228
16. ใบความรทู้ ี่ 12
หน่วยการสอนที่ 12 ช่ือหน่วยการสอน เอสซอี าร์
หวั ข้อเร่ือง เอสซีอาร์
12.1 โครงสรา้ งและสัญลักษณข์ องเอสซอี าร์
เอสซีอาร์ (SCR) ชื่อเต็ม คือ ซิลิคอน คอนโทรล เร็คติฟายเออร์ เป็นอุปกรณ์โซลิดสเตคที่ทำ
หน้าที่เป็นสวิตซ์เปิด-ปิด วงจรทางอิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่ง อีกทั้งเอสซีอาร์ ยังจัดเป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำ
ประเภท “ไทรสิ เตอร์” ข้อดขี องสวติ ซอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์ คอื จะไม่มีหน้าสัมผสั หรือเรียกว่า คอนแท็คขณะปิด-
เปิดจึงไม่ทำให้เกิดประกายไฟหน้าสัมผัส จึงมีความปลอดภัยสูง ซึ่งสวิตซ์ธรรมดา คือแบบกลไกที่มี
หน้าสมั ผัส จะไม่สามารถนไปใช้ในบางสถานทีไ่ ด้ สวิตซอ์ ิเล็กทรอนิกสค์ รง้ั เรยี กว่า “โซลดิ สเตทวติ ซ์”
12.2 สภาวะนำกระแสของเอสซีอาร์
การทีจ่ ะทำใหเ้ อสซีอาร์นำกระแสสามารถทำไดโ้ ดยจุดชนวน เรียกวา่ “ทรกิ เกอร”์ ด้วยกระแสเกต
ให้แก่เอสซีอาร์ และที่ขั้วแอโนด และแคโทด (K) ได้รับไบอัสตรง คือ ที่แอโนดได้แรงดนั บวก (+) และท่ี
แคโทดได้รับแรงดันลบ (-) ทำให้เกิดกระแส IB2 ไหลเข้าขาเบส (Base) ของทรานซิลเตอร์ TR2 อยู่ใน
สภาวะนำกระแส (On) จะเกิดกระแสคอลเลกเตอร์ จะเกิดกระแสคอลเลกเตอร์ (IC2) ไหลผ่าน TR2 ซึ่งก็
คือกระแส IBI ของทรานซิลเตอร์ TRI นั้นเอง ดังนั้น TRI จึงนำกระแสด้วยค่าความต้านทานระหว่าง
ขว้ั แอโนด (A) และแคโทด (K) จึงมีคา่ ต่ำมาก
12.3 สภาวะหยุดนำกระแสของเอสซอี าร์
วิธีการทำให้เอสซีอาร์ (SCR) หยุดนำกระแสมีหลักการ คือ ทำให้กระแสแอโนด (IA) ลดลงจนต่ำ
กว่ากระแสโฮลติ้ง
12.4 การนำเอสซีอาร์ไปใช้งาน
เอสซีอาร์ (SCR) สามารถนไปใช้งานอิเล็กทรอนิกส์อย่างกว้างขวาง เช่น วงเรียงกระแสที่สามารถ
ควบคุมได้ แต่ส่วนมากจะนิยมนำไปใช้ในการควบคุมหลักๆ 2 ประการ คือ สภาวะนำกระแส และสภาวะ
นำกระแส เพอ่ื ใหเ้ กดิ การทำงาน และหยดุ การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ
การวัดและทดสอบเอสซีอาร์ด้วยโอห์มมิเตอร์ของซันวา รุ่น XZ 300 สายวัดสีแดงจะมีศักย์ไฟฟ้า
เป็นลบ (-) ส่วนสายวัดสีดำจะมีศักย์ไฟฟ้าเป็นบวก (+) โดยวิธีการวัดให้ทำการสมุติตำแหน่งของขาก่อน
คือ เอสซีอารม์ ี 3 ขา หรอื 3 ข้วั
229
17. ใบงานที่ 12
หนว่ ยการสอนที่ 12 ชื่อหน่วยการสอน เอสซีอาร์
หัวข้อเรื่อง เอสซอี าร์
จุดประสงค์
1. ปฏิบตั ิตอ่ วงจรเพ่ือหาคณุ สมบัติเอสซีอาร์ (SCR)
2. เพอื่ ให้เขา้ ใจวธิ กี ารตรวจวดั เอสซอี าร์ด้วยโอห์มมิเตอร์
3. เพอ่ื ใหร้ จู้ กั การน าเอสซีอารไ์ ปประยุกต์ใชง้ าน
4. สามารถตรวจสภาพของเอสซอี ารด์ ว้ ยโอหม์ มิเตอร์ได้
เครอ่ื งมือและอุปกรณ์
1. แหล่งจา่ ยไฟกระแสตรงชนิดปรับค่าได้ 0 – 30 V 1 เครอื่ ง
2. มลั ติมิเตอร์ 1 เครื่อง
3. ชุดฝกึ วชิ าอุปกรณอ์ เิ ล็กทรอนกิ ส์ 1 ชดุ
ลำดบั ดับขน้ั การทดลอง
1. ตัง้ โอหม์ มิเตอรไ์ ว้ท่ีเรนจ์ R x 10 ปรบั ส้ตู ำแหนง่ ศูนย์ (Zero Adjust)
2. ใช้โอห์มมิเตอร์วัดเอสซีอาร์ตามตำแหน่งขาที่สมมุติเป็น 1-2-3 ดังรูป 12.1 แล้วบันทึกผลลงใน
ตารางที่ 12.1
3. ทำการทดลองซ้ำตามข้อ 2 โดยเปล่ียนเอสซอี ารห์ ลายๆ เบอร์
รปู ท่ี 12.1 แสดงการสมมุติขา
ค่าความต้านทานทว่ี ัดได้ระหวา่ งขา(Ω) สรปุ
ตวั ที่ เบอร์ +- +- +- +- +- +- ขา 1 ขา 2 ขา 3 ด/ี เสยี
12 13 23 21 31 32
1
2
3
ตารางที่ 12.1
230
4. ตง้ั โอหม์ มเิ ตอร์ไวท้ ีเ่ รนจ์ R x 1
5. ใช้โอห์มมิเตอร์วัดเอสซีอาร์ ตามรูปท่ี 12.2 โดยไฟบวกจับที่ขา A ไฟลบจับที่ขา K แล้วทำการ
จุดชนวนขา G ด้วยไฟบวกจากขา A อา่ นคา่ ความต้านทานจากมิเตอร์ ได.้ .................Ω
รูปที่ 12.2 แสดงการจุดชนวนเอสซอี าร์
6. ทำการทดลองซำ้ ข้อ 4-5 โดยทดสอบเอสซอี ารใ์ ห้ครบทุกตวั
ลำดับขน้ั การทดลอง (ตอนท่ี 2)
1. ต่อวงจรตามรูปท่ี 12.3
รปู ท่ี 12.3
2. ปิดสวิตซ์ S1 จากนั้นจึงค่อยๆ ปรับแหล่งจ่าย ES จาก 0 โวลต์ แล้วบันทึกค่า IG , VG , VTM , VL , IL ลง
ในตารางท่ี 12.2 จากน้นั เปิดสวติ ซ์ S2 เพื่อเรม่ิ การทดลองใหม่ในแต่ละค่าของ ES
Es 0 2 4 6 7 8 9 10 12 13 14 15 V
IG mA
VG V
VTM V
VL V
IL mA
ตารางท่ี 12.2
231
3. ต่อวงจรตามรปู ท่ี 12.4
รูปท่ี 12.4
4. ปิดสวิตซ์ S1 บันทึกค่า IL1 (กระแสขณะถูกดจุดชนวน) ต่อมาเปิดสวิตซ์ S1 บันทึกค่า IL2(กระแส
หลังจากถูกจุดชนวน) ลงในตารางที่ 12.3 จากนั้นเปิดสวิตซ์ S2 เพื่อเริ่มการทดลองใหม่ในแต่ละค่าของ RL
บนั ทกึ กระแสทเี่ ปล่ยี นไป
RL 470 680 820 1k 2.2k 3.3k 4.7k 10k 20k 33k Ω
IL1 mA
IL2 mA
ตารางท่ี 12.3
5. จากตารางท่ี 12.3 กระแสต่ำสุดที่ SCR ยังคงนำกระแสได้อยู่ หลังจากถูกจุดชนวนแล้ว (กระแส
โฮลดิง้ ) มคี า่ ..............................mA
สรปุ และวิจารณ์ผลการทดลองทุกๆ ขั้นตอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
232
18. แบบประเมนิ ผล
แบบประเมนิ ผลการนำเสนอผลงาน
ชือ่ กลมุ่ ……………………………………………ชัน้ ………………………หอ้ ง............................
รายช่อื สมาชิก
1……………………………………เลขท…ี่ …. 2……………………………………เลขท่ี…….
3……………………………………เลขท…ี่ …. 4……………………………………เลขที่…….
ที่ รายการประเมนิ คะแนน ขอ้ คิดเห็น
32 1
1 เนอื้ หาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความร้เู กี่ยวกบั เนอ้ื หา ความถกู ตอ้ ง
ปฏิภาณในการตอบ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า)
2 รปู แบบการนำเสนอ
3 การมสี ่วนรว่ มของสมาชิกในกลมุ่
4 บุคลิกลักษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้ำเสียง ซึ่งทำให้ผู้ฟังมีความ
สนใจ
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
เกณฑ์การให้คะแนน
1. เนอื้ หาสาระครอบคลุมชัดเจนถกู ต้อง
3 คะแนน = มสี าระสำคัญครบถ้วนถกู ต้อง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสำคญั ไมค่ รบถว้ น แต่ตรงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระสำคญั ไมถ่ ูกต้อง ไมต่ รงตามจดุ ประสงค์
2. รปู แบบการนำเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนำเสนอท่ีเหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคทแี่ ปลกใหม่ ใชส้ อ่ื และเทคโนโลยี
ประกอบการ นำเสนอทน่ี ่าสนใจ นำวสั ดใุ นท้องถิ่นมาประยุกตใ์ ช้อย่างคุ้มค่าและ
ประหยดั
2 คะแนน = มเี ทคนิคการนำเสนอทแ่ี ปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยีประกอบการนำเสนอที่น่าสนใจ
แตข่ าดการประยุกต์ใช้ วัสดใุ นทอ้ งถ่นิ
1 คะแนน = เทคนคิ การนำเสนอไม่เหมาะสม และไมน่ า่ สนใจ
3. การมีสว่ นร่วมของสมาชกิ ในกลุ่ม
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนรว่ มกิจกรรมกลุม่
2 คะแนน = สมาชิกสว่ นใหญ่มบี ทบาทและมสี ว่ นรว่ มกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชกิ ส่วนน้อยมีบทบาทและมสี ่วนรว่ มกจิ กรรมกล่มุ
4. ความสนใจของผู้ฟัง
3 คะแนน = ผ้ฟู งั มากกว่าร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมอื
2 คะแนน = ผูฟ้ งั ร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความรว่ มมือ
1 คะแนน = ผฟู้ ังน้อยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ
233
แบบประเมนิ กระบวนการทำงานกล่มุ
ช่อื กลมุ่ ……………………………………………ช้ัน………………………หอ้ ง............................
รายชือ่ สมาชิก
1……………………………………เลขท…ี่ …. 2……………………………………เลขท…ี่ ….
3……………………………………เลขท…ี่ …. 4……………………………………เลขท…่ี ….
ที่ รายการประเมิน คะแนน ข้อคิดเหน็
321
1 การกำหนดเป้าหมายรว่ มกัน
2 การแบ่งหนา้ ที่รับผิดชอบและการเตรยี มความ
พรอ้ ม
3 การปฏบิ ตั หิ นา้ ทท่ี ี่ได้รับมอบหมาย
4 การประเมินผลและปรบั ปรุงงาน
รวม
ผ้ปู ระเมนิ …………………………………………………
วันท่ี…………เดอื น……………………..พ.ศ…………...
เกณฑ์การให้คะแนน
1. การกำหนดเปา้ หมายร่วมกัน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนดเปา้ หมายการทำงานอย่างชัดเจน
2 คะแนน = สมาชิกสว่ นใหญ่มสี ่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน
1 คะแนน = สมาชกิ สว่ นน้อยมสี ว่ นรว่ มในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน
2. การหน้าท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานได้ทั่วถึง และตรงตามความสามารถของสมาชกิ ทุกคน มีการจัดเตรียม
สถานท่ี สอ่ื /อุปกรณ์ไว้อยา่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ ่ัวถงึ แตไ่ ม่ตรงตามความสามารถ และมสี ื่อ/อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพรอ้ มเพรยี ง
แต่ขาดการจัดเตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ท่ัวถงึ และมสี ่ือ / อปุ กรณไ์ มเ่ พียงพอ
3. การปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ที ี่ได้รับมอบหมาย
3 คะแนน = ทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่กำหนด
2 คะแนน = ทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมาย แตช่ า้ กวา่ เวลาที่กำหนด
1 คะแนน = ทำงานไมส่ ำเร็จตามเปา้ หมาย
4. การประเมินผลและปรบั ปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชกิ ทกุ คนร่วมปรกึ ษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรบั ปรงุ งานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนมสี ว่ นร่วมปรึกษาหารือ แต่ไม่ปรบั ปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีสว่ นร่วมไมม่ สี ว่ นรว่ มปรกึ ษาหารอื และปรบั ปรุงงาน
234
19. แบบฝึกหัด
แบบฝึกหดั ทา้ ยหนว่ ยที่ 12
เอส ซี อาร์
จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. จงบอกสัญลกั ษณ์และโครงสรา้ งเอส ซี อาร์ มาโดยละเอยี ด พร้อมวาดรูปประกอบ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. จงอธบิ ายคณุ สมบตั ิของเอส ซี อาร์ มาพอเข้าใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. จงบอกตำแหน่งขาของเอส ซี อาร์ พร้อมวาดรปู ประกอบ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
235
20. บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้แบบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชพี และบรู ณาการตามหลกั
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
20.1 สรุปผลการจดั การเรยี นรู้
รายการ ระดบั การปฏบิ ัติ
54321
ด้านการเตรียมการสอน
1.จดั หนว่ ยการเรียนรไู้ ดส้ อดคลอ้ งกับวตั ถุประสงคก์ ารเรียนรู้
2. กำหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ครอบคลุมท้งั ดา้ นความรู้ ด้านทักษะ และด้านจติ พสิ ยั
3. เตรยี มวัสดุ-อุปกรณ์ ส่ือ นวตั กรรม กิจกรรมตามแผนการจดั การเรียนรกู้ ่อนเขา้
สอน
ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
4. มีวธิ กี ารนำเขา้ สู่บทเรียนท่ีนา่ สนใจ
5. มกี ิจกรรมท่หี ลากหลาย เพ่ือชว่ ยใหผ้ เู้ รียนเกดิ การเรียนรู้ ความเขา้ ใจ
6. จัดกิจกรรมที่สง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นคน้ คว้าเพื่อหาคำตอบด้วยตนเอง
7. นักเรียนมสี ่วนรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
8. จดั กจิ กรรมทเ่ี นน้ กระบวนการคิด ( คิดวเิ คราะห์ คดิ สงั เคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ )
9. กระตุ้นใหผ้ ู้เรยี นแสดงความคดิ เหน็ อย่างเสรี
10. จดั กิจกรรมการเรยี นรู้ท่เี ชอื่ มโยงกบั ชีวิตจริงโดยนำภูมปิ ัญญา/บูรณาการเขา้ มา
มสี ว่ นร่วม
11. จัดกิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม
12. มีการเสรมิ แรงเม่ือนักเรียนปฏิบัติ หรอื ตอบถูกต้อง
13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผูเ้ รียน
14. เอาใจใส่ดูแลผู้เรยี น อย่างทวั่ ถงึ
15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกับเวลาที่กำหนด
ด้านสือ่ นวัตกรรม แหลง่ การเรยี นรู้
16. ใชส้ ือ่ ทเ่ี หมาะสมกับกิจกรรมและศักยภาพของผู้เรยี น
17. ใช้สอ่ื แหล่งการเรียนร้อู ย่างหลากหลาย เช่น บคุ คล สถานท่ี ของจริง เอกสาร
สอ่ื อเิ ล็กทรอนิกส์ และอินเทอรเ์ นต็ เป็นต้น
13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผ้เู รยี น
14. เอาใจใสด่ แู ลผูเ้ รยี น อย่างท่วั ถึง
15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกับเวลาทีก่ ำหนด
ด้านการวัดและประเมินผล
18. ผูเ้ รียนมสี ่วนร่วมในการกำหนดเกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล
19. ประเมินผลอย่างหลากหลายและครบทั้งดา้ นความรู้ ทักษะ และจติ พิสยั
20. ครู ผู้เรยี น ผปู้ กครอง หรือ ผู้ที่เกยี่ วข้องมีส่วนร่วม ในการประเมนิ
หมายเหตุ ระดับการปฏบิ ัติ 5 = ปฏบิ ตั ิดเี ย่ียม 4 = ปฏบิ ตั ดิ ี 3 = รวม
ปฏิบตั พิ อใช้ 2 = ควรปรบั ปรุง 1 = ไมม่ กี ารปฏบิ ตั ิ เฉล่ยี
236
20.2 ปญั หาท่ีพบ และแนวทางแก้ปัญหา
ปญั หาท่ีพบ แนวทางแกป้ ญั หา
ดา้ นการเตรยี มการสอน
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
ด้านการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
ดา้ นสือ่ นวัตกรรม แหลง่ การเรียนรู้
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
ดา้ นการวดั ประเมินผล
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
ดา้ นอน่ื ๆ (โปรดระบเุ ปน็ ข้อ ๆ)
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
ลงชื่อ ........................................................................ ครผู สู้ อน
(นายปฏิพาน สีนาบุญ)
ตำแหนง่ ครูพิเศษสอน
............../.................................../....................
21. บันทกึ การนิเทศและติดตาม 237
ชอ่ื -สกุล ผ้นู เิ ทศ ตำแหน่ง
วัน-เดือน-ปี เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม
238
แผนการจดั การเรยี นรู้ แบบมุ่งเนน้ สมรรถนะอาชพี
และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหัสวิชา 20105-2005 วิชา อปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนิกสแ์ ละวงจร
หนว่ ยที่ 13 ชือ่ หน่วย เทอร์มสิ เตอรแ์ ละวาริสเตอร์
ชือ่ เร่อื ง เทอร์มสิ เตอร์และวาริสเตอร์ จำนวน 5 ช่ัวโมง
1. สาระสำคญั
เทอร์มสิ เตอร์ คือ ตวั ตา้ นทานชนิดหน่งึ ทม่ี ีค่าความต้านทานเปล่ยี นไปตามอุณหภูมิ ค่าความต้านทาน
จะเปลย่ี นไปมากหรือนอ้ ยจะขน้ึ อยู่กบั การเปล่ียนแปลงของอุณหภูมริ อบ ๆ คา่ ความต้านทานของเทอร์มิสเตอร์
จะเปลี่ยนแปลงแบบไม่เชิงเส้น กับอุณหภูมิเทอร์มิสเตอร์แบ่งเป็น 2 ชนิดคือ เทอร์มิสเตอร์ชนิดสัมประสิทธ์ิ
อุณหภมู ิเป็นลบ เทอร์มิสเตอร์ชนดิ สมั ประสิทธอิ์ ุณหภมู เิ ปน็ บวก
วาริสเตอร์ (Varistor) หรือนิยมเรียกชื่อย่อ VDR (Voltage Dependence Resistor) คือ ตัว
ตา้ นทานทีแ่ ปรค่าตามค่าแรงดัน วาริสเตอรจ์ ัดเป็นตวั ตา้ นทานที่ไมเ่ ปน็ เชิงเสน้ การใชง้ านจะใช้สำหรับป้องกัน
แรงดนั เกิน ลกั ษณะการทำงานจะคล้ายกับ ซเี นอร์ไดโอดสองตวั ต่อหลังชนกัน
2. สมรรถนะอาชพี ประจำหน่วย
ด้านความรู้
1. บอกสญั ลกั ษณข์ องเทอรม์ ิสเตอร์และวาริสเตอรไ์ ด้
2. บอกชนิดของเทอรม์ ิสเตอร์ได้
3. อธิบายคุณสมบัติของเทอร์มิสเตอร์และวาริสเตอร์
4. อธิบายโครงสร้างและสัญลักษณ์ของเทอร์มสิ เตอร์ได้
ด้านทกั ษะและการประยกุ ต์ใช้
1. ปฏบิ ัตติ ามใบงานท่ี 13 เรือ่ ง เทอร์มสิ เตอร์ และวารสิ เตอร์
2. ใชม้ ัลตมิ ิเตอร์วดั และทดสอบเทอร์มิสเตอร์ และวาริสเตอร์ได้
3. ใชม้ ลั ตมิ เิ ตอร์ตรวจสภาพของเทอร์มสิ เตอร์ และวาริสเตอร์ได้
ด้านคุณธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์และบูรณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
1. เห็นคณุ ค่าของความรู้พ้ืนฐานเกีย่ วกับเทอรม์ สิ เตอร์ และวาริสเตอร์
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 จุดประสงค์ทั่วไป
1. เพ่ือให้มีความรู้เกย่ี วกับการอธบิ ายโครงสรา้ งและสัญลักษณ์ของทอร์มิสเตอร์ได้
2. เพือ่ ให้มีทกั ษะในการสงั เกตวาริสเตอรไ์ ด้
3. เพื่อให้มีเจตคติทดี่ ใี นการจำแนกชนดิ ของเทอรม์ สิ เตอร์ได้
4. เพือ่ นำเทอร์มสิ เตอรแ์ ละวาริสเตอรไ์ ปประยกุ ต์ใช้งานในตา่ งๆ ได้
239
3.2 จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
1. อธบิ ายโครงสร้างและสญั ลักษณ์ของทอร์มิสเตอร์ได้
2. สังเกตวารสิ เตอร์ได้
3. จำแนกชนิดของเทอรม์ ิสเตอรไ์ ด้
4. นำเทอร์มสิ เตอรแ์ ละวาริสเตอร์ไปประยุกต์ใชง้ านในต่างๆ ได้
4. เนอ้ื หาสาระการสอน/การเรียนรู้
4.1 ดา้ นความรู้
1. โครงสรา้ งและสญั ลักษณ์ของทอรม์ ิสเตอร์
2. วาริสเตอร์
3. ชนดิ ของเทอร์มสิ เตอร์
4. นำเทอร์มิสเตอรแ์ ละวาริสเตอรไ์ ปประยุกต์ใชง้ านในต่างๆ
4.2 ด้านทกั ษะหรือปฏิบัติ
1. การทดลองที่ 13 เทอรม์ สิ เตอร์และวาริสเตอร์
2. แบบทดสอบบทที่ 13
4.3 ดา้ นคุณธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. นำเทอรม์ ิสเตอรแ์ ละวำรสิ เตอรไ์ ปประยกุ ตใ์ ชง้ ำนในตำ่ งๆ ได้
240
5. กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรือการเรยี นรู้
ขั้นตอนการสอนหรอื กจิ กรรมครู ขน้ั ตอนการเรียนหรอื กิจกรรมของผเู้ รยี น
ขั้นเตรียม(จำนวน 15 นาที) ข้ันเตรียม(จำนวน 15 นาที )
1. ผู้สอนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนำ 1. ผู้เรียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผู้สอน
รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเรื่อง แนะนำรายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียน
สารกง่ึ ตัวนำ
เรื่อง สารก่ึงตวั นำ
2. ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 2. ผู้เรียนทำความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์
เรียนที่ 13 และขอให้ผู้เรียนร่วมกันทำกิจกรรมการ การเรียนของหน่วยเรียนที่ 13 และการให้ความ
เรยี นการสอน
รว่ มมอื ในการทำกิจกรรม
ขน้ั การสอน(จำนวน 240 นาท)ี ขนั้ การสอน(จำนวน 240 นาที)
1. ผู้สอนให้ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทที่ 1. ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทที่ 13 เรื่อง
13 เรอ่ื ง เทอร์มิสเตอรแ์ ละวาริสเตอร์ และให้ผู้เรียน เทอร์มิสเตอร์และวาริสเตอร์ และผู้เรียนศึกษา
ศึกษาเอกสารประกอบการสอน วิชา อุปกรณ์ เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น ว ิ ช า อ ุ ป ก ร ณ์
อิเล็กทรอนิกส์และวงจร โดยให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วย อิเล็กทรอนิกส์และวงจร ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง
ตนเอง และสามารถสอบถามขอ้ สงสัยระหว่างเรียน และสามารถตอบขอ้ สงสัยระหว่างเรยี นได้
จากผ้สู อน 2. ผู้เรียนฟังอธิบายสารกึ่งตัวนำได้ศึกษาจาก
2. ผู้สอนให้ผู้เรียนอธิบายสารกึ่งตัวนำศึกษา PowerPoint
จาก PowerPoint 3. ผู้เรียนปฏิบัติใบงานที่ 13 เรื่อง เทอร์
3. ผู้สอนให้ผู้เรียนปฏิบัติใบงานที่ 13 เรื่อง มสิ เตอร์และวาริสเตอร์
เทอรม์ สิ เตอร์และวาริสเตอร์ 4. ผู้เรียนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อสงสัย
4. ผู้สอนสังเกตการณ์ปฏิบัติใบงานที่ 13 เรื่อง ระหวา่ งเรยี นจากผ้สู อน
เทอรม์ สิ เตอรแ์ ละวาริสเตอร์
ข้ันสรปุ (จำนวน 45 นาที) ข้ันสรปุ (จำนวน 45 นาที)
1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาที่ได้ 1. ผ้เู รยี นร่วมกันสรุปเนอื้ หาท่ีได้เรยี นใหม้ ี
เรยี นให้มคี วามเขา้ ใจในทศิ ทางเดยี วกนั ความเขา้ ใจในทศิ ทางเดยี วกัน
2. ผู้สอนให้ผูเ้ รียนทำแบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี 13 2. ผเู้ รยี นทำแบบฝกึ หัดหน่วยที่ 13
3. ผู้สอนให้ผู้เรียนศึกษาเพิ่มเติมนอกหอ้ งเรียน 3. ผูเ้ รยี นศกึ ษาเพม่ิ เติมนอกห้องเรียน ดว้ ย
ดว้ ย PowerPoint ที่จัดทำขึน้ PowerPoint ที่จัดทำขึ้น
241
6. ส่อื การเรยี นการสอน/การเรียนรู้
6.1 ส่ือส่ิงพิมพ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา อปุ กรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์และวงจร (Entrepreneurship)
2. ใบความรทู้ ี่ 13 เรอ่ื ง เทอร์มิสเตอร์และวารสิ เตอร์
3. การทดลองท่ี 13 เร่อื ง เทอรม์ ิสเตอร์และวาริสเตอร์ ขั้นประยุกต์ใช้ ข้อ 1
4. แบบทดสอบบทที่ 13 สรปุ และประเมินผล ขอ้ 2
5. แบบประเมนิ ผลงานตามใบงาน ใชป้ ระกอบการสอนขน้ั ประยุกต์ใช้ ข้อ 1
6. แบบประเมินพฤตกิ รรมการทำงาน ใชป้ ระกอบการสอนขน้ั ประยกุ ตใ์ ช้ ขัน้ สรุปและประเมนิ ผล
6.2 สื่อโสตทัศน์
1. Power Point เรอ่ื งเทอร์มิสเตอร์และวารสิ เตอร์
6.3 สื่อของจรงิ
1. เทอรม์ ิสเตอรแ์ ละวาริสเตอร์
7. แหล่งการเรยี นการสอน/การเรียนรู้
7.1 ภายในสถานศึกษา
1. ห้องสมดุ วทิ ยาลยั การอาชีพสว่างแดนดนิ
2. หอ้ งอนิ เตอรเ์ น็ตวทิ ยาลยั การอาชพี สว่างแดนดิน
7.2 ภายนอกสถานศึกษา
1. หอ้ งสมุดเฉลิมพระเกียรติอำเภอสวา่ งแดนดนิ
2. หอ้ งสมดุ ประชาชนเฉลมิ ราชกมุ ารอี ำเภอสว่างแดนดนิ
8. งานทีม่ อบหมาย
8.1 ก่อนเรียน
1. ผเู้ รียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
8.2 ขณะเรยี น
1. ศึกษาเนื้อหา ในบทที่ 13 เร่อื ง เทอร์มิสเตอร์และวารสิ เตอร์
2. รายงานผลหน้าชนั้ เรียน
3. ปฏิบตั ิใบปฏิบตั งิ านท่ี 13 เรอ่ื ง เทอรม์ ิสเตอร์และวาริสเตอร์
4. สรปุ ผลการทดลอง
8.3 หลังเรยี น
1. ทำแบบฝึกหดั บทที่ 13
242
9. ผลงาน/ชิน้ งาน ที่เกดิ จากการเรยี นรูข้ องผ้เู รียน
1. แบบฝกึ หัดบทท่ี 13 ใบปฏิบัติงานท่ี 13
2. ตรวจผลงาน
10. เอกสารอา้ งองิ
1. อดุลย์ กัลยาแก้ว . อุปกรณอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์และวงจร. : ศนู ย์สง่ เสริมอาชวี ะ (ศสอ)
11. การบรู ณาการ/ความสัมพนั ธ์กับรายวชิ าอืน่
1. บูรณาการกบั วชิ าอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกสเ์ บอื้ งต้น
2. บูรณาการกบั วิชาวงจรไฟฟ้าเบื้องต้น
12. หลกั การประเมนิ ผลการเรยี น
12.1 ก่อนเรียน
1. ตรวจผลงานตามใบปฏิบตั งิ านท่ี 13
2. สังเกตการปฏิบัติงาน
12.2 ขณะเรียน
-
12.3 หลังเรียน
1. ตรวจแบบฝึกหดั บทท่ี 13
2. ตรวจแบบแบบฝึกหัดผลการเรยี นรู้
13. รายละเอียดการประเมินผลการเรยี น
จุดประสงคข์ ้อท่ี 1 บอกสัญลกั ษณข์ องเทอรม์ สิ เตอร์และวารสิ เตอรไ์ ด้
1. วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถบอกสัญลักษณ์ของเทอร์มิสเตอร์และวารสิ เตอรไ์ ด้
4. เกณฑก์ ารผ่าน : บอกสญั ลักษณข์ องเทอร์มสิ เตอร์และวารสิ เตอรไ์ ด้ ไดค้ ะแนน 0.5 คะแนน
จดุ ประสงคข์ อ้ ที่ 2 บอกชนดิ ของเทอร์มิสเตอร์ได้
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมิน : สามารถบอกชนดิ ของเทอร์มิสเตอร์ได้
4. เกณฑก์ ารผา่ น : บอกชนดิ ของเทอรม์ ิสเตอร์ได้ ไดค้ ะแนน 0.5 คะแนน
243
จุดประสงคข์ ้อท่ี 3 อธิบายคุณสมบัติของเทอร์มสิ เตอรแ์ ละวาริสเตอร์
1. วธิ ีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครือ่ งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถอธิบายคุณสมบตั ขิ องเทอร์มสิ เตอร์และวารสิ เตอร์
4. เกณฑ์การผ่าน : อธบิ ายคุณสมบตั ขิ องเทอร์มิสเตอรแ์ ละวาริสเตอร์ ได้คะแนน 1 คะแนน
จดุ ประสงค์ขอ้ ท่ี 4 อธิบายโครงสรา้ งและสัญลักษณ์ของเทอร์มสิ เตอร์ได้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมิน : สามารถอธิบายโครงสร้างและสัญลกั ษณข์ องเทอร์มสิ เตอร์ได้
4. เกณฑ์การผา่ น : อธิบายโครงสรา้ งและสญั ลักษณข์ องเทอร์มิสเตอร์ได้ ไดค้ ะแนน 1 คะแนน
จุดประสงคข์ อ้ ท่ี 5 ปฏบิ ัตติ ามใบงานท่ี 13 เรอ่ื ง เทอรม์ ิสเตอร์ และวาริสเตอร์
1. วธิ กี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมนิ : สามารถปฏบิ ตั ติ ามใบงานท่ี 13 เร่อื ง เทอรม์ สิ เตอร์ และวาริสเตอร์
4. เกณฑ์การผ่าน : ปฏิบตั ติ ามใบงานท่ี 13 เรอ่ื ง เทอร์มิสเตอร์ และวารสิ เตอร์ได้ ไดค้ ะแนน 1 คะแนน
จุดประสงค์ขอ้ ที่ 6 ใชม้ ลั ติมเิ ตอร์วดั และทดสอบเทอร์มิสเตอร์ และวาริสเตอร์ได้
1. วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่อื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถใชม้ ลั ตมิ ิเตอร์วัดและทดสอบเทอร์มิสเตอร์ และวาริสเตอร์ได้
4. เกณฑ์การผ่าน : ใชม้ ลั ติมเิ ตอร์วัดและทดสอบเทอรม์ สิ เตอร์ และวาริสเตอร์ได้ ได้คะแนน 0.5 คะแนน
จดุ ประสงคข์ ้อที่ 7 ใช้มลั ติมเิ ตอร์ตรวจสภาพของเทอร์มสิ เตอร์ และวารสิ เตอร์ได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมิน : สามารถใชม้ ัลติมิเตอร์ตรวจสภาพของเทอร์มสิ เตอร์ และวาริสเตอร์ได้
4. เกณฑ์การผา่ น : ใช้มัลตมิ ิเตอร์ตรวจสภาพของเทอร์มิสเตอร์ และวาริสเตอร์ได้ ได้คะแนน 0.5 คะแนน
จุดประสงค์ข้อที่ 7 เห็นคุณค่าของความรพู้ ืน้ ฐานเกยี่ วกบั เทอรม์ ิสเตอร์ และวารสิ เตอร์
1. วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่ืองการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมนิ : เห็นคณุ คา่ ของความร้พู ื้นฐานเก่ยี วกบั เทอรม์ สิ เตอร์ และวารสิ เตอร์
4. เกณฑ์การผ่าน : เห็นคุณค่าของความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเทอร์มิสเตอร์ และวาริสเตอร์ ได้คะแนน 0.55
คะแนน
244
14. แบบทดสอบก่อนเรียน
หน่วยการสอนท่ี 13 ช่ือหน่วยการสอน เทอร์มิสเตอร์ และวาริสเตอร์
วัตถปุ ระสงค์ เพอ่ื ประเมินความรพู้ นื้ ฐานเก่ียวกับเทอร์มสิ เตอร์ และวารสิ เตอร์
ขอ้ คำถาม
คำส่ัง จงเลือกคำตอบท่ถี ูกต้องที่สดุ
1. เทอรม์ ิสเตอรม์ หี ลกั การทำงานอย่างไร
ก. ค่าความต้านทานเปล่ยี นตามเวลา ข. คา่ ความต้านทานเปลี่ยนตามแรงดัน
ค. คา่ ความต้านทานเปลยี่ นตามอุณหภูมิ ง. ค่าความตา้ นทานเปลยี่ นตามแสง
2. เทอรม์ สิ เตอร์ มีอักษรย่อคือข้อใด
ก. TR ข. TH ค. TO ง. RS
3. ระดบั แรงดันช่วยทีว่ าริสเตอรท์ ที่ ำจากไททาเนียมออกไซด์
ก. ประมาณ 2V ข. ประมาณ 2.3V ค. ประมาณ 2.5V ง. ประมาณ 2.7V
4. เทอร์มสิ เตอร์ทน่ี ิยมใช้กนั มีอยูก่ ี่แบบ
ก. 1 แบบ ข. 2 แบบ ค. 3 แบบ ง. 4 แบบ
5. NTC หมายความวา่ อยา่ งไร
ก. เทอร์มสิ เตอรท์ ี่มีค่าอุณหภูมเิ ปน็ บวก ข. เทอรม์ ิสเตอร์ทมี่ ีค่าอุณหภูมิเป็นลบ
ค. เทอรม์ ิสเตอร์มีค่าอุณหภูมเิ ปลย่ี นแปลงตลอดเวลา ง. ไมม่ ขี ้อถูก
6. วารสิ เตอรม์ หี ลักการทำงานอย่างไร
ก. คา่ ความต้านทานเปลี่ยนตามเวลา ข. คา่ ความตา้ นทานเปลี่ยนตามอุณหภมู ิ
ค. คา่ ความตา้ นทานเปลี่ยนตามแสง ง. ค่าความต้านทานเปล่ยี นตามแรงดนั
7. คา่ ความตา้ นทานของเทอร์มิสเตอร์มีค่าโดยประมาณอยู่ที่เท่าไหร่
ก. 1Ω-10KΩ ข. 1Ω-100KΩ ค. 100Ω-1mΩ ง. 100Ω-10mΩ
8. วารสิ เตอร์ทท่ี ำจากสังกะสีออกไซด์ จะนำไปใช้งานประเภทใด
ก. การขจัดสัญาณท่ีเป็นพลั ซ์กำลงั งานสงู ข. วงจรรักษาระดับแรงดนั
ค. ปอ้ งกันอุปกรณ์ทมี่ ีแรงดนั ต่ำ ง. การใช้งานตอ่ เน่ือง
9. การทำงานของวาริสเตอร์เหมอื นอุปกรณ์ในข้อใด
ก. ไดแอกและไทรแอก ต่ออนุกรมกัน ข. ไดแอก2ตัว ตอ่ อนกุ รมกนั
ค. ซีเนอรไ์ ดโอด 2ตวั ตอ่ หลังชนกนั ง. เอสซีอาร์ 2ตวั ตอ่ ขนานกัน
10. การใช้วาริสเตอร์ตอ้ งคำนึงถึงสิ่งใดบา้ ง
ก. ค่ากระแสวารสิ เตอร์สูงสุด ข. ค่าแรงดันสงู สุด
ค. คา่ กำลงั งานท่ีกระจายในตัววาริสเตอร์ ง. ถกู ทกุ ขอ้
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
ข้อ1 ข้อ2 ข้อ 3 ขอ้ 4 ขอ้ 5 ข้อ 6 ขอ้ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 ขอ้ 10
ค. ข. ง. ง. ข. ง. ง. ข. ค. ง.
245
15. แบบทดสอบหลงั เรียน
หน่วยการสอนท่ี 13 ชื่อหน่วยการสอน เทอร์มิสเตอร์ และวารสิ เตอร์
วัตถปุ ระสงค์ เพอ่ื ประเมนิ ความรพู้ นื้ ฐานเก่ียวกับเทอร์มสิ เตอร์ และวาริสเตอร์
ขอ้ คำถาม
คำส่ัง จงเลอื กคำตอบท่ถี ูกต้องทสี่ ดุ
1. เทอรม์ สิ เตอร์มหี ลกั การทำงานอย่างไร
ก. คา่ ความตา้ นทานเปลี่ยนตามเวลา ข. คา่ ความต้านทานเปลี่ยนตามแรงดัน
ค. ค่าความตา้ นทานเปลีย่ นตามอณุ หภูมิ ง. ค่าความตา้ นทานเปลยี่ นตามแสง
2. เทอร์มิสเตอร์ มีอักษรย่อคือข้อใด
ก. TR ข. TH ค. TO ง. RS
3. ระดับแรงดนั ชว่ ยทว่ี ารสิ เตอร์ทที่ ำจากไททาเนียมออกไซด์
ก. ประมาณ 2V ข. ประมาณ 2.3V ค. ประมาณ 2.5V ง. ประมาณ 2.7V
4. เทอรม์ สิ เตอรท์ ี่นยิ มใช้กันมีอยกู่ ี่แบบ
ก. 1 แบบ ข. 2 แบบ ค. 3 แบบ ง. 4 แบบ
5. NTC หมายความวา่ อย่างไร
ก. เทอร์มสิ เตอรท์ ่ีมีค่าอณุ หภูมิเปน็ บวก ข. เทอรม์ ิสเตอร์ทม่ี ีค่าอุณหภูมิเป็นลบ
ค. เทอร์มิสเตอร์มคี ่าอุณหภูมิเปลย่ี นแปลงตลอดเวลา ง. ไมม่ ขี ้อถูก
6. วารสิ เตอรม์ หี ลักการทำงานอย่างไร
ก. ค่าความต้านทานเปล่ียนตามเวลา ข. คา่ ความตา้ นทานเปลย่ี นตามอณุ หภมู ิ
ค. ค่าความต้านทานเปลยี่ นตามแสง ง. ค่าความต้านทานเปลีย่ นตามแรงดนั
7. ค่าความตา้ นทานของเทอร์มสิ เตอร์มีค่าโดยประมาณอยู่ที่เท่าไหร่
ก. 1Ω-10KΩ ข. 1Ω-100KΩ ค. 100Ω-1mΩ ง. 100Ω-10mΩ
8. วาริสเตอร์ทท่ี ำจากสังกะสีออกไซด์ จะนำไปใช้งานประเภทใด
ก. การขจัดสญั าณทเ่ี ปน็ พัลซ์กำลงั งานสงู ข. วงจรรักษาระดับแรงดนั
ค. ปอ้ งกนั อุปกรณท์ ่ีมีแรงดันตำ่ ง. การใช้งานตอ่ เน่ือง
9. การทำงานของวาริสเตอร์เหมือนอุปกรณ์ในข้อใด
ก. ไดแอกและไทรแอก ต่ออนุกรมกัน ข. ไดแอก2ตัว ตอ่ อนกุ รมกนั
ค. ซีเนอรไ์ ดโอด 2ตวั ตอ่ หลังชนกนั ง. เอสซีอาร์ 2ตวั ตอ่ ขนานกัน
10. การใช้วารสิ เตอร์ต้องคำนึงถงึ สิ่งใดบา้ ง
ก. ค่ากระแสวาริสเตอรส์ งู สดุ ข. ค่าแรงดันสงู สุด
ค. ค่ากำลงั งานท่กี ระจายในตัววาริสเตอร์ ง. ถกู ทกุ ขอ้
เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น
ขอ้ 1 ขอ้ 2 ข้อ 3 ขอ้ 4 ขอ้ 5 ข้อ 6 ขอ้ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 ขอ้ 10
ค. ข. ง. ง. ข. ง. ง. ข. ค. ง.
246
16. ใบความรู้ท่ี 13
หนว่ ยการสอนท่ี 13 ช่ือหน่วยการสอน เทอรม์ สิ เตอรแ์ ละวาริสเตอร์
หวั ข้อเรอ่ื ง เทอร์มสิ เตอรแ์ ละวารสิ เตอร์
13.1 โครงสร้างและสัญลักษณ์ของเทอรม์ ิสเตอร์
เทอร์มิสเตอร์ หมายถึง ความร้อน ดังนั้น เทอร์มิสเตอร์จึงเรียกอีกอยา่ งหนึ่งว่า “ตัวต้านทานความ
รอ้ น” เปน็ อปุ กรณ์สารก่ึงตัวนำทท่ี ำมาจากโลหะออกไซด์
13.2 ชนิดของเทอร์มิสเตอร์
1. NTC (Negative Temperature Coefficient) เป็นเทอร์มิสเตอร์แบบที่ค่าความต้านทานจะลดลง
เมอ่ื อุณหภูมิสูงขนึ้
2. PTC (Positive Temperature Coefficient) เป็นเทอร์มิสเตอร์แบบที่ค่าความต้านทานจะเพิ่มข้ึน
เมอ่ื อณุ หภูมสิ งู ข้นึ
13.3 วารสิ เตอร์ (Varistor)
วาริสเตอร์ (Varistor) หรือนิยมเรียกชื่อย่อ VDR (Voltage Dependence Resistor) คือ ตัวต้านทาน
ที่แปรค่าตามค่าแรงดัน วาริสเตอร์จัดเป็นตัวต้านทานที่ไม่เป็นเชิงเส้นโครงสร้างภายในลิตมาจากสารกึ่งตัวนำ
ซลิ ิกอนคารไ์ บด์ (Sic) , สงั กะสอี อกไซด์ (Zno2) หรือไททาเนียมออกไซด์ (Tio2) โดยบดสารเหล่านีใ้ ห้เปน็ เซรา
มิก
ลักษณะเด่นของตัวต้านทานที่แปรค่าตามแรงดันนี้คือ คุณสมบัติระหว่างความต้านทานต่อแรงดันน้ัน
จะสมมาตรกนั และไม่ข้นึ กับขัว้ ของ แรงดนั ดว้ ย ดังรูปท่ี 13.4 ถงึ แม้วา่ ในความเป็นจริงแลว้ หนา้ สมั ผัสเดี่ยวใดๆ
ของสารที่ใช้ทำตัวต้านทานจะยอมให้กระแสไหลผ่านได้ทางเดียวก็ตาม แต่การกระจายอย่างไม่เป็นระเบียบ
ของหน้าสัมผัสจำนวนมากซึ่งต่ออนุกรมและขนาน กันมีผลทำให้เกิดการเรียงกระแสในทิศทางตรงกันข้ามมี
จำนวนเท่าๆ กัน ดังนั้นตัวต้านทานชนิดนี้จึงสามารถนำไปใช้งานที่เกี่ยวกับไฟกระแสสลับ ซึ่งไดโอดที่นิยม
นำมาใช้ป้องกนั ไม่สามารถใช้งานได้ การทำงานของวารสิ เตอร์นนั้ สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายโดยพิจารณาว่า
เป็นซีเนอร์ไดโอดสองตัวต่อหลังชนกัน เมื่อค่าแรงดันที่ป้อนให้วาริสเตอร์ตำ่ กว่าค่าที่กำหนดไว้ กระแสจะไหล
ได้นอ้ ย เนอื่ งจากคา่ ความต้านทานทส่ี ูง เม่ือแรงดันเพมิ่ ขน้ึ ค่าความต้านทานจะลดลงและกระแสจะเพิ่มขึ้นเป็น
ลกั ษณะ คลนื่ เอกซ์โพเนนเชียล (Exponential) ดงั รูปท่ี 13.4
ความสมั พนั ธ์ระหว่างคา่ แรงดนั (V) และกระแส (I) ของวารสิ เตอรส์ ามารถอธบิ ายไดด้ ว้ ยสมการ
เมื่อ V คอื คา่ ของแรงดนั ไฟฟ้า มีหน่วยเปน็ โวลต์ (V)
I คือ คา่ กระแสไฟฟา้ มหี นว่ ยเปน็ แอมแปร์ (A)
C และ เปน็ คา่ คงทขี่ องสารทใ่ี ช้ทำตัวตา้ นทาน
ในทางปฏิบัตคิ า่ ของ C อยูใ่ นช่วง 14 จนถงึ 3000 การเลือกใช้ชนิดของวารสิ เตอร์ให้เหมาะสมกับงาน
นน้ั ไม่จำเปน็ ทเ่ี ราตอ้ งรู้คณุ สมบตั ิของมนั อย่างแทจ้ ริงเพียงแต่รู้ข้อมูลบางอยา่ งเช่น
1. ระดับแรงดันช่วงทีว่ าริสเตอร์เริ่มทำงาน ซึ่งความแหลมของช่วงแรงดันนี้เป็นคณุ สมบัตทิ ี่ขึ้นอยู่กับ
สารที่ใช้ทำ ยกตัวอย่างเช่น วาริสเตอร์ที่ทำจากสังกะสีออกไซด์ จะมีช่วงแรงดันที่แหลมกว่าชนิดที่ทำจาก
ซิลิกอนคาร์ไบด์ ส่วนวาริสเตอร์ที่ทำจากไททาเนียมออกไซด์จะมีช่วงแรงดันค่อนข้างต่ำ ประมาณ 2.7 โวลต์
แรงดันช่วงทว่ี ารสิ เตอร์เรมิ่ ทำงานน้ีจะถกู กำหนดมา สำหรับคา่ กระแสทเี่ หมาะสมซ่ึงข้ึนอยู่กับค่าของวารสิ เตอร์
247
2. ค่าคงทน่ี ม้ี คี ่าน้อยมากสำหรับวาริสเตอรท์ ่ีทำจากสังกะสีออกไซด์ ซ่ึงหมายความวา่ ถึงแม้ว่าจะเพิ่ม
คา่ แรงดนั เปน็ จำนวนน้อยแตจ่ ะกอ่ ให้เกดิ การเพิ่มขน้ึ ของกระแสอย่างมากมาย
3. การใช้งานอย่างต่อเนือ่ ง ซึ่งมีความสำคัญเมื่อใช้วาริสเตอร์ในวงจรรกั ษาระดบั แรงดันหรอื วงจรท่มี ี
อตั ราการสง่ พลั ส์อยา่ งเรว็ มาก
การประยกุ ตใ์ ช้งาน
วารสิ เตอร์นัน้ ถกู นำไปใชใ้ นการกำจัดสัญญาณรบกวนทเี่ ปน็ พลั ส์กำลงั งานสูง โดยเฉพาะ เช่น จากแสง
สว่าง หรอื อนื่ ๆ ทเี่ กดิ ขึน้ ในวงจรทีม่ ตี ัวเหน่ียวนำถกู เปิดวงจร. การตัดตอ่ นี้ อาจจะเป็นผลจากสวิตซ์ ฟวิ ส์ หรือ
จากสารกงึ่ ตัวนำถา้ สารก่งึ ตัวนำ น้เี ปน็ ไทริสเตอร์ เราอาจจะคดิ ว่าไม่มปี ัญหาเกิดข้ึน เน่ืองจากอุปกรณ์นี้จะเปิด
วงจรเฉพาะจุดที่แรงดันของแหล่งจ่ายไฟเท่ากับ ศูนย์ ดังนั้น จึงไม่น่าที่จะมีแรงดันเหนี่ยวนำเกิดขึ้น ซึ่งความ
จริงแล้ว การตัดต่อ จะเกิดขึ้นในขณะเดียวกับที่กระแสลดลงต่ำกว่า ค่ายึด ( holding value ) ซ่ึงเป็น
คา่ กระแสท่ีจำเปน็ สำหรับรักษาใหไ้ ทรสิ เตอร์ยังคงนำกระแสอยู่ ค่ากระแสยดึ มคี ่าไม่เท่ากับ ศนู ย์ จึงทำให้เกิด
แรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนำ จำนวนเล็กน้อยขึ้น. ในหลายๆ กรณี พลังงานสนามแม่เหล็กซึ่งเท่ากับ 1 / 2 L(I
กำลัง2) จะถกู กระจายผ่านไดโอด และ สว่ นของความต้านทานท่ีเกิดจากการเหนยี่ วนำด้วยตวั เอง โดยท่ี I เป็น
คา่ กระแสใน ขณะตดั วงจร เน่ืองจากค่าความเหนยี่ วนำดว้ ยตวั เองสว่ นใหญ่ แลว้ จะเปน็ การควบคุมทาง ดา้ นไฟ
กระแสในขณะตัดวงจร และ L เปน็ คา่ ความเหนีย่ วนำท้งั หมดของวงจร เนือ่ งจากค่าความเหนยี่ วนำด้วยตัวเอง
ส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นการควบคุมทางด้านไฟกระ แสสลับ จึงทำให้ไม่สามารใช้ไดโอดได้. ดังนั้น วาริสเตอร์จึง
เปน็ หนทางเดยี ว ที่จะแก้ปญั หาน้ีได้
สิง่ ท่ีควรคำนงึ ถงึ ในการเลือกใชว้ ารสิ เตอร์สำหรบั งานเฉพาะ คอื
1. แรงดันที่เป็นยอด ซึ่งอุปกรณ์ที่ถูกป้องกันสามารถทนได้โดยไม่เกิดความเสียหายนั้น จะต้องเลือก
วาริสเตอร์ ที่มีคา่ แรงดัน เรม่ิ ทำงานตำ่ กว่า แรงดันทเี่ ป็นยอดน้ี
2. ค่าแรงดันสูงสุด (VP) ที่ตกคร่อมวาริสเตอรภ์ ายใต้เงือ่ นไขปกติ (ในงานเกี่ยวกับไฟกระแสสลับ ค่า
VP = 1.414 Vrms) เป็นกฏที่ต้องจำไว้ว่า กระแสที่ไหลผ่านวาริสเตอร์ที่ระดับแรงดันขนาดน้ี จะต้อง ต่ำกว่า 1
mA
3. คา่ กระแสทรานซสิ เตอรส์ งู สุด
4. ค่ากำลังงานที่กระจายตัวในวาริสเตอร์ ระหว่างมีสัญญาณรบกวนเกิดขึ้น เมื่อตัววาริสเตอร์ต่อ
คร่อมตวั เหนีย่ วนำอยู่ ค่ากำลังงานนจ้ี ะต้องน้อยกว่า 1 / 2 L(Iกำลงั 2)
5. การกระจายกำลังงานเฉลี่ย โดยเฉพาะอย่างย่ิงถา้ ตราส่งพลั ส์มีค่าสงู หรอื ถ้าแรงดันเร่ิมทำงานไม่
สงู เกินกว่าคา่ แรงดนั ปฏบิ ัตงิ านในภาวะปกติ
248
17. ใบงานที่ 13
หนว่ ยการสอนที่ 13 ชื่อหน่วยการสอน เทอร์มสิ เตอร์และวาริสเตอร์
หวั ข้อเร่อื ง เทอร์มสิ เตอรแ์ ละวารสิ เตอร์
จดุ ประสงค์
1. ปฏบิ ัติการทดลองหาคุณสมบตั ิเทอร์มิสเตอร์และวารสิ เตอร์
2. สามารถตรวจสอบเทอรม์ ิสเตอรด์ ว้ ยโอหม์ มเิ ตอร์ได้
3. สามารถนำเทอร์มิสเตอร์และวารสิ เตอร์ไปประยุกตใ์ ชใ้ นงานด้านตา่ งๆ ได้
เครอ่ื งมือและอุปกรณ์
1. แหล่งจ่ายไฟกระแสตรงชนิดปรบั ค่าได้ 0 – 30 V 1 เครื่อง
2. มัลติมิเตอร์ 1 เครอ่ื ง
3. ชดุ ฝกึ วชิ าอปุ กรณอ์ ิเล็กทรอนกิ ส์ 1 ชดุ
ลำดับดบั ขนั้ การทดลอง
1. ทดลองใช้โอห์มมิเตอร์วัดคา่ ความต้านทานจากเทอร์มิสเตอร์ ตามสภาวะอุณหภูมติ ่าง ๆ ที่กำหนด
ตามตารางที่ 13.1 บนั ทกึ ผลการทดลองที่ไดล้ งในตารางที่ 13.3
เทอร์มสิ เตอร์ อณุ หภมู ิ ค่าความตา้ นทาน (Ω)
NTC ปกติ
สงู ข้ึน
PTC ปกติ
สูงขึน้
ตารางที่ 13.1
หมายเหตุ อุณหภูมิสงู ข้นึ ใหใ้ ช้หลอดไฟ จำนวน 1 หลอดเป็นตวั ใหค้ วามร้อนท้ิงไว้ 1-2 นาที แลว้ บนั ทึกผล
2. ประกอบวงจรตามรูปที่ 13.1 โดยใชเ้ ทอร์มิสเตอร์ NTC
รูปที่ 13.1
3. ใช้โอหม์ มเิ ตอรว์ ัดความต้านทานของเทอร์มิสเตอร์ในสภาวะตา่ งๆ ตามตารางท่ี 13.2 บันทึกผลการ
ทดลองที่ได้ลงในตารางที่ 13.2 (บันทึกผลโดยที่การเปลี่ยนแปลงค่านั้นให้เว้นระยะเวลาประมาณ 20 วินาที
หลงั จากเพ่มิ หลอดไฟแล้ว)
249
หลอดไฟ ค่าความตา้ นทาน (Ω))
0 (อณุ หภมู หิ ้อง)
1 ดวง
2 ดวง
3 ดวง
4 ดวง
5 ดวง
ตารางที่ 13.2
4. นำผลทไ่ี ด้จากการทดลองในตารางที่ 13.2 มาวาดรปู กราฟความสัมพันธร์ ะหว่างความต้านทานกับ
อณุ หภมู ขิ องเทอร์มิสเตอร์ ลงในรูปที่ 13.2
รปู ท่ี 13.2
5. ประกอบวงจรตามรปู ที่ 13.3
รูปท่ี 13.3
250
6. ปรับแรงดัน ES ตามตารางท่ี 13.3 ใชม้ เิ ตอร์ VVDR, I, VR บนั ทกึ ค่าทไี่ ด้ลงในตาราง
ES 10 15 20 22 24 26 28 30 V
VVDR V
IA
VR V
RVDR Ω
ตารางท่ี 13.3
7. คำนวณค่าความต้านทานของวาริสเตอร์ที่เปลี่ยนไปเมื่อมีค่าแรงดันต่าง จากสูตร RVDR= VVDR /I
บนั ทกึ ค่าท่คี ำนวณได้ลงในตารางที่ 13.3
สรุปและวิจารณ์ผลการทดลองทุกๆ ขนั้ ตอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
251
18. แบบประเมนิ ผล
แบบประเมนิ ผลการนำเสนอผลงาน
ชือ่ กลมุ่ ……………………………………………ชัน้ ………………………หอ้ ง............................
รายช่อื สมาชิก
1……………………………………เลขท…ี่ …. 2……………………………………เลขท่ี…….
3……………………………………เลขท…ี่ …. 4……………………………………เลขที่…….
ที่ รายการประเมนิ คะแนน ขอ้ คิดเห็น
32 1
1 เนอื้ หาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความร้เู กี่ยวกบั เนอ้ื หา ความถกู ตอ้ ง
ปฏิภาณในการตอบ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า)
2 รปู แบบการนำเสนอ
3 การมสี ่วนรว่ มของสมาชิกในกลมุ่
4 บุคลิกลักษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้ำเสียง ซึ่งทำให้ผู้ฟังมีความ
สนใจ
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
เกณฑ์การให้คะแนน
1. เนอื้ หาสาระครอบคลุมชัดเจนถกู ต้อง
3 คะแนน = มสี าระสำคัญครบถ้วนถกู ต้อง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสำคญั ไมค่ รบถว้ น แต่ตรงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระสำคญั ไมถ่ ูกต้อง ไมต่ รงตามจดุ ประสงค์
2. รปู แบบการนำเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนำเสนอท่ีเหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคทแี่ ปลกใหม่ ใชส้ อ่ื และเทคโนโลยี
ประกอบการ นำเสนอทน่ี ่าสนใจ นำวสั ดใุ นท้องถิ่นมาประยุกตใ์ ช้อย่างคุ้มค่าและ
ประหยดั
2 คะแนน = มเี ทคนิคการนำเสนอทแ่ี ปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยีประกอบการนำเสนอที่น่าสนใจ
แตข่ าดการประยุกต์ใช้ วัสดใุ นทอ้ งถ่นิ
1 คะแนน = เทคนคิ การนำเสนอไม่เหมาะสม และไมน่ า่ สนใจ
3. การมีสว่ นร่วมของสมาชกิ ในกลุ่ม
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีบทบาทและมีส่วนรว่ มกิจกรรมกลุม่
2 คะแนน = สมาชิกสว่ นใหญ่มบี ทบาทและมสี ว่ นรว่ มกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชกิ ส่วนน้อยมีบทบาทและมสี ่วนรว่ มกจิ กรรมกล่มุ
4. ความสนใจของผู้ฟัง
3 คะแนน = ผ้ฟู งั มากกว่าร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมอื
2 คะแนน = ผูฟ้ งั ร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความรว่ มมือ
1 คะแนน = ผฟู้ ังน้อยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ
252
แบบประเมนิ กระบวนการทำงานกล่มุ
ช่อื กลมุ่ ……………………………………………ช้ัน………………………หอ้ ง............................
รายชือ่ สมาชิก
1……………………………………เลขท…ี่ …. 2……………………………………เลขท…ี่ ….
3……………………………………เลขท…ี่ …. 4……………………………………เลขท…่ี ….
ที่ รายการประเมิน คะแนน ข้อคิดเหน็
321
1 การกำหนดเป้าหมายรว่ มกัน
2 การแบ่งหนา้ ที่รับผิดชอบและการเตรยี มความ
พรอ้ ม
3 การปฏบิ ตั หิ นา้ ทท่ี ี่ได้รับมอบหมาย
4 การประเมินผลและปรบั ปรุงงาน
รวม
ผ้ปู ระเมนิ …………………………………………………
วันท่ี…………เดอื น……………………..พ.ศ…………...
เกณฑ์การให้คะแนน
1. การกำหนดเปา้ หมายร่วมกัน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนดเปา้ หมายการทำงานอย่างชัดเจน
2 คะแนน = สมาชิกสว่ นใหญ่มสี ่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน
1 คะแนน = สมาชกิ สว่ นน้อยมสี ว่ นรว่ มในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน
2. การหน้าท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานได้ทั่วถึง และตรงตามความสามารถของสมาชกิ ทุกคน มีการจัดเตรียม
สถานท่ี สอ่ื /อุปกรณ์ไว้อยา่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ ่ัวถงึ แตไ่ ม่ตรงตามความสามารถ และมสี ื่อ/อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพรอ้ มเพรยี ง
แต่ขาดการจัดเตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ท่ัวถงึ และมสี ่ือ / อปุ กรณไ์ มเ่ พียงพอ
3. การปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ที ี่ได้รับมอบหมาย
3 คะแนน = ทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่กำหนด
2 คะแนน = ทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมาย แตช่ า้ กวา่ เวลาที่กำหนด
1 คะแนน = ทำงานไมส่ ำเร็จตามเปา้ หมาย
4. การประเมินผลและปรบั ปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชกิ ทกุ คนร่วมปรกึ ษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรบั ปรงุ งานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนมสี ว่ นร่วมปรึกษาหารือ แต่ไม่ปรบั ปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีสว่ นร่วมไมม่ สี ว่ นรว่ มปรกึ ษาหารอื และปรบั ปรุงงาน
253
19. แบบฝกึ หัด
แบบฝกึ หัดทา้ ยหนว่ ยท่ี 13
เทอร์มสิ เตอร์และวารสิ เตอร์
จงตอบคำถามต่อไปน้ี
1. จงบอกสญั ลักษณ์ของเทอร์มสิ เตอรแ์ ละวาริสเตอร์ พร้อมวาดรปู ประกอบ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จงบอกชนิดของเทอรม์ ิสเตอรว์ ่ามีกช่ี นดิ ชนดิ อะไรบา้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จงอธบิ ายคุณสมบตั ิของเทอร์มิสเตอร์และวารสิ เตอร์ มาอยา่ งละเอยี ด
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. จงอธบิ ายโครงสร้างและสัญลกั ษณ์ของเทอร์มสิ เตอร์ พร้อมวาดรูปประกอบ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
254
20. บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้แบบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชพี และบรู ณาการตามหลกั
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
20.1 สรุปผลการจดั การเรยี นรู้
รายการ ระดบั การปฏบิ ัติ
54321
ด้านการเตรียมการสอน
1.จดั หนว่ ยการเรียนรไู้ ดส้ อดคลอ้ งกับวตั ถุประสงคก์ ารเรียนรู้
2. กำหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ครอบคลุมท้งั ดา้ นความรู้ ด้านทักษะ และด้านจติ พสิ ยั
3. เตรยี มวัสดุ-อุปกรณ์ ส่ือ นวตั กรรม กิจกรรมตามแผนการจดั การเรียนรกู้ ่อนเขา้
สอน
ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
4. มีวธิ กี ารนำเขา้ สู่บทเรียนท่ีนา่ สนใจ
5. มกี ิจกรรมท่หี ลากหลาย เพ่ือชว่ ยใหผ้ เู้ รียนเกดิ การเรียนรู้ ความเขา้ ใจ
6. จัดกิจกรรมที่สง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นคน้ คว้าเพื่อหาคำตอบด้วยตนเอง
7. นักเรียนมสี ่วนรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
8. จดั กจิ กรรมทเ่ี นน้ กระบวนการคิด ( คิดวเิ คราะห์ คดิ สงั เคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ )
9. กระตุ้นใหผ้ ู้เรยี นแสดงความคดิ เหน็ อย่างเสรี
10. จดั กิจกรรมการเรยี นรู้ท่เี ชอื่ มโยงกบั ชีวิตจริงโดยนำภูมปิ ัญญา/บูรณาการเขา้ มา
มสี ว่ นร่วม
11. จัดกิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม
12. มีการเสรมิ แรงเม่ือนักเรียนปฏิบัติ หรอื ตอบถูกต้อง
13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผูเ้ รียน
14. เอาใจใส่ดูแลผู้เรยี น อย่างทวั่ ถงึ
15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกับเวลาที่กำหนด
ด้านสือ่ นวัตกรรม แหลง่ การเรยี นรู้
16. ใชส้ ือ่ ทเ่ี หมาะสมกับกิจกรรมและศักยภาพของผู้เรยี น
17. ใช้สอ่ื แหล่งการเรียนร้อู ย่างหลากหลาย เช่น บคุ คล สถานท่ี ของจริง เอกสาร
สอ่ื อเิ ล็กทรอนิกส์ และอินเทอรเ์ นต็ เป็นต้น
13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผ้เู รยี น
14. เอาใจใสด่ แู ลผูเ้ รยี น อย่างท่วั ถึง
15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกับเวลาทีก่ ำหนด
ด้านการวัดและประเมินผล
18. ผูเ้ รียนมสี ่วนร่วมในการกำหนดเกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล
19. ประเมินผลอย่างหลากหลายและครบทั้งดา้ นความรู้ ทักษะ และจติ พิสยั
20. ครู ผู้เรยี น ผปู้ กครอง หรือ ผู้ที่เกยี่ วข้องมีส่วนร่วม ในการประเมนิ
หมายเหตุ ระดับการปฏบิ ัติ 5 = ปฏบิ ตั ิดเี ย่ียม 4 = ปฏบิ ตั ดิ ี 3 = รวม
ปฏิบตั พิ อใช้ 2 = ควรปรบั ปรุง 1 = ไมม่ กี ารปฏบิ ตั ิ เฉล่ยี
255
20.2 ปัญหาท่ีพบ และแนวทางแก้ปัญหา
ปัญหาท่ีพบ แนวทางแกป้ ญั หา
ดา้ นการเตรียมการสอน
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
ด้านการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
ดา้ นสือ่ นวัตกรรม แหลง่ การเรยี นรู้
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
ดา้ นการวัดประเมนิ ผล
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
ดา้ นอืน่ ๆ (โปรดระบเุ ป็นขอ้ ๆ)
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
ลงชือ่ ........................................................................ ครผู ูส้ อน
(นายปฏพิ าน สนี าบญุ )
ตำแหน่ง ครูพิเศษสอน
............../.................................../....................
21. บันทกึ การนิเทศและติดตาม 256
ชอ่ื -สกุล ผ้นู เิ ทศ ตำแหน่ง
วัน-เดือน-ปี เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม
257
แผนการจัดการเรียนรู้ แบบม่งุ เน้นสมรรถนะอาชีพ
และบูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหัสวชิ า 20105-2005 วชิ า อปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์และวงจร
หนว่ ยท่ี 14 ช่อื หนว่ ย ไดแอก
ชือ่ เรอ่ื ง ไดแอก จำนวน 5 ช่วั โมง
1. สาระสำคัญ
ไดแอก (DIAC) หรือ “DIODE-AC” เป็นอุปกรณ์จุดชนวนไทรแอก ลักษณะโครงสร้างจะเป็นสาร
P-N 3 ชนั้ รอยตอ่ เหมือนกนั กับทรานซิสเตอร์ ไดแอกทำหนา้ ท่ปี อ้ งกนั การกระโชกของแรงดันไฟสลับท่ีอาจ
ทำให้ไทรแอกชำรดุ เสียหาย และทำหน้าทีค่ วบคุมเฟสกำหนดเวลาเริ่มทำงานของไทรแอก เมื่อนำทั้งหมดมา
ประกอบเป็นวงจร สามารถทำใหว้ งจรทำงานหรอื หยุดทำงานไดต้ ามการควบคุมของไดแอก
2. สมรรถนะอาชพี ประจำหนว่ ย
ดา้ นความรู้
1. บอกชนดิ ของไดแอก
2. อธบิ ายโครงสร้างและสัญลกั ษณ์ของไดแอกได้
3. อธิบายการทำงานของไดแอกได้
ดา้ นทกั ษะและการประยกุ ต์ใช้
1. ปฏบิ ัตติ ามใบงานท่ี 14 เร่อื ง ไดแอก
2. ตอ่ วงจรใช้งานไดแอกไดถ้ ูกต้อง
3. ใชม้ ลั ตมิ เิ ตอร์วัดและทดสอบไดแอกได้
ด้านคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคุณลักษณะที่พงึ ประสงค์และบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียง
1. เห็นคณุ คา่ ของความรู้พน้ื ฐานเก่ียวกบั ไดแอก
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 จุดประสงคท์ ่ัวไป
1. เพื่อใหม้ ีความรู้เกยี่ วกับการบรรยายโครงสร้าง และสัญลักษณ์ของไดแอก
2. เพอ่ื ใหม้ ีทักษะในการวัดและทดสอบไดแอกดว้ ยโอหม์ มเิ ตอร์
3. เพื่อให้มีเจตคติท่ดี ีในการติดตามการทำงานของไดแอก
4. เพ่อื วัดและทดสอบไดแอกด้วยโอห์มมเิ ตอร์ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม
258
3.2 จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
1. บรรยายโครงสรา้ ง และสญั ลกั ษณข์ องไดแอกได้
2. วัดและทดสอบไดแอกด้วยโอห์มมเิ ตอรไ์ ด้
3. ติดตามการทำงานของไดแอกได้
4. วัดและทดสอบไดแอกดว้ ยโอห์มมเิ ตอรไ์ ด้อย่างถกู ต้องเหมาะสม
4. เนือ้ หาสาระการสอน/การเรียนรู้
4.1 ดา้ นความรู้
1. โครงสรา้ ง และสญั ลกั ษณ์ของไดแอก
2. ไดแอก
3. การทำงานของไดแอก
4.2 ดา้ นทักษะหรือปฏิบัติ
1. การทดลองท่ี 14 ไดแอก
2. แบบทดสอบบทที่ 14
4.3 ด้านคุณธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง
1. วดั และทดสอบไดแอกดว้ ยโอห์มมิเตอร์ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม
259
5. กิจกรรมการเรียนการสอนหรอื การเรียนรู้
ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมครู ขั้นตอนการเรยี นหรือกิจกรรมของผเู้ รียน
ขั้นเตรียม(จำนวน 15 นาที) ขัน้ เตรียม(จำนวน 15 นาที )
1. ผู้สอนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนำ 1. ผู้เรียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผู้สอน
รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเรื่อง แนะนำรายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียน
สารก่ึงตวั นำ
เร่ือง สารกึง่ ตัวนำ
2. ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 2. ผู้เรียนทำความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์
เรียนที่ 14 และขอให้ผู้เรียนร่วมกันทำกิจกรรมการ การเรียนของหน่วยเรียนที่ 14 และการให้ความ
เรยี นการสอน
รว่ มมือในการทำกิจกรรม
ขัน้ การสอน(จำนวน 240 นาท)ี ขนั้ การสอน(จำนวน 240 นาที)
1. ผู้สอนให้ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทที่ 1. ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทที่ 14 เรื่อง
14 เรื่อง ไดแอก และให้ผู้เรียนศึกษาเอกสาร ไดแอก และผู้เรียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน
ประกอบการสอน วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และ วชิ า อุปกรณอ์ ิเล็กทรอนกิ สแ์ ละวงจร ผเู้ รียนเรียนรู้
วงจร โดยให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง และสามารถ ด้วยตนเอง และสามารถตอบข้อสงสัยระหว่างเรียน
สอบถามขอ้ สงสยั ระหวา่ งเรียนจากผสู้ อน ได้
2. ผู้สอนให้ผู้เรียนอธิบายสารกึ่งตัวนำศึกษา 2. ผู้เรียนฟังอธิบายสารกึ่งตัวนำได้ศึกษาจาก
จาก PowerPoint PowerPoint
3. ผู้สอนให้ผู้เรียนปฏบิ ัติใบงานที่ 14 เรื่อง ได 3. ผู้เรียนปฏบิ ตั ใิ บงานที่ 14 เร่อื ง ไดแอก
แอก 4. ผู้เรียนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อสงสัย
4. ผู้สอนสังเกตการณ์ปฏิบัติใบงานที่ 14 เรื่อง ระหวา่ งเรียนจากผู้สอน
ไดแอก
ขน้ั สรุป(จำนวน 45 นาที) ขนั้ สรุป(จำนวน 45 นาท)ี
1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาที่ได้ 1. ผเู้ รียนรว่ มกนั สรปุ เนื้อหาท่ีได้เรยี นใหม้ ี
เรยี นใหม้ ีความเข้าใจในทิศทางเดียวกนั ความเข้าใจในทศิ ทางเดียวกัน
2. ผสู้ อนใหผ้ ้เู รียนทำแบบฝกึ หดั หน่วยที่ 14 2. ผเู้ รยี นทำแบบฝึกหดั หน่วยที่ 14
3. ผู้สอนให้ผูเ้ รียนศึกษาเพิ่มเตมิ นอกห้องเรียน 3. ผเู้ รียนศึกษาเพ่มิ เติมนอกห้องเรยี น ดว้ ย
ด้วย PowerPoint ท่ีจัดทำข้ึน PowerPoint ที่จัดทำขน้ึ
260
6. สื่อการเรยี นการสอน/การเรยี นรู้
6.1 สื่อสง่ิ พิมพ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา อุปกรณอ์ เิ ล็กทรอนิกสแ์ ละวงจร (Entrepreneurship)
2. ใบความรทู้ ่ี 14 เร่ือง ไดแอก
3. การทดลองที่ 14 เรอื่ ง ไดแอก ข้ันประยกุ ต์ใช้ ข้อ 1
4. แบบทดสอบบทท่ี 14 สรุปและประเมินผล ข้อ 2
5. แบบประเมนิ ผลงานตามใบงาน ใชป้ ระกอบการสอนข้ันประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1
6. แบบประเมินพฤตกิ รรมการทำงาน ใชป้ ระกอบการสอนขนั้ ประยุกต์ใช้ ขั้นสรปุ และประเมินผล
6.2 ส่ือโสตทัศน์
1. Power Point เรือ่ งไดแอก
6.3 ส่ือของจรงิ
1. ไดแอก
7. แหลง่ การเรยี นการสอน/การเรียนรู้
7.1 ภายในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมดุ วทิ ยาลัยการอาชีพสว่างแดนดนิ
2. ห้องอนิ เตอรเ์ น็ตวิทยาลัยการอาชีพสวา่ งแดนดิน
7.2 ภายนอกสถานศึกษา
1. ห้องสมุดเฉลิมพระเกยี รติอำเภอสว่างแดนดิน
2. หอ้ งสมดุ ประชาชนเฉลิมราชกุมารอี ำเภอสว่างแดนดิน
8. งานทีม่ อบหมาย
8.1 ก่อนเรียน
1. ผเู้ รียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน
8.2 ขณะเรียน
1. ศึกษาเน้ือหา ในบทท่ี 14 เร่ือง ไดแอก
2. รายงานผลหนา้ ชนั้ เรียน
3. ปฏบิ ตั ิใบปฏิบตั งิ านที่ 14 เรอ่ื ง ไดแอก
4. สรุปผลการทดลอง
8.3 หลังเรยี น
1. ทำแบบฝึกหดั บทท่ี 14
261
9. ผลงาน/ชิน้ งาน ทเี่ กิดจากการเรยี นร้ขู องผเู้ รียน
1. แบบฝึกหัดบทที่ 14 ใบปฏบิ ัตงิ านที่ 14
2. ตรวจผลงาน
10. เอกสารอ้างองิ
1. อดลุ ย์ กัลยาแกว้ . อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกสแ์ ละวงจร. : ศนู ยส์ ง่ เสริมอาชวี ะ (ศสอ)
11. การบรู ณาการ/ความสมั พนั ธ์กับรายวชิ าอ่ืน
1. บรู ณาการกบั วิชาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เบอื้ งตน้
2. บรู ณาการกับวชิ าวงจรไฟฟ้าเบือ้ งต้น
12. หลกั การประเมินผลการเรยี น
12.1 ก่อนเรียน
1. ตรวจผลงานตามใบปฏิบัติงานที่ 14
2. สงั เกตการปฏิบัตงิ าน
12.2 ขณะเรียน
-
12.3 หลังเรียน
1. ตรวจแบบฝกึ หัด บทท่ี 14
2. ตรวจแบบแบบฝกึ หัดผลการเรยี นรู้
13. รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรยี น
จุดประสงค์ข้อที่ 1 บอกชนดิ ของไดแอกได้
1. วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถบอกชนดิ ของไดแอกได้
4. เกณฑ์การผา่ น : บอกชนดิ ของไดแอกได้ ได้คะแนน 1 คะแนน
จุดประสงคข์ ้อท่ี 2 อธิบายโครงสร้างและสัญลักษณข์ องไดแอกได้
1. วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถอธบิ ายโครงสรา้ งและสัญลักษณ์ของไดแอกได้
4. เกณฑ์การผา่ น : อธบิ ายโครงสร้างและสัญลักษณ์ของไดแอกได้ ได้คะแนน 1 คะแนน
262
จดุ ประสงค์ข้อที่ 3 อธิบายการทำงานของไดแอกได้
1. วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครือ่ งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถอธิบายการทำงานของไดแอกได้
4. เกณฑ์การผ่าน : อธิบายการทำงานของไดแอกได้ ได้คะแนน 1 คะแนน
จดุ ประสงค์ขอ้ ที่ 4 ปฏบิ ตั ติ ามใบงานที่ 14 เร่ือง ไดแอก
1. วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เคร่อื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมิน : สามารถปฏิบัตติ ามใบงานท่ี 14 เร่อื ง ไดแอกได้
4. เกณฑก์ ารผ่าน : ปฏิบัตติ ามใบงานท่ี 14 เร่อื ง ไดแอกได้ ได้คะแนน 1 คะแนน
จุดประสงค์ข้อที่ 5 ตอ่ วงจรใชง้ านไดแอกไดถ้ กู ตอ้ ง
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครือ่ งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมนิ : สามารถตอ่ วงจรใชง้ านไดแอกได้ถูกตอ้ ง
4. เกณฑก์ ารผา่ น : ต่อวงจรใชง้ านไดแอกได้ถูกต้อง ไดค้ ะแนน 0.5 คะแนน
จุดประสงคข์ อ้ ท่ี 6 ใชม้ ลั ตมิ เิ ตอร์วัดและทดสอบไดแอกได้
1. วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่ืองการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมิน : สามารถใช้มลั ตมิ เิ ตอร์วัดและทดสอบไดแอกได้
4. เกณฑก์ ารผา่ น : ใชม้ ัลติมิเตอร์วัดและทดสอบไดแอกได้ ได้คะแนน 0.5 คะแนน
จุดประสงค์ข้อที่ 7 เหน็ คณุ ค่าของความรู้พ้ืนฐานเกยี่ วกับไดแอก
1. วธิ ีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถเห็นคุณค่าของความรูพ้ ืน้ ฐานเก่ียวกับไดแอก
4. เกณฑ์การผ่าน : เหน็ คณุ ค่าของความรพู้ น้ื ฐานเกีย่ วกบั ไดแอกได้ ได้คะแนน 0.55 คะแนน
263
14. แบบทดสอบก่อนเรียน
หน่วยการสอนท่ี 14 ช่ือหน่วยการสอน ไดแอก
วัตถปุ ระสงค์ เพือ่ ประเมนิ ความรู้พ้ืนฐานเก่ียวกับไดแอก
ขอ้ คำถาม
คำสงั่ จงเลอื กคำตอบที่ถูกต้องทส่ี ุด
1. โครงสร้างของไดแอกมลี ักษณะคลา้ ยกบั อุปกรณช์ นดิ ใด
ก. ไดโอด ข. ทรานซสิ เตอร์ ค. ไทรแอก ง. เอสซีอาร์
2. ไดแอกทีคุณสมบัติหน้าทค่ี ล้ายอะไร
ก. สวติ ซ์ปิด – เปดิ ไฟ 2 ทาง ข. สวิตซ์ปิด - เปิด 1ทาง
ค. เปน็ ตัวจำกัดกระแส ง. ถูกทัง้ ก และ ข.
3. จากการทดลองค่าแรงดนั ท่ีทำใหก้ ระแสไหลใด้อยู่ในช่วงใด
ก. 8 -10v ข. 10 – 20 v ค. 20 – 28v ง. 29 - 30v
4.ไดแอกเหมาะทีจ่ ะนำไปเป็นตัวกระต้นุ กระแสให้กับอุปกรณใ์ ด
ก. เฟต ข. ยูเจที ค .เอสซีอาร์ ง. ไทรแอก
5. ถา้ ใหก้ ระแสไหลผ่านไดแอกมากเกินไปจะเกดิ อะไรขน้ึ
ก. แรงดนั จะเพมิ่ ขึ้น ข. ไดแอกจะพัง
ค. ไดแอกจะทำงานไดด้ ขี ้นึ ง. แรงดันตกคร่อมไดแอกจะเทา่ เดมิ
6. ในขณะท่ไี ดแอกนำกระแสแรงดนั ตกครอ่ มจะเป็นอย่างไร
ก. เพิ่มข้ึนเล็กนอ้ ย ข. ลดลงเลก็ นอ้ ย ค. ไม่เปลี่ยนแปลง ง. ไดแอกจะพงั
7. GT -32 แถบสีแดง มีค่าแรงดันอยู่ในช่วงใด
ก. VBO =27 – 37V ข. VBO =30 -40V ค. VBO = 38 -48V ง. VBO =56 –70V
8.ถ้าป้อนไฟบวก (+) เขา้ A1 และ (-) และ A2 ไดแอกจะอยู่ในสภาวะใด
ก. ไบอสั ตรง ข. ไบอสั กลับ ค. สภาวะพังทลาย ง. ไดแอกนำกระแส
9. การตรวจสอบไดแอกด้วยโอหม์ มิเตอรเ์ ปน็ การตรวจสอบหาอะไร
ก.ตรวจหาขาของไดแอก ข.ตรวจหาแรงดัน
ค.ตรวจเช็คสภาพวา่ ไดแอกนั้นดหี รือเสยี ง.ตรวจวา่ ช็อตหรอื ไม่
10.ตรวจสอบไดแอกท่ีสมบรู ณต์ ้องทำอย่างไร
ก.ปอ้ นแรงดันไบอสั ตรงใหก้ บั ไดแอก ข.ป้อนแรงดนั ไบอสั กลับใหก้ ับไดแอก
ค.ใชม้ ิเตอรว์ ดั ในขณะท่ีไม่มีไบอสั ใหก้ บั ไดแอก ง.ถูกทุกข้อ
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
ขอ้ 1 ข้อ2 ข้อ 3 ขอ้ 4 ขอ้ 5 ข้อ 6 ขอ้ 7 ขอ้ 8 ข้อ 9 ขอ้ 10
ข. ก. ง. ง. ข. ข. ก. ข. ง. ง.
264
15. แบบทดสอบหลงั เรียน
หน่วยการสอนท่ี 14 ช่ือหน่วยการสอน ไดแอก
วตั ถุประสงค์ เพ่ือ ประเมินความรพู้ ืน้ ฐานเกี่ยวกับไดแอก
ข้อคำถาม
คำสงั่ จงเลือกคำตอบทถี่ ูกต้องที่สดุ
1. โครงสร้างของไดแอกมีลักษณะคลา้ ยกบั อุปกรณช์ นดิ ใด
ก. ไดโอด ข. ทรานซิสเตอร์ ค. ไทรแอก ง. เอสซีอาร์
2. ไดแอกทีคุณสมบัติหน้าที่คลา้ ยอะไร
ก. สวติ ซ์ปิด – เปดิ ไฟ 2 ทาง ข. สวิตซ์ปิด - เปิด 1ทาง
ค. เปน็ ตัวจำกัดกระแส ง. ถูกทง้ั ก และ ข.
3. จากการทดลองค่าแรงดนั ที่ทำใหก้ ระแสไหลใด้อยูใ่ นช่วงใด
ก. 8 -10v ข. 10 – 20 v ค. 20 – 28v ง. 29 - 30v
4.ไดแอกเหมาะทีจ่ ะนำไปเป็นตัวกระต้นุ กระแสให้กบั อปุ กรณใ์ ด
ก. เฟต ข. ยูเจที ค .เอสซีอาร์ ง. ไทรแอก
5. ถา้ ให้กระแสไหลผ่านไดแอกมากเกินไปจะเกดิ อะไรขน้ึ
ก. แรงดนั จะเพ่ิมข้ึน ข. ไดแอกจะพงั
ค. ไดแอกจะทำงานได้ดีข้ึน ง. แรงดนั ตกคร่อมไดแอกจะเทา่ เดมิ
6. ในขณะที่ไดแอกนำกระแสแรงดันตกคร่อมจะเป็นอย่างไร
ก. เพม่ิ ขึ้นเล็กนอ้ ย ข. ลดลงเลก็ น้อย ค. ไม่เปลย่ี นแปลง ง. ไดแอกจะพงั
7. GT -32 แถบสแี ดง มีค่าแรงดันอยูใ่ นชว่ งใด
ก. VBO =27 – 37V ข. VBO =30 -40V ค. VBO = 38 -48V ง. VBO =56 –70V
8.ถ้าป้อนไฟบวก (+) เขา้ A1 และ (-) และ A2 ไดแอกจะอยู่ในสภาวะใด
ก. ไบอัสตรง ข. ไบอสั กลับ ค. สภาวะพงั ทลาย ง. ไดแอกนำกระแส
9. การตรวจสอบไดแอกดว้ ยโอหม์ มเิ ตอรเ์ ปน็ การตรวจสอบหาอะไร
ก.ตรวจหาขาของไดแอก ข.ตรวจหาแรงดัน
ค.ตรวจเชค็ สภาพว่าไดแอกนั้นดีหรือเสีย ง.ตรวจว่าช็อตหรอื ไม่
10.ตรวจสอบไดแอกทสี่ มบูรณต์ อ้ งทำอย่างไร
ก.ปอ้ นแรงดนั ไบอัสตรงใหก้ ับไดแอก ข.ป้อนแรงดนั ไบอสั กลับใหก้ ับไดแอก
ค.ใช้มิเตอรว์ ดั ในขณะทีไ่ ม่มีไบอัสใหก้ ับไดแอก ง.ถูกทกุ ขอ้
เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น
ขอ้ 1 ขอ้ 2 ขอ้ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ขอ้ 6 ขอ้ 7 ขอ้ 8 ข้อ 9 ขอ้ 10
ข. ก. ง. ง. ข. ข. ก. ข. ง. ง.
265
16. ใบความรู้ท่ี 14
หน่วยการสอนท่ี 14 ชื่อหน่วยการสอน ไดแอก
หัวข้อเรือ่ ง ไดแอก
14.1 โครงสรา้ งและสญั ลักษณข์ องไดแอก
ไดแอก ( DIAC ) หรือไดโอด-เอซี เปน็ อุปกรณ์จุดชนวนไทรแอก ทถี่ กู ออกแบบใหส้ ามารถนำกระแสได้
2 ทางทแี่ รงดนั ค่าหนึง่ ลกั ษณะโครงสรา้ งจะเป็นสาร P-N-P 3 ชนั้ 2 รอยตอ่ เหมือนกบั ทรานซีสเตอร์ แสดงดงั
รูปที่ 1 แต่แตกต่างจากทรานซีสเตอร์ตรงที่ความเข้มของการโด๊ป ( Dope ) สาร จึงทำให้รอยต่อทั้งสองของ
ไดแอกเหมือนกัน จึงทำให้มีคุณสมบตั ิเป็นสวิตซ์ได้ 2 ทาง และค่าแรงดันเริ่มตน้ ท่ีจะทำใหไ้ ดแอกนำกระแสได้
น้นั จะอยใู่ นช่วง 29-30 โวลต์
14.2 การทำงานของไดแอก
การทำงานของไดแอกนั้นจะอาศัยช่วงแรงดันพังทลาย ( Break Over Voltage ) เป็นส่วนของการ
ทำงาน เม่อื ป้อนแรงดนั บวก ( + ) เขา้ ทข่ี า A1 ละแรงดนั ลบ (-) เข้าทขี่ า A2 รอยต่อN และ P ตรงบริเวณ A1
จะอยู่ในลักษณะไบอัสกลับ จึงไม่มีกระแสไหลจาก A1 ไปยัง A2 ได้ เมื่อเพิ่มแรงดันไบอัสดังกล่าวสูงข้ึน
เรื่อยๆ จนถึงค่าแรงดันค่าหนึ่งจะทำให้กระแสสามารถไหลทะลุผ่านรอยต่อ N-P มาได้ ส่วนรอยต่อตรง A2
นั้น อยู่ในสภาวะไบอัสตรงอยู่แล้ว ดังนั้นกระแสที่ไหลผ่านไดแอกนี้จึงเสมือนกับเป็นกระแสที่เกิดจากการ
พังทลาย ของไดโอดและถ้าหากไม่มีการจำกดั กระแสแล้วแอกก็สามารถพังได้เช่นกัน ถา้ เราสลบั ขั้วศักย์แรงดัน
A1 และ A2 การทำงานของไดแอกก็จะเป็นเช่นเดียวกับกรณีดังกล่าวที่ผ่านมา เขียนเป็นกราฟแสดง
ความสมั พนั ธ์ของแรงดนั ตกคร่อมตวั ไดแอก และกระแสท่ีไหลผา่ นไดแอกได้ ดงั รูปท่ี 14.2
จากกราฟ เมื่อไดแอกนำกระแสแรงดันตกคร่อมตัวไดแอกจะลดค่าลงอีกเล็กน้อย โดยปกติจะลดลง
จากค่าแรงดนั พงั ประมาณ 5 โวลต์
จากลกั ษณะสมบัติของไดแอก จงึ เห็นได้วา่ ไดแอกเหมาะสมทจี่ ะนำไปใช้เป็นตัวป้อนกระแสจุดชนวน
ให้กบั อปุ กรณไ์ ทรแอก เพราะนำกระแสได้ 2 ดา้ น
ตวั อย่าง คา่ แรงดนั ของไดแอกเบอรต์ ่างๆ
GT – 32 แถบสแี ดง VBO = 27-37 V
GT – 35 แถบสีส้ม VBO = 30-40 V
GT – 40 แถบสีเหลอื ง VBO = 38-48 V
GT – 50 แถบสีเขยี ว VBO = 56-70 V
14.3 การวดั และทดสอบไดแอกด้วยโอหม์ มเิ ตอร์
การวัดหาขาของไดแอก พจิ ารณาได้จากโครงสรา้ งและสญั ลักษณข์ องไดแอก ดงั รูปท่ี 14.3
ตัง้ โอห์มมิเตอร์ทีย่ า่ นวดั R x 10
กรณีที่ 1 เอาสายมิเตอร์ศักย์ไฟบวกจับที่ขา A1 สายมิเตอร์ศักย์ไฟลบจับที่ขา A2 เข็มจะชี้ท่ี
ตำแหน่ง
กรณที ่ี 2 ทำการกลับขั้ว ผลทีไ่ ด้จะเปน็ แสดงวา่ ไดแอกมีสภาพดี
266
17. ใบงานท่ี 14
หนว่ ยการสอนที่ 14 ช่ือหน่วยการสอน ไดแอก
หัวข้อเร่ือง ไดแอก
จดุ ประสงค์
1. เพ่อื ให้เข้าใจวิธกี ารทดสอบไดแอกโดยใชโ้ อห์มมิเตอร์
2. เพ่อื ใหร้ ูจ้ กั หลักการต่อวงจรใชง้ านไดแอก
3. เพื่อใหเ้ ขา้ ใจวิธกี ารนำไดแอกไปประยุกต์ใชง้ าน
4. สามารถทดสอบไดแอกโดยใชโ้ อหม์ มิเตอรไ์ ด้
5. สามารถต่อวงจรใชง้ านไดแอกได้
6. สามารถนำไดแอกไปประยุกตใ์ ชง้ านได้
เครอ่ื งมือและอุปกรณ์
1. แหล่งจ่ายไฟกระแสตรงชนิดปรับค่าได้ 0 – 30 V 1 เครอื่ ง
2. มลั ติมเิ ตอร์ 1 เครื่อง
3. ชุดฝกึ วิชาอุปกรณ์อิเล็กทรอนกิ ส์ 1 ชุด
ลำดับดบั ขัน้ การทดลอง
1. ตง้ั มิเตอรส์ เกล R x 10 ปรับเข็มมเิ ตอรส์ ู่ตำแหน่งศูนย์ วัดค่าความตา้ นทานของไดแอก บันทึกค่าที่
ไดล้ งในตารางท่ี 14.1
ตวั ท่ี เบอร์ A1 - A2 A2 - A1 สภาพ (ดี หรือ เสีย)
1 GT- 40
ตารางที่ 14.1
2. ต่อวงจรตามรูปท1ี่ 4.1
รปู ท่ี 14.1
3. ปรับแหล่งจ่าย ES โดยเริ่มจาก 30 โวลต์ เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามตารางที่ 14.2 แล้วบันทึกค่า VR,
VL, IL ลงในตารางที่ 14.2
ES 30 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 47 50 V
VR V
VL V
IL mA
ตารางท่ี 14.2
267
หมายเหตุ แรงเคลือ่ นท่ีต่ำกวา่ 30 โวลต์ ไดแอกจะไม่ทำงาน
4. กลบั ขัว้ ไดแอกแลว้ เริ่มทำการทดลองตามข้อ 2 แล้วบนั ทึกคา่ VR, VL, IL ลงในตารางท่ี 14.3
ES 30 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 47 50 V
VR V
VL V
IL mA
ตารางท่ี 14.3
5. จากตารางท่ี 14.2 และ 14.3 นำข้อมูลท่ีไดม้ าวาดรูปกราฟเพื่อหาคุณสมบตั ิของไดแอก
รปู ที่ 14.2 กราฟแสดงลกั ษณะสมบตั ิของไดแอก
สรปุ และวิจารณ์ผลการทดลองทกุ ๆ ขั้นตอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
268
18. แบบประเมนิ ผล
แบบประเมนิ ผลการนำเสนอผลงาน
ชือ่ กลมุ่ ……………………………………………ชัน้ ………………………หอ้ ง............................
รายชอ่ื สมาชิก
1……………………………………เลขท…ี่ …. 2……………………………………เลขท่ี…….
3……………………………………เลขท…ี่ …. 4……………………………………เลขที่…….
ที่ รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คิดเห็น
32 1
1 เนอื้ หาสาระครอบคลุมชัดเจน (ความรูเ้ กย่ี วกับเนือ้ หา ความถกู ตอ้ ง
ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปญั หาเฉพาะหน้า)
2 รปู แบบการนำเสนอ
3 การมสี ว่ นรว่ มของสมาชกิ ในกลมุ่
4 บุคลิกลักษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้ำเสียง ซึ่งทำให้ผู้ฟังมีความ
สนใจ
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
เกณฑ์การให้คะแนน
1. เนอื้ หาสาระครอบคลุมชดั เจนถกู ต้อง
3 คะแนน = มีสาระสำคญั ครบถว้ นถกู ต้อง ตรงตามจดุ ประสงค์
2 คะแนน = สาระสำคญั ไม่ครบถ้วน แตต่ รงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระสำคัญไมถ่ ูกตอ้ ง ไมต่ รงตามจดุ ประสงค์
2. รปู แบบการนำเสนอ
3 คะแนน = มรี ูปแบบการนำเสนอท่เี หมาะสม มีการใชเ้ ทคนคิ ทแี่ ปลกใหม่ ใชส้ อ่ื และเทคโนโลยี
ประกอบการ นำเสนอทนี่ ่าสนใจ นำวสั ดใุ นท้องถิ่นมาประยุกตใ์ ช้อย่างคุ้มค่าและ
ประหยัด
2 คะแนน = มีเทคนคิ การนำเสนอที่แปลกใหม่ ใชส้ อื่ และเทคโนโลยีประกอบการนำเสนอที่น่าสนใจ
แต่ขาดการประยุกตใ์ ช้ วัสดใุ นทอ้ งถน่ิ
1 คะแนน = เทคนคิ การนำเสนอไม่เหมาะสม และไมน่ า่ สนใจ
3. การมีสว่ นรว่ มของสมาชิกในกล่มุ
3 คะแนน = สมาชกิ ทกุ คนมีบทบาทและมสี ่วนรว่ มกิจกรรมกลุม่
2 คะแนน = สมาชกิ ส่วนใหญ่มบี ทบาทและมีส่วนรว่ มกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชิกสว่ นนอ้ ยมบี ทบาทและมสี ว่ นรว่ มกจิ กรรมกล่มุ
4. ความสนใจของผู้ฟงั
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมอื
2 คะแนน = ผู้ฟงั ร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความรว่ มมือ
1 คะแนน = ผฟู้ ังน้อยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ
269
แบบประเมนิ กระบวนการทำงานกลมุ่
ชอื่ กล่มุ ……………………………………………ชน้ั ………………………ห้อง............................
รายชือ่ สมาชกิ
1……………………………………เลขท…่ี …. 2……………………………………เลขท…่ี ….
3……………………………………เลขท…่ี …. 4……………………………………เลขท…ี่ ….
ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คิดเหน็
321
1 การกำหนดเปา้ หมายร่วมกัน
2 การแบง่ หนา้ ทรี่ ับผิดชอบและการเตรียมความ
พรอ้ ม
3 การปฏิบัติหน้าที่ที่ไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมินผลและปรบั ปรงุ งาน
รวม
ผูป้ ระเมนิ …………………………………………………
วันที่…………เดือน……………………..พ.ศ…………...
เกณฑ์การให้คะแนน
1. การกำหนดเปา้ หมายรว่ มกัน
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนมีส่วนรว่ มในการกำหนดเปา้ หมายการทำงานอย่างชดั เจน
2 คะแนน = สมาชกิ สว่ นใหญ่มีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนน้อยมีสว่ นร่วมในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน
2. การหน้าทีร่ ับผดิ ชอบและการเตรยี มความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานได้ท่ัวถึง และตรงตามความสามารถของสมาชกิ ทุกคน มีการจัดเตรียม
สถานที่ สือ่ /อุปกรณ์ไวอ้ ย่างพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานได้ท่ัวถึง แตไ่ มต่ รงตามความสามารถ และมสี ่ือ/อปุ กรณ์ไวอ้ ย่างพร้อมเพรยี ง
แต่ขาดการจดั เตรยี มสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทั่วถึงและมีส่ือ / อปุ กรณไ์ ม่เพียงพอ
3. การปฏิบัติหน้าท่ีทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
3 คะแนน = ทำงานได้สำเร็จตามเปา้ หมาย และตามเวลาที่กำหนด
2 คะแนน = ทำงานไดส้ ำเรจ็ ตามเปา้ หมาย แตช่ า้ กวา่ เวลาที่กำหนด
1 คะแนน = ทำงานไม่สำเรจ็ ตามเป้าหมาย
4. การประเมนิ ผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชกิ ทุกคนรว่ มปรึกษาหารือ ตดิ ตาม ตรวจสอบ และปรับปรงุ งานเปน็ ระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางสว่ นมสี ่วนรว่ มปรึกษาหารือ แต่ไม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนมีสว่ นรว่ มไม่มสี ว่ นร่วมปรึกษาหารอื และปรับปรุงงาน
270
19. แบบฝกึ หดั
แบบฝกึ หัดทา้ ยหน่วยที่ 14
ไดแอก
จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. จงบอกชนิดของไดแอกว่ามีกช่ี นดิ ชนิดอะไรบา้ ง และแตกตา่ งกันอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. จงอธิบายโครงสร้างและสัญลักษณ์ของไดแอกมาอยา่ งละเอยี ด พร้อมวาดรปู ประกอบ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. จงอธบิ ายการทำงานของไดแอก วา่ มลี ักษณะการทำงานแตล่ ะชนดิ เหมอื นหรือต่างกัน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
271
20. บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้แบบมุ่งเนน้ สมรรถนะอาชพี และบรู ณาการตามหลกั
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
20.1 สรุปผลการจดั การเรยี นรู้
รายการ ระดบั การปฏบิ ัติ
54321
ด้านการเตรียมการสอน
1.จดั หนว่ ยการเรยี นรไู้ ดส้ อดคลอ้ งกับวตั ถุประสงค์การเรียนรู้
2. กำหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ครอบคลุมท้งั ดา้ นความรู้ ด้านทักษะ และด้านจติ พสิ ยั
3. เตรยี มวัสดุ-อุปกรณ์ ส่ือ นวตั กรรม กิจกรรมตามแผนการจดั การเรียนรกู้ ่อนเขา้
สอน
ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
4. มีวธิ กี ารนำเขา้ สู่บทเรียนท่ีนา่ สนใจ
5. มกี ิจกรรมท่หี ลากหลาย เพ่ือชว่ ยใหผ้ เู้ รียนเกดิ การเรียนรู้ ความเขา้ ใจ
6. จัดกิจกรรมที่สง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นคน้ คว้าเพื่อหาคำตอบด้วยตนเอง
7. นักเรียนมสี ่วนรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
8. จดั กจิ กรรมทเ่ี นน้ กระบวนการคิด ( คิดวเิ คราะห์ คดิ สงั เคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ )
9. กระตุ้นใหผ้ ู้เรยี นแสดงความคดิ เหน็ อย่างเสรี
10. จดั กิจกรรมการเรยี นรู้ท่เี ชอื่ มโยงกบั ชีวิตจริงโดยนำภูมปิ ัญญา/บูรณาการเขา้ มา
มสี ว่ นร่วม
11. จัดกิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม
12. มีการเสรมิ แรงเม่ือนักเรียนปฏิบัติ หรอื ตอบถูกต้อง
13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผเู้ รียน
14. เอาใจใส่ดูแลผู้เรยี น อย่างทวั่ ถงึ
15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกับเวลาที่กำหนด
ด้านสือ่ นวัตกรรม แหลง่ การเรยี นรู้
16. ใชส้ ือ่ ทเ่ี หมาะสมกับกิจกรรมและศักยภาพของผ้เู รยี น
17. ใช้สอ่ื แหล่งการเรียนร้อู ย่างหลากหลาย เช่น บคุ คล สถานท่ี ของจริง เอกสาร
สอ่ื อเิ ล็กทรอนิกส์ และอินเทอรเ์ นต็ เป็นต้น
13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผู้เรียน
14. เอาใจใสด่ แู ลผูเ้ รยี น อย่างท่วั ถึง
15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกับเวลาทีก่ ำหนด
ด้านการวัดและประเมินผล
18. ผูเ้ รียนมสี ่วนร่วมในการกำหนดเกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล
19. ประเมินผลอย่างหลากหลายและครบทั้งดา้ นความรู้ ทักษะ และจติ พิสยั
20. ครู ผู้เรยี น ผปู้ กครอง หรือ ผู้ที่เกยี่ วข้องมีส่วนรว่ ม ในการประเมนิ
หมายเหตุ ระดับการปฏบิ ัติ 5 = ปฏบิ ตั ิดเี ย่ียม 4 = ปฏบิ ตั ดิ ี 3 = รวม
ปฏิบตั พิ อใช้ 2 = ควรปรบั ปรุง 1 = ไมม่ กี ารปฏบิ ัติ เฉล่ยี
272
20.2 ปัญหาท่ีพบ และแนวทางแก้ปัญหา
ปัญหาท่ีพบ แนวทางแกป้ ญั หา
ดา้ นการเตรียมการสอน
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
ด้านการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
ดา้ นสือ่ นวัตกรรม แหลง่ การเรยี นรู้
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
ดา้ นการวัดประเมนิ ผล
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
ดา้ นอืน่ ๆ (โปรดระบเุ ป็นขอ้ ๆ)
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
.................................................................................. ..................................................................................
ลงชือ่ ........................................................................ ครผู ูส้ อน
(นายปฏพิ าน สนี าบญุ )
ตำแหน่ง ครูพิเศษสอน
............../.................................../....................
21. บันทกึ การนิเทศและติดตาม 273
ชอ่ื -สกุล ผ้นู เิ ทศ ตำแหน่ง
วัน-เดือน-ปี เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม
274
แผนการจัดการเรียนรู้ แบบมุ่งเนน้ สมรรถนะอาชพี
และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
รหัสวชิ า 20105-2005 วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร
หน่วยที่ 15 ช่อื หน่วย ไตรแอก
ช่ือเรือ่ ง ไตรแอก จำนวน 5 ชั่วโมง
1. สาระสำคัญ
ไตรแอก เป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำประเภทไทริสเตอร์ ถูกพัฒนาขึ้นมาให้ใช้งานได้กับไฟสลับเพื่อ
แก้ไขข้อบกพร่องของ เอสซีอาร์ ไทรแอกนำกระแสได้สองทิศทาง โดยทำหน้าที่เป็นสวิตซ์ มีคุณสมบัติที่
ดีกว่าสวิตซ์ธรรมดาหลายประการ คือ ทำงานได้เร็ว ควบคุมการทำงานง่าย ไม่มีหน้าสัมผัสจึงไม่เกิด
ประกายไฟ โครงสร้างไตรแอกเหมือนการรวมเอสซีอาร์สองตัวไว้ด้วยกัน การทำงานของไตรแอกต้องเลือก
สภาวะการทำงานของไตรแอก โดยเลือกใช้สภาวะกระแสแอโหนดกับกระแสเกตเสริมกัน ทำให้ไตรแอก
นำกระแสทำได้คล้ายกันกบั เอสซอี าร์
2. สมรรถนะอาชีพประจำหนว่ ย
ดา้ นความรู้
1. บอกสัญลกั ษณ์ของไตรแอกได้
2. บอกโครงสร้างของไตรแอกได้
3. บอกคุณสมบตั ขิ องไตรแอกได้
4. อธิบายการตรวจสอบไตรแอกโดยใชโ้ อหม์ มเิ ตอร์ได้
5. อธิบายการจุดชนวนใหไ้ ตรแอกทำงานทั้ง 4 ควอทเดรนทไ์ ด้
ด้านทกั ษะและการประยุกต์ใช้
1. เขยี นสัญลักษณ์และโครงสรา้ งของไตรแอคได้
2. วัดหาขาไตรแอกดว้ ยโอห์มมเิ ตอร์ได้
3. ตรวจสอบสภาพดี-เสยี ของไตรแอกได้
ด้านคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์และบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
1. เหน็ คณุ คา่ ของความรพู้ ื้นฐานเก่ียวกบั ไตรแอก
275
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 จุดประสงคท์ ั่วไป
1. เพื่อใหม้ ีความรู้เกย่ี วกับการเขยี นโครงสรา้ งสัญลักษณ์ของไตรแอก
2. เพอื่ ใหม้ ีทกั ษะในการจุดชนวนให้ไตรแอกทำงานทงั้ 4 ควอนแดรนท์
3. เพ่ือให้มีทกั ษะในการตรวจสอบและหาขาไตรแอกดว้ ยโอห์มมเิ ตอร์
4. เพอ่ื ให้มีเจตคติที่ดใี นการจัดลำดบั คณุ สมบตั ิของไตรแอก
5. เพ่อื ตรวจสอบและหาขาไตรแอกดว้ ยโอห์มมเิ ตอร์ได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม ตามหลกั การ
3.2 จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1. เขยี นโครงสรา้ งสญั ลักษณ์ของไตรแอกได้
2. จุดชนวนให้ไตรแอกทำงานท้ัง 4 ควอนแดรนท์ได้
3. ตรวจสอบและหาขาไตรแอกดว้ ยโอห์มมเิ ตอรไ์ ด้
4. จดั ลำดับคณุ สมบัติของไตรแอกได้
5. ตรวจสอบและหาขาไตรแอกด้วยโอห์มมเิ ตอร์ไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสม ตามหลกั การ
4. เนอื้ หาสาระการสอน/การเรียนรู้
4.1 ด้านความรู้
1. โครงสรา้ งสัญลักษณข์ องไตรแอก
2. จุดชนวนใหไ้ ตรแอกทำงานท้งั 4 ควอนแดรนท์
3. ตรวจสอบและหาขาไตรแอกดว้ ยโอห์มมเิ ตอร์
4. คณุ สมบตั ิของไตรแอก
5. ตรวจสอบและหาขาไตรแอกดว้ ยโอห์มมเิ ตอรไ์ ด้อยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม ตามหลกั การ
4.2 ด้านทักษะหรือปฏบิ ัติ
1. การทดลองท่ี 15 ไตรแอก
2. แบบทดสอบบทที่ 15
4.3 ดา้ นคณุ ธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพียง
1. ตรวจสอบและหาขาไตรแอกดว้ ยโอห์มมิเตอร์ได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม ตามหลักการ
276
5. กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรือการเรียนรู้
ขนั้ ตอนการสอนหรือกิจกรรมครู ข้ันตอนการเรยี นหรือกจิ กรรมของผ้เู รียน
ขน้ั เตรยี ม(จำนวน 15 นาที) ข้นั เตรียม(จำนวน 15 นาที )
1. ผู้สอนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนำ 1. ผู้เรียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผู้สอน
รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเรื่อง แนะนำรายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียน
สารกง่ึ ตวั นำ
เรื่อง สารกึง่ ตัวนำ
2. ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 2. ผู้เรียนทำความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์
เรียนที่ 15 และขอให้ผู้เรียนร่วมกันทำกิจกรรมการ การเรียนของหน่วยเรียนที่ 15 และการให้ความ
เรียนการสอน
ร่วมมือในการทำกจิ กรรม
ข้ันการสอน(จำนวน 240 นาที) ขน้ั การสอน(จำนวน 240 นาที)
1. ผู้สอนให้ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทท่ี 1. ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทที่ 15 เรื่อง
15 เรื่อง ไทรแอก และให้ผู้เรียนศึกษาเอกสาร ไทรแอก และผู้เรียนศกึ ษาเอกสารประกอบการสอน
ประกอบการสอน วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และ วชิ า อุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกสแ์ ละวงจร ผเู้ รียนเรียนรู้
วงจร โดยให้ผูเ้ รียนเรียนรูด้ ้วยตนเอง และสามารถ ด้วยตนเอง และสามารถตอบข้อสงสัยระหว่างเรียน
สอบถามขอ้ สงสยั ระหวา่ งเรยี นจากผู้สอน ได้
2. ผู้สอนให้ผู้เรียนอธิบายสารกึ่งตัวนำศึกษา 2. ผู้เรียนฟังอธิบายสารกึ่งตัวนำได้ศึกษาจาก
จาก PowerPoint PowerPoint
3. ผู้สอนให้ผู้เรียนปฏิบัติใบงานที่ 15 เรื่อง 3. ผูเ้ รียนปฏบิ ัตใิ บงานท่ี 15 เร่ือง ไตรแอก
ไตรแอก 4. ผู้เรียนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อสงสัย
4. ผู้สอนสังเกตการณ์ปฏิบัติใบงานที่ 15 เรื่อง ระหว่างเรียนจากผู้สอน
ไทรแอก
ขน้ั สรปุ (จำนวน 45 นาท)ี ขั้นสรปุ (จำนวน 45 นาที)
1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาที่ได้ 1. ผเู้ รียนร่วมกนั สรปุ เน้อื หาที่ได้เรียนใหม้ ี
เรยี นให้มคี วามเข้าใจในทิศทางเดียวกนั ความเขา้ ใจในทศิ ทางเดยี วกัน
2. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รยี นทำแบบฝึกหัดหนว่ ยที่ 15 2. ผ้เู รยี นทำแบบฝึกหัดหน่วยที่ 15
3. ผู้สอนให้ผูเ้ รียนศึกษาเพิ่มเตมิ นอกห้องเรียน 3. ผู้เรียนศึกษาเพ่ิมเติมนอกห้องเรียน ดว้ ย
ดว้ ย PowerPoint ทจี่ ดั ทำขึ้น PowerPoint ทจ่ี ดั ทำข้ึน
277
6. สอ่ื การเรียนการสอน/การเรยี นรู้
6.1 สื่อสิ่งพิมพ์
1. เอกสารประกอบการสอนวชิ า อปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนกิ สแ์ ละวงจร (Entrepreneurship)
2. ใบความรู้ท่ี 15 เร่อื ง ไตรแอก
3. การทดลองที่ 15 เรื่อง ไตรแอก ขน้ั ประยุกต์ใช้ ข้อ 1
4. แบบทดสอบบทท่ี 15 สรปุ และประเมนิ ผล ข้อ 2
5. แบบประเมนิ ผลงานตามใบงาน ใช้ประกอบการสอนข้ันประยกุ ต์ใช้ ข้อ 1
6. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการทำงาน ใชป้ ระกอบการสอนขนั้ ประยกุ ต์ใช้ ขั้นสรุปและประเมินผล
6.2 สื่อโสตทัศน์
1. Power Point เร่ืองไทรแอก
6.3 ส่ือของจริง
1. ไตรแอก
7. แหลง่ การเรยี นการสอน/การเรียนรู้
7.1 ภายในสถานศึกษา
1. ห้องสมุดวิทยาลยั การอาชีพสว่างแดนดิน
2. หอ้ งอินเตอร์เน็ตวทิ ยาลัยการอาชพี สวา่ งแดนดิน
7.2 ภายนอกสถานศึกษา
1. ห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติอำเภอสวา่ งแดนดิน
2. ห้องสมุดประชาชนเฉลิมราชกมุ ารอี ำเภอสว่างแดนดิน
8. งานที่มอบหมาย
8.1 ก่อนเรียน
1. ผ้เู รยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน
8.2 ขณะเรยี น
1. ศกึ ษาเน้ือหา ในบทที่ 15 เรอื่ ง ไตรแอก
2. รายงานผลหน้าชนั้ เรยี น
3. ปฏบิ ัติใบปฏบิ ัติงานท่ี 15 เรอื่ ง ไตรแอก
4. สรปุ ผลการทดลอง
8.3 หลังเรียน
1. ทำแบบฝึกหดั บทที่ 15