แผนการสอน/การจัดการเรยี นรู้แบบมุง่ เนน้ สมรรถนะอาชพี
และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั วชิ า 20105–2005 วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนกิ ส์และวงจร
หลักสตู รประกาศนยี บัตรวชิ าชีพ พ.ศ. 2562
ประเภทวิชา อตุ สาหกรรม
จดั ทาโดย
นายปฏพิ าน สนี าบญุ
ตาแหน่ง ครพู ิเศษสอน
แผนกวิชา ช่างอิเล็กทรอนกิ ส์
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2563
ฝา่ ยวชิ าการ วทิ ยาลยั เทคนคิ สว่างแดนดนิ
สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
แบบคาขออนมุ ัติใชแ้ ผนการสอน/การจัดการเรยี นรู้แบบมงุ่ เน้นสมรรถนะอาชีพ
และบูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหัสวชิ า 20105-2005 วชิ า อปุ กรณอ์ ิเล็กทรอนิกส์และวงจร
หลักสตู รประกาศนียบตั รวชิ าชพี
ผ้จู ดั ทา
ลงชือ่ ..............................................
(นายปฏพิ าน สนี าบุญ)
ตาแหน่ง ครพู เิ ศษสอน
ผูต้ รวจสอบแผนการจัดการเรยี นรู้
ลงชอ่ื .............................................. ลงชื่อ..............................................
(นายสาโรช กล่ามอญ) (นายคุมดวง พรมอนิ ทร์)
หวั หนา้ งานพัฒนาหลกั สูตรฯ
หัวหนา้ แผนกวชิ าช่างอิเลก็ ทรอนกิ ส์
ความเห็นรองผู้อานวยการฝา่ ยวชิ าการ
..........................................................................................
ลงชือ่ ..............................................
(นายทนิ กร พรหมอินทร)์
รองผอู้ านวยการฝ่ายวิชาการ
ความเห็นผอู้ านวยการวิทยาลัยการอาชีพสว่างแดนดิน
อนุมตั ิ ไม่อนมุ ัติ เพราะ....................................
ลงชื่อ..............................................
(นางวรรณภา พ่วงกุล)
ผอู้ านวยการวทิ ยาลยั การอาชีพสว่างแดนดนิ
คานา
แผนการสอนรายวิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร รหัสวิชา 20105-2005 มีเน้ือหาตรงตาม
จดุ ประสงค์และคาอธิบายรายวิชา หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2562 ของกรมอาชีวศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ ซ่ึงเป็นวิชาพื้นฐานวิชาหน่ึงในหมวดวิชาชีพท่ีผู้เรียนประเภทวิชาอุตสาหกรรมทุกสาขา
ตอ้ งเรยี นวชิ านี้
แผนการสอนวิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร แบ่งออกเป็น 18 บทเรียน ซึ่งแบ่งหน่วยเรียง
ตามลาดับความยากง่ายของรายวิชาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร รหัสวิชา 20105-2005 และกาหนด
จดุ ประสงค์การเรียนการสอน เนื้อหาสาระ กิจกรรมการเรยี นการสอน ส่ือการเรียนการสอน งานท่ีมอบหมาย
หลงั จบการเรยี นการสอนทัง้ ทฤษฎี และปฏิบัติ ท้งั ยังมใี บประเมินผล หลังการเรยี นของผู้เรียน จะประเมนิ ผล
ท้งั ผลงานและเจตคตทิ กุ หน่วยการเรยี น
ข้าพเจ้าพยายามอย่างยิ่งท่ีจะให้แผนการสอนรายวิชาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร เป็นแผนการ
สอนท่ีสมบูรณ์ เอื้ออานวยประโยชน์ตอ่ การเรยี นการสอน หากผิดพลาดประการใดตอ้ งขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้
ด้วย
ลงช่ือ ...................................................
(นายปฏิพาน สีนาบุญ)
สารบัญ หนา้
คานา ก
สารบัญ ข
ลักษณะรายวิชา ค
ตารางวเิ คราะหส์ มรรถนะการเรียนรู้ ง
ตารางวเิ คราะห์หลักสตู ร ฐ
ตารางวิเคราะหส์ มรรถนะรายวิชาโดยบรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ฑ
โครงการสอนหรอื โครงการจดั การเรยี นรู้ ท
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 1
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2 23
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 3 43
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 4 64
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 5 86
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 6 106
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 7 124
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 144
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 9 163
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 10 182
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 11 200
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 12 220
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 13 238
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 14 257
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 15 274
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 295
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 17 314
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 18 333
ลักษณะรายวิชา
รหัสวชิ า 20105 – 2005 ชือ่ วชิ า อปุ กรณอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์และวงจร
จานวนหนว่ ยกิต 3 หนว่ ยกติ จานวนชวั่ โมงตอ่ สัปดาห์ 5 ชั่วโมง รวม 90 ชวั่ โมงต่อภาคเรยี น
จดุ ประสงคร์ ายวชิ า
1. เข้าใจเกีย่ วกบั การทางานของอปุ กรณ์และวงจรอเิ ล็กทรอนิกส์
2. มีทกั ษะในการประกอบ วดั และทดสอบคุณลกั ษณะทางไฟฟ้าของอปุ กรณ์และวงจรอิเลก็ ทรอนิกส์
3. มีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพ มีกิจนิสัยในการค้นคว้าเพ่ิมเติม ปฏิบัติงานด้วยความละเอียดรอบคอบ
คานึงถงึ ความถูกตอ้ งและปลอดภยั
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้เกี่ยวกับการใชง้ านอุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจร
2. วดั และทดสอบคุณลกั ษณะทางไฟฟ้าอปุ กรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจร
คาอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาและปฏิบัติเก่ียวกับโครงสร้างอะตอม สารก่ึงตัวนาชนิดพี ชนิดเอ็นและรอยต่อพีเอ็น โครงสร้าง
สัญลักษณ์ คุณลักษณะทางไฟฟา้ และการไบแอสไดโอด ซีเนอร์ไดโอด ทรานซิสเตอร์ เฟตและอุปกรณ์
ไทริสเตอร์ การทางานของวงจรคอมมอนแบบต่าง ๆ ชองทรานซิสเตอร์และเฟต การใช้งานอุปกร ณ์
อิเล็กทรอนิกส์ในวงจรขยายสัญญาณวงจรเพาเวอร์ซัพพลาย วงจรออสซิลเลเตอร์ และวงจรอ่นื ๆ การอ่าน
คูม่ อื อปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์ การแปลความหมายของคุณลกั ษณะทางไฟฟ้า
ตารางวเิ คราะหส์ มรรถนะการเรยี นรู้
รหสั วชิ า 20105 – 2005 ชอื่ วชิ า อปุ กรณอ์ เิ ลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจร
จานวนหน่วยกติ 3 หนว่ ยกิต จานวนชวั่ โมงต่อสปั ดาห์ 5 ช่ัวโมง รวม 90 ช่วั โมงตอ่ ภาคเรยี น
หน่วยการสอน สมรรถนะการเรยี นรู้
หน่วยการสอนท่ี 1 ด้านความรู้
ชือ่ หน่วยการสอน สารกงึ่ ตัวนา 1. บอกโครงสร้างพื้นฐานของอะตอมได้
และไดโอด 2. บอกชนิดสารกงึ่ ตวั นาได้
3. เปรยี บเทยี บสารกงึ่ ตวั นาบริสุทธ์ิ, สารกึง่ ตัวนาไม่บริสุทธิ์, สาร
หนว่ ยการสอนท่ี 2 ก่ึงตวั นาชนิดเอน็ (N-Type), สารก่ึงตัวนาชนิดพี (P-Type)ได้
ช่ือหน่วยการสอน วงจรเรยี ง 4. บอกชนดิ ของไดโอดได้
กระแสแบบครึ่งคลนื่ 5. อธบิ ายโครงสรา้ งของไดโอดได้
ด้านทักษะและการประยกุ ตใ์ ช้
1. สงั เกตลกั ษณะสมบัติของไดโอดได้
2. แสดงกราฟลกั ษณะสมบตั ิของไดโอดได้
3. ตรวจสอบไดโอดด้วยโอห์มมิเตอร์ได้
ด้านคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์และ
บูรณาการตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
1. เห็นความสาคัญของการใชเ้ คร่อื งมอื และอุปกรณ์ในการ
ปฏบิ ตั งิ านอยา่ งรู้คณุ ค่า
2. มคี วามรบั ผดิ ชอบในการปฏิบัตงิ านใหเ้ สรจ็ ภายในเวลาทีก่ าหนด
ด้านความรู้
1. บอกลกั ษณะวงจรเรยี งกระแสแบบครึ่งคลน่ื ได้
2. อธบิ ายการทางานของวงจรเรียงกระแสแบบครึ่งคลนื่ ได้
3. คานวณหาแรงดันเอาต์พุตได้
ดา้ นทกั ษะและประยุกต์ใช้
1. เขยี นวงจรเรยี งกระแสแบบครึ่งคลื่นได้
2. ตอ่ วงจรเรียงกระแสแบบครึง่ คลื่นได้
ด้านคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์และ
บรู ณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. เขียนวงจรเรียงกระแสแบบครึ่งคล่ืนและคานวณหาแรงดนั
เอาต์พตุ ด้วยความมเี หตผุ ลถูกตอ้ งตามหลกั การ
ตารางวเิ คราะหส์ มรรถนะการเรยี นรู้
รหัสวิชา 20105 – 2005 ชอื่ วชิ า อุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์และวงจร
จานวนหน่วยกิต 3 หนว่ ยกติ จานวนช่วั โมงตอ่ สัปดาห์ 5 ชัว่ โมง รวม 90 ชัว่ โมงตอ่ ภาคเรยี น
หน่วยการสอน สมรรถนะการเรยี นรู้
หนว่ ยการสอนที่ 3 ด้านความรู้
ชื่อหน่วยการสอน วงจรเรียงกระแสแบบเตม็ 1. บอกลกั ษณะวงจรเรียงกระแสแบบเตม็ คล่นื ได้
คลื่น 2. อธิบายการทางานของวงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคล่นื
ได้
หน่วยการสอนที่ 4 3. คานวณหาแรงดนั เอาต์พุตได้
ชอ่ื หน่วยการสอน วงจรเรยี งกระแสเต็มคลืน่ ดา้ นทักษะและการประยุกต์ใช้
แบบบริดจ์ 1. เขยี นวงจรเรยี งกระแสเต็มคลืน่ ได้
2. ตอ่ วงจรเรียงกระแสเต็มคลื่นได้
ด้านคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคุณลักษณะท่ีพงึ
ประสงคแ์ ละบรู ณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
1. ใช้หมอ้ แปลงแบบต่าง ๆ ในวงจรเรียงกระแสแบบ
เตม็ คล่ืนได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม
ดา้ นความรู้
1. บอกลกั ษณะวงจรเรียงกระแสเต็มคลนื่ แบบบริดจ์ได้
2. อธิบายการทางานของวงจรเรียงกระแสเต็มคลืน่ แบบ
บริดจ์ได้
3. บอกรปู รา่ งแรงดันเอาตพ์ ุตของวงจรได้
4. คานวณหาแรงดันสูงสุดด้านกลับได้
ด้านทกั ษะและประยกุ ต์ใช้
1. เขียนวงจรเรียงกระแสเต็มคลื่นแบบบรดิ จ์ได้
2. ตอ่ วงจรเรยี งกระแสเต็มแบบบรดิ จ์ได้
ด้านคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคุณลกั ษณะที่พงึ
ประสงค์และบรู ณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ
พอเพียง
1. เห็นความสาคญั ของการใชเ้ ครอ่ื งมือและอุปกรณ์ใน
การปฏบิ ัติงานอย่างรู้คุณค่า
ตารางวิเคราะหส์ มรรถนะการเรียนรู้
รหสั วชิ า 20105 – 2005 ช่ือวชิ า อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจร
จานวนหน่วยกิต 3 หน่วยกิต จานวนช่วั โมงต่อสปั ดาห์ 5 ชวั่ โมง รวม 90 ชว่ั โมงตอ่ ภาคเรียน
หนว่ ยการสอน สมรรถนะการเรียนรู้
หนว่ ยการสอนที่ 5 ด้านความรู้
ช่อื หน่วยการสอน ซเี นอร์ 1. บอกสัญลักษณข์ องซีเนอรไ์ ดโอดได้
ไดโอด 2. อธบิ ายคุณสมบตั ิของซีเนอร์ไดโอดได้
3. อธิบายหลักการทางานวงจรจากัดแรงดันด้วยซเี นอร์ไดโอดได้
หนว่ ยการสอนท่ี 6 4. บอกวิธกี ารต่อใช้งานซเี นอรไ์ ดโอดได้
ช่อื หน่วยการสอน การควบคุม 5. คานวณหาค่าต่าง ๆ ในวงจรรักษาระดับแรงดนั ให้คงท่ีได้
แรงดันให้คงทดี่ ว้ ยซเี นอร์ ดา้ นทักษะและการประยกุ ต์ใช้
ไดโอด 1. เขียนสญั ลักษณ์ของซเี นอร์ไดโอดได้
2. ต่อวงจรซเี นอร์ไดโอดได้
ด้านคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคุณลักษณะท่ีพงึ ประสงค์และบรู ณา
การตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
1. เตรยี มความพร้อมของเคร่ืองมือและอุปกรณ์ในปฏิบตั งิ านได้อยา่ ง
ถูกต้อง มีความกระตือรือรน้ เอาใจใส่ ปฏบิ ตั ิงานตรงตามเวลาทีก่ าหนด
ด้านความรู้
1. บอกลกั ษณะวงจรเร็กกเู ลเตอรโ์ ดยใช้ซเี นอร์ไดโอดได้
2. อธิบายหลกั การทางานของวงจรควบคมุ แรงดนั ให้คงทดี่ ว้ ยซเี นอร์ได้
โอดได้
3. คานวณหาค่าต่าง ๆ ของวงจรควบคุมแรงดันให้คงทดี่ ว้ ยซีเนอร์ไดโอด
ได้
ดา้ นทักษะและประยกุ ต์ใช้
1. เขียนวงจรควบคุมแรงดันให้คงทีด่ ้วยซีเนอรไ์ ดโอดได้
2. ต่อวงจรควบคมุ แรงดนั ใหค้ งท่ีดว้ ยซเี นอร์ไดโอดได้
ดา้ นคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคุณลักษณะที่พงึ ประสงค์และบรู ณา
การตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
1. เตรยี มความพร้อมของเคร่ืองมือและอุปกรณ์ในปฏบิ ตั งิ านได้อยา่ ง
ถูกต้อง มคี วามกระตอื รือร้น เอาใจใส่ ปฏิบัติงานตรงตามเวลาที่กาหนด
ตารางวิเคราะหส์ มรรถนะการเรยี นรู้
รหัสวิชา 20105 – 2005 ชอื่ วชิ า อปุ กรณอ์ เิ ล็กทรอนิกสแ์ ละวงจร
จานวนหนว่ ยกติ 3 หน่วยกิต จานวนชวั่ โมงตอ่ สปั ดาห์ 5 ชวั่ โมง รวม 90 ช่วั โมงตอ่ ภาคเรียน
หนว่ ยการสอน สมรรถนะการเรียนรู้
หนว่ ยการสอนท่ี 7 ดา้ นความรู้
ช่อื หน่วยการสอน ทรานซสิ เตอร์ 1. บอกสัญลักษณ์ของทรานซิสเตอรไ์ ด้
2. อธบิ ายโครงสร้างของทรานซสิ เตอรไ์ ด้
หน่วยการสอนที่ 8 3. บอกชนิดของทรานซิสเตอรไ์ ด้
ชอ่ื หน่วยการสอน ทรานซสิ เตอร์ 4. บอกวธิ กี ารหาขาและชนดิ ของทรานซสิ เตอร์ด้วยโอห์มมิเตอร์ได้
สนามไฟฟา้ 5. อธบิ ายการวดั และทดสอบทรานซสิ เตอร์ด้วยโอหม์ มิเตอร์ได้
ด้านทกั ษะและการประยุกตใ์ ช้
1. วดั และทดสอบทรานซิสเตอรด์ ้วยโอห์มมิเตอร์ได้
2. ตอ่ วงจรไบอัสทรานซสิ เตอรไ์ ด้
ดา้ นคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์และ
บูรณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. เตรียมความพร้อมของเครื่องมือและอุปกรณใ์ นปฏิบตั งิ านได้
อยา่ งถูกต้อง มคี วามกระตือรือร้น เอาใจใส่ ปฏบิ ตั งิ านตรงตามเวลา
ท่กี าหนด
ดา้ นความรู้
1. บอกสญั ลกั ษณ์ของเจเฟตได้
2. อธบิ ายโครงสรา้ งของเจเฟตได้
3. บอกชนดิ ของเจเฟตได้
4. อธบิ ายลกั ษณะสมบัติของเจเฟตได้
ดา้ นทกั ษะและประยกุ ตใ์ ช้
1. เขยี นสัญลกั ษณ์ของเจเฟตชนดิ ตา่ ง ๆ ได้
2. ต่อวงจรไบอสั เจเฟตได้
ด้านคุณธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์และ
บรู ณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
1. เตรียมความพร้อมของเคร่ืองมือและอุปกรณใ์ นปฏิบัติงานได้
อยา่ งถูกต้อง มีความกระตือรือรน้ เอาใจใส่ ปฏบิ ัติงานตรงตามเวลา
ท่ีกาหนด
ตารางวเิ คราะหส์ มรรถนะการเรยี นรู้
รหัสวชิ า 20105 – 2005 ชือ่ วิชา อุปกรณอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์และวงจร
จานวนหนว่ ยกติ 3 หน่วยกติ จานวนชั่วโมงต่อสัปดาห์ 5 ช่วั โมง รวม 90 ชว่ั โมงต่อภาคเรียน
หน่วยการสอน สมรรถนะการเรยี นรู้
หน่วยการสอนท่ี 9 ด้านความรู้
ชอ่ื หน่วยการสอน ไอซตี ้ังเวลา 1. บอกตาแหน่งขาของไอซีตัง้ เวลา 555 ได้
555 2. อธบิ ายโครงสรา้ งของไอซีตั้งเวลา 555 ได้
3. อธิบายการทางานของไอซีตั้งเวลา 555ได้
ด้านทกั ษะและการประยุกต์ใช้
1. เขยี นวงจรของไอซีต้งั เวลา 555 ได้
2. สร้างวงจรอะสเตเบ้ิลได้
ดา้ นคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์และบูรณา
การตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
1. เตรยี มความพร้อมของเครื่องมือและอปุ กรณ์ในปฏิบัตงิ านไดอ้ ยา่ ง
ถกู ต้อง มคี วามกระตือรือร้น เอาใจใส่ ปฏบิ ตั ิงานตรงตามเวลาท่ีกาหนด
หน่วยการสอนท่ี 10 ด้านความรู้
ชอ่ื หน่วยการสอน ไอซเี ร็กกูเล 1. บอกสญั ลักษณ์ของไอซีเร็กกูเลเตอร์ได้
เตอร์ 2. อธบิ ายโครงสร้างของเจเฟตได้
ด้านทักษะและประยุกต์ใช้
1. เขียนวงจรไอซีเร็กกูเลเตอร์ ได้
2. ตอ่ วงจรแหล่งจา่ ยไฟโดยใช้ไอซเี ร็กกูเลเตอรไ์ ด้
ดา้ นคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์และบูรณา
การตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. เตรยี มความพร้อมของเครื่องมือและอุปกรณ์ในปฏบิ ตั ิงานได้อย่าง
ถกู ต้อง มีความกระตอื รือรน้ เอาใจใส่ ปฏบิ ัติงานตรงตามเวลาทกี่ าหนด
หนว่ ยการสอนที่ 11 ด้านความรู้
ชอ่ื หน่วยการสอน ไอซีออป 1. บอกสญั ลกั ษณ์ของไอซีออปแอมป์ได้
แอมป์ 2. บอกคุณสมบัตติ า่ ง ๆ ของไอซีออปแอมป์ได้
3. อธิบายวงจรขยายแบบอินเวอรต์ ง้ิ และนอนอนิ เวอร์ตงิ้ ได้
ตารางวเิ คราะหส์ มรรถนะการเรยี นรู้
รหัสวชิ า 20105 – 2005 ชื่อวชิ า อปุ กรณอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์และวงจร
จานวนหน่วยกิต 3 หนว่ ยกิต จานวนชวั่ โมงตอ่ สปั ดาห์ 5 ชว่ั โมง รวม 90 ชั่วโมงต่อภาคเรียน
หน่วยการสอน สมรรถนะการเรียนรู้
หนว่ ยการสอนท่ี 11 ด้านทักษะและการประยุกตใ์ ช้
ช่อื หน่วยการสอน ไอซีออป 1. เขียนวงจรใช้งานออปแอมปแ์ บบตา่ ง ๆ ได้
แอมป์ ด้านคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์และบรู ณา
การตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
หนว่ ยการสอนท่ี 12 1. เตรยี มความพร้อมของเครื่องมือและอุปกรณ์ในปฏบิ ตั ิงานได้อย่าง
ช่อื หน่วยการสอน เอส ซีอาร์ ถูกต้อง มีความกระตือรือร้น เอาใจใส่ ปฏบิ ัติงานตรงตามเวลาทกี่ าหนด
ดา้ นความรู้
1. บอกสัญลกั ษณข์ องเอส ซี อาร์ได้
2. อธบิ ายคณุ สมบตั ิของเอส ซี อาร์ได้
3. บอกตาแหน่งขาของเอส ซีอารไ์ ด้
4. ประยุกต์ใชเ้ อส ซี อาร์ กบั วงจรต่าง ๆ ได้
ดา้ นทักษะและประยุกต์ใช้
1. เขยี นสัญลกั ษณ์ของเอส ซี อาร์ ได้
2. วดั และทดสอบเอส ซี อาร์ ดว้ ยโอห์มมิเตอร์ได้
ด้านคณุ ธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์และบรู ณา
การตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. เตรยี มความพร้อมของเคร่ืองมือและอปุ กรณใ์ นปฏิบัตงิ านได้อย่าง
ถกู ต้อง มคี วามกระตอื รือร้น เอาใจใส่ ปฏบิ ตั งิ านตรงตามเวลาทก่ี าหนด
หนว่ ยการสอนที่ 13 ด้านความรู้
ชื่อหน่วยการสอน เทอร์ 1. บอกสัญลกั ษณ์ของเทอร์มิสเตอร์และวารสิ เตอร์ได้
มิสเตอรแ์ ละวาริสเตอร์ 2. บอกชนดิ ของเทอร์มิสเตอร์ได้
3. อธิบายคุณสมบตั ิของเทอร์มิสเตอรแ์ ละวารสิ เตอร์
4. บอกโครงสรา้ งของเทอร์มิสเตอรไ์ ด้
ดา้ นทกั ษะและประยุกต์ใช้
1. เขยี นสัญลักษณ์ของเทอร์มิสเตอร์และวาริสเตอร์ ได้
ตารางวเิ คราะหส์ มรรถนะการเรียนรู้
รหสั วชิ า 20105 – 2005 ชอ่ื วชิ า อุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจร
จานวนหนว่ ยกติ 3 หนว่ ยกิต จานวนช่วั โมงต่อสัปดาห์ 5 ช่ัวโมง รวม 90 ช่ัวโมงต่อภาคเรยี น
หนว่ ยการสอน สมรรถนะการเรยี นรู้
หนว่ ยการสอนท่ี 13 ดา้ นคุณธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์และ
ชอ่ื หน่วยการสอน เทอร์มิสเตอร์และ บูรณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
วาริสเตอร์ 1. เตรียมความพร้อมของเคร่ืองมือและอปุ กรณ์ในปฏบิ ตั ิงานได้
อยา่ งถูกต้อง มคี วามกระตือรือร้น เอาใจใส่ ปฏิบัติงานตรงตาม
หนว่ ยการสอนท่ี 14 เวลาทกี่ าหนด
ชื่อหน่วยการสอน ไดแอก ดา้ นความรู้
1. บอกสัญลักษณข์ องไอซีเรก็ กูเลเตอร์ได้
2. อธิบายโครงสรา้ งของเจเฟตได้
ด้านทักษะและประยกุ ตใ์ ช้
1. เขยี นสัญลักษณ์ของเจเฟตชนดิ ตา่ ง ๆ ได้
2. ตอ่ วงจรไบอสั เจเฟตได้
ด้านคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์และ
บรู ณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
1.เตรียมความพร้อมของเครื่องมอื และอปุ กรณ์ในปฏบิ ัติงานได้
อย่างถูกต้อง มีความกระตือรือร้น เอาใจใส่ ปฏบิ ตั งิ านตรงตาม
เวลาที่กาหนด
หน่วยการสอนท่ี 15 ดา้ นความรู้
ช่อื หน่วยการสอน ไทรแอก 1. บอกสัญลกั ษณ์ของไทรแอกได้
2. บอกโครงสร้างของไทรแอกได้
3. บอกคุณสมบัตขิ องไทรแอกได้
4. อธิบายการตรวจสอบไทรแอกโดยใชโ้ อหม์ มิเตอร์ได้
5. อธบิ ายการจุดชนวนใหไ้ ทรแอกทางานท้ัง 4 ควอทเดรนท์ได้
ดา้ นทักษะและประยกุ ต์ใช้
1. เขียนสัญลักษณ์และโครงสร้างของไทรแอคได้
2. วดั หาขาไทรแอกด้วยโอห์มมิเตอร์ได้
3. ตรวจสอบสภาพดี-เสียของไทรแอกได้
ตารางวเิ คราะหส์ มรรถนะการเรยี นรู้
รหสั วชิ า 20105 – 2005 ช่ือวิชา อปุ กรณอ์ ิเล็กทรอนิกส์และวงจร
จานวนหน่วยกิต 3 หนว่ ยกติ จานวนชวั่ โมงต่อสัปดาห์ 5 ชวั่ โมง รวม 90 ชวั่ โมงต่อภาคเรียน
หน่วยการสอน สมรรถนะการเรียนรู้
หน่วยการสอนที่ 15 ด้านคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์และบูรณาการตามหลัก
ชื่อหน่วยการสอน ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
ไทรแอก 1. เตรยี มความพร้อมของเคร่ืองมือและอุปกรณ์ในปฏิบัตงิ านได้อยา่ งถกู ตอ้ ง มี
ความกระตอื รือร้น เอาใจใส่ ปฏบิ ตั ิงานตรงตามเวลาท่ีกาหนด
หนว่ ยการสอนท่ี 16 ด้านความรู้
ชื่อหน่วยการสอน ยู 1. บอกสัญลักษณ์ของยูเจทีได้
เจที (UJT) 2. บอกโครงสรา้ งของยเู จทไี ด้
3. อธิบายคณุ สมบัติของยูเจทีได้
4. อธิบายกราฟลักษณะคุณสมบัติของยเู จทีได้
ด้านทกั ษะและประยุกต์ใช้
1. เขยี นสัญลักษณ์ของยูเจทไี ด้
2. วัดหาขายูเจทดี ้วยโอห์มมเิ ตอรไ์ ด้
3. ตรวจสอบสภาพดี-เสียของยูเจทีได้
ดา้ นคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะท่ีพงึ ประสงค์และบูรณาการตามหลัก
ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
1. เตรียมความพร้อมของเครื่องมือและอปุ กรณใ์ นปฏบิ ตั ิงานไดอ้ ยา่ งถูกต้อง มี
ความกระตอื รือรน้ เอาใจใส่ ปฏิบัติงานตรงตามเวลาท่ีกาหนด
หน่วยการสอนท่ี 17 ด้านความรู้
ชอ่ื หน่วยการสอน 1. บอกชนิดของอุปกรณโ์ ฟโตไ้ ด้
อุปกรณ์โฟโต้ 2. บอกโครงสรา้ งของอปุ กรณ์โฟโตช้ นดิ ต่าง ๆ ได้
3. อธบิ ายคุณสมบตั ิของโฟโต้ไดโอด, โฟโต้ทรานซสิ เตอร์, โฟโต้ดารล์ งิ ตัน
ทรานซสิ เตอร์ได้
ด้านทักษะและประยกุ ต์ใช้
1. เขยี นสญั ลักษณ์ของโฟโตไ้ ดโอด, โฟโตท้ รานซสิ เตอร,์ โฟโต้ดาร์ลงิ ตัน
ทรานซสิ เตอร์ได้
2. วัดและทดสอบโฟโต้ไดโอด, โฟโต้ทรานซสิ เตอร์, โฟโต้ดาร์ลิงตันทรานซสิ เตอร์ได้
ตารางวิเคราะหส์ มรรถนะการเรียนรู้
รหสั วชิ า 20105 – 2005 ชอ่ื วชิ า อปุ กรณอ์ เิ ลก็ ทรอนิกส์และวงจร
จานวนหน่วยกิต 3 หนว่ ยกิต จานวนชวั่ โมงต่อสปั ดาห์ 5 ชั่วโมง รวม 90 ช่วั โมงตอ่ ภาคเรียน
หนว่ ยการสอน สมรรถนะการเรยี นรู้
หน่วยการสอนที่ 17 ด้านคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลกั ษณะท่ีพงึ
ชื่อหน่วยการสอน อุปกรณโ์ ฟโต้ ประสงค์และบรู ณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ
พอเพยี ง
หน่วยการสอนท่ี 18 1. เตรยี มความพร้อมของเครื่องมือและอปุ กรณใ์ น
ชื่อหน่วยการสอน ออปโตค้ ัปเปลอร์ (OPTO ปฏิบตั ิงานได้อยา่ งถูกต้อง มีความกระตือรอื ร้น เอาใจ
COUPLER) ใส่ ปฏบิ ัตงิ านตรงตามเวลาที่กาหนด
ด้านความรู้
1. บอกสัญลกั ษณข์ องออปโต้คัปเปลอร์ได้
2. บอกโครงสรา้ งของออปโตค้ ัปเปลอร์ได้
3. อธิบายคุณสมบัติของออปโตค้ ปั เปลอร์ได้
4. อธิบายกราฟลักษณะคุณสมบัติของออปโตค้ ปั เปลอร์
ได้
ดา้ นทกั ษะและประยกุ ต์ใช้
1. เขียนสัญลกั ษณ์ของออปโต้คปั เปลอร์ได้
2. ตรวจสอบสภาพดี-เสียของออปโต้คัปเปลอร์ได้
ด้านคุณธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคณุ ลกั ษณะที่พงึ
ประสงค์และบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ
พอเพยี ง
1. เตรยี มความพร้อมของเครื่องมือและอุปกรณ์ใน
ปฏบิ ตั งิ านได้อยา่ งถูกต้อง มีความกระตือรอื รน้ เอาใจ
ใส่ ปฏบิ ตั งิ านตรงตามเวลาที่กาหนด
ตารางวิเคราะห์หลกั สตู ร
รหสั วิชา 20105-2005 วิชา อุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์และวงจร จานวน 3 หน่วยกติ
ชัน้ ปวช.1 สาขาวชิ า ช่างอเิ ล็กทรอนิกส์ ห้อง 5
พฤตกิ รรมการเรียนรู้ ด้านพทุ ธพิ ิสยั
ช่อื หน่วยการสอน ความรู้ (5)
/การเรียนรู้ ความเ ้ขาใจ (5)
1. สารก่ึงตัวนาและไดโอด นาไปใ ้ช (5)
2. วงจรเรียงกระแสแบบครึง่ คลน่ื ิวเคราะ ์ห (5)
3. วงจรเรียงกระแสเต็มคลื่น ัสงเคราะห์ (5)
4. วงจรเรยี งกระแสเต็มคลนื่ แบบ ประเ ิมนค่า (5)
บรดิ จ์ ด้านทักษะพิ ัสย (5)
5. ซเี นอรไ์ ดโอด ้ดาน ิจตพิ ัสย (5)
6. การควบคุมแรงดนั ใหค้ งที่ด้วยซี รวม (40)
เนอร์ไดโอด ลา ัดบความสาคัญ
7. ทรานซิสเตอร์ จานวน ั่ชวโมง
8. ทรานซิสเตอร์สนามไฟฟ้า
9. ไอซีตงั้ เวลา 555 21- - - -21 6 4 5
10. ไอซีเร็กกูเลเตอร์ 212- - -21 8 1 5
11. ไอซีออปแอมป์ 112- - -21 7 2 5
12. เอส ซี อาร์ 112- - -21 7 3 5
13. เทอรม์ สิ เตอร์และวารสิ เตอร์
14. ไดแอก 111- - -21 6 5 5
15. ไทรแอก 111- - -21 6 6 5
16. ยูเจที
17. อุปกรณโ์ ฟโต้ 11- - - -21 5 7 5
18. ออปโต้คปั เปลอร์
11- - - -21 5 8 5
รวมคะแนน
ลาดับความสาคัญ 11- - - -21 5 9 5
1 1 - - - - 2 1 5 10 5
1 1 - - - - 2 1 5 11 5
1 1 - - - - 2 1 5 12 5
1 1 - - - - 2 1 5 13 5
1 1 - - - - 2 1 5 14 5
1 1 - - - - 2 1 5 15 5
1 1 - - - - 2 1 5 16 5
1 1 - - - - 2 1 5 17 5
1 1 - - - - 2 1 5 18 5
20 18 8 0 0 0 36 18 100 90
235 14
ตารางวเิ คราะหส์ มรรถนะรายวิชา
โดยบูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
รหสั 20105 – 2005 วชิ า อปุ กรณอ์ เิ ล็กทรอนกิ ส์และวงจร หนว่ ยกติ 3
ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชา ช่างอิเล็กทรอนกิ ส์
ทางสายกลาง
3หว่ ง 2 เงื่อนไข
ความรู้ คุณธรรม
ช่ือหน่วยการสอน/ พอประมาณ (5)
มีเห ุตผล (5)
สมรรถนะรายวิชา มีภูมิคุ้มกัน (5)
รอบ ู้ร (5)
รอบคอบ (5)
ระมัดระ ัวง (5)
่ืซอ ัสต ์ย ุสจริต (5)
ขยันอดทน (5)
มีส ิต ัปญญา (5)
แบ่งปัน (5)
รวม (50)
ลาดับความสาคัญ
หนว่ ยการสอนท่ี 1
ช่ือหน่วยการสอน สารก่งึ
ตัวนาและไดโอด
สมรรถนะประจาหน่วยการ
สอน
1. เห็นความสาคัญของการใช้ 4 4 - 4 4 4 - - 3 - 2 18
เครอ่ื งมอื และอุปกรณ์ในการ 3
ปฏบิ ัตงิ านอย่างรู้คุณค่า
2. มคี วามรับผิดชอบในการ - 5 - 4 4 4 - - 4 - 2 19
ปฏบิ ตั งิ านให้เสร็จภายในเวลา 1
ที่กาหนด
หนว่ ยการสอนท่ี 2
ชือ่ หน่วยการสอน วงจรเรยี ง
กระแสแบบครงึ่ คลน่ื
สมรรถนะประจาหน่วยการ
สอน
1. เขยี นวงจรเรยี งกระแสแบบ - 4 4 4 4 4 - - 4 - 2 3
ครึง่ คล่ืนและคานวณหาแรงดัน 4
เอาต์พตุ ด้วยความมเี หตผุ ล
ถกู ต้องตามหลักการ
หนว่ ยการสอนท่ี 3
ช่ือหน่วยการสอน วงจรเรยี ง
กระแสแบบเต็มคลน่ื
สมรรถนะประจาหน่วยการ
สอน
1. ใช้หมอ้ แปลงแบบต่าง ๆ ใน 4 4 - 4 4 4 - - 5 - 2 2
วงจรเรียงกระแสแบบเตม็ คล่ืน 5
ได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม
ตารางวิเคราะหส์ มรรถนะรายวชิ า
โดยบรู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
รหสั 20105 – 2005 วิชา อปุ กรณ์อิเล็กทรอนกิ ส์และวงจร หนว่ ยกติ 3
ระดับชัน้ ปวช. สาขาวชิ า ช่างอิเล็กทรอนิกส์
ทางสายกลาง
3หว่ ง 2 เงือ่ นไข
ความรู้ คณุ ธรรม
ช่ือหน่วยการสอน/ พอประมาณ (5)
ีมเห ุตผล (5)
สมรรถนะรายวชิ า ีมภู ิมคุ้มกัน (5)
รอบรู้ (5)
รอบคอบ (5)
ระ ัมดระ ัวง (5)
่ซือสัต ์ย ุสจ ิรต (5)
ข ัยนอดทน (5)
ีมส ิต ัปญญา (5)
แ ่บงปัน (5)
รวม (50)
ลาดับความสาคัญ
หน่วยการสอนท่ี 4
ชอ่ื หน่วยการสอน วงจรเรยี งกระแส
เต็มคล่นื แบบบริดจ์
สมรรถนะประจาหน่วยการสอน
1. เหน็ ความสาคัญของการใช้ 4 4 4 4 4 4 - - 4 - 28 1
เครอ่ื งมอื และอุปกรณ์ในการ
ปฏบิ ตั ิงานอยา่ งรู้คณุ ค่า
หน่วยการสอนท่ี 5
ชือ่ หน่วยการสอน ซเี นอรไ์ ดโอด
สมรรถนะประจาหนว่ ยการสอน
1. เตรียมความพร้อมของเครื่องมือ 4 4 - 4 4 4 - - 4 - 24 4
และอปุ กรณ์ในปฏิบัติงานได้อย่าง
ถกู ต้อง มคี วามกระตือรือรน้ เอาใจใส่
ปฏิบัตงิ านตรงตามเวลาที่กาหนด
หนว่ ยการสอนที่ 6
ช่ือหน่วยการสอน การควบคมุ
แรงดันให้คงทดี่ ว้ ยซีเนอรไ์ ดโอด
สมรรถนะประจาหน่วยการสอน
1. เตรยี มความพร้อมของเครื่องมือ 4 4 - 4 4 4 - - 4 - 24 5
และอุปกรณใ์ นปฏิบตั งิ านได้อยา่ ง
ถูกต้อง มีความกระตอื รือร้น เอาใจใส่
ปฏบิ ัตงิ านตรงตามเวลาท่ีกาหนด
ตารางวเิ คราะหส์ มรรถนะรายวชิ า
โดยบูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหสั 20105 – 2005 วชิ า อุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์และวงจร หน่วยกิต 3
ระดบั ชน้ั ปวช. สาขาวิชา ช่างอิเลก็ ทรอนกิ ส์
ทางสายกลาง
3ห่วง 2 เงอื่ นไข
ความรู้ คณุ ธรรม
ชอื่ หน่วยการสอน/ พอประมาณ (5)
ีมเห ุตผล (5)
สมรรถนะรายวชิ า ีมภู ิมคุ้มกัน (5)
รอบรู้ (5)
รอบคอบ (5)
ระ ัมดระ ัวง (5)
่ืซอสัต ์ย ุสจ ิรต (5)
ข ัยนอดทน (5)
ีมส ิต ัปญญา (5)
แ ่บง ัปน (5)
รวม (50)
ลาดับความสาคัญ
หน่วยการสอนท่ี 7
ชอื่ หน่วยการสอน ทรานซสิ เตอร์
สมรรถนะประจาหนว่ ยการสอน
1. เตรยี มความพร้อมของเคร่ืองมือ 4 4 - 4 4 4 - - 4 - 24 6
และอุปกรณ์ในปฏิบัตงิ านได้อย่าง
ถกู ต้อง มีความกระตือรือร้น เอาใจใส่
ปฏบิ ัตงิ านตรงตามเวลาท่ีกาหนด
หนว่ ยการสอนที่ 8
ชือ่ หน่วยการสอน ทรานซสิ เตอร์
สนามไฟฟ้า
สมรรถนะประจาหนว่ ยการสอน
1. เตรยี มความพร้อมของเคร่ืองมือ 4 4 - 4 4 4 - - 4 - 24 7
และอปุ กรณใ์ นปฏบิ ตั ิงานได้อยา่ ง
ถกู ต้อง มีความกระตอื รือร้น เอาใจใส่
ปฏิบัตงิ านตรงตามเวลาที่กาหนด
หน่วยการสอนที่ 9
ช่อื หน่วยการสอน ไอซีตงั้ เวลา 555
สมรรถนะประจาหนว่ ยการสอน
1. เตรยี มความพร้อมของเครื่องมือ 4 4 - 4 4 4 - - 4 - 24 8
และอุปกรณใ์ นปฏบิ ัติงานได้อย่าง
ถูกต้อง มีความกระตอื รือรน้ เอาใจใส่
ปฏบิ ตั งิ านตรงตามเวลาท่ีกาหนด
ตารางวเิ คราะหส์ มรรถนะรายวชิ า
โดยบูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รหสั 20105 – 2005 วิชา อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจร หน่วยกิต 3
ระดบั ชั้น ปวช. สาขาวชิ า ช่างอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
ทางสายกลาง
3ห่วง 2 เงอ่ื นไข
ความรู้ คณุ ธรรม
ช่ือหน่วยการสอน/ พอประมาณ (5)
ีมเห ุตผล (5)
สมรรถนะรายวิชา ีมภู ิมคุ้มกัน (5)
รอบรู้ (5)
รอบคอบ (5)
ระ ัมดระ ัวง (5)
่ืซอสัต ์ย ุสจ ิรต (5)
ข ัยนอดทน (5)
ีมส ิต ัปญญา (5)
แ ่บงปัน (5)
รวม (50)
ลาดับความสาคัญ
หนว่ ยการสอนที่ 10
ช่อื หน่วยการสอน ไอซีเร็กกเู ลเตอร์
สมรรถนะประจาหนว่ ยการสอน
1. เตรยี มความพร้อมของเครื่องมือ 4 4 - 4 4 4 - - 4 - 24 9
และอปุ กรณ์ในปฏิบัติงานได้อยา่ ง
ถกู ต้อง มีความกระตือรือรน้ เอาใจใส่
ปฏิบตั ิงานตรงตามเวลาท่ีกาหนด
หน่วยการสอนที่ 11
ชื่อหน่วยการสอน ไอซีออปแอมป์
สมรรถนะประจาหน่วยการสอน
1. เตรยี มความพร้อมของเครื่องมือ 4 4 - 4 4 4 - - 4 - 24 10
และอปุ กรณ์ในปฏบิ ตั งิ านได้อย่าง
ถูกต้อง มีความกระตอื รือรน้ เอาใจใส่
ปฏบิ ัตงิ านตรงตามเวลาท่ีกาหนด
หน่วยการสอนที่ 12
ชื่อหน่วยการสอน เอส ซีอาร์
สมรรถนะประจาหน่วยการสอน
1. เตรยี มความพร้อมของเครื่องมือ 4 4 - 4 4 4 - - 4 - 24 11
และอุปกรณ์ในปฏบิ ัตงิ านได้อย่าง
ถูกต้อง มคี วามกระตอื รือรน้ เอาใจใส่
ปฏิบัติงานตรงตามเวลาที่กาหนด
ตารางวเิ คราะหส์ มรรถนะรายวิชา
โดยบรู ณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
รหัส 20105 – 2005 วิชา อุปกรณอ์ ิเล็กทรอนกิ สแ์ ละวงจร หน่วยกิต 3
ระดับช้นั ปวช. สาขาวชิ า ชา่ งอิเลก็ ทรอนกิ ส์
ทางสายกลาง
3ห่วง 2 เง่ือนไข
ความรู้ คณุ ธรรม
ชื่อหน่วยการสอน/ พอประมาณ (5)
ีมเห ุตผล (5)
สมรรถนะรายวิชา ีมภู ิมคุ้ม ักน (5)
รอบรู้ (5)
รอบคอบ (5)
ระ ัมดระ ัวง (5)
่ืซอสัตย์ ุสจ ิรต (5)
ข ัยนอดทน (5)
ีมส ิตปัญญา (5)
แ ่บงปัน (5)
รวม (50)
ลาดับความสาคัญ
หน่วยการสอนที่ 13
ชอื่ หน่วยการสอน เทอรม์ ิสเตอร์
และวาริสเตอร์
สมรรถนะประจาหนว่ ยการสอน
1. เตรียมความพร้อมของเครื่องมือ 4 4 - 4 4 4 - - 4 - 24 12
และอุปกรณใ์ นปฏบิ ัตงิ านได้อยา่ ง
ถกู ต้อง มคี วามกระตือรือรน้ เอาใจใส่
ปฏิบัตงิ านตรงตามเวลาท่ีกาหนด
หน่วยการสอนที่ 14
ชอ่ื หน่วยการสอน ไดแอก
สมรรถนะประจาหนว่ ยการสอน
1. เตรียมความพร้อมของเคร่ืองมือ 4 4 - 4 4 4 - - 4 - 24 13
และอปุ กรณใ์ นปฏบิ ัตงิ านได้อย่าง
ถูกต้อง มีความกระตือรือร้น เอาใจใส่
ปฏบิ ัตงิ านตรงตามเวลาที่กาหนด
หนว่ ยการสอนที่ 15
ชือ่ หน่วยการสอน ไทรแอก
สมรรถนะประจาหนว่ ยการสอน
1. เตรยี มความพร้อมของเครื่องมือ 4 4 - 4 4 4 - - 4 - 24 14
และอุปกรณ์ในปฏบิ ตั ิงานได้อย่าง
ถกู ต้อง มีความกระตือรือรน้ เอาใจใส่
ปฏิบัตงิ านตรงตามเวลาท่ีกาหนด
ตารางวิเคราะหส์ มรรถนะรายวชิ า
โดยบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั 20105 – 2005 วิชา อุปกรณอ์ ิเล็กทรอนกิ สแ์ ละวงจร หนว่ ยกิต 3
ระดบั ชัน้ ปวช. สาขาวิชา ชา่ งอเิ ล็กทรอนิกส์
ทางสายกลาง รวม (50)
ลาดับ
3ห่วง 2 เงอื่ นไข ความสาคัญ
ความรู้ คุณธรรม
ชื่อหน่วยการสอน/ พอประมาณ (5)
สมรรถนะรายวชิ า ีมเห ุตผล (5)
ีมภู ิมคุ้มกัน (5)
รอบรู้ (5)
รอบคอบ (5)
ระ ัมดระ ัวง (5)
ซื่อ ัสตย์ ุสจริต (5)
ข ัยนอดทน (5)
ีมสติปัญญา (5)
แบ่งปัน (5)
หนว่ ยการสอนที่ 16 15
ชื่อหน่วยการสอน ยูเจที (UJT) 16
สมรรถนะประจาหน่วยการสอน 17
1. เตรยี มความพร้อมของเครื่องมือ 4 4 - 4 4 4 - - 4 - 24
และอปุ กรณ์ในปฏิบัตงิ านได้อยา่ ง
ถกู ต้อง มคี วามกระตอื รือร้น เอาใจใส่
ปฏิบัติงานตรงตามเวลาท่ีกาหนด
หน่วยการสอนท่ี 17
ชอ่ื หน่วยการสอน อปุ กรณโ์ ฟโต้
สมรรถนะประจาหน่วยการสอน
1. เตรยี มความพร้อมของเคร่ืองมือ 4 4 - 4 4 4 - - 4 - 24
และอุปกรณใ์ นปฏบิ ตั ิงานได้อย่าง
ถูกต้อง มคี วามกระตือรือร้น เอาใจใส่
ปฏิบัตงิ านตรงตามเวลาท่ีกาหนด
หนว่ ยการสอนที่ 18
ชื่อหน่วยการสอน ออปโต้คัปเปลอร์
(OPTO COUPLER)
สมรรถนะประจาหนว่ ยการสอน
1. เตรยี มความพร้อมของเครื่องมือ 4 4 - 4 4 4 - - 4 - 24
และอุปกรณ์ในปฏบิ ัตงิ านได้อย่าง
ถกู ต้อง มีความกระตือรือรน้ เอาใจใส่
ปฏิบัตงิ านตรงตามเวลาที่กาหนด
รวม 68 73 8 76 76 76 0 0 76 0 457
ลาดบั ความสาคัญ 6 5 7 1 2 3 0 0 4 0
โครงการสอนหรอื โครงการจดั การเรยี นร้แู บบมุง่ เนน้ สมรรถนะอาชีพ
และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
รหัสวชิ า 20105 – 2005 วิชา อุปกรณ์อเิ ล็กทรอนกิ สแ์ ละวงจร จานวน 3 หนว่ ยกติ
ชน้ั ปวช. สาขาวชิ า/กลุ่ม ชา่ งอเิ ลก็ ทรอนิกส์
หน่วยที่ สัปดาหท์ ี่ ช่ือหน่วยการสอน/รายการสอน จานวนชวั่ โมง
ทฤษฎี ปฏบิ ัติ
1 1 สารก่ึงตัวนาและไดโอด
2 2 วงจรเรยี งกระแสแบบครง่ึ คล่ืน 23
3 3 วงจรเรยี งกระแสเต็มคล่ืน 23
4 4 วงจรเรยี งกระแสเต็มคลน่ื แบบบรดิ จ์ 23
5 5 ซเี นอร์ไดโอด 23
6 6 การควบคมุ แรงดันให้คงทดี่ ้วยซีเนอร์ไดโอด 23
7 7 ทรานซสิ เตอร์ 23
8 8 ทรานซิสเตอรส์ นามไฟฟา้ 23
9 9 ไอซตี ้ังเวลา 555 23
10 10 ไอซีเร็กกเู ลเตอร์ 23
11 11 ไอซีออปแอมป์ 23
12 12 เอส ซี อาร์ 23
13 13 เทอรม์ สิ เตอรแ์ ละวาริสเตอร์ 23
14 14 ไดแอก 23
15 15 ไทรแอก 23
16 16 ยูเจที 23
17 17 อุปกรณโ์ ฟโต้ 23
18 18 ออปโต้คปั เปลอร์ 23
23
รวม 36 54
รวมทั้งสิ้น
90
1
แผนการจัดการเรยี นรู้ แบบมงุ่ เนน้ สมรรถนะอาชีพ
และบูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รหสั วชิ า 20105-2005 วิชา อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจร
หน่วยที่ 1 ชือ่ หนว่ ย สารกึ่งตัวนำและไดโอด
ชอื่ เร่อื ง สารกง่ึ ตัวนำและไดโอด จำนวน 5 ช่วั โมง
1. สาระสำคัญ
สสารต่าง ๆ ประกอบด้วยโมเลกุล และแต่ละโมเลกุลประกอบด้วยอะตอมหลายๆอะตอม ใน
อะตอมหนึ่งอะตอมจะประกอบไปด้วยอิเล็กตรอนโคจรอยู่รอบนิวเคลียสภายในนิวเคลียสยังประกอบไปด้วย
โปรตรอนกบั นวิ ตรอน โดยอิเลก็ ตรอนมีประไฟฟา้ เป็นลบ โปรตอนมีประจุไฟฟ้าเปน็ บวก นิวตรอนมีสภาพเป็น
กลางทางไฟฟ้า สารกึ่งตัวนำชนิดเอ็น (N-Type) ได้จากการนำสารกึ่งตัวนำบริสุทธิ์ผสมกับสารที่มีวาเลนซ์
อิเล็กตรอน 3 ตัว และสารกึ่งตัวนำชนิดพี (P-Type) ได้จากการนำสารกึ่งตัวนำบริสุทธิ์ผสมกับสารที่มีวาเลนซ์
อิเล็กตรอน 5 ตัว ไดโอดเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ได้จากการนำสารกึ่งตัวนำชนิดเอ็นและชนิดพีมาต่อชน
กัน มีคุณสมบัตินำกระแสไฟฟ้าได้ทิศทางเดียว การจัดแรงไฟให้สารกึ่งตัวนำเรียกว่าการให้ไบอัส ซึ่งการให้
ไบอัสมีสองอยา่ งคือ ฟอร์เวริ ์สไบอัส และรเี วริ ์สไบอัส
2. สมรรถนะอาชีพประจำหน่วย
ดา้ นความรู้
1. บอกโครงสรา้ งพนื้ ฐานของอะตอมได้
2. บอกชนิดสารกง่ึ ตวั นำได้
3. เปรยี บเทียบสารกง่ึ ตวั นำบริสุทธิ์, สารกึง่ ตัวนำไม่บริสุทธ์ิ, สารก่งึ ตวั นำชนิดเอน็ (N-Type), สารกึ่ง
ตัวนำชนดิ พี (P-Type)ได้
4. บอกชนดิ ของไดโอดได้
5. อธิบายโครงสร้างของไดโอดได้
ดา้ นทกั ษะและการประยุกต์ใช้
1. ปฏบิ ตั ิตามใบงานท่ี 1 เรื่อง สารกงึ่ ตัวนำ
2. ต่อวงจรไบอสั ไดโอดได้ถูกตอ้ ง
3. ใชอ้ อสซิลโลสโคปวดั สญั ญาณเสียงได้
4. ใชม้ ัลติมเิ ตอรว์ ัดตรวจสอบไดโอดได้
ด้านคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคุณลักษณะที่พงึ ประสงค์และบรู ณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
1. เหน็ ความสำคญั ของการใช้เครอ่ื งมอื และอุปกรณ์ในการปฏิบัตงิ านอยา่ งรู้คุณค่า
2. มีความรับผดิ ชอบในการปฏิบัติงานใหเ้ สรจ็ ภายในเวลาทก่ี ำหนด
2
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 จุดประสงค์ท่ัวไป
1. เพ่ือใหม้ คี วามรู้เกีย่ วกับโครงสร้างพน้ื ฐานของอะตอม
2. เพือ่ ให้มีความรู้เกีย่ วกับการบรรยายวงโคจรของอเิ ล็กตรอน
3. เพอ่ื ใหม้ ีความรู้เก่ยี วกับการเปรยี บเทยี บสารก่ึงตัวนำบริสุทธ์ิ, สารกง่ึ ตวั นำไม่บรสิ ทุ ธ์ิ, สารก่งึ ตัวนำชนดิ
เอน็ , สารกง่ึ ตวั นำชนดิ พี
4. เพอื่ ใหม้ ีความรู้เก่ยี วกับการรวบรวมไดโอด
5. เพอ่ื ใหม้ ีทกั ษะในการสังเกตลักษณะสมบัติของไดโอด
6. เพื่อให้มีทักษะในการแสดงกราฟลักษณะสมบัตขิ องไดโอด
7. เพือ่ ใหม้ ที กั ษะในการทดสอบไดโอดด้วยโอห์มมิเตอร์
8. เพือ่ ให้มเี จตคตทิ ่ีดใี นการจำแนกสัญลกั ษณ์ของไดโอด
9. เพอ่ื ใหม้ ีเจตคตทิ ี่ดใี นการเลอื กไบอสั ตรงและไบอัสกลบั
10. เพ่ือใชเ้ ครื่องมือในการทดสอบไดโอดได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม
3.2 จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. อธบิ ายโครงสร้างพน้ื ฐานของอะตอมได้
2. บรรยายวงโคจรของอิเล็กตรอนได้
3. เปรียบเทยี บสารกึง่ ตัวนำบริสุทธ์ิ, สารกึง่ ตัวนำไม่บริสุทธ์ิ, สารก่ึงตวั นำชนดิ เอ็น, สารกึ่งตัวนำชนิด
พไี ด้
4. รวบรวมไดโอดได้
5. สังเกตลกั ษณะสมบัติของไดโอดได้
6. แสดงกราฟลักษณะสมบตั ิของไดโอดได้
7. ทดสอบไดโอดด้วยโอหม์ มเิ ตอรไ์ ด้
8. จำแนกสญั ลักษณ์ของไดโอดได้
9. เลอื กไบอสั ตรงและไบอสั กลับได้
10. ทดสอบไดโอดได้อยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม
4. เน้อื หาสาระการสอน/การเรียนรู้
4.1 ดา้ นความรู้
1. โครงสร้างพ้นื ฐานของอะตอม
2. วงโคจรของอิเล็กตรอน
3. สารกึ่งตัวนำบรสิ ทุ ธ์ิ
4. สารกงึ่ ตวั นำไมบ่ ริสุทธิ์
5. สารก่งึ ตวั นำชนิดเอน็ (N-Type)
6. สารกึง่ ตัวนำชนิดพี (P-Type)
7. ไดโอด
3
4.2 ด้านทักษะหรือปฏิบตั ิ
1. การทดลองท่ี 1 สารกงึ่ ตวั นำ
2. แบบทดสอบบทที่ 1
4.3 ด้านคณุ ธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพียง
1. ใชเ้ คร่ืองมือในการทดสอบไดโอดไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม
5. กิจกรรมการเรยี นการสอนหรือการเรียนรู้
ขัน้ ตอนการสอนหรือกิจกรรมครู ข้นั ตอนการเรียนหรอื กจิ กรรมของผู้เรยี น
ข้ันเตรียม(จำนวน 15 นาที) ขน้ั เตรยี ม(จำนวน 15 นาที )
1. ผู้สอนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนำ 1. ผู้เรียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผู้สอน
รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเรื่อง แนะนำรายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียน
สารกงึ่ ตัวนำ
เร่อื ง สารกึง่ ตวั นำ
2. ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 2. ผู้เรียนทำความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์
เรียนที่ 1 และขอให้ผู้เรียนร่วมกันทำกิจกรรมการ การเรียนของหน่วยเรียนที่ 1 และการให้ความ
เรยี นการสอน
รว่ มมอื ในการทำกิจกรรม
ขั้นการสอน(จำนวน 240 นาท)ี ขนั้ การสอน(จำนวน 240 นาท)ี
1. ผู้สอนให้ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทที่ 1. ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทที่ 1 เรื่อง
1 เรื่อง สารกี่ตัวนำและไดโอด และให้ผู้เรียน สารกึ่งตัวนำและไดโอด และผู้เรียนศึกษาเอกสาร
ศึกษาเอกสารประกอบการสอน วิชา อุปกรณ์ ประกอบการสอน วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และ
อิเล็กทรอนิกส์และวงจร โดยให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วย วงจร ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง และสามารถตอบ
ตนเอง และสามารถสอบถามข้อสงสัยระหว่างเรียน ขอ้ สงสัยระหวา่ งเรียนได้
จากผสู้ อน 2. ผู้เรียนฟังอธิบายสารกึ่งตัวนำได้ศึกษาจาก
2. ผู้สอนให้ผู้เรียนอธิบายสารกึ่งตัวนำศึกษา PowerPoint
จาก PowerPoint 3. ผู้เรียนปฏิบัติใบงานที่ 1 เรื่องสารกึ่งตัวนำ
3. ผู้สอนให้ผู้เรียนปฏิบัติใบงานที่ 1 เรื่องสาร และไดโอด
กง่ึ ตัวนำและไดโอด 4. ผู้เรียนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อสงสัย
4. ผู้สอนสังเกตการณ์ปฏิบัติใบงานที่ 1 เรื่อง ระหวา่ งเรยี นจากผสู้ อน
สารกง่ึ ตัวนำและไดโอด
ขัน้ สรปุ (จำนวน 45 นาที) ขน้ั สรปุ (จำนวน 45 นาท)ี
1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาที่ได้ 1. ผเู้ รยี นรว่ มกันสรุปเนื้อหาท่ีได้เรียนใหม้ ี
เรยี นใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดยี วกนั ความเข้าใจในทศิ ทางเดยี วกนั
2. ผูส้ อนให้ผเู้ รียนทำแบบฝกึ หัดหนว่ ยที่ 1 2. ผ้เู รียนทำแบบฝกึ หัดหนว่ ยท่ี 1
3. ผู้สอนให้ผู้เรียนศึกษาเพิ่มเตมิ นอกหอ้ งเรียน 3. ผเู้ รียนศกึ ษาเพ่มิ เติมนอกห้องเรียน ด้วย
ดว้ ย PowerPoint ทจ่ี ดั ทำขน้ึ PowerPoint ทจี่ ดั ทำขนึ้
4
6. สือ่ การเรยี นการสอน/การเรียนรู้
6.1 ส่ือสิ่งพิมพ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา อุปกรณอ์ เิ ลก็ ทรอนิกส์และวงจร (Entrepreneurship)
2. ใบความร้ทู ี่ 1 เรอื่ ง สารกง่ึ ตวั นำและไดโอด
3. การทดลองท่ี 1 สารกง่ึ ตัวนำ ขัน้ ประยกุ ต์ใช้ ขอ้ 1
4. แบบทดสอบบทที่ 1 สรุปและประเมนิ ผล ข้อ 2
5. แบบประเมินผลงานตามใบงาน ใช้ประกอบการสอนขัน้ ประยกุ ตใ์ ช้ ข้อ 1
6. แบบประเมินพฤตกิ รรมการทำงาน ใชป้ ระกอบการสอนขั้นประยุกต์ใช้ ขนั้ สรุปและประเมินผล
6.2 ส่ือโสตทัศน์
1. Power Point เรอื่ งสารก่ึงตวั นำและไดโอด
6.3 ส่ือของจริง
1. ไดโอด
2. มัลตมิ ิเตอร์
3. แหลง่ จ่ายไฟ
7. แหลง่ การเรียนการสอน/การเรียนรู้
7.1 ภายในสถานศกึ ษา
1. หอ้ งสมดุ วิทยาลยั การอาชีพสว่างแดนดนิ
2. หอ้ งอนิ เตอรเ์ นต็ วทิ ยาลยั การอาชพี สว่างแดนดนิ
7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา
1. ห้องสมดุ เฉลมิ พระเกียรติอำเภอสว่างแดนดิน
2. หอ้ งสมดุ ประชาชนเฉลมิ ราชกมุ ารอี ำเภอสวา่ งแดนดิน
8. งานที่มอบหมาย
8.1 ก่อนเรียน
1. ผู้เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน
8.2 ขณะเรยี น
1. ศึกษาเนื้อหา ในบทที่ 1 เรื่อง สารกึง่ ตวั นำ
2. รายงานผลหนา้ ชนั้ เรียน
3. ปฏบิ ัติใบปฏิบัติงานท่ี 1 เรือ่ ง สารกง่ึ ตวั นำ
4. สรุปผลการทดลอง
8.3 หลังเรยี น
1. ทำแบบฝึกหัดบทที่ 1
5
9. ผลงาน/ช้ินงาน ทเี่ กดิ จากการเรยี นรู้ของผู้เรยี น
1. แบบฝึกหดั บทที่ 1 ใบปฏิบตั ิงานที่ 1
2. ตรวจผลงาน
10. เอกสารอา้ งองิ
1. อดุลย์ กลั ยาแก้ว . อปุ กรณอ์ เิ ล็กทรอนิกส์และวงจร. : ศูนย์สง่ เสริมอาชวี ะ (ศสอ)
11. การบรู ณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั รายวชิ าอ่ืน
1. บูรณาการกบั วิชาอปุ กรณ์อิเลก็ ทรอนิกสเ์ บ้ืองต้น
2. บรู ณาการกบั วชิ าวงจรไฟฟ้าเบ้อื งต้น
12. หลกั การประเมินผลการเรยี น
12.1 ก่อนเรยี น
1. ตรวจผลงานตามใบปฏบิ ตั งิ านที่ 1
2. สังเกตการปฏิบัติงาน
12.2 ขณะเรยี น
-
12.3 หลังเรยี น
1. ตรวจแบบฝกึ หัด บทที่ 1
2. ตรวจแบบแบบฝึกหัดผลการเรียนรู้
13. รายละเอียดการประเมนิ ผลการเรียน
จุดประสงคข์ อ้ ท่ี 1 บอกโครงสร้างพ้นื ฐานของอะตอมได้
1. วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถบอกโครงสร้างพ้ืนฐานของอะตอมได้
4. เกณฑ์การผ่าน : บอกโครงสรา้ งพ้นื ฐานของอะตอมได้ ได้คะแนน 0.7 คะแนน
จุดประสงค์ขอ้ ที่ 2 บอกชนดิ สารก่ึงตวั นำได้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่อื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถบอกชนิดสารกง่ึ ตัวนำได้
4. เกณฑ์การผ่าน : บอกชนิดสารก่ึงตัวนำได้ ไดค้ ะแนน 0.65 คะแนน
6
จุดประสงค์ข้อที่ 3 เปรียบเทียบสารกึ่งตัวนำบริสุทธิ์, สารกึ่งตัวนำไม่บริสุทธิ์, สารกึ่งตัวนำชนิดเอ็น (N-
Type), สารก่งึ ตวั นำชนดิ พี (P-Type)ได้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถเปรยี บเทยี บสารก่ึงตวั นำบริสุทธ์ิ, สารกง่ึ ตวั นำไมบ่ รสิ ทุ ธ์ิ, สารกึง่ ตัวนำชนิด
เอ็น (N-Type), สารก่ึงตวั นำชนดิ พี (P-Type)ได้
4. เกณฑ์การผ่าน : ได้คะแนน 1 คะแนน
จุดประสงค์ขอ้ ที่ 4 บอกชนดิ ของไดโอดได้
1. วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่อื งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถบอกชนดิ ของไดโอดได้
4. เกณฑ์การผา่ น : บอกชนิดของไดโอดได้ ได้คะแนน 0.65 คะแนน
จุดประสงค์ข้อท่ี 5 อธิบายโครงสรา้ งของไดโอดได้
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครือ่ งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถอธิบายโครงสร้างของไดโอดได้
4. เกณฑ์การผ่าน : อธิบายโครงสร้างของไดโอดได้ ไดค้ ะแนน 1 คะแนน
จุดประสงคข์ อ้ ที่ 6 ปฏบิ ตั ติ ามใบงานที่ 1 เรื่อง สารก่งึ ตวั นำ
1. วธิ ีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถปฏิบัติตามใบงานท่ี 1 เร่อื ง สารก่ึงตัวนำ
4. เกณฑ์การผา่ น : ปฏบิ ัตติ ามใบงานท่ี 1 เร่ือง สารกึ่งตวั นำได้ ได้คะแนน 0.25 คะแนน
จุดประสงคข์ อ้ ที่ 7 ต่อวงจรไบอสั ไดโอดไดถ้ กู ตอ้ ง
1. วธิ กี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถตอ่ วงจรไบอัสไดโอดไดถ้ ูกตอ้ ง
4. เกณฑ์การผ่าน : ตอ่ วงจรไบอสั ไดโอดได้ถกู ต้อง ได้คะแนน 0.25 คะแนน
จดุ ประสงคข์ ้อท่ี 8 ใชอ้ อสซลิ โลสโคปวดั สญั ญาณเสยี งได้
1. วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถใช้ออสซลิ โลสโคปวดั สัญญาณเสยี งได้
4. เกณฑ์การผา่ น : ใชอ้ อสซลิ โลสโคปวัดสญั ญาณเสียงได้ ไดค้ ะแนน 0.25 คะแนน
จดุ ประสงคข์ ้อที่ 9 ใชม้ ัลติมเิ ตอร์วัดตรวจสอบไดโอดได้
1. วธิ กี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครอื่ งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : ใชม้ ลั ตมิ เิ ตอรว์ ดั ตรวจสอบไดโอดได้
4. เกณฑ์การผา่ น : ใชม้ ัลติมิเตอร์วัดตรวจสอบไดโอดได้ ได้ 0.25 คะแนน
7
จุดประสงค์ข้อท่ี 10 เห็นความสำคญั ของการใช้เครื่องมือและอปุ กรณ์ในการปฏิบตั งิ านอย่างรคู้ ณุ ค่า
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : เห็นความสำคัญของการใช้เครื่องมือและอปุ กรณ์ในการปฏบิ ตั ิงานอยา่ งร้คู ุณคา่
4. เกณฑ์การผ่าน : เหน็ ความสำคญั ของการใช้เคร่อื งมอื และอุปกรณ์ในการปฏิบัตงิ านอย่างรคู้ ุณค่า ได้ 0.325
คะแนน
จดุ ประสงคข์ ้อท่ี 11 มีความรับผดิ ชอบในการปฏิบัติงานให้เสรจ็ ภายในเวลาท่ีกำหนด
1. วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : มีความรบั ผดิ ชอบในการปฏิบตั งิ านให้เสรจ็ ภายในเวลาทก่ี ำหนด
4. เกณฑ์การผา่ น : มีความรับผิดชอบในการปฏบิ ัตงิ านให้เสรจ็ ภายในเวลาทีก่ ำหนด ได้ 0.325 คะแนน
14. แบบทดสอบกอ่ นเรียน
หน่วยการสอนท่ี 1 ชื่อหนว่ ยการสอน สารกงึ่ ตัวนำและไดโอด
วัตถุประสงค์ เพ่อื ประเมินความรู้พืน้ ฐานเก่ียวกับสารกง่ึ ตัวนำและไอโอด
ขอ้ คำถาม
คำสง่ั จงเลอื กคำตอบที่ถูกตอ้ งทีส่ ดุ
1.ธาตทุ จ่ี ดั อยู่ในจำพวกสารกึ่งตัวนำคือขอ้ ใด
ก. อาเซนิก ข. แกลเลียม
ค. อนิ เดียม ง. เยอรมนั เนยี ม
2.การผลิตสารกึ่งตวั นำชนดิ เอ็นต้องเติมธาตเุ จือปนอะไรลงไป
ก. อะลมู ิเนียม ข. โบมนี
ค. ฟอสฟอรสั ง. โคบอลต์
3.ขอ้ ใดคอื คำจำกัดความของไดโอด
ก. เป็นอปุ กรณส์ ารก่งึ ตัวนำที่นำเอาสารพีและสารเอน็ มาต่อเข้าดว้ ยกัน
ข. เป็นอุปกรณ์ท่ชี ว่ ยในการจ่ายแรงดันให้กับอุปกรณท์ างไฟฟา้
ค. เป็นอุปกรณ์ท่ใี ชค้ วบคุมแรงดนั ภายในวงจรทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์
ง. เป็นอุปกรณ์ท่ยี อมให้กระแสไหลผ่านได้ทางเดยี ว
4.ค่าความต้านทานกรณไี บอัสตรงสำหรับไดโอดชนิดเยอรมันเนียมและซิลิคอนโดยประมาณคือ
ก. 6Ω,50Ω ข. 50Ω,6Ω
ค. 500kΩ,∞ ง. ∞,500kΩ
5.ค่าความตา้ นทานกรณไี บอสั กลบั สำหรบั ไดโอดชนดิ เยอรมันเนยี มและซิลิคอนโดยประมาณคือ
ก. 6Ω,50Ω ข. 50Ω,6Ω
ค. 500kΩ,∞ ง. ∞,500kΩ
8
6.ไดโอดชนดิ ใดต้องการแรงดันไบอัสไปหนา้ สูงสดุ
ก. ชนิดเยอรมนั เนียม ข. ชนิดซิลคิ อน
ค. ชนิดเพาเวอร์ ง. ชนดิ ปล่อยแสง
7.เพาเวอรไ์ ดโอดชนิดใดทำงานด้วยความเรว็ สงู
ก. แบบเยอรมนั เนียม ข. แบบซลิ ิคอน
ค. แบบฟื้นตัวเรว็ ง. แบบซอตต์กี
8.เมือ่ ไดโอดไดร้ บั ไบอสั ตรง จะมผี ลอยา่ งไร
ก. กระแสไม่ไหล ข. กระแสไหลผ่านไดโอด
ค. เกดิ ค่าความตา้ นทานสงู ง. เกิดแรงดันตกครอ่ มไดโอดจำนวนมาก
9.การตรวจสอบไดโอดโดยใชโ้ อห์มมเิ ตอร์ต้องการทราบอะไร
ก. หาขาไดโอด ข. กระแสร่ัวไหล
ค. ดี หรือ ชำรดุ ง. ถกู ทุกขอ้
10.เม่อื นำดิจติ อลมเิ ตอร์สเกลไดโอดมาวดั ไดโอด ต้องการทราบอะไร
ก. กระแสรั่วไหล ข. ค่าความตา้ นทาน
ค. แรงดันไบอัสไปหน้า ง. แรงดันไบอัสย้อนกลบั
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน
ขอ้ 1 ขอ้ 2 ข้อ 3 ขอ้ 4 ขอ้ 5 ขอ้ 6 ข้อ 7 ขอ้ 8 ขอ้ 9 ข้อ 10
ง. ค. ก. ข. ค. ก. ง. ข. ง. ข.
15. แบบทดสอบหลงั เรยี น
หน่วยการสอนที่ 1 ชื่อหน่วยการสอน สารก่งึ ตวั นำและไดโอด
วัตถุประสงค์ เพ่อื ประเมินความรู้พ้นื ฐานเกย่ี วกับสารกึ่งตัวนำและไอโอด
ข้อคำถาม
คำสง่ั จงเลอื กคำตอบที่ถูกตอ้ งทสี่ ดุ
1.ธาตุทจ่ี ัดอยใู่ นจำพวกสารกึ่งตัวนำคอื ขอ้ ใด
ก. อาเซนิก ข. แกลเลยี ม
ค. อนิ เดยี ม ง. เยอรมันเนยี ม
2.การผลิตสารก่ึงตัวนำชนดิ เอ็นต้องเติมธาตเุ จือปนอะไรลงไป
ก. อะลูมเิ นียม ข. โบมีน
ค. ฟอสฟอรัส ง. โคบอลต์
3.ข้อใดคือคำจำกัดความของไดโอด
ก. เป็นอปุ กรณส์ ารก่งึ ตวั นำที่นำเอาสารพีและสารเอ็นมาต่อเข้าดว้ ยกนั
ข. เป็นอุปกรณ์ท่ีช่วยในการจ่ายแรงดันใหก้ บั อปุ กรณท์ างไฟฟา้
ค. เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมแรงดันภายในวงจรทางอิเลก็ ทรอนิกส์
ง. เปน็ อปุ กรณ์ที่ยอมให้กระแสไหลผ่านไดท้ างเดยี ว
9
4.คา่ ความต้านทานกรณีไบอัสตรงสำหรับไดโอดชนดิ เยอรมันเนยี มและซลิ ิคอนโดยประมาณคือ
ก. 6Ω,50Ω ข. 50Ω,6Ω
ค. 500kΩ,∞ ง. ∞,500kΩ
5.คา่ ความตา้ นทานกรณไี บอสั กลับสำหรบั ไดโอดชนิดเยอรมันเนียมและซิลิคอนโดยประมาณคือ
ก. 6Ω,50Ω ข. 50Ω,6Ω
ค. 500kΩ,∞ ง. ∞,500kΩ
6.ไดโอดชนิดใดต้องการแรงดันไบอสั ไปหน้าสงู สดุ
ก. ชนิดเยอรมนั เนยี ม ข. ชนิดซิลิคอน
ค. ชนดิ เพาเวอร์ ง. ชนดิ ปล่อยแสง
7.เพาเวอรไ์ ดโอดชนดิ ใดทำงานดว้ ยความเรว็ สูง
ก. แบบเยอรมนั เนยี ม ข. แบบซลิ ิคอน
ค. แบบฟนื้ ตวั เรว็ ง. แบบซอตต์กี
8.เม่ือไดโอดไดร้ บั ไบอัสตรง จะมีผลอยา่ งไร
ก. กระแสไม่ไหล ข. กระแสไหลผา่ นไดโอด
ค. เกิดคา่ ความต้านทานสงู ง. เกดิ แรงดนั ตกครอ่ มไดโอดจำนวนมาก
9.การตรวจสอบไดโอดโดยใช้โอห์มมิเตอรต์ ้องการทราบอะไร
ก. หาขาไดโอด ข. กระแสรว่ั ไหล
ค. ดี หรอื ชำรดุ ง. ถกู ทุกข้อ
10.เม่ือนำดิจิตอลมิเตอรส์ เกลไดโอดมาวดั ไดโอด ต้องการทราบอะไร
ก. กระแสร่ัวไหล ข. ค่าความต้านทาน
ค. แรงดนั ไบอสั ไปหน้า ง. แรงดนั ไบอสั ย้อนกลับ
เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น
ขอ้ 1 ขอ้ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ขอ้ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ขอ้ 8 ขอ้ 9 ขอ้ 10
ง. ค. ก. ข. ค. ก. ง. ข. ง. ข.
10
16. ใบความรู้ที่ 1
หนว่ ยการสอนที่ 1 ชื่อหน่วยการสอน สารกงึ่ ตวั นำและไดโอด
หวั ข้อเรือ่ ง สารกึ่งตวั นำและไดโอด
1.1 โครงสรา้ งพืน้ ฐานของอะตอม
สสารตา่ ง ๆ ที่เราพบเหน็ อยู่ทั่วไปนั้น ถา้ พิจารณาลงไปถึงส่วนประกอบขนาดเล็กทีป่ ระกอบกันเป็น
สสารนั้นแล้ว จะพบวา่ ประกอบด้วยโมเลกลุ ซ่ึงโมเลกลุ เปน็ สว่ นประกอบเลก็ ท่สี ุดของสารและยังแสดงสมบัติ
ของธาตุนั้นอยู่ได้ ในแต่ละโมเลกุลจะประกอบด้วยส่วนที่เล็กลงไปอีกเรียกว่าอะตอม จากการทดลองของ
นักวิทยาศาสตร์ทำให้ทราบว่าอะตอมประกอบด้วยนิวเคลียสยังประกอบไปด้วยอนุภาคโปรตอนและนิวตรอน
อย่รู ว่ มกัน อเิ ลก็ ตรอนที่โคจรอย่รู อบนิวเคลียสนั้นมีประจุเป็นลบ สว่ นโปรตรอนมปี ระจุเป็นบวก นิวตรอนท่ี
อยู่ในนิวเคลียสมีประจุเป็นกลางทางไฟฟ้า โดยปกติแล้วอะตอมของธาตุต่าง ๆ จะเป็นกลางทางไฟฟ้า ใน
ธาตเุ ดียวกนั อะตอมของธาตุนนั้ จะมีจำนวนโปรตรอนและอเิ ลก็ ตรอนเท่ากนั
1.2 วงโคจรของอิเลก็ ตรอน
จำนวนอิเล็กตรอนที่วิ่งรอบนิวเคลียสจะวิ่งเป็นวง ๆ โดยแต่ละวงโคจรจะมีอิเล็กตรอนบรรจุอยู่ไม่
เท่ากัน เรียงลำดับจากน้อยไปหามาก แต่ละวงจะสามารถบรรจุอิเล็กตรอนได้จำนวนเทา่ ใดน้ันคำนวณได้จาก
สูตร 2N2 โดย N คือ ลำดับวงโคจรท่ีห่างจากนิวเคลียส วงโคจรอเิ ลก็ ตรอนที่อยหู่ ่างจากนิวเคลียสจะบอก
กำกบั ไวเ้ ปน็ อักษร ซึ่งวงในสุดทีต่ ดิ กนั นิวเคลยี สจะนับเป็นวงแรก คอื วง K และวงอยหู่ า่ งออกไปเรื่อยๆ ก็
จะเป็น L, M, N, O, P, Q ตามลำดับ แต่ละวงตะมีอิเล็กตรอนได้สูงสุดตามสูตร 2N2 ดังนั้นวง K ซ่ึง
เป็นวงที่ 1 จะมีอิเล็กตรอนสูงสุดเท่ากับ 2N2 = 2(1)2 = 2 ตัว, วงที่ 2 L=8 ตัว วงที่ 3 M=18 ตัว,
วงที่ 4 N=32 ตัว, วงที่ 5 Q=50 ตัว โดยตั้งแต่วง Q เป็นต้นไปจำนวนอิเล็กตรอนที่บรรจุลงไปจะไม่
เตม็ จำนวนตามสูตรทีค่ ำนวณได้
ตัวนำไฟฟ้า (Conductor)
ตัวนำไฟฟ้า คือ ธาตุที่มีวาเลนซอ์ ิเล็กตรอน 1-3 ตัว ซึ่งอิเล็กตรอนสามารถหลุดออกจากอะตอม
ไดโ้ ดยงา่ ยเมอ่ื มพี ลังงานหรอื แรงมากระทำเพยี งเลก็ น้อย นำกระแสไฟฟา้ ได้ดี ธาตุเหลา่ นนั้
กง่ึ ตวั นำไฟฟา้ (Semi-Conductor)
ธาตุที่จดั เป็นจำพวกก่ึงตวั นำไฟฟ้า คอื ธาตุทม่ี วี าเลนซ์อิเล็กตรอน 4 ตวั ซงึ่ มีคุณสมบัติอยู่กึ่งกลาง
ระหว่างตวั นำไฟฟ้าและฉนวนไฟฟา้ ธาตกุ งึ่ ตัวนำไฟฟ้านนี้ ยิ มนำไปใชผ้ ลิตเปน็ อปุ กรณ์อิเลก็ ทรอนิกสต์ ่างๆ
ฉนวนไฟฟา้ (Insulator)
ธาตทุ จ่ี ัดเป็นจำพวกฉนวนไฟฟ้า คือ ธาตทุ ม่ี ีวาเลนซอ์ เิ ล็กตรอน 5-8 ตัว ซง่ึ อเิ ล็กตรอนไม่สามารถ
หลุดออกจากอะตอมได้โดยง่าย จะต้องใช้พลังงานสูงมากๆ มากระทำอิเล็กตรอนจึงหลุดอออกได้
กระแสไฟฟา้ ไหลผา่ นไดย้ าก มีคา่ ความตา้ นทานไฟฟ้าสูงมาก
1.3 สารกึง่ ตัวนำบรสิ ุทธ์ิ
สารกึ่งตวั นำบรสิ ทุ ธิ์ คือ ธาตกุ ึ่งตัวนำทีย่ งั ไม่ได้เติมสารเจือปน (Doping) ใดๆ ลงไป ธาตุกึ่งตัวนำ
ที่นิยมนำไปทำเป็นสารกึ่งตัวนำในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็คือธาตุกึ่งตัวนำซิลิคอน (Si) และธาตุกึ่งตัวนำ
11
เยอรมันเนียม (Ge) ธาตุทั้งสองชนิดจะมีวาเลนซ์อิเล็กตรอน 4 ตัว แต่อิเล็กตรอนทั้งหมดจะไม่เท่ากันโดย
ซิลคิ อนจะมีอิเล็กตรอนทง้ั หมด 14 ตัว ส่วนเยอรมันเนียมจะมอี ิเลก็ ตรอนท้ังหมด 32 ตัวตอ่ หนงึ่ อะตอม
1.4 สารก่งึ ตัวนำไม่บรสิ ทุ ธิ์
สารกึ่งตวั นำไม่บรสิ ทุ ธิ์ คือ การนำเอาธาตซุ ลิ คิ อนหรอื ธาตุเยอรมนั เนียมบริสุทธิม์ าเติมธาตุเจือปนลง
ไป โดยใช้ธาตุเจอื ปนที่มีอิเล็กตรอนวงนอกสุด 3 ตัว หรือธาตเุ จือบ่นทีม่ ีอิเล็กตรอนวงนอกสุด 5 ตัวลงไป
ในอัตราส่วน 108=1 คือ ธาตุก่ึงตัวนำบริสุทธิ์ 108 ส่วนต่อสารเจือปน 1 ส่วน ซึ่งจะทำให้ได้สารกึ่งตัวนำ
ชนดิ ใหมข่ น้ึ มา
1.5 สารกง่ึ ตัวนำชนิด N (N-Type Semiconductor)
สารกึ่งตัวนำชนดิ เอ็นเป็นสารกึ่งตวั นำที่ได้จากการเติมสารเจือปนท่ีมวี าเลนซ์อิเลก็ ตรอน 5 ตัว เช่น
ฟอสฟอรัส, อาเซนคิ อย่างใดอย่างหน่ึงลงไปในธาตุซลิ ิคอนหรือเยอรมนั เนียมบริสุทธ์ิ จะทำใหอ้ ิเล็กตรอนวง
นอกสดุ ของอะตอมแลกเปล่ยี นอิเล็กตรอนซง่ึ กนั และกนั หรือใชอ้ เิ ลก็ ตรอนร่วมกันได้ครบ 8 ตวั ทำให้เหลือ
อิเล็กตรอนอีก 1 ตัวที่ไม่สามารถจับตัวกับอะตอมข้างเคียง เรียก อิเล็กตรอนตัวนี้ว่า อิเล็กตรอนนี้ว่า
อิเลก็ ตรอนอิสระ (Free Electron) ซงึ่ จะแสดงประจลุ บออกมา
1.6 สารกง่ึ ตัวนำชนดิ พี (P-Type)
สารกึ่งตัวนำชนิดพีเป็นสารกึ่งตัวนำที่ได้จากการเติมธาตุเจือปนที่มีวาเลนซ์อิเล็กตรอน 3 ตัว เช่น
โบรอน (Br), อินเดียม (In), แกลเลียม (Ge) อย่างใดอย่างหนึ่งลงไปในธาตุซิลิคอนหรือธาตุเยอรมันเนียม
บริสุทธิ์ จะทำให้อิเล็กตรอนวงนอกสุดของแต่ละอะตอมแลกเปลี่ยนอิเล็กตรอนซึ่งกันและกันหรือใช้
อิเลก็ ตรอนร่วมกนั ไดค้ รบได้ 8 ตัว ส่วนอะตอมของธาตุเจือปนจะขาดอิเล็กตรอนอีก 1 ตัว เพราะธาตุเจือ
ปนมีอิเลก็ ตรอนวงนอกสดุ 3 ตวั เรียกส่วนที่ขาดอิเลก็ ตรอนนี้ว่าโฮล (Hole) ซงึ่ แปลวา่ หลมุ หรือ รู
1.7 ไดโอด (Diode)
ไดโอด เป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำ ที่ได้จากการนำเอาสารกึ่งตัวนำชนิดพี และสารกึ่งตัวนำชนิดเอ็น
มาต่อชนกัน ได้เป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำหนึ่งรอยต่อ (Junction) ในการต่อสารกึ่งตัวนำชนิดพี และเอ็น
น้ัน มใิ ช่เพยี งการนำมาติดกนั เท่านน้ั แต่จะต้องใชว้ ธิ ปี ลกู ผลึก หรอื วิธีการแพร่สารเจือปนลงไปในสารในสาร
ก่ึงตวั นำบริสทุ ธิ์
1.8 สัญลักษณ์ของไดโอด
สัญลักษณ์ของไดโอดประกอบด้วยหัวลูกศรเป็นขาแอโนด (Anode) ใช้อักษรย่อ A และอีกด้าน
หน่งึ เป็นขาแคโถด (Cathode) ใชอ้ ักษรยอ่ K หัวลกู ศรน้ันแสดงใหเ้ ห็นว่ากระแสโฮล (กระแสนยิ ม) จะไหล
จากขาแอโนดไปส่แู คโถด
1.9 ไบอสั ตรง (Forward Bias)
การใหไ้ บอสั ตรงกับไดโอดกค็ ือ การจ่ายแรงดันไฟฟ้าในตัวไดโอดแบบตรงกับสารกงึ่ ตัวนำ คือ จ่าย
แรงไฟทีม่ ีศักยบ์ วกใหส้ ารกง่ึ ตัวนำชนิดพี และจ่ายแรงไฟที่มีศักยเ์ ป็นลมใหก้ ับสารกง่ึ ตวั นำชนิดเอ็น
1.10 ไบอสั กลับ (Reverse Bias)
ไบอสั กลับหรอื เรียกวา่ รเี วิรส์ ไบอัส เป็นการกระจา่ ยแรงดนั ไฟฟา้ ให้กับไอโอดแบบกลบั ขัว้ คอื จ่าย
ศกั ย์ไฟบวกให้สารชนิดเอน็ จา่ ยศกั ยไ์ ฟลบให้สารชนดิ พจี ะมผี ลใหเ้ กดิ การทำงาน
12
1.11 ลกั ษณะสมบัติของไอโอด
แม้ว่าไดโอดในอุดมคติจะมีลักษณะคล้ายดังสวิตซ์ทางไฟฟ้า คือ เมื่อเราให้ไบอัสตรงจะเหมือนกับ
สวิตซป์ ิดวงจร (ON) แต่ถ้าใหไ้ บอสั กลบั จะเหมือนกับสวิตซ์เปิดวงจร (OFF) ซึง่ ไดโอด เมอ่ื ได้ไบอัสตรงจะมี
กระแสไหลผ่านไดโอดได้สงู และมีแรงดันตกคร่อมไอโอดอย่เู ลก็ น้อยประมาณ 0.2 หรอื 0.6 โวลต์
1.12 กราฟแสดงลักษณะสมบัตขิ องไดโอด
สามารถได้จากการไบอัสตรงและไบอัสกลับกับไดโอด เมื่อไดโอดให้รับไบอัสตรงจะเกิดกระแสไหล
ผา่ นไดโอดได้ในทศิ ทางจากสารชนดิ พีไปยงั สารเอน็
1.13 การทดสอบไดโอดด้วยโอหม์ มเิ ตอร์
การตรวจสอบหาขาของไดโอด หรือการตรวจสอบว่าไอโอดนั้นใช้งานได้หรือไม่ ทำได้อย่างง่ายโดย
ใชโ้ อห์มมิเตอร์ เนอื่ งจากไดโอดนั้นเมื่อได้รับแรงไฟไบอสั ตรงจะยอมให้กระแสไหลผ่านแสดงวา่ ความต้านทาน
ของไดโอดมีคา่ ต่ำ แตเ่ มอ่ื ไดโอดได้รับแรงไฟไบอัสกลับจะมีกระแสไหลผ่านไดโอดเหมือนกับว่าความต้านทาน
ของไอโอดมีค่าสูงมาก
13
17. ใบงานที่ 1
หนว่ ยการสอนที่ 1 ช่ือหน่วยการสอน สารก่ึงตัวนำและไดโอด
หัวข้อเร่ือง สารกึ่งตวั นำและไดโอด
จดุ ประสงค์
1. ปฏบิ ัติตอ่ วงจรเพือ่ หาคุณสมบัติขงิ ไดโอดชนิดซลิ คิ อนและเยอรมันเนยี ม
2. เพื่อให้รู้และเขา้ ใจข้อมลู แสดงคุณลักษณะทางไฟฟ้าของไดโอด
3. เพอ่ื ให้รหู้ ลักการวดั และทดสอบไดโอดชนดิ วิลิคอน, เยอรมนั เนยี ม ใชโ้ อห์มมิเตอร์
4. สามารถต่อวงจรศึกษาคณุ สมบัติของไดโอดชนดิ ซิลิคอน, เยอรมนั เนยี ม
5. สามารถใชโ้ อหม์ มเิ ตอรว์ ดั และทดสอบไดโอดชนดิ ตา่ งๆได้
6. มีวนิ ยั แต่งกายถูกต้องตามระเบยี บ และตรงต่อเวลา
เคร่ืองมอื และอุปกรณ์
1. แหลง่ จา่ ยไฟกระแสตรงชนิดปรับคา่ ได้ 0-30V 1 เคร่ือง
2. แอนะลอกและดิจติ อลมลั ติมเิ ตอร์ 1 เครื่อง
3. ชุดฝกึ วิชาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 1 ชดุ
ลำดับขัน้ ตอนการทดลอง
1. ตัง้ มัลติมิเตอร์ไปท่ีสเกล RX10 จากน้ันทำการปรบั สู่ตำแหนง่ ศูนย์ (Zero Adjust)
2. วดั ค่าความตา้ นทานของไดโอดเบอร์ต่างๆ ตามตารางท่ี 1.1 ในลักษณะไบอสั ไปหน้า บนั ทึกผลการ
ทดลองลงในตารางที่ 1.1
3. วัดค่าความต้านทานของไดโอดเบอร์ต่างๆ ตามตารางที่ 1.1 ในลักษณะไบอัสย้อนกลับ บันทึกผล
การทดลองลงในตารางที่ 1.1
4. ต้ังมลั ตมิ เิ ตอรไ์ ปทีส่ เกล RX10k จากน้นั ทำการปรับส่ตู ำแหนง่ ศูนย์ (Zero Adjust)
5. วดั ค่าความตา้ นทานของไดโอดเบอร์ต่างๆ ตามตารางที่ 1.1 ในลกั ษณะไบอัสไปหน้า บันทึกผลการ
ทดลองลงในตารางท่ี 1.1
6. วัดค่าความต้านทานของไดโอดเบอร์ต่างๆ ตามตารางที่ 1.1 ในลักษณะไบอัสย้อนกลับ บันทึกผล
การทดลองลงในตารางที่ 1.1
วัดคา่ ความตา้ นทานท่มี ีหน่วยเปน็ โอหม์ (Ω) ชนิด สภาพ
ดี/ชำรดุ
เบอร์ ใช้สเกล RX10 ใช้สเกล RX10k
ไบอสั ตรง ไบอสั กลบั ไบอสั ตรง ไบอัสกลบั ซลิ กิ อนหรือ
เยอรมนั เนียม
1 1 N 4001
2 1 N 4002
3 1 N 4007
4 1 N 5407
5 1 N 60
ตารางที่ 1.1
14
7. ประกอบวงจรตามรูปท่ี 1.1
R1
1K mA
Es 0-30V D1 I1 V1
1N4007
รปู ที่ 1.1
8. ปรับแหล่งจา่ ยไฟกระแสตรงจาก 0 ถงึ 6V ตามตารางที่ 1.2 ใชม้ ลั ตมิ ิเตอร์วัดแรงดันและกระแสที่
ค่าแรงดันตา่ งๆ แล้วบนั ทกึ ค่าของ I1 , V1 ลงในตารางท่ี 1.2
Es 0 0.2 0.3 0.4 0.5 0.6 0.7 0.8 0.9 1 2 3 4 5 6 V
I1 mA
V1 V
ตารางที่ 1.2
9. ประกอบวงจรตามรูปที่ 1.2
R1
1K mA
Es 0-30V D1 I1 V1
1N4007
รูปที่ 1.2
10. ปรับแหลง่ จา่ ยไฟกระแสตรงจาก 0 ถงึ 25V ตามตารางท่ี 1.3 ใช้มลั ติมเิ ตอร์วดั แรงดันและกระแส
ตามวงจรรปู ท่ี 1.2 แลว้ บันทึกค่าของ I1 , V1 ลงในตารางที่ 1.3
Es 0 2 4 6 8 10 14 18 22 25 V
I1 µA
V1 V
ตารางที่ 1.3
15
11. ประกอบวงจรตามรปู ท่ี 1.3
R1
1K mA
Es 0-30V D1 I1 V1
1N60
รปู ท่ี 1.3
12. ปรับแหลง่ จา่ ยไฟกระแสตรงจาก 0 ถึง 6V ตามตารางท่ี 1.2 ใช้มลั ติมิเตอรว์ ัดแรงดันและกระแสท่ี
ค่าแรงดนั ต่างๆ แลว้ บันทึกค่าของ I1 , V1 ลงในตารางที่ 1.4
Es 0 0.1 0.15 0.2 0.25 0.3 0.5 0.7 1 3 4 5 6 V
I1 mA
V1 V
ตารางที่ 1.4
13. ประกอบวงจรตามรปู ที่ 1.4
R1
1K mA
Es 0-30V D1 I1 V1
1N60
รปู ที่ 1.4
14. ปรับแหลง่ จ่ายไฟกระแสตรงจาก 0 ถึง 10V ตามตารางท่ี 1.5 ใชม้ ัลติมิเตอรว์ ัดแรงดันและกระแส
แลว้ บันทึกค่าของ I1 , V1 ลงในตารางที่ 1.5
Es 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 V
I1 µA
V1 V
ตารางท่ี 1.5
15. นำผลการทดลองทไี่ ด้จากตารางท่ี 1.2 และ 1.3 เปน็ คุณสมบัติของไดโอดเบอร์
ชนดิ
16. นำผลการทดลองท่ไี ดจ้ ากตารางที่ 1.4 และ 1.5 เปน็ คุณสมบตั ขิ องไดโอดเบอร์
ชนิด
16
สรปุ และวิจารณ์ผลการทดลองทุกๆขั้นตอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
17
18. แบบประเมินผล
แบบประเมนิ ผลการนำเสนอผลงาน
ช่อื กลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………ห้อง............................
รายช่อื สมาชกิ
1……………………………………เลขท…่ี …. 2……………………………………เลขท่ี…….
3……………………………………เลขท…่ี …. 4……………………………………เลขที่…….
ที่ รายการประเมิน คะแนน ข้อคิดเหน็
32 1
1 เน้อื หาสาระครอบคลมุ ชดั เจน (ความร้เู กย่ี วกับเนอ้ื หา ความถูกต้อง
ปฏิภาณในการตอบ และการแก้ไขปญั หาเฉพาะหนา้ )
2 รปู แบบการนำเสนอ
3 การมสี ่วนร่วมของสมาชิกในกลมุ่
4 บุคลิกลักษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้ำเสียง ซึ่งทำให้ผู้ฟังมีความ
สนใจ
รวม
ผ้ปู ระเมิน…………………………………………………
เกณฑ์การให้คะแนน
1. เน้อื หาสาระครอบคลมุ ชดั เจนถูกต้อง
3 คะแนน = มีสาระสำคัญครบถ้วนถกู ต้อง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสำคญั ไมค่ รบถ้วน แตต่ รงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระสำคญั ไมถ่ ูกตอ้ ง ไมต่ รงตามจดุ ประสงค์
2. รปู แบบการนำเสนอ
3 คะแนน = มรี ปู แบบการนำเสนอท่เี หมาะสม มีการใช้เทคนคิ ที่แปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยี
ประกอบการ นำเสนอท่ีนา่ สนใจ นำวัสดุในท้องถิ่นมาประยุกตใ์ ชอ้ ย่างคุ้มค่าและ
ประหยัด
2 คะแนน = มีเทคนิคการนำเสนอที่แปลกใหม่ ใชส้ ่อื และเทคโนโลยีประกอบการนำเสนอที่นา่ สนใจ
แตข่ าดการประยุกตใ์ ช้ วัสดใุ นทอ้ งถิ่น
1 คะแนน = เทคนิคการนำเสนอไม่เหมาะสม และไมน่ า่ สนใจ
3. การมสี ว่ นร่วมของสมาชกิ ในกลมุ่
3 คะแนน = สมาชกิ ทุกคนมีบทบาทและมีสว่ นรว่ มกจิ กรรมกลมุ่
2 คะแนน = สมาชกิ ส่วนใหญ่มบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชิกสว่ นน้อยมีบทบาทและมสี ว่ นร่วมกจิ กรรมกลมุ่
4. ความสนใจของผู้ฟัง
3 คะแนน = ผฟู้ งั มากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
2 คะแนน = ผู้ฟงั ร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ
1 คะแนน = ผ้ฟู งั น้อยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ
18
แบบประเมนิ กระบวนการทำงานกลุม่
ช่อื กลมุ่ ……………………………………………ช้นั ………………………ห้อง............................
รายชื่อสมาชิก
1……………………………………เลขท…่ี …. 2……………………………………เลขท…ี่ ….
3……………………………………เลขท…ี่ …. 4……………………………………เลขท…่ี ….
ท่ี รายการประเมนิ คะแนน ข้อคิดเหน็
321
1 การกำหนดเปา้ หมายร่วมกัน
2 การแบง่ หน้าทรี่ ับผิดชอบและการเตรยี มความ
พรอ้ ม
3 การปฏิบัตหิ น้าท่ที ี่ไดร้ ับมอบหมาย
4 การประเมนิ ผลและปรบั ปรุงงาน
รวม
ผปู้ ระเมนิ …………………………………………………
วนั ที่…………เดอื น……………………..พ.ศ…………...
เกณฑ์การให้คะแนน
1. การกำหนดเป้าหมายร่วมกัน
3 คะแนน = สมาชกิ ทกุ คนมีส่วนรว่ มในการกำหนดเป้าหมายการทำงานอยา่ งชัดเจน
2 คะแนน = สมาชิกสว่ นใหญ่มีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน
1 คะแนน = สมาชกิ ส่วนน้อยมสี ่วนรว่ มในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน
2. การหน้าท่รี ับผดิ ชอบและการเตรยี มความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ั่วถงึ และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจัดเตรียม
สถานท่ี ส่ือ/อุปกรณ์ไว้อยา่ งพร้อมเพรยี ง
2 คะแนน = กระจายงานได้ท่ัวถึง แตไ่ มต่ รงตามความสามารถ และมสี ื่อ/อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพรอ้ มเพรยี ง
แต่ขาดการจดั เตรยี มสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไมท่ ั่วถงึ และมีส่ือ / อุปกรณ์ไมเ่ พียงพอ
3. การปฏบิ ัตหิ น้าท่ที ไี่ ด้รับมอบหมาย
3 คะแนน = ทำงานไดส้ ำเร็จตามเปา้ หมาย และตามเวลาที่กำหนด
2 คะแนน = ทำงานได้สำเรจ็ ตามเป้าหมาย แตช่ ้ากวา่ เวลาทก่ี ำหนด
1 คะแนน = ทำงานไมส่ ำเร็จตามเป้าหมาย
4. การประเมินผลและปรบั ปรงุ งาน
3 คะแนน = สมาชกิ ทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ตดิ ตาม ตรวจสอบ และปรบั ปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนมสี ว่ นรว่ มปรกึ ษาหารอื แต่ไม่ปรับปรงุ งาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มสี ว่ นร่วมปรกึ ษาหารอื และปรบั ปรุงงาน
19
19. แบบฝึกหดั
แบบฝึกหดั ท้ายหน่วยที่ 1
สารกึง่ ตัวนำและไดโอด
จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. จงบอกโครงสรา้ งพน้ื ฐานของอะตอมมาโดยละเอียด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. จงบอกชนิดสารกึง่ ตวั นำ ว่ามีกชี่ นิด อะไรบา้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. จงเปรยี บเทียบสารก่งึ ตวั นำบริสทุ ธ์ิ, สารกงึ่ ตวั นำไมบ่ ริสุทธิ์, สารกงึ่ ตัวนำชนิดเอ็น (N-Type), สารกึ่ง
ตวั นำชนิดพี (P-Type) วา่ เหมอื นหรือตา่ งกันอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
4. จงบอกชนิดของไดโอด วา่ มีกช่ี นดิ อะไรบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
5. จงอธบิ ายโครงสร้างของไดโอดมาพอสงั เขป
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
20
20. บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้แบบมุง่ เน้นสมรรถนะอาชีพและบรู ณาการตามหลกั
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
20.1 สรุปผลการจัดการเรียนรู้
รายการ ระดบั การปฏบิ ตั ิ
54321
ด้านการเตรียมการสอน
1.จดั หนว่ ยการเรียนรไู้ ดส้ อดคลอ้ งกับวตั ถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้
2. กำหนดเกณฑ์การประเมินครอบคลุมท้ังดา้ นความรู้ ด้านทักษะ และด้านจติ พสิ ยั
3. เตรยี มวสั ดุ-อุปกรณ์ สือ่ นวตั กรรม กิจกรรมตามแผนการจัดการเรยี นรู้ก่อนเขา้
สอน
ด้านการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
4. มีวิธกี ารนำเข้าสบู่ ทเรยี นท่ีน่าสนใจ
5. มีกจิ กรรมที่หลากหลาย เพื่อช่วยใหผ้ เู้ รยี นเกิดการเรียนรู้ ความเข้าใจ
6. จัดกิจกรรมท่สี ง่ เสริมใหผ้ ูเ้ รียนคน้ คว้าเพื่อหาคำตอบด้วยตนเอง
7. นักเรยี นมีสว่ นรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
8. จดั กจิ กรรมท่ีเน้นกระบวนการคิด ( คิดวิเคราะห์ คดิ สังเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ )
9. กระตุ้นใหผ้ เู้ รยี นแสดงความคิดเหน็ อย่างเสรี
10. จัดกจิ กรรมการเรยี นรูท้ ี่เชือ่ มโยงกับชวี ติ จริงโดยนำภมู ปิ ัญญา/บรู ณาการเขา้ มา
มีสว่ นรว่ ม
11. จดั กจิ กรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม
12. มีการเสริมแรงเมือ่ นักเรยี นปฏิบตั ิ หรอื ตอบถูกต้อง
13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผเู้ รียน
14. เอาใจใส่ดแู ลผู้เรยี น อย่างทั่วถงึ
15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกับเวลาท่ีกำหนด
ดา้ นส่อื นวัตกรรม แหล่งการเรยี นรู้
16. ใชส้ ่อื ท่ีเหมาะสมกับกจิ กรรมและศักยภาพของผู้เรียน
17. ใช้สือ่ แหล่งการเรยี นรู้อย่างหลากหลาย เชน่ บคุ คล สถานที่ ของจริง เอกสาร
ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ และอินเทอร์เนต็ เป็นต้น
13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผูเ้ รยี น
14. เอาใจใส่ดูแลผูเ้ รยี น อย่างทวั่ ถึง
15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกบั เวลาท่ีกำหนด
ด้านการวดั และประเมนิ ผล
18. ผู้เรยี นมีส่วนร่วมในการกำหนดเกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผล
19. ประเมนิ ผลอยา่ งหลากหลายและครบท้ังด้านความรู้ ทักษะ และจติ พสิ ัย
20. ครู ผู้เรียน ผู้ปกครอง หรือ ผ้ทู เ่ี กยี่ วข้องมสี ว่ นร่วม ในการประเมิน
หมายเหตุ ระดับการปฏิบัติ 5 = ปฏบิ ตั ดิ เี ยีย่ ม 4 = ปฏิบตั ดิ ี 3 = รวม
ปฏิบัติพอใช้ 2 = ควรปรบั ปรุง 1 = ไมม่ กี ารปฏบิ ตั ิ เฉล่ีย
21
20.2 ปัญหาท่ีพบ และแนวทางแก้ปญั หา
ปัญหาท่ีพบ แนวทางแกป้ ญั หา
ด้านการเตรยี มการสอน
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
ดา้ นสือ่ นวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
ดา้ นการวัดประเมนิ ผล
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
ด้านอ่นื ๆ (โปรดระบุเป็นข้อ ๆ)
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
ลงช่ือ ........................................................................ ครูผ้สู อน
(นายปฏิพาน สีนาบญุ )
ตำแหนง่ ครพู ิเศษสอน
............../.................................../....................
21. บันทกึ การนิเทศและตดิ ตาม 22
ชอื่ -สกุล ผนู้ เิ ทศ ตำแหนง่
วัน-เดือน-ปี เวลา รายการนเิ ทศและตดิ ตาม
23
แผนการจดั การเรยี นรู้ แบบม่งุ เนน้ สมรรถนะอาชพี
และบรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
รหัสวิชา 20105-2005 วชิ า อปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกสแ์ ละวงจร
หนว่ ยที่ 2 ช่ือหนว่ ย วงจรเรยี งกระแสแบบครง่ึ คลื่น
ชือ่ เร่ือง วงจรเรียงกระแสแบบครง่ึ คลื่น จำนวน 5 ชั่วโมง
1. สาระสำคัญ
วงจรเรียงกระแสแบบครึ่งคลื่น เป็นวงที่ทำหน้าที่แปลงไฟกระแสสลับเป็นไฟกระแสตรง (AC to
DC) โดยใช้ไดโอดเพียงตัวเดียว อาศัยคุณสมบัติของโดโอด ตรงที่สามารถนำกระแสได้ทางเดียว แรงดัน
เอาต์พุตที่ได้มีลักษณะเป็นพัลส์ ที่ยังไม่เรียบ แรงดันนี้จะยังไม่สามารถนำไปใช้ในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ได้
จะตอ้ งผ่านการกรองให้เรียบกอ่ น แรงดันเอาต์พุดทีไ่ ดเ้ มือ่ เทียบกบั แรงดนั อนิ พุตยงั มีประสิทธิภาพต่ำ
2. สมรรถนะอาชพี ประจำหน่วย
ด้านความรู้
1. บอกลกั ษณะวงจรเรียงกระแสแบบครงึ่ คล่นื ได้
2. อธิบายการทำงานของวงจรเรยี งกระแสแบบครงึ่ คลื่นได้
3. คำนวณหาแรงดันเอาตพ์ ตุ ได้
ดา้ นทกั ษะและการประยุกตใ์ ช้
1. ปฏิบัติตามใบงานที่ 2 เรือ่ ง วงจรเรยี งกระแสแบบครงึ่ คลนื่
2. ใช้ออสซิลโลสโคปวัดคลื่นสญั ญาณของวงจรเรียงกระแสได้
3. ใชม้ ัลตมิ เิ ตอร์วดั แรงดนั วงจรเรยี งกระแสได้
ดา้ นคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์และบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียง
1. เขียนวงจรเรียงกระแสแบบครึง่ คล่นื และคำนวณหาแรงดนั เอาต์พตุ ดว้ ยความมีเหตผุ ลถูกต้องตาม
หลกั การ
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 จุดประสงคท์ ั่วไป
1. เพอ่ื ให้มีความรู้เก่ยี วกับอธบิ ายลักษณะวงจรกระแสแบบครงึ่ คล่ืน
2. เพอ่ื ใหม้ ที ักษะในการเขียนวงจรเรยี งกระแสแบบครงึ่ คลื่น
3. เพ่อื ใหม้ ที ักษะในการคำนวณหาแรงดันเอาต์พุต
4. เพอื่ ใหม้ เี จตคตทิ ่ดี ใี นการจดั ลำดับการทำงานของวงจรเรียงกระแสแบบครึ่งคล่ืน
5. เพื่อเขียนวงจรเรียงกระแสแบบครึ่งคลื่นและคำนวณหาแรงดันเอาต์พุตด้วยความมีเหตุผลถูกต้อง
ตามหลกั การ
24
3.2 จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
1. อธบิ ายลกั ษณะวงจรกระแสแบบคร่งึ คลื่นได้
2. เขียนวงจรเรียงกระแสแบบครง่ึ คลนื่ ได้
3. คำนวณหาแรงดันเอาต์พุตได้
4. จัดลำดับการทำงานของวงจรเรียงกระแสแบบครง่ึ คล่ืนได้
5. เขยี นวงจรเรยี งกระแสแบบครึ่งคล่นื และคำนวณหาแรงดันเอาต์พุตด้วยความมีเหตผุ ลถกู ต้องตาม
หลกั การ
4. เน้อื หาสาระการสอน/การเรียนรู้
4.1 ดา้ นความรู้
1. ลกั ษณะวงจรเรียงกระแสแบบครึง่ คลื่น
2. การทำงานของวงจรเรียงกระแสแบบครงึ่ คลน่ื
3. วงจรเรยี งกระแสคร่งึ คล่ืน
4. วงจรเรียบกระแสครงึ่ คลื่นลบ
4.2 ดา้ นทกั ษะหรือปฏบิ ตั ิ
1. การทดลองท่ี 2 วงจรเรียงกระแสแบบครงึ่ คล่ืน
2. แบบทดสอบบทที่ 2
4.3 ด้านคณุ ธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง
1. เขียนวงจรเรียงกระแสแบบคร่ึงคลนื่ และคำนวณหาแรงดันเอาต์พุตดว้ ยความมีเหตผุ ลถกู ต้องตาม
หลกั การ
25
5. กิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรยี นรู้
ขัน้ ตอนการสอนหรือกิจกรรมครู ขนั้ ตอนการเรยี นหรอื กจิ กรรมของผเู้ รยี น
ขน้ั เตรยี ม(จำนวน 15 นาที) ข้นั เตรียม(จำนวน 15 นาที )
1. ผู้สอนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนำ 1. ผู้เรียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผู้สอน
รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเรื่อง แนะนำรายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียน
สารก่ึงตัวนำ
เรือ่ ง สารกง่ึ ตัวนำ
2. ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 2. ผู้เรียนทำความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์
เรียนที่ 2 และขอให้ผู้เรียนร่วมกันทำกิจกรรมการ การเรียนของหน่วยเรียนที่ 2 และการให้ความ
เรยี นการสอน
รว่ มมอื ในการทำกจิ กรรม
ขัน้ การสอน(จำนวน 240 นาที) ขนั้ การสอน(จำนวน 240 นาท)ี
1. ผู้สอนให้ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทที่ 1. ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทที่ 2 เรื่อง
2 เรื่อง วงจรเรียงกระแสแบบครึ่งคลื่น และให้ วงจรเรียงกระแสแบบครึ่งคลื่น และผู้เรียนศึกษา
ผเู้ รยี นศึกษาเอกสารประกอบการสอน วชิ า อุปกรณ์ เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น ว ิ ช า อ ุ ป ก ร ณ์
อิเล็กทรอนิกส์และวงจร โดยให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วย อิเล็กทรอนิกส์และวงจร ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง
ตนเอง และสามารถสอบถามขอ้ สงสัยระหว่างเรียน และสามารถตอบขอ้ สงสัยระหว่างเรยี นได้
จากผสู้ อน 2. ผู้เรียนฟังอธิบายสารกึ่งตัวนำได้ศึกษาจาก
2. ผู้สอนให้ผู้เรียนอธิบายสารกึ่งตัวนำศึกษา PowerPoint
จาก PowerPoint 3. ผู้เรียนปฏิบัติใบงานที่ 2 เรื่อง วงจรเรียง
3. ผู้สอนให้ผู้เรียนปฏิบัติใบงานที่ 2 เรื่อง กระแสแบบคร่งึ คลืน่
วงจรเรียงกระแสแบบครึง่ คลน่ื 4. ผู้เรียนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อสงสัย
4. ผู้สอนสังเกตการณ์ปฏิบัติใบงานที่ 2 เรื่อง ระหวา่ งเรียนจากผู้สอน
วงจรเรยี งกระแสแบบครึ่งคล่ืน
ขั้นสรุป(จำนวน 45 นาท)ี ขั้นสรปุ (จำนวน 45 นาที)
1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาที่ได้ 1. ผู้เรยี นรว่ มกันสรปุ เน้ือหาที่ได้เรยี นให้มี
เรียนให้มีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกัน ความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั
2. ผู้สอนให้ผเู้ รยี นทำแบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี 2 2. ผเู้ รียนทำแบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี 2
3. ผู้สอนให้ผูเ้ รียนศึกษาเพิ่มเติมนอกห้องเรียน 3. ผเู้ รียนศกึ ษาเพิม่ เติมนอกหอ้ งเรยี น ดว้ ย
ดว้ ย PowerPoint ทจ่ี ดั ทำขึน้ PowerPoint ท่ีจดั ทำขึ้น
26
6. สอื่ การเรียนการสอน/การเรียนรู้
6.1 สื่อสง่ิ พิมพ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา อปุ กรณ์อิเล็กทรอนกิ ส์และวงจร (Entrepreneurship)
2. ใบความรทู้ ่ี 2 เรอื่ ง วงจรเรียงกระแสแบบคร่ึงคล่ืน
3. การทดลองท่ี 2 เรอื่ ง วงจรเรียงกระแสแบบครึ่งคลืน่ ขนั้ ประยกุ ต์ใช้ ข้อ 1
4. แบบทดสอบบทที่ 2 สรุปและประเมนิ ผล ข้อ 2
5. แบบประเมนิ ผลงานตามใบงาน ใช้ประกอบการสอนขนั้ ประยกุ ตใ์ ช้ ข้อ 1
6. แบบประเมนิ พฤติกรรมการทำงาน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยุกต์ใช้ ข้นั สรปุ และประเมินผล
6.2 ส่ือโสตทศั น์
1. Power Point เร่ืองวงจรเรียงกระแสแบบคร่งึ คล่ืน
6.3 สื่อของจริง
1. วงจรเรยี กกระแสแบบคร่งึ คลืน่
7. แหล่งการเรียนการสอน/การเรยี นรู้
7.1 ภายในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมุดวิทยาลยั การอาชีพสว่างแดนดิน
2. หอ้ งอนิ เตอร์เน็ตวิทยาลยั การอาชีพสวา่ งแดนดิน
7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา
1. หอ้ งสมุดเฉลิมพระเกยี รติอำเภอสวา่ งแดนดิน
2. ห้องสมุดประชาชนเฉลมิ ราชกุมารีอำเภอสวา่ งแดนดนิ
8. งานท่มี อบหมาย
8.1 ก่อนเรยี น
1. ผูเ้ รยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน
8.2 ขณะเรียน
1. ศึกษาเนื้อหา ในบทที่ 2 เร่ือง วงจรเรียงกระแสแบบคร่ึงคล่ืน
2. รายงานผลหน้าชัน้ เรียน
3. ปฏบิ ัตใิ บปฏิบตั งิ านที่ 2 เรอื่ ง วงจรเรียงกระแสแบบคร่ึงคลื่น
4. สรปุ ผลการทดลอง
8.3 หลังเรียน
1. ทำแบบฝกึ หดั บทท่ี 2
27
9. ผลงาน/ช้ินงาน ทเี่ กดิ จากการเรยี นรขู้ องผู้เรียน
1. แบบฝกึ หัดบทที่ 2 ใบปฏิบตั งิ านท่ี 2
2. ตรวจผลงาน
10. เอกสารอา้ งองิ
1. อดุลย์ กลั ยาแก้ว . อปุ กรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์และวงจร. : ศนู ยส์ ง่ เสริมอาชีวะ (ศสอ)
11. การบูรณาการ/ความสมั พนั ธก์ บั รายวิชาอ่นื
1. บูรณาการกบั วิชาอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกสเ์ บอ้ื งตน้
2. บรู ณาการกับวิชาวงจรไฟฟ้าเบอื้ งตน้
12. หลกั การประเมนิ ผลการเรียน
12.1 ก่อนเรียน
1. ตรวจผลงานตามใบปฏิบัติงานที่ 2
2. สังเกตการปฏิบตั งิ าน
12.2 ขณะเรียน
-
12.3 หลังเรยี น
1. ตรวจแบบฝึกหัด บทที่ 2
2. ตรวจแบบแบบฝึกหัดผลการเรยี นรู้
13. รายละเอียดการประเมนิ ผลการเรียน
จดุ ประสงค์ข้อท่ี 1 บอกลักษณะวงจรเรียงกระแสแบบครงึ่ คลื่นได้
1. วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถบอกลักษณะวงจรเรียงกระแสแบบคร่ึงคลนื่ ได้
4. เกณฑ์การผ่าน : บอกลักษณะวงจรเรียงกระแสแบบครึง่ คล่นื ได้ ได้คะแนน 1 คะแนน
จดุ ประสงคข์ อ้ ที่ 2 อธบิ ายการทำงานของวงจรเรยี งกระแสแบบครง่ึ คลนื่ ได้
1. วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่อื งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถอธบิ ายการทำงานของวงจรเรียงกระแสแบบครึ่งคล่นื ได้
4. เกณฑ์การผ่าน : อธบิ ายการทำงานของวงจรเรยี งกระแสแบบครึ่งคล่ืนได้ ได้คะแนน 1 คะแนน