341
คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
ง33101 การงานอาชีพ 5 กลุมสาระการเรยี นรูการงานอาชพี
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศึกษา วิเคราะห ทักษะกระบวนการทำงาน กระบวนการแกปญหาในการทำงานรวมกันตาม
กระบวนการ ขั้นตอนในการประดิษฐของใชที่เปนเอกลักษณไทย การประกอบติดตั้ง และซอมแซมอุปกรณ
เครื่องใชภายในบาน ใชทักษะแสวงหาความรเู พ่อื การเลี้ยงสตั ว จดั การผลผลติ ทางการเกษตร โดยใชเทคโนโลยี
และภมู ิปญญาทองถ่นิ เพ่ือการอนุรักษสง่ิ แวดลอม
ศึกษา วิเคราะหการออกแบบเทคโนโลยีเพื่อออกแบบผลิตภัณฑตามกระบวนการเทคโนโลยี โดย
ถายทอดความคดิ เปนภาพรางสองมิติ ใชอุปกรณเครื่องมือท่เี หมาะสมกบั ลักษณะและประเภทของการทำงาน มี
ความคดิ สรางสรรค เขาใจกระบวนการทางธรุ กิจและแนวทางเขาสูอาชพี โดยเลอื กและใชเทคโนโลยีไดเหมาะสม
กบั อาชพี มีคุณธรรม จริยธรรม และคานิยมทด่ี ตี อการประกอบอาชีพ
โดยใชกระบวนการทำงาน กระบวนการจัดการ กระบวนการทำงานรวมกัน กระบวนการแกปญหาใน
การทำงาน กระบวนการเทคโนโลยี การสืบคนขอมูล วเิ คราะห และอภิปราย
เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ สามารถสรางผลงานอยางสรางสรรค มีทักษะการทำงานรวมกัน ทักษะ
การจัดการ ทกั ษะกระบวนการแกปญหา และทักษะแสวงหาความรู มีคณุ ธรรมและลักษณะนสิ ัยในการทำงาน
ใฝเรยี นรู อยูอยางพอเพียง รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ ใชพลังงาน ทรัพยากรในการทำงานอยางคุมคา
และยัง่ ยืนเพือ่ การอนุรักษสง่ิ แวดลอม
โดยมีคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค คอื ขยัน ประหยัด อดทน ซ่อื สตั ย สจุ ริต มีวนิ ัย ใฝเรียนรู
อยูอยางพอเพยี ง รบั ผิดชอบ มุงม่ันในการทำงาน ทำงานเปนขน้ั ตอน เปนระบบ บรรลุเปาหมาย ปลอดภยั
มคี วามคิดสรางสรรคใชทรัพยากรในการทำงานอยางคุมคาและอนุรักษสงิ่ แวดลอมตามหลักปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพียง
ตัวชี้วัด
ง 1.1 ม.6/1 ม.6/2 ม.6/3 ม.6/4 ม.6/5 ม.6/6 ม.6/7
รวม 7 ตัวชีว้ ัด
342
คำอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน
อ33101 ภาษาองั กฤษ 11 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศกึ ษาคำแนะนำในคูมือขอความ ขาว ประกาศ โฆษณา บทรอยกรอง และบทละครสั้น สารคดี
และบนั เทิงคดี คำขอรอง คำแนะนำ คำชี้แจง บทสนทนาและเขียนโตตอบขอมูลเก่ยี วกบั ตนเอง เรอื่ งราว
ตางๆใกลตัว ประสบการณ สถานการณและประเดน็ ตางๆ ตามความสนใจของสังคม การแสดงความ
คดิ เหน็ ขอเสนแนะ การใหบริการ การเจรจาตอรอง การอานบทความจากสงิ่ พิมพและเทคโนโลยตี างๆ
รวมทั้งขอมลู ในทองถิ่นและชุมชน การเขยี นขอความ เขียนเลาเรอื่ ง เขียนจดหมายสวนตวั จดหมายสมัคร
งาน ประวัตสิ วนตัว (Resume)
โดยใชกระบวนการเรยี นรูภาษาตางประเทศใชคำศัพท สำนวน และโครงสรางทางไวยากรณท่ีเพิม่ ข้ึน
แลเหมาะสมกบั ระดบั ชนั้ เลอื กใชภาษา น้ำเสียง และกริยาทาทางเหมาะสมกบั ระดับบคุ คล เวลา โอกาส
และสถานการณตามมารยาทสงั คมและวฒั นธรรมของเจาของภาษาอธบิ าย/เปรียบเทียบความแตกตางระหวาง
โครงสรางประโยค ขอความ สำนวนคำพังเพย สุภาสติ วิเคราะห/อธบิ ายความเหมือนและความแตกตาง
ระหวางวิถชี วี ิต คนควา/สืบคน บนั ทกึ สรปุ แสดงความคดิ เหน็ สืบคน คนควาจากแหลงการเรยี นรูตางๆ
เพื่อใหเกิดความรู ความคดิ ความเขาใจ สามารถนำเสนอสอ่ื สาร สงิ่ ท่เี รียนรู มี
ความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณคาของการนำความรูไปใชประโยชนในชวี ิตประจำวัน มจี ติ วทิ ยาศาสตร
คณุ ธรรมจริยธรรม และคานิยมทเ่ี หมาะสม เหน็ คณุ คาของการเรยี นภาษาองั กฤษในดารนำไปใชเพ่ือประกอบ
อาชพี และเพื่อการศึกษาในระดับสงู ตอไปรวมถึงศกึ ษาแนวคดิ ตามหลักของปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
การวางแผนการดำเนนิ ชวี ติ เพ่อื ใหเกิดความรู ความเขาใจ การเห็นคุณคาของทรัพยากรใชอยางคุมคา
และสำรวจสภาพปญหาสิ่งแวดลอมทเ่ี กดิ ขึ้นในชุมชนและมสี วนในการแกไขปญหา นำความรูไปใช
ประโยชนมคี ณุ ธรรม จริยธรรมยดึ หลกั สจุ รติ และคานยิ มที่เหมาะสม
รหัสตัวชี้วัด
ต1.1 ม.6/1 ต1.1 ม.6/2 ต1.1 ม.6/3 ต1.1 ม.6/4
ต1.2 ม.6/1 ต1.2 ม.6/2 ต1.2 ม.6/3 ต1.2 ม. 6/4 ต1.2 ม.6/5
ต1.3 ม.6/1 ต1.3 ม.6/2 ต1.3 ม. 6/3
ต2.1 ม.6/1 ต2.1 ม.6/2 ต2.1 ม.6/3
ต2.2 ม.6/1 ต2.2 ม. 6/2
ต3.1 ม.6/1
343
ต.4/1 ม.6/1
ต4.2 ม.6/1 ต4.2 ม.6/2
รวมท้ังหมด21 ตัวชีว้ ัด
344
อ33201 องั กฤษ TGAT 3 คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศึกษารปู แบบตางๆสมั พันธกับประโยคและโครงสรางและวิเคราะห สรุปตีความ แสดงความคิดเห็น
จากการฟงจากเรื่องท่ีอานทเี่ ปน สารคดี ประเดน็ ขาวพรอมใหเหตุผลประกอบประเด็นทต่ี นเองสนใจ
โดยใชกระบวนการคิด วเิ คราะหสอ่ื ความ อภปิ ราย แสดงความคิดเหน็ อธิบายเปรียบเทียบ ความ
แตกตางประโยคและโครงสราง ขอความ สำนวนประเดน็ ขาวทคี่ นควา รวบรวม วิเคราะหและสรปุ องคความรู
นำเสนอขอมูลโดยการพูดขอเท็จจรงิ และเขยี นสือ่ ความ
เพ่อื ใหผูเรียนมีเจตคติที่ดีตอภาษาตางประเทศใชภาษาตางประเทศเปนเครื่องมือพืน้ ฐานในการศึกษา
ตอ การประกอบอาชีพและแลกเปลี่ยนการเรยี นรูกับสังคมโลก
ผลการเรียนรู
1. ใชภาษาตางประเทศในการสบื คน/คนควา รวบรวม วิเคราะหและสรุปขอความ สือ่ ความ
2. อธิบาย เปรียบเทยี บความแตกตางประโยคและโครงสราง ขอความ สำนวนประเดน็ ขาวที่คนควา
รวบรวม วิเคราะหและสรุปองคความรู
3. พูดและเขียนบรรยาย เปรียบเทยี บและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับประเด็น/ ขาว เหตกุ ารณที่ฟงและ
อานอยางเหมาะสม
4. อธิบายและเขียนบรรยายประโยคและโครงสราง ขอความที่ไมใชความเรยี งรปู แบบตางๆท่ีอาน รวมถงึ
ระบุและเขียนสือ่ ความท่ีไมใชความเรยี งรปู แบบตางๆใหสมั พันธประโยคและโครงสราง ขอความ
สำนวนประเดน็ ขาวท่ีอาน
5. เลือกใชภาษา น้ำเสียง และกิริยาทาทางเหมาะสมกับ บคุ คล โอกาสและสถานทต่ี ามมารยาทสงั คม
และวัฒนธรรมเจาของภาษา.
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู
345
คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม
อ33203 ไวยากรณนารู 5 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศกึ ษาวเิ คราะห เปรยี บเทียบความแตกตางระหวางโครงสรางประโยค ขอความ สำนวน คำพงั เพย
สภุ าษติ และบทกลอนของภาษาตางประเทศท่ีมที ักษะการใชภาษาตางประเทศส่ือสารตามหัวเรอื่ งตางๆ ได
ใชประโยคผสมและประโยคซับซอน สื่อความหมายตามบริบทตางๆ
โดยใชกระบวนการคดิ การเรยี นรูทางภาษาดวยตนเอง กระบวนการกลุม กระบวนการเรยี นรูแบบ
บรู ณาการ และกระบวนการเสริมสรางคณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค
เพอื่ ใหสามารถใชภาษาส่อื สารในโอกาสตางๆ ไดถูกตองตามหลักภาษาและไวยากรณ อยางเปน
ธรรมชาติ ใชในการศึกษาตอและประกอบอาชีพไดอยางเหมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. อธิบายและเขียนประโยค และขอความใหสัมพันธกับสื่อที่ไมใชความเรียงรปู แบบตางๆ ท่อี าน
รวมทัง้ ระบุและเขยี นสื่อที่ไมใชความเรียงรปู แบบตางๆ ใหสมั พันธกบั ประโยคและขอความท่ีฟง
หรืออาน
2. พดู และเขยี นเพอ่ื ขอและใหขอมลู บรรยาย เปรียบเทยี บและแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกบั เรอื่ ง/
ประเดน็ ขาว เหตกุ ารณที่ฟงและอานอยางเหมาะสม
3. เลอื กใชภาษา นำ้ เสียง และกิริยาทาทางเหมาะสมกบั ระดบั ของบุคคล โอกาส และสถานที่ตาม
มารยาทสงั คมและวัฒนธรรมเจาของภาษา
4. อธิบาย/เปรยี บเทยี บความแตกตางระหวางโครงสรางประโยค ขอความ สำนวน คำพงั เพย
สภุ าษติ และบทกลอนของภาษาตางประเทศและภาษาไทย
5. ใชภาษาในการสอ่ื สารในสถานการณจรงิ /สถานการณจำลองท่ีเกดิ ข้นึ ในหองเรยี น สถานศึกษา
ชมุ ชนและสงั คม
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู
346
อ33205 อังกฤษประยกุ ต1 คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม
กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศึกษารปู แบบตางๆสมั พันธกบั ประโยคและโครงสรางและวิเคราะห สรุปตคี วาม แสดงความคิดเห็น
จากการฟงงจากเรื่องท่อี านที่เปน สารคดี ประเดน็ ขาวพรอมใหเหตุผลประกอบประเดน็ ท่ีตนเองสนใจ
โดยใชกระบวนการคนควา สืบคน บนั ทกึ สรปุ และแสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกับขอมลู ที่เกียวของกบั กลุ
ทสาระอ่ืนจากแหลงการเรยี นรตู างๆและนำเสนอขอมลู โดยการพูด เขียน กระบวนการกลุมอภิปราย โครงงาน
ใชภาษาส่ือสารในสถานการณืจริงและสถานการณจำลองท่เี กิดขนึ้ ใน หองเรยี น สถานศึกษา ชุมชน และ
สังคมอความ
เพ่ือใหผูเรียนมีเจตคตทิ ด่ี ตี อภาษาตางประเทศใชภาษาตางประเทศเปนเคร่ืองมือพน้ื ฐานในการ
เชือ่ มโยงความรู นำไปประยุกตใชกบั กลุมสาระการเรียนรูอื่น และเผยแพรขอมูลโดยวิธีการทหี่ ลากหลายเปน
การพัฒนาในการแสวงหาความรแู ละเปดโลกทศั นของผูเรียน
ผลการเรียนรู
1. ใชภาษาตางประเทศในการสบื คน/คนควา รวบรวม วเิ คราะหและสรุปขอความ สื่อความ
2. อธิบาย เปรยี บเทยี บความแตกตางประโยคและโครงสราง ขอความ สำนวนประเดน็ ขาวทค่ี นควา
รวบรวม วเิ คราะหและสรุปองคความรู
3. พดู และเขียนบรรยาย ประยุกตใชกับประเดน็ / ขาว เหตุการณทฟ่ี งและอานอยางเหมาะสม
4. อธิบายและเขยี นบรรยายประโยคและโครงสราง ขอความที่ไมใชความเรียงรูปแบบตางๆทอ่ี าน รวมถึง
ระบแุ ละเขียนสือ่ ความท่ีไมใชความเรยี งรปู แบบตางๆใหสมั พันธประโยคและโครงสราง ขอความ
สำนวนประเดน็ ขาวที่อาน
5. เลือกใชภาษา นำ้ เสยี ง และกิรยิ าทาทางเหมาะสมกบั บุคคล โอกาสและสถานท่ตี ามมารยาทสงั คม
และวัฒนธรรมเจาของภาษา.
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู
347
คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม
อ33207 อังกฤษคิด-วิเคราะห 5 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ช่วั โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
***************************************************************************************
เขาใจน้ำเสยี งความรูสกึ ของผูพดู คำส่งั คำขอรองคำแนะนำ ความแตกตางดานภาษา วฒั นธรรม
ประเพณี อานออกเสยี งบทอานไดถูกตองตามหลักการอานออกเสยี งและเหมาะสม เนอื้ หาทีอ่ าน ตีความ
วิเคราะห ขอความ ขอมูล ขาวสาร สารคดี บันเทงิ คดี สือ่ ที่มีความเรียงจากสิ่งพิมพหรอื สอ่ื อิเล็กทรอนิคส
ในหวั ขอตางๆ เชน เกี่ยวกบั การทองเที่ยว ขอมูลสวนตวั ในหัวขอตางๆเชนเกย่ี วกับการทองเทย่ี ว ขอมลู
สวนอาหาร เครอ่ื งดื่ม บานพัก การเดินทาง ส่งิ แวดลอม สถานทกี่ ารซอื้ ขายของ การบรกิ าร และโครงงาน
ภาษาอังกฤษ ใชภาษาอังกฤษตามมรรยาททางสังคม สรางความสัมพันธระหวางบคุ คลแสดงความคดิ เหน็
ความตองการ อธิบาย บรรยาย
แลกเปลยี่ นความรู และใหเหตผุ ลเก่ยี วกับเรอื่ งตางๆเหตุการณในอดีตปจจุบนั และอนาคตโดยใช
ประโยชนจากเทคโนโลยสี ื่อการเรียนทางภาษาและผลจากการฝกทกั ษะตางๆแสวงหาวิธีการเรยี นท่ี
เหมาะสมกับตนเอง สามารถนำเสนอขอมลู ความคิดรวบยอดและแสดงความคดิ เห็นเจรจาโนมนาวตอรอง
เกย่ี วกบั ประสบการณและเหตกุ ารณตางๆในทองถน่ิ ดวยวธิ กี ารท่ีหลากหลายอยางสรางสรรคและมี
ประสทิ ธิภาพ
ผลการเรียนรู
1. เขาใจนำ้ เสยี งความรูสึกของผูพดู คำส่งั คำขอรองคำแนะนำ แสดงความรูสกึ
2. เขาใจเนื้อหาทีอ่ านตีความวิเคราะห ขอความ ขอมูลขาวสาร สารคดบี ันเทิง สื่อท่เี ปนความเรยี ง
จากสิ่งพิมพและส่อื อเิ ล็กทรอนิกส
3. ใชภาษาตามมรรยาททางสงั คมสรางความสมั พันธระหวางบคุ คลแสดงความคิดเห็นความตองการ
4. ใชภาษาอังกฤษส่ือสาร แสดงความคดิ เหน็ เจรจาโนมนาว ตอรองเกี่ยวกับประสบการณและ
เหตุการณตางๆในทองถ่ินดวยวธิ กี ารท่ีหลากหลายอยางสรางสรรคและมปี ระสิทธิภาพ
รวมท้ังหมด 4 ผลการเรยี นรู
348
คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม
อ33209 อังกฤษบรู ณาการ 3 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
***************************************************************************************
เขาใจนำ้ เสยี งความรูสึกของผูพดู คำส่งั คำขอรองคำแนะนำ ความแตกตางดานภาษา วฒั นธรรม
ประเพณี อานออกเสียงบทอานไดถูกตองตามหลักการอานออกเสยี งและเหมาะสม เนอื้ หาทีอ่ าน ตีความ
วเิ คราะห ขอความ ขอมลู ขาวสาร สารคดี บันเทงิ คดี สือ่ ที่มีความเรียงจากสิ่งพิมพหรอื สอ่ื อิเล็กทรอนิคส
ในหวั ขอตางๆ เชน เกยี่ วกบั การทองเที่ยว ขอมูลสวนตวั ในหัวขอตางๆเชนเกย่ี วกับการทองเทย่ี ว ขอมลู
สวนอาหาร เครื่องดื่ม บานพัก การเดินทาง ส่งิ แวดลอม สถานทกี่ ารซอื้ ขายของ การบรกิ าร และโครงงาน
ภาษาองั กฤษ ใชภาษาองั กฤษตามมรรยาททางสังคม สรางความสัมพันธระหวางบคุ คลแสดงความคดิ เหน็
ความตองการ อธบิ าย บรรยาย
แลกเปลี่ยนความรู และใหเหตผุ ลเก่ยี วกับเรอื่ งตางๆเหตุการณในอดตี ปจจุบนั และอนาคตโดยใช
ประโยชนจากเทคโนโลยสี ่ือการเรยี นทางภาษาและผลจากการฝกทักษะตางๆแสวงหาวิธีการเรยี นท่ี
เหมาะสมกบั ตนเอง สามารถนำเสนอขอมลู ความคดิ รวบยอดและแสดงความคดิ เห็นเจรจาโนมนาวตอรอง
เกี่ยวกบั ประสบการณและเหตุการณตางๆในทองถิ่นดวยวธิ กี ารท่ีหลากหลายอยางสรางสรรคและมี
ประสิทธภิ าพ
ผลการเรียนรู
1. เขาใจนำ้ เสยี งความรูสึกของผูพดู คำส่งั คำขอรองคำแนะนำ แสดงความรูสกึ
2. เขาใจเน้อื หาที่อานตคี วามวิเคราะห ขอความ ขอมูลขาวสาร สารคดบี ันเทิง สื่อท่เี ปนความเรยี ง
จากส่งิ พมิ พและส่ืออเิ ล็กทรอนิกส
3. ใชภาษาตามมรรยาททางสงั คมสรางความสัมพันธระหวางบคุ คลแสดงความคิดเห็นความตองการ
4. ใชภาษาอังกฤษสือ่ สาร แสดงความคดิ เห็น เจรจาโนมนาว ตอรองเกี่ยวกับประสบการณและ
เหตกุ ารณตางๆในทองถน่ิ ดวยวธิ กี ารท่ีหลากหลายอยางสรางสรรคและมปี ระสิทธิภาพ
รวมท้ังหมด 4 ผลการเรยี นรู
349
ญ33201 ภาษาญีป่ นุ เบ้ืองตน 5 คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม
กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 120 ช่วั โมง 3.0 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศกึ ษาการนำเสนอขอมลู เกย่ี วกับประสบการณ ขาว เหตุการณ ประเด็นตางๆท่ีสนใจของสงั คม
คำศัพทกลมุ คำประโยคบทรอยกรองและคำคลองจองตามหลักการอานในระบบเสยี งภาษาญีป่ ุนกลาง
อธิบายหรอื เขียนประโยคหรือขอความใหสมั พันธกบั ประโยคหรือขอความตอบคำถามจับใจความสำคัญ
สรปุ และแสดงความคดิ เหน็ พรอมใหเหตุผลและยกตัวอยางประกอบสนทนาอยางตอเน่ือง
พดู และเขยี นโตตอบแลกเปลี่ยนขอมลู เกย่ี วกบั ตนเองเร่ืองตางๆใกลตวั สถานการณ ขาวและเรื่องที่อยู
ในความสนใจของสงั คมพดู และเขยี นแสดงความคิดเห็น วิเคราะหและอภิปราย ความเหมือนและความแตก
จางระหวางวถิ ชี ีวติ และความเช่ือวัฒนธรรมไทยกบั ญปี่ ุนและนำไปใชอออยางมีเหตผุ ล อธิบายเปรียบเทียบ
และแสดงความคดิ เหน็ และใหเหตผุ ลเก่ียวกับเร่ืองทีฟ่ งและอานเขียนบรรยายเก่ียวกบั ประสบการณขาว
หรอื เหตุการณเรอื่ งราวหรือประเด็นตางๆโดยใชกระบวนการฟงการพดู การอานการเขียนและกระบวนการ
คิดวิเคราะหใชภาษาเปนเครื่องมือในการรบั สารและสงสารไดอยางคลองแคลวถกู ตองเขาถงึ สารไดอยาง
ชดั เจนรวมทั้งกระบวนการสบื เสาะหาความรูและเขารวมกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมท่ีเหมาะสมกบั
วัยเพอื่ ใหเกดิ ความรูความเขาใจเกิดเจตคตทิ ่ีดตี อภาษาญปี่ ุนตลอดจนวฒั นธรรมของเจาของภาษาและ
นำไปใชไดอยางเหมาะสมตามกาลเทศะเกดิ ความคิดรวบยอดนำไปสูการเช่ือมโยงความรูกับกลมุ สาระการ
เรยี นรอู ่นื
มีคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคในดานความมวี ินยั ใฝเรยี นรูซ่อื สัตยสุจรติ มงุ มน่ั ในการทำงานและมีจติ
สาธารณะรวมถึงเพอื่ ใหนักเรียนเปนผมู ีรกั ชาติ ศาสน กษตั ริยอยูอยางพอเพยี งรกั ความเปนไทยและอนรุ ักษ
พลังงานและสิง่ แวดลอม สืบสานศิลปวัฒนธรรมทองถ่นิ ชุมชนรวมพัฒนา ยึดปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผลการเรยี นรู
1. ปฏิบตั ิตามคำส่ังคำแนะนำคำช้แี จงคำอธิบายและคำบรรยายทางสอื่ ตางๆ
2. อานออกเสยี งขอความ นิทาน บทรอยกรอง ขาว ประกาศหรือโฆษณา
3. อธิบายหรอื เขียนประโยคหรอื ขอความใหสัมพันธกับประโยคหรอื ขอความทีฟ่ งหรืออาน
4. ตอบคำถามจบั ใจความสำคญั สรปุ และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับเร่อื งท่ีฟงหรืออาน
5. สนทนาอยางตอเนอ่ื งและเขียนโตตอบแลกเปลยี่ นขอมลู เก่ยี วกบั ตนเองเรอ่ื งตางๆใกลตัวสถานการณ ขาว
และเรื่องที่อยูในความสนใจของสังคม
6. พดู และเขยี นแสดงความตองการขอและใหความชวยเหลือตอบรับและปฏิเสธในสถานการณตางๆ
7. พดู และเขยี นเพ่อื ขอและใหขอมลู บรรยายบรรยายอธบิ ายเปรยี บเทยี บและแสดงความคิดเห็นและให
เหตุผลเก่ยี วกบั เร่ืองที่ฟงและอาน
8. พดู และเขียนบรรยายเกย่ี วกับประสบการณขาวหรอื เหตุการณเรือ่ งราวหรือประเด็นตางๆ
รวมทั้งหมด 8 ผลการเรียน
350
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
จ33201 ภาษาจนี เบ้ืองตน 5 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 120 ชัว่ โมง 3.0 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศกึ ษาทกั ษะการปฏบิ ตั ติ ามคำสั่งคำแนะนำคำชแ้ี จงคำอธบิ ายและคำบรรยายท่ีฟงและอานอาน
ออกเสยี งตวั อักษรคำศัพทกลุมคำประโยคบทรอยกรองและคำคลองจองตามหลักการอานในระบบเสยี ง
ภาษาจีนกลางอธิบายหรอื เขียนประโยคหรือขอความใหสัมพนั ธกับประโยคหรือขอความตอบคำถามจับ
ใจความสำคญั สรปุ และแสดงความคิดเหน็ พรอมใหเหตุผลและยกตัวอยางประกอบสนทนาอยางตอเนอ่ื งและ
เขียนโตตอบแลกเปล่ยี นขอมูลเกยี่ วกบั ตนเองเร่อื งตางๆใกลตัวสถานการณ ขาวและเรื่องที่อยูในความสนใจ
ของสังคมพดู และเขียนแสดงความตองการขอและใหความชวยเหลอื ตอบรบั และปฏิเสธขอและใหขอมลู
บรรยายบรรยายอธบิ ายเปรียบเทยี บและแสดงความคดิ เห็นและใหเหตผุ ลเกีย่ วกบั เรื่องทฟ่ี งและอานเขยี น
บรรยายเกี่ยวกบั ประสบการณขาวหรอื เหตุการณเรอ่ื งราวหรือประเดน็ ตางๆโดยใชกระบวนการฟงการพดู
การอานการเขียนและกระบวนการคดิ วิเคราะหใชภาษาเปนเคร่อื งมอื ในการรับสารและสงสารไดอยาง
คลองแคลวถกู ตองเขาถงึ สารไดอยางชดั เจนรวมทัง้ กระบวนการสืบเสาะหาความรูและเขารวมกจิ กรรมทาง
ภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัยเพื่อใหเกิดความรูความเขาใจเกิดเจตคตทิ ่ดี ตี อภาษาจีนตลอดจน
วัฒนธรรมของเจาของภาษาและนำไปใชไดอยางเหมาะสมตามกาลเทศะเกดิ ความคดิ รวบยอดนำไปสูการ
เชือ่ มโยงความรูกับกลมุ สาระการเรยี นรูอ่นื
มคี ุณลกั ษณะอันพึงประสงคในดานความมีวินัยใฝเรยี นรูซ่อื สตั ยสจุ ริตมงุ มั่นในการทำงานและมจี ิต
สาธารณะรวมถึงเพือ่ ใหนกั เรียนเปนผมู ีรักชาติ ศาสน กษัตริยอยูอยางพอเพียงรักความเปนไทยและอนรุ ักษ
พลงั งานและส่งิ แวดลอม สืบสานศลิ ปวฒั นธรรมทองถิ่น ชุมชนรวมพัฒนา ยึดปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลการเรยี นรู
1. ปฏิบัตติ ามคำสั่งคำแนะนำคำชแี้ จงคำอธิบายและคำบรรยายทางสอื่ ตางๆ
2. อานออกเสยี งขอความ นิทาน บทรอยกรอง ขาว ประกาศหรอื โฆษณา
3. อธิบายหรอื เขียนประโยคหรือขอความใหสัมพันธกับประโยคหรือขอความที่ฟงหรอื อาน
4. ตอบคำถามจับใจความสำคัญสรุปและแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับเร่ืองท่ีฟงหรืออาน
5. สนทนาอยางตอเนอ่ื งและเขียนโตตอบแลกเปลย่ี นขอมลู เก่ยี วกบั ตนเองเรื่องตางๆใกลตวั สถานการณ ขาว
และเร่อื งท่ีอยูในความสนใจของสงั คม
6. พดู และเขียนแสดงความตองการขอและใหความชวยเหลือตอบรบั และปฏิเสธในสถานการณตางๆ
7. พูดและเขยี นเพื่อขอและใหขอมูลบรรยายบรรยายอธบิ ายเปรียบเทยี บและแสดงความคิดเหน็ และให
เหตุผลเกี่ยวกบั เรอื่ งทฟ่ี งและอาน
8. พดู และเขยี นบรรยายเกี่ยวกับประสบการณขาวหรอื เหตุการณเรอ่ื งราวหรอื ประเดน็ ตางๆ
รวมท้ังหมด 8 ผลการเรยี นรู
351
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
จ33203 ภาษาและวฒั นธรรมจนี 5 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา140 ช่ัวโมง 1.0 หนวยกิต
***************************************************************************************
ความรูท่วั ไปเกย่ี วกบั วฒั นธรรมจีน ไดแก ปรัชญา ศาสนา คตคิ วามเช่ือ วรรณกรรม
สถาปตยกรรม โบราณสถาน โบราณวตั ถุ เทคโนโลยี ศิลปะ ประเพณี และวิถชี ีวิตของชาวจีน ตั้งแตอดตี
จนถึงปจจุบันเพื่อใหเกดิ ความรูความเขาใจเกิดเจตคตทิ ี่ดตี อภาษาจนี ตลอดจนวัฒนธรรมของเจาของภาษา
และนำไปใชไดอยางเหมาะสมตามกาลเทศะเกดิ ความคิดรวบยอดนำไปสูการเชอ่ื มโยงความรกู ับกลุมสาระ
การเรียนรูอ่ืน
มีคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคในดานความมีวินัยใฝเรยี นรูซ่ือสัตยสุจริตมงุ มน่ั ในการทำงานและมจี ิต
สาธารณะรวมถงึ เพอื่ ใหนักเรียนเปนผมู ีรกั ชาติ ศาสน กษัตริยอยูอยางพอเพยี งรักความเปนไทยและอนรุ ักษ
พลงั งานและส่ิงแวดลอม สืบสานศลิ ปวัฒนธรรมทองถ่นิ ชมุ ชนรวมพัฒนา ยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลการเรียนรู
1. เลอื กใชภาษานำ้ เสยี งกริ ิยาทาทางใหเหมาะสมกบั บคุ คลและโอกาสตามมารยาทและวัฒนธรรมจีน
2. อธิบายเกยี่ วกบั ชีวิตความเปนอยูความคิดความเชอ่ื และทม่ี าของขนบธรรมเนียมและประเพณีของจนี
3. อธิบายและจัดกจิ กรรมเกี่ยวกับชีวติ ความเปนอยูขนบธรรมเนียมประเพณีของจนี
4. อธิบายหรอื เปรยี บเทียบความแตกตางระหวางโครงสรางประโยคสำนวนคำพังเพยสุภาษติ ของ
ภาษาจีนกับภาษาไทย
5. วเิ คราะหหรืออภปิ รายความเหมือนและความแตกตางระหวางวิถชี ีวิตความเช่ือและวัฒนธรรมของ
เจาของภาษากับวัฒนธรรมของไทยและนำไปใชอยางเหมาะสม
6. คนควาสบื คนบันทึกสรปุ และแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับขอมูลจากแหลงการเรยี นรูตางๆและนำเสนอ
ดวยการพดู หรือการเขยี น
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู
352
คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ท33102 ภาษาไทย 12 กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศึกษางานเขียนประเภทตาง ๆ เชน นวนยิ าย สารคดี บทโฆษณา วรรณคดี ในบทเรียน เพอ่ื
ตคี วาม แปลความ ขยายความ วิเคราะห วิจารณเรอ่ื งที่อานทุก ๆ ดาน อยางมีมารยาท คาดคะเน
เหตุการณจากเรื่องทอ่ี านและประเมนิ คา เพอื่ นำความรูความคิดไปใชแกปญหาในการดำเนนิ ชวี ติ ตอบ
คำถามจากการอาน งานเขยี น สังเคราะหความรูจากการอาน ส่ือส่งิ พิมพ ส่ืออิเล็กทรอนิกส และแหลง
เรยี นรตู าง ๆ มาพฒั นาตน การเรยี นและความรูทางอาชีพ เขียนเรยี งความ ยอความ รายงานการศกึ ษา
คนควา บนั ทึกการศกึ ษาคนควา เพ่ือนำไปพัฒนางานเขยี นของตน มีการใชขอมลู และแหลงอางองิ อยาง
ถูกตอง ประเมนิ งานเขียนของผูอ่นื แลวนำมาพัฒนางานตนเอง เขยี นอยางสรางสรรคและมมี ารยาทในการ
เขยี นพูดในโอกาสตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม เสนอแนวคดิ ใหมดวยภาษาทถี่ ูกตองเหมาะสมประเมินเร่ืองที่ฟง
และดู แลวกำหนดแนวทางในการนำไปใชในชวี ติ มีมารยาทในการพูด ฟงและดูใชภาษาเหมาะสมกับโอกาส
กาลเทศะ บคุ คลและใชคำราชาศัพทอยางเหมาะสม วิเคราะหอิทธพิ ลของภาษาตางประเทศและภาษาถิ่น
วเิ คราะหประเมินการใชภาษาการส่อื สิง่ พิมพและส่ืออเิ ล็กทรอนิกส แตงคำประพันธประเภทฉันทได
วเิ คราะหและประเมินคาวรรณคดแี ละวรรณกรรมดานวรรณศลิ ป ดานสังคมและวัฒนธรรม สังเคราะห
วรรณคดแี ละวรรณกรรมเพื่อนำไปประยุกตใช รวบรวมวรรณกรรมพืน้ บานที่แสดงถงึ ภาษากับวัฒนธรรมและ
ภาษาถ่นิ ทองจำและบอกคุณคาของบทอาขยานตามทกี่ ำหนดและบทรอยกรองที่มคี ุณคาตามความสนใจ
โดยใชกระบวนการฝกตามแบบ อธิบาย อภิปราย แสดงความคดิ เห็น เปรยี บเทยี บ คดิ วิเคราะห
ฝกปฏิบัติ สบื เสาะหาความรูดวยตนเอง
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ ในภาษาไทย มีวินยั ใฝเรยี นรู มงุ มัน่ ในการทำงานมีจติ
สาธารณะ เห็นคุณคา มีความรัก มคี วามหวงแหนภาษาไทย รักความเปนไทย และนำไปประยุกตใชในชวี ิต
จริงไดอยางมีคุณธรรม จริยธรรม และคานิยมทเี่ หมาะสม
รหสั ตัวช้ีวดั ท 2.1 ม4-6/2,ม.4-6/4,ม.4-6/6
ท 1.1 ม4-6/2,ม.4-6/4,ม.4-6/6,ม.4-6/8 ท 4.1 ม4- 6/4,ม.4-6/5,ม.4-6/6
ท 3.1 ม4-6/5,ม.4-6/6
ท 5.1 ม4-6/1, ม.4-6/4,ม.4-6/5
รวม 15 ตัวช้ีวัด
353
คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม
ท33204 ประวัติวรรณคดีไทย กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
***************************************************************************************
อานกวีนพิ นธ ประเภท กาพย กลอน ราย โคลง ฉันท ลลิ ติ บทละคร และวรรณกรรมประเภท
ตางๆ ใชหลักการวจิ ารณวรรณคดเี บ้ืองตน พิจารณาเรือ่ งทอ่ี านโดยวิเคราะหองคประกอบของงานประพนั ธแต
ละชนิด ประเมนิ คุณคาดานวรรณศิลป เน้อื หา และคุณคาทางสงั คม ประวัติศาสตรและวรรณกรรมแตละ
สมยั ปจจยั แวดลอมท่ีมสี วนใหเกดิ วรรณคดีและวรรณกรรม วิวัฒนาการของวรรณคดแี ละวรรณกรรม การ
วิเคราะหวรรณคดแี ละวรรณกรรมแตละสมัย เพื่อเปนพ้นื ฐานในการเขาใจโลกทศั นและวิถขี องคนไทย การ
นำแนวคิดและคณุ คาทางสังคมที่ไดรบั จากวรรณคดีและวรรณกรรม มาประยุกตใชในชวี ิตจริง
โดยใชกระบวนการฝกตามแบบอธบิ าย อภปิ ราย แสดงความคิดเห็น เปรยี บเทยี บ คิดวิเคราะห ฝก
ปฏบิ ัติ สืบเสาะหาความรูดวยตนเอง
เพื่อใหเกิดความรู ความคดิ ความเขาใจ ในภาษาไทย มีวินัย ใฝเรยี นรู มุงมน่ั ในการทำงาน มจี ิต
สาธารณะ เห็นคณุ คา มีความรัก มีความหวงแหนภาษาไทย รกั ความเปนไทย และนำไปประยุกตใชในชวี ติ
จริงไดอยางมคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และคานิยมทเี่ หมาะสม
ผลการเรยี นรู
1 อานกวนี ิพนธ ประเภท กาพย กลอน ราย โคลง ฉันท ลิลิต บทละคร และวรรณกรรม
ประเภทตางๆ แลวใชหลักการวิจารณวรรณคดเี บื้องตนพิจารณาเรอื่ งทอ่ี านโดยวิเคราะหองคประกอบของงาน
ประพันธแตละชนิด เพือ่ ประเมินคณุ คาดานวรรณศลิ ป เน้ือหา และคุณคาทางสังคม
2. เขาใจวรรณกรรมแตละสมยั ปจจัยแวดลอมท่ีมสี วนใหเกดิ วรรณคดีและวรรณกรรม
3. เขาใจววิ ัฒนาการของวรรณคดีและวรรณกรรมในแตละสมัย เพอ่ื เปนความรูพน้ื ฐานในการเขาใจ
โลกทัศนและวถิ ชี วี ิตของคนไทย
4. สามารถนำคณุ คาทางสังคมทีไ่ ดรับจากวรรณคดแี ละวรรณกรรมมาประยุกตใชในชีวติ จรงิ
5. เหน็ ความสำคัญของวรรณคดไี ทย รัก หวงแหน รกั ษาใหดำรงไวสบื ไป
รวม 5 ผลการเรยี นรู
354
คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ค33102 คณติ ศาสตรพืน้ ฐาน 12 กลุมสาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศกึ ษาและฝกทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตรอันไดแกการแกปญหา การใหเหตผุ ลการสือ่ สาร
การสื่อความหมายทางคณิตศาสตรและการนำเสนอ การเชื่อมโยงความรูตาง ๆ ทางคณติ ศาสตร และเชื่อมโยง
คณิตศาสตรกบั ศาสตรอื่น ๆ และมคี วามคดิ รเิ ริมสรางสรรค ในสาระตอไปนี้
การแจกแจงแบบโคงปกติ การหาพนื้ ที่ใตโคง การหาคา Z การนำผลทไี่ ดไปใชในการแกปญหาและ
การตัดสินใจ โดยจดั ประสบการณ กิจกรรม หรอื โจทยปญหาทีส่ งเสริมการพัฒนาทักษะกระบวนการทาง
คณิตศาสตรในการคดิ คำนวณ การใหเหตุผล การวเิ คราะห การแกปญหา การส่ือสาร การสอ่ื ความหมาย
และการนำเสนอ เพื่อใหเกดิ ความรคู วามเขาใจ ความคดิ รวบยอด ใฝรใู ฝเรียน มรี ะเบยี บวนิ ยั มุงมน่ั ในการ
ทำงานอยางมีระบบ ประหยัด ซือ่ สตั ย มวี ิจารณญาณ รูจกั นำความรูไปประยุกตใชในการดำรงชวี ิตไดอยาง
พอเพียง รวมท้งั มเี จตคติท่ดี ีตอคณิตศาสตร
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ค 3.1 ม.6/1
รวม 1 ตวั ช้ีวดั
355
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ค33202 คณิตศาสตรเพ่มิ เติม 12 กลุมสาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศกึ ษา ฝกทกั ษะ / กระบวนการในสาระตอไปนี้
ลำดับอนันตและอนกุ รมอนนั ต ลำดับอนันต ไดแก ความหมายของลำดับ รปู แบบการกำหนดลำดบั
ลำดบั เลขคณิต ลำดบั เรขาคณติ และลิมติ ของลำดบั อนกุ รมอนันต ไดแก ผลบวกของอนกุ รมอนนั ต และ
สัญลักษณแทนการบวก
โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณในชีวิตประจำวันที่ใกลตัว ใหผูเรียนไดศึกษาคนควาโดย
การปฏิบัตจิ ริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญหา การให
เหตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร และนำประสบการณดานความรู ความคิด ทกั ษะกระบวนการที่ได
ไปใชในการเรียนรสู ิ่งตางๆ และใชในชวี ิตประจำวันอยางสรางสรรค โดยยดึ หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และนำไปสปู ระชาคมอาเซียน
การวัดและประเมินผล ใชวิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเปนจริงใหสอดคลองกับเนื้อหาและ
ทักษะทต่ี องการวัด
ผลการเรยี นรู
1. หาลมิ ิตของลำดบั อนนั ตโดยอาศยั ทฤษฎีบทเก่ียวกับลิมิตได
2. หาผลบวกของอนกุ รมอนนั ตได
3. นำความรูเร่ืองลำดบั และอนุกรมไปใชแกไขปญหาได
รวมผลการเรยี นรู 3 ผลการเรียนรู
356
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
ค33204 โครงงานคณิตศาสตร 2 กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
***************************************************************************************
สามารถเขยี นเคาโครงโครงงาน การปฏิบัตงิ านโครงงาน การเขยี นรายงานโครงงาน การนำเสนอผลงาน
และการจัดแสดงโครงงาน โดยใชวิธีการท่ีหลากหลายแกปญหา ใชความรูทกั ษะ กระบวนการทางคณติ ศาสตร
และเทคโนโลยี แกปญหาในสถานการณตางๆ อยางเหมาะสมแสดงเหตผุ ลโดยการอางอิงความรู ขอมลู หรอื
ขอเทจ็ จรงิ อกี ท้ังบรู ณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง สรางแผนภาพ ใชภาษาสัญลักษณทาง
คณติ ศาสตร ในการส่ือสาร สื่อความหมาย และการนำเสนออยางถกู ตองชดั เจน
ผลการเรียนรู
1. สามารถคิดและเลอื กปญหาทจี่ ะศึกษาได
2. สามารถนำเสนอปญหาได
3. บอกหัวขอการเขียนเคาโครงโครงงานคณิตศาสตรได
4. อธิบายวิธเี ขยี นเคาโครงโครงงานคณติ ศาสตรได
5. เขยี นแผนปฏิบตั งิ านได
6. นำเสนอเคาโครงโครงงานคณิตศาสตรเร่ืองท่ีเลอื กทำได
7. สามารถลงมือปฏิบัติตามข้ันตอนทรี่ ะบุไวในโครงงานได
8. บอกหลกั การเขยี นรายงานโครงงานได
9. สามารถเขียนรายงานเกยี่ วกับโครงงานได
10. บอกความสำคญั ของการแสดงผลงานโครงงานคณิตศาสตรได
11. บอกรปู แบบการนำเสนอและจดั แสดงโครงงานคณิตศาสตรได
12. จัดแสดงผลงานโครงงานคณิตศาสตรได
13. นำเสนอผลงานโครงงานคณติ ศาสตรดวยวาจาและตอบขอซกั ถามได
14. ประเมินผลงานโครงงานคณติ ศาสตรของตนเองได
รวม 14 ผลการเรยี นรู
357
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
ค33206 คณิตศาสตรในชวี ิตประจำวัน(บัญชี 6) กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศึกษาฝกทักษะการคดิ คำนวณและฝกทักษะการแกปญหาในสาระตอไปนี้
ศกึ ษาและปฏบิ ัตเิ กยี่ วกับผูมหี นาทเี่ สยี ภาษเี งนิ ไดนติ บิ คุ คลจากกำไรสทุ ธิขอแตกตางของกำไรสุทธิตาม
บัญชีกับกำไรสทุ ธิเพื่อเสียภาษรี ายไดและคาใชจายทีน่ ำมาคำนวณหากำไรสุทธิเพอื่ เสยี ภาษีเงนิ ไดนิตบิ ุคคลการ
คำนวณการเสียภาษกี ำไรสทุ ธิครึง่ ปสนิ้ ปภาษีการกรอกแบบแสดงการเสยี ภาษีและการบนั ทึกรายการในสมดุ
บญั ชีผมู ีหนาทหี่ กั ภาษี ณ ทีจ่ ายการจดั ทำใบรบั รองการหกั ภาษี ณ ทีจ่ ายเอกสารและการนำสงเงนิ ภาษี
หัก ณ ท่จี ายผูมีหนาทีเ่ สียภาษมี ลู คาเพมิ่ และธุรกิจเฉพาะผูที่ไดรบั การยกเวนภาษภี าษีซ้ือและภาษีขายฐาน
ภาษแี ละอัตราภาษี
เพอ่ื พฒั นาทักษะ / กระบวนการในการคำนวณ การแกปญหา การใหเหตุผล การสอ่ื ความหมาย
ทางคณิตศาสตรและนำประสบการณดานความรู ทกั ษะกระบวนการท่ีไดไปใชในการเรียนรสู ่งิ ตางๆ อยาง
สรางสรรค รวมทง้ั เหน็ คุณคาและมเี จตคติทดี่ ีตอวิชาคณิตศาสตร และเช่อื มโยงคณติ ศาสตรกับศาสตรอ่นื ๆ ได
โดยทำงานอยางมีระบบ ระเบียบ รอบคอบมคี วามรับผดิ ชอบมีวจิ ารณญาณและเชือ่ มน่ั ในตนเองสามารถ
นำมาประยุกตใชในชวี ติ ประจำวันได ทัง้ นเ้ี พื่อใหเกดิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงคในดานวนิ ัย ใฝเรียนรู มุงมน่ั ใน
การทำงาน
ผลการเรียนรู
1. เขาใจหลักการวิธีการเกย่ี วกับภาษเี งินไดนิติบคุ คลภาษเี งินไดหัก ณ ที่จายภาษมี ูลคาเพิ่มและธรุ กจิ
เฉพาะ
2. คำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษเี งนิ ไดนิตบิ ุคคล
3. คำนวณภาษีมลู คาเพ่ิมและบนั ทึกในสมดุ บัญชี
4. กรอกแบบแสดงรายการเสยี ภาษี
5. มกี ิจนิสยั ความมีระเบียบละเอียดรอบคอบมีวินัยตรงตอเวลาและมเี จตคตทิ ด่ี ีตอคณิตศาสตร และ
วิชาชีพบญั ชี
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู
358
คำอธิบายรายวชิ าเพิม่ เตมิ
ค33208 คณติ ศาสตรพลวัต 6 กลุมสาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
***************************************************************************************
เพอ่ื พัฒนาศักยภาพของผูเรียนใหมคี วามทกั ษะความเขาใจ มีความคดิ รวบยอด และสามารถนำ
ความรูและทักษะกระบวนการแกปญหาไปประยุกตใชไดในเน้ือหาเก่ียวกับรูปเรขาคณิต การเลอื่ นขนาน การ
สะทอน และการหมนุ โดยใชโปรแกรม The Geometer’s Sketchpad
จัดประสบการณใหผูเรียนไดศึกษา ฝกทักษะการใชโปรแกรมตั้งแตพื้นฐาน และฝกการนำ
โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad มาใชแกปญหาเพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ
การแกปญหา การใหเหตผุ ล การสือ่ ความหมายทางคณติ ศาสตรและนำประสบการณดานความรคู วามคิด และ
สามารถนำทักษะดังกลาวไปใชในการสรางผลงานอยางสรางสรรค รวมทั้งตระหนกั ในคุณคาและมีเจตคติที่ดี
ตอคณิตศาสตร สามารถทำงานไดอยางมีระบบ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณและเชื่อมั่นใน
ตนเองและสามารถอยูรวมกับผูอนื่ ไดอยางมคี วามสุข
ทั้งน้ีผูเรียนพงึ มีความตระหนักในคุณคาและมีเจตคติที่ดีตอคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางมี
ระบบ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณและเชื่อมั่นในตนเอง และสามารถอยูรวมกบั ผูอื่นไดอยางมี
ความสุข โดยมกี ารวัดและประเมินผลดวยวิธีหลากหลายสอดคลองตามสภาพความเปนจริงทั้งเนื้อหา/ทักษะ/
กระบวนการและคุณลกั ษณะทต่ี องการวัดผลและประเมินผล
ผลการเรยี นรู
1. สามารถสรางตัวแบบเชิงคณติ ศาสตรทีเ่ กีย่ วกับรูปเรขาคณติ การเล่อื นขนาน การสะทอน และ
การหมุน โดยใชโปรแกรม The Geometer’s Sketchpad ได
2. สามารถอธิบายหลกั การคณิตศาสตร และการตอบปญหาโดยใชโปรแกรม The Geometer’s
Sketchpad ได
3. สามารถสรางภาพทางคณิตศาสตรทซ่ี ับซอนโดยใชโปรแกรม The Geometer’s Sketchpad
ได
4. สามารถสรางภาพเคลื่อนไหวโดยใชโปรแกรม The Geometer’s Sketchpad ได
รวมทั้งหมด 4 ผลการเรยี นรู
359
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ว33202 ฟสิกส 5 กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 80 ชัว่ โมง จำนวน 2.0 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศกึ ษาหลักการของสสารและฟสิกสแผนใหมในเร่ือง ความรอน การเปลี่ยนสถานะของสาร ทฤษฎีจลน
ของแกส กฎของแกสและพลังงานภายในระบบของแกส ความดันในของไหลและกฎพาสคลั แรงพยุง และหลัก
อารคิมีดสี ความตงึ ผวิ การเคลอื่ นที่ในของไหล และหลักแบรนูลลี การคนพบอิเล็กตรอน แนวคิด เกี่ยวกับ
แบบจำลองอะตอม สมมตฐิ านของพลงั ค ปรากฏการณโฟโตอเิ ลก็ ทริก ทวิภาวะของคล่ืนและอนุภาค
กมั มนั ตภาพรงั สี การสลายกัมมนั ตรังสี ปฏิกิรยิ านิวเคลยี ร พลังงานนิวเคลยี ร รงั สใี นธรรมชาติ การปองกนั
อนั ตรายและการใชประโยชนจากกมั มนั ตภาพรังสี และพลังงานนวิ เคลียร โดยใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร
การสบื เสาะหาความรู การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบคนขอมูลอภิปรายและสรุป เพอ่ื ใหเกดิ ความรู ความคดิ
ความเขาใจ มีความสามารถในการตดั สินใจ สอื่ สารส่ิงที่เรียนรูและนำความรูไปใชในชีวิตของตนเอง ดูแลรักษา
ส่งิ มชี ีวิตอ่ืน เฝาระวังและพฒั นา ส่งิ แวดลอมอยางย่งั ยนื มีจติ วิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคานยิ ม
สามารถทำงานรวมกับผูอ่ืนไดและเหน็ ประโยชนการดำรงชวี ิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรียนรู
1. อธบิ ายความดนั หลักการของเคร่ืองวดั ความดนั
2. อธิบายหลักอารคิมีดสิ และนำไปใชอธิบายเกีย่ วกับการลอยของวัตถใุ นของไหล
3. อธบิ ายความตึงผวิ ของของเหลวและความหนดื ในของเหลว
4. อธิบายการไหลของของไหลอดุ มคติ ซ่ึงเปนการเคลอ่ื นทที่ ่ีเปนไปตามกฎการอนุรกั ษพลงั งาน
5. อธิบายผลของความรอนที่ทำใหสารเปลย่ี นอณุ หภูมแิ ละเปลยี่ นสถานะ
6. อธิบายแกสอดุ มคติ กฏของแกส และใชกฏของแกสอธิบายพฤติกรรมของแกส
7. อธิบายทฤษฎีจลนของแกสและใชทฤษฎีจลนของแกสอธิบายสมบตั ิทางกายภาพของแกสได
8. อธบิ ายพลงั งานภายในระบบ และความสัมพนั ธระหวางพลังงานความรอน พลงั งานภายในระบบ
และงานทีร่ ะบบทำหรอื รบั จากสิ่งแวดลอม
9. อธิบายการคนพบอเิ ลก็ ตรอน และโครงสรางอะตอมตามแบบจำลองอะตอมของทอมสนั และ
รัทเทอรฟอรด
10. อธิบายสมมตฐิ านของพลังค
11. อธิบายทฤษฎอี ะตอมของไฮโดรเจนของโบรและระดบั พลังงานของอะตอม
12. อธิบายปรากฏการณโฟโตอเิ ลก็ ทริกและปรากฏการณคอมปตนั ซง่ึ เปนปรากฏการณทส่ี นับสนนุ วา
แสงแสดงสมบัตขิ องอนุภาคได
13. อธิบายสมมตฐิ านของเดอบรอยล และทวิภาวะของคล่นื และอนภุ าค
14. อธิบายโครงสรางอะตอมตามทฤษฎกี ลศาสตรควอนตัม
360
15. อธิบายกัมมันตภาพรงั สี และการเปลยี่ นสภาพนวิ เคลยี สของธาตุกัมมนั ตรังสี
16. อธิบายหลกั การที่เกี่ยวของการสลายของธาตกุ มั มนั ตรงั สี
17. อธบิ ายไอโซโทปและการแยกไอโซโทป
18. อธิบายแรงนวิ เคลียร พลังงานยดึ เหนย่ี ว และ เสถียรภาพของนวิ เคลียส
19. อธิบายปฏิกริ ิยานิวเคลยี รและพลังงานนวิ เคลยี รท่เี กิดข้ึนรวมทงั้ การใชประโยชน
20. อธิบายประโยชนและโทษของรังสีและการปองกนั
รวมทั้งหมด 20 ผลการเรียนรู
361
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เตมิ
ว33204 เคมี 5 กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศึกษาความหมายของสารประกอบอนิ ทรียและเคมีอินทรยี การเขียนสูตรโครงสรางแบบลิวอสิ
แบบยอ แบบผสม แบบใชเสนและมุม ศึกษาทดลองการเกิดไอโซเมอรของสารประกอบอินทรยี ศกึ ษา
และทดลองเก่ียวกบั หมูอะตอมท่ีแสดงสมบตั เิ ฉพาะหรอื หมูฟงกชั่นในโมเลกุลของสาร ศกึ ษาหมูฟงกช่นั
การจำแนกประเภทของสารประกอบอนิ ทรีย ศกึ ษาโครงสราง การเขียนสูตร การเรยี กชือ่ แนวโนมของ
จดุ หลอมเหลวและจดุ เดอื ด การละลายในน้ำ ปฏกิ ิริยาบางชนดิ การนำไปใชประโยชน และอันตรายของ
สารประกอบอินทรยี ประเภทแอลเคน แอลคนี แอลไคน แอลกอฮอล ฟนอล อีเทอร แอลดีไฮด คีโตน
กรดคารบอกซลิ กิ เอสเทอร เอมีน และเอไมด ศกึ ษาและทดลองสมบตั บิ างประการของสารประกอบ
ไฮโดรคารบอน การเตรยี มเอสเทอรจากปฏิกิริยาทเ่ี รยี กวาเอสเทอรฟิ เคชัน และปฏกิ ิรยิ าไฮโดรลซิ สิ ของ
เอสเทอร ศึกษาการเกดิ และองคประกอบทางเคมขี องเชอ้ื เพลงิ ซากดึกดำบรรพ การสำรวจหาแหลง
ปโตรเลยี ม กระบวนการกล่ันนำ้ มันดบิ และแยกแกสธรรมชาติ เลขออกเทน เลขซีเทน อตุ สาหกรรมปโตร
เคมีและการใชประโยชนของปโตรเคมภี ณั ฑ ศกึ ษาประเภทของพอลเิ มอรและปฏิกริ ยิ าพอลเิ มอไรเซชนั
ความสมั พันธระหวางโครงสรางกบั สมบตั ิของพอลิเมอร ศึกษาสมบัติของผลิตภัณฑจากพอลิเมอรประเภท
ตางๆ ศึกษาทดลองสมบัติบางประการของพลาสติกชนิดตางๆ และการเตรียมเสนใยกึ่งสังเคราะหจากเสนใย
ธรรมชาติ ความกาวหนาทางเทคโนโลยีท่ีนำมาใชในการพัฒนาผลิตภัณฑพอลิเมอรสังเคราะห และการนำพอลิ
เมอรไปใชประโยชนอยางเหมาะสมและปลอดภัย มลพิษที่อาจเกดิ ข้ึน และแนวทางในการปองกัน ศกึ ษาธาตุที่
เปนองคประกอบหลัก โครงสราง ชนิด หนาท่ี แหลงทพี่ บ และประโยชนของโปรตีน คารโบไฮเดรต ลพิ ดิ และ
กรดนิวคลีอิก ศกึ ษาและทดลองเกี่ยวกบั การทดสอบโปรตีนในอาหาร ศึกษาสมบัติและการทำงานของเอนไซม
และการเรียกชื่อ ทดลองเพื่อศึกษาสมบัติของเอนไซมและปจจัยบางประการท่ีมีผลตอการทำงานของเอนไซม
ศึกษาและทดลองการแปลงสภาพโปรตนี สมบตั ิบางประการและปฏิกริ ิยาเฉพาะของคารโบไฮเดรต การละลาย
ของน้ำมันและไขมันในตัวทำละลายบางชนิด ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสของน้ำมันหรือไขมันซึ่งเปนเอสเทอรดวย
สารละลายเบส ศึกษาความกาวหนาของเทคโนโลยีท่ีเกี่ยวของกับสารชีวโมเลกุล เพ่ือใหมีความรูความเขาใจ
เกี่ยวกบั สมบัติและปฏิกิรยิ าของสารประกอบอินทรยี เชื้อเพลิงซากดกึ ดำบรรพและผลิตภัณฑ สารชวี โมเลกุล
โดยใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบคนขอมูลอภิปราย
และสรุป เพือ่ ใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สือ่ สารสิ่งที่เรียนรูและนำ
ความรูไปใชในชีวิตของตนเอง ดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอื่น เฝาระวังและพัฒนา สิ่งแวดลอมอยางยั่งยืน มีจิต
วิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานยิ ม สามารถทำงานรวมกับผูอื่นไดและเห็นประโยชนการดำรงชีวิต
ตามปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
362
ผลการเรยี นรู
1. บอกความแตกตางระหวางสารประกอบอินทรยี กับสารประกอบอนินทรยี
2. อธิบายเหตุผลท่ที ำใหมสี ารประกอบอนิ ทรยี เปนจำนวนมาก
3. เขยี นสูตรโครงสรางของสารประกอบอินทรยี ในรูปสตู รแบบลวิ อิส แบบยอ แบบผสม แบบใชเสน,มุม
4. เขยี นไอโซเมอรโครงสรางของสารประกอบอินทรยี ประเภทตางๆ
5. ระบุประเภทของสารประกอบอินทรียโดยใชหมฟู งกชันเปนเกณฑ พรอมทง้ั ยกตัวอยาง
6. บอกประเภทของสารประกอบไฮโดรคารบอนโดยใชพันธะในโมเลกุลและสมบัตบิ างประการเปนเกณฑ
พรอมทั้งยกตวั อยาง
7. อธิบายความแตกตางระหวางซิสไอโซเมอรกับทรานสไอโซเมอร พรอมทง้ั ยกตัวอยาง
8. เรยี กชื่อสารประกอบอนิ ทรยี ประเภทตางๆ
9. สรปุ ความสมั พันธระหวางการละลายในน้ำ จดุ หลอมเหลวและจุดเดอื ดกบั จำนวนอะตอมของคารบอนใน
โมเลกลุ ของสารประกอบอนิ ทรีย
10. เปรยี บเทียบจดุ เดอื ดของสารประกอบอนิ ทรยี ชนิดตางๆ ที่มีมวลโมเลกุลใกลเคียงกนั
11. อธิบายการเกิดปฏกิ ริ ยิ าบางชนิดของสารประกอบอนิ ทรยี ประเภทตางๆ พรอมทั้งเขียนสมการเคมีแสดง
ปฏกิ ิริยาท่เี กดิ ข้นึ
12. บอกประโยชนหรอื โทษของสารประกอบอินทรยี บางชนิด
13. อธิบายการเกิดและองคประกอบทางเคมีทสี่ ำคญั ของเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพชนิดตางๆ
14. อธิบายการใชประโยชนจากถานหนิ และหนิ น้ำมัน
15. อธิบายกระบวนการกล่นั นำ้ มนั ดบิ และการแยกแกสธรรมชาติ พรอมทง้ั ยกตัวอยาง ผลติ ภณั ฑที่ไดและการ
นำไปใชประโยชน
16. อธิบายความหมายของปโตรเลียม เลขออกเทน เลขซีเทน ปโตรเคมภี ัณฑ อตุ สาหกรรมปโตรเคมีขั้นตน
อุตสาหกรรมปโตรเคมขี ั้นตอเนือ่ ง พอลิเมอร มอนอเมอร พลาสตกิ เสนใยธรรมชาติ เสนใยสงั เคราะห
ยางธรรมชาติ ยางสงั เคราะห และกระบวนการวัลคาไนเซชนั
17. อธิบายการเกิดพอลิเมอรและความสมั พนั ธระหวางโครงสรางกับสมบตั ขิ องพอลิเมอร
18. อธิบายสมบัตขิ องผลติ ภัณฑพอลิเมอรแตละชนิดรวมทั้งการนำไปใชประโยชน
19. อธิบายความกาวหนาทางเทคโนโลยที นี่ ำมาใชในการพัฒนาผลิตภัณฑพอลเิ มอรสังเคราะหและยกตัวอยาง
การใชประโยชนจากผลติ ภณั ฑพอลเิ มอรสังเคราะห
20. อธบิ ายผลที่เกิดจากการผลิตและการใชผลติ ภณั ฑจากเช้อื เพลงิ ซากดึกดำบรรพตอชวี ิต และส่งิ แวดลอม
21. บอกวธิ ีการนำผลิตภัณฑจากเชอ้ื เพลงิ ซากดกึ ดำบรรพไปใชอยางเหมาะสมเพื่อใหเกิดความปลอดภัยตอ
ชีวติ และสง่ิ แวดลอม
22.อธิบายโครงสรางของโปรตนี คารโบไฮเดรต ลิพิด และกรดนิวคลีอกิ
23.บอกสมบัติ และการทดสอบไขมัน โปรตนี และคารโบไฮเดรต
24.บอกประโยชนของโปรตนี คารโบไฮเดรต ลิพิด และกรดนวิ คลอี ิก
รวมทั้งหมด 24 ผลการเรียนรู
363
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
ว33206 ชีววทิ ยา 5 กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศึกษาเกย่ี วกับความหลากหลายทางชีวภาพและความยัง่ ยืนของสิง่ แวดลอม ความหลากหลายของ
สง่ิ มีชวี ิต การศกึ ษาความหลากหลายของส่งิ มีชีวิต กำ เนิดของชีวติ อาณาจกั รของสิ่งมชี ีวิต ความหลาก- หลาย
ทางชีวภาพในประเทศไทย การสญู เสียความหลากหลายทางชีวภาพ ศึกษาเกี่ยวกับประชากร ความหนาแนน
และการแพรกระจายของประชากร ขนาดของประชากร รูปแบบการเพิ่มของประชากร การรอดชีวิตของ
ประชากร ประชากรมนษุ ย ศึกษาเกี่ยวกับมนุษยกับความยั่งยืนของสิ่งแวดลอม ทรัพยากร- ธรรมชาติ การใช
ประโยชน ปญหาและการจดั การ หลักการอนุรักษ ทรพั ยากรธรรมชาติ และชนดิ พันธตุ างถิน่ ทสี่ งผลกระทบตอ
สภาพแวดลอม โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบคน
ขอมูลอภิปรายและสรุป เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่
เรยี นรแู ละนำความรไู ปใชในชีวิตของตนเอง ดูแลรักษาส่งิ มชี วี ิตอื่น เฝาระวังและพัฒนา สิง่ แวดลอมอยางยั่งยืน
มีจิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยม สามารถทำงานรวมกับผูอื่นไดและเห็นประโยชนการ
ดำรงชีวิตตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลการเรียนรู
1. สบื คนขอมูล อภิปราย และอธิบายเกย่ี วกบั ความหมายและองคประกอบของความหลากหลายทางชีวภาพ
2. สบื คนขอมูล อภปิ ราย และอธิบายการศึกษาความหลากหลายของสิง่ มีชวี ติ การจัดหมวดหมูของส่งิ มีชวี ิต
ชอื่ ของสิ่งมชี วี ติ และการระบุชนดิ
3. สบื คนขอมูล อภิปราย อธบิ ายและสรปุ เก่ียวกบั กำเนดิ ของชีวิต กำเนดิ ของเซลลโพรคารโิ อตและเซลล-
ยคู าริโอต
4. สืบคนขอมลู ทดลอง อภิปราย อธิบาย และสรุปเกณฑท่ีใชในการจัดจำแนกสิง่ มีชีวิตออกเปนโดเมนและ
อาณาจักร ลักษณะที่เหมือนและแตกตางกันของสิง่ มชี วี ิตในอาณาจักรมอเนอราอาณาจกั รโพรทสิ ตา
อาณาจักรพชื อาณาจกั รฟงไจ และอาณาจกั รสัตว
5. สบื คนขอมลู อภิปราย อธิบาย และนำเสนอคณุ คาของความหลากหลายทางชวี ภาพกับการใชประโยชนของ
มนษุ ยท่ีมผี ลตอสังคมและสิง่ แวดลอม
6. สบื คนขอมลู อภปิ ราย และนำเสนอสถานการณความหลากหลายทางชวี ภาพในประเทศไทยและผลกระทบ
จากการสญู เสยี ความหลากหลายทางชีวภาพ
7. ออกแบบสถานการณจำลองทแี่ สดงถงึ การเปล่ยี นแปลงปจจัยตางๆ ของสง่ิ แวดลอมทม่ี ีผลตอการอยูรอด
ของสง่ิ มชี วี ิต
8. วิเคราะห อภปิ ราย และสรุปไดวาการอยูรอดของส่งิ มีชีวติ สัมพันธกับความหลากหลายของสง่ิ มชี วี ติ
364
9. สืบคนขอมูล อภิปราย และอธิบายเก่ยี วกับความหมายของประชากร ความหนาแนนของประชากร อตั รา
การเปล่ยี นแปลงขนาดของประชากร และปจจยั สำคญั ทีม่ ผี ลตอการเปลยี่ นแปลงขนาดของประชากร
10. สืบคนขอมลู อภิปราย และวเิ คราะหขอมลู เก่ียวกับเร่ืองประชากรมนุษย การเติบโต และโครงสรางอายุ
ของประชากรมนุษย
11. สืบคนขอมลู อภปิ ราย และอธบิ ายความสมั พนั ธระหวางมนษุ ยกับการใชทรัพยากรธรรมชาติ
12. อภิปราย อธิบาย และสรุปแนวทางการจัดการทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอม รวมทงั้ การอนุรักษและ
พัฒนาที่ยั่งยืน พรอมทัง้ เสนอแนวทางในการอนุรกั ษทรัพยากรธรรมชาติ
13. สบื คนขอมลู อภปิ ราย และอธิบายเกี่ยวกบั ชนดิ พันธุตางถ่นิ ท่สี งผลกระทบตอสภาพแวดลอม
รวมท้ังหมด 13 ผลการเรียนรู
365
คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน สำหรับแผนการเรียนทไ่ี มเนนวิทยาศาสตร
ว33102 วิทยาศาสตร โลกและอวกาศ 2 กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศกึ ษาธรณีพบิ ัติภัย ความสมั พันธของตำแหนงการเกิดภูเขาไฟบนแผนธรณี ลกั ษณะและปจจัยในการ
ปะทุ ของภูเขา กลไกการเกิดแผนดนิ ไหว แบบจำลองการเกิดสึนามิ แนวทางการปฏิบตั ิตนใหปลอดภยั จาก
ธรณพี บิ ตั ิภัย ศึกษาปจ จยั สําคัญทีม่ ีผลตอการรับรงั สีดวงอาทติ ย ปจ จัยสาํ คัญท่ีมีผลตออุณหภมู ิ อากาศในแต
ละบรเิ วณของโลก กระบวนการท่ีทาํ ใหเกิดสมดุลพลงั งาน การหมุนเวยี นของอากาศตามเขตละตจิ ดู และผลทีม่ ี
ตอภูมิอากาศ การแบงช้นั น้าํ ในมหาสมทุ ร ปจจัยทที่ ําใหเ กิดการแบงชั้นนาํ้ ในมหาสมุทร การหมนุ เวียนของนํ้า
ในมหาสมทุ ร รปู แบบการหมุนเวียนของนาํ้ ในมหาสมทุ ร ผลของการหมนุ เวียนของนา้ํ ในมหาสมทุ รท่มี ีตอ
สิ่งมชี ีวิตและสงิ่ แวดลอม ความสัมพนั ธร ะหวางเสถียรภาพอากาศและการเกดิ เมฆ แนวปะทะอากาศแบบตางๆ
ลักษณะลม ฟา อากาศ ปจจัยทม่ี ีผลตอการเปลีย่ นแปลงภมู ิอากาศของโลก เหตุการณท ่เี ปน ผลจากการ
เปลี่ยนแปลง ภูมอิ ากาศโลก แนวปฏิบตั ิของมนุษยท ช่ี ว ยชะลอการเปล่ยี นแปลงภมู ิอากาศโลก สญั ลักษณล ม
ฟาอากาศบน แผนท่อี ากาศ การคาดการณล กั ษณะลมฟา อากาศเบ้ืองตน จากแผนท่ีอากาศและขอมูล
สารสนเทศอ่ืนๆ
โดยใชก ารสบื เสาะหาความรู การสาํ รวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะการ
เรยี นรใู นศตวรรษที่ 21 การสบื คนขอมูลและการอภิปราย เพอื่ ใหการจัดการศึกษาขัน้ พ้ืนฐานสอดคลองกับการ
เปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจ สงั คม วฒั นธรรม สภาพแวดลอ ม และความรูทางวทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยีที่
เจรญิ กา วหนา อยางรวดเรว็ เพอื่ ใหเ กิดความรู ความคดิ ความเขา ใจมคี วามสามารถในการตดั สินใจ ส่ือสารสิ่งที่
เรียนรแู ละนําความรไู ปใชใ นชวี ิตของตนเอง มีจติ วิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม และคานิยม
ตัวชีว้ ัด ม. 4-6/5 ม. 4-6/6 ม. 4-6/7
ว 3.2 ม. 4-6/4 ม. 4-6/11
ม. 4-6/9 ม. 4-6/10
ม. 4-6/8 ม. 4-6/13 ม. 4-6/14
ม. 4-6/12
รวม 11 ตัวช้ีวดั
366
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
ว33210 โลก ดาราศาสตรและอวกาศ 5 กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศึกษากระบวนการเกิดระบบสุริยะ การแบงเขตบริวารของดวงอาทิตย ลักษณของดาวเคราะหที่เอ้ือ
ตอการดำรงชีวิต การโคจรของดาวเคราะหรอบดวงอาทิตย กฎเคพเลอร กฏความโนมถวงของนิวตนั คาบการ
โคจรของดาวเคราะห โครงสรางของดวงอาทิตย การเกิดลมสุริยะและพายสุ ุริยะ ผลของลมสุริยะและพายุ
สุริยะ ทรงกลมฟา พิกัดของดาวในระบบขอบฟาและระบบศูนยสูตร เสนทางการขึ้นการตกของดวงอาทิตย
และดาวฤกษ เวลาสุริยคติ การเปรียบเทียบเวลา มุมหางและตำแหนงวงโคจรของดาวเคราะห เทคโนโลยี
อวกาศ กลองโทรทรรศน ยานอวกาศ ดาวเทียม
โดยใชการสบื เสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรและทกั ษะการ
เรียนรูในศตวรรษที่ 21 การสืบคนขอมูลและการอภปิ ราย เพือ่ ใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถ
สื่อสารสิง่ ที่เรียนรู มีความสามารถในการตดั สินใจ การแกปญหา การนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิต
วทิ ยาศาสตร จริยธรรม คณุ ธรรม และคานิยมท่เี หมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. อธิบายกระบวนการเกิดระบบสรุ ยิ ะ การแบงเขตบริวารของดวงอาทติ ยและลกั ษณะของดาวเคราะหท่เี อ้ือ
ตอการดำรงชีวิต
2. อธิบายการโคจรของดาวเคราะหรอบดวงอาทติ ยดวยกฎเคพเลอร และกฏความโนมถวงของนิวตนั พรอม
คำนวณคาบการโคจรของดาวเคราะห
3. อธิบายโครงสรางของดวงอาทติ ย การเกดิ ลมสรุ ิยะ พายุสรุ ยิ ะ และวิเคราะห นำเสนอปรากฏการณหรือ
เหตุการณทเี่ กย่ี วของกบั ผลของลมสรุ ิยะ และพายุสรุ ิยะที่มีตอโลกรวมท้ังประเทศไทย
4. สรางแบบจำลองทรงกลมฟา สงั เกต และเชอื่ มโยงจุดและเสนสำคญั ของแบบจำลองทรงกลมฟากับทองฟา
จรงิ และอธบิ ายการระบุพกิ ัดของดาวในระบบขอบฟาและระบบศนู ยสูตร
5. สงั เกตทองฟา และอธบิ ายเสนทางการขึ้นการตกของดวงอาทิตยและดาวฤกษ
6. อธิบายเวลาสรุ ยิ คตปิ รากฏ โดยรวบรวมขอมูลและเปรียบเทยี บเวลาขณะทด่ี วงอาทิตยผานเมรเิ ดียนของผู
สงั เกตในแตละวัน
7. อธิบายเวลาสุรยิ คติปานกลางและการเปรียบเทียบเวลาของแตละเขตเวลาบนโลก
8. อธิบายมุมหางท่สี ัมพนั ธกบั ตำแหนงในวงโคจร และอธิบายเชือ่ มโยงกับตำแหนงปรากฏของดาวเคราะหท่ี
สงั เกตไดจากโลก
9. สืบคนขอมูล อธิบายการสำรวจอวกาศโดยใชกลองโทรทรรศนในชวงความยาวคลืน่ ตางๆ ดาวเทยี ม ยาน
อวกาศ สถานีอวกาศ มาประยุกตใชในชีวิตประจำวนั หรอื ในอนาคต
367
10. สบื คนขอมลู ออกแบบ และนำเสนอกจิ กรรมการสงั เกตดาวบนทองฟาดวยตาเปลาและ/หรอื กลอง
โทรทรรศน
รวมทั้งหมด 10 ผลการเรยี นรู
368
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
ว33212 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 กลุมสารการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศึกษา วิเคราะหล กั ษณะของการทําโครงงาน จากปญหาหรือเรือ่ งทีส่ นใจจะศกึ ษา วิเคราะหร ูปแบบ
กระบวนการดําเนนิ งานโครงงานคอมพิวเตอร การพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร แนวทางการประยุกต
คอมพวิ เตอรกับโครงงาน การออกแบบระบบงาน จดั ทําและสรางซอฟตแ วรและการจดั ทําเอกสารประกอบ
โครงงานและนาํ เสนอ
ปฏบิ ัตกิ ารสรา งโครงงานดวยใชค อมพิวเตอรเปนเครอื่ งมอื โดยใชค วามรู ความคดิ จินตนาการ ทักษะ
เหตผุ ล และกระบวนการตา งๆ ทางเทคโนโลยสี ารสนเทศ ตลอดจนประสบการณดานคอมพิวเตอร ซอฟตแ วร
ระบบการสื่อสารขอมลู ในการแกป ญหาตา งๆ ทีม่ ีอยู มาเชอื่ มโยงสัมพนั ธก ันจน เกิดความรใู หมท ่ีมี
ความหมายสอดคลอ ง และเช่ือมโยงกนั ได โดยมกี ารบรู ณาการความรูดา นอ่ืนๆ หรอื จากรายวิชาอน่ื ๆ ท่ี
เก่ียวขอ งเขา มารว มดว ย เพื่อใหม คี วามรู ความเขาใจและสามารถนําเอาคอมพวิ เตอรมาประยกุ ตใ ชในการ
สรางโครงงานไดอ ยางมีจิตสาํ นกึ และมีความรับผิดชอบ
เพื่อใหเ กิดความรู ความคดิ ความเขาใจ ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศในการสรา งและออกแบบ
เว็บไซต มคี วามสามารถในการตัดสินใจ นําความรไู ปใชใ นชวี ิตประจาํ วนั ใหสอดคลองกับหลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียงและปรับตนใหเปน พลเมืองทีด่ ภี ายใตก ฎบตั รของอาเซยี นสามารถดํารงชวี ิตในยคุ โลกาภวิ ตั น
ไดอยา งเหมาะสม มีคุณธรรม และมลี ักษณะนสิ ยั รักการทํางาน
ตัวชว้ี ดั /ผลการเรียนรูท ่ีคาดหวัง
(ม.4-6/1), (ม.4-6/2) , (ม.4-6/3) , (ม.4-6/4)
รวม 4 ตัวชวี้ ดั
369
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
ว33214 การสรางภาพเคลอื่ นไหวข้ันสูง กลุมสารการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 80 ชั่วโมง จำนวน 2.0 หนวยกิต
***************************************************************************************
ฝก ปฏบิ ตั ิ วาดรูปการตนู ดวยโปรแกรม Flash cartoon animation การออกแบบตัวละคร
ฉาก ภาพกราฟก ส่อื สารดวยสตอรบี อรด ปรบั แตงภาพกราฟก สราง Animation แบบ frame by frame
สราง Animation แบบ Tween Motion สราง Animation แบบ Mark Layer frame สรางช้นิ นำเสนอได
อยางสรางสรรคการนำเสนองานในรูปแบบของส่อื ผสมอยางมคี ณุ ธรรมและจรยิ ธรรมผเู รยี นสรางวินยั ใหกับ
ตนเองในการรกั ษาความสะอาดในหองเรยี น การจัดโตะ การปด-เปดไฟฟา ปด-เปดพัดลม การปด-เปด
เครอ่ื งปรับอากาศ การดูแลรักษาเครื่องคอมพวิ เตอร กอนและหลังการปฏบิ ตั ิทุกครง้ั กอนออกจากหองเรยี น
ผลการเรียนรู
1. ออกแบบ วาดการตูนดวย Flash เพือ่ ทำเปน Cartoon Animationได
2. เขียนและออกแบบสตอรี่บอรดในการสรางCartoonAnimationได
3. สราง Animation แบบ frame by frameได
4. สราง Animation แบบ Tween Motionได
5. สราง Animation แบบ Mark Layer frameได
6. สราง Movie Clipได
7. สรางชิ้นงาน Cartoon Animation นำเสนอไดอยางสรางสรรค
รวมทั้งหมด 7 ผลการเรยี นรู
370
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
ว33216 การเขยี นโปรแกรมขัน้ สูง 2 กลุมสารการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ช่วั โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศกึ ษา เรียนรู หลกั การเขยี นโปรแกรม คำสงั่ ในการรบั และแสดงผลขอมลู คำสงั่ ควบคมุ ในการ
ทำงาน ตัวแปร Array ฟงกชัน (Function) พอยนเตอร (Pointer) สตริง(String) การจัดแฟมขอมูล
เง่อื นไข ขอมูลชนิดโครงสราง และการประยุกตการเขียนโปรแกรมสรางช้ินนำเสนอไดอยางมีคุณธรรมและ
จริยธรรมผเู รียนสรางวนิ ัยใหกบั ตนเองในการรักษาความสะอาดในหองเรยี น การจัดโตะ การปด-เปดไฟฟา
ปด-เปดพัดลม การปด-เปดเคร่ืองปรับอากาศ การดูแลรักษาเครอื่ งคอมพวิ เตอร กอนและหลังการปฏิบตั ิ
ทุกครง้ั กอนออกจากหองเรียน
ผลการเรียนรู
1. เขียนโปรแกรมภาษาซีไดอยางเปนระบบและมีขน้ั ตอน
2. เขียนโปรแกรมประยุกตตามการใชงานตางๆ ตามรูปแบบของภาษาซีได
รวมท้ังหมด 2 ผลการเรียนรู
371
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เตมิ
ว33218 โครงงานคอมพิวเตอร กลุมสารการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศึกษา เรียนรู ระบบเครือขายคอมพวิ เตอร การเชื่อมตอ การสงถายขอมูล การทำงานของอุปกรณ
เครือขาย การสรางเครือขายแลน กำหนด IP Address การแจกจาย IP Address ดวย DHCP Server และ
ระบบโครงสราง DNS Server
ปฏิบตั ิการสรางเครือขายแลน ดวยการเชอ่ื มตอคอมพิวเตอร กำหนด IP Address และแลกเปล่ยี น
ขอมลู ระหวางเคร่อื งคอมพวิ เตอร เพื่อใหมีความรูความเขาใจและทักษะในการใชติดตง้ั ระบบเครือขาย
คอมพวิ เตอรอยางงาย และนำไปสกู ารใชเทคโนโลยอี ยางเหมาะสมในการประกอบอาชีพผเู รยี นสรางวนิ ัย
ใหกับตนเองในการรกั ษาความสะอาดในหองเรียน การจัดโตะ การปด-เปดไฟฟา ปด-เปดพดั ลม การปด-
เปดเครือ่ งปรบั อากาศ การดูแลรกั ษาเครอ่ื งคอมพวิ เตอร กอนและหลังการปฏิบัติทกุ คร้งั กอนออกจาก
หองเรียน
ผลการเรียนรู
1. อธิบายการเชือ่ มตอคอมพิวเตอรแบบตางๆ ได
2. บอกถึงอุปกรณทใ่ี ชในระบบเครอื ขายได
3. สามารถใชคำส่ังพืน้ ฐานทางดานเน็ตเวริ กได
4. อธิบายการสงถายขอมลู ระหวางชนั้ ได
5. บอกถึงลักษณะการทำงานของอุปกรณเครือขายได
6. อธิบายความรูเกี่ยวกับ IP Address ได
7. สามารถกำหนด IP Address ใหกบั คอมพวิ เตอรได
8. อธิบายการแจกจายระบบ IP Address ดวย DHCP Server
9. อธิบายโครงสรางของระบบ DNS Server ได
10. อธิบายหลกั การทำการของเครอื ขาย Internet ได
รวมทั้งหมด 10 ผลการเรียนรู
372
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
ว33220 กฎหมายคอมพวิ เตอร 2 กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศึกษาหลักการสำคัญของการสื่อสาร การสื่อสารยุคดิจิทัลหรือการสื่อสารผานสังคมออนไลน เพ่ือ
สามารถแยกแยะพื้นที่ สวนตัวและพื้นที่สาธารณะ ใชวิจารณการสื่อสารยุคดิจิทัล รวมถึงเรียนรูการรับมือ
ปญหาการสื่อสารยุคดิจิทัล ไดแก การจัดการสารที่ผิดกฎหมายและผิดจริยธรรมในยคุ ดิจทิ ลั การพูดคุยกับคน
แปลกหนาบนโลกออนไลน การรบั มอื กบั ทางออนไลนผูประทษุ วาจา และผูใชตรรกะวิบัติ
ผลการเรยี นรู
1. สามารถสรางสารและแสดงออกอยางสรางสรรค
2. สามารถส่อื สาร ความรู อยางมีประสทิ ธิผลและจรยิ ธรรม
3. สามารถมีสวนรวมใน กจิ กรรมสังคมสาธารณะ
4. สามารถเฝาสงั เกต ทิศทางของสื่อและสารสนเทศ รวมถึงกระแสสังคม
รวม 4 ผลการเรยี นรู
373
ส33102 พระพุทธศาสนา คำอธิบายรายวชิ าวชิ าพ้ืนฐาน
กลุมสาระการเรยี นรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศึกษาวิเคราะหพระพุทธศาสนาเปนศาสตรแหงการศึกษา พระพุทธศาสนาเนนความสัมพันธของเหตุ
ปจจัยและวิธีการแกปญหา พระพุทธศาสนาฝกตนไมใหประมาท พระพุทธศาสนามุงประโยชนสุขและ
สันติภาพแกบุคคล สังคมและโลก ความสำคัญของพระพุทธศาสนากับสันติภาพ พระรัตนตรัยวิเคราะห
ความหมายและคุณคาของพุทธะ ธรรมะ สังฆะ อริยสัจ 4 : ทุกข (ธรรมที่ควรรู) ขันธ 5 จิต,เจตสิก
สมทุ ัย (ธรรมทคี่ วรละ) หลกั กรรม นิยาม 5นวิ รณ 5 อุปทาน 4 นโิ รธ (ธรรมทีค่ วรบรรล)ุ นิพพาน มรรค
(ธรรมที่ควรเจริญ) อธิปไตย 3 สาราณียธรรม 6 ทศพิธราชธรรม 10 วิปสสนาญาณ 9 มงคล 38 ความ
เพียรเผากิเลส ประพฤตพิ รหมจรรย เห็นอริยสัจ บรรลนุ ิพพาน พทุ ธศาสนสุภาษติ : ราชา มุขํ มนุสฺสานํ
(พระราชาเปนประมุขของประชาชน) สติ โลกสมฺ ิ ชาคโร (สติเปนเครือ่ งต่ืนในโลก) นตฺถิ สนฺติปรํ สุขํ (สุขอืน่ ยง่ิ
กวาความสงบไมมี) นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ นิพพานเปนสุข อยางยิ่ง พุทธสาวก พุทธสาวิกา : พระอานนท
พระปฏาจาราเถรี จูฬสุภทั ทา สุมนมาลาการ ชาดก : มหาชนกชาดก ชาวพุทธตัวอยาง : พระบาทสมเดจ็
พระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว พระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) พระพรหมคุณาภรณ (ป.อ.ปยุตโต) อนาคาริก
ธรรมปาละ
โดยใชกระบวนการความรูความเขาใจ กระบวนการปฏิบตั ิ กระบวนการกลุม กระบวนการคิด
วิเคราะห สงั เคราะห ประเมินคา
เพื่อใหรูและเขาใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนาหรือศาสนาทีต่ นนับถอื
และศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกตอง ยดึ มั่นและปฏิบัติตามหลักธรรมเพื่ออยูรวมกันอยางสันติสุข รูจักตนเอง
พึ่งตนเอง มีวินัย ใฝเรียนรู ซือ่ สัตยสุจรติ มีคุณธรรมนำชวี ิต อยูอยางพอเพียงตามหลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง
สูจติ สาธารณะ มีความมงุ ม่ันในการทำงาน เห็นคุณคาของการทำงาน รูจักคิดวิเคราะห การทำงานกลุม มจี ิต
สาธารณะ เสียสละเหน็ แกประโยชนสวนรวม ดำรงชวี ติ อยูรวมกนั ในสงั คมไทยและสังคมโลกอยางสนั ตสิ ุข
รหสั ตวั ช้ีวดั
ส 1.1 ม.6/1, ม.6/2, ม.6/3, ม.6/4, ม.6/5, ม.6/6
รวม 6 ตัวช้ีวัด
374
คำอธิบายรายวิชาวิชาเพม่ิ เติม
ส33202 ประวัติการปกครองของไทย กลุมสาระการเรียนรูสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศึกษา การเมืองการปกครองของประเทศไทยตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน มีผลตอการเปลี่ยนแปลง
เศรษฐกจิ และสังคมในประเทศและโลก วิกฤตการณดานสิง่ แวดลอม ในประเทศและโลก
โดยใชกระบวนการความรูความเขาใจ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุม การสืบคนขอมูล
ขาวสารจากสอ่ื ส่ิงพิมพ อนิ เตอรเน็ต กระบวนการคิดวเิ คราะห สงั เคราะห ประเมินคา
เพื่อใหนักเรียนมีความรูความเขาใจเก่ียวกับความเปนไปของประเทศและโลกอยางกวางขวางและ
ลึกซึ้ง มีจิตสำนกึ และมีสวนรวมในการรับขอมลู ขาวสาร คิดวิเคราะห จัดการแสวงหาความรูจากแหลงเรียนรู
ตางๆไดอยางเหมาะสม รูจักตนเอง พึ่งตนเอง มีวินัย ใฝเรียนรู ซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรมนำชีวติ อยูอยาง
พอเพียงตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง สูจิตสาธารณะ มีความมุงมั่นในการทำงาน เห็นคณุ คาของการทำงาน
รูจักคิดวิเคราะห การทำงานกลุม มีจิตสาธารณะ เสียสละเห็นแกประโยชนสวนรวม ดำรงชีวติ อยูรวมกันใน
สงั คมไทยและสังคมโลกอยางสนั ตสิ ุข
รหสั ตัวช้ีวัด
ส 2.1 ม.6/1 , ม.6/2 , ม.6/3 , ม.6/4 , ม.6/5 , ม.6/6
รวม 6 ตัวชี้วดั
375
คำอธิบายรายวชิ า
พ33206 เสรมิ สรางสมรรถภาพทางกาย กลุมสาระการเรยี นรูสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ 6(เอกพลศึกษา) ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศึกษาความรูความเขาใจความหมายของสมรรถภาพทางกาย องคประกอบของสมรรถภาพทางกาย
เพ่อื สุขภาพและองคประกอบของสมรรถภาพทางกลไก การประเมนิ สมรรถภาพทางกายดานตาง ๆ การเรยี นรู
ทางดานโครงสรางของรางกาย หลักและวิธีการออกกำลังกาย การออกกำลังกายแบบแอโรบิค การคำนวณหา
ชีพจรเปาหมาย การสรางโปรแกรมการฝกดวยน้ำหนัก โดยมีสวนรวมและปฏิบัติจริงในกิจกรรมกายบริหาร
ดวยกจิ กรรมสรางเสริมสมรรถภาพทางกาย โดยเนนพัฒนาการตามศักยภาพของแตละบุคคล เพื่อใหมีความ
เขาใจในแนวทางการปฏิบัติและมีการเสริมสรางสมรรถภาพของตนเอง มีคณุ ธรรมและเห็นคุณคาของกิจกรรม
พลศึกษาและกีฬาและนำไปประยุกตใหเปนประโยชนแกตนเองและสวนรวม โดยมีการวัดและการประเมินผล
ดวยวิธีที่หลากหลาย สอดคลองกับกระบวนการเรยี นรูทจ่ี ัดใหผูเรยี นตามสภาพจริงหรือใกลเคียงสถานการณที่
เปนจริง สะทอนความสามารถและการแสดงออกของผูเรียน รวมทั้งคุณธรรม จริยธรรมและคานิยมที่พึง
ประสงคและนำประสบการณไปปรับใชใหเกดิ ประโยชนสูงสดุ ในการดำเนนิ ชีวิต นำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน
มีคุณธรรม จริยธรรม ซอ่ื สตั ยสุจริต มีคานยิ มท่เี หมาะสมและดำเนนิ ชีวติ ตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั ตัวช้ีวดั
พ 1.1 ม.4-6/1 พ 1.1 ม.4-6/2
พ 3.1 ม.4-6/1
พ 3.2 ม.4-6/1 พ 3.2 ม.4-6/2 พ 3.2 ม.4-6/4
พ 4.1 ม.4-6/5 พ 4.1 ม.4-6/7
รวมท้ังหมด 8 ตัวชวี้ ัด
376
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม
พ33208 รักบี้ กลุมสาระการเรียนรูสุขศกึ ษาและพลศึกษา
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 6(เอกพลศกึ ษา) ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศึกษาเพิ่มพูนสรางเสริมสมรรถภาพทางรางกาย ความหมายประวัตคิ วามเปนมาของกีฬารกั บ้ี ขนาด
ของสนามรักบ้ี ศัพทเฉพาะของกีฬารักบี้ ตลอดจน กฎ กติกา การแขงขัน ฝกปฏิบัติทักษะสวนบุคคล ทักษะ
เปนหนวย ฝกผูเลนในตำแหนงตางๆ ตำแหนงและหนาที่ของผูเลน การเลนเปนทมี เบือ้ งตน สัญญาณมือของผู
ตัดสนิ กฬี ารักบ้ี เหน็ ความสำคญั การเปนผเู ลนและผูดทู ด่ี ี การดแู ลรกั ษาอุปกรณ และดูแลสนามกฬี ารักบี้
โดยใชกระบวนการทางพลศกึ ษา ความสามารถในการคิด การแกปญหา การสือ่ สาร การใชทกั ษะชีวิต
ในการดูแลและสรางเสริมสุขภาพและสมรรถภาพทางกายของตนเอง รวมทั้งออกกำลังกาย ปฏิบัติตามกฎ
กตกิ า ขอตกลงในการเลนกีฬารักบ้ตี ามคำแนะนำ
เพือ่ ใหรกั การเรยี นรใู นวิชาพลศกึ ษา เห็นความสำคัญของการมสี ุขภาพและสมรรถภาพทางกายท่ีดี ใฝ
เรยี นรู มีวนิ ัย มีนำ้ ใจนกั กฬี า และมีจิตสาธารณะ
ชื่นชมและเห็นคุณคาของการออกกำลังกาย รูจักการเปนผูนำและผูตามที่ดี มีน้ำใจนักกีฬาและให
ความรวมมือในการทำงานเปนทีม โดยใชทักษะและการปฏิบัติตนเพื่อนำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มี
คุณธรรม จริยธรรม ซ่ือสตั ยสจุ ริต มคี านยิ มทเี่ หมาะสมและดำเนินชวี ิตตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหัสตัวชว้ี ดั
พ 3.1 ม.4-6/1 พ 3.1 ม.4-6/2 พ 3.1 ม.4-6/3 พ 3.1 ม.4-6/4
พ 3.2 ม.4-6/1 พ 3.2 ม.4-6/2 พ 3.2 ม.4-6/3 พ 3.2 ม.4-6/4
พ 4.1 ม.4-6/7
รวมทงั้ หมด 9 ตวั ช้ีวัด
377
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
พ33204 อาหารและโภชนาการเพ่อื กฬี า กลุมสาระการเรยี นรูสุขศึกษาและพลศกึ ษา
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 6(เอกพลศึกษา) ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศึกษาความสำคัญของโภชนาการที่มีตอสุขภาพ อาหารหลัก 5 หมู หลักการจัด อาหารสมสวน
ประเภทและหนาที่ของสารอาหาร แหลงสารอาหารและปริมาณ ที่พึงไดรับ กลไกการยอย การดูดซึม การ
ขับถายและเมตาโบลิซึมของสารอาหาร ความตองการสารอาหารของรางกาย ปริมาณสารอาหารในอาหารท่ี
บรโิ ภค บริโภค นสิ ัย สลากโภชนาการ โภชนาการทางเลอื กปญหาโภชนาการในประเทศไทยและ วิธีแกปญหา
วเิ คราะหเกยี่ วกบั สขุ ภาพของผูบริโภค ในเร่อื ง ความหมาย ความสำคญั ของอาหารและโภชนาการ จำแนก
ประเภทของอาหารหลัก เสนอแนวทางในการเลือกอาหารที่มีประโยชนตอความตองการของรางกายในวยั
ตางๆ อาหารที่เหมาะสมและเหมาะสมสำหรับโรคบางชนดิ ได มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับเรื่อง สิทธิ
ผูบริโภค กฎหมายคุมครองผูบริโภค การรักษาสิทธิเกี่ยวกับการบริโภคผลิตภัณฑที่เกี่ยวกับสุขภาพ
ขอมูลโภชนาการบนฉลากผลติ ภณั ฑอาหาร และปริมาณอาหารที่ควรบริโภคตามธงโภชนาการ เพื่อใหมี
สวนรวมในการปฏิบัติตนอยางเหมาะสมในหลักการเลือกโภชนาการเพื่อการดำรงชีวิตที่เหมาะสมถูกตอง
สำหรบั ตนเอง แนะนำและชวยเหลือผูอน่ื นำไปปฏบิ ตั ไิ ดจริงในชีวิตประจำวนั
โดยใชกระบวนการจัดการเรียนรูแบบกระบวนการกลุม กระบวนการสบื คนขอมูล กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการวิเคราะห และอภิปรายเพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สำนึกในคุณคาและศักยภาพของตนเอง
เพื่อใหสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนำประสบการณไปปรับใชใหเกิดประโยชนสูงสุดในการดำเนินชีวิต
นำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มีคุณธรรม จริยธรรม ซ่ือสัตยสุจริต มีคานิยมท่ีเหมาะสมและดำเนินชีวิตตาม
หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหัสตวั ช้ีวดั
พ 1.1 ม.4-6/1 พ 1.1 ม.4-6/2
พ 4.1 ม.4-6/1 พ 4.1 ม.4-6/2 พ 4.1 ม.4-6/3 พ 4.1 ม.4-6/5
พ 4.1 ม.4-6/6 พ 4.1 ม.4-6/7
รวมทง้ั หมด 8 ตวั ช้ีวัด
378
คำอธบิ ายรายวิชา
พ33202 พลศกึ ษา 6(ลีลาศ) กลุมสาระการเรยี นรูสุขศึกษาและพลศกึ ษา
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
***************************************************************************************
วิเคราะหหลักวทิ ยาศาสตรการเคลื่อนไหวและรูปแบบการเคลื่อนไหวที่ใชในลีลาศ คือ จังหวะคิวบัน
รุมบา ชะชะชา ตะลุง ไดสรางเสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อสขุ ภาพของตนเองเห็นคุณคาของการออกกำลัง
กายและการเขารวมกิจกรรมกีฬาชนิดตางๆเคารพสิทธิและปฏิบัตติ ามกฎ กติกาการเลนอยางเครงครัดแสดง
ความมีน้ำใจนักกีฬา และช่ืนชมในสุนทรียภาพของการออกกำลังกายและการเลนกีฬาเห็นคณุ คาของการนำ
ประสบการณที่ไดรับจากกิจกรรมการแขงขันกฬี าไปใชในการดำรงชีวิตเพื่อใหมีความรูความเขาใจที่ถูกตอง มี
เจตคติและคานยิ มทดี่ ใี นเรื่องลลี าศ แสดงทักษะในจังหวะคิวบนั รมุ บา ชะชะชา ตะลุง เคารพสิทธิและปฏิบัติ
ตามกฎ กติกาการเลนอยางเครงครัดแสดงความมีน้ำใจนักกีฬา และชื่นชมในสุนทรียภาพของการออกกำลัง
กายและการเลนกีฬาได
ศึกษาประวัติความเปนมาของลีลาศ ประโยชนของลีลาศ และใหมีสวนรวมปฏิบัติจริงในกิจ
กรรมการบริหาร การออกกำลังกายดวยกิจกรรมลีลาศ ทกั ษะการเคล่ือนที่แบบตางๆ ทกั ษะการเลนประกอบ
เพลง ทักษะการเคลื่อนไหวตามบทเพลง และอน่ื ๆอยางถูกตอง ปลอดภัยและสนกุ สนาน หรืออาจนำกิจกรรม
พลศึกษาอื่นๆ ที่มีคุณคาเทาเทียมกับลีลาศแทนตามความเหมาะสม พรอมกับใหเรียนรูการปองกันการแกไข
การสรงเสริมสุขภาพ เพื่อใหรูหลักและวิธีการออกกำลังกายที่ถูกตอง มีทักษะ มสี มรรถภาพทางกายและทาง
จติ มีระเบียบวินัย เห็นคณุ คา และนำไปใชในชีวิตประจำวัน
ชื่นชมและเห็นคุณคาของการออกกำลังกาย รูจักการเปนผูนำและผูตามที่ดี มีน้ำใจนักกีฬาและให
ความรวมมือในการทำงานเปนทีม โดยใชทักษะและการปฏิบัติตนเพื่อนำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มี
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ซอ่ื สตั ยสจุ ริต มคี านิยมทเี่ หมาะสมและดำเนนิ ชีวิตตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหัสตัวชี้วดั
พ 3.1 ม.4-6/1 พ 3.1 ม.4-6/2 พ 3.1 ม.4-6/3 พ 3.1 ม.4-6/4 พ 3.1 ม.4-6/5
พ 3.2 ม.4-6/1 พ 3.2 ม.4-6/2 พ 3.2 ม.4-6/3 พ 3.2 ม.4-6/4
พ 4.1 ม.4-6/7
รวมทง้ั หมด 10 ตัวชว้ี ดั
379
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศ33102 ศลิ ปะ(นาฏศลิ ป) กลุมสาระการเรียนรูศิลปะ
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศึกษา วิเคราะหถึงรูปแบบ ประวตั ิความเปนมา วิวัฒนาการนาฏศลิ ป และละครไทย เทคนิคการ
จัดการแสดง แสง สี เสียง ฉาก อุปกรณ สถานที่ เครื่องแตงกาย การสรางสรรคผลงาน (การแสดง
ละครพูด) การแสดงละครพื้นบาน (วรรณกรรมทองถิ่น) การประเมินคณุ ภาพการแสดง คุณภาพดานการ
แสดง คุณภาพองคประกอบของการแสดง การวิเคราะหการแสดงละครนำมาประยุกตใชในการดำรงชีวิต
ประจำวัน
โดยใชกระบวนการเรียนรู ความรูความเขาใจ กระบวนการคิดวเิ คราะห กระบวนการปฏิบัติและ
กระบวนการนำเสนอ
เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ และแสดงออกทางนาฏศิลปอยางสรางสรรค ถายทอดความรูสกึ
ความคดิ อสิ ระ ชนื่ ชม และประยุกตใชในชีวติ ประจำวัน
มาตรฐาน ศ 3.1 ตัวชว้ี ัด ม.1/1, ม.1/2,ม. 1/3,ม.1/4
ศ 3.2 ตวั ชีว้ ัด ม.2/1,ม.2/2
รวมท้ังหมด 5 ตัวช้ีวัด
380
คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
ง33102 การงานอาชพี 6 กลุมสาระการเรยี นรูการงานอาชพี
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศึกษา เรยี นรู การตดิ ตอส่ือสาร การคนหาขอมูลผานอินเทอรเน็ต การใชเทคโนโลยีในการตัดสินใจใน
งานตางๆ การใชเทคโนโลยสี ารสนเทศนำเสนองานในรูปแบบที่เหมาะสม โดยพิจารณาวัตถุประสงคของงาน
การใชคอมพิวเตอรชวยสรางชิน้ งานหรือโครงงานตามหลักการทำโครงงาน ศึกษาผลกระทบดานสังคมและ
สิ่งแวดลอมที่เกิดจากงานที่สรางขึ้นเพื่อหาแนวทางปรับปรุงและพัฒนา ขอปฏิบัติสำหรับการใชเทคโนโลยี
สารสนเทศ ใชคอมพิวเตอรชวยสรางชิ้นงานหรือโครงงานอยางมีจิตสำนึกและความรับผดิ ชอบ ตลอดจนมี
คุณธรรมและจริยธรรมในการใชเทคโนโลยสี ารสนเทศ
โดยใชกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการสื่อสาร กระบวนการวางแผนการจัดการ กระบวนการคิด
กระบวนการแกปญหา และกระบวนการสบื คน
เพ่ือใหมคี วามรู ความเขาใจ มที ักษะกระบวนการ และมคี วามสามารถในการส่ือสาร ความสามารถ
ในการคดิ ความสามารถในการแกปญหา ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต อยางมีวินัย ใฝเรียนรู ซื่อสตั ย
สุจริต และมุงมั่นในการทำงานอยางมีจิตสำนึกและ ความรับผิดชอบ ตลอดจนมีคุณภาพและจรยิ ธรรมในการ
ใชเทคโนโลยีสารสนเทศ
โดยมีคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค คือ ขยัน ประหยัด อดทน ซ่อื สตั ย สุจริต มวี ินยั ใฝเรยี นรู
อยูอยางพอเพยี ง รบั ผิดชอบ มุงม่ันในการทำงาน ทำงานเปนขน้ั ตอน เปนระบบ บรรลเุ ปาหมาย ปลอดภยั
มคี วามคดิ สรางสรรคใชทรัพยากรในการทำงานอยางคุมคาและอนุรักษสิ่งแวดลอมตามหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง
ตัวช้ีวัด
ง 1.1 ม.6/1 ม.6/2 ม.6/3 ม.6/4 ม.6/5 ม.6/6 ม.6/7
ง 2.1 ม.6/1 ม.6/2 ม.6/3 ม.6/4
รวม 11 ตัวชว้ี ัด
381
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
อ33102 ภาษาองั กฤษ 12 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศกึ ษาคำแนะนำในคูมือขอความ ขาว ประกาศ โฆษณา บทรอยกรอง และบทละครส้นั สารคดี
และบนั เทงิ ดี คำขอรอง คำแนะนำ คำชีแ้ จง บทสนทนาและเขียนโตตอบขอมูลเกยี่ วกบั ตนเอง เร่ืองราว
ตางๆใกลตัว ประสบการณ สถานการณและประเด็นตางๆ ตามความสนใจของสังคม การแสดงความ
คดิ เหน็ ขอเสนแนะ การใหบริการ การเจรจาตอรอง การอานบทความจากส่ิงพมิ พและเทคโนโลยีตางๆ
รวมทั้งขอมลู ในทองถ่นิ และชุมชน การเขียนขอความ เขียนเลาเรื่อง เขียนจดหมายสวนตัว จดหมายสมัคร
งาน ประวัติสวนตวั (Resume)
โดยใชกระบวนการเรยี นรูภาษาตางประเทศใชคำศัพท สำนวน และโครงสรางทางไวยากรณ
ทีเ่ พ่ิมขึน้ แลเหมาะสมกับระดับชัน้ เลือกใชภาษา น้ำเสยี ง และกรยิ าทาทางเหมาะสมกับระดับบุคคล เวลา
โอกาส และสถานการณตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจาของภาษาอธบิ าย/เปรียบเทยี บความ
แตกตางระหวางโครงสรางประโยค ขอความ สำนวนคำพังเพย สุภาสติ วเิ คราะห/อธิบายความเหมือนและ
ความแตกตางระหวางวิถชี วี ติ คนควา/สบื คน บันทกึ สรปุ แสดงความคิดเห็น สืบคน คนควาจากแหลง
การเรียนรูตางๆรวมถงึ ศกึ ษาแนวคิดตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การวางแผนการดำเนินชีวิต
เพ่ือใหเกิดความรู ความเขาใจ การเหน็ คุณคาของทรัพยากรใชอยางคมุ คาและสำรวจสภาพปญหา
ส่งิ แวดลอมที่เกดิ ข้นึ ในชุมชนและมีสวนในการแกไขปญหา นำความรูไปใชประโยชนมคี ณุ ธรรม
จรยิ ธรรมยึดหลักสจุ ริตและคานิยมทเ่ี หมาะสม เห็นคุณคาของการเรียนภาษาอังกฤษในดารนำไปใชเพื่อ
ประกอบอาชีพ และเพ่อื การศกึ ษาในระดบั สูงตอไป
รหัสตัวช้ีวดั
ต1.1 ม.6/1 ต1.1 ม.6/2 ต1.1 ม.6/3 ต1.1 ม.6/4
ต1.2 ม.6/1 ต1.2 ม.6/2 ต1.2 ม.6/3 ต1.2 ม. 6/4 ต1.2 ม.6/5
ต1.3 ม.6/1 ต1.3 ม.6/2 ต1.3 ม. 6/3
ต2.1 ม.6/1 ต2.1 ม.6/2 ต2.1 ม.6/3
ต2.2 ม.6/1 ต2.2 ม. 6/2
ต3.1 ม.6/1
ต.4/1 ม.6/1
ต4.2 ม.6/1 ต4.2ม.6/2
รวมท้ังหมด21 ตัวชวี้ ัด
382
คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เตมิ
อ33202 อังกฤษ TGAT 4 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศึกษารูปแบบตางๆสมั พนั ธกับประโยคและโครงสรางและวเิ คราะห สรุปตคี วาม แสดงความคิดเหน็
จากการฟงงจากเร่อื งทอ่ี านทเ่ี ปน สารคดี ประเด็นขาวพรอมใหเหตผุ ลประกอบประเด็นที่ตนเองสนใจ
โดยใชกระบวนการคิด วิเคราะหส่อื ความ อภิปราย แสดงความคิดเหน็ อธิบายเปรยี บเทียบ ความ
แตกตางประโยคและโครงสราง ขัอความ สำนวนประเด็นขาวทีค่ นควา รวบรวม วเิ คราะหและสรปุ องคความรู
นำเสนอขอมลู โดยการพดู ขอเท็จจรงิ และเขียนสือ่ ความ
เพอื่ ใหผูเรยี นมีเจตคติทีด่ ีตอภาษาตางประเทศใชภาษาตางประเทศเปนเคร่ืองมือพื้นฐานในการศึกษา
ตอ การประกอบอาชีพและแลกเปลีย่ นการเรยี นรูกับสงคมโลก
ผลการเรียนรู
1. ใชภาษาตางประเทศในการสืบคน/คนควา รวบรวม วิเคราะหและสรปุ ขอความ ส่อื ความ
2. อธิบาย เปรยี บเทียบความแตกตางประโยคและโครงสราง ขอความ สำนวนประเด็นขาวท่ีคนควา รวบรวม
วเิ คราะหและสรปุ องคความรู
3. พดู และเขยี นบรรยาย เปรียบเทยี บและแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกบั ประเดน็ / ขาว เหตุการณที่ฟงและอาน
อยางเหมาะสม
4. อธิบายและเขยี นบรรยายประโยคและโครงสราง ขอความทไ่ี มใชความเรียงรปู แบบตางๆทอ่ี าน รวมถงึ ระบุ
และเขียนส่ือความท่ีไมใชความเรียงรปู แบบตางๆใหสัมพันธประโยคและโครงสราง ขอความ สำนวนประเด็น
ขาวท่อี าน
5. เลือกใชภาษา น้ำเสียง และกิริยาทาทางเหมาะสมกับ บุคคล โอกาสและสถานที่ตามมารยาทสงั คมและ
วัฒนธรรมเจาของภาษา.
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู
383
คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เตมิ
อ33204 ไวยากรณนารู 6 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศึกษาวเิ คราะห เปรยี บเทยี บความแตกตางระหวางโครงสรางประโยค ขอความ สำนวน คำพังเพย
สภุ าษติ และบทกลอนของภาษาตางประเทศท่ีมที ักษะการใชภาษาตางประเทศสอื่ สารตามหัวเร่ืองตางๆ ได
ใชประโยคผสมและประโยคซับซอน สื่อความหมายตามบริบทตางๆ
โดยใชกระบวนการคิด การเรยี นรูทางภาษาดวยตนเอง กระบวนการกลุม กระบวนการเรยี นรูแบบ
บรู ณาการ และกระบวนการเสริมสรางคณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค
เพื่อใหสามารถใชภาษาส่อื สารในโอกาสตางๆ ไดถูกตองตามหลกั ภาษาและไวยากรณ อยางเปน
ธรรมชาติ ใชในการศึกษาตอและประกอบอาชีพไดอยางเหมาะสม
ผลการเรียนรู
1. อธิบายและเขียนประโยค และขอความใหสัมพันธกับส่ือที่ไมใชความเรยี งรปู แบบตางๆ ท่อี าน
รวมทัง้ ระบุและเขยี นส่ือที่ไมใชความเรียงรปู แบบตางๆ ใหสัมพันธกับประโยคและขอความทฟ่ี ง
หรืออาน
2. พดู และเขียนเพ่ือขอและใหขอมลู บรรยาย เปรยี บเทยี บและแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั เรือ่ ง/
ประเดน็ ขาว เหตกุ ารณที่ฟงและอานอยางเหมาะสม
3. เลอื กใชภาษา นำ้ เสยี ง และกิริยาทาทางเหมาะสมกบั ระดบั ของบุคคล โอกาส และสถานทตี่ าม
มารยาทสังคมและวัฒนธรรมเจาของภาษา
4. อธิบาย/เปรียบเทยี บความแตกตางระหวางโครงสรางประโยค ขอความ สำนวน คำพงั เพย
สุภาษติ และบทกลอนของภาษาตางประเทศและภาษาไทย
5. ใชภาษาในการส่อื สารในสถานการณจรงิ /สถานการณจำลองทเ่ี กดิ ขน้ึ ในหองเรยี น สถานศกึ ษา
ชมุ ชนและสงั คม
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู
384
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
อ33206 อังกฤษประยกุ ต 2 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
***************************************************************************************
จากการฟงงจากเรอื่ งที่อานทเี่ ปน สารคดี ประเดน็ ขาวพรอมใหเหตผุ ลประกอบประเดน็ ท่ตี นเองสนใจ
โดยใชกระบวนการคนควา สบื คน บันทกึ สรุปและแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกบั ขอมูลทเี่ ก่ียวของ
กับกลทุ สาระอ่ืนจากแหลงการเรียนรูตางๆและนำเสนอขอมูลโดยการพดู เขียน กระบวนการกลุมอภิปราย
โครงงาน ใชภาษาส่ือสารในสถานการณืจริงและสถานการณจำลองทเ่ี กิดขึ้นใน หองเรียน สถานศกึ ษา ชุมชน
และสังคมอความ
เพ่อื ใหผูเรยี นมีเจตคตทิ ดี่ ีตอภาษาตางประเทศใชภาษาตางประเทศเปนเครื่องมอื พ้นื ฐานในการ
เชอื่ มโยงความรู นำไปประยุกตใชกับกลุมสาระการเรยี นรูอื่น และเผยแพรขอมลู โดยวธิ กี ารท่หี ลากหลายเปน
การพฒั นาในการแสวงหาความรแู ละเปดโลกทศั นของผูเรยี น
ผลการเรยี นรู
1. ใชภาษาตางประเทศในการสืบคน/คนควา รวบรวม วเิ คราะหและสรุปขอความ ส่อื ความ
2. อธบิ าย เปรียบเทยี บความแตกตางประโยคและโครงสราง ขอความ สำนวนประเด็นขาวท่ีคนควา
รวบรวม วเิ คราะหและสรปุ องคความรู
3. พูดและเขยี นบรรยาย ประยกุ ตใชกับประเดน็ / ขาว เหตกุ ารณที่ฟงและอานอยางเหมาะสม
4. อธิบายและเขยี นบรรยายประโยคและโครงสราง ขอความท่ไี มใชความเรยี งรูปแบบตางๆที่อาน
รวมถึงระบแุ ละเขียนสื่อความที่ไมใชความเรียงรูปแบบตางๆใหสมั พันธประโยคและโครงสราง ขอความ
สำนวนประเดน็ ขาวท่ีอาน
5. เลือกใชภาษา น้ำเสยี ง และกริ ยิ าทาทางเหมะสมกับ บคุ คล โอกาสและสถานทต่ี ามมารยาทสงั คม
และวัฒนธรรมเจาของภาษา.
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู
385
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
อ33208 อังกฤษคิด-วเิ คราะห 6 กลมุ สาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
***************************************************************************************
เขาใจน้ำเสยี งความรูสึกของผูพดู คำส่ังคำขอรองคำแนะนำ ความแตกตางดานภาษา วฒั นธรรม
ประเพณี อานออกเสียงบทอานไดถูกตองตามหลักการอานออกเสยี งและเหมาะสม เนอ้ื หาที่อาน ตีความ
วิเคราะห ขอความ ขอมูล ขาวสาร สารคดี บันเทงิ คดี สอ่ื ท่ีมีความเรียงจากสิ่งพิมพหรือส่ืออิเล็กทรอนิคส
ในหวั ขอตางๆ เชน เกยี่ วกบั การทองเทีย่ ว ขอมลู สวนตวั ในหัวขอตางๆเชนเกยี่ วกบั การทองเทยี่ ว ขอมูล
สวนอาหาร เครอ่ื งด่ืม บานพัก การเดินทาง ส่งิ แวดลอม สถานทีก่ ารซ้ือขายของ การบริการ และโครงงาน
ภาษาอังกฤษ ใชภาษาอังกฤษตามมรรยาททางสังคม สรางความสัมพันธระหวางบคุ คลแสดงความคิดเห็น
ความตองการ อธิบาย บรรยาย
แลกเปลยี่ นความรู และใหเหตผุ ลเก่ยี วกบั เร่ืองตางๆเหตุการณในอดีตปจจบุ นั และอนาคตโดยใช
ประโยชนจากเทคโนโลยีสือ่ การเรยี นทางภาษาและผลจากการฝกทักษะตางๆแสวงหาวิธีการเรียนท่ี
เหมาะสมกบั ตนเอง สามารถนำเสนอขอมูล ความคดิ รวบยอดและแสดงความคดิ เห็นเจรจาโนมนาวตอรอง
เกย่ี วกับประสบการณและเหตกุ ารณตางๆในทองถิ่นดวยวธิ ีการที่หลากหลายอยางสรางสรรคและมี
ประสิทธิภาพ
ผลการเรยี นรู
1. เขาใจน้ำเสยี งความรูสกึ ของผูพูดคำสงั่ คำขอรองคำแนะนำ แสดงความรูสกึ
2. เขาใจเน้อื หาท่อี านตีความวิเคราะห ขอความ ขอมูลขาวสาร สารคดบี ันเทิง สอ่ื ท่เี ปนความเรยี ง
จากสง่ิ พมิ พและส่ืออิเล็กทรอนกิ ส
3. ใชภาษาตามมรรยาททางสังคมสรางความสัมพันธระหวางบุคคลแสดงความคิดเห็นความตองการ
4. ใชภาษาอังกฤษสื่อสาร แสดงความคิดเหน็ เจรจาโนมนาว ตอรองเกีย่ วกับประสบการณและ
เหตุการณตางๆในทองถน่ิ ดวยวิธกี ารทหี่ ลากหลายอยางสรางสรรคและมปี ระสิทธิภาพ
รวมท้ังหมด 4 ผลการเรยี นรู
386
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
อ33210 อังกฤษบรู ณาการ 4 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
***************************************************************************************
เขาใจนำ้ เสยี งความรูสึกของผูพูดคำสง่ั คำขอรองคำแนะนำ ความแตกตางดานภาษา วฒั นธรรม
ประเพณี อานออกเสยี งบทอานไดถูกตองตามหลกั การอานออกเสยี งและเหมาะสม เนือ้ หาทอ่ี าน ตีความ
วเิ คราะห ขอความ ขอมลู ขาวสาร สารคดี บันเทงิ คดี สอ่ื ท่ีมีความเรยี งจากสิ่งพิมพหรือส่อื อเิ ล็กทรอนิคส
ในหวั ขอตางๆ เชน เก่ียวกบั การทองเที่ยว ขอมูลสวนตัว ในหวั ขอตางๆเชนเกยี่ วกับการทองเทีย่ ว ขอมลู
สวนอาหาร เคร่ืองด่ืม บานพัก การเดินทาง ส่งิ แวดลอม สถานทกี่ ารซ้ือขายของ การบริการ และโครงงาน
ภาษาองั กฤษ ใชภาษาอังกฤษตามมรรยาททางสงั คม สรางความสมั พนั ธระหวางบคุ คลแสดงความคิดเหน็
ความตองการ อธิบาย บรรยาย
แลกเปล่ยี นความรู และใหเหตุผลเก่ียวกบั เรอ่ื งตางๆเหตุการณในอดีตปจจุบนั และอนาคตโดยใช
ประโยชนจากเทคโนโลยีส่อื การเรียนทางภาษาและผลจากการฝกทักษะตางๆแสวงหาวิธกี ารเรียนท่ี
เหมาะสมกบั ตนเอง สามารถนำเสนอขอมลู ความคดิ รวบยอดและแสดงความคดิ เห็นเจรจาโนมนาวตอรอง
เกี่ยวกบั ประสบการณและเหตกุ ารณตางๆในทองถิ่นดวยวิธกี ารท่หี ลากหลายอยางสรางสรรคและมี
ประสิทธิภาพ
ผลการเรียนรู
1. เขาใจนำ้ เสยี งความรูสึกของผูพูดคำสั่งคำขอรองคำแนะนำ แสดงความรูสึก
2. เขาใจเน้ือหาท่อี านตีความวิเคราะห ขอความ ขอมลู ขาวสาร สารคดบี นั เทงิ สื่อทเ่ี ปนความเรยี ง
จากส่งิ พิมพและส่อื อิเล็กทรอนกิ ส
3. ใชภาษาตามมรรยาททางสงั คมสรางความสมั พนั ธระหวางบคุ คลแสดงความคิดเห็นความตองการ
4. ใชภาษาอังกฤษสือ่ สาร แสดงความคดิ เหน็ เจรจาโนมนาว ตอรองเกย่ี วกับประสบการณและ
เหตกุ ารณตางๆในทองถน่ิ ดวยวิธีการที่หลากหลายอยางสรางสรรคและมีประสทิ ธิภาพ
รวมทั้งหมด 4 ผลการเรยี นรู
387
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ญ33202 ภาษาญีป่ ุนเบ้ืองตน6 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 120 ชัว่ โมง 3.0 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศกึ ษาทักษะการปฏิบตั ิตามคำส่งั คำแนะนำคำชี้แจงคำอธิบายและคำบรรยายทฟี่ งและอานอาน
ออกเสยี งตวั อักษรคำศัพทกลุมคำประโยคบทรอยกรองและคำคลองจองตามหลกั การอานในระบบเสียง
ภาษาญปี่ ุนกลางอธิบายหรอื เขียนประโยคหรือขอความใหสัมพนั ธกบั ประโยคหรอื ขอความตอบคำถามจับ
ใจความสำคญั สรุปและแสดงความคดิ เหน็ พรอมใหเหตผุ ลและยกตวั อยางประกอบสนทนาอยางตอเน่ืองและ
เขียนโตตอบแลกเปลีย่ นขอมูลเก่ียวกับตนเองเรอ่ื งตางๆใกลตัวสถานการณ ขาวและเรื่องท่ีอยูในความสนใจ
ของสังคมพดู และเขยี นแสดงความตองการขอและใหความชวยเหลือตอบรบั และปฏิเสธขอและใหขอมูล
บรรยายบรรยายอธิบายเปรียบเทยี บและแสดงความคิดเห็นและใหเหตผุ ลเกี่ยวกบั เรื่องทฟ่ี งและอานแสดง
ความรูสกึ ความคดิ เห็นของตนเองเกย่ี วกบั เรื่องตางๆพรอมใหเหตุผลประกอบโดยใชกระบวนการฟงการพดู
การอานการเขยี นและกระบวนการคดิ วิเคราะหใชภาษาเปนเครือ่ งมอื ในการรับสารและสงสารไดอยาง
คลองแคลวถูกตองเขาถงึ สารไดอยางชดั เจนรวมทงั้ กระบวนการสบื เสาะหาความรูและเขารวมกจิ กรรมทาง
ภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกบั วัยเพื่อใหเกิดความรูความเขาใจเกดิ เจตคตทิ ดี่ ตี อภาษาญ่ปี ุนตลอดจน
วฒั นธรรมของเจาของภาษาและนำไปใชไดอยางเหมาะสมตามกาลเทศะเกิดความคิดรวบยอดนำไปสูการ
เชอ่ื มโยงความรูกับกลมุ สาระการเรยี นรูอน่ื
มคี ณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคในดานความมีวนิ ยั ใฝเรยี นรูซ่ือสัตยสุจรติ มงุ ม่ันในการทำงานและมีจติ
สาธารณะรวมถงึ เพื่อใหนักเรียนเปนผมู ีรักชาติ ศาสน กษตั ริยอยูอยางพอเพียงรกั ความเปนไทยและอนุรักษ
พลงั งานและส่งิ แวดลอม สืบสานศิลปวฒั นธรรมทองถิน่ ชมุ ชนรวมพฒั นา ยดึ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลการเรียนรู
ปฏิบัติตามคำสัง่ คำแนะนำคำช้แี จงคำอธิบายและคำบรรยายทางสือ่ ตางๆ
1) อานออกเสียงขอความ นทิ าน บทรอยกรอง ขาว ประกาศหรอื โฆษณา
2) อธิบายหรอื เขียนประโยคหรอื ขอความใหสัมพันธกับประโยคหรอื ขอความทีฟ่ งหรอื อาน
3) ตอบคำถามจับใจความสำคัญสรปุ และแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับเร่อื งท่ีฟงหรืออาน
4) สนทนาอยางตอเนอื่ งและเขยี นโตตอบแลกเปลี่ยนขอมูลเกยี่ วกับตนเองเร่อื งตางๆใกลตัวสถานการณ ขาวและ
เรื่องที่อยูในความสนใจของสังคม
5) พูดและเขยี นแสดงความตองการขอและใหความชวยเหลอื ตอบรับและปฏเิ สธในสถานการณตางๆ
6) พูดและเขยี นเพือ่ ขอและใหขอมูลบรรยายบรรยายอธบิ ายเปรยี บเทยี บและแสดงความคดิ เหน็ และใหเหตุผล
เก่ยี วกบั เร่อื งทฟ่ี งและอาน
7) พูดและเขยี นแสดงความรูสึกความคดิ เหน็ ของตนเองเก่ียวกบั เร่อื งตางๆพรอมใหเหตุผลประกอบ
รวมท้ังหมด 7 ผลการเรยี นรู
388
คำอธบิ ายรายวิชา
ญ33204 ภาษาและวฒั นธรรมญ่ีปุน 6 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
***************************************************************************************
ใชภาษาในการสือ่ สารเพื่อเผยแพร หรือประชาสมั พันธขอมลู ขาวสารของโรงเรยี น ชมุ ชน ไดถูกตอง
ตามวฒั นธรรมของเจาของภาษา ใชถอยคำ นำ้ เสียง และกริ ิยาทาทางอยางสภุ าพตามมารยาทสงั คมและ
วฒั นธรรมของญป่ี ุน อธิบายเกย่ี วกับประวัตศิ าสตร เทศกาล วนั สำคัญ งานฉลอง และชีวติ ความเปนอยูของ
ชาวญ่ีปุน
เขารวมกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมญ่ปี ุนตามความสนใจ บอกความเหมือนและความ
แตกตางของเทศกาลและงานฉลองตามวฒั นธรรมญปี่ ุนกบั ไทย เขาใจและนำเสนอคำศัพททเี่ กี่ยวของกบั กลมุ
สาระการเรยี นรูอ่ืน ใชภาษาส่ือสาร สบื คน ความรูหรือขอมูลตางๆ จากส่ือ และแหลงเรยี นรูตางๆ
เผยแพรหรอื ประชาสมั พนั ธขอมลู ขาวสารของโรงเรยี น เขารวมและจัดกิจกรรมทางภาษาและ
วฒั นธรรมตามโอกาส โดยใชทกั ษะกระบวนการทางภาษา พูดหรือเขยี นจากการคนควา รวบรวม และสรปุ
ขอมูล ขอเทจ็ จรงิ ท่เี ก่ยี วของกับกลมุ สาระการเรยี นรูอืน่ หรอื จากแหลงเรียนรตู าง ๆ
พูดหรอื เขียนโดยใชภาษาสอ่ื สารในสถานการณจริง และ สถานการณจำลองที่เกดิ ขน้ึ ในหองเรยี น
สถานศึกษา และชุมชน เขยี นเรื่องราวงาย ๆ จากการใชภาษาญีป่ ุนในการสืบคน คนควา สรุปความรู หรือ
ขอมูลจากสือ่ และแหลงเรยี นรูตาง รวมกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรม เหน็ คุณคาของการเรียนภาษาญ่ปี ุน
และนำความรูทีไ่ ดนำไปใชในการแสวงหาความรู ความบันเทิง โดยผานส่ือเทคโนโลยี หรอื นวัตกรรม เพอ่ื สราง
ความสมั พนั ธระหวางบุคคล ในสถานการณตางๆภายในสถานศึกษาไดอยางเหมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. อธิบายความเหมือนและความแตกตางของวิถีชีวิต ความคดิ ความเชือ่ ขนบธรรมเนียมประเพณี และ
วัฒนธรรมของประเทศญ่ีปุนและประเทศไทย (K,P,A)
2. สนทนาและเขียนตอบโตขอมลู ขาว เหตุการณ ประเด็นทใ่ี นความสนใจของสงั คมและสื่อสารอยาง
ตอเนอื่ งและเหมาะสมเกีย่ วกับตนเอง และเหตุการณตางในชีวิตประจำวนั (K,P,A)
3. แสดงความรูสึก ความคิดเห็นเกย่ี วกบั เรือ่ งตางๆ ประสบการณ ขาว/เหตุการณในทองถ่ิน สงั คมโลก
พรอมทั้งใหเหตุผลและยกตัวอยางประกอบ (K,P,A)
4. เลือกใชภาษา น้ำเสยี งกรยิ าทาทางเหมาะกบั ระดับของบุคคล โอกาส และสถานทต่ี ามมารยาทสังคม
และวัฒนธรรมของเจาของภาษา (K,P,A)
5. เขารวม และจัดกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรม
389
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
จ33202 ภาษาจนี เบอ้ื งตน6 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 120 ชั่วโมง จำนวน 3.0 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศกึ ษาทักษะการปฏบิ ตั ติ ามคำส่ังคำแนะนำคำช้ีแจงคำอธิบายและคำบรรยายทีฟ่ งและอานอาน
ออกเสียงตัวอักษรคำศัพทกลุมคำประโยคบทรอยกรองและคำคลองจองตามหลักการอานในระบบเสียง
ภาษาจีนกลางอธิบายหรอื เขียนประโยคหรอื ขอความใหสัมพนั ธกบั ประโยคหรือขอความตอบคำถามจบั
ใจความสำคัญสรปุ และแสดงความคดิ เหน็ พรอมใหเหตผุ ลและยกตัวอยางประกอบสนทนาอยางตอเน่อื งและ
เขียนโตตอบแลกเปลย่ี นขอมูลเกยี่ วกับตนเองเรอื่ งตางๆใกลตัวสถานการณ ขาวและเรื่องที่อยูในความสนใจ
ของสังคมพูดและเขียนแสดงความตองการขอและใหความชวยเหลือตอบรบั และปฏิเสธขอและใหขอมูล
บรรยายบรรยายอธบิ ายเปรยี บเทยี บและแสดงความคิดเห็นและใหเหตผุ ลเกี่ยวกบั เรือ่ งทฟี่ งและอานแสดง
ความรูสกึ ความคดิ เหน็ ของตนเองเก่ยี วกบั เร่ืองตางๆพรอมใหเหตผุ ลประกอบโดยใชกระบวนการฟงการพูด
การอานการเขียนและกระบวนการคดิ วเิ คราะหใชภาษาเปนเคร่อื งมอื ในการรบั สารและสงสารไดอยาง
คลองแคลวถกู ตองเขาถงึ สารไดอยางชดั เจนรวมท้ังกระบวนการสบื เสาะหาความรูและเขารวมกิจกรรมทาง
ภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัยเพื่อใหเกิดความรูความเขาใจเกิดเจตคตทิ ่ดี ีตอภาษาจีนตลอดจน
วฒั นธรรมของเจาของภาษาและนำไปใชไดอยางเหมาะสมตามกาลเทศะเกิดความคดิ รวบยอดนำไปสูการ
เชื่อมโยงความรูกับกลมุ สาระการเรยี นรูอน่ื
มคี ุณลกั ษณะอนั พึงประสงคในดานความมวี นิ ยั ใฝเรยี นรูซ่ือสตั ยสจุ ริตมงุ มนั่ ในการทำงานและมจี ิต
สาธารณะรวมถึงเพือ่ ใหนกั เรยี นเปนผมู ีรกั ชาติ ศาสน กษัตริยอยูอยางพอเพยี งรักความเปนไทยและอนุรักษ
พลังงานและส่งิ แวดลอม สืบสานศิลปวัฒนธรรมทองถนิ่ ชมุ ชนรวมพัฒนา ยดึ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
ผลการเรียนรู
1. ปฏบิ ตั ิตามคำส่งั คำแนะนำคำชแี้ จงคำอธิบายและคำบรรยายทางสอ่ื ตางๆ
2. อานออกเสยี งขอความ นิทาน บทรอยกรอง ขาว ประกาศหรือโฆษณา
3. อธิบายหรอื เขียนประโยคหรอื ขอความใหสมั พันธกับประโยคหรือขอความทฟ่ี งหรืออาน
4. ตอบคำถามจับใจความสำคัญสรปุ และแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับเรื่องท่ีฟงหรืออาน
5. สนทนาอยางตอเน่ืองและเขียนโตตอบแลกเปลี่ยนขอมลู เกยี่ วกับตนเองเรอื่ งตางๆใกลตัวสถานการณ ขาว
และเร่ืองท่ีอยูในความสนใจของสงั คม
6. พดู และเขยี นแสดงความตองการขอและใหความชวยเหลอื ตอบรับและปฏิเสธในสถานการณตางๆ
7. พูดและเขยี นเพอื่ ขอและใหขอมลู บรรยายบรรยายอธิบายเปรยี บเทียบและแสดงความคิดเห็นและให
เหตผุ ลเก่ียวกับเรือ่ งทฟี่ งและอาน
8. พดู และเขยี นแสดงความรูสึกความคดิ เหน็ ของตนเองเก่ยี วกับเรอ่ื งตางๆพรอมใหเหตุผลประกอบ
รวมทั้งหมด 8 ผลการเรยี นรู
390
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม
จ33204 ภาษาและวฒั นธรรมจีน 6 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา140 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
***************************************************************************************
ความรูทัว่ ไปเกยี่ วกับวัฒนธรรมจีน ไดแก ปรชั ญา ศาสนา คตคิ วามเชือ่ วรรณกรรม
สถาปตยกรรม โบราณสถาน โบราณวตั ถุ เทคโนโลยี ศิลปะ ประเพณี และวถิ ีชีวิตของชาวจีน ตง้ั แตอดีต
จนถึงปจจุบันเพื่อใหเกดิ ความรูความเขาใจเกิดเจตคตทิ ี่ดีตอภาษาจีนตลอดจนวัฒนธรรมของเจาของภาษา
และนำไปใชไดอยางเหมาะสมตามกาลเทศะเกดิ ความคิดรวบยอดนำไปสูการเช่อื มโยงความรกู บั กลุมสาระ
การเรยี นรูอนื่
มคี ณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคในดานความมีวนิ ยั ใฝเรยี นรูซ่อื สตั ยสุจริตมงุ มน่ั ในการทำงานและมจี ิต
สาธารณะรวมถงึ เพื่อใหนักเรียนเปนผมู ีรกั ชาติ ศาสน กษตั ริยอยูอยางพอเพยี งรกั ความเปนไทยและอนุรักษ
พลังงานและสง่ิ แวดลอม สืบสานศิลปวัฒนธรรมทองถิ่น ชมุ ชนรวมพัฒนา ยดึ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผลการเรียนรู
1. เลอื กใชภาษานำ้ เสยี งกิริยาทาทางใหเหมาะสมกับบคุ คลและโอกาสตามมารยาทและวัฒนธรรมจีน
2. อธิบายเก่ียวกบั ชวี ิตความเปนอยูความคดิ ความเช่ือและท่มี าของขนบธรรมเนียมและประเพณีของจนี
3. อธิบายและจัดกจิ กรรมเกย่ี วกับชวี ิตความเปนอยูขนบธรรมเนยี มประเพณีของจีน
4. อธิบายหรอื เปรียบเทยี บความแตกตางระหวางโครงสรางประโยคสำนวนคำพังเพยสุภาษิตของ
ภาษาจีนกบั ภาษาไทย
5. วิเคราะหหรอื อภิปรายความเหมือนและความแตกตางระหวางวิถชี ีวิตความเชอ่ื และวัฒนธรรมของ
เจาของภาษากบั วัฒนธรรมของไทยและนำไปใชอยางเหมาะสม
6. คนควาสืบคนบันทึกสรปุ และแสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกับขอมูลจากแหลงการเรยี นรูตางๆและนำเสนอ
ดวยการพูดหรือการเขียน
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู