การจดั การเรยี นรแู้ บบมุ่งเนน้ สมรรถนะอาชพี
และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รหสั วิชา 20901 – 2106
วิชา งานบรกิ ารคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ
หลักสูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพ (ปวช.) พทุ ธศักราช 2562
จัดทาโดย
นางสุวมิ ล อักษรกลาง
แผนกวิชาคอมพวิ เตอรธ์ รุ กจิ
วทิ ยาลยั เทคนคิ สว่างแดนดนิ
สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธิการ
การจดั การเรยี นรแู้ บบมุ่งเนน้ สมรรถนะอาชพี
และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รหสั วิชา 20901 – 2106
วิชา งานบรกิ ารคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ
หลักสูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพ (ปวช.) พทุ ธศักราช 2562
จัดทาโดย
นางสุวมิ ล อักษรกลาง
แผนกวิชาคอมพวิ เตอรธ์ รุ กจิ
วทิ ยาลยั เทคนคิ สว่างแดนดนิ
สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธิการ
แบบคาขออนุมัติใช้แผนจดั การเรยี นรู้
มงุ่ เนน้ สมรรถนะอาชีพและบูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
และคุณลักษณะอนั ท่ีพงึ ประสงค์ของผ้สู าเรจ็ การ
รหสั 20901 – 2106 วชิ า งานบรกิ ารคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ
ลงชอ่ื ..............................................
(นางสวุ ิมล อกั ษรกลาง)
ผจู้ ัดทา
ความเห็นหวั หนา้ แผนกวิชาคอมพวิ เตอรธ์ รุ กิจ ความเห็นหัวหนา้ งานพัฒนาหลักสูตร
ลงช่อื ............................................ ลงชอ่ื .........................................
(นางสุกญั ญา ดนัยสวัสด)์ิ (นายคุมดวง พรมอนิ ทร์)
ตาแหน่งหัวหนา้ แผนกวชิ าคอมพวิ เตอร์ธุรกจิ หวั หน้างานพัฒนาหลักสตู รการเรียนการสอน
ความเห็นรองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ
ลงชอ่ื ........................................
(นายทนิ กร พรหมอนิ ทร)์
รองผู้อานวยการฝ่ายวิชาการ
อนมุ ตั ิ ไมอ่ นุมัติ
ลงชือ่ ....................................
(นางวรรณภา พว่ งกลุ )
ผูอ้ านวยการวทิ ยาลยั เทคนคิ สวา่ งแดนดิน
ค
คานา
เอกสารประกอบการสอนเลม่ นี้ จดั ทาขึ้นโดยมจี ุดมงุ่ หมายเพอื่ เป็นเอกสารประกอบการสอน วชิ า
งานบริการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ รหัสวิชา 20901 – 2106 ตามหลักสูตร
ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562 สานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ ซ่ึงได้มกี ารวิเคราะห์สาระการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับจดุ ประสงค์รายวิชา สมรรถนะ
รายวชิ าและคาอธิบายรายวิชา
เนื้อหาสาระการเรียนรู้ภายในเอกสารประกอบการสอนน้ี มีทั้งหมด 10 หน่วย ไดแ้ ก่ การทางาน
ของระบบคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของเคร่ืองคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงสาหรับคอมพิวเตอร์
วิธีการเลือกซ้ืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ การจัดเลือกสเปคคอมพิวเตอร์ การประกอบเคร่ืองคอมพิวเตอร์
การติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 การติดต้ังไดร์เวอร์และโปรแกรมท่ีจาเป็น การติดต้ังและการ
ใช้งานโปรแกรมประยุกต์ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และการบารุงรักษาเคร่ืองคอมพิวเตอร์ ในแต่ละ
หนว่ ยประกอบดว้ ยโครงการสอน แผนการจดั การเรียนรู้ ใบเนื้อหา/ใบความรู้ ใบงาน กิจกรรมปฏิบตั ิและ
ส่อื การสอนตา่ งๆ เพอื่ ใหเ้ กิดประสิทธิผลแกผ่ ู้เรียนมากย่ิงข้ึน
หวงั เปน็ อย่างยิ่งวา่ เอกสารประกอบการสอนวชิ าการเขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอร์เบ้อื งต้น ที่ผู้
เรียบเรียงจดั ทาขนึ้ จะเปน็ ประโยชน์ต่อครผู สู้ อน ในวชิ านแ้ี ละนาไปเปน็ แบบอย่างในการจดั ทาวชิ าอ่ืน
ตอ่ ไป หากมีข้อเสนอแนะใด ๆ ผเู้ รียบเรยี งนอ้ มรบั ดว้ ยความยินดีอยา่ งย่ิง
ลงชื่อ........................................
(นางสุวมิ ล อกั ษรกลาง)
สารบัญ ง
เรอื่ ง หน้า
คานา ก
สารบัญ ข
รายละเอียดของหลักสูตรรายวชิ า ค
ตารางท่ี 1 วิเคราะหห์ ลกั สูตรและระดบั ความสาคัญของหน่วยการเรยี นรู้และเวลา ง
จัดการเรียนรู้
ตารางท่ี 2 วิเคราะหห์ น่วยการเรยี นร้แู ละเวลาท่ีใชใ้ นการจัดการเรยี นรู้ จ
ตารางท่ี 3 วเิ คราะห์หวั ขอ้ การเรียนรแู้ ละเวลาที่ใชใ้ นการจัดการเรยี นรู้ ฉ
ตารางที่ 4 วเิ คราะห์จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรมกบั หวั ข้อการเรียนรแู้ ละเวลาจดั การ ช
เรียนรู้
แผนการจดั การเรียนร้สู ปั ดาห์ที่ 1 เรอ่ื ง การทางานของระบบคอมพิวเตอร์ 2
แผนการจัดการเรยี นรู้สัปดาห์ที่ 2 เรอ่ื ง สว่ นประกอบของเคร่อื งคอมพวิ เตอรแ์ ละ 19
อุปกรณ์ตอ่ พว่ ง
แผนการจดั การเรยี นรสู้ ัปดาห์ท่ี 3 เรอื่ ง สว่ นประกอบของเครือ่ งคอมพวิ เตอรแ์ ละ 72
อปุ กรณ์ต่อพว่ ง
แผนการจัดการเรียนรสู้ ัปดาห์ที่ 4 เรอ่ื ง วธิ กี ารเลอื กซอ้ื อุปกรณค์ อมพิวเตอร์ 105
แผนการจัดการเรยี นรู้สัปดาห์ที่ 5 เรื่อง วธิ ีการเลอื กซ้ืออุปกรณค์ อมพวิ เตอร์ 115
แผนการจดั การเรียนรู้สปั ดาห์ที่ 6 เรอ่ื ง การจัดเลือกสเปคคอมพิวเตอร์ 129
แผนการจดั การเรียนร้สู ปั ดาห์ที่ 7 เรื่อง การประกอบเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ 141
แผนการจัดการเรียนรสู้ ัปดาห์ที่ 8 เร่อื ง การประกอบเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ 173
แผนการจดั การเรียนรสู้ ปั ดาห์ท่ี 9 เรอ่ื ง การติดตง้ั ระบบปฏบิ ัตกิ าร Windows 10 188
แผนการจัดการเรียนรสู้ ัปดาห์ที่ 10 เรือ่ ง การติดตง้ั ระบบปฏบิ ัตกิ าร Windows 10 202
แผนการจัดการเรยี นรสู้ ปั ดาห์ที่ 11 เรอ่ื ง การตดิ ตง้ั ไดร์เวอรแ์ ละโปรแกรมท่ีจาเป็น 225
แผนการจัดการเรยี นรู้สปั ดาห์ที่ 12 เร่อื ง การตดิ ตง้ั ไดรเ์ วอรแ์ ละโปรแกรมท่ีจาเปน็ 236
แผนการจดั การเรยี นรสู้ ัปดาห์ที่ 13 เรอ่ื ง การตดิ ต้งั และการใช้งานโปรแกรมประยุกต์ 253
แผนการจดั การเรียนรู้สปั ดาห์ท่ี 14 เรื่อง การตดิ ตัง้ และการใชง้ านโปรแกรมประยกุ ต์ 273
แผนการจัดการเรยี นรสู้ ปั ดาห์ท่ี 15 เรอ่ื ง การติดต้ังและการใชง้ านโปรแกรมประยุกต์ 295
แผนการจัดการเรียนร้สู ัปดาห์ที่ 16 เรือ่ ง ระบบเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์ 324
จ
สารบญั (ต่อ) หน้า
345
เร่ือง
แผนการจดั การเรียนร้สู ปั ดาห์ที่ 17 เรื่อง การตรวจสอบ แก้ปัญหา และการบารุงรักษา 369
เคร่อื งคอมพิวเตอร์
แผนการจดั การเรียนรสู้ ัปดาห์ที่ 18 เร่ือง การตรวจสอบ แก้ปญั หา และการบารงุ รักษา 381
เครอื่ งคอมพิวเตอร์ 391
แบบทดสอบคร้ังท่ี 1 พร้อมเฉลย
แบบทดสอบครง้ั ท่ี 2 พร้อมเฉลย
ฉ
รายละเอยี ดของหลกั สตู รรายวชิ า
หลักสูตร ประกาศนียบัตรวชิ าชพี พุทธศักราช 2562 ประเภทวิชา เทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือการส่ือสาร
รหัสวชิ า 20901 - 2106 ชื่อวชิ า งานบริการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
ทฤษฎี - ช่ัวโมง/สัปดาห์ ปฏบิ ตั ิ 4 ชวั่ โมง/สัปดาห์ จานวน 2 หนว่ ยกติ
จดุ ประสงคร์ ายวชิ า
1. เข้าใจหลักการบริการคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ
2. สามารถใหบ้ รกิ ารคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
3. สามารถจัดการธุรกจิ คอมพิวเตอร์
4. มีกิจนสิ ยั ในการทางานด้วยความเปน็ ระเบียบเรียบร้อย ประณีตรอบคอบ ปลอดภยั และมี
คุณธรรม
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรูเ้ กยี่ วกบั หลักการบริการคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศ
2. ให้บริการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
คาอธิบายรายวชิ า
ปฏิบัติเกี่ยวกับการบริการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ และอุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ
การจัดการธุรกิจคอมพิวเตอร์ การรับ-ส่งงาน การประมาณราคา และการทดสอบคุณภาพงานให้ได้ตาม
มาตรฐาน
ช
ตารางท่ี 1 วเิ คราะห์หลกั สตู รและระดบั ความสาคัญของหนว่ ยการเรียนรแู้ ละเวลาจดั การ
เรียนรู้
รหสั วิชา 20901 - 2106 ชือ่ วิชา งานบริการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
ทฤษฎี - ชวั่ โมง/สัปดาห์ ปฏบิ ตั ิ 4 ชว่ั โมง/สัปดาห์ จานวน 2 หน่วยกติ
พทุ ธิ ทกั ษะพิสยั (%) จติ รวม ลาดบั
พสิ ัย พสิ ยั ความ
(%) การรับรู้ (%) สาคญั
พฤตกิ รรม ป ิฏ ับติตาม ัตวอ ่ยาง
ปฏิ ับติไ ้ดเอง
ชอื่ หน่วย ป ิฏ ับ ิต ้ดวยความชานาญ
20 15 15 15 15 20
1. การทางานของระบบคอมพวิ เตอร์ 10 15 - - - 20 45 8
7
2. ส่วนประกอบของเครอ่ื ง 10 13 14 - - 20 57
6
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง
2
3. วธิ กี ารเลอื กซื้ออปุ กรณ์ 10 8 10 10 - 20 58 1
3
คอมพวิ เตอร์
5
4. การจัดเลอื กสเปคคอมพิวเตอร์ 12 13 12 13 10 20 80
5
5. การประกอบเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ 15 13 12 13 10 20 83
2
6. การตดิ ตง้ั ระบบปฏิบตั ิการ 16 - 10 15 11 20 72 4
Windows 10
7. การติดตง้ั ไดร์เวอรแ์ ละโปรแกรมท่ี 13 - 10 13 11 20 67
จาเป็น
8. การตดิ ตั้งและการใช้งานโปรแกรม 14 - 10 12 11 20 67
ประยกุ ต์
9. ระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ 10 10 10 15 15 20 80
10. การตรวจสอบ แก้ปัญหา และ 8 - 10 15 15 20 68
การบารงุ รกั ษาเคร่ืองคอมพวิ เตอร์
รวม 118 72 98 106 83
ลาดบั ความสาคญั 1 5 324
ซ
ตารางวิเคราะหห์ ลักสตู ร
ตารางท่ี 2 การวิเคราะห์หนว่ ยการเรยี นรูแ้ ละเวลาทใ่ี ชใ้ นการจดั การเรียนรู้
รหสั วิชา 20901-2106 ชือ่ วชิ า งานบริการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
ทฤษฎี - ช่ัวโมง/สัปดาห์ ปฏิบัติ 4 ชัว่ โมง/สัปดาห์ จานวน 2 หนว่ ยกติ
หนว่ ยท่ี ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ สัปดาหท์ ่ี ช่วั โมงท่ี
1 การทางานของระบบคอมพิวเตอร์ 1 1-4
2 ส่วนประกอบของเคร่ืองคอมพวิ เตอร์และอุปกรณต์ ่อพ่วง 2 5-8
2 สว่ นประกอบของเครอื่ งคอมพวิ เตอรแ์ ละอุปกรณต์ ่อพว่ ง 3 9-12
3 วธิ ีการเลือกซื้ออปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ 4 13-16
3 วิธกี ารเลอื กซ้ืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 5 17-20
4 การจัดเลือกสเปคคอมพิวเตอร์ 6 21-24
5 การประกอบเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ 7 25-28
5 การประกอบเครือ่ งคอมพวิ เตอร์ 8 29-32
6 การตดิ ตง้ั ระบบปฏบิ ัติการ Windows 10 9 33-36
6 การติดตั้งระบบปฏบิ ตั กิ าร Windows 10 10 37-40
7 การติดตงั้ ไดรเ์ วอรแ์ ละโปรแกรมที่จาเปน็ 11 41-44
7 การตดิ ตั้งไดร์เวอร์และโปรแกรมที่จาเปน็ 12 45-48
8 การติดต้ังและการใช้งานโปรแกรมประยุกต์ 13 49-52
8 การติดตง้ั และการใชง้ านโปรแกรมประยุกต์ 14 53-56
8 การตดิ ตั้งและการใช้งานโปรแกรมประยุกต์ 15 57-60
9 ระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ 16 61-64
10 การตรวจสอบ แกป้ ัญหา และการบารุงรกั ษาเคร่ือง 17 65-68
คอมพิวเตอร์
10 การตรวจสอบ แกป้ ัญหา และการบารงุ รักษาเครื่อง 18 69-72
คอมพวิ เตอร์
รวม 18 72
ฌ
ตารางท่ี 3 การวเิ คราะห์หัวข้อการเรียนรู้ของแตล่ ะหน่วยการเรียนรู้และเวลาจัดการเรยี นรู้
รหสั วชิ า 20901-2106 ช่อื วชิ า งานบริการคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศ
ทฤษฎี - ชัว่ โมง/สปั ดาห์ ปฏิบัติ 4 ชั่วโมง/สปั ดาห์ จานวน 2 หน่วยกติ
สัปดาห์ หนว่ ย ชือ่ หน่วยการเรียนร้/ู หวั ขอ้ การเรียนรู้ เวลาจัด
ที่ ที่ การเรยี นรู้
ทฤษฎี ปฏบิ ตั ิ
1 1 การทางานของระบบคอมพวิ เตอร์ -4
2 2 ส่วนประกอบของเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์และอุปกรณต์ ่อพว่ ง - 4
3 2 สว่ นประกอบของเครอื่ งคอมพวิ เตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง - 4
4 3 วิธีการเลอื กซื้ออปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ -4
5 3 วิธีการเลือกซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ -4
6 4 การจัดเลอื กสเปคคอมพวิ เตอร์ -4
7 5 การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ -4
8 5 การประกอบเคร่ืองคอมพิวเตอร์ -4
9 6 การติดตง้ั ระบบปฏิบตั ิการ Windows 10 -4
10 6 การตดิ ตั้งระบบปฏิบตั ิการ Windows 10 -4
11 7 การตดิ ตงั้ ไดร์เวอรแ์ ละโปรแกรมที่จาเป็น -4
12 8 การตดิ ตัง้ ไดรเ์ วอร์และโปรแกรมทจ่ี าเป็น -4
13 8 การตดิ ต้งั และการใชง้ านโปรแกรมประยุกต์ -4
14 9 การตดิ ตงั้ และการใช้งานโปรแกรมประยุกต์ -4
15 9 การติดตง้ั และการใชง้ านโปรแกรมประยุกต์ -4
16 10 ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ -4
17 10 การตรวจสอบ แกป้ ัญหา และการบารุงรักษาเครื่อง -4
คอมพิวเตอร์
18 10 การตรวจสอบ แก้ปัญหา และการบารงุ รักษาเคร่ือง -4
คอมพิวเตอร์
รวม - 72
ตารางท่ี 4 การวิเคราะห์จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรมก
รหสั วชิ า 20901-2106 ช่ือวชิ า งานบริการคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ
หน่วยที่ 1 การทางานของระบบคอมพิวเตอร์
หัวข้อการเรียนรู้ จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
รายการความรู้ (Knowledge) จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านความ
1. ความหมายของคอมพวิ เตอร์ 1. บอกความหมายของคอมพิวเตอร์ได้
2. องค์ประกอบของคอมพวิ เตอร์ 2. บอกองคป์ ระกอบของคอมพวิ เตอร์ได้
3. ประเภทของคอมพิวเตอร์ 3. บอกประเภทของคอมพิวเตอร์ได้
4. หลกั การทางานของคอมพิวเตอร์ 4. อธบิ ายหลกั การทางานของคอมพิวเตอร์ได
รายการทักษะ (Skill) จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม (ด้านทักษ
มรู้) ซ
ด้ กับหวั ข้อการเรยี นร้แู ละระดับพฤตกิ รรมท่ีต้องการ
ษะ)
ศ ทฤษฎี - ชั่วโมง/สปั ดาห์ ปฏิบตั ิ 4 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ จานวน 2 หนว่ ยกติ
ความจา พทุ ธิพิสัย
ความเข้าใจ
นาไปใช้ ดา้ นทักษะพสิ ัย
วิเคราะห์
สงั เคราะห์ ด้านจติ พสิ ัย
ประเมนิ คา่
การเลยี นแบบ
การทาตามแบบ
การทาถกู ตอ้ งแมน่ ยา
การทาอยา่ งผสมผสาน
การทาอย่างอตั โนมตั ิ
การรบั รู้
การตอบสนอง
การเหน็ คุณคา่
การจัดกระบวนการคดิ
การมลี กั ษณะเฉพาะตน
ตารางท่ี 4 การวิเคราะห์จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรมกับ
รหัสวิชา 20901-2106 ชอ่ื วิชา งานบริการคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ
หนว่ ยท่ี 2 ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์และอปุ กรณ์ต่อพ่วง
หัวขอ้ การเรยี นรู้ จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
รายการความรู้ (Knowledge) จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านความ
1. ส่วนประกอบของเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ 1. บอกสว่ นประกอบของเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ไ
2. หนว่ ยรบั เข้าข้อมลู 2. อธิบายหนว่ ยรบั เข้าขอ้ มูลได้
3. หน่วยประมวลผลกลาง 3. อธบิ ายหน่วยประมวลผลกลางได้
4. ววิ ฒั นาการของไมโครโพรเซสเซอร์ 4. อธบิ ายววิ ฒั นาการของไมโครโพรเซสเซอร์ไ
รายการทักษะ (Skill) จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านทกั ษ
1. หน่วยความจาหลัก 1. ปฏบิ ัตเิ ก่ียวกบั หนว่ ยความจาหลักได้
2. หน่วยความจารอง 2. ปฏบิ ตั เิ กี่ยวกับหน่วยความจารองได้
3. หนว่ ยแสดงผล 3. ปฏิบัติเกีย่ วกบั หน่วยแสดงผลได้
มรู้) ฌ
ได้
บหวั ข้อการเรียนรแู้ ละระดับพฤติกรรมท่ีตอ้ งการ (ตอ่ )
ได้
ษะ) ศ ทฤษฎี - ชวั่ โมง/สัปดาห์ ปฏบิ ัติ 4 ช่วั โมง/สัปดาห์ จานวน 2 หน่วยกิต
ความจา พทุ ธิพิสัย
ความเข้าใจ
นาไปใช้ ด้านทกั ษะพสิ ัย
วิเคราะห์
สงั เคราะห์ ด้านจิตพสิ ยั
ประเมนิ คา่
การเลยี นแบบ
การทาตามแบบ
การทาถกู ตอ้ งแมน่ ยา
การทาอยา่ งผสมผสาน
การทาอย่างอตั โนมตั ิ
การรบั รู้
การตอบสนอง
การเหน็ คุณคา่
การจัดกระบวนการคดิ
การมลี กั ษณะเฉพาะตน
ตารางที่ 4 การวิเคราะห์จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรมกับ
รหสั วชิ า 20901-2106 ชอื่ วิชา งานบรกิ ารคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ
หนว่ ยท่ี 3 วธิ ีการเลอื กซอ้ื อปุ กรณค์ อมพิวเตอร์
หวั ขอ้ การเรยี นรู้ จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
รายการความรู้ (Knowledge) จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม (ด้านความ
1. การเลือกซ้ืออปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ 1. อธบิ ายการเลอื กซอ้ื อปุ กรณค์ อมพวิ เตอรไ์ ด
2. แผงวงจรหลกั (Mainboard) 2. อธบิ ายการเลือกซ้อื แผงวงจรหลักได้
รายการทักษะ (Skill) จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม (ด้านทกั ษ
1. ซีพียู (CPU) 1. ปฏบิ ัติติดต้ังซพี ียูได้
2. หน่วยความจาแรม 2. ปฏิบตั ิอา่ นคณุ สมบัตหิ น่วยความจาแรมได้
3. ฮารด์ ดสิ ก์ 3. ปฏบิ ตั ิติดต้งั ฮาร์ดดสิ ก์ได้
4. ซีดรี อม ดวี ีดี ซีดอี าร์ไดรว์ 4. ปฏบิ ัติซีดรี อม ดวี ดี ี ซดี อี าร์ไดรว์ได้
5. จอภาพ 5. ปฏิบตั ิจอภาพได้
มรู้) ญ
ด้
บหวั ขอ้ การเรียนร้แู ละระดบั พฤตกิ รรมท่ตี อ้ งการ (ต่อ)
ษะ)
ศ ทฤษฎี - ชว่ั โมง/สัปดาห์ ปฏิบตั ิ 4 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ จานวน 2 หน่วยกิต
ความจา พุทธิพิสัย
ความเข้าใจ
นาไปใช้ ดา้ นทักษะพสิ ยั
วิเคราะห์
สงั เคราะห์ ด้านจิตพสิ ัย
ประเมนิ คา่
การเลยี นแบบ
การทาตามแบบ
การทาถกู ตอ้ งแมน่ ยา
การทาอยา่ งผสมผสาน
การทาอย่างอตั โนมตั ิ
การรบั รู้
การตอบสนอง
การเหน็ คุณคา่
การจัดกระบวนการคดิ
การมลี กั ษณะเฉพาะตน
ตารางท่ี 4 การวเิ คราะห์จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรมกับ
รหัสวชิ า 20901-2106 ชื่อวชิ า งานบริการคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ
หนว่ ยที่ 4 การจดั เลอื กสเปคคอมพิวเตอร์
หวั ข้อการเรียนรู้ จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
รายการความรู้ (Knowledge) จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม (ด้านความ
รายการทักษะ (Skill) จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านทักษ
1. การเลอื กสเปกคอมพิวเตอร์ 1. ปฏิบตั เิ ลอื กสเปกคอมพิวเตอรเ์ หมาะสมกับ
งานได้
2. แหล่งจาหนา่ ยอปุ กรณ์ 2. ปฏิบัติเลอื กแหล่งจาหนา่ ยอปุ กรณ์อย่างเห
มร)ู้ ฎ
ษะ) บหัวขอ้ การเรยี นรแู้ ละระดบั พฤตกิ รรมทตี่ ้องการ (ตอ่ )
บการใช้
ศ ทฤษฎี - ช่วั โมง/สัปดาห์ ปฏิบัติ 4 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ จานวน 2 หน่วยกติ
หมาะสมได้
ความจา พทุ ธพิ สิ ัย
ความเข้าใจ
นาไปใช้ ด้านทกั ษะพิสัย
วิเคราะห์
สงั เคราะห์ ดา้ นจติ พิสัย
ประเมนิ คา่
การเลยี นแบบ
การทาตามแบบ
การทาถกู ตอ้ งแมน่ ยา
การทาอยา่ งผสมผสาน
การทาอย่างอตั โนมตั ิ
การรบั รู้
การตอบสนอง
การเหน็ คุณคา่
การจัดกระบวนการคดิ
การมลี กั ษณะเฉพาะตน
ตารางท่ี 4 การวเิ คราะห์จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมก
รหัสวิชา 20901-2106 ชื่อวชิ า งานบรกิ ารคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ
หนว่ ยท่ี 5 การประกอบเคร่อื งคอมพิวเตอร์
หวั ข้อการเรยี นรู้ จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
รายการความรู้ (Knowledge) จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม (ด้านความ
1.ลาดับข้ันตอนการประกอบคอมพิวเตอร์ 1. บอกขัน้ ตอนการประกอบคอมพวิ เตอรไ์ ด้
2. อุปกรณ์ท่ีใช้สาหรับการประกอบเครื่อง 2. จาแนกอปุ กรณ์ที่ใช้สาหรบั การประกอบเค
คอมพวิ เตอร์ คอมพวิ เตอร์ได้
รายการทกั ษะ (Skill) จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม (ด้านทกั ษ
1. การประกอบติดตั้งคอมพวิ เตอร์ 1. ปฏิบตั ปิ ระกอบตดิ ต้ังประกอบคอมพิวเตอร
มรู้) ฏ
คร่อื ง กบั หวั ข้อการเรยี นรแู้ ละระดับพฤติกรรมทตี่ ้องการ
ษะ) ศ ทฤษฎี - ชวั่ โมง/สัปดาห์ ปฏบิ ัติ 4 ช่วั โมง/สปั ดาห์ จานวน 2 หนว่ ยกติ
ร์
ความจา พทุ ธพิ สิ ัย
ความเข้าใจ
นาไปใช้ ด้านทักษะพิสัย
วิเคราะห์
สงั เคราะห์ ดา้ นจิตพิสัย
ประเมนิ คา่
การเลยี นแบบ
การทาตามแบบ
การทาถกู ตอ้ งแมน่ ยา
การทาอยา่ งผสมผสาน
การทาอย่างอตั โนมตั ิ
การรบั รู้
การตอบสนอง
การเหน็ คุณคา่
การจัดกระบวนการคดิ
การมลี กั ษณะเฉพาะตน
ตารางที่ 4 การวิเคราะห์จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมก
รหสั วิชา 20901-2106 ช่อื วชิ า งานบริการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
หนว่ ยท่ี 6 การติดตั้งระบบปฏบิ ตั กิ าร Windows 10
หวั ข้อการเรียนรู้ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
รายการความรู้ (Knowledge) จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม (ด้านความ
1. การแบ่งพาร์ตชิ ่ัน 1. อธบิ ายการแบง่ พารต์ ชิ ่ันได้
2. ระบบไฟล์แบบ FAT และ NTFS 2. บอกความแตกต่างระบบไฟล์แบบ FAT แล
ได้
3. จัดเตรียม Windows 10 สาหรับตดิ ตั้ง 3. ปฏบิ ตั ิจัดเตรยี ม Windows 10 สาหรบั ติด
4. ข้ันตอนการจัดเตรยี มฮารด์ ดสิ ก์ 4. อธบิ ายขัน้ ตอนการจดั เตรียมฮาร์ดดิสก์ได้
5. ขน้ั ตอนการติดตง้ั Windows 10 5. อธิบายข้ันตอนการติดตั้ง Windows 10 ได
6. ปกปอ้ งคอมพิวเตอรด์ ว้ ย Windows 6. อธิบายปกปอ้ งคอมพวิ เตอรด์ ้วย Window
Defender Defender ได้
มรู้) ฐ
ละ NTFS กับหัวข้อการเรยี นรู้และระดับพฤติกรรมทต่ี อ้ งการ
ดต้งั ได้ ศ ทฤษฎี - ชัว่ โมง/สปั ดาห์ ปฏิบตั ิ 4 ชวั่ โมง/สปั ดาห์ จานวน 2 หนว่ ยกิต
ด้
ws
ความจา พุทธิพสิ ยั
ความเข้าใจ
นาไปใช้ ดา้ นทกั ษะพิสัย
วิเคราะห์
สงั เคราะห์ ดา้ นจิตพิสัย
ประเมนิ คา่
การเลยี นแบบ
การทาตามแบบ
การทาถกู ตอ้ งแมน่ ยา
การทาอยา่ งผสมผสาน
การทาอย่างอตั โนมตั ิ
การรบั รู้
การตอบสนอง
การเหน็ คุณคา่
การจัดกระบวนการคดิ
การมลี กั ษณะเฉพาะตน
ตารางที่ 4 การวิเคราะห์จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรมก
รหัสวชิ า 20901-2106 ชื่อวิชา งานบรกิ ารคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ
หน่วยท่ี 7 การติดตั้งไดร์เวอร์และโปรแกรมทจ่ี าเป็น
หวั ข้อการเรียนรู้ จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
รายการความรู้ (Knowledge) จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม (ด้านความ
รายการทักษะ (Skill) จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม (ด้านทักษ
1. การติดต้ังไดรเวอร์ให้กับอุปกรณต์ า่ ง ๆ 1. ปฏิบตั ติ ดิ ตัง้ ไดรเวอร์ให้กบั อุปกรณ์ตา่ ง ๆ ไ
2. การติดตั้งโปรแกรมท่จี าเป็น 2. ปฏบิ ตั ติ ดิ ต้ังโปรแกรมท่จี าเปน็ ได้
มร)ู้ ฑ
ษะ) กบั หวั ข้อการเรียนรู้และระดบั พฤตกิ รรมท่ตี อ้ งการ
ได้
ศ ทฤษฎี - ช่ัวโมง/สัปดาห์ ปฏิบัติ 4 ชั่วโมง/สัปดาห์ จานวน 2 หนว่ ยกติ
ความจา พุทธิพิสยั
ความเข้าใจ
นาไปใช้ ดา้ นทักษะพิสัย
วิเคราะห์
สงั เคราะห์ ด้านจิตพสิ ยั
ประเมนิ คา่
การเลยี นแบบ
การทาตามแบบ
การทาถกู ตอ้ งแมน่ ยา
การทาอยา่ งผสมผสาน
การทาอย่างอตั โนมตั ิ
การรบั รู้
การตอบสนอง
การเหน็ คุณคา่
การจัดกระบวนการคดิ
การมลี กั ษณะเฉพาะตน
ตารางท่ี 4 การวิเคราะห์จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรมก
รหัสวิชา 20901-2106 ชอื่ วิชา งานบรกิ ารคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
หนว่ ยที่ 8 การตดิ ตงั้ และการใช้งานโปรแกรมประยกุ ต์
หวั ข้อการเรยี นรู้ จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
รายการความรู้ (Knowledge) จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม (ด้านความ
รายการทักษะ (Skill) จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม (ด้านทกั ษ
1. การตดิ ตงั้ และใช้งานโปรแกรม Microsoft 1. ตดิ ตง้ั และใชง้ านโปรแกรม Microsoft Off
Office Word Word ได้
2. การตดิ ตั้งและใช้งานโปรแกรม Microsoft 2. ตดิ ตั้งและใชง้ านโปรแกรม Microsoft Off
Office Excel ได้
3. การตดิ ต้ังและใชง้ านโปรแกรม Microsoft 3. ติดตงั้ และใช้งานโปรแกรม Microsoft Off
Office Powerpoint Powerpoint ได้
มรู้) ฒ
ษะ) กับหัวขอ้ การเรียนรแู้ ละระดับพฤตกิ รรมท่ีต้องการ
fice
fice Excel ศ ทฤษฎี - ชว่ั โมง/สัปดาห์ ปฏิบัติ 4 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ จานวน 2 หนว่ ยกติ
fice
ความจา พทุ ธิพสิ ัย
ความเข้าใจ
นาไปใช้ ด้านทกั ษะพสิ ยั
วิเคราะห์
สงั เคราะห์ ด้านจติ พิสยั
ประเมนิ คา่
การเลยี นแบบ
การทาตามแบบ
การทาถกู ตอ้ งแมน่ ยา
การทาอยา่ งผสมผสาน
การทาอย่างอตั โนมตั ิ
การรบั รู้
การตอบสนอง
การเหน็ คุณคา่
การจัดกระบวนการคดิ
การมลี กั ษณะเฉพาะตน
ตารางที่ 4 การวิเคราะห์จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรมก
รหสั วิชา 20901-2106 ชือ่ วิชา งานบรกิ ารคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
หนว่ ยท่ี 9 ระบบเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์
หัวข้อการเรยี นรู้ จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
รายการความรู้ (Knowledge) จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม (ด้านความ
1. ระบบเครอื ข่าย 1. อธิบายเก่ยี วกบั ระบบเครือข่ายได้
รายการทักษะ (Skill) จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม (ด้านทักษ
1. เขา้ ถงึ และใช้งานคอมพิวเตอร์ดว้ ย 1. ปฏบิ ตั กิ ารเข้าถึงและใชง้ านคอมพิวเตอร์ด้ว
TeamViewer TeamViewer
2. การหัวต่อแบบ RJ-45 ของสาย LAN 2. ปฏบิ ัติเชอ่ื มตอ่ สาย LAN เข้ากบั ตัวอุปกรณ
ถูกต้อง
3. การใช้งานระยะไกลด้วย Remote 3. ปฏบิ ัติใชง้ านระยะไกลดว้ ย Remote Desk
Desktop ถูกต้อง
มรู้) ณ
ษะ) กับหัวข้อการเรียนรแู้ ละระดบั พฤติกรรมที่ต้องการ
วย
ณ์ได้ ศ ทฤษฎี - ช่วั โมง/สัปดาห์ ปฏิบตั ิ 4 ช่วั โมง/สัปดาห์ จานวน 2 หนว่ ยกิต
ktop ได้
ความจา พทุ ธิพิสัย
ความเข้าใจ
นาไปใช้ ดา้ นทักษะพิสยั
วิเคราะห์
สงั เคราะห์ ด้านจติ พิสัย
ประเมนิ คา่
การเลยี นแบบ
การทาตามแบบ
การทาถกู ตอ้ งแมน่ ยา
การทาอยา่ งผสมผสาน
การทาอย่างอตั โนมตั ิ
การรบั รู้
การตอบสนอง
การเหน็ คุณคา่
การจัดกระบวนการคดิ
การมลี กั ษณะเฉพาะตน
ตารางที่ 4 การวเิ คราะห์จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรมก
รหัสวชิ า 20901-2106 ชื่อวิชา งานบริการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
หน่วยท่ี 10 เรอ่ื ง การตรวจสอบ แก้ปญั หา และการบารงุ รักษาเครอ่ื งคอม
หัวขอ้ การเรยี นรู้ จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม
รายการความรู้ (Knowledge) จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม (ด้านความ
1. จดั การกับ pagefile.sys และ hiberfil.sys 1. อธบิ ายจัดการกับ pagefile.sys และ hibe
2. ป้องกันภัยจากไวรัสและโปรแกรมอนั ตราย 2. อธิบายการปอ้ งกนั ภยั จากไวรัสและโปรแกร
อนั ตรายได้
3. กาจัดไฟล์ขยะดว้ ย Disk Cleanup 3. อธิบายข้ันตอนกาจดั ไฟลข์ ยะดว้ ย Disk Cle
รายการทักษะ (Skill) จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม (ด้านทกั ษ
1. ปญั หาทางดา้ นฮารด์ แวร์ 1. ปฏบิ ตั แิ ก้ปัญหาทางด้านฮารด์ แวร์ได้
2. ปญั หาทางด้านซอฟตแ์ วร์ 2. ปฏิบัตแิ ก้ปัญหาทางด้านซอฟต์แวร์ได้
3. ปอ้ งกันและกาจัดไวรสั ดว้ ย AVG Free 3. ปฏบิ ตั ิปอ้ งกนั และกาจัดไวรสั ดว้ ย AVG Fre
4. ป้องกันและกาจัดสปายแวร์ 4. ปฏิบัติปอ้ งกนั และกาจัดสปายแวร์ได้
5. ตรวจสอบและกาจดั สปายแวร์ด้วย Spybot 5. ปฏิบัติตรวจสอบและกาจดั สปายแวร์ดว้ ย S
มรู้) มพวิ เตอร์ ศ ทฤษฎี - ชวั่ โมง/สปั ดาห์ ปฏิบัติ 4 ชัว่ โมง/สปั ดาห์ จานวน 2 หนว่ ยกิต กบั หวั ข้อการเรยี นรแู้ ละระดบั พฤตกิ รรมทต่ี อ้ งการ
erfil.sysได้
รม
eanupได้
ษะ)
eeได้
Spybotได้
ความจา พทุ ธพิ สิ ัย
ความเข้าใจ
นาไปใช้ ดา้ นทกั ษะพสิ ยั
วิเคราะห์
สงั เคราะห์ ดา้ นจติ พสิ ยั ด
ประเมนิ คา่
การเลยี นแบบ
การทาตามแบบ
การทาถกู ตอ้ งแมน่ ยา
การทาอยา่ งผสมผสาน
การทาอย่างอตั โนมตั ิ
การรบั รู้
การตอบสนอง
การเหน็ คุณคา่
การจัดกระบวนการคดิ
การมลี กั ษณะเฉพาะตน
ต
1
โครงการสอนหน่วยท่ี 1
ชอ่ื วิชา งานบรกิ ารคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศ (20901-2106)
ชอ่ื หน่วย การทางานของระบบคอมพวิ เตอร์ จานวน 4 ช่ัวโมง
รายการหัวข้อการเรียนรู้
1. ความหมายของคอมพวิ เตอร์
2. องค์ประกอบของคอมพวิ เตอร์
3. ประเภทของคอมพวิ เตอร์
4. หลักการทางานของคอมพิวเตอร์
หัวข้อการเรียนรู้ จดุ ประสงค์การสอนหรอื จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
1. ความหมายของคอมพวิ เตอร์ 1. บอกความหมายของคอมพิวเตอร์ได้
2. องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ 2. บอกองคป์ ระกอบของคอมพิวเตอร์ได้
3. ประเภทของคอมพิวเตอร์ 3. บอกประเภทของคอมพวิ เตอร์ได้
4. หลกั การทางานของคอมพิวเตอร์ 4. อธบิ ายหลักการทางานของคอมพิวเตอร์ได้
วธิ ีการสอน : วธิ ีสอนแบบบรรยายและสาธิต
ส่อื การสอน :
1. ใบความร้/ู ใบเนื้อหา
2. ใบงานท่ี 1
3. แบบทดสอบหลังเรยี นพร้อมเฉลย
4. Google Classroom
การประเมนิ :
1. เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤติกรรมการปฏิบตั ิงานรายบุคคล ตอ้ งไมม่ ชี ่องปรับปรงุ
2. แบบสังเกตคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ คะแนนขึน้ อย่กู บั
การประเมินตามสภาพจรงิ
แผนการจัดการเรียนรู้
2
ช่อื วิชา งานบริการคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศ รหัสวชิ า 20901 - 2106
หนว่ ยท่ี 1 การทางานของระบบคอมพิวเตอร์ สอนครัง้ ที่ 1 จานวน 4 ชม.
1. หวั ขอ้ การเรียนรู้
1. ความหมายของคอมพวิ เตอร์
2. องคป์ ระกอบของคอมพวิ เตอร์
3. ประเภทของคอมพวิ เตอร์
4. หลักการทางานของคอมพิวเตอร์
2. สาระสาคญั
องคป์ ระกอบคอมพวิ เตอร์ คืออปุ กรณค์ อมพิวเตอร์ท่ีนามาประกอบกันแล้วจะไดค้ อมพิวเตอร์
ที่สมบูรณ์ เคร่ืองคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยองค์ประกอบที่สาคัญหลายส่วนคือ กล่องซีพียู แป้นพิมพ์
เมาส์ จอภาพ และลาโพง ส่วนระบบคอมพิวเตอร์หมายถึงระบบท่ีจะทาให้คอมพิวเตอร์สามารถ
ทางานได้อย่างสมบูรณ์ ถ้าขาดองค์ประกอบส่วนใดส่วนหน่ึงแล้ว เครื่องคอมพิวเตอร์ก็ไม่สามารถ
ทางานได้ ประกอบดว้ ยองค์ประกอบทสี่ าคัญ 4 ประการคอื ฮารด์ แวร์ ซอฟตแ์ วร์ บุคคลและข้อมลู
3. สมรรถนะประจาหน่วย
แสดงความรู้เก่ยี วกับความหมายของคอมพิวเตอร์ องค์ประกอบคอมพิวเตอร์ ประเภทของ
คอมพวิ เตอร์ หลกั การทางานของคอมพิวเตอร์ได้
4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
4.1 จุดประสงคท์ ่ัวไป
1. รคู้ วามหมายของคอมพิวเตอร์
2. รูอ้ งค์ประกอบของคอมพวิ เตอร์
3. รปู้ ระเภทของคอมพวิ เตอร์
4. เขา้ ใจหลักการทางานของคอมพวิ เตอร์
4.2 จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1. บอกความหมายของคอมพวิ เตอร์ได้
2. บอกองค์ประกอบของคอมพวิ เตอร์ได้
3. บอกประเภทของคอมพิวเตอร์ได้
4. อธิบายหลักการทางานของคอมพวิ เตอร์ได้
5. กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้
ในการเรยี นการสอนของหน่วยที่ 1 สอนครงั้ ท่ี 1 (จานวน 4 ชัว่ โมง)
3
ขัน้ นาเข้าส่บู ทเรยี น
1. ตรวจสอบรายช่ือของนักเรียนทเ่ี ข้าเรยี น
2. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สนทนาและแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั การทางานของระบบ
คอมพิวเตอร์
3. ครูแสดงความคิดเหน็ เพิ่มเติม
ขนั้ สอน
1. ครูบรรยาย อธบิ าย ยกตวั อยา่ งในแต่ละหวั ข้อการเรียน
2. เปิดโอกาสใหน้ ักเรียนซักถามครผู ้สู อน
3. ประเมนิ พฤตกิ รรมรายบคุ คลโดยครูจะซักถามในแตล่ ะคน
ขนั้ สรุป
1. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปสาระสาคัญ
2. เปิดโอกาสให้นักเรยี นซักถามขอ้ สงสยั
3. มอบหมายงานให้ทาและศึกษาเพ่ิมเติม
6. สอ่ื การจัดการเรียนรู้
1. ใบความร้/ู ใบเน้ือหา
2. ใบงานที่ 1
3. แบบทดสอบหลงั เรียนพรอ้ มเฉลย
4. Google Classroom
7. การวัดผลและประเมินผล
วิธีวดั ผล
1. สงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ัติงาน
2. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั
พึงประสงค์
เครอื่ งมอื วัดผล
1. แบบสงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ัตงิ าน
2. แบบสงั เกตคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ โดยครแู ละ
นกั เรียนร่วมกนั ประเมิน
8. แหลง่ การเรยี นรู้เพม่ิ เติม
1. หอ้ งสมดุ วิทยาลยั เทคนิคสว่างแดนดิน
2. อินเทอรเ์ นต็
4
สปั ดาห์ท่ี...........
บนั ทึกหลงั การสอน
รหัสวชิ า..............................วชิ า.............................................................ระดบั ................. ชั้นปีท่ี...........
แผนกวิชา.......................................................จานวนนักเรียน......................คน มาเรยี น..................คน
ขาดเรยี น........คน มาสาย.........คน ลา.............คน สอนเม่อื วนั ท.่ี .........เดอื น......................พ.ศ.............
หนว่ ยท.ี่ ..................... ชอ่ื หนว่ ย.......................................................................จานวน.................ชว่ั โมง
เนือ้ หาวัตถุประสงค์และส่ือการสอน
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
ปญั หาทเี่ กดิ ขนึ้ ในระหว่างการเรียนการสอน
..................................................................................................................................................... ...........
........................................................................................................................ ........................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
แนวทางการแก้ไขปญั หาของครผู สู้ อน และผลทไ่ี ด้
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
ลงชือ่ ............................................ครผู ู้สอน ลงช่อื .........................................หวั หน้าแผนก
(นางสวุ ิมล อักษรกลาง) (นางสกุ ัญญา ดนยั สวสั ดิ)์
วันที.่ ....................................... วนั ที่............................................
5
ใบความรู้ / ใบเนอ้ื หา
หนว่ ยท่ี 1 เรอ่ื ง การทางานของระบบคอมพิวเตอร์
เทคโนโลยีและการส่ือสารในปัจจุบันมีความเจริญก้าวหน้ายิ่งข้ึนอย่างรวดเร็ว และมีบทบาท
ต่อชีวิตประจาวันในการดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์เป็นอย่างมาก เช่น การใช้คอมพิวเตอร์ใน
การทางาน การสืบคน้ ข้อมูลผ่านอินเทอรเ์ นต็ มกี ารนาเอาอปุ กรณ์สื่อสารและคอมพิวเตอรเ์ ข้ามาใช้ทั้ง
ในด้านการศกึ ษาและการทาธรุ กิจต่าง ๆ หรอื รบั – สง่ ข้อมลู ระหวา่ งกัน ตลอดจนใชโ้ ทรศัพท์เคลือ่ นท่ี
ในการติดตอ่ สือ่ สารองค์การทั้งภาครฐั และเอกชน
1.1 ความหมายของคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์ (Computer) คอมพิวเตอร์มาจากภาษาละตินมาจากคาว่า Computare ซึ่ง
หมายถึง การนับ หรือ การคานวณ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้ความหมาย
ของคอมพิวเตอร์ไว้ว่า "เคร่ืองอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติทาหน้าท่ีเหมือนสมองกล ใช้สาหรับ
แก้ปัญหาต่างๆ ที่ง่ายและขับซ้อนโดยวิธีทางคณิตศาสตร์" หรือ "เป็นเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ท่ี
สามารถรบั ขอ้ มลู หรือคาส่ัง เพือ่ นาไปประมวลผล จัดเกบ็ ขอ้ มลู และแสดงผลตามชดุ คาสัง่ น้ัน ๆ"
1.1.1 ยคุ ของคอมพิวเตอร์
สามารถแบ่งตามหนว่ ยประมวลผลกลางไดด้ งั นี้
1.1.1.1 คอมพิวเตอรย์ ุคทห่ี น่งึ ในระหว่างปี พ.ศ.2488 ถึง พ.ศ.2501 เป็นคอมพิวเตอร์
ท่ีใช้หลอดสุญญากาศ (vacuum tube) ใช้บัตรเจาะรูในการเก็บข้อมูลและคาสั่งที่จะให้คอมพิวเตอร์
ทางาน ใช้ดรัมแม่เหล็ก (Magnetic) เป็นหน่วยความจาหลัก หน่วยความจาหลักน้ีจะเก็บข้อมูลใน
ขณะท่มี ี การประมวลผลเท่านั้น ความเร็วในการทางานของเครอื่ งคอมพิวเตอรย์ ุคน้มี ีหนว่ ยเป็นหนึ่งใน
พันวินาที (millisecond) แตเ่ นอื่ งจากใช้กาลังไฟฟา้ สงู จึงมีปัญหาเรื่องความรอ้ นและไสห้ ลอดขาดบอ่ ย
ถงึ แมจ้ ะมรี ะบบระบายความรอ้ นท่ดี มี าก ทาให้มีการพัฒนาอุปกรณอ์ ่นื ขึ้นใช้งานแทน
การส่งั งานใชภ้ าษาเครื่องในระยะแรกซึ่งเปน็ รหัสตวั เลขท่ยี ุ่งยากซบั ซ้อน ต่อมาไดม้ ีการคดิ ค้น
ภาษาสญั ลักษณ์ (Symbolic language) ข้นึ มาชว่ ยงาน โดยใชภ้ าษาชนิดเขียนคาสั่งเป็นภาษาอังกฤษ
ก่อนแลว้ จึงใช้ตวั แปลภาษาแปลงเป็นภาษาเคร่ืองอีกครั้งหน่ึง เครื่องคอมพวิ เตอรข์ องยคุ น้ีมขี นาดใหญ่
เช่น มารค์ วนั (MARK I) , อีนแิ อค (ENIAC), ยูนิแวค (UNIVAC)
6
ภาพท่ี 1 มารค์ วนั (MARK I)
ภาพที่ 2 อินแิ อค (ENIAC)
ภาพที่ 3 ยนู แิ วค (UNIVAC)
1.1.1.2 คอมพิวเตอร์ยุคที่สอง อยู่ระหว่างปี พ.ศ.2502 ถึง พ.ศ.2506 จะเป็น
คอมพิวเตอร์ที่ใช้ทรานซิสเตอร์ โดยทรานซิสเตอร์ท่ีพัฒนาข้ึนคร้ังแรกมีขนาด 1 ใน 100 ของหลอด
สุญญากาศเท่าน้ัน นอกจากมีขนาดเล็กแล้วยังมีคุณสมบัติท่ีดีอีกหลายประการ คือ ไม่เปลือง
7
กระแสไฟฟ้า ไม่ต้องใช้เวลาอุ่นเครื่องเมื่อเปิดเคร่ือง ทาให้คอมพิวเตอร์มีประสิทธิภาพและความเร็ว
เพม่ิ ขน้ึ จนกระทงั่ สามารถบวกจานวน 2 จานวนไดใ้ นเวลาประมาณหนึ่งในลา้ นวินาที (microsecond)
โดยมีแกนเฟอร์ไรท์เป็นหน่วยความจา มีอุปกรณ์เก็บข้อมูลสารองในรูปของส่ือบันทึก
แม่เหล็ก เช่น จานแม่เหล็ก ส่วนทางด้านซอฟต์แวร์ก็มกี ารพัฒนาภาษาที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ ใน
ยุคนี้มีการใช้ภาษาแอสเซมบลี (Assembly language) ซ่ึงเป็นภาษาที่ใช้คาย่อเป็นคาส่ังแทนรหัส
ตัวเลข ทาให้การเขียนโปรแกรมสะดวกข้ึน และได้มีการพฒั นาภาษาระดับสูง ซึง่ เปน็ ภาษาท่ีเขียนเป็น
ประโยคที่คนสามารถเข้าใจได้ เช่น ภาษาฟอร์แทน ภาษาโคบอล เป็นต้น ภาษระดับสูงน้ีได้มีการ
พัฒนาและใช้นานจนถึงปัจจุบันอีกท้ังยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ใช้กับกับคอมพิวเตอร์ยุคนี้ทาให้ค่าใช้จ่าย
ในการใชค้ อมพิวเตอรถ์ ูกลงและทาใหธ้ รุ กิจต่างๆ เร่ิมนาคอมพิวเตอร์มาใชใ้ นกิจการมากขึน้
1.1.1.3 คอมพิวเตอร์ยคุ ท่ีสาม อยรู่ ะหว่างปี พ.ศ.2507 ถงึ พ.ศ. 2512 เป็นคอมพิวเตอร์ที่
ใช้วงจรรวม (Integrated Circuit: IC) โดยวงจรรวมแตล่ ะตวั จะมกี ารบรรจุวงจรอิเล็กทรอนิกส์จานวน
มากลงบนแผ่นซิลิกอนเล็ก ๆ ไอซีจึงเข้ามาทาหน้าท่ีแทนทรานซิสเตอร์ เนื่องจากมีคุณสมบัติเด่น 4
ประการคือ
1. มคี วามเชอื่ ถอื ได้ ไมว่ า่ จะใชง้ านกี่คร้งั กหี่ นกจ็ ะไดผ้ ลออกมาเหมอื นเดมิ
2. มคี วามกระชบั มีความเรว็ ในการทางานเพม่ิ ขน้ึ
3. ราคาถกู เนอ่ื งจากมกี ารผลติ ในปริมาณมาก ๆ ทาใหต้ น้ ทุนถกู ลง
4. ใชพ้ ลงั งานไฟฟ้าน้อย ทาใหป้ ระหยัด
บริษัทไอบีเอ็มได้ผลิตคอมพิวเตอร์รุ่น 360 ออกสู่ตลาดเป็นบริษัทแรกใช้งานได้ทั้งทาง
วทิ ยาศาสตร์และทางธุรกิจ ด้านซอฟต์แวร์สามารถสร้างเป็นโปรแกรมย่อย ๆ ในการกาหนดชุดคาส่ัง
ตา่ ง ๆ มีระบบควบคมุ ทีม่ คี วามสามารถสูงท้ังในรูประบบแบ่งเวลาการทางานให้กับงานหลายๆ อยา่ ง
ภาพที่ 4 วงจรรวม (Integrated Circuit : IC)
1.1.1.4 คอมพิวเตอรย์ คุ ท่สี ่ี ตงั้ แต่ปี พ.ศ. 2513 จนถึงปจั จุบัน เป็นยคุ ของคอมพิวเตอร์
ทีใ่ ช้วงจรรวมความจุสูงมาก (Very Large Scale Integration : VLSI) เชน่ ไมโครโพรเซสเซอรท์ ี่บรรจุ
ทรานซิสเตอร์นับหม่ืนนับแสนตัว ทาหน้าท่ีเป็นหน่วยประมวลผลกลางหรือซีพียู ( Central -
8
Processing Unit : CPU) ทาให้ขนาดเครื่องคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลง สามารถตั้งบนโต๊ะใน
สานักงานหรอื พกพาเหมอื นกระเป๋าหว้ิ ไปในที่ตา่ งๆ ได้
ขณะเดียวกันระบบซอฟต์แวร์ได้พัฒนาระบบปฏิบัติการท่ีมีการติดต่อกับผู้ใช้ ในรูปของ
กราฟิกท่ีเรียกว่า จียูไอ (Graphical User Interface :GUI) แทนการติดต่อแบบรายคาสั่ง ท่ีเป็นการ
พิมพ์คาสั่งทีละคาส่ังเพื่อส่ังงานคอมพิวเตอร์เช่นในอดีต และเร่ิมมีการใช้เมาส์ในการการสั่งงาน
คอมพวิ เตอร์ มีการพัฒนาโปรแกรมสาเรจ็ ใหเ้ ลอื กใช้กันมาก ทาใหเ้ กิดความสะดวกในการใช้งานอย่าง
กว้างขวาง
ภาพท่ี 5 ไมโครโปรเซสเซอร์ (Microprocessor)
1.1.1.5 คอมพิวเตอร์ยุคที่ห้า เป็นคอมพิวเตอร์ที่มนุษย์พยายามนามาเพื่อช่วยในการ
ตัดสินใจและแก้ปัญหาให้ดียิ่งข้ึน โดยจะมีการเก็บความรู้ต่างๆ เข้าไว้ในเครื่อง สามารถเรียกค้นและ
ดึงความรู้ที่สะสมไว้มาใช้งานให้เป็นประโยชน์ คอมพิวเตอร์ยุคนี้เป็นผลจากวิชาการด้าน
ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ประเทศต่างๆ ท่ัวโลกไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น
และประเทศในทวปี ยโุ รปกาลงั สนใจคน้ คว้าและพัฒนาทางดา้ นนี้กนั อย่างจริงจงั
1.2 ประเภทของคอมพิวเตอร์
1.2.1 ซูเปอรค์ อมพิวเตอร์ (Super Computer) เป็นคอมพวิ เตอร์ที่มีความสามารถสูงท่ีสุดใน
กลุ่มมีขนาดใหญ่ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์สามารถประมวลผลข้อมูลในปริมาณมากรวมถึงการประมวลผล
งานท่ีมีรูปแบบอันซับซ้อน มีความรวดเร็วในการคานวณได้มากกว่าหน่ึงล้านล้านต่อวินาที ( 1
Trillion calculations per second ) ภายในซูเปอร์คอมพิวเตอร์สามารถรองรับโปรเซสเซอร์ได้
มากกว่า 100 ตัว หนว่ ยวดั ความเรว็ ของคอมพวิ เตอรน์ ี้ คอื หน่วยกกิ กะฟลอบ (Gigaflop)
ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ท่ีเหมาะกับงานคานวณที่ต้องมีการคานวณ
ตัวเลขจานวนหลายล้านตัวภายในเวลาอันรวดเร็ว เช่น งานพยากรณ์อากาศ ที่ต้องนาข้อมูลต่าง ๆ
เก่ียวกับอากาศทั้งระดับภาคพื้นดิน และระดับความชื้นของบรรยากาศเพื่อดูการเคลื่อนไหวและการ
เปลี่ยนแปลงของอากาศ งานนจ้ี าเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะสูงมาก นอกจากนี้มีงาน
อีกเป็นจานวนมากท่ีต้องใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เช่น งานการวิจัยนิวเคลียร์ งานควบคุมทางอวกาศ
9
งานประมวลผลภาพทางการแพทย์ ด้านการทหาร วิศวกรรมเคมีภัณฑ์ปิโตรเลียม แต่เน่ืองจากราคา
ของซูเปอร์คอมพวิ เตอร์สูงมาก จึงมักมกี ารใช้งานเฉพาะด้านเท่านนั้ หน่วยงานที่มกี าลังความสามารถ
ในการนาไปใช้เพื่องานวิจัยก็คือ หน่วยงานขององค์การรัฐบาล ธุรกิจที่มีขนาดใหญ่มากและ
มหาวิทยาลยั
1.2.2 เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer) คือ เคร่ืองคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่
สามารถประมวลผลข้อมูลจานวนมากด้วยโปรแกรมหลายชุด เพื่อให้สามารถบริการผู้ใช้หลายคนได้
พร้อมกัน เช่น ระบบเอทีเอ็มซึ่งเช่ือมต่อกับฐานข้อมูลที่จัดการโดยเครื่องเมนเฟรม หรือใช้สาหรับ
คานวณผลข้อมูลจานวนมาก ๆ เชน่ สามะโนประชากร เป็นต้น ตวั เครื่องจะมลี ักษณะค่อนข้างใหญ่ มี
ราคาสูง และต้องอยู่ในหอ้ งที่มีการควบคุมอุณหภูมิและมีการดูแลรักษาเป็นอย่างดีหน่วยเมนเฟรมจัด
อยู่ในความเร็วของหน่วย เมกะฟลอบ (megaflop) หรือการคานวณหนึ่งล้านคร้ังในหน่ึงวินาที แต่
ปัจจุบันเมนเฟรมได้รับความนิยมน้อยลงเพราะว่าคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กส่วนบุคคลมีประสิทธิภาพ
และความสามารถดีขึ้น ราคาถูกลง ขณะเดียวกันระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ก็ดีข้ึนจนทาให้การใช้
งานบนเครอื ข่ายกระทาได้เหมือนการใช้งานบนเมนเฟรม
1.2.3 มินิคอมพิวเตอร์ (Mini Computer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะน้อยกว่าเคร่ือง
เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ คือ ทางานได้ช้ากว่าและควบคุมอุปกรณ์รอบข้างได้น้อยกว่า ทาให้มีราคาถูก
กว่าเมนเฟรมคอมพิวเตอร์ มินิคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ท่ีสาคัญในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของ
องค์การที่เรียกว่าเครื่องให้บริการ (Server) มีหน้าที่ให้บริการแก่ผู้ใช้บริการ (Client) เช่น ให้บริการ
แฟ้มข้อมูล ให้บริการข้อมูล ให้บริการช่วยในการคานวณ และการสื่อสาร มินิคอมพิวเตอร์เหมาะกับ
งานหลากหลายประเภท คือ ใช้ได้ท้ังในงานวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมหรือตามหน่วยงาน
ราชการระดับกรมส่วนใหญ่
1.2.4 ไมโครคอมพิวเตอร์ (Micro Computer) หรือ พีซี (Personal Computer หรือ
PC) เป็นเคร่ืองคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็ก บางคนเห็นว่าเป็นเคร่ืองคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานส่วนบุคคล
หรอื เรียกว่า พซี ี (Personal Computer : PC) กลา่ วไดว้ ่า ไมโครคอมพิวเตอร์ คือเครอื่ งคอมพวิ เตอร์
ทมี่ ีหนว่ ยประมวลผลกลางเปน็ ไมโครโพรเซสเซอร์ ทางานในลกั ษณะสว่ นบคุ คลได้
1.3 องค์ประกอบของคอมพวิ เตอร์
องค์ประกอบระบบคอมพวิ เตอร์ คือ ระบบคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วยองค์ประกอบย่อยท่ีมี
หน้าที่เฉพาะ ทางานประสานสัมพันธ์กัน เพื่อให้งานบรรลุตามเป้าหมาย ในระบบงานคอมพิวเตอร์
การที่มีเคร่ืองคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว จะยังไม่สามารถทางานได้ด้วยตัวเอง ซ่ึงหากจะให้
คอมพิวเตอร์ทางานได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพแล้ว ระบบคอมพิวเตอร์ควรจะต้องมี
องคป์ ระกอบ 3 องคป์ ระกอบ ได้แก่
10
1.3.1 ฮาร์ดแวร์ (Hardware) หมายถึง ส่วนประกอบ โครงสร้าง รวมถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงท่ี
สนับสนุนการทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านีม้ นุษย์สามารถมองเห็นและสัมผัส
ได้ หน้าท่ขี องฮาร์ดแวร์ก็คอื ทางานตามคาสั่งควบคุมการทางานตา่ งๆ ทม่ี นษุ ย์เป็นผสู้ ร้างขน้ึ เพือ่ ให้
ได้ ผลลัพธต์ ามท่ีตอ้ งการ
1.3.2 ซอฟต์แวร์ (Software) หมายถึง คาสั่ง หรือชุดคาส่ัง ทาหน้าท่ีควบคุมการทางาน
ของระบบคอมพิวเตอร์ และเป็นส่วนที่ทาให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์กับเคร่ืองคอมพิวเตอร์ (ฮาร์ดแวร์)
สามารถสือ่ สารกนั ได้ แบง่ ไดด้ ังนี้
1.3.2.1 ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ท่ีออกแบบ
ข้ึนมาเพ่ือปฏิบตั ิการกับฮารด์ แวร์คอมพิวเตอร์ และเพื่อจัดเตรียมและบารุงรักษาแพลตฟอร์มจากการ
ทางานของโปรแกรมประยกุ ต์ เชน่ windows linux os เป็นต้น
1.3.2.2 ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) คือ โปรแกรมท่ีใช้สาหรับ
ทางานต่าง ตามที่ต้องการ เช่น การทางานเอกสาร งานกราฟิก งานนาเสนอ หรือเป็น Software
สาหรับงานเฉพาะด้าน เช่น โปรแกรมงานทะเบียน โปรแกรมการให้บริการเว็บ โปรแกรมงานด้าน
ธนาคาร
1.3.3 บุคคล (People ware) หรือผู้ใช้ระบบ ในระบบคอมพิวเตอร์ผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นส่วน
หน่ึงที่จะก่อให้เกิดผลลัพธ์จากการให้เคร่ืองคอมพิวเตอร์ทางาน ด้วยเหตุท่ีว่ามนุษย์เป็นผู้สร้าง
ชดุ คาส่ังหรอื โปรแกรมขน้ึ มาเพือ่ ควบคุมการทางานของเครื่อง
1.3.3.1 ผู้จัดการระบบ (System Manager) คือ ผู้วางนโยบายการใช้คอมพิวเตอร์
ให้เป็นไปตามเป้าหมายของหน่วยงาน
1.3.3.2 นักวเิ คราะห์ระบบ (System Analyst) คอื ผู้ท่ีศึกษาระบบงานเดิมหรืองาน
ใหม่และทาการวิเคราะห์ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ในการใช้คอมพิวเตอร์กับระบบงาน เพื่อให้
โปรแกรมเมอร์เป็นผูเ้ ขียนโปรแกรมให้กับระบบงาน
1.3.3.3 โปรแกรมเมอร์ (Programmer) คือ ผู้เขียนโปรแกรมส่ังงานเครื่อง
คอมพิวเตอร์เพ่ือให้ทางานตามความต้องการของผู้ใช้ โดยเขียนตามแผนผังที่นักวิเคราะห์ระบบได้
เขียนไว้
1.3.3.4 ผู้ใช้ (User) คือ ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ทั่วไป ซ่ึงต้องเรียนรู้วิธีการใช้เคร่ือง
และวิธกี ารใชง้ านโปรแกรม เพอ่ื ใหโ้ ปรแกรมที่มอี ยู่สามารถทางานไดต้ ามท่ีต้องการ
1.4 หลักการทางานของคอมพิวเตอร์
เครื่องคอมพิวเตอร์มขี ั้นตอนการทางาน 4 ขัน้ ตอน คือ
ข้ันท่ี 1 รับข้อมูล (Input) หมายถึง การป้อนข้อมูลที่เป็นตัวเลข ตัวหนังสือเข้าไปใน
โปรแกรมเพ่ือจะให้คอมพิวเตอร์ทาการประมวลผล โดยการป้อนข้อมูลผ่านอุปกรณ์รับข้อมูล เช่น
เมา้ ส์ คียบ์ อร์ด สแกนเนอร์ ทชั สกรนี เครือ่ งอ่านบารโ์ คด้ จอยสต๊ิก ฯลฯ
11
ขั้นที่ 2 การประมวลผล (Process) หมายถึง การจัดระเบียบแบบแผนข้อมูล เช่น การ
คานวณ การเปรียบเทยี บ การวิเคราะห์ การเรียงลาดบั ฯลฯ โดยในสูตรทางคณิตศาสตรห์ รือสูตรทาง
วทิ ยาศาสตรจ์ ากคาสง่ั หรอื โปรแกรมท่ีเขียนขนึ้ มา เพอ่ื ให้ไดซ้ ่งึ ผลลัพธต์ ามทตี่ อ้ งการ
ขน้ั ที่ 3 การแสดงผลลัพธ์ (Output) คือ เม่ือประมวลผลแล้ว คอมพิวเตอรจ์ ะแสดงผลลพั ธ์
ผ่านอปุ กรณ์ท่ีทาหน้าท่ีในการแสดงผลข้อมูล เช่น เครอื่ งพมิ พ์ ลาโพง จอภาพ เป็นต้น โดยแสดงออก
ในรปู แบบตา่ งๆ ท่ีผู้ใช้เขา้ ใจและนาไปใช้ประโยชนไ์ ด้
ข้ันที่ 4 จัดเก็บข้อมูล (Storage) คอมพิวเตอร์จะจัดเก็บข้อมูลลงในหน่วยความจา เพื่อ
สามารถนาออกมาใชอ้ ีกครัง้ ในอนาคต การเกบ็ ข้อมูลแบ่งออกเปน็ 2 ประเภท ได้แก่
- หน่วยความจาหลัก เป็นหน่วยความจาท่ีอยู่ในคอมพิวเตอร์ แบ่งเป็น 2 ประเภท
คอื รอม (Rom : Read Only Memory) เปน็ หนว่ ยความจาท่ีใช้เก็บโปรแกรมคาส่ังไว้อย่างถาวร เช่น
โปรแกรมในการทางานเคร่ือง แม้ว่าจะไม่มีกระแสไฟฟ้าข้อมูลก็จะยังคงอยู่ ข้อมูลจะเป็นข้อมูลท่ี
สามารถอ่านได้อย่างเดียว ไม่สามารถเปล่ียนแปลง แก้ไขข้อมูลได้ อีกประเภทคือ แรม (Ram :
Random Access Memory) ทาหน้าท่ีเก็บโปรแกรมและข้อมูลท่ีรับเข้ามา เพ่ือที่จะนาข้อมูลนั้นไป
ประมวลผล โดยจะเก็บข้อมูลไว้ชั่วคราวหรือในขณะที่มีกระแสไฟฟ้าอยู่ แต่หากไฟฟ้าดับจาทาให้
ข้อมลู หรือโปรแกรมนัน้ สูญหายไป
- หน่วยความจาสารอง (Secondary Memory) เป็นหน่วยความจาที่ช่วยให้
คอมพิวเตอร์สามารถเก็บข้อมูลได้มากขึ้นและนานขึ้น โดยอาศัยอุปรกรณ์ในการจัดเก็บข้อมูล ได้แก่
ฮารด์ ดิสก์ แฟลชไดร์ฟ ซีดี ดวี ดี ี เปน็ ต้น
หนว่ ยนาเขา้ ขอ้ มลู หนว่ ยประมวลผลกลาง หน่วยสง่ ออกข้อมลู
หนว่ ยความจา
รปู ที่ 6 การทางานของคอมพิวเตอร์
12
แบบทดสอบหลังเรยี น
รหสั 20901 - 2106 วชิ า งานบรกิ ารคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
ชอื่ ..................................................................................แผนก..........................ห้อง....................
คาส่ัง / คาช้ีแจง ใหเ้ ลือกคาตอบทีถ่ กู ต้องทีส่ ดุ เพยี งข้อเดยี ว
1. ขอ้ ใดบอกความหมายของคอมพิวเตอร์ได้ถูกต้อง
ก. เครือ่ งคอมพวิ เตอรท์ ่ีใช้งานตามความต้องของเราผู้ใชง้ าน
ข. เครือ่ งมืออิเล็กทรอนิกสช์ นิดหนงึ่ ทส่ี ามารถรับขอ้ มูล สามารถประมวลผลข้อมูลสามารถ
จดั เกบ็ ข้อมูล และแสดงผลขอ้ มูลออกมาให้เหน็
ค. อปุ กรณ์ท่ีสานกั งานใช้ทางานในองค์กรใดองค์กรหน่ึง
ง. อปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ นามาประกอบเข้ากนั แล้วเกิดเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนึ้ มา
2. ข้อใดบอกองค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ได้อย่างถูกต้อง
ก. ไฟร์แวร์ ซอฟต์แวร์ บุคลากร
ข. ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ระบบ บคุ ลากร
ค. ฮารด์ แวร์ ซอฟตแ์ วร์ บุคลากร
ง. หนว่ ยนาเขา้ หนว่ ยประมวลผลกลาง หนว่ ยความจา หนว่ ยแสดงผลขอ้ มลู
3. ขอ้ ใดความหมายของฮาร์ดแวรไ์ ด้ถูกตอ้ ง
ก. บุคลากรในงานด้านคอมพิวเตอร์ ซงึ่ มีความรู้เก่ียวกบั คอมพวิ เตอร์ สามารถใช้งาน ส่ังงาน
เพ่ือใหค้ อมพวิ เตอร์ทางานตามที่ตอ้ งการ
ข. โปรแกรมหรอื ชดุ คาส่งั ทถี่ ูกเขยี นขึน้ เพ่ือส่งั ใหเ้ คร่ืองคอมพิวเตอร์ทางาน
ค. อปุ กรณต์ ่างๆ ที่ประกอบขึ้นเป็นเครื่องคอมพวิ เตอร์ สามารถมองเห็นด้วยตาและสัมผัสได้
(รปู ธรรม) เชน่ จอภาพ คยี บ์ อร์ด เครือ่ งพิมพ์ เมาส์
ง. อุปกรณท์ ีส่ ามารถนาเขา้ ข้อมลู ได้
4. ในคอมพวิ เตอร์ยุคท่สี องท่ีใชอ้ ะไรเป็นหน่วยความจาหลัก
ก. แรม
ข. แกนเฟอรไ์ รท์
ค. รอม
ง. ฟลอบป้ดี สิ ท์
5. อุปกรณ์ข้อใดถูกนามาใช้ในคอมพวิ เตอร์ยุดทสี่ าม
ก. ทรานซสิ เตอร์ ข. ไอซี ค. หลอดสุญญากาศ ง. ไมโครโพรเซสเซอร์
6. ขอ้ ใดคือคอมพวิ เตอร์ทส่ี ามารถประมวลผลคาสั่งไดม้ ากกว่าหน่งึ ล้านๆ คาสง่ั ต่อวนี าที
13
ก. ไมโครคอมพวิ เตอร์
ข. เมนเฟรมคอมพวิ เตอร์
ค. มินคิ อมพิวเตอร์
ง. ซปุ เปอร์คอมพิวเตอร์
7. ซปุ เปอร์คอมพิวเตอร์เหมาะสาหรบั ใชง้ าน ในด้านใดมากทสี่ ุดดงั ต่อไปน้ี
ก. งานพยากรณ์อากาศ
ข. งานการวจิ ยั นวิ เคลยี ร์
ค. งานควบคมุ ทางอวกาศ
ง. ถูกทุกข้อ
8. ระบบคอมพวิ เตอรป์ ระกอบดว้ ยหนว่ ยการทางานกีห่ น่วย
ก. 1 หนว่ ย
ข. 2 หน่วย
ค. 3 หนว่ ย
ง. 4 หน่วย
9. ขอ้ ใดจดั อย่ใู นระบบคอมพิวเตอร์ภายใน
ก. ซพี ยี ู , แรม
ข. แรม , สแกนเนอร์
ค. ฮาร์ดดิส , สปีคเกอร์
ง. ก. และ ค เปน็ ขอ้ ท่ีถูกต้อง
10. ขอ้ ใดไม่จดั อยใู่ นหนว่ ยแสดงผล
ก. สแกนเนอร์
ข. จอภาพ
ค. ปริ้นเตอร์
ง. ลาโพง
14
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน
รหสั 20901 - 2106 วชิ า งานบรกิ ารคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
ชือ่ ..................................................................................แผนก..........................หอ้ ง....................
คาสงั่ / คาช้ีแจง ให้เลือกคาตอบทถี่ ูกต้องท่สี ดุ เพียงข้อเดียว
1. ข้อใดบอกความหมายของคอมพิวเตอร์ได้ถูกต้อง
ก. เคร่ืองคอมพิวเตอรท์ ่ีใช้งานตามความต้องของเราผู้ใชง้ าน
ข. เครือ่ งมืออิเลก็ ทรอนกิ ส์ชนิดหนง่ึ ทสี่ ามารถรบั ข้อมูล สามารถประมวลผลขอ้ มลู สามารถ
จัดเกบ็ ข้อมลู และแสดงผลข้อมูลออกมาให้เหน็
ค. อปุ กรณ์ทีส่ านักงานใช้ทางานในองค์กรใดองคก์ รหนง่ึ
ง. อปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนกิ ส์ต่างๆ นามาประกอบเขา้ กันแล้วเกิดเปน็ เครื่องคอมพิวเตอร์ ข้ึนมา
2. ขอ้ ใดบอกองค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ไดอ้ ย่างถูกต้อง
ก. ไฟร์แวร์ ซอฟตแ์ วร์ บุคลากร
ข. ฮารด์ แวร์ ซอฟต์แวรร์ ะบบ บคุ ลากร
ค. ฮารด์ แวร์ ซอฟต์แวร์ บคุ ลากร
ง. หน่วยนาเข้า หน่วยประมวลผลกลาง หนว่ ยความจา หน่วยแสดงผลข้อมูล
3. ขอ้ ใดคือความหมายของฮารด์ แวร์
ก. บคุ ลากรในงานด้านคอมพิวเตอร์ ซง่ึ มคี วามร้เู ก่ยี วกบั คอมพิวเตอร์ สามารถใชง้ าน ส่ังงาน
เพอื่ ใหค้ อมพิวเตอร์ทางานตามที่ตอ้ งการ
ข. โปรแกรมหรือชุดคาส่งั ท่ถี ูกเขยี นขนึ้ เพ่ือสง่ั ให้เคร่ืองคอมพิวเตอร์ทางาน
ค. อุปกรณ์ต่างๆ ท่ปี ระกอบขึ้นเปน็ เคร่อื งคอมพวิ เตอร์ สามารถมองเห็นดว้ ยตาและสัมผสั ได้
(รปู ธรรม) เชน่ จอภาพ คีย์บอรด์ เคร่อื งพิมพ์ เมาส์
ง. อปุ กรณท์ ี่สามารถนาเขา้ ข้อมลู ได้
4. ในคอมพวิ เตอร์ยุคที่สองท่ีใช้อะไรเป็นหน่วยความจาหลัก
ก. แรม ข. แกนเฟอร์ไรท์
ค. รอม ง. ฟลอบป้ดี สิ ท์
5. อุปกรณ์ข้อใดถูกนามาใช้ในคอมพิวเตอร์ยุดท่ีสาม
ก. ทรานซิสเตอร์
ข. ไอซี
ค. หลอดสญุ ญากาศ
ง. ไมโครโพรเซสเซอร์
15
6. ขอ้ ใดคือคอมพิวเตอร์ที่สามารถประมวลผลคาส่งั ไดม้ ากกว่าหน่ึงล้านๆ คาสั่งต่อวินาที
ก. ไมโครคอมพิวเตอร์
ข. เมนเฟรมคอมพวิ เตอร์
ค. มนิ ิคอมพวิ เตอร์
ง. ซปุ เปอร์คอมพวิ เตอร์
7. ซุปเปอรค์ อมพวิ เตอรเ์ หมาะสาหรบั ใช้งาน ในด้านใดมากทีส่ ุดดังต่อไปนี้
ก. งานพยากรณ์อากาศ
ข. งานการวิจัยนวิ เคลียร์
ค. งานควบคุมทางอวกาศ
ง. ถกู ทกุ ข้อ
8. ระบบคอมพิวเตอรป์ ระกอบดว้ ยหนว่ ยการทางานกหี่ น่วย
ก. 1 หนว่ ย
ข. 2 หนว่ ย
ค. 3 หนว่ ย
ง. 4 หน่วย
9. ข้อใดจดั อยู่ในระบบคอมพิวเตอรภ์ ายใน
ก. ซพี ียู , แรม
ข. แรม , สแกนเนอร์
ค. ฮารด์ ดสิ , สปีคเกอร์
ง. ก. และ ค เปน็ ข้อที่ถูกต้อง
10. ข้อใดไม่จดั อยู่ในหน่วยแสดงผล
ก. สแกนเนอร์
ข. จอภาพ
ค. ปรนิ้ เตอร์
ง. ลาโพง
18
โครงการสอนหนว่ ยท่ี 2
ช่อื วิชา งานบรกิ ารคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศ (20901-2106)
ช่ือหน่วย ส่วนประกอบของเคร่อื งคอมพิวเตอร์และอปุ กรณ์ตอ่ พว่ ง
จานวน 8 ชั่วโมง
รายการหัวข้อการเรียนรู้
1. สว่ นประกอบของเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์
2. หน่วยรับเขา้ ข้อมูล
3. หน่วยประมวลผลกลาง
4. วิวฒั นาการของไมโครโพรเซสเซอร์
5. หนว่ ยความจาหลกั
6. หน่วยความจารอง
7. หน่วยแสดงผล
หวั ข้อการเรยี นรู้ จุดประสงคก์ ารสอนหรือจดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
1. สว่ นประกอบของเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ 1. บอกส่วนประกอบขอเครื่องคอมพวิ เตอร์ได้
2. หนว่ ยรับเขา้ ขอ้ มูล 2. อธิบายหนว่ ยรบั เขา้ ข้อมลู ได้
3. หนว่ ยประมวลผลกลาง 3. อธบิ ายหน่วยประมวลผลกลางได้
4. วิวฒั นาการของไมโครโพรเซสเซอร์ 4. อธิบายววิ ฒั นาการของไมโครโพรเซสเซอร์ได้
5. หนว่ ยความจาหลกั 5. หนว่ ยความจาหลกั
6. หน่วยความจารอง 6. หน่วยความจารอง
7. หน่วยแสดงผล 7. หน่วยแสดงผล
วิธีการสอน : วธิ สี อนแบบบรรยายและสาธติ
ส่ือการสอน :
1. ใบความร/ู้ ใบเนื้อหา
2. ใบงานท่ี 2,3
3. ใบปฏบิ ัตงิ าน
4. แบบทดสอบหลงั เรียนพรอ้ มเฉลย
5. Google Classroom
การประเมิน :
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการปฏิบัติงานรายบุคคล ตอ้ งไม่มชี ่องปรบั ปรงุ
2. แบบสังเกตคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขนึ้ อยู่กบั
การประเมนิ ตามสภาพจริง
19
แผนการจัดการเรียนรู้
ช่อื วิชา งานบรกิ ารคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศ รหัสวชิ า 20901-2106
หน่วยท่ี 2 ส่วนประกอบของเครอ่ื งคอมพิวเตอร์และอปุ กรณต์ อ่ พว่ ง สอนครัง้ ท่ี 2 จานวน 4 ชม.
1. หัวขอ้ การเรยี นรู้
1. สว่ นประกอบของเครอื่ งคอมพิวเตอร์
2. หนว่ ยรับเข้าขอ้ มูล
3. หน่วยประมวลผลกลาง
4. ววิ ัฒนาการของไมโครโพรเซสเซอร์
2. สาระสาคญั
การทางานของคอมพิวเตอร์ เริ่มจากการป้อนข้อมูลเข้าทางหน่วยป้อนข้อมูล (Input Unit)
ผ่านไปยังหน่วยประมวลผลข้อมูล (CPU: Central Processing Unit) โดยหน่วยประมวลผลข้อมูล
กลางจะทางานร่วมกับหน่วยความจา (Memory Unit) เมื่อได้ผลลพั ธ์ที่ต้องการจะส่งข้อมลู ออกไปยัง
หน่วยแสดงผล (Output Unit) ในกรณีที่ต้องติดตั้งอุปกรณ์ต่อพ่วงก็ให้นาอุปกรณ์ชนิดน้ันมาต่อท่ี
พอร์ตด้านหลังของคอมพิวเตอร์ เช่น เคร่ืองพิมพ์ สแกนเนอร์ และในกรณีท่ีต้องการบันทึกข้อมูลเพื่อ
เรียกใช้งานหรือแก้ไขในภายหลังจะกระทากับส่ือที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล เช่น ฮาร์ดดิสก์ CD DVD
Flashdrive
3. สมรรถนะประจาหน่วย
แสดงความรู้เก่ียวกับส่วนประกอบของเคร่ืองคอมพิวเตอร์ หน่วยรับเข้าข้อมูล หน่วย
ประมวลผลกลาง วิวัฒนาการของไมโครโพรเซสเซอร์ หน่วยความจาหลัก หน่วยความจารองและ
หน่วยแสดงผลได้
4. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
4.1 จุดประสงค์ทว่ั ไป
1. รู้สว่ นประกอบของเครือ่ งคอมพิวเตอร์
2. เข้าใจหน่วยรับเข้าข้อมูล
3. เข้าใจหน่วยประมวลผลกลาง
4. เข้าใจวิวัฒนาการของไมโครโพรเซสเซอร์
4.2 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1. บอกส่วนประกอบของเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ได้
2. อธบิ ายหน่วยรับเข้าข้อมลู ได้
20
3. อธบิ ายหนว่ ยประมวลผลกลางได้
4. อธิบายววิ ัฒนาการของไมโครโพรเซสเซอร์ได้
5. กจิ กรรมการจัดการเรยี นรู้
ในการเรยี นการสอนของหน่วยท่ี 2 สอนคร้งั ท่ี 2 (จานวน 4 ชั่วโมง)
ขน้ั นาเข้าสบู่ ทเรียน
1. ตรวจสอบรายช่อื ของนักเรียนที่เข้าเรยี น
2. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สนทนาและแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับสว่ นประกอบของ
คอมพิวเตอร์วา่ คอมพิวเตอร์มีส่วนประกอบภายในอะไรบ้าง และมสี ่วนประกอบภายนอกอะไรบา้ ง
3. ครูแสดงความคิดเหน็ เพิ่มเตมิ
ขั้นสอน
1. ครบู รรยาย อธบิ าย ยกตัวอย่างในแต่ละหวั ข้อการเรียน
2. เปดิ โอกาสให้นกั เรยี นซักถามครูผสู้ อน
3. ประเมนิ พฤติกรรมรายบุคคลโดยครูจะซักถามในแตล่ ะคน
ขั้นสรปุ
1. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปสาระสาคญั
2. เปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนซักถามขอ้ สงสยั
3. มอบหมายงานให้ทาและศึกษาเพิม่ เติม
6. สอื่ การจดั การเรยี นรู้
1. ใบความร้/ู ใบเน้ือหา
2. ใบงานท่ี 2
3. ใบปฏบิ ตั งิ าน
4. แบบทดสอบหลงั เรยี นพรอ้ มเฉลย
5. Google Classroom
7. การวัดผลและประเมนิ ผล
วิธวี ัดผล
1. สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงาน
2. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอัน
พงึ ประสงค์