242
คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เตมิ
ว32215 โลก ดาราศาสตณและอวกาศ 2 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาทรพั ยากรธรณี สมบัติทางกายภาพบางประการของแร การระบชุ นิดแร การใชประโยชนจากทรัพยากรณ
แร กระบวนการเกิดหินอัคนี การจำแนกหินอัคนี กระบวนการเกิดหินตะกอน การจำแนกหินตะกอน
กระบวนการเกิดหินแปร การใชประโยชนจากทรัพยากรหิน กระบวนการเกิดแหลงกักเก็บปโตเลียม
กระบวนการเกิดถานหิน การใชประโยชนจากทรัพยากรธรณี สมบัติของผลิตภัณฑที่ไดจากปโตรเลียม
องคประกอบของแผนที่ภูมิประเทศและแผนที่ธรณวี ิทยา แผนที่ภูมิประเทศและเสนชั้นความสูง ลักษณะของ
แผนท่ีธรณีวิทยา การใชประโยชนจากแผนท่ภี มู ปิ ระเทศและแผนทธี่ รณวี ิทยา
โดยใชการสบื เสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทกั ษะการ
เรียนรูในศตวรรษท่ี 21 การสืบคนขอมูลและการอภปิ ราย เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถ
สื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการตดั สินใจ การแกปญหา การนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิต
วทิ ยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยมที่เหมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. ตรวจสอบและระบชุ นดิ แร รวมทั้งวิเคราะหสมบตั ิและนำเสนอการใชประโยชนจากทรัพยากรแรทเี่ หมาะสม
2. ตรวจสอบ จำแนกประเภท และระบชุ ื่อหินรวมท้ังวเิ คราะหสมบตั ิและนำเสนอการใชประโยชนของ
ทรพั ยากรหินทเี่ หมาะสม
3. อธิบายกระบวนการเกิด และการสำรวจแหลงปโตรเลยี มและถานหนิ โดยใชขอมูลทางธรณวี ิทยา
4. อธิบายสมบตั ขิ องผลติ ภัณฑท่ไี ดจากปโตรเลียมและถานหิน พรอมนำเสนอการใชประโยชนอยางเหมาะสม
5. อานและแปลความหมายจากแผนท่ีภูมปิ ระเทศและแผนที่ธรณวี ิทยาของพนื้ ทีท่ ี่กำหนด พรอมทง้ั อธิบาย
และยกตัวอยางการนำไปใชประโยชน
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู
243
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม
ว32207 วทิ ยาการคำนวณ 2 กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
ศึกษาเกี่ยวกับวทิ ยาการคอมพิวเตอร สื่อดิจิทลั และเทคโนโลยสี ารสนเทศกบั การดำเนินชีวิต เทคโนโลยกี าร
จดั การขอมลู ขอมูล ฐานขอมลู คลงั ขอมูล การทำเหมืองขอมลู ประมวลผลขอมูล วิทยาการขอมูล ขอมูล
ขนาดใหญ การวเิ คราะหขอมลู วทิ ยาการขอมูล
โดยอาศัยกระบวนการเรยี นรูโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem–based Learning) และการเรยี นรู
แบบใชโครงงานเปนฐาน(Project-based Learning) เพือ่ เนนใหผูเรียนไดลงมือปฏบิ ัติ ฝกทักษะการคดิ เผชญิ
สถานการณการแกปญหาวางแผนการเรยี นรู ตรวจสอบการเรียนรู และนำเสนอผานการทำกิจกรรมโครงงาน
เพ่ือใหเกิดทักษะ ความรู ความเขาใจ และทกั ษะในการวเิ คราะหโจทยปญหา จนสามารถนำเอาแนวคิดเชิง
คานวณมาประยกุ ตใชในการสรางโครงงานได
เพอื่ ใหผูเรียนสามารถใชความรทู างดานวิทยาการคอมพวิ เตอร สอื่ ดิจทิ ัล เทคโนโลยสี ารสนเทศและ
การสอ่ื สาร เพื่อรวบรวมขอมูลในชีวิตจริงจากแหลงตาง ๆ และความรจู ากศาสตรอื่นมาประยกุ ตใช สราง
ความรูใหม เขาใจการเปลยี่ นแปลงของเทคโนโลยีทีม่ ผี ลตอการดาเนนิ ชวี ติ อาชีพ สังคม วัฒนธรรม และใช
อยางปลอดภัย
มจี ริยธรรม ตลอดจนนาความรูความเขาใจในวิชาวิทยาศาสตร และเทคโนโลยไี ปใชใหเกิดประโยชนตอสงั คม
และ
การดำรงชวี ิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคดิ และจนิ ตนาการ ความสามารถในการแกปญหาและการ
จัดการทกั ษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสนิ ใจ และเปนผทู ่มี ีจติ วิทยาศาสตร มคี ณุ ธรรม
จรยิ ธรรม และคานิยมในการใชวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีอยางสรางสรรค
ตัวช้ีวัด
ว 4.2 ม.5/1
รวม 1 ตัวชี้วัด
244
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เตมิ
ว32209 หลักการเขียนโปรแกรม 1 กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศึกษาและปฏิบัตเิ กยี่ วกับ หลักการแกปญหา กระบวนการแกปญหา การเขียนผงั งาน (Flow chart)
ขนั้ ตอนการพฒั นาโปรแกรมคอมพิวเตอร โครงสรางและสวนประกอบของโปรแกรมคอมพิวเตอร ชนดิ ของ
ขอมูล ตวั แปร คาคงท่ี การเขียนโปรแกรมแบบมีเงือ่ นไข การทำงานแบบวนรอบ (Loop) โปรแกรมยอย และ
การประยุกต
เพ่ือใหมคี วามรูความเขาใจและทักษะการเขียนโปรแกรมคอมพวิ เตอรและนำไปประยุกตใช
อยางสรางสรรคผเู รียนสรางวินัยใหกบั ตนเองในการรักษาความสะอาดในหองเรยี น การจดั โตะ การปด-เปด
ไฟฟา ปด-เปดพดั ลม การปด-เปดเครอ่ื งปรบั อากาศ การดูแลรักษาเครอื่ งคอมพิวเตอร กอนและหลังการ
ปฏิบตั ิทุกครั้งกอนออกจากหองเรียน
ผลการเรยี นรู
1. กระบวนการแกปญหา
2. สามารถเขียนผงั งานตามข้นั ตอนการทำงานโปรแกรม
3. โครงสรางและสวนประกอบของโปรแกรม
4. เขาใจการคอมไพลและการรันโปรแกรม
5. บอก ระบุ ชนิดของตัวแปร ขอมูล
6. เขาใจโปรแกรมแบบลำดบั แบบมีเงอ่ื นไข และแบบวนรอบ
7. นำความรูมาสรางชิ้นงานได
รวมท้ังหมด 7 ผลการเรยี นรู
245
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม
ว32211 การสรางสรรคงานดวยกราฟกเบ้ืองตน กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
*********************************************************************************
ศึกษา เรียนรู ปฏิบตั เิ ก่ยี วกับหลักการออกแบบ แถบเคร่อื งมอื ตาง ๆ ที่สำคัญ การใชงานพนื้ ฐานของ
โปรแกรม การนำภาพกราฟกมาใช การสรางชน้ิ งาน การใช เลเยอร การปรบั รปู ทรง การใชสี การวาดภาพ
สรางตวั อักษรและขอความ การปรับแตงสี แสงและเงาของรูปภาพ การใชฟลเตอร (Filter) การตกแตงแกไข
รูปภาพ ดวยเครอ่ื งมือตาง ๆ การสรางภาพเคลอ่ื นไหว Animation การนำภาพไปใชกับเวบ็ ไซตเพ่ือใชในการ
สรางเวบ็ ไซตตลอดจนผูเรยี นมีความรคู วามเขาใจและทักษะเบอื้ งตนเกยี่ วกับการสรางภาพงานกราฟก และการ
นำเสนองานในรูปแบบของสอื่ ผสมอยางมคี ณุ ธรรมและจรยิ ธรรมผเู รยี นสรางวนิ ัยใหกับตนเองในการรักษา
ความสะอาดในหองเรียน การจัดโตะ การปด-เปดไฟฟา ปด-เปดพัดลม การปด-เปดเคร่ืองปรับอากาศ การ
ดแู ลรกั ษาเครือ่ งคอมพิวเตอร กอนและหลังการปฏิบัตทิ ุกครง้ั กอนออกจากหองเรียน
ผลการเรยี นรู
1. รจู กั แถบคำสง่ั ตาง ๆ และพืน้ ท่ีทำงานของโปรแกรม
2. รจู ักเครอื่ งมอื และสวนประกอบท่ีสำคัญในการทำงานของโปรแกรม Photoshop
3. อธิบายข้นั ตอนการตกแตงภาพได
4. สามารถบันทึกและนำภาพทีบ่ นั ทกึ กลับมาใชงานได
5. ใชคำสั่งในการลบเคร่อื งมือแบบตาง ๆ ได
6. สรางตวั อกั ษรขอความตามรปู แบบท่กี ำหนดได
7. เลือกรูปแบบของไฟลมาใชงานไดเหมาะสม
8. เขาใจชุดคำส่งั ออปชนั่ ของโปรแกรม Photoshop
9. ตกแตงรูปภาพดวยเครือ่ งมือชนดิ ตาง ๆ ได
10. รหู ลักการและขนั้ ตอนในสรางภาพเคลอื่ นไหว
11. การสรางชน้ิ งานและนำไปใชในเว็ปไซตได
12. เห็นคุณคาของการนำเสนองาน ในรปู แบบของส่ือผสม
รวมทั้งหมด 12 ผลการเรยี น
246
คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เตมิ
ว32213 การสรางเวบ็ เพจเบ้ืองตน กลมุ สาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
*********************************************************************************
ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับหลักการ ความสำคัญ ขั้นตอนของการออกแบบเว็บไซต ประโยชนของ
โปรแกรมออกแบบเว็บไซต การเรียกใชงานโปรแกรม หนาตางของโปรแกรม การใชคำสั่งในโปรแกรมการ
ใชเครื่องมอื ในการออกแบบ การจดั และตกแตงขอความ การจัดการภาพกราฟก การใชงานเลเยอร การใช
งานกบั เฟรม การทำงานกับตาราง การออกแบบและสรางจุดเช่ือมโยง การออกแบบปุมคลิก การนำ
ไฟลจากโปรแกรมอนื่ มาใชงาน การจดั ตัง้ และเผยแพรเวบ็ ไซต
เพอ่ื ใหผูเรยี นมคี วามคดิ รเิ รม่ิ สรางสรรคในการนำออกมาเผยแพรสูระบบเครอื ขาย มุงเนนการ
พฒั นาทกั ษะในการสรางสรรคผลงานการจดั การพัฒนาคดิ คนและเกดิ เจตคตทิ ี่ดตี อการใชคอมพิวเตอรผเู รียน
สรางวินยั ใหกับตนเองในการรักษาความสะอาดในหองเรียน การจดั โตะ การปด-เปดไฟฟา ปด-เปดพัดลม
การปด-เปดเครื่องปรับอากาศ การดแู ลรักษาเครอ่ื งคอมพิวเตอร กอนและหลังการปฏบิ ัติทุกครง้ั กอนออก
จากหองเรยี น
ผลการเรียนรู
1. เขาใจหลักการและขัน้ ตอนกระบวนการในการออกแบบเว็บไซต
2. บอกความสำคัญของการออกแบบเวบ็ ไซต
3. อธิบายประโยชนโปรแกรมที่ออกแบบเวบ็ ไซต
4. สามารถเรยี กใชงานโปรแกรมหนาตางของโปรแกรม
5. ใชคำสง่ั เครื่องมือในการออกแบบการจดั การกราฟก
6. ใชงานกบั เลเยอรเฟรมตาราง
7. ออกแบบหนาเว็บเพจ
8. ออกแบบและการสรางจุดเชอื่ มโยง และนำไฟลจากโปรแกรมอื่นมาใชงาน
9. สมัครขอพืน้ ที่ฟรีอัพโหลดไฟลและอัพเดตขอมูลใหทนั สมัยอยูเสมอ
รวมทั้งหมด 9 ผลการเรยี นรู
247
คำอธิบายรายวชิ าวชิ าพื้นฐาน
ส32101 วิชาสังคมศกึ ษา กลุมสาระการเรยี นรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
*********************************************************************************
ศึกษาเคร่ืองมือทางภูมศิ าสตร แผนท่ี ท่ีไดขอมลู และขาวสาร ภูมลิ ักษณ ภมู อิ ากาศและภูมิสังคมของ
ไทยและภูมิภาคตางๆของโลก ปญหาทางกายภาพหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติในประเทศไทยและภูมิภาค
ตางๆของโลก การเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพในสวนตางๆ ของโลก การเกิดภูมิสังคมใหมของโลก
การเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ซึ่งไดรับอิทธิพลจากปจจัยภูมิศาสตรในประเทศไทยและทวีปตางๆ การ
เปล่ียนแปลงธรรมชาติในโลก สถานการณการเปล่ยี นแปลง ลกั ษณะทางกายภาพในสวนตางๆ ของโลกทม่ี ผี ล
ตอการเกดิ ภูมิสังคมใหมๆในโลก วิกฤตการณ ภยั พิบัติดานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอมของไทยและ
โลก มาตรการปองกันและแกไขปญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมในประเทศและนอกประเทศ
บทบาทขององคการและการประสานความรวมมือทั้งในประเทศและนอกประเทศ กฎหมายสิ่งแวดลอมการ
จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมในภูมิภาคตางๆ
ของโลก การใชประโยชนจากสิ่งแวดลอมในการสรางสรรควัฒนธรรมอันเปนเอกลักษณของทองถิ่นทั้งใน
ประเทศไทยและโลก การแกปญหาและการดำเนนิ ชวี ิตตามแนวทางการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดลอมเพ่อื
การพฒั นาทยี่ ั่งยนื
โดยใชกระบวนการความรูความเขาใจ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุม กระบวนการคิด
วเิ คราะห สงั เคราะห ประเมนิ คา
เพื่อใหนักเรียนมีความรูความเขาใจลักษณะของโลกทางกายภาพและความสัมพันธของสรรพสิ่งซึ่งมี
ผลตอกันและกันในระบบของธรรมชาติ ใชแผนท่ีและเครื่องมือทางภูมิศาสตรในการคนหา วิเคราะห สรุป
และใชขอมลู ภูมสิ ารสนเทศอยางมีประสทิ ธิภาพ เขาใจปฏิสัมพันธระหวางมนุษยมนษุ ยกบั สภาพแวดลอมทาง
กายภาพที่กอใหเกิดการสรางสรรควัฒนธรรม มีจิตสำนึกและมีสวนรวมในการอนุรักษทรัพยากรและ
สิ่งแวดลอมเพือ่ การพฒั นาท่ียัง่ ยืน รูจกั ตนเอง พึ่งตนเอง มีวินัย ใฝเรียนรู ซอื่ สัตยสุจริต มีคุณธรรมนำชีวิต
อยูอยางพอเพียงตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง สูจิตสาธารณะ มีความมุงม่นั ในการทำงาน เห็นคุณคาของการ
ทำงาน รูจักคิดวิเคราะห การทำงานกลุม มีจิตสาธารณะ เสียสละเห็นแกประโยชนสวนรวม ดำรงชีวิตอยู
รวมกันในสังคมไทยและสงั คมโลกอยางสนั ตสิ ขุ
รหสั ตวั ชี้วัด
ส.5.1 ม.5/1 , ม.5/2 , ม.5/3
ส.5.2 ม.5/1 , ม.5/2 , ม.5/3 , ม.5/4
รวม 7 ตัวช้วี ดั
248
คำอธิบายรายวชิ าวชิ าพ้ืนฐาน
ส32103 ประวตั ิศาสตร กลุมสาระการเรียนรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศกึ ษาความหมาย ความสำคัญของเวลาและ วธิ ีการทางประวัติศาสตร ปจจยั ทางภูมิศาสตรที่มีผลตอ
พัฒนาการของมนุษยชาติและของประเทศไทย การสรางสรรคพัฒนาการของมนุษยชาติในแหลงอารยธรรม
ตะวันตกและตะวันออก เหตุการณสำคัญตางๆที่สงผลเปล่ียนแปลงของโลกในปจจุบัน การขยายและการลา
อาณานิคม ความรวมมือและความขัดแยงของมนุษยชาติในโลกในคริสตศตวรรษท่ี 20 ตลอดถงึ สถานการณ
สำคัญของโลกในครสิ ตศตวรรษที่ 21
โดยใชกระบวนการความรูความเขาใจ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุม กระบวนการคิด
วิเคราะห สงั เคราะห ประเมนิ คา
เพือ่ ใหนักเรยี นมคี วามรูความเขาใจความหมายความสำคัญของยุคสมัยทางประวัติศาสตรนำไปสูความ
เขาใจการสรางองคความรูใหมโดยใหความสำคัญกับหลักฐานและมิติแหงเวลารวมทั้งเขาใจผลที่มีการ
สรางสรรคและพัฒนาการของมนุษยชาติในแหลงอารยธรรมตะวนั ออกและตะวนั ตก ตลอดจนเปรียบเทียบการ
เปลี่ยนแปลงทางดานสังคม การเมือง เศรษฐกิจ ของอารยธรรมตะวันตกและอารยธรรมตะวันออก
ตระหนักถึงความสำคัญของผลงานมนุษยชาติที่นำไปสูความรวมมอื และความขัดแยงในภมู ภิ าคตางๆ ของโลก
พรอมเสนอแนวทางการประสานประโยชนเพื่อสันติภาพของโลก รูจักตนเอง พึ่งตนเอง มีวินัย ใฝเรียนรู
ซอ่ื สัตยสจุ รติ มคี ณุ ธรรมนำชีวิต อยูอยางพอเพียงตามหลกั เศรษฐกิจพอเพียง สูจิตสาธารณะ มีความมุงมั่น
ในการทำงาน เห็นคุณคาของการทำงาน รูจักคิดวิเคราะห การทำงานกลุม มีจิตสาธารณะ เสียสละเหน็ แก
ประโยชนสวนรวม ดำรงชวี ิตอยูรวมกนั ในสังคมไทยและสงั คมโลกอยางสันตสิ ุข
รหสั ตวั ชี้วดั
ส 4.1 ม.6/1 , ม.6/2
ส 4.2 ม.6/1 , ม.6/2 , ม.6/3 , ม.6/4
รวม 6 ตัวชี้วดั
249
คำอธบิ ายรายวิชาวิชาเพ่ิมเติม
ส 30233 หนาทีพ่ ลเมือง 3 กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
*********************************************************************************
ผูเรียนมสี วนรวมแนะนำผูอ่นื ใหอนุรักษและยกยองผมู ีมารยาทไทยในเรอ่ื งการแสดงความเคารพ การ
สนทนาการแตงกาย การมีสัมมาคารวะ แสดงออก แนะนำผูอื่นและมีสวนรวมในกิจกรรมเกี่ยวกับความ
เอื้อเฟอเผื่อแผและเสียสละตอสังคม เห็นคุณคา อนุรักษ สืบสานและประยุกตขนบธรรมเนียมประเพณี
ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปญญาไทย ปฏบิ ัติตนเปนผูมีวินยั ในตนเอง ในเรื่องความซือ่ สัตยสุจริต ขยันหมั่นเพยี ร
อดทน ใฝหาความรู ต้งั ใจปฏิบตั หิ นาท่ี และยอมรบั ผลทีเ่ กิดจากการกระทำของตนเองปฏิบัติตนเปนแบบอยาง
และมีสวนรวมในการจัดกิจกรรมที่แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนาและเทิดทูน สถาบัพระมหา
กษัตริย ประยุกตและเผยแพรพระบรมราโชวาทในเรื่องการเสียสละ ความซื่อสัตย หลักการทรงงานในเรือ่ ง
ศึกษาขอมูลอยางเปนระบบ แกปญหาที่จุดเล็ก ปฏิบัตติ นเปนผูมีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตยสุจริต
ขยันหม่ันเพยี ร อดทน ใฝหาความรู และตัง้ ใจปฏบิ ัตหิ นาที่
โดยใชกระบวนการกลุม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ
กระบวนการแกปญหากระบวนการสืบเสาะหาความรู กระบวนการสรางความตระหนัก กระบวนการสราง
คานยิ ม และกระบวนการสรางเจตคติ
เพื่อใหผูเรียนมีลักษณะที่ดีของคนไทย ภาคภูมิใจในความเปนไทย แสดงออกถงึ ความรักชาติ ยึดมั่นใน
ศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย และมีวินัยในตนเอง รูจักตนเอง พึ่งตนเอง มีวินัย ใฝเรียนรู
ซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรมนำชีวติ อยูอยางพอเพียงตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพียง สูจิตสาธารณะ มคี วามมุงมนั่
ในการทำงาน เห็นคุณคาของการทำงาน รูจักคิดวิเคราะห การทำงานกลุม มีจิตสาธารณะ เสียสละเหน็ แก
ประโยชนสวนรวม ดำรงชวี ติ อยูรวมกันในสงั คมไทยและสงั คมโลกอยางสนั ตสิ ขุ
ผลการเรียนรู
1. มีสวนรวม แนะนำผอู ่นื ใหอนรุ ักษและยกยองผูมมี ารยาทไทย
2. แสดงออก แนะนำผูอ่นื และมสี วนรวมในกิจกรรมเกย่ี วกับความเอื้อเฟอเผื่อแผและเสียสละ
3. เห็นคณุ คา อนรุ ักษ สืบสาน และประยุกตขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ศิลปวฒั นธรรม และภมู ิปญญา
ไทย
4. เปนแบบอยางและมีสวนรวมในการจัดกจิ กรรมท่ีแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา และ
เทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษัตรยิ
5. ประยุกตและเผยแพรพระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
6. ปฏบิ ัตติ นเปนผมู ีวินยั ในตนเอง
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู
250
คำอธบิ ายรายวิชาวิชาเพ่มิ เติม
ส32201ศาสนาสากล กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวย
*********************************************************************************
ศึกษาความหมาย ความสำคัญของการนับถือศาสนา องคประกอบ ประวัติของเปาหมายชีวิต
หลักธรรมท่ีสำคัญ แนวทางประยุกตหลักธรรมทางศาสนาเพ่ือนำไปใชในชีวิตประจำวันและสรางสันติในสังคม
การใชภาษาในคมั ภีร ศาสนพิธี พิธีกรรม วันสำคัญทางศาสนา หลักธรรม จริยธรรมและคานิยมความสำคัญ
ของศีลธรรม จรยิ ธรรมและคานิยมที่เปนตัวกำหนดความเช่ือ พฤติกรรมของแตละบุคคล การกำหนดบทบาท
เปาหมายในการดำรงชีวิตเพื่อการอยูรวมกันอยางสันติสุข การปฏิบัติตนตามหลักศีลธรรมจริยธรรมและ
คานยิ มที่ดงี าม การปฏบิ ัตติ นตามหลักธรรมทางศาสนาอยางมเี หตุผล การนำหลักธรรมไปประยุกตใชในการ
พัฒนาตนเองและสิ่งแวดลอมในสังคมเพื่อการอยูรวมกันอยางสันติสุข ของศาสนาพราหมณ ศาสนาพุทธ
ศาสนาคริสต ศาสนาอสิ ลาม ศาสนาฮินดู ศาสนาซิก
วิเคราะหและอธิบายหลักธรรม ของศาสนาสำคัญตางๆในโลก ที่สามารถนำไปประยุกตใชใน
ชีวติ ประจำวัน ศกึ ษาความสอดคลองของหลกั คำสอนของ ทงั้ 4 ศาสนาและลทั ธิตางๆได เพือ่ ใหมีความเขาใจ
หลกั คำสอนที่สำคัญของแตละศาสนา เห็นความสำคัญของศาสนาที่มีตอการดำเนินชีวติ เกิดความเขาใจอันดี
ระหวางศาสนิกชน และนำหลกั คำสอนของศาสนามาใชใหเกิดประโยชนกับตนเองและสวนรวม โดยใชทักษะ
กระบวนการคิดวิเคราะห การสืบคนขอมูล การรวบรวมขอมูล การสังเคราะห การอธิบาย การสรุป
ความ กระบวนการกลุม
เพ่ือใหเกิดศรัทธาอยางยิ่งตอศาสนาที่ตนเองนับถือ ประพฤติปฏิบตั ิตนเปนศาสนิกชนที่ดีมคี ุณธรรม
จริยธรรมในการอยูรวมกนั ในสังคม และสามารถนำหลักธรรมไปใชเปนเคร่ืองมือในการเรียนรู การทำงานอยาง
มีคุณคาตอชีวิตตนเองและสังคมโดยสวนรวม รูจักตนเอง พึ่งตนเอง มีวินัย ใฝเรียนรู ซื่อสัตยสุจริต มี
คณุ ธรรมนำชีวติ อยูอยางพอเพียงตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง สูจิตสาธารณะ มีความมุงมั่นในการทำงาน
เหน็ คุณคาของการทำงาน รูจกั คดิ วเิ คราะห การทำงานกลุม มีจติ สาธารณะ เสียสละเหน็ แกประโยชนสวนรวม
ดำรงชีวิตอยูรวมกันในสงั คมไทยและสังคมโลกอยางสนั ติสขุ
ผลการเรยี นรู ที่คาดหวัง
1. เพือ่ ใหมีความรคู วามเขาใจเร่อื งหลักธรรมของทกุ ๆศาสนาท่เี ปนสากล
2. เพอื่ ประยุกตหลักธรรมของศาสนาในการนำมาใชในชวี ติ ประจำวันของตนเอง
3. เพือ่ ใหมีความรคู วามเขาใจในหลักปฏบิ ตั ิทว่ี ิถีชีวิตของผูที่นบั ถือศาสนาตาง ๆ
251
คำอธิบายรายวชิ า
พ32101 สุขศึกษา 3 กลมุ สาระการเรยี นรูสขุ ศึกษาและพลศึกษา
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศึกษา วิเคราะห และอธิบายกระบวนการสรางเสริมและดำรงประสิทธิภาพการทำงานของระบบ
อวัยวะตางๆ วิเคราะหพฤติกรรมสุขภาพและวางแผนการดูแลสุขภาพของตนเองและบุคคลในครอบครัวได
อยางเหมาะสม และทดสอบสมรรถภาพของรางกายโดยวางแผนและปฏบิ ัตเิ พอ่ื สรางเสรมิ สมรรถภาพ ทางกาย
และกลไกของตนเองใหมีสขุ ภาพท่ดี ี
ศึกษาและวิเคราะหปจจัยที่มีผลตอสุขภาพ หรือความรุนแรงของคนไทย โดยเลือกใชทักษะท่ี
เหมาะสมในการปองกัน ลดความขดั แยง และแกไขปญหาเร่ืองเพศ เรื่องครอบครวั เพ่ือเสริมสรางสัมพันธภาพ
ที่ดตี อกนั
โดยใชกระบวนการจดั การเรยี นรูแบบกระบวนการกลุม กระบวนการสบื คนขอมลู กระบวนการปฏบิ ัติ
กระบวนการวิเคราะห และอภปิ รายเพอ่ื ใหเกิดความรู ความเขาใจ สำนึกในคณุ คาและศักยภาพของตนเอง
เพอ่ื ใหสามารถสื่อสารสิง่ ทเี่ รียนรู และนำประสบการณไปปรบั ใชใหเกดิ ประโยชนสูงสดุ ในการดำเนินชีวิต
นำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มีคุณธรรม จริยธรรม ซ่อื สัตยสจุ ริต มคี านิยมทเ่ี หมาะสมและดำเนนิ ชวี ิตตาม
หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหัสตวั ชวี้ ัด
พ 1.1 ม.4-6/1 พ 1.1 ม.4-6/1
พ 2.1 ม.4-6/3
พ 4.1 ม.4-6/4
รวมทั้งหมด 4 ตวั ช้วี ัด
252
คำอธิบายรายวิชา
พ32211 พลศึกษา 3 (เทเบิลเทนนสื ) กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา
ช้ันมัธยมศึกษาปที่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศึกษาเพื่อใหมีความรู ความเขาใจ เรื่องเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวรางกาย หลักการออกกำลังกาย
การทดสอบสมรรถภาพทางกาย ทักษะเบอื้ งตนกฬี าวอลเลยบอล การเลนเปนทีมปฏบิ ัตกิ ิจกรรมดวยความ
สนุกสนานปลอดภยั การออกกำลังกาย การพักผอน และนันทนาการ กฎ กตกิ า ในการเลนกฬี า วธิ ีการรุกและ
การปองกันในการแขงขันกีฬา การควบคุมตนเอง การมีน้ำใจนักกีฬา การทำงานเปนทีม การวางแผน
สมรรถภาพทางกาย สมรรถภาพทางจิต การบริหารจิต เห็นคุณคาของการออกกำลังกาย การออกกำลัง
กายและการเลนกฬี าปฏบิ ัติกิจกรรมดวยความสนุกสนานปลอดภัย
ชื่นชมและเห็นคณุ คาของการออกกำลังกาย เคารพ กฎ กติกาการแขงขัน มนี ้ำใจนักกีฬาและใหความรวมมือ
ในการทำงานเปนทีม โดยใชทกั ษะและการปฏิบัตติ นเพื่อนำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มีคุณธรรม จรยิ ธรรม
ซือ่ สัตยสุจรติ มีคานยิ มทเ่ี หมาะสมและดำเนนิ ชีวติ ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
รหัสตัวชี้วดั
พ 3.1 ม.4-6/1 พ 3.1 ม.4-6/2 พ 3.1 ม.4-6/3 พ 3.1 ม.4-6/4
พ 3.2 ม.4-6/1 พ 3.2 ม.4-6/2 พ 3.2 ม.4-6/3 พ 3.2 ม.4-6/4
พ 4.1 ม.4-6/7
รวมทัง้ หมด 9 ตวั ชี้วัด
253
คำอธบิ ายรายวิชา
พ32203 มวยไทย กลุมสาระการเรยี นรูสุขศึกษาและพลศกึ ษา
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 5(เอกพลศกึ ษา) ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
*********************************************************************************
วิเคราะหหลกั วิทยาศาสตรการเคลื่อนไหวและรูปแบบการเคล่ือนไหวท่ีใชในศลิ ปะมวยไทยคือ การชก
หมัดตรง การชกหมดั อัพเปอรคัต การหลบหลีก การปองกันตนเอง การเคลื่อนทีใ่ นมวยไทยการเตะ การถีบได
สรางเสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพของตนเองเหน็ คุณคาของการออกกำลังกายและการเขารวมกิจกรรม
กฬี าชนดิ ตางๆเคารพสิทธแิ ละปฏิบตั ิตามกฎ กตกิ าการเลนอยางเครงครัดแสดงความมนี ำ้ ใจนกั กีฬา และชื่นชม
ในสุนทรียภาพของ การออกกำลังกายและการเลนกีฬาเห็นคุณคาของการนำประสบการณที่ไดรับจาก
กิจกรรมการแขงขันกีฬาไปใชในการดำรงชวี ติ เพอ่ื ใหมคี วามรูความเขาใจที่ถูกตอง มีเจตคตแิ ละคานิยมท่ีดีใน
เรื่องศิลปะมวยไทย แสดงทักษะการชกหมัดตรง การชกหมัดอัพเปอรคัต การหลบหลีก การปองกันตนเอง
เคารพสทิ ธแิ ละปฏบิ ตั ิตามกฎ กตกิ าการเลนอยางเครงครดั แสดงความมนี ำ้ ใจนักกีฬา และชน่ื ชมในสนุ ทรียภาพ
ของการออกกำลังกายและการเลนกฬี าได
ชื่นชมและเห็นคุณคาของการออกกำลังกาย รูจักการเปนผูนำและผูตามที่ดี มีน้ำใจนักกีฬาและให
ความรวมมือในการทำงานเปนทีม โดยใชทักษะและการปฏิบัติตนเพื่อนำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มี
คุณธรรม จริยธรรม ซ่อื สัตยสจุ ริต มคี านยิ มที่เหมาะสมและดำเนินชวี ิตตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
รหสั ตวั ช้วี ัด
พ 3.1 ม.4-6/1 พ 3.1 ม.4-6/2 พ 3.1 ม.4-6/3 พ 3.1 ม.4-6/4
พ 3.2 ม.4-6/1 พ 3.2 ม.4-6/2 พ 3.2 ม.4-6/3 พ 3.2 ม.4-6/4
พ 4.1 ม.4-6/7
รวมทง้ั หมด 9 ตัวชว้ี ัด
254
คำอธบิ ายรายวิชา
พ32213 วอลเลยบอล กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศกึ ษา
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 5(เอกพลศกึ ษา) ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
*********************************************************************************
ทฤษฎี ความหมาย หลักการ และขอบขายของการนวดเพื่อสุขภาพและการกีฬาการไดมาซึ่งความรู
และทักษะในแนวคิดพื้นฐานและเทคนิคตาง ๆ ของการนวดเพื่อการกีฬาและประโยชนที่ไดรับจากการนวด
รวมถงึ การประยุกตการนวดแบบสากลและแบบไทยเพ่ือใชในนักกีฬา ฝกปฏิบัติในเนื้อหาที่เกี่ยวของกับการ
นวดเพื่อสุขภาพและนำประสบการณไปปรับใชใหเกิดประโยชนสูงสุดในการดำเนินชีวิต นำไปสูการใชใน
ชีวิตประจำวัน มีคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตยสุจริต มีคานิยมที่เหมาะสมและดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั ตวั ชีว้ ัด
พ 1.1 ม.4-6/1 พ 1.1 ม.4-6/2
พ 4.1 ม.4-6/5 พ 4.1 ม.4-6/6 พ 4.1 ม.4-6/7
รวมท้งั หมด 4 ตวั ชีว้ ัด
255
คำอธบิ ายรายวิชา
พ32207 โครงงานพลศึกษา กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศกึ ษา
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 5(เอกพลศึกษา) ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศกึ ษา วเิ คราะห ทดลอง และอภิปรายความหมายและประเภทของโครงงานพลศึกษา การวเิ คราะห
โครงงานพลศึกษา การเขยี นเคาโครงของโครงงานพลศึกษา การเขียนรายงาน และ การจัดแสดงโครงงาน
พลศกึ ษา โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสบื เสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ การสืบคน
ขอมลู และการอภปิ รายเพ่ือใหเกดิ ความรู ความคดิ ความเขาใจ สามารถสื่อสารส่งิ ท่เี รยี นรู มคี วามสามารถ
ในการตดั สินใจ และนำประสบการณไปปรับใชใหเกิดประโยชนสงู สดุ ในการดำเนนิ ชวี ิต นำไปสูการใชใน
ชีวติ ประจำวัน มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม ซ่ือสัตยสจุ รติ มคี านยิ มที่เหมาะสมและดำเนินชวี ติ ตามหลักปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหัสตัวชี้วดั
พ 1.1 ม.4-6/2
พ 4.1 ม.4-6/1 พ 4.1 ม.4-6/5 พ 4.1 ม.4-6/6 พ 4.1 ม.4-6/7
รวมทัง้ หมด 5 ตัวช้วี ัด
256
คำอธบิ ายรายวิชา
ศ32101 ศิลปะ(ดนตร)ี กลมุ สาระการเรยี นรูศลิ ปะ
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
*********************************************************************************
ศึกษา ฝกปฏิบัติ คิดวิเคราะหถึง การจัดวงดนตรี การใชเครือ่ งดนตรใี นวงดนตรีประเภทตางๆ
บทเพลงที่บรรเลงโดยวงดนตรปี ระเภทตางๆ ประเภทของวงดนตรี ประเภทของวงดนตรไี ทย ประเภทของวง
ดนตรีสากล ปจจัยในการสรางสรรคผลงานดนตรีในแตละวฒั นธรรม ความเชื่อกับการสรางสรรคงานดนตรี
ศาสนากบั การสรางสรรคงานดนตรี เครื่องหมาย และสัญลักษณทางดนตรี เครื่องหมายกำหนดอัตราจงั หวะ
เคร่ืองหมายกำหนดบันไดเสียง โนตบทเพลงไทยอัตราจังหวะ 2 ชั้น และ 3 ช้ัน เกณฑในการประเมินผลงาน
ดนตรี คณุ ภาพของผลงานทางดนตรี คุณคาของผลงานทางดนตรี รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีไทยแตละยุค
สมัย รูปแบบบทเพลงและวงดนตรีสากลแตละยุคสมัย ประวัติสังคีตกวี ลักษณะเดนของดนตรีในแตละ
วัฒนธรรม เครื่องดนตรี วงดนตรี ภาษา เนือ้ รอง สำเนียง องคประกอบบทเพลง โดย
ใชกระบวนการเรียนรู ความรูความเขาใจ กระบวนการคดิ วิเคราะหกระบวนการคดิ สรางสรรค กระบวนการ
นำเสนอ กระบวนการปฏิบตั ิ
เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจ ความสัมพันธระหวางดนตรี ประวัติศาสตรและ
วฒั นธรรมเห็นคุณคาของดนตรเี ปนมรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ญญาทองถน่ิ ภูมิปญญาไทยและสากล สามารถ
แสดงออกทางดานดนตรี วเิ คราะห วิพากษวจิ ารณ ถายทอดความรูสกึ ความคิดตอดนตรอี ยางอิสระ ช่ืนชมและ
ประยุกตใชในชีวติ ประจำวัน
มาตรฐาน ศ 2.1 ตัวชวี้ ดั ม.1/1, ม.1/2,ม. 1/3,ม. 1/4, ม.1/5,ม.1/6,ม. 1/7
ศ 2.2 ตัวช้วี ดั ม.2/1, ม.2/2,ม.2/3
รวมทั้งหมด 10 ตัวชว้ี ัด
257
คำอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ง32101 การงานอาชีพ 3 กลุมสาระการเรยี นรูการงานอาชพี
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศกึ ษา วิเคราะห ทกั ษะกระบวนการทำงาน กระบวนการแกปญหา หนาท่ีและบทบาทของตนเองท่ีมตี อ
สมาชิกในครอบครวั โรงเรยี นและชมุ ชน หลกั การเลอื กใช ดูแลรกั ษาเสื้อผาและเครือ่ งแตงกาย การปลูกพชื
การขยายพันธุพชื หรอื การเลย้ี งสัตว การตดิ ตง้ั ประกอบ ซอมแซมอุปกรณเคร่ืองใช สง่ิ อำนวยความสะดวก
ในชวี ติ ประจำวัน การดำเนินการทางธุรกจิ วธิ กี ารทำงาน การสรางผลงาน การจดั การ การทำงานรวมกนั
การแกปญหา การแสวงหาความรู
ศึกษา วิเคราะห เทคโนโลยีและการออกแบบเทคโนโลยี สรางของเลนหรือของใชอยางงายตาม
กระบวนการเทคโนโลยี โดยถายทอดความคิดเปนภาพรางสองมิติ ใชอุปกรณ เครือ่ งมือเหมาะสมกับลกั ษณะ
และประเภทของการทำงาน มีความคิดสรางสรรคอยางนอยหนึ่งลักษณะในการทำงาน แนวทางในการ
ประกอบอาชีพ มีประสบการณในอาชีพที่ถนัดและสนใจ เลือกและใชเทคโนโลยีไดเหมาะสมกับอาชีพ มี
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคานยิ มที่ดีตอการประกอบอาชพี
โดยใชกระบวนการทำงาน กระบวนการจัดการ กระบวนการทำงานรวมกัน กระบวนการแกปญหาใน
การทำงานดวยกระบวนการ PDCA กระบวนการเทคโนโลยี การสืบคนขอมลู และการอภิปราย
เพือ่ ใหเกดิ ความรคู วามเขาใจ สามารถสรางผลงานอยางสรางสรรค มที กั ษะการทำงาน การจดั การ
ในการทำงาน มีทักษะกระบวนการแกปญหาในการทำงานดวยกระบวนการ PDCA มีคุณธรรมและลักษณะ
นิสัยในการทำงาน ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ ใชพลังงาน ทรัพยากรในการ
ทำงานอยางคมุ คาและย่งั ยนื เพื่อการอนรุ ักษส่ิงแวดลอม
โดยมคี ณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค คอื ขยัน ประหยดั อดทน ซ่อื สตั ย สุจรติ มวี นิ ัย ใฝเรยี นรู
อยูอยางพอเพยี ง รบั ผดิ ชอบ มุงม่ันในการทำงาน ทำงานเปนขนั้ ตอน เปนระบบ บรรลุเปาหมาย ปลอดภัย
มคี วามคดิ สรางสรรคใชทรพั ยากรในการทำงานอยางคุมคาและอนรุ กั ษสิ่งแวดลอมตามหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง
ตวั ชวี้ ดั
ง 1.1 ม.5/1 ม.5/2 ม.5/3 ม.5/4 ม.5/5 ม.5/6 ม.5/7
รวม 7 ตวั ช้วี ดั
258
1. อธิบายระบบสอื่ สารขอมลู สำหรบั เครอื ขายคอมพวิ เตอร
2. บอกคณุ ลกั ษณะของคอมพวิ เตอรและอุปกรณตอพวง
3. แกปญหาดวยกระบวนการทางเทคโนโลยสี ารสนเทศอยางมีประสิทธิภาพ
4. เขยี นโปรแกรมภาษา
5. พฒั นาโครงงานคอมพิวเตอร
6. ใชฮารดแวรและซอฟตแวรใหเหมาะสมกับงาน
7. ติดตอสือ่ สาร คนหาขอมูลผานอนิ เตอรเน็ต
8. ใชคอมพวิ เตอรในการประมวลผลขอมูลใหเปนสารสนเทศ เพอ่ื ประกอบการตดั สินใจ
9. ใชเทคโนโลยสี ารสนเทศนำเสนองาน ในรูปแบบทีเ่ หมาะสม ตรงตามวตั ถุประสงคของงาน
10. ใชคอมพวิ เตอรชวยสรางชน้ิ งานอยางมีจติ สำนึกและความรบั ผิดชอบ
11. บอกขอควรปฏิบตั ิสำหรบั ผูใชเทคโนโลยีสารสนเทศ
รวมท้ังหมด 13 ผลการเรยี นรู
259
คำอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน
อ32101 ภาษาองั กฤษ 9 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศกึ ษาคำแนะนำในคูมือการใชงานตางๆ คำชแี้ จงททคำอธิบาย และคำบรรยายที่ฟงและอาน อาน
ออกเสยี งขอความ ขาว ประกาศ โฆษณา บทรอยกรอง และบทละครสัน้ (Skit) ถูกตองตามหลักการอาน
พูดและเขียนนำเสนอขอมลู เก่ียวกับตนเอง ประสบการณ ขาว/เหตุการณ เร่อื งและประเดน็ ตางๆ ตามความ
สนใจของสงั คม เลอื กใชภาษา นำ้ เสียง และกรยิ าทาทางใหเหมาะสมกับระดบั ของบุคคล โอกาส และสถานที่
ตามมารยาท สงั คมและวฒั นธรรมของเจาของภาษา อธิบาย/เปรยี บเทยี บความแตกตางระหวางโครงสราง
ประโยค ขอความ สำนวน คำพังเพย สุภาษิตและบทกลอนของภาษาตางประเทศและภาษาไทย
โดยใชกระบวนการเรยี นรูภาษาตางประเทศวิเคราะห/อธิปราย ความเหมอื นและความแตกตาง
ระหวางวิถีชีวิต ความเช่อื และวัฒนธรรมของเจาของภาษากบั ของไทยและนำไปใชอยางมเี หตุผล คนควา
สืบคน บนั ทกึ สรุปและแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับขอมลู ท่ีเก่ียวของกบั กลุมสาระการเรียนรูอน่ื จากกแหลง
เรยี นรตู างๆ และนำเสนอดวยการพูดและเขียน
เพอ่ื การใชภาษาส่อื สารในสถานการณจริง/สถานการณจำลองที่เกิดขึน้ ในหองเรยี น
สถานศกึ ษา ชุมชน และสังคม ใชภาษาตางประเทศในการสืบคน/คนควา รวบรวม วเิ คราะห และสรุป
ความรู/ขอมูลตางๆจากส่ือและแหลงเรยี นรูตางๆ ในการศกึ ษาตอและประกอบอาชพี รวมถงึ ศึกษาแนวคิดตาม
หลักของปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง การวางแผนการดำเนนิ ชีวิต เพอื่ ใหเกดิ ความรู ความเขาใจ การเหน็
คุณคาของทรัพยากรใชอยางคมุ คาและสำรวจสภาพปญหาสิง่ แวดลอมทเ่ี กิดขึ้นในชุมชนและมสี วนในการแกไข
ปญหา นำความรไู ปใชประโยชนมีคุณธรรม จรยิ ธรรมยดึ หลกั สจุ รติ และคานยิ มทเี่ หมาะสม
รหสั ตวั ช้ีวดั
ต1.1 ม.5/1 ต1.1 ม.5/2 ต1.1 ม.5/3 ต1.1 ม.5/4
ต1.2 ม.5/1 ต1.2 ม.5/2 ต1.2 ม.5/3 ต1.2 ม. 5/4 ต1.2 ม.5/5
ต1.3 ม.5/1 ต1.3 ม.5/2 ต1.3 ม. 5/3
ต2.1 ม.5/1 ต2.1 ม.5/2 ต2.1 ม.5/3
ต2.2 ม.5/1 ต2.2 ม. 5/2
ต3.1 ม.5/1
260
ต.4/1 ม.5/1
ต4.2 ม.5/1 ต4.2 ม.5/2
รวมท้ังหมด 21 ตัวชี้วัด
261
คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
อ32201 อังกฤษ TGAT 1 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
*********************************************************************************
ศึกษารูปแบบตางๆสัมพันธกับประโยคและโครงสรางและวเิ คราะห สรุปตคี วาม แสดงความคดิ เหน็
จากการฟงจากเร่ืองท่ีอานทีเ่ ปน สารคดี ประเดน็ ขาวพรอมใหเหตผุ ลประกอบประเดน็ ท่ีตนเองสนใจ
โดยใชกระบวนการคิด วิเคราะหสอ่ื ความ อภิปราย แสดงความคดิ เหน็ อธิบายเปรยี บเทยี บ ความ
แตกตางประโยคและโครงสราง ขอความ สำนวนประเด็นขาวท่ีคนควา รวบรวม วเิ คราะหและสรุปองคความรู
นำเสนอขอมลู โดยการพูดขอเทจ็ จรงิ และเขยี นส่ือความ
เพ่ือใหผูเรยี นมเี จตคตทิ ดี่ ีตอภาษาตางประเทศใชภาษาตางประเทศเปนเครื่องมือพนื้ ฐานในการศึกษา
ตอ การประกอบอาชีพและแลกเปลยี่ นการเรียนรูกับสังคมโลก
ผลการเรยี นรู
1. ใชภาษาตางประเทศในการสืบคน/คนควา รวบรวม วเิ คราะหและสรปุ ขอความ สอื่ ความ
2. อธิบาย เปรียบเทยี บความแตกตางประโยคและโครงสราง ขอความ สำนวนประเด็นขาวท่คี นควา
รวบรวม วเิ คราะหและสรุปองคความรู
3. พูดและเขยี นบรรยาย เปรยี บเทยี บและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเดน็ / ขาว เหตุการณทีฟ่ งและ
อานอยางเหมาะสม
4. อธิบายและเขียนบรรยายประโยคและโครงสราง ขอความที่ไมใชความเรียงรูปแบบตางๆทอี่ าน รวมถึง
ระบแุ ละเขียนสอ่ื ความที่ไมใชความเรยี งรปู แบบตางๆใหสมั พนั ธประโยคและโครงสราง ขอความ
สำนวนประเดน็ ขาวท่ีอาน
5. เลอื กใชภาษา น้ำเสียง และกิริยาทาทางเหมาะสมกับ บคุ คล โอกาสและสถานทีต่ ามมารยาทสังคม
และวัฒนธรรมเจาของภาษา.
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู
262
คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม
อ32205 ภาษาองั กฤษในชีวิตประจำวนั 1 กลมุ สาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศกึ ษาคำสั่ง คำขอรอง ภาษา ทาทาง และประโยคงายๆ ในสถานการณตางๆ การทกั ทาย การกลาว
คำอวยพร สงั่ อาหาร ทำเมนอู าหาร และวิธที ำอาหารพดู บทสนทนาโตตอบเรื่องราวตางๆ แปลเรือ่ งราว
ตางๆ ตามความสนใจ เขาใจคำวลี คำสุภาษติ ทพี่ บเห็นในชีวติ ประจำวัน ใชภาษาในการติดตอสื่อสาร โดย
ผานทางจดหมายอิเล็กทรอนิคส ฟง และ ดูส่ือตางๆ ท่ีพบเหน็ ในชีวติ ประจำวัน ประยกุ ตการอาน
ภาษาตางประเทศกบั ส่งิ ของ ฉลาก ปายโฆษณา ตัวอกั ษรตางๆ ใชภาษาในการแสดงความรูสกึ ของตนเอง
และส่ิงใกลตัวดวยทาทาง บอกขอมูลรปู ประโยคสนั้ ๆ กิจวตั รประจำวนั แสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับขอมูล
อยางมีเหตผุ ล
โดยใชกระบวนการภาษาตางประเทศทำกจิ กรรมเกี่ยวกบั ภาษาตางประเทศกบั สถานการณตางๆ เลน
เกม รองเพลง อานนิทาน ฟงเทป ดูโทรทัศน ฝกการสนทนาภาษาตางประเทศกับบคุ คลอื่น ใช
ภาษาตางประเทศ ในการสื่อสารขั้นพ้นื ฐาน ในชวี ติ ประจำวัน สรางสถานการณ จำลองเพอ่ื การส่ือสาร ใช
ภาษาตางประเทศในการปฏิบัตงิ านรวมกบั ผูอืน่ อยางมคี วามสขุ แสดงความคดิ เหน็ และรบั ฟงความคิดเหน็
ของผูอ่ืน
เพือ่ ใหผูเรียนมีเจตคตทิ ่ดี ีตอภาษาองั กฤษ ใชภาษาตางประเทศในชีวติ ประจำวัน เขาถงึ องคความรู
ตางๆ มวี ิสัยทศั นในการดำเนินชวี ติ มคี วามรูความเขาในเร่ืองราวและวัฒนธรรม อันหลากหลายของ
ประชาคมโลก สามารถถายทอดความคดิ และวัฒนธรรมไทยไปยงั สงคมโลกไดอยางสรางสรรค
ผลการเรยี นรู
1. ใชภาษาในการสง่ั อาหาร ทำเมนูอาหารได
2. ใชภาษาในการบอกสวนผสมและวิธีปรงุ อาหารได
3. แปลเรอ่ื งราวตางๆ ตามความสนใจและนำเสนอไดอยางถูกตองและมัน่ ใจ
4. เขาใจคำวลี คำสุภาษิตที่พบเห็นอยูเปนประจำได
5. ใชภาษาในการเขยี นจดหมายอเิ ล็กทรอนคิ สได
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู
263
คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ
อ32209 อังกฤษคดิ วิเคราะห 3 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
*********************************************************************************
เขาใจน้ำเสยี งความรูสึกของผูพดู คำสัง่ คำขอรองคำแนะนำ ความแตกตางดานภาษา วัฒนธรรม ประเพณี
อานออกเสียงบทอานไดถูกตองตามหลักการอานออกเสยี งและเหมาะสม เนอ้ื หาทีอ่ าน ตีความวิเคราะห
ขอความ ขอมลู ขาวสาร สารคดี บนั เทงิ คดี ส่อื ที่มีความเรียงจากสง่ิ พิมพหรือสือ่ อเิ ล็กทรอนคิ สในหวั ขอ
ตางๆ เชน เกย่ี วกบั การทองเทยี่ ว ขอมูลสวนตวั ในหัวขอตางๆเชนเก่ยี วกับการทองเท่ยี ว ขอมลู สวน
อาหาร เครื่องด่มื บานพัก การเดินทาง ส่ิงแวดลอม สถานทีก่ ารซื้อขายของ การบริการ และโครงงาน
ภาษาอังกฤษ ใชภาษาองั กฤษตามมรรยาททางสงั คม สรางความสัมพนั ธระหวางบคุ คลแสดงความคิดเหน็
ความตองการ อธิบาย บรรยาย
แลกเปล่ียนความรู และใหเหตผุ ลเกย่ี วกบั เร่ืองตางๆเหตุการณในอดีตปจจบุ นั และอนาคตโดยใช
ประโยชนจากเทคโนโลยีส่ือการเรยี นทางภาษาและผลจากการฝกทักษะตางๆแสวงหาวิธกี ารเรียนที่
เหมาะสมกับตนเอง สามารถนำเสนอขอมลู ความคดิ รวบยอดและแสดงความคิดเห็นเจรจาโนมนาวตอรอง
เก่ียวกับประสบการณและเหตกุ ารณตางๆในทองถน่ิ ดวยวิธกี ารที่หลากหลายอยางสรางสรรคและมี
ประสิทธภิ าพ
ผลการเรยี นรู
1. เขาใจนำ้ เสยี งความรูสึกของผูพูดคำสัง่ คำขอรองคำแนะนำ แสดงความรูสกึ
2. เขาใจเนอื้ หาท่อี านตคี วามวิเคราะห ขอความ ขอมูลขาวสาร สารคดีบันเทิง ส่ือที่เปนความเรียง
จากส่งิ พมิ พและสอ่ื อิเล็กทรอนิกส
3. ใชภาษาตามมรรยาททางสงั คมสรางความสัมพนั ธระหวางบุคคลแสดงความคดิ เหน็ ความตองการ
4. ใชภาษาอังกฤษส่ือสาร แสดงความคิดเหน็ เจรจาโนมนาว ตอรองเก่ยี วกับประสบการณและ
เหตกุ ารณตางๆในทองถิ่นดวยวธิ กี ารท่ีหลากหลายอยางสรางสรรคและมีประสิทธิภาพ
รวมท้ังหมด 4 ผลการเรยี นรู
264
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
อ32203 หลกั ภาษา 3 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
*********************************************************************************
ศึกษาวเิ คราะห เปรยี บเทียบความแตกตางระหวางโครงสรางประโยค ขอความ สำนวน คำพังเพย
สภุ าษติ และบทกลอนของภาษาตางประเทศท่ีมที ักษะการใชภาษาตางประเทศสือ่ สารตามหวั เร่ืองตางๆ ได
ใชประโยคผสมและประโยคซับซอน สื่อความหมายตามบริบทตางๆ
โดยใชกระบวนการคดิ การเรยี นรูทางภาษาดวยตนเอง กระบวนการกลุม กระบวนการเรียนรูแบบ
บรู ณาการ และกระบวนการเสรมิ สรางคุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค
เพือ่ ใหสามารถใชภาษาส่ือสารในโอกาสตางๆ ไดถูกตองตามหลักภาษาและไวยากรณ อยางเปน
ธรรมชาติ ใชในการศกึ ษาตอและประกอบอาชีพไดอยางเหมาะสม
ผลการเรียนรู
1. อธิบายและเขยี นประโยค และขอความใหสัมพันธกับส่ือท่ีไมใชความเรียงรปู แบบตางๆ ทีอ่ าน รวมท้งั
ระบแุ ละเขยี นสื่อท่ไี มใชความเรียงรูปแบบตางๆ ใหสมั พนั ธกับประโยคและขอความท่ฟี งหรืออาน
2. พูดและเขยี นเพอ่ื ขอและใหขอมูลบรรยาย เปรยี บเทียบและแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกบั เรอื่ ง/ประเด็น
ขาว เหตกุ ารณที่ฟงและอานอยางเหมาะสม
3. เลือกใชภาษา นำ้ เสียง และกิริยาทาทางเหมาะสมกับระดับของบุคคล โอกาส และสถานที่ตาม
มารยาทสังคมและวฒั นธรรมเจาของภาษา
4. อธิบาย/เปรียบเทยี บความแตกตางระหวางโครงสรางประโยค ขอความ สำนวน คำพังเพย สุภาษติ
และบทกลอนของภาษาตางประเทศและภาษาไทย
5. ใชภาษาในการส่ือสารในสถานการณจริง/สถานการณจำลองทเี่ กดิ ขึ้นในหองเรยี น สถานศกึ ษา ชุมชน
และสงั คม
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู
265
คำอธิบายรายวชิ า
ญ32203 ภาษาและวัฒนธรรมญ่ปี ุน 3 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศึกษาสถานการณใกลตวั คำส่ังทใี่ ชในหองเรียน คำขอรอง คำแนะนำ ภาษาทาทาง การแสดง
ความรูสึกได ใชภาษาในการสือ่ สารเพ่ือเผยแพร หรือประชาสัมพันธขอมูลขาวสารของโรงเรยี น ชุมชน ได
ถูกตองตามวัฒนธรรมของเจาของภาษา ใชถอยคำ นำ้ เสียง และกิรยิ าทาทางอยางสุภาพตามมารยาทสังคม
และวัฒนธรรมของญีป่ ุน อธิบายเกี่ยวกบั ประวตั ิศาสตร เทศกาล วนั สำคัญ งานฉลอง และชีวิตความเปนอยู
ของชาวญ่ีปุน เขารวมกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมญี่ปุนตามความสนใจ บอกความเหมอื นและความ
แตกตางของเทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรมญี่ปุนกับไทย เขาใจและนำเสนอคำศพั ทท่ีเกย่ี วของกับกลมุ
สาระการเรยี นรูอ่ืน ใชภาษาสอ่ื สาร สืบคน ความรูหรือขอมูลตางๆ จากสื่อ และแหลงเรียนรูตางๆ เผยแพร
หรือประชาสมั พันธขอมลู ขาวสารของโรงเรียน เขารวมและจัดกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามโอกาส
โดยใชทกั ษะกระบวนการทางภาษา พดู หรือเขยี นจากการคนควา รวบรวม และสรุปขอมลู ขอเท็จจริง ที่
เกยี่ วของกบั กลุมสาระการเรยี นรูอน่ื หรือ จากแหลงเรยี นรตู าง ๆ พดู หรอื เขยี นโดยใชภาษาส่อื สารใน
สถานการณจริง และ สถานการณจำลองที่เกิดข้นึ ในหองเรยี น สถานศึกษา และชุมชน เขยี นเร่ืองราวงาย ๆ
จากการใชภาษาญ่ปี ุนในการสืบคน คนควา สรุปความรู หรอื ขอมลู จากสื่อและแหลงเรยี นรูตาง รวมกิจกรรม
ทางภาษาและวัฒนธรรม เห็นคุณคาของการเรยี นภาษาญีป่ ุน และนำความรูที่ไดนำไปใชในการแสวงหาความรู
ความบนั เทงิ โดยผานส่ือเทคโนโลยี หรือนวตั กรรม เพ่อื สรางความสมั พนั ธระหวางบุคคล ในสถานการณตางๆ
ภายในสถานศึกษาไดอยางเหมาะสม
ผลการเรียนรู
1. อธิบายความเหมือนและความแตกตางของวิถีชวี ิต ความคิด ความเช่ือ ขนบธรรมเนยี มประเพณี และ
วัฒนธรรมของประเทศญ่ีปุนและประเทศไทย (K,P,A)
2. สนทนาและเขียนตอบโตขอมลู ขาว เหตุการณ ประเดน็ ทใี่ นความสนใจของสงั คมและส่ือสารอยาง
ตอเน่ืองและเหมาะสมเกีย่ วกับตนเอง และเหตกุ ารณตางในชวี ิตประจำวนั (K,P,A)
3. แสดงความรูสึก ความคิดเหน็ เก่ยี วกบั เรอ่ื งตางๆ ประสบการณ ขาว/เหตกุ ารณในทองถน่ิ สงั คมโลก
พรอมท้ังใหเหตุผลและยกตวั อยางประกอบ (K,P,A)
4. เลอื กใชภาษา นำ้ เสยี งกรยิ าทาทางเหมาะกับระดบั ของบุคคล โอกาส และสถานที่ตามมารยาทสังคม
และวัฒนธรรมของเจาของภาษา (K,P,A)
5. เขารวม และจัดกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามโอกาส (K,P,A)
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู
266
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
ญ32201 ภาษาญี่ปนุ เบือ้ งตน 3 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 120 ชั่วโมง 3.0 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศึกษาทกั ษะการปฏบิ ตั ิตามคำส่งั คำแนะนำ คำช้แี จง คำอธิบายและคำบรรยายทฟ่ี งและอานนออก
เสียงตัวอักษรคำศัพทกลมุ คำ อานปายประกาศเตือ่ นภยั การใชยา อุปกรณและสงิ่ ของ การสบื คนขัอมลู
ทางอนิ เทอรเน็ต ปายจราจร ประโยคบทรอยกรองและคำคลองจองตามหลกั การอานในระบบเสยี ง
ภาษาญป่ี ุนกลางอธบิ ายหรือเขียนประโยคหรือขอความใหสมั พันธกบั ประโยคหรือขอความตอบคำถาม
จบั ใจความสำคญั สรุปและแสดงความคิดเห็นพรอมใหเหตผุ ลและยกตวั อยางประกอบสนทนา
แลกเปลยี่ นขอมลู อยางตอเนือ่ งพูดและเขียนบรรยายแสดงความรูสึก พูดและเขยี นแสดงความตองการขอและ
ใหความชวยเหลือตอบรบั และปฏิเสธสรุปใจความสำคญั สาระหรือหัวขอเร่อื งทีไ่ ดจากการวเิ คราะห
เหตุการณและสถานการณตางๆโดยใชกระบวนการฟงการพดู การอานการเขียนและกระบวนการคิด
วิเคราะหใชภาษาเปนเครื่องมือในการรับสารและสงสารไดอยางคลองแคลวถกู ตองเขาถึงสารไดอยางชัดเจน
รวมทัง้ กระบวนการสืบเสาะหาความรูและเขารวมกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมท่ีเหมาะสมกับวัย
เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจเกดิ เจตคติทดี่ ตี อภาษาญี่ปุนตลอดจนวฒั นธรรมของเจาของภาษาและนำไปใช
ไดอยางเหมาะสมตามกาลเทศะเกิดความคดิ รวบยอดนำไปสูการเชื่อมโยงความรูกบั กลมุ สาระการเรียนรูอื่น
มคี ณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคในดานความมวี นิ ยั ใฝเรยี นรูซ่ือสัตยสุจริตมงุ มั่นในการทำงานและมจี ิต
สาธารณะรวมถึงเพือ่ ใหนกั เรยี นเปนผมู ีรกั ชาติ ศาสน กษัตรยิ อยูอยางพอเพยี งรกั ความเปนไทยและอนุรักษ
พลังงานและส่ิงแวดลอม สบื สานศลิ ปวฒั นธรรมทองถน่ิ ชมุ ชนรวมพัฒนา ยึดปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
ผลการเรียนรู
1. ปฏิบัติตามคำสงั่ คำแนะนำคำช้แี จงคำอธิบายและคำบรรยายทีฟ่ งและอาน
2. อานออกเสียงตวั อกั ษรคำศัพทกลมุ คำประโยคบทรอยกรองและคำคลองจองตามหลกั การอานใน
ระบบเสียงภาษาญี่ปุนกลาง
3. อธิบายหรอื เขยี นประโยคหรือขอความใหสัมพันธกับประโยคหรอื ขอความที่ฟงหรืออาน
4. ตอบคำถามจับใจความสำคัญสรุปและแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั เร่อื งท่ีฟงหรืออาน
5. สนทนาแลกเปลีย่ นขอมูลอยางตอเน่ืองเกยี่ วกบั ตนเองบุคคลกิจกรรมและสถานการณตางๆ
6. พดู และเขยี นแสดงความตองการขอและใหความชวยเหลอื ตอบรบั และปฏิเสธในสถานการณตางๆ
7. พดู และเขียนบรรยายเกี่ยวกบั ตวั เองและกิจวตั รประจำวันประสบการณขาวหรอื เหตกุ ารณตางๆ
รวมทั้งหมด 7 ผลการเรยี นรู
267
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
จ32201 ภาษาจนี เบือ้ งตน3 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 120 ช่ัวโมง จำนวน 3.0 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศกึ ษาทกั ษะการปฏิบัติตามคำสั่งคำแนะนำคำช้แี จงคำอธบิ ายและคำบรรยายทฟี่ งและอานอาน
ออกเสียงตวั อักษรคำศัพทกลุมคำประโยคบทรอยกรองและคำคลองจองตามหลกั การอานในระบบเสยี ง
ภาษาจนี กลางอธิบายหรือเขยี นประโยคหรอื ขอความใหสัมพันธกับประโยคหรือขอความตอบคำถามจบั
ใจความสำคญั สรุปและแสดงความคิดเห็นพรอมใหเหตผุ ลและยกตัวอยางประกอบสนทนาแลกเปลี่ยนขอมลู
อยางตอเนอื่ งพูดและเขยี นแสดงความตองการขอและใหความชวยเหลอื ตอบรับและปฏเิ สธสรุปใจความ
สำคัญสาระหรอื หัวขอเรื่องท่ีไดจากการวิเคราะหเหตกุ ารณและสถานการณตางๆโดยใชกระบวนการฟงการ
พูดการอานการเขียนและกระบวนการคิดวเิ คราะหใชภาษาเปนเครื่องมือในการรับสารและสงสารไดอยาง
คลองแคลวถกู ตองเขาถงึ สารไดอยางชัดเจนรวมทง้ั กระบวนการสืบเสาะหาความรูและเขารวมกจิ กรรมทาง
ภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกับวัยเพื่อใหเกิดความรูความเขาใจเกิดเจตคติท่ดี ีตอภาษาจีนตลอดจน
วัฒนธรรมของเจาของภาษาและนำไปใชไดอยางเหมาะสมตามกาลเทศะเกดิ ความคิดรวบยอดนำไปสูการ
เชื่อมโยงความรูกับกลมุ สาระการเรยี นรูอื่น
มคี ณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคในดานความมีวนิ ยั ใฝเรยี นรซู ื่อสัตยสจุ รติ มุงม่ันในการทำงานและมจี ิต
สาธารณะรวมถึงเพอ่ื ใหนักเรยี นเปนผมู ีรักชาติ ศาสน กษัตรยิ อยูอยางพอเพยี งรกั ความเปนไทยและอนรุ ักษ
พลงั งานและสง่ิ แวดลอม สืบสานศลิ ปวฒั นธรรมทองถนิ่ ชมุ ชนรวมพฒั นา ยึดปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรยี นรู
1. ปฏิบตั ิตามคำสั่งคำแนะนำคำช้แี จงคำอธิบายและคำบรรยายทีฟ่ งและอาน
2. อานออกเสียงตวั อักษรคำศพั ทกลมุ คำประโยคบทรอยกรองและคำคลองจองตามหลกั การอานใน
ระบบเสยี งภาษาจีนกลาง
3. อธิบายหรอื เขยี นประโยคหรือขอความใหสมั พันธกบั ประโยคหรือขอความท่ีฟงหรอื อาน
4. ตอบคำถามจับใจความสำคัญสรปุ และแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั เรอ่ื งที่ฟงหรืออาน
5. สนทนาแลกเปลี่ยนขอมูลอยางตอเน่ืองเก่ยี วกบั ตนเองบุคคลกิจกรรมและสถานการณตางๆ
6. พดู และเขยี นแสดงความตองการขอและใหความชวยเหลือตอบรบั และปฏิเสธในสถานการณตางๆ
7. พดู และเขยี นบรรยายเกีย่ วกบั ตวั เองและกิจวตั รประจำวันประสบการณขาวหรือเหตุการณตางๆ
รวมทั้งหมด 7 ผลการเรยี นรู
268
คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
จ32203 ภาษาและวฒั นธรรมจีน 3 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา1140 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
*********************************************************************************
ความรูทั่วไปเก่ยี วกบั วฒั นธรรมจีน ไดแก ปรชั ญา ศาสนา คตคิ วามเชื่อ วรรณกรรม
สถาปตยกรรม โบราณสถาน โบราณวัตถุ เทคโนโลยี ศิลปะ ประเพณี และวิถีชีวิตของชาวจนี ตง้ั แตอดีต
จนถงึ ปจจุบนั เพื่อใหเกิดความรูความเขาใจเกดิ เจตคตทิ ด่ี ีตอภาษาจีนตลอดจนวัฒนธรรมของเจาของภาษา
และนำไปใชไดอยางเหมาะสมตามกาลเทศะเกิดความคิดรวบยอดนำไปสูการเช่ือมโยงความรกู ับกลุมสาระ
การเรยี นรูอืน่
มคี ณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคในดานความมวี ินัยใฝเรยี นรูซ่ือสตั ยสจุ รติ มงุ มนั่ ในการทำงานและมจี ติ
สาธารณะรวมถึงเพอ่ื ใหนักเรียนเปนผมู ีรกั ชาติ ศาสน กษตั ริยอยูอยางพอเพียงรักความเปนไทยและอนุรักษ
พลังงานและสง่ิ แวดลอม สืบสานศลิ ปวัฒนธรรมทองถ่ิน ชมุ ชนรวมพฒั นา ยึดปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ผลการเรยี นรู
1. อานออกเสียงภาษาจีนไดอยางถกู ตอง
2. ระบคุ วามสำคัญของเทศกาลและประเพณตี างๆ ของประเทศจนี ได
3. ระบุความหมายของสภุ าษติ จีนและนำไปใชไดอยางถูกตอง
4. พดู หรือเขียนอธิบายเทศกาลและประเพณตี างๆ ของจีนได
5. พดู หรอื เขียนเพ่ือขอหรอื ใหขอมูลเกยี่ วกบั ศิลปะและวฒั นธรรมของเจาของภาษาได
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู
269
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ท32102 ภาษาไทย 10 กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
*********************************************************************************
ฝกอานตีความ อานตีความ แปลความ ขยายความเรื่องที่อาน อานงานเขยี นประเภทตาง ๆ แสดง
ความคดิ เห็นโตแยงเกยี่ วกับเร่อื งที่อาน และเสนอความคดิ ใหมอยางมเี หตุผล โดยใชวิธกี ารฝกทกั ษะปฏบิ ัติ
เพอื่ ใหสามารถอานเร่อื งตาง ๆ แลวเขยี นกรอบ แนวคดิ ผงั ความคดิ บนั ทกึ ยอความ รายงาน วิเคราะห
และวิจารณเรอ่ื งที่อานอยางมีเหตผุ ล เพอ่ื ใหสามารถคาดคะเนเหตุการณ และประเมินคาเร่อื งท่ีอาน นำ
ความรูความคิดจากการอานไปใชในการตดั สินใจแกปญหาในการดำเนนิ ชีวติ สามารถใชทกั ษะดานการอานมา
พฒั นาตน พัฒนาการเรยี น พัฒนาความรูทางอาชพี และอานอยางมมี ารยาทเขียนสือ่ สารในรปู แบบตาง ๆ
เขียนรายงานการศึกษาคนควาเร่อื งที่สนใจตามหลกั การเขยี นเชงิ วิชาการ และใชขอมูลสารสนเทศอางองิ อยาง
ถูกตอง เขยี นบันทึกการศกึ ษาคนควา โดยใชกระบวนการพัฒนาการเขียน เพื่อใหสามารถเรยี บเรียงภาษาได
อยางถูกตอง มขี อมลู และสาระสำคญั ชดั เจน ผลิตงานเขียนของตนเองในรูปแบบตาง ๆ ไดตรงตาม
วัตถุประสงค สามารถประเมินงานเขียนของผูอื่นแลวนำมาพฒั นางานเขียนของตนเองและเขียนอยางมี
มารยาทพูดในโอกาสตาง ๆ พูดแสดงทรรศนะ โตแยง โนมนาวใจ โดยใชวิธกี ารฝกสรุปแนวคิดและแสดง
ความคดิ เห็นจากเรอ่ื งที่ฟงและดู วิเคราะหและแนวคิด การใชภาษา และความนาเชื่อถอื จากเรือ่ งทีฟ่ งและดู
อยางมเี หตผุ ล เพื่อใหสามารถประเมนิ คาเรื่องท่ีฟงและดู แลวกำหนดแนวทางนำไปประยุกตใชในการดำเนิน
ชวี ติ มีวิจารณญาณในการเลือกเรือ่ งทฟ่ี งและดู และเสนอแนวคดิ ใหมดวยภาษาทถ่ี กู ตอง มมี ารยาทในการ
ฟง การดู และการพดู ศึกษาธรรมชาตขิ องภาษา พลังของภาษา และลกั ษณะของภาษาถ่นิ และ
ภาษาตางประเทศ โดยสงั เกตการณใชคำและกลุมคำสรางประโยค เพื่อใหสามารถวิเคราะห
ภาษาตางประเทศและภาษาถิ่น อธบิ ายและวิเคราะหหลกั การสรางคำ วิเคราะหและประเมินการใชภาษา
จากสื่อสิง่ พิมพ และสอ่ื อเิ ล็กทรอนิกส และเพื่อใชในการแตงบทรอยกรองประเภทรายศึกษาเรอื่ งการ
วเิ คราะหและวิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมตามหลกั การวิจารณเบื้องตน โดยฝกการวิเคราะหในดาน
ลกั ษณะเดนของวรรณคดเี ชอื่ มโยงกับการเรยี นรูทางประวัติศาสตรและวิถชี ีวติ ของสงั คมในอดตี เพ่ือให
สามารถวเิ คราะหและประเมนิ คาดานวรรณศลิ ปของวรรณคดแี ละวรรณกรรมในฐานะท่ีเปนมรดกทาง
วัฒนธรรมของชาติ สงั เคราะหขอคิดจากวรรณคดแี ละวรรณกรรมเพื่อนำไปประยุกตใชในชวี ติ จริง รวบรวม
วรรณกรรมพื้นบานและภมู ิปญญาทางภาษา สามารถทองจำและบอกคุณคาบทอาขยานและบทรอยกรองที่
สนใจ
โดยใชกระบวนการฝกตามแบบ อธิบาย อภปิ ราย แสดงความคิดเห็น เปรียบเทียบ คดิ วิเคราะห
ฝกปฏิบัติ สบื เสาะหาความรูดวยตนเอง
เพอ่ื ใหเกดิ ความรู ความคดิ ความเขาใจ ในภาษาไทย มีวินยั ใฝเรยี นรู มุงมน่ั ในการทำงานมจี ติ
สาธารณะ เหน็ คุณคา มคี วามรกั มคี วามหวงแหนภาษาไทย รกั ความเปนไทย และนำไปประยุกตใชในชีวิต
จรงิ ไดอยางมคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และคานยิ มทีเ่ หมาะสม
270
รหัสตัวชี้วดั
ท 1.1 ม4-6/1,ม.4-6/3, ม.4-6/5,ม.4-6/6,ม.4-6/7,ม.4-6/8,ม.4-6/9
ท 2.1 ม4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/5,ม.4-6/6,ม.4-6/7,ม.4-6/8
ท 3.1 ม4- 6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/5,ม.4-6/6
ท 4.1 ม4- 6/1,ม.4-6/6
ท 5.1 ม4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/5,ม.4-6/6
รวม 22 ตัวช้ีวัด
271
คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม
ท32202 การอานเชงิ วเิ คราะห กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
*********************************************************************************
อานจับใจความสำคัญจากสอ่ื ตางๆ วิเคราะห วิจารณ สรปุ และแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับเร่อื งท่ีอาน
อยางมีเหตผุ ล ประเมนิ คุณคาหรอื แนวคิดที่ไดจากการอานงานเขียนอยางหลากหลายเพื่อนำไปแกปญหาใน
ชีวติ
โดยใชกระบวนการฝกตามแบบ อธิบาย อภิปราย แสดงความคิดเห็น เปรียบเทียบ คดิ วิเคราะห
ฝกปฏิบตั ิ สบื เสาะหาความรูดวยตนเอง
เพือ่ ใหเกิดความรู ความคดิ ความเขาใจ ในภาษาไทย มวี นิ ยั ใฝเรยี นรู มงุ มน่ั ในการทำงาน มีจิต
สาธารณะ เห็นคุณคา มีความรกั มคี วามหวงแหนภาษาไทย รกั ความเปนไทย และนำไปประยุกตใชในชวี ิต
จรงิ ไดอยางมีคุณธรรม จริยธรรม และคานยิ มทเ่ี หมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. มคี วามรูความเขาใจเกย่ี วกบั การอานเชิงวเิ คราะห
2. เขียนสรุปและจบั ใจความสำคัญจากส่งิ ที่อาน
3. วเิ คราะหขอเทจ็ จริงและขอคิดเหน็ จากงานเขยี นทีอ่ าน
4. เขยี นสรปุ และเขียนแสดงความคดิ เห็นจากส่ิงทอ่ี าน
5. ประเมนิ คาหรอื แนวคิดจากส่ิงทีอ่ าน
รวม 5 ผลการเรยี นรู
272
คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ค32102 คณติ ศาสตรพน้ื ฐาน กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ช่วั โมง จาํ นวน 1 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศึกษาและฝกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอันไดแก การแกปญหา การใหเหตุผล การ
สื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร และการนําเสนอ การเชื่อมโยงความรูตา งๆทางคณติ ศาสตร และ
เชื่อมโยงคณติ ศาสตรกบั ศาสตรอ นื่ ๆ และมีความคดิ ริเรม่ิ สรา งสรรค ในสาระตอ ไปนี้
ลําดับและอนุกรม ความหมายของลําดับ ลําดับเลขคณิต ลําดับเรขาคณิต การหาพจนทั่วไปของ
ลําดับจํากัด ลําดับเลขคณิต ลําดบั เรขาคณติ การหาพจนตางๆของลําดับเลขคณิต ลาํ ดับเรขาคณิต และการ
นําไปใช อนกุ รมเลขคณติ และอนุกรมเรขาคณิต ความหมายของผลบวก n พจนแรกของ อนกุ รมเลขคณติ และ
อนุกรมเรขาคณิต การหาผลบวก n พจนแรกของอนุกรมเลขคณิต และอนุกรมเรขาคณิตโดยใชส ูตรและการ
นําไปใช
ดอกเบ้ียและมูลคาของเงิน ดอกเบี้ย มลู คาของเงนิ และคา รายงวด
โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณในชีวิตประจําวันที่ใกลตวั ใหผูเ รียนไดศ ึกษาคนควาโดย
การปฏบิ ัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคํานวณ การแกปญหา การให
เหตุผล การสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร และนาํ ประสบการณดานความรู ความคิด ทักษะกระบวนการท่ีได
ไปใชในการเรยี นรูสิ่งตา งๆ และใชในชีวติ ประจาํ วันอยา งสรา งสรรค โดยยึดหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
เพือ่ ใหเ กิดความรูความเขาใจ ความคดิ รวบยอด ใฝรใู ฝเรียน มรี ะเบยี บวนิ ยั มุงมนั่ ในการ ทํางานอยาง
มีระบบ ประหยัด ซื่อสัตย มีวิจารณญาณ รูจักนําความรูไปประยุกตใชในการดํารงชีวิตไดอยางพอเพียง
รวมทง้ั มเี จตคติท่ีดตี อ คณิตศาสตร
รหัสตวั ช้วี ดั
ค 1.2 ม.5/2
ค 1.3 ม.5/1
รวม 2 ตัวชวี้ ัด
273
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ค32202 คณติ ศาสตรเพ่ิมเติม 10 กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
*********************************************************************************
ศกึ ษา ฝก ทกั ษะ/กระบวนการในสาระตอไปน้ี
เวกเตอรใ นสามมติ ิ เวกเตอรการบวกและการลบเวกเตอร การคณู เวกเตอร ดว ยสเกลาร ผลคณู เชงิ
สเกลาร ผลคณู เชงิ เวกเตอร
จํานวนเชิงซอ น กราฟและคาสมั บรู ณของจํานวนเชงิ ซอ น จํานวนเชิงซอนในรปู เชิงขว้ั สมการพหุนาม
โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณในชีวิตประจําวันที่ใกลตัว ใหผูเ รียนไดศ ึกษาคนควาโดย
การปฏบิ ัตจิ ริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคํานวณ การแกปญหา การให
เหตุผล การสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร และนําประสบการณด านความรู ความคดิ ทกั ษะกระบวนการท่ีได
ไปใชในการเรียนรสู ่งิ ตางๆ และใชใ นชวี ติ ประจําวันอยา งสรา งสรรค โดยยึดหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และนําไปสูประชาคมอาเซยี น
การวัดและประเมินผล ใชวิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเปนจริงใหสอดคลองกับเนือ้ หาและ
ทักษะที่ตอ งการวดั
ผลการเรยี นรู
1. ความคดิ รวบยอดเกย่ี วกับเวกเตอรในสามมติ ิ
2. หาผลบวกเวกเตอรผลคูณ เวกเตอรดวยสเกลารแ ละผลคูณเชงิ เวกเตอรได
3. หาขนาดและทิศทางของ เวกเตอรท่ีกําหนดใหได
4. มีความคิดรวบยอดเกย่ี วกับจาํ นวนเชิงซอน
5. นําสมบัตติ างๆเก่ียวกับจํานวนเชงิ ซอน การดําเนินการไปใชแกปญหาได
6. หารากที่ n ของจาํ นวนเชิงซอน เมื่อn เปน จํานวนเตม็ บวกได
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู
274
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม
ค32204 คณิตศาสตรธุรกิจ กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
*********************************************************************************
ดอกเบีย้ การคำนวณดอกเบี้ยเชงิ เดียว การหาอัตราดอกเบ้ยี การคำนวณดอกเบี้ยทบตน การ
คำนวณหาเงินรวมและจำนวนดอกเบย้ี ทบตนโดยใชตาราง การคำนวณหาคาตางๆ จากสูตรการคำนวณหา
ดอกเบ้ยี ทบตน
โดยจดั ประสบการณหรอื สรางสถานการณในชีวติ ประจำวันทีใ่ กลตัวใหผูเรียนไดศึกษา คนควาโดยการ
ปฏบิ ัติจริง ทดลอง สรปุ รายงาน เพื่อพัฒนาทกั ษะ / กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญหา การให
เหตุผล การสอื่ ความหมายทางคณติ ศาสตร การเช่อื มโยงความรูตาง ๆ ทางคณิตศาสตรเชื่อมโยงคณิตศาสตร
กบั ศาสตรอน่ื ๆ มีความคดิ ริเร่มิ สรางสรรค
เพ่อื พฒั นาทักษะ/กระบวนการในการคดิ คำนวณ การแกปญหา การใหเหตผุ ล การสื่อ
ความหมายทางคณิตศาสตร และนำประสบการณดานความรู ความคิด ทักษะ กระบวนการท่ไี ดใชไปในการ
เรียนรสู ่งิ ตางๆและใชในชวี ติ ประจำวันอยางสรางสรรค รวมทัง้ เห็นคุณคา และมีเจตคติทีด่ ตี อวิชา
คณติ ศาสตร สามารถทำงานอยางเปนระบบ ระเบยี บ รอบคอบ มคี วามรบั ผิดชอบ มีวิจารณญาณและ
เชอื่ ม่ันในตนเองและสามารถหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับประยุกตใชในชวี ติ ประจำวนั ได
การวัดและประเมนิ ผล ใชวิธที ่ีหลากหลาย ตามสภาพความเปนจริงของเนอ้ื หาและทักษะทต่ี องการวดั
ผลการเรียนรู
1. คำนวณหาดอกเบย้ี เชิงเดียวงายได
2. หาอัตราดอกเบีย้ ได
3.คำนวณดอกเบย้ี ทบตนได
4. คำนวณหาเงนิ รวมและจำนวนดอกเบ้ียทบตนโดยใชตารางได
5. หาคำตอบของปญหาในชวี ิตประจำวนั โดยใชความรูเร่อื งดอกเบีย้ ได
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู
275
คำอธิบายรายวิชาเพม่ิ เตมิ
ค32208 คณิตศาสตรพลวัต 4 กลุมสาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศกึ ษา ฝกทักษะการคิดคำนวณ และฝกการแกปญหาในสาระดงั ตอไปน้ี ฝกการใชงานโปรแกรม
และสวนประกอบตางๆ ของโปรแกรม The Geometer's Sketchpad สรางเอกสารท่ปี ระกอบดวยแผนภาพ
ทางคณิตศาสตรและรูปเรขาคณติ แตละแผนภาพหรอื แตละรปู การสรางสวนโคงของวงกลม มมุ ที่จุดศนู ยกลาง
การเคลื่อนไหวจุดและเสน การแปลงทางเรขาคณิต การเขยี นกราฟของฟงกชัน การประยุกตและนำไปใช
โดยใชกระบวนการ จัดประสบการณหรอื สรางสถานการณในชีวติ ประจำวันใหผูเรียนไดศึกษา คนควา
โดยการปฏิบัติจรงิ การเรยี นรูจากการใชคำถามประกอบการอธบิ ายและแสดงเหตุผล เพอื่ พฒั นาทักษะ/
กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญหา การใหเหตุผล การสื่อความหมายและการนำเสนอ การ
เช่อื มโยงความรู ความคิดรเิ ริมสรางสรรค และนำประสบการณดานความรู ความคดิ ทกั ษะกระบวนการที่
ไดไปใชในการเรยี นรูสง่ิ ตางๆ และใชในชวี ิตประจำวนั คดิ วิเคราะห คดิ สงั เคราะห ตลอดทง้ั การแกปญหา
และบรู ณาการกับสาระทองถิ่นอยางสรางสรรค โดยเนนการแกปญหาทย่ี ากซึ่งตองใชความรูท่ีซับซอนหรือ
มากกวาที่กำหนดไวในหลักสูตร
ตระหนักในคณุ คาและมีเจตคติที่ดตี อคณติ ศาสตร รักชาติ ศาสน กษัตริย สามารถทำงานอยาง
เปนระบบ มรี ะเบยี บวนิ ัย มีความคดิ รอบคอบ มีความรบั ผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ มคี วามเช่ือมนั่ ในตนเอง
มีความซ่ือสตั ย ใฝเรยี นใฝรู มคี วามมุงม่นั ในการทำงาน อยูอยางพอเพียง รกั ความเปนไทยและมีจติ
สาธารณะ
ผลการเรยี นรู
1. เขาใจสวนประกอบตางๆ ของโปรแกรม The Geometer's Sketchpad
2. สามารถสรางเอกสารทป่ี ระกอบดวยแผนภาพทางคณติ ศาสตรและรปู เรขาคณิตได
3. สามารถใชโปรแกรม The Geometer's Sketchpad สรางตวั แบบเชิงคณติ ศาสตรเกี่ยวกับรูปราง
และจำนวน
4. สามารถประยุกตใชในการเสริมแนวคิดทางคณติ ศาสตรและนำไปใชได
5. สามารถทำงานอยางเปนระบบระเบียบ มรี ะเบียบวินยั
6. มคี วามซ่ือสตั ย มีความรบั ผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมคี วามเชื่อมนั่ ในตนเอง
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู
276
คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เติม
ค32210 คณติ ศาสตรในชวี ิตประจำวัน(บัญชี 4) กลุมสาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
*********************************************************************************
ศึกษาฝกทกั ษะการคดิ คำนวณและฝกทักษะการแกปญหาในสาระตอไปนี้
ศกึ ษาการบันทกึ รายการคาในสมดุ รายวนั ท่ัวไปการผานรายการไปยงั บญั ชแี ยกประเภทการจดั ทำงบ
ทดลองการจัดทำกระดาษทำการการจดั ทำงบการเงินการปดบัญชีครบวงจรบัญชีเบ้ืองตนและสรปุ วงจรบัญชี
ฝกทักษะการบันทึกรายการคาในสมุดรายวันท่ัวไปการผานรายการไปยังบัญชีแยกประเภทการจดั ทำ
งบทดลองการจัดทำกระดาษทำการการจัดทำงบการเงินการปดบัญชีครบวงจรบญั ชีเบ้อื งตนและสรปุ วงจร
บัญชีเพ่ือใหมคี วามรูความเขาใจเกย่ี วกับการบนั ทกึ รายการคาในสมดุ รายวันท่ัวไปการผานรายการไปยังบัญชี
แยกประเภทการจดั ทำงบทดลองการจดั ทำกระดาษทำการการจดั ทำงบการเงนิ การปดบัญชีโดยจัด
ประสบการณ เหตุการณทีเ่ กิดขน้ึ ในชวี ติ ประจำวันทีใ่ กลตัวใหผูเรยี นไดศึกษาคนควาโดยการปฏิบตั ิจรงิ คิด
วิเคราะห สรปุ รายงาน เพ่ือพัฒนาทกั ษะ / กระบวนการในการคำนวณ การใหเหตผุ ล การส่อื ความหมายทาง
คณิตศาสตร และนำประสบการณความรู ความคิด ทักษะกระบวนการทไ่ี ดไปใชในการเรยี นรูส่งิ ตางๆ และ
ใชในชีวติ ประจำวันอยางสรางสรรค รวมทงั้ คณุ คาและมีเจตคตทิ ีด่ ตี อคณิตศาสตร และวิชาชพี บญั ชี สามารถ
ทำงานอยางเปนระบบระเบียบ มคี วามรอบคอบ มคี วามรบั ผิดชอบ มวี จิ ารณญาณและมีความเช่ือมน่ั ในตนเอง
และใชเปนพืน้ ฐานในการเรียนวชิ าท่ีตองใชคณติ ศาสตร และเชอ่ื มโยงคณิตศาสตรกบั ศาสตรอื่นๆ ได
ผลการเรยี นรู
1. มีความรแู ละทกั ษะการจัดทำงบทดลอง
2. มคี วามรแู ละทกั ษะการจัดทำกระดาษทำการ
3. มีความรแู ละทักษะการจดั ทำงบการเงนิ
4. มคี วามรูและทกั ษะการปดบญั ชี
5. มีกจิ นิสัยความมีระเบยี บละเอยี ดรอบคอบมวี นิ ยั ตรงตอเวลาและมีเจตคติทด่ี ีตอคณติ ศาสตร และ
วิชาชีพบญั ชี
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู
277
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม
ค32206 คณิตศาสตรกับการออกแบบ 2 กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร
ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน1.0 หนวยกติ
*********************************************************************************
ศึกษาฝกทักษะการคิดคำนวณและฝกทกั ษะการแกปญหาในสาระตอไปนี้
วางแผนวิธีการดำเนินการดำเนินการตามแผนที่วางไวลงมือปฏิบัติตามแผนการดำเนินงานตามงาน
รวบรวมขอมูล สรปุ ผลการดำเนนิ งานนำเสนอผลงาน
โดยจดั ประสบการณหรอื สรางสถานการณในชวี ิตประจำวันท่ีใกลตวั ใหผูเรยี นไดศึกษาคนควาโดยการ
ปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญหา การให
เหตุผลการสื่อความหมายทางคณติ ศาสตรการเชื่อมโยงความรูตางๆทางคณิตศาสตรเชื่อมโยงคณติ ศาสตรกับ
ศาสตรอนื่ ๆ มคี วามคดิ รเิ รมิ่ สรางสรรค
เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณการแกปญหาการใหเหตุผลการสื่อความหมายทาง
คณิตศาสตร และนำประสบการณดานความรู ความคดิ ทกั ษะกระบวนการท่ีไดใชไปในการเรียนรูส่ิงตางๆและ
ใชในชวี ิตประจำวันอยางสรางสรรค รวมทั้งเห็นคุณคา และมีเจตคติทีด่ ีตอวิชาคณิตศาสตร สามารถทำงาน
อยางเปนระบบระเบียบรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณและเชื่อมั่นในตนเองและสามารถหลัก
เศรษฐกจิ พอเพยี งมาปรับประยกุ ตใชในชวี ิตประจำวันได
การวดั และประเมนิ ผลใชวิธที ห่ี ลากหลายตามสภาพความเปนจรงิ ของเนอ้ื หาและทกั ษะทต่ี องการวัด
ผลการเรยี นรู
1. มคี วามรคู วามเขาใจเกย่ี วกับการออกแบบทางคณติ ศาสตร
2. นำความรจู ากการออกแบบไปปฏิบัติไดจรงิ
รวมท้ังหมด 2 ผลการเรยี นรู
278
คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน
ว32102 วทิ ยาศาสตรกายภาพ 2 กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศึกษาธาตุและสารประกอบ โครงสรางอะตอม แบบจำลองอะตอม อนุภาคมูลฐานของอะตอม
สัญลักษณนิวเคลียรของธาตุ ไอโซโทป ตารางธาตุและสมบัติของธาตุตามตารางธาตุ พันธะเคมี สารละลาย
อิเล็กโทรไลตและสารละลายนอนอิเล็กโทรไลต กรดเบส มอนอเมอร พอลิเมอร สารประกอบอินทรีย สมบัติ
ความเปนกรดเบสของสารประกอบอินทรีย การละลายของสาร ปฏิกริ ยิ าเคมี สมการเคมี ปจจยั ท่ีมีผลตออัตรา
การเกิดปฏิกิริยาเคมี ปฏิกิริยารีดอกซ สมบัติของสารกัมมันตรังสี ครึ่งชีวิตของสารกัมมันตรังสี รวบรวม
วิเคราะหขอมูล และใชความรูดานวิทยาการคอมพิวเตอร สื่อดจิ ิตัล เทรโนโลยสี ารสนเทศในการแกปญหาหรือ
เพม่ิ มลู คาใหกับบรกิ ารหรือผลิตภัณฑทีใ่ ชในชีวิตจริงอยางสรางสรรค
ทั้งนี้โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 การสืบคนขอมูล
อภิปรายและสรุป เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู
และนำความรูไปใชในชวี ิตของตนเอง ดูแลรกั ษาส่งิ มชี ีวิตอื่น เฝาระวังและพัฒนา ส่ิงแวดลอมอยางย่ังยืน มจี ิต
วิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม และคานิยม สามารถทำงานรวมกบั ผูอื่นไดและเห็นประโยชนการดำรงชีวติ
ตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
รหสั ตวั ช้ีวดั
ว 2.1 ม.5/1, ม.5/2, ม.5/3, ม.5/4, ม.5/5, ม.5/6, ม.5/7, ม.5/8, ม.5/9, ม.5/10 ,ม.5/11,
ม.5/12 ,ม.5/13, ม.5/14, ม.5/15, ม.5/16, ม.5/17, ม.5/18, ม.5/19, ม.5/20, ม.5/21, ม.
5/22, ม.5/23, ม.5/24, ม.5/25
ว 4.2 ม.5/1
รวมท้ังหมด 27 ตัวช้ีวัด
279
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
ว32202 ฟสกิ ส 3 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 80 ชั่วโมง จำนวน 2.0 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศึกษาหลกั การของคล่นื ในเรื่อง องคประกอบและการเคลื่อนท่ีของคลนื่ สมบัติของคลืน่ ธรรมชาตขิ อง
เสียง สมบัติของคลื่นเสียง การอธิบายปรากฏการณที่เกี่ยวกับคลื่นเสียง การสั่นพองของเสียง บีตส
ปรากฏการณดอปเพลอรและคล่นื กระแทก หูและการไดยิน ความเขมของเสียงและมลพิษทางเสยี งธรรมชาติ
ของแสง แสงเชิงเรขาคณิต กระจกเงาโคง เลนสบางและหลักการของทัศนอุปกรณบางชนิด การรับรูสีของ
นยั นตาคน แสงเชิงฟสิกสและการอธิบายปรากฏการณท่ีเกีย่ วกับคลืน่ แสง โดยใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร
การสบื เสาะหาความรู การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบคนขอมลู อภิปรายและสรุป เพื่อใหเกิดความรู ความคิด
ความเขาใจ มีความสามารถในการตดั สินใจ สื่อสารสิง่ ท่เี รยี นรูและนำความรูไปใชในชีวิตของตนเอง ดแู ลรักษา
สิ่งมีชีวติ อื่น เฝาระวงั และพัฒนา สิ่งแวดลอมอยางยัง่ ยืน มีจติ วิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยม
สามารถทำงานรวมกับผูอน่ื ไดและเห็นประโยชนการดำรงชวี ิตตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลการเรยี นรู
1. อธบิ ายการเคลื่อนทีแ่ บบคล่นื และการเกิดคลนื่ กล
2. อธบิ ายสมบัติของคลื่น ไดแก การสะทอน การหักเห การแทรกสอด และการเล้ยี วเบน
3. อธบิ ายการเกดิ คล่ืนน่งิ
4. อธิบายการเกดิ เสยี งและสมบตั ขิ องเสียง
5. อธิบายเกย่ี วกับการไดยินไดแก ระดบั เสียง ระดับสงู ตำ่ ของเสยี ง คณุ ภาพเสียง และผลของมลพษิ
ทางเสียงตอการไดยนิ
6. อธิบายความถธ่ี รรมชาติและการส่ันพองของวตั ถุ
7. อธิบายปรากฏการณบางอยางของเสยี ง และการนำความรูมาประยุกตใชประโยชนดานตางๆ
8. อธิบายการสะทอนของแสง การหาตำแหนง ขนาดและชนิดของภาพท่ีเกดิ จากกระจกเงาราบ และ
กระจกเงาโคง ท้ังโดยการเขียนภาพและการคำนวณ
9. อธิบายการหักเหของแสงเม่ือผานรอยตอระหวางตวั กลางสองชนิด
10. อธิบายการหาตำแหนง ขนาดและชนิดของภาพท่เี กิดจากเลนสบาง โดยการเขยี นภาพและคำนวณ
11. อธิบายปรากฏการณทีเ่ ก่ียวกับแสง ไดแก การกระจายแสง การสะทอนกลบั หมดของแสง รงุ
การทรงกลด และมริ าจ
12. อธิบายหลักการทำงานของทัศนอปุ กรณบางชนดิ ไดแก เครื่องฉายภาพ กลองถายรูป กลอง
จลุ ทรรศน และกลองโทรทรรศน
13. อธิบายความสวางและการมองเห็นสี
280
14. อธิบายการเลี้ยวเบนและการแทรกสอดของแสงทผ่ี านชองเล็กยาว (หรือสลติ ) และการใชเกรตตงิ
15. อธบิ ายการกระเจิงของแสง
รวมทั้งหมด 15 ผลการเรยี นรู
281
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
ว32204 เคมี 3 กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ช่วั โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศกึ ษาความหมายของอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ทดลองเพ่ือศึกษาอตั ราการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี
การคำนวณหาอัตราการเกดิ ปฏิกิรยิ าของสารจากกราฟ ศึกษาและวิเคราะหแนวคิดเกี่ยวกับการเกิดปฏิกิริยา
เคมีโดยใชทฤษฎีจลนและการชนกันของอนุภาค การเกิดสารเชิงซอนกัมมันต พลังงานกับการดำเนินไปของ
ปฏิกิริยาเคมี ศึกษาและทดลองเก่ียวกับผลของความเขมขน พื้นที่ผิว อุณหภูมิ ตัวเรงปฏิกิรยิ าและตัวหนวง
ปฏิกิริยาตออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี สมบัติของตัวเรงปฏิกิริยา และการใชทฤษฎีจลนอธิบายผลของปจจัย
ตางๆ ทีม่ ตี ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี ศึกษาปฏิกิริยาเคมที ีเ่ กิดขน้ึ อยางสมบูรณ การเกิดปฏิกิริยาไปขางหนา
ปฏิกิริยายอนกลับและปฏิกิริยาท่ผี นั กลับได ทดลองเกี่ยวกบั ปฏิกริ ิยาที่ผันกลับได ศึกษาการเปลี่ยนแปลงทีท่ ำ
ใหเกิดภาวะสมดุลระหวางสถานะ สมดุลในสารละลายอิ่มตัว สมดุลไดนามิก ศึกษาและทดลองสมดุลเคมีใน
ปฏกิ ิริยา วิเคราะหความสมั พันธระหวางความเขมขนของสารตางๆ ณ ภาวะสมดุล คาคงที่สมดลุ กบั สมการเคมี
คำนวณหาคาคงท่ีของสมดลุ และหาความเขมขนของสารในปฏิกิริยา ณ ภาวะสมดุล ทดลองเพือ่ ศึกษาผลของ
ความเขมขน ความดัน อุณหภูมิตอภาวะสมดุลและคาคงที่สมดุล หลักของเลอชาเตอลิเอและการนำหลักของ
เลอชาเตอลิเอไปใชในกระบวนการอุตสาหกรรม กระบวนการตางๆ ของสิง่ มีชวี ิตและสิ่งแวดลอม ศึกษาและ
ทดลองสมบัติบางประการของสารละลายอิเล็กโทรไลตและสารละลายนอนอิเล็กโทรไลต ประเภทของ
สารละลายอิเล็กโทรไลต ศึกษาไอออนในสารละลาย กรด และเบส ทฤษฎีกรด-เบสของอารเรเนียส เบรินส
เตด–ลาวรี และลิวอิส ศึกษาและทดลองเกี่ยวกับการถายโอนโปรตอนของสารละลายกรด-เบส ศึกษาคูกรด–
เบส การคำนวณและการเขียนสมการการแตกตัวของกรด-เบส การคำนวณคาคงท่ี การแตกตวั เปนไอออนของ
กรดออนและเบสออน ศึกษาและทดลองการแตกตัวเปนไอออนของน้ำ การคำนวณคาคงที่การแตกตัวของน้ำ
pH ของสารละลาย และการคำนวณคา pH อนิ ดเิ คเตอรสำหรบั กรด-เบส สารละลายกรด-เบสในชีวิตประจำวัน
และในสิ่งมีชีวิต ศึกษาและทดลองเรื่องปฏิกิริยาสะเทินและปฏิกิริยาการเกิดเกลือจากปฏิกิริยาระหวาง
สารละลายกรดกับสารละลายเบส ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสของเกลือ ศึกษาเกี่ยวกับการไทเทรตสารละลายกรด-
เบส การเขียนกราฟและการหาจุดสมมูลจากกราฟของการไทเทรต และคำนวณหาความเขมขนของสารละลาย
กรด-เบส ศึกษาหลักการเลือกใชอนิ ดเิ คเตอรสำหรับไทเทรตกรด-เบส การประยุกตความรูเร่ืองการไทเทรตไป
ใชในชีวิตประจำวัน ศึกษาและทดลองสมบัติความเปนบัฟเฟอรของสารละลาย เพื่อใหมีความรูความเขาใจ
เกี่ยวกับอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี สมดุลเคมีในสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอม และสารละลายกรด-เบส โดยใช
กระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจ ตรวจสอบ การสบื คนขอมูลอภปิ รายและสรุป
เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตดั สนิ ใจ สือ่ สารสง่ิ ที่เรียนรูและนำความรูไปใช
ในชีวิตของตนเอง ดูแลรักษาสิ่งมีชีวิตอื่น เฝาระวังและพัฒนา สิ่งแวดลอมอยางยั่งยืน มีจิตวิทยาศาสตร
จริยธรรม คุณธรรม และคานยิ ม สามารถทำงานรวมกับผูอื่นไดและเห็นประโยชนการดำรงชีวิตตามปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพียง
282
ผลการเรียนรู
1. คำนวณและเปรียบเทียบอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
2. เขยี นและแปลความหมายกราฟแสดงความสัมพนั ธระหวางความเขมขนของสารกับเวลารวมทั้งสามารถหา
อตั ราการเกิดปฏิกริ ิยาเคมีจากกราฟ
3. อธิบายแนวคดิ เกย่ี วกับการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมีโดยใชทฤษฎีจลนและการชนกนั ของอนุภาค และการเกิดสาร
เชิงซอนกัมมนั ต
4. แปลความหมายกราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงพลงั งานกับการดำเนินไปของปฏิกริ ยิ าเคมแี ละสามารถระบุได
วาเปนปฏิกิริยาดดู หรอื คายพลังงาน
5. ระบุปจจยั ตาง ๆ ทีม่ ผี ลตออตั ราการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี
6. อธิบายผลของความเขมขนและพน้ื ที่ผวิ ของสาร อณุ หภูมิ ตัวเรงและตวั หนวงปฏิกริ ิยาทีม่ ีตออตั ราการ
เกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี
7. อธิบายความหมายของปฏิกริ ยิ าผันกลบั ภาวะสมดุล สมดลุ ระหวางสถานะ สมดุลในสารละลายอม่ิ ตัว
สมดลุ ในปฏิกิริยาเคมี และคาคงท่สี มดุล
8. อธิบายสมบัตติ างๆ ของระบบ ณ ภาวะสมดลุ
9. เขียนความสัมพันธระหวางความเขมขนของสารตง้ั ตนกบั ผลติ ภณั ฑ ณ ภาวะสมดลุ
10. คำนวณคาคงที่สมดลุ และความเขมขนของสารตางๆ ณ ภาวะสมดุล
11. ระบุปจจัยท่มี ผี ลตอภาวะสมดุลของระบบ พรอมทง้ั อธิบายการเปล่ียนแปลงทเ่ี กิดขึน้ เมอ่ื ภาวะสมดลุ ของ
ระบบถูกรบกวน
12. ระบุปจจยั ที่มีผลตอคาคงท่สี มดุลพรอมทง้ั อธิบายเหตผุ ล
13. อธิบายการปรับตวั ของระบบเพอื่ เขาสภู าวะสมดลุ โดยใชหลักของเลอชาเตอลเิ อ รวมท้ังการเลือกภาวะท่ี
เหมาะสมเพื่อใหไดผลติ ภัณฑสงู ในอุตสาหกรรม
14. อธิบายการเกิดสมดุลเคมีในกระบวนการตางๆ ของสิ่งมีชีวิต และปรากฏการณตางๆ ในธรรมชาติและ
ส่ิงแวดลอม
15. เปรียบเทียบสมบตั ิของสารละลายอิเลก็ โทรไลตกับสารละลายนอนอิเลก็ โทรไลต และระบปุ ระเภทของ
สารละลายอเิ ลก็ โทรไลต
16. อธิบายการเปลีย่ นแปลงเมื่อกรดหรอื เบสละลายในนำ้ พรอมทง้ั ระบชุ นดิ ของไอออนที่ทำใหสารละลาย
แสดงสมบตั เิ ปนกรดหรือเบส
17. อธิบายความหมายของกรดและเบสตามทฤษฎีกรด–เบสอารเรเนียส เบรนิ สเตด–ลาวรี และลิวอสิ พรอม
ทงั้ อธิบายสมบัติของกรดหรือเบสตามทฤษฎกี รด–เบสเหลาน้ี
18. ระบุโมเลกลุ หรือไอออนที่เปนคกู รด – เบสในปฏกิ ริ ิยาตามทฤษฎีกรด – เบสเบรินสเตด –ลาวรี
19. อธิบายความสามารถในการแตกตวั ของกรดแก เบสแก กรดออน เบสออน รวมทั้งคำนวณหารอยละของ
การแตกตวั และคาคงท่ีการแตกตวั ของกรดออนหรือเบสออน
283
20. เปรียบเทียบปรมิ าณการแตกตัวของกรดหรอื เบส และคำนวณหาความเขมขนของ H3O+ และOH- โดยใช
คาคงที่การแตกตัวของกรดและเบส
21. อธบิ ายการเปลย่ี นแปลงภาวะสมดุลของน้ำเม่ือเตมิ กรดหรือเบส พรอมทง้ั คำนวณหาความเขมขนของ
H3O+ และ OH- ในสารละลาย
22. คำนวณหา pH ของสารละลายเมื่อทราบความเขมขนของ H3O+ หรือ OH- และบอกความเปนกรด –
เบสของสารละลายจากคา pH
23. อธิบายเหตผุ ลที่ทำใหอินดเิ คเตอรเปลย่ี นสี และใชชวงของการเปลี่ยนสีของอนิ ดิเคเตอรบอกคา pH หรอื
ความเปนกรด – เบสของสารละลาย
24. อธิบายความสำคัญของ pH หรือความเปนกรด – เบสของสารละลายในสง่ิ มีชวี ิตและสง่ิ แวดลอม
25. อธิบายการเกิดเกลือจากปฏิกิรยิ าระหวางกรดกบั เบส และกรดหรือเบสกบั สารบางชนดิ พรอมท้งั เขียน
สมการแสดงปฏกิ ริ ิยา และบอกสมบัตขิ องเกลือท่เี กิดขึ้น
26. อธบิ ายความหมายของปฏิกิริยาการสะเทิน พรอมทงั้ เขียนสมการแสดงปฏิกริ ิยา
27. อธบิ ายการเกิดปฏิกริ ิยาไฮโดรลซิ ิสของเกลอื ในนำ้ พรอมทงั้ เขยี นสมการแสดงปฏิกิริยา
28. อธิบายวิธีการไทเทรต การเลือกใชอินดเิ คเตอรท่เี หมาะสมในการไทเทรตกรด – เบส ตลอดจนคำนวณหา
ความเขมขนของสารละลายจากการไทเทรต
29. เขียนกราฟของการไทเทรตและหาจดุ สมมลู จากกราฟ พรอมทัง้ บอกคา pH ของสารละลาย ณ จุดสมมลู
30. อธิบายการเปลี่ยนแปลงทเ่ี กดิ ขึ้นเมอื่ เตมิ กรดหรอื เบสลงในระบบบัฟเฟอร เขยี นสมการแสดง ปฏกิ ิรยิ าการ
ควบคุม pH ของสารละลายบัฟเฟอร
รวมทั้งหมด 30 ผลการเรยี นรู
284
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เตมิ
ว32206 ชีววทิ ยา 3 กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ชว่ั โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
*********************************************************************************
ศึกษาเกี่ยวกับระบบยอยอาหาร การยอยอาหารของสัตว การยอยอาหารของมนษุ ย ระบบหายใจ
โครงสรางที่ทําหนาที่แลกเปลี่ยนแกสของฟองนํ้า ไฮดรา พลานาเรีย ไสเดือนดิน แมลง ปลากบ และนก
โครงสรางของปอดในสัตวเลยี้ งลูกดวยนํา้ นม โครงสรา งทใี่ ชในการแลกเปลีย่ นแกส และกระบวนการแลกเปล่ียน
แกสของมนุษย การทํางานของปอดและทดลองวัดปริมาตรของอากาศในการหายใจออกของมนุษย
เปรียบเทียบระบบหมุนเวียนเลือดแบบเปดและระบบหมุนเวียนเลือดแบบปดทิศทางการไหลของเลือดและ
การเคลื่อนท่ีของเซลลเม็ดเลือดในหางปลาและสรุปความสมั พันธระหวางขนาดของหลอดเลือดกับความเร็วใน
การไหลของเลือดโครงสรา งและการทํางานของหวั ใจและหลอดเลอื ดในมนุษย โครงสรา งหัวใจของสัตวเลี้ยงลูก
ดวยนํา้ นมทิศทางการไหลของเลือดผานหัวใจของมนษุ ย และเขียนแผนผงั สรุป การหมนุ เวียนเลือดของมนษุ ย
ความแตกตา งของเซลลเมด็ เลือดแดง เซลลเม็ดเลือดขาวเพลตเลต และพลาสมา หมูเลอื ดและหลักการใหแ ละ
รับเลือดในระบบ ABO และระบบ Rh สว นประกอบและหนาที่ของนํา้ เหลอื ง รวมทั้งโครงสรางและหนา ทีข่ อง
หลอดนํ้าเหลือง และตอมนํ้าเหลืองกลไกการตอตานหรือทําลายสิ่งแปลกปลอมแบบไมจําเพาะและแบบ
จําเพาะการสรา งภูมคิ มุ กันกอเองและภูมคิ ุม กันรับมา ความผดิ ปกตขิ องระบบภมู ิคมุ กนั ที่ทาํ ใหเกดิ เอดส ภูมิแพ
การสรา งภูมติ านทานตอเนอื้ เย่ือตนเองเปรียบเทียบโครงสรางและหนาทีใ่ นการกําจดั ของเสียออกจากรา งกาย
ของฟองนํ้า ไฮดรา พลานาเรีย ไสเดอื นดินแมลง และสัตวมีกระดกู สันหลัง โครงสรางและหนาที่ของไต และ
โครงสรางที่ใชลําเลียงปสสาวะออกจากรางกายกลไกการทํางานของหนวยไต ในการกําจัดของเสียออกจาก
รางกายและเขียนแผนผังสรุปขัน้ ตอนการกําจัดของเสียออกจากรางกายโดยหนวยไตความผิดปกติของไตอัน
เนือ่ งมาจากโรคตางๆ ความผิดปกตขิ องระบบขบั ถา ย โดยใชการสบื เสาะหาความรู การสํารวจตรวจสอบทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตรแ ละทักษะการเรียนรูในศตวรรษท่ี 21 การสืบคนขอ มูลและการอภิปรายเพื่อให
เกดิ ความรู ความคดิ ความเขาใจ สามารถส่ือสารสงิ่ ที่เรยี นรู มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ การแกปญหาการ
นาํ ความรูไ ปใชในชวี ิตประจําวัน มจี ิตวิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานยิ มท่เี หมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. สืบคนขอมูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสรางและกระบวนการยอยอาหารของสัตวที่ไมมี
ทางเดินอาหารสัตวท ม่ี ที างเดนิ อาหารแบบไมสมบรู ณ และสตั วท ี่มีทางเดนิ อาหารแบบสมบรู ณ
2. สังเกต อธบิ าย การกินอาหารของไฮดราและพลานาเรีย
3. อธบิ ายเกี่ยวกับโครงสราง หนา ที่ และกระบวนการยอยอาหาร และการดดู ซมึ สารอาหารภายใน
ระบบยอยอาหารของมนุษย
4. สบื คน ขอ มลู อธบิ าย และเปรียบเทยี บโครงสรางท่ที ําหนา ที่แลกเปลี่ยนแกสของฟองน้าํ ไฮดรา
พลานาเรยี ไสเ ดอื นดิน แมลง ปลา กบ และนก
285
5. สงั เกต และอธิบายโครงสรางของปอดในสตั วเ ล้ยี งลกู ดว ยนํา้ นม
6. สืบคนขอมูล อธิบายโครงสรางที่ใชในการแลกเปลี่ยนแกสและกระบวนการแลกเปลี่ยนแกสของ
มนษุ ย
7. อธิบายการทาํ งานของปอด และทดลองวัดปริมาตรของอากาศในการหายใจออกของมนุษย
8. สบื คน ขอ มูล อธิบายและเปรียบเทยี บระบบหมุนเวยี นเลือดแบบเปดและระบบหมุนเวยี นเลือดแบบ
ปด
9. สังเกตและอธิบายทิศทางการไหลของเลอื ดและการเคล่อื นทข่ี องเซลลเ ม็ดเลือดในหางปลาและสรุป
ความสัมพันธร ะหวางขนาดของหลอดเลือดกบั ความเรว็ ในการไหลของเลือด
10. อธิบายโครงสรางและการทํางานของหัวใจและหลอดเลอื ดในมนุษย
11. สังเกตและอธบิ ายโครงสรางหัวใจของสัตวเล้ียงลกู ดวยนาํ้ นม ทิศทางการไหลของเลือดผานหัวใจ
ของมนษุ ย และเขยี นแผนผังสรปุ การหมุนเวยี นเลอื ดของมนุษย
12. สืบคนขอ มูล ระบคุ วามแตกตางของเซลลเ มด็ เลอื ดแดง เซลลเ มด็ เลอื ดขาว เพลตเลตและพลาสมา
13. อธิบายหมูเ ลอื ดและหลักการใหและรับเลอื ดในระบบ ABO และระบบ Rh
14. อธบิ าย และสรปุ เก่ียวกบั สวนประกอบและหนาทขี่ องนํ้าเหลอื ง รวมท้ังโครงสรางและหนาท่ี
ของหลอดนาํ้ เหลือง และตอ มนาํ้ เหลือง
15. สืบคน ขอมลู อธิบาย และเปรยี บเทยี บกลไกการตอ ตานหรอื ทาํ ลายสิ่งแปลกปลอมแบบไมจ ําเพาะ
และแบบจําเพาะ
16. สืบคนขอมลู อธิบาย และเปรียบเทยี บการสรางภมู ิคมุ กนั กอเองและภูมิคุมกันรบั มา
17. สืบคนขอมูลและอธิบายเกี่ยวกับความผิดปกติของระบบภูมิคุมกันที่ทําใหเกิดเอดสภูมิแพ การ
สรางภูมิตานทานตอเน้อื เย่อื ตนเอง
18. สืบคนขอมลู อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสรางและหนาที่ในการกําจัดของเสยี ออกจากรางกาย
ของฟองนาํ้ ไฮดรา พลานาเรีย ไสเ ดอื นดิน แมลง และสัตวมีกระดกู สนั หลงั
19. อธิบายโครงสรางและหนาทข่ี องไต และโครงสรางทใ่ี ชล ําเลียงปสสาวะออกจากรางกาย
20. อธิบายกลไกการทํางานของหนว ยไตในการกาํ จัดของเสียออกจากรางกาย และเขยี นแผนผังสรปุ
ขัน้ ตอนการกําจัดของเสยี ออกจากรางกายโดยหนว ยไต
21. สืบคนขอ มลู อธิบายและยกตวั อยางเก่ยี วกับความผดิ ปกติของไตอนั เนื่องมาจากโรคตาง ๆ
รวมท้ังหมด 21 ผลการเรยี นรู
286
คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เติม
ว32216 โลก ดาราศาสตรและอวกาศ 3 กลมุ สาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ช่วั โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
*********************************************************************************
ศึกษาปจจัยสำคัญที่มีผลตอการรับและคายพลังงานจากดวงอาทิตย ปจจัยสำคัญที่มีผลตออุณหภูมิ
อากาศในแตละบริเวณของโลก กระบวนการที่ทำใหเกิดสมดุลพลังงาน แรงคอลิออลิส แรงสูศูนยกลาง แรง
เสยี ดทานทม่ี ีผลตอการหมนุ เวยี นของอากาศ การหมนุ เวียนของอากาศตามเขตละตจิ ูดและผลที่มีตอภูมิอากาศ
การแบงชัน้ น้ำในมหาสมุทร ปจจัยที่ทำใหเกิดการแบงช้ันนำในมหาสมุทร การหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทร
รูปแบบการหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทร ผลของการหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทรที่มตี อสิ่งมีชีวิตและ
สิ่งแวดลอม ความสัมพันธระหวางเสถยี รภาพอากาศและการเกดิ เมฆ แนวปะทะอากาศแบบตางๆ ลักษณะลม
ฟาอากาศ ปจจัยที่มีผลตอการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก เหตุการณที่เปนผลจากการเปลี่ยนแปลง
ภูมิอากาศโลก แนวปฏิบตั ิของมนุษยที่ชวยชะลอการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก สัญลักษณลมฟาอากาศบน
แผนที่อากาศ การคาดการณลกั ษณะลมฟาอากาศเบ้ืองตนจากแผนท่ีอากาศและขอมลู สารสนเทศอนื่ ๆ
โดยใชการสบื เสาะหาความรู การสำรวจตรวจสอบ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรและทักษะการ
เรียนรูในศตวรรษที่ 21 การสืบคนขอมูลและการอภปิ ราย เพือ่ ใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถ
สื่อสารสิ่งที่เรียนรู มีความสามารถในการตดั สินใจ การแกปญหา การนำความรูไปใชในชีวิตประจำวัน มีจิต
วิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคานิยมทีเ่ หมาะสม
ผลการเรียนรู
1. อธิบายปจจยั สำคญั ทมี่ ีผลตอการรบั รูและคายพลงั งานจากดวงอาทติ ยแตกตางกนั และผลทมี่ ตี ออุณหภูมิ
อากาศในแตละบรเิ วณของโลก
2. อธิบายกระบวนการที่ทำใหเกดิ สมดลุ พลังงานของโลก
3. อธิบายผลของแรงเน่ืองจากความแตกตางของความกดอากาศ แรงคอริออลิส แรงสูศนู ยกลางและแรงเสียด
ทานทม่ี ตี อการหมุนเวียนของอากาศ
4. อธิบายการหมุนเวียนของอากาศตามเขตละติจูดและผลทีม่ ีตอภมู อิ ากาศ
5. อธิบายปจจยั ท่ที ำใหเกิดการแบงชั้นน้ำในมหาสมุทร
6. อธิบายปจจัยทท่ี ำใหเกดิ การหมุนเวยี นของน้ำในมหาสมุทรและรูปแบบการหมุนเวยี นของน้ำในมหาสมทุ ร
7. อธบิ ายผลของการหมนุ เวยี นของนำ้ ในมหาสมุทรท่มี ีตอลักษณะลมฟาอากาศ ส่ิงมีชีวติ และส่งิ แวดลอม
8. อธิบายความสัมพันธระหวางเสถียรภาพอากาศและการเกดิ เมฆ
9. อธิบายการเกิดแนวปะทะอากาศแบบตางๆและลักษณะลมฟาอากาศท่เี ก่ียวของ
10. อธิบายปจจัยตางๆที่มผี ลตอการเปล่ียนแปลงภูมิอากาศของโลก พรอมยกตวั อยางขอมลู สนบั สนนุ
11. วิเคราะหและอภิปรายเหตกุ ารณทีเ่ ปนผลจากการเปลี่ยนแปลงภมู ิอากาศโลก และนำเสนอแนวปฏบิ ัตขิ อง
มนุษยท่มี สี วนชวยในการชะลอการเปลย่ี นแปลงภมู ิอากาศโลก
12. แปลความหมายสญั ลักษณลมฟาอากาศบนแผนท่ีอากาศ
287
13. วิเคราะหและคาดการณลักษณะลมฟาอากาศเบ้อื งตนจากแผนที่อากาศและขอมลู สารสนเทศอนื่ ๆ เพอ่ื
วางแผนในการประกอบอาชีพและการดำเนินชีวติ ใหสอดคลองกับสภาพลมฟาอากาศ
รวมทั้งหมด 13 ผลการเรียนรู
288
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
ว32210 หลักการเขยี นโปรแกรม 2 กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
*********************************************************************************
ศึกษาและปฏบิ ตั ิเกีย่ วกบั การวเิ คราะหข้นั ตอนวิธีในการแกปญหา การออกแบบ สวนแสดงผล และ
การติดตอกับผใู ช การใชเครอ่ื งมือในโปรแกรมโครงสรางและไวยากรณของการเขียนคำส่ังการสังเคราะห
เครอ่ื งมือและคำส่งั ใหเปนโปรแกรมท่ีตองการ การสรางโปรแกรมจดั การแฟมขอมูลผเู รียนสรางวนิ ัยใหกับ
ตนเองในการรักษาความสะอาดในหองเรยี น การจดั โตะ การปด-เปดไฟฟา ปด-เปดพัดลม การปด-เปด
เคร่ืองปรับอากาศ การดูแลรักษาเคร่ืองคอมพวิ เตอร กอนและหลงั การปฏิบัติทุกคร้ังกอนออกจากหองเรยี น
ผลการเรียนรู
1. คดิ วิเคราะหขน้ั ตอนวิธกี ระบวนการแกปญหา
2. สามารถเขียนผงั งานตามข้ันตอนการทำงานโปรแกรมได
3. ใชเครือ่ งมือ โครงสรางและไวยากรณของการเขียนคำสงั่ ของโปรแกรมได
4. ออกแบบ สวนแสดงผล และติดตอกับผใู ช
5. เขียนคำสง่ั ใหเปนโปรแกรมที่ตองการได
6. นำความรูในการเขียนโปรแกรมสรางชนิ้ งานได
รวมทั้งหมด 6 ผลการเรยี นรู
289
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เติม
ว32212 การสรางสรรคงานดวยกราฟกขัน้ สงู กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 5 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
*********************************************************************************
ศึกษา เรยี นรู มคี วามรู ความเขาใจลักษณะการทำงานโปรแกรม เรยี กใชโปรแกรมและสวนประกอบ
หนาตางโปรแกรม วาดการตูนดวยโปรแกรม Flash การจดั การกับ Object กำหนดลกั ษณะตัวอักษร สราง
Animation แบบ frame by frame สราง Animation แบบ Tween Motion สราง Animation แบบ
Mark Layer frame ทำปุม Effect สราง Movie Clip ใสเสียงใหกบั ชนิ้ งาน สรางชิ้นนำเสนอไดอยาง
สรางสรรคการนำเสนองานในรปู แบบของสือ่ ผสมอยางมคี ุณธรรมและจริยธรรมผเู รียนสรางวนิ ยั ใหกับตนเอง
ในการรักษาความสะอาดในหองเรียน การจดั โตะ การปด-เปดไฟฟา ปด-เปดพัดลม การปด-เปด
เครือ่ งปรับอากาศ การดูแลรักษาเครอื่ งคอมพิวเตอร กอนและหลงั การปฏิบตั ิทุกครง้ั กอนออกจากหองเรยี น
ผลการเรียนรู
1. มีความรูและเขาใจลักษณะการทำงานโปรแกรม
2. เรียกใชโปรแกรมและสวนประกอบหนาตางโปรแกรมได
3. สามารถวาดการตูนดวย Flash ได
4. มคี วามเขาใจเร่ืองการจัดการกบั Object
5. กำหนดลกั ษณะตัวอักษรได
6. สราง Animation แบบ frame by frameได
7. สราง Animation แบบ Tween Motionได
8. สราง Animation แบบ Mark Layer frameได
9. ทำปมุ Effect ได
10. สราง Movie Clipได
11. ใสเสยี งใหกบั ชิน้ งานได
12. สรางชน้ิ นำเสนอไดอยางสรางสรรค
รวมท้ังหมด 12 ผลการเรียนรู
290
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
ว32214 การสรางเว็บเพจข้ันสูง กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
*********************************************************************************
ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับหลักการ ความสำคัญ ขั้นตอนของการออกแบบเว็บไซต ประโยชนของ
โปรแกรมออกแบบเว็บไซต การเรียกใชงานโปรแกรม หนาตางของโปรแกรม การใชคำส่ังในโปรแกรมการ
ใชเครื่องมอื ในการออกแบบ การจัดและตกแตงขอความ การจดั การภาพกราฟก เมนตู าราง การออกแบบ
และสรางจุดเช่ือมโยง การออกแบบปุมคลกิ การนำไฟลจากโปรแกรมอ่ืนมาใชงาน การจดั ต้ังและเผยแพร
เว็บไซต
เพอ่ื ใหผูเรยี นมีความคดิ ริเรมิ่ สรางสรรคในการนำออกมาเผยแพรสูระบบเครอื ขาย มุงเนนการ
พัฒนาทกั ษะในการสรางสรรคผลงานการจัดการพฒั นาคดิ คนและเกิดเจตคตทิ ด่ี ตี อการใชคอมพิวเตอรผเู รียน
สรางวินัยใหกับตนเองในการรกั ษาความสะอาดในหองเรียน การจดั โตะ การปด-เปดไฟฟา ปด-เปดพดั ลม
การปด-เปดเครื่องปรบั อากาศ การดแู ลรกั ษาเคร่อื งคอมพวิ เตอร กอนและหลังการปฏบิ ัตทิ ุกคร้ังกอนออก
จากหองเรียน
ผลการเรยี นรู
1. เขาใจหลักการและข้ันตอนกระบวนการในการออกแบบเวบ็ ไซตดวย Joomla
2. บอกความสำคัญของการออกแบบเว็บไซตดวย Joomla
3. อธิบายประโยชนโปรแกรมที่ออกแบบเว็บไซตดวย Joomla
4. สามารถเรยี กใชงานโปรแกรมหนาตางของโปรแกรมดวย Joomla
5. ใชคำสั่งเคร่อื งมือในการออกแบบการจัดการกราฟกดวย Joomla
6. ออกแบบหนาเว็บเพจดวย Joomla
7. ออกแบบและการสรางจดุ เชือ่ มโยง และนำไฟลจากโปรแกรมอ่ืนมาใชงาน
8. สมคั รขอพ้ืนท่ีฟรีอพั โหลดไฟลและอัพเดตขอมูลใหทันสมัยอยูเสมอ
รวมทั้งหมด 8 ผลการเรยี นรู
291
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
ว32208 การออกแบบและเทคโนโลยี 2 กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
*********************************************************************************
ศึกษาเกี่ยวกับความหมายของนวัตกรรม ความสัมพันธของเทคโนโลยีและนวตั กรรม รูปแบบของเทคโนโลยี
การพัฒนาอยางย่งั ยืน หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งเพอื่ การพฒั นาอยางยง่ั ยนื ระบบทางเทคโนโลยี
กระบวนการเทคโนโลยี องคประกอบที่สัมพันธกับกระบวนการทางเทคโนโลยี การออกแบบเชงิ วิศวกรรม สะ
เต็มศกึ ษา โครงงานสะเตม็ การทำโครงงาน การประยกุ ตใชความรูและทักษะจากศาสตรตาง ๆ รวมทง้ั
ทรพั ยากรในการสรางหรือพัฒนาชน้ิ งาน เพ่ือแกปญหาในการทำงาน การทำโครงงานออกแบบและเทคโนโลยี
ผลงานโครงงานการออกแบบและเทคโนโลยี
โดยอาศยั กระบวนการเรยี นรูโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem–based Learning) และการเรียนรู
แบบใชโครงงานเปนฐาน (Project–based Learning) เนนใหผูเรยี นไดลงมือปฏบิ ัติ ฝกทักษะการคิด เผชญิ
สถานการณการแกปญหาวางแผนการเรยี นรู และ นำเสนอผานการทำกิจกรรมโครงงาน
เพ่อื ใหเกดิ ทักษะ ความรู ความเขาใจ และทกั ษะในการวเิ คราะหปญหา นำไปสกู ารสรางตนแบบ
ตลอดจนสามารถนำกระบวนการเทคโนโลยี สรางเทคโนโลยวี ิธีการเพอ่ื เพม่ิ ประสิทธิภาพในการดำรงชีวิต
รวมท้ังคำนึงถงึ ทรัพยสินทางปญญา ตลอดจนนำความรูความเขาใจในวิชาวิทยาศาสตรและเทคโนโลยไี ปใชให
เกดิ ประโยชนตอสังคมและการดำรงชวี ิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจนิ ตนาการ ความสามารถใน
การแกปญหาและการจดั การทกั ษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ อีกท้ังยังเปนผทู มี่ ีจติ วทิ ยา
ศาสตร มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม และคานิยมในการใชวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีอยางสรางสรรค
ตวั ช้วี ัด
ว 4.1 ม.5/1
รวม 1 ตัวชวี้ ัด