292
คำอธบิ ายรายวชิ าวิชาพื้นฐาน
ส32102 พระพุทธศาสนา กลุมสาระการเรียนรูสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศกึ ษาลักษณะประชาธิปไตยในพระพทุ ธศาสนา หลักการของพระพุทธศาสนากบั หลักวทิ ยาศาสตร
การคดิ ตามนัยแหงพระพทุ ธศาสนากบั การคดิ แบบวทิ ยาศาสตร พระพุทธศาสนาเนนการฝกหัดอบรมตน
การพึ่งตนเอง และการมุงอสิ รภาพ พระพทุ ธศาสนาเนนการฝกหดั อบรมตน การพ่ึงตนเอง และการมุง
อิสรภาพพระพุทธศาสนากับปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและการพัฒนาแบบยั่งยนื ความสำคัญของ
พระพุทธศาสนากับการเมือง หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา เร่ือง อรยิ สัจ 4 ทุกข (ธรรมท่คี วรรู) : ขันธ 5 -
โลกธรรม 8, สมทุ ยั (ธรรมท่ีควรละ) : กรรมนิยาม-กรรม 12 นโิ รธ (ธรรมท่คี วรบรรลุ) : วมิ ุตติ 5, มรรค (ธรรม
ท่คี วรเจรญิ ) : อปริหานยิ ธรรม 7 ปาปณกิ ธรรม 3 ทฏิ ฐธมั มกิ ัตถสังวตั ตนิกธรรม 4 โภคอาทิยะ 5
อริยวฑั ฒิ 5 มงคล 38ในเรอ่ื ง ถกู โลกธรรมจติ ไมหวัน่ ไหว จิตไมเศราโศก จติ ไมมัวหมอง จติ เกษม
พทุ ธศาสนสภุ าษติ คือ ปฏิรูปการี ธุรวา อุ ฐาตา วินทฺ เต ธนํ (คนขยันเอาการเอางาน กระทำเหมาะสม ยอม
หาทรัพยได) วาเมเถว ปรุ โส ยาว อตถฺ สฺส นิปปฺ ทา (เกดิ เปนคนควรจะพยายาม จนกวาจะประสบความสำเรจ็ )
สนตฺ ุ ฐี ปรมํ ธนํ (ความสันโดษเปนทรพั ยอยางยิ่ง) อณิ าทานํ ทกุ ฺขํ โลเก (การเปนหนเ้ี ปนทกุ ขในโลก)
ประวตั ิพทุ ธสาวก พทุ ธสาวิกา และชาวพุทธตวั อยาง: พระอนุรทุ ธะ พระองคุลมิ าล พระธัมมทินนาเถรี
ชาดก : มโหสถชาดก ชาวพทุ ธตัวอยาง : สมเดจ็ พระนารายณมหาราช พระธรรมโกศาจารย พระพรหมมัง
คลาจารย ดร.เอ็มเบคการ วิธกี ารศกึ ษาและคนควาพระไตรปฎกและคัมภรี ของศาสนาอื่นๆ การสังคายนา
และเผยแพรพระไตรปฎก ความสำคญั และคุณคาของพระไตรปฎก ตวั อยางผลท่เี กิดจากการทำความดี
ความช่วั โยนโิ สมนสกิ าร ดวยวิธคี ิดแบบอริยสจั ปฏบิ ัตติ นเปนสมาชิกทีด่ ีของครอบครวั และสังคม: การ
รักษาศลี 8 การเขารวมกิจกรรม และเปนสมาชิกขององคกรชาวพทุ ธ การปฏิบตั ิตนทเ่ี หมาะสมในฐานะ
ผูปกครอง และผูอยูในปกครองตามหลกั ทิศเบือ้ งลางในทิศ 6 การปฏสิ ันถารตามหลักปฏิสันถาร 2 ความหมาย
ความสำคัญ คติธรรม ในพธิ ีกรรม บทสวดมนตของนักเรียน งานพธิ ี คณุ คาและประโยชนพธิ ีบรรพชา
อุปสมบท คุณสมบัตขิ องผูขอบรรพชาอุปสมบท เครือ่ งอฏั ฐบรขิ าร ประโยชนของการบรรพชาอุปสมบท การ
แสดงตนเปนพุทธมามกะ (ข้ันเตรียมการ , ขั้นพธิ ีการ) หลักธรรม คตธิ รรมทีเ่ กย่ี วเน่อื งกบั วันสำคญั และ
เทศกาลท่สี ำคัญในพระพทุ ธศาสนาหรอื ศาสนาอื่น การปฏิบัติตนที่ถูกตองในวนั สำคญั และเทศกาลทสี่ ำคัญใน
พระพุทธศาสนา หรือศาสนาอืน่ การปกปอง คุมครอง ธำรงรักษาพระพทุ ธศาสนาของพุทธบริษทั ในสงั คมไทย
การปลูกจิตสำนึกและการมีสวนรวมในสงั คมพุทธ
โดยใชกระบวนการความรูความเขาใจ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุม กระบวนการคิด
วเิ คราะห สงั เคราะห ประเมนิ คา
เพื่อใหเกิดศรัทธาอยางยิ่งตอพระรตั นตรัย และรักการเรียนรูพระพุทธศาสนา ประพฤตปิ ฏิบัติตน
เปนพุทธศาสนิกชนที่ดีมีคุณธรรม จริยธรรมในการอยูรวมกันในสังคม และสามารถนำหลักธรรมไปใชเปน
เคร่ืองมือในการเรียนรู การทำงานอยางมีคุณคาตอชีวิตตนเองและสังคมโดยสวนรวม รูจกั ตนเอง พ่ึงตนเอง
293
มีวินัย ใฝเรียนรู ซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรมนำชีวิต อยูอยางพอเพียงตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง สูจิต
สาธารณะ มีความมุงมั่นในการทำงาน เห็นคุณคาของการทำงาน รูจักคิดวิเคราะห การทำงานกลุม มีจิต
สาธารณะ เสียสละเห็นแกประโยชนสวนรวม ดำรงชวี ติ อยูรวมกันในสังคมไทยและสงั คมโลกอยางสนั ตสิ ุข
รหสั ตวั ชี้วัด
ส 1.1 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3, ม.5/4, ม.5/5, ม.5/6
ส 1.1 ม.5/6, ม.5/7, ม.5/8, ม.5/9
ส 1.2 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3, ม.5/4, ม.5/5
รวม 15 ตัวช้ีวดั
294
คำอธบิ ายรายวชิ าวชิ าพ้นื ฐาน
ส32104 ประวัติศาสตร กลุมสาระการเรียนรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียน 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
*********************************************************************************
ศึกษาปจจัยทางภูมิศาสตรที่มีผลตอพัฒนาการของมนุษยชาติและของประเทศไทย การสรางสรรค
พัฒนาการของมนุษยชาติในแหลงอารยธรรมตะวันตกและตะวันออก เหตุการณสำคัญตางๆที่สงผล
เปลี่ยนแปลงของโลกในปจจบุ ัน การขยายและการลาอาณานิคม ความรวมมอื และความขดั แยงของมนุษยชาติ
ในโลกในครสิ ตศตวรรษที่ 20 ตลอดถึงสถานการณสำคญั ของโลกในครสิ ตศตวรรษท่ี 21
โดยใชกระบวนการความรูความเขาใจ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุม กระบวนการคิด
วเิ คราะห สังเคราะห ประเมนิ คา
เพ่ือใหนกั เรียนมคี วามรูความเขาใจความหมายความสำคญั ของยุคสมัยทางประวัติศาสตรนำไปสูความ
เขาใจการสรางองคความรูใหมโดยใหความสำคัญกับหลักฐานและมิติแหงเวลารวมทั้งเขาใจผลที่มีการ
สรางสรรคและพัฒนาการของมนุษยชาติในแหลงอารยธรรมตะวนั ออกและตะวันตก ตลอดจนเปรียบเทียบการ
เปลี่ยนแปลงทางดานสังคม การเมือง เศรษฐกิจ ของอารยธรรมตะวันตกและอารยธรรมตะวันออก
ตระหนักถึงความสำคัญของผลงานมนุษยชาติที่นำไปสูความรวมมือและความขัดแยงในภูมภิ าคตางๆ ของโลก
พรอมเสนอแนวทางการประสานประโยชนเพื่อสันติภาพของโลก รูจักตนเอง พึ่งตนเอง มีวินัย ใฝเรียนรู
ซอ่ื สตั ยสุจริต มคี ณุ ธรรมนำชีวิต อยูอยางพอเพยี งตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพียง สูจิตสาธารณะ มคี วามมุงม่นั
ในการทำงาน เห็นคุณคาของการทำงาน รูจักคิดวิเคราะห การทำงานกลุม มีจิตสาธารณะ เสียสละเห็นแก
ประโยชนสวนรวม ดำรงชีวติ อยูรวมกันในสังคมไทยและสงั คมโลกอยางสนั ติสุข
รหัสตัวชี้วัด
ส 4.2 ม.5/1 , ม.5/2 , ม.5/3 , ม.5/4
รวม 4 ตัวช้ีวัด
295
คำอธิบายรายวชิ าวชิ าเพมิ่ เติม
ส20234 หนาทีพ่ ลเมอื ง 4 กลุมสาระการเรียนรู สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรยี น 1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
*********************************************************************************
ปฏิบัติตนเปนพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ในเรื่องการใชสิทธิและหนาที่ การใชเสรีภาพอยาง
รับผิดชอบ การมีสวนรวมในกิจกรรมการเลือกตั้งมีสวนรวมและรับผิดชอบในการตัดสินใจตอกิจกรรมของ
หองเรยี นและโรงเรียน ตรวจสอบขอมลู ตรวจสอบการทำหนาทข่ี องบุคคลเพ่ือใชประกอบการตดั สินใจ ปฏิบัติ
ตนเปนผูมีวินัยในตนเองในเร่ืองความซื่อสตั ยสจุ ริต ขยันหมนั่ เพียร ใฝหาความรู ตงั้ ใจปฏิบัติหนาท่ีและยอมรับ
ผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง เห็นคุณคาของการอยูรวมกันอยางสันติทามกลางความหลากหลายทาง
สงั คมวัฒนธรรมในภมู ิภาคตางๆ ของโลกในเรอ่ื งวิถีชวี ิต วฒั นธรรมศาสนา สิ่งแวดลอม การอยูรวมกันในสังคม
พหุวัฒนธรรมและพ่ึงพาซึ่งกันและกัน ในเรื่องการเคารพซึ่งกันและกัน ไมแสดงกิริยาและวาจาดูหมิ่นผูอ่ืน
ชวยเหลอื ซึ่งกันและกัน แบงปน มีสวนรวมและเสนอแนวทางการปองกันปญหาความขัดแยงในเรื่องทัศนคติ
ความคดิ ความเช่อื ชูสาว ปฏบิ ัตติ นเปนผมู วี ินัยในตนเองในเรือ่ งความซ่อื สัตยสุจริต อดทน ใฝหาความรู ต้ังใจ
ปฏิบตั หิ นาท่ี และยอมรับผลท่ีเกดิ จากการกระทำของตนเอง
โดยใชกระบวนการกลุม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ
กระบวนการแกปญหากระบวนการสืบเสาะหาความรู กระบวนการสรางความตระหนัก กระบวนการสราง
คานยิ ม และกระบวนการสรางเจตคติ
เพื่อใหผูเรียนมี เปนพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุข
มีสวนรวมทางการเมืองการปกครอง อยูรวมกับผูอื่นอยางสันติ จัดการความขัดแยงดวยสันติวิธี และมีวินัยใน
ตนเอง รจู กั ตนเอง พงึ่ ตนเอง มีวินยั ใฝเรยี นรู ซอื่ สตั ยสจุ รติ มคี ุณธรรมนำชีวติ อยูอยางพอเพียงตามหลัก
เศรษฐกิจพอเพียง สูจิตสาธารณะ มีความมุงมั่นในการทำงาน เห็นคุณคาของการทำงาน รูจักคดิ วิเคราะห
การทำงานกลุม มีจติ สาธารณะ เสยี สละเห็นแกประโยชนสวนรวม ดำรงชีวิตอยูรวมกนั ในสงั คมไทยและสังคม
โลกอยางสนั ตสิ ขุ
ผลการเรียนรู
1. ปฏบิ ัติตนเปนพลเมืองดีตามวิถปี ระชาธปิ ไตย
2. มสี วนรวมและรับผดิ ชอบในการตดั สินใจ ตรวจสอบขอมลู ตรวจสอบการทำหนาที่ของบคุ คล
เพอ่ื ใชประกอบการตัดสินใจ
3. เหน็ คุณคาของการอยูรวมกันในภมู ิภาคตาง ๆ ของโลกอยางสนั ติและพ่ึงพาซ่ึงกนั และกนั
4. มีสวนรวมและเสนอแนวทางการปองกนั ปญหาความขัดแยง
5. ปฏบิ ัตติ นเปนผมู ีวนิ ัยในตนเอง
รวมทัง้ หมด 5 ผลการเรยี นรู
296
คำอธิบายรายวิชาวิชาเพิม่ เติม
ส32202 กฎหมายท่ีควรรู กลุมสาระการเรยี นรู สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศกึ ษาความหมายและองคประกอบ ประโยชนและความสำคัญ ประเภทและระบบของกฎหมาย
การจัดทำกฎหมายลายลักษณอักษร การใชกฎหมายลายลักษณอักษร หลักกฎหมายแพงและพาณิชย
กฎหมายแรงงาน สามารถวิเคราะห และปฏิบัติ ตนตามกฎหมายที่เกี่ยวของกับตนเอง ครอบครัว ชุมชน
ประเทศชาติ และสังคมโลก สามารถอธิบายความหมายและ องคประกอบของกฎหมาย การแบงประเภท
ของกฎหมาย ระบบและ ลักษณะสำคัญของระบบกฎหมาย สามารถอธบิ ายขัน้ ตอนในการจัดทำกฎหมาย
ลายลักษณอักษรแตละประเภท วิธีการใชกฎหมายลายลักษณอักษร สามารถนำเอาหลักการของกฎหมาย
แพงและพาณิชยและหลักการของกฎหมายแรงงานไปใชในชีวติ ประจำวันได ตลอดจนปฏิบตั ิตนตามหนาที่
พลเมืองดี มีคานิยมที่ดีงาม และธำรงรักษาประเพณี และวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตรวมกันในสังคมไทย และ
สงั คมโลกอยางสนั ตสิ ขุ
โดยใชกระบวนการ ความรู ความเขาใจ กระบวนการปฏิบตั ิ กระบวนการวเิ คราะห สังเคราะห และ
กระบวนการกลมุ
เพื่อใหประพฤติปฏิบัติตนตามกฎหมายเบื้องตน และกฎหมายในชีวิตประจำวันไดอยางถูกตองมี
คุณธรรม จริยธรรมในการอยูรวมกันในสังคม และสามารถนำหลักกฎหมายไปใชเปนเครื่องมือในการเรียนรู
การทำงานอยางมีคุณคาตอชีวิตตนเองและสังคมโดยสวนรวม รูจักตนเอง พึ่งตนเอง มีวินัย ใฝเรียนรู
ซอ่ื สตั ยสุจรติ มีคณุ ธรรมนำชีวติ อยูอยางพอเพยี งตามหลักเศรษฐกจิ พอเพียง สูจติ สาธารณะ มคี วามมุงม่นั
ในการทำงาน เห็นคุณคาของการทำงาน รูจักคิดวิเคราะห การทำงานกลุม มีจิตสาธารณะ เสียสละเหน็ แก
ประโยชนสวนรวม ดำรงชวี ติ อยูรวมกนั ในสังคมไทยและสงั คมโลกอยางสนั ติสขุ
รหัสตวั ชี้วดั
ส.2.1 ม.74/1 , ม.4/2 , ม.4/3 , ม.4/4 , ม.4/5 , ม.4/6 , ม.4/7
รวม 7 ตวั ชี้วัด
297
คำอธบิ ายรายวชิ า
พ32102 สขุ ศกึ ษา 4 กลมุ สาระการเรยี นรูสุขศกึ ษาและพลศึกษา
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศึกษา วิเคราะห และอธิบายสาเหตุของการเจ็บปวยและการตายของคนไทย เพื่อหาแนวทางการ
ปองกันทเ่ี หมาะสม วางแผนและปฏิบตั ิเพ่ือสรางเสริมสมรรถภาพ ทางกายและกลไกของตนเองใหมีสุขภาพท่ีดี
ปฏิบัติตนตามสิทธิขั้นพื้นฐานของผูบริโภค และกฎหมายที่เกี่ยวของกับการคุมครองผูบริโภค เพื่อความ
ปลอดภยั และรักษาไวซึ่งสิทธิที่ควรไดรบั
โดยใชกระบวนการจัดการเรียนรูแบบกระบวนการกลุม กระบวนการสืบคนขอมลู กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการวิเคราะห และอภิปรายเพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สำนึกในคุณคาและศักยภาพของตนเอง
เพื่อใหสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนำประสบการณไปปรับใชใหเกิดประโยชนสูงสุดในการดำเนินชีวิต
นำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มีคุณธรรม จริยธรรม ซ่ือสัตยสุจรติ มีคานิยมที่เหมาะสมและดำเนินชีวิตตาม
หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
รหัสตวั ชวี้ ัด
พ 1.1 ม.4-6/2
พ 4.1 ม.4-6/4 พ 4.1 ม.4-6/4 พ 4.1 ม.4-6/4 พ 4.1 ม.4-6/7
พ 5.1 ม.4-6/3
รวมท้ังหมด 6 ตวั ช้วี ัด
298
คำอธิบายรายวิชา
พ32212 พลศึกษา 4(ฟตุ ซอล) กลุมสาระการเรียนรูสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศึกษาเพื่อใหมีความรู ความเขาใจ เรื่องเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวรางกาย หลักการออกกำลังกาย
การทดสอบสมรรถภาพทางกาย ทักษะเบื้องตนกีฬาฟุตซอล การเลนเปนทีมปฏิบัติกิจกรรมดวยความ
สนุกสนานปลอดภยั การออกกำลังกาย การพักผอน และนนั ทนาการ กฎ กติกา ในการเลนกฬี า วิธีการรุกและ
การปองกันในการแขงขันกีฬา การควบคุมตนเอง การมีน้ำใจนักกีฬา การทำงานเปนทีม การวางแผน
สมรรถภาพทางกาย สมรรถภาพทางจิต การบริหารจิต เห็นคุณคาของการออกกำลังกาย การออกกำลัง
กายและการเลนกีฬาปฏิบัติกิจกรรมดวยความสนุกสนานปลอดภัย ชื่นชมและเห็นคุณคาของการออกกำลัง
กาย เคารพ กฎ กตกิ าการแขงขนั
ชนื่ ชมและเห็นคณุ คาของการออกกำลงั กาย เคารพ กฎ กติกาการแขงขัน มีน้ำใจนักกฬี าและใหความ
รวมมือในการทำงานเปนทีม โดยใชทักษะและการปฏิบตั ิตนเพื่อนำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มีคุณธรรม
จรยิ ธรรม ซื่อสัตยสุจรติ มคี านิยมทีเ่ หมาะสมและดำเนินชีวิตตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหัสตวั ชว้ี ัด
พ 3.1 ม.4-6/1 พ 3.1 ม.4-6/2 พ 3.1 ม.4-6/3 พ 3.1 ม.4-6/4
พ 3.2 ม.4-6/1 พ 3.2 ม.4-6/2 พ 3.2 ม.4-6/3 พ 3.2 ม.4-6/4
พ 4.1 ม.4-6/7
รวมทง้ั หมด 9 ตวั ชี้วัด
299
คำอธบิ ายรายวิชา
พ32204 เปตอง กลมุ สาระการเรยี นรูสขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 5(เอกพลศึกษา) ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศึกษาประวัติความเปนมาของกฬี าเปตอง และผูนำกฬี าเปตองเขามาเผยแพรในประเทศไทย ใหเปนท่ี
รจู กั ในปจจุบันไดแพรหลายไปทว่ั ทุกภาค และกำลังไดรับความนิยมเพ่ิมขึน้ เรื่อยๆ กฬี าเปตองไดแพรหลายเขา
สูระบบการศกึ ษาของไทย และเลอื กใหเปนกิจกรรมนนั ทนาการในสถานศกึ ษา โดยฝกทักษะพืน้ ฐานในการเลน
กีฬาเปตองใหเกิดความชำนาญ มีความรูเกี่ยวกับขนาดสนาม อุปกรณการเลนเปตอง และกฎระเบียบ กติกา
การแขงขันเปตองอยางถูกตอง เพื่อเปนกิจกรรมกีฬาและนันทนาการที่สงเสริมความสามัคคี ลดความเครียด
จากภารกิจ หนาท่ีการงานไดอยางมีประสทิ ธิภาพ
โดยใชกระบวนการทางพลศึกษา ความสามารถในการคิด การแกปญหา การสื่อสาร การใชทกั ษะชีวิต
ในการดูแลและสรางเสริมสุขภาพและสมรรถภาพทางกายของตนเอง รวมทั้งออกกำลังกาย ปฏิบัติตามกฎ
กติกา ขอตกลงในการเลนกฬี าเปตองตามคำแนะนำ
เพ่ือใหรกั การเรียนรใู นวิชาพลศึกษา เห็นความสำคัญของการมีสุขภาพและสมรรถภาพทางกายท่ีดี ใฝ
เรียนรู มวี นิ ยั มนี ำ้ ใจนักกฬี า และมจี ิตสาธารณะ
ชื่นชมและเห็นคุณคาของการออกกำลังกาย รูจักการเปนผูนำและผูตามที่ดี มีน้ำใจนักกีฬาและให
ความรวมมือในการทำงานเปนทีม โดยใชทักษะและการปฏิบัติตนเพื่อนำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มี
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ซือ่ สตั ยสุจรติ มีคานิยมท่เี หมาะสมและดำเนินชีวิตตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหัสตัวชีว้ ดั
พ 3.1 ม.4-6/1 พ 3.1 ม.4-6/2 พ 3.1 ม.4-6/3 พ 3.1 ม.4-6/4
พ 3.2 ม.4-6/1 พ 3.2 ม.4-6/2 พ 3.2 ม.4-6/3 พ 3.2 ม.4-6/4
พ 4.1 ม.4-6/7
รวมทง้ั หมด 9 ตวั ชีว้ ัด
300
คำอธบิ ายรายวชิ า
พ32206 ทักษะเทเบลิ เทนนิส กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศกึ ษา
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5(เอกพลศกึ ษา) ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ช่วั โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศึกษาความรูเบ้ืองตนเกี่ยวกบั กีฬาเทเบิลเทนนิส วิธกี ารดูแลรักษาและสรางเสริมสมรรถภาพทางกาย
ในการเลนกีฬาเทเบิลเทนนิส ทักษะพื้นฐานของกีฬาเทเบิลเทนนิส เทคนิคและแบบฝกกีฬาเทเบลิ เทนนิสใน
ระดับแขงขัน รวมทัง้ แบบทดสอบทกั ษะกีฬาเทเบิลเทนนิส
โดยใชกระบวนการทางพลศกึ ษา ความสามารถในการคิด การแกปญหา การส่ือสาร การใชทักษะชวี ิต
ในการดูแลและสรางเสริมสุขภาพและสมรรถภาพทางกายของตนเอง รวมทั้งออกกำลังกาย ปฏิบัติตามกฎ
กตกิ า ขอตกลงในการเลนกีฬาเทเบลิ เทนนสิ ตามคำแนะนำ
เพอ่ื ใหรักการเรยี นรใู นวิชาพลศกึ ษา เหน็ ความสำคญั ของการมสี ุขภาพและสมรรถภาพทางกายที่ดี ใฝ
เรยี นรู มวี ินยั มีน้ำใจนกั กฬี า และมีจิตสาธารณะ
ชื่นชมและเห็นคุณคาของการออกกำลังกาย รูจักการเปนผูนำและผูตามที่ดี มีน้ำใจนักกีฬาและให
ความรวมมือในการทำงานเปนทีม โดยใชทักษะและการปฏิบัติตนเพื่อนำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มี
คุณธรรม จรยิ ธรรม ซือ่ สตั ยสจุ รติ มคี านยิ มทเี่ หมาะสมและดำเนินชวี ิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
รหัสตวั ช้ีวัด
พ 3.1 ม.4-6/1 พ 3.1 ม.4-6/2 พ 3.1 ม.4-6/3 พ 3.1 ม.4-6/4
พ 3.2 ม.4-6/1 พ 3.2 ม.4-6/2 พ 3.2 ม.4-6/3 พ 3.2 ม.4-6/4
พ 4.1 ม.4-6/7
รวมทง้ั หมด 9 ตัวช้วี ัด
301
คำอธบิ ายรายวชิ า
พ32214 การตดั สินฟตุ ซอล กลุมสาระการเรยี นรูสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 5(เอกพลศกึ ษา) ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศึกษาหลักการเพื่อเพิ่มพนู ความสามารถในการเคลื่อนไหวท่ีใชทักษะกลไก และทักษะพื้นฐาน ที่จะ
นำไปสูการพัฒนาทักษะเกี่ยวกับศิลปะปองกันตวั รูปแบบการเคลื่อนไหว ตลอดจนการนำหลักการทาง
วิทยาศาสตรการเคลื่อนไหว ไปใชในการออกกำลังกายและการปองกันตนเอง ดวยความสนุกสนานและ
ความปลอดภยั ตลอดจนการสรางเสริมสมรรถภาพรางกายทด่ี ี
โดยจัดกิจกรรมสงเสริมการพัฒนาทักษะ ฝกปฏิบัติ อบรมสัง่ สอน ทดสอบ สงั เกต อธบิ าย
นำเสนอ โดยเนนการปฏิบตั ิและคำนึงถงึ ความแตกตางของบุคคล
เพื่อใหเกิดความเขาใจ มีระเบียบวินัย รับผิดชอบ มีน้ำใจ สามัคคี ซื่อสัตย มีคุณธรรมจริยธรรม
รักษาสขุ ภาพตนเอง นำความรูไปประยกุ ตใชใหเกิดประโยชนและมีเจตคตทิ ่ดี ีตอการออกกำลงั กาย
ชื่นชมและเห็นคุณคาของการออกกำลังกาย รูจักการเปนผูนำและผูตามที่ดี มีน้ำใจนักกีฬาและให
ความรวมมือในการทำงานเปนทีม โดยใชทักษะและการปฏิบัติตนเพื่อนำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มี
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ซือ่ สัตยสจุ ริต มคี านยิ มท่ีเหมาะสมและดำเนนิ ชวี ิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั ตัวชีว้ ัด
พ 3.1 ม.4-6/1 พ 3.1 ม.4-6/2 พ 3.1 ม.4-6/3 พ 3.1 ม.4-6/4 พ 3.1 ม.4-6/5
พ 3.2 ม.4-6/2 พ 3.2 ม.4-6/3
พ 4.1 ม.4-6/5 พ 4.1 ม.4-6/7
รวมท้ังหมด 9 ตวั ช้วี ัด
302
คำอธิบายรายวชิ า
ศ32102 ศิลปะ(ดนตรี) กลุมสาระการเรียนรูศลิ ปะ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศึกษา ฝกปฏิบัติ คิดวิเคราะหถึง เทคนิคและการถายทอดอารมณเพลงดวยการรอง
บรรเลงเครือ่ งดนตรีเดย่ี วและรวมวง การถายทอดอารมณ ความรูสกึ ของงานดนตรีจากแตละวัฒนธรรม ดนตรี
กบั การผอนคลาย ดนตรกี บั การพัฒนามนุษย ดนตรกี ับการประชาสมั พันธ ดนตรีกับการบำบดั รกั ษา ดนตรี
กับธุรกิจ ดนตรีกับการศึกษา บทบาทดนตรีในการสะทอนสังคม คานยิ มของสังคมในผลงานดนตรี ความ
เชื่อของสังคมในงานดนตรี แนวทางและวิธีการในการสงเสริมอนุรักษดนตรีไทย โดยใชกระบวนการเรียนรู
ความรูความเขาใจ กระบวนการคิดวิเคราะหกระบวนการคดิ สรางสรรค กระบวนการนำเสนอ กระบวนการ
ปฏิบัติ
เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ ความสัมพันธระหวางดนตรี ประวัติศาสตรและวัฒนธรรมเหน็
คุณคาของดนตรีเปนมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปญญาทองถ่ิน ภูมิปญญาไทยและสากล สามารถแสดงออก
ทางดานดนตรี วิเคราะห วิพากษวิจารณ ถายทอดความรูสึกความคิดตอดนตรีอยางอิสระ ชื่นชมและ
ประยุกตใชในชีวิตประจำวัน
มาตรฐาน ศ 2.1 ตัวชว้ี ัด ม.1/1, ม.1/2,ม. 1/3
ศ 2.2 ตวั ชว้ี ดั ม.2/1, ม.2/2
รวมทงั้ หมด 5 ตัวชวี้ ัด
303
คำอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ง32102 การงานอาชีพ 4 กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชพี
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
*********************************************************************************
ศึกษา เรยี นรู การแกปญหาโดยการวิเคราะหและกำหนดรายละเอยี ดของปญหา การเลือกเครือ่ งมือ
และออกแบบข้ันตอนวิธีการดำเนนิ การแกปญหา การตรวจสอบและการปรับปรุง การถายทอดความคิดในการ
แกปญหาอยางมีขั้นตอนการเขียนโปรแกรม ขั้นตอนการพฒั นาโปรแกรม โครงงานคอมพิวเตอร การพัฒนา
โครงงานคอมพิวเตอร ตลอดจนการเลอื กใชฮารแวรและซอฟตแวรใหเหมาะสมกบั งาน
โดยใชกระบวนการปฏิบัติ กระบวนการสื่อสาร กระบวนการวางแผนการจัดการ กระบวนการคิด
กระบวนการแกปญหา และกระบวนการสบื คน
เพอื่ ใหมคี วามรู ความเขาใจ มที กั ษะกระบวนการ และมคี วามสามารถในการส่ือสาร ความสามารถ
ในการคดิ ความสามารถในการแกปญหา ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ ตลอดจนมีคุณภาพและจริยธรรม
ในการใชเทคโนโลยีสารสนเทศ
โดยมีคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค คือ ขยัน ประหยัด อดทน ซอ่ื สัตย สุจริต มวี ินยั ใฝเรยี นรู
อยูอยางพอเพยี ง รบั ผิดชอบ มุงมั่นในการทำงาน ทำงานเปนขน้ั ตอน เปนระบบ บรรลเุ ปาหมาย ปลอดภัย
มีความคดิ สรางสรรคใชทรพั ยากรในการทำงานอยางคุมคาและอนุรักษสงิ่ แวดลอมตามหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง
ตัวช้ีวดั
ง 1.1 ม.5/1 ม.5/2 ม.5/3 ม.5/4 ม.5/5 ม.5/6 ม.5/7
รวม 7 ตัวช้วี ดั
304
คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
อ32102 ภาษาอังกฤษ 10 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
*********************************************************************************
ศึกษาคำแนะนำในคูมือการใชงานตางๆ คำชแี้ จงททคำอธิบาย และคำบรรยายท่ีฟงและอาน อาน
ออกเสียงขอความ ขาว ประกาศ โฆษณา บทรอยกรอง และบทละครสัน้ (Skit) ถูกตองตามหลักการอาน
พูดและเขียนนำเสนอขอมูลเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ ขาว/เหตุการณ เรื่องและประเด็นตางๆ ตามความ
สนใจของสังคม เลอื กใชภาษา นำ้ เสยี ง และกริยาทาทางใหเหมาะสมกับระดบั ของบุคคล โอกาส และสถานท่ี
ตามมารยาท สงั คมและวัฒนธรรมของเจาของภาษา อธิบาย/เปรียบเทียบความแตกตางระหวางโครงสราง
ประโยค ขอความ สำนวน คำพังเพย สภุ าษติ และบทกลอนของภาษาตางประเทศและภาษาไทย
โดยใชกระบวนการเรียนรูภาษาตางประเทศวิเคราะห/อธิปราย ความเหมือนและความแตกตาง
ระหวางวถิ ชี ีวิต ความเชื่อและวัฒนธรรมของเจาของภาษากบั ของไทยและนำไปใชอยางมีเหตผุ ล คนควา
สืบคน บันทึก สรปุ และแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกบั ขอมลู ท่ีเกยี่ วของกับกลุมสาระการเรียนรูอน่ื จากกแหลง
เรยี นรตู างๆ และนำเสนอดวยการพูดและเขียน
เพ่ือการใชภาษาสอ่ื สารในสถานการณจริง/สถานการณจำลองท่เี กิดขน้ึ ในหองเรยี น สถานศึกษา
ชุมชน และสงั คม ใชภาษาตางประเทศในการสืบคน/คนควา รวบรวม วิเคราะห และสรปุ ความรู/ขอมูล
ตางๆจากสือ่ และแหลงเรยี นรตู างๆ ในการศกึ ษาตอและประกอบอาชีพ
รหสั ตวั ชี้วัด
ต1.1 ม.5/1 ต1.1 ม.5/2 ต1.1 ม.5/3 ต1.1 ม.5/4
ต1.2 ม.5/1 ต1.2 ม.5/2 ต1.2 ม.5/3 ต1.2 ม. 5/4 ต1.2 ม.5/5
ต1.3 ม.5/1 ต1.3 ม.5/2 ต1.3 ม. 5/3
ต2.1 ม.5/1 ต2.1 ม.5/2 ต2.1 ม.5/3
ต2.2 ม.5/1 ต2.2 ม. 5/2
ต3.1 ม.5/1
ต.4/1 ม.5/1
ต4.2 ม.5/1 ต4.2 ม.5/2
รวมท้ังหมด21 ตัวช้วี ัด
305
คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม
อ32202 องั กฤษ TGAT 2 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
*********************************************************************************
ศึกษารปู แบบตางๆสมั พันธกับประโยคและโครงสรางและวิเคราะห สรปุ ตีความ แสดงความคดิ เหน็
จากการฟงงจากเรอ่ื งทอ่ี านทีเ่ ปน สารคดี ประเด็นขาวพรอมใหเหตผุ ลประกอบประเด็นที่ตนเองสนใจ
โดยใชกระบวนการคดิ วิเคราะหสอ่ื ความ อภปิ ราย แสดงความคดิ เห็น อธิบายเปรยี บเทยี บ ความ
แตกตางประโยคและโครงสราง ขัอความ สำนวนประเด็นขาวที่คนควา รวบรวม วเิ คราะหและสรุปองคความรู
นำเสนอขอมูลโดยการพดู ขอเทจ็ จรงิ และเขยี นสื่อความ
เพอ่ื ใหผูเรียนมเี จตคติท่ีดตี อภาษาตางประเทศใชภาษาตางประเทศเปนเครื่องมือพืน้ ฐานในการศึกษา
ตอ การประกอบอาชพี และแลกเปลี่ยนการเรียนรูกับสงคมโลก
ผลการเรียนรู
1. ใชภาษาตางประเทศในการสบื คน/คนควา รวบรวม วเิ คราะหและสรุปขอความ สอื่ ความ
2.อธบิ าย เปรียบเทยี บความแตกตางประโยคและโครงสราง ขอั ความ สำนวนประเดน็ ขาวทค่ี นควา รวบรวม
วเิ คราะหและสรปุ องคความรู
3 พดู และเขยี นบรรยาย เปรียบเทียบและแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับประเดน็ / ขาว เหตุการณที่ฟงและอาน
อยางเหมาะสม
4.อธบิ ายและเขียนบรรยายประโยคและโครงสราง ขัอความท่ไี มใชความเรยี งรปู แบบตางๆที่อาน รวมถึงระบุ
และเขยี นส่ือความที่ไมใชความเรียงรปู แบบตางๆใหสมั พนั ธประโยคและโครงสราง ขอั ความ สำนวนประเด็น
ขาวทอ่ี าน
5.เลื่อกใชภาษา น้ำเสยี ง และกิรยิ าทาทางเหมะสมกับ บุคคล โอกาสและสถานทีต่ ามมารยาทสังคมและ
วัฒนธรรมเจาของภาษา.
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู
306
คำอธิบายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
อ32206 ภาษาองั กฤษในชีวิตประจำวนั 2 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศกึ ษาคำสง่ั คำขอรอง ภาษา ทาทาง และประโยคงายๆ ในสถานการณตางๆ การทกั ทาย การกลาว
คำอวยพร ส่งั อาหาร ทำเมนอู าหาร และวิธที ำอาหารพดู บทสนทนาโตตอบเรื่องราวตางๆ แปลเร่ืองราว
ตางๆ ตามความสนใจ เขาใจคำวลี คำสภุ าษิตทพี่ บเห็นในชวี ติ ประจำวัน ใชภาษาในการติดตอสือ่ สาร โดย
ผานทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส ฟง และ ดูส่ือตางๆ ท่ีพบเหน็ ในชีวติ ประจำวัน ประยกุ ตการอาน
ภาษาตางประเทศกบั ส่ิงของ ฉลาก ปายโฆษณา ตวั อักษรตางๆ ใชภาษาในการแสดงความรูสกึ ของตนเอง
และส่ิงใกลตัวดวยทาทาง บอกขอมลู รูปประโยคสนั้ ๆ กิจวตั รประจำวนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ขอมลู
อยางมเี หตผุ ล
โดยใชกระบวนการภาษาตางประเทศทำกิจกรรมเก่ียวกบั ภาษาตางประเทศกับสถานการณตางๆ เลน
เกม รองเพลง อานนทิ าน ฟงเทป ดูโทรทัศน ฝกการสนทนาภาษาตางประเทศกับบคุ คลอ่ืน ใช
ภาษาตางประเทศ ในการส่ือสารขัน้ พน้ื ฐาน ในชีวติ ประจำวัน สรางสถานการณ จำลองเพ่ือการสอื่ สาร ใช
ภาษาตางประเทศในการปฏิบัติงานรวมกับผูอน่ื อยางมคี วามสขุ แสดงความคิดเห็นและรับฟงความคดิ เหน็
ของผูอ่ืน
เพ่อื ใหผูเรยี นมีเจตคติที่ดีตอภาษาองั กฤษ ใชภาษาตางประเทศในชีวิตประจำวัน เขาถึงองคความรู
ตางๆ มวี ิสัยทศั นในการดำเนินชีวิต มีความรูความเขาในเรื่องราวและวัฒนธรรม อันหลากหลายของ
ประชาคมโลก สามารถถายทอดความคิดและวัฒนธรรมไทยไปยงั สงคมโลกไดอยางสรางสรรค
ผลการเรียนรู
1. ใชภาษาในการสั่งอาหาร ทำเมนูอาหารได
2. ใชภาษาในการบอกสวนผสมและวิธปี รงุ อาหารได
3. แปลเร่อื งราวตางๆ ตามความสนใจและนำเสนอไดอยางถูกตองและมั่นใจ
4. เขาใจคำวลี คำสภุ าษติ ท่ีพบเหน็ อยูเปนประจำได
5. ใชภาษาในการเขยี นจดหมายอิเลก็ ทรอนิคสได
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู
307
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
อ32210 อังกฤษคดิ วิเคราะห 4 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
*********************************************************************************
เขาใจน้ำเสยี งความรูสกึ ของผูพดู คำสงั่ คำขอรองคำแนะนำ ความแตกตางดานภาษา วัฒนธรรม
ประเพณี อานออกเสยี งบทอานไดถูกตองตามหลกั การอานออกเสยี งและเหมาะสม เนอื้ หาทอี่ าน ตีความ
วิเคราะห ขอความ ขอมลู ขาวสาร สารคดี บนั เทงิ คดี สือ่ ท่ีมีความเรียงจากส่ิงพิมพหรือส่ืออเิ ล็กทรอนิคส
ในหวั ขอตางๆ เชน เก่ยี วกบั การทองเทย่ี ว ขอมูลสวนตวั ในหวั ขอตางๆเชนเก่ยี วกับการทองเท่ยี ว ขอมลู
สวนอาหาร เครื่องดื่ม บานพัก การเดนิ ทาง สิ่งแวดลอม สถานทก่ี ารซ้อื ขายของ การบรกิ าร และโครงงาน
ภาษาอังกฤษ ใชภาษาองั กฤษตามมรรยาททางสงั คม สรางความสมั พนั ธระหวางบคุ คลแสดงความคิดเห็น
ความตองการ อธบิ าย บรรยาย
แลกเปลี่ยนความรู และใหเหตผุ ลเกย่ี วกบั เรือ่ งตางๆเหตุการณในอดีตปจจบุ ันและอนาคตโดยใช
ประโยชนจากเทคโนโลยีสอ่ื การเรยี นทางภาษาและผลจากการฝกทักษะตางๆแสวงหาวิธกี ารเรยี นท่ี
เหมาะสมกับตนเอง สามารถนำเสนอขอมลู ความคิดรวบยอดและแสดงความคดิ เหน็ เจรจาโนมนาวตอรอง
เก่ยี วกับประสบการณและเหตุการณตางๆในทองถิ่นดวยวธิ กี ารทีห่ ลากหลายอยางสรางสรรคและมี
ประสิทธภิ าพ
ผลการเรียนรู
1. เขาใจนำ้ เสยี งความรูสึกของผูพดู คำสง่ั คำขอรองคำแนะนำ แสดงความรูสกึ
2. เขาใจเนอ้ื หาทีอ่ านตคี วามวิเคราะห ขอความ ขอมูลขาวสาร สารคดบี ันเทิง ส่ือท่เี ปนความเรยี ง
จากส่งิ พิมพและสือ่ อิเลก็ ทรอนิกส
3. ใชภาษาตามมรรยาททางสังคมสรางความสัมพนั ธระหวางบุคคลแสดงความคดิ เห็นความตองการ
4. ใชภาษาอังกฤษส่ือสาร แสดงความคดิ เห็น เจรจาโนมนาว ตอรองเกย่ี วกับประสบการณและ
เหตกุ ารณตางๆในทองถิน่ ดวยวธิ กี ารทีห่ ลากหลายอยางสรางสรรคและมีประสทิ ธภิ าพ
รวมท้ังหมด 4 ผลการเรียนรู
308
คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม
อ32204 หลกั ภาษา 4 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศึกษาวเิ คราะห เปรยี บเทียบความแตกตางระหวางโครงสรางประโยค ขอความ สำนวน คำพงั เพย
สุภาษิต และบทกลอนของภาษาตางประเทศท่ีมที ักษะการใชภาษาตางประเทศสอ่ื สารตามหวั เรอ่ื งตางๆ ได
ใชประโยคผสมและประโยคซับซอน สอ่ื ความหมายตามบริบทตางๆ
โดยใชกระบวนการคดิ การเรียนรูทางภาษาดวยตนเอง กระบวนการกลุม กระบวนการเรียนรูแบบ
บรู ณาการ และกระบวนการเสริมสรางคณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค
เพ่อื ใหสามารถใชภาษาสอ่ื สารในโอกาสตางๆ ไดถูกตองตามหลกั ภาษาและไวยากรณ อยางเปน
ธรรมชาติ ใชในการศึกษาตอและประกอบอาชพี ไดอยางเหมาะสม
ผลการเรียนรู
1. อธบิ ายและเขยี นประโยค และขอความใหสัมพนั ธกับสื่อทไี่ มใชความเรียงรปู แบบตางๆ ท่ีอาน
รวมทง้ั ระบแุ ละเขยี นสื่อท่ีไมใชความเรยี งรูปแบบตางๆ ใหสมั พนั ธกบั ประโยคและขอความทฟี่ ง
หรอื อาน
2. พูดและเขยี นเพ่ือขอและใหขอมูลบรรยาย เปรยี บเทียบและแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกบั เร่อื ง/
ประเดน็ ขาว เหตกุ ารณที่ฟงและอานอยางเหมาะสม
3. เลือกใชภาษา น้ำเสยี ง และกิรยิ าทาทางเหมาะสมกับระดับของบุคคล โอกาส และสถานที่ตาม
มารยาทสงั คมและวัฒนธรรมเจาของภาษา
4. อธบิ าย/เปรยี บเทียบความแตกตางระหวางโครงสรางประโยค ขอความ สำนวน คำพงั เพย
สุภาษติ และบทกลอนของภาษาตางประเทศและภาษาไทย
5. ใชภาษาในการสือ่ สารในสถานการณจรงิ /สถานการณจำลองที่เกิดข้ึนในหองเรียน สถานศกึ ษา
ชมุ ชนและสังคม
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู
309
คำอธบิ ายรายวิชา
ญ32204 ภาษาและวัฒนธรรมญีป่ ุน 4 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศกึ ษาสถานการณใกลตวั คำส่ังท่ีใชในหองเรียน คำขอรอง คำแนะนำ ภาษาทาทาง การแสดง
ความรูสึกได ใชภาษาในการส่อื สารเพื่อเผยแพร หรอื ประชาสัมพนั ธขอมูลขาวสารของโรงเรียน ชมุ ชน ได
ถกู ตองตามวัฒนธรรมของเจาของภาษา ใชถอยคำ น้ำเสยี ง และกิรยิ าทาทางอยางสุภาพตามมารยาทสงั คม
และวัฒนธรรมของญป่ี ุน อธิบายเกยี่ วกบั ประวัติศาสตร เทศกาล วนั สำคัญ งานฉลอง และชวี ติ ความเปนอยู
ของชาวญี่ปุน เขารวมกจิ กรรมทางภาษาและวฒั นธรรมญี่ปุนตามความสนใจ บอกความเหมือนและความ
แตกตางของเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรมญ่ปี ุนกบั ไทย เขาใจและนำเสนอคำศพั ทท่เี กยี่ วของกบั กลมุ
สาระการเรียนรูอืน่ ใชภาษาสือ่ สาร สบื คน ความรูหรือขอมลู ตางๆ จากสอื่ และแหลงเรียนรูตางๆ เผยแพร
หรือประชาสมั พนั ธขอมูล ขาวสารของโรงเรียน เขารวมและจัดกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามโอกาส
โดยใชทักษะกระบวนการทางภาษา พูดหรอื เขยี นจากการคนควา รวบรวม และสรุปขอมูล ขอเทจ็ จรงิ ท่ี
เกยี่ วของกบั กลุมสาระการเรยี นรูอ่ืนหรอื จากแหลงเรียนรตู าง ๆ พดู หรอื เขยี นโดยใชภาษาสื่อสารใน
สถานการณจริง และ สถานการณจำลองท่ีเกดิ ขนึ้ ในหองเรียน สถานศกึ ษา และชุมชน เขียนเรอื่ งราวงาย ๆ
จากการใชภาษาญ่ีปุนในการสืบคน คนควา สรปุ ความรู หรอื ขอมูลจากส่ือและแหลงเรยี นรูตาง รวมกจิ กรรม
ทางภาษาและวฒั นธรรม เห็นคุณคาของการเรยี นภาษาญป่ี ุน และนำความรูท่ีไดนำไปใชในการแสวงหาความรู
ความบันเทงิ โดยผานสอ่ื เทคโนโลยี หรอื นวตั กรรม เพ่อื สรางความสมั พนั ธระหวางบคุ คล ในสถานการณตางๆ
ภายในสถานศึกษาไดอยางเหมาะสม
ผลการเรียนรู
1. อธิบายความเหมือนและความแตกตางของวิถีชวี ติ ความคิด ความเชอ่ื ขนบธรรมเนียมประเพณี และ
วฒั นธรรมของประเทศญปี่ ุนและประเทศไทย (K,P,A)
2. สนทนาและเขียนตอบโตขอมลู ขาว เหตุการณ ประเด็นทใ่ี นความสนใจของสงั คมและสอ่ื สารอยาง
ตอเน่อื งและเหมาะสมเก่ยี วกับตนเอง และเหตุการณตางในชีวิตประจำวัน (K,P,A)
3. แสดงความรูสึก ความคดิ เห็นเก่ียวกบั เร่อื งตางๆ ประสบการณ ขาว/เหตกุ ารณในทองถิ่น สังคมโลก
พรอมทงั้ ใหเหตผุ ลและยกตวั อยางประกอบ (K,P,A)
4. เลอื กใชภาษา น้ำเสียงกริยาทาทางเหมาะกับระดับของบุคคล โอกาส และสถานท่ีตามมารยาทสังคม
และวัฒนธรรมของเจาของภาษา (K,P,A)
5. เขารวม และจดั กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามโอกาส (K,P,A)
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู
310
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม
ญ32202 ภาษาญป่ี ุนเบือ้ งตน 4 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 120 ช่ัวโมง จำนวน 3.0 หนวยกติ
*********************************************************************************
ศึกษาทกั ษะการปฏิบตั ติ ามคำส่ังคำแนะนำ คำชแี้ จง คำอธิบายและคำบรรยายท่ฟี งและอานนออก
เสยี งตวั อกั ษรคำศัพทกลมุ คำ อานปายประกาศเตื่อนภัย การใชยา อปุ กรณและส่งิ ของ การสบื คนขัอมูล
ทางอินเทอรเนต็ ปายจราจร ประโยคบทรอยกรองและคำคลองจองตามหลกั การอานในระบบเสียง
ภาษาญีป่ ุนกลางอธิบายหรือเขียนประโยคหรือขอความใหสมั พันธกับประโยคหรอื ขอความตอบคำถาม
จบั ใจความสำคญั สรปุ และแสดงความคิดเหน็ พรอมใหเหตผุ ลและยกตัวอยางประกอบสนทนา
แลกเปลี่ยนขอมลู อยางตอเนื่องพูดและเขยี นบรรยายแสดงความรูสึก พดู และเขียนแสดงความตองการขอและ
ใหความชวยเหลอื ตอบรับและปฏิเสธสรุปใจความสำคญั สาระหรอื หัวขอเรื่องทไ่ี ดจากการวิเคราะห
เหตุการณและสถานการณตางๆโดยใชกระบวนการฟงการพูดการอานการเขยี นและกระบวนการคดิ
วิเคราะหใชภาษาเปนเครอ่ื งมือในการรับสารและสงสารไดอยางคลองแคลวถกู ตองเขาถึงสารไดอยางชดั เจน
รวมทั้งกระบวนการสืบเสาะหาความรูและเขารวมกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมท่ีเหมาะสมกับวยั
เพ่ือใหเกิดความรูความเขาใจเกิดเจตคติทีด่ ีตอภาษาญ่ปี ุนตลอดจนวฒั นธรรมของเจาของภาษาและนำไปใช
ไดอยางเหมาะสมตามกาลเทศะเกิดความคดิ รวบยอดนำไปสูการเช่อื มโยงความรูกบั กลมุ สาระการเรยี นรูอื่น
มีคุณลกั ษณะอันพึงประสงคในดานความมีวนิ ัยใฝเรยี นรูซ่ือสตั ยสจุ ริตมงุ มั่นในการทำงานและมีจิต
สาธารณะรวมถึงเพือ่ ใหนกั เรียนเปนผมู ีรักชาติ ศาสน กษัตรยิ อยูอยางพอเพียงรักความเปนไทยและอนรุ ักษ
พลังงานและสิ่งแวดลอม สืบสานศลิ ปวัฒนธรรมทองถน่ิ ชมุ ชนรวมพัฒนา ยดึ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรียนรู
1. ปฏิบตั ิตามคำส่งั คำแนะนำคำช้ีแจงคำอธิบายและคำบรรยายทฟ่ี งและอาน
2. อานออกเสียงตวั อักษรคำศพั ทกลมุ คำประโยคบทรอยกรองและคำคลองจองตามหลกั การอานใน
ระบบเสียงภาษาญี่ปุนกลาง
3. อธิบายหรอื เขยี นประโยคหรอื ขอความใหสัมพันธกบั ประโยคหรอื ขอความท่ีฟงหรืออาน
4. ตอบคำถามจับใจความสำคญั สรุปและแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั เรอ่ื งที่ฟงหรืออาน
5. สนทนาแลกเปล่ยี นขอมูลอยางตอเนื่องเกี่ยวกบั ตนเองบุคคลกิจกรรมและสถานการณตางๆ
6. พูดและเขยี นแสดงความรูสกึ และความคิดเหน็ ของตนเองเกี่ยวกบั เร่อื ง กจิ กรรมและประสบการณตางๆ
7. พูดและเขยี นแสดงความตองการขอและใหความชวยเหลือตอบรบั และปฏิเสธในสถานการณตางๆ
8. พูดและเขียนสรปุ ใจความสำคัญสาระหรือหวั ขอเรือ่ งที่ไดจากการวิเคราะหเหตกุ ารณและสถานการณ
ตางๆ
9. พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั กิจกรรมประสบการณขาวและเหตกุ ารณตางๆ
รวมท้ังหมด 9 ผลการเรยี นรู
311
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม
จ32202 ภาษาจนี เบือ้ งตน4 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 120 ช่ัวโมง จำนวน 3.0 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศึกษาทักษะการปฏบิ ัตติ ามคำสง่ั คำแนะนำคำชี้แจงคำอธิบายและคำบรรยายที่ฟงและอานอาน
ออกเสียงตวั อักษรคำศัพทกลุมคำประโยคบทรอยกรองและคำคลองจองตามหลักการอานในระบบเสยี ง
ภาษาจีนกลางอธิบายหรือเขยี นประโยคหรือขอความใหสัมพนั ธกับประโยคหรือขอความตอบคำถามจบั
ใจความสำคัญสรปุ และแสดงความคิดเห็นพรอมใหเหตุผลและยกตัวอยางประกอบสนทนาแลกเปล่ียนขอมลู
อยางตอเนอื่ งพูดและเขียนแสดงความรูสึกและความคดิ เห็นของตนเองเกย่ี วกบั เรือ่ ง กิจกรรมและประสบการณ
แสดงความตองการขอและใหความชวยเหลอื ตอบรบั และปฏเิ สธสรปุ ใจความสำคญั สาระหรอื หัวขอเร่ืองท่ี
ไดจากการวิเคราะหเหตุการณและสถานการณแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับกจิ กรรมประสบการณขาวและ
เหตุการณตางๆโดยใชกระบวนการฟงการพูดการอานการเขียนและกระบวนการคิดวเิ คราะหใชภาษาเปน
เครือ่ งมือในการรบั สารและสงสารไดอยางคลองแคลวถูกตองเขาถึงสารไดอยางชัดเจนรวมทัง้ กระบวนการ
สบื เสาะหาความรแู ละเขารวมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมท่ีเหมาะสมกับวัยเพอ่ื ใหเกิดความรคู วาม
เขาใจเกดิ เจตคตทิ ี่ดตี อภาษาจีนตลอดจนวัฒนธรรมของเจาของภาษาและนำไปใชไดอยางเหมาะสมตาม
กาลเทศะเกิดความคิดรวบยอดนำไปสูการเช่ือมโยงความรูกับกลมุ สาระการเรียนรูอนื่
มคี ุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคในดานความมวี ินยั ใฝเรยี นรูซ่อื สัตยสุจรติ มงุ มนั่ ในการทำงานและมีจิต
สาธารณะรวมถงึ เพือ่ ใหนกั เรียนเปนผมู ีรกั ชาติ ศาสน กษัตรยิ อยูอยางพอเพยี งรักความเปนไทยและอนุรักษ
พลงั งานและสงิ่ แวดลอม สืบสานศลิ ปวัฒนธรรมทองถนิ่ ชุมชนรวมพฒั นา ยดึ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรียนรู
1. ปฏบิ ัตติ ามคำส่ังคำแนะนำคำช้แี จงคำอธิบายและคำบรรยายทฟี่ งและอาน
2. อานออกเสยี งตัวอกั ษรคำศัพทกลมุ คำประโยคบทรอยกรองและคำคลองจองตามหลักการอานใน
ระบบเสียงภาษาจีนกลาง
3. อธิบายหรอื เขยี นประโยคหรอื ขอความใหสมั พันธกบั ประโยคหรอื ขอความท่ีฟงหรืออาน
4. ตอบคำถามจบั ใจความสำคญั สรุปและแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั เรอ่ื งท่ีฟงหรืออาน
5. สนทนาแลกเปลีย่ นขอมูลอยางตอเนื่องเกี่ยวกบั ตนเองบุคคลกิจกรรมและสถานการณตางๆ
6. พูดและเขยี นแสดงความรูสึกและความคดิ เหน็ ของตนเองเกยี่ วกบั เรอ่ื ง กจิ กรรมและประสบการณตางๆ
7. พูดและเขยี นแสดงความตองการขอและใหความชวยเหลอื ตอบรบั และปฏิเสธในสถานการณตางๆ
8. พดู และเขียนสรปุ ใจความสำคัญสาระหรอื หวั ขอเร่อื งทีไ่ ดจากการวิเคราะหเหตุการณและสถานการณ
ตางๆ
9. พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกจิ กรรมประสบการณขาวและเหตกุ ารณตางๆ
รวมท้ังหมด 9 ผลการเรียนรู
312
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
จ32204 ภาษาและวฒั นธรรมจนี 4 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา140 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
*********************************************************************************
ความรูท่วั ไปเกยี่ วกบั วฒั นธรรมจีน ไดแก ปรชั ญา ศาสนา คตคิ วามเชอื่ วรรณกรรม
สถาปตยกรรม โบราณสถาน โบราณวัตถุ เทคโนโลยี ศลิ ปะ ประเพณี และวิถชี ีวิตของชาวจนี ตง้ั แตอดตี
จนถึงปจจบุ ันเพื่อใหเกดิ ความรูความเขาใจเกดิ เจตคตทิ ี่ดตี อภาษาจนี ตลอดจนวัฒนธรรมของเจาของภาษา
และนำไปใชไดอยางเหมาะสมตามกาลเทศะเกิดความคดิ รวบยอดนำไปสูการเช่อื มโยงความรกู บั กลุมสาระ
การเรียนรูอน่ื
มคี ณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคในดานความมีวนิ ัยใฝเรยี นรูซ่อื สัตยสจุ ริตมงุ มั่นในการทำงานและมีจิต
สาธารณะรวมถึงเพอ่ื ใหนกั เรียนเปนผมู ีรกั ชาติ ศาสน กษตั รยิ อยูอยางพอเพียงรักความเปนไทยและอนรุ ักษ
พลังงานและสิง่ แวดลอม สืบสานศลิ ปวฒั นธรรมทองถนิ่ ชมุ ชนรวมพฒั นา ยดึ ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรยี นรู
1. เลอื กใชภาษานำ้ เสยี งกริ ยิ าทาทางใหเหมาะสมกบั บุคคลและโอกาสตามมารยาทและวัฒนธรรมจีน
2. อธิบายเกย่ี วกบั ชวี ิตความเปนอยูความคิดความเช่ือและท่ีมาของขนบธรรมเนียมและประเพณขี องจีน
3. อธิบายและจัดกิจกรรมเกยี่ วกับชีวติ ความเปนอยูขนบธรรมเนียมประเพณีของจีน
4. อธิบายหรอื เปรยี บเทียบความแตกตางระหวางโครงสรางประโยคสำนวนคำพังเพยสุภาษติ ของ
ภาษาจีนกับภาษาไทย
5. วิเคราะหหรอื อภิปรายความเหมือนและความแตกตางระหวางวิถชี ีวิตความเชอ่ื และวัฒนธรรมของ
เจาของภาษากบั วัฒนธรรมของไทยและนำไปใชอยางเหมาะสม
6. คนควาสบื คนบนั ทึกสรปุ และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับขอมูลจากแหลงการเรียนรูตางๆและนำเสนอ
ดวยการพดู หรือการเขียน
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู
ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 6
313
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ท33101 ภาษาไทย 11 กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศกึ ษางานเขียนประเภทตาง ๆ เชน บทรอยกรอง บทความ เรื่องส้นั นวนิยาย แลวสามารถอาน
ออกเสียงไดถูกตอง จบั ใจความสำคญั ตีความ แปลความ และขยายความเร่อื งทอี่ าน วเิ คราะห วิจารณ
แสดงความคิดเหน็ อยางมเี หตุผล เขยี นกรอบแนวคิด ผังความคดิ บันทึกยอความ และรายงานอยางมีมารยาท
เขียนแสดงทรรศนะโตแยงและโนมนาวใจรปู แบบตาง ๆ ประเมนิ งานเขยี นแลวนำมาพฒั นางานเขยี นของ
ตนเอง อยางมมี ารยาทพดู สรุปแนวคดิ และแสดงความคิดเห็นจากเรอื่ งที่ฟงและดวู ิเคราะหแนวคิดการใชภาษา
ความนาเช่อื ถือ มีวจิ ารณญาณในการฟงและดู อยางมีมารยาทอธิบาย ธรรมชาติของภาษาลกั ษณะภาษา
การใชคำและกลมุ คำ สรางประโยคตรงตามความประสงค อธบิ ายและวเิ คราะหหลักการสรางคำในภาษาไทย
วิเคราะห วจิ ารณวรรณคดแี ละวรรณกรรมตามหลักการวิจารณ วิเคราะหลักษณะเดนของวรรณคดเี ช่อื มโยง
กับการเรยี นรทู างประวตั ิศาสตรและวิถีชวี ติ ของสังคมในอดีตทองจำและบอกคณุ คาของบทอาขยานตามท่ี
กำหนด และบทรอยกรองที่มีคณุ คาตามความสนใจ
โดยใชกระบวนการฝกตามแบบ อธบิ าย อภปิ ราย แสดงความคดิ เห็น เปรยี บเทียบ คดิ วิเคราะห
ฝกปฏิบตั ิ สบื เสาะหาความรูดวยตนเอง
เพ่ือใหเกดิ ความรู ความคดิ ความเขาใจ ในภาษาไทย มีวินัย ใฝเรียนรู มุงม่นั ในการทำงานมจี ิต
สาธารณะ เหน็ คุณคา มีความรกั มีความหวงแหนภาษาไทย รกั ความเปนไทย และนำไปประยุกตใชในชวี ติ
จรงิ ไดอยางมคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และคานยิ มทเี่ หมาะสม
รหัสตวั ช้ีวดั ท 2.1 ม4-6/5,ม.4-6/6,ม.4-6/8
ท 4.1 ม4- 6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/6
ท 1.1 ม4-6/1,ม.4-6/3, ม.4-6/8,ม.4-6/9
ท 3.1 ม4- 6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/4
ท 5.1 ม4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/6
รวม 22 ตัวชี้วัด
314
คาํ อธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม
ท33203 การพูดสนุ ทรพจน กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จํานวน 0.5 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศึกษาความหมาย โครงสรา งและขน้ั ตอนของการพูดสนุ ทรพจน ฝกพูดขยายความ พดู อธบิ ายความรู
ความคดิ พูดบรรยาย พูดโนมนา วอยา งถูกตอง ตามลาํ ดับขัน้ ตอน พูดสุนทรพจนไดอ ยา งชัดเจน สละสลวย มี
มารยาทในการพูด และการฟง
โดยใชกระบวนการฝกตามแบบ อธบิ าย อภิปราย แสดงความคดิ เหน็ เปรียบเทียบ คิดวิเคราะห ฝก
ปฏบิ ตั ิ สืบเสาะหาความรูดวยตนเอง
เพื่อใหเกดิ ความรู ความคิด ความเขาใจ ในภาษาไทย มวี ินยั ใฝเรียนรู มุงม่นั ในการทาํ งาน มีจติ
สาธารณะ เห็นคุณคา มีความรัก มคี วามหวงแหนภาษาไทย รกั ความเปนไทย และนาํ ไปประยุกตใชในชวี ติ จรงิ
ไดอยา งมคี ณุ ธรรม จริยธรรม และคานยิ มท่ีเหมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. เขาใจความหมาย โครงสรางและขัน้ ตอนของการพดู สนุ ทรพจน
2. พูดขยายความ พูดอธิบายความรู ความคดิ ไดอ ยางถูกตอ ง ตามลาํ ดบั ขั้นตอน
3. พูดบรรยาย พูดโนมนา วไดอ ยางถูกตองชดั เจน
4. พูดสนุ ทรพจนไดอ ยา งชัดเจน สละสลวย
5. มมี ารยาทในการพดู และการฟง
รวม 5 ผลการเรยี นรู
315
คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ค33101 คณิตศาสตรพ้นื ฐาน 11 กลุมสาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศกึ ษาและฝกทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตรอนั ไดแกการแกปญหา การใหเหตผุ ลการสอ่ื สาร
การส่ือความหมายทางคณิตศาสตรและการนำเสนอ การเช่ือมโยงความรูตาง ๆ ทางคณติ ศาสตร และเช่ือมโยง
คณิตศาสตรกบั ศาสตรอ่ืน ๆ และมีความคิดริเริมสรางสรรค ในสาระตอไปน้ี
สถิตแิ ละขอมูลตวั อยางของกรณหี รอื ปญหาที่ตองใชสถิตคิ วามหมายของสถิติสถิติกบั การตดั สนิ ใจและ
วางแผน ขอมลู และการเก็บรวบรวมขอมูล ไดแกความหมายของขอมลู ประเภทของขอมลู วธิ ีเก็บรวบรวม
ขอมลู และปญหาในการใชขอมลู
การวิเคราะหขอมูลเบอื้ งตนการแจกแจงความถ่ีของขอมลู ไดแก การแจกแจงความถีส่ ะสมการแจกแจง
ความถี่สมั พัทธและการแจกแจงความถ่สี ะสมสัมพัทธการแจกแจงความถี่ โดยใชกราฟ ไดแก ฮิสโทแกรม
และแผนภาพตนใบ การวัดตำแหนงท่ีของขอมูลไดแก เปอรเซ็นไทลเดลไซด และ ควอไทลและการหาเปอรเซน็
ไทลเดลไซด และ ควอไทลของขอมลู ท่ี ไมไดแจกแจงความถี่ และแจกแจงความถ่ี การวดั คากลางของขอมลู
ไดแกคาเฉลย่ี เลขคณติ คาเฉล่ียเลขคณิต ถ ว ง น้ำหนกั คาเฉลย่ี เลขคณิตรวม การหาคาเฉลย่ี เลขคณิตขอ ง
ขอมลู ทแ่ี จกแจงความถแี่ ลว มัธยฐาน ฐานนยิ มและขอสงั เกตและหลักเกณฑทีส่ ำคญั ในการใชคากลางชนิดตาง
ๆ
และการวัดการกระจายของขอมลู ไดแก พิสยั สวนเบีย่ งเบนมาตรฐานและความสมั พนั ธระหวางการแจกแจง
ความถคี่ ากลาง และการกระจายของขอมลู การจดั ประสบการณหรอื สรางสถานการณท่ีใกลตวั ใหผูเรียนได
ศกึ ษาคนควาโดยปฏบิ ตั จิ รงิ ทดลองสรุป รายงาน เพ่อื ใหมีความรคู วามเขาใจในเน้อื หา มีทกั ษะการแกปญ ห า
ก า ร ใ ห เหตผุ ลและนำประสบการณดานความรูความคดิ การใชทักษะชวี ิต กระบวนการ และการใช
เทคโนโลยที ่ี ได ไปใช ในชีวิ ต ป ร ะ จ ำ วั นไดตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง รวมทั้งใหมีความรักชาติ
ศาสน กษัตรยิ ซ่ือสัตยสุจริต มีวินัย ใฝเรยี นรู อยูอยางพอเพียง มุงมัน่ ในการทำงาน รกั ความเปนไทยและมจี ิต
สาธารณะ
การวัดและประเมินผล ใชวิธกี ารหลากหลายตามสภาพเปนจริง ตามมาตรฐานและตวั ช้วี ดั ที่กำหนด
มาตรฐาน / ตัวชว้ี ดั
ค 3.1 ม.6/1
รวม 1 ตัวชว้ี ดั
316
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
ค33201 คณติ ศาสตรเพ่ิมเติม 11 กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศึกษา ฝกทกั ษะ / กระบวนการในสาระตอไปนี้
แคลคูลัส ลมิ ติ ของฟงกชนั ความตอเนื่องของฟงกชัน อนุพันธของฟงกชัน อนุพันธอนั ดับสูง ความชัน
ของเสนโคง การหาอนุพันธของฟงกชนั โดยใชสตู ร การประยกุ ตของอนุพันธอยางงาย ปรพิ นั ธ ปริพันธไมจำกดั
เขต ปรพิ นั ธจำกัดเขต พื้นที่ที่ปดลอมดวยเสนโคง
โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณในชีวิตประจำวันที่ใกลตวั ใหผูเรียนไดศึกษาคนควาโดย
การปฏบิ ัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญหา การให
เหตผุ ล การสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร และนำประสบการณดานความรู ความคดิ ทกั ษะกระบวนการที่ได
ไปใชในการเรียนรสู ิ่งตางๆ และใชในชวี ิตประจำวันอยางสรางสรรค โดยยดึ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และนำไปสปู ระชาคมอาเซยี น
การวัดและประเมินผล ใชวิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเปนจริงใหสอดคลองกับเนื้อหาและ
ทกั ษะที่ตองการวดั
ผลการเรยี นรู
1. หาลมิ ิตของลำดบั อนนั ตโดยอาศยั ทฤษฎเี กย่ี วกับลิมติ ได
2. หาผลบวกของอนกุ รมอนนั ตได และนำความรูเรื่องลำดับและอนกุ รมไปใชแกปญหาได
3. หาลิมติ ของฟงกชนั ทก่ี ำหนดได
4. บอกไดวาฟงกชนั ที่กำหนดใหเปนฟงกชนั ตอเนื่องหรอื ไม
5. หาอนุพนั ธของฟงกชันที่กำหนดได
6. นำความรูเรือ่ งอนพุ นั ธของฟงกชนั ไปประยุกตได
7. หาปริพนั ธไมจำกัดเขตของฟงกชันทกี่ ำหนดใหได
8. หาปรพิ ันธจำกดั เขตของฟงกชันบนชวงทกี่ ำหนดใหและหาพนื้ ทีป่ ดลอมดวยเสนโคงบนชวงที่
กำหนดใหได
รวมทั้งหมด 8 ผลการเรียนรู
317
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
ค33203 โครงงานคณติ ศาสตร 1 กลุมสาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศกึ ษา ความรูเก่ียวกับโครงงาน การเลือกหัวขอเร่ืองและศึกษาเอกสารทีเ่ ก่ยี วของ การเขียนเคาโครง
โครงงาน การปฏบิ ัตงิ านโครงงานและการเขยี นรายงานโครงงาน และการนำเสนอผลงานและการจัดแสดง
โครงงานโดยใชวิธกี ารทหี่ ลากหลายแกปญหา ใชความรูทกั ษะ กระบวนการทางคณติ ศาสตร และเทคโนโลยี
แกปญหาในสถานการณตางๆ อยางเหมาะสมแสดงเหตุผลโดยการอางองิ ความรู ขอมลู หรือขอเทจ็ จรงิ หรอื
สรางแผนภาพ ใชภาษาสญั ลกั ษณทางคณิตศาสตร ในการส่อื สาร สอื่ ความหมาย และการนำเสนออยางถูกตอง
ชัดเจน
ผลการเรยี นรู
1. บอกความหมายของโครงงานคณิตศาสตรได
2. บอกหลักการของกิจกรรมโครงงานคณติ ศาสตรได
3. บอกจุดมงุ หมายของโครงงานคณติ ศาสตรได
4. บอกประเภทของโครงงานคณติ ศาสตรได
5. ระบุขน้ั ตอนการทำโครงงานคณิตศาสตรได
6. สามารถใชแหลงขอมูลท่มี ีอยูอยางหลากหลายใหเปนประโยชน
7. สามารถบอกแหลงขอมลู และรายละเอยี ดของแหลงขอมลู ได
8. สามารถทำความเขาใจกับขอมลู ได
9. สามารถแปลความหมายของขอมลู ท่ีไดมาใหเหมาะสมกับความตองการ
10. สามารถคดิ และเลอื กปญหาทจ่ี ะศกึ ษาได
11. สามารถนำเสนอปญหาได
12. บอกหัวขอการเขยี นเคาโครงโครงงานคณิตศาสตรได
13. อธิบายวิธีเขียนเคาโครงโครงงานคณิตศาสตรได
14. เขยี นแผนปฏิบตั งิ านได
15. นำเสนอเคาโครงโครงงานคณติ ศาสตรเรือ่ งทเี่ ลือกทำได
16. สามารถลงมือปฏบิ ตั ติ ามขัน้ ตอนทีร่ ะบุไวในโครงงานได
17. บอกหลกั การเขยี นรายงานโครงงานได
18. สามารถเขยี นรายงานเก่ียวกบั โครงงานได
19. บอกความสำคญั ของการแสดงผลงานโครงงานคณิตศาสตรได
20. บอกรปู แบบการนำเสนอและจัดแสดงโครงงานคณิตศาสตรได
21. จัดแสดงผลงานโครงงานคณิตศาสตรได
318
22. นำเสนอผลงานโครงงานคณิตศาสตรดวยวาจาและตอบขอซักถามได
23. ประเมนิ ผลงานโครงงานคณติ ศาสตรของตนเองได
รวม 23 ผลการเรยี นรู
319
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม
ค33205 คณิตศาสตรในชวี ิตประจำวัน(บญั ชี 5) กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศกึ ษาฝกทักษะการคดิ คำนวณและฝกทักษะการแกปญหาในสาระตอไปนี้
ศกึ ษาและปฏบิ ัตเิ กีย่ วกับการเชาซือ้ และการขายเงนิ ผอนสนิ คารบั แลกเปลยี่ นการยึดสนิ คาคืน
ดอกเบยี้ ที่คดิ ในการขายเงินผอนงบกำไรขาดทุนและงบดุลการซือ้ เงนิ ผอนดอกเบย้ี ท่ีคดิ ในการซอื้ เงนิ
ผอน
เพอ่ื พฒั นาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญหา การใหเหตุผล การส่ือ
ความหมายทางคณิตศาสตร และนำประสบการณดานความรู ความคิด ทกั ษะ กระบวนการทไี่ ดใชไปในการ
เรยี นรสู ิ่งตางๆและใชในชีวติ ประจำวันอยางสรางสรรค รวมทง้ั เห็นคุณคา และมีเจตคติท่ดี ีตอวิชา
คณิตศาสตร และเชอ่ื มโยงคณิตศาสตรกบั ศาสตรอ่ืนๆ ได สามารถทำงานอยางเปนระบบ ระเบียบ
รอบคอบ มคี วามรับผิดชอบ มวี ิจารณญาณและเชื่อมัน่ ในตนเองและสามารถหลักเศรษฐกิจพอเพยี งมาปรบั
ประยุกตใชในชีวิตประจำวันไดการวัดและประเมินผล ใชวิธีทีห่ ลากหลาย ตามสภาพความเปนจรงิ ของเนื้อหา
และทกั ษะที่ตองการหามูลคา
ผลการเรยี นรู
1. เขาใจในหลกั การและกระบวนการปฏบิ ัติงานบัญชีเก่ยี วกับกจิ การเชาซื้อและซ้ือขายผอนชำระ
2. มที กั ษะบันทกึ รายการบัญชีของกิจการเชาซ้อื และซื้อขายผอนชำระ
3. สามารถจัดทำรายงานทางการเงิน
4. มกี จิ นสิ ัยความมีระเบียบละเอยี ดรอบคอบมีวนิ ัยตรงตอเวลาและมีเจตคตทิ ่ดี ีตอคณิตศาสตร และ
วชิ าชพี บญั ชี
รวมท้ังหมด 4 ผลการเรยี นรู
320
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม
ค33207 คณติ ศาสตรพลวตั 5 กลุมสาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
***************************************************************************************
เพอื่ พัฒนาศักยภาพของผูเรยี นใหมคี วามทักษะความเขาใจ มคี วามคดิ รวบยอด และสามารถนำ
ความรูและทักษะกระบวนการแกปญหาไปประยุกตใชไดในเนื้อหาเกี่ยวกับรูปเรขาคณิต การเลือ่ นขนาน การ
สะทอน และการหมุน โดยใชโปรแกรม The Geometer’s Sketchpad
จัดประสบการณใหผูเรียนไดศึกษา ฝกทักษะการใชโปรแกรมตั้งแตพื้นฐาน และฝกการนำ
โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad มาใชแกปญหาเพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคดิ คำนวณ
การแกปญหา การใหเหตผุ ล การสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตรและนำประสบการณดานความรูความคิด และ
สามารถนำทักษะดงั กลาวไปใชในการสรางผลงานอยางสรางสรรค รวมทั้งตระหนกั ในคุณคาและมีเจตคติที่ดี
ตอคณิตศาสตร สามารถทำงานไดอยางมีระบบ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณและเชื่อมั่นใน
ตนเองและสามารถอยูรวมกับผูอน่ื ไดอยางมีความสุข
ทั้งนี้ผูเรียนพงึ มีความตระหนักในคุณคาและมีเจตคติที่ดีตอคณติ ศาสตร สามารถทำงานอยางมี
ระบบ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณและเชื่อมั่นในตนเอง และสามารถอยูรวมกบั ผูอื่นไดอยางมี
ความสุข โดยมีการวัดและประเมินผลดวยวิธีหลากหลายสอดคลองตามสภาพความเปนจริงท้ังเนื้อหา/ทักษะ/
กระบวนการและคณุ ลกั ษณะท่ีตองการวัดผลและประเมินผล
ผลการเรียนรู
1. สามารถสรางตัวแบบเชิงคณิตศาสตรทเ่ี กยี่ วกับรปู เรขาคณิต การเลือ่ นขนาน การสะทอน และ
การหมุน โดยใชโปรแกรม The Geometer’s Sketchpad ได
2. สามารถอธิบายหลักการคณิตศาสตร และการตอบปญหาโดยใชโปรแกรม The Geometer’s
Sketchpad ได
3. สามารถสรางภาพทางคณิตศาสตรท่ีซบั ซอนโดยใชโปรแกรม The Geometer’s Sketchpad
ได
รวมท้ังหมด 3 ผลการเรยี นรู
321
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
ว33201 ฟสิกส 4 กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 80 ชัว่ โมง จำนวน 2.0 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศึกษาหลักการของไฟฟาและแมเหลก็ ในเรื่อง กฎของคูลอมบ สนามไฟฟา ศักยไฟฟา ความจแุ ละตวั
เก็บประจุ กฎของโอหม สภาพตานทานและสภาพนำไฟฟา การวิเคราะหวงจรไฟฟากระแสตรงอยางงาย การ
หาพลังงานไฟฟาท่ีใชในเครือ่ งใชไฟฟา สนามแมเหล็ก ความสัมพนั ธระหวางแมเหล็กและไฟฟา หลกั การของ
มอเตอร กฎการเหนีย่ วนำแมเหล็กไฟฟาของฟาราเดยและกฎของเลนซ หลักการของเคร่ืองกำเนิดไฟฟา ไฟฟา
กระแสสลบั การแปลงไฟฟากระแสสลับเปนไฟฟากระแสตรง แนวคิดทฤษฎีแมเหล็กไฟฟาของแมกซเวลล
คลื่นแมเหล็กไฟฟาและสเปกตรัมคลนื่ แมเหล็กไฟฟา โดยใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร การสบื เสาะหา
ความรู การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบคนขอมลู อภปิ รายและสรุป เพ่ือใหเกิดความรู ความคดิ ความเขาใจ มี
ความสามารถในการตดั สนิ ใจ สื่อสารสงิ่ ทีเ่ รยี นรูและนำความรูไปใชในชีวติ ของตนเอง ดูแลรักษาส่ิงมีชีวิตอืน่
เฝาระวงั และพัฒนา สง่ิ แวดลอมอยางย่ังยนื มจี ติ วทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม และคานยิ ม สามารถทำงาน
รวมกบั ผูอ่ืนไดและเห็นประโยชนการดำรงชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลการเรยี นรู
1. อธิบายการเหนี่ยวนำไฟฟา
2. อธิบายแรงกระทำระหวางอนุภาคท่ีมีประจุไฟฟา
3. อธิบายสนามไฟฟา สนามไฟฟาของจุดประจุ และสนามไฟฟาของตวั นำทรงกลม
4. อธิบายพลังงานศกั ยไฟฟา ศกั ยไฟฟา และความตางศักยระหวางสองตำแหนง
5. อธิบายความจุ หลกั การทำงานของตวั เก็บประจแุ ละผลการตอตวั เกบ็ ประจุแบบอนกุ รมหรอื ขนาน
6. อธิบายหลกั การทำงานของอปุ กรณบางชนดิ โดยใชความรูเกี่ยวกับไฟฟาสถติ
7. อธิบายการเกดิ กระแสไฟฟาในตวั กลาง และวิเคราะหหากระแสไฟฟาในลวดตวั นำโลหะ
8. อธิบายกฎของโอหม ความตานทาน และการใชกฎของโอหม
9. อธิบายความหมายของแรงเคลื่อนไฟฟาและความตางศักยระหวางขั้ว
10. อธิบายพลังงานไฟฟาและกำลงั ไฟฟาในวงจร
11. วิเคราะหและหาปริมาณทางไฟฟาในวงจรไฟฟากระแสตรงอยางงาย
12. อธิบายแรงกระทำตออนภุ าคท่ีมปี ระจุไฟฟาทเ่ี คลื่อนท่ีเขาไปในสนามแมเหลก็ และแรงกระทำตอ
ลวดตัวนำที่มกี ระแสไฟฟาผานและอยูในสนามแมเหล็ก
13. อธิบายการหมนุ ของขดลวดท่มี ีกระแสไฟฟาผานและอยูในสนามแมเหล็ก และการนำหลักการน้ไี ป
สรางและอธบิ ายการทำงานของแกลแวนอมิเตอรและมอเตอรไฟฟา
14. อธิบายแรงเคล่อื นไฟฟาเหน่ยี วนำ กฎของฟาราเดย และการนำหลกั การน้ไี ปสรางและอธิบายการ
ทำงานของเคร่ืองกำเนดิ ไฟฟา
322
15. อธิบายลักษณะของไฟฟากระแสสลับ การผลิตไฟฟากระแสสลับ และปริมาณทีเ่ กี่ยวของ
16. อธิบายหลกั การทำงานของหมอแปลง
17. อธิบายการเกิดคล่ืนแมเหลก็ ไฟฟา และสเปกตรมั คล่ืนแมเหล็กไฟฟา
18. อธบิ ายโพลาไรเซชนั ของแสง แสงโพลาไรส และแสงไมโพลาไรส
รวมท้ังหมด 18 ผลการเรยี นรู
323
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
ว33203 เคมี 4 กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศึกษาทดลองการถายโอนอเิ ล็กตรอนในปฏิกริ ิยาระหวางโลหะกับสารละลายของโลหะไอออน
ศกึ ษาปฏิกริ ิยาออกซเิ ดชนั ปฏิกิริยารีดกั ชนั ปฏกิ ริ ิยารีดอกซ ตัวรีดวิ ซ ตัวออกซิไดซ การเขยี นและดุล
สมการรีดอกซโดยใชเลขออกซเิ ดชันและคร่งึ ปฏิกิรยิ า ศึกษาเซลลไฟฟาเคมี ศึกษาและทดลองเก่ยี วกับ
หลักการของเซลลกลั วานิก ศึกษาการเขยี นแผนภาพของเซลลกลั วานิก การหาคาศักยไฟฟาของเซลลและ
ศกั ยไฟฟามาตรฐานของคร่งึ เซลล ปฏกิ ิรยิ าในเซลลกลั วานิกประเภทเซลลปฐมภูมแิ ละเซลลทุติยภมู บิ าง
ชนดิ ทดลองเพ่ือศึกษาหลักการสรางและการทำงานของเซลลสะสมไฟฟาแบบตะก่ัว ศกึ ษาหลักการของ
เซลลอิเลก็ โทรไลตและทดลองการแยกสารละลายดวยไฟฟาตามหลกั การของเซลลอิเล็กโทรไลต ศกึ ษา
การแยกสารทีห่ ลอมเหลวดวยไฟฟา ศึกษาและทดลองชุบโลหะดวยกระแสไฟฟา ศึกษาวิธกี ารทำใหโลหะ
บรสิ ุทธ์ิ การถลงุ แร ศึกษาและทดลองเกี่ยวกบั การผกุ รอนและการปองกนั การผกุ รอนของโลหะ ศึกษา
ความกาวหนาทางเทคโนโลยีท่ีเกีย่ วของกับเซลลไฟฟาเคมี ศึกษาและสืบคนขอมูลเกี่ยวกับชนิด สมบัติ และ
การนำมาใชประโยชนของธาตุและสารประกอบที่สำคัญ ในประเทศไทย ศึกษาแรประกอบหิน แรเศรษฐกิจ
การถลุงหรอื การสกัดแรเพิ่อนำไปใชประโยชน ในกระบวนการผลติ ของอุตสาหกรรมแร อตุ สาหกรรมเซรามิกส
อุตสาหกรรมที่เกี่ยวของกับโซเดียมคลอไรด และอุตสาหกรรมปุย เพื่อใหมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับ
เซลลไฟฟาเคมีและปฏิกิริยาในเซลลไฟฟาเคมี ธาตุและสารประกอบ อนินทรียที่สำคัญในอุตสาหกรรม โดยใช
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร การสบื เสาะหาความรู การสำรวจ ตรวจสอบ การสบื คนขอมลู อภปิ รายและสรุป
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ สื่อสารส่ิงที่เรยี นรูและนำความรูไปใช
ในชีวิตของตนเอง ดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอื่น เฝาระวังและพัฒนา สิ่งแวดลอมอยางยั่งยืน มีจิตวิทยาศาสตร
จริยธรรม คุณธรรม และคานยิ ม สามารถทำงานรวมกับผูอื่นไดและเห็นประโยชนการดำรงชีวิตตามปรชั ญา
เศรษฐกจิ พอเพียง
ผลการเรยี นรู
1. อธิบายความหมายของปฏิกิริยาออกซเิ ดชัน ปฏกิ ริ ิยารดี กั ชนั ปฏิกิริยารดี อกซ ตัวรดี วิ ซ และตวั ออกซิไดส
ในดานการถายโอนอิเล็กตรอนและการเปลย่ี นแปลงเลขออกซเิ ดชนั
2. จัดลำดับความสามารถในการรบั อิเลก็ ตรอนของธาตหุ รอื ไอออนและเปรียบเทียบความสามารถในการเปน
ตวั รีดิวซหรือตัวออกซิไดส
3. ดุลสมการรีดอกซโดยใชเลขออกซเิ ดชนั และครึ่งปฏิกิริยา
4. ตอเซลลกลั วานิกจากคร่ึงเซลลที่กำหนดให พรอมท้งั บอกขัว้ แอโนด ขว้ั แคโทดและเขียนสมการแสดง
ปฏิกิรยิ า
5. เขยี นแผนภาพเซลลกลั วานิก
324
6. อธิบายวิธีหาคาศักยไฟฟามาตรฐานของคร่งึ เซลล (Eo) โดยการเปรียบเทยี บกับคร่ึงเซลลไฮโดรเจน
มาตรฐาน
7. ใชคา Eo ของครงึ่ เซลลคำนวณหาคาศักยไฟฟาของเซลลและทำนายการเกดิ ปฏิกิรยิ ารดี อกซ
8. อธิบายหลักการทำงานของเซลลกลั วานกิ เซลลปฐมภูมิ เซลลทุตยิ ภมู แิ ละเซลลอิเล็กโทรไลต
9. อธิบายหลักการทำงานพรอมทัง้ เขยี นสมการแสดงปฏิกิรยิ าท่ีเกดิ ขึ้นในถานไฟฉาย เซลลแอลคาไลน เซลล
ปรอท เซลลเงนิ เซลลเชือ้ เพลงิ ไฮโดรเจน – ออกซิเจน เซลลเชื้อเพลิงโพรเพน –ออกซิเจน เซลลสะสม
ไฟฟาแบบตะกัว่ เซลลนิกเกิล – แคดเมยี มและเซลลโซเดียม – ซลั เฟอร
10. อธิบายหลกั การของการแยกสารเคมดี วยกระแสไฟฟา การชุบโลหะดวยกระแสไฟฟาและการทำโลหะให
บริสทุ ธิ์ พรอมทั้งเขยี นสมการแสดงปฏกิ ิรยิ าท่ีเกิดขนึ้
11. อธบิ ายสาเหตหุ รือภาวะท่ีทำใหโลหะเกดิ การผกุ รอนพรอมท้ังเขียนสมการแสดงปฏกิ ิรยิ า
12. อธิบายวิธปี องกนั การผกุ รอนของโลหะโดยวธิ ีอะโนไดซ การรมดำ วิธีแคโทดิก การเคลอื บผวิ ดวยพลาสติก
สีหรอื นำ้ มนั การชุบดวยโลหะ
13. อธิบายหลักการทำงานของแบตเตอร่ีอิเลก็ โทรไลตแขง็ แบตเตอร่อี ากาศ การทำอิเล็กโทรไดอะลิซสิ
นำ้ ทะเล
14. อธิบายหลกั การถลงุ แรหรือการสกัดแรดีบุก ทองแดง สังกะสี แคดเมยี ม ทงั สเตน พลวงแทนทาลัม
ไนโอเบียม และเซอรโคเนยี ม พรอมทง้ั เขยี นสมการแสดงปฏกิ ิริยาท่ีเกดิ ขึ้น
15. บอกประโยชนของทองแดง สงั กะสี แคดเมยี ม ดบี ุก ทงั สเตน พลวง แทนทาลมั ไนโอเบยี มและ
เซอรโคเนยี ม
16. อธิบายสมบัตแิ ละประโยชนของแรรตั นชาติชนดิ ตาง ๆ
17. อธิบายวิธพี ฒั นาคุณภาพของแรรตั นชาติ
18. อธิบายขัน้ ตอนสำคญั ของการทำผลติ ภัณฑเซรามกิ ส
19. บอกประโยชนของผลติ ภัณฑเซรามกิ สพรอมท้ังยกตวั อยาง
20. อธิบายวิธกี ารผลิตแกวและปูนซีเมนต
21. อธิบายวิธกี ารผลิตเกลอื สมุทรและเกลอื สนิ เธาว
22. อธิบายวิธีการผลติ โซเดียมไฮดรอกไซดและแกสคลอรนี จากโซเดยี มคลอไรด โดยใชเซลลเย่อื แลกเปลีย่ น
ไอออน พรอมทงั้ เขยี นสมการแสดงปฏิกิรยิ าทีเ่ กิดข้นึ
23. อธบิ ายกระบวนการผลติ โซดาแอชและสารฟอกขาว พรอมทง้ั เขยี นสมการแสดงปฏกิ ิริยาท่ีเกิดขนึ้
24. อธิบายกระบวนการผลิตปุยไนโตรเจน ปุยฟอสเฟต ปุยโพแทส และปุยผสม ตลอดจนผลกระทบตอ
สง่ิ แวดลอม ทีเ่ กิดจากการใชปุย
25. อธิบายผลกระทบตอส่งิ แวดลอม ทเี่ กดิ จากอุตสาหกรรมประเภทตาง ๆ
รวมทั้งหมด 25 ผลการเรยี นรู
325
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ว33205 ชีววิทยา 4 กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศึกษาเก่ียวกับการรบั รแู ละการตอบสนองของสตั ว โครงสรา งและการทํางานของเซลลป ระสาท ศนู ย
ควบคมุ ระบบประสาทของมนุษย การทํางานของระบบประสาท อวัยวะรับความรสู ึก การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิต
เซลลเดยี ว สัตวไ มมีกระดูกสันหลัง สัตวม ีกระดูกสนั หลัง รวมทัง้ การเคลอ่ื นที่ของมนษุ ย ศึกษาระบบตอ มไรท อ
และระบบประสาท ฮอรโ มนและการทํางานของฮอรโ มน การรักษาสมดุลของฮอรโมน การสบื พันธุของสัตวและ
มนุษย การเจริญเตบิ โตของสตั ว การศกึ ษาพฤติกรรมของสัตว กลไกการเกิดพฤตกิ รรมของสัตว ประเภท
พฤติกรรมของสัตว ความสัมพนั ธระหวางพฤตกิ รรมและวิวฒั นาการของระบบประสาทและการสื่อสารระหวา ง
สตั ว
โดยใชก ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร การสบื เสาะหาความรู การสืบคนขอมูล การสังเกต การวิเคราะห
เปรียบเทียบ อธิบาย อภปิ รายและสรปุ เพือ่ ใหเ กดิ ความรูค วามเขาใจ และมคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ มี
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร รวมทัง้ ทักษะการเรยี นรใู นศตวรรษที่ 21 ในดา นเทคโนโลยสี ารสนเทศ
ดา นการคิดและการแกปญหา ดานการสอื่ สาร สามารถส่ือสารส่งิ ทเ่ี รยี นรูไปประยุกตใชใ นชวี ิตประจําวัน มจี ิต
วทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรมและคา นยิ มทีเ่ หมาะสม
จาํ นวนผลการเรยี นรู 19 ขอ
1. สืบคนขอมลู อธิบาย และเปรยี บเทียบโครงสรางและหนาที่ของระบบประสาทของไฮดรา พลานาเรยี
ไสเ ดอื นดิน กุง หอย แมลงและสตั วมกี ระดูกสนั หลัง
2. อธิบายเกี่ยวกบั โครงสรางและหนา ที่ของเซลลประสาท
3. อธิบายเกีย่ วกบั การเปล่ียนแปลงของศักยไฟฟาท่เี ยือ่ หุมเซลลข องเซลลประสาทและกลไกการถา ยทอด
กระแสประสาท
4. อธิบายและสรปุ เกีย่ วกับโครงสรา งของระบบประสาทสวนกลางและระบบประสาทรอบนอก
5. สบื คน ขอ มลู อธบิ ายโครงสรางและหนา ท่ีของสว นตางๆในสมองสว นหนา สมองสว นกลาง สมองสวนหลงั
และไขสนั หลัง
6. สบื คนขอ มูล อธิบาย เปรียบเทียบ และยกตวั อยางการทาํ งานของระบบประสาทโซมาติกและระบบ
ประสาทอัตโนวัติ
7. สบื คนขอมูล อธบิ ายโครงสรา งและหนาท่ีของหู ตา จมกู ลิน้ และผิวหนังของมนษุ ย ยกตัวอยา งโรคตา งๆ
ทเ่ี ก่ียวของ และบอกแนวทางในการปองกนั และรกั ษา
8. สังเกตและหาตาํ แหนงของจุดบอด โฟเวยี และความไวในการรับสมั ผสั ของผวิ หนัง
9. สบื คน ขอมลู อธบิ าย และเปรียบเทยี บโครงสรา งและหนาที่ของอวัยวะที่เก่ยี วของกับการเคลื่อนท่ีของ
แมงกะพรุน หมึก ดาวทะเล ไสเ ดอื นดนิ แมลง ปลา และนก
326
10. สบื คน ขอ มูลและอธิบายโครงสรา งและหนาทีข่ องของกระดูกและกลา มเน้ือทเ่ี กี่ยวของกบั การเคล่อื นไหว
และการเคลื่อนท่ีของมนษุ ย
11. สังเกตและอธิบายการทํางานของขอตอ ชนดิ ตางๆ และการทาํ งานของกลามเนือ้ โครงรา งทีเ่ ก่ยี วของกบั
การเคล่อื นไหวและการเคล่ือนทขี่ องมนษุ ย
12. สืบคนขอมูล อธิบาย และเขียนแผนผังสรปุ หนาที่ฮอรโ มนจากตอมไรทอ และเน้อื เยอ่ื ทส่ี รา งฮอรโ มน
13. สบื คน ขอ มูล อธิบาย และยกตวั อยางการสบื พันธุแบบไมอ าศยั เพศและการสืบพันธุแบบอาศยั เพศในสตั ว
14. สืบคนขอ มูล อธิบายโครงสรา งและหนา ทข่ี องอวัยวะในระบบสืบพนั ธเุ พศชายและระบบสืบพนั ธเุ พศหญิง
15. อธิบายกระบวนการสรา งเสปรม กระบวนการสรา งไข และการปฏิสนธใิ นมนษุ ย
16. อธิบายการเจริญเติบโตในระยะเอมบรโิ อและระยะหลังเอมบรโิ อของกบ ไก และมนุษย
17. สบื คนขอมลู อธิบาย เปรียบเทยี บ และยกตัวอยา งพฤตกิ รรมท่เี ปนมาแตกาํ เนิดและพฤติกรรมท่ีเกดิ จาก
การเรียนรขู องมนุษย
18. สืบคนขอมูล อธิบายและยกตัวอยา งความสมั พันธระหวางพฤตกิ รรมกับวิวฒั นาการของระบบประสาท
19. สบื คน ขอ มูล อธิบายและยกตวั อยางการสอื่ สารระหวางสัตวทีท่ ําใหส ตั วแสดงพฤติกรรม
รวมท้ังหมด 19 ขอ
327
คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
ว33209 โลก ดาราศาสตรและอวกาศ 4 กลมุ สาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศึกษาทฤษฎีกำเนิดเอกภพ ทฤษฎีบกิ แบง วิวัฒนาการของเอกภพ ระหวางความเร็วกับระยะทางของ
กาแล็กซี โครงสรางและองคประกอบของกาแล็กซี ตำแหนงของระบบสุริยะ การเกิดดาวฤกษ กระบวนการ
สรางพลงั งานของดาวฤกษ ปฏิกิริยาลกู โซโปรตอน-โปรตอน วัฏจักรคารบอน ไนโตรเจน ออกซเิ จน ความสอง
สวางของดาวฤกษ คาโชตมิ าตรของดาวฤกษ สขี องดาวฤกษ อณุ หภูมิผิวและสเปกตรมั ของดาวฤกษ ระยะทาง
ของดาวฤกษ หลักการแพรัลแลกซ มวลของดาวฤกษ วิวฒั นาการของดาวฤกษ แผนภาพเฮริ ซปรุง-รชั เซลล
โดยใชการสืบเสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรและทกั ษะการ
เรียนรูในศตวรรษท่ี 21 การสืบคนขอมูลและการอภปิ ราย เพือ่ ใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถ
สื่อสารสิง่ ที่เรียนรู มีความสามารถในการตดั สินใจ การแกปญหา การนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิต
วิทยาศาสตร จริยธรรม คณุ ธรรม และคานยิ มทเ่ี หมาะสม
ผลการเรียนรู
1. อธบิ ายการกำเนิดและการเปล่ยี นแปลงพลงั งาน สสาร ขนาดอณุ หภูมิของเอกภพหลงั เกดิ บิกแบงใน
ชวงเวลาตางๆ ตามววิ ัฒนาการของเอกภพ
2. อธบิ ายหลักฐานทีส่ นับสนุนทฤษฎีบิกแบงจากความสัมพนั ธระหวางความเร็วกับระยะทางของกาแล็กซี
รวมทัง้ ขอมูลการคนพบไมโครเวฟพนื้ หลังจากอวกาศ
3. อธิบายโครงสรางและองคประกอบของกาแลก็ ซีทางชางเผอื ก และระบตุ ำแหนงของระบบสรุ ิยะพรอม
อธิบายเช่อื มโญงกบั การสังเกตเหน็ ทางชางเผือกของคนบนโลก
4. อธิบายกระบวนการเกดิ ดาวฤกษ โดยแสดงการเปลี่ยนแปลงความดัน อุณหภมู ิ ขนาดจากดาวฤกษกอนเกิด
จนเปนดาวฤกษ
5. อธิบายกระบวนการสรางพลงั งานของดาวฤกษและผลท่ีเกดิ ข้นึ โดยวิเคราะหปฏิกริ ยิ าลกู โซโปรตอน-
โปรตอน และวัฏจักรคารบอน ไนโตรเจน ออกซิเจน
6. ระบุปจจัยทีส่ งผลตอความสองสวางของดาวฤกษ และอธิบายความสมั พนั ธระหวางความสองสวางกบั โชตมิ าตรของ
ดาวฤกษ
7. อธิบายความสัมพันธระหวางสี อุณหภมู ิผวิ และสเปกตรัมของดาวฤกษ
8. อธิบายวธิ ีการหาระยะทางของดาวฤกษดวยหลกั การแพรัลแลกซ พรอมคำนวณหาระยะทางของดาวฤกษ
9. อธิบายลำดับวิวฒั นาการที่สัมพันธกบั มวลตงั้ ตนและวิเคราะหการเปล่ยี นแปลงสมบัติบางประการของดาว
ฤกษในลำดบั วิวฒั นาการจากแผนภาพเฮริ ซปรุง-รัสเซลล
รวมทั้งหมด 9 ผลการเรียนรู
328
คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม
ง33211 วิทยาการคำนวณ 3 กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศกึ ษาเก่ียวกับการใชเทคโนโลยสี ารสนเทศอยางปลอดภยั การนำเสนอและแบงปนขอมลู สารสนเทศ
การใชเทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอ การนำเสนอและแบงปนขอมลู อยางปลอดภยั จริยธรรม
จรรยาบรรณ และกฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยสี ารสนเทศ เทคโนโลยีกับ
ชีวิตประจำวัน และผลกระทบของการใชเทคโนโลยีสารสนเทศในดานตาง ๆ
โดยอาศยั กระบวนการเรยี นรูดวยวธิ ีการสอนแบบอภิปราย วิธกี ารสอนแบบกระบวนการทำงานกลุม
และวิธกี ารสอนแบบบรรยาย เพอื่ เนนใหผูเรียนไดลงมอื ปฏิบัติ ฝกทกั ษะการคดิ เผชญิ สถานการณการ
แกปญหา วางแผนการเรียนรู ตรวจสอบการเรียนรู และนำเสนอผานการทำกิจกรรมโครงงาน เพอื่ ใหเกดิ
ทักษะ ความรู ความเขาใจ และทกั ษะในการวเิ คราะหโจทยปญหา จนสามารถนำเสนอแนวคดิ เชิงคำนวณมา
ประยุกตใชในโครงงานได
เพื่อใหผูเรยี นมีความรูความเขาใจ มีทกั ษะการคิดเชิงคำนวณ การคิดวเิ คราะห แกปญหาเปนขั้นตอน
และเปนระบบมที ักษะในการใชเทคโนโลยสี ารสนเทศ รักษาขอมลู สวนตัว และการส่ือสารเบอื้ งตน ในการ
แกปญหาท่ีพบในชวี ิตจรงิ ไดอยางมปี ระสิทธิภาพ ตลอดจนนำความรูความเขาใจในวิชาเทคโนโลยี (วิทยาการ
คำนวณ) และนำเทคโนโลยีใหมที่เกดิ ขน้ึ ไปใชใหเกดิ ประโยชน ตอสังคมและการดำรงชวี ติ จนสามารถพฒั นา
กระบวนการคดิ และจิตนาการ ความสามารถในการแกปญหาการจัดการทักษะในการส่อื สาร ความสามารถใน
การตดั สนิ ใจ เปนผูมีจิตวทิ ยาศาสตร มคี ณุ ธรรมจริยธรรม และคานิยมในการใชวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
อยางสรางสรรค
มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ว.4.2 ม.6/1 ใชเทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอและแบงปนขอมูลอยางปลอดภัย มีจริยธรรม และ
วเิ คราะหการเปล่ยี นแปลงเทคโนโลยีสารสนเทศทีม่ ผี ลตอการดำเนนิ ชวี ิต อาชพี สงั คม และวัฒนธรรม
รวม 1 ตวั ชว้ี ดั
329
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
ว33213 การสรางภาพเคลือ่ นไหวเบอื้ งตน กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศกึ ษา เรียนรู ปฏิบัตหิ ลักการทำงานของการตดั ตอวีดโี อ เครอื่ งมือท่ใี ชในการตดั ตอวีดโี อ การสราง
วดี โี อจาก Movie Wizard การสรางวีดีโอดวยโปรแกรมUlead Video Studio เห็นคณุ คาของการนำเสนอ
งาน ในรปู แบบของสือ่ ผสม และการนำเสนองานในรูปแบบของส่อื ผสมอยางมคี ุณธรรมและจรยิ ธรรมผูเรยี น
สรางวินัยใหกบั ตนเองในการรักษาความสะอาดในหองเรยี น การจัดโตะ การปด-เปดไฟฟา ปด-เปดพัดลม การ
ปด-เปดเครอ่ื งปรับอากาศ การดแู ลรกั ษาเครอ่ื งคอมพิวเตอร กอนและหลังการปฏบิ ัติทุกคร้ังกอนออกจาก
หองเรยี น
ผลการเรยี นรู
1. มคี วามรูและความเขาใจหลกั การทำงานของการตดั ตอวีดีโอ
2. มคี วามรูและความเขาใจเครื่องมือที่ใชในการตัดตอวีดีโอ
3. มีทกั ษะในการสรางวีดโี อจาก Movie Wizard ได
4. มที ักษะในการสรางวดี โี อดวยโปรแกรม Ulead Video Studio ได
5. เห็นคุณคาของการนำเสนองาน ในรปู แบบของสอ่ื ผสม
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู
330
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
ว33215 การเขียนโปรแกรมข้ันสงู 1 กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศกึ ษา เรียนรู ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับภาษาซี หลักการเขียนโปรแกรม องคประกอบของภาษาซี
คำสง่ั ในการรบั และแสดงผลขอมลู คำสง่ั ควบคมุ ในการทำงาน ตวั แปร Array ฟงกชนั (Function) พอยน
เตอร (Pointer) การจัดแฟมขอมูล ขอมูลชนิดโครงสราง และการประยกุ ตการเขยี นโปรแกรมสรางชน้ิ
นำเสนอไดอยางมคี ุณธรรมและจริยธรรมผเู รียนสรางวนิ ัยใหกับตนเองในการรักษาความสะอาดในหองเรียน
การจัดโตะ การปด-เปดไฟฟา ปด-เปดพดั ลม การปด-เปดเครื่องปรบั อากาศ การดูแลรกั ษาเคร่ือง
คอมพิวเตอร กอนและหลังการปฏิบัตทิ ุกครั้งกอนออกจากหองเรยี น
ผลการเรียนรู
1. มีความรูและเขาใจลักษณะการทำงานโปรแกรม
2. เรียกใชโปรแกรมและอธบิ ายการใชงานสวนประกอบหนาตางโปรแกรมได
3. มคี วามรูเบ้ืองตนเกย่ี วกับการเขยี นโปรแกรมดวยภาษาคอมพวิ เตอรตางๆ
4. เขยี นโปรแกรมภาษาซีไดอยางเปนระบบและมีข้ันตอน
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู
331
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
ว33217 โครงงานคอมพิวเตอร กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
***************************************************************************************
คนควา หาขอมูลจากแหลงเรียนรูตาง ๆ ตลอดจนทำการสืบคนขอมูลจากอินเทอรเน็ต อันจะ
นำไปสูการระบเุ ร่ือง หัวขอหรือปญหาสำหรับการจดั ทำโครงงานคอมพวิ เตอร คนควาเอกสารทางดานทฤษฎี
และเทคนิคการปฏิบัติการเกี่ยวกับการทำโครงงานที่จะรวบรวมข อมูลเบื้องต นศึกษา
ความหมาย วิธีการ ประเภท ขั้นตอนการทำ การออกแบบ การวางแผน เขียนและนำเสนอเคา
โครง เทคนิคการนำเสนอโครงงาน การเผยแพรผลงาน จัดทำโครงงานตามขั้นตอนการเขียนรายงานและ
นำเสนอโครงงานได โดยใชเทคโนโลยีไปใชในการทำโครงงาน
เพื่อใหมคี วามรูความเขาใจและทักษะในการจัดทำโครงงานคอมพิวเตอร ตลอดจนการนำเสนอและ
เผยแพรผลงาน และสามารถนำความรูและผลงานโครงการไปประยุกตใชในชีวิตประจำวันไดผเู รยี นสรางวินัย
ใหกบั ตนเองในการรกั ษาความสะอาดในหองเรียน การจัดโตะ การปด-เปดไฟฟา ปด-เปดพดั ลม การปด-
เปดเครื่องปรับอากาศ การดูแลรักษาเคร่อื งคอมพวิ เตอร กอนและหลังการปฏิบัตทิ ุกครัง้ กอนออกจาก
หองเรียน
ผลการเรียนรู
1. มีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับความหมายของโครงงานคอมพวิ เตอร
2. เหน็ คุณคาของโครงงานคอมพวิ เตอร
3. มคี วามรู ความเขาใจ และทักษะในการทำงาน
4. ระบุประเภทโครงงานคอมพวิ เตอรได
5. มีความรู ความเขาใจเกี่ยวกับขน้ั ตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร
6. สามารถออกแบบวางแผนการทำโครงงานคอมพวิ เตอรได
7. เขยี นเคาโครง โครงงานคอมพิวเตอรทจ่ี ะดำเนนิ การทำได
8. นำเสนอผลงานเคาโครง โครงงานคอมพิวเตอรได
9. สามารถเขียนรายงานโครงงานคอมพิวเตอร และจัดทำเปนเอกสารโครงงานที่สมบูรณ
10. อธิบายสงิ่ ทไี่ ดรับจากการทำโครงงานคอมพิวเตอรและการประยุกตใชกบั ชีวติ ประจำวัน
รวมท้ังหมด 12 ผลการเรยี นรู
332
คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
ว33219 กฎหมายคอมพวิ เตอร 1 กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ช่วั โมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศึกษาสิทธิของพลเมืองดิจิทัลและเขาใจความรับผิดชอบในโลกออนไลนในยุคศตวรรษที่ 21 ไดแก
สิทธใิ นการเขาถึงและไมถูกเลือกปฏิบตั ิ สิทธิในการชุมนุมและการสมาคมออนไลน สิทธิในความเปนสวนตัว
และในการคมุ ครองขอมลู สวนบคุ คลเสรภี าพในการแสดงความเห็นและการเขาถึงขอมลู จริยธรรมคอมพิวเตอร
ความรับผิดชอบในการสื่อสารและแลกเปลี่ยนขอมูลอยางมีมารยาท ความรับผิดชอบในการใชและอางอิง
ผลงานของผูอื่น ความรับผิดชอบในการปฏิบัติตามกฎหมาย ความรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัย
ออนไลน ความรบั ผดิ ชอบตอสุขภาพของตนเอง และความรับผดิ ชอบในการใชพาณิชยอิเลก็ ทรอนกิ ส
ผลการเรียนรู
1. สามารถใชสทิ ธิ เสรภี าพ ไดอยางถูกตองตามหลักสากล ภายใตกรอบทีก่ ฎหมายกำหนดไว
2. สามารถแสดงความรับผิดชอบในการอยูรวมกนั ในสังคมทีเ่ หมาะสมตามหลกั สากลได
3. สามารถบอกความแตกตางในการกำหนดความเปนสวนตัวได
4. สามารถแยกแยะไดวาขอความและการกระทำชนดิ ไหน เปนการละเมิดสิทธิผูอื่น หรอื หมน่ิ ประมาท
5. สามารถเขาใจเนอ้ื หาที่อยูในนโยบายการใชทยี่ อมรับได หรือใกลเคียง และสามารถปฏิบตั ติ าม นโยบายท่ี
ยอมรับนัน้ ได
6. สามารถอธิบายความรบั ผดิ ชอบในระดบั นานาชาตติ อสงั คมดิจทิ ัลในฐานะประชากรดิจทิ ลั ได
รวม 6 ผลการเรยี นรู
333
คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน สำหรับแผนการเรยี นท่ีไมเนนวทิ ยาศาสตร
ว33101 วทิ ยาศาสตร โลกและอวกาศ 1 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศึกษา วิเคราะห ทดลอง และอธิบาย การกําเนิดและการเปลย่ี นแปลงพลังงานสสาร ขนาด อุณหภมู ิ
ของเอกภพหลังเกิดบิกแบง การคนพบไมโครเวฟพื้นหลังจากอวกาศ โครงสรางและองคประกอบของกาแล็กซี
ทางชางเผือก และระบุตําแหนงของระบบสุริยะ กระบวนการเกิดดาวฤกษ ขนาดจากดาวฤกษ ระบุปจจัยที่
สงผลตอความสองสวางของดาวฤกษ ความสัมพันธระหวางความสองสวางกับโชติมาตรของดาวฤกษ
ความสัมพันธระหวางสี อุณหภูมิผิวและสเปกตรัมของดาวฤกษ ลาํ ดับวิวัฒนาการที่สัมพันธก ับมวลตัง้ ตนและ
วิเคราะหการเปลี่ยนแปลงสมบัติบางประการของดาวฤกษ กระบวนการเกิดระบบสุริยะ และการแบงเขต
บรวิ ารของดวงอาทิตย และลักษณะของดาวเคราะหท่ีเอื้อตอการดาํ รงชีวิต โครงสรางของดวงอาทิตย การเกิด
ลมสุริยะ พายุสุริยะ การสํารวจอวกาศ โดยใชกลองโทรทรรศนในชวงความยาวคลื่นตาง ๆดาวเทียม ยาน
อวกาศ สถานีอวกาศ เขาใจองคประกอบและความสัมพันธของระบบโลก การแบงโครงสรางโลกตาม
องคประกอบทางเคมีและสมบัติเชิงกล กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในโลกและบนผวิ โลก ทฤษฎีทวีปเลื่อน
และหลักฐานสนับสนุน แนวคิดการแผขยายพื้นสมุทร การแปรสัณฐานของแผนธรณี ธรณีสัณฐาน และ
โครงสรางทางธรณี
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสํารวจ ตรวจสอบ การสืบคนขอมูล
อภิปรายและสรุป เพือ่ ใหเกดิ ความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิง่ ที่เรียนรู
และนาํ ความรูไปใชในชีวิตของตนเอง ดูแลรกั ษาส่งิ มชี ีวิตอ่นื เฝา ระวงั และพฒั นา สง่ิ แวดลอ มอยางย่ังยืน มีจิต
วิทยาศาสตร จริยธรรม คณุ ธรรม และคา นิยม สามารถทํางานรวมกับผูอ ่ืนไดและเห็นประโยชนการดํารงชีวติ
ตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ตวั ชวี้ ัด ม. 4-6/5
ว 3.1 ม. 4-6/1 ม. 4-6/2 ม. 4-6/3 ม. 4-6/4 ม. 4-6/10
ม. 4-6/6 ม. 4-6/7 ม. 4-6/8 ม. 4-6/9
ว.3.2 ม. 4-6/1 ม. 4-6/2 ม. 4-6/3
รวม 13 ตัวช้ีวัด
334
คำอธิบายรายวชิ าวชิ าพ้ืนฐาน
ส 33101 วชิ าสงั คมศกึ ษา กลุมสาระการเรียนรูสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศึกษาระบบเศรษฐกิจ ขอดีขอเสียของระบบเศรษฐกิจแบบตางๆ ตลาด ประเภทของตลาด ขอดี
ขอเสียของตลาดประเภทตางๆ อุปสงค อุปทาน การกำหนดราคาตามอุปสงคอุปทาน การกำหนดคาจาง
กฎหมายที่เกี่ยวของกับอัตราคาจางแรงงานไทย ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สหกรณ เศรษฐกิจชุมชน
นโยบายการเงิน การคลังในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ บทบาทนโยบายการเงินและการคลังของรฐั บาล
เศรษฐกิจภาครัฐบาล ผลกระทบของการเปดเสรีทางเศรษฐกิจในยุคสังคมไทย เศรษฐกิจระหวางประเทศ การ
พัฒนาเศรษฐกิจ
โดยใชกระบวนการความรูความเขาใจ กระบวนการสืบคน กระบวนการคิดวิเคราะห สังเคราะห
กระบวนการกลมุ กระบวนการสรางความตระหนัก
เพ่ือใหนักเรียนมีความรูความเขาใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค
การใชทรัพยากรที่มีอยูอยางจำกัดไดอยางมีประสิทธิภาพและคุมคารวมทั้งเขาใจหลักการของเศรษฐกิจ
พอเพียงเพื่อการดำรงชีวิตอยางมีดุลยภาพ เขาใจระบบและสถาบันของเศรษฐกิจตางๆ ความสัมพันธทาง
เศรษฐกจิ และความจำเปนของการรวมมือกนั ทางเศรษฐกิจในสงั คมโลก รจู ักตนเอง พึง่ ตนเอง มีวินยั ใฝเรียนรู
ซือ่ สตั ยสุจริต มคี ณุ ธรรมนำชวี ติ อยูอยางพอเพียงตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง สูจติ สาธารณะ มคี วามมุงม่นั
ในการทำงาน เห็นคุณคาของการทำงาน รูจักคิดวิเคราะห การทำงานกลุม มีจิตสาธารณะ เสียสละเหน็ แก
ประโยชนสวนรวม ดำรงชวี ิตอยูรวมกันในสงั คมไทยและสังคมโลกอยางสนั ติสุข
รหสั ตวั ช้ีวดั
ส.3.1 ม.5/1 , ม.5/2 , ม.5/3 , ม.5/4
ส.3.2 ม.5/1 , ม.5/2 , ม.5/3
รวม 7 ตวั ชวี้ ดั
335
คำอธิบายรายวิชาวชิ าเพม่ิ เติม
ส33201 เหตุการณปจจุบัน กลุมสาระการเรยี นรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 6 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศึกษาเหตุการณปจจุบัน การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจและสังคมในประเทศและโลก
สงครามโลก สงครามเย็น ขบวนการกอการราย องคการระหวางประเทศ การรกั ษาสันติภาพ วิกฤตการณดาน
ส่ิงแวดลอม ในประเทศและโลก
โดยใชกระบวนการความรูความเขาใจ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุม การสืบคนขอมูล
ขาวสารจากส่อื สิ่งพมิ พ อินเตอรเนต็ กระบวนการคดิ วิเคราะห สังเคราะห ประเมนิ คา
เพื่อใหนักเรียนมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับความเปนไปของประเทศและโลกอยางกวางขวางและ
ลึกซึ้ง มีจิตสำนกึ และมีสวนรวมในการรับขอมลู ขาวสาร คดิ วิเคราะห จัดการแสวงหาความรูจากแหลงเรียนรู
ตางๆไดอยางเหมาะสม รูจักตนเอง พึ่งตนเอง มีวินัย ใฝเรียนรู ซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรมนำชีวิต อยูอยาง
พอเพียงตามหลักเศรษฐกิจพอเพยี ง สูจิตสาธารณะ มีความมุงม่ันในการทำงาน เห็นคุณคาของการทำงาน
รูจกั คิดวิเคราะห การทำงานกลุม มีจิตสาธารณะ เสยี สละเห็นแกประโยชนสวนรวม ดำรงชีวิตอยูรวมกนั ใน
สังคมไทยและสงั คมโลกอยางสันตสิ ขุ
รหสั ตัวชี้วัด
ส 2.1 ม.6/1 , ม.6/2 , ม.6/3 , ม.6/4 , ม.6/5 , ม.6/6
รวม 6 ตวั ชว้ี ัด
336
คำอธบิ ายรายวชิ า
พ33205 แบดมินตัน กลุมสาระการเรยี นรูสุขศึกษาและพลศกึ ษา
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 6(เอกพลศกึ ษา) ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศึกษาเพื่อใหมีความรู ความเขาใจ เรื่องเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวรางกาย หลักการออกกำลังกาย
การทดสอบสมรรถภาพทางกาย ทักษะเบื้องตนกีฬาแบดมินตัน การเลนเปนทีมปฏบิ ัติกิจกรรมดวยความ
สนุกสนานปลอดภัยการออกกำลังกาย การพักผอน และนันทนาการ กฎ กตกิ า ในการเลนกีฬา วิธกี ารรุกและ
การปองกันในการแขงขันกีฬา การควบคุมตนเอง การมีน้ำใจนักกีฬา การทำงานเปนทีม การวางแผน
สมรรถภาพทางกาย สมรรถภาพทางจิต การบริหารจิต เหน็ คุณคาของการออกกำลังกาย การออกกำลัง
กายและการเลนกีฬาปฏิบัติกิจกรรมดวยความสนุกสนานปลอดภัย ชื่นชมและเห็นคุณคาของการออกกำลัง
กาย เคารพ กฎ กติกาการแขงขัน มีนำ้ ใจนกั กีฬา และใหความรวมมือในการทำงานเปนทมี ชนื่ ชมและเห็น
คณุ คาของการออกกำลงั กาย เคารพ กฎ กติกาการแขงขัน
ชื่นชมและเห็นคุณคาของการออกกำลังกาย รูจักการเปนผูนำและผูตามที่ดี มีน้ำใจนักกีฬาและให
ความรวมมือในการทำงานเปนทีม โดยใชทักษะและการปฏิบัติตนเพื่อนำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มี
คุณธรรม จริยธรรม ซือ่ สัตยสุจรติ มีคานยิ มทีเ่ หมาะสมและดำเนินชีวิตตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหสั ตัวชว้ี ดั
พ 3.1 ม.4-6/1 พ 3.1 ม.4-6/2 พ 3.1 ม.4-6/3 พ 3.1 ม.4-6/4
พ 3.2 ม.4-6/1 พ 3.2 ม.4-6/2 พ 3.2 ม.4-6/3 พ 3.2 ม.4-6/4
พ 4.1 ม.4-6/7
รวมทง้ั หมด 9 ตวั ชี้วัด
337
คำอธิบายรายวิชา
พ33207 มวยสากล กลุมสาระการเรยี นรูสุขศึกษาและพลศึกษา
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 6(เอกพลศกึ ษา) ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
***************************************************************************************
ศกึ ษาประวัตคิ วามเปนมาของมวยสากล ฝกทักษะเบื้องตนของมวยสากล การชกในแตละรูปแบบ ชัน้
เชงิ การชกและการปองกนั หลกั การ และวิธีการฝก ความรูเรอ่ื งกติกาการแขงขันทงั้ สมคั รเลนและอาชพี
วธิ กี ารตดั สนิ ตลอดจนหลกั การ บริการและการจดั การแขงขัน การฝกทักษะขน้ั สงู และทักษะเฉพาะของมวย
สากล กฎ กติกาการแขงขัน การแขงขันประเภทสมัครเลนและอาชีพ หลกั การตัดสินและการเปน เจาหนาท่ี
เทคนคิ
โดยใชกระบวนการทางพลศึกษา ความสามารถในการคิด การแกปญหา การส่อื สาร การใชทักษะชีวิต
ในการดูแลและสรางเสริมสุขภาพและสมรรถภาพทางกายของตนเอง รวมทั้งออกกำลังกาย ปฏิบัติตามกฎ
กตกิ า ขอตกลงในการเลนกฬี ามวยสากลตามคำแนะนำ
เพอื่ ใหรกั การเรยี นรใู นวชิ าพลศึกษา เหน็ ความสำคัญของการมีสุขภาพและสมรรถภาพทางกายที่ดี ใฝ
เรยี นรู มวี ินยั มนี ้ำใจนกั กฬี า และมจี ติ สาธารณะ
ชื่นชมและเห็นคุณคาของการออกกำลังกาย รูจักการเปนผูนำและผูตามที่ดี มีน้ำใจนักกีฬาและให
ความรวมมือในการทำงานเปนทีม โดยใชทักษะและการปฏิบัติตนเพื่อนำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มี
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ซอ่ื สัตยสจุ ริต มีคานยิ มท่เี หมาะสมและดำเนนิ ชวี ิตตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
รหสั ตัวชว้ี ัด
พ 3.1 ม.4-6/1 พ 3.1 ม.4-6/2 พ 3.1 ม.4-6/3 พ 3.1 ม.4-6/4
พ 3.2 ม.4-6/1 พ 3.2 ม.4-6/2 พ 3.2 ม.4-6/3 พ 3.2 ม.4-6/4
พ 4.1 ม.4-6/7
รวมทั้งหมด 9 ตวั ช้ีวัด
338
คำอธิบายรายวชิ า
พ33203 การจัดการแขงขันกีฬา กลุมสาระการเรียนรูสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 6(เอกพลศึกษา) ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศึกษาความเปนมาของการแขงขันกีฬาแนวคิด หลักการและวิธีจัดการแขงขันกีฬา การดำเนินการ
จัดการแขงขันตางๆ การจัดวัสดุ อุปกรณ สนามแขงขัน สถานที่ เครื่องอำนวยความสะดวก รวมทั้งแนวทาง
การแกปญหาที่เกิดขึ้นจากการแขงขัน การจัดการแขงขันกีฬาตางๆ ทั้งในและนอกประเทศและนำ
ประสบการณไปปรับใชใหเกิดประโยชนสูงสุดในการดำเนินชีวิต นำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มีคุณธรรม
จริยธรรม ซอ่ื สตั ยสุจริต มคี านิยมทเี่ หมาะสมและดำเนินชีวิตตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
รหัสตัวช้วี ดั
พ 3.1 ม.4-6/1 พ 3.1 ม.4-6/2 พ 3.1 ม.4-6/3 พ 3.1 ม.4-6/4
พ 3.2 ม.4-6/1 พ 3.2 ม.4-6/2 พ 3.2 ม.4-6/3 พ 3.2 ม.4-6/4
พ 4.1 ม.4-6/7
รวมท้ังหมด 9 ตัวช้ีวัด
339
คำอธิบายรายวิชา
พ33201 พลศกึ ษา 5(แอโรบคิ ) กลุมสาระการเรียนรูสุขศกึ ษาและพลศึกษา
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศกึ ษา ประวัติ ความหมาย ประเภท ประโยชนของแอโรบิค ลำดับขั้นตอนในการประกอบกิจกรรม
แอโรบคิ ประเภทตาง ๆ ชนิดของแอโรบิค การจับชีพจร การคำนวณหาอตั ราการเตนของหวั ใจ การคำนวณ
ความหนักของงานในการ ประกอบกจิ กรรมแอโรบิค ลกั ษณะสำคัญของแอโรบคิ การออกกำลงั กายแบบแอโร
บิค การประยุกต ทาทางเพื่อประกอบกจิ กรรม แอโรบคิ แตละประเภท การเลือกเพลงและเทคนิคตางๆ ของ
การ เปนผนู ำแอโรบิค รวมทงั้ อันตรายท่เี กดิ จากการประกอบกจิ กรรมแอโรบิค
ชื่นชมและเห็นคุณคาของการออกกำลังกาย รูจักการเปนผูนำและผูตามที่ดี มีน้ำใจนักกีฬาและให
ความรวมมือในการทำงานเปนทีม โดยใชทักษะและการปฏิบัติตนเพื่อนำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มี
คุณธรรม จรยิ ธรรม ซ่อื สัตยสุจริต มคี านิยมท่เี หมาะสมและดำเนนิ ชวี ิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
รหสั ตัวชวี้ ัด
พ 3.1 ม.4-6/1 พ 3.1 ม.4-6/4 พ 3.1 ม.4-6/5
พ 3.2 ม.4-6/1 พ 3.2 ม.4-6/2 พ 3.2 ม.4-6/3 พ 3.2 ม.4-6/4
พ 4.1 ม.4-6/7
รวมทั้งหมด 8 ตัวช้ีวัด
340
คำอธบิ ายรายวิชา
ศ33101 ศิลปะ(นาฏศลิ ป) กลุมสาระการเรียนรูศลิ ปะ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 6 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
***************************************************************************************
ศกึ ษา วเิ คราะหถึงรูปแบบของงานแสดง ระบำรำฟอน การละครไทย การแสดงพ้นื เมืองภาคตางๆ
การละครสากล ละครสรางสรรค ความเปนมา องคประกอบของละครสรางสรรค ละครพูด
ละครโศกนาฏกรรม ละครสขุ นาฏกรรม ละครแนวเหมือนจรงิ ละครแนวไมเหมือนจริง การประดิษฐทา
รำทเี่ ปนคแู ละหมู หลกั การสรางสรรค การวจิ ารณการแสดงนาฏศิลปและการละคร การแสดงนาฏศิลปใน
โอกาสตางๆ การอนรุ กั ษนาฏศลิ ปภูมิปญญาทองถิน่
โดยใชกระบวนการเรียนรู ความรูความเขาใจ กระบวนการคดิ วเิ คราะห กระบวนการปฏิบัติและ
กระบวนการนำเสนอ
เพ่ือใหเกิดความรูความเขาใจและแสดงออกทางนาฏศลิ ปอยางสรางสรรค วิเคราะหวิพากษวิจารณ
คุณคานาฏศิลป มีเจตคติที่ดีในการปฏิบัติ มีคุณธรรม จริยธรรมมีคุณคาที่เหมาะสม ถายทอดความรูสึก
ความคดิ อิสระ ชนื่ ชม และประยุกตใชในชวี ิตประจำวัน
มาตรฐาน ศ 3.1 ตวั ชวี้ ดั ม.1/1, ม.1/2,ม. 1/3,ม.1/4
ศ 3.2 ตวั ชวี้ ัด ม.2/1,ม.2/2
รวมทงั้ หมด 5 ตัวช้ีวัด