47
โครงสรางกลุมสาระการเรียนรู
กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย
ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนตน (รายวิชาพื้นฐาน)
ท21101 ภาษาไทย 1 1.5 หนวยกิต 3 ชวั่ โมง/สปั ดาห 60 ชวั่ โมง
3 ชั่วโมง/สปั ดาห 60 ชวั่ โมง
ท21102 ภาษาไทย 2 1.5 หนวยกิต 3 ชวั่ โมง/สัปดาห 60 ชว่ั โมง
3 ช่ัวโมง/สัปดาห 60 ชว่ั โมง
ท22101 ภาษาไทย 3 1.5 หนวยกิต
3 ชว่ั โมง/สัปดาห 60 ชวั่ โมง
ท22102 ภาษาไทย 4 1.5 หนวยกติ 3 ชั่วโมง/สปั ดาห 60 ชวั่ โมง
ท23101 ภาษาไทย 5 1.5 หนวยกติ
ท23102 ภาษาไทย 6 1.5 หนวยกติ
ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย (รายวชิ าพื้นฐาน)
ท31101 ภาษาไทย 7 1.0 หนวยกติ 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
ท31102 ภาษาไทย 8 1.0 หนวยกติ 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
2 ช่วั โมง/สัปดาห 40 ชวั่ โมง
ท32101 ภาษาไทย 9 1.0 หนวยกิต 2 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
2 ช่วั โมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
ท32102 ภาษาไทย 10 1.0 หนวยกติ
2 ชวั่ โมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
ท33101 ภาษาไทย 11 1.0 หนวยกติ
ท33102 ภาษาไทย 12 1.0 หนวยกติ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (รายวชิ าเพ่ิมเติม) 0.5 หนวยกิต 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห 20 ชวั่ โมง
0.5 หนวยกิต 1 ชั่วโมง/สัปดาห 20 ชั่วโมง
ท31203 ภาษาไทยเพื่อการพัฒนาตนเอง 1 0.5 หนวยกติ 1 ช่ัวโมง/สปั ดาห 20 ชัว่ โมง
ท31204 ภาษาไทยเพ่ือการพัฒนาตนเอง 2
ท32201 การเขียนเชงิ สรางสรรค 0.5 หนวยกิต 1 ช่วั โมง/สปั ดาห 20 ชว่ั โมง
0.5 หนวยกิต 1 ชั่วโมง/สัปดาห 20 ชั่วโมง
ท32202 การอานเชงิ วิเคราะห 0.5 หนวยกติ 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห 20 ชั่วโมง
ท33203 การพูดสนุ ทรพจน
ท33204 ประวัติวรรณคดีไทย
48
โครงสรางกลุมสาระการเรียนรู
กลุมสาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน(รายวชิ าพืน้ ฐาน)
ค21101 คณติ ศาสตร 1 1.5 หนวยกิต 3 ชัว่ โมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
60 ชว่ั โมง
ค21102 คณติ ศาสตร 2 1.5 หนวยกติ 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห 60 ช่วั โมง
60 ชัว่ โมง
ค22101 คณติ ศาสตร 3 1.5 หนวยกิต 3 ช่วั โมง/สปั ดาห
60 ชั่วโมง
ค22102 คณติ ศาสตร 4 1.5 หนวยกติ 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
ค23101 คณติ ศาสตร 5 1.5 หนวยกิต 3 ชั่วโมง/สัปดาห
ค23102 คณติ ศาสตร 6 1.5 หนวยกิต 3 ชว่ั โมง/สัปดาห
ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนตน(รายวชิ าเพม่ิ เตมิ )
ค23201 คณติ ศาสตรเพิ่มเติม 5 0.5 หนวยกิต 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห 20 ชว่ั โมง
20 ชว่ั โมง
ค23202 คณติ ศาสตรเพม่ิ เติม 6 0.5 หนวยกิต 1 ช่วั โมง/สปั ดาห
ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย(รายวิชาพื้นฐาน สำหรับแผนการเรียนทกุ แผนการเรียน )
ค31101 คณติ ศาสตรพน้ื ฐาน 1 1.0 หนวยกิต 2 ชัว่ โมง/สัปดาห 40 ชว่ั โมง
ค31102 คณติ ศาสตรพืน้ ฐาน 2 1.0 หนวยกิต 2 ชั่วโมง/สัปดาห 40 ชว่ั โมง
ค32101 คณติ ศาสตรพืน้ ฐาน 3 1.0 หนวยกิต 2 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
ค32102 คณติ ศาสตรพน้ื ฐาน 4 1.0 หนวยกิต 2 ชัว่ โมง/สัปดาห 40 ชั่วโมง
ค33101 คณติ ศาสตรพน้ื ฐาน 5 1.0 หนวยกติ 2 ชว่ั โมง/สัปดาห 40 ชวั่ โมง
ค33102 คณติ ศาสตรพน้ื ฐาน 6 1.0 หนวยกิต 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชั่วโมง
ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย(รายวิชาเพ่ิมเติม สำหรับแผนการเรยี น วิทยาศาสตร ) 80 ช่วั โมง
ค31207 คณติ ศาสตรเพ่ิมเตมิ 7 2.0 หนวยกติ 4 ชวั่ โมง/สัปดาห
60 ช่วั โมง
ค31208 คณติ ศาสตรเพิ่มเตมิ 8 1.5 หนวยกติ 3 ชว่ั โมง/สัปดาห 60 ชั่วโมง
60 ชั่วโมง
ค32201 คณติ ศาสตรเพิ่มเติม 9 1.5 หนวยกติ 3 ชั่วโมง/สปั ดาห 80 ชั่วโมง
ค32202 คณติ ศาสตรเพ่ิมเติม 10 1.5 หนวยกติ 3 ชวั่ โมง/สปั ดาห 60 ช่วั โมง
ค33209 คณติ ศาสตรเพม่ิ เติม 11 2.0 หนวยกติ 4 ชวั่ โมง/สปั ดาห
ค33210 คณติ ศาสตรเพิม่ เตมิ 12 1.5 หนวยกติ 3 ชัว่ โมง/สัปดาห
49
ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย(รายวชิ าเพม่ิ เติม สำหรบั แผนการเรียน ธรุ กิจ)
ค32203 คณติ ศาสตรธรุ กิจ 3 0.5 หนวยกิต 1 ชว่ั โมง/สัปดาห 20 ชว่ั โมง
20 ช่ัวโมง
ค32204 คณติ ศาสตรธุรกจิ 4 0.5 หนวยกติ 1 ชัว่ โมง/สัปดาห
ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย(รายวิชาเพม่ิ เติม สำหรบั แผนการเรยี น คำนวณ )
ค31201 คณติ ศาสตรเพิ่มเติม 7 1.5 หนวยกติ 3 ชั่วโมง/สัปดาห 60 ชั่วโมง
ค31202 คณติ ศาสตรเพม่ิ เตมิ 8 1.5 หนวยกติ 3 ชั่วโมง/สัปดาห 60 ชว่ั โมง
ค32201 คณิตศาสตรเพม่ิ เตมิ 9 1.5 หนวยกติ 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
ค32202 คณติ ศาสตรเพ่มิ เตมิ 10 1.5 หนวยกิต 3 ช่ัวโมง/สัปดาห 60 ชว่ั โมง
ค33201 คณติ ศาสตรเพิ่มเตมิ 11 1.5 หนวยกติ 3 ชั่วโมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
ค33202 คณติ ศาสตรเพม่ิ เติม 12 1.5 หนวยกิต 3 ชว่ั โมง/สัปดาห 60 ชั่วโมง
ค31205 คณติ ศาสตรพลวัต 1 1.0 หนวยกิต 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชั่วโมง
ค31206 คณติ ศาสตรพลวัต 2 1.0 หนวยกิต 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
ค32207 คณติ ศาสตรพลวัต 3 1.0 หนวยกิต 2 ชั่วโมง/สัปดาห 40 ชั่วโมง
ค32208 คณติ ศาสตรพลวัต 4 1.0 หนวยกิต 2 ชว่ั โมง/สัปดาห 40 ชว่ั โมง
ค33207 คณติ ศาสตรพลวตั 5 1.0 หนวยกติ 2 ชั่วโมง/สัปดาห 40 ชว่ั โมง
ค33208 คณติ ศาสตรพลวัต 6 1.0 หนวยกติ 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชั่วโมง
ค31203 คณติ ศาสตรในชีวิตประจำวัน 1 1.0 หนวยกิต 2 ชว่ั โมง/สัปดาห 40 ชว่ั โมง
ค31204 คณติ ศาสตรในชวี ิตประจำวัน 2 1.0 หนวยกิต 2 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
ค32209 คณติ ศาสตรในชีวิตประจำวนั 3 1.0 หนวยกติ 2 ชั่วโมง/สัปดาห 40 ชั่วโมง
ค32210 คณติ ศาสตรในชีวิตประจำวัน 4 1.0 หนวยกิต 2 ชว่ั โมง/สัปดาห 40 ช่ัวโมง
ค33205 คณติ ศาสตรในชีวิตประจำวัน 5 1.0 หนวยกติ 2 ชั่วโมง/สัปดาห 40 ชว่ั โมง
ค33206 คณติ ศาสตรในชวี ิตประจำวัน 6 1.0 หนวยกติ 2 ชั่วโมง/สัปดาห 40 ชั่วโมง
ค32203 คณติ ศาสตรธรุ กิจ 3 0.5 หนวยกติ 1 ชั่วโมง/สปั ดาห 20 ชวั่ โมง
ค32204 คณิตศาสตรธรุ กิจ 4 0.5 หนวยกติ 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห 20 ชัว่ โมง
ค32205 คณติ ศาสตรกบั การออกแบบ 1 1.0 หนวยกติ 2 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
ค32206 คณติ ศาสตรกบั การออกแบบ 2 1.0 หนวยกติ 2 ชว่ั โมง/สัปดาห 40 ชั่วโมง
ค33203 โครงคณติ ศาสตร 1 1.0 หนวยกติ 2 ชัว่ โมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
ค33204 โครงคณิตศาสตร 2 1.0 หนวยกติ 2 ชั่วโมง/สัปดาห 40 ชั่วโมง
50
โครงสรางกลุมสาระการเรียนรู
กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน (รายวชิ าพ้ืนฐาน)
ว21101 วิทยาศาสตร 1 1.5 หนวยกติ 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห 60 ช่วั โมง
ว21102 วิทยาศาสตร 2 1.5 หนวยกติ 3 ชั่วโมง/สปั ดาห 60 ชั่วโมง
ว22101 วิทยาศาสตร 3 1.5 หนวยกิต 3 ชั่วโมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
ว22102 วิทยาศาสตร 4 1.5 หนวยกติ 3 ชั่วโมง/สปั ดาห 60 ชั่วโมง
ว23101 วิทยาศาสตร 5 1.5 หนวยกติ 3 ช่ัวโมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
ว23102 วิทยาศาสตร 6 1.5 หนวยกิต 3 ชั่วโมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน (รายวิชาเพ่มิ เติม)
I21202 ศกึ ษาคนควา สรางองคความรู 1 1.0 หนวยกติ 2 ชั่วโมง/สัปดาห 40 ชั่วโมง
ชั่วโมง
I22201 ศึกษาคนควา สรางองคความรู 2 1.0 หนวยกติ 2 ชว่ั โมง/สัปดาห 40
ชั่วโมง
ว21201 วิทยาการคำนวณ 1 1.0 หนวยกิต 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
ว21202 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 1.0 หนวยกติ 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40
ชว่ั โมง
ว22201 วิทยาการคำนวณ 2 1.0 หนวยกติ 2 ชว่ั โมง/สัปดาห 40 ชว่ั โมง
ชว่ั โมง
ว22202 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 1.0 หนวยกิต 2 ชว่ั โมง/สัปดาห 40
ชว่ั โมง
ว23201 วทิ ยาการคำนวณ 3 1.0 หนวยกติ 2 ชั่วโมง/สัปดาห 40
ว23202 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 1.0 หนวยกิต 2 ช่วั โมง/สปั ดาห 40
ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (รายวิชาพน้ื ฐาน สำหรบั แผนการเรยี น ท่ไี มเนนวทิ ยาศาสตร )
ว31101 วิทยาศาสตรชวี ภาพ 1 1.0 หนวยกติ 2 ชวั่ โมง/สัปดาห 40 ช่วั โมง
ว31102 วทิ ยาศาสตรชวี ภาพ 2 1.0 หนวยกิต 2 ชวั่ โมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
ว32101 วทิ ยาศาสตรกายภาพ 1 1.0 หนวยกิต 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชั่วโมง
ชว่ั โมง
ว32102 วทิ ยาศาสตรกายภาพ 2 1.0 หนวยกิต 2 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
ชั่วโมง
ว33101 วทิ ยาศาสตรโลกและอวกาศ 1 1.0 หนวยกิต 2 ชวั่ โมง/สปั ดาห 40
ว33102 วทิ ยาศาสตรโลกและอวกาศ 2 1.0 หนวยกิต 2 ชั่วโมง/สัปดาห 40
51
ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย (รายวิชาพน้ื ฐาน สำหรบั แผนการเรียน ท่เี นนวิทยาศาสตร )
ว31103 วทิ ยาศาสตรกายภาพ2 (ฟสิกส) 1.5 หนวยกิต 3 ชว่ั โมง/สัปดาห 60 ชัว่ โมง
ชั่วโมง
ว31104 วิทยาศาสตรกายภาพ1 (เคม)ี 1.5 หนวยกติ 3 ช่วั โมง/สัปดาห 60
ช่ัวโมง
ว31105 วทิ ยาศาสตรชวี ภาพ 1.5 หนวยกติ 3 ชวั่ โมง/สัปดาห 60 ชวั่ โมง
ว31106 วิทยาศาสตรโลกและอวกาศ 1.5 หนวยกติ 3 ช่วั โมง/สัปดาห 60
ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย (รายวชิ าเพม่ิ เติม สำหรับแผนการเรยี น คอมพิวเตอรธรุ กิจ )
ว31207 ความรูเบ้ืองตนคอมพวิ เตอร 1.5 หนวยกติ 3 ชั่วโมง/สัปดาห 60 ชั่วโมง
ชั่วโมง
ว31209 การนำเสนอส่ือประสมเบ้อื งตน 1.5 หนวยกติ 3 ชว่ั โมง/สัปดาห 60
ชั่วโมง
ว31211 การจดั การขอมลู 1 1.5 หนวยกติ 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
ว31208 โปรแกรมสำเรจ็ รปู 1.5 หนวยกิต 3 ชั่วโมง/สัปดาห 60
ชว่ั โมง
ว31210 การนำเสนอเส่อื ประสมขน้ั สูง 1.5 หนวยกติ 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห 60 ชั่วโมง
ชั่วโมง
ว31212 การจดั การขอมูล 2 1.5 หนวยกิต 3 ชว่ั โมง/สัปดาห 60 ชว่ั โมง
ว32209 หลกั การเขียนโปรแกรม 1 1.5 หนวยกติ 3 ชั่วโมง/สปั ดาห 60 ชั่วโมง
ชั่วโมง
ว32210 หลกั การเขียนโปรแกรม 2 1.5 หนวยกิต 3 ชั่วโมง/สัปดาห 60 ชั่วโมง
ว32211 คอมพิวเตอรกราฟกเบ้ืองตน 1.5 หนวยกิต 3 ชั่วโมง/สัปดาห 60 ชว่ั โมง
ชว่ั โมง
ว32212 คอมพิวเตอรกราฟกขนั้ สูง 1.5 หนวยกิต 3 ชั่วโมง/สปั ดาห 60
ชั่วโมง
ว32213 การสรางเว็บเพจเบ้ืองตน 1.5 หนวยกติ 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
ชว่ั โมง
ว32214 การสรางเว็บเพจขั้นสงู 1.5 หนวยกติ 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
ว33213 การสรางภาพเคลื่อนไหว 2.0 หนวยกิต 4 ชั่วโมง/สปั ดาห 80
ชั่วโมง
ว33214 การสรางภาพเคลื่อนไหวข้ันสูง 2.0 หนวยกิต 4 ชั่วโมง/สัปดาห 80 ชว่ั โมง
ว33215 การเขยี นโปรแกรมขั้นสูง 1 1.5 หนวยกิต 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
ว33216 การเขียนโปรแกรมขัน้ สงู 2 1.5 หนวยกิต 3 ช่วั โมง/สปั ดาห 60
ว33217 โครงงานคอมพิวเตอร 1 1.0 หนวยกติ 1 ชั่วโมง/สัปดาห 40
ว33218 โครงงานคอมพิวเตอร 2 1.0 หนวยกติ 1 ชว่ั โมง/สัปดาห 40
ว33219 กฎหมายคอมพิวเตอร 1 1.0 หนวยกิต 1 ชั่วโมง/สัปดาห 40
ว33220 กฎหมายคอมพิวเตอร 2 1.0 หนวยกติ 1 ชั่วโมง/สัปดาห 40
ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (รายวชิ าเพ่มิ เติม สำหรบั แผนการเรียน เนนวทิ ยาศาสตร )
ว31205 วิทยาการคำนวณ 1 1.0 หนวยกติ 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ช่วั โมง
ว31206 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 1.0 หนวยกติ 2 ชว่ั โมง/สัปดาห 40 ช่วั โมง
52
ว32207 วิทยาการคำนวณ 2 1.0 หนวยกติ 2 ชวั่ โมง/สัปดาห 40 ชั่วโมง
2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ช่วั โมง
ว32208 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 1.0 หนวยกิต 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
ว33211 วิทยาการคำนวณ 3 1.0 หนวยกิต 2 ชว่ั โมง/สัปดาห 40 ชวั่ โมง
ว33212 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 1.0 หนวยกิต
ว31214 โลก ดาราศาสตรและอวกาศ 1 1.5 หนวยกิต 3 ชั่วโมง/สัปดาห 60 ชวั่ โมง
ว32215 โลก ดาราศาสตรและอวกาศ 2 1.5 หนวยกติ 3 ชวั่ โมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
ว32216 โลก ดาราศาสตรและอวกาศ 3 1.5 หนวยกติ 3 ชว่ั โมง/สัปดาห 60 ชว่ั โมง
ว33209 โลก ดาราศาสตรและอวกาศ 4 1.5 หนวยกิต 3 ชวั่ โมง/สปั ดาห 60 ชวั่ โมง
ว33210 โลก ดาราศาสตรและอวกาศ 5 1.5 หนวยกติ 3 ชั่วโมง/สัปดาห 60 ชว่ั โมง
ว31201 ฟสกิ ส์ิ 1 2.0 หนวยกติ 4 ชัว่ โมง/สัปดาห 80 ชว่ั โมง
ว32201 ฟสกิ สิ์ 2 2.0 หนวยกติ 4 ชั่วโมง/สัปดาห 80 ชว่ั โมง
ว32202 ฟสิกส์ิ 3 2.0 หนวยกิต 4 ชว่ั โมง/สปั ดาห 80 ชว่ั โมง
ว33201 ฟสิกส์ิ 4 2.0 หนวยกิต 4 ชว่ั โมง/สปั ดาห 80 ชั่วโมง
ว33202 ฟสิกส์ิ 5 2.0 หนวยกิต 4 ชั่วโมง/สัปดาห 80 ชั่วโมง
ว31202 เคมี 1 1.5 หนวยกิต 3 ชว่ั โมง/สัปดาห 60 ชั่วโมง
ว32203 เคมี 2 1.5 หนวยกิต 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห 60 ชั่วโมง
ว32204 เคมี 3 1.5 หนวยกิต 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห 60 ช่วั โมง
ว33203 เคมี 4 1.5 หนวยกิต 3 ชว่ั โมง/สัปดาห 60 ชั่วโมง
ว33204 เคมี 5 1.5 หนวยกติ 3 ชั่วโมง/สัปดาห 60 ชว่ั โมง
ว31203 ชวี วิทยา 1 1.5 หนวยกติ 3 ชว่ั โมง/สัปดาห 60 ชว่ั โมง
ว32205 ชีววิทยา 2 1.5 หนวยกิต 3 ชั่วโมง/สัปดาห 60 ชว่ั โมง
ว32206 ชีววิทยา 3 1.5 หนวยกติ 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห 60 ชั่วโมง
ว33205 ชวี วทิ ยา 4 1.5 หนวยกิต 3 ชั่วโมง/สปั ดาห 60 ชัว่ โมง
ว33206 ชวี วิทยา 5 1.5 หนวยกติ 3 ชัว่ โมง/สปั ดาห 60 ชวั่ โมง
53
กลมุ สาระการเรยี นรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน
วชิ าพ้นื ฐาน
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 1
ส21101 สังคมศกึ ษา 1 1.5 หนวยกิต 3 ชว่ั โมง/สัปดาห 60 ชั่วโมง
ส21103 ประวัติศาสตร 1 0.5 หนวยกิต 1 ชั่วโมง/สัปดาห 20 ชวั่ โมง
ส21102 สังคมศกึ ษา 2 1.5 หนวยกติ 3 ชัว่ โมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
ส21104 ประวัติศาสตร 2 0.5 หนวยกิต 1 ชั่วโมง/สปั ดาห 20 ชวั่ โมง
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 2
ส22101 สงั คมศกึ ษา 3 1.5 หนวยกติ 3 ช่วั โมง/สัปดาห 60 ชวั่ โมง
ส22103 ประวตั ิศาสตร 3 0.5 หนวยกติ 1 ชั่วโมง/สัปดาห 20 ชว่ั โมง
ส22102 สังคมศกึ ษา 4 1.5 หนวยกติ 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห 60 ชวั่ โมง
ส22104 ประวัติศาสตร 4 0.5 หนวยกติ 1 ชว่ั โมง/สัปดาห 20 ชว่ั โมง
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ 3
ส23101 สังคมศึกษา 5 1.5 หนวยกิต 3 ชั่วโมง/สปั ดาห 60 ชวั่ โมง
ส23103 ประวัตศิ าสตร 5 0.5 หนวยกิต 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห 20 ชวั่ โมง
ส23102 สงั คมศกึ ษา 6 1.5 หนวยกติ 3 ช่ัวโมง/สัปดาห 60 ชว่ั โมง
ส23104 ประวตั ศิ าสตร 6 0.5 หนวยกิต 1 ชั่วโมง/สปั ดาห 20 ชวั่ โมง
ส22202 เศรษฐกิจพอเพยี ง วชิ าเพิม่ เติม
0.5 หนวยกิต 1 ช่วั โมง/สัปดาห 20 ชว่ั โมง
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
ส31101 สังคมศึกษา 1 1.0 หนวยกติ 2 ชว่ั โมง/สัปดาห 40 ชว่ั โมง
ส31103 ประวตั ิศาสตร 1 0.5 หนวยกิต 1 ช่วั โมง/สปั ดาห 20 ชว่ั โมง
1.0 หนวยกติ 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
ส31102 สงั คมศกึ ษา 2 0.5 หนวยกติ 1 ชั่วโมง/สปั ดาห 20 ชวั่ โมง
ส31104 ประวตั ศิ าสตร 2
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 54
ส32101 สงั คมศกึ ษา 3
ส32103 ประวตั ิศาสตร 3 1.0 หนวยกติ 2 ชั่วโมง/สัปดาห 40 ชวั่ โมง
ส32102 สังคมศึกษา 4 0.5 หนวยกิต 1 ช่วั โมง/สัปดาห 20 ชว่ั โมง
ส32104 ประวัตศิ าสตร 4 1.0 หนวยกติ 2 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
0.5 หนวยกิต 1 ชั่วโมง/สปั ดาห 20 ชว่ั โมง
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 6
ส33101 สังคมศกึ ษา 5 1.0 หนวยกิต 2 ชัว่ โมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
ส33102 สังคมศึกษา 6 1.0 หนวยกิต 2 ช่ัวโมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
ส31201 เศรษฐกจิ พอเพียง 1 วิชาเพิ่มเติม
ส31202 เศรษฐกจิ พอเพียง 2 1.0 หนวยกิต 2 ชั่วโมง/สัปดาห 40 ชว่ั โมง
ส31205 ประชากรสิ่งแวดลอม 1 1.0 หนวยกิต 2 ชั่วโมง/สัปดาห 40 ชว่ั โมง
ส31206 ประชากรส่ิงแวดลอม 2 1.0 หนวยกิต 2 ชั่วโมง/สัปดาห 40 ชว่ั โมง
1.0 หนวยกิต 2 ชว่ั โมง/สัปดาห 40 ชว่ั โมง
ส30233 หนาทพ่ี ลเมือง 3
ส30234 หนาทพ่ี ลเมือง 4 0.5 หนวยกิต 1 ชั่วโมง/สัปดาห 20 ชวั่ โมง
ส32201 ศาสนาสากล 0.5 หนวยกติ 1 ชั่วโมง/สัปดาห 20 ชว่ั โมง
ส32202 กฎหมายที่ควรรู 1.0 หนวยกิต 2 ช่วั โมง/สัปดาห 40 ชวั่ โมง
1.0 หนวยกิต 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
ส33201 เหตกุ ารณปจจุบัน 0.5 หนวยกิต 1 ชวั่ โมง/สปั ดาห 20 ชว่ั โมง
ส33202 ประวัติการปกครองของไทย 1.0 หนวยกติ 2 ช่วั โมง/สัปดาห 40 ชวั่ โมง
ส33205 ภูมิศาสตรและการทองเทย่ี ว 1 1.0 หนวยกติ 2 ช่ัวโมง/สัปดาห 40 ชว่ั โมง
ส33206 ภูมิศาสตรและการทองเทย่ี ว 1 1.0 หนวยกิต 2 ช่วั โมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
55
กลมุ สาระการเรยี นรูสุขศึกษาและพลศึกษา
โรงเรยี นวรราชาทินดั ดามาตุวทิ ยา
ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนตน (รายวชิ าพ้ืนฐาน) 0.5 หนวยกติ 1 ช่ัวโมง/สปั ดาห 20 ชว่ั โมง
พ21101 สุขศกึ ษา 1 0.5 หนวยกติ 1 ชั่วโมง/สปั ดาห 20 ชวั่ โมง
พ21103 พลศึกษา 1 (เทเบิลเทนนสิ ) 0.5 หนวยกติ 1 ชั่วโมง/สปั ดาห 20 ชัว่ โมง
พ21102 สุขศึกษา 2 0.5 หนวยกติ 1 ชั่วโมง/สปั ดาห 20 ชว่ั โมง
พ21104 พลศกึ ษา 2 (กรีฑา)
พ22101 สุขศกึ ษา 3 0.5 หนวยกติ 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห 20 ชั่วโมง
พ22103 พลศึกษา 3 (กระบี)่ 0.5 หนวยกิต 1 ช่ัวโมง/สปั ดาห 20 ชั่วโมง
พ22102 สุขศึกษา 4
พ22104 พลศึกษา 4 (ฟุตบอล) 0.5 หนวยกิต 1 ชั่วโมง/สปั ดาห 20 ชั่วโมง
พ23101 สุขศกึ ษา 5 0.5 หนวยกติ 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห 20 ชั่วโมง
พ23103 พลศึกษา 5 (บาสเกตบอล) 0.5 หนวยกติ 1 ชั่วโมง/สปั ดาห 20 ชว่ั โมง
พ23102 สขุ ศกึ ษา 6 0.5 หนวยกิต 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห 20 ชว่ั โมง
พ23104 พลศกึ ษา 6 (ตะกรอ)
0.5 หนวยกติ 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห 20 ชว่ั โมง
ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (รายวชิ าพ้นื ฐาน) 0.5 หนวยกติ 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห 20 ชั่วโมง
พ31101 สุขศกึ ษา 1
พ31102 สุขศึกษา 2 0.5 หนวยกติ 1 ชั่วโมง/สัปดาห 20 ช่ัวโมง
พ32101 สขุ ศกึ ษา 3 0.5 หนวยกิต 1 ชวั่ โมง/สัปดาห 20 ชวั่ โมง
พ32102 สุขศกึ ษา 4 0.5 หนวยกิต 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห 20 ชว่ั โมง
พ33101 สุขศกึ ษา 5
พ33102 สุขศกึ ษา 6 0.5 หนวยกติ 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห 20 ชั่วโมง
0.5 หนวยกติ 1 ช่ัวโมง/สัปดาห 20 ชว่ั โมง
ช้นั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย (รายวิชาเพ่มิ เตมิ ) 0.5 หนวยกิต 1 ชว่ั โมง/สัปดาห 20 ชั่วโมง
พ31201 พลศึกษา 1 (แฮนดบอล)
พ31202 พลศึกษา 2 (แบดมนิ ตัน) 0.5 หนวยกิต 1 ชั่วโมง/สัปดาห 20 ช่วั โมง
พ32201 พลศึกษา 3 (เทเบิลเทนนสิ )
พ32202 พลศกึ ษา 4 (ฟุตซอล) 0.5 หนวยกติ 1 ชั่วโมง/สัปดาห 20 ชว่ั โมง
พ33201 พลศกึ ษา 5 (แอโรบิก) 0.5 หนวยกิต 1 ช่ัวโมง/สปั ดาห 20 ชว่ั โมง
พ33202 พลศกึ ษา 6 (ลลี าศ) 0.5 หนวยกติ 1 ชว่ั โมง/สัปดาห 20 ช่ัวโมง
0.5 หนวยกิต 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห 20 ช่วั โมง
0.5 หนวยกิต 1 ชั่วโมง/สัปดาห 20 ชว่ั โมง
56
ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย (รายวชิ าเพ่มิ เตมิ สำหรบั แผนการเรยี น เนนพลศึกษา )
พ31205 กรฑี า 1.5 หนวยกิต 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
พ31207 เซปกตะกรอ 1.5 หนวยกติ 3 ชั่วโมง/สัปดาห 60 ชั่วโมง
พ31203 ประวตั แิ ละปรัชญาพลศึกษา 1.5 หนวยกิต 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห 60 ชั่วโมง
พ31204 กายวภิ าคศาสตรและสรีรวทิ ยา 1.5 หนวยกติ 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
พ31206 บาสเกตบอล 1.5 หนวยกติ 3 ชั่วโมง/สปั ดาห 60 ชัว่ โมง
พ31208 นนั ทนาการ 1.5 หนวยกิต 3 ช่วั โมง/สัปดาห 60 ชว่ั โมง
พ32203 มวยไทย 1.5 หนวยกติ 3 ชั่วโมง/สปั ดาห 60 ช่วั โมง
พ32213 วอลเลยบอล 1.5 หนวยกติ 3 ชั่วโมง/สัปดาห 60 ชั่วโมง
พ32207 โครงงานพลศกึ ษา 1.5 หนวยกิต 3 ชว่ั โมง/สัปดาห 60 ชั่วโมง
พ32204 เปตอง 1.5 หนวยกิต 3 ชั่วโมง/สัปดาห 60 ชั่วโมง
พ32206 ทักษะเทเบิลเทนนิส 1.5 หนวยกิต 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห 60 ชั่วโมง
พ32214 การตดั สนิ ฟุตซอล 1.5 หนวยกติ 3 ชวั่ โมง/สัปดาห 60 ชว่ั โมง
พ33204 อาหารและโภชนาการเพอื่ กฬี า 1.5 หนวยกติ 3 ช่ัวโมง/สปั ดาห 60 ชั่วโมง
พ33205 แบดมนิ ตนั 1.5 หนวยกิต 3 ชั่วโมง/สัปดาห 60 ชว่ั โมง
พ33207 มวยสากล 1.5 หนวยกิต 3 ชว่ั โมง/สัปดาห 60 ชว่ั โมง
พ33203 การจัดการแขงขันกฬี า 1.5 หนวยกิต 3 ชั่วโมง/สปั ดาห 60 ช่วั โมง
พ33206 เสรมิ สรางสมรรถภาพทางกาย 1.5 หนวยกติ 3 ชั่วโมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
พ33208 รกั บ้ี 1.5 หนวยกติ 3 ชวั่ โมง/สัปดาห 60 ชั่วโมง
57
รายวิชาพืน้ ฐาน กลมุ สาระการเรียนรูวิชาศลิ ปะ
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1
1.0 หนวยกติ 2 ชว่ั โมงตอสปั ดาห 40 ชั่วโมง
ศ21101 ศลิ ปะ 1 1.0 หนวยกติ 2 ชว่ั โมงตอสัปดาห 40 ชั่วโมง
ศ21102 ศิลปะ 2
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ 2 1.0 หนวยกติ 2 ชว่ั โมงตอสัปดาห 40 ชั่วโมง
1.0 หนวยกิต 2 ชั่วโมงตอสัปดาห 40 ชว่ั โมง
ศ22101 ศิลปะ 3
ศ22102 ศลิ ปะ 4 1.0 หนวยกติ 2 ชั่วโมงตอสัปดาห 40 ชว่ั โมง
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3 1.0 หนวยกิต 2 ชั่วโมงตอสปั ดาห 40 ช่วั โมง
ศ23101 ศิลปะ 5 1.0 หนวยกติ 2 ชัว่ โมงตอสปั ดาห 40 ชั่วโมง
ศ23102 ศลิ ปะ 6 1.0 หนวยกติ 2 ชั่วโมงตอสปั ดาห 40 ชว่ั โมง
รายวชิ าเพิม่ เติม
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1
ศ21201 ศิลปสรางสรรค 1
ศ21202 ศิลปสรางสรรค 2
รายวชิ าพืน้ ฐาน ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 4 0.5 หนวยกิต 1 ชว่ั โมงตอสัปดาห 20 ชว่ั โมง
0.5 หนวยกิต 1 ชว่ั โมงตอสปั ดาห 20 ชั่วโมง
ศ31101 ศิลปะ 1
ศ31102 ศลิ ปะ 2 0.5 หนวยกติ 1 ชว่ั โมงตอสัปดาห 20 ช่วั โมง
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 5 0.5 หนวยกติ 1 ช่วั โมงตอสปั ดาห 20 ช่วั โมง
ศ32101 ศลิ ปะ 3 0.5 หนวยกติ 1 ช่ัวโมงตอสปั ดาห 20 ช่วั โมง
ศ32102 ศลิ ปะ 4 0.5 หนวยกิต 1 ชวั่ โมงตอสปั ดาห 20 ชั่วโมง
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 6
ศ33101 ศิลปะ 5
ศ33102 ศิลปะ 6
58
กลมุ สาระการเรียนรูการงานอาชพี
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน(รายวชิ าพ้ืนฐาน)
ง21101 การงานอาชีพ 1 1.0 หนวยกติ 2 ชว่ั โมง/สัปดาห 40 ชวั่ โมง
ง21102 การงานอาชีพ 2 1.0 หนวยกติ 2 ช่ัวโมง/สปั ดาห 40 ชั่วโมง
ง22101 การงานอาชพี 3 1.0 หนวยกติ 2 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชั่วโมง
ง22102 การงานอาชีพ 4 1.0 หนวยกิต 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
ง23101 การงานอาชพี 5 1.0 หนวยกติ 2 ชั่วโมง/สัปดาห 40 ชวั่ โมง
ง23102 การงานอาชีพ 6 1.0 หนวยกติ 2 ช่ัวโมง/สัปดาห 40 ช่ัวโมง
ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนตน(รายวชิ าเพิม่ เติม)
ง21201 งานไฟฟาเบอ้ื งตน 0.5 หนวยกิต 1 ชั่วโมง/สัปดาห 20 ช่วั โมง
ง21203 การถนอมอาหาร 1 0.5 หนวยกิต 1 ชว่ั โมง/สัปดาห 20 ชว่ั โมง
ง22203 การซอมแซมไฟฟาในบาน 1 0.5 หนวยกิต 1 ชัว่ โมง/สัปดาห 20 ชัว่ โมง
ง22206 การซอมแซมไฟฟาในบาน 1 0.5 หนวยกิต 1 ชั่วโมง/สปั ดาห 20 ชั่วโมง
ง23204 การซอมแซมเคร่อื งใชไฟฟา 2 0.5 หนวยกิต 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห 20 ชว่ั โมง
ง22204 การถนอมอาหาร 2 0.5 หนวยกติ 1 ชวั่ โมง/สปั ดาห 20 ชวั่ โมง
ช้นั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย(รายวิชาพื้นฐาน)
ง31101 การงานอาชพี 1 0.5 หนวยกติ 1 ชั่วโมง/สปั ดาห 20 ชั่วโมง
20 ชั่วโมง
ง31102 การงานอาชีพ 2 0.5 หนวยกิต 1 ชั่วโมง/สัปดาห 20 ชว่ั โมง
20 ชั่วโมง
ง32101 การงานอาชีพ 3 0.5 หนวยกติ 1 ช่วั โมง/สปั ดาห 20 ช่วั โมง
20 ช่วั โมง
ง32102 การงานอาชพี 4 0.5 หนวยกิต 1 ช่วั โมง/สัปดาห
40 ชั่วโมง
ง33101 การงานอาชพี 5 0.5 หนวยกิต 1 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
ง33102 การงานอาชพี 6 0.5 หนวยกติ 1 ชว่ั โมง/สัปดาห 40 ชั่วโมง
40 ช่ัวโมง
ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย(รายวชิ าเพม่ิ เตมิ )
ง31215 ธุรกจิ เบอื้ งตน 1 1.0 หนวยกติ 2 ช่วั โมง/สัปดาห
ง31216 ธุรกิจเบอ้ื งตน 2 1.0 หนวยกติ 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห
ง31205 เขยี นแบบ 1.0 หนวยกิต 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห
ง31206 การออกแบบ 1.0 หนวยกิต 2 ชั่วโมง/สปั ดาห
59
กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนตน (รายวชิ าพน้ื ฐาน )
อ21101 ภาษาองั กฤษ 1.5 หนวยกิต 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
อ21102 ภาษาอังกฤษ 1.5 หนวยกติ 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
3 ชว่ั โมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
อ22101 ภาษาองั กฤษ 1.5 หนวยกติ 3 ชัว่ โมง/สปั ดาห 60 ชวั่ โมง
3 ชว่ั โมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
อ22102 ภาษาอังกฤษ 1.5 หนวยกติ
3 ชว่ั โมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
อ23101 ภาษาอังกฤษ 1.5 หนวยกิต
อ23102 ภาษาองั กฤษ 1.5 หนวยกติ
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน (รายวชิ าเพ่มิ เติม )
จ23201 ภาษาจีนเพ่ือการส่อื สาร 1 0.5 หนวยกิต 1 ชัว่ โมง/สปั ดาห 20 ช่ัวโมง
จ23202 ภาษาจนี เพื่อการสื่อสาร 2 0.5 หนวยกติ 1 ช่วั โมง/สปั ดาห 20 ชว่ั โมง
ญ23202 ภาษาญปี่ ุนเพ่ือการสื่อสาร 1 0.5 หนวยกติ 1 ชั่วโมง/สัปดาห 20 ชั่วโมง
ญ23202 ภาษาญ่ีปุนเพ่อื การสือ่ สาร 2 0.5 หนวยกติ 1 ชวั่ โมง/สัปดาห 20 ช่วั โมง
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (รายวิชาพน้ื ฐาน )
อ31101 ภาษาองั กฤษ 1 1.0 หนวยกิต 2 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
อ31102 ภาษาองั กฤษ 2 1.0 หนวยกติ 2 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
อ32101 ภาษาอังกฤษ 3 1.0 หนวยกติ 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
อ32102 ภาษาอังกฤษ 4 1.0 หนวยกติ 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
อ33101 ภาษาอังกฤษ 5 1.0 หนวยกิต 2 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
อ33102 ภาษาอังกฤษ 6 1.0 หนวยกิต 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย (รายวิชาเพ่ิมเติม )
อ31201 ภาษาองั กฤษฟง-พดู 1 1.0 หนวยกติ 2 ชวั่ โมง/สัปดาห 40 ชวั่ โมง
อ31202 ภาษาองั กฤษฟง-พูด 2 1.0 หนวยกิต 2 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
อ31203 ภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร 1 1.0 หนวยกิต 2 ชวั่ โมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
อ31204 ภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร 1 1.0 หนวยกิต 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
2 ชัว่ โมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
อ31205 ภาษาอังกฤษคดิ -วิเคราะห 1 1.0 หนวยกิต 2 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
2 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
อ31206 ภาษาองั กฤษคิด-วิเคราะห 2 1.0 หนวยกติ
2 ชัว่ โมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
อ31207 ไวยากรณนารู 1 1.0 หนวยกติ 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
อ31208 ไวยากรณนารู 2 1.0 หนวยกิต 3 ชั่วโมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
อ31209 ภาษาอังกฤษบรู ณาการ 1 1.5 หนวยกติ
อ31210 ภาษาอังกฤษบรู ณาการ 2 1.5 หนวยกติ
60
อ32201 ภาษาองั กฤษ TGAT 1 1.0 หนวยกติ 2 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
อ32202 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
อ32203 ภาษาอังกฤษ TGAT 2 1.0 หนวยกิต 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
อ32204 หลกั การใชภาษา 3 1.0 หนวยกิต 2 ช่ัวโมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
อ32205 2 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
หลักการใชภาษา 4 1.0 หนวยกติ
อ32206 ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน 1 1.0 หนวยกติ 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
อ32207 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
อ32208 ภาษาอังกฤษในชวี ิตประจำวัน 2 1.0 หนวยกติ 2 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
อ32209 3 ชั่วโมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
ไวยากรณนารู 3 1.0 หนวยกติ
อ32210 3 ชั่วโมง/สปั ดาห 60 ชวั่ โมง
อ33201 ไวยากรณนารู 4 1.0 หนวยกิต 2 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
อ33202 ภาษาอังกฤษคิด-วเิ คราะห 3 1.5 หนวยกิต 2 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
อ33203 2 ช่วั โมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
อ33204 ภาษาอังกฤษคดิ -วเิ คราะห 4 1.5 หนวยกติ 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
อ33205 ภาษาอังกฤษ TGAT 3 1.0 หนวยกิต 2 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
อ33206 ภาษาอังกฤษ TGAT 4 1.0 หนวยกิต 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
อ33207 3 ชั่วโมง/สปั ดาห 60 ชว่ั โมง
อ33208 ไวยากรณนารู 5 1.0 หนวยกติ 3 ชัว่ โมง/สปั ดาห 60 ชวั่ โมง
อ33209 ไวยากรณนารู 6 1.0 หนวยกิต 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
อ33210 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
ภาษาองั กฤษประยกุ ต 1 1.0 หนวยกติ
ญ31201 6 ชั่วโมง/สปั ดาห 120 ชว่ั โมง
ญ31202 ภาษาองั กฤษประยุกต 2 1.0 หนวยกติ 6 ชั่วโมง/สปั ดาห 120 ช่วั โมง
ญ32201 6 ชว่ั โมง/สปั ดาห 120 ชั่วโมง
ญ32202 ภาษาองั กฤษคดิ -วเิ คราะห 5 1.5 หนวยกิต 6 ชั่วโมง/สปั ดาห 120 ชั่วโมง
ญ33201 ภาษาอังกฤษคิด-วิเคราะห 6 1.5 หนวยกติ 6 ชั่วโมง/สปั ดาห 120 ชว่ั โมง
ญ33201 6 ชว่ั โมง/สปั ดาห 120 ชั่วโมง
ภาษาองั กฤษบูรณาการ 3 1.0 หนวยกิต
จ31201 ภาษาอังกฤษบูรณาการ 4 1.0 หนวยกติ 6 ชั่วโมง/สปั ดาห 120 ชว่ั โมง
จ31202 6 ชั่วโมง/สปั ดาห 120 ชั่วโมง
จ32201 ภาษาญี่ปุนเบื้องตน 1 3.0 หนวยกติ 6 ชั่วโมง/สปั ดาห 120 ชว่ั โมง
จ32202 6 ชว่ั โมง/สปั ดาห 120 ชว่ั โมง
ภาษาญี่ปุนเบ้ืองตน 2 3.0 หนวยกติ
จ33201 6 ช่วั โมง/สปั ดาห 120 ชว่ั โมง
จ33202 ภาษาญี่ปุนเบื้องตน 3 3.0 หนวยกิต 6 ชว่ั โมง/สปั ดาห 120 ชว่ั โมง
ญ31203 ภาษาญป่ี ุนเบอื้ งตน 4 3.0 หนวยกิต 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชัว่ โมง
ภาษาญป่ี ุนเบือ้ งตน 5 3.0 หนวยกิต
ภาษาญป่ี ุนเบอื้ งตน 6 3.0 หนวยกิต
ภาษาจนี เบอ้ื งตน 1 3.0 หนวยกิต
ภาษาจีนเบ้อื งตน 2 3.0 หนวยกติ
ภาษาจนี เบ้อื งตน 3 3.0 หนวยกติ
ภาษาจีนเบื้องตน 4 3.0 หนวยกติ
ภาษาจีนเบอ้ื งตน 5 3.0 หนวยกิต
ภาษาจีนเบื้องตน 6 3.0 หนวยกิต
ภาษาและวัฒนธรรมญีป่ นุ 1 1.0 หนวยกติ
ญ31204 ภาษาและวัฒนธรรมญป่ี นุ 2 61 2 ชวั่ โมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
ญ32203 ภาษาและวัฒนธรรมญ่ปี นุ 3 2 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
ญ32204 ภาษาและวัฒนธรรมญปี่ นุ 4 1.0 หนวยกิต 2 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
1.0 หนวยกิต
ญ33203 ภาษาและวฒั นธรรมญี่ปนุ 5 1.0 หนวยกติ 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
ญ33204 ภาษาและวัฒนธรรมญี่ปนุ 6 1.0 หนวยกติ 2 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
1.0 หนวยกิต
จ31203 ภาษาและวฒั นธรรมจีน 1 1.0 หนวยกติ 2 ชั่วโมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
จ31204 ภาษาและวฒั นธรรมจีน 2 1.0 หนวยกติ 2 ชัว่ โมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
จ32203 ภาษาและวัฒนธรรมจนี 3 1.0 หนวยกิต 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชวั่ โมง
จ32204 ภาษาและวฒั นธรรมจีน 4 1.0 หนวยกติ 2 ช่วั โมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
1.0 หนวยกติ
จ33203 ภาษาและวฒั นธรรมจีน 5 1.0 หนวยกติ 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
จ33204 ภาษาและวัฒนธรรมจีน 6 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห 40 ชว่ั โมง
ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 1
62
คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
ท21101 ภาษาไทย 1 กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
อานออกเสียงรอยแกวและรอยกรองเปนทำนองเสนาะไดถูกตอง จับใจความสำคญั และรายละเอยี ด
จากเรอื่ งทีอ่ าน แสดงความคดิ เห็น ตคี วามและระบขุ อสังเกตความสมเหตสุ มผลของงานเขยี นประเภทชกั จูง
โนมนาวใจ เลือกอานหนังสอื สงิ่ พิมพที่ดี วิเคราะหคณุ คาที่ไดรับจากการอานงานเขียนอยางหลากหลายเพอื่
นำไปใชแกปญหาในชีวติ และมีมารยาทในการอาน เขียนสื่อสารดวยลายมือที่อานงาย ชัดเจน ใชถอยคำได
ถูกตองเหมาะสมกับระดบั ภาษา เขียนบรรยายประสบการณ เขยี นเรยี งความ เขียนยอความ เขียนแสดง
ความคดิ เห็น เขียนจดหมายสวนตวั และจดหมายกจิ ธรุ ะ เขียนรายงานการศกึ ษาคนควาและมมี ารยาทในการ
เขยี นพดู สรุปหรือพดู ยอเรอื่ งทไ่ี ดฟงไดดู พูดแสดงความคดิ เหน็ พูดรายงานจากการศกึ ษาคนควาอยางเปน
ระบบ พูดประเมินจากสิ่งทไ่ี ดฟงหรือไดดู มีมารยาทในการพูดและการดู อธิบายลักษณะของเสียงใน
ภาษาไทย การสรางคำมลู คำประสม คำซ้ำ และคำซอนในภาษาไทย วิเคราะหชนิดและหนาที่ของคำใน
ภาษาไทย วเิ คราะหความแตกตางของภาษาพูดกับภาษาเขียน แตงบทรอยกรองประเภทกาพยยานี จำแนก
และใชสำนวนทเี่ ปนสภุ าษิตและคำพังเพย สรปุ เน้ือหาวรรณคดแี ละวรรณกรรม รวมทง้ั วเิ คราะห อธิบาย
คุณคาวรรณคดแี ละวรรณกรรมที่อาน สรปุ ความรูและขอคิดที่ไดจากการอานเพ่ือประยกุ ตใชในชวี ติ จริง
ทองจำบทอาขยานหรอื บทรอยกรองทมี่ คี ุณคาตามที่กำหนดใหและตามความสนใจ
โดยใชกระบวนการฝกตามแบบ อธบิ าย อภิปราย แสดงความคิดเหน็ เปรยี บเทียบ คดิ วเิ คราะห ฝก
ปฏบิ ตั ิ สบื เสาะหาความรูดวยตนเอง
เพอื่ ใหเกดิ ความรู ความคิด ความเขาใจในภาษาไทยมวี ินัย ใฝเรยี นรู มุงมน่ั ในการทำงาน มีจิต
สาธารณะ เห็นคุณคา มีความรกั มคี วามหวงแหนภาษาไทย รกั ความเปนไทย และนำไปประยุกตใชในชวี ิต
จรงิ ไดอยางมีคุณธรรม จรยิ ธรรม และคานยิ มท่เี หมาะสม
รหสั ตวั ช้ีวัด ท 2.1 ม.1/1,1/2,1/3,1/4,1/5,1/6
ท 1.1 ม.1/1,1/2,1/3,1/4,1/5,1/6,1/7 ท 4.1 ม.1/1,1/2,1/3.
ท 3.1 ม.1/1,1/2,1/3,
ท 5.1 ม.1/1,1/2,1/3,1/4
รวม 23 ตัวช้ีวัด
63
คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
ค21101 คณิตศาสตรพื้นฐาน 1 กลมุ สาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษา ฝกทกั ษะการคดิ คำนวณ จัดการเรยี นรูโดยใชประสบการณหรอื สถานการณในชีวิตประจำวัน
ของผูเรยี น ใหผูเรยี นศึกษาคนควาโดยการปฏบิ ตั ิจรงิ สรปุ รายงาน และฝกทักษะ/กระบวนการทาง
คณิตศาสตรในสาระตอไปนี้
จำนวนตรรกยะจำนวนเตม็ สมบัติของงจำนวนเตม็ ทศนิยมและเศษสวน จำนวนตรรกยะและสมบัติ
ของจำนวนตรรกยะ เลขยกกำลงั ทม่ี เี ลขช้กี ำลงั เปนจำนวนเต็มบวก การนำความรูเก่ยี วกับจำนวนเต็ม
จำนวนตรรกยะ และเลขยกกำลงั ไปใชในการแกปญหา
รอยละ อัตราสวนและรอยละอตั ราสวน อตั ราสวนท่เี ทากนั อัตราสวนของจำนวนหลายๆจำนวน สดั สวน
การสรางทางเรขาคณิต การสรางรูปเรขาคณิตโดยใชวงเวยี นและเสนตรง การสรางรปู เรขาคณติ
อยางงายโดยการใชการสรางพ้ืนฐาน การสำรวจสมบัติทางเรขาคณติ โดยจัดประสบการณกิจกรรม หรือ โจทย
ปญหาที่สงเสรมิ การพัฒนาทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรในการคดิ คำนวณ การใหเหตุผล การวิเคราะห
การแกปญหา การสอ่ื สาร การส่อื ความหมาย และการนำเสนอเพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ ความคดิ รวบยอด
ใฝรใู ฝเรียน มีระเบยี บวินัยมุงมั่นในการทำงานอยางมีระบบ ประหยัด ซอ่ื สตั ย มวี ิจารณญาณ รูจกั นำความรูไป
ประยุกตใชในการดำรงชีวติ ไดอยางพอเพียง รวมทง้ั มีเจตคตทิ ่ดี ีตอคณติ ศาสตร
ตวั ชวี้ ัด ค 1.1 ม.1/1
ค 1.1 ม.1/2
ค 1.1 ม.1/3
ค 2.2 ม.1/1
รวม 4 ตัวชี้วดั
64
คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ว21101 วทิ ยาศาสตร 1 กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาคนควาเกี่ยวกับรูปราง ลักษณะ และโครงสรางของเซลลพืชและเซลลสัตว โดยใชกลอง
จุลทรรศน บรรยายหนาที่ของโครงสรางเซลล ความสัมพันธระหวางรูปรางกับการทำหนาที่ของเซลล การ
จัดระบบของสง่ิ มีชวี ติ กระบวนการแพรและออสโมซิส ปจจยั ทจี่ ำเปนในการสังเคราะหดวยแสงและผลผลิตที่
เกิดขึ้นจากการสังเคราะหดวยแสง ความสำคัญของการสังเคราะหดวยแสงของพืชตอสิง่ มีชวี ิตและสิ่งแวดลอม
คณุ คาของพืชที่มตี อสิ่งมชี วี ิตและสิ่งแวดลอม ลักษณะและหนาทแี่ ละทศิ ทางการลำเลยี งสารของทอลำเลียงใน
พชื การสบื พันธุแบบอาศัยเพศและไมอาศยั เพศ ลักษณะโครงสรางของดอก การถายเรณู การปฏิสนธิของพืช
ดอก การเกดิ ผลและเมล็ด การกระจายเมลด็ และการงอกของเมล็ด ความสำคญั ของธาตุอาหารบางชนิดที่มีผล
ตอการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของพืช การเลือกใชปุยที่เหมาะสม การขยายพันธุพืช ความสำคญั ของ
เทคโนโลยี การเพาะเล้ยี งเน้อื เยื่อพืช สมบตั ทิ างกายภาพบางประการของธาตโุ ลหะ อโลหะ และกึ่งโลหะ การ
จัดกลุมธาตุ ผลจากการใชธาตุโลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ และธาตุกัมมันตรังสีที่มีตอสิ่งมีชีวิต สิ่งแวดลอม
เศรษฐกจิ และสงั คม คณุ คาของการใชธาตโุ ลหะ อโลหะ กึ่งโลหะ ธาตุกมั มนั ตรังสี จดุ เดือด จดุ หลอมเหลวของ
สารบริสุทธิ์และสารผสม ความหนาแนนของสารบริสุทธิ์และสารผสม เครื่องมือวัดมวลและปรมิ าตรของสาร
บริสุทธิ์และสารผสม ความสัมพันธระหวางอะตอม ธาตุ และสารประกอบ โครงสรางอะตอมที่ประกอบดวย
โปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน การจัดเรียงอนุภาค แรงยดึ เหนี่ยวระหวางอนุภาค และการเคลื่อนที่ของ
อนุภาคของสสารชนดิ เดียวกันในสถานะของแข็ง ของเหลว และแกส ความสัมพันธระหวางพลังงานความรอน
กับการเปลี่ยนสถานะของสสาร ความสัมพันธระหวางความดนั อากาศกบั ความสูงจากพื้นโลก ปริมาณความ
รอนที่ทำใหสสารเปลี่ยนอุณหภูมิและเปลี่ยนสถานะ การใชเทอรมอมิเตอรในการวัดอุณหภูมิของสสาร การ
ขยายตวั หรือหดตัวของสสาร การถายโอนความรอนและคำนวณปรมิ าณความรอนที่ถายโอนระหวางสสารจน
เกิดสมดุลความรอน
ทั้งนีโ้ ดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบคน
ขอมูลอภิปรายและสรุป เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งท่ี
เรียนรแู ละนำความรไู ปใชในชีวิตของตนเอง ดูแลรักษาสงิ่ มชี วี ติ อนื่ เฝาระวงั และพัฒนา ส่งิ แวดลอมอยางยั่งยืน
มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยม สามารถทำงานรวมกับผูอื่นไดและเห็นประโยชนการ
ดำรงชีวิตตามปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหสั ตวั ช้ีวัด
ว 1.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9, ม.1/10
ม.1/11, ม.1/12, ม.1/13, ม.1/14, ม.1/15, ม.1/16, ม.1/17, ม.1/18
ว 2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7, ม.1/8, ม.1/9, ม.1/10
ว 2.3 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7
รวมท้ังหมด 28 ตัวชีว้ ัด
65
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ว21201 วิทยาการคำนวณ 1 กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาการออกแบบอัลกอริทึมที่ใชแนวคิดเชิงนามธรรมเพ่ือแกปญหาหรืออธิบายการทางานที่พบใน
ชีวิตจริง การออกแบบและเขียนโปรแกรมที่มีการใชตัวแปร เงื่อนไข วนซ้ำ การออกแบบอัลกอริทึม เพื่อ
แกปญหาทางคณิตศาสตร วิทยาศาสตรอยางงายการเขยี นโปรแกรมโดยใชซอฟตแวร Scratch, python, java
และ c เปนตน ศึกษาการรวบรวมขอมูลจากแหลงขอมูลปฐมภูมิประมวลผล สรางทางเลือก ประเมินผล
ตลอดจนใชเทคโนโลยสี ารสนเทศอยางปลอดภยั การจัดการอตั ลกั ษณ การพจิ ารณาความเหมาะสมของเน้ือหา
ใชสอ่ื และแหลงขอมลู ตามขอกำหนดและขอตกลงไดอยางมีประสทิ ธิภาพ
โดยอาศัยกระบวนการเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem – based Learning) และการเรียนรู
แบบใชโครงงานเปนฐาน (Project-based Learning) เพ่อื เนนใหผูเรียนไดลงมือปฏิบตั ิ ฝกทกั ษะการคดิ เผชิญ
สถานการณการแกปญหาวางแผนการเรียนรู ตรวจสอบการเรียนรู และนาเสนอผานการทากิจกรรมโครงงาน
เพื่อใหเกิดทักษะ ความรู ความเขาใจ และทักษะในการวิเคราะหโจทยปญหา จนสามารถนาเอาแนวคิดเชิง
คำนวณมาประยกุ ตใชในการสรางโครงงานได
เพื่อใหผูเรียนมีความรูความเขาใจ การนาขอมูลปฐมภูมิเขาสูระบบคอมพิวเตอร วิเคราะห ประเมิน
นาเสนอขอมลู และสารสนเทศ ไดตามวัตถปุ ระสงค ใชทักษะการคดิ เชงิ คำนวณในการแกปญหาท่ีพบในชีวิตจริง
และเขยี นโปรแกรมอยางงาย เพือ่ ชวยในการแกปญหา ใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารอยางรูเทาทัน
และรับผิดชอบตอสังคม ตลอดจนนาความรูความเขาใจในวิชาวิทยาศาสตร และเทคโนโลยีไปใชใหเกิด
ประโยชนตอสงั คม และการดารงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคดิ และจินตนาการ ความสามารถในการ
แกปญหาและการจดั การทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสนิ ใจ และเปนผูทีม่ ีจิตวิทยาศาสตร
มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และคานิยมในการใชวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยอี ยางสรางสรรค
รหัสตัวชีวดั /ผลการเรยี น
มาตรฐาน ว 4.2 เขาใจและใชแนวคิดเชิงคำนวณในการแกปญหาที่พบในชีวิตจรงิ อยางเปนขั้นตอน
และเปนระบบ ใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู การทำงาน และการแกปญหาได
อยางมีประสทิ ธภิ าพ รูเทาทัน และมจี ริยธรรม
ม.1/1 ออกแบบอลั กอริทึมทีใ่ ชแนวคิดเชิงนามธรรมเพ่ือแกปญหาหรอื อธบิ ายการทำงานท่ีพบในชีวิต
จรงิ
ม.1/2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมอยางงาย เพื่อแกปญหาทางคณิตศาสตร หรือวิทยาศาสตร
ม.1/3 รวบรวมขอมูลปฐมภูมิ ประมวลผล ประเมินผล นำเสนอขอมูลและสารสนเทศตามวตั ถปุ ระสงค
โดยใชซอฟตแวร หรือบริการบนอนิ เทอรเน็ตทห่ี ลากหลาย
ม.1/4 ใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภัย ใชสอ่ื และแหลงขอมูลตามขอกำหนดและขอตกล
66
คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ส21101 สังคมศกึ ษา 1 กลุมสาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลาเรยี น 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาการเผยแผและความสำคัญของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือตอสังคมไทย
วิเคราะหเหตุผลและความจำเปนที่ทุกคนตองนับถือศาสนาและการปฏิบตั ิตนตอศาสนาตาง ๆ พุทธประวัติ
ต้ังแตประสูติจนถึงปรนิ พิ พาน ประวัตพิ ทุ ธสาวก พุทธสาวกิ า ชาดก ชาวพทุ ธตัวอยาง ขอคิดและจริยวัตรเพื่อ
เปนแบบอยางในการปฏิบัติตน หลกั ธรรมสำคัญในกรอบอริยสัจ 4 หรือหลักธรรมของศาสนาที่ตนนับถือ วัน
สำคญั ทางพระพุทธศาสนา ศึกษาการใชเครอ่ื งมือทางภูมิศาสตร ลกั ษณะทางกายภาพและสังคมของประเทศ
ไทย ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต ทวีปเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย เสนแบงเขตเวลา ความแตกตาง
ของเวลา ภัยธรรมชาติ การเปลีย่ นแปลงของประชากร เศรษฐกิจ และวฒั นธรรม ความรวมมอื ระหวางประเทศ
ปจจัยที่มอี ิทธิพลตอสิ่งแวดลอมทางธรรมชาติ ทำเลที่ตั้ง กิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม ปจจัยทางกายภาพ
และสงั คมที่มผี ลตอการเลือ่ นไหลของความคิด เทคโนโลยี สินคาและประชากรในทวีปเอเชยี ภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต ในเรือ่ งของอาเซียน ออสเตรเลยี และโอเชยี เนีย
โดยใชกระบวนการศึกษา คนควา อธิบาย อภิปราย วิเคราะห สืบคนขอมูล ยกตัวอยาง
เปรียบเทียบ และทักษะกระบวนการคิด
เพื่อใหผูเรียนมีความสามารถในการสื่อสาร คิดวิเคราะห แกไขปญหาและอุปสรรคตาง ๆ มี
ความสามารถในการใชทักษะชีวิตและทักษะทางเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาตนเองและแกปญหาอยางถูกตอง
เหมาะสม เพือ่ ใหเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค มีความรักชาติ ศาสน กษัตริย รูจักตนเอง พึ่งตนเอง มีวินัย
ใฝเรียนรู ซ่ือสัตยสุจริต มีคุณธรรมนำชีวิต อยูอยางพอเพยี งตามหลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง มีความมุงมัน่ ใน
การทำงาน เห็นคุณคาของการทำงาน รูจักคิดวิเคราะห การทำงานกลุม มีจิตสาธารณะ เสียสละเห็นแก
ประโยชนสวนรวม รักทองถิ่นประเทศชาติ เห็นคุณคาและพัฒนาศิลปวัฒนธรรมสิ่งแวดลอม ศรัทธาใน
หลกั ธรรมของศาสนา
รหัสตวั ช้ีวดั ส1.1 ม1/1 ส1.1 ม1/2 ส1.1 ม1/3 ส1.1 ม1/4 ส1.1 ม 1/5 ส1.1 ม1/9
รหัสตวั ช้ีวัด ส1.1 ม 1/10
ส1.2 ม1/1 ส1.2 ม1/2 ส 1.2 ม1/5
ส5.1 ม1/1 ส5.1 ม1/2 ส5.1 ม1/3
ส 5.2 ม1/1 ส 5.2 ม1/2 ส 5.2 ม1/3 ส 5.2 ม1/4
รวมตัวช้ีวัด 17 ตัวชวี้ ดั
67
คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
ส21103 ประวัติศาสตร 1 กลุมสาระการเรยี นรูสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรียน 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาความรูพื้นฐานทางประวัติศาสตร เรื่องความสำคัญของเวลาและชวงเวลาสำหรับการศึกษา
ประวตั ศิ าสตร ความสัมพันธ และความสำคัญของอดีตที่มตี อปจจุบันและอนาคต ตัวอยางการใชเวลา ชวง
ของเวลาและยุคสมัยทีป่ รากฏในเอกสาร ที่มาของศกั ราชท่ีปรากฏในเอกสารประวัติศาสตรไทย วิธีการเทียบ
ศักราชตาง ๆ และตัวอยางการเทียบ ตัวอยางการใชศักราชตาง ๆที่ปรากฏในเอกสารประวัติศาสตรไทย
ความหมายและความสำคัญของประวัติศาสตรและวธิ ีการทางประวัติศาสตรที่มีความเช่ือมโยงกัน ตัวอยาง
การศึกษาหลักฐานประวัติศาสตรไทยสมัยสุโขทัยทั้งหลักฐานชั้นตน และหลักฐานชั้นรอง นำวิธีการทาง
ประวัติศาสตรไปใชศึกษาเร่อื งราวทางประวัตศิ าสตรไทยท่ีมอี ยูในทองถ่ินตนเองในสมัยกอนประวตั ิศาสตรและ
เหตุการณสำคัญในสมัยสุโขทัย ท่ีตั้งและสภาพทางภูมศิ าสตรของประเทศตาง ๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออก
เฉียงใตที่มีผลตอพัฒนาการทางดานตาง ๆ พัฒนาการทางประวัติศาสตร สังคม เศรษฐกิจและการเมือง
ของประเทศตาง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต และการรวมมือผานการรวมกลุมเปนอาเซียนของ
ประเทศในภมู ิภาคเอเชียตะวันออกเฉยี งใตที่เชื่อวาเปนพฒั นาการของภมู ภิ าค .
โดยใชทักษะกระบวนการทางสังคมศึกษาดานการวิเคราะห การอธิบาย การเปรียบเทียบ การใช
เหตุผล การแกปญหาเพื่อใหเกิดความคิด ความรู ความเขาใจ มคี วามสามารถในการสื่อสาร คิดวิเคราะห
แกไขปญหาและอุปสรรคตางๆ สามารถใชทักษะชีวิตและทักษะทางเทคโนโลยี ปฏิบัติตนเปนประโยชน
สวนรวม และมเี จตคตทิ ด่ี ตี อสงั คมศึกษา
เพื่อใหเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค เกดิ ความรูความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ การ
มุงมัน่ ในการทำงาน มีความรักชาติ ศาสน กษตั ริย มีวินัย ใฝเรียนรู ซอื่ สตั ยสุจริต มคี ณุ ธรรมนำชวี ิต อยู
อยางพอเพียงตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง สูจิตสาธารณะ เห็นคุณคาการอนุรักษความเปนไทย มีคุณธรรม
จรยิ ธรรม และคานยิ มทเ่ี หมาะสมดำเนนิ ชีวติ โดยใชหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหัสตวั ชี้วดั
ส 4.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ส 4.2 ม.1/1 ม1/2
.รวม 5 ตัวชี้วดั
68
คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
พ21101 สขุ ศกึ ษา 1 กลมุ สาระการเรียนรูสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 1 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษา วิเคราะห และอธิบายเกี่ยวกับความสำคัญของระบบประสาทและระบบตอมไรทอที่มีผลตอ
สุขภาพ การเจริญเติบโต และพัฒนาการของวยั รุน วิธีการดูแลรักษาระบบประสาทและตอมไรทอใหทำงาน
ตามปกติ ภาวะการเจรญิ เติบโตทางรางกายของตนเองกบั เกณฑมาตรฐาน วิธปี รับตวั ตอการเปล่ียนแปลงทาง
รางกาย อารมณ จิตใจ และพัฒนาการทางเพศอยางเหมาะสม แสดงทักษะการปฏิเสธเพื่อปองกันตนเองจาก
การถูกลวงละเมิดทางเพศ เลือกกินอาหารที่เหมาะสมกับวัย วิเคราะหปญหาที่เกิดจากภาวะโภชนาการที่มี
ผลกระทบตอสุขภาพ ควบคมุ น้ำหนักของตนเองใหอยูในเกณฑมาตรฐาน
โดยใชกระบวนการเรียนรูแบบรวมมือ สืบคนขอมลู วิเคราะห และอภิปรายเพื่อใหเกิดความรู ความ
เขาใจ สำนึกในคุณคาและศักยภาพของตนเอง เพื่อใหสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการ
ตัดสินใจ นำความรูไปใชในชวี ติ ประจำวนั มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม ซื่อสตั ยสุจรติ มคี านยิ มทีเ่ หมาะสมและดำเนิน
ชีวติ ตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
รหสั ตวั ช้ีวัด
พ 1.1 ม.1/1 พ 1.1 ม.1/2 พ 1.1 ม.1/3
พ 2.1 ม.1/1 พ 2.1 ม.1/2
พ 4.1 ม.1/1 พ 4.1 ม.1/2 พ 4.1 ม.1/3
รวมทงั้ หมด 8 ตัวชี้วัด
69
คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
พ21103 พลศึกษา 1 (เทเบิลเทนนิส) กลุมสาระการเรยี นรูสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาเพื่อใหมีความรู ความเขาใจ เรื่องเกี่ยวกับการเคล่ือนไหวรางกาย หลักการออกกำลังกาย การ
ทดสอบสมรรถภาพทางกาย ทักษะเบื้องตนกีฬาเทเบิลเทนนิส การเลนเปนทีมปฏิบัติกิจกรรมดวยความ
สนุกสนานปลอดภัย การออกกำลังกาย การพักผอน และนันทนาการ กฎ กติกา ในการเลนกีฬา วิธีการรุก
และการปองกันในการแขงขันกีฬา การควบคุมตนเอง การมีน้ำใจนักกีฬา การทำงานเปนทีม การวางแผน
สมรรถภาพทางกาย สมรรถภาพทางจิต การบริหารจติ เหน็ คุณคาของการออกกำลังกาย การออกกำลังกาย
และการเลนกีฬาปฏิบัติกิจกรรมดวยความสนุกสนานปลอดภัย ชื่นชมและเห็นคุณคาของการออกกำลังกาย
เคารพ กฎ กติกาการแขงขัน มนี ำ้ ใจนกั กีฬา และใหความรวมมือในการทำงานเปนทมี ช่ืนชมและเห็นคณุ คา
ของการออกกำลังกาย เคารพ กฎ กติกาการแขงขัน มีน้ำใจนักกฬี าและใหความรวมมือในการทำงานเปนทมี
โดยใชทักษะและการปฏิบัติตนเพื่อนำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มีคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตยสุจริต มี
คานิยมท่ีเหมาะสมและดำเนนิ ชวี ติ ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
รหัสตัวชวี้ ดั
พ 3.1ม.1/1 พ 3.1 ม.1/2 พ 3.1ม.1/3
พ 3.2 ม.1/1 พ 3.2 ม.1/2 พ 3.2 ม.1/3 พ 3.2 ม.1/4 พ 3.2 ม.1/5 พ 3.2 ม.1/6
พ 4.1 ม.1/4
รวมท้งั หมด 10 ตัวช้ีวัด
70
คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
ศ21101 ศิลปะ(ทศั นศลิ ป ) กลุมสาระการเรยี นรูศิลปะ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาและฝกปฏิบัติ ทัศนธาตุ ในดานรูปแบบและแนวคิดของงานทัศนศลิ ปความเหมือนและความ
แตกตางของรูปแบบการใชวสั ดอุ ุปกรณในงานทัศนศิลปของศิลปน เทคนิคทห่ี ลากหลายในการสื่อความหมาย
ของการวาดภาพ วาดภาพแสดงบุคลกิ ลกั ษณะนิสัยของตัวละคร วิธีการใชงานทศั นศลิ ปในการโฆษณา การ
เปลี่ยนแปลงของงานทศั นศิลปในแตละยคุ สมยั แนวคิดในการออกแบบงานทศั นศิลปที่มาจากวัฒนธรรมไทย
และสากล และวัฒนธรรมทีส่ ะทอนถึงงานทัศนศิลปในปจจุบัน โดยใชกระบวนการเรียนรู ความรูความเขาใจ
อภิปราย บรรยาย เปรียบเทียบ จำแนก คิดวิเคราะห และปฏิบัติผลงานทางดานทัศนศิลป ดวยเทคนิค
วิธีการทีห่ ลากหลายในการสื่อความหมายและเร่ืองราวตาง ๆ นำเสนอวิจารณผลงานและ สรางเกณฑในการ
ประเมนิ เพอื่ นำมาปรบั ปรงุ พฒั นา
เพ่ือใหเสรางสรรคงานทศั นศิลปตามจินตนาการ ความคดิ สรางสรรค วิเคราะหวิพากษ วิจารณ
คุณคางานทัศนศิลป ถายทอดความคิด ความรูสึก ตองานศิลปะอยางอิสระ ชื่นชมและประยุกตใชใน
ชีวิตประจำวัน ละมีความรูความเขาใจความสัมพันธระหวางทัศนศิลป ประวัติศาสตรและวัฒนธรรม เห็น
คณุ คางานทัศนศลิ ปทเ่ี ปนมรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ญญาทองถนิ่ ภูมปิ ญญาไทยและสากล
มาตรฐาน ศ 1.1 ตวั ช้วี ัด ม.1/1, ม.1/2,ม. 1/3,ม. 1/4, ม.1/5,ม.1/6,ม. 1/7
ศ 1.2 ตัวชวี้ ัด ม.2/1, ม.2/2,ม.2/3
รวมทงั้ หมด 10 ตัวช้ีวัด
71
คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เตมิ
ศ21201 ศลิ ปสรางสรรค 1 กลุมสาระการเรียนรูศิลปะ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาการสรางสรรคงานทัศนศิลปโดยคิดสรางภาพในจิตใจกอนที่จะสรางสรรคออกมาเปนผลงาน
ศิลปะโดยมีพื้นฐาน มาจากการไดสัมผัส รับรูธรรมชาติและสภาพแวดลอมจนเกิดแรงบันดาลใจในการ
สรางสรรคงานศิลปะ การคิดริเริ่มในสิ่งที่แปลกใหม เพื่อสนองความตองการของตนเองและสังคม ดังนั้น การ
ริเริ่มสรางสรรคจึงเปนการกระทำใหกาวหนาแปลกจากเดิม ดีขึ้น งดงามยิ่งขึน้ หรือมีคุณคายิ่งขึ้น เพื่อให
นักเรยี นมีความรูความเขาใจ และมที กั ษะพน้ื ฐานในการสรางสรรคงานทัศนศลิ ป ลกั ษณะของงานจิตรกรรม
และงานทัศนศิลปประเภทอื่นๆ ประยุกตการใชวัสดุอุปกรณใหเหมาะสมกับเรื่องราว โดยการ
ออกแบบ ตลอดจนการเกดิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงคในเรื่องการใฝเรียนรู มุงมั่นในการทำงาน จิตสาธารณะ
มีวนิ ัย รักความเปนไทย การมคี วามคิดริเร่มิ สรางสรรค และมคี วามภูมใิ จดานงานศลิ ปะ
ผลการเรียนรูท่คี าดหวัง
1. อธบิ ายถึงประโยชนของการสรางสรรคงานทัศนศิลปชนิดตางๆ ได
2. อธบิ ายหลักวธิ ีการใชวัสดอุ ปุ กรณอยางสรางสรรค
3. สามารถสรางสรรคงานทัศนศลิ ป
4. สามารถนำความรูเกีย่ วกบั การสรางสรรคงานทศั นศลิ ปพืน้ ฐานไปใชใหเกิดประโยชนได
5. สามารถวิจารณและบรรยายงานศิลปสรรคสรรคได
72
คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
ง21101 การงานอาชีพ 1 กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพ
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาวิเคราะหขน้ั ตอนการทำงานตามกระบวนการทำงานตามลำดับขัน้ ตอนทว่ี างแผนไวในการจัดและตกแตง
หอง การใชอุปกรณอำนวยความสะดวกในการทำงานบาน รูจักวางแผนการทำงานเปนกลุม โดยใชทักษะ
กระบวนการกลมุ ในการทำงานรวมกนั ดวยความเสยี สละในการเตรยี ม ประกอบ จัด ตกแตง และบริการอาหาร
การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การประดิษฐของใช ของตกแตงจากวัสดทุ องถิ่น สามารถตดั สินใจแกปญหา
การทำงานอยางมีเหตุผลในการจัดสวนในภาชนะ ซอมแซมอุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใช พรอมทั้งแสวงหา
ความรู เพื่อนำมาประเมินผลงาน ปรับปรุง และนำมาเปนแนวทางในการสรางและเลือกอาชีพที่สจุ รติ เพื่อให
เกิดความตระหนัก และเห็นคุณคาของการทำงาน สามารถนำความรูไปประยุกตใชในชีวิตประจำวัน มี
ความสามารถในการตัดสินใจ มีจริยธรรม คุณธรรม และคานิยมที่เหมาะสม ท้ังมจี ิตสำนึกในการใชพลังงาน
ทรพั ยากรและส่ิงแวดลอม
โดยมคี ณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค คือ ขยัน ประหยัด อดทน ซอ่ื สตั ย สุจรติ มีวินยั ใฝเรยี นรู
อยูอยางพอเพยี ง รับผดิ ชอบ มุงม่นั ในการทำงาน ทำงานเปนข้นั ตอน เปนระบบ บรรลเุ ปาหมาย ปลอดภยั
มีความคิดสรางสรรคใชทรพั ยากรในการทำงานอยางคุมคาและอนุรักษสงิ่ แวดลอมตามหลักปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพียง
ตวั ชีว้ ดั
ง 1.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3
รวม 3 ตวั ชวี้ ดั
73
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เตมิ
ง21201 งานไฟฟาเบอ้ื งตน กลุมสาระการเรยี นรูการงานอาชีพ
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศกึ ษาและปฏิบตั กิ ารใชเครอ่ื งมือวดั และเครอ่ื งมอื ทดสอบแกไขขอขดั ของระบบไฟฟาในอาคาร
การอานแบบทางไฟฟา ความปลอดภัยในการปฏิบตั งิ านไฟฟา การเลอื กใชวัสดอุ ปุ กรณและเคร่ืองมือในการ
เดนิ สายไฟโดยวิธตี างๆ พรอมติดตง้ั อุปกรณ ตามมาตรฐาน สามารถวางแผนการปฏบิ ัติงานไฟฟา ประมาณ
การวัสดอุ ุปกรณใหมีความพอเพียงกับความตองการในงานทปี่ ฏบิ ัติ รับผดิ ชอบหนาท่ขี องตนเองและปฎิบัตงิ าน
ไฟฟาอยางสจุ ริต
โดยมีคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค คอื ขยัน ประหยัด อดทน ซอ่ื สตั ย สจุ รติ มีวินัย ใฝเรยี นรู
อยูอยางพอเพยี ง รับผดิ ชอบ มุงมน่ั ในการทำงาน ทำงานเปนขั้นตอน เปนระบบ บรรลเุ ปาหมาย ปลอดภัย
มีความคดิ สรางสรรคใชทรพั ยากรในการทำงานอยางคุมคาและอนรุ ักษสงิ่ แวดลอมตามหลักปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพียง
ผลการเรยี นรู
1. มีความเขาใจหลกั การใชเครอื่ งมอื วัด เครื่องมือทดสอบทางไฟฟา
2. สามารถปฏิบตั กิ ารตอวงจรไฟฟา การเดินสายไฟ และแกไขขอขดั ของระบบไฟฟาในอาคาร
3. มีกิจนิสัยท่ดี ีในการทำงาน รับผิดชอบ ตรงตอเวลา รกั ษาความสะอาด ปลอดภัย พอเพียงและสจุ รติ
4. ศึกษาตดิ ตามความกาวหนาทางเทคโนโลยรี ะบบไฟฟา
รวมทงั้ หมด 4 ขอ
74
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม
ง21203 การถนอมอาหาร 1 กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศกึ ษาเกีย่ วกับความสำคัญและหลักการถนอมอาหาร การเลือกอาหาร ภาชนะ อปุ กรณและเครื่องใช เทคนิค
และวิธกี ารถนอมอาหาร ความสำคญั ของสารปรุงแตงอาหาร ชนิด คุณสมบตั ิและปริมาณที่ใช การเก็บรักษา
การสงวนคณุ คาทางโภชนาการ
โดยฝกปฏิบตั กิ ารถนอมอาหารตามฤดูกาลทองถน่ิ ตามกรรมวิธีตางๆ ซึง่ สามารถทำไดในครวั เรือน เชน
การหมักดอง การทำใหแหง การใชสารปรุงแตงอาหาร การใชอุณหภูมสิ ูง บรรจแุ ละเก็บอาหารทถ่ี นอมแลวให
ถูกตองตามหลักโภชนาการและถกู ลักษณะ คำนวณคาใชจาย กำหนดราคาจัดจำหนาย จดบันทกึ การ
ปฏิบัตงิ านทำบัญชรี ายรบั -รายจาย และประเมินผล
เพอ่ื ใหมคี วามรูความเขาใจ และมที กั ษะเก่ียวกับหลักการและเทคนคิ วธิ ถี นอมอาหาร สามารถถนอม
อาหารประเภทตางๆ และจำหนายได
โดยมีคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค คือ ขยัน ประหยัด อดทน ซือ่ สตั ย สุจรติ มีวินยั ใฝเรยี นรู
อยูอยางพอเพยี ง รับผดิ ชอบ มุงม่ันในการทำงาน ทำงานเปนข้ันตอน เปนระบบ บรรลเุ ปาหมาย ปลอดภัย มี
ความคดิ สรางสรรคใชทรพั ยากรในการทำงานอยางคุมคาและอนุรกั ษสง่ิ แวดลอมตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจ
พอเพียง
ผลการเรียนรู
1. เขาใจความเปนมาและความสำคญั ของการถนอมอาหาร
2. การใชและเกบ็ รักษาวัสดุ-อุปกรณในการถนอมอาหาร
3. เขาใจหลกั การ วิธกี าร ข้ันตอน กระบวนการทำงานเทคนิคและวิธีการถนอมอาหาร ความสำคัญ
ของสารปรุงแตงอาหาร
4. ฝกปฏิบตั ิการถนอมอาหารตามฤดูกาลของทองถิ่นตามกรรมวิธีตางๆ
5. คำนวณคาใชจาย กำหนดราคาจดั จำหนาย และบริการ ทำบัญชรี ายรับ-รายจาย และจำหนาย
6. บันทกึ ผลการปฏบิ ตั ิการประเมนิ ผล และรายงาน
รวมท้ังหมด 6 ขอ
75
คำอธบิ ายรายวชิ าภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน
อ21101 ภาษาองั กฤษ 1 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1 ภาคเรียนท่ี1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศกึ ษาประโยคคำสงั่ คำขอรองคำแนะนำและคำชแ้ี จงงายๆ อานออกเสียงขอความไดถกู ตองตามหลักการ
อาน อานนิทานและบทรอยกรองสัน้ ๆ เลือกระบปุ ระโยกและขอความสมั พนั ธกับส่ือทีไ่ มใชความเรียงจับ
ใจความสำคญั จากเรอ่ื งท่ีฟงและอาน สนทนา แลกเปลยี่ นขอมลู เกีย่ วกับตนเอง กิจกรรมและสถานการณ
ตางๆพูดและเขยี นแสดงความตองการ ขอความชวยเหลอื ตอบรบั และแสดงความปฏิเสธ กิจกรรมตางๆใกลตัว
พูดบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กจิ วัตรประจำวัน ประสบการณ สงิ่ แวดลอมใกลตัว สรปุ วิเคราะห เรอ่ื งที่อยู
ในความสนใจของสงั คม ใชภาษา นำ้ เสยี ง และกรยิ าทาทางตามมารยาททางสงั คมและวฒั นธรรมของ
เจาของภาษา เขารวมหรอื จัดกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมเกี่ยวกับเทศกาล วนั สำคัญ ชีวติ ความเปนอยู
ประเพณขี องเจาของภาษาบอกความเหมอื นและความแตกตางเร่ืองการออกเสียง ประโยคชนิดตางๆ การใช
เคร่อื งหมายวรรคตอน การลำดบั คำตามโครงสรางประโยคของเจาของภาษาอังกฤษกับภาษาไทยและ
เปรียบเทยี บเทศการวนั สำคัญ และชีวิตความเปนอยูของเจาของภาษากบั ของไทย คนควารวบรวมสรปุ ขอมูล
ขอเท็จจรงิ ท่เี กีย่ วของกบั กลมุ สาระการเรยี นรูอ่ืนจากแหลงเรยี นรแู ละนำเสนอดวยการพูด การเขยี น ใชภาษา
สื่อสารในสถานการณจรงิ สถานการณจำลองทเี่ กิดข้นึ ในหองเรยี นและสถานศึกษา รวมถงึ ศึกษาแนวคิดการ
ปฏิบตั ิตนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง การวางแผนการดำเนินชีวิตเพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ การเห็น
คณุ คาของทรพั ยากรใชอยางคมุ คาและสำรวจสภาพปญหาส่ิงแวดลอมทีเ่ กดิ ข้นึ ในชมุ ชนและมีสวนในการแกไข
ปญหา
โดยใชกระบวนการทางภาษา การสือ่ สาร การสบื เสาะหาความรู การสืบคนขอมลู การฝกปฏิบตั ิ
ตามสถานการณตางๆ
เพือ่ ใหเกดิ ความรู ความคดิ ความเขาใจ สามารถนำเสนอ สือ่ สาร เหน็ คุณคา นำความรูไปใช
ประโยชนมีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม ยืดหลกั สจุ รติ และคานยิ มทเ่ี หมาะสม
รหสั ตวั ช้ีวัด
ต1.1 ม.1/1, 1/2, 1/3, 1/4
ต1.2 ม.1/1,1/2,1/3,1/4 ,1/5
ต1.3 ม.1/1, 1/2,1/3
ต2.1 ม.1/1, 1/2, 1/3
ต2.2 ม.1/1, 1/2
ต3.1 ม.1/1
ต4.1 ม.1/1
ต4.2 ม.1/1
รวมท้ังหมด20 ตัวชว้ี ดั
76
คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ท21102 ภาษาไทย 2 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
อานออกเสยี งรอยแกวและรอยกรองเปนทำนองเสนาะไดถูกตอง จับใจความสำคัญและรายละเอียด
จากเรอ่ื งที่อาน แสดงความคดิ เห็น ตคี วามและระบุขอสังเกตความสมเหตสุ มผลของงานเขยี นประเภทชักจูง
โนมนาวใจ เลือกอานหนงั สือส่ิงพิมพที่ดี วิเคราะหคณุ คาท่ีไดรบั จากการอานงานเขียนอยางหลากหลายเพือ่
นำไปใชแกปญหาในชวี ิตและมมี ารยาทในการอาน เขียนสอื่ สารดวยลายมอื ที่อานงาย ชัดเจน ใชถอยคำได
ถูกตองเหมาะสมกบั ระดบั ภาษา เขยี นบรรยายประสบการณ เขียนเรียงความ เขียนยอความ เขยี นแสดง
ความคดิ เหน็ เขียนจดหมายสวนตัวและจดหมายกจิ ธุระ เขียนรายงานโครงงาน และมีมารยาทในการเขียน
พูดสรุปหรอื พูดยอเร่อื งทไ่ี ดฟงไดดู พดู แสดงความคดิ เหน็ พูดรายงานจากการศึกษาคนควาอยางเปนระบบ
พดู ประเมนิ จากสิง่ ทีไ่ ดฟงหรือไดดู มมี ารยาทในการพดู และการดู อธิบายลกั ษณะของเสียงในภาษาไทย การ
สรางคำพองรูป พองเสยี งในภาษาไทย วิเคราะหชนดิ และหนาท่ขี องคำในภาษาไทย วเิ คราะหความแตกตาง
ของภาษาพดู กับภาษาเขียน แตงบทรอยกรองประเภทกาพยยานี จำแนกและใชสำนวนทเ่ี ปนสุภาษติ และคำ
พังเพย สรปุ เน้ือหาวรรณคดแี ละวรรณกรรม รวมทง้ั วิเคราะห อธบิ ายคุณคาวรรณคดีและวรรณกรรมทีอ่ าน
สรุปความรูและขอคิดที่ไดจากการอานเพ่ือประยกุ ตใชในชวี ติ จริง ทองจำบทอาขยานหรอื บทรอยกรองทีม่ ี
คณุ คาตามท่ีกำหนดใหและตามความสนใจ ศึกษาความเปนมาเพลงพ้ืนบานทองถ่นิ จงั หวัดปทมุ ธานี
โดยใชกระบวนการฝกตามแบบ อธิบาย อภิปราย แสดงความคิดเหน็ เปรยี บเทยี บ
คิดวิเคราะห ฝกปฏบิ ัติ สบื เสาะหาความรูดวยตนเอง
เพือ่ ใหเกดิ ความรู ความคดิ ความเขาใจในภาษาไทย มวี ินัย ใฝเรยี นรู มุงม่ันในการทำงาน มจี ติ สา
ธรณะ เห็นคุณคา มีความรัก มคี วามหวงแหนภาษาไทย รักความเปนไทย และนำไปประยกุ ตใชในชวี ิตจริง
ไดอยางมีคุณธรรม จรยิ ธรรม และคานิยมที่เหมาะสม
รหัสตัวชี้วดั ท 2.1 ม.1/1,1/2,1/3,1/4
ท 4.1 ม.1/6
ท 1.1 ม.1/1,1/2,1/3,1/4,1/5,1/6
ท 3.1 ม.1/1,1/2,1/3,1/4,1/5,1/6
ท 5.1 ม.1/1,1/2,1/3,1/4
รวม 21 ตัวช้ีวดั
77
คำอธิบายรายวชิ า
ค21102 คณิตศาสตรพืน้ ฐาน 2 กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษา ฝกทักษะการคิดคำนวณ จัดการเรยี นรูโดยใชประสบการณหรือสถานการณในชีวิตประจำวนั
ของผูเรยี น ใหผูเรียนศึกษาคนควาโดยการปฏิบตั ิจริง สรุปรายงาน และฝกทกั ษะ/กระบวนการทาง
คณิตศาสตรในสาระตอไปน้ี
สมการเชิงเสนตัวแปรเดียว หาแบบรูปและความสมั พนั ธหาคำตอบของสมการดวยการแทนคาและ
การแกสมการหาคำตอบและตรวจสอบคำตอบ การแกสมการเชิงเสนตวั แปรเดยี ว แกโจทยปญหาสมการเชงิ
เสนตัวแปรเดยี วโดยใหเหตผุ ล
สมการเชงิ เสนสองแปรเดียว เขียนกราฟของสมการเชงิ เสนสองตวั แปรและแปลความหมายของ
ระบบสมการ หาคำตอบของกราฟสมการเชงิ เสนสองตวั แปร แกโจทยปญหาสมการเชงิ เสนสองตัวแปร
มิตสิ มั พนั ธของรูปเรขาคณิตรปู เรขาคณติ สามมิติ การมองภาพเรขาคณติ ดานหนา ดานขาง
ดานบน การสรางรูปเรขาคณิตสามมิตจิ ากรปู ลูกบาศก
สถติ ิ วธิ กี ารศึกษาและการเก็บรวบรวมขอมลู ที่เหมาะสมการหาคาเฉลย่ี เลขคณติ มธั ยฐาน และ ฐาน
นิยมของขอมลู ที่ไมไดแจกแจงความถี่ การนำเสนอขอมูล ความนาจะเปนของเหตกุ ารณจากการทดลองสมุ ท่ี
ผลแตละตัวมีโอกาสเกดิ ขน้ึ เทา ๆ กัน และ นำไปใชในการคาดการณไดอยางสมเหตุสมผลโดยจัด
ประสบการณกจิ กรรม หรือ โจทยปญหาที่สงเสรมิ การพฒั นาทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรในการคดิ
คำนวณ การใหเหตุผล การวเิ คราะห การแกปญหา การส่อื สาร การสอื่ ความหมาย และการนำเสนอเพื่อใหเกดิ
ความรูความเขาใจ ความคดิ รวบยอด ใฝรใู ฝเรยี น มรี ะเบียบวินยั มุงมนั่ ในการทำงานอยางมรี ะบบ ประหยดั
ซอ่ื สตั ย มวี ิจารณญาณ รูจกั นำความรูไปประยกุ ตใชในการดำรงชีวติ ไดอยางพอเพยี ง รวมท้ังมีเจตคติทด่ี ีตอ
คณิตศาสตร
รหัสตวั ชี้วดั
ค 1.3 ม.1/1
ค 1.3 ม.1/2
ค 1.3 ม.1/3
ค 2.2 ม.1/1
ค 2.2 ม.1/2
ค 3.1 ม.1/1
รวม 6 ตัวช้ีวดั
78
คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
ว21102 วิทยาศาสตร 2 กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษา วิเคราะห ความสัมพันธระหวางความดันอากาศกับความสูงจากพื้นโลก ปริมาณความรอนทีท่ ำใหสสาร
เปลี่ยนอุณหภูมิและเปลี่ยนสถานะ การใชเทอรมอมิเตอรในการวัดอุณหภมู ิของสสาร การขยายตัวหรือหดตัว
ของสสารเนื่องจากไดรับหรือสูญเสียความรอน ประโยชนของความรูของการหดและขยายตัวของสสาร
เน่อื งจากความรอน การถายโอนความรอนและคำนวณปรมิ าณความรอนที่ถายโอนระหวางสสารจนเกิดสมดุล
คว าม ร อน ก าร ถ า ยโ อน คว าม ร อน โ ดย การ น ำคว า มร อน ก าร พาคว า มร อ น การแ ผ รั ง สี
ความรอน และการใชและสรางอุปกรณเพื่อแกปญหาในชีวิตประจำวันโดยใชความรูเกี่ยวกับการถายโอน
ความรอน การแบงชั้นบรรยากาศและเปรียบเทียบประโยชนของบรรยากาศแตละชั้น ปจจัยที่มีผลตอการ
เปลีย่ นแปลงองคประกอบของลมฟาอากาศ กระบวนการเกิดพายุ ฝนฟาคะนองและพายุหมุนเขตรอน และผล
ท่ีมีตอสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอม แนวทางการปฏบิ ัติตนใหเหมาะสมและปลอดภัย การพยากรณอากาศ คุณคา
ของการพยากรณอากาศ แนวทางการปฏิบัติตนและการใชประโยชนจากคำพยากรณอากาศ การเปลี่ยนแปลง
ภูมิอากาศโลก ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก และแนวทางการปฏิบัติตนภายใตการ
เปลี่ยนแปลงภูมอิ ากาศโลก
ท้ังนโ้ี ดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบคน
ขอมลู อภิปรายและสรุป เพอื่ ใหเกดิ ความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สือ่ สารส่ิงท่ี
เรยี นรแู ละนำความรูไปใชในชีวิตของตนเอง ดแู ลรักษาสิง่ มีชวี ติ อน่ื เฝาระวังและพัฒนา สิง่ แวดลอมอยางยง่ั ยนื
มีจติ วิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม และคานยิ ม สามารถทำงานรวมกบั ผูอื่นไดและเหน็ ประโยชนการ
ดำรงชวี ิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
รหสั ตัวช้ีวดั
ว 2.2 ม.1/1
ว 2.3 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7
ว 3.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5, ม.1/6, ม.1/7
รวมท้ังหมด 15 ตัวชวี้ ดั
79
ว21202 การออกแบบและเทคโนโลยี 1 คำอธิบายรายวิชา
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 1 ภาคเรยี นที่ 2 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาแนวคิดหลักของเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน วิเคราะหสาเหตุหรือปจจัยที่สงผลตอการเปลี่ยนแปลงของ
เทคโนโลยี ระบุปญหาหรือความตองการในชีวิตประจำวัน รวบรวม วิเคราะหขอมูล แนวคิดที่เกี่ยวของกับ
ปญหา การออกแบบวิธีการแกปญหา ตัดสินใจเลือกขอมูลที่จำเปน นำเสนอแนวทางการแกปญหาใหผูอ่ืน
เขาใจ วางแผน ดำเนินการแกปญหา ดวยการทดสอบ ประเมินผล ระบุขอบกพรองที่เกิดข้ึน พรอมท้ังหาแนว
ทางการปรับปรุงแกไข และนำเสนอผลการแกปญหา เลือกใชวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ กลไก ไฟฟา หรือ
อเิ ลก็ ทรอนกิ สเพ่อื แกปญหาไดอยางถูกตอง เหมาะสมและปลอดภยั
โดยอาศยั กระบวนการเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem – based Learning) และการเรียนรู
แบบใชโครงงานเปนฐาน (Project – based Learning) เนนใหผูเรียนไดลงมือปฏิบัติ ฝกทักษะการคิด เผชิญ
สถานการณการแกปญหาวางแผนการเรียนรู และนำเสนอผานการทำกิจกรรมโครงงาน
เพื่อใหผูเรียนมีความรู ความเขาใจ ความสัมพันธของความรูวิทยาศาสตรที่มีผลตอการพัฒนา
เทคโนโลยีประเภทตาง ๆ และการพัฒนาเทคโนโลยีที่สงผลใหมีการคิดคนความรูทางวิทยาศาสตรที่กาวหนา
ผลของเทคโนโลยีตอชีวิต สังคม และสิ่งแวดลอม ตลอดจนนำความรูความเขาใจในวิชาวิทยาศาสตร และ
เทคโนโลยไี ปใชใหเกดิ ประโยชนตอสงั คม และการดำรงชีวิต จนสามารถพฒั นากระบวนการคิดและจินตนาการ
ความสามารถในการแกปญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสาร ความสามารถในการตัดสินใจ เปนผูที่มี
จิตวทิ ยาศาสตร มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม คานิยมในการใชวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีอยางสรางสรรค
รหสั ตัวชีว้ ดั /ผลการเรียน
มาตรฐาน ว 4.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5
รวมทั้งหมด 5 ตัวชี้วดั
80
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
IS21202 ศกึ ษาคนควา สรางองคความรู1 กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศกึ ษา วิเคราะห ความหมายของโครงงานวิทยาศาสตร ประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร ขนั้ ตอนใน
การจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร กำหนดปญหา สมมติฐาน ตัวแปรตน ตัวแปรตามและตัวแปรควบคุม
ออกแบบการจัดทาโครงงานวิทยาศาสตร เคาโครงของโครงงานวิทยาศาสตร โดยใชกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบคนขอมูลอภิปรายและสรุป เพื่อใหเกิด
ความรู ความคิด ความเขาใจ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ สอ่ื สารส่งิ ทเ่ี รียนรูและนำความรูไปใชในชีวิตของ
ตนเอง ดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอื่น เฝาระวังและพัฒนา สิ่งแวดลอมอยางยั่งยืน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม
คุณธรรม และคานิยม สามารถทำงานรวมกับผูอื่นไดและเห็นประโยชนการดำรงชีวติ ตามปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียง
ผลการเรียนรู
1. บอกความหมายของโครงงานวิทยาศาสตรได
2. ระบปุ ระเภทของโครงงานวิทยาศาสตร พรอมทงั้ ยกตวั อยางและเปรียบเทยี บขอแตกตางระหวางโครงงาน
แตละประเภทได
3. อธิบายขัน้ ตอนการจัดทำโครงงานวทิ ยาศาสตรได
4. ระบุปญหา ตงั้ สมมติฐานและกำหนดตัวแปรในการจัดทาโครงงานวทิ ยาศาสตรได
5. วางแผนออกแบบการจัดทาโครงงานวิทยาศาสตรได
6. เสนอเคาโครงของโครงงานวิทยาศาสตรได
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรยี นรู
81
คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
ส21102 สงั คมศึกษา 2 กลุมสาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษา วิเคราะห ความหมาย ความสำคัญและประโยชนของการพัฒนาจิต เจริญปญญาเพื่อการ
เรียนรูและการดำเนินชีวิต ดวยวิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ สวดมนตแผเมตตาบริหารจิตและเจริญปญญาดวย
อานาปานสติหรือตามแนวทางศาสนาที่ตนนับถือ จัดพิธีกรรม และปฏบิ ัติตนในศาสนาพิธีไดถูกตอง การ
ปฏิบัติตนที่เหมาะสมตอพระสงฆ เพื่อเปนแบบอยางในการดำเนินชีวิต วิเคราะหการกระทำของบุคคลที่เปน
แบบอยางดานศาสนสมั พันธและนำเสนอแนวทางการปฏบิ ัตขิ องตนเอง นำการปฏิบตั ิตนของบุคคลตัวอยางใน
ทองถิ่นหรือประเทศที่สงผลตอผูที่นับถือพระพุทธศาสนาในปจจุบันมาเปนแบบอยางในการดำเนินชีวิต
ศึกษา วิเคราะหกฎหมาย คุมครองสิทฺธิของบุคคล ประโยชนของการปฏิบัติตนตามกฎหมาย บทบาทหนาที่
ของเยาวชนทมี่ ีตอสังคมและประเทศชาติ โดยมจี ติ สาธารณะ ความคลายคลงึ และความแตกตางของวฒั นธรรม
ไทยกับวัฒนธรรมของประเทศเพื่อนบ านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต ซึ่งเป นป จจัยในการสร าง
ความสัมพันธที่ดีตอกันตลอดจนศึกษาหลักการ เจตนารมณ โครงสราง ความสำคัญและบทบาทของ
รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยฉบับปจจุบัน ประชาธิปไตย สทิ ธมิ นษุ ยชน การเปนพลโลก ความยุติธรรม
ความเสมอภาค สันติภาพ การบริหารความขัดแยงและการถวงดุลอำนาจอธิปไตยในรัฐธรรมนูญแหง
ราชอาณาจักรไทยฉบับปจจุบนั ศึกษาความหมาย ความสำคัญของเศรษฐศาสตรเบื้องตน ขอบขาย
ของเศรษฐศาสตร ความหมาย ความสำคัญของการบรโิ ภค หลักการบริโภคที่ดี คานยิ มและพฤติกรรมของการ
บริโภค รวมทั้งผลดี ผลเสีย ความหมาย ประเภท ความสำคัญของสถาบันการเงินที่มีตอระบบเศรษฐกิจ
บทบาทหนาที่และความสำคัญของธนาคารกลาง สะทอนใหเห็นการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน การแขงขันกัน
รวมทั้งปญหาและเสนอแนะแนวทางแกไขเศรษฐกิจภายในประเทศ ปจจัยที่มีอิทธิพลตอการกำหนดอุปสงค
อุปทาน ความหมายและความสำคญั ของทรพั ยสนิ ทางปญญา ผลกระทบจากกฎหมายทรพั ยสินทางปญญา
โดยใชกระบวนการการศึกษา คนควา อธิบาย วิเคราะห สรุปความคดิ การปฏบิ ัติ กระบวนการกลุม
การสืบคนขอมลู สำรวจ เปรียบเทยี บ และทักษะกระบวนการคดิ
เพื่อใหผูเรียนมีความสามารถในการสื่อสาร คิดวิเคราะห แกไขปญหาและอุปสรรคตาง ๆ มี
ความสามารถในการใชทักษะชีวิตและทักษะทางเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาตนเองและแกปญหาอยางถูกตอง
เหมาะสม เพือ่ ใหเกิดคุณลกั ษณะอันพึงประสงค มีความรักชาติ ศาสน กษัตริย รูจกั ตนเอง พึ่งตนเอง มีวินัย
ใฝเรียนรู ซือ่ สตั ยสุจรติ มคี ุณธรรมนำชวี ติ อยูอยางพอเพียงตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง สูจติ สาธารณะ มี
ความมงุ มน่ั ในการทำงาน เห็นคณุ คาของการทำงาน รูจกั คดิ วิเคราะห การทำงานกลุม มีจติ สาธารณะ เสยี สละ
เห็นแกประโยชนสวนรวม รักทองถ่ินประเทศชาติ เห็นคณุ คาและพัฒนาศิลปวัฒนธรรมสิ่งแวดลอม ศรัทธา
ในหลักธรรมของศาสนา
รหสั ตวั ชี้วัด ส 1.1 ม 1/6 ส 1.1 ม 1/7 ส 1.1 ม 1/8 ส1.1 ม1/11
ส 1.2 ม 1/3 ส 1.2 ม 1/4
82
ส 2.1 ม1/1 ส2.1 ม 1/2 ส2.1 ม1/3 ส 2.1 ม 1/4
ส 2.2 ม1/1 ส 2.2 ม1/2 ส 2.2 ม 1/3
ส 3.1 ม1/1 ส 3.1 ม1/2 ส 3.1 ม 1/3
ส 3.2 ม1/1 ส 3.2 ม1/2 ส 3.2 ม 1/3 ส 3.2 ม 1/4
รวม 20 ตัวชี้วัด
83
คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ส21104 ประวตั ิศาสตร 2 กลุมสาระการเรียนรูสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชัว่ โมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาความรูพื้นฐานทางประวัติศาสตร เรื่อง ทีต่ ้ังและความสำคัญของแหลงอารยธรรมในภมู ิภาค
เอเชียตะวันออกเฉียงใต อิทธิพลของอารยธรรมโบราณในดินแดนไทยที่มีตอพัฒนาการของสังคมไทยใน
ปจจุบัน สมัยกอนประวตั ิศาสตรในดินแดนไทยโดยสังเขป รฐั โบราณในดินแดนไทย รัฐไทยในดินแดนไทย
การสถาปนาอาณาจักรสุโขทัยและปจจัยที่เกี่ยวของ พัฒนาการของอาณาจักรสุโขทัยในดานการเมืองการ
ปกครอง เศรษฐกิจ สังคม และความสัมพันธระหวางประเทศ วัฒนธรรมสมัยสุโขทัย ภูมิปญญาไทยสมยั
สโุ ขทยั และความเสื่อมของอาณาจกั รสโุ ขทัย
โดยใชทักษะกระบวนการทางสังคมศึกษาดานการวิเคราะห การอธิบาย การเปรียบเทียบการใช
เหตุผล การแกปญหาเพื่อใหเกดิ ความคิด ความรู ความเขาใจ มีความสามารถในการสือ่ สาร คิดวิเคราะห
แกไขปญหาและอุปสรรคตางๆ สามารถใชทักษะชีวิตและทักษะทางเทคโนโลยี ปฏิบัติตนเปนประโยชน
สวนรวม และมีเจตคติทด่ี ีตอสงั คมศึกษา
เพื่อใหเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค เกดิ ความรูความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ การ
มุงมนั่ ในการทำงาน มคี วามรักชาติ ศาสน กษัตรยิ มวี นิ ยั ใฝเรียนรู ซอื่ สัตยสุจริต มีคณุ ธรรมนำชีวิต อยู
อยางพอเพยี งตามหลักเศรษฐกิจพอเพยี ง สูจติ สาธารณะสู เหน็ คุณคาการอนรุ กั ษความเปนไทย มีคุณธรรม
จริยธรรม และคานิยมทเี่ หมาะสมดำเนนิ ชวี ิตโดยใชหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหสั ตวั ชี้วัด
ส 4.3 ม.1/1 ม1/2 ม1/3
รวม 3 ตัวชีว้ ดั
84
คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน
พ21102 สุขศกึ ษา 2 กลุมสาระการเรียนรูสขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 1 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาเรื่อง การสงเสริมสุขภาพเขาใจหลักปฏิบัติในการสงเสริมสุขภาพ เพื่อนำไปสูการปฏบิ ัตใิ นการ
สงเสริมสุขภาพไดอยางถูกตอง ภาวะเสี่ยงทางสุขภาพเปนโอกาสที่บุคคล ครอบครัว ชุมชน จะเผชญิ กับความ
เสี่ยงทางสุขภาพที่มีความสัมพันธกับปจจัยทางครอบครวั สังคมและสง่ิ แวดลอม สารเสพติดใหทำเปนสิ่งที่เปน
พิษรายแรงทั้งตอบคุ คล ครอบครัว ชุมชน สงั คม และประเทศชาติ เพราะเม่ือบุคคลเสพสารเสพตดิ เขาไปเกดิ
การติดสาร และตองการเสพมากขึ้น ขาดการควบคุมตนเองเพราะฤทธิย์ า ทำใหเกิดพฤติกรรมตางๆตามมา
มากมาย จงึ ตองเรยี นรูเก่ียวกับพิษของสาระเสพติด เพื่อใหสามารถปองกันตนเองได ในปจจุบันความรุนแรง
เกิดขึ้นในครอบครัวและสังคมไทยอยางกวางขวางจนกลายเปนปญหาสังคมที่สำคัญ โดยเฉพาะความรุนแรง
เกิดขึ้นในครอบครัวและสังคมไทยอยางกวางขวาง โดยเฉพาะเด็กและสตรีหรอื วัยรุนอายุต่ำกวา 18 ป ถือเปน
การละเมิดสิทธิเด็กและขัดตอหลักมนุษยธรรมทำใหเกิดปญหาตางๆตามมากมาย และอุปสรรคในการพัฒนา
เด็ก ซ่งึ เปนทรพั ยากรมนุษยที่สำคญั ในการพฒั นาประเทศตอไป
วิเคราะหปจจัยที่มีผลกระทบตอการเจริญเติบโตและพัฒนาการตามวัยในดานตางๆ เห็นคุณคาของ
การปองกันโรคและการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิต การปรับตัวใหเขากับผูอื่นและการดำรงชีวิตมีทักษะ
การสรางและรกั ษาสัมพนั ธภาพกบั ผูอน่ื วิธปี ฏิบตั ิตนเพือ่ สขุ ภาพดี ศกึ ษาเพื่อใหมีความรู ความเขาใจ วิเคราะห
และเห็นคุณคา โดยใชทักษะและการปฏิบัติตนเพื่อนำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มีคุณธรรม จริยธรรม
ซื่อสตั ยสจุ รติ มีคานยิ มท่เี หมาะสมและดำเนินชวี ติ ตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
รหสั ตัวชี้วดั
พ 4.1ม.1/4
พ 5.1ม.1/1 พ 5.1ม.1/2 พ 5.1ม.1/3 พ 5.1ม.1/4
รวมทัง้ หมด 5 ตัวชี้วัด
85
คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
พ21104 พลศกึ ษา 2(กรีฑา) กลุมสาระการเรียนรูสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 1 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาเพื่อใหมีความรู ความเขาใจ เรื่องเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวรางกาย หลักการออกกำลังกาย การ
ทดสอบสมรรถภาพทางกาย ทักษะเบื้องตนกีฬากรีฑา การเลนเปนทีมปฏิบัติกิจกรรมดวยความสนุกสนาน
ปลอดภัย การออกกำลังกาย การพักผอน และนันทนาการ กฎ กติกา ในการเลนกีฬา วิธีการรุกและการ
ปองกันในการแขงขันกีฬา การควบคุมตนเอง การมีนำ้ ใจนักกีฬา การทำงานเปนทมี การวางแผนสมรรถภาพ
ทางกาย สมรรถภาพทางจิต การบริหารจติ เห็นคุณคาของการออกกำลังกาย การออกกำลังกายและการเลน
กีฬาปฏิบัติกิจกรรมดวยความสนุกสนานปลอดภัย ชื่นชมและเห็นคุณคาของการออกกำลังกาย เคารพ กฎ
กตกิ าการแขงขนั มีน้ำใจนกั กฬี า และใหความรวมมอื ในการทำงานเปนทีม ช่ืนชมและเหน็ คุณคาของการออก
กำลังกาย เคารพ กฎ กติกาการแขงขัน มีน้ำใจนักกีฬาและใหความรวมมอื ในการทำงานเปนทีมโดยใชทักษะ
และการปฏิบตั ติ นเพ่ือนำไปสูการใชในชวี ติ ประจำวัน มคี ุณธรรม จริยธรรม ซือ่ สัตยสุจริต มีคานิยมท่ีเหมาะสม
และดำเนนิ ชีวิตตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
รหัสตัวช้วี ดั
พ 3.1 ม.1/1 พ 3.1 ม.1/2 พ 3.1ม.1/3
พ 3.2 ม.1/1 พ 3.2 ม.1/2 พ 3.2 ม.1/3 พ 3.2 ม.1/4 พ 3.2 ม.1/5 พ 3.2 ม.1/6
พ 4.1 ม.1/4
รวมทัง้ หมด 10 ตัวชีว้ ดั
86
คำอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
ศ21102 ศลิ ปะ(นาฏศิลป) กลมุ สาระการเรยี นรูศิลปะ
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 1 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาประวัตคิ รดู านนาฏศิลป ประวัตินกั แสดงท่ีชื่นชอบ การพัฒนารปู แบบของการแสดง อิทธิพล
ของนกั แสดงท่ีมตี อผชู ม การปฏบิ ัตขิ องผูแสดงและผูชม
ฝกปฏิบัตินาฏยศัพทหรือศัพททางการละครในการแสดงภาษาทา และการตีบท ทาทางการ
เคลื่อนไหวทีแ่ สดงสื่อทางอารมณ ระบำเบ็ดเตล็ด รำวงมาตรฐาน จัดการแสดงตามบทบาทและหนาที่ของ
ฝายตาง ๆ ในการจัดการแสดง
โดยกระบวนการเรียนรู ความรูความเขาใจ กระบวนการสืบเสาะหาความรู กระบวนการนำเสนอ
กระบวนการคิดวิเคราะห กระบวนการกลุม กระบวนการปฏบิ ตั ิ
เพ่ือใหเกิดความรูความเขาใจ ความสัมพันธระหวางนาฏศิลป ประวตั ิศาสตรและวัฒนธรรม เห็น
คณุ คาของนาฏศลิ ปทีเ่ ปนมรดกทางวฒั นธรรมภูมิปญญาทองถน่ิ ภูมปิ ญญาไทยและสากล
แสดงออกทางนาฏศิลปอยางสรางสรรค วิเคราะหวิพากษวิจารณ คุณคานาฏศิลป ถายทอดความรูสึก
ความคดิ อยางอิสระ ชนื่ ชมและประยุกตใชในชีวิตประจำวนั
มาตรฐาน ศ 3.1 ตัวช้วี ัด ม.1/1, ม.1/2,ม. 1/3,ม.1/4,ม.1/5
ศ 3.2 ตวั ชว้ี ดั ม.2/1,ม.2/2
รวมทง้ั หมด 7 ตัวชวี้ ัด
87
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
ศ21202 ศลิ ปสรางสรรค 2 กลุมสาระการเรียนรูศลิ ปะ
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 20 ชัว่ โมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาการสรางสรรคงานทัศนศิลปโดยคิดสรางภาพในจิตใจกอนที่จะสรางสรรคออกมาเปนผลงาน
ศิลปะโดยมีพื้นฐาน มาจากการไดสัมผัส รับรูธรรมชาติและสภาพแวดลอมจนเกิดแรงบันดาลใจในการ
สรางสรรคงานศิลปะ การคิดริเริ่มในสิ่งท่ีแปลกใหม เพื่อสนองความตองการของตนเองและสังคม ดังนั้น การ
ริเริ่มสรางสรรคจึงเปนการกระทำใหกาวหนาแปลกจากเดิม ดีขึ้น งดงามยิ่งขึ้น หรือมีคุณคายิ่งขึ้น เพื่อให
นกั เรยี นมีความรูความเขาใจ และมีทกั ษะพืน้ ฐานในการสรางสรรคงานทัศนศลิ ป ลกั ษณะของงานจิตรกรรม
และงานทัศนศิลปประเภทอื่นๆ ประยุกตการใชวัสดุอุปกรณใหเหมาะสมกับเรื่องราว โดยการ
ออกแบบ ตลอดจนการเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงคในเรื่องการใฝเรียนรู มุงมัน่ ในการทำงาน จิตสาธารณะ
มวี ินัย รักความเปนไทย การมคี วามคดิ รเิ รม่ิ สรางสรรค และมคี วามภูมิใจดานงานศลิ ปะ
ผลการเรียนรูท่คี าดหวัง
1. อธิบายถงึ ประโยชนของการสรางสรรคงานทัศนศิลปชนิดตางๆ ได
2. อธิบายหลักวธิ ีการใชวสั ดอุ ปุ กรณอยางสรางสรรค
3. สามารถสรางสรรคงานทศั นศิลป
4. สามารถนำความรูเกย่ี วกบั การสรางสรรคงานทัศนศิลปพน้ื ฐานไปใชใหเกิดประโยชนได
5. สามารถวิจารณและบรรยายงานศิลปสรรคสรรคได
รวมทัง้ หมด 5 ตัวชว้ี ดั
88
คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ง21102 การงานอาชพี 2 กลุมสาระการเรยี นรูการงานอาชีพ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศกึ ษาบทบาท ความสำคัญ นิยาม ลกั ษณะและผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ ขอมลู และ
สารสนเทศ ระบบสารสนเทศ การจดั การสารสนเทศ พัฒนาการของคอมพิวเตอร ความหมายคอมพวิ เตอร
ลกั ษณะของคอมพิวเตอรขอมลู ขาวสารของระบบคอมพวิ เตอรฮารดแวรซอฟตแวรบคุ ลากรดานคอมพิวเตอร
ขอมูลขาวสารและการจัดการเครือขายคอมพิวเตอรเทคโนโลยกี ารสื่อสารขอมูลผลกระทบของเทคโนโลยี
สารสนเทศ และระบบปฏบิ ัติการ
โดยใชกระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการส่ือสาร กระบวนการวางแผนการจดั การ กระบวนการคิด
วเิ คราะห กระบวนการแกปญหา และกระบวนการสบื คน
เพอื่ การใชคอมพิวเตอร ในการการจดั การขอมลู การตดิ ตอกับระบบเครอื ขาย การสบื คนขอมูล และ
ประยุกตใชเทคโนโลยีสารสนเทศไดอยางสรางสรรค มที กั ษะในการใชเทคโนโลยีในการทำงาน มีนสิ ยั รกั การ
ทำงาน ตลอดจนมคี ุณธรรมและจริยธรรมในการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ
โดยมีคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค คือ ขยัน ประหยัด อดทน ซอ่ื สตั ย สจุ ริต มวี ินยั ใฝเรียนรู
อยูอยางพอเพยี ง รับผิดชอบ มุงมัน่ ในการทำงาน ทำงานเปนขน้ั ตอน เปนระบบ บรรลุเปาหมาย ปลอดภยั
มคี วามคิดสรางสรรคใชทรพั ยากรในการทำงานอยางคุมคาและอนุรกั ษสิ่งแวดลอมตามหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง
ตัวช้ีวัด
ง 1.1 ม. 1/1, 1/2, 1/3
ง 2.1 ม. 1/1, 1/2, 1/3
รวม 6 ตัวช้วี ัด
89
คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
อ21102 ภาษาอังกฤษ 2 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาประโยคคำสง่ั คำขอรองคำแนะนำและคำชีแ้ จงงายๆ อานออกเสียงขอความไดถูกตองตาม
หลกั การอาน อานนทิ านและบทรอยกรองสั้นๆ เลือกระบุประโยกและขอความสมั พนั ธกับสอ่ื ทไี่ มใชความ
เรยี งจับใจความสำคัญจากเร่อื งทีฟ่ งและอาน สนทนา แลกเปลย่ี นขอมลู เกี่ยวกบั ตนเอง กิจกรรมและ
สถานการณตางๆพูดและเขียนแสดงความตองการ ขอความชวยเหลอื ตอบรับและแสดงความปฏิเสธ กิจกรรม
ตางๆใกลตัว พดู บรรยายเกีย่ วกบั ตนเอง กจิ วัตรประจำวัน ประสบการณ สง่ิ แวดลอมใกลตัว สรปุ
วเิ คราะห เร่ืองท่ีอยูในความสนใจของสังคม ใชภาษา น้ำเสยี ง และกริยาทาทางตามมารยาททางสังคมและ
วฒั นธรรมของเจาของภาษา เขารวมหรอื จดั กจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมเกยี่ วกับเทศกาล วนั สำคญั
ชวี ิตความเปนอยูประเพณขี องเจาของภาษาบอกความเหมอื นและความแตกตางเร่อื งการออกเสยี ง ประโยค
ชนดิ ตางๆ การใชเคร่อื งหมายวรรคตอน การลำดับคำตามโครงสรางประโยคของเจาของภาษาองั กฤษกับ
ภาษาไทยและเปรยี บเทยี บเทศการวันสำคัญ และชีวติ ความเปนอยูของเจาของภาษากับของไทย คนควา
รวบรวมสรปุ ขอมลู ขอเท็จจรงิ ที่เก่ียวของกับกลมุ สาระการเรียนรูอน่ื จากแหลงเรียนรแู ละนำเสนอดวยการพดู
การเขียน ใชภาษาส่ือสารในสถานการณจรงิ สถานการณจำลองทเ่ี กดิ ขึ้นในหองเรียนและสถานศึกษา
รวมถงึ ศึกษาแนวคดิ การปฏิบัติตนตามหลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง การวางแผนการดำเนนิ ชีวิตเพือ่ ใหเกดิ
ความรู ความเขาใจ การเหน็ คณุ คาของทรพั ยากรใชอยางคุมคาและสำรวจสภาพปญหาสิ่งแวดลอมท่ี
เกิดขน้ึ ในชุมชนและมีสวนในการแกไขปญหา
โดยใชกระบวนการทางภาษา การสื่อสาร การสบื เสาะหาความรู การสืบคนขอมลู การฝกปฏิบัติ
ตามสถานการณตางๆเพือ่ ใหเกิดความรู ความคดิ ความเขาใจ สามารถนำเสนอ ส่ือสาร เหน็ คุณคา นำ
ความรูไปใชประโยชนมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรมยึดหลกั สุจรติ และคานิยมทเ่ี หมาะสม
รหัสตัวชี้วัด
ต1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4
ต1.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4 , ม.1/5
ต1.3 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ต2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3
ต2.2 ม.1/1, ม.1/2
ต3.1 ม.1/1 ต4.1 ม.1/1
ต4.2 ม.1/1
รวมทั้งหมด20 ตัวช้ีวัด
ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 2
90
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ท22101 ภาษาไทย 3 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
อานออกเสียงรอยแกวและรอยกรองเปนทำนองเสนาะไดถูกตอง จบั ใจความสำคญั และรายละเอียด
จากเรอ่ื งท่อี าน เขยี นผงั ความคดิ เพ่ือแสดงความเขาใจในเรอ่ื งที่อาน อภปิ ราย แสดงความคิดเหน็ และขอ
โตแยงเกย่ี วกบั เรื่องท่ีอาน วิเคราะหและจำแนกขอเท็จจริง ขอมูลสนบั สนุนและขอคิดเห็นจากเรื่องท่ีอาน
ระบุขอสงั เกตการชวนเช่อื การโนมนาวหรอื ความสมเหตสุ มผลของงานเขยี น เลอื กอานหนังสอื ส่งิ พมิ พทด่ี ี
และมมี ารยาทในการอาน เขียนสื่อสารดวยลายมอื ทอี่ านงายชัดเจน ใชถอยคำไดถูกตองเหมาะสมกบั ระดบั
ภาษา เขียนบรรยายและพรรณนา เขียนเรียงความ เขยี นยอความ เขยี นรายงานการศกึ ษาคนควาอยางเปน
ระบบ เขียนจดหมายกิจธรุ ะ เขยี นวิเคราะห วิจารณและแสดงความคิดเหน็ จากเร่อื งท่อี านอยางมเี หตุผล และ
มีมารยาทในการเขยี น พดู สรปุ เรอ่ื งที่ไดฟงไดดู พดู วเิ คราะหขอเท็จจรงิ ขอคิดเห็นและความนาเชอื่ ถือของ
ขาวสารจากสือ่ ตาง ๆ วิเคราะห วจิ ารณเร่ืองท่ีฟงและดูอยางมเี หตผุ ลเพื่อนำขอคิดมาประยุกตใชในการดำเนนิ
ชีวิต พูดในโอกาสตาง ๆไดตรงตามวตั ถปุ ระสงค พดู รายงานเรื่องหรอื ประเด็นทีไ่ ดจากการศึกษาคนควา มี
มารยาทในการฟง การดูและการพูด สรางคำสมาส วเิ คราะหโครงสรางประโยคในภาษาไทย แตงบทรอย
กรองประเภทกลอนสภุ าพ ใชคำราชาศพั ทใหถูกตองเหมาะสม รวบรวมและอธิบายความหมายของคำทม่ี า
จากภาษาตางประเทศ สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมในระดับท่ียากขึน้ รวมทง้ั วิเคราะห วิจารณ
อธิบายคณุ คาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อาน สรุปความรูและขอคดิ ท่ไี ดจากการอานเพ่ือประยุกตใชในชวี ติ
จริง ทองจำบทอาขยานหรอื บทรอยกรองท่ีมีคุณคาตามท่ีกำหนดใหและตามความสนใจ
โดยใชกระบวนการฝกตามแบบ อธิบาย อภปิ ราย แสดงความคดิ เห็น เปรียบเทยี บ คิดวิเคราะห
ฝกปฏิบตั ิ สืบเสาะหาความรูดวยตนเอง
เพ่อื ใหเกดิ ความรู ความคดิ ความเขาใจในภาษาไทย มวี นิ ัย ใฝเรยี นรู มุงมัน่ ในการทำงาน มจี ติ สา
ธรณะ เห็นคณุ คา มีความรัก มีความหวงแหนภาษาไทย รักความเปนไทย และนำไปประยกุ ตใชในชวี ิตจรงิ
ไดอยางมีคุณธรรม จริยธรรม และคานยิ มท่ีเหมาะสม
รหัสตวั ช้ีวัด ท 2.1 ม.2/1,2/4,2/6,2/7
ท 4.1 ม.2/1, 2/5
ท 1.1 ม.2/1,2/2,2/3,2/4
ท 3.1 ม.2/1,2/4
ท 5.1 ม.2/1,2/5
รวม 14 ตวั ช้ีวดั
91
คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
ค22101 คณติ ศาสตรพ้นื ฐาน 3 กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
เพ่ือพัฒนาศกั ยภาพของผูเรียน ใหมีความรู ความเขาใจ ฝกทกั ษะการคิดคำนวณ การแกโจทย
ปญหา และสามารถนำความรูนั้นไปประยุกตไดในเน้ือหาเกย่ี วกบั
จำนวนตรรกยะจำนวนเตม็ สมบตั ขิ องงจำนวนเตม็ ทศนิยมและเศษสวน จำนวนตรรกยะและสมบัติ
ของจำนวนตรรกยะ เลขยกกำลงั ทมี่ ีเลขชกี้ ำลังเปนจำนวนเต็มบวก การนำความรูเกยี่ วกับจำนวนเต็ม
จำนวนตรรกยะ และเลขยกกำลังไปใชในการแกปญหา
การสรางทางเรขาคณิต การสรางรูปเรขาคณิตโดยใชวงเวยี นและเสนตรง การสรางรปู เรขาคณติ อยาง
งายโดยการใชการสรางพืน้ ฐาน การสำรวจสมบตั ทิ างเรขาคณติ โดยจดั ประสบการณกจิ กรรม
เสนขนาน สมบตั ขิ องเสนขนาดในการใหเหตผุ ลและการแกปญหา
พืน้ ท่ีผวิ และปริมาตรมีความรคู วามเขาใจในเรอื่ งพน้ื ที่ผิวและปริมาตรของปริซึมทรงกระบอกพีระมิด
กรวยและทรงกลมและใชความรคู วามเขาใจนใี้ นการแกปญหาในชีวิตจริง
การแปลงทางเรขาคณิต การเล่ือนขนาน การสะทอน การหมนุ และการนำไปใช
ความเทากนั ทกุ ประการ ความเทากนั ทุกประการของรปู สามเหลย่ี มสองรปู
โดยจดั ประสบการณหรือสรางสถานการณในชวี ติ ประจำวันทีใ่ กลตวั ใหผูเรยี นไดศึกษาคนควา โดย
การปฏิบัตจิ ริง ทดลอง สรปุ รายงาน เพ่ือพัฒนาทกั ษะ/กระบวนการในการคดิ คำนวณ แกปญหา การให
เหตผุ ล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร และนำประสบการณดานความรู ความคดิ ทกั ษะกระบวนการท่ี
ไดไปใชในการเรยี นรูสงิ่ ตางๆ และใชในชีวติ ประจำวันอยางสรางสรรค รวมทงั้ เห็นคุณคาและเจตคติท่ีดีตอ
คณิตศาสตร สามารถทำงานอยางมรี ะบบระเบยี บ มีความรอบครอบ มีความรบั ผิดชอบ มวี ิจารณญาณ และ
มคี วามเชือ่ มั่นในตนเอง
การวดั ผลและประเมินผล ใชวิธกี ารท่หี ลากหลายตามสภาพความเปนจริงใหสอดคลองกบั เนอ้ื หา และ
ทกั ษะที่ตองการวัด
รหสั ตวั ชี้วดั
ค 1.1 ม 2/1 , 2/2
ค 2.1 ม 2/1 , 2/2,
ค 2.2 ม 2/1, , 2/2 , 2/3 ,2/4 , 2/5
รวมท้ังหมด 9 ตวั ชีว้ ัด
92
คำอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ว22101 วทิ ยาศาสตร 3 กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ช่วั โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาเก่ยี วกับระบบรา งกายมนุษย ระบบหายใจ โครงสรา งและหนาท่ีของอวยั วะในระบบหายใจ การ
หายใจ การดูแลรักษาอวัยวะในระบบหายใจ ระบบขับถาย โครงสรางและหนาที่ของอวัยวะในระบบขับถาย
กลไกการกําจัดของเสยี การดูแลรกั ษาอวัยวะในระบบขับถา ย ระบบหมุนเวียนเลือด โครงสรางและหนา ท่ีของ
อวัยวะในระบบหมุนเวยี นเลือด การทํางานของระบบหมนุ เวยี นเลือด การดแู ลรกั ษาอวัยวะในระบบหมุนเวียน
เลอื ด ระบบประสาทโครงสรางและหนาท่ขี องอวัยวะในระบบประสาท การทาํ งานของระบบประสาท การดูแล
รักษาอวัยวะในระบบประสาท ระบบสืบพันธุ โครงสรางและหนาที่ของอวัยวะในระบบสืบพันธุเพศชายและ
เพศหญิง ฮอรโ มนเพศ การปฏสิ นธิและการตั้งครรภ การคมุ กําเนดิ ศึกษาเกีย่ วกับการแยกสารผสม การระเหย
แหง การตกผลึก การกลน่ั โครมาโทกราฟแบบกระดาษ การสกัดดว ยตัวทาํ ละลาย การนาํ วิธีการแยกสารไปใช
แกปญหาในชีวิตประจําวัน โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคน
ขอมูล การสังเกต การวิเคราะห การทดลอง การอภิปราย การอธิบาย และการสรุป เพื่อใหเกิดความรู
ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ ส่ือสารสิ่งทีเ่ รียนรูและนําความรูไ ปใชใ นชีวิตของตนเอง
ดูแลรักษาสิง่ มีชีวิตอื่น เฝาระวังและพัฒนาสิง่ แวดลอมอยางยัง่ ยืน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และ
คานิยม สามารถทํางานรวมกบั ผูอ่ืนไดแ ละเห็นประโยชนการดํารงชวี ิตตามปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหัสตวั ชี้วัด
ว 1.2 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9, ม.2/10, ม.2/11, ม.
2/12,
ม.2/13, ม.2/14, ม.2/15, ม.2/16, ม.2/17
ว 2.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6
รวมทั้งหมด 23 ตวั ช้ีวดั
93
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
ว22201 วิทยาการคำนวณ 2 กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาการออกแบบอัลกอริทึมท่ใี ชแนวคดิ เชิงคำนวณในการแกปญหา หรอื การทางานที่พบในชีวิตจริง
การออกแบบและเขยี นโปรแกรมที่ใชตรรกะและฟงกชนั ในการแกปญหา การเขียนโปรแกรมโดยใชซอฟตแวร
Scratch, python, java และ cอภิปรายองคประกอบและหลักการทางานของระบบคอมพิวเตอรและ
เทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อประยุกตใชงานหรือแกปญหาเบื้องตน ตลอดจนใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยาง
ปลอดภยั มีความรบั ผดิ ชอบ สรางและแสดงสทิ ธใิ นการเผยแพรผลงาน
โดยอาศยั กระบวนการเรยี นรูโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem-based Learning) และการเรียนรูแบบ
ใชโครงงานเปนฐาน (Project-based Learning) เพื่อเนนใหผูเรียนไดลงมือปฏิบัติ ฝกทักษะการคิด เผชิญ
สถานการณการแกปญหา วางแผนการเรยี นรู ตรวจสอบการเรียนรู และนาเสนอผานการทากิจกรรมโครงงาน
เพื่อใหเกิดทักษะ ความรู ความเขาใจ และทักษะในการวิเคราะหโจทยปญหา จนสามารถนาเอาแนวคิดเชิง
คานวณมาประยุกตใชในการสรางโครงงานได
เพ่ือใหผูเรยี นมีความรู ความเขาใจ การนาขอมลู ปฐมภูมิเขาสูระบบคอมพิวเตอร วิเคราะห ประเมิน
นาเสนอขอมลู และสารสนเทศไดตามวัตถุประสงค ใชทกั ษะการคิดเชิงคานวณในการแกปญหาทพี่ บในชีวิตจริง
และเขยี นโปรแกรมอยางงาย เพื่อชวยในการแกปญหา ใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารอยางรูเทาทัน
และรับผิดชอบตอสังคม ตลอดจนนาความรูความเขาใจในวิชาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีไปใชใหเกิด
ประโยชนตอสังคมและการดารงชีวติ จนสามารถพฒั นากระบวนการคิดและจินตนาการมีความสามารถในการ
แกปญหาและมีทักษะในการสื่อสาร มีความสามารถในการตัดสินใจ และเปนผูที่มจี ิตวิทยาศาสตรมีคุณธรรม
จรยิ ธรรม และคานิยมในการใชวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีอยางสรางสรรค
ตัวชีวัด
มาตรฐาน ว 4.2 เขาใจและใชแนวคิดเชิงคำนวณในการแกปญหาทีพ่ บในชีวิตจริงอยางเปนขั้นตอน
และเปนระบบ ใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู การทำงาน และการแกปญหาไดอยางมี
ประสทิ ธิภาพ รูเทาทนั และมีจรยิ ธรรม
ม.2/1 ออกแบบอัลกอริทึมทใ่ี ชแนวคดิ เชิงคำนวณในการแกปญหา หรือการทางานที่พบในชวี ติ จริง
ม.2/2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมท่ีใชตรรกะ และฟงกชันในการแกปญหา
ม.2/3 อภิปรายองคประกอบและหลักการทางานของระบบคอมพิวเตอรและเทคโนโลยีการสอ่ื สาร เพ่ือ
ประยุกตใชงานหรือแกปญหาเบอื้ งตน
ม.2/4 ใชเทคโนโลยสี ารสนเทศอยางปลอดภยั มคี วามรบั ผิดชอบ สรางและแสดงสทิ ธใิ นการเผยแพร
ผลงาน
รวม 4 ตัวชีว้ ัด
94
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
I22201 ศกึ ษาคนควา สรางองคความรู 2 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาวิเคราะห กระบวนการจัดทาโครงงานวิทยาศาสตร การรวบรวมและวิเคราะหขอมูลการเขยี น
รายงานและการนาเสนอโครงงานวิทยาศาสตร โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู
การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบคนขอมูลอภิปรายและสรุป เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ สือ่ สารส่ิงทีเ่ รียนรูและนำความรูไปใชในชีวิตของตนเอง ดูแลรักษาส่ิงมีชีวิตอ่ืน
เฝาระวังและพัฒนา สง่ิ แวดลอมอยางยัง่ ยนื มจี ติ วิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยม สามารถทำงาน
รวมกบั ผูอ่นื ไดและเห็นประโยชนการดำรงชวี ิตตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรียนรู
1. ลงมอื จัดทำโครงงานวิทยาศาสตรตามขนั้ ตอนที่วางแผนไวได
2. รวบรวมและวิเคราะหขอมูลจากการทำโครงงานวทิ ยาศาสตรไดถูกตอง
3. เขียนรายงานเสนอผลงานโครงงานวิทยาศาสตรไดถกู ตอง
4. นำเสนอผลงานของโครงงานวทิ ยาศาสตรได
รวมทั้งหมด 4 ผลการเรียนรู