95
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ส22101 สังคมศกึ ษา 3 กลุมสาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาการเผยแผพระพุทธศาสนาเขาสูประเทศเพื่อนบานและความสำคัญของพระพุทธศาสนาทีช่ วย
เสริมสรางความเขาใจอันดีกับประเทศเพื่อนบาน ความสำคญั ของพระพุทธศาสนาตอสังคมไทย การพัฒนา
ชมุ ชน และการจัดระเบยี บสังคม สรปุ และวิเคราะหพุทธประวัติ พทุ ธสาวก พทุ ธสาวกิ า ชาดก ศาสนกิ ชน
ตัวอยาง โครงสรางและสาระสังเขปของพระวินยั ปฎก พระสุตตันตปฎก และ พระอภิธรรมปฎก พระ
รตั นตรยั อริยสจั 4 พุทธศาสนสภุ าษิต สวดมนตแปลและแผเมตตา การปฏิบตั ิตนตามหลกั ธรรม
ศึกษา วิเคราะห เคร่ืองมือทางภูมิศาสตรที่แสดงลักษณะทางกายภาพและสงั คมของทวีปยุโรปและ
ทวีปแอฟริกา การเปลี่ยนแปลง ประชากร เศรษฐกิจ สังคม และการอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติและ
สิง่ แวดลอมของทวีปยโุ รปและทวีปแอฟริกา
โดยใชกระบวนการคิด อภปิ ราย อธิบาย กระบวนการสบื คนขอมลู กระบวนการทางสังคม การปฏิบตั ิ
กระบวนการเผชญิ สถานการณและการแกปญหา
เพ่อื ใหมีความสามารถในการสื่อสาร คดิ วเิ คราะหแกไขปญหาและอุปสรรคตาง ๆ มีความสามารถใช
ทักษะชีวิตและทักษะทางเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาตนเองและแกปญหาอยางถูกตองเหมาะสม มีคุณธรรมตาม
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค มุงมั่นในการทำงาน ความมีวินัยและ
รับผิดชอบ มีความมั่นใจในตนเอง มีความ เอ้ือเฟอเผื่อแผ มีวินัย ใฝเรียนรู ซื่อสัตยสุจริต มคี ุณธรรมนำ
ชีวิต อยูอยางพอเพียงตามหลกั เศรษฐกิจพอเพียง สูจิตสาธารณะ ปฏิบตั ิตนเพื่อประโยชนสวนรวม และมี
เจตคติทดี่ ตี อชาติ ศาสนา และพระมหากษตั ริย
รหัสตัวชี้วดั
ส 1.1 ม. 2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม. 2/4 ม.2/5 ม. 2/6 ม. 2/7 ม. 2/8 ม.2/9 ม.2/10
ม. 2/11
ส 5.1 ม. 2/1 ม.2/2
ส 5.2 ม. 2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม. 2/4
รวมตัวชวี้ ัด 17 ตัวชวี้ ัด
96
คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
ส22103 ประวตั ศิ าสตร 3 กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่วั โมงจำนวน 0.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาความรูพื้นฐานทางประวัติศาสตร เรื่อง วิธีการประเมินความนาเชื่อถือของหลักฐานทาง
ประวัติศาสตร การประเมินความนาเชื่อถือของหลักฐานทางประวัติศาสตรไทย การวิเคราะหขอมูลจาก
เอกสารตาง ๆ ในสมัยอยุธยาและธนบุรี การแยกแยะระหวางขอมูลกับความคิดเห็น รวมทั้ง ความจริงจาก
หลักฐานทางประวัติศาสตร การตีความขอมลู จากหลักฐานทางประวัติศาสตร การตคี วามขอมลู จากหลักฐาน
ที่แสดงเหตุการณสำคัญในสมัยอยุธยาและธนบุรี ความสำคัญของการวิเคราะหขอมูลและการตีความทาง
ประวัติศาสตร ที่ตั้งและสภาพทางภูมิศาสตรของภูมิภาคตาง ๆ ในทวีปเอเชียพัฒนาการทางประวัติศาสตร
สังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของภูมภิ าคเอเชีย ที่ตัง้ และความสำคัญของแหลงอารยธรรมตะวันออกและ
แหลงมรดกโลกของประเทศตาง ๆ ในภูมิภาคเอเชีย อิทธิพลของอารยธรรมโบราณที่มีตอภูมิภาคเอเชียใน
ปจจุบัน
โดยใชทักษะกระบวนการทางประวัติศาสตร การประเมิน การวิเคราะห ความตระหนัก การ
อธิบาย การเปรียบเทยี บ การใชเหตผุ ล การแกปญหา เพื่อใหเกิด ความรู ความเขาใจ มีความสามารถใน
การสื่อสาร การคิดวิเคราะห แกไขปญหาและอปุ สรรคตางๆ สามารถใชทักษะชีวิตและทกั ษะทางเทคโนโลยี
ปฏบิ ตั ิตนเปนประโยชนสวนรวม และมเี จตคติทด่ี ตี อสงั คมศกึ ษา
เพื่อใหเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค เกิดความรูความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ การ
มุงม่ันในการทำงาน มีความรักชาติ ศาสน กษัตรยิ มวี นิ ยั ใฝเรยี นรู ซอื่ สตั ยสุจรติ มีคณุ ธรรมนำชวี ิต อยู
อยางพอเพียงตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง สูจิตสาธารณะ เห็นคุณคาการอนุรักษความเปนไทย มีคุณธรรม
จริยธรรม และคานยิ มท่ีเหมาะสมดำเนินชีวิตโดยใชหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหัสตวั ช้ีวดั
ส 4.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
ส 4.2 ม.2/1, ม.2/2
รวม 5 ตัวชี้วดั
97
คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
พ22101 สุขศกึ ษา 3 กลุมสาระการเรยี นรูสุขศึกษาและพลศกึ ษา
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษา วเิ คราะห และอธิบายเกี่ยวกับการเจรญิ เติบโต และพัฒนาการของวยั รุน ปจจัยที่มีอิทธิพลตอ
เจตคติในเรื่อง เพศ ปญหาและผลกระทบที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ การวางตัวที่เหมาะสม และเห็น
ความสำคัญของความเสมอภาคทางเพศ แสดงทกั ษะการปฏิเสธ เพื่อปองกันตนเองจากการถูกลวงละเมิดทาง
เพศของประเทศตางๆ ทม่ี ีผลตอสิง่ แวดลอมทางธรรมชาตขิ องทวปี เอเชยี ออสเตรเลีย และโอเชยี เนีย
วิเคราะหความสัมพันธของภาวะสมดุลระหวางสุขภาพกายและสุขภาพจิต ปฏิบัติตนเพื่อจัดการกับ
อารมณ และความเครยี ดไดอยางเหมาะสม
โดยใชกระบวนการจัดการเรียนรูแบบกระบวนการกลุม กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการ
วิเคราะห และอภิปรายเพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สำนึกในคุณคาและศกั ยภาพของตนเอง เพื่อใหสามารถ
สื่อสารสิง่ ที่เรียนรู และนำประสบการณไปปรับใชใหเกิดประโยชนสูงสุดในการดำเนินชีวิตชีวิตประจำวัน มี
คณุ ธรรม จริยธรรม ซ่ือสัตยสุจรติ มีคานยิ มทเ่ี หมาะสมและดำเนนิ ชีวิตตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
รหัสตัวช้ีวัด
พ 1.1 ม.2/1 พ 1.1 ม.2/2
พ 2.1 ม.2/1 พ 2.1 ม.2/2 พ 2.1 ม.2/3 พ 2.1 ม.2/4
พ 3.2 ม.2/1 พ 3.2 ม.2/2
พ 4.1 ม.2/4
พ 5.1 ม.2/1
รวมทง้ั หมด 10 ตวั ชีว้ ดั
98
คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
พ22103 พลศึกษา 3(ฟตุ บอล) กลุมสาระการเรยี นรูสขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ช่วั โมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาเพอ่ื ใหมีความรู ความเขาใจ เรื่องเกย่ี วกับการเคล่ือนไหวรางกาย หลกั การออกกำลังกาย การทดสอบ
สมรรถภาพทางกาย ทักษะเบื้องตนกีฬาฟุตบอล การเลนเปนทีมปฏิบัติกิจกรรมดวยความสนุกสนาน
ปลอดภัย การออกกำลังกาย การพักผอน และนนั ทนาการ กฎ กติกา ในการเลนกีฬา วิธีการรุกและการ
ปองกันในการแขงขันกีฬา การควบคุมตนเอง การมีนำ้ ใจนักกีฬา การทำงานเปนทีม การวางแผนสมรรถภาพ
ทางกาย สมรรถภาพทางจติ การบรหิ ารจิต เห็นคุณคาของการออกกำลังกาย การออกกำลังกายและการ
เลนกีฬาปฏิบัติกิจกรรมดวยความสนุกสนานปลอดภัย ชื่นชมและเห็นคณุ คาของการออกกำลังกาย เคารพ
กฎ กตกิ าการแขงขัน มนี ำ้ ใจนกั กีฬา และใหความรวมมอื ในการทำงานเปนทีมช่ืนชมและเหน็ คณุ คาของการ
ออกกำลังกาย เคารพ กฎ กติกาการแขงขัน มนี ้ำใจนักกฬี าและใหความรวมมือในการทำงานเปนทีมโดยใช
ทกั ษะและการปฏิบัติตนเพ่ือนำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มีคุณธรรม จรยิ ธรรม ซื่อสตั ยสุจริต มีคานิยมท่ี
เหมาะสมและดำเนินชวี ิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
รหสั ตวั ชี้วัด
พ 3.1 ม.2/1 พ 3.1 ม.2/2 พ 3.1 ม.2/3 พ 3.1 ม.2/4
พ 3.2 ม.2/1 พ 3.2 ม.2/2 พ 3.2 ม.2/3 พ 3.2 ม.2/4 พ 3.2 ม.2/5
พ 4.1 ม.2/7
รวมทงั้ หมด 10 ตวั ชีว้ ัด
99
คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ศ22101 ศลิ ปะ(ทศั นศลิ ป ) กลุมสาระการเรียนรูศิลปะ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาและฝกปฏิบตั ิ ความแตกตางและคลายคลึงกันของทศั นียภาพใน งานทศั นศลิ ปและส่งิ แวดลอม
ความเปนเอกภาพความกลมกลนื และความสมดลุ ความเปนเอกภาพความกลมกลนื และความสมดลุ วาดภาพ
แสดงทัศนียภาพ การวาดภาพทัศนียภาพในทองถิ่น เอกภาพความกลมกลืนของเรื่องราวงานปนหรืองาน
สื่อผสม สรางสรรคงานปนเปนเรื่องราว 3มิติ แสดงถึงความเปนเอกลักษณการออกแบบรูปภาพลักษณงาน
กราฟก การออกแบบลวดลายประจำทองถ่ิน ประเมินงานทัศนศิลป1. งานทัศนศิลปของชาติ และทองถ่ิน
งานทัศนศลิ ปของภาคตางๆในประเทศไทย ความแตกตางของงานทศั นศลิ ปในวัฒนธรรมไทยและสากล
โดยใชกระบวนการเรียนรู สืบเสาะ คิดวิเคราะห อภิปราย บรรยาย และปฏิบัตผิ ลงานทางดาน
ทัศนศิลป ดวยเทคนิควิธีการที่หลากหลายในการส่ือความหมายและเรื่องราวตาง ๆ นำเสนอวิจารณผลงาน
และ สรางเกณฑในการประเมนิ เพ่อื นำมาปรับปรุงพัฒนา
เพอื่ ใหสรางสรรคงานทัศนศิลปตามจินตนาการ ความคดิ สรางสรรค วิเคราะหวิพากษ วิจารณ
คุณคางานทัศนศิลป ถายทอดความคิด ความรูสึก ตองานศิลปะอยางอิสระ ชื่นชม และประยุกตใชใน
ชีวิตประจำวัน ละมีความรูความเขาใจความสัมพันธระหวางทัศนศิลป ประวัติศาสตรและวัฒนธรรม เห็น
คุณคางานทศั นศิลปที่เปนมรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ญญาทองถิ่น ภมู ปิ ญญาไทยและสากล
มาตรฐาน ศ 1.1 ตัวชี้วดั ม.1/1, ม.1/2,ม. 1/3,ม. 1/4, ม.1/5,ม.1/6
ศ 1.2 ตัวชว้ี ดั ม.2/1,ม.2/2,ม.2/3
รวมทงั้ หมด 9 ตัวชวี้ ัด
100
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ง22101 การงานอาชพี 3 กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพ
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษา คนควา รวบรวม สังเกต สำรวจ บันทกึ และแสวงหาความรู เพือ่ ใชในการพัฒนาการทำงาน การ
จัดและตกแตงบาน การดูแลรกั ษาและตกแตงสวน การจัดการผลผลิต โดยใชทักษะกระบวนการแกปญหาใน
การทำงาน การเตรียม ประกอบ จัด ตกแตง และบริการเครื่องดื่ม การประดิษฐของใช ของตกแตงจากวัสดุ
ในโรงเรียนหรือทองถิ่น การเลี้ยงสัตวในบรเิ วณบาน มีจิตสำนึกและใชทรัพยากรอยางประหยดั คุมคา อธิบาย
กระบวนการเทคโนโลยี และสรางสิง่ ของเครื่องใชหรอื วิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยี ทำใหเกิดการทำงาน
ทเ่ี ปนระบบ สามารถยอนกลับมาแกไขไดงาย มีความคดิ สรางสรรคในการแกปญหาหรือสนองความตองการใน
งานที่ผลิตเอง เลือกใชเทคโนโลยีอยางสรางสรรคตอชีวิต สงั คม สิ่งแวดลอม และมีการจดั การเทคโนโลยดี วย
การลดการใชทรัพยากรหรือเลือกใชเทคโนโลยีที่ไมมีผลกระทบตอสิ่งแวดลอม การเสริมสรางประสบการณ
อาชีพ การเตรียมตัวเขาสูอาชีพ และมีทักษะพื้นฐานที่จำเปนสำหรบั การประกอบอาชีพที่นาสนใจ เพื่อใหเกดิ
ความตระหนัก และเห็นคุณคาของการทำงาน สามารถนำความรูไปประยุกตใชในชีวิตประจำวัน มี
ความสามารถในการตัดสินใจ มจี ริยธรรม คุณธรรม และคานยิ มที่เหมาะสม และมีจิตสำนึกในการใชพลังงาน
ทรพั ยากร และส่ิงแวดลอม
โดยมคี ณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค คือ ขยัน ประหยัด อดทน ซอ่ื สตั ย สจุ รติ มีวนิ ัย ใฝเรยี นรู
อยูอยางพอเพยี ง รบั ผิดชอบ มุงม่นั ในการทำงาน ทำงานเปนขนั้ ตอน เปนระบบ บรรลุเปาหมาย ปลอดภยั
มคี วามคดิ สรางสรรคใชทรพั ยากรในการทำงานอยางคุมคาและอนรุ ักษส่ิงแวดลอมตามหลกั ปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพียง
ตัวชี้วดั
ง 1.1 ม.2/1 ม.2/2 ม.2/3
รวม 3 ตวั ชี้วัด
101
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
ง22203 การซอมแซมไฟฟาในบาน กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชพี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาและปฏิบัตวิ ิธีการปองกนั อบุ ตั ิภัยเกยี่ วกับการปฏบิ ัตงิ านทางไฟฟา ชนดิ และการใชงานของ
สายไฟฟา การตอสายไฟฟาแบบตางๆ การเดนิ สายไฟฟาแสงสวาง เครอ่ื งมือ และอปุ กรณทางไฟฟาแบบตางๆ
การตดิ ตั้งอปุ กรณทางไฟฟา การเดนิ สายไฟฟาดวยวธิ ีการตางๆ การตรวจสอบและแกไขขอบกพรองของระบบ
และอปุ กรณปองกัน
โดยมีคุณลักษณะอันพงึ ประสงค คือ ขยัน ประหยดั อดทน ซอ่ื สัตย สุจริต มีวนิ ัย ใฝเรยี นรู
อยูอยางพอเพยี ง รบั ผดิ ชอบ มุงมนั่ ในการทำงาน ทำงานเปนข้ันตอน เปนระบบ บรรลเุ ปาหมาย ปลอดภยั
มีความคดิ สรางสรรคใชทรพั ยากรในการทำงานอยางคุมคาและอนรุ กั ษสง่ิ แวดลอมตามหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรยี นรู
1. มีความรพู ื้นฐานเก่ียวกับหลักไฟฟาเบื้องตน
2. มีความรู และความเขาใจในหลกั การปองกนั อุบัติภัยท่ีเกิดขึน้ กับการปฏบิ ตั ิงานไฟฟา
3. มคี วามรู ความเขาใจในเรื่องชนิดของสายไฟฟา
4. มีความรู ความเขาใจในเคร่อื งมือและวัสดอุ ปุ กรณไฟฟา
5. มีทกั ษะในการตอสายไฟฟา
6. มที กั ษะในการเดนิ สายไฟฟา การใชเคร่ืองมอื และอุปกรณการตดิ ต้งั ไฟฟาภายในบาน
รวมทงั้ หมด 6 ขอ
102
คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
อ22101 ภาษาอังกฤษ 3 กลุมสาระการเรยี นรภู าษาตางประเทศ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศกึ ษา คำ วลี สำนวนงายๆ ในประโยคภาษาองั กฤษ โครงสรางทางไวยากรณภาษาองั กฤษ
หลกั การอานออกเสยี งภาษาอังกฤษ ภาษาทาทาง น้ำเสยี ง วนั สำคญั ของชาติ ศาสนาและวฒั นธรรมของ
ชาติเจาของภาษาและของไทย โดยใชกระบวนการเรยี นรูภาตางประเทศฝกทักษะ ฟง พูด อาน เขียน
โดยฟงคำสงั่ คำรองขอ คำแนะนำ คำช้แี จง ขอความ ขอมลู ขาวสาร นทิ าน บทเพลง บทรอยกรอง
เหตกุ ารณขาวสารทพี่ บในสอ่ื จรงิ อานออกเสียงบทอานงายๆ ขอความ ขอมูลขาวสาร เหตุการณตางๆ จาก
ทีส่ ื่อท่ีไมใชความเรยี ง(Non-text-information)
เพ่อื ใหมคี วามรูความสามารถ ถายโอนเปนถอยคำของตนเอง พดู และเขียนส่ือความหมายเพื่อขอ
และใหขอมลู สรางองคความรู แสดงความคดิ เหน็ แสดงความรูสกึ แสดงความตองการของตนเอง เสนอ
ความชวยเหลือและบริการแกผูอื่น นำเสนอขอมลู เรื่องราวสัน้ ๆ หรือกจิ วตั รประจำวนั ความคิดรวบยอด
บทเพลงเหตุผลและเร่ืองราวตางๆ ตามความสนใจดวยความสนุกสนาน เพอื่ ใหเขาใจความแตกตางระหวาง
ภาษาปละวฒั นธรรมของชาติเจาของภาษา เหน็ คณุ ประโยชนของภาษาและวัฒนธรรมที่เรียน สามารถใช
ภาษาองั กฤษไดอยางถูกตองเหมาะสมและมีวจิ ารณญาณในการสอื่ สาร การแสวงหาความรูและเชือ่ มโยงกบั
สาระการเรยี นอ่นื เพอ่ื การเรยี นรกู ารอยูรวมกันในสงั คมและการประกอบชพี
รวมถึงศกึ ษาแนวคดิ การปฏิบตั ติ นตามหลกั เศรษฐกิจพอเพียง การวางแผนการดำเนนิ ชวี ติ
เพื่อใหเกดิ ความรู ความเขาใจ การเหน็ คุณคาของทรพั ยากรใชอยางคมุ คาและสำรวจสภาพปญหา
ส่ิงแวดลอมทเี่ กดิ ขึ้นในชมุ ชนและมีสวนในการแกไขปญหาเพอ่ื ใหเกดิ ความรู ความคิด ความเขาใจ
สามารถนำเสนอ สื่อสาร เห็นคณุ คา นำความรูไปใชประโยชนมคี ุณธรรม จริยธรรมยดึ หลกั สจุ รติ และ
คานิยมท่ีเหมาะสม
รหสั ตัวช้ีวัด
ต1.1 ม.2/1 2/2 2/3 2/4
ต1.2 ม.2/1 2/2 2//32/4
ต1.3 ม.2/12/2 2/3
ต2.1 ม.2/12/22/3
ต2.2 ม.2/12/2
ต3.1 ม.2/1
ต4.1 ม.2/1
ต4.2 ม.2/12/2
รวมท้ังหมด 20 ตัวชวี้ ดั
103
คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ท22102 ภาษาไทย 4 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
อานออกเสียงรอยแกวและรอยกรองเปนทำนองเสนาะไดถูกตอง จับใจความสำคัญและรายละเอยี ด
จากเร่ืองทีอ่ าน เขยี นผังความคดิ เพ่อื แสดงความเขาใจในเร่อื งท่ีอาน แสดงความคดิ เห็นและขอโตแยงเก่ยี วกบั
เรือ่ งทอ่ี าน วิเคราะหและจำแนกขอเทจ็ จริง ขอมลู สนบั สนุนและขอคดิ เห็นจากเรื่องทอี่ าน ระบุขอสงั เกตการ
ชวนเชอื่ การโนมนาวหรอื ความสมเหตสุ มผลของงานเขียน เลอื กอานหนังสอื สง่ิ พมิ พที่ดีและมมี ารยาทในการ
อาน เขยี นสือ่ สารดวยลายมือทอ่ี านงายชัดเจน ใชถอยคำไดถูกตองเหมาะสมกบั ระดับภาษา เขียนบรรยาย
และพรรณนา เขยี นเรียงความ เขยี นยอความ เขียนรายงานการศึกษาคนควาอยางเปนระบบ เขยี นจดหมาย
กจิ ธุระ เขียนวเิ คราะห วจิ ารณและแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่อานอยางมเี หตผุ ล และมีมารยาทในการ
เขียน พูดสรปุ เร่ืองทีไ่ ดฟงไดดู พูดวเิ คราะหขอเทจ็ จรงิ ขอคดิ เห็นและความนาเชือ่ ถือของขาวสารจากส่ือตาง
ๆ วเิ คราะห วจิ ารณเรื่องทฟ่ี งและดอู ยางมีเหตผุ ลเพอ่ื นำขอคิดมาประยุกตใชในการดำเนินชวี ิต พดู ในโอกาส
ตาง ๆไดตรงตามวตั ถปุ ระสงค พดู รายงานเรอื่ งหรอื ประเดน็ ทไ่ี ดจากการศกึ ษาคนควา มมี ารยาทในการฟง
การดูและการพูด สรางคำสมาส วเิ คราะหโครงสรางประโยคในภาษาไทย แตงบทรอยกรองประเภทกลอน
สุภาพ ใชคำราชาศพั ทใหถกู ตองเหมาะสม รวบรวมและอธิบายความหมายของคำทีม่ าจากภาษาตางประเทศ
สรปุ เนือ้ หาวรรณคดีและวรรณกรรมในระดับท่ยี ากขึ้น รวมทัง้ วิเคราะห วิจารณอธิบายคณุ คาวรรณคดีและ
วรรณกรรม วรรณกรรมทองถน่ิ ท่ีอาน สรปุ ความรูและขอคดิ ที่ไดจากการอานเพื่อประยกุ ตใชในชีวิตจริง
ทองจำบทอาขยานหรอื บทรอยกรองทม่ี คี ุณคาตามทก่ี ำหนดใหและตามความสนใจ
โดยใชกระบวนการฝกตามแบบ อธบิ าย อภิปราย แสดงความคดิ เหน็ เปรยี บเทียบ คิดวิเคราะห
ฝกปฏิบัติ สบื เสาะหาความรูดวยตนเอง
เพอื่ ใหเกิดความรู ความคดิ ความเขาใจในภาษาไทย มวี นิ ัย ใฝเรยี นรู มุงมัน่ ในการทำงาน มจี ติ สา
ธรณะ เหน็ คณุ คา มีความรัก มีความหวงแหนภาษาไทย รกั ความเปนไทย และนำไปประยกุ ตใชในชีวิตจริง
ไดอยางมคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และคานยิ มที่เหมาะสม
รหสั ตวั ชี้วัด ท 2.1 ม.2/2,2/3,2/7
ท 4.1 ม.2/2,2/3
ท 1.1 ม2/1,2/2,2/6,2/7
ท 3.1 ม2/4,2/5
ท 5.1 ม.2/5
รวม 14 ตวั ชี้วดั
104
คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
ค22102 คณิตศาสตรพน้ื ฐาน 4 กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษา ฝกทักษะในเนื้อหาเกยี่ วกบั
ความรูเบื้องตนเกี่ยวกบั จำนวนจริงเศษสวนและทศนิยมช้ำ จำนวนตรรกยะและจำนวนอตรรกยะ
รากที่สองและรากท่สี ามของจำนวนจรงิ และการนำไปใช
ทฤษฎบี ทพที าโกรสั ทฤษฎีบทพที าโกรัส บทกลับ และการนำไปใช
เสนขนาน สมบัติของเสนขนาดในการใหเหตผุ ลและการแกปญหา
พหนุ าม มีความรคู วามเขาใจเกยี่ วกับความหมายพหนุ ามและใชความรูความเขาใจนใี้ นการแกปญหา
ในชวี ิตจรงิ
การแยกตัวประกอบพหนุ าม มีความรูความเขาใจเกย่ี วกับการแยกตวั ประกอบพหุนามและใชความรู
ความเขาใจน้ใี นการแกปญหาในชวี ิตจริง
โดยจัดประสบการณหรอื สรางสถานการณในชีวติ ประจำวันทใ่ี กลตัวใหผูเรยี นไดศกึ ษา คนควาโดยการ
ปฏบิ ัตจิ ริง ทดลอง สรปุ รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ / กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญหา การให
เหตผุ ล การสอื่ ความหมายทางคณติ ศาสตร การเช่ือมโยงความรูตาง ๆ ทางคณิตศาสตรเชอ่ื มโยงคณติ ศาสตร
กบั ศาสตรอนื่ ๆ มคี วามคดิ รเิ ร่มิ สรางสรรค
เพื่อพฒั นาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญหา การใหเหตุผล การสอ่ื
ความหมายทางคณิตศาสตร และนำประสบการณดานความรู ความคดิ ทกั ษะ กระบวนการท่ไี ดใชไปในการ
เรยี นรสู งิ่ ตางๆและใชในชีวิตประจำวันอยางสรางสรรค รวมทัง้ เห็นคุณคา และมีเจตคติท่ีดตี อวิชา
คณติ ศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบ ระเบียบ รอบคอบ มีความรับผดิ ชอบ มวี ิจารณญาณและ
เชือ่ มน่ั ในตนเองและสามารถหลักเศรษฐกจิ พอเพียงมาปรับประยุกตใชในชวี ติ ประจำวันได
การวัดและประเมินผล ใชวธิ ที ี่หลากหลาย ตามสภาพความเปนจรงิ ของเน้อื หาและทักษะทต่ี องการวัด
รหสั ตวั ช้ีวดั
ค 1.1 ม.2/2
ค 1.2 ม.2/1, 2/2
ค 2.2 ม.2/5
ค 3.1 ม.2/1
รวมท้ังหมด 5 ตวั ชีว้ ัด
105
คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
ว22102 วิทยาศาสตร 4 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศกึ ษาเกยี่ วกับแรงและการเคล่ือนที่ แรง แรงดนั ในของเหลว แรงพยุง แรงเสยี ดทาน โมเมนตของแรง
แรงในธรรมชาติ การเคลื่อนที่ ระยะทางและการกระจัด อัตราเร็ว ความเรว็ ศึกษาเกี่ยวกับงานและพลังงาน
งาน กาํ ลังเครื่องกลอยางงา ย พลังงาน ประเภทของพลังงานกล กฎการอนรุ กั ษพ ลงั งาน ศึกษาเก่ยี วกบั โลกและ
การเปล่ียนแปลงเช้ือเพลิง ซากดึกดําบรรพ ถานหนิ หินนา้ํ มัน ปโ ตรเลยี ม พลังงานทดแทน โครงสรางของโลก
การเปลี่ยนแปลงของโลก ทรัพยากรดิน กระบวนการเกิดดิน หนาตัดขางของดนิ ปจจยั ในการเกิดดิน สมบัติ
ของดิน การปรบั ปรุงคณุ ภาพของดนิ แหลง น้ํา น้ําบนดิน น้าํ ใตดิน การใชประโยชนจากแหลงนา้ํ ภัยพบิ ัติที่เกิด
จากนํ้า โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการสืบเสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต การ
วิเคราะห การทดลอง การอภิปราย การอธิบาย และการสรุป เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มี
ความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งท่ีเรียนรูแ ละนําความรูไ ปใชในชีวิตของตนเอง ดูแลรกั ษาสิ่งมีชีวิตอื่น
เฝา ระวงั และพฒั นาส่ิงแวดลอ มอยางยง่ั ยนื มจี ิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คณุ ธรรม และคา นยิ ม สามารถทํางาน
รว มกับผูอ ืน่ ไดและเห็นประโยชนก ารดํารงชวี ิตตามปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหสั ตวั ช้ีวัด ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9, ม.2/10, ม.2/11, ม.
ว 2.2
ม.2/13, ม.2/14, ม.2/15
2/12, ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6
ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4, ม.2/5, ม.2/6, ม.2/7, ม.2/8, ม.2/9, ม.2/10
ว 2.3
ว 3.2
รวมท้ังหมด 31 ตัวช้วี ดั
106
คำอธิบายรายวิชา
ว22202 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาสาเหตุหรือปจจัยที่สงผลตอการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง
เทคโนโลยีตอมนุษยและสังคม ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีตอเศรษฐกิจ ผลกระทบจากการ
เปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีตอสิง่ แวดลอม ประเภทของวสั ดุ อุปกรณ เพื่อใหสามารถสรางชิน้ งานไดตรงกบั ความ
ตองการ มีความปลอดภัย และใชทรัพยากรไดอยางคุมคา เครื่องกลในการสรางชิ้นงาน ไดแก รอก คาน ลอ
และเพลา พน้ื เอียง ลมิ่ สกรู เครอื่ งมอื ในการสรางชิ้นงาน เครื่องมือวัด เครื่องมือตัด เครอื่ งมอื ยึดติด เคร่ืองมือ
เจาะ เสยี งและอปุ กรณทท่ี าใหเกิดเสียง อุปกรณท่ีทาใหเกิดเสยี ง ไฟฟาและอุปกรณทท่ี าใหเกิดแสง วงจรไฟฟูา
และการตอตวั ตานทาน ประเภทและการตอวงจรไฟฟาความ สัมพันธ ของกระบวนการทางวิทยาศาสตรและ
วิศวกรรมศาสตร แนวคิดกระบวนการทางวิทยาศาสตร กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ระบบเทคโนโลยี
การคิดเชิงออกแบบ แนวคิดหลักของการคิดเชิงออกแบบ กระบวนการคิดเชิงออกแบบ และความคิดเชิง
ออกแบบของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดช
โดยอาศยั กระบวนการเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem–based Learning) และการเรียนรูแบบใช
โครงงานเปนฐาน (Project–based Learning) เนนใหผูเรยี นไดลงมอื ปฏิบัติ ฝกทกั ษะการคิด เผชิญสถานการณ
การแกปญหาวางแผนการเรยี นรู และนำเสนอผานการทากจิ กรรมโครงงาน
เพื่อใหผูเรียนมีความรู ความเขาใจ ความสัมพันธของความรูวิทยาศาสตรที่มีผลตอการพัฒนา
เทคโนโลยีประเภทตาง ๆ และการพัฒนาเทคโนโลยีทีส่ งผลใหมีการคิดคนความรูทางวิทยาศาสตรที่กาวหนา
ผลของเทคโนโลยีตอชีวิต สังคม และสิ่งแวดลอมตลอดจนนาความรูความเขาใจในวิชาวิทยาศาสตรและ
เทคโนโลยีไปใชใหเกิดประโยชนตอสังคมและการดารงชวี ิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ
ความสามารถในการแกปญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสาร ความสามารถในการ ตัดสินใจเปนผูที่มี
จติ วิทยาศาสตร มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คานิยมในการใชวิทยาศาสตรและเทคโนโลยอี ยางสรางสรรค
ตัวชี้วัด
มาตรฐาน ว 4.1 เขาใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมทีม่ ีการเปลีย่ นแปลงอยางรวดเรว็
ใชความรูและทกั ษะทางดานวทิ ยาศาสตร คณติ ศาสตร และศาสตรอ่ืน ๆ เพ่ือแกปญหา หรอื
พัฒนางานอยางมีความคิดสรางสรรคดวยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช
เทคโนโลยอี ยางเหมาะสมโดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบตอชีวิต สังคม และสิง่ แวดลอม
ม.2/1 คาดการณแนวโนมเทคโนโลยที ีจ่ ะเกิดขึน้ โดยพิจารณาจากสาเหตหุ รือปจจัยที่สงผลตอการ
เปลีย่ นแปลงของเทคโนโลยี และวิเคราะหเปรยี บเทยี บ ตดั สินใจเลือกใชเทคโนโลยี โดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบท่ี
เกิดขน้ึ ตอชวี ติ สังคมและส่งิ แวดลอม
107
ม.2/2 ระบุปญหาหรือความตองการในชุมชนหรือทองถิ่น สรุปกรอบของปญหา รวบรวม
วิเคราะห ขอมูลและแนวคิดที่เก่ียวของกับปญหา
ม.2/3 ออกแบบวธิ กี ารแกปญหา โดยวเิ คราะห เปรียบเทยี บ และตดั สินใจเลือกขอมูลทีจ่ าเปนภายใต
เง่ือนไขและทรพั ยากรท่ีมอี ยู นาเสนอแนวทางการแกปญหาใหผูอื่นเขาใจ วางแผนขน้ั ตอนการทางานและดา
เนินการแกปญหาอยางเปนขั้นตอน
ม.2/4 ทดสอบ ประเมินผล และอธิบายปญหาหรอื ขอบกพรองท่ีเกิดข้นึ ภายใตกรอบเงื่อนไข พรอมทง้ั หาแนว
ทางการปรบั ปรุงแกไขและนาเสนอผลการแกปญหา
ม.2/5 ใชความรแู ละทกั ษะเก่ยี วกบั วัสดุ อปุ กรณเครอ่ื งมือ กลไก ไฟฟา และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส เพื่อแกปญหา
หรือพฒั นางานไดอยางถูกตอง เหมาะสมและปลอดภัย
รวม 5 ตัวชว้ี ัด
108
คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ส22102 สงั คมศกึ ษา 4 กลุมสาระการเรยี นรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาการปฏิบัติตนอยางเหมาะสมตามหลักทิศ 6 มรรยาทของศาสนิกชนที่ดี การปฏิบัติตนอยาง
เหมาะสมและถูกตองตามศาสนพิธี หลักธรรมเบื้องตนที่เกี่ยวเนื่องในวันสำคัญทางศาสนา ศาสนพิธี พิธีกรรม
และปฏิบัติตนในวันสำคัญทางศาสนา อธบิ ายและปฏบิ ัตติ ามกฎหมายที่เกี่ยวของกับตนเอง ครอบครวั ชุมชน
และประเทศ วิเคราะหความแตกตางของวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมของประเทศในภูมิภาคเอเชีย
ความสัมพันธของสถาบันทางสังคม กระบวนการตรากฎหมาย และการเปลี่ยนแปลงตาง ๆ ในระบอบการ
ปกครองของไทย
ศึกษา วิเคราะห การบริหารจัดการเงินออมและการลงทุนภาคครัวเรือน หลักการผลิตสินคาและ
บริการอยางมีประสิทธิภาพ หลักการ เปาหมาย และการประยุกตใชปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการ
ผลติ สินคาและบริการในทองถิ่น และการแขงขันกับทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียง
ใต(อาเซยี น) การกระจายของทรัพยากรในโลกท่ีสงผลตอความสัมพันธทางเศรษฐกจิ ระหวางประเทศและการ
แขงขนั ทางการคาในประเทศและตางประเทศ
โดยใชกระบวนการคิด อภิปราย อธบิ าย กระบวนการสบื คนขอมลู กระบวนการทางสังคม การปฏิบตั ิ
กระบวนการเผชิญสถานการณและการแกปญหา
เพือ่ ใหมคี วามสามารถในการสื่อสาร คิดวเิ คราะหแกไขปญหาและอุปสรรคตาง ๆ มีความสามารถใช
ทักษะชีวิตและทักษะทางเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาตนเองและแกปญหาอยางถูกตองเหมาะสม มีคณุ ธรรมตาม
หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค เกิดความรูความเขาใจ การมุงมั่นในการ
ทำงาน ซื่อสัตยมีวินยั และความรบั ผิดชอบ เอื้อเฟอเผื่อแผ มวี ินัย ใฝเรียนรู ซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรมนำ
ชีวิต อยูอยางพอเพียงตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง สูจิตสาธารณะ เพอื่ สวนรวม มีเจตคติท่ดี ีตอชาติ ศาสนา
และพระมหากษัตรยิ
รหสั ตัวช้ีวดั
ส 1.2 ม. 2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม. 2/4 ม. 2/5
ส 2.1 ม. 2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม. 2/4
ส 2.2 ม. 2/1 ม.2/2
ส 3.1 ม. 2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม. 2/4
ส 3.2 ม. 2/1 ม.2/2 ม.2/3 ม. 2/4
รวมตัวชี้วัด 19 ตัวชี้วัด
109
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ส22104 ประวตั ิศาสตร 4 กลุมสาระการเรียนรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชน้ั มัธยมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชัว่ โมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
การสถาปนาอาณาจักรอยุธยา วิเคราะหปจจัยที่สงผลตอความมั่นคงและความเจริญรุงเรืองของ
อาณาจักรอยุธยา พัฒนาการของอาณาจักรอยุธยา ในดานการเมืองการปกครอง สังคม เศรษฐกิจ และ
ความสมั พนั ธระหวางประเทศ การเสยี กรงุ ศรีอยุธยาคร้งั ท่ี 1 และการกูเอกราช การเสยี กรุงศรีอยุธยาครั้งท่ี
2 การกูเอกราช และการสถาปนาอาณาจักรธนบุรี ภูมิปญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยธนบุรี วีรกรรมของ
บรรพบุรษุ ไทย ผลงานของบคุ คลสำคญั ของไทยทมี่ สี วนสรางสรรคชาตไิ ทย
โดยใชทักษะกระบวนการทางประวัติศาสตร การประเมิน การวิเคราะห ความตระหนัก การ
อธิบาย การเปรียบเทียบ การใชเหตุผล การแกปญหา เพื่อใหเกิด ความรู ความเขาใจ มีความสามารถใน
การสื่อสาร คิดวิเคราะห แกไขปญหาและอุปสรรคตางๆ สามารถใชทักษะชีวิตและทักษะทางเทคโนโลยี
ปฏบิ ตั ติ นเปนประโยชนสวนรวม และมีเจตคติที่ดตี อสังคมศึกษา
เพื่อใหเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค เกิดความรูความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ การ
มุงม่ันในการทำงาน มคี วามรกั ชาติ ศาสน กษัตริย มวี นิ ัย ใฝเรียนรู ซื่อสตั ยสจุ ริต มคี ุณธรรมนำชีวิต อยู
อยางพอเพียงตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง สูจิตสาธารณะ เห็นคุณคาการอนุรักษความเปนไทย มีคุณธรรม
จรยิ ธรรม และคานยิ มท่ีเหมาะสมดำเนินชวี ิตโดยใชหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ตัวช้วี ดั
ส 4.3 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3
รวม 3 ตวั ช้ีวัด
110
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
ส22202 เศรษฐกจิ พอเพยี ง กลุมสาระการเรยี นรูสงั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชัว่ โมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
รู เขาใจ ยอมรับ เหน็ คุณคา ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถประยกุ ตใชในครอบครัว และ
มีภูมิคุมกันในการดำเนินชีวติ ของตนเองและครอบครัวอยางมีความสุข โดยใชแนวคิด หลักการ ความหมาย
ความสำคัญ แนวทางการดำเนนิ ชวี ติ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสำหรบั ตนเองและครอบครวั เพอื่ ใหเปนคน
มีเหตุผล พอประมาณ มีภูมิคุมกัน มีความรู และมีคุณธรรม จริยธรรมในการดำเนินชีวิตของตนเองอยางมี
ความสขุ
โดยใชกระบวนการกลุม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ
กระบวนการแกปญหากระบวนการสืบเสาะหาความรู กระบวนการสรางความตระหนัก กระบวนการสราง
คานิยม และกระบวนการสรางเจตคติ
เพื่อใหผูเรียนมีความรู ความเขาใจ ยอมรับ เห็นคุณคา ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถ
ประยุกตใชในครอบครวั และมภี มู ิคุมกันในการดำเนินชวี ติ ของตนเองและครอบครัวอยางมีความสุข มี
วินัย ใฝเรียนรู ซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรมนำชีวิต อยูอยางพอเพียงตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง สูจิต
สาธารณะ เหน็ คณุ คาการอนุรกั ษความเปนไทย มีคุณธรรมจรยิ ธรรม และคานยิ มที่เหมาะสมดำเนินชีวิตโดย
ใชหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผลการเรยี นรู
1. รเู ขาใจประวัติ ความเปนมา ความหมาย แนวคิด หลกั การ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2. อธิบายแนวทางในการนำปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไปประยกุ ตใชในวถิ ชี วี ติ ของตนเอง
ครอบครัว
3. ปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
4. วางแผน วิเคราะหสภาพรายรบั รายจาย และการจัดทำบันทึกรายรับรายจายของตนเองและ
ครอบครัวอยางเปนระบบ
5. อธบิ ายวธิ กี ารลดรายจายและเพิ่มรายไดของครอบครวั
6. ใหคำแนะนำ สมาชกิ ในครอบครวั เหน็ คุณคาและนำไปประยกุ ตใชการดำเนนิ ชีวิตได
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู
111
คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
พ22102 สขุ ศึกษา 4 กลมุ สาระการเรยี นรูสุขศกึ ษาและพลศึกษา
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ชัว่ โมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษา วิเคราะห วิธกี ารเลือกใชบริการทางสขุ ภาพไดอยางมีเหตุผล และสามารถเลอื กใชเทคโนโลยที าง
สุขภาพมาใชใหเกิดประโยชน ปฏบิ ัตติ น เพือ่ สรางเสริมและปรบั ปรงุ สมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบ
และสามารถใหคำแนะนำ ใหความชวยเหลอื แกผูตดิ สารเสพตดิ และเรียนรูทักษะการปองกนั ตนเองจาก
พฤติกรรมเสยี่ งและสถานการณเส่ยี งที่เกดิ ขึน้ รอบตัว เพื่อนำไปสูการมชี วี ติ ทีป่ กตสิ ขุ ในสังคม
โดยใชกระบวนการจัดการเรียนรูแบบกระบวนการกลุม กระบวนการสบื คนขอมลู กระบวนการ
วิเคราะห และอภิปรายเพื่อใหเกดิ ความรู ความเขาใจ สำนึกในคณุ คาและศักยภาพของตนเอง เพื่อใหสามารถ
ส่ือสารส่งิ ท่ีเรยี นรู และนำประสบการณไปปรับใชใหเกิดประโยชนสูงสดุ ในการดำเนินชีวิตนำไปสูการใชใน
ชวี ิตประจำวัน มีคณุ ธรรม จริยธรรม ซอื่ สัตยสุจริต มคี านยิ มทีเ่ หมาะสมและดำเนนิ ชีวติ ตามหลกั ปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพียง
รหสั ตัวช้ีวดั
พ 4.1 ม.2/1 พ 4.1 ม.2/4 พ 4.1 ม.2/5 พ 4.1 ม.2/6 พ 4.1 ม.2/7
พ 5.1 ม.2/1 พ 5.1 ม.2/2 พ 5.1 ม.2/3
รวมทั้งหมด 8 ตัวช้ีวัด
112
คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
พ22104 พลศกึ ษา 4(กระบ)ี่ กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศกึ ษา
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาเพื่อใหมีความรู ความเขาใจ เรื่องเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวรางกาย หลักการออกกำลังกาย
การทดสอบสมรรถภาพทางกาย ทกั ษะเบื้องตนกีฬากระบี่กระบอง การเลนเปนทมี ปฏิบตั ิกิจกรรมดวยความ
สนุกสนานปลอดภยั การออกกำลังกาย การพักผอน และนันทนาการ กฎ กติกา ในการเลนกีฬา วิธีการรุก
และการปองกันในการแขงขันกีฬา การควบคุมตนเอง การมีน้ำใจนักกีฬา การทำงานเปนทีม การวางแผน
สมรรถภาพทางกาย สมรรถภาพทางจิต การบริหารจิต เหน็ คุณคาของการออกกำลังกาย การออกกำลัง
กายและการเลนกีฬาปฏิบัติกิจกรรมดวยความสนุกสนานปลอดภัย ชื่นชมและเห็นคุณคาของการออกกำลัง
กาย เคารพ กฎ กติกาการแขงขัน มีนำ้ ใจนักกีฬา และใหความรวมมือในการทำงานเปนทีมชื่นชมและเหน็
คุณคาของการออกกำลังกาย เคารพ กฎ กติกาการแขงขัน มีนำ้ ใจนักกีฬาและใหความรวมมือในการทำงาน
เปนทีมโดยใชทักษะและการปฏิบัติตนเพือ่ นำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มีคุณธรรม จรยิ ธรรม ซื่อสัตยสุจริต
มีคานยิ มทเ่ี หมาะสมและดำเนินชีวิตตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั ตัวชว้ี ัด
พ 3.1 ม.2/1 พ 3.1 ม.2/2 พ 3.1 ม.2/3 พ 3.1 ม.2/4
พ 3.2 ม.2/1 พ 3.2 ม.2/2 พ 3.2 ม.2/3 พ 3.2 ม.2/4 พ 3.2 ม.2/5
พ 4.1 ม.2/7
รวมท้ังหมด 10 ตัวช้ีวัด
113
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ศ.22102 ศลิ ปะ(ดนตรี) กลุมสาระการเรยี นรูศิลปะ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษา ฝกปฏิบัติ และคิดวิเคราะหถึง องคประกอบของดนตรีจากแหลงวัฒนธรรมตางๆ เครื่องหมาย
สัญลกั ษณทางดนตรี โนตเพลงไทยอัตราจังหวะสองชัน้ โนตสากล (เครื่องหมายแปลงเสยี ง) เทคนิคและการ
แสดงออกในการ จนิ ตนาการในการสรางสรรคบทเพลง การถายทอดเรอ่ื งราวความคดิ ในบท เพลง เทคนคิ และ
การบรรเลงดนตรี การรองและบรรเลงเด่ยี ว การรองและบรรเลงเปนวง การบรรยายอารมณและความรูสึกใน
บทเพลง การประเมินความสามารถทางดนตรี
ความถูกตองในการบรรเลง ความแมนยำในการอานเคร่ืองหมายและสญั ลกั ษณ การควบคุมคณุ ภาพเสียงใน
การรองและบรรเลง อาชพี ทางดานดนตรี บทบาททางดนตรีในธุรกจิ บันเทงิ
โดยใชกระบวนการเรียนรู ความรูความเขาใจ กระบวนการคิดวเิ คราะห กระบวนการคิดสรางสรรค
กระบวนการนำเสนอ กระบวนการปฏบิ ัติ
เพ่อื ใหเกดิ ความรูความเขาใจ ความสัมพันธระหวางดนตรี ประวตั ศิ าสตรและวัฒนธรรมเห็นคุณคาของ
ดนตรีเปนมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ิปญญาทองถิ่น ภมู ปิ ญญาไทยและสากล สามารถแสดงออกทางดานดนตรี
วิเคราะห วิพากษวิจารณ ถายทอดความรูสึกความคิดตอดนตรีอยางอิสระ ชื่นชมและประยุกตใชใน
ชวี ิตประจำวัน
มาตรฐาน ศ 2.1 ตัวชีว้ ัด ม.1/1, ม.1/2,ม. 1/3,ม. 1/4, ม.1/5,ม.1/6,ม. 1/7
ศ 2.2 ตวั ช้วี ัด ม.2/1, ม.2/2
รวมทงั้ หมด 9 ตัวช้วี ัด
114
คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ง22102 การงานอาชีพ 4 กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพ
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศกึ ษาเรียนรู การส่ือสารขอมูลและเครอื ขายคอมพิวเตอร พฒั นาการของการส่ือสารขอมลู ชนิดของ
เครอื ขายคอมพิวเตอรเทคโนโลยีการรบั -สงขอมูลภายในเครอื ขายคอมพิวเตอรประโยชนของเครือขาย
คอมพวิ เตอรกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ การแกปญหาดวยกระบวนการเทคโนโลยสี ารสนเทศ การใช
คอมพิวเตอรในการแกปญหาโดยการใชซอฟตแวรประยุกตการเขียนโปรแกรม วิธกี ารแกปญหาและถายทอด
ความคดิ อยางมีขัน้ ตอน คนหาขอมลู และตดิ ตอสื่อสารผานเครือขายคอมพิวเตอร
โดยใชกระบวนการปฏบิ ตั ิ กระบวนการส่ือสาร กระบวนการวางแผนการจัดการ กระบวนการคิด
กระบวนการแกปญหา และกระบวนการสบื คน
เพอื่ ใหมีความรู ความเขาใจ มที กั ษะกระบวนการ และมีความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถใน
การคิด ความสามารถในการแกปญหา ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต อยางมวี นิ ยั ใฝเรยี นรู ซอ่ื สตั ยสจุ รติ
และมงุ ม่ันในการทำงาน
โดยมีคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค คือ ขยัน ประหยัด อดทน ซ่อื สัตย สุจริต มวี ินัย ใฝเรยี นรู
อยูอยางพอเพยี ง รบั ผดิ ชอบ มุงม่ันในการทำงาน ทำงานเปนข้ันตอน เปนระบบ บรรลเุ ปาหมาย ปลอดภัย
มคี วามคิดสรางสรรคใชทรพั ยากรในการทำงานอยางคุมคาและอนรุ ักษสิ่งแวดลอมตามหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง
ตัวช้ีวดั
ง 1.1 ม. 2/1, 2/2, 2/3
ง 2.1 ม. 2/1, 2/2, 2/3
รวม 6 ตัวช้วี ัด
115
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
ง22204 การถนอมอาหาร 2 กลุมสาระการเรยี นรูการงานอาชีพ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชัว่ โมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาความสำคัญและหลกั การถนอมอาหาร การเลอื กอาหาร ภาชนะ อปุ กรณ และเทคนิควธิ ีการ
ถนอมอาหาร ความสำคญั ของสารปรุง คณุ สมบัติและปรมาณทใี่ ช การเก็บรักษา การสงวนคณุ คาโภชนาการ
และถูกสุขลักษณะ
วิเคราะหปฏบิ ตั กิ ารถนอมอาหารตามฤดูกาลของทองถิน่ ตามกรรมวธิ ตี างๆ เชนการหมักดอง แชอิ่ม
การเช่ือม การตากแหง อาหารในทองถิน่ ใชอุณหภมู ิสูงใชสารเคมปี รงุ แตงอาหาร บรรจแุ ละเก็บอาหารทีถ่ นอม
แลวใหถูกตองตามหลักโภชนาการและถกู สุขลักษณะ คำนวณคาใชจาย กำหนดราคา จัดจำหนาย จดบนั ทึก
การปฏบิ ัตงิ านทำบัญชรี ายรับ-รายจาย
เพอ่ื ใหมีความรคู วามเขาใจและทักษะเกยี่ วกับหลักการและเทคนิควธิ ีถนอมอาหารประเภทตางๆ
ออกแบบบรรจภุ ัณฑและจัดจำหนายได
โดยมคี ณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค คือ ขยัน ประหยดั อดทน ซ่อื สตั ย สจุ ริต มีวนิ ัย ใฝเรยี นรู
อยูอยางพอเพยี ง รบั ผดิ ชอบ มุงม่ันในการทำงาน ทำงานเปนขนั้ ตอน เปนระบบ บรรลุเปาหมาย ปลอดภัย
มคี วามคิดสรางสรรคใชทรัพยากรในการทำงานอยางคุมคาและอนรุ ักษส่งิ แวดลอมตามหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรยี นรู
1. เลือกวัสดุผักและผลไมทีม่ ีในทองถิ่น
2. ฝกปฏบิ ตั ิทกั ษะการถนอมอาหารประเภทกวน
3. ฝกปฏิบตั ิทกั ษะการถนอมอาหารประเภทหมักดอง
4. ฝกปฏบิ ตั ทิ กั ษะการถนอมอาหารประเภทเช่อื ม แชอิม่
5. ออกแบบบรรจภุ ัณฑและจัดจำหนาย
6. การขาย และการตลาด
รวมทงั้ หมด 6 ขอ
116
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เตมิ
ง22206 การซอมแซมเคร่อื งใชไฟฟา กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพ
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศกึ ษาและปฏบิ ตั ิวิธกี ารปองกันอุบัติภยั เกีย่ วกับการปฏิบตั งิ านทางไฟฟา ชนดิ และการใชงานของ
สายไฟฟา การตอสายไฟฟาแบบตางๆ การเดนิ สายไฟฟาแสงสวาง เคร่อื งมือ และอุปกรณทางไฟฟาแบบตางๆ
การตดิ ต้งั อุปกรณทางไฟฟา การเดินสายไฟฟาดวยวธิ ีการตางๆ การตรวจสอบและแกไขขอบกพรองของระบบ
และอุปกรณปองกนั
โดยมคี ณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค คอื ขยัน ประหยดั อดทน ซ่อื สัตย สจุ ริต มีวนิ ยั ใฝเรียนรู
อยูอยางพอเพยี ง รบั ผิดชอบ มุงม่ันในการทำงาน ทำงานเปนขนั้ ตอน เปนระบบ บรรลุเปาหมาย ปลอดภัย
มีความคิดสรางสรรคใชทรัพยากรในการทำงานอยางคุมคาและอนรุ ักษสง่ิ แวดลอมตามหลกั ปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรยี นรู
1. มคี วามรพู ้ืนฐานเกี่ยวกับหลักไฟฟาเบื้องตน
2. มีความรู และความเขาใจในหลักการปองกันอุบตั ิภัยท่ีเกิดข้นึ กับการปฏิบตั ิงานไฟฟา
3. มคี วามรู ความเขาใจในเรื่องชนดิ ของสายไฟฟา
4. มีความรู ความเขาใจในเครอื่ งมอื และวสั ดอุ ปุ กรณไฟฟา
5. มที กั ษะในการตอสายไฟฟา
6. มีทักษะในการเดนิ สายไฟฟา การใชเครอื่ งมือและอุปกรณการตดิ ต้งั ไฟฟาภายในบาน
รวมท้งั หมด 6 ขอ
117
คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
อ22102 ภาษาอังกฤษ 4 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศกึ ษา คำ วลี สำนวนงายๆ ในประโยคภาษาอังกฤษ โครงสรางทางไวยากรณภาษาองั กฤษ
หลกั การอานออกเสียงภาษาอังกฤษ ภาษาทาทาง น้ำเสยี ง วนั สำคญั ของชาติ ศาสนาและวัฒนธรรมของ
ชาตเิ จาของภาษาและของไทย
โดยใชกระบวนการเรยี นรูภาตางประเทศฝกทักษะ ฟง พูด อาน เขียน โดยฟงคำสงั่ คำรองขอ
คำแนะนำ คำชแี้ จง ขอความ ขอมูลขาวสาร นทิ าน บทเพลง บทรอยกรอง เหตุการณขาวสารท่ีพบใน
ส่ือจรงิ อานออกเสียงบทอานงายๆ ขอความ ขอมลู ขาวสาร เหตกุ ารณตางๆ จากท่ีสอ่ื ท่ไี มใชความเรียง
(Non-text-information)
สอ่ื สงิ่ พิมพในชีวิตประจำวันและสือ่ เทคโนโลยีไดถูกตอง เขาใจตคี วาม และเขารวมกิจกรรมทาง
ภาษาเพื่อใหมีความรคู วามสามารถ ถายโอนเปนถอยคำของตนเอง พูดและเขียนสอื่ ความหมายเพื่อขอและ
ใหขอมลู สรางองคความรู แสดงความคดิ เหน็ แสดงความรูสึก แสดงความตองการของตนเอง เสนอความ
ชวยเหลือและบริการแกผูอนื่ นำเสนอขอมลู เรอ่ื งราวสัน้ ๆ หรอื กิจวตั รประจำวนั ความคดิ รวบยอด บท
เพลงเหตุผลและเรอื่ งราวตางๆ ตามความสนใจดวยความสนุกสนาน เพอ่ื ใหเขาใจความแตกตางระหวาง
ภาษาปละวฒั นธรรมของชาตเิ จาของภาษา เห็นคุณประโยชนของภาษาและวัฒนธรรมที่เรียน สามารถใช
ภาษาอังกฤษไดอยางถูกตองเหมาะสมและมีวิจารณญาณในการสือ่ สาร การแสวงหาความรูและเช่ือมโยงกับ
สาระการเรยี นอ่นื รวมถึงศกึ ษาแนวคิดการปฏิบัตติ นตามหลักเศรษฐกจิ พอเพียง การวางแผนการดำเนิน
ชวี ติ เพ่อื ใหเกดิ ความรู ความเขาใจ การเหน็ คุณคาของทรพั ยากรใชอยางคุมคาและสำรวจสภาพปญหา
สิ่งแวดลอมท่เี กดิ ขน้ึ ในชมุ ชนและมสี วนในการแกไขปญหาเพื่อใหเกดิ ความรู ความคิด ความเขาใจ
สามารถนำเสนอ สือ่ สาร เห็นคณุ คา นำความรูไปใชประโยชนมคี ุณธรรม จรยิ ธรรมยึดหลักสจุ รติ และ
คานยิ มทีเ่ หมาะสม
รหสั ตวั ชี้วดั
ต1.1 ม.2/1 ต1.1 ม.2/2 ต1.1 ม.ต1.1 ม.2/3 ต1.1 ม. 2/4
ต1.2 ม.2/1 ต1.2 ม.2/2 ต1.2 ม.2/3 ต1.2 ม. 2/4
ต1.3 ม.2/1 ต1.3 ม.2/2 ต1.3 ม.2/3 ต1.3 ม.2.1
ต2.1 ม.2/2 ต2.1 ม.2/3 ต2.1 ม. 2/1 ต2.1 ม.2/2
ต3.1 ม.2/1 ต4.1 ม.2/1 ต4.2ม.2/1 ต4.2 ม. 2/2
รวมท้ังหมด 21 ตัวชว้ี ดั
ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 3
118
คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ท23101 ภาษาไทย 5 กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หนวยการเรียน
**********************************************************************************
อานออกเสียงรอยแกวและรอยกรองเปนทำนองเสนาะไดถูกตอง และเหมาะสมกับเรอ่ื งทีอ่ าน เขาใจ
ความหมายโดยตรงและความหมายโดยนยั จบั ใจความสำคัญและรายละเอียดของสงิ่ ท่ีอาน และเขียนกรอบ
แนวคดิ ผงั ความคิด บันทึก ยอความ เขียนรายงานจากส่ิงทอ่ี านได วเิ คราะห วจิ ารณ อยางมีเหตผุ ล ลำดบั
ความอยางมีขน้ั ตอนและความเปนไปไดของเร่ืองท่ีอาน รวมท้ังประเมินความถูกตองของขอมูลท่ีใชสนบั สนุน
จากเร่ืองท่อี านอยางหลากหลายเพือ่ นำไปใชแกปญหาในชีวิต และมมี ารยาทในการอาน เขียนสื่อสารดวย
ลายมอื ท่ีอานงายชัดเจน ใชถอยคำไดถูกตองเหมาะสมกบั ระดบั ภาษา เขยี นคำขวัญ คำคม คำอวยพรใน
โอกาสตาง ๆ โฆษณา คตพิ จน สนุ ทรพจน ชวี ประวตั ิ อตั ชีวประวัติและประสบการณตาง ๆ เขียนยอความ
เขียนจดหมายกิจธรุ ะ แบบกรอกสมคั รงาน เขยี นวิเคราะหวิจารณและแสดงความรูความคดิ หรอื โตแยงอยางมี
เหตผุ ล ตลอดจนเขยี นรายงานการศกึ ษาคนควา เขยี นโครงงาน และมมี ารยาทในการเขยี น พูดแสดงความ
คิดเหน็ วิเคราะห วิจารณ ประเมนิ สิ่งท่ีไดจากการฟงและการดู นำขอคิดไปประยุกตใชในชวี ิตประจำวัน พูด
รายงานเรอื่ งหรือประเด็นที่ไดจากการศึกษาคนควาอยางเปนระบบ มศี ลิ ปะในการพูด พดู ในโอกาสตาง ๆ ได
ตรงตามวตั ถุประสงค และพูดโนมนาวอยางมีเหตุผลนาเช่อื ถือ รวมทัง้ มีมารยาทในการฟง การดูและการพดู
จำแนกและใชคำภาษาตางประเทศทใี่ ชในภาษาไทย วิเคราะหโครงสรางของประโยคซบั ซอน ระดบั ภาษา ใช
คำทับศัพทและศัพทบัญญัติ อธบิ ายความหมายของคำทางวิชาการและวิชาชพี แตงบทรอยกรองประเภท
โคลงสีส่ ภุ าพ สรุปเน้ื อหาวรรณคดแี ละวรรณกรรมในระดบั ทย่ี ากขน้ึ รวมท้ังวเิ คราะห วิจารณอธบิ ายคุณคา
วรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอาน สรปุ ความรูและขอคดิ ท่ีไดจากการอานเพื่อประยุกตใชในชวี ติ จรงิ ทองจำบท
อาขยานหรือบทรอยกรองท่ีมีคณุ คาตามท่ีกำหนดใหและตามความสนใจและนำไปใชอางองิ
โดยใชกระบวนการฝกตามแบบ อธิบาย อภิปราย แสดงความคิดเห็น เปรยี บเทยี บ คิดวเิ คราะห ฝก
ปฏิบัติ สบื เสาะหาความรูดวยตนเอง
เพ่อื ใหเกิดความรู ความคดิ ความเขาใจ ในภาษาไทย มวี ินยั ใฝเรยี นรู มงุ มนั่ ในการทำงาน มีจติ สา
ธรณะ เหน็ คุณคา มีความรัก มีความหวงแหนภาษาไทย รกั ความเปนไทย และนำไปประยุกตใชในชวี ติ จริง
ไดอยางมีคุณธรรม จริยธรรม และคานิยมที่เหมาะสม
รหสั ตวั ช้ีวัด ท 2.1 ม 3/1, 3/4,3/5,3/10
ท 1.1 ม 3/1,3/3,3/4, 3/5, 3/7,3/8 ท 4.1 ม 3/1,3/2,3/3, 3/5,3/6
ท 3.1 ม 3/1,3/2, 3/4,3/5
ท 5.1 ม.3/1, 3/3, 3/4
รวม 22 ตวั ชี้วดั
119
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ค23101 คณิตศาสตรพ้นื ฐาน 5 กลุมสาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ช่วั โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาและฝกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอันไดแก การแกปญหา การใหเหตุผล การ
สื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรูตางๆทางคณติ ศาสตร และ
เชื่อมโยงคณิตศาสตรกับศาสตรอนื่ ๆ และมีความคดิ ริเร่มิ สรางสรรค ในสาระตอไปน้ี
พื้นทผี่ วิ และปรมิ าตรมีความรคู วามเขาใจในเรอื่ งพนื้ ท่ีผวิ และปรมิ าตรของปรซิ มึ ทรงกระบอกพีระมดิ
กรวยและทรงกลมและใชความรคู วามเขาใจน้ใี นการแกปญหาในชีวิตจรงิ
ความคลายมีความรคู วามเขาใจเกีย่ วกับสมบตั ิของเสนขนานรูปสามเหล่ยี มที่เทากันทุกประการ
รปู สามเหลีย่ มคลายทฤษฎีบทพที าโกรสั และบทกลับและนำความรูความเขาใจน้ีไปใชในการแกปญหาในชวี ิต
จรงิ
อตั ราสวนตรีโกณมิติมคี วามรูความเขาใจในเร่อื งอัตราสวนตรีโกณมติ ิและนำความรูความเขาใจนี้ไปใช
ในการแกปญหาในชีวิตจริง
อสมการเชิงเสนตวั แปรมคี วามรอู สมการเชิงเสนตัวแปรเดียวและใชความรูความเขาใจนใี้ นการ
แกปญหาในชวี ิตจรงิ
ระบบสมการมีความรูความเขาใจเกย่ี วกับสมการเชงิ เสนตัวแปรเดียวระบบสมการเชิงเสนสองตวั แปร
และใชความรูความเขาใจนี้ในการแกปญหาในชีวติ จริง
โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณในชีวิตประจำวันที่ใกลตัว ใหผูเรียนไดศึกษาคนควาโดย
การปฏบิ ัตจิ ริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญหา การให
เหตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร และนำประสบการณดานความรู ความคิด ทกั ษะกระบวนการท่ีได
ไปใชในการเรยี นรูส่ิงตางๆ และใชในชวี ิตประจำวันอยางสรางสรรค โดยยึดหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
เพ่อื ใหเกดิ ความรูความเขาใจ ความคิดรวบยอด ใฝรใู ฝเรยี น มีระเบียบวนิ ัยมุงมั่นในการทำงานอยางมี
ระบบ ประหยดั ซื่อสัตย มวี ิจารณญาณ รูจกั นำความรูไปประยุกตใชในการดำรงชีวิตไดอยางพอเพียง รวมทั้ง
มีเจตคติทดี่ ตี อคณิตศาสตร
รหัสตวั ชวี้ ดั
ค 1.3 ม 3/1 , ม 3/3
ค 2.1 ม 3/1 , ม 3/2
ค 2.2 ม 3/1 , ม 3/2
รวม 6 ตวั ชว้ี ัด
120
คาํ อธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เตมิ
ค23201 คณติ ศาสตรเพ่ิมเติม 5 กลุม สาระการเรยี นรูค ณิตศาสตร
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จํานวน 0.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาและฝกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอันไดแก การแกปญหา การใหเหตุผล การ
สื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร และการนําเสนอ การเชื่อมโยงความรูตา งๆทางคณติ ศาสตร และ
เชอ่ื มโยงคณติ ศาสตรก ับศาสตรอ ืน่ ๆ และมีความคดิ รเิ ริ่มสรา งสรรค ในสาระตอ ไปน้ี
กรณฑท่ีสองการแกปญหาในเรื่องสมบัติของ√ เมื่อ a ≥ 0 การดําเนินการของจํานวนจริงซึ่ง
เกย่ี วกบั กรณฑท ่สี องการนําไปใช
การแยกตัวประกอบของพหนุ าม การแยกตวั ประกอบพหนุ ามดกี รสี องที่เปนผลตา งของกําลังสองการ
แยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสองโดยวิธที ําเปนกําลังสองสมบูรณการแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสูง
กวาสองที่มีสมั ประสทิ ธิ์เปนจํานวนเต็มการแยกตัวประกอบของพหุนามที่มีสัมประสิทธิ์เปนจํานวนเต็มโดยใช
ทฤษฎีบทเศษเหลือ
โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณในชีวิตประจําวันที่ใกลตวั ใหผูเรียนไดศ ึกษาคนควาโดย
การปฏบิ ัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคํานวณ การแกปญหา การให
เหตุผล การสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร และนําประสบการณดานความรู ความคิด ทักษะกระบวนการท่ีได
ไปใชในการเรยี นรูสิง่ ตา งๆ และใชใ นชีวิตประจาํ วันอยางสรางสรรค โดยยึดหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
เพ่อื ใหเ กิดความรูความเขาใจ ความคดิ รวบยอด ใฝรใู ฝเรยี น มรี ะเบียบวินัยมุง มน่ั ในการทํางานอยางมี
ระบบ ประหยัด ซอ่ื สตั ย มีวจิ ารณญาณ รูจกั นาํ ความรูไปประยุกตใชในการดํารงชวี ิตไดอ ยา งพอเพียง รวมทั้ง
มีเจตคติท่ดี ตี อคณิตศาสตร
ผลการเรียนรทู ่ีคาดหวงั
1. เขา ใจรากที่สองและรากท่ีสามของจํานวนจริง
2. หารากที่สองและรากที่สามของจํานวนเต็มโดยการแยกตัวประกอบและนําความรูไปใชในการ
แกปญหาได
3. บวกลบคณู และหารจาํ นวนจริงซง่ึ เกีย่ วกบั กรณฑท ่ีสองท่กี าํ หนดใหและนําไปใชแ กป ญหาได
4. บอกวิธแี ยกตัวประกอบของพหุนามดกี รสี องทอ่ี ยูในรูปกําลังสองสมบรู ณและนําไปใชไ ด
5. บอกวธิ ีแยกตัวประกอบพหุนามดีกรีสูงทีม่ ี สัมประสิทธิ์เปนจํานวนเต็มโดยใชวิธีทําเปนกําลังสอง
สมบูรณหรอื ใชทฤษฎเี ศษเหลอื ได
รวม 5 ผลการเรียนรู
121
คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
ว23101 วทิ ยาศาสตร 5 กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษา วิเคราะห สืบคนขอมูล และอธบิ ายเก่ียวกับความสัมพันธระหวางยีน ดีเอ็นเอ และโครโมโซม
การถายทอดลักษณะทางพนั ธุกรรม การเกิดจีโนไทปและฟโนไทปในรุนลูก ความสาํ คัญของการแบงเซลลแบบ
ไมโทซิสและไมโอซสิ โรคทางพันธกุ รรม ประโยชนและผลกระทบของสง่ิ มชี ีวติ ดัดแปรพันธุกรรม
ทดลอง วิเคราะห และอธิบายการเกิดคลื่นและสวนประกอบของคลื่น คลื่นแมเหล็กไฟฟาและ
สเปกตรัมของคลืน่ แมเหล็กไฟฟา ประโยชนและอันตรายของคลื่นแมเหล็กไฟฟา ปรากฏการณเกีย่ วกับแสง
การสะทอนของแสงและการหักเหของแสง การทาํ งานของทศั นอุปกรณความสวางและการมองเห็น
สบื คนขอมลู และอธิบายปรากฏการณท่ีเกิดจากการโคจรของดาวเคราะหรอบดวงอาทติ ยดวยแรงโนม
ถวง การเกดิ ฤดู การเคลือ่ นทีป่ รากฏของดวงอาทิตย การเกิดขางขน้ึ ขางแรม การเปลย่ี นแปลงเวลาข้ึนและตก
ของดวงจนั ทร การเกิดน้ำขนึ้ น้ำลง เทคโนโลยีอวกาศ โครงการสาํ รวจอวกาศ
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การพัฒนาทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะในศตวรรษท่ี 21 การสืบคนขอมูล บันทึก จัดกลุมขอมูล และการ
อภิปราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถนำเสนอสื่อสารสิ่งที่เรียนรู มคี วามสามารถในการ
ตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนำไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร คุณธรรมจริยธรรม และ
คานิยมท่เี หมาะสม
ตัวชีว้ ัดรวม 24 ตวั ชี้วดั
ว 1.3 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8
ว 2.3 ม.3/10 ม.3/11 ม.3/12 ม.3/13 ม.3/14 ม.3/15 ม.3/16 ม.3/17 ม.3/18
ม.3/19 ม.3./20 ม.3/21
ว 3.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4
122
คําอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ง23201 วทิ ยาการคํานวณ 3 กลมุ สาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จาํ นวน 1.0 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศกึ ษาขั้นตอนการพฒั นาแอปพลิเคชนั Internet of Things (IoT) การเขยี นโปรแกรมเพ่ือพฒั นาแอป
พลเิ คชนั ขอมูลปฐมภูมแิ ละทุติยภูมิ การประมวลผลขอมลู การสรางทางเลือกและประเมินผล
ซอฟตแวรหรือบริการบนอินเทอรเน็ตที่ใชในการจัดการขอมลู การประเมนิ การความนาเชอื่ ถือของ
ขอมลู การสบื คนหาแหลงตนตอของขอมลู เหตุผลวิวัติ ผลกระทบจากขาวสารที่ผดิ พลาด การรเู ทาทันสอื่
กฎหมายที่เกี่ยวกบั คอมพวิ เตอร การใชลิขสิทธิ์ของผูอนื่ โดยชอบธรรม
รวบรวมขอมูลปฐมภมู ิหรอื ทุตยิ ภมู ิ ประมวลผล สรางทางเลือก และนำเสนอการตดั สินใจไดอยางมี
ประสิทธิภาพออกแบบและเขียนโปรแกรมเพอ่ื พัฒนาแอปพลเิ คชันทมี่ ีการบูรณาการกบั วชิ าอ่นื อยาง
สรางสรรค ใชงานเทคโนโลยีสารสนเทศ อยางรเู ทาทัน และมคี วามรบั ผิดชอบตอสงั คม
ตวั ช้วี ดั
ว. 4.2 เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
1.พฒั นาแอปพลเิ คชันที่มีการบูรณาการกบั วิชาอน่ื อยางสรางสรรค
2.รวบรวมขอมลู ประมวลผล ประเมนิ ผล นำเสนอขอมลู และสารสนเทศ ตามวตั ถุประสงคโดยใช
ซอฟตแวร หรอื บรกิ ารบนอนิ เทอรเนต็ ที่หลากหลาย
3.ประเมินความนาเชือ่ ถือของขอมูล วิเคราะหส่อื และผลกระทบจากการใหขาวสารท่ผี ิดอยางรเู ทาทนั
4.ใชเทคโนโลยีสารสนเทศอยางปลอดภยั และมีความรบั ผิดชอบตอสงั คม ปฏิบัติตามกฎหมายเก่ียวกบั
คอมพวิ เตอร ใชลิขสทิ ธิข์ องผูอืน่ โดยชอบธรรม
รวมทง้ั หมด 4 ตัวชีว้ ัด
123
คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ส23101 วิชาสังคมศึกษา 5 กลุมสาระการเรียนรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ระดับชั้น มัธยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษา วิเคราะหการเผยแผพระพุทธศาสนา เขาสูประเทศตางๆ ทั่วโลก ความสำคัญของ
พระพุทธศาสนากับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและ การพัฒนาอยางยั่งยืน ท่ีชวยสรางสรรคอารยธรรม
ความสงบสุขแกโลก พุทธประวัติจากพระพุทธรูปปางตางๆ การดำเนินชีวิตและขอคิดของประวัตสิ าวก ชาดก/
และศาสนิกชน สังฆคุณ และขอธรรมสำคัญในกรอบอรยิ สัจ 4 การปฏิบัตติ นตามหลักธรรมในการพัฒนาตน
เพ่ือเตรียมพรอมสำหรับการทำงานและการมีครอบครัว การพัฒนาจิตเพื่อการเรียนรูและดำเนินชีวิต ดวยวิธี
คิดแบบโยนิโสมนสิการ สวดมนต แผเมตตา บริหารจิตและเจริญปญญาดวยอานาปานสติ วิถีการดำเนินชวี ติ
ของศาสนิกชนในศาสนาอื่นๆ หนาทีแ่ ละบทบาทของพระภิกษุ และการปฏบิ ัตติ นตอพระภิกษุและ บุคคลตาง
ๆ ไดถูกตอง การปฏิบัติหนาที่ชาวพุทธในศาสนพิธแี ละวันสำคัญทางศาสนา การแสดงตนเปนพุทธมามกะ
นำเสนอแนวทางในการธำรงรักษาศาสนาทต่ี นนบั ถือ
ศึกษา วิเคราะหกลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ มีสวนรวมในการแกไขปญหาและพฒั นาทองถิ่นตาม
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความสัมพันธระหวางแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงกับระบบสหกรณ บทบาท
หนาทขี่ องรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจและแสดงความคิดเห็นตอนโยบาย และกจิ กรรมทาง เศรษฐกิจของรัฐบาล
ที่มีตอบุคคล กลุมคน และประเทศชาติ บทบาทความสำคัญของการรวมกลุมทางเศรษฐกิจระหวางประเทศ
และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต(อาเซียน) ผลกระทบที่เกิดจากภาวะเงินเฟอ เงินฝด ผลเสียจากการ
วางงาน และแนวทางแกปญหา สาเหตแุ ละวิธกี ารกดี กนั ทางการคาในการคาระหวางประเทศ
โดยใชทักษะกระบวนการคิด การอภิปราย การอธบิ าย การฝกปฏิบัติ การสังเกต การสืบคนขอมลู ดวย
เทคโนโลยี นำเสนอ จดั กลุมขอมูล การจดบันทึก
เพื่อใหผูเรียนมีความสามารถในการสื่อสาร คิดวิเคราะห แกไขปญหาและอุปสรรคตาง ๆ
มีความสามารถในการใชทักษะชีวิต และทักษะทางเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาตนเองและแกไขปญหาอยางถูกตอง
เหมาะสม ทำใหเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค มีความรักชาติ ศาสน กษัตริย มุงมั่นในการทำงาน มีวินัย ใฝ
เรียนรู ซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรมนำชีวิต อยูอยางพอเพยี งตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง สูจิตสาธารณะ
มีคุณธรรมจริยธรรมและคานิยมท่ีเหมาะสม เกิดจติ สำนกึ ในความเปนไทย
ตัวชวี้ ดั ส 1.1 ม.3/1-10 ส 1.2 ม.3/1-7 ส 3.1 ม.3/1-3 ส 3.2 ม.3/1-6
รวม 26 ตัวช้วี ัด
124
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ส23103 ประวัตศิ าสตร 5 กลุมสาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาวิเคราะหการเปรียบเทียบศักราชในเอกสารประวัติศาสตรไทย และสากล ศึกษาเหตุการณ
สำคัญทางประวัติศาสตรที่ใชเปนหลักในการแบงยุคสมัยทางประวัติศาสตรของไทย และประวัติศาสตรสากล
การเปรียบเทียบยุคสมัยทางประวัติศาสตรระหวางประวัติศาสตรไทยกับประวัติศาสตรสากล ศึกษาประเภท
และแหลงขอมูลในการศึกษาประวัตศิ าสตรในภูมภิ าคตางๆ ของโลก ศึกษาวิธีการทางประวัติศาสตรในการหา
ขอสรปุ และเหตุการณสำคญั ในประวตั ิศาสตรสากล การเปรยี บเทยี บเหตุการณสำคัญในประวัตศิ าสตรไทยและ
ประวัติศาสตรสากล การเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนไทยกับคนซีกโลกตะวันออกและซีกโลก
ตะวนั ตก พัฒนาการในการตั้งถ่ินฐานและลกั ษณะการดำเนินชวี ติ ของประชากรในภมู ิภาคตางๆ ของโลก ปจจยั
ทางภูมิศาสตรและสังคมที่มีผลตอพัฒนาการ การตั้งถิ่นฐานและการดำรงชีวิตของประชากรในภูมภิ าคตางๆ
ของโลก เหตุการณสำคัญในภูมิภาคตางๆ ของโลก ที่มผี ลกระทบตอพัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของโลก
พัฒนาการของอารยธรรมตะวันออกและตะวันตกทีม่ ีผลตอกลุมอาเซียนและประเทศไทยในดานตางๆ โดยใช
กระบวนการคนควา วิเคราะหเชอ่ื มโยงความรูและนำเสนอวิธีการทางประวัติศาสตรอยางเปนระบบ
เพื่อเกิดความรูความเขาใจ มีความสามารถในการสื่อสาร คดิ วิเคราะหแกไขปญหา สามารถใชทักษะ
ชวี ติ และทกั ษะทางเทคโนโลยี
เพื่อใหเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค เกิดความรูความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ การ
มุงมัน่ ในการทำงาน มคี วามรกั ชาติ ศาสน กษัตริย มวี ินยั ใฝเรียนรู ซือ่ สัตยสุจริต มคี ุณธรรมนำชวี ิต อยู
อยางพอเพยี งตามหลักเศรษฐกจิ พอเพยี ง สูจติ สาธารณะ เหน็ คณุ คาการอนุรกั ษ มีคุณธรรมจรยิ ธรรม และ
คานยิ มทเี่ หมาะสมดำเนินชวี ิตโดยใชหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ตัวชว้ี ัด
ส 4.3 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4
รวม 4 ตวั ช้ีวัด
125
คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน
พ23101 สุขศึกษา 5 กลมุ สาระการเรียนรูสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษา เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงทางดานรางกาย จิตใจ อารมณ สังคม และสติปญญาในแตละชวง
วัย วิเคราะหอิทธิพลและความคาดหวังของสังคม สื่อโฆษณาที่มีอิทธิพลตอการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการ
ของวยั รุน อนามยั แมและเด็ก การวางแผนครอบครวั และวธิ ีการปฏิบัติตนท่ีเหมาะสม ปจจยั ท่ีมีผลกระทบตอ
การตง้ั ครรภ สาเหตุ และแนวทางปองกันและการแกไขปญหาความขัดแยงในครอบครวั กำหนดรายการอาหาร
ทเ่ี หมาะสมกบั วัยตางๆ โดยคำนงึ ถงึ ความประหยดั และคณุ คาทางโภชนาการ
โดยใชกระบวนการจดั การเรียนรูแบบกระบวนการกลุม กระบวนการสืบคนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการวิเคราะห และอภิปรายเพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สำนึกในคุณคาและศักยภาพของตนเอง
เพื่อใหสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนำประสบการณไปปรับใชใหเกิดประโยชนสูงสุดในการดำเนินชีวิต
นำไปสูการใชในชวี ิตประจำวัน มีคุณธรรม จริยธรรม ซ่ือสตั ยสุจริต มคี านิยมท่ีเหมาะสมและดำเนนิ ชีวิตตาม
หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหัสตัวชี้วัด
พ 1.1 ม.3/1 พ 1.1 ม.3/2 พ 1.1 ม.3/3
พ 2.1 ม.3/1 พ 1.1 ม.3/2 พ 1.1 ม.3/3
พ 4.1 ม.3/1
รวมทง้ั หมด 7 ตัวชีว้ ัด
126
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
พ23103 พลศึกษา 5(บาสเกตบอล) กลุมสาระการเรียนรูสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาเพื่อใหมคี วามรู ความเขาใจ เร่อื งเกี่ยวกับการเคล่ือนไหวรางกาย หลักการออกกำลงั กาย การทดสอบ
สมรรถภาพทางกาย ทักษะเบื้องตนกีฬาบาสเกตบอล การเลนเปนทีมปฏิบัติกิจกรรมดวยความสนุกสนาน
ปลอดภัยการออกกำลังกาย การพกั ผอน และนนั ทนาการ กฎ กตกิ า ในการเลนกฬี า วิธีการรุกและการปองกัน
ในการแขงขันกีฬา การควบคุมตนเอง การมีน้ำใจนักกีฬา การทำงานเปนทีม การวางแผนสมรรถภาพทางกาย
สมรรถภาพทางจิต การบริหารจิต เห็นคุณคาของการออกกำลังกาย การออกกำลังกายและการเลนกีฬา
ปฏบิ ัติกิจกรรมดวยความสนุกสนานปลอดภัย ชนื่ ชมและเหน็ คณุ คาของการออกกำลงั กาย เคารพ กฎ กติกา
การแขงขัน มีน้ำใจนักกฬี า และใหความรวมมอื ในการทำงานเปนทีม
ชนื่ ชมและเห็นคณุ คาของการออกกำลังกาย เคารพ กฎ กตกิ าการแขงขัน มีนำ้ ใจนักกฬี าและใหความ
รวมมือในการทำงานเปนทีม โดยใชทักษะและการปฏิบตั ิตนเพื่อนำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มีคุณธรรม
จริยธรรม ซอ่ื สตั ยสุจรติ มคี านิยมทเี่ หมาะสมและดำเนินชีวิตตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหัสตัวชวี้ ดั
พ 3.1 ม.3/1 พ 3.1 ม.3/2
พ 3.2 ม.3/1 พ 3.2 ม.3/2 พ 3.2 ม.3/3 พ 3.2 ม.3/4 พ 3.2 ม.3/5
พ 4.1 ม.3/5
รวมทงั้ หมด 8 ตวั ชีว้ ัด
127
คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ศ23101 ศลิ ปะ(ทัศนศิลป ) กลุมสาระการเรียนรูศลิ ปะ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาและฝกปฏิบัติ ทัศนธาตุ หลักการออกแบบในสิ่งแวดลอม และงานทัศนศิลป เทคนิค วิธีการ
ของศลิ ปนในการสรางงานทัศนศลิ ป วิธีการใชทศั นธาตแุ ละหลักการออกแบบในการสรางงานทศั นศิลป การ
สรางงานทัศนศิลปทั้งไทยและสากล การใชหลักการออกแบบในการสรางส่ือผสมการสรางงานทัศนศิลป ท้ัง
2 มิติ และ 3 มิติ เพื่อถายทอดประสบการณและจินตนาการ การประยุกตใชทัศนธาตุและหลักการออกแบบ
ทัศนศิลป การวิเคราะหรูปแบบ เนือ้ หาและคุณคาในงานทัศนศิลปการใชเทคนิค วิธีการท่ีหลากหลายสราง
งานทศั นศลิ ปเพื่อส่ือความหมาย การประกอบอาชีพทางทัศนศลิ ป การจัดนทิ รรศการ งานทัศนศลิ ปกับการ
สะทอนคุณคาของวัฒนธรรม ความแตกตางของงานทัศนศิลปในแตละยุคสมยั ของวฒั นธรรมไทยและสากล
โดยใชกระบวนการเรียนรู ความรูความเขาใจ อภิปราย บรรยาย เปรียบเทียบ จำแนก คิด
วิเคราะห และปฏิบัติผลงานทางดานทัศนศิลป ดวยเทคนิควิธีการที่หลากหลายในการสื่อความหมายและ
เรอื่ งราวตาง ๆ นำเสนอวิจารณผลงานและ สรางเกณฑในการประเมนิ เพอื่ นำมาปรบั ปรงุ พฒั นา
เพื่อใหเสรางสรรคงานทัศนศิลปตามจินตนาการ ความคิดสรางสรรค วิเคราะหวิพากษ วิจารณ
คุณคางานทัศนศิลป ถายทอดความคิด ความรูสึก ตองานศิลปะอยางอิสระ ชื่นชมและประยุกตใชใน
ชีวิตประจำวัน ละมีความรูความเขาใจความสัมพันธระหวางทัศนศิลป ประวัติศาสตรและวัฒนธรรม เห็น
คุณคางานทัศนศลิ ปทีเ่ ปนมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ญญาทองถิ่น ภมู ปิ ญญาไทยและสากล
มาตรฐาน ศ 1.1 ตัวชว้ี ัด ม.1/1, ม.1/2,ม. 1/3,ม. 1/4, ม.1/5,ม.1/6,ม. 1/7,ม.1/8,ม.1/9,ม.1/10
ศ 1.2 ตวั ชวี้ ดั ม.2/1, ม.2/2
รวมท้ังหมด 12 ตวั ชีว้ ัด
128
คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
ง23101 การงานอาชพี 5 กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพ
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศกึ ษา และเรยี นรทู กั ษะการทำงานรวม โดยคำนงึ ถึงการใชทรพั ยากรอยางประหยดั และคุมคา ตัดเยบ็
ซอมแซม ดูแลรักษาเสื้อผาอยางถูกวิธีโดยใชทักษะกระบวนการแกปญหาในการทำงาน จัดเตรียมอาหาร
ประเภทสำรับ และจัดตกแตงอยางสวยงาม มีความรอบรูการขยายพันธุพืช งานชาง การประดิษฐบรรจุภณั ฑ
จากวสั ดุธรรมชาติ และมีจติ สำนกึ และใชทรัพยากรอยางประหยดั และคุมคาเปนธรรมในการทำงาน
อธิบายระดับเทคโนโลยี และสรางสิง่ ของเครื่องใชหรือวธิ ีการตามกระบวนการเทคโนโลยเี พื่อนำไปสู
การสรางตนแบบและแบบจำลองของสงิ่ ของเคร่อื งใชหรือถายทอดความคิดของวธิ ีการเปนแบบจำลองความคิด
และการรายงานผล
อภิปรายการหางานดวยวิธีทห่ี ลากหลาย วิเคราะหแนวทางเขาสูอาชีพ และสามารถประเมินทางเลือก
ในการประกอบอาชีพที่สอดคลองกับความรู ความถนัด และความสนใจของตนเอง เพื่อการเสริมสราง
ประสบการณอาชพี การเตรยี มตวั เขาสอู าชีพ และมเี จตคติท่ีดตี ออาชีพ
เพื่อใหเกิดความตระหนัก และเห็นคุณคาของการทำงาน สามารถนำความรูไปประยุกตใชใน
ชวี ิตประจำวัน มคี วามสามารถในการตดั สินใจ มีจริยธรรม คุณธรรม และคานิยมที่เหมาะสม และมจี ิตสำนึกใน
การใชพลงั งาน ทรพั ยากร และส่งิ แวดลอม
โดยมีคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค คอื ขยัน ประหยดั อดทน ซ่อื สตั ย สุจริต มีวนิ ัย ใฝเรยี นรู
อยูอยางพอเพยี ง รับผิดชอบ มุงมัน่ ในการทำงาน ทำงานเปนขั้นตอน เปนระบบ บรรลุเปาหมาย ปลอดภยั
มคี วามคดิ สรางสรรคใชทรพั ยากรในการทำงานอยางคุมคาและอนุรักษส่ิงแวดลอมตามหลกั ปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพียง
ตัวช้ีวดั
ง 1.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3
รวม 3 ตัวชว้ี ดั
129
คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
อ23101 ภาษาอังกฤษ 5 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศกึ ษาบทอาน การปฏิบัติตามคำขอรอง คำแนะนำ คำช้ีแจง สามารถอธบิ ายขอมลู จากทส่ี ่ิงท่ีฟงละอาน
ออกเสยี งโฆษณา บทรอยกรองตางๆ ไดอยางถูกตอง ตามหลกั การอาน รวมท้งั สามารถเขียนสือ่ ท่ีไมใช
ความเรียงในรูปแบบตางๆ เพ่ือใชเปนประโยชนในการโตตอบขอมลู เก่ียวกับตนเอง การแสดงความคิดเหน็
บรรยายความรูสึกจากประสบการณ เพื่อใชในการวเิ คราะหเร่อื งราว ขอมลู ขาวเหตุการณ รจู ักการตอบโต
สื่อสาร การทกั ทาย มารยาททางสงั คมเปนอยูเปรยี บเทยี บระหวางการใชภาษา และวัฒนธรรมของตนเองกับ
เจาของภาษาไดตามสถานการณจรงิ และสถานการณจำลองทีเ่ กดิ ข้นึ ทงั้ ในหองเรียน สถานศกึ ษา ชุมชน
และสงั คม โดยการสบื คน คนควา รวบรวมและสรุป ขอมูลขาวสารตางๆ จากส่อื และแหลงเรียนรตู างๆ
เปนภาษาตางประเทศ
โดยใชทกั ษะและกระบวนการเรียนภาษา ทงั้ ดานการฟง พดู อาน และการเขียน การสนทนาเพ่ือ
ใชเปนประโยชนในการสื่อสาร แลกเปลี่ยนขอมูลตางๆ ในชีวิตประจำวัน กระบวนการพัฒนาตนเอง การ
เรียนรแู บบรวมมือ การศึกษาคนควา การเรยี นรูดวยตนเองอยางตอเนอ่ื ง
เพอ่ื ใหเกดิ ความรูความเขาใจ มคี วามสนใจ ความตั้งใจ มีความสุภาพในการใชภาษาไดอยางถูกตองและมี
เหตุผลรวมทงั้ เห็นคณุ คาในการเรยี นภาษาอังกฤษ เพือ่ ใชสื่อสาร ศึกษาหาความรู อยูอยางมีความสุข สราง
ความเขาใจอันดีงามในสงั คมทแี่ ตกตาง สรางสนั ติภาพ ทั้งในสังคม ชมุ ชนและโลกรวมถงึ ศึกษาแนวคิดการ
ปฏิบัติตนตามหลักเศรษฐกจิ พอเพียง การวางแผนการดำเนินชีวติ เพอื่ ใหเกิดความรู ความเจาใจ การ
เห็นคุณคาของทรัพยากรใชอยางคุมคาและสำรวจสภาพปญหาส่ิงแวดลอมทีเ่ กดิ ขึน้ ในชมุ ชนและมสี วนใน
การแกไขปญหา
เพ่อื ใหเกดิ ความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถนำเสนอ ส่ือสาร เหน็ คณุ คา นำความรูไปใช
ประโยชนมคี ณุ ธรรม จริยธรรมยดึ หลักสจุ รติ และคานิยมท่ีเหมาะสม
รหัสตวั ชี้วดั
ต1.1 ม.3/1 3/2 3/3 3/4
ต1.2 ม.3/1 3/2 3/3 3/4
ต1.2 ม.3/5 3/1 3/2 3/3
ต3.1 ม.3/1 3/2 3/3 3/1
ต2.2 ม.3/2 3/13 3/1
ต4.2 ม.3/2
รวมท้ังหมด 21 ตัวช้วี ัด
130
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
จ23201 รายวิชาภาษาจีนเพอื่ การสอื่ สาร กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน 20 ชว่ั โมง 0.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
คำอธิบายรายวชิ า
เขาใจคำสั่ง คำขอรอง ภาษาทาทาง และประโยคทใ่ี ชในชวี ิตประจำวัน และหลักการใช สัทอักษร
ไดถกู ตอง สามารถการอานออกเสียงสทั อักษร กลมุ คำและประโยคสั้น ๆ ไดถกู ตองชดั เจนตามหลักการออก
เสียงเพื่อสรางความสมั พันธระหวางบุคคลโดยใชสื่อนวัตกรรม ในการสื่อสารเพื่อแสดงความตองการของตน
และสิ่งตาง ๆ รอบตัว ใชถอยคำงาย ๆ ในการปฏิสัมพันธ การเขาใจความแตกตางระหวางเสียงสระ
พยัญชนะ คำ วลีประโยคและขอความระหวางวัฒนธรรมจีนและวัฒนธรรมไทย เห็นประโยชนของการรู
ภาษาจนี เขาใจเร่ืองเศรษฐกิจพอเพียง และนำเรอ่ื งการออมนำไปใชในชีวติ ประจำวันผลการเรยี นรู
1. นกั เรียนสามารถอานเขียนและออกเสียงสัทอักษรได
2. ใชคำศพั ทภาษาจีนเบือ้ งตนในการฟงพูดอานเขยี นได
3. รแู ละเขาใจความแตกตางและเหมอื นวัฒนธรรมไทยจนี
รวมท้ังหมด 3 ผลการเรียนรู
131
คําอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
ญ23201 ภาษาญ่ีเพอื่ การส่อื สาร 2 กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาตางประเทศ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชั่วโมง จํานวน 0.5 หนว ยกิต
**********************************************************************************
คาํ อธิบายรายวิชา
ฟง พูด อานออกเสียงและเขียนตัวอักษรโรมาจิ เสียงกัก เสียงยาว เสียงควบ ตัวเลข เขียนคํา
กลุมคํา ประโยคและขอความสั้นๆ บทสนทนา คําทักทาย คําศัพท สํานวนตาง ๆ ที่ใชในหองเรียน ใน
ชีวิตประจาํ วัน การแนะนําตนเองและผูอ่ืน การพูดเลขโทรศัพท การพูดคุยเกี่ยวกับชั้นปที่เรียน การพูดคุย
เกี่ยวกับเมืองทอ่ี าศยั อยูและการพดู คยุ เกย่ี วกับงานอดิเรกไดเปนขอ ความที่เปน ความเรียงและไมเปนความเรียง
ตลอดจนเขาใจภาษาทาทางในการส่ือสารตามสถานการณตา ง ๆ โดยใชร ปู ประโยค ตามโครงสรางไวยากรณ
พนื้ ฐานท่ีเปน ทางการไดอ ยา งมีประสิทธภิ าพเหมาะสมกับบุคคล กาลเทศะและวัฒนธรรมของเจาของภาษา
ผลการเรยี นรู
1. พูดทักทาย สํานวนเบ้ืองตน ทใ่ี ชในชวี ิตประจาํ วันได
2. อา นเขยี นตวั อักษรโรมาจิได
3. แนะนําตนเองและผอู น่ื ได
4. การนับเลขและการพูดเลขโทรศัพท
5. การพดู คุยเกีย่ วกับช้ันปท ี่เรียน
6. การพูดคยุ เก่ยี วกับเมืองท่อี าศยั อยู
7. การพดู คยุ เกี่ยวกับงานอดเิ รก
รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู
132
คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ท23102 ภาษาไทย 6 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
อานออกเสียงรอยแกวและรอยกรองเปนทำนองเสนาะไดถูกตอง และเหมาะสมกบั เรอ่ื งทอี่ าน เขาใจ
ความหมายโดยตรงและความหมายโดยนัย จับใจความสำคัญและรายละเอียดของสิง่ ที่อาน และเขียนกรอบ
แนวคิด ผงั ความคิด บันทึก ยอความ เขยี นรายงานจากส่ิงทอ่ี านได วเิ คราะห วิจารณ อยางมเี หตุผล ลำดับ
ความอยางมขี นั้ ตอนและความเปนไปไดของเร่ืองท่ีอาน รวมทั้งประเมินความถูกตองของขอมูลที่ใชสนบั สนุน
จากเรอ่ื งท่ีอานอยางหลากหลายเพ่อื นำไปใชแกปญหาในชวี ิต และมีมารยาทในการอาน เขยี นสือ่ สารดวย
ลายมอื ท่ีอานงายชัดเจน ใชถอยคำไดถูกตองเหมาะสมกบั ระดับภาษา เขยี นคำขวญั คำคม คำอวยพรใน
โอกาสตาง ๆ โฆษณา คติพจน สนุ ทรพจน ชวี ประวตั ิ อัตชวี ประวัติและประสบการณตาง ๆ เขยี นยอความ
เขียนจดหมายกิจธุระ แบบกรอกสมัครงาน เขยี นวิเคราะหวิจารณและแสดงความรูความคดิ หรือโตแยงอยางมี
เหตุผล ตลอดจนเขียนรายงานการศกึ ษาคนควา เขียนโครงงาน และมีมารยาทในการเขียน พดู แสดงความ
คดิ เห็น วิเคราะห วจิ ารณ ประเมินสงิ่ ท่ีไดจากการฟงและการดู นำขอคิดไปประยุกตใชในชวี ิตประจำวนั พูด
รายงานเรอื่ งหรือประเดน็ ท่ไี ดจากการศึกษาคนควาอยางเปนระบบ มศี ลิ ปะในการพดู พูดในโอกาสตาง ๆ ได
ตรงตามวตั ถปุ ระสงค และพูดโนมนาวอยางมีเหตุผลนาเช่อื ถือ รวมทั้ง มมี ารยาทในการฟง การดูและการพูด
จำแนกและใชภาษาตางประเทศท่ีใชในภาษาไทย วิเคราะหโครงสรางของประโยคซับซอน ระดบั ภาษา ใชคำ
ทบั ศัพทและศพั ทบญั ญัติ อธิบายความหมายของคำทางวิชาการและวิชาชพี แตงบทรอยกรองประเภทโคลงสี่
สภุ าพ สรปุ เนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรม และวรรณกรรมทองถิ่นในระดบั ทีย่ ากขึ้น รวมท้งั วเิ คราะห
วิจารณอธิบายคุณคาวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอาน สรุปความรูและขอคดิ ที่ไดจากการอานเพอ่ื ประยกุ ตใชใน
ชวี ติ จริง ทองจำบทอาขยานหรือบทรอยกรองท่มี ีคณุ คาตามท่ีกำหนดใหและตามความสนใจและนำไปใช
อางอิง
โดยใชกระบวนการฝกตามแบบ อธบิ าย อภปิ ราย แสดงความคิดเห็น เปรยี บเทียบ
คดิ วิเคราะห ฝกปฏบิ ัติ สบื เสาะหาความรูดวยตนเอง
เพอื่ ใหเกดิ ความรู ความคดิ ความเขาใจในภาษาไทย มีวินยั ใฝเรยี นรู มุงม่ันในการทำงาน มจี ติ สา
ธรณะ เหน็ คุณคา มีความรัก มคี วามหวงแหนภาษาไทย รกั ความเปนไทย และนำไปประยุกตใชในชวี ิตจริง
ไดอยางมีคุณธรรม จริยธรรม และคานยิ มที่เหมาะสม
รหัสตวั ชี้วัด
ท 1.1 ม.3/2,3/3, 3/5,3/6,3/7,3/8,3/9,3/10 ท 2.1 ม.3/2,3/6,3/7,3/8,3/9,3/10
ท 3.1 ม.3/2,3/3, 3/6 ท 4.1 ม.3/3, 3/6
ท 5.1 ม.3/2, 2/3
รวม 22 ตวั ช้ีวัด
133
คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
ค23102 คณติ ศาสตรพน้ื ฐาน 6 กลุมสาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ช่วั โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาและฝกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอันไดแก การแกปญหา การใหเหตุผล การ
สื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร และการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรูตางๆทางคณิตศาสตร และ
เช่ือมโยงคณติ ศาสตรกบั ศาสตรอน่ื ๆ และมคี วามคดิ ริเรม่ิ สรางสรรค ในสาระตอไปน้ี
การแยกตัวประกอบพหุนามมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับการแยกตัวประกอบพหุนามและใชความรู
ความเขาใจน้ีในการแกปญหาในชวี ติ จริง
สมการกาลังสองตัวแปรเดียวมีความรูความเขาใจเกีย่ วกบั สมการเชิงเสนตัวแปรเดยี วระบบสมการ
เชงิ เสนสองตวั แปรและอสมการเชงิ เสนตวั แปรเดยี วและใชความรูความเขาใจน้ีในการแกปญหาในชีวิตจริง
ฟงกชั่นกาลังสองมีความรูความเขาใจและใชความรูเกี่ยวกับคูอันดับกราฟของความสัมพันธและ
ฟงกชนั กาลงั สองและใชความรูความเขาใจเหล่ำนใ้ี นการแกปญหาในชวี ติ จรงิ
วงกลมมีความรูความเขาใจในเรื่องอัตราสวนตรีโกณมิติและนำความรูความเขาใจนี้ไปใชในการ
แกปญหาในชวี ิตจริง
ความนาจะเปนมคี วามรูความเขาใจเกี่ยวกับความนาจะเปนและใชในชวี ิตจรงิ
สถติ ิมคี วามรูความเขาใจทางสถิตใิ นการนำเสนอขอมลู วิเคราะหขอมลู และแปลความหมายขอมลู
ที่เกี่ยวของกับแผนภาพจุดแผนภาพตน-ใบฮิสโทแกรมคากลางของขอมูลและแผนภาพกลองและใชความรู
ความเขาใจน้รี วมทง้ั นำสถิตไิ ปใชในชวี ิตจรงิ โดยใชเทคโนโลยที ่เี หมาะสม
โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณในชีวิตประจำวันท่ีใกลตัว ใหผูเรียนไดศึกษาคนควาโดย
การปฏบิ ัตจิ ริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญหา การให
เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร และนำประสบการณดานความรู ความคิด ทกั ษะกระบวนการท่ีได
ไปใชในการเรยี นรูส่ิงตางๆ และใชในชีวิตประจำวันอยางสรางสรรค โดยยึดหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
เพื่อใหเกดิ ความรูความเขาใจ ความคดิ รวบยอด ใฝรใู ฝเรยี น มีระเบียบวินยั มุงมัน่ ในการทำงานอยางมี
ระบบ ประหยดั ซ่อื สตั ย มวี ิจารณญาณ รจู กั นำความรูไปประยุกตใชในการดำรงชีวติ ไดอยางพอเพียง รวมทงั้
มเี จตคตทิ ดี่ ตี อคณิตศาสตร
รหสั ตัวชวี้ ดั
ค 1.2 ม 3/1, ม 3/2 ค 1.3 ม 3/2
ค 2.2 ม 3/3 ค 3.1 ม 3/1
ค 3.2 ม 3/1
รวม 6 ตวั ชี้วัด
134
คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
ค23202 คณติ ศาสตรเพ่ิมเติม 6 กลุม สาระการเรยี นรคู ณิตศาสตร
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชัว่ โมง จํานวน 0.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาและฝกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอันไดแก การแกปญหา การใหเหตุผล การ
สื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร และการนําเสนอ การเชื่อมโยงความรูตางๆทางคณติ ศาสตร และ
เชื่อมโยงคณติ ศาสตรก ับศาสตรอ นื่ ๆ และมคี วามคดิ รเิ ริม่ สรา งสรรค ในสาระตอไปนี้
เลขยกกําลังสมบัติของเลขยกกําลังบทนิยามและสมบัตอิ ื่นๆของเลขยกกําลัง การคูณและการหาร
เลขยกกําลังที่มีเลขชี้กําลังเปนจํานวนเต็ม และการนําไปใชในการแกปญหาหรอื สถานการณตา งๆ การใชเลข
ยกกําลังในการเขียนแสดงจํานวนที่มีคานอยๆ หรือมากๆในรูปสัญกรณวิทยาศาสตร การคํานวณเกี่ยวกับ
จํานวนในรปู สัญกรณวิทยาศาสตร
พหุนาม เอกนาม การบวก การลบ การคูณและการหารเอกนาม พหนุ าม การบวก การลบ พหุ
นาม การคณู และการหารพหุนามอยางงา ย
โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณในชีวิตประจําวันที่ใกลตัว ใหผูเรียนไดศ ึกษาคนควาโดย
การปฏิบัตจิ ริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคํานวณ การแกปญหา การให
เหตผุ ล การสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร และนําประสบการณด านความรู ความคิด ทกั ษะกระบวนการที่ได
ไปใชในการเรียนรูส่งิ ตา งๆ และใชในชีวิตประจาํ วันอยางสรา งสรรค โดยยึดหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
เพอ่ื ใหเ กิดความรูความเขาใจ ความคิดรวบยอด ใฝรใู ฝเรยี น มีระเบียบวินัยมุงม่นั ในการทํางานอยางมี
ระบบ ประหยัด ซอ่ื สัตย มีวิจารณญาณ รูจักนาํ ความรูไปประยุกตใชในการดํารงชีวติ ไดอ ยางพอเพยี ง รวมท้งั
มเี จตคติท่ดี ตี อคณิตศาสตร
ผลการเรยี นรทู ่ีคาดหวัง
1. บวกและลบจํานวนที่เขียนอยูในรปู เลขยกกําลังที่มีเลขช้กี ําลังเปน จํานวนเต็มได
2. คูณและหารจํานวนที่เขียนอยูในรูปเลขยกกําลงั ที่มีเลขชี้กําลงั เปน จํานวนเต็มโดยใช บทนิยาม
และสมบตั ิของเลขยกกาํ ลงั และนําไปใชใ นการแกปญหาได
3. คํานวณและใชเลขยกกําลังในการเขียนแสดงจํานวนที่มคี านอย ๆ หรือมาก ๆ ในรูป สัญกรณ
วทิ ยาศาสตรไ ด
4. หาผลบวกและผลลบของเอกนามและพหนุ ามได
5. หาผลคณู และผลหารของเอกนามและพหนุ ามอยางงายได
รวม 5 ผลการเรยี นรู
135
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ว23102 วิทยาศาสตร 6 กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษา วิเคราะห สืบคนขอมูล และอธิบายปฏิสัมพันธขององคประกอบของระบบนิเวศ รูปแบบความสัมพันธ
ของสิ่งมีชีวิต สายใยอาหาร การสะสมสารพิษในโซอาหาร ความหลากหลายทางชวี ภาพ สมบัติทางกายภาพ
และการใชประโยชนจากวัสดปุ ระเภทพอลิเมอร เซรามิก และวสั ดุผสม การเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี การเขียนสมการ
ขอความ กฎทรงมวล การเปลี่ยนแปลงพลังงานความรอนของปฏิกิริยา ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจําวัน
ประโยชนและโทษของปฏิกิริยาเคมีที่มีตอสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอม และแนวทางการแกปญหาที่เกิดจาก
ปฏิกริ ยิ าเคมี
ศึกษา วิเคราะห สืบคนขอมูล และอธิบายการวัดปริมาณทางไฟฟา ความสัมพันธระหวางความตาง
ศักยไฟฟา กระแสไฟฟา และความตานทานไฟฟา วงจรไฟฟาแบบอนุกรมและขนาน การทาํ งานของชิ้นสวน
อิเล็กทรอนิกสพื้นฐาน พลังงานไฟฟาและกําลังไฟฟา คาไฟฟา การใชเครื่องใชไฟฟาอยางประหยัดและ
ปลอดภัย
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสบื เสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การพัฒนาทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะในศตวรรษที่ 21 การสืบคนขอมูล บันทึก จัดกลุมขอมูล และการ
อภปิ ราย เพ่ือใหเกดิ ความรู ความคดิ ความเขาใจ สามารถนำเสนอสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู มี
ความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนำไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร
คุณธรรมจริยธรรม และคานยิ มท่เี หมาะสม
ตัวชวี้ ดั รวม 26 ตัวชีว้ ดั
ว 1.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6
ว 1.3 ม.3/9 ม.3/10 ม.3/11
ว 2.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8
ว 2.3 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8 ม.3/9
136
คาํ อธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
ว23202 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาและวเิ คราะหสาเหตุหรือปจจยั ทที่ าํ ใหีย่ นแปลงเทคโนโลยเี กดิ การเปลและความสัมพนั ธของ
เทคโนโลยีกบั ศาสตรอ่นื ประยุกตใชความรู ทักษะ และทรัพยากร โดยวเิ คราะหสถานการณเพ่ือสรปุ กรอบของ
ปญหา เปรียบเทยี บและเลือกขอมูลท่ีจําเปนโดยคํานงึ ถึงทรัพยสินทางปญญา เพื่อออกแบบวธิ กี ารแกปญหาใน
งานอาชพี ดานการเกษตร อาหาร พลังงานและขนสง โดยใชกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม รวมทั้ง
เลือกใช วัสดุ อปุ กรณ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟาและอิเล็กทรอนกิ สในการแกปญหาไดอยางถกู ตอง เหมาะสม
และปลอดภัย
ตวั ช้วี ดั
ว 4.1 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)
1. วิเคราะหสาเหตุ หรือปจจัยท่ีสงผลตอการเปลีย่ นแปลงของเทคโนโลยี และความสัมพนั ธของ
เทคโนโลยกี ับศาสตรอื่น โดยเฉพาะวทิ ยาศาสตร หรอื คณิตศาสตร เพอ่ื เปนแนวทางการแกปญหา หรอื พัฒนา
งาน
2. ระบปุ ญหาหรือความตองการของชุมชนหรอื ทองถน่ิ เพื่อพัฒนางานอาชพี สรปุ กรอบของปญหา
รวบรวม วเิ คราะหขอมูลและแนวคิดทีเ่ กี่ยวของกบั ปญหา โดยคาํ นงึ ถึงความถูกตองดานทรัพยสินทางปญญา
3. ออกแบบวิธกี ารแกปญหา โดยวเิ คราะห เปรียบเทยี บ และตดั สนิ ใจเลอื กขอมลู ทีจ่ ําเปนภายใต
เงื่อนไขและทรพั ยากรท่มี อี ยู นาํ เสนอแนวทางการปญหาใหผูอ่ืนเขาใจดวยเทคนคิ หรือวธิ กี ารท่ีหลากหลาย
วางแผนขั้นตอนการทำงานและดำเนนิ การแกปญหาอยางเปนข้นั ตอน
4. ทดสอบ ประเมนิ ผล วิเคราะห และใหเหตผุ ลของปญหาหรอื ขอบกพรองท่เี กิดข้นึ ภายใตกรอบ
เงือ่ นไข พรอมทั้งหาแนวทางการปรบั ปรงุ แกไข และนาํ เสนอผลการแกปญหา
5. ใชความรู และทกั ษะเกย่ี วกับวสั ดุ เครอ่ื งมือ อปุ กรณ กลไก ไฟฟาและอิเลก็ ทรอนกิ สใหถูกตองกับ
ลกั ษณะของงาน และปลอดภัยเพอื่ แกปญหาหรือพัฒนางาน
รวมทงั้ หมด 5 ตวั ชี้วัด
137
คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
ส23102 วิชาสังคมศกึ ษา 6 กลุมสาระการเรียนรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาวิเคราะหกฎหมายอาญา กฎหมายแพง และการมีสวนรวมของสิทธิมนุษยชน อนุรักษ
วัฒนธรรมไทยและเลือกรับวัฒนธรรมสากล ปจจัยและแนวทางที่กอใหเกิดปญหาความขัดแยงในประเทศ
และเสนอแนวคิดในการลดความขัดแยง เสนอแนวคิดในการดำรงชีวิตอยางมีความสุขในประเทศและสังคม
โลก ระบอบการปกครองแบบตางๆ ทีใ่ ชในยุคปจจุบัน เปรียบเทียบระบอบการปกครองของไทยกับระบอบ
การปกครองตางๆ รัฐธรรมนูญฉบับปจจุบัน ปญหาและแนวทางการแกไข การพัฒนาประชาธิปไตยของ
ประเทศไทย
ศึกษาวิเคราะหการใชเครื่องมือทางภมู ิศาสตรในการรวบรวม วิเคราะห และนำเสนอขอมูลเกี่ยวกับ
ลักษณะทางกายภาพและสังคมของทวีปอเมริกาเหนือ และอเมริกาใต ความสัมพันธระหวางลักษณะทาง
กายภาพและสงั คมของทวีปอเมริกาเหนือ และอเมรกิ าใต การกอเกิดสิ่งแวดลอมใหมทางสงั คม อนั เปนผลจาก
การเปล่ียนแปลงทางธรรมชาติและทางสังคมของทวปี อเมริกาเหนือและอเมริกาใต ประเด็นปญหาเกี่ยวกับ
สิ่งแวดลอมและระบุแนวทางการอนรุ ักษทรพั ยากร ธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอมในทวีปอเมรกิ าเหนือและอเมริกา
ใต ผลกระทบตอเนื่องจากการเปลยี่ นแปลงของสงิ่ แวดลอมในทวปี อเมริกาเหนือและอเมริกาใต
โดยใชทักษะกระบวนการคิด การอภิปราย การอธิบาย การสืบคนขอมูล การจดบันทึก เพ่ือใหเกิด
ความรูความคิด ความเขาใจ สามารถปฏิบัติตนตามกฎหมาย มีคานยิ มท่ีดีงามและรักความเปนไทย ดำรงชีวติ
อยูรวมกันในสังคมอยางสันติสุข ยึดมั่นและศรัทธาในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริยเปนประมุข รวบรวม วิเคราะห นำเสนอ จัดกลุมขอมูล ลักษณะทางกายภาพสังคมและ
ส่งิ แวดลอมของทวีปอเมริกาเหนอื และอเมริกาใตท่ีมผี ลตอประเทศไทย
เพื่อใหผูเรียนมีความสามารถในการสื่อสาร คิดวิเคราะห แกไขปญหาและอุปสรรคตาง ๆ มี
ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต และทักษะทางเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาตนเองและแกไขปญหาอยางถูกตอง
เหมาะสมและมีคุณธรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทำใหเกดิ คุณลักษณะอันพึงประสงค มีความ
รกั ชาติ ศาสน มงุ มัน่ ในการทำงาน มวี นิ ยั ใฝเรยี นรู ซ่ือสัตยสจุ รติ มคี ณุ ธรรมนำชีวิต อยูอยางพอเพียงตาม
หลักเศรษฐกิจพอเพียง สูจิตสาธารณะ มีคุณธรรมจริยธรรมและคานิยมที่เหมาะสม เกิดจิตสำนึกในความ
เปนไทย
ตวั ชี้วัด ส 2.1 ม 3/1 ส 2.1 ม 3/2 ส 2.1 ม 3/3 ส 2.1 ม 3/4 ส 2.1 ม 3/5
ส 2.2 ม 3/1 ส 2.1 ม 3/2 ส 2.1 ม 3/3 ส 2.1 ม 3/4
ส 5.1 ม 3/1 ส 5.1 ม 3/2 ส 5.2 ม 3/1 ส 5.2 ม 3/2 ส 5.2 ม3/3
ส 5.2 ม3/4 ส 5.2 ม3/5
รวมตัวชว้ี ดั 16 ตัวชีว้ ดั
138
คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
ส23104 ประวัติศาสตร 6 กลุมสาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาพัฒนาการของไทยสมัยรัตนโกสินทรในดานตาง ๆและปจจัยท่ีสงผลตอความมัน่ คงและความ
เจริญรุงเรืองของไทยในสมัยรัตนโกสินทรและวิเคราะหภูมิปญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยรัตนโกสินทรและ
อทิ ธพิ ลตอการพัฒนาชาติไทยและบทบาทของไทยในสมยั ประชาธิปไตย
โดยใชกระบวนการคนควา วิเคราะหเชื่อมโยงความรูและนำเสนอวิธีการทางประวัติศาสตรอยางเปน
ระบบเพอ่ื เกิดความรูความเขาใจ มีความสามารถในการสื่อสาร คิดวิเคราะหแกไขปญหา สามารถใชทักษะชีวิต
และทักษะทางเทคโนโลยี เหน็ คณุ คาตระหนักในความสำคญั ความเสียสละ ของบุคคลสำคัญทสี่ วนสรางสรรค
ประวตั ิศาสตรไทย มีเจตคตทิ ด่ี ตี อประวัตศิ าสตร เหน็ คุณคาและภาคภูมใิ จและเกดิ จิตสำนึก
เพื่อใหเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค เกิดความรูความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ การ
มุงม่ันในการทำงาน มคี วามรักชาติ ศาสน กษตั รยิ มวี นิ ยั ใฝเรียนรู ซื่อสัตยสุจรติ มีคุณธรรมนำชวี ิต อยู
อยางพอเพยี งตามหลักเศรษฐกจิ พอเพียง สูจติ สาธารณะ เห็นคุณคาการอนรุ ักษ มคี ุณธรรมจริยธรรม และ
คานยิ มที่เหมาะสมดำเนินชีวติ โดยใชหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
ตวั ชี้วดั
ส 4.3 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4
รวม 4 ตัวช้วี ัด
139
คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
พ23102 สขุ ศกึ ษา 6 กลุมสาระการเรียนรูสขุ ศึกษาและพลศึกษา
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชัว่ โมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษา วิเคราะหการปองกันตนเองจากโรคทีเ่ ปนสาเหตุสำคัญของ การเจ็บปวยและเสียชีวิตของคน
ไทย ทั้งโรคติดตอ และโรคไมติดตอ มีสวนรวมในการแกไขปญหาสุขภาพในชุมชน โดยการเก็บรวบรวมและ
วิเคราะหขอมูลดานสุขภาพที่แตกตางของแตละชุมชน ปฏิบัติการชวยฟนคืนชีพไดอยางถูกวิธี จัดการเวลาใน
การออกกำลงั กายการพักผอน และการสรางเสริมสมรรถภาพตามผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายของแต
ละบคุ คลอยางเหมาะสม
โดยใชกระบวนการจัดการเรียนรูแบบกระบวนการกลุม กระบวนการสบื คนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการวิเคราะห และอภิปรายเพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สำนึกในคุณคาและศักยภาพของตนเอง
เพื่อใหสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนำประสบการณไปปรับใชใหเกิดประโยชนสูงสุดในการดำเนินชีวิต
นำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มีคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสตั ยสุจริต มีคานิยมท่ีเหมาะสมและดำเนนิ ชีวิตตาม
หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั ตวั ชีว้ ัด
พ 4.1 ม.3/2 พ 4.1 ม.3/3 พ 4.1 ม.3/4 พ 4.1 ม.3/5
พ 5.1 ม.3/1 พ 5.1 ม.3/2 พ 5.1 ม.3/3 พ 5.1 ม.3/5
รวมทัง้ หมด 8 ตัวชวี้ ัด
140
คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน
พ23104 พลศึกษา 6(ตะกรอ) กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศกึ ษา
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 จำนวน 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาเพื่อใหมีความรู ความเขาใจ เรื่องเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวรางกาย หลักการออกกำลังกาย
การทดสอบสมรรถภาพทางกาย ทักษะเบ้อื งตนกีฬาตะกรอ การออกกำลงั กาย การพกั ผอน และนันทนาการ
กฎ กติกา ในการเลนกีฬา วิธีการรุกและการปองกันในการแขงขันกีฬา การควบคุมตนเอง การมีน้ำใจ
นักกีฬา การทำงานเปนทีม การวางแผนสมรรถภาพทางกาย สมรรถภาพทางจิต การบริหารจิต เห็นคุณคา
ของการออกกำลังกาย การออกกำลังกายและการเลนกีฬาปฏิบัติกิจกรรมดวยความสนุกสนานปลอดภัย
ชื่นชมและเห็นคุณคาของการออกกำลังกาย เคารพ กฎ กติกาการแขงขัน มีน้ำใจนักกีฬา และใหความ
รวมมือในการทำงานเปนทมี
การเลนเปนทีมปฏบิ ัติกิจกรรมดวยความสนุกสนานปลอดภัย ชื่นชมและเห็นคุณคาของการออกกำลัง
กาย เคารพ กฎ กติกาการแขงขัน มีน้ำใจนักกีฬาและใหความรวมมือในการทำงานเปนทีมโดยใชทักษะและ
การปฏิบตั ติ นเพือ่ นำไปสูการใชในชีวิตประจำวนั มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม ซ่อื สตั ยสุจริต มคี านิยมท่ีเหมาะสมและ
ดำเนนิ ชวี ิตตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
รหัสตัวชว้ี ัด
พ 3.1 ม.3/1 พ 3.1 ม.3/2
พ 3.2 ม.3/1 พ 3.2 ม.3/2 พ 3.2 ม.3/3 พ 3.2 ม.3/4 พ 3.2 ม.3/5
พ 4.1 ม.3/5
รวมทั้งหมด 8 ตัวชว้ี ัด
141
คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
ศ23102 ศลิ ปะ (ดนตรี) กลุมสาระการเรยี นรูศิลปะ
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 3 ภาคเรียนท่ี 2 จำนวน 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษา ฝกปฏิบัติ และคิดวเิ คราะห เปรยี บเทยี บองคประกอบในงานศลิ ปะ
การใชองคประกอบในการสรางสรรคงานดนตรีและศิลปะแขนงอื่น เทคนิคที่ใชในการสรางสรรคงานดนตรี
และงานศิลปะแขนงอื่น เทคนิคและการแสดงออกในการขับรองและบรรเลงดนตรีเดี่ยวและรวมวง อัตรา
จงั หวะและการประพนั ธเพลงอัตราจังหวะ และ ก2ารเลือกใชอ4 งค ประกอบในการสรางสรรคบท
เพลง การเลือกจงั หวะเพื่อสรางสรรคบทเพลง การเรยี บเรียง4ทำนองเพล4 ง การเปรียบเทียบความแตกตาง
ของบทเพลง สำเนียง อตั ราจังหวะ รูปแบบบทเพลง การประสานเสยี ง เครอื่ งดนตรที ่บี รรเลง อิทธิพลของ
ดนตรี อิทธิพลของดนตรีตอบุคคล อิทธิพลของดนตรีตอสังคม การจัดการแสดงดนตรีในวาระตางๆ การ
เลือกวงดนตรี การเลือกบทเพลง การเลือกและจัดเตรยี มสถานที่ การเตรียมบคุ คลากร การเตรียมอุปกรณ
เคร่อื งมือ การจัดรายการแสดง ประวัติดนตรีไทยยุคสมยั ตางๆ ประวัตดิ นตรีตะวันตกยุคสมยั ตางๆ ปจจยั
ทที่ ำใหงานดนตรีไดรบั การยอมรับ
โดยใช กระบวนการเรียนรู ความรูความเขาใจ กระบวนการคิดวิเคราะห
กระบวนการคิดสรางสรรค กระบวนการนำเสนอ กระบวนการปฏิบตั ิ
เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ ความสัมพันธระหวางดนตรี ประวัติศาสตรและ
วฒั นธรรมเห็นคณุ คาของดนตรเี ปนมรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ญญาทองถ่ิน ภูมปิ ญญาไทยและสากล สามารถ
แสดงออกทางดานดนตรี วิเคราะห วพิ ากษวจิ ารณ ถายทอดความรูสกึ ความคดิ ตอดนตรีอยางอสิ ระ ชนื่ ชมและ
ประยุกตใชในชวี ติ ประจำวัน
มาตรฐาน ศ 2.1 ตัวชี้วดั ม.1/1, ม.1/2,ม. 1/3,ม. 1/4, ม.1/5,ม.1/6,ม. 1/7
ศ 2.2 ตัวชวี้ ดั ม.2/1, ม.2/2
รวมท้งั หมด 9 ตัวช้ีวดั
142
คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
ง23102 การงานอาชีพ 6 กลุมสาระการเรยี นรูการงานอาชีพ
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษา เรียนรู หลักการทำโครงงาน พัฒนาผลงานที่เกิดจากการศึกษาคนควาดำเนินการพัฒนาตาม
ความสนใจและความถนัดโดยใชเทคโนโลยีสารสนเทศหลักการพื้นฐานในการเขียนโปรแกรม แนวคิดและ
หลักการเขียนโปรแกรม การเขียนโปรแกรมงายๆ เลือกซอฟตแวรที่เหมาะสมกับลักษณะของงาน ใช
คอมพิวเตอรชวยสรางชน้ิ งานจากจินตนาการหรอื งานทที่ ำในชีวิตประจำวัน
โดยใชกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการสื่อสาร กระบวนการวางแผนการจัดการ กระบวนการคิด
กระบวนการแกปญหา และกระบวนการสืบคน
เพ่อื ใหมีความรู ความเขาใจ มที กั ษะกระบวนการ และมีความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถ
ในการคดิ ความสามารถในการแกปญหา ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ อยางมวี ินยั ใฝเรยี นรู
ซ่อื สัตยสุจริต และมุงมั่นในการทำงานอยางมีจิตสำนึกและความรับผิดชอบ ตลอดจนมีคุณภาพและจริยธรรม
ในการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ
โดยมคี ณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค คือ ขยัน ประหยัด อดทน ซ่ือสตั ย สจุ ริต มวี นิ ัย ใฝเรยี นรู
อยูอยางพอเพยี ง รับผิดชอบ มุงม่นั ในการทำงาน ทำงานเปนข้นั ตอน เปนระบบ บรรลุเปาหมาย ปลอดภยั
มีความคิดสรางสรรคใชทรัพยากรในการทำงานอยางคุมคาและอนรุ ักษสิ่งแวดลอมตามหลกั ปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง
ตัวชี้วัด
ง 1.1 ม. 3/1, 3/2, 3/3
ง 2.1 ม. 3/1, 3/2, 3/3
รวม 6 ตัวชีว้ ัด
143
คำอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
อ23102 ภาษาองั กฤษ 6 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาบทอาน การปฏบิ ตั ิตามคำขอรอง คำแนะนำ คำช้ีแจง สามารถอธบิ ายขอมลู จากท่ีสิ่งที่ฟงละ
อาน ออกเสยี งโฆษณา บทรอยกรองตางๆ ไดอยางถูกตอง ตามหลักการอาน รวมทัง้ สามารถเขยี นส่ือท่ี
ไมใชความเรยี งในรปู แบบตางๆ เพือ่ ใชเปนประโยชนในการโตตอบขอมลู เก่ยี วกับตนเอง การแสดงความ
คิดเห็นบรรยายความรูสกึ จากประสบการณ เพอ่ื ใชในการวิเคราะหเร่ืองราว ขอมลู ขาวเหตกุ ารณ รจู กั การ
ตอบโตสอื่ สาร การทกั ทาย มารยาททางสังคมเปนอยูเปรยี บเทยี บระหวางการใชภาษา และวัฒนธรรมของ
ตนเองกบั เจาของภาษาไดตามสถานการณจรงิ และสถานการณจำลองท่ีเกิดข้ึนทงั้ ในหองเรยี น สถานศึกษา
ชุมชน และสงั คม โดยการสืบคน คนควา รวบรวมและสรปุ ขอมูลขาวสารตางๆ จากสื่อและแหลงเรยี นรู
ตางๆ เปนภาษาตางประเทศ
โดยใชทักษะและกระบวนการเรียนภาษา ทงั้ ดานการฟง พดู อาน และการเขียน การสนทนาเพือ่
ใชเปนประโยชนในการสอ่ื สาร แลกเปล่ียนขอมลู ตางๆ ในชวี ติ ประจำวัน กระบวนการพัฒนาตนเอง การ
เรียนรแู บบรวมมอื การศึกษาคนควา การเรยี นรูดวยตนเองอยางตอเน่อื งรวมถงึ ศึกษาแนวคดิ การปฏิบัติตน
ตามหลักเศรษฐกจิ พอเพียง การวางแผนการดำเนนิ ชวี ติ เพ่อื ใหเกิดความรู ความเจาใจ การเหน็ คุณคา
ของทรัพยากรใชอยางคมุ คาและสำรวจสภาพปญหาส่งิ แวดลอมทีเ่ กดิ ขน้ึ ในชุมชนและมสี วนในการแกไข
ปญหา
เพอื่ ใหเกดิ ความรูความเขาใจคณุ คา นำความรูไปใชประโยชนมีคุณธรรม จริยธรรมยึดหลักสจุ รติ
และคานยิ มที่เหมาะสม มีความสนใจ ความตง้ั ใจ มีความสภุ าพในการใชภาษาไดอยางถูกตองและมเี หตผุ ล
รวมทงั้ เห็นคุณคาในการเรยี นภาษาองั กฤษ เพอ่ื ใชสื่อสาร ศกึ ษาหาความรู อยูอยางมีความสขุ สรางความ
เขาใจอันดีงามในสังคมทีแ่ ตกตาง สรางสันตภิ าพ ทัง้ ในสงั คม ชมุ ชนและโลก
รหสั ตัวช้ีวัด
ต1.1 ม.3/1 ต1.1 ม.3/2 ต1.1 ม.3/3 ต1.1 ม.3/4
ต1.2 ม.3/1 ต1.2 ม.3/2 ต1.2 ม.3/3 ต1.2 ม.3/4
ต1.2 ม.3/5 ต1.2 ม.3/1 ต1.2 ม.3/2 ต1.2 ม.3/3
ต3.1 ม.3/1 ต3.1 ม.3/2 ต3.1 ม.3/3 ต3.1 ม.3/1
ต2.2 ม.3/2 ต2.2 ม.3/1 ต2.2 ม.3/1 ต2.2 ม.3/1
ต4.2 ม.3/2
รวมท้ังหมด 21 ตัวชี้วัด