The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Wanpen Rattanajaroen, 2022-06-14 00:43:44

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวรราชาทินัดดามาตุวิทยา

ปีการศึกษา 2565

193

คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม

ว31201 ฟสกิ ส 1 กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 80 ชัว่ โมง จำนวน 2.0 หนวยกิต

**********************************************************************************

ศึกษา คนควา อธิบาย อภิปราย ทดลอง คำนวณและวเิ คราะห ความรูทางฟสกิ ส ประวตั ิความเปนมา

รวมทั้งพัฒนาการของหลักการและแนวคิดทางฟสิกสที่มีผลตอการแสวงหาความรูใหมและการพัฒนา

เทคโนโลยี การวดั และการรายงานผลการวัดปรมิ าณทางฟสิกสไดถูกตองเหมาะสม โดยนำความคลาดเคล่ือน

ในการวดั มาพจิ ารณาในการนำเสนอผล รวมทัง้ แสดงผลการทดลองในรปู ของกราฟ แปลความหมายจากกราฟ

เสนตรง ความสัมพันธระหวางตำแหนง การกระจัด ความเร็ว และความเรงของการ เคลื่อนที่ของวัตถุในแนว

ตรงท่ีมคี วามเรงคงตวั จากกราฟและสมการการหาคาความเรงโนมถวงของโลก การหาแรงลพั ธของแรงสองแรง

ที่ทำมุมตอกัน เขียนแผนภาพของแรงที่กระทำตอวัตถุอิสระ กฎการเคลื่อนที่ของนิวตันและการใชกฎการ

เคล่อื นทีข่ องนวิ ตนั กับสภาพการเคล่ือนที่ของวัตถุ กฎความโนมถวงสากลและผลของสนามโนมถวงที่ทำใหวัตถุ
มีน้ำหนัก แรงเสียดทานระหวางผิวสัมผัสของวัตถุคูหนึ่งๆ ในกรณีที่วัตถุหยุดนิ่งและวัตถุเคลื่อนท่ี การหา

สัมประสิทธิ์ความเสียดทานระหวางผิวสัมผัสของวัตถุคูหนึ่งๆ และนำความรูเรื่องแรงเสียดทานไปใชใน

ชีวิตประจำวนั โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบคน

ขอมลู อภิปรายและสรุป เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งท่ี

เรยี นรแู ละนำความรไู ปใชในชวี ิตของตนเอง ดูแลรักษาสิ่งมชี ีวติ อ่นื เฝาระวงั และพัฒนา สิ่งแวดลอมอยางย่ังยืน

มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยม สามารถทำงานรวมกับผูอื่นไดและเห็นประโยชนการ
ดำรงชวี ิตตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

ผลการเรียนรู

1. สืบคน และอธิบายการคนหาความรทู างฟสิกส ประวตั คิ วามเปนมารวมทง้ั พัฒนาการของหลกั การและ

แนวคดิ ทางฟสิกสทมี่ ผี ลตอการแสวงหาความรูใหมและการพัฒนาเทคโนโลยี

2. วัด และรายงานผลการวัดปรมิ าณทางฟสิกสไดถูกตองเหมาะสม โดยนำความคลาดเคลื่อนในการวัด

มาพิจารณาในการนำเสนอผล รวมทั้งแสดงผลการทดลองในรูปของกราฟ วิเคราะหและแปล
ความหมายจากกราฟเสนตรง

3. ทดลอง และอธิบายความสัมพันธระหวางตำแหนง การกระจัด ความเร็ว และความเรงของการ

เคล่ือนท่ีของวตั ถใุ นแนวตรงท่ีมีความเรงคงตัวจากกราฟและสมการ รวมทงั้ ทดลองหาคาความเรงโนม

ถวงของโลก และคำนวณปริมาณตางๆ ทเ่ี ก่ียวของ

4. ทดลอง และอธิบายการหาแรงลัพธของแรงสองแรงท่ที ำมุมตอกนั

5. เขียนแผนภาพของแรงที่กระทำตอวัตถุอิสระ ทดลอง และอธิบายกฎการเคลื่อนที่ของนวิ ตันและการ
ใชกฎการเคลือ่ นที่ของนิวตนั กบั สภาพการเคลือ่ นท่ีของวตั ถุ รวมทงั้ คำนวณปรมิ าณตางๆ ทเี่ กีย่ วของ

6. อธิบายกฎความโนมถวงสากลและผลของสนามโนมถวงทีท่ ำใหวัตถมุ ีน้ำหนัก รวมทั้งคำนวณปริมาณ

ตางๆ ท่ีเกีย่ วของ

194

7. วิเคราะห อธิบาย และคำนวณแรงเสียดทานระหวางผิวสัมผัสของวัตถุคูหนึ่ง ๆ ในกรณีที่วตั ถุหยุดน่งิ
และวัตถเุ คลอื่ นท่ี รวมท้งั ทดลองหาสมั ประสทิ ธิ์ความเสียดทานระหวางผวิ สมั ผสั ของวตั ถุคูหน่ึงๆ และ
นำความรูเรื่องแรงเสยี ดทานไปใชในชวี ติ ประจำวัน

รวมทั้งหมด 7 ผลการเรยี นรู

195

คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เติม

ว31202 เคมี 1 กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต

**********************************************************************************

ศึกษาวิเคราะห ศึกษาวิเคราะห สำรวจตรวจสอบ อธิบาย สืบคนขอมูล อภิปราย สังเกต นำเสนอ

เปรียบเทียบ และทดลอง แบบจำลองอะตอมของดอลตัน แบบจำลองอะตอมของทอมสัน แบบจำลอง

อะตอมของรัทเทอรฟอรด อนุภาคมูลฐานของอะตอม เลขอะตอม เลขมวล และไอโซโทป คลื่นและสมบัติของ

คลน่ื แสง สเปกตรมั สเปกตรัมของธาตุและสารประกอบ แบบจำลองอะตอมแบบกลุมหมอก การจดั อเิ ลก็ ตรอน

ในอะตอม วิวฒั นาการของการสรางตารางธาตุ สมบตั ิของธาตุตามหมูและตามคาบ ขนาดอะตอม รศั มีไอออน

พลังงานไอออไนเซซัน อิเล็กโทรเนกาติวิตี สัมพรรคภาพอิเล็กตรอน จุดหลอมเหลวและจุดเดือด เลข

ออกซเิ ดชัน พันธะเคมี พันธะไอออนกิ การเกิดพันธะไอออนิก โครงสรางของสารประกอบไอออนกิ การเขียน

สูตรและเรียกชื่อสารประกอบไอออนิก พลังงานกับการเกิดสารประกอบไอออนิก สมบัติสารประกอบไออนิก
ปฏิกิริยาของสารประกอบไอออนิก พันธะโคเวเลนต การเกิดพันธะโคเวเลนต ชนิดของพันธะโคเวเลนต

โมเลกุลที่ไมเปนไปตามกฎออกเตต การเขียนสูตรและเรียกชื่อสารโคเวเลนต ความยาวพันธะ และพลังงาน

พันธะ แนวคิดเกี่ยวกับ เรโซแนนซ รูปรางโมเลกุล สภาพขั้วของโมเลกุลโคเวเลนต แรงยึดเหนี่ยวระหวาง

โมเลกุลโคเวเลนต สารโครงผลึกรางตาขาย พันธะโลหะ สมบัติของโลหะ โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร

การสืบเสาะหาความรู การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบคนขอมูลอภิปรายและสรุป เพื่อใหเกิดความรู ความคิด

ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ ส่อื สารสงิ่ ท่เี รยี นรูและนำความรูไปใชในชวี ิตของตนเอง ดูแลรักษา
สิ่งมีชีวิตอื่น เฝาระวงั และพัฒนา สิ่งแวดลอมอยางยั่งยืน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยม

สามารถทำงานรวมกับผูอ่นื ไดและเห็นประโยชนการดำรงชีวติ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

ผลการเรียนรู
1. สบื คนขอมูลสมมตฐิ าน การทดลอง หรอื ผลการทดลองทเ่ี ปนประจกั ษพยานในการเสนอแบบจำลอง
อะตอมของนักวิทยาศาสตร และอธิบายววิ ัฒนาการของแบบจำลองอะตอม

2. เขียนสัญลักษณนิวเคลียรของธาตุ และระบจุ ำนวนโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอนของอะตอม
จากสญั ลักษณนวิ เคลยี ร รวมทงั้ บอกความหมายของไอโซโทป

3. อธิบาย และเขียนการจัดเรยี งอเิ ลก็ ตรอน ในระดบั พลังงานหลกั และระดับพลังงานยอยเมอ่ื ทราบ
เลขอะตอมของธาตุ

4. ระบหุ มู คาบ ความเปนโลหะ อโลหะ และก่ึงโลหะ ของธาตุเรพรีเซนเททฟี และธาตุ แทรนซชิ นั ใน
ตารางธาตุ

5. วเิ คราะห และบอกแนวโนมสมบัติของธาตเุ รพรเี ซนเททฟี ตามหมูและตามคาบ
6. บอกสมบัตขิ องธาตุโลหะแทรนซชิ ัน และเปรยี บเทยี บสมบัตกิ ับธาตโุ ลหะในกลุมธาตเุ รพรเี ซนเททีฟ

7. อธบิ ายสมบัติ และคำนวณครึ่งชีวิตของไอโซโทปกัมมันตรงั สี
8. สบื คนขอมูล และยกตวั อยางการนำธาตุ มาใชประโยชน รวมทง้ั ผลกระทบตอสิง่ มีชีวติ และ

196

สิง่ แวดลอม
9. อธิบายการเกิดไอออนและการเกิดพันธะ ไอออนิก โดยใชแผนภาพหรอื สญั ลกั ษณแบบจุดของลวิ อิส

10. เขยี นสูตร และเรยี กชอื่ สารประกอบไอออนิก
11. คำนวณพลงั งานท่เี ก่ยี วของกับปฏิกริ ิยาการเกดิ สารประกอบไอออนิกจากวฏั จกั ร บอรน-ฮาเบอร
12. อธบิ ายสมบตั ขิ องสารประกอบไอออนิก
13. ขยี นสมการไอออนิกและสมการไอออนกิ สุทธิของปฏิกิริยาของสารประกอบไอออนกิ
14. อธิบายการเกิดพนั ธะโคเวเลนตแบบพนั ธะเด่ยี ว พนั ธะคู และพันธะสาม ดวยโครงสรางลวิ อิส
15. เขียนสตู ร และเรียกชือ่ สารโคเวเลนต
16. วิเคราะห และเปรยี บเทียบความยาวพันธะและพลงั งานพันธะในสารโคเวเลนต รวมทัง้ คำนวณ

พลังงานท่ีเกย่ี วของกบั ปฏิกิริยาของสารโคเวเลนตจากพลังงานพนั ธะ
17. คาดคะเนรปู รางโมเลกลุ โคเวเลนต โดยใชทฤษฎีการผลักระหวางคอู ิเล็กตรอนในวงเวเลนซ และระบุ

สภาพขว้ั ของโมเลกุลโคเวเลนต
18. ระบุชนดิ ของแรงยดึ เหนี่ยวระหวางโมเลกลุ โคเวเลนต และเปรยี บเทียบจุดหลอมเหลว จุดเดือด และ

การละลายน้ำของสารโคเวเลนต
19. สบื คนขอมูล และอธิบายสมบตั ิของสารโคเวเลนตโครงรางตาขายชนดิ ตาง ๆ
20. อธิบายการเกิดพันธะโลหะและสมบตั ิของโลหะ
21. เปรียบเทียบสมบตั ิบางประการของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต และโลหะ สบื คนขอมลู

และนำเสนอตัวอยางการใชประโยชนของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต และโลหะ ไดอยาง
เหมาะสม

รวมท้ังหมด 21 ผลการเรยี นรู

197

คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ

ว31203 ชีววทิ ยา 1 กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ช่วั โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต

**********************************************************************************

ศึกษาเก่ยี วกับธรรมชาติของสิ่งมชี ีวิต ลกั ษณะเฉพาะของส่ิงมชี ีวติ แขนงวิชาท่เี กีย่ วขอ งกบั

ชวี วิทยาและการใชค วามรทู างชวี วิทยาที่เปน ประโยชนต อ มนษุ ยและสงิ่ แวดลอม ชวี วิทยากบั การดาํ รงชีวติ ของ

สิ่งมีชวี ิต ความตระหนกั ในเรื่องของชวี จรยิ ธรรม การศกึ ษาชีววิทยาโดยใชว ิธที างวทิ ยาศาสตร รวมทั้ง

การศกึ ษาการทาํ งานของนกั วิทยาศาสตร และนาํ ความรูเกี่ยวกบั ชวี วิทยามาประยกุ ตใชใ นชวี ิตประจําวันโดยใช

กจิ กรรมสะเตม็ ศึกษาและการออกแบบเชิงวิศวกรรมถายทอดความรู ศึกษาโครงสรา งและหนาท่ขี องสารเคมที ่ี

เปนองคป ระกอบในเซลลของส่งิ มชี วี ิต และปฏกิ ริ ิยาเคมีในเซลลส ่งิ มชี วี ิต ศกึ ษาสวนประกอบของกลอง

จุลทรรศนใ ชแ สง หลกั การทํางาน วธิ กี ารใช รวมทง้ั การดแู ลและเก็บรักษา ศึกษาโครงสรา งและหนาทขี่ อง

สวนทีห่ อ หุมเซลล ไซโทพลาซมึ และนิวเคลียส การลําเลยี งสารเขา ออก การหายใจระดับเซลลซ ึ่งเปน กระบวน

การทเี่ ซลลสรางพลงั งานจากการสลายอาหารสาํ หรบั นาํ ไปใชในกจิ กรรมตางๆของเซลล และการแบง เซลล

ศึกษาเก่ียวกับโครโมโซม และสารพันธกุ รรม โครงสรา งของ DNA การจาํ ลอง DNA การควบคมุ ลักษณะทาง

พนั ธกุ รรมของ DNA มวิ เทชัน และการเกิดมวิ เทชัน ศึกษาการถายทอดทางพันธุกรรม การศกึ ษาพันธกุ รรม

ของเมนเดล การถายทอดยีนบนโครโมโซม ลักษณะทางพันธุกรรมท่ีเปนสวนขยายของพนั ธุศาสตรเ มนเดล

การถา ยทอดยีนบนโครโมโซมเพศ ยีนบนโครโมโซมเดยี วกัน การศึกษาเทคโนโลยีทาง DNA พันธวุ ิศวกรรม

และการโคลนยนี การหาขนาดของดีเอ็นเอ และการหาลําดับของนวิ คลโี อไทด การประยุกตใชเทคโนโลยีทาง

DNA และเทคโนโลยที าง DNA กบั ความปลอดภัยทางชีวภาพและชวี จรยิ ธรรม ศึกษาเกยี่ วกบั ววิ ัฒนาการ

หลกั ฐานและขอมูลที่ใชในการศกึ ษาวิวฒั นาการของส่งิ มีชีวติ แนวคิดเก่ียวกบั ววิ ฒั นาการของส่ิงมีชวี ติ พันธุ

ศาสตรประชากร ปจจยั ที่ทาํ ใหเกดิ การเปลย่ี นแปลงความถ่ีของแอลลีล กําเนิดของสปชีส

โดยใชก ระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสบื คน ขอ มลู การสังเกตการ

วิเคราะห การทดลอง อภปิ ราย การอธิบาย และสรุป เพ่ือใหเกิดความรู ความคดิ ความเขาใจ มีความสามารถ

ในการตดั สนิ ใจ สือ่ สารสง่ิ ทีเ่ รยี นรแู ละนาํ ความรูไปใชใ นชวี ิตของตนเอง มจี ติ วิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรม

และคา นยิ มทเี่ หมาะสม

ผลการเรียนรู
1. อธบิ ายและสรุปสมบัติทส่ี ําคัญของสง่ิ มชี ีวิต และความสมั พันธของการจดั ระบบในสงิ่ มชี วี ิตท่ที าํ ให
ส่งิ มีชีวติ ดํารงชวี ติ ได

2. อธิบายและบอกความสําคัญของการระบปุ ญหา ความสัมพันธระหวา งปญหา สมมติฐานและ
วิธกี ารตรวจสอบสมมติฐานรวมท้งั การออกแบบการทดลองเพอ่ื ตรวจสอบสมมตฐิ าน

3. สืบคน ขอ มูล อธบิ ายเกยี่ วกับคุณสมบตั ิของน้ําท่ีมตี อ สิ่งมชี ีวติ และยกตวั อยา งธาตชุ นดิ ตางๆ ท่มี ีค
วามสําคญั ตอรางกาย

198

4. สบื คน ขอ มูลโครงสรา งของคารโ บไฮเดรต ระบกุ ลุมคารโ บไฮเดรต รวมทัง้ ความสําคัญของ
คารโ บไฮเดดรตท่ีมีตอส่ิงมีชวี ิต

5. สืบคนขอมูลโครงสรา งของโปรตนี และความสําคัญของโปรตนี ที่มีตอสง่ิ มีชวี ิต
6. สืบคน ขอ มลู โครงสรา งของลิพดิ และความสาํ คัญของลิพิดทม่ี ตี อ ส่ิงมีชีวิต
7. อธบิ ายโครงสรา งของกรดนวิ คลอิ ิก และระบุชนดิ ของกรอนิวคลีอกิ และความสําคัญของกรด

นวิ คลีอิกท่ีมีตอสิ่งมีชวี ติ
8. สืบคน ขอมูลและอธิบายปฏิกริ ยิ าเคมีทเี่ กิดขน้ึ ในส่ิงมชี วี ติ
9. อธิบายการทาํ งานของเอนไซมใ นการเรง ปฏิกริ ิยาเคมใี นส่งิ มีชวี ิตและระบุปจจยั ทม่ี ีผลตอการ

ทาํ งานของเซลล
10. บอกวิธีการเตรียมตัวอยา งสงิ่ มีชีวติ เพ่อื ศกึ ษาภายใตก ลองจุลทรรศนใชแ สง บอกวิธีการใชและ

การดแู ลรกั ษากลองจลุ ทรรศนใ ชแ สงถกู ตอง
11. อธบิ ายโครงสรางและหนาที่ของสวนหอหมุ เซลลข องเซลลพชื และเซลลสตั ว
12. สบื คน ขอมูล อธิบาย และระบชุ นิดและหนาที่ของออรแกเนลล
13. อธิบายโครงสรา งและหนาทข่ี องนิวเคลียส
14. อธบิ ายและเปรียบเทียบการแพร ออสโมซิส การแพรแบบฟาซลิ ิเทตและเอกทฟี ทรานสปอรต
15. สบื คนขอมลู อธิบาย และเขยี นแผนภาพการลาํ เลียงสารโมเลกุลใหญออกจากเซลลด ว ย

กระบวนการเอกโซไซโทซิสและการลาํ เลยี งสารโมโลกุลใหญเ ขา สูเ ซลลดว ยวธิ เี อนโดไซโทซิส
16. สงั เกตการณแบง นวิ เคลียสแบบไมโทซีสและแบบไมโอซสิ จากตวั อยางภายใตก ลอ งจลุ ทรรศน

พรอมท้ังอธิบายและเปรียบเทยี บการแบง นิวเคลยี สแบบไมโทซิสและไมโอซสิ
17. อธบิ าย เปรยี บเทียบและสรปุ ข้ันตอนการหายใจระดบั เซลลใ นภาวะออกซเิ จนเพยี งพอและภาวะ

ออกซเิ จนไมเพียงพอ
18. สบื คน ขอ มูล อธิบายสมบตั แิ ละหนา ที่สารพันธกุ รรม โครงสรา ง องคป ระกอบทางเคมขี อง DNA

และสรปุ การจําลอง DNA
19. อธิบายระบุข้ันตอนในกระบวนการสังเคราะหโ ปรตนี และหนาท่ขี อง DNA และ RNA แตล ะชนดิ

ในกระบวนการสังเคราะหโปรตนี
20. สบื คนขอ มลู และอธบิ ายการเกดิ มวิ เทชนั ระดับยีนและระดับโครโมโซม สาเหตกุ ารเกิดมวิ เทชนั
รวมทงั้ ยกตัวอยางโรคและกลุมอาการทเ่ี ปน ผลของการเกดิ มิวเทชนั
21. สืบคน ขอมูล อธบิ ายสรุปผลการทดลองของเมนเดล
22. สรปุ ความสัมพันธระหวางสารพนั ธุกรรม แอลลีล โปรตนี ลกั ษณะทางพันธกุ รรม และเชือ่ มโยง

ความรูเรอ่ื งพันธุศาสตรเมนเดล
23. อธิบายและสรปุ กฎแหงการแยกและกฎแหงการรวมกลุมอยา งอิสระ และนาํ กฎนไ้ี ปอธิบายการ

ถา ยทอดลักษณะทางพนั ธุกรรมและใชใ นการคํานวนโอกาสในการเกิดฟโ นไทปและจโี นไทปแ บบ
ตางๆของรนุ F1และF2

199

24. สบื คนขอมูล วิเคราะห อธิบายและสรปุ เกยี่ วกบั การถา ยทอดทางพันธุกรรมท่มี สี วนขยายของ
พนั ธุศาสตรเมนเดล

25. สืบคน ขอมลู วเิ คราะห และเปรียบเทียบลกั ษณะทางพันธุกรรมท่ีมีการแปรผันไมตอเน่อื งและ
ลักษณะทางพันธกุ รรมทม่ี กี ารแปรผนั ตอ เนอื่ ง

26. อธิบายการถา ยทอดยีนบนโครโมโซม และยกตัวอยางลักษณะทางพนั ธุกรรมทถ่ี ูกควบคุมดวยยนี
บนออโตโซมและยีนบนโครโมโซมเพศ

27. อธิบายหลกั การสรา งสง่ิ มีชวี ิตดดั แปลงพนั ธกุ รรมโดยใชดีเอน็ เอรคี อมบแิ นนท
28. สืบคนขอมูล ยกตวั อยาง และอภปิ รายการนาํ เทคโนโลยที างดีเอ็นเอไปประยุกตใ ชในดา น

สิง่ แวดลอม นติ วิ ทิ ยาศาสตร การแพทย การเกษตร และอุตสาหกรรมและขอควรคํานึงดานชวี จริย
ธรรม
29. สบื คน ขอ มลู และอธบิ าย และสรุปเกีย่ วกับหลักฐานท่สี นับสนนุ และขอมูลที่ใชอธบิ ายการเกิด
วิวัฒนาการของสงิ่ มีชีวิต
30. อธบิ ายและเปรยี บเทียบแนวคิดเกี่ยวกบั ววิ ัฒนาการของส่ิงมีชีวิตของฌอง ลามารก และทฤษฎี
เกีย่ วกบั วิวัฒนาการของสง่ิ มชี ีวิตของชาลส ดารวิน
31. ระบุสาระสาํ คัญและอธิบายเงื่อนไขของภาวะสมดุลของฮารด ี-ไวนเ บิรก ปจ จัยท่ีทาํ ใหเกดิ การ
เปล่ยี นแปลงความถ่ีของอัลลีลในประชาการ พรอมท้ังคาํ นวรหาความถข่ี องแอลลีลและจีโนไทป
ของประชาการโดยใชห ลักของฮารดี-ไวนเบิรก
32. สืบคนขอ มูล อภิปรายและอธิบาย กระบวนการกําเนดิ สปชสี ใหมของส่งิ มีชวี ติ

รวมท้ังหมด 32 ผลการเรียนรู

200

คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม

ว31214 โลก ดาราศาสตรและอวกาศ 1 กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ

**********************************************************************************

ศึกษาเกี่ยวกบั วิทยาศาสตรโลก กระบวนการเปลีย่ นแปลงของโลก การแบงช้นั โครงสรางโลก คลืน่ ไหว

สะเทือน แบบจำลองโครงสรางโลก การแปรสัณฐานของแผนธรณี ทฤษฎีและหลักฐานสนับสนุนการแปร

สัณฐานโลก ทฤษฎีและหลกั ฐานการแผขยายพืน้ สมทุ ร การเคลื่อนที่ของแผนธรณี การเปลี่ยนลกั ษณะของชัน้

หนิ ศกึ ษาธรณีพิบัติภัย ความสัมพนั ธของตำแหนงการเกิดภูเขาไฟบนแผนธรณี ลกั ษณะและปจจัยในการปะทุ

ของภเู ขา กลไกการเกิดแผนดินไหว แบบจำลองการเกดิ สนึ ามิ แนวทางการปฏบิ ตั ิตนใหปลอดภยั จากธรณีพิบัติ

ภัย การลำดับเหตุการณทางธรณีวิทยา การลำดับชั้นหิน การวางตัวของชัน้ หนิ การเปลี่ยนแปลงทางธรณีท่ี

สงผลตอลำดับชั้นหิน อายุทางธรณีวิทยา การเทียบสัมพันธทางลำดับชั้นหิน การลำดับเหตุการณทาง

ธรณวี ทิ ยา
โดยใชการสบื เสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรและทกั ษะการ

เรียนรูในศตวรรษที่ 21 การสืบคนขอมูลและการอภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถ

สื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการตัดสินใจ การแกปญหา การนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิต

วทิ ยาศาสตร จริยธรรม คณุ ธรรม และคานิยมทีเ่ หมาะสม

ผลการเรยี นรู
1. อธบิ ายการแบงช้ันและสมบตั ิของโครงสรางโลกพรอมยกตัวอยางขอมูลทีส่ นับสนนุ

2. อธิบายหลกั ฐานทางธรณวี ิทยาทส่ี นับสนุนการเคลื่อนที่ของแผนธรณี
3. ระบุสาเหตุและอธิบายแนวรอยตอของแผนธรณที สี่ มั พันธกับการเคลื่อนท่ีของแผนธรณพี รอมยกตวั อยาง
หลักฐานทางธรณีวทิ ยาท่ีพบ
4. วิเคราะหหลกั ฐานทางธรณวี ทิ ยาที่พบในปจจบุ นั และอธบิ ายลำดบั เหตุการณทางธรณวี ิทยาในอดีต

5. อธิบายสาเหตุ กระบวนการเกิดภเู ขาไฟระเบดิ และปจจยั ที่ทำใหความรนุ แรงของการปะทแุ ละรูปรางของ
ภูเขาไฟแตกตางกัน รวมทั้งสบื คนขอมลู พ้ืนทเ่ี สี่ยงภัย ออกแบบและนำเสนอแนวทางการเฝาระวังและการ

ปฏบิ ตั ิตนใหปลอดภัย
6. อธิบายสาเหตุ กระบวนการเกดิ ขนาดและความรนุ แรง และผลจากแผนดินไหว รวมทัง้ สืบคนขอมลู พนื้ ที่
เสี่ยงภยั ออกแบบและนำเสนอแนวทางการเฝาระวงั และการปฏิบัติตนใหปลอดภัย
7. อธิบายสาเหตุ กระบวนการเกดิ และผลจากสึนามิรวมทั้งสบื คนขอมลู พ้ืนทเี่ ส่ยี งภยั ออกแบบและนำเสนอ

แนวทางการเฝาระวงั และการปฏิบัติตนใหปลอดภัย

รวมท้ังหมด 7 ผลการเรียนรู

201

คำอธบิ ายรายวชิ าวิชาพืน้ ฐาน

ส31102 สังคมศึกษา กลุมสาระการเรยี นรูสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ

**********************************************************************************

ศึกษาและวิเคราะหการเปนพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย สทิ ธิมนุษยชน ความรูทัว่ ไปเกี่ยวกับรัฐ

ระบอบการเมืองการปกครอง ปญหาการเมืองทั้งในและตางประเทศ การประสานประโยชนรวมกัน การ

ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข กฎหมายแพง กฎหมายอาญา กฎหมาย

อน่ื ที่สำคญั และขอตกลงระหวางประเทศ

โดยใชกระบวนการความรูความเขาใจ กระบวนการกลุม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุม การ

สบื คนขอมลู สำรวจ เปรียบเทียบ และทักษะกระบวนการคดิ

เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ มองเห็นความสำคัญ เกิดความตระหนัก มีสวนรวมในการปฏิบัติ

สงเสริมใหผูอื่นปฏิบัติ ตามวิถีประชาธิปไตย กฎหมายในชีวิตประจำวัน การคุมครองสิทธิมนุษยชนใน
สงั คมไทยและสังคมโลก ซ่ึงมผี ลตอความสัมพันธระหวางประเทศและการประสานประโยชนรวมกนั ผูเรยี น

มีความรูความเขาใจ มีความสามารถในการสื่อสาร คิดวิเคราะห แกไขปญหาและอุปสรรคตาง ๆ มี

ความสามารถในการใชทักษะชีวิตและทักษะทางเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาตนเองและแกปญหาอยางถูกตอง

เหมาะสม เพื่อใหเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค มีความรักชาติ ศาสน กษัตริย รูจกั ตนเอง พึ่งตนเอง มีวินัย

ใฝเรยี นรู ซื่อสตั ยสจุ ริต มีคณุ ธรรมนำชีวติ อยูอยางพอเพียงตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง สูจิตสาธารณะ มี

ความมงุ ม่นั ในการทำงาน เหน็ คณุ คาของการทำงาน รูจักคิดวเิ คราะห การทำงานกลุม มจี ิตสาธารณะ เสียสละ
เห็นแกประโยชนสวนรวม รักทองถิ่นประเทศชาติ เห็นคุณคาและพัฒนาศิลปวัฒนธรรมสิง่ แวดลอม ศรัทธา

ในหลักธรรมของศาสนา ปฏบิ ัติตนตามหนาที่ของการเปนพลเมืองดี มคี านิยมท่ีดีงามและธำรงรักษาประเพณี

และวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยูรวมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอยางสันติสุขเขาใจระบบการเมืองการ

ปกครองในสังคมปจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธำรงรักษาไว ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี

พระมหากษตั รยิ ทรงเปนประมุข

รหสั ตัวชี้วัด

ส 2.1 ม.4/1 ม.4/2 ม.4/3
ส 2.2 ม.4/1 ม.4/2 ม.4/3
รวม 6 ตัวชี้วดั

202

คำอธิบายรายวิชาวิชาพ้ืนฐาน

ส31104 ประวัติศาสตร กลมุ สาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกติ

**********************************************************************************

ศึกษาประวัติความเปนมาของชนชาติไทยและอาณาจักรโบราณในดินแดนไทย สาเหตุของการปฏิรูป

การปกครอง บทบาทสถาบันพระมหากษัตริยในการปกครองชาติไทย ผลงานของบุคคลสำคัญของชาวไทย

และชาวตางประเทศ ปจจัยและบุคคลทีส่ งเสริมสรางสรรคภูมิปญญาไทยและวัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมและ

ภูมปิ ญญาไทย การสบื ทอด การเปล่ยี นการอนุรกั ษการมสี วนรวมในการอนุรกั ษวฒั นธรรมและภมู ปิ ญญาไทย

โดยใชกระบวนการความรูความเขาใจ กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการกลุม กระบวนการคดิ

วเิ คราะห สังเคราะหและการประเมนิ

เพื่อใหนักเรียนมีความรูความเขาใจประวัติความเปนมาของชนชาติไทยและอาณาจักรโบราณใน

ดินแดนไทย สาเหตุการปฏิรูปการปกครอง บทบาทสถาบันของพระมหากษัตริยชาติไทย ผลงสนของบุคคล
สำคัญของชาวไทยและตางประเทศพรอมทั้งปจจัยและบุคคลที่สงเสริมสรางสรรคภูมิปญญาไทย การอนุรักษ

และการมีสวนรวมมนการอนุรักษวัฒนธรรมและภูมิปญญาไทย พัฒนาตนเองและแกปญหาอยางถูกตอง

เหมาะสม ใหเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค มีความรกั ชาติ ศาสน กษัตริย รูจกั ตนเอง พึ่งตนเอง มีวินัย ใฝ

เรียนรู ซื่อสัตยสุจรติ มีคุณธรรมนำชีวิต อยูอยางพอเพียงตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง สูจิตสาธารณะ มี

ความมงุ มน่ั ในการทำงาน เห็นคณุ คาของการทำงาน รูจักคิดวิเคราะห การทำงานกลุม มจี ิตสาธารณะ เสยี สละ

เหน็ แกประโยชนสวนรวม ดำรงชวี ติ อยูรวมกันในสังคมไทยและสงั คมโลกอยางสนั ติสุข

รหัสตวั ชี้วัด
ส 4.3 ม.4/1 , ม.4/2 ม.4/3 , ม.4/4 , ม.4/5
รวม 5 ตัวช้ีวดั

203

คำอธิบายรายวชิ าวิชาเพม่ิ เติม

ส31202 เศรษฐกจิ พอเพียง กลมุ สาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

**********************************************************************************

รู เขาใจ ยอมรับ เห็นคณุ คา ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถประยุกตใชในครอบครัว และ

มีภูมิคุมกันในการดำเนินชีวิตของตนเองและครอบครัวอยางมีความสุข โดยใชแนวคิด หลกั การ ความหมาย

ความสำคัญ แนวทางการดำเนินชีวติ ตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งสำหรบั ตนเองและครอบครวั เพือ่ ใหเปนคน

มีเหตุผล พอประมาณ มีภูมิคุมกัน มีความรู และมีคุณธรรม จริยธรรมในการดำเนินชีวิตของตนเองอยางมี

ความสขุ
โดยใชกระบวนการกลุม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ
กระบวนการแกปญหากระบวนการสืบเสาะหาความรู กระบวนการสรางความตระหนัก กระบวนการสราง
คานิยม และกระบวนการสรางเจตคติ

เพื่อใหผูเรียนมีความรู ความเขาใจ ยอมรับ เห็นคุณคา ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถ
ประยกุ ตใชในครอบครัว และมีภูมิคุมกันในการดำเนินชีวิตของตนเองและครอบครัวอยางมีความสุข พัฒนา
ตนเองและแกปญหาอยางถูกตอง เหมาะสม ใหเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค มีความรักชาติ ศาสน กษัตริย
รูจักตนเอง พึ่งตนเอง มีวินัย ใฝเรียนรู ซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรมนำชีวิต อยูอยางพอเพียงตามหลัก
เศรษฐกิจพอเพียง สูจิตสาธารณะ มีความมุงมั่นในการทำงาน เห็นคุณคาของการทำงาน รูจกั คดิ วิเคราะห
การทำงานกลุม มจี ติ สาธารณะ เสยี สละเหน็ แกประโยชนสวนรวม ดำรงชวี ิตอยูรวมกนั ในสงั คมไทยและสังคม
โลกอยางสนั ติสุข

ผลการเรียนรู
1. นำหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใชในการจัดการทรัพยากรทม่ี ีอยูของตนเอง ครอบครวั ชุมชน
2. กำหนดแนวทางและปฏบิ ัตติ นในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไปประยุกตใช
ในการประกอบอาชีพ
3. วางแผนในการประกอบอาชีพใหเปนไปตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งตามขอมลู ท่ีมีอยู
4. วางแผนในการเรยี นรู ประกอบอาชีพ โดยการประยุกตหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ
จดั ทำโครงงานตามแผนงานที่วางไวไดอยางเหมาะสม
5. ปฏิบัติตนเปนแบบอยางของชมุ ชนในการประกอบอาชพี และการดำเนนิ ชีวิตตามหลกั ปรชั ญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง

รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู

204

คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม

ส31206 ประชากรส่ิงแวดลอม 1 กลมุ สาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกติ

**********************************************************************************

ศึกษาความหมายและสถานการณดานสิ่งแวดลอมของโลกและของประเทศไทย และวิเคราะหถึง

ผลกระทบของสภาพแวดลอมทม่ี ผี ลกระทบตอคณุ ภาพชวี ิตของประชากรทงั้ โดยสวนรวมและสวนตวั

โดยใชกระบวนการคิด เปรียบเทียบ สืบคนขอมูล จำแนก วิเคราะห สังเคราะห แลกเปลี่ยน

ประสบการณ เผชญิ สถานการณ กระบวนการทางสงั คม

เพอื่ กอใหเกดิ ความเขาใจถงึ ความสมั พนั ธระหวางส่ิงแวดลอมกับประชากรและการมี สวนรวมใน การ

อนรุ กั ษทรัพยากรธรรมชาติ การฟนฟสู ภาพแวดลอมใหเกิดการพฒั นาท่ยี ง่ั ยืน

ผลการเรียนรู
1. รแู ละเขาใจความหมายและพื้นฐานในความสัมพันธระหวางสงิ่ มีชวี ิตกบั สิง่ แวดลอม

2. ศึกษาและวเิ คราะหสถานการณดานสิง่ แวดลอมทั้งของโลกและของประเทศไทย
3. รูและเขาใจถึงความสมั พนั ธระหวางสงิ่ แวดลอมกับประชากรและเห็นความสำคญั ของปญหา

สงิ่ แวดลอม ทม่ี ีผลกระทบตอคุณภาพชีวิตของประชากร รวมทั้งแนวทางในการแกไขวกิ ฤตการณ
สง่ิ แวดลอม

4. ศกึ ษาและวเิ คราะหวกิ ฤตการณดานทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทยและในทองถิ่น
5. ตระหนกั ในบทบาทของตนรวมทง้ั มีสวนรวมในการอนรุ กั ษทรพั ยากรและฟนฟสู ภาพแวดลอมให

เกดิ การพฒั นาท่ยี ง่ั ยนื

รวมทงั้ หมด 5 ผลการเรยี นรู

205

คำอธิบายรายวิชา

พ31102 สุขศกึ ษา 2 กลุมสาระการเรยี นรูสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต

**********************************************************************************

ศึกษา วิเคราะห และอธิบายสาเหตุและผลของความขัดแยงที่เกิดขึน้ ระหวางนักเรียนหรือเยาวชนใน

ชุมชน เพือ่ หาแนวทางและเลือกใชทักษะทเี่ หมาะสมในการปองกันและลดความขัดแยง การแกปญหาเร่ืองเพศ

และครอบครัวไดอยางมีประสิทธิภาพ มีความสามารถทางกลไก การเคลื่อนไหวแบบตางๆการออกกำลงั กาย

และมีสุนทรียภาพตอการเลนกีฬา การปฏิบัติใหเกิดมีน้ำใจนักกีฬา การเสริมสขุ ภาพนำหลักการ แนวคิดไป

ปรบั ปรุงและนำไปปฏิบัติในการดูแลรกั ษาสขุ ภาพเพอ่ื พฒั นาคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัว

โดยใชกระบวนการจดั การเรยี นรูแบบกระบวนการกลุม กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ

กระบวนการวิเคราะห และอภิปรายเพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สำนึกในคุณคาและศักยภาพของตนเอง

เพื่อใหสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนำประสบการณไปปรับใชใหเกิดประโยชนสูงสุดในการดำเนินชีวิต
นำไปสูการใชในชวี ิตประจำวัน มีคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตยสุจริต มคี านิยมท่ีเหมาะสมและดำเนนิ ชีวิตตาม

หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ตัวชวี้ ัด
พ 2.1 ม.4-6/4
พ 5.1 ม.4-6/1 พ 5.1 ม.4-6/2 พ 5.1 ม.4-6/6 พ 5.1 ม.4-6/7

รวมทั้งหมด 5 ตวั ชว้ี ัด

206

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม

พ31201 พลศกึ ษา 1(แบดมินตัน) กลุมสาระการเรยี นรูสุขศึกษาและพลศึกษา

ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนวยกติ

**********************************************************************************

ศึกษาเพื่อใหมีความรู ความเขาใจ เรื่องเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวรางกาย หลักการออกกำลังกาย

การทดสอบสมรรถภาพทางกาย ทักษะเบื้องตนกีฬาแบดมินตัน การเลนเปนทีมปฏิบัติกิจกรรมดวยความ

สนุกสนานปลอดภัยการออกกำลังกาย การพกั ผอน และนันทนาการ กฎ กติกา ในการเลนกีฬา วิธีการรุกและ

การปองกันในการแขงขันกีฬา การควบคุมตนเอง การมีน้ำใจนักกีฬา การทำงานเปนทีม การวางแผน

สมรรถภาพทางกาย สมรรถภาพทางจิต การบริหารจิต เห็นคุณคาของการออกกำลังกาย การออกกำลัง

กายและการเลนกีฬาปฏิบัติกิจกรรมดวยความสนุกสนานปลอดภัย ชื่นชมและเห็นคุณคาของการออกกำลัง

กาย เคารพ กฎ กตกิ าการแขงขนั มนี ำ้ ใจนกั กฬี า

ช่นื ชมและเห็นคณุ คาของการออกกำลังกาย เคารพ กฎ กตกิ าการแขงขัน มนี ้ำใจนักกฬี าและใหความ
รวมมือในการทำงานเปนทีม โดยใชทักษะและการปฏิบัติตนเพื่อนำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มีคุณธรรม

จรยิ ธรรม ซือ่ สตั ยสุจรติ มคี านยิ มที่เหมาะสมและดำเนินชีวิตตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

รหัสตัวชวี้ ดั
พ 3.1 ม.4-6/1 พ 3.1 ม.4-6/2 พ 3.1 ม.4-6/3 พ 3.1 ม.4-6/4

พ 3.2 ม.4-6/1 พ 3.2 ม.4-6/2 พ 3.2 ม.4-6/3 พ 3.2 ม.4-6/4
พ 4.1 ม.4-6/7

รวมทั้งหมด 9 ตัวชีว้ ัด

207

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เตมิ

พ31204 กายวิภาคศาสตรและสรีรวิทยา กลุมสาระการเรยี นรูสุขศึกษาและพลศึกษา

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4(เอกพลศกึ ษา) ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ

**********************************************************************************

ศึกษาโครงสรางและหนาที่ในการทำงานของอวัยวะในระบบตางๆ ของรางกาย ประกอบดวย

ระบบการยอยอาหาร ระบบการขับถายปสสาวะ ระบบการหายใจระบบการไหลเวียนของโลหติ ระบบ

ผิวหนงั ระบบกระดูก ระบบกลามเนื้อ ระบบประสาทระบบสืบพันธุ ระบบการทำงานของตอมไรทอ

เสนอแนวทางในการสรางเสริมและดำรงประสิทธิภาพการทำงานของระบบทั้ง 10 ระบบ เพือ่ ใหมีความรู

ความเขาใจและเหน็ ความสำคัญของการดูแลรกั ษาสุขภาพของตนเอง และนำไปปฏิบัติไดอยางถูกตองจนเปน

สขุ นิสัยที่ดี

โดยใชกระบวนการจดั การเรียนรูแบบกระบวนการกลุม กระบวนการสืบคนขอมลู กระบวนการปฏิบัติ

กระบวนการวิเคราะห และอภิปรายเพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สำนึกในคุณคาและศักยภาพของตนเอง
เพื่อใหสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนำประสบการณไปปรับใชใหเกิดประโยชนสูงสุดในการดำเนินชีวิต

นำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มีคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสตั ยสุจริต มคี านิยมท่ีเหมาะสมและดำเนินชีวิตตาม

หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

รหัสตัวชว้ี ัด
พ 1.1 ม.4-6/1 พ 1.1 ม.4-6/2

พ 2.1 ม.4-6/1 พ 2.1 ม.4-6/2
พ 4.1 ม.4-6/5

รวมท้งั หมด 5 ตวั ช้วี ัด

208

คำอธบิ ายรายวชิ า

พ31206 บาสเกตบอล กลุมสาระการเรียนรูสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 4(เอกพลศึกษา) ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ

**********************************************************************************

ศึกษาความรูเบื้องตนเกี่ยวกับกีฬาบาสเกตบอล การดูแลรักษาสุขภาพและการสรางเสริมสมรรถภาพ

ทางกายในการเลนกีฬาบาสเกตบอล เกมนำไปสูการฝกทักษะกีฬาบาสเกตบอล ทักษะพื้นฐานของกีฬา

บาสเกตบอล ทักษะและเทคนิคในการเลนกีฬาบาสเกตบอลในระดับแขงขนั

โดยใชกระบวนการทางพลศกึ ษา ความสามารถในการคิด การแกปญหา การสือ่ สาร การใชทักษะชวี ิต

ในการดูแลและสรางเสรมิ สุขภาพและสมรรถภาพทางกายของตนเอง รวมทั้งออกกลังกาย ปฏิบัติกฎ กติกา

ขอตกลงในการเลนกีฬาบาสเกตบอลตามคำแนะนำ

เพื่อใหรักการเรียนรใู นวชิ าพลศกึ ษา เหน็ ความสำคญั ของการมสี ุขภาพและสมรรถภาพทางกายท่ีดี ใฝ

เรยี นรู มีวินยั มนี ำ้ ใจนกั กีฬา และมีจิตสาธารณะ
ชื่นชมและเห็นคุณคาของการออกกำลังกาย รูจักการเปนผูนำและผูตามที่ดี มีน้ำใจนักกีฬาและให

ความรวมมือในการทำงานเปนทีม โดยใชทักษะและการปฏิบัติตนเพื่อนำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มี

คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ซือ่ สตั ยสุจริต มคี านิยมทเี่ หมาะสมและดำเนินชีวิตตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

รหัสตวั ชว้ี ัด
พ 3.1 ม.4-6/1 พ 3.1 ม.4-6/2 พ 3.1 ม.4-6/3 พ 3.1 ม.4-6/4
พ 3.2 ม.4-6/1 พ 3.2 ม.4-6/2 พ 3.2 ม.4-6/3 พ 3.2 ม.4-6/4
พ 4.1 ม.4-6/7

รวมท้ังหมด 9 ตัวชว้ี ัด

209

คำอธิบายรายวิชา

พ31208 นันทนาการ กลุมสาระการเรยี นรูสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4(เอกพลศึกษา) ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต

**********************************************************************************

ศึกษาความรูความเขาใจพื้นฐานเกี่ยวกับนันทนาการ ความหมาย ความสำคัญและขอบขายของ

กิจกรรมนันทนาการ ประเภทของกิจกรรมนันทนาการ ลักษณะและบทบาทของผูนำนันทนาการ การจัด

กิจกรรมนันทนาการ กิจกรรมนันทนาการในหนวยงานตางๆ เกมนันทนาการ เพลงนันทนาการ และ

นันทนาการการทองเทีย่ ว

อธิบายความรูเบื้องตนเกี่ยวกับนันทนาการ ความหมาย ความสำคัญและขอบขายของกิจกรรม

นันทนาการ ประเภทของกิจกรรมนันทนาการ ลักษณะและบทบาทของผูนานันทนาการ การจัดกิจกรรม

นันทนาการ กิจกรรมนันทนาการในหนวยงานตางๆ เกมนันทนาการ เพลงนันทนาการ และนันทนาการการ

ทองเทีย่ ว
เพอ่ื ใหนกั เรียนมีเจตคติทีถ่ ูกตองและเหมาะสมเกยี่ วกบั กจิ กรรมนนั ทนาการ และสามารถเลือกปฏิบัติ

กิจกรรมนันทนาการไดตามความถนดั และความสนใจ รูจักการเปนผูนำและผูตามที่ดี และนำประสบการณไป

ปรับใชใหเกิดประโยชนสูงสุดในการดำเนินชีวิต นำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มีคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตย

สุจรติ มคี านยิ มทเ่ี หมาะสมและดำเนนิ ชวี ิตตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง

รหัสตัวชีว้ ดั
พ 3.1 ม.4-6/1 พ 3.1 ม.4-6/2 พ 3.1 ม.4-6/3 พ 3.1 ม.4-6/4 พ 3.1 ม.4-6/5
พ 3.2 ม.4-6/1 พ 3.2 ม.4-6/2 พ 3.2 ม.4-6/3 พ 3.2 ม.4-6/4
พ 4.1 ม.4-6/7

รวมทัง้ หมด 10 ตวั ช้วี ดั

210

คำอธบิ ายรายวชิ า

ศ31102 ศลิ ปะ(ทศั นศิลป) กลุมสาระการเรยี นรูศลิ ปะ

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 4(เอกพลศกึ ษา) ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ชัว่ โมง จำนวน 0.5 หนวยกิต

**********************************************************************************

ศึกษาและฝกปฏิบัติ การออกแบบงานทศั นศลิ ป จดุ มงุ หมายของศลิ ปนในการเลือกใช วสั ดุ อุปกรณ

เทคนิคและเนื้อหาในการสรางงานทัศนศิลป ทฤษฎีการวิจารณศิลปะ การจัดทำแฟมสะสมงานทัศนศิลป

หลกั การสรางสรรคงานทัศนศิลปจากแนวคิดและวิธีการของศิลปน งานทัศนศิลปของศิลปน ที่มีชื่อเสียง

อทิ ธพิ ลของวฒั นธรรมระหวางประเทศที่มผี ลตองานทัศนศลิ ป

โดยใชกระบวนการเรยี นรู คนควา ศกึ ษาใบความรู อภิปราย บรรยาย เปรียบเทียบ

คิดวิเคราะห และปฏิบัติผลงานทางดานทัศนศิลป ดวยเทคนิควิธีการทีห่ ลากหลายในการสื่อความหมายและ

เรอื่ งราวตาง ๆ นำเสนอวจิ ารณผลงานและ สรางเกณฑในการประเมนิ เพ่ือนำมาปรบั ปรงุ พัฒนา

เพ่ือใหเสรางสรรคงานทัศนศิลปตามจินตนาการ ความคดิ สรางสรรค วิเคราะหวิพากษวิจารณ
คุณคางานทัศนศิลป ถายทอดความคิด ความรูสึก ตองานศิลปะอยางอิสระ ชื่นชมและประยุกตใชใน

ชีวิตประจำวัน ละมีความรูความเขาใจความสัมพันธระหวางทัศนศิลป ประวัติศาสตรและวัฒนธรรม เห็น

คุณคางานทัศนศิลปทีเ่ ปนมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ญญาทองถ่นิ ภมู ปิ ญญาไทยและสากล

มาตรฐาน ศ 1.1 ตัวช้ีวัด ม.1/1, ม.1/2,ม. 1/3,ม. 1/4, ม.1/5
ศ 1.2 ตัวชวี้ ัด ม.2/1, ม.2/2

รวมทง้ั หมด 7 ตัวช้วี ัด

211

คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน

ง31102 การงานอาชพี 2 กลุมสาระการเรยี นรูการงานอาชพี

ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต

**********************************************************************************

ศึกษา เรียนรู องคประกอบของระบบสารสนเทศ องคประกอบและหลักการทำงานของคอมพิวเตอร หนวย

ประมวลผลกลาง การรับสงขอมูลระหวางหนวยตางๆ ระบบสื่อสารขอมูล สำหรับเครือขายคอมพิวเตอร

วธิ กี ารถายโอนขอมูล คุณลักษณะของคอมพิวเตอร และอปุ กรณตอพวง แกปญหาดวยกระบวนการเทคโนโลยี

โดยใชกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการสื่อสาร กระบวนการวางแผนการจัดการ กระบวนการคิด

กระบวนการแกปญหา และกระบวนการสบื คน

เพอ่ื ใหมีความรู ความเขาใจ มีทักษะกระบวนการ และมีความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถใน

การคิด ความสามารถในการแกปญหา ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ติ อยางมีวนิ ัย ใฝเรียนรู ซอ่ื สัตยสุจริต

และมุงมั่นในการทำงานอยางมีจิตสำนึกและ ความรับผิดชอบ ตลอดจนมีคุณภาพและจริยธรรมในการใช
เทคโนโลยสี ารสนเทศ

โดยมีคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค คือ ขยัน ประหยดั อดทน ซ่อื สตั ย สจุ ริต มีวินัย ใฝเรยี นรู

อยูอยางพอเพยี ง รับผดิ ชอบ มุงมนั่ ในการทำงาน ทำงานเปนขนั้ ตอน เปนระบบ บรรลุเปาหมาย ปลอดภัย

มีความคดิ สรางสรรคใชทรัพยากรในการทำงานอยางคุมคาและอนุรักษสง่ิ แวดลอมตามหลกั ปรัชญา

เศรษฐกิจพอเพียง

ตัวชี้วัด
ง 1.1 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4, ม.4/5, ม.4/6, ม.4/7

รวม 7 ตัวชวี้ ัด

212

คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม

ง31206 การออกแบบ กลมุ สาระการเรยี นรูการงานอาชพี

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

**********************************************************************************

ศกึ ษาการออกแบบและการพัฒนาท่ีเนนสงเสริมใหนกั เรียนมคี วามรูความเขาใจเก่ียวกบั กระบวนการคดิ ใหได

แนวทางการออกแบบอันจะสงผลใหนักเรยี นสามารถคดิ ไดอยางเปนระบบตรงตามความตองการของ

กลมุ เปาหมายผานขนั้ ตอนของการออกแบบ

เพ่อื ใหนกั เรียนมคี วามรูความเขาใจในการออกแบบอยางถูกวธิ สี ามารถนำความรูดานออกแบบไปใชได

อยางมีคุณภาพ และสรางสรรค

โดยมีคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค คอื ขยัน ประหยัด อดทน ซ่อื สัตย สุจริต มีวนิ ัย ใฝเรียนรู

อยูอยางพอเพยี ง รับผดิ ชอบ มุงม่ันในการทำงาน ทำงานเปนขน้ั ตอน เปนระบบ บรรลุเปาหมาย ปลอดภัย

มีความคดิ สรางสรรคใชทรัพยากรในการทำงานอยางคุมคาและอนรุ กั ษสง่ิ แวดลอมตามหลกั ปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง

ผลการเรียนรู
1. มคี วามรพู ื้นฐานกระบวนการออกแบบ
2. มีความเขาใจและมีทักษะในการออกแบบ

3. มีทักษะในการวางแผน และการรวบรวมขอมูลสำหรบั การออกแบบ
4. สามารถออกแบบไดอยางสรางสรรค

รวมท้ังหมด 4 ขอ

213

คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม

ง31216 ธรุ กิจเบือ้ งตน 2 กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพ

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

**********************************************************************************

ศกึ ษา อธบิ าย วิเคราะห ความรทู ่ัวไปเกย่ี วกับ ความหมาย หลกั การ ความสำคัญประโยชน ประเภท

ของธรุ กิจขนาดกลางและขนาดหยอม(SME) ในระบบเศรษฐกิจ รปู แบบขององคกรธรุ กิจ ความหมาย

ความสำคญั ของผูประกอบการ คุณสมบัตขิ องผูประกอบการ ขัน้ ตอนการเร่ิมตนประกอบธุรกิจ การจัดตงั้ ธุรกิจ

ทด่ี ำเนนิ การอยูแลว การจัดตง้ั ธรุ กิจใหม ความเปนมาของธุรกจิ สมั ปทาน ธุรกจิ สมั ปทานในประเทศไทย

ความหมายความสำคัญของธุรกจิ สมั ปทาน ศัพททางธรุ กจิ รปู แบบของการทำแฟรนไชส และประเภทของการ

ใหสิทธิแฟรนไชส

โดยใชกระบวนการสรางความรู กระบวนการคิด กระบวนการเรียนรูจากประสบการณจรงิ
กระบวนการปฏิบัติ ลงมือทำจรงิ การใชเทคโนโลยสี ืบคนขอมูล เพ่ือใหเกดิ ความรู ความคดิ ความเขาใจ

สามารถส่อื สารถายทอดความรู ความเขาใจของตน มีความสามารถในการแกปญหา และอปุ สรรคตางๆ
และตัดสนิ ใจเก่ียวกับตนเอง สงั คมไดอยางเหมาะสม

ผลการเรยี นรู

1. บอกความสำคัญของงานธุรกจิ ขนาดกลางและขนาดหยอม(SME) ในระบบเศรษฐกิจได

2. บอกความหมาย ความสำคัญ และคุณสมบตั ขิ องผูประกอบการได
3. อธิบายการจัดต้ังธุรกจิ ที่ดำเนนิ การอยูแลวและธรุ กิจจัดตั้งใหมได
4. อธิบายความหมายความสำคัญของธรุ กจิ สมั ปทาน ศัพททางธุรกิจได
5. อธิบายรปู แบบของการทำแฟรนไชส และประเภทของการใหสิทธแิ ฟรนไชสได

6. มคี ณุ ธรรมและลกั ษณะนิสัยทด่ี ี การใชพลังงาน ทรพั ยากร ในการทำงานอยางคุมคา

รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู

214

คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม

ว31208 โปรแกรมสำเร็จรปู กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ช่วั โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ

**********************************************************************************

ศกึ ษา เรยี นรู ประวัติความเปนมาของการใชคอมพวิ เตอรในการออกแบบจากอดีตถงึ ปจจุบัน ประโยชน

บทบาท และความสำคัญของการใชคอมพวิ เตอรในการออกแบบ แถบคำสั่งตาง ๆ และพื้นทที่ ำงานของ

โปรแกรม Pro Desktop เครอื่ งมือ สวนประกอบที่สำคัญในการทำงานของโปรแกรม Pro Desktop

ปรบั แตงสวนประกอบตาง ๆ ของโปรแกรม Pro Desktop ใหสามารถใชงานไดตามความตองการ ใชคำสั่ง

พน้ื ฐานตาง ๆ ในการสรางผลงานดวยโปรแกรมPro Desktop ออกแบบผลงานดวยโปรแกรม Pro Desktop

ไดอยางสรางสรรคนำเสนอผลงานท่อี อกแบบดวยโปรแกรม Pro Desktop ผานส่ืออเิ ล็คทรอนิกสอยางมี

คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมผเู รยี นสรางวนิ ัยใหกับตนเองในการรักษาความสะอาดในหองเรียน การจัดโตะ การ

ปด-เปดไฟฟา ปด-เปดพัดลม การปด-เปดเคร่ืองปรบั อากาศ การดแู ลรักษาเครอ่ื งคอมพวิ เตอร กอนและ
หลังการปฏบิ ัติทุกครง้ั กอนออกจากหองเรยี น

ผลการเรยี นรู
1. อธิบายประวัตคิ วามเปนมาของการใชคอมพิวเตอรในการออกแบบจากอดตี ถงึ ปจจุบัน
2. อธิบายประโยชน บทบาท และความสำคัญของการใชคอมพวิ เตอรในการออกแบบ

3. รจู กั แถบคำสง่ั ตาง ๆ และพื้นท่ที ำงานของโปรแกรมออกแบบ 3 มติ ิ Pro Desktop
4. รจู กั เครอ่ื งมือและสวนประกอบทสี่ ำคญั ในการทำงานของโปรแกรมออกแบบ 3 มติ ิ Pro Desktop

5. ปรับแตงสวนประกอบตาง ๆ ของโปรแกรมออกแบบ 3 มติ ิ Pro Desktop ใหสามารถใชงานไดตาม
ความตองการได

6. ใชคำสัง่ พ้ืนฐานตาง ๆ ในการสรางผลงานดวยโปรแกรมออกแบบ 3 มติ ิ Pro Desktop ได
7. ออกแบบผลงานดวยโปรแกรมออกแบบ 3 มติ ิ Pro Desktop ไดอยางสรางสรรค

8. นำเสนอผลงานที่ออกแบบดวยโปรแกรมออกแบบ 3 มิติ Pro Desktop ผานสอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ สอยางมี
คณุ ธรรมและจรยิ ธรรม

รวมทั้งหมด 8 ผลการเรียนรู

215

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เตมิ

ว31210 การนำเสนอเสอ่ื ประสมขน้ั สูง กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ

**********************************************************************************

ศึกษา เรียนรู พัฒนาทกั ษะการใชโปรแกรม Macromedia Authorwareมคี วามรูและเขาใจลกั ษณะ

การทำงานโปรแกรม เรียกใชโปรแกรมและสวนประกอบหนาตางโปรแกรม ใชคำส่งั ยอยและไอคอนพาเลตต

จัดการแฟมขอมลู ได (สรางไฟล / บันทกึ / เปด/ สำเนา และจดั เก็บขอมูล) สรางตวั หนังสือและขอความสราง

รปู เรขาคณิตและรปู ทรงตางๆ นำรปู ภาพจากภายนอกมาใชในงานไดกำหนดการเคล่ือนท่ีของวตั ถุ หนวงเวลา

การนำเสนอขอมลู สรางแบบเรยี นแบบพลกิ หนาบทเรียนได การนำเสนองานในรปู แบบของสื่อผสมอยางมี

คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมผเู รยี นสรางวินยั ใหกับตนเองในการรักษาความสะอาดในหองเรียน การจัดโตะ การ

ปด-เปดไฟฟา ปด-เปดพัดลม การปด-เปดเคร่อื งปรบั อากาศ การดูแลรกั ษาเครือ่ งคอมพวิ เตอร กอนและ

หลงั การปฏิบัติทกุ ครั้งกอนออกจากหองเรยี น

ผลการเรยี นรู
1. บอกสวนประกอบของโปรแกรมสำเรจ็ รูปได
2. บอกและอธิบายสวนประกอบของปุมเคร่อื งมอื โปรแกรมสำเร็จรูปได
3. สรางแบบทดสอบในบทเรียนคอมพวิ เตอรชวยสอนดวยโปรแกรมสำเร็จรปู ได

4. สรางบทเรียนคอมพิวเตอรชวยสอนดวยโปรแกรมสำเรจ็ รูปได

รวมทั้งหมด 4 ผลการเรียนรู

216

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เตมิ

ว31212 การจดั การขอมูล 2 กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต

**********************************************************************************

ศึกษา เรียนรู การวิเคราะหและออกแบบฐานขอมูล การสรางฐานขอมูล การสอบถามขอมูล การสรางฟอรม

และการสรางรายงาน

ปฏบิ ตั ิการสรางฐานขอมลู แบบสอบถาม ฟอรม และรายงาน ดวยโปรแกรมสำเร็จรูปทก่ี ำหนดให

เพ่อื ใหมคี วามรูความเขาใจและทกั ษะในการจัดการฐานขอมลู เบอ้ื งตนและใชโปรแกรมฐานขอมลู เบ้ืองตนได

นำไปสูการใชเทคโนโลยีอยางเหมาะสมกับอาชีพ และมคี ณุ ลักษณะที่ดีตออาชพี ผเู รยี นสรางวนิ ยั ใหกับตนเอง

ในการรักษาความสะอาดในหองเรยี น การจดั โตะ การปด-เปดไฟฟา ปด-เปดพดั ลม การปด-เปด

เครอ่ื งปรับอากาศ การดูแลรักษาเครอื่ งคอมพิวเตอร กอนและหลังการปฏิบัติทกุ ครง้ั กอนออกจากหองเรยี น

ผลการเรยี นรู

1. สามารถวิเคราะหและออกแบบฐานขอมลู ได
2. สามารถสรางฐานขอมูลดวยโปรแกรม Access 2007ได
3. สามารถสรางแบบสอบถามขอมูลดวยโปรแกรมAccess 2007ได
4. สามารถสรางแบบฟอรมดวยโปรแกรมAccess 2007ได

5. สามารถสรางรายงานดวยโปรแกรม Access 2007ได
6. สามารถนำความรูและทักษะไปใชในชวี ติ ประจำวันได

รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู

217

คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน

อ31102 ภาษาองั กฤษ 8 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

**********************************************************************************

ศกึ ษาคำแนะนำคำช้ีแจง คำอธิบายทฟ่ี งและอาน อานออกเสยี งไดถูกตองตามหลกั การอาน ใชพจนานกุ รม

ภาษาองั กฤษ-ภาษาองั กฤษ อธบิ ายและเขียนประโยคและขอคามใหสัมพนั ธกบั สื่อทไ่ี มใชความเรยี งรปู แบบ

ตางๆท่ีอาน จับใจความสำคญั วิเคราะหความ สรปุ ความ ศกึ ษาประวัตศิ าสตรทองถิ่น เอกลักษณทองถิ่น

สถานทส่ี ำคญั ของจังหวดั ปทุมธานี ตีความและแสดงความคิดเห็นพรอมท้ังใหเหตผุ ลแลตวั อยางประกอบจาก

การฟง อาน สนทนา และเขยี นโตตอบขอมลู เก่ียวกบั วิธีการดำเนนิ ชวี ิตของตนเอง เรือ่ งใกลตา

ประสบการณสถานการณตางๆ

โดยใชกระบวนการเรียนรูภาษาตางประเทศเลือกและใชคำขอรอง ใหคำแนะนำ คำช้แี จง คำอธิบาย พูดและ

เขยี นแสดงความตองการ เสนอตอบรบั และปฏเิ สธ ขอและใหขอมูลบรรยาย และสรปุ ใจความสำคญั เกยี่ วกับ
เรอ่ื งราวขอมลู หรือเหตุการณใกลตัวและในทองถน่ิ เลอื กใชภาษานำ้ เสียงและกริยาทาทางเหมาะกับระดับ

บุคคล โอกาส และสถานท่ีตามมารยาททางสังคมของเจาของภาษาอธิบายวิถชี ีวิตขนบธรรมเนียมประเพณี
ตลอดจนเขารวมและจดั กิจกรรมทางภาษาวัฒนธรรมของเจาของภาษาอยางเหมาะสมเปรียบเทียบความ
เหมือนและความแตกตางระหวางโครงสราง สำนวนประโยค ความเชอ่ื วัฒนธรรมของไทยและของเจาของ
ภาษา ใชภาษาองั กฤษในการคนควา สืบคนความรขู อมลู ท่ีเกย่ี วของกับกลุมสาระการเรียนรูอ่นื และนำเสนอ

ดวยการพดู และเขียน โดยใชกระบวนการทางภาษา การส่ือสาร การสบื เสาะหาความรู การสบื คนขอมลู
การปฏิบัตติ ามสถานการณตางๆรวมถงึ ศึกษาแนวคิดตามหลักของปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง การวางแผน

การดำเนินชวี ิต เพอ่ื ใหเกดิ ความรู ความเขาใจ การเห็นคณุ คาของทรพั ยากรใชอยางคุมคาและสำรวจ
สภาพปญหาสิ่งแวดลอมทเี่ กิดขึน้ ในชุมชนและมีสวนในการแกไขปญหา

เพ่อื ใหเกดิ ความรู ความคดิ ความเขาใจ สามารถนำเสนอ สอ่ื สาร เห็นคณุ คาคณุ คา นำ
ความรูไปใชประโยชนมคี ณุ ธรรม จริยธรรมยดึ หลักสุจริตและคานยิ มท่เี หมาะสม

รหสั ตัวชี้วัด
ต1.1 ม.4/1 ต1.1 ม.4/2 ต1.1 ม.4/3 ต1.1 ม.4/4

ต1.2 ม.4/1 ต1.2 ม.4/2 ต1.2 ม.4/3 ต1.2 ม. 4/4 ต1.2 ม.4/5
ต1.3 ม.4/1 ต1.3 ม.4/2 ต1.3 ม. 4/3
ต2.1 ม.4/1 ต2.1 ม.4/2 ต2.1 ม.4/3
ต2.2 ม.4/1 ต2.2 ม. 4/2

ต3.1 ม.4/1
ต.4/1 ม.4/1

ต4.2 ม.4/1 ต4.2 ม.4/2
รวมท้ังหมด21 ตัวชี้วัด

218

คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม

อ31204 องั กฤษเพื่อการสื่อสาร 2 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

**********************************************************************************

ฟงและพดู เก่ยี วกบั ขอมลู ขาวสารเหตกุ ารณตางๆในทองถนิ่ รวมทั้งการขอและใหขอมูล เสนอ

ใหบริการและความตองการ อภิปราย และแสดงความคดิ เห็น เชน ความรสู ึก รวมทง้ั การเลา เหตุการณและ

กจิ กรรมในชีวิตประจำวนั จากประสบการณตนเองไดอยางเหมาะสมกบั ระดบั บคุ คล กาลเทศะและ

สถานการณตาง ๆ เพื่อใหเกดิ ความตระหนักถึงคณุ คาความแตกตางของภาษาและวัฒนธรรม สามารถนำมา

ประยุกใชในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว และสังคม

ผลการเรียนรู

1. ฟงและพดู เกี่ยวกับขอมลู ขาวสารและเหตกุ ารณตาง ๆ ในทองถ่ินได

2. พดู และขอขอมลู เกย่ี วกับการใหบรกิ ารและความตองการได
3. พดู แสดงความรูสึกเก่ยี วกบั เหตุการณหรือกจิ กรรมในชวี ิตประจำวนั ได

4. เลาประสบการณหรือเหตุการณทเี่ กยี่ วกับตนเองได

5. ฟงและพดู สรุปเร่อื งราวทฟ่ี งได

รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู

219

คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม

อ31206 อังกฤษคิด-วเิ คราะห 2 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ

**********************************************************************************

ศกึ ษารปู แบบตางๆสมั พันธกับประโยคและโครงสรางและวิเคราะห สรุปตีความ แสดงความคิดเห็นจา

การฟงจากเรื่องที่อานท่เี ปน สารคดี ประเดน็ ขาวพรอมใหเหตผุ ลประกอบประเด็นท่ตี นเองสนใจ

โดยใชกระบวนการคดิ วิเคราะหสือ่ ความ อภปิ ราย แสดงความคิดเหน็ อธบิ ายเปรยี บเทียบ ความ

แตกตางประโยคและโครงสราง ขอความ สำนวนประเด็นขาวที่คนควา รวบรวม วเิ คราะหและสรุปองคความรู

นำเสนอขอมลู โดยการพดู ขอเทจ็ จริงและเขียนสื่อความ

เพื่อใหผูเรยี นมเี จตคตทิ ่ีดตี อภาษาตางประเทศใชภาษาตางประเทศเปนกระบวนการคิด วิเคราะห

แสดงความคดิ เห็น ส่อื ความประเดน็ ตางๆไดอยางถูกตอง เหมาะสม

ผลการเรียนรู
1. ใชภาษาตางประเทศในการสืบคน/คนควา รวบรวม วิเคราะหและสรปุ ขอความ ส่ือความ

2.อธิบาย เปรยี บเทียบความแตกตางประโยคและโครงสราง ขอความ สำนวนประเด็นขาวท่ีคนควา รวบรวม

วเิ คราะหและสรปุ องคความรู

3 พูดและเขยี นบรรยาย เปรียบเทียบและแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกับประเดน็ / ขาว เหตุการณที่ฟงและอาน

อยางเหมาะสม

4.อธิบายและเขียนบรรยายประโยคและโครงสราง ขอความทีไ่ มใชความเรียงรปู แบบตางๆทอ่ี าน รวมถึงระบุ
และเขียนส่ือความที่ไมใชความเรียงรปู แบบตางๆใหสมั พนั ธประโยคและโครงสราง ขอความ สำนวนประเด็น

ขาวที่อาน

5.เลือกใชภาษา นำ้ เสียง และกริ ยิ าทาทางเหมาะสมกบั บุคคล โอกาสและสถานที่ตามมารยาทสงั คมและ

วฒั นธรรมเจาของภาษา.

รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู

220

คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม

อ31210 อังกฤษการบูรณาการ 2 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต

**********************************************************************************

ศกึ ษาและปฏบิ ัตเิ ก่ียวกบั การพฒั นาการาทางภาษาทง้ั 4 ทักษะ การฟง การพดู การอาน และการเขยี นโดย

บรู ณาการความรูกับกลมุ สาระอนื่ และเรยี นรูจากประสบกาณตรง การจัดรายการอาหาร การเลอื กซื้ออาหาร

การสัมภาษ การทองเท่ยี ว การแนะนำเสนทาง การเขยี นสมัครงาน REsumer การทำงานเปนทมี โดยใช

กระบวนการคดิ การเรียนรูทางภาษาดวยตนเอง กระบวนการกลุม กระบวนการเรียนรูแบบบรู ณาการ และ

กระบวนการเสรมิ สรางคุณลักษณะทพี่ ึงประสงค

เพอ่ื ใหสามารถใชภาษาสอ่ื สารในโอกาสตางๆ ไดถูกตองตามหลกั ภาษาและไวยากรณ อยางเปน

ธรรมชาติ ใชในการศกึ ษาตอและประกอบอาชีพไดอยางเหมาะสม

ผลการเรยี นรู
1 .เพื่อใหมีความรู ในการส่ือสาร สนทนาใหและขอขอมูล
2 .เพอ่ื ใหมีความเขาใจข้ันตอน วธิ ีการ และมที ักษะในการปฏิบัติงาน การใชอุปกร เอกสารตางๆ
3. เพื่อเสรมิ สรางทศั นคตทิ ีด่ ีตอการเรียนภาษาอังกฤษ
4. เพ่อื ใหมีความรู เกย่ี วกบั การเขียนรปู แบบทางการ

รวมท้ังหมด 4 ผลการเรยี นรู

221

คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ

อ31208 ไวยากรณนารู 2 กลุมสาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

**********************************************************************************

ศึกษาวิเคราะห เปรียบเทยี บความแตกตางระหวางโครงสรางประโยค ขอความ สำนวน คำพงั เพย

สุภาษิต และบทกลอนของภาษาตางประเทศทีม่ ที ักษะการใชภาษาตางประเทศสอื่ สารตามหวั เรอ่ื งตางๆ ได

ใชประโยคผสมและประโยคซบั ซอน สื่อความหมายตามบริบทตางๆ

โดยใชกระบวนการคิด การเรียนรูทางภาษาดวยตนเอง กระบวนการกลุม กระบวนการเรียนรูแบบ

บูรณาการ และกระบวนการเสริมสรางคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค

เพ่อื ใหสามารถใชภาษาสอ่ื สารในโอกาสตางๆ ไดถูกตองตามหลกั ภาษาและไวยากรณ อยางเปน

ธรรมชาติ ใชในการศกึ ษาตอและประกอบอาชีพไดอยางเหมาะสม

ผลการเรียนรู
1. อธิบายและเขียนประโยค และขอความใหสมั พนั ธกับส่ือที่ไมใชความเรียงรปู แบบตางๆ ท่ีอาน
รวมทั้งระบแุ ละเขียนสื่อที่ไมใชความเรยี งรูปแบบตางๆ ใหสัมพนั ธกับประโยคและขอความทฟ่ี ง
หรอื อาน
2. พดู และเขียนเพือ่ ขอและใหขอมูลบรรยาย เปรียบเทยี บและแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกับเรื่อง/
ประเดน็ ขาว เหตกุ ารณท่ีฟงและอานอยางเหมาะสม
3. เลือกใชภาษา นำ้ เสยี ง และกิรยิ าทาทางเหมาะสมกบั ระดับของบุคคล โอกาส และสถานท่ีตาม
มารยาทสงั คมและวัฒนธรรมเจาของภาษา
4. อธิบาย/เปรยี บเทียบความแตกตางระหวางโครงสรางประโยค ขอความ สำนวน คำพงั เพย
สภุ าษติ และบทกลอนของภาษาตางประเทศและภาษาไทย
5. ใชภาษาในการส่อื สารในสถานการณจริง/สถานการณจำลองทเ่ี กดิ ขน้ึ ในหองเรยี น สถานศกึ ษา
ชุมชนและสังคม

รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู

222

คำอธบิ ายรายวิชาเพมิ่ เติม

อ31202 ฟง-พดู ภาษาอังกฤษ 2 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกติ

**********************************************************************************

ศึกษาหลักการฟง-พูด เก่ียวกบั ขอความนติ ยสาร วารสาร ฉลากสินคา คำอธบิ ายและคำบรรยาย โดย

การอานออกเสยี ง บทรอยกรอง การอานประโยคและขอความใหสมั พันธที่ไมใชความเรยี งรปู แบบตางๆ อาน

เรอ่ื งท่ีเปนสารคดแี ละบันเทงิ เพื่อจับใจความสำคัญ แกนสาระ วเิ คราะหความ สรปุ ความ ตคี วามและเขียน

แสดงความคิดเห็น ท้งั ในทองถ่นิ สังคม และโลกพรอมทั้งใหเหตุผลและยกตัวอยางประกอบ เขียนโตตอบและ

นำเสนอขอมูลเก่ียวกับตนเองเร่อื งใกลตัว ประสบการณ ขาว ทอี่ ยูในความสนใจของสังคม เขยี นขั้นตอนการ

ใชคำแนะนำ แสดงความตองการ เขียนเสนอการตอบรบั การปฏเิ สธ การชวยเหลอื ในสถานการณจริงหรอื

จำลองเขยี นเพอ่ื ขอและใหขอมลู บรรยาย อธบิ าย เปรยี บเทยี บ เขียนแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับประเด็นท่ีอาน

อยางเหมาะสม พูดบรรยายความรูสกึ และแสดงความคิดเห็นของตนเองเก่ยี วกับเรื่องตางๆ อยางมเี หตผุ ล
โดยใชกระบวนการภาษาตางประเทศในการอภิปราย ฟง-พูด อาน เขียน การจัดกลุม การสบื เสาะ

แสวงหาความรูจากแหลงเรยี นรู การสืบคนขอมลู บนั ทึก เพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ เกิดการใฝรใู ฝเรียน

มุงม่ันและมวี ินัยในการทำงาน

เพือ่ ทำใหเกิดคณุ ธรรม ความสามคั คี ในการทำงานเปนหมูคณะ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ เห็น

คุณคาของการนำความรไู ปใชประโยชนในชีวิตประจำวนั

ผลการเรยี นรู
1. พดู นำเสนอเกยี่ วกบั บทความจากนติ ยสาร วารสารหรอื ฉลากสนิ คา ไดอยางมนั่ ใจและเปน
ธรรมชาติ
2. พดู บรรยายความรูสึกและแสดงความคิดเหน็ ของตนเองเก่ียวกบั บทรอยกรองทฟี่ งไดอยางมี
เหตุผล
3. พดู สอ่ื สารในเหตุการณจรงิ หรือเหตกุ ารณจำลองทีเ่ กดิ ขึ้นในหองเรียนได
4. พดู นำเสนอขอมูล ขาวสารจากหนังสือพมิ พ สอ่ื ตางๆ และนำเสนอไดอยางถูกตองและคลองแคลว
5. พดู สรปุ ความรู ขอมลู ตางๆ จากสื่อและแหลงเรยี นรูตางๆ ได

รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู

223

คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม

ญ31202 ภาษาญีป่ นุ เบ้ืองตน 2 กลุมสาระการเรยี นรภู าษาตางประเทศ

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 120 ช่ัวโมง 3.0 หนวยกติ

*******************************************************************************

***ศึกษาทกั ษะการปฏบิ ตั ิตามคำสง่ั งายๆระบสุ ัทอักษรอกั ษรฮิรางานะ คาตานะ และคันจิ อานออกเสยี ง

และประสมเสยี งคำงายๆ ตามหลกั การออกเสยี ง ระบุความหมายของคำ กลุมคำ และประโยคจากการฟง

หรอื การอานตอบคำถามงายๆ จากการฟง พูดหรือเขียนโตตอบดวยประโยคสน้ั ๆ เพ่ือส่ือสารระหวางบคุ คล

พดู หรือเขียนเพ่ือขอและใหขอมลู เก่ียวกับตนเอง เพื่อน ครอบครวั และสิ่งใกลตวั โดยใชกระบวนการฟงการ

พดู การอานการเขยี นและกระบวนการคดิ วิเคราะหใชภาษาเปนเครอื่ งมือในการรบั สารและสงสารไดอยาง

คลองแคลวถูกตองเขาถงึ สารไดอยางชดั เจนรวมทัง้ กระบวนการสืบเสาะหาความรูและเขารวมกิจกรรมทาง

ภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัยเพ่ือใหเกิดความรูความเขาใจเกิดเจตคตทิ ดี่ ีตอภาษาญ่ีปุนตลอดจน

วัฒนธรรมของเจาของภาษาและนำไปใชไดอยางเหมาะสมตามกาลเทศะเกดิ ความคิดรวบยอดนำไปสูการ
เชอ่ื มโยงความรูกับกลมุ สาระการเรยี นรูอนื่

มคี ณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคในดานความมีวนิ ยั ใฝเรยี นรูซ่ือสัตยสุจริตมงุ ม่นั ในการทำงานและมจี ิต

สาธารณะรวมถึงเพือ่ ใหนักเรียนเปนผมู ีรกั ชาติ ศาสน กษัตรยิ อยูอยางพอเพียงรกั ความเปนไทยและอนุรักษ

พลงั งานและส่งิ แวดลอม สืบสานศลิ ปวัฒนธรรมทองถ่ิน ชุมชนรวมพัฒนา ยดึ ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง

ผลการเรียนรู

1. เขาใจภาษาทาทางคำสง่ั คำขอรองและคำแนะนำงายๆ
2. ระบสุ ัทอักษรตามระบบพินอินอานออกเสียง และประสมเสยี งคำตามหลกั การออกเสยี ง

3. อานออกเสียงคำวลขี อความประโยคสำนวนและขอความส้ันๆไดถูกตองตามหลกั การออกเสียง

4. ระบุความหมายของคำ กลุมคำ และประโยคจากการฟงหรอื การอาน

5. ตอบคำถามจากการฟงหรอื อานไดถูกตองตามหลักไวยากรณ

6. พูดหรอื เขยี นโตตอบดวยประโยคส้นั ๆ เพื่อสื่อสารระหวางบุคคล

7. พดู หรือเขียนเพ่ือขอและใหขอมูลเกยี่ วกับตนเอง หรือสงิ่ ตางๆ รอบตวั

รวมท้ังหมด 7 ผลการเรียนรู

224

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม

ญ31204 ภาษาและวฒั นธรรมญ่ีปุน 2 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

**********************************************************************************
รายวชิ านี้มุงใหผูเรียนมที กั ษะพ้นื ฐานการใชภาษาญ่ีปุนเพื่อการสอ่ื สารระดบั กลาง ไดเรยี นรแู ละฝก
ทักษะภาษาทัง้ การฟง การพูด การอาน และการเขียน โดยอานออกเสยี งตวั อักษร คำ กลุมคำ ประโยค
และขอความงายๆ เลอื กและระบุภาพ ตรงตามความหมายของคำ กลุมคำ ประโยคและขอความสั้นๆ ตอบ
คำถามจากการฟงและอานประโยค บทสนทนา ขอความ หรอื บทอานสั้นๆ พดู โตตอบ แลกเปล่ียนขอมูล
เกย่ี วกับตนเอง เรอื่ งใกลตัว สนทนาและเขียนตอบโตขอมลู ขาว เหตกุ ารณ ประเด็นทีใ่ นความสนใจของสังคม
และสอื่ สารอยางตอเนอ่ื งและเหมาะสมเกยี่ วกบั ตนเอง และสถานการณในชีวิตประจำวัน เลอื กและใชคำสัง่
คำชกั ชวน คำขอรองงายๆ พดู และเขยี นแสดงความตองการของตนเองในสถานการณงายๆ ใชถอยคำ นำ้ เสยี ง
และกริ ิยาทาทางอยางสภุ าพตามมารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของญีป่ ุน อธบิ ายเกีย่ วกบั เทศกาล วนั สำคญั
งานฉลอง และชีวิตความเปนอยูของชาวญี่ปุน
เขารวมกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมญป่ี ุนตามความสนใจ บอกความเหมือนและความแตกตาง
ของ เทศกาลและงานฉลองตามวฒั นธรรมญีป่ ุนกับไทย เขาใจและนำเสนอคำศัพทท่ีเกย่ี วของกับกลมุ สาระ
การเรียนรูอ่ืน ใชภาษาสอื่ สาร สืบคน ความรูหรือขอมลู ตางๆ จากสอื่ และแหลงเรยี นรูตางๆ เผยแพรหรอื
ประชาสัมพนั ธขอมูล ขาวสารของโรงเรยี น เขารวมและจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามโอกาส
เชือ่ มโยงความรูกับกลมุ สาระการเรยี นรูอื่นโดยใชทักษะกระบวนการทางภาษา เชนทกั ษะการฟง พดู อาน
เขียน และคนควาจากแหลงเรยี นรตู างๆเขาใจความเหมือนและความแตกตางของภาษาวัฒนธรรมตามความ
สนใจเพื่อใหเหน็ คุณคาของการเรียนภาษาญีป่ ุน
ผลการเรยี นรู

1. อธบิ ายความเหมือนและความแตกตางของวิถชี วี ติ ความคดิ ความเช่อื ขนบธรรมเนียมประเพณี และ

วฒั นธรรมของประเทศญ่ปี ุนและประเทศไทย (K,P,A)

2. สนทนาและเขียนตอบโตขอมูล ขาว เหตกุ ารณ ประเดน็ ทีใ่ นความสนใจของสงั คมและส่ือสารอยาง

ตอเนือ่ งและเหมาะสมเกยี่ วกับตนเอง และเหตุการณตางในชวี ิตประจำวนั (K,P,A)

3. แสดงความรสู ึก ความคดิ เห็นเกี่ยวกับเรื่องตางๆ ประสบการณ ขาว/เหตุการณในทองถนิ่ สังคมโลก

พรอมทง้ั ใหเหตผุ ลและยกตัวอยางประกอบ (K,P,A)

4. เลือกใชภาษา นำ้ เสยี งกริยาทาทางเหมาะกบั ระดบั ของบุคคล โอกาส และสถานทต่ี ามมารยาทสงั คม

และวัฒนธรรมของเจาของภาษา (K,P,A)
5. เขารวม และจัดกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามโอกาส (K,P,A)

รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู

225

คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม

จ31202 ภาษาจีนเบ้อื งตน 2 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 120 ชัว่ โมง 3.0 หนวยกิต

*******************************************************************************

***ศึกษาทกั ษะการปฏิบตั ติ ามคำสง่ั งายๆระบุสัทอักษรตามระบบพนิ อนิ อานออกเสยี ง และประสมเสยี งคำ

งายๆ ตามหลักการออกเสียง ระบคุ วามหมายของคำ กลุมคำ และประโยคจากการฟงหรือการอานตอบ

คำถามงายๆ จากการฟง พดู หรือเขยี นโตตอบดวยประโยคส้ันๆ เพอ่ื ส่ือสารระหวางบคุ คลพูดหรือเขยี นเพ่ือ

ขอและใหขอมูลเกยี่ วกบั ตนเอง เพื่อน ครอบครวั และสงิ่ ใกลตัวโดยใชกระบวนการฟงการพดู การอานการ

เขียนและกระบวนการคดิ วเิ คราะหใชภาษาเปนเคร่ืองมือในการรบั สารและสงสารไดอยางคลองแคลว

ถกู ตองเขาถึงสารไดอยางชัดเจนรวมทงั้ กระบวนการสืบเสาะหาความรูและเขารวมกิจกรรมทางภาษาและ

วฒั นธรรมทีเ่ หมาะสมกบั วยั เพ่อื ใหเกดิ ความรูความเขาใจเกดิ เจตคติท่ีดีตอภาษาจีนตลอดจนวฒั นธรรมของ

เจาของภาษาและนำไปใชไดอยางเหมาะสมตามกาลเทศะเกิดความคิดรวบยอดนำไปสูการเชือ่ มโยงความรู
กับกลมุ สาระการเรยี นรูอ่ืน

มีคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคในดานความมีวินยั ใฝเรยี นรูซ่อื สัตยสุจริตมงุ มน่ั ในการทำงานและมจี ิต

สาธารณะรวมถงึ เพื่อใหนักเรยี นเปนผมู ีรกั ชาติ ศาสน กษัตรยิ อยูอยางพอเพียงรกั ความเปนไทยและอนรุ ักษ

พลังงานและสง่ิ แวดลอม สืบสานศลิ ปวัฒนธรรมทองถ่นิ ชมุ ชนรวมพัฒนา ยึดปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง

ผลการเรยี นรู
1. เขาใจภาษาทาทางคำส่ังคำขอรองและคำแนะนำงายๆ

2. ระบสุ ัทอักษรตามระบบพนิ อินอานออกเสยี ง และประสมเสยี งคำตามหลักการออกเสียง
3. อานออกเสยี งคำวลีขอความประโยคสำนวนและขอความสั้นๆไดถูกตองตามหลักการออกเสยี ง
4. ระบุความหมายของคำ กลุมคำ และประโยคจากการฟงหรอื การอาน
5. ตอบคำถามจากการฟงหรอื อานไดถูกตองตามหลกั ไวยากรณ

6. พดู หรือเขียนโตตอบดวยประโยคส้นั ๆ เพอื่ ส่ือสารระหวางบุคคล
7. พูดหรือเขียนเพื่อขอและใหขอมูลเก่ยี วกับตนเอง หรอื สง่ิ ตางๆ รอบตัว

รวมท้ังหมด 7 ผลการเรียนรู

226

คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม

จ31204 ภาษาและวฒั นธรรมจีน 2 กลุมสาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 จำนวน 140 ชั่วโมง 1.0 หนวยกติ

*******************************************************************************

ความรูท่วั ไปเกยี่ วกบั วัฒนธรรมจีน ไดแก ปรัชญา ศาสนา คตคิ วามเช่ือ วรรณกรรม

สถาปตยกรรม โบราณสถาน โบราณวัตถุ เทคโนโลยี ศิลปะ ประเพณี และวิถีชวี ิตของชาวจีน ต้ังแตอดตี

จนถึงปจจบุ ันเพ่ือใหเกดิ ความรูความเขาใจเกิดเจตคติทดี่ ตี อภาษาจนี ตลอดจนวัฒนธรรมของเจาของภาษา

และนำไปใชไดอยางเหมาะสมตามกาลเทศะเกิดความคิดรวบยอดนำไปสูการเชือ่ มโยงความรกู บั กลุมสาระ

การเรียนรูอน่ื

มีคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคในดานความมวี นิ ยั ใฝเรยี นรูซ่อื สตั ยสุจริตมงุ มนั่ ในการทำงานและมจี ติ

สาธารณะรวมถึงเพอ่ื ใหนกั เรียนเปนผมู ีรักชาติ ศาสน กษัตริยอยูอยางพอเพยี งรกั ความเปนไทยและอนรุ ักษ

พลงั งานและส่ิงแวดลอม สืบสานศลิ ปวัฒนธรรมทองถิ่น ชุมชนรวมพัฒนา ยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรยี นรู

1. เลอื กใชภาษาน้ำเสียงและกิริยาทาทางใหเหมาะสมกับบุคคลโอกาสและสถานทต่ี ามมารยาทสังคมและ

วฒั นธรรมของจนี

2. ใหขอมลู หรอื อธิบายบรรยายเก่ยี วกับเทศกาลวันสำคัญงานฉลองชวี ติ ความเปนอยูและประเพณขี องจนี

3. อธิบายและจัดกิจกรรมเกยี่ วกับชวี ติ ความเปนอยู ขนบธรรมเนียมประเพณีของจนี

4. เปรียบเทยี บความเหมอื นและความแตกตางของสำนวน สุภาษติ คำพังเพยระหวางของจีนและของไทย
5. บอกความเหมือนและความแตกตางระหวางเทศกาลงานฉลองและประเพณขี องจนี กบั ของไทยและ

นำไปใชอยางเหมาะสม

6. คนควารวบรวมขอมูลหรือขอเทจ็ จริงจากแหลงเรียนรแู ละนำเสนอดวยการพดู หรือการเขยี น

รวมท้ังหมด 6 ผลการเรยี นรู

ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 5

227

คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน

ท32101 ภาษาไทย 9 กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

**********************************************************************************
ฝกอานออกเสยี งรอยแกว รอยกรอง อานตีความ แปลความ ขยายความเร่ืองที่อาน อานงานเขยี น

ประเภทตางๆ สังเคราะหความรจู ากการอานส่ือสิ่งพิมพ ส่ืออิเลก็ ทรอนิกสและแหลงเรียนรูตางๆ โดยใช

วธิ ีการฝกทักษะปฏบิ ตั เิ พือ่ ใหสามารถอานออกเสยี งไดถูกตอง ไพเราะ ฝกการวเิ คราะหและวิจารณเรอื่ งท่ี

อานอยางมเี หตุผล เพื่อใหสามารถคาดคะเนเหตกุ ารณ และประเมินคาเร่ืองทีอ่ าน นำความรูความคดิ จาก

การอานไปใชในการตัดสนิ ใจแกปญหาในการดำเนินชวี ิต สามารถใชทักษะดานการอานมาพฒั นาตน

พฒั นาการเรยี น พัฒนาความรูทางอาชพี และอานอยางมีมารยาทเขยี นส่ือสารในรปู แบบตางๆ เขยี น
เรยี งความ เขียนยอความจากสื่อที่มรี ปู แบบและเน้อื หาหลากหลาย โดยใชทักษะกระบวนการพฒั นาการ

เขียน เพื่อใหสามารถเรยี บเรยี งภาษาไดอยางถกู ตอง มขี อมูลและสาระสำคญั ชัดเจน ผลติ งานเขียนของ

ตนเองในรูปแบบตางๆ ไดตรงตามวตั ถุประสงค สามารถประเมนิ งานเขยี นของผูอื่นแลวนำมาพัฒนางานเขียน

ของตนเองและเขียนอยางมมี ารยาทพูดในโอกาสตางๆ พดู แสดงทรรศนะ โตแยง โนมนาวใจ โดยใชวิธีการ

ฝกสรุปแนวคิดและแสดงความคดิ เห็นจากเรือ่ งทีฟ่ งและดู วเิ คราะหและแนวคิด การใชภาษา และความ

นาเชื่อถือจากเร่ืองที่ฟงและดูอยางมเี หตผุ ล เพื่อใหสามารถประเมินคาเรื่องที่ฟงและดู แลวกำหนดแนวทาง

นำไปประยุกตใชในการดำเนินชวี ิต มีวิจารณญาณในการเลือกเรือ่ งที่ฟงและดู และเสนอแนวคดิ ใหมดวย

ภาษาทีถ่ ูกตอง มีมารยาทในการฟง การดู และการพดู ศกึ ษาธรรมชาตขิ องภาษา พลังของภาษา และ

ลกั ษณะของภาษา โดยการฝกใชคำและกลมุ คำสรางประโยค เพ่อื ใหสามารถใชภาษาเหมาะสมแกโอกาส
กาลเทศะ และบคุ คล รวมทั้งคำราชาศัพทอยางเหมาะสม และเพื่อใชในการแตงบทรอยกรองประเภทโคลง

ศกึ ษาเร่ืองการวิเคราะหและวจิ ารณวรรณคดแี ละวรรณกรรมตามหลักการวจิ ารณเบ้ืองตน โดยฝกการ

วิเคราะหในดานลักษณะเดนของวรรณคดเี ช่ือมโยงกบั การเรียนรูทางประวัติศาสตรและวิถีชีวิตของสังคมใน

อดตี เพื่อใหสามารถวิเคราะหและประเมินคาดานวรรณศิลปของวรรณคดแี ละวรรณกรรมในฐานะทีเ่ ปนมรดก

ทางวฒั นธรรมของชาติ รวบรวมวรรณกรรมพ้ืนบานและภูมิปญญาทางภาษา สามารถทองจำและบอกคุณคา

บทอาขยานและบทรอยกรองท่สี นใจ
โดยใชกระบวนการฝกตามแบบ อธบิ าย อภปิ ราย แสดงความคดิ เห็น เปรยี บเทยี บ คดิ วิเคราะห

ฝกปฏิบตั ิ สืบเสาะหาความรูดวยตนเอง

เพือ่ ใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ ในภาษาไทย มีวินยั ใฝเรยี นรู มุงม่ันในการทำงาน มจี ิต

สาธารณะ เห็นคุณคา มีความรกั มีความหวงแหนภาษาไทย รักความเปนไทย และนำไปประยุกตใชในชวี ิต

จริงไดอยางมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคานิยมทเ่ี หมาะสม

รหัสตัวช้ีวดั
ท 1.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/8,ม.4-6/9

228

ท 2.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/5,ม.4-6/8
ท 3.1 ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/5,ม.4-6/6
ท 4.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4
ท 5.1 ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/5,ม.4-6/6
รวม 28 ตวั ชี้วัด

229

คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม

ท32201 การเขยี นเชงิ สรางสรรค กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกติ

**********************************************************************************
ศกึ ษาการเขียนเชงิ สรางสรรค การเขยี นโดยใชความรู ประสบการณ และจินตนาการในการ

เขียน เชน การเขยี นนทิ าน เร่ืองส้ัน และบทรอยกรอง การเขยี นเชงิ สรางสรรคผูเขียนจะตองมคี วามคดิ ดี มี

จินตนาการดี มีคลังคำอยางหลากหลาย สามารถนำคำมาใชในการเขียน ตองใชเทคนคิ การเขียน และใช

ถอยคำอยางสละสลวย

โดยใชกระบวนการฝกตามแบบ อธิบาย อภิปราย แสดงความคดิ เห็น เปรยี บเทยี บ คดิ วิเคราะห

ฝกปฏิบตั ิ สืบเสาะหาความรูดวยตนเอง
เพ่อื ใหเกิดความรู ความคดิ ความเขาใจ ในภาษาไทย มวี นิ ัย ใฝเรยี นรู มงุ ม่นั ในการทำงาน มจี ติ

สาธารณะ เห็นคณุ คา มีความรกั มคี วามหวงแหนภาษาไทย รักความเปนไทย และนำไปประยุกตใชในชวี ติ

จริงไดอยางมคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และคานยิ มทีเ่ หมาะสม

ผลการเรยี นรู

1. ความรูความเขาใจเกยี่ วกับหลกั การเขียนไดอยางถูกตอง

2. มที ักษะในการเขียนโดยนำโวหารแบบตางๆทวงทำนองในการเขียนและเทคนคิ การรวบรวมความรูมา

ใชในงานเขยี นรปู แบบตางๆได

3. มีทกั ษะในการเขียนนทิ านตามรปู แบบหลักเกณฑและมีมารยาทในการเขียน

4. มที กั ษะในการเขียนเรื่องส้นั ตามรปู แบบหลักเกณฑและมมี ารยาทในการเขยี น มที กั ษะใน
การเขยี นบทรอยกรองตามรูปแบบหลกั เกณฑและมีมารยาทในการเขียน

รวม 4 ผลการเรยี นรู

230

คำอธบิ ายรายวิชา

ค32101 คณิตศาสตรพ้นื ฐาน กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จํานวน 1.0 หนวยกติ

**********************************************************************************

ศกึ ษาและฝก ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอนั ไดแก การแกปญหา การใหเ หตผุ ล การส่อื สาร การสอ่ื

ความหมายทางคณิตศาสตร และการนําเสนอ การเชื่อมโยงความรูตางๆทางคณิตศาสตร และเชื่อมโยง

คณิตศาสตรก บั ศาสตรอืน่ ๆ และมคี วามคิดริเร่มิ สรา งสรรค ในสาระตอไปน้ี

ความนาจะเปน กฎเกณฑเบือ้ งตนเก่ยี วกับการนบั โจทยปญหาที่ใชหลักมูลฐานเกี่ยวกับการนับชวย

ในการแกป ญหา ความนา จะเปน การทดลองสุม ปริภูมิตัวอยางหรือแซมเปลสเปซ เหตกุ ารณ ความนาจะเปน

ของเหตกุ ารณ

เลขยกกาํ ลงั รากท่ี n ของจํานวนจริง คา หลักของรากท่ี n ของจํานวนจรงิ a สมบัติของรากท่ี n การ

หาผลบวก ผลตาง และผลคูณของจํานวนที่อยูในรูปกรณฑ เลขยกกําลังท่ีมีเลขชี้กําลังเปนจํานวนตรรกยะ

สมบัติของเลขยกกาํ ลัง และการนําความรูเรอ่ื งเลขยกกาํ ลังไปใชในการแกโ จทยป ญ หา

โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณในชีวิตประจําวันที่ใกลตวั ใหผูเรียนไดศ ึกษาคนควาโดย

การปฏิบัตจิ ริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคํานวณ การแกปญหา การให

เหตผุ ล การสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร และนําประสบการณดานความรู ความคดิ ทักษะกระบวนการท่ีได

ไปใชใ นการเรยี นรสู ่งิ ตางๆ และใชใ นชีวิตประจาํ วันอยางสรางสรรค โดยยึดหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

เพอ่ื ใหเ กิดความรูความเขาใจ ความคิดรวบยอด ใฝรใู ฝเรียน มรี ะเบยี บวินยั มุงมน่ั ในการ ทาํ งานอยาง

มีระบบ ประหยัด ซื่อสัตย มีวิจารณญาณ รูจักนําความรูไปประยุกตใชในการดํารงชีวิตไดอยางพอเพียง

รวมทัง้ มีเจตคตทิ ด่ี ตี อ คณิตศาสตร

รหสั ตวั ช้วี ดั
ค 1.1 ม.5/1
ค 3.2 ม.5/1 , 5/2

รวม 3 ตัวชี้วัด

231

คำอธิบายรายวิชา

ค32202 คณติ ศาสตรเพมิ่ เติม 9 กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร

ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต

**********************************************************************************

ศึกษา ฝก ทกั ษะ/กระบวนการในสาระตอ ไปน้ี

ฟงกชัน ฟง กชันตรีโกณมิติและการประยุกต ฟงกชันไซนและ โคไซน ฟงกชันตรีโกณมิตอิ ่ืนๆ กราฟ

ของฟงกชันตรโี กณมิติ ฟงกชนั ตรโี กณมิตขิ องผลบวกและผลตางของ จาํ นวนจรงิ หรอื มุม อินเวอรสของฟงกช ัน

ตรีโกณมิติ เอกลักษณและสมการตรีโกณมิติ กฎของไซนและ โคไซน ฟงกชนั เอกซโพเนนเชียล และฟงกชัน

ลอกการิทึม ฟงกชันเอกซโพเนนเชียล ฟงกชันลอกการึทมึ การคํานวณคาโดยประมาณโดยใชลอกการิทึม

สมการเอกซโ พเนนเชยี ลและสมการลอการิทึม

ความนาจะเปน กฎเกณฑเบื้องตนเกี่ยวกับการนับแฟคทอเรียล n วิธีเรียง สับเปลี่ยน วิธีจัดหมู

ทฤษฎบี ททวนิ าม ความนาจะเปน และ กฎทสี่ ําคญั บางประการของความนาจะเปน

โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณในชีวิตประจําวันที่ใกลตัว ใหผูเ รียนไดศ ึกษาคนควาโดย

การปฏบิ ัตจิ ริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคํานวณ การแกปญหา การให

เหตผุ ล การส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร และนําประสบการณด านความรู ความคิด ทกั ษะกระบวนการที่ได

ไปใชในการเรียนรสู ิ่งตา งๆ และใชในชีวิตประจําวันอยางสรางสรรค โดยยดึ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

และนําไปสปู ระชาคมอาเซยี น

การวัดและประเมินผล ใชวิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเปนจริงใหสอดคลองกับเนื้อหาและ

ทักษะทตี่ องการวัด

ผลการเรียนรู
1. มคี วามคดิ รวบยอดเก่ยี วกับฟงกช นั ตรโี กณมติ ิและเขยี นกราฟของฟงกชนั ท่กี าํ หนดใหได
2. นาํ ความรูเรื่องฟง กชันตรีโกณมิติและการประยุกตไปใชแกปญหาได

3. มคี วามคดิ รวบยอดเกี่ยวกับฟงกช ันเอกซโพเนนเชยี ล
4. นําความรูเ รอ่ื งฟง กชันเอกซโ พเนนเชียลและฟงกลอการิทมึ ไปใชแกปญหาไดม ี
5. แกโจทยปญหาโดยใชกฎเกณฑเบื้องตนเกยี่ วกบั การนับ วิธเี รยี งสับเปลี่ยน และวธิ ีจัดหมู
6. นาํ ความรเู รื่องทฤษฎีบททวินามไปใชได
7. หาคา ความนาจะเปนของเหตกุ ารณท่ีกําหนดใหได

รวมท้งั หมด 7 ผลการเรยี นรู

232

คำอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติม

ค32203 คณติ ศาสตรธุรกิจ 3 กลุมสาระการเรียนรูคณติ ศาสตร

ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต

**********************************************************************************
ศกึ ษาฝกทักษะการคิดคำนวณและฝกทกั ษะการแกปญหาในสาระตอไปนี้

คณิตศาสตรในชีวิตประจำวัน อัตราสวน การเปรยี บเทยี บอัตราสวน สัดสวน การปญหาเกี่ยวกับ

สัดสวนการแปลงหนวย มาตรสวน ยอสวน โจทยปญหารอยละ

โดยจดั ประสบการณหรือสรางสถานการณในชวี ิตประจำวันที่ใกลตัวใหผูเรยี นไดศึกษา คนควาโดยการ

ปฏิบตั จิ รงิ ทดลอง สรปุ รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ / กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญหา การให

เหตผุ ล การสือ่ ความหมายทางคณติ ศาสตร การเชื่อมโยงความรูตาง ๆ ทางคณิตศาสตรเช่ือมโยงคณิตศาสตร
กับศาสตรอื่น ๆ มคี วามคิดรเิ ร่มิ สรางสรรค

เพือ่ พฒั นาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญหา การใหเหตผุ ล การสอ่ื ความหมาย

ทางคณิตศาสตร และนำประสบการณดานความรู ความคดิ ทกั ษะ กระบวนการท่ไี ดใชไปในการเรียนรูส่งิ

ตางๆและใชในชวี ติ ประจำวันอยางสรางสรรครวมท้ังเห็นคุณคา และมเี จตคติทีด่ ีตอวิชาคณติ ศาสตร สามารถ

ทำงานอยางเปนระบบ ระเบยี บ รอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ มีวิจารณญาณและเช่ือมัน่ ในตนเองและ

สามารถหลักเศรษฐกิจพอเพยี งมาปรบั ประยุกตใชในชวี ิตประจำวันได

การวัดและประเมินผล ใชวิธีท่ีหลากหลาย ตามสภาพความเปนจรงิ ของเนื้อหาและทักษะท่ีตองการวดั

ผลการเรยี นรู
1. หาอตั ราสวนอยางงายได

2. เปรยี บเทยี บอัตราสวนได
3. เขียนสัดสวนของอัตราสวนสองอัตราทีเ่ ทากันได
4.หาคำตอบในโจทยปญหาเก่ียวกับสัดสวนได
5. หาคำตอบของปญหาในชวี ติ ประจำวันโดยใชความรูเรื่องสดั สวนได

6. เขยี นการแปลงหนวยที่กำหนดได
7. เขยี นรอยละหรอื เปอรเซ็นตของอตั ราสวนที่กำหนดได

รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู

233

คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ

ค32209 คณิตศาสตรในชีวิตประจำวัน(บญั ชี 3) กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนท่ี1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ

**********************************************************************************
ศึกษาฝกทักษะการคดิ คำนวณและฝกทักษะการแกปญหาในสาระตอไปน้ี

ศกึ ษาการบนั ทกึ รายการคาในสมดุ รายวนั ทั่วไปการผานรายการไปยงั บัญชีแยกประเภทการจัดทํางบ

ทดลองการจดั ทาํ กระดาษทาํ การการจัดทํางบการเงินการปดบัญชคี รบวงจรบญั ชเี บ้อื งตนและสรุปวงจรบญั ชี

ฝกทกั ษะการบันทึกรายการคาในสมุดรายวันทวั่ ไปการผานรายการไปยังบัญชแี ยกประเภทการจดั ทาํ

งบทดลองการจัดทํากระดาษทาํ การการจัดทาํ งบการเงนิ การปดบญั ชคี รบวงจรบัญชีเบอ้ื งตนและสรุปวงจร

บญั ชเี พื่อใหมีความรูความเขาใจเก่ียวกับการบันทกึ รายการคาในสมดุ รายวันทว่ั ไปการผานรายการไปยังบัญชี
แยกประเภทการจัดทํางบทดลองการจดั ทาํ กระดาษทําการการจดั ทาํ งบการเงนิ การปดบัญชโี ดยจดั

ประสบการณรายการคาท่ีเกดิ ขึน้ ในชวี ติ ประจำวนั ทีใ่ กลตัวใหผูเรยี นไดศึกษาคนควาโดยการปฏบิ ัตจิ รงิ คดิ

วิเคราะห สรปุ รายงาน เพ่ือพัฒนาทกั ษะ / กระบวนการในการคำนวณ การใหเหตุผล การสื่อความหมายทาง

คณิตศาสตร และนำประสบการณความรู ความคิด ทักษะกระบวนการทไ่ี ดไปใชในการเรยี นรูสงิ่ ตางๆ และ

ใชในชีวิตประจำวันอยางสรางสรรค รวมทัง้ คณุ คาและมีเจตคติทีด่ ตี อคณติ ศาสตร และวชิ าชีพบญั ชี สามารถ

ทำงานอยางเปนระบบระเบยี บ มีความรอบคอบ มคี วามรับผิดชอบ มวี ิจารณญาณและมีความเช่อื ม่ันในตนเอง

และใชเปนพืน้ ฐานในการเรยี นวิชาท่ตี องใชคณติ ศาสตร และเช่ือมโยงคณิตศาสตรกับศาสตรอน่ื ๆ ได

ผลการเรียนรู
1. อธบิ ายเก่ียวกับหลกั การวิธีการและขน้ั ตอนการจัดทําบัญชี

2.มคี วามรูและทักษะการจัดทํางบดลุ
3. มคี วามรแู ละทกั ษะการวิเคราะหรายการคา
4. มคี วามรูและทกั ษะการบนั ทกึ รายการคาในสมุดรายวันท่ัวไป
5. มคี วามรแู ละทักษะการผานรายการไปยังบญั ชแี ยกประเภท

รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู

234

คำอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม

ค32207 คณิตศาสตรพลวตั 3 กลุมสาระการเรียนรูคณติ ศาสตร

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ

**********************************************************************************
เพือ่ พัฒนาศักยภาพของผูเรียนใหมคี วามทักษะความเขาใจ มคี วามคดิ รวบยอด และสามารถ

นำความรูและทักษะกระบวนการแกปญหาไปประยุกตใชไดในเน้อื หาเกย่ี วกับกราฟของภาคตัดกรวย ลิมิตของ

ฟงกชนั และอนพุ ันธของฟงกชัน โดยใชโปรแกรม The Geometer’s Sketchpad

จดั ประสบการณใหผูเรียนไดศึกษา ฝกทักษะการใชโปรแกรมตั้งแตพ้นื ฐาน และฝกการนำ

โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad มาใชแกปญหาเพ่อื พัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคดิ คำนวณ

การแกปญหา การใหเหตผุ ล การสอื่ ความหมายทางคณติ ศาสตรและนำประสบการณดานความรูความคดิ และ
สามารถนำทักษะดังกลาวไปใชในการสรางผลงานอยางสรางสรรค รวมท้ังตระหนักในคุณคาและมเี จตคติท่ดี ี

ตอคณิตศาสตร สามารถทำงานไดอยางมรี ะบบ รอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ มวี ิจารณญาณและเชือ่ มน่ั ใน

ตนเองและสามารถอยูรวมกับผูอ่นื ไดอยางมีความสขุ

ท้งั นี้ผูเรยี นพงึ มีความตระหนักในคุณคาและมเี จตคตทิ ่ีดตี อคณติ ศาสตร สามารถทำงานอยางมี

ระบบ รอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ มวี ิจารณญาณและเช่อื ม่นั ในตนเอง และสามารถอยูรวมกบั ผูอื่นไดอยางมี

ความสขุ โดยมกี ารวัดและประเมนิ ผลดวยวิธีหลากหลายสอดคลองตามสภาพ

ความเปนจรงิ ทง้ั เนือ้ หา / ทกั ษะ / กระบวนการและคุณลักษณะท่ตี องการวัดผลและประเมนิ ผล

ผลการเรยี นรู
1. มที ักษะในการใชโปรแกรม The Geometer’s Sketchpad มาใชในการตรวจสอบความคดิ รวบ

ยอดได
2. แกโจทยปญหาและตรวจสอบคำตอบโดยใชโปรแกรม The Geometer’s Sketchpad ได
3. สามารถประยุกตใชโปรแกรม The Geometer’s Sketchpad และผลิตผลงานเชงิ สรางสรรคโดย

ใชโปรแกรม The Geometer’s Sketchpad ได

รวมทั้งหมด 3 ผลการเรยี นรู

235

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ

ค32205 คณิตศาสตรกบั การออกแบบ 1 กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร

ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต

**********************************************************************************
ศึกษาฝกทักษะการคิดคำนวณและฝกทกั ษะการแกปญหาในสาระตอไปนี้

สวนประกอบของการออกแบบสวนประกอบตอนตนสวนเนือ้ หาสวนประกอบตอนทาย

โดยจัดประสบการณหรอื สรางสถานการณในชีวิตประจำวันท่ีใกลตัวใหผูเรยี นไดศึกษาคนควาโดยการ

ปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญหา การให

เหตุผลการสื่อความหมายทางคณิตศาสตรการเชื่อมโยงความรูตางๆทางคณิตศาสตรเชื่อมโยงคณิตศาสตรกับ

ศาสตรอนื่ ๆ มีความคดิ รเิ รมิ่ สรางสรรค
เพ่ือพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณการแกปญหาการใหเหตุผลการสื่อความหมายทาง

คณติ ศาสตร และนำประสบการณดานความรู ความคิด ทักษะกระบวนการท่ีไดใชไปในการเรยี นรูส่งิ ตางๆและ

ใชในชวี ิตประจำวันอยางสรางสรรค รวมท้ังเหน็ คุณคา และมีเจตคติที่ดีตอวิชาคณิตศาสตร สามารถทำงาน

อยางเปนระบบระเบียบรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณและเชื่อมั่นในตนเองและสามารถหลัก

เศรษฐกจิ พอเพยี งมาปรับประยกุ ตใชในชวี ิตประจำวันได

การวัดและประเมนิ ผลใชวธิ ีทห่ี ลากหลายตามสภาพความเปนจรงิ ของเนื้อหาและทกั ษะที่ตองการวดั

ผลการเรียนรู

1. มีความรคู วามเขาใจเกยี่ วกับการออกแบบทางคณิตศาสตร
2. นำความรจู ากการออกแบบไปปฏิบัติไดจรงิ

รวมทั้งหมด 2 ผลการเรียนรู

236

คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน

ว32101 วิทยาศาสตรกายภาพ 1 กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1 หนวยกติ

**********************************************************************************

ศึกษาหลกั การพนื้ ฐานของแรงและการเคลื่อนทใ่ี นเรอ่ื งระยะทาง การกระจัด อตั ราเร็ว ความเรว็ ความเรง การ

เคลื่อนที่แนวตรง การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล การเคลื่อนที่แบบวงกลมและการเคลื่อนที่แบบสั่น แรงที่

กระทําตอวตั ถุในสนามโนมถวง และการเคลื่อนที่ของวัตถุในสนามโนมถวง แรงที่กระทําตอ อนุภาค ที่มปี ระจุ

ไฟฟาในสนามไฟฟาและสนามแมเหล็ก รวมทั้งแรงนิวเคลียรในนิวเคลียส และการใชประโยชน จากแรงและ

การเคลื่อนท่ีแบบตา ง ๆ ประยุกตใชแ นวคดิ เชงิ คาํ นวณในการพัฒนาโครงงานท่ีมีการบรู ณาการกับวิชาอ่ืนอยาง

สรา งสรรค และเช่ือมโยงกบั ชีวิตจรงิ

ทั้งนี้โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 การสืบคนขอมูล

อภิปรายและสรุป เพือ่ ใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู
และนำความรูไปใชในชวี ิตของตนเอง ดูแลรกั ษาสิ่งมีชีวติ อื่น เฝาระวังและพัฒนา สง่ิ แวดลอมอยางยั่งยืน มจี ิต

วิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม และคานิยม สามารถทำงานรวมกับผูอื่นไดและเห็นประโยชนการดำรงชีวิต

ตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

รหัสตวั ช้ีวดั
ว 2.2 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4, ม.4/5, ม.4/6, ม.4/7, ม.4/8, ม.4/9, ม.4/10
ว 4.2 ม.4/1

รวมท้ังหมด 11 ตัวชีว้ ดั

237

คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม

ว32201 ฟสกิ ส 2 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 80 ช่วั โมง จำนวน 2.0 หนวยกิต

**********************************************************************************
ศึกษาหลักการของกลศาสตรในเรอ่ื ง งาน พลังงาน ความสัมพันธระหวางงานและพลังงานจลน กฎ

การอนุรักษพลงั งาน กำลงั เครอื่ งกลอยางงายและประสทิ ธภิ าพของเครอ่ื งกล โมเมนตมั การชนกนั ของวัตถุ

และกฎการอนรุ กั ษโมเมนตัม การเคล่ือนท่ีแบบหมุน ทอรกและผลของทอรกที่มตี อสภาพการหมนุ สภาพ

สมดุลและเงื่อนไขทที่ ำใหเกิดสมดลุ สภาพยดื หยุนของวตั ถุและมอดุลัส โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร

การสบื เสาะหาความรู การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบคนขอมลู อภปิ รายและสรปุ เพื่อใหเกดิ ความรู ความคิด

ความเขาใจ มีความสามารถในการตดั สินใจ ส่ือสารส่งิ ที่เรียนรูและนำความรูไปใชในชวี ิตของตนเอง ดูแลรักษา
ส่งิ มีชวี ิตอื่น เฝาระวังและพัฒนา ส่ิงแวดลอมอยางยง่ั ยืน มีจติ วทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคานยิ ม

สามารถทำงานรวมกับผูอ่ืนไดและเหน็ ประโยชนการดำรงชีวิตตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

ผลการเรยี นรู
1. อธิบายงานและวิเคราะหงานของแรงตาง ๆ

2. อธิบายพลังงาน พลงั งานจลน พลงั งานศักย และความสัมพนั ธระหวางงานและพลังงาน
3. อธบิ ายและใชกฎการอนรุ กั ษพลงั งานกลวิเคราะหการเคลือ่ นที่ในสถานการณตางๆ
4. อธบิ ายการทำงานของเคร่ืองกลอยางงาย

5. อธิบายโมเมนตัม และความสัมพนั ธระหวางแรงและโมเมนตัมท่ีเปล่ยี นไป
6. อธิบายการชนของวตั ถุ กฎการอนรุ กั ษโมเมนตมั และวเิ คราะหการชนกนั ของวตั ถุ

7. อธิบายการเคลื่อนทแี่ บบหมนุ และความสมั พันธของปริมาณทเ่ี กี่ยวของกับการหมุน
8. อธบิ ายทอรก โมเมนตความเฉ่ือย และความสัมพนั ธระหวางทอรกกับโมเมนตความเฉื่อย
9. อธิบายโมเมนตัมเชิงมุม และกฎการอนรุ กั ษโมเมนตัมเชิงมุม
10. อธบิ ายพลังงานจลนของการหมนุ ของวัตถุทมี่ กี ารเคลอ่ื นทีแ่ บบหมุน

11. อธิบายสภาพสมดุลของวตั ถุ และวิเคราะหสภาพสมดลุ ตามเงอ่ื นไขของสมดุล
12. อธิบายผลของแรงคคู วบ โมเมนตของแรงคูควบทมี่ ตี อสมดลุ ของวตั ถุ

13. อธบิ ายสภาพการเคลอ่ื นที่ของวัตถแุ ละผลของแรงท่กี ระทำตอวตั ถุมีความเกย่ี วของกับศูนยกลางมวล
และศูนยถวงของวัตถุ

14. อธบิ ายการไดเปรยี บเชิงกลของเครื่องกลอยางงาย
15. อธบิ ายสภาพยืดหยุนของของแขง็ และมอดุลสั ของยัง

รวมทั้งหมด 15 ผลการเรยี นรู

238

คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เติม

ว32203 เคมี 2 กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต

***********************************************************************************

ศึกษาและคำนวณเกีย่ วกับมวลอะตอมของธาตุ มวลของธาตุ 1 อะตอม มวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุ

มวลโมเลกุลของสาร ความสัมพันธระหวางจำนวนโมล อนุภาค มวลและปริมาตรของแกสที่ STP ศึกษาหนวย
และการคำนวณความเขมขนของสารละลาย ศึกษาและทดลองเตรียมสารละลาย ศึกษาและทดลอง และ
เปรียบเทียบจุดเดือด จุดหลอมเหลวของสารบริสุทธิ์และสารละลาย ศกึ ษาความหมายและเขยี นสูตรโมเลกุล
สูตรเอมพิรคิ ัลหรอื สูตรอยางงาย และสูตรโดรงสราง การคำนวณหามวลเปนรอยละจากสูตรการคำนวณหาสูตร

เอมพิริคัลและสูตรโมเลกลุ ของสาร ศึกษาการเขยี นและดุลสมการเคมี ทดลองและคำนวณหาอัตาสวนจำนวน
โมลของสารตัง้ ตนทท่ี ำปฏกิ ริ ิยาพอดีกัน ศกึ ษาสมบัติของระบบปดและระบบเปด ศึกษาและฝกคำนวณปริมาณ

สารในปฏิกิริยาเคมีที่เปนไปตามกฎทรงมวล กฎสัดสวนคงที่ ศึกษาทดลองและคำนวณปริมาตรของแกสใน
ปฏิกิริยาเคมีตามกฎของเกย-ลูสแซก และกฎของอาโวกาโดร ศึกษาและฝกคำนวณหาความสัมพันธระหวาง
ปริมาณของสารในสมการเคมีนั้นๆ และสมการเคมีที่เกี่ยวของมากกวาหนึ่งสมการ สารกำหนดปริมาณ ผลได
รอยละ ศึกษาสมบัติและการจัดเรยี งอนุภาคของของแข็ง ทดลองเตรยี มผลกึ สาร และศึกษาชนิดของผลึก การ

เปล่ยี นสถานะของของแข็ง การหลอมเหลว การระเหดิ ศกึ ษาวเิ คราะหสมบัติของของเหลวเก่ียวกับความตึงผิว
การระเหย ความดันไอ ศึกษาและทดลองเกี่ยวกับความดันไอกับจุดเดือดของของเหลว ความสัมพันธระหวาง
ความดันไอของของเหลวตางชนิด และผลของอุณหภูมิตอความดนั ไอ ศึกษาเกี่ยวกับสมบัติบางประการของ

แกส ทฤษฎีจลนของแกส ศกึ ษาและทดลองเกี่ยวกับความสมั พันธของความดัน อุณหภมู แิ ละปริมาตรของแกส
และคำนวณหาปริมาตร ความดัน และอณุ หภมู ิของแกสโดยใชกฎของบอยล กฎของชารล กฎรวมแกส ศึกษา

และคำนวณความดนั ปริมาตร จำนวนโมล มวล และอณุ หภูมิของแกสตามกฎแกสสมบรู ณ ศึกษาทดลองการ
แพรและอัตราการแพรของแกส การคำนวณเกย่ี วกับกฎการแพรผานของเกรแฮม ศึกษาเทคโนโลยีที่เกีย่ วของ
กับสมบัติของของแข็ง ของเหลว และแกส เพื่อใหมคี วามรูความเขาใจเกี่ยวกับสมบัติของของแข็ง ของเหลว
และแกส และการคำนวณเกีย่ วกับ ผลผลติ ของปฏิกริ ิยาเคมี โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะ

หาความรู การสำรวจ ตรวจสอบ การสบื คนขอมลู อภปิ รายและสรปุ เพ่ือใหเกิดความรู ความคดิ ความเขาใจ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ สือ่ สารส่ิงที่เรียนรูและนำความรูไปใชในชวี ิตของตนเอง ดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอ่ืน

เฝาระวังและพัฒนา สิ่งแวดลอมอยางยั่งยืน มจี ิตวิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคานิยม สามารถทำงาน
รวมกับผูอน่ื ไดและเห็นประโยชนการดำรงชีวิตตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

ผลการเรียนรู
1. คำนวณมวลอะตอมของธาตุ มวลของธาตุ 1 อะตอม และมวลอะตอมเฉล่ียของธาตุ
2. คำนวณมวลโมเลกุลของสารหรอื มวลสตู ร และมวลของสาร 1 โมเลกุล

239

3. อธิบายความสัมพันธระหวางปริมาณตางๆ ของสาร ซึง่ ไดแก จำนวนโมล จำนวนอนภุ าค มวลและปรมิ าตร
ของแกสที่ STP รวมทง้ั ใชความสัมพนั ธดงั กลาวคำนวณหาปริมาณใดปริมาณหน่งึ

4. อธิบายวิธีเตรียมสารละลายใหมคี วามเขมขนหรือปรมิ าตรตามตองการ และคำนวณหาความเขมขนของ
สารละลายในหนวยตางๆ ที่กำหนดให

5. เปรียบเทียบจุดเดอื ด จดุ เยือกแขง็ หรอื จุดหลอมเหลวของสารตอไปน้ี
5.1 สารละลายกบั ตัวทำละลาย
5.2 สารละลายที่มตี ัวทำละลายชนดิ เดยี วกนั แตความเขมขนตางกนั
5.3 สารละลายที่มีตัวทำละลายตางชนิดกัน แตมีความเขมขนเทากัน

6. คำนวณหามวลเปนรอยละของธาตุองคประกอบจากสตู รทีก่ ำหนดให
7. คำนวณหาสตู รเอมพริ คิ ลั และสูตรโมเลกุลของสาร
8. เขยี นและดุลสมการเคมี เมือ่ ทราบสารตั้งตนและผลิตภัณฑ
9. คำนวณหาอัตราสวนโดยมวลของธาตทุ ร่ี วมตวั กันเปนสารประกอบตามกฎสดั สวนคงท่ี
10. สรปุ ขอความของกฎเกย–ลูสแซกและกฎอาโวกาโดร รวมทั้งสามารถใชกฎทง้ั สองคำนวณหาปรมิ าตรของ

แกสทเ่ี กี่ยวของในปฏิกริ ยิ าเคมแี ละสูตรโมเลกลุ ของแกส
11. คำนวณหาจำนวนโมล มวลของสาร ปรมิ าตรของแกสท่ี STP หรอื จำนวนอนุภาคของสารจากสมการเคมี
12. ระบุสารกำหนดปริมาณและใชคำนวณหาปรมิ าณของสารอืน่ ในปฏิกิริยาเคมี
13. คำนวณหาผลไดรอยละของสารจากการทดลองท่ีกำหนดให
14. อธบิ ายสมบัติบางประการของของแข็ง
15. อธิบายเหตผุ ลทท่ี ำใหธาตบุ างชนดิ ปรากฏเปนรปู ตาง ๆ
16. อธิบายสมบัตขิ องของเหลวเกย่ี วกับความตงึ ผวิ การระเหยและการเกดิ ความดันไอ
17. อธิบายความสมั พันธระหวางความดันไอกับจุดเดอื ดของของเหลว
18. ใชทฤษฎีจลนของแกสอธิบายสมบตั ิบางประการของแกส
19. อธิบายความสัมพันธระหวางอุณหภมู ิ ความดัน และปริมาตรของแกส
20. ใชกฎตาง ๆ ของแกสคำนวณหาปรมิ าตร ความดัน อุณหภูมิ และจำนวนโมลหรือมวลของแกส
21. อธิบายความสมั พนั ธระหวางการแพรของแกสกบั มวลโมเลกลุ รวมทั้งสามารถเปรียบเทยี บอัตราการแพร

และอัตราการแพรผานของแกส

รวมทั้งหมด 21 ผลการเรียนรู

240

คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม

ว32205 ชีววิทยา 2 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต

********************************************************************************

ศึกษาเกี่ยวกับชนิดและลักษณะของเนื้อเยื่อพชื โครงสรา งภายในของรากพืชใบเลี้ยงเดีย่ วและรากพืชใบเล้ียงคู

จากการตัดตามขวางโครงสรางภายในของลําตนพืชใบเล้ียงเด่ียวและลําตนพืชใบเลี้ยงคูจากการตัดตามขวาง

โครงสรางภายในของใบพืชจากการตดั ตามขวาง การแลกเปล่ียนแกสและการคายน้ําของพืช กลไกการลําเลียง

นํ้าและธาตุอาหารของพืช ความสําคัญของธาตุอาหารและยกตัวอยางธาตุอาหารที่สําคัญที่มีผลตอการ

เจรญิ เตบิ โตของพชื กลไกการลาํ เลียงอาหารในพืชการทดลองของนกั วิทยาศาสตรใ นอดตี เกีย่ วกับกระบวนการ

สังเคราะหดวยแสง กระบวนการสังเคราะหดวยแสงของพืช C3 กลไกการตรึงคารบอนไดออกไซด ในพืช C3

พืช C4 และ พชื CAM ปจ จัยความเขม ของแสง ความเขมขนของคารบอนไดออกไซดและ อุณหภูมิ ที่มีผลตอ

การสังเคราะหดว ยแสงของพืชวัฏจักรชวี ิตแบบสลับของพชื ดอก กระบวนการสรางเซลลสบื พันธุเพศผูและเพศ

เมียของพืชดอก และอธิบายการปฏิสนธิของพืชดอก การเกิดเมลด็ และการเกิดผลของพืชดอก โครงสรางของ

เมล็ดและผลและยกตัวอยา งการใชป ระโยชนจากโครงสรา งตางๆของเมล็ดและผล ปจจัยตางๆ ท่ีมีผลตอ การ

งอกของเมล็ด สภาพพักตัวของเมล็ด และบอกแนวทางในการแกสภาพพักตัวของเมล็ด หนาที่ของออกซิน ไซ

โทไคนิน จิบเบอเรลลนิ เอทลิ ีน และกรดแอบไซซิก และอภิปรายเกีย่ วกับการนําไปใชประโยชนทางการเกษตร

สิ่งเราภายนอกที่มีผลตอ การเจริญเติบโตของพืช รวมทั้งนําความรูไปใชประโยชนโดยใชการสืบเสาะหาความรู

การสํารวจตรวจสอบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 การสืบคน

ขอมลู และการอภิปรายเพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถสือ่ สารสิ่งที่เรยี นรู มีความสามารถใน

การตดั สินใจ การแกปญหาการนาํ ความรูไปใชในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และ

คา นิยมที่เหมาะสม

ผลการเรยี นรู

1. อธบิ ายเก่ียวกับชนดิ และลักษณะของเนอื้ เยื่อพืช และเขียนแผนผงั เพื่อสรุปชนดิ ของเน้ือเยื่อพืช

2. สังเกต อธิบายและเปรียบเทยี บโครงสรางภายในของรากพชื ใบเลีย้ งเด่ยี วและรากพืชใบเลยี้ งคู

จากการตดั ตามขวาง

3. สังเกต อธิบายและเปรียบเทียบโครงสรา งภายในของลําตนพืชใบเลยี้ งเดี่ยวและลําตน พืชใบเลี้ยงคู

จากการตดั ตามขวาง

4. สงั เกต และอธิบายโครงสรางภายในของใบพชื จากการตดั ตามขวาง

5. สบื คน ขอ มลู สังเกต และอธบิ ายการแลกเปลีย่ นแกส และการคายนา้ํ ของพืช

6. สืบคน ขอ มลู และอธบิ ายกลไกการลําเลยี งนา้ํ และธาตอุ าหารของพืช

7. สบื คน ขอมูล อธิบายความสําคญั ของธาตุอาหารและยกตวั อยา งธาตุอาหารท่สี าํ คัญทม่ี ผี ลตอ

การเจรญิ เตบิ โตของพืช

241

8. อธบิ ายกลไกการลาํ เลียงอาหารในพืช
9. สืบคน ขอมลู และสรปุ การศึกษาทไี่ ดจากการทดลองของนกั วิทยาศาสตรในอดตี เกยี่ วกบั

กระบวนการสงั เคราะหด วยแสง
10. อธิบายข้ันตอนท่ีเกดิ ขนึ้ ในกระบวนการสงั เคราะหด วยแสงของพชื C3
11. เปรยี บเทียบกลไกการตรงึ คารบ อนไดออกไซดใ นพืช C3 พืช C4 และ พชื CAM
12. สืบคนขอมลู อภิปราย และสรปุ ปจจยั ความเขมของแสง ความเขม ขน ของคารบ อนไดออกไซด

และอุณหภมู ทิ มี่ ผี ลตอการสังเคราะหดว ยแสงของพืช
13. อธิบายวัฏจกั รชีวิตแบบสลับของพชื ดอก
14. อธบิ าย และเปรียบเทยี บกระบวนการสรางเซลลสบื พันธเุ พศผแู ละเพศเมียของพชื ดอก

และอธบิ ายการปฏสิ นธิของพืชดอก
15. อธิบายการเกิดเมลด็ และการเกิดผลของพชื ดอก โครงสรางของเมลด็ และผลและยกตัวอยางการ

ใชป ระโยชนจ ากโครงสรางตางๆของเมลด็ และผล
16. ทดลอง และอธิบายเก่ยี วกับปจ จัยตางๆท่ีมีผลตอ การงอกของเมล็ด สภาพพกั ตัวของเมล็ดและ

บอกแนวทางในการแกส ภาพพกั ตวั ของเมลด็
17. สืบคน ขอมลู อธิบายบทบาทและหนาทขี่ องออกซนิ ไซโทไคนิน จิบเบอเรลลนิ เอทลิ ีน และ

กรดแอบไซซกิ และอภปิ รายเกย่ี วกับการนาํ ไปใชประโยชนท างการเกษตร
18. สบื คนขอ มลู ทดลอง และอภิปรายเกยี่ วกบั ส่ิงเรา ภายนอกท่ีมีผลตอการเจรญิ เติบโตของพืช

รวมทงั้ หมด 18 ผลการเรียนรู


Click to View FlipBook Version