194 การพูดแสดงความคิดเห็น หมายถึง การพูดเพื่อแสดงความรู้สึกหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใด เรื่องหนึ่งอย่างมีเหตุผล มีความสอดคล้องกับเรื่องที่พูด ในการพูดแสดงความคิดเห็น ผู้พูดอาจพูดแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องทางวิชาการ เศรษฐกิจ หรือสังคมก็ได้ ทั้งนี้เมื่อแสดงความคิดเห็นไปแล้วควรทำให้ผู้ฟัง เห็นด้วยหรือคล้อยตาม การพูดแสดงความคิดเห็นอาจเป็นการพูดระหว่างบุคคลหรือต่อบุคคลหรือต่อที่ประชุมก็ได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่ กับโอกาสในการพูด เช่น การให้สัมภาษณ์ การประชุม การสัมมนา การอภิปราย การบรรยาย ประเภทของการ พูดแสดงความคิดเห็น การพูดเพื่อแสดงความคิดเห็นอาจแบ่งได้หลายประเภทตามโอกาสที่พูด หรือตามลักษณะเนื้อหาของ การแสดงความคิดเห็น แต่ในที่นี้ได้แบ่งประเภทของการพูดแสดงความคิดเห็นตามลักษณะเนื้อหาออกเป็น ๔ ประเภท ดังนี้ 1. การพูดแสดงความคิดเห็นในเชิงสนับสนุน การพูดแสดงความคิดเห็นในลักษณะดังกล่าว เป็นการพูด เพื่อสนับสนุนความคิดเห็นของผู้อื่น ซึ่งผู้พูดอาจจะพิจารณาแล้วว่า ความคิดเห็นที่ตนสนับสนุนมีสาระและ ประโยชน์ต่อหน่วยงานและส่วนรวม หรือถ้าเป็นการแสดงความคิดเห็นเชิงวิชาการ จะต้องเป็นความคิดเห็นที่ เป็นองค์ความรู้สัมพันธ์กับเนื้อเรื่องที่กําลังพูดกันอยู่ ทั้งในระหว่างบุคคลหรือในที่ประชุม เช่น การพูดในที่ ประชุม การอภิปราย การแสดงปาฐกถา เป็นต้น 2. การพูดแสดงความคิดเห็นในเชิงขัดแย้ง การพูดลักษณะดังกล่าวเป็นการพูดแสดงความคิดเห็นใน กรณีที่มีความคิดไม่ตรงกันและเสนอความคิดอื่น ๆ ที่ไม่ตรงกับผู้อื่น การพูดแสดงความคิดเห็นในเชิงขัดแย้ง ดังกล่าว ผู้พูดควรระมัดระวังเรื่องการใช้ภาษาและการนําเสนอ ความขัดแย้งควรเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์ อันจะ ก่อประโยชน์ต่อหน่วยงานหรือสาธารณชน เช่น การสัมมนาเชิงวิชาการ การอภิปราย การประชุม เป็นต้น 3. การพูดแสดงความคิดเห็นในเชิงวิจารณ์ เป็นการพูดเพื่อวิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งผู้ วิจารณ์อาจจะแสดงความคิดเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย และวิจารณ์ในเชิงสร้างสรรค์ ผู้วิจารณ์จะต้องวางตัวเป็น กลาง ไม่อคติต่อผู้พูดหรือสิ่งที่เห็น เช่น การแสดงความคิดเห็นต่อหนังสือ ละคร รายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ เป็นต้น 4. การพูดแสดงความคิดเห็นเพื่อนําเสนอความคิดใหม่ เป็นการพูดในกรณีที่ไม่เห็นด้วยกับการแสดง ความคิดเห็นของผู้อื่น และนําเสนอความคิดเห็นใหม่ของตนที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เช่น การ แสดง ความคิดเห็นในที่ประชุม เป็นต้น การพูดแสดงความคิดเห็น
195 หลักการพูดแสดงความคิดเห็น 1. กล่าวถึงความเดิม เหตุการณ์ หรือการกระทำของบุคคล 2. ชี้ให้เห็นข้อบกพร่องในเรื่องดังกล่าวและผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้น โดยยกตัวอย่าง ยกเหตุผล ข้อ อ้างอิง ข้อโต้แย้งต่าง ๆ มาอ้างอิงคัดค้าน ถ้าสามารถใช้เหตุผลทางหลักวิชามาประกอบ จะทำให้น่าเชื่อถือ ยิ่งขึ้น 3. เสนอแนวปฏิบัติที่ดีกว่า เพื่อเป็นการสร้างสรรค์ 4. จบด้วยการกล่าวย้ำความคิด อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ฝากความหวัง การเรียกร้อง เชิญชวน ลักษณะของผู้พูดแสดงความคิดเห็นที่ดี 1. ผู้พูดจะต้องมีความรู้ในเรื่องที่จะแสดงความคิดเห็นเป็นอย่างดี 2. การแสดงความคิดเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ควรมีหลักการแสดงความคิดเห็นในเชิงขัดแย้งและเชิง วิจารณ์ 3. ใช้ภาษาสุภาพเหมาะสมกับโอกาส โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็นในเชิงขัดแย้งและเชิงวิจารณ์ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้พูดและผู้ฟัง 4. การแสดงความคิดเห็นใด ๆ ก็ตาม ควรแสดงความคิดเห็นในเชิงสร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ต่อ ส่วนรวมเป็นสําคัญ การใช้ภาษาในการพูดแสดงความคิดเห็น 1. ใช้ถ้อยคําให้กะทัดรัดมีความหมายชัดเจน เรียงเนื้อความตามลําดับไม่สับสน 2. ใช้ถ้อยคําภาษาที่เป็นลักษณะเฉพาะของการแสดงความคิดเห็น อาทิ การใช้คําสรรพนามบุรุษที่ 1 ประกอบกับคํากริยาหรือกลุ่มคํากริยา ที่ระบุว่าเป็นการพูดแสดงความคิดเห็นเป็นต้นว่า ดิฉันเห็นว่า ผมคิดว่า ดิฉันเข้าใจว่า ผมใคร่ขอสรุปว่า ที่ประชุมมีมติว่า เราจึงขอเสนอแนะว่า หรือพวกเรามีความเห็นร่วมกันว่า 3. ใช้ถ้อยคําหรือกลุ่มคําเพื่อบ่งชี้ให้เห็นว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นอันได้แก่คําว่า อาจ อาจจะ คง คงจะ น่า น่าจะ ทั้ง ควร เป็นต้น 4. ใช้ถ้อยคําเชิงสร้างสรรค์ ก่อให้เกิดผลด้านศีลธรรมจริยธรรม และคุณธรรมไม่ประชดประชัน ไม่พูดก้าวร้าวเสียดสี ไม่พูดแบบขวานผ่าซาก หรือมีเจตนาไม่ดี 5. มีมารยาทในการพูด ไม่ใช้คํารุนแรง เช่นคําสบถ คําด่า คําหยาบ มีกิริยาวาจาที่สุภาพ น้ำเสียง นุ่มนวล และต้องรู้จักยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น
196 คำชี้แจง : ผู้สอนให้ผู้เรียนสวมบทบาทเป็นผู้สวมหมวกและร่วมกันแสดงความคิดเห็นตามบทบาทของหมวก สีนั้น ๆ ต่อเรื่องที่กำหนด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ดร. เอ็ดเวิร์ด เดอ โบ โน (Dr. Edward de Bono) ศาสตราจารย์ด้านการคิดชาวอิตาลี ได้ศึกษา และคิดค้นวิธีคิด (Thinking Method) เพื่อช่วยให้มนุษย์มีการคิดที่มีประสิทธิภาพสร้างสรรค์และครอบคลุม รอบด้านยิ่งขึ้น เขาเสนอวิธีคิดแบบ "Six Thinking Hats" หรือการคิดแบบหมวกหกใบ "Six Thinking Hats" หรือการคิดแบบหมวกหกใบ เป็นวิธีคิดที่มีมุมมองแบบ "รอบด้าน" คือเน้น การคิดที่ครอบคลุมเพื่อไม่ให้เกิดการตกหล่นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เป็นการจัดระเบียบการคิด ทำให้การคิดมี ประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้หมวก 6 ใบเป็นตัวนำเสนอทางเลือกที่เป็นไปได้ตามมุมมองต่างๆ ของปัญหา โดย หมวกแต่ละใบจะแทนพลังของการคิดจะมุ่งเน้นไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเป็นการเฉพาะ ซึ่งจะทำให้ ความเห็นและความคิดสามารถแสดงออกได้อย่างอิสระ มีความครอบคลุม ลดความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น และยัง สามารถดึงเอาศักยภาพของแต่ละคนมาใช้ได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย ซึ่งการดำเนินระบบการคิดแบบหมวกหกใบนั้น ผู้ใช้ความคิดจะต้องสมมุติตัวเองว่ากำลังสวมหมวก ทีละใบ ซึ่งหมวกแต่ละใบนั้นจะแทนมุมมองความคิดที่แตกต่างกัน ซึ่งเมื่อสมมุติตัวเองสวมหมวกทั้ง 6 ใบแล้ว จะทำให้เรื่องที่กำลังพิจารณาได้ข้อสรุปที่เหมาะสมและครอบคลุม โดยหมวกทั้ง 6 ใบนั้นประกอบด้วย ภาพ : shutterstock.com White Hat หมวกสีขาว หมายถึง ข้อเท็จจริงที่เป็นกลาง การให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับผลการศึกษาวิจัยหรือ ตัวเลขต่าง ๆ การที่ผู้คิดสวมหมวกสีขาวนั่นหมายความว่าผู้คิดกำลังต้องการข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงและเป็น กลางโดยปราศจากความรู้สึก ทัศนคติและความคิดเห็นต่าง ๆ ของผู้ร่วมประชุม กิจกรรมเหล่าผู้สวมหมวก โดยใช้ทฤษฎีหมวก 6 ใบ
197 ภาพ : shutterstock.com Red Hat หมวกสีแดง หมายถึงการแสดงออกตามอารมณ์และความรู้สึก รวมไปถึงสัญชาตญาณและลาง สังหรณ์ต่าง ๆ เมื่อผู้คิดสวมหมวกสีนี้ จะเป็นการกำหนดให้ผู้คิดสามารถแสดงความรู้สึกกับเรื่องดังกล่าว ว่าชอบหรือไม่ชอบ ดีหรือไม่ดี โดยไม่ต้องคำนึงถึงเหตุผลต่าง ๆ ภาพ : shutterstock.com Black Hat หมวกสีดำ หมายถึงความคิดเชิงลบ การปฏิเสธ เป็นการบอกถึงสิ่งที่ไม่เหมาะสม สิ่งที่ไม่ควร ปฏิบัติ จุดด้อย อุปสรรคและข้อจำกัดต่าง ๆ โดยมีเหตุผลประกอบ ซึ่งเมื่อผู้คิดใส่หมวกสีดำนั่นหมายความว่าผู้ คิดจำเป็นต้องชี้ว่าสิ่งใดผิด สิ่งใดไม่สอดคล้องและสิ่งใดใช้ไม่ได้ เพื่อช่วยให้การปฏิบัติตามแนวคิดไม่เกิดควาสูญ เปล่าหรือสูญเสียโดยไม่จำเป็น
198 ภาพ : shutterstocl.com Yellow Hat หมวกสีเหลือง เป็นตัวแทนของการมองโลกในแง่ดี การคิดถึงจุดเด่น โอกาส สิ่งที่เป็นประโยชน์ ในเชิงบวก ที่ผสมผสานความสงสัยใคร่รู้ ความสุข และความต้องการที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดขึ้น อย่างมี ความหวัง เมื่อกำหนดให้ผู้คิดสวมหมวกสีนี้ นั่นหมายความว่าผู้คิดต้องการข้อมูลที่เป็นความหวังในแง่ดี ที่เป็น จุดเด่นและโอกาสที่สามารถนำมาพัฒนาได้ ภาพ : shutterstock.com Green Hat หมวกสีเขียว เป็นตัวแทนของความเจริญงอกงาม ความคิดริเริ่มใหม่ ๆ ความคิดสร้างสรรค์ การ คิดนอกกรอบ โดยใช้ประสบการณ์ของตัวเอง การสวมใส่หมวกสีเขียวของผู้คิด คือการที่ผู้คิดดำเนินความคิด ต่อเรื่องราวต่าง ๆ โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์และความคิดริเริ่มใหม่ ๆเพื่อนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ขึ้น
199 ภาพ : shutterstock.com Blue Hat หมวกสีน้ำเงิน หมายถึงการควบคุมและการบริหารกระบวนการคิดต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความชัดเจน ในเรื่องของความคิดรวบยอด ข้อสรุป การยุติข้อขัดแย้ง การมองเห็นภาพและการดำเนินการที่มีขั้นตอนเป็น ระบบ เมื่อผู้คิดใช้หมวกน้ำเงิน นั่นหมายความว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างเป็นระบบระเบียบ เพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจน หมวกสีน้ำเงินจึงมีบทบาทของหัวหน้า ทำหน้าที่ควบคุมบทบาทของสมาชิก ควบคุม การดำเนินการประชุม การอภิปราย รวมถึงควบคุมการใช้กระบวนการคิด การสรุปผล เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ ต้องการ
200 แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้9 เรื่อง การเขียนอธิบายชี้แจง หน่วยการเรียนรู้แม่ศรีเรือน รหัสวิชา ท23101 รายวิชา ภาษาไทย 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 จำนวนคาบ 2 ชั่วโมง สาระที่ 2 การเขียน มาตรฐานการเรียนรู้ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความและเขียนเรื่องราวใน รูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า ตัวชี้วัด 6. เขียนอธิบาย ชี้แจง แสดงความคิดเห็น และโต้แย้งอย่างมีเหตุผล 10. มีมารยาทในการเขียน สาระการเรียนรู้ 1. การเขียนอธิบายและชี้แจง สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด (KPA) การเขียนอธิบายและชี้แจง ต้องประกอบด้วยข้อมูลอันเป็นข้อเท็จจริงกับการแสดงความคิดเห็นต่อ เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ความคิดเห็นควรจะมีเหตุผลเป็นไปในทางสร้างสรรค์ เพื่อนำไปสู่การชี้แจงโต้แย้งโดยใช้หลัก เหตุและผลมิใช่โต้แย้งด้วยอารมณ์ความรู้สึก เป็นการชี้แจง โต้แย้งที่นำไปสู่การใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) 1. นักเรียนเข้าใจหลักการสำคัญของการเขียนอธิบายและชี้แจง ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) 2. นักเรียนสามารถเขียนอธิบายและชี้แจงได้ ด้านคุณลักษณะ (A) 3. มีมารยาทในการเขียน ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. เขียนอธิบายและโต้แย้ง สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
201 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน 3. มีวินัย สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - สาระการเรียนรู้ World Class - กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 กิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน 1. นักเรียนดูคลิปวีดีโอ คาเฟ่บ้านทุ่ง EP.14 วิธีทำหมูกระทะ สูตรหมักหมูนุ่ม น้ำจิ้มรสเด็ด โดยนาย ฮ้อยซาลาห์ | Wongnai 2. ดึงเข้าสู่บทเรียนด้วยเทคนิคการตั้งคำถาม - นักเรียนเห็นอะไรในคลิปนี้ - การอธิบายเป็นอย่างไร - สามารถทำตามได้หรือไม่ - นักเรียนคิดว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เราเรียนอย่างไร 3. บอกเรื่องที่จะเรียนในวันนี้ “วันนี้เราจะไม่ได้จะมาทำอาหาร แต่เราจะมาฝึกการเขียนอธิบาย เพื่อให้คนอื่นเข้าใจสิ่งที่เราอยากสื่อสาร” กิจกรรมพัฒนาการเรียน 4. นักเรียนศึกษาจากหนังสือเรียนหลักภาษาและการใช้ภาษาไทยหน้า 157 5. แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 7 กลุ่ม จำนวนกลุ่มละเท่า ๆ กัน คละความสามารถเก่ง ปานกลาง อ่อน โดยแบ่งหัวข้อให้ดังนี้ - การเขียนอธิบายคืออะไร - การอธิบายโดยใช้ตัวอย่างคืออะไร - การเขียนอธิบายโดยการเรียงลำดับขั้นตอนคืออะไร - การเขียนอธิบายโดยใหคำนิยมคืออะไร - การเขียนอธิบายโดยการเปรียบเทียบความเหมือนและความต่างคืออะไร - การเขียนอธิบายโดยใช้เหตุผลประกอบคืออะไร - การเขียนชี้แจงคืออะไร 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาหัวข้อที่ได้รับมอบหมายอย่างละเอียด 5 – 10 นาที จากนั้นให้เขียนสรุป ความรู้ในหัวข้อที่ได้รับมอบหมายถึงในกระดาษ A4 5 นาที 7. ส่งกระดาษที่สรุปความรู้ไปยังกลุ่มถัดไป วนไปจนทุกกลุ่มได้รับหัวข้อจนครบ
202 8. ครูสรุปและรวบรวมองค์ความรู้ทั้งหมดหน้าชั้นเรียนอีกครั้งโดยใช้เทคนิคการตั้งคำถามเพื่อให้ นักเรียนเกิดความคิดรวบยอด - การเขียนอธิบายคืออะไร - การอธิบายโดยใช้ตัวอย่างคืออะไร - การเขียนอธิบายโยการเรียงลำดับขั้นตอนคืออะไร - การเขียนอธิบายโดยใหคำนิยมคืออะไร - การเขียนอธิบายโดยการเปรียบเทียบความเหมือนและความต่างคืออะไร - การเขียนอธิบายโดยใช้เหตุผลประกอบคืออะไร - การเขียนชี้แจงคืออะไร กิจกรรมสรุปบทเรียน 9. นักเรียนทบทวนสิ่งที่ได้เรียนในวันนี้ ชั่วโมงที่ 2 กิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน 1. นักเรียนร่วมกันบอกถึงเรื่องที่เรียนในคาบที่แล้ว กิจกรรมพัฒนาการเรียน 2. นักเรียนจับสลากหัวข้อดังต่อไปนี้ - การอธิบายโดย - การเขียนอธิบายโดยการเรียงลำดับขั้นตอน - การเขียนอธิบายโดยให้คำนิยม - การเขียนอธิบายโดยการเปรียบเทียบความเหมือนและความต่าง - การเขียนอธิบายโดยใช้เหตุผลประกอบ - การเขียนชี้แจง 3. นักเรียนเขียนอธิบาย ชี้แจงเรื่องที่ตนเองสนใจ โดยใช้ลักษณะการเขียนที่ตนจับสลากได้ลงกระดาษ A4 ตกแต่งให้สวยงามตามความเหมาะสม กิจกรรมสรุปบทเรียน 4. นักเรียนร่วมกันสรุปเรื่องที่ได้เรียนในวันนี้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนหลักภาษาและการใช้ภาษาไทย 2. คลิปวีดีโอ คาเฟ่บ้านทุ่ง EP.14 วิธีทำหมูกระทะ สูตรหมักหมูนุ่ม น้ำจิ้มรสเด็ด โดยนายฮ้อยซาลาห์ | Wongnai 3. กระดาษ A4
203 การวัดผลและประเมินผล หลักฐานการเรียนรู้ (ชิ้นงาน/ภาระงาน) วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน 1. ความเข้าใจเรื่องการ เขียนอธิบายชี้แจง 2. การลงมือเขียน อธิบายชี้แจง - สังเกตพฤติกรรม รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม - ประเมินจากงานเขียน - แบบประเมินพฤติกรรม รายบุคคล - แบบประเมินพฤติกรรม รายบุคคล - แบบประเมินการเขียน อธิบายชี้แจง ทุกรายการได้คะแนน ร้อยละ 70 ขึ้นไปถือ ว่าผ่านเกณฑ์
204 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่................. เดือน....................... พ.ศ................. คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน เกณฑ์การประเมิน ให้คะแนนระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ ดีมาก = 4 สนใจฟัง ไม่หลับ ไม่พูดคุยในชั้น มีคำถามที่ดีตอบคำถามถูกต้อง ทำงานส่งครบตรง เวลา ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 70% ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50% ปรับปรุง = 1 เข้าชั้นเรียน แต่การแสดงออกน้อยมาก ส่งงานไม่ครบ ไม่ตรงเวลา รายการประเมิน ชื่อ-สกุล ความสนใจ การแสดง ความ คิดเห็น การตอบ คำถาม การยอมรับ ฟังคนอื่น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20
205 แบบประเมินใบงานเรื่อง การเขียนแสดงความคิดเห็นและโต้แย้ง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่................. เดือน....................... พ.ศ................. คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง พฤติกรรม /ระดับคะแนน ชื่อกลุ่ม การ วิเคราะห์ เนื้อหา การใช้ ภาษา ความเป็น ระเบียบ เรียบร้อย รวม 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 16 ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน
206 เกณฑ์การประเมิน : ใบงานเรื่อง การเขียนแสดงความคิดเห็นและโต้แย้ง รายการ ประเมิน ระดับคะแนน ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรุง (1) 1. การ วิเคราะห์ วิเคราะห์และเขียน อธิบายงานได้ดีมาก วิเคราะห์และ อธิบายงานได้ดี วิเคราะห์และ อธิบายงานได้ พอใช้ วิเคราะห์และ อธิบายงานไม่ ชัดเจน 2. เนื้อหา เนื้อหาครบถ้วน ตรง ประเด็นดีมาก เนื้อหาครบถ้วน ตรงประเด็นดี เนื้อหาตรง ประเด็น เนื้อหาไม่ครบถ้วน และไม่ตรงประเด็น 3. การใช้ภาษา เลือกใช้ภาษาได้ เหมาะสมกับงาน มี การเรียบเรียงภาษา และเลือกใช้คำได้ดี มาก เลือกใช้ภาษาได้ เหมาะสมกับงาน มีการเรียบ เรียงคำให้เข้าใจ ได้ชัดเจนดี เลือกใช้ภาษาได้ เหมาะสมกับงาน การเรียบเรียงคำ ระดับพอใช้ สื่อ ความได้ ใช้ภาษาได้ไม่ เหมาะสมกับงาน สื่อความได้ไม่ ชัดเจน 4. ความเป็น ระเบียบ เรียบร้อย ผลงานเป็นระเบียบ เรียบร้อย สะอาด แสดงถึงการใส่ใจกับ งานในระดับดีมาก ผลงานเรียบร้อย สะอาด แสดงถึง การใส่ใจในกับ งานระดับดี ผลงานเรียบร้อย สะอาดในระดับ พอใช้ ผลงานไม่เรียบร้อย ไม่มีระเบียบ ไม่ สะอาด ไม่แสดงถึง การใส่ใจในงาน เกณฑ์การตัดสิน 14 - 26 คะแนน = ดีมาก 11 - 13 คะแนน = ดี 8 - 10 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 8 คะแนน = ควรปรับปรุง
207 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. สภาพปัญหาที่พบ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 2. แนวทางการแก้ปัญหา .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 3. ผลการแก้ปัญหา 1.1 ด้านความรู้ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. . 1.2 ด้านทักษะ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 1.3 ด้านคุณธรรม จริยธรรม .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 4. สรุปผลการจัดการเรียนรู้จากแผนการจัดการเรียนรู้นี้ตามตัวชี้วัด จำนวนนักเรียนทั้งหมด............คน - ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดี...............คน คิดเป็นร้อยละ............... - ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับปานกลาง...............คน คิดเป็นร้อยละ............... - ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับปรับปรุง...............คน คิดเป็นร้อยละ...............
208 5. ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..................................................... (นางสาวสุธิมา ไพราม) ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ................./.................../2565 5. ความเห็นของผู้บริหาร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..................................................... (นายมณ๊แสง นามอินทร์) ผู้อำนวยการโรงเรียน ................./.................../2565
209 แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้10 เรื่อง ระดับภาษา หน่วยการเรียนรู้แม่ศรีเรือน รหัสวิชา ท23101 รายวิชา ภาษาไทย 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 จำนวนคาบ 2 ชั่วโมง สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐานการเรียนรู้ ท 4.1 เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ พลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด 3. วิเคราะห์ระดับภาษา สาระการเรียนรู้ 1. ระดับภาษา สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด (KPA) ระดับภาษา คือรูปแบบการใช้ภาษาที่มีความลดหลั่นของถ้อยคำตามโอกาส กาลเทศะ และ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล เช่น การใช้คำสรรพนามว่า ข้าพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้า กระผม ดิฉัน คำที่ใช้แทนตัว ผู้พูดเหล่านี้แสดงถึงระดับของภาษาว่ามีความแตกต่างกัน ถึงแม้ผู้ใช้ภาษาจะเป็นบุคคลเดียวกันก็ตาม จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) 1. นักเรียนเข้าใจภาษาในระดับต่าง ๆ ด้านทักษะกระบวนการ (P) 2. นักเรียนสามารถเลือกใช้ภาษาในระดับต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องตามบริบท ด้านคุณลักษณะ (A) 3. ร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. แบบฝึกหัดเรื่อง ระดับภาษา 2. แบบทดสอบหลังเรียน สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
210 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน 3. มีวินัย สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - สาระการเรียนรู้ World Class - กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 - 2 กิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน 1. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นกับข้อความต่อไปนี้ “ไอ้จอร์จมันขี้เกียจจะตายห่า เอ็งยังจะเอามันทำผัวอีกเรอะ” “ขอบคุณทุก ๆ คนที่มาร่วมงานวันเกิดในวันนี้” “ผู้บริหารจึงควรเร่งหาเทคโนโลยีด้านการกีฬาสมัยใหม่มาพัฒนาความสามารถของเด็กให้ฟิตขึ้น” “ขออำนวยพรให้ท่านทั้งปวงจงเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ คุณสารสมบัติทุกประการ” “ดิฉันขอขอบคุณอย่างยิ่ง ดิฉันรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจไมตรีที่ท่านทั้งหลายได้พร้อมใจกันมาส่งดิฉันใน วันนี้” 2. ครูใช้เทคนิคการตั้งถาม - นักเรียนเห็นอะไรจากข้อความที่ครูยกมา - นักเรียนคิดว่าจะเกี่ยวกับเรื่องที่เราเรียนอย่างไร กิจกรรมพัฒนาการเรียน 3. นักเรียนลองจับคู่ข้อความข้างต้นกับระดับของภาษา พร้อมบอกว่าเราจะเรียนภาษาทั้ง 5 ระดับใน วันนี้ “ไอ้จอร์จมันขี้เกียจจะตายห่า เอ็งยังจะเอามันทำผัวอีกเรอะ” (ระดับกันเอง) “ขอบคุณทุก ๆ คนที่มาร่วมงานวันเกิดในวันนี้” (ระดับกึ่งทางการ) “ผู้บริหารจึงควรเร่งหาเทคโนโลยีด้านการกีฬาสมัยใหม่มาพัฒนาความสามารถของเด็กให้ฟิตขึ้น” (ระดับไม่เป็นทางการ) “ขออำนวยพรให้ท่านทั้งปวงจงเจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ คุณสารสมบัติทุกประการ” (ระดับพิธีการ) “ดิฉันขอขอบคุณอย่างยิ่ง ดิฉันรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจไมตรีที่ท่านทั้งหลายได้พร้อมใจกันมาส่งดิฉันใน วันนี้” (ระดับทางการ) 4. เรียนรู้เนื้อหาจากหนังสือเรียนหลักภาษาและการใช้ภาษาไทย 5. นักเรียนและครูแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ของหลักภาษาหลังจากที่ได้ศึกษา ลักษณะของภาษาระดับต่าง ๆ จากหนังสือ 6. ครูยกตัวอย่างสถานการณ์ของการใช้ภาษาระดับต่าง ๆ ให้นักเรียนเห็นภาพมายิ่งขึ้น
211 - การพูดกับเพื่อน - การพูดกับเจ้านาย - ข่าวในพระราชสำนัก เป็นต้น 7. นักเรียนทำแบบฝึกทักษะเรื่องระดับภาษา (ตัวอย่างข้อสอบ O-net) จากนั้นร่วมกันเฉลยคำตอบที่ ถูกต้อง คนที่ตอบถูกมากที่สุดรับรางวัล 8. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน สรุปบทเรียน 9. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเนื้อหาที่ได้เรียนในวันนี้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 1. หนังสือเรียนหลักภาษาและการใช้ภาษาไทย 2. แบบฝึกทักษะเรื่องระดับภาษา 3. แบบทดสอบหลังเรียน การวัดและประเมินผล หลักฐานการเรียนรู้ (ชิ้นงาน/ภาระงาน) วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์ 1. แบบฝึกหัด 2. แบบทดสอบหลังเรียน - ประเมินแบบฝึกหัด - สังเกตพฤติกรรม รายบุคคล - แบบประเมินแบบฝึกหัด - แบบประเมินพฤติกรรม รายบุคคล ทุกรายการได้คะแนน ร้อยละ 70 ขึ้นไปถือ ว่าผ่านเกณฑ์
212 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่.............เดือน..............................พ.ศ................. ชื่อนักเรียน .......................................................................................................ชั้น..................เลขที่................... คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง รายการประเมิน ปฏิบัติ ไม่ปฏิบัติ 1. เริ่มต้นงานที่ได้รับมอบหมายทันที 2. ทำงานเสร็จเรียบร้อยตามเวลาที่กำหนด 3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพื่อนเมื่อไม่เข้าใจ 4. ทำกิจกรรมด้วยความสนุกสนานและเต็มใจ 5. มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ 6. ช่วยเหลือแนะนำเพื่อนในการทำกิจกรรมตามสมควร 7. สนใจศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเอง 8. แต่งกายสุภาพเรียบร้อย 9. พูดจาสุภาพเรียบร้อย 10. ปฏิบัติตามข้อตกลงในชั้นเรียน รวมคะแนน (10 คะแนน) หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบัติ ได้คะแนน 1 คะแนน ไม่ปฏิบัติ ได้คะแนน 0 คะแนน 2. เกณฑ์การประเมิน 9 - 10 คะแนน = ดีมาก 7 - 8 คะแนน = ดี 5 - 6 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 4 คะแนน = ควรปรับปรุง 3. ครูอาจสุ่มเลือกนักเรียนเท่าที่สังเกตได้ในการสังเกตแต่ละครั้งโดยหมุนเวียนไปจนครบทุกห้อง ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน
213 แบบประเมินแบบฝึกหัด เรื่อง ระดับภาษา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่.............เดือน..............................พ.ศ................. ชื่อนักเรียน .......................................................................................................ชั้น..................เลขที่................... คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง เลขที่ รายชื่อ เกณฑ์การประเมิน รวมคะแนน (เต็ม 10 คะแนน) ความถูกต้อง 4 (10 คะแนน) 3 (9 คะแนน) 2 (7-8 คะแนน) 1 (5-6 คะแนน) ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน
214 เกณฑ์การประเมิน : แบบฝึกหัดเรื่อง ระดับภาษา เกณฑ์การประเมิน 4 (10 คะแนน) 3 (9 คะแนน) 2 (7 - 8 คะแนน) 1 (5 - 6 คะแนน) ความถูกต้อง ถูกต้องทั้งหมด ถูกต้อง 9 ข้อ ถูกต้อง 7 - 8 ข้อ ถูกต้องต่ำกว่า 5 ข้อ เกณฑ์การตัดสิน 9 - 10 คะแนน = ดีมาก 7 - 8 คะแนน = ดี 5 - 6 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 5 คะแนน = ควรปรับปรุง
215 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. สภาพปัญหาที่พบ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 2. แนวทางการแก้ปัญหา .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 3. ผลการแก้ปัญหา 1.1 ด้านความรู้ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. . 1.2 ด้านทักษะ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 1.3 ด้านคุณธรรม จริยธรรม .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 4. สรุปผลการจัดการเรียนรู้จากแผนการจัดการเรียนรู้นี้ตามตัวชี้วัด จำนวนนักเรียนทั้งหมด............คน - ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดี...............คน คิดเป็นร้อยละ............... - ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับปานกลาง...............คน คิดเป็นร้อยละ............... - ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับปรับปรุง...............คน คิดเป็นร้อยละ...............
216 5. ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..................................................... (นางสาวสุธิมา ไพราม) ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ................./.................../2565 5. ความเห็นของผู้บริหาร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..................................................... (นายมณ๊แสง นามอินทร์) ผู้อำนวยการโรงเรียน ................./.................../2565
217 แบบฝึกหัดที่ 1 เรื่อง ระดับภาษา คำชี้แจง ให้นักเรียนวิเคราะห์ข้อความต่อไปนี้แล้วเลือกใส่ระดับภาษาให้เหมาะสม ระดับพิธีการ ระดับทางการ ระดับกึ่งทางการ ระดับไม่เป็นทางการ ระดับกันเอง 1. “ขอพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระบุรพมหากษัตริยาธิราช จงคุ้มครองประเทศชาติและ ประชาชาวไทยให้ผ่านพ้นภิบัติทั้งปวง อริราชศัตรูภายนอกอย่าล่วงเข้าทำอันตรายได้ ศัตรูหมู่พาลภายในให้ วอดวายพ่ายแพ้ภัยตัว บันดาลความสุขความมั่นคงให้บังเกิดทั่วมณฑล บันดาลความร่มเย็นแก่อเนกนิกรชน ครบคามเขตขอบขัณฑสีมา” 2. “ช่วงเรียนอยู่ในระดับมัธยม ผู้ที่มีความขยันมุ่งมั่นจะเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้จะไม่สนใจ สิ่งแวดล้อมรอบกายทั้งสิ้น ยกเว้นสิ่งที่เขาคิดว่าจะสามารถทำให้เขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ชีวิตนักเรียน มัธยมจึงมีแต่ติว ติว และติว กีฬาฉันไม่เล่น กิจกรรมฉันไม่มีเวลาทำ และยิ่งห้องสมุด ฉันไม่ทราบว่าจะเข้าไป ทำไม เพราะเวลาทั้งหมดจะต้องใช้ท่องตำราอย่างเดียว แล้วก็มักจะประสบ-ความสำเร็จตามที่คิดเสียด้วยคือ สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้” 3. “เฮ้ย! ใครเอาหมาตายมาโยนไว้ในวัดวะ เหม็นวายร้ายเลย” อีกคนหนึ่งค้านว่า “ข้าไม่เห็น มี หมานี่หว่า” แหงนหน้าขึ้นทำจมูกย่น “ปู่บุญแกคงทำกับข้าวทิ้งไว้จนบูดเหม็นเน่าล่ะมั้ง” 4. “แพทย์หญิงรุ่นพี่นี้หนังเหนียวดีจริง แก่เร็วตายยากกว่าแพทย์ชายถึง 2 เท่า แพทย์รุ่นนี้ชอบ กลที่พญามัจจุราชชอบแพทย์ชายมากกว่า ผิดปกติจริง ๆ แพทย์ชายตายไปแล้ว 12 คน แพทย์หญิงตายไป เพียง 2 คน” 5. “บทละครไทยเป็นอีกรูปเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของวรรณกรรมไทย บทละครของไทยเป็น วรรณกรรม ที่ประพันธ์ขึ้นทั้งเพื่ออ่านและเพื่อแสดง รูปแบบที่นิยมกันมาแต่เดิมคือบทละครรำ ต่อมามีการ ปรับปรุงละครรำให้ทันสมัยขึ้นตามความนิยมแบบตะวันตก จึงมีรูปแบบใหม่เกิดขึ้น ได้แก่ ละครดึกดำบรรพ์ ละครพันทาง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการรับรูปแบบละครจากตะวันตกมาดัดแปลงให้เข้ากับสังคมไทยและ วัฒนธรรมไทย ทำให้การละครไทยพัฒนาขึ้น”
218 เฉลยแบบฝึกทักษะ 1 เรื่อง ระดับภาษา คำชี้แจง ให้นักเรียนวิเคราะห์ข้อความต่อไปนี้ แล้วเลือกใส่ระดับภาษาให้เหมาะสม ระดับพิธีการ ระดับทางการ ระดับกึ่งทางการ ระดับไม่เป็นทางการ ระดับกันเอง 1. “ขอพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระบุรพมหากษัตริยาธิราช จงคุ้มครองประเทศชาติและ ประชาชาวไทยให้ผ่านพ้นภิบัติทั้งปวง อริราชศัตรูภายนอกอย่าล่วงเข้าทำอันตรายได้ ศัตรูหมู่พาลภายในให้ วอดวายพ่ายแพ้ภัยตัว บันดาลความสุขความมั่นคงให้บังเกิดทั่วมณฑล บันดาลความร่มเย็นแก่อเนกนิกรชน ครบคามเขตขอบขัณฑสีมา” 2. “ช่วงเรียนอยู่ในระดับมัธยม ผู้ที่มีความขยันมุ่งมั่นจะเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้จะไม่สนใจ สิ่งแวดล้อมรอบกายทั้งสิ้น ยกเว้นสิ่งที่เขาคิดว่าจะสามารถทำให้เขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ชีวิตนักเรียน มัธยมจึงมีแต่ติว ติว และติว กีฬาฉันไม่เล่น กิจกรรมฉันไม่มีเวลาท และยิ่งห้องสมุด ฉันไม่ทราบว่าจะเข้าไป ทำไม เพราะเวลาทั้งหมดจะต้องใช้ท่องตำราอย่างเดียว แล้วก็มักจะประสบ-ความสำเร็จตามที่คิดเสียด้วยคือ สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้” 3. “เฮ้ย! ใครเอาหมาตายมาโยนไว้ในวัดวะ เหม็นวายร้ายเลย” อีกคนหนึ่งค้านว่า “ข้าไม่เห็น มี หมานี่หว่า” แหงนหน้าขึ้นทำจมูกย่น “ปู่บุญแกคงทำกับข้าวทิ้งไว้จนบูดเหม็นเน่าล่ะมั้ง” 4. “แพทย์หญิงรุ่นพี่นี้หนังเหนียวดีจริง แก่เร็วตายยากกว่าแพทย์ชายถึง 2 เท่า แพทย์รุ่นนี้ชอบกล ที่พญามัจจุราชชอบแพทย์ชายมากกว่า ผิดปกติจริง ๆ แพทย์ชายตายไปแล้ว 12 คน แพทย์หญิงตายไปเพียง 2 คน” 5. “บทละครไทยเป็นอีกรูปเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของวรรณกรรมไทย บทละครของไทยเป็น วรรณกรรม ที่ประพันธ์ขึ้นทั้งเพื่ออ่านและเพื่อแสดง รูปแบบที่นิยมกันมาแต่เดิมคือบทละครรำ ต่อมามีการ ปรับปรุงละครรำให้ทันสมัยขึ้นตามความนิยมแบบตะวันตก จึงมีรูปแบบใหม่เกิดขึ้น ได้แก่ ละครดึกดำบรรพ์ ละครพันทาง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการรับรูปแบบละครจากตะวันตกมาดัดแปลงให้เข้ากับสังคมไทยและ วัฒนธรรมไทย ทำให้การละครไทยพัฒนาขึ้น” ระดับพิธีการ ระดับกึ่งทางการ ระดับกันเอง ระดับไม่เป็นทางการ ระดับทางการ
219 แบบฝึกหัดที่ 2 เรื่อง ระดับภาษา คำชี้แจง : นักเรียนเปลี่ยนคำจากภาษาไม่เป็นทางการต่อไปนี้ ให้เป็นภาษาทางการให้ถูกต้อง ภาษาไม่เป็นทางการ ภาษาทางการ 1. โรงหนัง 2. แสตมป์ 3. ตีตรา 4. ผัวเมีย 5. รถเครื่อง 6. รถเมล์ 7. ตาย 8. อ้วก 9. งานแต่ง 10. งานศพ คำชี้แจง : นักเรียนแก้ไขประโยคต่อไปนี้ โดยใช้ระดับภาษาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่กำหนดให้ 1. คุณสมชายพูดกับคนขับแทกซี่ในชั่วโมงเร่งด่วน ผมต้องไปถึงจุดหมายให้ทันก่อนเวลาสิบนาฬิกาสามสิบนาที กรุณาหาทางลัดให้ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ 2. คุณสุขใจเพิ่งได้รับคำแนะนำให้รู้จักกับคุณข้าวโพด สวัสดีค่ะคุณข้าวโพด แหม ! ชื่อน่ารัก น่าเอ็นดูจังเลยนะคะ 3. ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวกับผู้ปกครองในงานประชุมผู้ปกครอง ผมมีเรื่องจะขอความคิดเห็นเรื่องมาตรการที่จะจัดการกับนักเรียนที่มีพฤติกรรมเลว ๆ
220 คำชี้แจง : นักเรียนเปลี่ยนคำจากภาษาไม่เป็นทางการต่อไปนี้ ให้เป็นภาษาทางการให้ถูกต้อง ภาษาไม่เป็นทางการ ภาษาทางการ 1. โรงหนัง โรงภาพยนต์ 2. แสตมป์ ดวงตราไปรษณียากร 3. ตีตรา ประทับตรา 4. ผัวเมีย สามีภรรยา 5. รถเครื่อง รถจักรยานต์ 6. รถเมล์ รถโดยสารประจำทาง 7. ตาย เสียชีวิต 8. อ้วก อาเจียน 9. งานแต่ง งานมงคงสมรส คำชี้แจง : 10นักเรียนแก้ไขประโยคต่อไปนี้ โดยใช้ระดับภาษาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่กำหนดให้ . งานศพ งานฌาปนกิจศพ 1. คุณสมชายพูดกับคนขับแทกซี่ในชั่วโมงเร่งด่วน ผมต้องไปถึงจุดหมายให้ทันก่อนเวลาสิบนาฬิกาสามสิบนาที กรุณาหาทางลัดให้ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ ผมต้องไปถึงก่อนสิบโมงครึ่ง ช่วยหาทางลัดให้ด้วยครับ (พูดยาวไม่ทันเวลา) 2. คุณสุขใจเพิ่งได้รับคำแนะนำให้รู้จักกับคุณข้าวโพด สวัสดีค่ะคุณข้าวโพด แหม ! ชื่อน่ารัก น่าเอ็นดูจังเลยนะคะ สวัสดีค่ะคุณข้าวโพด ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ (ยังไม่สนิท) 3. ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวกับผู้ปกครองในงานประชุมผู้ปกครอง ผมมีเรื่องจะขอความคิดเห็นเรื่องมาตรการที่จะจัดการกับนักเรียนที่มีพฤติกรรมเลว ๆ ผมมีเรื่องจะขอความคิดเห็นเรื่องมาตรการที่จะดูแลนักเรียนที่มีความประพฤติไม่เหมาะสม เฉลยแบบฝึกหัดที่ 2 เรื่อง ระดับภาษา
221 แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง ระดับภาษา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 คำชี้แจง : เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดไม่แสดงวัฒนธรรมในการใช้ภาษา ก. กับข้าวไทยส่วนใหญ่มักมีรสเผ็ด ข. ดิฉันปวดศีรษะจึงขออนุญาตลาหยุดครึ่งวัน ค. บิดาของกามนิตเป็นพ่อค้าใหญ่ของกรุงอุชเชนี ง. สมเด็จพระสังฆราชประทานพรปีใหม่ทางโทรทัศน์ 2. ข้อใดใช้ภาษาระดับไม่เป็นทางการ ก. ธนาคารส่งจดหมายนัดให้สุดาไปสอบสัมภาษณ์ ข. ลูกสาวของเขาทั้งสามคนหน้าตาพอไปวัดไปวาได้ ค. อธิบดีรับเชิญให้กล่าวคำอวยพรในงานมงคลสมรส ง. เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารว่าถูกต้องแล้วจึงประทับตรารับรอง 3. ข้อใดใช้ภาษาเขียนที่ถูกต้อง ก. การออกกำลังกายมีประโยชน์ทำให้หุ่นเพรียวลมสมส่วน ข. มัคคุเทศก์พาคณะท่องเที่ยวนั่งรถชมวิวก่อนขึ้นภูกระดึง ค. การฉายภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทำให้คนดูเบื่อ ง. นักแข่งจักรยานทีมชาติไทยประสบอุบัติเหตุในการแข่งขันทัวร์ออฟไทยแลนด์ 4. ข้อใดใช้ภาษาระดับทางการ ก. จนถึงขณะนี้การปฏิรูปการศึกษาไทยยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเท่าใดนัก ข. การกลับคำให้การของผู้ต้องหามีผลอย่างยิ่งต่อกระบวนการสอบสวน ค. รัฐบาลแถลงว่านับแต่นี้เป็นต้นไปจะจริงจังกับการแก้ปัญหาความยากจน ง. เพราะความไม่สันทัดต่อการเมืองเป็นผลทำให้บ้านเราต้องเปลี่ยนรัฐมนตรีอยู่เสมอ 5. ข้อใดเป็นภาษาทางการ ก. นักวิชาการไทยได้เสนอข้อคิดเห็น อันเป็นประโยชน์หลายอย่างในที่ประชุมนานาชาติ ข. การประเมินมหาวิทยาลัยมีข้อดีคือ ทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างมหาวิทยาลัยต่างๆ ค. การจัดลำดับวัตถุประสงค์ จะช่วยให้ทราบว่าการอุดมศึกษาไทยควรดำเนินไปทิศทางใด ง. การประสานงานระหว่างอาจารย์ในประเทศกับนักวิชาการที่เพิ่งจบจากต่างประเทศดำเนินไปได้ด้วยดี 6. ข้อใดใช้ภาษาระดับไม่เป็นทางการ ก. เราจะรักษามุมสงบของป่าอุ้มผางไว้ได้ด้วยการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ข. ภาวะหนี้เสียเกิดจากความไม่สุจริตของลูกหนี้ การปรับค่าเงินบาท และการที่รัฐบาลปิดสถาบันการเงิน ค. ประเทศชาติจะเจริญรุ่งเรืองได้ ประชาชนทุกสาขาอาชีพต้องเป็นคนที่มีทั้งความสามารถและคุณธรรม ง. การศึกษาสมัยปฏิรูป ครูต้องพยายามให้นักเรียนออกความคิดความเห็นเรื่องต่างๆ เอง โดยครูจะทำ หน้าที่เป็นเพียงผู้จัดการห้องเรียน 7. ข้อความตอนใดไม่ใช้ภาษาพูด ก. การลดน้ำหนักที่ถูกวิธีคงหนีไม่พ้นการควบคุมอาหาร ข. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์หลีกเลี้ยงอาหารที่มีไขมันสูง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
222 ค. แต่บางคนก็โหมออกกำลังกาย จนเหนื่อยล้า ง. บางคนไม่ยอมกินอะไรเลยจนกระทั่งผอมแห้ง และเป็นโรคขาดสารอาหาร 8. ข้อใดใช้ระดับภาษาต่างจากข้ออื่น ก. กีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 18 เริ่มขึ้นแล้ว โดยมีวงโยธวาทิตบรรเลงเพลงมาร์ชนำขบวนนักกีฬาเข้าสู่ สนาม ข. ก่อนพิธีเปิดแบบไฮเทค มีการยิงแสงเลเซอร์สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว ค. ทีมลูกหนังเยาวชนอายุ 20 ปี ของไทยลงแข่งขัยกับทีมชาติลาวเพื่อเงินรางวัลกว่าแสนบาท ง. ผู้จัดการยอมรับว่าเด็กของเราเป็นรอง เพราะไม่ค่อยมีประสบการณ์ในการแข่งขันเกมใหญ่ๆ 9. ข้อใดเหมาะสมที่จะใช้ในบันทึกอย่างเป็นทางการ ก. ผู้ที่ประสงค์จะเข้าร่วมกิจกรรมกีฬา กรุณาเตรียมชุดกีฬาตัวโปรดของท่านมาด้วย ข. การประชุมทางวิชาการครั้งนี้จริง ๆ แล้วจัดขึ้นสำหรับสมาชิกชมรมคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะนะ ค. นักศึกษาที่ยังไม่ได้ยื่นแบบขอกู้เงินเพื่อการศึกษาโปรดดำเนินการโดยด่วน ง. เนื่องจากบุคลากรที่มีอยู่ปัจจุบันทำงานที่มีอยู่เป็นจำนวนมากไม่ไหว จึงจำเป็นต้องขอรับเพิ่มอีกหน่อย 10. ข้อความต่อไปนี้ใช้ภาษาระดับใด "คุณเกษมเป็นผู้ที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี มีความรู้ความสามารถ และช่วยสร้างความเจริญแก่หน่วยงานนี้ มาไม่น้อย จนเป็นที่รักใคร่ของพวกเราทุกคน เราเสียดายที่คุณเกษมจะไม่ได้ร่วมงานกับเราอีก แต่ก็ยินดีที่ท่าน ได้เลื่อนตำแหน่ง มีความก้าวหน้าในอาชีพ เชื่อว่าคุณเกษมจะสร้างความเจริญให้แก่หน่วยงานแห่งใหม่ใน โอกาสนี้ ขอมอบของที่ระลึกแก่ท่านเพื่อแสดงน้ำใจของพวกเราทุกคน" ก. ระดับกันเอง ข. ระดับทางการ ค. ระดับกึ่งทางการ ง. ระดับไม่เป็นทางการ
223 เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง ระดับภาษา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 คำชี้แจง : เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดไม่แสดงวัฒนธรรมในการใช้ภาษา ก. กับข้าวไทยส่วนใหญ่มักมีรสเผ็ด ข. ดิฉันปวดศีรษะจึงขออนุญาตลาหยุดครึ่งวัน ค. บิดาของกามนิตเป็นพ่อค้าใหญ่ของกรุงอุชเชนี ง. สมเด็จพระสังฆราชประทานพรปีใหม่ทางโทรทัศน์ 2. ข้อใดใช้ภาษาระดับไม่เป็นทางการ ก. ธนาคารส่งจดหมายนัดให้สุดาไปสอบสัมภาษณ์ ข. ลูกสาวของเขาทั้งสามคนหน้าตาพอไปวัดไปวาได้ ค. อธิบดีรับเชิญให้กล่าวคำอวยพรในงานมงคลสมรส ง. เจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารว่าถูกต้องแล้วจึงประทับตรารับรอง 3. ข้อใดใช้ภาษาเขียนที่ถูกต้อง ก. การออกกำลังกายมีประโยชน์ทำให้หุ่นเพรียวลมสมส่วน ข. มัคคุเทศก์พาคณะท่องเที่ยวนั่งรถชมวิวก่อนขึ้นภูกระดึง ค. การฉายภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทำให้คนดูเบื่อ ง. นักแข่งจักรยานทีมชาติไทยประสบอุบัติเหตุในการแข่งขันทัวร์ออฟไทยแลนด์ 4. ข้อใดใช้ภาษาระดับทางการ ก. จนถึงขณะนี้การปฏิรูปการศึกษาไทยยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเท่าใดนัก ข. การกลับคำให้การของผู้ต้องหามีผลอย่างยิ่งต่อกระบวนการสอบสวน ค. รัฐบาลแถลงว่านับแต่นี้เป็นต้นไปจะจริงจังกับการแก้ปัญหาความยากจน ง. เพราะความไม่สันทัดต่อการเมืองเป็นผลทำให้บ้านเราต้องเปลี่ยนรัฐมนตรีอยู่เสมอ 5. ข้อใดเป็นภาษาทางการ ก. นักวิชาการไทยได้เสนอข้อคิดเห็น อันเป็นประโยชน์หลายอย่างในที่ประชุมนานาชาติ ข. การประเมินมหาวิทยาลัยมีข้อดีคือ ทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ค. การจัดลำดับวัตถุประสงค์ จะช่วยให้ทราบว่าการอุดมศึกษาไทยควรดำเนินไปทิศทางใด ง. การประสานงานระหว่างอาจารย์ในประเทศกับนักวิชาการที่เพิ่งจบจากต่างประเทศดำเนินไปได้ด้วยดี 6. ข้อใดใช้ภาษาระดับไม่เป็นทางการ ก. เราจะรักษามุมสงบของป่าอุ้มผางไว้ได้ด้วยการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ข. ภาวะหนี้เสียเกิดจากความไม่สุจริตของลูกหนี้ การปรับค่าเงินบาท และการที่รัฐบาลปิดสถาบันการเงิน ค. ประเทศชาติจะเจริญรุ่งเรืองได้ ประชาชนทุกสาขาอาชีพต้องเป็นคนที่มีทั้งความสามารถและคุณธรรม ง. การศึกษาสมัยปฏิรูป ครูต้องพยายามให้นักเรียนออกความคิดความเห็นเรื่องต่าง ๆ เอง โดยครูจะทำ หน้าที่เป็นเพียงผู้จัดการห้องเรียน 7. ข้อความตอนใดไม่ใช้ภาษาพูด ก. การลดน้ำหนักที่ถูกวิธีคงหนีไม่พ้นการควบคุมอาหาร
224 ข. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์หลีกเลี้ยงอาหารที่มีไขมันสูง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ค. แต่บางคนก็โหมออกกำลังกาย จนเหนื่อยล้า ง. บางคนไม่ยอมกินอะไรเลยจนกระทั่งผอมแห้ง และเป็นโรคขาดสารอาหาร 8. ข้อใดใช้ระดับภาษาต่างจากข้ออื่น ก. กีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 18 เริ่มขึ้นแล้ว โดยมีวงโยธวาทิตบรรเลงเพลงมาร์ชนำขบวนนักกีฬาเข้าสู่ สนาม ข. ก่อนพิธีเปิดแบบไฮเทค มีการยิงแสงเลเซอร์สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว ค. ทีมลูกหนังเยาวชนอายุ 20 ปี ของไทยลงแข่งขัยกับทีมชาติลาวเพื่อเงินรางวัลกว่าแสนบาท ง. ผู้จัดการยอมรับว่าเด็กของเราเป็นรอง เพราะไม่ค่อยมีประสบการณ์ในการแข่งขันเกมใหญ่ๆ 9. ข้อใดเหมาะสมที่จะใช้ในบันทึกอย่างเป็นทางการ ก. ผู้ที่ประสงค์จะเข้าร่วมกิจกรรมกีฬา กรุณาเตรียมชุดกีฬาตัวโปรดของท่านมาด้วย ข. การประชุมทางวิชาการครั้งนี้จริง ๆ แล้วจัดขึ้นสำหรับสมาชิกชมรมคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะนะ ค. นักศึกษาที่ยังไม่ได้ยื่นแบบขอกู้เงินเพื่อการศึกษาโปรดดำเนินการโดยด่วน ง. เนื่องจากบุคลากรที่มีอยู่ปัจจุบันทำงานที่มีอยู่เป็นจำนวนมากไม่ไหว จึงจำเป็นต้องขอรับเพิ่มอีกหน่อย 10. ข้อความต่อไปนี้ใช้ภาษาระดับใด "คุณเกษมเป็นผู้ที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี มีความรู้ความสามารถ และช่วยสร้างความเจริญแก่หน่วยงานนี้ มาไม่น้อย จนเป็นที่รักใคร่ของพวกเราทุกคน เราเสียดายที่คุณเกษมจะไม่ได้ร่วมงานกับเราอีก แต่ก็ยินดีที่ท่าน ได้เลื่อนตำแหน่ง มีความก้าวหน้าในอาชีพ เชื่อว่าคุณเกษมจะสร้างความเจริญให้แก่หน่วยงานแห่งใหม่ใน โอกาสนี้ ขอมอบของที่ระลึกแก่ท่านเพื่อแสดงน้ำใจของพวกเราทุกคน" ก. ระดับกันเอง ข. ระดับทางการ ค. ระดับกึ่งทางการ ง. ระดับไม่เป็นทางการ
225 แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้11 เรื่อง จดหมายกิจธุระ หน่วยการเรียนรู้แม่ศรีเรือน รหัสวิชา ท23101 รายวิชา ภาษาไทย 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 จำนวนคาบ 2 ชั่วโมง สาระที่ 2 การเขียน มาตรฐานการเรียนรู้ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความและเขียนเรื่องราวใน รูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า ตัวชี้วัด 5. เขียนจดหมายกิจธุระ สาระการเรียนรู้ 1. การเขียนจดหมายกิจธุระ สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด (KPA) จดหมายกิจธุระ คือ จดหมายที่เขียนขึ้นจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่ง หรือไปยังหน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่ง เพื่อติดต่อเรื่องธุรการงานต่าง ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการแสวงหาผลกำไรในเชิงการค้า จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) 1. นักเรียนเข้าใจหลักการเขียนจดหมายกิจธุระที่ถูกต้อง 2. นักเรียนเข้าใจถึงประโยชน์ของการเขียนจดหมายกิจธุระ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) 3. นักเรียนสามารถเขียนจดหมายกิจธุระได้ ด้านคุณลักษณะ (A) 4. มีมารยาทในการเขียน ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. จดหมายกิจธุระ 1 ฉบับ 2. แบบฝึกทักษะ เรื่องการเขียนจดหมายกิจธุระ 3. แบบทดสอบท้ายบทเรียน สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
226 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - สาระการเรียนรู้ World Class - กิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน 1. บอกนักเรียนถึงเรื่องที่จะเรียนในวันนี้ 2. นำตัวอย่างของจดหมายกิจธุระที่ถูกต้องให้นักเรียนดู และร่วมกันทายว่าประกอบไปด้วย ส่วนประกอบกี่ส่วน กิจกรรมพัฒนาการเรียน 3. เรียนรู้เนื้อหาจากใบความรู้เรื่อง การเขียนจดหมายกิจธุระ 4. นักเรียนและครูร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้หลังจากศึกษาใบความรู้ 5. นักเรียนจับกลุ่มตามความสมัครใจ ร่วมกันทำใบงานเรื่อง จดหมายกิจธุระ 6. มอบหมายให้นักเรียนเขียนจดหมายกิจธุระคนละ 1 ฉบับ 7. กลุ่มที่ทำเสร็จเร็วที่สุดรับรางวัล สรุปบทเรียน 8. นักเรียนและครูร่วมกันทบทวนสิ่งที่ได้เรียนในวันนี้ 9. มอบหมายให้นักเรียนเตรียมกระดาษ A4 มาคนละ 1 แผ่น ในคาบเรียนถัดไป สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 1. ใบความรู้ เรื่องการเขียนจดหมายกิจธุระ
227 การวัดและประเมินผล หลักฐานการเรียนรู้ (ชิ้นงาน/ภาระงาน) วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์ 1. การทำแบบฝึกทักษะ 2. การเขียนจดหมาย ธุระ 3. การทำแบบทดสอบ - ตรวจเฉลยแบบฝึก ทักษะ - ตรวจเฉลย แบบทดสอบ - ประเมินการเขียน จดหมาย - สังเกตพฤติกกรม รายบุคคล - แบบประเมินแบบฝึก ทักษะ - แบบประเมิน แบบทดสอบ - แบบประเมินการเขียน จดหมาย - แบบประเมินพฤติกรรม รายบุคคล ทุกรายการได้ คะแนนร้อยละ 70 ขึ้นไปถือว่าผ่าน เกณฑ์
228 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่................. เดือน....................... พ.ศ................. คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน เกณฑ์การประเมิน ให้คะแนนระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ ดีมาก = 4 สนใจฟัง ไม่หลับ ไม่พูดคุยในชั้น มีคำถามที่ดีตอบคำถามถูกต้อง ทำงานส่งครบตรง เวลา ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 70% ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50% ปรับปรุง = 1 เข้าชั้นเรียน แต่การแสดงออกน้อยมาก ส่งงานไม่ครบ ไม่ตรงเวลา รายการประเมิน ชื่อ-สกุล ความสนใจ การแสดง ความ คิดเห็น การตอบ คำถาม การยอมรับ ฟังคนอื่น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20
229 แบบประเมินการเขียนจดหมายกิจธุระ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่................. เดือน....................... พ.ศ................. คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง พฤติกรรม /ระดับคะแนน ชื่อกลุ่ม ความ ถูกต้อง เนื้อหา การใช้ ภาษา ความเป็น ระเบียบ เรียบร้อย รวม 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 16 ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน
230 เกณฑ์การประเมิน : การเขียนจดหมายกิจธุระ รายการ ประเมิน ระดับคะแนน ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรุง (1) 1. ความถูกต้อง รูปแบบถูกต้อง ชัดเจนทุก องค์ประกอบ รูปแบบถูกต้องแต่มี บางจุดไม่ชัดเจน รูปแบบถูกต้อง เกือบทั้งหมด บาง จุดเขียนไม่ชัดเจน รูปแบบไม่ถูกต้อง ไม่ ชัดเจน 2. เนื้อหา ลำดับขั้นตอนดีมี การเรียบเรียง ภาษาให้ชัดเจน สื่อได้เข้าใจได้ใน ระดับดีมาก ลำดับขั้นตอนดี สื่อความชัดเจน เข้าใจง่าย ลำดับขั้นตอนดี สื่อความไม่ค่อย ชัดเจน ลำดับขั้นตอนและ การสื่อความสับสน เข้าใจยาก 3. การใช้ภาษา เลือกใช้ภาษาได้ เหมาะสมกับงาน มีการเรียบเรียง ภาษาและเลือกใช้ คำได้ดีมาก เลือกใช้ภาษาได้ เหมาะสมกับงาน มี การเรียบเรียงคำให้ เข้าใจได้ชัดเจนดี เลือกใช้ภาษาได้ เหมาะสมกับงาน การเรียบเรียงคำ ระดับพอใช้ สื่อ ความได้ ใช้ภาษาได้ไม่ เหมาะสมกับงาน สื่อความได้ไม่ชัดเจน 4. ความเป็น ระเบียบ เรียบร้อย ผลงานเป็น ระเบียบเรียบร้อย สะอาด แสดงถึง การใส่ใจกับงาน ในระดับดีมาก ผลงานเรียบร้อย สะอาด แสดงถึง การใส่ใจในกับงาน ระดับดี ผลงานเรียบร้อย สะอาดในระดับ พอใช้ ผลงานไม่เรียบร้อย ไม่มีระเบียบ ไม่ สะอาด ไม่แสดงถึง การใส่ใจในงาน เกณฑ์การตัดสิน 14 - 16 คะแนน = ดีมาก 11 - 13 คะแนน = ดี 8 - 10 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 8 คะแนน = ควรปรับปรุง
231 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. สภาพปัญหาที่พบ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 2. แนวทางการแก้ปัญหา .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 3. ผลการแก้ปัญหา 1.1 ด้านความรู้ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. . 1.2 ด้านทักษะ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 1.3 ด้านคุณธรรม จริยธรรม .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 4. สรุปผลการจัดการเรียนรู้จากแผนการจัดการเรียนรู้นี้ตามตัวชี้วัด จำนวนนักเรียนทั้งหมด............คน - ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดี...............คน คิดเป็นร้อยละ............... - ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับปานกลาง...............คน คิดเป็นร้อยละ............... - ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับปรับปรุง...............คน คิดเป็นร้อยละ...............
232 5. ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..................................................... (นางสาวสุธิมา ไพราม) ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ................./.................../2565 5. ความเห็นของผู้บริหาร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..................................................... (นายมณ๊แสง นามอินทร์) ผู้อำนวยการโรงเรียน ................./.................../2565
233 ชื่อ...................................................................................................................ชั้น...............เลขที่............. คำชี้แจง : ให้นักเรียนเขียนจดหมายสมัครงานพร้อมจ่าหน้าซองให้ถูกต้อง ใบงานเรื่อง จดหมายกิจธุระ
234 ใบงานเรื่อง จดหมายกิจธุระ ชื่อและที่อยู่ผู้ฝาก ......................................................................... ......................................................................... ......................................................................... ชื่อและที่อยู่ผู้รับ ................................................................. ................................................................. ................................................................. ...................................................
235 แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การเขียนจดหมายกิจธุระ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ; แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การเขียนจดหมายกิจธุระ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 คำชี้แจง : นักเรียนนำคำที่กำหนดมาเติมลงในช่องว่างให้เหมาะสมกับข้อความ ประเภท กระชับ วงเล็บ สาระสำคัญ คำลงท้าย องค์กร กระดาษ สาเหตุ ดัดแปลง ลำดับ ทางการ วัตถุประสงค์ เรียน ตรายาง อารบิก เท้าความ หนังสือราชการ สุภาพ หัวจดหมาย เอกสาร 1. ในการเขียนจดหมายกิจธุระ ชื่อเต็มของผู้เขียนจดหมายต้องอยู่ใน......................................................... 2. ......................................ของจดหมายกิจธุระจะใช้คำว่า “ขอแสดงความนับถือ” 3. หมายเลขโทรศัพท์ของผู้เขียนจดหมาย หรือหน่วยงานที่ออกจดหมาย นิยมพิมพ์ไว้ .............................. สุดท้ายของจดหมาย 4. รหัสไปรษณีย์ที่ระบุหน้าซองให้ใช้เลข................................ 5. รูปแบบของจดหมายกิจธุระขึ้นอยู่กับ ..................................ของจดหมาย 6. จดหมายกิจธุระที่เขียนขึ้นในนามขององค์กรใดองค์กรหนึ่งจะมีรูปแบบเหมือน...................................... 7. จดหมายกิจธุระไม่เต็มรูปแบบจะต่างจากจดหมายส่วนตัวคือ...............................และการใช้ระดับภาษา 8. จดหมายกิจธุระเต็มรูปแบบใช้การเขียนที่เป็น ............................................................ 9. จดหมายกิจธุระ มีการ.................................................รายละเอียดเพื่อให้เหมาะสมกับหน่วยงานของตน 10. ...........................................หมายถึง ส่วนที่เป็นชื่อและที่อยู่ขององค์กรหรือหน่วยงานที่เป็นต้นสังกัด ของผู้ออกจดหมาย 11. ในการเขียนจดหมายกิจธุระ วัน เดือน ปี เริ่มเขียนจากกลาง..................................ไปทางขวา 12. เรื่อง เป็นข้อความสรุป...........................................ของจดหมายกิจธุระฉบับนั้น 13. ในการเขียนจดหมายกิจธุระ คำย่อของชื่อ........................................ต้องเป็นตัวย่อที่องค์กรนั้นตกลง และใช้ร่วมกัน 14. จดหมายกิจธุระจะใช้คำขึ้นต้นว่า...................................เสมอ แล้วจึงตามด้วยชื่อและนามสกุลของผู้รับ 15. กรณีที่เป็นจดหมายตอบ จดหมายที่มาถึง หรือจดหมายที่ส่งไปติดตามเรื่องต้อง.................................. 16. จดหมายกิจธุระจะมีข้อความเป็นเนื้อหาหลักอยู่ 2 ย่อหน้า ย่อหน้าแรกบอก....................................... ที่ทำให้ต้องเขียนจดหมาย ส่วนย่อหน้าที่ 2 บอกวัตถุประสงค์ของจดหมาย 17. จดหมายกิจธุระต้องระบุ..........................หรือสิ่งที่ผู้ส่งจดหมายส่งมาให้ผู้รับพร้อมจดหมายฉบับนั้น 18. ลายมือในจดหมายกิจธุระ ต้องเป็นลายมือจริงของผู้ลงชื่อ มิใช่ลายมือที่ใช้........................................ 19. ภาษาที่ใช้เขียนจดหมายกิจธุระต้องเป็นภาษาที่.........................................................ได้ข้อความชัดเจน 20. จดหมายกิจธุระส่วนใหญ่มักมีเนื้อความข้อร้องให้ผู้อื่นกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งจึงต้องใช้ภาษาที่.................... ใบงานเรื่อง จดหมายกิจธุระ
236 คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว 1. ชื่อและที่อยู่ของผู้ฝากส่งควรเขียนไว้ส่วนใดของซอง ก. ด้านหลัง ข. มุมซ้ายตอนบนด้านจ่าหน้า ค. มุมซ้ายตอนล่างด้านจ่าหน้า ง. มุมขวาตอนบนด้านจ่าหน้า 2. การระบุชื่อและที่อยู่ของผู้ฝากส่งไว้ที่ซองให้ประโยชน์อย่างไร ก. เพื่อส่งจดหมายถึงผู้รับเร็วขึ้น ข. เพื่อความสะดวกแก่การตอบจดหมายของผู้รับ ค. เพื่อความสะดวกแก่พนักงานไปรษณีย์ในการจัดส่งจดหมายคืน ง. เพื่อแสดงความรับผิดชอบในข้อความจดหมายของผู้ฝากส่ง 3. รหัสไปรษณีย์ใช้อย่างไร ก. ท้ายที่อยู่ของผู้รับ ข. ท้ายที่อยู่ของผู้ฝากส่ง ค. ท้ายที่อยู่ของผู้รับฝากภายในเขตอำเภอ ง. ถูกทั้ง ก และ ข 4. การเขียนจดหมายสมัครงาน ควรเรียงลำดับ ตามข้อใด 1. ประสบการณ์ในการทำงาน 2. ความสามารถพิเศษ 3. ประวัติส่วนตัว 4. ตำแหน่งที่ต้องการสมัคร 5. การศึกษา ก. 5-3-4-1-2 ข. 3-4-5-1-2 ค. 4-3-5-2-1 ง. 5-4-3-2-1 5. ในการเขียนจดหมายสมัครงาน ควรลงท้ายจดหมายอย่างไรจึงจะเหมาะสม ก. ดิฉันหวังว่าผู้จัดการคงจะมีความเมตตารับดิฉันเข้าทำงานในแผนกนี้ ข. ดิฉันว่าผู้จัดการคงจะรับดิฉันเข้าทำงานเพราะดิฉันมีความสามารถที่จะทำงานให้ก้าวหน้า ค. ดิฉันหวังว่าผู้จัดการคงสนใจและเรียกดิฉันเข้าสัมภาษณ์ในเร็ววันนี้ กรุณาติดต่อดิฉันได้ตามที่อยู่ด้านบนนี้ ง. ดิฉันขออาราธนาให้คุณพระศรีรัตนตรัย ดลบันดาลให้ผู้จัดการและครอบครัวมีความสุข ความเจริญ ยิ่ง ๆ ขึ้นไป 6. ข้อใด ไม่ใช่ หนังสือราชการภายนอก ก. หนังสือที่มีไปมาระหว่างกระทรวง ข. หนังสือที่ส่วนราชการมีถึงบุคคลภายนอก ค. หนังสือที่มีไปมาระหว่างส่วนราชการต่างกระทรวง ง. หนังสือที่บุคคลภายนอกมีถึงส่วนราชการ 7. ข้อความของหนังสือราชการภายนอกโดยทั่วไปควรมีอย่างน้อยกี่ย่อหน้า ก. 1 ย่อหน้า ข. 2 ย่อหน้า ค. 3 ย่อหน้า ง. 4 ย่อหน้า 8. การลงวันเดือนปีในหนังสือราชการแบบใดถูกต้อง ก. 14 ส.ค. 47 ข. 14 สิงหาคม 2547 ค. 14 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ง. วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ.2547 9. ส่วนหัวเรื่องของหนังสือราชการ ข้อใดจำเป็นต้องมี ก. เรื่องและอ้างถึง ข. เรื่อง คำขึ้นต้น และผู้รับ
237 ค. เรื่อง คำขึ้นต้น และสิ่งที่ส่งมาด้วย ง. เรื่อง คำขึ้นต้นและผู้รับ อ้างถึง และสิ่งที่ส่งมาด้วย 10. ข้อความใดควรใช้ในตอนท้ายของใบลาป่วยของข้าราชการ ก. จึงเรียนมาเพื่อพิจารณาอนุญาต ข. จึงเรียนมาเพื่อโปรดอนุมัติ ค. จึงเรียนมาเพื่อกรุณาทราบ ง. จึงเรียนมาเพื่อโปรดกรุณา
238 แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การเขียนจดหมายกิจธุระ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ; คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว 1. ชื่อและที่อยู่ของผู้ฝากส่งควรเขียนไว้ส่วนใดของซอง ก. ด้านหลัง ข. มุมซ้ายตอนบนด้านจ่าหน้า ค. มุมซ้ายตอนล่างด้านจ่าหน้า ง. มุมขวาตอนบนด้านจ่าหน้า 2. การระบุชื่อและที่อยู่ของผู้ฝากส่งไว้ที่ซองให้ประโยชน์อย่างไร ก. เพื่อส่งจดหมายถึงผู้รับเร็วขึ้น ข. เพื่อความสะดวกแก่การตอบจดหมายของผู้รับ ค. เพื่อความสะดวกแก่พนักงานไปรษณีย์ในการจัดส่งจดหมายคืน ง. เพื่อแสดงความรับผิดชอบในข้อความจดหมายของผู้ฝากส่ง 3. รหัสไปรษณีย์ใช้อย่างไร ก. ท้ายที่อยู่ของผู้รับ ข. ท้ายที่อยู่ของผู้ฝากส่ง ค. ท้ายที่อยู่ของผู้รับฝากภายในเขตอำเภอ ง. ถูกทั้ง ก และ ข 4. การเขียนจดหมายสมัครงาน ควรเรียงลำดับ ตามข้อใด 1. ประสบการณ์ในการทำงาน 2. ความสามารถพิเศษ 3. ประวัติส่วนตัว 4. ตำแหน่งที่ต้องการสมัคร 5. การศึกษา ก. 5-3-4-1-2 ข. 3-4-5-1-2 ค. 4-3-5-2-1 ง. 5-4-3-2-1 5. ในการเขียนจดหมายสมัครงาน ควรลงท้ายจดหมายอย่างไรจึงจะเหมาะสม ก. ดิฉันหวังว่าผู้จัดการคงจะมีความเมตตารับดิฉันเข้าทำงานในแผนกนี้ ข. ดิฉันว่าผู้จัดการคงจะรับดิฉันเข้าทำงานเพราะดิฉันมีความสามารถที่จะทำงานให้ก้าวหน้า ค. ดิฉันหวังว่าผู้จัดการคงสนใจและเรียกดิฉันเข้าสัมภาษณ์ในเร็ววันนี้ กรุณาติดต่อดิฉันได้ตามที่อยู่ด้านบนนี้ ง. ดิฉันขออาราธนาให้คุณพระศรีรัตนตรัย ดลบันดาลให้ผู้จัดการและครอบครัวมีความสุข ความเจริญ ยิ่ง ๆ ขึ้นไป 6. ข้อใด ไม่ใช่ หนังสือราชการภายนอก ก. หนังสือที่มีไปมาระหว่างกระทรวง ข. หนังสือที่ส่วนราชการมีถึงบุคคลภายนอก ค. หนังสือที่มีไปมาระหว่างส่วนราชการต่างกระทรวง ง. หนังสือที่บุคคลภายนอกมีถึงส่วนราชการ 7. ข้อความของหนังสือราชการภายนอกโดยทั่วไปควรมีอย่างน้อยกี่ย่อหน้า ก. 1 ย่อหน้า ข. 2 ย่อหน้า
239 ค. 3 ย่อหน้า ง. 4 ย่อหน้า 8. การลงวันเดือนปีในหนังสือราชการแบบใดถูกต้อง ก. 14 ส.ค. 47 ข. 14 สิงหาคม 2547 ค. 14 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ง. วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ.2547 9. ส่วนหัวเรื่องของหนังสือราชการ ข้อใดจำเป็นต้องมี ก. เรื่องและอ้างถึง ข. เรื่อง คำขึ้นต้น และผู้รับ ค. เรื่อง คำขึ้นต้น และสิ่งที่ส่งมาด้วย ง. เรื่อง คำขึ้นต้นและผู้รับ อ้างถึง และสิ่งที่ส่งมาด้วย 10. ข้อความใดควรใช้ในตอนท้ายของใบลาป่วยของข้าราชการ ก. จึงเรียนมาเพื่อพิจารณาอนุญาต ข. จึงเรียนมาเพื่อโปรดอนุมัติ ค. จึงเรียนมาเพื่อกรุณาทราบ ง. จึงเรียนมาเพื่อโปรดกรุณา
240 แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 เรื่อง รู้จักชีวประวัติอัตชีวประวัติ หน่วยการเรียนรู้แม่ศรีเรือน รหัสวิชา ท23101 รายวิชา ภาษาไทย 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 จำนวนคาบ 2 ชั่วโมง สาระที่ 2 การเขียน มาตรฐานการเรียนรู้ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความและเขียนเรื่องราวใน รูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้า ตัวชี้วัด 3. เขียนชีวประวัติหรืออัตชีวประวัติโดยเล่าเหตุการณ์ ข้อคิดเห็น และทัศนคติในเรื่องต่าง ๆ 10. มีมายาทในการเขียน สาระการเรียนรู้ 1. การเขียนชีวประวัติ 2. การเขียนอัตชีวประวัติ สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด (KPA) ชีวประวัติ คือ งานเขียนชนิดหนึ่งที่เป็นการกล่าวถึงเรื่องราวของบุคคลในช่วงชีวิต ชีวประวัติของ บุคคลหนึ่ง ๆ ไม่เพียงแต่กล่าวถึง วันเกิด อาชีพ การศึกษา แต่จะมีการกล่าวถึงเรื่องราวของแต่ละช่วงชีวิต และเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในชีวิตด้วย ส่วน อัตชีวประวัติ มาจากคำว่าอัต ชีว และ ประวัติ หมายถึง ประวัติ ชีวิตที่เจ้าของเขียนหรือเล่าด้วยตนเอง หรือการบอกเล่าชีวประวัติของตนเอง นักเรียนควรเรียนรู้วิธีการเขียน ชีวประวัติและอัตชีวประวัติเพื่อให้เข้าใจความหมายและฝึกฝนทักษะการเขียนของตนเอง จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) 1. นักเรียนเข้าใจและสามารถอธิบายหลักการเขียนชีวประวัติได้ 2. นักเรียนเข้าใจและสามารถอธิบายหลักการเขียนอัตชีวประวัติได้ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) 3. นักเรียนสามารถเขียนอัตชีวประวัติหรือชีวประวัติได้ ด้านคุณลักษณะ (A) 4. มีมารยาทในการเขียน ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. เขียนอัตชีวประวัติหรือชีวประวัติ
241 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน 3. มีวินัย สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - สาระการเรียนรู้ World Class - กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 กิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน 1. บอกนักเรียนถึงเรื่องที่จะเรียนในวันนี้ด้วยการให้นักเรียนอ่านชีวประวัติและอัตชีวประวัติที่ครูหา และใช้เทคนิคการตั้งคำถาม - นักเรียนว่าเรื่องที่ครูให้อ่านคร่าวๆ ทั้งสองเรื่อง มีจุดใดที่เหมือนและต่างกันอย่างไร - คิดว่าจะเกี่ยวกับเรื่องที่เราจะเรียนอย่างไร กิจกรรมพัฒนาการเรียน 2. แจกใบความรู้เรื่องการเขียนชีวประวัติและอัตชีวประวัติ และให้นักเรียนศึกษา ความหมายและ ลักษณะของชีวประวัติและอัตชีวประวัติ 3. นักเรียนและครูร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้ที่ได้จากเรื่องที่อ่าน 4. ตรวจสอบความเข้าใจด้วยการใช้เทคนิคการตั้งคำถาม - ชีวประวัติคืออะไร - อัตชีวประวัติคืออะไร - ทั้งสองอย่างแตกต่างกันอย่างไร สรุปบทเรียน 5. ครูมอบหมายให้นักเรียนกลับไปเขียนแบบร่างประวัติของตนเองที่อยากนำเสนอให้คนอื่นได้รู้ มาคนละอย่างน้อยครึ่งหน้ากระดาษ ชั่วโมงที่ 2 กิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน
242 1. Check-in เข้าชั้นเรียนด้วยกิจกรรมกระดานอารมณ์ โดยการให้นักเรียน เขียนชื่อ ชื่อเล่น ชั้น เลขที่ และเขียนสิ่งที่อยากเล่าในวันนี้ใส่กระดาษโพสต์อิท และนำไปติดตามช่องอารมณ์ที่ตนเองกำลังรู้สึก เพื่อทำ ความเข้าผู้เรียนเบื้องต้นก่อนเข้าสู่กระบวนการเรียนการสอน 2. นักเรียนและครูร่วมกันทบทวนสิ่งที่ได้เรียนในชั่วโมงก่อน โดยครูใช้เทคนิคการตั้งคำถาม - ชีวประวัติคืออะไร - อัตชีวประวัติคืออะไร - งานเขียนทั้งสองแบบมีข้อแตกต่างกันอย่างไร - ถ้าจะเริ่มเขียนเราต้องทำอะไรเป็นอันดับแรก กิจกรรมพัฒนาการเรียน 3. นักเรียนอ่านตัวอย่างงานเขียนชีวประวัติและอัตชีวประวัติจากใบความรู้ 4. ขอแบบร่างประวัติที่นักเรียนเตรียมมา 1 คน เพื่อแยกเป็นประเด็นต่าง ๆ เช่น จุดเริ่มต้นวัยเด็ก ประวัติการศึกษา และช่วยกันเชื่อมโยงเป็นอัตชีวประวัติคร่าวๆ ในชั้นเรียน 5. ครูใช้เทคนิคการตั้งคำถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจอีกครั้ง - การเขียนแบบนี้เรียกว่าอะไร - เป็นเรื่องราวของใคร - การเขียนเรื่องราวของตนเองสอดคล้องกับตัวอย่างไหนที่ได้อ่าน 6. นักเรียนเลือกระหว่างชีวประวัติหรืออัตชีวประวัติและเขียนออกมาเป็นชิ้นงาน 1 ชิ้นที่ได้รับการ ออกแบบทั้งด้านภาษาและการตกแต่งความสวยงาม (ชิ้นงานให้เวลา 1 สัปดาห์) สรุปบทเรียน 7. นักเรียนร่วมกันสรุปเรื่องที่ได้เรียนในวันนี้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 1. กิจกรรมกระดานอารมณ์ 2. ใบความรู้เรื่อง การเขียนชีวประวัติและอัตชีวประวัติ การวัดและประเมินผล หลักฐานการเรียนรู้ (ชิ้นงาน/ภาระงาน) วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์ 1. เขียนชีวประวัติหรือ อัตชีวประวัติได้ - ประเมินการเขียน ชีวประวัติและ อัตชีวประวัติ - สังเกตพฤติกรรม รายบุคคล - แบบประเมินการเขียน ชีวประวัติและ อัตชีวประวัติ - แบบประเมิน พฤติกรรมรายบุคคล ทุกรายการได้คะแนน ร้อยละ 70 ขึ้นไปถือ ว่าผ่านเกณฑ์
243 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่................. เดือน....................... พ.ศ................. คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน เกณฑ์การประเมิน ให้คะแนนระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ ดีมาก = 4 สนใจฟัง ไม่หลับ ไม่พูดคุยในชั้น มีคำถามที่ดีตอบคำถามถูกต้อง ทำงานส่งครบตรง เวลา ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 70% ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50% ปรับปรุง = 1 เข้าชั้นเรียน แต่การแสดงออกน้อยมาก ส่งงานไม่ครบ ไม่ตรงเวลา รายการประเมิน ชื่อ-สกุล ความสนใจ การแสดง ความ คิดเห็น การตอบ คำถาม การยอมรับ ฟังคนอื่น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20