396
เทเอทลิ แอลกอฮอลล= งไปในถงั ท่เี ตรยี มไวL ปíดฝาใหLสนิทและหมกั ท้ิงไวL 7 วนั
ข้ันตอนการตดิ ตาม ตรวจสอบ ประเมินผล (Check)
คณะผจLู ัดทำไดตL ดิ ตามผลการใชนL วตั กรรมจากแบบประเมินความพึงพอใจทม่ี ีสมาชิกประกอบดวL ยคณะ
ผLูจดั ทำอาจารย=ที่ปรกึ ษาและกลุHมตัวอยาH งชาวบLาน ม.9 โดยเลอื กจจากกรณศี ึกษาของสมาชกิ ภายในกลมHุ ท้งั 8คน
โดยติดตามประเมนิ ผลจากกลุHมตัวอยHางจากกรณีศึกษาของสมาชิก และมกี ารทำแบบประเมินความพงึ พอใจตHอ
นวัตกรรมทจี่ ดั ทำขึน้
ขั้นตอนการนำผลการประเมนิ ไปปรับปรุงพัฒนำ (Act)
หลังจากการนำนวัตกรรมไปใชLกับกลมุH ตวั อยHาง นำผลการประเมนิ ที่ไดมL าปรับปรุงและพฒั นำเพอื่ ใหL
ชน้ิ งานนวัตกรรมมีคุณคาH และประสทิ ธภิ าพเพมิ่ มากขึ้น
5. รายละเอียดและวธิ กี ารใชงf านนวตั กรรม
การจดั ทำโครงงานนวัตกรรม เร่อื ง ผิวนุม( ยุงหาย มวี ัตถุประสงคBดังนี้
397
แบบประเมนิ ความพงึ พอใจหลงั การใชfนวัตกรรม
คำชแ้ี จง โปรดทำเครื่องหมาย ลงในชอ( งว(างทีต่ รงกบั ความเป1นจริงมากท่ีสดุ
เพศ (P ) ชาย ( ) หญิง
4 หมายถึง ดมี าก 4 หมายถงึ ดี 3 หมายถึง ปานกลาง 2 หมายถงึ นfอย 1 หมายถงึ ควรปรบั ปรุง
รายการแบบประเมนิ ระดับความพงึ พอใจ
5 4 321
1.บรรจุภัณฑ=ของสเปรย=ผิวนHมุ ยุงหายใชงL านงHาย สะดวกในการพกพา P
2.ผลติ ภณั ฑ=สเปรยผ= วิ นมุH ยุงหายมกี ล่นิ นHาใชL P
3. ผลติ ภณั ฑส= เปรยผ= ิวนุHม ยุงหายไมเH หนยี วเหนอะหนะ P
4. ผลติ ภณั ฑส= เปรย=ผิวนมHุ ยงุ หายมปี ระสิทธภิ าพในการไลยH งุ P
5. ผลติ ภณั ฑ=สเปรยผ= ิวนุมH ยงุ หายไมกH อH ใหเL กิดการระคายเคอื ง P
6. ผลิตภณั ฑส= เปรย=ผิวนHมุ ยุงหายมคี วามปลอดภยั มีฉลากตดิ ชัดเจน P
ความคิดเหน็ และขอf เสนอแนะเพมิ่ เติม
อยากใหLทำเพม่ิ เยอะกวาH น้เี พราะสมาชกิ ในบาL นมหี ลายคน
398
แบบประเมินความพงึ พอใจหลังการใชนf วตั กรรม
คำชแ้ี จง โปรดทำเคร่ืองหมาย ลงในช(องวา( งทตี่ รงกับความเปน1 จริงมากที่สุด
เพศ ( ) ชาย ( ) หญิง
5 หมายถึง ดมี าก 4 หมายถงึ ดี 3 หมายถงึ ปานกลาง 2 หมายถึง นfอย 1 หมายถึง ควรปรบั ปรุง
รายการแบบประเมนิ ระดับความพงึ พอใจ
5 4 321
1.บรรจุภณั ฑ=ของสเปรย=ผวิ นุมH ยุงหายใชLงานงาH ย สะดวกในการพกพา P
2.ผลิตภณั ฑ=สเปรย=ผิวนHมุ ยงุ หายมกี ลน่ิ นHาใชL P
3. ผลติ ภัณฑ=สเปรยผ= ิวนมุH ยุงหายไมHเหนียวเหนอะหนะ P
4. ผลิตภณั ฑส= เปรยผ= วิ นมHุ ยุงหายมีประสทิ ธิภาพในการไลHยงุ P
5. ผลิตภัณฑ=สเปรยผ= วิ นุมH ยุงหายไมกH อH ใหเL กดิ การระคายเคอื ง P
6. ผลติ ภัณฑ=สเปรยผ= วิ นมุH ยงุ หายมีความปลอดภัย มฉี ลากตดิ ชดั เจน P
ความคิดเหน็ และขอf เสนอแนะเพม่ิ เติม
อยากใหมL สี HวนผสมแกปL วดเมอ่ื ย
399
แบบประเมนิ ความพงึ พอใจหลงั การใชนf วัตกรรม
คำช้ีแจง โปรดทำเคร่ืองหมาย ลงในช(องว(างท่ตี รงกับความเป1นจริงมากท่ีสุด
เพศ (P ) ชาย ( ) หญิง
5 หมายถึง ดีมาก 4 หมายถงึ ดี 3 หมายถงึ ปานกลาง 2 หมายถงึ นอf ย 1 หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ
รายการแบบประเมิน ระดบั ความพงึ พอใจ
5 4 321
1.บรรจุภัณฑ=ของสเปรย=ผิวนมHุ ยุงหายใชงL านงาH ย สะดวกในการพกพา P
2.ผลติ ภัณฑ=สเปรยผ= วิ นมุH ยงุ หายมีกล่ินนาH ใชL P
3. ผลิตภัณฑ=สเปรย=ผิวนมุH ยุงหายไมHเหนยี วเหนอะหนะ P
4. ผลิตภัณฑส= เปรยผ= วิ นมุH ยุงหายมปี ระสทิ ธภิ าพในการไลยH งุ P
5. ผลติ ภัณฑ=สเปรยผ= ิวนมHุ ยงุ หายไมHกอH ใหเL กดิ การระคายเคอื ง P
6. ผลติ ภณั ฑส= เปรยผ= วิ นมHุ ยงุ หายมคี วามปลอดภัย มฉี ลากตดิ ชดั เจน P
ความคิดเหน็ และขfอเสนอแนะเพิ่มเตมิ
ดีมากเลยทีบ่ าL นกำลงั ยุงH เยอะ
400
แบบประเมนิ ความพงึ พอใจหลงั การใชfนวตั กรรม
คำชแ้ี จง โปรดทำเคร่ืองหมาย ลงในชอ( งวา( งทีต่ รงกับความเปน1 จริงมากทสี่ ุด
เพศ ( ) ชาย ( P) หญิง
5 หมายถึง ดมี าก 4 หมายถึง ดี 3 หมายถงึ ปานกลาง 2 หมายถึง นอf ย 1 หมายถงึ ควรปรับปรุง
รายการแบบประเมนิ ระดับความพึงพอใจ
5 4 321
1.บรรจภุ ัณฑข= องสเปรยผ= ิวนHุม ยุงหายใชLงานงHาย สะดวกในการพกพา P
2.ผลติ ภณั ฑส= เปรย=ผิวนHุม ยงุ หายมกี ล่ินนาH ใชL P
3. ผลิตภณั ฑ=สเปรย=ผวิ นุHม ยงุ หายไมHเหนียวเหนอะหนะ P
4. ผลิตภณั ฑ=สเปรยผ= วิ นมHุ ยุงหายมีประสทิ ธภิ าพในการไลHยุง P
5. ผลิตภัณฑ=สเปรยผ= วิ นุHม ยงุ หายไมกH HอใหLเกิดการระคายเคอื ง P
6. ผลิตภัณฑ=สเปรย=ผิวนมHุ ยงุ หายมคี วามปลอดภยั มฉี ลากตดิ ชดั เจน P
ความคดิ เหน็ และขอf เสนอแนะเพม่ิ เติม
หอมดี ทำแลวL ผิวนุHมดี
401
แบบประเมินความพงึ พอใจหลงั การใชfนวตั กรรม
คำชีแ้ จง โปรดทำเครอ่ื งหมาย ลงในช(องว(างทตี่ รงกับความเปน1 จรงิ มากท่ีสดุ
เพศ ( ) ชาย ( P) หญิง
5 หมายถงึ ดีมาก 4 หมายถงึ ดี 3 หมายถึง ปานกลาง 2 หมายถงึ นfอย 1 หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ
รายการแบบประเมนิ ระดบั ความพงึ พอใจ
5 4 321
1.บรรจภุ ัณฑข= องสเปรย=ผิวนุHม ยงุ หายใชLงานงาH ย สะดวกในการพกพา P
2.ผลิตภณั ฑส= เปรย=ผวิ นมุH ยงุ หายมีกลนิ่ นHาใชL P
3. ผลติ ภัณฑส= เปรยผ= ิวนHมุ ยงุ หายไมHเหนยี วเหนอะหนะ P
4. ผลติ ภณั ฑ=สเปรย=ผวิ นมุH ยงุ หายมีประสทิ ธภิ าพในการไลHยงุ P
5. ผลิตภณั ฑ=สเปรยผ= ิวนHุม ยุงหายไมHกอH ใหLเกดิ การระคายเคือง P
6. ผลติ ภัณฑ=สเปรยผ= ิวนมHุ ยุงหายมคี วามปลอดภยั มฉี ลากติดชัดเจน P
ความคิดเห็นและขfอเสนอแนะเพ่ิมเติม
สมี นั เขมL เกนิ ไปนะ
402
แบบประเมินความพงึ พอใจหลงั การใชfนวัตกรรม
คำชแี้ จง โปรดทำเคร่ืองหมาย ลงในช(องวา( งทต่ี รงกับความเปน1 จริงมากที่สดุ
เพศ ( ) ชาย (P ) หญิง
5 หมายถึง ดีมาก 4 หมายถึง ดี 3 หมายถึง ปานกลาง 2 หมายถึง นอf ย 1 หมายถึง ควรปรับปรุง
รายการแบบประเมิน ระดับความพึงพอใจ
5 4 321
1.บรรจภุ ณั ฑ=ของสเปรยผ= วิ นHุม ยุงหายใชงL านงาH ย สะดวกในการพกพา P
2.ผลติ ภัณฑส= เปรยผ= วิ นHุม ยงุ หายมกี ลิ่นนHาใชL P
3. ผลิตภณั ฑ=สเปรยผ= ิวนมHุ ยงุ หายไมHเหนียวเหนอะหนะ P
4. ผลิตภณั ฑ=สเปรย=ผวิ นุมH ยุงหายมปี ระสทิ ธิภาพในการไลHยุง P
5. ผลติ ภณั ฑ=สเปรย=ผวิ นHมุ ยุงหายไมกH อH ใหเL กดิ การระคายเคือง P
6. ผลิตภณั ฑส= เปรยผ= วิ นมHุ ยุงหายมคี วามปลอดภัย มฉี ลากตดิ ชดั เจน P
ความคิดเห็นและขfอเสนอแนะเพิม่ เตมิ
อยากใหสL ีเขLมนอL ยลง
403
แบบประเมนิ ความพงึ พอใจหลงั การใชfนวตั กรรม
คำชแี้ จง โปรดทำเครอ่ื งหมาย ลงในชอ( งว(างท่ีตรงกับความเปน1 จริงมากที่สดุ
เพศ ( ) ชาย (P ) หญงิ
5 หมายถงึ ดมี าก 4 หมายถึง ดี 3 หมายถงึ ปานกลาง 2 หมายถึง นfอย 1 หมายถึง ควรปรบั ปรุง
รายการแบบประเมิน ระดบั ความพึงพอใจ
5 4 321
1.บรรจุภณั ฑ=ของสเปรยผ= วิ นมุH ยงุ หายใชLงานงาH ย สะดวกในการพกพา P
2.ผลติ ภณั ฑ=สเปรยผ= วิ นHุม ยงุ หายมีกลิ่นนHาใชL P
3. ผลติ ภัณฑส= เปรยผ= ิวนHมุ ยงุ หายไมเH หนียวเหนอะหนะ P
4. ผลิตภณั ฑ=สเปรยผ= วิ นมุH ยงุ หายมีประสทิ ธิภาพในการไลHยงุ P
5. ผลิตภณั ฑส= เปรยผ= ิวนุHม ยงุ หายไมกH HอใหเL กิดการระคายเคือง P
6. ผลิตภณั ฑส= เปรย=ผวิ นHุม ยุงหายมีความปลอดภยั มีฉลากติดชดั เจน P
ความคดิ เห็นและขอf เสนอแนะเพม่ิ เตมิ
อยากใหสL อี อH นลงกวHานี้
404
แบบประเมินความพงึ พอใจหลังการใชนf วัตกรรม
คำชีแ้ จง โปรดทำเครอื่ งหมาย ลงในชอ( งว(างทตี่ รงกบั ความเปน1 จรงิ มากทสี่ ุด
เพศ ( ) ชาย (P) หญงิ
5 หมายถึง ดมี าก 4 หมายถึง ดี 3 หมายถึง ปานกลาง 2 หมายถงึ นfอย 1 หมายถึง ควรปรับปรงุ
รายการแบบประเมิน ระดับความพงึ พอใจ
5 4 321
1.บรรจุภัณฑข= องสเปรย=ผวิ นHุม ยงุ หายใชงL านงHาย สะดวกในการพกพา P
2.ผลิตภัณฑส= เปรยผ= ิวนHมุ ยงุ หายมกี ลนิ่ นHาใชL P
3. ผลติ ภณั ฑส= เปรยผ= วิ นุมH ยงุ หายไมHเหนยี วเหนอะหนะ P
4. ผลิตภณั ฑส= เปรยผ= ิวนมHุ ยงุ หายมีประสิทธิภาพในการไลHยุง P
5. ผลติ ภัณฑส= เปรย=ผิวนมHุ ยงุ หายไมกH อH ใหเL กิดการระคายเคอื ง P
6. ผลติ ภณั ฑ=สเปรยผ= วิ นุมH ยุงหายมีความปลอดภัย มีฉลากติดชัดเจน P
ความคิดเห็นและขfอเสนอแนะเพิม่ เติม
อยากใหตL ัวหนังสือใหญกH วHานี้
405
จำนวนผทูf ำแบบทดสอบมที ั้งหมด 8คน
หลงั ใชนf วัตกรรม
1.บรรจุภัณฑ=ของสเปรย=ผวิ นมุH ยุงหายใชLงานงาH ย สะดวกในการพกพา รอL ยละ 97.50
2.ผลติ ภณั ฑ=สเปรย=ผิวนุHม ยงุ หายมกี ลนิ่ นHาใชL รLอยละ 100
3.ผลติ ภณั ฑส= เปรยผ= ิวนHุม ยุงหายไมเH หนยี วเหนอะหนะ รLอยละ 97.50
4.ผลิตภณั ฑส= เปรย=ผวิ นมHุ ยงุ หายมีประสทิ ธภิ าพในการไลHยุง รอL ยละ 95
5.ผลติ ภัณฑ=สเปรย=ผิวนุHม ยงุ หายไมกH HอใหLเกิดการระคายเคอื ง รอL ยละ 95
6.ผลิตภัณฑส= เปรย=ผวิ นHมุ ยงุ หายมคี วามปลอดภัย มีฉลากติดชดั เจน รLอยละ 92.5
6. ผลการทดลองใชfนวตั กรรมและการอภปิ รายผล
นวตั กรรมเร่ือง “สเปรยผ= วิ นHมุ ยุHงหาย” มวี ตั ถุประสงค= ซงึ่ สามารถสรปุ ผลการดำเนินงานไดLดงั น้ี
จากการประเมนิ โดยใชLแบบประเมนิ ความพึงพอใจหลังใชนL วตั กรรมไดแL สดงใหLเห็นถึงความรHวมมือและพัฒนำการ
ดาL นสมุนไพรทห่ี าไดจL ากชมุ ชนมาปรับใชLใหLเกดิ ประสิทธิผลสงู สดุ เพอ่ื ใหLบรรลุวัตถุประสงค=ผLจู ดั ทำจงึ นำแบบ
ประเมนิ มาใชLเพือ่ รวบรวมขอL มลู ไดLชัดเจนมากขึน้
ประเมินความพงึ พอใจในการใชนL วัตกรรม จำนวน8คนไดดL งั นี้ บรรจุภัณฑข= องสเปรยผ= ิวนHุม ยุงหายใชLงานงHาย
สะดวกในการพกพา รLอยละ97.5 ผลิตภัณฑส= เปรย=ผิวนุมH ยุงหายมกี ลนิ่ นาH ใชL รLอยละ100 ผลิตภัณฑ=สเปรย=ผวิ นุHม
ยุงหายไมHเหนียวเหนอะหนะ รLอยละ97.5 ผลติ ภัณฑส= เปรย=ผวิ นมุH ยุงหายมปี ระสทิ ธิภาพในการไลHยงุ รLอยละ 95
ผลติ ภัณฑ=สเปรยผ= วิ นมHุ ยงุ หายไมกH HอใหLเกิดการระคายเคอื ง รLอยละ95 ผลิตภณั ฑ=สเปรย=ผวิ นมุH ยงุ หายมคี วาม
ปลอดภัย มฉี ลากตดิ ชดั เจน รอL ยละ 92.5
7. ขfอเสนอแนะ
1.ผลิตภัณฑ=มีสีเขLมเกนิ ไป
2.ผลิตภัณฑ=ควรปรับวัตถดุ ิบเพื่อใหLมีกล่ินของตะไครLหอมชดั เจนมากข้ึน
3.ควรศึกษาและทดสอบหาวันหมดอายขุ องผลติ ภัณฑ=
4.ควรปรับใหLกล่ินของผลิตภณั ฑ=ใชไL ดLทกุ วัย
406
8. เอกสารอfางองิ
กาญจนำ ต้งั นรารชั ชกจิ . (2555). ไขfเลือดออก มหันตภัยราf ยใกลตf วั . สบื คLนเมือ่ 24 พฤษภาคม 2565
จาก https://www.rama.mahidol.ac.th/rama_hospital/th/services/knowledge/10162020-1039
กรรณิกา ศรีลัย. (2564). ตะไครfตfน เครื่องเทศจากยอดดอยส(ูผลิตภัณฑBสมุนไพร. สบื คLนเม่อื 24
พฤษภาคม 2565 จาก https://www.hrdi.or.th/Articles/Detail/137
กองบรรณาธกิ าร. (2563). ประโยชนขB องการบรู . สบื คLนเมือ่ 24 พฤษภาคม 2565 จาก
https://hd.co.th/benefits-of-camphor-and-caution
พนดิ า วังหลาL . (2562). สมนุ ไพรไลย( ุง. สืบคนL เม่อื 24 พฤษภาคม 2565 จาก
https://www.govesite.com/uploads/20171129103409kKMsSN4/20200210163614_1_jPTO1MJ.pdf
สกนธB รัตนโกศล. (2562). มะกรูด สมนุ ไพรกfนครวั . สบื คLนเมอื่ 24 พฤษภาคม 2565 จาก
https://mgronline.com/south/detail/9620000112678
สุธาทพิ ภมรประวัต.ิ (2560). โหระพาประโยชนBด.ี สืบคนL เมอื่ 24 พฤษภาคม 2565 จาก
https://www.disthai.com/17105205/%E0%B
ณัฐญา อัมรนิ ทร.= (2557). ผลติ ภัณฑBนำ้ มันหอมระเหยจากเปลือกสfม. สบื คLนเมื่อ 24 พฤษภาคม 2565
จาก file:///C:/Users/user/Downloads/3.+%E0%B %A2.pdf
สำโรงการแพทย=. (2556). "สะระแหน(". สบื คLนเมอ่ื 24 พฤษภาคม 2565 จาก http://www.samrong-
hosp.com/%E0%B8%84%E0%B8%A7
ธนำกร ศิร.ิ (2563). Ethanol 95% (เอทำนอล 95). สบื คLนเมือ่ 24 พฤษภาคม 2565 จาก
https://www.tinnakorn.com/products/ethanol-95-alcohol/
407
กล]อง 3 ย. (ย่ำ ยดื เหยยี ด)
คทั ลียา พุ1มชัย1 , ชลติ า นพศร1ี , ณัฐพร ดาบแกว$ 1 , ณฐั วดี ชา1 งสาน1 , ดรุณี ซังยืนยง1 , นภทั ร นุ$ยหงษ1. ,
เนำวรัตน. น$อยพนั ธ1.ุ และ ประภามาศ ต∞ะต±ุย1
วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี จักรรี ชั คณะพยาบาลศาสตร. สถาบนั พระบรมราชชนก
ผู$รบั ผิดชอบบทความ [email protected] [email protected]
บทคดั ยอM
นวัตกรรมนี้มีวัตถุประสงค. เพื่อให$ผู$เรียนมีความรู$และความเข$าใจในเรื่องของอาการชาบริเวณปลายมือ ปลายเท$า ของ
ผู$สูงอายุโรคเรื้อรังที่มีภาวะแทรกซ$อน และสามารถนำเอาความรู$ที่ได$ไปปรับใช$ให$สอดคล$องกับแนวทำงในการให$การพยาบาล
รวมถึงเพื่อให$ผู$เรียนมีความตระหนักเรื่องการพยาบาลผู$ปfวยด$วยโรคและผลกระทบของโรคที่ผู$ปfวยประสบพบเจอ โดยจะต$องมีการ
ประยุกต.ใช$แนวคิดเชิงกระบวนการ ในการให$การพยาบาลที่หลากหลายตามบริบทของครอบครัวนั้นๆ คณะผู$จัดทำใช$ case กรณี
ตัวอย1างคือ ผู$สูงอายุที่ปfวยด$วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันมันในเลือดสูง ที่มารับบริการในโรงพยาบาลส1งเสริม
สุขภาพส1วนตำบลกรับใหญ1 โดยปÜญหาที่พบเจอคือ ผู$ปfวยมีอาการชาบริเวณปลายมือ ปลายเท$า ทำให$ผู$ปfวยไม1สุขสบายในการใช$
ชวี ติ ประจำวนั
ผลการประเมินนวัตนกรรมพบว1า ผูป$ วf ยมคี วามพงึ พอใจในนวตั กรรม และสามารถลดอาการชาบริเวณปลายมือ ปลายเทา$
ได$จรงิ และยังเปน_ กจิ กรรมใหผ$ ปู$ วf ยได$ทำระหว1างวนั เม่อื ผ$ปู วf ยร$สู กึ เบ่ืออกี ด$วย
คำสำคญั : บรรเทำอาการชา โรคเบาหวาน ออกกำลงั กาย
408
1.ทมี่ าและความสำคัญของปhญหา
ภาวะโรคเรื้อรังร1วมหลายโรคเป_นภาวะที่พบได$บ1อยในผู$สูงอายุ มีความซับซ$อนทั้งด$านอาการ ความไม1สุขสบาย วิถีชีวิต
เกี่ยวกับโรค ตลอดจนแนวทำงการรักษา ซึ่งภาวะนี้เป_นสาเหตุในความสูญเสียทำงด$านร1างกาย จิตใจ เศรษฐกิจ สังคม และอารมณ.
ทั้งในระดับตัวบุคคล ผู$ดูแล ครอบครัว และยังส1งผลกระทบในวงกว$าง คือ ระดับเศรษฐกิจของชาติได$อีกด$วย ในปÜจจุบัน ภาวะโรค
เรื้อรังร1วมหลายโรคในผู$สูงอายุจึงเป_นภาวะที่น1าสนใจและมีประเด็นความท$าทำยทั้งในเชิงคลินิก และเชิงวิชาการ การเรียนร$ู
สถานการณ.ปÜจจุบันประเด็นท$าทำย และแนวทำงการจัดการดูแลภาวะโรคเรื้อรังร1วมหลายโรคในผู$สูงอายุ จึงเป_นสิ่งจำเป_นสำหรับ
บุคลากรทุกสหสาขาวิชาชีพในสถานบริการสุขภาพทุกระดับ พยาบาลวิชาชีพเป_นบุคลากรทำงสุขภาพ
ที่มีความใกล$ชิดกับผู$ปfวยและผู$ดูแล ซึ่งหากมีความเข$าใจในความหมาย สถานการณ. และประเด็นท$าทำยต1างๆ ที่เกิดขึ้น จะ
สามารถใช$เป_นพื้นฐานในการคิดต1อยอดเพื่อพัฒนำคุณภาพการดูแลที่มีประสิทธิภาพร1วมกับทีมผู$ดูแลจากสหสาขาวิชาชีพ สามารถ
ลดความสูญเสียต1างๆ เช1น การสูญเสียปdสุขภาวะ และการสูญเสียชีวิตในผู$สูงอายุ ตลอดจนการคงไว$ซึ่งคุณภาพชีวิตของผู$สูงอายุที่มี
ภาวะโรคเรื้อรังร1วมหลายโรค นอกจากนี้ ยังสามารถพัฒนำคุณภาพการดูแลสำหรับผู$ดูแลที่มีความสำคัญเป_นอย1างยิ่ง ให$สามารถ
ดูแลผู$สูงอายุที่มีภาวะโรคเรื้อรังร1วมหลายโรคได$อย1างมีประสิทธิภาพ สามารถลดความยุ1งยาก เหนื่อยล$าจากการดูแล อีกทั้งยัง
สามารถส1งเสรมิ ภาวะสุขภาพท้งั ด$านร1างกาย จิตใจ และคณุ ภาพชวี ติ ของผูด$ แู ลไดอ$ ีกด$วย
ดังนั้นการส1งเสริมให$ผู$สูงอายุออกกำลังกาย ต$องได$รับความร1วมมือจากผู$ดูแลเป_นอย1างมากให$ตระหนักถึงการออกกำลัง
กายหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ$อนที่เกิดขึ้น และจะทำให$สามารถควบคุมโรคเรื้อรังที่เกิดขึ้นได$ ซึ่งจะนำมาถึงการสูญเสียที่เป_น
ผลกระทบร$ายแรงท่สี ุด เร่อื งการใส1ใจและการตระหนกั ถงึ การออกกำลงั กายจึงเปน_ สงิ่ ที่ผดู$ แู ลตอ$ งให$ความสำคญั แกผ1 $ูปfวย
2.วัตถุประสงคk
1.เพ่อื เปน_ อุปกรณช. ว1 ยในการออกกำลังกายให$แกผ1 $ูปfวย
2.เพ่อื ให$ผู$ปวf ยมกี จิ กรรมทำระหวา1 งวันเพอื่ ลดอาการชาบริเวณปลายมือปลายเท$า
3.ขอบเขตนวัตกรรม
ผู$สูงอายุทมี่ ีอาการชาบริเวณปลายมือ ปลายเทา$
4.กระบวนการพฒั นำ (ตามข้ันตอน Plan Do Check Act)
4.1.ขั้นตอนการเตรียม (PLAN)
1.ศึกษาปÜญหากำหนดหัวข$อนวัตกรรมที่สนใจ โดยนำปÜญหาที่พบเจอจากการฝ°กงานภาควิชาปฏิบัติงานชุมชน 1 ได$ทราบ
ถึงปÜญหาของผู$ปfวยในเรื่องอาการชาบริเวณปลายมือ ปลายเท$า จนทำให$เกิดการบวมบริเวณเท$าบางช1วงเวลาเนื่องจากคุณลุงไม1
ค1อยออกลำลังกายหรือเดินคุณลุงมักจะนั่งๆนอน คณะผู$จัดทำจึงสนใจเคสปÜญหาของคุณลุงเล$า เชียงกา ที่เป_นผู$ปfวยโรคเรื้อรัง
เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง โดยผู$ดูแลยังเป_นผู$สูงอายุที่เป_นคู1สมรสและไม1ยอมออกกำลังกาย จึงจัดทำ กล1อง
409
3 ย. (ย่ำ ยืด เหยียด) ขึ้นเพื่อช1วยเหลือผู$ดูแลในการส1งเสริมให$ผู$สูงอายุที่เป_นผู$ดูแลสามารถนำเครื่องมือนี้มาใช$ให$เกิดประโยชน.กับ
ผู$ปวf ยได$
2.เสนอหัวข$อ และความสนใจในการเรอื่ งทำนวัตกรรมช้นิ นก้ี ับอาจารยท. ป่ี รกึ ษากล1ุม
3.ประชมุ แบ1งภาระงานให$สมาชกิ ในกลุม1 ในการทำนวัตกรรม
4.กำหนดโครงร1างออกแบบนวตั กรรม
5.กำหนดวัตถุประสงค. และประโยชนท. ค่ี าดวา1 จะได$รับ
6.จัดทำนวัตกรรมตามภาระงานให$สำเร็จตามเปาY หมาย และรูปแบบที่วางไว$
4.2.ข้ันตอนดำเนนิ งาน (DO)
1.ประชุมกลมุ1 โดยมีสมาชิกทุกคนร1วมฟงÜ รว1 มกันเสนอแนวคดิ ในการจัดทำนวตั กรรมจนไดข$ อ$ สรปุ รว1 มกันเปน_ นวัตกรรม
ยดื เหยียดลดอาการชาบรเิ วณปลายมือ ปลายเท$า
2.นำเสนอแนวคดิ หลักการและเหตผุ ลในการจัดทำนวตั กรรมตอ1 อาจารยท. ปี่ รกึ ษา
3.จดั ทำเครอ่ื งยดื เหยียดลดอาการชาบริเวณปลายมือ ปลายเทา$
การออกแบบ
ศกึ ษาการออกแบบ และรปู แบบในการช1วยส1งเสรมิ ผด$ู แู ลท่ีมีอายุมาก ดแู ลผูป$ fวยในเรอื่ งของอาการชาบรเิ วณปลายมือ
ปลายเท$า
วสั ดอุ ุปกรณk
1. ไม$ 2. นอ็ ต
3. ทน่ี วดเทา$ 4. ตวั ลอ็ กแปป
5. ปากกาเมจกิ สีดำ 6. ยางวง
7. ทอ1 pvc 8. น็อต
9. ตะปู
410
การประดษิ ฐk
1.ตัดไม$ใหเ$ ปน_ ส่ีเหลี่ยมตามต$องการเพ่อื มาประกอบให$ได$ตามความต$องการ
2.ตัดแปปเป_นทอ1 นตามความเหมาะสม
3.ร$อยยางหนำๆ 2 เสน$
4.ประกอบไมใ$ หเ$ ขา$ รปู ร1างตามทต่ี อ$ งการ
5.ตกเเตง1 ชน้ิ งานนวตั กรรมให$สวยงาม โดยใช$อปุ กรณ.ท่ไี ดจ$ ัดเตรยี มไว$
6.เจำะรใู ส1ท่ยี ดึ แปปดา$ นข$างทัง้ สองข$าง
7.ยึดท่นี วดเทา$ ให$เขา$ ล็อกกบั นวตั กรรม
8.ทดสอบความแข็งแรงและการทำงานของนวตั กรรม
ภาพนวตั กรรม กล1อง 3 ย. ย่ำ ยดื เหยยี ด
4.3.ข้ันตอนการติดตาม ตรวจสอบ ประเมิน (CHECK)
นำผลการประเมนิ ความพึงพอใจหลงั การใชน$ วัตกรรม ยืดเหยยี ดลดอาการชาบริเวณปลายมือปลายเทา$ และข$อตชิ มของ
การใช$นวตั กรรมไปปรบั ปรงุ และพฒั นำนวตั กรรม
4.4.ข้ันตอนการนำผลการประเมิน ไปปรับปรุงพฒั นำ (ACT)
หลังจากนำนวตั กกรมไปทดลองปรากฎวา1 ช1วยยืดเหยยี ดแขนแตข1 าไมไ1 ด$ช1วยอะไรจงึ นำมาปรบั ปรงุ แก$ไขใหม$ ีการยืด
เหยียดไดบ$ รหิ ารท้ังแขนและขา
411
5.รายละเอียดและวิธกี ารใช,งาน
ข้นั ตอนที่1 นำนวตั กรรมไปจัดตัง้ บริเวณทีช่ ิดกำแพงหรือเสาเพ่อื ปYองกนั ไมใ1 หเ$ กดิ อบุ ัติเหตขุ ณะใช$งาน
ข้นั ตอนท่ี2 ให$ผู$ปวf ยขึ้นไปยนื บรเิ วณทนี่ วดเทา$ ภายในกล1องและใชม$ ือจับยางยดื บริเวณขา$ งกลอ1 ง
ขน้ั ตอนที3่ ให$ผปู$ วf ยดงึ ยางยืดออกจากทย่ี ดึ และออกกำลังกายโดยการดงึ ยางยดื ไปดา$ นหน$าและด$านข$างโดยทำท1าละ15ครั้ง
ขั้นตอนที่4 ใหผ$ $ปู วf ยย่ำเท$าสลับเป_นจังหวะซา$ ย ขวา จำนวน15คร้งั
ภาพการใช$นวัตกรรม
6.ผลการทดลองใชน, วัตกรรมและการอภปิ รายผล
ผู$ปfวยสามารถออกกำลังกายเคลื่อนไหวได$มากขึ้น และลดอาการชาได$ในระดับหนึ่ง ผู$ปfวยมีความพึงพอใจในนวัตกรรม
เพราะสามารถใช$ได$จริง มีความแข็งแรง ทนทำน และช1วยให$ผู$ปfวยได$ทำกิจวัตรประจำวันได$มากขึ้นจากที่ผู$ปfวยไม1ค1อยทำอะไรไม1
ค1อยเดินได$แต1นั่งๆนอนๆ ทำให$ขาบวม เมื่อนำนวัตกรรมไปใช$กับผู$ปfวย ผู$ปfวยได$เคลื่อนไหวมากขึ้นอาการขาบวมและอาการชา
บริเวณปลายมือ ปลายเท$า ลดลง จากแบบประเมินที่สัมภาษณ.ผู$ปfวยปรากฎว1าอยู1ในเกณฑ.ที่ผู$ปfวยมีความพึงพอใจต1อนวัตกรรม
และเปน_ ประโยชน.ใหแ$ กผ1 $ูปfวย
แบบประเมินความพึงพอใจหลงั การใช,นวัตกรรม กลMอง 3 ย. (ย่ำ ยืด เหยยี ด)
คำช้ีแจง โปรดทำเครือ่ งหมาย üลงในช1องที่ตรงกบั ความเป_นจรงิ มากท่สี ุด
5 หมายถึง ดีมาก 4 หมายถงึ ดี 3 หมายถึง ปานกลาง 2 หมายถงึ นอ$ ย 1 หมายถึง ควรปรับปรุง
รายการแบบประเมิน ระดับความพงึ พอใจ
5 4 3 21
412
1. ด,านสมรรถภาพทำงกาย ü
1.1 ได$เคลื่อนไหวร1างกายมากขึน้ ü
1.2 ไดย$ ืดเหยียดกล$ามเนือ้ แขนและขา
1.3 เสรมิ สร$างความแขง็ แรงของกลา$ มเนอื้ ü
2. ด,านภาษา
2.1 ภาษาท่ใี ชส$ ่ือความหมายสามารถเข$าใจไดง$ 1าย ü
2.2 ภาษามีความเหมาะสมกบั กลมุ1 เปาY หมาย ü
3. ดา, นประสทิ ธิภาพและความคงทน
3.1 มคี วามสะดวกและง1ายตอ1 การใช$งาน ü
3.2 มคี วามทันสมยั และแปลกใหม1 ü
3.3 มีความคงทนสามารถนำกลบั มาใชไ$ ดอ$ กี ü
7.ข,อเสนอแนะ
นวตั กรรมมีน้ำหนกั มากทำใหเ$ คลอ่ื นยา$ ยไดไ$ มส1 ะดวก วสั ดทุ ี่นำมาประยกุ ตใ. ช$มีความแข็งแรง
คงทำน เป_นนวัตกรรมท่ชี 1วยยืดเหยยี ดกล$ามเน้ือได$
เอกสารอ,างองิ
ช1อทิพย. บรมธนรตั น (2557) ยางยดื ……ยืดชีวติ สืบคน$ เม่ือวันท่ี 22 พฤษภาคม 2565 เข$าถงึ ไดจ$ าก
https://www.stou.ac.th/schools/shs/booklet/book573/Eazy573.pdf
ณัฐธยาน. อธปิ ญÜ จพงษ. (2559) ความดันโลหติ สงู กับตัวเรา สบื ค$นเมอ่ื วนั ท่ี 22 พฤษภาคม 2565 เขา$ ถงึ ไดจ$ าก
https://www.stou.ac.th/study/sumrit/6-59(500)/page5-6-59(500).html
พยงค. เทพอกั ษร (2561) ประสิทธิผลของโปรแกรมการออกกำลงั กายด,วยนวัตกรรมไม,นวดยางยืดสำหรบั ผสู, ูงอายุ
สบื คน$ เมอ่ื วันท่ี 22 พฤษภาคม 2565 เข$าถึงไดจ$ าก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/tjph/article/view/154100
หทยั รตั น. ตลั ยารกั ษ (2556) การพัฒนำนวัตกรรมการออกกําลังกายเพื่อเพ่มิ ความสามารถ
ในการดำเนินชีวติ ประจำวนั ของผส,ู ูงอายุใน สบื คน$ เม่ือวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 เขา$ ถงึ ไดจ$ าก
https://race.nstru.ac.th/home_ex/e-portfolio//pic/academy/20052648.pdf?1650081717
413
นวัตกรรมยืดลดปวด
เกวลนิ บังเกิด1, จริ าทพิ ย. อ1ุนธง1, จุฑารตั น. ดิษฐปาน1, ชาลิสา ชนื่ วิเศษ1, ฐิตาภา ลา1 ทำ1,
นงนภสั อว1 มคำ1 และ สริ ิวรรณ นะเขิน1
1 วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี จักรรี ชั คณะพยาบาลศาสตร. สถาบนั พระบรมราชชนก
ผู$รบั ผิดชอบบทความ: [email protected], [email protected]
บทคดั ยอM
ทำงคณะผู$จัดทำได$ทำนวัตกรรมฟ¢£นฟูสมรรถภาพร1างกาย เพื่อสร$างเสริมสุขภาพที่แข็งแรงให$กับบุคคลในวัยผู$สูงอายุ โดย
นวัตกรรมนี้ช1วยให$เกิดการทำงานของกล$ามเนื้อบริเวณ แขน และไหล1 ซึ่งใช$หลักการเหมือนเครื่องออกกำลังกาย โดยการออกกำลัง
กายนี้สามารถทำได$ง1ายด$วยตนเอง ประหยัดเวลาและพื้นที่ในการออกกำลังกาย จากผลการประดิษฐ.นวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพใน
การส1งเสริมการทำงานของกล$ามเนื้อ บรรเทำอาการปวดกล$ามเนื้อพบว1าขณะใช$นวัตกรรม รู$สึกได$ออกแรงขณะดึงยาง ได$ใช$แรง
จากแขน ขาในการออกแรงดึง และจากผลการประดิษฐ.นวัตกรรมยืดเหยียดกล$ามเนื้อที่สามารถสร$างความพึงพอใจแก1ผู$ทดสอบได$
วัดผลจากแบบประเมินความพึงพอใจต1อนวัตกรรมยืดลดปวด พบว1าผู$ทดสอบมีความพึงพอใจต1อนวัตกรรมยืดลดปวดด$านมีความ
แข็งแรง ยืดหยุ1นได$ดี ในระดับมาก ด$านความปลอดภัย ในระดับมาก ด$านความเหมาะสมในการเลือกใช$วัสดุอุปกรณ. ในระดับมาก
ที่สุด ด$านการเคลื่อนย$ายได$อย1างสะดวกสบาย ในระดับมากที่สุด ด$านการใช$งานได$อย1างสะดวกเหมาะสมกับผู$สูงอายุ ในระดับมาก
ที่สุด ด$านการใช$ออกกำลังกายส1วนแขนได$อย1างมีประสิทธิภาพ ในระดับมาก ด$านการใช$ออกกำลังกายส1วนขาได$อย1างมี
ประสิทธิภาพ ในระดบั มาก และความพึงพอใจตอ1 นวตั กรรมยดื ลดปวดดา$ นภาพรวมของนวตั กรรม ในระดบั มากทส่ี ดุ
คำสำคญั : ยางยดื , ยืดเหยยี ดกลา$ มเนอ้ื , ลดปวด
414
1.ความเปgนมาและความสำคัญของปญh หา
ประเทศไทยในปÜจจุบัน กำลังเข$าสู1สังคมผู$สูงอายุ ซึ่งสอดคล$องกับข$อมูลของ United Nations World Population
Ageing พบว1า ประเทศไทยกำลังอยู1ในช1วงการเปลี่ยนผ1านเข$าสู1สังคมผู$สูงอายุเต็มรูปแบบ (Aged Society) ซึ่งเกณฑ.ของ
สหประชาชาติระบุว1า ประเทศใดมีประชากรอายุ 60 ปdขึ้นไป ในสัดส1วนเกินร$อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศ ถือว1าประเทศนั้น
ก$าวเข$าสู1สังคมผู$สูงอายุ หรือ Aging Society และจะเป_น "สังคมผู$สูงอายุเต็มรูปแบบ" (Aged Society) เมื่อสัดส1วนประชากรที่มี
อายุ 60 ปdขึ้นไปเพิ่มขึ้นถึงร$อยละ 20 โดยตัวเลขของประเทศไทย คาดการณ.ว1าในปd 2564 ไทยจะเข$าสู1สังคมผู$สูงอายุเต็มรูปแบบ
สถานการณ.นี้เป_นผลมาจากการพัฒนำเศรษฐกิจและการพัฒนำประเทศ ความก$าวหน$าทำงวิทยาศาสตร. เทคโนโลยีและการแพทย.
ทำให$ประชากรมีอายุยืนยาว นโยบายการวางแผนครอบครัวหรือการควบคุมการมีบุตร ทำให$เกิดการลดภาวะเจริญพันธุ.อย1าง
รวดเร็ว และการลดลงอย1างต1อเนื่องของระดับการตายของประชากร ทำให$จำนวนและสัดส1วนประชากรสูงอายุของไทยเพิ่มข้ึน
อยา1 งรวดเรว็ (จิราภรณ. การะเกต,ุ 2559)
ผู$สูงอายุมักมีปÜญหาด$านสุขภาพ เนื่องจากการมีร1างกายเปลี่ยนแปลงไปในทำงที่เสื่อมลงตั้งแต1ช1วงวัยกลางคน หรือจาก
การที่เป_นโรคเรื้อรัง เช1น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคอื่น ๆ เช1น โรคอ$วน โรคซึมเศร$า
หรือโรคเครียดในช1วงวัยกลางคนก็ส1งผลต1อปÜญหาด$านสุขภาพในผู$สูงอายุ (ธนิษฐา ศิริรักษ., 2563) มีงานวิจัยพบว1าประชากร
ผู$สูงอายุในประเทศไทยมีความต$องการช1วยเหลือจากญาติพ่ีน$องหรือคนดูแล คิดเป_นร$อยละ 22 และมีแนวโน$มเพิ่มขึ้นทุกปd โดยโรค
ทม่ี กั พบในผส$ู งู อายุ ไดแ$ ก1 โรคเบาหวาน โรคความดนั โลหติ สงู โรคหวั ใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง อัมพฤกษ. อัมพาต เป_นต$น
(จณิ ณณ. ชิ า พงษ.ดี และปßยธดิ า คหู ิรญั ญรัตน., 2558) ซ่งึ โรคทีพ่ บในผูส$ งู อายสุ ว1 นใหญก1 ็เป_นโรคเรอื้ รงั จากในช1วงวยั กลางคน
การออกกำลังกายเป_นสิ่งที่มีประโยชน.โดยเฉพาะกับวัยกลางคนและผู$สูงอายุ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงทำงกายจากความ
เสื่อมของเซลล.เนื้อเยื่อต1าง ๆ โดยหากออกกำลังกายเป_นประจำตั้งแต1ช1วงวัยกลางคนก็จะสามารถช1วยปYองกันการเสื่อมสภาพและ
พิการของอวัยวะต1าง ๆ ในผู$สูงอายุ เช1น กล$ามเนื้อและข$อต1อต1าง ๆ หัวใจและปอด เป_นต$น การออกกำลังกายยังช1วยให$ร1างกาย
คล1องตัว ไม1หกล$มง1าย ไม1อ$วนเกินไป ซึ่งจะเป_นปÜจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงหรือไขมันในเลือดสูง และการออก
กำลงั กายยงั ชว1 ยใหล$ ดความเครยี ดได$ (นพ.รง1ุ นริ นั ดร. ประดษิ ฐส. ุวรรณ, 2563)
จากปÜญหาและแนวทำงการปYองกันสุขภาพในวัยกลางคนและผู$สูงอายุที่กล1าวไว$เบื้องต$น ทำงคณะผู$จัดทำเล็งเห็นถึง
ความสำคัญของการดูแลสุขภาพโดยควรจัดให$วัยผู$สูงอายุ ออกกำลังกายเพื่อให$มีสุขภาพที่ดี จึงเกิดความสนใจประดิษฐ.นวัตกรรม
ยืดลดปวด โดยนวัตกรรมนี้จะสามารถใช$ส1งเสริมให$เกิดการทำงานของกล$ามเนื้อแขน ขาและไหล1 เพื่อให$ผู$ทดสอบใช$นวัตกรรมวัย
ผู$สูงอายุเกิดความคล1องตัวในการทำกิจกรรมต1าง ๆ กล$ามเนื้อได$หดและคลายตัว ลดอาการปวดลง โดยนวัตกรรมนี้สามารถทำได$
งา1 ยด$วยตนเอง ประหยัด พกพาได$สะดวก
2. วตั ถปุ ระสงคk
2.1 เพื่อประดิษฐ.นวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพในการส1งเสริมการทำงานของกล$ามเนื้อ บรรเทำอาการปวดกล$ามเน้ือ
2.2 เพ่ือประดษิ ฐน. วัตกรรมยืดเหยยี ดกล$ามเน้อื ทสี่ ามารถสร$างความพงึ พอใจแกผ1 ูท$ ดสอบได$
415
3. กลุมM เปmาหมาย
วยั ผส$ู งู อายุ อายุ 60 ปขd ้ึนไป
4. กระบวนการพัฒนำ (ตามขัน้ ตอน plan do check act)
4.1 ขั้นตอนการเตรียม (PLAN)
4.1.1 สำรวจปญÜ หาและกำหนดหัวข$อนวัตกรรมทสี่ นใจ กำหนดกลุ1มเปYาหมาย ประชุมวางแผนการทาํ นวตั กรรม
4.1.2 เสนอหัวข$อ และความสนใจในการเร่ืองทำนวตั กรรมช้นิ นี้กบั อาจารย.ท่ีปรึกษากล1ุม
4.1.3 ประชมุ แบง1 ภาระงานใหส$ มาชกิ ในกลุ1มในการทำนวัตกรรม
4.1.4 กำหนดโครงรา1 งออกแบบนวัตกรรมและสง1 ให$อาจารยท. ีป่ รกึ ษาตรวจสอบ
4.1.5 กำหนดวตั ถุประสงค. และประโยชนท. ี่คาดวา1 จะได$รบั
4.1.6 จัดทำนวัตกรรมตามภาระงานให$สำเร็จตามเปาY หมาย และรูปแบบทว่ี างไว$
4.2 ขั้นตอนดําเนนิ งาน (DO)
4.2.1 ศึกษาปญÜ หา และคน$ คว$าหาขอ$ มูลทีเ่ กีย่ วขอ$ ง
4.2.2 จัดทำแผนการดำเนินงานนวตั กรรมยืดลดปวด
4.2.3 ดำเนินการเตรยี มอปุ กรณ. ได$แก1 ยางวงขนำดใหญ1 40 เส$น และประดษิ ฐน. วตั กรรมตามขัน้ ตอนตอ1 ไปนี้
ขัน้ ตอนการประดษิ ฐ.
12 3
54
416
4.2.4 ทคลองใชน$ วัตกรรมยืดลดปวดกับผ$ูกลมุ1 ตวั อย1างวยั สูงอายุ
4.2.5 ประเมินความพึงพอใจในการใช$นวตั กรรมยืดลดปวด
4.2.6 นำข$อมูลมาวเิ คราะห. และแปลผลเพ่ือใชใ$ นการปรับปรงุ นวตั กรรม
4.2.7 จัดทำสรุปผลของการดำเนินงานนวตั กรรม
4.3 ข้ันตอนการติดตาม ตรวจสอบ ประเมิน (CHECK)
4.3.1 ตดิ ตามความถี่ในการใชง$ านนวัตกรรมยืดลดปวดของกลมุ1 ตวั อยา1 ง
4.3.2 ประเมินผลการใช$นวตั กรรมตามวตั ถปุ ระสงคท. ่กี าํ หนดโดยใหก$ ล1มุ ตัวอย1างทำแบบประเมินความพึงพอใจตอ1 นวตั กรรม
ยืดลดปวด
4.3.2 แปลผลและสรุปแบบประเมนิ ความพงึ พอใจต1อนวตั กรรมยดื ลดปวด สรุปข$อเสนอแนะเพอื่ นาํ ไปปรบั ปรุงแก$ไข
4.4 ข้นั ตอนการนาํ ผลการประเมิน ไปปรับปรงุ พัฒนำ (ACT)
นำข$อเสนอแนะจากแบบประเมิน คือ สำหรบั ผ$เู ริม่ ออกกำลังกายคดิ วา1 นวตั กรรมที่ทำดแี ล$ว แต1ถา$ ฝก° บอ1 ยๆแลว$ ควรเพิม่
ยางให$หนำขนึ้ ไปใช$ในการปรบั ปรุงนวัตกรรมในอนำคต
5. รายละเอียดและวธิ ีการใช,งานนวัตกรรม
เมอ่ื ประดษิ ฐ.นวัตกรรมยดื ลดปวดแลว$ จะสอนผทู$ ดสอบใชน$ วตั กรรมเพ่ือออกกำลังกายดังภาพ
ทา1 ที 1
ทา1 ที 2
ท1าท่ี 3
417
6. ผลการทดลองใชน, วตั กรรมและการอภปิ รายผล
จากวัตถุประสงค.เพื่อประดิษฐ.นวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพในการส1งเสริมการทำงานของกล$ามเนื้อโดยใช$หลักการออก
กำลังกายในการทำงาน ช1วยบรรเทำอาการปวดกล$ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณแขน ขา คณะผู$จัดทำจึงประดิษฐ.นวัตกรรมยืดลดปวด
ซึ่งนวัตกรรมเป_นยางยืด สำหรับออกกำลังกายด$วยการยืดเหยียดกล$ามเนื้อแขนและขาตามหลักการออกกำลังกายด$วยยางยืดหรือ
เฟล็กเซอร.ไซส. เพื่อช1วยให$กล$ามเนื้อแขนและขาที่มีอาการปวด บรรเทำอาการปวดลง ซึ่งประเมินผลการใช$นวัตกรรมผ1านแบบ
ประเมินความพึงพอใจของผู$ทดสอบนวัตกรรมยืดลดปวด ซึ่งผลการประดิษฐ.นวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพในการส1งเสริมการทำงาน
ของกล$ามเนื้อ บรรเทำอาการปวดกล$ามเนื้อจากการสอบถามผู$ทดสอบใช$นวัตกรรมพบว1าขณะใช$นวัตกรรมยืดลดปวด รู$สึกได$ออก
แรงขณะดึงยาง ได$ใช$แรงจากแขน ขาในการออกแรงดึง และผลการประดิษฐ.นวัตกรรมยืดเหยียดกล$ามเนื้อที่สามารถสร$างความพึง
พอใจแก1ผู$ทดสอบได$ จากแบบประเมินความพึงพอใจต1อนวัตกรรมยืดลดปวดพบว1าผู$ทดสอบมีความพึงพอใจต1อนวัตกรรมยืดลด
ปวดด$านมีความแข็งแรง ยืดหยุ1นได$ดี ในระดับมาก ด$านความปลอดภัย ในระดับมาก ด$านความเหมาะสมในการเลือกใช$วัสดุ
อุปกรณ. ในระดับมากที่สุด ด$านการเคล่ือนย$ายได$อย1างสะดวกสบาย ในระดับมากที่สุด ด$านการใช$งานได$อย1างสะดวกเหมาะสมกับ
ผู$สูงอายุ ในระดับมากที่สุด ด$านการใช$ออกกำลังกายส1วนแขนได$อย1างมีประสิทธิภาพ ในระดับมาก ด$านการใช$ออกกำลังกายส1วน
ขาได$อยา1 งมปี ระสทิ ธิภาพ ในระดบั มาก และความพึงพอใจตอ1 นวัตกรรมยดื ลดปวดด$านภาพรวมของนวัตกรรม ในระดบั มากทส่ี ุด
7. ข,อเสนอแนะ
ขอ$ เสนอแนะจากแบบประเมินความพงึ พอใจของผทู$ ดสอบนวตั กรรมยดื ลดปวด ผ$ูทดสอบบอกว1าสำหรับผู$เร่มิ ออกกำลัง
กายคดิ วา1 นวตั กรรมทที่ ำดีแล$ว แตถ1 า$ ฝ°กบอ1 ยๆแล$วควรเพ่ิมยางให$หนำขนึ้
418
8. เอกสารอา, งองิ
กรวิกา สอนเวียง และคณะ. (2555). นวตั กรรมยางยดื ลดอาการปวดเมือ่ ย. สืบค$นเม่อื 22 เมษายน 2565. สืบค$นจาก
https://www.bcnkk.ac.th/Innovation/file/55/17.pdf
จิณณณ. ิชา พงษ.ดีและปยß ธดิ า คูหิรญั ญรตั น.. (2559). ปญÜ หาและความตอ$ งการด$านสุขภาพของผู$สูงอายุ ในเขตพืน้ ที่
รบั ผดิ ชอบของโรงพยาบาลส1งเสริมสขุ ภาพตำบลบ$านเหมืองแบง1 ตำบลหนองหญา$ ปล$อง อำเภอวงั สะพุง จงั หวดั
เลย. สืบคน$ เม่อื 20 เมษายน 2565. สืบค$นจาก https://home.kku.ac.th
จริ าภรณ. การะเกตุ. (2559). ประเทศไทยกับสังคมผ$ูสงู อาย.ุ สืบค$นเมอื่ 20 เมษายน 2565. สืบคน$ จาก
https://il.mahidol.ac.th/th/i-Learning-Clinic/general-articles/ประเทศไทยกบั สังคมผส$ู /ู
ช1อทิพย. บรมธนรตั น.. (2557). ยางยดื ……ยืดชวี ติ . จลุ สารสาขาวชิ าวทิ ยาศาสตรส. ขุ ภาพออนไลน., สืบคน$ เมือ่ 21 เมษายน 2565.
สบื คน$ จากhttps://www.stou.ac.th/schools/shs/booklet/book573/Eazy573.pdf
ธนิษฐา ศริ ริ ักษ.. (2563). การดูแลสุขภาพตามวยั Health Care in Differently Age Population. สบื คน$ เมือ่ 20 เมษายน
2565. สืบค$นจาก https://meded.psu.ac.th
รุ1งนิรันดร. ประดิษฐสุวรรณ. (2563). การออกกำลงั กายในผู$สูงอาย.ุ สืบค$นเม่ือ 20 เมษายน 2565. สืบค$นจาก
https://il.mahidol.ac.th
โรงพยาบาลส1งเสรมิ สขุ ภาพตาบลคลองเปรง. (2561). ยางในยืดชีวิต. สบื คน$ เมอ่ื 22 เมษายน 2565. สืบคน$ จาก
https://www.govesite.com/uploads/201711201029440984K1z/20180618120948_1_z9ahQYE.pdf
วัชราภรณ. พรหมมนั . (2562). การเจรญิ เติบโตและพฒั นำการมนุษย. สบื ค$นเม่อื 20 เมษายน 2565. สืบค$นจาก
https://sites.google.com/site/karceriyteibtokhxngmnusy/home
อภิบดินทร. พินิจ และ นำยภาณวุ ัฒน. คำเหมอื ง. (2562). การออกกำลงั ดว$ ยยางยดื . สบื คน$ เม่ือ 21 เมษายน 2565. สืบคน$ จาก
https://sriphat.med.cmu.ac.th/th/knowledge-90
419
นวตั กรรม “แผ]นเหยยี บเพิม่ พลัง”
จํารุวรรณ จนั ทร์คณาโชค1 , ชญานนั ท์ จํารุพงษ์1 , ทิพย์วรรณ เกิดบชู า1 , พฤกษา จินดาพลอย1 เมธายตุ ม์ ยงAั ยืน1,
รพีพรรณ โชตชิ ยั กร1 , ศภุ กร กนั ตเกรียงวงศ์1 และ สดุ าวดี บญุ มาก1
วิทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี จกั รีรัช, ราชบรุ ี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบนั พระบรมราชชนก
ผ้รู ับผิดชอบบทความ: email [email protected] และ [email protected]
บทคัดย่อ
นวตั กรรมนีมM ีวตั ถปุ ระสงค์ เพืAอฟื นM ฟสู มรรถภาพร่างกาย สร้างเสริมสขุ ภาพทAีแขง็ แรงให้กบั บคุ คลทAีมีภาวะกล้ามเนือM ออ่ นแรง โดยจากการใช้นวตั กรรมชินM นีจM ะชว่ ยให้เกิด
การทํางานของกล้ามเนือM บริเวณแขนและขาเพAิมขนึ M ซงAึ หลกั การทํางานของนวตั กรรมชินM นีไMด้แรงบนั ดาลใจมาจากเครืAองออกกําลงั กายแตม่ ีการปรับปรุงและ
ประยกุ ต์ใช้ ให้มีความเหมาะสมกบั ผ้ปู ่วย ซงAึ มีโรคประจําตวั เป็นโรคอมั พฤกษ์สง่ ผลให้มีภาวะแขนขาออ่ นแรง จากผลการประดษิ ฐ์นวตั กรรมทีAชว่ ยสง่ เสริมการ
ทํางานของกล้ามเนือM พบวา่ ขณะใช้นวตั กรรมผ้ใู ช้รู้สกึ ได้ถงึ การออกแรงทีAเพิAมขนึ M และตวั ชินM งานนวตั กรรมมีความแข็งแรงและเหมาะสมสาํ หรับการออกกําลงั กาย
จากแบบประเมินความพงึ พอใจของผ้ทู ดสอบนวตั กรรมแผน่ เหยียบเพAิมพลงั พบวา่ ผ้ทู ดสอบมีความพงึ พอใจตอ่ นวตั กรรมด้านความเหมาะสมในการเลอื กใช้วสั ดุ
อปุ กรณ์อยใู่ นระดบั ปานกลาง ด้านวสั ดมุ ีความแขง็ แรงทนทํานอยใู่ นระดบั ดีมาก ด้านความปลอดภยั อยใู่ นระดบั ดีมาก ด้านวสั ดสุ ามารถหาได้งา่ ยอยใู่ นระดบั ดี
มาก ด้านความสะดวกสบายในการเคลอืA นทีAอยใู่ นระดบั ดีมาก ด้านความเหมาะสมของรูปร่าง ขนําดในการใช้งานอยใู่ นระดบั ดีมาก ด้านความสะดวกตอ่ ผ้สู งู อายุ
อยใู่ นระดบั ดีมาก ด้านประสทิ ธิภาพในการออกกําลงั กายสว่ นแขนอยใู่ นระดบั ดีมาก ด้านประสทิ ธิภาพในการออกกําลงั กายสว่ นขาอยใู่ นระดบั ดีมาก และ
ภาพรวมของนวตั กรรมอยใู่ นระดบั ดีมาก
คาํ สาํ คัญ: แผน่ เหยียบ โรคอมั พฤกษ์ แขนขาออ่ นแรง สมรรถภาพทํางกาย
420
1. ความเปgนมาและความสำคญั ของปญh หา
ปtจจบุ นั จำนวนผLูสงู อายุเพม่ิ ขึน้ อยHางรวดเร็วท้งั ในไทยและทวั่ โลก จากขLอมลู ของ United Nations World
Population Ageing พบวHา ประเทศไทยกำลังอยูHในชHวงการเปลี่ยนผHานเขLาสูH สังคมผูLสูงอายุ โดยสมบูรณ= (Aged
Society) ซึ่งสหประชาชาติระบุวHา ประเทศใดมีประชากรอายุ 60 ปìขึ้นไป ในสัดสHวนเกินรLอยละ 10 ของประชากร
ทั้งประเทศ ถือวHาประเทศนั้นกLาวเขLาสูHสังคมผูLสูงอายุ หรือ Aging Society และจะเปuน "สังคมผูLสูงอายุเต็มรูปแบบ"
(Aged Society) เมื่อสัดสHวนประชากรที่มีอายุ 60 ปìขึ้นไปเพิ่มขึ้นถึงรLอยละ 20 โดยตัวเลขของประเทศไทย ในปì
2564 ไทยจะเขLาสูHสังคมประชากรสูงวัยแบบสมบูรณ= โดยมีผูLที่อายุมากกวHา 60 ปì เกิน 20% ของจำนวนประชากร
ทั้งหมด สถานการณ=นี้เปuนผลมาจากการพัฒนำเศรษฐกิจและการพัฒนำประเทศ ความกLาวหนLาทำงวิทยาศาสตร=
เทคโนโลยีและการแพทย=ทำใหLประชากรมีอายุยืนยาว นโยบายการวางแผนครอบครัวหรือการควบคุมการมีบุตร
ทำใหLเกิดการลดภาวะเจริญพันธ=อยHางรวดเร็ว และการลดลงอยHางตHอเนื่องของระดับการตายของประชากร ทำใหL
จำนวนและสัดสHวนประชากรสูงอายุของไทยเพิ่มขึ้นอยHางรวดเร็ว จากขLอมูลประชากรของประเทศไทยปì 2558
จำนวนประชากรในประเทศไทยอยูHที่ 65,203,979 คน เปuนผูLที่มีอายุ 60 ปìขึ้นไป 10,569,021 คน หรือ คิดเปuน
รLอยละ 16.2 ของประชากรทั้งหมด แปลวHา ประเทศไทยกLาวเขLาสูHสังคมผูLสูงอายุแลLว และคาดการณ=วHาในปì 2564
ไทยจะเขLาสสHู ังคมประชากรสูงวัยแบบสมบรู ณ= โดยมผี ูLท่อี ายมุ ากกวHา 60 ปì เกิน 20% ของจำนวนประชากรท้งั หมด
ตัวอยHาง การกาL วเขาL สสHู งั คมผสูL งู อายุตามนยิ ามของสหประชาชาติ (จริ าภรณ= การะเกต,ุ 2559)
ผูLสูงอายุมักมีปtญหาดLานสุขภาพ เนื่องจากการมีรHางกายเปลี่ยนแปลงไปในทำงที่เสื่อมลงตั้งแตHชHวงวัย
กลางคน หรือจากการที่เปuนโรคเรื้อรัง เชHน โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรค
ที่เปuนสาเหตุการเสียชีวิตของผูLสูงอายุเปuนอันดับสองรองมาจากภาวะหัวใจขาดเลือดคือโรคหลอดเลือดสมองโดยใน
ปìพ.ศ.2559 มีอัตราการตายดLวยโรคหลอดเลอื ดสมอง เทHากับรLอยละ 48.13 และในปพì .ศ. 2560เพิ่มขึ้นเปuนรLอยละ
47.81และแมLวHาในปìพ.ศ.2561อัตราการตายดLวยโรคหลอดเลือดสมองจะลดลงแตHก็ลดลงเพียงเล็กนLอยคือเทHากับ
รLอยละ47.15 และนอกจากนี้โรคหลอดเลือดสมองยังสHงผลทำใหLเกิดความพิการสำหรับผูLปkวยโรคหลอดเลือดสมอง
ทร่ี อดชีวิตเปนu ผลทำใหLตอL งไดLรบั การพึง่ พาจากผLดู แู ล
ผูLสูงอายุที่เปuนโรคหลอดเลือดสมองจะมีการฟæøนฟูไดLชLากวHาวัยผูLใหญHเพราะผูLสูงอายุจะมีสมรรถภาพรHางกาย
ที่เสื่อมถอยลง ทำใหLผูLสูงอายุเหลHานี้มีความทุกข=ทรมานจากภาวะทำงดLานรHางกาย เชHน การเคลื่อนไหวลำบาก
หรือไมHสามารถเคลื่อนไหวไดLเลยจากอาการแขนขาอHอนแรง ทำใหLไมHสามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันดLวยตนเองไดL
จึงตLองอาศัยการพึ่งพาจากคนในครอบครัวที่ตLองมาดูแล นอกจากน้ีจากสภาพความเจ็บปkวยเรื้อรังดังกลHาวยังสHงผล
กระทบตHอสภาวะจิตใจของผูLสูงอายุจนบางครั้งอาจเกิดภาวะซึมเศรLา ซึ่งสHงผลตHอการฟæøนฟูตนเองของผูLสูงอายุที่ชLา
ลง (นพวรรณ ดวงจันทรและคณะ, 2564)
421
จากปtญหาและแนวทำงการปvองกันสุขภาพที่กลHาวไวLเบื้องตLน ทำงคณะผูLจัดทำเล็งเห็นถึงความสำคัญของ
ออกกำลังกายเพื่อฟæøนฟูสมรรถภาพรHางกายในผูLปkวยโรคอัมพฤกษ= เพื่อใหLผูLปkวยสามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันไดL
ดLวยตนเองเพิ่มมากขึ้น ปvองกันการเกิดภาวะแทรกซLอน กระตุLนใหLระบบการทำงานในรHางกายทำงานอยHางเปuนปกติ
มากขึ้น จึงเกิดความสนใจประดิษฐ=นวัตกรรมแผHนเหยียบเพิ่มพลัง โดยนวัตกรรมนี้จะชHวยสHงเสริมใหLเกิดการทำงาน
ของกลLามเนือ้ แขน และขาของผLปู kวยทำใหLสามารถทำกิจกรรมตHางๆไดดL Lวยตนเองเพิ่มมากขึน้
2. วัตถปุ ระสงคk
1 เพ่อื เปuนอุปกรณใ= นการพฒั นำกลLามเนอื้ ใหLมแี รงเพ่มิ ขึ้นในผLปู วk ยอัมพฤกษ=
2 เพือ่ สงH เสริมการออกกำลังกายในผLูปวk ยอมั พฤกษ=
3. กลมMุ เปาm หมาย
ผป$ู fวยโรคอมั พฤกษ. ทมี่ ีภาวะกลา$ มเนื้ออ1อนแรง จำนวน 1 คน ตำบลทา1 เสา อำเภอท1ามะกา จงั หวัดกาญจนบรุ ี
4. กระบวนการพัฒนำ (ตามข้นั ตอน plan do check act)
1ขนั้ ตอนการเตรียม (PLAN)
1.ศึกษาปญt หากำหนดหัวขอL นวตั กรรมท่ีสนใจ โดยนำปญt หาที่พบเจอจากการฝüกงานภาควชิ าปฏบิ ัตกิ าร
พยาบาลอนำมัยชมุ ชน1 ไดทL ราบถึงปญt หาของผูLปkวยในเรื่องขLอจำกดั ในการทำกิจกรรมและการใชชL วี ิตประจำวนั
ของผปLู วk ยเนือ่ งจากผLูปkวยมโี รคประจำตวั คอื อมั พฤกษ=สHงผลใหมL แี ขนขาออH นแรง
2.เสนอหัวขอL และความสนใจในการเรื่องทำนวัตกรรมช้นิ นก้ี ับอาจารยท= ี่ปรกึ ษากลHมุ
3.ประชมุ แบงH ภาระงานใหLสมาชกิ ในกลHุมในการทำนวตั กรรม
4.กำหนดโครงรHางออกแบบนวตั กรรมและสHงใหLอาจารย=ทปี่ รกึ ษาตรวจสอบ
5.กำหนดวตั ถปุ ระสงค= และประโยชนท= คี่ าดวHาจะไดLรบั
6.จดั ทำนวตั กรรมตามภาระงานใหLสำเร็จตามเปาv หมาย และรูปแบบทว่ี างไวL
2.ขนั้ ตอนดําเนนิ งาน (DO)
การออกแบบ
ศกึ ษาการออกแบบ และรูปแบบนวตกรรมท่ีชวH ยสงH เสรมิ การออกกำลังกายของผLปู kวยซึ่งมีขLอจำกดั ดาL น
ความออH นแรงของกลาL มเนือ้ บริเวณแขนและขา
422
วัสดอุ ปุ กรณB
1.แผนH ไมเL หลือใชL
2.ทHอพวี ซี ี ขนำด 30 cm 1 ชน้ิ
3.ตะปเู กลยี ว 30 ตวั
4.สปริง 1 อัน
5.ยางรดั แกง 1 กรัม
6.บานพับเลก็ 2 อัน
7.กาวรLอน 1 หลอด
8.กระดาษทราย 1 แผนH
การประดษิ ฐB
ขัน้ ตอนการประดษิ ฐ=
1.จดั เตรยี มวสั ดุอุปกรณ= โดยนำนวตั กรรมทีอ่ อกแบบไปช้ีแจงกับชHางตามลกั ษณะทตี่ อL งการ
2.ตดั ไมLนำแผHนไมเL หลอื ใชLมาวัดขนำดตามตLองการ ขนำด 30x30 cm จำนวน 2 ชิ้น ใชเL ปนu ฐานรอง 1 ชน้ิ
เปนu แผHนเหยยี บ 1 ชิ้นและนำมายึดตดิ กันดLวยบานพับ พรLอมใสHสปริงใตLบริเวณฐานเหยยี บ
423
3.ตอH ไมLดLานหนาL ฐานเหยียบ จดั ตำแหนHงทอH PVCเพอ่ื เปนu ทจ่ี ับ
4.รLอยยางวงเพ่ือทำสายยางยดื ตHอกบั บรเิ วณไมLดLานหนาL พันยึดอีกดาL นท่ที อH PVCท่ีตอH ไวL
5.หยอดกาวรLอนผสมกับผงไมLเพื่อปดí รอยตะปแู ละขดั ดวL ยกระดาษทราย
6.ทดสอบการใชงL านของตวั ยางยดื และฐานเหยยี บ
424
ภาพตัวอยา( งการทดสอบใชนf วตั กรรม
ทHาที 1 เทLาเหยียบแผนH ไมL เพ่ิมกำลังขา แบบมีแรงตาL น
ทาH ที 2 มือดึงยางยดื เพอื่ เพิม่ กำลงั แขนแบบมีแรงตLาน
3.ขน้ั ตอนการตดิ ตาม ตรวจสอบ ประเมนิ (CHECK)
1.อาจารย=ประจากลHมุ ตรวจสอบความถกู ตอL งของเน้อื หา และรูปแบบของนวตั กรรม กอH นทีจ่ ะนำชน้ิ งาน
ของนวัตกรรมไปใหLครอบครวั ของผูปL วk ยใชL
2.ให$ความร$ูและวธิ ีการใช$ช้ินงานนวตั กรรมแผน1 เหยยี บเพ่ิมพลังแก1ผด$ู แู ล
3.ผู$ดูแลนำนวตั กรรมไปทดลองใชน$ วตั กรรมแผ1นเหยียบเพมิ่ พลงั กับผปู$ fวยอมั พฤกษ.
4.ประเมนิ ระดับความพงึ พอใจจากการใชน$ วตั กรรมแผ1นเหยยี บเพ่ิมพลงั จากผด$ู แู ลและผูป$ fวย
5.จากการประเมินผลการใชช$ ิน้ งานนวัตกรรมแผน1 เหยยี บเพ่ิมพลงั จากผดู$ แู ลและผ$ปู วf ย มีความพงึ พอใจตอ1 การใช$ช้นิ งาน
นวตั กรรม ในด$านการเพ่มิ กำลังและกล$ามเนอ้ื ของผู$ปวf ย
4.ข้ันตอนการนําผลการประเมนิ ไปปรับปรงุ พฒั นำ (ACT)
นำขอ$ เสนอแนะจากแบบประเมนิ คือ สำหรับผู$เริ่มออกกำลังกายคดิ ว1านวตั กรรมทท่ี ำดีแล$ว แต1ถ$าฝก° บอ1 ยๆแล$วควร
เปลี่ยนยางใหแ$ ขง็ แรงมากข้ึน และเพิ่มยางกนั ลนื่ บรเิ วณใตฐ$ านนวัตกรรม
5. รายละเอยี ดและวธิ ีการใช,งานนวัตกรรม
ทาM ทำงในการออกกำลังกายดว, ยแผนM เหยียบเพม่ิ พลัง 1. ท1า
บริหารกลา$ มเน้อื ไหล1 หลังส1วนบน ต$นแขนดา$ นหนา$ นั่ง เหยยี ดหลงั ตรง มอื ท้งั สองข$างจบั ดา$ มจับ คว่ำฝfามอื แขนท้ังสองขา$ ง
เหยยี ดตรงไปทำงดา$ นปลายเทา$ ดึงยางข้ึนมาจนถึงระดบั อก 10-15 ครั้ง/เซต วนั ละ 1-2 เซต
425
2. บริหารกลา$ มเน้ือบ1า ไหล1ต$นแขนดา$ นหน$า มอื ท้ังสองข$างจับดา$ มจับ ควำ่ ฝาf มือ ยักไหล1พร$อมใช$มือออกแรงดงึ ยางข้ึน ในลกั ษณะ
กางศอกใหส$ ูงกวา1 ข$อมอื 10-15 คร้ัง/เซต วันละ 1-2 เซต
3. บรหิ ารกล$ามเนอื้ น1อง ขอ$ ตอ1 ข$อเขา1 กล$ามเน้อื ต$นขา เท$าทัง้ สองวางลงบนแท1น กระดก
เทา$ ทัง้ สองข$างขน้ึ ลงช$าๆ 15-20 ครงั้ /เซต วนั ละ 1-2 เซต
4. บริหารกล$ามเนอื้ ต$นแขน กล$ามเนอ้ื นอ1 ง ขอ$ ต1อ ข$อเขา1 กล$ามเน้ือตน$ ขา มือทัง้ สองขา$ งจบั ด$ามจับ คว่ำฝาf มอื ยกั ไหล1พรอ$ มใชม$ อื
ออกแรงดึงยางขนึ้ คา$ งไว$ และกระดกเท$าท้ังสองขา$ งขึน้ ลงชา$ ๆ 15-20 ครง้ั /เซต วันละ 1-2 เซต
6. ผลการทดลองใชน, วัตกรรมและการอภิปรายผล
การจัดทำชิ้นงานนวัตกรรม “แผ1นเหยียบเพิ่มพลัง” จัดทำขึ้นเพื่อส1งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของกล$ามเนื้อโดยให$หลักการ
ออกกำลังกายช1วยพัฒนำกล$ามเนื้อของผู$ปfวยโรคอัมพฤกษ. โดยนำความรู$ความเข$าใจเกี่ยวกับผู$ปfวยโรคอัมพฤกษ.มาช1วยในการ
ออกแบบและพัฒนำนวัตกรรมให$เหมาะสมกับผู$ปfวยอัมพฤกษ. โดยกลุ1มตัวอย1างในการเก็บรวบรวมข$อมูลในครั้งนี้คือ นำยเสงี่ยม
แช1มเล็ก ซึ่งเป_นผู$ปfวยโรคอัมพฤกษ.ที่มีปÜญหาในเรื่อง กล$ามเนื้อแขนและขามีความอ1อนแรง ทำให$ไม1สามารถปฏิบัติกิจกรรมต1างๆได$
ด$วยตนเอง สถานที่ทดลองใช$ชิ้นงานนวัตกรรม คือ บ$านของนำยเสงี่ยม แช1มเล็ก ตั้งแต1วันท่ี17 พฤษภาคม – 23 พฤษภาคม 2565
ผลการประเมินในรูปแบบความพงึ พอใจในการทดลองใช$ช้นิ งานนวัตกรรมของผูป$ วf ยและผดู$ ูแล การออกกำลังกายอย1างต1อเนอ่ื ง
7. ข,อเสนอแนะ
ข$อเสนอแนะจากแบบประเมินความพึงพอใจของผู$ทดสอบนวัตกรรมแผ1นเหยียบเพิ่มพลัง ผู$ทดสอบบอกว1า นวัตกรรมมี
ความเหมาะสมสำหรับการออกกำลังกาย แต1ถ$าฝ°กบ1อยๆแล$วควรเปลี่ยนยางให$แข็งแรงและคงทนมากขึ้น และเพิ่มยางกันลื่นใต$ฐาน
นวตั กรรมเพอื่ ปYองกนั การเคล่ือนทข่ี ณะใช$นวตั กรรม
8. เอกสารอา, งองิ
กรมการแพทย. กระทรวงสาธารณสุข. (ม.ป.ป). การออกกำลังกายดวG ยตนเองในผGปู kวยอัมพาตคร่งึ ซกี ระยะฟนpq ตวั . เขา$ ถงึ ไดจ$ าก
http://www.snmri.go.th/wp-content/uploads/2021/03/การออกกำลังกาย ดว$ ยตนเองในผูป$ fวยอมั พาตครึ่งซกี ระยะ
ฟ¢£นตวั -ชดุ ท-ี่ 2_compressed.pdf
จรญิ กระบวนรตั น.. (2563). ยางยดื พชิ ติ โลก.คน$ เมอ่ื 12 พฤษภาคม 2565 จาก www.bphc.mogh.go.th.
จิราภรณ. การะเกตุ. (2559). ประเทศไทยกบั สังคมผสGู ูงอาย.ุ คน$ เมอื่ 12 พฤษภาคม 2565
จาก https://il.mahidol.ac.th
ชตุ ิมา ปราบมนตรี, ญานิศา ดวงเดือน, ฐานิษฐ.ตา ตรงจติ ตว. ีรกุล, ฐานิกา คำมลู , ณฐั ธยาน. เรอื นสวสั ดิ์, ปวณี า พวง,จำปา และป
วณี า ศรสี วัสดิ์. (2557). นวตั กรรมยดื หยนwุ กระตนGุ กลาG มเนือ้ : นวัตกรรมนกั ศึกษา พยาบาล หลักสูตรพยาบาลศาสตร
บณั ฑติ Nursing student innovation: TRCN elastic rehab . วารสารพยาบาลสภากาชาดไทย. คน$ เมื่อ 12 พฤษภาคม
2565 จาก https://he02.tcithaijo.org/index.php/trcnj/article/view/41630
426
ณภัทร เตยี ววไิ ล , จุฑารัตน. พมิ สาร, ธรี พรรณ ปÜญญานา1 น และผกามาศ กอแก$ว. (2562). ประสิทธผิ ลของ นวตั กรรมฐานรอง
ไมGยางยืดสำหรับกลwุมเสยี่ งขอG ไหลตw ดิ ตำบลสระขวญั อำเภอเมืองสระแกวG จงั หวัด สระแกวG . วารสารก$าวทันโลก
วิทยาศาสตร.. คน$ เมื่อ 12 พฤษภาคม 2565 จาก http://sci.bsru.ac.th
ทัศนยี . พงษ.แขก.(2560). การพยาบาลผGปู วk ยโรคหลอดเลือดสมองตีบ(รายงานผลการวจิ ัย).กรุงเทพฯ:
โรงพยาบาลลาดกระบังกรงุ เทพมหานคร สำนกั การแพทย.. (2555). นวตั กรรมยางยดื ลดอาการ
ปวดเมื่อย. คน$ เมื่อ 12 พฤษภาคม 2565 จากhttps://www.bcnkk.ac.th/Innovation/file/55/17.pdf
โรงพยาบาลธนบุร.ี (ม.ป.ป.). การออกกำลังกายในผูปG วk ยอwอนแรงกลาG มเนอ้ื . ค$นเมื่อ 12 พฤษภาคม 2565 จาก
https://www.thonburihospital.com
ร1งุ นริ ันดร. ประดษิ ฐส. วุ รรณ. (2563). การออกกำลงั กายในผGสู ูงอาย.ุ ค$นเมือ่ 12 พฤษภาคม 2565
จาก https://il.mahidol.ac.th
โรงพยาบาลธนบรุ .ี (ม.ป.ป). การออกกำลังกายในผGปู kวยอwอนแรงกลาG มเนอื้ . คน$ เมื่อ 12 พฤษภาคม 2565 จาก
https://www.thonburihospital.com/การออกกำลงั กายในผป$ู วf ยออ1 นแรงกลา$ มเนือ้ .html
427
นวตั กรรมรองเท<าลดชา พาผอ] นคลาย
1.ชดิ าพร อุยยาหาญ1, จิราภรณ= แซฝH 1ู , กนษิ ฐา คลLายกระโทก1 , พนติ ตา พมุH ภูHศร1ี , วรศิ รา ผHองเกต1ุ , สนุ สิ า โภค
ทรัพย=1, อทิตยา ศรีประเสรฐิ 1 ชลธชิ า อากรกจิ 1 , วันเพ็ญ แวววรี คุปต=2*, พนติ นนั ท= แซHล้ิม2, และ อนัญญา โสภณ
นาค2
1นักศกึ ษาคณะพยาบาลศาสตร= มหาวทิ ยาลัยราชภฏั นครปฐม, นครปฐม
2อาจารย=คณะพยาบาลศาสตร= มหาวิทยาลัยราชภฏั นครปฐม, นครปฐม
*ผLูรับผิดชอบบทความ: [email protected]
บทคดั ยอ(
โรคเบาหวานเป_นโรคเรื้อรังที่มีจำนวนผู$ปfวยเพิ่มมากขึ้นอย1างต1อเนื่อง โรคเบาหวานทำให$เกิดภาวะแทรกซ$อนต1าง ๆ
มากมาย รวมทั้งการเกิดแผลที่เท$าซึ่งเป_นภาวะแทรกซ$อนที่พบบ1อย การศึกษานำร1องครั้งนี้มีวัตถุประสงค.เพื่อศึกษาผลของการใช$
นวัตกรรม “รองเท$าลดชาพาผ1อนคลาย” จากคนในชุมชนบ$านบ1อน้ำพุ หมู1 7 ตำบลทุ1งขวาง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม
พบคนในชุมชนปfวยเป_นโรคเบาหวานจำนวน 3 คน ที่เข$ารับบริการที่โรงพยาบาลส1งเสริมสุขภาพตำบลทุ1งขวาง โดยเลือกกล1ุม
ตัวอย1างแบบเจำะจง ทำการทดลองโดยการไปเยี่ยมบ$านและให$สวมใส1รองเท$าใน 1 วัน 2 ครั้ง เช$าและเย็น ครั้งละ 10-15 นำที
ทดลองเป_นระยะเวลา 1 สัปดาห. จากนั้นทดสอบการอาการเท$าชา จากแบบประเมินการตรวจเท$าเบื้องต$นด$วย Monofilament 4
จุด ประเมินการไหลเวียนโลหิตจากความรู$สึกผ1อนคลายที่เท$า และประเมินความพึงพอใจต1อนวัตกรรม เพื่อนำไปพัฒนำใช$สำหรับ
ผู$ปfวยโรคเบาหวานในครั้งต1อไป เครื่องมือที่ใช$ในการประเมินผลคือ โดยแบบสอบถามแบบประเมินความพึงพอใจ พบว1า หลังใช$
นวัตกรรมรองเท$าลดชา พาผ1อนคลาย ผู$ปfวยมีอาการเท$าชาลดลง รู$สึกผ1อนคลายที่เท$าและมีความพึงพอใจต1อนวัตกรรมในระดับดี
มาก
คำสำคัญ: ผ$ปู วf ยเบาหวาน,ระดบั อาการชา,นวัตกรรมรองเทา$ ลดชาพาผ1อนคลาย
428
1. ความเปgนมาและความสำคัญของปhญหา
โรคเบาหวานเป_นปÜญหาสาธารณสุขท่ีสำคัญทั่วโลก โดยเฉพาะโรคเบาหวานชนดิ ที่ 2 โรคเบาหวานเป_นโรคเรื้อรังที่มี่จำนวน
ผู$ปfวยเพิ่มมากขึ้นอย1างต1อเนื่อง โดยประเทศไทยมีผู$ปfวยเบาหวาน 4.4 ล$านคน มากเป_นอันดับ 4 ในภาคพื้นแปซิฟßก [1] ปÜญหา
หลักของการรกั ษาโรคเบาหวานในประเทศไทย คือ ผป$ู วf ยจำนวนมากไม1สามารถควบคมุ เบาหวานให$ลดลงตามเกณฑ.ปฏิบัตไิ ด$ [1]
โรคเบาหวานทำให$เกิดภาวะแทรกซ$อนต1าง ๆ มากมาย รวมทั้งการเกิดแผลที่เท$าซึ่งเป_นภาวะแทรกซ$อนที่พบบ1อย เกิด
จากปลายประสาทส1วนปลายเสื่อม ซึ่งเป_นภาวะแทรกซ$อนเรื้อรังที่พบบ1อยอย1างหนึ่งของโรคเบาหวาน ซึ่งจะมีผลให$เกิดอาการเท$า
ชา สูญเสียการรับสัมผัสที่เท$า และเป_นสาเหตุหลักของการเกิดแผลที่เท$าหากมีการติดเชื้อรุนแรงจะนำไปสู1การสูญเสียอวัยวะหรือ
เสียชีวติ ได$
อาการชาที่ปลายเท$าในผู$ปfวยโรคเบาหวานจะมีโอกาสเกิดมากกว1าคนทั่วไป มีอาการชาเกิดขึ้นที่เท$า ผู$ปfวยไม1รู$สึกตัวเม่ือ
เหยียบตะปูหรือของมีคม เนื่องจากเส$นประสาทส1วนปลายเสื่อมทำให$สูญเสียความรู$สึก ส1งผลให$เกิดแผลเรื่องรังที่เท$า นำมาซึ่งการ
สญู เสียเท$าในท่ีสดุ แต1อาการชาทีเ่ ทา$ นี้สามารถปอY งกันเพ่ือไมใ1 หเ$ กดิ การสญู เสียเท$าได$ [2-4]
พื้นที่ตำบลทุ1งขวาง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เป_นพื้นที่เปYาหมายในการพัฒนำสุขภาพของคณะพยาบาลศาสตร.
มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ในระหว1างวันที่ 7 -19 กุมภาพันธ. 2565 คณะผู$จัดทำซึ่งฝ°กปฏิบัติการพยาบาลชุมชน I ได$ลงสำรวจ
พื้นที่ชุมชนหมู1 7 ตำบลทุ1งขวาง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ได$พบว1ามีผู$ปfวยมีภาวะแทรกซ$อนจากการเป_นโรคเบาหวาน
จำนวน 19 คน หรือ ร$อยละ 17.27 ของประชาชนหมู1ที่ 7 โดยผู$ปfวยเหล1านี้ทุกคนมีอาการเท$าชา บางรายมีอาการเครียดร1วมด$วย
ส1งผลใหเ$ ป_นอปุ สรรคตอ1 การดำเนินชวี ิตประจำวนั และอาจเกดิ แผลที่เทา$ ตามมาได$ [5]
ด$วยเหตุผลดังที่กล1าวข$างต$น คณะผู$จัดทำตระหนักและให$ความสำคัญในการดูแลภาวะแทรกซ$อนของโรคเบาหวานจาก
อาการชาที่เท$าของผู$ปfวยโรคเบาหวาน ทำให$เกิดแนวคิดนวัตกรรม “รองเท$าลดชาพาผ1อนคลาย” แต1เนื่องด$วยสถานการณ.โควิด-19
ทำให$เกิดอุปสรรคในการลงพื้นที่เพื่อทำการทดลอง จึงเปลี่ยนจากการทดลองกับผู$ปfวยเบาหวานมาทดลองกับเจ$าหน$าที่โรงพยาบาล
ส1งเสริมสุขภาพตำบลทุ1งขวางแทน ทดสอบการไหลเวียนโลหิตทำให$เกิดการคลายที่เท$าเพื่อนำไปพัฒนำใช$สำหรับผู$ปfวย
โรคเบาหวานในคร้ังต1อไป
2. วัตถุประสงคk
วัคถปุ ระสงคkท่ัวไป
1. เพ่ือลดอาการเทา$ ชาในผู$ปfวยโรคเบาหวาน
วัตถปุ ระสงคเk ฉพาะ
1. เพอ่ื พัฒนำนวัตกรรม “นวัตกรรมรองเทา$ ลดชา พาผอ1 นคลาย
2. เพอื่ ศึกษาประสิทธผิ ลของนวัตกรรมรองเท$าลดชา พาผ1อนคลาย โดยประเมนิ จาก
2.1 เปรยี บเทียบจำนวนจดุ ที่มีอาการชาบรเิ วณเท$า กอ1 นและหลังการทดลอง
2.2 ประเมินความร$สู กึ ผ1อนคลายบรเิ วณเท$า
2.3 ประเมนิ ความพึงพอใจตอ1 นวัตกรรมที่พฒั นำข้ึน
429
3. กลมMุ เปmาหมาย
เจ$าหนา$ ที่ที่โรงพยาบาลส1งเสริมสุขภาพตำบลท1งุ ขวางจำนวน 4 คน และ ผ$ปู วf ยโรคเบาหวานท่ีมอี าการเท$าชาจำนวน 3 คน
4. กระบวนการพฒั นำ (ตามข้นั ตอน plan do check act)
4.1 Plan
1) ประชมุ ปรึกษาหารือกบั อาจารยป. ระจากลม1ุ และศึกษาข$อมูลปญÜ หาทีเ่ กดิ ขึ้นในชมุ ชน
2) ทบทวนวรรณกรรม/เอกสารที่เกี่ยวข$อง พบว1า มีการใช$ “นวัตกรรมลูกปÜดกดจุดลดอาการชาที่เท$าในกลุ1มผู$ปfวย
โรคเบาหวาน” [2] เป_นการศึกษาเพื่อศึกษาผลของการนวดกดจุดสะท$อนฝfาเท$าด$วยตนเองต1ออาการเท$าชาในผู$ที่มีภาวะ
เส$นประสาทส1วนปลายเสื่อมเนื่องจากโรคเบาหวาน โดยมีรายละเอียดนวัตกรรม คือ มีการนำไม$อัดขนำด 40×40 เซนติเมตรมี
ความหนำของแต1ละแผ1น 0.8 มิลลิเมตร และแผ1นยางรองเท$าที่จุดที่ใช$นวดกระตุ$นฝfาเท$าคือลูกปÜดไม$ทรงกลมขนำด
เส$นผ1าศูนย.กลาง 1.50 เซนติเมตร และทรงรีเส$นผ1าศูนย.กลาง 0.50 เซนติเมตร ทำการเย็บลงแผ1นยางรองเท$าด$วยเส$นเอ็นและยึด
แผ1นรองเท$ากับฐานรองเท$าด$วยกาวสำหรับทำรองเท$าจนได$นวัตกรรมลูกปÜดไม$นวดลดอาการชาในกลุ1มผู$ปfวยโรคเบาหวาน
ผลการวิจัย พบว1า ภายหลังการนวดของกลุ1มทดลองพบว1าจำนวนของอาการเท$าชาในวันที่ 1 มากกว1าวันที่ 7 วันที่ 1 มากกว1าวันที่
14 และวันท่ี 7 มากกว1าวันที่ 14 ซึ่งแสดงให$เห็นว1าการนวดกดจุดสะท$อนฝfาเท$าด$วยตนเองงานต1อเนื่องยิ่งทำให$จำนวนจุดของ
อาการเท$าชาลดลงและจากการเปรียบเทียบค1าเฉลี่ยจำนวนของการเท$าชาหลังนวดระหว1างกลุ1มทดลองกับกลุ1มควบคุมในวนั ที่ 1, 7
และ 14 พบว1าจำนวนจุดของอาการชาเท$าหลังการนวดวันท่ี 1 ยังไม1มีความแตกต1างกันส1วนสองครั้งหลังคือวันที่ 7 และวันที่ 14
จำนวนจุดของอาการเท$าชาของกลุ1มทดลองต่ำกว1ากลุ1มควบคุมทั้งสองครั้ง อาจบอกได$ว1าการนวดกดจุดสะท$อนฝfาเท$าด$วยตนเองมี
ผลทำให$จำนวนจุดของอาการเท$าชาลดลงได$และในกลุ1มทดลองจำนวน 19 รายนี้มีอยู1 2 รายที่เมื่อสิ้นสุดการวิจัยแล$วพบว1าจำนวน
จุดของอาการเท$าชาลดลงเหลอื ศนู ยค. ือสามารถรบั ความรู$สกึ จากการทดสอบดว$ ยเสน$ ใหญโ1 มโนฟßลาเมนท.ได$ทุกจดุ
การทบทวการศกึ ษาเกีย่ วกบั การนวดกดจุดสะทอ$ นฝfาเท$าด$วยตนเองตอ1 อาการเทา$ ชาในผทู$ ่มี ีภาวะเสน$ ประสาทส1วนปลาย
เสื่อมเน่อื งจากโรคเบาหวาน [3] ผลการวิจยั พบว1า อาการเทา$ ชาในผ$ูท่ีมภี าวะเสน$ ประสาทส1วนปลายเส่ือมเนือ่ งจากโรคเบาหวาน
ในกลุ1มท่นี วดกดจุดสะทอ$ นฝfาเท$าด$วยตนเองหลังนวดในวันที่ 7 และวันท่ี 14 นอ$ ยกวา1 กลุ1มทีไ่ ม1ได$นวดกดจดุ สะท$อนฝาf เทา$ ดว$ ย
ตนเองอยา1 งมนี ยั สำคญั ทำงสถติ ิ (p< .05 และ p< .01) อาการเท$าชาในผท$ู ่ีมีภาวะเสน$ ประสาทส1วนปลายเส่อื มเนือ่ งจาก
โรคเบาหวานภายหลงั นวดกดจดุ สะทอ$ นฝาf เท$าดว$ ยตนเองในวนั ที่ 1 วนั ท่ี 7 และวนั ที่ 14 นอ$ ยกว1ากอ1 นนวดกดจุดสะท$อนฝาf เทา$
ด$วยตนเองอย1างมนี ัยสำคัญทำงสถติ ิ (p< .01)
นอกจากนี้ ยงั มกี ารศกึ ษาวิจยั เกย่ี วกบั ผลของนวตั กรรมพรมมะคา1 ลดอาการชาทเี่ ทา$ ในผปู$ fวยเบาหวาน [4] ผลการวิจยั
พบว1า การใชน$ วตั กรรมประมาฆา1 ลดอาการชาทีเ่ ทา$ ในผู$ปวf ยเบาหวาน ทำให$กลุม1 ผปู$ fวยมีระดับอาการชาท่เี ท$าลดลงกวา1 ก1อนการใช$
อยา1 งมนี ัยยะสำคัญทำงสถิติ (p<0.05)
จากการทบทวนวรรณกรรม จงึ สรปุ ไดว$ 1า การนวด หรือ กดจดุ ที่ฝาf เท$าสามารถลดอาการชาในผ$ูปวf ยเบาหวานไดจ$ รงิ
งานวิจยั น้จี ึงพฒั นำต1อยอดจากงานวิจยั ทีไ่ ด$ทบทวน โดย ปรบั ให$มีการใช$เม็ดลำไยทม่ี อี ยู1ในชุมชนเปน_ สง่ิ ที่จะใช$นวด เพื่อกระตน$ุ ฝfา
430
เทา$ ปรับนวัตกรรมใหเ$ ปน_ การใชร$ องเทา$ ที่สวมใส1ได$สะดวกเป_นเคร่ืองมือในการนวดกระตุน$ ฝfาเทา$ และ คงใช$จดุ นวดเทา$ ตามที่
งานวจิ ัยได$พสิ ูจนแ. ลว$ ว1า จดุ นวดสะท$อนฝาf เทา$ นัน้ ๆ มีผลต1อการไหลเวยี ของโลหิตท่มี าเล้ยี งบริเวณฝfาเท$า
3) เสนอแบบนวัตกรรมใหอ$ าจารยป. ระจากลม1ุ เพ่ือพจิ ารณา
4) สรปุ แบบนวัตกรรมและวางแผนในการประดษิ ฐน. วัตกรรม
4.2 Do
1) เร่ิมออกแบบรองเทา$ และ รับบริจำคเม็ดลำไยจากประชาชนในชุมชน
2) ประดิษฐน. วตั กรรม จัดหาอปุ กรณ. ประกอบชน้ิ งาน ตามขน้ั ตอน ดังน้ี
2.1) เตรียมเมล็ดลำไยและรองเทา$ สลีปเปอร. แยกสว1 นประกอบโดยแยกแผน1 รองเทา$ ออกมาเพ่ือใช$ในการติดเมล็ด
ลำไยในแต1ละจุด
ภาพที่ 1 แยกพนื้ รองเทา$ สลีปเปอร.และเตรียมเมลด็ ลำไย
2.2) เมล็ดลำใย ใช$จำนวนข$างละ 44 เมลด็ รวม 1 ค1เู ท$ากับ 88 เมลด็
ภาพที่ 2 จุดนวดเทา$
431
2.3) ทำการยึดเมลด็ ดว$ ยกาว เย็บเมล็ดทบั อกี รอบลงบนแผ1นยางรองเท$าดว$ ยเส$นดา$ ย จากนั้นเยบ็ ปดß ฐานรองเทา$ เพ่ือ
ประกอบเป_นรองเทา$ จะไดน$ วตั กรรม “รองเทา$ ลดชาพาผ1อนคลาย”
ภาพที่ 3 รองเทา$ ลดชา พาผอ1 นคลายแบบสลปิ เปอร.
4.3 Check
1) นำเสนอนวตั กรรมกับอาจารยท. ปี่ รึกษาเพือ่ แกไ$ ข ปรบั ปรงุ นวตั กรรมตามขอ$ เสนอแนะ
2) ทดสอบกับนักศกึ ษา
3) ทดสอบกับอาจารย.
4) ทดสอบกบั เจา$ หนา$ ท่โี รงพยาบาลส1งเสริมสขุ ภาพตำบลทุง1 ขวางเพอ่ื ทดลองใช$งานจริงและเพอื่ รบั ข$อเสนอแนะจากการใช$
งานจรงิ ไดผ$ ลการทดสอบเบือ้ งต$น ดังตารางท่ี 1
432
ตารางท่ี 1 ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจจากกล@มุ ตัวอย@างผใู7 ช7รองเท7าลดชาพาผอ@ นคลาย ( n =4 )
ลำดับ หัวขAอการประเมิน ดีมาก 5 ระดับการวดั
(คน) ดี 4 ปานกลาง 3 นอA ย 2 นอA ยมาก 1
1 นวตั กรรมสามารถตอบป/ญหาของชมุ ชนได* (คน) (คน) (คน) (คน)
2 ใชง* านงาE ย สะดวก และจัดเกบ็ ไดส* ะดวก 3
3 มคี วามคดิ สรา* งสรรคUในการทำนวตั กรรม 2 1
4 มีความทันสมยั แปลกใหมจE ากการเรยี นร*ู 1 2
5 วสั ดอุ ปุ กรณทU ีใ่ ชท* ำนวัตกรรมมีความแขง็ แรงทนทำนและ 1 3
3
มีความปลอดภยั ตEอการใชง* าน 2 22
6 นวตั กรรมสามารถนำใชไ* ดจ* รงิ ในชมุ ชน 2
7 คาE ใชจ* าE ยในการทำนวตั กรรมเหมาะสม ไมแE พง 2 11
8 นวัตกรรมสามารถใช*ไดง* Eายและสะดวก 1 11
9 นวตั กรรมสามารถชEวยกระตน*ุ การไหลเวียนเลือดได*ดีและ 2
1 21
ชEวยลดอาการเทา* ชา 15
10 มกี ระบวนการพัฒนำนวตั กรรมใหด* ียงิ่ ข้ึน 75 21 2 2
ความถสี่ ะสม 2
คะแนนที่ไดA 18 3 4 4
คะแนนรวม
คะแนนเฉลีย่ 72 9 8
168
168*5/200 = 4.2 จาก 5 คะแนน
จากการทดสอบเบือ้ งต7น พบวา@ วัสดอุ ปุ กรณMทีใ่ ชท7 ำนวตั กรรมมคี วามแข็งแรงทนทำนและมคี วามปลอดภยั ตอ@ การใชง7 าน และ มีกระบวนการพัฒนำนวตั กรรม
ให7ดียิ่งข้นึ นวัตกรรมสามารถนำใชไ7 ดจ7 รงิ ในชุมชน และ นวตั กรรมสามารถชว@ ยกระตนุ7 การไหลเวียนเลอื ดได7ดีและชว@ ยลดอาการเท7าชา มีคะแนนในระดับต่ำ จงึ ต7องมี
การพัฒนำปรับปรงุ ช้ินงาน
4.4 Action
ปรบั ปรุงนวตั กรรม สรุปข7อเสนอแนะ ดงั นี้
1) เพิ่มจำนวนเมลด็ ในแต@ละจดุ เพ่ือให7เทา7 สมั ผสั ไดม7 ากขนึ้
2) เพม่ิ ขนำดไซสขM องรองเท7าเปน` แบบฟรไี ซสM
3) เพิม่ รองเทา7 เปน` ทง้ั แบบสลปิ เปอรM และ แบบหูคบี
4) เพิ่มชัน้ รองเท7าให7มีความแข็งแรงข้นึ เพือ่ ความปลอดภยั
433
2.4) ภาพท่ี 4 รองเทา7 ลดชา พาผ@อนคลาย แบบหคู บี
5. รายละเอยี ดและวธิ กี ารใชง, านนวตั กรรม
นวตั กรรม “รองเท$าลดชา พาผ1อนคลาย” ไดน$ ำไปทดลองประสทิ ธผิ ลของนวัตกรรมดว$ ยการศกึ ษานำรอ1 ง โดยทำการวิจัย
แบบกงึ่ ทดลอง (quasi-experimental) ในกลุ1มตัวอยา1 ง 1 กลุม1 วดั ก1อนและหลังการทดลอง กลม1ุ ตัวอย1างเป_นผป$ู วf ยเบาหวาน
จำนวน 3 คน สมัครใจเขา$ ร1วมการทดลองและมกี ารพทิ ักษ.สิทธติ์ ามหลกั จริยธรรมการวจิ ัยในมนุษย. กลุ1มทดลองไดส$ วมใสร1 องเทา$
เปน_ เวลา 7 วัน ใน 1 วัน จะทดลองใช$ 2 ครั้ง เช$าและเย็น คร้งั ละ10-15 นำที รวมระยะเวลาในการทดลอง 7 วนั
เครื่องมอื ทใี่ ช$ในการเก็บรวบรวมข$อมูล ประกอบดว$ ย แบบประเมินการตรวจเทา$ เบอื้ งตน$ ดว$ ย Monofilament 4 จดุ
สำหรับผป$ู fวยเบาหวาน (รปู ภาพที่ 5) และ ข$อคำถามว1า “ท1านรสู$ กึ อย1างไรเมื่อสวมใส1รองเท$า” เพอื่ ประเมนิ ความรส$ู ึกผ1อนคลายที่
เทา$ และ แบบสอบถามความพึงพอใจตอ1 นวตั กรรม ซง่ึ มลี ักษณะข$อคำถามเป_นแบบประเมินค1า 5 ระดบั ได$แก1 น$อยมาก นอ$ ย
ปานกลาง มากและมากที่สดุ เกณฑ.ระดบั การใหค$ ะแนนของความพงึ พอใจ นอ$ ยมาก = 1 คะแนน น$อย = 2 คะแนน ปานกลาง =
3 คะแนน มาก = 4 คะแนน และมากที่สดุ = 5 คะแนน
434
6. ผลการทดลองใชน, วตั กรรมและการอภิปรายผล
จากการทดลองใช$วตั กรรม “รองเท$าลดชา พาผอ1 นคลาย” ในผป$ู วf ยเบาหวาน จำนวน 3 คน ไดผ$ ล ดงั น้ี
6.1 ก@อนการทดลอง ผ7ูปวn ยเบาหวาน จำนวน 3 คน ท่ปี ลอดภยั จากโรคโควดิ -19 และ มอี าการเท7าชา ได7รบั การตรวจจดุ สญู เสยี ความรูส7 ึกทเ่ี ท7า พบวา@ ทุกคนมี
อาการชาที่เท7าต้งั แต@ 3 จดุ ขนึ้ ไป จึงทดลองใช7นวัตกรรมรองเท7าลดชาพาผ@อนคลาย โดยการสวมรองเทา7 และเดินในเวลา 10-15 นำทวี นั ละ 2 ครั้งเช7า 1 คร้งั เยน็ 1
คร้ัง เป`นระยะเวลา 7 วัน
ภาพที่ 5 แบบบนั ทกึ การตรวจเท7าเบ้อื งต7นสำหรับผป7ู nวยเบาหวาน
6.2 ประเมนิ ผลระดับอาการชาหลังการทดลองใช7นวตั กรรม ด7วย Monofilament 4 จุด สอบถามความรูส7 กึ ผ@อนคลายทเ่ี ท7า และประเมนิ ความพงึ พอใจ
หลงั การใช7นวตั กรรม ไดผ7 ลดงั นี้
ขVอมูลท่วั ไปของกลมHุ ทดลอง
กล@ุมทดลองเปน` ผู7ปnวยโรคเบาหวานในชุมชนตำบลทงุ@ ขวาง จำนวน 3 คน เขา7 ร@วมโครงการด7วยความสมคั รใจและผา@ นการตรวจคดั กรองโรคโควดิ -19 ท้ัง
3 คนเป`นเพศหญงิ อายอุ ย@ูระหวา@ ง 58-62 ปO ระยะเวลาปnวย 8-21 ปO รกั ษาดว7 ยการรบั ประทำนยาควบคุมระดับน้ำตาลอยา@ งน7อย 1 ชนดิ ควบคมุ โรคไดบ7 7างไมไ@ ด7
บ7าง ทุกคนมีอาการเท7าชามาแลว7 อย@างนอ7 ย 2 เดือน
ผลการตรวจอาการชาของเทVาดวV ย Monofilament 4 จดุ พบวา@ จำนวน 1 คน จุดทีม่ ีอาการชาไมเ@ ปล่ียนแปลง และ จำนวน 2 คน บริเวณเทา7 ที่มี
อาการชาดขี ้นึ อยา@ งน7อย 1 จดุ ดังตารางที่ 2 ผลการทดลอง พบวา@ กล@ุมตวั อยา@ งทุกคนให7ข7อมลู วา@ หลงั สวมใส@รองเทา7 ร7ูสกึ เทา7 3 วนั ร7ูสึกวา@ เทา7 ทีช่ ามีการผ@อนคลาย
มากข้นึ แมจ7 ะยงั มอี าการชาอย@ู
435
ตารางที่ 2 ผลการตรวจอาการชาของเทา7 ด7วย Monofilament 4 จุด ในกลม@ุ ตวั อยา@ ง ก@อนและหลงั การทดลอง
กลมุE ตัวอยาE ง อาการชาของเทา* ตรวจดว* ย Monofilament 4 จดุ
คนที่ 1 กอE นการทดลอง (จุด) หลังการทดลอง (จุด)
คนท่ี 2
คนท่ี 3 43
44
32
ผลการประเมินความพึงพอใจจากกลมุ@ ตัวอยา@ งท่ีเปน` ผู7ปnวยโรคเบาหวานและทดลองใชร7 องเท7าลดชาพาผ@อนคลาย พบวา@ คะแนนความพึงพอใจอยใู@ นระดบั สงู
มาก ดงั ตารางท่ี 3
ตารางท่ี 3 ผลการประเมนิ ความพึงพอใจจากกลHมุ ตวั อยาH งที่เปนh ผูVป\วยโรคเบาหวานและทดลองใชVรองเทVาลดชาพาผHอนคลาย ( n =3 )
ลำดับ หัวขอA การประเมนิ ดมี าก 5 ระดบั การวดั
(คน) ดี 4 ปานกลาง 3 นอA ย 2 นอA ยมาก 1
1 นวัตกรรมสามารถตอบปญ/ หาของชุมชนได* (คน) (คน) (คน) (คน)
2 ใช*งานงEาย สะดวก และจัดเก็บไดส* ะดวก 2
3 มคี วามคิดสรา* งสรรคUในการทำนวัตกรรม 3 1
4 มีความทนั สมยั แปลกใหมจE ากการเรียนรู* 2
5 วสั ดอุ ปุ กรณUทใ่ี ชท* ำนวตั กรรมมคี วามแขง็ แรงทนทำนและ 2 1
2 1
มคี วามปลอดภัยตอE การใชง* าน 1
6 นวัตกรรมสามารถนำใช*ไดจ* รงิ ในชุมชน 3
7 คาE ใช*จEายในการทำนวตั กรรมเหมาะสม ไมแE พง 3 2
8 นวัตกรรมสามารถใช*ได*งาE ยและสะดวก 3 6
9 นวัตกรรมสามารถชEวยกระต*นุ การไหลเวยี นเลอื ดได*ดแี ละ 3 24
ชEวยลดอาการเท*าชา 1 144
10 มกี ระบวนการพัฒนำนวัตกรรมให*ดยี ่งิ ขึน้ 24 144*5/150 = 4.8 จาก 5 คะแนน
ความถส่ี ะสม 120
คะแนนทีไ่ ดA
คะแนนรวม
คะแนนเฉลยี่
436
อภปิ รายผล
ผลการวิจัยพบว@า ภายหลังการนวดของกลุ@มทดลองพบว@า จำนวนของอาการเท7าชาในวันที่ 1 มากกว@าวันท่ี 3 และวันท่ี 7 โดยที่วันที่ 3 เริ่มรู7สึกผ@อนคลาย
และวันที่ 7 อาการชาเริ่มลดลง ซึ่งแสดงให7เห็นว@าการกดจุดสะท7อนฝnาเท7าด7วยเม็ดลำไยในรองเท7าอย@างต@อเนื่อง จะทำให7จำนวนจุดของอาการเท7าชาลดลง และจาก
การเปรียบเทียบจำนวนจุดที่มีการชาที่เท7าชา หลังสวมรองเท7าในกลุ@มทดลองในวันที่ 7 พบว@า จำนวนจุดของอาการชาเท7าลดลง อย@างน7อย 1 จุด ในกลุ@มตัวอย@าง 2
จาก 3 คน โดยการทดสอบด7วยเส7นโมโนฟลx าเมนทM 4 จุดท่เี ท7า
จากการทดลองนี้ มีการนำการผลลำไยมาวางตามจุดกระตุ7นฝnาเท7าทำให7ลูกลำไยกดจุดที่สะท7อนฝnาเท7าทำให7กระตุ7นการไหลเวียนของเลือดเกิดการไหลเวียน
เพิ่มขึ้น เส7นประสานจึงมีการปรับสภาพทำให7รู7สึกว@ามีการลดอาการชาที่เท7า การวางจุดเมล็ดลำไยในนวัตกรรมรองเท7าลดชาพาผ@อนคลาย เป`นการวางบนบนแผ@นรอง
รองเท7าที่สามารถเคลื่อนไหวไปพร7อมกับเท7าได7 เป`นการพัฒนำให7รองเท7ามีการกดจุดที่สามารถสวมใส@และเดินได7เพื่อเพิ่มการกดจุดนวดให7มีความสะดวก พกพาได7ง@าย
มากขน้ึ และการกดจดุ นวดฝาn เทา7 ทำใหเ7 ลอื ดไหลเวยี นดขี น้ึ ผส7ู วนใสจ@ งึ รส7ู กึ ผอ@ นคลายและมผี ส7ู วมใสจ@ ำนวน 2 คนมอี าการชาลดลงอยา@ งรส7ู กึ ไดช7 ดั เจน สอดคลอ7 งกบั การ
ใช7การกดจุดนวดฝnาเท7า [2-4] ที่สามารถลดอาการชาของเท7าได7เช@นกัน นวัตกรรม “รองเทVาลดชาพาผHอนคลาย” ทำจากวัสดุที่หาได7ง@ายจากท7องถิ่น ไม@ต7องซ้ือ
หลายครัวเรือนปลูกลำไยทิ้งไว7ข7างบ7าน ทำให7คนในชุมชนสามารถประดิษฐMรองเท7านี้ขึ้นมาใช7ได7เอง นวัตกรรม “รองเทVาลดชาพาผHอนคลาย” จึงทำได7ง@าย ประหยัด
วัสดุหาได7จากท7องถิ่นหรือในครัวเรือนอันเป`นการส@งเสริมการใช7ชีวิตตามแนวคิดวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ที่ดูแลสุขภาพตนเองด7วยทรัพยากรและภูมิความร7ูในชุมชน ทั้งนี้ผู7
ทดลองสวมใส@รองเท7ามีความพึงพอใจในนวัตกรรมในระดับสูง จึงสรุปว@า นวัตกรรม “รองเท7าลดชาพาผ@อนคลาย” สามารถเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตที่เท7า ช@วยให7
ผ@อนคลาย และ ลดอากรชาของเทา7 ในผป7ู วn ยโรคเบาหวานได7 ผูใ7 ชม7 ีการยอมรับนวตั กรรมและเกดิ ความพงึ พอใจ
7. ขVอเสนอแนะ
1. ศึกษาประสทิ ธิผลของนวตั กรรมในผ7ปู nวยโรคเบหวานจำนวนมากขึ้น อยา@ งน7อย 30 รายขน้ึ ไป และ ออกแบบการศกึ ษาให7มีกลม@ุ เปรียบเทียบ เพ่ือวเิ คราะหM
ประสิทธิภาพของนวัตกรรม ตอ@ ไป
2. เพ่มิ ระยะเวลาในการศึกษาเพ่ือทดสอบความคงอยขู@ องการยอมรบั นวัตกรรม
8. เอกสารอาV งอิง
[1] สมาคมโรคเบาหวานแหง@ ประเทศไทย. (2562). แนวทำงเวชปฏิบัตสิ ำหรบั โรคเบาหวาน 2561. คน7 เม่อื 15 เมษายน 2565 จาก
https://www.dmthai.org/index.php/knowledge/healthcare-providers/cpg/435-guideline-diabetes-care-2018
[2] ณฐมน สบื ชุย, ศศธิ ร สกลุ กมิ , ภคั จุฑานนั ทM สมมงุ@ , จฑุ ารตั นM พิมสาร, กาญจนำ เพชรลอื ชา และอรวรรณ วิมลทอง. (2560).
ประสิทธิผลของนวตั กรรมลกู ปtดนวดกดจุดลดอาการชาทีเ่ ท7าในกลุ@มผ7ปู nวยโรคเบาหวาน. กาV วทนั โลกวทิ ยาศาสตร,E 17 (1), 87-98.
[3] อมติ า ปรารมภM, ทวลี กั ษณM วรรณฤทธ์ิ และมยลุ ี สำราญญาต.ิ (2560). ผลของการนวดกดจุดสะท7อนฝาn เท7าดว7 ยตนเองตอ@ อาการเท7าชาในผู7ท่มี ภี าวะเสน7 ประสาท
สว@ นปลายเสื่อมเนอ่ื งจากโรคเบาหวาน. พยาบาลสาร, 44 (2), 68-77.
[4] ศศิธร สกลุ กมิ , พมิ พMวดี โรจนMเรืองนนท,M ปญt ญา ปรุ สิ าย, กาญจนำ วนิ ทะไชยM และกจิ จำ จติ รภริ มยM .(2561). ผลของการใช7นวัตกรรมพรมมะค@าลดอาการชาที่
เท7าในผูป7 nวยเบาหวาน ณ โรงพยาบาลส@งเสริมสขุ ภาพตำบลบ7านหนองนกชุม. วารสารควบคมุ โรค, 44 (3), 258-273.
[5] คณะพยาบาลศาสตรM มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครปฐม. (2565). รายงานการฝกn ปฏบิ ตั ิงานรายวชิ าปฏบิ ัตกิ ารพยาบาลชุมชน I ณ รพ.สต.ทHุงขวาง. นครปฐม.
รายงาน.
437
ลกู ประคบ ก<นกระทะ
กิรณานนั ท= สนธิธรรม1,รัตนำภรณ= โยธา2, สริ ิกญั ญา ทองวาส2 ,กานตม= ณี พรมชาต2ิ , ภานุรตั น= ผาอินดี2 ,
สวุ รรณา ตองอบ2, ธติ ิมา อามาตยม= นตรี2
1อาจารย=กลHุมวิชาการพยาบาลชุมชน คณะพยาบาลศาสตร= มหาวทิ ยาลยั ราชรLอยเอด็ , รอL ยเอด็
2นกั ศึกษาพยาบาลศาสตร= คณะพยาบาลศาสตร= มหาวทิ ยาลยั ราชรLอยเอ็ด, รอL ยเอ็ด
*ผLูรับผดิ ชอบบทความ: email [email protected]
บทคัดยอH
นวัตกรรมลูกประคบก7นกระทะ มีวัตถุประสงคMเพื่อพัฒนำนวัตกรรมลูกประคบ ก7นกระทะ และศึกษาประสิทธิผลของนวัตกรรมลูกประคบ ก7นกระทะ
สำหรับผู7สูงอายุที่มีปtญหาปวดเข@า โดยมีขั้นตอนการพัฒนำนวัตกรรม 7 ขั้นตอน ดังนี้ 1) ศึกษาปtญหาที่เกิดขึ้นกับผู7สูงอายุที่มีปtญหาปวดเข@า 2) ศึกษาสภาพปtญหา
และรูปแบบนวัตกรรมประคบก7นกระทะ ที่เหมาะสมต@อการใช7งาน 3) การศึกษาแนวคิดทฤษฎีในการสร7างและพัฒนำนวัตกรรม 4) สร7างนวัตกรรมลูกประคบก7น
กระทะสำหรับผู7สูงอายุที่มีปtญหาปวดเข@า 5) การประเมินคุณภาพนวัตกรรมโดยผู7เชี่ยวชาญ และปรับปรุงนวัตกรรม 6) ทดลองใช7นวัตกรรมกับกลุ@มตัวอย@าง จำนวน 10
คน 7) ประเมินประสิทธิผลนวัตกรรมในระดับมากที่สุด ค@าเฉลี่ยเท@ากับ 4.75 ส@วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท@ากับ 0.53 นวัตกรรมสามารถลดความปวดให7กับผู7สูงอายุที่มี
ภาวะปวดเข@าได7รอ7 ยละ 100
สรุปวา@ นวัตกรรมสามารถลดความปวดให7กบั ผส7ู งู อายทุ ีม่ ภี าวะปวดเขา@ ได7รอ7 ยละ 100
ข7อเสนอแนะ ให7ใช7สมุนไพรในท7องถิ่นมาทำลูกประคบเพื่อลดต7นทุน และ ทำการศึกษาเปรียบเทียบผลการใช7นวัตกรรมระหว@าง 2 กลุ@ม คือ กลุ@มที่ไม@ได7
นวตั กรรม กับกลม@ุ ทใี่ ช7นวตั กรรม
คาํ สําคัญ ลกู ประคบ, สมนุ ไพรลดปวด , หินภูเขาไฟ
438
Thai Herbal Compress balls innovation
Abstract
Thai Herbal Compress balls innovation, the objective is to develop innovative Thai herbal compress
ball and research the effectiveness of the innovation of the Thai herbal compress ball for elderly people
suffering from knee ache. This study also included developing and testing the efficiency of the Thai herbal
compress ball, which consisted of 7 steps. 1) Studying about knee pain problems in the elderly. 2) Studying the
condition of the problem and the form of the innovative Thai herbal compress ball. 3) Studying concepts and
theories in the creation and development of innovations. 4) Developing an innovative Thai herbal compress
ball for the elderly with knee pain. 5) Assessing an Innovative quality by experts and improving the innovation.
6) Experimenting the innovation with a sample of 10 people. 7) Evaluating innovation effectiveness at the
highest level, average = 4.75 ,SD =.53
To conclude, the concept in this innovation has the high potential to lessen pain in the elderly people
suffering from knee pain by 80%.
Recommendations: Using local herbs as ingredients in Thai herbal compress can reduce costs. and
conducting a comparative study of the results of using innovations between 2 groups, namely the non-
innovative group and the innovation group, to see the difference.
Keywords: Thai herbal compress ball, Herbal painkillers, Volcanic rock
439
1. ความเปนg มาและความสำคัญของปhญหา
อาการปวดหลังเป_นปÜญหาสุขภาพด$านระบบกระดูกและกล$ามเนื้อในผู$ที่อยู1ในวัยทำงานอายุ 20-60 ปdพบว1า ร$อยละ 34
มีอาการปวดหลังส1วนล1างในรอบ 1 ปdที่ผ1านมา ซึ่งอาการปวดหลังส1วนล1างส1งผลกระทบต1อการใช$ชีวิตประจำวันและการทำงาน จน
นำมาสู1ภาวะทุพพลภาพหรือการจำกัดความสามารถของร1างกาย อาการปวดหลังแบบไม1ทราบสาเหตุเป_นอาการที่พบได$มากที่สุด
ซึ่งเกิดจากสาเหตุลักษณะท1าทำงการทำงานที่ไม1เหมาะสมโดยมีลักษณะท1าทำงที่มีการบิดหรือเอี้ยวลำตัว การก$ม ๆ เงย ๆ การยก
ของหนัก หรือการสัมผัสแรงสั่นสะเทือนขณะทำงาน การรักษาอาการปวดหลังสามารถทำได$หลายวิธี เช1น การนอนพัก ใช$ยา การ
ได$รับความรู$เกี่ยวกับการดูแลตนเอง การออกกำลังกายและการรักษาทำงกายภาพบำบัด ซึ่งการรักษาด$วย การประคบร$อนเป_นการ
รักษาที่นิยมนำมาใช$เพื่อลดอาการปวดหลัง การใช$แผ1นประคบร$อน ให$ประโยชน.ในการรักษาหลายประการ ได$แก1 เพิ่มการ
ไหลเวียนของโลหิต ลดอาการปวด ลดการเกร็งตัวของกล$ามเนื้อ และเพิ่มความยืดหยุ1นของเนื้อเยื่ออ1อน (ณิชาภา พาราศิลปŒ, ศิริน
ทิพย. คำฟู, อรรจน.มน ธรรมไชย, 2563) แต1อย1างไรก็ตามพบว1าการประคบด$วยความร$อนน้ันมีหลายวิธี อาทิ แผ1นประคบร$อน ถุง
ประคบร$อนบรรจุเมล็ด ธัญพืช หรือการใช$สมุนไพรประจำท$องถิ่นร1วมกับ ผลของแผ1นประคบร$อนข$าวผสมสมุนไพรไทยต1ออาการ
ปวดหลังส1วนล1าง เมลด็ ขา$ วจดั ทำเป_นแผน1 ประคบรอ$ นเพื่อบรรเทำ อาการปวด (ปาจรยี . มานอ$ ย และคณะ, 2563)
ปÜญหาปวดข$อเข1าทำให$ผู$สูงอายุเกิดความยากลำบากในการเคลื่อนไหว ส1งผล ให$คุณภาพชีวิตของผู$สูงอายุลดลง เป_น
อุปสรรคในการเข$าสังคมทำให$สูญเสียเวลาและค1าใช$จ1ายในการรักษาจำนวนมาก และส1งผลต1อร1างกายจากการใช$ยาแก$ปวด หรือ
วิธีการจัดการอาการปวดที่ไม1เหมาะสม อาการปวดข$อเข1าสามารถที่จะบรรเทำได$โดยไม1ต$อง ใช$ยาแก$ปวด เช1น การนวดแผนไทย
การใช$ความร$อน และการใช$ลูกประคบสมุนไพร โดยพบว1าการใช$ความร$อนส1งผลทำให$เพิ่มอุณหภูมิบริเวณผิว เพิ่มการคลายตัวของ
กล$ามเนื้อ ลดระดับความปวด งานวิจัยที่ผ1านมาพบว1า การประคบลูกประคบสมุนไพร (จักรพันธ. กฤตมโรรถ, ศิรินำถ แต$มคม,
2551) ส1งผลทำให$เพิ่มการไหลเวียนของโลหิตบริเวณผิวหนัง ลดการหลั่งของสารที่ทำให$เกิดการอักเสบ และเพิ่มความยืดหยุ1นของ
กล$ามเนื้อ จะเห็นได$ว1าการประคบด$วยลูกประคบสมุนไพรส1งผลทำให$ลดอาการปวดของกล$ามเนื้อที่สัมพันธ.กับการเพิ่มความ
ยืดหยุ1น ช1วงการเคลื่อนไหว และเพิ่มการไหลเวียนโลหิต (อรวรรณ คล$ายสังข.และ สุภาภรณ. ศิลาเลิศเดชกุล, 2563) ในการดูแล
ผู$สูงอายุที่มีปÜญหา ปวดข$อเข1า จะให$บริการและการรักษาตามอาการ เช1น ปวด ให$ยารักษาอาการปวด ยังขาดแนวปฏิบัติเฉพาะ ใน
การให$บริการสำหรับผู$สูงอายุปวดข$อเข1าในสถานบริการและในชุมชน จากปÜญหาและความสำคัญดังกล1าวทำให$ ผู$วิจัยสนใจที่จะ
ศึกษาการพัฒนำการดูแลผู$สูงอายุที่มีปÜญหาปวดข$อเข1าในชุมชนเพื่อให$ผู$สูงอายุสามารถที่จะจัดการกับอาการปวดได$อย1างเหมาะสม
และมีความมั่นใจในการปฏิบัติกิจกรรมลดปวด โดยใช$ลูกประคบสมุนไพรแทนการใช$ยาแก$ปวดได$ (ชาภา พาราศิลปŒ, อรรจน.มน
ธรรมไชย, พุทธพิ งษ. พลคำฮัก และวีระศักดิ์ ตะ∞ ปÜญญา, 2559). และเป_นการปอY งกนั ความเสอื่ มท่ีจะเกิดขึน้ จาก อาการปวดข$อ และ
การใช$งานข$อผิดวิธี นอกจากนี้ยังมีการศึกษาการพัฒนำลูกประคบสมุนไพรหินภูเขาไฟ สำหรับให$บริการงานการแพทย.แผนไทย
โรงพยาบาลหลวงพ1อเปß…น จังหวัดนครปฐมงานพบว1าใน การประคบสมุนไพร 1 ลูก ต1อ 1 คน ประคบได$นำน 20 นำที ขณะทำการ
ประคบด$ามจับถนัดมากขึ้น คล1องตัวใช$งานง1ายรวดเร็วทันต1อเวลา มีประสิทธิภาพทำงด$านความร$อนเพิ่มขึ้น และมีความร$อนที่คงท่ี
กวา1 ลกู ประคบสมนุ ไพรแบบเดิม และตอบสนองความตอ$ งการของผู$ให$บริการและผูร$ ับบริการ
จากการที่ได$ฝ°กประสบการณ.ในการลงชุมชนและทำการการสำรวจภาวะสุขภาพผู$สูงอายุในตำบลเหล1าแขม ตำบลเกาะ
แก$ว อำเภอเสลภูมิ และประเมินความปวดด$วยเครื่องมือ แบบประเมิน Visual Analogue Pain Scale พบว1า มีปÜญหาเกี่ยวกับข$อ
เสื่อม ร$อยละ 56.75 ซึ่งคณะผู$จัดทำเห็นปÜญหาและความสำคัญอาการปวด บวม จึงหาแนวทำงการบรรเทำอาการปวดบวมของ
440
กล$ามเนื้อในผู$สงอายุให$มีความสุขสบายในการใช$ชีวิตประจำวัน ผู$จัดทำนวัตกรรมมีเครื่องมือในการ ผู$สูงอายุปวดข$อเข1าที่
เหมาะสมกบั บรบิ ทของพ้นื ที่ คณะผจ$ู ดั ทำจงึ ได$ศกึ ษาและคดิ ค$นนวตั กรรม “ลูกประคบ กน$ กระทะ” สามารถช1วยลดปวดในผ$ูสูงอายุ
ได$เป_นอย1างดีในผู$สูงอายุ ยังเป_นนวัตกรรมที่ใช$วัสดุอุปกรณ.ที่หาได$ง1าย และสามารถทำได$ง1าย อีกท้ังการใช$นวัตกรรมชิ้นนี้สามารถ
ใช$งานได$อย1างง1ายอีกด$วยผู$จัดทำนวัตกรรมมีเครื่องมือในการประเมิน Visual Analogue Pain Scale ผู$สูงอายุปวดข$อเข1าที่
เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ และมีแนวปฏิบัติเฉพาะในการดูแลผู$สูงอายุปวดข$อเข1า ในชุมชน จากการที่ได$ฝ°กประสบการณ.ในการ
ลงชุมชนตำบลเกาะแก$ว รายวิชาปฏิบัติการพยาบาลผู$สูงอายุ 1 พบว1า มีปÜญหาเกี่ยวกับข$อเสื่อม ร$อยละ 56.75 ซึ่งคณะผู$จัดทำเห็น
ปÜญหาและความสำคัญอาการปวด บวม จึงหาแนวทำงการบรรเทำอาการปวดบวมของกล$ามเนื้อในผู$สงอายุให$มีความสุขสบายใน
การใชช$ ีวติ ประจำวัน เพอ่ื ให$ผูส$ งู อายุมีคณุ ภาพชวี ิตทด่ี ตี อ1 ไป
2. วัตถุประสงคk
1.เพ่ือสร$างนวตั กรรมลกู ประคบ กน$ กระทะ เพือ่ ลดความปวดผ$สู ูงอายุปวดขอ$ เขา1
2.เพ่อื ประเมนิ ความพึงพอใจต1อการใชล$ ูกประคบเพื่อลดความปวดผส$ู ูงอายปุ วดข$อเข1า
3. กลMุมเปmาหมาย
กลมุ1 ผ$ูสงู อายอุ ายุ 60 ปdขนึ้ ไปท้งั เพศชายและหญงิ ทม่ี อี าการปวดเขา1 จำนวน 10 คน
4. กระบวนการพฒั นำ (ตามขนั้ ตอน plan do check act)
ขั้นตอนที่ 1 วางแผน (Plan) สำรวจปÜญหาด$านสุขภาพของผู$สูงอายุในชุมชน ประชุมกลุ1มและเลือกหัวข$อนวัตกรรม ศึกษา
แนวคิด ทฤษฎี เอกสารงานวิจัยและทบทวนวรรณกรรมข$อมูลรายละเอียดทำงการแพทย. เกี่ยวกับกายวิภาค สรีรวิทยาที่เกี่ยวกับ
ผู$สูงอายุที่มีปÜญหาปวดเข1า เพื่อวางแผนพัฒนำ รูปลักษณ.นวัตกรรม รวมทั้งคัดกรองผู$สูงอายุที่มีปÜญหาปวดเข1า จากแบบประเมินวัด
ระดบั ความปวดตาม Visual Analogue Pain Scale
ขนั้ ตอนท่ี 2 สร$างนวตั กรรม (Do) โดยออกแบบรูปรา1 งนวัตกรรมดว$ ยการ ดงั น้ี
6) ประชมุ ร1วมกับผเ$ู ช่ยี วชาญด$านการใชห$ ินลดปวด สรา$ งรปู แบบโครงสร$างนวตั กรรม การใชห$ ิน
7) ดำเนินการประดษิ ฐช. ิ้นงานนวตั กรรมตามรูปแบบและขนึ้ ตอนการประดิษฐ. ร1วมกบั ช1างตดั เยบ็
8) ผ$จู ดั ทำนวัตกรรมไดน$ ำช้นิ งานนวตั กรรมมาใช$ดว$ ยตนเอง ก1อนนำไปใช$กบั ผู$รับบริการ
9) ผู$จัดทำมกี ารแกไ$ ขนวัตกรรมตามรปู แบบและข้นั ตอนการประดษิ ฐ. ร1วมกบั กบั ผ$เู ชี่ยวชาญไดป$ รบั ตัวชน้ิ งานนวัตกรรม
10) เร่ิมทำการทดลองใชน$ วัตกรรมกับผู$รับบรกิ ารในชมุ ชนบา$ นเหล1าแขม
ขั้นตอนที่ 3 ทดลองใช$และปรับปรุง (Check) โดยการนำนวัตกรรมที่สร$างมาตรวจสอบคุณภาพโดยผู$ทรงคุณวุฒิจำนวน 3
ท1าน ตรวจสอบการใช$ตลอดจนปÜญหาอุปสรรคในการใช$งาน และนำไปทดลองใช$กับผู$สูงอายุที่มีอาการปวดเข1า ซึ่งอาศัยในชุมชน
บา$ นเหลา1 แขม ตำบลเกาะแก$ว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดรอ$ ยเอด็ จำนวน 10 คน เป_นเวลา 2 สัปดาห. ต1อเน่ือง สรุปผลการใช$นวัตกรรม
และประเมินความพึงพอใจต1อนวตั กรรมลกู ประคบ ก$นกระทะ ลดอาการปวด
5. รายละเอียดและวิธีการใช,งานนวตั กรรม
5.1 จดั เตรยี มวสั ดุอุปกรณท. ่ีใชใ$ นการประดษิ ฐ. ดังน้ี
441
1. จัดเตรียมผ$า Cotton ขนำด 12x45 เซนติเมตร เนื้อผ$านุ1ม ไม1ร$อน สามารถระบายอากาศ หรือ ความร$อนได$ดี ดูดซับ
เหงอ่ื เหมาะสำหรบั ผูท$ ่ีทำกิจกรรมกลางแจง$ ดังภาพที่ 1
2. จัดเตรียมผ$าขนำด 60 x 60 เซนติเมตร มีเนื้อสัมผัสที่แข็ง ยืดหยุ1นได$ สากเล็กน$อย ไม1ลื่นเป_นมัน มีความทนทำนสูง จึง
เหมาะตอ1 การบรรจุหิน ดงั ภาพท่ี 2
ภาพที่ 1 ผ*าคอตตอน ขนำด 12x45 เซนติเมตร ภาพท่ี 2 . ผ*าดิบ 60 x 60 เซนติเมตร
ทมี่ า : (กริ ณานันทU สนธธิ รรมและคณะ, 2565) ทีม่ า :( กิรณานนั ทU สนธธิ รรมและคณะ, 2565)
3.ผ$ามีเน้ือผา$ ท่ีบางขนำด 60 x 60 เซนตเิ มตรทนตอ1 ความร$อนจากไอน้ำได$ดี ไมห1 ด ไม1ลุย1 และไม1ย1น เพ่ือไม1ใหต$ ัวสมุนไพรหลุด
ออกมาจากตัวผา$ ได$ ดังภาพที่ 3
4. ใช$เข็มเยบ็ เพอ่ื ประหยดั รายจ1ายสามารถออกแบบดัดแปลงใหเ$ หมาะสมได$และกรรไกรเป_นส่งิ จำเปน_ และสำคญั มากในการตัดเย็บ
เส้อื ผ$า ดังภาพท่ี 4
ภาพที่ 1 ผ*าคอตตอน ขนำด 60x60 เซนตเิ มตร ภาพท่ี 4 เข็ม ด*าย กรรไกร
ท่มี า : (กริ ณานันทU สนธิธรรมและคณะ, 2565)
ท่มี า : (กิรณานนั ทU สนธิธรรมและคณะ, 2565)
5. ใช$จักรในการเยบ็ ผา$ จะชว1 ยใหก$ ารเย็บแข็งแรงมากข้ึน และสามารถทนต1อการใช$งานไดน$ ำน ดงั ภาพที่ 5
442
6. หนิ ภูเขาไฟ 100 กรัม นำ้ หนักเบา ชว1 ยเกบ็ ความรอ$ นใหอ$ ยน1ู ำน ดังภาพที่ 6
ภาพที่ 5 จกั รเย็บผ*า ภาพที่ 6 หนิ ภเู ขาไฟ
ท่มี า : (กิรณานนั ทU สนธิธรรมและคณะ, 2565) ท่ีมา : (กริ ณานนั ทU สนธิธรรมและคณะ, 2565)
7. เชอื ก มคี วามเหนยี วทนทำน และแข็งแรง เหมาะสำหรบั ผูกสิง่ ของตา1 งๆ ดังภาพ 7
ภาพที่ 7 เชือก
ท่ีมา : (กริ ณานันทU สนธธิ รรมและคณะ, 2565)
5.2 วิธกี ารทำสมนุ ไพร
1. การเตรยี มสมุนไพร นำสมุนไพรสดประกอบด$วย ขมิ้น ไพล ตะไคร$ ผิวมะกรูด ใบหนำด ใบมะขาม และเกลอื นำสมนุ ไพรหนั่
และโขลกพอหยาบ ใส1เกลอื คลุกใหเ$ ข$ากนั นำสว1 นผสมสมนุ ไพรท่ผี สมแล$วพักทงิ้ ไวใ$ นภาชนะ
2.วธิ กี ารทำผา$ หรือช้ินงาน
1. เตรียมวสั ดอุ ปุ กรณ. ประกอบดว$ ย ผา$ ดบิ ผา$ cotton ผา$ ขาวบาง เข็ม ดา$ ย กรรไกร จกั รเย็บผ$า
2. ตัดผา$ cotton 1 ชน้ิ และผา$ ขาวบาง 1 ชนิ้ ขนำด 60 x 60 เซนติเมตร ดงั ภาพที่ 8
3. นำผา$ ท่ีตัดไวว$ างประกบกัน โดยผา$ cotton อย1ูชั้นนอกและผา$ ขาวบางอยด1ู า$ นใน ดังภาพท่ี 9
4. เย็บผ$าตรงกลางผา$ เปน_ วงกลม โดยไมต1 $องเยบ็ ปดß หมด เหลือชอ1 งสำหรบั ใส1สมนุ ไพรและชอ1 งใส1หนิ ไวป$ ระมาณ 2 น้วิ ดงั
ภาพที่ 10
5. ตัดผา$ ดิบ 2 ช้ินเป_นวงกลม จากนั้นนำหินภเู ขาไฟ 1 ขดี (100 กรัม) ใส1เข$าไปในผ$า แล$วเยบ็ ปลายผ$าให$สนทิ
443
ภาพท่ี 8 ตัดผา* cotton 1 ชิน้ และผา* ขาวบาง 1 ชิน้ ภาพท่ี 9 วางผา* ประกบกนั โดยผ*า cotton อยูชE ั้นนอกและผ*าขาวบาง
ที่มา : (กริ ณานันทU สนธิธรรมและคณะ, 2565)
อยูEด*านใน
ที่มา : (กิรณานนั ทU สนธิธรรมและคณะ, 2565)
ภาพท่ี 10 เย็บผา* ตรงกลางเปนc วงกลม เหลอื ชEองสำหรบั ใสEสมนุ ไพรและ ภาพที่ 11 จัดแตEงลกู ประคบใหเ* ปcนรูปทรงกลมท่ีสวยงาม มัดด*วยเชือก
ชEองใสEหนิ ไวป* ระมาณ 2 นิ้ว
ท่ีมา : (กิรณานันทU สนธิธรรมและคณะ, 2565)
6. นำผา$ วงกลมท่มี ีหนิ ใสเ1 ขา$ ไปในช1องผ$าชั้นกลาง และนำสมุนไพรใสเ1 ข$าไปในช1องผา$ ชน้ั นอก
7. นำสมนุ ไพรท้ังหมดมาวางตรงกลางของผ$าอีกรอบหนง่ึ ในด$านในผา$ เริม่ ตน$ จบั มมุ ผ$าทีละ 2 มมุ ข้นึ มาทบกนั จบั จน
ครบทง้ั 4 มุม ให$รวบมุมผ$าที่ละมุม อีกครงั้ หนง่ึ จนครบอีกทง้ั 4 มุม
8. แต1งชายผา$ ใหเ$ รยี บรอ$ ย ซ$อนกันเปน_ ชายเดยี วจากนัน้ ค1อยๆ จดั แต1งลกู ประคบใหเ$ ป_นรปู ทรงกลมทสี่ วยงาม มัดดว$ ย
เชือกทที่ ำเป_นห1วงคลอ$ ง แลว$ มดั ปมใหแ$ นน1 ดังภาพที่ 11
9. จับชายผา$ ทเ่ี หลอื มาซ$อนกนั ใหเ$ รยี บร$อย เสร็จแล$วพับเขา$ หากัน จัดแต1งและซอ1 นชายผ$าเรยี บรอ$ ยแล$ว ใหพ$ บั ปลายลง
มา กะประมาณความยาวก$านใหส$ วยงาม ม$วนทบด$ามใหเ$ รยี บรอ$ ย ใชป$ ลายเชือกเส$นเดมิ ผูกแบบเงอ่ื นตายใหแ$ นน1 อีกคร้งั หนงึ่ ดงั
ภาพที่ 12
444
ภาพที่ 12 จดั แตEงลกู ประคบและ ใช*ปลายเชือกเส*นเดิมผูกแบบเงอ่ื นตายใหแ* นEน
5.3 วิธใี ชล, ูกประคบ
1. นำลกู ประคบท่ีไดไ$ ปนงึ่ ประมาณ 15-30 นำที
2. ใชผ$ า$ จบั ลกู ประคบขณะรอ$ น ยกขึน้ จากปากหม$อ
3. ใช$ลกู ประคบแตะที่ทอ$ งแขนตนเองทดสอบความร$อน
4. ชว1 งแรก แตะลกู ประคบ และยกข้นึ โดยเรว็ จนกว1าลกู ประคบจะคลายความรอ$ นลง
5. จากน้นั จงึ วางลูกประคบให$นำนพอประมาณ แลว$ กดเน$นบรเิ วณที่ต$องการ
วธิ ีการนำไปใช,
- แนะนำเกย่ี วกับวิธกี ารนำไปใช$ เม่อื มอี าการปวด บวม แดง สามารถไปใชไ$ ด$ แต1ควรใชห$ ลังเวลา 24 ชั่วโมงผา1 นไป และ
ควรระวงั ใชก$ ับผูท$ ี่เป_นโรคเบาหวาน อัมพาต เพราะความร$สู ึกตอบสนองตอ1 ความร$อนช$า อาจจะทำให$ผวิ หนงั ไหมพ$ องไดง$ 1าย
- แนะนำเกย่ี วกับการใชช$ ้ินงานนวัตกรรม และการเปลี่ยนใชส$ มนุ ไพร ร1วมกบั วธิ ีทำความสะอาดของผา$ ชน้ิ งานนวัตกรรม
- ดำเนินการใหก$ ลุม1 ผ$ูใชท$ ราบถงึ วิธกี ารใช$นวัตกรรมในการประคบ เม่ือมีอาการปวดเมื่อย หรือปวด บวม แดง ใหไ$ ด$
ประสทิ ธิภาพ
6. ผลการทดลองใช,นวตั กรรมและการอภิปรายผล
ผลการตรวจสอบประสิทธิภาพและประสทิ ธผิ ลงานประดิษฐkคิดค,น
1. นวตั กรรม ลกู ประคบก$นกระทะ ได$ผ1านการตรวจสอบประสิทธภิ าพโดยผเ$ู ชี่ยวชาญดา$ นการนำหินและได$ผา1 นการ
ตรวจสอบ ใหค$ ำปรกึ ษาและข$อเสนอแนะ จากอาจารยป. ระจากลม1ุ ในขอ$ ดี ขอ$ จำกัด และข$อดอ$ ยเพอื่ เป_นโอกาสในการพัฒนำ ดังน้ี
ข,อดขี องนวตั กรรม
1. บรรเทำอาการปวด ลดอาการเกรง็ ของกล$ามเน้อื ช1วยลดอาการบวม ช1วยเพิม่ การไหลเวยี นของเลือด และช1วยลด
อาการบวม อักเสบของกลา$ มเน้อื เอ็น ขอ$ ตอ1 หลงั 24 ช่ัวโมง ชนิ้ งานวตั กรรม สามารถคงความร$อนได$อยา1 งน$อย 25 นำที
2. เปน_ ชิน้ งานท่สี ามารถทำไดเ$ อง และใชส$ มนุ ไพรในท$องถิน่ นำวสั ดธุ รรมชาตมิ าใช$ให$เกิดประโยชน. เชน1 หินภเู ขาไฟมาใช$
ในการคงความร$อน
3. ช้นิ งานนวัตกรรมมีรูปแบบสวยงาม และใชง$ านได$สะดวก นำผ$ากลบั มาใชใ$ หมไ1 ด$โดยการนำผ$ากลบั มาซกั ได$
445
ข,อจำกัดของนวัตกรรม
1. ควรเกบ็ ชิ้นงานไวใ$ นตเู$ ย็นจะทำใหเ$ กบ็ ไดน$ ำนขนึ้ สามารถนำมาใช$ซ้ำได$
2. ก1อนนำช้ินงานนวตั กรรมไปใชต$ $องนำไปนงึ่ ก1อนประมาณ 15-20 นำที ก1อนนำไปใช$เพ่ือได$ความรอ$ นทีเ่ หมาะสม
3. ไมค1 วรใช$ลกู ประคบที่ร$อนเกนิ ไป โดยเฉพาะบริเวณผิวหนงั อาจทำใหผ$ ิวหนังผพุ องได$งา1 ย ควรใช$ผา$ รองบริเวณผิวหนัง
4. ไมค1 วรประคบร$อน กรณมี กี ารอักเสบหรอื บวมในชว1 ง 24 ช่ัวโมงแรกเพราะอาจบวมมาก ควรประคบดว$ ยนำ้ เยน็ ก1อน
5. หลงั จากประคบไมค1 วรอาบน้ำทนั ที เพราะจะทำใหต$ ัวยาถูกลา$ งออก
จุดดอ, ยของนวตั กรรม
เสียเวลาในการนึ่ง และกรณบี างครัวเรือนใชไ$ ฟฟYาในการน่ึงนวตั กรรมลกู ประคบ สิ้นเปลืองพลงั งานไฟฟาY
วิธีเกบ็ รวบรวมขอ, มูลและการวิเคราะหkข,อมลู
ในการทำนวตั กรรมในคร้ังนี้ คณะผูจ$ ัดทำไดป$ ระสานขอความอนเุ คราะห.จากผ$ูใหญ1บา$ นและอาสาสมคั รสาธารณสขุ
ประจำหมบู1 า$ น หมู1 6 บา$ นเหลา1 แขม เพอ่ื ช้ีแจงวตั ถปุ ระสงคก. ารทำนวตั กรรมกับประชาชนในเขตพ้ืนท่ีรับผิดชอบ และขอความ
ร1วมมือคัดเลือกกลม1ุ ตัวอยา1 งตามเกณฑ.การคัดเลอื กของการทำนวตั กรรมในครัง้ น้ี เก็บข$อมูลส1วนบคุ คลเปน_ รายบคุ คล ใชเ$ กณฑ.
การคดั เลอื กกล1ุมตัวอยา1 ง คือ อายุ 60 ปขd ้ึนไป มปี Üญหาอาการปวดเขา1 อยใ1ู นระดับปวดพอรำคาญข้นึ ไปตามแบบมาตรวดั ระดบั
อาการปวด (Visual Analogue Pain scale) และไม1เปน_ โรคเบาหวาน อมั พาตหรือมบี าดแผลบริเวณทีป่ วด และได$นำขอ$ มลู จาก
แบบสอบถาม จาก กลุม1 ตวั อยา1 งจำนวน 10 ชดุ ทีผ่ า1 นการตรวจสอบคณุ ภาพแลว$ นำมาทำการวิเคราะหด. $วยวิธีการทำงสถิติโดย มี
การนำเสนอผลวิเคราะห.ขอ$ มลู ดังต1อไปน้ี
การนำผลการวเิ คราะหข. อ$ มลู และการแปลผลการวเิ คราะหข. อ$ มูล การทำนวตั กรรมครง้ั น้ีผท$ู ำได$ใชโ$ ปรแกรมคอมพิวเตอร.
ในการประมวลผลขอ$ มูล ผูท$ ำการไดท$ ำการวิเคราะห.และนำเสนอในรูปแบบของตารางโดยเรยี งลำดบั หวั ข$อการวิเคราะห.ข$อมูล ดงั น้ี
ตารางท่ี 1 แสดงแบบประเมินความรส7ู ึก โดยใช7มาตรวัดระดบั อาการปวด (Visual Analogue Pain scale) การประเมนิ ความปวดตามความร7ูสกึ ก@อนและ
หลงั ใช7
ระดับความปวด ก\อนใชAนวัตกรรม หลงั ใชนA วตั กรรม
จำนวน (คน) รอA ยละ จำนวน (คน) รAอยละ
รสู* กึ สบายดี 00 2 20
ปวดพอรำคาญ
ปวดพอประมาณ 00 4 40
ปวดมากพอสมควร
ปวดเปนc อยEางมาก 6 60 4 40
ปวดสุดจะทน
4 40 00
00 00
00 00
รวม 10 100 10 100