The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนวิชาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นายปฏิพาน สีนาบุญ, 2020-09-02 06:23:34

20105-2005แผนการสอนวิชาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร

แผนการสอนวิชาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร

178

19. แบบฝกึ หัด

แบบฝกึ หดั ทา้ ยหนว่ ยท่ี 9
ไอซตี ัง้ เวลา 555

จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. จงบอกโครงสรา้ งไอซีตง้ั เวลา 555 มาอย่างละเอยี ด พร้อมวาดรูป
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. จงอธิบายขาใช้งานของไอซีตง้ั เวลา 555 ว่ามีก่ีขา และมีขาอะไรบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. จงอธบิ ายการทำงานของไอซตี ง้ั เวลา 555 มาพอเข้าใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
4. จงคำออกแบบวงจรอะสเตเบล้ิ ดว้ ยไอซีเบอร์ 555 ให้ใชง้ านได้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

179

20. บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้แบบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชพี และบรู ณาการตามหลกั

ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

20.1 สรุปผลการจดั การเรยี นรู้

รายการ ระดบั การปฏบิ ัติ
54321

ด้านการเตรียมการสอน

1.จดั หนว่ ยการเรียนรไู้ ดส้ อดคลอ้ งกับวตั ถุประสงคก์ ารเรียนรู้

2. กำหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ครอบคลุมท้งั ดา้ นความรู้ ด้านทักษะ และด้านจติ พสิ ยั

3. เตรยี มวัสดุ-อุปกรณ์ ส่ือ นวตั กรรม กิจกรรมตามแผนการจดั การเรียนรกู้ ่อนเขา้

สอน

ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

4. มีวธิ กี ารนำเขา้ สู่บทเรียนท่ีนา่ สนใจ

5. มกี ิจกรรมท่หี ลากหลาย เพ่ือชว่ ยใหผ้ เู้ รียนเกดิ การเรียนรู้ ความเขา้ ใจ

6. จัดกิจกรรมที่สง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นคน้ คว้าเพื่อหาคำตอบด้วยตนเอง

7. นักเรียนมสี ่วนรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

8. จดั กจิ กรรมทเ่ี นน้ กระบวนการคิด ( คิดวเิ คราะห์ คดิ สงั เคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ )

9. กระตุ้นใหผ้ ู้เรยี นแสดงความคดิ เหน็ อย่างเสรี

10. จดั กิจกรรมการเรยี นรู้ท่เี ชอื่ มโยงกบั ชีวิตจริงโดยนำภูมปิ ัญญา/บูรณาการเขา้ มา

มสี ว่ นร่วม

11. จัดกิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม

12. มีการเสรมิ แรงเม่ือนักเรียนปฏิบัติ หรอื ตอบถูกต้อง

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผูเ้ รียน

14. เอาใจใส่ดูแลผู้เรยี น อย่างทวั่ ถงึ

15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกับเวลาที่กำหนด

ด้านสือ่ นวัตกรรม แหลง่ การเรยี นรู้

16. ใชส้ ือ่ ทเ่ี หมาะสมกับกิจกรรมและศักยภาพของผู้เรยี น

17. ใช้สอ่ื แหล่งการเรียนร้อู ย่างหลากหลาย เช่น บคุ คล สถานท่ี ของจริง เอกสาร

สอ่ื อเิ ล็กทรอนิกส์ และอินเทอรเ์ นต็ เป็นต้น

13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผ้เู รยี น

14. เอาใจใสด่ แู ลผูเ้ รยี น อย่างท่วั ถึง

15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกับเวลาทีก่ ำหนด

ด้านการวัดและประเมินผล

18. ผูเ้ รียนมสี ่วนร่วมในการกำหนดเกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล

19. ประเมินผลอย่างหลากหลายและครบทั้งดา้ นความรู้ ทักษะ และจติ พิสยั

20. ครู ผู้เรยี น ผปู้ กครอง หรือ ผู้ที่เกยี่ วข้องมีส่วนร่วม ในการประเมนิ

หมายเหตุ ระดับการปฏบิ ัติ 5 = ปฏบิ ตั ิดเี ย่ียม 4 = ปฏบิ ตั ดิ ี 3 = รวม

ปฏิบตั พิ อใช้ 2 = ควรปรบั ปรุง 1 = ไมม่ กี ารปฏบิ ตั ิ เฉล่ยี

180

20.2 ปัญหาท่ีพบ และแนวทางแก้ปัญหา

ปัญหาท่ีพบ แนวทางแกป้ ญั หา

ดา้ นการเตรียมการสอน

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ด้านการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ดา้ นสือ่ นวัตกรรม แหลง่ การเรยี นรู้

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ดา้ นการวัดประเมนิ ผล

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ดา้ นอืน่ ๆ (โปรดระบเุ ป็นขอ้ ๆ)

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ลงชือ่ ........................................................................ ครผู ูส้ อน
(นายปฏพิ าน สนี าบญุ )
ตำแหน่ง ครูพิเศษสอน

............../.................................../....................

21. บันทกึ การนิเทศและติดตาม 181
ชอ่ื -สกุล ผ้นู เิ ทศ ตำแหน่ง
วัน-เดือน-ปี เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม

182

แผนการจัดการเรียนรู้ แบบมงุ่ เน้นสมรรถนะอาชพี

และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

รหสั วชิ า 20105-2005 วิชา อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจร

หนว่ ยท่ี 10 ช่อื หน่วย ไอซเี ร็กกูเลเตอร์

ช่ือเร่อื ง ไอซเี ร็กกูเลเตอร์ จำนวน 5 ชวั่ โมง

1. สาระสำคญั
สสารตา่ งๆ ประกอบดว้ ยโมเลกุล และแตล่ ะโมเลกลุ ประกอบดว้ ยอะตอมหลายๆอะตอม ในอะตอม

หนึ่งอะตอมจะประกอบไปด้วยอิเล็กตรอนโคจรอยู่รอบนวิ เคลียสภายในนวิ เคลยี สยังประกอบไปด้วยโปรตรอน
กับนิวตรอน โดยอิเล็กตรอนมีประไฟฟา้ เป็นลบ โปรตอนมีประจไุ ฟฟ้าเปน็ บวก นิวตรอนมสี ภาพเป็นกลางทาง
ไฟฟ้า สารกึ่งตัวนำชนิดเอ็น (N-Type) ได้จากการนำสารกึ่งตัวนำบริสุทธิ์ผสมกับสารที่มีวาเลนซอ์ ิเล็กตรอน
3 ตัว และสารก่งึ ตัวนำชนิดพี (P-Type) ได้จากการนำสารก่ึงตัวนำบริสทุ ธ์ิผสมกบั สารที่มีวาเลนซ์อิเล็กตรอน 5
ตัว ไดโอดเป็นอุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์ท่ีไดจ้ ากการนำสารกึ่งตัวนำชนดิ เอ็นและชนิดพีมาต่อชนกัน มีคุณสมบัติ
นำกระแสไฟฟ้าไดท้ ิศทางเดียว การจัดแรงไฟใหส้ ารกึ่งตวั นำเรียกวา่ การให้ไบอัส ซึง่ การใหไ้ บอัสมสี องอย่างคือ
ฟอร์เวริ ส์ ไบอสั และรีเวริ ์สไบอัส ไอซเี ร็กกูเลเตอร์ คือไอซที ี่ทำหน้าทีร่ ักษาแรงดันท่ีเอาต์พุตของแหล่งจ่ายไฟ
ไห้คงที่ไม่ว่าโหลดจะเปลี่ยนแปลงไป วงจรเร็กกูเลเตอร์แบ่งออกเป็น 3 อย่างคือ เร็กกูเลเตอร์แบบอนุกรม
(Series Regulator) เร็กกูเลเตอร์แบบขนาน (Shunt Regulator) และเร็กกูเลเตอร์แบบสวิตชิ่ง (Switching
Regulator) ไอซเี รก็ กูเลเตอร์ มหี ลายอย่างเชน่ เรก็ กูเลเตอร์แรงดนั ค่าคงที่ เรก็ กเู ลเตอร์เปลย่ี นค่าได้

2. สมรรถนะอาชีพประจำหน่วย

ด้านความรู้
1. บอกโครงสร้างไอซีเร็กกูเลเตอร์

2. อธบิ ายขาใชง้ านของไอซีเร็กกูเลเตอร์ได้

3. อธบิ ายการทำงานของไอซเี รก็ กเู ลเตอร์ได้

4. คำนวณและออกแบบวงจรจา่ ยไฟโดยใช้ไอซเี ร็กกเู ลเตอร์
ดา้ นทักษะและการประยกุ ต์ใช้

1. ปฏิบัตติ ามใบงานท่ี 10 เร่อื ง ไอซเี รก็ กเู ลเตอร์
2. ต่อวงจรจ่ายไฟโดยใช้ไอซเี ร็กกูเลเตอรไ์ ด้ถกู ต้อง
3. ฝึกออกแบบวงจรจ่ายไฟโดยใช้ไอซีเร็กกเู ลเตอร์ได้
4. ใช้มลั ตมิ ิเตอร์วดั แรงดนั วงจรจ่ายไฟโดยใชไ้ อซเี ร็กกเู ลเตอร์ได้
ด้านคุณธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์และบรู ณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียง
1. เห็นคณุ คา่ ของความรูพ้ น้ื ฐานเกี่ยวกับไอซีเร็กกเู ลเตอร์

183

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
3.1 จุดประสงค์ทั่วไป

1. เพอ่ื ให้มีความรู้เก่ยี วกับการเปรยี บเทียบเร็กกเู ลเตอร์แบบขนานและเร็กกูเลเตอร์แบบอนุกรมได้
2. เพอื่ ใหม้ คี วามรู้เกี่ยวกับการฝกึ ออกแบบวงจรจ่ายไฟโดยใช้ไอซีเร็กกูเลเตอร์ได้
3. เพ่อื ให้มีความรู้เกี่ยวกับการชี้แจงแผนผังพนื้ ฐานของเร็กกูเลเตอร์แบบอนุกรมได้
4. เพ่ือให้มีเจตคติท่ีดีในการใชเ้ หตุผลเก่ยี วกับไอซีเร็กกเู ลเตอรส์ ามขาชนดิ จา่ ยแรงดนั คงที่ได้
5. เพอื่ ออกแบบวงจรจ่ายไฟโดยใช้ไอซเี ร็กกูเลเตอร์อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม
3.2 จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
1. เปรียบเทียบเร็กกูเลเตอร์แบบขนานและเร็กกูเลเตอร์แบบอนกุ รมได้
2. ฝึกออกแบบวงจรจ่ายไฟโดยใช้ไอซเี ร็กกเู ลเตอรไ์ ด้
3. ช้ีแจงแผนผงั พ้ืนฐานของเร็กกูเลเตอรแ์ บบอนุกรมได้
4. ใชเ้ หตุผลเก่ียวกับไอซีเร็กกูเลเตอร์สามขาชนิดจา่ ยแรงดันคงท่ไี ด้
5. ออกแบบวงจรจ่ายไฟโดยใชไ้ อซีเรก็ กูเลเตอร์อย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม

4. เนอื้ หาสาระการสอน/การเรยี นรู้

4.1 ดา้ นความรู้
1. เรก็ กูเลเตอรแ์ บบขนานและเร็กกูเลเตอรแ์ บบอนุกรม
2. ออกแบบวงจรจ่ายไฟโดยใช้ไอซีเร็กกเู ลเตอร์
3. แผนผงั พ้นื ฐานของเร็กกเู ลเตอรแ์ บบอนุกรม
4. ไอซีเร็กกูเลเตอร์สามขาชนดิ จ่ายแรงดันคงท่ี

4.2 ดา้ นทักษะหรือปฏิบตั ิ
1. การทดลองที่ 10 ไอซเี รกกูเลเตอร์
2. แบบทดสอบบทที่ 10

4.3 ดา้ นคุณธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพียง
1. ออกแบบวงจรจา่ ยไฟโดยใชไ้ อซเี รก็ กูเลเตอร์อย่างถูกต้องเหมาะสม

184

5. กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรอื การเรยี นรู้

ข้ันตอนการสอนหรอื กจิ กรรมครู ข้นั ตอนการเรยี นหรอื กิจกรรมของผเู้ รยี น

ขั้นเตรียม(จำนวน 15 นาที) ขนั้ เตรยี ม(จำนวน 15 นาที )

1. ผู้สอนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนำ 1. ผู้เรียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผู้สอน
รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเรื่อง แนะนำรายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียน
สารกึ่งตัวนำ
เรอื่ ง สารกงึ่ ตวั นำ
2. ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 2. ผู้เรียนทำความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์
เรียนที่ 10 และขอให้ผู้เรียนร่วมกันทำกิจกรรมการ การเรียนของหน่วยเรียนที่ 10 และการให้ความ
เรยี นการสอน
รว่ มมอื ในการทำกิจกรรม

ข้นั การสอน(จำนวน 240 นาท)ี ขน้ั การสอน(จำนวน 240 นาท)ี

1. ผู้สอนให้ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทท่ี 1. ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทที่ 10 เรื่อง

10 เรื่อง ไอซีเร็กกูเลเตอร์ และให้ผู้เรียนศึกษา ไอซีเร็กกูเลเตอร์ และผู้เรียนศึกษาเอกสาร

เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น ว ิ ช า อ ุ ป ก ร ณ์ ประกอบการสอน วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และ

อิเล็กทรอนิกส์และวงจร โดยให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วย วงจร ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง และสามารถตอบ

ตนเอง และสามารถสอบถามขอ้ สงสัยระหว่างเรียน ข้อสงสัยระหว่างเรียนได้

จากผู้สอน 2. ผู้เรียนฟังอธิบายสารกึ่งตัวนำได้ศึกษาจาก

2. ผู้สอนให้ผู้เรียนอธิบายสารกึ่งตัวนำศึกษา PowerPoint

จาก PowerPoint 3. ผ้เู รียนปฏิบัตใิ บงานที่ 10 เรอ่ื ง ไอซีเรก็ กเู ล

3. ผู้สอนให้ผู้เรียนปฏิบัติใบงานที่ 10 เรื่อง เตอร์

ไอซีเรก็ กเู ลเตอร์ 4. ผู้เรียนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อสงสัย

4. ผ้สู อนสังเกตการณ์ปฏิบัติใบงานที่ 10 เร่ือง ระหว่างเรยี นจากผสู้ อน

ไอซีเรก็ กูเลเตอร์

ขั้นสรุป(จำนวน 45 นาที) ขนั้ สรุป(จำนวน 45 นาที)

1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาที่ได้ 1. ผูเ้ รยี นร่วมกันสรปุ เน้ือหาท่ีได้เรียนให้มี

เรยี นใหม้ คี วามเขา้ ใจในทศิ ทางเดยี วกัน ความเข้าใจในทศิ ทางเดียวกัน

2. ผสู้ อนใหผ้ ูเ้ รยี นทำแบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 10 2. ผเู้ รียนทำแบบฝึกหัดหน่วยที่ 10

3. ผู้สอนให้ผู้เรียนศึกษาเพิ่มเติมนอกหอ้ งเรียน 3. ผ้เู รยี นศกึ ษาเพิม่ เติมนอกหอ้ งเรียน ด้วย

ดว้ ย PowerPoint ทีจ่ ัดทำขนึ้ PowerPoint ท่จี ดั ทำข้ึน

185

6. สือ่ การเรียนการสอน/การเรียนรู้

6.1 ส่ือสิ่งพิมพ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา อุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกสแ์ ละวงจร (Entrepreneurship)
2. ใบความร้ทู ี่ 10 เรอื่ ง ไอซีเรก็ กูเลเตอร์
3. การทดลองท่ี 10 เร่อื ง ไอซีเรก็ กเู ลเตอร์ ขั้นประยุกตใ์ ช้ ข้อ 1
4. แบบทดสอบบทท่ี 10 สรุปและประเมินผล ขอ้ 2
5. แบบประเมนิ ผลงานตามใบงาน ใช้ประกอบการสอนข้ันประยุกต์ใช้ ขอ้ 1
6. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการทำงาน ใช้ประกอบการสอนข้นั ประยุกต์ใช้ ขั้นสรุปและประเมนิ ผล

6.2 ส่ือโสตทัศน์
1. Power Point เร่ืองไอซีเร็กกูเลเตอร์

6.3 สื่อของจริง
1. ไอซเี รก็ กเู ลเตอร์

7. แหล่งการเรยี นการสอน/การเรียนรู้

7.1 ภายในสถานศึกษา
1. ห้องสมุดวิทยาลยั การอาชีพสว่างแดนดนิ
2. หอ้ งอนิ เตอร์เน็ตวิทยาลัยการอาชพี สว่างแดนดิน

7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา
1. หอ้ งสมุดเฉลมิ พระเกียรติอำเภอสวา่ งแดนดิน
2. หอ้ งสมุดประชาชนเฉลิมราชกุมารอี ำเภอสว่างแดนดิน

8. งานทมี่ อบหมาย

8.1 ก่อนเรยี น
1. ผู้เรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน

8.2 ขณะเรียน
1. ศกึ ษาเนื้อหา ในบทท่ี 10 เร่อื ง ไอซีเร็กกูเลเตอร์
2. รายงานผลหน้าชนั้ เรียน
3. ปฏบิ ตั ใิ บปฏิบัตงิ านที่ 10 เรื่อง ไอซีเร็กกเู ลเตอร์
4. สรปุ ผลการทดลอง

8.3 หลังเรยี น
1. ทำแบบฝกึ หัดบทที่ 10

186

9. ผลงาน/ช้นิ งาน ท่เี กิดจากการเรยี นรู้ของผู้เรยี น

1. แบบฝกึ หัดบทท่ี 10 ใบปฏิบัตงิ านท่ี 10
2. ตรวจผลงาน

10. เอกสารอ้างองิ

1. อดุลย์ กลั ยาแกว้ . อปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกสแ์ ละวงจร. : ศูนย์ส่งเสริมอาชีวะ (ศสอ)

11. การบูรณาการ/ความสมั พนั ธก์ ับรายวิชาอื่น

1. บูรณาการกบั วชิ าอปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกส์เบอื้ งต้น
2. บรู ณาการกบั วิชาวงจรไฟฟ้าเบ้อื งตน้

12. หลกั การประเมนิ ผลการเรียน

12.1 ก่อนเรียน
1. ตรวจผลงานตามใบปฏิบัตงิ านท่ี 10
2. สงั เกตการปฏิบัติงาน

12.2 ขณะเรยี น
-

12.3 หลังเรียน
1. ตรวจแบบฝกึ หัด บทท่ี 10
2. ตรวจแบบแบบฝกึ หัดผลการเรียนรู้

13. รายละเอียดการประเมินผลการเรยี น
จดุ ประสงคข์ อ้ ที่ 1 บอกโครงสร้างไอซีเรก็ กูเลเตอร์
1. วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครือ่ งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถบอกโครงสรา้ งไอซเี ร็กกเู ลเตอร์
4. เกณฑ์การผา่ น : บอกโครงสร้างไอซีเรก็ กูเลเตอรไ์ ด้ ไดค้ ะแนน 1 คะแนน
จุดประสงค์ข้อที่ 2 อธิบายขาใชง้ านของไอซีเร็กกูเลเตอร์ได้
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เคร่ืองการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมนิ : สามารถอธบิ ายขาใช้งานของไอซีเร็กกูเลเตอร์ได้
4. เกณฑ์การผา่ น : อธิบายขาใช้งานของไอซเี ร็กกเู ลเตอร์ได้ ได้คะแนน 0.5 คะแนน

187

จุดประสงคข์ ้อที่ 3 อธบิ ายการทำงานของไอซีเร็กกเู ลเตอรไ์ ด้

1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เคร่อื งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถอธบิ ายการทำงานของไอซเี ร็กกเู ลเตอรไ์ ด้

4. เกณฑ์การผา่ น : อธิบายการทำงานของไอซเี ร็กกเู ลเตอรไ์ ด้ ได้คะแนน 0.5 คะแนน

จุดประสงค์ข้อท่ี 4 คำนวณและออกแบบวงจรจ่ายไฟโดยใชไ้ อซเี รก็ กูเลเตอร์
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เคร่อื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมิน : สามารถคำนวณและออกแบบวงจรจา่ ยไฟโดยใช้ไอซเี รก็ กูเลเตอร์
4. เกณฑก์ ารผ่าน : คำนวณและออกแบบวงจรจา่ ยไฟโดยใชไ้ อซีเรก็ กเู ลเตอร์ได้ ไดค้ ะแนน 1 คะแนน
จดุ ประสงค์ขอ้ ที่ 5 ปฏิบตั ติ ามใบงานที่ 10 เรือ่ ง ไอซีเรก็ กูเลเตอร์
1. วธิ ีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถปฏิบตั ิตามใบงานที่ 10 เร่อื ง ไอซเี รก็ กูเลเตอร์
4. เกณฑ์การผา่ น : ปฏบิ ัตติ ามใบงานที่ 10 เรื่อง ไอซีเรก็ กเู ลเตอร์ได้ ได้คะแนน 0.5 คะแนน
จุดประสงค์ขอ้ ท่ี 6 ตอ่ วงจรจ่ายไฟโดยใชไ้ อซีเรก็ กูเลเตอร์ได้ถูกต้อง
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เคร่ืองการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมิน : สามารถตอ่ วงจรจา่ ยไฟโดยใชไ้ อซเี ร็กกูเลเตอร์ได้ถกู ต้อง
4. เกณฑ์การผา่ น : ต่อวงจรจา่ ยไฟโดยใชไ้ อซเี ร็กกเู ลเตอร์ไดถ้ กู ต้องได้ ไดค้ ะแนน 0.5 คะแนน
จดุ ประสงค์ข้อที่ 7 ฝกึ ออกแบบวงจรจ่ายไฟโดยใช้ไอซีเร็กกูเลเตอร์ได้
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เคร่ืองการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมนิ : สามารถฝกึ ออกแบบวงจรจ่ายไฟโดยใช้ไอซีเร็กกูเลเตอร์ได้
4. เกณฑ์การผา่ น : ฝึกออกแบบวงจรจ่ายไฟโดยใช้ไอซีเร็กกูเลเตอร์ได้ได้ ไดค้ ะแนน 0.5 คะแนน
จดุ ประสงคข์ ้อท่ี 8 ใชม้ ลั ตมิ ิเตอร์วดั แรงดันวงจรจา่ ยไฟโดยใช้ไอซีเร็กกูเลเตอร์ได้
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครือ่ งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถใช้มัลตมิ เิ ตอร์วดั แรงดนั วงจรจา่ ยไฟโดยใช้ไอซีเร็กกูเลเตอร์ได้
4. เกณฑก์ ารผา่ น : ใช้มัลตมิ เิ ตอร์วัดแรงดนั วงจรจ่ายไฟโดยใช้ไอซีเร็กกูเลเตอร์ได้ ไดค้ ะแนน 0.5 คะแนน
จดุ ประสงค์ข้อท่ี 9 เห็นคุณคา่ ของความรู้พ้นื ฐานเกย่ี วกับไอซเี ร็กกูเลเตอร์
1. วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครอื่ งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถเหน็ คณุ ค่าของความรพู้ ้นื ฐานเกี่ยวกบั ไอซีเร็กกูเลเตอร์
4. เกณฑ์การผ่าน : เหน็ คณุ คา่ ของความรู้พื้นฐานเก่ียวกับไอซีเร็กกูเลเตอร์ได้ ไดค้ ะแนน 0.55 คะแนน

188

14. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

หนว่ ยการสอนที่ 10 ช่ือหน่วยการสอน ไอซีเรกกูเลเตอร์

วัตถุประสงค์ เพือ่ ประเมินความรู้พ้ืนฐานเก่ยี วกับไอซีเรกกเู ลเตอร์

ข้อคำถาม

คำส่งั จงเลือกคำตอบทถี่ ูกต้องท่ีสุด

1. ลักษณะพนื้ ฐาน IC เรก็ กูเลเตอร์มีกช่ี นดิ

ก. 1 ชนิด ข. 2 ชนดิ ค. 3 ชนดิ ง. 4 ชนดิ

2. ไอซเี บอร์ 78L05 จะมีแรงดนั เอาตพ์ ุตกโี่ วลต์

ก. 5 V ข. 6 V ค. 9 V ง. 12 V

3. คา่ โหลดท่เี ปล่ยี นไปเลก็ น้อยจะมผี ลต่อแรงดันเอาตพ์ ุตของไอซหี รือไม่เพราะเหตุใด

ก. ไม่มี เพราะไอซจี ะรักษาระดบั แรงดนั ใหค้ งท่ี

ข. ไมม่ ี เพราะโหลดจะไม่มีผลต่อไอซี

ค. มี ถ้าโหลดกบั กระแสต่างกันค่อนข้างมาก

ง. มี เพราะอะไอซแี ตล่ ะเบอร์จะตอ้ งการโหลดทไี่ มเ่ หมือนกัน

4. เรก็ กูเลเตอร์แบบสวิตช์ช่ิง ตวั ทรานซิสเตอร์ภายในทำหนา้ ทอี่ ะไร

ก. ตัวควบคมุ กระแส ข. ตัวคุมแรงดัน

ค. เป็นทางผา่ นกระแส ง. เปน็ สวติ ช์ปิดเปดิ

5. ไอซเี รก็ กเู ลเตอร์สามขาชนิดจ่ายแรงดนั คงท่ี ตา่ งจากไอซีเรก็ กเู ลเตอรช์ นิดปรบั คา่ อย่างไร

ก. มวี งจรขยายแรงดัน ข. มวี งจรป้อนกลบั

ค. มวี งจรขยายกระแส ง. เป็นวงจรทไี่ ม่ซบั ซ้อน

จากวงจรทใ่ี ช้ในการทดลองรูปท่ี 10.1 จงตอบคำถามข้อ 6 – 8

6. เมอ่ื เพิ่มโหลดลดค่าความต้านทาน VOUT จะเป็นอย่างไร

ก. โหลดไมม่ ีผลตอ่ VOUT ข. VOUT มีแนวโนม้ ลดลง

ค. VOUT จะคงท่ี ง. VOUT จะเพม่ิ ข้ึน

7. เมอ่ื เพ่ิมโหลดคา่ ความต้านทาน IOUT จะเปน็ อยา่ งไร

ก. IOUT จะเพม่ิ ขึน้ อย่างรวดเร็ว ข. IOUT จะคงที่

ค. IOUT จะลดลงถ้าไอซจี า่ ยกระแสไมพ่ อ ง. IOUT จะเพม่ิ ขึ้นเล็กน้อย

8. เมือ่ ES เพมิ่ ข้ึนแรงดนั VOUT จะเป็นอยา่ งไร

ก. VOUT มีแนวโน้มจะเพมิ่ แต่ไม่เกินคา่ ตามคุณสมบัติ

ข. VOUT จะคงที่

ค. VOUT จะลดลง

ง. VOUT จะเปน็ 0 V

189

9.วงจรเรก็ กเู ลเตอรแ์ บบสวิตช์ชงิ่ มหี ลกั การทำงานอยา่ งไร
ก. จะทำงานในลักษณะอมิ่ ตวั เปน็ ตวั เปิดปิดการไหลของกระแส
ข. มีวงจรกรองแรงดนั ให้เรียบขน้ึ
ค. ถ้าโหลดมีค่ามากกจ็ ะกินไฟมาก
ง. ถูกทกุ ข้อ
10. การปอ้ งกันการเกิดออสซิเลททคี่ วามสูง ทำได้อย่างไร
ก. ตอ่ ตัวเก็บประจเุ ข้าทางเอาต์พุต ข. ต่อตวั เกบ็ ประจเุ ขา้ ทางอนิ พตุ
ค. ต่อโวต์เตจเรก็ กเู ลเตอรเ์ ขา้ แหลง่ จา่ ย ง. ใชง้ านจรกรองกระส่เี อาตพ์ ุต

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น

ขอ้ 1 ขอ้ 2 ขอ้ 3 ขอ้ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ขอ้ 7 ขอ้ 8 ขอ้ 9 ขอ้ 10
ง. ง. ก. ข. -. ค. ค. ก. ข. ก.

15. แบบทดสอบหลงั เรยี น

หน่วยการสอนท่ี 10 ช่ือหน่วยการสอน ไอซีเรกกูเลเตอร์

วัตถุประสงค์ เพ่ือ ประเมนิ ความรพู้ นื้ ฐานเกี่ยวกับไอซเี รกกูเลเตอร์

ขอ้ คำถาม

คำสงั่ จงเลอื กคำตอบที่ถูกต้องทสี่ ุด

1. ลักษณะพื้นฐาน IC เรก็ กูเลเตอรม์ ีกี่ชนิด

ก. 1 ชนิด ข. 2 ชนดิ ค. 3 ชนิด ง. 4 ชนิด

2. ไอซีเบอร์ 78L05 จะมีแรงดนั เอาต์พุตก่ีโวลต์

ก. 5 V ข. 6 V ค. 9 V ง. 12 V

3. คา่ โหลดที่เปลย่ี นไปเลก็ น้อยจะมีผลต่อแรงดนั เอาตพ์ ุตของไอซหี รือไม่เพราะเหตใุ ด

ก. ไมม่ ี เพราะไอซีจะรักษาระดบั แรงดนั ใหค้ งท่ี

ข. ไมม่ ี เพราะโหลดจะไมม่ ผี ลตอ่ ไอซี

ค. มี ถา้ โหลดกบั กระแสต่างกันคอ่ นข้างมาก

ง. มี เพราะอะไอซแี ต่ละเบอร์จะตอ้ งการโหลดทไี่ มเ่ หมือนกัน

4. เร็กกเู ลเตอร์แบบสวติ ชช์ ิ่ง ตัวทรานซสิ เตอรภ์ ายในทำหนา้ ที่อะไร

ก. ตัวควบคุมกระแส ข. ตัวคมุ แรงดัน

ค. เปน็ ทางผ่านกระแส ง. เป็นสวิตช์ปดิ เปิด

5. ไอซเี ร็กกูเลเตอรส์ ามขาชนิดจา่ ยแรงดันคงท่ี ตา่ งจากไอซีเร็กกเู ลเตอร์ชนิดปรับค่าอย่างไร

ก. มวี งจรขยายแรงดนั ข. มวี งจรป้อนกลบั

ค. มีวงจรขยายกระแส ง. เป็นวงจรท่ไี มซ่ บั ซ้อน

190

จากวงจรทีใ่ ช้ในการทดลองรูปที่ 10.1 จงตอบคำถามข้อ 6 – 8

6. เม่อื เพิ่มโหลดลดคา่ ความต้านทาน VOUT จะเป็นอยา่ งไร

ก. โหลดไมม่ ีผลตอ่ VOUT ข. VOUT มแี นวโน้มลดลง

ค. VOUT จะคงที่ ง. VOUT จะเพ่ิมขึ้น

7. เมือ่ เพ่ิมโหลดค่าความต้านทาน IOUT จะเปน็ อย่างไร

ก. IOUT จะเพมิ่ ข้นึ อยา่ งรวดเร็ว ข. IOUT จะคงท่ี

ค. IOUT จะลดลงถา้ ไอซจี ่ายกระแสไม่พอ ง. IOUT จะเพ่ิมข้นึ เล็กน้อย

8. เม่ือ ES เพม่ิ ขึ้นแรงดัน VOUT จะเป็นอย่างไร

ก. VOUT มีแนวโน้มจะเพิ่มแต่ไมเ่ กนิ คา่ ตามคุณสมบตั ิ

ข. VOUT จะคงที่

ค. VOUT จะลดลง

ง. VOUT จะเปน็ 0 V
9.วงจรเรก็ กูเลเตอร์แบบสวิตช์ช่ิงมีหลักการทำงานอย่างไร

ก. จะทำงานในลักษณะอ่มิ ตวั เปน็ ตัวเปดิ ปดิ การไหลของกระแส

ข. มวี งจรกรองแรงดนั ให้เรยี บขน้ึ

ค. ถา้ โหลดมคี า่ มากกจ็ ะกินไฟมาก

ง. ถูกทุกข้อ

10. การป้องกันการเกดิ ออสซิเลททคี่ วามสงู ทำได้อยา่ งไร

ก. ต่อตัวเกบ็ ประจเุ ขา้ ทางเอาต์พุต ข. ตอ่ ตวั เก็บประจเุ ขา้ ทางอินพตุ

ค. ต่อโวต์เตจเรก็ กเู ลเตอรเ์ ข้าแหล่งจา่ ย ง. ใช้งานจรกรองกระส่ีเอาต์พุต

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น

ขอ้ 1 ขอ้ 2 ข้อ 3 ขอ้ 4 ขอ้ 5 ขอ้ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ขอ้ 9 ขอ้ 10
ง. ง. ก. ข. -. ค. ค. ก. ข. ก.

191

16. ใบความรทู้ ่ี 10

หนว่ ยการสอนท่ี 10 ชื่อหน่วยการสอน ไอซีเรกกูเลเตอร์

หัวข้อเร่อื ง ไอซีเรกกูเลเตอร์

10.1 เรก็ กเู ลเตอรแ์ บบขนาน (Shunt Regulator)

การทำงานของวงจรเร็กกเู ลเตอร์แบบขนาน โดยมแี รงดันอนิ พตุ VIN จ่ายให้กบั วงจร มีตวั ต้านทาน
Rs ทำหน้าทใ่ี นการจำกดั กระแสทจี่ ะไหลผา่ นวงจรทง้ั หมด ตวั ต้านทานที่ปรับค่าได้ Rp จะทำการปรับค่าเอง

โดยอัตโนมตั เิ พอื่ ใหแ้ รงดันท่ีเอาต์พตุ คงท่ีตลอด สมการของแรงดันเอาตพ์ ุต V0= VIN-Rs(I0+Ip)
10.2 เร็กกเู ลเตอรแ์ บบอนุกรม (Series Regulator)

หลักการทำงานของเร็กกูเลเตอร์แบบอนุกรมนี้ โดยมีการจ่ายแรงดันที่ยังไม่ได้มีการเร็กกูเลทไปยัง

Rp โดย Rp จะปรับค่าความต้านทานของตัวเองได้อัตโนมัติ ทำให้เกิดแรงดันตกคร่อมท่ี Rp ค่าหน่ึง จะ

ได้แรงดันเอาต์พตุ เทา่ กับ แรงดันอินพุตลบด้วยแรงดันตกคร่อมในตวั เรก็ กูเลเตอร์ ซึ่งผลของการปรับค่า Rp
ที่ถูกต้อง ก็จะทำให้แรงดันเอาต์พุตตามที่ต้องการ และจากหลักการทำงานของเร็กกูเลเตอร์ชนิดนี้เองที่ได้

นำมาประยุกตท์ ำเปน็ ไอซีเร็กกูเลเตอรเ์ บอร์ต่างๆ ทั้งเบอร์ 78XX เบอร์ 79XX และอืน่ ๆ อีก

10.3 แผนผังวงจรพื้นฐานของเรก็ กเู ลเตอรแ์ บบอนกุ รม

แผนผงั วงจรพ้ืนฐานของเรก็ กเู ลเตอรช์ นดิ น้ี สามารถแบ่งออกได้ 3 ภาค ประกอบด้วย

1. วงจรแรงดนั อ้างองิ ซง่ึ เปน็ ส่วนทเี่ ปน็ อิสระต่อท้งั อณุ หภมู แิ ละแรงดนั ทีจ่ า่ ยใหก้ ับเรกกูเลเตอร์

2. วงจรขยายความผิดพลาก ทำหน้าที่คอยเปรียบเทียบแรงดันระหว่างแรงดันอ้างอิงและสัดส่วนของ

แรงดนั เอาตพ์ ตุ ท่ีปอ้ นกลัลมาทข่ี าอนิ เวอรต์ ง้ิ ของออปแอมป์

3. ซรี สี ์พาสทรานซิสเตอร์ ทำหน้าทจี่ ่ายกระแสเอาต์พุตใหเ้ พียงพอกับความต้องการของโหลด

10.4 ไอซีเร็กกเู ลเตอร์สามขาชนดิ จา่ ยแรงดันคงที่

ไอซเี ร็กกเู ลเตอรภ์ ายในประกอบดว้ ยวงจรเรก็ กูเลเตอร์แบบอนุกรม มีขาต่อใช้งานสามขาประกอบด้วยขา

อินพตุ เอาต์พุต และกราวด์ ซึง่ จะจา่ ยแรงดันคา่ ใดค่าหน่ึงโดยเฉพาะ โดยรวมเอาสว่ นของวงจรป้อนกลบั ที่

ประกอบด้วย R1 และ R2

192

17. ใบงานท่ี 10

หนว่ ยการสอนท่ี 10 ช่ือหน่วยการสอน ไอซีเรกกูเลเตอร์

หัวข้อเรื่อง ไอซีเรกกูเลเตอร์

จุดประสงค์

1. เพ่อื ศึกษาคณุ สมบัติของไอซเี ร็กกูเลเตอร์

2. เพือ่ ใหส้ ามารถต่อไอซีเรก็ กูเลเตอรใ์ ชง้ านได้ถูกต้อง

3. สามารถออกแบบวงจรจา่ ยไฟโดยใชไ้ อซีเร็กกเู ลเตอรไ์ ด้ถูกตอ้ ง

เครอื่ งมือและอุปกรณ์

1. แหล่งจา่ ยไฟกระแสตรงชนิดปรับคา่ ได้ 0 – 30 V 1 เคร่ือง

2. มลั ตมิ เิ ตอร์ 1 เครอ่ื ง

3. ชุดฝึกวชิ าอุปกรณอ์ เิ ล็กทรอนิกส์ 1 ชดุ

ลำดับดบั ขน้ั การทดลอง

1. ประกอบวงจรตามรูปที่ 10.1

รปู ท่ี 10.1

2. ใชม้ ลั ติมเิ ตอร์ วัดแรงดันและกระแสตามตารางที่ 10.1 บนั ทึกค่าในตารางท่ี 10.1

3. ทำการเปลี่ยนค่าความต้านทาน โหลด (RL) ตามค่าในตารางที่ 10.1 วัดค่ากระแสและแรงดัน

บันทึกค่าในตารางท่ี 10.1

LOAD(RL) 5.6K 1K 470 220 หลอด 6V หลอด 6
1 หลอด 2 หลอด

IOUT (mA) mA
VOUT(V) V

ตารางท่ี 10.1

4. ทดลองเปลยี่ นคา่ ES ตามตารางที่ 10.2 โดยใหโ้ หลด (RL) เปน็ หลอดไฟ 6V 1 หลอด สังเกต VOUT

ที่เปล่ยี นไป บันทึกผลการทดลองทไ่ี ดใ้ นตารางท่ี 10.2

ES 4 5 6 7 8 9 10 11 12 V

VOUT V

ตารางท่ี 10.2

193

สรุปและวิจารณผ์ ลการทดลองทกุ ๆ ขน้ั ตอน

............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................... ...........................
........................................................................................................ ......................................................................
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................... .....................................
.............................................................................................. ................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................... ...............................................
.................................................................................... ..........................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................

194

18. แบบประเมนิ ผล

แบบประเมนิ ผลการนำเสนอผลงาน

ชือ่ กลมุ่ ……………………………………………ชัน้ ………………………หอ้ ง............................

รายชอ่ื สมาชิก

1……………………………………เลขท…ี่ …. 2……………………………………เลขท่ี…….

3……………………………………เลขท…ี่ …. 4……………………………………เลขที่…….

ที่ รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คิดเห็น
32 1

1 เนอื้ หาสาระครอบคลุมชัดเจน (ความรูเ้ กย่ี วกับเน้อื หา ความถกู ตอ้ ง

ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปญั หาเฉพาะหนา้ )

2 รปู แบบการนำเสนอ

3 การมสี ว่ นรว่ มของสมาชกิ ในกลมุ่

4 บุคลิกลักษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้ำเสียง ซึ่งทำให้ผู้ฟังมีความ

สนใจ

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………

เกณฑ์การให้คะแนน

1. เนอื้ หาสาระครอบคลุมชดั เจนถกู ต้อง

3 คะแนน = มีสาระสำคญั ครบถว้ นถกู ต้อง ตรงตามจุดประสงค์

2 คะแนน = สาระสำคญั ไม่ครบถ้วน แตต่ รงตามจดุ ประสงค์

1 คะแนน = สาระสำคัญไมถ่ ูกตอ้ ง ไมต่ รงตามจดุ ประสงค์

2. รปู แบบการนำเสนอ

3 คะแนน = มรี ูปแบบการนำเสนอท่เี หมาะสม มีการใชเ้ ทคนคิ ทแี่ ปลกใหม่ ใชส้ อ่ื และเทคโนโลยี

ประกอบการ นำเสนอทนี่ ่าสนใจ นำวสั ดใุ นท้องถิ่นมาประยุกตใ์ ช้อย่างคุ้มค่าและ

ประหยัด

2 คะแนน = มีเทคนคิ การนำเสนอที่แปลกใหม่ ใช้สื่อและเทคโนโลยีประกอบการนำเสนอที่น่าสนใจ

แต่ขาดการประยุกตใ์ ช้ วัสดใุ นทอ้ งถน่ิ

1 คะแนน = เทคนคิ การนำเสนอไม่เหมาะสม และไมน่ า่ สนใจ

3. การมีสว่ นรว่ มของสมาชิกในกล่มุ

3 คะแนน = สมาชกิ ทกุ คนมีบทบาทและมสี ่วนร่วมกิจกรรมกลุม่

2 คะแนน = สมาชกิ ส่วนใหญ่มบี ทบาทและมีสว่ นรว่ มกิจกรรมกลุ่ม

1 คะแนน = สมาชิกสว่ นนอ้ ยมบี ทบาทและมีสว่ นรว่ มกจิ กรรมกล่มุ

4. ความสนใจของผู้ฟงั

3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมอื

2 คะแนน = ผู้ฟงั ร้อยละ 70-90 สนใจ และใหค้ วามรว่ มมอื

1 คะแนน = ผฟู้ ังน้อยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ

195

แบบประเมนิ กระบวนการทำงานกล่มุ

ช่อื กลมุ่ ……………………………………………ช้ัน………………………หอ้ ง............................

รายชือ่ สมาชิก

1……………………………………เลขท…ี่ …. 2……………………………………เลขท…ี่ ….

3……………………………………เลขท…ี่ …. 4……………………………………เลขท…่ี ….

ที่ รายการประเมิน คะแนน ข้อคิดเหน็
321
1 การกำหนดเป้าหมายรว่ มกัน
2 การแบ่งหนา้ ที่รับผิดชอบและการเตรยี มความ

พรอ้ ม
3 การปฏบิ ตั หิ นา้ ทท่ี ี่ได้รับมอบหมาย
4 การประเมินผลและปรบั ปรุงงาน

รวม

ผ้ปู ระเมนิ …………………………………………………
วันท่ี…………เดอื น……………………..พ.ศ…………...
เกณฑ์การให้คะแนน
1. การกำหนดเปา้ หมายร่วมกัน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนดเปา้ หมายการทำงานอย่างชัดเจน
2 คะแนน = สมาชิกสว่ นใหญ่มสี ่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน
1 คะแนน = สมาชกิ สว่ นน้อยมสี ว่ นรว่ มในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน
2. การหน้าท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานได้ทั่วถึง และตรงตามความสามารถของสมาชกิ ทุกคน มีการจัดเตรียม
สถานท่ี สอ่ื /อุปกรณ์ไว้อยา่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ ่ัวถงึ แตไ่ ม่ตรงตามความสามารถ และมสี ื่อ/อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพรอ้ มเพรยี ง
แต่ขาดการจัดเตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทั่วถงึ และมสี ่ือ / อปุ กรณไ์ มเ่ พียงพอ
3. การปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ที ี่ได้รับมอบหมาย
3 คะแนน = ทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่กำหนด
2 คะแนน = ทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมาย แตช่ า้ กวา่ เวลาที่กำหนด
1 คะแนน = ทำงานไมส่ ำเร็จตามเปา้ หมาย
4. การประเมินผลและปรบั ปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชกิ ทกุ คนร่วมปรกึ ษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรบั ปรงุ งานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนมสี ว่ นร่วมปรึกษาหารือ แต่ไม่ปรบั ปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีสว่ นร่วมไมม่ สี ว่ นรว่ มปรกึ ษาหารอื และปรบั ปรุงงาน

196

19. แบบฝึกหดั

แบบฝกึ หัดท้ายหน่วยที่ 10
ไอซเี รก็ กเู ลเตอร์

จงตอบคำถามต่อไปน้ี
1. จงบอกโครงสร้างไอซีเรก็ กูเลเตอร์มาอยา่ งละเอยี ด พรอ้ มวาดรูป
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
2. จงอธบิ ายขาใช้งานของไอซีเร็กกูเลเตอร์วา่ มีกีข่ า ขาอะไรบ้าง พร้อมวาดรูป

............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
3. จงอธบิ ายการทำงานของไอซีเร็กกเู ลเตอร์มาพอสังเขป

............................................................................................................................................... ...............................
................................................................................................... ...........................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................. ............................................
...................................................................................... ........................................................................................
4. จงคำนวณและออกแบบวงจรจ่ายไฟโดยใชไ้ อซเี ร็กกเู ลเตอร์ให้ใช้งานได้

............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
....................................................................................................................................................................... .......
........................................................................................................................... ...................................................

197

20. บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้แบบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชพี และบรู ณาการตามหลกั

ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

20.1 สรุปผลการจดั การเรยี นรู้

รายการ ระดบั การปฏบิ ัติ
54321

ด้านการเตรียมการสอน

1.จดั หนว่ ยการเรียนรไู้ ดส้ อดคลอ้ งกับวตั ถุประสงคก์ ารเรียนรู้

2. กำหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ครอบคลุมท้งั ดา้ นความรู้ ด้านทักษะ และด้านจติ พสิ ยั

3. เตรยี มวัสดุ-อุปกรณ์ ส่ือ นวตั กรรม กิจกรรมตามแผนการจดั การเรียนรกู้ ่อนเขา้

สอน

ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

4. มีวธิ กี ารนำเขา้ สู่บทเรียนท่ีนา่ สนใจ

5. มกี ิจกรรมท่หี ลากหลาย เพ่ือชว่ ยใหผ้ เู้ รียนเกดิ การเรียนรู้ ความเขา้ ใจ

6. จัดกิจกรรมที่สง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นคน้ คว้าเพื่อหาคำตอบด้วยตนเอง

7. นักเรียนมสี ่วนรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

8. จดั กจิ กรรมทเ่ี นน้ กระบวนการคิด ( คิดวเิ คราะห์ คดิ สงั เคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ )

9. กระตุ้นใหผ้ ู้เรยี นแสดงความคดิ เหน็ อย่างเสรี

10. จดั กิจกรรมการเรยี นรู้ท่เี ชอื่ มโยงกบั ชีวิตจริงโดยนำภูมปิ ัญญา/บูรณาการเขา้ มา

มสี ว่ นร่วม

11. จัดกิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม

12. มีการเสรมิ แรงเม่ือนักเรียนปฏิบัติ หรอื ตอบถูกต้อง

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผูเ้ รียน

14. เอาใจใส่ดูแลผู้เรยี น อย่างทวั่ ถงึ

15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกับเวลาที่กำหนด

ด้านสือ่ นวัตกรรม แหลง่ การเรยี นรู้

16. ใชส้ ือ่ ทเ่ี หมาะสมกับกิจกรรมและศักยภาพของผู้เรยี น

17. ใช้สอ่ื แหล่งการเรียนร้อู ย่างหลากหลาย เช่น บคุ คล สถานท่ี ของจริง เอกสาร

สอ่ื อเิ ล็กทรอนิกส์ และอินเทอรเ์ นต็ เป็นต้น

13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผ้เู รยี น

14. เอาใจใสด่ แู ลผูเ้ รยี น อย่างท่วั ถึง

15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกับเวลาทีก่ ำหนด

ด้านการวัดและประเมินผล

18. ผูเ้ รียนมสี ่วนร่วมในการกำหนดเกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล

19. ประเมินผลอย่างหลากหลายและครบทั้งดา้ นความรู้ ทักษะ และจติ พิสยั

20. ครู ผู้เรยี น ผปู้ กครอง หรือ ผู้ที่เกยี่ วข้องมีส่วนร่วม ในการประเมนิ

หมายเหตุ ระดับการปฏบิ ัติ 5 = ปฏบิ ตั ิดเี ย่ียม 4 = ปฏบิ ตั ดิ ี 3 = รวม

ปฏิบตั พิ อใช้ 2 = ควรปรบั ปรุง 1 = ไมม่ กี ารปฏบิ ตั ิ เฉล่ยี

198

20.2 ปัญหาท่ีพบ และแนวทางแก้ปัญหา

ปัญหาท่ีพบ แนวทางแกป้ ญั หา

ดา้ นการเตรียมการสอน

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ด้านการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ดา้ นสือ่ นวัตกรรม แหลง่ การเรยี นรู้

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ดา้ นการวัดประเมนิ ผล

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ดา้ นอืน่ ๆ (โปรดระบเุ ป็นขอ้ ๆ)

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ลงชือ่ ........................................................................ ครผู ูส้ อน
(นายปฏพิ าน สนี าบญุ )
ตำแหน่ง ครูพิเศษสอน

............../.................................../....................

21. บันทกึ การนิเทศและติดตาม 199
ชอ่ื -สกุล ผ้นู เิ ทศ ตำแหน่ง
วัน-เดือน-ปี เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม

200

แผนการจัดการเรียนรู้ แบบมงุ่ เนน้ สมรรถนะอาชพี

และบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

รหัสวิชา 20105-2005 วิชา อปุ กรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์และวงจร

หนว่ ยท่ี 11 ชื่อหน่วย ไอซีออปแอมป์

ชื่อเรอ่ื ง ไอซีออปแอมป์ จำนวน 5 ช่ัวโมง

1. สาระสำคญั
ออปแอมป์ (Op – amp) เป็นชื่อย่อสำหรับเรียกวงจรขยายโอเพอเรชันเเนล แอมปลิไฟเออร์

(Operational amplifier) เป็นวงจรขยายแบบต่อตรง (Direct coupled amplifier) ที่มีอัตราการขยายสูง
มาก ใช้การป้อนกลับแบบลบไปควบคุมการทำงาน วงจรภายในประกอบด้วยวงจรขยายท่ีต่ออนุกรมกันหลาย
ภาค ไอซีออปแอมป์ เป็นไอซีที่แตกต่างไปจากลิเนียร์ไอซีทั่วไป มีอินพุต 2 อินพุต และมีเอาต์พุตเดียว
อินพุตขาหนึ่งเรียกว่า อินเวอร์ติ้งอินพุต (Inverting Input) หรือ ขาลบ(-) อีกขาหนึ่ง คือ นอนอินเวอร์ติ้ง
อินพุต(Non-Inverting Input) หรือขา(+) ออปแอมป์สามารถประยุกต์ใช้งานได้หลายอย่างเช่น วงจรขยาย
สัญญาณ วงจรเปรียบเทียบสญั ญาณ วงจรกำเนิดสัญญาณ เปน็ ตน้

2. สมรรถนะอาชีพประจำหนว่ ย
ดา้ นความรู้
1. บอกสัญลกั ษณแ์ ละโครงสรา้ งไอซอี อปแอมป์ได้
2. อธิบายขาใช้งานของไอซอี อปแอมป์ได้
3. อธบิ ายการทำงานของไอซีออปแอมป์ได้
4. คำนวณอัตราการขยายของไอซีออปแอมป์ได้
ดา้ นทกั ษะและการประยุกต์ใช้
1. ปฏิบตั ติ ามใบงานท่ี 11 เรอ่ื ง ไอซีออปแอมป์
2. ตอ่ วงจรสมมลู ของไอซีออปแอมป์ได้ถูกต้อง
3. ใช้ออสซลิ โลสโคปวดั สญั ญาณและความถท่ี เ่ี อาตพ์ ตุ ของไอซีออปแอมป์ได้
ด้านคุณธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์และบรู ณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ

พอเพียง
1. เห็นคณุ ค่าของความรู้พน้ื ฐานเกี่ยวกับไอซีออปแอมป์

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 จุดประสงคท์ ั่วไป

1. เพ่ือให้มีความรู้เกี่ยวกับการเปรียบเทียบวงจรขยายแบบกลับเฟสและแบบไม่กลบั
2. เพื่อใหม้ ีทกั ษะในการสงั เกตวงจรบัฟเฟอร์และวงจรกรองสัญญาณความถต่ี ำ่
3. เพื่อให้มีเจตคติท่ีดีในการติดตามคุณสมบัติของไอซีออปแอมป์
4. เพอื่ ประยุกต์ไอซีออปแอมปไ์ ปใชง้ านอ่นื ได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม

201

3.2 จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
1. เปรียบเทียบวงจรขยายแบบกลบั เฟสและแบบไม่กลับได้
2. สังเกตวงจรบฟั เฟอรแ์ ละวงจรกรองสัญญาณความถ่ีตำ่ ได้
3. ตดิ ตามคุณสมบตั ิของไอซีออปแอมป์ได้
4. ประยกุ ต์ไอซีออปแอมป์ไปใชง้ านอ่นื ได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม

4. เนือ้ หาสาระการสอน/การเรียนรู้

4.1 ดา้ นความรู้
1. วงจรขยายแบบกลบั เฟสและแบบไม่กลบั
2. วงจรบัฟเฟอร์และวงจรกรองสญั ญาณความถ่ีตำ่
3. คุณสมบัตขิ องไอซีออปแอป์
4. ประยุกตไ์ อซีออปแอมป์ ไปใช้งานอนื่ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

4.2 ด้านทักษะหรือปฏบิ ตั ิ
1. การทดลองท่ี 11 ไอซีออปแอมป์
2. แบบทดสอบบทที่ 11

4.3 ด้านคณุ ธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. ประยุกตไ์ อซีออปแอมป์ ไปใชง้ านอื่นได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม

202

5. กจิ กรรมการเรียนการสอนหรอื การเรียนรู้

ขนั้ ตอนการสอนหรอื กิจกรรมครู ข้ันตอนการเรียนหรือกจิ กรรมของผู้เรยี น

ขัน้ เตรียม(จำนวน 15 นาที) ขนั้ เตรียม(จำนวน 15 นาที )

1. ผู้สอนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนำ 1. ผู้เรียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผู้สอน
รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเรื่อง แนะนำรายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียน
สารก่ึงตวั นำ
เรือ่ ง สารกง่ึ ตัวนำ
2. ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 2. ผู้เรียนทำความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์
เรียนที่ 11 และขอให้ผู้เรียนร่วมกันทำกิจกรรมการ การเรียนของหน่วยเรียนที่ 11 และการให้ความ
เรียนการสอน
ร่วมมอื ในการทำกิจกรรม

ขั้นการสอน(จำนวน 240 นาที) ขนั้ การสอน(จำนวน 240 นาที)

1. ผู้สอนให้ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทท่ี 1. ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทที่ 11 เรื่อง

11 เรื่อง ไอซีออปแอมป์ และให้ผู้เรียนศึกษา ไอซีออปแอมป์ และผู้เรียนศึกษาเอ กสาร

เ อ ก ส า ร ป ร ะ ก อ บ ก า ร ส อ น ว ิ ช า อ ุ ป ก ร ณ์ ประกอบการสอน วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และ

อิเล็กทรอนิกส์และวงจร โดยให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วย วงจร ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง และสามารถตอบ

ตนเอง และสามารถสอบถามข้อสงสัยระหว่างเรียน ข้อสงสัยระหว่างเรยี นได้

จากผสู้ อน 2. ผู้เรียนฟังอธิบายสารกึ่งตัวนำได้ศึกษาจาก

2. ผู้สอนให้ผู้เรียนอธิบายสารกึ่งตัวนำศึกษา PowerPoint

จาก PowerPoint 3. ผู้เรียนปฏิบัติใบงานที่ 11 เรื่อง ไอซีออป

3. ผู้สอนให้ผู้เรียนปฏิบัติใบงานที่ 11 เรื่อง แอมป์

ไอซีออปแอมป์ 4. ผู้เรียนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อสงสัย

4. ผ้สู อนสังเกตการณ์ปฏบิ ัติใบงานท่ี 11 เร่ือง ระหวา่ งเรียนจากผู้สอน

ไอซอี อปแอมป์

ข้นั สรปุ (จำนวน 45 นาท)ี ขน้ั สรุป(จำนวน 45 นาที)

1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาที่ได้ 1. ผเู้ รียนรว่ มกันสรุปเนือ้ หาท่ีได้เรยี นให้มี

เรยี นให้มคี วามเข้าใจในทิศทางเดยี วกนั ความเข้าใจในทิศทางเดียวกัน

2. ผ้สู อนใหผ้ ู้เรยี นทำแบบฝึกหดั หน่วยที่ 11 2. ผเู้ รียนทำแบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี 11

3. ผู้สอนให้ผูเ้ รียนศึกษาเพิ่มเตมิ นอกหอ้ งเรียน 3. ผู้เรยี นศึกษาเพ่มิ เติมนอกห้องเรียน ด้วย

ด้วย PowerPoint ที่จดั ทำข้ึน PowerPoint ที่จัดทำข้ึน

203

6. สื่อการเรยี นการสอน/การเรยี นรู้

6.1 สื่อสิ่งพิมพ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา อปุ กรณอ์ เิ ลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจร (Entrepreneurship)
2. ใบความรู้ท่ี 11 เรอ่ื ง ไอซอี อปแอมป์
3. การทดลองที่ 11 เรื่อง ไอซีออปแอมป์ ขน้ั ประยุกตใ์ ช้ ข้อ 1
4. แบบทดสอบบทที่ 11 สรปุ และประเมินผล ขอ้ 2
5. แบบประเมินผลงานตามใบงาน ใช้ประกอบการสอนข้ันประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1
6. แบบประเมินพฤตกิ รรมการทำงาน ใชป้ ระกอบการสอนข้ันประยุกต์ใช้ ขน้ั สรปุ และประเมนิ ผล

6.2 ส่ือโสตทัศน์
1. Power Point เรอื่ งไอซีออปแอมป์

6.3 สื่อของจริง
1. ไอซีออปแอมป์

7. แหลง่ การเรียนการสอน/การเรยี นรู้

7.1 ภายในสถานศกึ ษา
1. ห้องสมดุ วทิ ยาลยั การอาชีพสวา่ งแดนดนิ
2. ห้องอนิ เตอร์เน็ตวิทยาลัยการอาชพี สว่างแดนดิน

7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา
1. ห้องสมุดเฉลิมพระเกยี รติอำเภอสวา่ งแดนดิน
2. หอ้ งสมดุ ประชาชนเฉลิมราชกมุ ารอี ำเภอสว่างแดนดนิ

8. งานทีม่ อบหมาย

8.1 ก่อนเรยี น
1. ผูเ้ รียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน

8.2 ขณะเรียน
1. ศึกษาเน้ือหา ในบทที่ 11 เรื่อง ไอซอี อปแอมป์
2. รายงานผลหนา้ ช้ันเรียน
3. ปฏิบตั ิใบปฏิบัติงานท่ี 11 เร่ือง ไอซอี อปแอมป์
4. สรปุ ผลการทดลอง

8.3 หลังเรียน
1. ทำแบบฝึกหดั บทที่ 11

204

9. ผลงาน/ชิ้นงาน ท่ีเกิดจากการเรยี นรขู้ องผู้เรยี น

1. แบบฝกึ หัดบทที่ 11 ใบปฏิบัตงิ านท่ี 11
2. ตรวจผลงาน

10. เอกสารอา้ งอิง

1. อดุลย์ กัลยาแกว้ . อปุ กรณอ์ ิเล็กทรอนิกสแ์ ละวงจร. : ศูนยส์ ่งเสรมิ อาชวี ะ (ศสอ)

11. การบรู ณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั รายวิชาอ่ืน

1. บรู ณาการกบั วิชาอปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกส์เบอ้ื งต้น
2. บูรณาการกบั วิชาวงจรไฟฟ้าเบื้องตน้

12. หลกั การประเมนิ ผลการเรยี น

12.1 ก่อนเรยี น
1. ตรวจผลงานตามใบปฏิบัติงานที่ 11
2. สงั เกตการปฏิบตั ิงาน

12.2 ขณะเรียน
-

12.3 หลงั เรยี น
1. ตรวจแบบฝกึ หัด บทที่ 11
2. ตรวจแบบแบบฝกึ หัดผลการเรียนรู้

13. รายละเอียดการประเมินผลการเรียน

จุดประสงคข์ ้อท่ี 1 บอกสัญลักษณแ์ ละโครงสร้างไอซอี อปแอมป์ได้
1. วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถบอกสัญลักษณแ์ ละโครงสรา้ งไอซอี อปแอมป์ได้
4. เกณฑก์ ารผา่ น : บอกสญั ลักษณแ์ ละโครงสรา้ งไอซอี อปแอมป์ได้ ได้คะแนน 0.5 คะแนน
จุดประสงคข์ ้อที่ 2 อธิบายขาใช้งานของไอซีออปแอมป์ได้
1. วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่อื งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถอธิบายขาใช้งานของไอซีออปแอมป์ได้
4. เกณฑก์ ารผ่าน : อธิบายขาใชง้ านของไอซีออปแอมป์ได้ ไดค้ ะแนน 0.5 คะแนน

205

จดุ ประสงคข์ ้อที่ 3 อธบิ ายการทำงานของไอซีออปแอมป์ได้

1. วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถอธิบายการทำงานของไอซีออปแอมปไ์ ด้

4. เกณฑ์การผ่าน : อธบิ ายการทำงานของไอซีออปแอมป์ได้ ได้คะแนน 1 คะแนน

จดุ ประสงค์ขอ้ ท่ี 4 คำนวณอัตราการขยายของไอซอี อปแอมป์ได้
1. วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครือ่ งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถคำนวณอตั ราการขยายของไอซีออปแอมป์ได้
4. เกณฑก์ ารผ่าน : คำนวณอัตราการขยายของไอซีออปแอมป์ได้ ได้คะแนน 1 คะแนน
จดุ ประสงค์ข้อที่ 5 ปฏบิ ัติตามใบงานที่ 11 เร่อื ง ไอซอี อปแอมป์
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่ืองการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมนิ : สามารถปฏบิ ัตติ ามใบงานท่ี 11 เรอื่ ง ไอซีออปแอมป์
4. เกณฑ์การผ่าน : ปฏบิ ตั ิตามใบงานที่ 11 เร่อื ง ไอซีออปแอมป์ได้ ไดค้ ะแนน 1 คะแนน
จุดประสงค์ขอ้ ที่ 6 ตอ่ วงจรสมมูลของไอซีออปแอมป์ได้ถกู ต้อง
1. วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมนิ : สามารถตอ่ วงจรสมมูลของไอซีออปแอมป์ไดถ้ ูกต้อง
4. เกณฑ์การผา่ น : ต่อวงจรสมมลู ของไอซีออปแอมป์ได้ถูกต้องได้ ไดค้ ะแนน 0.5 คะแนน
จุดประสงคข์ อ้ ท่ี 7 ใช้ออสซลิ โลสโคปวัดสญั ญาณและความถ่ที ีเ่ อาต์พตุ ของไอซอี อปแอมป์ได้
1. วธิ ีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมนิ : สามารถใช้ออสซิลโลสโคปวดั สญั ญาณและความถ่ที ีเ่ อาต์พุตของไอซีออปแอมป์ได้
4. เกณฑ์การผ่าน : ใช้ออสซิลโลสโคปวัดสัญญาณและความถี่ที่เอาต์พุตของไอซีออปแอมป์ได้ ได้คะแนน 0.5
คะแนน
จุดประสงค์ขอ้ ท่ี 8 เห็นคณุ คา่ ของความร้พู ื้นฐานเกีย่ วกับไอซีออปแอมป์
1. วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครอื่ งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : เหน็ คุณคา่ ของความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับไอซีออปแอมป์
4. เกณฑก์ ารผา่ น : เหน็ คณุ คา่ ของความรพู้ ้นื ฐานเกี่ยวกบั ไอซีออปแอมป์ได้ ไดค้ ะแนน 0.55 คะแนน

206

14. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

หนว่ ยการสอนที่ 11 ช่ือหน่วยการสอน ไอซีออปแอมป์

วัตถปุ ระสงค์ เพอ่ื ประเมนิ ความรูพ้ ื้นฐานเกีย่ วกับไอซีออปแอมป์

ขอ้ คำถาม

คำสง่ั จงเลอื กคำตอบทถ่ี ูกต้องท่ีสุด

1. ขอ้ ใดคือคุณสมบัติของออปแอมป์

ก. มอี ตั ราขยายเปน็ อนนั ต์ ข. มีอินพตุ อนิ พีแดนซ์เป็นอนันต์

ค. มเี อาต์พตุ อิมพีแดนซ์เปน็ ศูนย์ ง. ถูกทกุ ข้อ

2. ออปแอมปต์ อบสนองความถ่ีทชี่ ่วงใด

ก. 0 Hz – 1 kHz ข. 0 Hz – 10 kHz

ค. 0 Hz – 1 MHz ง. 0 Hz – อนนั ต์

3. ขอ้ ใดคือข้อดีของออปแอมป์

ก. สามารถยายสญั ญาณได้ท้งั ไฟกระแสสลับ และไฟกระแสตรง

ข. สามารถขยายสญั ญาณไฟกระแสสลบั ไดส้ ูง

ค. สามารถขยายสัญญาณไฟกระแสตรงได้สูง

ง. สามารถขยายไดก้ ว้าง

4. ออปแอมป์มีความแตกตา่ งจากไอซีลเิ นียร์โดยท่ัวไป คือข้อใด

ก. ออปแอมป์มอี นิ พุด 1 ทาง เอาต์พดุ 1 ทาง

ข. ออปแอมป์มีอนิ พุด 2 ทาง เอาต์พดุ 1 ทาง

ค. ออปแอมป์มีอินพุด 1 ทาง เอาต์พดุ 2 ทาง

ง. ออปแอมปม์ ีอินพดุ 2 ทาง เอาต์พุด 2 ทาง

5. จากรูปวงจรท่ี 11.1 จงคำนวณหาอตั ราการขยายวา่ มีค่าเทา่ ใด

ก. 1 เท่า ข. 17 เทา่ ค. 56 เทา่ ง. 100 เท่า

6. เราสามารถนำเอาออปแอมปม์ าใชข้ ยายสัญญาณไดก้ ี่แบบ

ก. 2 แบบ ข. 3 แบบ ค. 4 แบบ ง. 5 แบบ

7. วงจรออปแอมปแ์ บบกลบั เฟสเปน็ อยา่ งไร

ก. มกี ารป้อนกลับสญั ญาณเข้าทางขาอินเวอรต์ ิ้งอินพุต

ข. มกี ารปอ้ นสัญญาณไฟสลับความคุมเฟส

ค. มีการปอ้ นสญั ญาณไฟตรงให้กบั R1

ง. ใช้ R3 ควบคมุ เฟส

8. วงจรขยายออปแอมปแ์ บบไม่กลบั เฟสเปน็ อย่างไร

ก. ปอ้ นสญั ญาณเข้าท่ีขาอินเวอรต์ ง้ิ

ข. ปอ้ นสญั ญาณเข้าที่ขานอนอนิ เวอรต์ ิง้

ค. ป้อนสญั ญาณเข้าท้ังขา อนิ เวอร์ติ้งและนอนอินเวอร์ตงิ้

ง. ใช้ R1 ควบคุมเฟส

207

9. วงจรบฟั เฟอร์ หรือเรียกอีกอย่างวา่ วงจรอะไร

ก. วงจรฟิลเตอร์ ข. วงจรกันชน ค. วงจรทวีแรงดนั ง. วงจรยกระดับ

10. อัตราการขยายแรงดนั ของวงจรบฟั เฟอรม์ ีค่าเทา่ ใด ง. AV = 3 เท่า

ก. AV = 1 เท่า ข. AV = 1.5 เทา่ ค. AV = 2 เท่า ข้อ 8 ขอ้ 9
ข. ข.
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น

ขอ้ 1 ข้อ2 ข้อ 3 ขอ้ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ขอ้ 7 ขอ้ 10
ข. ข. ง. ก. ข. ข. ง. ค.

15. แบบทดสอบหลงั เรียน

หน่วยการสอนท่ี 11 ชื่อหน่วยการสอน ไอซีออปแอมป์

วัตถุประสงค์ เพ่อื ประเมินความรพู้ น้ื ฐานเกยี่ วกับไอซีออปแอมป์

ขอ้ คำถาม

คำส่ัง จงเลอื กคำตอบทถ่ี ูกต้องท่ีสุด

1. ขอ้ ใดคือคุณสมบัติของออปแอมป์

ก. มอี ตั ราขยายเป็นอนันต์ ข. มอี นิ พตุ อนิ พแี ดนซ์เป็นอนันต์

ค. มเี อาต์พตุ อิมพีแดนซ์เปน็ ศูนย์ ง. ถูกทกุ ขอ้

2. ออปแอมป์ตอบสนองความถที่ ชี่ ว่ งใด

ก. 0 Hz – 1 kHz ข. 0 Hz – 10 kHz

ค. 0 Hz – 1 MHz ง. 0 Hz – อนนั ต์

3. ข้อใดคือข้อดีของออปแอมป์

ก. สามารถยายสัญญาณได้ทั้งไฟกระแสสลบั และไฟกระแสตรง

ข. สามารถขยายสญั ญาณไฟกระแสสลบั ไดส้ ูง

ค. สามารถขยายสัญญาณไฟกระแสตรงไดส้ ูง

ง. สามารถขยายได้กวา้ ง

4. ออปแอมป์มคี วามแตกต่างจากไอซลี เิ นยี ร์โดยท่วั ไป คือข้อใด

ก. ออปแอมป์มีอนิ พดุ 1 ทาง เอาต์พดุ 1 ทาง

ข. ออปแอมป์มอี ินพุด 2 ทาง เอาต์พุด 1 ทาง

ค. ออปแอมป์มอี นิ พดุ 1 ทาง เอาต์พดุ 2 ทาง

ง. ออปแอมปม์ ีอนิ พุด 2 ทาง เอาต์พดุ 2 ทาง

5. จากรูปวงจรท่ี 11.1 จงคำนวณหาอตั ราการขยายวา่ มีค่าเท่าใด

ก. 1 เท่า ข. 17 เท่า ค. 56 เท่า ง. 100 เท่า

6. เราสามารถนำเอาออปแอมป์มาใช้ขยายสญั ญาณไดก้ ี่แบบ

ก. 2 แบบ ข. 3 แบบ ค. 4 แบบ ง. 5 แบบ

208

7. วงจรออปแอมปแ์ บบกลับเฟสเปน็ อย่างไร

ก. มกี ารป้อนกลบั สัญญาณเข้าทางขาอนิ เวอร์ติ้งอินพุต

ข. มกี ารปอ้ นสญั ญาณไฟสลบั ความคุมเฟส

ค. มีการป้อนสัญญาณไฟตรงใหก้ บั R1

ง. ใช้ R3 ควบคุมเฟส

8. วงจรขยายออปแอมปแ์ บบไม่กลับเฟสเปน็ อย่างไร

ก. ป้อนสญั ญาณเข้าท่ีขาอนิ เวอรต์ ้ิง

ข. ปอ้ นสัญญาณเข้าที่ขานอนอินเวอร์ติ้ง

ค. ปอ้ นสัญญาณเข้าทงั้ ขา อนิ เวอรต์ ิ้งและนอนอินเวอรต์ ง้ิ

ง. ใช้ R1 ควบคมุ เฟส

9. วงจรบัฟเฟอร์ หรือเรียกอีกอยา่ งวา่ วงจรอะไร

ก. วงจรฟลิ เตอร์ ข. วงจรกันชน ค. วงจรทวแี รงดนั ง. วงจรยกระดับ

10. อัตราการขยายแรงดันของวงจรบัฟเฟอรม์ ีคา่ เทา่ ใด ง. AV = 3 เท่า

ก. AV = 1 เทา่ ข. AV = 1.5 เท่า ค. AV = 2 เท่า ขอ้ 8 ขอ้ 9
ข. ข.
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น

ขอ้ 1 ขอ้ 2 ข้อ 3 ขอ้ 4 ขอ้ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 10
ข. ข. ง. ก. ข. ข. ง. ค.

209

16. ใบความรู้ท่ี 11

หน่วยการสอนท่ี 11 ชื่อหน่วยการสอน ไอซีออปแอมป์

หัวข้อเรอื่ ง ไอซีออปแอมป์

11.1 คุณสมบตั ิของออปแอมป์

ออปแอมป์ (Op-amp) เป็นชื่อย่อสำหรับเรียกวงจรขยายที่ย่อมาจาก (Operationg amplifier)

เป็นวงจรขยายแบบต่อตรง ที่มีอัตราการขยายสูงมาก ใช้การป้อนกลับแบบลบไปควบคุมคุณลักษณะการ

ทำงาน ทำให้ผลการทำงานของวงจรไม่ขึ้นกับพารามิเตอร์ภายในของออปแอมป์ วงจรภายในประกอบด้วย

วงจรขยายท่ีตอ่ อนุกรมกัน 4 ภาค คอื วงจรขยายดฟิ เฟอเรนเซียลด้านทางเขา้ วงจรขยายดิฟเฟอเรนเชียล

ภาคที่สอง วงจรเลื่อนระดับและวงจรขยายกำลังด้านทางออก สัญลักษณ์ที่ใช้แทนออปแอมป์จะเป็นรูป

สามเหลย่ี ม ไอซีออปแอมป์ เป็นไอซีที่แตกต่างไปจากลเิ นยี ร์ไอซที ว่ั ไป คอื ไอซีออปแอมปม์ ีขาอินพุตสองขา

เรียกว่าขาเข้าไม่กลับเฟส หรือขา+และขาเข้ากลับเฟส หรือขา-ส่วนทางด้านออกมีเพียงขาเดียว เม่ือ

สัญญาณป้อนขาไม่กลับเฟส สัญญาณทางด้านออกจะมีเฟสตรงกับทางด้านเข้า แต่ถ้าป้อนสัญญาณเข้าที่ขา

เข้ากลับเฟส สัญญาณทางออกจะมีเฟสตา่ งไป 180 องศาจากสญั ญาณดา้ นทางเข้า

คณุ สมบัตขิ องออปแอมปใ์ นทางอดุ มคติ

1. อัตราขยายมคี ่าสงู มากเปน็ อนันต์ หรืออนิ ฟนิ ติ ี้

2. อนิ พุตอมิ พีแดนซ์มคี ่าสูงมากเป็นอนันต์

3. เอาต์พุตอมิ พีแดนซม์ คี ่าตำ่ มากเทา่ กบั ศูนย์

4. ความกวา้ งของแบนด์วิดท์ ในการขยายสูงมาก

5. สามารถขยายสญั ญาณไดท้ ้งั สญั ญาณ AC. และสญั ญาณ DC

6. การทำงานไมข่ ้ึนกบั อุณหภมู ิ

11.2 วงจรขยายแบบกลับเฟส (Inverting Amplifier)

ในวงจรขยายออปแอมป์นั้นสามารถที่จะกำหนดอัตราการขยายของวงจรได้โดยการใช้วงจรเนกาตีฟ

ฟีดแบค็ เมอื่ เราป้อนสญั ญาณเขา้ ทางขากลับเฟส (ขา -) แรงดันด้านทางออกจะมีมุมเฟสต่างไปจากแรงดัน

ทางเข้า 180 องศา ซึ่งมีลักษณะตรงกันขา้ ม สัญญาณตรงกันข้ามนี้ก็จะถูกป้อนกลับผ่าน R2 เข้ามายังขา
อินเวอร์ติง้ อีกคร้งั หนึ่ง ตรงจุดนี้จะทำให้สัญญาณเกดิ การหักล้างกันอัตราการขยายก็จะลดลง ถ้าตัวต้านทาน

ที่เป็นตัวป้อนกลับมีค่ามาก จะทำให้สัญญาณป้อนกลับมีขนาดเล็กอัตราการขยายออกจึงสูง ถ้าตัวต้าน

ทานั้ป้อนกลับมีค่าน้อยสัญญาณป้อนกลับไปได้มาอัตราการขยายก็จะลดลง ฉะนั้นอัตราส่วนของความ

ต้านทาน R1 และ R2 จะเป็นตัวกำหนดอัตราการขยายของวงจร โดยไมข่ ึน้ อัตราการขยายของออปแอมป์
R2
ซึ่งสามารถอัตราการขยายแรงดนั ไดจ้ ากสตู ร AV= R1

11.3 วงจรขยายแบบไมก่ ลบั เฟส (Non-Inverting Amplifier)

วงจรขยายนีเ้ ป็นวงจรขยายอีกแบบหนง่ึ ที่ต้องการเฟสในการขยายเป็นเฟสเดยี วกนั ดงั นั้น การป้อน

สัญญาณอินพุตจึงต้องป้อนเข้าที่ขาอินพุตไม่กลับเฟส (+) ซึ่งเมื่อขยายออกที่เอาต์พุตแล้วจะได้สัญญาณ

เอาต์พตุ ทม่ี เี ฟสเหมือนกัน ดงั นัน้ ในวงจรขยายแบบไมก่ ลับเฟสนกี้ ารปอ้ นกลับเพื่อลดอัตราการขยายจึงยังคง

ต้องปอ้ นไปยงั ขาอินเวอรต์ งิ้ (-) เพื่อให้เกดิ การหักลา้ งของสัญญาณกันภายในตัวไอซอี อปแอมป์

210

11.4 วงจรบฟั เฟอร์ (Buffer)
วงจรบัฟเฟอร์ หรือ วงจรกันชน เป็นวงจรที่ใช้เชื่อมวงจรสองวงจรเข้าด้วยกัน เช่น ระบบไอซีท่ี
ต่างกระกูลกัน หรือทรานซิสเตอร์ที่ไม่แมทชิ่งอิมพีแดนซ์กัน คือ วงจรที่จำเป็นต้องใช้บัฟเฟอร์เพราะ
คณุ สมบตั ิของออปแอมป์ทางเอาต์พุตอมิ พีแดนซ์ต่ำ เม่อื เชื่อมตอ่ วงจรอื่นแล้วจะไม่ทำให้วงจรอ่ืนมีผลแตกต่าง
ไปจากเดิม วงจรบัฟเฟอรน์ ัน้ จะมีอัตราการขยายเทา่ กบั I
11.5 วงจรกรองสัญญาณความถี่ต่ำ (Low Pass Filter)
การใชว้ งจรกรองแบบอาร์ซี (RC Filter) เข้ามาเปน็ เนกาตฟี ฟีดแบ็ค การขยายสัญญาณของออปแอมปจ์ ะ
กรองเอาความถเ่ี ฉพาะบางความถ่ีออกไปเท่านนั้ ซ่ึงสามารถหาความถี่ทใี่ ช้งานได้จากสูตร F=2πR12C1

211

17. ใบงานท่ี 11

หนว่ ยการสอนที่ 11 ชื่อหน่วยการสอน ไอซีออปแอมป์

หวั ข้อเรื่อง ไอซีออปแอมป์

จุดประสงค์

1. ปฏิบัตกิ ารทดลองวงจรขยายแบบอนิ เวอร์ติ้งและนอนอินเวอร์ต้ิง โดยใช้ออปแอมป์

2. สามารถวัดหาคณุ สมบตั ิของวงจรขยายแบบอินเวอร์ต้ิงและนอนอินเวอรต์ ้ิงได้

3. สามารถประยุกต์ไอซีออปแอมป์ ไปใช้งานอ่ืนได้

เคร่ืองมอื และอุปกรณ์

1. แหลง่ จา่ ยไฟกระแสตรงชนิดปรับค่าได้ 0 – 30 V 1 เครอ่ื ง

2. เครือ่ งก าเนดิ สัญญาณเสียง 1 เครอื่ ง

3. ออสซิลโลสโคป 1 เครอ่ื ง

4. ชดุ ฝึกวชิ าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 1 ชุด

ลำดับดับข้นั การทดลอง

1. ประกอบวงจรตามรปู ท่ี 11.1

รปู ที่ 11.1 วงจรขยายแบบอนิ เวอรต์ ้งิ (Inverting Amplifier)

2. ตั้งความถี่ เครื่องกำเนิดสัญญาณเสียง ไปที่ความถี่ 100 Hz ใช้ออสซิลโลสโคปวัดแรงดัน VO
เปรยี บเทยี บกับ EG ปรับสวิตช์เลอื กท่ีตำแหย่ง DC ปรบั ขนาดของ EG ให้สัญญาณ VOเร่มิ เพี้ยนบันทึกภาพท่ีได้
ลงในรปู ที่ 11.1

212

รูปที่ 11.1
3. ปรับความถี่ของเครือ่ งกำเนิดสญั ญาณเสียงตามตารางที่ 11.1 แล้วบันทึกคา่ แรงดันของ VO, EG ลง
ในตารางท่ี 11.1

ความถี่ 50 80 100 400 800 1K 3K 5K 10K 30K 50K 100K Hz
EG VP-P
Vo VP-P
AV เทา่
ตารางท่ี 11.1

4. ต่อวงจรตามรูปที่ 11.1 โดยเปลี่ยน R1 เป็น 10K ตั้งความถี่ของเครื่องกำเนิดสัญญาณเสียงไปที่
ความถี่ 1 KHz ใช้ออสซิลโลสโคปวัดแรงดัน VO เปรียบเทียบกับ EG ปรับขนาดของ EG ให้สัญญาณ VO เริ่ม
เพี้ยนจากนั้นปรับความถี่ของเครื่องกำเนินสัญญาณเสียง ตามตารางที่ 11.2 แล้วบันทึกค่าแรงดันของ VO, EG
ลงใน ตารางที่ 11.2

ความถี่ 50 80 100 400 800 1K 3K 5K 10K 30K 50K 100K Hz
EG VP-P
Vo VP-P
AV เทา่
ตารางท่ี 11.2

213

5. ประกอบวงจรตามรปู ที่ 11.3

รูปที่ 11.2
สรุปและวิจารณ์ผลการทดลองทกุ ๆ ข้ันตอน

............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
....................................................................................................................................................................... .......
............................................................................................................................ ..................................................
............................................................................................................................. .................................................

214

18. แบบประเมนิ ผล

แบบประเมนิ ผลการนำเสนอผลงาน

ชือ่ กลมุ่ ……………………………………………ช้ัน………………………หอ้ ง............................

รายชอ่ื สมาชิก

1……………………………………เลขท…่ี …. 2……………………………………เลขท่ี…….

3……………………………………เลขท…ี่ …. 4……………………………………เลขที่…….

ที่ รายการประเมนิ คะแนน ขอ้ คิดเห็น
32 1

1 เนอื้ หาสาระครอบคลุมชัดเจน (ความรู้เก่ยี วกับเนือ้ หา ความถูกตอ้ ง

ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปญั หาเฉพาะหน้า)

2 รปู แบบการนำเสนอ

3 การมสี ว่ นรว่ มของสมาชิกในกลมุ่

4 บุคลิกลักษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้ำเสียง ซึ่งทำให้ผู้ฟังมีความ

สนใจ

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………

เกณฑ์การให้คะแนน

1. เนอื้ หาสาระครอบคลุมชดั เจนถกู ต้อง

3 คะแนน = มีสาระสำคญั ครบถว้ นถกู ต้อง ตรงตามจุดประสงค์

2 คะแนน = สาระสำคญั ไม่ครบถ้วน แตต่ รงตามจุดประสงค์

1 คะแนน = สาระสำคญั ไมถ่ ูกตอ้ ง ไมต่ รงตามจุดประสงค์

2. รปู แบบการนำเสนอ

3 คะแนน = มรี ูปแบบการนำเสนอทเ่ี หมาะสม มีการใชเ้ ทคนคิ ทแี่ ปลกใหม่ ใชส้ อ่ื และเทคโนโลยี

ประกอบการ นำเสนอท่นี า่ สนใจ นำวสั ดใุ นท้องถิ่นมาประยุกตใ์ ช้อย่างคุ้มค่าและ

ประหยัด

2 คะแนน = มีเทคนิคการนำเสนอทแี่ ปลกใหม่ ใชส้ อื่ และเทคโนโลยีประกอบการนำเสนอที่น่าสนใจ

แต่ขาดการประยุกตใ์ ช้ วสั ดุในท้องถนิ่

1 คะแนน = เทคนคิ การนำเสนอไม่เหมาะสม และไมน่ า่ สนใจ

3. การมีสว่ นรว่ มของสมาชิกในกล่มุ

3 คะแนน = สมาชกิ ทกุ คนมีบทบาทและมสี ่วนร่วมกิจกรรมกลุม่

2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีบทบาทและมสี ่วนรว่ มกิจกรรมกลุ่ม

1 คะแนน = สมาชกิ สว่ นนอ้ ยมบี ทบาทและมีส่วนรว่ มกจิ กรรมกล่มุ

4. ความสนใจของผู้ฟงั

3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมอื

2 คะแนน = ผู้ฟงั ร้อยละ 70-90 สนใจ และใหค้ วามรว่ มมือ

1 คะแนน = ผฟู้ ังน้อยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ

215

แบบประเมนิ กระบวนการทำงานกล่มุ

ช่อื กลมุ่ ……………………………………………ช้ัน………………………หอ้ ง............................

รายชือ่ สมาชิก

1……………………………………เลขท…ี่ …. 2……………………………………เลขท…ี่ ….

3……………………………………เลขท…ี่ …. 4……………………………………เลขท…่ี ….

ที่ รายการประเมิน คะแนน ข้อคิดเหน็
321
1 การกำหนดเป้าหมายรว่ มกัน
2 การแบ่งหนา้ ที่รับผิดชอบและการเตรยี มความ

พรอ้ ม
3 การปฏบิ ตั หิ นา้ ทท่ี ี่ได้รับมอบหมาย
4 การประเมินผลและปรบั ปรุงงาน

รวม

ผ้ปู ระเมนิ …………………………………………………
วันท่ี…………เดอื น……………………..พ.ศ…………...
เกณฑ์การให้คะแนน
1. การกำหนดเปา้ หมายร่วมกัน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนดเปา้ หมายการทำงานอย่างชัดเจน
2 คะแนน = สมาชิกสว่ นใหญ่มสี ่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน
1 คะแนน = สมาชกิ สว่ นน้อยมสี ว่ นรว่ มในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน
2. การหน้าท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานได้ทั่วถึง และตรงตามความสามารถของสมาชกิ ทุกคน มีการจัดเตรียม
สถานท่ี สอ่ื /อุปกรณ์ไว้อยา่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ ่ัวถงึ แตไ่ ม่ตรงตามความสามารถ และมสี ื่อ/อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพรอ้ มเพรยี ง
แต่ขาดการจัดเตรียมสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทั่วถงึ และมสี ่ือ / อปุ กรณไ์ มเ่ พียงพอ
3. การปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ที ี่ได้รับมอบหมาย
3 คะแนน = ทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาที่กำหนด
2 คะแนน = ทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมาย แตช่ า้ กวา่ เวลาที่กำหนด
1 คะแนน = ทำงานไมส่ ำเร็จตามเปา้ หมาย
4. การประเมินผลและปรบั ปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชกิ ทกุ คนร่วมปรกึ ษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรบั ปรงุ งานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชกิ บางส่วนมสี ว่ นร่วมปรึกษาหารือ แต่ไม่ปรบั ปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีสว่ นร่วมไมม่ สี ว่ นรว่ มปรกึ ษาหารอื และปรบั ปรุงงาน

216

19. แบบฝกึ หดั

แบบฝึกหัดท้ายหนว่ ยที่ 11
ไอซีออปแอมป์

จงตอบคำถามต่อไปน้ี
1. จงบอกสญั ลักษณ์และโครงสร้างไอซีออปแอมป์ พร้อมวาดรปู ประกอบ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. จงอธิบายขาใชง้ านของไอซีออปแอมป์มาอย่างละเอียด ว่ามีก่ีขา ขาอะไรบ้าง และแต่ละขาใช้งานอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. จงอธิบายการทำงานของไอซีออปแอมปม์ าพอเข้าใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. จงคำนวณอตั ราการขยายของไอซีออปแอมป์

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

217

20. บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรยี นรู้แบบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชพี และบรู ณาการตามหลกั

ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

20.1 สรุปผลการจดั การเรยี นรู้

รายการ ระดบั การปฏบิ ัติ
54321

ด้านการเตรียมการสอน

1.จดั หนว่ ยการเรียนรไู้ ดส้ อดคลอ้ งกับวตั ถุประสงคก์ ารเรียนรู้

2. กำหนดเกณฑก์ ารประเมนิ ครอบคลุมท้งั ดา้ นความรู้ ด้านทักษะ และด้านจติ พสิ ยั

3. เตรยี มวัสดุ-อุปกรณ์ ส่ือ นวตั กรรม กิจกรรมตามแผนการจดั การเรียนรกู้ ่อนเขา้

สอน

ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

4. มีวธิ กี ารนำเขา้ สู่บทเรียนท่ีนา่ สนใจ

5. มกี ิจกรรมท่หี ลากหลาย เพ่ือชว่ ยใหผ้ เู้ รียนเกดิ การเรียนรู้ ความเขา้ ใจ

6. จัดกิจกรรมที่สง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นคน้ คว้าเพื่อหาคำตอบด้วยตนเอง

7. นักเรียนมสี ่วนรว่ มในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

8. จดั กจิ กรรมทเ่ี นน้ กระบวนการคิด ( คิดวเิ คราะห์ คดิ สงั เคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ )

9. กระตุ้นใหผ้ ู้เรยี นแสดงความคดิ เหน็ อย่างเสรี

10. จดั กิจกรรมการเรยี นรู้ท่เี ชอื่ มโยงกบั ชีวิตจริงโดยนำภูมปิ ัญญา/บูรณาการเขา้ มา

มสี ว่ นร่วม

11. จัดกิจกรรมโดยสอดแทรกคณุ ธรรม จริยธรรม

12. มีการเสรมิ แรงเม่ือนักเรียนปฏิบัติ หรอื ตอบถูกต้อง

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผูเ้ รียน

14. เอาใจใส่ดูแลผู้เรยี น อย่างทวั่ ถงึ

15. ใช้เวลาสอนเหมาะสมกับเวลาที่กำหนด

ด้านสือ่ นวัตกรรม แหลง่ การเรยี นรู้

16. ใชส้ ือ่ ทเ่ี หมาะสมกับกิจกรรมและศักยภาพของผู้เรยี น

17. ใช้สอ่ื แหล่งการเรียนร้อู ย่างหลากหลาย เช่น บคุ คล สถานท่ี ของจริง เอกสาร

สอ่ื อเิ ล็กทรอนิกส์ และอินเทอรเ์ นต็ เป็นต้น

13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผ้เู รยี น

14. เอาใจใสด่ แู ลผูเ้ รยี น อย่างท่วั ถึง

15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกับเวลาทีก่ ำหนด

ด้านการวัดและประเมินผล

18. ผูเ้ รียนมสี ่วนร่วมในการกำหนดเกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล

19. ประเมินผลอย่างหลากหลายและครบทั้งดา้ นความรู้ ทักษะ และจติ พิสยั

20. ครู ผู้เรยี น ผปู้ กครอง หรือ ผู้ที่เกยี่ วข้องมีส่วนร่วม ในการประเมนิ

หมายเหตุ ระดับการปฏบิ ัติ 5 = ปฏบิ ตั ิดเี ย่ียม 4 = ปฏบิ ตั ดิ ี 3 = รวม

ปฏิบตั พิ อใช้ 2 = ควรปรบั ปรุง 1 = ไมม่ กี ารปฏบิ ตั ิ เฉล่ยี

218

20.2 ปัญหาท่ีพบ และแนวทางแก้ปัญหา

ปัญหาท่ีพบ แนวทางแกป้ ญั หา

ดา้ นการเตรียมการสอน

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ด้านการจดั กิจกรรมการเรียนรู้

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ดา้ นสือ่ นวัตกรรม แหลง่ การเรยี นรู้

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ดา้ นการวัดประเมนิ ผล

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ดา้ นอืน่ ๆ (โปรดระบเุ ป็นขอ้ ๆ)

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ลงชือ่ ........................................................................ ครผู ูส้ อน
(นายปฏพิ าน สนี าบญุ )
ตำแหน่ง ครูพิเศษสอน

............../.................................../....................

21. บันทกึ การนิเทศและติดตาม 219
ชอ่ื -สกุล ผ้นู เิ ทศ ตำแหน่ง
วัน-เดือน-ปี เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม

220

แผนการจัดการเรยี นรู้ แบบมงุ่ เนน้ สมรรถนะอาชพี

และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

รหสั วชิ า 20105-2005 วชิ า อุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกสแ์ ละวงจร

หน่วยท่ี 12 ช่ือหน่วย เอส ซี อาร์

ช่อื เร่อื ง เอส ซี อาร์ จำนวน 5 ช่ัวโมง

1. สาระสำคญั
เอสซีอาร์ ชื่อเต็มคือ Silicon Control Rectifier ชื่อย่อ “SCR” เป็นอุปกรณ์จำพวกไทริสเตอร์

โครงสร้างเป็นสารกง่ึ ตวั นำ 4 ตอน ( PNPN) ต่อชนเรียงสลับกนั มขี าต่อใชง้ าน 3ขา คือแอโนด (A) แคโทด (K)
และเกต (G) จ่ายไบอัสให้ขาแอโนดและแคโทดเป็นไบอัสตรงแล้วกระตุ้นที่ขาเกตเป็นไฟบวก SCR ก็จะ
นำกระแส ไดเ้ ม่อื SCR นำกระแสแลว้ การที่จะทำให้ SCR หยดุ นำกระแสกระทำได้ 2 วิธคี ือ ตดั แรงดันทีจ่ ่ายให้
วงจรออกช่วั ขณะและลดกระแสแอโนดท่ีไหลผ่าน SCR ให้ต่ำกวา่ กระแสโฮลดิ้ง(IH)

2. สมรรถนะอาชีพประจำหน่วย
ดา้ นความรู้
1. บอกสญั ลกั ษณข์ องเอส ซี อาร์ได้
2. อธิบายคุณสมบตั ิของเอส ซี อารไ์ ด้
3. บอกตำแหนง่ ขาของเอส ซี อารไ์ ด้
4. ประยุกต์ใชเ้ อส ซี อาร์ กบั วงจรต่าง ๆ ได้
ด้านทักษะและการประยุกตใ์ ช้
1. ปฏิบัตติ ามใบงานที่ 12 เรอื่ ง เอสซอี าร์
2. ตอ่ วงจรใช้งานเอสซีอาร์ไดถ้ ูกตอ้ ง
3. ใชม้ ลั ติมเิ ตอร์วัดและทดสอบเอสซีอาร์ได้
ดา้ นคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคณุ ลักษณะที่พึงประสงค์และบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ

พอเพยี ง
1. เห็นคุณคา่ ของความรู้พน้ื ฐานเกีย่ วกับเอสซีอาร์

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 จดุ ประสงค์ท่ัวไป

1. เพอื่ ให้มีความรู้เกย่ี วกับการสาธติ โครงสร้างและสญั ลักษณ์ของเอสซีอาร์ได้
2. เพื่อใหม้ ที กั ษะในการวดั และทดสอบเอสซีอาร์ดว้ ยโอห์มมเิ ตอร์ได้
3. เพอ่ื ให้มที ักษะในการตรวจสภาพของเอสซีอาร์ด้วยโอห์มมเิ ตอร์ได้
4. เพือ่ ใหม้ เี จตคติที่ดใี นติดตามการยอมรับสภาวะนำกระแสของเอสซีอาร์ได้
5. เพ่อื ให้มเี จตคตทิ ่ีดีในติดตามการจดั ลำดับสภาวะหยุดนำกระแสของเอสซีอาร์ได้
6. เพื่อวัด ทดสอบ และตรวจสภาพของเอสซีอารด์ ว้ ยโอห์มมิเตอร์ดว้ ยความระมัดระวัง ถกู ต้องเหมาะสม

221

3.2 จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
1. สาธติ โครงสร้างและสัญลกั ษณข์ องเอสซอี าร์ได้
2. วัดและทดสอบเอสซอี าร์ด้วยโอหม์ มเิ ตอร์ได้
3. ตรวจสภาพของเอสซีอาร์ด้วยโอห์มมเิ ตอร์ได้
4. ตดิ ตามการยอมรับสภาวะนำกระแสของเอสซีอารไ์ ด้
5. จัดลำดับสภาวะหยดุ นำกระแสของเอสซอี าร์ได้
6. เพอื่ วดั ทดสอบ และตรวจสภาพของเอสซีอารด์ ้วยโอห์มมเิ ตอรด์ ว้ ยความระมัดระวัง ถูกต้อง

เหมาะสม

4. เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้

4.1 ด้านความรู้
1. โครงสรา้ งและสัญลักษณข์ องเอสซีอาร์
2. วัดและทดสอบเอสซอี าร์ด้วยโอห์มมิเตอร์
3. ตรวจสภาพของเอสซีอารด์ ้วยโอหม์ มิเตอร์
4. สภาวะนำกระแสของเอสซีอาร์

4.2 ดา้ นทักษะหรือปฏิบตั ิ
1. การทดลองท่ี 12 เอส ซี อาร์
2. แบบทดสอบบทที่ 12

4.3 ดา้ นคุณธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง
1. วดั ทดสอบ และตรวจสภาพของเอสซอี าร์ด้วยโอหม์ มิเตอรด์ ว้ ยความระมัดระวงั ถกู ต้องเหมาะสม

222

5. กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรือการเรียนรู้

ข้นั ตอนการสอนหรอื กิจกรรมครู ขั้นตอนการเรยี นหรือกจิ กรรมของผู้เรยี น

ขัน้ เตรยี ม(จำนวน 15 นาที) ขนั้ เตรียม(จำนวน 15 นาที )

1. ผู้สอนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนำ 1. ผู้เรียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผู้สอน
รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเรื่อง แนะนำรายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียน
สารกึง่ ตัวนำ
เรื่อง สารกึง่ ตวั นำ
2. ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 2. ผู้เรียนทำความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์
เรียนที่ 12 และขอให้ผู้เรียนร่วมกันทำกิจกรรมการ การเรียนของหน่วยเรียนที่ 12 และการให้ความ
เรียนการสอน
ร่วมมือในการทำกจิ กรรม

ขัน้ การสอน(จำนวน 240 นาท)ี ขั้นการสอน(จำนวน 240 นาที)

1. ผู้สอนให้ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทที่ 1. ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทที่ 12 เรื่อง

12 เรื่อง เอส ซี อาร์ และให้ผู้เรียนศึกษาเอกสาร เอส ซี อาร์ และผู้เรียนศึกษาเอกสารประกอบการ

ประกอบการสอน วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และ สอน วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร ผู้เรียน

วงจร โดยให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเอง และสามารถ เรียนรู้ด้วยตนเอง และสามารถตอบข้อสงสัย

สอบถามขอ้ สงสัยระหวา่ งเรยี นจากผูส้ อน ระหว่างเรียนได้

2. ผู้สอนให้ผู้เรียนอธิบายสารกึ่งตัวนำศึกษา 2. ผู้เรียนฟังอธิบายสารกึ่งตัวนำได้ศึกษาจาก

จาก PowerPoint PowerPoint

3. ผู้สอนให้ผู้เรียนปฏิบัติใบงานที่ 12 เรื่อง 3. ผูเ้ รียนปฏบิ ตั ิใบงานท่ี 12 เรอ่ื ง เอส ซี อาร์

เอส ซี อาร์ 4. ผู้เรียนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อสงสัย

4. ผู้สอนสังเกตการณ์ปฏิบัติใบงานที่ 12 เรื่อง ระหว่างเรยี นจากผ้สู อน

เอส ซี อาร์

ขนั้ สรุป(จำนวน 45 นาที) ขน้ั สรปุ (จำนวน 45 นาท)ี

1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาที่ได้ 1. ผ้เู รยี นรว่ มกนั สรปุ เนื้อหาที่ได้เรยี นให้มี

เรียนใหม้ ีความเข้าใจในทศิ ทางเดยี วกนั ความเขา้ ใจในทิศทางเดยี วกนั

2. ผูส้ อนให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดหน่วยท่ี 12 2. ผ้เู รียนทำแบบฝึกหดั หนว่ ยที่ 12

3. ผู้สอนให้ผูเ้ รียนศึกษาเพิ่มเตมิ นอกห้องเรียน 3. ผเู้ รียนศึกษาเพม่ิ เติมนอกห้องเรยี น ด้วย

ดว้ ย PowerPoint ทจี่ ัดทำขึ้น PowerPoint ทีจ่ ัดทำข้นึ

223

6. สอื่ การเรียนการสอน/การเรียนรู้

6.1 ส่ือส่ิงพิมพ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา อปุ กรณอ์ ิเล็กทรอนิกส์และวงจร (Entrepreneurship)
2. ใบความรทู้ ี่ 12 เร่อื ง เอส ซี อาร์
3. การทดลองท่ี 12 เร่อื ง เอส ซี อาร์ ขั้นประยุกตใ์ ช้ ข้อ 1
4. แบบทดสอบบทที่ 12 สรุปและประเมินผล ขอ้ 2
5. แบบประเมนิ ผลงานตามใบงาน ใช้ประกอบการสอนขั้นประยุกตใ์ ช้ ข้อ 1
6. แบบประเมนิ พฤติกรรมการทำงาน ใช้ประกอบการสอนขั้นประยกุ ตใ์ ช้ ขนั้ สรปุ และประเมนิ ผล

6.2 ส่ือโสตทศั น์
1. Power Point เรอ่ื งเอส ซี อาร์

6.3 สื่อของจรงิ
1. เอส ซี อาร์

7. แหล่งการเรยี นการสอน/การเรยี นรู้

7.1 ภายในสถานศึกษา
1. ห้องสมดุ วทิ ยาลยั การอาชีพสวา่ งแดนดนิ
2. หอ้ งอินเตอรเ์ นต็ วิทยาลยั การอาชพี สวา่ งแดนดนิ

7.2 ภายนอกสถานศึกษา
1. ห้องสมดุ เฉลิมพระเกยี รติอำเภอสว่างแดนดนิ
2. หอ้ งสมดุ ประชาชนเฉลมิ ราชกุมารอี ำเภอสวา่ งแดนดนิ

8. งานท่ีมอบหมาย

8.1 ก่อนเรยี น
1. ผ้เู รยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น

8.2 ขณะเรยี น
1. ศกึ ษาเน้ือหา ในบทที่ 12 เรือ่ ง เอส ซี อาร์
2. รายงานผลหนา้ ชน้ั เรียน
3. ปฏิบตั ใิ บปฏบิ ตั ิงานท่ี 12 เรอ่ื ง เอส ซี อาร์
4. สรปุ ผลการทดลอง

8.3 หลังเรยี น
1. ทำแบบฝกึ หดั บทที่ 12

224

9. ผลงาน/ชิ้นงาน ท่เี กิดจากการเรียนรขู้ องผเู้ รยี น

1. แบบฝึกหดั บทที่ 12 ใบปฏบิ ัตงิ านท่ี 12
2. ตรวจผลงาน

10. เอกสารอา้ งองิ

1. อดลุ ย์ กัลยาแกว้ . อปุ กรณอ์ ิเลก็ ทรอนกิ สแ์ ละวงจร. : ศูนย์สง่ เสรมิ อาชีวะ (ศสอ)

11. การบูรณาการ/ความสมั พนั ธ์กบั รายวิชาอืน่

1. บรู ณาการกบั วชิ าอปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกส์เบอ้ื งต้น
2. บรู ณาการกบั วชิ าวงจรไฟฟ้าเบอื้ งตน้

12. หลกั การประเมนิ ผลการเรียน

12.1 ก่อนเรียน
1. ตรวจผลงานตามใบปฏบิ ัติงานท่ี 12
2. สงั เกตการปฏบิ ตั งิ าน

12.2 ขณะเรียน
-

12.3 หลงั เรียน
1. ตรวจแบบฝึกหัด บทที่ 12
2. ตรวจแบบแบบฝึกหัดผลการเรยี นรู้

13. รายละเอยี ดการประเมินผลการเรียน

จดุ ประสงค์ขอ้ ที่ 1 บอกสัญลกั ษณ์ของเอส ซี อาร์ได้
1. วธิ กี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมนิ : สามารถบอกสัญลักษณข์ องเอส ซี อาร์ได้
4. เกณฑ์การผา่ น : บอกสญั ลักษณข์ องเอส ซี อาร์ได้ ได้คะแนน 0.5 คะแนน
จดุ ประสงคข์ อ้ ที่ 2 อธบิ ายคณุ สมบตั ขิ องเอส ซี อารไ์ ด้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถอธิบายคุณสมบัตขิ องเอส ซี อารไ์ ด้
4. เกณฑก์ ารผ่าน : อธบิ ายคุณสมบตั ิของเอส ซี อาร์ได้ ไดค้ ะแนน 1 คะแนน

225

จุดประสงค์ข้อที่ 3 บอกตำแหน่งขาของเอส ซี อาร์ได้

1. วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครือ่ งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถบอกตำแหนง่ ขาของเอส ซี อาร์ได้

4. เกณฑ์การผา่ น : บอกตำแหน่งขาของเอส ซี อารไ์ ด้ ได้คะแนน 0.5 คะแนน

จดุ ประสงคข์ ้อที่ 4 ประยกุ ต์ใช้เอส ซี อาร์ กับวงจรต่าง ๆ ได้
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถประยุกต์ใชเ้ อส ซี อาร์ กับวงจรต่าง ๆ ได้
4. เกณฑก์ ารผา่ น : ประยุกต์ใช้เอส ซี อาร์ กบั วงจรตา่ ง ๆ ได้ ไดค้ ะแนน 1 คะแนน
จุดประสงคข์ อ้ ท่ี 5 ปฏบิ ตั ติ ามใบงานที่ 12 เรื่อง เอสซอี าร์
1. วธิ ีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมิน : สามารถปฏิบัติตามใบงานที่ 12 เรื่อง เอสซอี าร์
4. เกณฑก์ ารผ่าน : ปฏบิ ัติตามใบงานท่ี 12 เรอ่ื ง เอสซีอาร์ได้ ไดค้ ะแนน 1 คะแนน
จดุ ประสงค์ข้อท่ี 6 ตอ่ วงจรใชง้ านเอสซีอาร์ไดถ้ ูกต้อง
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมิน : สามารถตอ่ วงจรใช้งานเอสซีอาร์ไดถ้ ูกตอ้ ง
4. เกณฑก์ ารผ่าน : ตอ่ วงจรใชง้ านเอสซีอาร์ได้ถูกต้อง ได้คะแนน 0.5 คะแนน
จดุ ประสงคข์ อ้ ท่ี 7 ใช้มลั ติมิเตอร์วดั และทดสอบเอสซีอาร์ได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมิน : สามารถใช้มลั ติมิเตอร์วดั และทดสอบเอสซีอาร์ได้
4. เกณฑ์การผ่าน : ใชม้ ลั ติมเิ ตอร์วัดและทดสอบเอสซีอาร์ได้ ได้คะแนน 0.5 คะแนน
จดุ ประสงค์ขอ้ ท่ี 8 เหน็ คณุ คา่ ของความร้พู ื้นฐานเก่ยี วกับเอสซีอาร์
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมิน : สามารถเหน็ คุณค่าของความรพู้ น้ื ฐานเก่ยี วกับเอสซีอาร์
4. เกณฑ์การผ่าน : เห็นคณุ คา่ ของความรพู้ ้ืนฐานเกยี่ วกับเอสซีอาร์ได้ ได้คะแนน 0.55 คะแนน

226

14. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

หน่วยการสอนท่ี 12 ชื่อหน่วยการสอน เอสซีอาร์

วตั ถปุ ระสงค์ เพ่ือ ประเมนิ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ เอสซีอาร์

ขอ้ คำถาม

คำสง่ั จงเลอื กคำตอบท่ถี ูกต้องทสี่ ุด

1. เอสซอี าร์เป็นอปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกสป์ ระเภทใด

ก. เฟต ข. ไทรสิ เตอร์ ค. ทรานซสิ เตอร์ ง. ไอซี

2. กระแสทีส่ ามารถทำให้เอสซีอารน์ ำกระแสไดต้ ลอดไปเรียกว่าอะไร

ก. กระแสค้าง ข. กระแสเกต ค. กระแสโหลด ง. กระแสโฮลดิง้

3. การวดั คา่ ความต้านทานของเอสซีอารร์ ะหว่างขาใดให้ค่าความตา้ นทานต่ำสดุ

ก. G – K ข. K – A ค. A – G ง. A – K

4. เอสซีอารต์ า่ งจากไดโอดธรรมดาอยา่ งไร

ก. เอสซอี ารน์ ำกระแสไดท้ ิศทางเดยี ว ข. เอสซอี าร์สามารถใชก้ บั ไผฟ้ากระแสตรงได้

ค. เอสซีอาร์มีการเรียงกระแสท่ีควบคุมได้ ง. เอสซอี าร์นำกระแสไดส้ องทอง

5. โครงสร้างของเอสซีอารจ์ ะประกอบดว้ ยรอยต่อของสารก่งึ ตัวนำอะไร

ก. พี – เอ็น – เอน็ – พี ข. พี – เอ็น – พี – เอน็

ค. เอน็ - เอ็น – พี – พี ง. เอ็น – พี – เอ็น – พี

6. การทจ่ี ะทำใหเ้ อสซีอาร์หยุดนำกระแสไดจ้ ะตอ้ งทำอย่างไร

ก. ลดคา่ กระแสแอโนดให้ต่ำกว่ากระเสคา้ ง ข. ลดคา่ กระแสแอโนดให้ตำ่ กวา่ กระเสโหลด

ค. ลดค่ากระแสแอโนดให้ตำ่ กวา่ กระแสยดึ ง. ลดคา่ กระแสแอโนดใหต้ ่ำกวา่ กระแสแอโนด

7. การตรวจสอบเอสซีอารเ์ พื่อใหส้ ภาพด/ี ชำรดุ ควรทำอย่างไร

ก. ทดสอบการจุดชนวนและกระแสยึด ข. วัดกระแสรว่ั ไหลระหวา่ งขา G และ A

ค. วัดกระแสรวั่ ไหลระหว่างชา A และ K ง. ถกู ทงั้ ก. และ ข.

8. การจุดชนวนเอสซอี ารต์ ้อนปอ้ นศักยไ์ ฟฟา้ ขาตา่ งๆ อย่างไร

ก. A และ K เปน็ ลบ G เปน็ บวก ข. A และ G เป็นลบ K เปน็ บวก

ค. A และ G เป็นบวก K เป็นลบ ง. A และ K เป็นบวก G เปน็ ลบ

9. การวัดกระแสร่ัวไหลของเอสซีอาร์ควรใช้โอห์มมิเตอร์สเกลใด

ก. R x 1 K ข. R x 1 ค. R x 10 K ง. R x 10

10. กระแสใช้งานของเอสซีอารไ์ หลจากข้ัวใดไปขว้ั ใด

ก. G ไป K ข. K ไป A ค. A ไป G ง. A ไป K

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น

ข้อ1 ขอ้ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ขอ้ 6 ขอ้ 7 ขอ้ 8 ขอ้ 9 ข้อ 10
ข. ข. ง. ก. ข. ข. ง. ข. ข. ค.

227

15. แบบทดสอบหลงั เรียน

หน่วยการสอนที่ 12 ช่ือหน่วยการสอน เอสซีอาร์

วตั ถปุ ระสงค์ เพ่อื ประเมนิ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ เอสซีอาร์

ขอ้ คำถาม

คำส่ัง จงเลอื กคำตอบท่ีถูกตอ้ งทสี่ ุด

1. เอสซอี ารเ์ ป็นอุปกรณอ์ เิ ล็กทรอนิกสป์ ระเภทใด

ก. เฟต ข. ไทรสิ เตอร์ ค. ทรานซิสเตอร์ ง. ไอซี

2. กระแสท่ีสามารถทำให้เอสซีอารน์ ำกระแสไดต้ ลอดไปเรียกว่าอะไร

ก. กระแสคา้ ง ข. กระแสเกต ค. กระแสโหลด ง. กระแสโฮลดิง้

3. การวัดคา่ ความตา้ นทานของเอสซีอารร์ ะหว่างขาใดให้ค่าความต้านทานต่ำสดุ

ก. G – K ข. K – A ค. A – G ง. A – K

4. เอสซีอาร์ต่างจากไดโอดธรรมดาอย่างไร

ก. เอสซอี ารน์ ำกระแสไดท้ ิศทางเดยี ว ข. เอสซีอารส์ ามารถใชก้ บั ไผฟ้ากระแสตรงได้

ค. เอสซีอาร์มีการเรยี งกระแสท่ีควบคุมได้ ง. เอสซีอารน์ ำกระแสไดส้ องทอง

5. โครงสร้างของเอสซีอารจ์ ะประกอบดว้ ยรอยต่อของสารกงึ่ ตวั นำอะไร

ก. พี – เอน็ – เอ็น – พี ข. พี – เอน็ – พี – เอน็

ค. เอ็น - เอ็น – พี – พี ง. เอน็ – พี – เอ็น – พี

6. การทจี่ ะทำใหเ้ อสซีอารห์ ยุดนำกระแสไดจ้ ะตอ้ งทำอย่างไร

ก. ลดค่ากระแสแอโนดใหต้ ่ำกว่ากระเสคา้ ง ข. ลดค่ากระแสแอโนดให้ตำ่ กวา่ กระเสโหลด

ค. ลดค่ากระแสแอโนดใหต้ ำ่ กวา่ กระแสยดึ ง. ลดคา่ กระแสแอโนดใหต้ ่ำกวา่ กระแสแอโนด

7. การตรวจสอบเอสซีอาร์เพ่ือใหส้ ภาพด/ี ชำรดุ ควรทำอย่างไร

ก. ทดสอบการจดุ ชนวนและกระแสยึด ข. วัดกระแสรัว่ ไหลระหวา่ งขา G และ A

ค. วดั กระแสรัว่ ไหลระหว่างชา A และ K ง. ถกู ท้ัง ก. และ ข.

8. การจดุ ชนวนเอสซอี าร์ต้อนปอ้ นศักย์ไฟฟา้ ขาตา่ งๆ อย่างไร

ก. A และ K เป็นลบ G เป็นบวก ข. A และ G เป็นลบ K เปน็ บวก

ค. A และ G เป็นบวก K เปน็ ลบ ง. A และ K เป็นบวก G เปน็ ลบ

9. การวัดกระแสรัว่ ไหลของเอสซีอาร์ควรใช้โอห์มมิเตอร์สเกลใด

ก. R x 1 K ข. R x 1 ค. R x 10 K ง. R x 10

10. กระแสใชง้ านของเอสซีอารไ์ หลจากข้ัวใดไปขว้ั ใด

ก. G ไป K ข. K ไป A ค. A ไป G ง. A ไป K

เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น

ข้อ1 ข้อ2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ขอ้ 7 ขอ้ 8 ขอ้ 9 ข้อ 10
ข. ข. ง. ก. ข. ข. ง. ข. ข. ค.


Click to View FlipBook Version