The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ม.3 (เทอม 1) 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suthima.phairam, 2023-09-18 02:14:30

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ม.3 (เทอม 1) 2566

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ม.3 (เทอม 1) 2566

144 ตอนที่ 1 คำชี้แจง : จงเลือกคำที่กำหนดให้เติมลงในช่องว่างให้ถูกต้อง เซ้ง ปัญญา ห้าง เกม กระโถน เกษม ภิกขุ เต้าฮวย ไมโครเวฟ มัจฉา ดาหงัน มัชฌิม เพศ ปาเต๊ะ จันทรา การ์ตูน สนุก กำจัด ขจี โปรด กงเต๊ก กระดังงา ไมตรี คุกกี้ ภริยา จับฉ่าย ทฤษฎี กระดานดำ อังกะลุง ยาหยี ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ภาษาจีน ภาษาเขมร ภาษาอังกฤษ ภาษาชวา-มลายู ปัญญา ภิกขุ มัจฉา มัชฌิม ภริยา เกษม เพศ จันทรา ไมตรี ทฤษฎี เซ้ง ห้าง เต้าฮวย กงเต๊ก จับฉ่าย กระโถน สนุก กำจัด ขจี โปรด เกม ไมโครเวฟ การ์ตูน คุกกี้ กระดานดำ ดาหงัน อังกะลุง ยาหยี ปาเต๊ะ กระดังงา เฉลยใบงานเรื่อง คำภาษาต่างประเทศที่ใช้ในภาษาไทย


145 ตอนที่ 2 คำชี้แจง : จงบอกความหมายของคำต่อไปนี้ คำ ความหมาย 1. เซ้ง โอนสิทธิหรือกิจการไปให้อีกคนหนึ่งโดยได้ค่าตอบแทน, รับโอนสิทธิหรือ กิจการจากอีกคนหนึ่งโดยต้องเสียค่าตอบแทน เรียกว่า รับเซ้ง 2. ปัญญา ความรอบรู้, ความรู้ทั่ว, ความฉลาดเกิดแต่เรียนและคิด, เช่น คนมีปัญญา หมดปัญญา 3. ห้าง - สถานที่จำหน่ายสินค้า, สถานที่ประกอบธุรกิจ - กระท่อมที่ทำไว้เฝ้านาเฝ้าสวน หรือที่พักเล็ก ๆ ชั่วคราว 4. เกม การแข่งขันที่มีกติกากำหนด เช่น เกมกีฬา, การเล่นเพื่อความสนุก เช่น เกม คอมพิวเตอร์, การแสดงเพื่อสาธิตกิจกรรม 5. กระโถน ภาชนะสำหรับบ้วนหรือทิ้งของต่าง ๆ ที่ไม่ต้องการ 6. เกษม ความสุขสบาย, ความปลอดภัย, มักใช้เข้าคู่กับคำอื่น เช่น สุขเกษม เกษม ศานต์, โบราณเขียนเป็น กระเษม, เขษม ก็มี 7. ภิกขุ ภิกษุ, พระสงฆ์ 8. เต้าฮวย ชื่อของหวานชนิดหนึ่ง ทำด้วยนํ้าถั่วเหลืองที่มีลักษณะแข็งตัว ปรุงด้วยนํ้า ขิง นํ้าตาล 9. ไมโครเวฟ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวช่วงคลื่นสั้นมาก, เรียกเตาอบที่ใช้ไมโครเวฟ ทำให้ร้อน ว่า เตาไมโครเวฟ 10. มัจฉา ปลา


146 ชื่อ....................................................................................................................ชั้น...................เลขที่................... ตอนที่ 1 คำชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาข้อความต่อไปนี้แล้วทำเครื่องหมาย หน้าข้อความที่ถูกต้อง และทำ เครื่องหมาย หน้าข้อความที่ผิด .............. 1. คำไทยแท้ส่วนมากเป็นคำพยางค์เดียว เรียกว่าเป็น ภาษาคำโดด .............. 2. คำไทยแท้เป็นคำที่มีตัวสะกดเดียว และมีตัวตาม .............. 3. คำไทยแท้ใช้ตัวสะกดตรงตามมาตรา .............. 4. คำว่า “มะม่วง” เกิดจากการแทรกเสียง .............. 5. คำว่า “นกกระจอก” เกิดจากการแทรกเสียง .............. 6. คำว่า “ผักกระเฉด ประท้วง คาถา ดาว” เป็นคำไทยแท้ทั้งหมด ............. 7. คำไทยแท้จะไม่ใช้พยัญชนะ ฆ ฌ ญ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ ธ ภ ศ ษ ฬ ............. 8. คำไทยจะมีรูปวรรณยุกต์กำกับ ทำให้ออกเสียงต่างกัน มีความหมายต่างกัน ............. 9. คำไทยนิยมใช้ตัวการันต์และคำควบกล้ำ ............. 10. คำไทยแท้มีลักษณะนาม ตอนที่ 2 คำชี้แจง : ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. ภาษาไทยจัดเป็นภาษากลุ่มใด ........................................................................................................................................................... 2. คำไทยแท้มักมีกี่พยางค์ ........................................................................................................................................................... 3. คำไทยจะสะกดตรงตามตัวมาตรา มีมาตราใดบ้าง ........................................................................................................................................................... 4. คำไทยแท้จะมีเสียงดนตรีเพราะอะไร ........................................................................................................................................................... 5. คำไทยแท้จะมีลักษณนาม เช่นคำว่าอะไรบ้าง (ยกตัวอย่างมา 3 คำ) ........................................................................................................................................................... แบบฝึกหัดที่ 1 เรื่อง คำไทยแท้


147 ตอนที่ 1 คำชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาข้อความต่อไปนี้แล้วทำเครื่องหมาย หน้าข้อความที่ถูกต้อง และทำ เครื่องหมาย หน้าข้อความที่ผิด 1. คำไทยแท้ส่วนมากเป็นคำพยางค์เดียว เรียกว่าเป็น ภาษาคำโดด 2. คำไทยแท้เป็นคำที่มีตัวสะกดเดียว และมีตัวตาม 3. คำไทยแท้ใช้ตัวสะกดตรงตามมาตรา 4. คำว่า “มะม่วง” เกิดจากการแทรกเสียง 5. คำว่า “นกกระจอก” เกิดจากการแทรกเสียง 6. คำว่า “ผักกระเฉด ประท้วง คาถา ดาว” เป็นคำไทยแท้ทั้งหมด 7. คำไทยแท้จะไม่ใช้พยัญชนะ ฆ ฌ ญ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ ธ ภ ศ ษ ฬ 8. คำไทยจะมีรูปวรรณยุกต์กำกับ ทำให้ออกเสียงต่างกัน มีความหมายต่างกัน 9. คำไทยนิยมใช้ตัวการันต์และคำควบกล้ำ 10. คำไทยแท้มีลักษณะนาม ตอนที่ 2 คำชี้แจง : ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. ภาษาไทยจัดเป็นภาษากลุ่มใด เฉลย ภาษาคำโดด 2. คำไทยแท้มักมีกี่พยางค์ เฉลย พยางค์เดียว 3. คำไทยจะสะกดตรงตามตัวมาตรา มีมาตราใดบ้าง เฉลย แม่กก แม่กง แม่กบ แม่กด แม่กน แม่กม แม่เกย แม่เกอว 4. คำไทยแท้จะมีเสียงดนตรีเพราะอะไร เฉลย เพราะว่ามีเสียงวรรณยุกต์ 5. คำไทยแท้จะมีลักษณนาม เช่นคำว่าอะไรบ้าง (ยกตัวอย่างมา 3 คำ) เฉลย ขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของผู้สอน เฉลยแบบฝึกหัดที่ 1 เรื่อง คำไทยแท้


148 ชื่อ..............................................................................................................................ชั้น...............เลขที่............. คำชี้แจง : ให้นักเรียนอ่านข้อความที่กำหนดให้ แล้วตอบคำถามให้ถูกต้อง จงตอบคำถามต่อไปนี้ 1. จากข้อความที่กำหนดให้มีคำที่มาจากภาษาบาลีกี่คำ (ไม่นับคำซ้ำ) .............................................................................................................................................................................. 2. คำที่มาจากภาษาบาลีที่ปรากฏในข้อความ มีคำว่าอะไรบ้าง .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 3. จากข้อความที่กำหนดให้มีคำที่มาจากภาษาสันสกฤตกี่คำ (ไม่นับคำซ้ำ) .............................................................................................................................................................................. 4. คำที่มาจากภาษาสันสกฤตที่ปรากฏในข้อความ มีคำว่าอะไรบ้าง .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. แบบฝึกหัดที่ 2 เรื่อง คำบาลีสันสกฤต เพลงชาติไทย (ฉบับครั้งแรก) แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง ไทยเข้าครองตั้งประเทศเขตแดนสง่า สืบเผ่าไทยดึกดำบรรพ์โบราณมา รวมรักษาสามัคคีทวีไทย บางสมัยศัตรูจู่โจมตี ไทยพลีชีพร่วมรวมรุกไล่ เข้าลุยเลือดหมายมุ่งผดุงไผท สยามสมัยโบราณรอดตลอดมา อันดินสยามคือว่าเนื้อของไทย น้ำรินไหลคือว่าเลือดของเชื้อข้า เอกราชคือเจดีย์ที่เราบูชา เราจะสามัคคีร่วมมีใจ รักษาชาติประเทศเอกราชจงดี ใครย่ำยีเราจะไม่ละให้ เอาเลือดล้างให้สิ้นแผ่นดินไทย สถาปนาสยามให้เทิดไทย ไชโยฯ


149 คำชี้แจง : ให้นักเรียนอ่านข้อความที่กำหนดให้ แล้วตอบคำถามให้ถูกต้อง จงตอบคำถามต่อไปนี้ 1. จากข้อความที่กำหนดให้มีคำที่มาจากภาษาบาลีกี่คำ (ไม่นับคำซ้ำ) เฉลย 9 คำ 2. คำที่มาจากภาษาบาลีที่ปรากฏในข้อความ มีคำว่าอะไรบ้าง เฉลย นาม เขต โบราณ สามัคคี พลีชีพ สมัย เจดีย์ บูชา ชาติ 3. จากข้อความที่กำหนดให้มีคำที่มาจากภาษาสันสกฤตกี่คำ (ไม่นับคำซ้ำ) เฉลย 6 คำ 4. คำที่มาจากภาษาสันสกฤตที่ปรากฏในข้อความ มีคำว่าอะไรบ้าง เฉลย ประเทศ บรรพ์ รักษา ทวี ศัตรู สถาปนา เพลงชาติไทย (ฉบับครั้งแรก) แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง ไทยเข้าครองตั้งประเทศเขตแดนสง่า สืบเผ่าไทยดึกดำบรรพ์โบราณมา รวมรักษาสามัคคีทวีไทย บางสมัยศัตรูจู่โจมตี ไทยพลีชีพร่วมรวมรุกไล่ เข้าลุยเลือดหมายมุ่งผดุงไผท สยามสมัยโบราณรอดตลอดมา อันดินสยามคือว่าเนื้อของไทย น้ำรินไหลคือว่าเลือดของเชื้อข้า เอกราชคือเจดีย์ที่เราบูชา เราจะสามัคคีร่วมมีใจ รักษาชาติประเทศเอกราชจงดี ใครย่ำยีเราจะไม่ละให้ เอาเลือดล้างให้สิ้นแผ่นดินไทย สถาปนาสยามให้เทิดไทย ไชโยฯ เฉลยแบบฝึกหัดที่ 2 เรื่อง คำบาลีสันสกฤต


150 ชื่อ.........................................................................................................................ชั้น.................เลขที่................ ตอนที่ 1 ภาษาอังกฤษ คำชี้แจง : ให้นักเรียนหาคำยืมภาษาอังกฤษที่นำมาใช้ในภาษาไทยตามหมวดหมู่ที่กำหนดให้ต่อไปนี้(หมวดหมู่ ละ 10 คำ) แบบฝึกหัดที่ 3 เรื่อง คำภาษาอังกฤษ จีน และญี่ปุ่น อาหาร กีฬา ดนตรีและการแสดง เครื่องใช้ต่าง ๆ เครื่องใช้ต่าง ๆ


151 ตอนที่ 2 ภาษาจีน คำชี้แจง : ให้นักเรียนจับคู่คำและความหมายให้ถูกต้อง ........... 1. กงสุล ก. ภาชนะสานอย่างหนึ่ง ........... 2. ตุ๋น ข. ถั่วเหลืองหมักเกลือ ใช้ปรุงอาหาร ........... 3. โสหุ้ย ค. ที่ฝังศพของชาวจีน ........... 4. เข่ง ง. ของหวานทำจากน้ำถั่วเหลือง ปรุงด้วยน้ำขิง ........... 5. ไต้ก๋ง จ. เครื่องสานสำหรับโกยดิน ........... 6. แซยิด ฉ. เสื้อแบบจีนชนิดหนึ่ง ........... 7. จันอับ ช. ค่าใช้จ่าย ........... 8. กุยเฮง ซ. กางเกงเป้ายาน ........... 9. ฮวงซุ้ย ฌ. ชื่ออาหารที่ใส่ผักหลายๆอย่าง ........... 10. กงเต๊ก ญ. ชื่อขนมหวานอย่างแห้งของจีน ........... 11. ปุ้งกี๋ ฎ. ทำให้สุก ........... 12. เต้าเจี้ยว ฏ. นายท้ายเรือ ........... 13. เต้าฮวย ฐ. ชื่อตำแหน่งบุคคลทางรัฐบาล ............ 14. จับฉ่าย ฑ. การทำบุญให้แก่คนตาย ............ 15. ขาก๊วย ฒ. วันที่มีอายุครบ 5 รอบ คือ 60 ปีตามคติของจีน คำชี้แจง : ให้นักเรียนยกตัวอย่างชื่ออาหารท้องถิ่นที่มาจากภาษาจีน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. แบบฝึกหัดที่ 3 เรื่อง คำภาษาอังกฤษ จีน และญี่ปุ่น


152 ตอนที่ 3 ภาษาญี่ปุ่น คำชี้แจง : ให้นักเรียนจับคู่คำและความหมายให้ถูกต้อง ........... 1. กิโมโน ก. ภาชนะใส่อาหาร ........... 2. เกอิชา ข. ทหารหน่วยกล้าตาย ........... 3. คามิคาเซ่ ค. เสื้อชุดประจำชาติญี่ปุ่นของญี่ปุ่น ........... 4. คาราเต้ ง. มวยปล้ำ ........... 5. เค็นโด้ จ. ศิลปะการต่อสู้ด้วยไม้ ........... 6. ซามูไร ฉ. ชื่ออาหารชนิดหนึ่ง ........... 7. ซูโม ช. หญิงต้อนรับ หญิงให้บริการ ........... 8. บอนไซ ซ. ต้นไม้ที่ถูกบังคับไม่ให้เจริญเติบโตตามปกติ ........... 9. สุกี้ยากี้ ฌ. ศิลปะการต่อสู้ด้วยสันหรือนิ้วมือ ........... 10. ปิ่นโต ญ. ทหารอาชีพ เดิมพวกนี้ใช้มีดดาบเป็นอาวุธ คำชี้แจง : ให้นักเรียนยกตัวอย่างคำภาษาญี่ปุ่นที่นำมาใช้ในภาษาไทย (จำนวน 10 คำ) .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. แบบฝึกหัดที่ 3 เรื่อง คำภาษาอังกฤษ จีน และญี่ปุ่น


153 ชื่อ.........................................................................................................................ชั้น.................เลขที่................ ตอนที่ 1 ภาษาอังกฤษ คำชี้แจง : ให้นักเรียนหาคำยืมภาษาอังกฤษที่นำมาใช้ในภาษาไทยตามหมวดหมู่ที่กำหนดให้ต่อไปนี้(หมวดหมู่ ละ 10 คำ เฉลยแบบฝึกหัดที่ 3 เรื่อง คำภาษาอังกฤษ จีน และญี่ปุ่น อาหาร กีฬา ดนตรีและการแสดง ขึ้นอยู่ที่ดุลยพินิจของผู้สอน ขึ้นอยู่ที่ดุลยพินิจของผู้สอน ขึ้นอยู่ที่ดุลยพินิจของผู้สอน ขึ้นอยู่ที่ดุลยพินิจของผู้สอน เครื่องใช้ต่าง ๆ


154 ตอนที่ 2 ภาษาจีน คำชี้แจง : ให้นักเรียนจับคู่คำและความหมายให้ถูกต้อง ฐ 1. กงสุล ก. ภาชนะสานอย่างหนึ่ง ฎ 2. ตุ๋น ข. ถั่วเหลืองหมักเกลือ ใช้ปรุงอาหาร ช 3. โสหุ้ย ค. ที่ฝังศพของชาวจีน ก 4. เข่ง ง. ของหวานทำจากน้ำถั่วเหลือง ปรุงด้วยน้ำขิง ฏ 5. ไต้ก๋ง จ. เครื่องสานสำหรับโกยดิน ฒ 6. แซยิด ฉ. เสื้อแบบจีนชนิดหนึ่ง ญ 7. จันอับ ช. ค่าใช้จ่าย ฉ 8. กุยเฮง ซ. กางเกงเป้ายาน ค 9. ฮวงซุ้ย ฌ. ชื่ออาหารที่ใส่ผักหลาย ๆ อย่าง ฑ 10. กงเต๊ก ญ. ชื่อขนมหวานอย่างแห้งของจีน จ 11. ปุ้งกี๋ ฎ. ทำให้สุก ข 12. เต้าเจี้ยว ฏ. นายท้ายเรือ ง 13. เต้าฮวย ฐ. ชื่อตำแหน่งบุคคลทางรัฐบาล ฌ 14. จับฉ่าย ฑ. การทำบุญให้แก่คนตาย ซ 15. ขาก๊วย ฒ. วันที่มีอายุครบ 5 รอบ คือ 60 ปีตามคติของจีน คำชี้แจง : ให้นักเรียนยกตัวอย่างชื่ออาหารท้องถิ่นที่มาจากภาษาจีน (จำนวน 10 คำ) .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขึ้นอยู่ที่ดุลยพินิจของผู้สอน เฉลยแบบฝึกหัดที่ 3 เรื่อง คำภาษาอังกฤษ จีน และญี่ปุ่น


155 ตอนที่ 3 ภาษาญี่ปุ่น คำชี้แจง : ให้นักเรียนจับคู่คำและความหมายให้ถูกต้อง ค 1. กิโมโน ก. ภาชนะใส่อาหาร ช 2. เกอิชา ข. ทหารหน่วยกล้าตาย ข 3. คามิคาเซ่ ค. เสื้อชุดประจำชาติญี่ปุ่นของญี่ปุ่น ฌ 4. คาราเต้ ง. มวยปล้ำ จ 5. เค็นโด้ ซ. ต้นไม้ที่ถูกบังคับไม่ให้เจริญเติบโตตามปกติ ญ 6. ซามูไร ฉ. ชื่ออาหารชนิดหนึ่ง ง 7. ซูโม ช. หญิงต้อนรับ หญิงให้บริการ ซ 8. บอนไซ จ. ศิลปะการต่อสู้ด้วยไม้ ฉ 9. สุกี้ยากี้ ฌ. ศิลปะการต่อสู้ด้วยสันหรือนิ้วมือ ก 10. ปิ่นโต ญ. ทหารอาชีพ เดิมพวกนี้ใช้มีดดาบเป็นอาวุธ คำชี้แจง : ให้นักเรียนยกตัวอย่างคำภาษาญี่ปุ่นที่นำมาใช้ในภาษาไทย (จำนวน 10 คำ) .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. เฉลยแบบฝึกหัดที่ 3 ขึ้นอยู่ที่ดุลยพินิจของผู้สอน เรื่อง คำภาษาอังกฤษ จีน และญี่ปุ่น


156 ชื่อ.........................................................................................................................ชั้น................เลขที่................. ตอนที่ 1 คำชี้แจง : ให้นักเรียนเขียนพยัญชนะ ก หน้า หน้า ข้อความที่เกี่ยวกับภาษาชวา-มลายู และเขียน พยัญชนะ ข ข้อความที่เกี่ยวกับภาษาเขมร ........... 1. เป็นภาษาที่รับมาจากวรรณคดีเรื่อง ดาหลังและอิเหนาเป็นส่วนใหญ่ ........... 2. คำที่นำมาใช้ส่วนมากเป็นคำราชาศัพท์ ........... 3. พยางค์แรกของคำมักขึ้นต้นด้วยสระอำ ........... 4. ภาษาดังกล่าว ปัจจุบันเรียกว่าภาษามาเลเซีย ........... 5. มักใช้พยัญชนะ จ ร ล ญ เป็นตัวสะกด ........... 6. มักขึ้นต้นด้วย “บัง บัน บำ บรร ประ” ......... 7. เป็นคำที่ใช้สื่อสารในวรรณคดี และในบทร้อยกรองต่าง ๆ มากกว่าคำที่นำมาใช้สื่อสารใน ชีวิตประจำวัน ........... 8. มีการแผลงคำเมื่อนำมาใช้ในภาษาไทย ........... 9. เป็นภาษาที่เข้ามาทางเขตชายแดนภาคใต้ ........... 10. เป็นคำไม่ใช้เสียงวรรณยุกต์ ตอนที่ 2 คำชี้แจง : ให้นักเรียนนำคำที่กำหนดให้ใส่ในช่องว่างให้ถูกต้อง ภาษาเขมร ภาษาชวา - มลายู แบบฝึกหัดที่ 4 เรื่อง คำเขมร และชวามลายู อิเหนา บำบัด ดาหงัน กระดาน กะลาสี ทุเรียน เจริญ บันได ทูล กำเดา น้อยหน่า กริช ตรัส กระดังงา กุญแจ บังคับ อังกะลุง ตลับ บำเพ็ญ ขนุน


157 ตอนที่ 1 คำชี้แจง : ให้นักเรียนเขียนพยัญชนะ ก หน้า หน้า ข้อความที่เกี่ยวกับภาษาชวา-มลายู และเขียน พยัญชนะ ข ข้อความที่เกี่ยวกับภาษาเขมร ก 1. เป็นภาษาที่รับมาจากวรรณคดีเรื่อง ดาหลังและอิเหนาเป็นส่วนใหญ่ ข 2. คำที่นำมาใช้ส่วนมากเป็นคำราชาศัพท์ ข 3. พยางค์แรกของคำมักขึ้นต้นด้วยสระอำ ก 4. ภาษาดังกล่าว ปัจจุบันเรียกว่าภาษามาเลเซีย ข 5. มักใช้พยัญชนะ จ ร ล ญ เป็นตัวสะกด ข 6. มักขึ้นต้นด้วย “บัง บัน บำ บรร ประ” ก 7. เป็นคำที่ใช้สื่อสารในวรรณคดี และในบทร้อยกรองต่าง ๆ มากกว่าคำที่นำมาใช้สื่อสารใน ชีวิตประจำวัน ข 8. มีการแผลงคำเมื่อนำมาใช้ในภาษาไทย ก 9. เป็นภาษาที่เข้ามาทางเขตชายแดนภาคใต้ ก 10. เป็นคำไม่ใช้เสียงวรรณยุกต์ ตอนที่ 2 คำชี้แจง : ให้นักเรียนนำคำที่กำหนดให้ใส่ในช่องว่างให้ถูกต้อง ภาษาเขมร ภาษาชวา - มลายู บำบัด กระดาน เจริญ บันได ทูล กำเดา บำเพ็ญ บังคับ ตรัส ขนุน อิเหนา ดาหงัน กะลาสี ทุเรียน น้อยหน่า กริช กระดังงา กุญแจ อังกะลุง ตลับ เฉลยแบบฝึกหัดที่ 4 อิเหนา บำบัด ดาหงัน กระดาน กะลาสี ทุเรียน เจริญ บันได ทูล กำเดา น้อยหน่า กริช ตรัส กระดังงา กุญแจ บังคับ อังกะลุง ตลับ บำเพ็ญ ขนุน เรื่อง คำเขมร และชวามลายู


158 1. คำไทยแท้ส่วนมากเป็นคำพยางค์เดียว เรียกว่าเป็น ภาษาคำโดด แต่ละคำมีความหมายสมบูรณ์ในตัวเอง เช่น ปู่ ย่า แขน ขา หมา แมว ฟ้า ฝน มีด ตู้ ฯลฯ ส่วนคำไทยแท้ที่มีหลายพยางค์ เช่น มะพร้าว กระโจน สะใภ้ ตะวัน มีสาเหตุดังนี้ 1.1 การกร่อนเสียง คือ คำ 2 คำ เมื่อพูดเร็ว ๆ ทำให้ออกเสียงคำแรกสั้นลงกลายเป็นคำ 2 พยางค์ เช่น ตาวัน เป็น ตะวัน หมากม่วง เป็น มะม่วง สายดือ เป็น สะดือ 1.2 การแทรกเสียง คือ การเติมพยางค์ลงไปตรงกลางระหว่างคำ ๒ คำ เช่น นกจอก เป็น นกกระจอก ลูกเดือก เป็น ลูกกระเดือก 1.3 การเติมพยางค์หน้า คือ การเติมพยางค์ที่หน้าคำมูลโดยให้มีความหมายใกล้เคียงกัน เช่น ทำ เป็น กระทำ โจน เป็น กระโจน เดี๋ยว เป็น ประเดี๋ยว 2. คำไทยแท้เป็นคำที่มีตัวสะกดเดียว ไม่มีตัวตามและสะกดตรงตามมาตรา คือ 3. คำไทยแท้จะไม่ใช้พยัญชนะ ฆ ฌ ญ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ ธ ภ ศ ษ ฬ ยกเว้นบางคำต่อไปนี้ที่เป็นคำไทย ได้แก่ ฆ่า เฆี่ยน ระฆัง ฆ้อง ตะเฆ่ ใหญ่ หญ้า เฒ่า ณ ธ ธง เธอ สำเภา ภาย เศร้า ศึก ศอก ศอ ศก 4. คำไทยจะใช้ “ใ” (ไม้ม้วน) มี 20 คำ คือ ใบความรู้เรื่อง คำไทยแท้ ลักษณะของคำไทยแท้ แม่กก สะกดด้วยตัว ก เช่น กัก เด็ก ลูก จอก แม่กง สะกดด้วยตัว ง เช่น เก่ง นั่ง พิง ถัง แม่กด สะกดด้วยตัว ด เช่น กด ปิด อวด ปูด แม่กน สะกดด้วยตัว น เช่น กิน นอน ฉุน เห็น แม่กบ สะกดด้วยตัว บ เช่น กับ แคบ จบ ซูบ แม่กม สะกดด้วยตัว ม เช่น ชาม หอม ดื่ม ตุ่ม แม่เกอว สะกดด้วยตัว ว เช่น แมว หิว ข้าว หนาว แม่เกย สะกดด้วยตัว ย เช่น คอย ขาย ปุ๋ย ตาย


159 5. คำไทยจะมีรูปวรรณยุกต์กำกับ ทำให้ออกเสียงต่างกัน มีความหมายต่างกัน เช่น ปา หมายถึง ซัดไปด้วยอาการยกแขนขึ้นสูงแล้วเอี้ยวตัว ป่า หมายถึง ที่ที่มีต้นไม้ต่าง ๆ ขึ้นมา ป้า หมายถึง พี่สาวของพ่อหรือแม่ คำเรียกหญิงที่ไม่รู้จักแต่มักมีอายุแก่กว่าพ่อหรือแม่ 6. คำไทยไม่นิยมใช้ตัวการันต์และคำควบกล้ำ เช่น เด็ก วิ่ง เล่น ใน สวน 7. คำไทยแท้มีลักษณะนาม ใช้ลักษณะนามเป็นนามที่บอกลักษณะของนามที่อยู่ข้างหน้า ซึ่งในภาษาไทยจะ ใช้คำเหล่านี้แตกต่างจากภาษาอื่นชัดเจน เช่น หนังสือ 2 เล่ม พระภิกษุ 5 รูป พลู 3 จีบ ดอกไม้ 3 ดอก แหวน 1 วง ดินสอ 2 แท่ง ฟุตบอล 3 ลูก ขนมจีบ 5 จับ ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ ใฝ่ใจเอาใส่ห่อ มิหลงใหลใครขอดู จะใคร่ลงเรือใบ ดูน้ำใสและปลาปู สิ่งใดอยู่ในตู้ มิใช่อยู่ใต้ตั่งเตียง บ้าใบ้ถือใยบัว หูตามัวมาใกล้เคียง เล่าท่องอย่าละเลี่ยง ยี่สิบม้วนจำจงดี


160 แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่7 เรื่อง แม่ศรีเรือน หน่วยการเรียนรู้แม่ศรีเรือน รหัสวิชา ท23101 รายวิชา ภาษาไทย 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 จำนวนคาบ 3 ชั่วโมง สาระที่ 5 วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐานการเรียนรู้ ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น คุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด 1. สรุปเนื้อหาวรรณคดี วรรณกรรมและวรรณกรรมท้องถิ่นในระดับที่ยากยิ่งขึ้น 2. วิเคราะห์วิถีไทยและคุณค่าจากวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน 3. สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง สาระการเรียนรู้ 1. แม่ศรีเรือน สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด (KPA) แม่ศรีเรือนเป็นสารคดีบทความที่หม่อมเจ้าพูนพิศสมัย ดิศกุล เสนอแนวคิดเกี่ยวกับหน้าที่ของผู้หญิง ในการดูแลบ้านเรือนให้เรียบร้อยปกติสุข ผู้แต่งเสนอแนวคิดสำคัญอย่างตรงไปตรงมา ด้วยการแสดงความคิด แล้วอธิบายโดยยกตัวอย่าง ประกอบเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจความได้ชัดเจนขึ้น เนื้อหาสอดแทรกคุณธรรมในการ ดำเนินชีวิต และ เนื่องจากผู้แต่งมีความรอบรู้แตกฉานทางด้านพระพุทธศาสนา จึงแฝงหลักธรรมคําสอนของ ศาสนาพุทธ ในเนื้อเรื่องได้อย่างกลมกลืนและสอดคล้องกับเนื้อความ เรื่อง แม่ศรีเรือน จึงเป็นสารคดีที่มี ประโยชน์แฝงคุณธรรมและแง่คิด อันนําไปสู่การประยุกต์ใช้ใน ชีวิตจริงให้เกิดความสุขในบ้านเรือน ครอบครัว และสังคม จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) 1. นักเรียนจับใจความสำคัญและแสดงความคิดเห็นประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องที่อ่านได้ ด้านทักษะกระบวนการ (P) 2. นักเรียนสามารถวิเคราะห์วิจารณ์วรรกรรมเรื่องแม่ศรีเรือนได้ 3. นักเรียนทำแบบฝึกทักษะเรื่องแม่ศรีเรือน ด้านคุณธรรม/จริยธรรม (A) 4. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. แบบฝึกทักษะเรื่อง แม่ศรีเรือน 2. แบบทดสอบ


161 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน 3. มีวินัย สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - สาระการเรียนรู้ World Class - กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 -3 กิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน 1. ดึงเข้าสู่บทเรียนด้วยการใช้เทคนิคการตั้งคำถาม “นักเรียนคิดว่าบทบาทของชายและหญิงในสมัยก่อนแตกต่างกันหรือไม่” “หากแตกต่าง แตกต่างอย่าไร” “ในปัจจุบันบทบาทชายหญิงต่างไปจากเดิมอย่างไร” กิจกรรมพัฒนาการเรียน 2. นักเรียนอ่านบทประพันธ์เรื่องแม่ศรีเรือนจากใบความรู้ 3. นักเรียนและครูแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านโดยไม่มีถูกผิด ทั้งประเด็นเนื้อเรื่อง บริบทสังคมในเรื่อง พฤติกรรมของตัวละคร 4. นักเรียนช่วยกันบอกถึงสิ่งที่ค้นพบจากเรื่องที่อ่าน เช่น ผู้แต่ง ลักษณะการแต่ง ใจความสำคัญ แง่มุมความเห็นต่าง ๆ 5. นักเรียนทำแบบฝึกทักษะ โดยใช้เทคนิค SQ4R เพื่อให้เกิดกระบวนการคิดอย่างลึกซึ้ง 6. สุ่มนักเรียนออกมานำเสนอสิ่งที่ตนเองตอบในแบบฝึกทักษะจำนวน 5 คน 7. นักเรียนและครูร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอีกครั้ง 8. ทำแบบทดสอบหลังเรียนเพื่อทบทวนความรู้และตรวจสอบความเข้าใจ สรุปบทเรียน 9. นักเรียนช่วยกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้


162 สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 1. สื่อ PowerPoint เรื่องแม่ศรีเรือน 2. ใบความรู้เรื่องแม่ศรีเรือน 3. แบบทดสอบเรื่องแม่ศรีเรือน 4. แบบฝึกทักษะเรื่องแม่ศรีเรือน การวัดและประเมินผล หลักฐานการเรียนรู้ (ชิ้นงาน/ภาระงาน) วิธีการวัด เครื่องมือวัดผล เกณฑ์การประเมิน 1. แบบทดสอบก่อน-หลัง เรียนเรื่องแม่ศรีเรือน 2. แบบฝึกทักษะ SQ4R เรื่องแม่ศรีเรือน 3. แบบฝึกทักษะท้าย บทเรียน - สังเกตพฤติกรรม รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม - สังเกตการตอบคำถาม - การทำกิจกรรม/แบบฝึก ทักษะ/ แบบทดสอบก่อนหลังเรียน - แบบสังเกตพฤติกรรม รายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม - แบบประเมินการตอบแบบ ฝึกทักษะ - แบบประเมินการตอบ แบบทดสอบ ทุกรายการได้คะแนน ร้อยละ 70 ขึ้นไปถือ ว่าผ่านเกณฑ์


163 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่................. เดือน....................... พ.ศ................. คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน เกณฑ์การประเมิน ให้คะแนนระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ ดีมาก = 4 สนใจฟัง ไม่หลับ ไม่พูดคุยในชั้น มีคำถามที่ดีตอบคำถามถูกต้อง ทำงานส่งครบตรง เวลา ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 70% ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50% ปรับปรุง = 1 เข้าชั้นเรียน แต่การแสดงออกน้อยมาก ส่งงานไม่ครบ ไม่ตรงเวลา รายการประเมิน ชื่อ-สกุล ความสนใจ การแสดง ความ คิดเห็น การตอบ คำถาม การยอมรับ ฟังคนอื่น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20


164 แบบประเมินการตอบคำถาม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่................. เดือน....................... พ.ศ................. ชื่อนักเรียน.............................................................................................................ชั้น...............เลขที่................ คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง รายการประเมิน ระดับคะแนน รวม (30 คะแนน) มาก ที่สุด (5) มาก (4) ปาน กลาง (3) น้อย (2) ควร ปรับปรุง (1) 1. ความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่พูด 2. ความสามารถในการอธิบายเนื้อหาที่ตนสนใจ 3. ความสามารถในการตอบคำถามและการแก้ปัญหา 4. การมีเหตุผลและตรรกะทางความคิด 5. การเคารพในความคิดเห็นของผู้อื่น 6. การมีมารยาทในการพูด ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน เกณฑ์การตัดสิน 26 - 30 คะแนน = ดีมาก 21 - 25 คะแนน = ดี 15 - 20 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 15 คะแนน = ควรปรับปรุง


165 แบบประเมินใบงานเรื่อง แม่ศรีเรือน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่................. เดือน....................... พ.ศ................. ชื่อนักเรียน.............................................................................................................ชั้น...............เลขที่................ คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง พฤติกรรม /ระดับคะแนน ชื่อ เนื้อหา ความ ถูกต้อง ความ สะอาด เรียบร้อย ผลสำเร็จ ของงาน รวม 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 16 ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน เกณฑ์การตัดสิน 14 - 16 คะแนน = ดีมาก 11 - 13 คะแนน = ดี 8 - 10 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 8 คะแนน = ควรปรับปรุง


166 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. สภาพปัญหาที่พบ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 2. แนวทางการแก้ปัญหา .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 3. ผลการแก้ปัญหา 1.1 ด้านความรู้ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. . 1.2 ด้านทักษะ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 1.3 ด้านคุณธรรม จริยธรรม .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 4. สรุปผลการจัดการเรียนรู้จากแผนการจัดการเรียนรู้นี้ตามตัวชี้วัด จำนวนนักเรียนทั้งหมด............คน - ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดี...............คน คิดเป็นร้อยละ............... - ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับปานกลาง...............คน คิดเป็นร้อยละ............... - ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับปรับปรุง...............คน คิดเป็นร้อยละ...............


167 5. ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..................................................... (นางสาวสุธิมา ไพราม) ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ................./.................../2565 5. ความเห็นของผู้บริหาร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..................................................... (นายมณ๊แสง นามอินทร์) ผู้อำนวยการโรงเรียน ................./.................../2565


168 เรื่อง แม่ศรีเรือน เป็นสารคดีบทความที่หม่อมเจ้าพูน พิศมัย ดิศกุล เสนอแนวคิดเกี่ยวกับหน้าที่ของผู้หญิงในการดูแล บ้านเรือนให้เรียบร้อยปกติสุข ผู้แต่งเสนอแนวคิดสำคัญอย่างตรงไปตรงมา ด้วยการ แสดงความคิด แล้วอธิบายโดยยกตัวอย่าง ประกอบเพื่อให้ผู้อ่าน เข้าใจความได้ชัดเจนขึ้น เนื้อหาสอดแทรกคุณธรรมในการดำเนิน ชีวิต และ เนื่องจากผู้แต่งมีความรอบรู้แตกฉานทางด้าน พระพุทธศาสนา จึงแฝงหลักธรรมคําสอนของศาสนาพุทธ ในเนื้อ เรื่องได้อย่างกลมกลืนและสอดคล้องกับเนื้อความ เรื่อง แม่ศรีเรือน จึงเป็นสารคดีที่มีประโยชน์แฝงคุณธรรม และแง่คิด อันนําไปสู่การประยุกต์ใช้ใน ชีวิตจริงให้เกิดความสุข ในบ้านเรือน ครอบครัว และสังคม ประวัติผู้แต่ง หม่อมเจ้าพูนพิสมัย ดิศกุล เป็นพระธิดาของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุ ภาพกับหม่อมเฉื่อย ดิศกุล ท.จ. ประสูติเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2438 ทรงได้ศึกษาวิชาการด้านต่าง ๆ หลายด้านทั้งความรู้ทางวิชาการและความรู้รอบตัว ดังนี้ ทรงศึกษาภาษาไทยชั้นต้นกับคุณหญิงวิทยา ปรีชามาตย์ (อ่อง) และข้าราชการในกรมเลขาธิการ ทรงศึกษาภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสกับครูสตรีชาวต่างประเทศเจ้าของภาษา ทรงศึกษาความรู้รอบตัวจากพระบิดา ทรงศึกษาวิชากุลสตรีจากสมเด็จเจ้าฟ้านิภานพดล หม่อมเจ้าพูนพิสมัย ดิศกุล ทรงมีความรู้แตกฉานในวิชาประวัติศาสตร์ไทยและพระพุทธศาสนาพระ นิพนธ์ชิ้นแรกที่รู้จักกันแพร่หลายคือ พระนิพนธ์เรื่อง ศาสนคุณ เป็นหนังสือสอนศาสนาให้กับเด็กทรงแต่ง ประกวดในงานพระราชพิธีวิสาขบูชา พ.ศ. 2472 และได้รับพระราชทานรางวัลชั้นที่ 1 นอกจากนี้ยังมีพระ นิพนธ์อื่น ๆ อีกหลายเรื่อง ทั้งพระนิพนธ์เกี่ยวกับพุทธศาสนาทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หม่อมเจ้าพูนสมัย ดิศกุล ทรงบำเพ็ญกรณียกิจในการพระพุทธศาสนามาตลอดทั้งในประเทศและ ต่างประเทศ ทรงร่วมก่อตั้งองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล) ทรงดำรงตำแหน่งประธานองค์การนี้ ตั้งแต่ พ.ศ. 2507 จนถึง พ.ศ. 2527 ทรงสิ้นชีพิตักษัย เมื่อ 11 สิงหาคม พ.ศ.2533 แม่ศรีเรือน


169 เนื้อเรื่อง บุรุษและสตรีมีหน้าที่สำคัญในการครองชีวิตให้ผาสุกเท่าถึงกัน เพราะธรรมชาติได้สร้างสรรค์มาให้ บุรุษมีร่างกายและอนามัยแข็งแรงทนทานต่อดินฟ้าอากาศ และมีกําลังกายเพียงพอที่จะต่อสู้สัตว์ร้าย และ อันตรายต่าง ๆ ได้ จึงเหมาะแก่การทำงานนอกบ้านและหลังคาเรือน ส่วนสตรีเพศนั้นผิวนาง นุ่มนวลอ่อนแอ จึงเหมาะแก่การทำงานในร่มหลังคาเรือน โดยกฎธรรมชาติวางไว้เช่นนี้ สตรีจึงได้ตำแหน่งเป็นแม่เรือน ซึ่งจะ เป็นศรีแก่เรือนได้หรือไม่ ก็เพราะการกระทำของสตรีเอง ผู้ที่เจริญแล้วพ้นจากการอยู่ป่าเขาลำเนาไพร ก็ย่อม จะต้องมีที่อยู่เป็นเรือนโรง แม้เรือนนั้นจะเป็นเพียงกระท่อมหรือศาลาก็ตาม ถ้าผู้ที่จะอยู่ในเรือนโรงนั้น รู้จัก ตกแต่งเลี้ยงดูให้งดงามสุขสบายตามควรแล้วก็เรียกว่าอยู่ดีกินดี หรือ อยู่เป็น ตรงกับคําฝรั่งว่า They know how to live. บัดนี้ เราก็ทะนงนึกว่าตัวเราเป็นผู้เจริญแล้ว จึงน่าจะสํารวจดูตัวเองบ้างว่า เราทําหน้าที่ของเรา ถูกต้องแล้วหรือยัง หรือยังมีอะไรบกพร่องอยู่บ้าง การหาความจริงจากตัวเอง ย่อมดีกว่าได้รับการติเตียน จากผู้อื่นเป็นอันมาก ฉะนั้น เราจะต้องตั้งปัญหาขึ้นก่อนว่า การเรือนคืออะไร ถ้าตอบง่าย ๆ ก็คือ สิ่งที่ เกิด และมีในเรือนย่อมเป็นเหตุแห่งการเรือนทั้งนั้น แต่ถ้าจะแยกออกดูให้ละเอียดก็คือ 1. การอยู่ดี 2. การกินดี 3. ปกครองดี 4. ใช้จ่ายเหมาะแก่ฐานะ 5. ประหยัดเป็น 6. ทํางานเป็น 7. รับแขกเป็น 8. ต้องมีทั้งศีลและธรรมเป็นหลัก รวมทั้ง 8 อย่างนี้ ถ้าแม่เรือนที่ดีจริงแล้ว จะไม่มีเวลาว่างเลย ตั้งแต่ลืมตาขึ้นจนล้มตัวลงนอน หลับไป อีก 1. การอยู่ดีนั้น จะต้องเริ่มแต่ดูทิศทางห้องที่จะอยู่ จะต้องรู้ว่าดินฟ้าอากาศมีฤดูให้เราเป็นอย่างไร เช่น เราอยู่เมืองร้อน ก็ควรจะมีห้องอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพราะจะได้ลมใต้เย็นในเวลา พักผ่อน และ ตอนเช้าเมื่อตื่นจากห้องนอนแล้วก็จะได้เปิดหน้าต่าง ให้รับแดดเช้าเข้ามาล้างความชื้นและมืดออกไปเป็น อากาศสด หลังคาจะต้องมีกันสาด เพราะมีฝนแรง การปลูกสร้างบัดนี้ โดยมากมักจะทำแต่เพื่อความสวยงาม เป็นประมาณ จึงไม่ค่อยจะอยู่อย่างถูกต้องแก่อนามัย และสิ่งที่ร้ายที่สุดนั้นคือไม่ได้เอาใจใส่เรื่องการอยู่ดีเท่าถึง เครื่องแต่งตัวเลย ข้าพเจ้าเคยพบหลายคนที่แต่งตัวไม่มีหมอง แต่ถ้าไปถึงที่อยู่แล้วจะเห็นได้ว่า ห้องที่อยู่นั้นคือ รังหนูดี ๆ รกรุงรังไม่มีระเบียบเรียบร้อย ด้วยเหตุนี้ดอกกระมัง ที่ผู้ใหญ่เขาบอกว่า ถ้าใครผลัดผ้าทิ้งไว้เป็น รูปร่าง (คือไม่พับเก็บให้เรียบร้อย) ถ้าจิ้งจกตกลงไปกลางผ้า นั้นแล้วจะต้องตาย อีกประการหนึ่งการอยู่อย่างไร นั้น เป็นการบอกนิสัยเจ้าของที่อยู่ไปในตัวว่าเป็นคน ชนิดไร ฉะนั้น ควรจะถึงเวลาที่เราจะต้องเอาใจใส่การอยู่ ดีให้ดีขึ้น ตามที่เราคิดว่าเป็นผู้เจริญแล้ว 2. การกินดีไม่มีใครสักคนที่จะมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องกินอะไรเลย มีแต่กินดีหรือไม่ดีเท่านั้น แม่ครัว เป็นผู้ทําของกินให้เราได้กินดีหรือไม่ดี แต่ทําไมเราจึงดูถูกแม่ครัวว่าเป็นคนชั้นเลว แทนที่จะรู้สึก บุญคุณและ ความสำคัญในการหล่อเลี้ยงชีวิต ยิ่งในเวลานี้เราก็รู้กันดีว่า ไวตามิน Vitamin ต่าง ๆ นั้น ก็มาจากอาหาร นั่นเอง การกินดีไม่ได้อยู่ที่ว่าต้องกินเกาเหลาเตาละ 80 บาท หรือกินหมูหันทุกวี่ทุกวัน แม้เพียงผักบุ้งผัด


170 น้ำปลากระเทียม ถ้าทำให้สะอาดรสดีพอก็อร่อยไม่น้อย การทําอาหารได้เองนั้นเป็นประโยชน์หลายประการ 1. สะอาด 2. ไม่เปลืองเพราะเรารู้ว่าจะทำอะไรได้บ้าง ไม่ทิ้งง่าย ๆ 3. อร่อย ถูกปากตามต้องการ การทำได้เอง เป็นวิชาอย่างหนึ่ง ถ้าตกยากอับจนก็รับจ้างเป็นแม่ครัวทําอาหารขาย หรือแม้ตั้งโรงอาหารก็ได้ ยังมี ความสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ อาหารคนเจ็บ เพราะคนเจ็บ จิตใจไม่ปรกติ บางคนกินนั่นไม่ได้กินนี่ไม่ได้ แม่ครัว ควรจะรู้จักเอาของไม่แสลงมาทำแทนและทำให้น่ากิน ก็จะเป็น การชายรักษาได้อีกทางหนึ่ง 3. ปกครองดีมนุษย์เราอยู่ไม่ได้คนเดียว ยิ่งมีครอบครัวก็ยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น ฉะนั้น ผู้ที่จะ เป็นแม่ เรือนดีจะต้องเป็นคนหนักแน่นไม่หูเบา เห็นใจผู้อื่น และจะต้องนึกอยู่เสมอว่าทุกคนมีจิตใจและ ความรู้สึก อย่าเอาแต่ใจตนเป็นประมาณ จงดูการกินอยู่หลับนอนให้เป็นสุขทั่วถึงตามอัตภาพ ไม่เลี้ยง คนเช่นสัตว์ และ จะต้องอุดหนุนความดีและปราบปรามความชั่ว ไม่ลําเอียงว่าเป็นใคร เพราะคนที่ดีที่ เกรงกลัวบาปเป็นเท่านั้น ที่จะทําความสุขให้เกิดขึ้นได้ แต่ถ้าพบคนชั่วก็จะต้องปกครองด้วยไม้มือ เงินมือ ต้องเป็นคนจริงไม่หยุมหยิม เหยาะแหยะ จงทําตัวเป็นตัวอย่างที่ดี เพื่อให้เห็นว่าเราทําได้ เขาจะต้องทําได้ด้วย อย่าเอ็ดบ่าวว่าขี้เกียจในเมื่อ ท่านเองก็ขี้เกียจ ต้องหมั่นเรียนคนอยู่เสมอจึงจะปกครอง ได้จริง 4. ใช้จ่ายเหมาะแก่ฐานะ ข้อนี้สําคัญนัก เพราะความสุขจะมีไม่ได้ ถ้าท่านใช้จ่ายเกินกําลังทรัพย์ อย่างเป็นบ้าตามสมัย จะดูที่ตัวของท่านเองว่าจะควรใช้สถานใด มีน้อยก็ใช้น้อย มีมากจึงค่อยใช้มาก จะแบ่ง เงินออกเป็นส่วน ๆ คือ 1) ใช้จ่ายประจําบ้านทุกอย่าง 2) สําหรับเจ็บไข้ 3) สําหรับเหตุการณ์พิเศษ สําหรับทําบุญ ทุกอย่างไม่จําเป็นจะต้องเหมือนกับคนอื่น ๆ ความสุขมีอยู่ในทุกแห่ง ไม่เฉพาะ แต่รถยนต์ แม้เราจะมีเรือนเป็นไม้รวกไม้ไผ่ ก็จงตกแต่งด้วยไม้กระบอกใส่ต้นไม้ดอกไม้แขวนให้มัน งดงาม ตามธรรมชาติ ไม่ต้องซัดความจนว่าเพราะไม่มีเงิน 5. ประหยัดเป็น เพราะสิ่งไรไม่ควรเสียก็จะได้ไม่ต้องเสีย และเมื่อไม่เสียก็มีแต่เพิ่มขึ้น ความ พอของ มนุษย์ไม่มี อยากได้นั่นแล้วก็อยากได้นี่ ฉะนั้นจะนึกถึงต้นทุนของเราก่อนดีกว่า ถ้าเดือนนี้เรายัง ซื้อไม่ได้ก็รอ ไปซื้อเอาเดือนหน้า อย่าด่วนใจเร็ว ถ้าไม่มีทางจะซื้อได้มีได้จริง ๆ ก็จงเอาชนะใจตัวเองว่า ไม่มีก็ไม่ตาย เช่น เห็นเขาใส่เกือกทอง จะใส่บ้างก็แพง เราก็ใส่เพียงเกือกหนังสีเนื้อก็ไม่เสียหาย อย่างไร คนเราต้องมีเวลา สนุกสนานบ้าง จะดูหนังดูละครบ้างก็ไม่เสียหาย แต่อย่าดูจนติดถ้าไม่ดู จะเดือดร้อน อย่ายอมให้ตัวตกอยู่ใน อํานาจใด ๆ นอกจากความดีที่มนุษย์เขายกย่องว่าดี 6. ทํางานเป็น ของทุกสิ่งถ้าทําได้เอง ย่อมจะถูกกว่าซื้อหรือจ้างเขาทํา ฉะนั้น การที่เราทําอะไรได้เอง นั้นจึงเป็นการช่วยเรื่องประหยัดเป็นเป็นอันมาก อีกประการหนึ่ง เราทําเองก็ได้ความพอใจด้วย เพราะถูกใจ แม้ต้องเหน็ดเหนื่อยบ้างก็เป็นธรรมดา ไม่มีงานอะไรที่เรียกว่าเลวหรือต่ำ มีแต่งานที่ง่าย หรือยาก ตัวเรามา เรียกเอาเองว่าต่ำเลว ที่เลวจริง ๆ นั้นคือ คนที่ไม่ทำงานหรือไม่มีงานทำ เพราะเป็นผู้ที่ไม่สามารถจะทำอะไรได้ เลย ฉะนั้น จงอย่ารังเกียจงาน อย่าอยู่ว่างเปล่าให้จิตใจล่องลอย ไม่มีที่ พักพิงในทางที่เกิดประโยชน์ พ่อข้าพเจ้าสอนเสมอว่า “จะเป็นนายต้องเป็นบ่าวก่อน จึงจะรู้จักใช้บ่าว ถูก” และบ่าวก็จะไม่ดูถูกได้ด้วย 7. รับแขกเป็น ข้อนี้สำคัญนัก เพราะแขกที่มาหามีหลายอย่างต่างชนิด ตัวเราไม่รู้จักอ่านคนให้เป็น แล้วก็มักจะต้องเสียใจภายหลัง เพราะเชื่อผิดบ้าง เพราะต้องเสียเพื่อนที่ดีไปบ้าง ด้วยการตีราคาคนไม่ถูก ถ้า ไม่มีฐานะสำคัญ ก็ไม่สู้กระไร เพราะเอาความผิดพลาดเหล่านั้นเป็นบทเรียนต่อไปได้ แต่ถ้าเจ้าของบ้านเป็นผู้มี ตำแหน่งสูง ก็ยิ่งลําบากมากขึ้น เพราะคนตำแหน่งสูงนั้นมักจะเป็นอาหารอันโอชา รสของหมู่อสรพิษผู้มักจะ แสดงตัวเป็นศัตรูหน้ายิ้ม จะมีมิตรแท้ก็จะมีเพียง 2 3 คน ฉะนั้น เราจะต้อง ระวังในความประพฤติและชื่อเสียง


171 ของเราเองให้จงหนัก เพราะผู้ที่อยู่ในที่สูงย่อมเห็นไปได้ไกล จริงอยู่ ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัว จะเป็นพ่อ ผัว หรือลูกก็ตามย่อมจะต้องเป็นผู้ชาย ซึ่งศัตรูรู้ดีว่าเล่นกับเขาไม่ได้ง่าย ๆ ทางวกกลับจึงมักจะอยู่ทางแม่บ้าน เพราะเขาเห็นว่าอ่อนแอสู้กิเลสไม่ได้ ฉะนั้น ในเรื่องนี้ แม่บ้านที่ดีจะต้องระวังให้จงหนัก ท่านจงนึกและเชื่ออยู่ เสมอว่า ชื่อเสียงนั้นจะคงอยู่ไปชั่วลูกหลาน แม้เราจะตายแล้ว ก็จะมีผู้พูดถึงทั้งทางดีและชั่ว ส่วนเพชรพลอย เงินทองจะให้เราใช้ได้ก็เพียงแค่ตาย แล้วก็เปลี่ยนมือเป็นของผู้อื่นไป อย่าให้เงินมีอำนาจเหนือเราได้ เราจึงจะ ไม่ตกต่ำเท่าของวางขายในตลาด ถ้าไม่มีตลาดเงินก็หาประโยชน์อันใดไม่ ความสุขอยู่ที่ใจไม่ใช่เงิน ทางที่ดีที่สุด ของแม่บ้านคือ อย่าทำตัวเป็นผู้รู้เรื่องการงานของหัวหน้าครอบครัวฝ่ายชายซึ่งเขาเป็นผู้รับผิดชอบอยู่ ถ้าเราไม่ รู้เสียอย่างเดียวก็จะไม่มีผู้ใดมาใช้เราเป็นเครื่องมือได้ แต่ในอีกทางหนึ่งผู้มีงานหนักจำจะต้องการเพื่อนพูดที่ เรียกว่า ตัวที่สอง Second Self ไว้ปรับทุกข์ผ่อนหนักให้เป็นเบา ด้วยมีผู้ช่วยทางใจ ถ้าเราจะเป็นผู้ช่วยดีก็ต้อง รู้จักใช้หูใช้ตาหาความรู้ แต่ไม่ใช้ปากกับผู้อื่นนอกจากเรื่องธรรมดา แต่จะต้องรับปรึกษาหารือเป็นผู้ร่วม ทุกข์ กับหัวหน้าครอบครัวได้ถ้าเขาต้องการ ฉะนั้น การหาความรู้นี้เป็นสิ่งที่ต้องทำโดยรอบคอบและระวัง อย่างน้อย ต้องให้เวลาอ่านหนังสือดี ๆ วันละหนึ่งชั่วโมง ถ้าเราสนใจแล้วจะหาความรู้ได้จากเหตุการณ์รอบตัวเราเสมอ จงรู้จักเก็บความลับเป็น เพื่อจะได้เป็นสิ่งที่เชื่อถือของผู้อื่นว่าเป็นผู้ที่ไว้ใจได้ อย่าต้องการเป็นคนเด่นโดยไม่ จําเป็น จงเป็นคนฉลาดที่จะหาความสงบสุขให้ครอบครัวและเพื่อนฝูงได้ และทำหน้าที่แต่พองามในสังคมเพื่อ รักษาศักดิ์ศรีของหญิงไทย ว่าเราเลี้ยงผู้ชายให้ประเทศชาติของเราได้ดี ๆ ดังมีพยานอยู่ว่า ผู้ใดมีลูกเป็น เสนาบดีก็ได้ยกย่องในทางราชการ ด้วยศพได้ใส่โกศเช่นขุนนางชั้นสูง แต่ถ้าถึงคราวยากเราก็เอาชีวิตเข้าสู้โดย ไม่หวั่นไหวในโลกธรรม ดังมีวีรสตรีมีชื่ออยู่ในพระราชพงศาวดารถึง 4 - 5 คน ท่านเหล่านี้ท่านไม่เคยเข้า มหาวิทยาลัยหรือจับดาบจับปืน แต่เมื่อถึงคราวแล้ว น้ำใจของท่านเหล่านั้นที่จะสามารถทำอะไรก็ได้ ก็เหตุใด เล่าเราผู้เป็นลูกหลานเลือดเนื้อของท่านผู้มีศักดิ์ศรีสูงส่งอยู่ในโบราณกาล จะกลับมาทำตัวเป็นลูกตะกร้อให้ สังคมหัวเราะเล่นโดยเปล่าประโยชน์ จําเป็นนักหรือที่ผู้หญิงไทยจะต้องเอาอย่างผู้หญิงต่างชาติไปทุกฝีก้าวเดิน จริงอยู่เราจะต้องรู้หลักนิยม ไม่นับถือตัวเองนั้นจะให้ใครเขานับถือ ของเขาบ้าง เพื่อจะได้เข้ากันได้ในสังคม โดยสะดวก แต่เราก็ควรให้เขาเข้าใจเราบ้างเหมือนกัน คนที่ไม่นับถือตัวเองนั้นจะให้ใครเขานับถือ เมื่อได้พูดถึงการสมาคมและการรับแขกในทางใจแล้ว ก็จะขอพูดทางเรื่องการกระทำหรือทางกาย ด้วย คือถ้าใครมาหาที่บ้านอย่าให้เขาต้องรอคอยเกินควร และหลักสำคัญนั้นจะต้องให้คนทุกคนที่ เข้ามาใน บ้านเรา รู้สึกว่าสบายเพลิดเพลิน ไม่รําคาญตัวเองว่ามาผิดที่ จงชวนเขาพูดเขาคุยอย่าให้เขาเก้อเขิน แสดง ความเมตตากรุณาช่วยเหลือในสิ่งที่ควร อย่าตัดสินคนอื่นโดยที่ยังไม่รู้เรื่องดี จงให้โอกาส ให้คนเป็นคนดีก่อน จนกว่าเราจะเห็นว่าชั่วจริงจึงคิดเอาตัวหนี เพราะการคบคนชั่วนั้น ในทางธรรม ท่านก็ห้าม ถ้าจะต้องออกไปใน สังคมก็จงทำตัวให้พอเหมาะพอดีกับฐานะของท่าน และจงมีตัวเป็นของท่านเอง โดยทำอะไรด้วยเหตุผล ไม่ ต้องเอาอย่างใครทั้งนั้น เพราะการเอาอย่างแสดงว่ามีเพียงทาสปัญญา ไม่รู้จักคิด เป็นความสวยงามนั้นไม่ได้อยู่ ที่การตบแต่งให้ฉุดฉาด แต่อยู่ที่กิริยาวาจาและสีหน้าเป็นสำคัญ ถ้าท่านมีจิตมนุษย์แล้วจะเข้าใครเข้าได้เสมอ ไม่ต้องวิตกกังวลใจ 8. ศีลและธรรมเป็นหลัก ผู้ที่อ่านแต่ตอนต้นมาตลอดแล้ว คงจะเห็นว่าเป็นเรื่องของการทำไม่ได้ ข้าพเจ้าผู้เขียนขอตอบว่า ถ้ามีแต่ทางโลกทางเดียวก็ทำไม่ได้ เพราะกิเลสทำให้ขุ่นมัวอยู่เสมอ ฉะนั้น จึงจําต้อง มีทางธรรมเป็นหลักใจ จึงจะทำสิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวแล้วได้ดี คนส่วนมากเข้าใจว่า ศาสนานั้นเป็น สิ่งที่ทำให้เห็น แต่ทุกข์ แล้วท้อถอยนึกถึงแต่ชาติหน้า จึงไม่เจริญในปัจจุบันนี้ ความรู้เช่นนี้ผิดหมดเลย พระพุทธศาสนาสอน ให้เห็นประโยชน์ทั้งชาตินี้ชาติหน้า และทั้งไม่มีชาตินี้ชาติหน้าด้วย พระพุทธเจ้า ไม่ได้ทรงสอนให้เป็นทุกข์ แต่ ทรงสอนให้รู้จักทุกข์ แล้วเดินให้พ้นทางที่จะนําไปสู่ทุกข์นั้น ๆ ผู้ใดเข้าใจ พระพุทธศาสนาให้ถูกต้องตามพระ พุทธประสงค์แล้ว ผู้นั้นจะเป็นผู้มีน้ำใจเบิกบานเป็นสุขอยู่เสมอ เพราะรู้เท่าถึงโลกหมดแล้ว ไม่ต้องมีชีวิตอยู่


172 ด้วยการใฝ่ฝันเร่าร้อนแต่ประการใด เขาจะเป็นผู้กล้าหาญ ไม่หวาดเกรงอะไรแม้ความตาย เพราะรู้เสียแล้วว่า ความกลัวก็หนีไม่พ้น จะผิดกันแต่ตายอย่างไรเมื่อไรเท่านั้น ผู้เป็นพุทธจะกลัวแต่บาปอย่างเดียว เพราะเป็น กรรมที่จะนําไปสนองตามที่ทำไว้ ผู้เป็นพุทธจะเป็นผู้มีเสรีภาพอย่างเต็มที่เพราะจะไม่เป็นทาสแก่สิ่งใดทั้งสิ้น แม้แต่กิเลสของตัวเองก็สามารถบังคับได้ ขอท่านทั้งหลายจงดําริตริตรองดูให้รอบคอบ แล้วจะเห็นจริงดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมา และถ้าท่านเห็น ด้วยและทำได้จริงแล้ว คําว่า “แม่ศรีเรือน” ก็จะเป็นของท่านอย่างไม่มีใครโต้เถียงเลย บ้านก็จะเป็นสุข เมืองก็ จะเจริญ ชาติก็จะมีชื่อเสียงไปในโลกว่าหญิงไทยเราสามารถทำประโยชน์อันถูกต้องได้ดี เป็นอย่างยิ่ง ศัพท์น่ารู้ การเรือน งานของแม่บ้าน กิเลส เครื่องทำใจให้เศร้าหมอง เกาเหลา แกงมีลักษณะอย่างแกงจืด เกือก รองเท้า ทะนง ถือตัว หยิ่งในเกียรติของตัว ผาสุก ความสำราญ ความสบาย ไม้มือเงินมือ เอาจริงเอาจัง ไม่ทำเป็นเล่น ไวตามิน กลุ่มสารอินทรีย์ ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยในการเจริญเติบโต บำรุง ผิวผิวพรรณ เหงือก ผม ตา และช่วยต้านทานโรค แสลง ไม่ถูกกับโรค หยุมหยิม จุกจิก จู้จี้ ชอบถือเอาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ว่าเป็นเรื่องสำคัญ เหยาะแหยะ ย่อหย่อน ทำเป็นเล่น ไม่เอาจริงเอาจัง อัตภาพ ตน ลักษณะความเป็นตัวตนหรือบุคคล


173 คำอธิบายเกี่ยวกับ เทคนิค SQ4R มีดังต่อไปนี้ 1. Survey (S) อ่านอย่างคร่าว ๆ เพื่อหาจุดสำคัญของเรื่อง การอ่านในขั้นนี้ไม่ควรใช้เวลานาน เกินไป การอ่านคร่าว ๆ จะช่วยให้ผู้อ่านเรียบเรียงแนวคิดต่าง ๆ ได้ 2. Question (Q) การตั้งคำถาม จะทำให้ผู้อ่านมีความอยากรู้อยากเห็น ดังนั้นจึงเพิ่มความ เข้าใจในการอ่านมากยิ่งขึ้น คำถามจะช่วยให้ผู้อ่านระลึกถึงความรู้เดิมที่มีอยู่เกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน คำถามจะช่วย ให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องได้เร็ว และที่สำคัญก็คือคำถามจะต้องสัมพันธ์กับเรื่องราวที่กำลังอ่านในเวลาเดียวกันก็ควร จะต้องถามตัวเองดูว่า ใจความสำคัญที่ผู้เขียนกำลังพูดถึงอยู่นั้น คืออะไร ทำไมจึงสำคัญ สำคัญอย่างไร และเกี่ยวข้องกับอะไรหรือใครบ้าง ตอนไหนและเมื่อไร อย่างไรก็ตาม ควรพยายามตั้งคำถามให้ได้เพราะจะช่วยให้การอ่านในขั้นต่อไปเป็นไปอย่างมีจุดมุ่งหมายและสามารถจับ ประเด็นสำคัญได้ถูกต้องไม่ผิดพลาด 3. Read (R1) การอ่านข้อความในบทหรือตอนนั้น ๆ ซ้ำอย่างละเอียดและในขณะเดียวกันก็ ค้นหาคำตอบสำหรับคำถาม ที่ได้ตั้งไว้ในขั้นนี้จะเป็นการอ่านเพื่อจับใจความและจับประเด็นสำคัญ ๆ โดยแท้จริง ขณะที่กำลังอ่านอยู่ถ้านึก คำถามได้อีก ก็อาจใช้วิธีจดบันทึกไว้ในที่ว่างริมหน้าหนังสือก่อนแล้วตั้งใจอ่านต่อไปจนกว่าจะได้รับคำตอบที่ ต้องการ 4. Record (R2) ให้ผู้เรียนจดบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้อ่านจากขั้นตอนที่ 3 โดยมุ่งจดบันทึกใน ส่วนที่สำคัญและสิ่งที่จำเป็น โดยใช้ข้อความอย่างรัดกุมหรือย่อ ๆ ตามความเข้าใจของผู้เรียน 5. Recite (R3) ให้ผู้เรียนเขียนสรุปใจความสำคัญ โดยพยายามใช้ภาษาของตนเองถ้ายังไม่แน่ใจ ในบทใดหรือตอนใดให้กลับไปอ่านซ้ำใหม่ 6. Reflect (R4) ให้ผู้เรียนวิเคราะห์ วิจารณ์ บทอ่านที่ผู้เรียนได้อ่านแล้วแสดงความคิดเห็นใน ประเด็นที่ผู้เรียนมีความคิดเห็นสอดคล้องหรือความคิดเห็นไม่สอดคล้อง บางครั้งอาจขยายความสิ่งที่ได้อ่าน โดยการเชื่อมโยงความคิดจากบทอ่านกับความรู้เดิมโดยใช้ภาษาอย่างถูกต้อง ขั้นที่ 1 Survey (S) อ่านอย่างคร่าว ๆ เพื่อหาจุดสำคัญของเรื่อง คำชี้แจง : นักเรียนอ่านวรรณกรรมเรื่องแม่ศรีเรือนอย่างรวดเร็วและตอบคำถามต่อไปใน โดยเขียนทำตอบลง ในช่องว่างด้วยตัวบรรจงครึ่งบรรทัด (5 คะแนน) . กิจกรรมที่ 1 1. ผู้แต่ง ....................................................................................................................... 2. จุดมุ่งหมายในการแต่ง ............................................................................................. ................................................................................................................................. 3. รูปแบบคำประพันธ์ .................................................................................................................................. 4. คุณสมบัติแม่ศรีเรือนมีกี่ประการ .................................................................................................................................. 5. มีอะไรบ้าง .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. แบบฝึกทักษะ โดยใช้เทคนิค SQ4R


174 ขั้นที่ 2 Question (Q) การตั้งคำถาม คำชี้แจง : นักเรียนอ่านความรู้จากเรื่องแม่ศรีเรือน แล้วตั้งคำถามให้ครอบคลุมเนื้อหา (5 คะแนน) คำถามข้อที่ 1 …………………………………………………………………………………………………………………………… คำถามข้อที่ 2 …………………………………………………………………………………………………………………………… คำถามข้อที่ 3 …………………………………………………………………………………………………………………………… คำถามข้อที่ 4 …………………………………………………………………………………………………………………………… คำถามข้อที่ 5 …………………………………………………………………………………………………………………………….. ขั้นที่ 3 Read (R1) อ่านอย่างรอบคอบเพื่อหาคำตอบ คำชี้แจง : นักเรียนอ่านความรู้เรื่องแม่ศรีเรือน แล้วตอบคำถามจากกิจกรรมที่ 2 (5 คะแนน) ตอบคำถามข้อที่ 1 …………………………………………………………………………………………………………………… ตอบคำถามข้อที่ 2 …………………………………………………………………………………………………………………… ตอบคำถามข้อที่ 3 …………………………………………………………………………………………………………………… ตอบคำถามข้อที่ 4 ……………………………………………………………………………………………………………………. ตอบคำถามข้อที่ 5 ……………………………………………………………………………………………………………………. กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมที่ 3


175 ขั้นที่4 Record (R2) การจดบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ตามความเข้าใจ คำชี้แจง: นักเรียนอ่านความรู้จากวรรณกรรมเรื่องแม่ศรเรือน แล้วจดบันทึกข้อความสำคัญตามความเข้าใจ ของตนเอง (3 คะแนน) ขั้นที่ 5 Recite (R3) ให้ผู้เรียนเขียนสรุปใจความสำคัญ คำชี้แจง : นักเรียนอ่านความรู้จากวรรณกรรมเรื่องแม่ศรีเรือน แล้วสรุปใจความสำคัญของเรื่องเป็นแผนผัง ความคิดที่เข้าใจง่ายและครอบคลุม (2 คะแนน) กิจกรรมที่ 4 กิจกรรมที่ 5


176 ขั้นที่ 6 Reflect (R4) ให้ผู้เรียนวิเคราะห์ วิจารณ์ คำชี้แจง : นักเรียนอ่านความรู้จากวรรณกรรมเรื่องแม่ศรีเรือน แล้ววิเคราะห์และแสดงความคิดในประเด็น ต่าง ๆ โดยกำหนดให้วิเคราะห์ในประเด็นต่อไปนี้ 1. วิเคราะห์คุณค่าด้านเนื้อหา 2. วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณศิลป์ กิจกรรมที่ 6


177 ขั้นที่ 1 Survey (S) อ่านอย่างคร่าว ๆ เพื่อหาจุดสำคัญของเรื่อง คำชี้แจง : นักเรียนอ่านวรรณกรรมเรื่องแม่ศรีเรือนอย่างรวดเร็วและตอบคำถามต่อไปใน โดยเขียนทำตอบลง ในช่องว่างด้วยตัวบรรจงครึ่งบรรทัด (5 คะแนน) . ขั้นที่ 2 Question (Q) การตั้งคำถาม คำชี้แจง : นักเรียนอ่านความรู้จากเรื่องแม่ศรีเรือน แล้วตั้งคำถามให้ครอบคลุมเนื้อหา (5 คะแนน) คำถามข้อที่ 1 …………………………………………………………………………………………………………………………… คำถามข้อที่ 2 …………………………………………………………………………………………………………………………… คำถามข้อที่ 3 …………………………………………………………………………………………………………………………… คำถามข้อที่ 4 …………………………………………………………………………………………………………………………… คำถามข้อที่ 5 ……………………………………………………………………………………………………………………………. เฉลยกิจกรรมที่ 1 เฉลยกิจกรรมที่ 2 1. ผู้แต่ง ....................................................................................................................... 2. จุดมุ่งหมายในการแต่ง ............................................................................................. ................................................................................................................................. 3. รูปแบบคำประพันธ์ .................................................................................................................................. 4. คุณสมบัติแม่ศรีเรือนมีกี่ประการ .................................................................................................................................. 5. มีอะไรบ้าง .................................................................................................................................. .................................................................................................................................. หม่อมเจ้าพูนพิสมัย ดิศกุล เสนอแนวคิดเกี่ยวกับหน้าที่ของผู้หญิงในการดูแล บ้านเรือนให้เรียบร้อยปกติสุข งานเขียนร้อยแก้วประเภทสารคดีบทความ มี 8 ประการ 1.การอยู่ดี 2. การกินดี 3. ปกครองดี 4.ใช้จ่ายเหมาะแก่ฐานะ 5.ประหยัดเป็น 6. ทำงานเป็น 7. รับแขกเป็น 8. ต้องมีทั้งศีลและธรรมเป็นหลัก ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้สอน


178 ขั้นที่ 3 Read (R1) อ่านอย่างรอบคอบเพื่อหาคำตอบ คำชี้แจง : นักเรียนอ่านความรู้เรื่องแม่ศรีเรือน แล้วตอบคำถามจากกิจกรรมที่ 2 (5 คะแนน) ตอบคำถามข้อที่ 1 …………………………………………………………………………………………………………………… ตอบคำถามข้อที่ 2 …………………………………………………………………………………………………………………… ตอบคำถามข้อที่ 3 …………………………………………………………………………………………………………………… ตอบคำถามข้อที่ 4 ……………………………………………………………………………………………………………………. ตอบคำถามข้อที่ 5 ……………………………………………………………………………………………………………………. ขั้นที่4 Record (R2) การจดบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ตามความเข้าใจ คำชี้แจง: นักเรียนอ่านความรู้จากวรรณกรรมเรื่องแม่ศรเรือน แล้วจดบันทึกข้อความสำคัญตามความเข้าใจ ของตนเอง (3 คะแนน) เฉลยกิจกรรมที่ 3 เฉลยกิจกรรมที่ 4 ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้สอน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้สอน


179 ขั้นที่ 5 Recite (R3) ให้ผู้เรียนเขียนสรุปใจความสำคัญ คำชี้แจง : นักเรียนอ่านความรู้จากวรรณกรรมเรื่องแม่ศรีเรือน แล้วสรุปใจความสำคัญของเรื่องเป็นแผนผัง ความคิดที่เข้าใจง่ายและครอบคลุม (2 คะแนน) ขั้นที่ 6 Reflect (R4) ให้ผู้เรียนวิเคราะห์ วิจารณ์ คำชี้แจง : นักเรียนอ่านความรู้จากวรรณกรรมเรื่องแม่ศรีเรือน แล้ววิเคราะห์และแสดงความคิดในประเด็น ต่าง ๆ โดยกำหนดให้วิเคราะห์ในประเด็นต่อไปนี้ 1. วิเคราะห์คุณค่าด้านเนื้อหา 2. วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณศิลป์ เฉลยกิจกรรมที่ 5 เฉลยกิจกรรมที่ 6 ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้สอน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้สอน


180 แบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อน–หลังเรียน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว 1. แม่ศรีเรือนเป็นงานเขียนประเภทใด ก. ตำรา ข. บทความ ค. ปาฐกถา ง. บทวิจารณ์ 2. ข้อใดคือลักษณะของแม่ศรีเรือน ก. ให้ข้อคิดและข้อมูล ข. วิจารณ์และให้ข้อคิด ค. ให้ความรู้และความบันเทิง ง. ให้ความรู้และแสดงความคิดเห็น 3. หน้าที่ของแม่ศรีเรือนทั้ง 8 ประการในบทเรียนควรเป็นหน้าที่ของใครในปัจจุบัน ก. พ่อและแม่ ข. แม่และลูก ค. ลูกและพ่อ ง. ถูกทุกข้อ 4. คำกล่าวในข้อใด ไม่เป็นจริง ในปัจจุบัน ก. ต้องหมั่นเรียนคนอยู่เสมอจึงจะปกครองได้จริง ข. การอยู่อย่างไรนั้น เป็นการบอกนิสัยเจ้าของที่อยู่ไปในตัวว่าเป็นคนชนิดไร ค. สตรีเพศนั้นผิวนางนุ่มอ่อนแอจึงเหมาะแก่การทำงานในรุ่มหลังคาเรือน ง. การปลูกเรือนบัดนี้โดยมากมักจะทำแต่เพื่อความสวยงามเป็นประมาณ จึงไม่ค่อยจะอยู่อย่างถูกต้องแก่ อนามัย 5. เรื่อง แม่ศรีเรือน มีวัตถุประสงค์ในการแต่งเพื่ออะไร ก. บอก ข. เทศนา ค. แนะนำ ง. เตือนสติ 6. ประโยคที่ว่า They know how to live. หมายถึงข้อใด ก. รู้ว่าจะทำอย่างไรให้ชีวิตปลอดภัย ข. รู้จักกินอยู่ให้สุขสบายตามสมควร ค. รู้ว่าจะอาศัยสิ่งใดเพื่อหาความสุขให้ชีวิต ง. รู้จักปลูกสร้างที่อยู่อาศัยด้วยวิธีที่สมควร 7. ข้อใดเรียกได้ว่าทำงานเป็น ก. พี่สอบเข้าเรียนพยาบาลได้ตามที่หวังไว้ ข. หัวหน้ากลุ่มแบ่งหัวข้อรายงานให้ทุกคนในกลุ่ม ช่วยกันหาข้อมูล ค. เขาจัดป้ายนิเทศได้ดี สวยงามและมีประโยชน์ได้รับคำชมจากครูโดยที่เพื่อนในกลุ่มไม่ต้องช่วยเหลืออะไร เลย ง. หัวหน้าชั้นรับเขียนบทละครที่จะแสดงในห้องเรียน ทั้งที่ไม่มีความสามารถในด้านนี้ จึงไปให้เพื่อนห้องอื่น ช่วยยเขียนให้ผลงานออกมาดีน่าชื่นชม 8. ใครแสดงให้เห็นถึงการอยู่ดีได้ชัดเจนที่สุด ก. เจนนี่มีเสื้อผ้าสวยงามใส่ประจำ ข. ลิซ่ากินอาหารราคาแพงทุกมื้อ ค. จีซูมีบ้านที่โออ่า กว้างขวาง มีบริเวณ ง. โรเซ่มีบ้านที่น่าอยู่ สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย 9. ข้อใดแสดงถึงการปกครองดีได้ชัดเจนที่สุด ก. บอกให้น้องช่วยทำงานบ้านทุกวัน ข. แม่ทำกับข้าวที่ลูกชอบให้กินประจำ ค. ไม่ว่ากล่าวตักเตือนลูกเพราะกลัวลูกจะเสียใจ ง. หนักแน่น ไม่หูเบาและคิดถึงจิตใจผู้อื่นอยู่เสมอ


181 10. แม่เห็นใจลูกที่อยากได้ของเล่นจึงพยายามหาเงินอย่างยากลำบากเพื่อให้ลูกไปซื้อของเล่นทุกวัน แม่เป็นผู้ ขาดคุณสมบัติข้อใด ก. การกินดี ข. การอยู่ดี ค. การปกครองดี ง. ไม่มีข้อใดถูก 11. “เจ้าของร้านซักรีดมีกิจการรุ่งเรืองขึ้น มีลูกค้ามากขึ้น แต่เจ้าของร้านกลับรีดผ้าได้ช้า ไม่คล่องแคล่ว จึง จ่ายเงินจ้างลูกน้องเพิ่มขึ้น 2 คน แล้วสอนวิธีการรีดผ้าให้” จากเหตุการณ์ข้างต้น เจ้าของร้านมีคุณสมบัติข้อใด ชัดที่สุด ก. ปกครองดี ข. ทำงานเป็น ค. รับแขกเป็น ง. ใช้จ่ายเหมาะแต่ฐานะ 12. ข้อใดคือการปฏิบัติได้ตามคำกล่าวที่ว่า “อย่ายอมให้ตัวตกอยู่ในอำนาจใด ๆ นอกจากความดีที่มนุษย์เขา ยกย่องว่าดี” ก. ไม่ทำบุญทุกวันพระ ข. ทำการบ้านส่งครูทุกวัน ค. ช่วยแม่ทำงานบ้านโดยไม่ต้องให้แม่บอก ง. ไม่ซื้อของฟุ่มเฟือยตามเพื่อนหรือตามสมัยนิยม 13. คำกล่าวที่ว่า “คนตำแหน่งสูงนั้นมักจะเป็นอาหารอันโอชารสของหมู่อสรพิษ” หมายถึงข้อใด ก. คนที่มีตำแหน่งสูงมักเป็นที่รักใคร่ของคนไม่ดี ข. คนที่มียศถาบรรดาศักดิ์มักชอบเลี้ยงคนไม่ดีไว้เป็นลูกน้อง ค. คนไม่ดีมักเข้ามาตีสนิทกับคนที่มียศถาบรรดาศักดิ์ ง. ทั้งคนดีและคนไม่ดีมักได้ผลประโยชน์จากคนที่มีตำแหน่งสูง 14. ข้อความในโจทย์ข้อ 13 ใช้ศิลปะการประพันธ์ในข้อใด ก. อุปมา ข. อติพจน์ ค. อุปลักษณ์ ง. บุคลาธิษฐาน 15. ข้อใดคือลักษณะของผู้ที่ตกเป็นทาสทางปัญญา ก. ไม่เอาอย่างใคร ข. หมั่นเรียนรู้อยู่เสมอ ค. มีเหตุผลในการกระทำ ง. ทำตามแบบโดยไม่คิด


182 เฉลยแบบประเมินผลการเรียนรู้ก่อน–หลังเรียน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว 1. แม่ศรีเรือนเป็นงานเขียนประเภทใด ก. ตำรา ข. บทความ ค. ปาฐกถา ง. บทวิจารณ์ 2. ข้อใดคือลักษณะของแม่ศรีเรือน ก. ให้ข้อคิดและข้อมูล ข. วิจารณ์และให้ข้อคิด ค. ให้ความรู้และความบันเทิง ง. ให้ความรู้และแสดงความคิดเห็น 3. หน้าที่ของแม่ศรีเรือนทั้ง 8 ประการในบทเรียนควรเป็นหน้าที่ของใครในปัจจุบัน ก. พ่อและแม่ ข. แม่และลูก ค. ลูกและพ่อ ง. ถูกทุกข้อ 4. คำกล่าวในข้อใด ไม่เป็นจริง ในปัจจุบัน ก. ต้องหมั่นเรียนคนอยู่เสมอจึงจะปกครองได้จริง ข. การอยู่อย่างไรนั้น เป็นการบอกนิสัยเจ้าของที่อยู่ไปในตัวว่าเป็นคนชนิดไร ค. สตรีเพศนั้นผิวนางนุ่มอ่อนแอจึงเหมาะแก่การทำงานในรุ่มหลังคาเรือน ง. การปลูกเรือนบัดนี้โดยมากมักจะทำแต่เพื่อความสวยงามเป็นประมาณ จึงไม่ค่อยจะอยู่อย่างถูกต้องแก่ อนามัย 5. เรื่อง แม่ศรีเรือน มีวัตถุประสงค์ในการแต่งเพื่ออะไร ก. บอก ข. เทศนา ค. แนะนำ ง. เตือนสติ 6. ประโยคที่ว่า They know how to live. หมายถึงข้อใด ก. รู้ว่าจะทำอย่างไรให้ชีวิตปลอดภัย ข. รู้จักกินอยู่ให้สุขสบายตามสมควร ค. รู้ว่าจะอาศัยสิ่งใดเพื่อหาความสุขให้ชีวิต ง. รู้จักปลูกสร้างที่อยู่อาศัยด้วยวิธีที่สมควร 7. ข้อใดเรียกได้ว่าทำงานเป็น ก. พี่สอบเข้าเรียนพยาบาลได้ตามที่หวังไว้ ข. หัวหน้ากลุ่มแบ่งหัวข้อรายงานให้ทุกคนในกลุ่ม ช่วยกันหาข้อมูล ค. เขาจัดป้ายนิเทศได้ดี สวยงามและมีประโยชน์ได้รับคำชมจากครูโดยที่เพื่อนในกลุ่มไม่ต้องช่วยเหลืออะไร เลย ง. หัวหน้าชั้นรับเขียนบทละครที่จะแสดงในห้องเรียน ทั้งที่ไม่มีความสามารถในด้านนี้ จึงไปให้เพื่อนห้องอื่น ช่วยยเขียนให้ผลงานออกมาดีน่าชื่นชม 8. ใครแสดงให้เห็นถึงการอยู่ดีได้ชัดเจนที่สุด ก. เจนนี่มีเสื้อผ้าสวยงามใส่ประจำ ข. ลิซ่ากินอาหารราคาแพงทุกมื้อ ค. จีซูมีบ้านที่โออ่า กว้างขวาง มีบริเวณ ง. โรเซ่มีบ้านที่น่าอยู่ สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย 9. ข้อใดแสดงถึงการปกครองดีได้ชัดเจนที่สุด ก. บอกให้น้องช่วยทำงานบ้านทุกวัน ข. แม่ทำกับข้าวที่ลูกชอบให้กินประจำ ค. ไม่ว่ากล่าวตักเตือนลูกเพราะกลัวลูกจะเสียใจ ง. หนักแน่น ไม่หูเบาและคิดถึงจิตใจผู้อื่นอยู่เสมอ 10. แม่เห็นใจลูกที่อยากได้ของเล่นจึงพยายามหาเงินอย่างยากลำบากเพื่อให้ลูกไปซื้อของเล่นทุกวัน แม่เป็นผู้ ขาดคุณสมบัติข้อใด


183 ก. การกินดี ข. การอยู่ดี ค. การปกครองดี ง. ไม่มีข้อใดถูก 11. “เจ้าของร้านซักรีดมีกิจการรุ่งเรืองขึ้น มีลูกค้ามากขึ้น แต่เจ้าของร้านกลับรีดผ้าได้ช้า ไม่คล่องแคล่ว จึง จ่ายเงินจ้างลูกน้องเพิ่มขึ้น 2 คน แล้วสอนวิธีการรีดผ้าให้” จากเหตุการณ์ข้างต้น เจ้าของร้านมีคุณสมบัติข้อใด ชัดที่สุด ก. ปกครองดี ข. ทำงานเป็น ค. รับแขกเป็น ง. ใช้จ่ายเหมาะแต่ฐานะ 12. ข้อใดคือการปฏิบัติได้ตามคำกล่าวที่ว่า “อย่ายอมให้ตัวตกอยู่ในอำนาจใด ๆ นอกจากความดีที่มนุษย์เขา ยกย่องว่าดี” ก. ไม่ทำบุญทุกวันพระ ข. ทำการบ้านส่งครูทุกวัน ค. ช่วยแม่ทำงานบ้านโดยไม่ต้องให้แม่บอก ง. ไม่ซื้อของฟุ่มเฟือยตามเพื่อนหรือตามสมัยนิยม 13. คำกล่าวที่ว่า “คนตำแหน่งสูงนั้นมักจะเป็นอาหารอันโอชารสของหมู่อสรพิษ” หมายถึงข้อใด ก. คนที่มีตำแหน่งสูงมักเป็นที่รักใคร่ของคนไม่ดี ข. คนที่มียศถาบรรดาศักดิ์มักชอบเลี้ยงคนไม่ดีไว้เป็นลูกน้อง ค. คนไม่ดีมักเข้ามาตีสนิทกับคนที่มียศถาบรรดาศักดิ์ ง. ทั้งคนดีและคนไม่ดีมักได้ผลประโยชน์จากคนที่มีตำแหน่งสูง 14. ข้อความในโจทย์ข้อ 13 ใช้ศิลปะการประพันธ์ในข้อใด ก. อุปมา ข. อติพจน์ ค. อุปลักษณ์ ง. บุคลาธิษฐาน 15. ข้อใดคือลักษณะของผู้ที่ตกเป็นทาสทางปัญญา ก. ไม่เอาอย่างใคร ข. หมั่นเรียนรู้อยู่เสมอ ค. มีเหตุผลในการกระทำ ง. ทำตามแบบโดยไม่คิด


184 แผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่8 เรื่อง การพูดแสดงความคิดเห็น หน่วยการเรียนรู้แม่ศรีเรือน รหัสวิชา ท23101 รายวิชา ภาษาไทย 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 จำนวนคาบ 3 ชั่วโมง สาระที่ 3 การฟัง การดู การพูด มาตรฐานการเรียนรู้ท3.2 สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิดและ ความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด 1. แสดงความคิดเห็นและประเมินเรื่องจากการฟังและการดู 2. วิเคราะห์และวิจารณ์เรื่องที่ฟังและดู เพื่อนำข้อคิดมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต 6. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด สาระการเรียนรู้ 1. การพูดแสดงความคิดเห็นและวิเคราะห์วิจารณ์ สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด (KPA) การพูดแสดงความคิดเห็น เป็นการพูดในเชิงอธิบายเหตุผล ข้อเท็จจริง หลักการหรือแนวคิดเห็นของผู้ พูด เพื่อให้ผู้ฟังคล้อยตาม เชื่อถือ ยอมรับหรือเห็นด้วยกับผู้พูด เพื่อให้ผู้ฟังคล้อยตาม เชื่อถือ ยอมรับหรือเห็น ด้วยกับผู้พูดและสามารถนำแนวคิดเหล่านั้นไปวิเคราะห์เพื่อใช้ประโยชน์ต่อไปได้ จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (K) 1. นักเรียนเข้าใจหลักการและความสำคัญในการพูดแสดงความคิดเห็น ด้านทักษะกระบวนการ (P) 2. นักเรียนสามารถพูดแสดงความคิดเห็นได้ ด้านคุณลักษณะ (A) 3. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) 1. การพูดแสดงความคิดเห็น สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี


185 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน 3. มีวินัย สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น - สาระการเรียนรู้ World Class - กิจกรรมการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1 - 2 กิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน 1. นำเข้าสู่บทเรียนด้วยการให้นักเรียนดูวีดีโอ “การศึกษาตีตราว่า...ผมโง่” แล้วให้นักเรียนร่วมกัน แสดงความคิดเห็นตามประเด็นคำถาม ดังนี้ - นักเรียนเห็นอะไรจากคลิปวีดีโอนี้ - เขากำลังพูดเรื่องอะไร - เป็นการพูดแบบใด (แสดงความคิดเห็น) - จะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เราจะเรียนอย่างไร กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 2. นักเรียนศึกษาจากสื่อ PowerPoint เรื่องการพูดแสดงความคิดเห็น พร้อมครูอธิบายประกอบ โดย มีขอบเขตดังต่อไปนี้ - ความหมาย - หลักการ - วิธีการพูดที่ดี - ตัวอย่าง 3. นักเรียนดูคลิปวีดีโอ “การศึกษาตีตราว่า...ผมโง่” อีกครั้ง 4. ครูแจกหมวกและอธิบายวิธีเล่นกิจกรรมหมวก 6 ใบ ซึ่งนักเรียนต้องพูดแสดงความคิดเห็นจากเรื่อง ที่อ่านตามสีหมวกที่ได้รับ ประกอบด้วย - หมวกสีขาว ข้อเท็จจริงเป็นกลาง - หมวกสีแดง แสดงความคิดเห็นตามความรู้สึก - หมวกสีดำ ข้อคิดเห็นเชิงลบ วิจารณ์ ตั้งข้อสังเกต - หมวกสีเหลือง ข้อคิดเห็นเชิงบวก สนับสนุน - หมวกสีเขียว เสนอข้อคิดเห็นด้วยความคิดสร้างสรรค์ นอกกรอบ ใช้จินตนาการ - หมวกสีน้ำเงิน บุคคลผู้สรุปรวมยอดความคิดเห็นต่าง ๆ


186 5. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 6 คน คละความสามารถเก่ง อ่อน ปานกลาง และเลือกประเด็นที่สนใจ ดังนี้ - วรรณกรรมแม่ศรีเรือน - วงการ T-Pop หรือฟุตบอลในประเทศไทย (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) - การเรียนออนไลน์ของเด็กไทย - วงการยูทูปเบอร์ในประเทศไทย 6. นักเรียนกลับไปศึกษาประเด็นที่ได้รับมอบหมายและเตรียมการพูดแสดงความคิดเห็นในประเด็นใด ก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นสนับสนุน วิจารณ์ ตั้งข้อสังเกต 7. นำมาพูดหน้าชั้นเรียนในคาบถัดไป สรุปบทเรียน 8. นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้เรียนในวันนี้ พร้อมทั้งบอกประโยชน์ของการแสดงความคิดเห็น ตามหลักการหมวก 6 ใบ ชั่วโมงที่ 3 กิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียน 1. นักเรียนร่วมกันบอกถึงเรื่องที่เรียนในคาบที่แล้ว 2. ให้นักเรียนโหวตหัวข้องานการพูดแสดงความคิดเห็นที่อยากฟังมากที่สุด กิจกรรมพัฒนาการเรียน 3. นักเรียนกลุ่มที่ถูกโหวตอันดับสูงสุดออกมาพูดแสดงความคิดเห็นเรื่องที่เตรียมมา (กลุ่มละไม่เกิน 7 นาที) 4. ให้นักเรียนในห้องแสดงความคิดเห็นในประเด็นที่ต่างออกไป เช่น กลุ่มที่ 1 พูดเชิงสนับสนุนวงการ ฟุตบอลไทย และให้นักเรียนในห้องแสดงความคิดเห็นในเชิงตั้งข้อสังเกต เป็นต้น 5. ครูอธิบาย และชี้แนะเพิ่มเติม เช่น การใช้ภาษา การใช้น้ำเสียง และชี้ให้เห็นข้อแตกต่างของการ แสดงความคิดเห็นของแต่ละกลุ่ม สรุปบทเรียน 6. นักเรียนร่วมกันสรุปเรื่องที่ได้เรียนในวันนี้และร่วมกันประเมินการทำงานของตนเองและเพื่อนใน กลุ่มว่ามีความพึงพอใจในงานของตนเองมากน้อยเพียงใด พร้อมครูบอกข้อดีและข้อควรปรับปรุงของแต่ละ กลุ่ม สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 1. สื่อ PowerPoint เรื่อง การพูดแสดงความคิดเห็น 2. คลิปวีดีโอการศึกษาตีตราว่า...ผมโง่” 3. กิจกรรมหมวก 6 ใบ 4. กลุ่ม Facebook


187 การวัดและประเมินผล หลักฐานการเรียนรู้ (ชิ้นงาน/ภาระงาน) วิธีการวัด เครื่องมือวัดผล เกณฑ์การประเมิน 1. การพูดแสดงความ คิดเห็น 2. กิจกรรมหมวก 6 ใบ - ประเมินการพูดแสดง ความคิดเห็น - สังเกตพฤติกรรม รายบุคคล - สังเกตพฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม - เกณฑ์ประเมินการพูด แสดงความคิดเห็น - แบบประเมินพฤติกรรม การทำกิจกรรมรายบุคคล - แบบประเมินพฤติกรรม การทำกิจกรรมรายกลุ่ม ทุกรายการได้คะแนน ร้อยละ 70 ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์


188 แบบสังเกตพฤติกรรมรายบุคคล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่................. เดือน....................... พ.ศ................. คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน เกณฑ์การประเมิน ให้คะแนนระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ ดีมาก = 4 สนใจฟัง ไม่หลับ ไม่พูดคุยในชั้น มีคำถามที่ดีตอบคำถามถูกต้อง ทำงานส่งครบตรง เวลา ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 70% ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50% ปรับปรุง = 1 เข้าชั้นเรียน แต่การแสดงออกน้อยมาก ส่งงานไม่ครบ ไม่ตรงเวลา รายการประเมิน ชื่อ-สกุล ความสนใจ การแสดง ความ คิดเห็น การตอบ คำถาม การยอมรับ ฟังคนอื่น ทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย รวม 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20


189 แบบสังเกตพฤติกรรมรายกลุ่ม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่................. เดือน....................... พ.ศ................. คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 2 คะแนน ไม่ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมเลย ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสิน 10 คะแนน = ดีมาก 9 คะแนน = ดี 7 - 8 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 5 คะแนน = ควรปรับปรุง รายการประเมิน ชื่อกลุ่ม การปรึกษา และ วางแผน ร่วมกัน มีการแบ่ง หน้าที่อย่าง เหมาะสม การปฏิบัติ ตาม ขั้นตอน มีการ ช่วยเหลือ ซึ่งกันและ กัน ทำงาน เสร็จตาม เวลา รวม 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 20


190 แบบประเมินการพูดแสดงความคิดเห็น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/...... วันที่..................เดือน........................พ.ศ................. คำชี้แจง: ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องรายการที่ตรงกับความเป็นจริง ลงชื่อ…………….............................………..ผู้ประเมิน รายการประเมิน/ ระดับคะแนน เหตุผล ภาษา เนื้อหา บุคลิก รวม 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 16 ชื่อกลุ่ม


191 เกณฑ์การประเมิน : แบบประเมินการพูดแสดงความคิดเห็น รายการประเมิน ระดับคะแนน ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ควรปรับปรุง (1) 1. เหตุผล แสดงความคิดเห็นได้ สมเหตุผล สร้างสรรค์ น่าเชื่อถือตรง ประเด็น นำไปปฏิบัติได้จริง แสดงความคิดเห็นได้ สมเหตุผล สร้างสรรค์ น่าเชื่อถือ แสดงความคิดเห็นได้ สมเหตุผล สร้างสรรค์ น่าเชื่อถือ ขาด เหตุผลสนับสนุนไป บ้างเล็กน้อย แสดงความคิดเห็น ไม่ได้ ขาดเหตุผล ไม่ตรงประเด็น นำไปปฏิบัติไม่ได้ 2. ภาษา ใช้ภาษาสละสลวย ชัดเจน ไม่เยิ่นเย้อ มีการใช้สำนวน โวหารเหมาะสมกับ เรื่อง ใช้ภาษาสละสลวย ชัดเจน ไม่เยิ่นเย้อ มีการใช้สำนวน โวหารที่ไม่เหมาะสม กับเรื่อง ใช้ภาษาสละสลวย ชัดเจน แต่เยิ่นเย้อ มีการใช้สำนวน โวหารที่ไม่เหมาะสม กับเรื่อง ใช้ภาษาไม่ชัดเจน เยิ่นเย้อ มีการใช้ สำนวนโวหารที่ไม่ เหมาะสมกับเรื่อง 3. เนื้อหา เนื้อหาสาระครบ ถ้วนสร้างสรรค์ บรรลุตาม จุดประสงค์ที่วางไว้ เนื้อหาสาระครบ ถ้วนสร้างสรรค์ เนื้อหาสาระสื่อ ได้ตามจุดประสงค์ ที่วางไว้แต่ขาด ความสมบูรณ์ไป บ้างเล็กน้อย เนื้อหาไม่ครบ ขาดหาย สื่อไม่ได้ตาม จุดประสงค์ 4. บุคลิก บุคลิกท่าทางดี มีความมั่นใจ ในตนเอง บุคลิกท่าทางดี บุคลิกท่าทางดี มีความมั่นใจ ในตนเองอยู่บ้าง บุคลิกท่าทาง ขาดความมั่นใจ ในตนเอง เกณฑ์การตัดสิน 14 – 16 คะแนน = ดีมาก 11 - 13 คะแนน = ดี 8 - 10 คะแนน = พอใช้ ต่ำกว่า 8 คะแนน = ควรปรับปรุง


192 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. สภาพปัญหาที่พบ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 2. แนวทางการแก้ปัญหา .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 3. ผลการแก้ปัญหา 1.1 ด้านความรู้ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. . 1.2 ด้านทักษะ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 1.3 ด้านคุณธรรม จริยธรรม .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 4. สรุปผลการจัดการเรียนรู้จากแผนการจัดการเรียนรู้นี้ตามตัวชี้วัด จำนวนนักเรียนทั้งหมด............คน - ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับดี...............คน คิดเป็นร้อยละ............... - ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับปานกลาง...............คน คิดเป็นร้อยละ............... - ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินระดับปรับปรุง...............คน คิดเป็นร้อยละ...............


193 5. ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..................................................... (นางสาวสุธิมา ไพราม) ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ................./.................../2565 5. ความเห็นของผู้บริหาร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..................................................... (นายมณ๊แสง นามอินทร์) ผู้อำนวยการโรงเรียน ................./.................../2565


Click to View FlipBook Version