แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รหัสวิชา ท23101 ชื่อวิชาภาษาไทย จำนวน 60 ชั่วโมง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ชื่อผู้สอน นางสาวสุธิมา ไพราม ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนบ้านหนองฉิม(สิงห์จันทร์บำรุง) ตำบลหนองฉิม อำเภอเนินสง่า จังหวัดชัยภูมิ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 3
แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ รหัสวิชา ท23101 ชื่อวิชาภาษาไทย จำนวน 60 ชั่วโมง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ชื่อผู้สอน นางสาวสุธิมา ไพราม ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนบ้านหนองฉิม(สิงห์จันทร์บำรุง) ตำบลหนองฉิม อำเภอเนินสง่า จังหวัดชัยภูมิ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 3
ก บันทึกข้อความ ส่วนราชการ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนบ้านหนองฉิม(สิงห์จันทร์บำรุง) ที่................................................................ วันที่ 16 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2566 เรื่อง ขออนุญาตใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองฉิม(สิงห์จันทร์บำรุง) ด้วยนางสาวสุธิมา ไพราม ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ปฏิบัติงานสอนรายวิชาภาษาไทย 5 รหัสวิชา ท 23101 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เวลาเรียน 3 คาบ/ต่อสัปดาห์ จำนวน 1.5 หน่วยกิต ในการนี้ข้าพเจ้าได้วางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้จำนวน 22 แผน เป็นเวลา 60 ชั่วโมง/ ภาคเรียน ซึ่งประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ คำอธิบายรายวิชา โครงสร้างรายวิชา ปฏิทินการสอน และ การวัดผลและประเมินผลในรายวิชาดังกล่าวข้างต้น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงเรียนมาเพื่อทราบและโปรดพิจารณาอนุญาต ลงชื่อ…………………………..………………………………….. (นางสาวสุธิมา ไพราม) ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย การตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ ( ) อนุญาตใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ( ) ไม่อนุญาต เพราะ……………………………………………………………………………...……………………………… ลงชื่อ………………….……………………..…….………………… (นางเรียม บุญล้อม) ตำแหน่ง หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานวิชาการ การตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ ( ) อนุญาตใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ( ) ไม่อนุญาต เพราะ……………………………………………………………………………...……………………………… ลงชื่อ………….……….……………………..…….……………….. (นางสาววีณา ดาโม้) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองฉิม(สิงห์จันทร์บำรุง) การตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ ( ) อนุญาตใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ( ) ไม่อนุญาต เพราะ………………………………………………………..……………………...……………………………… ลงชื่อ………………….……………………..…….………………… (นายนาคพงษ์ จงกลาง) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองฉิม(สิงห์จันทร์บำรุง)
ข ความคิดเห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย 5 รหัสวิชา ท 23101 ระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 ของนางสาวสุธิมา ไพราม แล้วมีความเห็น ดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ (ระบุ) .............................................................................. ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... 2. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ (ระบุ) ......................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... 3. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... เนื้อหาสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ กระบวนการจัดการเรียนรู้จัดได้อย่างเหมาะสม กำหนดเกณฑ์การวัดผลการเรียนรู้ไว้อย่างชัดเจน สามารถนำไปใช้จัดการเรียนรู้ได้ต่อไป ลงชื่อ………………….……………………..…….………………… (นายนาคพงษ์ จงกลาง) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองฉิม(สิงห์จันทร์บำรุง)
ค แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย 5 รหัสวิชา ท 23101 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ครูผู้สอน นางสาวสุธิมา ไพราม คำชี้แจง ให้ท่านทำเครื่องหมาย ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับการประเมิน ระดับการประเมิน 5 หมายถึง มีความสอดคล้อง/เชื่อมโยง/คลอบคลุม/เหมาะสมมากที่สุด 4 หมายถึง มีความสอดคล้อง/เชื่อมโยง/คลอบคลุม/เหมาะสมมาก 3 หมายถึง มีความสอดคล้อง/เชื่อมโยง/คลอบคลุม/เหมาะสมปานกลาง 2 หมายถึง มีความสอดคล้อง/เชื่อมโยง/คลอบคลุม/เหมาะสมน้อย 4 หมายถึง มีความสอดคล้อง/เชื่อมโยง/คลอบคลุม/เหมาะสมน้อยที่สุด รายการประเมิน ระดับการประเมิน 5 4 3 2 1 1. แผนการจัดการเรียนรู้สอดคล้องสัมพันธ์กับหน่วยการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ 2. แผนการจัดการเรียนรู้มีองค์ประกอบสำคัญครบถ้วนร้อยรัดสัมพันธ์กัน 3. ความสอดคล้องของสาระสำคัญ/ความคิดรวบยอดกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ 4. ตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ครอบคลุมสาระการเรียนรู้ พัฒนาผู้เรียน เกิด K P A 5. จุดประสงค์การเรียนรู้พัฒนาผู้เรียนครอบคลุมด้าน K P A 6. สาระการเรียนรู้เหมาะสมกับเวลาและตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ 7. กิจกรรมการเรียนรู้แบ่งเป็นขั้นตอนตามความเหมาะสม 8. กิจกรรมการเรียนรู้เหมาะสมกับสาระการเรียนรู้และระดับชั้นนักเรียน 9. กิจกรรมการเรียนรู้มีความหลากหลายและสามารถปฏิบัติได้จริง 10. กิจกรรมการเรียนรู้สามารถพัฒนาครอบคลุมด้านองค์ความรู้ กระบวนการคิดและเจตคติ 11. กิจกรรมการเรียนรู้เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมกระบวนการคิดของนักเรียน 12. กิจกรรมการเรียนรู้สอดแทรกคุณธรรม จริยธรรมและคุณลักษณะอันพึ่งประสงค์ 13. กิจกรรมเน้นนักเรียนปฏิบัติจริง 14. แผนการจัดการเรียนรู้กำหนดวัสดุ อุปกรณ์ สื่อ และแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลายเหมาะสม 15. แผนการจัดการเรียนรู้สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้และกิจกรรมการเรียนรู้ 16. นักเรียนใช้สื่อและแหล่งเรียนรู้ด้วยตนเอง 17. แผนการจัดการเรียนรู้กำหนดชิ้นงาน/ภาระงานอย่างเหมาะสม 18. การทำชิ้นงานได้ใช้ความรู้ ความคิดมากกว่าการทำตามที่ครูกำหนดหรือการทำแบบฝึกหัดทั่วไป 19. การวัดผลและประเมินผลสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ 20. นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการวัดผลและประเมินผล รวม รวม/สรุปผลได้ระดับคุณภาพ ................./ระดับ........... การแปลความหมาย 90-100 คะแนน ระดับคุณภาพดีมาก 70-89 คะแนน ระดับคุณภาพดี 50-69 คะแนน ระดับคุณภาพปานกลาง 30-49 คะแนน ระดับคุณภาพพอใช้ 20-29 คะแนน ระดับคุณภาพปรับปรุง ลงชื่อ………………….……..…….…………………ผู้ประเมิน (นายนาคพงษ์ จงกลาง) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองฉิม(สิงห์จันทร์บำรุง)
ง คำนำ การจัดทำกำหนดการจัดการเรียนรู้ รายวิชา ภาษาไทย 5 (ท23101) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งเป็นรายวิชาในกลุ่มสาระพื้นฐาน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนของครูที่เกิดจากการปรับเปลี่ยนหลักสูตรจากทฤษฎีไป สู่กิจกรรม และนำไปปฏิบัติให้เกิดพฤติกรรมแก่ผู้เรียนตามความคาดหวังของหลักสูตร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ การปฏิรูปการศึกษา การพัฒนากากรเรียนการสอนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยพัฒนาการศึกษาที่ส่งผลถึงสถานศึกษา ช่วยให้การจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนมีกระบวนการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนากำหนดการจัดการเรียนรู้ ฉบับนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี ด้วยความกรุณาของท่านคณะกรรมการ กลุ่มบริหารวิชาการของโรงเรียนบ้านหนองฉิม(สิงห์จันทร์บำรุง) และเพื่อนครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ทุกท่านตลอดจนที่ปรึกษาที่ไม่ได้เอ่ยนามทุกท่าน ซึ่งได้เสียสละเวลาในการประชุม ชี้แจง ให้คำปรึกษา ชี้แนะ แนะนำ ตลอดจนแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ด้วยความละเอียดประณีตเพื่อให้แผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้มีความ สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ผู้พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ฯ ขอกราบขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้ ขอขอบคุณท่านผู้อำนวยการ ท่านรองผู้อำนวยการ และเพื่อนครูโรงเรียนบ้านหนองฉิม(สิงห์ จันทร์บำรุง)ทุกท่านที่ให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับการพัฒนากำหนดการจัดการเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย 5 (ท23101) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในครั้งนี้ รวมทั้งได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกัน และกันในหลาย ๆ ด้าน หลายประเด็น ซึ่งเป็นความรู้ในเชิงวิชาการที่หลากหลาย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ดังที่ได้ กล่าวมาข้างต้นล้วนแต่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาทั้งสิ้น และขอขอบคุณผู้ที่ไม่ได้เอ่ยนาม ณ ที่นี้ ที่มีส่วนร่วมใน การสนับสนุนในการพัฒนากำหนดการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย 5(ท23101) จนทำให้กำหนดการจัดการ เรียนรู้ฉบับนี้สำเร็จลงด้วยดี สุธิมา ไพราม
จ สารบัญ หน้า คำนำ สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ 1 คำอธิบายรายวิชา 2 แผนผังการวิเคราะห์หลักสูตร 3 โครงสร้างรายวิชา 4 การวางแผนการวัดผล/ประเมินผล 7 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 14 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 49 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 59 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 91 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 115 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 130 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 160 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 184 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 200 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 209 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 225 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 240 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 253 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 281 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 308 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 327 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 17 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 343 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 18 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 354 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 19 หน่วยการเรียนรู้ที่4 373 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 20 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 388 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 21 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 401 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 22 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 415
1 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 1 การอ่าน มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนิน ชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน สาระที่ 2 การเขียน มาตรฐาน ท 2.1 ใช้การะบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบ ต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ สาระที่ 3 การฟัง การดู และการพูด มาตรฐาน ท 3.1 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกใน โอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐาน ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติชาติ สาระที่5 วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนำมา ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
2 คำอธิบายรายวิชา ท23101 ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและร้อยกรอง อธิบายความหมายของคำโดยตรงและความหมายโดยนัย สรุปใจความสำคัญของเรื่อง แปลความ ตีความ เขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อความและรายงาน เรื่องที่อ่าน คัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัดตามรูปแบบของการเขียนอักษรไทย ใช้ภาษาในการเขียนตามระดับ ของภาษา เขียนชีวประวัติของบุคคลและอัตชีวประวัติโดยการรวบรวมข้อมูลเรื่องราวและข้อคิดเห็น สะท้อน ข้อคิด เขียนย่อความ เขียนจดหมายกิจธุระ เขียนอธิบาย ชี้แจงแสดงความคิดเห็นและโต้แย้งเรื่องต่าง ๆ อย่างมีเหตุผล เขียนความเรียงขั้นสูงอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับสถานการณ์โลกด้วยการใช้วิถีของการแสวงหา ความรู้ เขียนรายงานจากการศึกษาค้นคว้าได้อย่างเป็นระบบและมีมารยาทในการเขียนแสดงความคิดเห็นจาก เรื่องที่ฟังและดู พูดวิเคราะห์วิจารณ์พูดรายงานจากการฟังและการดู นำข้อคิดไปประยุกต์ใช้ในชีวิต จำแนก และใช้คำที่มาจากภาษาต่างประเทศได้ถูกต้องตรงความหมาย วิเคราะห์โครงสร้างของประโยคซับซ้อนและ สร้างประโยค วิเคราะห์ระดับของภาษาและใช้ได้ถูกต้องเหมาะสม สรุปเนื้อหาวรรณคดี วรรณกรรมและ วรรณกรรมท้องถิ่น วิเคราะห์คุณค่าวรรณคดี และวรรณกรรมที่อ่านนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ท่องจำ บทอาขยานที่กำหนดหรือบทร้อยกรองที่มีคุณค่าได้ โดยใช้กระบวนการทางภาษา กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด กระบวนการความรู้ความเข้าใจ กระบวนการสร้างองค์ความรู้ (TOK) กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการสร้างความ ตระหนัก กระบวนการสร้างเจตคติ การสืบค้นข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นและเทคโนโลยีเพื่อให้มีความ เข้าใจเกี่ยวกับทักษะภาษาไทย รักความเป็นไทย มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย มีจิตสาธารณะ นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องเหมาะสม มีศักยภาพเป็นพลโลก รหัสตัวชี้วัด ท 1.1 ม3/1 ม3/2 ม3/3 ม3/4 ม3/5 ม3/10 ท 2.1 ม3/1 ม3/2 ม3/3 ม3/4 ม3/5 ม3/6 ม3/10 ท 3.1 ม3/1 ม3/2 ม3/3 ม3/6 ท 4.1 ม3/1 ม3/2 ม3/3 ท 5.1 ม3/1 ม3/2 ม3/3 ม3/4 ม3/5 รวมทั้งหมด 24 ตัวชี้วัด
3 แผนผังการวิเคราะห์หลักสูตร วิชาภาษาไทยพื้นฐาน 1.สมบัติวรรณคดี 5.พอเพียง 4. อิศรญาณภาษิต 3.พระอภัยมณี 2.แม่ศรีเรือน กระบวนการสร้าง ความตระหนักพูด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการ ทางภาษา กระบวนการกลุ่ม แหล่งเรียนรู้ ในโรงเรียน อินเทอร์เน็ต สื่ออิเล็กทรอนิกส์ แหล่งเรียนรู้ ในชุมชน สื่อสิ่งพิมพ์ ห้องสมุด แบบทดสอบ แบบฝึกหัด สังเกตพฤติกรรม บันทึกการอ่าน แผนผังความคิด แบบประเมิน นำเสนองาน รายงาน บทประพันธ์ กระบวนการสร้าง ความรู้ความเข้าใจ เรียงความ ภาษาไทย ท23101 กระบวนการ/ชิ้นงาน กระบวนการเรียนรู้ เนื้อหาหน่วย การเรียนรู้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวัดผล/ประเมินผล ความรู้ พฤติกรรม
4 โครงสร้างรายวิชา รหัสวิชา ท23101 ชื่อรายวิชา ภาษาไทย 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต หน่วยที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ สาระสำคัญ/ความคิด รวบยอด เวลา (ชั่ว โมง) น้ำหนัก/ สัดส่วน ของ คะแนน ชิ้นงาน/ภาระงาน รวบยอด 1 สมบัติ วรรณคดี ท1.1 ม3/1,2,3,10 ท2.1 ม3/1, 2,4,10 ท3.1 ม3/1,2,6 ท4.1 ม3/1 ท5.1 ม3/1,4 - สาระสำคัญของสมบัติ ของวรรณคดี - การอ่านออกเสียงร้อย แก้วและร้อยกรอง - การสรุปใจความสำคัญ - การเขียนกรอบความคิด - คำที่มาจาก ภาษาต่างประเทศ - บทอาขยาน - การเขียนในโอกาส ต่าง ๆ คำขวัญ คำคม คติพจน์ - คำที่มีความหมาย โดยนัยและโดยตรง 14 20 - อ่านออกเสียง - สรุปใจความสำคัญ - เขียนกรอบความคิด จากการอ่าน - เขียนคำขวัญ คำคม คติพจน์ - สมุดรายงาน คำศัพท์ที่มาจาก ภาษาต่างประเทศ - เขียนเรื่องจากคำที่ กำหนด - ท่องจำบทประพันธ์ - แบบฝึกหัด - แบบทดสอบ 2 แม่ศรีเรือน ท1.1 ม3/1,3,5,10 ท2.1 ม3/1,3,5,10 ท3.1 ม3/1,2,3,6 ท4.1 ม3/3 ท5.1 ม3/1,2,3 - สาระสำคัญของเรื่องแม่ ศรีเรือน - การพูดแสดงความ คิดเห็น - การเขียนจดหมายกิจ ธุระ - การเขียนชีวประวัติ - การเขียนอธิบายโต้แย้ง - ระดับภาษา 14 20 - อ่านออกเสียงร้อย แก้ว - อธิบายเรื่องที่อ่าน - แบบฝึกทักษะ - พูดแสดงความ คิดเห็น - เขียนอัตชีวประวัติ - เขียนจดหมายกิจ ธุระ - แบบฝึกระดับภาษา - แบบทดสอบ
5 หน่วยที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ สาระสำคัญ/ความคิด รวบยอด เวลา (ชั่ว โมง) น้ำหนัก/ สัดส่วน ของ คะแนน ชิ้นงาน/ภาระงาน รวบยอด 3 พระอภัยมณี ท1.1 ม3/3,4,9 ท2.1 ม3/6,9,10 ท3.1 ม3/1,2,6 ท4.1 ม3/2 ท5.1 ม3/1,2,3 - สาระสำคัญของเรื่อง พระอภัยมณี - การอ่านออกเสียงร้อย แก้วและร้อยกรอง - การสรุปใจความสำคัญ - การเขียนแสดงความ คิดเห็น - รายงานเชิงวิชาการ - วิเคราะห์โครงสร้าง ประโยคที่ซับซ้อน - การพูดรายงาน การศึกษาค้นคว้า 14 20 - อ่านออกเสียงร้อย กรอง - รายงานการสรุป เนื้อหาของวรรณคดี - วิเคราะห์ตัวละคร - เขียนและพูดแสดง ความคิดเห็นโต้แย้ง - แบบฝึกหัดเรื่อง พระอภัยมณี - แบบฝึกวิเคราะห์ ประโยค - พูดรายงาน 4 อิศรญาณ ภาษิต ท1.1 ม3/3,4,10 ท2.1 ม3/6,9,10 ท3.1 ม3/1,2,6 ท4.1 ม3/1 ท5.1 ม3/1,2,3,4 - สาระสำคัญของเรื่อง อิศรญาณภาษิต - การอ่านออกเสียงบท ร้อยกรอง - การเขียนอธิบายสำนวน สุภาษิต - การฟัง ดู และพูด วิเคราะห์วิจารณ์นิทาน สุภาษิต - คำสมาส - การประเมินค่าวรรณคดี 12 20 - อ่านออกเสียงร้อย กรอง - เขียนอธิบายสำนวน สุภาษิต(สมุดสำนวน สุภาษิต) - แบบฝึกหัด - พูดวิเคราะห์วิจารณ์ เรื่องจากการฟัง ดู - แบบทดสอบ - การประเมินค่า วรรณคดี
6 หน่วยที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ สาระสำคัญ/ความคิด รวบยอด เวลา (ชั่ว โมง) น้ำหนัก/ สัดส่วน ของ คะแนน ชิ้นงาน/ภาระงาน รวบยอด 5 ปรัชญา พอเพียง ท1.1 ม3/3 ,4, 10 ท2.1 ม3/2,4,9,10 ท3.1 ม3/1,2,3,6 ท4.1 ม3/2,3,5 - การอ่านจับใจความ สำคัญและวิเคราะห์ วิจารณ์และประเมินค่า - การพูดรายงาน 6 20 - บันทึกสรุปจากการ อ่าน/รวบรวมข้อมูล - พูดรายงานหน้าชั้น เรียน - การพูดแสดงความ คิดเห็น - การเขียนแผนผัง ความคิด รวมระหว่างภาค 60 40:10: 10 ปลายภาค 40 20:10 :10 รวม 100 60:20: 20
7 ตารางวิเคราะห์การวัดผล/ประเมินผล ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม/จริยธรรม คุณลักษณะที่พึงประสงค์ (A) กระบวนการ/ชิ้นงาน (P) ร้อยละ60 ร้อยละ20 ร้อยละ20 100 % การวางแผนการวัดผล/ประเมินผล รหัสวิชา ท23101 ชื่อวิชา ภาษาไทย 5 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
8 ปฏิทินการวัดผล/ประเมินผลด้านความรู้(K) (จำนวน 210 คะแนน) (60%) ครั้งที่ รายการวัดผล/ประเมินผล เครื่องมือ คะแนน 1. ทดสอบวิเคราะห์ผู้เรียน แบบทดสอบ/ แบบประเมิน - 2. การเขียนแผนผังความคิด ทดสอบการ วิเคราะห์สมบัติวรรณคดีไทย การอ่านออก เสียงร้อยกรอง แบบทดสอบ 20 3. สมุดรายงานคำศัพท์ที่มาจาก ภาษาต่างประเทศ แบบทดสอบคำ ภาษาต่างประเทศ แบบประเมินชิ้นงาน แบบทดสอบ 20 4. การท่องจำบทอาขยาน แบบประเมิน 10 5. การเขียนคำขวัญ คำคม คติพจน์ แบบประเมินชิ้นงาน 10 6. คำที่มีความหมายโดยนัย โดยตรง แบบทดสอบ 10 7. การอ่านออกเสียงร้อยแก้ว สรุปใจความสำคัญแม่ศรีเรือน แบบประเมิน/แบบทดสอบ 10 8. การเขียนจดหมาย ชิ้นงาน/ แบบประเมิน 10 9. สอบกลางภาค แบบทดสอบ 20 10. การเขียนอัตชีวประวัติ แบบประเมินชิ้นงาน 10 11. ระดับภาษา, การเขียนอธิบายโต้แย้ง.การ เขียนแสดงความคิดเห็น แบบประเมินชิ้นงาน แบบทดสอบ 10 12 พระอภัยมณีการประเมินค่าวรรณคดี อ่าน ออกเสียงร้อยกรอง สรุปใจความสำคัญ ชิ้นงาน/ แบบทดสอบ แบบ ประเมิน 20 13 การเขียนรายงานเชิงวิชาการ /แบบประเมินชิ้นงาน - 14 ประโยคที่ซับซ้อน แบบทดสอบ 20 15 อิศรญาณภาษิต การตีความ การ ประเมินค่าวรรณคดี หนังสือเล่มเล็ก แบบประเมินชิ้นงาน แบบทดสอบ 20 16 คำสมาส, การฟัง ดู พูด แบบประเมิน 10 17 ปรัชญาพอเพียง แบบประเมินชิ้นงาน 10 รวม (210) 60% รวม 210 (60%) คะแนน
9 ปฏิทินการวัดผล/ประเมินผลด้านคุณธรรมจริยธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) (จำนวน 20 คะแนน) (20%) ครั้งที่ รายการวัดผล/ประเมินผล เครื่องมือวัด หมายเหตุ(คะแนน) 1. วิเคราะห์ผู้เรียน แบบสังเกต/แบบประเมินความ ต้องการ/ความพึงพอใจ - คะแนนปรากฎในการ ตรวจชิ้นงานทุกครั้ง - คะแนน 70 ขึ้นไปถือ ว่ามีพฤติกรรมที่พึง ประสงค์ 2. ท่องจำบทอาขยาน แบบประเมินการท่องจำ 3. การเขียนคำขวัญ คำคม คติ พจน์ แบบประเมินชิ้นงาน 4. การอ่านออกเสียงร้อยแก้ว / ร้อยกรอง แบบประเมินพฤติกรรม 5. การเขียนจดหมาย แบบประเมินชิ้นงาน 6. การเขียนอัตชีวประวัติ แบบประเมินชิ้นงาน 7 การเขียนแสดงความคิดเห็น แบบประเมินพฤติกรรม 8 หนังสือเล่มเล็ก แบบประเมินชิ้นงาน/พฤติกรรม 9 บันทึกการอ่าน แบบประเมินพฤติกรรม 10. การพูดรายงาน แบบประเมินการพูด /สังเกต รวม 20 (20%)
10 ปฏิทินการวัดผล/ประเมินผลด้านทักษะ (P) จำนวน 90 คะแนน (20%) ครั้งที่ รายการวัดผล/ประเมินผล เครื่องมือวัด หมายเหตุ (คะแนน) 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. . - คัดลายมือ - การเขียน Mind map - สมุดคำศัพท์ ที่มาจากภาษาต่างประเทศ - การเขียนจดหมายกิจธุระ - การเขียนอัตชีวประวัติ/สารคดี - การวิเคราะห์ประโยค - การพูดรายงานจากการค้นคว้า - การพูดแสดงความคิดเห็น - บันทึกการอ่าน แบบประเมิน แบบประเมิน แบบสังเกต ตรวจผลงาน/แบบประเมิน แบบสังเกต ตรวจผลงาน/แบบประเมิน ตรวจผลงาน/แบบประเมิน แบบประเมินการพูด แบบสังเกต แบบสังเกต 10 10 10 10 10 10 10 10 10 รวมคะแนน (90) (20%)
11 ปฏิทินการจัดการเรียนรู้ การวัดผลประเมินผล รหัสวิชา ท23101 รายวิชา ภาษาไทย 5 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 สัปดาห์ที่ หน่วยที่ ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ เนื้อหาที่สอน การวัดผล/ประเมินผล หมายเหตุ 1 1 ท5.1 ม3/1,4 - สมบัติวรรณคดี K 10 2 1 ท2.1 ม3/2,4 - การเขียนกรอบความคิด Mind Map (K.P.) 10 3 1 ท1.1 ม3/1 ,2 - การสรุปใจความสำคัญ K 10 4 1 ท4.1 ม3/1 - คำที่มาจาก ภาษาต่างประเทศ K.A.P. 10 5 1 ท1.1 ม3/2 ท2.1 ม3/2 - การเขียนในโอกาสต่างๆ - คำที่มีความหมาย โดยตรง/โดยนัย A.P. K.P 10 6 2 ท5.1 ม3/1,2,3, ท3.1 ม3/1 แม่ศรีเรือน - การพูดแสดงความ คิดเห็น K A,P . 7 2 ท2.1 ม3/2,3,5 - ระดับของภาษา - การเขียนจดหมายกิจ ธุระ - การเขียนอัตชีวประวัติ / สารคดี K A,P A,P 10 8 3 ท1.1 ม3/12,3,4,5 ท5.1 ม3/1,2,3,5 พระอภัยมณี - อ่านทำนองเสนาะ - เขียนสรุปใจความ K A,P A,P 10 9 3 ท3.1 ม3/7,9,10 - เขียนแสดงความคิดเห็น - พูดรายงาน/พูดนำเสนอ A,P A,p 10 10 3 ท4.1 ม3/2 -ประโยคที่ซับซ้อน K 10 สอบกลางภาคเรียน 20
12 สัปดาห์ที่ หน่วยที่ ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ เนื้อหาที่สอน การวัดผล/ ประเมินผล หมายเหตุ 11 3 ท3.1 ม3/3 - การพูดรายงาน A.P 10 12 3 ท2.1 ม3/9,10 - รายงานเชิงวิชาการ A.P 10 13 4 ท1.1 ม3/1,2,3,4,5 อิศรญาณภาษิต K.A.P 10 14 4 ท3.1 ม3/4 - การพูดอธิบาย A.P 10 15 4 ท2.1 ม3/6,10 - การเขียนอธิบาย A.P 10 16 4 ท1.1 ม3/9 ท2.1 ม3/7 - การวิเคราะห์นิทาน สุภาษิต A.P 10 17 5 ท4.1 ม3/1 -คำสมาส K 10 18 5 ท2.1 ม3/9,10 ปรัชญาพอเพียง K.A.P 10 สอบปลายภาคเรียน 20 รวม 100 ลงชื่อ...................................................ผู้สรุป (นางสาวสุธิมา ไพราม)
13 แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา ภาษาไทย 5 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
14 แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง สมบัติวรรณคดี หน่วยการเรียนรู้ สมบัติวรรณคดี รหัสวิชา ท23101 รายวิชา ภาษาไทย 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 จำนวนคาบ 3 ชั่วโมง ___________________________________________________________________________ สาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐานการเรียนรู้ ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น คุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด 1. สรุปเนื้อหาวรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมท้องถิ่นในระดับที่ยากขึ้น 2. วิเคราะห์วิถีไทยและคุณค่าจากวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านใช้ในการดำเนินชีวิต 3. สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง สาระการเรียนรู้ 1. ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับวรรณกรรมและวรรณคดี 2. หลักการพิจารณาวรรณคดี สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด (KAP) วรรณคดีเป็นผลงานการประพันธ์ที่สร้างสรรค์ขึ้นอย่างมีศิลปะและสืบทอดกันมาเป็นเวลานาน ซึ่ง ศิลปะในวรรณคดีเกิดจากการเลือกใช้ถ้อยคำสำนวนโวหารที่ไพเราะน่าฟังอ่านแล้วเกิดอารมณ์สุนทรีย์และให้ แง่คิดจรรโลงใจ นำไปใช้เป็นแบบอย่างในการดำรงชีวิตประจำวัน ดังนั้นวรรณคดีจึงเป็นสิ่งที่อนุชนรุ่นหลังต้อง รักษาไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติและสมควรอ่านอย่างพินิจพิเคราะห์เพื่อรับรู้ความงามทางภาษาและ ข้อคิดต่าง ๆ จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) 1. บอกคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมไทยได้ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) 2. ระบุรายละเอียดและองค์ประกอบของวรรณคดีและวรรณกรรม ด้านคุณลักษณะ (A) 3. เห็นคุณค่าของคุณค่าจากวรรณคดีและวรรณกรรมไทย ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. ใบงานเรื่อง สมบัติวรรณคดี 2. ใบงานเรื่อง โวหารภาพพจน์ 3. แบบทดสอบ
15 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ทักษะทางภาษา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. รักความเป็นไทย 3. มีจิตสาธารณะ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น การวิเคราะห์วรรณกรรม วรรณคดี สาระการเรียนรู้ World Class (TOK,EE,CAS,GE) - กิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูชี้แจงข้อตกลงภายในชั้นเรียน และการทำแบบวัดความรู้พื้นฐานด้านทักษะการฟังและการ เขียน 2. นักเรียนทำแบบวัดความรู้พื้นฐานด้านทักษะการฟังและการเขียน 3. ครูนำนักเรียนสนทนาการเรียนวรรณคดีและวรรณกรรมโดยถามนักเรียนว่า - ใครเคยอ่านวรรณคดีเรื่องใดบ้าง ชอบเรื่องใดมากที่สุด และบอกเหตุผลประกอบ - นักเรียนรู้จักวรรณคดีและวรรณกรรมไทยเรื่องใดบ้าง - นักเรียนคิดว่าวรรณคดีกับวรรณกรรมต่างกันหรือไม่อย่างไร 4. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่อไปนี้ นักเรียนคิดว่า จุดเด่นของวรรณคดีคืออะไร วรรณคดีที่นักเรียนชื่นชอบคือเรื่องอะไร ตัวละครในวรรณคดีที่นักเรียนชอบคือใคร กิจกรรมพัฒนาการเรียน 5. นักเรียนศึกษาเรื่อง สมบัติวรรณคดี จากใบความรู้เรื่อง สมบติวรรณคดีโดยมีเนื้อหาดังนี้ ความหมายของวรรณคดีและวรรณกรรม ประเภทของวรรณคดีแล้วให้นักเรียนสรุปความรู้ความเข้าใจด้วย ตนเองโดยการจดบันทึกลงไปในสมุด 6. นักเรียนร่วมกันตอบคำถามเพื่อทบทวนเนื้อหา เรื่อง สมบัติวรรณคดี ซึ่งนักเรียนที่ตอบคำถามจะ ได้รับคะแนนพิเศษเพื่อเป็นการชมเชยความกล้าแสดงออกของนักเรียน โดยมีประเด็นคำถามดังต่อไปนี้ - ให้นักเรียนบอกความแตกต่างของวรรณคดีและวรรณกรรม - วรรณคดีมีกี่ประเภท อะไรบ้าง - วรรณคดีเรื่อง ลิลิตโองการแช่น้ำเป็นวรรณคดีประเภทใด - วรรณคดีมุขปาฐะ กับวรรณคดีลายลักษณืมีความแตกต่างกันอย่างไร
16 7. นักเรียนทำใบงานเรื่อง สมบัติวรรณคดีโดยมีครูคอยชี้แนะ และให้ความช่วยเหลือ จากนั้นให้ นักเรียนร่วมกันตรวจใบงานเรื่อง สมบัติวรรณคดี ด้วยตนเอง โดยมีครูเฉลยและอธิบายเพิ่มเติม 8. นักเรียนศึกษาเรื่อง โวหารภาพพจน์ จากสื่อ PowerPoint พร้อมครูอธิบายประกอบ และให้ นักเรียนร่วมกันตอบว่าคำประพันธ์ที่ยกตัวอย่างมามีการใช้โวหารภาพพจน์ใด 9. ครูชี้แนะ แก้ไข และอธิบายเนื้อหาที่นักเรียนศึกษาซ้ำอีกครั้ง นักเรียนบันทึกเพิ่มเติมลงในสมุด 10. นักเรียนทำใบงานเรื่อง โวหารภาพพจน์ หลังจากทำเสร็จให้นักเรียนแลกเปลี่ยนใบงานกับเพื่อน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของใบงาน 11. ครูชี้แจงและให้นักเรียนทำแบบทดสอบเรื่อง สมบัติวรรณคดี เพื่อทบทวนความรู้ความเข้าใจของ ตนเอง สรุปบทเรียน 12. นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้เรียนในวันนี้ว่าวรรณคดีและวรรณกรรมคืออะไร และแตกต่างกัน อย่างไร ประเภทของวรรณคดีมีทั้งหมด 6 ประเภท ได้แก่ วรรณคดีพุทธศาสนา วรรณคดีนิราศ วรรณคดี พิธีกรรมประเพณี วรรณคดีสุภาษิตคำสอน วรรณคดีบันเทิง วรรณคดีประวัติศาสตร์ 13. นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้เรียนในวันนี้ ดังนี้ โวหารภาพพจน์มีกี่รูปแบบอะไรบ้าง สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1. สื่อพาวเวอร์พ้อยท์ (Power point presentation) เรื่อง สมบัติวรรณคดี 2. สื่อพาวเวอร์พ้อยท์ (Power point presentation) เรื่อง โวหารภาพพจน์ 3. หนังสือเรียนภาษาไทย ม.3 วรรณคดีและวรรณกรรม 4. ใบความรู้เรื่อง สมบัติวรรณคดี การวัดและประเมินผล หลักฐานการเรียนรู้ (ชิ้นงาน/ภาระงาน) วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์ 1. ใบงาน 2. แบบทดสอบ - ประเมินใบงาน - สังเกตพฤติกรรม รายบุคคล/รายกลุ่ม - การทำแบบประเมินผล การเรียนรู้ก่อน - หลังเรียน - แบบประเมินใบงาน - แบบสังเกตพฤติกรรม รายบุคคล - แบบประเมินผลการ เรียนรู้ก่อน - หลัง ทุกรายการได้คะแนน ร้อยละ 70 ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์
17 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่.................. เดือน..................... พ.ศ................. ชื่อนักเรียน............................................................................................................ชั้น.................เลขที่................ คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง รายการประเมิน ปฏิบัติ ไม่ปฏิบัติ 1. เริ่มต้นงานที่ได้รับมอบหมายทันที 2. ทำงานเสร็จเรียบร้อยตามเวลาที่กำหนด 3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพื่อนเมื่อไม่เข้าใจ 4. ทำกิจกรรมด้วยความสนุกสนานและเต็มใจ 5. มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ 6. ช่วยเหลือแนะนำเพื่อนในการทำกิจกรรมตามสมควร 7. สนใจศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเอง 8. แต่งกายสุภาพเรียบร้อย 9. พูดจาสุภาพเรียบร้อย 10. ปฏิบัติตามข้อตกลงในชั้นเรียน รวมคะแนน (10 คะแนน) หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบัติ ได้คะแนน 1 คะแนน ไม่ปฏิบัติ ได้คะแนน 0 คะแนน 2. เกณฑ์การประเมิน 9 - 10 คะแนน = ดีมาก 7 - 8 คะแนน = ดี 5 - 6 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 4 คะแนน = ควรปรับปรุง 3. ครูอาจสุ่มเลือกนักเรียนเท่าที่สังเกตได้ในการสังเกตแต่ละครั้งโดยหมุนเวียนไปจนครบทุกห้อง ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน
18 แบบประเมินใบงานเรื่อง สมบัติวรรณคดี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่...............เดือน............................พ.ศ................. คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง เลขที่ รายชื่อ เกณฑ์การประเมิน รวมคะแนน (เต็ม 10 คะแนน) ความถูกต้อง 4 (10 คะแนน) 3 (9 คะแนน) 2 (7 - 8 คะแนน) 1 (5 - 6 คะแนน) ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน เกณฑ์การประเมิน : ใบงานเรื่อง สมบัติวรรณคดี เกณฑ์การประเมิน 4 (10 คะแนน) 3 (9 คะแนน) 2 (7-8 คะแนน) 1 (5-6 คะแนน) ความถูกต้อง ถูกต้องทั้งหมด ถูกต้อง 18 ข้อ ถูกต้อง 16 ข้อ ถูกต้องต่ำกว่า 10 ข้อ เกณฑ์การตัดสิน 10 คะแนน = ดีมาก 9 คะแนน = ดี 7 - 8 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 5 คะแนน = ควรปรับปรุง
19 แบบประเมินใบงานเรื่อง โวหารภาพพจน์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่.................. เดือน..................... พ.ศ................. คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง เลขที่ รายชื่อ เกณฑ์การประเมิน รวมคะแนน (เต็ม 10 คะแนน) ความถูกต้อง 4 (10 คะแนน) 3 (9 คะแนน) 2 (7 - 8 คะแนน) 1 (5 - 6 คะแนน) ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน เกณฑ์การประเมิน : ใบงานเรื่อง โวหารภาพพจน์ เกณฑ์การประเมิน 4 (10 คะแนน) 3 (9 คะแนน) 2 (7 - 8 คะแนน) 1 (5 - 6 คะแนน) ความถูกต้อง ถูกต้องทั้งหมด ถูกต้อง 9 ข้อ ถูกต้อง 7 - 8 ข้อ ถูกต้องต่ำกว่า 5 ข้อ เกณฑ์การตัดสิน 9 - 10 คะแนน = ดีมาก 7 - 8 คะแนน = ดี 5 - 6 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 5 คะแนน = ควรปรับปรุง
20 แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อน–หลังเรียน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่.................. เดือน..................... พ.ศ................. คำชี้แจง: ให้เติมคะแนนลงในช่องว่างตามความเป็นจริง เกณฑ์การตัดสิน 9 - 10 คะแนน = ดีมาก 7 - 8 คะแนน = ดี 5 - 6 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 5 คะแนน = ควรปรับปรุง เลขที่ รายชื่อ คะแนน (เต็ม 10 คะแนน) ก่อนเรียน หลังเรียน
21 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. สภาพปัญหาที่พบ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 2. แนวทางการแก้ปัญหา .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 3. ผลการแก้ปัญหา 1.1 ด้านความรู้ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. . 1.2 ด้านทักษะ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 1.3 ด้านคุณธรรม จริยธรรม .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 4. สรุปผลการจัดการเรียนรู้จากแผนการจัดการเรียนรู้นี้ตามตัวชี้วัด จำนวนนักเรียนทั้งหมด............คน - ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดี...............คน คิดเป็นร้อยละ............... - ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับปานกลาง...............คน คิดเป็นร้อยละ............... - ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับปรับปรุง...............คน คิดเป็นร้อยละ...............
22 5. ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..................................................... (นางสาวสุธิมา ไพราม) ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ................./.................../2565 5. ความเห็นของผู้บริหาร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..................................................... (นายมณ๊แสง นามอินทร์) ผู้อำนวยการโรงเรียน ................./.................../2565
23 ชื่อ......................................................................................................................ชั้น..................เลขที่................. ตอนที่ 1 คำชี้แจง : จงเติมคำลงในช่องว่างให้สมบูรณ์ 1. ศิลปะกับมนุษย์มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน คือ.............................................................................................. 2. วรรณกรรมแลวรรณคดีมีความเหมือนและต่างกัน คือ..................................................................................... 3. จินตนาการ หมายถึง........................................................................................................................................ 4. วรรณคดีมุขปาฐะ หมายถึง.............................................................................................................................. 5. วรรณคดีราชสำนัก หรือวรรณคดีลายลักษณ์ ได้แก่1)...................................................................................... 2)................................................................................. 3).................................................................................... 6. ความจรรโลงใจ หมายถึง................................................................................................................................. 7. “ป๊ะโท่นป๊ะ โท่นป๊ะ โท่นโท่น” ข้อความข้างต้นจัดเป็นวรรณศิลป์ด้านใด....................................................... 8. การเล่นคำ หมายถึง......................................................................................................................................... 9. การเปรียบเทียบที่ทำให้สิ่งไม่มีชีวิตมีกิริยาอาการเหมือนมีชีวิต เรียกว่า.......................................................... 10. “พระมาลัยคำหลวง” จัดเป็นวรรณคดีประเภท............................................................................................ ตอนที่ 2 คำชี้แจง : จงจัดกลุ่มประเภทของวรรณคดีต่อไปนี้ โดยนำตัวอักษรไปใส่ในช่องว่างให้ถูกต้อง ก.นิราศเมืองแกลง ข.สุภาษิตพระร่วง ค.ไตรภูมิพระร่วง ง.ศิลาจารึก จ.พระอภัยมณี ฉ.ขุนช้างขุนแผน ช.นิราศภูเขาทอง ซ.ลิลิตพระลอ ฌ.กฤษณาสอนน้องคำฉันท์ ญ.มหาเวสสันดรชาดก ฎ.พระมาลัยคำหลวง ฏ.ลิลิตตะเลงพ่าย ฐ.สังข์ทอง ฑ.ลิลิตโองการแช่งน้ำ ฒ.โคลงโลกนิติ ใบงานเรื่อง สมบัติวรรณคดีไทย 1.พระพุทธศาสนา ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ 2.บันทึกการเดินทาง ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................
24 3.ประวัติศาสตร์ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ 4.ขนบธรรมเนียมประเพณี ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ 5.สุภาษิตคำสอน ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ 6.ความบันเทิง ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................
25 ชื่อ....................................................................................................................ชั้น..................เลขที่.................... ตอนที่ 1 คำชี้แจง : จงเติมคำลงในช่องว่างให้สมบูรณ์ 1. ศิลปะกับมนุษย์มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน คือ.............................................................................................. 2. วรรณกรรมและวรรณคดีมีความเหมือนและต่างกัน คือ................................................................................... 3. จินตนาการ หมายถึง....................................................................................................................................... 4. วรรณคดีมุขปาฐะ หมายถึง.............................................................................................................................. 5. วรรณคดีราชสำนัก หรือวรรณคดีลายลักษณ์ ได้แก่ 1)..................................................................................... 2)................................................................................. 3).................................................................................... 6. ความจรรโลงใจ หมายถึง................................................................................................................................. 7. “ป๊ะโท่นป๊ะ โท่นป๊ะ โท่นโท่น” ข้อความข้างต้นจัดเป็นวรรณศิลป์ด้านใด....................................................... 8. การเล่นคำ หมายถึง......................................................................................................................................... 9. การเปรียบเทียบที่ทำให้สิ่งไม่มีชีวิตมีกิริยาอาการเหมือนมีชีวิต เรียกว่า........................................................... 10. “พระมาลัยคำหลวง” จัดเป็นวรรณคดีประเภท............................................................................... ตอนที่ 2 คำชี้แจง : จงจัดกลุ่มประเภทของวรรณคดีต่อไปนี้ โดยนำตัวอักษรไปใส่ในช่องว่างให้ถูกต้อง ก.นิราศเมืองแกลง ข.สุภาษิตพระร่วง ค.ไตรภูมิพระร่วง ง.ศิลาจารึก จ.พระอภัยมณี ฉ.ขุนช้างขุนแผน ช.นิราศภูเขาทอง ซ.ลิลิตพระลอ ฌ.กฤษณาสอนน้องคำฉันท์ ญ.มหาเวสสันดรชาดก ฎ.พระมาลัยคำหลวง ฏ.ลิลิตตะเลงพ่าย ฐ.สังข์ทอง ฑ.ลิลิตโองการแช่งน้ำ ฒ.โคลงโลกนิติ เฉลยใบงานเรื่อง สมบัติวรรณคดีไทย 1.พระพุทธศาสนา ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ 2.บันทึกการเดินทาง ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ วรรณคดีที่เล่ากันมาปากต่อปาก ไม่ได้บันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร มนุษย์เป็นผู้สร้างศิลปะ วรรณกรรม คืองานเขียนทุกประเภท การคิดสร้างสรรค์ในการสร้างงานศิลปะ ส่วนวรรณคดีคืองานเขียนที่ได้รับการยกย่องว่าแต่งดี อยู่ในดุลยพินิจของครู การทำให้เกิดความรู้สึกสบายใจ ผ่อนคลาย สัทพจน์ การใช้คำพ้องรูป พ้องเสียง การซ้ำคำ การช้ำถามเชิง วาทศิลป์ บุคคลวัติ วรรณคดีพุทธศาสนา ค.ไตรภูมิพระร่วง ญ.มหาเวสสันดรชาดก ฎ.พระมาลัยคำหลวง ก.นิราศเมืองแกลง ช.นิราศภูเขาทอง
26 3.ประวัติศาสตร์ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ 4.ขนบธรรมเนียมประเพณี ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ 5.สุภาษิตคำสอน ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ 6.ความบันเทิง ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ................................................................ ง.ศิลาจารึก ฏ.ลิลิตตะเลงพ่าย ฑ.ลิลิตโองการแช่งน้ำ ข.สุภาษิตพระร่วง ฌ.กฤษณาสอนน้องคำฉันท์ ฒ.โคลงโลกนิติ จ.พระอภัยมณี ฉ.ขุนช้างขุนแผน ซ.ลิลิตพระลอ ฐ.สังข์ทอง
27 ชื่อ............................................................................................................................ชั้น...............เลขที่............... คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่กำหนดให้ไปเติมลงในช่องว่างให้ถูกต้อง ก. อุปมา ข. อุปลักษณ์ ค. สัญลักษณ์ ง. อติพจน์ จ. บุคคลวัต ฉ. ปฏิปุจฉา ช. ปฏิพากย์ ซ. นาฏการ ฌ. อัพภาส 1. การใช้ “หงส์” แทน สัญลักษณ์ของคนชั้นสูง และใช้ “กา” แทน สัญลักษณ์ของคนชั้นต่ำ เป็นโวหาร ภาพพจน์ใด .............................................................................................................................................................................. 2. “การกล่าวถึงสิ่งเกินจริงเพื่อเน้นอารมณ์ความรู้สึก” เป็นโวหารภาพพจน์ใด .............................................................................................................................................................................. 3. “การใช้โวหารบอกความตรงข้าม ขัดแย้งกัน” เป็นโวหารภาพพจน์ใด .............................................................................................................................................................................. 4. “งามราวกับนางฟ้า” ประโยคดังกล่าวเป็นโวหารภาพพจน์ใด .............................................................................................................................................................................. 5. “การเปรียบสิ่งหนึ่งว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นของต่างจำพวกกัน” เป็นโวหารภาพพจน์ใด .............................................................................................................................................................................. 6. “พสุธาหลั่งน้ำตา” ประโยคดังกล่าวเป็นโวหารภาพพจน์ใด .............................................................................................................................................................................. 7. “หิวจนไส้จะขาด” ประโยคดังกล่าวเป็นโวหารภาพพจน์ใด .............................................................................................................................................................................. 8. “ความเงียบที่ดังที่สุด” ประโยคดังกล่าวเป็นโวหารภาพพจน์ใด .............................................................................................................................................................................. 9. “การใช้คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ เพื่อกระตุ้นให้สนใจหรือเกิดความคิด” เป็นโวหารภาพพจน์ใด .............................................................................................................................................................................. 10. “ผีเสื้อหลากสีสยายปีกบินท่ามกลางความสวยสดและสีสันอันเขียวขจีของทุ่งหญ้า” ประโยคดังกล่าวเป็น โวหารภาพพจน์ใด .............................................................................................................................................................................. ใบงานเรื่อง โวหารภาพพจน์
28 11. “ยะแย้มยิ้มพิมพ์ใจให้วาบหวาม วะวาววับตางามทรามสงวน ปวงประชาราษฎร์อาเพศ เปรตกู่ก้องร้องตะเบิม กระหายเหิมแลบลิ้นอยู่ วะวาบวะวาบ แสยะเขี้ยวเขียวปลาบอยู่ วะวับวะวับ” บทประพันธ์ดังกล่าวใช้โวหารภาพพจน์ใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 12. “สูงระหงทรงเพรียวเรียวรูด งามละม้ายคล้ายอูฐกะหลาป๋า พิศแต่หัวตลอดเท้าขาวแต่ตา ทั้งสองแก้มกัลยาดังลูกยอ คิ้วก่งเหมือนกงเขาดีดฝ้าย จมูกละม้ายคล้ายพร้าขอ หูกลวงดวงพักตร์หักงอ ลำคอโตตันสั้นกลม” บทประพันธ์ดังกล่าวใช้โวหารภาพพจน์ใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 13. “ลมหนาวเริ่มล่องมาจากฟ้าแล้ว พรมจูบแผ่วเจ้าพระยาโรยฝ้าฝัน คลื่นคลี่เกลียวแก้วม้วนกับนวลจันทร์ กระซิบสั่นซ่านกระเซ็นเป็นลำนำ” บทประพันธ์ดังกล่าวใช้โวหารภาพพจน์ใด ………………………………………………………………………………………..………………………………………………………………… 14. “เรียมร่ำน้ำเนตรถ้วม ถึงพรหม พาหมู่สัตว์จ่อมจม ชีพม้วย” บทประพันธ์ดังกล่าวใช้โวหารภาพพจน์ใด ……..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 15. “รถเอยรถที่นั่ง บุษบกบัลลังก์ตั้งตระหง่าน กว้างยาวใหญ่เท่าเขาจักรวาล ยอดเยี่ยมเทียมวิมานเมืองแมน” บทประพันธ์ดังกล่าวใช้โวหารภาพพจน์ใด ..………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………… ใบงานเรื่อง โวหารภาพพจน์
29 คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่กำหนดให้ไปเติมลงในช่องว่างให้ถูกต้อง ก. อุปมา ข. อุปลักษณ์ ค. สัญลักษณ์ ง. อติพจน์ จ. บุคคลวัต ฉ. ปฏิปุจฉา ช. ปฏิพากย์ ซ. นาฏการ ฌ. อัพภาส 1. การใช้ “หงส์” แทน สัญลักษณ์ของคนชั้นสูง และใช้ “กา” แทน สัญลักษณ์ของคนชั้นต่ำ เป็นโวหาร ภาพพจน์ใด .............................................................................................................................................................................. 2. “การกล่าวถึงสิ่งเกินจริงเพื่อเน้นอารมณ์ความรู้สึก” เป็นโวหารภาพพจน์ใด ............................................................................................................................................................................. 3. “การใช้โวหารบอกความตรงข้าม ขัดแย้งกัน” เป็นโวหารภาพพจน์ใด ............................................................................................................................................................................. 4. “งามราวกับนางฟ้า” ประโยคดังกล่าวเป็นโวหารภาพพจน์ใด .............................................................................................................................................................................. 5. “ระเรื่อย ยะยิ้ม ละลิบ วะวับ ยะยุ่ง” เป็นโวหารภาพพจน์ใด .............................................................................................................................................................................. 6. “พสุธาหลั่งน้ำตา” ประโยคดังกล่าวเป็นโวหารภาพพจน์ใด ............................................................................................................................................................................. 7. “หิวจนไส้จะขาด” ประโยคดังกล่าวเป็นโวหารภาพพจน์ใด ............................................................................................................................................................................. 8. “ความเงียบที่ดังที่สุด” ประโยคดังกล่าวเป็นโวหารภาพพจน์ใด ............................................................................................................................................................................. 9. “การใช้คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ เพื่อกระตุ้นให้สนใจหรือเกิดความคิด” เป็นโวหารภาพพจน์ใด .............................................................................................................................................................................. 10. “ผีเสื้อหลากสีสยายปีกบินท่ามกลางความสวยสดและสีสันอันเขียวขจีของทุ่งหญ้า” ประโยคดังกล่าวเป็น โวหารภาพพจน์ใด .............................................................................................................................................................................. เฉลยใบงานเรื่อง โวหารภาพพจน์ ค. สัญลักษณ์ ง. อติพจน์ ช. ปฏิพากย์ ก. อุปมา จ. บุคคลวัต ฌ. อัพภาส ช. ปฏิพากย์ ง. อติพจน์ ฉ. ปฏิปุจฉา ซ. นาฏการ
30 11. “ยะแย้มยิ้มพิมพ์ใจ ให้วาบหวาม ว ะ วาววับตางามทรามสงวน ปวงประชาราษฎร์อาเพศ เปรตกู่ก้องร้องตะเบิม กระหายเหิมแลบลิ้นอยู่ วะวาบวะวาบ แสยะเขี้ยวเขียวปลาบอยู่ วะวับวะวับ” บทประพันธ์ดังกล่าวใช้โวหารภาพพจน์ใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 12. “สูงระหงทรงเพรียวเรียวรูด งามละม้ายคล้ายอูฐกะหลาป๋า พิศแต่หัวตลอดเท้าขาวแต่ตา ทั้งสองแก้มกัลยาดังลูกยอ คิ้วก่งเหมือนกงเขาดีดฝ้าย จมูกละม้ายคล้ายพร้าขอ หูกลวงดวงพักตร์หักงอ ลำคอโตตันสั้นกลม” บทประพันธ์ดังกล่าวใช้โวหารภาพพจน์ใด …………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………… 13. “ลมหนาวเริ่มล่องมาจากฟ้าแล้ว พรมจูบแผ่วเจ้าพระยาโรยฝ้าฝัน คลื่นคลี่เกลียวแก้วม้วนกับนวลจันทร์ กระซิบสั่นซ่านกระเซ็นเป็นลำนำ” บทประพันธ์ดังกล่าวใช้โวหารภาพพจน์ใด ………………………………………………………………………………………..…………………………..…………………………………… 14. “เรียมร่ำน้ำเนตรถ้วม ถึงพรหม พาหมู่สัตว์จ่อมจม ชีพม้วย” บทประพันธ์ดังกล่าวใช้โวหารภาพพจน์ใด ……..…………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 15. “รถเอยรถที่นั่ง บุษบกบัลลังก์ตั้งตระหง่าน กว้างยาวใหญ่เท่าเขาจักรวาล ยอดเยี่ยมเทียมวิมานเมืองแมน” บทประพันธ์ดังกล่าวใช้โวหารภาพพจน์ใด ..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ก. อุปมา จ. บุคคลวัต ง. อติพจน์ ง. อติพจน์ ฌ. อัพภาส เฉลยใบงานเรื่อง โวหารภาพพจน์
31 แบบทดสอบ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 สมบัติวรรณคดี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 คำชี้แจง :จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดกล่าวถึงวรรณคดีไม่ถูกต้อง ก. วรรณคดี หมายถึง วรรณกรรมที่ได้รับการยกย่องว่าแต่งได้ดีมีคุณค่า และตกทอดสืบต่อกันมา ข. วรรณคดีมุขปาฐะ คือ วรรณคดีสืบทอดกันมาแบบปากต่อปาก ค. วรรณคดีลายลักษณ์ คือวรรณคดีที่สืบทอดเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น บันทึกในสมุดไทย ง. วรรณคดีราชสำนัก หมายถึง วรรณคดีที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ 2. ข้อใดมิใช่คุณค่าของการอ่านวรรณคดี ก. ให้ความรู้ด้านต่าง ๆ เช่น ภาษา ศิลปะวัฒนธรรม ประเพณี ข. ให้ความเพลิดเพลินเจริญใจ ค. อ่านเพื่อฆ่าเวลา ง. ให้คติธรรม ข้อคิดในการดำเนินชีวิต 3. “จิบจับเจาเจ่าเจ้า รังมา จอกจาบจั่นจรรจา จ่าจ้า เคาค้อยค่อยคอยหา เห็นโทษ ซอนซ่อนซ้อนสริ้วหน้า นิ่งเร้าเอาขวัญ” ข้อใดมิใช่จุดเด่นของคำประพันธ์นี้ ก. การเล่นคำ ข. การเล่นเสียงพยัญชนะ ค. การเล่นเสียงสระ ง. การเล่นเสียงวรรณยุกต์ 4. ข้อใดมีการเล่นคำ ก. ดูหนูสู่รูงู งูสุดสู้หนูสู้งู ข. เบญจวรรณจับวัลย์มาลี เหมือนวันเจ้าวอนพี่ให้ตามกวาง ค. ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร ไม่สิ้นสดความรักสมัครสมาน ง. ซึ่งรักลูกลูกก็รู้อยู่ว่ารัก มิใช่จักลืมคุณกรุณา 5. ข้อใดมีการเล่นคำซ้ำ ก. เห็นรอหักเหมือนหนึ่งรักที่รอรา แต่รอท่ารั้งทุกข์มาตามทาง ข. สุดฝีเท้าที่แม่จะเยื้องย่องยกลงเหยียบดิน ก็สุดสิ้นสุดปัญญาสุดหาสุดค้นเห็นสุดคิด ค. ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต ง. เปลก็ไกวดาบก็แกว่งแข็งหรือไม่ ไม่อวดหยิ่งหญิงไทยมิใช่ชั่ว 6. ข้อใดเป็นการใช้คำถามเชิงวรรณศิลป์ (คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ) ก. จึงถามเงือกว่าไฉนจึงไหวหวั่น สลาตันลมใหญ่ก็ไม่เหมือน ข. แล้วร้องถามตามประสาเป็นทารก นี่สัตว์บกหรือสัตว์น้ำดำหนักหนา ค. กระนี้หรือบิดามิน่าหนี ทั้งท่วงทีไม่สุภาพทำหยาบหยาม ง. จึ่งถามนางเงือกน้อยกลอยฤทัย เกาะอะไรแก้วตาตรงหน้าเรา 7. “คุณแม่หนาหนักเพี้ยง พสุธา
32 คุณบิดรดุจอา- กาศกว้าง คุณพี่พ่างศิขรา เมรุมาศ คุณพระอาจารย์อ้าง อาจสู้สาคร” คำประพันธ์นี้ใช้ภาพพจน์ตามข้อใด ก. อุปมา, ซ้ำคำ ข. อุปลักษณ์, เล่นคำ ค. อติพจน์, ซ้ำคำ ง. สัทพจน์, เล่นคำ 8. “1. ไม่คลาดเคลื่อนเหมือนองค์พระทรงเดช 2. แต่ดวงเนตรแดงดูดังสุริย์ฉาย 3. ทรงกำลังดังพระยาคชาพลาย 4. มีเขี้ยวคล้ายชนนีมีศักดา” คำประพันธ์นี้ ตอนใดมีภาพพจน์อุปมา ก. 1, 2, 3, 4 ข. 1, 4 ค. 2, 4 ง. 3, 4 9. ““โอ้เจ้าดวงสุริยันจันทราทั้งคู่ของแม่เอ่ย แม่ไม่รู้เลยว่าเจ้าจะหนีพระมารดาไปสู่พาราใดไม่รู้ที” คำประพันธ์นี้ใช้โวหารเดียวกับข้อใด ก. แผดเสียงสิงหนาทบรรหาร เหม่มันอหังการหยาบใหญ่ ข. ดูงูขู่ฝูดผู้ พรูพรู ค. ฝูงทิชาชาติชวนกันชื่นชมถวายชัย ง. กระต่ายตัวหนึ่งยิ้มเยาะเต่าว่า เท้าสั้น เดินก็ช้า 10. “ต้อยตะริดติดตี่เจ้าพี่เอ๋ย จะละเลยเร่ร่อนไปนอนไหน แอ้อี๋อ่อยสร้อยฟ้าสุมาลัย แม้นเด็ดได้แล้วไม่ร้างให้ห่างเชย” คำประพันธ์นี้ใช้โวหารใด ก. บุคคลวัต ข.สัทพจน์ ค. อุปลักษณ์ ง. อุปมา 11. “โทสะอาจจะโดดโลดข้ามรั้ว ไม่เกรงกลัวบัญญัติเลย” คำประพันธ์นี้ใช้โวหารใด ก. บุคคลวัต ข.สัทพจน์ ค. อุปลักษณ์ ง. อุปมา 12. “ขุนมอญร่อนง้าวฟาด ฉาดฉะ” คำประพันธ์นี้ใช้โวหารใด ก. บุคคลวัต ข.สัทพจน์ ค. อุปลักษณ์ ง. อุปมา 13. ข้อใดมิใช่วรรณคดีพุทธศาสนา ก. ไตรภูมิพระร่วง ข. มหาเวสสันดรชาดก ค. ลิลิตโองการแช่งน้ำ ง. ปฐมสมโพธิกถา 14. ข้อใดมืใช่วรรณคดีสุภาษิตคำสอน ก. โคลงโลกนิติ ข. โคลงโสฬสไตรยางค์ ค. โคลงนฤทุมนาการ ง. โคลงนิราศสุพรรณ 15. วรรณคดีในข้อใดใช้ในพิธีสาบานตนของข้าราชสำนักสมัยอยุธยา ก. ลิลิตพยุหยาตราเพชรพวง ข. โองการแช่งน้ำ ค. พระราชพิธสิบสองเดือน ง. โคลงกำสรวลศรีปราชญ์ 16. วรรณคดีในข้อใดเป็นวรรณคดีแปลจากพงศาวดารมอญ ก. ราชาธิราช ข. สามก๊ก
33 ค. ลิลิตตะเลงพ่าย ง. โคลงยวนพ่าย 17. วรรณคดีข้อใดใช้สำหรับแสดงละครใน ก. ไชยเชษฐ์ ข. สังข์ทอง ค. อิเหนา ง. คาวี 18. วรรณคดีเรื่องใดนิยมนำมาแสดงหุ่นกระบอก ก. รามเกียรติ์ ข. ราชาธิราช ค. อิเหนา ง. พระอภัยมณี 19. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ก. วรรณคดีนิราศ ต้องมีการเดินทางพรรณนาธรรมชาติตามเส้นทางและพรรณนาความรู้สึกถึงนางอันเป็นที่ รัก ข. ละครนอก ใช้ผู้ชายแสดงล้วนและแสดงนอกวัง ค. การแสดงโขนนิยมเล่นเรื่องรามเกียรติ์ ง. ละครในใช้ผู้แสดงทั้งหญิงและชาย แสดงเฉพาะในวัง 20. ข้อใดเป็นวรรณคดีที่มีจุดหมายเพื่อเฉลิมเกียรติพระมหากษัตริย์ ก. โคลงทวาทศมาส ข. ลิลิตตะเลงพ่าย ค. สามก๊ก ง. ราชาธิราช
34 เฉลยแบบทดสอบ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 สมบัติวรรณคดี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 คำชี้แจง :จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดกล่าวถึงวรรณคดีไม่ถูกต้อง ก. วรรณคดี หมายถึง วรรณกรรมที่ได้รับการยกย่องว่าแต่งได้ดีมีคุณค่า และตกทอดสืบต่อกันมา ข. วรรณคดีมุขปาฐะ คือ วรรณคดีสืบทอดกันมาแบบปากต่อปาก ค. วรรณคดีลายลักษณ์ คือ วรรณคดีที่สืบทอดเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น บันทึกในสมุดไทย ง. วรรณคดีราชสำนัก หมายถึง วรรณคดีที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ 2. ข้อใดมิใช่คุณค่าของการอ่านวรรณคดี ก. ให้ความรู้ด้านต่าง ๆ เช่น ภาษา ศิลปะวัฒนธรรม ประเพณี ข. ให้ความเพลิดเพลินเจริญใจ ค. อ่านเพื่อฆ่าเวลา ง. ให้คติธรรม ข้อคิดในการดำเนินชีวิต 3. “จิบจับเจาเจ่าเจ้า รังมา จอกจาบจั่นจรรจา จ่าจ้า เคาค้อยค่อยคอยหา เห็นโทษ ซอนซ่อนซ้อนสริ้วหน้า นิ่งเร้าเอาขวัญ” ข้อใดมิใช่จุดเด่นของคำประพันธ์นี้ ก. การเล่นคำ ข. การเล่นเสียงพยัญชนะ ค. การเล่นเสียงสระ ง. การเล่นเสียงวรรณยุกต์ 4. ข้อใดมีการเล่นคำ ก. ดูหนูสู่รูงู งูสุดสู้หนูสู้งู ข. เบญจวรรณจับวัลย์มาลี เหมือนวันเจ้าวอนพี่ให้ตามกวาง ค. ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร ไม่สิ้นสดความรักสมัครสมาน ง. ซึ่งรักลูกลูกก็รู้อยู่ว่ารัก มิใช่จักลืมคุณกรุณา 5. ข้อใดมีการเล่นคำซ้ำ ก. เห็นรอหักเหมือนหนึ่งรักที่รอรา แต่รอท่ารั้งทุกข์มาตามทาง ข. สุดฝีเท้าที่แม่จะเยื้องย่องยกลงเหยียบดิน ก็สุดสิ้นสุดปัญญาสุดหาสุดค้นเห็นสุดคิด ค. ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต ง. เปลก็ไกวดาบก็แกว่งแข็งหรือไม่ ไม่อวดหยิ่งหญิงไทยมิใช่ชั่ว 6. ข้อใดเป็นการใช้คำถามเชิงวรรณศิลป์ (คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ) ก. จึงถามเงือกว่าไฉนจึงไหวหวั่น สลาตันลมใหญ่ก็ไม่เหมือน ข. แล้วร้องถามตามประสาเป็นทารก นี่สัตว์บกหรือสัตว์น้ำดำหนักหนา ค. กระนี้หรือบิดามิน่าหนี ทั้งท่วงทีไม่สุภาพทำหยาบหยาม ง. จึ่งถามนางเงือกน้อยกลอยฤทัย เกาะอะไรแก้วตาตรงหน้าเรา 7. “คุณแม่หนาหนักเพี้ยง พสุธา คุณบิดรดุจอา- กาศกว้าง
35 คุณพี่พ่างศิขรา เมรุมาศ คุณพระอาจารย์อ้าง อาจสู้สาคร” คำประพันธ์นี้ใช้ภาพพจน์ตามข้อใด ก. อุปมา, ซ้ำคำ ข. อุปลักษณ์, เล่นคำ ค. อติพจน์, ซ้ำคำ ง. สัทพจน์, เล่นคำ 8. “1. ไม่คลาดเคลื่อนเหมือนองค์พระทรงเดช 2. แต่ดวงเนตรแดงดูดังสุริย์ฉาย 3. ทรงกำลังดังพระยาคชาพลาย 4. มีเขี้ยวคล้ายชนนีมีศักดา” คำประพันธ์นี้ ตอนใดมีภาพพจน์อุปมา ก. 1, 2, 3, 4 ข. 1, 4 ค. 2, 4 ง. 3, 4 9. “โอ้เจ้าดวงสุริยันจันทราทั้งคู่ของแม่เอ่ย แม่ไม่รู้เลยว่าเจ้าจะหนีพระมารดาไปสู่พาราใดไม่รู้ที” คำประพันธ์นี้ใช้โวหารเดียวกับข้อใด ก. แผดเสียงสิงหนาทบรรหาร เหม่มันอหังการหยาบใหญ่ ข. ดูงูขู่ฝูดผู้ พรูพรู ค. ฝูงทิชาชาติชวนกันชื่นชมถวายชัย ง. กระต่ายตัวหนึ่งยิ้มเยาะเต่าว่า เท้าสั้น เดินก็ช้า 10. “ต้อยตะริดติดตี่เจ้าพี่เอ๋ย จะละเลยเร่ร่อนไปนอนไหน แอ้อี๋อ่อยสร้อยฟ้าสุมาลัย แม้นเด็ดได้แล้วไม่ร้างให้ห่างเชย” คำประพันธ์นี้ใช้โวหารใด ก. บุคคลวัต ข.สัทพจน์ ค. อุปลักษณ์ ง. อุปมา 11. “โทสะอาจจะโดดโลดข้ามรั้ว ไม่เกรงกลัวบัญญัติเลย” คำประพันธ์นี้ใช้โวหารใด ก. บุคคลวัต ข.สัทพจน์ ค. อุปลักษณ์ ง. อุปมา 12. “ขุนมอญร่อนง้าวฟาด ฉาดฉะ” คำประพันธ์นี้ใช้โวหารใด ก. บุคคลวัต ข.สัทพจน์ ค. อุปลักษณ์ ง. อุปมา 13. ข้อใดมิใช่วรรณคดีพุทธศาสนา ก. ไตรภูมิพระร่วง ข. มหาเวสสันดรชาดก ค. ลิลิตโองการแช่งน้ำ ง. ปฐมสมโพธิกถา 14. ข้อใดมืใช่วรรณคดีสุภาษิตคำสอน ก. โคลงโลกนิติ ข. โคลงโสฬสไตรยางค์ ค. โคลงนฤทุมนาการ ง. โคลงนิราศสุพรรณ 15. วรรณคดีในข้อใดใช้ในพิธีสาบานตนของข้าราชสำนักสมัยอยุธยา ก. ลิลิตพยุหยาตราเพชรพวง ข. โองการแช่งน้ำ ค. พระราชพิธสิบสองเดือน ง. โคลงกำสรวลศรีปราชญ์ 16. วรรณคดีในข้อใดเป็นวรรณคดีแปลจากพงศาวดารมอญ ก. ราชาธิราช ข. สามก๊ก ค. ลิลิตตะเลงพ่าย ง. โคลงยวนพ่าย
36 17. วรรณคดีข้อใดใช้สำหรับแสดงละครใน ก. ไชยเชษฐ์ ข. สังข์ทอง ค. อิเหนา ง. คาวี 18. วรรณคดีเรื่องใดนิยมนำมาแสดงหุ่นกระบอก ก. รามเกียรติ์ ข. ราชาธิราช ค. อิเหนา ง. พระอภัยมณี 19. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ก. วรรณคดีนิราศ ต้องมีการเดินทางพรรณนาธรรมชาติตามเส้นทางและพรรณนาความรู้สึกถึงนางอันเป็นที่ รัก ข. ละครนอก ใช้ผู้ชายแสดงล้วนและแสดงนอกวัง ค. การแสดงโขนนิยมเล่นเรื่องรามเกียรติ์ ง. ละครในใช้ผู้แสดงทั้งหญิงและชาย แสดงเฉพาะในวัง 20. ข้อใดเป็นวรรณคดีที่มีจุดหมายเพื่อเฉลิมเกียรติพระมหากษัตริย์ ก. โคลงทวาทศมาส ข. ลิลิตตะเลงพ่าย ค. สามก๊ก ง. ราชาธิราช
37 เนื้อหาสาระน่าจดจํา 1. ศิลปะ คือ สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น อย่างสวยงามหรือไพเราะ เพื่อก่อให้เกิดความสบายใจ บํารุงใจและจรรโลงใจ ให้สดชื่นร่าเริง 2. ศิลปะแบ่งออกเป็น 6 แขนง ได้แก่ 1. จิตรกรรม คือ ศิลปะที่เกิดจากการวาดภาพ 2. ประติมากรรม คือ ศิลปะที่เกิดจากการปั้น หล่อ หรือแกะสลัก 3. สถาปัตยกรรม คือ ศิลปะที่เกิดจากการก่อสร้าง 4. ดุริยางคกรรม คือ ศิลปะที่เกิดจากการบรรเลงดนตรี 5. นาฏกรรม คือ ศิลปะที่เกิดจาการร่ายระบํารําฟ้อน 6. วรรณกรรม คือ ศิลปะที่เกิดจากการใช้ภาษา ถ้อยคําแต่งเป็นเรื่องราวต่างๆ 3. วรรณคดีเกิดจากศัพท์ วรรณ (ส) + คติ (บ,ส) วรรณ แปลว่า สี ผิว หนังสือ คติ แปลว่า ความ เป็นไป คดี แปลว่า เรื่องราว วรรณคดี จึงแปลว่า ความเป็นไปหรือเรื่องราวที่แต่งเป็นหนังสือ วรรณคดีมีความหมายเฉพาะ หมายถึง วรรณกรรมที่ได้การรับยกย่องว่าแต่งดี มีศิลปะ 4. วรรณคดีมรดก คือ วรรณคดีที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์ไว้ และสืบทอดมาถึงปัจจุบัน เช่น เรื่องรามเกียรติ์ ขุนช้างขุนแผน พระอภัยมณี ไตรภูมิพระร่วง ฯลฯ 5. วรรณคดีมุขปาฐะ คือ วรรณคดีที่ถ่ายทอดกันมาแบบปากต่อปาก โดยการท่อง เล่า ร้อง เช่น เพลงพื้นบ้าน นิทานชาวบ้าน บทร้องเล่น เพลงกล่อมเด็ก ฯลฯ 6. วรรณคดีลายลักษณ์คือ วรรณคดีที่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น บันทึกลงสมุดไทยใบลาน หรือ เป็นหนังสือในปัจจุบัน 7. วรรณคดีท้องถิ่น คือ วรรณคดีที่เกิดภายในท้องถิ่น เช่น นิทานชาวบ้าน ถิ่นเหนือ ถิ่นอีสาน ถิ่นใต้ ฯลฯ 8. วรรณคดีราชสํานัก คือ วรรณคดีที่เป็นผลงานของพระมหากษัตริย์ เชื้อพระวงศ์หรือข้าราชบริพาร เช่น รามเกียรติ์ อิเหนา ลิลิตตะเลงพ่าย สามัคคีเภทคําฉันท์ สังข์ทอง ฯลฯ 9. จินตนาการ คือ การคิดสร้างสรรค์ในการสร้างงานศิลปะ ซึ่งมักมีความกว้างขวางลึกซึ้งแตกต่าง จากชีวิตจริง ทั้งนี้ เพื่อก่อให้เกิดความสนุกสนาน ตื่นเต้น น่าติดตาม 10. คุณค่าของวรรณคดีมีดังนี้ 1. คุณค่าด้านอารมณ์คือ ผู้ฟัง ผู้อ่าน หรือผู้ชมวรรณคดีได้เกิดความเพลิดเพลินเจริญใจมีอารมณ์ร่วม ไปกับวรรณคดีเรื่องนั้น ๆ 2. คุณค่าด้านคุณธรรม คือ ผู้ฟัง ผู้อ่าน หรือผู้ชมวรรณคดีได้เกิดความซาบซึ้งในคติธรรม คุณธรรม ข้อคิดที่ผู้ประพันธ์ได้สอดแทรกไว้ และเกิดความสุขใจหรือสามารถยกระดับ จิตใจให้สูงขึ้น 3. คุณค่าด้านความรู้คือ วรรณคดีย่อมสะท้อนภาพศิลปวัฒนธรรม ภาษา สังคม ค่านิยมประเพณี ผู้รับสารจึงสามารถศึกษาเรื่องราวเหล่านี้ได้จากวรรณคดี 11. ศิลปะการประพันธ์ในวรรณคดีไทย 1. การเล่นเสียง คือ การสรรคําให้มีเสียงสัมผัสกัน เช่น การสัมผัสสระ พยัญชนะ และวรรณยุกต์ สัมผัสสระ เช่น ใบความรู้เรื่อง สมบัติวรรณคดี
38 “จิบจับเจาเจ่าเจ้า รังมา จอกจาบจันจรรจา ล่าจ้า เค้าค่อยค่อยคอยหา เห็นโทษ ซอนซ่อนซ้อนสคิ้วหน้า นิ่งเร้าเอาขวัญ” (โคลงอักษรสามหมู่ พระศรีมโหสถ) 2. การเล่นคํา คือ การใช้คําพ้องรูปพ้องเสียง การซ้ำคํา การใช้คําถามเชิงวาทศิลป์เพื่อให้เกิด ความหมายพิเศษและแปลกออกไป การเล่นคําพ้อง “ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรักรถถ้อยอร่อยจิต” (เล่นคําว่า “พูด”) “จากพรากจับจากจํานรรจา เหมือนจากนางสการะวาตี” (เล่นคําว่า “จาก”) การซ้ำคํา “คุณ แม่หนาหนักเพี้ยง พสุธา คุณ บิดรดุจอา กาศกว้าง คุณ พี่พ่างศิขรา เมรุมาศ คุณ พระอาจารย์อ้าง อาจสู้สาคร” (ซ้ำคําว่า “คุณ”) การใช้คําถามเชิงวาทศิลป์ คือ คําถามที่ไม่ต้องการคําตอบ เพราะทราบคําตอบดีอยู่แล้ว “ กระนี้หรือพระบิดามิน่าหนี ทั้งท่วงที่ไม่สุภาพทําหยาบหยาม” “ยักขิณีผีสางหรืออย่างไร มาพาไปไม่เกรงข่มเหงกู” 3. การใช้ภาพพจน์คือ การใช้ถ้อยคำเพื่อสร้างภาพในใจ (จินตภาพ) แก่ผู้อ่าน โดยการใช้โวหารกล่าว อย่างไม่ตรงไปตรงมา เช่น 3.1 อุปมา คือ การเปรียบเทียบสองสิ่งที่ต่างกัน แต่มีลักษณะเด่นเหมือนกัน โดยใช้คำเชื่อม เช่น ดุจ ดัง ดั่ง เหมือน ราวกับ คล้าย เฉก เช่น ฯลฯ ตัวอย่าง “สัตว์ในน้ำจำแพ้แก่ผีเสื้อ เปรียบเหมือนเนื้อเห็นพยัคฆ์ให้ชักหลัง” 3.2 อุปลักษณ์คือ การเปรียบเทียบสองสิ่งที่ต่างกัน แต่มีคุณสมบัติบางประการร่วมกัน โดย เปรียบเทียบว่าสิ่งหนึ่งเป็นสิ่งหนึ่งโดยตรง หรือเปรียบโดยใช้คำว่า คือ, เป็น ตัวอย่าง จะพลิกพลิ้วชิวหาเป็นอาวุธ ประหารบุตรเจ้าลังกาให้อาสัญ 3.3 สัญลักษณ์ (Symbol) เป็นการเอาสิ่งที่รูปธรรมอย่างหนึ่ง แทนสิ่งที่เป็นนามธรรม หรือการเอา สิ่งที่มีลักษณะร่วมกันมาใช้แทนกัน โดยต้องผ่านการตีความสัญลักษณ์นั้น เมื่อแรกเชื่อว่าทับทิมแท้ มาแปรเป็นพลอยหุงไปเสียได้ กาลวงว่าหงส์ให้ปลงใจ ด้วยมิได้ดูหงอนแต่ก่อนมา 3.4 อัพภาส เป็นคำซ้ำชนิดหนึ่ง ที่กร่อนเสียงของคำข้างหน้าให้สั้นลงเหลือเพียงเสียงอะ เช่น ริกริก เป็น ระริก ยิบยิบ เป็น ยะยิบ แย้งแย้ง เป็น ยะแย้ง 3.5 อติพจน์ (Overstatement) การกล่าวเกินจริงเพื่อเน้นความรู้สึก เคลิบเคลิ้มและทำให้คล้อย ตาม เช่น คิดถึงแทบขาดใจ ร้อนตับจะแตก
39 3.6. สัทพจน์ (Onomatopoeia) การเลียนเสียงธรรมชาติ ทำให้ผู้ฟังเกิดอารมณ์คล้อยตาม มโหรีรี่รี้ดีดสีเสียง จับปี่หริงหริ่งหริ้งพริ้งเพราะเพียง ฆ้องสำเนียงเต๋งเต่งเต้งติงเหน่งโยน จะเข้กรีดดีดเรงเหรงเหร่งเหร้ง เสียงเหนงเหน่งเหน้งระนาดออกผาดโผน ซอแหนแหน่แหน้จังหวะจะโคน เสียงทับโทนโจ๋งทิงทิ่งทิ้งเลย 3.7 บุคคลวัติ/ปุคคลวัติ/บุคลาธิษฐาน/ บุคคลสมมติ (Personification) ทำสิ่งไม่มีชีวิตให้มีชีวิต หรืออมุษย์มีชีวิตจิตใจหรืออารมณ์เสมือนว่าเป็นมนุษย์ “โทสะอาจจะโดดโลดข้ามรั้ว ไม่เกรงกลัวบัตติเลย” 3.8 ปฏิทรรศน์ปฏิพากย์ หรือ ปฏิพจน์ (Paradox) เป็นข้อความที่มีความหมายขัดแย้งกัน/ขัดกัน ไม่ว่าผู้ใช้จะจงใจหรือไม่ก็ตาม ซึ่งดูเหมือนว่าข้อความ หรือสถานการณ์นั้นไม่น่าเป็นไปได้ หากพิจารณาให้ลึก แล้วกลับเป็นไปได้ ทั้งนี้ใช้เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน เช่น “น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็นปลาตาย” “แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร” 3.9 นาฏการ คือ การใช้คำที่แสดงการเคลื่อนไหวที่สวยงาม “เรือชัยไวว่องวิ่ง รวดเร็วจริงยิ่งอย่างลม เรือสิงห์วิ่งเผ่นโผน โจนตามคลื่นฝืนฝ่าฟอง” 4. รสในวรรณคดีไทย คือ กระบวนการพรรณนาที่เหมาะสม ได้แก่ ความงามในด้านการพรรณนาซึ่ง มีอยู่ 4 กระบวนการ 4.1 เสาวรสจนีคือ บทชมโฉม ซึ่งได้แก่กระบวนการชมความงามของตัวละครในเรื่อง ซึ่งอาจเป็น มนุษย์หรืออนุษย์ก็ได้ (ชมทะเล ชมคน ชมอะไรก็ได้) ตัวอย่าง ทรวดทรงส่งศรีไม่มีแม้น อรชรอ้อนแอ้นประหนึ่งเหลา ผมสลวยสวยขำดำเป็นเงา ให้ชื่อเจ้าพิมพิลาไลย 4.2 นารีปราโมทย์คือ บทเกี้ยวพาราสี บทโอโลม กล่าวข้อความแสดงความรักใคร่ อาจเป็นตอนที่ตัว ละครเพิ่งพบกัน หรือการโอ้โลมก่อนบทอัศจรรย์ (บทอัศจรรย์ไม่ถือเป็นนารีปราโมทย์) โอ้โลมแบบรำพึงรำพัน ถึงกันก็ได้ ตัวอย่าง เจ้างามปลอดยอดรักของพลายแก้ว ได้มาแล้วแม่อย่าขับให้กลับหนี พี่สู้ตายไม่เสียดายแก่ชีวี แก้วพี่อย่าได้พร่ำรำพันความ พี่ผิดพี่ก็มาลุแก่โทษ จงคลายโกรธแม่อย่าถือว่าหยาบหยาม พี่ชมโฉมโลมลูบด้วยใจงาม ทราบสวาทดิ้นไปไม่ไยดี 4.3 พิโรธวาทัง คือ บทตัดพ้อต่อว่า แสดงอารมณ์ไม่พอใจ น้อยใจ โกรธ ประชดประชัน เสียดสี ด่าว่า อย่างรุนแรง ตัวอย่าง เมื่อรักกันไม่ได้ก็ไม่รัก ไม่เห็นจักเกรงการสถานไหน ไม่รักกูกูจักไม่รักใคร เอ๊ะน้ำตากูไหลทำไมฤๅ 4.4 สัลลาปังคพิไสย คือ บทโศก แสดงอารมณ์โศกเศร้า อาลัยรัก ตัวอย่าง เจ้าพลายงามความแสนสงสารแม่ ชำเลืองแลดูหน้าน้ำตาไหล
40 แล้วกรายกรานมารดาด้วยอาลัย ลูกเติบใหญ่คงจะมาหาแม่คุณ แต่ครั้งนี้มีกรรมต้องจำจาก ต้องพลัดพรากแม่ไปเพราะอ้ายขุน เที่ยวหาพ่อขอให้ปะเดชะบุญ ไม่ลืมคุณมารดาจักมาเยือน ประเภทของวรรณคดี แบ่งตามลักษณะของเนื้อหา มี 6 ประเภท ได้แก่ 1. วรรณคดีศาสนา วรรณคดีที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับคําสอนพุทธศาสนา เช่น ไตรภูมิพระร่วงของพระมหา ธรรมราชาที่ 1 หรือพญาลิไทย สมัยสุโขทัย มหาชาติคําหลวง ของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมัยอยุธยา พระมาลัยคําหลวงและนันโทปนันทสูตรคําหลวง ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร สมัยอยุธยา ร่ายยาวมหาเวสสันดร ชาดก ของกวีสมัยรัตนโกสินทร์ ปฐมสมโพธิกถา และสรรพสิทธิ์คําฉันท์ ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรม พระปรมานุชิตชิโนรส สมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สมุทรโฆษคําฉันท์ เสือโคคําฉันท์ ของพระ มหาราชครู สมัยอยุธยา 2. วรรณคดีสุภาษิตคำสอน คือ วรรณคดีที่มุ่งสั่งสอนแสดงแนวทางประพฤติปฏิบัติตนตามหลัก ศาสนาหรือจริยธรรม เช่น สุภาษิตพระร่วง ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง กฤษณาสอนน้องคําฉันท์ ของสมเด็จพระมหา สมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรสสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โคลงโลกนิติของสมเด็จพระเจ้าบรม วงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร อิศรญาณภาษิต ของหม่อมเจ้าอิศรญาณ โคลงโสฬสไตรยางค์และโคลงนฤทุมนา การ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สุภาษิตสอนหญิง ของสุนทรภู่ 3. วรรณคดีขนบธรรมเนียมประเพณี เนื้อหาของวรรณคดีประเภทนี้เกี่ยวกับขนบธรรมเนียม ประเพณี หรือ พิธีการต่าง ๆ เช่น โองการแช่งน้ำ ใช้ในพิธีสาบานตนของข้าราชสํานักในสมัยอยุธยา ฉันท์กล่อมช้างสํานวนต่าง ๆ ใช้ในพระราชพิธีสมโภชช้าง ลิลิตพยุหยาตราเพชรพวง ของเจ้าพระยาพระคลัง (หน) บันทึกภาพเรือต่าง ๆ ในกระบวนพยุหยาตรา พระราชพิธีสิบสองเดือน ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 4. วรรณคดีประวัติศาสตร์ เป็นวรรณคดีในเชิงประวัติศาสตร์การบันทึกเหตุการณ์แผ่นดินในทำนอง สรรเสริญพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ วรรณคดี เช่น โคลงยวนพ่าย สดุดีวีรกรรมสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยาที่รบชนะเชียงใหม่ ลิลิตตะเลงพ่าย สดุดีวีรกรรมสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในสงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา ราชาธิราช อิงพงศาวดารมอญ สามก๊ก อิงพงศาวดารจีน 5. วรรณคดีบันเทิง เป็นวรรณคดีที่เน้นความสนุกสนาน เน้นความบันเทิง มักนำไปใช้แสดงเป็นละคร นอก และละครใน เช่น รามเกียรติ์ เพื่อการแสดงโขน ละครใน หนังใหญ่ อิเหนา เพื่อแสดงละครใน สังข์ทอง คาวี มณีพิชัย ไชยเชษฐ์ ไกรทอง เพื่อแสดงละครนอก พระอภัยมณี เพื่อแสดงหุ่นกระบอก ลิเก มัทธนะพาธา เพื่อแสดงละครพูดสลับลํา (ร้อง)
41 6 . วรรณคดีนิราศ (บันทึกการเดินทาง) เป็นวรรณคดีที่มีลักษณะเฉพาะตัว เป็นการเขียนในทำนอง บันทึกการเดินทาง การพลัดพราก การคร่ำครวญเมื่อต้องไกลที่อยู่อาศัย คนรักหรือสิ่งรัก เช่น โคลงกําสรวล นิราศหริภุญชัย ทวาทศมาส ของกวีสมัยอยุธยา นิราศนรินทร์ ของนายนรินทรธิเบศร์ (อิน) นิราศเมืองแกลง นิราศภูเขาทอง นิราศพระบาท นิราศมืองเพชร ของสุนทรภู่ นิราศลอนดอน ของหม่อมราโชทัย
42 หัวล้านนอกครู นานมาแล้ว มีชายหัวล้าน 2 คน ทั้ง 2 ไม่มีความสุขเลยเพราะไปไหนก็มีแต่คนล้อจึงชวนกันแสวงหา อาจารย์ดี ๆ ที่จะช่วยรักษาให้หัวหายล้านและมีผม ต่อมาทราบข่าวว่ามีอาจารย์ผู้หนึ่งมีคาถาวิเศษที่จะช่วย จึงเดินทางไป ท่านอาจารย์ผู้นี้พักอยู่ที่วัดสระแก้ว เมื่อไปถึงวัดสระแก้ว ชายหัวล้านทั้ง 2 ก็เข้าไปกราบขอให้ ช่วยรักษา พระอาจารย์ก็ให้รับศีลแล้วให้ท่องคาถา “ศีรษะพุทธา ปาน ชานะ เต” ให้ท่องจำให้ขึ้นใจแล้วให้ไป ดำน้ำที่สระในวัด 3 ครั้ง ระหว่างที่ดำน้ำก็ให้ท่องคาถาด้วย และการดำน้ำจะต้องดำเพียง 3 ครั้งเท่านั้น ชายหัวล้านทั้ง 2 ดีใจมาก เมื่อท่องคาถาขึ้นใจแล้วก็รีบไปดำน้ำด้วยกัน เมื่อดำครั้งที่ 1 โผล่ขึ้นมามีผม ขึ้นคล้ายผลมะอึก พอดำครั้งที่ 2 โผล่ขึ้นมาผมยาวออกมาเท่าพระสึกใหม่ พอดำครั้งที่ 3 ผมยาวเป็นดอก กระทุ่ม ชายหัวล้านทั้ง 2 คนดีใจมากและปรึกษากันว่าเราดำ 3 ครั้งยังยาวแค่นี้ ถ้าดำอีกครั้งคงจะยาวเป็นพุ่ม จะหวีทรงอย่างไรก็สะดวก ปรึกษากันแล้วก็ดำลงไปเป็นครั้งที่ 4 มิได้นึกถึงคำสอนของพระอาจารย์ เมื่อโผล่ ขึ้นมาพอคลำหัวก็ตกใจเพราะหัวกลับล้านเลี่ยนเหมือนเดิม จึงเสียใจมากพากันขึ้นไปหาพระอาจารย์ พอพระ อาจารย์รู้ว่าทั้ง 2 คน ทำนอกคำสั่งก็โกรธเอาตะบันตำหมากปาไล่หัวล้านทั้ง 2 คนออกไป (จาก อาจารย์วรรณิภา 50 เรื่อง พื้นเมืองนานาชาติ. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น, 2535.) แบบวัดความรู้พื้นฐานด้านทักษะการฟัง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
43 คำชี้แจง : ให้นักเรียนฟังเรื่อง หัวล้านนอกครูโดยครูจะอ่านให้ฟัง เมื่อฟังเรื่องหัวล้านนอกครูแล้วให้นักเรียน ตอบคำถามต่อไปนี้ เลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดคือใจความสําคัญของนิทานเรื่องนี้ 1. รูปร่างหน้าตาไม่มีใครกําหนดเองได้ 2. คนหัวล้านไม่มีทางจะทําให้มีผมดกดําเต็มศีรษะได้ 3. การทําตามคําสั่งเป็นสิ่งที่ดีแต่ควรมีขอบเขตจํากัด 4. การทําอะไรนอกเหนือคําสั่งอาจก่อให้เกิดโทษอย่างคาดไม่ถึง 2. ข้อใดคือเจตนาที่ผู้เขียนต้องการส่งสารในเรื่องนี้ 1. ให้ผู้อ่านเห็นว่าหน้าตาเป็นเรื่องธรรมชาติไม่มีใครเลือกได้ 2. สอนให้รู้ว่าคําสั่งของครูเป็นสิ่งที่ไม่ควรฝ่าฝืน 3. สอนให้รู้จักความพอดีอย่าทําอะไรเกินคําสั่งหรือเกินความพอดี 4. ให้ผู้อ่านสนุกสนานจากการได้อ่านนิทานเกี่ยวกับคนหัวล้าน 3. ใจความสําคัญรองจากนิทานเรื่องนี้คืออะไร 1. คาถาวิเศษเพียงใดก็ช่วยไม่ได้ ถ้าไม่ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด 2. หน้าตาเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่มีใครเลือกเกิดได้ 3. การทําอะไรต้องนึกถึงคําสอนของอาจารย์เสมอ 4. อย่าทําตัวเป็นคนรู้ดีทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จริง 4. “หัวล้านนอกครู” คําว่าหัวล้านในที่นี้ตีความได้อย่างไร 1. ศีรษะล้านหรือผมบนศีรษะน้อย 2. หัวแข็ง หัวดื้ออบรมสั่งสอนยาก 3. ไม่เชื่อฟังคําสั่งของครูอาจารย์ 4. อวดดี รู้มาก และทําการนอกเหนือคําสั่ง 5. ข้อใดเทียบได้กับการทํางาน 1. หัวล้านทั้งสองดําน้ำ 2. หัวล้านทั้งสองขอให้อาจารย์ช่วย 3. อาจารย์ให้หัวล้านทั้งสองไปดําน้ำ 4. อาจารย์เอาตะบันตําหมากปาไล่หัวล้านทั้งสอง 6. ข้อใดสะท้อนให้เห็นธรรมเนียมไทย 1. คนไทยมีอัธยาศัยดีและพึ่งพาอาศัยกัน 2. คนไทยชอบทําอะไรตามใจตนเอง 3. คนไทยชอบนอกเหนือคําสั่ง 4. คนไทยเคารพและเชื่อฟังครู 7. ข้อใดวิเคราะห์ได้ว่าชายทั้งสองขาดความมั่นใจในบุคลิกภาพ 1. ทั้งสองไม่มีความสุข เพราะไปไหนก็มีแต่คนล้อ 2. ทั้งสองดําน้ำครั้งที่ 3 ไม่พอใจจึงดําเพิ่มอีกครั้งหนึ่ง 3. ทั้งสองไม่เชื่อฟังคําสั่งของอาจารย์ 4. ทั้งสองวิ่งหนีอาจารย์เมื่อถูกปาด้วยตะบันตําหมาก แบบวัดความรู้พื้นฐานด้านทักษะการฟัง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3