146
Surgery ฝจr ำลอง
ทองมี ผลาผล1*, วรทติ า ชอบขาย2, ชนนิ ทติ า สมคั รวงศ3. , ศรัณยพ. ร ศรีชา4, ภทั ราภรณ. หลกั คําพันธ.5, กนกวรรณ ชยั เสริม6
และวริ าพร สลี าดเลา7
1 อาจารยค. ณะพยาบาลศาสตร. มหาวิทยาลยั ราชภฏั รอ$ ยเอ็ด, ร$อยเอ็ด
2-7 นกั ศึกษาคณะพยาบาลศาสตร. มหาวิทยาลยั ราชภฏั ร$อยเอด็ , รอ$ ยเอด็
*ผรู$ ับผดิ ชอบบทความ: email [email protected]
บทคดั ยMอ
การจัดทำนวตั กรรม Surgery ฝจd ำลองครัง้ น้ี มวี ตั ถุประสงคเ. พอ่ื พัฒนำนวตั กรรมใหม$ ีความเสมือนจรงิ มากขน้ึ และ
นำไปใช$ในการเตรียมความพรอ$ มนกั ศึกษาพยาบาลเพือ่ เพ่ิมพนู ความร$ูและทกั ษะในการปฏบิ ตั กิ ารผา1 ฝd เพือ่ ใหเ$ กิดความมนั่ ใจก1อน
ทำหตั ถการการผ1าฝdในผ$ปู fวยจริง ภายหลังจากการพัฒนำนวตั กรรมตามหลัก PDCA แลว$ ไดน$ ำนวตั กรรมไปทดลองใช$ โดยนักศกึ ษา
พยาบาลศาสตรช. ั้นปทd ่ี 4 จำนวน 10 คน อาจารยพ. ยาบาลจำนวน 5 คน และเจา$ หน$าท่ีแผนกฉกุ เฉิน จำนวน 4 คน และแพทย.
ศัลยกรรมจำนวน 1 คน ผลการทดลองใช$จากการทำแบบประเมินความพงึ พอใจมค่ี 1าเฉลยี่ โดยรวมอยใู1 นระดบั มากทีส่ ุด คะแนน
เฉล่ีย (x̄ = 4.64, SD = 0.06) โดยมขี อ$ เสนอแนะดังน้ี 1) เพม่ิ ตำแหนง1 ทเี่ กิดฝd เช1น เทา$ ข$อเทา$ สะโพก 2) ปรับวงจรไฟฟาY ให$มกี าร
ตัดไฟอัตโนมัติ 3) ใช$วสั ดทุ มี่ ีนำ้ หนกั เบาเพื่องา1 ยต1อการเคล่ือนยา$ ย
คำสำคญั : นวตั กรรม ฝdจำลอง
147
Abstract
This objective of surgery abscess model innovation for incision and drainage were to development
innovation to be real and increase students’ knowledge and skills, to gain more confidence before performing
abscess drainage on incision in real patients. After developing this innovation according to PDCA were used by
10 forth year nursing students, 5 nursing instructors, 4 registered nurses at sub-district health promotion hospital
and 1 surgeon. The result of this innovation found the average score of satisfaction were at the highest level
(x% = 4.64, SD = 0.06).The recommendations as follows : 1) increase abscess area such as foots, ankles and
buttocks. 2) Adjust the electric circuit to automatically cut off the power. 3) Use lightweight materials for easy
transport.
Keywords: Innovation, surgery abscess model
1. ความเปgนมาและความสำคญั ของปญh หา
ในการจัดการเรียนการสอนสาขาวชิ าทำงการพยาบาล การฝก° ปฏิบตั ถิ ือวา1 มคี วามสำคญั อยา1 งยง่ิ โดยเฉพาะในการจัดการ
เรยี นการสอนรายวชิ าปฏิบัตกิ ารรกั ษาพยาบาลเบอื้ งต$น Basic Medical Care (BMC) เนอ่ื งจากขอบเขตการทำงานของวิชาชพี
พยาบาลสามารถผา1 ตดั เอาส่ิงแปลกปลอม เชน1 การผา1 ฝd ในบรเิ วณทีอ่ ย1ูในตำแหนง1 ซึง่ ไม1เป_นอนั ตรายต1ออวยั วะทสี่ ำคญั ของร1างกาย
ได$ ดงั นั้นนักศกึ ษาจะไดร$ ับการเตรยี มความพรอ$ มในการทำหตั ถการการผา1 ฝd โดยการฝก° ปฏิบัติในห$องปฏิบตั ิการพยาบาลก1อน
เพ่ือให$นกั ศกึ ษาสามารถเพ่ิมพูนความรแ$ู ละทกั ษะในการปฏิบตั กิ ารผ1าฝd และชว1 ยใหน$ กั ศกึ ษาเกดิ ความมนั่ ใจก1อนทำหตั ถการการผา1
ฝdในผูป$ fวยจริง โดยทผี่ า1 นมาได$มกี ารคิดค$นนวัตกรรมแขนจำลองผา1 ฝขd ึน้ สำหรบั ใชเ$ ตรียมความพร$อมกอ1 นขน้ึ ฝ°กปฏบิ ตั งิ านจรงิ ใน
แผนกอบุ ัติเหตแุ ละฉกุ เฉนิ ในโรงพยาบาลทีเ่ ปน_ แหล1งฝ°กปฏิบตั งิ าน แตย1 ังพบวา1 นวตั กรรมดงั กลา1 วยงั ขาดความเสมือนจริง และไม1
สามารถสมั ผัสถึงการอักเสบของฝd คืออาการ บวม แดง ร$อน ได$
2. วตั ถปุ ระสงคk
1. เพ่อื นำไปใชใ$ นการเตรยี มความพร$อมในการฝก° ปฏบิ ตั งิ านและประเมินผลการใชน$ วัตกรรม
2. เพื่อพฒั นำนวัตกรรมให$มีความเสมือนจรงิ มากข้ึน
3. กลMมุ เปmาหมาย
1. นักศกึ ษาพยาบาลศาสตรช. น้ั ปdที่ 4 คณะพยาบาลศาสตร.มหาวทิ ยาลัยราชภฏั รอ$ ยเอด็
2. อาจารยก. ล1มุ วชิ าการพยาบาลชมุ ชน
3. เจา$ หนา$ ทีแ่ ผนกอุบตั เิ หตฉุ กุ เฉิน
148
4. กระบวนการพัฒนำ (ตามขัน้ ตอน plan do check act) ระยะเวลา
กจิ กรรม สัปดาห.ท่ี 1
การเตรียม/วางแผน (P) สัปดาห.ที่ 2 - 3
1. ประชุมกลุ1มและเลือกหัวข$อนวัตกรรมและหาข$อมูลเกี่ยวกบั นวตั กรรม
2. ปรกึ ษาอาจารย. และสมาชิกกล1ุมเพือ่ เลือกวัสดุอปุ กรณ.
3. เลือกซ้อื วสั ดอุ ุปกรณ.
การดำเนินการตามแผน (D)
ดำเนนิ การทำห1นุ ฝdจำลอง โดยมีขนั้ ตอน ดงั นี้
ทดลองครั้งท่ี 1
1. ทำซลั ไลต.ลงบนแขน เพื่อใหล$ อกยางออกไดง$ 1าย
2. ใช$ยางซลิ ิโคนทำบรเิ วณข$อพบแขนถึงปลายนวิ้ มอื จากนั้นใชไ$ ดร.เปาf ผมมาเปfา
ผลการทดลอง : ยางซิลิโคนไมแ1 ห$ง ไมแ1 ขง็ ตัว
สรุปผลการทดลอง : ยางซลิ ิโคนแห$งช$า เนอื่ งจากใสส1 ารเร1งปฏกิ ริ ิยาน$อยเกินไป จงึ ได$หาวิธีในการ
ทำลองอีกคร้ัง คือ ใชย$ างพาราทำเปน_ บล็อกก1อน เนอ่ื งจากยางพาราแหง$ เร็ว
ทดลองคร้ังท่ี 2
1. ทำซลั ไลต.ลงบนบรเิ วณแขนให$ท่ัว
2. ใช$ยางพาราทำบริเวณขอ$ พบั ถงึ ปลายแขน ท้งั หมด 6 รอบ และใช$พดั ลมเปfาใหแ$ ห$งสนทิ ทีละชนั้
ทุกชน้ั
3. จากน้นั แล$วค1อยๆ ลอกยางพาราออกจากแขนโดยการทำซลั ไลต.ที่แขนด$านในบลอ็ กแขน
ผลการทดลอง : ยางพารามีรปู รา1 งเสมือนจริง เวลาดงึ ออกจากแขนค1อนขา$ งดึงออกได$งา1 ยเนือ่ งจาก
มีซลั ไลต. เปน_ สารหลอ1 ลนื่ แตม1 ีบลอ็ กแขนมีพนื้ ท่ีไม1เพยี งพอต1อการทำฝd
สรปุ ผลการทดลอง : บล็อกแขนยางพารามขี นำดแขนสน้ั เกนิ ไป พ้ืนทไ่ี ม1เพยี งพอตอ1 การทำฝd จงึ ได$
คิดหาวธิ ีทำการทดลอง คอื นำยางพาราทำบรเิ วณแขนเหมือนเดิม แต1ได$ทำการทำถงึ ตน$ แขน
ทดลองครัง้ ที่ 3
1. ทำซลั ไลต.ลงบนปลายมือถึงตน$ แขนพอประมาณ
2. นำยางพาราทำบรเิ วณแขนเหมอื นเดิม แต1ได$ทำการทำถึงตน$ แขน ทั้งหมด 5 รอบ และใช$พัดลม
เปาf ทลี ะช้ันให$แห$งสนิท
3. ทำการเจำะรเู พอ่ื จะเปน_ บรเิ วณสำหรบั วางฝd
4. นำลกู ปงß ปองมาผา1 ครึง่ เพอื่ ทำเปน_ บล็อกตวั ฝทd จ่ี ะใส1หลอดไฟเพ่อื สมั ผสั ถึงการบวมแดงร$อน และ
เทยางซิลโิ คนเคลอื บอีกช้นั
149
5. นำยางซิลิโคนท่ผี สมสี เพอื่ ท่จี ะทำเปน_ เน้ือแขน มาเทลงในบลอ็ กแขนยางพาราท่เี ตรยี มไว$
ผลการทดลอง : บล็อกแขนซิลโิ คนมีพืน้ ทเ่ี พียงพอตอ1 การทำฝd มคี วามยืดหยุน1 ดี และเสมอื นจรงิ แต1
พอเทยางซลิ ิโคนทีผ่ สมสไี ว$ลงในบลอ็ กแขนยางพารา ผลปรากฏว1า ยางซิลโิ คนไหลออกทำงรทู ี่ใสล1 กู
ปงß ปองท่ีเคลือบด$วยยางซิลิโคน
สรปุ ผลการทดลอง : ตัวบลอ็ กฝทd ีท่ ำจากลูกปงß ปองยังไม1แห$งสนทิ จงึ ทำให$พอเทยางซลิ โิ คนทผ่ี สมสี
ไว$ลงในบล็อกแขนยางพารา จึงทำใหย$ างซิลโิ คนไหลออกทำงรูท่ใี ส1ลูกปงß ปองท่ีเคลอื บด$วยยางซลิ ิโคน
คณะผจู$ ัดทำจึงได$คดิ หาวธิ ีการทดลอง คอื นำยางซิลิโคนมาแปะเคลือบบริเวณรทู ี่เจำะไว$
ทดลองครั้งท่ี 4
1. นำยางซลิ โิ คนมาแปะเคลอื บบรเิ วณรูทีเ่ จำะไว$ และรอใหแ$ ห$งสนิท
2. นำยางซลิ โิ คนทผี่ สมสีแลว$ มาเทใสบ1 ลอ็ กแขนยางพารา และรอให$แหง$ สนิท
3. คอ1 ยๆ ลอกบลอ็ กแขนยางพาราออกจากเน้ือแขนซิลโิ คน
ผลการทดลอง : เนื้อแขนมีความเสมอื นจริง มีความยดื หยุ1น พอลอกออกจากบลอ็ กแขน เนื้อแขน
ซลิ โิ คน มฟี องอากาศ พ้นื ผวิ ไม1เรียบเนยี น และสผี ิวไมม1 ีความสม่ำเสมอ
สรปุ ผลการทดลอง : เนื้อแขนซิลิโคนท่ีลอกออกมา มฟี องอากาศ ผิวไมเ1 รยี บ และสีของแขนไม1
สม่ำเสมอ คณะผู$จัดทำจงึ ได$คดิ หาวิธที ดลองอีกคร้งั คอื นำยางซลิ ิโคนผสมสีให$เหมือนสีผวิ บรเิ วณมือ
มาทำรอบๆแขนใหท$ ว่ั ยกเว$นท่ีมอื รอใหแ$ ห$งสนทิ และนำสีผสมกับยางซิลิโคนเทใส1ลูกปßงปองผ1าคร่ึง
แล$วตัดใหเ$ ป_นรปู ครงึ่ วงกลมแปะไปท่ีห1นุ แขนเพือ่ ท่จี ะเปน_ ฝทd ีส่ ามารถสัมผัสถงึ อาการบวม แดง ร$อน
ทดลองครั้งที่ 5
1. นำยางซิลิโคนผสมสใี ห$เหมือนสีผิวบริเวณมอื มาทำรอบๆแขนให$ทวั่ ยกเวน$ ท่ีมือรอให$แหง$ สนทิ
2. นำสผี สมกบั ยางซลิ โิ คนเทใส1ลกู ปßงปองผ1าคร่ึงแล$วตดั ให$เป_นรูปคร่งึ วงกลมแปะไปที่หนุ1 แขน
เพื่อทจี่ ะเปน_ ฝทd สี่ ามารถสมั ผสั ถงึ อาการบวม แดง ร$อน และตกแตง1 หน$าฝd
3. เจำะรูเพือ่ ใส1หลอดไฟ
4. ทำตวั ฝดd ว$ ยครมี นวดผสมสี แล$วใส1ในถุงมอื Disposable มัดให$เปน_ วงกลม
5. ตดั โฟม และฟองนำ้ ให$มีขนำดเทา1 กันแลว$ เจำะรูตรงกลางฟองนำ้
6. นำฝdมาใสไ1 วต$ รงกลางฟองน้ำที่เจำะรูไว$ แล$วนำฟองน้ำ และโฟมมาประกบกนั และใช$พลาสติกแรป
ใหแ$ น1น
7. นำบล็อกทไ่ี ดม$ าเคลอื บกับซลิ ิโคนที่ผสมกับสี และตกแตง1 ให$เหมือนฝทd ่ีสุกแลว$
8. เจำะหุน1 แขนใหเ$ ปน_ รูปสี่เหล่ยี มจตั ุรัส และนำบลอ็ กฝมd าวางลงบริเวณท่ีเจำะไว$
150
ผลการทดลอง : เนอ้ื แขนมีความเสมือนจริง มคี วามยดื หยนุ1 พอลอกออกจากบล็อกแขน เนื้อแขน สัปดาหท. ี่ 4
ซลิ ิโคน ไม1มีฟองอากาศ พ้นื ผวิ เรียบเนียนขึ้น เป_นไปตามทว่ี างแผนไว$
สรุปผลการทดลอง : ประสบผลสำเร็จจากการทดลองครัง้ นี้คอื ตุ1มฝสd ามารถสมั ผสั ถึงอาการอกั เสบ
ได$ คอื บวม แดง รอ$ น โดยมผี $ูเชย่ี วชาญในการออกแบบ พืน้ ผวิ มีความเรียบเนยี นขึน้ และห1ุนแขนมี
ความเสมอื นจรงิ
การตดิ ตาม/ตรวจสอบ (C)
1. ใหน$ ักศึกษาพยาบาลศาสตร. ชัน้ ปdท่ี 4 ทดลองผา1 ฝd
2. ให$อาจารยค. ณะพยาบาลศาสตร. เจ$าหน$าทแี่ ผนกฉกุ เฉิน และแพทย. ทดลองผ1าฝd เพอ่ื ให$
ข$อเสนอแนะนำไปปรับปรุงแกไ$ ข
3. ติดตามความคบื หน$านวัตกรรม และจัดทำรปู เล1มรายงาน
การประเมนิ /รายงานผล (A) สปั ดาหท. ่ี 4
1. ประเมินความพึงพอใจของผูท$ ดลองใชน$ วัตกรรม
2. รายงานและสรุปผลการดาเนินงาน
5. รายละเอียดและวธิ กี ารใชง, านนวัตกรรม
5.1 งบประมาณในการจัดทำนวัตกรรม จำนวน 5,000 บาท
5.2 รายละเอยี ดและวิธีการใช$งานนวตั กรรม
วิธกี ารใชง, าน
-นำกอ$ นฝมd าใส1ในบล็อกแขน
-เสียบปลั๊กไฟเพือ่ สมั ผัสอาการอักเสบของตมุ1 ฝd
-เตรียม set I&D ในการผ1าฝd
-สามารถดขู ั้นตอนการผา1 ฝdได$ตาม QR Code ดา$ นลา1 ง
151
วสั ดุอุปกรณkท่ใี ช,ในการผาM ฝ™
-ก$อนฝd
-Set I&D
-ใบมดี No. 11
-กอ∞ ซ drain
-นำ้ ยา Beta dine สำหรับทำความสะอาดบริเวณผา1 ตัดและใสแ1 ผล
-ถุงมอื ปราศจากเชื้อ 1 คู1
-Syring ขนำด 5 cc เข็มสำหรับฉดี ยา No.24 เขม็ สำหรบั ดูดยา No.18
-Artery clamp แบบโค$ง
-ยาชา lidocain 1% เลือกให$เหมาะสมกบั ตำแหน1งทีจ่ ะใช$
152
6. ผลการทดลองใช,นวตั กรรมและการอภิปรายผล
ผลการทดลองใชน, วัตกรรม
ภายหลังการทดลองใช$นวัตกรรมโดยมีนักศึกษาพยาบาลศาสตร.ชั้นปdที่ 4 จำนวน 10 คน อาจารย.พยาบาลจำนวน 5
คน และพยาบาลวิชาชีพประจำ โรงพยาบาลส1งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 4 คน และแพทย.ศัลยกรรมจำนวน 1 คน มีผลการ
ประเมินระดบั ความพงึ พอใจดังตารางที่ 1
ตารางที่ 1 ค1าเฉลี่ยและส1วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของระดับความพึงพอใจของการใช$นวัตกรรม โดยมีเกณฑ.การแปลความหมาย
คะแนนการประเมนิ ผล ดงั น้ี
4.50-5.00 มากท่ีสดุ 3.50-4.49 มาก 2.50-3.49 ปานกลาง
1.50-2.49 น$อย 1.00-1.49 น$อยท่สี ุด
รายการประเมิน X̅ SD ระดับความพึงพอใจ
ด,านโครงสร,าง
1 มคี วามคดิ สรา$ งสรรค. 4.89 0.33 มากท่ีสุด
2 วสั ดุท่ใี ชม$ คี วามเหมาะสมและปลอดภยั 4.56 0.73 มากทีส่ ุด
3 การออกแบบนวัตกรรมมคี วามเหมาะสมเสมือนจริง 4.67 0.71 มากท่สี ุด
4 ขนำดของนวัตกรรมมีความเหมาะสม 4.33 0.71 มาก
คMาเฉลี่ยรวม 4.63 0.91 มากที่สดุ
รายการประเมนิ X̅ SD ระดับความพึงพอใจ
ดา, นการใชง, าน
1 มีความเหมาะสมในการใชฝ$ °กทักษะการผ1าฝd 4.56 0.73 มากที่สุด
2 มคี วามปลอดภยั ในการใช$งาน 4.44 0.88 มาก
3 ใช$งานงา1 ยและสะดวก 4.56 0.18 มากทส่ี ุด
คาM เฉลย่ี รวม 4.52 0.18 มากทส่ี ุด
รายการประเมนิ X̅ SD ระดบั ความพงึ พอใจ
ดา, นคณุ คาM
1 ประโยชนก. ารใช$งาน 4.89 0.33 มากทส่ี ดุ
2 สามารถนำไปใชไ$ ด$จรงิ 4.78 0.44 มากท่ีสดุ
3 ประสทิ ธิผลคุ$มค1ากับการลงทนุ 4.67 0.5 มากที่สดุ
คMาเฉลีย่ รวม 4.78 0.09 มากที่สุด
จากตารางคา1 เฉลีย่ ของระดับความพงึ พอใจโดยรวมอย1ูในระดบั มากทส่ี ดุ คะแนนเฉลีย่ (x% = 4.64, SD = 0.06) เม่ือ
พิจารณารายด$านคา1 เฉล่ยี ความพึงพอใจอยูใ1 นระดับมากทสี่ ดุ ทุกดา$ น โดยมคี วามพึงพอใจสูงสดุ ดา$ นคุณคา1 (x̄=4.78, SD=0.09)
รองลงมาคือ ดา$ นโครงสรา$ ง (x̄=4.63, SD=0.19) และดา$ นการใช$งาน (x=̄ 4.52, SD=0.18) ตามลำดับ
153
อภปิ รายผลการศกึ ษา
การจัดทำนวัตกรรม Surgery ฝdจำลอง ในครั้งนี้ เพื่อเป_นการพัฒนำนวัตกรรมให$มีความเสมือนจริงมากขึ้น และ
นำไปใช$ในการเตรียมความพร$อมและประเมินผลการใช$นวัตกรรม ภายหลังการพัฒนำนวัตกรรมตามหลัก PDCA แล$วได$นำ
นวัตกรรม Surgery ฝdจำลอง ไปทดลองใช$ โดยนักศึกษาพยาบาลศาสตร.ชั้นปdที่ 4 จำนวน 10 คน อาจารย.พยาบาลจำนวน 5
คน และพยาบาลวิชาชีพประจำ โรงพยาบาลส1งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 4 คน และแพทย.ศัลยกรรมจำนวน 1 คน ผลพบว1า
Surgery ฝdจำลอง สามารถใช$งานได$จริง สามารถผ1าฝdได$ สามารถฉีดยาและทำแผลได$ ผลจากการทดลองใช$จากการทำแบบ
ประเมินความพึงพอใจ โดยรวมอยู1ในระดับมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย (x̄=4.64, SD=0.06) สอดคล$องกับการศึกษาของ ปภัญา
คัชรินทร. และคณะ (2564) ที่ประดิษฐ.นวัตกรรมแขนจำลองผ1าฝd และมีผลการประเมินความพึงพอใจจากการทดลองใช$
นวัตกรรมโดยรวมอยู1ในระดับมากที่สุด (x% = 4.90, SD = 0.29) เช1นเดียวกับ กัลยา เตชาเสถียรและสถาพร กลางคาร (2556)
ที่ศึกษาเรื่องการพัฒนำหุ1น Police Wound เพื่อฝ°กทักษะการจัดการบาดแผล และได$มีการวัดความพึงพอใจที่มีต1อการใช$สื่อ
ผลการวิจัยปรากฏว1าหุ1น Police Wound มีคุณภาพในด$านเนื้อหาระดับดีมาก และ ปฐมามาศ โชติบัณ (2556) ที่ศึกษาเรื่อง
วัตกรรมชุดหุ1นฝ°กทักษะการปฏิบัติการพยาบาล ผลการประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาพยาบาลต1อการใช$ชุดหุ1นช1วยฝ°ก
ทักษะการปฏิบัติการพยาบาลในภาพรวมแต1ละหุ1นฝ°ก มีความพึงพอใจอยู1ในระดับมากทุกด$าน โดยเฉพาะด$านการนำไปใช$และ
ความสะดวกในการใช$
7. ข,อเสนอแนะ
จากการจัดทำนวัตกรรมในครั้งนี้มีข$อเสนอแนะเพื่อใช$ในการพัฒนำนวัตกรรมต1อ คือ การใช$วัสดุที่มีน้ำหนักเบาเพ่ือ
ง1ายต1อการเคลื่อนย$าย การเพิ่มตำแหน1งที่เกิดฝdที่พบได$บ1อย เช1น เท$า ข$อเท$า สะโพก การปรับวงจรไฟฟYาให$มีการตัดไฟ
อตั โนมัติในกระบวนการการอักเสบของฝd และเพม่ิ ปรมิ าณฝdให$มากข้ึน
8. เอกสารอา, งองิ
เกษยี ร ภังคานนท. (2550).คูมM ือผMาตัดเลก็ พมิ พค. ร้งั ที่ 16 กรุงเทพฯ:หมอชาวบา$ น
ขอ$ บงั คบั สภาการพยาบาล. (2564). ขอ, บงั คับสภาการพยาบาลวMาดว, ยข,อจำกัดและเง่อื นไขในการประกอบวชิ าชพี
พยาบาลและการผดุงครรภk พ.ศ. 2564. ราชกิจจำนุเบกษา. เล1ม 138 ตอนพิเศษ 53 ง. หนา$ 30.
ทรงวฒุ ิ ชนะอดุ มสุข. (2562). การศึกษาลักษณะทำงคลินิกของผปู, วó ยตดิ เช้อื ทีผ่ ิวหนังและเนอื้ เย่อื
อMอนที่ รับไว,รกั ษาในโรงพยาบาลปราณบรุ .ี วารสารหัวหินสขุ ใจไกลกังวล, 4(2), 23-37.
ธารนิ ี นนทพุทธและปฐมามาศ โชติบัณ.(2564). การพัฒนำนวัตกรรมหMุนฝกç การใหส, ารน้ำบริเวณแขน.(พิมพค. รง้ั ท่ี 3).
สงขลา: วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สงขลา.
เบญญพร บรรณสาร . (2560). การประดษิ ฐkหนMุ แขนผู,ใหญMแบบพกพา เพ่ือฝçกการเจำะเลอื ด และการเปด¨ เส,นเลือด
ใหส, ารน้ำทำงหลอดเลอื ดดำสำหรบั นกั ศึกษาพยาบาล. วารสารสภาการพยาบาล, 32(16), 38-48.
ปฐมามาศ โชตบิ ัณ. (2556). นวตั กรรมชดุ หุนM ฝçกทักษะการปฏบิ ัตกิ ารพยาบาล. วารสารสภาการพยาบาล, 6(3), 3-11.
สขุ สรรค. มโนชยั . (2560). Ruptured Liver Abscess: Report of 3 Cases. วารสารแพทยเ. ขต, 7(20), 20-24.
154
สุภลักษณ. เชยชม. (2558). การใชน, วัตกรรมหนMุ แขนในการฝçกหัตถการใหส, ารน้ำทำงหลอดเลือดดำของ
นักศึกษาพยาบาล. 21(3), 395-473.
ภาคผนวก
155
156
นวัตกรรมแผลจำลอง
จำรัสลักษณ= เจริญแสน1*, อรทยั พงษ=แกวL 1, วภิ าพร จันทนำม1, จินตนำ สุขสิงห=2, ปาริชาติ ชHางเกวยี น2, อัมรา
พลสามารถ2, ชลดา กุลากลุ 2, ชลธิชา วิชยั 2 และภสั รีวัลย= อนั ทะปtญญา2
1อาจารย=คณะพยาบาลศาสตร= มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏรLอยเอ็ด, รอL ยเอ็ด
2นกั ศึกษาคณะพยาบาลศาสตร= มหาวทิ ยาลัยราชภัฏรอL ยเอด็ , รอL ยเอ็ด
*Email: [email protected]
บทคดั ยMอ
การวิจัยและพัฒนำ (Research and Development) มีวัตถุประสงค.เพื่อพัฒนำแผลจำลอง และเพื่อให$นักศึกษาฝ°ก
ทักษะการทำแผล ประชากรเปYาหมาย คือ นักศึกษาพยาบาลหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปdที่ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏ
ร$อยเอ็ด โดยทำการสุ1มตัวอย1างแบบเจำะจง (Purposive sampling) จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช$ในการวิจัย ได$แก1 แบบประเมิน
ความพึงพอใจคุณภาพของแผลจำลองในการฝ°กทกั ษะการทำแผล วเิ คราะหข. อ$ มูล การหาคา1 รอ$ ยละ และค1าเฉลย่ี
ผลการศึกษา พบว1า ระดับความพึงพอใจโดยรวมอยู1ในระดับมากที่สุด 4.65 คะแนน เมื่อพิจารณาเป_นรายด$านพบว1า
ด$านวัสดุมีความทนทำนช1วยเพิ่มพูนประสบการณ. และมีประสิทธิภาพสามารถนำไปใช$ได$จริงอยู1ระดับมากที่สุด 5 คะแนน ส1วนด$าน
ใช$งานง1าย สะดวก และจัดเก็บได$สะดวกและด$านต$นทุนการผลิตต่ำ คุ$มค1าต1อการใช$งาน มีความพึงพอใจอยู1ในระดับมาก คะแนน
4.2 และ 4 ตามลำดับ
คำสำคญั : ยางพารา, แผลจำลอง, ฝ°กทกั ษะ
157
Abstract
Research and Development objective is to develop a wound model, and for students to practice
wound dressing skills. The target population is nursing students in Bachelor of Nursing program, 2nd year, Roi
Et Rajabhat University. Purposive sampling was performed by 20 people. The instruments used in the research
were: the quality satisfaction assessment form of the wound model for practicing wound dressing skills.
analyze data finding percentage and mean.
The results showed that the overall satisfaction level was at the highest level of 4.65 points. The
durability of the material enhances the experience. And the efficiency can be put into practice at the most
level of 5 points. The side is easy to use, convenient and easy to store and the cost of production is low.
worth to use Their satisfaction was at a high level, scores 4.2 and 4 respectively.
Keyword : rubber, wound model, practice skills
158
1. ความเปgนมาและความสำคัญของปhญหา
ในการจัดการเรียนการสอนสาขาวชิ าทำงการพยาบาล การฝก° ปฏบิ ัตถิ อื วา1 มีความสำคญั อยา1 งย่ิงตอ1
การจัดการศึกษา เนื่องจากวิชาชีพพยาบาลสามารถล$างแผลและเย็บแผล ในบริเวณที่อยู1ในตำแหน1งซึ่งไม1เป_นอันตรายต1ออวัยวะท่ี
สำคัญของร1างกาย โดยใช$ยาระงับความรู$สึกทำงผิวหนังหรือยาชาเฉพาะที่ได$ ผู$ที่จะให$การพยาบาลจึงจำเป_นต$องมีความพร$อม
ทำงด$านความรู$ในเนื้อหาทฤษฎี หลักการ และเทคนิคการปฏิบัติการพยาบาล มีความพร$อมในด$านเจตคติที่ดีต1อการปฏิบัติการ
พยาบาล และจะต$องมีทักษะเทคนิคในการปฏิบัติการพยาบาล ดังนั้นการเตรียมความพร$อมนักศึกษาพยาบาลให$มีความร$ู
ความสามารถ และมีทักษะในการปฏิบัติการพยาบาลต1างๆได$อย1างถูกต$องตามหลักการและเทคนิคปฏิบัติทำงการพยาบาลจึงเป_น
สิ่งจำเป_นอย1างยิ่งก1อนที่นักศึกษาจะฝ°กปฏิบัติจริงในสถานบริการต1างๆ การฝ°กด$วยหุ1นจำลองนับเป_นวิธีหนึ่งที่จะช1วยให$นักศึกษา
พยาบาลเกิดความม่นั ใจในการปฏบิ ัติการพยาบาลและผู$ปวf ยไดร$ บั การดูแลจากพยาบาลที่มีการฝก° ฝนมาเปน_ อย1างดี
ทักษะการทำแผลเป_นทักษะทำงการพยาบาลที่จำเป_นอีกทักษะหนึ่งที่ต$องใช$ความชำนำญจากการฝ°กทักษะเช1นกัน
เนื่องจากทักษะการทำแผลจำเป_นต$องใช$ทักษะในการประเมินบาดแผล การทำความสะอาด การเลือกใช$น้ำยาทำความสะอาด
บาดแผลและใส1ในบาดแผล รวมทั้งการเลือกวิธีและเทคนิคการทำแผลให$เหมาะสมกับชนิดของบาดแผลมีหลากหลาย และมีความ
แตกต1างกัน นอกจากนี้ผลการประเมินการจัดการเรียนการสอนที่ผ1านมาโดยงานวัดและประเมินผล พบว1านักศึกษาได$ให$
ข$อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดอุปกรณ.การเรียนการสอนให$เหมาะสม และเพียงพอมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะหุ1นฝ°กทักษะการปฏิบัติการ
พยาบาล เพื่อลดอัตราส1วนของการใช$งานต1อจำนวนนักศึกษาลง แต1การจัดซื้อหุ1นฝ°กทักษะทำงการพยาบาลจากต1างประเทศมีราคา
ค1อนข$างสูง หากวิทยาลัยพยาบาลมีการผลิตหุ1นฝ°กทักษะขึ้นใช$เอง ด$วยวัตถุดิบที่มีขายภายในประเทศ อีกทั้งหุ1นฝ°กทักษะทำงการ
พยาบาลที่มีอยู1ในปÜจจุบันยังขาดสิ่งที่ช1วยปลูกฝÜงความเอื้ออาทรต1อการฝ°กการทำแผลของนักศึกษา (ศิรเมศร. โภโค, ดนัย ดุสรักษ.
และจักรพนั ธ. กึนออย,2562)
ผู$วิจัยได$ตระหนักถึงความสำคัญดังกล1าว จึงจัดทำโครงการพัฒนำบาดแผลจำลองเพื่อฝ°กทักษะการทำแผลของนักศึกษา
พยาบาล โดยการประดิษฐ.บาดแผลจำลองเพื่อฝ°กทักษะการทำแผลชนิดซิลิโคน (Silicone) เพื่อให$นักศึกษาทุกคนสามารถใช$ฝ°ก
ทักษะการทำแผลแต1ละชนิดได$อย1างมีประสิทธิภาพ จึงควรปลูกฝÜงความเอื้ออาทรต1อการฝ°กการทำแผลด$วยการประดิษฐ.บาดแผล
จำลองที่มีลักษณะเป_นแขนเพื่อฝ°กทักษะการทำแผลที่มีลักษณะของผิวหนังและลักษณะแผลสีของแผลที่เสมือนคนจริง ทำให$
นักศึกษาสามารถทำแผลไดเ$ สมอื นทำกับคนจรงิ มากขึ้น และยงั ชว1 ยประหยัดงบประมาณในการสัง่ ซ้ือของวิทยาลัย
2. วัตถปุ ระสงคk
1. เพือ่ พฒั นำแผลจำลอง
2. เพื่อใหน$ ักศกึ ษาฝ°กทกั ษะการทำแผล
3. กลุMมเปmาหมาย
นักศกึ ษาพยาบาลศาสตร. ชนั้ ปdท่ี 2 จำนวน 20 คน
159
4. กระบวนการพฒั นำ
ขัน้ เตรยี ม (plan)
1. ค$นหางานวิจัยท่เี ก่ยี วขอ$ งโดยคน$ หาจากหวั ข$อ การทำนวัตกรรมหน1ุ จำลอง การทำแผลจำลอง และทำการศกึ ษา
เกีย่ วกบั วิธีการทำ และการใช$งบประมาณในการทำ นำมาปรบั ใช$เพ่อื ให$ได$หุน1 แผลจำลองท่มี ีคณุ ภาพและประหยัด
งบประมาณ
2. ได$ทำการทดลองทำหลายวิธหี ลายรูปแบบ ไดเ$ ป_นวิธที เ่ี หมาะสม ประหยดั และไดค$ ณุ ภาพ
3. นำเสนอต1ออาจารยท. ่ปี รกึ ษา ได$ขอ$ ตกลงว1าใหท$ ำตามแบบที่ไดท$ ดลองทำมา
เตรียมอุปกรณkทงั้ หมด ดังนี้
อุปกรณB ภาพอปุ กรณB
1. นำ้ ยางพาราหลHอแบบ 2
ขวด
2. แปvงขาL วโพด
160
อปุ กรณB ภาพอปุ กรณB
3. ปนู พลาสเตอร=
4. สี
5. แปรงทำสี
161
อุปกรณB ภาพอปุ กรณB
6. แลคเกอร=
3. ถาด
4. ตนี ตุกë แก
162
อปุ กรณB ภาพอปุ กรณB
5.วาสลนี
ภาพท่ี 1 วสั ดุและอุกรณใM นการจัดทำนวัตกรรมแผลจำลอง
ขั้นลงมอื ปฏบิ ัติ (do)
1. เตรียมอุปกรณMตา@ งๆให7พร7อม จดั หาสถานท่ีการทำทมี่ ีอากาศถา@ ยเทสะดวก พ้ืนเรยี บ เนือ่ งจากยางพารา และสคี อ@ นขา7 งมีกลิน่ เหมน็ ไมเ@ หมาะท่ีจะทำ
ในหอ7 ง และตอ7 งใช7พ้นื เรบี ยเพราะในการเทพนื้ ยางพาราต7องใชเ7 วลาในการแห7ง และต7องการใหผ7 ิวเรียบสม่ำเสมอจงึ ตอ7 งใชพ7 นื้ ที่เรยี บไม@ลาดเอยี ง
2. ผสมแปง^ เขา7 กับวาสลนี ในอัตราสว@ นเทา@ กัน แปะเข7ากบั ฐานท่เี ปน` ลังกระดาษสีเ่ หล่ียม ขนำดประมาณ 4×4 นวิ้ จากนั้นทำการตกแตง@ แผลใหเ7 ปน` แผล
ชนดิ ต@างๆ ตามต7องการเพื่อจะทำพมิ พแM ผล
3. ผสมปูนพลาสเตอรกM ับน้ำเปล@า คนให7เขา7 กัน แลว7 เทลงในพิมพMแผลท่เี ตรียมไว7 รอให7ปูนแห7ง แล7วทำการขูดวาสลนี ออกให7หมด
4. นำนำ้ ยางพารามาเลลงในแม@พิมพปM นู รอให7ยางพาราแหง7 เมอื่ แหง7 แล7วใหแ7 กะยางพาราออกจากแมพ@ มิ พM จะไดเ7 ป`นแผลจำลองเสมือนจรงิ ทยี่ ังไม@
ตกแตง@ สี
5. เตรียมถาดที่มขี นำด 10×10 นิ้ว เทยางพาราลงในถาด เกลย่ี ใหท7 ั่วถาดบางๆ ทง้ิ ไว7ให7แหง7 แล7วเทเพ่มิ ทั้งหมด 3 ครัง้ แลว7 นำแผลยจำลองจาก
ยางพารามาวาง แลว7 เทยางพาราเพม่ิ อีก 2-3 คร้งั
6. เมอื่ ยางพาราแห7งแล7ว แกะออกจากถาด นำมาตดั ตกแตง@ ขอบใหส7 วยงาม จากนั้นนำตนี ตกdุ แกมาเย็บเขา7 มุมท้งั 4 มุม
7. เมอ่ื เสร็จแล7ว ให7ทำการตกแตง@ บาดแผลใหเ7 สมอื นจริงยิง่ ข้นึ โดยใช7สใี นการตกแต@ง และรอให7สแี ห7ง
8. เมื่อสีแห7งแลว7 ให7ทำแลคเกอรทM ับ 2 รอบ เพ่ือใหก7 ารจำลองการล7างแผลทำได7หลายครงั้ โดยที่สไี มล@ อกล@อน ถงึ ขน้ั ตอนนถี้ อื ว@าทำเสร็จแลว7
นำนวัตกรรมไปทดลองใช,และปรับปรงุ (check)
นำนวัตกรรมแผลจำลองที่สร$างมาตรวจสอบคุณภาพโดยผู$ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท1าน ตรวจสอบการใช$และปÜญหา
อปุ สรรคในการใชง$ าน และนำไปให$นักศกึ ษาพยาบาลหลกั สูตรพยาบาลศาสตรบัณฑติ ชัน้ ปdที่ 2 ทไ่ี มใ1 ช1กลม1ุ ตัวอยา1 ง จำนวน 10 คน
ทดลองใช$ท่คี ณะพยาบาลศาสตร. มหาวิทยาลยั ราชภฏั ร$อยเอด็ และพฒั นำปรบั ปรุงนวตั กรรมตามปญÜ หาทพี่ บ คอื ตนี ตกุ∞ แกมีขนำด
สน้ั พนั ไมร1 อบแขน สีของแผลยงั ไม1สมจริง
163
นำนวตั กรรมทปี่ รบั ปรงุ ไปใช,จริงและประเมนิ ผลการใช,นวัตกรรม (act)
นำนวัตกรรมแผลจำลองท่ีปรับปรุงตามข$อเสนอแนะไปใหก$ ลุ1มตัวอยา1 งคือ นักศึกษาพยาบาลหลักสตู รพยาบาลศาสตร
บณั ฑติ ชั้นปdท่ี 2 จำนวน 20 คน ใชฝ$ °กทำแผล และประเมนิ ความพงึ พอใจ
5. รายละเอยี ดและวิธกี ารใช,งานนวัตกรรม
พัฒนำแผลจำลอง ตามชนดิ ของแผล และนำนวตั กรรมไปให$กลม1ุ ตวั อยา1 งทดลองใช$ประเมนิ ความพงึ พอใจจาก
164
ภาพท่ี 1 แผลจำลอง
165
ภาพท่ี 2 การนำนวัตกรรมแผลจำลองไปใช$
6. ผลการทดลองใชน, วัตกรรมและการอภิปรายผล
จากการได$นำนวตั กรรมไปทดลองใช$ในกลุม1 ทดลองและไดม$ กี ารใหท$ ำแบบประเมินความพึงพอใจจากผ$ทู ดลองใชน$ ักศกึ ษา
คณะพยาบาลศาสตร. ชั้นปทd ี่ 2 จำนวน 20 คน พบวา1 ผใู$ ช$นวัตกรรมแผลจำลองสว1 นใหญ1มีระดับความพึงพอใจโดยรวมอยใู1 นระดับ
มากทส่ี ดุ 4.65 คะแนน เมื่อพจิ ารณาเปน_ รายดา$ นพบวา1 ดา$ นวสั ดุมีความทนทำน ชว1 ยเพิ่มพนู ประสบการณ. และมีประสทิ ธภิ าพ
สามารถนำไปใชไ$ ด$จริง อย1รู ะดบั มากท่สี ดุ 5 คะแนน สว1 นด$านใชง$ านงา1 ย สะดวก และจัดเกบ็ ได$สะดวกและด$านต$นทุนการผลติ ตำ่
คมุ$ คา1 ต1อการใช$งาน มคี วามพงึ พอใจอย1ูในระดบั มาก คะแนน 4.2 และ 4 ตามลำดบั ดงั ตารางท่ี 1
ตารางท่ี 1 แสดงคา1 คะแนนและระดับความพงึ พอใจการใชน$ วัตกรรมแผลจำลองในการทำแผล
ข$อ รายการประเมนิ คะแนน ระดบั ความพงึ พอใจ
มาก
1 ใช$งานงา1 ย สะดวก และจัดเก็บได$สะดวก 4.2 มากท่สี ุด
มากทสี่ ดุ
2 วสั ดทุ ่ีใช$มคี วามทนทำน 5 มาก
มากท่ีสุด
3 ช1วยเพม่ิ พูนประสบการณ. 5 มากทีส่ ดุ
4 ต$นทุนการผลติ ตำ่ ค$ุมค1าตอ1 การใช$งาน 4
5 มีประสิทธิภาพสามารถนำไปใชไ$ ด$จรงิ 5
6 ท1านตอ$ งการท่ีจะนำนวัตกรรมช้นิ นี้มาใช$ต1อไป 4.7
166
ภาพรวม 4.65 มากท่ีสดุ
การอภปิ รายผล จากผลการศึกษาการใช$นวตั กรรม “นวตั กรรมแผลจำลอง ช1วยใหน$ ักศึกษาได$ฝก° ทกั ษะการลา$ งแผล ให$
เกิดการชำนำญและสรา$ งความมนั่ ใจให$แกน1 ักศึกษาขณะขน้ึ ฝ°กปฏบิ ตั ิ และเปน_ การเพ่ิมพนู ประสบการณใ. ห$กบั นกั ศึกษาพยาบาล
ศาสตร. จากการทดลองการทำนวัตกรรม นวตั กรรมแผลจำลอง และไดใ$ หน$ กั ศึกษาพยาบาลช้นั ปทd ่ี 2 ไดท$ ดลองลา$ งแผล พบว1า
แผลมลี กั ษณะคลา$ ยแผลจริง และมแี ผลทีห่ ลากหลาย โดยได$เรยี นร$ูแผลชนดิ ต1างๆ ท่ีหลากหลายมากขน้ึ และยงั สามารถนำ
นวัตกรรมแผลจำลอง นำไปฝก° ท่ีหอพกั นักศึกษา เพื่อเพมิ่ ความม่นั ใจและมคี วามชำนำญในการฝ°กปฏิบัตแิ ละนกั ศกึ ษาสามารถทำ
แผลไดเ$ สมอื นทำกับคนจรงิ มากข้นึ ก1อนจะนำไปปฏิบตั ิจรงิ บนหอผปู$ วf ย ซงึ่ สอดคล$องกบั งานวิจัยของ อารี สจุ ิมนสั กุล และคณะ ท่ี
ศกึ ษาพบว1า การประดิษฐ.อุปกรณอ. ยา1 งงา1 ยๆ ราคาถกู ไว$ใช$เองแม$จะส้นิ เปลืองบา$ งกค็ $ุมคา1 เพราะจะมีโอกาสฝ°กปฏิบัติ ซ้ำๆ หลาย
คร้งั ช1วยใหม$ คี วามม่นั ใจ เกดิ ความชำนำญในการทำแผล และมคี วามรู$ ทกั ษะและความมน่ั ใจในการทำแผลเพ่มิ มากขน้ึ รบั รถู$ งึ การ
ทำแผลสูงข้นึ ก1อนฝ°กปฏบิ ตั กิ ารพยาบาลบนหอผูป$ fวย และสอดคลอ$ งกับ กลั ยา เตชาเสถยี รและสถาพร กลางคาร กล1าวไวว$ 1า เปน_
สอื่ ทจ่ี งู ใจน1าสนใจในการเรยี นการสอนสามารถเชื่อมโยงเขา$ ใจกบั ของจริงไดม$ ากท่ีสดุ และด$านการเปน_ ส่อื การเรียนการสอนทย่ี ึด
ผู$เรียนเป_นศนู ยก. ลางท$าทำยความสามารถของผเู$ รยี นสร$างความเชอ่ื มนั่ ในการปฏิบัตกิ ารพยาบาล และยังสอดคลอ$ งกับ ปฐมามาศ
โชติบัณ และคณะ ศกึ ษาพบวา1 นักศึกษาพึงพอใจต1อความสะดวกในการใชจ$ ากการเรยี นรู$ ด$วยตนเอง การเกบ็ รักษาและการ
เคล่อื นยา$ ยไดส$ ะดวก
7. ขอ, เสนอแนะ
1. นวัตกรรมแผลจำลองนี้ ควรมีการเปลี่ยนตนี ตุ∞กแกเป_นตัวลอ็ กเพอ่ื งา1 ยต1อการ.ใชง$ านในผ$ใู ชท$ ีแ่ ขนเลก็
2. นวัตกรรมแผลจำล1องน้ี ควรมกี ารเทยางพาราบางกวา1 น้เี พื่อจะสามารถใชป$ ระโยชน.ในการเยบ็ แผลได$และเพ่ือให$สามารถเย็บ
แผลได$ง1ายข้นึ
8. เอกสารอ,างองิ
กัลยา เตชาเสถยี รและสถาพร กลางคาร. (2556). การพัฒนำห1ุน Police Wound เพื่อฝ°กทกั ษะการจดั การ
บาดแผล (Development of Police Wound Model for Dressing Practice). วารสารพยาบาลตำรวจ,5(1), 45-54.
ณัฏฐชา เจยี รนิลกุลชยั และจินดา นนั ทวงษ.. (2559). การพฒั นำแผลหนองเทียมเพอ่ื สง1 เสรมิ การฝ°กทักษะการ
เกบ็ สิง่ คัดหลั่งจากแผลเพาะเชื้อ ในนกั ศกึ ษาพยาบาลชั้นปdท่ี 2( To develop an artificial pus
wound model to help second-year nursing students perform wound swab culture.).
วารสารสภาการพยาบาล, 31(1), 32-43.
ปฐมามาศ โชตบิ ณั กติ ติพร เนำวส. วุ รรณ ธารนิ ี นนทพุทธและจรญู รตั น. รอดเนียม. (2556). นวตั กรรมชุดห1นุ
ฝ°กทกั ษะการปฏิบัติการพยาบาล (Innovation of Assisted Models for Practicing Basic Nursing
Skills). วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครนิ ทร0, 5(3), 1-12.
เพชรรตั น. เอ่ยี มลออ สุวดี ทะกัน เจตนำ วงษาสงู และสมศรี รัตนปรยิ านชุ . (2564). การพัฒนำแบบจำลอง
เย็บแผลสำหรบั นกั ศกึ ษาพยาบาล (Development of the Suturing Wound Model for Nursing
167
Students). วารสารวจิ ยั สขุ ภาพและการพยาบาล, 37(3), 304-318.
สสุ ัณหา ยม้ิ แยม$ . (2559). การพฒั นำหนุ1 จำลองเพอื่ ฝก° ทกั ษะทำงคลนิ กิ ของนกั ศึกษาสาขาวทิ ยาศาสตร.
สุขภาพ (Developing Stimulation Model for Training Clinical Skill of Health Science
Students). พยาบาลสาร, 43(2), 142-151.
สปุ าณี เสนำดิสัย และวรรณภา ประไพพานชิ . (บรรณาธิการ). (2560). การพยาบาลพื้นฐาน. (ปรบั ปรงุ ครั้งที่
1). กรุงเทพฯ: บริษัท จุดทอง จำกัด.
ศิรเมศร. โภโค ดนัย ดุสรกั ษแ. ละจักรพันธ. กนึ ออย. (2562). การพฒั นำบาดแผลจำลองเพื่อฝ°กทกั ษะการทำ
แผลของนกั ศึกษาพยาบาล (Development of Simulated Wounds to Practice Wound Dressing Skills of
Nursing Students.). วารสารวิจัยและนวัตกรรมทำงสขุ ภาพ, 2(1), 268-279.
อะเคอี้ อุณหเลขกะ. (2554). หลักและแนวปฏิบัตกิ ารปอS งกนั การตดิ เชอ้ื ในโรงพยาบาล. เชยี งใหม1 : บริษัท
มิ่งเมืองนวรัตน. จำกดั .
อารี สจุ มิ นสั กลุ พร$อมคณะ. (2557). ประสิทธิผลของการเรียนสอนเทคนคิ การทำแผล โดยการใช$ห1ุนจำลองที่
ผลิตข้ึนใหม1 (The effectiveness of the teaching techniques of bronchial suctioning
byusing anewly produced.). วารสารวจิ ัยและนวตั กรรมทำงสขุ ภาพ.
Berman, A., Synder, S. J., Kojer, B., Erb, G. Funda. (2009). Fundamental of Nursing :
Concept process and practice. 8th ed. New year: Prentice Hall.
168
วงลอ< “สงู วัย ไม]
กมลภู ถนอมสตั ย=1*, กรกนก นLอยตาแสง1, กัลย=สดุ า พูลเพม่ิ 2, กิติ กาวริ ะเดช2, พงศธร เหคำชนุ ย=2,ธญั ญารตั น=
ถอื ศลิ 2, นุสรา สรุ วิ งค=2, ศาสตรา วงศ=คณู 2, และ บุญญาสินี สภุ ษิ ะ2
1กลมุH วิชาปฏิบตั ิการชุมชน1 คณะพยาบาลศาสตร= มหาวิทยาลยั ราชภฏั นครปฐม, นครปฐม
2นกั ศกึ ษาหลักสตู รพยาบาลศาสตรบณั ฑติ ช้นั ปท7 2ี่ คณะพยาบาลศาสตร? มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครปฐม, นครปฐม
*[email protected]
บทคัดยMอ
การจัดทำนวัตกรรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค.เพื่อให$ผู$สูงอายุในชุมชนรับรู$ถึงความเสี่ยงและอันตรายที่เกิดจากการพลัดตกหก
ล$ม โดยใช$แบบประเมิน Thai Fall Risk Assessment Test มาใช$ประเมินความเสี่ยงการพลัดตกหกล$มของผู$สูงอายุในชุมชน คณะ
ผู$จัดทำจึงศึกษาอุบัติการณ. ความรู$ พฤติกรรม ที่มีผลต1อการพลัดตกหกล$มในชุมชน เพื่อนำมาจัดทำนวัตกรรม วงล$อ “สูงวัย ไม1
ล$ม” โดยนวัตกรรมนี้มีเนื้อหาที่สำคัญคือ การบอกค1าระดับความเสี่ยงของการพลัดตกหกล$ม การปYองกันการพลัดตกหกล$ม และ
การออกกำลังกายสร$างสมดุล โดยทดลองใช$ในกลุ1มเปYาหมายเป_นผู$สูงอายุที่มีโรคประจำตัว มารับบริการที่โรงพยาบาลส1งเสริม
สุขภาพตำบลบ$านหุบรัก ตำบลโพรงมะเดื่อ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เพื่อให$เกิดแนวทำงการปฏิบัติในการปYองกันการพลัดตก
หกล$มที่มีความเฉพาะตอ1 ผูส$ ูงอายุในชมุ ชน ทำให$เกดิ ประสทิ ธภิ าพสงู สดุ ในการลดการเกิดภาวะพลดั ตกหกล$มในผสู$ ูงอายุ
ผลการทดลองใช$นวัตกรรมพบว1า ผู$สูงอายุในชุมชนมีความรู$และความเข$าใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให$เหมาะสมใน
การปฏิบตั ติ นเพ่อื ปอY งกันการพลัดตกหกลม$ และมีคะแนนเฉล่ยี ความพงึ พอใจการใช$นวัตกรรมอย1ูในระดบั มากที่สดุ
คำสำคญั : พลัดตกหกล$ม ผ$ูสูงอายุ นวตั กรรม นักศึกษาพยาบาล
169
The wheel “Ole age doesn’t fall”
Kamollabhu Thanomsat1*, Kornkanok Noitasaeng1, Kansuda Punpoem2, Kiti Kawiradet2, Phongsathorn
Hacamchun2, Tanyarat Thuesil2, Nusara Suriwong2, Sastra Wongkoon2, and Bunyasinee Suphisa2,
1Community Health Nursing Practicum1, Faculty of Nursing, Nakhon Pathom Rajabhat University, Nakhon
Pathom
2The 2nd year of Student Nurse, Faculty of Nursing, Nakhon Pathom Rajabhat University, Nakhon Pathom
*[email protected]
Abstract
This innovation The Objective is to make the elderly in the community aware of the risks and
dangers od falls. The Thai Fall Risk Assessment Test was used to assess the risk of falls among the elderly in
the community. The organnizing committee therefore studied the incidence, knowledge, and behavior
affecting falls in the community. In order to create innovations, the wheel “Ole age doesn’t fall”. This
innovation has important content, namely Telling the level of risk of falls protection against falls and balance
exercises The trial was conducted in the target group of elderly people with congenital disease. Come to
receive services at Ban Hub Rak Subdistrict, Health Promoting Hospital Phong Maduea Subdistrict, Mueang
District, Nakhon Pathom District, Nakhon Pathom Province. To create practical guidelines for preventing falls
that are specific to the elderly in the community resulting in the highest efficiency in reducing the incidence
of falls in the elderly.
The results of the innovation experiment revealed that elderly people in the community have
knowledge and understanding of behavior modification to be appropriate for their behavior in order to
prevent falls. And having the highest average scores of satisfaction with the use of innovations.
Keywords: Fall, The elderly, Innovation, Student Nurse
170
1. ความเปgนมาและความสำคัญของปญh หา
การพลดั ตกหกล$มในผส$ู งู อายเุ ปน_ ปÜญหาสำคัญทำงสาธารณสุขท่วั โลก กอ1 ใหเ$ กิดผลกระทบตอ1 รา1 งกาย จติ ใจ สังคม และ
เศรษฐกจิ ตอ1 ตวั ผ$สู ูงอายุและครอบครัว โดยดา$ นรา1 งกายเมอ่ื เกดิ การพลัดตกหกล$มอาจทำให$เกดิ การบาดเจ็บอย1างรุนแรง เช1น ฟกช้ำ
กระดูกหกั ตามสว1 นตา1 งๆของร1างกาย เป_นตน$ ผลกระทบจากการไดร$ ับบาดเจบ็ ทำให$สญู เสยี ความสามารถในการทำกิจกรรมใน
ชีวิตประจำวัน เม่ือมกี ารพลดั ตกหกล$มจะร$สู กึ ขาดความเชื่อมั่นและไม1ม่นั ใจในการทำกิจกรรมตา1 งๆ เรียกว1าความกลัวการพลัดตก
หกลม$ (fear of falling) ซึง่ จะมีผลกระทบด$านจิตใจตามมาโดยพบรอ$ ยละ 33 หลงั การพลดั ตกหกลม$ ทำให$สญู เสียการรบั รู$
ความสามารถของตนเอง (self-efficacy) หลีกเลย่ี งการทำกิจกรรมต1างๆในชีวติ ประจำวัน และสญู เสยี ความม่ันใจในการดำรงชีวิต
ถอื วา1 เป_นภาวะคกุ คามทำงดา$ นจติ ใจในระยะยาวอาจทำใหผ$ $ูสูงอายไุ ม1สามารถทำกจิ กรรมต1าง ๆ ได$ การเข$าสังคมจะลดลง จนเกดิ
การแยกตัว ซ่งึ อาจทำให$ผูส$ งู อายมุ ีความวิตกกังวล เครยี ด และมภี าวะซึมเศรา$ ตามมาได$
ประเทศไทยมีสัดส1วนของผ$สู งู อายเุ พิม่ ขนึ้ อยา1 งรวดเร็ว ในปd2559 พบวา1 มผี $ูสูงอาย1ุ 1ลา$ นคน คิดเปน_ รอ$ ยละ 16.5 ของ
ประชากรทั้งหมด มีการประมาณการณว. า1 ในปd 2568 จะมจี ำนวนผ$สู งู อายุเพม่ิ ข้ึนมากกว1าร$อยละ 20 สังคมไทยจะกลายเปน_ สงั คม
ผสู$ งู อายุอยา1 งสมบูรณ. (Complete aged society)
จากการสำรวจชุมชนหมท1ู ่ี 6 ตำบลโพรงมะเดอ่ื อำเภอเมอื ง จงั หวัดนครปฐม 40 หลงั คาเรอื น พบว1าผส$ู ูงอายุส1วนใหญม1 ี
ความเสย่ี งตอ1 การพลดั ตกหกลม$ ดังนนั้ คณะผูจ$ ัดทำจงึ ศึกษาอบุ ตั ิการณ. ความรู$ พฤตกิ รรม ทมี่ ีผลตอ1 การพลดั ตกหกล$มในชมุ ชน
เพอื่ นำมาสรา$ งนวตั กรรมวงล$อ “สงู วยั ไม1ล$ม” ปYองกนั การพลดั ตกหกลม$ ทมี่ ีความเฉพาะเจำะจง โดยใชแ$ บบประเมนิ Thai Fall
Risk Assessment Test ทค่ี รอบคลมุ ปจÜ จยั เสี่ยงต1างๆ เพื่อให$เกิดแนวทำงการปฏิบัติในการปYองกันการพลัดตก หกล$มที่มคี วาม
เฉพาะต1อผู$สงู อายุในชมุ ชน ทำใหเ$ กดิ ประสิทธิภาพสูงสดุ ในการลดการเกดิ ภาวะพลดั ตกหกลม$ ในผู$สูงอายุ
2. วัตถุประสงคk
เพือ่ ให$ผสู$ ูงอายุ
1.รบั ร$ูถงึ ระดบั ความเส่ยี งการพลดั ตกหกล$มของตนเอง
2.บอกถงึ วิธีการปYองกนั การพลดั ตกหกลม$ ได$
3.ปฏิบัตติ นปรับเปล่ยี นพฤตกิ รรมลดความเสย่ี งต1อการเกดิ พลดั ตกหกลม$ ได$
171
3. กลมุM เปmาหมาย
ผ$สู งู อายุทมี่ โี รคประจำตัวมารบั บริการท่ี โรงพยาบาลส1งเสรมิ สุขภาพตำบลบ$านหุบรกั ตำบลโพรงมะเด่ือ อำเภอเมือง
จงั หวดั นครปฐม
4. กระบวนการพัฒนำ (ตามขนั้ ตอน plan do check act)
ขั้นวางแผน
1.สำรวจข$อมูลผสู$ งู อายทุ ่มี โี รคประจำตวั มารับบรกิ ารท่ี โรงพยาบาลสง1 เสริมสขุ ภาพตำบลบ$านหบุ รกั ตำบลโพรงมะเดือ่ อำเภอ
เมอื ง จงั หวัดนครปฐม
2.วเิ คราะห.ขอ$ มูลเพอ่ื จัดลบั ดับปÜญหา
3.รายงานผลปญÜ หาท่พี บในชุมชนแกอ1 าจารยท. ีป่ รกึ ษาประจากลม1ุ
4.ประชุมทีม และดำเนนิ การจดั ทำนวัตกรรม
ขั้นตอนการปฏิบตั ิ
1. กำหนดหัวขอ$ ท่ีตอ$ งการและตั้งกล1มุ เปYาหมายเพอ่ื ให$งา1 ยต1อการดำเนินงาน
2. ให$สมาชิกภายในกลุ1ม ไปศกึ ษาค$นคว$าความรเู$ พ่มิ เตมิ เกยี่ วกบั วิธกี ารแก$ไขปÜญหาการพลดั ตกหกลม$ ของผู$สงู อายุ
3. จัดทำนวตั กรรม วงลอ$ สูงวยั ไม1ลม$
4. ทดลองใช$นวัตกรรมกบั ผ$ูสูงอายุท่ีมโี รคประจำตวั มารบั บริการท่ี โรงพยาบาลสง1 เสริมสขุ ภาพตำบลบ$านหบุ รัก
ขั้นตอนการตรวจสอบ
จากการทดลองใช$นวัตกรรมพบว1าผส$ู งู อายทุ เี่ สย่ี งตอ1 การพลัดตกหกลม$ ขาดความรใู$ นการปรบั เปลยี่ นพฤติกรรมให$เหมาะสมเรอ่ื ง
การปฏิบตั ิกจิ วตั รประจำวัน ทำให$เสยี่ งต1อการเกิดพลดั ตกหกล$ม หลังจากผส$ู ูงอายุไดท$ ำแบบประเมินการพลดั ตกหกลม$ และใช$
นวัตกรรม วงลอ$ “สงู วยั ไมล1 $ม” ทำให$ผ$สู งู อายทุ ราบคะแนนความเสยี่ ง เขา$ ใจในการปรบั เปล่ยี นพฤติกรรม การปฏบิ ัติเพอ่ื ปYองกัน
การพลัดตกหกลม$ ซง่ึ จะชว1 ยส1งผลใหเ$ กิดประสิทธภิ าพสงู สุดในการลดการเกิดภาวะพลัดตกหกลม$ ในผ$สู งู อายุในชมุ ชนได$
172
ขัน้ การดำเนินงานให$เหมาะสม
หลังจากการนำนวตั กรรม วงลอ$ “สูงวัย ไมล1 $ม” ไปทดลองใช$ ผลการศกึ ษาพบวา1 ระดับความเส่ยี งของการพลดั ตกหกลม$ ในผ$สู ูงอายุ
ในชุมชนอยู1ในระดับท่ลี ดลง ซ่ึงหมายความวา1 นวัตกรรมช้นิ นี้มปี ระโยชน.และสามารถทำใหผ$ ูส$ ูงอายมุ ีความรใ$ู นการปรับเปลย่ี น
พฤตกิ รรมด$านการปฏบิ ัติตนเพื่อปอY งกนั การพลัดตกหกล$มใหเ$ หมาะสม ลดความเส่ียงต1อการเกดิ พลดั ตกหกล$มได$
5. รายละเอียดและวิธกี ารใชง, านนวัตกรรม
ภาพที่ 1 องคป. ระกอบของนวัตกรรม
173
การใช,นวัตกรรม
1. ทำการประเมนิ ผู$สูงอายุตามแบบประเมินความเสย่ี งตอ1 การพลัดตกหกลม$ ในผูส$ ูงอายุ Thai Falls Risk Assessment test
(Thai-FRAT)
2. รวมคะแนนของแบบประเมนิ
3. 0-3 คะแนน อยูใ1 นระดบั เส่ียงตำ่ ให$คำแนะนำในการปฏบิ ตั ิตนปอY งกนั การเกิดพลัดตกหกลม$
4-11 คะแนน มคี วามเสี่ยงต1อการพลดั ตกหกล$ม ให$การดูแลตามประเดน็ ปญÜ หาท่ีพบ เช1น ตรวจวดั สายตา ส1งพบแพทยเ. ฉพาะ
ทำง ปรบั การใช$ยา ส1งเสริมการพฒั นำสมรรถนะทำงกายด$วยการออกกำลังกาย การปรบั ปรุงแก$ไขเพ่ือลดปÜจจยั เสีย่ งด$าน
สิง่ แวดล$อม และการติดตามประเมินทุก 1- 3 เดือนในชุมชน
6. ผลการทดลองใช,นวัตกรรมและการอภปิ รายผล
จากการนำนวัตกรรม วงล$อ “สูงวัย ไม1ลม$ ” ไปทดลองใช$กบั ผสู$ ูงอายุทม่ี โี รคประจำตัวมารบั บริการท่ี โรงพยาบาลสง1 เสริม
สขุ ภาพตำบลบ$านหุบรัก พบวา1 ผู$สูงอายุทท่ี ดลองใช$นวัตกรรมมคี วามร$แู ละเข$าใจในการท่ีจะปรบั เปลี่ยนพฤติกรรมให$เหมาะสมใน
การปฏิบัตติ นเพ่อื ปอY งกันการพลัดตกหกลม$ นวตั กรรมมีความน1าสนใจ ใช$งานงา1 ย ประเมนิ ผลได$จรงิ มรี ปู ภาพประกอบเน้ือหาท่ที ำ
ใหเ$ ข$าใจได$ง1าย สะดวกตอ1 การใช$งานและบอกวธิ ีการปฏิบัติตนได$ชดั เจน
ตารางท่ี 1 แบบประเมินความเสีย่ งตอ1 การพลดั ตกหกลม$ ในผสู$ งู อายุ Thai Falls Risk Assessment test (Thai-FRAT)
ปhจจัยเส่ยี ง คะแนน
1.เพศ 1
………. หญิง 0
………. ชาย
1
2. การมองเหน็ บกพรMอง 0
………. ไมส1 ามารถอา1 นตวั เลขท่รี ะยะ 6/12 เมตร ไดม$ ากกวา1 ครง่ึ
………. อ1านตัวเลขทีร่ ะยะ 6/12 เมตร ไดม$ ากกว1าครึง่ 2
0
3. การทรงตัวบกพรอM ง
………. ยืนต1อเทา$ เปน_ เสน$ ตรงไม1ได$ หรอื ยนื ได$ไม1ถงึ 10 วนิ ำที 1
………. ยนื ต1อเท$าเปน_ เส$นตรงไดน$ ำน 10 วนิ ำที
4. การใชย, า
………. กนิ ยาตอ1 ไปนต้ี ั้งแต1 1 ชนดิ ข้นึ ไป ได$แก1 ยานอนหลบั ยากล1อมประสาท
ยาลดความดันโลหติ ยาขบั ปสÜ สาวะ หรอื กินยาชนิดใดชนิดหนง่ึ ก็ได$ตง้ั แต1
4 ชนดิ ขนึ้ ไป (ไม1รวมวติ ามนิ )
………. ไม1กินตอ1 ไปนี้ ไดแ$ ก1 ยานอนหลับ ยากล1อมประสาท ยาลดความดันโลหิต 174
ยาขบั ปÜสสาวะ หรอื ยากินชนิดใดกไ็ ด$แต1น$อยกว1า 4 ชนิด
0
5. ประวตั ิการหกลม,
………. มปี ระวัตหิ กลม$ ตั้งแต1 2 คร้งั ขึ้นไปในรอบ 6 เดือนท่ีผา1 นมา 5
………. ไมม1 ีประวัติการหกล$ม 0
1
6. สภาพบา, นทอี่ าศัยอยMู 0
………. อยบู1 า$ นยกพื้นสงู ตงั้ แต1 1.5 เมตรขึ้นไป
………. ไม1ไดอ$ ยู1บ$านยกพื้นสงู ตัง้ แต1 1.5 เมตรข้ึนไป
ตารางที่ 2 ผลการประเมนิ ความพึงพอใจจากกลุม1 ตัวอยา1 งผู$ใช$นวตั กรรม วงล$อ “สูงวยั ไม1ลม$ ” ผท$ู ดลองใช$งาน (n=15)
รายการประเมิน ค1าเฉลย่ี สว1 นเบีย่ งเบนมาตรฐาน
1.นวัตกรรมสามารถตอบปÜญหาของชมุ ชนได$ 4.40 0.71
2.สามารถใช$ขอ$ มูลเชงิ ประจักษท. ำงวชิ าการท่ีสนับสนนุ ผลงานนวตั กรรม 4.53 0.72
3.มคี วามคดิ สร$างสรรคใ. นการทำนวัตกรรม 4.47 0.72
4.มีค1มู อื /ขัน้ ตอน ระบุรายละเอียดการใช$นวัตกรรม 4.80 0.40
5.วสั ดอุ ปุ กรณท. ใี่ ช$ทำนวตั กรรมมีความแขง็ แรงทนทำน 4.87 0.34
6.นวัตกรรมสามารถนำใชไ$ ด$จรงิ ในชมุ ชน 4.47 0.81
7.คา1 ใช$จา1 ยในการทำนวตั กรรมเหมาะสม ไม1แพง 4.40 0.71
8.นวตั กรรมสามารถใช$ได$งา1 ยและสะดวก 4.40 0.71
9.มีผลการประเมนิ จากผ$ใู ชน$ วตั กรรม 4.67 0.60
10.มกี ระบวนการพัฒนำนวตั กรรมใหด$ ีย่ิงขึน้ 3.93 1.65
รวม 44.93 7.37
ผลการศกึ ษาพบว1า หลงั จากทดลองใช$มีคะแนนเฉลย่ี ความพึงพอใจภาพรวมอยใู1 นระดบั มากทส่ี ุด
175
7. ข,อเสนอแนะ
- นำเสนอภาพรวมปÜญหาในชมุ ชนสก1ู ารนำเสนอนวัตกรรม
- ใชเ$ คร่ืองมือเกบ็ ขอ$ มูลทต่ี อบโจทย.
- มีทม่ี าของแบบประเมิน
8. เอกสารอา, งองิ
ดร.สมพันธ. เตชะอธิก. (2553). โครงการนวตั กรรมสรา, งเสริ มสขุ ภาพ. หจก.โรงพิมพค. ลงั นำนำวทิ ยา
ผศ.ดร. สขุ ศริ ิ ประสมสขุ . (2557). การพยาบาลอนำมัยชมุ ชน. กรุงเทพฯ : นโี อดจิ ิตอล
มลู นธิ สิ ถาบันวิจัยและพัฒนำผสู$ ูงอายุไทย (มส.ผส.). (2564). สถานการณkผ,สู ูงอายุไทย พ.ศ. 2563. นครปฐม:
สถาบันวิจัยประชากร และสงั คม มหาวทิ ยาลยั มหิดล
176
“ก<าวดว< ยกนั กา< วไดไ< กล”
จุรีรตั น= พมิ พา1, ชาลิสา พนู ดี2, พมิ พ=มาดา พันธช= ัยทิพย3= , ลลิตา เกษหนอ4, ศจมี าส ชัยภิรมย=กลุ 5,
สุดารตั น= คมLุ ทรพั ย=6, สภุ าพร ทองสขุ 7 และ อรณุ ฤดี จันทรเศรษฐ8ี
1วทิ ยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จกั รรี ัช คณะพยาบาลศาสตร= สถาบันพระบรมราชชนก
ผLรู ับผดิ ชอบบทความ: [email protected] [email protected]
บทคัดย(อ
สมองพิการ (cerebral palsy) เป_นกลุ1มอาการที่เกิดจากความผิดปกติอย1างถาวรของสมองส1วนกลาง ส1งผลให$เกิดความ
บกพรอ1 งในการควบคุมการทำงานของกลา$ มเนื้อ ทำให$เกดิ ปญÜ หาการเคลือ่ นไหว การทรงตัว นอกจากน้ีอาจมคี วามผดิ ปกตอิ ่นื ๆร1วม
ด$วย เช1น มีความบกพร1องด$านการรับรู$ การมองเห็น การได$ยิน การเรียน สติปÜญญา การสื่อสาร พฤติกรรม และโรคลมชัก เป_นต$น
อัตราความชุกของเด็กสมองพิการอยู1ระหว1าง 2-2.5 คน ต1อเด็กเกิดมีชีพ 1,000 คน เด็กสมองพิการแต1ละรายจะแสดงอาการ
แตกต1างกันขึ้นกับชนิด และระดับความสามารถในการเคลื่อนไหว ผลการศึกษาระบาดวิทยาผู$ปfวยเด็กสมองพิการในประเทศไทย
พบเป_นประเภทแข็งเกร็ง (spastic) มากที่สุด ร$อยละ 92.70 โดยพบเป_นชนิด เกร็งแบบครึ่งท1อน (spastic diplegia) มากที่สุด
รองลงมาคือ ชนิดเกร็งทั้งตัว (spastic quadriplegia) และเกร็งครึ่งซีก (spastic hemiplegia) ตามลำดับ สำหรับการแบ1งระดับ
ความรุนแรงตามความสามารถในการเคลื่อนไหว Gross motor function classification system expanded & revised :
GMFCS- E&R) นั้น พบความรุนแรงระดับ 3-5 (ปานกลาง-รุนแรง) มากที่สุด คิดเป_นร$อยละ 69.20 ความผิดปกติอื่นที่เกิดร1วมกับ
ความผิดปกติของการเคลื่อนไหว ได$แก1 การเกร็ง การชัก การพูด การกิน ทุพโภชนำการ ความบกพร1องด$านสติปÜญญา การรับรู$
การมองเห็น การได$ยิน น้ำลายยึด ปากและฟÜน และการขับถ1าย จะเห็นได$ว1าเด็กสมองพิการโดยเฉพาะระดับปานกลางถึงรุนแรงจะ
มีปÜญหาที่หลากหลายและ ไม1สามารถดูแลตนเองได$ ต$องมีผู$ดูแลคอยดูแลอย1างต1อเนื่อง (สิงห. กาญจนอารี,สุภาพร วรรณสันทัด
,2562) Cerebral Palsy ชนิดแข็งเกร็ง (spastic) เป_นชนิดที่พบได$มากที่สุด หรือประมาณ 80 เปอร.เซ็นต.ของผู$ปfวย Cerebral
Palsy ทั้งหมด โดยกล$ามเนื้อจะแข็งเกร็งและมีปÜญหาในการเดิน เช1น เดินแล$วขาหรือหัวเข1าไขว$กัน เป_นตน$ และผู$ปfวยบางรายอาจ
มีอาการกล$ามเนื้ออ1อนแรงหรือเป_นอัมพาตได$ ซึ่งอาจส1งผลเพียงครึ่งซีกด$านซ$ายหรือขวา หรือมักส1งผลที่ขา 2 ข$างมากกว1าแขนท้ัง
2 ขา$ ง ใบหนา$ หรือทงั้ ร1างกาย
คำสำคัญ : สมองพิการ,กลา$ มเนอื้ ออ1 นแรง,การเกรง็
177
1. ความเป1นมาและความสำคัญของป;ญหา
สมองพิการ (cerebral palsy) เป_นกลุ1มอาการที่เกิดจากความผิดปกติอย1างถาวรของสมองส1วนกลาง ส1งผลให$เกิดความ
บกพรอ1 งในการควบคุมการทำงานของกลา$ มเน้อื ทำให$เกิดปÜญหาการเคลอื่ นไหว การทรงตัว นอกจากน้ีอาจมคี วามผดิ ปกติอ่ืนๆรว1 ม
ด$วย เช1น มีความบกพร1องด$านการรับรู$ การมองเห็น การได$ยิน การเรียน สติปÜญญา การสื่อสาร พฤติกรรม และโรคลมชัก เป_นต$น
อัตราความชุกของเด็กสมองพิการอยู1ระหว1าง 2-2.5 คน ต1อเด็กเกิดมีชีพ 1,000 คน เด็กสมองพิการแต1ละรายจะแสดงอาการ
แตกต1างกันขึ้นกับชนิด และระดับความสามารถในการเคลื่อนไหว ผลการศึกษาระบาดวิทยาผู$ปfวยเด็กสมองพิการในประเทศไทย
พบเป_นประเภทแข็งเกร็ง (spastic) มากที่สุด ร$อยละ 92.70 โดยพบเป_นชนิด เกร็งแบบครึ่งท1อน (spastic diplegia) มากที่สุด
รองลงมาคือ ชนิดเกร็งทั้งตัว (spastic quadriplegia) และเกร็งครึ่งซีก (spastic hemiplegia) ตามลำดับ สำหรับการแบ1งระดับ
ความรุนแรงตามความสามารถในการเคลื่อนไหว Gross motor function classification system expanded & revised :
GMFCS- E&R) นั้น พบความรุนแรงระดับ 3-5 (ปานกลาง-รุนแรง) มากที่สุด คิดเป_นร$อยละ 69.20 ความผิดปกติอื่นที่เกิดร1วมกับ
ความผิดปกติของการเคลื่อนไหว ได$แก1 การเกร็ง การชัก การพูด การกิน ทุพโภชนำการ ความบกพร1องด$านสติปÜญญา การรับรู$
การมองเห็น การได$ยิน น้ำลายยึด ปากและฟÜน และการขับถ1าย จะเห็นได$ว1าเด็กสมองพิการโดยเฉพาะระดับปานกลางถึงรุนแรงจะ
มีปÜญหาที่หลากหลายและ ไม1สามารถดูแลตนเองได$ ต$องมีผู$ดูแลคอยดูแลอย1างต1อเนื่อง (สิงห. กาญจนอารี,สุภาพร วรรณสันทัด
,2562)
Cerebral Palsy ชนิดแข็งเกร็ง (spastic) เป_นชนิดที่พบได$มากที่สุด หรือประมาณ 80 เปอร.เซ็นต.ของผู$ปfวย Cerebral
Palsy ทั้งหมด โดยกล$ามเนื้อจะแข็งเกร็งและมีปÜญหาในการเดิน เช1น เดินแล$วขาหรือหัวเข1าไขว$กัน เป_นต$น และผู$ปfวยบางรายอาจ
มีอาการกล$ามเนื้ออ1อนแรงหรือเป_นอัมพาตได$ ซึ่งอาจส1งผลเพียงครึ่งซีกด$านซ$ายหรือขวา หรือมักส1งผลที่ขา 2 ข$างมากกว1าแขนทั้ง
2 ขา$ ง ใบหน$า หรอื ท้งั รา1 งกาย
คณะผู$จัดทำจึงได$คิดนวัตกรรม เครื่องช1วยเดิน “ก,าวด,วยกัน ก,าวได,ไกล” เพื่อช1วยให$ผู$ใช$นวัตกรรมสามารถเดินได$ด$วย
ตัวเองและเป_นการกระตุ$นให$กล$ามเนื้อขามีการเคลื่อนไหว จะช1วยให$กระตุ$นการทำงานและเพิ่มกำลังกล$ามเนื้อขา และช1วยในเรื่อง
การเดินใหม$ กี ารลงน้ำหนักทีเ่ ทา$ มากขน้ึ
2. วตั ถุประสงคk
1. เพือ่ ส1งเสริมใหส$ ามารถเดนิ ได$โดยไม1ต$องมีผู$ดแลคอยจับหรือพยงุ
2. เพอ่ื ส1งเสรมิ ให$สามารถลงน้ำหนกั ทเ่ี ท$าได$อย1างเตม็ เท$า
3. กลMมุ เปาm หมาย
เดก็ ทีม่ ภี าวะพิการทำงสมอง Cerebral Palsy ชนิดแข็งเกร็ง (spastic)
178
4. กระบวนการพัฒนำ (ตามข้ันตอน plan do check act)
4.1 ขนั้ ตอนการเตรยี มการ (PLAN)
4.1.1 ศึกษาปÜญหากำหนดหวั ขอ$ นวัตกรรมที่สนใจ โดยนาํ ปÜญหาจากประสบการณ.การจากการทีล่ งไป เย่ียมบ$าน
4.1.2 เสนอหัวข$อ/แนวคิดเก่ียวกบั นวัตกรรมกบั อาจารยท. ่ปี รกึ ษาประจากลมุ1
4.1.3 กำหนดวตั ถุประสงค. ขอบเขตของการดําเนินงานและ ออกแบบรา1 งนวตั กรรม
4.1.4 กำหนดขอบเขตของการศกึ ษาคน$ คว$า
4.2 ข้ันตอนการดำเนนิ การ (DO)
4.2.1 ศกึ ษาปญÜ หา และคน$ คว$าข$อมูลที่เกยี่ วขอ$ งกบั นวตั กรรมทส่ี นใจ
4.2.2 ประชมุ กลมุ1 โดยมสี มาชิกทุกคนเข$าร1วมฟÜง ร1วมกันเสนอแนวคดิ ในการจดั ทำนวัตกรรมจนไดข$ $อสรุป ร1วมกันเปน_
นวัตกรรม “กา, วดว, ยกัน กา, วไดไ, กล”
4.2.3 นําเสนอแนวคดิ หลักการและเหตผุ ลในการจดั ทำนวตั กรรมต1ออาจารยท. ่ีปรกึ ษาประจากล1ุม
4.2.4 จดั ทำแผนการดำเนนิ งานนวัตกรรม โดยการออกแบบโครงร1างนวัตกรรม
4.2.5 ดำเนินการเตรยี มอปุ กรณ. เชน1 เขม็ ด$ายสดี ำ กรรไกร จกั รเย็บผา$ ดินสอ สายสำหรบั ยึดกางเกงกับโครงความยาว
130 cm. ตวั ล็อก ตัวปรับความยาวของสาย ท1อ PVC ข$อต1อ 3 ทำง และขอ$ งอของทอ1 PVC กาว ลอ$ หมุน
179
ทดลองใช,นวตั กรรมในครอบครัวของเด็กท่มี ีภาวะพิการทำงสมอง Cerebral Palsy ชนดิ แขง็ เกรง็ (spastic)
4.2.6 ประเมินความพึงพอใจในการใชน$ วัตกรรม
4.2.7 นําข$อมลู มาวเิ คราะห.จากการทดลองใช$นวัตกรรม และแปลผลเพื่อใชใ$ นการปรบั ปรงุ นวตั กรรม
4.2.8 จดั ทำสรุปผลของการดำเนินงานนวตั กรรมจากการทดลองใชน$ วัตกรรม
4.3 การติดตาม ตรวจสอบ ประเมิน (CHECK)
นําผลการประเมนิ ความพงึ พอใจหลงั การใช$นวตั กรรม“กา, วดว, ยกัน กา, วไดไ, กล” และขอ$ ตชิ มของการใชผ$ ลงานนวัตกรรม
ไปใชป$ รบั ปรุงและพฒั นำนวตั กรรม
5. รายละเอียดและวิธีการใชง, านนวัตกรรม
1.ให$ผู$ทดลองเข$าในช1องวา1 งของตัวนวตั กรรม โดยให$ด$านกวา$ งเปน_ ทำงจับของผทู$ ดลอง
2.ทำการปลดลอ็ คล$อเพื่อให$ผ$ทู ดลองสามารถฝ°กเดนิ ไปด$านหนา$ ได$
3.ยนื ประครองผ$ูทดลองจากทำงด$านหลัง หากผ$ทู ดลองยังไมส1 ามรถลงนำ้ หนักท่ีเท$าหรอื ทรงตัวได$อย1างเตม็ ที่
4.ประครองผท$ู ดลองให$เดินไปข$างหน$าทลี ะกา$ วเพือ่ เปน_ การฝก° การเดนิ โดยเริ่มจากเดนิ ชา$ ๆและเร่มิ เดนิ เรว็ ตามความ
เหมาะสม
5.บันทึกผลการทดลองและประเมินผลการทดลอง ขอ$ เสนอแนะและปญÜ หาทีพ่ บ
180
6. ผลการทดลองใชน, วตั กรรมและการอภิปรายผล 181
ประเมินผลการใช,ชิ้นงาน (ครั้ง)
1 ผลการใชน, วตั กรรม
หลังจากการใช$งานนวัตกรรม “ก$าวด$วยกัน ก$าวได$ไกล”
2 พบว1า ผู$ทดลองรู$สึกกลัว และไม1คุ$นชินกับตัวนวัตกรรม
สามารถใช$นวัตกรรมได$เมื่อทำให$เป_นจุดสนใจ แต1ผู$ทดลอง
3 ยังไม1สามารถเคลื่อนที่ได$เอง ต$องมีคนยืนประคองอย1ู
ดา$ นหลัง และโครงรา1 งของนวัตกรรมค1อนขา$ งอ1อน เนื่องจาก
ตัวนวัตกรรมมียืดหยุ1นน$อย ถ$าผู$ทดลองออกแรงไม1สัมพันธ.
กับทิศทำงการเคลื่อนที่ของนวัตกรรม อาจส1งผลให$เกิด
อุบัติเหตุได$ และทิศทำงการเคลื่อนที่ได$เฉพาะไปด$านหน$า
และถอยหลังซึ่งค1อนข$างจำกัดทิศทำง จึงต$องให$ผู$ทดลองใช$
นวตั กรรมทุกวันเพอ่ื เพม่ิ ความค$ุนชิน
หลังจากปรับเปลี่ยนและแก$ไขบริเวณโครงร1างนวัตกรรมโดย
การเพิ่มท1อ PVC ให$มีความหนำเพิ่มขึ้น เพิ่มลูกป¢นล$อเพื่อ
ทำให$สามารถเคลื่อนที่ได$รอบทิศทำง และเพิ่มชุดสำหรับรับ
น้ำหนักผู$ทดลองเพื่อไม1ให$ผู$ทดลองออกแรงมากจนเกินไป
แต1เมื่อทดลองใช$ พบปÜญหาคือ ชุดมีขนำดใหญ1ส1งผลให$ผู$
ทดลองไม1สามารถใส1ได$เพราะชุดค1อนข$างหลวม ส1งผลให$
ต$องแก$ไขปÜญหานี้ และเพิ่มจุดสนใจให$น$องเพื่อเพิ่มความ
นา1 สนใจในการใชน$ วตั กรรม
หลังจากปรับเปลี่ยนชุดให$มีขนำดเล็กลงทำให$ชุดของ
นวัตกรรมมีขนำดเหมาะสมกับตัวน$อง อีกทั้งยังมีของเล1น
เพิ่มความน1าสนใจให$ผู$ทดลอง รู$สึกอยากใช$ตัวนวัตกรรมอีก
ดว$ ย
182
การประเมนิ กำลงั ของแขนขา (Motor power)
สว1 นทีป่ ระเมิน แรกรบั ระดับ สัปดาหท. ่ี 2
ขวา ซ$าย สปั ดาห.ที่ 1 ขวา ซา$ ย
แขน 55 ขวา ซา$ ย 55
ขา 22 55 33
วนั เดือนปd ทปี่ ระเมิน 2 พ.ค. 65 2 พ.ค. 65 22 28 พ.ค.65 28 พ.ค.65
15 พ.ค.65 15 พ.ค.65
183
แบบประเมนิ ความพงึ พอใจหลงั การใชน, วัตกรรม “ก,าวด,วยกัน ก,าวได,ไกล”
คำชี้แจง โปรดทำเครือ่ งหมาย ✓ ลงในชอ1 งทีต่ รงกบั ความเป_นจรงิ มากทส่ี ุด
รายงานแบบประเมิน ระดบั ความพึงพอใจ
5432 1
ด,านคุณภาพและวัสดุ
1.วสั ดมุ คี วามแขง็ แรงทนทำน สามารถรบั นำ้ หนกั ตัวไดด$ ี ü
2.มกี ารเลอื กใช$วัสดทุ ่ีเหมาะสมและมีขนำดพอเหมาะกบั ผ$ทู ดลอง ü
3.นวัตกรรมมกี ารใชท$ รพั ยากรอยา1 งคมุ$ ค1า ไม1ฟมfุ เฟ¢อย และเกิดประโยชน.สูงสุด ü
ดา, นการใชง, าน
4.นวัตกรรมมคี วามสะดวกสบายตอ1 การใชง$ าน ü
5.นวัตกรรมสามารถใชง$ านได$อย1างมปี ระสทิ ธภิ าพและกอ1 ให$เกดิ ประโยชน.ต1อผ$ู ü
ทดลอง
6.นวตั กรรมส1งเสริมใหผ$ $ทู ดลองสามารถพัฒนำความแข็งแรงของกลา$ มเนอ้ื แขน ü
และขาได$
7.ผ$ทู ดลองสามารถใช$นวัตกรรมได$อยา1 งปลอดภยั โดยไม1เกิดอนั ตราย ü
ด,านความเหมาะสม
8. ระยะเวลาท่ใี ช$ในการทดลองมีความเหมาะสม ü
9.รปู แบบของนวตั กรรมตอบสนองต1อความตอ$ งการของผู$ทดลอง ü
10.นวตั กรรมมีความเหมาะสมกบั ช1วงวัยและเหมาะสำหรับการฟน¢£ ฟทู ำง ü
ดา$ นพัฒนำการของผ$ทู ดลอง
5 หมายถึง ดีมาก 4 หมายถึง ดี 3 หมายถึง ปานกลาง 2 หมายถึง น$อย 1 หมายถึง ควรปรบั ปรุง
7. ข,อเสนอแนะ
นวัตกรรมตอ$ งตอ$ งใช$ระยะเวลาอย1างนอ$ ย 3 สปั ดาห. -1 เดือน ในการทดลองถงึ จะเหน็ ผลได$อยา1 งชัดเจน เน่อื งจาก
ระยะเวลาทผ่ี ู$ใช$ นวตั กรรมได$ฝ°กมีเพียง 2 สปั ดาห. จากการได$รบั คำแนะนำจากญาติผู$ดูแลวา1 ตัวนวตั กรรมมขี นำดใหญท1 ำให$การ
จดั เก็บคอ1 นขา$ งลำบาก
184
8. เอกสารอา, งองิ
วนั เพญ็ ส1ูประโคน. (2553). แนวการปฏบิ ัติการเตรียมผปGู kวยเพอ่ื ฝกn เดิน. สืบค$นเมื่อ 9 พฤษภาคม 2565. จาก
https://www.huahinhospital.go.th/file_doc/files-10039.pdf
ปรัชญพร คำเมอื งลอื . (ม.ป.ป). การฟqนp ฟูผปGู kวยเด็กสมองพกิ ารและโปลิโอ. สบื ค$นเมอื่ 9 พฤษภาคม 2565. จาก
https://w1.med.cmu.ac.th/rehab/images/Study_guide/04_1CP%20and%20polio%20MND_MB_PK.pdf
สถาบนั วจิ ยั และประเมนิ เทคโนโลยที ำงการแพทยศ. ูนยส. ริ ินธรเพ่ือการฟ£น¢ ฟสู มรรถภาพทำงการแพทยแ. ห1งชาติ กรมการแพทย..
(2552). บญั ชีเทคโนโลยที ำงการแพทยท0 จี่ ำเปtนในการฟนqp ฟสู มรรถภาพคนพิการทำงการเคลอื่ นไหวสำหรบั สถานบรกิ าร
สขุ ภาพ.พิมพค. ร้ังท1่ี .กรงุ เทพฯ : บรษิ ัทสุขุมวทิ มีเดีย มาร.เก็ตตง้ิ จำกัด
จนั ท.ฑิตา พฤกษานำนนท.. (ม.ป.ป.). การสwงเสริมพฒั นำการ.สืบค$นเม่ือ 9 พฤษภาคม 2565. จาก
http://www.thaipediatrics.org/Media/media-20180606120233.pdf
ศนู ย.อนำมัยเขต 5ราชบรุ ี. (2562). การฟนpq ฟสู มรรถภาพขน้ั พนื้ ฐาน ดาG นกายภาพบำบัดในกลุมw ผGูสูงอายตุ ดิ บาG น
ติดเตยี งและผGปู วk ยทำงระบบประสาท สำหรบั Care Manager.สืบคน$ เมื่อ 9 พฤษภาคม 2565. จาก
https://webcache.googleusercontent.com/search?q=cache:J7B0IlzCdw4J:https://apps.
hpc.go.th/dl/web/upFile/2019/01500420190118114023/5ba6dd1202ad6919d9fd9a7deb
95d4fe.docx+&cd=1&hl=th&ct=clnk&gl=th
185
นวตั กรรม “Mi-ta-su-se-mun-gen”
มนสั ชนกฑ= กลุ พานชิ ย1= * กฤติกาญจน= กจิ สวัสดิ์2, จริ ัชญา พรหมชนะ2, ธัญญารัตน= ชวิ ปรีชา2, ปยí กาญจน= ปนí เปยì 2,
พัฐรกั ข= ศิริรงHุ วัฒนชยั 2, พชิ ญธิดา ทองเชอ้ื 2, มานติ า ลาวณั ย=วิสทุ ธ์ิ2 และ อนสุ รา เพ็งพันธ2=
1 อาจารย=คณะพยาบาลศาสตร= วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี จักรรี ัช สถาบันพระบรมราชชนก
2 นักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร= วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จักรีรชั สถาบนั พระบรมราชชนก
*ผLูรบั ผดิ ชอบบทความ: email [email protected]
บทคดั ยอL
จากสถิติของโรงพยาบาลทองผาภูมิ พบวHาสาเหตุการเสียอันดับ 1 ของมารดาหลังคลอด คือ การตกเลือด
หลังคลอดจากการตั้งครรภ=ซ้ำเปuนจำนวนมาก เนื่องจากผูLรับบริการขาดความรูLเกี่ยวกับการวางแผนครอบครัว จาก
การสัมภาษณ=พบวHาอุปสรรคใหญHในการวางแผนครอบครัว คือ การสื่อสาร เนื่องจากผูLรับบริการสHวนใหญHเปuนชาว
พมHา ไมHสามารถสื่อสารดLวยภาษาไทยไดL ดังนั้นทำงคณะทำงานจึงจัดทำนวัตกรรม Mi-ta-su-se-mun-gen โดยมี
วัตถุประสงค= คือ 1) เพื่อพัฒนำสื่อความรูLเกี่ยวกับการวางแผนครอบครัว 2 ภาษา (ไทย-พมHา) ชื่อนวัตกรรม “Mi-
ta-su-se-mun-gen” 2) เพื่อเปuนแนวทำงในการวางแผนครอบครัวและการคุมกำเนิดอยHางถูกวิธีกับผูLรับบริการ
กลุHมตัวอยHาง คือ ผูLรับบริการในแผนกฝากครรภ= หLองคลอด และหลังคลอด จำนวน 30 คน ผลการศึกษาพบวHา
ผูLใชLงานนวัตกรรม Mi-ta-su-se-mun-gen มีความพึงพอใจตHอการใชLนวัตกรรมภาพรวมอยูHในระดับดีมาก
(!=4.57) และพบวHาดLานที่สูงที่สุดคือ นวัตกรรมมีประโยชน=อยูHในระดับดีมาก (!=4.70) นวัตกรรมชHวยเสริมสรLาง
ความรู$เกี่ยวกับการวางแผนครอบครัวของผู$รับบริการชาวพม1าได$เป_นดี นอกจากนี้ยังมีข$อเสนอแนะให$พัฒนำต1อไปในรูปแบบภาษา
มอญ กะเหรย่ี ง อกี ดว$ ย
คำสำคญั : การวางแผนครอบครัว, ภาษาพมา1
186
1. ความเป1นมาและความสำคัญของป;ญหา
ภาวะตกเลือดหลังคลอดเป_นภาวะฉุกเฉินทำงสูติกรรมที่พบได$บ1อยที่สามารถเกิดขึ้นได$กับผู$รับบริการทุกราย
มักเกิดขึ้นทันทีภายใน 2 ชั่วโมงแรกหลังคลอด ภาวะตกเลือดหลังคลอด หมายถึง การเสียเลือดมากกว1าหรือเท1ากับ 500 มิลลิลิตร
จากกระบวนการคลอดปกติ (กรมการแพทย. กระทรวงสาธารณสุข, 2558) การตกเลือดหลังคลอดเป_นสาเหตุการตายของมารดา
ท่วั โลกทพี่ บมากท่ีสดุ ถึงรอ$ ยละ27.1 (FIGO, 2018) และ1 ใน 4 ของการเสียชีวติ ของมารดาเกดิ จากการตกเลอื ดหลังคลอด (WHO,
2020)สำหรบั ประเทศไทยในปd (ต.ค.63-ม.ี ค.64)
ข$อมูลจากสำนักส1งเสริมสุขภาพ กรมอนำมัย พบว1า อัตราส1วนการตายมารดาไทยเท1ากับ 25.66 ต1อการเกิดมีชีพแสนราย
โดยสาเหตุการตายของมารดาจากการตายมารดาทั้งสิ้น 59 รายในช1วง 6 เดือนแรกของปdงบประมาณ 2564 อัตราส1วนการตาย
มารดาเท1ากับ 25.66 ต1อการเกิดมีชีพแสนรายจากการวิเคราะห.ปÜจจัยที่สัมพันธ.กับการตายมารดาพบว1า ร$อยละ 53 ของมารดาตาย
จากสาเหตุทำงตรง ร$อยละ 30 ของมารดาตายมาจากสาเหตุทำงอ$อม และร$อยละ 17 ของมารดาตายไม1สามารถระบุสาเหตุได$
แสดงให$เห็นว1าสาเหตุการตายหลักมาจากสาเหตุทำงตรงที่เกี่ยวข$องกับสูติกรรมหากพิจารณาเฉพาะการตายที่มีสาเหตุทำงตรง
จะพบว1าอัตราส1วนการตายมารดาจาก สาเหตุตกเลือดร$อยละ 18.75 ซึ่งสาเหตุการตายนี้ยัง สัมพันธ.กับช1วงเวลาการเสียชีวิตของ
มารดากล1าวคือร$อยละ 56.25 ของการเสียชีวิตเกิดที่ระยะหลังคลอด นอกจากนี้ยังพบว1าการตายจากการตกเลือดหลังคลอด
เกิดจากจากมดลูกไม1หดรัดตัวดีซึ่งการหดรัดตัวของมดลูกไม1ดีนั้นจะทำให$ไม1สามารถควบคุมการไหลของเลือดได$ ทำให$เลือดออก
อยา1 งมาก อาจะมปี จÜ จัยมาจากการท่ีมดลกู มกี ารยดื ขยายหลายๆครัง้ กล1าวคือ การผา1 นการคลอดมาหลายคร้งั
จากข$อมูลสถิติโรงพยาบาลทองผาภูมิ ในระหว1างปdงบประมาณ 2564 (ต.ค.63-ก.ย.64) พบว1าอุบัติการณ.ตกเลือดในระยะ
2 ชั่วโมงหลังคลอดมีจำนวน 16 ราย ร$อยละ 1.77 (เวชระเบียนห$องคลอดโรงพยาบาลทองผาภูมิ, ต.ค.63-ก.ย.64) การเกิดการตก
เลือดดังกล1าว เป_นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในมารดาหลังคลอด จากการสัมภาษณ.พบว1าผู$รับบริการขาดความรู$เกี่ยวกับการ
วางแผนครอบครัว จงึ ไม1ได$วางแผนคมุ กำเนิด ซงึ่ มารดาหลังคลอดทเี่ สียชวี ติ ส1วนใหญเ1 ปน_ ชาวต1างชาติ
ในปdงบประมาณ 2564 (ต.ค.63-ก.ย.64) พบว1าผู$รับบริการชาวต1างชาติในโรงพยาบาลทองผาภูมิ มีจำนวนถึง 459 คน
โดยส1วนใหญ1สื่อสารด$วยภาษาพม1า การสื่อสารเป_นไปอย1างยากลำบากเนื่องจากผู$รับบริการไม1สามารถเข$าใจภาษาที่ใช$ในการให$
ข$อมูลของเจ$าหน$าที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวการดูแลตนเองขณะตั้งครรภ. การคุมกำเนิด โดนเฉพาะการวางแผนครอบครัว ทำให$มีการ
ตั้งครรภ.ซ้ำเป_นจำนวนมาก และในโรงพยาบาลทองผาภูมิยังไม1มีส่ือเกี่ยวกับการวางแผนครอบครัวทั้งภาษาไทยและภาษาพม1า
คณะทำงานจึงได$คิดค$นนวัตกรรม “Mi-ta-su-se-mun-gen” ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการวางแผนครอบครัวและการคุมกำเนิด เพื่อ
ปอY งกนั การเกิดภาวะตกเลือดหลงั คลอด ซ่งึ เป_นวธิ ีการหน่ึงท่จี ะช1วยลดอัตราการเสียชวี ิตของมารดาหลังคลอดได$
187
2. วัตถุประสงคk
1. เพือ่ พัฒนำสือ่ ความรเู$ กี่ยวกบั การวางแผนครอบครวั 2 ภาษา(ไทย-พมา1 ) ช่อื นวตั กรรม “Mi-ta-su-se-mun-gen”
2. เพือ่ เปน_ แนวทำงในการวางแผนครอบครัวและการคมุ กำเนดิ อย1างถกู วิธกี บั ผู$รับบริการ
3. กลมุM เปmาหมาย
ผูร$ บั บริการทม่ี ารับฝากครรภ.ทีโ่ รงพยาบาลทองผาภูมิ แผนกฝากครรภ. (ANC) แผนกห$องคลอด (LR) และแผนกหลงั
คลอด (PP) จำนวน 30 คน
4. กระบวนการพัฒนำ (ตามขั้นตอน plan do check act)
เดือน (ปง. บประมาณ 2564)
กิจกรรม มกราคม กุมภาพันธ;
10 17 24 31 7 14 17
Plan
1. เกบ็ รวบรวมข*อมลู ปญ/ หาท่ีพบได*
2. ศึกษาเอกสารวิชาการ/งานวจิ ัย/ภาษาพมาE เพอ่ื พฒั นำ
นวัตกรรม
3. วางแผนการดำเนินงาน จากการสรปุ การประชุมกลEมุ
Do
1. สรา* งนวัตกรรม/ออกแบบรูปแบบไวนลิ นวตั กรรม
2. นำนวัตกรรมไปใหผ* ท*ู รงคุณวุฒติ รวจสอบท้งั ด*านภาษา
เน้อื หา รูปแบบ ปรับแก*ไขนวัตกรรมตามข*อเสนอแนะ
3. ขอความรวE มมอื ผู*รับบรกิ ารในการทดลองใช*นวัตกรรม
โดยอธิบายท่ีมาและวตั ถปุ ระสงคขU องนวัตกรรม และทดลอง
ใช*งาน
Check
1.ประเมนิ ผลการใช*นวตั กรรม และจดั ทำรายงานสรุปผล
การดำเนนิ งาน
Act
วางแผนเผยแพรผE ลการใชน* วัตตกรรม และผลทีไ่ ดไ* ป
ปรบั ปรงุ นวตั กรรมตอE ไป
188
5. รายละเอยี ดและวิธีการใช,งานนวตั กรรม
รายละเอยี ดนวัตกรรม
คMาใช,จMาย
ค1าไวนลิ ขนำด 80x180 เซนตเิ มตร พรอ$ มขาตั้ง 850 บาท
วธิ ีการใชง, านนวัตกรรม
1. ผูร$ บั บรกิ ารสามารถศกึ ษาความร$ูเกย่ี วกับการวางแผนครอบครัวเป_นภาษาพมา1 ไดจ$ ากนวตั กรรม
6. ผลการทดลองใชน, วัตกรรมและการอภปิ รายผล
ผลการวิเคราะห.ข$อมลู ความพึงพอใจของผใ$ู ชบ$ ริการดังแผนภมู ิ ดงั นี้
แผนภมู แิ สดงความพงึ พอใจนวัตกรรม
5
4.5
4
3.5
3
2.5
2
1.5
1
0.5
0
เ ืน$อหา เ ้ขาใจ ่งาย
ูรปแบบสวยงาม ่นาสนใจ
สะดวกกับการใ ้ชงาน
ํนาไปใ ้ชงานไ ้ดจ ิรง
ไ ้ดความ ู้รเ Eีกยวกับกนารวัวตากงรแรผมนีมคปรรอะโบยคชัร ์วน
189
การอภิปรายผล ความพงึ พอใจการใชน$ วัตกรรม “Mi-ta-su-se-mun-gen”
นวัตกรรม“Mi-ta-su-se-mun-gen” จัดทำขึ้นโดยรวบรวมข$อมูลที่เป_นประโยชน.ต1อผู$รับบริการชาวต1างชาติ โดยเฉพาะ
ชาวพม1าที่เข$ารับบริการในโรงพยาบาลทองผาภูมิ ที่ไม1สามารถสื่อสารด$วยภาษาไทยได$ ทำให$ขาดความรู$เกี่ยวกับการปฏิบัติในระยะ
ต1างๆของการตั้งครรภ. โดยเฉพาะการวางแผนครอบครัว ส1งผลให$ผู$รับบริการมีการตั้งครรภ.ซ้ำจำนวนมาก โดยในโรงพยาบาลทอง
ผาภูมิพบสถิติการตั้งครรภ.ซ้ำสูงสุด คือ การตั้งครรภ.ที่ 11 มีความเสี่ยงต1อการตกเลือดสูง ทำให$อัตราการเสียชีวิตจากการตกเลือด
หลงั คลอดเพิ่มมากขน้ึ การวางแผนครอบครวั จงึ เป_นวิธีการหนงึ่ ที่จะช1วยลดความเสีย่ งนไี้ ด$
จากการนำนวตั กรรม “Mi-ta-su-se-mun-gen” ได$ทดลองใช$ในภาพรวมพบว1าผร$ู ับบรกิ ารมีความต้งั ใจในการวางแผน
ครอบครวั เพ่มิ ขึ้น รอ$ ยละ 60 โดยพบว1าความพึงพอใจดา$ นมีประโยชน.อยใู1 นระดับดีมาก ('=4.70) ด$านเนอื้ หา เข$าใจงา1 ย อยใ1ู น
ระดบั ดมี าก ('=4.60) ความพึงพอใจด$านนำไปใช$งานได$จริง อยใ1ู นระดบั ดีมาก ('=4.60) ความพงึ พอใจดา$ นสะดวกกับการใช$
งาน อยู1ในระดบั ดี ('=4.40) และพึงพอใจดา$ นรปู แบบสวยงาม นา1 สนใจ อย1ูในระดบั ดี ('=4.40) ตามลำดับ และระดบั ความพึง
พอใจต1อนวัตกรรมภาพรวมอยูใ1 นระดบั ดมี าก ('=4.57) ถือวา1 เป_นการใชน$ วัตกรรมทม่ี ีประสิทธภิ าพ และประสิทธิผล เกดิ
ประโยชน.กับผู$รบั บริการชาวตา1 งชาติ โดยเฉพาะชาวพม1า
ปÜจจัยแห1งความสำเรจ็ ในการทำนวตั กรรมครัง้ นค้ี ือ การสำรวจและวเิ คราะห.ปญÜ หาความต$องการอยา1 งเปน_ ระบบ
ความร1วมมือของผู$รบั บริการ ญาตผิ ู$ดูแลและเจ$าหนา$ ท่ีที่เกย่ี วขอ$ ง และขอขอบคุณอาจารยม. นสั ชนกฑ. กลุ พานชิ ย. อาจารยป. ระจำ
สาขาการพยาบาลมารดาทำรก คณะพยาบาลศาสตร. วทิ ยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จกั รีรชั สถาบันพระบรมราชชนก ทำให$
สามารถจดั ทำและพัฒนำนวัตกรรมได$อย1างเหมาะสม
7. ขอ, เสนอแนะ
1. ควรจัดทำรปู แบบภาษาอ่ืนๆ เชน1 ภาษามอญ ภาษากะเหรย่ี ง
2. ควรทำในหัวขอ$ อื่นๆ เพ่ิมเตมิ เช1น การปฏบิ ตั ติ วั ในมารดาหลงั คลอด การเลีย้ งดูบตุ ร
8. เอกสารอ,างองิ
ทิพวรรณ. เอ่ียมเจริญ. (2560). การตกเลอื ดหลงั คลอด: บทบาทสำคัญของพยาบาลในการปอm งกนั . สมาคม
สถาบนั อุดมศกึ ษาเอกชนแหง1 ประเทศไทยในพระราชปู ถมั ภ.สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ าร, 6 (2),
146-157.
ปยß นชุ บุญเพมิ่ (2557). การพยาบาลมารดาท่ีมภี าวะผดิ ปกตใิ นระยะหลังคลอด.ขอนแก1น : โรงพมิ พ.
มหาวทิ ยาลัยขอนแก1น
เลยี ม กันโต .(2563). การพยาบาลผคู, ลอดทีม่ ีภาวะตกเลือดหลังคลอดรMวมกบั มีภาวะช็อค.โรงพยาบาลสงิ หบ. รุ เี วซสาร
,29(1)1.
สายฝน เอกวรางกรู . (2559). การพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจติ ศาสตรkและศิลปØสMกู ารปฏิบตั .ิ 1(3). ศูนยห. นังสอื
มหาวทิ ยาลัยวลัยลักษณ. : โรงพมิ พ.สามลดา
สทุ ำรตั น. ชูรส. (2562). การปmองกนั การตกเลือดหลังคลอด: บทบาทของพยาบาล. วารสารวิชาการแพทย.เขต 11, 33(1),
182 – 189.
190
สำนักส1งเสริมสุขภาพกรมอนำมยั . (2564). การวิเคราะหkสถานการณกk ารตายมารดาไทยรอบ 6 เดือนแรก ประจำป™
งบประมาณ 2564 (เดอื นตลุ าคม 2563 - มนี ำคม 2564) .สืบค$นเม่อื 5 กมุ ภาพนั ธ. 2565. สบื ค$นจาก
https://hp.anamai.moph.go.th/webupload/4xceb3b571ddb70741ad132d75876bc41d/tinymce/OPDC/
OPDC2564-S/IDC1_6/opdc_2564_IDC1-6_02.pdf
อภิรดี จิรฐั ติ ิกาลโชติ. (2560). การคุมกำเนดิ ในระยะหลงั คลอดและให,นมบุตร. สบื คน$ เม่ือ 25 มกราคม 2565. สบื ค$นจาก
http://www.med.nu.ac.th/dpMed/fileKnowledge/103_2017-07-18.pdf
อษุ ณยี . แสนหม.่ี (2560). การวางแผนครอบครวั และการคมุ กำเนิด (Mi-ta-su-se-mun-gen and contraception). สบื ค$น
เมอ่ื 28 มกราคม 2565 สบื คน$ จาก https://w1.med.cmu.ac.th/dr_theera/wp-
content/uploads/2017/04/Lectures_MedSTD6_Usanee_Family-planning- for-Extern.pdf
การจดั ทำรปู ภาพ
191
ภาพท่ี 1 อาจารยท. ีป่ รึกษาให$ขอ$ เสนอแนะจดั ทำช้ินงานนวัตกรรม
ที่มา: แผนก LR โรงพยาบาลทองผาภูมิ จงั หวัดกาญจนบรุ ี
ภาพที่ 2 ผ$ทู รงคุณวฒุ ิให$ข$อเสนอแนะผลงานนวตั กรรม
ทม่ี า: แผนก ANC โรงพยาบาลทองผาภูมิ จงั หวัดกาญจนบรุ ี
ภาพที่ 3 นำชิน้ งานนวัตรรมทดลองใช,กบั กลุมM เปmาหมาย
ทีม่ า: แผนก PP โรงพยาบาลทองผาภูมิ จงั หวดั กาญจนบุรี
192
ภาพท่ี 4 นำชนิ้ งานนวตั รรมทดลองใชก, ับกลมุM เปmาหมาย
ทีม่ า: แผนก ANC โรงพยาบาลทองผาภูมิ จงั หวัดกาญจนบรุ ี
ภาพท่ี 5 กลมMุ เปาm หมายประเมินชน้ิ งานนวัตรรม
ท่มี า: แผนก ANC โรงพยาบาลทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
ภาพท่ี 6 ชนิ้ งานนวตั กรรม “Mi-ta-su-se-mun-gen”
193
เกณฑRการประกวดนวตั กรรมทำงการพยาบาล
งานประชมุ วชิ าการระดับชาตคิ ร้งั ท่ี 13
ภายใตแi นวคิด “การวจิ ยั สราi งดุลยภาพชวี ิตเพื่อรองรบั New Normal”
วันท่ี 8 – 9 กรกฎาคม 2565 ณ มหาวิทยาลัยราชภฏั นครปฐม
ประเภทนวัตกรรม ส่งิ ประดิษฐ=สราL งสรรค=
ชอ่ื นวัตกรรม Mi-ta-su-se-mun-gen
ชอ่ื เจLาของผลงานนวัตกรรม
กฤติกาญจน= กิจสวัสด์ิ, จิรัชญา พรหมชนะ ,ธัญญารัตน= ชิวปรีชา ,ปíยกาญจน= ปíนเปìย ,พัฐรักข= ศิริรุHงวัฒน
ชยั ,พชิ ญธิดา ทองเช้อื ,มานิตา ลาวณั ยว= สิ ุทธ์ิ ,อนสุ รา เพ็งพนั ธ=
สถาบันการศกึ ษา วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี จกั รรี ชั สถาบนั พระบรมราชชนก
ลำดบั หัวขAอประเมนิ ระดับคะแนน นAอยมาก
1 นวัตกรรมสามารถตอบบญั หาทำงการพยาบาลได* (1)
ดีมาก ดี ปานกลาง นอA ย
(5) (4) (3) (2)
2 มขี อ* มูลเชิงประจักษทU ำงวิชาการทีส่ นับสนนุ
3 มีความคดิ สร*างสรรคUในการทำนวัตกรรม
4 มีกระบวนการพฒั นำนวตั กรรมให*ดีย่ิงขน้ึ (แบบ PDCA)
5 มคี Eูมือ/ข้นั ตอน ระบรุ ายละเอยี ดการใชน* วตั กรรม
6 สามารถนำไปใช*ไดจ* รงิ กับผูร* บั บรกิ าร
7 คEาใช*จEายในการทำนวัตกรรมเหมาะสม ประหยัดและคม*ุ คาE
8 สามารถใช*งานได*งาE ยและสะดวก
9 มผี ลการประเมนิ จากผู*ใชน* วตั กรรม
10 เขียนรายงานนวัตกรรม และอ*างองิ ถูกตอ* งตามรูปแบบทีก่ ำหนด
รวม (คะแนนเต็ม 50 คะแนน)
ลงชื่อ.......................................................
(.............................................................)
กรรมการผ7ูประเมนิ
194
หมวกสระผม “Cap Shampooing”
กมุ าลพี ร ตรสี อน1, รชั ฎาภรณ= สมิ สาร2, นภารตั น= อุปชัย3วรัญญา อักคะฮาด4, ยุวดี จันทวลี5, จิราภา ศรสี ุ
วงค6= , และ ศรัญญา โสภาศร7ี
1อาจารย=คณะพยาบาลศาสตร= มหาวิทยาลยั ราชภัฎรLอยเอด็
2-7นักศึกษาพยาบาลศาสตร= มหาวทิ ยาลัยราชภฎั รอL ยเอด็
กมุ าลีพร ตรสี อน : [email protected]
บทคัดยอ(
ภาวการณ.เจ็บปfวยที่ต$องได$เข$ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล พบว1ามีผู$ปfวยที่สามารถช1วยเหลือตนเองได$เเละ
ช1วยเหลือตนเองได$น$อยไปจนถึงไม1สามารถช1วยเหลือตนเองได$ การดูแลสุขวิทยาส1วนบุคคล โดยเฉพาะการสระผม จึงมีความจำเป_น
เพื่อทำให$เกิดความสุขสบายของหนังศีรษะ และเพื่อปYองกันการสะสมของเชื้อโรค จากการฝ°กปฎบัติการพยาบาลบนหอผู$ปfวย
นักศึกษาพยาบาลได$ให$การดูแลผู$ปfวยที่ช1วยเหลือตนเองได$น$อย หรือมีข$อจำกัดจากการรักษา พบปÜญหาเกี่ยวกับการเตรียมอุปกรณ.
และน้ำในการสระผม บางครั้งทำให$เสื้อผ$า และที่นอนผู$ปfวยเปdยก ต$องเปลี่ยนเสื้อผ$าและที่นอนใหม1 ผู$ศึกษาจึงได$พัฒนำนวัตกรรม
หมวกสระผม “Cap shampooing” เพ่ือให$การสระผมเปน_ เร่ืองงา1 ย จากการทดลองใช$ พบวา1 หมวกสระผม Cap shampooing
สามารถใช$ได$จรงิ ผู$ใชม$ คี า1 เฉลย่ี คะแนนความพึงพอใจระดบั มาก ( x̅ = 3.85) โดยมจี ุดเด1นในเรือ่ งการใช$นำ้ ปริมาณน$อยจุดด$อย
คือเหมาะกบั ผู$ที่มีผมสั้น
คำสำคญั : นวตั กรรม, หมวกสระผม, Cap shampooing
195
Abstract
Illnesses that require hospitalization found that there are patients who are able to help
themselves and help themselves less to the extant that they are unable to help themselves. Personal hygiene
care especially the hair wash therefore it is necessary to cause the comfort of the scalp and to prevent infection.
The students’s nurse were able to provide care for those, who were less self-supporting or have limitations
form treatment. There was a problem with the preparation of the device and water to wash, sometime make
clothes and wet bed then to change clothes and mattresses. Therefore, the researcher has developed an
innovation “Cap shampooing” can actually be use. The users have a high level of satisfaction (x̅ = 3.85). It is
featured in the use of a small amount of water. The disadvantage is that it is suitable for people with short
hair.