The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วัจนกรรมอ้อมในภาษาเกาหลี: ถ้อยคำที่พูดกับความหมายที่ไม่ได้พูด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2026-01-08 02:13:52

วัจนกรรมอ้อมในภาษาเกาหลี.pdf

วัจนกรรมอ้อมในภาษาเกาหลี: ถ้อยคำที่พูดกับความหมายที่ไม่ได้พูด

วััจนกรรมอ้้อมในภาษาเกาหลีี:ถ้้อยคำที่่�พููดกัับความหมายที่่�ไม่่ได้้พููดษมาวดีี กั้้�งแฮ


IIคำนำ หนังสืือ ั วััจนกรรมอ้้อมในภาษาเกาหลีี: ถ้้อยคำที่่�พููดกัับความหมายที่่�ไม่่ได้้พููดเล่่มนี้้� จััดทำขึ้้�นเพื่่�อเติิมเต็็มความรู้้ ความเข้้าใจในภาษาเกาหลีี โดยมุ่่งเน้้นการวิิเคราะห์์และตีีความประโยค รวมถึึงถ้้อยคำในรููปแบบต่่าง ๆ ซึ่่�งปรากฏ ในบทสนทนาและสถานการณ์์หลากหลาย ทั้้�งนี้้�เพื่่�อช่่วยให้้ผู้เ้รีียนสามารถเลืือกใช้้ถ้้อยคำให้้สอดคล้้องกัับบริิบทการสนทนาได้้อย่่างมีีประสิิทธิิภาพ การใช้้ วััจนกรรมอ้้อมในภาษาเกาหลีีไม่่ใช่่เพีียงการเลืือกประโยคหรืือรููปภาษาที่่�เป็็นโครงสร้้างทางไวยากรณ์์เท่่านั้น้� แต่ยัั่งเป็นก็ารแสดงความสามารถในการ “วางตััว” อย่่างเหมาะสมในบริิบททางสัังคม ซึ่่�งหมายถึึงการเข้้าใจบทบาทของตนความสััมพัันธ์์กัับผู้้ฟััง และความคาดหวัังที่่�แฝงอยู่่ในบริิบท ทั้้�งหมดนี้้�สะท้้อนผ่่านภาษาที่่�ใช้้ทั้้�งในระดัับประโยคและเหนืือระดัับประโยคหนังสืือเ ัล่่มนี้้�เป็น็หนังสืือที่ ั ่�ช่่วยในการทำความเข้้าใจภาษาเกาหลีีในเชิิงลึึกพร้้อมเปิดิเผยให้้เห็น็ความงดงามของภาษาที่ซุุกซ่่�่อนอยู่่ในสัังคม ที่ผ่่�่านมาไม่่เคยมีีหนัังสืือเรีียนภาษาเกาหลีีฉบัับภาษาไทยที่่�อธิิบายความหมายของประโยค และรููปภาษาเกาหลีีตามแนวทางวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์มาก่่อน การใช้้ภาษาแม่่ จะช่่วยให้้ผู้้อ่่านเข้้าใจเนื้้�อหาได้้รวดเร็็วและชััดเจน โดยเฉพาะในด้้านวััจนปฏิบััิติิศาสตร์์ ซึ่่�งเป็็นความรู้้ที่่�ไม่่เน้้นการวิิเคราะห์์ไวยากรณ์์ ด้้วยเหตุุนี้้�เอง ผู้้เขีียนจึึงเล็็งเห็น็ความจำเป็น็ที่่�จะต้้องรวบรวม เรีียบเรีียงประเด็นส็ ำคััญ แล้้วจึึงนำมาวิิเคราะห์์ โดยนำความรู้้ที่่�ได้้สั่่�งสมในระดัับบััณฑิิตศึึกษา ทั้้�งจากการอ่่านตำรา การศึึกษางานวิิจััย และการทำวิิจััย ด้้วยความหวัังว่่าหนัังสืือเล่่มนี้้�จะช่่วยให้้ ผู้้เรีียนภาษาเกาหลีีเข้้าใจและใช้้ภาษาเกาหลีีในการสื่่�อสารได้้อย่่างลึึกซึ้้�งและรอบด้้านยิ่่�งขึ้้�นเนื้้�อหาของหนัังสืือเล่่มนี้้�จึึงมุ่่งเน้้นการวิิเคราะห์์วััจนกรรมอ้้อมที่่�ปรากฏ ในประโยค เช่่น ประโยคบอกเล่่า คำสั่่�ง คำถาม ชัักชวน และอุุทาน รวมถึึง การอธิิบายรููปภาษาที่่�เป็น็ ไวยากรณ์์ เช่่น รููปภาษาแสดงกรรมวาจกการกล่่าวอ้้าง


IIIการคาดคะเน เหตุุผล และรููปประโยคคำถามที่มี่�ีเนื้้�อความปฏิิเสธ แม้ว่้่าจำนวนประโยคและรููปภาษาที่น่�ำเสนอในหนังสืือเ ัล่่มนี้้�จะเป็น็เพีียงบางส่่วนที่่�ผู้เ้ขีียนได้้เรีียบเรีียงจากการวิิเคราะห์์เนื้้�อหาในเอกสารที่่�เกี่่�ยวข้้อง แต่่ ผู้้เขีียนเชื่่�อว่่ายัังมีีรููปภาษาที่่�เป็็นไวยากรณ์์อื่่�น ๆ ที่่�ควรได้้รัับการรวบรวมและเรีียบเรีียงเพิ่่�มเติิมในอนาคตหวัังว่่าหนัังสืือเล่่มนี้้�จะเป็็นประโยชน์์แก่่ผู้้เรีียนภาษาเกาหลีีและผู้้สนใจ ทุุกคน โดยตั้้�งเป้้าหมายให้้ผู้้อ่่านสามารถนำความรู้้ไปใช้้ต่่อยอดได้้อย่่างลึึกซึ้้�ง ทั้้�งในการวิิเคราะห์์ภาษาและการเลืือกใช้้คำที่่�เหมาะสม ซึ่่�งจะช่่วยให้ก้ารสื่่�อสารมีีความหมายมากขึ้้�น ไม่่ว่่าจะในชีีวิิตประจำวัันหรืือในบริิบททางอาชีีพ ในด้้านบัันเทิิงหนัังสืือเล่่มนี้้�ยัังช่่วยเพิ่่�มอรรถรสในการรัับชมซีีรีีส์์และวาไรตีีเกาหลีี เมื่่�อผู้้อ่่านสามารถเชื่่�อมโยงความรู้้ที่่�ได้้รัับจากหนัังสืือไปสู่่การรัับชมจะทำให้้ มีีความรู้้สึึกร่่วมเข้้าถึึงเนื้้�อเรื่่�องและเข้้าใจเจตนาของเจ้้าของภาษาชาวเกาหลีี ได้้ดีียิ่่�งขึ้้�นในโอกาสนี้้� ผู้้เขีียนขอขอบพระคุุณศููนย์์ส่่งเสริิมการวิิจััยในภููมิิภาคเอเชีีย ของมููลนิิธิิเกาหลีีเพื่่�อการศึึกษาขั้้�นสููง และสถาบัันเอเชีียศึึกษา จุุฬาลงกรณ์์มหาวิิทยาลััย ที่่�ได้้มอบโอกาสสำคััญให้้เขีียนหนัังสืือเล่่มนี้้� เป็็นการเปิิดพื้้�นที่่� ให้้ผู้้เขีียนได้้เผยแพร่่ความรู้้ด้้านภาษาเกาหลีี โดยเฉพาะในด้้านวััจนปฏิิศาสตร์์ อัันเป็็นองค์์ความรู้้ที่่�มีีความสำคััญต่่อการทำความเข้้าใจภาษาเกาหลีีในเชิิงลึึกนอกจากนี้้� ผู้้เขีียนขอขอบพระคุุณอาจารย์์ทุุกท่่านที่่�ได้้มอบความรู้้และ คำแนะนำอัันทรงคุุณค่่า ตลอดช่่วงการศึึกษาระดัับปริิญญาตรีี โท และเอกซึ่่�งเป็็นช่่วงเวลาของการเรีียนรู้้และสั่่�งสมความรู้้ด้้านภาษาเกาหลีี ที่่�ช่่วยให้้เกิิดองค์์ความรู้้และสร้้างผลงานชิ้้นนี้้� �ขึ้้�นมา ทั้้�งนี้้� ผู้เ้ขีียนน้้อมรัับฟัังทุุกข้้อคิดิเห็น็จากผู้้อ่่านด้้วยความขอบคุุณ และจะนำไปใช้้เป็น็แนวทางในการพััฒนาและปรัับปรุุงงานเขีียนในอนาคตต่่อไปษมาวดีี กั้้�งแฮวััจนกรรมอ้้อมในภาษาเกาหลีี: ถ้้อยคำที่่�พููดกัับความหมายที่่�ไม่่ได้้พููด


IVสารบััญ คำนำ IIบทที่่� 1 ความสำคััญของความรู้้ทางวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ในภาษาเกาหลีี 11.1 ความเป็็นมา 11.2 การสอนวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ในภาษาเกาหลีี: ความท้้าทายและข้้อจำกััด 31.3 การใช้้ระดัับภาษาแสดงการยกย่่อง (높임말) กัับรููปภาษาแสดงความสุุภาพ (공손성 언어적) 81.4 แนะนำองค์์ประกอบหนัังสืือ 141.5 สรุุป 17บทที่่� 2 แนวคิิดสำคััญในการศึึกษาวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ 192.1 นิิยามวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ 212.2 แนวคิิดที่่�เกี่่�ยวกัับกลวิิธีีการใช้้วััจนกรรมอ้้อม 302.3 ความหมายชี้้�บ่่งเป็็นนััย 332.4 แนวคิิดเกี่่�ยวกัับการใช้้ภาษาสุุภาพ 392.5 สรุุป 53บทที่่� 3 วััจนกรรมอ้้อมที่่�ปรากฏในประโยค 553.1 วััจนกรรมอ้้อมที่่�ปรากฏใช้้ในประโยคบอกเล่่า 593.1.1 รููปแบบของประโยคบอกเล่่า 593.1.2 การใช้้ประโยคบอกเล่่าในแต่่ละวััจนกรรม 603.1.3 หน้้าที่่�ของประโยคบอกเล่่าในการสื่่�อสาร 84


V3.2 วััจนกรรมอ้้อมที่่�ปรากฏใช้้ในประโยคอุุทาน 873.2.1 รููปแบบของประโยคอุุทาน 873.2.2 การใช้้ประโยคอุุทานในแต่่ละวััจนกรรม 903.2.3 หน้้าที่่�ของประโยคอุุทานในการสื่่�อสาร 1013.3 วััจนกรรมอ้้อมที่่�ปรากฏใช้้ในประโยคคำถาม 1043.3.1 รููปแบบของประโยคคำถาม 1043.3.2 การใช้้ประโยคคำถามในแต่่ละวััจนกรรม 1083.3.3 หน้้าที่่�ของประโยคคำถามในการสื่่�อสาร 1233.4 วััจนกรรมอ้้อมที่่�ปรากฏใช้้ในประโยคชัักชวน 1263.4.1 รููปแบบของประโยคชัักชวน 1263.4.2 การใช้้ประโยคชัักชวนในแต่่ละวััจนกรรม 1283.4.3 หน้้าที่่�ของประโยคชัักชวนในการสื่่�อสาร 1343.5 วััจนกรรมอ้้อมที่่�ปรากฏใช้้ในประโยค คำสั่่�ง 1373.5.1 รููปแบบของประโยคคำสั่่�ง 1373.5.2 การใช้้ประโยคคำสั่่�งในแต่่ละวััจนกรรม 1393.5.3 หน้้าที่่�ของประโยคคำสั่่�งในการสื่่�อสาร 1473.6 สรุุป 154บทที่่� 4 วััจนกรรมอ้้อมที่่�ปรากฏในรููปภาษา 1574.1 วััจนกรรมอ้้อมที่่�ปรากฏใช้้ในรููปภาษาแสดงกรรมวาจก 1604.1.1 รููปแบบของรููปภาษาแสดงกรรมวาจก 1604.1.2 การใช้้รููปภาษาแสดงกรรมวาจกในแต่่ละวััจนกรรม 1624.1.3 หน้้าที่่�ของรููปภาษากรรมวาจกในการสื่่�อสาร 177วััจนกรรมอ้้อมในภาษาเกาหลีี: ถ้้อยคำที่่�พููดกัับความหมายที่่�ไม่่ได้้พููด


VI4.2 วััจนกรรมอ้้อมที่่�ปรากฏใช้้ในรููปภาษาแสดงการคาดคะเน 1784.2.1 รููปแบบของรููปภาษาแสดงการคาดคะเน 1784.2.2การใช้้รููปภาษาแสดงการคาดคะเนในแต่่ละวััจนกรรม 1814.2.3 หน้้าที่่�ของรููปภาษาแสดงการคาดคะเนในการสื่่�อสาร 2074.3 วััจนกรรมอ้้อมที่่�ปรากฏใช้้ในรููปภาษาแสดงเหตุุผล 2104.3.1 รููปแบบของวิิภััตติิปััจจััยคำเชื่่�อมที่่�แสดงเหตุุผล 2104.3.2 การใช้้วิิภััตติิปััจจััยคำเชื่่�อมที่่�ใช้้แสดงเหตุุผล ในแต่่ละวััจนกรรม 2124.3.3 หน้้าที่่�ของวิิภััตติิปััจจััยคำเชื่่�อมที่่�ใช้้แสดงเหตุุผล ในการสื่่�อสาร 2254.4 วััจนกรรมอ้้อมที่่�ปรากฏใช้้ในรููปประโยคคำถาม ที่่�มีีเนื้้�อความปฏิิเสธ 2264.4.1 รููปแบบของประโยคคำถามที่่�มีีเนื้้�อความปฏิิเสธ 2264.4.2 การใช้้ประโยคคำถามที่่�มีีเนื้้�อความปฏิิเสธ ในแต่่ละวััจนกรรม 2294.4.3 หน้้าที่่�ของประโยคคำถามที่่�มีีเนื้้�อความปฏิิเสธ ในการสื่่�อสาร 2524.5 วััจนกรรมอ้้อมที่่�ปรากฏใช้้ในรููปภาษาแสดงการกล่่าวอ้้าง 2544.5.1 รููปแบบของรููปภาษาแสดงการกล่่าวอ้้าง 2544.5.2 การใช้้รููปภาษาแสดงการกล่่าวอ้้างในแต่่ละวััจนกรรม 2584.5.3 หน้้าที่่�ของรููปภาษาแสดงการกล่่าวอ้้างในการสื่่�อสาร 2734.6 สรุุป 284วััจนกรรมอ้้อมในภาษาเกาหลีี: ถ้้อยคำที่่�พููดกัับความหมายที่่�ไม่่ได้้พููด


VIIบทที่่� 5 มองภาพรวม: การใช้้ถ้้อยคำในวััจนกรรมของนัักศึึกษาชาวไทยและมุุมมองของชาวเกาหลีี 2875.1 วััจนกรรมขอบคุุณ (สถานการณ์์เพื่่�อนเดิินทางมาร่่วมพิิธีีแต่่งงานในต่่างจัังหวััด) 2895.1.1 ภาพรวมการใช้้ถ้้อยคำของนัักศึึกษา 2905.2 วััจนกรรมปฏิิเสธ (สถานการณ์์รุ่่นน้้องปฏิิเสธข้้อเสนอรุ่่นพี่่�) 2935.2.1 ภาพรวมการใช้้ถ้้อยคำของนัักศึึกษา 2945.2.2 มุุมมองของชาวเกาหลีี 2985.3 วััจนกรรมปฏิิเสธ(สถานการณ์์นัักศึึกษาปฏิิเสธข้้อเสนออาจารย์์) 3075.3.1 ภาพรวมการใช้้ถ้้อยคำของนัักศึึกษา 3085.3.2 มุุมมองของชาวเกาหลีี 3105.4 วััจนกรรมการเรีียกร้้อง (สถานการณ์์เจ้้าของอะพาร์์ตเมนต์์ทวงค่่าเช่่า) 3205.4.1 ภาพรวมการใช้้ถ้้อยคำของนัักศึึกษา 3215.4.2 มุุมมองของชาวเกาหลีี 3225.5 วััจนกรรมการขอร้้อง (สถานการณ์์ผู้้เช่่าขอผลััดวัันจ่่ายค่่าเช่่า) 3345.5.1 ภาพรวมการใช้้ถ้้อยคำของนัักศึึกษา 3355.5.2 มุุมมองของชาวเกาหลีี 3375.6 สรุุป 352วััจนกรรมอ้้อมในภาษาเกาหลีี: ถ้้อยคำที่่�พููดกัับความหมายที่่�ไม่่ได้้พููด


VIIIบทที่่� 6 บทสรุุป 335บรรณานุุกรม 259ดััชนีีคำศััพท์์ 373ภาคผนวก 375ประวััติิผู้้เขีียน 403วััจนกรรมอ้้อมในภาษาเกาหลีี: ถ้้อยคำที่่�พููดกัับความหมายที่่�ไม่่ได้้พููด


บทที่่� 1 บทนำ: ความสำคััญของความรู้้�ทางวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ในภาษาเกาหลีี1.1 ความเป็็นมาในยุุคโลกาภิิวััตน์์ที่่�ทุุกประเทศมีีความเชื่่�อมโยงและติิดต่่อสื่่�อสารกัันได้้ อย่่างสะดวก ภาษาจึึงมีีบทบาทสำคััญในฐานะเครื่่�องมืือที่่�สร้้างความเข้้าใจระหว่่างบุุคคลและระหว่่างประเทศ ทั้้�งยัังเป็็นปัจจััยส่ั ่งเสริมิความร่วมมืื ่ อในด้้านต่่าง ๆ อาทิิ การแลกเปลี่่�ยนข้้อมููล ข่่าวสาร แรงงาน วััฒนธรรม เป็็นต้้น ความสามารถในการใช้ภ้าษาต่่างประเทศนัับเป็็นศัักยภาพที่่�เอื้้�อต่่อการพััฒนาตนเองในระดัับสากล รวมถึึงเป็็นข้้อได้้เปรีียบท่่ามกลางตลาดแรงงานที่่�มีีอััตราการแข่่งขัันสููง ผู้้ที่่�มีีทัักษะการใช้้ภาษาที่่�หลากหลายย่่อมมีีโอกาสในการประกอบอาชีีพและความก้้าวหน้้าในวิิชาชีีพมากยิ่่�งขึ้้�นการเรีียนรู้้ภาษาต่่างประเทศนอกจากภาษาอัังกฤษซึ่่�งเป็็นภาษาสากลแล้้วภาษาเกาหลีีกลายเป็็นภาษาที่่�ได้้รัับความนิิยมและการสนัับสนุุนอย่่างต่่อเนื่่�อง ในประเทศไทย จากข้้อมููลศููนย์์วิิจััยการเรีียนการสอนภาษาเกาหลีีในประเทศไทย (KLERC) พบว่่าในปีี พ.ศ. 2567 มีีโรงเรีียนมััธยมศึึกษา 195 แห่่ง วิทยิาลัยัอาชีีวศึึกษา 12 แห่่ง และมหาวิทยิาลัยทั้้�งภาครััฐและเอกชนอีีก 28 แห่่ง ประเทศไทยเป็็นประเทศที่่�มีีการเพิ่่�มจำนวนของหลัักสููตรภาษาเกาหลีีใน สถานศึึกษาเป็็นจำนวนมากและมีีแนวโน้้มเพิ่่�มขึ้้�นในทุุกปีี แสดงให้้เห็็นว่่า การเรีียนภาษาเกาหลีีได้้รัับความนิิยมจนมีีการเปิิดสอนกัันอย่่างกว้้างขวาง ในประเทศไทย แต่่ทว่่าการเพิ่่�มขึ้้�นดัังกล่่าวเป็็นเพีียงแค่่การเพิ่่�มจำนวนของสถานศึึกษาเท่่านั้้�น ไม่ส่ามารถยืืนยัันได้ว่้่าสถานศึึกษาที่่�เปิิดสอนภาษาเกาหลีีนั้้�น มีีการจััดการเรีียนการสอนที่่�ครอบคลุุมทุุกองค์์ความรู้้ของภาษาเกาหลีีอย่่าง ครบถ้้วน การพััฒนาหลัักสููตรและเนื้้�อหาการเรีียนให้้ทัันสมััยและครอบคลุุมอย่่างจริิงจัังคืือ สิ่่�งสำคััญที่่�จะช่่วยให้้ผู้้เรีียนสามารถใช้้ภาษาเกาหลีีได้้อย่่างมีีประสิิทธิิภาพในระดัับสากล 1


2บทที่่� 1Lee, HaiYoung (2016:109) ได้้กล่่าวถึึงปััญหาในการจััดเนื้้�อหาการเรีียนการสอนของภาษาเกาหลีีที่่�ไม่่ครอบคลุุมครบถ้้วนว่่า ความรู้้ในการใช้้ภาษา ที่่�เหมาะสมตามแนววััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ยัังไม่่ได้้รัับความสนใจและถููกใช้้ ในการจััดการเรีียนการสอนอย่่างจริิงจััง ดัังจะเห็็นได้้จากการเรีียนการสอน ในห้้องเรีียนและหนัังสืือแบบเรีียนภาษาเกาหลีี เมื่่�อเปรีียบเทีียบความรู้้ด้้าน วััจนปฏิิบััติิศาสตร์์กัับความรู้้ด้้านไวยากรณ์์ คำศััพท์์ หรืือการออกเสีียง ถืือเป็็นสััดส่่วนที่่�น้้อยมาก นัักการศึึกษาและผู้้ที่่�เกี่่�ยวข้้องรัับรู้้ปััญหาดัังกล่่าวและพยายามผลัักดัันให้้มีีการจััดการเรีียนรู้้ การใช้้ภาษาตามแนววััจนปฏิิบััติิศาสตร์์อย่่างจริิงจััง สิ่่�งที่่�กล่่าวอ้้างนี้้�ดููไม่่เกิินจริิงเพราะผลลััพธ์์ของผู้้เรีียนภาษาเกาหลีีชาวต่่างชาติิยัังคงประสบปััญหาในเรื่่�องการสื่่�อสาร อัันเนื่่�องจากขาดความรู้้ทางวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์์ ความพยายามข้้างต้้นจึึงเป็็นความพยายามที่่�ยัังไม่ม่ากพอ ทั้้�งนี้้� พบว่่าประเด็็นดัังกล่่าวเป็็นปััญหาที่่�เกิิดขึ้้�นกัับการเรีียนการสอนภาษาเกาหลีีในประเทศไทยด้้วยเช่่นกััน นัักวิิชาการอย่่าง กาญจนา สหะวิิริิยะ และษมาวดีีกั้้�งแฮ (2565) ได้้กล่่าวถึึงรููปแบบการเรีียนการสอนภาษาเกาหลีีในสถาบัันการศึึกษาระดัับอุุดมศึึกษาของไทยไว้ว่้่า “ในหลัักสููตรมีการีจััดการเรีียนการสอนรายวิิชาไวยากรณ์์ภาษาเกาหลีี เป็็นรายวิิชาที่่�เน้้นการให้้ความรู้้ด้้านไวยากรณ์์ แต่่จำกััดอยู่่แค่่ในกลุ่่มความหมาย กฎการใช้้ และการทำแบบฝึึกหััดที่่�เน้้นการนำไวยากรณ์์ไปใช้้แต่่งประโยคและบทสนทนา” โดย ษมาวดีีกั้้�งแฮ (2566) มองว่่า หากเป็็นไปได้้ควรนำความรู้้ทางวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ในส่่วนของวััจนกรรมมาสอนเพิ่่�มเติิมให้้กัับผู้้เรีียน เพราะวััจนกรรมเป็็นความรู้้ที่่�ผู้้เรีียนจำเป็็นต้้องได้้รัับการเรีียนรู้้ไม่่ยิ่่�งหย่่อนไปกว่่าความรู้้ด้้านอื่่�น ๆ จะเห็็นได้้ว่่า การจััดการเรีียนการสอนภาษาเกาหลีีทั้้�งในประเทศเกาหลีีใต้้และประเทศไทยประสบปััญหาเดีียวกััน คืือ การจััดการเนื้้�อหาการเรีียนการสอนภาษาเกาหลีีที่่�ไม่่ครอบคลุุมและให้้ความสำคััญกัับเนื้้�อหาไม่่เท่่ากััน เน้้นการสอนเฉพาะ ความรู้้บางส่ว่น แต่่ที่่�ต่่างกัันคืือ นัักการศึึกษาและผู้ที่่�เ ้ กี่ยว่� ข้้องชาวเกาหลีีได้รั้ับรู้้ปััญหาดัังกล่่าวและพยายามแก้้ไขสำหรัับประทศไทยนั้้�นประเด็็นปััญหาดัังกล่่าว


3ความสำคััญของความรู้้�ทางวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ในภาษาเกาหลีียัังไม่่ได้้รัับการสนใจหรืือพููดถึึงมากนััก ผู้้เขีียนมองว่่าอาจเกิิดจากหลายสาเหตุุ เช่่น ผู้้สอนมีีข้้อมููลที่่�ไม่่เพีียงพอ จำนวนชั่่�วโมงที่่�ใช้้ในการเรีียนภาษาเกาหลีีไม่่เพีียงพอ ขาดความเข้้าใจเกี่ยวกั่� ับผลกระทบที่่�เกิิดขึ้้�นจึึงทำให้้ไม่่เห็็นความสำคััญของปััญหา และมองว่่าการสร้้างการรัับรู้้และการส่่งเสริิมการพููดคุุยเกี่่�ยวกัับประเด็็นการเพิ่่�มพููนความรู้้ความสามารถทางวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์เป็็นสิ่่�งสำคััญ ผู้้สอนและผู้ที่่�เ ้ กี่ยว่� ข้้องควรตระหนัักและร่วมกั่ ันหาแนวทางผลัักดัันให้้มีการเี พิ่่ม�ความรู้้ในส่ว่นดัังกล่่าวเพื่่�อเป็็นประโยชน์์ให้กั้ับการเรีียนรู้้ภาษาเกาหลีีของผู้เ้รีียนชาวไทยภาษาเกาหลีีในประเทศไทยเปิิดสอนกัันอย่่างแพร่่หลายทั้้�งในระดัับโรงเรีียนและมหาวิิทยาลััย แต่่การเรีียนการสอนยัังคงมีีข้้อจำกััดที่่�ทำให้้ไม่่ครอบคลุุมทุุกมิิติิของภาษา โดยเฉพาะด้้านวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ เห็็นได้้ว่่าข้้อจำกััดด้้าน องค์์ความรู้้เรื่่�องการสอนวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ที่่�ยัังไม่่ถููกมองว่่าสำคััญเท่่าที่่�ควร ถืือว่่าเป็็นความท้้าทายใหม่ข่องผู้้สอนภาษาเกาหลีีในประเทศไทย ซึ่่�งประเด็็นนี้้�ควรจะถููกนำมาพิิจารณาและร่่วมกัันหาทางแก้้ไข1.2 การสอนวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ในภาษาเกาหลี: ความี ท้้าทายและข้้อจำกััดความท้้าท้้ายและข้้อจำกััดในการผลัักดัันให้้เกิิดการเพิ่่�มพููนความรู้้ และ ส่่งเสริมิความสามารถด้้านวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์์ในผู้เ้รีียนยัังคงเป็็นเรื่่�องที่่�ต้้องอาศัยัความพยายามอย่่างมากในทางปฏิิบัติัิ เนื่่�องจากมีข้้อีจำกััดหลายประการ ดัังจะเห็็นได้้จากมุุมมองของการสอนวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ของนัักวิิชาการชาวไทยทรงธรรม อิินทจัักร (2550:279) มองว่่าการสอนวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ที่่�ทำให้้ ผู้้เรีียนต้้องตระหนัักถึึงการตีีความเจตนาของเจ้้าของภาษาด้้วยนั้้�น ยัังคงเป็็น สิ่่�งที่่�ไม่่สามารถนำไปใช้้ปฏิิบััติิได้้อย่่างเป็็นรููปธรรม เพราะการสอนความรู้้ด้้านวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์จ์ ำเป็็นต้้องสอนควบคู่่ไปกัับการสอนไวยากรณ์์ ประเด็็นส่ว่นนี้้�ทำให้้ต้้องย้้อนกลัับไปสู่่ผู้้เกี่่�ยวข้้องตั้้�งแต่่ผู้้ออกแบบตำรา ผู้้วางแผนหลัักสููตร การสอน ผู้้สอน ในประเด็็นเดีียวกัันนี้้� ปาจรีีย์์ นิิพาสพงษ์์ (2554:722) ได้้กล่่าวถึึง


4บทที่่� 1มุุมมองการเรีียนการสอนภาษาอัังกฤษ โดยมุ่่งเน้้นไปที่่�ผู้้สอนว่่าผู้้สอนควร สอดแทรกความรู้้ที่่�เกี่ยวกั่� ับหลัักการทางวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์์ ตลอดจนความรู้้ทางวััฒนธรรมและการสื่่�อสารระหว่่างวััฒนธรรมลงไปในการเรีียนวิิชาการพููดและการใช้ภ้าษาอัังกฤษเพื่่�อการสื่่�อสารมากยิ่่�งขึ้้�น ตามที่่�ทรงธรรม อิินทจัักร (2550) และปาจรีีย์์ นิิพาสพงษ์์ (2554) กล่่าว การนำความรู้้ด้้านวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์ม์ าใช้้เป็็นเนื้้�อหาและสอนให้้เป็็นรููปธรรมยัังมีีข้้อจำกััดอยู่่มาก ทำให้้ผู้้สอนสามารถทำได้้เพีียงการเพิ่่�มเติิมเนื้้�อหาเข้้าไปเป็็นบางโอกาสเท่่านั้้�น ด้้วยประสบการณ์์และมุุมมองส่่วนตััวที่่�เคยเป็็นทั้้�งผู้้เรีียนและปััจจุุบัันเป็็นผู้้สอนของผู้้เขีียน พบข้้อจำกััดที่่�ทำให้้การเรีียนการสอนภาษาไม่่ประสบความสำเร็็จในการนำความรู้้ด้้านวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์มาสอนอย่่างจริิงจััง มีีหลายประการ ดัังนี้้�(1) การให้้ความสำคััญของเนื้้�อหาที่่�ไม่่เท่่าเทีียมกัันในการสอน เป็็นข้้อจำกััดที่่�ผู้เ้ขีียนสัังเกตได้จ้ากการนำแบบเรีียนภาษาเกาหลีีหลายเล่มม่ าใช้ส้อน ซึ่่�งจะเห็็นได้้ชััดว่่าในแบบเรีียนมัักเน้้นความรู้้ด้้านไวยากรณ์์ คำศััพท์์ และการออกเสีียงมากกว่่าการใช้ภ้าษาตามแนวทางวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์์ ด้วย้เหตุนีุ้้ท�ำให้้ในแบบเรีียนไม่่ปรากฏเนื้้�อหาด้้านวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ หรืือหากมีีปรากฏก็็เป็็นเพีียงแค่่ การสอดแทรกเนื้้�อหาในระดัับที่่�น้้อยมาก จึึงทำให้้ไม่ส่ามารถคาดหวัังผลลััพธ์์ที่่�ดีีในการเรีียนรู้้ได้้ (2) การขาดเอกสารหรืือผลวิิจััยที่่�นำมาใช้้เป็็นข้้อมููลเบื้้�องต้้นในการสอน การออกแบบแบบเรีียนที่่�เน้้นการให้้ความรู้้ด้้านวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์ยั์ ังไม่สมบู่ ูรณ์์ เพราะหาข้้อมููลมาใช้้ในการเรีียบเรีียงจััดทำเป็็นเนื้้�อหาได้้ยาก การออกแบบ แบบเรีียนควรต่่อยอดโดยการนำความรู้้ด้้านไวยากรณ์์ที่่�เรีียนมาเชื่่�อมโยงกัับ เนื้้�อหาวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ เพื่่�อเสริิมสร้้างทัักษะในการสื่่�อสารของผู้้เรีียน โดยเฉพาะการเลืือกใช้้ไวยากรณ์์ในการสร้้างถ้้อยคำที่่�ถููกต้้องและเหมาะสมตามสถานการณ์์และบริิบทสัังคม ดัังนั้้�นข้้อมููลที่่�นำมาสอนส่่วนใหญ่่จึึงเป็็นประสบการณ์์ของผู้เ้ขีียนที่่�เคยปฏิิสัมพัันธ์กั์ ับเจ้้าของภาษาชาวเกาหลีี ซึ่่�งตัวัอย่่างที่่�ใช้้ในการสอนมีีทั้้�งที่่�เกิิดจากความเข้้าใจผิิดและที่่�ประสบความสำเร็็จ


5ความสำคััญของความรู้้�ทางวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ในภาษาเกาหลีีในการสื่่�อสาร นอกจากนี้้�ข้้อสัังเกตจากการใช้้คำพููดของเพื่่�อนชาวเกาหลีีที่่�ทำให้้เกิิดความสงสัยก็ัถู็ ูกนำมาใช้้ประกอบเป็็นตัวัอย่่างในการสอนด้วย้ อย่่างไรก็็ตามข้้อมููลเหล่่านี้้ล้�ว้นมาจากประสบการณ์์ส่ว่นตัวขัองผู้เ้ขีียน ซึ่่�งอาจทำให้้ไม่่แน่ชั่ ัดว่่า ตัวัอย่่างที่่�นำมาอธิิบายนั้้�นสะท้้อนความเป็็นจริิงหรืือเป็็นแค่่ความคิิดเห็็นส่ว่นตัวัของผู้เ้ขีียน บ่่อยครั้้�งการสอนที่่�ขาดการสนัับสนุุนจากเอกสาร หรืืองานวิจัิยัอาจทำให้้ผู้้สอนรู้้สึึกไม่่มั่่�นใจในสิ่่�งที่่�สอนดัังนั้้�นการเพิ่่�มปริิมาณเอกสารทางวิิชาการ และงานวิจัิยัที่่�น่่าเชื่่�อถืือจึึงเป็็นสิ่่�งสำคััญในการสนัับสนุุนการพััฒนาเนื้้�อหาการสอนอย่่างมีีประสิิทธิิภาพ (3) การขาดความต่่อเนื่่�องในหลัักสููตรภาษาเกาหลีีจากระดัับมััธยมสู่่อุุดมศึึกษา หลัักสููตรการสอนภาษาเกาหลีีในปััจจุุบัันอาจไม่่ได้้ถููกออกแบบให้้รวมการเรีียนรู้้ด้้านวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์์อย่่างเป็็นระบบ ส่่งผลให้้การเรีียนการสอนไม่่ครอบคลุุมในมิิติิที่่�จำเป็็น หลัักสููตรภาษาเกาหลีีได้้ขยายการเปิิดสอนตั้้�งแต่่ระดัับมััธยมศึึกษาในช่ว่งระยะเวลาหนึ่่�งแล้ว้ขณะที่่�ในระดัับอุุดมศึึกษามีการีสอนมาเป็็นเวลานาน อย่่างไรก็็ตาม ปััญหาที่่�พบ คืือ การขาดการพััฒนาหลัักสููตร ที่่�มีคีวามต่่อเนื่่�องและหลัักสููตรแกนกลางที่่�ชััดเจน ส่่งผลให้้เกิิดความหลากหลายในการสอน ซึ่่�งทำให้้การเรีียนการสอนภาษาเกาหลีีขาดความเป็็นระบบ ไม่่สามารถกำหนดแนวทางและเนื้้�อหาที่่�สำคััญ รวมถึึงการเสริิมสร้้างทัักษะ ที่่�จำเป็็นสำหรัับผู้้เรีียนทั้้�งในระดัับมััธยมศึึกษาและอุุดมศึึกษาได้้ หากหลัักสููตรมีีการจััดระบบการเรีียนภาษาเกาหลีีตั้้�งแต่่ระดัับมััธยมศึึกษาจนถึึงอุุดมศึึกษาอย่่างต่่อเนื่่�องและเป็็นอัันหนึ่่�งอัันเดีียวกััน จะทำให้้สามารถนำการเรีียนรู้้ด้้านวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์มาสอนในห้้องเรีียนเป็็นไปได้้ง่่ายขึ้้�น ผู้้เขีียนมีีความเห็็นว่่า ในระดัับมััธยมศึึกษา หลัักสููตรภาษาเกาหลีีควรเน้้นการใช้้ภาษาในรููปแบบ พื้้�นฐานที่่�ใช้้ในชีีวิิตประจำวัันเกี่่�ยวกัับไวยากรณ์์ คำศััพท์์ และการออกเสีียง เมื่่�อเข้้าสู่่ระดัับอุุดมศึึกษาผู้เ้รีียนจะสามารถนำความรู้้พื้้�นฐานเหล่่านั้้�นมาต่่อยอดและเชื่่�อมโยงกัับความรู้้ด้้านวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ในการสื่่�อสาร ซึ่่�งเป็็นการพััฒนาทัักษะการใช้้ภาษาเกาหลีีที่่�สามารถคาดหวัังผลลััพธ์์ได้้ การสร้้างหลัักสููตรที่่�มีี


6บทที่่� 1ความสอดคล้้องกัันและมีีความต่่อเนื่่�องจึึงเป็็นสิ่่�งสำคััญในการพััฒนาการสอนภาษาเกาหลีีให้้มีีการเรีียนรู้้ครบทุุกมิิติิองค์์ความรู้้ (4) การเลืือกเวลาสอนวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์เพื่่�อเพิ่่�มประสิิทธิิภาพการเรีียนรู้้การสอนความรู้้วััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ในเวลาที่่�ผู้้เรีียนมีีความพร้้อม หมายถึึง การเลืือกช่่วงเวลาที่่�ผู้้เรีียนมีีความรู้้พื้้�นฐานและคุ้้นเคยกัับการใช้้กฎเกณฑ์์ทางภาษา เช่่น ไวยากรณ์์ คำศััพท์์ และการออกเสีียง ซึ่่�งจะทำให้้การเรีียนรู้้มีีประสิิทธิิภาพมากขึ้้�น เมื่่�อผู้้เรีียนมีีพื้้�นฐานที่่�แข็็งแรง การสอนเนื้้�อหาด้้าน วััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ซึ่่�งเป็็นความรู้้ใหม่่จะทำได้้ง่่ายขึ้้�น เนื่่�องจากผู้้เรีียนสามารถเชื่่�อมโยงสิ่่�งที่่�เรีียนรู้้ใหม่กั่ ับความรู้้เดิมิได้้อย่่างมีประ ีสิทธิภิาพมากขึ้้�น จะช่วย่ ให้้ผู้้เรีียนสามารถเข้้าใจความหมายทางอ้้อมได้้ดีียิ่่�งขึ้้�น ในส่่วนของผู้้สอน ผู้้สอนเข้้าใจแนวคิิดและหลัักการของวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์์ รวมถึึงการใช้ภ้าษาที่่�เหมาะสมในสถานการณ์์สื่่�อสารที่่�แตกต่่างกััน และต้้องเข้้าใจธรรมชาติิของภาษาเกาหลีีและภาษาไทย สามารถอธิิบายเชื่่�อมโยงความรู้้ทางภาษาที่่�เป็็นความรู้้พื้้�นฐานให้้ผู้้เรีียนได้้เลืือกใช้้ไวยากรณ์์ คำศััพท์์ รููปภาษา การออกเสีียงในการสื่่�อสาร โดยพิจิารณาการใช้ภ้าษาตามกฎเกณฑ์์ทางสัังคม ซึ่่�งรวมถึึงบริิบทและมารยาทในการสื่่�อสาร เพื่่�อให้้ผู้้เรีียนสามารถปรัับใช้้ภาษาได้้อย่่างเหมาะสมและ มีีประสิิทธิิภาพในสถานการณ์์ต่่าง ๆ นอกจากนี้้�ผู้้สอนยัังต้้องกระตุ้้นและฝึึกให้้ผู้เ้รีียนสัังเกตการใช้ภ้าษาเกาหลีีของเจ้้าของภาษาในบริิบทต่่าง ๆ เพื่่�อให้้ผู้เ้รีียนเข้้าใจการใช้้ภาษาและพััฒนาความชำนาญในการใช้้ภาษาตามสถานการณ์์ที่่� แตกต่่างกััน สุุดท้้ายผู้้สอนต้้องสัังเกตความผิิดพลาดในการใช้้ภาษาของผู้้เรีียน ทำการสำรวจหรืือวิิจััยเพื่่�อหาข้้อผิิดพลาดที่่�พบได้้บ่่อยในกลุ่่มผู้้เรีียนชาวไทยนำผลการวิิจััยมาใช้้ในการพััฒนาการเรีียนการสอน(5) การขาดการเรีียนรู้้วััจนปฏิิบัติัิศาสตร์์ในภาษาแม่่ควบคู่่กัับภาษาเกาหลีีการเปรีียบเทีียบระหว่่างภาษาเกาหลีีและภาษาไทยเป็็นวิิธีีเชื่่�อมโยงการเรีียนรู้้ระหว่่างทั้้�งสองภาษา โดยเฉพาะในด้้านของโครงสร้้างไวยากรณ์์ คำศััพท์์ ซึ่่�งจะช่วย่ ให้้ผู้เ้รีียนเห็็นภาพที่่�ชััดเจนขึ้้�นในการทำความเข้้าใจการใช้ภ้าษาเกาหลีี


7ความสำคััญของความรู้้�ทางวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ในภาษาเกาหลีีการเรีียนรู้้วััจนปฏิิบัติัิศาสตร์ก็์ ็เช่่นกััน การเปรีียบเทีียบระหว่่างความเหมืือนและความต่่างในแง่ข่ องการใช้ภ้าษาในบริิบททางสัังคมและวััฒนธรรม จะทำให้้ผู้เ้รีียนเข้้าใจการใช้้ภาษาได้้ดีีขึ้้�นในทั้้�งสองภาษา พร้้อมทั้้�งช่่วยให้้ผู้้เรีียนปรัับตััวและ ใช้ภ้ าษาได้้อย่่างเหมาะสมตามสถานการณ์์ ผู้เ้รีียนที่่�อยู่่ระหว่่างการเรีียนรู้้ภาษา การใช้้ภาษาจะยัังไม่่สมบููรณ์์แบบและมีีลัักษณะเฉพาะของผู้้เรีียนเอง เป็็นช่่วงเวลาที่่�ผู้้เรีียนพยายามนำเอาทัักษะการสื่่�อสารจากภาษาแม่่มาปรัับใช้้ในภาษาเกาหลีีแต่ก็่ยั็ังมีข้้อีผิิดพลาด กระบวนเหล่่านี้้�แสดงให้้เห็็นถึึงการพยายามเรีียนรู้้และปรัับตััวการใช้้ภาษาในบริิบทของวััฒนธรรมที่่�แตกต่่างกััน การเข้้าใจว่่า การใช้้ภาษาในแต่่ละสัังคมวััฒนธรรมย่่อมมีีความแตกต่่างกััน ทั้้�งในแง่่ของ การแสดงออกและการเลืือกใช้รูู้ปแบบการสื่่�อสาร การตีีความเจตนา การเข้้าใจความแตกต่่างเหล่่านี้้�ช่่วยให้้ผู้้เรีียนสามารถปรัับภาษาของตนเองให้้เหมาะสมกัับการสื่่�อสาร ปรัับมุุมมองและการเข้้าใจภาษาในบริิบทของสัังคมนั้้�น ๆ ได้้ ดัังนั้้�นผู้เ้รีียนที่่�มีการตระหีนัักรู้้จะสามารถประเมิินและปรัับปรุุงการใช้ภ้าษาของตนเองให้้เหมาะสมกัับบริิบทและสถานการณ์์ทางสัังคมได้้อย่่างมีีประสิิทธิิภาพ การขาดการเรีียนรู้้เกี่่�ยวกัับวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ทั้้�งในภาษาไทยและภาษาเกาหลีีทำให้้ผู้เ้รีียนไม่ส่ามารถพััฒนาทัักษะการใช้ภ้ าษาที่่�เหมาะสมในบริิบทต่่าง ๆ ได้้ การเปรีียบเทีียบระหว่่างทั้้�งสองภาษาจะช่วย่ ให้้ผู้เ้รีียนเข้้าใจความแตกต่่างและสามารถใช้้ภาษาได้้อย่่างเหมาะสมเมื่่�อสื่่�อสารกัับบุุคคลทั้้�งสองวััฒนธรรมดัังนั้้�น ผู้้สอนภาษาเกาหลีีจะต้้องมีบีทบาทเพิ่่มขึ้้� �นในการให้้ความรู้้เกี่ยวกั่� ับภาษาไทย เพื่่�อใช้้เป็็นความรู้้พื้้�นฐานในบริิบทการใช้้ภาษาแม่่ และนำความรู้้ดัังกล่่าวมาเปรีียบเทีียบกัับการใช้ภ้าษาเกาหลีี ซึ่่�งจะช่วย่ ให้้ผู้เ้รีียนสามารถค้้นพบและตระหนัักถึึงความเหมืือนและความต่่างของทั้้�งสองภาษา โดยอิทธิิพลของสัังคมและวััฒนธรรมเป็็นปััจจััยสำคััญที่่�ส่่งผลต่่อการใช้้ภาษาของผู้้คนในสัังคมนั้้�น ๆการสอนวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ในภาษาเกาหลีียัังคงมีีข้้อจำกััดหลายประการดัังที่่�ได้้กล่่าวข้้างต้้น การขาดการบููรณาการเนื้้�อหาวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ในหนัังสืือแบบเรีียน ขาดการสนัับสนุุนจากงานวิิจััยที่่�เชื่่�อถืือได้้ ขาดความเชื่่�อมโยง


8บทที่่� 1หลัักสููตรในระดัับต่่าง ๆ ที่่�ต่่อเนื่่�องกััน รวมถึึงการที่่�ผู้้เรีียนขาดการเรีียนรู้้ด้้านวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ในภาษาแม่่ (ภาษาไทย) ควบคู่่กัับภาษาเกาหลีี ความท้้าทายในการแก้้ไขข้้อจำกััดเหล่่านี้้ต้�้องการความร่วมมืื ่อจากผู้ที่่�เ ้ กี่ยว่� ข้้องหลายฝ่่ายในการปรัับปรุุงหลัักสููตรการสอนให้้มีีความสอดคล้้องกัันทั้้�งในระดัับมััธยมศึึกษา และอุุดมศึึกษา เพื่่�อให้้การเรีียนการสอนภาษาเกาหลีีให้้กัับผู้้เรีียนชาวไทยสามารถพััฒนาไปในทิิศทางเดีียวกัันได้้อย่่างมีีประสิิทธิิภาพ นอกจากนี้้� การเสริิมสร้้างให้้เกิิดการพััฒนาผลงานวิิจััยที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับ วััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ โดยเฉพาะการใช้้ภาษา การตีีความของผู้้เรีียนชาวไทยจะช่วย่ ให้้ผู้้สอนมีข้้อีมููลที่่�เป็็นรููปธรรมและชััดเจนในการสอนผู้เ้รีียนชาวไทยมากยิ่่�งขึ้้�น อีีกทั้้�ง การสอนที่่�มุ่่งเน้้นการใช้ภ้าษาผ่่านบริิบทต่่าง ๆ ควรให้้ความสำคััญกัับการฝึึกฝนการใช้ภ้ าษาที่่�เหมาะสมตามสถานการณ์์จริิง โดยเฉพาะการเรีียนรู้้ผ่่านการสัังเกต ซึ่่�งหมายถึึงผู้้เรีียนควรมีีทัักษะในการสัังเกตการใช้้ภาษาของเจ้้าของภาษา และนำสิ่่�งที่่�ได้้เห็็นมาคิิด วิิเคราะห์์ และประยุุกต์์ใช้้ในการสื่่�อสารของตนเอง นอกจากนี้้�ผู้้สอนควรพััฒนาทัักษะในการสัังเกตและวิิเคราะห์์การใช้้ภาษาของผู้้เรีียนอย่่างต่่อเนื่่�อง เพื่่�อให้้สามารถให้้คำแนะนำที่่�เหมาะสมและปรัับปรุุงการเรีียนการสอนได้้อย่่างมีีประสิิทธิิภาพ1.3 การใช้้ระดัับภาษาแสดงการยกย่่อง (높임말) กัับรููปภาษาแสดง ความสุุภาพ (공손성 언어적) ในงานวิจัิยขัอง Lee, Hai Young (2021:36) ได้้กล่่าวเอาไว้ว่้่า ก่่อนที่่�ผู้เ้รีียนจะมีีความรู้้ความสามารถทางวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์จำเป็็นอย่่างยิ่่�งที่่�ผู้้เรีียนจะต้้องมีีความรู้้ทางด้้านไวยากรณ์์ คำศััพท์์ การออกเสีียงอัันเป็็นความรู้้พื้้�นฐานสำคััญ ผู้เ้ขีียนคิิดว่่าคงไม่่มีใครเ ีห็็นแย้้งในประเด็็นดัังกล่่าว แต่ทว่่ ่าความรู้้พื้้�นฐานดัังกล่่าวเพีียงพอที่่�จะทำให้้ประสบความสำเร็็จในการสื่่�อสารหรืือไม่่ ผู้้สอนและผู้้เรีียนแต่่ละคนคงจะมีคำตอบแตก ีต่่างกัันออกไป ผู้เ้ขีียนอยากให้้ลองพิจิารณาตัวัอย่่างประโยคของผู้เ้รีียนภาษาเกาหลีีชาวไทยว่่า จริิงหรืือหากผู้เ้รีียนใช้้ไวยากรณ์์ถููกแล้ว้จะทำให้้ประสบความสำเร็็จในการสื่่�อสาร


9ความสำคััญของความรู้้�ทางวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ในภาษาเกาหลีีตััวอย่่าง (1) 대학원생:교수님이 외국인 학생에게 잘해주시고 너무 착하세요.(2) 학생:선생님이 귀여우세요(3) 학생:선생님,안돼요. 9시부터 10시까지수업있어요.(4) 학생: 잘못자리에앉으니까자리를비꿔주세요.(5) 학생:다른매장에제품을가져오고있을테니까잠시만기다려주세요ตัวัอย่่างที่่� (1) นัักศึึกษาพููดชื่่�นชมอาจารย์กั์ ับเพื่่�อน ตัวัอย่่างที่่� (2) นัักศึึกษาพููดชื่่�นชมอาจารย์ช์าวเกาหลีี ในตัวัอย่่างที่่� (1) และ (2) ผู้้พููดแสดงการให้้เกีียรติิประธานโดยใช้้ ‘(으) 세요’ ดัังนั้้�นประโยคตััวอย่่างทั้้�งสองดููเหมืือนว่่าจะไม่่มีีปััญหาอะไรสามารถใช้้เป็็นถ้้อยคำในการกล่่าวชื่่�นชมได้้ แม้ว่้่า ‘착하다 (ใจดีี)’ และ ‘귀엽다 (น่่ารััก)’ จะเป็็นคำกริิยาที่่�ใช้้ชื่่�นชมนิิสััย รููปลัักษณ์์ภายนอก แต่่เมื่่�อพิิเคราะห์์ดููก็็จะเห็็นว่่า ‘착하다’ และ ‘귀엽다’ เป็็นคำที่่�เหมาะกัับ การใช้้ชื่่�นชมเด็็ก ๆ จึึงไม่่เหมาะที่่�จะนำมาใช้้กัับผู้้ใหญ่่ ดัังนั้้�นอาจารย์์ที่่�ได้้รัับ คำชมอาจจะรู้้สึึกยิินดีีที่่�นัักศึึกษารู้้สึึกดีีกัับตนเอง แต่่ในใจก็คิ็ ิดว่่าเป็็นคำชมที่่�ฟัังดููแล้้วไม่่เหมาะกัับตนซึ่่�งเป็็นผู้้ใหญ่่ ตััวอย่่างที่่� (3) อาจารย์์เสนอเปลี่่�ยนเวลาแต่่นัักศึึกษาปฏิิเสธ เนื่่�องจากเวลาที่่�อาจารย์์ให้้เปลี่ย่�นเป็็นเวลาที่่�ตนเองมีเีรีียนเช่่นกััน จะเห็็นว่่า ถ้้อยคำที่่�นัักศึึกษาใช้้ปฏิิเสธดููเหมืือนไม่่มีีปััญหา ใช้้ไวยากรณ์์ได้ถูู้กต้้องสื่่�อสารเข้้าใจได้้อย่่างดีี และยัังเป็็นการปฏิิเสธที่่�สมเหตุสมผุล แต่ทว่่ ่ากลัับทำให้้อาจารย์์รู้้สึึกว่่านัักศึึกษาเสีียมารยาทกัับตน เพราะคำปฏิิเสธของนัักศึึกษา ตรงไปตรงมามากเสีียจนทำให้้อาจารย์์รู้้สึึกเสีียหน้้า ตััวอย่่างที่่� (4) และ (5) สมมติิเหตุุการณ์์ให้้นัักศึึกษาแสดงละคร ตััวอย่่างที่่� (4) เป็็นสถานการณ์์ ที่่�เรีียกร้้องให้้ผู้้โดยสารที่่�นั่่�งผิิดกระทำการย้้ายที่่�นั่่�ง และนัักศึึกษาเป็็นผู้้โดยสาร ตััวอย่่างที่่� (5) เป็็นสถานการณ์์ที่่�ขอให้้ลููกค้้ารอสิินค้้าที่่�จะนำมาให้้จากสาขาอื่่�น นัักศึึกษาเป็็นพนัักงานขายของ สัังเกตได้้ว่่านัักศึึกษาใช้้ ‘(AV) 아/어주세요’ กัับการขอให้บุ้ ุคคลที่่�ไม่รู้้จั่ ักย้้ายที่่�นั่่�งและยัังใช้กั้ับการขอให้ลูู้กค้้ารอ เช่่นเดีียวกัับ


10บทที่่� 1ข้้อที่่�ผ่่านมาถ้้อยคำที่่�นัักศึึกษาใช้้ไม่่มีีปััญหาแต่่อย่่างใด ใช้้ไวยากรณ์์ ‘(AV) 아/어주세요’ ได้้ถููกต้้องสื่่�อความได้้ชััดเจน แต่่ทว่่าในภาษาเกาหลีีมีีระดัับของ ความเหมาะสมในการใช้้ถ้้อยคำตามสถานการณ์์เป็็นเงื่่�อนไขสำคััญให้้ผู้้พููด ได้้เลืือกใช้้ถ้้อยคำอีีกครั้้�ง แม้้ว่่า ‘(AV) 아/어주세요’ จะเป็็นรููปแบบภาษา ที่่�สุุภาพนำไปใช้้กัับสถานการณ์์เรีียกร้้องหรืือขอร้้องได้้ แต่่เมื่่�อผู้้พููดคำนึึงถึึง ความสัมพัันธ์ข์องคู่่สนทนาในเหตุุการณ์์ การใช้รูู้ปแบบภาษา ‘(AV) 아/어주세요’ในเหตุุการณ์์ดัังกล่่าวยัังคงขาดความเหมาะสมตััวอย่่างที่่�กล่่าวมาข้้างต้้นผู้้เขีียนยัังไม่่เห็็นว่่ามีีการใช้้ไวยากรณ์์ผิิดพลาด ถ้้อยคำดัังกล่่าวใช้้สื่่�อสารได้ถูู้กต้้องตามวััตถุุประสงค์ข์องผู้้พููด แต่่หากผู้เ้ขีียนนำความรู้้ทางวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์ม์ าประเมิินถ้้อยคำที่่�ผู้เ้รีียนเลืือกใช้้แสดงให้้เห็็นว่่ายัังเป็็นถ้้อยคำที่่�ผู้้พููดไม่่คำนึึงถึึงบริิบทและคู่่สนทนาอยู่่ เมื่่�อผู้้พููดไม่่คำนึึงถึึงบริิบทที่่�เกิิดขึ้้�นหรืือความรู้้สึึกของผู้้ฟััง อาจทำให้้เกิิดความเข้้าใจผิิดหรืือ ความไม่ส่บายใจได้้ การใช้ภ้าษาที่่�ดีีควรมีการป ีรัับภาษาให้้เหมาะสมกัับสถานการณ์์และบุุคคล การใช้้ภาษาที่่�ไม่่คำนึึงถึึงบริิบทเป็็นปััญหาที่่�พบไม่่เฉพาะแค่่ผู้้เรีียนชาวไทย แต่่ยัังรวมถึึงผู้้เรีียนภาษาเกาหลีีชาติิอื่่�น ๆ ด้้วย เช่่นในงานวิิจััยของ Lee, Hai-young (2016) มีีประโยคตััวอย่่างของผู้้เรีียนภาษาเกาหลีีชาติิอื่่�น1ประโยคตัวัอย่่างของผู้เ้รีียนเป็็นประโยคที่่�มี “ี การใช้้ระดัับภาษาแสดงการยกย่่อง (높임말)” ทั้้�งการยกย่่องผู้้ฟััง “하십니다” (상대높임) และ ‘-(으)시-’ การยกย่่องประธานของประโยค (주체높임) แต่ส่ ำหรัับผู้ฟััง้ ก็ยั็ังรู้้สึึกว่่าการแสดงความสุภุาพหรืือการใช้รูู้ปภาษาแสดงความสุภุ าพ (공손성언어적) ยัังคงไม่่เพีียงพอเพราะผู้้เรีียนไม่่คำนึึงถึึงบริิบทในการสนทนา กล่่าวคืือ ผู้้เรีียนใช้้ถ้้อยคำชวน หัวัหน้้าฝ่่ายไปทานข้้าวโดยไม่ส่อบถามความต้้องการ เป็็นการตััดสิินใจฝ่่ายเดีียว1 ตััวอย่่างประโยคของผู้้�เรีียนชาวต่่างชาติิ Lee, Hai Young (2016)(1) 사원:부장님, 다음에식사한번합시다.(2) 학생:선생님, 칠판에쓰세요.(3) 선배:이과자먹어볼래? 맛있다. 후배:: 아니, 저안먹어요. 고마워요. 언니


11ความสำคััญของความรู้้�ทางวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ในภาษาเกาหลีีใช้ถ้้้อยคำสั่่�งอาจารย์์และปฏิิเสธรุ่่นพี่่�ในรููปแบบตรง ๆ ตัวัอย่่างประโยคดัังกล่่าวทำให้้ผู้้สอนต้้องระมััดระวัังไม่่ให้้ผู้้เรีียนเข้้าใจผิิดว่่า “การใช้้ระดัับภาษาแสดงการยกย่่อง (높임말)” เป็็นถ้้อยคำที่่�แสดงความสุุภาพเสมอไป ซึ่่�งทุุกคนเห็็นตััวอย่่างประโยคของผู้้เรีียนแล้้วว่่า แม้้จะรัักษากฎ “การใช้้ระดัับภาษาแสดงการยกย่่อง (높임말)” ได้้อย่่างถููกต้้อง แต่่ก็็ยัังมีีโอกาสเกิิดความบกพร่่องใน “การใช้้รููปภาษาแสดงความสุุภาพ (공손성 언어적)” ตามแนวทางวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ได้้เช่่นเดีียวกััน “การใช้้ระดัับภาษาแสดงการยกย่่อง (높임말)” เป็็นส่ว่นหนึ่่�งของ “การใช้้รููปภาษาแสดงความสุุภาพ (공손성 언어적)” เราจึึงจำเป็็น ต้้องเข้้าใจความสััมพัันธ์์ของคำทั้้�งสองคำนี้้�เสีียก่่อน ในประเด็็นดัังกล่่าวมีีนัักภาษาศาสตร์์ได้้อธิิบายเอาไว้้ ได้้แก่่ Jeon, Hye Young, 2004:73;Moon, Keum Hyun, 2018:197; 이성범 (2019) ตััวอย่่างคำอธิิบายผู้้เขีียนได้้นำมาจากงานของ이성범 (2019) ที่่� Lee, Hai Young(2021) ได้สรุ้ ุปไว้้ ดัังนี้้�“화용적 개념인 공손성은 문법 범주로서의 높임법과는 개념적으로 전혀 다른 것이다. 높임법은 대화 참여자 간의 상대적 지위가 문법적 형태소로 고정된 것을 말한다면, 화용론에서 말하는 공손성은 아랫사람이 윗사람을 대할 때 갖추어야 하는 겸손이나 예의바름은 물론 대등한 관계나 윗사람이 아랫사람을 대할 때 필요한 배려를 포함한다.” (이성범, 2019 อ้้างถึึงใน Lee, Hai Young,2021:37)เพื่่�อให้้เกิิดความเข้้าใจใน “การใช้้ระดัับภาษาแสดงการยกย่่อง (높임말)” กัับ “การใช้รูู้ปภาษาแสดงความสุภุ าพ (공손성언어적)” ยิ่่�งขึ้้�น ผู้เ้ขีียนจะอธิิบายขยายความเพิ่่�มเติิมว่่า “การใช้้รููปภาษาแสดงความสุุภาพ (공손성 언어적)” คืือ วิธีีิการในการแสดงความเคารพต่่อผู้้อื่่�น ซึ่่�งรวมถึึงการใช้ภ้าษาและการสื่่�อสารในรููปแบบท่่าทาง สีีหน้้า ทำนองเสีียง น้้ำเสีียง โดยเฉพาะในเรื่่�องของการใช้ภ้าษา


12บทที่่� 1จะเน้้นการเลืือกใช้้ถ้้อยคำที่่�เหมาะสมกัับสถานการณ์์ในการสื่่�อสาร ในขณะที่่� “การใช้้ระดัับภาษาแสดงการยกย่่อง (높임말)” คืือการเลืือกใช้้รููปแบบหรืือหน่่วยคำในภาษาเพื่่�อแสดงความเคารพ เป็็นการนำความรู้้ทางด้้านไวยากรณ์์ คำศััพท์์ มาใช้้ เช่่น คำบ่่งชี้้� ‘께서/께’ คำผสานที่่�แสดงการยกย่่อง ‘님 (คุุณ)’ คำกริยิา 드시다 (รัับประทาน)/모시다 (ดููแล)/돌아가시다 (เสีียชีีวิิต)’ คำนาม‘댁 (บ้้าน)/연세 (อายุุ)/생신 (วัันเกิิด)’ การใช้้คำลงท้้ายที่่�เป็็นทางการและ ไม่่เป็็นทางการ ฯลฯ ซึ่่�งเป็็นการใช้้ภาษาที่่�แสดงถึึงระดัับการให้้เกีียรติิต่่อผู้้ฟัังหรืือบุุคคลที่่�สามที่่�เป็็นประธานของประโยค มาถึึงย่่อหน้้านี้้�แล้้ว ยิ่่�งทำให้้เราเห็็นได้้อย่่างชััดเจนว่่าการจััดการเนื้้�อหา การเรีียนการสอนภาษาเกาหลีีในประเทศไทยยัังมีข้้อีจำกััด โดยเฉพาะในส่ว่นของ “การใช้้รููปภาษาแสดงความสุุภาพ (공손성 언어적)” เมื่่�อเราพููดถึึงการแสดงความสุภุาพในภาษาเกาหลีีสิ่่�งที่่�มัักนึึกถึึงเป็็นอัันดัับแรกคืือ “การใช้้ระดัับภาษาแสดงการยกย่่อง (높임말)” ซึ่่�งบางครั้้�งอาจทำให้้เกิิดความเข้้าใจผิิดว่่าหาก ได้้เรีียนรู้้ “การใช้้ระดัับภาษาแสดงการยกย่่อง (높임말)” ก็็ถืือว่่าได้้เรีียนรู้้“การใช้รูู้ปภาษาแสดงความสุภุ าพ (공손성언어적)” เสร็จสมบู็ ูรณ์์แล้ว้ลัักษณะเช่่นนี้้ส�ะท้้อนให้้เห็็นถึึงข้้อจำกััดในการเรีียนการสอนภาษาเกาหลีีในประเทศไทยอย่่างชััดเจน การมองว่่า “การใช้้ระดัับภาษาแสดงการยกย่่อง (높임말)” เป็็นหััวใจหลัักของ “การใช้้รููปภาษาแสดงความสุุภาพ (공손성 언어적)” อาจทำให้้เราเข้้าใจเรื่่�องนี้้�อย่่างผิวิเผิิน เพราะความสุภุาพในภาษาเกาหลีีไม่่ใช่ว่่ ่าจะเกี่่�ยวข้้องกัับการเลืือกใช้้รููปแบบภาษาทางการ/ไม่่เป็็นทางการ หรืือรููปแบบภาษาที่่�แสดงการให้้เกีียรติิหรืือไม่่ให้้เกีียรติต่ิ่อผู้ฟัังเ ้ ท่่านั้้�น แต่ยั่ ังรวมถึึงการเข้้าใจบริิบททางสัังคมและวััฒนธรรม ซึ่่�งจะช่่วยให้้ผู้้พููดสามารถเลืือกใช้้รููปภาษา ทางอ้้อมเพื่่�อแสดงความสุุภาพโดยคำนึึงถึึงความสััมพัันธ์์ระหว่่างผู้้พููดและผู้้ฟััง นอกจากนี้้�การใช้้ทำนองเสีียงที่่�สุุภาพนุ่่มนวล และการใช้้ภาษากาย เช่่น การที่่�ผู้้ชายเลื่่�อนเก้้าอี้้�ให้้ผู้ห้ ญิิงนั่่�งที่่�โต๊๊ะอาหาร การที่่�ผู้้น้้อยรอให้้ผู้ให้ ญ่จั่ ับช้้อน ตะเกีียบเริ่่�มทานอาหารก่่อน การที่่�ผู้้น้้อยรัับเครื่่�องดื่่�มจากผู้้ใหญ่่โดยใช้้สองมืือ


13ความสำคััญของความรู้้�ทางวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ในภาษาเกาหลีีประคอง การโค้้งโดยโน้้มตััวเล็็กน้้อย การยิ้้�ม และการสบตาก็็เป็็นส่่วนสำคััญ ในการสื่่�อสารที่่�แสดงถึึงความสุุภาพอีีกด้้วยดัังนั้้�น เครื่่�องมืือทางภาษาในการแสดงความสุุภาพไม่่ได้้จำกััดอยู่่แค่่ด้้านไวยากรณ์์เท่่านั้้�น แต่่มีเีนื้้�อหาความรู้้ที่่�ผู้เ้รีียนจำเป็็นต้้องเรีียนรู้้ ได้้แก่่ การแสดงความสุุภาพผ่่าน (1) การใช้้ระดัับภาษาแสดงการยกย่่อง (높임말) (2) การใช้้สำนวนหรืือรููปภาษาทางอ้้อม (3) การใช้้ทำนองเสีียง (4) การใช้้ภาษากายการเรีียนรู้้ทั้้�ง 4 ด้้านนี้้�จะช่่วยให้้ผู้้เรีียนเข้้าใจและสามารถใช้้ภาษาเกาหลีีได้้ อย่่างมีประ ีสิทธิภิาพตามบริิบทต่่าง ๆ โดยเฉพาะในสถานการณ์์ที่่�ต้้องการแสดงความสุภุาพและเคารพต่่อผู้้อื่่�นอย่่างเหมาะสม อย่่างไรก็็ตาม การจััดการเนื้้�อหาการเรีียนการสอนภาษาเกาหลีีในประเทศไทยยัังมุ่่งเน้้นเฉพาะ “การใช้้ระดัับภาษาแสดงการยกย่่อง (높임말)” ซึ่่�งเป็็นเพีียงด้้านเดีียวที่่�ผู้้เรีียนได้้รัับการเรีียนรู้้อย่่างเป็็นระบบในห้้องเรีียน และพบว่่ายัังขาดการให้้ความสำคััญกัับด้้าน อื่่�น ๆ ที่่�กล่่าวมาข้้างต้้นเป็็นประเด็็นสำคััญที่่�ได้จ้ากเอกสารทางวิชิาการ ซึ่่�งเอกสารทั้้�งหมดชี้้�ให้้เห็็นตรงกัันว่่า ระดัับภาษาแสดงการยกย่่อง (높임말) ไม่่ใช่่รููปแบบภาษาที่่�แสดงความสุุภาพเสมอไป เพราะการแสดงความสุุภาพยัังต้้องคำนึึง ถึึงบริิบททางสัังคมและความสัมพัันธ์์ระหว่่างผู้้พููดกัับผู้ฟััง ร ้ วมถึึงการแสดงออกในรููปแบบต่่าง ๆ ที่่�ไม่่ได้้จำกััดแค่่ไวยากรณ์์ และในการสอนการใช้้รููปภาษา แสดงความสุุภาพ (공손성 언어적) มัักจะเน้้นเพีียงแค่่การใช้้ระดัับภาษาแสดงการยกย่่อง (높임말) เป็็นหลััก ซึ่่�งเป็็นสาเหตุุสำคััญทำให้้ผู้้เรีียนภาษาเกาหลีีมีีความเข้้าใจคลาดเคลื่่�อนและมีีภาพจำเกี่่�ยวกัับการแสดงความสุุภาพในภาษาเกาหลีีที่่�จำกััด ผู้เ้ขีียนมีโอกา ีสสอบถามความเห็็นของผู้เ้รีียนโดยตั้้�งประเด็็นถามว่่า“การแสดงความสุภุาพในภาษาเกาหลีีมีการแีสดงออกมาในลัักษณะใดได้บ้้ ้าง” การแสดงความสุภุาพในภาษาเกาหลีีตามที่่�ผู้เ้รีียนเข้้าใจและได้รั้ับการเรีียนรู้้มา สามารถสรุุปได้ว่้่า การลงท้้ายประโยคด้วย้ระดัับภาษาสุภุาพแบบทั่่ว�ไป “아/어/해요” “ระดัับภาษาสุภุาพแบบทางการㅂ니다/습니다” การเติมปัิจจััยั “-시-” หลัังคำกริิยาเพื่่�อแสดงความสุุภาพ รููปประโยคที่่�นำไปใช้้สื่่�อสาร “(으)세요/


14บทที่่� 1(으)십시오” คำขอโทษ เช่่น “죄송하지만,실례하지만” จากคำตอบแสดงให้้เห็็นว่่าผู้เ้รีียนเข้้าใจการแสดงความสุภุาพในภาษาเกาหลีีเพีียงบางส่ว่น เนื่่�องจากได้รั้ับความรู้้เพีียงด้้านเดีียว การสอนที่่�ไม่่ครอบคลุมทุำให้้เกิิดความเข้้าใจคลาดเคลื่่�อนจนทำให้้ผู้้เรีียนมีีความเข้้าใจที่่�ยึึดติิดและอาจทำให้้การเรีียนรู้้ดำเนิินไปได้้ยากลำบาก เป็็นอุุปสรรคต่่อการปรัับเปลี่ย่� นการใช้ภ้ าษาให้้เหมาะสมกัับสถานการณ์์ 1.4 แนะนำองค์์ประกอบหนัังสืือ การศึึกษาเรื่่�องวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ของภาษาเกาหลีีที่่�เขีียนเป็็นภาษาไทยแม้จ้ะมีการีพััฒนาอย่่างต่่อเนื่่�องในช่ว่งหลายปีีที่่�ผ่่านมา แต่่เมื่่�อเปรีียบเทีียบกัับการศึึกษาด้้านอื่่�น ๆ แล้ว้จะพบว่่าแนวการศึึกษาภาษาเกาหลีียัังคงให้้ความสำคััญกัับส่่วน ไวยากรณ์์ คำศััพท์์ ทัักษะการฟััง พููด อ่่าน และเขีียน แม้้จะถืือเป็็น พื้้�นฐานสำคััญในการเรีียนรู้้ภาษาเกาหลีีและการสื่่�อสารในระดัับเบื้้�องต้้น แต่่อย่่างไรก็็ตาม การเน้้นเนื้้�อหาด้้านนี้้�เพีียงอย่่างเดีียวอาจทำให้้ผู้เ้รีียนขาดทัักษะในการใช้้ภาษาภายใต้้บริิบททางสัังคมที่่�มีีความซัับซ้้อนตามหลัักวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ โดยเฉพาะรายวิชิาที่่�ต้้องใช้ภ้าษาเกาหลีีไปประยุุกต์กั์ ับงานอาชีีพต่่าง ๆ เช่่น ในงานบริิการ การท่่องเที่่�ยว การบิิน การโรงแรม หรืือในงานออฟฟิิศ เช่่น การล่่ามและแปล งานเลขานุุการที่่�ต้้องเลืือกใช้ภ้าษาให้้เหมาะสมในการปฏิิสัมพัันธ์์กัับลููกค้้าหรืือผู้้ร่่วมงานให้้เกิิดความพึึงพอใจดัังนั้้�น ในหนัังสืือเล่มนี้้ ่ �มีีจุุดประสงค์์เพื่่�อให้้ความรู้้ในการวิิเคราะห์์ประโยค โดยจะยกตััวอย่่างประโยคตามหลัักไวยากรณ์์มาอธิิบายตามความหมายและหน้้าที่่�ตามแนวทางวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์เป็็นหลัักสำคััญ ผู้้เขีียนคิิดว่่าผู้้ที่่�สามารถอ่่านหนัังสืือเล่่มนี้้�ได้้ต้้องเป็็นผู้้ที่่�มีีความรู้้ภาษาเกาหลีีในระดัับที่่�สามารถเข้้าใจประโยคพื้้�นฐานที่่�ใช้้ในชีีวิิตประจำวัันได้้แล้ว้ ผู้เ้ขีียนจึึงเลืือกที่่�จะไม่่แปลตัวัอย่่างเป็็นภาษาไทยหลัังประโยคภาษาเกาหลีี เพื่่�อให้้ผู้้อ่่านได้้ฝึึกฝนและทำความคุ้้นเคยกัับรููปประโยคของภาษาเกาหลีี แต่่จะมีีคำอธิิบายตััวอย่่างพร้้อมคำแปลเมื่่�อมีีการนำมาวิิเคราะห์์หน้้าที่่�และความหมายทางวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ นอกจากนี้้�


15ความสำคััญของความรู้้�ทางวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ในภาษาเกาหลีีผู้เ้ขีียนยัังพยายามเลืือกตัวัอย่่างที่่�สะท้้อนการใช้ภ้ าษาในมุมมุองของวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์์ที่่�พบเห็็นได้้ในชีีวิิตประจำวััน แหล่่งที่่�มาของตัวัอย่่างในหนัังสืือเล่มนี้้ ่ �ประกอบด้วย้ตัวัอย่่างที่่�มีการีอ้้างอิิงเอกสารกำกัับด้้านหลััง เป็็นตััวอย่่างที่่�นำมาจากงานวิิจััยของนัักภาษาศาสตร์์ท่่านอื่่�นรวมทั้้�งเอกสารของผู้้เขีียนเอง ส่่วนตััวอย่่างที่่�ไม่่มีีการอ้้างอิิงเอกสารกำกัับด้้านหลััง เป็็นตััวอย่่างที่่�เรีียบเรีียงจากประสบการณ์์ในการสนทนากัับเจ้้าของภาษาชาวเกาหลีี และตัวัอย่่างที่่�ผู้เ้ขีียนได้้เคยสำรวจในระหว่่างการศึึกษา ซึ่่�งเป็็นตััวอย่่างคำตอบของเจ้้าของภาษาเกาหลีี ผู้้เขีียนเชื่่�อว่่าการมีีตััวอย่่างที่่�หลากหลายและครอบคลุมจุะช่วย่ ให้้ผู้เ้รีียนเข้้าใจรููปแบบการสื่่�อสารตามบริิบทต่่าง ๆ ได้้อย่่างลึึกซึ้้�ง แม้จ้ำนวนตัวัอย่่างในแต่่ละหัวัข้้อ (วััจนกรรม) จะไม่่เท่่ากััน แต่่ผู้้เขีียนได้้พยายามรวบรวมตััวอย่่างให้้ได้้มากที่่�สุุดและหลากหลาย เพื่่�อสนัับสนุุนการเรีียนรู้้ในเชิิงปฏิิบััติิให้้สามารถเลืือกใช้้ได้้ตามความเหมาะสมของบทเรีียนและกลุ่่มผู้้เรีียน เพราะผู้้เขีียนได้้ตระหนัักถึึงความยากลำบาก ของผู้้สอนในการหาตััวอย่่างที่่�เหมาะสมมาอธิิบายให้้ผู้้เรีียนเข้้าใจผู้้เขีียนได้้แบ่่งเนื้้�อหาออกเป็็น 6 บท โดยรายละเอีียดในแต่่ละบทมีีดัังนี้้�บทที่่� 1 นี้้มุ่่�งเน้้นเรื่่�องการให้ภ้าพรวมเกี่ยวกั่� ับความเป็็นมาและความสำคััญของการศึึกษาวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์์ในภาษาเกาหลีี ซึ่่�งเป็็นการวิิเคราะห์์ความท้้าทายและข้้อจำกััดที่่�อาจพบในการสอน นอกจากนี้้�ยัังครอบคลุุมการทำความเข้้าใจคำสำคััญที่่�เกี่่�ยวข้้อง โดยเฉพาะการเน้้นความแตกต่่างระหว่่างระดัับภาษาที่่�แสดงความเคารพ (높임말) กัับรููปภาษาแสดงความสุุภาพ (공손성 언어적) บทที่่� 2 จะนำเสนอทฤษฎีีที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับการวิิเคราะห์์การใช้้ภาษาอย่่างสัังเขป โดยจะอธิิบายถึึงทฤษฎีีวััจนกรรม (Speech Act Theory) ความหมายชี้้�บ่่งเป็็นนััย (Implicature Meaning) และทฤษฎีีความสุุภาพ (Politeness Theory) ซึ่่�งจะช่่วยให้้ผู้้อ่่านสามารถเข้้าใจและวิิเคราะห์์การใช้้ภาษาตามมิิติิ ทางสัังคมและวััฒนธรรมได้้ดีียิ่่�งขึ้้�น เมื่่�อผู้้อ่่านได้้เรีียนรู้้เกี่่�ยวกัับแนวคิิดสำคััญ ในการศึึกษาวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์์ ในบทที่่� 2 แล้ว้ จึึงถึึงเวลาที่่�จะนำเนื้้�อหาดัังกล่่าว


16บทที่่� 1มาใช้้ในการพิสูิจน์ู์เนื้้�อหาและเข้้าใจปรากฏการณ์์ทางภาษาที่่�นัักวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์์ได้้กล่่าวไว้้ ในบทที่่� 3 และ 4 ผู้้เขีียนจะดำเนิินการในลัักษณะเช่่นเดีียวกััน กล่่าวคืือ แต่่ละบทจะเริ่่�มต้้นด้้วยบทนำที่่�อธิิบายถึึงหน้้าที่่�และความหมายพื้้�นฐานตามรููปประโยค ก่่อนที่่�จะนำเนื้้�อหาดัังกล่่าวไปเชื่่�อมโยงกัับการอธิิบายหน้้าที่่�และความหมายที่่�เกิิดจากบริิบทในแต่่ละวััจนกรรม และในที่่�สุุดก็็จะสรุุปหน้้าที่่�ในการสื่่�อสารตามมุุมมองของวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ผู้เ้ขีียนเน้้นนำเสนอประโยคพื้้�นฐาน 5 ชนิิด ได้้แก่่ ประโยคบอกเล่่า ประโยคคำสั่่�ง ประโยคชัักชวน ประโยคคำถาม และประโยคอุุทาน ไว้้ในบทที่่� 3 เพื่่�อให้้ผู้้อ่่านได้ศึ้ึกษาและเข้้าใจถึึงโครงสร้้างพื้้�นฐานของประโยคแต่่ละชนิิด ส่ว่ นในบทที่่� 4 จะเป็็นการขยายความ โดยการนำเสนอโครงสร้้างประโยคที่่�เป็็นไวยากรณ์์เฉพาะ เช่่น กรรมวาจก วิิภััตติิปััจจััยคำเชื่่�อมที่่�แสดงเหตุุผล รููปประโยคคาดคะเน การแสดงการกล่่าวอ้้าง และประโยคคำถามที่่�มีีเนื้้�อความปฏิิเสธ เพื่่�อให้้ผู้้อ่่านสามารถมองเห็็นความเชื่่�อมโยงระหว่่างการใช้้ภาษาในระดัับพื้้�นฐานกัับบริิบทในเชิิงวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ได้้อย่่างชััดเจนมากขึ้้�น การที่่�ผู้้อ่่านส่่วนใหญ่่มีีพื้้�นฐานการเรีียนรู้้ประโยคประเภทต่่าง ๆ มาแล้้ว จะช่่วยให้้เข้้าใจการตีีความประโยคและสามารถนำความหมายจากการวิิเคราะห์์ไปเชื่่�อมโยงกัับแนวคิิดทาง วััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ได้้ ทั้้�งนี้้�ทรงธรรม อิินทจัักร (2550:10) ได้้กล่่าวไว้้ว่่า แนวคิิดและทฤษฎีีทางวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์มัักจะไม่่มีีรายละเอีียดที่่�ซัับซ้้อนเท่่ากัับสาขาวิชิาภาษาศาสตร์ส์าขาอื่่�น ๆ การทำความเข้้าใจแนวคิิดด้้านวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์นั้้์ �น หากผู้้อ่่านมีีทัักษะในการสัังเกตและคิิดตามระหว่่างการอ่่านได้้ดีีก็็จะสามารถพิิสููจน์์เนื้้�อหารสาระและเข้้าใจปรากฏการณ์์ทางภาษาที่่�นัักวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ ได้้อธิิบายไว้้ บทที่่� 5 ผู้้เขีียนได้้นำตััวอย่่างการใช้้ภาษาของเจ้้าของภาษากัับนัักศึึกษา ชาวไทยมาเปรีียบเทีียบและวิิเคราะห์์อย่่างละเอีียด เพื่่�อแสดงให้้เห็็นถึึงลัักษณะและความแตกต่่างในการใช้้ภาษา อัันจะช่่วยให้้ผู้้อ่่านเข้้าใจภาพรวมของการใช้้


17ความสำคััญของความรู้้�ทางวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ในภาษาเกาหลีีภาษาเกาหลีีได้ชั้ัดเจนยิ่่�งขึ้้�น โดยมุ่่งเน้้นให้นั้ ักศึึกษาชาวไทย รวมถึึงผู้ที่่�ใ ้ ช้ภ้าษาเกาหลีีในการสื่่�อสาร ได้ท้บทวน ทำความเข้้าใจ และนำไปปรัับใช้้ในการใช้ภ้าษาเกาหลีีได้้อย่่างเหมาะสมยิ่่�งขึ้้�น สุุดท้้ายในบทที่่� 6 คืือ บทสรุุปของหนัังสืือ1.5 สรุุปทามกลางยุุคที่่�โลกไร้้พรมแดน การเรีียนรู้้ภาษาต่่างประเทศจึึงมีคีวามสำคััญอย่่างยิ่่�งยวด ไม่่เพีียงแต่่เพื่่�อการสื่่�อสาร หากแต่ยั่ ังเป็็นการเปิิดประตูสู่่ความเข้้าใจในวััฒนธรรมและวิถีีชีีวิิตของผู้คน้ อีีกด้วย้ภาษาเกาหลีี ซึ่่�งเป็็นภาษาที่่�กำลัังได้รั้ับความนิิยมอย่่างแพร่่หลายในประเทศไทย แต่่กระนั้้�น การเรีียนการสอนภาษาเกาหลีีในบ้้านเรายัังคงเผชิิญกัับความท้้าทายบางประการ ผู้้เขีียนมองว่่า การเรีียนการสอนภาษาเกาหลีีในประเทศไทยส่่วนใหญ่่ยัังเน้้นหนัักไปที่่�ไวยากรณ์์ คำศััพท์์ และทัักษะพื้้�นฐาน แม้้จะเป็็นรากฐานที่่�สำคััญ แต่่ก็็อาจไม่่เพีียงพอต่่อการใช้้งานจริิงในชีีวิิตประจำวััน เพราะภาษาไม่่ได้้เป็็นเพีียงแค่ชุุ่ดของกฎเกณฑ์์ หากแต่่เป็็นเครื่่�องมืือทางสัังคมที่่�ซัับซ้้อน การใช้ภ้าษาอย่่างเหมาะสมจึึงต้้องอาศััยความเข้้าใจในบริิบททางสัังคมและวััฒนธรรมที่่�ภาษาถููกใช้้ด้้วยการเรีียนรู้้วััจนปฏิิบััติิศาสตร์์จึึงมีีความสำคััญอย่่างยิ่่�งต่่อการเรีียนภาษาเกาหลีี เพราะจะช่่วยให้้ผู้้เรีียนสามารถสื่่�อสารได้้อย่่างมีีประสิิทธิิภาพและ เหมาะสมตามบริิบท และจะได้้เข้้าใจเจ้้าของภาษาได้้อย่่างลึึกซึ้้�ง รวมถึึงเพื่่�อ หลีีกเลี่ย่�งความเข้้าใจผิิดที่่�อาจเกิิดจากการใช้ภ้ าษาที่่�ไม่่เหมาะสม อย่่างไรก็็ตามการสอนเรื่่�องวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์ข์องภาษาเกาหลีีในประเทศไทยยัังคงมีข้้อีจำกััดหลายประการ ไม่่ว่่าจะเป็็นการขาดความต่่อเนื่่�องของหลัักสููตร การขาดสื่่�อ การเรีียนการสอนที่่�เน้้นวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ และที่่�สำคััญคืือการขาดความรู้้ความเข้้าใจในวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์ข์องครููผู้้สอนเอง หากผู้้สอนไม่่เข้้าใจวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์์ ก็็ยากที่่�จะถ่่ายทอดความรู้้ให้้ผู้้เรีียนได้้อย่่างมีีประสิิทธิิภาพดัังนั้้�น เพื่่�อให้้การเรีียนการสอนภาษาเกาหลีีในประเทศไทยก้้าวไปอีีกขั้้�น จึึงจำเป็็นต้้องยกระดัับการเรีียนการสอน โดยเน้้นการบููรณาการเรื่่�องวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์์


18บทที่่� 1เข้้าไปในหลัักสููตรและการเรีียนการสอน ครููผู้้สอนควรได้้รัับการอบรมและพััฒนาความรู้้ความเข้้าใจในวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์์อย่่างสม่่ำเสมอ ควรมีการีพััฒนาสื่่�อการเรีียนการสอนที่่�หลากหลายและเข้้าถึึงได้ง่้่าย เพื่่�อให้้ผู้เ้รีียนสามารถเรีียนรู้้ได้้ด้้วยตนเอง ท้้ายที่่�สุุดนี้้� ผู้้เขีียนคาดหวัังเป็็นอย่่างยิ่่�งให้้ผู้้ที่่�มีีส่่วนเกี่่�ยวข้้องกัับการเรีียนการสอน หรืือผู้้อ่่านที่่�สนใจในภาษาเกาหลีีได้้ตระหนัักถึึงความสำคััญของการเรีียนภาษาอย่่างรอบด้้าน ไม่่ใช่่แค่่ท่่องจำไวยากรณ์์ หากแต่่ต้้องเข้้าใจว่่าภาษาถููกใช้้ในชีีวิิตจริิงอย่่างไรด้้วย


19แนวคิิดสำคััญในการศึึกษาวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์บทที่่� 2แนวคิิดสำคััญในการศึึกษาวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์แนวคิิดสำคััญในการศึึกษาวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์เป็็นรากฐานที่่�ช่่วยให้้เข้้าใจบทบาทของภาษาในการสร้้างความหมายและความเข้้าใจในบริิบทต่่าง ๆ ในบทนี้้�จะกล่่าวถึึงนิิยามของวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ วััจนกรรม ความหมายเชิิงชี้้�บ่่งเป็็นนััยและกลวิิธีีการใช้้ภาษาสุุภาพก่่อนเข้้าสู่่รายละเอีียดในแต่่ละประเด็็น ลองพิิจารณาตััวอย่่างต่่อไปนี้้� ซึ่่�งจะช่วย่ ให้้เห็็นภาพชััดเจนว่่า แม้้ข้้อความจะมีีรููปแบบทางไวยากรณ์์ที่่�ถููกต้้อง แต่่ในการใช้้งานจริิง ความหมายของถ้้อยคำมัักขึ้้�นอยู่่กัับบริิบททางสัังคม วััฒนธรรมและเจตนาของผู้้พููด มากกว่่าความหมายตามโครงสร้้างประโยคเพีียงอย่่างเดีียวตััวอย่่าง 1가. 어디 가? 나. 아니, 이게 누구야? 다. 식사하셨어요? หากแปลความหมายของถ้้อยคำ ‘가’ ‘나’ และ ‘다’ ตามรููปประโยคแล้้วถ้้อยคำทั้้�งสามเป็็นประโยคคำถามที่่�ต้้องการข้้อมููลตอบกลัับจากผู้้ฟััง แต่่ใน บางกรณีีที่่�ผู้้รัับสารตีีความหมายของถ้้อยคำตามบริิบทหรืือสถานการณ์์ตรงหน้้า การใช้้ถ้้อยคำเหล่่านี้้�จะกลายเป็็นการทัักทายในชีีวิิตประจำวัันของชาวเกาหลีีผู้ฟัังอา ้ จจะตอบกลัับด้วยลั้ ักษณะท่่าทางหรืือไม่่ตอบก็็ได้้ ตามหลัักการอรรถศาสตร์์ การตีีความหมายตามรููปประโยคคืือแปลความหมายจากคำหรืือประโยคที่่�ปรากฏตามตัวั ซึ่่�งเป็็นการแจกแจงส่ว่ นประกอบของประโยคเพื่่�อให้้ได้้ความหมายตรงตามคำศััพท์์และไวยากรณ์์ แต่่ในทางวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์การตีีความหมายของถ้้อยคำจะไม่่จำกััดแค่่การแปลความหมายตามคำศััพท์์และไวยากรณ์์


20บทที่่� 2แต่่จะพิิจารณาถึึงบริิบทหรืือสถานการณ์์การใช้้และเจตนาของผู้้พููดด้้วย ดัังนั้้�น ประโยคคำถามในตัวัอย่่างข้้างต้้นอาจไม่่ได้ส้ะท้้อนความต้้องการข้้อมููลจากผู้ฟััง้อย่่างแท้้จริิง หากแต่่ทำหน้้าที่่�เป็็นการทัักทาย หรืือแสดงความเอาใจใส่่ในชีีวิิตประจำวัันของอีีกฝ่่ายที่่�ผ่่านมามีผู้ีเ้รีียนภาษาเกาหลีีสงสัยัและตั้้�งคำถามต่่อผู้เ้ขีียนว่่า “ไวยากรณ์์ตัวัเดีียวกัันกัับที่่�เรีียนในห้้องเรีียน แต่่เมื่่�อดููละครเกาหลีีแล้ว้กลัับพบว่่าไวยากรณ์์ตััวดัังกล่่าวมีีความหมายอื่่�นแฝงอยู่่หรืือไม่่ อย่่างไร” กรณีีของคำถามดัังกล่่าวจะขอยกตััวอย่่างการใช้้ปััจจััย –시– แสดงความสุุภาพยกย่่องประธาน แต่่ในละครผู้้พููดกลัับใช้ปั้จจััยั –시– แสดงความไม่่พอใจการกระทำของผู้ฟััง (ประธาน) ้แอบแฝงอยู่่ เช่่น “웃기시네 (ช่่างน่่าตลกจริิงเชีียว)” “아예, 모른 척하시겠다(อ้้อเหรอ แกล้้งทำเป็็นไม่่รู้้เลยสิินะ)” การใช้้ปััจจััย–시– จึึงเป็็นการสื่่�อความมากกว่่าความหมายตามศััพท์์ ตััวอย่่าง 2(1) 가: 나 진짜 공부 하나도 안 했어.나: 웃기시네. 그러면서 맨날 수석하잖아.(2) 가: 냉장고에 내가 넣어둔 우유 네가 마셨지?나: 우유? 그런게 있었어?가: 아예, 모른 척하시겠다.จากตัวัอย่่างที่่�ยกมาบางส่ว่ นข้้างต้้นรวมถึึงคำถามของนัักศึึกษา ได้จุุ้ดประกายและแรงสนัับสนุุนให้้เกิิดกัับตััวผู้้เขีียนได้้เป็็นอย่่างดีี เพื่่�อเป็็นข้้อพิิสููจน์์ว่่าไวยากรณ์์ตััวเดีียวกัันกัับที่่�เรีียนในห้้องเรีียนนั้้�น เมื่่�อถููกนำไปใช้้ในสถานการณ์์หรืือบริิบทที่่�เปลี่ย่� นไปอย่่างในละครเกาหลีีแล้ว้ทำให้้เห็็นว่่าไวยากรณ์์มีคีวามหมายอื่่�นแฝงอยู่่ที่่�เรีียกว่่า “ปฏิิบัติัิการทางวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์์” ผู้เ้ขีียนเห็็นถึึงความสำคััญและมองว่่าถึึงเวลาแล้้วที่่�จะต้้องสร้้างองค์์ความรู้้โดยการสร้้างคำอธิิบายเรื่่�อง


21แนวคิิดสำคััญในการศึึกษาวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์วััจนปฏิิบััติิศาสตร์์เพื่่�อต่่อยอดความรู้้ให้้กัับผู้้เรีียน แค่่ความรู้้ทางไวยากรณ์์ ไม่่เพีียงพออีีกต่่อไป หากแต่่ต้้องนำความรู้้ทางด้้านวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์มาช่่วยอธิิบายการใช้้ไวยากรณ์์ ในประโยคที่่�ไม่่ปฏิิบััติิตามหลัักเกณฑ์์การใช้้ แต่่ก็็ยัังทำให้้การสนทนาดำเนิินไปได้้อย่่างราบรื่่�น สุุจริิตลัักษณ์์ ดีีผดุุง (2552:4)ได้้กล่่าวว่่า มีีเพีียงวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์เท่่านั้้�นที่่�ยิินยอมให้้ผู้้ใช้้ภาษาเข้้าไปเป็็น ส่ว่นหนึ่่�งของการวิิเคราะห์์ ผู้เ้รีียนจึึงสามารถศึึกษาความหมายที่่�ผู้ใ้ช้ภ้าษาตั้้�งใจหรืือเจตนาจะสื่่�อสาร การนำความรู้้วััจนปฏิิบััติิศาสตร์์เพิ่่�มเข้้ามาในการเรีียน การสอนภาษาเกาหลีีจะทำให้้ผู้้เรีียนพััฒนาความสามารถทางด้้านภาษา เพิ่่�มประสิิทธิิภาพและความเข้้าใจในการติิดต่่อสื่่�อสาร เพื่่�อสร้้างความเข้้าใจที่่�ชััดเจนเกี่ยวกั่� ับแนวคิิด “วััจนปฏิิบัติัิศาสตร์์” เนื้้�อหาในส่ว่นแรกผู้เ้ขีียนขอนำเสนอคำนิิยามจากแหล่่งข้้อมููลทั้้�งในภาษาอัังกฤษ ภาษาไทย และภาษาเกาหลีีเนื่่�องจากวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์์เกี่ยว่� ข้้องกัับการตีีความความหมายในบริิบทการสื่่�อสารการพิิจารณาคำนิิยามจากหลายมุุมมองจะช่่วยให้้เห็็นความหลากหลายทางแนวคิิดและสะท้้อนลัักษณะเฉพาะของการสื่่�อสารในแต่่ละภาษาได้ชั้ัดเจนยิ่่�งขึ้้�น 2.1 นิิยามวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ในภาษาอัังกฤษเรีียกศาสตร์์นี้้�ว่่า “Pragmatics” ในขณะที่่�ภาษาเกาหลีีใช้้คำว่่า “화용론” สำหรัับคำนิิยามของวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ที่่�ผู้้เขีียนได้้สำรวจในเอกสารตำราต่่าง ๆ พบว่่าส่ว่ นใหญ่่มีการนำคำ ีนิยิามของนัักภาษาศาสตร์ช์าวตะวัันตกมาอ้้างอิิงและแปลเป็็นภาษาแม่ข่องชาตินั้้ิ�น ๆ และยัังมีีนัักภาษาศาสตร์์ทั้้�งชาวเกาหลีีและชาวไทยเสนอคำนิยิามโดยให้้ความหมายเฉพาะตัวัในมุมมุองของตนเอง สำหรัับหนัังสืือเล่่มนี้้� ผู้้เขีียนจะนำคำนิิยามวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ที่่�เป็็นภาษาอัังกฤษ ภาษาเกาหลีี และภาษาไทยมาวิิเคราะห์์ร่่วมกััน เพื่่�อหาคำหรืือวลีีสำคััญที่่�ปรากฏในนิิยาม การหาคำสำคััญในนิิยามของงานแต่่ละเล่่มจะช่่วยให้้ผู้้อ่่านเข้้าใจแนวคิิดหลัักหรืือคำจำกััดความได้้ชััดเจนยิ่่�งขึ้้�น วิิธีีการนี้้�ยัังแสดงให้้เห็็นว่่านัักภาษาศาสตร์์ให้้ความสำคััญกัับแง่่มุุมใดของแนวคิิดมากที่่�สุุดด้้วย


22บทที่่� 2 คำนิิยามวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ของนัักวิิชาการที่่�เขีียนเป็็นภาษาอัังกฤษมีีรายละเอีียดดัังนี้้� Clark ให้้คำนิิยามวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ว่่าPragmatics need to include the user and the addressee’s linguistic and nonlinguistic responses All language use is “joint action” involving the speaker’s meaning and the addressee’s understanding Any account of “using language” must include more than an analysis of linguistic forms. Pragmatics seeks to explain chance, predictability, and surprise. [Clark (1996:391) อ้้างถึึงใน 박영순 (2007:12)][คำแปลภาษาไทย]วััจนปฏิิบัติัิศาสตร์จ์ ำเป็็นต้้องครอบคลุมุการตอบสนองทางวััจนภาษาและอวััจนภาษาของทั้้�งผู้้ส่่งสารและผู้้รัับสาร การใช้้ภาษาใน ทุุกบริิบทล้้วนเป็็น “ปฏิิสััมพัันธ์์ร่่วม” ซึ่่�งประกอบด้้วยเจตนาความหมายของ ผู้้พููดและกระบวนการทำความเข้้าใจของผู้้รัับสาร ดัังนั้้�นการศึึกษาเกี่่�ยวกัับ“การใช้้ภาษา” จึึงต้้องพิิจารณาให้้ลึึกซึ้้�งกว่่าเพีียงการวิิเคราะห์์โครงสร้้างทางภาษาศาสตร์์ วััจนปฏิิบัติัิศาสตร์มุ่่ ์งแสวงหาคำอธิิบายเกี่ยวกั่� ับความเป็็นไปได้้ในการเปลี่ย่� นแปลง ความสามารถในการคาดการณ์์ และปรากฏการณ์์ที่่�คาดไม่ถึ่ ึง[คำหรืือวลีีสำคััญที่่�ปรากฏในนิิยาม] Joint action (การกระทำร่่วม), Speaker’s meaning and addressee’s understanding (ความหมายของผู้้พููดและความเข้้าใจของผู้้ฟััง), Linguistic and nonlinguistic responses(การตอบสนองทางภาษาและไม่่ใช่่ภาษา)  Levinson กล่่าวว่่า “Pragmatics is the Pragmatics study of those relations between language and context that are basic to an account


23แนวคิิดสำคััญในการศึึกษาวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์of language understanding.” [Levinson (1983:21) อ้้างถึึงใน Youn, Seog Mi (2016:38)][คำแปลภาษาไทย] วััจนปฏิิบัติัิศาสตร์์เป็็นการศึึกษาความสัมพัันธ์์ระหว่่างภาษากัับบริิบท ซึ่่�งเป็็นพื้้�นฐานสำคััญในการอธิิบายความเข้้าใจภาษา[คำหรืือวลีีสำคััญที่่�ปรากฏในนิิยาม] Relations between language and context (ความสัมพัันธ์์ระหว่่างภาษาและบริิบท), Basic to an account of language understanding (พื้้�นฐานของการอธิิบายการเข้้าใจภาษา) Gazdar, กล่่าวว่่า “Pragmatics has as its topic those aspects of the meaning of utterances which cannot be accounted for by straightforward reference to the truth conditions of the sentences uttered.” [Gazdar (1979:2) อ้้างถึึงใน Youn, Seog Mi (2016:45)][คำแปลภาษาไทย] วััจนปฏิิบััติิศาสตร์์มุ่่งศึึกษาแง่่มุุมของความหมายในถ้้อยคำที่่�ไม่่สามารถอธิิบายได้้ด้้วยการอ้้างอิิงโดยตรงถึึงเงื่่�อนไขความจริิง ของประโยคที่่�กล่่าวออกมา[คำหรืือวลีีสำคััญที่่�ปรากฏในนิิยาม] Aspects of the meaning of utterances (แง่่มุุมของความหมายของการพููด), Can not be accounted for by straightforward reference to the truth conditions (ไม่่สามารถอธิิบายได้้โดยการอ้้างอิิงตรงไปยัังเงื่่�อนไขความเป็็นจริิง) Yule ให้้คำนิิยามวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ว่่าPragmatic s is concerned with the study of meaning as communicated by a speaker (or writer) and interpreted by a listener (or reader). It has, consequently, more to do with the analysis of what people mean by their utterances than what the words or phrases in those utterances might


24บทที่่� 2mean by themselves. Pragmatics is the study of speaker meaning.This type of study necessarily involves the interpretation of what people mean in a particular context and how the context influences what is said. It requires a consideration of how speakers organize what they want to say in accordance with who they’re talking to, where, when, and under what circumstances. Pragmatics is the study of contextual meaning.This approach also necessarily explores how listeners can make inferences about what is said in order to arrive at an interpretation of the speaker’s intended meaning. This type of study explores how a great deal of what is unsaid is recognized as part of what is communicated. We might say that it is the investigation of invisible meaning. Pragmatics is the study of how more gets communicated than is said. This perspective then raises the question of what determines the choice between the said and the unsaid. The basic answer is tied to the notion of distance. Closeness, whether it is physical, social, or conceptual, implies shared experience. On the assumption of how close or distant the listener is, speakers determine how much needs to be said. Pragmatics is the study of the expression of relative distance.[Yule (1996:3)]


25แนวคิิดสำคััญในการศึึกษาวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์[คำแปลภาษาไทย] วััจนปฏิิบััติิศาสตร์์เป็็นศาสตร์์ที่่�มุ่่งศึึกษาความหมายที่่�สื่่�อสารโดยผู้้พููด (หรืือผู้้เขีียน) และถููกตีีความโดยผู้้ฟััง (หรืือผู้้อ่่าน) ด้้วยเหตุุนี้้� จึึงเกี่่�ยวข้้องกัับการวิิเคราะห์์สิ่่�งที่่�บุุคคลต้้องการจะสื่่�อผ่่านถ้้อยคำของตนมากกว่่าความหมายของคำหรืือวลีีที่่�ปรากฏในถ้้อยคำนั้้�น ๆ โดยตรงวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ คืือ การศึึกษาความหมายที่่�ผู้้�พููดต้้องการสื่่�อการศึึกษาในลัักษณะนี้้�จำเป็็นต้้องเกี่่�ยวข้้องกัับการตีีความสิ่่�งที่่�บุุคคลต้้องการจะสื่่�อในบริิบทเฉพาะ และวิิธีีที่่�บริิบทมีีอิิทธิิพลต่่อสิ่่�งที่่�พููดออกมา การศึึกษานี้้ต้�้องพิจิารณาว่่าผู้้พููดจััดระเบีียบสิ่่�งที่่�ต้้องการจะพููดอย่่างไร โดยคำนึึงถึึงว่่ากำลัังพููดกัับใคร ที่่�ไหน เมื่่�อไร และภายใต้ส้ถานการณ์์ใดวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ คืือ การศึึกษาความหมายตามบริิบทนอกจากนี้้� แนวทางการศึึกษานี้้�ยัังจำเป็็นต้้องสำรวจวิิธีีที่่�ผู้้ฟัังสามารถอนุุมานจากสิ่่�งที่่�ถููกพููดออกมาเพื่่�อให้้เข้้าถึึงการตีีความความหมายที่่�ผู้้พููดตั้้�งใจจะสื่่�อ การศึึกษาประเภทนี้้�สำรวจว่่าสิ่่�งที่่�ไม่่ได้้พููดออกมาจำนวนมากถููกรัับรู้้ว่่าเป็็นส่่วนหนึ่่�งของสิ่่�งที่่�ถููกสื่่�อสารได้้อย่่างไร อาจกล่่าวได้้ว่่าเป็็นการสืืบค้้น ความหมายที่่�มองไม่่เห็็น วััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ คืือ การศึึกษาว่่าการสื่่�อสารนั้้�น มีีมากกว่่าสิ่่�งที่่�พููดออกมามุุมมองนี้้�นำไปสู่่คำถามว่่าอะไรเป็็นตััวกำหนดการเลืือกระหว่่างสิ่่�งที่่�พููด ออกมากัับสิ่่�งที่่�ไม่่ได้้พููด คำตอบเบื้้�องต้้นมีีความเชื่่�อมโยงกัับมโนทััศน์์เรื่่�อง ระยะห่่าง กล่่าวคืือ ความใกล้้ชิิด ไม่่ว่่าจะเป็็นในมิิติิทางกายภาพ สัังคม หรืือมโนทััศน์์ ล้ว้นสะท้้อนถึึงประสบการณ์์ร่วมกั่ ัน จากการประเมิินระดัับความใกล้ชิ้ิดหรืือระยะห่่างของผู้ฟััง ผู้ ้ ้พููดจะกำหนดปริมิาณของสารที่่�ต้้องสื่่�อสารวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ คืือ การศึึกษาการแสดงออกของระยะห่่างสััมพัันธ์์ [คำหรืือวลีสำีคััญที่่�ปรากฏในนิิยาม] Speaker meaning (ความหมายของผู้้พููด), Contextual meaning(ความหมายตามบริิบท), Invisible meaning (ความหมายที่่�มองไม่่เห็็น), Said and unsaid (สิ่่�งที่่�พููดและสิ่่�งที่่�ไม่่ได้้พููด), Relative distance (ระยะห่่างสััมพัันธ์์)


26บทที่่� 2สำหรัับคำนิยิามวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์ข์องนัักวิชิาการที่่�เขีียนเป็็นภาษาเกาหลีีมีีรายละเอีียดดัังนี้้� 이재희 외 ให้้คำนิิยามวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ว่่า“화용론은사람들이의사소통을 할 때 메시지를 전달하기 위해 언어를 어떻게 사용하며, 그렇게 전달된메시지의의미를어떻게이해하는지에대해맥락(Context)과관련지어서 분석하고 설명하는 학문 분야이다.” [이재희 외 (2011:4)][คำแปลภาษาไทย] เมื่่�อมนุุษย์์พููดสื่่�อสารจะต้้องใช้้ภาษาอย่่างไรเพื่่�อถ่่ายทอดถ้้อยคำ วััจนปฏิิบััติิศาสตร์์จึึงเป็็นศาสตร์์ที่่�อธิิบายและวิิเคราะห์์บริิบทว่่าจะต้้องเข้้าใจความหมายของถ้้อยคำอย่่างไรเมื่่�อได้้รัับการถ่่ายทอด[คำหรืือวลีีสำคััญที่่�ปรากฏในนิิยาม] 의사소통 (Communication), 메시지 전달 (Message delivery), 언어 사용 (Language use), 의미 이해(Meaning understanding), 맥락 (Context) 노명현 ให้้คำนิิยามวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ว่่า “의미 해석에 맥락이 어떻게영향을미치는가에대한일반적인연구를화용론이라고할수있다.”[노명현(2012:22)][คำแปลภาษาไทย] คำว่่าวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์เป็็นศาสตร์์ที่่�ทำการศึึกษา เรื่่�องทั่่ว�ไปเกี่ยวกั่� ับบริิบท ว่่าบริิบทจะส่่งผลกัับการวิิเคราะห์์ความหมายได้้อย่่างไร[คำหรืือวลีสำีคััญที่่�ปรากฏในนิิยาม] 의미해석(Meaning interpretation),맥락 (Context) 송경숙 ให้้คำนิิยามวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ว่่า “화용론은 일련의 문장이 왜변칙적인 발화가 되는지를 설명하는 원리들에 관한 연구이다. 또한 화용론은 언어에 대한 기능적 관점에서의 연구이며, 언어 사용 원리에 대한 연구이다.” [송경숙 (2003:19)]


27แนวคิิดสำคััญในการศึึกษาวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์[คำแปลภาษาไทย] วััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ คืือ การศึึกษาเกี่่�ยวกัับทฤษฎีีที่่�อธิิบายว่่าทำไมการเรีียบเรีียงประโยคจึึงได้้กลายเป็็นถ้้อยคำที่่�ผิิดหลัักเกณฑ์์ อีีกทั้้�งวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์์ คืือ การศึึกษาในประเด็็นหน้้าที่่�ที่่�เกี่ยวกั่� ับภาษา การศึึกษาเกี่่�ยวกัับทฤษฎีีการใช้้ภาษา[คำหรืือวลีีสำคััญที่่�ปรากฏในนิิยาม] 변칙적인 발화 (Anomalous utterances), 기능적 관점 (Functional perspective), 언어 사용 원리(Principles of language u se) 박영순ให้้คำนิิยามวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ว่่า “발화는 문장이 구체적인 맥락 속에서 실현된 것이다. 화용론은 이와 같은 발화의 의미를 연구하는 분야이다.”[박영순 (2007:250)][คำแปลภาษาไทย]ถ้้อยคำ คืือ การปรากฏของประโยคในบริิบทที่่�ชััดเจน วััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ก็็เช่่นกัันเป็็นการศึึกษาความหมายของถ้้อยคำ[คำหรืือวลีีสำคััญที่่�ปรากฏในนิิยาม] 발화 (Utterance), 구체적인 맥락(Specific context), 의미 (Meaning) สุุดท้้ายนิิยามวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ของนัักวิิชาการที่่�เขีียนเป็็นภาษาไทยมีีรายละเอีียดดัังนสุุธาสิินีีสิิทธิิเกษรกล่่าวว่่า “วััจนปฏิิบััติิศาสตร์์เป็็นมิิติิการศึึกษาภาษาที่่�ใกล้ชีีวิ้ ิตจริิงมากที่่�สุุด เพราะเป็็นการศึึกษาการใช้ภ้าษาในบริิบทและปรากฏการณ์์ทางภาษาซึ่่�งเป็็นผลจากความสัมพัันธ์์ระหว่่างรููปภาษากัับผู้ใ้ช้ภ้าษา ความหมายระดัับวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์มิ์ ิได้้อยู่่เพีียงแค่่ความหมายประจำรููปภาษา แต่วิ่ ิเคราะห์์ได้้โดยอาศััยการตีีความของผู้้ฟััง” [สุุธาสิินีีสิิทธิิเกษร (2544:30)][คำหรืือวลีีสำคััญที่่�ปรากฏในนิิยาม] มิิติิการศึึกษาภาษาที่่�ใกล้้ชีีวิิตจริิงการใช้ภ้ าษาในบริิบท ความสัมพัันธ์์ระหว่่างรููปภาษา และผู้ใ้ช้ภ้าษาการตีีความของผู้้ฟััง


28บทที่่� 2 สุุจริิตลัักษณ์์ ดีีผดุุง กล่่าวว่่า “ผู้้ศึึกษาสามารถศึึกษาเกี่่�ยวกัับ (1) ความหมายที่่�ผู้้ใช้้ภาษาตั้้�งใจหรืือเจตนาจะสื่่�อสาร (2) การคาดคะเนของ ผู้้ใช้้ภาษา (3) เจตนารมย์์หรืือจุุดมุ่่งหมายของผู้้ใช้้ภาษา (4) การสื่่�อการกระทำของผู้้พููดด้้วยคำพููด” [สุุจริิตลัักษณ์์ ดีีผดุุง (2552:4)][คำหรืือวลีีสำคััญที่่�ปรากฏในนิิยาม] เจตนา การคาดคะเน จุุดมุ่่งหมายและการสื่่�อการกระทำของผู้้ใช้้ภา ษา ณััฐพร พานโพธิ์์�ทอง กล่่าวว่่า “วััจนปฏิิบััติิศาสตร์์คืือศาสตร์์ที่่�ศึึกษาภาษาที่่�ใช้้ในบริิบทต่่าง ๆ หรืือวิถีีิที่่�ผู้้พููดใช้ถ้้้อยคำในสถานการณ์์การสื่่�อสาร และวิิถีีที่่�ผู้้ฟัังตีีความถ้้อยคำเหล่่านั้้�นในบริิบท” [ณััฐพร พานโพธิ์์�ทอง (2555:8)][คำหรืือวลีีสำคััญที่่�ปรากฏในนิิยาม] บริิบท ผู้้พููดใช้้ถ้้อยคำ ผู้้ฟัังตีีความถ้้อยคำ สถานการณ์์การสื่่�อสาร กฤษดาวรรณ หงศ์์ลดารมภ์์และธีีรนุุช โชคสุุวณิิช กล่่าวว่่า “วััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ เป็็นแนวทางหนึ่่�งในการศึึกษาภาษาที่่�เน้้นความสััมพัันธ์์ระหว่่างภาษากัับผู้้ใช้้โดยให้้ความสำคััญกัับบริิบททางสัังคมและวััฒนธรรมที่่�มีีผลต่่อการใช้้ภาษา ทำให้้ผู้้ใช้้ภาษารัับรู้้และสามารถตีีความเจตนาของผู้้พููด”[กฤษดาวรรณ หงศ์์ลดารมภ์์และธีีรนุุช โชคสุุวณิิช (2551:11-16)][คำหรืือวลีีสำคััญที่่�ปรากฏในนิิยาม] ความสััมพัันธ์์ภาษากัับผู้้ใช้้ บริิบททางสัังคม วััฒนธรรม ผู้้ใช้้ภาษา รัับรู้้ตีีความ เจตนาของผู้้พดกิติติิพงษ์์ วงศ์ทิ์ ิพย์์ อธิิบายว่่า “การศึึกษาเกี่ยวกั่� ับความสัมพัันธ์์ระหว่่างภาษากัับการใช้้ภาษาโดยคำนึึงถึึงบริิบททางสัังคมและวััฒนธรรมที่่�มีีผลต่่อ การใช้้ภาษา เป็็นการวิิเคราะห์์ว่่าผู้้พููดต้้องการให้้ถ้้อยคำที่่�พููดออกไปสื่่�อ ความหมายว่่าอะไร รวมทั้้�งศึึกษากระบวนการทางปริชิานที่่�ทำให้้ผู้ใ้ช้ภ้าษารัับรู้้และสามารถตีีความเจตนาของผู้้พููดได้้ว่่าการที่่�ผู้้พููด ๆ เช่่นนั้้�น ผู้้พููดต้้องการ


29แนวคิิดสำคััญในการศึึกษาวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์สื่่�อความหมายอะไรหรืือต้้องการสื่่�อความอะไรเพิ่่ม�เติมมิากกว่่าสิ่่�งที่่�พููดออกมา”[กิิตติิพงษ์์ วงศ์์ทิิพย์์(2559:25)][คำหรืือวลีสำีคััญที่่�ปรากฏในนิิยาม]ความสัมพัันธ์์ภาษากัับการใช้ภ้าษา บริิบททางสัังคม วััฒนธรรม การวิิเคราะห์์ผู้้พููด ถ้้อยคำ สื่่�อความหมาย รัับรู้้ตีีความ เจตนาของผู้้พููด สิ่่�งที่่�พููดออกมาจากการนิยิามวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์์ที่่�ผู้เ้ขีียนได้้ประมวลจากเอกสารตำราต่่าง ๆ ของนัักวิิชาการชาวต่่างชาติิและชาวไทย สรุุปได้้ว่่า วััจนปฏิิบััติิศาสตร์์เป็็น การศึึกษาการใช้้ภาษาในบริิบทต่่าง ๆ โดยมุ่่งเน้้นการวิิเคราะห์์ความหมายที่่�ผู้้พููดตั้้�งใจจะสื่่�อ และการตีีความหมายของผู้ฟััง้ จากข้้อความที่่�ถููกกล่่าวออกมา ซึ่่�งไม่่สามารถอธิิบายได้้เพีียงแค่่ความหมายตรงตััวของคำหรืือประโยค แต่่ต้้องพิจิารณาบริิบททางสัังคม สถานการณ์์ความสัมพัันธ์์ระหว่่างผู้้พููดและผู้ฟััง้ รวมถึึงเวลาและสถานที่่�ที่่�การสื่่�อสารเกิิดขึ้้�น การศึึกษาดัังกล่่าวจึึงเน้้นการตีีความหมายที่่�ไม่่ได้้แสดงออกมาอย่่างตรงไปตรงมา แต่ต้่ ้องพิจิารณาถึึงเจตนาและสิ่่�งที่่�ผู้้พููดต้้องการสื่่�ออย่่างลึึกซึ้้�ง วััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ยัังให้้ความสำคััญกัับการเลืือกใช้้ถ้้อยคำที่่�สััมพัันธ์์กัับระยะห่่างทั้้�งทางกายภาพและทางสัังคมระหว่่างผู้้พููดและ ผู้้ฟััง ซึ่่�งส่่งผลต่่อวิิธีีการสื่่�อสารและความหมายที่่�ได้้รัับ การศึึกษานี้้�มีีเป้้าหมายเพื่่�อทำความเข้้าใจความหมายที่่�เกิิดขึ้้�นในกระบวนการสื่่�อสารภายใต้้บริิบทการสนทนาเป็็นสำคััญหนัังสืือเล่่มนี้้�ไม่่ได้้มีีวััตถุุประสงค์์ในการอธิิบายทุุกแง่่มุุมของวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์อย่่างละเอีียด แต่่จะนำเสนอแนวคิิดและหลัักการสำคััญของวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์โดยสัังเขป เพื่่�อให้้ผู้้อ่่านสามารถนำไปใช้้ในการวิิเคราะห์ถ้์ ้อยคำที่่�ปรากฏในการสนทนา ทั้้�งในแง่่ของการใช้้ภาษาและการตีีความ สำหรัับผู้้ที่่�สนใจศึึกษาวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ในเชิิงลึึก หนัังสืือหลายเล่่มในประเทศไทยมีีการอธิิบายไว้้อย่่างละเอีียด เช่่น “วััจนปฏิิบััติิศาสตร์์เบื้้�องต้้น” โดยสุุจริิตลัักษณ์์ ดีีผดุุง“แนวคิิดพื้้�นฐานด้้านวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์”์ โดยทรงธรรม อิินทจัักร “วััจนปฏิิบัติัิศาสตร์์เบื้้�องต้้น” โดยสมบููรณ์์ พจน์์ประสาท “วััจนปฏิิบััติิศาสตร์์” โดยกฤษดาวรรณ


30บทที่่� 2หงศ์์ลดารมภ์์ และธีีรนุุช โชคสุุวณิิช และ “วััจนปฏิิบััติิศาสตร์์กัับความสุุภาพและวััฒนธรรม: แนวคิิดและแนวทางวิิจััยภาษาไทย” โดยณััฐพร พานโพธิ์์�ทอง และ“เอกสารประกอบการสอนรายวิิชาวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์” โดย ดร.อุุมาภรณ์์ สัังขมาน เป็็นต้้น ส่่วนในหนัังสืือเล่่มนี้้�ผู้้เขีียนจะนำเสนอทฤษฎีีที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับการวิิเคราะห์์การใช้้ภาษาอย่่างสัังเขป ได้้แก่่ ทฤษฎีีวััจนกรรม (Speech Act Theory) ความหมายชี้้บ่�่งเป็็นนัยั (Conversational Implicature) และทฤษฎีีความสุุภาพ (Politeness Theory) ซึ่่�งทฤษฎีีเหล่่านี้้�จะเป็็นรากฐานสำคััญ ในการวิิเคราะห์์ประโยคและรููปแบบภาษาในภาษาเกาหลีีอย่่างมีประ ีสิิทธิภิาพในบทถััดไป มีีรายละเอีียดดัังนี้้�2.2 แนวคิิดที่่�เกี่่�ยวกัับกลวิิธีีการใช้้วััจนกรรมอ้้อมจุุดเริ่่�มต้้นของทฤษฎีีนี้้�มาจาก John L. Austin โดย Austin ได้้สัังเกตว่่าถ้้อยคำที่่�ใช้พู้ ูดสื่่�อสารกัันอยู่่ในชีีวิิตประจำวััน ไม่่ได้้ใช้้เพีียงเพื่่�อพููดถึึงสิ่่�งใดสิ่่�งหนึ่่�งเท่่านั้้�น แต่่เรายัังใช้ภ้าษาหรืือถ้้อยคำทำสิ่่�งใดสิ่่�งหนึ่่�งได้้อกด้วย้ Austin(1962:12)ได้้ให้้คำนิิยามวััจนกรรมไว้้ว่่า “By saying or in saying something, we are doing something” เป็็นการกระทำที่่�เกิิดขึ้้�นเมื่่�อผู้้พููดกล่่าวถ้้อยคำกัับผู้้ฟัังในบริิบทใดบริิบทหนึ่่�ง กล่่าวคืือ เมื่่�อผู้้พููดกล่่าวถ้้อยคำแล้ว้การกระทำย่่อมเกิิดขึ้้�นตามมา ออสติินได้้นำเสนอระดัับขั้้�นของวััจนกรรมเป็็น 3 ระดัับ 1. วััจนกรรมตรงตามคำ (locutionary act/발화 행위/언표 행위) คืือตัวถ้ั ้อยคำที่่�กล่่าวออกมา ซึ่่�งจะมีคีวามหมายตามรููปไวยากรณ์์และคำที่่�ประกอบเป็็นถ้้ อยคำ2.วััจนกรรมปฏิิบััติิ(Illocutionary act/발화수반행위/언표내적 행위) คืือ การที่่�ผู้้พููดกระทำบางสิ่่�งบางอย่่าง โดยผ่่านทางถ้้อยคำ เช่่น การกระทำ การบอกเล่่า การกระทำการสััญญา การกระทำการถาม3. ผลวััจนกรรม (Perlocutionary act/발화효과행위/언표결과행위) คืือ การกระทำของผู้้พููดที่่�ก่่อให้้เกิิดต่่อผู้ฟััง โด ้ ยใช้้วััจนกรรม ประสิทธิผิลวััจนกรรม


31แนวคิิดสำคััญในการศึึกษาวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์(Perlocutionary effect) คืือ ผลลััพธ์์ของวััจนกรรมที่่�มีีต่่อผู้้ฟััง [Austin(1962:12) อ้้างถึึงใน สุุจริิตลัักษณ์์ ดีีผดุุง (2552:84-85)]ระดัับขั้้�นที่่�ออสติินสนใจศึึกษามากที่่�สุุด คืือ วััจนกรรมปฏิิบัติัิ(Illocutionary act) ดัังนั้้�นงานวิจัิยัที่่�ศึึกษาเกี่ยวกั่� ับวััจนกรรมส่ว่ นใหญ่่เป็็นการศึึกษาวััจนกรรมปฏิิบััติิ(Illocutionary act) แทบทั้้�งสิ้้�น ต่่อมา Searle (1975) ได้้เสนอการใช้้ภาษาที่่�เรีียกว่่า วััจนกรรมตรง (Direct Speech acts) และวััจนกรรมอ้้อม(Indirect Speech acts) 1. วััจนกรรมตรง (Direct Speech acts/직접화행) หมายถึึง การใช้ถ้้้อยคำที่่�มีเีจตนาตรงตามรููปภาษา โดยผู้้พููดจะสื่่�อเจตนาของถ้้อยคำโดยตรง เช่่น ผู้้พููดสื่่�อสารโดยใช้รูู้ปแบบประโยคบอกเล่่าเพื่่�อทำหน้้าที่่�บอกเล่่า ใช้รูู้ปแบบประโยคคำสั่่�งเพื่่�อทำหน้้าที่่�สั่่�ง ใช้้รููปแบบประโยคคำถามเพื่่�อทำหน้้าที่่�ถามให้้ได้้คำตอบ ตััวอย่่าง 3ประโยคบอกเล่่า 저는 태국사람입니다. ฉัันเป็็นคนไทย หน้้าที่่�: บอกกล่่าวประโยคคำสั่่�ง 빨리 하세요 รีีบ ๆ ทำนะ หน้้าที่่�: คำสั่่�ง ประโยคคำถาม 한국에 언제 오세요? มาเกาหลีีเมื่่�อไรหน้้าที่่�: คำถาม2. วััจนกรรมอ้้อม (Indirect Speech acts/간접 화행) หมายถึึง ถ้้อยคำที่่�กล่่าวไม่่ตรงตามเจตนาของผู้้พููด ซึ่่�งไม่ส่อดคล้้องกัับความหมายประจำรููปภาษา การที่่�จะเข้้าใจเจตนาของผู้้พููดต้้องพิิจารณาจากบริิบทแวดล้้อม เช่่น ผู้้พููดใช้้ รููปแบบประโยคคำถามหรืือประโยคบอกเล่่าเพื่่�อขอให้้ผู้้ฟัังทำสิ่่�งใดสิ่่�งหนึ่่�ง


32บทที่่� 2ตััวอย่่าง 4ประโยคคำถาม 여기 너무 춥지 않아요? ตีีความ: ช่่วยปรัับอุุณหภููมิิแอร์์ให้้หน่่อย ประโยคบอกเล่่า 엄마, 배 고파요. ตีีความ: ขออาหารให้้หนููกิินหน่่อยSearle (1975) ได้้แนะนำข้้อสัังเกตในการแยกแยะถ้้อยคำว่่าถ้้อยคำใด เป็็นวััจนกรรมอ้้อม โดยการแบ่่งความหมายของถ้้อยคำออกเป็็นสองชนิิด คืือ ความหมายของประโยคกัับความหมายของผู้้พููด เมื่่�อพิิจารณาถ้้อยคำแล้้วถ้้อยคำมีีทั้้�งความหมายของประโยคและความหมายของผู้้พููด แสดงว่่าถ้้อยคำดัังกล่่าวเป็็นวััจนกรรมอ้้อม แต่่หากถ้้อยคำมีีแค่่ความหมายของประโยคเพีียงความหมายเดีียวแสดงว่่าเป็็นวััจนกรรมตรง ตััวอย่่าง 5가: 저녁 같이 먹을래?나: 나 내일 시험 있어서 도서관에 가야 돼.‘가’ ตีีความประโยคที่่� ‘나’ พููด และแปลเจตนาของ ‘나’ ได้้ว่่า การพููดของ ‘나’ เป็็นการบอกปฏิิเสธ แต่่เป็็นการปฏิิเสธที่่�ใช้้ประโยคบอกเล่่า การที่่� ‘나’พููดปฏิิเสธโดยไม่่ใช้้คำว่่า “안 (ไม่่)” ในการปฏิิเสธกลัับใช้้ประโยคบอกเล่่าแทน เรีียกประโยคแบบนี้้ว่�่าวััจนกรรมอ้้อม ในการวิิเคราะห์์ความหมายสิ่่�งที่่�ผู้ฟัังค ้ วรจะมีีก็็คืือ ความสามารถในการตีีความโดยอาศััยประสบการณ์์ร่่วมกัันระหว่่าง ผู้้พููดกัับผู้้ฟััง รวมทั้้�งใช้้บริิบททั้้�งทางภาษาและสัังคม และจะต้้องมีีความรู้้เรื่่�องวััจนกรรมร่่วมด้้วย [Searle (1975:60-61)]แนวคิิดของ Austin และ Searle แสดงให้้เห็็นว่่า การใช้้ภาษาไม่่ได้้จำกััดอยู่่แค่่การสื่่�อสารเนื้้�อหา แต่่เป็็น “การกระทำ” ที่่�ผู้้พููดตั้้�งใจถ่่ายทอดไปยัังผู้้ฟััง


33แนวคิิดสำคััญในการศึึกษาวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์ในบริิบทเฉพาะ วััจนกรรมจึึงเป็็นองค์์ประกอบสำคััญที่่�ช่วย่ ให้้เราเข้้าใจบทบาทของภาษาในฐานะเครื่่�องมืือทางสัังคมและการสื่่�อความหมายอย่่างลึึกซึ้้�ง 2.3 ความหมายชี้้บ่�่งเป็็นนััย (Conversational implicature/함축의미)Grice ได้้นำเสนอทฤษฎีีที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับความหมายชี้้�บ่่งเป็็นนััย (1) ทฤษฎีีความหมาย และ (2) ทฤษฎีีการสนทนา1. ทฤษฎีีความหมายGrice อธิิบายว่่าความหมายมีีสองประเภท ประเภทแรก คืือความหมายตรงตามรููปเป็็นความหมายเนื้้�อแท้้ของคำหรืือประโยค การเข้้าถึึงความหมายตรงตามรููปจะอาศััยการแปลงรหััสจากคำเป็็นความหมาย และความหมายนั้้�นต้้องเป็็นความหมายที่่�สัังคมหรืือคนทั่่�วไปรัับรู้้และยอมรัับ ความหมายประเภทที่่�สอง คืือ ความหมายไม่่ตรงตามรููปเป็็นความหมายของคำหรืือประโยคที่่�อยู่่นอกเหนืือความหมายตรงตามรููป และยัังรวมถึึงความปรารถนา ความต้้องการของผู้้พููดด้วย้ การเข้้าถึึงความหมายไม่่ตรงตามรููปอาศัยัการแปลงรหัสั ถอดรหัสัด่่านแรกคืือ ผู้้ฟัังต้้องแปลงความหมายที่่�ตรงตามรููปก่่อน ต่่อจากนั้้�นก็็นำมาแปลงรหััสด่่านที่่�สองโดยการอนุุมานค้้นหาความหมายจากความต้้องการของ ผู้้พููด เมื่่�อผู้ฟััง้ รัับรู้้ความหมายดัังกล่่าวจะแปลงออกมาเป็็นการกระทำที่่�ตอบสนองความต้้องการของผพููด [Grice (1989:220) อ้้า งถึึงใน สมบููรณ์์ พจน์์ประสาท(2564):20-21)]ความหมายชี้้�บ่่งเป็็นนััยมีีความเกี่่�ยวข้้องกัับวััจนกรรมอ้้อม ตามที่่� Searle (1979:30) กล่่าวว่่ารููปแบบของประโยคที่่�พููดโดยผู้้พููดอาจจะตรงกัับความหมายที่่�ผู้้พููดต้้องการสื่่�อหรืืออาจจะไม่่ตรงกัันก็็ได้้ โดยหากไม่่ตรงกัันกัับความหมายที่่�ผู้้พููดต้้องการสื่่�อจะไม่่ใช่่ความหมายที่่�ปรากฏในตััวประโยค แต่่จะเป็็น ความหมายชี้้�บ่่งเป็็นนััยที่่�แฝงอยู่่ภายในประโยคนั้้�นซึ่่�งผู้้พููดต้้องการถ่่ายทอด ให้้ผู้้ฟัังรัับรู้้


34บทที่่� 2ตััวอย่่าง 6가. TV 좀 꺼 줘요.나. TV 좀 꺼 주시면 안 될까요?ประโยค ‘가’ เป็็นวััจนกรรมตรง ขณะที่่�ประโยค ‘나’ เป็็นวััจนกรรมอ้้อมที่่�มีีความหมายชี้้�บ่่งเป็็นนััย คืือ “ขอให้้คุุณปิิดไฟหน่่อยค่่ะ” ซึ่่�งเป็็นการขอใน รููปแบบที่่�อ้้อม ตัวัอย่่างสอดคล้้องกัับสิ่่�งที่่� 이종철 (1996:6-8) ได้้กล่่าวไว้้เช่่นกััน“ความหมายชี้้�บ่่งเป็็นนััย คืือ ความหมายชี้้�บ่่งเป็็นนััยที่่�ถููกสื่่�อออกมาในระดัับที่่�ไม่่ได้พูู้ดออกมาโดยตรง และยัังมีคีวามเกี่ยว่� ข้้องกัับวััจนกรรมอ้้อม แต่ทั้้่ �งความหมายชี้้บ่�่งเป็็นนัยั และวััจนกรรมอ้้อมก็ยั็ังมีีขอบเขตที่่�แตกต่่างกัันขึ้้�นอยู่่กัับการตีีความของผู้้พููดและผู้้ฟััง” ในแง่่ของทฤษฎีีวััจนกรรม วััจนกรรมตรงจะมีีความหมายที่่�ตรงกัับประโยคที่่�พููดออกมา ขณะที่่�วััจนกรรมอ้้อมจะมีคีวามหมายชี้้บ่�่งเป็็นนัยัภายในประโยคซึ่่�งความหมายชี้้บ่�่งเป็็นนัยถืื ัอเป็็นส่ว่นหนึ่่�งของวััจนกรรมอ้้อมได้้Grice เสนอทฤษฎีีความหมายแบ่่งเป็็น 2 ประเภท ได้้แก่่ (1) ความหมายตรงตามรููป ซึ่่�งเป็็นความหมายที่่�สัังคมยอมรัับและเข้้าถึึงได้้โดยตรง และ (2) ความหมายไม่่ตรงตามรููป ซึ่่�งต้้องอาศััยการตีีความจากเจตนาของผู้้พููดผ่่านการแปลงรหััสสองชั้้�น Grice (1989) ความหมายไม่่ตรงตามรููปนี้้�เกี่่�ยวข้้องกัับ “ความหมายชี้้�บ่่งเป็็นนััย” ซึ่่�งปรากฏในกรณีีที่่�ถ้้อยคำที่่�ใช้้ไม่่ตรงกัับเจตนา ที่่�ต้้องการสื่่�อ และต้้องพึ่่�งพาบริิบทในการทำความเข้้าใจ จึึงเชื่่�อมโยงกัับแนวคิิดวััจนกรรมอ้้อมของ Searle ที่่�ถ้้อยคำไม่่ได้้บอกความหมายโดยตรง กล่่าวโดยสรุุป ความหมายชี้้�บ่่งเป็็นนััยเป็็นองค์์ประกอบสำคััญของวััจนกรรมอ้้อม โดยทั้้�งสองแนวคิิดเน้้นการตีีความเจตนาของผู้้พููดจากบริิบท มากกว่่าความหมายตามถ้้อยคำเพีียงอย่่างเดีียว2. ทฤษฎีีการสนทนาทฤษฎีีการสนทนาของ Grice มองว่่าการใช้้ภาษาในการสื่่�อสาร ในขณะที่่�ผู้้พููดสื่่�อสารกัับผู้้ฟัังในบางครั้้�งเกิิดกรณีีที่่�ผู้้พููดละเมิิดไม่่ปฏิิบััติิตามหลัักการ ความร่่วมมืือในการสนทนาจะก่่อให้้เกิิดความหมายชี้้�บ่่งเป็็นนััยในการสนทนา


35แนวคิิดสำคััญในการศึึกษาวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์กล่่าวคืือ ผู้้พููดเจตนาที่่�จะไม่่ปฏิิบััติิตามหลัักการสนทนาเพื่่�อประโยชน์์หรืือมีีวััตถุุประสงค์์บางประการ หลัักการความร่วมมืื ่ อในการสนทนา (The cooperative principle / Maxims of conversation) มีีรายละเอีียดหลัักการ 4 ข้้อ1. หลัักปริิมาณ (The Maxim of Quantity)1) ให้้ข้้อมููลตามที่่�ต้้องการ(ให้ส้อดคล้้องกัับจุุดมุ่่งหมายของการสนทนานั้้�น)2) อย่่าให้้ข้้อมููลเกิินกว่่าที่่�ต้้องการ2. หลัักคุุณภาพ (The Maxim of Quality)1) ไม่่พููดสิ่่�งที่่�เชื่่�อว่่าเป็็นเท็็จ2) ไม่่พููดสิ่่�งที่่�ไม่่มีีหลัักฐานเพีียงพอ3. หลัักสััมพัันธ์ (The Maxim of Relevance) ์พููดแต่่เรื่่�องที่่�เกี่่�ยวข้้อง4. หลัักคุุณลัักษณ์์ (The Maxim of Manner) พููดให้้ชััดเจน แบ่่งเป็็น ข้้อย่่อยดัังนี้้�1) เลี่่�ยงภาษาที่่�ไม่่ชััดเจน2) เลี่่�ยงความกำกวม3) พููดให้้กระชัับ (เลี่่�ยงภาษาฟุ่่มเฟืือย)4) พููดเรีียบเรีียงให้้เป็็นตามลำดัับขั้้�นตอน[Grice (1975:45-46) อ้้างถึึงใน ณััฐพร พานโพธิ์์�ทอง (2555:45)]ในกรณีีที่่�ละเมิิดไม่่เคารพหลัักการความร่วมมืื ่ อในการสนทนาก็็ไม่่ได้้มีีปััญหาแต่่อย่่างใด เพราะการสนทนาในชีีวิิตประจำวัันคงจะไม่่มีีใครที่่�จะปฏิิบััติิตามหลัักการความร่่วมมืือในการสนทนาได้้ตลอดเวลา อาจจะประสบปััญหา การสนทนาไม่่ราบรื่่�น เช่่น การละเมิิดหลัักสััมพัันธ์์ ผู้้ถามๆ ในสิ่่�งที่่�ตนอยากรู้้แต่่ผู้ตอบก ้ ลัับตอบเรื่่�องอื่่�นที่่�ไม่่ได้้เกี่ยว่� ข้้องกัับคำถาม แต่่หากในกรณีีที่่�ผู้้พููดตั้้�งใจละเมิิดเพื่่�อต้้องการจะสื่่�อความหมายเป็็นนัยัโดยแอบแฝงบางสิ่่�งบางอย่่าง ซึ่่�งในกรณีีดัังกล่่าวเราก็ส็ามารถพบได้บ่้ ่อย ๆ ในการสนทนาทั่่ว�ไป ตัวัอย่่างบทสนทนาภาษาเกาหลีีที่่�ละเมิิดหลัักการความร่่วมมืือในการสนทนา มีีดัังนี้้�


36บทที่่� 2ตััวอย่่างความหมายเป็็นนััยสนทนาที่่�เกิิดจากการไม่่เคารพหลัักปริิมาณตััวอย่่าง 7(동사무소에 여권을 발급 받으러 가서) 손님: 여권을 좀 발급 하려고 하는데요.직원: 신분증하고 여권용 사진 가져오셨어요?손님: 네, 신분증은 가져왔는데요.직원: 사진도 있어야 여권 발급 하실 수 있습니다. จากบทสนทนาเจ้้าหน้้าที่่�ถามว่่านำบััตรประจำตัวัประชาชนและรููปถ่่ายมาหรืือไม่่ ผู้้มาขอรัับบริิการตอบว่่า “네, 신분증은 가져왔어요 (ค่่ะ นำบััตร ประจำตััวประชาชนมา)” เป็็นการตอบไม่่ครบทุุกประเด็็น เท่่ากัับว่่าผู้้มาขอรัับบริิการกำลัังละเมิิดหลัักปริิมาณอยู่่ โดยได้้สื่่�อความหมายโดยนััยเพื่่�อบอก เจ้้าหน้้าที่่�ว่่า “รููปถ่่ายไม่่ได้้นำมา”ตััวอย่่างความหมายเป็็นนััยสนทนาที่่�เกิิดจากการไม่่เคารพหลัักปริิมาณตััวอย่่าง 8(항상 칭찬을 단답형으로 하는 남자친구에게 불만을 표시하며 구체적인 칭찬을 요구하던 여자친구)여자 친구: 나 옷 새로 샀어 어때?남자 친구: 예쁘네.여자 친구: 진심을 담아봐.남자 친구: 너의 지금 헤어스타일과 머리색에 잘 어우러지는 컬러에 허리선을 잡아줘서 날씬해보이고 원래 너의 스타일을 빛나게 해주는 너에게 찰떡같은 옷이야. 너무 예쁘다.여자 친구: 진심 맞지?


37แนวคิิดสำคััญในการศึึกษาวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์จากบทสนทนาผู้้ชายได้้ตอบคำถามของผู้ห้ ญิิงค่่อนข้้างยาวทำให้้ไม่่กระชัับ เป็็นการชื่่�นชมผู้ห้ ญิิงโดยให้้ข้้อมููลมากเกิินความจำเป็็น ทำให้้ผู้ห้ ญิิงรู้้สึึกไม่่พอใจแทนที่่�จะรู้้สึึกดีีเมื่่�อได้ยิ้ินคำชม เท่่ากัับว่่าผู้้ชายกำลัังละเมิิดหลัักปริมิาณอยู่่ เจตนาของผู้้ชายที่่�พููดไปก็็เพีียงเพื่่�อความสนุุกสนานที่่�ได้ล้้้อเลีียนการแต่่งตัวขัองผู้ห้ ญิิงตััวอย่่างความหมายเป็็นนััยสนทนาที่่�เกิิดจากการไม่่เคารพความสััมพัันธ์์ตััวอย่่าง 9가: 지금 몇 시야? 나: 방금 진수 학교에 갔던데? จากบทสนทนา ‘나’ ไม่่ได้้ตอบคำถาม แต่่กลัับบอกว่่า “방금 진수 학교에 갔던데? (ชิินซููเพิ่่�งไปโรงเรีียน)” เป็็นการไม่่ปฏิิบััติิตามหลัักความสััมพัันธ์์ โดยตั้้�งใจละเมิิดหลัักความสััมพัันธ์์ให้้ ‘가’ ต้้องคิิดต่่อไปถึึงสิ่่�งที่่� ‘나’ เจตนา ที่่�จะสื่่�อสาร กล่่าวคืือ ชิินซููไปโรงเรีียนเวลาเดีียวกัันทุุกวััน คืือ 7 โมงเช้้า ซึ่่�งเป็็นเวลาที่่�ทั้้�ง ‘가’และ ‘나’ รู้้ดีี เท่่ากัับการสื่่�อสารจริิง ๆ ที่่� ‘나’ตั้้�งใจจะบอก 가ตอนนี้้�อาจจะเป็็นเวลา 7 โมงเช้้า เพราะชิินซููเพิ่่�งไปโรงเรีียน การที่่�จะเข้้าใจความหมายโดยนััยของ ‘나’ ‘가’ต้้องคิิดถึึงว่่า ‘나’ พููดในสิ่่�งที่่� ‘나’ คิิดว่่า ‘가’เข้้าใจ หรืือมีีความรู้้ร่่วมกัันนั่่�นก็็คืือ เวลาที่่�ชิินซููไปโรงเรีียนตััวอย่่างความหมายเป็็นนััยสนทนาที่่�เกิิดจากการไม่่เคารพหลัักคุุณภาพตััวอย่่าง 10수진: 태국의 수도는 푸켓이지?민수: 그래? 그럼 우리나라의 수도는 부산이게?


38บทที่่� 2คำตอบของมิินซูู “그래? 우리나라의 수도가 부산이던 (เหรอ เมืืองหลวงของเราคืือ ปููซาน)” เป็็นถ้้อยคำที่่�ให้้ข้้อมููลที่่�ไม่่จริิง ดัังนั้้�นมิินซููไม่่ปฏิิบััติิตามหลัักคุุณภาพ จริิง ๆ แล้้วมิินซููก็็รู้้ว่่าปููซานไม่่ใช่่เมืืองหลวงของประเทศเกาหลีีแต่่ที่่�ตอบแบบนั้้�นก็็เพราะว่่าคำถามของซูจิูินเป็็นคำถามที่่�ไม่่ให้้ข้้อมููลจริิงเช่่นกััน โดยได้้สื่่�อความหมายโดยนััยเพื่่�อบอกซููจิินให้้ได้้รู้้ว่่าภููเก็็ตไม่่ใช่่เมืืองหลวงของประเทศไทยเป็็นข้้อมููลที่่�ผิิด เป็็นคำถามที่่�ไม่่น่่าจะถามตััวอย่่างความหมายเป็็นนััยสนทนาที่่�เกิิดจากการไม่่เคารพหลัักคุุณลัักษณ์์ตััวอย่่าง 11루이: 오늘 카페가 문 닫아서 커피를 한 잔도 못 마셨는데 생각보다 괜찮았어.수진: 괜찮기는 무슨. 수업 내내 졸았으면서.คำตอบของซูจิูินที่่�ว่่า “괜찮기는무슨(จะไม่่เป็็นไรได้ยั้ังไงกััน)” เป็็นคำพููดที่่�มีีนััยยะและแฝงความหมายไว้้ในเชิิงไม่่เห็็นด้้วย กล่่าวคืือ ซููจิินไม่่ปฏิิบััติิตามหลัักคุณลัุักษณ์์ ซูจิูินไม่่ได้พูู้ดออกมาตรง ๆ แต่่สื่่�อให้รู้อีีรู้้ว่่า “เธอไม่่ได้้โอเคหรอกที่่�ไม่่ได้ดื่้ม่�กาแฟ ฉัันเห็็นนะว่่าเธอง่ว่งนอนตลอดทั้้�งคาบเรีียน” ซึ่่�งเป็็นการโต้้แย้้งอย่่างอ้้อม ๆ ว่่าสิ่่�งที่่�รููอีีพููดว่่า “ไม่่เป็็นไร” นั้้�นไม่่สอดคล้้องกัับความจริิงที่่�เห็็นอยู่่ตรงหน้้า หลัักการความร่วมมืื ่ อในการสนทนาที่่� Grice เสนอเป็็นแนวคิิดพื้้�นฐานที่่�ช่่วยอธิิบายรููปแบบการสนทนาที่่�ใช้้กัันอยู่่ทั่่�วไปได้้ แต่่หากเป็็นเรื่่�องของการเลืือกใช้้ภาษาให้้เหมาะสมกัับสถานการณ์์เราจะต้้องคำนึึงความสุภุาพ เหตุผุลที่่�คนเราเลืือกใช้ภ้าษาที่่�สื่่�อความหมายไม่่ตรงกัับรููปหรืือนิิยมใช้้วััจนกรรมอ้้อมล้้วนแล้้วมาจากการที่่�ผู้้พููดนึึกถึึงผู้้ฟัังว่่าคำพููดจะส่่งผลกระทบอย่่างไรเมื่่�อพููดออกไปทฤษฎีีการสนทนาของ Grice เสนอว่่า การสื่่�อสารเกิิดขึ้้�นจากความร่วมมืื ่อระหว่่างผู้้พููดและผู้้ฟััง ตามหลัักความร่่วมมืือ (Cooperative Principle) ซึ่่�งประกอบด้้วย4 หลััก ได้้แก่่ หลัักปริิมาณให้้ข้้อมููลเท่่าที่่�จำเป็็น หลัักคุุณภาพ


39แนวคิิดสำคััญในการศึึกษาวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์พููดแต่สิ่่่ �งที่่�เชื่่�อว่่าเป็็นจริิง หลัักสัมพัันธ์พู์ ูดให้ส้อดคล้้องกัับบริิบท และหลัักคุณลัุักษณ์์พููดอย่่างชััดเจน อย่่างไรก็็ตาม ในการสนทนาจริิงผู้้พููดอาจจงใจละเมิิดหลัักเหล่่านี้้�เพื่่�อแฝงความหมายเป็็นนััย (implicature) เช่่น การใช้้ภาษากำกวมเพื่่�อแสดงความไม่่เห็็นด้้วยอย่่างสุุภาพ แม้้จะเป็็นการละเมิิดหลัักความร่่วมมืือ แต่่กลัับช่่วยให้้เกิิดความหมายที่่�ลึึกซึ้้�งยิ่่�งขึ้้�น โดยเฉพาะในบริิบทที่่�ผู้้พููดต้้องการรัักษาน้้ำใจผู้ฟัังห ้ รืือแสดงความสุภุาพ ทั้้�งนี้้� แนวคิิดดัังกล่่าวสัมพัันธ์กั์ ับ ‘วััจนกรรมอ้้อม’ที่่�ให้้ความสำคััญกัับเจตนาและบริิบทของผู้้พููดเป็็นสำคััญ2.4 แนวคิิดเกี่่�ยวกัับการใช้้ภาษาสุุภาพ (Politeness/공손성)งานวิจัิยัที่่�ทำการศึึกษาวััจนปฏิิบัติัิศาสตร์์แทบทุุกเรื่่�องจะต้้องกล่่าวถึึงและนำทฤษฎีีความสุภุาพไปอ้้างอิิงเสมอ นั่่�นก็คืื็อ Lakoff, Leech และ Brown and Levinson ทั้้�งสามเป็็นผู้้ริิเริ่่�มทฤษฎีีความสุุภาพ เริ่่�มจาก Lakoff เสนอกฎแห่่งสามััตถิิยะวััจนปฏิิบััติิ ต่่อมา Leech ได้้เสนอหลัักการความสุุภาพ-หลัักของวาทศิิลป์์ด้้านบุุคคลสััมพัันธ์์ ในขณะที่่� Brown and Levinson ได้้นำแนวคิิดเรื่่�องหน้้ามาเชื่่�อมโยงกัับความสุภุาพ ประเด็็นสำคััญของแต่่ละแนวคิิดมีีดัังต่่อไปนี้้�1. กฎแห่่งสามััตถิิยะวััจนปฏิิบััติิ ตารา งที่่� 1 กฎแห่่งสามััตถิิยะวััจนปฏิิ บััติิของ Lakoff ได้้กล่่าวเอาไว้้ว่่าสื่่�อสารให้้ชััดเจน (Rule of Clarity)สื่่�อสารให้้สุุภาพ (Rule of politeness)- ไม่่บัังคัับ (Don’t impose) คืือ การรัักษาระยะห่่าง ไม่่เข้้าไปรุุกล้้ำกิิจของผู้้อื่่�น- ให้ท้างเลืือก (Give options) คืือ การเปิิดทางให้้ผู้ฟัังเ ้ ป็็นผู้เ้ลืือกหรืือตััดสิินใจเอง- ทำให้้ผู้้ฟัังรู้้สึึกดีี-แสดงความเป็็นมิิตร (Make A feel good-be friendly) คืือ การสร้้างความรู้้สึึกเป็็นมิิตรระหว่่างผู้้พููดกัับผู้้ฟััง หรืือสร้้างความรู้้สึึกเท่่าเทีียมระหว่่างผู้้พููดกัับผู้้ฟััง[Lakoff (1973:297-298) อ้้างถึึงใน ณััฐพร พานโพธิ์์�ทอง (2566:21-22)]


40บทที่่� 2กฎของ Lakoff นั้้�นความสุุภาพจะสััมพัันธ์์กัับการควบคุุมไม่่ให้้เกิิดการบัังคัับหรืือเกิิดการบัังคัับให้น้้ ้อยที่่�สุุด เพื่่�อจะเสริมสร้ิ ้างความสัมพัันธ์์ที่่�ดีีระหว่่างคู่่สนทนา การจััดลำดัับความสำคััญของกฎในการสนทนาบางครั้้�งเราต้้องให้้ความสำคััญการใช้ภ้าษาเพื่่�อความสุภุาพมากกว่่าการใช้ภ้าษาที่่�ชััดเจน เช่่น ตรวจสุขภุาพพบโรคร้้าย หมอจะต้้อง แจ้้งกัับผู้้ป่วย่หรืือญาติิ การเลืือกใช้้การพููดแบบอ้้อม จะช่วย่ ให้้ไม่รู้้สึ่ ึกตกใจมากจนเกิินไป ในกรณีีเช่่นนี้้ก็�จ็ะต้้องให้้ความสำคััญกัับการสื่่�อสารให้้ชััดเจนให้้น้้อย2. หลัักการความสุุภาพหลัักการความสุุภาพของ Leech สามารถตอบข้้อสงสััยได้้ว่่าทำไมคนเราถึึงเลืือกใช้้ภาษาที่่�ไม่่ตรงกัับรููปภาษา ต้้องตกแต่่งถ้้อยคำก่่อนที่่�จะใช้้ ทั้้�ง ๆ ที่่�มีีรููปภาษาที่่�สามารถสื่่�อความหมายได้้แบบตรงตััวอยู่่แล้้ว การจะเลืือกใช้้ภาษาให้้เหมาะสมกัับเหตุุการณ์์ต้้องคำนึึงถึึงความสัมพัันธ์์ระหว่่างผู้้พููดและผู้ฟัังเ ้ สมอ การใช้ภ้ าษาที่่�สอดคล้้องกัับความสุภุาพจะช่วยรั่ ักษาความสัมพัันธ์์ระหว่่างผู้้พููดและผู้ฟัังไ ้ ด้้เป็็นอย่่างดีีLeech ได้้นำเสนอหลัักการความสุภุาพที่่�เน้้นเรื่่�องการมีีส่่วนได้้และส่่วนเสีียประโยชน์์ระหว่่างผู้้ร่่วมสนทนาสองฝ่่าย ผู้้พููดและผู้้ฟัังรวมถึึงบุุคคลอื่่�นที่่�มีีความเกี่่�ยวข้้อง มีีรายละเอีียดดัังนี้้�ตารางที่่� 2 หลัักการความสุุภาพของ Leech ได้้กล่่าวเอาไว้้ว่่า1. หลัักผ่่อนหนัักผ่่อนเบา (Tact Maxim)(a) ลดสิ่่�งที่่�ผู้้อื่่�นต้้องเสีียให้้เหลืือน้้อยที่่�สุุด (b) เพิ่่ม�ประโยชน์์ที่่�ผู้้อื่่�นได้รั้ับให้ม้ากที่่�สุุด(a) Minimize cost of other.(b) Minimize benefit of other.2. หลัักเอื้้�อเฟื้้�อ (Generosity Maxim)(a) ลดประโยชน์์ที่่�ตนเองได้้รัับให้้เหลืือน้้อยที่่�สุุด(b) เพิ่่�มสิ่่�งที่่�ตนเองต้้องเสีียให้้มากที่่�สุุด(a) Minimize benefit of self.(b) Minimize cost of self.


41แนวคิิดสำคััญในการศึึกษาวััจนปฏิิบััติิศาสตร์์3. หลัักยกย่่อง (Approbation Maxim)(a) ลดการตำหนิิผู้้อื่่�นให้้เหลืือน้้อยที่่�สุุด(b) เพิ่่�มการชื่่�นชมผู้้อื่่�นให้้มากที่่�สุุด(a) Minimize dispraise of other.(b) Minimize praise of other.4. หลัักถ่่อมตน (Modesty Maxim)(a) ลดการชื่่�นชมตนเองให้้เหลืือน้้อยที่่�สุุด(b) เพิ่่�มการตำหนิิตนเองให้้มากที่่�สุุด(a) Minimize praise of self.(b) Minimize dispraise of self.5. หลัักเห็็นพ้้อง (Agreement Maxim)(a) ลดความเห็็นแย้้งระหว่่างตนเองกัับผู้้อื่่�นให้้เหลืือน้้อยที่่�สุุด(b) เพิ่่�มความเห็็นพ้้องระหว่่างตนเองกัับผู้้อื่่�นให้้มากที่่�สุุด(a) Minimize disagreement between self and other.(b) Minimize agreement between self and other.6. หลัักเห็็นใจ (Sympathy Maxim)(a) ลดความเป็็นปรปัักษ์์ระหว่่างตนเองกัับผู้้อื่่�นให้้เหลืือน้้อยที่่�สุุด(b) เพิ่่�มความเห็็นอกเห็็นใจระหว่่างตนเองกัับผู้้อื่่�นให้้มากที่่�สุุด(a) Minimize antipathy betweenself and other.(b) Minimize sympathy between self and other.[Leech (1983:132)อ้้างถึึงใน ณััฐพร พานโพธิ์์�ทอง (2566: 26-27)]Leech ได้้เสนอแก้้ไขหลัักการความสุุภาพของตนเอง จากเดิิมเน้้นเรื่่�อง การมีีส่่วนได้้ ส่่วนเสีียประโยชน์์ ในครั้้�งนี้้� Leech ปรัับเป็็นเน้้นการให้้ค่่าสองระดัับ คืือ การให้้ค่่าสููง-ต่่ำของความสุุภาพมาจำแนก จากตารางข้้อที่่� 1, 3, 5,7,และ 9 เป็็นข้้อที่่�มีคำีว่่า “Give a high” เป็็นการให้ค่้ ่าสููงในเรื่่�องความต้้องการ การยกย่่องผู้้อื่่�น (heareroriented maxims) ส่่วนข้้อที่่� 2, 4, 6, 8, และ 10 มีคำีว่่า “Give a low”คืือ การให้ค่้ ่าต่่ำในเรื่่�องของตนเอง (speaker- oriented maxims) เช่่น ความต้้องการ การถ่่อมตััว การเสนอความเห็็น เป็็นต้้นมีีรายละเอีียด ดัังนี้้�


42บทที่่� 2ตารางที่่� 3 หลัักการความสุุภาพชุุดใหม่่ 1. หลัักเอื้้�อเฟื้้�อ (Generosity)ให้้ค่่าสููงกัับความต้้องการของผู้้อื่่�นGive a high value to O’s wants(เหตุุการณ์์การพููดที่่�ใช้้หลัักข้้อชี้้�-วััจนกรรมผููกมััด)2. หลัักผ่่อนหนัักผ่่อนเบา (Tact)ให้้ค่่าต่่ำกัับความต้้องการของตนเองGive a low value to S’s wants(เหตุุการณ์์การพููดที่่�ใช้้หลัักข้้อชี้้�-วััจนกรรมชี้้�นำ)3. หลัักยกย่่อง (Approbation)ให้้ค่่าสููงกัับคุุณสมบััติิของผู้้อื่่�นGive a high value to O’s qualities(เหตุุการณ์์การพููดที่่�ใช้้หลัักข้้อชี้้�-การชม)4. หลัักถ่่อมตน (Modesty)ให้้ค่่าต่่ำกัับคุุณสมบััติิของตนเองGive a low value to S’s qualities(เหตุุการณ์์การพููดที่่�ใช้้หลัักข้้อชี้้�-การลดค่่าตนเอง)5. หลัักพัันธะ (ของตนเองต่่อหน้้าผู้้อื่่�น)2(Obligation (of S to O))ให้้ค่่าสููงกัับพัันธะของตนเองที่่�มีีต่่อผู้้อื่่�นGive a high value to S’s obligation to O(เหตุุการณ์์การพููดที่่�ใช้้หลัักข้้อชี้้�-การขอโทษและการขอบคุุณ)6. หลัักพัันธะ (ของผู้้อื่่�นต่่อหน้้าตนเอง)(Obligation (of O to S))ให้ค่้่าต่่ำกัับพัันธะของผู้้อื่่�นที่่�มีีต่่อตนเองGive a low value to O’s obligationto S(เหตุุการณ์์การพููดที่่�ใช้้หลัักข้้อชี้้�-การตอบคำขอบคุุณและการตอบคำขอโทษ)2 หลัักการความสุุภาพในข้้อที่่� 5 และ 6 ในงานวิิจััยของวรวรรณ เฟื่่�องขจรศัักดิ์์� (2560) ได้้แปลหลัักการดัังกล่่าวไว้้ว่่า “5. หลัักปฏิิบััติิด้้านความจำเป็็นที่่�ผู้้พููดต้้องกระทำต่่อผู้้อื่่�น ให้้ความสำคััญแก่่สิ่่�งที่่�ผู้้พููดพึึงกระทำต่่อผู้้อื่่�น”“6.หลัักปฏิิบััติิด้้านความจำเป็็นที่่�ผู้้อื่่�นต้้องกระทำต่่อผู้้พููด ลดความสำคััญของสิ่่�งที่่�ผู้้อื่่�นพึึงกระทำต่่อผู้้พููดลง”


Click to View FlipBook Version