok เรื่องแนวทำงช1วยเหลือและปYองกันโรคซึมเศรา$ ในวัยรุ1น ประกอบ ไปด$วย
ข$อความ ภาพ เสยี ง สอื่ วดิ ิทศั น. ซึ่งมีเนอ้ื หาเกย่ี วกบั สาเหตุ อาการและอาการแสดง การรักษาและแนวทำงการช1วยเหลอื ตนเอง
Check2 การนำนวตกรรมไปทดลองใช,
โดยกล1มุ ตวั อย1างทใี่ ช$ในการทดลองใช$นวตั กรรมครง้ั น้ีจำนวน 73 คน ตามเกณฑ. ดังนี้ กล1มุ นักศกึ ษาช้ันปdที่ 1-2 ใน
มหาวิทยาลัยราชภัฏรอ$ ยเอด็ อำเภอเสลภูมิ จงั หวัดรอ$ ยเอ็ด
ขนั้ ตอนในการเกบ็ รวบรวมขอ, มลู
1. ทดสอบความรกู$ อ1 นรับชมวดิ โี อนวัตกรรม Tiktok วัยใส หา1 งไกลซมึ เศรา$ โดยใชแ$ บบประเมนิ กอ1 นใช$นวตั กรรม Tiktok
ชว1 ยวยั ใส หา1 งไกลซึมเศรา$ ออนไลนท. ลี่ งิ ค. https://forms.gle/QW7xQgmR7sdVsmTt8
2. รับชมวดิ โี อนวตั กรรม Tiktok วัยใส ห1างไกลซมึ เศรา$ ออนไลน.ที่ลิงค. https://vt.tiktok.com/ZSdM4q1cq/
3. ทดสอบความรู$หลงั รับชมวดิ โี อนวตั กรรม Tiktok วัยใส ห1างไกลซึมเศรา$ โดยใชแ$ บบประเมินก1อนใชน$ วตั กรรม Tiktok
ชว1 ยวยั ใส หา1 งไกลซึมเศรา$ ออนไลน.ทีล่ ิงค. https://forms.gle/vhRSAtjuAiSd9kWA8
4. ดำเนินการเก็บขอ$ มลู โดยใช$แบบทดสอบความรูแ$ ละแบบประเมินความพึงพอใจ ในการใช$แบบประเมินก1อนใช$
นวตั กรรม Tiktok ชว1 ยวัยใส ห1างไกลซึมเศร$า ออนไลนท. ่ีลงิ ค. https://forms.gle/vhRSAtjuAiSd9kWA8
Act การนำนวตกรรมไปถาM ยทอดและเผยแพรM
การถา1 ยทอดและเผยแพร1นวตกรรมชอ1 งทำงออนไลน. เผยแพร1ผ1านทำง ทำง Tiktok ค$นหาคำว1า nursingreru
YouTube คน$ หาคำว1า วยั ใสหา1 งไกลซึมเศร$าและ Facebook ค$นหาคำว1า วัยใสห1างไกลซึมเศร$า เดอื น เมษายน ถึง
เดอื น พฤษภาคม 2565 รวมระยะเวลา 2 เดือน มคี นเข$าใช$ 296 ครง้ั กดถกู ใจ 96 คร้งั
282
การวิเคราะหขk อ, มูล
1. ขอ$ มูลทว่ั ไปของกลม1ุ ตวั อยา1 ง วิเคราะหข. อ$ มลู โดยใชส$ ถติ คิ วามถี่ รอ$ ยละ และคา1 เฉลยี่
2. คะแนนความรกู$ อ1 นและหลังการใช$นวตกรรม และคะแนนความพึงพอใจตอ1 การใช$นวตกรรม วิเคราะห.ขอ$ มูล
โดยใช$สถติ ิค1าเฉล่ีย และส1วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน
3. เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความรู$ก1อนและหลังการนวตกรรมวิเคราะห.ข$อมูลโดยใช$สถิติ Independent Paired
Samples t-test
5. รายละเอยี ดและวธิ ีการใชง, านนวตั กรรม
Tiktok ให$ความร$ู ช1วยวัยใส หา1 งไกลซมึ เศรา$ มีรายละเอียดดงั นี้
ขัน้ แนะนำ ใช$เวลา 24 วินำที แนะนำเน้ือหาของวิดีโอ
ขน้ั ดำเนนิ การ ใชเ$ วลา 3 นำที 50 วินำทีนำเสนอเรือ่ งราวของตัวละคร “ชูใจ” และ “เจ$าจง๋ึ ” ท่สี ะทอ$ นใหเ$ ขา$ ใจถงึ สาเหตุ
การเกดิ ซมึ เศร$า อาการ การรักษาและแนวทำงการชว1 ยเหลอื ตนเอง
283
ข้ันสน้ิ สดุ ดำเนนิ การ ใชเ$ วลา 51 วินำทีขั้นสรุปเน้ือหาเกี่ยวกบั โรคซมึ เศร$า สถิติการเกิดโรคซมึ เศรา$ และชอ1 งทำงการตดิ ตอ1
ขอรับคำปรกึ ษา @Line สบายใจ คณะพยาบาลศาสตร. มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ร$อยเอ็ด และสายดว1 นสุขภาพจติ 1323
งบทใ่ี ช$ในการผลติ และจัดทำสื่อวิดีโอ จำนวน 5,000 บาท
วธิ ีการใชง, านนวตั กรรม
สามารถเขา$ ใชใ$ นช1องทำงออนไลน.โดยใชโ$ ทรศพั ท. และคอมพิวเตอรด. ังนี้
1. เผยแพร1ผา1 นทำง Tiktok ค$นหาคำว1า nursingreru
2.เผยแพรผ1 1านทำง Youtube คน$ หาคำวา1 วยั ใสห1างไกลซมึ เศร$า
3.เผยแพร1ผา1 นทำง Facebook คน$ หาคำว1า วยั ใสห1างไกลซมึ เศร$า
284
6. ผลการทดลองใช,นวัตกรรมและการอภิปรายผล
ผลการทดลองใชน$ วตกรรมมีรายละเอียดดังน้ี
1.ข$อมลู ทัว่ ไปของกลม1ุ ตวั อยา1 ง ก1อนใช$นวัตกรรม สว1 นใหญเ1 ป_นเพศหญงิ ร$อยละ 84.72 อายอุ ยู1ในชว1 ง 18-20 ปdร$อยละ
94.45 และคณะทใี่ ช$นวตั กรรมมากทสี่ ดุ คือ คณะพยาบาลศาสตร. รองลงมาคอื คณะครศุ าสตร. หลังใชน$ วตั กรรม พบวา1 สว1 นใหญ1
เป_นเพศหญิง รอ$ ยละ 82.19 อายุอยใู1 นช1วง 18-20 ปd ร$อยละ 97.22 คณะที่ใช$นวตั กรรมมากท่ีสดุ คอื คณะพยาบาลศาสตร. และ
รองลงมาคอื คณะครศุ าสตร.ตามลำดบั
2. ความรเู$ กย่ี วกับอาการ การรักษา และแนวทำงการชว1 ยเหลือตนเองของผ$ูท่ีมีภาวะซมึ เศร$า กอ1 นใช$นวัตกรรม
ค1าเฉลยี่ พบวา1 หลังใช$นวตกรรมกล1ุมตัวอย1างมคี วามรู$เพ่มิ ข้ึน โดยคะแนนเฉล่ียก1อนใช$นวตกรรมเทา1 กับ (̅= 7.50,SD =0.17 และ
คะแนนเฉล่ียหลังใช$นวตกรรม (̅=8.24,SD =0.19
3. ความพงึ พอใจตอ1 การใชน$ วตั กรรม พบว1า ผใ$ู ชม$ คี วามพึงพอใจตอ1 ความน1าสนใจ และความเหมาะสมในการนำไป
เผยแพร1ในระดับมาก (̅ 3.39, SD =0.19
4. เปรียบเทยี บคะแนนความรู$เกย่ี วกบั อาการ การรักษา และแนวทำงการชว1 ยเหลอื ตนเองของผ$ูท่ีมภี าวะซมึ เศรา$ ก1อน
และหลังใช$นวตกรรม โดยใชส$ ถติ ิ Independent Paired t-test พบว1า มีความแตกต1างกนั อย1างมีนัยสำคัญทำงสถิตทิ ี่ p < 0.05
รายละเอยี ดดงั ตารางที่ 1
ตารางที่ 1 เปรียบเทียบคะแนนความรู$อาการ การรักษา และแนวทำงการช1วยเหลือตนเองของผู$ที่มีภาวะซึมเศร$า ก1อนและหลัง
ใช$นวตกรรม n=72
คะแนนความร,ู กMอน SD หลงั t p-value
Mean 0.17 Mean SD -2.38 0.19
7.50, 8.24 0.19
อภปิ รายผลการศึกษา
การพัฒนำนวัตกรรม Tiktok ให$ความรู$ช1วยวัยใส ห1างไกลซึมเศร$า สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลับราชภัฎร$อยเอ็ด กระบวนการพัฒ
นำ นวตกรรมใช$กรอบแนวคิด PDCA ผลการพัฒนำพบว1า ได$นวัตกรรม Tiktok ให$ความรู$ ช1วยวัยใส ห1างไกลซึมเศร$าซึมเศร$า
คุณภาพของนวตกรรมตรวจสอบโดยผู$เชี่ยวชาญ 3 ท1าน มีค1า IOC เท1ากับ 0.95 ความน1าเชื่อถือ (Reliability) ของแบบประเมิน
ความรู$ทั้งฉบับคำนวณโดยใช$สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟา ครอนบาค (Cronbach's Alpha Coefficient) เท1ากับ 0.93 ผลการทดลอง
ใช$ในกลุ1มตัวอย1าง ซึ่งคัดเลือกแบบเจำะจง จำนวน 92 คน พบว1าหลังใช$นวตกรรมกลุ1มตัวอย1างมีความรู$มากกว1าก1อนใช$นวตกรรม
((̅=8.24,SD=0.15; (̅= 7.50,SD =0.17) เมื่อเปรียบเทียบคะแนนความรู$ก1อนและหลังใช$นวตกรรม โดยใช$สถิติ Independent
285
samples t-test พบว1ามีความแตกต1างกันอย1างมีนัยสำคัญทำงสถิติที่ p < 0.05 ความพึงพอใจของผู$ใช$นวตกรรมพบว1า นวตกรรม
มีประโยชน.และสามารถนำไปเผยแพร1ได$ในระดับมาก ((̅=3.39 ,SD=0.65) ผลการนำนวตกรรมไปถ1ายทอดและเผยแพร1ทำง
Tiktok You tube และ Facebook ระยะเวลา 2 เดือน มีคนเข$าใช$ 296 ครั้ง กดถูกใจ 96 ครั้ง การพัฒนำนวัตกรรมครั้งนี้มี
ประโยชน.ต1อนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎร$อยเนื่องจากมีความสะดวก เข$าถึงง1าย ใช$ประโยชน.ได$จริง ประหยัดเวลาในการหา
ข$อมูลและด$านการพยาบาล ลดจำนวนผู$เชี่ยวชาญทำงด$านการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวชในการให$ความรู$เกี่ยวกับการปYองกัน
ซึมเศร$าในวัยรุ1นได$สอดล$องกับ แนวทำงการช1วยเหลือและปYองกันโรคซึมเศร$ามีวิธีการปYองกัน โดยให$ความรู$ผ1านสื่อภาพยนตร.ส้ัน
และหนังสืออิเล็กทรอนิกส. ที่สามารถเผยแพร1ผ1านออนไลน. พบว1า สร$างความตระหนักในการปYองกันโรคซึมเศร$าในวัยรุ1น ซึ่งวัยร1ุน
พ1อแม1 ผู$ปกครองและครูสามารถเรียนรู$ได$ด$วยตนเอง นับว1าเป_นกลยุทธ.ที่ช1วยให$เข$าถึงข$อมูลความรู$ในการปYองกันโรคซึมเศร$าได$ทุก
ทีท่ กุ เวลา (Renner F, Lobbestael J, Peeters F, Arntz A,Huibers M, 2012 & Thummathai K, 2015) และสอดล$องกับการ
นำสื่อวิดีทัศน.มาใช$เพื่อนำไปสู1การตระหนักรู$และความเข$าใจในโรคซึมเศร$าของกลุ1มเปYาหมายในโรงพยาบาลคลองหลวง เนื่องจาก
สื่อวิดีทัศน.เป_นสื่อหน1งที่ช1วยในการรณรงค.ในเร่ืองต1าง ๆ ได$เป_นอย1างดี โดยเน$นการให$เนื้อหาที่เข$าใจง1ายผ1านภาพและการบรรยาย
สามารถใช$ชั้นเชิงลูกเล1นในการนำเสนอให$น1าสนใจและเมื่อนำไปเผยแพร1ในสื่ออินเตอร.เน็ตจะสามารถกระจำยข$อมูลได$อย1าง
กว$างขวาง (กัญญากร มาดามรัตน.,2561) สรุปได$ว1านวตกรรมมีประสิทธิภาพในการนำไปใช$เป_นสื่อเพื่อช1วยให$วัยรุ1นมีความร$ู
เกี่ยวกับโรคซึมเศร$า สามารถนำความรู$ไปใช$เป_นทำงเลือกในการแก$ไขปÜญหาให$กับตนเอง ปYองกันการเกิดปÜญหาโรคซึมเศร$าและ
ความเสยี่ งต1อการฆา1 ตัวตายได$
7. ขอ, เสนอแนะ
7.1 ข$อเสนอเพื่อการนำไปใช$ประยชน.
ควรนำนวตกรรมไปขยายขอบเขตการใช$งานในกลุม1 เปาY หมายใหม$ คี วามหลากหลาย ครอบคลมุ ทั่วทกุ พื้นท่ี
7.2 ข$อเสนอเพือ่ พัฒนำนวัตกรรม
1) จัดทำสื่อวิดีโอให$มีความหลากหลาย เพื่อรองรับความต$องการใช$งานของกลุ1มตัวอย1าง ได$แก1 วิดีโอที่ตอบสนองต1อ
ความตอ$ งการใชง$ านของผทู$ ่มี ีภาวะซมึ เศร$าระดับต1าง ๆ
2) เพิ่มการนำเสนอผ1านการสื่อการแสดงของตัวละครที่เป_นบุคคลจริง ๆ เพื่อลดการความเสี่ยงจากการละเมิดลิขสิทธิ์ของ
ภาพและเสยี งทนี่ ำมาประกอบวดิ โี อ
286
8. เอกสารอา, งองิ
กญั ญากร มาดามรตั น.. นักจติ วิทยาคลินิก. โรงพยาบาลคลองหลวง จงั หวัดปทมุ ธานี. สัมภาษณk. 20 พฤษภาคม 2561
ณัฐวุฒิ อรนิ ทร.. สภาวะปhญหาสขุ ภาพจติ และทศั นคติตอM การขอรบั ความชMวยเหลอื ทำงดา, นจิตใจ
จากนักวชิ าชพี สขุ ภาพจิตของนักศึกษามหาวิทยาลัย. วารสารจิตวิทยาคลนิ ิก 2558; 46(1): 16–19.
ดาราวรรณ ตะ∞ ปนß ตา. (2556). ภาวะซึมเศร,า:การบำบัดและการใหค, ำปรึกษาโดยการปรบั ความคิดและ
พฤตกิ รรม. เชียงใหม1: วนิดาการพมิ พ..
นันทริ า หงษ.ศรีสุวรรณ.. (2559). ภาวะซมึ เศร,า. วารสารมหาวิทยาลยั หัวเฉียวเฉลมิ พระเกยี รตวิ ชิ าการ,
19(38), 105-118.
มาโนช หลอ1 ตระกลู . (2557). โรคซึมเศรา, . สืบคน$ 28 กันยายน 2563,
จาก https://med.mahidol.ac.th/ramamental/generalknowledge/general/09042014-1017
American Psychiatric Association. Diagnostic and statistical manual of mental disorders.
5th ed. USA: Author; 2013.
Renner F, Lobbestael J, Peeters F, Arntz A, Huibers M. Early maladaptive schemas in depressed
patients: stability and relation with depressive symptoms over the course of treatment. J
Affect Disord 2012; 136: 581-90. doi:10.1016/j.jad.2001.10.027136
Van Voorhees BW, Vanderplough-Booth K, Fogel J, Gladstone T, Bell C, Stuart S, et al.
Randomized clinical trial of an Internet-based depression prevention program
for adolescents (Project CATCH-IT) in primary care: Twelveweek outcomes. J Dev Behav
Pediatr 2009; 30: 23-37.
287
ช่ือนวตั กรรม นวตั กรรมสอ่ื หนงั ส้ัน เรอ่ื ง “กวา] จะร<ู ก็สาย
พรรวินทร= ธนนิ ธติ ิพงศ=1*,พนมรักษ= หอมพนำ2,นราภรณ= บุริจันทร3= ,อาทิตยา ผHานชมภู4,ธราเทพ อินทสอน5,
กัญญารตั น= แสนสขุ 6 และ ศศิธร อนำรตั น=7
1กลHุมวชิ าการพยาบาลมารด - ทำรกและผดุงครรภ= คณะพยาบาลศาสตร= มหาวิทยาลัยราชภัฏรอL ยเอ็ด, รLอยเอด็
ผูรL ับผิดชอบบทความ: email [email protected]
บทคดั ยอ(
บทความนี้มีวัตถุประสงค.เพื่อนำเสนอผลการศึกษาการใช$นวัตกรรมสื่อหนังสั้นต1อความรู$และทัศนคติต1อการตรวจคัดกรอ
งมะเร็งปากมดลูก กลุ1มเปYาหมายที่เป_นสตรีวัยเจริญพันธ. อายุ 30-60 ปd ที่อาศัยอยู1ในชุมชนตำบาลเกาะแก$ว และตำบลท1าม1วง
อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร$อยเอ็ด จำนวน 30 ราย ใช$วิธีการเลือกแบบเจำะจง เครื่องมือที่ใช$ในการวิจัยประกอบด$วย
สื่อนวัตกรรมหนังสั้นเรื่อง กว1าจะรู$ก็สาย ความยาวประมาณ 20 นำที แบบสอบถามข$อมูลส1วนบุคคล
แบบประเมินความรู$และทัศนคติในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก และแบบประเมินความพึงพอใจในการชมนวัตกรรมหนังสั้น
หาคุณภาพของ เครือ่ งมอื โดยการตรวจสอ
บความตรงตามเนื้อหา จากผู$ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท1าน วิเคราะห.ข$อมูลด$วยการแจกแจงความถี่ ร$อยละ ค1าเฉลี่ย
และส1วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว1า คะแนนความรู$และทัศนคติในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเพิ่มข้ึน
โดยก1อนการรับชมนวัตกรรมหนังสั้น "กว1าจะรู$ก็สาย" Mean = 10, Std.Deviation = 3.58 หลังการรับชมนวัตกรรมหนังส้ัน
"กว1าจะรู$ก็สาย" Mean = 14.50, Std.Deviation = 1.98 คะแนนด$านความพึงพอใจในการรับชมนวัตกรรมสื่อหนังสั้น "กว1าจะร$ู
ก็สาย" รวมทั้งฉบับอยู1ในระดับมากที่สุด Mean = 4.87, Std.Deviation = 0.08 ซึ่งข$อที่มีคะแนนสูงสุด ได$แก1 ข$อ 6 และ ข$อ10
คือ ข$อ 6.เนื้อหาภาพยนต.สอดแทรกความรู$ คติเตือนใจ ทำให$อยากไปตรวจมะเร็งปากมดลูก Mean = 4.97, Std.Deviation =
0.18 (มีความพึงพอใจระดับมากที่สุด)ข$อ 10.ตอนจบของเรื่องประทับใจ Mean = 4.97, Std.Deviation = 0.18
(มีความพึงพอใจระดับมากที่สุด)และข$อที่ได$คะแนนน$อยที่สุด ได$แก1 ข$อ 8. ระยะเวลาในการนำเสนอ Mean = 4.70,
Std.Deviation = 0.47 (มคี วามพึงพอใจระดับมากทส่ี ุด)
คำสำคญั : การตรวจคัดกรองมะเรง็ ปากมดลกู โรคมะเรง็ ปากมดลูก ไวรสั HPV หนังส้นั กว1าจะร$ูก็สาย
288
Abstract
This article aims to present the results of the study. The use of innovative short films on knowledge
and attitudes towards cervical cancer screening The target group is women of reproductive age, aged 30-60
years who live in Koh Kaew sub-district and Tha Muang Sub-district communities, Selaphum District, Roi Et
Province, amounting to 30 cases. Specific selection methods were used. The tools used in the study consisted
of innovative media short film It's too late to know Approximately 20 minutes long, personal information
questionnaire. Knowledge and attitude assessment form for cervical cancer screening and the satisfaction
assessment form for watching innovative short films. The quality of the tools was assessed by checking the
content accordingly. From 3 experts, the data were analyzed by frequency distribution, percentage, mean and
standard deviation. The results of the study found that Knowledge and attitude scores on cervical cancer
screening increased. Before watching the innovative short film "It's late before you know it" Mean = 10,
Std.Deviation = 3.58 after watching an innovative short film. "It's too late to know" Mean = 14.50, Std.Deviation
= 1.98. Satisfaction scores for watching innovative short films "Before You Know It's Too Late", including the
original, were at the highest level, Mean = 4.87, Std.Deviation = 0.08. The items with the highest scores were
Item 6 and Item 10 were: Item 6. The content of the movie inserted knowledge and motto made me want to
go for cervical cancer screening Mean = 4.97, Std.Deviation = 0.18 (highest level of satisfaction). 10. The end of
the story impressed Mean = 4.97, Std.Deviation = 0.18 (highest level of satisfaction) and the item with the least
score, i.e. item 8. Time of presentation Mean = 4.70, Std.Deviation = 0.47. (highest level of satisfaction)
Keywords: Cervical cancer screening test, Cervical cancer, HPV virus, Short film, It's too late to know
289
1. ความเปนg มาและความสำคญั ของปhญหา
มะเร็งปากมดลูกเป_นปÜญหาสุขภาพที่สำคัญอย1างหนึ่งของสตรีทั่วโลกพบเป_นอันดับสี่ของมะเร็งในสตรี ใน พ.ศ. 2561
สำนักงานวิจัยมะเร็งนำนำชาติขององค.การ อนำมัยโลกรายงานว1าพบผู$ปfวยมะเร็งปากมดลูกรายใหม1 ทั่วโลกประมาณ 530,000
คนต1อปd และมีผู$เสียชีวิตจาก มะเร็งปากมดลูกประมาณ 275,000 คนต1อปdซึ่งร$อยละ 85 ของผู$ปfวยรายใหม1 อยู1ในประเทศที่มี
เศรษฐานะต่ำ (ไอรีน เรืองขจร, 2561) จากสถิติปd 2563 พบมะเร็งปากมดลูกในสตรีไทยเป_นอันดับ 2 รองจากมะเร็งเต$านม
โดยพบผู$ปfวยใหม1ปdละกว1า 9,000 ราย และเสียชีวิตปdละ 4,700 ราย (กระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย. สถาบัน มะเร็งแห1งชาติ,
2563) หรือในแต1ละวันจะมีสตรีไทย เสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกสูงถึง 13 คนซึ่งถือเป_นปÜญหาสำคัญ
ทำงสาธารณสุขของประเทศไทย สาเหตุของมะเร็งปากมดลูก เกิดจากการติดเชื้อ Human Papillomavirus หรือ HPV สายพันธ.ุ
ความเสี่ยงสูงซึ่งมีไม1ต่ำกว1า 14 สายพันธุ. และสายพันธุ. 16 และ 18 เป_นสายพันธุ.ที่พบบ1อยที่สุด โดยพบสูงถึงร$อยละ 70
การติดเชื้อไวรัสนี้เกือบทั้งหมดเกิดจากการมีเพศสัมพันธ. โดยเชื้อไวรัส จะเข$าทำงผิวที่มีรอยแผล หรือรอยถลอกเล็กๆ
ส1วนใหญ1ประมาณร$อยละ 80 ของผู$ที่ติดเชื้อไวรัสนี้ จะหายได$เองภายใน 2 ปdโดยภูมิต$านทำนของร1างกาย
ในกรณีที่เชื้อไวรัสนี้ไม1หายไปและเป_น การติดเชื้อแบบฝÜงแน1นเป_นระยะเวลานำน 5-10 ปd ทำให$เซลล.ปากมดลูกมีความผิดปกติ
แ ล ะ อ า จ ก ล า ย เ ป _ น ม ะ เ ร ็ ง ป า ก ม ด ล ู ก ใ น ท ี ่ ส ุ ด น อ ก จ า ก น ี ้ ก า ร ต ิ ด เ ช ื ้ อ H P V ส า ย พ ั น ธ ุ . ค ว า ม เ สี่ ย ง สู ง
ยังเป_นสาเหตุของโรคมะเร็งในอวัยวะสืบพันธุ.บริเวณอื่นๆ ทั้งผู$หญิงและผู$ชาย ได$แก1 ช1องคลอด ปากช1องคลอด ทวารหนัก
หรืออวัยวะเพศชาย ตลอดจนเป_นสาเหตุของโรคมะเร็งบริเวณ ช1องปาก และลำคอ
การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได$รับการยอมรับในระดับสากล ว1าช1วย ปYองกันโรคมะเร็งปากมดลูก
ซึ่งเป_นมะเร็งชนิดแรกและชนิดเดียวที่พิสูจน.แล$วว1าเกิดจากการ ติดเชื้อไวรัสฮิวแมนแปบปßโลม1าหรือไวรัสเอชพีวี (จิตติ
หาญประเสริฐพงษ. และสายบัว ชี้เจริญ, 2554) หากทำการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได$ครอบคลุม
จะช1วยให$วินิจฉัยมะเร็งปากมดลูกระยะต$น ได$มากขึ้น และมีโอกาสสูงที่จะรักษาให$หายขาดได$ (ไอรีน เรืองขจร, 2561)
กระทรวงสาธารณสุข ให$ความสำคัญกับการคัดกรองผู$ปfวยมะเร็งปากมดลูกอย1างมาก โดยกำหนดให$การตรวจมะเร็ง ปากมดลูก
เป_นนโยบายหลักในการปYองกันโรค โดยสตรี อายุ 30-60 ปdทุกคนต$องได$รับการตรวจ คัดกรองมะเร็งปากมดลูก อย1างน$อย 1
ครั้งทุก 5 ปd และมีการตรวจ วินิจฉัย รักษา โรคมะเร็งปากมดลูก รวมทั้งมีระบบส1งต1ออย1างครบวงจร เปYาหมายเพื่อลดอัตราตาย
จากมะเร็งปากมดลกู ใหเ$ หลอื 1,000 คนตอ1 ปd และลดจำนวนผ$ปู fวย มะเรง็ ปากมดลกู รายใหม1อยา1 งนอ$ ย รอ$ ยละ 50 (วสนั ต. ลนี ะสมิต
และคณะ, 2559) ในพ.ศ. 2561 จังหวัดร$อยเอ็ด มีเปYาหมายให$สตรีอายุ 30-60 ปd ร$อยละ 80 ได$รับการ คัดกรองมะเร็งปากมดลูก
แตม1 ีสตรมี ารบั บริการตรวจคดั กรองมะเร็งปากมดลูก รอ$ ยละ 65.71 ไมบ1 รรลตุ าม ปงd บประมาณ 2565 ตำบลเกาะแก$ว สตรีอายุ 30
- 60 ปd ได$รับการตรวจ คัดกรองมะเร็งปากมดลูกรวม ร$อยละ 19.69 และตำบลท1าม1วง ร$อยละ 35.03 ยังมีอัตรา
ความครอบคลุมต่ำและไม1บรรลุเปYาหมายของจังหวัด และจากการสนทนำกลุ1มกับสตรีที่ไม1เคย
มาตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในรอบ 5 ปd พบว1าสาเหตุที่ไม1มาตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก มากที่สุด ร$อยละ 87.50 คือ
อายเจ$าหน$าที่ รองลงมา ร$อยละ 75 คือ การรอรับบริการนำน และ ร$อยละ 62.50 ไม1มีความรู$เกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูก
แ ล ะ ม ี ท ั ศ น ค ต ิ ท ี ่ ไ ม 1 ถ ู ก ต $ อ ง ผ ู $ ป f ว ย โ ร ค ม ะ เ ร ็ ง ป า ก ม ด ล ู ก ท ี ่ ม ี ค ว า ม ร อ บ ร$ู ท ำ ง ส ุ ข ภ า พ ใ น ร ะ ด ั บ พ อ ใ ช$
จะมีความรู$เกี่ยวกับโรคและความสามารถในการปฏิบัติตัว ในระดับต่ำ อย1างมีนัยสำคัญ (Yilmazel, 2019)
290
แ ล ะ ก า ร ไ ด $ ร ั บ ข $ อ ม ู ล ข 1 า ว ส า ร จ า ก เ จ $ า ห น $ า ท ี ่ ส า ธ า ร ณ ส ุ ข ส ม า ช ิ ก ใ น ค ร อ บ ค รั ว
จะสัมพันธ.กับการเข$ารับบริการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกที่เพิ่มขึ้น (Juntawong, Tridech, Siri, & Tridech, 2017)
อีกทั้งความรอบร$ูทำงสุขภาพมีอิทธิพลต1อการ ตัดสินใจในการเข$ารับการคัดกรองโรคมะเร็งของสตรีวัยเจริญพันธุ. (Li, Alicia,
Matthews, &Dong, 2018) และบุคคลที่มีความรอบรู$ทำงสุขภาพในระดับสูงจะนำตนเองเข$าไปมีส1วนร1วม ในการตัดสินใจ
ใ น ก ิ จ ก ร ร ม ท ำ ง ก า ร แ พ ท ย . ม า ก ข ึ ้ น ( Y a d o l l a h i , S i a v a s h i & M o s t a g h i m, 2018)
ด$วยเหตุผลดังกล1าวสตรีวัยเจริญพันธุ.จำเป_นต$องได$รับการพัฒนำ ให$มีความสามารถในการ ดูแลสุขภาพตนเอง
โดยการสร$างเสรมิ ใหส$ ตรวี ยั เจริญพันธมุ. ีความรอบรท$ู ำงสุขภาพ(Health Literacy) เพม่ิ มากขนึ้
จากความรุนแรงของโรคและการตรวจคัดกรองที่ไม1เป_นไปตามเปYาหมายทำให$นักศึกษามีความสนใจในการสร$าง
นวัตกรรมสื่อหนังสั้น เรื่อง“กว1าจะรู$ก็สาย”เพื่อศึกษาผลของการใช$นวัตกรรมสื่อหนังสั้นต1อความรู$และทัศนคติในการตรวจคัดกรอง
มะเร็งปากมดลูกโดยทดลองใช$ในกลุ1มเปYาหมายสตรีวัยเจริญพันธุ.อายุ30-60ปdที่อาศัยอยู1ในชุมชนตำบลเกาะแก$วและตำบลท1าม1วง
อำเภอเสลภูมิจังหวัดร$อยเอ็ด จำนวน 30 ราย เผยแพร1ผ1านสารสนเทศทั้งในช1องทาง YOUTUBE, FACEBOOK, QR CODEเพื่อให$
เกิดความตระหนักรู$ ในการปYองกันโรคมะเร็งปากมดลูกของสตรีวัยเจริญพันธุ.ตลอดจนการสอนวิธีการตรวจวิธีใหม1ที่ใช$ในปÜจจุบัน
คือการตรวจมะเร็งปากมดลูกด$วยตนเองโดยใช$ชุดการตรวจด$วยตนเองที่ผ1านการวิจัยและรับรองผลแล$วของโรงพยาบาลพนมไพร
ซึ่งจะช1วยแก$ปÜญหาในเรื่องความอายในการตรวจโดยเจ$าหน$าที่ลดภาระค1าเดิทำงและค1าใช$จ1ายอีกทั้งไม1ต$องเสียเวลาในการเดิทำง
การรอรับบริการลดการสูญเสียรายได$จากการที่ต$องขาดงานเพื่อมารับการตรวจเกิดความตระหนักรู$ทั้งในตนเองและครอบครัวใน
การส1งเสริมและปYองกันมะเร็งปากมดลูกในกลุ1มหญิงวัยเจริญพันธุ. สอดคล$องกับยุทธศาสตร.ของมหาวิทยาลัยราชภัฏร$อยเอ็ด ใน
การให$บริการวิชาการโดยบูรณาการเรียนการสอน และการใช$นวัตกรรมให$กับเข$าบริบทของชุมชนและท$องถิ่น และมีส1วนร1วมใน
การแก$ปญÜ หาทำงสุขภาพในชมุ ชนรว1 มกบั สถานบริกาทำงสาธารณสขุ ใหบ$ รรลุเปาY หมายได$มากย่ิงขึ้น
2. วตั ถปุ ระสงคk
1. เพอ่ื สรา$ งนวัตกรรมสอ่ื หนงั สน้ั ในการให$ความร$ูและรณรงค.การตรวจคดั กรองมะเร็งปากมดลูก
2. เพือ่ ศึกษาผลของนวัตกรรมสอ่ื หนงั สัน้ ต1อความรแู$ ละทศั นคตใิ นการตรวจคดั กรองมะเร็งปากมดลกู
3. เพื่อศกึ ษาความพงึ พอใจในการชมนวัตกรรมสื่อหนงั ส้นั
3. กลุMมเปาm หมาย
สตรวี ัยเจริญพนั ธอ.ุ ายุ 30 – 60 ปทd ่ีอาศัยอยูใ1 นชมุ ชนตำบลเกาะแกว$ และตำบลท1ามว1 ง อำเภอเสลภมู ิ จงั หวัดรอ$ ยเอด็
จำนวน 30 ราย
4. กระบวนการพัฒนำ (ตามขั้นตอน plan do check act)
ได$ดำเนนิ การสร$างผลงานนวัตกรรม โดยใชห$ ลกั การบรหิ ารการจดั การเชงิ คณุ ภาพแบบตอ1 เนื่อง ตามวงจรเดมม่งิ
(Deming Cycle) เปน_ กรอบในการดำเนินงานแบบ PDCA ตามแผนภาพ ดังนี้
291
Act Plan Do
แกAไขปรับปรงุ นวัตกรรม จัดทำแผน วิเคราะห;ป^ญหา ศกึ ษา เสนอโครงรา\ ง และstory
และเผยแพร\ yutube ทฤษฎี ออกแบบและเขยี นโครงร\าง board เขยี นบท คดั ตวั แสดง
facebook QR code ติดตอ\ ทีมงานและสถานที่ถ\ายทำ
นวัตกรรม ถา\ ยทำภาพยนตร; นำไปทดลอง
ใชAและนำเสนอในเวทีประกวด
Check
ประเมนิ ปญ^ หาและผลการใชA
นวตั กรรม ตรวจสอบคุณภาพโดย
ผAเู ชยี่ วชาญและเครือ่ งมอื ท่ีสรAางข้ึน
5. รายละเอียดและวิธีการใชง, านนวตั กรรม
วสั ดุอปุ กรณทk ีใ่ ช,ในการประดษิ ฐk(ถMายทำภาพยนตรk)
1. โดรน DJI Mavic Pro Platinum Fly more combo
2. กลอ$ ง Blackmagic Design 3 ตัว
3. เลนส.แคนนอน 50 f.1.8 เลนสแ. คนนอน 70-200 f.2.8
4. กระดานสเลทคัทฉาก
อปุ กรณตk ัดตMอ :
1. โปรแกรม Adobe Premiere Pro
อปุ กรณปk ระกอบฉาก :
1. ชุดนกั แสดง
2. Set IV
3. อาหาร ผลไมแ$ ละขนม
292
สถานที่ถMายทำ
1. หอ$ งตรวจสูตนิ รเี วช แผนกผ$ปู วf ยนอก โรงพยาบาลเสลภมู ิ
2. หอผ$ูปfวยนรเี วช-หลงั คลอด โรงพยาบาลเสลภูมิ
3. โชวร. ูมบรษิ ัทโตโยตา$ สาขาสาเกตุนคร อำเภอเมือง จงั หวดั รอ$ ยเอ็ด
4. รา$ นอาหารในชุมชนตำบลท1าม1วง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดรอ$ ยเอ็ด
5. คณะพยาบาลศาสตร. มหาวิทยาลัยราชภฎั ร$อยเอด็
ข้ันตอนในการถMายทำ
ขน้ั ตอนการเตรียมกMอนผลติ ( Pre -production )
1. เขียนบทภาพยนตร.
2. คัดเลือกตัวแสดง
3. เลือกฉากและตดิ ต1อสถานท่ถี 1ายทำ
4. จดั หาทมี งานถ1ายทำ
5. เตรียมวสั ดุอปุ กรณ.ใชใ$ นการถ1ายทำ
6. จดั ตารางถา1 ยทำและวางแผนการถ1ายทำ
ขน้ั ตอนการผลติ (Production) ไดแ$ ก1 การถา1 ยทำในแต1ละฉากท่กี ำหนดไวใ$ นบทหนงั ส้นั
293
ภาพขั้นตอนการผลิตหนงั สั้น เรอ่ื ง กวา1 จะร$ูกส็ าย
ทีม่ า : พรรวินท. ธนนิ ธิติพงศแ. ละคณะ,2565
ขั้นตอนหลังการผลติ ( Post -production )1. การลำดบั ภาพและการตัดต1อ
2. การบนั ทกึ เสยี ง ดนตรีและเทคนิคพเิ ศษ
3. การฉายเพ่ือตรวจสอบ
5. เผยแพร1ในช1องทำง YouTube Facebook QR code
4. การประเมนิ ผล
294
ภาพหน$าปกหนงั ส้ันเรื่อง กวา1 จะรก$ู ็สาย ช1องทาง YOUTUBE FACE & QR CODE
ทม่ี า : พรรวินท. ธนนิ ธิติพงศ.และคณะ,2565
6. ผลการทดลองใช,นวตั กรรมและการอภิปรายผล
ผลการทดลองใช,นวตั กรรม :
1. คะแนนดา$ นการรบั รแ$ู ละทัศนคตใิ นการตรวจคัดกรองมะเรง็ ปากมดลกู เพมิ่ ขึน้ โดยพบวา1
− ก1อนการรับชมนวตั กรรมหนงั สนั้ "กวา1 จะรก$ู ส็ าย" Mean = 10, Std.Deviation = 3.58
− หลังการรับชมนวตั กรรมหนังส้ัน "กวา1 จะรูก$ ็สาย" Mean = 14.50, Std.Deviation = 1.98
2. คะแนนดา$ นความพงึ พอใจในการรบั ชมนวตั กรรมสือ่ หนังสั้น "กวา1 จะร$ู กส็ าย" Mean = 4.87, Std.Deviation = 0.08
ซ่งึ ขอ$ ทม่ี คี ะแนนสูงสุด ได$แก1 ข$อ 6 และ ขอ$ 10 คือ
− ขอ$ 6.เนอ้ื หาภาพยนต.สอดแทรกความรู$ คตเิ ตอื นใจ ทำให$อยากไปตรวจมะเรง็ ปากมดลูก Mean = 4.97,
Std.Deviation = 0.18 (มีความพงึ พอใจระดบั มากทสี่ ดุ )
− ขอ$ 10.ตอนจบของเร่ืองประทับใจ Mean = 4.97, Std.Deviation = 0.18 (มคี วามพึงพอใจระดบั มากท่ีสุด)
− และขอ$ ทไ่ี ดค$ ะแนนน$อยทสี่ ดุ ได$แก1 ขอ$ 8. ระยะเวลาในการนำเสนอ Mean = 4.70, Std.Deviation = 0.47
(มคี วามพงึ พอใจระดับมากทส่ี ดุ )
แบบสอบถามความพึงพอใจในการชมนวตั กรรมส่ือหนงั สนั้ “กวาM จะร,ู ก็สาย”
ขอ, 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 รวม
คาM เฉลี่ย 4.87 4.83 4.87 4.90 4.83 4.97 4.87 4.70 4.90 4.97 4.87
S.D. 0.35 0.38 0.35 0.31 0.38 0.18 0.35 0.47 0.31 0.18 0.08
295
ตารางท่ี 1 แสดงคะแนนความพึงพอใจในการชมส่อื หนังส้ัน เร่อื ง กว1าจะรกู$ ็สาย
การแปลความหมายของคะแนนพิจารณาจากคา1 เฉลยี่ (Mean) ของคะแนนโดยกำหนดเกณฑใ. นการวเิ คราะหไ. ว$ ดังน้ี
หมายเหตุ : เกณฑ.การพิจารณาระดับดวามพึงพอใจ
ค1าเฉลย่ี ระหว1าง 4.51-5.00 หมายถงึ มากท่ีสุด คา1 เฉลี่ยระหว1าง 3.51-4.50 หมายถงึ มาก
ค1าเฉลย่ี ระหวา1 ง 2.51-3.50 หมายถงึ ปานกลาง ค1าเฉลีย่ ระหวา1 ง 1.51-2.50 หมายถงึ นอ$ ย
คา1 เฉลย่ี ระหวา1 ง 1.00-1.50 หมายถงึ นอ$ ยทีส่ ดุ
จากตารางแสดงวา1 กลม1ุ เปาY หมายมคี วามพงึ พอใจโดยรวมอยใ1ู นระดับมากทส่ี ุด (Mean = 4.87, S.D.= 0.08)
เมื่อวิเคราะห.เปน_ รายข$อพบว1า กล1มุ เปYาหมายมคี วามพงึ พอใจระดับมากท่ีสดุ ทกุ ข$อ
การอภปิ รายผล
จากการศึกษาการใชน$ วตั กรรมสื่อใหค$ วามร$เู รอื่ ง "กวา1 จะร$ูก็สาย" เปน_ การรณรงคใ. ห$ความรูเ$ กีย่ วกับการตรวจคดั กรอง
มะเรง็ ปากมดลูก โดยยกตัวอยา1 งเร่ืองราวจากกรณศี กึ ษาที่มพี ฤติกรรมเสีย่ ง ทีท่ ำใหเ$ กิดมะเรง็ ปากมดลกู ในสตรีวยั เจรญิ พนั ธุ. อายุ
30-60 ปd และไมไ1 ด$เขา$ รบั การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ทำใหท$ ราบผลการตรวจช$าและโรคลุกลามไปไกล ไม1ได$รบั การรกั ษาท่ี
ทนั ท1วงที ซึ่งนำไปสก1ู ารเสียชวี ติ จงึ ได$มีการทำส่ือใหค$ วามรเู$ รอื่ ง "กว1าจะร$ู กส็ าย" ท่สี ามารถเขา$ ดไู ดง$ 1ายด$วยโทรศัพทเ. คลอ่ื นที่ ทมี่ ี
เพียงระบบอินเตอร.เนต็ หรืออปุ กรณก. ารสื่อสารอื่นๆ ผา1 นช1องทำงการเผยแพร1สารสนเทศทง้ั ในชอ1 งทำง YUTUBE, FACEBOOK,
QR CODE
ท้ังน้เี พื่อให$ความรู$กบั กล1ุมสตรวี ยั เจรญิ พนั ธไ.ุ ด$รบั ความรูแ$ ละมีทศั นคติทด่ี ีตอ1 การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
ในการทดลองการใชน$ วัตกรรมครั้งนี้ จากกลุม1 เปYาหมายสตรวี ยั เจริญพนั ธ.ุ อายุ 30-60 ปd จำนวน 30 คน
พบว1ากล1ุมเปYาหมายไดร$ บั ความรแ$ู ละทศั นคตติ 1อการเขา$ รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลกู เพม่ิ มากข้ึนและมีความพงึ พอใจตอ1 กา
รใชน$ วัตกรรมในภาพรวมอย1ูในระดบั มากที่สดุ
7. ขอ, เสนอแนะ
1. ควรพฒั นำนวตั กรรมหนังส้ันเรือ่ ง กว1าจะรกู$ ็สาย ใหอ$ ย1ูในระยะเวลา 7-15 นำที
2. ควรพฒั นำนวตั กรรมโดยแบง1 เปน_ ตอนๆ
3. พฒั นำให$สามารถขยายผลการใช$งานไปยังพ้ืนทแี่ ละจังหวัดอืน่ ๆ ท่วั ประเทศ