The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประชุมนวัตกรรม ครั้งที่ 14 ล่าสุด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jameson Klangprapan, 2022-07-06 09:12:31

ประชุมนวัตกรรม ครั้งที่ 14 ล่าสุด

ประชุมนวัตกรรม ครั้งที่ 14 ล่าสุด

346

6. ผลการทดลองใชน, วตั กรรมและการอภปิ รายผล

ผลการทดลอง

ผลการประเมนิ การทดลองใชL “นวตั กรรมการจดั การความเครียดดLวยสมนุ ไพรภูมิปtญญาทอL งถนิ่ โดยพยาบาลในวัง

สวนบาL นแกLว

ความพงึ พอใจ !" #$ ระดบั ความพึงพอใจ

การใชfสมุนไพร 4.70 1.54 มากทีส่ ดุ

1. ความเหมาะสมของระยะเวลาในการประคบสมุนไพร 4.20 0.74 มาก

2. มีประโยชน= สะดวก สามารถนำไปใชไL ดจL รงิ 4.80 0.4 มากทีส่ ุด

3. ผูใL ชสL ามารถใชไL ดLโดยไมHกอH ใหเL กิดอนั ตราย 4.80 0.4 มากที่สุด

4. ขน้ั ตอนการประคบสมนุ ไพรไมยH HุงยากซับซLอน 5.00 0 มากที่สดุ

ประโยชนBของสมนุ ไพร 4.60 0.64 มากทส่ี ุด

1. อาการปวดเมื่อยตามราH งกายลดลงหลงั จากประคบสมุนไพร 4.60 0.48 มาก

2.ลดปริมาณคHาใชLจHาย 4.60 0.80 มากทส่ี ดุ

ความพงึ พอใจดfานรูปลกั ษณB 4.90 0.10 มากที่สดุ

1.นวัตกรรมมรี ปู ทรงทส่ี วยงาม 4.80 0.40 มาก

2.นวตั กรรมมีขนำดทีเ่ หมาะสม 5.00 0 มากทส่ี ดุ

3.นวัตกรรมมรี ูปแบบเหมาะสมกบั การใชLงาน 5.00 0 มากที่สุด

รวม 4.75 0.35 มากทส่ี ุด

***คะแนนเฉลยี่ 4.21 – 5.00 หมายถงึ มากท่สี ุด

คะแนนเฉลยี่ 3.41 – 4.20 หมายถงึ มาก

คะแนนเฉล่ีย 2.61 – 3.40 หมายถึง ปานกลาง

คะแนนเฉลย่ี 1.81 – 2.60 หมายถงึ นอ$ ย

คะแนนเฉล่ีย 1.00 – 1.80 หมายถึง นอ$ ยที่สุด

สรุปผลการประเมินการทดลองใช,นวตั กรรม

ประเด็นความพึงพอใจรายด$านที่ได$คะแนนค1าเฉลี่ยสูงสุด คือความพึงพอใจในเรื่องของ ด$านความพึงพอใจรูปลักษณ.
ค1าเฉลีย่ 4.90 รองลงมา คอื ประเดน็ ในเร่อื งของ การใช$สมนุ ไพร ค1าเฉลี่ย 4.70 และ ดา$ นประโชยนข. องสมนุ ไพร คา1 เฉลย่ี 4.60 และ

347

ประเด็นของความพึงพอใจรายข$อมีระดับความพึงพอใจส1วนใหญ1อยู1ที่ มากที่สุด ยกเว$น การใช$สมุนไพร ข$อที่ 1. ความเหมาะสม
ของระยะเวลาในการประคบสมุนไพร คา1 เฉลยี่ 4.20

ประโยชน.สมุนไพร ขอ$ ท1ี่ . อาการปวดเมอ่ื ยตามรา1 งกายลดลงหลงั จากประคบสมนุ ไพร ค1าเฉลย่ี 4.60

และ ความพงึ พอใจด$านรูปลกั ษณ. ขอ$ ท1่ี .นวตั กรรมมรี ูปทรงทส่ี วยงามคา1 เฉล่ีย 4.80 ทีม่ ีความพงึ พอใจอยใ1ู นระดับมาก

สรปุ ผลและอธปิ รายผลการดำเนินการนวตั กรรมการจดั การความเครียดด$วยสมุนไพรภมู ปิ Üญญาทอ$ งถิน่ โดยพยาบาลในวังสวนบ$าน
แกว$

จากผลการดำเนินงาน พบว1าผลการใช$นวัตกรรม มีผลการวิเคราะห.ข$อมูลเกี่ยวกับความพึงพอใจในการใช$นวัตกรรม
ประเด็นที่สามารถนำมาอภิปรายได$คือ จากการใช$นวัตกรรม สมุนไพรไทยใส1ใจสุขภาพพบว1าผู$ทดลอง มีความพึงพอใจในการใช$
นวัตกรรมในระดับมากที่สุด โดยประเด็นความพึงพอใจในด$านความพึงพอใจด$านรูปลักษณ. มีขนำดที่เหมาะสม รูปแบบเหมาะสม
กับการใช$งาน รูปทรงที่สวยงามที่ได$คะแนนค1าเฉลี่ยสูงสุด คือ ค1าเฉลี่ย 4.90 รองลงมาคือด$านการใช$สมุนไพรขั้นตอนการประคบ
ไม1ยุ1งยากซับซ$อน ผู$ใช$สามารถใช$ได$โดยไม1ก1อให$เกิดอันตราย มีประโยชน.สะดวกสามารถนำไปใช$ได$จริง ความเหมาะสมของ
ระยะเวลาในการประคบสมุนไพรเฉลี่ย4.70 อันดับสุดท$ายด$านประโยชน.ของสมุนไพรค1าเฉลี่ย อาการปวดเมื่อยตามร1างกายลดลง
หลังจากประคบสมุนไพร ลดปริมาณค1าใช$จ1าย ค1าเฉลี่ย4.60 ซึ่งแต1ละหัวข$อที่กล1าวไปอยู1ในผลลัพธ.ที่มี ความพึงพอใจในระดับมาก
ที่สุด ทำให$เหน็ ว1าการพฒั นำเร่ืองงานนวตั กรรมและนำมาต1อยอดถือว1าไดร$ บั การตอบรบั จากผท$ู ดลองไปในทิศทำงทด่ี ี

7. ขอ, เสนอแนะ
1. สร$างนวัตกรรมต1อยอดและนำไปใช$ในชุมชนไดอ$ ย1างมปี ระสิทธิภาพ

2. วิธกี ารเก็บความรอ$ นให$ได$นำน

3. เปรยี บเทียบการประคบสมนุ ไพรแหง$ กับสมุนไพรสด

4. สรา$ งเครือขา1 ยนวตั กรรมร1วมกบั ชุมชนเพื่อให$เกดิ การติดตามผลและการพฒั นำนวัตกรรมอย1างยง่ั ยนื

348

8. เอกสารอา, งอิง
ดรุณี เสมอรัตนะชาติ,(2543).ผลของโปรแกรมการส1งเสริมการดูแลตนเองต1ออาการปวด.เชียงใหม1:บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลยั เชยี งใหม1.

ธีระ ผิวเงิน,ชนิษฐา ทุมา.(2563),การเปรียบเทียบผลของการใช$ลูกประคบไพลและลูกประคบเถาวัลย.เปรียงต1ออาการ
ปวดในผปู$ fวยโรคขอ$ เข1าเสอ่ื ม(ฉบบั ท2ี่ ),วารสารการแพทย.แผนไทยและการแพทย.

มณีรัตน. วรรณะและคณะ.(2561) ,ประสิทธิผลของการนวดร1วมกับการประคบสมุนไพรในผู$ปfวยโรคข$อเข1าเสื่อม
โรงพยาบาลเมืองสรวง อำเภอเมืองสรวง จังหวัดร$อยเอ็ด.(ฉบับที่1),แพทย.แผนไทย ภาควิชาวิทยาศาสตร.พื้นฐาน คณะวิทยาศาสตร.
และเทคโนโลยี มหาวิทยาลยั ราชภฏั สุรนิ ทร..

มานพ ประภาษานนท. (2549). นวดไทย สมั ผัสบาบดั เพื่อสขุ ภาพ(พมิ พค. รงั้ ที่ 4). กรงุ เทพฯ: มติชน.

อำพล บุญเพียร,(2562).การศึกษาประสิทธิผลของการนวดด$วยน้ำคั้นไพลและน้ำมันไพลต1ออาการปวด กล$ามเนื้อคอ บ1า
ไหล1 ในการศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีทำงการแพทย.และสาธารณสุขกาญจนำภิเษก.(ฉบับที่1),วารสารเครือข1ายวิทยาลัยพยาบาล
และการสาธารณสุขภาคใต.$

อรวรรณ คล$ายสังข. และสุภาภรณ. ศิลาเลิศเดชกุล, (2563)ผลการเปรียบเทียบการประคบด$วยลูกประคบสมุนไพรสูตร
ปกติและลูกประคบสมุนไพร สูตรผสมข$าวไรซ.เบอรี่ต1อระดับความเจบ็ ปวดของคอและช1วงการเคลื่อนไหวของคอ.(ฉบับที่1),วารสาร
หมอยาไทย.

349

เกณฑRการประกวดนวตั กรรมทำงการพยาบาล
งานประชุมวิชาการระดับชาติครั้งท่ี 13

ภายใตiแนวคิด “การวิจัย สราi งดุลยภาพชีวิตเพ่ือรองรับ New Normal”
วนั ท่ี 8 – 9 กรกฎาคม 2564 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

ประเภทนวัตกรรม 3. ภมู ปิ tญญาทLองถ่นิ
ชอ่ื นวตั กรรม นวตั กรรมการจดั การความเครยี ดดLวยสมุนไพรภูมปิ ญt ญาทLองถิ่นโดยพยาบาลในวงั สวนบาL นแกLว

ชื่อเจLาของผลงานนวตั กรรม นางสาวศินำนำฎ ลนุ สะแกวงษ= นางสานางสาวสุรารตั น= สุขเสริม นางสาวผกา
มาศ สีหะวงษ= นางสาวปรินดา วันมาวงษ= นางสาวสวุ มิ ล สายตาวงษ= นางสาวอตนิ ชุ แซงจันดาวงษ=

สถาบนั การศกึ ษา คณะพยาบาลศาสตร= มหาวทิ ยาลัยราชภฏั รำไพพรรณี, จันทบุรี

ลำดับ หวั ขAอประเมนิ ระดบั คะแนน นAอยมาก
1 นวัตกรรมสามารถตอบบัญหาทำงการพยาบาลได* ดมี าก ดี ปานกลาง นอA ย (1)
(5) (4) (3) (2)

2 มขี *อมลู เชงิ ประจักษทU ำงวชิ าการท่ีสนบั สนุน

3 มีความคดิ สรา* งสรรคUในการทำนวัตกรรม

4 มีกระบวนการพัฒนำนวัตกรรมให*ดยี ง่ิ ขึ้น (แบบ PDCA)

5 มีคEูมือ/ขั้นตอน ระบุรายละเอียดการใชน* วัตกรรม

6 สามารถนำไปใชไ* ดจ* ริงกับผรู* ับบรกิ าร

7 คEาใช*จEายในการทำนวัตกรรมเหมาะสม ประหยดั และค*มุ คEา

8 สามารถใช*งานได*งEายและสะดวก

9 มผี ลการประเมนิ จากผใ*ู ชน* วัตกรรม

10 เขยี นรายงานนวตั กรรม และอา* งองิ ถกู ต*องตามรปู แบบทกี่ ำหนด

รวม (คะแนนเตม็ 50 คะแนน)

ลงชื่อ.......................................................
(.............................................................)

กรรมการผู7ประเมิน

350

- ใบเตย (Pandanus,Fragrant Pandan,Pandom wangi) มีชื่อวิทยาศาสตร=คือ Pandanus amaryllifolius
Roxb Linn.Palm อยูHในวงศ= PANDANACEAE เปuนพืชที่คนไทยรูLจักกันมานำนและนำมาใชLประโยชน=ใน
ชีวิตประจำวันกันมาก เนื่องจากหาไดLงHายในประเทศไทย ราคาถูก เปuนพืชที่ใหLสีและกลิ่น ไมHเปuนพิษภัยในการ
นำมาประกอบอาหารและทำขนม ใบเตยมีสารตHางๆ อยูHหลายชนิดและมีสารหอมที่ใหLกลิ่นดLวย จึงมีผูLสนใจที่จะนำ
ใบเตยมาใชLประโยชน=กันมาก โดยทั่วไปจะนิยมเรียกวHา เตย แตHในบางทLองถิ่นเรียกวHา หวานขLาวใหมH (ภาคกลาง)
ปาแนะวองงิ (มาเลเซีย-นราธิวาส)

ลักษณะทั่วไป ใบเตยเปuนพืชใบเลี้ยงเดี่ยวลักษณะแตกกอเปuนพุHมขนำดเล็ก ลำตLนเปuนขLอ ใบออกเปuนพHุม
บริเวณปลายยอด เมื่อโตจะมีรากค้ำจุนชHวยพยุงลำตLนไวL ใบเปuนใบเดี่ยวออกเปuนกระจุกเรียงสลับเวียนเปuนเกลียว
ขึ้นไปจนถึงยอด ลักษณะใบยาวเรียวคลLายใบหอก ปลายใบแหลม บริเวณกลางใบเปuนรHอง ขอบใบเรียบตรง ผิวใบ
เปนu มนั ดLานทLองใบจะเหน็ เปuนรปู คลาL ยกระดูกงูเรือใบ มกี ลน่ิ หอม

สรรพคุณ ใบเตยใหLกลิ่นหอมหวาน และหอมเย็น ชHวยลดการกระหายน้ำ เมื่อรับประทำนน้ำใบเตยจะรูLสึก
ชื่นใจและชุHมคอรักษา โรคหืด บำรุงหัวใจ ลดน้ำตาลในเสLนเลือด และรักษาระดับความดันใหLเปuนปกติ
(Peungvicha et.al.,1998) สHวนรากใชเL ปuนยาบขบั ปสt สาวะ และรักษาโรคเบาหวาน

กระวาน แกทL Lองอดื มใี นจันทบุรี

- ไพล ชื่อวิทยาศาสตร= : Zingiber cassumunar Roxb.ชื่อวงศ= : ZINGIBERACEAE ชื่ออื่น ๆ : ปูลอย ปู
เลย (ภาคเหนอื ) ปขู มิน้ มิ้นสะลHาง (ไทยใหญH-แมHฮอH งสอน) วHานไฟ (ภาคกลาง) วาH นปอบ (ภาคอีสาน) ไพลเหลอื ง

ลักษณะทั่วไป เปนu ไมLลมL ลกุ มีเหงาL ใตดL นิ เนอ้ื ในสเี หลือง ใบเคย่ี ว รูปขอบขนำนแกมรปู ใบหอก ขอบ

ใบเรียบ แผHนใบบาง เรียบ สีเขียว ดอกออกเปuนชHอ มีใบประดับสีมHวง ซLอนกันหนำแนHน ดอกสีนวล ผลเปuนผลแหLง
รูปทรงกลม

สรรพคุณ ฤทธิ์ทำงยาลดการอักเสบเมื่อทดลองนำครีมไพล (ไพลจีซาล) ที่มีสHวนผสมของน้ำมัน ไพลรLอย
ละ 14 ไปใชLในผูLปkวยขLอเทLาแพลง โดยใหLทำวันละ 2 ครั้ง พบวHาสามารถลดการปวดบวมไดLมากกวHากลุHมควบคุม
เมื่อใชLไปไดL 4 วัน และมีการกินยาแกLปวด (Paracctamol) ในสองวันแรกนLอยกวHากลุHมควบคุมดLวย ผูLปkวยที่ไดLรับ
ไพลจีซาลสามารถงอขLอเทLาไดLมากกวHากลุHมควบคุม แตHความสามารถงอสHวนฝาเทLาไมHแตกตHางกัน เมื่อนำน้ำมันไพล
ที่อยูHในรูปของเจล (ไพลเจล) มาทดสอบ พบวHาไพล!จลสามารถลดการอักเสบของอุLงเทLาหนูไดL โดยสามารถลดการ

351

บวมไดLเทียบเทHากับ Piroxicam Gel ทั้งยังลดความแดงและบรรเทำอาการปวดไดLดLวย (กรมการแพทย=แผนไทย
และการแพทย=ทำงเลือก, 2558)

- ขมิน้ หรือ ขมนิ้ ชนั ชือ่ สามญั Turmericช่ือวิทยาศาสตร= Curcuma longa L. จดั อยูHในวงศข= งิ
(ZINGIBERACEAE) ขมนิ้ ชนั อดุ มไปดวL ยวติ ามินและแรธH าตหุ ลายชนดิ เชนH วิตามนิ เอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2
วิตามนิ บี 3 วิตามนิ ซี วติ ามินอี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรสั ธาตเุ หลก็ และเกลือแรตH าH ง ๆ รวมไปถงึ เสนL ใย
คาร=โบไฮเดรต และโปรตนี เปนu ตLน และขม้นิ ชันมีสรรพคุณทำงยาท่ีรักษาอาการและโรคตาH ง ๆ ไดหL ลายชนิด มี
ประวัติในการนำมาใชใL นการรกั ษามากกวHา 5,000 ปì

สรรพคุณตำรายาไทย ใชLภายใน ชHวยเจริญอาหาร ยาบำรุงธาตุ ฟอกเลือด แกLทLองอืดเฟvอ แนHน จุกเสียด
ลดน้ำหนัก ปวดประจำเดือน ประจำเดือนมาไมHปกติ อาการดีซHาน แกLอาการวิงเวียน แกLหวัด แกLอาการชัก ลดไขL
ขับปtสสาวะ รักษาอาการทLองมาน แกLไขLผอมแหLง แกLเสมหะและโลหิตเปuนพิษ โลหิตออกทำงทวารหนักและเบา
แกLตกเลือด แกLอาการตาบวม แกLปวดฟtนเหงือกบวม มีฤทธิ์ระงับเชื้อ ตLานวัณโรค ปvองกันโรคหนองใน แกLทLองเสีย
แกLบิด รักษามะเร็งลาม ใชLภายนอก ชHวยลดอาการฟกช้ำบวม ปวดไหลHและแขน บวมช้ำและปวดบวม แกLปวดขLอ
สมานแผลสดและแผลถลอก ผสมยานวดคลายเสLนแกLเคล็ดขัดยอก แกLน้ำกัดเทLา แกLชันนะตุ แกLกลากเกลื้อน แกL
โรคผิวหนังผื่นคัน สมานแผล รักษาฝì แผลพุพอง ลดอาการแพL อักเสบจากแมลงสัตว=กัดตHอย ตำใสHแผลหLาม
เลอื ด รักษาผิว บำรงุ ผวิ

นอกจากนี้บัญชียาจากสมุนไพร ที่มีการใชLตามองค=ความรูLดั้งเดิม ตามประกาศ คณะกรรมการแหHงชาติ
ดLานยา ปรากฏการใชLขมิ้นชัน ในยารักษากลุHมอาการทำงระบบทำงเดินอาหาร ตำรับ ”ยาเหลืองปíดสมุทร” มี
สHวนประกอบของขม้ินชนั เปuนองค=ประกอบหลกั รHวมกบั สมุนไพรอนื่ อีก 12 ชนดิ ในตำรบั มีสรรพคณุ บรรเทำอาการ
ทLองเสียชนิดที่ไมHเกิดจากการติดเชื้อ เชHน อุจจำระไมHเปuนมูก หรือมีเลือดปน และทLองเสียชนิดที่ไมHมีไขL นอกจากน้ี
ยงั จัดอยHูในบัญชยี าพฒั นำจากสมุนไพรที่สามารถใชLเด่ยี ว เพอ่ื บรรเทำอาการแนHน จกุ เสยี ด

แหลHงอLางอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, สนุกพีเดีย, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสรLางเสริมสุขภาพ (สสส.),
สำนกั งานขอL มูลสมุนไพร คณะเภสชั ศาสตร= มหาวิทยาลัยมหดิ ล, เว็บไซต=มุสลิมไทยโพสต=

- พมิ เสน ชื่อวทิ ยาศาสตร= Dryvobalanop saromatica Gaertn ชอ่ื วงศ= Dipterocarpaceae,
Compositae

ลกั ษณะท่วั ไป โดยทั่วไปแลวL พิมเสนแบงH ออกเปนu 2 ชนิด คอื พิมเสนทไี่ ดจL ากธรรมชาตแิ ละพิมเสน

352

สังเคราะห= ซึ่งพิมเสนทั้งสองชนิดจะมีการระเหยและติดไฟไดLงHาย สามารถละลายไดLในแอลกอฮอล= ปìโตรเลียม
อีเทอร= และคลอโรฟอร=ม แตHจะไมHละลายหรือละลายไดLยากในน้ำ และมีจุดหลอมตัวของทำงเคมีวิทยาอยูHที่ 205-
209 องศาเซลเซยี ส พิมเสนจะมีกล่นิ หอมเย็น รสหอม ฉนุ เย็นปากคอ ในสมัยกHอนจะใชใL สHในหมากพลูเคย้ี ว

สรรพคุณตำรายาแผนโบราณ ใชLพิมเสนเปuนยาขับเหงื่อ ขับเสมหะ กระตุLนการหายใจ กระตุLนสมอง
บำรุงหัวใจ ใชLเปuนยาระงับความกระวนกระวาย ทำใหLงHวงซึม แกLลมวิงเวียน หนLามืด บำรุงหัวใจ ทำใหLชุHมชื่น ทำใหL
เรอ ขับผายลม แกLจุกเสียดแนHนเฟvอ แกLปวดทLอง แกLบาดแผลสด แผลเรื้อรัง แผลกามโรค แผลเนื้อรLาย ผสมใน
ตำรับยาหอม เชHน ยาหอมเทพจิตร ยาหอมนวโกฐ มีสรรพคณุ โดยรวมคือแกลL มวิงเวียน หนาL มดื ตาลาย

- ตะไครfหอม ชอ่ื วทิ ยาศาสตร= : Cymbopogon winterianus Jowitt ช่อื ไทย : จะไคมะขูด, ตะไครมะ
ขดู , ตะไครแL ดง ชอ่ื องั กฤษ : Citronella Grass วงศ= : POACEAE

ลกั ษณะท่ัวไป ตะไครหL อมมลี ักษณะสHวนใหญคH ลาL ยคลงึ กบั ตะไครบL าL น จะตาH งกนั ทีก่ ลน่ิ กาบใบและ

แผHนใบ กาบใบของตะไครLหอมมีสีเขียวปนมHวงแดง แผHนใบกวLางยาวและนิ่มกวHาเล็กนLอย ทำใหLปลายหLอยลงปรก
ดนิ กวาH ดอกชHอ สนี ้ำตาลแดง แทงออกจากกลางตนL ผลเปนu ผลแหLง ไมแH ตก

ประโยชนBทำงยาตำรายาไทย ใชLเหงLาเปuนยาบีบมดลูก ขับประจำเดือน ขับปtสสาวะ ขับระดูขาว เหงLา ใบ
และกาบใบมีน้ำมันหอมระเหยซึ่งมีขายในชื่อวHา Citronella Oil ใชLเปuนยากันยุง โดยละลายน้ำมันตะไครLหอม 7
สHวนในแอลกอฮอล=เช็ดแผล (70%) 93 สHวน ฉีดพHน หรือตำใบสด หมักในแอลกอฮอล=ในอัตราสHวน1:1ทำตรงขอบ
ประตูที่ปíดเปíดเสมอหรือชุบสำลีแขวนเอาไวL หนLาประตูเขLาออก หรือใชLใบตะไครLหอมมัดแลLวทุบใหLช้ำวางไวLตามมุม
หอL งหรือใตLเตียง นอกจากน้ียงั มรี ายงานฤทธติ์ Lานเช้ือราทท่ี ำใหเL กดิ โรคพชื ดLวย

353

นวัตกรรม “ลกู ประคบสมนุ ไพร หว] งใย Mommy”

วภิ าดา กาญจนสิทธ์ิ1*, จิรชั ญา เหลาH คมพฤฒาจำรย1= , สุภาภัค สงิ ห=เสนำ3, เปรมวดี เปลรนิ ทร4= และพรศิริ ชยั วงค=4

1อาจารยU ภาควิชาการพยาบาลมารดา ทำรกและการผดุงครรภU คณะพยาบาลศาสตรU มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏชัยภูม,ิ ชยั ภมู ิ
2อาจารยU อาจารยU ภาควชิ าการพยาบาลมารดา ทำรกและการผดงุ ครรภU คณะพยาบาลศาสตรU มหาวิทยาลัยราชภัฏชยั ภมู ิ, ชัยภมู ิ

3ภาควชิ าการพยาบาลเด็กและวยั รุEน คณะพยาบาลศาสตรU มหาวิทยาลยั ราชภฏั ชัยภมู ิ, ชยั ภูมิ
4นกั ศกึ ษาหลกั สตู รพยาบาลบณั ฑติ คณะพยาบาลศาสตรU มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภมู ิ, ชยั ภมู ิ

*[email protected]

บทคดั ย\อ

การศึกษาครั้งน้ี มีวัตถุประสงค.เพื่อศึกษาผลของการประคบเต$านมด$วยนวัตกรรม “ลูกประคบสมุนไพร ห1วงใย
Mommy”ต1ออาการปวดคัดตึงเต$านมชองมารดาหลังคลอด กลุ1มตัวอย1างเป_นมารดาหลังคลอดครรภ.แรกที่มารับบริการที่
โรงพยาบาลส1งเสริมสุขภาพตำบลนำฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 20 คน ตามความสมัครใจ กลุ1มตัวอย1างได$รับการ
ประคบเต$านม ด$วยลูกประคบสมุนไพร เก็บรวบรวมข$อมูลโดยใช$แบบประเมินระดับความปวด ที่มีค1าความตรงเชิงเนื้อหา

เท1ากับ 0.67-1.00 วิเคราะห.ข$อมูลโดยใช$สถิติเชิงพรรณนำ ได$แก1 จำนวน ร$อยละ ค1าเฉลี่ยและส1วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผล
การศึกษา พบว1า กลุ1มตัวอย1างมีค1าเฉลี่ยคะแนนความปวดคัดตึงเต$านมลดลงกว1าก1อนการทดลองใช$นวัตกรรมและมีความ

พึงพอใจภาพรวม อยู1ในระดับมาก (M=4.27, S.D.=0.68) ดังนั้นจึงสามารถนำลูกประคบสมุนไพร ไปประยุกต.ใช$กับมารดา
หลงั คลอดเพื่อชว1 ยลดอาการปวดคดั ตงึ เตา$ นมและทำให$มารดาหลงั คลอดมีความสุขสบายได$

คำสำคญั : ลูกประคบสมนุ ไพร, มารดาหลงั คลอด, คัดตงึ เตา$ นม

354

The Herbal compression, Caring for Mommy

Wipada Kanjanasit1*, Jiratchaya Laokhompruttajarn1, Supapuk Singsena2, Pramwadee Perin3
and Pornsiri Chaiwong3

1Maternal and Newborn Nursing and Midwifery Department, Faculty of Nursing,
Chaiyaphum Rajabhat University, Chaiyaphum

2Child and Adolescent Nursing Department, Faculty of Nursing,
Chaiyaphum Rajabhat University, Chaiyaphum

3Nursing student, Bachelor of Nursing Science Program, Faculty of Nursing,
Chaiyaphum Rajabhat University, Chaiyaphum
*[email protected]

Abstract

This study aimed to the effect of breast compression by the innovation “the herbal compression, caring
mommy”. The sample consisted of primiparous mothers who received the service at Na Fai Health Promoting
Hospital, Muang District, Chaiyaphum Province and 20 subjects in the voluntarily. The sample group received
the breast compression by the herbal compression. Data were collected by pain score assessment, IOC = 0.67
– 1. The data were analyzed using descriptive statistics such as number, percentage, mean and standard
deviation. The results showed that the mean sample group had lower mean breast engorgement pain score
than before the innovation trial. and overall satisfaction was at a high level (M=4.27, S.D.=0.68). In conclusion,
the herbal compression is recommended to apply to postpartum mothers in order to reduce breast
engorgement pain and make postpartum mothers were happy.

Keywords: The herbal compression, postpartum mother, breast engorgement

355

1. บทนำ
ภาวะคัดตึงเต$านมคือการที่เต$านมมีขนำดใหญ1ขึ้น แข็งตึง บวม ผิวหนังแดงเป_นมัน โดยเริ่มจากบริเวณขอบลานนมและ

กระจำยจนทั่วเต$านม เมื่อคลำเต$านมจะรู$สึกร$อน หัวนมดึงรั้ง หดสั้นเข$า มีลักษณะแบนและลานนมแข็งตึงมาก ซึ่งเกิดจากการ
เพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำนมอย1างรวดเร็ว [1] พบได$บ1อยในระยะ 2 สัปดาห.หลังคลอด ร$อยละ 55 [2] และในระยะ 7 วัน หลังคลอด
เป_นต$นไป ร$อยละ 36 [3] โดยการคัดตึงเต$านมเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทำงสรีรวิทยาของเต$านมภายหลังรกคลอด ซึ่งมี
องค.ประกอบสำคัญ 3 ประการ ได$แก1 1) การคั่งหรือการเพิ่มขึ้นของระบบไหลเวียนโลหิตและน้ำเหลือง จนไม1สามารถระบาย
ออกมาได$ 2) การเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำนม ทำให$มีน้ำนมขังอยู1ภายในถุงน้ำนม และ 3) อาการบวมของเต$านม [4] ส1งผลให$ ถุง
น้ำนมมีการขยายขนำดใหญ1ขึ้นไปกดเบียดบริเวณท1อน้ำนมที่1อยู1โดยรอบและเกิดการอุดกั้น ทำให$น้ำนมไหลน$อยลง หากไม1ได$รับ
การแก$ไขที่ถูกต$องและทันท1วงที จะส1งผลให$เกิดการคั่งของเลือดและน้ำเหลืองบริเวณเต$านมในระยะต1อมาได$ [5] มารดาหลังคลอด
ที่มีอาการคัดตึงเต$านมจะมีความรู$สึกไม1สุขสบาย มีอาการเจ็บปวดคัดตึงทั่วทั้งบริเวณเต$านมทั้ง 2 ข$าง และอาจมีไข$ร1วมด$วย แต1ไม1
นำนเกิน 24 ชั่วโมง [6] สาเหตุสำคัญของการคัดตึงเต$านมนั้นเกิดจาก 1) ร1างกายมีการสร$างน้ำนมได$มากกว1าปริมาณท่ีทำรก
ต$องการ 2) มารดาเว$นระยะการให$นมทำรกนำนเกินไป ทำรกดูดนมแม1ไม1บ1อยพอหรือไม1มีการระบายน้ำนมออกในช1วงที่ไม1ได$ให$นม
บุตร ทำใหม$ ีปรมิ าณน้ำนมสะสมในเต$านมมาก และ 3) มารดาให$ทำรกดูดนมไมถ1 ูกวธิ ี ทำให$การระบายน้ำนมไม1ดีเท1าที่ควร [7]

จากการทบทวนวรรณกรรม พบว1า การประคบเต$านมด$วยความร$อน ทำให$เนื้อเยื้อบริเวณเต$านมคลายตัว กระตุ$น การ
ไหลเวียนเลือด ช1วยลดการหดเกร็งของกล$ามเนื้อที่อาจเกิดขึ้นในระยะคลอด ทำให$มารดาสุขสบายและผ1อนคลายโดยความร$อนจะ
ทำให$เกิดปฏิกิริยาการอักเสบเล็กน$อยจากการหลั่ง Histamine และ Prostaglandins อีกทั้งความร$อนยังกระตุ$นให$เกิดการนำ
สัญญาณของใยประสาทใหญ1 ซึ่งมีผลในการยับยั้งอาการปวด ทำให$หลอดเลือดเกิดการขยายตัวและเกิดการไหลเวียนโลหิตเพิ่มขึ้น
จากผลทเี่ กดิ ขน้ึ ดงั กล1าวทำให$อาการปวดลดลง [8]

จากการศึกษาข$อมูลการมารับบริการของมารดาหลังคลอด ที่โรงพยาบาลส1งเสริมสุขภาพตำบลนำฝาย อำเภอเมือง
จังหวัดชัยภูมิ ในปd พ.ศ. 2564 ที่ผ1านมา พบว1า มีมารดาหลังคลอดมาใช$บริการเฉลี่ย 25 คนต1อเดือน ส1วนใหญ1 มีปÜญหาการคัดตึง
เต$านม คิดเปน_ รอ$ ยละ 70 ซ่ึงอาการคดั ตึงเต$านม ส1งผลกระทบทำงด$านรา1 งกายคอื ปวด เจ็บคดั ตึง ไม1สุขสบาย ปวดมากจนไม1อยาก
ให$นมบุตร คิดเป_น ร$อยละ 29.50 อาการปวดหลังและอ1อนเพลีย คิดเป_นร$อยละ 40 ซึ่งแต1เดิมนั้นทำงโรงพยาบาลส1งเสริมสุขภาพ
ตำบลนำฝาย แก$ปÜญหาด$วยการประคบเต$านมอุ1นถึงอุ1นมาก โดยแนะนำมารดาหลังคลอดใช$ผ$าแช1น้ำอุ1นจัดประคบแต1ละครั้งจะให$
ความอุ1นนำน 3 นำทีต$องเปลี่ยนน้ำอุ1นประมาณ 4 ครั้ง จึงจะช1วยให$อาการปวดคัดตึงเต$านมได$ดีขึ้น แต1พบว1ามารดาหลังคลอด
ส1วนมากกจ็ ะไม1ปฏบิ ตั ติ าม เท1าท่คี วร โดยให$เหตุผลวา1 ไม1สะดวกและมีความยุง1 ยากในการปฏบิ ัติ [9]

ดังนั้น จึงเกิดแนวคิดในการพัฒนำนวัตกรรมทำงการพยาบาล “ลูกประคบสมุนไพร ห1วงใย Mommy” ขึ้น โดย
ประยุกต.การใช$ภูมิปÜญญาท$องถิ่น การนำวัสดุและสมุนไพรที่มีในท$องถิ่นมาช1วยในการประคบเต$านม ซึ่งให$ความอุ1นนำน 15 – 20
นำที ง1ายต1อการใช$และประหยัดค1าใช$จ1ายเพื่อช1วยมารดาหลังคลอดให$เกิดความสุขสบาย ลดอาการปวดคัดเต$านมและ ลดการ
อักเสบของกล$ามเนอ้ื เตา$ นมไดอ$ ยา1 งมีประสทิ ธิภาพต1อไป

356

2. วัตถปุ ระสงคk
เพ่อื ช1วยบรรเทำอาการปวดคดั ตึงเตา$ นมของมารดาหลงั คลอด

3. ประชากรและกลุMมตวั อยาM ง
ประชากร คือ มารดาหลังคลอด ที่มารับบริการที่โรงพยาบาลส1งเสริมสุขภาพตำบลนำฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ใน

ระหวา1 งเดือนมกราคม - มนี ำคม พ.ศ. 2565 จำนวน 45 คน [9]
กลุ1มตัวอย1าง คือ มารดาหลังคลอด ที่มารับบริการที่โรงพยาบาลส1งเสริมสุขภาพตำบลนำฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ

ในระหว1างเดือนมกราคม - มีนำคม พ.ศ. 2565 และมีปÜญหาเกี่ยวกับการปวดคัดตึงเต$านม ซึ่งได$มาโดยการเลือกแบบเจำะจงและ
ตามความสมัครใจของกลมุ1 ตัวอยา1 ง จำนวน 20 คน

4. กระบวนการพฒั นำ (ตามขั้นตอน plan do check act)
ขน้ั ท่ี 1 ขั้นวางแผน (Plan)
7) ศึกษาปÜญหาและอุปสรรค หรือข$อจำกัดในการให$การพยาบาลมารดาหลังคลอด ในระหว1างการเรียนรายวิชา

การพยาบาลมารดา ทำรกและวางแผนครอบครัว
8) สรุปข$อมูลที่ได$ค$นหา คือ นักศึกษาสังเกตว1ามารดาหลังคลอดส1วนใหญ1มีปÜญหาด$านการปวดคัดตึงเต$านมและ

ไม1สุขสบายจากอาการดังกล1าว นักศึกษาจึงมีความสนใจที่จะพัฒนำนวัตกรรมที่จะสามารถช1วยให$มารดาหลังคลอดแก$ไขปÜญหาได$
โดยการประยุกต.ใช$ภูมิปÜญญาท$องถิ่นและสมุนไพรที่สามารถหาได$โดยง1ายในชุมชน มาใช$ในการพัฒนำนวัตกรรมเพื่อให$เกิด
ประโยชน.ต1อสุขภาพมารดาหลังคลอดและเพม่ิ คุณภาพของการพยาบาลที่ดยี ่งิ ข้นึ

9) สบื คน$ ความร$ู และทบทวนวรรณกรรมท่ีเกย่ี วขอ$ งกบั นวัตกรรม
10) รวบรวมข$อมูลเกี่ยวกับนวัตกรรมลูกประคบสมุนไพรเพื่อการประคบเต$านม เพื่อรวบรวมในการจัดทำ
นวตั กรรมทม่ี ีคณุ ภาพ
11) อาจารยท. ป่ี รกึ ษาตรวจสอบความเหมาะสมและความถกู ต$องของเนอื้ หา
12) นักศึกษาปรับแก$ตามที่อาจารย.ที่ปรึกษาให$คำแนะนำ และนำแบบประเมินนวัตกรรมให$ผู$เชี่ยวชาญ ด$านการ
พยาบาลมารดาทำรก จำนวน 3 ทา1 น เพือ่ ตรวจสอบความเทยี่ งตรงเชิงเน้ือหา และวิเคราะหห. าคา1 IOC เท1ากบั 0.67-1.00
ขน้ั ท่ี 2 ข้ันตอนการปฏบิ ัติ (Do)
3) จดั ทำนวตั กรรม “ลูกประคบสมนุ ไพร ห1วงใย Mommy” ตามขน้ั ตอน ดังน้ี

1.1) ตัดผ$าขาวดิบและผ$าขาวม$า เป_นวงกลม เส$นผ1านศูนย.กลางยาว 20 เซนติเมตร ให$มีขนำดเท1ากัน อย1างละ
2 ชิ้น จากนนั้ ตัดตรงกลางของผ$าเป_นวงกลมโดยมีเสน$ ผ1านศูนย.กลาง 6 เซนตเิ มตร

357

1.2) นำผ$าขาวดิบและผ$าขาวม$า มาเย็บติดกัน จากนั้นเย็บซิบติดด$านข$าง ทำด$ามจับด$วยผ$าดิบม$วนให$เป_นเส$น
ยาว จากนัน้ มว$ นล$อมรอบดว$ ยเชอื กผ$าย ใหแ$ ขง็ แรง

1.3) นำสมุนไพร ล$างทำความสะอาด นำมาหั่นหรือสับให$เป_นชิ้นตามขนำดที่ต$องการ โดยตัวยาที่ใช$ทำ
นวตั กรรม มีสว1 นประกอบ [10] ดงั นี้

- ไพล (500 กรมั ) สรรพคณุ แก$ปวดเมอื่ ย ลดอาการการตึง บวม ชำ้ ลดการอกั เสบ
- ขม้นิ ชนั (100 กรมั ) สรรพคุณชว1 ยลดอาการอักเสบ แกโ$ รคผิวหนัง
- ตะไคร$บ$าน (100 กรัม) สรรพคุณช1วยกระตุ$นการไหลเวียนเลือด ขับเหงื่อของเสียและ
ชว1 ยแตง1 กลน่ิ หอม
- ผวิ มะกรดู (200 กรมั ) สรรพคณุ มนี ำ้ มันหอมระเหย แก$ลมวิงเวียน ถา$ ไม1มีใชใ$ บแทนได$
- ใบมะขาม (200 กรัม) สรรพคุณช1วยแก$อาการคันตามร1างกาย ช1วยบำรุงผิว ชำระไขมัน ละลายไขมัน
ใต$ผิวหนงั ทำให$หลับสบาย
- ใบส$มปอf ย (100 กรมั ) สรรพคุณชว1 ยชว1 ยบำรงุ ผิว แกโ$ รคผวิ หนัง ลดความดนั
- เกลอื (1 ชอ$ นโต∞ะ) สรรพคุณชว1 ยดูดความรอ$ นและชว1 ยพาตวั ยาซมึ ผา1 นผิวหนงั ไดส$ ะดวกขน้ึ
- การบรู (2 ช$อนโต∞ะ) สรรพคณุ ชว1 ยบำรุงหวั ใจและแตง1 กล1น
- พิมเสน (30 กรมั ) สรรพคุณช1วยบำรุงหัวใจ ทำใหร$ ู$สกึ ผ1อนคลายและแตง1 กลิน่

1.4) นำใบมะขาม ใบส$มปfอย ผสมกับสมุนไพรในข$อ 3 แล$วใส1เกลือ การบูร พิมเสนคลุกเคล$าให$เข$าเป_นเน้ือ
เดียวกนั

1.5) แบ1งสมุนไพรที่คลุกเคล$าให$เข$ากันแล$วเป_นส1วนเท1า ๆ กัน โดยใช$ผ$าขาวดิบที่ทำเป_นลูกประคบที่มีรูปร1าง
หล$ายเต$านม แลว$ มาบรรจสุ มุนไพรใหเ$ ต็มแลว$ เยบ็ ใหส$ นิท

1.6) นำลกู ประคบสมนุ ไพรท่ีไดไ$ ปน่ึง ใชเ$ วลาน่งึ ประมาณ 15-20 นำที

ภาพท่ี 1 การผลิตนวตั กรรม

4) จัดทำแผ1นพับใหค$ วามรู$และวิธีการใช$ “ลูกประคบสมุนไพร ห1วงใย Mommy” โดยมีเนือ้ หา โดยสรุป ดังนี้

358

2.1) ประโยชน.ของนวตั กรรม
ช1วยลดอาการปวดคดั ตึงเตา$ นมและสง1 เสรมิ การหลั่งการหลัง่ นำ้ นม

2.2) วธิ ีการประคบ [11]
2.2.1) นำลูกประคบสมุนไพรที่ได$ไปนึ่ง ประมาณ 15-20 นำที เมื่อลูกประคบสมุนไพรร$อนได$ที่แล$ว ก1อน

นำมาใช$ในการประคบ ควรมีการทดสอบความร$อนโดยการแตะที่บริเวณท$องแขนหรือหลังมือก1อน และในช1วงแรกที่ลูกประคบ
สมุนไพรยังร$อนอยู1 ต$องทำการประคบด$วยความเร็ว แต1ไม1วางลูกประคบสมุนไพรไว$บนผิวหนังนำน ๆ เพราะจะทำให$เกิด การ
ระคายเคอื ง ผวิ หนงั ปุพองหรอื ไหมไ$ ด$ เพยี งแตะลกู ประคบสมุนไพรแลว$ ยกขน้ึ

2.2.2) เมื่อลูกประคบสมุนไพรคลายความร$อนลงสามารถวางลูกประคบสมุนไพรได$นำนขึ้น จึงมัดผูก ลูก
ประคบสมุนไพรไว$ที่เต$าพร$อมกับกดคลึงจนกว1าลูกประคบสมุนไพรเกิดการคลายความร$อน แล$วจึงเปลี่ยน ลูกประคบสมุนไพรชุด
ใหมแ1 ทน

2.3) ขอ$ ควรระวงั [11]
2.3.1) ไม1ควรใช$ลูกประคบสมุนไพรที่ร$อนเกินไป โดยเฉพาะบริเวณผิวหนังที่เคยเป_นแผลมาก1อนหรือ

บริเวณท่ีมกี ระดูกยนื่ อาจทำใหผ$ วิ หนังไหม$พองได$งา1 ย
2.3.2) ไม1ควรใช$ลูกประคบสมุนไพรในกรณีที่มีอาการอักเสบ บวม แดง ร$อน ในช1วง 24 ชั่วโมงแรกเพราะ

จะทำให$อักเสบบวมมากขนึ้ และอาจมเี ลอื ดออกมากตามมาได$
2.3.3) หลังจากประคบลูกประคบสมุนไพรเสร็จใหม1 ๆ ไม1ควรอาบน้ำทันที เพราะจะไปล$างตัวยา จาก

ผวิ หนัง และรา1 งกายยังไม1สามารถปรบั ตวั ได$ทนั อาจทำใหเ$ กดิ เป_นไขไ$ ด$
2.4) การเก็บลกู ประคบสมนุ ไพร
ลูกประคบสมุนไพรที่ใช$ครั้งหนึ่งแล$วสามารถเก็บไว$ได$นำน 3 - 5 วัน หลังจากใช$แล$วควรผึ่ง ลูกประคบ

สมุนไพรให$แห$ง เก็บใส1ถุงหรือภาชนะปßดฝาให$แน1น แช1ตู$เย็นจะเก็บได$นำนขึ้น ให$สังเกตถ$าลูกประคบสมุนไพร หากมีเชื้อราปรากฏ
ให$เหน็ และมีกลนิ่ เหมน็ เปร้ียวหรอื สีเหลอื งจำงลง แสดงวา1 ตัวยาเสียไม1มีคณุ ภาพ ไมค1 วรนำมาใช$อกี ตอ1 ไปเพราะจะใช$ ไม1ไดผ$ ล [10]

ภาพที่ 2 แผ1นพบั ความรเ$ู ก่ียวกับนวตั กรรม

359

5) นำนวัตกรรม “ลูกประคบสมุนไพร ห1วงใย Mommy” ไปทดลองใช$กับมารดาหลังคลอดที่สมัครใจในการ
ทดลองใช$นวัตกรรม จำนวน 20 ราย พร$อมแนะนำมารดาหลังคลอด เกี่ยวกับ ขั้นตอนในการผลิตและการเก็บรักษานวัตกรรมและ
เปßดโอกาสให$มารดาหลงั คลอดและญาติซกั ถามในประเด็นทส่ี งสัย โดยมีชน้ั ตอน ดังนี้

3.1) สำรวจ เก็บรวบรวมข$อมูลและติดตามเยี่ยมมารดาหลังคลอดที่มีปÜญหาปวด คัดเต$านม น้ำนมไหลน$อย
หรอื เต$านมอักเสบ

3.2) แนะนำการใช$นวัตกรรมแก1มารดาหลังคลอดที่มีปÜญหาเกี่ยวกับการคัดตึงเต$านม และติดตามผลเป_น
ระยะเวลา 1 สปั ดาห.

ภาพที่ 3 การทดลองใช$นวตั กรรมและติดตามประเมนิ ผล

ขั้นที่ 3 ขั้นตอนตรวจสอบ (Check)
1) ประเมินผลนวัตกรรม “ลูกประคบสมุนไพร ห1วงใย Mommy” ด$วยการใช$แบบประเมินระดับความปวด และ

แบบประเมนิ ความพึงพอใจ โดยมีรายละเอียด ดังน้ี
1.1) ขอ$ มูลสว1 นบุคคล ได$แก1 อายุ อาชพี รายได$ สัมพันธภาพในครอบครัว
1.2) แบบประเมินระดับความปวด ก1อนและหลังใช$นวัตกรรม (Pain scale) โดยใช$แบบประเมิน

ระดับอาการปวดของการคัดตึงเต$านมในมารดาหลังคลอดบันทึกอาการปวดคัดตึงเต$านมก1อนและหลังการประคบเต$านมด$วย “ลูก
ประคบสมุนไพร” แบ1งระดับการปวดเป_น 6 ระดับ โดยใช$ลักษณะใบหน$าที่มีความเปลี่ยนแปลงตามอาการเป_นมาตรประมาณค1า
[12]

360

คำอธบิ ายเกณฑ.การวัดความปวด

รสู$ ึกสบายดี มคี ะแนนอยใ1ู นชว1 ง 0.0 คะแนน

ปวดพอรำคาญ มคี ะแนนอยูใ1 นชว1 ง 0.1 – 2.0 คะแนน

ปวดพอประมาณ มคี ะแนนอยใ1ู นชว1 ง 2.1 – 4.0 คะแนน

ปวดมากพอสมควร มีคะแนนอยใู1 นชว1 ง 4.1 – 6.0 คะแนน

ปวดเป_นอยา1 งมาก มีคะแนนอยูใ1 นช1วง 6.1 – 8.0 คะแนน

ปวดสุดจะทน มีคะแนนอยใู1 นช1วง 8.1 – 10.0 คะแนน

1.3) แบบประเมินความพึงพอใจต1อการใช$นวัตกรรม โดยใช$มาตราส1วนประมาณค1า 5 ระดับ โดยมีเกณฑ.

การประเมินและการแปลความหมายของคะแนน [13] ดงั นี้

คะแนนเฉลยี่ 4.51 – 5.00 หมายถงึ เหมาะสมมากทสี่ ดุ

คะแนนเฉลี่ย 3.51 – 4.50 หมายถงึ เหมาะสมมาก

คะแนนเฉลย่ี 2.51 – 3.50 หมายถงึ เหมาะสมปานกลาง

คะแนนเฉล่ยี 1.51 – 2.50 หมายถงึ เหมาะสมน$อย

คะแนนเฉลย่ี 1.00 – 1.50 หมายถงึ เหมาะสมน$อยท่ีสดุ

2) วิเคราะห.ข$อมูลทำงสถิติ จากแบบประเมิน โดยใช$สถิติเชิงพรรณนำ ได$แก1 ความถี่ ร$อยละ ค1าเฉลี่ยและ ส1วน

เบ่ียงเบนมาตรฐาน

ข้ันท่ี 4 ข้นั ตอนการปรับปรงุ (Act)
ปรับปรุงนวัตกรรม “ลูกประคบสมุนไพร ห1วงใย Mommy” ให$มีความเหมาะสม ตามข$อเสนอแนะของมารดา หลัง

คลอดเพื่อใหเ$ กิดประโยชน.สูงสุดด$านการบริการ

5. ผลการประเมนิ นวตั กรรม

5.1 ขอ, มลู สวM นบุคคล
กลุ1มตัวอย1าง จำนวน 20 คน มีอายุระหว1าง 22-32 ปd อายุเฉลี่ย 25.45 ปd ส1วนใหญ1เป_นการตั้งครรภ. ครั้งแรก ร$อย

ละ 55 ส1วนใหญ1จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย คิดเป_น ร$อยละ 36.70 อาชีพแม1บ$าน ร$อยละ 80 รายได$เฉลี่ย ต1อเดือน
5,001 – 10,000 บาท รอ$ ยละ 60 และมสี ัมพันธภาพท่ดี ีในครอบครวั ร$อยละ 80

361

5.2 ระดับคะแนนความปวดคดั ตึงเตา, นม
ตารางท่ี 1 จำนวนและรอ$ ยละระดบั คะแนนความปวดคัดตึงเตา$ นมของกลุ1มตัวอยา1 ง (n=20)

กลมุM ที่ ระดับคะแนนความปวด จำนวน (คน) ร,อยละ (%)
1 ปวดพอประมาณ ( 2.1 – 4.0 คะแนน ) 6 30
2 ปวดมากพอสมควร ( 4.1 – 6.0 คะแนน ) 12 60
3 ปวดเป_นอย1างมาก ( 6.1 – 8.0 คะแนน ) 2 10
รวม 20 100

จากตารางที่ 1 จำนวนมารดาหลังคลอดที่มีอาการปวดคัดตึงเต$านม จำนวน 20 คน เมื่อจำเนกตามระดับของความปวด
คัดตงึ เต$านม พบวา1 ส1วนใหญม1 ีอาการปวดระดบั มากพอควร จำนวน 12 คน (ร$อยละ 60) รองลงมา มอี าการปวดระดับพอประมาณ

จำนวน 6 คน (รอ$ ยละ 30) และมีอาการปวดอยา1 งมาก จำนวน 2 คน (รอ$ ยละ 10)

ตารางที่ 2 เปรยี บเทียบคา1 เฉลยี่ คะแนนระดับความปวดคดั ตงึ เต$านม กอ1 นและหลงั การใชน$ วัตกรรม (n=20)

กลมMุ ท่ี Mean กMอนการใช,นวตั กรรม หลงั การใช,นวตั กรรม
1 3.33 S.D. ระดับความปวด Mean S.D. ระดับความปวด
0.52 ปวดพอประมาณ 0.33 0.52 ปวดพอรำคาญ
2 5.42 0.51 ปวดมากพอสมควร 1.92 0.51 ปวดพอรำคาญ
3 7.50 0.71 ปวดเป_นอยา1 งมาก 3.50 0.71 ปวดพอประมาณ

จากตารางที่ 2 ผลการเปรียบเทียบค1าเฉลี่ยคะแนนระดับความปวดคัดตึงเต$านมของมารดาหลังคลอด พบว1าภายหลัง

การใช$นวัตกรรม มีค1าเฉลี่ยคะแนนความปวดคัดตึงเต$านมลดลงกว1าก1อนการทดลองใช$นวัตกรรม โดย กลุ1มที่ 1 ก1อนการใช$
นวัตกรรมมีค1าเฉลี่ยคะแนนความปวด 3.33 (S.D. = 0.52) อยู1ในระดับปวดพอประมาณ หลังใช$นวัตกรรม มีค1าคะแนนเฉลี่ย
ความปวดลดลงเป_น 0.33 (S.D. = 0.52) สำหรับกลุ1มที่ 2 ก1อนการใช$นวัตกรรมมีค1าเฉลี่ยคะแนนความปวด 5.42 (S.D. = 0.51)

อยู1ในระดับปวดมากพอสมควร หลังใช$นวัตกรรม มีค1าคะแนนเฉลี่ยความปวดลดลงเป_น 1.92 (S.D. = 0.51) และกลุ1มที่ 3
ก1อนการใช$นวัตกรรมมีค1าเฉลี่ยคะแนนความปวด 7.50 (S.D. = 0.71) อยู1ในระดับปวดเป_นอย1างมาก หลังใช$นวัตกรรม มีค1าคะแนน

เฉล่ยี ความปวดลดลงเป_น 3.50 (S.D. = 0.71)

362

5.3) ระดับความพึงพอใจตMอการใช,นวัตกรรม Mean S.D. ระดับ
ตารางท่ี 3 ความพงึ พอใจตอ1 การใช$นวตั กรรม (n=20) 4.60 0.67 มากทีส่ ดุ

ลำดบั ประเด็น 4.00 0.70 มาก
1 ความเหมาะสมของนวัตกรรมทนี่ ำมาใช$ในการลดอาการปวด 4.00 0.70 มาก
คดั ตงึ เตา$ นม 4.00 0.70 มาก
2 มีความร$ูความเขา$ ใจตอ1 การใชแ$ ละประโยชน.ของลกู ประคบสมุนไพร 4.30 0.55 มาก
3 ความรค$ู วามเข$าใจของเนอื้ หาสาระในการใชล$ ูกประคบสมุนไพร 5.00 0.74 มากท่ีสดุ
4 มคี วามปลอดภยั ในการใชน$ วัตกรรมลกู ประคบสมนุ ไพร 4.00 0.70 มาก
5 ประโยชนท. ่ีไดร$ ับจากการใชน$ วตั กรรมลูกประคบสมนุ ไพร 4.27 0.68 มาก
6 มีการใช$ทรัพยากรอยา1 งคมุ$ คา1 และมีประสทิ ธภิ าพ
7 มคี วามพงึ พอใจโดยรวมทม่ี ตี 1อนวัตกรรม ลูกประคบสมนุ ไพร
ความพงึ พอใจภาพรวม

จากตารางที่ 3 ผลการประเมินความพึงพอใจต1อการใช$นวัตกรรมของมารดาหลังคลอด พบว1า ความพึงพอใจภาพรวม อย1ู
ในระดับมาก (M=4.27, S.D.=0.68) โดยด$านที่มีความพึงพอใจสูงสุด 3 อันดับแรก ได$แก1 การใช$ทรัพยากรอย1างคุ$มค1า และมี
ประสิทธิภาพ มคี วามพึงพอใจอยูใ1 นระดบั มากที่สุด (M=5.00, S.D.=0.70) รองลงมา คอื ความเหมาะสมของนวตั กรรม มีความ พึง
พอใจอยใ1ู นระดบั มาก (M=4.60, S.D.=0.67) และประโยชน.ที่ได$รับจากการใช$นวัตกรรม มีความพึงพอใจอยู1ในระดับมาก (M=4.30,
S.D.=0.55)

6. สรุปผล
มารดาหลังคลอดที่มารับบริการที่โรงพยาบาลเสริมสุขภาพตำบลนำฝาย ส1วนใหญ1จะพบอาการปวดคัดตึงเต$านม จึงทำให$

นมน้ำไหลน$อย จึงได$เกิดแนวคิดในการพัฒนำนวัตกรรม “ลูกประคบสมุนไพร ห1วงใย mommy” เพื่อบรรเทำอาการปวดคัดตึงเต$า
นมและทำให$มารดาหลังคลอดสุขสบายเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งช1วยประหยัดค1าใช$จ1ายและสามารถผลิต ได$ด$วยตนเองจากวัตถุดิบที่หา
ได$งา1 ยในชุมชน

7. ข,อเสนอแนะการนำไปใช,
ควรพัฒนำนวัตกรรม “ลูกประคบสมุนไพร ห1วงใย mommy” มาใช$กับมารดาหลังคลอดทุกรายที่มีภาวะเต$านมคัดตึง

หรือน้ำนมไม1ไหลตั้งแต1ระยะแรกและพัฒนำต1อยอดนวัตกรรมที่สามารถนำมาใส1ในเสื้อชั้นในเพื่อให$สะดวกต1อการใช$งานและ

สามารถทำกจิ กรรมอยา1 งอนื่ พร$อมกันได$ขณะประคบเต$านมได$

363

8. กิตตกิ รรมประกาศ
ขอขอบคุณ องค.การบริหารส1วนตำบลนำฝาย ผู$อำนวยการโรงพยาบาลส1งเสริมสุขภาพตำบลนำฝาย อาสาสมัคร

สาธารณสุขประจำหมู1บ$าน มารดาหลังคลอดทุกท1านที่เข$าร1วมทดลองใช$นวัตกรรมและคณะพยาบาลศาสตร. มหาวิทยาลัยราชภัฏ
ชยั ภูมิ ที่ใหก$ ารสนบั สนุนการดำเนนิ กิจกรรมจนสำเรจ็ ลุลว1 งดว$ ยดี

9. เอกสารอา, งอิง
[1] นิภา เพียรพิจำรณ.. (2558). คูMมือการพยาบาล การสMงเสริมสายสัมพันธkแมM-ลูก และการเลี้ยงลูกด,วยนมแมM. กรุงเทพ:

งานการพยาบาล สูติศาสตร-. นำรีเวชวิทยา ฝาf ยการพยาบาล โรงพยาบาลศิรริ าช มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล.
[2] Cooke,M., Sheehan,A., & Schmied, V. (2003). A description of the relationship between breastfeeding

experiences, breast feeding satisfaction, and weaning in the first 3 months after birth. Journal of Human
Lactation, 19(2): 145-156.
[3] Giugliani, E. R. J., Santo, L. C. E., Oliveira, L. D., & Aerts, D. (2008). Intake of water, herbal teas and non-breast
milks during the first month of life: Associated factors and impact on breastfeeding duration. Early Human
Development, 84, 305–310. doi:10.1016/ j.earlhumdev.2007.08.00
[4] Lawrence, R. A., & Lawrence, R. M. (2011). Breastfeeding a guide for the medical profession (7th ed.).
St. Louis: Mosby Elsevier.
[5] Wong, B. B., Chan, Y. H., Leow, M. Q. H., Lu, Y., Chong, Y. S., Koh, S. S., … He, H. G. (2017). Application of
cabbage leaves compared to gel packs for mothers with breast engorgement: Randomised controlled
trial. International Journal of Nursing Studies, 76, 92-99.
[6] World Health Organization [WHO]. (2013). WHO and UNICEF call for renewed commitment to breast feeding.
[7] กรมการแพทยMแผนไทยและการแพทยMทำงเลือก กระทรวงสาธารณสุข. (2560). คูHมือแนวทำงการดูแลรักษาสุขภาพมารดาและทำรกดVานการผดุงครรภEไทย.
กรงุ เทพฯ : กล@มุ งานวชิ าการนวดไทย.
[8] กฤษณา ปxงวงศM, กรรณิการM กันธะรักษาและนงลักษณM เฉลิมสุข. (2563). ประสิทธิผลของการนวดเต7านมต@อการคัดตึงเต7านม ในมารดาที่ให7นมบุตร: การทบทวน
อย@างเป`นระบบ. พยาบาลสาร, 47(2): 143-155.
[9] โรงพยาบาลสง@ เสริมสุขภาพตำบลนำฝาย. (2564). ขVอมูลสตรีหลังคลอด ที่มารับบริการโรงพยาบาลสHงเสริมสุขภาพ ตำบลนำฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ
ปe พ.ศ. 2564. ชัยภูมิ: รายงานประจำปO โรงพยาบาลส@งเสรมิ สขุ ภาพตำบลนำฝาย อำเภอเมือง จังหวดั ชยั ภมู ิ.
[10] คณะการแพทยMแผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทรM. (2560). ภาวะเตVานมคัด: แนวทำงเวชปฏิบัติ ทำงการแพทยE แผนไทย เลHม 3. สงขลา:
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทรM.
[11] กรมการแพทยMแผนไทยและแพทยMทำงเลือก กระทรวงสาธารณสุข. (2560). ชุดการสังคายนำภูมิป`ญญาการนวดไทย. นนทบุรี: สำนักงานข7อมูลและคลัง

ความรู7 กรมการแพทยแM ผนไทยและการแพทยMทำงเลือก กระทรวงสาธารณสุข.

[12] คณะแพทยMศาสตรM โรงพยาบาลศริ ิราช. (2559). เกณฑกE ารประเมินความคัดตงึ ของเตVานมของโรงพยาบาลศิริราช. กรุงเทพ: โรงพยาบาลศิริราช.
[13] บญุ ชม ศรีสะอาด. (2558). วธิ กี ารทำงสถิตสิ ำหรับการวิจยั . พมิ พMครง้ั ที่ 9. กาฬสินธุM: โรงพมิ พMประสานการพมิ พM.

364

เยลลส่ี มุนไพร ลดความอยากบุหรี่

กฤษณะ ภมุ รินทร1= , จฑุ ามาส ศรมี ณฑก1 , นริ ัชพร รกั ษาวงษ=1, พรเพ็ญ พะโยธร1, มินตรา เครอื เหลา1,
มิลรณี แซตH ัน๊ 1, สุทธดิ า วงเวยี น1, สุวภทั ร อุสาพรหม1และ อังคณา หมอนทอง2*

1นกั ศึกษาพยาบาลศาสตร. วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี ราชบุรี
2ภาควชิ าการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี ราชบุรี

*[email protected]

บทคัดยอM

นวัตกรรมเรื่อง เยลลี่สมุนไพรลดความอยากบุหรี่ ผลจากการทำแบบประเมิน จำนวน 5 คน ซึ่งเป_นผู$ปfวยในหอผู$ปfวยจิต
เวช โดยเป_นผู$ปfวยชายจำนวน 5 คน คิดเป_นร$อยละ 100 โดยแบบประเมินความพึงพอใจการใช$เยลลี่สมุนไพร ลดความอยากบุหร่ี
ในแบบประเมนิ จะมที ้ังหมด 3 ด$าน ด$านที่ 1 ดา$ นรสชาติ ด$านท่ี 2 ดา$ นกลน่ิ และด$านที่ 3 ดา$ นรูปร1าง โดยมผี ล การประเมนิ ดงั น้ี
ด,านที่ 1 ด$านรสชาติ 1) ความหวาน ระดับความพึงพอใจปานกลาง จำนวน 3 คน ร$อยละ 60 รองลงมาคือ ระดับความ พึงพอใจ
มาก จำนวน 2 คน คิดเป_นร$อยละ 40 2) รับประทำนง1าย ระดับความพึงพอใจมาก จำนวน 3 คน คิดเป_นร$อยละ 60 รองลงมา
ระดับความพึงพอใจมากที่สุด จำนวน 1 คน คิดเป_นร$อยละ 20 และระดับความพึงพอใจปานกลาง จำนวน 1 คน คิดเป_น ร$อยละ
20 3) รสสัมผัสขณะรับประทำน ระดับความพึงพอใจมากที่สุด จำนวน 2 คน คิดเป_นร$อยละ 40 คือระดับความพึงพอใจปานกลาง
จำนวน 2 คน คดิ เปน_ ร$อยละ 40 และรองลงมาคอื ระดับความพงึ พอใจมาก จำนวน 1 คน คิดเป_นรอ$ ยละ 20
ด,านที่ 2 ด$านกลิ่น 1) กลิ่นหอมสมุนไพร ระดับความพึงพอใจมากที่สุด จำนวน 2 คน คิดเป_นร$อยละ 40 ระดับความ พึงพอใจปาน
กลาง จำนวน 2 คน คิดเป_นร$อยละ 40 รองลงมาระดับความพึงพอใจมาก จำนวน 1 คน คิดเป_นร$อยละ 20 2) ไม1มีกลิ่นเหม็นเขียว
ระดับความพึงพอใจมากที่สุด จำนวน 3 คน คิดเป_นร$อยละ 60 รองลงมาระดับความพึงพอใจมาก จำนวน 1 คน คิดเป_นร$อยละ 20
และระดับความพงึ พอใจปานกลาง จำนวน 1 คน คิดเปน_ ร$อยละ 20
ด,านที่ 3 ด$านรูปร1าง 1) ขนำดเหมาะสมรับประทำนง1าย ระดับความพึงพอใจมากที่สุด จำนวน 3 คน คิดเป_นร$อยละ 60 รองลงมา
ระดับความพงึ พอใจมาก จำนวน 1 คน คดิ เปน_ รอ$ ยละ 20 และระดบั ความพึงพอใจปานกลาง จำนวน 1 คน คิดเปน_ ร$อยละ 20
2) รูปร1างสวยงามน1ารับประทำน ระดับความพึงพอใจมากที่สุด จำนวน 2 คน คิดเป_นร$อยละ 40 รองลงมาระดับความพึงพอใจมาก
จำนวน 2 คน คิดเป_นร$อยละ 40 รองลงมาระดับความพึงพอใจปานกลาง จำนวน 1 คน คิดเป_นร$อยละ 20 3) สีสันสวยงามน1ารับ
ประทำน ระดับความพึงพอใจมากที่สุด จำนวน 3 คน คิดเป_นร$อยละ 60 รองลงมาระดับความพึงพอใจมาก จำนวน 1 คน คิดเป_น
ร$อยละ 20 และระดับความพึงพอใจปานกลาง จำนวน 1 คน คิดเปน_ ร$อยละ 20
ขอ$ เสนอแนะเพม่ิ เติม 1) ปรบั เปลีย่ นตัวบรรจภุ ณั ฑ.ใหม1 2)รสชาตหิ วานเกนิ ไป และ 3) แนะนำให$เป_นลูกอม เยลลีล่ ะลายเรว็ เกินไป
คำสำคัญ: เยลล่สี มุนไพร, ลดความอยากบหุ รี่

365

Herbal jelly reduce the craving for cigarettes

Kitsana Pumarin1, Jutamat Seemontog1, Niratchaporn Ragsawong1, Pornpen Payoton1, Mintra
Kunglao1 , Minranee Satun1, Sutida Wongwain1 , Suvapat Ausapom1 and Angkana Montong2*

1Student of Boromarajonani College of Nursing, Ratchaburi
2Department of Psychiatric Nursing and Mental health
*[email protected]

Abstract

The results of the assessment were 5 people who were patients in psychiatric wards. There were 5
male patients, representing 100% by the satisfaction assessment form of herbal jelly. reduce the craving for
cigarettes There are 3 aspects in the assessment form, the first aspect is the taste aspect, the second aspect is
the smell and the third aspect is the shape. The evaluation results are as follows:
The first aspect was taste 1) sweetness, moderate satisfaction level of 3 people 60%, followed by high
satisfaction level of 2 people, accounting for 40 percent 2) easy to eat. The satisfaction level was 3 people,
representing 60 percent, followed by the satisfaction level of the most 1 person, representing 20 percent, and
the average satisfaction level of 1 person, representing 20 percent. 3) Taste sensations while eating. The
highest level of satisfaction consisted of 2 people, representing 40 percent, a moderate level of satisfaction, 2
people representing 40 percent, and the second was a high level of satisfaction, number 1 person,
representing 20%.
Second Smell 1) Herbal fragrance The highest level of satisfaction amounted to 2 people, representing 40
percent, the moderate level of satisfaction, 2 people, representing 40 percent, followed by the high level of
satisfaction, the number 1 person, representing 20 percent. 2) There was no green smell. The highest level of
satisfaction consisted of 3 people representing 60 percent, followed by a high level of satisfaction with 1
person accounting for 20 percent and a moderate level of satisfaction with 1 person accounting for 20%.
The third aspect 1) The size is suitable for easy eating. The highest level of satisfaction consisted of 3 people
representing 60 percent, followed by a high level of satisfaction with 1 person accounting for 20 percent and
a moderate level of satisfaction with 1 person accounting for 20%.
2) Beautiful shape, appetizing The highest level of satisfaction was 2 people, representing 40 percent,
followed by a high level of satisfaction, 2 people, representing 40 percent, followed by a moderate level of

366

satisfaction, 1 person, representing 20 percent. 3) Beautiful colors. appetizing The highest level of satisfaction
consisted of 3 people representing 60 percent, followed by a high level of satisfaction with 1 person
accounting for 20 percent and a moderate level of satisfaction with 1 person accounting for 20%.
Suggestions 1) Change the packaging. 2) the taste is too sweet and 3) it is recommended as a candy The jelly
melts too quickly.
Keywords: Herbal jelly, Reduce the craving for cigarettes

367

1. บทนำ
ปÜจจุบันแนวโน$มปริมาณของผู$สูบบุหรี่พบว1า ผ$ูรับบริการส1วนใหญ1ต$องใช$ระยะเวลานำนในการพยายามลดการสูบบุหรี่

และการพยายามลดการสูบบุหรี่ของผู$รับบริการส1วนใหญ1ไม1ประสบความสำเร็จซึ่งมาจากหลายปÜจจัย เช1น ปÜจจัยทำงด$าน
สิ่งแวดล$อมรอบข$างในครอบครัวมีคนสูบ เพื่อนรอบข$างสูบอันนี้จึงเป_นปÜจจัยหนึ่งที่ทำให$ไม1สามารถเลิกบุหรี่ได$ และอาจจะมี
วิธีการเลิกบุหรี่ที่ไม1ถูกต$อง จึงทำให$ลดความอยากได$เพียงเล็กน$อยและจากการที่สูบบุหรี่มาก1อนหน$านี้เป_นระยะเวลานำนอาจ
ทำให$ไม1สามารถเลิกบุหรี่ได$อยา1 งเด็ดขาด

ผู$ศึกษาจึงทำการศึกษาเกี่ยวกับสมุนไพรที่ลดความอยากบุหรี่และพบว1า กานพลู หญ$าดอกขาว และมะขามปYอมมีส1วน
ช1วยในการลดความอยากบุหรี่ได$ อีกทั้งยังพบว1ามีนวัตในการวิจัยเกี่ยวกับแผ1นฟßล.มสมุนไพรที่ช1วยลดความอยากบุหรี่โดยใช$
หญ$าดอกขาว 30 g : กานพลู 20 g : มะขามปYอม 10 g : ต1อหญ$าหวาน 20 g : น้ำเปล1า 2000ml ซึ่งมีรสชาติที่อร1อยและรับ
ประทำนได$ง1ายที่สุด(เมธาวดี มณีนิลและคณะ,2563) และการพัฒนำสูตรลูกอมหญ$าดอกขาวที่ใช$ สารสกัดหญ$าดอกขาว 50
ml (ใช$หญ$าดอกขาว 50 g เคี่ยวในน้ำ 1000ml จนเหลือ 300 ml) : น้ำเชื่อม 90 ml : น้ำเปล1า 1000 ml ซึ่งจากสูตรนี้พบว1า
สามารถลดความอยากบุหรี่ได$โดยมีค1าเฉลี่ยจำนวนการสูบบุหรี่เหลือ 47.70 ต1อเดือนเทียบกับก1อนใช$งานคือ 59.50 มวนต1อ
เดือน (คณิศร เอมทิพย.และคณะ, 2558) ทำงคณะผู$จัดทำจึงนำสูตรของแผ1นฟßล.มและลูกอมสมุนไพรมาพัฒนำเป_นเยลลี่สมุนระ
ท่รี บั ประทำนไดง$ 1ายขึ้นและมีส1วนช1วยในการลดความอยากบหุ รีไ่ ด$
วัตถปุ ระสงค.
1. เพอ่ื ผลติ เยลลสี่ มุนไพรลดความอยากบุหร่ีในการลดความอยากบุหรีข่ องผ$รู ับบรกิ าร
2. เพ่ือลดปริมาณการสบู บุหร่ขี องผ$รู ับบริการภายหลงั การรบั ประทำนเยลล่ี

ทบทวนผลงานสรา$ งสรรค.ทเ่ี กย่ี วข$อง
1. งานวิจัย เรื่อง การพัฒนำแผ1นฟßล.มสมุนไพรลด-เลิกบุหรี่ (The development of Nicotine herbal patch for
smoking cessation) : โดย เมธาวดี มณนี ลิ , ศศนิ ำ บัวสขุ (2563)
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค.ของการวิจัยเพื่อ 1) พัฒนำผลิตภัณฑ.แผ1นฟßล.มสมุนไพรลด-เลิกบุหรี่ 2) ประเมินความพึง
พอใจของกลุม1 ผู$ใชผ$ ลติ ภัณฑแ. ผน1 ฟลß ม. สมนุ ไพรลด-เลกิ บุหรี่ การดำเนินงานวิจยั พฒั นำผลิตภณั ฑ.แผ1นฟßลม. สมนุ ไพรลด-เลิกบหุ ร่ี โดย
1) ศกึ ษาการเตรยี มสมุนไพรด$วยการกล่ันไอน้ำและสกัดดว$ ยความรอ$ น
2) ศึกษาชนิดของสารเพ่ิมความคงตัวเจลาติน แปYงข$าวโพด และแปYงท$าวยายมอ1 ม
3) ศึกษาอตั ราส1วนทเ่ี หมาะสม 3 สตู ร
4) ศึกษาอุณหภูมใิ นการอบแผ1นฟßล.มสมุนไพรลด-เลกิ บหุ รี่
5) ศึกษาสารปรงุ แต1งรสชะเอมเทศ เมนทอล และเลมอน
กลุ1มตัวอย1าง คือผู$สูบบุหรี่ในพื้นที่หมู1 4 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 30 คน ได$มาโดยการ
ใช$วิธีการเลือกแบบเจำะจง เครื่องมือที่ใช$ในการวิจัยเป_นแบบทดสอบทำงประสาทสัมผัส และแบบสอบถามความพึงพอใจสถิติที่ใช$
ในการวจิ ัยเปน_ ค1ารอ$ ยละ ค1าเฉลยี่ และค1าเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
ผลการทดลอง พบว1า
1) การเตรียมสารสกัดพืชสมุนไพร 5 ชนิด คือ หญ$าดอกขาว โปร1งฟYา ว1านสาวหลง สกัดด$วยไอน้ำ และกานพลู
มะขามปอY ม ใชก$ ารสกดั ดว$ ยนำ้ ร$อน

368

2) สารเพมิ่ ความคงตวั เจลาติน ผ$เู ช่ยี วชาญดา$ นเภสชั กรแพทยแ. ผนไทยให$คะแนนความชอบมากท่ีสุด
3) การทดสอบทำงประสาทสมั ผสั ผ$ูเชี่ยวชาญให$คะแนนอตั ราส1วนสูตรที่ 1 มากท่สี ดุ
4) อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส เหมาะสมในการอบแผน1 ฟลß .มสมนุ ไพรลด-เลกิ บหุ รี่ มากทีส่ ดุ
5) สารปรงุ แต1งรสชะเอมเทศ เมนทอล และเลมอน ผ$ูเช่ียวชาญใหค$ ะแนนความชอบดา$ นสรี อ$ ยละ 85
6) ผ$ูทดลองใช$ผลติ ภัณฑแ. ผ1นฟลß ม. สมนุ ไพรลด-เลิกบหุ ร่ี มคี วามพงึ พอใจ อย1ใู นระดับมากทีส่ ุด
จุดเดน1 : มสี ูตรทเ่ี ฉพาะแน1นอน และมีประสทิ ธภิ าพในการลดความอยากบุหร่ไี ด$จรงิ
จุดดอ$ ย : รสชาติไมห1 ลากหลาย ขนำดของแผ1นฟลß .มยงั ไม1เหมาะสม รับประทำนยากผ$ทู ดลองกล1มุ ไม1ชอบแผน1 ฟลß ม.
2. งานวจิ ัย เรอื่ ง ผลการใชล$ กู อมหญ$าดอกขาว ลดอาการอยากบุหร่ี โดย คณิศร เอมทิพย. และคณะ (2558)
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค.เพื่อศึกษาสูตรที่เหมาะสมในการผลิตลูกอมหญ$าดอกขาว ประเมินคุณภาพลูกอมจากประสาทสัมผัส
และผลการใช$ลูกอมหญ$าดอกขาวในการลดอาการอยากบุหรี่ คัดเลือกกลุ1มตัวอย1างแบบเจำะจงจากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปdท่ี
1-3 จากโรงเรยี นเทศบาล 1 (เย่ียมเกษสวุ รรณ) ทีส่ ูบบุหรี่ จำนวน 30 คน
ผลการวิจัย พบว1าสูตรที่เหมาะสมในการผลิตลูกอมหญ$าดอกขาว คือ สูตรที่ 4 แบะแซ : น้ำตาลทราย : น้ำหญ$าดอกขาว :
น้ำเปล1า น้ำเปล1า (75 กรัม : 207.30 กรัม : 50 มิลลิลิตร : 1,000 มิลลิลิตร มีค1าเฉลี่ย ของเส$นผ1าศูนย.กลางลูกอมที่หยอดลงในน้ำ
น$อยที่สุด มีค1าเท1ากับ 1.07เซนติเมตร ประเมินคุณภาพลูกอมจากประสาทสัมผัสกับลูกอม 4 สูตร 3 รสชาติ พบว1าด$านสีนักเรียน
พึงพอใจสีของลูกอมหญ$าดอกขาวรสตอเบอรรี่ ที่เป_นสีธรรมชาติมากที่สุด (56.70%) ด$านกลิ่น พบว1านักเรียนพึงพอใจกลิ่นของลูก
อมรสมะนำวกลิ่นหอมมากที่สุด (46.70%) ด$านรส พบว1านักเรียนพึงพอใจลูกอมรสมะนำวรสเปรี้ยวน$อยที่สุด (53.30%) และด$าน
รูปแบบของลูกอม พบว1านักเรียนพึงพอใจรูปแบบเม็ดมากที่สุดูทั้ง 3 รสชาติ (76,70%) นอกจากนี้ผลการวิจัย พบว1า ลูกอมดอก
หญ$าขาวสามารถลดจำนวนบุหรีท่ ่สี ูบต1อวนั ไดท$ ้งั น้ขี ึน้ อยก1ู ับจำนวนสปั ดาหท. ีน่ บั การสบู บุหรี่
3. งานวิจัย เรื่อง ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ.ลูกอมหญ$าหมอน$อย เพื่อช1วยเลิกบุหรี่ในกลุ1มผู$สูบบุหรี่ (Efficiency of Lozenge
containing Vernonia cinerea for Smoking Cessation in Active Smokers) โดย ดลรวี ลีลารงุ1 ระยับ (2554)
วัตถุประสงค. 1. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของลูกอมหญ$าหมอน$อยในการช1วยลดอัตราการสูบบุหรี่ อัตราการเลิกบุหรี่ ระดับการ
ติดนิโคติน ระดับความเครียด และประสิทธิภาพการทำงานของปอดในกลุ1มคนผู$สูบบุหรี่ 2. เพื่อศึกษาปริมาณสาระสำคัญในสาร
สกัดหญ$าหมอน$อย โดยเฉพาะกลุ1มสาร Catechin ใน เลือดของผู$สูบบุหรี่ ทั้งก1อนและหลังการใช$ลูกอมหญ$าหมอน$อย เมื่อสามารถ
เลิกสูบบุหรี่ได$100% โดยได$ทำการศึกษาในกลุ1มผู$สูบบุหรี่จำนวน 102คน เพศชาย 99 ราย และหญิง 3 ราย (อายุต่ำสุด30ปdสูงสุด
83ปd)แบ1งเป_นกลุ1มที่ได$รับลูกอมสมุนไพรหญ$าหมอน$อย จำนวน 70 ราย และสมุนไพรชาชง จำนวน 32 ราย วิธีการใช$ลูกอมหญ$า
หมอนอ$ ย ใหใ$ ชก$ 1อนสูบบหุ รท่ี กุ คร้ังและให$ใช$ในปริมาณไม1เกิน 10 เม็ดต1อแผงตอ1 วันเท1านน้ั
ส1วนการชงชาโดยการแช1ถุงชาที่มีผงสมุนไพรหญ$าหมอน$อยในน้ำร$อน 3 นำที จากนั้นให$อมแล$วให$ดื่ม ให$ดื่ม 3 ครั้งต1อวัน เช$า
กลางวัน และ เย็น นอกจากนี้ทำการตรวจวัดปริมาณเม็ดเลือดต1างๆ และปริมาณสาร Catechin ทั้งหมดในกระแสเลือดทั้งก1อน
และวันสุดทา$ ยท่ีเลกิ สูบบุหรี่
จากการศึกษาครั้งนี้ สามารถสรุปได$ว1า การใช$สมุนไพรหญ$าหมอน$อยในรูปแบบเม็ดจากสารสกัดแห$ง สามารถช1วยทำให$กลุ1มคนสูบ
บหุ ร่ไี ด$เร็วกว1าแบบชงชาทว่ั ไปอยา1 งเดน1 ชัด
4.งานวิจัย เรื่อง การพัฒนำสูตรตำรับหญ$าดอกขาวเพื่อช1วยในการเลิกบุหรี่: นำร1อง โดย พัชญา คชศิริพงษ., ดวงใจ ดวงฤทธิ์
(2561)

369

งานวิจัยนี้เป_นงานวิจัยกึ่งทดลอง โดยให$อาสาสมัคร 58 คนใช$ยาอม 3 สูตรซึ่งมีกลิ่นและรสชาติต1างกัน มีปริมาณหญา$ ดอกขาว
เม็ดละ 1 กรัม อมสูตรละ 1 วัน วันละ 6 เม็ด แต1ละสูตรให$เว$นระยะห1าง 1 วันวิเคราะห.ข$อมูลโดยใช$สถิติเชิงพรรณนำและสถิติเชิง
อนุมาน ได$แก1 Cochran's Q test, Bonferoni correction และ repeated analysis of variance โดยมีวัตประสงค.เพื่อพัฒนำ
ตำรับยาอมหญ$าดอกขาว เปรยี บเทยี บความพงึ พอใจและประสทิ ธผิ ลในการลดการสบู บรุ ี่

ผลการวิจัยพบว1ากลุ1มตัวอย1างส1วนใหญ1เป_นเพศชาย มีอายุเฉลี่ย 34 ปd ครึ่งหนึ่งเป_นบุคลากรมหาวิทยาลัยรังสิต สูบบุหรี่เฉล่ีย
17 มวนต1อวัน มีความพึงพอใจต1อลักษณะภายนอกของสูตรที่ 2 มากกว1า 1 อย1างมีนัยสำคัญทำงสถิติ(p=0.002) แต1ความพึงพอใจ
ต1อสูตรอื่นๆไม1แตกต1างกัน ความพึงพอใจต1อรสชาติและความพึงพอใจโดยรวมของทั้ง 3 สูตรไม1แตกต1างกัน ยาอมทุกสูตรสามารถ
ลดปริมาณการสูบบุหรี่ต1อวันได$ประมาณร$อยละ 30 ซึ่งไม1แตกต1างกัน อาการไมพ1 งึ ประสงคท. พ่ี บมกั เปน_ อาการเฉพาะทซ่ี ง่ึ หายไดเ$ อง
และมีอุบัติการณ.ต่ำ สรุปคืออาสาสมัครมีความพึงพอใจต1อยาอมสูตรที่ 2 มากที่สุด ซึ่งเป_นรสหวานและมีกลิ่นชาเขียว ยาอมหญ$า
ดอกขาวสะดวกตอ1 การใชง$ านและมีอาการไมพ1 งึ ประสงค.ตำ่ เหมาะแกก1 ารใชเ$ ลกิ บุหร่ี ในระยะยาว

จดุ เด1น : มีการแต1งกลิน่ เฉพาะเป_นรสชาเขียวทำใหเ$ กิดรับประทำนได$งา1 ย
จุดด$อย : การใช$ความเข$มข$นในปริมาณมากอาจทำให$เกิดอาการข$างเคียงได$เล็กน$อยเช1น การรับรสเปลี่ยนไป เบื่ออาหาร
คลืน่ ไส$เล็กนอ$ ย
ขอบเขตการทำงานของผลงานสร,างสรรคk
ขอบเขตเน้อื หา
การจัดทำผลงานนวตั กรรมสร$างสรรค.ในครั้งนี้ มุ1งเน$นในการลดความอยากบุหรี่ขึ้นเพื่อลด ปริมาณความอยากบุหรี่ให$ลดลงและ
ใหผ$ $ูรบั บรกิ ารค1อยๆ ปรับตัวให$ลดความอยากบหุ รี่ให$ลดลงอย1างช$าๆ ไม1หกั ดบิ จนเกนิ ไปและไดผ$ ลกับการเลกิ บหุ ร่ใี นระยะยาว
ขอบเขตประชากรและกลMมุ ตวั อยMาง
ประชากร คือ บุคลากรภายในวทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี ราชบุรี
กลม1ุ ตวั อยา1 ง คือ บุคลากรภายในวิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี ราชบุรี จำนวน 5 คน
ขอบเขตของพืน้ ทห่ี รอื สถานทใ่ี นการศึกษา
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ราชบุรี 84/21 ตำบลหน$าเมอื ง อำเภอเมอื ง จงั หวัดราชบรุ ี

หลักการ วิธกี าร ขนั้ ตอนการสรา$ งและการทดสอบการทำงานของผลงานสร$างสรรค.ข้นั ตอนการ ดำเนินงาน PDCA
ข้นั ตอนการวางแผนงาน (Plan)
1. ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ.ที่ทำให$ลดความอยากบุหรี่และศึกษาเกี่ยวกับสมุนไพร ที่ช1วยลดความอยาก
บหุ ร่ี
2. ออกแบบช้นิ งานผลงานสรา$ งสรรค. เยลลสี่ มุนไพรลดความอยากบุหรี่ และคิดคำนวณสว1 นผสม
ทงั้ หมดโดยองิ ตามงานวจิ ัย
3. เลือกกลมุ1 ตัวอย1างทจ่ี ะนำไปใชท$ ดลองจริง คอื บุคลากรภายในวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี
ราชบรุ ี
ขัน้ ตอนการประดษิ ฐผ. ลงานสร$างสรรค. (DO)
1. ระดมความคดิ กบั คณะผู$จัดทำในการสร$างชิน้ งานผลงานสร$างสรรค.
2. ออกแบบชิ้นงานผลงานสรา$ งสรรค.

370

3. รว1 มกันคน$ หาวสั ดแุ ละอุปกรณท. ่ีจะใช$ในการสรา$ งผลงานสร$างสรรค.โดยอุปกรณม. ีดงั น้ี
- สมนุ ไพร ไดแ$ ก1 หญ$าดอกขาว กานพลู และมะขามปYอม สารให$ความหวานจากธรรมชาติ ไดแ$ ก1 หญ$าหวาน

ภาพท่ี 1 สมุนไพรทีใ่ ชท$ ำเจลลี่ ที่มาจาก Internet

4. ลงมือสร$างผลงานสรา$ งสรรคต. ามแบบแผนที่ได$วางไว$
4.1 เตรียมอุปกรณแ. ละวัตถุดบิ ท่ีใชใ$ นการทำเยลลี่
- หญา$ ดอกขาว 30 กรัม
- กานพลู 20 กรมั
- มะขามปอY ม 10 กรัม
- หญา$ หวาน 20 กรัม
- นำ้ เปล1า 2,000 มลิ ลิลิตร
- เกลอื ¼ ช$อนชา
4.2 นำสมุนไพร ได$แก1 หญ$าดอกขาว กานพลู และมะขามปYอม ที่เตรียมไว$ใส1ในผ$าขาวบางแล$วนำไปต$มในน้ำเดือด 1,800 มิลลิลิตร
ต$มดว$ ยไฟอ1อนนำนเปน_ เวลา 1 ชว่ั โมง หลังจากนน้ั พกั ไว$ใหอ$ น1ุ
4.3 ต$มน้ำ 200 มลิ ลิลิตรใหเ$ ดอื ด แล$วนำหญ$าหวาน 20 กรมั ตม$ ดว$ ยไฟออ1 นนำนประมาณ 20 นำที หลงั จากนัน้ พักไว$ให$อุ1น
4.4 นำเจลาติน 60 กรมั ละลายในนำ้ เยน็ ในอตั ราส1วน 1/5
4.5 นำน้ำสมุนไพรที่พักไว$มาผสมกับน้ำหญ$าหวาน แล$วนำเจลาติน 60 กรัมมาผสมเข$ากับน้ำสมุนไพรทั้งหมด คนจนเจลาตินละลาย
ให$เขา$ กัน
4.6 นำน้ำสมนุ ไพรที่ได$ ใสใ1 นพมิ พ.ซิลโิ คน แล$วนำไปพกั ทิง้ ไว$ทอี่ ุณหภูมหิ $องประมาณ 18 ชว่ั โมง
4.7 เมอื่ ครบกำหนดเวลาแล$ว แกะเยลลอี่ อกจากพมิ พ.ซิลโิ คน
4.8 นำเยลลี่ทแ่ี ขง็ ตัวแล$วมาใสใ1 นบรรจภุ ัณฑท. ่ีเตรียมไว$
5. ทดลองใชก$ บั กลุม1 ตวั อยา1 ง
ขั้นตอนการกำกบั ตดิ ตาม (Check)
1. สง1 ผเู$ ชย่ี วชาญตรวจสอบความเหมาะสมของผลงานช้นิ สรา$ งสรรค. โดย อาจารยพ. ยาบาล 1 ท1าน
2. นำไปทดลองกับบุคลากรภายในวิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี ราชบรุ ี จำนวน 5 คน
พร$อมทงั้ ทำแบบประเมินความพงึ พอใจ
3. รวบรวมผลการประเมินความพึงพอใจ
ขนั้ ตอนการปรับปรงุ นวัตกรรม (Act)
ปรบั ปรงุ ผลงานชนิ้ สรา$ งสรรค.ตามคำแนะนำจากอาจารยพ. ยาบาลเพอ่ื นำคำแนะนำไปพฒั นำต1อ

371

การตอ1 ยอดเชงิ พาณิชย.
การต1อยอดเชิงพาณิชย.เป_นการนำไปใช$กับผู$ปfวยโดยพัฒนำให$สามารถนำไปใช$ในผู$ที่อยากเลิกบุหรี่ การต1อยอดนวัตกรรม จะปรับ
รูปลักษณ. สี กลิ่น รสชาติ ให$เหมาะกับทุกเพศและทุกวัย เพราะเนื่องจากในสถานการณ.ตอนนี้มีการสูบุหรี่ที่มีจำนวนมาก ทั้งกลุ1ม
วัยรุ1นหน$าใหม1 ที่มีความอยากคิดอยากลอง และปรับบรรจุภัณฑ.ผลิตภัณฑ.ให$สามารถเก็บรักษาได$นำนและง1ายต1อการสะดวกพกพา
และมคี วามน1าสนใจ
จุดเด1น - จุดด$อยของนวัตกรรมและความแตกตา1 งจากผลงานสรา$ งสรรคอ. ื่น
จุดเด1น
1. รับประทำนไดง$ า1 ย
2. มีความทันสมยั
3. เป_นการใช$สารสกัดจากธรรมชาติเกือบทั้งหมด ไม1เป_นผลเสียต1อร1างกาย เช1นความหวานใส1ในเยลลี่ทำจากหญ$าหวานที่ได$จาก
ธรรมชาติ
จุดดอ$ ย
1. กลิน่ สมนุ ไพรทค่ี อ1 นขา$ งแรงและรับประทำนได$ยาก
2. ตน$ ทุนของการทำเยลลีค่ อ1 นขา$ งสงู ราคาสมุนไพรบางตวั มีราคาแพง เช1น หญ$าดอกขาว
ประโยชน.และคณุ คา1 ของชิ้นผลงานสร$างสรรค.
- ชว1 ยในการลดความอยากบหุ รี่
- สามารถพัฒนำเยลล่ีให$ตรงกบั ความตอ$ งการของผู$ใช$และมีประสิทธิภาพในการลดจำนวนมวนบหุ รี่ ทีส่ บู ตอ1 วนั
ผลสรปุ การประเมินผล
จากการทำแบบประเมิน จำนวน 5 คน ซึ่งเป_นผู$ปfวยในหอผู$ปfวยจิตเวช โดยเป_นผู$ปfวยชายจำนวน 5 คน คิดเป_นร$อยละ 100 โดย
แบบประเมินความพึงพอใจการใช$เยลลี่สมุนไพร ลดความอยากบุหรี่ ในแบบประเมินจะมีทั้งหมด 3 ด$าน ด$านที่ 1 ด$านรสชาติ ด$าน
ท่ี 2 ดา$ นกลนิ่ และดา$ นที่ 3 ดา$ นรูปร1าง โดยมีผล การประเมินดงั นี้
ด$านท่ี 1 ด$านรสชาติ
1. ความหวาน ระดับความพึงพอใจปานกลาง จำนวน 3 คน ร$อยละ 60 รองลงมาคือ ระดับความ พึงพอใจมาก จำนวน 2 คน คิด
เปน_ รอ$ ยละ 40
2. รับประทำนง1าย ระดับความพึงพอใจมาก จำนวน 3 คน คิดเป_นร$อยละ 60 รองลงมาระดับความพึงพอใจมากที่สุด จำนวน 1 คน
คดิ เป_นร$อยละ 20 และระดบั ความพงึ พอใจปานกลาง จำนวน 1 คน คดิ เปน_ ร$อยละ 20
3. รสสัมผัสขณะรับประทำน ระดับความพึงพอใจมากที่สุด จำนวน 2 คน คิดเป_นร$อยละ 40 คือระดับความพึงพอใจปานกลาง
จำนวน 2 คน คิดเป_นร$อยละ 40 และรองลงมาคือระดับความพึงพอใจมาก จำนวน 1 คน คดิ เป_นร$อยละ 20
ดา$ นท่ี 2 ดา$ นกลนิ่
1. กลิ่นหอมสมุนไพร ระดับความพึงพอใจมากที่สุด จำนวน 2 คน คิดเป_นร$อยละ 40 ระดับความ พึงพอใจปานกลาง จำนวน 2 คน
คดิ เปน_ ร$อยละ 40 รองลงมาระดบั ความพึงพอใจมาก จำนวน 1 คน คิดเปน_ รอ$ ยละ 20
2. ไม1มีกลิ่นเหม็นเขียว ระดับความพึงพอใจมากที่สุด จำนวน 3 คน คิดเป_นร$อยละ 60 รองลงมาระดับความพึงพอใจมาก จำนวน 1
คน คดิ เปน_ ร$อยละ 20 และระดับความพงึ พอใจปานกลาง จำนวน 1 คน คดิ เป_นร$อยละ 20

372

ด$านท่ี 3 ดา$ นรูปรา1 ง
1. ขนำดเหมาะสมรับประทำนง1าย ระดับความพึงพอใจมากที่สุด จำนวน 3 คน คิดเป_นร$อยละ 60 รองลงมาระดับความพึงพอใจ
มาก จำนวน 1 คน คิดเป_นร$อยละ 20 และระดับความพงึ พอใจปานกลาง จำนวน 1 คน คิดเปน_ รอ$ ยละ 20
2. รูปร1างสวยงามน1ารับประทำน ระดับความพึงพอใจมากที่สุด จำนวน 2 คน คิดเป_นร$อยละ 40 รองลงมาระดับความพึงพอใจมาก
จำนวน 2 คน คดิ เปน_ รอ$ ยละ 40 รองลงมาระดบั ความพึงพอใจปานกลาง จำนวน 1 คน คดิ เป_นรอ$ ยละ 20
3. สีสันสวยงามน1ารับประทำน ระดับความพึงพอใจมากที่สุด จำนวน 3 คน คิดเป_นร$อยละ 60 รองลงมาระดับความพึงพอใจมาก
จำนวน 1 คน คดิ เปน_ ร$อยละ 20 และระดบั ความพึงพอใจปานกลาง จำนวน 1 คน คิดเปน_ ร$อยละ 20
ข$อเสนอแนะเพิม่ เตมิ
1.ปรับเปลีย่ นตวั บรรจุภณั ฑ.ใหม1
2.รสชาตหิ วานเกนิ ไป
3.แนะนำใหเ$ ป_นลกู อม เยลลเ่ี กนิ ไป

เอกสารอา, งองิ (References)
[1] คณิตศร เอมทิพย. และคณะ(2558). ผลการใชล$ กู อมหญ$าดอกขาวลดอาการอยากบหุ ร่ี : วารสาร วทิ ยาศาสตร.
และ เทคโนโลยี ปทd ่2ี ฉบับท่ี 2 กรกฎาคม- ธนั วาคม 2558. สืบคน$ เม่ือ 16 กมุ ภาพนั ธ. 2565 จาก
https://research.kpru.ac.th/journal_science/journal/20252019-03-08.pdf.
[2] ดลรวี ลีลารงุ1 ระยับ. (2554). ประสิทธภิ าพของผลิตภณั ฑล. กู อมหญ$าหมอนอ$ ยเพ่ือช1วยเลิกบุหรใ่ี นกล1ุมผู$สบู
บหุ รี.่ สบื คน$ เมือ่ 16 กุมภาพนั ธ. 2565 จาก cat14 (3).pdf (trc.or.th).
[3] พชั ญา คชศริ ิพงษ. , ดวงใจ ดวงฤทธ.์ิ (2561). การพฒั นำสตู รตำรบั หญ$าดอกขาวเพือ่ ช1วยในการเลกิ บุหร่ี :
นำร1อง. วชริ เวชสารและวารสารเวชศาสตรเ. ขตเมือง ปทd ี่ 62 ฉบับที่ 6 พฤศจกิ ายน – ธันวาคม 2561.
สืบคน$ เมอื่ 16 กมุ ภาพนั ธ. 2565 จาก https://he02.tci-thaijo.org.
[4] เมธาวดี มณีนลิ , ศศนิ ำ บัวสุข.(2563). การพัฒนำแผน1 ฟลß .มสมนุ ไพรลด-เลกิ บุหร่ี (The development of
Nicotine herbal patch for smoking cessation) : วารสารวิชาการอาชีวศกึ ษาภาคใต$ ปd ที5 ฉบบั ท่ี
1 มกราคม – มถิ นุ ำยน 2563. สบื ค$นเมอื่ 16 กมุ ภาพนั ธ. 2565 จาก
file:///C:/Users/Administrator/Downloads/csnp_admin.
[5] โรงพยาบาลเวลิ ด.เมดคิ อล. อนั ตรายของผูท$ ่สี ูบบุหรแี่ ละไมไ1 ดส$ บู บุหร.ี่ สบื คน$ เมอ่ื 16 กมุ ภาพันธ. 2565
จาก https://theworldmedicalcenter.com.
[6] Sudarat homhual. กานพล.ู สืบค$นเมือ่ 16 กุมภาพนั ธ. 2565 จาก กานพลู - ฐานข$อมูลเคร่อื งยา
คณะเภสัช ศาสตร. ม.อบุ ล : thaicrudedrug.com

373

นวัตกรรม “แผน] เจลสมนุ ไพรลดปวดข<อเขา] ”

แพรวนภา เอย้ี วเจรญิ 1, พิมพพk ิชชา สาราญราษฎร1k , พมิ สวุ รี k โชติสวุ รรณกลุ 1, เพชรรัตนk งามสม1,
เพยี งจนั ทรk วิทิตพันธk1, ภณั ฑิรา อรุณรัตนพร1, ภาสินี อนิ ทรสk วุ รรณ1, มณทิชา เพชรดีมีสกลุ 1,
มณิสรา ทองกอ, น1, รพพี รรณ นำคบบุ ผา2

1 นกั ศกึ ษาพยาบาลศาตรบณั ฑิต วทิ ยาลยั พยาบาลพระจอมเกล,า จังหวดั เพชรบุรี คณะพยาบาลศาสตรk สถาบนั พระบรมราช
ชนก

2 อาจารยปk ระจำวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล,า จงั หวัดเพชรบรุ ี คณะพยาบาลศาสตรk สถาบนั พระบรมราชชนก
*ผ,ูรบั ผิดชอบบทความ: [email protected]

บทคัดยMอ

การจัดทำนวัตกรรมแผ1นเจลสมุนไพรลดปวดข$อเข1านี้ มีวัตถุประสงค.เพื่อลดอาการปวดข$อเข1าในผู$สูงอายุโรคข$อเข1าเสื่อม
ชนิดปฐมภูมิ ระยะข$อเข1าเสื่อมเล็กน$อย กลุ1มตัวอย1างคือผู$สูงอายุ ตาบลธงชัย อาเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 5 คน มี
กระบวนการพัฒนำนวัตกรรมเป_นระบบเริ่มจากการ 1) ขั้นตอนการวางแผน (Plan) ศึกษาค$นคว$าเอกสารทำงวิชาการที่เกี่ยวข$อง
กับชนิด อาการ การรักษาของโรคข$อเข1าเสื่อม สมุนไพรเพื่อลดอาการปวดข$อเข1า นำข$อมูลที่ได$มาออกแบบนวัตกรรม หลังจากนั้น
นำไปทดลองใช$กับผู$สูงอายุ จำนวน 3 คน ติดตามผลหลังการทดลองใช$ 1 สัปดาห. และนำข$อเสนอแนะไปปรับปรุงนวัตกรรม 2)
ขั้นตอนการลงมือทำ (Do) นำนวัตกรรมที่ปรับปรุงแล$วไปใช$กับกลุ1มตัวอย1าง รวมทั้งประเมินความเจ็บปวดข$อเข1าก1อนการใช$ 3)
ขั้นตอนการกากับติดตาม (Check) ติดตามประเมินผลการใช$แผ1นเจลสมุนไพรลดปวด ใน 2 สัปดาห.หลังการใช$ ประเมินความ
เจ็บปวดและความพึงพอใจหลังการใช$ 4) ขั้นตอนการปรับปรุงและพัฒนำ (Act) นำปÜญหาที่พบในการใช$นวัตกรรม มาปรับปรุง
แก$ไขเพื่อให$มีความเหมาะสม และสะดวกใช$มากขึ้น ข$อเสนอแนะการใช$แผ1นเจลสมุนไพรลดปวดข$อเข1า เป_นอีกทำงเลือกหนึ่งใน
การรักษาโดยไม1ใช$ยาสาหรับผู$สูงอายุโรคข$อเข1าเสื่อมชนิดปฐมภูมิ ระยะข$อเข1าเสื่อมเล็กนอ$ ย เพราะมีความสะดวก ปลอดภัย และ
ช1วยลดเวลา ค1าใช$จ1ายในการเดินทำงมารับการรักษาที่โรงพยาบาล คาสาคัญ: นักศึกษาพยาบาล, ผู$สูงอายุ, แผ1นเจลสมุนไพร, ลด
ปวดข$อเขา1

374

An innovative herbal gel pad for reducing knee joint pain
Praewnapa Aiewcharoen 1, Phimphitcha Samranrat 1, Pimsuwee Chotsuwannakul1,

Phetcharat Ngamsom1, Piengjan Wititpun1, Phanthira Arunrattanaporn1,
Phasinee Insuwan1, Monticha Phetdeemeesakul1, Manisara Thongkon1,

Rapeepan Narkbubpha2
1 Nursing student of Phachomklao college of nursing Phetchaburi Province, Faculty of nursing,

Praboromarajchanok Institute
2 Nursing instructors of Phachomklao college of nursing Phetchaburi Province, Faculty of nursing,

Praboromarajchanok Institute
*Corresponding author: [email protected]

Abstract

An innovative herbal gel pad for reducing knee joint pain was aimed at reducing knee pain among
elderly people with primary osteoarthritis with minor knee osteoarthritis. The samples are 5 elderly
people at Thongchai Sub-district, Mueang District, Phetchaburi Province. There is a systematic process of
innovation development starting from 1) Planning procedure, reviewing academic documents related to
the symptoms, treatment of osteoarthritis, and herbs to reduce knee joint pain then using the
information to design innovation. After that, try out with 3 elderly people and follow up after a one-
week then improve innovation. 2) Doing procedure, applies improved innovations to the sample,
including assessing knee pain before using an herbal gel pad. 3) Evaluating procedures, follow-up after
2 weeks after use, pain assessment, and satisfaction after use. 4) The improvement and development
process is to address problems encountered during the use of innovations so that they are adjusted and
improved towards more suitability and convenient usability. Herbal gel pads are recommended as an
option for knee pain reduction for the non- pharmacological treatment of patients with primary
osteoarthritis with minor osteoarthritis because they are convenient and safe as well as save time and
cost in visiting the hospital for treatment.
Keywords: nursing student, elderly people, herbal gel pad, reduce knee joint pain

375

1. ความเปgนมาและความสาคญั ของปhญหา
ปÜญหาสุขภาพที่พบบ1อยในผู$สูงอายุ คือโรคข$อเข1าเสื่อม และเป_นปÜญหาสุขภาพ 1 ใน 5 ของผู$สูงอายุไทย(สานักนโยบาย

และยุทธศาสตร. กระทรวงสาธารณสุข, 2558) โดยในช1วงปd 2554-2557 พบว1ามีผู$ปfวยโรคข$อเข1าเสื่อมมารับบริการในหน1วยบริการ
ระบบหลักประกันสุขภาพแห1งชาติ จาก 241,135 ราย เป_น 274,133 ราย เฉลี่ยเพิ่มขึ้นปdละ 8,250 ราย (สานักงานหลักประกัน
สุขภาพแห1งชาติ, 2560) โรคข$อเข1าเสื่อม (osteoarthritis of knee) คือ โรคที่มีการเสื่อมสภาพของกระดูกอ1อนผิวข$อ (articular
cartilage) และกระดูกที่อยู1ใต$ผิวข$อ (subchondral bone) ของข$อเข1าอย1างเรื้อรัง โดยเริ่มเกิดการสูญเสียกระดูกอ1อนผิวข$ออย1าง
ช$าๆ เมื่อเวลาผ1านไป กระดูกอ1อนผิวข$อจะถูกทำลายเพิ่มขึ้นทำให$กระดูกอ1อนผิว ข$อขรุขระร1วมกับมีการหนำตัวของเนื้อกระดูกที่อยู1
ใต$ผิวข$อ ทำให$เกิดแรงกดหรือการเสียดสีต1อกระดูก เอ็น และกล$ามเนื้อ ภายในข$อเข1ามากขึ้น ทำให$เกิดการอักเสบของข$อ และมี
น$าไขข$อลดลง มีอาการปวดเรื้อรัง (chronic pain) บวม (swelling) กดเจ็บ (tenderness) มีเสียงในข$อ (cracking or clicking)
เคลื่อนไหวข$อลาบาก (limitation of joint motion) และข$อผดิ รปู (joint deformity) (Agency for Healthcare Research and
Quality: AHRQ, 2017)

โรคข$อเข1าเสื่อมแบ1งออกเป_น 2 ชนิด ประกอบไปด$วย 1) โรคข$อเข1าเสื่อมชนิดปฐมภูมิ (primary osteoarthritis of
knee) เป_นโรคข$อเข1าเสื่อมที่ไม1ทราบสาเหตุ และไม1มีประวัติความเจ็บปfวยที่เกิดขึ้นกับข$อเข1าโดยตรง แต1มีปÜจจัยที่ทำให$เกิดข$อเข1า
เสื่อม เช1น อายุมากกว1า 60 ปd เพศหญิงที่เข$าสู1วัยหมดประจำเดือนจะมีระดับฮอร.โมนเอสโตรเจนลดลง ซึ่งฮอร.โมนนี้ช1วยซ1อมแซม
และสมานเนื้อเยื่อโดยเฉพาะเนื้อเยื่อรอบข$อที่มีการอักเสบจึงทำให$เนื้อเยื่อรอบข$อไม1แข็งแรง เส$นเอ็นหย1อนยาน ข$อหลวมไม1มั่นคง
น$าหนักตัวเกิน กรรมพันธุ.โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีประวัติเป_นโรคข$อเข1าเสื่อม เป_นต$น และ 2)โรคข$อเข1าเสื่อมชนิดทุติยภูมิ
(secondary osteoarthritis of knee) เป_นโรคขอ$ เข1าเสื่อมที่ทราบสาเหตุ โดยมีสาเหตจากการบาดเจบ็ โดยตรงบริเวณข$อเข1า เช1น
เคยประสบอุบัติเหตุและมีการบาดเจ็บที่ข$อเข1า มีการบาดเจ็บเรื้อรังที่บริเวณข$อเข1าจากการทำงานหรือการเล1นกีฬาโรคข$ออักเสบรู
มาตอยด. โรคเกาต. โรคข$ออักเสบติดเชื้อ เป_นต$น (นงพิมล นิมิตรอานันท., 2557; วรากร จริงจิตร, 2560; AHRQ, 2017; Wallace
et al., 2017)

ทั้งนี้ความรุนแรงของโรคข$อเข1าเสื่อม แบ1งออกเป_น4 ระยะ ดังนี้ (Wu, 2016) ระยะที่ 1 ข$อเข1าเสื่อมระยะเริ่มแรก
(minor osteoarthritis of knee) มีการสูญเสีย กระดูกอ1อนผิว ข$อเล็กน$อย (slightly damage) เพียงร$อยละ 10 และเริ่มกระดูก
งอก (osteophytes or bone spurs) บริเวณขอบ ของข$อในระยะนี้ ผู$ปfวยยังไม1รู$สึกปวดข$อแต1จะมีอาการตึงข$อเข1าเมื่อมีการ
เปลี่ยนท1าทำง ระยะที่ 2 ข$อเข1าเสื่อมเล็กน$อย (mild osteo- arthritis of knee) กระดูกอ1อนผิวข$อมีการสึกกร1อนและบางลง มี
กระดูกงอกเป_นปุfมๆ ที่ขอบของข$อช1องว1าง ระหว1างกระดูกข$อเข1ายังเหมือนปกติ ในระยะนี้ผู$ปfวยมีอาการปวดข$อเล็กน$อย ขัดฝ¢ด
และมีเสียงในข$อเข1า ระยะที่ 3 ข$อเข1าเสื่อมปานกลาง (moderate osteoarthritis of knee) กระดูกอ1อนผิวข$อสึกกร1อนและเกิด
กระดูกงอกมากขึ้น ช1องว1างระหว1างกระดูกข$อเข1าแคบลง กระดูกข$อเข1ามีการเสียดสีกันและมีการอักเสบของข$อและเนื้อเยื่อรอบๆ
ข$อ ทำให$มีการผลิตน$าในข$อเข1ามากขึ้น ข$อเข1าบวม ในระยะนี้จะมีอาการปวดข$อเข1า ข$อติดขัด ฝ¢ดแข็ง มอี าการขัดข$อเข1าขณะเดิน
และเกิดเสียงในข$อเข1ามากขึ้น และระยะที่ 4 ข$อเข1าเสื่อมรุนแรง (severe osteo- arthritis of knee) กระดูกอ1อนผิวข$อสึกกร1อน
ถึงร$อยละ 60 กระดูกที่งอกบริเวณขอบข$อมีขนำดใหญ1ขึ้น กระดูกข$อเข1าชิดติดกัน ยังมีการอักเสบของข$ออย1างต1อเนื่องแต1นา$ ในข$อ
มีปริมาณลดลง ทำให$ข$อมีการเสียดสีกันมากขึ้น ในระยะนี้ผู$ปfวยมีอาการปวดเข1ามาก ข$อเข1าผิดรูป คือ มีลักษณะเข1าโก1ง เข1าแอ1น
หรือเข1าชนกันข$อเข1าหลวมมากขึ้นทำให$เกิดความไม1มั่นคงขณะยืน เดิน มีอาการฝ¢ด ขัด มากขึ้น เดินลาบาก มีการจำกัดการ

376

เคลื่อนไหวทั้งการงอและการเหยียดกาลังกล$ามเนื้อรอบเข1าจะอ1อนแรง ทำให$ผู$ปfวยเกิดการหกล$มได$ง1าย พยาบาลจึงควรประเมิน
ภาวะสขุ ภาพ ดูแลช1วยเหลือผ$สู งู อายุโรคข$อเขา1 เส่ือมอยา1 งเหมาะสม เพอ่ื ใหเ$ กดิ ความปลอดภัย และลดภาวะแทรกซอ$ นต1างๆ

ในการนี้การดูแลรักษาโรคข$อเข1าเสื่อมมี 3 วิธีที่จะช1วยลดความรุนแรงของโรค ประกอบด$วย 1) การรักษาด$วยการผ1าตัด
(operative treatment) ในประเทศไทยพบคา1 ใชจ$ 1ายในการผ1าตัดขอ$ เข1า 1 ครง้ั ประมาณ 78,533 –79,316 บาท และใช$ระยะเวลา
นอนในโรงพยาบาลถึง 7-8 วัน 2) การรักษาด$วยการใช$ยา (pharmacological treatment) ซึ่งพบว1าการรักษาด$วยยาต$านอักเสบ
ที่ไม1ใช1สเตรียรอยด.ส1งผลทำให$เสียค1าใช$จ1ายปdละประมาณ 1,282 ล$านบาท (รังสิยา นำรินทร,. วิลาวัณย. เตือนราษฎร., และวราภรณ.
บุญเชียง, 2558) และ3) การรักษาด$วยวิธีประคับประคอง(conservative treatment) หรือการรักษาโดยไม1ใช$ยา (non-
pharmacological treatment) ซึ่งเป_นการประคบด$วยสมุนไพร เป_นการรักษาทำงเลือกแก1ผู$ปfวยโรคข$อเข1าเสื่อม เพื่อลดอาการ
ปวดข$อเข1า โดยการประคบเย็นทำให$ความร$อนภายในข$อเข1าที่มีการอักเสบลดลง และสามารถเคลื่อนไหวข$อเข1าได$ดีขึ้น (ชุตินันท.
ขันทะยศ และกนกพร ปÜญญาดี,2560) ส1วนการประคบความร$อนสมุนไพรจะช1วยกระตุ$นระบบไหลเวียนของเลือดรอบๆข$อเข1า
ช1วยคลายกล$ามเนื้อและลดความปวด (ฐานิตา สวุ รรณธยั , ธนั ยาพร แกว$ มณี, อาพล บญุ เพยี ร, และอรณุ ี ยนั ตรปกรณ., 2559)
ทั้งนี้วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล$า จังหวัดเพชรบุรี เป_นสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
ที่มีนโยบายด$านการเรียนการสอนและพัฒนำนักศึกษา โดยการส1งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพโดยใช$
แนวคิดการดูแลสุขภาพด$วยหัวใจความเป_นมนุษย. และการบูรณาการกับการบริการวิชาการทำงสังคม การทำนุบารุงศิลปะและ
วัฒนธรรม ในการพัฒนำบัณฑิตให$มีคุณลักษณะที่พึงประสงค. (วิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล$า จังหวัดเพชรบุรี, 2565) นักศึกษา
พยาบาลจึงนำภูมิปÜญญาท$องถิ่นเกี่ยวกับสมุนไพร มาผลิตนวัตกรรม “แผ1นเจลสมุนไพรลดปวดข$อเข1า” ซึ่งเป_นการรักษาทำงเลือก
แก1ผู$สูงอายุโรคข$อเข1าเสื่อมชนิดปฐมภูมิ ในระยะข$อเข1าเสื่อมเล็กน$อย เพื่อลดอาการปวดข$อเข1า โดยใช$สมุนไพรประคบเย็น ซึ่งจะ
ส1งผลให$ลดความร$อนภายในข$อเข1าที่มีการอักเสบ ทำให$สามารถเคลื่อนไหวข$อเข1าได$ดี ส1งผลให$ผู$สูงอายุโรคข$อเข1าเสื่อมมีคุณภาพ
ชวี ติ ท่ดี ขี ้นึ

2. วัตถปุ ระสงคk
1. เพื่อพัฒนำนวัตกรรม “แผ1นเจลสมุนไพรลดปวดข$อเข1า” สาหรับผู$สูงอายุโรคข$อเข1าเสื่อมชนิดปฐมภูมิ ในระยะข$อเข1า

เสอื่ มเลก็ นอ$ ย
2. เพื่อประเมินประสิทธิภาพ“แผ1นเจลสมุนไพรลดปวดข$อเข1า” สาหรับผู$สูงอายุโรคข$อเข1าเสื่อมชนิดปฐมภูมิ ในระยะข$อ

เขา1 เสอ่ื มเล็กนอ$ ย

3. กลุMมเปmาหมาย
ผู$สูงอายทุ อ่ี ยใู1 นตาบลธงชัย จำนวน 5 คน

4. กระบวนการพฒั นำ (ตามขน้ั ตอน plan do check act)
4.1 ข้นั ตอนการวางแผน (Plan)
1. สมาชิกในกลMมุ รวM มกันประชมุ กลุMม สืบค,นเอกสารทำงวชิ าการท่ีเกย่ี วขอ, งกับชนดิ อาการ การรกั ษาของ

โรคขอ, เขาM เสอ่ื ม สมุนไพรเพื่อลดอาการปวดข,อเขาM

377

2. วางแผนการดาเนินงานและแบงM หน,าท่กี ารทำงาน
3. ออกแบบและพฒั นำนวตั กรรม “แผMนเจลสมุนไพรลดปวดข,อเขMา”
4. ทำการสารวจ เก็บรวบรวมข,อมูลและสอบถามเกย่ี วกบั วัสดุทม่ี ีในทอ, งถ่นิ ที่สามารถนำมาใชใ, นการพัฒ
นำนวัตกรรม
5. จดั ทำนวตั กรรม “แผนM เจลสมนุ ไพรลดปวดขอ, เขMา”
4.2 ขั้นตอนลงมือทำ (Do)
4.2.1 เขียนราM งรูปแบบนวตั กรรม“แผนM เจลสมนุ ไพรลดปวดข,อเขMา”
4.2.2 วสั ดุอปุ กรณk :
1. สารสกดั สมนุ ไพร ประกอบด,วย ขิง ขาM ใบพลู ต,นกระดกู ไกดM า อยMางละ 20 กรมั

2. แอลกอฮอลk 75%

3. เครือ่ งป¡นh

378

4. ถาดสาหรับใสสM มุนไพร
5. กลอM งที่มฝี าปด¨ มิดชดิ
6. ผาV ขาวบาง 1 ผืน

379

7. Carbopol 940 20 g.
8. Tri Ethanolamine (TEA) 20 g.
9. Fixomull stretch

380

10. สาลีแผนM บางรปู รMางสีเ่ หลยี่ ม
4.2.3 วธิ ีการทำแผMน แปะ ลด ปวด :

ภาพที่ ( 1 – 2 ) นำสมนุ ไพรสด ประกอบด,วย ขงิ ขาM ใบพลูตน, กระดูกไกดM า มาปนh¡ ใหเ, ปgนเนอื้ เดียวกนั

381

ภาพท่ี ( 3 ) นำแอลกอฮอลkมาคลุกเคล,ากบั สมนุ ไพรท่ปี ¡hนเตรียมไว,

ภาพท่ี ( 4 – 5) นำส1วนผสมสมนุ ไพรที่ได$ใสก1 ลอ1 งและปßดฝาใหเ$ รียบรอ$ ย แลว$ นำไปแชใ1 นตูเ$ ยน็ เปน_ เวลา 1 วนั
ภาพท่ี (6) นำสMวนผสมสมนุ ไพรทหี่ มักไว, 1 วนั มากรองเอาแตสM Mวนทีเ่ ปgนน,าสมุนไพร

382

ภาพท่ี (7) เตรียมเจลโดยเรม่ิ จากการละลาย Carbopol 940 ในน,าสะอาด คนจนเปgนเน้อื เดียวกนั และเตมิ
Tri Ethanolamine (TEA) คนให,เขา, กนั จนเรม่ิ เปgนเนอื้ เจลเหลวใส

ภาพที่ (8) นำนา, สมนุ ไพรท่ไี ดม, าผสมกบั เจล คนใหเ, ปgนเนือ้ เดียวกัน

383

ภาพท่ี (9) จากนั้นนำสาสีแปะลงบน Fixomull stretch

ภาพท่ี (10) นำเจลสมุนไพรที่เตรียมไว, ทำลงบนแผนM สาสี ไมMใหห, นำจนเกนิ ไป ปด¨ เจลดว, ยแผนM พลาสตกิ
และป¨ดแผMน Fixomull stretch เหมอื นเดิม

384

ภาพท่ี (11) นำไปแชMตู,เยน็ หากตอ, งการใช, ลอกกระดาษออกและแปะไปตรงทม่ี ีอาการปวดไดเ, ลย
4.3 ขน้ั ตอนการกากบั ติดตาม (Check)

1. นำนวัตกรรมไปทดลองใช$คร้งั ท่ี 1 กบั ผส$ู งู อายุโรคขอ$ เข1าเสื่อมชนิดปฐมภูมิ ในระยะข$อเข1าเสอื่ มเลก็ นอ$ ย ตาบลธงชยั
อาเภอเมอื ง จังหวัดเพชรบรุ ี จำนวน 3 คน โดยตรวจสอบคณุ ภาพดา$ นการลดอาการปวดขอ$ เขา1 และความปลอดภยั ในการใชง$ าน
พบวา1 มขี $อปรบั ปรุง ได$แก1

1) เจลสมนุ ไพรมีลกั ษณะทีเ่ หลวไม1อยตู1 วั ทำใหไ$ มส1 ามารถแปะลง Fixomull stretchได$
2) กลน่ิ ของใบพแู รงจนเกินไป
2. นำนวัตกรรมไปปรบั ปรุงแกไ$ ข
3. นำนวตั กรรมไปทดลองใชค$ รั้งท่ี 2 กบั ผู$สูงอายุโรคข$อเขา1 เส่ือมชนดิ ปฐมภมู ิ ในระยะขอ$ เขา1 เสือ่ มเล็กนอ$ ย
ตาบลธงชยั อาเภอเมอื ง จังหวดั เพชรบุรี จำนวน 5 คน รวมท้ังประเมนิ ความเจบ็ ปวดข$อเข1าก1อนการใช$ หลังจากนัน้ ติดตาม
ประเมินผลการใชแ$ ผ1นเจลสมุนไพรลดปวด ใน 2 สัปดาหห. ลงั การใช$ ประเมนิ ความเจบ็ ปวดและความพึงพอใจหลงั การใช$

385

ภาพที่ (12 -13) ภาพขณะลงพืน้ ที่เพื่อนำนวัตกรรมไปใหผ, ,สู ูงอายุทดลองใช,งาน
พบว1ามขี $อคดิ เห็นจากกลม1ุ ผูท$ ดลองใหค$ วรปรบั ปรุง ได$แก1

1). Fixomull stretch มีขนำดเล็กทำให$แปะไดไ$ ม1พอดีเขา1
2). เพม่ิ ปรมิ าณสมนุ ไพรเพื่อให$มคี วามร$อนและประสิทธภิ าพมากข้นึ
4.4 ขั้นตอนการปรบั ปรงุ และพัฒนำ (Act)
1. ปรบั ปรงุ นวตั กรรมครั้งที่ 1

1) ปรบั ปริมาณสว1 นผสมของเจลสมุนไพรให$เหมาะสมไมใ1 ห$เนือ้ เจลสมนุ ไพรเหลว
2) ปรับปริมาณใบพูใหเ$ หมาะสมเพ่ือให$กลน่ิ ของใบพูไม1แรงจนเกนิ ไป
2. ปรับปรงุ นวตั กรรมครงั้ ที่ 2
1) ปรับให$ Fixomull stretch มขี นำดท่ีใหญเ1 หมาะสมกบั เข1า
2) เพ่ิมปริมาณสมนุ ไพรใหเ$ หมาะสม
5. รายละเอียดและวิธกี ารใชง, านนวตั กรรม
การทดลองใช$นวัตกรรมที่พัฒนำขึ้น คณะผู$จัดทำได$ดาเนินการตามจริยธรรมวิจัยในมนุษย.โดยขอความยินยอมจากกล1ุม
ตัวอย1างผู$สูงอายุโรคข$อเข1าเสื่อมชนิดปฐมภูมิ ในระยะข$อเข1าเสื่อมเล็กน$อย จำนวน 8 คน และให$กลุ1มตัวอย1างทดลองใช$อย1างน$อย
วันละ 1 แผ1น และประเมินความพึงพอใจต1อนวัตกรรมที่พัฒนำขึ้นหลังสิ้นสุดการทดลองเป_นเวลา 1 สัปดาห. ขั้นตอนการทดลอง
“แผ1นเจลสมุนไพรลดปวดขอ$ เข1า” โดยแนะนำชว1 งเวลาใช$นวตั กรรมก1อนนอน ใชน$ วตั กรรมบริเวณขอ$ เขา1 ท่มี ีอาการปวด

386

ภาพที่ (14-15) นวัตกรรม“แผ1นเจลสมนุ ไพรลดปวดขอ$ เขา1 ”

387

6. ผลการทดลองใช,นวตั กรรมและการอภิปรายผล
6.1 จำนวนและเพศของผู,สูงอายทุ ่ีได,ใชน, วัตกรรม
ตารางที่ 1 แสดงจำนวนและเพศของผส$ู ูงอายทุ ี่ไดใ$ ช$นวตั กรรม“แผน1 เจลสมุนไพรลดปวดข$อเขา1 ”

เพศ จำนวน (คน) ร,อยละ
ชาย 1 20
หญงิ 4 80
รวม 5 100

จากตารางที่ 1 พบว1ากล1มุ ตวั อย1างส1วนใหญ1เป_นเพศหญงิ ร$อยละ 80 และเปน_ เพศชาย ร$อยละ 20 ตามลำดับ

6.2 แสดงค1า Pain Score กอ1 น-หลัง ที่ใช$นวัตกรรม“แผน1 เจลสมุนไพรลดปวดข$อเข1า”

ตารางที่ 2 แสดงค1า Pain Score หรือ Numerical Pain Rating Scale (NRS) ใช$ในผู$ปfวยที่เข$าใจความหมายของตัวเลข และ
สามารถประเมนิ ความปวดเปน_ ตัวเลขได$ มรี ะดับคะแนน 1-10 โดยมีความหมาย ดังนี้ (กองการพยาบาล, 2563)

0 = ไมMปวดเลย

1-3 = ปวดน,อย

4-6 = ปวดปานกลาง

7-9 = ปวดมาก

10 = ปวดมากท่สี ุด

คนที่ กMอนใชง, าน หลงั ใช,งาน
1 3 1
2 3 2
3 3 2
4 3 1
5 4 2
คาM เฉล่ยี 3.20 1.60

388

จากตารางที่ 2 พบวา1 กอ1 นใชน$ วตั กรรมกลม1ุ ตวั อยา1 ง มคี า1 เฉลย่ี ความเจบ็ ปวดในระดบั ปวดปานกลาง มคี า1 คะแนน3.20 คะแนน จาก
คะแนนเต็ม 10 และหลังการใช$นวัตกรรมพบว1ามีระดับความเจ็บปวดลดลงเหลือระดับปวดน$อย มีค1าคะแนน 1.60 จากคะแนนเต็ม
10 ตามลาดับ

6.3 การประเมินผลการใช$นวัตกรรมใช$แบบประเมินความพึงพอใจต1อนวัตกรรมและความพึงพอใจเกี่ยวกับผลงานการใช$ภูมิปÜญญา
ท$องถิ่นในการส1งเสริมสุขภาพท่ีคณะผู$จัดทำสร$างขึ้น โดยได$นำไปทดลองใช$กับผู$สูงอายุที่เป_นโรคข$อเข1าเสื่อมในชุมชนธงชัย เพื่อลด
และบรรเทำอาการปวดข$อเขา1 จำนวน 5 คน กาหนดเกณฑ.การแปลความหมาย 5 ระดับ ดังนี้

คะแนนเฉลีย่ 4.51-5.00 หมายถงึ พงึ พอใจในระดับมากทีส่ ดุ
คะแนนเฉลย่ี 3.51-4.50 หมายถึงพึงพอใจระดับมาก
คะแนนเฉลย่ี 2.51-3.50 หมายถึงพึงพอใจระดบั ปานกลาง
คะแนนเฉลย่ี 1.51-2.50 หมายถึง พงึ พอใจระดบั นอ$ ย
คะแนนเฉลีย่ 1.51-1.50 หมายถึงระดับน$อยท่สี ดุ
ตารางท่ี 3 การประเมินความพงึ พอใจของผู$ใช$นวัตกรรม“แผน1 เจลสมนุ ไพรลดปวดขอ$ เข1า” (N=5)

389

จากตารางที่ 3 ผลการประเมินความพึงพอใจการประเมินความพึงพอใจของผู$ใช$นวัตกรรม พบว1า คะแนนเฉลี่ยโดยรวม
อยู1ระดับมากที่สุด คือ ด$านการใช$งาน (x̅ =4.65, SD=0.61) ข$อรายการที่คะแนนสูงสุด คือ แผ1นแปะชุ1มชื้นไม1แสบผิว (x̅ =4.80,
SD=0.45) สว1 นคะแนนเฉลีย่ โดยรวมต1าสดุ แตอ1 ย1ูระดับมาก คือ ดา$ นผลการใช$งาน (x̅ =4.40, SD=1.17) ข$อรายการทีค่ ะแนนตา1 สุด
คือ แผน1 แปะชว1 ยบรรเทำอาการปวดขอ$ เขา1 ได$ (x̅ =4.20, SD=1.30) ตามลาดับ
ตารางที่ 4 ความพงึ พอใจเก่ียวกบั ผลงานการใช$ภมู ปิ ญÜ ญาท$องถิน่ ในการส1งเสริมสขุ ภาพ (N=5)

จากตารางที่ 4 ผลการประเมินความพึงพอใจเกี่ยวกับผลงานการใช$ภูมิปÜญญาท$องถิ่นในการส1งเสริมสุขภาพของกล1ุม
ตัวอย1างพบว1า คะแนนเฉลี่ยโดยรวมอยู1ระดับมากที่สุด ( ̅ =4.48 ผลการประเมินความพึงพอใจสูงสุด อยู1ระดับมากที่สุด ซึ่งมี
คะแนนเฉลี่ย ( ̅ = 4.60 คือ ผลงานใช$ง1าย สะดวก ปลอดภัย ไม1เป_นอันตราย, ผลงานมีประโยชน.ในการส1งเสริมสุขภาพผู$สูงอายุ,
ผลงานสามารถนำไปใช$ได$จริง, และความพึงพอใจในผลงานที่ใช$ภูมิปÜญญาท$องถิ่นเพื่อส1งเสริมสุขภาพผู$สูงอายุโดยรวม ส1วนผลการ
ประเมินความพึงพอใจต1าสุด อยู1ระดับมาก มีคะแนนเฉลี่ย ( ̅ = 4.00 คือ ผลงานมีการใช$ภูมิปÜญญาท$องถิ่นเพื่อส1งเสริมสุขภาพ
ผ$ูสูงอายุ

390

7. ข,อเสนอแนะ
การพัฒนำนวัตกรรม“แผ1นเจลสมุนไพรลดปวดข$อเข1า” ครั้งต1อไปควรเพิ่มขนำดของแผ1นแปะให$ใหญ1ขึ้นและควรเพิ่ม

ปรมิ าณสมุนไพรเพื่อใหม$ ีประสิทธิภาพมากขนึ้

8. เอกสารอ,างองิ

กองการพยาบาล. (2563). คณะอนกุ รรมการการประกนั คณุ ภาพความปวด Pain Management.
สบื ค$น 2 กุมภาพนั ธ. 2565, จาก https://nurse.pmk.ac.th/images/stories/data_
academic/8%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A
B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8
%A7%E0%B8%94%20Pain%2063%20(1).pdf

ชุตินนั ท. ขันทะยศ, และกนกพร ปญÜ ญาด.ี (2560).ผลของถงุ ยาสมนุ ไพรประคบข$อเข1าในผ$ปู วf ย
โรคข$อเขา1 เส่อื ม. วารสารสุขภาพภาคประชาชน, 12(4), 43 49.

ฐานติ า สวุ รรณธยั ,ธนั ยาพร แก$วมณ,ี อาพล บุญเพยี ร,และอรณุ ี ยนั ตรปกรณ.. (2559). การพฒั นำปลอก
ประคบรอ$ นสมนุ ไพรลดอาการปวดเข1าสาหรบั ผม$ู ารับบริการท่โี รงพยาบาลสง1 เสรมิ สขุ ภาพประจำตาบล
คลองขวาง อาเภอไทรน$อย จังหวดั นนทบุรี. ในเอกสารการประชมุ วชิ าการระดับชาติ “แพทย.แผนไทย
ภูมปิ ญÜ ญาแผ1นดนิ ”. วนั ท2่ี 9 30สงิ หาคม 2559.สืบคน$ 2 มนี ำคม 2565, จาก https://administer.
pi.ac.th/uploads/eresearcher/upload_doc/
2017/proceeding/1504077348601416008393.pdf

นงพมิ ล นิมติ รอานันท.. (2557). สถานการณท. ำงระบาดวทิ ยาและการประเมินความเสย่ี งโรคข$อเขา1 เสือ่ ม
ในคนไทย. วารสารพยาบาลทหารบก, 15(3), 185 194.

วรากร จรงิ จติ ร. (2560). เม่ือเปน_ โรคขอ$ เข1าเสื่อม. สืบคน$ 27 เมษายน 2565, จาก
http://www.cmed.cmu.ac.th/th/knowledge-26

วิทยาลยั พยาบาลพระจอมเกล$า จงั หวัดเพชรบรุ ี. (2565). แผนปฏิบตั กิ าร ประจำปdงบประมาณ 2565 วทิ ยาลัยพยาบาล
พระจอมเกลา$ จังหวัดเพชรบรุ ี. สบื ค$น 2 มนี ำคม 2565, จาก http://www.pckpb.ac.th/

รังสิยา นำรนิ ทร., วลิ าวัณย. เตอื นราษฎร., และวราภรณ. บญุ เชียง. (2558). การพฒั นำโปรแกรมดแู ลผู$สูงอายุข$อเขา1 เสื่อม
โดยการมีส1วนรว1 มของชมุ ชน. วารสารพยาบาลสาร, 42(3), 171 181.

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห1งชาติ. (2560). บอรด. สปสช.ออกแนวปฏิบตั ผิ 1าข$อเขา1 เสอื่ ม กระจำยอานำจให$เขตชว1 ย
ผปู$ วf ยเขา$ ถงึ การรกั ษา. สืบค$น 21 มกราคม 2565, จาก
https://www.nhso.go.th/frontend/NewsInformationDetail.aspx?newsid=MjA0OQ==

สานักนโยบายและยทุ ธศาสตรก. ระทรวงสาธารณสขุ .(2558). สาระสุขภาพ. สบื คน$ 21 มกราคม 2565,
จาก http://wops.moph.go.th/ops/thp/thp/userfiles/file/Issue%2024_58.pdf

Agency for Healthcare Research and Quality (AHRQ). (2017). Treatment of osteoarthritis
of knee: An update review. Retrieved February 20, 2022, from https://effectivehealthcare.

391

ahrq.gov/sites/default/files/pdf/osteoarthritis-knee-update_research-2017.pdf
Wallace, I. J., Worthington, S., Felson, D. T., Jurmain, R. D., Wren, K. T., Maijanen, H., Woods, R. J., & Lieberman,

D. E. (2017). Knee osteoarthritis has doubled in prevalence since the mid-20th century. Proceedings
of the National Academy of Sciences, 114(35), 9332-9336. https://doi.org/10.1073/pnas.1703856114
Wu, B. (2016). The stages of osteoarthritis of the knee. Retrieved April 17, 2022, from
https://www.medicalnewstoday.com/kc/stages-osteoarthritis-knee-310579

392

สเปรยผ[ ิวน]มุ ยุงหาย

กญั ญาณฐั อารยี =1, ชลธิชา ฟtกโต1, ญาณศิ า ยารมั ย=1, ณีรนชุ บุญรอด1, นงนุช สงั ขละผาสขุ 1, พจิ ิกาญน= พวงเงนิ
สกลุ 1, รHงุ อรุณ เอ่ียมสะอาด และ สาลีนำ สาและ1

1 วทิ ยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จักรีรัช คณะพยาบาลศาสตร=, สถาบันพระบรมราชชนก
ผรLู บั ผดิ ชอบบทความ: [email protected] , [email protected]

บทคัดย(อ

โรคไขเ$ ลอื ดออก (dengue hemorrhagic fever) เป_นโรคทเ่ี กดิ จากการตดิ เชื้อไวรสั เดงกี (dengue virus)
ติดต1อจากคนสู1คนโดยมียุงลายเป_นพาหะนำโรค มักพบในประเทศเขตร$อนและระบาดในช1วงฤดูฝนของทกุ ปd อาการของโรค
ไข$เลือดออกมตี ง้ั แต1ไม1มีอาการผิดปกติ เชน1 ไข$สงู เกอื บตลอดเวลา เบอื่ อาหาร คลืน่ ไส$ อาเจียน ปวดทอ$ ง มักมีหน$าแดง และอาจมี
ผ่ืนหรือจดุ เลอื ดออกตามลำตวั แขน ขาไปจนถึงเสียชีวติ ได$หากไมไ1 ดร$ บั การรกั ษาอย1างทันท1วงที การลดการเกิดโรคไข$เลอื ดออกใน
ปจÜ จบุ ันจะมกี ารรณรงคต. ามมาตรการ 3ก 5ป 1ข เพอ่ื ปYองกันไขเ$ ลอื ดออก และมผี ลิตภณั ฑท. ่ใี ชใ$ นการกำจัดยุง เช1น ยาจุดกนั ยงุ ยา
ฉดี ครมี ทำกนั ยงุ ซงึ่ ผลิตภัณฑเ. หล1านีม้ ขี $อจำกดั ในเร่อื งของค1าใชจ$ 1ายสูง ควนั ทีอ่ าจกอ1 ใหเ$ กดิ ความผิดปกตขิ องทำงเดินหายใจ จึงได$
คิดนวตั กรรมสเปรย.สมนุ ไพรไล1ยงุ ทีม่ ีส1วนผสมของออยล.มาชว1 ยในการไลย1 งุ และบำรงุ ผิวใหช$ 1ุมชืน่ และยังทำใหก$ ลนิ่ ของสมนุ ไพรติด
ทนนำนยงิ่ ข้นึ

คำสำคญั : สเปรยส. มุนไพรไลย1 ุง โรคไข$เลือดออก การปYองกนั

393

1. ความเปน1 มาและความสำคัญของปญ; หา
โรคไขLเลอื ดออกเปนu ปญt หาทส่ี ำคัญทำงดLานสาธารณสุขไทยตลอดมาเพราะโรคไขLเลอื ดออกเปuนโรคติดตอH

ทีพ่ บไดLบอH ยในสภาพภมู อิ ากาศรอL นชน้ื ของประเทศไทย เมอื่ ถกู ยุงลายกดั จะทำใหมL ไี ขมL ตี มุH สแี ดงทแี่ ขน ความดันตำ่
ตาพรHาออH นเพลีย บางรายมอี าการมากผิวจะมีสีแดงโดยเฉพาะที่ใบหนLา มีเลอื ดออกทต่ี บั มLามหรอื มอี าการไตวาย
รวH มดLวย บางรายถึงขน้ั เสียชีวติ โดยขLอมลู สถานการณโ= รคไขเL ลอื ดออกปì2564 ทั้งประเทศจำนวนผLปู kวย 7720 ราย
เสยี ชวี ิต 6 รายคิดอัตราปวk ย11.61 ตHอแสนประชากร(กองโรคติดตHอนำโดยแมลง,2564)

สถานการณ=โรคไขเL ลือดออกปì2564โรงพยาบาลสงH เสรมิ สขุ ภาพตำบลปากแรต จำนวนประชากรคน มี
ผูLปkวยไขLเลือดออกคดิ เปuนรLอยละ ตHอแสนประชากร ซง่ึ มจี ำนวนมากกวHาปทì ผ่ี Hาน สาเหตหุ น่ึงที่ทำใหปL tญหา
ไขเL ลือดออกยงั คุมคามชีวติ ประชาชน

คณะผจLู ัดทำจึงไดคL ิดทำนวัตกรรม ผิวนุHม ยุงหาย เพอ่ื คนL หาวิธีการทจี่ ะนำมาใชL ในการควบคุมและปvองกนั
โรคไขLเลอื ดออก ไดLแนวคิดมาจากภมู ิปtญญาเรอ่ื งของการใชสL มนุ ไพรของไทย ทรัพยากรที่มีอยใHู นทLองถน่ิ ทห่ี าไดL
งาH ยจากในทอL งถน่ิ อยาH งเชนH ตะไครหL อม มะกรูด สะระแหนH มาเปนu ทำงเลอื กเพื่อเปuนการสHงเสริมสุขภาพ ปอv งกนั
และควบคุมโรคที่เกดิ จากยุงเปuนพาหะ

2. วตั ถปุ ระสงคB
1.เพื่อศกึ ษาความพงึ พอใจของสเปรยผ= วิ นHุมยุงหาย ของกลมุH ตวั อยHาง

2.เพือ่ ปvองกันการเกดิ โรคไขเL ลือดออกโดยพฒั นำนวตั กรรรมจากสมนุ ไพรท่ีมีในชมุ ชนใหLเกดิ ประโยชน=

3. กลุ(มเปาF หมาย
ประชากร คือ ผสLู ูงอายุในม.9ตำบลปากแรต

กลมHุ ตวั อยHาง คอื ครอบครัวกรณศี ึกษาที่มผี ูสL งู อายจุ ำนวน 8 คน

ระยะเวลา เดือนพฤษภาคม 2565

4. กระบวนการพัฒนำ (ตามขัน้ ตอน plan do check act)
ในการจดั ทำนวตั รรรม เรอื่ ง "สเปรย=ผวิ นุHมยุงหาย" คณะผLูจดั ทำมีวธิ ีการดำเนนิ งานตามขั้นตอนดงั ตอH ไปนี้

394

ขัน้ ตอนการเตรยี มการ (Plan)
1. รวH มประชมุ ระดมความคิดกบั สมาชิกในกลุHม เพื่อหารปู แบบนวัตกรรมทส่ี นใจ
2. นำเสนอหวั ขอL นวตั กรรมกับอาจารย=ทปี่ รึกษาประจากลมHุ
3. สมาชิกรHวมออกแบบนวตั กรรม
4. นำเสนอรูปแบบนวัตกรรมกับอาจารย=ท่ปี รกึ ษาประจากลมHุ เพ่ือขอคำแนะนำและปรับปรงุ แกLไข

ช้นิ งานนวตั กรรม
5. วางแผนการดำเนินงานและลงมอื ปฏบิ ัติ

ขนั้ ตอนการดำเนนิ งาน (Do)
1. ออกแบบรูปแบบสอื่
2. วัสดเุ คร่อื งมอื และอปุ กรณ=

เอทลิ แอลกอฮอล= 900 มลิ ลลิ ติ ร การบรู 10 กรมั โหระพา 50 กรมั

395

ตะไครL 100 กรมั สะระแหนH 50 กรัม เปลอื กมะกรดู 50 กรมั

เปลอื กสLม 50 กรัม
3. ดำเนนิ การจัดทำนวัตกรรม

เด็ดใบสะระแหนH และโหระพาออกจากกาL น หน่ั ตะไครLใหLเปuนช้นิ เล็กๆ นำใบสะระแหนH โหระพา ตะไครL เปลอื ก
สLมใสH ในผLาขาวบางทเ่ี ตรยี มไวL


Click to View FlipBook Version