The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

งานบริการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนการจัดการเรียนรู้

งานบริการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ

321
ใบงานที่ 15
เรอื่ ง การตดิ ต้ังและการใช้งานโปรแกรมประยกุ ต์
คาส่ัง / คาช้ีแจง ตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
1. บอกความหมายของ Microsoft Office PowerPoint 2019 มาอยา่ งสงั เขป
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
2. จงส่วนประกอบของโปรแกรม Microsoft Office PowerPoint 2019 และหน้าทข่ี องแต่ล่ะส่วนให้

ถูกต้อง

หมายเลข 1 ...................................................................................................................... ........
หมายเลข 2 ..............................................................................................................................
หมายเลข 3 ..............................................................................................................................
หมายเลข 4 ..............................................................................................................................
หมายเลข 5 ..............................................................................................................................
หมายเลข 6 ..............................................................................................................................
หมายเลข 7 ..............................................................................................................................

322

หมายเลข 8 .............................................................................................................................
หมายเลข 9 .............................................................................................................................
หมายเลข 10 ..........................................................................................................................
หมายเลข 11 ..........................................................................................................................
3. ให้นักศึกษาจับคู่คาตอบท่ีถูกตอ้ งมาเตมิ ในชอ่ งว่าง

ก. ข. ค. ง. จ

ฉ. ช. ซ. ฌ. ญ.

1 ................ ตาราง ในงานนาเสนอน้ันหากมีการอ้างอิงถงึ ข้อมลู ที่เปน็ ตารางก็ต้องแทรก
ตารางข้อมลู ลงไปในงานนาเสนอ

2 ................ (รปู ภาพ) วางเปน็ รปู ภาพ
3 ……………. (รักษาการจดั รปู แบบตามตน้ ฉบับ)
4 ………….… (เก็บข้อความเท่านั้น) การวางเฉพาะข้อความลงไปบนเอกสาร
5 ……………. (ผสานการจัดรูปแบบ) วางรูปแบบทั้งข้อความและรูปภาพตน้ ฉบบั
6 ………….... การเนน้ ข้อความ
7 ................ เป็นการแทรกเสียงจากคอมพวิ เตอร์ หรอื แหล่งข้อมลู ออนไลน์ต่าง ๆ
8 ……….…… หมายเลขสไลด์ เปน็ การใส่หมายเลขสไลด์ใหก้ ับงานนาเสนอ เพ่อื ให้สามารถอา้ ง
ถงึ ไดง้ ่าย
9 .................วันทแ่ี ละเวลา เป็นการเพิ่มวันท่ี และเวลาอย่างรวดเรว็
10 .............. สญั ลกั ษณ์ เปน็ การแทรกสัญลักษณท์ ่ีไม่มีในคีย์บอร์ด

323

โครงการสอนหนว่ ยที่ 9
ช่อื วิชา งานบรกิ ารคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศ (20901-2106)
ชอ่ื หน่วย ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ จานวน 4 ช่วั โมง
รายการหัวข้อการเรยี นรู้
1. ระบบเครอื ขา่ ย
2. การหัวต่อแบบ RJ-45 ของสาย LAN
3. เข้าถึงและใช้งานคอมพวิ เตอรด์ ว้ ย TeamViewer
4. ใชง้ านระยะไกลดว้ ย Remote Desktop

หัวข้อการเรียนรู้ จดุ ประสงค์การสอนหรือจุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม

1. ระบบเครือขา่ ย 1. อธบิ ายเกี่ยวกบั ระบบเครือข่ายได้ถูกต้อง

2. การหัวต่อแบบ RJ-45 ของสาย LAN 2.ปฏบิ ัตเิ ชอื่ มต่อสาย LAN เขา้ กับตัวอปุ กรณ์ได้

3. เข้าถึงและใช้งานคอมพวิ เตอร์ดว้ ย ถกู ต้อง

TeamViewer 3. ปฏบิ ัติการเขา้ ถงึ และใชง้ านคอมพวิ เตอรด์ ้วย

4. ใช้งานระยะไกลดว้ ย Remote TeamViewer ได้ถูกต้อง

Desktop 4. ปฏบิ ัตกิ ารใช้งานระยะไกลดว้ ย Remote

Desktop ได้ถูกต้อง

วธิ ีการสอน : วธิ สี อนแบบบรรยายและสาธติ

สื่อการสอน :
1. ใบความรู้/ใบเน้ือหา
2. ใบงานท่ี 16
3. ใบปฏบิ ตั งิ านที่ 16
4. Google Classroom

การประเมนิ :
1. เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิงานรายบุคคล ต้องไม่มชี ่องปรบั ปรุง
2. แบบสงั เกตคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ คะแนนข้ึนอย่กู ับ

การประเมินตามสภาพจรงิ

324

แผนการจัดการเรยี นรู้ รหสั วิชา 20901-2106
ชื่อวิชา งานบริการคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศ สอนครัง้ ที่ 16 จานวน 4 ชม.
หน่วยท่ี 9 ระบบเครือข่าย
1. หวั ข้อการเรยี นรู้

1. ระบบเครอื ข่าย
2. การหัวตอ่ แบบ RJ-45 ของสาย LAN
3. เข้าถงึ และใชง้ านคอมพวิ เตอร์ดว้ ย TeamViewer
4. ใชง้ านระยะไกลดว้ ย Remote Desktop

2. สาระสาคัญ
ระบบเครือข่าย เป็นระบบท่ีใชใ้ นการเชื่อมตอ่ ข้อมลู ระหว่างผู้ใชง้ านจากจุดหนง่ึ ไปอีกจุดหน่ึง

หรือการเชื่อมต่อกันในรูปแบบที่เราเรียกกันว่า Internet การสื่อสารข้อมูลในแจจุบันท่ีคอมพิวเตอร์
นั้นมีบทบาทในการจัดการบริหารระบบ ระบบเครือข่ายมีส่วนในหน่วยงานหรือองค์กร ในด้านการ
ประหยัดค่าจ่าย และการใช้ทรัพยากรร่วมกันได้อย่างดีในเชิงธุรกิจน้ัน มีหลายบริษัทท่ีนาระบบ
เครอื ข่ายนีเ้ ขา้ มาบริหารงานและจัดรปู แบบงานเพื่อรองรับความต้องการของลกู คา้

3. สมรรถนะประจาหน่วย
แสดงความรู้เกี่ยวกับความหมายของระบบเครือข่าย การต่อหัวแบบ RJ-45 ของสาย LAN

เข้ากับอุปกรณต์ ่าง ๆ การเข้าถึงและใชง้ านคอมพิวเตอร์ด้วย TeamViewer การใช้งานระยะไกลด้วย
Remote Desktop ได้

4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
4.1 จดุ ประสงค์ทั่วไป
1. เขา้ ใจระบบเครอื ข่าย
2. ปฏบิ ตั เิ ชือ่ มต่อสาย LAN เข้ากับตัวอุปกรณ์
3. เข้าใจการเข้าถงึ และใช้งานคอมพิวเตอร์ดว้ ย TeamViewer
4. เขา้ ใจการใชง้ านระยะไกลด้วย Remote Desktop
4.2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม
1. อธบิ ายเก่ยี วกบั ระบบเครอื ข่ายได้ถกู ต้อง
2. ปฏบิ ตั เิ ชือ่ มตอ่ สาย LAN เขา้ กบั ตวั อุปกรณ์ได้ถูกต้อง
3. อธบิ ายการเขา้ ถึงและใช้งานคอมพิวเตอร์ดว้ ย TeamViewer ได้ถูกต้อง

325

4. อธิบายใช้งานระยะไกลดว้ ย Remote Desktop ได้ถูกต้อง

5. กจิ กรรมการจดั การเรียนรู้
ในการเรียนการสอนของหน่วยที่ 9 สอนครงั้ ท่ี 16 (จานวน 4 ช่ัวโมง)
ขน้ั นาเขา้ สู่บทเรยี น
1. ตรวจสอบรายชอ่ื ของนักเรียนทเ่ี ข้าเรยี น
2. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบเครือข่าย เทคโนโลยี

ของระบบเครือขา่ ยในปัจจุบัน
3. ครูแสดงความคิดเหน็ เพิ่มเติม
ขั้นสอน
1. ครูบรรยาย อธบิ าย ยกตัวอย่างและสาธิตในแต่ละหัวข้อการเรยี น
2. เปดิ โอกาสให้นักเรียนซักถามครผู ู้สอน
3. ประเมินพฤติกรรมรายบคุ คลโดยครจู ะซักถามในแต่ละคน
ขั้นสรปุ
1. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรุปสาระสาคญั
2. เปิดโอกาสให้นกั เรียนซักถามขอ้ สงสัย
3. มอบหมายงานให้ทาและศึกษาเพมิ่ เติม

6. สื่อการจัดการเรยี นรู้
1. ใบความร/ู้ ใบเนื้อหา
2. ใบงานที่ 16
3. ใบปฏบิ ัตงิ านที่ 16
4. Google Classroom

7. การวัดผลและประเมินผล
วธิ ีวัดผล
1. สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัตงิ าน
2. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั

พงึ ประสงค์
เครอ่ื งมอื วัดผล
1. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการปฏิบัตงิ าน

326

2. แบบสงั เกตคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละ
นักเรียนรว่ มกันประเมิน

8. แหลง่ การเรียนรูเ้ พมิ่ เติม
1. หอ้ งสมุดวิทยาลัยเทคนิคสวา่ งแดนดิน
2. อนิ เทอร์เนต็

327

สปั ดาห์ท่ี...........

บนั ทึกหลงั การสอน

รหสั วชิ า..............................วชิ า.............................................................ระดบั ................. ชน้ั ปที .่ี ..........
แผนกวชิ า.......................................................จานวนนกั เรยี น......................คน มาเรียน..................คน
ขาดเรยี น........คน มาสาย.........คน ลา.............คน สอนเมื่อวนั ท่ี..........เดอื น......................พ.ศ.............
หนว่ ยที่...................... ชื่อหนว่ ย.......................................................................จานวน.................ชวั่ โมง

 เนื้อหาวตั ถุประสงคแ์ ละสื่อการสอน
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................

 ปญั หาท่ีเกดิ ขน้ึ ในระหว่างการเรียนการสอน
.................................................................................................................................................... ............
....................................................................................................................... .........................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................

 แนวทางการแกไ้ ขปญั หาของครผู ู้สอน และผลที่ได้
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................

ลงช่อื ............................................ครผู ู้สอน ลงช่อื .........................................หวั หนา้ แผนก
(นางสวุ มิ ล อักษรกลาง) (นางสกุ ัญญา ดนยั สวสั ด)์ิ

วนั ที่........................................ วนั ท.ี่ ...........................................

328

ใบความรู้ / ใบเนือ้ หา
หนว่ ยที่ 9 เรอ่ื ง ระบบเครือข่าย

9.1 ระบบเครอื ข่าย
9.1.1 Ethernet LAN (เครอื ข่ายแบบใชส้ าย LAN)
เป็นระบบเครือข่ายแบบพ้ืนฐานที่ปัจจุบันได้รับการพัฒนาให้มีอัตราความเร็วในการถ่ายโอน

ข้อมูลเพิ่มสูงขึ้นเป็น 1,000 (1 Gbps) และ 10,000 Mbps (10 Gbps) ซึ่งมากพอท่ีจะถ่ายโอนข้อมูล
ขนาดใหญ่หรือภาพนิง่ รวมถงึ ภาพเคล่ือนไหวและเสียงในลักษณะเสมือนจรงิ ได้ดีขนึ้ กว่าเดิม การตดิ ต้ัง
ระบบเครือข่าย Ethernet ภายในบ้านหรือภายในสานักงานขนาดเล็กจนถึงขนาดกลาง นิยมใช้
มาตรฐาน Ethernet ความเรว็ สูงใน 2 ลักษณะด้วยกันคอื Fast Ethernet และ Gigabit Ethernet

9.1.1.1 Fast Ethernet หรือเรียกอีกอย่างว่า 100 Base-T เป็นระบบเครือข่าย
Ethernet ความเร็วสูงที่มีอัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุด 100 Mbps มาตรฐานท่ีใช้ทั่วไปจะ
เป็นแบบ 100 Base-T ที่มีลักษณะโครงสร้างทางกายภาพของการเช่ือมต่อแบบสตาร์หรือแบบดาว
(Star) โดยมีอุปกรณ์ Hub หรือ Switch หรือ Router เป็นศูนย์กลางของการเชื่อมโยงและใช้
สายสัญญาณหรือสาย LAN แบบ UTP (Unshielded Twisted Pair) ชนิด CAT 5/5e ที่มีการเข้า
หัวต่อแบบ RJ-45 ไว้ เพื่อใช้เช่ือมต่อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น ADSL Router, Wireless
Access Point ฯลฯ เข้ากบั ช่องตอ่ RJ-45 ของอุปกรณ์ Hub หรอื Switch หรอื Router

9.1.1.2 Gigabit Ethernet หรือเรียกอีกอย่างว่า 1000 Base-T เป็นระบบเครือขา่ ย
Ethernet ความเร็วสูงท่ีมีอัตราความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงถึง 1,000 Mbps หรือเร็วกว่า Fast
Ethernet ถึง 10 เท่า ท้ังน้ีก็เพ่ือใช้รองรับกับปริมาณข้อมูลท่ีใช้รับส่งจานวนมาก ๆ มาตรฐานที่นิยม
ใช้กันจะเป็นแบบ 1000 Base-T ที่มีลักษณะทางกายภาพของการเช่ือมต่อแบบสตาร์หรือแบบดาว
(Star) โดยมีอุปกรณ์ Hub หรือ Switch หรือ Router ที่สนับสนุนความเร็ว 100/1000 Mbps เป็น
ศูนย์กลางของการเชื่อมโยงและใช้สายสัญญาณหรือสาย LAN แบบ UTP (Unshielded Twisted
Pair) ชนิด CAT 5/5e ท่ีมีการเขา้ หัวต่อแบบ RJ-45 ไว้ เพ่อื ใช้เชอื่ มตอ่ คอมพวิ เตอร์และอุปกรณ์อ่ืน ๆ
เช่น ADSL Router, Wireless Access Point ฯลฯ เข้ากับช่องต่อ RJ-45 ของอุปกรณ์ Hub หรือ
Switch หรือ Router (เครือข่ายแบบน้ีสามารถใช้งานร่วมกับ Ethernet แบบ 100 Mbps ได้ด้วย)
นอกจากน้ียังมี 1000 Base-F ท่ใี ชส้ าย Fiber Optic (เสน้ ใยแกว้ นาแสง) ในการถ่ายโอนข้อมูล

9.1.1.3 Wireless LAN เป็นระบบเครือข่ายไร้สายทถ่ี ูกนามาใช้งานกนั แพร่หลายใน
ปัจจุบัน อาศัยเทคโนโลยีการรับส่งข้อมูลผ่านคลื่นวิทยุย่านความถี่ 2.4 และ 5.0 GHz โดย
คอมพิวเตอร์แต่ละเคร่ืองที่รองรับการเชื่อมต่อ Wireless LAN เม่ืออย่ใู นพื้นท่ีรัศมีจะรับสญั ญาณจาก
ตัวส่งหรือ Access Point ที่ถูกเช่ือมต่อด้วยสาย LAN เข้ากับระบบเครือข่าย Ethernet อีกทอดหน่ึง
ประโยชน์ที่ไดร้ ับจากการใช้เครือขา่ ยแบบน้ีคือไมต่ อ้ งเดินสาย LAN ใหเ้ กะกะเหมือนกับเครือข่ายแบบ

329

อื่น ๆ เหมาะสาหรับใช้งานในบ้านหรือภายในสานักงานที่ไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องของการรบกวน
สัญญาณคลื่นวิทยุมากนักหรือไม่สะดวกในการเดินสาย โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบเครือข่าย
แบบไร้สายจากท่ีใดก็ได้ท่ีอยู่ในรัศมีของตัวส่งหรืออุปกรณ์ Access Point เพ่ือเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ต
และแชร์ข้อมูลหรือทรัพยากรต่าง ๆ ร่วมกัน เช่น ห้องนอน ห้องน่ังเล่น ห้องทางาน หรือแม้แต่สนาม
หน้าบ้านแบบไม่ขาดการติดต่อ เน่อื งจากคลื่นวิทยุมีคุณสมบัติในการทะลุทะลวงส่ิงกีดขวางต่าง ๆ ได้
ดี ไมว่ า่ จะเป็นผนังกาแพงหรือเพดาน เปน็ ตน้

ท่ีผ่านมามาตรฐานของเครือข่าย Wi-Fi หรือ Wireless LAN ท่ีถูกนามาใช้งานกันแพร่หลาย
ในบ้านเราจะเป็น IEEE 802.11g ที่มีอัตราความเร็ว 54 Mbps ใช้ย่านความถ่ี 2.4 GHz มีระยะรัศมี
ทาการประมาณ 30-45 เมตร และมาตรฐาน IEEE 802.11n ที่มีอัตราความเร็วเพิ่มสูงข้ึนเป็น 300-
600 Mbps ใช้ย่านความถี่ 2.4 และ 5 GHz มีระยะรัศมีทาการประมาณ 50-125 เมตร และสามารถ
ใชง้ านร่วมกบั มาตรฐานเดิมอยา่ ง IEEE 802.11b และ 802.11g ได้
9.2 การหัวตอ่ แบบ RJ-45 ของสาย LAN

การเขา้ หัวต่อแบบ RJ-45 ของสาย LAN หรอื สาย UTP เพื่อการนาไปใช้งานในระบบ
เครือข่าย Ethernet LAN น้ัน จะใช้มาตรฐานสาหรับการจัดเรียงสายสัญญาณแบบ TIA/EIA 586A
(ISDN) และ TIA/EIA 586B (TT&T) ในการเชื่อมโยงระหว่างอุปกรณต์ ่าง ๆ ภายในระบบเครอื ข่ายซงึ่
แตล่ ะมาตรฐานก็จะมีการจัดเรยี งสายสัญญาณตามสีทแี่ ตกตา่ งออกไปดงั ตารางตอ่ ไปนี้

รปู ท่ี 156 การจัดเรียงสขี องสายสัญญาณแบบ A

ลาดบั ขา (RJ-45) ลาดับสขี องสายสัญญาณ
1 ขาว – เขยี ว
2 เขยี ว
3 ขาว – ส้ม
4 น้าเงิน
5 ขาว – น้าเงิน
6 ส้ม

330

7 ขาว – น้าตาล
8 น้าตาล

รูปท่ี 157 การจดั เรยี งสขี องสายสัญญาณแบบ B

ลาดบั ขา (RJ-45) ลาดับสขี องสายสัญญาณ
1 ขาว – สม้
2 ส้ม
3 ขาว – เขียว
4 น้าเงิน
5 ขาว – น้าเงนิ
6 เขยี ว
7
8 ขาว – น้าตาล
น้าตาล

ในการจดั เรียงสายสญั ญาณนั้นจะใช้วธิ ีการจัดเรียงตามลาดับสขี องสายสญั ญาณจานวน 8
เสน้ ที่ถูกบรรจุไว้อยภู่ ายในสาย UTP โดยรปู แบบในการเขา้ หวั ต่อ RJ-45 ทส่ี ว่ นปลายของสาย LAN
หรือสาย UTP ทั้งสองด้านจะมอี ยู่ด้วยกัน 2 รปู แบบ คือ แบบตรง (Straight Through) ท่ีเป็นการเข้า
หัวต่อ RJ-45 ทส่ี ว่ นปลายสายทง้ั สองด้านด้วยมาตรฐานของการจัดเรียงสแี บบเดยี วกนั และแบบไขว้
(Cross) ทเี่ ป็นการเขา้ หัวต่อ RJ-45 ท่ีสว่ นปลายสายท้งั สองดา้ นดว้ ยมาตรฐานของการจดั เรยี งสที ่ี
ตา่ งกัน

331
รปู ท่ี 158 สาย LAN แบบตรง (Straight Through)

รูปท่ี 159 สาย LAN แบบไขว้ (Cross)

9.2.1 การเชือ่ มต่อสาย LAN เขา้ กับตวั อปุ กรณ์ในระบบเครือข่าย

การเช่ือมโยงระหว่างอุปกรณ์ต่าง ๆ ในระบบเครือข่ายเข้าด้วยกนั น้ัน สาย LAN ทีใ่ ช้

เช่ือมโยงระหว่างอุปกรณ์บางชนิดอาจถกู กาหนดใหต้ ้องใช้สายแบบตรงหรอื แบบไขว้เทา่ น้ัน ซ่ึงถา้ หาก

ใชส้ าย LAN ผดิ ไปจากรูปแบบทก่ี าหนดอาจทาใหอ้ ปุ กรณ์ทั้งสองตวั ท่ีถูกเช่ือมต่ออยู่นั้น ไม่สามารถ

สื่อสารถงึ กนั ไดห้ รืออาจทางานผิดพลาด ดงั นั้นเราจึงควรทราบข้อมูลเบ้ืองตน้ กอ่ นวา่ การเช่ือมโยง

ระหว่างอุปกรณใ์ ดบ้างท่ีจาเป็นตอ้ งใช้สาย LAN แบบตรงหรอื แบบไขว้ดงั ตารางต่อไปนี้

ลักษณะของการเชื่อมโยงระหว่างอปุ กรณ์ รูปแบบของสาย LAN

การเชอ่ื มโยงระหวา่ งคอมพวิ เตอร์ 2 เครื่องเขา้ แบบไขว้ (Cross)

ดว้ ยกัน

การเชือ่ มโยงระหว่างคอมพวิ เตอรไ์ ปยังพอรต์ สาย LAN แบบตรง (Straight Through)

ธรรมดาของอปุ กรณ์ Hub หรือ Switch

การเชื่อมโยงไปยังพอร์ต Up-link ของอุปกรณ์ แบบไขว้ (Cross)

Hub หรือ Switch

332

การเชื่อมโยงระหว่างอปุ กรณ์ Hub หรอื สาย LAN แบบตรง (Straight Through)

Switch จากพอร์ตธรรมดาไปยังพอรต์ Up-link

การเชื่อมโยงระหวา่ งอุปกรณ์ Hub หรือ แบบไขว้ (Cross)

Switch จากพอรต์ ธรรมดาไปพอร์ตธรรมดา

9.2.2 การเช่อื มต่อคอมพิวเตอร์เข้าหากนั โดยใช้สาย LAN
เป็นการเช่อื มตอ่ กันโดยตรงด้วยสาย LAN ระหว่างคอมพิวเตอร์ 2 เคร่ืองโดยไม่ผ่าน Hub ถ้า
เป็น LAN แบบ 100 Mbps ด้วยกันทั้งคู่จะต้องใช้สายไขว้เสมอ แต่ถ้ามีเครื่องใดเครื่องหน่ึงหรือทั้งคู่
เป็น Gigabit LAN ก็สามารถเลือกใช้สายทเี่ ปน็ แบบไขว้หรือแบบตรงก็ได้ ปกติแล้วการเชือ่ มต่อขอ้ มูล
ของเครือข่ายท่ีใช้ Windows จะใช้มาตรฐานโปรโตคอล (Protocol) เช่นเดียวกับท่ีใช้ต่ออินเตอร์เน็ต
ซึ่งแต่ละเคร่ืองจะต้องมีเบอร์ IP เป็นของตนเองโดยไม่ซ้ากัน ดังนั้นในการเชื่อมต่อระหว่างเครื่อง
คอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะโดยตรงหรือผ่าน Hub ถ้ามีเครื่องเซิร์ฟเวอร์หรือ Internet Router ที่คอยจ่าย
IP ใหก้ บั แต่ละเครื่อง เราจะต้องเป็นคนดาหนด IP หรอื Fixed IP ใหก้ ับเคร่อื งเหลา่ น้ีเอง ซึ่งมาตรฐาน
ทีก่ าหนดให้ใช้กันในเครอื ข่ายขนาดเลก็ ก็คือค่าตั้งแต่ 192.168.x.y โดยท่ี x อาจจะเป็นค่าใด ๆ ตั้งแต่
0 - 255 แต่จะต้องเปน็ คา่ เดียวกนั แบบนี้ทุกเครอ่ื ง สว่ น y จะเป็นค่าใด ๆ ก็ไดต้ ้ังแต่ 0 - 254 ทใี่ นแต่
ละเคร่ืองจะตอ้ งไม่ซา้ กนั เลยและใชค้ ่า Subnet Mask เป็น 255.255.255.0 วธิ กี ารตั้ง IP ทาไดด้ ังนี้

9.2.2.1 คลิกขวาทีป่ มุ่ Start ( ) เลอื ก Network Connections
9.2.2.2 ในหน้าต่าง Status คลิกเมนู Change adapter options
9.2.2.3 คลกิ ขวาท่ไี อคอน Ethernet เลือก Properties
9.2.2.4 ดบั เบิลคลิกที่ Internet Protocol Version 4 (TCP/IPv4)

333

9.2.2.5 ปกเคร่ืองเซิร์ฟเวอร์หรือ Internet Router ท่ีเช่ือมต่อกับเครือข่ายมักถูก
กาหนดสถานะเป็น DHCP เพื่อคอยจ่ายหมายเลข IP Address ใหก้ ับคอมพวิ เตอร์หรืออปุ กรณ์ต่าง ๆ
ท่ีอยู่ในเครือข่ายโดยอัตโนมัติ เพ่ือไม่ให้มีหมายเลขซ้ากัน ดังน้ันตัวเลือกในหน้าต่าง Properties จึง
ต้องถูกกาหนดไว้ที่ Obtain an IP address… แต่ในกรณีน้ีเราจาเป็นต้อง Fixed หรือกาหนดค่า IP
เองให้คลิกเลือก Use the following IP address จากน้ันท่ีคอมพิวเตอร์เคร่ืองแรกสมมติว่าใส่
หมายเลข IP address เป็น 192.168.1.1 และเครื่องที่สองใส่หมายเลขเป็น 192.168.1.2 ส่วนใน
ช่อง Subnet Mask ให้ใส่เป็น 255.255.255.0 เสมอและช่อง Default Gateway ให้ใส่เลข IP ของ
เครื่อง หรือ Router ท่ีใช้ต่ออินเตอร์เน็ตซ่ึงถ้าไม่มีก็ไม่ต้องใส่ รวมไปถึงช่อง DNS server ก็เช่นกัน
เสรจ็ แลว้ คลกิ ปุ่ม OK

334

9.3 ลงมอื ติดตง้ั ระบบเครือขา่ ยภายในบ้านแบบไร้สาย
9.3.1 อุปกรณต์ า่ ง ๆ ท่จี าเปน็
อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จาเป็นสาหรับการลงมือติดต้ังระบบเครือข่ายภายในบ้านด้วย

ตนเอง โดยใช้อปุ กรณ์ Wireless ADSL Router ไดแ้ ก่
9.3.1.1 เคร่ืองคอมพิวเตอร์พร้อมใช้งาน ในท่ีน้ีสมมติให้มีคอมพิวเตอร์ PC จานวน

1 เคร่ืองท่ีมีพอร์ต Ethernet LAN หรือช่องต่อ RJ-45 ติดมาให้พร้อมกับเมนบอร์ดอยู่แล้วและมี
คอมพวิ เตอร์โน้ตบุ๊คจานวน 1 เครอ่ื ง ท่ีรองรบั การเช่ือมต่อแบบไร้สายหรอื Wireless LAN

9.3.1.2 อุปกรณ์ Wireless ADSL Router (ในท่ีนี้เป็นอุปกรณ์ย่ีห้อ ZyEXL รุ่น P-
660HW-1T v2)

9.3.1.3 สาย LAN (แบบตรง) หรือสาย UTP ชนิด CAT-5e หรือ CAT-6 จานวน 1
เส้น เพ่ือใช้เชือ่ มต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ PC กับอปุ กรณ์ Wireless ADSL Router

9.3.1.4 สายโทรศัพท์ 2 เส้น (1 เส้นเพื่อเช่ือมต่อระหว่างอุปกรณ์ Splitter กับตัว
Wireless ADSL Router อีก 1 เส้นเพอื่ เชือ่ มต่อระหว่างอุปกรณ์ Splitter กับตวั เครื่องโทรศัพท)์

9.3.1.5 สายโทรศัพท์ (Telephone Line หรือ Outlet Line) พร้อมเบอร์ที่เปิดใช้
บริการ ADSL ไวแ้ ลว้ จานวน 1 คู่สาย (ในทนี่ ้ีสมมตวิ า่ เราใช้ Hi-Speed อนิ เตอร์เน็ตของ True)

9.3.1.6 อปุ กรณ์แยกสัญญาณหรอื Splitter จานวน 1 ตวั
9.3.2 การติดต้งั อุปกรณ์ Wireless ADSL Router และการเช่อื มต่อสายสัญญาณต่าง ๆ

335
ก่อนอื่นให้เราสังเกตดูตาแหน่งและรูปแบบของช่องต่อต่าง ๆ ท่ีอยู่บริเวณด้านหลัง
ของตัว Wireless ADSL Router ว่ามีช่องต่ออะไรบ้าง ซ่ึงในท่ีน้ีอุปกรณ์ Wireless ADSL Router
ย่ีหอ้ /รุ่นทใี่ ช้ จะมีช่องต่อตา่ ง ๆ ดงั น้ี
9.3.2.1 ช่องต่อพอร์ต Ethernet 10/100 Mbps แบบ RJ-45 จานวน 4 พอร์ต ใช้
เชื่อมต่อเข้ากับพอร์ต Ethernet แบบ RJ-45 ของการ์ด LAN ที่ถูกติดต้ังไว้อยู่ภายในเครื่อง
คอมพิวเตอร์ผา่ นทางสาย LAN
9.3.2.2 ช่องต่อ DSL ใช้เสียบเข้ากับหัวต่อ RJ-11 ของสายโทรศัพท์ท่ีโยงมาจากตัว
อุปกรณ์ Splitter หรอื โยงมาจากนอกบา้ น
9.3.2.3 เสาสัญญาณ Wireless (ใช้กระจายคลื่นวิทยุความถี่ 2.4 GHz ซ่ึงในท่ีน้ี
มาตรฐานท่ีรองรบั คอื IEEE 802.11 b/g)
9.3.2.4 ช่องต่อ Adapter ใช้เสียบกับข้ัวต่อของหม้อแปลงหรือตัว Adapter เพ่ือ
จ่ายไฟเล้ยี งให้กับตวั อุปกรณ์ Wireless ADSL Router

รูปที่ 160 พอร์ตเช่ือมต่อบน Router
9.4 ประเภทของระบบเครือขา่ ย

9.4.1 ระบบเครือข่ายเฉาะท่ี (LAN) เปน็ การเชือ่ มต่อเครือข่ายขนาดเลก็ ในพื้นที่ไม่ใหญ่มาก
นัก เชน่ ภายในหอ้ งหรอื ภายในตวั อาคาร เปน็ ตน้

336

รปู ที่ 161 ระบบเครอื ข่ายเฉพาะที่
9.4.2 ระบบเครือขา่ ยระหวา่ งเมือง (MAN) เปน็ การเชอ่ื มต่อเครือขา่ ยที่มขี นาดที่ใหญ่ขน้ึ กวา่
LAN มกั เกิดจากการเชือ่ มโยงเครอื ข่าย LAN ในบรเิ วณเดียวกันเข้าดว้ ยกัน เช่น การเชอื่ มตอ่ ระบบ
ระหว่างองคก์ รกับองค์กรทีอ่ ยู่

รปู ที่ 162 ระบบเครือข่ายระหวา่ งเมือง
9.4.3 ระบบเครือข่ายระยะไกล (WAN) เป็นเครือข่ายบริเวณกว้าง ซ่ึงอาจมีขอบเขตการ
เช่ือมต่อที่กว้างไกลข้ึนจาก LAN และ MAN ซึ่งเมื่อเชื่อมต่อแล้วจะก่อให้เกิดเป็นระบบเครือข่ายใน
ระดบั จงั หวัด ประเทศ หรือข้ามทวีปได้

รูปที่ 163 ระบบเครือข่ายระยะไกล

337
9.4.4 อนิ เทอรเ์ น็ต (Internet) คอื เครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ที่มขี นาดใหญ่มาก โดยเกิดจากการ
รวมเอาเครือขา่ ย LAN MAN และ WAN ย่อย ๆ จานวนมากเขา้ ด้วยกนั ทาใหค้ อมพวิ เตอรท์ กุ ตวั
สามารถรับ-ส่งข้อมลู ซ่งึ กนั และกนั ได้

รูปท่ี 164 ระบบเครือข่ายอินเทอรเ์ นต็
9.5 รปู แบบการเชอ่ื มต่อของระบบเครอื ขา่ ย (Network Topology)

9.5.1 การเช่ือมต่อเครือข่ายแบบดาว (Star) ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์หลายๆ เคร่ืองมา
เชื่อมต่อในลักษณะแบบดาว คือ มีคอมพิวเตอร์เคร่ืองหนึ่งท่ีเป็นศูนย์กลางในการเช่ือมต่อกับ
คอมพิวเตอร์เครื่องอ่ืนๆ และอุปกรณ์ที่เหลือ โดยเคร่ืองศูนย์กลางจะทาหน้าที่ในการควบคุมการ
สื่อสาร ท้ังการกาหนดเส้นทางการสื่อสาร หรือการดูแลอุปกรณ์ที่จะใช้งานร่วมกัน กล่าวคือ
คอมพิวเตอร์ตัวใด จะติดต่อสื่อสารกันจะต้องผ่านคอมพิวเตอร์ตัวกลางน้ีตลอด หรือ คอมพิวเตอร์ตัว
ใด ต้องการพิมพ์งาน ก็จะต้องติดต่อกับเครื่องพิมพ์ผ่านคอมพิวเตอร์ตัวกลางก่อน ซึ่งถ้าคอมพิวเตอร์
ศนู ย์กลางเกดิ เสียหายจะทาใหท้ ั้งระบบไม่สามารถตดิ ต่อส่ือสารกันได้

รปู ที่ 165 การเชื่อมตอ่ เครอื ข่ายแบบดาว

9.5.2 การเช่ือมต่อเครือข่ายแบบบัส (Bus) เป็นการเชื่อมต่อเคร่ืองคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์
ทั้งหมดบนสายส่ือสารเพียงเส้นเดียว เช่น สายคู่บิตเกลียว สายโคแอ็กเซียว (Co-axial) หรือสายใย
แก้วนาแสง โดยสัญญานท่ีถูกส่งออกมาจากอุปกรณ์หรือคอมพิวเตอร์ตัวใดก็ตามจะเป็นลักษณะการ
กระจายข่าว ( Broadcast) คือ ส่งออกไปทั้งสองทิศทางไปยังทุกส่วนของระบบเครือข่ายนั้นโดยมี
ซอฟต์แวร์ที่ติดต้ังกับอุปกรณแ์ ต่ละตวั เปน็ ตวั ควบคมุ การสอ่ื สาร ซึ่งเป็นการทางานที่ไม่มีอุปกรณต์ ัวใด

338
ทาหนา้ ที่เป็นผู้ควบคมุ ระบบเลย ในกรณนี ีถ่ า้ อปุ กรณ์ใดก็ตามหยุดการทางานไปก็จะไมม่ ีผลกระทบต่อ
อุปกรณ์ท่ียังคงทางานอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม ณ ขณะเวลาๆ หนึ่งระบบน้ีจะมีอุปกรณ์เพียงตัวเดียว
เท่าน้ันที่สามารถส่งสัญญาณออกมาได้ โดยอุปกรณ์ตัวอ่ืนท่ีต้องการส่งสัญญาณจะต้องหยุดรอจนกว่า
ในระบบจะไม่มีผู้ใดส่งสัญญาณจึงจะสามารถเร่ิมส่งสัญญาณของตนเองออกมาได้ ถ้ามีอุปกรณ์ตั้งแต่
สองตัวขึ้นไปส่งสัญญาณออกมาพร้อมกันก็จะเกิดปัญหาสัญญาณชนกัน (Collision) ซ่ึงจะทาให้
สัญญาณของทกุ ฝ่ายเสยี หายไมส่ ามารถนาไปใช้งานได้ระบบน้จี ะมีประสิทธิภาพต่าในกรณีท่มี ีอุปกรณ์
เชื่อมต่ออยเู่ ปน็ จานวนมาก

รปู ท่ี 166 การเชอ่ื มต่อเครอื ขา่ ยแบบบสั
9.5.3 การเชื่อมต่อเครือข่ายแบบวงแหวน (Ring) เป็นการเชื่อมต่อท่ีมีลักษณะเป็นวงแหวน
การรับส่งข้อมูลจะเปน็ ไปในทิศทางเดยี ว โดยใช้ Token ซ่งึ เปน็ ตัวอนุญาตให้คอมพิวเตอร์ตัวใดมีสิทธิ์
ส่งข้อมูลเพื่อไม่ให้เกิดการชนกันของข้อมูล โดยถ้าคอมพิวเตอร์ตัวใดต้องการส่งข้อมูลก็จะไปจับ
Token มาและใส่ข้อมูลไปกับ Token ซ่ึงในขณะท่ี Token ไม่ว่างคอมพิวเตอร์ตัวอื่น ก็ไม่สามารถส่ง
ขอ้ มูลได้ จงึ จาเปน็ ต้องรอให้ Token วา่ ง ซึง่ Token จะว่างกต็ อ่ เม่อื ส่งข้อมลู ได้ถูกตอ้ งเรียบร้อยแล้ว

รูปท่ี 167 การเชอ่ื มตอ่ เครือข่ายแบบวงแหวน
9.5.4 เครือข่ายแบบผสม (Mesh Network) เป็นเครือข่ายท่ีไม่มีรูปร่างที่แน่นอน เป็นการ
ผสมเครือขา่ ยหลายๆแบบเข้าด้วยกนั เชน่ เครือข่ายแบบบัสผสมแบบวงแหวนผสมแบบดาว

339

รปู ท่ี 168 การเช่อื มต่อเครอื ข่ายแบบผสม
9.6 เข้าถงึ และใชง้ านคอมพิวเตอร์ด้วย TeamViewer

รูปท่ี 169 โลโกโ้ ปรแกรม TeamViewer
TeamViewer เป็นโปรแกรมทชี่ ว่ ยให้เราสามารถเขา้ ถึงและใชง้ านคอมพิวเตอร์ ที่ไมว่ ่าจะ
เป็นเคร่อื งสว่ นตัวของเราเองที่บา้ นหรือที่ทางาน หรือแม้แต่คอมพิวเตอรเ์ คร่ืองใด ๆ ที่ยินยอมให้เรา
เข้าใชง้ านไดจ้ ากทุก ๆ ที่ท่วั โลกที่สามารถเช่ือมต่ออินเตอร์เนต็ ได้ไม่เว้นแม้กระทั่งสมารท์ โฟนหรือ
แท็บเลต็ ท้ังในระบบ Android และ IOS กส็ ามารถเข้าถงึ และใช้งานคอมพิวเตอร์ได้
สงิ่ เหล่านี้ช่วยเพมิ่ ความสะดวกใหก้ บั ผู้ใช้ทาใหไ้ ม่ต้องเดนิ ทางไป / มาจากทีไ่ กล ๆ ช่วยให้
ช่างหรือฝา่ ยสนับสนนุ สามารถเขา้ ถึงคอมพิวเตอรเ์ ปา้ หมายเพ่อื แก้ปัญหาไดจ้ ากในระยะไกล ช่วยให้
เราสามารถทางานไดจ้ ากท่ีบ้านหรอื จะประชุมพร้อมกันจากทีไ่ หนก็ได้ ซ่ึงมีขั้นตอนดังนี้
9.6.1 คอมพิวเตอร์ตน้ ทาง

9.6.1. 1 เปิดเว็บไซต์ www.teamviewer.com แล้วดาวโหลดโ ปรแกรม
TeamViewer แบบใช้งานส่วนตัวมาติดต้ังลงในเครื่อง ในข้ันตอนดังรูปให้เราคลิกเลือก
Personal/Non-commercial use ซึ่งจะเป็นการใช้งานแบบส่วนตัว (ฟรี) ไม่จากัดวัน เสร็จแล้ว
คลกิ ปมุ่ Accept-finish

340

9.6.1.2. ในหน้าตา่ ง User Account Control คลกิ ปุ่ม Yes (รอดาเนนิ การติดต้งั )
9.6.1.3 ในหน้าต่างโปรแกรมฝ่ัง Allow Remote Control จะแสดงหมายเลข
Your ID และ Password ของเครอ่ื งท่กี าลงั ใช้งานอยนู่ ี้ซึ่งเปน็ เคร่ืองตน้ ทาง
9.6.1.4 ถ้าไฟแสดงสถานะ Ready to Connect (secure connection) เป็นสี
เขียวแสดงวา่ ทกุ อยา่ งพร้อมแลว้ สาหรับการเช่อื มต่อ
9.6.1.5 หากเราต้องการเข้าถึงและใช้งานเครื่องปลายทางให้ไปที่ฝั่ง Control
Remote Computer แล้วกรอกหมายเลข ID ของเคร่ืองปลายทางลงในช่อง Partner ID แล้วคลิก
ปุ่ม Connect เพ่อื เชือ่ มตอ่
9.6.1.6 กรอกหมายเลข Password ของเคร่ืองปลายทางลงในช่อง Password ดัง
รูปแล้วคลกิ ปมุ่ Log On เพ่อื เขา้ ใชง้ าน
9.6.1.7 หนา้ จอของคอมพวิ เตอร์ปลายทางจะปรากฏเป็นหน้าต่างขึ้นมาดังรปู ซึง่ เรา
สามารถควบคุมหรือส่ังการทุกอย่างได้เหมือนเป็นคอมพิวเตอร์ของเราเอง (โปรแกรมจะปรับภาพพื้น
หลังเป็นสีดาใหโ้ ดยอัตโนมัติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทางาน แต่ถ้าไม่ชอบก็สามารถยกเลิกและให้
แสดงเป็นภาพพ้ืนหลังแบบเดียวกับหน้าจอของคอมพิวเตอร์ปลายทางได้) พร้อมกับมีแถบเครื่องมือ
สาหรบั จดั การส่งิ ตา่ ง ๆ แสดงไวอ้ ยู่ท่ขี อบดา้ นบนของหน้าตา่ งด้วย
9.6.2 คอมพิวเตอรป์ ลายทาง
9.6.2.1 ดาวโหลดโปรแกรม TeamViewer แบบใช้งานส่วนตัว (ฟรี) มาติดต้ังลงใน
เครื่องแบบเดียวกับคอมพิวเตอร์ต้นทางก็ได้และเม่ือติดตั้งเสร็จก็จะปรากฎหมายเลข Your ID และ
Password ของคอมพิวเตอร์เครื่องน้ีซึ่งเป็นเครื่องปลายทางสาหรับนาไปใส่ในช่อง Partner ID ของ
เครื่องต้นทาวดังรูป
9.6.2.2 อีกกรณีคือ ถ้าเราไม่อยากติดตั้งโปรแกรม TeamViewer ลงในเครื่องไม่ว่า
จะด้วยสาเหตุใด เช่น เจา้ ของเคร่ืองปลายทางไม่ต้องการให้ติดตั้งโปรแกรมใด ๆ ลงในเครื่อง ฯลฯ เรา
ส า ม า ร ถ เ ลื อ ก ใ ช้ วิ ธี ก า ร ด า ว โ ห ล ด TeamViewer QuickSupport จ า ก เ ว็ บ ไ ซ ต์
www.teamviewer.com มาใช้งานได้ โดยหลังจากที่ดาวโหลดมาแล้วก็ดับเบิลคลิกที่ไฟล์เพื่อเปิด
โปรแกรมขึ้นมา ซ่ึงจะไม่มีการติดตั้งส่วนหนึ่งส่วนใดของโปรแกรมลงในเคร่ืองทั้งสิ้น จากนั้นก็จะ
ปรากฎหมายเลข Your ID และ Password ของคอมพิวเตอร์เคร่อื งนี้ซึ่งเป็นเครื่องปลายทางสาหรับ
นาไปใสใ่ นชอ่ ง Partner ID ของเคร่อื งตน้ ทางได้เช่นกัน ดงั รูป
9.7 ใช้งานระยะไกลดว้ ย Remote Desktop
Remote Desktop Connection เป็นฟีเจอร์หน่ึงของ Windows ท่ีช่วยให้ผู้ใช้สามารถ
เช่ือมต่อและควบคุมคอมพิวเตอร์จากระยะไกลได้ คล้าย ๆ กับ TeamViewer แต่การยืดหยุ่นในการ
ใชง้ านอาจยงั สู้ไม่ได้ มีวธิ ีใชง้ านดงั นี้

341

1 3
2 4

รปู ที่ 170 วธิ ีการใชง้ าน Remote Desktop Connection

9.7.1 ท่ีคอมพิวเตอรท์ ้งั เคร่อื งต้นทางและปลายทางต้องเปิดการใช้งาน Remote Desktop

เอาไว้โดยคลกิ ขวาท่ปี ุ่ม Start ( ) เลอื ก System
9.7.2 ในหนา้ ต่าง System ท่ีกรอบเมนูดา้ นซา้ ย คลิกเลอื ก Remote Desktop
9.7.3 ในหน้าต่าง Remote Desktop คลกิ เปดิ (On) Enable Remote Desktop
9.7.4 คลิกป่มุ Confirm เพอ่ื ยนื ยัน
9.7.5 (ท่คี อมพิวเตอรต์ ้นทาง) ให้เราเปดิ หนา้ ตา่ ง Remote Desktop Connection ข้ึนมา

โดยคลกิ ท่ี Start ( ) >> Windows Accessories >> Remote Desktop Connection
จากนั้นในช่อง Computer ให้พิมพ์ช่ือเคร่ืองหรอื หมายเลข IP ของเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ปลายทางที่
ตอ้ งการเชอื่ มต่อเพ่ือเขา้ ไปควบคมุ เสรจ็ แลว้ คลิกปุม่ Connect

9.7.6 เมื่อเชื่อมตอ่ ไปยังเครื่องปลายทางได้แล้วจะมหี น้าต่างให้ Log on สาหรับเข้าใชง้ าน
ใหก้ รอก Username และ Password ของเครือ่ งปลายทางแล้วคลิกป่มุ OK

9.7.7 หากปรากฏหนา้ ตา่ งแจ้งเตือนดงั รปู ให้คลกิ ป่มุ Yes เนื่องจากคา่ เริม่ ต้นของ Server
authentication ถกู กาหนดไวเ้ ปน็ Warn me คือใหม้ ีการแจง้ เตือนด้วยทุกคร้งั

9.7.8 จากนัน้ ก็สามารถเชอ่ื มตอ่ และควบคมุ การใช้งานเคร่ืองปลายทางผ่านบรกิ าร Remote
Desktop ได้อย่างสมบูรณ์

9.7.9 หากต้องการยกเลิกการเชอื่ มตอ่ ให้คลกิ ปุ่ม บนแถบสถานะดา้ นบนแล้วคลิก
ปุม่ OK

342

ใบงานปฏบิ ตั ิ
เร่ือง ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

คาส่งั / คาชแ้ี จง
1. ใหน้ กั เรยี นทอ่ งจาการเรียงลาดับของสาย UTP แบบ A B
2. ให้นกั เรียนเข้าหัว RJ-45 ของสาย LAN
3. ทดสอบการใชง้ านของสาย LAN ว่าสามารถใชง้ านไดห้ รือไม่
4. ใหน้ ักเรยี นสรปุ เกย่ี วกบั ประเภทของระบบเครือข่ายลงในสมุด
5. ครตู รวจและบันทึกคะแนน

343

ใบงาน
เรอ่ื ง ระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์

คาส่งั / คาชแ้ี จง ตอบคาถามต่อไปนี้
1. อินเทอรเ์ นต็ (Internet) มีความหมายวา่ อย่างไร
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
2. ระบบเครอื ข่ายแบ่งออกเป็นกปี่ ระเภท อะไรบ้าง จงอธบิ าย
............................................................................................................................. ...................................
..................................................................................................................................... ...........................
....................................................................................................... .........................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
3. การเขา้ หัว RJ-45 ของสาย LAN มกี ารเข้าหวั ก่ีแบบและมีการเรยี งลาดับสีอยา่ งไร
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
....................................................................................... .........................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.................................................................................................................................................. ..............
..................................................................................................................... ...........................................
............................................................................................................................. ...................................
4. โปรแกรม TeamViewer มหี น้าทีใ่ ชท้ าอะไรและมขี ้ันตอนการตดิ ต้ังอย่างไร
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................

344

โครงการสอนหน่วยท่ี 10

ชื่อวิชา งานบรกิ ารคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศ (20901-2106)

ชื่อหน่วย การตรวจสอบ แกป้ ัญหาและบารงุ รกั ษา จานวน 8 ชั่วโมง

รายการหัวข้อการเรยี นรู้

1. ปัญหาทางดา้ นฮารด์ แวร์

2. ปัญหาทางด้านซอฟต์แวร์

3. กาจดั ไฟล์ขยะด้วย Disk Cleanup

4. จัดการกบั pagefile.sys และ hiberfil.sys

5. ปอ้ งกนั ภยั จากไวรสั และโปรแกรมอนั ตรายต่าง ๆ

6. ป้องกันและกาจดั ไวรสั ดว้ ย AVG Free

7. ปอ้ งกันและกาจดั สปายแวร์ (Spyware)

8. ตรวจสอบและกาจัดสปายแวร์ดว้ ย Spybot

หัวข้อการเรียนรู้ จุดประสงคก์ ารสอนหรือจดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม

1. ปญั หาทางด้านฮาร์ดแวร์ 1. แก้ปัญหาทางด้านฮาร์ดแวร์ไดถ้ กู ต้อง

2. ปญั หาทางดา้ นซอฟต์แวร์ 2. แก้ปัญหาทางด้านซอฟต์แวร์ได้ถกู ต้อง

3. กาจัดไฟล์ขยะด้วย Disk Cleanup 3. อธิบายขั้นตอนกาจัดไฟลข์ ยะดว้ ย Disk Cleanup ได้ถูกต้อง

4. จัดการกบั pagefile.sys และ 4. อธบิ ายขัน้ ตอนจดั การกับ pagefile.sys และ hiberfil.sys

hiberfil.sys ไดถ้ ูกต้อง

5. ป้องกันภยั จากไวรัสและโปรแกรม 5. อธิบายการปอ้ งกนั ภัยจากไวรสั และโปรแกรมอันตรายต่าง ๆ

อันตรายตา่ ง ๆ ได้ถูกต้อง

6. ปอ้ งกนั และกาจัดไวรัสดว้ ย AVG 6. ปฏบิ ตั ิแกป้ ญั หาปอ้ งกันและกาจดั ไวรสั ด้วย AVG Free ได้

Free ถกู ต้อง

7. ปอ้ งกันและกาจดั สปายแวร์ 7. ปฏิบตั ิแกป้ ญั หาป้องกันและกาจดั สปายแวร์ (Spyware) ได้

(Spyware) ถกู ต้อง

8. ตรวจสอบและกาจดั สปายแวรด์ ้วย 8. ปฏิบัติแกป้ ัญหาตรวจสอบและกาจดั สปายแวร์ด้วย Spybot

Spybot ไดถ้ ูกตอ้ ง

วิธกี ารสอน : วธิ ีสอนแบบบรรยายและสาธติ

สื่อการสอน : 1. ใบความร/ู้ ใบเน้ือหา 2. ใบงานที่ 17,18

3. ใบปฏิบตั งิ าน 4. แบบทดสอบหลังเรยี นพร้อมเฉลย

การประเมนิ : 1. เกณฑ์ผ่านการสงั เกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานรายบคุ คล ต้องไม่มชี อ่ งปรับปรุง

2. แบบสังเกตคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนข้ึนอยกู่ บั การประเมิน

ตามสภาพจรงิ

345

แผนการจดั การเรียนรู้ รหัสวชิ า 20901-2106
ช่อื วิชา งานบริการคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศ สอนคร้งั ที่ 17 จานวน 4 ชม.
หนว่ ยที่ 10 การตรวจสอบ แก้ปญั หาและบารุงรักษา
1. หัวขอ้ การเรยี นรู้

1. ปญั หาทางดา้ นฮารด์ แวร์
2. ปัญหาทางด้านซอฟต์แวร์
3. กาจัดไฟล์ขยะดว้ ย Disk Cleanup
4. จัดการกบั pagefile.sys และ hiberfil.sys

2. สาระสาคัญ
การทางานของคอมพิวเตอร์ นอกจากจะต้องใช้งานให้เป็นแลว้ บางที่หากเคร่ืองมปี ัญหาเราก็

อาจจะต้องลงมือแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง เพราะบางครั้งปัญหาอาจจะเกิดมาจากสาเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ
ซ่ึงถ้าหากเราไม่รู้วิธีการแก้ปัญหาในเบ้ืองต้นเลยก็อาจทาให้งานของเราล่าช้าหรือต้องเสียเงินค่าซ่อม
แพง ๆ โดยไม่จาเป็น

3. สมรรถนะประจาหนว่ ย
แสดงความรู้เกี่ยวกับการแก้ปัญหาทางด้านฮาร์ดแวร์ ปัญหาทางด้านซอฟต์แวร์ กาจัดไฟล์

ขยะด้วย Disk Cleanup การจดั การกบั pagefile.sys และ hiberfil.sys การป้องกนั ภัยจากไวรัสและ
โปรแกรมอันตรายต่าง ๆ การป้องกันและกาจดั ไวรสั ด้วย AVG Free การป้องกันและกาจัดสปายแวร์
(Spyware) การตรวจสอบและกาจดั สปายแวร์ดว้ ย Spybot ได้

4. จุดประสงค์การเรยี นรู้
4.1 จดุ ประสงค์ท่ัวไป
1. ปฏิบตั ิปัญหาทางดา้ นฮารด์ แวร์
2. ปฏิบัติปัญหาทางดา้ นซอฟต์แวร์
3. เขา้ ใจกาจดั ไฟล์ขยะด้วย Disk Cleanup
4. เข้าใจจดั การกบั pagefile.sys และ hiberfil.sys
4.2 จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
1 แก้ปัญหาทางดา้ นฮารด์ แวร์ได้ถูกต้อง
2. แก้ปัญหาทางด้านซอฟต์แวร์ได้ถูกต้อง
3. อธบิ ายขัน้ ตอนการกาจัดไฟลข์ ยะด้วย Disk Cleanup ไดถ้ กู ต้อง
4. อธิบายขนั้ ตอนการจดั การกบั pagefile.sys และ hiberfil.sys ได้ถกู ต้อง

346

5. กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้
ในการเรยี นการสอนของหน่วยท่ี 6 สอนครั้งท่ี 17 (จานวน 4 ชั่วโมง)
ขัน้ นาเขา้ สู่บทเรียน
1. ตรวจสอบรายชื่อของนักเรียนที่เขา้ เรียน
2. ครูและนักเรียนร่วมกันสนทนาและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ปัญหาและการ

บารุงรักษาคอมพิวเตอร์ทั้งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ อุปกรณ์แต่ละอย่างและซอฟต์แวร์มีวิธีการ
บารงุ รกั ษาอยา่ งไร

3. ครูแสดงความคิดเห็นเพ่ิมเติม
ขั้นสอน
1. ครูบรรยาย อธิบาย ยกตัวอยา่ งในแต่ละหัวข้อการเรยี น
2. เปิดโอกาสให้นกั เรียนซักถามครูผู้สอน
3. ประเมนิ พฤตกิ รรมรายบคุ คลโดยครูจะซกั ถามในแตล่ ะคน
ขน้ั สรปุ
1. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรปุ สาระสาคญั
2. เปดิ โอกาสใหน้ กั เรียนซักถามข้อสงสัย
3. มอบหมายงานให้ทาและศึกษาเพมิ่ เติม

6. สื่อการจัดการเรียนรู้
1. ใบความร/ู้ ใบเน้ือหา
2. ใบงานท่ี 17
3. Google Classroom

7. การวัดผลและประเมนิ ผล
วธิ วี ดั ผล
1. สงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ัตงิ าน
2. การสงั เกตและประเมินผลพฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลกั ษณะอัน

พึงประสงค์
เครื่องมือวัดผล
1. แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบตั งิ าน
2. แบบสงั เกตคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ โดยครแู ละ

นกั เรียนร่วมกนั ประเมิน

347

8. แหลง่ การเรียนรูเ้ พ่มิ เติม
1. หอ้ งสมดุ วทิ ยาลัยเทคนิคสว่างแดนดิน
2. อินเทอร์เน็ต

348

สปั ดาหท์ ี.่ ..........

บนั ทึกหลงั การสอน

รหสั วิชา..............................วชิ า.............................................................ระดับ................. ช้ันปีท่ี...........
แผนกวิชา.......................................................จานวนนักเรียน......................คน มาเรยี น..................คน
ขาดเรียน........คน มาสาย.........คน ลา.............คน สอนเมือ่ วนั ท่ี..........เดือน......................พ.ศ.............
หนว่ ยท.ี่ ..................... ช่อื หนว่ ย.......................................................................จานวน.................ชว่ั โมง

 เน้ือหาวัตถุประสงค์และสื่อการสอน
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................

 ปัญหาทีเ่ กดิ ข้ึนในระหว่างการเรียนการสอน
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................

 แนวทางการแกไ้ ขปญั หาของครูผสู้ อน และผลที่ได้
................................................................................................................................................ ................
................................................................................................................... .............................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................

ลงช่ือ............................................ครผู ู้สอน ลงชือ่ .........................................หวั หน้าแผนก
(นางสุวมิ ล อกั ษรกลาง) (นางสกุ ญั ญา ดนัยสวสั ดิ์)

วันท.ี่ ....................................... วันท.่ี ...........................................

349

ใบความรู้ / ใบเน้อื หา
หน่วยที่ 10 เรื่อง การตรวจสอบ แกป้ ัญหาและบารุงรักษา

ปัญหาของเครื่องคอมพิวเตอร์นนั้ สามารถแบง่ ออกไดเ้ ปน็ 3 แบบ คือ
 ปัญหาทางดา้ นฮาร์ดแวร์ (Hardware) คอื มักเกดิ จากตวั อปุ กรณช์ ารดุ หรอื ทางาน
ผิดปกติ โดยอาจเป็นมาตั้งแต่โรงงานผู้ผลิต ดังนั้นจึงต้องมีการรับประกันสินค้าทุก
ชิ้นในตอนท่ีซ้ือหรือเกิดจากตัวผู้ใช้เอง เช่น เสียบอุปกรณ์ผิดหรือปรับแต่งอุปกรณ์
ให้ทงานเกนิ ขีดจากดั เปน็ ต้น
 ปัญหาทางด้านซอฟต์แวร์ (Software) คอื มักเกิดจากตัวโปรแกรมทางานผิดปกติ
เช่น ตัวโปรแกรมไม่สมบูรณ์หรือไม่เข้ากัน (Compatible) กับระบบปฏิบัติการที่ใช้
อย่หู รอื ถกู ไวรัสเขา้ ไปทาลาย เปน็ ต้น
 ปัญหาทางด้านของผู้ใช้งานเอง (Users) คือ ปัญหาที่มักจะเกิดจากความ
รู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ใช้ เช่น การโอเวอร์คล็อกซีพียู และการลองผิดลองถูกต่าง ๆ
เปน็ ตน้

10.1 ปัญหาทางดา้ นฮารด์ แวร์ (Hardware)
ถือเป็นปัญหาท่ีน่าหนักใจเพราะอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ส่วนใหญ่เม่ือเกิดปัญหาขึ้นมาแล้ว หลาย

ครั้งทีจ่ าเป็นจะต้องเปลี่ยนอปุ กรณ์ใหม่ ถ้าอุปกรณ์เหล่าน้ันยังอยใู่ นระยะประกันกไ็ ม่เป็นไรแต่ถ้าหมด
ประกนั ไปแลว้ ซง่ึ ส่วนใหญ่กม็ กั เป็นเชน่ นน้ั เรียกได้วา่ พอหมดประกนั ก็เสยี เงินทันที

10.1.1 แนวทางการแกไ้ ขปญั หา
10.1.1.1 เม่ือเกดิ ปัญหากับเคร่ืองคอมพิวเตอร์อย่าตื่นตกใจ พยายามตั้งสติแล้วค่อย

ๆ แก้ปญั หามองจากงา่ ยไปหายาก
10.1.1.2 พยายามวิเคราะห์หาจุดบกพร่องท่ีเกิดข้ึนว่าน่าจะมาจากสาเหตุใดหรือ

อปุ กรณต์ ัวใดมากท่สี ุด เช่น ไมม่ ีภาพมาปรากฏท่ีหนา้ จอและหลอดไฟแสดงผลท่หี น้าจอเปน็ สีส้มแสดง
ว่าจอภาพทางานแต่ไมม่ ีสัญญาณภาพส่งมาจากตัวเครื่อง สาเหตุอาจจะมาจากสายสญั ญาณไมไ่ ด้ต่อไว้
หรอื หลวมหรอื อาจจะเกิดจากตัวการด์ จอมีปญั หา เป็นตน้

10.1.1.3 ทดลองถอดหรือเปลี่ยนเอาอุปกรณ์ท่ีแน่ใจว่าทางานได้ปกติมาใส่แทน
อุปกรณ์ที่น่าจะเป็นสาเหตุที่ทาให้เครื่องมีปัญหา ลองตรวจเช็คดูว่าอาการท่ีเกิดขึ้นนั้นหายไปหรือไม่
หลังจากทดลองเปลย่ี นอุปกรณ์แล้ว

10.1.1.4 ถ้าอาการที่เกิดข้ึนนั้นหายไป แสดงว่าสาเหตุอาจจะมาจากอุปกรณ์ตัวนั้น
หรือถ้าไม่หายก็ให้ทดลองกับอุปกรณ์ตัวอื่นที่เราคิดว่าน่าจะเป็นสาเหตุดูเพื่อตัดตัวแปรท่ีไม่ใช่ออกที
ละตัว

10.1.1.5 เมือ่ ตรวจพบอุปกรณ์ที่เสียแล้วให้ดกู อ่ นวา่ ยงั อยใู่ นระยะประกันหรือไม่

350

1) ถ้ายังอยู่ในระยะประกันก็ส่งอุปกรณ์ที่เสียน้ันให้ทางร้านที่ซ้ือมาหรือ

ตัวแทนเพ่อื เคลมสินค้า

2) ถ้าหมดระยะประกันแล้วก็อาจต้องซื้อมาเปล่ียนใหม่หรือส่งร้านซ่อมที่

เชือ่ ถอื ได้

10.1.2 มีเสียงเตอื นจากไบออส (Beep Code) ดังขน้ึ มาในตอนเปิดเคร่ือง

เสียงเตือนจากไบออสหรือ Beep Code ตามปกติควรเป็นเสียงที่ต้องได้ยินในทุก ๆ

ครั้งตอนเปิดเครอ่ื งโดย BIOS จะทาการตรวจสอบและทดสอบการทางานของอุปกรณต์ ่าง ๆ พร้อมท้ัง

แจ้งความผิดปกติที่อาจเกิดข้ึนในทุก ๆ ครั้งท่ีเราเปิดเครื่อง (กระบวนการดังกล่าวน้ีเรียกว่าการ

POST) ซ่งึ เมอื่ BIOS ตรวจสอบแล้วพบวา่ อปุ กรณต์ ่าง ๆ ทางานเป็นปกตดิ ีหรือตรวจพบปัญหาใด ๆ ก็

จะส่งเสียงแจ้งเตือนให้ผู้ใช้งานทราบในทันที โดยรหัสเสียงสัญญาณเสียงที่ BIOS แจ้งเตือนนั้นจะ

แตกตา่ งกันไปตามแต่ละย่หี อ้ ของ BIOS ทีใ่ ชอ้ ยเู่ มนบอร์ด ดงั จะเหน็ ไดจ้ ากตารางต่อไปน้ี

ตารางท่ี 8 แสดงสญั ญาณเสียง Beep Code ที่พบไดบ้ อ่ ยครัง้ ของ Award BIOS

รหสั สญั ญาณเสียง ความหมาย

เสยี งบีบ๊ สน้ั ๆ 1 ครัง้ (Beep) ขน้ั ตอนการ POST ผา่ น เครอ่ื งทางานปกติ

เสยี งบ๊บี สน้ั ๆ 2- ครงั้ (Beep Beep) แรมมีปัญหา เช่น เสียบไม่แน่น หน้าสัมผัส

สกปรกหรือเสีย

เสียงบ๊ีบสั้น ๆ หลายคร้ังอย่างต่อเนื่อง (Beep แหล่งจา่ ยไฟหรอื เมนบอรด์ มีปัญหา

Beep Beep...)

เสียงบี๊บยาว ๆ 1 ครั้งและสั้น 1 ครั้ง (Beep... เมนบอร์ดมปี ัญหาให้ดาเนินการตรวจสอบ

Beep)

เสียงบ๊ีบยาว ๆ 1 คร้ังและส้ัน 2 ครั้ง (Beep... การ์ดจอมีปัญหา เช่น เสียบไม่แน่น หน้าสัมผัส

Beep Beep) สกปรกหรือเสีย

เสียงบี๊บยาว ๆ ต่อเนื่องหลายครั้ง (Beep... แรมมีปัญหา เช่น เสียบไม่แน่น หน้าสัมผัส

Beep... Beep... Beep) สกปรกหรอื เสยี

ไม่มีเสยี ง (...) แหลง่ จา่ ยไฟหรอื เมนบอรด์ มปี ญั หา

ตาราง 9 แสดงรหัสสัญญาณเสียง Beep Code ทพ่ี บไดบ้ ่อยครัง้ ของ AMI BIOS

รหัสสัญญาณเสียง ความหมาย

เสยี งบ๊ีบยาว ๆ 1 ครั้ง (Beep...) ข้ันตอนการ POST ผา่ น เครอ่ื งทางานปกติ

เสยี งบ๊ีบสั้น ๆ 1-3 ครัง้ (Beep) แรมมีปัญหา เช่น เสียบไม่แน่น หน้าสัมผัส

สกปรกหรือเสยี

351

เสียงบ๊ีบส้ัน ๆ 4 ครั้ง (Beep Beep Beep วงจรต้ังเมนบอรด์ ไม่ทางานอาจต้องเปล่ียนใหม่

Beep)

เสียงบบ๊ี สั้น ๆ 5 คร้ัง (Beep Beep Beep Beep ซีพียูมปี ญั หาอาจตอ้ งถงึ ขั้นเปลย่ี นใหม่

Beep)

เสียงบี๊บสนั้ ๆ 9 ครั้ง (Beep Beep Beep Beep ROM BIOS มีปัญหาอาจถึงข้ันตอ้ งเปล่ยี นใหม่

Beep Beep Beep Beep Beep)

เสียงบ๊ีบสั้น ๆ 8 คร้ัง (Beep Beep Beep การ์ดจอมีปัญหา เช่น เสียบไม่แน่น หน้าสัมผัส

Beep Beep Beep Beep Beep) สกปรกหรือเสีย

ไมม่ เี สียง (...) แหล่งจา่ ยไฟหรือเมนบอร์ดมปี ญั หา

ตาราง 10 แสดงรหัสสญั ญาณเสยี ง Beep Code ท่ีพบไดบ้ อ่ ยครง้ั ของ Phoenix BIOS

รหสั สัญญาณเสียง ความหมาย

เสียงบี๊บส้ัน ๆ 1 ครง้ั (Beep) ขน้ั ตอนการ POST ผ่าน เครื่องทางานปกติ

เสียงบบ๊ี สั้น ๆ เปน็ จังหวะ 1-1-3 CMOS มปี ญั หาไมส่ ามารถอ่านเขยี น CMOS ได้

เสยี งบี๊บสน้ั ๆ เปน็ จังหวะ 1-1-4 BIOS มีปญั หา

เสียงบี๊บสน้ั ๆ เปน็ จังหวะ 1-2-2, 1-2-3, 1-3-1, เมนบอรด์ มีปญั หา

3-1-1

เสยี งบ๊บี สั้น ๆ 9 คร้งั ROM BIOS มีปญั หาอาจต้องเปลยี่ นใหม่

เสียงบบี๊ สน้ั ๆ เป็นจงั หวะ 1-3-3, 1-4-2 หนว่ ยความจาแรมมีปัญหา

เสยี งบบ๊ี สั้น ๆ เปน็ จังหวะ 1-3-4, 1-4-1 หน่วยความจาแรมหรอื เมนบอรด์ มีปัญหา

เสียงบี๊บสนั้ ๆ เป็นจังหวะ 3-3-4, 3-4-0, 3-4-1, การ์ดจอมีปัญหา เช่น เสียบไม่แน่น หน้าสัมผัส

3-4-2 สกปรกหรือเสีย

เสียงบบ๊ี สัน้ ๆ เป็นจังหวะ 4-3-1, 4-3-2, 4-3-3 เมนบอรด์ มปี ญั หา

เสยี งบบ๊ี สน้ั ๆ เปน็ จังหวะ 4-3-4 ไม่สามารถตั้งวันเวลาของเครื่องได้ แบตเตอร่ี

ไบออสบนเมนบอร์ดหมด

เสียงบีบ๊ สั้น ๆ เป็นจงั หวะ 4-4-3 ซพี ียมู ปี ญั หา

10.1.3 มขี ้อความเตอื น (Error Message) ปรากฏบนหน้าจอในตอนเปิดเคร่ือง
ในขั้นตอนการตรวจสอบความผิดปกติของอุปกรณ์ต่าง ๆ นอกจาก BIOS จะแจ้งเตือนถึง
ความผิดปกตเิ หลา่ นั้นด้วยรหสั เสียง Beep Code แลว้ ในบางปัญหาก็ยังแจง้ เตือนเปน็ ขอ้ ความปรากฏ
บนหน้าจอดว้ ย ซ่งึ เราเรยี กข้อความแจง้ เตอื นนีว้ า่ Error Message ดังตวั อยา่ งในตารางตอ่ ไปน้ี

352

รหสั สัญญาณเสยี ง ความหมาย

CMOS battery state low แบตเตอรีท่ีคอยจ่ายไฟเลี้ยงให้ CMOS อาจเส่ือมหรือ

ใกล้หมดซึ่งเกิดข้ึนได้ในกรณีที่ปิดเคร่ืองทิ้งไว้นานเป็น

เดือน ๆ ให้ซ้อื มาเปลยี่ นใหม่

CMOS checksum failure ข้อมูลท่ีถูกเก็บอยู่ใน CMOS ไม่ถูกต้อง อาจเป็นเพราะ

แบตเตอรีเส่ือมหรือใกล้หมดให้ซื้อมาเปลี่ยนใหม่ ถ้าไม่

หาย CMOS อาจเสยี

CMOS system options not set ข้อมูลใน CMOS ไม่มีอยู่เลย อาจเสีย แก้ไขโดยให้ช่าง

ใส่ข้อมูลลงบนชิปใหม่

CMOS display type mismatch ค่าที่กาหนดสาหรับจอภาพหลักไม่ตรงกับท่ี BIOS ตรวจ

พบอาจเกิดจากการเปล่ียนจอภาพระหว่างสีและขาวดา

ระหวา่ งปดิ เคร่อื งกไ็ ด้

CMOS memory size mismatch ขนาดของหน่วยความจาไม่ตรงกับที่บันทึกไว้ใน CMOS

ก่อนนั้นอาจเกิดจากการถอด/ใส่ RAM หรือมีบางส่วนท่ี

เสียแล้วก็ได้

Bad Partition Table เกิดปญั หาข้นึ กบั ตารางพารต์ ิชันบนฮาร์ดดิสก์ แก้ไขโดย

ลบข้อมลู บนพ้นื ท่สี ว่ น MBR หรือส่งช่างเพ่ือชานาญแต่

ถ้าไม่หายตอ้ งส่งฮารด์ ดิสกไ์ ปเคลมที่รา้ น

BIOS ROM checksum error-system ข้อมูลในไบออสมีปัญหา อาจเกิดจกาความผิดพลาดใน

halted ขั้นตอนของการ Flash BIOS แก้ไขโดย Flash BIOS

ใหม่หรอื ส่งให้ช่างผชู้ านาญลงโปรแกรมใหม่

DISK BOOT FAILURE, INSERT BIOS ค้นหาไฟล์ท่ีใช้สาหรับบู๊ตเข้าสู่ระบบไม่พบ อาจ

SYSTEM DIDSK AND PRESS ENTER เป็นเพราะฮาร์ดดิสก์ยังไม่ได้ลง OS ไว้ หรือลืม

แผ่นฟล็อปปี้ดิสก์ไว้ในไดรว์

Keyboard error คีย์บอร์ดมีปัญหา อาจไม่ได้ถูกต่อไว้เสียบผิดหรือเสียบ

ไม่แนน่

HDD controller failure ไม่สามารถติดต่อกับตัวควบคุมฮาร์ดดิสก์ได้อาจเป็น

เพราะต้ังคา่ ใน BIOS ไมถ่ ูกตอ้ งหรือเชื่อมตอ่ เอาไว้ไมด่ ี

353

10.1.3 หลอดไฟแสดงสถานะบรเิ วณหน้าเครอ่ื งบ่งบอกถงึ ความผิดปกติ
หลักในการสังเกตความผิดปกติของเครื่องด้วยวิธีน้ี จะเป็นวิธีการสังเกตข้ันพื้นฐาน

อย่างง่าย ๆ เพียงดูจากหลอดไฟ LED หน้าเคร่ืองโดยปกติแล้วจะมีอยู่ 2 ดวง ดวงแรกสีเขียวหรือ
Power LED อกี ดวงคอื สแี ดงหรือสม้ ซ่ึงก็คือ H.D.D. LED

10.1.3.1 หลอดไฟ LED (สีเขยี ว) หรอื Power LED เปน็ หลอดไฟทีต่ อ่ มาจากขวั้ ต่อ
บนเมนบอรด์ โดยปกติไฟน้ีจะดบั อยู่ในขณะท่ีเครือ่ งยังไมเ่ ปิด แต่หลังจากเปิดเคร่อื งแลว้ ไฟนจ้ี ะติดอยู่
ตลอดเวลาเพื่อบอกให้รู้ว่าตอนน้ีเครื่องกาลังทางานอยู่ ดังน้ันถ้าเปิดเครื่องแล้วหลอดไฟดวงนี้ไม่ติด
แสดงว่าตอ่ สลับขว้ั หรอื ไฟไม่เข้าเมนบอรด์ ใหต้ รวจดูปลั๊กไฟหรือ Power Supply ว่ามีปัญหาหรือไม่

10.1.3.2 หลอดไฟ LED (สแี ดงหรือสม้ ) หรอื H.D.D LED เป็นหลอดไฟที่ต่อมาจาก
ข้ัวต่อบนเมนบอร์ดเช่นกันไฟนี้จะติดก็ต่อเมื่อฮาร์ดดิสก์ทางาน หรือมีการอ่าน / เขียนข้อมูลลงบน
ฮาร์ดดิสก์ แต่ในขณะท่ีฮาร์ดดิสก์ไม่ได้ทางานอยไู่ ฟดวงนี้จะดับ แต่ถ้าไฟดวงน้ีติดค้างอยู่ตลอดกแ็ สดง
ว่ามีปัญหาในการทางานของฮารด์ ดิสก์

10.1.4 กดปุม่ เปดิ เคร่ืองแล้วทางานเป็นปกติ แต่ไม่มีภาพปรากฏบนหน้าจอ
อาการนี้อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุโดยในขั้นแรกหลังจากกดปุ่มเปิดเคร่ื องแล้ว

ให้ฟังเสียงเตือนจากไบออสหรือ Beep Code ว่าเป็นอย่างไร ถ้าเป็นรหัสเสียงที่บ่งบอกว่าการ์ดจอท่ี
ใช้อยู่มีปัญหา เช่น เสียบไม่แน่นหรือหน้าสัมผัสสกปรก ให้ปิดเครื่องแล้วนาการ์ดจอออกมาทาความ
สะอาดบริเวณหน้าสัมผัสทองแดงด้วยยางลบดินสอให้สะอาดปราศจากคราบสกปรกแ ล้วเสียบกลับ
เขา้ ไปในสล็อตใหแ้ น่นอกี ครั้ง

แต่ถ้าสัญญาณเสียง Beep Code บ่งบอกว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ทางานเป็นปกติดี ให้
สังเกตท่ีไฟแสดงผลหน้าจอว่าติดสว่างอยู่หรือไม่และเป็นสีอะไร เช่น สีส้มหรือสีเขียว ถ้ากรณีท่ีไฟ
แสดงผลดับแสดงว่าไม่มีไฟจ่ายให้กับจอภาพ ควรลองตรวจสอบดูสายไฟก่อนว่าเสียบไว้แน่นหนาดี
หรือไม่ ถ้าเป็นปกติดีก็อาจเกิดจากอุปกรณ์จ่ายไฟของจอภาพเสีย กรณีนี้ถ้ายังอยู่ในระยะประกันก็
ควรรีบเปลีย่ นจากร้านทีซ่ อ้ื มา แต่ถ้าหมดประกนั แล้วก็อาจส่งรา้ นซ่อมที่เชอื่ ถือได้

ส่วนกรณีที่ไฟแสดงผลติดหรือกระพริบเป็นสีส้ม แสดงว่าจอภาพมีไฟเข้าแต่ไม่มี
สัญญาณภาพออกมาที่หน้าจอ กรณีน้ใี ห้ลองตรวจสอบดูทขี่ ั้วต่อของสายสัญญาณว่าเสยี บไว้แน่นหนา
ดีหรือไม่หรอื ขาของขว้ั ตอ่ หกั งอหรือไม่ ถ้าเป็นปกติดีแสดงวา่ ปัญหาอาจมาจากการตั้งค่าในไบออส ให้
เราปิดเคร่ืองแล้วถอดถ่านไบออสบนเมนบอร์ดออก รอซัก 3-5 วินาทีค่อยใส่กลับเข้าไปใหม่ จากนั้น
เปิดเคร่ืองขึ้นมาค่าที่ถกู กาหนดไว้ในไบออสจะถูกเรียกกลับคืนไปเปน็ คา่ เริ่มต้น ซึ่งอาจช่วยแก้ปญั หานี้
ไดห้ รอื ไมเ่ ช่นนัน้ ก็อาจมปี ญั หาทก่ี าร์ดจอ

10.1.5 กดปุม่ เปิดเครอื่ งแลว้ แต่เครือ่ งกลับนง่ิ สนิทไม่ทางาน
อาการเหล่าน้ีตอ้ งคอ่ ย ๆ ตรวจสอบโดยไล่จากง่ายไปก่อน เช่น ดูว่าปลก๊ั มีไฟหรอื ไม่

หรือสายไฟตอ่ เข้ากบั ตัว Power Supply เสียบแนน่ ดหี รือเปล่า เปน็ ตน้ หลังจากนั้นให้ลองตรวจสอบ
ดูว่าเสียหรือไม่ โดยสังเกตที่พัดลมของ Power Supply ถ้าหมุน แสดงว่าสาเหตุอาจไม่ได้มาจาก

354

Power Supply แต่ถ้าไม่หมุนอาจเป็นไปได้ว่า Power Supply หรือเมนบอร์ดเสีย ดังน้ันจึงต้อง
ตรวจสอบโดยไมต่ อ้ งตอ่ กับเมนบอร์ดดซู ึ่งทาไดด้ งั น้ี

10.1.5.1 ก่อนอื่นให้ทาการปิดเครื่องและถอดปลั๊กไฟออกก่อน จากนั้นเปิดฝาเคส
และถอดหวั จา่ ยไฟบนเมนบอรด์ ออก

10.1.5.2 ใช้สายไฟ 1 เส้น ยาวประมาณ 1-2 นว้ิ ปลอดฉนวนหุม้ ท่ีปลายทั้ง 2 ด้าน
ออกเล็กน้อย

10.1.5.3 นาเอาสายไฟที่เตรียมไว้ เช่ือมต่อระหว่างขั้วต่อของสายสีเขียว (Power
Supply On)

10.1.5.4 กบั สายสีดา (Ground) สดี าเสน้ ไหนกไ็ ด้เพือ่ ใหค้ รบวงจร ดังรปู

10.1.5.5 นาเอาหัวต่อ Molex จาก Power Supply ต่อเข้ากับไดรว์ซีดี/ดีวีดีรอม
หรือฮารด์ ดิสกเ์ พื่อเปน็ ตัวโหลดใหก้ บั Power Supply

10.1.5.6 เม่ือพร้อมแล้วก็เสียบปลั๊กเพื่อจ่ายให้กับ Power Supply ให้สังเกตพัดลม
ของ Power Supply ว่าหมุนหรือไม่ ถ้าหมุนแสดงว่า Power Supply ไม่เสียแต่เมนบอร์ดอาจมี
ปัญหา กลับกันถ้าพัดลมไม่หมุนอาจเป็นไปได้วา่ Power Supply เสยี หรือพัดลมเสีย ต้องซ่อมหรือซ้ือ
หามาเปล่ียนใหม่

10.1.6 การอ่าน/เขียนข้อมลู กบั ฮาร์ดดิสก์มปี ญั หา
บ่อยครั้งท่ีใช้งานอยู่ดี ๆ แล้วเคร่ืองมักหยุดค้างไปเฉย ๆ หรือขึ้นจอสีฟ้า (Blue

Screen) หรือเข้าไปใช้งานในบางไดรว์ไม่ได้ มักขึ้น error ตลอด และเม่อื รีสตาร์ทเครือ่ งใหม่ก็อาจจะ
เข้าสู่ระบบไม่ได้อีกเลย สันนิษฐานว่าปัญหาเหล่าน้ีน่าจะมาจากฮาร์ดดิสก์เกิด Bad Sector ขึ้นตรง
ตาแหน่งที่มีการอ่าน / เขียนข้อมูลโดยสาเหตุของการเกิด Bad Sector ข้ึนบนฮาร์ดดิสก์นั้นอาจมา
จากอายุการใช้งานและอุณหภูมิความร้อนของฮาร์ดดิสก์ที่ทาให้สภาพความเป็นแม่เหล็กบนพ้ืนผิว
บางส่วนของฮาร์ดดิสก์ที่ใช้เก็บข้อมลู เส่ือมสภาพหรืออาจเกิดจากแรงกระแทกที่ทาให้หวั อ่าน / เขียน
กระทบกบั แผ่นจากแมเ่ หล็กจนเสียหายหรอื เป็นรอยได้ ดังน้นั หนทางในการแก้ไข้คือ อาจใช้โปรแกรม
ท่ีช่วยในการแก้ปัญหาฮารดดิสก์ต่าง ๆ เช่น SpinRite, ScanDisk, HDD Regennerator เป็นต้นแต่
ถา้ ยังไม่หายแนะนาวา่ ใหร้ ีบส่งเคลมกับทางรา้ นทีซ่ ท่อมาทนั ที

10.1.7 บูต๊ เคร่ืองแล้วชอบหยุดคา้ งหรอื แฮงค์
อาจมีสาเหตมุ าจากความร้อนขงซีพียูซ่ึงมักพบเห็นได้บ่อย ๆ แต่ก็สามารถแก้ไขหรือ

ช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้โดยเลือกใช้ชุดระบายความร้อนซีพียูท่ีมีประสิทธิภาพดี และเพ่ิมพัดลมใน
เคร่ืองให้อากาศถ่ายเทได้ดีข้ึน สาเหตุท่ีมักทาให้ซีพียูมีความร้อนสูงจนทาให้เคร่ืองเกิดอาการแฮงค์มี
ดังนี้

10.1.7.1 การเพิม่ ความเร็วสัญญาณนาฬิกาหรือการโอเวอร์คล็อก เป็นท่ีนิยมในหมู่
ผู้ใช้ท่ีค่อนข้างเชี่ยวชาญในการใช้งานคอมพิวเตอร์ เป็นเพราะผู้ใช้เหล่าน้ันจะทราบดีว่าความเร็วของ

355

ซีพียูท่ีระบุหรือกากับมากับตัวซีพียูแต่ละตัวนั้น ไม่ใช่ค่าความเร็วสูงสูดที่แท้จริง แต่เป็นเพียงค่า
ความเร็วที่เหมาะสมสาหรับทาให้การทางานของซีพียูน้ันเกิดความเสถียรมากที่สุดนั่นเอง ซ่ึงผู้ใช้ที่
ค่อนข้างเช่ียวชาญมักมีการปรับแต่งค่าการทางานให้ซีพียูเหล่าน้ีมีความเร็วในการทางานสูงขึ้นกว่าท่ี
กากับไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทาได้แต่ผลเสียที่ตามมาคือ อายุการใช้งานของซีพียูจะสั้นลงและความ
ร้อนท่เี กดิ ขนึ้ จะสงู ขึน้ มากกว่าปกติจนเปน็ เหตุทาใหเ้ ครื่องคอมพวิ เตอร์น้นั แฮงคบ์ อ่ ย ๆ

10.1.7.2 การเลือกใช้ชุดระบายความร้อนซีพียูท่ีไม่มีประสิทธิภาพ การเลือกใช้ฮีต
ซงิ ค์และพัดลมระบายอากาศซีพยี ูท่ไี ม่มีประสิทธิภาพก็เป็นอีกสาเหตุหน่ึงทอ่ี าจทาให้เครอื่ งเกิดอาการ
แฮงค์ข้ึนได้ เพราะฮีตซิงค์จะนาพาความร้อนจากซีพียูมาเก็บไว้ท่ีตัวแล้วใช้พัดลมเป่าเพื่อระบาย
อากาศ ดังนั้นถ้าวัสดุท่ีนามาใช้ทาฮีตซิงค์ไม่มีคุณสมบัติของการนาพาความร้อนที่ดีพอและพัดลม
ระบายอากาศเป่าความร้อนออกไปได้ไม่ทัน รวมท้ังใช้สารเช่ือมความร้อนหรือซิลิโคนท่ีไม่มีคุณภาพ
ผลท่ีตามมาคือเครื่องแฮงค์ ในปัจจุบันเวลาซื้อซีพียูผู้ผลิตก็มกั จะใช้ฮีตซิงค์และพดั ลมระบายอากาศที่
เหมาะสมมาพร้อมกันด้วยแต่ถ้าหากไม่ชอบหรืออยากเปลี่ยนใหม่ก็มีให้เลือกซ้ืออยู่มากมาย หลายรุ่น
หลายย่ีห้อดังนั้นเวลาเลือกซ้ือจึงควรเลือกซื้อฮีตซิงค์และพัดลมระบายอากาศซีพียูให้เหมาะสมและมี
ประสิทธภิ าพเพยี งพอต่อการใชง้ านดว้ ย

10.1.7.3 สารเชื่อมความร้อนหรือซิลิโคนที่ทาไว้เสื่อมสภาพ เวลาใช้งาน
คอมพิวเตอร์ไปนาน ๆ หลายปี ซิลิโคนที่ทาไว้หรือสารเชื่อมความร้อนที่ฉาบประสานไว้อยู่ระหว่า ง
ซีพียูกับหน้าสัมผัสฮีตซิงค์อาจเส่ือมสภาพได้ ดังนั้นเราอาจถอดชุดระบายความร้อนซีพียูออกมาทา
ความสะอาดโดยเชด็ สารเช่ือมความร้อนหรอื ซิลิโคนออกให้หมด แลว้ ใช้สารซลิ ิโคนท่ีมีคุณภาพทาฉาบ
ลงไปแล้วติดต้ังกลับเข้าไปใหม่ เพื่อช่วยให้ฮีตซิงค์นาพาความร้อนออกจากตัวซีพียูได้ดีขึ้นการ
แก้ปญั หาอันเนอ่ื งมาจากความรอ้ นของซีพียูมขี ้อแนะนาดงั นี้

1) ไม่ควรเพิ่มความเร็วสญั ญาณนาฬกิ าหรอื Overclock โดยไม่จาเป็น
2) เลอื กใชฮ้ ีตซงิ ค์และพดั ลมระบายอากาศซีพยี ทู ่ีมปี ระสทิ ธิภาพ
3) เลือกเคสท่ีโปร่งและสามารถติดตั้งพัดลมระบายอากาศภายในเคส
เพม่ิ เตมิ ได้
4) ไม่ควรเปิดเคร่ืองคอมพิวเตอร์ทางานในห้องที่ร้อน อบอ้าวเป็นเวลานาน
ๆ ถ้าจะทางานเป็นเวลานาน ๆ ควรเปิดเครื่องปรบั อากาศดว้ ย
5) สังเกตว่าอย่าให้มีอะไรมาบังช่องทางของพัดลมระบายอากาศด้านหลัง
ของเคร่อื ง
10.1.8 ทดลองโอเวอรค์ ลอ็ กซีพยี แู ล้วไมส่ ามารถบู๊ตเข้าสูร่ ะบบได้ จอมืดสนิท
แสดงว่าอาจเพ่ิมความเร็วขององค์ประกอบใด ๆ ไว้สูงเกินไป ถ้ายังสามารถบู๊ตเข้า
BIOS ได้ให้ลองปรับลดความเร็วลงมาจนได้ค่าท่ีเหมาะสม แต่ถ้าไม่สามารถบู๊ตเข้า BIOS ได้ ให้ปิด
เครื่องและเปิดฝาเคสออก แล้วมองหาปุ่ม Reset แลว้ กดปุ่ม หรอื อาจมองหาถา่ นก้อนกลม ๆ ท่มี ักอยู่
ใกล้กับชิป BIOS ให้ถอดออกซักครู่แล้วค่อยใส่กลับเข้าไปใหม่ ค่ากาหนดต่าง ๆ ในไบออสท่ีเรา

356

ปรับแต่งไว้จะถูกยกเลิกและนาเอาค่าเร่ิมต้นจากโรงงานกลับมาใช้แทน จากนั้นเปิดเคร่ืองแล้วเข้าไป
ทาการตงั้ ค่าในไบออสใหเ้ หมาะสมต่อไป

10.1.9 Flash BIOS ไม่สาเร็จ เปดิ เคร่ืองไม่ได้ หนา้ จอดับสนิท
ปัจจุบันการ Update หรือ Flash BIOS ทาได้ง่ายข้ึน เพราะตัวโปรแกรมท่ีช่วย

อัพเดทมีระบบตรวจสอบและป้องกันไม่ให้อัพเดทไฟล์ BIOS ผิดรุ่น โดยจะแจ้งให้ทราบบนหน้าจอ
ทันที อีกท้ังอินเตอร์เนต็ ก็เร็วและเสถียรข้ึนซึ่งช่วยให้การอพั เดท BIOS ผ่านทางอินเตอร์เน็ตปลอดภัย
ขน้ึ นอกจากน้ีเมนบอร์ดบางย่หี ้อยังช่วยเพ่มิ ความมั่นใจดว้ ยการติดต้ังชปิ BIOS มาให้ถึง 2 ตัวเป็นบู๊ต
หลักและตัวสารองบนเมนบอรด์ ซงึ่ จะทางานโดยอตั โนมตั ทิ นั ทที ี่ตวั บ๊ตู หลักเกดิ ปัญหาข้ึน

แต่ส่ิงที่ยังอาจเป็นสาเหตุให้เกิดการ Flash BIOS ผิดพลาดได้ก็คือเรื่องของไฟฟ้า
เพราะเราไมอ่ าจคาดเดาได้วา่ เมอื่ ไหร่ไฟจะตกหรือดบั ขนึ้ มาในระหวา่ งท่ีเรากาลังอัพเดท BIOS แบบน้ี
วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือต้องมี UPS ไว้ใช้งาน แต่ถ้าไม่มีหากเกิดข้อผิดพลาดก็อาจทาให้คอมพิวเตอร์ไม่
สามารถบูต๊ ขน้ึ มาได้อกี จนกวา่ จะได้รับการแก้ไข

และวิธีแก้ไขก็คือต้องยกเคร่ืองมือหรือยกไปเฉพาะเมนบอร์ดก็ได้ไปให้ช่างตามร้าน
ซ่อมคอมฯ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าบางร้านตามแหล่ง เช่น บ้านหม้อ ท่ีมีเคร่ืองมือสาหรับแฟลชรอม ลง
โปรแกรมไบออสให้ใหม่ราคาก็ประมาณ 300 - 700 บาท
10.2 ปญั หาทางด้านซอฟต์แวร์

10.2.1 ใช้งานอยดู่ ี ๆ เคร่ืองก็หยุดคา้ งไมต่ อบสนองใด ๆ (Hang)
เปน็ อาการท่พี บเหน็ ได้บ่อย ๆ โดยปญั หาอาจมาไดจ้ ากหลายสาเหตุ บางสาเหตุก็

อาจแก้ไขไดด้ ว้ ยการปิดโปรแกรมทปี่ ญั หาลงไป แลว้ ก็สามารถใช้งานโปรแกรมอ่ืน ๆ ต่อไปได้โดยไม่
ตอ้ งรีบตู๊ ระบบใหม่ แตบ่ างสาเหตุเมื่อเกิดอาการคา้ งแลว้ ไม่สามารถทาสิ่งใด ๆ ได้เลย จาเปน็ ตอ้ งรบี ตู๊
ระบบใหม่สถานเดียว สาหรบั วธิ ีแกไ้ ขปญั หาในเบอื้ งต้นน้นั ทาได้ 2 วิธคี อื

10.2.1.1 กดคยี ์ Ctrl+Alt+Delete การกดคียด์ ังกล่าวพร้อมกนั ในระหว่างทเ่ี ครื่อง
กาลงั เกิดอาการคา้ งหรือในขณะทางานอยู่ตามปกติ จะเป็นการสง่ั ให้เปดิ หน้าต่างแสดงการทางานหรือ
Task manager ขึน้ มา โดยในกลุ่ม Apps จะแสดงรายชอื่ และสถานการณ์ทางานของโปรแกรมตา่ ง ๆ
ทก่ี าลังเปดิ ใช้งานอยใู่ ห้ทราบ หากโปรแกรมใดอย่ใู นสภานะไมท่ างาน ซึง่ เปน็ สาเหตุให้เคร่ืองค้าง เรา
สามารถที่จะปิดการทางานของโปรแกรมน้ัน ๆ โดยเลอื กช่ือโปรแกรมที่มีปัญหาจากนัน้ คลกิ ปมุ่ End
Task เรากจ็ ะสามารถกลบั เข้าไปใชง้ านโปรแกรมอน่ื ๆ ต่อไดอ้ ีกโดยไมต่ ้องรบี ู๊ตระบบใหม่

10.2.1.2 กดปมุ่ Reset เป็นปมุ่ สวทิ ซท์ ม่ี ักอยใู่ กลก้ บั ปุ่มปิด/เปดิ เครอ่ื ง การกดปุ่ม
Reset จะเป็นการรีสตารท์ เคร่อื งหรือรีบตู๊ ระบบใหม่ มักใช้ในกรณีท่ีไม่สามารถใชว้ ิธกี ารกดคยี ์ตามข้อ
10.2.1.1 ได้

10.2.2 บู๊ตเข้า Windows ไม่ได้ แก้ไขด้วยการเขา้ Safe Mode และอน่ื ๆ
ปัญหาต่าง ๆ ท่ีอาจเกดิ ข้ึนจนทาให้ไมส่ ามารถบู๊ตเข้าสูร่ ะบบ Windows ไดน้ น้ั การ

เลอื กบ๊ตู เขา้ สู่ Windows ในแบบ Safe Mode และอนื่ ๆ ถือเปน็ อีกทางเลอื กหนึ่งที่อาจช่วย

357

แกป้ ญั หาต่าง ๆ เหล่านีไ้ ด้ สาหรับการเลือกบู๊ตเข้าสู่ Windows ในแบบ Safe Mode มขี น้ั ตอนและ
รายละเอียดดังนี้

บ๊ตู จากแผ่นติดตั้ง Windows ในหน้า Windows Setup คลกิ Repair your
computer เพ่อื เข้าสู่โหมดซ่อมแซมระบบ จากนั้นคลกิ ตวั เลอื ก Troubleshoot >> Advanced
option เพ่ือเข้าไปเรียกใช้เครอื่ งมือต่าง ๆ ในการซ่อมแซมและแกป้ ัญหาทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกับระบบ เช่น

10.2.2.1 Reset this PC เลือกได้วา่ จะเก็บหรอื จะลบข้อมูลและไฟลง์ านส่วนตัว
ทง้ั หมดออกจากเครอื่ งแล้วตดิ ตงั้ Windows ใหม่

10.2.2.2 System Restore เรียกคนื ค่าระบบโดยใช้จุดคนื คา่ ที่ถูกบันทึกไว้ใน
คอมพวิ เตอร์

10.2.2.3 Command Prompt เปดิ หนา้ ตา่ ง Command Prompt เพื่อใชค้ าสั่งใน
รูปแบบ Text Mode สาหรับแกไ้ ขปัญหาขน้ั สูง

10.2.2.4 System Image Recover การกคู้ นื ระบบ Windows จากอิมเมจไฟล์
ของระบบท่ีถูกบนั ทึกไวก้ อ่ นหนา้ นี้

10.2.2.5 Startup Repair ซ่อมแซมระบบโดยอัตโนมัตเิ พื่อแก้ไขปัญหากรณีท่ไี ม่
สามารถบ๊ตู เข้าสู่ Windows ได้

10.2.2.6 UEFI Firmware Settings บูต๊ เขา้ UEFI BIOS เพอื่ เขา้ ไปตั้งค่า
10.2.2.7 Startup Settings การต้ังค่าการเริ่มต้นหรือการเขา้ Safe Mode
10.2.2.8 Go back to the previous version ยอ้ นระบบกลับไปใช้งาน
Windows ในสถานะก่อนที่จะมีการปรบั ปรงุ หรืออพั เกรดเปน็ รนุ่ ล่าสุดท่ใี ช้งานอยู่ในตอนนี้
ในหนา้ Startup Settings จะมีตัวเลอื กเพื่อช่วยแกป้ ัญหาตา่ ง ๆ ดงั น้ี
10.2.2.9 Enable debugging เปดิ โหมดดีบักใน Windows ขอ้ มูลการดีบกั
สามารถส่งผ่านทางสายอนกุ รมไปยงั คอมพวิ เตอรเ์ ครื่องอืน่ ทก่ี าลงั รนั โปรแกรมดบี กั โหมดน้ไี ดร้ ับการ
กาหนดค่าเพ่ือใช้ COM2
10.2.2.10 Enable boot logging ใหม้ กี ารบนั ทกึ รายละเอียดของการบตู๊ ระบบลง
ในไฟล์ ntbtlog.txt ภายในโฟลเดอร์ของ Windows ด้วย เพือ่ เก็บไว้ใช้วเิ คราะห์หาข้อผิดพลาดใน
ภายหลงั
10.2.2.11 Enable low-resolution video บตู๊ เขา้ สรู่ ะบบโดยมกี ารแสดงผลด้วย
ความละเอียดตา่ 640*480 หรอื VGA โหมด
10.2.2.12 Enable Safe Mode บตู๊ เข้าสู่ระบบดว้ ยไดรเวอร์พ้ืนฐานเท่าทจ่ี าเป็น
แต่ถ้าหากยังไมส่ ามารถบู๊ตเข้าสู่ Safe Mode ไดแ้ สดงว่า Windows เสยี หายมาก อาจต้องแก้ด้วยวธิ ี
อ่นื

358

10.2.2.13 Enable Safe Mode with Networking บตู๊ เข้าสู่ระบบเหมือนกับ
Safe Mode ปกติ แต่จะโหลดไดรเวอร์ของอปุ กรณ์เน็ตเวริ ์กพวกการด์ แลนขึ้นมาดว้ ยเพ่ือใหเ้ ราใช้
งานเน็ตเวิร์กได้

10.2.2.14 Enable Safe Mode with Command Prompt บ๊ตู เข้าส่รู ะบบ
เหมอื นกบั Safe Mode ปกตแิ ตจ่ ะมหี น้าตาเปน็ แบบ Command Promt หรอื Text Mode คอื
เปน็ หน้าจอดา ๆ มแี ตต่ วั หนงั สือซ่งึ ผูใ้ ช้จาเปน็ ต้องรู้คาสั่ง DOS ด้วย

10.2.2.15 Disable driver signature enforcement ปิดการบงั คบั ใชไ้ ดรเวอรท์ ี่มี
ลายเซน็ ต์

10.2.2.16 Disable early launch anti-malware protection ปิดระบบ
ป้องกนั มัลแวรใ์ นตอนเร่ิมต้นระบบ

10.2.2.17 Disable automatic restart after failure ปดิ การรีบู๊ตระบบอตั โนมัติ
หากระบบทางานลม้ เหลวหรือผดิ พลาด

10.2.2.18 Launch recovery environment บตู๊ เข้าสู่ระบบโดยเรยี กใช้ค่าเดิมที่
เคยใชง้ านได้อยคู่ รั้งหลงั สดุ ก่อนทเ่ี ครื่องจะมีปญั หากลับมาใช้งานใหม่ (แกป้ ัญหาไดรเวอรไ์ ม่ได้)

10.2.3 เครอื่ งมีอาการแปลก ๆ เพราะโดนไวรสั (Virus) เล่นงาน
อาการแปลก ๆ ทีว่ ่าน้ี เช่นไม่สามารถบตู๊ เคร่ืองหรือเปดิ โปรแกรมใด ๆ ข้นึ มาได้,

ขนาดของไฟลอ์ าจมีการเปลยี่ นแปลงหรือไมส่ ามารถ save งานได้, ทางานอยูด่ ี ๆ เคร่ืองกร็ ีสตารท์ เอง
หรือ Shutdown อัตโนมัตภิ ายในเวลาไมน่ านหลงั เปิดเครอ่ื ง เป็นต้น ในเบอ้ื งตน้ สรุปไดว้ ่าอาจมี
สาเหตมุ าจากไวรสั หรอื พวกมัลแวรต์ า่ ง ๆ ดงั นั้นจาเปน็ จะต้องหาโปรแกรมปอ้ งกันและกาจัดไวรสั ต่าง
ๆ มาตรวจสอบดกู ่อนว่ามีพวกดงั กล่าวแฝงตวั อยู่หรือไม่ซ่งึ ถ้ามีกต็ ้องกาจัดทิ้งออกจากเครือ่ งใหห้ มด
ซึ่งมีวิธีแกไ้ ขดังนี้

10.2.3.1 สังเกตจากอาการผิดปกติทเี่ กิดขนึ้ เช่น เปดิ โปรแกรมทเี่ คยใช้งานอยู่เปน็
ประจาไม่ได้ทงั้ ท่ีก่อนหนา้ นี้ยังเปิดได้ปกตอิ ยู่

10.2.3.2 โปรแกรมเปิดทางานเองโดยไม่ไดส้ งั่ ทางานและใชง้ านอยดู่ ี ๆ เคร่ืองก็ค้าง
หรือหยดุ นิง่ บ่อยครง้ั

10.2.3.3 วเิ คราะหแ์ ล้ววา่ เคร่ืองของเรามีความเสีย่ งในการตดิ ไวรสั สงู เช่น เปดิ อา่ น
อเี มล์บอ่ ย ๆ อย่างไม่ระมัดระวัง, นาเอาขอ้ มูลจากแหล่งอ่นื ที่ไม่น่าเชื่อถือมาเปิดในเคร่ือง ฯลฯ

10.2.3.4 ตรวจสอบโดยใชโ้ ปรแกรมป้องกนั และกาจดั ไวรัส เชน่ Norton Antivirus,
Nod32, Mcafee VirusScan, AVG

10.2.3.5 ตดิ ตั้งโปรแกรมป้องกันและกาจัดไวรัสเพ่ือชว่ ยในการตรวจสอบ ซึง่ โดย
ปกติแล้วถ้าคอมพวิ เตอร์ของเรามีความเสี่ยงในการตดิ ไวรัสก็ควรจะติดต้ังหลังระบบปฏิบัตกิ ารเสรจ็
ใหม่ ๆ

359
10.2.3.6 ในกรณีทีเ่ ราเช่อื มต่ออนิ เตอรเ์ น็ตไว้ ใหท้ าการอัพเดทฐานขอ้ มลู ไวรสั ใหม่
ๆ ใหท้ ันสมัยอยู่เสมอ เพื่อชว่ ยเพ่ิมประสิทธิภาพในการคน้ หาและตรวจจบั ไวรัสสายพันธ์ุใหม่ ๆ ท่ี
เกดิ ขึน้ แทบทุกวนั แต่ถ้าไม่ได้เช่อื มตอ่ อินเตอรเ์ นต็ ไว้ก็สามารถหาดาวน์โหลดไฟลอ์ ัพเดทจากรา้ นเน็ตฯ
มาติดตัง้ เพิม่ เติมได้
10.2.3.7 ใชโ้ ปรแกรมป้องกนั และกาจัดไวรัสท่ีกลา่ วมาขา้ งต้นทาการตรวจสอบ เมอื่
พบกใ็ ห้รีบกาจดั เสยี
10.2.3.8 โดยปกตหิ ลงั จากตดิ ตง้ั โปรแกรมป้องกันและกาจัดไวรสั เสร็จแล้ว
โปรแกรมพวกน้ีมักจะกาหนดใหต้ ัวเองทางานอย่เู บื้องหลงั ตลอดเวลา เพ่ือชว่ ยตรวจสอบและกาจดั
ไวรัสที่พบได้อย่างรวดเร็ว โดยถา้ หากมีไวรสั เขา้ มาในเคร่ืองโปรแกรมกจ็ ะตรวจพบทนั ทีแลว้ แจ้งใหเ้ รา
ทราบซง่ึ เราสามารถกาหนดใหโ้ ปรแกรมเหล่านั้นกาจดั ในทันทีหรือรอให้เราส่ังการเองกไ็ ด้
10.2.4 แกป้ ัญหาระบบด้วย System Recover Options
ใน Windows 10 มีกลุ่มเครื่องมือที่ใช้สาหรบั ซ่อมแซมและแกไขปัญหาการใช้งาน
Windows หรอื System Recovery Options มาใหเ้ หมือนกัน แตก่ ารบู๊ตเข้าสู่หนา้ ต่างของเคร่อื งมือ
จะไม่ใชว้ ธิ กี ารกดคยี ์ F8 เหมือนกับใน Windows เวอร์ชนั ก่อน ๆ อีกแลว้ แตจ่ ะใชว้ ธิ ีต่าง ๆ ดังนี้

1) คลิกป่มุ Start ( ) แล้วเลือก Setting หรอื กดคีย์ Window+I
2) ในหน้าตา่ ง Setting คลิก Update & Security

3) ในหนา้ ต่าง Update & Security ทางซา้ ยมือคลิกเมนู Recovery และ
ในหวั ข้อ Advanced startup คลิกปุ่ม Restart now เพื่อรบี ู๊ตระบบเข้าสูโ่ หมด System Recovery
Options

360

10.3 กาจัดไฟล์ขยะด้วย Disk Cleanup
ปกติบนฮาร์ดดิสก์หลังผ่านการใช้งานไปสักระยะจะมีไฟลข์ ยะตกคา้ งอยู่เป็นจานวนมาก เชน่

ไฟล์ชว่ั คราว (Temporary file), ไฟล์เว็บเพจหรือภาพจากอินเตอรเ์ น็ต ฯลฯ ดงั นัน้ เมื่อผา่ นการใช้
งานไปซักระยะก็ควรลบไฟล์เหลา่ นท้ี งิ้ ไปบ้างโดยใชโ้ ปรแกรม Disk Cleanup มีข้นั ตอนดังน้ี

10.3.1 คลกิ ปมุ่ Start >> Windows Administrative Tools >> Disk Cleanup

10.3.2 ในช่อง Drives เลือกไดรว์ทตี่ ้องการกาจัดไฟล์ขยะ เสร็จแล้วคลกิ ป่มุ OK

361

10.3.3 คลกิ เลอื กชนดิ ของกล่มุ ไฟล์ท่ีต้องการลบจากนน้ั คลกิ ปมุ่ OK

10.3.3.1 Downloaded Program Files เป็นไฟล์โปรกแกรมท่ีดาวน์โหลดมาโดย
อัตโนมตั ิเมื่อเข้าชมบางเว็บไซต์

10.3.3.2 Temporary Internet Files เป็นไฟล์ของเว็บเพจท่ีเคยเข้าชม เพ่ือให้ IE
โหลดจากฮาร์ดดสิ ก์แทนเวลาเขา้ ชมเวบ็ นี้ในคร้ังถัดไปช่วยให้ดเู ว็บได้เรว็ ขน้ึ

10.3.3.3 Recycle Bin ใช้เก็บไฟล์ท่ีถูกสั่งลบโดยพักเก็บไว้ชั่วคราวใน Recycle
Bin เพ่ือรอกาจัดทงิ้ แบบถาวร

10.3.3.4 Temporary Files เป็นไฟล์ท่ีถูกสร้างข้ึนเพ่ือใช้พักข้อมูลระหว่าง
โปรแกรมทางาน ปกติจะถกู ลบทงิ้ ไปเม่อื ปดิ โปรแกรม แตบ่ างครั้งอาจเหลอื ค้างอยู่

10.3.3.5 Thumbnails ใช้เก็บรวบรวมไฟล์ตัวอย่างขนาดเล็กของรูปภาพ วิดีโอ
และเอกสารที่ Windows สร้างขึ้นมาให้โดยอัตโนมัติเพ่ือช่วยให้เราเรียกดูไฟล์ต่าง ๆ เหล่านี้ในแบบ
Thumbnail หรือตัวอยา่ งภาพขนาดเลก็ ไดอ้ ยา่ งรวเรว็ ข้นึ แต่ก็ทาใหส้ นิ้ เปลอื งเนอ้ื ท่ไี ปพอสมควร

362

10.3.3.6 WebClient/Publisher Temporary files เ ป็ น ไ ฟ ล์ ข อ ง บ ริ ก า ร
WebClient/Publisher ท่เี กบ็ ไวใ้ นเคร่อื งเพอ่ื การแสดงผลโดยเฉพาะ

10.3.3.7 Catalog files for the content Indexer เป็นไฟลบ์ รกิ ารท่ีทางเว็บทง้ิ ไว้
เพ่ือช่วยใหก้ ารค้นหาข้อมลู ทาได้รวดเร็วขน้ึ

10.3.3.8 Offline Webpages เป็นไฟล์หน้าเว็บเพจซึ่งถูกบันทึกไว้เพื่อให้เปิดดูได้
ในกรณที ีไ่ มไ่ ดต้ ่อเน็ตฯ

10.3.3.9 Microsoft Office Temporary Files เป็นไฟล์ที่ถูกสร้างขึ้นเพ่ือใช้พัก
ขอ้ มูลระหวา่ งการทางานของโปรแกรม Microsoft Office

10.3.3.10 Office Setup Files เป็นไฟล์ติดตั้งของ Microsoft Office เผ่ือในกรณี
ท่โี ปรแกรมต้องการเรียกใช้

10.3.3.11 Old Chkdsk files เป็นไฟล์ข้อมูลในส่วนท่ีเกิดความผิดพลาด (errors)
เสียหายหรือขาดความปะตดิ ปะต่อไม่สมบรู ณ์ อนั เปน็ ผลมาจากการตรวจสอบและซ่อมแซมข้อมูลดว้ ย
โปรแกรม Check Disk ซึ่งไฟล์ขอ้ มลู เหล่าน้ีจะถูกจดั เกบ็ ไว้เพื่อรอการกาจัดท้ิงไป

10.3.3.12 Error Report รายงานความผิดพลาดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างที่
Windows กาลงั ทางาน

10.3.4 คลกิ ปมุ่ Delete Files เพือ่ ยนื ยันการลบ
10.4 จดั การกับ pagefile.sys และ hiberfil.sys

10.4.1 ยกเลิกการซ่อนไฟลร์ ะบบ
ทั้ง pagefile.sys และ hiberfil.sys เป็นไฟล์ระบบ (Operating System Files) ท่ี

Windows สร้างข้ึนโดยอัตโนมัติซ่ึงปกติจะถูกซ่อน (hidden) ไว้อยู่ท่ีไดรว์ C:\ หรือไดรว์ที่ติดต้ัง
Windows ร่วมกับไฟล์อื่น ๆ ท่ีสาคัญกับระบบ ทาให้ผู้ใช้งานมองไม่เห็น ทั้งน้ีเพ่ือป้องกันไม่ให้ใครไป
เผลอลบโดยไม่ต้ังใจ ซึ่งอาจส่งผลร้ายต่อระบบได้ แต่ถ้าเราอยากเห็นไฟล์ดังกล่าวต้องทาการยกเลิก
การซ่อนไฟล์ระบบเสยี กอ่ นด้วยวธิ ีงา่ ย ๆ ดงั นี้

กดคีย์ window+r เพื่อเปิดหน้าต่าง run จากนั้นพิมพ์ control folders แลว้ กดคีย์
enter ในหน้าต่าง Folder Options หรือ File Explorer Options คลิกแท็บ View ในกรอบ
Advanced setting คลิกเลือกที่ Show hidden files… และคลิกเอาเครื่องหมายหน้า Hide
protected operating ออกดงั รูปแล้วกด OK

363

จากน้นั ไปท่ีไดรว์ C:\ หรอื ไดรว์ท่ตี ดิ ต้ัง Windows ก็จะมองเห็นไฟล์ท้งั สองดงั รปู
และหากสงั เกตใหด้ ีจะเห็นวา่ ไฟลท์ งั้ สองมขี นาดใหญ่มาก ซึ่งกนิ เนือ้ ของไดรว์อยู่ไม่น้อยนั่นเปน็ เพราะ
คณุ สมบตั ิและหนา้ ท่ีของไฟล์ทง้ั สองนน่ั เอง

364

10.4.2 จัดการกบั พื้นท่ีของหน่วยความจาเสมอื น (Virtual Memory)
การประมวลผลข้อมูลปริมาณมากหรือการทางานกับหลาย ๆ โปรแกรมพร้อมกัน

พื้นที่ในการสารองข้อมูลช่ัวคราวภายใน RAM อาจไม่เพียงพอ ดังนั้นระบบจึงได้มีการจัดสรรพ้ืนที่
บางส่วนของฮาร์ดดิสก์มาสร้างเป็นไฟล์ pagefile.sys เพ่ือใช้เป็นหน่วยความจาเสมือน (Virtual
Memory) สาหรับจัดเก็บหรือถ่ายเทข้อมูลบางส่วนที่ยังไม่ได้ถูกเรียกใช้ในขณะนั้นจาก RAM มาเก็บ
ไวช้ ั่วคราวเป็นไฟล์ (Swap File) ในฮาร์ดดิสก์โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นสว่ น ๆ เรียกวา่ เพจ (Page) ทั้งน้ี
เพื่อช่วยให้แรมมีพื้นที่ว่างมากพอสาหรบั การนาข้อมูลใหมท่ ี่ต้องใช้ในขณะน้ันเข้ามาแทนและสามารถ
ทางานต่อไปได้ ซ่ึงวิธีน้ีจะช่วยให้สามารถจัดสรรพื้นที่หน่วยความจาท่ีมีอยู่อย่างจากัดมาใช้งานได้
อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพมากข้ึน

นอกจากเราจะกาหนดพ้ืนที่ท่ีเหมาะสมของ Virtual Memory เองได้แล้วเรายัง
สามารถย้าย pagefile.sys จากไดรว์ที่ติดต้ัง Windows ไปไว้บนฮาร์ดดิสก์ตัวอ่ืนที่ทางานได้เร็วกว่า
อย่าง SSD ได้ด้วย เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบให้มากย่ิงข้ึนไปอีก แต่การจะย้าย
pagefile.sys ไปน้ัน เพ่ือให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดก็ควรจะต้องย้ายไปใน SSD ตัวอ่ืน ท้ังน้ีเพ่ือให้การ
อ่านเขียนข้อมูลระหว่างกันเกิดประสิทธิภาพสูงสุด แต่ถ้ากรณี SSD อยู่เพียงตัวเดียวจะปล่อย
pagefile.sys ไว้ท่ีเดิมบนไดรว์ที่ติดต้ัง Windows หรือจะย้ายมาไว้บนพาร์ติชันอ่ืนท่ีอยู่บน SSD ตัว
เดยี วกันกไ็ ด้ การกาหนดขนาดและการย้าย Virtual Memory ทาได้ดังน้ี

10.4.2.1 กดปุ่มคีย์ window + R เพ่ือเปิดหน้าต่าง Run จากน้ันพิมพ์ sysdm.cpl
แล้วกดคีย์ enter หรอื คลิกปุ่ม OK

10.4.2.2 ในหน้าตา่ ง System Properties คลิกแทบ็ Advanced
10.4.2.3 ท่ี Perfomance คลิกปุ่ม Settings…

365
4

5

10.4.2.4 ในหน้าต่าง Performance Options คลิกแท็บ Advanced
10.4.2.5 ท่ี Virtual Memory คลิกป่มุ Change
10.4.2.6 ในหน้าต่าง Virtual Memory คลิกเอาเคร่ืองหมายที่ Automatically
manage paging… ออก
10.4.2.7 ทาการย้าย Paging File จากไดรว์ C ไปไว้ท่ีไดรว์ D หรือไดรว์อ่ืน ๆ ที่
ต้องการ โดยคลกิ เลือกไดรว์ C เปน็ System managed
10.4.2.8 จากนัน้ คลกิ เลอื ก No Paging file แล้วกด Set

6

7

8

10.4.2.9 จะปรากฏหน้าต่างแจ้งเตือน คลิกปุ่ม Yes เพือ่ ยืนยัน
10.4.2.10 กาหนดขนาดของ paging file ทสี่ รา้ งไวบ้ นไดรว์ D

366
10.4.2.11 คลิกเลอก Custom size: เพื่อกาหนดขนาดด้วยตัวเองโดยหลักเกณฑ์
ในการกาหนดขนาดน้มี ีดังน้ี

1) Initial size (MB): กาหนดให้มีขนาดเริ่มต้นประมาณ 2 เท่าของขนาด
RAM ที่ใช้

2) Maximum size (MB): กาหนดให้มีขนาดสูงสุดประมาณ 3 เท่าของ
ขนาด RAM ท่ใี ช้

10.4.2.12 คลกิ ปุ่ม OK แล้วรีสตารท์ ระบบใหม่

10

11

8

12

10.4.2.13 หลังจากนั้นเมื่อกลับเข้ามาใน Windows ให้เข้าไปลบไฟล์ pagefile.sys
ท่ีอยู่ในไดรว์ C ท้ิงแต่ถ้าไม่พบแสดงว่าระบบได้ลบท้ิงไปให้แล้วโดยอัตโนมัติ เม่ือเข้าไปที่ไดรว์ D จะ
พบว่าไฟล์ pagefile.sys ถกู สรา้ งหรอื ยา้ ยมาไว้ทีไ่ ดรวน์ แ้ี ล้วดงั รปู

10.4.3 จดั การกับสถานะของคอมพิวเตอร์ในโหมดจาศลี (Hibernate)
hiberfil.sys เป็นไฟลท์ ่ีระบบสร้างข้ึนมาให้เองโดยอัตโนมัติโดยจัดสรรพื้นท่ีบางสว่ น

เพอ่ื ใช้เป็นทีเ่ ก็บสารองขอ้ มลู จากหน่วยความจา RAM มาพักไว้ช่วั คราวบนฮาร์ดดิสก์ เมื่อมีการเปิดใช้
งานโหมดจาศีลหรือ Hibernate โดยสถานะล่าสุดของระบบจะถูกบันทึกไว้และเม่ือกลับมาใช้งาน
คอมพวิ เตอรห์ รอื ออกจากโหมด Hibernate ก็สามารถที่จะเรียกสถานะลา่ สุดกลบั มาใช้งานตอ่ ได้ทนั ที

367
ปกติแล้วไฟล์ Hiberfil.sys จะมีขนาดใหญ่ซึ่งจะกินเน้ือที่ไดรว์ท่ีใช้ติดต้ัง Windows
อยู่ไมน่ ้อยเพราะฉะนั้นถ้าหากไม่มีความจาเป็นตอ้ งใช้งานโหมด Hibernate ก็จะสามารถปิด เพื่อเพิ่ม
พ้นื ทใ่ี ห้กับไดรว์ไดเ้ พราะการปดิ โหมด Hibernate ไฟล์ hiberfil.sys จะถูกลบไปโดยอัตโนมัติ สาหรับ
ขัน้ ตอนการปดิ โหมด Hibernate มีดังน้ี
10.4.3.1 คลิกปมุ่ Search windows () จากนั้นพิมพ์ cmd ในช่องค้นหา
10.4.3.2 คลิกขวาที่ Command Propmt แลว้ คลิกเลอื ก Run as administrator

2

2

1
10.4.3.3 ในหนา้ ตา่ ง User Account Control คลิกปมุ่ Yes
10.4.3.4 ในหนา้ ตา่ ง Command Prompt พมิ พ์ powercfg.exe/hibernate off

แลว้ กด enter
10.4.3.5 พมิ พ์ exit แล้วกดคีย์ enter เพื่อปดิ หน้าต่าง
10.4.3.6 เมื่อเปิดเข้าไปดูที่ไดรว์ C หรือไดรว์ท่ีติดตั้ง Windows จะเห็นว่าไฟล์

hiberfil.sys ถกู ลบไปแล้ว

368

ใบงานท่ี 17
เรอื่ ง การตรวจสอบ แกป้ ัญหาและบารุงรกั ษา

คาสงั่ / คาช้แี จง ตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
1. จงบอกแนวทางการแก้ปัญหาเครือ่ งคอมพิวเตอรท์ ม่ี ปี ัญหาดา้ นฮาร์ดแวร์
...................................................................................................................... ..........................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
2. จงบอกแนวทางการแก้ปัญหาเคร่อื งคอมพิวเตอร์ทม่ี ปี ัญหาดา้ นซอฟต์แวร์
............................................................................................................................................... .................
.................................................................................................................. ..............................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................ ....
3. จงอธบิ ายขนั้ ตอนการจดั การกับ pagefile.sys และ hiberfil.sys
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................ ....
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
4. ยกตวั อยา่ ง Beep Code อยา่ งน้อย 5 รหสั และบอกความหมายของรหัส
.............................................................................................. ..................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................... .................................................................
............................................................................................................................. ...................................

369

แผนการจดั การเรียนรู้ รหสั วชิ า 20901-2106
ช่อื วิชา งานบรกิ ารคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศ สอนครั้งท่ี 18 จานวน 4 ชม.
หนว่ ยที่ 10 การตรวจสอบ แก้ปญั หาและบารุงรกั ษา
1. หวั ขอ้ การเรียนรู้

1. ป้องกันภยั จากไวรัสและโปรแกรมอนั ตรายต่าง ๆ
2. ป้องกนั และกาจัดไวรัสดว้ ย AVG Free
3. ปอ้ งกนั และกาจดั สปายแวร์ (Spyware)
4. ตรวจสอบและกาจัดสปายแวรด์ ว้ ย Spybot

2. สาระสาคัญ
การทางานของคอมพิวเตอร์ นอกจากจะต้องใช้งานให้เป็นแล้วบางท่ีหากเคร่ืองมปี ัญหาเราก็

อาจจะต้องลงมือแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง เพราะบางคร้ังปัญหาอาจจะเกิดมาจากสาเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ
ซ่ึงถ้าหากเราไม่รู้วิธีการแก้ปัญหาในเบ้ืองต้นเลยก็อาจทาให้งานของเราล่าช้าหรือต้องเสียเงินค่าซ่อม
แพง ๆ โดยไม่จาเป็น

3. สมรรถนะประจาหนว่ ย
แสดงความรู้เกี่ยวกับการแก้ปัญหาทางด้านฮาร์ดแวร์ ปัญหาทางด้านซอฟต์แวร์ กาจัดไฟล์

ขยะด้วย Disk Cleanup การจดั การกบั pagefile.sys และ hiberfil.sys การป้องกันภัยจากไวรัสและ
โปรแกรมอันตรายต่าง ๆ การป้องกันและกาจัดไวรัสด้วย AVG Free การป้องกันและกาจัดสปายแวร์
(Spyware) การตรวจสอบและกาจดั สปายแวร์ด้วย Spybot ได้

4. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
4.1 จุดประสงคท์ ่ัวไป
1. เข้าใจการป้องกันภยั จากไวรสั และโปรแกรมอนั ตรายต่าง ๆ
2. แก้ปัญหาการป้องกนั และกาจัดไวรัสด้วย AVG Free
3. แกป้ ญั หาการป้องกนั และกาจัดสปายแวร์ (Spyware)
4. แกป้ ัญหาการตรวจสอบและกาจดั สปายแวร์ดว้ ย Spybot

4.2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
1. อธิบายขน้ั ตอนการป้องกันภัยจากไวรสั และโปรแกรมอนั ตรายต่าง ๆ ได้ถูกต้อง
2. ปฏบิ ตั ิแกป้ ัญหาการป้องกันและกาจดั ไวรัสดว้ ย AVG Free ไดถ้ กู ต้อง
3. ปฏบิ ตั ิแก้ปญั หาการป้องกันและกาจดั สปายแวร์ (Spyware) ไดถ้ กู ต้อง
4. ปฏิบตั ิแกป้ ัญหาการตรวจสอบและกาจดั สปายแวรด์ ้วย Spybot ได้ถูกต้อง

370

5. กิจกรรมการจัดการเรียนรู้
ในการเรียนการสอนของหน่วยที่ 10 สอนคร้งั ที่ 18 (จานวน 4 ชั่วโมง)
ขน้ั นาเข้าสู่บทเรยี น
1. ตรวจสอบรายช่อื ของนักเรียนทีเ่ ข้าเรียน
2. ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สนทนาและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั เข้าใจการป้องกันภยั จาก

ไวรัสและโปรแกรมอันตรายต่าง ๆ การแก้ปัญหาการป้องกันและกาจดั ไวรสั ดว้ ย AVG Free และ
นอกจากโปรแกรมนี้แล้วมโี ปรแกรมอะไรอีกบา้ งท่ีสามารถป้องกันเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์จากไวรสั

3. ครแู สดงความคิดเห็นเพ่ิมเตมิ
ขั้นสอน
1. ครูบรรยาย อธิบาย ยกตวั อยา่ งในแต่ละหัวข้อการเรยี น
2. เปิดโอกาสให้นกั เรยี นซักถามครผู ้สู อน
3. ประเมนิ พฤติกรรมรายบคุ คลโดยครจู ะซักถามในแตล่ ะคน
ขั้นสรปุ
1. ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรปุ สาระสาคัญ
2. เปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นซักถามข้อสงสยั
3. มอบหมายงานให้ทาและศึกษาเพิ่มเติม

6. สือ่ การจดั การเรยี นรู้
1. ใบความร/ู้ ใบเน้ือหา
2. ใบปฏบิ ัติงาน
3. ใบงานท่ี 18
4. Google Classroom

7. การวดั ผลและประเมินผล
วิธีวัดผล
1. สงั เกตพฤติกรรมการปฏบิ ัติงาน
2. การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั

พึงประสงค์
เครื่องมือวัดผล
1. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการปฏิบัติงาน
2. แบบสงั เกตคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยครแู ละ

นักเรยี นร่วมกนั ประเมนิ


Click to View FlipBook Version