๒๕๑ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท พระบัญญัติ ไม่เลื่อมใสให ้เลื่อมใส หรือท าคนที่เลื่อมใสอยู่แล ้วให ้เลื่อมใสยิ่งขึ้นได ้เลย ที่จริง กลับจะท าให ้คนที่ไม่เลื่อมใสก็ไม่เลื่อมใสไปเลย คนที่เลื่อมใสอยู่แล ้วบางพวกก็จะ กลายเป็นอื่นไป” ครั้นพระผู้มีพระภาคทรงต าหนิพระเสยยสกะโดยประการต่าง ๆ แล ้ว ได ้ตรัส โทษแห่งความเป็นคนเลี้ยงยาก บ ารุงยาก ฯลฯ ตรัสคุณแห่งความเป็นคนเลี้ยงง่าย บ ารุงง่าย ฯลฯ ทรงแสดงธรรมีกถาให ้เหมาะสมให ้คล ้อยตามกับเรื่องนั้น แล ้วจึงรับ สงั่ใหภ้กิษุทัง้หลายยกสกิขาบทนขี้นึ้แสดง ดังนี้ พระบัญญัติ ภกิษุจงใจท าน า้อสจุใิหเ้คลอื่น เป็นสงัฆาทเิสส สกิขาบทนพี้ระผมู้พีระภาคทรงบัญญัตไิวแ้กภ่ กษุทั้งหลายอย่างนี้ ิ เรื่องพระเสยยสกะ จบ เรื่องภิกษุหลายรูป [๒๓๕] สมัยนั้น ภิกษุทั้งหลายฉันอาหารอันประณีต จ าวัดหลับ ขาดสติ สมั ปชญัญะ น ้าอสจุอิอกมาเพราะความฝัน พวกทา่นเกดิความกังวลใจวา่ “พระผู้มี พระภาคทรงบัญญัตสิกิขาบทไวว้า่ ‘ภิกษุจงใจท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน เป็นสงัฆาทเิสส’ แต่พวกเรามีน ้าอสุจิออกมาเพราะความฝัน ในความฝันนั้นมีเจตนา พวกเราต ้อง อาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ” จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย เจตนานั้นมีอยู่ แต่ไม่ควรกล่าวว่ามี” ๑ (ล าดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมีกถาเพราะเรื่องนี้เป็นต ้นเหตุ แล ้ว ตรัสเรยีกภกิษุทัง้หลายมา) ฯลฯ รับสงั่ใหภ้กิษุทัง้หลายยกสกิขาบทนขี้นึ้แสดงดังนี้ เชงิอรรถ : ๑ เจตนาที่จะยินดีนั้นมีอยู่ แต่กล่าวไม่ได ้ว่ามี (อัพโพหาริก) เพราะเกิดขึ้นนอกเหนือขอบเขต เจตนาใน ความฝัน เป็นเจตนานอกเหนือขอบเขต (วิ.อ. ๒/๒๓๕/๒-๓) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๕๑ }
๒๕๒ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท บทภาชนยี ์ พระอนุบัญญัติ [๒๓๖] ภกิษุจงใจท าน า้อสจุใิหเ้คลอื่น เป็นสงัฆาทเิสส ยกเว้นไว้แต่ฝัน เรื่องภิกษุหลายรูป จบ สกิขาบทวภิงัค์ [๒๓๗] ค าว่า จงใจ ความว่า รู้อยู่ รู้ดีอยู่ จงใจ ฝ่ าฝืนล่วงละเมิด ค าว่า น ้าอสุจิอธิบายว่า น ้าอสุจิมี ๑๐ ชนิด คือ (๑) อสจุสิเีขยีว (๒) อสุจิ สเีหลอืง (๓) อสจุสิแีดง (๔) อสจุสิขีาว (๕) อสจุสิเีหมอืนเปรียง (๖) อสจุสิ ี เหมือนน ้าท่า (๗) อสจุสิเีหมอืนน ้ามัน (๘) อสจุสิเีหมอืนนมสด (๙) อสจุสิ ี เหมอืนนมสม้ (๑๐) อสจุสิเีหมอืนเนยใส ค าว่า ท าให้เคลื่อน คือ กิริยาที่ท าให ้เคลื่อนจากฐาน ตรัสเรียกว่า ท าให ้เคลื่อน ค าว่า ยกเว้นไว้แต่ฝัน คือ ยกเว ้นความฝัน ค าว่า เป็นสงัฆาทเิสส ความวา่ ส าหรับอาบัตนิ ัน้สงฆเ์ทา่นัน้ใหป้รวิาส ชกั เข ้าหาอาบัติเดิม ให ้มานัตและเรียกเข ้าหมู่ คณะก็ท าไม่ได ้ ภิกษุรูปเดียวก็ท าไม่ได ้ ฉะนั้นจึงตรัสว่า “เป็นสงัฆาทเิสส” ค าว่า “เป็นสงัฆาทเิสส” นี้ เป็นการขนานนาม เป็นค าเรียกหมวดอาบัตินั้น นั่นเองโดยอ ้อม๑ เพราะเหตุนั้น จึงตรัสเรียกว่า “เป็นสงัฆาทเิสส” บทภาชนีย์ อุบาย ๔ ประการ (๑) ภิกษุท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อนในรูปภายใน (๒) ภิกษุท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อนใน รูปภายนอก (๓) ภิกษุท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อนในรูปภายในและภายนอก (๔) ภิกษุท าน ้า อสจุใิหเ้คลอื่นเมอื่สา่ยสะเอวในอากาศ เชงิอรรถ : ๑ สังฆาทเิสสนี้เป็นชอื่เรยีกกองอาบัติแปลว่า “หมู่อาบัติที่ต ้องการสงฆ์ทั้งในระยะเบื้องต ้นและในระยะที่ เหลือ” หมายความวา่ภกิษุผตู้อ้งอาบัตสิ ังฆาทเิสส จะออกจากอาบัตนิ ัน้ไดต้อ้งอาศัยสงฆใ์หป้รวิาส ให้มานัต ชกักลับเขา้หาอาบัตเิดมิและอัพภาน ในกรรมทัง้หมดนขี้าดสงฆเ์สยีแลว้ก็ท าไมส่ าเร็จ (วิ.อ. ๒/๒๓๗/๖) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๕๒ }
๒๕๓ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท บทภาชนยี ์ กาล ๕ (๑) ภิกษุท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อนเมื่อเกิดความก าหนัด (๒) ภิกษุท าน ้าอสุจิให ้ เคลื่อนเมื่อปวดอุจจาระ (๓) ภิกษุท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อนเมื่อปวดปัสสาวะ (๔) ภิกษุท า น ้าอสุจิให ้เคลื่อนเมื่อต ้องลม (๕) ภิกษุท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อนเมื่อถูกบุ้งขน เจตนา ๑๐ ประการ (๑) ภิกษุท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อนเพื่อความหายโรค (๒) ภิกษุท าน ้าอสุจิให ้ เคลื่อนเพื่อความสุข (๓) ภิกษุท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อนเพื่อเป็นยา (๔) ภิกษุท าน ้าอสุจิ ให ้เคลื่อนเพื่อเป็นทาน (๕) ภิกษุท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อนเพื่อเป็นบุญ (๖) ภิกษุท า น ้าอสุจิให ้เคลื่อนเพื่อบูชายัญ (๗) ภิกษุท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อนเพื่อจะไปสวรรค์ (๘) ภกิษุท าน ้าอสจุใิหเ้คลอื่นเพอื่สบืพันธุ์(๙) ภิกษุท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อนเพื่อทดลอง (๑๐) ภิกษุท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อนเพื่อความสนุก วัตถุที่ประสงค์ ๑๐ ประการ (๑) ภกิษุท าน ้าอสจุสิเีขยีวใหเ้คลอื่น (๒) ภกิษุท าน ้าอสจุสิเีหลอืงใหเ้คลอื่น (๓) ภิกษุท าน ้าอสจุสิแีดงใหเ้คลอื่น (๔) ภกิษุท าน ้าอสจุสิขีาวใหเ้คลอื่น (๕) ภิกษุ ท าน ้าอสจุสิเีหมอืนเปรยีงใหเ้คลอื่น (๖) ภกิษุท าน ้าอสจุสิเีหมอืนน ้าทา่ ใหเ้คลอื่น (๗) ภกิษุท าน ้าอสจุสิเีหมอืนน ้ามันใหเ้คลอื่น (๘) ภกิษุท าน ้าอสจุสิเีหมอืนนมสดให้ เคลื่อน (๙) ภกิษุท าน ้าอสจุสิเีหมอืนนมสม้ ใหเ้คลอื่น (๑๐) ภกิษุท าน ้าอสจุสิเีหมอืน เนยใสให ้เคลื่อน [๒๓๘] ค าว่า ในรูปภายใน ได ้แก่ รูปที่มีวิญญาณครองในตัว๑ ค าว่า ในรูปภายนอก ได ้แก่ รูปที่มีวิญญาณครองหรือที่ไม่มีวิญญาณครอง นอกตัว๒ เชงิอรรถ : ๑ “รูปที่มีวิญญาณครองในตัว” หมายถึง มือของตนเป็นต ้น(วิ.อ. ๒/๒๓๘/๘) ๒ “รูปที่มีวิญญาณครองหรือที่ไม่มีวิญญาณครองนอกตัว” หมายถึง มือของผู้อื่นเป็นต ้น (วิ.อ. ๒/๒๓๘/๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๕๓ }
๒๕๔ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สุกกวิสฏัฐสิกิขาบท บทภาชนยี ์ ค าว่า ในรูปภายในและภายนอก ได ้แก่ รูปทั้ง ๒ นั้น ค าว่า เมอื่สา่ยสะเอวในอากาศ หมายความว่า เมื่อภิกษุพยายามในอากาศ องคชาตใชก้ารได้ ค าว่า เมื่อเกิดความก าหนัด คอืเมอื่ถกูความก าหนัดรบกวน องคชาตใชก้าร ได ้ ค าว่า เมื่อปวดอุจจาระ คือ เมอื่ปวดอจุจาระ องคชาตใชก้ารได้ ค าว่า เมื่อปวดปัสสาวะ คอืเมอื่ปวดปัสสาวะ องคชาตใชก้ารได้ ค าว่า เมื่อต้องลม คอืเมอื่ถกูลมร าเพย องคชาตใชก้ารได้ ค าว่า เมื่อถูกบุ้งขน คอืเมอื่ถกูบงุ้ขนเบยีดเบยีนแลว้องคชาตใชก้ารได้ [๒๓๙] ค าว่า เพื่อความหายโรค คือ มุ่งว่าจะเป็นผู้ไม่มีโรค ค าว่า เพื่อความสุข คือ มุ่งว่าจะให ้เกิดสุขเวทนา ค าว่า เพื่อเป็ นยา คือ มุ่งว่าจะเป็นยา ค าว่า เพื่อเป็ นทาน คือ มุ่งว่าจะให ้ทาน ค าว่า เพื่อเป็ นบุญ คือ มุ่งว่าจะเป็นบุญ ค าว่า เพื่อบูชายัญ คือ มุ่งว่าจะบูชายัญ ค าว่า เพื่อจะไปสวรรค์คือ มุ่งว่าจะได ้ไปสวรรค์ ค าว่า เพอื่สบืพนัธุ์คอืมงุ่วา่จักสบืพันธุ์ ค าว่า เพื่อทดลอง คอืทดลองวา่น ้าอสจุจิักเป็นสเีขยีว น ้าอสจุจิักเป็นสี เหลอืง น ้าอสจุจิักเป็นสแีดง น ้าอสจุจิักเป็นสขีาว น ้าอสจุจิักเป็นสเีหมอืนเปรยีง น ้า อสจุจิักเป็นสเีหมอืนน ้าทา่น ้าอสจุจิักเป็นสเีหมอืนน ้ามัน น ้าอสจุจิักเป็นสเีหมอืน นมสด น ้าอสจุจิักเป็นสเีหมอืนนมสม้น ้าอสจุจิักเป็นสเีหมอืนเนยใส ค าว่า เพื่อความสนุก คือ มีความประสงค์จะเล่น {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๕๔ }
๒๕๕ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท บทภาชนยี ์ สทุธกิ สงัฆาทเิสส อุบายท าให้น ้าอสุจิเคลื่อน ๔ อย่าง [๒๔๐] (๑) ภิกษุจงใจพยายามในรูปภายใน น ้าอสุจิเคลื่อน ต ้องอาบัติ สงัฆาทเิสส (๒) ภิกษุจงใจพยายามในรูปภายนอก น ้าอสุจิเคลื่อน ต ้องอาบัตสิงัฆาทเิสส (๓) ภิกษุจงใจพยายามในรูปภายในและภายนอก น ้าอสุจิเคลื่อน ต ้องอาบัติ สงัฆาทเิสส (๔) ภกิษุจงใจพยายามสา่ยสะเอวในอากาศ น ้าอสจุเิคลอื่น ตอ้งอาบัติ สงัฆาทเิสส น ้าอสุจิเคลื่อน ๕ กาล (๑) ภิกษุจงใจพยายามเมื่อเกิดความก าหนัด น ้าอสุจิเคลื่อน ต ้องอาบัติ สงัฆาทเิสส (๒) ภิกษุจงใจพยายามเมื่อปวดอุจจาระ น ้าอสุจิเคลื่อน ต ้องอาบัติ สงัฆาทเิสส (๓) ภิกษุจงใจพยายามเมื่อปวดปัสสาวะ น ้าอสุจิเคลื่อน ต ้องอาบัติ สงัฆาทเิสส (๔) ภกิษุจงใจพยายามเมอื่ตอ้งลม น ้าอสจุเิคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส (๕) ภิกษุจงใจพยายามเมอื่ถกูบงุ้ขน น ้าอสจุเิคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส เจตนา ๑๐ อย่าง๑ (๑) ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อความหายโรค น ้าอสุจิเคลื่อน ต ้องอาบัติ สงัฆาทเิสส เชงิอรรถ : ๑ ในเจตนา ๑๐ อย่างนี้ปรับอาบัตสิ ังฆาทเิสส ๑๐ ตัวตามจ านวนเจตนา แต่ในที่นี่ แปลละข ้อความไว้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๕๕ }
๒๕๖ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท บทภาชนยี ์ (๒) ภิกษุจงใจพยายามเพื่อความสุข (๓) ...เพื่อเป็นยา (๔) ...เพื่อเป็นทาน (๕) ...เพื่อเป็นบุญ (๖) ...เพื่อบูชายัญ (๗) ...เพื่อจะไปสวรรค์ (๘) ...เพอื่สบืพันธุ์ (๙) ...เพื่อทดลอง (๑๐) ...เพอื่ความสนุก น ้าอสจุเิคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส วัตถุประสงค์ ๑๐ อย่าง (๑) ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีขยีวเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส (๒) ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหลอง ื (๓) ...น ้าอสจุสิแีดง (๔) ...น ้าอสุจิ สขีาว (๕) ...น ้าอสจุสิเีหมอืนเปรยีง (๖) ...น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้าทา่ (๗) ...น ้าอสุจิ สเีหมอืนน ้ามัน (๘) ...น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสด (๙) ...น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสม้ (๑๐) ...น ้าอสจุสิเีหมอืนเนยใสเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส สุทธิก จบ ขัณฑจักร๑ มีเจตนาอย่างเดียวเป็ นมูล ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อความหายโรคและเพื่อความสุข น ้าอสุจิเคลื่อน ต ้อง อาบัตสิงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อความหายโรคและเพื่อเป็นยา ฯลฯ เพื่อความหาย โรคและเพื่อเป็นทาน ฯลฯ เพื่อความหายโรคและเพื่อเป็นบุญ ฯลฯ เพื่อความหาย โรคและเพื่อบูชายัญ ฯลฯ เพื่อความหายโรคและเพื่อจะไปสวรรค์ ฯลฯ เพื่อความ หายโรคและเพอื่สบืพันธุ์ฯลฯ เพอื่ความหายโรคและเพอื่ทดลอง ฯลฯ ภกิษุจงใจ พยายามเพอื่ความหายโรคและเพอื่ความสนุก น ้าอสจุเิคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ขัณฑจักรมีเจตนาอย่างเดียวเป็ นมูล จบ เชงิอรรถ : ๑ ขัณฑจักร แปลว่า เวียนขาดตอน หรือหมุนขาดตอน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๕๖ }
๒๕๗ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท บทภาชนยี ์ พัทธจักร๑ มีเจตนาอย่างเดียวเป็นมูล หมวดที่ ๑ [๒๔๑] ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อความสุขและเพื่อเป็นยา น ้าอสุจิเคลื่อน ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อความสุขและเพื่อเป็นทาน ฯลฯ เพื่อความสุขและเพื่อ เป็นบุญ ฯลฯ เพื่อความสุขและเพื่อบูชายัญ ฯลฯ เพื่อความสุขและเพื่อจะไปสวรรค์ ฯลฯ เพื่อความสขุและเพอื่สบืพันธุ์ฯลฯ เพอื่ความสขุและเพอื่ทดลอง ฯลฯ ภกิษุ จงใจพยายามเพอื่ความสขุและเพอื่ความสนุก น ้าอสจุเิคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจพยายามเพื่อความสุขและเพื่อความหายโรค น ้าอสุจิเคลื่อน ต ้อง อาบัตสิงัฆาทเิสส มีเจตนาอย่างเดียวเป็ นมูล หมวดที่ ๒ [๒๔๒] ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อเป็นยาและเพื่อเป็นทาน น ้าอสุจิเคลื่อน ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อเป็นยาและเพื่อเป็นบุญ ฯลฯ เพื่อเป็นยาและเพื่อบูชายัญ ฯลฯ เพอื่เป็นยาและเพอื่จะไปสวรรค์ฯลฯ เพอื่เป็นยาและเพอื่สบืพันธุ์ฯลฯ เพอื่ เป็นยาและเพื่อทดลอง ฯลฯ ภิกษุจงใจพยายามเพื่อเป็นยาและเพื่อความสนุก น ้า อสจุเิคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อเป็นยาและเพื่อความหายโรค ฯลฯ ภิกษุจงใจ พยายามเพอื่เป็นยาและเพอื่ความสขุน ้าอสจุเิคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส มีเจตนาอย่างเดียวเป็ นมูล หมวดที่ ๓ ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อเป็นทานและเพื่อเป็นบุญ น ้าอสุจิเคลื่อน ต ้องอาบัติ สงัฆาทเิสส เชงิอรรถ : ๑ พัทธจักร แปลว่า เวียน หรือหมุนเนื่องถึงกัน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๕๗ }
๒๕๘ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท บทภาชนยี ์ ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อเป็นทานและเพื่อบูชายัญ ฯลฯ เพื่อเป็นทานและ เพอื่จะไปสวรรค์ฯลฯ เพอื่เป็นทานและเพอื่สบืพันธุ์ฯลฯ เพอื่เป็นทานและเพอื่ทดลอง ฯลฯ ภิกษุจงใจพยายามเพื่อเป็นทานและเพื่อความสนุก น ้าอสุจิเคลื่อน ต ้องอาบัติ สงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อเป็นทานและเพื่อความหายโรค ฯลฯ ภิกษุจงใจ พยายามเพื่อเป็นทานและเพื่อความสุข ฯลฯ เพื่อเป็นทานและเพื่อเป็นยา น ้าอสุจิ เคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส มีเจตนาอย่างเดียวเป็ นมูล หมวดที่ ๔ ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อเป็นบุญและเพื่อบูชายัญ น ้าอสุจิเคลื่อน ต ้องอาบัติ สงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อเป็นบุญและเพื่อจะไปสวรรค์ ฯลฯ เพื่อเป็นบุญและ เพอื่สบืพันธุ์ฯลฯ เพอื่เป็นบญุและเพอื่ทดลอง ฯลฯ ภกิษุจงใจพยายามเพอื่เป็น บญุและเพอื่ความสนุก น ้าอสจุเิคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อเป็นบุญและเพื่อความหายโรค ฯลฯ เพื่อเป็นบุญ และเพื่อความสุข ฯลฯ เพื่อเป็นบุญและเพื่อเป็นยา ฯลฯ ภิกษุจงใจพยายามเพื่อ เป็นบญุและเพอื่เป็นทาน น ้าอสจุเิคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส มีเจตนาอย่างเดียวเป็ นมูล หมวดที่ ๕ ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อบูชายัญและเพื่อจะไปสวรรค์ น ้าอสุจิเคลื่อน ต ้อง อาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจพยายาม เพอื่บชูายัญและเพอื่สบืพันธุ์ฯลฯ เพอื่บชูายัญและเพอื่ ทดลอง ฯลฯ ภิกษุจงใจพยายามเพื่อบูชายัญและเพื่อความสนุก น ้าอสุจิเคลื่อน ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อบูชายัญและเพื่อความหายโรค ฯลฯ เพื่อบูชายัญ และเพื่อความสุข ฯลฯ เพื่อบูชายัญและเพื่อเป็นยา ฯลฯ เพื่อบูชายัญและเพื่อเป็น ทาน.. ภิกษุจงใจพยายามเพื่อบูชายัญและเพื่อเป็นบุญ น ้าอสุจิเคลื่อน ต ้องอาบัติ สงัฆาทเิสส {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๕๘ }
๒๕๙ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท บทภาชนยี ์ มีเจตนาอย่างเดียวเป็ นมูล หมวดที่ ๖ ภกิษุจงใจพยายาม เพอื่จะไปสวรรคแ์ละเพอื่สบืพันธุ์ฯลฯ เพอื่จะไปสวรรค์ และเพื่อทดลอง ฯลฯ ภิกษุจงใจพยายามเพื่อจะไปสวรรค์และเพื่อความสนุก น ้า อสจุเิคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อจะไปสวรรค์และเพื่อความหายโรค ฯลฯ เพื่อจะไป สวรรค์และเพื่อความสุข ฯลฯ เพื่อจะไปสวรรค์และเพื่อเป็นยา ฯลฯ เพื่อจะไปสวรรค์ และเพื่อเป็นทาน ฯลฯ เพื่อจะไปสวรรค์และเพื่อเป็นบุญ ฯลฯ ภิกษุจงใจพยายาม เพอื่จะไปสวรรคแ์ละเพอื่บชูายัญ น ้าอสจุเิคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส มีเจตนาอย่างเดียวเป็ นมูล หมวดที่ ๗ ภกิษุจงใจพยายาม เพอื่สบืพันธแุ์ละเพอื่ทดลอง ฯลฯ เพอื่สบืพันธแุ์ละเพอื่ ความสนุก น ้าอสจุเิคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจพยายาม เพอื่สบืพันธแุ์ละเพอื่ความหายโรค ฯลฯ เพอื่สบืพันธุ์ และเพอื่ความสขุฯลฯ เพอื่สบืพันธแุ์ละเพอื่เป็นยา ฯลฯ เพอื่สบืพันธแุ์ละเพอื่เป็น ทาน ฯลฯ เพอื่สบืพันธแุ์ละเพอื่เป็นบญุฯลฯ เพอื่สบืพันธแุ์ละเพอื่บชูายัญ ฯลฯ ภิกษุ จงใจพยายามเพอื่สบืพันธแุ์ละเพอื่จะไปสวรรค์น ้าอสจุเิคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส มีเจตนาอย่างเดียวเป็ นมูล หมวดที่ ๘ ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อทดลองและเพื่อความสนุก น ้าอสุจิเคลื่อน ต ้องอาบัติ สงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อทดลองและเพื่อความหายโรค ฯลฯ เพื่อทดลองและ เพื่อความสุข ฯลฯ เพื่อทดลองและเพื่อเป็นยา ฯลฯ เพื่อทดลองและเพื่อเป็นทาน ฯลฯ เพื่อทดลองและเพื่อเป็นบุญ ฯลฯ เพื่อทดลองและเพื่อบูชายัญ ฯลฯ เพื่อ ทดลองและเพอื่จะไปสวรรค์ฯลฯ ภกิษุจงใจพยายามเพอื่ทดลองและเพอื่สบืพันธุ์ น ้าอสจุเิคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๕๙ }
๒๖๐ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท บทภาชนยี ์ มีเจตนาอย่างเดียวเป็ นมูล หมวดที่ ๙ ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อความสนุกและเพื่อความหายโรค น ้าอสุจิเคลื่อน ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อความสนุกและเพื่อความสุข ฯลฯ เพื่อความสนุก และเพื่อเป็นยา ฯลฯ เพื่อความสนุกและเพื่อเป็นทาน ฯลฯ เพื่อความสนุกและเพื่อ เป็นบุญ ฯลฯ เพื่อความสนุกและเพื่อบูชายัญ ฯลฯ เพื่อความสนุกและเพื่อจะไป สวรรค์ฯลฯ เพอื่ความสนุกและเพอื่สบืพันธุ์ฯลฯ ภกิษุจงใจพยายามเพอื่ความ สนุกและเพอื่ทดลอง น ้าอสจุเิคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส พัทธจักรมีเจตนาอย่างเดียวเป็ นมูล จบ ขัณฑจักร มีเจตนา ๒ อย่างเป็ นมูล ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อความหายโรค เพื่อความสุขและเพื่อเป็นยา น ้าอสุจิ เคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ฯลฯ ภกิษุจงใจพยายามเพอื่ความหายโรค เพื่อความ สขุและเพอื่ความสนุก น ้าอสจุเิคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ขัณฑจักรมีเจตนา ๒ อย่างเป็ นมูล จบ พัทธจักร มีเจตนา ๒ อย่างเป็ นมูล หมวดที่ ๑ ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อความสุข เพื่อเป็นยาและเพื่อเป็นทาน น ้าอสุจิเคลื่อน ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อความสุข เพื่อเป็นยาและเพื่อความสนุก ฯลฯ ภิกษุจงใจพยายามเพื่อความสุข เพื่อเป็นยาและเพื่อความหายโรค น ้าอสุจิเคลื่อน ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส พัทธจักรมีเจตนา ๒ อย่างเป็ นมูล ย่อไว้แล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๖๐ }
๒๖๑ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท บทภาชนยี ์ มีเจตนา ๒ อย่างเป็ นมูล ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อทดลอง เพื่อความสนุกและเพื่อความหายโรค น ้า อสจุเิคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ฯลฯ ภกิษุจงใจพยายามเพอื่ทดลอง เพอื่ความ สนุกและเพอื่สบืพันธุ์น ้าอสจุเิคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส พัทธจักรมีเจตนา ๒ อย่างเป็ นมูล จบ พัทธจักร ตมิลูกนัยก็ดีจตมุลูกนัยก็ดีปัญจมลูกนัยก็ดีฉมลูกนัยก็ดีสตัต มูลกนัยก็ดี อัฏฐมูลกนัยก็ดี นวมูลกนัยก็ดี บัณฑิตพึงตั้งขยายให ้เหมือนกัน ค าที่จะกล่าวต่อไปนเี้ป็นพัทธจักรสพัพมลูกนัย สพัพมลูกนยั [๒๔๓] ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อความหายโรค เพื่อความสุข เพื่อเป็นยา เพอื่เป็นทาน เพอื่เป็นบญุเพอื่บชูายัญ เพอื่จะไปสวรรค์เพอื่สบืพันธุ์เพอื่ทดลอง และเพอื่ความสนุก น ้าอสจุเิคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส สพัพมลูกนยัจบ ขัณฑจักร มีวัตถุประสงค์อย่างเดียวเป็ นมูล [๒๔๔] ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีขยีวและสเีหลอืงเคลอื่น ตอ้งอาบัติ สงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีขยีวและสแีดง ฯลฯ น ้าอสจุสิเีขยีวและสขีาว ฯลฯ น ้าอสจุสิเีขยีวและสเีหมอืนเปรยีง ฯลฯ น ้าอสจุสิเีขยีวและสเีหมอืนน ้าท่า ฯลฯ น ้าอสจุสิเีขยีวและสเีหมอืนน ้ามัน ฯลฯ น ้าอสจุสิเีขยีวและสเีหมอืนนมสด ฯลฯ น ้า อสจุสิเีขยีวและสเีหมอืนนมสม้ฯลฯ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีขยีวและสี เหมอืนเนยใสเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ขัณฑจักรมีวัตถุประสงค์อย่างเดียวเป็ นมูล จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๖๑ }
๒๖๒ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท บทภาชนยี ์ พัทธจักรแห่งเอกมูลกนัย [๒๔๕] ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหลอืงและสแีดงเคลอื่น ตอ้งอาบัติ สงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหลอืงและสขีาว ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหลอืงและสี เหมอืนเปรยีง ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหลอืงและสเีหมอืนน ้าทา่ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหลอืงและสี เหมอืนน ้ามัน ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหลอืงและสเีหมอืนนมสด ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหลอืงและสี เหมอืนนมสม้ฯลฯ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหลอืงและสเีหมอืนเนยใสเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหลอืงและสเีขยีวเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส พัทธจักรแห่งเอกมูลกนัย จบ พัทธจักร มีวัตถุประสงค์อย่างเดียวเป็ นมูล หมวดที่ ๑ [๒๔๖] ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิแีดงและสขีาวเคลอื่น ตอ้งอาบัติ สงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิแีดงและสเีหมอืนเปรยีง ฯลฯ น ้าอสจุสิแีดงและ สเีหมอืนน ้าทา่ฯลฯ น ้าอสจุสิแีดงและสเีหมอืนน ้ามัน ฯลฯ น ้าอสจุสิแีดงและสี เหมอืนนมสด ฯลฯ น ้าอสจุสิแีดงและสเีหมอืนนมสม้ฯลฯ ภกิษุจงใจพยายาม น ้า อสจุสิแีดงและสเีหมอืนเนยใสเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิแีดงและสเีขยีว ฯลฯ ภกิษุจงใจพยายาม น ้า อสจุสิแีดงและสเีหลอืงเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส มีวัตถุประสงค์อย่างเดียวเป็ นมูล หมวดที่ ๒ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิขีาวและสเีหมอืนเปรยีง ฯลฯ น ้าอสจุสิขีาวและ สเีหมอืนน ้าทา่ฯลฯ น ้าอสจุสิขีาวและสเีหมอืนน ้ามัน ฯลฯ น ้าอสจุสิขีาวและสี {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๖๒ }
๒๖๓ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท บทภาชนยี ์ เหมือนนมสด ฯลฯ น ้าอสุจิสขีาวและสเีหมอืนนมสม้ฯลฯ ภกิษุจงใจพยายาม น ้า อสจุสิขีาวและสเีหมอืนเนยใสเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิขีาวและสเีขยีว ฯลฯ น ้าอสจุสิขีาวและสเีหลอืง ฯลฯ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิขีาวและสแีดงเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส มีวัตถุประสงค์อย่างเดียวเป็ นมูล หมวดที่ ๓ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหมอืนเปรยีงและสเีหมอืนน ้าทา่ฯลฯ น ้าอสจุิ สเีหมอืนเปรยีงและสเีหมอืนน ้ามัน ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนเปรยีงและสเีหมอืนนมสด ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนเปรยีงและสเีหมอืนนมสม้ฯลฯ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิ ี เหมือนเปรียงและสเีหมอืนเนยใสเคลอื่น ตอ้งอาบตั สิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหมอืนเปรยีงและสเีขยีว ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืน เปรยีงและสเีหลอืง ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนเปรยีงและสแีดง ฯลฯ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหมอืนเปรยีงและสขีาวเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส มีวัตถุประสงค์อย่างเดียวเป็ นมูล หมวดที่ ๔ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้าทา่และสเีหมอืนน ้ามัน ฯลฯ น ้าอสจุิ สเีหมอืนน ้าทา่และสเีหมอืนนมสด ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้าทา่และสเีหมอืนนมสม้ ฯลฯ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้าทา่และสเีหมอืนเนยใสเคลอื่น ตอ้ง อาบัตสิ งฆาทิเสส ั ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้าทา่และสเีขยีว ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืน น ้าทา่และสเีหลอืง...น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้าทา่และสแีดง ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้าทา่ และสขีาว ฯลฯ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้าทา่และสเีหมอืนเปรยีงเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส มีวัตถุประสงค์อย่างเดียวเป็ นมูล หมวดที่ ๕ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้ามันและสเีหมอืนนมสด ฯลฯ น ้าอสจุิ สเีหมอืนน ้ามันและสเีหมอืนนมสม้ฯลฯ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้ามัน และสเีหมอืนเนยใสเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๖๓ }
๒๖๔ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท บทภาชนยี ์ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้ามันและสเีขยีว ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืน น ้ามันและสเีหลอืง...น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้ามันและสแีดง ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้ามัน และสขีาว ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้ามันและสเีหมอืนเปรยีง ฯลฯ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้ามันและสเีหมอืนน ้าทา่เคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส มีวัตถุประสงค์อย่างเดียวเป็ นมูล หมวดที่ ๖ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสดและสเีหมอืนนมสม้ฯลฯ น ้าอสจุิ สเีหมอืนนมสดและสเีหมอืนเนยใสเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสดและสเีขยีว ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืน นมสดและสเีหลอืง ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสดและสแีดง ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืน นมสดและสขีาว ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสดและสเีหมอืนเปรยีง ฯลฯ น ้าอสจุสิ ี เหมอืนนมสดและสเีหมอืนน ้าทา่ฯลฯ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสด และสเีหมอืนน ้ามันเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส มีวัตถุประสงค์อย่างเดียวเป็ นมูล หมวดที่ ๗ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสม้และสเีหมอืนเนยใสเคลอื่น ตอ้ง อาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสม้และสเีขยีว ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืน นมสม้และสเีหลอืง ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสม้และสแีดง ฯลฯ อสจุสิเีหมอืนนม สม้และสขีาว ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสม้และสเีหมอืนเปรยีง ฯลฯ น ้าอสจุิ สเีหมอืนนมสม้และสเีหมอืนน ้าทา่ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสม้และสเีหมอืนน ้ามัน ฯลฯ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสม้และสเีหมอืนนมสดเคลอื่น ตอ้ง อาบัตสิงัฆาทเิสส มีวัตถุประสงค์อย่างเดียวเป็ นมูล หมวดที่ ๘ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหมอืนเนยใสและสเีขยีวเคลอื่น ตอ้งอาบัติ สงัฆาทเิสส {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๖๔ }
๒๖๕ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท บทภาชนยี ์ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหมอืนเนยใสและสเีหลอืง ฯลฯ น ้าอสจุสิ ี เหมอืนเนยใสและสแีดง ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนเนยใสและสขีาว ฯลฯ อสจุสิเีหมอืน เนยใสและสเีหมอืนเปรยีง ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนเนยใสและสเีหมอืนน ้าทา่ฯลฯ น ้า อสจุสิเีหมอืนเนยใสและสเีหมอืนน ้ามัน ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนเนยใสและสเีหมอืนนมสด ฯลฯ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหมอืนเนยใสและสเีหมอืนนมสม้เคลอื่น ตอ้ง อาบัตสิงัฆาทเิสส พัทธจักรมีวัตถุประสงค์อย่างเดียวเป็ นมูล จบ ขัณฑจักร มีวัตถุประสงค์ ๒ อย่างเป็ นมูล ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีขยีว สเีหลอืงและสแีดงเคลอื่น ตอ้งอาบัติ สงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีขยีว สเีหลอืงและสขีาวเคลอื่น ตอ้งอาบัติ สงัฆาทเิสส ฯลฯ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีขยีว สเีหลอืงและสเีหมอืนเนย ใสเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ขัณฑจักรมีวัตถุประสงค์ ๒ อย่างเป็ นมูล จบ พัทธจักร มีวัตถุประสงค์ ๒ อย่างเป็ นมูล ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหลอืง สแีดงและสขีาวเคลอื่น ตอ้งอาบัติ สงัฆาทเิสส ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหลอืง สแีดง และสเีหมอืนเนยใส ฯลฯ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหลอืง สแีดงและสเีขยีวเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส พัทธจักรมีวัตถุประสงค์ ๒ อย่างเป็ นมูล ย่อไว้แล้ว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๖๕ }
๒๖๖ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท บทภาชนยี ์ พัทธจักร มีวัตถุประสงค์ ๒ อย่างเป็ นมูล ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสม้สเีหมอืนเนยใสและสเีขยีวเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ฯลฯ ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสม้สเีหมอนื เนยใสและสเีหมอืนนมสดเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส พัทธจักรมีวัตถุประสงค์ ๒ อย่างเป็ นมูล จบ พัทธจักร ตมิลูกนัยก็ดีจตมุลูกนัยก็ดีปัญจมลูกนัยก็ดีฉมลูกนัยก็ดีสตัต มูลกนัยก็ดี อัฏฐมูลกนัยก็ดี นวมูลกนัยก็ดี บัณฑิตพึงตั้งขยายให ้เหมือนกัน ค าที่จะกล่าวต่อไปนเี้ป็นพัทธจักรสพัพมลูกนัย สพัพมลูกนยั [๒๔๗] ภกิษุจงใจพยายาม น ้าอสจุสิเีขยีว สเีหลอืง สแีดง สขีาว สเีหมอืน เปรยีง สเีหมอืนน ้าทา่ สเีหมอืนน ้ามัน สเีหมอืนนมสด สเีหมอืนนมสม้และสเีหมอืน เนยใสเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส สพัพมลูกนยัจบ อุภโตพัทธมิสสกจักร [๒๔๘] ภกิษุจงใจพยายามเพอื่ความหายโรค น ้าอสจุสิเีขยีวเคลอื่น ตอ้ง อาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจพยายาม เพอื่ความหายโรคและเพอื่ความสขุน ้าอสจุสิเีขยีวและสี เหลอืงเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อความหายโรค เพื่อความสุขและเพื่อเป็นยา น ้าอสุจิ สเีขยีว สเีหลอืงและสแีดงเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๖๖ }
๒๖๗ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท บทภาชนยี ์ ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อความหายโรค เพื่อความสุข เพื่อเป็นยาและเพื่อเป็น ทาน น ้าอสจุสิเีขยีว สเีหลอืง สแีดงและสขีาวเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อความหายโรค เพื่อความสุข เพื่อเป็นยา เพื่อเป็น ทานและเพอื่เป็นบญุน ้าอสจุสิเีขยีว สเีหลอืง สแีดงและสเีหมอืนเปรยีงเคลอื่น ตอ้ง อาบัตสิงัฆาทิเสส ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อความหายโรค เพื่อความสุข เพื่อเป็นยา เพื่อเป็นทาน เพอื่เป็นบญุและเพอื่บชูายัญ น ้าอสจุสิเีขยีว สเีหลอืง สแีดง สขีาว สเีหมอืนเปรยีง และสเีหมอืนน ้าทา่เคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อความหายโรค เพื่อความสุข เพื่อเป็นยา เพื่อเป็นทาน เพอื่เป็นบญุเพอื่บชูายัญ และเพอื่จะไปสวรรค์น ้าอสจุสิเีขยีว สเีหลอืง สแีดง สขีาว สเีหมอืนเปรยีง สเีหมอืนน ้าทา่และสเีหมอืนน ้ามันเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อความหายโรค เพื่อความสุข เพื่อเป็นยา เพื่อเป็นทาน เพื่อเป็นบญุเพอื่บชูายัญ เพอื่จะไปสวรรค์และเพอื่สบืพันธุ์น ้าอสจุสิเีขยีว สเีหลอืง สแีดง สขีาว สเีหมอืนเปรยีง สเีหมอืนน ้าทา่ สเีหมอืนน ้ามัน และสเีหมอืนนมสด เคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อความหายโรค เพื่อความสุข เพื่อเป็นยา เพื่อเป็นทาน เพอื่เป็นบญุเพอื่บชูายัญ เพอื่จะไปสวรรค์เพอื่สบืพันธแุ์ละเพอื่ทดลอง น ้าอสจุสิเีขยีว สเีหลอืง สแีดง สขีาว สเีหมอืนเปรยีง สเีหมอืนน ้าทา่ สเีหมอืนน ้ามัน สเีหมอืนนมสด และสเีหมอืนนมสม้เคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจพยายาม เพื่อความหายโรค เพื่อความสุข เพื่อเป็นยา เพื่อเป็นทาน เพอื่เป็นบญุเพอื่บชูายัญ เพอื่จะไปสวรรค์เพอื่สบืพันธุ์เพอื่ทดลอง และเพอื่ความ สนุก น ้าอสจุสิเีขยีว สเีหลอืง สแีดง สขีาว สเีหมอืนเปรยีง สเีหมอืนน ้าทา่ สเีหมอืน น ้ามัน สเีหมอืนนมสด สเีหมอืนนมสม้และสเีหมอืนเนยใสเคลอื่น ตอ้งอาบตั ิ สงัฆาทเิสส อุภโตพัทธมิสสกจักร จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๖๗ }
๒๖๘ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท บทภาชนยี ์ ขัณฑจักร [๒๔๙] ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีขยีวใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิ ี เหลอืงเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีขยีวใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิแีดงเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีขยีวใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิขีาวเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีขยีวใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิเีหมอืน เปรยีงเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีขยีวใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิเีหมอืน น ้าทา่เคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีขยีวใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิเีหมอืน น ้ามันเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีขยีวใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิเีหมอืน นมสดเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีขยีวใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิเีหมอืน นมสม้เคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีขยีวใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิเีหมอืน เนยใสเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ขัณฑจักร จบ พัทธจักร [๒๕๐] ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหลอืงใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุิ สแีดงเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหลอืงใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิขีาวเคลอื่น ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนเปรยีงเคลอื่น ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้าทา่เคลอื่น ฯลฯ น ้า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๖๘ }
๒๖๙ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงฆาทิเสสกัณฑ์] ั ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท บทภาชนยี ์ อสจุสิเีหมอืนน ้ามันเคลอื่น ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสดเคลอื่น ฯลฯ น ้าอสจุสิ ี เหมอืนนมสม้เคลอื่น ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนเนยใสเคลอื่น ฯลฯ น ้าอสจุสิเีขยีวเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิแีดงใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิขีาวเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิแีดงใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิเีหมอืน เปรยีงเคลอื่น ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้าทา่เคลอื่น ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้ามันเคลอื่น ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสดเคลอื่น ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสม้เคลอื่น ฯลฯ น ้า อสจุสิเีหมอืนเนยใสเคลอื่น ฯลฯ น ้าอสจุสิเีขยีวเคลอื่น ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหลอืงเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิขีาวใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิเีหมอืนเปรยีง เคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ฯลฯ น ้าอสจุสิแีดงเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส พึงทราบจักรทั้งหลายอย่างนี้ พัทธจักร จบ กุจฉิจักร หมุนไปข้างหน้า [๒๕๑] ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหมอืนเนยใสใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แต่ น ้าอสจุสิเีขยีวเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหมอืนเนยใสใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิ ี เหลอืงเคลอื่น ฯลฯ น ้าอสจุสิแีดงเคลอื่น ฯลฯ น ้าอสจุสิขีาวเคลอื่น ฯลฯ น ้าอสจุสิ ี เหมอืนเปรยีงเคลอื่น ฯลฯ น ้าอสจุสิหีมอืนน ้าทา่เคลอื่น ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืน น ้ามันเคลอื่น ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสดเคลอื่น ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสม้ เคลื่อน ต ้องอาบัตสิงัฆาทเิสส กุจฉิจักร จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๖๙ }
๒๗๐ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท บทภาชนยี ์ ปิฏฐิจักร หมุนไปข้างหลัง [๒๕๒] ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหลอืงใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิ ี เขยีวเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิแีดงใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิเีขยีวเคลอื่น ฯลฯ จงใจจะท าน ้าอสจุสิขีาวใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิเีขยีวเคลอื่น ฯลฯ จงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหมอืนเปรยีงใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิเีขยีวเคลอื่น ฯลฯ จงใจจะท าอสจุสิเีหมอืนน ้าทา่ ใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิเีขยีวเคลอื่น ฯลฯ จงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหมอืนน ้ามันใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิเีขยีวเคลอื่น ฯลฯ จงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหมอืนนมสดใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิเีขยีวเคลอื่น ฯลฯ จงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหมอืนนมสม้ ใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิเีขยีวเคลอื่น ฯลฯ จงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหมอืนเนยใสใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิเีขยีวเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส พระบาลีรอบที่ ๑ แห่งปิฏฐิจักร จบ [๒๕๓] ภิกษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิแีดงใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิ ี เหลอืงเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิขีาว ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนเปรยีง...น ้าอสจุสิเีหมอืน น ้าทา่...น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้ามัน...น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสด...น ้าอสจุสิเีหมอืนนม สม้...น ้าอสจุสิเีหมอืนเนยใส...ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีขยีวใหเ้คลอื่น พยายามอยู่ แตน่ ้าอสจุสิเีหลอืงเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส พระบาลีรอบที่ ๒ แห่งปิฏฐิจักร จบ [๒๕๔] ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิขีาวใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิ ี แดงเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหมอืนเปรยีง ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้าทา่...น ้าอสจุิ สเีหมอืนน ้ามัน...น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสด...น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสม้...น ้าอสจุสิเีหมอืน {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๗๐ }
๒๗๑ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท บทภาชนยี ์ เนยใส...น ้าอสจุสิเีขยีว...จงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหลอืงใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้า อสจุสิแีดงเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส พระบาลีรอบที่ ๓ แห่งปิฏฐิจักร จบ [๒๕๕] ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหมอืนเปรยีงใหเ้คลื่อน พยายามอยู่ แต่ น ้าอสจุสิขีาวเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหมอืนน ้าทา่ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้ามัน...น ้าอสจุิ สเีหมอืนนมสด...น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสม้...น ้าอสจุสิเีหมอืนเนยใส...น ้าอสจุสิ ี เขยีว...น ้าอสจุสิเีหลอืง...จงใจจะท าน ้าอสจุสิแีดงใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิ ี ขาวเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส พระบาลีรอบที่ ๔ แห่งปิฏฐิจักร จบ [๒๕๖] ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหมอืนน ้าทา่ ใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้า อสจุสิเีหมอืนเปรยีงเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหมอืนน ้ามัน ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสด...น ้า อสจุสิเีหมอืนนมสม้...น ้าอสจุสิเีหมอืนเนยใส...น ้าอสจุสิเีขยีว...น ้าอสจุสิเีหลอืง...น ้า อสจุสิแีดง...จงใจจะท าน ้าอสจุสิขีาวใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิเีหมอืนเปรยีง เคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส พระบาลีรอบที่ ๕ แห่งปิฏฐิจักร จบ [๒๕๗] ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหมอืนน ้ามันใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แต่ น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้าทา่เคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหมอืนนมสด ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสม้...น ้า อสจุสิเีหมอืนเนยใส...น ้าอสจุสิเีขยีว...น ้าอสจุสิเีหลอืง...น ้าอสจุสิแีดง...น ้าอสจุสิ ี ขาว...จงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหมอืนเปรยีงใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิเีหมอืน น ้าทา่เคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส พระบาลีรอบที่ ๖ แห่งปิฏฐิจักร จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๗๑ }
๒๗๒ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท บทภาชนยี ์ [๒๕๘] ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหมอืนนมสดใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แต่ น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้ามันเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหมอืนนมสม้ฯลฯ สเีหมอืนเนยใส...สเีขยีว...สี เหลอืง...สแีดง...สขีาว สเีหมอืนเปรยีง...สเีหมอืนน ้าทา่ ใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แต่ น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้ามันเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส พระบาลีรอบที่ ๗ แห่งปิฏฐิจักร จบ [๒๕๙] ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหมอืนนมสม้ ใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แต่ น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสดเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหมอืนเนยใส ฯลฯ น ้าอสจุสิเีขยีว...น ้าอสจุสิ ี เหลอืง...น ้าอสจุสิแีดง...น ้าอสจุสิขีาว...น ้าอสจุสิเีหมอืนเปรยีง...น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้า ทา่...จงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหมอืนน ้ามันใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิเีหมอืน นมสดเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส พระบาลีรอบที่ ๘ แห่งปิฏฐิจักร จบ [๒๖๐] ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหมอืนเนยใสใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แต่ น ้าอสจุสิเีหมอืนนมสม้เคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีขยีว ฯลฯ น ้าอสจุสิเีหลอืง...น ้าอสจุสิแีดง...น ้าอสุจิ สขีาว...น ้าอสจุสิเีหมอืนเปรยีง...น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้าทา่...น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้ามัน... จงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหมอืนนมสดใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิเีหมอืนนม สม้เคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส พระบาลีรอบที่ ๙ แห่งปิฏฐิจักร จบ [๒๖๑] ภิกษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีขยีวใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิ ี เหมอืนเนยใสเคลอื่น ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๗๒ }
๒๗๓ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท อนาปัตตวิาร ภกิษุจงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหลอืง ฯลฯ น ้าอสจุสิแีดง...น ้าอสจุสิขีาว...น ้าอสจุิ สเีหมอืนเปรยีง...น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้าทา่...น ้าอสจุสิเีหมอืนน ้ามัน...น ้าอสจุสิเีหมอืน นมสด...จงใจจะท าน ้าอสจุสิเีหมอืนนมสม้ ใหเ้คลอื่น พยายามอยู่แตน่ ้าอสจุสิ ี เหมือนเนยใสเคลื่อน ต ้องอาบัตสิงัฆาทเิสส ปิฏฐิจักรรอบที่ ๑๐ จบ ปิฏฐิจักร จบ [๒๖๒] ภิกษุจงใจ พยายาม น ้าอสุจิเคลื่อน ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ภิกษุจงใจ พยายาม น ้าอสุจิไม่เคลื่อน ต ้องอาบัติถุลลัจจัย ภิกษุจงใจ ไม่พยายาม น ้าอสุจิเคลื่อน ไม่ต ้องอาบัติ ภิกษุจงใจ ไม่พยายาม น ้าอสุจิไม่เคลื่อน ไม่ต ้องอาบัติ ภิกษุไม่จงใจ พยายาม น ้าอสุจิเคลื่อน ไม่ต ้องอาบัติ ภิกษุไม่จงใจ พยายาม น ้าอสุจิไม่เคลื่อน ไม่ต ้องอาบัติ ภิกษุไม่จงใจ ไม่พยายาม น ้าอสุจิเคลื่อน ไม่ต ้องอาบัติ ภิกษุไม่จงใจ ไม่พยายาม น ้าอสุจิไม่เคลื่อน ไม่ต ้องอาบัติ อนาปัตติวาร ภิกษุต่อไปนี้ไม่ต ้องอาบัติ คือ ๑. ภิกษุที่มีน ้าอสุจิเคลื่อนเพราะความฝัน ๒. ภิกษุไม่มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน ๓. ภิกษุวิกลจริต ๔. ภกิษุมจีติฟ้งุซา่น ๕. ภกิษุกระสบักระสา่ยเพราะเวทนา ๖. ภิกษุต ้นบัญญัติ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๗๓ }
๒๗๔ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท วนิตีวตัถุ คาถารวมวินีตวัตถุ เรื่องที่ทรงวินิจฉัยแล้ว เรื่องภิกษุฝัน ๑ เรื่อง เรื่องภิกษุถ่ายอุจจาระ ๑ เรื่อง เรื่องภิกษุถ่ายปัสสาวะ ๑ เรื่อง เรื่องภิกษุตรึกถึงกาม ๑ เรื่อง เรื่องภิกษุอาบน ้าร้อน ๓ เรื่อง เรื่องภิกษุทายา ๓ เรื่อง เรื่องภิกษุเกาอัณฑะ ๓ เรื่อง เรื่องภิกษุเดินทาง ๓ เรื่อง เรื่องภิกษุบีบหนังหุ้มปลายองคชาต ๓ เรื่อง เรื่องเรือนไฟ ๖ เรื่อง เรอื่งภกิษุใชอ้งคชาตเสยีดสขีาออ่น ๓ เรื่อง เรอื่งใชส้ามเณร ๑ เรื่อง เรื่องสามเณรนอนหลับ ๑ เรื่อง เรอื่งภกิษุใชข้าหนบีองคชาต ๒ เรื่อง เรอื่งภกิษุใชม้อืบบีองคชาต ๒ เรื่อง เรอื่งภกิษุสา่ยสะเอวในอากาศ ๒ เรื่อง เรื่องภิกษุบิดกาย ๓ เรื่อง เรื่องภิกษุเพ่งองค์ก าเนิด ๑ เรื่อง เรอื่งภกิษุสอดองคชาตเขา้ชอ่งดาล ๒ เรื่อง เรอื่งภกิษุเสยีดสอีงคชาตกับไม้๒ เรื่อง เรื่องภิกษุอาบน ้าทวนกระแส ๓ เรื่อง เรื่องภิกษุเล่นน ้าโคลน ๓ เรื่อง เรื่องภิกษุเดินลุยน ้า ๓ เรื่อง เรื่องภิกษุเล่นไถลก ้น ๓ เรื่อง เรื่องภิกษุเดินลุยสระบัว ๓ เรื่อง เรื่องภิกษุสอดองคชาตเข ้าในทราย ๒ เรื่อง เรื่องภิกษุสอดองคชาตเข ้าในตม ๒ เรื่อง เรื่องภิกษุตักน ้ารดองคชาต ๓ เรื่อง เรอื่งภกิษุเสยีดสอีงคชาตบนทนี่อน ๒ เรื่อง เรอื่งภกิษุเสยีดสอีงคชาตกับนวิ้หัวแมม่อื๒ เรื่อง วินีตวัตถุ เรื่องภิกษุฝัน ๑ เรื่อง [๒๖๓] สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งน ้าอสุจิเคลื่อนเพราะความฝัน ท่านเกิดความ กังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้พีระ ภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสว่า “ภิกษุ น ้าอสุจิเคลื่อนเพราะความฝัน ไม่ต ้องอาบัติ” (เรื่องที่ ๑) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๗๔ }
๒๗๕ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท วนิตีวตัถุ เรื่องภิกษุถ่ายอุจจาระ ๑ เรื่อง สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งก าลังถ่ายอุจจาระ น ้าอสุจิเคลื่อน ท่านเกิดความกังวล ใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเสสหรือหนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ ิ ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า ไม่มีความ ประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภิกษุ เธอไม่มีความประสงค์จะท า น ้าอสุจิให ้เคลื่อน ไม่ต ้องอาบัติ” (เรื่องที่ ๒) เรื่องภิกษุถ่ายปัสสาวะ ๑ เรื่อง สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งก าลังถ่ายปัสสาวะ น ้าอสุจิเคลื่อน ท่านเกิดความกังวล ใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้พีระภาคให้ ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า ไม่มีความ ประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภิกษุ เธอไม่มีความประสงค์จะท า น ้าอสุจิให ้เคลื่อน ไม่ต ้องอาบัติ” (เรื่องที่ ๓) เรื่องภิกษุตรึกถึงกาม ๑ เรื่อง สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งก าลังครุ่นคิดถึงกามารมณ์ น ้าอสุจิเคลื่อน ท่านเกิด ความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทิเสสหรือหนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มี พระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสว่า “ภิกษุ เธอครุ่นคิดถึงกามารมณ์ ไม่ต ้องอาบัติ” (เรื่องที่ ๔) เรื่องภิกษุอาบน ้าร้อน ๓ เรื่อง สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งก าลังอาบน ้าร้อน น ้าอสุจิเคลื่อน ท่านเกิดความกังวล ใจว่า เราต ้องอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้พีระภาคให้ ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า ไม่มีความ ประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภิกษุ เธอไม่มีความประสงค์จะท า น ้าอสุจิให ้เคลื่อน ไม่ต ้องอาบัติ” (เรื่องที่ ๕) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๗๕ }
๒๗๖ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท วนิตีวตัถุ สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน ก าลังอาบน ้าร้อน น ้าอสุจิเคลื่อน ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน า เรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิด อย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส” (เรื่องที่ ๖) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าให ้อสุจิเคลื่อน ก าลังอาบน ้าร้อน แตน่ ้าอสจุไิมเ่คลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จึง น าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิด อย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอไมต่อ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัตถิลุลัจจัย” (เรื่องที่ ๗) เรื่องภิกษุทายา ๓ เรื่อง สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งเป็นแผลที่องคชาต ก าลังทายา น ้าอสุจิเคลื่อน ท่าน เกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิ งฆาทิเสสหรือหนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระ ั ผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระ พุทธเจ้า ไม่มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภิกษุ เธอไม่ มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน ไม่ต ้องอาบัติ” (เรื่องที่ ๘) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งเป็นแผลที่องคชาต ท่านมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิ ให ้เคลื่อน ก าลังทายา น ้าอสุจิเคลื่อน ท่านเกิดความกังวลใจว่า เราต ้องอาบัติ สงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้พีระภาคใหท้รงทราบ พระองค์ ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิ ให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส” (เรื่องที่ ๙) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งเป็นแผลที่องคชาต ท่านมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิ ให ้เคลื่อน ก าลังทายา น ้าอสุจิไม่เคลื่อน ท่านเกิดความกังวลใจว่า เราต ้องอาบัติ สงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้พีระภาคใหท้รงทราบ พระองค์ ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๗๖ }
๒๗๗ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท วนิตีวตัถุ ให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอไมต่อ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัติ ถุลลัจจัย” (เรื่องที่ ๑๐) เรื่องภิกษุเกาอัณฑะ ๓ เรื่อง สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งก าลังเกาลูกอัณฑะ น ้าอสุจิเคลื่อน ท่านเกิดความกังวล ใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้พีระภาคให้ ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า ไม่มีความ ประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภิกษุ เธอไม่มีความประสงค์จะท า น ้าอสุจิให ้เคลื่อน ไม่ต ้องอาบัติ” (เรื่องที่ ๑๑) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน ก าลังเกาลูก อัณฑะ น ้าอสจุเิคลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส” (เรื่องที่ ๑๒) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน ก าลังเกาลูก อัณฑะ น ้าอสุจิไม่เคลื่อน ท่านเกิดความกังวลใจว่า เราต ้องอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอ คิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอไมต่อ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัตถิลุลัจจัย” (เรื่องที่ ๑๓) เรื่องภิกษุเดินทาง ๓ เรื่อง [๒๖๔] สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งก าลังเดินทาง น ้าอสุจิเคลื่อน ท่านเกิดความ กังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้พีระ ภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า ไม่ มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภิกษุ เธอไม่มีความ ประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน ไม่ต ้องอาบัติ” (เรื่องที่ ๑๔) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๗๗ }
๒๗๘ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สุกกวสิฏัฐสิกิขาบท วนิตีวตัถุ สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน ก าลังเดินทาง น ้าอสจุเิคลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน า เรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิด อย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส” (เรื่องที่ ๑๕) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน ก าลังเดินทาง น ้าอสจุไิมเ่คลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรือหนอ จึงน า เรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิด อย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอไมต่อ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัตถิลุลัจจัย” (เรื่องที่ ๑๖) เรื่องภิกษุบีบหนังหุ้มปลายองคชาต ๓ เรื่อง สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งก าลังถ่ายปัสสาวะ บีบหนังหุ้มปลายองคชาต น ้าอสุจิ เคลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ป กราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า ไม่มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภิกษุ เธอไม่มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน ไม่ต ้องอาบัติ” (เรื่องที่ ๑๗) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน ก าลังถ่าย ปัสสาวะ บีบหนังหุ้มปลายองคชาต น ้าอสุจิเคลื่อน ท่านเกิดความกังวลใจว่า เรา ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้พีระภาคใหท้รงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท า น ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส” (เรื่องที่๑๘) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน ก าลังถ่าย ปัสสาวะ บีบหนังหุ้มปลายองคชาต น ้าอสุจิไม่เคลื่อน ท่านเกิดความกังวลใจว่า เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้พีระภาคใหท้รงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท า {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๗๘ }
๒๗๙ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท วนิตีวตัถุ น ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภิกษุ เธอไม่ต ้องอาบัตสิงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัติ ถุลลัจจัย” (เรื่องที่ ๑๙) เรื่องเรือนไฟ ๖ เรื่อง สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งอบหน้าท้องอยู่ในเรือนไฟ น ้าอสุจิเคลื่อน ท่านเกิด ความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้ี พระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า ไม่มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภิกษุ เธอไม่มีความ ประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน ไม่ต ้องอาบัติ” (เรื่องที่ ๒๐) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน อบหน้าท้อง อยใู่นเรอืนไฟ น ้าอสจุเิคลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส หรือหนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภิกษุ เธอต ้องอาบัตสิงัฆาทเิสส” (เรื่องที่ ๒๑) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน อบหน้าท้อง อยใู่นเรอืนไฟ น ้าอสจุไิมเ่คลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส หรือหนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอไมต่อ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัตถิลุลัจจัย” (เรื่อง ที่ ๒๒) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งนวดหลังให ้พระอุปัชฌาย์ในเรือนไฟ น ้าอสุจิเคลื่อน ท่านเกิดความกังวลใจว่า เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลู พระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้า พระพุทธเจ้า ไม่มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภิกษุ เธอ ไม่มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน ไม่ต ้องอาบัติ” (เรื่องที่ ๒๓) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน นวดหลังให ้ พระอุปัชฌาย์ในเรือนไฟ น ้าอสุจิเคลื่อน ท่านเกิดความกังวลใจว่า เราต ้องอาบัติ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๗๙ }
๒๘๐ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท วนิตีวตัถุ สงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้พีระภาคใหท้รงทราบ พระองค์ ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิ ให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภิกษุ เธอตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส” (เรื่องที่ ๒๔) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน นวดหลังให ้พระ อุปัชฌาย์ในเรือนไฟ น ้าอสุจิไม่เคลื่อน ท่านเกิดความกังวลใจว่า เราต ้องอาบัติ สงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้พีระภาคใหท้รงทราบ พระองค์ ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้า อสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอไมต่อ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัติ ถุลลัจจัย” (เรื่องที่ ๒๕) เรอื่งภกิษุใชอ้งคชาตเสยีดสขีาออ่น ๓ เรื่อง [๒๖๕] สมัยนัน้ภกิษุรปูหนงึ่ใชอ้งคชาตเสยีดสขีาออ่น น ้าอสจุเิคลอื่น ทา่น เกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระ ผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า ไม่มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภิกษุ เธอไม่มีความ ประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน ไม่ต ้องอาบัติ” (เรื่องที่ ๒๖) สมัยนัน้ภกิษุรปูหนงึ่มคีวามประสงคจ์ะท าน ้าอสจุใิหเ้คลอื่น จงึใชอ้งคชาต เสยีดสขีาออ่น น ้าอสจุเิคลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส หรือหนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส” (เรื่องที่ ๒๗) สมัยนัน้ภกิษุรปูหนงึ่มคีวามประสงคจ์ะท าน ้าอสจุใิหเ้คลอื่น จงึใชอ้งคชาต เสยีดสขีาออ่น น ้าอสจุไิมเ่คลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส หรือหนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอ คิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภิกษุ เธอไม่ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัตถิลุลัจจัย” (เรื่อง ที่ ๒๘) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๘๐ }
๒๘๑ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท วนิตีวตัถุ เรอื่งใชส้ามเณร ๑ เรื่อง สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน ได ้กล่าวกับ สามเณรว่า “สามเณรมานี่ จงจับองคชาตของเรา” สามเณรจึงจับองคชาตของภิกษุ นัน้ทา่นน ้าอสจุเิคลอื่นแลว้เกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสว่า “ภิกษุ เธอ ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส” (เรื่องที่ ๒๙) เรื่องสามเณรนอนหลับ ๑ เรื่อง สมัยนัน้ภกิษุรปูหนงึ่จับองคชาตของสามเณรซงึ่นอนหลับ แลว้ทา่นน ้าอสจุิ เคลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ป กราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสว่า “ภิกษุ เธอไม่ต ้องอาบัติ สงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัตทิกุกฏ” (เรื่องที่ ๓๐) เรอื่งภกิษุใชข้าหนบีองคชาต ๒ เรื่อง [สมัยนัน้ภกิษุรปูหนงึ่ใชข้าหนบีองคชาต น ้าอสจุเิคลอื่น ทา่นเกดิความกังวล ใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ ทรงทราบ พระองค์ตรัสว่า “ภิกษุ เธอไม่มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน ไม่ ต ้องอาบัติ”]๑ [๒๖๖] สมัยนัน้ภกิษุรปูหนงึ่มคีวามประสงคจ์ะท าน ้าอสจุใิหเ้คลอื่น จงึใช้ ขาหนีบองคชาต น ้าอสุจิเคลื่อน ท่านเกิดความกังวลใจว่า เราต ้องอาบัตสิงัฆาทเิสส หรือหนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส” (เรื่องที่ ๓๑) เชงิอรรถ : ๑ [ ] ไม่มีเลขบอกล าดับเรื่อง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๘๑ }
๒๘๒ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท วนิตีวตัถุ สมัยนัน้ภกิษุรปูหนงึ่มคีวามประสงคจ์ะท าน ้าอสจุใิหเ้คลอื่น จงึใชข้าหนบี องคชาตแตน่ ้าอสจุไิมเ่คลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอื หนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธ เจ้าข ้า” “ภิกษุ เธอไม่ต ้องอาบัติสงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัตถิลุลัจจัย” (เรื่องที่๓๒) เรอื่งภกิษุใชม้อืบบีองคชาต ๒ เรื่อง [สมัยนัน้ภกิษุรปูหนงึ่ใชม้อืบบีองคชาต น ้าอสจุเิคลอื่น ทา่นเกดิความกังวล ใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้พีระภาคให้ ทรงทราบ พระองค์ตรัสว่า “ภิกษุ เธอไม่มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน ไม่ ต ้องอาบัติ”]๑ สมัยนัน้ภกิษุรปูหนงึ่มคีวามประสงคจ์ะท าน ้าอสจุใิหเ้คลอื่น จงึใชม้อืบบีองค ชาต น ้าอสจุเิคลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ” (เรื่องที่ ๓๓) สมัยนัน้ภกิษุรปูหนงึ่มคีวามประสงคจ์ะท าน ้าอสจุใิหเ้คลอื่น จงึใชม้อืบบีองค ชาต แต่น ้าอสจุไิมเ่คลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอื หนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระ พุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอไมต่อ้งอาบัตสิงัฆาทิเสส แต่ต ้องอาบัติถุลลัจจัย” (เรื่องที่๓๔) เรอื่งภกิษุสา่ยสะเอวในอากาศ ๒ เรื่อง สมัยนัน้ภกิษุรปูหนงึ่มคีวามประสงคจ์ะท าน ้าอสจุใิหเ้คลอื่น จงึสา่ยสะเอวใน อากาศ น ้าอสจุเิคลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ เชงิอรรถ : ๑ [ ] ไม่มีเลขบอกล าดับเรื่อง {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๘๒ }
๒๘๓ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท วนิตีวตัถุ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส” (เรื่องที่ ๓๕) สมัยนัน้ภกิษุรปูหนงึ่มคีวามประสงคจ์ะท าน ้าอสจุใิหเ้คลอื่น จงึสา่ยสะเอวใน อากาศแต่น ้าอสุจิไม่เคลื่อน ท่านเกิดความกังวลใจว่า เราต ้องอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอื หนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอไมต่อ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัตถิลุลัจจัย” (เรื่องที่ ๓๖) เรื่องภิกษุบิดกาย ๓ เรื่อง สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งบิดกาย น ้าอสุจิเคลื่อน ท่านเกิดความกังวลใจว่า เรา ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้พีระภาคใหท้รงทราบ พระองค์ตรัสว่า “ภิกษุ เธอไม่มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน ไม่ต ้องอาบัติ” (เรื่องที่ ๓๗) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน บิดกาย น ้าอสุจิ เคลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ป กราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภิกษุ เธอตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ” (เรื่องที่ ๓๘) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน บิดกาย แต่น ้า อสจุไิมเ่คลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน า เรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิด อย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอไมต่อ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัตถิลุลัจจัย” (เรื่องที่ ๓๙) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๘๓ }
๒๘๔ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท วนิตีวตัถุ เรื่องภิกษุเพ่งองค์ก าเนิด ๑ เรื่อง สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความก าหนัด เพ่งดูองค์ก าเนิดมาตุคาม น ้าอสุจิเคลื่อน ท่านเกิดความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลู พระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสว่า “ภกิษุเธอไมต่อ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส อนึ่ง ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงเพ่งดูองค์ก าเนิดมาตุคาม ภิกษุใดเพ่งดู ภิกษุนั้น ต ้อง อาบัติทุกกฏ” (เรื่องที่ ๔๐) เรื่องภกิษุสอดองคชาตเขา้ชอ่งดาล ๒ เรื่อง [๒๖๗] สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน จึง สอดองคชาตเขา้ชอ่งดาล ๑ น ้าอสุจิเคลื่อน ท่านเกิดความกังวลใจว่า เราต ้องอาบัติ สงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้พีระภาคใหท้รงทราบ พระองค์ ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิ ให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส” (เรื่องที่ ๔๑) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน จึงสอดองคชาต เขา้ชอ่งดาล แตน่ ้าอสจุไิมเ่คลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส หรือหนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอไมต่อ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัตถิลลัจจัยุ” (เรื่องที่ ๔๒) เรอื่งภกิษุเสยีดสอีงคชาตกบัไม้๒ เรื่อง สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน จึงเอาไม ้มา เสยีดสอีงคชาต น ้าอสจุเิคลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส เชงิอรรถ : ๑ พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕, (กรุงเทพฯ : รพ.อักษรเจริญทัศน์, ๒๕๓๖) หน้า ๒๙๘ “ชอ่งดาล” คอืรสู าหรับเขยี่ลกูดาล ชอ่งส าหรับไขดาล สว่นเหล็กส าหรับไขดาลมรีปูเป็นมมุฉาก ๒ ทบอย่างคันฉัตรหลังพระพุทธรูป เรียกว่า “ลูกดาล” ค าว่า “ดาล” เป็นชอื่กลอนประตทูที่ าดว้ยไมส้ าหรับขัด บานประตูเชน่ ประตโูบสถ์ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๘๔ }
๒๘๕ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท วนิตีวตัถุ หรือหนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส” (เรื่องที่ ๔๓) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน จึงเอาไม ้มา เสยีดสอีงคชาต แตน่ ้าอสจุไิมเ่คลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจว่า เราต ้องอาบัติ สงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้พีระภาคใหท้รงทราบ พระองค์ ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิ ให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอไมต่อ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัติ ถุลลัจจัย” (เรื่องที่ ๔๔) เรื่องภิกษุอาบน ้าทวนกระแส ๓ เรื่อง สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งลงอาบน ้าทวนกระแส น ้าอสุจิเคลื่อน ท่านเกิดความ กังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้พีระ ภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสว่า “ภิกษุ เธอไม่มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้ เคลื่อน ไม่ต ้องอาบัติ” (เรื่องที่ ๔๕) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน จึงอาบน ้าทวน กระแส น ้าอสจุเิคลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส” (เรื่องที่ ๔๖) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน จึงอาบน ้าทวน กระแส แต่น ้าอสุจิไม่เคลื่อน ท่านเกิดความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอื หนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอไมต่อ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัตถิลุลัจจัย” (เรื่อง ที่ ๔๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๘๕ }
๒๘๖ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท วนิตีวตัถุ เรื่องภิกษุเล่นน ้าโคลน ๓ เรื่อง สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งลงเล่นน ้าโคลน น ้าอสุจิเคลื่อน ท่านเกิดความกังวลใจ วา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้พีระภาคให้ ทรงทราบ พระองค์ตรัสว่า “ภิกษุ เธอไม่มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน ไม่ต ้องอาบัติ” (เรื่องที่ ๔๘) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน จึงลงเล่นน ้าโคลน น ้าอสจุเิคลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน า เรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิด อย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส” (เรื่องที่ ๔๙) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน จึงลงเล่นน ้า โคลนแตน่ ้าอสจุไิมเ่คลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอไมต่อ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัตถิลุลัจจัย” (เรื่องที่ ๕๐) เรื่องภิกษุเดินลุยน ้า ๓ เรื่อง สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งเดินลุยน ้า น ้าอสุจิเคลื่อน ท่านเกิดความกังวลใจว่า เรา ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้พีระภาคใหท้รงทราบ พระองค์ตรัสว่า “ภิกษุ เธอไม่มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน ไม่ต ้องอาบัติ” (เรื่องที่ ๕๑) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน จึงเดินลุยน ้า น ้าอสจุเิคลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนี้ ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภิกษุ เธอตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส” (เรื่องที่ ๕๒) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๘๖ }
๒๘๗ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท วนิตีวตัถุ สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน จึงเดินลุยน ้า แตน่ ้าอสจุไิมเ่คลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จึง น าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอ คิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภิกษุ เธอไมต่อ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัตถิลุลัจจัย” (เรื่องที่ ๕๓) เรื่องภิกษุเล่นไถลก้น ๓ เรื่อง สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งเล่นไถลก ้น น ้าอสุจิเคลื่อน ท่านเกิดความกังวลใจว่า เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้พีระภาคใหท้รงทราบ พระองค์ตรัสว่า “ภิกษุ เธอไม่มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน ไม่ต ้องอาบัติ” (เรื่องที่ ๕๔) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน จึงเล่นไถลก ้น น ้าอสจุเิคลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน า เรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิด อย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส” (เรื่องที่ ๕๕) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน จึงเล่นไถลก ้น แตน่ ้าอสจุไิมเ่คลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จึง น าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอ คิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้า ข ้า” “ภิกษุ เธอไม่ต ้องอาบัติสงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัตถิลุลัจจัย” (เรื่องที่ ๕๖) เรื่องภิกษุเดินลุยสระบัว ๓ เรื่อง [๒๖๘] สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งเดินลุยในสระบัว น ้าอสุจิเคลื่อน ท่านเกิด ความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้ี พระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสว่า “ภิกษุ เธอไม่มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้ เคลื่อน ไม่ต ้องอาบัติ” (เรื่องที่ ๕๗) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๘๗ }
๒๘๘ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท วนิตีวตัถุ สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน จึงเดินลุย ในสระบัว น ้าอสจุเิคลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอื หนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส” (เรื่องที่ ๕๘) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน จึงเดินลุย ในสระบัว แตน่ ้าอสจุไิมเ่คลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส หรือหนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอไมต่อ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัตถิลุลัจจัย” (เรื่องที่ ๕๙) เรื่องภิกษุสอดองคชาตเข้าในทราย ๒ เรื่อง สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน จึงสอดองคชาต เขา้ในทราย น ้าอสจุเิคลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอื หนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ” (เรื่องที่ ๖๐) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน จึงสอดองคชาต เขา้ในทรายแตน่ ้าอสจุไิมเ่คลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส หรือหนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอไมต่อ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัตถิลุลัจจัย” (เรื่องที่ ๖๑) เรื่องภิกษุสอดองคชาตเข้าในตม ๒ เรื่อง สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน จึงสอดองคชาต เขา้ในตม น ้าอสจุเิคลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๘๘ }
๒๘๙ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท วนิตีวตัถุ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอตอ้งอาบัตสิ งฆาทิเสส ั ” (เรื่องที่ ๖๒) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน จึงสอดองคชาต เขา้ในตม แตน่ ้าอสจุไิมเ่คลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส หรือหนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอไมต่อ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัตถิลุลัจจัย” (เรื่อง ที่ ๖๓) เรื่องภิกษุเอาน ้ารดองคชาต ๓ เรื่อง สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งเอาน ้ารดองคชาต น ้าอสุจิเคลื่อน ท่านเกิดความกังวล ใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้พีระภาคให้ ทรงทราบ พระองค์ตรัสว่า “ภิกษุ เธอไม่มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน ไม่ ต ้องอาบัติ” (เรื่องที่ ๖๔) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน จึงเอาน ้ารด องคชาต น ้าอสจุเิคลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภิกษุ เธอต ้องอาบัตสิงัฆาทเิสส” (เรื่องที่ ๖๕) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน จึงเอาน ้ารด องคชาต แตน่ ้าอสจุไิมเ่คลอื่น ทา่นเกดิความกังวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสสหรอื หนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอไมต่อ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัตถิลุลัจจัย” (เรื่อง ที่ ๖๖) {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๘๙ }
๒๙๐ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๑. สกุกวสิฏัฐสิกิขาบท วนิตีวตัถุ เรอื่งภกิษุเสยีดสอีงคชาตบนทนี่อน ๒ เรื่อง สมัยนัน้ภกิษุรปูหนงึ่มคีวามประสงคจ์ะท าน ้าอสจุใิหเ้คลอื่น จงึเสยีดสี องคชาตบนทนี่อน น ้าอสจุเิคลอื่น ทา่นเกดิความกงัวลใจวา่เราตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส หรือหนอ จึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ทรงทราบ พระองค์ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส” (เรื่องที่ ๖๗) สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะท าน ้าอสจุใิหเ้คลอื่น จงึเสยีดสี องคชาตบนที่นอน แต่น ้าอสุจิไม่เคลื่อน ท่านเกิดความกังวลใจว่า เราต ้องอาบัติ สงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้พีระภาคใหท้รงทราบ พระองค์ ตรัสถามว่า “ภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข ้าพระพุทธเจ้า มีความประสงค์จะท าน ้าอสุจิ ให ้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข ้า” “ภกิษุเธอไมต่อ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัติ ถุลลัจจัย” (เรื่องที่ ๖๘) เรอื่งภกิษุเสยีดสอีงชาตกบันวิ้หวัแมม่อื ๒ เรื่อง สมัยนัน้ภกิษุรปูหนงึ่มคีวามประสงคจ์ะท าน ้าอสจุใิหเ้คลอื่น จงึเสยีดสี องคชาตกับนิ้วหัวแม่มือ น ้าอสุจิเคลื่อน ท่านเกิดความกังวลใจว่า เราต ้องอาบัติ สงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้พีระภาคใหท้รงทราบ พระองค์ ตรัสว่า “ภกิษุเธอตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส” (เรื่องที่ ๖๙) สมัยนัน้ภกิษุรปูหนงึ่มคีวามประสงคจ์ะท าน ้าอสจุใิหเ้คลอื่น จงึเสยีดสี องคชาตกับนิ้วหัวแม่มือ แต่น ้าอสุจิไม่เคลื่อน ท่านเกิดความกังวลใจว่า เราต ้อง อาบัตสิงัฆาทเิสสหรอืหนอ จงึน าเรอื่งนไี้ปกราบทลูพระผมู้พีระภาคใหท้รงทราบ พระองค์ตรัสว่า “ภกิษุเธอไมต่อ้งอาบัตติอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส แตต่อ้งอาบัติ ถุลลัจจัย” (เรื่องที่ ๗๐) สกุกวสิฏัฐสิกิขาบทที่๑ จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๙๐ }
๒๙๑ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๒. กายสงัสคัคสกิขาบท นทิานวตัถุ ๒. กายสงัสคัคสกิขาบท ว่าด้วยการถูกต้องกายกับมาตุคาม เรื่องพระอุทายี [๒๖๙] สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้งนั้น ท่านพระอุทายีอยู่ในป่ า วิหารของ ท่านสวยงาม น่าดู น่าชม ห ้องกลางมีระเบียงรอบด ้าน จัดเตียง ตั่ง ฟูก หมอนไว ้ เรยีบรอ้ย ตัง้น ้าฉันน ้าใชไ้วพ้รอ้ม บรเิวณวหิารเตยีนสะอาด ชาวบา้นจ านวนมากพา กันมาชม วิหารของท่าน พราหมณ์คนหนึ่งกับภรรยาเข ้าไปหาท่านพระอุทายีถึงที่อยู่ กราบเรียนว่า “พวกข ้าพเจ้าอยากชมวิหารของพระคุณเจ้า” ท่านพระอุทายีตอบว่า “พราหมณ์ถา้เชน่นัน้เชญิชมเถดิ ” แล ้วถือลูกกุญแจไขลิ่มผลักบานประตูเข ้าไปยังวิหาร พราหมณ์เดินตามหลังท่านพระอทุายเีขา้ไป สว่นภรรยาก็เดนิตามหลัง พราหมณ์เข ้าไป ขณะนั้นท่านพระอุทายีเดินไปเปิดปิดหน้าต่างบางตอน เวียนรอบห ้องแล ้ว ย ้อนมาข ้างหลัง ได ้จับต ้องอวัยวะน้อยใหญ่ของนางพราหมณี ครัง้นัน้พราหมณ์นัน้ไดช้นื่ชมยนิดกี ับทา่นพระอทุายแีลว้กลับไป เมอื่กลับไป แล ้ว พราหมณ์ได ้เปล่งวาจาออกมาด ้วยความดีใจว่า “พระสมณะเชอื้สายศากยบตุร ทอี่ยใู่นป่าเชน่นมี้อี ัธยาศัยกวา้งขวาง แมพ้ระอทุายผีเู้จรญิทอี่ยใู่นป่าเชน่นกี้ ็มี อัธยาศัยกวา้งขวาง” เมื่อพราหมณ์กล่าวอย่างนี้ นางพราหมณีจึงบอกกับพราหมณ์ว่า “พระอุทายี นัน้จะมอี ัธยาศัยกวางขวางที่ไหนกัน พระสมณอุทายีจับต ้องอวัยวะน้อยใหญ่ของ ้ ดิฉันเหมือนที่ท่านจับนั่นแหละ” พอไดท้ราบเชน่นัน้พราหมณ์จงึต าหนิประณาม โพนทะนาวา่ “พระสมณะ เชอื้สายศากยบตุรเหลา่นี้ไมม่ยีางอาย ทศุลีชอบกลา่วเท็จ แตก่ ็ปฏญิญาวา่ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๙๑ }
๒๙๒ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๒. กายสงัสคัคสกิขาบท นทิานวตัถุ ประพฤตธิรรม ประพฤตสิงบ ประพฤตพิรหมจรรย์พดูจรงิมศีลีมกี ัลยาณธรรม พวกเธอไม่มีความเป็นสมณะ ไม่มีความเป็นพราหมณ์ ความเป็นสมณะความเป็น พราหมณ์ของพวกเธอเสอื่มสนิ้ไปแลว้พวกเธอจะเป็นสมณะเป็นพราหมณ์ไดอ้ยา่งไร พวกเธอปราศจากความเป็นสมณะ ปราศจากความเป็นพราหมณ์ ไฉนพระสมณ อุทายี จับต ้องอวัยวะน้อยใหญ่ของภรรยาเราเล่า ต่อไปหญิงผู้มีตระกูล ลูกสาวผู้มีตระกูล หญิงสาวผู้มีตระกูล หญิงสะใภ ้ผู้มีตระกูล สาวใชป้ระจ าตระกลูจะไมก่ลา้ไปอาราม หรอืวหิารเป็นแน่เพราะถา้พวกเธอไปก็จะตอ้งถกูพระสมณะเชอื้สายศากยบตุร ประทุษร้ายเอา” ภิกษุทั้งหลายได ้ยินพราหมณ์ต าหนิ ประณาม โพนทะนา บรรดาภิกษุผู้มัก นอ้ยสนั โดษ มคีวามละอาย มคีวามระมัดระวงั ใฝ่การศกึษา จงึต าหนิประณาม โพนทะนาว่า “ไฉนท่านพระอุทายีจึงถูกต ้องกายกับมาตุคามเล่า” ครั้นภิกษุทั้งหลาย ต าหนิพระอุทายีโดยประการต่าง ๆ แล ้วจึงน าเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคให ้ ทรงทราบ ทรงประชุมสงฆบ์ญัญตัสิกิขาบท ครัง้นัน้พระผมู้พีระภาครับสงั่ใหป้ระชมุภกิษุสงฆเ์พราะเรอื่งนเี้ป็นตน้เหตุแล ้ว ทรงสอบถามท่านพระอุทายีว่า “อุทายี ทราบว่าเธอถูกต ้องกายกับมาตุคามจริงหรือ” ท่านพระอุทายีกราบทูลว่า “จริง พระพุทธเจ้าข ้า” พระผู้มีพระภาคทรงต าหนิว่า “โมฆบรุษุการกระท าอยา่งนไี้มส่มควร ไมค่ลอ้ยตาม ไมเ่หมาะสม ไมใ่ ชก่จิของ สมณะ ใชไ้มไ่ด้ไมค่วรท า ไฉนเธอจงถูกต ้องกายกับมาตุคามเล่า เราแสดงธรรม ึ โดยประการตา่ง ๆ เพอื่คลายความก าหนัด มใิชเ่พอื่ความก าหนัด ฯลฯ เราบอก การระงับความกลัดกลมุ้เพราะกามไวโ้ดยประการตา่ง ๆ มใิชห่รอืการกระท าอยา่งนี้ มิได ้ท าคนที่ยังไม่เลื่อมใสให ้เลื่อมใส หรือท าคนที่เลื่อมใสอยู่แล ้วให ้เลื่อมใสยิ่งขึ้น ได ้เลย ที่จริง กลับจะท าให ้คนที่ไม่เลื่อมใสก็ไม่เลื่อมใสไปเลย คนที่เลื่อมใสอยู่แล ้วบางพวก ก็จะกลายเป็นอื่นไป” ตรัสโทษแห่งความเป็นผู้เลี้ยงยาก ฯลฯ คุณแห่งการปรารภ ความเพียร แล ้วทรงแสดงธรรมีกถาแก่ภิกษุทั้งหลายให ้เหมาะสมกับเรื่องนั้นแล ้ว จงึรับสงั่ใหภ้กิษุทัง้หลายยกสกิขาบทนขี้นึ้แสดงดังนี้ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๙๒ }
๒๙๓ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๒. กายสงัสคัคสกิขาบท สกิขาบทวภิ ังค์ พระบัญญัติ [๒๗๐] ก็ภิกษุใดถูกราคะครอบง าแล้ว มีจิตแปรปรวน ถูกต้องกายกับ มาตคุาม คอืจบัมอืจบัชอ้งผมหรอืลบูคล าอวยัวะสว่นใดสว่นหนงึ่เป็นสงัฆาทเิสส เรื่องพระอุทายี จบ สกิขาบทวภิงัค์ [๒๗๑] ค าว่า ก็...ใด คอืผใู้ด ผเู้ชน่ ใด ฯลฯ นที้พี่ระผมู้พีระภาคตรัสวา่ ก็...ใด ค าว่า ภิกษุ มอีธบิายวา่ทชี่อื่วา่ภกิษุ เพราะเป็นผู้ขอ ฯลฯ นี้ที่พระผู้มีพระ ภาคทรงประสงค์เอาว่า ภิกษุ ในความหมายนี้ ทชี่อื่วา่ ถูกราคะครอบง าแล้ว คือ มีความยินดี เพ่งเล็ง มีจิตรักใคร่ ค าว่า แปรปรวน ความวา่จติก าหนัดแลว้ชอื่วา่แปรปรวนบา้ง จติ โกรธแลว้ ชอื่วา่แปรปรวนบา้ง จติหลงแลว้ชอื่วา่แปรปรวนบ ้าง แต่จิตก าหนัดแล ้ว พระผู้มี พระภาคทรงประสงค์ว่า แปรปรวน ในความหมายนี้ ทชี่อื่วา่มาตุคาม ไดแ้ก่หญงิมนุษย์ไมใ่ ชน่างยักษ์ไมใ่ ชน่างเปรต ไมใ่ ชส่ตัว์ ดริัจฉานตัวเมยีหญงิมนุษยน์ ัน้ โดยทสี่ดุกระทั่งเด็กหญงิซงึ่เกดิ ในวนันัน้หญงิโตกวา่ นี้ไม่ต ้องกล่าวถึง ค าว่า กับ คือ โดยความเป็นอันเดียวกัน ค าว่า ถูกต้อง คือ ท่านกล่าวถึงความประพฤติล่วงเกิน ทชี่อื่วา่ มือ หมายเอาตั้งแต่ข ้อศอกถึงปลายเล็บ ทชี่อื่วา่ ชอ้งผม ไดแ้ก่เสน้ผมลว้นๆ หรอืแซมดา้ย แซมดอกไม้แซมเงนิ แซมทอง แซมแก ้วมุกดา หรือแซมแก ้วมณี ทชี่อื่วา่ อวัยวะ คอืยกเวน้มอืและชอ้งผม นอกนัน้ชอื่วา่อวยัวะ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๙๓ }
๒๙๔ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๒. กายสงัสคัคสกิขาบท บทภาชนยี ์ บทภาชนีย์ มาติกา [๒๗๒] จับต ้อง ลูบคล า ลูบลง ลูบขึ้น จับกดลง จับให ้เงยขึ้น ฉุดมา ผลักไป นวด บีบ จับ ต ้อง ทชี่อื่วา่ จับต้อง คือ กิริยาเพียงแต่ลูบคล า ทชี่อื่วา่ ลูบคล า คือ ลูบคล าไปทางโน้นทางนี้ ทชี่อื่วา่ลูบลง คือ ลูบลงเบื้องล่าง ทชี่อื่วา่ลบูขนึ้ คือ ลูบขึ้นเบื้องบน ทชี่อื่วา่ จับกดลง คือ จับโน้มลงข ้างล่าง ทชี่อื่วา่จบั ใหเ้งยขนึ้ คือ จับให ้เงยขึ้นข ้างบน ทชี่อื่วา่ฉุดมา คือ รั้งมา ทชี่อื่วา่ ผลักไป คือ ผลักออกไป ทชี่อื่วา่นวด คือ จับอวัยวะแล ้วบีบนวด ทชี่อื่วา่ บีบ คือ บีบรัดกับผ ้าหรืออาภรณ์บางอย่าง ทชี่อื่วา่ จับ คือ ลักษณะเพียงแต่จับ ทชี่อื่วา่ ต้อง คอืลักษณะเพยีงสมัผัส ค าว่า เป็นสงัฆาทเิสส ความวา่ ส าหรับอาบัตนิ ัน้สงฆเ์ทา่นัน้ใหป้รวิาส ชกัเขา้หาอาบัตเิดมิ ใหม้านัตและเรยีกเขา้หมู่คณะก็ท าไมไ่ด้ภกิษุรปูเดยีวก็ท าไมไ่ด้ ฉะนัน้จงึตรัสวา่เป็นสงัฆาทเิสส ค าว่า “เป็นสงัฆาทิเสส” นี้เป็นการขนานนาม เป็นชอื่ของหมวดอาบัตนิ ัน้ เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคจึงตรัสว่า “เป็นสงัฆาทเิสส” {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๙๔ }
๒๙๕ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๒. กายสงัสคัคสกิขาบท บทภาชนยี ์ ภิกขุเปยยาล หญิง [๒๗๓] (๑) เป็นหญิง (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นหญงิและมคีวามก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ลบูลง ลบูขนึ้จับกดลง จับใหเ้งยขนึ้ฉุดมา ผลักไป นวด บบีจับ ตอ้งกายของหญงิตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส (๑) เป็นหญิง (๒) ภิกษุไม่แน่ใจว่าเป็นหญิงและมีความก าหนัด (๓) ภิกษุ ใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของหญงิตอ้งอาบัตถิลุลจัจัย (๑) เป็นหญิง (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นบัณเฑาะกแ์ละมคีวามก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของหญงิตอ้งอาบัตถิลุลัจจัย (๑) เป็นหญิง (๒) ภิกษุส าคัญวา่เป็นชายและมคีวามก าหนัด (๓) ภกิษุใช้ กายจับต ้อง ลูบคล า ฯลฯ จับ ต ้องกายของหญิง ต ้องอาบัติถุลลัจจัย (๑) เป็นหญิง (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นสตัวด์ริัจฉานและมคีวามก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของหญงิตอ้งอาบัตถิลุลัจจัย บัณเฑาะก์ (๑) เป็นบัณเฑาะก์ (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นบัณเฑาะกแ์ละมคีวามก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของบัณเฑาะก์ตอ้งอาบัตถิลุลัจจัย (๑) เป็นบัณเฑาะก์ (๒) ภิกษุไม่แน่ใจว่าเป็นบัณเฑาะก์และมีความก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของบัณเฑาะก์ ต ้องอาบัติทุกกฏ (๑) เป็นบัณเฑาะก์ (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นชายและมคีวามก าหนัด (๓) ภิกษุ ใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของบัณเฑาะก์ตอ้งอาบัตทิกุกฏ (๑) เป็นบัณเฑาะก์ (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นสตัวด์ริัจฉานและมคีวามก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลูบคล า ฯลฯ จับ ต ้องกายของบัณเฑาะก์ ต ้องอาบัติทุกกฏ (๑) เป็นบัณเฑาะก์ (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นหญงิและมคีวามก าหนัด (๓) ภิกษุ ใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของบัณเฑาะก์ตอ้งอาบัตทิกุกฏ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๙๕ }
๒๙๖ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๒. กายสงัสคัคสกิขาบท บทภาชนยี ์ ชาย (๑) เป็นชาย (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นชายและมคีวามก าหนัด (๓) ภกิษุใช้ กายจับต ้อง ลูบคล า ฯลฯ จับ ต ้องกายของชาย ต ้องอาบัติทุกกฏ (๑) เป็นชาย (๒) ภิกษุไม่แน่ใจว่าเป็นชายและมีความก าหนัด (๓) ภิกษุ ใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของชาย ตอ้งอาบัตทิกุกฏ (๑) เป็นชาย (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นสตัวด์ริัจฉานและมคีวามก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของชาย ตอ้งอาบัตทิกุกฏ (๑) เป็นชาย (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นหญิงและมีความก าหนัด (๓) ภกิษุใช้ กายจับต ้อง ลูบคล า ฯลฯ จับ ต ้องกายของชาย ต ้องอาบัติทุกกฏ (๑) เป็นชาย (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นบัณเฑาะกแ์ละมคีวามก าหนัด (๓) ภิกษุ ใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของชาย ตอ้งอาบัตทิกุกฏ สตัวด์ริจัฉาน (๑) เป็นสตัวด์ริัจฉาน (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นสตัวด์ริัจฉานและมคีวามก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของสตัวด์ริัจฉาน ตอ้งอาบัติ ทุกกฏ (๑) เป็นสตัวด์ริัจฉาน (๒) ภกิษุไมแ่น่ใจวา่เป็นสตัวด์ริัจฉานและมคีวาม ก าหนั์ด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของสตัวด์ริัจฉาน ตอ้ง อาบัติทุกกฏ (๑) เป็นสตัวด์ริัจฉาน (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นหญงิและมคีวามก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของสตัวด์ริัจฉาน ตอ้งอาบัติ ทุกกฏ (๑) เป็นสตัวด์ริัจฉาน (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นบัณเฑาะกแ์ละมคีวามก าหนัด (๓) ภิกษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของสตัวด์ริัจฉาน ตอ้งอาบัติ ทุกกฏ (๑) เป็นสตัวด์ริัจฉาน (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นชายและมคีวามก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของสตัวด์ริัจฉาน ตอ้งอาบัติ ทุกกฏ เอกมูลกนัย จบ {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๙๖ }
๒๙๗ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๒. กายสงัสคัคสกิขาบท บทภาชนยี ์ หญิง ๒ คน [๒๗๔] (๑) เป็นหญิง ๒ คน (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นหญงิทัง้๒ คนและมี ความก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตองกายของหญิงทั้ง ้๒ คน ตอ้งอาบัตสิงัฆาทเิสส ๒ ตัว (๑) เป็นหญิง ๒ คน (๒) ภิกษุไม่แน่ใจว่าเป็นหญิงทั้ง ๒ คนและมีความ ก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของหญงิทัง้๒ คน ต ้อง อาบัติถุลลัจจัย ๒ ตัว (๑) เป็นหญิง ๒ คน (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นบัณเฑาะก์ทั้ง ๒ คน ฯลฯ (๑) เป็นหญิง ๒ คน (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นชายทัง้๒ คน ฯลฯ (๑) เป็นหญิง ๒ คน (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นสตัวด์ริัจฉานทัง้๒ คนและ มีความก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของหญงิทัง้๒ คน ต ้องอาบัติถุลลัจจัย ๒ ตัว บัณเฑาะก์ ๒ คน (๑) เป็นบัณเฑาะก์ ๒ คน (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นบัณเฑาะกท์ ัง้๒ คนและ มีความก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของบัณเฑาะก์๒ คน ต ้องอาบัติถุลลัจจัย ๒ ตัว (๑) เป็นบัณเฑาะก์ ๒ คน (๒) ภิกษุไม่แน่ใจว่าเป็นบัณเฑาะก์ทั้ง ๒ คน ฯลฯ (๑) เป็นบัณเฑาะก์ ๒ คน (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นชายทัง้๒ คน ฯลฯ (๑) เป็นบัณเฑาะก์ ๒ คน (๒) ส าคัญวา่เป็นสตัวด์ริัจฉานทัง้๒ คน ฯลฯ (๑) เป็นบัณเฑาะก์ ๒ คน (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นหญงิทัง้๒ คนและมีความ ก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล าฯลฯ จับ ตอ้งกายของบัณเฑาะกท์ ัง้๒ คน ต ้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๙๗ }
๒๙๘ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๒. กายสงัสคัคสกิขาบท บทภาชนยี ์ ชาย ๒ คน (๑) เป็นชาย ๒ คน (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นชายทัง้๒ คนและมีความ ก าหนัดจัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของชายทัง้๒ คน ต ้อง อาบัติทุกกฏ ๒ ตัว (๑) เป็นชาย ๒ คน (๒) ภิกษุไม่แน่ใจว่าเป็นชายทั้ง ๒ คน ฯลฯ (๑) เป็นชาย ๒ คน (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นสตัวด์ริัจฉานทัง้๒ คน ฯลฯ (๑) เป็นชาย ๒ คน (๒) ภกิษุส าคัญว่าเป็นหญิงทั้ง ๒ คน ฯลฯ (๑) เป็นชาย ๒ คน (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นบัณเฑาะกท์ ัง้๒ คนและมีความ ก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของชายทัง้๒ คน ต ้อง อาบัติทุกกฏ ๒ ตัว สตัวด์ริจัฉาน ๒ ตัว (๑) เป็นสตัวด์ริัจฉาน ๒ ตัว (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นสตัวด์ริัจฉานทัง้๒ ตัว และมีความก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของสตัว์ ดิรัจฉานทั้ง ๒ ตัว ต ้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว (๑) เป็นสตัวด์ริัจฉาน ๒ ตัว (๒) ภกิษุไมแ่น่ใจวา่เป็นสตัวด์ริัจฉานทัง้๒ ตัว ฯลฯ (๑) เป็นสตัวด์ริัจฉาน ๒ ตัว (๒) ภิกษุส าคัญวา่เป็นหญงิทัง้๒ ตัว ฯลฯ (๑) เป็นสตัวด์ริัจฉาน ๒ ตัว (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นบัณเฑาะกท์ ัง้๒ ตัว ฯลฯ (๑) เป็นสตัวด์ริัจฉาน ๒ ตัว (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นชายทัง้๒ ตัวและ มีความก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของสตัวด์ริัจฉาน ทั้ง ๒ ตัว ต ้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๙๘ }
๒๙๙ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๒. กายสงัสคัคสกิขาบท บทภาชนยี ์ หญิงและบัณเฑาะก์ [๒๗๕] (๑) เป็นหญิงและบัณเฑาะก์ (๒) ภกิษุส าคัญวาเป็นหญิงทั้ง ่๒ คน และมีความก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของคนทัง้๒ ตอ้งอาบัตทิกุกฏกับอาบัตสิงัฆาทเิสส (๑) เป็นหญิงและบัณเฑาะก์ (๒) ภิกษุไม่แน่ใจว่าเป็นหญิงและบัณเฑาะก์ ทั้ง ๒ คนและมีความก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ต ้องกายของ คนทั้ง ๒ ต ้องอาบัติทุกกฏกับอาบัติถุลลัจจัย (๑) เป็นหญิงและบัณเฑาะก์ (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นบัณเฑาะกท์ ัง้๒ คนและ มีความก าหนัด(๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของคนทัง้๒ ต ้องอาบัติถุลลัจจัย ๒ ตัว (๑) เป็นหญิงและบัณเฑาะก์ (๒) ภิกษุส าคัญวา่เป็นชายทัง้๒ คนและมี ความก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของคนทัง้๒ ต ้องอาบัติทุกกฏกับอาบัติถุลลัจจัย (๑) เป็นหญิงและบัณเฑาะก์ (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นสตัวด์ริัจฉานทัง้๒ คน และมีความก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ต ้องกายของคนทั้ง ๒ ต ้องอาบัติทุกกฏกับอาบัติถุลลัจจัย หญิงและชาย (๑) เป็นหญิงและชาย (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นหญงิทัง้๒ คน และมีความ ก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของคนทัง้๒ คน ต ้อง อาบัตทิกุกฏกับอาบัตสิงัฆาทเิสส (๑) เป็นหญิงและชาย (๒) ภิกษุไม่แน่ใจว่าเป็นหญิงและชายทั้ง ๒ คนและ มีความก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของคนทัง้๒ ต ้องอาบัติทุกกฏกับอาบัติถุลลัจจัย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๒๙๙ }
๓๐๐ พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ [๒. สงัฆาทเิสสกัณฑ]์ ๒. กายสงัสคัคสกิขาบท บทภาชนยี ์ (๑) เป็นหญิงและชาย (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นบัณเฑาะกท์ ัง้๒ คนและมี ความก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของคนทัง้๒ ต ้องอาบัติทุกกฏกับอาบัติถุลลัจจัย (๑) เป็นหญิงและชาย (๒) ภิกษุส าคัญวา่เป็นชายทัง้๒ คนและมีความ ก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของคนทัง้๒ ต ้องอาบัติ ทุกกฏ กับอาบัติถุลลัจจัย (๑) เป็นหญิงและชาย (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นสตัวด์ริัจฉานทัง้๒ คนและมี ความก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้ งกายของคนทั้ง ๒ ต ้องอาบัติทุกกฏกับอาบัติถุลลัจจัย หญงิและสตัวด์ริจัฉาน (๑) เป็นหญงิและสตัวด์ริัจฉาน (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นหญงิทัง้๒ และมี ความก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของทัง้๒ ต ้อง อาบัตทิกุกฏกับอาบัตสิงัฆาทเิสส (๑) เป็นหญิงและสตัวด์ริัจฉาน (๒) ภกิษุไมแ่น่ใจวา่เป็นหญงิและสตัว์ ดิรัจฉานทั้ง ๒ และมีความก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ต ้องกายของทั้ง ๒ ต ้องอาบัติทุกกฏกับอาบัติถุลลัจจัย (๑) เป็นหญงิและสตัวด์ริัจฉาน (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นบัณเฑาะกท์ ัง้๒ และ มีความก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของทัง้๒ ต ้อง อาบัติทุกกฏกับอาบัติถุลลัจจัย (๑) เป็นหญงิและสตัวด์ริัจฉาน (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นชายทัง้๒ และมีความ ก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จับ ตอ้งกายของทัง้๒ ต ้องอาบัติ ทุกกฏกับอาบัติถุลลัจจัย (๑) เป็นหญงิและสตัวด์ริัจฉาน (๒) ภกิษุส าคัญวา่เป็นสตัวด์ริัจฉานทัง้๒ และมีความก าหนัด (๓) ภกิษุใชก้ายจับตอ้ง ลบูคล า ฯลฯ จบ้ตอ้งกายของทัง้๒ ต ้องอาบัติทุกกฏกับอาบัติถุลลัจจัย {ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๑ หน้า :๓๐๐ }