และส่ิงแวดล้อมรวมท้ังข้อมูลและแนวคิดสามารถเกิดขึ้นในระดับท้องถ่ินที่มี กรอบเน้ือหานี้สามารถน�ำ ไปใช้เป็นบทเรียนในสาขาวิชาต่าง ๆ เช่น
ลักษณะเฉพาะ และมีการเผยแพร่อย่างกว้างขวางในระดับชาติผ่านพรมแดน การศึกษาวิธีการที่ภูมิศาสตร์ของท้องถิ่น เชื่อมโยง หรือแยกชุมชนออกจาก
ของประเทศซ่งึ ส่งผลกระทบในเชงิ กวา้ งตอ่ ชมุ ชนท่ีอยหู่ า่ งไกลออกไปอย่างไร โลกสว่ นใหญอ่ ยา่ งไร ในวทิ ยาศาสตร์ การใหค้ �ำ จ�ำ กดั ความค�ำ วา่ ความเปน็ พลเมอื ง
ความคิดรวบยอดทค่ี งทนสำ�หรบั กรอบเน้ือหาน้ี ไดแ้ ก่ ในชุมชน ประเทศ และภูมิภาค ในหน้าที่พลเมืองและจริยศึกษา และ
การศกึ ษาวา่ กระแสโลกาภวิ ตั นเ์ กย่ี วขอ้ งกบั การคา้ เสรแี ละการเปดิ ตลาดอยา่ งไร
◆◆ ตลอดระยะเวลาในประวตั ศิ าสตร์ การเคลอื่ นยา้ ยผคู้ นในภมู ภิ าค ในสงั คมศกึ ษาตวั อยา่ งบทเรยี นทเี่ สนอแนะสามารถวเิ คราะหแ์ นวโนม้ ของศลิ ปะ
อาเซียนเอ้ือให้เกิดการแลกเปลี่ยนและการปรับอุดมการณ์/ ท่ัวท้ังอาเซียน รวมท้ังศึกษาถึงต้นกำ�เนิดและวิธีการเผยแพร่ และศึกษาว่า
แนวคดิ เทคโนโลยี ขอ้ มลู การปฏบิ ตั ิ และสนุ ทรยี ศาสตรใ์ หเ้ ขา้ กบั การปฏบิ ตั ขิ องภาคอตุ สาหกรรมในแตล่ ะวนั น�ำ ไปสสู่ ภาพความเปน็ กรดในมหาสมทุ ร
สถานการณ์ในท้องถ่ินและภูมิภาค ทุกวันน้ีกระบวนการเช่นน้ี ระดับนํ้าทะเลท่ีเพ่ิมขึ้น และการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งมีผลกระทบ
เกดิ ขึน้ ได้รวดเร็วกว่าและเป็นจริงมากย่งิ ขึน้ ตอ่ สถานทตี่ า่ ง ๆ ทง้ั ในระดบั ทอ้ งถนิ่ และระดบั โลก นอกจากนี้ ในกรอบเนอื้ หาน้ี
ยงั น�ำ ไปใชใ้ นการศึกษาถงึ แนวคิดตา่ ง ๆ ท่ีมกี ารสบื ทอดและตคี วามแตกต่างกัน
◆◆ ประชาชนและชาติต่าง ๆ ในภูมิภาคอาเซียนได้ถูกเช่ือมโยง ของแต่ละท้องถ่ินในอดีตอย่างไร และในปัจจุบันวิธีการที่กระบวนการสืบทอด
เข้าด้วยกัน รวมทั้งในระดับโลกท่ีใหญ่ขึ้นในวิถีทางต่าง ๆ (ไม่ได้กล่าวถึงการเปล่ียนแปลงของแนวคิดในระดับโลก) เพ่ิมขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตลอดประวัติศาสตร์ ลักษณะเช่นนี้สร้างสรรค์ให้เกิดรากฐาน โดยผา่ นเทคโนโลยี
การแลกเปลี่ยนขนบธรรมเนียมประเพณีร่วมกันและแรงบันดาลใจ ต่อจากน้ีเป็นการนำ�เสนอตารางกรอบเนื้อหาหลักสูตรที่แสดงให้เห็นว่า
รว่ มกนั ของประชาชนและชาตทิ ง้ั ในระดบั ทอ้ งถนิ่ และระดบั โลก กรอบเนอื้ หา “การเช่ือมโยงโลกและท้องถ่นิ ” อาจจะนำ�ไปใชใ้ นการสอนสาขา
วิชาต่าง ๆ และระดับชั้นเรยี นตา่ ง ๆ อยา่ งไร
144 คมู่ อื หลักสตู รอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
ระดบั ประถมศกึ ษาตอนปลาย : การเช่อื มโยงโลกและท้องถิน่ กิจกรรมการเรยี นรเู้ สนอแนะ
สาขาวิช า ผลการเรยี นร้ ู กรอบ ปเรนะอื้ ชหาาชนชอ่ สงถทาานงทแี่ ลสะ่ือคแ�ำ นถวามคสิด�ำ คัญ สมั ภาษณ์ผู้คนในชมุ ชนทอ่ี พยพมาจากต่างถ่นิ สอบถามเหตผุ ล
และวธิ ีการปรับตวั ใหเ้ ขา้ กบั สง่ิ แวดลอ้ มใหม่ หลังจากนั้น
ประวัติศาสตร์ ผู้คนอพยพไปแหล่งอนื่ ๆ เหตใุ ดพวกเขาจงึ ตอ้ งย้ายถิ่นจากทห่ี นึง่ ใหน้ ักเรยี นจบั กล่มุ กันในชน้ั เรยี นเพือ่ หาขอ้ สรปุ อะไรบ้างทเ่ี ป็น
และสงั คมศึกษา อันเนื่องมาจากเหตุผล ไปสู่อกี ท่หี น่งึ (ประชาชน สถานท่)ี สาเหตุท่ีพวกเขาอพยพ เคลอื่ นยา้ ย พวกเขาไดน้ �ำ สง่ิ ใหมอ่ ะไรบ้าง
เขา้ ไปในชุมชน และพวกเขาปรับตวั ให้เข้ากับชมุ ชนน้ไี ดอ้ ย่างไร
หลายประการ
การคา้ ขายท่ัวโลกชว่ ย การค้ามอี ทิ ธพิ ลตอ่ ชุมชนอย่างไร ทำ�ตารางและแผนทีเ่ พอื่ ระบุวา่ ผลิตภณั ฑ์ที่มกี ารใช้ในชุมชน
หลอ่ หลอมการดำ�เนนิ ชวี ิต (ประชาชน ส่ือ) ผลติ และบริโภคในทีใ่ ดบ้าง และทำ�ตารางสรปุ สนิ ค้าตา่ ง ๆ ทีใ่ ช้
ประจ�ำ วันในชมุ ชนท้องถิน่ ในชวี ิตประจ�ำ วนั เป็นเวลาหลายวนั ซง่ึ มีตน้ กำ�เนิดจากประเทศ
สมาชิกอาเซยี นและประเทศอื่น ๆ เพ่อื เนน้ ให้นักเรยี นเห็นถึง
อทิ ธิพลของโลกต่อชวี ิตประจ�ำ วนั ของนักเรียน
145คู่มือหลักสูตรอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)
สาขาวิช า ผลการเรยี นรู ้ กรอบ ปเรนะ้ือชหาาชนชอ่ สงถทาานงทแี่ ลสะื่อคแ�ำ นถวามคสดิ �ำ คญั กจิ กรรมการเรียนรเู้ สนอแนะ
วทิ ยาศาสตรแ์ ละ ลกั ษณะต่าง ๆ ทาง ลักษณะต่าง ๆ ทางภมู ิศาสตร์เป็นตวั กำ�หนด นกั เรียนรวบรวมภาพตา่ ง ๆ ในชุมชนของพวกเขาและวาดแผนที่
คณติ ศาสตร์ ภูมิศาสตร์มีส่วนเชอ่ื มโยง ความเชอ่ื มโยงของชุมชนกับโลกอย่างไร ชุมชน อาจจะรวมภาพที่เกีย่ วกับธรรมชาตติ ่าง ๆ เชน่ ภูเขา
และแบง่ แยกชมุ ชนต่าง ๆ (ประชาชน สถานท่)ี แมน่ ้ํา ปา่ ไม้ และสิ่งต่าง ๆ ท่มี นุษย์สรา้ งขนึ้ เช่น บ้าน รา้ นค้า
ออกจากโลก หรอื สถานธุรกิจตา่ ง ๆ หลังจากนน้ั ใหใ้ ชข้ ้อมลู นี้วิเคราะหว์ า่
ชมุ ชนของพวกเขาเชือ่ มโยง และถูกแบ่งแยกจากโลกภายนอก
อยา่ งไร
หน้าที่พลเมอื ง ประชาชนเป็นไดท้ ้ัง เราสามารถใช้วิธที แ่ี ตกตา่ งอะไรบ้าง นักเรยี นลองวาดแผนภาพเวนน์ โดยเชื่อมโยงองค์ประกอบตา่ งๆ
และจรยิ ศกึ ษา พลเมืองของชมุ ชน เพื่อช่วยในการเชอ่ื มโยงกับบคุ คลอน่ื (แนวคิด ที่เกีย่ วกับอตั ลักษณ์ของตน ตง้ั แต่ระดบั ชุมชนจนถงึ ระดับโลก
ประชาชน สถานท่)ี โดยใชอ้ ุปกรณต์ า่ ง ๆ ทางศิลปะหรอื ตัดภาพจากนิตยสาร
ประเทศและทอ้ งถิ่น เพอ่ื จัดวางภาพให้เหมาะสมกับแผนภาพเวนน์
146 คู่มือหลกั สตู รอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
สาขาวชิ า ผลการเรียนรู้ กรอบ ปเรนะือ้ ชหาาชนชอ่ สงถทาานงทแี่ ลสะ่ือคแ�ำ นถวามคสิด�ำ คญั กิจกรรมการเรยี นรู้เสนอแนะ
เรยี นรู้เก่ียวกับรากเหง้าของภาษา กลมุ่ ภาษา และภาษาทอ้ งถิน่
ภาษาและ เราสามารถจดั กล่มุ มนุษย์จดั กลุม่ ภาษาอยา่ งไร (ประชาชน ให้นักเรยี นใสห่ รือจดั วางข้อมูลเกี่ยวกบั ภาษาทอ้ งถ่ินของตน
วรรณกรรม ภาษาตา่ ง ๆ ได้หลายวธิ ี สถานท่ี) ไว้ในตารางแถบสี
ทั้งในระดับทอ้ งถ่ินจนถงึ
ระดบั ภมู ิภาค
เหตกุ ารณต์ ่าง ๆ ทเี่ กดิ ข้ึน งานวรรณกรรมได้สะทอ้ นถงึ ความคดิ เปรียบเทยี บต�ำ นานหรอื เรอ่ื งเล่าเกีย่ วกับเหตกุ ารณท์ างศาสนา
ทัว่ โลก ช่วยสรา้ ง ทเ่ี หมอื นกันระดับโลกอย่างไร (แนวคดิ ส่ือ หรือประวัตศิ าสตร์ ให้นกั เรยี นอภิปรายวา่ สว่ นใดเป็นเหตุการณ์
งานวรรณกรรม ทเ่ี กดิ ขึ้นในท้องถนิ่ ส่วนใดเกดิ ข้นึ ในระดับโลก และหาสาเหตวุ ่า
สถานที่) เหตุใดเรอื่ งดงั กล่าวจงึ สัมพนั ธก์ ับผคู้ นในท้องถิ่น
ศลิ ปะ สง่ิ ต่าง ๆ ทม่ี ีอย่ใู นท้องถ่ิน สือ่ สง่ิ ของตา่ ง ๆ ในทอ้ งถ่ินสามารถก�ำ หนด การใช้ส่ือทัศนศิลป์ เปรียบเทียบศลิ ปวตั ถซุ ่ึงมลี ักษณะเฉพาะ
ล้วนมีอิทธิพลตอ่ รูปแบบ รปู แบบทางศิลปะในภมู ภิ าคอาเซยี น ซ่ึงสะท้อนถงึ ใจความหลักหรือแนวคดิ ซง่ึ ไดร้ ับอิทธพิ ล
งานศลิ ปะ จากเรื่องทั่ว ๆ ไป จบั ค่ภู าพพวกนก้ี ับแผนท่ีและข้อมูลเกี่ยวกับ
ได้อยา่ งไร (สื่อ แนวคดิ สถานท)่ี ทรพั ยากรและส่งิ แวดลอ้ มในทอ้ งถ่ิน
147คู่มอื หลักสูตรอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)
สาขาวชิ า ผลการเรยี นรู้ กรอบ ปเรนะอ้ื ชหาาชนช่อสงถทาานงทแ่ี ลสะอ่ื คแำ�นถวามคสิด�ำ คัญ กิจกรรมการเรียนรู้เสนอแนะ
ศกึ ษา ขอ้ มูลทางประวตั ศิ าสตรท์ ่ีมอี ิทธพิ ลตอ่ สุขภาพ เชน่ อาหาร
สุขศึกษาและ แนวคิดของประชาชน อะไรมีอิทธพิ ลตอ่ ทัศนคติของคนเกย่ี วกับ ท่หี ากินไดใ้ นทอ้ งถนิ่ แนวคิดเกีย่ วกับสุขภาพซ่ึงมีพนื้ ฐานจาก
พลศกึ ษา เก่ยี วกับสุขภาพได้ เร่อื งสุขภาพ (ประชาชน แนวคดิ ) ศาสนาหรือความเช่ือดา้ นวัฒนธรรม และเปรยี บเทียบกบั
เปลยี่ นแปลงไป อทิ ธพิ ลตา่ ง ๆ ท่ีมใี นปจั จุบนั (เชน่ มีสนิ คา้ แปรรปู มากมาย
ตามกาลเวลา จากหลายท้องถิ่น และแนวคดิ เรือ่ งสุขภาพซึง่ ได้รับอทิ ธพิ ลจากส่อื )
เทคโนโลยี เทคโนโลยีเช่ือมโยงกับ เทคโนโลยีสามารถมีอิทธพิ ลตอ่ การเผยแพร่ ศกึ ษาคน้ คว้าว่า ข้อมูลสามารถเผยแพรห่ รือกระจายในชุมชน
การศึกษา ทอ้ งถิ่นและโลกตลอดเวลา ขอ้ มูลอย่างไร (สือ่ ประชาชน สถานท)ี่ ทอ้ งถน่ิ ระหวา่ งประเทศตา่ ง ๆ ในแถบเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้
ได้อยา่ งไรก่อนทจ่ี ะมกี ารนำ�เทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ หรือศกึ ษา
คน้ คว้าวา่ ขอ้ มลู นัน้ มีการเผยแพรใ่ นทอ้ งถ่ินหรือชุมชนของ
ประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซ่ึงยังไมม่ ีการเช่อื มโยง
สัญญาณกบั เทคโนโลยีท้องถน่ิ ไดอ้ ย่างไร (บางทีอาจหาข้อมลู
จากหนังสือพิมพ์ กระดานข่าว และอาจหาข้อมูลผา่ นเพลง ดนตรี
ท้องถนิ่ และบทกวี)
148 คู่มือหลักสูตรอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น : การเช่ือมโยงโลกและท้องถิน่
สาขาวชิ า ผลการเรยี นร ู้ กรอบ ปเรนะ้อื ชหาาชนช่อสงถทาานงทแ่ี ลสะื่อคแำ�นถวามคสดิ ำ�คัญ กจิ กรรมการเรยี นรเู้ สนอแนะ
ประวัตศิ าสตร์ การแลกเปล่ยี น อะไรคือเหตผุ ลท่ีแตกต่างกันของผคู้ นที่จะนำ� วิเคราะห์กระแสซึง่ ไดพ้ ฒั นามาจากระดับลา่ งสบู่ นโดยปรับ
และสังคมศกึ ษา ขา้ มวัฒนธรรมเกดิ ข้ึนได้ วัฒนธรรมใหมเ่ ขา้ มาใช้และปรบั ตวั ให้เขา้ กับ มาจากประชาชนและมีสว่ นในการเปลยี่ นแปลงชีวติ ประจำ�วัน
ในทอ้ งถิ่นโดยใช้วิธีท่ี อิทธพิ ลจากภายนอก ยกตัวอย่างเชน่ อาหาร เทคโนโลยกี ารสอ่ื สาร เสอ้ื ผา้ การขนส่ง
แตกตา่ งกัน (แนวคิด สถานที่ ประชาชน) และท่อี ยูอ่ าศัย
โลกทัศน์ของมนษุ ย์นั้น โลกทศั น์ของคนหรือกล่มุ มีอทิ ธพิ ลอย่างไร ใหน้ กั เรียนหาข้อมลู เกยี่ วกบั แนวคดิ เชน่ ประชาธปิ ไตย
มกั ได้รบั อทิ ธิพลมาจาก ตอ่ การเกิดขน้ึ ของข้อมูลและแนวคดิ ใหม่ แนวคิดการปกปอ้ งสิ่งแวดล้อม หรือความเสมอภาคทางเพศ
ปจั จยั ต่าง ๆ ทมี่ ผี ลฉับพลนั นอกจากนัน้ ข้อมูลหรือประสบการณใ์ หมน่ ั้น โดยหาข้อมูลเกยี่ วกับทม่ี า ทำ�อย่างไรจะน�ำ เสนอแนวคดิ ดงั กลา่ ว
(เชน่ ทำ�เลทางดา้ นภูมิศาสตร์ สามารถเปล่ียนแปลงโลกทศั นข์ องคนได้ ให้ประเทศสมาชกิ อาเซยี นได้ และท�ำ อย่างไรจงึ จะปรับให้เหมาะ
ครอบครัว การศกึ ษา อยา่ งไร (แนวคดิ ประชาชน) กับสภาพท้องถิน่
ประสบการณส์ ่วนตัว
และชมุ ชน) นอกจากนั้น
ยังมอี ิทธิพลอย่างมาก
จากประวัติศาสตร์
วฒั นธรรม หรอื ศาสนา
ซง่ึ กระท�ำ รว่ มกัน
กับกลมุ่ ประชาชน
ระดบั กว้าง
149คูม่ ือหลกั สูตรอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
สาขาวชิ า ผลการเรียนร ู้ กรอบ ปเรนะอื้ ชหาาชนชอ่ สงถทาานงทแี่ ลสะือ่ คแำ�นถวามคสิด�ำ คญั กจิ กรรมการเรียนรูเ้ สนอแนะ
วิทยาศาสตรแ์ ละ ส่ิงแวดลอ้ มทอ้ งถิ่นถอื เป็น องคป์ ระกอบหลักของโลกทั้ง 4 ประการ ส�ำ รวจระบบนเิ วศทม่ี ลี กั ษณะเฉพาะจากแผนที่ รูปภาพ และต�ำ รา
คณิตศาสตร์ สว่ นหนง่ึ ของระบบนิเวศ มกี ารเช่อื มโยงกนั อย่างไร (ไดแ้ ก่ และนำ�เสนอใหเ้ ห็นว่าส่ิงต่าง ๆ น้นั เช่ือมโยงกับองคป์ ระกอบหลัก
ท้งั ส่ีของระบบโลกอย่างไร ศกึ ษาค้นคว้าผลกระทบของ
ของโลกซงึ่ ช่วยรกั ษา ช้ันบรรยากาศ (Atmosphere) ความสูญเสยี ของความหลากหลายทางชีวภาพท่ีมีตอ่ ระบบนเิ วศ
สงิ่ มชี วี ิตตา่ ง ๆ บนโลก อุทุกภาค (Hydrosphere) ชวี ภาค
(Biosphere) ธรณีภาค (Pedosphere)
และองค์ประกอบเหลา่ นีม้ ผี ลอยา่ งไรบ้าง
ตอ่ ภมู ิภาคอาเซยี น (สถานที่ สือ่ )
หนา้ ที่พลเมือง พลเมอื งท่มี ีความรับผดิ ชอบ อะไรคือภาระหนา้ ทีข่ องพลเมืองทีต่ ้อง กจิ กรรมกลุม่ ใหน้ กั เรียนช่วยกันรา่ งหนา้ ที่รบั ผดิ ชอบของพลเมือง
และจรยิ ศกึ ษา ตอ้ งเขา้ ใจว่าชมุ ชนระดบั ปฏิบัตติ นต่อชุมชน ชาติ โลก ทมี่ ตี อ่ ชุมชน เพอ่ื นบา้ นใกลเ้ คียง ชาติ และโลก ส่งิ ทีส่ �ำ คญั คอื
ท้องถิ่นและโลกนั้น (ประชาชน แนวคิด สถานท่)ี นักเรยี นจะได้เรียนรู้บทบาทของตนทีม่ ีตอ่ ชมุ ชนและ
มีการเชอ่ื มโยงกนั อยา่ งไร ความรบั ผดิ ชอบในการรกั ษากฎกตกิ าดังกลา่ ว
150 คู่มอื หลักสตู รอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)
สาขาวิช า ผลการเรยี นร ู้ กรอบ ปเรนะื้อชหาาชนช่อสงถทาานงทแี่ ลสะื่อคแ�ำ นถวามคสดิ ำ�คญั กิจกรรมการเรยี นรเู้ สนอแนะ
การใช้แผนที่ แผนผงั แสดงใหเ้ หน็ ว่ารากเหงา้ ของภาษาตา่ ง ๆ นั้น
ภาษาและ การอพยพของผคู้ น เหตุใดภาษาต่าง ๆ ทใี่ ชใ้ นแถบอาเซียน ได้ส่งตอ่ ไปยังประเทศอื่น ๆ ในแถบเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้
วรรณกรรม มอี ิทธพิ ลในการเผยแพร่ จึงเปลยี่ นแปลงเมือ่ เวลาผา่ นไป ใหน้ ักเรยี นสมั ภาษณส์ มาชิกในครอบครวั ผูส้ ูงอายุ เพื่อน
ภาษาในแถบเอเชยี (สถานท่ี ประชาชน แนวคดิ ) และทำ�รายงานเรื่อง ภาษาท้องถ่ิน (ทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน)
ตะวันออกเฉียงใต้ ได้เปล่ยี นแปลงไปอย่างไรบา้ งนับตงั้ แตส่ มยั ร่นุ พ่อแม่ ปูย่ ่า ตายาย
ทย่ี งั เปน็ เดก็
บนั ทึกความทรงจ�ำ อะไรคือบทบาทของบนั ทึกความทรงจำ� การอา่ นบนั ทกึ ความทรงจ�ำ ของผอู้ พยพ หรอื ผูล้ ีภ้ ัยเป็นการสะท้อน
เป็นการแสดงความคดิ เหน็ ต่อสถานการณโ์ ลกตา่ ง ๆ ที่เกิดขึ้น (ประชาชน ใหน้ กั เรียนเข้าใจแนวคิดเกยี่ วกับความหลากหลายทางวฒั นธรรม
ทางประวัติศาสตรอ์ ยา่ งหนงึ่ แนวคดิ ) และประวตั ิศาสตร์รว่ มกันในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน บทเรียนนี้
ช่วยใหน้ ักเรยี นเห็นความสัมพันธ์ระหวา่ งมนษุ ย์กบั เหตกุ ารณ์
ทางประวตั ิศาสตร์ รวมท้งั ปัญหาข้อขดั แยง้ ทแ่ี ตล่ ะประเทศตอ้ งเผชญิ
หากพิจารณาประเทศหรอื ชุมชน ท้ังในอดตี และปจั จบุ นั เราจะ
สังเกตเหน็ ว่ามนษุ ยไ์ ด้จดั แบ่งออกเปน็ กลมุ่ ยอ่ ย ๆ ไดอ้ ย่างไร
พบอยบู่ ่อย ๆ สมาชิกในกล่มุ จัดกลุ่มกันเองตามความสมคั รใจ
กลา่ วคือ แตล่ ะบคุ คลจะแสวงหาความสมั พันธก์ บั คนท่มี คี วามสนใจ
ความเชอื่ หรือพนื้ ฐานคลา้ ย ๆ กัน บางครั้งสมาชกิ ในกลุ่มนั้น
อาจไมไ่ ดก้ ำ�หนดหรือเลอื กกนั เอง หากแต่เกิดขึ้นจากการท่ี
คนกล่มุ นนั้ เกิดมาในชนชาติ กลมุ่ เพศ หรอื ครอบครวั เดียวกนั
151คู่มอื หลักสูตรอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
สาขาวชิ า ผลการเรยี นร้ ู กรอบ ปเรนะือ้ ชหาาชนช่อสงถทาานงทแี่ ลสะอื่ คแำ�นถวามคสดิ ำ�คญั กิจกรรมการเรียนรู้เสนอแนะ
ศิลปะ ประชาชนสามารถ ประชาชนในเขตเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้ พจิ ารณางานศลิ ปะ วสั ดุ เทคนคิ ตา่ ง ๆ การใชเ้ สน้ สี การนำ�เสนอ
แลกเปลย่ี นความคดิ เห็น มีวิธีแสดงความคดิ ผ่านงานด้านศิลปะอย่างไร รปู ทรงของมนษุ ย์ และเน้อื หาตา่ ง ๆ เก่ยี วกบั รายวชิ าน้ี เพอื่ เรียนรู้
ทางเทคโนโลยี (ประชาชน สถานที่ แนวคดิ สื่อ) ศิลปะช่วย ความเชอ่ื ของมนษุ ย์ สร้างศลิ ปะต้นแบบจากช่วงเวลาใดเวลาหนง่ึ
และสนุ ทรียศาสตรต์ ่าง ๆ เผยแพรเ่ ทคโนโลยไี ด้อยา่ งไร (แนวคดิ ส่ือ) และจากสถานท่ใี ดสถานท่หี นึง่ ในเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้
ระหว่างกันได้ผ่านทาง
ศิลปะ
ศิลปะในเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้สามารถ ศกึ ษาคน้ ควา้ งานศิลปะทีร่ วมการใช้เทคโนโลยใี หม่ ๆ และแสดง
บอกอะไรไดบ้ ้างเก่ยี วกบั แนวคิด ความเชื่อ ให้เห็นว่า งานชน้ิ นัน้ ได้ปรับเปล่ยี นใหเ้ ขา้ กบั สถานทใี่ หม่อย่างไร
ค่านยิ มของผูค้ นท่ีเปลีย่ นไปตามกาลเวลา
(แนวคิด ประชาชน สือ่ )
เสน้ ล�ำ ดบั เวลาของศลิ ปะ : สรา้ งเส้นล�ำ ดับเวลาที่แสดงว่าประเทศ
สมาชิกอาเซยี นหรอื ท้องถ่ินต่าง ๆ จะใช้งานศลิ ปะเพือ่ แสดง
ใหเ้ หน็ ถึงการเปลี่ยนแปลงความเชอ่ื ของคน
152 ค่มู ือหลกั สตู รอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)
สาขาวชิ า ผลการเรยี นร ู้ กรอบ ปเรนะอื้ ชหาาชนช่อสงถทาานงทแ่ี ลสะอื่ คแำ�นถวามคสดิ �ำ คญั กจิ กรรมการเรยี นรู้เสนอแนะ
ศกึ ษาทศิ ทางที่เก่ยี วข้องกบั การบริโภคในทอ้ งถ่ินเก่ียวกบั อาหาร
สขุ ศึกษาและ การปฏิบัติเกี่ยวกบั สุขภาพ วิถีชีวติ สมยั ใหมไ่ ด้เปลีย่ นแปลงสุขภาพ การเตรียมอาหาร การขนสง่ และการสนั ทนาการ ส่วนกจิ กรรม
พลศกึ ษา ของคนในท้องถน่ิ น้ัน ของประชากรสว่ นใหญใ่ นภมู ิภาคเอเชยี ในชั้นเรยี นระดับท้องถ่ิน ให้นักเรยี นศึกษาความเชือ่ ตา่ ง ๆ เกยี่ วกับ
ชว่ ยเปลี่ยนแปลง ตะวันออกเฉยี งใตอ้ ยา่ งไร (ประชาชน ส่อื กระแสท่ีโลกก�ำ ลงั ให้ความสนใจด้านสุขภาพและเช่ือมโยงการศกึ ษา
ปรากฏการณต์ า่ ง ๆ สถานท)ี่ ของพวกเขากับขอ้ มูลทก่ี ล่าวมาและเปรียบเทยี บกับประเทศ
ทเี่ กิดขนึ้ ในโลก อีกทง้ั ในแถบเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้หรือบรเิ วณอื่น ๆ ในโลก
กระแสโลกยอ่ มมีอทิ ธพิ ล
ต่อสขุ ภาพของคนในทอ้ งถิ่น
เทคโนโลยี บางครง้ั เทคโนโลยี เทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถบนั่ ทอนหรอื ศึกษา คน้ ควา้ และใชเ้ ทคโนโลยเี พ่ือบันทึกข้อมูลภาษาที่ก�ำ ลัง
การศกึ ษา สามารถลดความสำ�คัญ เสรมิ สร้างขนบธรรมเนยี มประเพณีอยา่ งไร จะตาย รวบรวมข้อมูลศลิ ปะตา่ ง ๆ หรอื การใชเ้ ทคโนโลยี
ของธรรมเนยี มประเพณี (สือ่ สถานท)่ี ในพนื้ ท่ตี ่าง ๆ ของประเทศแถบอาเซยี น ใหน้ ักเรยี นระบุหรอื
ทอ้ งถ่ิน แต่กอ็ าจช่วย ยกตวั อย่างการสรรสร้างทางเทคโนโลยใี หม่ ๆ ท่ีบัน่ ทอนหรือ
เสรมิ สรา้ งความเขม้ แขง็ ลดความสำ�คญั ของธรรมเนยี มประเพณีทอ้ งถน่ิ และมอบหมาย
ใหท้ ้องถิ่นได้เช่นกัน ให้นักเรียนท�ำ โครงงานเกย่ี วกบั ประเภทของเทคโนโลยีใหม่ ๆ
ซึ่งมสี ว่ นช่วยอนรุ ักษ์ธรรมเนียมประเพณีทอ้ งถนิ่
153คู่มอื หลักสตู รอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย : การเชอื่ มโยงโลกและท้องถ่ิน
สาขาวิช า ผลการเรยี นรู้ กรอบ ปเรนะอื้ ชหาาชนช่อสงถทาานงทแ่ี ลสะือ่ คแำ�นถวามคสดิ ำ�คญั กจิ กรรมการเรยี นร้เู สนอแนะ
ประวัติศาสตร์ ศาสนาตา่ ง ๆ ของประเทศ ศาสนา ปรัชญาหลกั ๆ ของโลก เชน่ พทุ ธ ศึกษางานเขยี นเกีย่ วกบั ศาสนา และการปฏบิ ตั ิ ศกึ ษาระบบ
และสงั คมศกึ ษา ในแถบเอเชยี ตะวนั ออก อิสลาม ครสิ ต์ ขงจื้อ ฮินดู และความเชอื่ ความเชือ่ ทีห่ ลากหลาย และเปรยี บเทียบความเหมือน
เฉียงใตเ้ ป็นผลท่เี กดิ จาก ท้องถิน่ ตา่ ง ๆ ซง่ึ คนในแถบเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ และความแตกตา่ งเพ่อื เรียนรู้เกีย่ วกับทอ้ งถน่ิ ด้านพธิ สี วด คำ�สอน
พลงั แห่งประวัติศาสตร์ ยดึ ถือกนั ได้มอี ิทธิพลต่อคา่ นิยม ศลี ธรรม และโครงสรา้ งทางสงั คม ประยุกตใ์ หเ้ ข้ากับประเทศสมาชิก
และแหง่ นานาชาติ รวมทั้ง และจริยธรรม รวมถึงทศั นคติและพฤติกรรม ในแถบอาเซยี นและท้องถิ่นภายในประเทศ
ความเชอ่ื และแนวปฏิบตั ิต่าง ๆ ของคนในท้องถิ่นอยา่ งไร (แนวคิด ประชาชน
ของทอ้ งถิ่น สถานที่)
กระแสโลกาภวิ ัตนเ์ กดิ ขน้ึ ใครเปน็ ผู้ไดร้ บั ประโยชน์จากกระแสโลกาภวิ ัตน์ นับตัง้ แตส่ นิ้ สดุ ยุคสงครามเย็นในปี ค.ศ. 1991 (พ.ศ. 2534)
มาจากการเปดิ การค้าเสรี และใครไม่ได้รบั ประโยชน์ (ประชาชน สือ่ ) แนวคดิ เร่อื งการเปดิ การค้าเสรไี ดเ้ ข้ามามีอิทธิพลตอ่ เศรษฐกจิ โลก
และเปิดโอกาสให้เขา้ ถงึ ใหน้ กั เรยี นเลอื กสินค้าโภคภัณฑ์ (เช่น ข้าว กาแฟ ชา อ้อย
ตลาด พริกไทย กลว้ ย กุง้ เป็นตน้ ) ซงึ่ เปน็ สินค้าในประเทศของตนเอง
หรอื จากประเทศอื่นในอาเซียน นกั เรียนจะตอ้ งศกึ ษาวา่ การคา้ เสรี
มผี ลกระทบตอ่ การผลิตและผู้ผลติ สินค้าโภคภัณฑช์ นิดน้ันหรือไม่
นอกจากนน้ั นักเรียนควรจะสำ�รวจว่า สิง่ ทา้ ทายดา้ นตน้ ทุน -
กำ�ไรของสินค้า ตลอดจนนัยส�ำ คัญทางสงั คมเกีย่ วกับการทำ�การค้า
154 ค่มู ือหลกั สตู รอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
สาขาวิช า ผลการเรียนรู้ กรอบ ปเรนะอ้ื ชหาาชนชอ่ สงถทาานงทแี่ ลสะอื่ คแ�ำ นถวามคสิดำ�คญั กิจกรรมการเรยี นรูเ้ สนอแนะ
ทมี่ ีอย่ใู นประเทศหรอื ท้องถน่ิ เพื่อศกึ ษาว่า ผผู้ ลติ สินค้าประเภท
อาหารของพวกเขาได้รบั โอกาสที่เป็นธรรมภายใตก้ ารค้าเสรี หรือ
นโยบายการค้าอืน่ ๆ หรอื ไม่ บทเรยี นน้จี ะแสดงให้เหน็ ว่า
กระแสโลกาภวิ ตั น์น้ันสง่ ผลประโยชน์ และ/หรอื ทา้ ทายชุมชน
ประเทศ หรอื ท้องถ่นิ
วิทยาศาสตรแ์ ละ ระบบธรรมชาตนิ น้ั เหตุใดผลกระทบตอ่ เนอ่ื งจากการกระท�ำ นกั เรียนได้เรยี นรวู้ า่ การเปล่ยี นแปลงของภูมอิ ากาศมผี ลกระทบ
คณิตศาสตร์ เชื่อมโยงกนั ท่วั โลก ของมนุษย์ท่ีมตี ่อสิง่ แวดล้อมจึงส่งผลกระทบ ตอ่ ชุมชนท้องถน่ิ อยา่ งไร และศกึ ษาวธิ ที ี่จะลดปรมิ าณคาร์บอน
แบบไมค่ าดคดิ และรุนแรง (ประชาชน (Carbon Footprint) และพัฒนาวิธเี รง่ แก้ปัญหาดังกลา่ ว นกั เรียน
และข้ามผ่านพรมแดน สถานท่ี สอ่ื ) จะเข้าใจวา่ การปลอ่ ยคารบ์ อนไดออกไซดใ์ นท้องถน่ิ น้นั ไม่เพยี งแต่
การเมืองระหว่างชาติ จะส่งผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่น แตย่ งั ส่งผลกระทบตอ่ โลก
และประเทศในแถบอาเซยี นทัง้ หมดอีกด้วย
155คูม่ ือหลักสตู รอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
สาขาวชิ า ผลการเรยี นร ู้ กรอบ ปเรนะอื้ ชหาาชนชอ่ สงถทาานงทแี่ ลสะอ่ื คแ�ำ นถวามคสิด�ำ คญั กจิ กรรมการเรยี นร้เู สนอแนะ
หน้าทีพ่ ลเมอื ง กระแสโลกาภวิ ัตนน์ ัน้ ระบบความเชื่อทหี่ ลากหลายมสี ่วนในการสรา้ ง เปรยี บเทยี บกรณีศกึ ษาและตัวอยา่ งงานเขียนต่าง ๆ ทเ่ี กีย่ วขอ้ งกบั
และจริยศกึ ษา ไดส้ รา้ งพน้ื ฐานใหก้ บั กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ทใ่ี ช้ร่วมกันระหว่างคนกบั เรอื่ งราวตา่ ง ๆ ในประวตั ิศาสตร์และงานในปจั จบุ ันทัง้ ด้านศาสนา
โชคชะตารว่ มกนั ของชุมชน กลมุ่ ทีใ่ หญข่ ึ้น ไม่วา่ จะเป็นครอบครัว ชุมชน ปรัชญา และการเมืองซงึ่ สง่ ผลตอ่ สทิ ธิและความรบั ผดิ ชอบใน
ภมู ิภาค และโลก กล่มุ การเมอื ง และวฒั นธรรมอนื่ ๆ อยา่ งไร ระดับบุคคลและกล่มุ สิง่ ใดท่พี วกเขามีลักษณะเหมอื นหรอื คลา้ ยกัน
เปิดเวทใี หน้ ักเรียนในโรงเรยี นแสดงความคดิ เหน็ ประเดน็ ต่าง ๆ
(แนวคดิ ประชาชน) ท่ีเกี่ยวกบั เยาวชน เชน่ หน้าทพ่ี ลเมอื ง การเคารพผอู้ ่ืน
ความอดทน การศึกษา ประเดน็ ทางเพศหญงิ หรอื ชาย
ความแตกต่างด้านชาตพิ ันธุ์และศาสนา และอภิปรายถึง
แนวทางต่าง ๆ ท่เี ยาวชนสามารถช่วยเชอ่ื มประสานความแตกต่าง
ทางวฒั นธรรม ซ่งึ เปน็ อุปสรรคตอ่ ความรับผดิ ชอบของพลเมอื ง
156 คู่มือหลักสตู รอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)
สาขาวชิ า ผลการเรยี นรู ้ กรอบ ปเรนะอ้ื ชหาาชนชอ่ สงถทาานงทแี่ ลสะ่ือคแ�ำ นถวามคสดิ ำ�คัญ กิจกรรมการเรียนร้เู สนอแนะ
ใหน้ กั เรยี นเล่นเกมบัตรคำ� “มคี ำ�ที่ใชบ้ อกถึงส่ิงนน้ั นะ”
ภาษาและ การเรยี นรภู้ าษาใหม่ ๆ การเรียนร้ภู าษาใหมม่ ีส่วนช่วยเปิดโลกทศั น์ เป็นเกมบตั รค�ำ ท่ีแสดงให้เห็นถงึ ความชดั เจน หรือความแตกตา่ ง
วรรณกรรม เป็นการเปิดโลกทศั น์ของ ของคนได้อย่างไร (ประชาชน แนวคดิ ) ของค�ำ หรือวลจี ากค�ำ นิยามของค�ำ หรือวลนี นั้ ๆ ในภาษาตา่ ง ๆ
ผู้เรยี น ทวั่ อาเซียน นกั เรียนตอ้ งแต่งเรอื่ งส้นั อย่างนอ้ ย 3 ประโยค
โดยใชว้ ลีหรอื คำ�ศัพท์ของภาษาตา่ งประเทศ และให้เพ่อื น ๆ ทายว่า
ค�ำ ศัพทน์ ั้นหมายความว่าอะไร โดยเดาจากบริบท ในชว่ งทา้ ย
นักเรียนต้องอภปิ รายกันว่า วลีหรอื ค�ำ ศพั ทใ์ ดทมี่ แี นวคิดท่พี วกเขา
คุน้ เคยแตไ่ มม่ ีค�ำ ดงั กล่าวโดยตรงในภาษาของเขา วลีหรือ
ค�ำ ศัพท์ใดทแ่ี สดงให้เหน็ ถึงแนวคดิ และวิธีคิดใหม่ ๆ ใหแ้ ก่พวกเขา
เหตุการณ์ทางประวตั ศิ าสตร์ บทบาทของประวตั ิศาสตรต์ ่องานวรรณกรรม เปรียบเทยี บงานวรรณกรรมซ่ึงสะทอ้ นภาพเหตุการณ์
และแนวโน้มต่าง ๆ คอื อะไร (ประชาชน แนวคิด) ประวัติศาสตร์และถูกกำ�หนดรปู แบบโดยสมัยนยิ ม เช่น
มสี ่วนเสริมสร้างวรรณกรรม การยา้ ยถ่ินหรอื การค้า
157คู่มอื หลักสตู รอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
สาขาวิช า ผลการเรียนร ู้ กรอบ ปเรนะ้ือชหาาชนช่อสงถทาานงทแี่ ลสะอื่ คแ�ำ นถวามคสดิ �ำ คญั กิจกรรมการเรียนรเู้ สนอแนะ
ศลิ ปะ ปรากฏการณ์ดา้ นศิลปะ ชว่ งใดทีศ่ ิลปะมสี ว่ นสะท้อนแนวคิดของคน ใหศ้ กึ ษาแนวโนม้ ศิลปะเฉพาะดา้ นต่าง ๆ ในแถบเอเชีย
ตะวนั ออกเฉยี งใต้ เรียนรวู้ ่าศิลปะน้ันมีต้นก�ำ เนดิ และเผยแพร่
ทเ่ี กิดขึน้ ในโลก ลว้ นเรม่ิ ต้น และชว่ งใดทศ่ี ิลปะหลอ่ หลอมหรือก่อให้เกดิ อยา่ งไร รวมทง้ั ประเมนิ ปัจจยั เออื้ ตา่ ง ๆ ทแี่ ฝงตัวอยู่ในศิลปะ เช่น
มาจากธรรมเนยี มปฏิบัติ การเปลี่ยนแปลง ศิลปะชว่ ยผสานชุมชนท่ี สนุ ทรียศาสตรส์ ากล (อาจชว่ ยกันคดิ คำ�จ�ำ กัดความ) เทคโนโลยี
ดา้ นศลิ ปะของทอ้ งถ่นิ หลากหลายเขา้ ดว้ ยกันดว้ ยวิธใี ด (ประชาชน ทส่ี ามารถปรบั เปล่ียนการเพมิ่ ประสทิ ธิภาพ ความสะดวกของ
การขนส่ง และการยดึ ติดกบั สินค้าฟุ่มเฟอื ย รวมทง้ั ศึกษาปัจจยั
แนวคดิ ) ที่เกี่ยวขอ้ ง เช่น การคา้ กลุ่มการเมอื ง และการเผยแพร่ศาสนา
ศิลปะมีอิทธพิ ลต่อ ศิลปะผสานชมุ ชนท่ีหลากหลายเข้าดว้ ยกนั ใหศ้ กึ ษาศิลปะภาพฝาผนงั รปู ปั้น และช้นิ งานแกะสลัก ซ่งึ มอี ยู่
การมองโลกและสภาพ ไดด้ ้วยวธิ ีใดบา้ ง กระแสโลกาภิวตั นไ์ ด้ ณ ทีใ่ ดท่หี นง่ึ และวิจยั เร่อื งราวหรอื เหตกุ ารณต์ า่ ง ๆ ท่ีมีสว่ น
ความเปน็ จรงิ ท่เี กิดข้ึน เปลีย่ นแปลงบทบาทของศลิ ปะทอ้ งถนิ่ หรอื ไม่ เปน็ แรงบนั ดาลใจให้เกดิ ชิ้นงานทางศิลปะท่แี ตกต่างกันจาก
ทัง้ ในระดบั ท้องถ่นิ และโลก (ประชาชน แนวคิด) วฒั นธรรมท่มี เี อกลกั ษณใ์ นแต่ละท่ี ซง่ึ ล้วนมคี วามหลากหลาย
นักเรียนจะตอ้ งศึกษาว่า อะไรท่ีเป็นศูนย์รวมของงานเหล่านนั้
ทเี่ กิดขนึ้ ในแตล่ ะพื้นทเ่ี ขา้ ด้วยกัน และรายงานผลสรุปท่ีได้
นอกจากนั้น นกั เรยี นจะต้องอ่านบทความทตี่ ดั มาจากหลาย ๆ
พ้ืนท่ี เรือ่ ง “รามเกียรต”ิ์ ในเอเชยี หรอื เอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้
นักเรยี นตอ้ งสรุปผลเกยี่ วกับความเหมอื นและความแตกต่างท่ีมีอยู่
ในเร่อื งราวต่าง ๆ ตามพืน้ ฐานวัฒนธรรมท่ีมาจากหลากหลายพืน้ ท่ี
158 คู่มอื หลักสตู รอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
สาขาวชิ า ผลการเรยี นร ู้ กรอบ ปเรนะื้อชหาาชนช่อสงถทาานงทแี่ ลสะ่ือคแ�ำ นถวามคสิด�ำ คัญ กจิ กรรมการเรียนรูเ้ สนอแนะ
สุขศึกษาและ กรอบแนวคดิ ระดบั ท้องถน่ิ นโยบายท้องถน่ิ ชว่ ยบรรเทาภัยคุกคาม ให้นักเรยี นศกึ ษาค้นคว้าวิธตี า่ ง ๆ ทีเ่ กี่ยวกับการวางแผนของเมอื ง
พลศึกษา และภูมภิ าคช่วยบรรเทา ทางสุขภาพอยา่ งไร ในขณะเดยี วกันก็ส่งเสริม เพือ่ ให้คนมสี ุขภาพดีโดยการพิจารณาจากเมืองตา่ ง ๆ ในภมู ิภาค
ภัยคกุ คามตา่ ง ๆ ทเี่ กยี่ วกบั ประโยชนใ์ นด้านสุขภาพอยา่ งไรจากแนวโนม้ อาเซยี นและใช้ตวั อย่างต่าง ๆ นี้ เพือ่ สร้างแรงบันดาลใจวา่
อนามยั และเอ้ือ กระแสโลก (ประชาชน แนวคิด สถานท่ี สอื่ ) อะไรควรจะลอกเลยี นแบบ และอะไรควรจะหลีกเล่ยี ง เพ่ือให้
คุณประโยชน์ได้ การวางแผนใหเ้ มืองของเราสามารถต่อสกู้ บั โรคอว้ นโดยผ่าน
โครงสรา้ งข้ันพน้ื ฐานและการศกึ ษา
เทคโนโลยี เทคโนโลยีมผี ลกระทบ สอื่ มผี ลกระทบต่อการมีสว่ นร่วมของคนใน ให้นักเรียนรวบรวมข้อมลู วา่ ประชาชนในชุมชนทอ้ งถิ่นของ
การศึกษา ต่อสอื่ วฒั นธรรม ชุมชนต่าง ๆ ในอาเซียนอย่างไร (ประชาชน นกั เรยี นมกี ารตอบสนองตอ่ สื่อระดับโลกและความบนั เทงิ
และการด�ำ เนนิ ชีวิตใน แนวคิด สถานที่ สอื่ ) ทีม่ ีอยู่อย่างไร และมีผลกระทบต่อการเปลยี่ นแปลงทัศนคติ การมี
ระดบั ทอ้ งถิน่ และทศั นคติ ปฏิสมั พันธ์ การมีสว่ นร่วมของคนในระดบั ทอ้ งถนิ่ และภมู ิภาค
ของคนอาเซยี น อย่างไร นกั เรียนจัดท�ำ และนำ�เสนอโดยใช้สอื่ ผสม (Multimedia)
159คูม่ ือหลกั สตู รอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
ตวั อยา่ งแผนการจัดการเรยี นรู้ : การท�ำ แผนผังชมุ ชนของคุณ
ระดับชน้ั เรยี น/สาขาวชิ า : ประถมศกึ ษาตอนปลาย/วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
ภาพรวม : นกั เรยี นรวบรวมภาพตา่ งๆ ในชุมชนของพวกเขาและวาดแผนผงั ชมุ ชน รวมทง้ั ภาพทเี่ กย่ี วกบั ธรรมชาตติ า่ ง ๆ เชน่ ภเู ขา แมน่ ํ้า ปา่ ไม้ และสิ่งตา่ ง ๆ
ทีม่ นษุ ย์สรา้ งขนึ้ เชน่ บ้าน รา้ นคา้ หรอื สถานธรุ กจิ ตา่ ง ๆ หลงั จากนนั้ นกั เรียนจะวเิ คราะห์ว่า ชุมชนของพวกเขาเชือ่ มโยงกับโลกภายนอกอยา่ งไรและมีปัจจยั ใด
ท่กี ่อใหเ้ กดิ การแบ่งแยกชุมชนออกจากโลก
ความเข้าใจท่ีคงทน : ลักษณะตา่ ง ๆ ทางภูมิศาสตรม์ สี ่วนเช่อื มโยงและแบง่ แยกชมุ ชนตา่ ง ๆ ออกจากโลก
วัตถุประสงคข์ องบทเรยี น :
◆◆ นกั เรยี นสามารถระบุผูค้ นและสถานที่ต่าง ๆ ในชมุ ชนของพวกเขา
◆◆ นักเรียนสามารถระบุลักษณะต่าง ๆ ทางภูมิศาสตร์ทางธรรมชาติท่ีเป็นส่วนหน่ึงของชุมชนของพวกเขาที่เอ้ือหรือปิดกั้นการแลกเปล่ียนสินค้า
บริการ และแนวคิดต่าง ๆ
◆◆ นกั เรยี นสามารถอธบิ ายไดว้ า่ ลกั ษณะตา่ ง ๆ ทางภมู ศิ าสตรใ์ นชมุ ชนของพวกเขามสี ว่ นเชอ่ื มโยงหรอื แบง่ แยกพวกเขาออกจากชมุ ชนอนื่ ๆ ไดอ้ ยา่ งไร
ค�ำ ถามส�ำ คัญ :
◆◆ ลกั ษณะทางภมู ิศาสตรต์ ่าง ๆ มสี ่วนเช่ือมโยงชมุ ชนกับโลกได้อยา่ งไร (ประชาชน สถานท่ี)
◆◆ ปัจจยั ใดท�ำ ใหช้ ุมชนมีลักษณะพิเศษ (ประชาชน แนวคดิ )
◆◆ ลักษณะทางภมู ิศาสตรต์ ่าง ๆ มอี ทิ ธพิ ลต่อการเช่อื มโยงหรอื แบ่งแยกชุมชนออกจากผ้คู นและสถานทอี่ น่ื ๆ ไดอ้ ย่างไร (สถานท่ี ประชาชน)
สอื่ และเอกสารประกอบการสอน :
◆◆ กลอ้ งถา่ ยรปู หรอื กระดาษวาดภาพหรือระบายสี
◆◆ ดินสอสี ปากกาหมกึ หรอื สี
160 คู่มอื หลักสูตรอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
◆◆ กระดาษขนาดใหญ่/กระดานขา่ ว
◆◆ กระดาษแผนภมู ิ
◆◆ แผนผงั ชมุ ชนท้องถิน่
◆◆ เชือก
เวลาท่ใี ช้ : 3 คาบ
อภิธานศัพท์ :
◆◆ ชมุ ชน หมายถึง พื้นท่หี รือบริเวณ รวมถงึ ผ้ทู อี่ าศยั อยู่ในสถานท่นี ้ันๆ
◆◆ ภูมศิ าสตร์ หมายถงึ ลกั ษณะทางกายภาพของโลกและบรรยากาศ
◆◆ ชุดกจิ กรรมน�ำ เขา้ สู่บทเรยี น :
◆◆ ชุมชนคืออะไร
◆◆ อะไรกอ่ ให้เกิดเป็นชมุ ชนของพวกเรา
◆◆ ส่ิงต่าง ๆ เข้าและออกจากชุมชนของพวกเราได้อย่างไร ผคู้ นยา้ ยถ่นิ ฐานอย่างไร
◆◆ ขอ้ มลู และแนวคิดต่าง ๆ เขา้ มาสู่หรือออกไปจากชุมชนของพวกเราไดอ้ ย่างไร
ปัจจัยป้อน : นักเรียนทั้งชั้นแลกเปล่ียนความคิดเห็นเพื่อหาคำ�จำ�กัดความของคำ�ว่า “ชุมชน” และสรุปแนวคิดสำ�คัญ ๆ เกี่ยวกับชุมชนท้องถ่ินของพวกเขา
ครูอาจจะอธบิ ายว่าชมุ ชนหมายถงึ กลุ่มคนหรือกลมุ่ ชน ที่มีความรู้สกึ นกึ คดิ ผลประโยชน์ร่วมกนั อาศัยอยู่ในบรเิ วณหรือที่เดียวกนั มีการใช้ประโยชน์และบริการ
ทางสังคมรว่ มกัน “ชุมชนของพวกเราประกอบด้วยผูค้ น สง่ิ ตา่ ง ๆ ที่ธรรมชาติสร้างขน้ึ และสิ่งต่าง ๆ ท่ีมนษุ ยส์ รา้ งข้นึ ”
รูปแบบ : ครอู าจจะนำ�เสนอรปู ภาพตา่ ง ๆ ในชมุ ชนเป็นตัวอยา่ ง น�ำ ภาพเหล่านีไ้ ปตดิ บนกระดาน และอธิบายสั้น ๆ เก่ยี วกบั ภาพนนั้ ๆ
161คู่มอื หลกั สูตรอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
ขัน้ ตอนการสอน :
คาบที่ 1
◆◆ ตั้งค�ำ ถามใหน้ ักเรยี นแลกเปลย่ี นความคดิ เห็นว่า “ชมุ ชนคืออะไร” ในขณะทน่ี ักเรยี นแสดงความคิดเห็นหรือมุมมองเกยี่ วกบั ชมุ ชน ครเู ขียนคำ�ตอบ
ของนกั เรยี นลงบนแผนภูมิ
◆◆ เมอ่ื ไดค้ �ำ ตอบทพี่ อจะมคี วามหมายใกลเ้ คยี ง ใหน้ กั เรยี นเลอื ก 2 - 4 ลกั ษณะ ทค่ี วรเนน้ เกยี่ วกบั ชมุ ชนของพวกเขา (โดยเลอื กลกั ษณะทางภมู ศิ าสตร์
สง่ิ ที่มนษุ ยส์ รา้ งขน้ึ )
◆◆ นักเรียนรวบรวมภาพของแต่ละมุมมองเกี่ยวกับชุมชนที่พวกเขาได้เลือก โดยใช้กล้องถ่ายรูปหรือกระดาษและอุปกรณ์ศิลปะต่าง ๆ นักเรียน
อาจจะทำ�กิจกรรมนอกช้ันเรยี น ในเวลาเรียน หรอื ท�ำ เปน็ การบ้าน ข้ึนอยู่กับเวลา
คาบที่ 2
◆◆ ใช้กระดาษแผ่นใหญ่แทนบริเวณภูมิศาสตร์ของชุมชน ให้นักเรียนติดภาพ เพ่ือแสดงให้เห็นพ้ืนท่ีในชุมชน (กิจกรรมน้ีควรใช้คู่กับแผนที่ท้องถ่ิน
ทม่ี ีเส้นเช่ือมโยงภาพกบั สถานทีจ่ รงิ ) พรอ้ มท้งั อธบิ ายครา่ ว ๆ เกย่ี วกับสถานทีห่ รอื บคุ คลทพ่ี วกเขาเลอื กเขา้ ไปในชมุ ชนน้ัน ๆ
◆◆ ต ั้งคำ�ถามให้นักเรียนแลกเปล่ียนความคิดเห็นว่า “มีการเคล่ือนย้ายคนและสิ่งต่าง ๆ เข้าและออกในชุมชนของเราได้อย่างไร” และให้นักเรียน
เชอ่ื มโยงภาพของนกั เรยี นกบั ชมุ ชนของนกั เรยี นรวมถงึ ชมุ ชนอน่ื ๆ ทอ่ี ยโู่ ดยรอบ (อธบิ ายใหเ้ หน็ การโยกยา้ ยประชากรในประเทศไทยไปประเทศอน่ื ๆ
ในกล่มุ ประเทศสมาชิกอาเซยี น)
คาบที่ 3
◆◆ ทบทวนลกั ษณะทางภมู ิศาสตรท์ ่นี กั เรยี นไดใ้ หค้ �ำ ตอบไวเ้ มอ่ื คาบเรยี นท่ีแล้ว (อธบิ ายหรือหาความหมาย “ลกั ษณะทางภมู ิศาสตร์”)
◆◆ ครทู �ำ ตารางซงึ่ ประกอบดว้ ยชอ่ งสองชอ่ งบนกระดาษแผนภมู สิ �ำ หรบั แตล่ ะลกั ษณะทางภมู ศิ าสตรพ์ รอ้ มดว้ ยค�ำ ถามทวี่ า่ “ลกั ษณะทางภมู ศิ าสตรต์ า่ ง ๆ
ในชมุ ชนของเรามีส่วนช่วยเช่อื มโยงกับชมุ ชนอืน่ ๆ ได้อยา่ งไร ลักษณะเหล่าน้ันแยกเราออกจากชุมชนอนื่ ไดอ้ ยา่ งไร”
162 คู่มือหลักสตู รอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)
◆◆ นกั เรยี นรว่ มกจิ กรรมการเดนิ แบบมา้ หมนุ เพอ่ื ตอบทงั้ สองคำ�ถามขา้ งบน (ใชก้ จิ กรรมการเดนิ แบบมา้ หมนุ เพอ่ื ทำ�ใหเ้ กดิ แนวความคดิ และแลกเปลยี่ น
ความคิดเห็นกัน การเดินเวียนกันไปและการโต้ตอบน้ีจะกระตุ้นความรู้เดิม ซ่ึงจะเป็นฐานรองรับความรู้ใหม่ท่ีได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมของบทเรียน
ท่ีผา่ นมา หรอื เป็นการทบทวนข้อมูลกอ่ นการอภปิ รายหรือประเมนิ ผล การเดนิ แบบมา้ หมุนนี้ ให้นักเรียนจับกลุม่ กลมุ่ ละ 3 - 4 คน แตล่ ะกลมุ่
จะได้รับปากกาสีท่ีกำ�หนดไว้เพื่อให้นักเรียนเขียนข้อมูลอธิบายเพ่ิมเติม แต่ละกลุ่มใช้เวลา 2 - 3 นาที อ่านและเขียนข้อมูลเพ่ิมในแต่ละแผนภูมิ
เมอ่ื ทุกกลุ่มผลดั กนั เดนิ เวยี นครบทกุ ข้อค�ำ ถาม ให้นักเรียนแลกเปล่ยี นขอ้ มูลเหล่าน้นั )
◆◆ เมอ่ื เขยี นขอ้ มลู ลงในแผนภมู คิ รบแลว้ อภปิ รายในชนั้ หรอื ใหน้ กั เรยี นเขยี นลกั ษณะทางภมู ศิ าสตรใ์ ดทเ่ี ปน็ อปุ สรรคหรอื เออ้ื ตอ่ การแลกเปลย่ี นสงิ่ ของ
หรอื แนวคดิ ต่าง ๆ และสิ่งไหนเปน็ แนวทางทีง่ ่ายท่สี ดุ
การฝึกปฏิบัตโิ ดยการชแ้ี นะ : กจิ กรรมภาพและการอธบิ ายตา่ ง ๆ รวมทง้ั การเดินแบบมา้ หมนุ เปน็ องค์ประกอบของการฝึกปฏบิ ัตติ ามคำ�แนะนำ�
บทสรปุ : นักเรียนแตล่ ะคนควรจะเขียนหรอื วาดภาพสะท้อนความคดิ วา่ พวกเขาเช่ือมโยงกับชุมชนอ่ืน ๆ ไดอ้ ย่างไร โดยพิจารณาข้อมลู ตอ่ ไปน้ี :
◆◆ นักเรียนเชื่อมโยงกบั ชุมชนอื่น ๆ อย่างไร ใหน้ ึกถึงสถานทีท่ ่เี คยไปและสถานท่ีทีเ่ ปน็ แหลง่ อาหาร เสอ้ื ผา้ ความบนั เทงิ และอ่นื ๆ และนกั เรยี นได้
เรยี นรู้อะไรบ้างจากสงิ่ เหลา่ นั้น รวมทง้ั จากผู้คนและความคดิ เห็นต่าง ๆ จากท่ีอ่นื
◆◆ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ใดทีเ่ ป็นอุปสรรคตอ่ การเช่ือมโยงชมุ ชนของนกั เรียนกับชมุ ชนอ่นื ๆ
◆◆ ลักษณะทางภูมศิ าสตร์ใดทที่ �ำ ใหผ้ ู้คนในชุมชนของนกั เรียนเช่ือมโยงกบั ชมุ ชนอน่ื ๆ ได้
การประเมินผลทีเ่ สนอแนะ :
◆◆ ใหน้ กั เรยี นท�ำ (บนปา้ ยนเิ ทศ) แผนผงั หอ้ งเรยี นหรอื ชมุ ชนดว้ ยภาพวาดหรอื ภาพถา่ ยทถี่ า่ ยทอดเรอ่ื งราวตอ่ คำ�ถามทไ่ี ดเ้ ตรยี มไวว้ า่ “ชมุ ชนคอื อะไร”
ภาพตดิ ผนังน้ีควรจะประกอบด้วยภาพวาดหรอื ภาพถา่ ย 2 - 4 ภาพท่แี สดงถึงลกั ษณะทางภมู ศิ าสตร์ตา่ ง ๆ สิ่งตา่ ง ๆ ทม่ี นษุ ยส์ รา้ งข้ึน และผ้คู น
(กลมุ่ หรอื แตล่ ะบคุ คล) จากนกั เรยี นแตล่ ะคน นกั เรยี นควรจะสามารถระบลุ กั ษณะของสงิ่ แวดลอ้ มทตี่ อ้ งการสอื่ ออกมาไดอ้ ยา่ งชดั เจนผา่ นภาพถา่ ย
หรือภาพวาดแตล่ ะภาพ ทัง้ ด้วยการเขียน (ชื่อภาพ) และการพูดปากเปล่า (เมือ่ ท�ำ แผนผงั และเพิม่ องคป์ ระกอบบนภาพติดผนงั ) (การประเมินผล
ระหวา่ งเรยี น ด้านท่ี 1 - การอธิบาย และดา้ นที่ 3 - การประยุกต์ใช)้
163คมู่ ือหลกั สูตรอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
◆◆ ใหน้ กั เรยี นแลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ โดยใชว้ จิ ารณญาณรว่ มกนั ทงั้ ชน้ั ตอ่ ค�ำ ถามทไี่ ดต้ งั้ ไวว้ า่ “ผคู้ นและสงิ่ ตา่ งๆในชมุ ชนเคลอื่ นยา้ ยเขา้ และออกจาก
ชมุ ชนของพวกเราไดอ้ ยา่ งไร” ประเมนิ นกั เรยี นโดยดจู ากผลงานการเชอื่ มโยงภาพของตนเองกบั แผนผงั หอ้ งเรยี นหรอื ชมุ ชนไดอ้ ยา่ งเปน็ เหตเุ ปน็ ผล
มากนอ้ ยเพยี งใด ทง้ั ในชว่ งแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ ในชนั้ (ดว้ ยการพดู ปากเปลา่ ) และ/หรอื ดว้ ยการเขยี น (บนั ทกึ สะทอ้ นความคดิ ) (การประเมนิ ผล
ระหว่างเรยี น ดา้ นท่ี 2 - การตคี วาม)
◆◆ ใหน้ ักเรยี นท�ำ แผนภูมิหอ้ งเรียนซ่งึ ประกอบด้วยชอ่ งสองชอ่ ง (โดยมุ่งเน้นไปท่ีลกั ษณะทางภมู ศิ าสตรต์ ่าง ๆ ในชมุ ชนของพวกเขาและชมุ ชนอน่ื ๆ)
และรว่ มกจิ กรรมการเดนิ แบบมา้ หมนุ โดยใหต้ คี วามตอ่ การทลี่ กั ษณะทางภมู ศิ าสตรต์ า่ ง ๆ ในชมุ ชนของพวกเขาสามารถเชอื่ มโยงและแยกพวกเขา
ออกจากชุมชนอนื่ ๆ ได้อยา่ งไร ประเมนิ นักเรยี นเป็นรายบุคคลดว้ ยการให้พวกเขาเขียนบันทึก (พรอ้ มดว้ ยภาพและค�ำ บรรยาย) ท่แี สดงใหเ้ หน็ ว่า
พวกเขาเขา้ ใจการเชอ่ื มโยงพวกเขากบั ชมุ ชนอนื่ ๆ ไดอ้ ยา่ งไร และลกั ษณะทางภมู ศิ าสตรต์ า่ ง ๆ ในชมุ ชนของพวกเขามสี ว่ นเออื้ หรอื เปน็ อปุ สรรคตอ่
การแลกเปลี่ยนแนวคดิ และส่ิงของต่าง ๆ ระหวา่ งชมุ ชนตา่ ง ๆ ไดอ้ ย่างไร (การประเมนิ ผลรวบยอด ด้านที่ 2 - การตคี วาม และ ดา้ นท่ี 4 - มุมมอง)
◆◆ การประเมนิ เพม่ิ เตมิ : ใหน้ กั เรยี นทำ�แบบทดสอบขอ้ เขยี นในรปู แบบค�ำ ถามแบบใหเ้ ลอื กตอบ จบั คู่ และ/หรอื เตมิ คำ�ในชอ่ งวา่ ง แบบทดสอบนป้ี ระกอบ
ดว้ ยแผนผงั และภมู ภิ าคทางภมู ศิ าสตรต์ า่ ง ๆ โดยใหน้ กั เรยี นระบลุ กั ษณะหลกั ๆของลกั ษณะทางภมู ศิ าสตรท์ างกายภาพทางธรรมชาติ ผคู้ น แนวคดิ
และสิง่ ของต่าง ๆ ท่ผี ู้คนเหล่านเ้ี ปน็ ผู้สร้าง (การประเมนิ ผลระหว่างเรยี น ด้านท่ี 1 - การอธิบาย และดา้ นที่ 2 - การตีความ)
ค�ำ ถามสรุป :
◆◆ ทั้งผคู้ น สถานท่ี และแนวคิดต่าง ๆ ประกอบกนั เป็นชุมชนได้อย่างไร
◆◆ การเคลอ่ื นย้ายของผูค้ นและสนิ คา้ ต่าง ๆ มีผลต่อชุมชนอยา่ งไร
◆◆ ลักษณะทางภมู ิศาสตรแ์ วดลอ้ มต่าง ๆ เชือ่ มโยงหรอื แบง่ แยกชุมชนอย่างไร
◆◆ การเชื่อมโยงกับสาขาวิชาอ่ืนในหลักสูตร : สามารถเช่ือมโยงกับสาขาวิชาที่มุ่งเน้นในเรื่องการปฏิสัมพันธ์ข้ามวัฒนธรรมท่ีมีความหลากหลาย
(ของกลมุ่ ประเทศสมาชกิ อาเซยี น) ระบบตา่ ง ๆ ในโลก และอนื่ ๆ ภมู ภิ าคตา่ ง ๆ ทมี่ ลี กั ษณะทางภมู ศิ าสตรท์ ค่ี ลา้ ยคลงึ กนั สามารถพบไดใ้ นชาตอิ น่ื ๆ
ในกลุม่ ประเทศสมาชิกอาเซยี น ภมู ภิ าคเหลา่ นัน้ มขี ้อได้เปรียบและอปุ สรรคคล้าย ๆ กนั ในเรื่องการเชอ่ื มโยงกบั ชมุ ชนอื่น ๆ
164 คู่มอื หลกั สูตรอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)
ตวั อยา่ งแผนการจัดการเรียนรู้ : พลเมอื ง - ชุมชน ประเทศ และภูมภิ าค
ระดบั ชัน้ เรยี น/สาขาวิชา : ประถมศึกษาตอนปลาย/หน้าท่ีพลเมอื งและจริยศกึ ษา
ภาพรวม : นกั เรียนอาศยั อยู่ในชมุ ชนทปี่ ระกอบดว้ ย ครอบครัว ชมุ ชนโรงเรียน บรเิ วณใกลเ้ คยี ง และเมอื ง นักเรียนจะเรียนรู้ถึงการเชื่อมโยงตนเองกบั บคุ คลและ
สิง่ ต่าง ๆ ผ่านการเรียนรชู้ มุ ชนท่ีหลากหลายทน่ี กั เรียนกเ็ ป็นส่วนหน่งึ ในน้นั
ความเข้าใจที่คงทน : นักเรียนเข้าใจถึงการที่สมาชิกในชุมชนต่างพึ่งพาอาศัยกันเพ่ือจัดหาส่ิงที่ต้องการ (Want) และส่ิงท่ีจำ�เป็น (Need) นักเรียนสามารถระบุ
ผชู้ ว่ ยเหลอื ชมุ ชน เชน่ ตำ�รวจ พนกั งานดบั เพลงิ และสามารถระบถุ งึ บทบาทของบคุ คลเหลา่ นที้ ม่ี ตี อ่ ชมุ ชน นอกจากนนี้ กั เรยี นยงั ไดเ้ รยี นรวู้ า่ สมาชกิ ในชมุ ชนจดั หา
การบริการทแ่ี ตกตา่ งกนั ออกไปเพอ่ื ประโยชนต์ ่อชุมชน
วตั ถุประสงคข์ องบทเรียน :
◆◆ นักเรยี นสามารถระบุผชู้ ว่ ยเหลอื ชมุ ชน
◆◆ นกั เรยี นจะส�ำ นึกถงึ การทส่ี มาชกิ ในชมุ ชนทำ�งานรว่ มกันเพือ่ ชว่ ยเหลอื ซ่งึ กันและกัน
คำ�ถามสำ�คัญ :
◆◆ ทำ�ไมผู้คนจึงอาศยั อยใู่ นชุมชน (สถานท่ี ประชาชน)
◆◆ สมาชิกในชมุ ชนช่วยเหลอื กนั อย่างไร (ประชาชน ส่ิงของ แนวคิด)
ส่อื และเอกสารประกอบการสอน : 165คมู่ อื หลกั สตู รอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)
◆◆ กระดาษสี
◆◆ กรรไกรและกาว
◆◆ กระดาษภาพติดผนังขนาดใหญ่
◆◆ กระดาษขาว
◆◆ แผนที่ประเทศกลมุ่ ประเทศสมาชกิ อาเซียน
เวลาท่ีใช้ : 2 คาบ
อภิธานศัพท์ :
◆◆ พลเมือง หมายถงึ สมาชิกในชมุ ชนหรอื รฐั (State) ผู้ซึ่งมสี ว่ นร่วมในสทิ ธแิ ละหน้าทรี่ บั ผิดชอบ
◆◆ ชมุ ชน/ประชาคม หมายถึง พื้นท่ี หรือบริเวณ อนั มีผอู้ าศัยอยู่
◆◆ แผนภาพเวนน์ หมายถงึ วงกลมสองวงมาทับซ้อนกัน ซงึ่ ในส่วนท่ที บั ซ้อนแสดงลกั ษณะทหี่ มือนกนั
ชดุ กิจกรรมการน�ำ เขา้ สูบ่ ทเรียน :
◆◆ ใครชว่ ยเหลอื พวกเราในชมุ ชนของพวกเรา
◆◆ อะไรคอื สิ่งจำ�เป็นตอ่ การอาศัยอย่ใู นชมุ ชนของพวกเราบ้าง
ปจั จัยปอ้ น : ครูอธบิ ายดังตอ่ ไปนี้
◆◆ ทกุ คนมที ้ังส่งิ ทต่ี อ้ งการและสิ่งทจ่ี ำ�เปน็ (สิง่ ทตี่ ้องการมที ัง้ สง่ิ ทจี่ ำ�เปน็ และไม่จ�ำ เปน็ )
◆◆ ผู้ชว่ ยเหลอื ชุมชน (Community Helpers) จดั หาสิ่งทส่ี มาชกิ ในชุมชนต้องการทั้งท่ีจำ�เปน็ และไม่จ�ำ เป็น
รูปแบบ : ครูอาจจะตอ้ งสาธติ วธิ กี ารใชก้ ระดาษเพอื่ ท�ำ บา้ น ร้านค้า และส่วนประกอบอนื่ ๆ ในชุมชนส�ำ หรับภาพตดิ ผนัง
ขัน้ ตอนการสอน :
คาบที่ 1
◆◆ ให้นักเรยี นนกึ ถงึ ชุมชนท่พี วกเขาอาศยั อยู่ และยกตัวอย่างสิ่งทพี่ วกเขาเหน็ ในชุมชน กลา่ วคอื บา้ น รา้ นค้า โรงเรยี น สถานที่เพ่ือสกั การบชู า
◆◆ ใหน้ ักเรียนจัดท�ำ ภาพติดผนงั เกยี่ วกับชุมชนของพวกเขา
◆◆ ใหน้ ักเรยี นใช้ปากกาสี กรรไกร และกาว บอกถงึ สิ่งทจ่ี ำ�เปน็ ส�ำ หรบั พวกเขาในชมุ ชน
◆◆ รวบรวมแผน่ กระดาษทนี่ กั เรียนทำ�ข้นึ และน�ำ กระดาษภาพทีจ่ ะติดผนังวางกระจายบนพื้น
◆◆ ใหน้ กั เรียนน่งั บนพน้ื รอบ ๆ ภาพติดผนงั
166 คูม่ อื หลกั สูตรอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)
◆◆ แลกเปลี่ยนความคดิ เหน็ ร่วมกับนักเรยี นว่า นักเรียนควรจะวางสิง่ ท่ีได้ท�ำ ไวท้ ี่ไหน ให้นกั เรยี นอธิบายว่าท�ำ ไมถงึ เลอื กทตี่ รงนั้น
◆◆ ใหน้ ักเรยี นใชก้ าวแท่งตดิ สงิ่ ทท่ี ำ�บนภาพติดผนัง
◆◆ แสดงภาพตดิ ผนงั ในท่ีทน่ี ักเรียนสามารถมองเห็นได้
คาบท่ี 2
◆◆ แผนภาพติดผนังที่นักเรียนทำ�ขน้ึ ให้นกั เรียนระลึกว่า จะเนน้ ไปทสี่ มาชกิ ในชมุ ชนซง่ึ อาศยั และท�ำ งานร่วมกนั
◆◆ ถามนกั เรยี นว่าพวกเขาเป็นส่วนหนงึ่ ของชุมชนขนาดใหญห่ รือไม่ กระตนุ้ ใหน้ กั เรียนรวู้ ่าพวกเขาทกุ คนคอื สมาชกิ ของประเทศและภูมิภาค
◆◆ แสดงแผนท่ปี ระเทศท่นี ักเรียนอาศัยอยู่
◆◆ ใหน้ ักเรยี นเขียนรวบรวมส่ิงท่นี ักเรยี นมเี หมือนและต่างจากคนอ่ืนในประเทศ
◆◆ แสดงแผนภาพเวนน์ อธิบายวา่ แผนภาพเวนน์แสดงใหเ้ หน็ ถึงความสมั พนั ธ์ระหวา่ งกลุ่มท่แี ตกต่างกนั
◆◆ สาธิตวิธีการใช้แผนภาพเวนน์โดยให้นักเรียนแลกเปล่ยี นความคดิ เห็นเก่ยี วกับลกั ษณะทเี่ หมือนและต่างจากคนอ่นื ในประเทศของพวกเขา
◆◆ ใหน้ ักเรยี นทำ�แผนภาพเวนน์ของนักเรียนเอง
การฝึกปฏิบัตโิ ดยการชีแ้ นะ : การทำ�ภาพตดิ ผนังควรดำ�เนนิ การโดยการช้แี นะของครู
บทสรุป : แสดงแผนภาพเวนนใ์ นชั้น ให้นกั เรยี นแลกเปลย่ี นความคดิ เห็นเกีย่ วกบั สง่ิ ท่ีคน้ พบได้จากโครงงานของเพื่อนร่วมชนั้
การประเมนิ ผลทเี่ สนอแนะ :
◆◆ ให้นกั เรียนทำ�ภาพติดผนงั ทม่ี กี ารวางภาพบา้ น รา้ นค้า โรงเรยี น สถานท่เี พ่ือสักการะบชู า และอืน่ ๆ อย่างเปน็ เหตเุ ปน็ ผล ควรจะมกี ารบรรยาย
องคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ของชุมชนเหลา่ นท้ี นี่ ักเรยี นอาศยั อย่อู ยา่ งชัดเจน นกั เรยี นแตล่ ะคนควรจะอธบิ ายด้วยวา่ ทำ�ไมถงึ ท�ำ ภาพเหลา่ น้ี และสง่ิ เหลา่ น้ี
ใหป้ ระโยชน์หรือทำ�ใหช้ ีวติ พวกเขาด�ำ เนินไดอ้ ย่างไร (การประเมินระหวา่ งเรียน; ด้านท่ี 1 - การอธิบาย และ ด้านที่ 2 - การตคี วาม)
◆◆ ให้นักเรียนแต่ละคนทำ�แผนภาพเวนน์ โดยเปรียบเทียบให้เห็นความเหมือนและความต่างของสิ่งท่ีจำ�เป็นและส่ิงที่ต้องการที่พวกเขาและคนอ่ืน
ในประเทศมีรว่ มกนั รวมทง้ั สิ่งทีจ่ ำ�เปน็ และสิง่ ทต่ี อ้ งการใดท่ีมีลักษณะเฉพาะ จากนั้นนักเรยี นสามารถอธบิ ายได้ถงึ เหตุผลการทำ�แผนภาพเวนน์นี้
167คู่มือหลกั สูตรอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)
ดว้ ยการพดู ในชว่ งการแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ และดว้ ยการเขยี นบนั ทกึ สะทอ้ นความคดิ โดยใหอ้ า้ งองิ ตามทงั้ สองค�ำ ถามส�ำ คญั ของหนว่ ยการเรยี นรู้
ทไี่ ดต้ ง้ั ไว้ ส�ำ หรบั ตวั อยา่ งหนว่ ยการเรยี นรนู้ ้ี คอื (1) ท�ำ ไมผคู้ นจงึ อาศยั อยใู่ นชมุ ชน (2) สมาชกิ ในชมุ ชนชว่ ยเหลอื กนั อยา่ งไร (การประเมนิ รวบยอด;
ด้านที่ 2 - การตีความ และด้านท่ี 4 - มุมมอง)
◆◆ การประเมินเพ่มิ เตมิ : ให้นกั เรียนสะทอ้ นความคิดตอ่ การน�ำ เสนอของวทิ ยากรรับเชิญ พรอ้ มดว้ ยสมาชิกชุมชนท่มี ารว่ มแลกเปลยี่ นความคดิ เห็น
ในช้ันเรียนในเรื่องที่ว่าพวกเขาเป็นผู้ช่วยและผู้สนับสนุนสังคมอย่างไร สมาชิกชุมชนเหล่าน้ีควรจะแสดงความเห็นในแง่มุมต่อชุมชนที่หลากหลาย
และแตกต่างกันไป นักเรียนและครอู าจจะเตรยี มคำ�ถามเพอื่ ถามวทิ ยากรเหล่านล้ี ว่ งหน้าไว้ก่อน โดยเน้นคำ�ถามทว่ี ่า “สมาชกิ ในชุมชนช่วยเหลือ
กันอย่างไร” และ “สมาชกิ แต่ละคนมบี ทบาทอะไรบา้ งในชุมชนและฉนั (นกั เรยี น) ได้รับประโยชนอ์ ย่างไร” (การประเมนิ รวบยอด; ดา้ นที่ 2 -
การตีความ และดา้ นที่ 4 - มมุ มอง)
คำ�ถามสรุป :
◆◆ ผูค้ นไดป้ ระโยชน์อย่างไรจากการเป็นสว่ นหนง่ึ ของชมุ ชน
◆◆ ในชุมชนตา่ ง ๆ มีส่งิ ที่จำ�เปน็ และส่งิ ทีต่ อ้ งการแตกตา่ งกันอย่างไร?
การเชอื่ มโยงกบั สาขาวชิ าอน่ื ในหลกั สตู ร : บทเรยี นนส้ี ามารถเชอ่ื มโยงกบั วชิ าประวตั ศิ าสตร์ และสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม โดยพจิ ารณาถงึ การเปลย่ี นแปลง
บทบาทของพลเมอื งในพ้นื ที่ตา่ ง ๆ ในประเด็นทางประวตั ิศาสตร์ที่แตกต่างกนั ไป
168 ค่มู อื หลกั สตู รอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
เอกสารประกอบการสอน : แผนภาพเวนน์ (Venn diagram)
169คู่มือหลกั สูตรอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
ตัวอย่างแผนการจัดการเรยี นรู้ : สทิ ธิและหนา้ ทร่ี ับผิดชอบต่อห้องเรยี น
ระดับช้นั เรยี น/สาขาวิชา : มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ /หนา้ ที่พลเมืองและจริยศกึ ษา
ภาพรวม : กิจกรรมกลมุ่ ให้นกั เรียนชว่ ยกันร่างกฎกตกิ าหน้าท่รี ับผดิ ชอบของพลเมอื งท่ีมีตอ่ ชุมชน เพ่อื นบา้ นใกลเ้ คยี ง ชาติ และโลก สงิ่ ท่สี �ำ คญั คือนกั เรียนจะได้
เรยี นรู้บทบาทของตนท่ีมตี อ่ ชุมชนและความรบั ผดิ ชอบในการรกั ษากฎกตกิ าดงั กล่าว
วัตถุประสงคข์ องบทเรียน :
◆◆ นกั เรยี นให้ค�ำ จำ�กดั ความของคำ�วา่ “สทิ ธิ” และ “หน้าทร่ี บั ผิดชอบ”
◆◆ นักเรียน รจู้ ักหน้าทีข่ องแตล่ ะบุคคลอันพงึ มีตอ่ ชมุ ชนและเขยี นแสดงความคิดเหน็ ของนักเรยี นในประเดน็ ดงั กล่าวได้
คำ�ถามส�ำ คญั : อะไรคือกฎกตกิ าของพลเมืองในการปฏิบตั ิตนต่อชุมชน ชาติ โลก (ประชาชน แนวคดิ สถานท)่ี
ส่อื และเอกสารประกอบการสอน :
◆◆ กระดาษ
◆◆ ปากกาสี
◆◆ กระดาษขนาดใหญ่/แผ่นโปสเตอร์
◆◆ อินเทอร์เนต็ (ถา้ มี)
➙➙ BrainPop. Jr. (www.brainpopjr.com)
➙➙ Scholastic.com (http : //teacher.scholastic.com)
เวลาทีใ่ ช้ : 2 คาบ
170 คู่มอื หลักสูตรอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)
อภธิ านศพั ท์ :
◆◆ พลเมือง หมายถงึ ผ้ทู ่ีอยู่ในเมือง หรือสมาชิกแห่งชาติ - รัฐ ผ้ซู ึง่ ปฏญิ าณตนจงรักภกั ดตี ่อชาติ อันพึงไดร้ ับสทิ ธิและความคมุ้ ครองตามกฎหมาย
◆◆ ชมุ ชน หมายถงึ พน้ื ท่หี รอื บริเวณ รวมถงึ ผ้ทู ่อี าศยั อย่ใู นสถานที่นน้ั ๆ
◆◆ สิทธิ หมายถงึ ความชอบธรรมทางกฎหมาย
◆◆ หนา้ ที่ หมายถึง หน้าที่อันพงึ กระทำ� พนั ธะหน้าที่
ชดุ กจิ กรรมน�ำ เขา้ สบู่ ทเรยี น : ใหน้ กั เรยี นยกตวั อยา่ งกฎระเบยี บของโรงเรยี นทแ่ี ตกตา่ งจากกฎระเบยี บทบ่ี า้ น ถามนกั เรยี นวา่ ทำ�ไมสถานทท่ี ต่ี า่ งกนั จงึ ตง้ั กฎระเบยี บขน้ึ
ไม่เหมือนกัน เม่ือเปน็ ดงั นคี้ วามคาดหวังยอ่ มต่างกนั ใช่หรอื ไม่
ปจั จัยป้อน : อภปิ รายเกี่ยวกบั เอกสารซึง่ สรปุ ใจความสำ�คัญของสทิ ธแิ ละหน้าทร่ี ับผดิ ชอบต่อโรงเรียน หมบู่ ้าน/บรเิ วณใกลเ้ คียง และชมุ ชนในชาติ
รูปแบบ : -
ข้นั ตอนการสอน :
คาบท่ี 1
◆◆ ครูใหค้ �ำ จ�ำ กดั ความของค�ำ ว่า “พลเมือง” ในฐานะทีเ่ ปน็ สมาชกิ ของชมุ ชน แบ่งกนั ทำ�งานเปน็ กลุม่ ยอ่ ย ให้นกั เรียนระดมความคิดเกย่ี วกับค�ำ ถาม
ดังตอ่ ไปนี้ “ชุมชนคอื อะไร สมาชกิ ของชมุ ชนคอื ใคร” ชุมชนถกู กำ�หนดขึ้นโดยสภาพทางภูมิศาสตร์ (เช่น ระดับท้องถน่ิ หรอื ระดบั โลก) หรือโดย
การรวมตัวเขา้ มาของกลุ่มชนท่ีมีผลประโยชนด์ ว้ ยกัน (เช่น กลมุ่ ทม่ี ีผลประโยชนแ์ ละความมงุ่ หมายร่วมกัน) สมาชกิ ในชุมชนจึงมีหนา้ ที่รบั ผดิ ชอบ
ที่จะตอ้ งปกปอ้ งดูแลชมุ ชน
◆◆ ให้นกั เรียนบอกชือ่ ชุมชนต่าง ๆ ท่นี กั เรียนเป็นสมาชิก (เชน่ ครอบครวั ศาสนสถาน โรงเรยี น บรเิ วณใกลเ้ คยี ง)
◆◆ ใหน้ ักเรียนทงั้ หอ้ งแสดงความคดิ เห็น เร่อื งความแตกตา่ งระหวา่ งสทิ ธิและหน้าท่คี วามรบั ผิดชอบ
คาบที่ 2
◆◆ ใหน้ ักเรียนท้ังห้องจดั ทำ�กฎระเบยี บวา่ ด้วยสทิ ธิและหนา้ ทรี่ ับผดิ ชอบของหอ้ งเรียน
171คมู่ อื หลกั สตู รอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
◆◆ ให้นกั เรยี นแสดงความคิดเห็น เรอื่ งสิทธิและหน้าทร่ี ับผดิ ชอบ ที่นักเรียนแตล่ ะคนพงึ มี ซึ่งตอ้ งรกั ษาและปกปอ้ งซ่งึ สิทธนิ ้นั
◆◆ ร่างกฎระเบยี บต่าง ๆ ขึ้นเพอ่ื คมุ้ ครองสิทธินกั เรียนในชัน้ และให้แต่ละคนเซน็ ตช์ ื่อ
การฝึกปฏบิ ตั ิโดยการชี้แนะ : ร่างกฎระเบยี บสทิ ธแิ ละหนา้ ที่รบั ผิดชอบของหอ้ งเรียน
บทสรุป : ตอนท้ายชั่วโมงของแต่ละวัน ให้นักเรียนสะท้อนความคิดเห็นว่าในวันน้ันนักเรียนปฏิบัติและเคารพในกฎระเบีบบว่าด้วยสิทธิและหน้าท่ีรับผิดชอบอย่างไร
ตัวอยา่ งเชน่ “ฉันได้ทำ�ความสะอาดห้องเรียนเรียบร้อยแลว้ ” หรอื “ขณะทเ่ี พือ่ น ๆ ท�ำ งาน ฉันไมท่ �ำ เสียงดงั รบกวนเขา”
การประเมนิ ผลท่เี สนอแนะ :
◆◆ ให้นักเรยี นแตล่ ะคนจัดท�ำ ผงั ความคดิ (Graphic organizer) โดยใช้แผนผังหรอื แผนภาพความคดิ หลัก เพื่อแสดงสิทธิและหน้าทรี่ บั ผดิ ชอบของตน
ในหอ้ งเรียน ทีบ่ ้าน และขยายไปถงึ ชุมชน (การประเมนิ ผลระหว่างเรยี น ดา้ นท่ี 1 - การอธิบาย และดา้ นที่ 2 - การตคี วาม)
◆◆ ให้นักเรียนจัดทำ�กฎระเบียบว่าด้วยสิทธิและหน้าที่รับผิดชอบที่ตกลงร่วมกันของนักเรียนโดยความเห็นชอบของอาจารย์ ให้พิมพ์ข้ึนเป็นประกาศ
ติดทห่ี อ้ ง เอกสารนี้จะเปน็ เคร่ืองสะทอ้ นใหเ้ หน็ ว่า ในแตล่ ะวันนักเรยี นใหเ้ กียรติและแสดงวา่ เคารพสิทธแิ ละหน้าที่รบั ผิดชอบในห้องเรียน ทีบ่ ้าน
และในชุมชนอย่างไร เม่ือจบคาบอาจารย์อาจให้มีการอภิปรายท้ังช้ัน ถึงประโยชน์ของการยึดถือกฎระเบียบว่าด้วยสิทธิและหน้าที่รับผิดชอบ
ทนี่ ักเรียนไดร้ ับท้ังดา้ นส่วนตวั และสว่ นรวม (การประเมนิ ผลรวบยอด ด้านท่ี 3 - การประยุกตใ์ ช้ และด้านที่ 6 - การร้จู กั ตนเอง)
◆◆ การประเมินเพิ่มเติม : ให้นักเรียนทำ�หัวข้อหลักๆที่สำ�คัญของกฎระเบียบว่าด้วยสิทธิและหน้าที่รับผิดชอบและทำ�เป็นสิ่งตีพิมพ์เพ่ือแบ่งปันกับ
ช้ันเรียนอื่น ๆ (ของโรงเรียนในชุมชน) และส่งไปให้ที่บ้านผ่านจดหมายข่าวจากโรงเรียน (การประเมินผลรวบยอด ด้านที่ 3 - การประยุกต์ใช้
และดา้ นที่ 4 - มมุ มอง)
คำ�ถามสรปุ :
◆◆ นักเรยี นมีสิทธแิ ละหนา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบอะไรบา้ ง ภายในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน
◆◆ การใหค้ วามหมายและปฏบิ ัติตนตามสทิ ธแิ ละหนา้ ท่คี วามรับผิดชอบให้ประโยชน์ต่อบคุ คลและสว่ นรวมอย่างไร
การเช่ือมโยงกับสาขาวิชาอ่ืนในหลักสูตร : กิจกรรมนี้เชื่อมโยงกับวิชาสังคมศึกษาและแนวคิดท่ีทุกคนมีสิทธิส่วนบุคคล รวมถึงหน้าที่รับผิดชอบในฐานะพลเมือง
ของชมุ ชน ของชาติ และภูมิภาค
172 ค่มู ือหลกั สูตรอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)
ตัวอยา่ ง แผนการจดั การเรยี นรู้ : บนั ทึกความทรงจ�ำ - มองประวตั ิศาสตร์ผ่านสายตาผ้ยู ้ายมาต้งั รกราก/ผู้ยา้ ยถน่ิ ฐาน
ระดบั ชั้นเรียน/สาขาวิชา : มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ /ประวัติศาสตร์และสงั คมศึกษา
ภาพรวม : การอ่านบันทึกความทรงจำ�ของผอู้ พยพ หรอื ผูล้ ้ีภยั เปน็ การสะทอ้ นใหน้ กั เรยี นเข้าใจแนวคดิ เกี่ยวกบั ความหลากหลายทางวัฒนธรรมและประวตั ิศาสตร์
รว่ มกนั ในกลมุ่ ประเทศอาเซยี น บทเรยี นนช้ี ว่ ยใหน้ กั เรยี นเหน็ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งมนษุ ยก์ บั เหตกุ ารณท์ างประวตั ศิ าสตร์ รวมทง้ั ปญั หาขอ้ ขดั แยง้ ทแี่ ตล่ ะประเทศ
ต้องเผชิญ หากพิจารณาประเทศหรือชุมชน ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เราจะสังเกตเห็นว่า มนุษย์ได้จัดแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยๆ ได้อย่างไร ส่วนใหญ่แล้ว สมาชิก
ในกลมุ่ จดั กลมุ่ กนั เองตามความสมคั รใจ กลา่ วคอื การแสวงหาความสมั พนั ธก์ บั คนทม่ี คี วามสนใจ ความเชอ่ื หรอื พนื้ ฐานคลา้ ย ๆ กนั แตบ่ างครง้ั การรวมกลมุ่ กนั นนั้
อาจไม่ไดก้ ำ�หนดหรอื เลอื กกันเอง หากแตเ่ กิดขึ้นจากการท่ีคนกลมุ่ นนั้ เกดิ มาในชนชาติ กลมุ่ เพศ หรอื ครอบครัวเดยี วกนั
ความเข้าใจที่คงทน : บันทึกความทรงจ�ำ นน้ั เปน็ การแสดงความคิดเหน็ ทางประวตั ศิ าสตร์อย่างหน่ึง
วตั ถุประสงคข์ องบทเรยี น :
◆◆ นกั เรียนสามารถระบุและอธิบายจดุ ประสงค์ของบันทกึ ความทรงจ�ำ
◆◆ นักเรยี นสามารถระบุและอธบิ ายประเด็นสำ�คญั ของประวัตศิ าสตรข์ องชาตติ า่ งๆ ในอาเซียน
◆◆ นักเรยี นสามารถระบคุ วามเหมอื นและความแตกต่างทางวัฒนธรรมของชาตอิ าเซียน
◆◆ นกั เรยี นสามารถระบกุ ารต่อสูด้ น้ิ รนของผยู้ า้ ยถน่ิ ฐานและผยู้ ้ายมาต้งั รกรากของชาตอิ าเซียน
◆◆ นักเรยี นสามารถระบคุ ุณลกั ษณะร่วม (Unifying Characteristic) ของชาติอาเซียน
◆◆ นักเรยี นจะเขา้ ใจลกั ษณะความเปน็ สามญั (Commonalty) หรอื อตั ลกั ษณ์รว่ ม (Identity) ของชาติอาเซยี น
◆◆ นกั เรียนจะไดเ้ รียนรู้แนวความคิดของอตั ลกั ษณ์แหง่ วฒั นธรรมและการสรา้ งชาตจิ ากบนั ทกึ ความทรงจำ�
ค�ำ ถามส�ำ คัญ :
◆◆ โลกาภิวัตน์มผี ลกระทบอย่างไรต่อประเทศสมาชกิ อาเซียน ทงั้ ระดบั ท้องถนิ่ และระดบั ชาติ (ประชาชน สถานที่ ส่อื )
◆◆ มวี ฒั นธรรมประเพณีใดบา้ งของชาติอาเซียนท่ีคลา้ ยคลึงกัน (ประชาชน แนวคดิ )
173คู่มือหลักสตู รอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
◆◆ เราใหค้ �ำ นยิ ามตัวเราเองวา่ อยา่ งไร ในสายตาของผูอ้ ่นื จะให้คำ�นิยามเราอยา่ งไร (ประชาชน แนวคิด)
เอกสารประกอบการสอนทีต่ ้องใช้ :
◆◆ บันทึกความทรงจ�ำ ผู้ย้ายถิ่นฐาน/ผู้ยา้ ยมาตง้ั รกราก โดยครเู ปน็ ผูเ้ ลอื กเพือ่ เน้นความหลากหลายของกล่มุ หรอื มมุ มอง
◆◆ ปากกา/ดนิ สอ
◆◆ กระดาษแผนภูมิ
◆◆ เอกสารประกอบการสอน : บนั ทกึ ความทรงจำ�
◆◆ เอกสารประกอบการสอน : ประชากรในชาติอาเซยี น
◆◆ เอกสารประกอบการสอน : อาชีพของอาเซียน
◆◆ เอกสารประกอบการสอน : ลักษณะของรฐั บาล
เวลาทใ่ี ช้ : 1 คาบ
อภิธานศพั ท์ :
◆◆ ผู้อพยพ (Migrant) หมายถงึ บุคคลท่มี ายังดนิ แดนใหมเ่ พอ่ื อยอู่ าศัยหรือเพ่อื ท�ำ งาน
◆◆ คนเข้าเมือง (Immigrant) หมายถึง บุคคลท่ีมายงั ประเทศใหม่หรอื ชุมชน/ประชาคมใหม่เพือ่ อย่เู ปน็ การถาวร
◆◆ บันทกึ ความทรงจำ� หมายถงึ ขอ้ มูลเรอ่ื งราวทเี่ ขยี นมาจากประสบการณ์สว่ นตัว
◆◆ รฐั บาล หมายถงึ กลุ่มบุคคลท่ีกำ�หนดนโยบายและทำ�หน้าทบี่ ริหารกจิ การของชุมชนหรือของชาติ
◆◆ อาชพี หมายถึง การงานท่ีทำ�เพ่อื เลย้ี งชวี ิต
◆◆ ประชากร หมายถึง ผอู้ าศัยอยู่ในพืน้ ท่ีของเมอื ง ประเทศ หรือภูมภิ าค
◆◆ ชมุ ชน/ประชาคม หมายถึง พน้ื ท่ี หรอื บรเิ วณท่มี ีผู้อาศยั อยู่
◆◆ โลกาภิวตั น์ หมายถงึ สภาวการณอ์ ันเปน็ ผลของการค้าเสรี การลงทนุ ไม่มเี ขตจ�ำ กดั และมีการแลกเปล่ยี นแนวคิดอย่เู สมอ
◆◆ ความหลากหลายทางวฒั นธรรม หมายถึง การดำ�เนนิ ชีวติ และความเชื่อหลายรปู แบบอนั ถ่ายทอดจากรนุ่ สรู่ ่นุ
174 คมู่ อื หลักสูตรอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
◆◆ คณุ ลักษณะรว่ ม (Unifying Characteristic) หมายถึง ลักษณะนสิ ยั ประจำ�หรือส่งิ ท่เี คยท�ำ เปน็ ประจ�ำ
◆◆ ลกั ษณะความเป็นสามญั (Commonalty) หรืออัตลกั ษณ์รว่ ม (Identity) หมายถึง ลกั ษณะรว่ มทีค่ ล้ายกันของชาตอิ าเซยี น
ชดุ กิจกรรมน�ำ เขา้ สู่บทเรยี น :
◆◆ บนั ทกึ ความทรงจ�ำ คอื อะไร
◆◆ วนั สำ�คัญทางประเพณีทถ่ี อื ว่าเป็นวันหยุดท่คี ณุ และครอบครวั ของคณุ รู้และยดึ ถอื ปฏิบัติตาม คือวนั อะไรบ้าง
◆◆ ชมุ ชนท่นี กั เรยี นอยู่มกี ารตดิ ต่อกบั ชุมชนอื่น ๆ ทีเ่ ป็นรปู ธรรมไดอ้ ย่างไร
◆◆ การเรียนเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ด้วยการอ่านบันทึกความทรงจำ� กับการเรียนประวัติศาสตร์จากแหล่งอื่น ๆ เช่น เอกสารข้อมูลปฐมภูมิ
หรือหนังสอื ประวตั ศิ าสตรม์ ีความแตกต่างกนั อย่างไร
◆◆ บันทึกความทรงจ�ำ ไดใ้ ห้อะไรทแี่ หล่งการเรยี นร้อู ื่นไมม่ ี แหลง่ เรยี นร้ใู ดท่ไี มพ่ บในบนั ทึกความทรงจ�ำ
ปัจจัยปอ้ น : ใหค้ รูจดั หาใบความรใู้ นรปู แบบของบันทกึ ความทรงจำ�หลาย ๆ รูปแบบอย่างน้อย 10 เรอ่ื งโดยเน้นเรื่องสภาพการเมืองและความม่นั คง เศรษฐกิจ
สังคม วัฒนธรรม และสง่ิ แวดล้อม ทมี่ อี ยูใ่ นประเทศสมาชกิ อาเซยี น
รูปแบบ : ครูสาธติ การประมวลแนวคิดจากข้อมลู และมุมมองตา่ ง ๆ จากบนั ทึกความทรงจำ�ทเ่ี ป็นตวั อย่าง 1 เรือ่ ง จากค�ำ ถาม
ข้นั ตอนการสอน : ให้นักเรียนจับคู่และเดนิ ไปยังฐานการเรียนรู้เร่อื ง “การคน้ พบ” ทแ่ี ตล่ ะฐานใหน้ ักเรียนอา่ นบางบทจากบนั ทึกความทรงจำ� หลังจากได้อา่ นเรอื่ งราว
ในบนั ทึกฯ ใหน้ กั เรียนแสดงความเห็นตอ่ เร่อื งนัน้ ๆ ลงบนกระดาษแผนภูมิ ซึ่งจะมีค�ำ ถามใหน้ ักเรียนตอบดงั ต่อไปนี้
◆◆ เร่ืองนเี้ ปน็ เรื่องเกยี่ วกับใคร
◆◆ อะไรคอื ความขดั แย้งหรือการต่อสู้ด้นิ รนทีป่ รากฏในเรอื่ งนนั้
◆◆ ให้นกั เรียนเชือ่ มโยงประสบการณจ์ ากเร่อื งน้นั โดยเลือกขอ้ ความใดข้อความหนึง่ และเขียนต่อจนจบ
➙➙ เรือ่ งท่อี ่านท�ำ ใหฉ้ นั นกึ ถึงชว่ งเวลาที่ฉันเคยประสบหรือไม่เคยประสบกบั ….
➙➙ ฉันเห็นด้วย/เขา้ ใจเรอ่ื งท่ีฉนั อา่ นเพราะว่าชวี ติ ของฉนั ….
175ค่มู อื หลักสูตรอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
◆◆ อะไรคอื เหตกุ ารณท์ างประวัติศาสตร์ท่ไี ดจ้ าการอภปิ ราย
◆◆ เร่อื งจากบันทึกฯ มคี วามเกย่ี วข้องกบั ประวตั ศิ าสตร์ของชาตขิ องนกั เรยี นอยา่ งไร
การฝึกปฏิบัติโดยการช้แี นะ :
หลังจากทน่ี กั เรยี นไปฐานแห่งการคน้ พบได้ 3 ฐาน ให้นักเรยี นตอบคำ�ถามท้ังหลายท่ีอยขู่ า้ งบน
บทสรุป : หลังจากท่ีได้ไป “ฐานแห่งการค้นพบ” นักเรียนท้ังชั้นก็มาแบ่งปันค�ำ ตอบกัน ครูจะติดกระดาษแผนภูมิจากแต่ละฐานแห่งการค้นพบไว้ที่ห้องเรียน
หรอื ทก่ี ระดานเพ่อื ใหน้ กั เรยี นแลกเปลย่ี นความเหน็ ซงึ่ กนั และกัน
การฝึกปฏิบตั ดิ ้วยตนเอง : ใหก้ ารบา้ นนักเรียนเขยี นเรยี งความหนงึ่ ยอ่ หน้าแสดงความคิดเห็น นักเรียนจะร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ กับเพอ่ื นรว่ มโครงการที่ฐานฯ
และเพ่อื น ๆ ในช้นั ครูควรจะท�ำ กระดานข่าวตดิ แสดงเรียงความของนักเรยี น
การประเมินผลท่เี สนอแนะ :
◆◆ ให้นักเรียนไปตามฐานแห่งการค้นพบ อย่างน้อย 3 ฐาน และให้ตอบคำ�ถามข้างบน โดยใช้การคิดอย่างมีวิจารณญาณไตร่ตรองเพ่ือแสดงถึง
ความเข้าใจหลายมุมมองโดยอา้ งองิ กลมุ่ ต่าง ๆ รวมถึงสภาพการเมืองและเศรษฐกิจของชาติต่าง ๆ ในอาเซยี น นกั เรียนควรแสดงให้เหน็ ว่า เหตุการณ์ทาง
ประวตั ศิ าสตรเ์ หลา่ นเ้ี กยี่ วพนั กบั ตนเอง กบั ชมุ ชน และกบั ชาตอิ ยา่ งไร (การประเมนิ ผลระหวา่ งเรยี น ดา้ นท่ี 4 - มมุ มอง และดา้ นที่ 5 - ความรสู้ กึ รว่ ม)
◆◆ ให้นกั เรียนจดั ปา้ ยนเิ ทศในชั้นทีเ่ นน้ ถึงลกั ษณะความเป็นสามญั (Commonalty) หรอื อตั ลักษณ์ร่วม (Identity) ของชาตอิ าเซียนท่ปี รากฏใหเ้ ห็น
ผ่านเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์แห่งบันทึกความทรงจำ�ที่คัดสรรแล้ว แต่ละฐานควรติดแผนภูมิของนักเรียนที่แสดงความเข้าใจในหลายมุมมอง
และความเชือ่ มโยงของตนเองกับประเทศอื่น (การประเมนิ ผลรวบยอด ด้านท่ี 4 - มมุ มอง และดา้ นท่ี 5 - ความรูส้ ึกรว่ ม)
◆◆ ให้นักเรียนเขียนเรียงความหน่ึงย่อหน้าแสดงความรู้สึกนึกคิดว่าพวกเขามีมุมมองอย่างไรต่อเหตุการณ์ท่ีได้รับอิทธิพจากบันทึกความทรงจำ�และ
จากมุมมองของเพือ่ นร่วมชน้ั (การประเมินผลรวบยอด ดา้ นที่ 4 - มมุ มอง และดา้ นท่ี 6 - การรจู้ ักตนเอง)
176 คู่มอื หลกั สูตรอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)
คำ�ถามสรุป :
◆◆ บันทึกความทรงจำ�แสดงให้เหน็ ถงึ เร่ืองอะไรบา้ งท่เี อกสารอน่ื ๆ ไม่ไดน้ ำ�เสนอ เชน่ บทวเิ คราะหท์ างประวัติศาสตร์ จดหมายข่าว ฯลฯ
◆◆ บันทึกความทรงจ�ำ ไดแ้ สดงความเหมอื นและความแตกตา่ งของวัฒนธรรมอยา่ งไร
◆◆ บันทึกความทรงจ�ำ ทำ�ใหผ้ ู้อา่ นไดย้ ้อนกลับไปคิดหรือท�ำ ใหเ้ กิดแนวคิดใหม่ ๆ ข้นึ ไดอ้ ย่างไร
การเช่อื มโยงกบั สาขาวิชาอนื่ ในหลกั สูตร : บทเรยี นนี้สามารถเช่อื มโยงกบั การเรียนวิชาสังคมศึกษาและหนา้ ที่พลเมอื งและจริยศกึ ษา ในบทท่ี 1 : ความรเู้ กย่ี วกบั
อาเซยี น นักเรียนสามารถค้นหาว่า อุดมการณแ์ ห่งอาเซยี นนน้ั รองรบั แนวความคดิ ในวัฒนธรรมท่ีหลากหลาย และการเปน็ เอกราชได้อยา่ งไร สามารถวิเคราะห์
ประสบการณ์ท่ีมีร่วมกัน และการต่อสู้ที่ผู้ย้ายมาตั้งรกราก/ผู้ย้ายถ่ินฐานเผชิญอยู่ในชาติแต่ละชาติท่ีเป็นอาเซียน การสอนให้นักเรียนรู้จักอัตลักษณ์ร่วมและ
วัฒนธรรมท่ีหลากหลายจะทำ�ให้นักเรียนเข้าใจได้ว่าส่ิงเหล่านี้สามารถต่อยอดการเป็นเอกภาพในการรวมตัวเป็นองค์การ เพื่อความมั่นคงย่ังยืนและความร่วมมือ
ระหว่างกันระหว่างชาตติ า่ ง ๆ ได้อย่างไร
177คูม่ อื หลักสตู รอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
เอกสารประกอบการสอน : บันทกึ ความทรงจ�ำ # 1
ถ้าพิจารณาต้ังแต่ระดับประเทศจนถึงระดับชุมชนท้ังอดีตและปัจจุบัน จะสังเกตเห็นวิธีการรวมตัวกันของคนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ จะเป็นผู้ท่ีมีความสนใจ
ความเช่ือ เป้าหมาย และภูมิหลังร่วมกัน บันทึกความทรงจำ�น้ีจะเป็นอัตชีวประวัติหรือประสบการณ์ของผู้เขียน บางครั้งเชื่อมโยงกับบุคคลหรือเหตุการณ์
ในประวัติศาสตร์
วิธกี าร :
กอ่ นทจ่ี ะเรมิ่ เรยี นรเู้ รอ่ื งของบนั ทกึ ความทรงจ�ำ รวมทงั้ ความส�ำ คญั ในการท�ำ ความเขา้ ใจถงึ อตั ลกั ษณแ์ หง่ วฒั นธรรม (Cultural Identity) ใหต้ อบค�ำ ถามดงั ตอ่ ไปนี้
นกั เรยี นต้องจำ�ไว้วา่ นกั เรยี นจะกลบั มาดูคำ�ถามเหลา่ นอ้ี ีกครั้งเพ่อื เปรียบเทียบคำ�ตอบ
◆◆ บนั ทกึ ความทรงจำ�คืออะไร
◆◆ วันส�ำ คญั ทางประเพณที ี่ถือว่าเปน็ วันหยดุ ท่ีคุณและครอบครัวของคุณรู้และยึดถอื ปฏบิ ัติตาม คือวนั อะไร
◆◆ ชมุ ชนท่นี กั เรยี นอยู่มีการติดต่อกบั ชุมชนอ่นื ๆ ท่เี ปน็ รูปธรรมไดอ้ ยา่ งไร
◆◆ การเรียนเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ด้วยการอ่านบันทึกความทรงจ�ำ กับการเรียนประวัติศาสตร์จากแหล่งอื่น ๆ เช่น เอกสารข้อมูลปฐมภูมิ หรือ
หนังสือประวตั ิศาสตร์นัน้ มีความแตกตา่ งกนั อย่างไร
◆◆ บันทึกความทรงจำ�ไดใ้ ห้อะไรท่แี หล่งเรียนรอู้ น่ื ไม่มี แหลง่ เรยี นรู้อื่น ๆ อาจจะใหอ้ ะไรทไ่ี ม่พบในบนั ทกึ ความทรงจำ�
178 ค่มู ือหลกั สูตรอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)
เอกสารประกอบการสอน : บันทกึ ความทรงจำ� # 2
“เราเล้ียงชวี ิตดว้ ยส่ิงทเ่ี ราหามาได้ แต่เราสร้างชวี ิตดว้ ยสง่ิ ทเ่ี ราให้” (“You make a living by what you get. You make a life by what you give.”)–
วนิ สตัน เชอรช์ ลิ ค�ำ คมของอดตี นายกรฐั มนตรีองั กฤษ สบื คน้ ขอ้ มูลได้จากอินเทอรเ์ น็ต
วธิ กี าร : แตล่ ะฐาน นกั เรยี นจะพบเรอื่ งราวซง่ึ เปน็ เรอ่ื งจากหนงั สอื “จากฉนั เปน็ เรา : การแสวงหาความหมายในโลกของวตั ถนุ ยิ ม” (Me to We : Finding Meaning
in a Material World,) ผูแ้ ต่งคือ เครก และมาร์ค คิลเบอรเ์ จอร์ (Craig and Marc Kielburger) สบื ค้นข้อมลู ไดจ้ ากอินเทอรเ์ นต็ หนงั สอื น้รี วมเร่ืองตา่ ง ๆ ทเ่ี ขยี น
โดยผทู้ ่ีพยายามสร้างสรรค์สิง่ อนั เปน็ คุณค่าในชีวติ ให้นักเรียนอา่ นแต่ละเรอ่ื งในใจแล้วเขียนแสดงความคิดเหน็ และตอบคำ�ถามดังตอ่ ไปนี้
◆◆ เรอื่ งน้ีเปน็ เรื่องเกยี่ วกบั ใคร
◆◆ อะไรคือความขดั แย้งหรอื การตอ่ ส้ดู นิ้ รนท่ีปรากฏในเร่ืองนั้น
◆◆ ให้นกั เรยี นเชอื่ มโยงประสบการณจ์ ากเร่อื งนัน้ โดยเลือกขอ้ ความใดขอ้ ความหนึง่ ดังต่อไปน้ีและเขยี นจนจบ
➙➙ เร่อื งท่อี ่านท�ำ ใหฉ้ ันนกึ ถงึ ชว่ งเวลาท่ีฉนั เคยประสบหรือไมเ่ คยประสบกบั ….
➙➙ ฉนั เหน็ ด้วย/เข้าใจเร่อื งท่ีฉนั อ่านเพราะวา่ ชีวิตของฉัน ….
◆◆ อะไรคอื เหตุการณท์ างประวตั ิศาสตร์ทไี่ ดอ้ ภปิ ราย
◆◆ เร่อื งจากบันทึกฯ มคี วามเกีย่ วขอ้ งกับประวตั ศิ าสตรข์ องชาติของนกั เรียนอย่างไร
เม่ือนักเรียนอ่านจบและเขียนจบแล้ว ให้วางกระดาษท่ีได้เขียนแสดงความคิดเห็นไว้ที่ฐานและเดินไปที่ฐานต่อไป เมื่อมาถึงให้นักเรียนทำ�ตามขั้นตอนเดิมคืออ่าน
เรอื่ งราวและเขียนแสดงความคดิ เหน็ แตค่ ราวนใี้ ห้อา่ นข้อเขียนแสดงความคดิ เห็นของเพื่อนรว่ มช้นั ดว้ ย ใหน้ กั เรียนแสดงความคดิ เหน็ ทั้งเรอื่ งทีอ่ า่ นและข้อเขียน
แสดงความคดิ เห็นของเพือ่ นรว่ มช้นั นักเรยี นเห็นด้วยหรือไมก่ ับความคดิ ของเพื่อน ๆ จงบอกเหตผุ ลใหช้ ัดเจน
* ขอให้พยายามเขียนให้ชัดเจนเท่าที่จะทำ�ได้ เพราะการทำ�ให้ผู้อ่านเข้าใจในข้อเขียนแสดงความคิดเห็นของตนเองเป็นเรื่องสำ�คัญมาก นักเรียน
ไมจ่ ำ�เป็นต้องลงช่ือในขอ้ เขียนของนกั เรยี น
179คมู่ อื หลกั สูตรอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
ตัวอยา่ งแผนการจัดการเรยี นรู้ : การท�ำ แผนภมู กิ ารเปลยี่ นแปลงของภมู อิ ากาศ
ระดับชนั้ เรียน/สาขาวชิ า : มัธยมศึกษาตอนปลาย/วทิ ยาศาสตร์
ภาพรวม : นักเรียนได้เรียนรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศมีผลกระทบต่อชุมชนท้องถิ่นอย่างไร และเร่ิมศึกษาวิธีท่ีจะลดปริมาณคาร์บอน (Carbon
Footprint) และพัฒนาวิธีเร่งแก้ปัญหาดังกล่าว นักเรียนจะเข้าใจว่า การปล่อยปริมาณก๊าซเรือนกระจกในท้องถ่ินน้ันไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อชุมชน
ท้องถ่ิน แต่ยงั ส่งผลกระทบต่อโลกและประเทศสมาชิกอาเซียนทง้ั หมดอีกด้วย
ความเข้าใจท่ีคงทน : ระบบธรรมชาตินั้นเชื่อมโยงกันทั่วโลก และข้ามผ่านพรมแดนการเมืองระหว่างประเทศ และท่ีสำ�คัญการเปล่ียนแปลงของภูมิอากาศน้ัน
เกดิ จากธรรมชาตแิ ละมนุษย์เป็นผูก้ ระท�ำ การเปลีย่ นแปลงนสี้ ง่ ผลกระทบโดยตรงต่อชมุ ชน เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และส่งิ แวดล้อม
วัตถปุ ระสงค์ของบทเรยี น :
◆◆ นกั เรียนจะเรยี นรูช้ น้ั บรรยากาศต่าง ๆ
◆◆ นกั เรยี นจะค้นพบวา่ คาร์บอนไดออกไซด์และอุณหภมู มิ คี วามสัมพันธ์กนั
◆◆ นกั เรียนจะเขา้ ใจถงึ หนา้ ที่ของพืชในการคายคาร์บอนไดออกไซด์และความส�ำ คญั ของพชื ในการรกั ษาสมดุลของอุณหภูมิไว้
◆◆ นกั เรยี นจะเรียนรวู้ ่าคาร์บอนไดออกไซดเ์ กิดขน้ึ ได้อยา่ งไร
◆◆ นักเรียนสามารถเปรียบเทียบเส้นกราฟซึ่งแสดงความสัมพันธ์ของก๊าซท่ีถูกปิดก้ันโดยความร้อน (เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ เป็นต้น) และ
การเปลยี่ นแปลงของอุณหภมู ิตามกาลเวลา ในรูปแบบต่าง ๆ
◆◆ นกั เรยี นจะคน้ ควา้ วา่ พายขุ นาดใหญ่ ความแหง้ แลง้ หรอื การเปลยี่ นแปลงของอณุ หภมู ทิ กี่ อ่ ใหเ้ กดิ ผลกระทบนนั้ เกดิ ขนึ้ เมอ่ื ใดในประเทศของพวกเขา
และประเทศสมาชิกอาเซยี น
◆◆ นักเรียนจะค้นหารปู แบบตา่ ง ๆ ท้งั ของประเทศของพวกเขาและภายในภมู ิภาคในประเทศสมาชกิ อาเซียนท้ังหมด
คำ�ถามสำ�คญั :
◆◆ เหตใุ ดผลกระทบทเี่ ปน็ คลนื่ ตา่ ง ๆ ทเ่ี กดิ จากการกระทำ�ของมนษุ ยจ์ งึ สามารถสง่ ผลกระทบแบบไมค่ าดคดิ มากอ่ นและรา้ ยแรง (ประชาชน สถานที่ สอ่ื )
◆◆ ท�ำ ไมการรวบรวมข้อมูลในระดบั ท้องถ่ินจึงมีความส�ำ คัญมากตอ่ การท�ำ ความเข้าใจปรากฏการณ์และการพัฒนาระดับโลก (ส่ือ แนวคิด ประชาชน)
180 คู่มือหลักสตู รอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)
ส่อื และเอกสารประกอบการสอน :
◆◆ เคร่ืองฉายภาพบนผนังหรอื แผนผังแสดงช้นั บรรยากาศต่าง ๆ
◆◆ แผนทแี่ สดงภูมิอากาศของประเทศในกลมุ่ อาเซยี น
◆◆ เสน้ กราฟแสดงความสัมพนั ธ์การเปรียบเทียบคาร์บอนไดออกไซด์และการผนั แปรของอุณหภมู ติ ามกาลเวลา
◆◆ ข้อมูลเก่ยี วกบั สภาพอากาศในยุคประวตั ศิ าสตรข์ องภูมภิ าคในประเทศสมาชกิ อาเซียน
เวลาทใ่ี ช้ : 6 คาบ
อภธิ านศพั ท์ :
◆◆ การเปลยี่ นแปลงของภมู อิ ากาศ หมายถงึ การเปล่ยี นแปลงที่มผี ลระยะยาวต่อภมู อิ ากาศในโลก
◆◆ คาร์บอนฟุตพรนิ้ ท์ (Carbon Footprint) หมายถงึ ปรมิ าณก๊าซคาร์บอนทีถ่ กู ปล่อยออกมา
◆◆ ก๊าซทถ่ี ูกปิดก้นั โดยความรอ้ น หมายถึง ก๊าซทีป่ ดิ กั้นความรอ้ นในบรรยากาศและท�ำ ใหภ้ มู ิอากาศรอ้ น
◆◆ โทรโพสเฟยี ร์ (Troposphere) หมายถงึ ชน้ั บรรยากาศบรเิ วณช้นั ลา่ งของโลก ซง่ึ สูงจากพื้นผิวโลกประมาณ 6 - 10 กิโลเมตร
◆◆ มีโซสเฟียร์ (Mesosphere) หมายถึง ช้ันบรรยากาศบนโลกที่อยู่เหนือช้ันสตราโตสเฟียร์และอยู่ใต้ช้ันเทอร์โมสเฟียร์ ในระดับความสูงประมาณ
50 - 80 กโิ ลเมตร
◆◆ เทอร์โมสเฟียร์ (Thermosphere) หมายถึง ช้ันบรรยากาศท่ีอยู่เหนือชั้นมีโซสเฟียร์และอยู่ตํ่ากว่าระดับความสูงของบรรยากาศท่ีปราศจาก
ส่วนประกอบของการเปน็ ฉนวน
◆◆ เอกโซสเฟยี ร์ (Exsosphere) หมายถงึ ชนั้ บรรยากาศบรเิ วณชั้นนอกสุดของโลก
◆◆ ภาวะเรือนกระจก หมายถึง ภาวะทม่ี กี ารปดิ กน้ั ความร้อนของแสงอาทิตย์ทีช่ ้นั ล่างของช้นั บรรยากาศบนโลก
◆◆ ไอโซโทป (Isotope) หมายถงึ ธาตทุ ่ีมีจำ�นวนโปรตรอนเทา่ กนั แต่มีจำ�นวนนิวตรอนตา่ งกันในระดบั นวิ คลีไอ (nuclei)
ชดุ กจิ กรรมน�ำ เขา้ สูบ่ ทเรียน : ตงั้ คำ�ถามดงั ต่อไปน้ีในชน้ั เรียน ประกอบกับใช้ภาพทีแ่ สดงชั้นบรรยากาศตา่ ง ๆ
◆◆ พบคารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2) ในช้นั บรรยากาศชน้ั ใด
◆◆ อะไรก่อให้เกิดคารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2) ส่ิงใดเกิดโดยธรรมชาตแิ ละส่ิงใดเกิดจากมนษุ ย์เปน็ ผกู้ ระทำ�
181คูม่ ือหลักสูตรอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
◆◆ พชื มหี น้าท่อี ะไรในการคายคารบ์ อนไดออกไซด์ (ในประเดน็ การตดั ไมท้ �ำ ลายป่า)
◆◆ เครอ่ื งฉายภาพแสดงเส้นกราฟแสดงความสัมพันธ์ของคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และอุณหภมู ิ
ปัจจัยป้อน : ครูอาจจะต้องอธิบายถึงชั้นบรรยากาศต่าง ๆ รวมท้ังการสังเคราะห์แสง และอธิบายให้นักเรียนเข้าใจความแตกต่างระหว่างคำ�ว่า สภาพอากาศ
(Weather) และภมู อิ ากาศ (Climate) นอกจากน้นั ครจู ะตอ้ งน�ำ เสนอข้อมลู จากลิงค์เว็บไซต์ท่ีระบไุ วใ้ นหวั ขอ้ ขัน้ ตอนการสอนด้านล่างน้ีดว้ ย
รปู แบบ : ครจู ะตอ้ งสาธิตวิธีการเปรียบเทยี บข้อมลู และการอ่านเพอ่ื ท�ำ ความเข้าใจภาพและแผนภูมิตา่ ง ๆ
ข้นั ตอนการสอน :
คาบที่ 1 - 2
◆◆ ใชเ้ ครอื่ งฉายภาพบนผนงั ฉายภาพตดั ขวางของชน้ั บรรยากาศตา่ ง ๆ ใหน้ กั เรยี นพจิ ารณาชนั้ บรรยากาศทแ่ี ตกตา่ งกนั ไป รวมทงั้ อณุ หภมู ิ ความหนาแนน่
ความสูง และองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ
◆◆ ครูจัดทำ�เอกสารประกอบ (ใบงาน) ให้นกั เรยี นเตมิ ขอ้ มลู ของระดับช้นั บรรยากาศทหี่ ลากหลายตามที่ไดแ้ ลกเปล่ยี นความคิดเหน็
คาบท่ี 3 - 4
ดแู ผนการจดั การเรยี นรู้ออนไลน์ตามทแ่ี นะนำ�ขา้ งล่างนี้
◆◆ ครูน�ำ เสนอบทเรียนเรอ่ื งวัฏจกั รคาร์บอน นักเรยี นวาดแผนผงั จากวฏั จักรนี้ (ถ้าเขา้ อนิ เทอรเ์ น็ตได้ ให้เขา้ ไปท่ี
http://gk12.asu.edu/node/45
http://depts.washington.edu/oacis/lessonplans.html
http://www.calacademy.org/teachers/resources/lessons/Carbon - Cycle - Roleplay - 3 - 12/)
◆◆ ครนู �ำ เสนอบทเรยี นเรอื่ งภาวะเรอื นกระจก ใหน้ กั เรยี นมงุ่ เนน้ ไปทช่ี นั้ บรรยากาศโทรโพสเฟยี รแ์ ละแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ ในเรอ่ื งทวี่ า่ โลกเปลย่ี นสภาพ
ไปเปน็ เรอื นกระจกไดอ้ ย่างไร (ถา้ เข้าอินเทอร์เนต็ ได้ ใหเ้ ข้าไปท่ี
http://learningtogive.org/lessons/unit372/lessonl.html
182 คมู่ ือหลักสูตรอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
http://astroventure.arc.nasa.gov/teachers/pdf/AV - Atmoslesson - 3.pdf
http://www.pbs.org/now/classroom/globalwarming.html)
◆◆ ครูนำ�เสนอบทเรียนในเรื่องท่ีว่า การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศในยุคก่อนประวัติศาสตร์ได้รับการประเมินค่าอย่างไร เช่น วงปี แกนน้ําแข็ง
บนั ทกึ ทางประวตั ศิ าสตร์ ละอองเกสรพนั ธพ์ุ ชื สดั สว่ นออกซเิ จนในชน้ั บรรยากาศไอโซโทปในภเู ขานาํ้ แขง็ เปน็ ตน้ (ถา้ เขา้ อนิ เทอรเ์ นต็ ได้ ใหเ้ ขา้ ไปที่
http://www.smithsonianeducation.org/educators/lesson_plans/idealabs/prehistoric_climate_change.html
http://alex.state.al.us/lesson_view.php?id=29812)
คาบท่ี 5
◆◆ นกั เรยี นศกึ ษาการเปรยี บเทยี บเสน้ กราฟแสดงความสมั พนั ธใ์ นยคุ ประวตั ศิ าสตรข์ องคารบ์ อนไดออกไซดแ์ ละอณุ หภมู ใิ นชว่ งเวลาทง้ั ระยะยาวและสน้ั
และหาบทสรปุ เกย่ี วกบั สาเหตขุ องการเปลย่ี นแปลงของภมู อิ ากาศทเี่ กดิ ขน้ึ โดยธรรมชาติ (เชน่ การระเบดิ ของภเู ขาไฟ การเคลอื่ นจากการเอยี งของ
ผิวโลก การโคจรรอบ และการหมุนรอบ) และจากทม่ี นุษยเ์ ปน็ ผกู้ ระทำ� (การตดั ไม้ท�ำ ลายปา่ )
คาบท่ี 6
◆◆ นกั เรยี นคน้ หาบทความสั้น ๆ เร่อื งการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโดยเนน้ ไปท่ีปัญหาเรอ่ื งการทช่ี ุมชนตา่ ง ๆ หายไปเน่ืองจากระดบั น้ําทะเลสงู ข้นึ
เรอ่ื งการหายไปของทอี่ ยอู่ าศยั หลาย ๆ แหง่ เรอ่ื งผลกระทบจากการเปลยี่ นแปลงของภมู อิ ากาศทส่ี ง่ ผลตอ่ ลกั ษณะสภาพอากาศและเรอื่ งการกสกิ รรม
◆◆ นกั เรียนทำ�งานเปน็ กลมุ่ ยอ่ ย หาประเดน็ สำ�คัญ ๆ จากบทความทไี่ ดค้ น้ หามาและน�ำ เสนอข้อมลู ในชัน้
บทสรปุ : ใหน้ กั เรยี นเขยี นจดหมายถงึ หนว่ ยงานรฐั บาลระดบั ทอ้ งถนิ่ เพอื่ แสดงความหว่ งใยเรอ่ื งการตดั ไมท้ ำ�ลายปา่ และผลกระทบตอ่ การเปลย่ี นแปลงของภมู อิ ากาศ
การฝึกปฏิบตั ดิ ้วยตนเอง : นกั เรียนแตล่ ะคนคาดคะเนปริมาณก๊าซ และเขียนสะท้อนความคดิ ในเร่อื งทว่ี า่ จะทำ�อย่างไรทีจ่ ะเปลยี่ นพฤตกิ รรมของแต่ละคนเพอื่ ลดปรมิ าณ
คารบ์ อน และในเรือ่ งการคาดคะเนผลกระทบจากการปล่อยกา๊ ซเรอื นกระจก หากประชากรท่เี พิ่มข้นึ ยังคงปฏบิ ตั ิเชน่ นี้
183ค่มู ือหลกั สตู รอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)
การประเมินผลทีเ่ สนอแนะ :
◆◆ ทดสอบโดยการถามนักเรียนในเร่ืองการจดจำ�ข้อมูล (เช่น ช้ันบรรยากาศต่าง ๆ ส่วนประกอบของก๊าซท่ีถูกปิดก้ันโดยความร้อน) และในแง่ความเข้าใจ
เรอ่ื งแนวคดิ และกระบวนการ (เชน่ ภาวะเรอื นกระจก การเกดิ คารบ์ อนไดออกไซด์ วฏั จกั รคารบ์ อน การเปลยี่ นแปลงของภมู อิ ากาศ) และใหน้ กั เรยี น
ทำ�แบบฝึกหัดประยุกต์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการใช้ทักษะทางด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในการประเมินข้อมูล (เช่น การวิเคราะห์เส้นกราฟ
เพ่ือเปรียบเทียบความสัมพันธ์ของการวัดค่าคาร์บอนไดออกไซด์และการเปล่ียนแปลงของอุณหภูมิตามกาลเวลา) (การประเมินผลระหว่างเรียน :
ดา้ นที่ 1 - การอธบิ าย, ดา้ นท่ี 2 - การตีความ และดา้ นท่ี 3 - การประยกุ ตใ์ ช้)
◆◆ ใหน้ ักเรยี นจบั กลมุ่ น�ำ เสนอหลกั ฐานทแ่ี สดงถงึ การปลอ่ ยกา๊ ซเรือนกระจก (ทงั้ โดยธรรมชาติและที่มนษุ ยเ์ ปน็ ผ้กู ระท�ำ ) ท�ำ ให้เกดิ การเปลย่ี นแปลง
ของภูมิอากาศระดับโลก และการเปลี่ยนแปลงน้ีส่งผลกระทบโดยตรงต่อชุมชน เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และสิ่งแวดล้อม การนำ�เสนอน้ี
ควรจะรวบรวมจากงานวิจัย รูปภาพ แผนภูมิต่าง ๆ (ข้อมูลในตารางซึ่งแสดงการเปรียบเทียบและรูปแบบต่าง ๆ ในยุคประวัติศาสตร์) รวมท้ัง
บทสรุป และการนำ�ไปใช้ในอนาคต การประเมินผลโดยครูและเพ่ือนร่วมชั้นสามารถอิงผลการเรียนรู้จากบทเรียนน้ี (การประเมินผลรวบยอด :
ดา้ นท่ี 2 - การตคี วาม, ดา้ นท่ี 3 - การประยุกตใ์ ช้ และด้านที่ 4 - มมุ มอง)
◆◆ ให้นักเรียนแต่ละคนคาดคะเนคาร์บอนฟุตพริ้นท์ จากน้ันให้เขียนสะท้อนความคิดในเร่ืองท่ีว่าจะท�ำ อย่างไรท่ีจะเปลี่ยนพฤติกรรมแต่ละคนเพ่ือลด
ปริมาณคารบ์ อนนี้ และใหน้ กั เรียนคาดคะเนและเขยี นแผนภมู ิถึงผลกระทบ หากประชากรท่ีเพ่ิมข้นึ ยงั คงปฏิบตั ิเชน่ น้ี (การประเมนิ ผลรวบยอด :
ดา้ นที่ 3 - การประยุกตใ์ ช้ และด้านที่ 5 - การรูจ้ กั ตนเอง)
ค�ำ ถามสรุป :
◆◆ ชั้นบรรยากาศต่าง ๆ มบี ทบาทอย่างไรในการท�ำ ใหช้ ีวติ บนโลกอยูไ่ ด้ และชั้นบรรยากาศเหลา่ น้ไี ดร้ ับผลกระทบจากคาร์บอนไดออกไซดอ์ ย่างไร
◆◆ จะวดั คา่ การเปลีย่ นแปลงของภูมิอากาศระดับโลกไดอ้ ยา่ งไร และจะลดสาเหตกุ ารเกดิ ได้อยา่ งไร
◆◆ ผคู้ นสามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตและพฤติกรรมในการทีจ่ ะบรรเทาภาวะการเปล่ียนแปลงของภูมอิ ากาศไดอ้ ยา่ งไร
การเชื่อมโยงกับสาขาวิชาอื่นในหลักสูตร : บทเรียนนี้สามารถเชื่อมโยงกับการศึกษาหน้าที่พลเมืองและจริยศึกษา ในบทท่ี 1 : ความรู้เก่ียวกับอาเซียน
และบทที่ 5 : การทำ�งานร่วมกันเพ่ืออนาคตที่ย่ังยืน โดยใช้เป็นแนวทางในการพูดคุยเร่ืองข้อพันธกรณีของชาติที่มั่งคั่งอาจจะต้องช่วยเหลือชาติที่กำ�ลังพัฒนา
หรือประชากรทย่ี งั คงต้องการความช่วยเหลอื อยู่ และในเรือ่ งทว่ี า่ ภูมิภาคจะจัดการกบั การเปลีย่ นแปลงของภูมอิ ากาศและผลกระทบทเ่ี กดิ ข้ึนได้อย่างไร
184 คู่มอื หลักสตู รอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)
เอกสารประกอบการสอน : แผนผงั แสดงชั้นบรรยากาศชน้ั ตา่ ง ๆ
แหลง่ ข้อมูล : US Department of Commerce/NOAA 185
http : //www.esrl.noaa.gov/gmd/education/lesson_plans/
คู่มอื หลักสตู รอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)
เอกสารประกอบการสอน : ใบงานแสดงช้ันบรรยากาศช้นั ต่าง ๆ
Kilometers
Miles
Temperature zones 150
75 Atpmreossspuhreeric
100
50
50 Wvaaptoerr
25
-100 ํ 0 ํ 00 Sea level 11110000----3241
-90 ํ -55 ํ Degrees1C5elํ sius 0 20 40 10 0
100 ํ (g/m3)
Atmospheres
แหล่งขอ้ มลู : US Department of Commerce/NOAA
http : //www.esrl.noaa.gov/gmd/outreach/lesson_plans/Characteristics%20of%20the%20Earth%27s%20Atmosphere.pdf
186 คู่มือหลักสตู รอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
เอกสารประกอบการสอน : เสน้ กราฟแสดงความสมั พนั ธข์ องอณุ หภมู แิ ละคารบ์ อนไดออกไซดบ์ นโลก
แหล่งข้อมลู : US Department of Commerce/NOAA http : //www.ncdc.noaa.gov/indicators/
187คู่มอื หลกั สูตรอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
ตัวอยา่ งแผนการจัดการเรยี นรู้ : กระแสโลก - น�ำ ทางส่เู ศรษฐศาสตรแ์ นวใหม่
ระดับช้ันเรยี น/สาขาวิชา : มธั ยมศึกษาตอนปลาย/ประวตั ิศาสตรแ์ ละสังคมศกึ ษา
ภาพรวม : เมอื่ สน้ิ สดุ สงครามเย็นในปี พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) เศรษฐกิจโลกอยู่ภายใตแ้ นวคดิ ของการคา้ เสรี เพ่ือท่จี ะเข้าใจผลจากโลกาภิวตั นท์ ม่ี ตี ่อภมู ิภาค
อาเซยี น ให้นักเรยี นเลอื กสินค้าโภคภณั ฑ์จากประเทศของนกั เรยี น หรอื ของชาติอืน่ ในกลมุ่ อาเซยี น (โดยเสนอแนะตวั อยา่ ง เชน่ ข้าว กาแฟ ออ้ ย กลว้ ย ถว่ั เหลือง
มันสำ�ปะหลัง นํ้ามันปาล์ม และข้าวโพด) ให้นักเรียนตรวจสอบว่า การค้าเสรีมีผลกระทบต่อการผลิตและผู้ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ท่ีกล่าวมาหรือไม่ นักเรียน
จะต้องสำ�รวจสิ่งท้าทายด้านต้นทุน - กำ�ไร ตลอดจนนัยสำ�คัญทางสังคมเกี่ยวกับการทำ�การค้าท่ีมีอยู่ในประเทศหรือท้องถิ่น เพื่อศึกษาว่า ผู้ผลิตสินค้าประเภท
อาหารของพวกเขาได้รับโอกาสทเี่ ปน็ ธรรมภายใตก้ ารค้าเสรหี รือนโยบายการคา้ อนื่ ๆ หรอื ไม่ บทเรียนนี้จะแสดงใหเ้ ห็นว่า กระแสโลกาภวิ ตั น์นัน้ ส่งผลประโยชน์
และ/หรือท้าทายชุมชน ประเทศ หรือทอ้ งถ่ิน
ความเขา้ ใจท่คี งทน : กระแสโลกาภวิ ตั นเ์ กิดขึ้นมาจากการเปดิ การค้าเสรีและเปิดโอกาสใหเ้ ขา้ ถึงตลาด
วตั ถปุ ระสงค์ของบทเรยี น :
◆◆ นกั เรยี นจะเรยี นรวู้ า่ โลกาภวิ ตั นน์ นั้ ขน้ึ อยกู่ บั การคา้ เสรที ส่ี รา้ งผลประโยชนต์ อ่ เศรษฐกจิ และสงั คมบางสว่ น แตก่ ลบั กลายเปน็ ปญั หาตอ่ สว่ นอน่ื ๆ ได้
โดยเฉพาะผผู้ ลติ ระดับทอ้ งถิ่นหรือถึงภูมิภาค
◆◆ นกั เรยี นจะสามารถแลกเปลยี่ นความคดิ เหน็ ในเรอ่ื งจุดประสงคแ์ ละการเชื่อมโยงระหว่างโลกาภิวัตน์และการทำ�การค้าเสรี
◆◆ นกั เรียนจะศึกษาว่า รปู แบบทางการคา้ อืน่ ๆ (ตวั อยา่ งเชน่ ข้อตกลงความเสมอภาคทางการค้า นโยบายกำ�หนดภาษีเพ่ือคมุ้ ครอง การทร่ี ฐั ให้ทนุ
ช่วยเหลือสนิ คา้ โภคภัณฑ์ และอ่ืน ๆ) สามารถกระทำ�รว่ มกบั นโยบายการค้าเสรีทม่ี ีอยู่ได้หรอื ไม่ และนโยบายเหลา่ น้สี นบั สนุนหรือเป็นอุปสรรคตอ่
การค้าเสรีหรอื ไม่
◆◆ นกั เรยี นจะศกึ ษาประโยชนแ์ ละอปุ สรรคเฉพาะของนโยบายการค้าทกุ รูปแบบ รวมทง้ั ผลกระทบทแ่ี ตล่ ะประโยชน์และอปุ สรรคนั้น ๆ อาจจะมีตอ่
การผลติ สินคา้ โภคภณั ฑ์ในท้องถ่ินและภมู ภิ าค
◆◆ นักเรียนจะศกึ ษาวา่ เหตุใดประเทศในกลุ่มอาเซยี นจงึ มุง่ ไปยงั ความยงั่ ยนื ของตลาดทอ้ งถิ่นและความมนั่ คงเรอื่ งอาหารระดบั ชาติ
◆◆ นกั เรยี นจะน�ำ เสนอผลที่ได้ในช่วงการประชุมสุดยอดเศรษฐกจิ อาเซยี นซึ่งจดั ข้นึ ในห้องเรียน หรอื น�ำ เสนอเปน็ รายบคุ คล (ขน้ึ อยูก่ ับครผู ู้สอน)
188 คู่มอื หลกั สูตรอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)
ค�ำ ถามสำ�คญั :
◆◆ อะไรคอื ผลกระทบจากโลกาภิวตั น์ทมี่ ีตอ่ ชุมชน และประเทศในภูมิภาคกลมุ่ อาเซียน ณ ปัจจุบันน้ี (ประชาชน สถานที่ สื่อ แนวคดิ )
◆◆ อะไรคือความรับผิดชอบของรัฐบาลในการท่ีจะสร้างความเชื่อม่ันว่าทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกันในระบบท่ีดึงให้คนเข้าใกล้ถึงกันมากขึ้นกว่าเดิม
(ประชาชน สอื่ แนวคดิ )
ส่อื และเอกสารประกอบการสอน :
◆◆ ตวั อย่างบทความเกี่ยวกบั โลกาภวิ ัตน์ การดำ�เนนิ การคา้ และปญั หาท่เี กิด
http : //www.asean.org/18757.htm
http : //www.asean.org/19585.htm
http : //www.asean.org/18770.htm
◆◆ ความสมบรู ณด์ า้ นแหล่งอาหารและนโยบายการค้าของอาเซยี น (ดูได้ท่ี www.iisd.org)
◆◆ รายการสนิ ค้าโภคภัณฑท์ างเกษตรหลัก ๆ ของประเทศกบั ประเทศสมาชกิ อาเซียน
◆◆ แผนรา่ งด�ำ เนินการประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ปี พ.ศ. 2550 www.aseansec.org/18757.htm
◆◆ ขอ้ ตกลงในเขตแดนการค้าเสรขี องอาเซยี น (ภาคี AFTA) www.aseance.or/19585.htm
เวลาที่ใช้ : สองสปั ดาห์ สำ�หรบั การคน้ ควา้ และเตรยี มการเพอ่ื จัดการประชุมสุดยอดเศรษฐกจิ อาเซยี นในหอ้ งเรยี นเปน็ เวลาสองวนั
อภธิ านศัพท์ :
◆◆ โลกาภิวตั น์ หมายถงึ สภาพการณอ์ ันเปน็ ผลของการคา้ เสรี การขับเคลื่อนเงินทุนอยา่ งไมม่ เี ขตจำ�กัด และการแลกเปลีย่ นแนวคิดอยา่ งอสิ ระ
◆◆ การคา้ เสรี หมายถงึ ตลาดการคา้ ทเ่ี ปดิ ให้เขา้ ถึงอยา่ งเสรี โดยไมม่ กี ำ�แพงภาษี หรอื การเข้ามาแทรกแซงจากรัฐบาล
◆◆ ความเสมอภาคทางการคา้ หมายถงึ ตลาดการค้าทใี่ ห้ราคายตุ ธิ รรมตอ่ ผู้ผลิตในชาติที่กำ�ลังพฒั นา
◆◆ สินคา้ โภคภณั ฑ์ หมายถึง สนิ ค้าอุปโภคและบรโิ ภค ประกอบดว้ ย 4 กลุ่มหลกั ได้แก่ พลังงาน โลหะอุตสาหกรรม โลหะมีคา่ และสินค้าเกษตร
◆◆ ความม่นั คงทางอาหาร หมายถึง สภาพการณ์ท่ปี ระเมนิ จากอาหารทีม่ ีอยู่และเข้าถงึ แหลง่ ได้ และเหมาะสมดว้ ยคุณค่าทางโภชนาการ
189คูม่ ือหลกั สูตรอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
◆◆ กองทุนอดุ หนุน หมายถงึ เงินที่มาจากรัฐบาลเพื่อชว่ ยภาคอุตสาหกรรม
◆◆ ระบบการคุม้ ครองอุตสาหกรรมภายในประเทศ หมายถงึ การคุม้ ครองภาคอตุ สาหกรรมท้องถ่นิ โดยเกบ็ ภาษขี าเขา้
ชุดกิจกรรมนำ�เขา้ สบู่ ทเรียน : ก่อนทน่ี ักเรยี นจะดำ�เนนิ โครงงานเรอ่ื งสินคา้ โภคภณั ฑ์ของประเทศกับประเทศสมาชิกอาเซียน นกั เรียนควรจะศกึ ษาค�ำ ศพั ท์ตา่ ง ๆ
ทกี่ ล่าวมาขา้ งบน และแลกเปล่ยี นความคิดเพอื่ ให้เขา้ ใจความหมาย และควรจะแลกเปลย่ี นความคดิ ตอ่ ข้อความต่าง ๆ ด้านลา่ งนี้ ภายใตก้ ารแนะนำ�ของครู
◆◆ โลกาภิวัตน์คืออะไร
◆◆ การคา้ เสรคี อื อะไร และเกย่ี วข้องกับโลกาภวิ ัตน์อยา่ งไร
◆◆ ความเสมอภาคทางการค้าคืออะไร
◆◆ สินค้าโภคภณั ฑ์คอื อะไร
◆◆ กองทนุ อดุ หนุนคืออะไร
◆◆ ใครเปน็ ผ้จู ดั หากองทุนอดุ หนุน ใหแ้ ก่ใคร และใหท้ ำ�ไม
◆◆ การกำ�หนดภาษเี พือ่ คุ้มครองการค้าหมายความว่าอะไร
ปัจจัยป้อน : ทบทวนเรื่องเส้นทางการค้าในสมัยก่อน ทั้งเส้นทางทางบกและเส้นทางเดินเรือ โดยใช้แผนท่ีในยุค พ.ศ. 1043 - พ.ศ. 2343 (ค.ศ. 500 - ค.ศ.
1800) เร่อื งนกั เดนิ ทางหลัก ๆ (เป็นการคา้ โดยส่วนตัว โดยบรษิ ทั เอกชน หรอื บริษัททอ่ี ุปถัมภ์โดยรฐั บาล) ผู้ทีเ่ คยใช้เส้นทางเหลา่ นใ้ี นสมัยก่อน และเรอื่ งผลผลิต
ท่ีพวกเขาไดม้ ีการค้าขาย (โดยเฉพาะสนิ ค้าโภคภัณฑ์)
รูปแบบ : สาธิตวธิ ีการพจิ ารณาถงึ ผลประโยชน์ นำ�มาเปรยี บเทียบกับการเสียเปรยี บในแต่ละประเดน็
ข้นั ตอนการสอน :
สปั ดาห์ทหี่ นง่ึ
สรุปพ้ืนฐาน : ส่วนเชื่อมต่อของอดีต ใช้แผนที่และเร่ืองราวของนักเดินทาง ให้นักเรียนทำ�แผนท่ีการเดินทางในยุคก่อน ๆ ที่มีการข้ามมหาสมุทรอินเดีย
ในยคุ พ.ศ. 1043 - พ.ศ. 2343 (ค.ศ. 500 - ค.ศ. 1800) ใหศ้ ึกษาวา่ ใคร เมอื่ ใด ทไ่ี หน และเหตุใดจึงมกี ารเดนิ ทางของบุคคล ของบรษิ ัทเอกชน หรอื ทีอ่ ุปถัมภ์
โดยรัฐบาล เดนิ ทางจากเอเชียตะวันออก ตะวนั ออกกลาง และยุโรป เขา้ สูเ่ อเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้
190 คมู่ ือหลักสตู รอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)
◆◆ เม่อื นกั เรยี นทำ�แบบฝึกหัดกจ็ ะได้พบว่า โลกาภิวัตนอ์ าจจะมีอยู่มานานแลว้ นานมากกว่าทีน่ ักเรียนจะนกึ ถึง
◆◆ นกั เรยี นจะเรยี นรเู้ รอ่ื งของสนิ คา้ โภคภณั ฑห์ ลายอยา่ งทค่ี า้ ขายกนั อยใู่ นเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ ยคุ ปี พ.ศ. 1043 - พ.ศ. 2343 (ค.ศ. 500 - ค.ศ. 1800)
◆◆ นกั เรียนจะแลกเปลยี่ นความคิดในเรื่องทีว่ ่า การค้าระดับโลกมผี ลตอ่ ผ้คู นทอ่ี าศยั อยู่ในภูมิภาคอย่างไร
◆◆ การบา้ น ใหน้ กั เรียนอา่ นบทความหลาย ๆ บทความเกยี่ วกับเรอื่ งโลกาภวิ ตั น์ในปัจจบุ ัน
ขัน้ ตอนการค้นคว้า
แบง่ นกั เรยี นเปน็ กลมุ่ ย่อย (ครเู ป็นผู้ก�ำ หนด)
◆◆ นักเรยี นจะทบทวนคำ�ศัพท์ (โดยการชี้แนะของครู) และให้ความสนใจเปน็ พิเศษในเร่ืองท่วี า่ โลกาภิวตั น์และการทำ�การค้าเสรีไดร้ ับการสนับสนุน
โดยทว่ั ภูมิภาคอาเซยี นไดอ้ ยา่ งไร
◆◆ นักเรยี นจะแลกเปลี่ยนความคดิ เรื่องการบ้านการอา่ นบทความที่ครูก�ำ หนดให้
◆◆ ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคนเลอื กชาตใิ นอาเซยี นมาหนงี่ ประเทศ (จะเปน็ การดถี า้ ไดต้ วั แทนทง้ั สบิ ประเทศ) และสนิ คา้ โภคภณั ฑห์ นงึ่ ชนดิ ทสี่ �ำ คญั ตอ่ ชาตนิ น้ั ๆ
ตัวอย่างอาจจะรวม ขา้ ว อ้อย พริกไทย กาแฟ ชา ถั่วเหลอื ง กล้วย หรือมันส�ำ ปะหลงั
◆◆ นกั เรียนจะท�ำ การค้นควา้ เกีย่ วกบั สนิ คา้ โภคภณั ฑ์จากระบบออนไลน์ ห้องสมุด สงิ่ ตพี มิ พ์ และระบวุ ่า โลกาภิวัตน์และการค้าเสรีส่งผลกระทบต่อ
ผู้ผลติ และผลผลติ ของสนิ ค้าโภคภณั ฑใ์ นประเทศสมาชิกอาเซยี นทน่ี กั เรียนเป็นตวั แทนอยูอ่ ย่างไร
◆◆ นักเรยี นจะพิจารณาปัญหา/นโยบายในเรอ่ื งชาติที่นักเรียนเจาะจงค้นคว้าและมองรวมไปถงึ ภมู ภิ าคในฐานะประเทศสมาชิกอาเซยี น
➙➙ การด�ำ เนนิ การและนโยบายการคา้ ในเรอ่ื ง การมตี ลาดเสรี ความแสมอภาคทางการคา้ การก�ำ หนดภาษเี พอ่ื คมุ้ ครอง และนโยบายกองทนุ อดุ หนนุ
➙➙ ประเด็นของความสมบูรณ์ด้านแหล่งอาหาร
➙➙ ผลประโยชนแ์ ละปัญหาเรอ่ื งคา่ แรง
➙➙ ปญั หาของบรษิ ทั ขา้ มชาติ
➙➙ ผลประโยชนแ์ ละอุปสรรคของนโยบายการคา้ ท่ัวโลก
◆◆ นักเรียนจะพิจารณาต่อถึงปัญหาทางสังคมดังต่อไปน้ีว่า มีผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อการดำ�เนินชีวิตประจำ�วันของประชาชนผู้ซ่ึงผลิตสินค้า
โภคภณั ฑ์อย่างไร
➙➙ แรงงานเดก็
191คมู่ ือหลกั สูตรอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)
➙➙ ผลประโยชนท์ างสขุ อนามยั
➙➙ สภาพการท�ำ งาน
➙➙ โอกาสทางการศกึ ษา
สปั ดาห์ท่ีสอง
การเตรยี มตัวคน้ ควา้ สำ�หรบั การประชมุ สุดยอดเศรษฐกจิ อาเซียนท่ีจะจดั ข้ึนในหอ้ งเรียน
◆◆ นักเรียนแต่ละคนจะเก็บข้อมูลจากการค้นคว้าแต่ละเรื่องและข้อมูลจากหนังสืออ้างอิงไว้ในบันทึกของตนเอง และจะนำ�มาแลกเปลี่ยนทุกวันกับ
กล่มุ และครู อกี หนง่ึ ทางเลอื กคือ การใช้กระดาษการด์ สำ�หรบั หนังสืออ้างองิ และการจดบันทกึ
◆◆ นักเรียนจะแลกเปล่ียนและวิเคราะห์ความรู้จากการค้นคว้าในกลุ่มย่อย เพ่ือท่ีจะตัดสินว่าการทำ�การค้าเสรีนั้นให้ประโยชน์ท้ังสองทางคือ
ตอ่ ผ้ผู ลติ และผลผลติ ของสนิ คา้ โภคภัณฑใ์ นประเทศสมาชิกอาเซยี นทีน่ ักเรยี นค้นคว้าอยหู่ รือไม่
◆◆ ถ้ายังมีปัญหาอยู่ ให้นักเรียนระบุว่าปัญหาคืออะไร ทำ�ไมถึงเกิดปัญหาขึ้น และจะแก้ไขอย่างไรในระดับท้องถ่ินและระดับภูมิภาค เพ่ือจะให้
ความเชื่อมั่นให้ตลาดกลับมาเขม้ แขง็ สำ�หรับผ้ผู ลติ ระดบั ทอ้ งถ่นิ
◆◆ นกั เรยี นจะแลกเปลย่ี นความคดิ วา่ อาเซยี นในฐานะองคก์ รภมู ภิ าคจะใหก้ ารสนบั สนนุ ดา้ นเศรษฐกจิ และสงั คมสำ�หรบั ผผู้ ลติ สนิ คา้ โภคภณั ฑภ์ ายใน
ประเทศไดอ้ ย่างไร
◆◆ ตามท่ีได้ค้นคว้า นักเรียนจะพิจารณาว่า อาเซียนควรจะยังคงยอมรับโลกาภิวัตน์และการค้าตลาดเสรีต่อประเทศและสินค้าโภคภัณฑ์ท่ีนักเรียน
ได้ค้นคว้าไว้หรือไม่
การประชุมสดุ ยอดเศรษฐกจิ อาเซยี นทจี่ ัดขน้ึ ในหอ้ งเรียน
◆◆ ส�ำ หรับการประชมุ สดุ ยอดเศรษฐกจิ อาเซยี นทจ่ี ดั ข้ึนในหอ้ งเรยี น แตล่ ะกลมุ่ จะต้องเตรยี มรายงานฉบบั ย่อ 5 - 10 นาที ทเ่ี ปน็ การสรปุ ความรู้จาก
การคน้ ควา้ ของพวกเขา รวมทงั้ บทสรปุ วา่ อาเซยี นในฐานะองคก์ รภมู ภิ าคควรจะยงั คงโอบอมุ้ การคา้ ตลาดเสรแี ละกระบวนการโลกาภวิ ตั นไ์ วห้ รอื ไม่
การฝึกปฏิบัติโดยการชี้แนะ : กิจกรรมน้ีควรทำ�เป็นกลุ่มย่อยภายใต้การแนะนำ�จากครูจะดีท่ีสุด เอกสารประกอบออนไลน์และ/หรือที่พิมพ์สามารถก�ำ หนดให้
เป็นการบ้านและสนบั สนนุ ใหม้ กี ารค้นคว้าด้วยตนเอง
192 คู่มือหลักสูตรอาเซยี น (ASEAN Curriculum Sourcebook)
บทสรุป : นักเรียนแลกเปล่ียนกันถามในเรื่องการประชุมสุดยอดเศรษฐกิจอาเซียนเป็นกลุ่มย่อย และนำ�เสนอท้ังช้ันถึงบทสรุปท้ายสุดด้วยการพูดปากเปล่า
และ/หรอื ดว้ ยการเขียน นักเรียนแต่ละคนจะน�ำ บันทกึ ส่งครเู พื่อให้ครปู ระเมินผล
การฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง (ต่อจากการประชุมสุดยอด) : นักเรียนอาจจะใช้ข้อมูลท่ีได้ค้นคว้าและเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และน�ำ องค์ความรู้ไปใช้ในการตอบค�ำ ถาม
ท่อี า้ งองิ เอกสาร
การประเมินผลที่เสนอแนะ :
◆◆ ใหน้ ักเรยี นสรา้ งแผนท่เี สน้ ทางของโลกของสนิ ค้าโภคภณั ฑ์ โดยเลือกชว่ งเวลาระหว่าง ยุคปี พ.ศ. 1043 - พ.ศ. 2343 (ค.ศ. 500 - ค.ศ. 1800)
ให้แสดงความคิดเหน็ ว่า ท�ำ ไมจงึ มีการคา้ ขายสนิ คา้ โภคภณั ฑเ์ หล่าน้ี และผลทช่ี มุ ชนอาจได้รบั คืออะไร (การประเมินผลระหว่างเรยี น; ดา้ นท่ี 2 -
การตีความ และด้านที่ 4 - มุมมอง)
◆◆ ตลอดสัปดาห์ ครูประเมินบันทึกของนักเรียนรวมท้ังข้อมูลเก่ียวกับการอ้างอิงของแต่ละคน พร้อมกับประเมินการค้นคว้าของกลุ่มในหัวข้อสินค้า
โภคภัณฑ์ที่เจาะจงท่ีมาจากประเทศสมาชิกอาเซียน งานของนักเรียนควรจะรวมการปฏิบัติและนโยบาย ประเด็นเร่ืองความมั่นคงทางอาหาร
ผลประโยชนแ์ ละอปุ สรรคดา้ นคา่ แรง สงิ่ ทา้ ทายของบรษิ ทั ขา้ มชาติ นโยบายการคา้ ทวั่ โลกในเรอื่ งตน้ ทนุ และกำ�ไร การรายงานการคน้ ควา้ นค้ี วรจะ
น�ำ เสนอดว้ ยวจิ ารณญาณในเรอื่ งประเดน็ ทางสงั คมด้วย เชน่ แรงงานเด็ก ผลประโยชนท์ างสุขอนามัย สภาพการทำ�งาน และโอกาสทางการศึกษา
ที่มีผลท้ังทางตรงและทางอ้อมต่อการดำ�เนินชีวิตประจำ�วันของประชาชนผู้ซ่ึงผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ (การประเมินผลระหว่างเรียน; ด้านที่ 1 -
การอธบิ าย และด้านท่ี 2 - การตีความ)
◆◆ ใหน้ กั เรยี นจบั กลมุ่ เตรยี มรายงานของการจดั ประชมุ สงู สดุ เศรษฐกจิ อาเซยี นในหอ้ งเรยี น ใหม้ บี ทสรปุ การคน้ ควา้ การวเิ คราะหต์ น้ ทนุ และกำ�ไรของ
โลกาภวิ ตั น์ และค�ำ แนะน�ำ ส�ำ หรบั การคา้ ในอนาคตในภมู ภิ าคอาเซยี น รายงานและการน�ำ เสนอนคี้ วรจะแสดงถงึ ความเขา้ ใจในแนวคดิ ทสี่ �ำ คญั และ
กระบวนการค้าในเชิงโลกาภิวัตน์ ควรจะมีการใช้ศัพท์เฉพาะทางท่ีเหมาะสม และมีข้อมูลหลักฐานสนับสนุนบทสรุป (การประเมินผลรวบยอด;
ดา้ นท่ี 2 - การตคี วาม, ด้านที่ 3 - การประยุกต์ใช้ และดา้ นที่ 4 - มุมมอง)
◆◆ การประเมินเพิ่มเติม : ให้นักเรียนประยุกต์ใช้องค์ความรู้ตอบคำ�ถามที่อ้างอิงเอกสาร (การประเมินผลรวบยอด; ด้านท่ี 2 - การตีความ
และดา้ นท่ี 3 - การประยุกต์ใช้)
193คมู่ ือหลักสตู รอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook)