The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนวิชาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นายปฏิพาน สีนาบุญ, 2020-09-02 06:23:34

20105-2005แผนการสอนวิชาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร

แผนการสอนวิชาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร

278

9. ผลงาน/ชิน้ งาน ที่เกิดจากการเรียนรูข้ องผู้เรยี น

1. แบบฝึกหดั บทท่ี 15 ใบปฏิบัตงิ านท่ี 15
2. ตรวจผลงาน

10. เอกสารอ้างองิ

1. อดุลย์ กัลยาแกว้ . อุปกรณอ์ เิ ลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจร. : ศนู ยส์ ง่ เสรมิ อาชวี ะ (ศสอ)

11. การบรู ณาการ/ความสมั พนั ธก์ บั รายวิชาอ่นื

1. บรู ณาการกับวิชาอปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกส์เบอ้ื งต้น
2. บูรณาการกับวิชาวงจรไฟฟ้าเบอ้ื งตน้

12. หลกั การประเมนิ ผลการเรียน

12.1 ก่อนเรียน
1. ตรวจผลงานตามใบปฏบิ ตั งิ านท่ี 15
2. สังเกตการปฏิบตั งิ าน

12.2 ขณะเรียน
-

12.3 หลงั เรยี น
1. ตรวจแบบฝกึ หดั บทท่ี 15
2. ตรวจแบบแบบฝึกหัดผลการเรยี นรู้

13. รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรยี น

จดุ ประสงคข์ ้อท่ี 1 บอกสัญลักษณ์ของไตรแอกได้
1. วธิ ีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถบอกสัญลักษณข์ องไตรแอกได้
4. เกณฑก์ ารผ่าน : บอกสัญลักษณข์ องไตรแอกได้ ไดค้ ะแนน 0.7 คะแนน
จดุ ประสงคข์ ้อท่ี 2 บอกโครงสร้างของไตรแอกได้
1. วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครอื่ งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถบอกโครงสรา้ งของไตรแอกได้
4. เกณฑ์การผ่าน : บอกโครงสรา้ งของไตรแอกได้ ได้คะแนน 0.65 คะแนน

279

จดุ ประสงค์ข้อที่ 3 บอกคุณสมบตั ิของไตรแอกได้

1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เคร่อื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถบอกคณุ สมบัตขิ องไตรแอกได้

4. เกณฑ์การผา่ น : บอกคุณสมบัตขิ องไตรแอกได้ ได้คะแนน 0.65 คะแนน

จุดประสงคข์ ้อท่ี 4 อธบิ ายการตรวจสอบไตรแอกโดยใชโ้ อห์มมิเตอรไ์ ด้
1. วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถอธิบายการตรวจสอบไตรแอกโดยใช้โอหม์ มิเตอร์ได้
4. เกณฑก์ ารผา่ น : อธบิ ายการตรวจสอบไตรแอกโดยใช้โอหม์ มิเตอรไ์ ด้ ได้คะแนน 0.5 คะแนน
จุดประสงคข์ ้อท่ี 5 อธบิ ายการจดุ ชนวนใหไ้ ตรแอกทำงานท้ัง 4 ควอทเดรนท์ได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถอธบิ ายการจดุ ชนวนใหไ้ ตรแอกทำงานท้ัง 4 ควอทเดรนท์ได้
4. เกณฑ์การผ่าน : อธิบายการจุดชนวนใหไ้ ตรแอกทำงานท้งั 4 ควอทเดรนท์ได้ ไดค้ ะแนน 0.5 คะแนน
จุดประสงค์ขอ้ ที่ 6 เขียนสัญลกั ษณแ์ ละโครงสร้างของไตรแอคได้
1. วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมนิ : สามารถเขยี นสัญลกั ษณ์และโครงสรา้ งของไตรแอคได้
4. เกณฑ์การผ่าน : เขยี นสัญลกั ษณแ์ ละโครงสร้างของไตรแอคได้ ได้คะแนน 1 คะแนน
จดุ ประสงคข์ ้อท่ี 7 วดั หาขาไตรแอกด้วยโอห์มมเิ ตอร์ได้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถวัดหาขาไตรแอกด้วยโอห์มมิเตอรไ์ ด้
4. เกณฑก์ ารผ่าน : วดั หาขาไตรแอกดว้ ยโอห์มมเิ ตอร์ได้ ไดค้ ะแนน 0.5 คะแนน
จดุ ประสงคข์ อ้ ที่ 8 ตรวจสอบสภาพดี-เสียของไตรแอกได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถตรวจสอบสภาพดี-เสยี ของไตรแอกได้
4. เกณฑ์การผา่ น : ตรวจสอบสภาพดี-เสยี ของไตรแอกได้ ไดค้ ะแนน 0.5 คะแนน
จดุ ประสงค์ข้อที่ 9 เหน็ คุณคา่ ของความรู้พน้ื ฐานเกยี่ วกบั ไตรแอก
1. วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถเห็นคณุ คา่ ของความรู้พ้ืนฐานเกี่ยวกับไตรแอก
4. เกณฑ์การผา่ น : เหน็ คุณค่าของความรู้พนื้ ฐานเก่ียวกับไตรแอก ไดค้ ะแนน 0.55 คะแนน

280

14. แบบทดสอบก่อนเรียน

หนว่ ยการสอนที่ 15 ช่ือหน่วยการสอน ไตรแอก

วตั ถปุ ระสงค์ เพ่ือ ประเมนิ ความรพู้ น้ื ฐานเก่ยี วกับไตรแอก

ขอ้ คำถาม

คำสง่ั จงเลอื กคำตอบท่ีถูกตอ้ งท่สี ุด

1. TRIAC ยอ่ มาจากคำวา่ อะไร

ก. DIODE ข. TRIAC-DC ค. TRIODE-AC ง. DIODE –AC

2. ไตรแอกทำงานเปน็ สวติ ซ์แบบกลไกในข้อใด

ก. ทำงานไดร้ วดเร็ว ข. ไม่มกี ารสมั ผัสกันของหนา้ สัมผัส

ค. ไมม่ ีประกายไฟ ง. ถูกทกุ ข้อ

3. คุณสมบตั ขิ องไตรแอกคลา้ ยกับอปุ กรณ์ใด

ก. ไดโอด ข. เอสซีอาร์ ค. ทรานซิสเตอร์ ง. ไดแอก

4. ไตรแอกจะยอมให้กระแสไหลผ่านไดก้ ีท่ าง

ก. 1 ทาง ข. 2 ทาง ค. 3 ทาง ง. 4 ทาง

5. การให้ไบอสั ไตรแอกนำกระแสข้อใดกลา่ วถกู ต้อง

ก. จ่ายไฟบวกให้กับA จ่ายไฟลบให้กบั A และจา่ ยไฟลบให้กบั G

ข. จ่ายไฟลบให้กับA จา่ ยไฟบวกใหก้ บั A และจ่ายไฟลบให้กับG

ค. จ่ายไฟบวกให้กบั A จ่ายไฟบวกให้กับA และจ่ายไฟบวกให้กับG

ง. จา่ ยไฟลบใหก้ ับA จ่ายไฟบวกใหก้ ับA และจ่ายไฟบวกให้กับG

6. เหตุใดการทดสอบกระแสโฮลด้งิ จงึ ต้องใชโ้ อหม์ มเิ ตอรส์ เกล Rคณู 1

ก. การจดุ ชนวนต้องใชแ้ รงดนั ต่ำ ข. การจุดชนวนต้องใช้แรงดนั สูง

ค. เพื่อให้กระแสจากมิเตอร์มากกวา่ กระแสโฮลดิ้ง ง. เพ่อื ให้กระแสจากมเิ ตอรน์ ้อยกว่ากระแสโฮลด้งิ

7. ทราบไดอ้ ย่างไรว่าไตรแอกถูกชนวนแลว้

ก. คา่ ความตา้ นทานระหว่างขา A-A ลดลง ข. ค่าความตา้ นทานระหว่างขา A-A สูงข้นึ

ค. คา่ ความต้านทานระหวา่ งขา G-A สูงขน้ึ ง. ค่าความตา้ นทานระหวา่ งขา A-K ลดลง

8. เม่อื ไตรแอกนำกระแสแล้วจะทำให้หยดุ นำกระแสข้อใดไมถ่ กู ต้อง

ก. ตัดแหลง่ จา่ ยไฟให้ขา AและขาA ออกช่ัวขณะ ข. ชอ็ ตขาAและขาA ออกช่ัวขณะ

ค. ลดกระแสไฟไหลเข้าขาAและขาA ตำ่ กวา่ กระแสโฮลดิ้ง ง. ชอ็ ตขาG ลงกราวด์

9. ไตรแอกนำกระแสไดก้ ี่สภาวะ

ก. 1 สภาวะ ข. 2 สภาวะ ค. 3 สภาวะ ง. 4 สภาวะ

10. การใช้มเิ ตอรว์ ัดไตรแอกเพอ่ื ต้องการทราบอะไร

ก. วดั สภาพว่าดหี รอื เสีย ข. วัดหาคา่ ของไตรแอก

ค. วัดหากระแสรั่วไหล ง. ถูกทุกข้อ

281

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน

ขอ้ 1 ข้อ2 ขอ้ 3 ขอ้ 4 ข้อ 5 ขอ้ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 10
ค. ง. ข. ข. ง. ค. ก. ค. ง. ง.

15. แบบทดสอบหลงั เรยี น

หนว่ ยการสอนที่ 15 ชื่อหน่วยการสอน ไตรแอก

วตั ถปุ ระสงค์ เพอื่ ประเมนิ ความรพู้ น้ื ฐานเกย่ี วกับไตรแอก

ข้อคำถาม

คำสงั่ จงเลอื กคำตอบทีถ่ ูกต้องทสี่ ุด

1. TRIAC ยอ่ มาจากคำวา่ อะไร

ก. DIODE ข. TRIAC-DC ค. TRIODE-AC ง. DIODE –AC

2. ไตรแอกทำงานเปน็ สวติ ซแ์ บบกลไกในข้อใด

ก. ทำงานได้รวดเร็ว ข. ไมม่ กี ารสัมผสั กนั ของหนา้ สัมผสั

ค. ไม่มีประกายไฟ ง. ถูกทุกข้อ

3. คณุ สมบตั ขิ องไตรแอกคล้ายกบั อปุ กรณใ์ ด

ก. ไดโอด ข. เอสซอี าร์ ค. ทรานซสิ เตอร์ ง. ไดแอก

4. ไตรแอกจะยอมให้กระแสไหลผา่ นได้กีท่ าง

ก. 1 ทาง ข. 2 ทาง ค. 3 ทาง ง. 4 ทาง

5. การใหไ้ บอสั ไตรแอกนำกระแสข้อใดกล่าวถูกต้อง

ก. จา่ ยไฟบวกใหก้ บั A จา่ ยไฟลบใหก้ ับA และจา่ ยไฟลบให้กับG

ข. จ่ายไฟลบให้กบั A จา่ ยไฟบวกให้กบั A และจา่ ยไฟลบใหก้ ับG

ค. จา่ ยไฟบวกให้กบั A จ่ายไฟบวกให้กบั A และจ่ายไฟบวกใหก้ ับG

ง. จา่ ยไฟลบใหก้ ับA จ่ายไฟบวกให้กบั A และจา่ ยไฟบวกให้กับG

6. เหตใุ ดการทดสอบกระแสโฮลดิ้งจึงต้องใช้โอหม์ มิเตอร์สเกล Rคณู 1

ก. การจดุ ชนวนต้องใชแ้ รงดนั ต่ำ ข. การจุดชนวนตอ้ งใช้แรงดันสงู

ค. เพอ่ื ให้กระแสจากมิเตอร์มากกว่ากระแสโฮลด้งิ ง. เพอ่ื ให้กระแสจากมิเตอรน์ ้อยกว่ากระแสโฮลด้งิ

7. ทราบได้อย่างไรว่าไตรแอกถูกชนวนแล้ว

ก. ค่าความต้านทานระหวา่ งขา A-A ลดลง ข. คา่ ความต้านทานระหว่างขา A-A สูงข้ึน

ค. ค่าความตา้ นทานระหว่างขา G-A สงู ข้ึน ง. คา่ ความต้านทานระหวา่ งขา A-K ลดลง

8. เม่ือไตรแอกนำกระแสแล้วจะทำใหห้ ยุดนำกระแสข้อใดไม่ถูกต้อง

ก. ตดั แหล่งจ่ายไฟให้ขา AและขาA ออกช่วั ขณะ ข. ช็อตขาAและขาA ออกช่วั ขณะ

ค. ลดกระแสไฟไหลเขา้ ขาAและขาA ตำ่ กวา่ กระแสโฮลดิ้ง ง. ชอ็ ตขาG ลงกราวด์

9. ไตรแอกนำกระแสไดก้ ส่ี ภาวะ

ก. 1 สภาวะ ข. 2 สภาวะ ค. 3 สภาวะ ง. 4 สภาวะ

282

10. การใช้มิเตอร์วดั ไตรแอกเพอ่ื ต้องการทราบอะไร

ก. วัดสภาพวา่ ดหี รือเสีย ข. วดั หาคา่ ของไตรแอก

ค. วัดหากระแสรวั่ ไหล ง. ถกู ทุกข้อ

เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น

ขอ้ 1 ข้อ2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ขอ้ 9 ขอ้ 10
ค. ง. ข. ข. ง. ค. ก. ค. ง. ง.

283

16. ใบความรู้ที่ 15

หน่วยการสอนท่ี 15 ช่ือหน่วยการสอน ไตรแอก

หวั ข้อเรื่อง ไตรแอก

15.1 โครงสรา้ งและสญั ลักษณ์ของไตรแอก

ไตรแอกเป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำทีม่ ีขั้วต่อ 3 ขั้ว มีชื่อเรียกว่า A2 (แอโนด 2) , A1 (แอโนด1) และ G

(เกต) ไตรแอก (Triac) จะเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่คล้ายๆ กับสวิตช์ไฟฟ้าสำหรับกระแสสลับ แต่มีข้อดีกว่า

สวิตช์ธรรมดา คือการเปิด – ปิดวงจรของไตรแอกเร็วกว่าสวิตช์ธรรมดาหลายเท่า จึงทำให้สามารถควบคุม

กำลงั งานได้

15.2 คณุ สมบัตขิ องไตรแอก

คุณสมบัติของไตรแอกนั้นมีคุณสมบัติคล้ายกับเอสซีอาร์ตรงที่เมื่อนำกระแสแล้วก็จะนำกระแส

ตลอดไปเช่นกัน แต่ไตรแอกนั้นมีข้อแตกต่างตรงที่สามารถนำกระแสได้ 2 ทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นการไหลของ

กระแสจาก A1 มายัง A2 หรือกระแสไหลจากไหลจาก A2 มายัง A1 ดังนั้นจึงนิยมใช้ไตรแอกในงานควบคุม

กำลังไฟฟา้ ทตี่ อ้ งการใชง้ านทงั้ ไซเกิลบวกและลบ (ไฟสลับ)

จากคุณสมบัติที่กล่าวมาในเรื่องของการนำกระแสน้ัน เราจึงสามารถแบ่งการทำงานของไตรแอก

ออกเป็น 4 แบบหรือ 4 ควอทเดรนท์ ( Quadrant ) ดังรปู ที่ 15.2

จากกราฟแสดงลักษณะสมบัติของไตรแอก จะแสดงความสัมพันธ์ของกระแสที่ไหลระหว่าง A2- A1

และแรงดันที่ตกคร่อมทั้งบวกและลบ ในขณะให้แรงดันคร่อม A2- A1 มีค่าเป็นบวกเทียบกับ A1 และถ้ายัง

ไม่มีการจุดชนวน ( Trigger ) แล้ว จะมีค่าแรงดันระหว่าง A2- A1 ค่าๆหนึ่งที่ทำให้มันนำกระแสเองได้

แรงดันนี้คือแรงดันพัง เหมือนกับ SCR แต่ถ้าให้แรงดัน A2- A1 นี้มีค่าน้อยกว่าแรงดันพังทลาย แล้วการทำ

การจุดชนวน ที่ขาเกต ( G ) ซึ่งกระแสเกตจะมีค่าเป็นบวกหรือลบก็ได้ ไตรแอกจะนำกระแสทันที กราฟ

ความสัมพันธ์และข้อจำกัดต่างๆ จะเหมือนกับ SCR ในทำนองเดียวกันถ้าให้แรงดันที่ A1 มีค่าเป็นบวกเม่ือ

เทียบกับ A2 ส่วนของกราฟคือแกน X ทางด้านลบจะมีลักษณะคล้ายกันกับด้านบวก ถ้าเพิ่มแรงดันมากขึ้น

จนถึงค่าแรงดันพังทลายก็จะทำให้ไทรแอกนำกระแสเองได้ และถ้าหากว่าไม่มีการจำกัดกระแสในตัวไตรแอก

แล้ว ไตรแอกจะเกิดการเสียหายได้

ในขณะที่ไทรแอกนำกระแส ถ้าลดค่ากระแสแอโนดลงจนถึงค่ากระแสต่ำสุดที่ยังคงทำให้ไตรแอก

นำกระแสได้ ค่ากระแสต่ำสดุ น้ี เรียกว่า “โฮลด้ิง” ( IH :Holding Current ) กจ็ ะทำใหไ้ ตรแอกหยดุ นำกระแส

เนื่องจากไตรแอก สามารถนำกระแสไฟฟ้าได้ท้ังสองทาง จึงเหมาะกับการนำไปใช้กบั ไฟสลับมากกวา่

เอสซีอาร์ และสำหรับกระแสไฟสลับ (เป็นคลื่นรูปไซน์ )จะมีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งช่วงกระแสตัดกับเส้นศูนย์ของ

กราฟ ) ท่ีกระแสตกต่ำกว่ากระแสโฮลดงิ้ ดงั น้นั จึงทำให้ไตรแอกหยุดนำกระแสเองและจะรอการจุดชนวนใหม่

อีกครั้ง และถ้าหากครึ่งลบของสัญญาณไฟสลับเข้ามาก็จะนำกระแสทางด้านลบอีกเช่นเคย และจะหยุด

นำกระแสเมอ่ื ค่ากระแสลดลงตำ่ กว่ากระแสโฮลดิ้งเช่นเคย

15.3 วิธกี ารตรวจสอบและการหาขาของไทรแอกด้วยโอห์มมเิ ตอร์

ให้พิจารณาจากโครงสร้างพรอ้ มกบั ตารางคา่ ความต้านทานประกอบและปฏิบตั ดิ งั นี้

1. ทำการสมมตุ ิขาของไตรแอก เปน็ ขา A, B และ C หรอื ขาที่ 1, 2 และ 3 ดังรปู ที่ 15.4

2. นำสายวัดของโอหม์ มิเตอร์ทำการวัดท่ขี าของไตรแอกเป็นคๆู่ ดงั ตารางท่ี 15.1

284

ผลจากตารางแสดงคา่ ความต้านทาน พอสรปุ ไดด้ งั นี้
1. การวัดไตรแอกท้งั หมด 6 ครัง้ จำนวน 3 คู่ เราสามารถอา่ นคา่ ความต้านทานได้ 2 ครง้ั หรอื ท่ี

เรยี กวา่ “ วดั 6 ครั้ง เขม็ ข้นึ 2 ครัง้ ”
2. ขว้ั ขาท่ไี มม่ สี ว่ นเกีย่ วข้องกับค่าความต้านทานท้ัง 2 ครง้ั ดงั กล่าวจะเป็นขาแอโนด 2 หรือ ขา

A2
3. คู่ขาที่ 2 ในการวัดนั้นจะมีค่าความต้านทานที่ใกล้เคียงกันหรือเท่าเทียมกัน เราไม่สามารถ

บอกไดว้ ่า ขาใดเป็นขา A1 หรอื ขา G ดงั นน้ั เราจงึ ต้องทำการตรวจสอบในลำดับข้ันต่อไป
4. ให้สมมตุ วิ า่ ขาใดขาหนงึ่ เปน็ ขาเกต (G) แล้วทำการจดุ ชนวนโดยใช้ไฟจากขาแอโนด 2 (A2) เขม็

มิเตอร์จะชี้ที่ค่าความต้านทานประมาณ 15 โอห์ม ต่อจากนั้นให้สลับขาที่เหลือเป็นขาเกต แล้วทำการ
จุดชนวนโดยใช้ไฟจากขาแอโนด 2 เข็มมิเตอร์จะชี้ที่ค่าความต้านทานประมาณ 20 โอห์ม จากการวัดจะ
สงั เกตได้ว่าเมอ่ื ทำการจุดชนวนที่ขาเกตไดค้ า่ ความตา้ นทานต่ำกว่าการจุดชนวนทขี่ าแอโนด 1 (A1)

285

17. ใบงานท่ี 15

หน่วยการสอนที่ 15 ช่ือหน่วยการสอน ไตรแอก

หวั ข้อเรือ่ ง ไตรแอก

จดุ ประสงค์

1. เพอื่ ให้เข้าใจวธิ กี ารทดสอบไตรแอกด้วยโอหม์ มิเตอร์

2. เพอื่ ใหร้ จู้ ักการต่อวงจรใช้งานไตรแอก

3. เพอ่ื ให้เข้าใจวธิ กี ารนำไตรแอกไปประยุกต์ใช้งาน

4. สามารถทดสอบไตรแอกโดยใช้โอหม์ มเิ ตอรไ์ ด้

5. สามารถตอ่ วงจรใชง้ านไตรแอกได้

6. สามารถนำไตรแอกไปประยุกต์ใช้งานได้

เครอ่ื งมอื และอุปกรณ์

1. แหล่งจา่ ยไฟกระแสตรงชนิดปรับคา่ ได้ 0 – 30 V 1 เคร่อื ง

2. มัลตมิ เิ ตอร์ 1 เครอื่ ง

3. ชดุ ฝกึ วิชาอปุ กรณอ์ เิ ล็กทรอนิกส์ 1 ชดุ

ลำดับดบั ขัน้ การทดลอง

1. ตง้ั มลั ติมเิ ตอร์สเกล R x 1 วดั ความตา้ นทานระหว่างขาต่างๆ ตามตารางท่ี 15.1

ตัวท่ี +- +- +- +- +- +- สภาพ
A-B A-C B-A B-C C-A C-B

1

2

ตารางท่ี 15.1

หมายเหตุ อักษร ABC คือ ตำแหน่งที่สมมุติขึ้น

2. จากตารางท่ี 15.1 นำคทู่ ี่วัดได้ค่าความต้านทานตำ่ มาวัดเทยี บกับขาทเ่ี หลอื (ขาที่เหลือเปน็ ขา A2)

โดยใชไ้ ฟบวก และไฟลบ จดุ ชนวนขาตา่ งๆ ตามตารางที่ 15.2

จดุ ฉนวนไฟบวก จุดฉนวนไฟลบ สรุป

ตวั ท่ี เบอร์ + - + - + - + - A B C
A-1 A-2 A-1 A-2

1 4010L4
2 4010L4

ตารางท่ี 15.2

286

3. ตอ่ วงจรตามรปู ท่ี 15.1

รูปท่ี 15.1

4. ปรับแหล่งจ่ายไฟ ES ตามตารางที่ 15.3 ใช้มัลติมิเตอร์วัดแรงดันและบันทึกค่า IG, VG, VTM, VL, IL

ลงในตารางท่ี 15.3

ES VG(V) VL(V) VTM(V) IL(mA) IG(mA) สภาวะหลอดไฟ
0

1

2

3

4

5

6

7

8

ตารางท่ี 15.3

5. ประกอบวงจรตามรปู ท่ี 15.2

รปู ท่ี 15.2
6. กดสวิตซ์ตามตารางท่ี 15.4 สงั เกตสภาวะหลอดไฟ บันทึกผลการทดลองที่ไดล้ งในตารางที่ 15.4

287

สวิตซ์ หลอดไฟ ( ตดิ /ดับ) สาเหตุเพราะ
S1

S2

ตารางท่ี 15.4

7. ประกอบวงจรตามรูปที่ 15.2 แต่ให้สลับขั้วแหล่งจ่าย ES แล้วทดลองกดสวิตซ์ตามตารางที่ 15.5

สงั เกตสภาวะหลอดไฟ บนั ทกึ ผลการทดลองที่ไดล้ งในตารางท่ี 15.5

สวิตซ์ หลอดไฟ ( ตดิ /ดับ) สาเหตุเพราะ

S1

S2

ตารางท่ี 15.5

8. ประกอบวงจรตามรูปที่ 15.2 แต่ให้สลับขั้วแหล่งจ่าย VCC แล้วทดลองกดสวิตซ์ตามตารางที่ 15.5

สังเกตสภาวะหลอดไฟ บนั ทึกผลการทดลองท่ีไดล้ งในตารางท่ี 15.6

สวติ ซ์ หลอดไฟ ( ตดิ /ดับ) สาเหตุเพราะ

S1

S2

ตารางที่ 15.6

9. ประกอบวงจรตามรปู ท่ี 15.2 แต่ให้สลบั ขวั้ แหล่งจา่ ย ES และ VCC แลว้ ทดลองกดสวิตซ์ ตามตาราง

ท่ี 15.7 สงั เกตสภาวะหลอดไฟ บนั ทึกผลการทดลองท่ไี ดล้ งในตารางที่ 15.7

สวติ ซ์ หลอดไฟ ( ติด/ดบั ) สาเหตุเพราะ

S1

S2

ตารางท่ี 15.7

10. จากการทดลองตามตารางท่ี 15.4, 15.5, 15.6 และ 15.7 สามารถสรปุ ได้ว่า
ตารางท่ี 15.4 เป็นการทำงานของไทรแอกควอแดรนท์ท.ี่ .................................
ตารางที่ 15.5 เป็นการทำงานของไทรแอกควอแดรนท์ท่ี..................................

288

ตารางที่ 15.6 เป็นการทำงานของไทรแอกควอแดรนท์ท.่ี .................................
ตารางที่ 15.7 เปน็ การทำงานของไทรแอกควอแดรนท์ที่..................................
สรุปและวจิ ารณผ์ ลการทดลองทุกๆ ขัน้ ตอน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

289

18. แบบประเมนิ ผล

แบบประเมินผลการนำเสนอผลงาน

ชอ่ื กลมุ่ ……………………………………………ชั้น………………………ห้อง............................

รายช่อื สมาชิก

1……………………………………เลขท…ี่ …. 2……………………………………เลขท่ี…….

3……………………………………เลขท…ี่ …. 4……………………………………เลขที่…….

ท่ี รายการประเมนิ คะแนน ขอ้ คิดเหน็
32 1

1 เนอื้ หาสาระครอบคลมุ ชดั เจน (ความรูเ้ ก่ยี วกบั เนื้อหา ความ

ถกู ต้อง ปฏภิ าณในการตอบ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า)

2 รปู แบบการนำเสนอ

3 การมสี ว่ นรว่ มของสมาชกิ ในกลุ่ม

4 บุคลิกลักษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้ำเสียง ซึ่งทำให้ผู้ฟังมี

ความสนใจ

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………

เกณฑ์การให้คะแนน

1. เนือ้ หาสาระครอบคลมุ ชัดเจนถกู ต้อง

3 คะแนน = มีสาระสำคัญครบถว้ นถูกต้อง ตรงตามจดุ ประสงค์

2 คะแนน = สาระสำคญั ไมค่ รบถว้ น แตต่ รงตามจุดประสงค์

1 คะแนน = สาระสำคญั ไมถ่ ูกต้อง ไมต่ รงตามจดุ ประสงค์

2. รูปแบบการนำเสนอ

3 คะแนน = มีรูปแบบการนำเสนอที่เหมาะสม มีการใช้เทคนิคทแี่ ปลกใหม่ ใชส้ อ่ื และเทคโนโลยี

ประกอบการ นำเสนอทนี่ ่าสนใจ นำวสั ดุในท้องถิ่นมาประยุกตใ์ ช้อย่างคุ้มค่าและ

ประหยดั

2 คะแนน = มเี ทคนิคการนำเสนอท่แี ปลกใหม่ ใช้สอื่ และเทคโนโลยีประกอบการนำเสนอที่น่าสนใจ

แต่ขาดการประยุกตใ์ ช้ วสั ดใุ นทอ้ งถิ่น

1 คะแนน = เทคนิคการนำเสนอไม่เหมาะสม และไมน่ ่าสนใจ

3. การมสี ่วนร่วมของสมาชกิ ในกลมุ่

3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนมีบทบาทและมสี ว่ นรว่ มกิจกรรมกลุ่ม

2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มบี ทบาทและมสี ว่ นรว่ มกิจกรรมกลุ่ม

1 คะแนน = สมาชกิ สว่ นนอ้ ยมบี ทบาทและมสี ่วนร่วมกจิ กรรมกล่มุ

4. ความสนใจของผู้ฟงั

3 คะแนน = ผู้ฟงั มากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมอื

2 คะแนน = ผู้ฟังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมอื

1 คะแนน = ผฟู้ ังน้อยกว่าร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ

290

แบบประเมนิ กระบวนการทำงานกล่มุ

ช่อื กลมุ่ ……………………………………………ช้ัน………………………ห้อง............................

รายชือ่ สมาชกิ

1……………………………………เลขท…่ี …. 2……………………………………เลขท…ี่ ….

3……………………………………เลขท…ี่ …. 4……………………………………เลขท…่ี ….

ที่ รายการประเมิน คะแนน ข้อคิดเหน็
321
1 การกำหนดเปา้ หมายร่วมกนั
2 การแบ่งหน้าท่รี ับผดิ ชอบและการเตรยี มความ

พรอ้ ม
3 การปฏบิ ัตหิ น้าทท่ี ่ีไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมินผลและปรับปรงุ งาน

รวม

ผู้ประเมิน…………………………………………………
วันท่ี…………เดอื น……………………..พ.ศ…………...
เกณฑ์การให้คะแนน
1. การกำหนดเป้าหมายรว่ มกนั
3 คะแนน = สมาชกิ ทุกคนมสี ่วนรว่ มในการกำหนดเปา้ หมายการทำงานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชกิ ส่วนใหญ่มีสว่ นรว่ มในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนน้อยมสี ่วนรว่ มในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน
2. การหนา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานได้ทั่วถงึ และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจัดเตรียม
สถานท่ี สือ่ /อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ ่ัวถงึ แตไ่ ม่ตรงตามความสามารถ และมสี ่ือ/อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพรอ้ มเพรยี ง
แต่ขาดการจดั เตรยี มสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทั่วถึงและมีสื่อ / อปุ กรณ์ไม่เพียงพอ
3. การปฏิบตั ิหนา้ ทที่ ่ีได้รบั มอบหมาย
3 คะแนน = ทำงานได้สำเร็จตามเปา้ หมาย และตามเวลาที่กำหนด
2 คะแนน = ทำงานไดส้ ำเรจ็ ตามเป้าหมาย แตช่ า้ กว่าเวลาท่ีกำหนด
1 คะแนน = ทำงานไม่สำเร็จตามเป้าหมาย
4. การประเมนิ ผลและปรบั ปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชกิ ทกุ คนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชกิ บางสว่ นมสี ่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรงุ งาน
1 คะแนน = สมาชิกบางสว่ นมสี ่วนร่วมไมม่ สี ว่ นรว่ มปรึกษาหารอื และปรบั ปรุงงาน

291

19. แบบฝึกหัด

แบบฝกึ หัดทา้ ยหนว่ ยท่ี 15
ไตรแอก

จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. จงเขยี นสญั ลักษณ์ของไตรแอก
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................................. ................
.................................................................................................................. ............................................................
............................................................................................................................. .................................................
2. จงเขยี นโครงสร้างของไตรแอก
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
3. จงบอกคุณสมบัติของไตรแอกมาพอสังเขป
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
4. จงอธบิ ายการตรวจสอบไตรแอกโดยใชโ้ อห์มมเิ ตอร์ วา่ มขี น้ั ตอน และตรวจสอบอย่างไร

............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................................................... ...
5. จงอธิบายการจดุ ชนวนให้ไตรแอกทำงานท้งั 4 ควอทเดรนทม์ าพอเข้าใจ

..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................................... ...........

292

20. บันทึกผลหลังการจดั การเรยี นรู้แบบมงุ่ เน้นสมรรถนะอาชีพและบรู ณาการตามหลกั ปรชั ญาของ

เศรษฐกจิ พอเพียง

20.1 สรุปผลการจดั การเรียนรู้

รายการ ระดบั การปฏบิ ตั ิ
54321

ดา้ นการเตรียมการสอน

1.จดั หนว่ ยการเรียนรูไ้ ด้สอดคล้องกับวตั ถุประสงคก์ ารเรียนรู้

2. กำหนดเกณฑ์การประเมนิ ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ด้านทักษะ และด้านจติ พสิ ยั

3. เตรยี มวสั ดุ-อุปกรณ์ สอ่ื นวตั กรรม กิจกรรมตามแผนการจดั การเรียนรกู้ ่อนเข้า

สอน

ดา้ นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

4. มีวธิ ีการนำเข้าสบู่ ทเรยี นท่ีนา่ สนใจ

5. มีกิจกรรมท่หี ลากหลาย เพ่ือชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นเกิดการเรียนรู้ ความเขา้ ใจ

6. จัดกจิ กรรมทีส่ ่งเสริมใหผ้ ้เู รยี นคน้ คว้าเพื่อหาคำตอบดว้ ยตนเอง

7. นกั เรียนมีสว่ นร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

8. จัดกจิ กรรมท่เี น้นกระบวนการคิด ( คิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ )

9. กระตุ้นใหผ้ ูเ้ รียนแสดงความคิดเหน็ อย่างเสรี

10. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ทเี่ ช่อื มโยงกับชีวิตจริงโดยนำภูมปิ ญั ญา/บูรณาการเขา้ มา

มสี ว่ นร่วม

11. จัดกจิ กรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม

12. มีการเสรมิ แรงเม่อื นักเรยี นปฏบิ ตั ิ หรอื ตอบถูกต้อง

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผเู้ รยี น

14. เอาใจใสด่ แู ลผเู้ รียน อย่างทัว่ ถงึ

15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกับเวลาทีก่ ำหนด

ด้านสอ่ื นวตั กรรม แหลง่ การเรยี นรู้

16. ใช้ส่อื ทีเ่ หมาะสมกบั กจิ กรรมและศักยภาพของผู้เรียน

17. ใชส้ ือ่ แหล่งการเรยี นรอู้ ย่างหลากหลาย เชน่ บคุ คล สถานท่ี ของจริง เอกสาร

สือ่ อิเล็กทรอนิกส์ และอนิ เทอรเ์ น็ต เป็นต้น

13. มอบหมายงานให้เหมาะสมตามศักยภาพของผู้เรยี น

14. เอาใจใสด่ ูแลผูเ้ รียน อย่างท่วั ถึง

15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกับเวลาท่ีกำหนด

ดา้ นการวัดและประเมนิ ผล

18. ผู้เรียนมีสว่ นร่วมในการกำหนดเกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล

19. ประเมนิ ผลอย่างหลากหลายและครบท้ังดา้ นความรู้ ทักษะ และจิตพสิ ัย

20. ครู ผู้เรียน ผปู้ กครอง หรือ ผู้ทเ่ี ก่ยี วข้องมสี ่วนรว่ ม ในการประเมนิ

หมายเหตุ ระดับการปฏิบัติ 5 = ปฏิบัตดิ เี ย่ยี ม 4 = ปฏิบตั ดิ ี 3 = รวม

ปฏิบตั ิพอใช้ 2 = ควรปรับปรุง 1 = ไมม่ ีการปฏบิ ตั ิ เฉล่ีย

293

20.2 ปัญหาท่ีพบ และแนวทางแก้ปัญหา

ปัญหาท่ีพบ แนวทางแกป้ ัญหา

ด้านการเตรยี มการสอน

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ด้านการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ด้านส่อื นวตั กรรม แหลง่ การเรียนรู้

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ด้านการวัดประเมนิ ผล

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ด้านอ่นื ๆ (โปรดระบเุ ปน็ ข้อ ๆ)

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ลงชอ่ื ........................................................................ ครูผูส้ อน
(นายปฏพิ าน สีนาบุญ)
ตำแหน่ง ครพู เิ ศษสอน

............../.................................../....................

21. บนั ทึกการนเิ ทศและตดิ ตาม 294
วนั -เดือน-ปี เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม ชื่อ-สกุล ผูน้ ิเทศ ตำแหน่ง

295

แผนการจดั การเรยี นรู้ แบบม่งุ เนน้ สมรรถนะอาชีพ

และบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

รหสั วิชา 20105-2005 วิชา อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์และวงจร

หน่วยท่ี 16 ชือ่ หนว่ ย ยเู จที

ชอ่ื เร่ือง ยเู จที จำนวน 5 ช่ัวโมง

1. สาระสำคญั
ยเู จที (UJT) ย่อมาจาก “ยูนิจงั ชัน่ ทรานซสิ เตอร์” (UNIJUNCTION TRANSISTOR) เป็นอุปกรณ์สาร

กึ่งตัวนำที่มีโครงสร้างเป็นสารก่ึงตัวนำชนดิ เอ็น (N) แท่งหนึ่งแล้วทำการต่อขั้วเข้าที่ปลายของสารกึ่งตัวนำนนั้
จากนั้นนำแท่งสารกึ่งตัวนำชนิดพี (P) มาต่อให้เกิดรอยต่อที่บริเวณตรงกลางแท่งสารกึ่งตัวนำชนิดเอ็น (N)
ค่อนไปทางบนเล็กน้อย ตรงรอยต่อสารกึ่งตัวนำชนิดเอ็น (N) และสารกึ่งตัวนำชนิดพี (P) จะเสมือนกับเป็น
ไดโอดตัวหนึ่งและต่อขาออกจากปลายทั้งสาม โดยขาที่ต่อออกจากสารกึ่งตัวนำชนิด P จะเป็นขาอิมิตเตอร์
(E) ส่วนขาท่ีตอ่ ออกจากแท่งสารก่ึงตวั นำชนดิ N ท่ีใกลก้ ับสารก่งึ ตัวนำชนิด P เรยี กวา่ ขาเบส2 (B2) และขาที่
เหลือคือ ขาเบส1 (B1) การใชง้ านจะเป็นตัวกำเนดิ สัญญาณไปกระตุ้นเอสซีอาร์หรือไทรแอค

2. สมรรถนะอาชีพประจำหนว่ ย
ดา้ นความรู้
1. บอกสัญลกั ษณข์ องยเู จทีได้
2. บอกโครงสร้างของยูเจทีได้
3. อธิบายคณุ สมบัติของยูเจทีได้
4. อธิบายกราฟลักษณะคุณสมบัตขิ องยูเจทีได้
ด้านทกั ษะและการประยกุ ตใ์ ช้
1. เขยี นสัญลักษณ์ของยูเจทีได้
2. วดั หาขายูเจทดี ้วยโอห์มมเิ ตอรไ์ ด้
3. ตรวจสอบสภาพดี-เสยี ของยูเจทไี ด้
ดา้ นคณุ ธรรม/ จริยธรรม/ และคุณลกั ษณะที่พึงประสงค์และบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ

พอเพียง
1. เหน็ คุณคา่ ของความรู้พ้ืนฐานเกยี่ วกับยเู จที

296

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 จุดประสงค์ท่ัวไป

1. เพ่ือใหม้ คี วามรู้เกย่ี วกับการอธบิ ายโครงสรา้ งและสญั ลักษณข์ องยูเจที
2. เพื่อให้มีความรู้เกีย่ วกับการสรปุ ความวงจรกำเนิดสัญญาณ Relaxation โดยใช้ยูเจที
3. เพื่อให้มีทักษะในการวดั และทดสอบหาขายูเจทีโดยใชโ้ อห์มมิเตอร์
4. เพ่อื ใหม้ ีทักษะในการตรวจสอบยเู จทีโดยใช้โอหม์ มิเตอร์
5. เพื่อใหม้ ีเจตคติท่ีดใี นการชี้ยอมรับคณุ สมบัติของยเู จที
6. เพ่ือวดั ทดสอบ ตรวจสอบ หาขายเู จทโี ดยใชโ้ อหม์ มิเตอรไ์ ดอ้ ยา่ งถกู ต้องเหมาะสม
3.2 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1. อธิบายโครงสรา้ งและสัญลักษณ์ของยูเจทีได้
2. สรุปความวงจรกำเนิดสัญญาณ Relaxation โดยใชย้ ูเจทไี ด้
3. วดั และทดสอบหาขายเู จทโี ดยใช้โอห์มมเิ ตอรไ์ ด้
4. ตรวจสอบยูเจทีโดยใชโ้ อห์มมิเตอร์ได้
5. ชีย้ อมรับคณุ สมบัติของยูเจทีได้
6. วดั ทดสอบ ตรวจสอบ หาขายูเจทีโดยใช้โอห์มมเิ ตอร์ไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสม

4. เนือ้ หาสาระการสอน/การเรียนรู้

4.1 ดา้ นความรู้
1. อธบิ ายโครงสรา้ งและสัญลักษณ์ของยูเจทีได้
2. สรปุ ความวงจรกำเนิดสญั ญาณ Relaxation โดยใชย้ เู จทไี ด้
3. วดั และทดสอบหาขายเู จทโี ดยใชโ้ อหม์ มเิ ตอร์ได้
4. ตรวจสอบยูเจทโี ดยใช้โอห์มมเิ ตอร์ได้

4.2 ด้านทักษะหรือปฏบิ ตั ิ
1. การทดลองที่ 16 ยูเจที
2. แบบทดสอบบทที่ 16

4.3 ดา้ นคณุ ธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. วัด ทดสอบ ตรวจสอบ หาขายูเจทโี ดยใชโ้ อหม์ มิเตอร์ไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสม

297

5. กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรยี นรู้

ข้ันตอนการสอนหรอื กิจกรรมครู ขั้นตอนการเรยี นหรอื กิจกรรมของผู้เรียน

ข้ันเตรียม(จำนวน 15 นาที) ขั้นเตรียม(จำนวน 15 นาที )

1. ผู้สอนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนำ 1. ผู้เรียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผู้สอน
รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเรื่อง แนะนำรายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียน
สารก่งึ ตัวนำ
เรือ่ ง สารกึ่งตวั นำ
2. ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 2. ผู้เรียนทำความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์
เรียนที่ 16 และขอให้ผู้เรียนร่วมกันทำกิจกรรมการ การเรียนของหน่วยเรียนที่ 16 และการให้ความ
เรยี นการสอน
ร่วมมือในการทำกจิ กรรม

ขนั้ การสอน(จำนวน 240 นาที) ข้ันการสอน(จำนวน 240 นาที)

1. ผู้สอนให้ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทที่ 1. ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทที่ 16 เรื่อง

16 เรื่อง ยูเจที และให้ผู้เรียนศึกษาเอกสาร ยูเจที และผู้เรียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน

ประกอบการสอน วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และ วชิ า อุปกรณ์อเิ ล็กทรอนกิ สแ์ ละวงจร ผูเ้ รยี นเรียนรู้

วงจร โดยให้ผูเ้ รียนเรียนรูด้ ้วยตนเอง และสามารถ ด้วยตนเอง และสามารถตอบข้อสงสัยระหว่างเรียน

สอบถามขอ้ สงสัยระหว่างเรยี นจากผู้สอน ได้

2. ผู้สอนให้ผู้เรียนอธิบายสารกึ่งตัวนำศึกษา 2. ผู้เรียนฟังอธิบายสารกึ่งตัวนำได้ศึกษาจาก

จาก PowerPoint PowerPoint

3. ผู้สอนให้ผู้เรียนปฏิบัติใบงานที่ 16 เรื่อง ยู 3. ผ้เู รยี นปฏิบตั ิใบงานท่ี 16 เรอ่ื ง ยูเจที

เจที 4. ผู้เรียนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อสงสัย

4. ผู้สอนสังเกตการณ์ปฏิบัติใบงานที่ 16 เรื่อง ระหว่างเรยี นจากผสู้ อน

ยูเจที

ขั้นสรุป(จำนวน 45 นาท)ี ขั้นสรุป(จำนวน 45 นาท)ี

1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาที่ได้ 1. ผเู้ รยี นร่วมกันสรปุ เนื้อหาท่ีได้เรียนใหม้ ี

เรยี นใหม้ ีความเข้าใจในทิศทางเดียวกัน ความเขา้ ใจในทิศทางเดยี วกนั

2. ผสู้ อนให้ผู้เรยี นทำแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 16 2. ผู้เรยี นทำแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 16

3. ผู้สอนให้ผูเ้ รียนศึกษาเพิ่มเตมิ นอกห้องเรียน 3. ผเู้ รียนศึกษาเพิ่มเติมนอกหอ้ งเรียน ดว้ ย

ดว้ ย PowerPoint ท่จี ัดทำขน้ึ PowerPoint ทจ่ี ัดทำข้นึ

298

6. สอ่ื การเรียนการสอน/การเรยี นรู้

6.1 ส่ือสิ่งพิมพ์
1. เอกสารประกอบการสอนวชิ า อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจร (Entrepreneurship)
2. ใบความร้ทู ่ี 16 เรือ่ ง ยเู จที
3. การทดลองที่ 16 เรื่อง ยเู จที ขั้นประยุกต์ใช้ ข้อ 1
4. แบบทดสอบบทที่ 16 สรปุ และประเมินผล ขอ้ 2
5. แบบประเมนิ ผลงานตามใบงาน ใชป้ ระกอบการสอนข้ันประยุกตใ์ ช้ ขอ้ 1
6. แบบประเมินพฤติกรรมการทำงาน ใช้ประกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ข้นั สรปุ และประเมนิ ผล

6.2 ส่ือโสตทัศน์
1. Power Point เร่อื งยเู จที

6.3 ส่ือของจริง
1. ยูเจที

7. แหลง่ การเรยี นการสอน/การเรียนรู้

7.1 ภายในสถานศึกษา
1. ห้องสมุดวิทยาลยั การอาชีพสวา่ งแดนดนิ
2. หอ้ งอนิ เตอร์เน็ตวทิ ยาลยั การอาชีพสว่างแดนดิน

7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา
1. ห้องสมดุ เฉลมิ พระเกียรติอำเภอสวา่ งแดนดิน
2. หอ้ งสมุดประชาชนเฉลมิ ราชกมุ ารอี ำเภอสว่างแดนดิน

8. งานทมี่ อบหมาย

8.1 ก่อนเรยี น
1. ผู้เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน

8.2 ขณะเรียน
1. ศึกษาเนื้อหา ในบทท่ี 16 เรื่อง ยูเจที
2. รายงานผลหนา้ ช้ันเรยี น
3. ปฏิบัติใบปฏบิ ตั งิ านท่ี 16 เร่อื ง ยูเจที
4. สรุปผลการทดลอง

8.3 หลังเรยี น
1. ทำแบบฝึกหัดบทท่ี 16

299

9. ผลงาน/ชิน้ งาน ทีเ่ กดิ จากการเรียนรขู้ องผูเ้ รียน

1. แบบฝกึ หดั บทที่ 16 ใบปฏิบัติงานที่ 16
2. ตรวจผลงาน

10. เอกสารอา้ งอิง

1. อดลุ ย์ กัลยาแก้ว . อุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกสแ์ ละวงจร. : ศนู ยส์ ่งเสริมอาชวี ะ (ศสอ)

11. การบูรณาการ/ความสัมพันธก์ บั รายวชิ าอ่นื

1. บรู ณาการกบั วชิ าอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกสเ์ บือ้ งต้น
2. บูรณาการกับวิชาวงจรไฟฟ้าเบื้องตน้

12. หลกั การประเมินผลการเรยี น

12.1 ก่อนเรยี น
1. ตรวจผลงานตามใบปฏบิ ัตงิ านที่ 16
2. สงั เกตการปฏบิ ตั งิ าน

12.2 ขณะเรียน
-

12.3 หลังเรียน
1. ตรวจแบบฝกึ หัด บทท่ี 16
2. ตรวจแบบแบบฝึกหัดผลการเรยี นรู้

13. รายละเอียดการประเมนิ ผลการเรียน

จดุ ประสงคข์ ้อที่ 1 บอกสัญลักษณ์ของยูเจทีได้
1. วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่ืองการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถบอกสัญลักษณข์ องยูเจทีได้
4. เกณฑก์ ารผ่าน : บอกสัญลักษณ์ของยเู จทไี ด้ ไดค้ ะแนน 0.5 คะแนน
จดุ ประสงค์ข้อท่ี 2 บอกโครงสรา้ งของยูเจทไี ด้
1. วธิ กี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถบอกโครงสรา้ งของยเู จทีได้
4. เกณฑ์การผ่าน : บอกโครงสรา้ งของยูเจทีได้ ได้คะแนน 0.5 คะแนน

300

จดุ ประสงค์ข้อท่ี 3 อธิบายคุณสมบตั ิของยเู จทีได้

1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถอธิบายคุณสมบตั ขิ องยเู จทีได้

4. เกณฑ์การผา่ น : อธบิ ายคุณสมบตั ขิ องยเู จทีได้ ได้คะแนน 1 คะแนน

จดุ ประสงคข์ ้อที่ 4 อธบิ ายกราฟลักษณะคณุ สมบัติของยูเจทีได้
1. วธิ กี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครอื่ งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมนิ : สามารถอธบิ ายกราฟลักษณะคุณสมบัติของยเู จทีได้
4. เกณฑ์การผา่ น : อธิบายกราฟลกั ษณะคุณสมบัตขิ องยเู จทีได้ ได้คะแนน 1 คะแนน
จดุ ประสงคข์ ้อที่ 5 เขยี นสัญลักษณ์ของยูเจทไี ด้
1. วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถเขยี นสัญลกั ษณ์ของยูเจทไี ด้
4. เกณฑ์การผ่าน : เขียนสัญลักษณ์ของยูเจทไี ด้ ได้คะแนน 0.5 คะแนน
จดุ ประสงค์ขอ้ ท่ี 6 วัดหาขายูเจทีด้วยโอห์มมเิ ตอร์ได้
1. วธิ ีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถวดั หาขายเู จทดี ้วยโอหม์ มิเตอรไ์ ด้
4. เกณฑก์ ารผ่าน : วัดหาขายูเจทีดว้ ยโอห์มมิเตอร์ได้ ได้คะแนน 1 คะแนน
จุดประสงคข์ ้อท่ี 7 ตรวจสอบสภาพดี-เสียของยเู จทไี ด้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมิน : สามารถตรวจสอบสภาพดี-เสยี ของยเู จทไี ด้
4. เกณฑก์ ารผา่ น : ตรวจสอบสภาพดี-เสยี ของยูเจทีได้ ได้คะแนน 0.5 คะแนน
จุดประสงค์ข้อที่ 8 เห็นคณุ คา่ ของความรู้พ้นื ฐานเกี่ยวกับยเู จที
1. วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครอื่ งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถเหน็ คณุ คา่ ของความรพู้ ้ืนฐานเก่ียวกับยเู จที
4. เกณฑ์การผ่าน : เหน็ คุณค่าของความรูพ้ ้นื ฐานเกี่ยวกบั ยูเจที ไดค้ ะแนน 0.55 คะแนน

301

14. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

หนว่ ยการสอนที่ 16 ชื่อหน่วยการสอน ยเู จที

วตั ถปุ ระสงค์ เพอื่ ประเมินความรพู้ ้ืนฐานเกีย่ วกับยเู จที

ข้อคำถาม

คำส่ัง จงเลือกคำตอบทถ่ี ูกตอ้ งทสี่ ุด

1. ช่ือเต็มของยเู จที คืออะไร

ก. Unition Thermister ข. Unijunction Tranducter

ค. Unijunction Thermister ง. Unijunction Transistor

2. ยเู จทีม่ ีขาใชง้ านอะไรบ้าง

ก. B, C, E ข. E, B1, B2 ค. G, E1, E2 ง. G, A, K

3. ยเู จที มโี ครงสร้างเหมอื นกับอุปกรณ์ชนิดใด

ก. ทรานซสิ เตอร์ ข. เอสซอี าร์ ค. เฟต ง. ไดโอด

4. ยูเจที เปน็ อุปกรณ์สารก่งึ ตัวนำชนดิ ใด

ก. ซิลคิ อน ข. เยอรมนั เนียม ค. แกลเซียมฟอสไฟด์ ง. แกลเซียมอาเซไนต์

5. ทำไมขา E จึงอยู่ห่างจากขา B1 มากกว่าขา B2 เพื่ออะไร

ก. เพ่อื ให้ขา B2 มไี ฟบวกมากกวา่ ขา B1 ข. เพ่ือให้ขา B2 มีไฟลบมากกวา่ ขา B1

ค. เพือ่ ให้ขา B2 มีกระแสไหลผา่ นมากกว่าขา B1 ง. เพอ่ื ให้ขา E และขา B2 ต่างใช้งานร่วมกัน
จากวงจร จงตอบคำถามข้อ 7-10

6. ค่า R3 โดยท่วั ไปไม่ควรเกนิ เท่าใด

ก. 10Ω ข. ค0Ω ค. 50Ω ง. 100Ω

7. คา่ R1 จะมคี ่าความต้านทานอย่รู ะหวา่ ง

ก. 1kΩ-1MΩ ข. 2kΩ-2MΩ ค. 3kΩ-3MΩ ง. 3kΩ-5MΩ

8. คา่ vcc ของวงจรควรมคี า่ อยรู่ ะหวา่ ง

ก. 5V-25V ข. 5V-20V ค. 10V-30V ง. 10V-35V

9. ค่า η หาไดอ้ ย่างไร

ก. η = RB1/RB2 ข. η = RB2-RB1 ค. η = RB2xRB1 ง. η = RB1/(RB1+RB2)

10. คา่ F คือข้อใด

ก. ความถท่ี ต่ี ้องการให้วงจรผลิตออก ข. แรงดันท่ีตอ้ งการให้วงจรผลิตออก
ง. กำลังงานทีต่ ้องการให้วงจรผลติ ออกมา
ค.กระแสที่ตอ้ งการให้วงจรผลิตออก

302

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น

ขอ้ 1 ข้อ2 ขอ้ 3 ข้อ 4 ขอ้ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ขอ้ 8 ข้อ 9 ขอ้ 10
ง. ข. ก. ข. ค. ค. ข. ง. ข. ค.

15. แบบทดสอบหลงั เรยี น

หน่วยการสอนที่ 16 ชื่อหน่วยการสอน ยเู จที

วัตถุประสงค์ เพือ่ ประเมินความรู้พนื้ ฐานเกี่ยวกับยูเจที

ข้อคำถาม

คำส่งั จงเลอื กคำตอบที่ถูกต้องท่ีสุด

1. ชอื่ เต็มของยูเจที คืออะไร

ก. Unition Thermister ข. Unijunction Tranducter

ค. Unijunction Thermister ง. Unijunction Transistor

2. ยูเจท่มี ขี าใชง้ านอะไรบา้ ง

ก. B, C, E ข. E, B1, B2 ค. G, E1, E2 ง. G, A, K

3. ยเู จที มีโครงสร้างเหมอื นกับอุปกรณช์ นดิ ใด

ก. ทรานซิสเตอร์ ข. เอสซีอาร์ ค. เฟต ง. ไดโอด

4. ยเู จที เป็นอุปกรณ์สารก่ึงตัวนำชนดิ ใด

ก. ซิลคิ อน ข. เยอรมนั เนยี ม ค. แกลเซยี มฟอสไฟด์ ง. แกลเซยี มอาเซไนต์

5. ทำไมขา E จงึ อยูห่ ่างจากขา B1 มากกวา่ ขา B2 เพ่ืออะไร

ก. เพ่อื ให้ขา B2 มไี ฟบวกมากกวา่ ขา B1 ข. เพื่อให้ขา B2 มีไฟลบมากกวา่ ขา B1

ค. เพื่อให้ขา B2 มกี ระแสไหลผ่านมากกว่าขา B1 ง. เพื่อให้ขา E และขา B2 ตา่ งใชง้ านรว่ มกัน

จากวงจร จงตอบคำถามขอ้ 7-10

6. ค่า R3 โดยท่ัวไปไม่ควรเกินเท่าใด

ก. 10Ω ข. ค0Ω ค. 50Ω ง. 100Ω
ค. 3kΩ-3MΩ ง. 3kΩ-5MΩ
7. คา่ R1 จะมีค่าความต้านทานอยรู่ ะหวา่ ง ค. 10V-30V ง. 10V-35V

ก. 1kΩ-1MΩ ข. 2kΩ-2MΩ

8. คา่ vcc ของวงจรควรมคี ่าอยรู่ ะหวา่ ง

ก. 5V-25V ข. 5V-20V

303

9. ค่า η หาไดอ้ ย่างไร

ก. η = RB1/RB2 ข. η = RB2-RB1 ค. η = RB2xRB1 ง. η = RB1/(RB1+RB2)

10. คา่ F คอื ข้อใด

ก. ความถที่ ี่ต้องการใหว้ งจรผลิตออก ข. แรงดนั ท่ตี อ้ งการให้วงจรผลติ ออก
ง. กำลังงานทตี่ ้องการให้วงจรผลิตออกมา
ค.กระแสที่ตอ้ งการใหว้ งจรผลิตออก

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น

ข้อ1 ข้อ2 ขอ้ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ขอ้ 6 ข้อ 7 ขอ้ 8 ข้อ 9 ขอ้ 10
ง. ข. ก. ข. ค. ค. ข. ง. ข. ค.

304

16. ใบความรูท้ ี่ 16

หนว่ ยการสอนที่ 15 ชื่อหน่วยการสอน ยูเจที

หวั ข้อเรอื่ ง ยูเจที

16.1 โครงสร้างและสัญลกั ษณข์ องยเู จที

ยเู จที (UJT) ยอ่ มาจาก” ยูนจิ งั ชน่ั ทรานซสิ เตอร์ Unijunction Transistor” เป็นอปุ กรณ์สารกึ่งตัวนำ

ทม่ี โี ครงสร้างเปน็ สารกึง่ ตวั นำชนดิ N แทง่ หนงึ่ แลว้ ทำการต่อข้ัวเข้าท่ปี ลายของสารกึง่ ตวั นำนน้ั จากนน้ั นำแท่ง

สารก่งึ ตวั นำชนดิ P มาตอ่ ใหเ้ กิดรอยต่อทบี่ รเิ วณตรงกลางแท่งสารก่ึงตัวนำชนดิ N ค่อนไปทางด้านบนเล็กน้อย

ดังรูปที่ 16.1 ตรงรอยต่อสารกึ่งตัวนำชนิด N และสารกึ่งตัวนำชนิด P จะเสมือนกับเป็นไดโอดตัวหนึ่งและตอ่

ขาออกจากปลายทั้งสามดังรูปท่ี 16.1 โดยขาท่ตี ่อออกจากสารกึ่งตัวนำชนิดพี จะเปน็ ขาอิมิตเตอร์ (E) ส่วนขา

ทต่ี อ่ ออกจากแท่งสารกงึ่ ตัวนำชนดิ เอ็นท่ีใกล้กบั สารกึ่งตวั นำชนิด P เรยี กว่าขาเบส2 และขาท่ีเหลือคือ ขาเบส

1

จากลักษณะโครงสร้างของยูเจทีตามรูปท่ี 16.1 จะเหน็ ไดว้ ่าแท่งสารเอ็นจะมีขาเบส 1 และขาเบส 2 ต่อ

อยู่ จะเสมือนเป็นตัวต้านทานที่ต่ออยู่ โดยมีไดโอดที่เกิดจากรอยต่อ p-n ต่อระหว่างขาอิมิตเตอร์ กับบริเวณ

ตรงกลางของตัวต้านทาน ดงั นั้นลกั ษณะของวงจรสมมูลดงั รูปที่ 16.2

16.2 ลักษณะสมบตั ิของยเู จที

จากรูปที่ 3 เมื่อปรับตัวต้านทานให้เพิ่มแรงดันที่ขา E เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะมีกระแสรั่วไหลเพียงเล็กน้อย

เมื่อแรงดันที่ขา E เพิ่มขึ้นถึง VP จะทำให้ไดโอดได้รับไบอัสตรงจะทำให้มีกระแสไหลจากขา E ไปยังขา B1

เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และในขณะเดียวกันแรงดันที่ขาอิมิตเตอร์ (VE) จะมีค่าลดลงอย่างรวดเร็วแรงดันนี้จะ

ลดลงเรื่อยๆ จนถึงค่าต่ำสุด (VV) จากนั้นถ้าเพิ่มแรงดันที่ขา E เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจนถึงจุดอิ่มตัว (VE(sat)) และ

ถ้าเพม่ิ แรงดนั สูงข้ึนอีกกจ็ ะทำให้ยูเจทีพังทลายได้ ในทำนองเดียวกนั ถ้าให้แรงดนั VE มคี า่ น้อยกว่าแรงดันที่จุด

ต่อ RB1และ RB2 กจ็ ะทำใหย้ ูเจทไี ม่มกี ระแสไหลอีกเชน่ เคย

RBB = ความต้านทานภายใน UJT ระหว่างขา B1-B2(RBB=RB1+RB2) ประมาณ 4K-10K

VBB = แรงดนั ทจี่ ่ายใหข้ า B2และB1

Ŋ = อตั ราส่วนอนิ ทรนิ ซกิ สแตนออฟ มคี า่ อยู่ระหว่าง 0.5 - 0.75

VE = เป็นแรงดันปอ้ นให้ขา E จนทำให้ไดโอดนำกระแส

VD = เป็นแรงดันที่ตกคร่อมไดโอด มีคา่ ประมาณ 0.6 - 0.7 V

IE = คา่ กระแสไบอัสกลับท่ขี า E และขา B2 โดย B1 เปิดวงจร
IE = กระแสที่ขา E ของยูเจที มคี า่ ไม่เกนิ 50mA PEAK
VV = เปน็ แรงดนั ต่ำสดุ (Volley Point) ระหว่างขา E กบั B1
IV = คอื คา่ กระแสทไี่ หลในขณะท่แี รงดันท่ขี า E มคี า่ ตำ่ สดุ (VV)
IP = คือคา่ กระแสที่ขา E ในขณะแรงดนั มคี า่ VP

305

16.3 วงจรกำเนดิ สัญญาณ Relaxation โดยใช้ยเู จที
การทำงานของวงจร เริม่ แรกตัวเกบ็ ประจุ C1 จะทำการประจุแรงดนั ผา่ น R1 จนมีคา่ แรงดันสูงขน้ึ ซ่ึง

แรงดันที่ตกคร่อมตัวเก็บประจุ C1 นี้จะเป็นแรงดันป้อนให้ขา E (VE) เมื่อแรงดันที่ขาE นี้มีค่าเท่ากับ
VP(VP=VD+ ŊVBB ) จะทำให้ไดโอดนำกระแส ความต้านทานระหว่างขา E กับขา B1 ลดลงอย่างรวดเร็วมี
กระแสไหลผ่าน มแี รงดนั ตกครอ่ ม R2 สูงข้ึนตกคร่อม R3ต่ำสงู ในชว่ งเวลานี้ตัวเกบ็ ประจุ C 1จะคายประจุผ่าน
ขา E ออกขา B1 ดว้ ย ทำให้แรงดันทขี่ าE ค่าลดลงจนทำให้ยูเจที หยดุ นำกระแส ความต้านทานขา E และ
ขา B1 มีค่าสูงขึ้นอีก ก็จะเริ่มการประจุใหม่และยูเจที ก็จะเริ่มรอบการทำงานใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยจะได้
สัญญาณทข่ี าตา่ งๆ ดังแสดงในรูป 6 สามารถคำนวณหาคาบเวลาและความถไ่ี ด้จากสตู ร
t1 = RC ln [(VBB-VV)/(VBB-VP)] (เวลาในCharge ของ C1)
t2 = (RB1+RB2)C ln (VP/VV) (เวลาใน Discharge ของ C1)

จาก T = t1 + t2
และ Fosc= 1/T = 1/(t1 + t2)
หรอื จะหาคา่ Fosc โดยประมาณไดจ้ าสตู ร

Fosc = 1/RC ln[1/(1- )]
16.4 การวดั และทดสอบหาขายเู จที โดยใช้โอห์มมิเตอร์

การวัดและทดสอบหาขายูเจที โดยใช้โอห์มมิเตอร์ R x 1K จะได้ผลตามคุณสมบัติที่ถูกต้อง สามารถ
พจิ ารณาจากรูปที่ 16.8 เป็นหลักเพอื่ ทจ่ี ะสะดวกในการทำความเขา้ ใจ

306

17. ใบงานที่ 16

หน่วยการสอนท่ี 15 ช่ือหน่วยการสอน ยูเจที

หัวข้อเรื่อง ยเู จที

จุดประสงค์

1. เพ่ือใหร้ จู้ กั วธิ ีตรวจสอบยูเจทโี ดยใช้โอหม์ มเิ ตอร์

2. ทดลองหาลกั ษณะสมบัตขิ องยูเจทีได้

3. สามารถจรรแี ลคเซชน่ั ออสซลิ เลเตอรโ์ ดยใช้ยูเจทไี ด้

4. ประยกุ ตใ์ ชง้ านยูเจทใี นงานอน่ื ได้

เครื่องมอื และอุปกรณ์

1. แหล่งจา่ ยไฟกระแสตรงชนิดปรับคา่ ได้ 0 – 30 V 1 เครอ่ื ง

2. มลั ติมิเตอร์ 1 เครื่อง

3. ออสซลิ โลสโคป 1 เครือ่ ง

4. ชดุ ฝึกวชิ าอปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนกิ ส์ 1 ชุด

ลำดบั ดับข้ันการทดลอง

1. ตั้งมัลติมิเตอร์สเกล R x 10K ปรับเข็มมิเตอร์สู่ตำแหน่งศูนย์วัดค่าความต้านทานระหว่างขาต่างๆ

แล้วบันทกึ ลงในตารางที่ 16.1

ตวั ท่ี เบอร์ E-B2 E-B1 B2-E B1-E B1-B2 B2-B1 สรปุ

1

ตารางท่ี 16.1

2. ประกอบวงจรตามรปู ท่ี 16.1

รปู ท่ี 16.1
3. ให้ทำการวดั รปู สญั ญาณ VE , VO ด้วยออสซลิ โลสโคปโดยปรับสวิตซเ์ ลอื กไปท่ี DC พร้อมบันทึกผล
การทดลองทไี่ ด้ลงในตารางที่ 16.1

307

รปู ที่ 16.2
หมายเหตุ VEหมายถงึ ค่าแรงดันตกคร่อมขาอิมิตเตอร์

VO หมายถงึ คา่ แรงดันเอาต์พุต
VP+ หมายถงึ ค่าแรงดันด้านบวก
สรุปและวจิ ารณผ์ ลการทดลองทกุ ๆ ข้นั ตอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

308

18. แบบประเมนิ ผล

แบบประเมินผลการนำเสนอผลงาน

ชอ่ื กลมุ่ ……………………………………………ชั้น………………………ห้อง............................

รายช่อื สมาชิก

1……………………………………เลขท…ี่ …. 2……………………………………เลขท่ี…….

3……………………………………เลขท…ี่ …. 4……………………………………เลขที่…….

ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คิดเหน็
32 1

1 เนอื้ หาสาระครอบคลมุ ชดั เจน (ความรเู้ กย่ี วกบั เนื้อหา ความ

ถกู ต้อง ปฏภิ าณในการตอบ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า)

2 รปู แบบการนำเสนอ

3 การมสี ว่ นรว่ มของสมาชกิ ในกลุ่ม

4 บุคลิกลักษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้ำเสียง ซึ่งทำให้ผู้ฟังมี

ความสนใจ

รวม

ผูป้ ระเมิน…………………………………………………

เกณฑ์การให้คะแนน

1. เนือ้ หาสาระครอบคลมุ ชัดเจนถกู ต้อง

3 คะแนน = มีสาระสำคัญครบถว้ นถกู ต้อง ตรงตามจดุ ประสงค์

2 คะแนน = สาระสำคญั ไม่ครบถว้ น แตต่ รงตามจุดประสงค์

1 คะแนน = สาระสำคญั ไม่ถูกต้อง ไม่ตรงตามจุดประสงค์

2. รปู แบบการนำเสนอ

3 คะแนน = มีรูปแบบการนำเสนอที่เหมาะสม มีการใช้เทคนคิ ทแี่ ปลกใหม่ ใชส้ อ่ื และเทคโนโลยี

ประกอบการ นำเสนอที่นา่ สนใจ นำวสั ดุในท้องถิ่นมาประยุกตใ์ ช้อย่างคุ้มค่าและ

ประหยดั

2 คะแนน = มเี ทคนิคการนำเสนอท่แี ปลกใหม่ ใช้สอื่ และเทคโนโลยีประกอบการนำเสนอที่น่าสนใจ

แต่ขาดการประยุกตใ์ ช้ วสั ดใุ นท้องถ่นิ

1 คะแนน = เทคนิคการนำเสนอไม่เหมาะสม และไมน่ า่ สนใจ

3. การมสี ่วนร่วมของสมาชกิ ในกลมุ่

3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนมีบทบาทและมีสว่ นรว่ มกิจกรรมกล่มุ

2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มบี ทบาทและมสี ว่ นรว่ มกจิ กรรมกลุ่ม

1 คะแนน = สมาชกิ สว่ นนอ้ ยมบี ทบาทและมสี ่วนร่วมกิจกรรมกล่มุ

4. ความสนใจของผู้ฟงั

3 คะแนน = ผู้ฟงั มากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมือ

2 คะแนน = ผู้ฟังร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ

1 คะแนน = ผฟู้ ังน้อยกว่าร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ

309

แบบประเมนิ กระบวนการทำงานกล่มุ

ชือ่ กล่มุ ……………………………………………ช้ัน………………………ห้อง............................

รายชอื่ สมาชิก

1……………………………………เลขท…่ี …. 2……………………………………เลขท…ี่ ….

3……………………………………เลขท…ี่ …. 4……………………………………เลขท…่ี ….

ที่ รายการประเมิน คะแนน ข้อคิดเหน็
321
1 การกำหนดเป้าหมายร่วมกนั
2 การแบ่งหนา้ ที่รับผดิ ชอบและการเตรยี มความ

พร้อม
3 การปฏิบตั ิหน้าทท่ี ่ีไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมินผลและปรับปรงุ งาน

รวม

ผู้ประเมิน…………………………………………………
วันท่ี…………เดอื น……………………..พ.ศ…………...
เกณฑ์การให้คะแนน
1. การกำหนดเป้าหมายรว่ มกนั
3 คะแนน = สมาชกิ ทุกคนมสี ่วนร่วมในการกำหนดเปา้ หมายการทำงานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชกิ ส่วนใหญ่มีสว่ นรว่ มในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนน้อยมสี ่วนรว่ มในการกำหนดเป้าหมายในการทำงาน
2. การหนา้ ทรี่ ับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานได้ทั่วถงึ และตรงตามความสามารถของสมาชิกทุกคน มีการจัดเตรียม
สถานท่ี สือ่ /อุปกรณ์ไว้อย่างพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ ่ัวถงึ แตไ่ ม่ตรงตามความสามารถ และมสี ่ือ/อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพรอ้ มเพรยี ง
แต่ขาดการจดั เตรยี มสถานที่
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทั่วถึงและมีสื่อ / อปุ กรณ์ไม่เพียงพอ
3. การปฏบิ ัตหิ น้าทีท่ ไี่ ด้รบั มอบหมาย
3 คะแนน = ทำงานได้สำเร็จตามเปา้ หมาย และตามเวลาที่กำหนด
2 คะแนน = ทำงานไดส้ ำเรจ็ ตามเป้าหมาย แตช่ า้ กว่าเวลาท่ีกำหนด
1 คะแนน = ทำงานไม่สำเร็จตามเป้าหมาย
4. การประเมินผลและปรบั ปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชกิ ทกุ คนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชกิ บางสว่ นมสี ่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรงุ งาน
1 คะแนน = สมาชิกบางสว่ นมสี ่วนร่วมไมม่ สี ว่ นรว่ มปรึกษาหารอื และปรบั ปรุงงาน

310

19. แบบฝึกหดั
แบบฝกึ หัดทา้ ยหนว่ ยที่ 16
ยเู จที

จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. จงเขียนสัญลักษณ์ของยูเจที
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
2. จงเขยี นโครงสรา้ งของยูเจที
.................................................................................................................................................................... ..........
........................................................................................................................ ......................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
3. จงอธิบายคุณสมบตั ิของยูเจทีมาอยา่ งละเอยี ด

............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
4. จงอธิบายกราฟลักษณะคุณสมบตั ิของยูเจที วา่ มีการทำงานอย่างไร

..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................

311

20. บนั ทึกผลหลังการจัดการเรยี นรูแ้ บบม่งุ เนน้ สมรรถนะอาชีพและบูรณาการตามหลกั ปรชั ญาของ

เศรษฐกิจพอเพียง

20.1 สรุปผลการจัดการเรียนรู้

รายการ ระดบั การปฏบิ ตั ิ
54321

ด้านการเตรยี มการสอน

1.จัดหน่วยการเรยี นรูไ้ ดส้ อดคล้องกับวัตถุประสงคก์ ารเรยี นรู้

2. กำหนดเกณฑ์การประเมนิ ครอบคลุมท้งั ด้านความรู้ ด้านทักษะ และด้านจติ พสิ ยั

3. เตรยี มวัสดุ-อปุ กรณ์ สื่อ นวัตกรรม กจิ กรรมตามแผนการจัดการเรียนรูก้ ่อนเข้า

สอน

ดา้ นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

4. มวี ิธกี ารนำเขา้ ส่บู ทเรยี นที่นา่ สนใจ

5. มีกจิ กรรมทหี่ ลากหลาย เพ่ือช่วยให้ผูเ้ รียนเกิดการเรียนรู้ ความเข้าใจ

6. จดั กจิ กรรมที่สง่ เสริมให้ผู้เรียนค้นควา้ เพื่อหาคำตอบด้วยตนเอง

7. นกั เรียนมสี ่วนร่วมในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

8. จัดกิจกรรมทีเ่ น้นกระบวนการคิด ( คิดวิเคราะห์ คิดสงั เคราะห์ คดิ สร้างสรรค์ )

9. กระตุ้นใหผ้ เู้ รียนแสดงความคิดเหน็ อย่างเสรี

10. จดั กิจกรรมการเรียนรู้ทเี่ ชือ่ มโยงกบั ชีวิตจรงิ โดยนำภมู ิปัญญา/บูรณาการเขา้ มา

มสี ่วนร่วม

11. จดั กจิ กรรมโดยสอดแทรกคุณธรรม จรยิ ธรรม

12. มกี ารเสรมิ แรงเมอื่ นักเรยี นปฏิบตั ิ หรอื ตอบถูกต้อง

13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผู้เรยี น

14. เอาใจใส่ดแู ลผูเ้ รยี น อย่างทัว่ ถงึ

15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกบั เวลาที่กำหนด

ด้านส่ือ นวัตกรรม แหล่งการเรยี นรู้

16. ใชส้ ่อื ทีเ่ หมาะสมกับกิจกรรมและศักยภาพของผเู้ รยี น

17. ใชส้ ือ่ แหล่งการเรียนรู้อย่างหลากหลาย เช่น บุคคล สถานที่ ของจริง เอกสาร

ส่อื อิเลก็ ทรอนิกส์ และอนิ เทอร์เน็ต เปน็ ต้น

13. มอบหมายงานใหเ้ หมาะสมตามศักยภาพของผ้เู รียน

14. เอาใจใสด่ ูแลผูเ้ รยี น อย่างทั่วถึง

15. ใชเ้ วลาสอนเหมาะสมกบั เวลาทก่ี ำหนด

ดา้ นการวัดและประเมินผล

18. ผเู้ รียนมสี ว่ นรว่ มในการกำหนดเกณฑก์ ารวัดและประเมินผล

19. ประเมนิ ผลอย่างหลากหลายและครบท้ังด้านความรู้ ทักษะ และจิตพิสยั

20. ครู ผ้เู รียน ผูป้ กครอง หรือ ผูท้ เี่ ก่ยี วข้องมีสว่ นรว่ ม ในการประเมิน

หมายเหตุ ระดบั การปฏบิ ัติ 5 = ปฏิบตั ิดีเย่ยี ม 4 = ปฏบิ ตั ดิ ี 3 = รวม

ปฏิบตั พิ อใช้ 2 = ควรปรับปรุง 1 = ไม่มกี ารปฏิบตั ิ เฉล่ีย

312

20.2 ปัญหาท่ีพบ และแนวทางแก้ปัญหา

ปัญหาท่ีพบ แนวทางแกป้ ัญหา

ด้านการเตรยี มการสอน

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ด้านการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ด้านส่อื นวตั กรรม แหลง่ การเรียนรู้

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ด้านการวัดประเมนิ ผล

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ด้านอ่นื ๆ (โปรดระบเุ ปน็ ข้อ ๆ)

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

.................................................................................. ..................................................................................

ลงชอ่ื ........................................................................ ครูผูส้ อน
(นายปฏพิ าน สีนาบุญ)
ตำแหน่ง ครพู เิ ศษสอน

............../.................................../....................

21. บนั ทึกการนเิ ทศและตดิ ตาม 313
วนั -เดือน-ปี เวลา รายการนเิ ทศและติดตาม ชื่อ-สกุล ผูน้ ิเทศ ตำแหน่ง

314

แผนการจัดการเรียนรู้ แบบมุ่งเนน้ สมรรถนะอาชพี

และบูรณาการตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

รหสั วิชา 20105-2005 วิชา อุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกสแ์ ละวงจร

หนว่ ยท่ี 17 ช่ือหน่วย อปุ กรณโ์ ฟโต้

ช่ือเรื่อง อุปกรณโ์ ฟโต้ จำนวน 5 ชว่ั โมง

1. สาระสำคัญ
อุปกรณ์โฟโต้ (Photo Device) เป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำไวแสงชนิดหนึ่ง มีหลายชนิดเช่นโฟโต้

ไดโอด โฟโต้ทรานซิสเตอร์ โฟโต้ดาลิงตันทรานซิสเตอร์ โฟโต้ไดโอดจะเป็นตัวรับแสงเมื่อมีแสงตกกระทบ
มาก กระแสจะไหลมาก โดยโฟโต้ไดโอดจะต้องได้รับไบอัสตรงด้วย แตก่ ระแสทไ่ี หลมีปริมาณน้อยเม่ือเทียบกับ
แสง จึงจะต้องมีการขยายด้วยทรานซิสเตอร์ก่อนก็จะกลายเป็นโฟโต้ทรานซิสเตอร์ หรือ โฟโต้ดาลิงตัน
ทรานซิสเตอร์ ซง่ึ มีกระแสไหลมากกวา่

2. สมรรถนะอาชพี ประจำหน่วย
ดา้ นความรู้
1. บอกชนิดของอุปกรณ์โฟโตไ้ ด้
2. บอกโครงสร้างของอปุ กรณ์โฟโต้ชนิดต่าง ๆ ได้
3. อธบิ ายคณุ สมบัติของโฟโต้ไดโอด, โฟโต้ทรานซิสเตอร์, โฟโต้ดารล์ งิ ตนั ทรานซิสเตอร์ได้
ดา้ นทักษะและการประยกุ ต์ใช้
1. เขยี นสัญลกั ษณ์ของโฟโตไ้ ดโอด, โฟโตท้ รานซสิ เตอร,์ โฟโต้ดาร์ลงิ ตันทรานซสิ เตอร์ได้
2. วดั และทดสอบโฟโต้ไดโอด, โฟโตท้ รานซสิ เตอร,์ โฟโต้ดาร์ลงิ ตันทรานซิสเตอร์ได้
ดา้ นคุณธรรม/ จรยิ ธรรม/ และคณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์และบูรณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ

พอเพยี ง
1. เหน็ คณุ ค่าของความร้พู ื้นฐานเกยี่ วกบั อปุ กรณโ์ ฟโต้

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1 จุดประสงค์ท่ัวไป

1. เพอ่ื ให้มีความรู้เกยี่ วกับการอธิบายโฟโต้ไดโอด
2. เพ่อื ใหม้ ีทกั ษะในการสังเกตโฟโตด้ ารล์ งิ ตนั ทรานซสิ เตอร์
3. เพอื่ ให้มีเจตคติท่ีดใี นการยอมรับโฟโตท้ รานซลิ ชสเตอร์
4. เพ่อื นำมาประยกุ ต์ใชไ้ ดอ้ ย่างถกู ต้องเหมาะสม

315

3.2 จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม
1. อธบิ ายโฟโตไ้ ดโอดได้
2. สงั เกตโฟโต้ดาร์ลงิ ตันทรานซสิ เตอรไ์ ด้
3. ยอมรบั โฟโต้ทรานซิลชสเตอรไ์ ด้
4. นำมาประยกุ ต์ใชไ้ ด้อย่างถูกต้องเหมาะสม

4. เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้

1. โฟโตไ้ ดโอด
2. โฟโตด้ าร์ลงิ ตนั ทรานซิสเตอ
3. โฟโตท้ รานซิลชสเตอร์

4.2 ด้านทักษะหรือปฏบิ ัติ
1. การทดลองท่ี 17 อุปกรณ์โฟโต้
2. แบบทดสอบบทที่ 17

4.3 ด้านคณุ ธรรม/จรยิ ธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. นำมำประยกุ ตใ์ ชไ้ ดอ้ ย่ำงถกู ตอ้ งเหมำะสม

316

5. กิจกรรมการเรียนการสอนหรอื การเรียนรู้

ขั้นตอนการสอนหรือกจิ กรรมครู ขน้ั ตอนการเรียนหรือกิจกรรมของผเู้ รียน

ขนั้ เตรียม(จำนวน 15 นาที) ขั้นเตรียม(จำนวน 15 นาที )

1. ผู้สอนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนำ 1. ผู้เรียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผู้สอน
รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเรื่อง แนะนำรายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียน
สารก่งึ ตัวนำ
เร่อื ง สารกงึ่ ตวั นำ
2. ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 2. ผู้เรียนทำความเข้าใจเกี่ยวกับจุดประสงค์
เรียนที่ 17 และขอให้ผู้เรียนร่วมกันทำกิจกรรมการ การเรียนของหน่วยเรียนที่ 17 และการให้ความ
เรยี นการสอน
ร่วมมอื ในการทำกิจกรรม

ข้ันการสอน(จำนวน 240 นาที) ขน้ั การสอน(จำนวน 240 นาท)ี

1. ผู้สอนให้ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทท่ี 1. ผู้เรียนเปิด PowerPoint บทที่ 17 เรื่อง

17 เรื่อง อุปกรณ์โฟโต้ และให้ผู้เรียนศึกษาเอกสาร อปุ กรณโ์ ฟโต้ และผเู้ รยี นศึกษาเอกสารประกอบการ

ประกอบการสอน วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และ สอน วิชา อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และวงจร ผู้เรียน

วงจร โดยให้ผู้เรียนเรียนรูด้ ้วยตนเอง และสามารถ เรียนรู้ด้วยตนเอง และสามารถตอบข้อสงสัย

สอบถามข้อสงสัยระหว่างเรยี นจากผ้สู อน ระหวา่ งเรยี นได้

2. ผู้สอนให้ผู้เรียนอธิบายสารกึ่งตัวนำศึกษา 2. ผู้เรียนฟังอธิบายสารกึ่งตัวนำได้ศึกษาจาก

จาก PowerPoint PowerPoint

3. ผู้สอนให้ผู้เรียนปฏิบัติใบงานที่ 17 เรื่อง 3. ผู้เรียนปฏิบัติใบงานที่ 17 เรื่อง อุปกรณ์

อุปกรณโ์ ฟโต้ โฟโต้

4. ผู้สอนสังเกตการณ์ปฏิบัติใบงานที่ 17 เรื่อง 4. ผู้เรียนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อสงสัย

อปุ กรณ์โฟโต้ ระหวา่ งเรยี นจากผู้สอน

ขัน้ สรปุ (จำนวน 45 นาท)ี ขั้นสรปุ (จำนวน 45 นาที)

1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเนื้อหาที่ได้ 1. ผู้เรียนรว่ มกันสรุปเน้อื หาท่ีได้เรียนใหม้ ี

เรียนให้มคี วามเข้าใจในทิศทางเดยี วกัน ความเข้าใจในทิศทางเดียวกัน

2. ผูส้ อนใหผ้ ูเ้ รียนทำแบบฝกึ หัดหนว่ ยที่ 17 2. ผูเ้ รียนทำแบบฝึกหดั หน่วยที่ 17

3. ผู้สอนให้ผูเ้ รียนศึกษาเพิ่มเตมิ นอกหอ้ งเรียน 3. ผูเ้ รยี นศกึ ษาเพิ่มเติมนอกห้องเรียน ด้วย

ดว้ ย PowerPoint ทีจ่ ดั ทำขึ้น PowerPoint ท่จี ัดทำข้ึน

317

6. สือ่ การเรยี นการสอน/การเรียนรู้

6.1 ส่ือสิ่งพิมพ์
1. เอกสารประกอบการสอนวชิ า อปุ กรณอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์และวงจร (Entrepreneurship)
2. ใบความรู้ท่ี 17 เรือ่ ง อุปกรณ์โฟโต้
3. การทดลองที่ 17 เรอ่ื ง อุปกรณ์โฟโต้ ขน้ั ประยุกต์ใช้ ข้อ 1
4. แบบทดสอบบทท่ี 17 สรปุ และประเมินผล ข้อ 2
5. แบบประเมนิ ผลงานตามใบงาน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ข้อ 1
6. แบบประเมนิ พฤติกรรมการทำงาน ใช้ประกอบการสอนขนั้ ประยุกต์ใช้ ขน้ั สรปุ และประเมนิ ผล

6.2 สื่อโสตทัศน์
1. Power Point เรือ่ งอปุ กรณ์โฟโต้

6.3 ส่ือของจริง
1. อปุ กรณ์โฟโต้

7. แหลง่ การเรียนการสอน/การเรยี นรู้

7.1 ภายในสถานศกึ ษา
1. ห้องสมดุ วิทยาลัยการอาชีพสวา่ งแดนดิน
2. หอ้ งอนิ เตอรเ์ นต็ วิทยาลัยการอาชีพสว่างแดนดนิ

7.2 ภายนอกสถานศกึ ษา
1. หอ้ งสมุดเฉลมิ พระเกียรติอำเภอสวา่ งแดนดิน
2. หอ้ งสมดุ ประชาชนเฉลมิ ราชกุมารีอำเภอสวา่ งแดนดิน

8. งานทมี่ อบหมาย

8.1 ก่อนเรยี น
1. ผู้เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น

8.2 ขณะเรียน
1. ศึกษาเน้ือหา ในบทที่ 17 เร่ือง อปุ กรณโ์ ฟโต้
2. รายงานผลหนา้ ช้นั เรยี น
3. ปฏิบตั ิใบปฏิบัตงิ านที่ 17 เร่อื ง อปุ กรณโ์ ฟโต้
4. สรปุ ผลการทดลอง

8.3 หลังเรยี น
1. ทำแบบฝึกหัดบทที่ 17

318

9. ผลงาน/ช้ินงาน ทีเ่ กดิ จากการเรยี นรู้ของผูเ้ รียน

1. แบบฝกึ หดั บทที่ 17 ใบปฏบิ ัตงิ านท่ี 17
2. ตรวจผลงาน

10. เอกสารอา้ งอิง

1. อดุลย์ กลั ยาแก้ว . อปุ กรณอ์ ิเล็กทรอนิกส์และวงจร. : ศูนยส์ ่งเสรมิ อาชวี ะ (ศสอ)

11. การบรู ณาการ/ความสมั พนั ธ์กับรายวชิ าอน่ื

1. บูรณาการกับวิชาอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์เบ้ืองต้น
2. บรู ณาการกับวิชาวงจรไฟฟ้าเบ้ืองต้น

12. หลกั การประเมนิ ผลการเรยี น

12.1 ก่อนเรยี น
1. ตรวจผลงานตามใบปฏิบตั งิ านท่ี 17
2. สังเกตการปฏิบตั งิ าน

12.2 ขณะเรียน
-

12.3 หลงั เรียน
1. ตรวจแบบฝึกหัด บทท่ี 17
2. ตรวจแบบแบบฝึกหัดผลการเรียนรู้

13. รายละเอียดการประเมนิ ผลการเรียน

จุดประสงค์ข้อที่ 1 บอกชนิดของอปุ กรณ์โฟโตไ้ ด้
1. วิธกี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครอื่ งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถบอกชนดิ ของอุปกรณ์โฟโต้ได้
4. เกณฑ์การผา่ น : บอกชนดิ ของอปุ กรณโ์ ฟโตไ้ ด้ ไดค้ ะแนน 0.5 คะแนน
จุดประสงค์ขอ้ ที่ 2 บอกโครงสรา้ งของอุปกรณโ์ ฟโต้ชนดิ ตา่ ง ๆ ได้
1. วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่ืองการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมนิ : สามารถบอกโครงสร้างของอุปกรณโ์ ฟโต้ชนิดต่าง ๆ ได้
4. เกณฑก์ ารผา่ น : บอกโครงสร้างของอปุ กรณโ์ ฟโตช้ นิดต่าง ๆ ได้ ได้คะแนน 0.5 คะแนน

319

จดุ ประสงคข์ ้อที่ 3 อธบิ ายคุณสมบตั ขิ องโฟโต้ไดโอด, โฟโตท้ รานซสิ เตอร,์ โฟโต้ดารล์ งิ ตนั ทรานซิสเตอร์ได้

1. วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถอธิบายคุณสมบัติของโฟโต้ไดโอด, โฟโตท้ รานซิสเตอร,์ โฟโตด้ ารล์ งิ ตัน

ทรานซิสเตอร์ได้

4. เกณฑ์การผ่าน : อธิบายคุณสมบตั ขิ องโฟโต้ไดโอด, โฟโตท้ รานซสิ เตอร์, โฟโตด้ ารล์ ิงตนั ทรานซสิ เตอร์ได้ ได้

คะแนน 2 คะแนน

จดุ ประสงคข์ อ้ ท่ี 4 เขียนสญั ลกั ษณข์ องโฟโต้ไดโอด, โฟโต้ทรานซิสเตอร,์ โฟโต้ดารล์ ิงตนั ทรานซิสเตอรไ์ ด้
1. วธิ ีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การประเมิน : สามารถเขียนสัญลักษณ์ของโฟโต้ไดโอด, โฟโต้ทรานซิสเตอร์, โฟโต้ดาร์ลิงตัน
ทรานซิสเตอร์ได้
4. เกณฑ์การผ่าน : เขียนสัญลักษณ์ของโฟโต้ไดโอด, โฟโต้ทรานซิสเตอร์, โฟโต้ดาร์ลิงตันทรานซิสเตอร์ได้ ได้
คะแนน 1 คะแนน
จุดประสงคข์ อ้ ที่ 5 วัดและทดสอบโฟโตไ้ ดโอด, โฟโต้ทรานซิสเตอร,์ โฟโต้ดาร์ลงิ ตนั ทรานซิสเตอรไ์ ด้
1. วธิ กี ารประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องการประเมิน : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมิน : สามารถวดั และทดสอบโฟโต้ไดโอด, โฟโตท้ รานซสิ เตอร์, โฟโต้ดาร์ลงิ ตันทรานซิสเตอร์
ได้
4. เกณฑ์การผ่าน : วัดและทดสอบโฟโต้ไดโอด, โฟโต้ทรานซิสเตอร์, โฟโต้ดาร์ลิงตันทรานซิสเตอร์ได้ ได้
คะแนน 1 คะแนน
จดุ ประสงคข์ ้อท่ี 6 เห็นคุณคา่ ของความรพู้ ื้นฐานเกี่ยวกับอุปกรณ์โฟโต้
1. วิธกี ารประเมนิ : ทดสอบ
2. เครอ่ื งการประเมนิ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารประเมิน : เห็นคุณค่าของความรูพ้ ื้นฐานเกีย่ วกับอุปกรณโ์ ฟโต้
4. เกณฑ์การผ่าน : เหน็ คุณค่าของความรู้พนื้ ฐานเกี่ยวกบั อุปกรณโ์ ฟโต้ ได้คะแนน 0.55 คะแนน

320

14. แบบทดสอบกอ่ นเรียน

หนว่ ยการสอนที่ 17 ชื่อหน่วยการสอน อปุ กรณ์โฟโต้

วตั ถุประสงค์ เพอ่ื ประเมนิ ความรู้พ้นื ฐานเกีย่ วกับอุปกรณโ์ ฟโต้

ข้อคำถาม

คำส่ัง จงเลอื กคำตอบทถ่ี ูกต้องที่สดุ

1. ค่าความตา้ นทานของโฟโต้ไดโอดจะมีค่าเทา่ ใดในขณะแสงปกติ

ก. ประมาณ 1Ω – 100Ω ข. ประมาณ 1KΩ – 10KΩ

ค. ประมาณ 1MΩ – 10MΩ ง. เปน็ อนันต์

2. ขอ้ ดขี องการทำให้ ช่วงพลีช่ันห่างมากขนึ้ คอื ขอ้ ใด

ก. อเิ ลก็ ตรอนกระจายได้มากขน้ึ ข. รบั พลังงานแสงได้ดีขนึ้

ค. ให้ผลตอบสนองดีขึน้ ง. ทนกระแสไดส้ งู ข้ึน

3. โฟโตท้ รานซิสเตอร์มีชื่อเรยี กอีกอย่างวา่ อะไร

ก. โฟโต้เซลล์ ข. ทรานซิสเตอร์พลงั แสง

ค. โฟโต้แสง ง. โฟโต้รีซิสเตอร์

4. พ้ืนท่ีไวแสงของโฟโต้ทรานซิสเตอรค์ ือขาคู่ใด

ก. ขาเบส กับ ขาคอลเลกเตอร์ ข. ขาเบส กบั ขาอมิ ิตเตอร์

ค. ขาคอลเลกเตอร์ กับ ขาอมิ ิตเตอร์ ง. ขาอิมิตเตอร์ กบั กราวด์

5.ถ้า hFE มีอัตราขยายสูงจะมีผลอยา่ งไร
ก. จะทำให้รอยตอ่ PN เพม่ิ มากข้ึน

ข. จะทำให้รอยต่อ PN ลดนอ้ ยลง

ค. จะทำให้ผลตอบสนองต่อความไวของแสงเพ่ิมมาขนึ้

ง. จะทำให้ผลตอบสนองต่อความไวของแสงลดนอ้ ยลง

6. จากวงจร โฟโตท้ รานซสิ ตอรไ์ ม่ได้รบั แสง ผลจากบัชเซอรจ์ ะเป็นอยา่ งไร

ก. บซั เซอรม์ ีเสียง ข. บัซเซอร์จะไม่มีเสียง

ค. บซั เซอร์จะมีเสียงดงั มากขึ้น ง. บซั เซอรจ์ ะมเี สยี งลดน้อยลง

321

7. IP มคี วามหมายวา่ อยา่ งไร

ก. กระแสที่มาจากภายนอก ข. กระแสอิมติ เตอร์

ค. กระแสท่เี กดิ ขน้ึ เนื่องจากแสง ง. ถูกทกุ ขอ้

8. ข้อใดไมใ่ ช่อุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนกิ สท์ างแสง

ก. อุปกรณเ์ ช่ือมต่อด้วยแสง ข. อปุ กรณ์การตัดและการสะทอ้ นของแสง

ค. ตวั ปลอ่ ยแสงและรับแสง ง. ถูกทกุ ขอ้

9. โฟโตท้ รานซสิ เตอรม์ ีขอ้ ด้อยกวา่ โฟโตไ้ ดโอด คือข้อใด

ก. ความเรว็ ในการทำงาน ข. จา่ ยกระแสได้นอ้ ยกว่า

ค. การสวติ ซ์ชา้ กว่า ง. รับแสงได้นอ้ ยกวา่

10. โฟโตท้ รานซิสเตอร์มีขอ้ ดีกวา่ โฟโต้ไดโอด คือข้อใด

ก. ใช้ไดใ้ นความถ่ีสูง ข. รับแสงไดม้ ากกว่า

ค. จา่ ยกระแสได้สงู กวา่ ง. ทำงานไดเ้ รว็ กวา่

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน

ข้อ1 ข้อ2 ข้อ 3 ขอ้ 4 ขอ้ 5 ข้อ 6 ขอ้ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 10
ก. ข. ค. ก. ค. ง. ค. ง. ข. ค.

15. แบบทดสอบหลงั เรียน

หน่วยการสอนที่ 17 ช่ือหน่วยการสอน อปุ กรณโ์ ฟโต้

วัตถปุ ระสงค์ เพอ่ื ประเมนิ ความร้พู ื้นฐานเกี่ยวกับอุปกรณ์โฟโต้

ข้อคำถาม

คำส่ัง จงเลอื กคำตอบท่ีถูกต้องทสี่ ดุ

1. ค่าความต้านทานของโฟโต้ไดโอดจะมีค่าเท่าใดในขณะแสงปกติ

ก. ประมาณ 1Ω – 100Ω ข. ประมาณ 1KΩ – 10KΩ

ค. ประมาณ 1MΩ – 10MΩ ง. เปน็ อนนั ต์

2. ขอ้ ดีของการทำให้ ช่วงพลีชั่นหา่ งมากขึ้นคอื ขอ้ ใด

ก. อเิ ลก็ ตรอนกระจายได้มากขน้ึ ข. รบั พลงั งานแสงไดด้ ขี ึ้น

ค. ให้ผลตอบสนองดีข้ึน ง. ทนกระแสไดส้ งู ขึ้น

3. โฟโต้ทรานซสิ เตอร์มีชือ่ เรยี กอีกอย่างวา่ อะไร

ก. โฟโต้เซลล์ ข. ทรานซิสเตอร์พลงั แสง

ค. โฟโต้แสง ง. โฟโตร้ ีซสิ เตอร์

4. พนื้ ทไี่ วแสงของโฟโต้ทรานซสิ เตอรค์ ือขาคูใ่ ด

ก. ขาเบส กับ ขาคอลเลกเตอร์ ข. ขาเบส กบั ขาอมิ ิตเตอร์

ค. ขาคอลเลกเตอร์ กับ ขาอมิ ิตเตอร์ ง. ขาอมิ ิตเตอร์ กับ กราวด์

322

5.ถา้ hFE มอี ตั ราขยายสงู จะมีผลอย่างไร
ก. จะทำให้รอยต่อ PN เพ่ิมมากข้ึน
ข. จะทำใหร้ อยต่อ PN ลดน้อยลง
ค. จะทำให้ผลตอบสนองต่อความไวของแสงเพ่ิมมาขึน้
ง. จะทำให้ผลตอบสนองต่อความไวของแสงลดน้อยลง

6. จากวงจร โฟโตท้ รานซสิ ตอร์ไม่ไดร้ บั แสง ผลจากบัชเซอรจ์ ะเปน็ อยา่ งไร

ก. บซั เซอรม์ เี สยี ง ข. บัซเซอรจ์ ะไม่มีเสยี ง

ค. บซั เซอร์จะมีเสียงดังมากข้ึน ง. บซั เซอรจ์ ะมเี สียงลดนอ้ ยลง

7. IP มคี วามหมายวา่ อย่างไร

ก. กระแสที่มาจากภายนอก ข. กระแสอิมติ เตอร์

ค. กระแสที่เกดิ ขึ้นเน่ืองจากแสง ง. ถกู ทุกข้อ

8. ขอ้ ใดไมใ่ ชอ่ ุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทางแสง

ก. อุปกรณ์เช่ือมต่อดว้ ยแสง ข. อุปกรณ์การตดั และการสะทอ้ นของแสง

ค. ตัวปลอ่ ยแสงและรบั แสง ง. ถกู ทุกขอ้

9. โฟโต้ทรานซิสเตอร์มีขอ้ ด้อยกว่าโฟโตไ้ ดโอด คือข้อใด

ก. ความเรว็ ในการทำงาน ข. จา่ ยกระแสได้นอ้ ยกวา่

ค. การสวติ ซช์ ้ากวา่ ง. รับแสงไดน้ ้อยกว่า

10. โฟโต้ทรานซิสเตอร์มีข้อดีกวา่ โฟโตไ้ ดโอด คือข้อใด

ก. ใชไ้ ดใ้ นความถส่ี งู ข. รบั แสงได้มากกวา่

ค. จา่ ยกระแสไดส้ งู กวา่ ง. ทำงานได้เรว็ กวา่

เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น

ขอ้ 1 ข้อ2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 7 ขอ้ 8 ขอ้ 9 ข้อ 10
ก. ข. ค. ก. ค. ง. ค. ง. ข. ค.

323

16. ใบความรู้ท่ี 17

หนว่ ยการสอนที่ 15 ชื่อหน่วยการสอน อปุ กรณโ์ ฟโต้

หวั ข้อเรื่อง อุปกรณ์โฟโต้

อุปกรณ์โฟโต้ (Photo Device) เป็นอุปกรณ์สารกึ่งตัวนำไวแสงชนิดหนึ่ง มีหลายชนิดเช่นโฟโต้

ไดโอด โฟโต้ทรานซิสเตอร์ โฟโต้ดาลิงตันทรานซิสเตอร์ โฟโต้ไดโอดจะเป็นตัวรับแสงเมื่อมีแสงตกกระทบ

มาก กระแสจะไหลมาก โดยโฟโต้ไดโอดจะต้องได้รับไบอัสตรงดว้ ย แตก่ ระแสทไ่ี หลมีปรมิ าณน้อยเมื่อเทียบกับ

แสง จึงจะต้องมีการขยายด้วยทรานซิสเตอร์ก่อนก็จะกลายเป็นโฟโต้ทรานซิสเตอร์ หรือ โฟโต้ดาลิงตัน

ทรานซสิ เตอร์ ซึง่ มีกระแสไหลมากกว่า

17.1 โฟโต้ไดโอด (Photo Diode)

โฟโต้ไดโอด เป็นอุปกรณ์เชิงเส้นชนิดหนึ่ง ที่ประกอบด้วยรอยต่อสารกึ่งตัวนำพี และสานกึ่งตัวนำ

เอ็น รอยต่อจะถูกห่อหุ้มด้วยวัสดุที่แสงสามารถผ่านได้ เช่น กระจกใส โพโต้ไดโอดจะมีอยู่ 2 แบบ คือ

แบบที่ตอบสนองต่อแสงที่เรามองเห็น และแบบที่ตอบสนองต่อแสงในย่านอินฟาเรด ในการใช้งานจะต้อง

ต่อโฟโต้ไดโอดในลกั ษณะไบอัสกลับ

โฟโต้ไดโอด จะยอมให้กระแสไหลผา่ นได้มากหรือน้อยขึน้ อยู่กับปริมาณความเข้มของแสง เม่ือโฟโต้

ไดโอดได้รับไบอัสกลับ ด้วยแรงดันค่าหนึ่งและมีแสงมาตกกระทบที่บริเวณรอยต่อ ถ้าแสงที่มาตกกระทบมี

ความยาวคลื่นหรือแรมด้า ที่เหมาะสมจะมีกระแสไหลในวงจร โดยกระแสที่ไหลในวงจร จะแปรผกผันกับ

ความเข้มของแสงที่ตกมากระทบ ลักษณะทั่วไปขณะไบอัสตรง จะยังคงเหมือนกับไดโอดธรรมดา คือ ยอม

ใหก้ ระแสไหลผา่ นได้

โฟโต้ไดโอดเมื่อเทียบกับ LDR แล้วโฟโต้ไดโอดมีการเปลี่ยนแปลงค่าความต้านทานต่อแสงเร็วกว่า

LDR มาก จึงนิยมนำไปประยุกต์งานในวงจรทีตอ้ งการความเรว็ สูง

เนื่องจากโฟโต้ไดโอดให้ค่าเปลี่ยนแปลงของกระแสต่อแสงต่ำ คือ อยู่ในช่วง 1-10 μA เท่าน้ัน

ดังนั้น การใช้งานโฟโต้ไดโอด จึงต้องตัวขยายกระแสเพิ่มเติม ผู้ผลิตจึงหันมาใช้ทรานซิสเตอร์เป็นตัวขยาย

กระแสเพมิ่ เติมรวมอยใู่ นตวั ถงั เดียวกนั ซ่งึ เรียกวา่ “โฟโต้ทรานซสิ เตอร”์

17.2 โฟโต้ทรานซลิ เตอร์ (Photo Transistor)

โฟโตท้ รานซลิ เตอร์ จะประกอบด้วยโฟโต้ไดโอดซึ่งจะอยู่ระหว่างขาเบสกบั ขาคอลเลก็ เตอร์

17.3 โฟโตด้ ารล์ ิงตนั ทรานซลิ เตอร์ (Photo Darington)

โฟโต้ดาร์ลิงตัน คือ ทรานซิลเตอร์ 2 ตัวต่อร่วมเข้าในลักษณะวงจรดาร์ลิงตัน คือ ต่อในลักษณะ

ขาอิมิตเตอร์ ของตัวหนึ่งจะต่อเข้าขาเบสของตัวถัดไป ลักษณะการต่อเช่นนี้จะทำให้ทรานซิสเตอร์มีอัตร า

การขยายสูงขนึ้ อกี มาก

324

17. ใบงานที่ 17

หนว่ ยการสอนท่ี 15 ชื่อหน่วยการสอน อปุ กรณโ์ ฟโต้

หวั ข้อเรอ่ื ง อุปกรณโ์ ฟโต้
จุดประสงค์

1. ประกอบวงจรเพ่อื หาคณุ สมบตั ขิ องอปุ กรณ์โฟโต้

2. สามารถวัดและทดสอบอุปกรณ์โฟโต้ด้วยโอหม์ มเิ ตอร์ได้

3. ประยุกต์อุปกรณโ์ ฟโต้ใช้งานอืน่ ได้

เครอ่ื งมอื และอุปกรณ์

1. ออสซลิ โลสโคป 1 เคร่อื ง

2. มัลตมิ เิ ตอร์ 1 เครื่อง

3. ชุดฝึกวชิ าอปุ กรณอ์ เิ ล็กทรอนกิ ส์ 1 ชดุ

ลำดับดบั ขัน้ การทดลอง

1. ตั้งโอห์มมิเตอร์สเกล R x 10K วัดค่าความต้านทาน ระหว่างขา A และขา B ในขณะมืดและสว่าง

แล้วบันทึกค่าลงในตารางที่ 17.1 (ในขณะสว่างให้ใช้แสงจากแอลอีดี (LED) ส่องที่ตัวโฟโต้ไดโอด (Photo

Diode))

โฟโตไ้ ดโอด ความต้านทาน ความต้านทานขณะ
ขณะสวา่ ง มดื

ตวั ท่ี +- +- +- +-
A-K K-A A-K K-A

1

ตารางท่ี 17.1

2. ตง้ั โอห์มมเิ ตอร์สเกล R x 10 K วัดคา่ ความตา้ นทาน ระหว่างขา C และขา E ในขณะมดื และสว่าง

แล้วบนั ทกึ คา่ ลงในตารางที่ 17.2

ความตา้ นทานขณะสวา่ ง ความตา้ นทานขณะมืด

+- +- +- +-
C - E E - C C - E E- C

โฟโต้ดารล์ งิ ตนั

โฟโตท้ รานซสิ เตอร์

ตารางที่ 17.2

3. ประกอบวงจรตามรูปที่ 17.1 เป็นวงจรรบั -ส่งสัญญาณอินฟาเรดโดยใช้แอลอดี ี (LED) และโฟโต้

ไดโอด (Photo Diode)

325

รูปที่ 17.1

4. ตั้งโอหม์ มเิ ตอรส์ เกล R x 10 K วัดค่าความต้านทาน ระหวา่ งขา A และขา K ในขณะปิดและเปิด

สวิตซ์ บันทกึ คา่ ท่ีไดล้ งในตารางที่ 17.3

ความตา้ นทานขณะปดิ สวิตซ์ ความต้านทานขณะเปิดสวิตซ์

(Ω) (Ω)

A-K K-A A-K K-A

ตารางท่ี 17.3

5. ประกอบวงจรตามรูปที่ 17.2

รปู ที่ 17.2
6. ทดลองตามตารางที่ 17.4 ใช้มัลติมิเตอร์วัดแรงดนั V1 และ V2 และฟังเสียงบัชเซอร์บันทึกผลที่ได้
จากการวดั และฟงั เสยี งบชั เซอร์ลงในตารางท่ี 17.4

V1 V2 ผลจากบชั เซอร์
มดื

รบั แสงปกติ

ตารางที่ 17.4

326

สรปุ และวจิ ารณผ์ ลการทดลองทุกๆ ขนั้ ตอน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

327

18. แบบประเมนิ ผล

แบบประเมินผลการนำเสนอผลงาน

ชอ่ื กลมุ่ ……………………………………………ชั้น………………………ห้อง............................

รายช่อื สมาชิก

1……………………………………เลขท…ี่ …. 2……………………………………เลขท่ี…….

3……………………………………เลขท…ี่ …. 4……………………………………เลขที่…….

ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คิดเหน็
32 1

1 เนอื้ หาสาระครอบคลมุ ชดั เจน (ความรเู้ กย่ี วกบั เนื้อหา ความ

ถกู ต้อง ปฏภิ าณในการตอบ และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า)

2 รปู แบบการนำเสนอ

3 การมสี ว่ นรว่ มของสมาชกิ ในกลุ่ม

4 บุคลิกลักษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้ำเสียง ซึ่งทำให้ผู้ฟังมี

ความสนใจ

รวม

ผูป้ ระเมิน…………………………………………………

เกณฑ์การให้คะแนน

1. เนือ้ หาสาระครอบคลมุ ชดั เจนถกู ต้อง

3 คะแนน = มีสาระสำคัญครบถว้ นถกู ต้อง ตรงตามจดุ ประสงค์

2 คะแนน = สาระสำคญั ไม่ครบถว้ น แตต่ รงตามจุดประสงค์

1 คะแนน = สาระสำคญั ไม่ถูกต้อง ไม่ตรงตามจุดประสงค์

2. รูปแบบการนำเสนอ

3 คะแนน = มีรูปแบบการนำเสนอที่เหมาะสม มีการใช้เทคนิคทแี่ ปลกใหม่ ใชส้ ่อื และเทคโนโลยี

ประกอบการ นำเสนอที่นา่ สนใจ นำวสั ดุในท้องถิ่นมาประยุกตใ์ ช้อย่างคุ้มค่าและ

ประหยดั

2 คะแนน = มีเทคนิคการนำเสนอท่แี ปลกใหม่ ใช้สอื่ และเทคโนโลยีประกอบการนำเสนอที่น่าสนใจ

แต่ขาดการประยุกตใ์ ช้ วสั ดใุ นท้องถ่นิ

1 คะแนน = เทคนคิ การนำเสนอไม่เหมาะสม และไมน่ า่ สนใจ

3. การมสี ่วนร่วมของสมาชกิ ในกลมุ่

3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนมีบทบาทและมีสว่ นร่วมกิจกรรมกล่มุ

2 คะแนน = สมาชิกสว่ นใหญ่มบี ทบาทและมสี ว่ นรว่ มกจิ กรรมกลุ่ม

1 คะแนน = สมาชกิ ส่วนนอ้ ยมบี ทบาทและมสี ่วนร่วมกิจกรรมกล่มุ

4. ความสนใจของผู้ฟงั

3 คะแนน = ผู้ฟงั มากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และให้ความร่วมมือ

2 คะแนน = ผ้ฟู งั ร้อยละ 70-90 สนใจ และให้ความร่วมมือ

1 คะแนน = ผฟู้ งั น้อยกว่าร้อยละ 70 สนใจ และให้ความร่วมมือ


Click to View FlipBook Version