The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนวิชาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นายปฏิพาน สีนาบุญ, 2020-09-02 06:23:34

20105-2005แผนการสอนวิชาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร

แผนการสอนวิชาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร

28

จดุ ประสงคข์ อ้ ท่ี 3 คำนวณหาแรงดนั เอาตพ์ ุตได้
1. วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถคำนวณหาแรงดนั เอาต์พตุ ได้
4. เกณฑ์การผา่ น : คำนวณหาแรงดนั เอาต์พุตได้ ได้คะแนน 1 คะแนน
จดุ ประสงคข์ อ้ ท่ี 4 ปฏิบตั ิตามใบงานที่ 2 เรอื่ ง วงจรเรยี งกระแสแบบคร่ึงคลน่ื
1. วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : ปฏบิ ัตติ ามใบงานที่ 2 เรื่อง วงจรเรยี งกระแสแบบครึง่ คล่ืนได้
4. เกณฑ์การผา่ น : ปฏิบตั ิตามใบงานที่ 2 เรื่อง วงจรเรียงกระแสแบบครึ่งคลน่ื ได้ ได้คะแนน 1 คะแนน
จดุ ประสงค์ข้อที่ 5 ใชอ้ อสซิลโลสโคปวดั คลน่ื สญั ญาณของวงจรเรยี งกระแสได้
1. วธิ กี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครอื่ งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : ใช้ออสซลิ โลสโคปวดั คลน่ื สญั ญาณของวงจรเรียงกระแสได้
4. เกณฑ์การผ่าน : ใช้ออสซลิ โลสโคปวดั คลืน่ สญั ญาณของวงจรเรยี งกระแสได้ ไดค้ ะแนน 0.5 คะแนน
จุดประสงคข์ ้อท่ี 6 ใชม้ ลั ตมิ เิ ตอรว์ ัดแรงดนั วงจรเรียงกระแสได้
1. วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : ใชม้ ลั ตมิ เิ ตอรว์ ดั แรงดันวงจรเรียงกระแสได้
4. เกณฑ์การผา่ น : ใช้มัลติมิเตอรว์ ัดแรงดนั วงจรเรียงกระแสได้ ได้คะแนน 0.5 คะแนน
จุดประสงค์ข้อที่ 7 เขียนวงจรเรียงกระแสแบบครึ่งคลื่นและคำนวณหาแรงดันเอาต์พุตด้วยความมีเหตุผล
ถูกตอ้ งตามหลักการ
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครอื่ งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถเขียนวงจรเรยี งกระแสแบบครึง่ คลน่ื และคำนวณหาแรงดันเอาต์พุตด้วยความมี
เหตุผลถกู ต้องตามหลักการ
4. เกณฑ์การผา่ น : เขยี นวงจรเรยี งกระแสแบบคร่งึ คล่นื และคำนวณหาแรงดันเอาตพ์ ุตด้วยความมเี หตผุ ล
ถูกต้องตามหลักการได้ ได้คะแนน 0.55 คะแนน

14. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

หน่วยการสอนที่ 2 ช่ือหนว่ ยการสอน วงจรเรียงกระแสแบบครึง่ คล่ืน

วตั ถปุ ระสงค์ เพือ่ ประเมินความรู้พนื้ ฐานเก่ยี วกับวงจรเรยี งกระแสแบบครงึ่ คลนื่

ข้อคำถาม

คำสงั่ จงเลอื กคำตอบท่ีถูกต้องที่สดุ

1. วงจรท่ีแปลงไฟกระแสสลบั เปน็ ไฟตรง คือ

ก. Rectifier ข. Clamping

ค. Filter ง. Clipping

29

2. คา่ แรงดันไฟตรงท่ีไดจ้ ากวงจรเรยี งกระแสแบบครง่ึ คลื่น คอื ข้อใด

ก. Vrms/0.707 ข. VAC×√2

ค. 0.138 Vp ง. 0.636 Vp

3. ขอ้ เสียของวงจรเรียงกระแสแบบคร่ึงคล่ืนคือข้อใด

ก. หมอ้ แปลงทีจ่ ่ายไฟสลบั จะมีค่ากระแสไหลเป็นช่วงๆ ทำใหป้ ระสิทธภิ าพของหม้อแปลงตำ่ ลง

ข. มีข้อจำกดั ในเรื่องของการจา่ ยกระแสไปยังโหลด

ค. เอาต์พตุ ของวงจรมีริปเปิลตำ่

ง. แรงดันที่ไดม้ ีค่าสงู

4. เพอื่ ทำใหแ้ รงดันไฟตรงที่ได้จากวงจรเรยี งกระแส มีค่าเรียบพอเพียงกบั การนำไปใช้งานต้องใชว้ งจรใดชว่ ย

ก. วงจรเรยี งกระแส ข. วงจรขลิบ

ค. วงจรกรองกระแส ง. วงจรยกระดับ

5. วงจรกรองแรงดนั โดยใชต้ ัวเก็บประจุ ข้อใดกล่าวถูกต้องทีส่ ดุ

ก. ค่าความจุของตัวเก็บประจุมากจะทำให้กรองแรงดนั ได้เรียบง่ายยิ่งขนึ้

ข. ค่าความจุของตัวเกบ็ ประจุมากจะทำให้กรองแรงดันเกิดรปิ เปลิ มากข้ึน

ค. ค่าความจขุ องตวั เกบ็ ประจุน้อยจะทำให้กรองแรงดนั ได้เรียบยิง่ ข้นึ

ง. ค่าความจุของตัวเกบ็ ประจุน้อยจะทำให้ได้แรงดันไฟลดลง

6. วงจรกรองแรงดนั นิยมใชต้ ัวเกบ็ ประจชุ นิดใด

ก. อเิ ล็กโทรไลติค ข. โพลโี ฟรไพลนี

ค. เซรามคิ ง. โพลีสไตรนี

7. สญั ญาณเข้าและสญั ญาณออกของวงจรเร็กติไฟเออร์จะตา่ งเฟสกนั กอี่ งศา

ก. 90 องศา ข. 180 องศา

ค. 270 องศา ง. 360 องศา

8. การตอ่ วงจรเรยี งกระแสแบบครึ่งคลืน่ บวก สัญญาณออก VOut จะเปน็ อย่างไร

ก. จะได้สญั ญาณเฉพาะชว่ งบวก

ข. จะได้สญั ญาณเฉพาะชว่ งลบ

ค. จะไดส้ ัญญาณท้ังชว่ งบวกและชว่ งลบ

ง. ไม่มีข้อใดถกู ต้อง

9. จากรปู เป็นการเรียงกระแสแบบใด

D

220 VAC RL +

ก. วงจรเรยี งกระแสแบบคร่งึ คลนื่ ข. วงจรเรยี งกระแสแบบคลน่ื บวก
ค. วงรเรียงกระแสแบบคลน่ื ลบ ง. วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคล่นื

30

10. วงจรกรองแรงดนั ถ้ามีตัวเก็บประจุค่ามากๆ เอาตพ์ ุตท่ีไดจ้ ะเป็นอย่างไร

ก. แรงดันเรยี บมากขึน้ ข. แรงดันมรี ิปเปิลมากข้นึ

ค. แรงดนั สูงขนึ้ ตามค่าของตัวเกบ็ ประจุ ง. แรงดันไม่เปล่ียนแปลง

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน

ขอ้ 1 ข้อ2 ข้อ 3 ขอ้ 4 ข้อ 5 ขอ้ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ขอ้ 9 ขอ้ 10
ก. ค. ค. ค. ข. ข. ข. ก. ค. ก.

15. แบบทดสอบหลงั เรยี น

หน่วยการสอนที่ 2 ช่ือหน่วยการสอน วงจรเรียงกระแสแบบคร่งึ คล่ืน

วัตถุประสงค์ เพ่อื ประเมินความรู้พน้ื ฐานเกย่ี วกบั วงจรเรียงกระแสแบบคร่งึ คลื่น

ขอ้ คำถาม

คำสั่ง จงเลือกคำตอบทีถ่ ูกต้องทส่ี ดุ

1. วงจรท่ีแปลงไฟกระแสสลบั เปน็ ไฟตรง คอื

ก. Rectifier ข. Clamping

ค. Filter ง. Clipping

2. ค่าแรงดนั ไฟตรงทีไ่ ด้จากวงจรเรียงกระแสแบบครงึ่ คลื่น คือข้อใด

ก. Vrms/0.707 ข. VAC×√2

ค. 0.138 Vp ง. 0.636 Vp

3. ข้อเสียของวงจรเรยี งกระแสแบบคร่ึงคล่นื คือข้อใด

ก. หมอ้ แปลงท่ีจ่ายไฟสลับจะมคี ่ากระแสไหลเป็นชว่ งๆ ทำให้ประสิทธภิ าพของหม้อแปลงต่ำลง

ข. มีข้อจำกัดในเร่ืองของการจ่ายกระแสไปยังโหลด

ค. เอาต์พุตของวงจรมีริปเปิลตำ่

ง. แรงดนั ทีไ่ ดม้ ีคา่ สงู

4. เพื่อทำให้แรงดันไฟตรงที่ได้จากวงจรเรียงกระแส มีคา่ เรียบพอเพยี งกับการนำไปใชง้ านตอ้ งใช้วงจรใดช่วย

ก. วงจรเรียงกระแส ข. วงจรขลิบ

ค. วงจรกรองกระแส ง. วงจรยกระดับ

5. วงจรกรองแรงดันโดยใชต้ วั เกบ็ ประจุ ข้อใดกล่าวถกู ต้องทสี่ ดุ

ก. คา่ ความจขุ องตัวเก็บประจุมากจะทำให้กรองแรงดันได้เรียบงา่ ยยงิ่ ข้ึน

ข. ค่าความจขุ องตวั เก็บประจุมากจะทำให้กรองแรงดนั เกิดริปเปิลมากขึ้น

ค. คา่ ความจุของตวั เก็บประจุน้อยจะทำใหก้ รองแรงดนั ไดเ้ รียบยิง่ ขึ้น

ง. คา่ ความจุของตัวเกบ็ ประจุน้อยจะทำให้ได้แรงดันไฟลดลง

6. วงจรกรองแรงดนั นยิ มใช้ตัวเกบ็ ประจุชนิดใด

ก. อิเลก็ โทรไลติค ข. โพลีโฟรไพลีน

ค. เซรามิค ง. โพลีสไตรนี

31

7. สัญญาณเขา้ และสัญญาณออกของวงจรเรก็ ติไฟเออร์จะต่างเฟสกันกอี่ งศา

ก. 90 องศา ข. 180 องศา

ค. 270 องศา ง. 360 องศา

8. การต่อวงจรเรยี งกระแสแบบครง่ึ คลน่ื บวก สญั ญาณออก VOut จะเปน็ อยา่ งไร

ก. จะได้สัญญาณเฉพาะชว่ งบวก

ข. จะไดส้ ัญญาณเฉพาะชว่ งลบ

ค. จะได้สญั ญาณทั้งช่วงบวกและชว่ งลบ

ง. ไม่มีข้อใดถกู ต้อง

9. จากรปู เป็นการเรียงกระแสแบบใด

D

220 VAC RL +

ก. วงจรเรยี งกระแสแบบครงึ่ คล่นื ข. วงจรเรยี งกระแสแบบคลนื่ บวก

ค. วงรเรียงกระแสแบบคลืน่ ลบ ง. วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลน่ื

10. วงจรกรองแรงดัน ถา้ มีตัวเกบ็ ประจุค่ามากๆ เอาตพ์ ตุ ท่ีได้จะเป็นอยา่ งไร

ก. แรงดันเรยี บมากขึ้น ข. แรงดันมรี ปิ เปลิ มากขนึ้

ค. แรงดันสงู ขน้ึ ตามค่าของตวั เก็บประจุ ง. แรงดนั ไม่เปลย่ี นแปลง

เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น

ข้อ1 ขอ้ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ขอ้ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ขอ้ 9 ขอ้ 10
ก. ค. ค. ค. ข. ข. ข. ก. ค. ก.

32

16. ใบความร้ทู ่ี 2

หนว่ ยการสอนที่ 2 ช่ือหนว่ ยการสอน วงจรเรยี งกระแสแบบครงึ่ คลนื่
หวั ข้อเรือ่ ง วงจรเรียงกระแสแบบครงึ่ คล่ืน

2.1 ลกั ษณะวงจรเรยี งกระแสแบบคร่งึ คลน่ื
วงจรเรียงกระแสแบบครึ่งคลื่น จะเป็นวงจรที่ทำหน้าที่ตัดเอาแรงดันไฟสลับที่ป้อนเข้ามา อาจเป็น
ครึ่งบวกหรือครึ่งลบแล้วแต่การจัดวงจรไอโอด แรงดันที่ส่งออกเอาต์พุตจะเป็นช่วงๆ คือ ช่วงมีแรงดันและ
ชว่ งไมม่ ีแรงดนั สลบั กันไป
2.2 การทำงานของวงจรเรียงกระแสแบบครึ่งคลน่ื
การเรียงกระแสแบบครึ่งคลื่น (Half Wave Rectifier) การทำงานเมื่อจ่ายแรงเคลื่อนไฟฟ้า
กระแสสลับ 220 V เข้าทางขดปฐมภูมิ (Primary) ของหม้อแปลงไฟฟ้า จะเกิดการเหนี่ยวนำแรงดันไฟฟา้
มายังขดทุติยภูมิ (Secondary) การเหนี่ยวนำแรงดันไฟฟ้าของหม้อแปลง เฟสของสัญญาณเข้ากับเฟสของ
สัญญาณออกจะต่างเฟสกันอยู่ 180° เมื่อขั้วบนของขดปฐมภมู ิได้รับเฟสลบ ขั้วล่างเทียบได้เฟสบวก จะทำ
ให้ขดทุติยภูมิขั้วบนเป็นเฟสบวก ขาแอโอด (A) ของไดโอดได้รับแรงดันซีกบวก ขาแคโถด (K) ได้รับ
แรงดันซีกลบเป็นผลให้ไดโอดไดร้ ับไบอัสตรงไดโอดนำกระแส มีกระแสไหลเข้าขาแอโอด ออกขาแคโถดผ่าน
โหลด (Load) ครบวงจรท่ขี ้วั ลา่ งของขดทตุ ิยภูมิ มแี รงดันซีกบวกตกคร่อมที่โหลด
2.3 วงจรเรียงกระแสครงึ่ คล่นื
เป็นการจัดวงจรไดโอดให้นำกระแสเฉพาะซีกบวกของไฟสลับ ทำให้แรงดันที่ได้จากการเรียงกระแส
ออกมาที่เอาต์พุตเพียงช่วงบวกของไฟสลับเท่านั้น แรงดันไฟตรงเฉลี่ยสามารถคำนวณหาได้จากสูตร
VDC=0.318 Vp หรือ VDC=0.45 VAC แรงดันไฟตรงที่ได้จะยังไม่เรียบ มีลกั ษณะเปน็ พัลส์ ที่เรียกว่าพัลส์
ด.ี ซี (Pulse D.C.)
2.4 วงจรเรยี บกระแสคร่งึ คลน่ื ลบ
เป็นการจัดวงจรไดโอดให้นำกระแสเฉพาะซีกลบของไฟสลับ ก็จะได้วงจรเรียกกระแสแบบคร่ึงคล่ืน
ลบ เมื่อขั้วบนของขดทุติยภูมิได้รับเฟสลบ ขั้วล่างเทียบศักย์ได้เฟสบวก จะทำให้ไดโอดได้รับไบอัสตรง
ไดโอดสามารถนำกระแสได้ กระแสจะไหลจากขั้วล่างของหม้อแปลงผ่านโหลดเข้าทางขาแอโนด ออกทาง
แคโถดครบวงจรที่ขั้วบนของหม้อแปลง ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ขั้วบนของโหลดมีศักย์เป็นลบ ขั้วล่างมีศักย์
เปน็ บวก

33

17. ใบงานที่ 2

หน่วยการสอนที่ 2 ช่ือหน่วยการสอน วงจรเรยี งกระแสแบบครงึ่ คล่นื

หัวข้อเรือ่ ง วงจรเรียงกระแสแบบคร่งึ คลนื่

จดุ ประสงค์

1. ประกอบวงจรเพอ่ื ศกึ ษาการทำงานของวงจรเรยี งกระแสแบบครงึ่ คลนื่

2. เพ่อื ให้ร้จู กั วงจรเรยี งกระแสแบบคร่งึ คลน่ื บวกและคร่งึ คลนื่ ลบ

3. เพ่อื ให้เข้าใจการวัดและทดสอบวงจรเรียงกระแสแบบครึง่ คลื่นบวกและครึ่งคล่นื ลบ

4. เขียนหลกั การทำงานของวงจรเรยี งกระแสแบบคร่งึ คลืน่ ได้

5. สามารถประกอบวงจรเรียงกระแสแบบครึ่งคลน่ื ชนดิ คลืน่ บวกและคร่ึงคล่ืนลบได้

6. สามารถวัดและทดสอบวงจรเรียงกระแสแบบครงึ่ คลนื่ โดยใชม้ ัลตมิ ิเตอร์และออสซลิ โลสโคปได้

7. มมี นุษยส์ มั พันธ์ ยอมรบั ความคดิ เหน็ ของผู้อน่ื ให้ความร่วมมอื กบั ผอู้ ืน่ เปน็ อย่างดี

เคร่อื งมือและอุปกรณ์

1. ออสซิลโลสโคป 1 เครอื่ ง

2. ดจิ ิตอลมลั ติมิเตอร์ 1 เคร่อื ง

3. ชดุ ฝกึ วชิ าอปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนกิ ส์ 1 ชุด

ขอ้ ควรระวงั

1. ในการใชอ้ อสซิลโลสโคปวดั รปู คลืน่ ของสัญญาณ ทุกคร้ังให้ปรับตำแหน่ง Volt/div และ Time/div

ของออสซิลโลสโคปใหอ้ ยใู่ นตำแหนง่ เดมิ และปรับ Variable ใหอ้ ย่ใู นตำแหนง่ Calibrate เสมอ

2. การใส่ตัวเก็บประจเุ พือ่ ทำหน้าท่ีกรอง (Filter) ควรใส่ให้ถูกข้วเพราะอาจทำใหต้ ัวเก็บประจุระเบดิ

ได้

ขอ้ เสนอแนะ

ในการวาดรูปคลื่นนั้น ให้วาดรูปคลื่น 1 ลูก ลงในช่อง 1 ช่อง โดยรูปคลื่นที่อยู่ในใบงานนี้จะมีช่วง

ความถเ่ี ดียวกันตลอด เมอื่ ปรบั Time/div จนเห็นรูปคล่นื ชดั เจนแล้วจึงไม่จำเปน็ ต้องปรบั Time/div อีก การ

อ่านค่าแรงดันที่เอาต์พุตจะได้ค่าที่ไม่แน่นอนเนื่องจากมีค่าริปเปิล ให้นักศึกษาหาค่าแรงดันเฉลี่ย ได้จากสูตร

คา่ แรงดนั เฉลยี่ ของแรงดนั เอาต์พุต (Vdc) = 0.318 Vp
ลำดบั ขน้ั การทดลอง

1. ประกอบวงจรตามรปู ที่ 2.1

1N4007

220 V 9 RL V1

Vin 1K
0

2. ใชม้ ัลตมิ เิ ตอรว์ ัดแรงดนั ท่ีจุดต่างๆ รปู ท่ี 2.1

VIN(VAC) = V
V1(VDC) = V

34

3. ใชอ้ อสซิลโลสโคปวัดแรงดันที่ VIN เปรียบเทยี บกบั V1 โดยปรบั สวติ ซเ์ ลอื กให้อย่ใู นตำแหนง่ DC
บนั ทกึ ภาพทไ่ี ดล้ งในรูปที่ 2.2

VIN VIN = Vp-p
0

V1 V1 = Vp-p
0

รูปที่ 2.2
4. ประกอบวงจรทดลองตามรปู ท่ี 2.3

1N4007

220 V 9 RL V1

Vin 1K
0

รูปที่ 2.3

5. ใช้มลั ติมเิ ตอร์วัดแรงดนั ทีจ่ ุดต่างๆ

VIN(VAC) = V

V1(VDC) = V

6. ใช้ออสซิลโลสโคปวดั แรงดนั ที่ VIN เปรยี บเทียบกบั V1 โดยปรับสวติ ซเ์ ลอื กให้อย่ใู นตำแหนง่ DC

บันทึกภาพท่ไี ดล้ งในรปู ท่ี 2.4

35

VIN VIN = Vp-p
0

V1 V1 = Vp-p
0

รูปที่ 2.4
7. ประกอบวงจรทดลองตามรูปที่ 2.5

1N4007

220 V 9 C1 RL V1
47µF
Vin 1K
0

8. ใช้มลั ตมิ ิเตอร์วดั แรงดันท่จี ุด VIN(VAC) และ V1(VDC) อา่ นค่าแรงดนั จากมัลตมิ ิเตอร์ บนั ทกึ ลงในใบ

งาน

VIN(VAC) = V (ตง้ั มลั ตมิ ิเตอร์ยา่ นวัดแรงดันไฟสลับ)

V1(VDC) = V (ตง้ั มลั ติมเิ ตอร์ย่านวัดแรงดันไฟตรง)

9. ออสซลิ โลสโคปวัดแรงดันท่จี ดุ VIN เปรยี บเทียบกับจดุ V1 โดยปรบั สวติ ช์เลอื กให้อยู่ในตำแหน่ง DC

สังเกตรปู สญั ญาณพร้อมบนั ทึกภาพท่ีได้ลงในรูปที่ 2.6

VIN VIN = Vp-p
0

VP1 = Vp-p
V1 VP2 = Vp-p
0

รปู ท่ี 2.6

36

หมายเหตุ VP1 วัดจากเสน้ 0 ถึงยอดแรงดันสงู สดุ
VP2 วัดจากเสน้ 0 ถึงยอดแรงดนั ตำ่ สุด

10. เปล่ียนค่า C = 47µF ในวงจรรปู ท่ี 2.5 ใหม่เปน็ C = 100µF และ C = 10µF ตามลำดบั ใช้
ออสซลิ โลสโคปวัดแรงดันที่ VIN เปรยี บเทียบกับ V1 โดยปรับสวติ ชเ์ ลอื กให้อยใู่ นตำแหนง่ DC สงั เกตรูปคล่นื ที่
เปลย่ี นไป บันทกึ คา่ ท่ีได้ลงในรปู ท่ี 2.7

VIN VIN = Vp-p
0

100µF VP1 = Vp-p
0 VP2 = Vp-p

10µF VP1 = Vp-p
0 VP2 = Vp-p

สรปุ และวจิ ารณผ์ ลการทดลอง
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

37

18. แบบประเมินผล

แบบประเมนิ ผลการนำเสนอผลงาน

ช่อื กลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………ห้อง............................

รายช่อื สมาชกิ

1……………………………………เลขท…่ี …. 2……………………………………เลขท่ี…….

3……………………………………เลขท…่ี …. 4……………………………………เลขที่…….

ที่ รายการประเมิน คะแนน ข้อคิดเหน็
32 1

1 เน้ือหาสาระครอบคลมุ ชดั เจน (ความร้เู กย่ี วกบั เน้อื หา ความถูกต้อง
ปฏภิ าณในการตอบ และการแกไ้ ขปญั หาเฉพาะหนา้ )

2 รปู แบบการนำเสนอ

3 การมสี ่วนร่วมของสมาชิกในกลมุ่

4 บุคลิกลักษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้ำเสียง ซึ่งทำให้ผู้ฟังมีความ

สนใจ

รวม

ผ้ปู ระเมิน…………………………………………………

เกณฑ์การให้คะแนน

1. เน้อื หาสาระครอบคลุมชดั เจนถูกต้อง

3 คะแนน = มีสาระสำคัญครบถ้วนถูกต้อง ตรงตามจุดประสงค์

2 คะแนน = สาระสำคญั ไมค่ รบถ้วน แตต่ รงตามจุดประสงค์

1 คะแนน = สาระสำคญั ไม่ถูกตอ้ ง ไม่ตรงตามจดุ ประสงค์

2. รปู แบบการนำเสนอ

3 คะแนน = มรี ูปแบบการนำเสนอท่เี หมาะสม มีการใช้เทคนคิ ที่แปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยี

ประกอบการ นำเสนอที่น่าสนใจ นำวัสดุในท้องถิ่นมาประยุกตใ์ ช้อย่างคุ้มค่าและ

ประหยัด

2 คะแนน = มเี ทคนิคการนำเสนอที่แปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยีประกอบการนำเสนอที่นา่ สนใจ

แตข่ าดการประยุกตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถิ่น

1 คะแนน = เทคนิคการนำเสนอไม่เหมาะสม และไมน่ า่ สนใจ

3. การมสี ว่ นร่วมของสมาชกิ ในกลมุ่

3 คะแนน = สมาชกิ ทุกคนมีบทบาทและมสี ่วนรว่ มกจิ กรรมกลุม่

2 คะแนน = สมาชกิ ส่วนใหญ่มบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม

1 คะแนน = สมาชิกสว่ นน้อยมีบทบาทและมสี ่วนร่วมกจิ กรรมกลมุ่

4. ความสนใจของผู้ฟัง

3 คะแนน = ผ้ฟู งั มากกวา่ รอ้ ยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมอื

2 คะแนน = ผู้ฟังร้อยละ 70-90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ

1 คะแนน = ผู้ฟงั น้อยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ

38

แบบประเมินกระบวนการทำงานกลมุ่

ช่อื กลุม่ ……………………………………………ชัน้ ………………………หอ้ ง............................

รายชอื่ สมาชิก

1……………………………………เลขท…่ี …. 2……………………………………เลขท…ี่ ….

3……………………………………เลขท…ี่ …. 4……………………………………เลขท…่ี ….

ท่ี รายการประเมนิ คะแนน ข้อคิดเหน็
321
1 การกำหนดเปา้ หมายรว่ มกัน
2 การแบ่งหนา้ ทรี่ ับผิดชอบและการเตรียมความ

พรอ้ ม
3 การปฏิบัตหิ น้าทีท่ ี่ไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมนิ ผลและปรับปรุงงาน

รวม

ผูป้ ระเมนิ …………………………………………………
วนั ที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………...
เกณฑ์การให้คะแนน
1. การกำหนดเปา้ หมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนมสี ่วนรว่ มในการกำหนดเป้าหมายการทำงานอย่างชัดเจน
2 คะแนน = สมาชิกสว่ นใหญ่มีสว่ นร่วมในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน
1 คะแนน = สมาชกิ สว่ นนอ้ ยมสี ว่ นรว่ มในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน
2. การหน้าทร่ี ับผดิ ชอบและการเตรยี มความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานได้ทั่วถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจัดเตรียม
สถานท่ี สอ่ื /อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานได้ทั่วถึง แต่ไมต่ รงตามความสามารถ และมีสื่อ/อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพรอ้ มเพรยี ง
แต่ขาดการจดั เตรยี มสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ท่ัวถงึ และมสี ื่อ / อปุ กรณ์ไมเ่ พียงพอ
3. การปฏิบัตหิ นา้ ท่ที ไี่ ดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทำงานได้สำเรจ็ ตามเป้าหมาย และตามเวลาท่ีกำหนด
2 คะแนน = ทำงานไดส้ ำเร็จตามเปา้ หมาย แตช่ า้ กวา่ เวลาท่ีกำหนด
1 คะแนน = ทำงานไมส่ ำเร็จตามเป้าหมาย
4. การประเมินผลและปรบั ปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรกึ ษาหารือ ตดิ ตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนมีส่วนรว่ มปรกึ ษาหารือ แต่ไม่ปรับปรงุ งาน
1 คะแนน = สมาชิกบางสว่ นมีสว่ นร่วมไม่มสี ว่ นร่วมปรกึ ษาหารอื และปรบั ปรุงงาน

39

19. แบบฝึกหัด

แบบฝึกหัดทา้ ยหน่วยท่ี 2
วงจรเรียงกระแสแบบคร่ึงคล่ืน
จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. จงบอกลักษณะวงจรเรียงกระแสแบบคร่ึงคลืน่ ตามความเข้าใจของนักเรียน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จงอธบิ ายการทำงานของวงจรเรียงกระแสแบบคร่ึงคลนื่ มาโดยละเอยี ด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จงคำนวณหาแรงดนั เอาต์พุตของวงจรต่อไปนี้

1N4007

220 V 9 RL V1

Vin 1K
0

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

40

20. บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้แบบมุง่ เน้นสมรรถนะอาชีพและบรู ณาการตามหลกั

ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

20.1 สรุปผลการจัดการเรียนรู้

รายการ ระดบั การปฏบิ ตั ิ
54321

ด้านการเตรียมการสอน

1.จดั หนว่ ยการเรียนรไู้ ดส้ อดคลอ้ งกับวตั ถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้

2. กำหนดเกณฑ์การประเมินครอบคลุมท้ังดา้ นความรู้ ด้านทักษะ และด้านจติ พสิ ยั

3. เตรยี มวสั ดุ-อุปกรณ์ สือ่ นวตั กรรม กิจกรรมตามแผนการจัดการเรยี นรู้ก่อนเขา้

สอน

ด้านการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

4. มีวิธกี ารนำเข้าสบู่ ทเรยี นท่ีน่าสนใจ

5. มีกจิ กรรมที่หลากหลาย เพื่อช่วยใหผ้ เู้ รยี นเกิดการเรียนรู้ ความเข้าใจ

6. จัดกิจกรรมท่สี ง่ เสริมใหผ้ ูเ้ รียนคน้ คว้าเพื่อหาคำตอบด้วยตนเอง

7. นักเรยี นมีสว่ นรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

8. จดั กจิ กรรมท่ีเน้นกระบวนการคิด ( คิดวิเคราะห์ คดิ สังเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ )

9. กระตุ้นใหผ้ เู้ รยี นแสดงความคิดเหน็ อย่างเสรี

10. จัดกจิ กรรมการเรยี นรูท้ ี่เชือ่ มโยงกับชวี ติ จริงโดยนำภมู ปิ ัญญา/บรู ณาการเขา้ มา

มีสว่ นรว่ ม

11. จดั กจิ กรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม

12. มีการเสริมแรงเมือ่ นักเรยี นปฏิบตั ิ หรอื ตอบถูกต้อง

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผเู้ รียน

14. เอาใจใส่ดแู ลผู้เรยี น อย่างทั่วถงึ

15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกับเวลาท่ีกำหนด

ดา้ นส่อื นวัตกรรม แหล่งการเรยี นรู้

16. ใชส้ ่อื ท่ีเหมาะสมกับกจิ กรรมและศักยภาพของผู้เรียน

17. ใช้สือ่ แหล่งการเรยี นรู้อย่างหลากหลาย เชน่ บคุ คล สถานที่ ของจริง เอกสาร

ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ และอินเทอร์เนต็ เป็นต้น

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผูเ้ รยี น

14. เอาใจใส่ดูแลผูเ้ รยี น อย่างทวั่ ถึง

15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกบั เวลาท่ีกำหนด

ด้านการวดั และประเมนิ ผล

18. ผู้เรยี นมีส่วนร่วมในการกำหนดเกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผล

19. ประเมนิ ผลอยา่ งหลากหลายและครบท้ังด้านความรู้ ทักษะ และจติ พสิ ัย

20. ครู ผู้เรียน ผู้ปกครอง หรือ ผ้ทู เ่ี กยี่ วข้องมสี ว่ นร่วม ในการประเมิน

หมายเหตุ ระดับการปฏิบัติ 5 = ปฏบิ ตั ดิ เี ยีย่ ม 4 = ปฏิบตั ดิ ี 3 = รวม

ปฏิบัติพอใช้ 2 = ควรปรบั ปรุง 1 = ไมม่ กี ารปฏบิ ตั ิ เฉล่ีย

41

20.2 ปัญหาท่ีพบ และแนวทางแก้ปญั หา

ปัญหาท่ีพบ แนวทางแกป้ ญั หา

ด้านการเตรยี มการสอน

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ดา้ นสือ่ นวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ดา้ นการวัดประเมนิ ผล

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ด้านอ่นื ๆ (โปรดระบุเป็นข้อ ๆ)

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ลงช่ือ ........................................................................ ครูผ้สู อน
(นายปฏิพาน สีนาบญุ )
ตำแหนง่ ครพู ิเศษสอน

............../.................................../....................

21. บันทกึ การนิเทศและตดิ ตาม 42
ชอื่ -สกุล ผนู้ เิ ทศ ตำแหนง่
วัน-เดือน-ปี เวลา รายการนเิ ทศและตดิ ตาม

43

แผนการจัดการเรยี นรู้ แบบมงุ่ เนน้ สมรรถนะอาชีพ

และบรู ณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

รหสั วชิ า 20105-2005 วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร

หน่วยที่ 3 ชอ่ื หน่วย วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลื่น

ชื่อเรอื่ ง วงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คลื่น จำนวน 5 ช่วั โมง

1. สาระสำคญั
วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลื่น จะใช้ไดโอด 2 ตัวในการเรียงกระแสโดยใช้หม้อแปลงแบบมีแท็ปก

ลางเป็นตัวแบง่ เฟสใหไ้ ดโอด โดยไดโอดจะนำกระแสครัง้ ละตวั ในแต่ละครึง่ ของไฟสลับท่ีเขา้ มา ทำให้ได้แรงดัน
ที่เอาต์พุตตลอดช่วงของแรงดันไฟสลับที่เข้ามา วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลื่นมีสองแบบ คือ แบบที่ใช้หม้อ
แปลงมีแทป็ กลางร่วมกับไดโอด 2 ตัว และแบบทม่ี ีไดโอดบริดจ์ 4 ตัวและหม้อแปลงไม่จำเป็นต้องมีแท็ปกลาง
ก็ได้ แรงดนั เอาตพ์ ุตท่ีได้จะสูงขึ้นกว่าแบบเรียงกระแสแบบครึง่ คล่นื เปน็ สองเท่า

2. สมรรถนะอาชพี ประจำหน่วย

ดา้ นความรู้
1. บอกลักษณะวงจรเรียงกระแสแบบเต็มคล่นื ได้

2. อธิบายการทำงานของวงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คล่ืนได้

3. คำนวณหาแรงดนั เอาตพ์ ุตได้

ด้านทักษะและการประยุกตใ์ ช้
1. ปฏิบัตติ ามใบงานที่ 3 เรื่อง วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลื่น
2. ใชอ้ อสซิลโลสโคปวดั คลื่นสญั ญาณของวงจรเรยี งกระแสได้
3. ใช้มัลติมเิ ตอรว์ ัดแรงดนั วงจรเรยี งกระแสได้

ด้านคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์และบูรณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ
พอเพยี ง

1. ใชห้ ม้อแปลงแบบต่าง ๆ ในวงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คลนื่ ได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
3.1 จุดประสงค์ทั่วไป

1. เพื่อให้มคี วามรู้เกย่ี วกับการอธิบายลักษณะวงจรเรียงการ เตม็ คล่ืนแบบใช้หม้อแปลงมีแท็ปกลาง
2. เพื่อใหม้ ที กั ษะในการผลิตวงจรกรองแบบตวั เกบ็ ประจุ
3. เพ่ือให้มีเจตคติท่ีดใี นติดตามการทำงานวงจรเรียงกระแสเต็มคล่ืนแบบใช้หม้อแปลงมีแท็ปกลาง
4. เพอ่ื ใชห้ ม้อแปลงแบบต่างๆ ในวงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คลื่นได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม

44

3.2 จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
1. อธิบายลักษณะวงจรเรยี งการ เตม็ คล่ืนแบบใชห้ ม้อแปลงมีแทป็ กลางได้
2. ผลติ วงจรกรองแบบตวั เก็บประจไุ ด้
3. ติดตามการทำงานวงจรเรียงกระแสเต็มคลื่นแบบใชห้ มอ้ แปลงมีแท็ปกลางได้
4. เพือ่ ใช้หม้อแปลงแบบต่างๆ ในวงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลนื่ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

4. เนื้อหาสาระการสอน/การเรยี นรู้

4.1 ดา้ นความรู้
1. วงจรเรียงกระแสเตม็ คลื่นแบบใชห้ มอ้ แปลงมแี ทปกลาง
2. การทำงานวงจรเรยี งกระแสเตม็ คลื่นแบบใช้แบบหมอ้ แปลงมเี ทปกลาง
3. วงจรกรอบแบบใช้ตวั เกบ็ ประจุ (Capacitor Filter)

4.2 ด้านทกั ษะหรือปฏบิ ตั ิ
1. การทดลองท่ี 3 วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลน่ื
2. แบบทดสอบบทท่ี 2

4.3 ด้านคณุ ธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพยี ง
1. ใชห้ ม้อแปลงแบบต่างๆ ในวงจรเรียงกระแสแบบเตม็ คล่ืนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

45

5. กิจกรรมการเรยี นการสอนหรอื การเรียนรู้

ขน้ั ตอนการสอนหรอื กจิ กรรมครู ขน้ั ตอนการเรียนหรอื กจิ กรรมของผู้เรียน

ขน้ั เตรยี ม(จำนวน 15 นาที) ขนั้ เตรยี ม(จำนวน 15 นาที )

1. ผู้สอนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนำ 1. ผู้เรียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผู้สอน
รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเรื่อง แนะนำรายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียน
สารกง่ึ ตวั นำ
เรอื่ ง สารกึ่งตวั นำ
2. ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 2. ผู้เรียนทำความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์
เรียนที่ 3 และขอให้ผู้เรียนร่วมกันทำกิจกรรมการ การเรียนของหน่วยเรียนที่ 3 และการให้ความ
เรยี นการสอน
รว่ มมือในการทำกิจกรรม

ขัน้ การสอน(จำนวน 240 นาที) ขน้ั การสอน(จำนวน 240 นาท)ี

1. ผู้สอนให้ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทที่ 1. ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทที่ 3 เรื่อง

3 เรื่อง วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลื่น และให้ วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลื่น และผู้เรียนศึกษา

ผเู้ รยี นศกึ ษาเอกสารประกอบการสอน วิชา อุปกรณ์ เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น ว ิ ช า อ ุ ป ก ร ณ์

อิเล็กทรอนิกส์และวงจร โดยให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วย อิเล็กทรอนิกส์และวงจร ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง

ตนเอง และสามารถสอบถามข้อสงสัยระหว่างเรียน และสามารถตอบข้อสงสัยระหว่างเรียนได้

จากผ้สู อน 2. ผู้เรียนฟังอธิบายสารกึ่งตัวนำได้ศึกษาจาก

2. ผู้สอนให้ผู้เรียนอธิบายสารกึ่งตัวนำศึกษา PowerPoint

จาก PowerPoint 3. ผู้เรียนปฏิบัติใบงานที่ 3 เรื่อง วงจรเรียง

3. ผู้สอนให้ผู้เรียนปฏิบัติใบงานที่ 3 เรื่อง กระแสแบบเต็มคล่ืน

วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลื่น 4. ผู้เรียนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อสงสัย

4. ผู้สอนสังเกตการณ์ปฏิบัติใบงานที่ 3 เรื่อง ระหว่างเรยี นจากผู้สอน

วงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คล่นื

ขน้ั สรุป(จำนวน 45 นาที) ขัน้ สรปุ (จำนวน 45 นาท)ี

1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาที่ได้ 1. ผ้เู รียนรว่ มกนั สรุปเนอื้ หาที่ได้เรียนให้มี

เรียนใหม้ ีความเข้าใจในทิศทางเดียวกัน ความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั

2. ผสู้ อนให้ผูเ้ รียนทำแบบฝกึ หดั หนว่ ยที่ 3 2. ผูเ้ รียนทำแบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี 3

3. ผู้สอนให้ผูเ้ รียนศึกษาเพิ่มเติมนอกหอ้ งเรียน 3. ผเู้ รียนศกึ ษาเพม่ิ เติมนอกหอ้ งเรยี น ดว้ ย

ด้วย PowerPoint ท่จี ดั ทำข้นึ PowerPoint ทีจ่ ัดทำข้ึน

46

6. ส่อื การเรยี นการสอน/การเรียนรู้

6.1 ส่ือสิง่ พิมพ์
1. เอกสารประกอบการสอนวชิ า อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจร (Entrepreneurship)
2. ใบความร้ทู ี่ 3 เร่ือง วงจรเรียงกระแสแบบเตม็ คล่นื
3. การทดลองที่ 3 วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลนื่ ขัน้ ประยุกต์ใช้ ขอ้ 1
4. แบบทดสอบบทท่ี 3 สรปุ และประเมนิ ผล ข้อ 2
5. แบบประเมนิ ผลงานตามใบงาน ใชป้ ระกอบการสอนข้ันประยกุ ต์ใช้ ข้อ 1
6. แบบประเมินพฤตกิ รรมการทำงาน ใชป้ ระกอบการสอนข้ันประยุกตใ์ ช้ ขั้นสรุปและประเมินผล

6.2 ส่ือโสตทัศน์
1. Power Point เร่ืองวงจรเรียงกระแสแบบเตม็ คล่ืน

6.3 สื่อของจริง
1. วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลืน่

7. แหล่งการเรียนการสอน/การเรียนรู้

7.1 ภายในสถานศกึ ษา
1. หอ้ งสมดุ วิทยาลยั การอาชีพสว่างแดนดนิ
2. ห้องอินเตอร์เน็ตวทิ ยาลัยการอาชพี สว่างแดนดนิ

7.2 ภายนอกสถานศึกษา
1. ห้องสมดุ เฉลมิ พระเกยี รติอำเภอสวา่ งแดนดนิ
2. หอ้ งสมดุ ประชาชนเฉลมิ ราชกุมารีอำเภอสวา่ งแดนดิน

8. งานท่มี อบหมาย

8.1 ก่อนเรยี น
1. ผ้เู รียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น

8.2 ขณะเรยี น
1. ศกึ ษาเน้ือหา ในบทท่ี 3 เรื่อง วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลื่น
2. รายงานผลหน้าชัน้ เรยี น
3. ปฏบิ ัติใบปฏบิ ัติงานท่ี 3 เรือ่ ง วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลื่น
4. สรุปผลการทดลอง

8.3 หลังเรยี น
1. ทำแบบฝึกหัดบทท่ี 3

47

9. ผลงาน/ช้นิ งาน ท่ีเกิดจากการเรยี นรู้ของผู้เรียน

1. แบบฝึกหดั บทที่ 3 ใบปฏิบัติงานท่ี 3
2. ตรวจผลงาน

10. เอกสารอ้างอิง

1. อดุลย์ กลั ยาแกว้ . อุปกรณอ์ เิ ล็กทรอนิกสแ์ ละวงจร. : ศูนย์ส่งเสรมิ อาชีวะ (ศสอ)

11. การบูรณาการ/ความสัมพนั ธก์ บั รายวิชาอืน่

1. บูรณาการกับวชิ าอปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกสเ์ บ้อื งตน้
2. บูรณาการกับวชิ าวงจรไฟฟ้าเบ้ืองตน้

12. หลกั การประเมนิ ผลการเรียน

12.1 ก่อนเรยี น
1. ตรวจผลงานตามใบปฏิบตั ิงานที่ 3
2. สังเกตการปฏบิ ัตงิ าน

12.2 ขณะเรียน
-

12.3 หลงั เรยี น
1. ตรวจแบบฝกึ หัด บทท่ี 3
2. ตรวจแบบแบบฝกึ หัดผลการเรียนรู้

13. รายละเอียดการประเมนิ ผลการเรยี น

จดุ ประสงคข์ ้อท่ี 1 บอกลกั ษณะวงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คลื่นได้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่ืองการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถบอกลกั ษณะวงจรเรียงกระแสแบบเต็มคล่ืนได้
4. เกณฑก์ ารผ่าน : บอกลกั ษณะวงจรเรียงกระแสแบบเตม็ คล่ืนได้ ไดค้ ะแนน 1 คะแนน
จดุ ประสงค์ข้อท่ี 2 อธิบายการทำงานของวงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคล่ืนได้
1. วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถอธบิ ายการทำงานของวงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลืน่ ได้
4. เกณฑก์ ารผา่ น : อธิบายการทำงานของวงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลื่นได้ ไดค้ ะแนน 1 คะแนน

48

จุดประสงค์ขอ้ ท่ี 3 คำนวณหาแรงดันเอาตพ์ ตุ ได้
1. วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เคร่อื งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมนิ : สามารถคำนวณหาแรงดนั เอาตพ์ ตุ ได้
4. เกณฑก์ ารผ่าน : คำนวณหาแรงดันเอาตพ์ ุตได้ ได้คะแนน 1 คะแนน
จุดประสงคข์ อ้ ท่ี 4 ปฏบิ ตั ติ ามใบงานที่ 3 เรือ่ ง วงจรเรียงกระแสแบบเตม็ คลนื่ ได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถปฏิบตั ิตามใบงานท่ี 3 เร่ือง วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลน่ื ได้
4. เกณฑก์ ารผา่ น : ปฏบิ ัติตามใบงานท่ี 3 เรือ่ ง วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลื่นได้ ได้คะแนน 1 คะแนน
จุดประสงค์ข้อท่ี 5 ใช้ออสซิลโลสโคปวดั คล่ืนสัญญาณของวงจรเรยี งกระแสได้
1. วธิ ีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครอื่ งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถใชอ้ อสซลิ โลสโคปวัดคลื่นสญั ญาณของวงจรเรยี งกระแสได้
4. เกณฑก์ ารผ่าน : ใช้ออสซลิ โลสโคปวดั คล่นื สัญญาณของวงจรเรียงกระแสได้ ได้คะแนน 0.5 คะแนน
จดุ ประสงคข์ อ้ ท่ี 5 ใช้มัลตมิ เิ ตอร์วดั แรงดันวงจรเรียงกระแสได้
1. วธิ กี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมิน : สามารถใชม้ ัลตมิ เิ ตอรว์ ดั แรงดันวงจรเรียงกระแสได้
4. เกณฑก์ ารผ่าน : ใช้มลั ตมิ ิเตอรว์ ดั แรงดันวงจรเรียงกระแสได้ ไดค้ ะแนน 0.5 คะแนน
จดุ ประสงคข์ ้อที่ 7 ใช้หมอ้ แปลงแบบต่าง ๆ ในวงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลนื่ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
1. วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครอื่ งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถใช้หม้อแปลงแบบต่าง ๆ ในวงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลื่นได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม
4. เกณฑก์ ารผ่าน : ใช้หม้อแปลงแบบต่าง ๆ ในวงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คลื่นได้อย่างถกู ต้องเหมาะสมได้ ได้
คะแนน 0.55 คะแนน

14. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

หน่วยการสอนที่ 3 ช่ือหนว่ ยการสอน วงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คล่นื

วัตถปุ ระสงค์ เพือ่ ประเมนิ ความรพู้ ื้นฐานเกยี่ วกับวงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คลน่ื

ขอ้ คำถาม

คำส่งั จงเลือกคำตอบที่ถูกตอ้ งทสี่ ุด

1. วงจรที่แปลงไฟกระแสสลบั เปน็ ไฟตรงคอื

ก. วงจรเรียงกระแส ข. วงจรขลิบแรงดัน

ค. วงจรกรองกระแส ง. วงจรยกระดบั แรงดัน

49

จากรูปจงตอบคำถามขอ้ 2-4

- D1 RL
C
+
D2
-

+

2. จากรปู วงจร เรยี กวา่ วงจรอะไร

ก. วงจรเรยี งกระแสแบบครง่ึ คลืน่ ข. วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคล่นื

ค. วงจรเรยี งกระแสแบบบริดจ์ ง. วงจรกรองกระแส

3. จากรูปวงจรเอาต์พุตที่ได้ จะเปน็ อยา่ งไร

ก. ข.

ค. ง.

4.สญั ญาณท่ีไดท้ างเอาต์พตุ จะตา่ งเฟสกนั ก่ีองศา

ก. 90 องศา ข. 160 องศา ค. 180 องศา ง. 360 องศา

5. คา่ แรงดันไฟตรงท่ีได้จะเป็นเทา่ ใด

ก. 0.707 Vp ข. 2 Vp ค. 0.318 Vp ง. 0.636 Vp

6. ทำไมวงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คลนื่ จงึ ต้องใช้ไดโอด 2 ตวั

ก. เพอื่ ให้ไดโอดสลบั กนั ทำงาน ข. เพ่ือรักษาระดับแรงดนั

ค. เพอ่ื ให้แรงดันสูงข้ึนเปน็ 2 เท่า ง. เพ่อื ให้กรองกระแสใหเ้ รียบ

7. วงจรกรองแรงดันทำหน้าท่ีอะไรในวงจร

ก. เพื่อกรองแรงดันใหเ้ รียบ ข. เพื่อจำกัดกระแส

ค. เพื่อไมใ่ ห้กระแสไหลมายังโหลดมากเกินไป ง. เพอ่ื ลดแรงดันให้ตำ่ ลง

8. วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลน่ื ต่างจากแบบครึ่งคล่ืนอย่างไร

ก. วงจรใช้ไดโอดตัวเดยี ว ข. จา่ ยแรงดนั เอาต์พตุ เป็นชว่ งๆ

ค. ประสทิ ธภิ าพต่ำ ง. แรงดนั เอาต์พุตจะสงู กวา่ 2 เทา่

9. เพราะเหตุใดหมอ้ แปลงท่ใี ชใ้ นวงจรเรียงกระแสแบบเตม็ คล่ืนจึงต้องมีแทปกลาง

ก. เพราะทำให้แรงดันเพ่ิมข้ึน

ข. เพือ่ ทำให้กระแสเพมิ่ ขนึ้

ค. เพอื่ ให้มคี วามทนทานมากขึน้

ง. เพ่ือแยกเฟสแรงดันจา่ ยใหไ้ ดโอดทงั้ ซีกบวกและซีกลบ

50

10. ข้อดีของวงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลน่ื คอื ขอ้ ใด
ก. มคี วามราบเรยี บของสัญญาณ
ข. สามารถจา่ ยแรงดันและกระแสใหก้ บั วงจรไดส้ งู
ค. ประสิทธิภาพสงู
ง. ถกู ทกุ ข้อ

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน

ขอ้ 1 ขอ้ 2 ขอ้ 3 ข้อ 4 ขอ้ 5 ขอ้ 6 ขอ้ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 10
ง.
ก. ข. ก. ค. ง. ก. ก. ง. ง.

15. แบบทดสอบหลงั เรียน

หนว่ ยการสอนท่ี 3 ช่ือหน่วยการสอน วงจรเรียงกระแสแบบเตม็ คล่นื

วตั ถุประสงค์ เพอื่ ประเมินความรพู้ ืน้ ฐานเก่ยี วกบั วงจรเรียงกระแสแบบเตม็ คล่นื

ขอ้ คำถาม

คำสัง่ จงเลอื กคำตอบทีถ่ ูกต้องทส่ี ดุ

1. วงจรที่แปลงไฟกระแสสลับเป็นไฟตรงคอื

ก. วงจรเรียงกระแส ข. วงจรขลบิ แรงดัน

ค. วงจรกรองกระแส ง. วงจรยกระดับแรงดัน

จากรูปจงตอบคำถามข้อ 2-4

D1

-

+ C RL

-

+

D2

2. จากรูปวงจร เรยี กว่าวงจรอะไร

ก. วงจรเรียงกระแสแบบคร่งึ คล่นื ข. วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคล่ืน

ค. วงจรเรยี งกระแสแบบบรดิ จ์ ง. วงจรกรองกระแส

3. จากรูปวงจรเอาต์พุตที่ได้ จะเปน็ อยา่ งไร

ก. ข.

ค. ง.

4.สัญญาณที่ได้ทางเอาต์พตุ จะต่างเฟสกนั กี่องศา

ก. 90 องศา ข. 160 องศา ค. 180 องศา ง. 360 องศา
ค. 0.318 Vp ง. 0.636 Vp
5. ค่าแรงดนั ไฟตรงที่ได้จะเป็นเทา่ ใด

ก. 0.707 Vp ข. 2 Vp

51

6. ทำไมวงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คลน่ื จึงต้องใชไ้ ดโอด 2 ตวั

ก. เพือ่ ให้ไดโอดสลบั กันทำงาน ข. เพอ่ื รกั ษาระดบั แรงดัน

ค. เพื่อให้แรงดันสงู ขึน้ เปน็ 2 เทา่ ง. เพือ่ ให้กรองกระแสให้เรียบ

7. วงจรกรองแรงดนั ทำหน้าท่ีอะไรในวงจร

ก. เพ่อื กรองแรงดันใหเ้ รียบ ข. เพอื่ จำกดั กระแส

ค. เพ่อื ไมใ่ ห้กระแสไหลมายังโหลดมากเกนิ ไป ง. เพือ่ ลดแรงดันให้ตำ่ ลง

8. วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคล่ืนตา่ งจากแบบครึ่งคล่นื อย่างไร

ก. วงจรใช้ไดโอดตัวเดยี ว ข. จา่ ยแรงดันเอาต์พตุ เป็นชว่ งๆ

ค. ประสิทธิภาพต่ำ ง. แรงดนั เอาต์พตุ จะสงู กวา่ 2 เทา่

9. เพราะเหตใุ ดหมอ้ แปลงที่ใชใ้ นวงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลน่ื จงึ ตอ้ งมแี ทปกลาง

ก. เพราะทำใหแ้ รงดนั เพม่ิ ขนึ้

ข. เพ่อื ทำให้กระแสเพม่ิ ข้ึน

ค. เพ่อื ให้มคี วามทนทานมากขึน้

ง. เพอื่ แยกเฟสแรงดนั จา่ ยใหไ้ ดโอดทง้ั ซีกบวกและซกี ลบ

10. ข้อดีของวงจรเรียงกระแสแบบเตม็ คลืน่ คอื ข้อใด

ก. มคี วามราบเรยี บของสัญญาณ

ข. สามารถจ่ายแรงดันและกระแสใหก้ ับวงจรไดส้ งู

ค. ประสิทธิภาพสงู

ง. ถูกทกุ ขอ้

เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น

ขอ้ 1 ขอ้ 2 ข้อ 3 ขอ้ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ขอ้ 7 ขอ้ 8 ขอ้ 9 ขอ้ 10
ก. ข. ก. ค. ง. ก. ก. ง. ง. ง.

52

16. ใบความร้ทู ่ี 3

หนว่ ยการสอนที่ 3 ชื่อหนว่ ยการสอน วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคล่ืน
หัวข้อเรื่อง วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลน่ื

3.1 วงจรเรียงกระแสเตม็ คล่นื แบบใชห้ ม้อแปลงมแี ท็ปกลาง
วงจรเรียงกระแสเต็มคลื่น จะสามารถเรียงดันไฟสลับให้ออกเอาต์พุตได้ทั้งช่วงบวกและช่วงลบของ
แรงดันไฟสลับที่ป้อนเข้ามาที่อินพุตของวงจร โดยไม่มีส่วนใดของแรงดันไปสลับถูกตัดทิ้งไป ลักษณะของ
วงจรจะใช้ไดโอด 2 ทำหน้าที่แปลงสัญญาณไฟสลับเป็นสัญญาณไฟตรงโดยมีหม้อแปลงไฟฟ้าแบบมีแท็ป
กลาง ทำหนา้ ท่ีแบ่งเฟสให้เกิดการต่างเฟสกนั 180° ระหว่างสัญญาณจากสว่ นบน และสว่ นล่างของขดทุติย
ภมู ขิ องหม้อแปลง เพ่อื ให้ไดโอดทง้ั สองตวั สลบั กนั ทำงาน ดังน้นั วงจรจงึ สามารถจ่ายแสงได้เรียบและสูงกว่า
วงจรเรียบกระแสแบบครง่ึ คล่ืน
3.2 การทำงานวงจรเรยี งกระแสเต็มคลนื่ แบบใช้แบบหม้อแปลงมเี ทปกลาง
เม่อื มแี รงดันไฟสลับ VIN ปอ้ นเขา้ ขดปฐมภมู ขิ องหม้อแปลง จะเกิดแรงดันไฟสลับขึ้นทีข่ ั้วบนและข้ัว
ล่างของขดทุตยิ ภมู ิ ท่ีแท็ปกลางของหม้อแปลงจะกำหนดใหม้ ีแรงดัน 0 โวลต์ ดังน้ัน แรงดนั ครงึ่ หนงึ่ จึงเกิด
ที่แท็ปกลางกับขั้วด้านบนของหม้อแปลง และอีกครึ่งหนึ่งจะเกิดขึ้นท่ีแท็ปกลางกบั ขั้วดา้ นล่างของหม้อแปลง
โดยแรงดันระหว่างขั้วด้านบนและขั้วล่างจะมีเฟสต่างกัน 180 องศา การทำงานของวงจรเมื่อขั้วบนของขด
ทุติยภูมิมีค่าแรงดันเป็นบวก ขั้วล่างมีแรงดันเป็นลบไดโอด D1 จะได้รับไบอัสตรง นำกระแสมีกระแสไหล
ผา่ นไดโอด ผ่านโหลด RL ไปครบวงจรทขี่ ว้ั แท็ป ทำใหเ้ กิดแรงดันตกครอ่ มทโี่ หลด RL เป็นคล่ืนรปู ไซนค์ ร่ึง
คล่ืน
3.3 วงจรกรองแบบใชต้ วั เกบ็ ประจุ (Capacitor Filter)
แรงดันที่ได้จากวงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลื่น ยังมีระลอกคลื่นปนอยู่ปริมาณสูง ไม่เหมาะที่จะ
นำไปใชง้ าน จะตอ้ งนำแรงดนั นผ้ี ่านวงจรกรอง กอ่ นทีจ่ ะนำไปใช้งาน วงจรกรอบแบบที่งา่ ยและนิยมใช้ท่ีสุด
คอื วงจรกรองแบบใชต้ วั เก็บประจุ

53

17. ใบงานท่ี 3

หน่วยการสอนท่ี 3 ชื่อหน่วยการสอน วงจรเรียงกระแสแบบเตม็ คลื่น

หัวข้อเรอ่ื ง วงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คลื่น

จุดประสงค์

1. เพอื่ ให้เข้าใจหลักการทำงานของงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคล่ืน

2. เพื่อให้เข้าใจการประกอบวงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคล่ืน

3. เพอื่ ใหเ้ ข้าใจหลักการวัดและทดสอบวงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คล่ืน

4. สามารถประกอบวงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลืน่ ได้

5. สามารถวดั และทดสอบวงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลืน่ โดยใช้มลั ติมเิ ตอร์และออสซลิ โลสโคป

6. มีความรบั ผดิ ชอบ ปฏิบตั งิ านถูกต้องตามข้ันตอน มคี วามเพียรพยายามในการเรียน

เคร่ืองมือและอุปกรณ์

1. ออสซิลโลสโคป 1 เคร่อื ง

2. ดิจติ อลมัลติมเิ ตอรห์ รือแอนะลอ็ กมลั ติมิเตอร์ 1 เครื่อง

3. ชดุ ฝกึ วิชาอปุ กรณ์อิเล็กทรอนกิ ส์ 1 ชุด

ขอ้ ควรระวงั

1. ในการใชอ้ อสซิลโลสโคปวดั รปู คลื่นของสญั ญาณ ทุกคร้ังใหป้ รบั ตำแหนง่ Volt/div และ Time/div

ของออสซลิ โลสโคปตอ้ งอยูใ่ นตำแหน่งเดมิ ปรับ Variable ให้อยตู่ ำแหนง่ Calibrate เสมอ

2. การใส่ตัวเก็บประจเุ พือ่ ทำหน้าที่กรอง (Filter) ควรใส่ให้ถูกขว้ เพราะอาจทำใหต้ ัวเก็บประจุระเบดิ

ได้

3. การวัดคา่ แรงดันเอาต์พุต จะต้องต่อ RL ทกุ ครั้ง
ข้อเสนอแนะ

ในการวาดรูปคลื่นนั้น ให้วาดรูปคลื่น 1 ลูก ลงในช่อง 1 ช่อง โดยรูปคลื่นที่อยู่ในใบงานนี้จะมีช่วง

ความถี่เดียวกนั ตลอด เมอ่ื ปรบั Time/div จนเหน็ รปู คล่นื ชดั เจนแล้วจงึ ไมจ่ ำเป็นต้องปรับ Time/div อีก การ

อ่านค่าแรงดันที่เอาต์พุตจะได้ค่าที่ไม่แน่นอนเนื่องจากมีค่าริปเปิล ให้นักศึกษาหาค่าแรงดันเฉลี่ย ได้จากสูตร

ค่าแรงดนั เฉลย่ี ของแรงดันเอาตพ์ ตุ = 0.636 Vp

ลำดบั ขนั้ การทดลอง 1N4007 I1 V3
1. ประกอบวงจรตามรปู ท่ี 3.1 RL
V1
220 V V2 1K

1N4007

รปู ท่ี 3.1

54

2. ใช้มลั ติมิเตอร์วดั แรงดนั และกระแสทีจ่ ดุ ต่างๆพร้อมบันทึกลงในใบงาน

วัด V1(AC) ได้ = V วัด V2(AC) ได้ = V

วัด V3(DC) ได้ = V วัด I1(DC) ได้ = mA

3. ใช้ออสซลิ โลสโคปวดั รปู คล่นื V1, V2 เปรยี บเทียบกบั V3 โดยปรับสวิตช์ เลอื กให้อยูใ่ นตำแหน่ง DC

บันทึกผลทไ่ี ด้ลงในรปู ที่ 3.2

V1 V1 = _____________Vp-p

0

V2 V2= _____________Vp-p

0

V3 V3= _____________Vp-p

0

4. ประกอบวงจรตามรปู ท่ี 3.3 รูปท่ี 3.2 I1 V3
220 V RL
1N4007
1K
V1
V2

1N4007

รูปที่ 3.3

5. ใช้มลั ติมเิ ตอร์วัดแรงดนั และกระแสท่จี ุดต่างๆพร้อมบนั ทึกลงในใบงาน

วัด V1(AC) ได้ = V วดั V2(AC) ได้ = V

วัด V3(DC) ได้ = V วัด I1(DC) ได้ = mA

6. ใช้ออสซิลโลสโคปวัดรูปคลนื่ V1, V2 เปรยี บเทียบกบั V3 โดยปรับสวิตช์ เลอื กให้อย่ใู นตำแหน่ง DC

บนั ทึกผลทไี่ ด้ลงในรปู ท่ี 3.4

55

V1 V1 = _____________Vp-p

0

V2 V2= _____________Vp-p

0

V3 V3= _____________Vp-p

0

รปู ท่ี 3.4

7. ประกอบวงจรตามรูปที่ 3.5

220 V 1N4007 I1 V3
C1 RL
V1 47µF 1K
V2

1N4007

รปู ท่ี 3.5

8. ใช้มลั ตมิ ิเตอร์วัดแรงดันและกระแสทจ่ี ุดตา่ งๆพร้อมบันทึกลงในใบงาน

วัด V1(AC) ได้ = V วัด V2(AC) ได้ = V

วัด V3(DC) ได้ = V วัด I1(DC) ได้ = mA

9. ใช้ออสซิลโลสโคปวดั รูปคลื่น V1, V2 เปรียบเทยี บกับ V3 โดยปรับสวติ ช์ เลือกให้อยใู่ นตำแหนง่ DC

บันทึกผลทีไ่ ดล้ งในรปู ท่ี 3.5

56

V1 V1 = _____________Vp-p
0

V2 V2= _____________Vp-p
0

V3 VP1= _____________Vp-p
VP2= _____________Vp-p

0

รูปที่ 3.6
10. ทำการเปลี่ยนค่า C1 ในรูปที่ 3.5 เป็น 100µF, 10µF โดยใช้ออสซิลโลสโคปวัดรูปคลื่น V1, V2
เปรียบเทียบกับ V3 โดยปรับสวิตช์เลือกให้อยู่ในตำแหน่ง DC สังเกตความเปลี่ยนแปลง บันทึกภาพที่ได้ลงใน
รูปท่ี 3.7

V1 V1 = _____________Vp-p
0

V2 V2= _____________Vp-p
0
VP1= _____________Vp-p
C=100µF VP2= _____________Vp-p
0
VP1= _____________Vp-p
C=10µF VP2= _____________Vp-p
0

รูปท่ี 3.7

57

หมายเหตุ VP1 วดั จากเสน้ 0 ถงึ ยอดแรงดนั สงู สุด
VP2 วดั จากเสน้ 0 ถึงยอดแรงดนั ตำ่ สุด

สรุปและวจิ ารณผ์ ลการทดลอง ทุกๆข้ันตอน
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................... .....................................
............................................................................................. .................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................

58

18. แบบประเมินผล

แบบประเมนิ ผลการนำเสนอผลงาน

ช่อื กลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………ห้อง............................

รายช่อื สมาชกิ

1……………………………………เลขท…ี่ …. 2……………………………………เลขท่ี…….

3……………………………………เลขท…่ี …. 4……………………………………เลขที่…….

ที่ รายการประเมิน คะแนน ข้อคิดเหน็
32 1

1 เน้ือหาสาระครอบคลมุ ชดั เจน (ความร้เู กย่ี วกบั เน้อื หา ความถกู ตอ้ ง
ปฏภิ าณในการตอบ และการแกไ้ ขปญั หาเฉพาะหน้า)

2 รปู แบบการนำเสนอ

3 การมสี ่วนร่วมของสมาชิกในกลมุ่

4 บุคลิกลักษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้ำเสียง ซึ่งทำให้ผู้ฟังมีความ

สนใจ

รวม

ผ้ปู ระเมิน…………………………………………………

เกณฑ์การให้คะแนน

1. เน้อื หาสาระครอบคลุมชดั เจนถูกต้อง

3 คะแนน = มีสาระสำคัญครบถ้วนถูกต้อง ตรงตามจุดประสงค์

2 คะแนน = สาระสำคญั ไมค่ รบถ้วน แตต่ รงตามจุดประสงค์

1 คะแนน = สาระสำคญั ไม่ถูกตอ้ ง ไม่ตรงตามจดุ ประสงค์

2. รปู แบบการนำเสนอ

3 คะแนน = มรี ูปแบบการนำเสนอท่เี หมาะสม มีการใช้เทคนิคที่แปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยี

ประกอบการ นำเสนอที่น่าสนใจ นำวัสดุในท้องถิ่นมาประยุกตใ์ ช้อย่างคุ้มค่าและ

ประหยัด

2 คะแนน = มเี ทคนิคการนำเสนอที่แปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยีประกอบการนำเสนอที่นา่ สนใจ

แตข่ าดการประยุกตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถิ่น

1 คะแนน = เทคนิคการนำเสนอไม่เหมาะสม และไมน่ า่ สนใจ

3. การมสี ว่ นร่วมของสมาชกิ ในกลมุ่

3 คะแนน = สมาชกิ ทุกคนมีบทบาทและมสี ว่ นรว่ มกจิ กรรมกลุม่

2 คะแนน = สมาชกิ ส่วนใหญ่มบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม

1 คะแนน = สมาชิกสว่ นน้อยมีบทบาทและมสี ว่ นร่วมกจิ กรรมกลมุ่

4. ความสนใจของผู้ฟัง

3 คะแนน = ผ้ฟู งั มากกวา่ รอ้ ยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมอื

2 คะแนน = ผู้ฟังร้อยละ 70-90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมอื

1 คะแนน = ผู้ฟงั น้อยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ

59

แบบประเมนิ กระบวนการทำงานกลมุ่

ชือ่ กลมุ่ ……………………………………………ชั้น………………………ห้อง............................

รายชื่อสมาชกิ

1……………………………………เลขท…ี่ …. 2……………………………………เลขท…ี่ ….

3……………………………………เลขท…ี่ …. 4……………………………………เลขท…่ี ….

ท่ี รายการประเมิน คะแนน ข้อคิดเหน็
321
1 การกำหนดเปา้ หมายรว่ มกนั
2 การแบ่งหนา้ ที่รับผิดชอบและการเตรียมความ

พร้อม
3 การปฏบิ ัติหน้าทีท่ ่ีได้รบั มอบหมาย
4 การประเมนิ ผลและปรบั ปรุงงาน

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วันท่ี…………เดอื น……………………..พ.ศ…………...
เกณฑ์การให้คะแนน
1. การกำหนดเปา้ หมายรว่ มกนั
3 คะแนน = สมาชกิ ทกุ คนมีส่วนรว่ มในการกำหนดเปา้ หมายการทำงานอย่างชัดเจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีสว่ นร่วมในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมสี ว่ นร่วมในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน
2. การหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ่ัวถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจัดเตรียม
สถานที่ สือ่ /อุปกรณ์ไว้อยา่ งพรอ้ มเพรยี ง
2 คะแนน = กระจายงานได้ท่ัวถึง แตไ่ ม่ตรงตามความสามารถ และมสี ่ือ/อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพรอ้ มเพรยี ง
แตข่ าดการจดั เตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไมท่ ั่วถงึ และมีสื่อ / อปุ กรณไ์ ม่เพียงพอ
3. การปฏิบัตหิ น้าทีท่ ีไ่ ดร้ บั มอบหมาย
3 คะแนน = ทำงานไดส้ ำเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่กำหนด
2 คะแนน = ทำงานไดส้ ำเร็จตามเปา้ หมาย แต่ชา้ กวา่ เวลาทก่ี ำหนด
1 คะแนน = ทำงานไมส่ ำเร็จตามเปา้ หมาย
4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชกิ ทกุ คนรว่ มปรึกษาหารือ ตดิ ตาม ตรวจสอบ และปรบั ปรงุ งานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมสี ่วนร่วมปรึกษาหารอื แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางสว่ นมสี ่วนร่วมไมม่ ีส่วนร่วมปรกึ ษาหารือ และปรบั ปรุงงาน

60

19. แบบฝกึ หัด

แบบฝกึ หัดท้ายหน่วยที่ 3
วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคล่ืน
จงตอบคำถามต่อไปน้ี
1. จงบอกลักษณะวงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลืน่ มาอยา่ งละเอยี ด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. จงอธิบายการทำงานของวงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคล่ืน พรอ้ มวาดรปู ประกอบ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. จงคำนวณหาแรงดันเอาต์พตุ ของวงจรตอ่ ไปน้ี

220 V 1N4007 I1 V3
RL
V1
V2 1K

1N4007

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

61

20. บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้แบบมุง่ เน้นสมรรถนะอาชีพและบรู ณาการตามหลกั

ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

20.1 สรุปผลการจัดการเรียนรู้

รายการ ระดบั การปฏบิ ตั ิ
54321

ด้านการเตรียมการสอน

1.จดั หนว่ ยการเรียนรไู้ ดส้ อดคลอ้ งกับวตั ถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้

2. กำหนดเกณฑ์การประเมินครอบคลุมท้ังดา้ นความรู้ ด้านทักษะ และด้านจติ พสิ ยั

3. เตรยี มวสั ดุ-อุปกรณ์ สือ่ นวตั กรรม กิจกรรมตามแผนการจัดการเรยี นรู้ก่อนเขา้

สอน

ด้านการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

4. มีวิธกี ารนำเข้าสบู่ ทเรยี นท่ีน่าสนใจ

5. มีกจิ กรรมที่หลากหลาย เพื่อช่วยใหผ้ เู้ รยี นเกิดการเรียนรู้ ความเข้าใจ

6. จัดกิจกรรมท่สี ง่ เสริมใหผ้ ูเ้ รียนคน้ คว้าเพื่อหาคำตอบด้วยตนเอง

7. นักเรยี นมีสว่ นรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

8. จดั กจิ กรรมท่ีเน้นกระบวนการคิด ( คิดวิเคราะห์ คดิ สังเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ )

9. กระตุ้นใหผ้ เู้ รยี นแสดงความคิดเหน็ อย่างเสรี

10. จัดกจิ กรรมการเรยี นรูท้ ี่เชือ่ มโยงกับชวี ติ จริงโดยนำภมู ปิ ัญญา/บรู ณาการเขา้ มา

มีสว่ นรว่ ม

11. จดั กจิ กรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม

12. มีการเสริมแรงเมือ่ นักเรยี นปฏิบตั ิ หรอื ตอบถูกต้อง

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผเู้ รียน

14. เอาใจใส่ดแู ลผู้เรยี น อย่างทั่วถงึ

15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกับเวลาท่ีกำหนด

ดา้ นส่อื นวัตกรรม แหล่งการเรยี นรู้

16. ใชส้ ่อื ท่ีเหมาะสมกับกจิ กรรมและศักยภาพของผู้เรียน

17. ใช้สือ่ แหล่งการเรยี นรู้อย่างหลากหลาย เชน่ บคุ คล สถานที่ ของจริง เอกสาร

ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ และอินเทอร์เนต็ เป็นต้น

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผูเ้ รยี น

14. เอาใจใส่ดูแลผูเ้ รยี น อย่างทวั่ ถึง

15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกบั เวลาท่ีกำหนด

ด้านการวดั และประเมนิ ผล

18. ผู้เรยี นมีส่วนร่วมในการกำหนดเกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผล

19. ประเมนิ ผลอยา่ งหลากหลายและครบท้ังด้านความรู้ ทักษะ และจติ พสิ ัย

20. ครู ผู้เรียน ผู้ปกครอง หรือ ผ้ทู เ่ี กยี่ วข้องมสี ว่ นร่วม ในการประเมิน

หมายเหตุ ระดับการปฏิบัติ 5 = ปฏบิ ตั ดิ เี ยีย่ ม 4 = ปฏิบตั ดิ ี 3 = รวม

ปฏิบัติพอใช้ 2 = ควรปรบั ปรุง 1 = ไมม่ กี ารปฏบิ ตั ิ เฉล่ีย

62

20.2 ปัญหาท่ีพบ และแนวทางแก้ปญั หา

ปัญหาท่ีพบ แนวทางแกป้ ญั หา

ด้านการเตรยี มการสอน

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ดา้ นสือ่ นวตั กรรม แหล่งการเรียนรู้

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ดา้ นการวัดประเมนิ ผล

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ด้านอ่นื ๆ (โปรดระบุเป็นข้อ ๆ)

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ลงช่ือ ........................................................................ ครูผ้สู อน
(นายปฏิพาน สีนาบญุ )
ตำแหนง่ ครพู ิเศษสอน

............../.................................../....................

21. บันทกึ การนิเทศและตดิ ตาม 63
ชอื่ -สกุล ผนู้ เิ ทศ ตำแหนง่
วัน-เดือน-ปี เวลา รายการนเิ ทศและตดิ ตาม

64

แผนการจัดการเรยี นรู้ แบบมุง่ เนน้ สมรรถนะอาชพี

และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

รหสั วชิ า 20105-2005 วชิ า อุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกสแ์ ละวงจร

หนว่ ยท่ี 4 ช่ือหนว่ ย วงจรเรยี งกระแสเต็มคล่นื แบบบรดิ จ์

ชอ่ื เร่ือง วงจรเรียงกระแสเตม็ คลน่ื แบบบริดจ์ จำนวน 5 ชวั่ โมง

1. สาระสำคญั
วงจรเรียงกระแสเต็มคลื่นแบบบริดจ์เป็นวงจรที่แก้ไขจุดอ่อนของวงจรเรียงกระแสเต็มคลื่นแบบใช้

หม้อแปลงที่มีเซนเตอร์แท็ปซึ่งมีราคาแพง ไดโอดจะนำกระแสครั้งละตัวทำให้ทำงานหนัก ส่วนวงจรเรียง
กระแสเต็มคล่ืนแบบบริดจ์ ไม่จำเป็นต้องใชห้ มอ้ แปลงเซ็นเตอร์แท็ปทำให้ประหยัดขึน้ และไดโอดจะนำกระแส
คร้งั ละ 2 ตวั ทำให้ไดโอดทนแรงดันสงู ข้ึน เอาตพ์ ุตของวงจร ตลอดจนรูปร่างจะมลี ักษณะเหมือนกับวงจรเรียง
กระแสเตม็ คลื่นทุกอย่าง

2. สมรรถนะอาชีพประจำหนว่ ย
ดา้ นความรู้
1. บอกลักษณะวงจรเรยี งกระแสเตม็ คลืน่ แบบบรดิ จ์ได้
2. อธบิ ายการทำงานของวงจรเรียงกระแสเต็มคลนื่ แบบบริดจ์ได้
3. บอกรูปรา่ งแรงดนั เอาต์พุตของวงจรได้
4. คำนวณหาแรงดันสงู สุดดา้ นกลับได้
ด้านทกั ษะและการประยุกตใ์ ช้
1. ปฏบิ ตั ติ ามใบงานท่ี 4 เรอ่ื ง วงจรเรียงกระแสเตม็ คลื่นแบบบรดิ จ์
2. ใช้ออสซลิ โลสโคปวดั คลืน่ สัญญาณของวงจรเรยี งกระแสได้
3. ใช้มัลติมิเตอรว์ ัดแรงดนั วงจรเรียงกระแสได้
ดา้ นคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์และบรู ณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ

พอเพยี ง
1. เห็นความสำคัญของการใช้เครอ่ื งมอื และอุปกรณ์ในการปฏิบัติงานอย่างรู้คณุ ค่า

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

3.1 จุดประสงค์ทั่วไป
1. เพื่อให้มีความรู้เก่ียวกับการบรรยายลักษณะวงจรเรียงกระแสเต็มคลน่ื แบบบริดจ์
2. เพ่ือใหม้ ีความรู้เกีย่ วกับการสรุปการทำงานของวงจรเรียงกระแสเต็มคลืน่ แบบบรดิ จ์
3. เพ่อื ให้มีทักษะในการสังเกตไดโอดบริดจ์แบบต่างๆ
4. เพอ่ื ให้มีทักษะในการฝึกคำนวณหาแรงดันสูงสุดด้านกลับ
5. เพอ่ื ใหม้ ีเจตคติทดี่ ใี นการยอมรับแรงดันเอาต์พุตของวงจรและแรงดนั สูงสดุ ดา้ นกลับ
6. เพือ่ คำนวณหาแรงดันสงู สุดด้านกลบั ได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม

65

3.2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม
1. บรรยายลกั ษณะวงจรเรยี งกระแสเต็มคลนื่ แบบบริดจ์ได้
2. สรปุ การทำงานของวงจรเรียงกระแสเต็มคลืน่ แบบบรดิ จไ์ ด้
3. สงั เกตไดโอดบริดจ์แบบต่างๆได้
4. ฝึกคำนวณหาแรงดนั สูงสุดด้านกลบั ได้
5. ยอมรับแรงดันเอาต์พตุ ของวงจรและแรงดนั สงู สุดดา้ นกลบั ได้
6. คำนวณหาแรงดนั สูงสุดด้านกลบั ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม

4. เนอ้ื หาสาระการสอน/การเรียนรู้

4.1 ดา้ นความรู้
1. ลกั ษณะวงจรเรียงกระแสเตม็ คล่นื แบบบริดจ์
2. การทำงานของวงจรเรยี งกระแสเตม็ คลน่ื แบบบริดจ์
3. ไดโอดบริดจแ์ บบต่างๆ
4. คำนวณหาแรงดนั สูงสดุ ด้านกลับ
5. แรงดนั เอาต์พตุ ของวงจรและแรงดันสูงสดุ ด้านกลับ

4.2 ดา้ นทกั ษะหรือปฏิบัติ
1. การทดลองท่ี 4 วงจรเรยี งกระแสเต็มคล่นื แบบบริดจ์
2. แบบทดสอบบทท่ี 4

4.3 ดา้ นคุณธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บรู ณาการเศรษฐกิจพอเพียง
1. คำนวณหำแรงดนั สงู สดุ ดำ้ นกลบั ไดอ้ ย่ำงถกู ตอ้ งเหมำะสม

66

5. กจิ กรรมการเรียนการสอนหรอื การเรยี นรู้

ข้นั ตอนการสอนหรือกิจกรรมครู ขัน้ ตอนการเรยี นหรือกจิ กรรมของผเู้ รียน

ขน้ั เตรียม(จำนวน 15 นาที) ขั้นเตรยี ม(จำนวน 15 นาที )

1. ผู้สอนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนำ 1. ผู้เรียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผู้สอน
รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเรื่อง แนะนำรายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียน
สารกึ่งตัวนำ
เรื่อง สารก่ึงตวั นำ
2. ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 2. ผู้เรียนทำความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์
เรียนที่ 4 และขอให้ผู้เรียนร่วมกันทำกิจกรรมการ การเรียนของหน่วยเรียนที่ 4 และการให้ความ
เรยี นการสอน
รว่ มมอื ในการทำกิจกรรม

ขัน้ การสอน(จำนวน 240 นาท)ี ขัน้ การสอน(จำนวน 240 นาที)

1. ผู้สอนให้ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทท่ี 1. ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทที่ 3 เรื่อง

3 เรื่อง วงจรเรียงกระแสเตม็ คลื่นแบบบริดจ์ และ วงจรเรียงกระแสเต็มคลื่นแบบบริดจ์ และผู้เรียน

ให้ผู้เรียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน วิชา ศึกษาเอกสารประกอบการสอน วิชา อุปกรณ์

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร โดยให้ผู้เรียน อิเล็กทรอนิกส์และวงจร ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง

เรียนรู้ด้วยตนเอง และสามารถสอบถามข้อสงสัย และสามารถตอบข้อสงสัยระหว่างเรียนได้

ระหว่างเรียนจากผสู้ อน 2. ผู้เรียนฟังอธิบายสารกึ่งตัวนำได้ศึกษาจาก

2. ผู้สอนให้ผู้เรียนอธิบายสารกึ่งตัวนำศึกษา PowerPoint

จาก PowerPoint 3. ผู้เรียนปฏิบัติใบงานที่ 4 เรื่อง วงจรเรียง

3. ผู้สอนให้ผู้เรียนปฏิบัติใบงานที่ 4 เรื่อง กระแสเตม็ คลน่ื แบบบรดิ จ์

วงจรเรยี งกระแสเตม็ คลน่ื แบบบริดจ์ 4. ผู้เรียนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อสงสัย

4. ผู้สอนสังเกตการณ์ปฏิบัติใบงานที่ 4 เรื่อง ระหว่างเรยี นจากผู้สอน

วงจรเรียงกระแสเต็มคล่นื แบบบริดจ์

ขนั้ สรุป(จำนวน 45 นาที) ขั้นสรุป(จำนวน 45 นาที)

1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาที่ได้ 1. ผู้เรียนร่วมกนั สรุปเนื้อหาท่ีได้เรียนใหม้ ี

เรียนใหม้ ีความเขา้ ใจในทศิ ทางเดียวกัน ความเขา้ ใจในทศิ ทางเดยี วกัน

2. ผ้สู อนใหผ้ ู้เรยี นทำแบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี 4 2. ผู้เรยี นทำแบบฝึกหัดหน่วยท่ี 4

3. ผู้สอนให้ผู้เรียนศึกษาเพิ่มเติมนอกหอ้ งเรียน 3. ผู้เรยี นศึกษาเพม่ิ เติมนอกห้องเรยี น ดว้ ย

ด้วย PowerPoint ทจี่ ัดทำขน้ึ PowerPoint ทีจ่ ัดทำข้นึ

67

6. สอื่ การเรยี นการสอน/การเรียนรู้

6.1 ส่ือส่ิงพิมพ์
1. เอกสารประกอบการสอนวชิ า อปุ กรณอ์ เิ ลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจร (Entrepreneurship)
2. ใบความรทู้ ่ี 4 เรือ่ ง วงจรเรยี งกระแสเต็มคลืน่ แบบบริดจ์
3. การทดลองที่ 4 เรือ่ ง วงจรเรียงกระแสเต็มคลนื่ แบบบริดจ์ข้ันประยุกต์ใช้ ขอ้ 1
4. แบบทดสอบบทที่ 4 สรุปและประเมนิ ผล ข้อ 2
5. แบบประเมินผลงานตามใบงาน ใช้ประกอบการสอนขัน้ ประยุกตใ์ ช้ ข้อ 1
6. แบบประเมินพฤติกรรมการทำงาน ใช้ประกอบการสอนขน้ั ประยกุ ตใ์ ช้ ข้นั สรปุ และประเมินผล

6.2 ส่ือโสตทัศน์
1. Power Point เรือ่ งวงจรเรียงกระแสเต็มคลน่ื แบบริดจ์

6.3 ส่ือของจริง
1. วงจรเรยี งกระแสเตม็ คลนื่ แบบบรดิ จ์

7. แหลง่ การเรยี นการสอน/การเรียนรู้

7.1 ภายในสถานศึกษา
1. ห้องสมดุ วิทยาลยั การอาชีพสว่างแดนดนิ
2. ห้องอนิ เตอรเ์ นต็ วิทยาลยั การอาชีพสวา่ งแดนดนิ

7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา
1. หอ้ งสมดุ เฉลิมพระเกยี รติอำเภอสวา่ งแดนดิน
2. ห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกมุ ารีอำเภอสว่างแดนดิน

8. งานท่มี อบหมาย

8.1 ก่อนเรียน
1. ผูเ้ รยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น

8.2 ขณะเรียน
1. ศึกษาเน้ือหา ในบทที่ 4 เร่ือง วงจรเรียงกระแสเตม็ คลื่นแบบบรดิ จ์
2. รายงานผลหนา้ ชน้ั เรียน
3. ปฏิบัตใิ บปฏิบัติงานท่ี 4 เร่อื ง วงจรเรยี งกระแสเตม็ คลน่ื แบบบริดจ์
4. สรุปผลการทดลอง

8.3 หลังเรียน
1. ทำแบบฝึกหดั บทที่ 4

68

9. ผลงาน/ชิ้นงาน ท่เี กดิ จากการเรยี นรูข้ องผูเ้ รยี น

1. แบบฝึกหัดบทที่ 4 ใบปฏิบัตงิ านที่ 4
2. ตรวจผลงาน

10. เอกสารอา้ งองิ

1. อดลุ ย์ กลั ยาแก้ว . อปุ กรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจร. : ศนู ยส์ ง่ เสรมิ อาชีวะ (ศสอ)

11. การบูรณาการ/ความสมั พนั ธก์ ับรายวิชาอื่น

1. บรู ณาการกับวิชาอปุ กรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์เบ้อื งต้น
2. บูรณาการกบั วิชาวงจรไฟฟ้าเบอื้ งตน้

12. หลกั การประเมนิ ผลการเรียน

12.1 ก่อนเรยี น
1. ตรวจผลงานตามใบปฏบิ ัตงิ านท่ี 4
2. สงั เกตการปฏิบัตงิ าน

12.2 ขณะเรยี น
-

12.3 หลังเรียน
1. ตรวจแบบฝกึ หดั บทที่ 4
2. ตรวจแบบแบบฝึกหัดผลการเรียนรู้

13. รายละเอยี ดการประเมินผลการเรยี น

จดุ ประสงค์ข้อที่ 1 บอกลักษณะวงจรเรียงกระแสเตม็ คลน่ื แบบบริดจไ์ ด้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครอื่ งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถบอกลักษณะวงจรเรียงกระแสเตม็ คลื่นแบบบริดจ์ได้
4. เกณฑ์การผา่ น : บอกลักษณะวงจรเรียงกระแสเตม็ คลน่ื แบบบริดจไ์ ด้ ได้คะแนน 0.5 คะแนน
จุดประสงคข์ อ้ ท่ี 2 อธบิ ายการทำงานของวงจรเรยี งกระแสเตม็ คลน่ื แบบบริดจ์ได้
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมิน : สามารถอธิบายการทำงานของวงจรเรียงกระแสเต็มคล่นื แบบบรดิ จ์ได้
4. เกณฑก์ ารผ่าน : อธบิ ายการทำงานของวงจรเรยี งกระแสเตม็ คลน่ื แบบบรดิ จ์ได้ ไดค้ ะแนน 1 คะแนน

69

จุดประสงค์ข้อท่ี 3 บอกรูปรา่ งแรงดนั เอาตพ์ ตุ ของวงจรได้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมนิ : สามารถบอกรูปรา่ งแรงดนั เอาต์พุตของวงจรได้
4. เกณฑ์การผา่ น : บอกรปู รา่ งแรงดันเอาตพ์ ุตของวงจรได้ ได้คะแนน 0.5 คะแนน
จุดประสงค์ข้อที่ 4 คำนวณหาแรงดันสูงสุดด้านกลบั ได้
1. วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถคำนวณหาแรงดนั สงู สดุ ด้านกลบั ได้
4. เกณฑ์การผ่าน : คำนวณหาแรงดนั สูงสดุ ด้านกลับได้ ไดค้ ะแนน 1 คะแนน
จุดประสงค์ขอ้ ที่ 5 ปฏบิ ัติตามใบงานที่ 4 เรือ่ ง วงจรเรยี งกระแสเต็มคลน่ื แบบบรดิ จ์ได้
1. วธิ กี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถปฏิบตั ติ ามใบงานท่ี 4 เรือ่ ง วงจรเรียงกระแสเตม็ คลนื่ แบบบรดิ จ์
4. เกณฑ์การผ่าน : ปฏบิ ตั ิตามใบงานท่ี 4 เรอื่ ง วงจรเรียงกระแสเต็มคลืน่ แบบบรดิ จ์ ได้คะแนน 1 คะแนน
จุดประสงค์ข้อที่ 6 ใชอ้ อสซิลโลสโคปวดั คล่ืนสัญญาณของวงจรเรยี งกระแสได้
1. วธิ ีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมนิ : สามารถใชอ้ อสซลิ โลสโคปวัดคลน่ื สัญญาณของวงจรเรยี งกระแสได้
4. เกณฑ์การผา่ น : ใช้ออสซลิ โลสโคปวดั คลน่ื สญั ญาณของวงจรเรียงกระแสได้ ได้คะแนน 0.5 คะแนน
จดุ ประสงคข์ ้อที่ 7 ใช้มัลตมิ ิเตอร์วัดแรงดนั วงจรเรยี งกระแสได้
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถใช้มลั ติมิเตอรว์ ดั แรงดนั วงจรเรยี งกระแสได้
4. เกณฑก์ ารผา่ น ใชม้ ลั ตมิ เิ ตอร์วัดแรงดันวงจรเรยี งกระแสได้ ไดค้ ะแนน 0.5 คะแนน
จดุ ประสงค์ข้อที่ 8 เหน็ ความสำคัญของการใชเ้ คร่ืองมอื และอุปกรณ์ในการปฏบิ ตั งิ านอย่างรคู้ ุณคา่
1. วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่ืองการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถเห็นความสำคัญของการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ในการปฏิบัติงานอย่างรู้
คณุ ค่า
4. เกณฑ์การผ่าน : เห็นความสำคัญของการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ในการปฏิบัติงานอย่างรู้คุณค่าได้ ได้
คะแนน 0.55 คะแนน

70

14. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

หนว่ ยการสอนที่ 4 ชื่อหนว่ ยการสอน วงจรเรียงกระแสเต็มคลน่ื แบบบรดิ จ์

วตั ถปุ ระสงค์ เพื่อ ประเมินความรพู้ น้ื ฐานเกยี่ วกับวงจรเรยี งกระแสเตม็ คลนื่ แบบบริดจ์

ข้อคำถาม

คำส่ัง จงเลือกคำตอบทีถ่ ูกต้องที่สดุ

1. วงจรเรียงกระแสแบบบรดิ จ์วงจรประกอบดว้ ยไดโอดกีต่ ัว

ก. 1 ตวั ข. 2 ตวั ค. 3 ตวั ง. 4 ตวั

2. วงจรเรียงกระแสเตม็ คล่นื แบบบรดิ จ์ต่างจากวงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลืน่ อย่างไร

ก. วงจรเรยี งกระแสแบบบริดจ์ สามารถใชห้ ม้อแปลงได้ท้ังแบบมแี ท็ปกลางและไม่มีแท็ปกลาง

ข. วงจรเรยี งกระแสแบบบรดิ จ์ใชไ้ ดโอด 4 ตวั

ค. วงจรเรยี งกระแสแบบบริดจ์ ทำงานทีค่ วามถี่สงู

ง. ถกู ท้ัง ก. และ ข.

3. วงจรเรียงกระแสแบบบรดิ จใ์ ช้หมอ้ แปลงแบบมีแท็ปกลางเพ่ืออะไร

ก. เพ่อื ให้แรงดันเอาตพ์ ุตทส่ี งู ขึน้ ข. เพอื่ ให้แรงดันเอาต์พุต บวก กราวด์และลบ

ค. เพอ่ื ยกระดับแรงดนั ง. ถูกทง้ั ก. และ ข.

4. วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคล่ืนแบบบรดิ จ์ ดีกวา่ วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลนื่ อยา่ งไร

ก. สามารถทวีคูณแรงดนั เป็น 2 เท่าได้

ข. สามารถใช้กับหม้อแปลงแบบมีแทป็ และแบบไมม่ ีแทป็

ค. สามารถจ่ายแรงดันได้ทั้งบวกและลบในวงจรเดียว

ง. ถกู ทกุ ขอ้

5. เอาตพ์ ุตของวงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลน่ื แบบบรดิ จ์จะเหมอื นกับเอาต์พตุ ของวงจรเรียงกระแสแบบใด

ก. วงจรเรียงกระแสแบบครง่ึ คลน่ื ข. วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลน่ื

ค. วงจรเรยี งกระแสไปหน้า ง. วงจรยกระดบั แรงดัน

6. PIV มีความหมายวา่ อย่างไร

ก. แรงดนั สูงด้านกลบั ข. แรงดันต่ำสดุ ด้านกลบั

ค. แรงดนั ในช่วงบวก ง. แรงดันในชว่ งลบ

7. จากวงจรทดลองท่ี 4.8 แรงดนั V3 จะเป็นอย่างไร

ก. จะเป็น 2 เท่าของ VIN ข. จะเป็น 2 เทา่ ของ V1

ค. จะเป็น 2 เทา่ ของ V2 ง. จะเป็นผลรวมของ V1 และ V2

71

8. จากรปู ข้างลา่ ง เปน็ สญั ลกั ษณข์ องบริดจ์ชนิดใด

ACACAC

ก. ไดโอดบริดจ์ 5 ขา ข. ไดโอดซิงเกลิ บริดจ์

ค. ไดโอดบริดจซ์ ิงเกลิ เฟส ง. ไดโอดบรดิ จ์ 3 เฟส

9. อะไรเปน็ ข้อสังเกตวงจรเรียงกระแสแบบบริดจ์

ก. ข้ัว AC จะต่อเข้ากับข้นั แอโนดและแคโทดของไดโอด 2 ตวั

ข. ขัว้ บวกของบรดิ จ์จะต่อเข้ากบั ขวั้ แอโนดของไดโอด 2 ตวั

ค. ขั้วลบของบริดจ์จะต่อเขา้ กับข้ัวแคโทดของไดโอด 2 ตวั

ง. ถกู ทกุ ขอ้

10. จากรปู ไดโอดคูใ่ ดจะทำงานพร้อมกัน

D3 D1
D2 D4

RL

ก. D1 และ D2 ข. D3 และ D4
ค. D2 และ D3 ง. D4 และ D1

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน

ข้อ1 ขอ้ 2 ขอ้ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ขอ้ 7 ขอ้ 8 ข้อ 9 ขอ้ 10
ง. ง. ข. ง. ข. ก. -. ง. ง. ก.

15. แบบทดสอบหลงั เรียน

หนว่ ยการสอนท่ี 4 ช่ือหนว่ ยการสอน วงจรเรยี งกระแสเต็มคลื่นแบบบริดจ์
วัตถุประสงค์ เพอ่ื ประเมินความร้พู ื้นฐานเกยี่ วกับวงจรเรียงกระแสเตม็ คลื่นแบบบริดจ์
ข้อคำถาม

คำส่งั จงเลือกคำตอบทถี่ ูกต้องทสี่ ุด

1. วงจรเรียงกระแสแบบบรดิ จว์ งจรประกอบดว้ ยไดโอดกต่ี ัว

ก. 1 ตวั ข. 2 ตวั ค. 3 ตวั ง. 4 ตวั

72

2. วงจรเรยี งกระแสเตม็ คลนื่ แบบบรดิ จต์ ่างจากวงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคล่ืนอย่างไร
ก. วงจรเรยี งกระแสแบบบริดจ์ สามารถใชห้ ม้อแปลงได้ทงั้ แบบมีแท็ปกลางและไม่มีแท็ปกลาง
ข. วงจรเรียงกระแสแบบบรดิ จ์ใช้ไดโอด 4 ตวั
ค. วงจรเรียงกระแสแบบบริดจ์ ทำงานทค่ี วามถีส่ งู
ง. ถูกท้งั ก. และ ข.

3. วงจรเรียงกระแสแบบบริดจ์ใชห้ มอ้ แปลงแบบมแี ท็ปกลางเพ่อื อะไร

ก. เพื่อให้แรงดันเอาตพ์ ุตทีส่ ูงขึน้ ข. เพือ่ ให้แรงดนั เอาต์พุต บวก กราวดแ์ ละลบ

ค. เพือ่ ยกระดบั แรงดนั ง. ถกู ทง้ั ก. และ ข.

4. วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคล่นื แบบบรดิ จ์ ดีกวา่ วงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลื่นอย่างไร

ก. สามารถทวคี ูณแรงดนั เป็น 2 เทา่ ได้

ข. สามารถใชก้ ับหม้อแปลงแบบมีแท็ปและแบบไมม่ ีแท็ป

ค. สามารถจา่ ยแรงดันได้ท้งั บวกและลบในวงจรเดยี ว
ง. ถูกทกุ ขอ้

5. เอาตพ์ ตุ ของวงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คลนื่ แบบบรดิ จจ์ ะเหมอื นกับเอาต์พตุ ของวงจรเรยี งกระแสแบบใด

ก. วงจรเรียงกระแสแบบครึง่ คลน่ื ข. วงจรเรยี งกระแสแบบเต็มคลื่น

ค. วงจรเรียงกระแสไปหน้า ง. วงจรยกระดับแรงดัน

6. PIV มีความหมายว่าอย่างไร

ก. แรงดนั สูงด้านกลบั ข. แรงดันตำ่ สดุ ด้านกลับ

ค. แรงดันในช่วงบวก ง. แรงดนั ในชว่ งลบ

7. จากวงจรทดลองที่ 4.8 แรงดนั V3 จะเปน็ อย่างไร

ก. จะเปน็ 2 เทา่ ของ VIN ข. จะเป็น 2 เท่าของ V1

ค. จะเป็น 2 เทา่ ของ V2 ง. จะเปน็ ผลรวมของ V1 และ V2

8. จากรูปข้างลา่ ง เป็นสัญลกั ษณ์ของบริดจช์ นดิ ใด

ACACAC

ก. ไดโอดบรดิ จ์ 5 ขา ข. ไดโอดซงิ เกิลบริดจ์

ค. ไดโอดบริดจ์ซิงเกิลเฟส ง. ไดโอดบรดิ จ์ 3 เฟส

9. อะไรเปน็ ขอ้ สังเกตวงจรเรียงกระแสแบบบริดจ์

ก. ขว้ั AC จะตอ่ เขา้ กับขั้นแอโนดและแคโทดของไดโอด 2 ตวั

ข. ขว้ั บวกของบรดิ จ์จะต่อเขา้ กับข้วั แอโนดของไดโอด 2 ตวั

ค. ขว้ั ลบของบรดิ จจ์ ะต่อเข้ากับขั้วแคโทดของไดโอด 2 ตวั

ง. ถกู ทกุ ข้อ

73

10. จากรูปไดโอดค่ใู ดจะทำงานพรอ้ มกัน

D3 D1
D2 D4

RL

ก. D1 และ D2 ข. D3 และ D4
ค. D2 และ D3 ง. D4 และ D1

เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น

ข้อ1 ขอ้ 2 ขอ้ 3 ข้อ 4 ขอ้ 5 ขอ้ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ขอ้ 9 ข้อ 10
ง. ง. ข. ง. ข. ก. -. ง. ง. ก.

74

16. ใบความร้ทู ี่ 4

หน่วยการสอนท่ี 4 ช่ือหน่วยการสอน วงจรเรยี งกระแสเต็มคล่ืนแบบบรดิ จ์
หวั ข้อเรือ่ ง วงจรเรียงกระแสเต็มคล่ืนแบบบริดจ์

4.1 วงจรเรยี งกระแสเต็มคลนื่ แบบบริดจ์ (Bridge Rectifier)
วงจรเรียงกระแสเต็มคลื่นแบบบริดจ์มีลักษณะเหมือนวงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลื่น เพราะแรงดัน
เอาต์พุตที่ได้เป็นแบบเต็มคลื่น ข้อแตกต่างระหว่างการเรียงกระแสเต็มคลื่นแบบบริดจ์และแบบเต็มคล่ืน
ธรรมดา ต่างกันตรงการต่อวงจรไดโอด แบบเต็มคลื่นจะใช้ไดโอด 2 ตัว แบบบริดจ์จะใช้ไดโอด 4 ตัว
และหมอ้ แปลงไฟฟ้าทใ่ี ชก้ แ็ ตกต่างกนั แบบเตม็ คลนื่ ธรรมดาใช้หม้อแปลงมแี ทป็ กลาง
4.2 การทำงานวงจรเรยี งกระแสเตม็ คลื่นแบบบรดิ จ์
การทำงานของวงจร ไดโอดจะผลัดกันนำกระแสครั้งละสองตัว โดยเม่อื ไซเคลิ บวกของแรงดนั ไฟสลับ

(Vin) ปรากฏที่ด้านบนของทุติยภูมิของหม้อแปลง และด้านล่างจะเป็นลบ จะทำให้ไดโอด D1 และ D2
ได้รับไปแอสตรง จะมีกระแสไหลผ่านไดโอด D1 ผ่านโหลด RL ผ่านไดโอด D2 ครบวงจรที่หม้อแปลง
ด้านล่าง มีแรงดันตกคร่อมโหลด RL ด้านบนเป็นบวก ด้านล่างเป็นลบ ได้แรงดันไฟช่วงบวกออกทาง
เอาตพ์ ุต

4.3 แรงดันเอาตพ์ ุตของวงจร
วงจรเรียงกระแสเต็มคลื่นทั้งแบบมีแท็ปกลางและแบบบริดจ์จะให้แรงดันเอาต์พุดทุกๆ ครึ่งรอบ
แรงดันไฟสลบั ทเี่ ข้ามาทั้งซีกบวกและซีลบ คา่ เฉล่ยี ของแรงดันเอาต์พตุ จึงมีค่าเป็นสองเท่าของแรงดันไฟตรงท่ี
ได้จากวงจรเรียกกระแสแบบครงึ่ คลื่น คา่ แรงดนั เอาตพ์ ตุ มีคา่ เป็น 0.636 เทา่ ของแรงดนั ไฟสูงสุด
4.5 แรงดนั สงู สดุ ดา้ นกลับ (Peak inverse Voltage)
วงจรเรียงกระแสเต็มคลื่นแบบบริดจ์จะมีค่าแรงดันสูงสุด้านกลับ (PIV) น้อยกว่าวงจรเรียงกระแส
เต็มคลืน่ ทีใ่ ช้หม้อแปลงที่แทป็ คร่งึ หนง่ึ
4.6ไดโอดบริดจแ์ บบต่างๆ
วงจรเรียงกระแสแบบบริดจ์เป็นที่นิยมใช้กันมาก จึงมีการผลิตไดโอดแบบบริดจ์ขึ้นมาใช้งาน
กลายเปน็ ไดโอดสำเร็จรปู โดยยงั คงมโี ครงสร้างเหมือนกบั บริดจ์ทใ่ี ช้ไดโอด 4 ตัว และถ้าเปน็ วงจรท่ีต้องเรียง
กระแสไฟ 3 เฟสจะมีไดโอดเพิ่มขึ้นมาอีก 2 ตัว กลายเป็นไดโอดบริดจ์ 5 ขา แทนที่จะมีขาใช้งาน 4
ขาเหมือนกบั ไดโอดเฟสเดียว

75

17. ใบงานที่ 4

หน่วยการสอนท่ี 4 ชื่อหน่วยการสอน วงจรเรียงกระแสเต็มคล่นื แบบบรดิ จ์

หวั ข้อเรื่อง วงจรเรยี งกระแสเต็มคล่นื แบบบรดิ จ์

จุดประสงค์

1. เพอ่ื ให้เขา้ ใจหลักการทำงานของวงจรเรียงกระแสแบบเต็มคลน่ื แบบบรดิ จ์

2. เขียนวงจรเรียงกระแสแบบบริดจ์ ชนิดไฟร่วมลบ, ไฟร่วมบวก และวงจรเรียงกระแสแบบบริดจ์ ท่ี

ต้องการแหล่งจ่ายไฟ 2 ชนดิ (บวก,กราวด์,ลบ)

3. สามารถตอ่ วงจรเรยี งกระแสแบบเตม็ คลน่ื ทใ่ี ช้ไดโอด 4 ตวั ตอ่ เปน็ วงจรบริดจไ์ ด้

เคร่อื งมอื และอุปกรณ์

1. ออสซิลโลสโคป 1 เคร่ือง

2. มลั ติมเิ ตอร์ 1 เครื่อง

3. ชุดฝึกวิชาอุปกรณ์อิเล็กทรอนกิ ส์ 1 ชุด

ลำดบั ดบั ข้ันการทดลอง

1. ต้งั โอหม์ มิเตอรไ์ ปทส่ี เกล R x 1 จากนัน้ ทำการปรับ Zero Adjust ใหเ้ ขม็ ชตี้ ำแหน่งศูนย์

2. ทำการวดั ค่าความต้านทานไดโอดแบบบรดิ จ์ ตามตารางที่ 4.1 แลว้ บนั ทกึ คา่ ทไี่ ดล้ งในตาราง 4.1

ค่าความต้านทานไบอัสไปหน้า คา่ ความต้านทานไบอัสไปหน้า สภาพ

สเกล Rx1 สเกล Rx10k

ขา(1-4) ขา(2-4) ขา(3-1) ขา(3-2) ขา(4-1) ขา(4-2) ขา(1-3) ขา(2-3) ดี/เสยี

ตารางที่ 4.1

หมายเหตุ ขา (1-4) หมายความวา่ เอาสายโอหม์ มเิ ตอรท์ ่มี ศี ักยไ์ ฟบวกจับขา 1 ศักย์ไฟลบจับขา 4

3. ทำการวัดค่าความต้านทานไดโอดแบบบรดิ จ์ตามตารางที่ 4.2 แลว้ บนั ทกึ คา่ ทไี่ ดล้ งในตารางที่ 4.2

คา่ ความต้านทานไบอัสไปหน้า คา่ ความต้านทานไบอัสไปหน้า สภาพ

สเกล Rx1 สเกล Rx10k

ขา(3-4) ขา(4-3) ขา(1-2) ขา(2-1) ด/ี เสยี

ตารางท่ี 4.2

76

4. ประกอบวงจรทดลองตามรูปท่ี 4.2

รูปท่ี 4.2
5. ใช้มัลตมิ เิ ตอร์วดั แรงดนั และกระแสที่จดุ ต่างๆ พร้อมบันทึกลงในใบงาน

วดั VIN (AC) ได้ = ................. V
วดั V1 (DC) ได้ = ................. V
วัด I1 (DC) ได้ = ................. mA
6. ใช้ออสซิลโลสโคปวดั แรงดนั VIN เปรียบเทยี บกบั V1 โดยปรบั สวิตช์เลอื กให้อยู่ที่ตำแหน่ง DC
บนั ทึกภาพท่ีได้ลงในรูปที่ 4.3

รปู ที่ 4.3

7. ประกอบวงจรตามรปู ที่ 4.4

รปู ที่ 4.4

77

8. ใชม้ ัลตมิ ิเตอร์วัดแรงดนั และกระแสที่จุดต่างๆ พร้อมบนั ทึกลงในใบงาน
วัด VIN (AC) ได้ = ................. V
วัด V1 (DC) ได้ = ................. V
วัด I1 (DC) ได้ = ................. mA

9. ใช้ออสซิลโลสโคปวัดแรงดนั VIN เปรยี บเทียบกบั V1 โดยปรับสวติ ชเ์ ลอื กใหอ้ ยู่ที่ตำแหน่ง DC
บนั ทึกภาพท่ไี ด้ลงในรปู ที่ 4.5

รูปที่ 4.5

10. ประกอบวงจรตามรปู ที่ 4.6

รปู ท่ี 4.6

11. ใช้มลั ตมิ ิเตอร์วดั แรงดันและกระแสทีจ่ ุดตา่ งๆ พร้อมบันทกึ ลงในใบงาน
วดั VIN (AC) ได้ = ................. V
วัด V1 (DC) ได้ = ................. V
วดั I1 (DC) ได้ = ................. mA

12. ใช้ออสซิลโลสโคปวัดแรงดัน VIN เปรยี บเทียบกบั V1 โดยปรบั สวิตชเ์ ลือกใหอ้ ยู่ที่ตำแหน่ง DC
บนั ทึกภาพทไี่ ด้ลงในรปู ท่ี 4.7


Click to View FlipBook Version