The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ม.3 (เทอม 1) 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suthima.phairam, 2023-09-18 02:14:30

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ม.3 (เทอม 1) 2566

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ม.3 (เทอม 1) 2566

44 8. ข้อใดแสดงให้เห็นวัฒนธรรมประเพณีอันผูกพันกับชีวิตของคนไทย 1. คนไทยมักอาศัยอยู่ริมแม่น้ำ 2. คนไทยนิยมใช้คาถาเพราะเชื่อถือโชคลาง 3. พระอาจารย์มีตะบันตําหมากแสดงว่าคนไทยนิยมกินหมาก 4. คนไทยเมื่อมีปัญหามักหันหน้าเข้าพึ่งพระพุทธศาสนา 9. นิทานเรื่องนี้มีข้อดีหรือไม่อย่างไร 1. ดีเพราะสอนให้รู้จักเชื่อฟังคําสั่งสอนอบรม 2. ดี เพราะอ่านแล้วสนุกสนานเพลิดเพลิน 3. ไม่ดี เพราะสั้นเกินไปทําให้เรื่องไม่ละเอียดชัดเจนพอ 4. ไม่ดี เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงไม่ได้ 10. คาถาที่พระอาจารย์ให้ชายหัวล้านทองนั้นจะตีความได้ตามข้อใด 1. ทําใจให้มีสมาธิ 2. การตั้งใจทํางาน 3. วิธีการทํางาน 4. การทําใจให้มีสมาธิและมุ่งมั่นในการทํางาน


45 คำชี้แจง : ให้นักเรียนฟังเรื่อง หัวล้านนอกครูโดยครูจะอ่านให้ฟัง เมื่อฟังเรื่องหัวล้านนอกครูแล้วให้นักเรียน ตอบคำถามต่อไปนี้ เลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดคือใจความสําคัญของนิทานเรื่องนี้ 1. รูปร่างหน้าตาไม่มีใครกําหนดเองได้ 2. คนหัวล้านไม่มีทางจะทําให้มีผมดกดําเต็มศีรษะได้ 3. การทําตามคําสั่งเป็นสิ่งที่ดีแต่ควรมีขอบเขตจํากัด 4. การทําอะไรนอกเหนือคําสั่งอาจก่อให้เกิดโทษอย่างคาดไม่ถึง 2. ข้อใดคือเจตนาที่ผู้เขียนต้องการส่งสารในเรื่องนี้ 1. ให้ผู้อ่านเห็นว่าหน้าตาเป็นเรื่องธรรมชาติไม่มีใครเลือกได้ 2. สอนให้รู้ว่าคําสั่งของครูเป็นสิ่งที่ไม่ควรฝ่าฝืน 3. สอนให้รู้จักความพอดีอย่าทําอะไรเกินคําสั่งหรือเกินความพอดี 4. ให้ผู้อ่านสนุกสนานจากการได้อ่านนิทานเกี่ยวกับคนหัวล้าน 3. ใจความสําคัญรองจากนิทานเรื่องนี้คืออะไร 1. คาถาวิเศษเพียงใดก็ช่วยไม่ได้ ถ้าไม่ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด 2. หน้าตาเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่มีใครเลือกเกิดได้ 3. การทําอะไรต้องนึกถึงคําสอนของอาจารย์เสมอ 4. อย่าทําตัวเป็นคนรู้ดีทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จริง 4. “หัวล้านนอกครู” คําว่าหัวล้านในที่นี้ตีความได้อย่างไร 1. ศีรษะล้านหรือผมบนศีรษะน้อย 2. หัวแข็ง หัวดื้ออบรมสั่งสอนยาก 3. ไม่เชื่อฟังคําสั่งของครูอาจารย์ 4. อวดดี รู้มาก และทําการนอกเหนือคําสั่ง 5. ข้อใดเทียบได้กับการทํางาน 1. หัวล้านทั้งสองดําน้ำ 2. หัวล้านทั้งสองขอให้อาจารย์ช่วย 3. อาจารย์ให้หัวล้านทั้งสองไปดําน้ำ 4. อาจารย์เอาตะบันตําหมากปาไล่หัวล้านทั้งสอง 6. ข้อใดสะท้อนให้เห็นธรรมเนียมไทย 1. คนไทยมีอัธยาศัยดีและพึ่งพาอาศัยกัน 2. คนไทยชอบทําอะไรตามใจตนเอง 3. คนไทยชอบนอกเหนือคําสั่ง 4. คนไทยเคารพและเชื่อฟังครู 7. ข้อใดวิเคราะห์ได้ว่าชายทั้งสองขาดความมั่นใจในบุคลิกภาพ 1. ทั้งสองไม่มีความสุข เพราะไปไหนก็มีแต่คนล้อ 2. ทั้งสองดําน้ำครั้งที่ 3 ไม่พอใจจึงดําเพิ่มอีกครั้งหนึ่ง 3. ทั้งสองไม่เชื่อฟังคําสั่งของอาจารย์ เฉลยแบบวัดความรู้พื้นฐานด้านทักษะการฟัง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


46 4. ทั้งสองวิ่งหนีอาจารย์เมื่อถูกปาด้วยตะบันตําหมาก 8. ข้อใดแสดงให้เห็นวัฒนธรรมประเพณีอันผูกพันกับชีวิตของคนไทย 1. คนไทยมักอาศัยอยู่ริมแม่น้ำ 2. คนไทยนิยมใช้คาถาเพราะเชื่อถือโชคลาง 3. พระอาจารย์มีตะบันตําหมากแสดงว่าคนไทยนิยมกินหมาก 4. คนไทยเมื่อมีปัญหามักหันหน้าเข้าพึ่งพระพุทธศาสนา 9. นิทานเรื่องนี้มีข้อดีหรือไม่อย่างไร 1. ดีเพราะสอนให้รู้จักเชื่อฟังคําสั่งสอนอบรม 2. ดี เพราะอ่านแล้วสนุกสนานเพลิดเพลิน 3. ไม่ดี เพราะสั้นเกินไปทําให้เรื่องไม่ละเอียดชัดเจนพอ 4. ไม่ดี เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงไม่ได้ 10. คาถาที่พระอาจารย์ให้ชายหัวล้านทองนั้นจะตีความได้ตามข้อใด 1. ทําใจให้มีสมาธิ 2. การตั้งใจทํางาน 3. วิธีการทํางาน 4. การทําใจให้มีสมาธิและมุ่งมั่นในการทํางาน


47 คำชี้แจง :จงเลือกคำที่เขียนถูกต้องที่สุดเขียนลงในกระดาษคำตอบ 1. ก. งบดุล ข. งบดุลย์ 2. ก. กระเบียดกระเสียน ข. กระเบียดกระเสียร 3. ก. กระษัย ข. กษัย 4. ก. ขมุกขะมอม ข. ขะมุกขะมอม 5. ก. คฤหัสถ์ ข. คฤหัสก์ 6. ก. คลินิค ข. คลินิก 7. ก. เครื่องสำอางค์ ข. เครื่องสำอาง 8. ก. คนึง ข. คะนึง 9. ก. เงินทดรอง ข. เงินทดลอง 10. ก. ชะโลม ข. ชโลม 11. ก. ไตรยางค์ ข. ไตรยางศ์ 12. ก. ทนง ข. ทะนง 13. ก. น้ำจันทน์ ข. น้ำจันฑ์ 14. ก. นกอินทรี ข. นกอินทรีย์ 15. ก. ประนาม ข. ประฌาม 16. ก. แผนการณ์ ข. แผนการ 17. ก. พิสมัย ข. พิสมัย 18. ก. แหลกลาญ ข. แหลกลาน 19. ก. ประการัง ข. ปะการัง 20. ก. หยากไย่ ข. หยากไย่ แบบวัดความรู้พื้นฐานด้านทักษะการเขียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


48 คำชี้แจง :จงเลือกคำที่เขียนถูกต้องที่สุดเขียนลงในกระดาษคำตอบ 1. ก. งบดุล ข. งบดุลย์ 2. ก. กระเบียดกระเสียน ข. กระเบียดกระเสียร 3. ก. กระษัย ข. กษัย 4. ก. ขมุกขะมอม ข. ขะมุกขะมอม 5. ก. คฤหัสถ์ ข. คฤหัสก์ 6. ก. คลินิค ข. คลินิก 7. ก. เครื่องสำอางค์ ข. เครื่องสำอาง 8. ก. คนึง ข. คะนึง 9. ก. เงินทดรอง ข. เงินทดลอง 10. ก. ชะโลม ข. ชโลม 11. ก. ไตรยางค์ ข. ไตรยางศ์ 12. ก. ทนง ข. ทะนง 13. ก. น้ำจันทน์ ข. น้ำจันฑ์ 14. ก. นกอินทรี ข. นกอินทรีย์ 15. ก. ประนาม ข. ประฌาม 16. ก. แผนการณ์ ข. แผนการ 17. ก. พิสมัย ข. พิสมัย 18. ก. แหลกลาญ ข. แหลกลาน 19. ก. ประการัง ข. ปะการัง 20. ก. หยากไย่ ข. หยากไย่ เฉลยแบบวัดความรู้พื้นฐานด้านทักษะการเขียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


49 แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การเขียนผังความคิด หน่วยการเรียนรู้ สมบัติวรรณคดี รหัสวิชา ท23101 รายวิชา ภาษาไทย 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 จำนวนคาบ 1 ชั่วโมง ___________________________________________________________________________ สาระที่ 1 การอ่าน มาตรฐานการเรียนรู้ ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาใน การดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด 3. ระบุใจความสำคัญและรายละเอียดของข้อมูลที่สนับสนุนจากเรื่องที่อ่าน 4. อ่านเรื่องต่าง ๆ แล้วเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อความและรายงาน สาระการเรียนรู้ 1. หลักการอ่านและสรุปเป็นกรอบแนวคิด 2. การเขียนกรอบแนวคิดและผังความคิด สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด (KAP) การเขียนกรอบแนวคิดและการเขียนผังความคิด คือ การสรุปความคิดรวบยอดจากการอ่านข้อความ หรือบทความให้เป็นกรอบความคิดโดยใช้เส้นโยงเพื่อเชื่อมข้อความให้มีความสัมพันธ์กันเพื่อช่วยให้จดจำง่าย และฝึกทักษะการคิด จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) 1. บอกหลักการอ่านและสรุปเป็นกรอบแนวคิดได้ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) 2. เขียนกรอบแนวคิดและผังความคิดจากเรื่องที่อ่านได้ ด้านคุณลักษณะ (A) 3. มีความมุ่งมั่นในการทำงาน ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. แผนผังความคิด สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด


50 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ทักษะทางภาษา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 4. รักความเป็นไทย สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - สาระการเรียนรู้ World Class (TOK,EE,CAS,GE) - กิจกรรมการเรียนรู้ กิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูนำตัวอย่างผังความคิด ซึ่งเป็นผลงานเก่าของนักเรียนที่มีความแตกต่างกันอย่างหลากหลายมา ให้นักเรียนดู และให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น 2. ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับการเขียนกรอบความคิดและประโยชน์ของการเขียนกรอบความคิด นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด การเขียนผังความคิดดังนี้ - นักเรียนจะนำความรู้ในวิชาใดมาใช้ได้บ้าง และใช้อย่างไร (วิชาศิลปศึกษา ใช้ในการตกแต่งให้ สวยงาม) กิจกรรมพัฒนาการเรียน 3. นักเรียนศึกษาเรื่อง การเขียนกรอบแนวคิดและผังความคิด ในหนังสือเรียน หลักภาษาและการใช้ ภาษาไทย ม.3 (หน้า 96 - 102) 4. นักเรียนศึกษา เรื่อง การเขียนกรอบแนวคิดและผังความคิด จากสื่อสื่อ PowerPoint พร้อมครู อธิบายประกอบ ดังนี้ - การเขียนกรอบแนวคิด - การเขียนผังความคิด 5. ครูยกตัวอย่างการเขียนกรอบแนวคิดและแผนผังแนวคิดแบบต่าง ๆ เพื่อให้นักเรียนตอบคำถามว่า ตัวอย่างผังความคิดที่ยกมาเป็นแบบใดบ้าง 6. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน คละความสามารถเก่ง ปานกลาง อ่อน เพื่อทำผังความคิด เรื่อง สมบัติวรรณคดี และนำเสนอผังความคิด 7. นักเรียนและครูร่วมกันแสดงความคิดเห็นและประเมินผังความคิดของเพื่อนกลุ่มที่นำเสนอว่า เนื้อหา รูปแบบถูกต้องตามหลักการเขียนผังความคิดหรือไม่ สรุปบทเรียน 8. นักเรียนช่วยกันสรุปว่ากรอบแนวคิดกับผังความคิดมีความแตกต่างกันอย่างไร และผังความคิดมี รูปแบบและหลักในการเขียนอย่างไรบ้าง


51 สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1. สื่อพาวเวอร์พ้อยท์ (Power point presentation) เรื่อง การเขียนกรอบแนวคิดและผังความคิด 2. หนังสือเรียน หลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ม.3 การวัดและประเมินผล หลักฐานการเรียนรู้ (ชิ้นงาน/ภาระงาน) วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์ 1. แผนผังความคิด - ประเมินแผนผังความคิด - สังเกตพฤติกรรม รายบุคคล/รายกลุ่ม - แบบประเมินแผนผัง ความคิด - แบบสังเกตพฤติกรรม รายบุคคล/รายกลุ่ม ทุกรายการได้คะแนน ร้อยละ 70 ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์


52 แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่.................เดือน.......................พ.ศ................. ชื่อกลุ่ม............................................................. คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน รวม 4 3 2 1 คะแนน 1. บทบาทหน้าที่ 2. ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ 3. ขั้นตอนการทำงาน 4. เวลา 5. ความร่วมมือในการทำงาน รวมคะแนน (20 คะแนน) เกณฑ์การตัดสิน 17 - 20 คะแนน = ดีมาก 13 - 16 คะแนน = ดี 10 - 12 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 10 คะแนน = ควรปรับปรุง ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน


53 เกณฑ์การประเมิน : แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม รายการประเมิน ระดับคะแนน ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรุง (1) 1. บทบาทหน้าที่ มีการกำหนด บทบาทหน้าที่ ส ม า ช ิ ก ไ ว้ ชัดเจน มีการกำหนด บทบาทหน้าที่ ไม่ครบ ขาดไป 1 อย่าง ม ี ก า ร ก ำ ห น ด บทบาทหน้าที่ไม่ ครบ ขาดไป 2 อย่าง ไม่มีการกำหนด บทบาทหน้ า ที่ ของสมาชิก 2. ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ทุกคนมีหน้าที่ แ ล ะ ค ว า ม รับผิดชอบต่อ หน้าที่ของตน มีผู้มีหน้าที่ แต่ ไม่รับผิดชอบ 1 คน มีผู้มีหน้าที่ แต่ไม่ รับผิดชอบ 2คน มีผู้มีหน้าที่ แต่ไม่ รับผิดชอบ 2คน ขึ้นไป 3. ขั้นตอนการทำงาน - ค ั ด เ ล ื อ ก เตรียมข้อมูลได้ เหมาะสม - ม ี ก า ร ว า ง แผนการทำงาน - มีการเตรียม วัสดุอุปกรณ์ - มีการปฏิบัติ ตามแผนและ พัฒนางาน ขาด 1 ขั้นตอน หรือไม่ชัดเจน ขาด 2 ขั้นตอน หรือไม่ชัดเจน ขาด 2 ขั้นตอนขึ้น ไป 4. เวลา เ ส ร ็ จ ก ่ อ น กำหนดและงาน มีคุณภาพ เ ส ร ็ จ ต า ม กำหนดและงาน มีคุณภาพ เ ส ร ็ จ ไ ม ่ ทั น กำหนด แต่งานมี คุณภาพ เ ส ร ็ จ ไ ม ่ ทั น กำหนด และงาน ไม่มีคุณภาพ 5. ความร่วมมือในการทำงาน ทุกคนมีส่ ว น ร ่ ว ม แ ล ะ ใ ห้ ความร่วมมือ อย่างเต็มที่ ร้อยละ 80 ของ กลุ่มมีส่วนร่วม แ ละ ให ้ คว าม ร่วมมือ ร้อยละ 60 ของ กลุ่มมีส่วนร่วม แ ล ะ ใ ห ้ ค ว า ม ร่วมมือ ร้อยละ 40 ของ กลุ่มมีส่วนร่วม แ ล ะ ใ ห ้ ค ว า ม ร่วมมือ เกณฑ์การตัดสิน 17 - 20 คะแนน = ดีมาก 13 - 16 คะแนน = ดี 10 - 12 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 10 คะแนน = ควรปรับปรุง


54 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่.................. เดือน..................... พ.ศ................. ชื่อนักเรียน ..........................................................................................................ชั้น..................เลขที่................ คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง รายการประเมิน ปฏิบัติ ไม่ปฏิบัติ 1. เริ่มต้นงานที่ได้รับมอบหมายทันที 2. ทำงานเสร็จเรียบร้อยตามเวลาที่กำหนด 3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพื่อนเมื่อไม่เข้าใจ 4. ทำกิจกรรมด้วยความสนุกสนานและเต็มใจ 5. มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ 6. ช่วยเหลือแนะนำเพื่อนในการทำกิจกรรมตามสมควร 7. สนใจศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเอง 8. แต่งกายสุภาพเรียบร้อย 9. พูดจาสุภาพเรียบร้อย 10. ปฏิบัติตามข้อตกลงในชั้นเรียน รวม (10 คะแนน) หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบัติ ได้คะแนน 1 คะแนน ไม่ปฏิบัติ ได้คะแนน 0 คะแนน 2. เกณฑ์การประเมิน 9 - 10 คะแนน = ดีมาก 7 - 8 คะแนน = ดี 5 - 6 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 4 คะแนน = ควรปรับปรุง 3. ครูอาจสุ่มเลือกนักเรียนเท่าที่สังเกตได้ในการสังเกตแต่ละครั้งโดยหมุนเวียนไปจนครบทุกห้อง ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน


55 แบบประเมินผังความคิด นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่....................เดือน.....................พ.ศ................. ชื่อกลุ่ม...................................................................... คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง รายการประเมิน ระดับคะแนน รวม 4 3 2 1 คะแนน 1. รูปแบบชิ้นงาน 2. ภาษา 3. เนื้อหา 4. ความสวยงาม 5. เวลา รวม (20 คะแนน) เกณฑ์การตัดสิน 17 - 20 คะแนน = ดีมาก 13 - 16 คะแนน = ดี 10 - 12 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 10 คะแนน = ควรปรับปรุง เกณฑ์การประเมิน : แบบประเมินผังความคิด รายการประเมิน ระดับคะแนน ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรุง (1) 1. รูปแบบชิ้นงาน - รูปแบบชิ้นงาน ถูกต้องตามที่กำหนด - รูปแบบแปลกใหม่ น่าสนใจ - มีขนาดเหมาะสม - รูปมีความสัมพันธ์ กับเนื้อหา คุณภาพขาดไป 1 อย่าง คุณภาพขาดไป 2 อย่าง คุณภาพขาด 2 อย่างขึ้นไป 2. ภาษา - มีการใช้ภาษา ถูกต้อง - ประโยคสอดคล้อง กับเนื้อหา - สะกดคำถูกต้อง คุณภาพขาดไป 1 อย่าง คุณภาพขาดไป 2 อย่าง คุณภาพขาด 2 อย่างขึ้นไป


56 รายการประเมิน ระดับคะแนน ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรุง (1) - มีการเว้นวรรคโดย ไม่ฉีกคำ 3. เนื้อหา - เนื้อหาถูกต้อง - เนื้อหาตรงตาม หัวข้อเรื่อง - เนื้อหาเป็นไปตามที่ กำหนด - รายละเอียด ครอบคลุม คุณภาพขาดไป 1 อย่าง คุณภาพขาดไป 2 อย่าง คุณภาพขาด 2 อย่างขึ้นไป 4. ความสวยงาม -ตกแต่งสวยงาม - ใช้โทนสีอย่าง เหมาะสม - ไม่ระบายสีทับ ตัวหนังสือจนมองไม่ เห็น - รูปตกแต่ง สอดคล้องกับเนื้อหา คุณภาพขาดไป 1 อย่าง คุณภาพขาดไป 2 อย่าง คุณภาพขาด 2 อย่างขึ้นไป 5. เวลา ส่งชิ้นงานภายในเวลา ที่กำหนด ส่งชิ้นงานช้ากว่า กำหนด 1 วัน ส่งชิ้นงานช้ากว่า กำหนด 2 วัน ส่งชิ้นงานช้ากว่า กำหนด 3 วัน เกณฑ์การตัดสิน 17 - 20 คะแนน = ดีมาก 13 - 16 คะแนน = ดี 10 - 12 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 10 คะแนน = ควรปรับปรุง


57 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. สภาพปัญหาที่พบ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 2. แนวทางการแก้ปัญหา .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 3. ผลการแก้ปัญหา 1.1 ด้านความรู้ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. . 1.2 ด้านทักษะ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 1.3 ด้านคุณธรรม จริยธรรม .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 4. สรุปผลการจัดการเรียนรู้จากแผนการจัดการเรียนรู้นี้ตามตัวชี้วัด จำนวนนักเรียนทั้งหมด............คน - ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดี...............คน คิดเป็นร้อยละ............... - ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับปานกลาง...............คน คิดเป็นร้อยละ............... - ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับปรับปรุง...............คน คิดเป็นร้อยละ...............


58 5. ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..................................................... (นางสาวสุธิมา ไพราม) ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ................./.................../2565 5. ความเห็นของผู้บริหาร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..................................................... (นายมณ๊แสง นามอินทร์) ผู้อำนวยการโรงเรียน ................./.................../2565


59 แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การอ่านออกเสียง หน่วยการเรียนรู้ สมบัติวรรณคดี รหัสวิชา ท 23101 รายวิชา ภาษาไทย 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 จำนวนคาบ 3 ชั่วโมง ___________________________________________________________________________ สาระที่ 1 การอ่าน มาตรฐานการเรียนรู้ ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาใน การดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด 1. อ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรองได้ถูกต้องและเหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน 10. มีมารยาทในการอ่าน สาระที่ ๒ การเขียน มาตรฐานการเรียนรู้ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวใน รูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี ประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด 1. คัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด สาระการเรียนรู้ 1. การอ่านออกเสียงร้อยแก้วและร้อยแก้ว 2. คัดลายมือตัวบรรจง สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด (KAP) การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง ผู้อ่านต้องอ่านออกเสียงให้ถูกต้อง ชัดเจน และมีลีลา การอ่านเหมาะสมกับบทประเภทของงานเขียนเพื่อถ่ายทอดอารมณ์ไปสู่ผู้ฟังให้คล้อยตามไปกับเรื่องราวหรือ บทประพันธ์ที่อ่าน และต้องมีมารยาทในการอ่าน นอกจากนี้ยังต้องมีความสามารถในคัดลายมือให้ถูกต้องและ สวยงาม เพื่อส่งสารออกไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) 1. อธิบายวิธีการอ่านออกเสียงร้อยแก้วได้ 2. อธิบายหลักอ่านออกเสียงบทร้อยกรองได้ถูกต้องเหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน 3. อธิบายหลักการคัดลายมือที่ถูกต้องและสวยงาม ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)


60 3. อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วได้ถูกต้องและเหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน 4. อ่านออกเสียงบทร้อยกรองได้ถูกต้องเหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน 5. คัดลายมือได้อย่างถูกต้องและสวยงาม ด้านคุณลักษณะ (A) 5. เห็นความสำคัญของการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและร้อยกรอง 6. มีมารยาทในการอ่านและการเขียน ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว 2. ใบงานเรื่อง การเว้นวรรคตอนของการอ่าน 3. ท่องจำบทอาขยาน เรื่อง อิศรญาณภาษิต 4. แบบทดสอบเรื่อง การอ่านออกเสียงร้อยกรอง 5. คัดลายมือตัวบรรจง สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ทักษะทางภาษา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. มุ่งมั่นในการทำงาน 3. รักความเป็นไทย สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น การท่องจำบทอาขยานในวรรณคดีไทย สาระการเรียนรู้ World Class (TOK,EE,CAS,GE) - กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 กิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน 1. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น ตามประเด็นคำถาม ดังนี้ นักเรียนมีวิธีการส่งเสริมให้เพื่อน ๆ หรือคนอื่น ๆ มีนิสัยรักการอ่านอย่างไร 2. นักเรียนร่วมกันตอบคำถามตามความเข้าใจของตนเอง โดยมีประเด็นคำถามดังต่อไปนี้ ร้อยแก้ว หรือบทร้อยแก้วคืออะไร


61 กิจกรรมพัฒนาการเรียน 3. นักเรียนศึกษาว่าบทร้อยแก้วคืออะไร และมีหลักเกณฑ์ในการอ่านอย่างไรบ้าง จากสื่อ PowerPoint โดยมีเนื้อหาดังนี้ - ความหมายของการอ่านออกเสียง - หลักการอ่านออกเสียงร้อยแก้ว - การเตรียมตัวก่อนการอ่านออกเสียง - ตัวอย่าง บทร้อยแก้ว - การปรับปรุงตนเองเกี่ยวกับการอ่าน 4. ครูชี้แนะ แก้ไข และอธิบายเนื้อที่นักเรียนศึกษาอีกครั้ง 5. นักเรียนยกตัวอย่างบทร้อยแก้วที่พบในชีวิตประจำวัน โดยสามารถสืบค้นจากหนังสือ หรือ อินเทอร์เน็ตได้เพื่อให้นักเรียนเข้าใจและเห็นว่าบทร้อยแก้วเป็นแบบใดบ้าง 6. นักเรียนทำใบงานเรื่อง การเว้นวรรคตอนของการอ่าน และร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง 7. ให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อน โดยให้นักเรียนแต่ละคู่อ่านออกเสียงบทความในหนังสือ โดยเลือก บทความเพียง 1 บทความ จากบทความดังต่อไปนี้ - บทความเรื่อง พระบรมราโชวาทพระราชทานพวกรักเรียนในกรุงเทพ (หน้า 62 - 63) - บทความเรื่อง เหตุใดข้าพเจ้าจึงชอบดนตรีไทย (หน้า 63 - 66) - บทความเรื่อง คนสวย (หน้า 67 - 70) - บทความเรื่อง ขนมฝรั่งกุฎีจีน (หน้า 71 - 72) 8. ครูประเมินการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วของนักเรียนว่ามีความถูกต้องตามหลักการอ่านออกเสียง มากน้อยเพียงใด พร้อมทั้งบอกผลการประเมินให้นักเรียนทราบเพื่อให้นักเรียนปรับปรุงและพัฒนาตนเองต่อไป สรุปบทเรียน 9. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง การอ่านบทร้อยแก้ว ชั่วโมงที่ 2 วิธีสอนแบบ Jigsaw กิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน 1. นักเรียนตอบคำถามเพื่อทบทวนความรู้จากชั่วโมงที่ผ่านมา ดังนี้ ในคาบเรียนที่แล้วนักเรียนได้ เรียนเกี่ยวกับอะไร 2. ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้วิธีการวัดและประเมินผลให้นักเรียนทราบ กิจกรรมพัฒนาการเรียน ขั้นที่ 1 แบ่งหัวข้อเนื้อหา 3. ครูแบ่งหัวข้อของเนื้อหาออกเป็น 6 หัวข้อ ตามเนื้อหาของบทเรียน ขั้นที่ 2 จัดกลุ่มนักเรียนเป็นกลุ่มพื้นฐาน (Home Groups) 4. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 6 คน คละความสามารถเก่ง ปานกลาง อ่อน แล้วให้นักเรียนแต่ละคน ในกลุ่มแบ่งกันศึกษาเรื่อง การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง ในหนังสือเรียนหลักภาษาและการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 คนละหัวข้อ ดังนี้ - หัวข้อที่ 1 กลอนสุภาพ (หน้า 11-12) - หัวข้อที่ 2 กลอนบทละคร (หน้า 12-13)


62 - หัวข้อที่ 3 กลอนเสภา (หน้า 13) - หัวข้อที่ 4 โคลงสี่สุภาพ (หน้า 13) - หัวข้อที่ 5 กาพย์ยานี 11 (หน้า 14) - หัวข้อที่ 6 กาพย์ฉบัง 16 (หน้า 15) ขั้นที่ 3 เป็นการศึกษาในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (Expert Groups) 5. นักเรียนในกลุ่มเดิม (กลุ่มพื้นฐาน) ย้ายไปกลุ่มผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นกลุ่มที่นักเรียนแต่ละคนได้หัวข้อ เดียวกัน และนักเรียนแต่ละคนต้องอ่านเอกสาร สรุปเนื้อหาสาระ จัดลำดับขั้นตอนการนำเสนอ เพื่อเตรียมทุก คนให้พร้อมที่จะไปสอนหัวข้อนั้นที่กลุ่มเดิมของตนเอง ขั้นที่ 4 นักเรียนแต่ละคนในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญกลับกลุ่มเดิมของตน 6. นักเรียนแต่ละคนในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญกลับกลุ่มเดิมของตน (กลุ่มพื้นฐาน) แล้วผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน กันอธิบายให้เพื่อนในกลุ่มฟังทีละหัวข้อ มีการซักถามข้อสงสัย ตอบปัญหา ทบทวนให้เข้าใจชัดเจน สรุปบทเรียน ขั้นที่ 5 นักเรียนแต่ละคนทำแบบทดสอบ 7. นักเรียนทุกคนทำแบบทดสอบในทุกหัวข้อ แล้วนำคะแนนของสมาชิกแต่ละคนในกลุ่มมารวมกัน เป็นคะแนนกลุ่ม ขั้นที่ 6 การให้รับรางวัล หรือการชมเชย 8. ครูให้รางวัลกลุ่มที่ได้คะแนนสูงสุด และชมเชยกลุ่มที่ไม่ได้รางวัล ชั่วโมงที่ 3 วิธีสอนแบบลงมือปฏิบัติ (Practice Learning) กิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียม 1. ครูชี้แจ้งจุดประสงค์และหลักเกณฑ์การประเมินการอ่านบทร้อยกรอง 2. นักเรียนฟังตัวอย่างการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะ เรื่อง อิศรญาณภาษิต และ พระอภัยมณี จำนวน 2 รอบ กิจกรรมพัฒนาการเรียน ขั้นที่ 2 ขั้นดำเนินการ 3. นักเรียนฝึกอ่านและท่องบทอาขยาน เรื่อง อิศรญาณภาษิต พร้อมกันจำนวน 2 รอบ ดังนี้ “ชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสารโบราณว่า น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าอัชฌาสัย เราก็จิตคิดดูเล่าเขาก็ใจ รักกันไว้ดีกว่าชังระวังการ ผู้ใดดีดีต่ออย่างก่อกิจ ผู้ใดผิดผ่อนพักอย่าหักหาญ สิบดีก็ไม่ถึงกับกึ่งพาล เป็นชายชาญอย่าเพ่อคาดประมาทชาย รักสั้นนั้นให้รู้อยู่เพียงสั้น รักยาวนั้นอย่าให้เยิ่นเกินกฎหมาย มิใช่ตายแต่เขาเราก็ตาย แหนดูฟ้าอย่าให้อายแก่เทวดา อย่าดูถูกบุญกรรมว่าทำน้อย น้ำตาลย้อยมากเมื่อไรได้หนักหนา อย่านอนเปล่าเอากระจกยกออกมา ส่องดูหน้าเสียทีหนึ่งแล้วจึงนอน” 4. ครูให้นักเรียนบอกว่าบทอาขยานดังกล่าว ประพันธ์ด้วยฉันทลักษณ์แบบใด 5. นักเรียนอ่านบทประพันธ์เป็นทำนองธรรมดา 1 รอบ และทำนองเสนาะ 1 รอบ


63 6. ครูเสนอแนะท่วงทำนองการแบ่งวรรคตอนการอ่านทำนองเสนาะ การอ่านรวบคำ การอ่านเอื้อ สัมผัส และการเอื้อนเสียงเพื่อให้เกิดความไพเราะ 7. ครูเปิดเสียงการท่องอาขยานเรื่อง อิศรญาณภาษิต ให้นักเรียนฟังเป็นตัวอย่างอีกครั้ง 8. นักเรียนจับคู่ฝึกท่องจำบทอาขยานบทหลัก เรื่อง อิศรญาณภาษิต และผลัดกันติ-ชมแก้ไข บกพร่อง 9. ครูแจ้งกำหนดการสอบท่องจำบทอาขยานหลักให้นักเรียนทราบ 10. นักเรียนศึกษาใบความรู้เรื่อง การคัดลายมือ ซึ่งในใบความรู้จะบอกถึงหลักการคัดลายมือให้ ถูกต้องและสวยงาม การคัดลายมือในรูปแบบต่าง ๆ โดยครูเปิดโอกาสให้นักเรียนที่มีข้อสงสัยหรือไม่เข้าใจ ซักถามเพิ่มเติม 11. ครูอธิบายว่า การคัดลายมือให้ถูกต้องและสวยงามนั้น จะต้องมีความรู้ความเข้าใจในหลักการคัด ลายมือและหมั่นฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ 12. นักเรียนลงมือปฏิบัติคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด บทอาขยาน เรื่อง อิศรญาณภาษิต ในบทที่ ครูยกมาข้างต้น “ชายข้าวเปลือกหญิงข้าวสารโบราณว่า” ลงสมุด สรุปบทเรียน ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป 13. นักเรียนร่วมกันสรุปผลการปฏิบัติงาน ดังนี้ - นักเรียนมีความพอใจกับการท่องบทร้อยกรองของตนเองมากน้อยเพียงใด - นักเรียนคิดว่า การท่องบทร้อยกรองมีความสำคัญอย่างไร 14. นักเรียนให้คะแนนการคัดลายมือของตนเองว่าจากคะแนนเต็ม 10 คะแนน นักเรียนจะให้ คะแนนเท่าไร แบะคิดว่าการคัดลายมือของตนเองอยู่ในระดับใด ดังนี้ ระดับ 4 = ดีมาก ระดับ 3 = ดี ระดับ 2 = พอใช้ และระดับ 1 = ปรับปรุง ขั้นที่ 4 ขั้นวัดผล 15. ครูประเมินและให้คะแนนการท่องบทร้อยกรองของนักเรียน 16. ครูประเมินและให้คะแนนการคัดลายมือของนักเรียน พร้อมทั้งบอกผลการประเมินและผล คะแนนให้นักเรียนทราบ เพื่อให้นักเรียนทราบว่าตนเองอยู่ในระดับใด และปรับปรุง ฝึกฝน พัฒนาตัวเองให้ดี ขึ้น สื่อและแหล่งเรียนรู้ 1. สื่อพาวเวอร์พ้อยท์ (Power point presentation) เรื่อง การอ่านบทร้อยแก้ว 2. ใบความรู้เรื่อง การอ่านออกเสียงร้อยแก้ว 3. ใบความรู้เรื่อง การท่องจำบทอาขยาน 4. เสียงบทอาขยานบทหลัก เรื่อง อิศรญาณภาษิต 5. เสียงบทอาขยานบทหลัก เรื่อง พระอภัยมณี 6. หนังสือเรียน หลักภาษาและการใช้ภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


64 การวัดและประเมินผล หลักฐานการเรียนรู้ (ชิ้นงาน/ภาระงาน) วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์ 1. การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว 2. ใบงานเรื่อง การเว้นวรรคตอน ของการอ่าน 3. ท่องจำบทอาขยาน เรื่อง อิศร ญาณภาษิต 4. แบบทดสอบเรื่อง การอ่าน ออกเสียงร้อยกรอง 5. คัดลายมือตัวบรรจง - ประเมินการอ่านออกเสียง - ประเมินใบงาน - ประเมินการท่องจำ อาขยาน - ประเมินแบบทดสอบ - ประเมินการคัดลายมือ - สังเกตพฤติกรรม รายบุคคล/รายกลุ่ม - แบบประเมินการอ่าน บทร้อยแก้ว - แบบประเมินใบงาน - แบบประเมินการ ท่องจำอาขยาน - แบบประเมิน แบบทดสอบ - แบบประเมินการคัด ลายมือ - แบบสังเกตพฤติกรรม รายบุคคล/รายกลุ่ม ทุกรายการได้คะแนน ร้อยละ 70 ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์


65 แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่.............เดือน..........................พ.ศ................. ชื่อกลุ่ม............................................................................ คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน รวม 4 3 2 1 คะแนน 1. บทบาทหน้าที่ 2. ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ 3. ขั้นตอนการทำงาน 4. เวลา 5. ความร่วมมือในการทำงาน รวมคะแนน (20 คะแนน) เกณฑ์การตัดสิน 17 - 20 คะแนน = ดีมาก 13 - 16 คะแนน = ดี 10 - 12 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 10 คะแนน = ควรปรับปรุง ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน เกณฑ์การประเมิน : แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม รายการประเมิน ระดับคะแนน ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรุง (1) 1. บทบาทหน้าที่ มีการกำหนด บทบาทหน้าที่ ส ม า ช ิ ก ไ ว้ ชัดเจน มีการกำหนด บทบาทหน้าที่ ไม่ครบ ขาดไป 1 อย่าง ม ี ก า ร ก ำ ห น ด บทบาทหน้าที่ไม่ ครบ ขาดไป 2 อย่าง ไม่มีการกำหนด บทบาทหน้ า ที่ ของสมาชิก 2. ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ทุกคนมีหน้าที่ แ ล ะ ค ว า ม รับผิดชอบต่อ หน้าที่ของตน มีผู้มีหน้าที่ แต่ ไม่รับผิดชอบ 1 คน มีผู้มีหน้าที่ แต่ไม่ รับผิดชอบ 2คน มีผู้มีหน้าที่ แต่ไม่ รับผิดชอบ 2คน ขึ้นไป


66 รายการประเมิน ระดับคะแนน ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรุง (1) 3. ขั้นตอนการทำงาน - ค ั ด เ ล ื อ ก เตรียมข้อมูลได้ เหมาะสม - ม ี ก า ร ว า ง แผนการทำงาน - มีการเตรียม วัสดุอุปกรณ์ - มีการปฏิบัติ ตามแผนและ พัฒนางาน ขาด 1 ขั้นตอน หรือไม่ชัดเจน ขาด 2 ขั้นตอน หรือไม่ชัดเจน ขาด 2 ขั้นตอนขึ้น ไป 4. เวลา เ ส ร ็ จ ก ่ อ น กำหนดและงาน มีคุณภาพ เ ส ร ็ จ ต า ม กำหนดและงาน มีคุณภาพ เ ส ร ็ จ ไ ม ่ ทั น กำหนด แต่งานมี คุณภาพ เ ส ร ็ จ ไ ม ่ ทั น กำหนด และงาน ไม่มีคุณภาพ 5. ความร่วมมือในการทำงาน ทุกคนมีส่ ว น ร ่ ว ม แ ล ะ ใ ห้ ความร่วมมือ อย่างเต็มที่ ร้อยละ 80 ของ กลุ่มมีส่วนร่วม แ ละ ให ้ คว าม ร่วมมือ ร้อยละ 60 ของ กลุ่มมีส่วนร่วม แ ล ะ ใ ห ้ ค ว า ม ร่วมมือ ร้อยละ 40 ของ กลุ่มมีส่วนร่วม แ ล ะ ใ ห ้ ค ว า ม ร่วมมือ เกณฑ์การตัดสิน 17 - 20 คะแนน = ดีมาก 13 - 16 คะแนน = ดี 10 - 12 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 10 คะแนน = ควรปรับปรุง


67 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่..........เดือน..........................พ.ศ................. ชื่อนักเรียน ...........................................................................................................ชั้น................เลขที่................ คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง รายการประเมิน ปฏิบัติ ไม่ปฏิบัติ 1. เริ่มต้นงานที่ได้รับมอบหมายทันที 2. ทำงานเสร็จเรียบร้อยตามเวลาที่กำหนด 3. ขอคำแนะนำจากครูหรือเพื่อนเมื่อไม่เข้าใจ 4. ทำกิจกรรมด้วยความสนุกสนานและเต็มใจ 5. มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ 6. ช่วยเหลือแนะนำเพื่อนในการทำกิจกรรมตามสมควร 7. สนใจศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมด้วยตนเอง 8. แต่งกายสุภาพเรียบร้อย 9. พูดจาสุภาพเรียบร้อย 10. ปฏิบัติตามข้อตกลงในชั้นเรียน รวม (10 คะแนน) หมายเหตุ 1. ข้อใดที่นักเรียนปฏิบัติ ได้คะแนน 1 คะแนน ไม่ปฏิบัติ ได้คะแนน 0 คะแนน 2. เกณฑ์การประเมิน 9 - 10 คะแนน = ดีมาก 7 - 8 คะแนน = ดี 5 - 6 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 4 คะแนน = ควรปรับปรุง 3. ครูอาจสุ่มเลือกนักเรียนเท่าที่สังเกตได้ในการสังเกตแต่ละครั้งโดยหมุนเวียนไปจนครบทุกห้อง ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน


68 แบบประเมินการอ่านบทร้อยแก้ว นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่..................เดือน......................พ.ศ................. คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน เลขที่ รายชื่อ รายการประเมิน/ระดับคะแนน รวม คะแนน (เต็ม 16 คะแนน) อักขรวิธี น้ำเสียง/ อารมณ์ ความถูกต้องใน การอ่าน บุคลิกท่าทาง 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1


69 เกณฑ์การประเมิน : แบบประเมินการอ่านบทร้อยแก้ว รายการประเมิน ระดับคะแนน ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรุง (1) 1. อักขรวิธี ออกเสียงอักขระ ตัวสะกด ควบกล้ำถูกต้องทุก แห่ง ออกเสียงอักขระ ตัวสะกด ควบกล้ำถูกต้องแต่ ยังมีผิดอยู่บ้าง ออกเสียงอักขระ ตัวสะกด ควบกล้ำส่วนใหญ่ ไม่ถูกต้อง ออกเสียงอักขระ ตัวสะกด ควบกล้ า ไม่ถูกต้อง 2. น้ำเสียง/ อารมณ์ เสียงดังชัดเจน ไพเราะ สอดแทรกอารมณ์ เหมาะสมกับเรื่อง เสียงดังพอสมควรมี ความไพเราะ สอดแทรกอารมณ์ เหมาะสมกับเรื่อง เสียงเบา สอดแทรก อารมณ์ เหมาะสมกับเรื่อง เสียงเบาขาด ความชัดเจน ขาดการ สอดแทรก อารมณ์ 3. ความถูกต้องในการอ่าน การเว้นวรรคตอน จังหวะ ลีลาถูกต้อง สมบูรณ์ การเว้นวรรคตอน จังหวะ แต่ขาดลีลา การเว้นวรรคตอน ถูกต้องแต่ขาด จังหวะและลีลา การเว้นวรรคตอน ไม่ถูกต้องทั้ง จังหวะ และขาดลีลา 4. บุคลิกท่าทาง ม ี ค ว า ม เ ช ื ่ อ มั่ น ท่าทางสัมพันธ์กับ เนื้อเรื่องเหมาะสม ม ี ค ว า ม เ ช ื ่ อ มั่ น ท่าทางสัมพันธ์กับ เนื้อเรื่องบางส่วน ขาดความมั่นใจ ท่าทางสัมพันธ์กับ เนื้อเรื่องบางส่วน ขาดความมั่นใจ ท่าทางไม่สัมพันธ์ กับเนื้อเรื่อง เกณฑ์การตัดสิน 14 - 16 คะแนน = ดีมาก 11 - 13 คะแนน = ดี 8 - 10 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 8 คะแนน = ควรปรับปรุง


70 แบบประเมินใบงานเรื่อง การเว้นวรรคตอนของการอ่าน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่.................. เดือน..................... พ.ศ................. คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง เลขที่ รายชื่อ เกณฑ์การประเมิน รวมคะแนน (เต็ม 10 คะแนน) ความถูกต้อง 4 (10 คะแนน) 3 (9 คะแนน) 2 (7 - 8 คะแนน) 1 (5 - 6 คะแนน) ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน เกณฑ์การประเมิน : ใบงานเรื่อง การเว้นวรรคตอนของการอ่าน เกณฑ์การ ประเมิน 4 (10 คะแนน) 3 (9 คะแนน) 2 (7 - 8 คะแนน) 1 (5 - 6 คะแนน) ความถูกต้อง ถูกต้องมากกว่า 20 ที่ ถูกต้อง 18 - 20 ที่ ถูกต้อง 15 - 17 ที่ ถูกต้องน้อยกว่า 15 ที่ เกณฑ์การตัดสิน 9 - 10 คะแนน = ดีมาก 7 - 8 คะแนน = ดี 5 - 6 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 5 คะแนน = ควรปรับปรุง


71 แบบประเมินการท่องจำบทอาขยาน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่............. เดือน....................... พ.ศ................. คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน เลขที่ รายชื่อ รายการประเมิน/ระดับคะแนน รวม คะแนน (เต็ม 16 คะแนน) อักขรวิธี น้ำเสียง/ อารมณ์ ความถูกต้องใน การอ่าน บุคลิกท่าทาง 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1


72 เกณฑ์การประเมิน : แบบประเมินการท่องจำบทอาขยาน รายการประเมิน ระดับคะแนน ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรุง (1) 1. อักขรวิธี ออกเสียงอักขระ ตัวสะกด ควบกล้ำถูกต้องทุก แห่ง ออกเสียงอักขระ ตัวสะกด ควบกล้ำถูกต้องแต่ ยังมีผิดอยู่บ้าง ออกเสียงอักขระ ตัวสะกด ควบกล้ำส่วนใหญ่ ไม่ถูกต้อง ออกเสียงอักขระ ตัวสะกด ควบกล้ำ ไม่ถูกต้อง 2. น้ำเสียง/ อารมณ์ เสียงดังชัดเจน ไพเราะ สอดแทรกอารมณ์ เหมาะสมกับเรื่อง เสียงดังพอสมควรมี ความไพเราะ สอดแทรกอารมณ์ เหมาะสมกับเรื่อง เสียงเบา สอดแทรก อารมณ์ เหมาะสมกับเรื่อง เสียงเบาขาด ความชัดเจน ขาดการ สอดแทรก อารมณ์ 3. ความถูกต้องในการอ่าน การเว้นวรรคตอน จังหวะ ลีลาถูกต้อง สมบูรณ์ การเว้นวรรคตอน จังหวะ แต่ขาดลีลา การเว้นวรรคตอน ถูกต้องแต่ขาด จังหวะและลีลา การเว้นวรรคตอน ไม่ถูกต้องทั้ง จังหวะ และขาดลีลา 4. บุคลิกท่าทาง ม ี ค ว า ม เ ช ื ่ อ มั่ น ท่าทางสัมพันธ์กับ เนื้อเรื่องเหมาะสม ม ี ค ว า ม เ ช ื ่ อ มั่ น ท่าทางสัมพันธ์กับ เนื้อเรื่องบางส่วน ขาดความมั่นใจ ท่าทางสัมพันธ์กับ เนื้อเรื่องบางส่วน ขาดความมั่นใจ ท่าทางไม่สัมพันธ์ กับเนื้อเรื่อง เกณฑ์การตัดสิน 14 - 16 คะแนน = ดีมาก 11 - 13 คะแนน = ดี 8 - 10 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 8 คะแนน = ควรปรับปรุง


73 แบบประเมินแบบทดสอบ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่.............. เดือน...........................พ.ศ................. คำชี้แจง: ให้เติมคะแนนลงในช่องว่างตามความเป็นจริง เลขที่ รายชื่อ คะแนน (เต็ม 10 คะแนน) เกณฑ์การตัดสิน 9 - 10 คะแนน = ดีมาก 7 - 8 คะแนน = ดี 5 - 6 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 5 คะแนน = ควรปรับปรุง


74 แบบประเมินการคัดลายมือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่.............. เดือน............................ พ.ศ................. คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน เลขที่ รายชื่อ รายการประเมิน/ระดับคะแนน รวม คะแนน (เต็ม 16 คะแนน) รูปแบบตัวอักษร ขนาดตัวอักษร ความถูกต้อง ความเรียบร้อย 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1


75 เกณฑ์การประเมิน : แบบประเมินการคัดลายมือ รายการประเมิน ระดับคะแนน ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรุง (1) 1. รูปแบบตัวอักษร เขียนถูกต้องเป็น รูปแบบตัวอักษร เดียวกันทุกตัว มีข้อบกพร่องใน การเขียนไม่เป็น รูปแบบเดียวกัน 1 - 2 ตัวอักษร มีข้อบกพร่องใน การเขียนไม่เป็น รูปแบบเดียวกัน 3 - 4 ตัวอักษร มีข้อบกพร่องใน การเขียนไม่เป็น รูปแบบเดียวกัน 5 ตัวอักษรขึ้นไป 2. ขนาดตัวอักษร ขนาดตัวอักษรแต่ ละตัวเป็นมาตรฐาน เดียวกัน มี ระยะห่างเท่ากัน ขนาดตัวอักษรแต่ ละตัวเป็นมาตรฐาน เดียวกัน มี ระยะห่างเท่ากัน เป็นส่วนใหญ่ ขนาดตัวอักษรแต่ ละตัวเป็น มาตรฐานเดียวกัน มีระยะห่างเท่ากัน เป็นบางส่วน ขนาดตัวอักษรแต่ ละตัวเป็น มาตรฐานเดียวกัน แต่มีระยะห่างไม่ เท่ากัน 3. ความถูกต้อง เขียนสะกดคำได้ ถูกต้องตาม อักขรวิธีและ ครบถ้วนไม่ตกหล่น เขียนสะกดคำไม่ ถูกต้องตาม อักขรวิธี 1 – 2 ที่ และเขียนครบถ้วน ไม่ตกหล่น เขียนสะกดคำไม่ ถูกต้องตาม อักขรวิธี 3 – 4 ที่ และเขียน ครบถ้วน ไม่ตก หล่น เขียนสะกดคำไม่ ถูกต้องตาม อักขรวิธี 5 ที่ และเขียน ครบถ้วน ไม่ตก หล่น 4. ความเรียบร้อย สะอาดและมีความ เ ป ็ น ร ะ เ บ ี ย บ เรียบร้อย ไม่มีรอย ขีดฆ่า ขูดลบ สะอาดและมีความ เ ป ็ น ร ะ เ บ ี ย บ เรียบร้อย แต่มีรอย ขีดฆ่า ขูกลบ 1 – 2 ที่ ไม่ค่อยสะอาด มี ความเป็นระเบียบ เ ร ี ย บ ร ้ อยเป็น บางส่วน และมี รอยขีดฆ่า ขูดลบ 3 – 4 ที่ ไม่ค่อยสะอาด มี ความเป็นระเบียบ เ ร ี ย บ ร ้ อยเป็น บางส่วน และมี รอยขีดฆ่า ขูดลบ มากกว่า 5 ที่ขึ้น ไป เกณฑ์การตัดสิน 14 - 16 คะแนน = ดีมาก 11 - 13 คะแนน = ดี 8 - 10 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 8 คะแนน = ควรปรับปรุง


76


77


78 ชื่อ........................................................................................................................ชั้น.................เลขที่................. คำชี้แจง: ให้นักเรียนขีดเครื่อง / เพื่อเว้นวรรคตอนของการอ่าน และฝึกอ่านออกเสียงจากบทความต่อไปนี้ อ่านเสียบ้างซี่ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ มีคำของผู้รู้กล่าวไว้ว่า “การสนทนาทำให้คนฉลาดการอ่านหนังสือทำให้เป็นคนเต็มคน” ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ทรงพระราชนิพนธ์คำโคลงไว้ว่า “ใครเกลียดอักษรคือคนป่า” หนังสือเป็นที่รวมความคิดของคนเป็นที่บันทึกเรื่องราวหลายหลากในโลกไว้เมื่อใดที่คนมาอ่านหนังสือ เมื่อนั้นก็เป็นโอกาสให้เขาได้สัมผัสกับความคิดที่มีอยู่ในหนังสือและความคิดของตัวเขาเองจึงกล่าวว่าคนจะมี ความคิดกว้างขวางขึ้นได้ด้วยการอ่านหนังสือนี้ประการหนึ่ง คนที่ไม่อ่านหนังสือนั้นมักจะตามความคิดใหม่ ๆ ของคนอื่นไม่ทันเมื่อตามไม่ทันก็พูดกันไม่รู้เรื่องเข้า กันไม่ได้คนไม่อ่านหนังสือจึงเป็นคนคับแคบทางปัญญาคิดติดตันอยู่แค่ตัวเอง คนชนิดนี้ยิ่งเป็นใหญ่มียศมี ตำแหน่งก็ยิ่งหลงตัวบ้าอำนาจเป็นที่น่าสังเกตว่ายังมีหลายคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสืออ้างว่าไม่มีเวลาเพราะเวลา เป็นเงินเป็นทองโดยหารู้ไม่ว่าในหนังสือนั้นมีขุมทรัพย์ทางปัญญาที่ล้ำค่ากว่าเงินทองชนิดเทียบกันไม่ได้เลยมี หนังสือให้เราอ่านมากมายจนมีเพียงคำกล่าวว่าบางเล่มเพียงแต่อ่านอย่างชิมลองก็พอแต่บางเล่มต้องอ่านชนิด ย่อยให้ละเอียด หนังสือที่เราจำเป็นต้องอ่านเป็นประจำก็มีจำพวกหนังสือพิมพ์รายวันซึ่งถ้าเป็นไปได้ก็ควรอ่านทุกฉบับ การได้อานหนังสือพิมพ์รายวันหลาย ๆ ฉบับนั้นมีผลดีตรงที่เราได้เปรียบเทียบว่าวันนี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเรื่อง สำคัญในที่นี้มิได้หมายถึงเรื่องสำคัญตามที่หนังสือพิมพ์ยกขึ้นพาดหัวใหญ่เสมอไป เมื่อใดที่หนังสือพิมพ์ได้ให้ความสำคัญของข่าวไม่เท่ากันเราได้รู้ข่าวนั้นอาจไม่สำคัญจริง การที่ได้รู้ อย่างนี้จะทำให้เราไม่เป็นคนประเภทที่เขาเรียกว่าตื่นข่าว คนที่ไม่อ่านหนังสือไม่สนใจข่าวสารบ้านเมืองมาก่อนในช่วงนี้ก็อาจรู้สึกสับสนวุ่นวาย และตกใจได้ที่อยู่ ๆ เหตุการณ์บ้านเมืองเราเปลี่ยนไปมากจนชักไม่แน่ใจว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ และเราจะทำอย่างไรดีผิดกับคน ที่ติดตามเรื่องราวมาโดยตลอดก็นึกยิ้มอยู่ในใจว่านั่นไงเห็นไหมล่ะมันจะต้องเป็นอย่างนี้ ๆ ใบงานเรื่อง การเว้นวรรคตอนของการอ่าน


79 ชื่อ........................................................................................................................ชั้น.................เลขที่................. คำชี้แจง: ให้นักเรียนขีดเครื่อง / เพื่อเว้นวรรคตอนของการอ่าน และฝึกอ่านออกเสียงจากบทความต่อไปนี้ อ่านเสียบ้างซี่ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ มีคำของผู้รู้กล่าวไว้ว่า “การสนทนาทำให้คนฉลาดการอ่านหนังสือทำให้เป็นคนเต็มคน” ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ทรงพระราชนิพนธ์คำโคลงไว้ว่า “ใครเกลียดอักษรคือคนป่า” หนังสือเป็นที่รวมความคิดของคน/เป็นที่บันทึกเรื่องราวหลายหลากในโลกไว้/เมื่อใดที่คนมาอ่าน หนังสือ/เมื่อนั้นก็เป็นโอกาสให้เขาได้สัมผัสกับความคิดที่มีอยู่ในหนังสือและความคิดของตัวเขาเอง/จึงกล่าวว่า คนจะมีความคิดกว้างขวางขึ้นได้ด้วยการอ่านหนังสือนี้ประการหนึ่ง คนที่ไม่อ่านหนังสือนั้นมักจะตามความคิดใหม่ ๆ ของคนอื่นไม่ทัน/เมื่อตามไม่ทันก็พูดกันไม่รู้เรื่องเข้า กันไม่ได้/คนไม่อ่านหนังสือจึงเป็นคนคับแคบทางปัญญา/คิดติดตันอยู่แค่ตัวเอง/คนชนิดนี้ยิ่งเป็นใหญ่/มียศมี ตำแหน่งก็ยิ่งหลงตัว/บ้าอำนาจ/เป็นที่น่าสังเกตว่ายังมีหลายคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ/อ้างว่าไม่มีเวลาเพราะ เวลาเป็นเงินเป็นทอง/โดยหารู้ไม่ว่าในหนังสือนั้นมีขุมทรัพย์ทางปัญญาที่ล้ำค่ากว่าเงินทองชนิดเทียบกันไม่ได้ เลย/มีหนังสือให้เราอ่านมากมาย/จนมีเพียงคำกล่าวว่าบางเล่มเพียงแต่อ่านอย่างชิมลองก็พอ/แต่บางเล่มต้อง อ่านชนิดย่อยให้ละเอียด หนังสือที่เราจำเป็นต้องอ่านเป็นประจำก็มีจำพวกหนังสือพิมพ์รายวันซึ่งถ้าเป็นไปได้ก็ควรอ่านทุก ฉบับ/การได้อ่านหนังสือพิมพ์รายวันหลาย ๆ ฉบับนั้นมีผลดีตรงที่เราได้เปรียบเทียบว่า/วันนี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เรื่องสำคัญ/ในที่นี้มิได้หมายถึงเรื่องสำคัญตามที่หนังสือพิมพ์ยกขึ้นพาดหัวใหญ่เสมอไป เมื่อใดที่หนังสือพิมพ์ได้ให้ความสำคัญของข่าวไม่เท่ากัน/เราได้รู้ข่าวนั้นอาจไม่สำคัญจริง/การที่ได้รู้ อย่างนี้จะทำให้เราไม่เป็นคนประเภทที่เขาเรียกว่าตื่นข่าว คนที่ไม่อ่านหนังสือไม่สนใจข่าวสารบ้านเมืองมาก่อน/ในช่วงนี้ก็อาจรู้สึกสับสนวุ่นวาย และตกใจได้ที่ อยู่ ๆ เหตุการณ์บ้านเมืองเราเปลี่ยนไปมาก/จนชักไม่แน่ใจว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ และเราจะทำอย่างไรดี/ผิด กับคนที่ติดตามเรื่องราวมาโดยตลอดก็นึกยิ้มอยู่ในใจว่านั่นไงเห็นไหมล่ะมันจะต้องเป็นอย่างนี้ ๆ เฉลยใบงานเรื่อง การเว้นวรรคตอนของการอ่าน


80 คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว 1. บทร้อยกรองหมายถึงข้อใด ก. บทกลอนที่แต่งขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญ ข. คำประพันธ์ที่แต่งขึ้นตามแบบฉันทลักษณ์ ค. ประโยคที่แต่งขึ้นตามหลักภาษา ง. การเรียบเรียงบทความใหม่ ให้เกิดความไพเราะน่าสนใจ 2. “สังข์ทอง ไชยเชษฐ์ ไกรทอง มณีพิชัย คาวี” เป็นวรรณคดีที่แต่งขึ้นโดยคำประพันธ์ประเภทใด ก. กลอนเสภา ข. กาพย์ ค.โคลงสี่สุภาพ ง. กลอนบทละคร 3. บทประพันธ์ที่วรรคแรกขึ้นต้นด้วยคำว่า “เมื่อนั้น” หรือ “บัดนั้น” เป็นคำประพันธ์ประเภทใด ก. กลอนเสภา ข. กาพย์ ค.โคลงสี่สุภาพ ง. กลอนบทละคร 4. คำว่า “บัดนั้น” ใช้กล่าวถึงใคร ก. พระเอก ข. นางเอก ค. พี่เลี้ยงของนางเอก ง. ตัวร้าย 5. การขับร้องนิทานเป็นกลอนประกอบดนตรี และมีกรับเป็นจังหวะ เรียกว่าอะไร ก. การขับซอ ข. การขับกลอนลาน ค. การขับเสภา ง. การขับกลอนโนราห์ 6. จงอ่านประพันธ์ต่อไปนี้ “เจ้าพลายงามความแสนสงสารแม่ ชำเลืองแลดูหน้าน้ำตาไหล แล้วกราบกรานมารดาด้วยอาลัย ลูกเติบใหญ่คงจะมาหาแม่คุณ” บทประพันธ์ดังกล่าวแต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทใด ก. กลอนเสภา ข. กาพย์ ค.โคลงสี่สุภาพ ง. กลอนบทละคร แบบทดสอบเรื่อง การอ่านออกเสียงร้อยกรอง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


81 7. จากรูปแบบฉันทลักษณ์ที่กำหนดให้ เป็นคำประพันธ์ประเภทใด ก. กาพย์ยานี 11 ข. กาพย์ฉบัง 16 ค. กาพย์วรางคนางค์ 28 ง. กาพย์ห่อโคลง 8. กาพย์ฉบัง 16 มีจำนวนคำกี่คำในหนึ่งบท ก. 11 ข. 13 ค. 16 ง. 17 9. จงอ่านประพันธ์ต่อไปนี้ “สององค์ทรงหนังพยัคฆา จัดจีบกลีบชฎา รักษาถือศีลฤาษี” บทประพันธ์ดังกล่าวแต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทใด ก. กลอนเสภา ข. กาพย์ ค.โคลงสี่สุภาพ ง. กลอนบทละคร 10. ข้อใดต่อไปนี้ผิด ก. กาพย์ฉบัง 16 มีฉันทลักษณ์ดังนี้ บทหนึ่งมี 4 วรรค ข. การแต่งกาพย์ที่นิยมกันมาก คือ กาพย์ยานี 11 และกาพย์ฉบัง 16 ค. ฉันทลักษณ์ของโคลงสี่สุภาพมีการบังคับเสียงวรรณยุกต์เอกและโท ง. กลอนบทละครเป็นการแต่งกลอนจากเรื่องราวต่าง ๆ แล้วนำมาใช้ในการขับร้องประกอบการแสดงละคร นอก ทั้งละครนอกและละครใน


82 คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว 1. บทร้อยกรองหมายถึงข้อใด ก. บทกลอนที่แต่งขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญ ข. คำประพันธ์ที่แต่งขึ้นตามแบบฉันทลักษณ์ ค. ประโยคที่แต่งขึ้นตามหลักภาษา ง. การเรียบเรียงบทความใหม่ ให้เกิดความไพเราะน่าสนใจ 2. “สังข์ทอง ไชยเชษฐ์ ไกรทอง มณีพิชัย คาวี” เป็นวรรณคดีที่แต่งขึ้นโดยคำประพันธ์ประเภทใด ก. กลอนเสภา ข. กาพย์ ค.โคลงสี่สุภาพ ง. กลอนบทละคร 3. บทประพันธ์ที่วรรคแรกขึ้นต้นด้วยคำว่า “เมื่อนั้น” หรือ “บัดนั้น” เป็นคำประพันธ์ประเภทใด ก. กลอนเสภา ข. กาพย์ ค.โคลงสี่สุภาพ ง. กลอนบทละคร 4. คำว่า “บัดนั้น” ใช้กล่าวถึงใคร ก. พระเอก ข. นางเอก ค. พี่เลี้ยงของนางเอก ง. ตัวร้าย 5. การขับร้องนิทานเป็นกลอนประกอบดนตรี และมีกรับเป็นจังหวะ เรียกว่าอะไร ก. การขับซอ ข. การขับกลอนลาน ค. การขับเสภา ง. การขับกลอนโนราห์ 6. จงอ่านประพันธ์ต่อไปนี้ “เจ้าพลายงามความแสนสงสารแม่ ชำเลืองแลดูหน้าน้ำตาไหล แล้วกราบกรานมารดาด้วยอาลัย ลูกเติบใหญ่คงจะมาหาแม่คุณ” บทประพันธ์ดังกล่าวแต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทใด ก. กลอนเสภา ข. กาพย์ ค.โคลงสี่สุภาพ ง. กลอนบทละคร เฉลยแบบทดสอบเรื่อง การอ่านออกเสียงร้อยกรอง ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


83 7. จากรูปแบบฉันทลักษณ์ที่กำหนดให้ เป็นคำประพันธ์ประเภทใด ก. กาพย์ยานี 11 ข. กาพย์ฉบัง 16 ค. กาพย์วรางคนางค์ 28 ง. กาพย์ห่อโคลง 8. กาพย์ฉบัง 16 มีจำนวนคำกี่คำในหนึ่งบท ก. 11 ข. 13 ค. 16 ง. 17 9. จงอ่านประพันธ์ต่อไปนี้ “สององค์ทรงหนังพยัคฆา จัดจีบกลีบชฎา รักษาถือศีลฤาษี” บทประพันธ์ดังกล่าวแต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทใด ก. กลอนเสภา ข. กาพย์ ค.โคลงสี่สุภาพ ง. กลอนบทละคร 10. ข้อใดต่อไปนี้ผิด ก. กาพย์ฉบัง 16 มีฉันทลักษณ์ดังนี้ บทหนึ่งมี 4 วรรค ข. การแต่งกาพย์ที่นิยมกันมาก คือ กาพย์ยานี 11 และกาพย์ฉบัง 16 ค. ฉันทลักษณ์ของโคลงสี่สุภาพมีการบังคับเสียงวรรณยุกต์เอกและโท ง. กลอนบทละครเป็นการแต่งกลอนจากเรื่องราวต่าง ๆ แล้วนำมาใช้ในการขับร้องประกอบการแสดงละคร นอก ทั้งละครนอกและละครใน


84 ความหมาย บทอาขยานคือ บทท่องจำ การเล่า การสวด เรื่องนิทาน ซึ่งเป็นการท่องจำข้อความหรือคำประพันธ์ ที่ชอบ บทร้องกรองที่ไพเราะ โดยอาจตัดตอนมาจากหนังสือวรรณคดีเพื่อให้ผู้ท่องจำได้ และเห็นความงามของ บทร้อยกรอง ทั้งในด้านวรรณศิลป์ การใช้ภาษา เนื้อหา และวิธีการประพันธ์ สามารถนำไปใช้เป็นแบบอย่างใน การแต่งบทร้อยกรอง หรือนำไปใช้เป็นข้อมูลในการอ้างอิงในการพูดและการเขียนได้เป็นอย่างดี หลักการท่องบทอาขยาน 1. ฝึกเปล่งเสียงให้ดังพอประมาณ ไม่ตะโกน ควรบังคับเสียง เน้นเสียง ปรับระดับเสียงสูง - ต่ำ ให้ สอดคล้องกับจังหวะลีลา ท่วงทำนอง และความหมายของเนื้อหาที่อ่าน 2. ท่อง ด้วยเสียงที่ชัดเจน แจ่มใส ไพเราะ มีกระแสเสียงเดียว ไม่แตกพร่า เปล่งเสียงจากลำคอ โดยตรงด้วยความมั่นใจ 3. ท่อง ออกเสียงให้ถูกอักขรวิธีหรือความนิยม และต้องเข้าใจเนื้อหาของบทอาขยานนี้ก่อน 4. ออกเสียง ร ล คำควบกล้ำ ให้ถูกต้องชัดเจน 5. ท่อง ให้ถูกจังหวะและวรรคตอน 6. ท่องให้ได้อารมณ์และความรู้สึกตามเนื้อหา การท่องบทอาขยานเป็นทำนองเสนาะ 1. ท่อง เป็นร้อยแก้วธรรมดาให้ถูกต้องชัดเจน ตามอักขรวิธีก่อน ทั้ง ร , ล ตัวควบกล้ำ อ่านออกเสียง ให้ตรงตามเสียงวรรณยุกต์ 2. ท่องให้ถูกจังหวะวรรคตอน การอ่านผิดวรรคตอนทำให้เสียความ 3. ท่องให้สัมผัสคล้องจองกันเพื่อความไพเราะ 4. ท่องให้ถูกทำนองและลีลาของคำประพันธ์แต่ละชนิด คำประพันธ์แต่ละชนิดจะมีบังคับจำนวนคำ สัมผัส หรือคำเอก คำโท แตกต่างกัน การอ่านทำนองเสนาะ จึงต้องอ่านให้ถูกท่วงทำนองและลีลาของคำ ประพันธ์แต่ละชนิด 5. ท่องโดยใช้น้ำเสียงให้เหมาะสมกับเนื้อหาและอ่านพยางค์สุดท้ายของวรรคด้วยการทอดเสียง แล้ว ปล่อยให้หางเสียงผวนขึ้นจมูก ประโยชน์และคุณค่าของการท่องบทอาขยาน ๑. ฝึกความจำ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพราะมนุษย์ต้องอาศัยความจำ เพื่อเป็นเครื่องมือในการคิด วิเคราะห์คิดสังเคราะห์ ๒. เป็นการฝึกวินัย เพราะการจะท่องให้จำได้ต้องมีวินัย หมั่นฝึก หมั่นท่องอยู่เสมอ ๓. เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ๔. อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ทางด้านภาษาให้คงอยู่ตลอดไป ๕. ได้รับคติสอนใจจาก บทคำประพันธ์ต่าง ๆ ที่ท่อง ๖. ทำให้เป็นคนอารมณ์ดี จากความงามของบทประพันธ์ที่ท่อง ๗. เพื่อตระหนักในคุณค่าของภาษาไทย และซาบซึ้งในความไพเราะของบทร้อยกรอง ๘. เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในความสามารถของกวีไทย ใบความรู้เรื่อง การท่องจำบทอาขยาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


85 ๙. เพื่อเป็นพื้นฐานในการแต่งคำประพันธ์ ๑๐. เพื่อใช้เป็นสื่อถ่ายทอดคุณธรรมจริยธรรม และนำข้อคิดที่เป็นประโยชน์ไปใช้ใน


86 ความหมายของการอ่านออกเสียง การอ่านออกเสียง คือ การเปล่งเสียงตามตัวอักษร ถ้อยคำ และเครื่องหมายต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ให้ ถูกต้อง ชัดเจน แก่ผู้ฟัง การอ่านออกเสียงถือเป็นการสื่อความหมายที่ก่อให้เกิด “ทักษะ” (วาสนา บุญสม, 2541 : 22) ดังต่อไปนี้ 1. เกิดทักษะการเปล่งเสียงให้ชัดเจน 2. เกิดทักษะการใช้อวัยวะที่ออกเสียงได้ถูกต้อง 3. เกิดทักษะการออกเสียงควบกล้ำได้ถูกต้อง ชัดเจนยิ่งขึ้น 4. เกิดทักษะการวิเคราะห์คำที่อ่านมากขึ้น 5. เกิดทักษะการเปล่งเสียงตามรูปตัวอักษรควบกล้ำได้คล่องแคล่ว หลักเกณฑ์ในการอ่านออกเสียงร้อยแก้ว หลักเกณฑ์ทั่วไปในการอ่านออกเสียงร้อยแก้ว (ฟองจันทร์ สุขยิ่ง และคณะ, 2554 : 3 - 4) มีดังนี้ 1. ก่อนอ่านควรศึกษาเรื่องที่อ่านให้เข้าใจโดยศึกษาสาระสำคัญของเรื่องและข้อความทุกข้อความเพื่อ จะแบ่งวรรคตอนในการอ่านได้อย่างเหมาะสม 2. อ่านออกเสียงดังพอเหมาะกับสถานที่และจำนวนผู้ฟัง ให้ผู้ฟังได้ยินทั่วถึงกัน ไม่ดังหรือ ค่อยจนเกินไป 3. อ่านให้คล่อง ฟังรื่นหูและออกเสียงให้ถูกต้องตามอักขรวิธี ชัดถ้อยชัดคำ โดยเฉพาะตัว ร ล หรือคำควบกล้ำ ต้องออกเสียงให้ชัดเจน 4. อ่านออกเสียงให้เป็นเสียงพูดอย่างธรรมชาติที่สุด การเตรียมตัวก่อนการอ่านออกเสียง การเตรียมตัวก่อนการอ่านออกเสียง (จุไรรัตน์ ลักษณะศิริและบาหยัน อิ่มสำราญ, 2547 : 26) มี ดังนี้ 1. อ่านบทให้เข้าใจ การอ่านให้ผู้อื่นฟัง มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อให้ผู้ฟังรับรู้และเข้าใจตรงตามเนื้อหา สาระที่อ่าน ฉะนั้นผู้อ่านจึงต้องเข้าใจข้อความนั้นเสียก่อนเพื่อความมั่นใจ และเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันระหว่าง ผู้ส่งสารและผู้รับสาร ข้อความใดที่อ่านไม่เข้าใจหรือสงสัยว่าจะผิดพลาด ต้องตรวจสอบเสียก่อน 2. ทำเครื่องหมายแสดงจังหวะการอ่าน ในการอ่านเราควรทำเครื่องหมายลงในบทว่าตอนใดควรหยุด คำใดควรเน้น และคำใดควรทอดจังหวะ การทำเครื่องหมายในบทมีกฎเกณฑ์ตายตัว แต่โดยทางที่นิยมปฏิบัติ กัน มักทำเครื่องหมายง่าย ๆ ดังนี้ ก. เครื่องหมายขีดเฉียงขีดเดียว (/) ขีดระหว่างคำ แสดงการหยุดเว้นนิดหนึ่งเพราะมีคำหรือข้อความ อื่นต่อไปอีก การอ่านตรงคำที่มีเครื่องหมายนี้จึงไม่ควรลงเสียงหนักเพราะยังไม่จบประโยค ข. เครื่องหมายขีดเฉียงสองขีด (//) ขีดหลังประโยคหรือระหว่างคำเพื่อแสดงให้รู้ว่าให้หยุดเว้นนาน หน่อย ค. เครื่องหมายวงกลมล้อมคำ เพื่อบอกว่าเป็นคำที่สงสัยหรือไม่แน่ใจว่าอ่านอย่างไร ง. คำที่ต้องการเน้นให้ขีดเส้นใต้ที่คำนั้น จ. คำใดที่ทอดจังหวะ ให้ทำเส้นโค้งที่ส่วนบนของคำนั้น ( ⌒ ) ใบความรู้เรื่อง การอ่านออกเสียงร้อยแก้ว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


87 ฉ. เครื่องหมายมุมคว่ำหรือหมวกเจ๊กคว่ำ ( ^ ) แสดงว่าข้อความนั้นจะเน้นเสียงขึ้นสูง และมุมหงาย หรือหมวกเจ๊กหงาย ( v ) แสดงการเน้นเสียงลงต่ำ 3. ซ้อมอ่านให้คล่อง หลังอ่านบทจนเข้าใจและทำเครื่องหมายแสดงจังหวะการอ่านแล้ว ควรซ้อมอ่าน ให้คล่องโดยใช้ไมโครโฟนเพื่อให้ผู้อื่นช่วยสังเกต หรือบันทึกเสียงไว้เพื่อฟังและแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเอง อาจ ต้องซ้อมหลายครั้งจนกว่าจะแก้ไขได้เป็นที่น่าพอใจ การปรับปรุงตนเองเกี่ยวกับการอ่าน 1. อ่านหนังสือทุกวัน 2. การอ่านเป็นสิ่งจำเป็น แม้จะมีกิจกรรมยุ่งยากเพียงใด ต้องหาเวลาอ่านหนังสือให้ได้ 3. จดบันทึกว่าก่อนจะปฏิบัติ การอ่านเป็นอย่างไรเมื่อดำเนินการไปแล้วมีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างไร 4. ต้องหาทางฝึกอ่านมาก ๆ จงจำไว้ว่ายิ่งได้ฝึกมากเท่าใดก็ส่งผลมากขึ้นเท่านั้น 5. พยายามอ่านด้วยความตั้งใจและตั้งใจอ่านให้ดีขึ้นกว่าเดิมทุกวัน


88 การคัดลายมือ การคัดลายมือ เป็นการฝึกเขียนตัวอักษรไทยให้ถูกต้องตามหลักการเขียนคำไทย ซึ่งต้องคำนึงถึง ความถูกต้องของอักษรไทย เขียนให้อ่านง่าย มีช่องไฟ มีวรรคตอน ตัวอักษรเสมอกัน วางพยัญชนะ สระ และ วรรณยุกต์ให้ถูกที่ ตัวสะกด การันต์ถูกต้อง และลายมือสวยงาม การคัดลายมือมีแบบการคัดหลายแบบ ซึ่งแบ่งได้ 2 ประเภท คือ ตัวเหลี่ยม และตัวกลมหรือหัวมน ลักษณะของการคัดลายมือ การคัดลายมือมี 3 ลักษณะ คือ 1. การคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด เหมาะสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 2 เนื่องจาก เป็นช่วงที่กล้ามเนื้อและการประสานระหว่างตากับมือยังพัฒนาไม่เต็มที่ 2. การคัดลายมือตัวบรรจงครึ่งบรรทัด เหมาะสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และ 4 เนื่องจาก จะมีการประสานระหว่างกล้ามเนื้อและตาเพิ่มมากขึ้น 3. การคัดลายมือหวัดแกมบรรจง เป็นการคัดลายมือหวัดแต่ให้อ่านออก การเขียนลายมือหวัด แกม บรรจงเป็นการเขียนที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งผู้เขียนจะต้องเขียนให้อ่านง่าย มีช่องไฟ เว้นวรรคตอนถูกต้อง และเขียนด้วยลายมือที่สวยงาม โดยคัดให้รวดเร็ว สวยงาม ถูกต้อง และน่าอ่าน หลักการคัดลายมือ 1. นั่งตัวตรง เขียนด้วยมือขวา ส่วนมือซ้ายวางบนกระดาษที่จะเขียนเพื่อมิให้กระดาษเลื่อนไปมา ข้อศอกขวาวางบนโต๊ะขณะเขียน สายตาห่างจากกระดาษที่เขียนประมาณ 1 ฟุต 2. จับดินสอหรือปากกาให้ถูก โดยดินสอหรือปากกาจะอยู่ที่หัวแม่มือกับนิ้วชี้ และนิ้วกลาง ส่วน นิ้วนางกับนิ้วก้อยงอไว้ในฝ่ามือ 3. เขียนตัวอักษรให้ถูกส่วน ตัวอักษรตั้งตรง การเขียนพยัญชนะไทยทุกตัวต้องเริ่มเขียนหัวก่อนยกเว้น ตัว ก และ ธ ซึ่งไม่มีหัว เว้นช่องไฟและวรรคตอนให้พองาม วางเครื่องหมายต่าง ๆ ให้ถูกต้องตามตำแหน่ง 4. วางพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ให้ถูกต้องตามตำแหน่ง ซึ่งสระทุกตัวมีตำแหน่งที่สัมพันธ์กับ พยัญชนะ เช่น 4.1 สระที่อยู่หน้าพยัญชนะ ได้แก่ เ- แ- โ- ใ- ไ4.2 สระที่อยู่หลังพยัญชนะ ได้แก่ -ะ -า 4.3 สระที่อยู่เหนือพยัญชนะ ได้แก่ - ิ- ี- ึ- ื 4.4 ไม้หันอากาศ ( - ั) ไม้ไต่คู้ ( - ็) นิคหิต ( - ) จะวางเหนือพยัญชนะตรงกลาง 4.5 สระที่อยู่ใต้พยัญชนะ ได้แก่ - ุ– ใบความรู้เรื่อง การคัดลายมือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3


89 รูปแบบการคัดลายมือ แบ่งตามลักษณะเด่นของเส้นอักษร ได้ 2 ประเภท ได้แก่ 1. ประเภทตัวเหลี่ยม


90 2. ประเภทตัวกลมหรือมน


91 แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง จับประเด็นเน้นใจความ หน่วยการเรียนรู้ สมบัติวรรณคดี รหัสวิชา ท23101 รายวิชา ภาษาไทย 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 จำนวนคาบ 2 ชั่วโมง ___________________________________________________________________________ สาระที่ 1 การอ่าน มาตรฐานการเรียนรู้ ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิด เพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาใน การดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด 2. ระบุความแตกต่างของคำที่มีความหมายโดยตรง และความหมายโดยนัย 3. ระบุใจความสำคัญและรายละเอียดของข้อมูลที่สนับสนุนจากเรื่องที่อ่าน 10. มีมารยาทในการอ่าน สาระการเรียนรู้ 1. คำที่มีความหมายโดยตรงและความหมายโดยนัย 2. การอ่านจับใจความจากสื่อต่าง ๆ สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด (KAP) การอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ เป็นพื้นฐานที่จำเป็นในการศึกษาหาความรู้ จึงควรฝึกฝนให้เกิดความ ชำนาญจนสามารถจับใจความสำคัญในงานเขียนทุกประเภท จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) 1. อธิบายหลักการอ่านจับใจความจากเรื่องที่อ่าน 2. อธิบายความหมายของคำที่มีความหมายโดยตรงและความหมายโดยนัย ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) 3. จับใจความเรื่องที่อ่านหรือได้ฟังได้ 4. แปลความ ตีความ และใช้คำได้ถูกต้อง ด้านคุณลักษณะ (A) 5. เห็นความสำคัญของการอ่านจับใจความและมีมารยาทในการอ่าน ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. ใบงานเรื่อง ค้นหาความหมายที่แท้จริง 2. ใบงานเรื่อง จับประเด็นเน้นใจความ 3. แบบทดสอบ 4. แบบฝึกหัด เรื่อง การจับใจความ


92 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ทักษะทางภาษา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักความเป็นไทย 2. ใฝ่รู้ใฝ่เรียน 3. มีจิตสาธารณะ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - สาระการเรียนรู้ World Class (TOK,EE,CAS,GE) - กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 กิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูแจ้งตัวชี้วัดให้นักเรียนทราบและให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน 2. นักเรียนฟังเพลง “ไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน” และร่วมกันวิเคราะห์เนื้อหา ความหมายแฝงในบท เพลง โดยมีประเด็นดังต่อไปนี้ - ในเนื้อเพลง “ไม้ขีดไฟ” กับ “ดอกทานตะวัน” หมายถึงอะไร - “เจ้าไม้ขีดไฟ ก้านน้อยเดียวดาย แอบรักดอกทานตะวัน” ประโยคดังกล่าวหมายความว่าอย่างไร 3. ครูอธิบายเพิ่มเติมถึงเนื้อหาของเพลง “ไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน” มีการใช้คำแฝงความหมาย โดยนัย กิจกรรมพัฒนาการเรียน 5. นักเรียนฟังครูอธิบายเกี่ยวกับคำที่มีความหมายโดยตรงและความหมายโดยนัย โดยครูใช้สื่อ PowerPoint เรื่อง คำที่มีความหมายโดยตรงและโดยนัย 6. นักเรียนยกตัวอย่างคำที่มีความหมายโดยนัยที่พบในชีวิตประจำหรือในสื่อสังคมออนไลน์ 7. นักเรียนทำใบงานเรื่อง ค้นหาความหมายที่แท้จริง และตรวจสอบความถูกต้องร่วมกัน โดยมีครู ร่วมเฉลยและอธิบายเพิ่มเติม สรุปบทเรียน 8. ตัวแทนนักเรียน 2 - 3 บอกความรู้หรือเนื้อหาที่ได้เรียนในวันนี้ว่ามีอะไรบ้าง โดยครูช่วยเสริม เพิ่มเติม


93 ชั่วโมงที่ 2 กิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน 1. นักเรียนและครูร่วมกันทบทวนเนื้อหาที่เรียนในคาบเรียนที่แล้ว 2. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น ในประเด็นคำถามดังต่อไปนี้ - นักเรียนคิดว่าการจับใจความจากการฟังกับการจับใจความจากการอ่านมีความยากง่ายแตกต่างกัน อย่างไร - นักเรียนมีวิธีการอ่านอย่างไรจึงจะเข้าใจสาระสำคัญของเรื่องได้ - นักเรียนคิดว่าการเข้าใจสาระสำคัญของเรื่องที่อ่านนั้นสำคัญอย่างไร กิจกรรมพัฒนาการเรียน 3. นักเรียนทำกิจกรรม “นักส่งสาร” โดยมีกติกาดังนี้ - ครูกำหนดข้อความ ดังนี้ “รักก็คือรัก หลงก็คือหลง ถ้าถามชาวประมง ก็คงไม่เข้าใจ เพราะฉันนั้น เป็นวาฬ ที่เกยตื้นน้ำตาย ใจสลายแหลกลงไปใต้ทะเล” - ให้นักเรียนจำนวน 5 คน มายืนเรียงกันหน้ากระดาน เพื่อส่งสารหรือข้อความที่กำหนดให้ไปยัง นักเรียนคนต่อไป - นักเรียนคนที่ 1 อ่านข้อความที่กำหนดให้ในใจ แล้วบอกข้อความดังกล่าวให้แก่นักเรียนคนที่ 2 และนักเรียนคนที่ 2 นำข้อความที่นักเรียนคนที่ 1 บอกบอกต่อนักเรียนคนต่อไป ทำแบบนี้จนถึงนักเรียนคน สุดท้าย แล้วจึงให้นักเรียนคนสุดท้ายบอกเพื่อน ๆ ให้ห้องว่าข้อความดังกล่าวคืออะไร - เมื่อนักเรียนคนสุดท้ายบอกข้อความมา ข้อความอาจมีเนื้อหาไม่ครบถ้วน แต่ยังคงใจความเดิมไว้ ครูอธิบายว่ามันเป็นเรื่องของการจับใจความ แล้วจึงนำเข้าสู่บทเรียน 4. ครูเฉลยว่าข้อความที่ยกมานั้นเป็นเพลง “วาฬเกยตื้น” โดยใจความสำคัญของข้อความนี้คือ ความรักเป็นสิ่งที่เข้าใจยาก 5. นักเรียนฟังครูอธิบายเกี่ยวกับการอ่านจับใจความสำคัญ โดยครูใช้สื่อ PowerPoint เรื่อง จับ ประเด็นเน้นใจความ 6. นักเรียนอ่านแถบข้อความที่ 1 - 2 พร้อม ๆ กันแล้วช่วยกันตอบคำถามว่าใจความสำคัญของ ข้อความคืออะไร และครูเฉลยคำตอบพร้อมทั้งอธิบายเพิ่มเติม แถบข้อความที่ 1 - ใจความสำคัญของข้อความคืออะไร (ความสมบูรณ์ของชีวิตมาจากความเข้าใจชีวิตเป็นพื้นฐาน) แถบข้อความที่ 2 ความสมบูรณ์ของชีวิตมาจากความเข้าใจชีวิตพื้นฐาน คือเข้าใจธรรมชาติเข้าใจความเป็นมนุษย์ และความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกันระหว่างมนุษย์กับมนุษย์และมนุษย์กับธรรมชาติมีความรักความเมตตาต่อ เพื่อนมนุษย์และธรรมชาติอย่างจริงใจ จุไรรัตน์ ลักษณะศิริ ความเครียดทำให้เพิ่มฮอร์โมนอะดรีนาลีนในเลือด ทำให้หัวใจเต้นเร็วเส้นเลือดบีบตัว กล้ามเนื้อ เขม็งดึง ระบบย่อยอาหารผิดปกติ เกิดอาการปวดหัว ปวดท้อง ใจสั่น แข้งขาอ่อนแรง ความเครียดจึงเป็น ตัวการให้แก่เร็ว บาหยัน อิ่มสำราญ


Click to View FlipBook Version