144
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
จ23202 ภาษาจีนเพ่ือการส่ือสาร กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
คำอธิบายรายวิชา
เขาใจคำสงั่ คำขอรอง ภาษาทาทาง และประโยคท่ีใชในชวี ิตประจำวัน และหลักการใชสัทอักษรได
ถูกตอง สามารถการอานออกเสยี ง สัทอักษรกลุมคำ และประโยคส้ัน ๆ ไดถูกตองชัดเจน ตามหลกั การออก
เสยี ง โดยสื่อสารภาพและอธิบายไดจากบทสนทนาสั้นๆ ที่มีภาพประกอบนิทานและบทสนทนาสัน้ ๆ ใชภาษา
งาย ๆ เพือ่ สรางความสัมพันธระหวางบุคคลโดยใชส่ือนวัตกรรม ในการสื่อสารเพอ่ื แสดงความตองการของตน
และสงิ่ ตาง ๆ รอบตวั ใชถอยคำงายๆ ในการปฏิสัมพนั ธ รจู ักขนบธรรมเนียมประเพณีและเทศกาลงานฉลอง
ของจีน การเขาใจความแตกตางระหวางเสียงสระ พยัญชนะ คำ วลี ประโยคและขอความ ระหวาง
วฒั นธรรมจนี และวัฒนธรรมไทย เห็นประโยชนของการรภู าษาจีน เขาใจเรอ่ื งเศรษฐกิจพอเพยี ง และนำเร่ือง
การออมนำไปใชในชวี ติ ประจำวันผลการเรยี นรู
1. นักเรียนสามารถอานเขยี นและออกเสยี งสัทอักษรได
2. ใชประโยคภาษาจีนเบื้องตนในการฟงพดู อานเขียนได
3. รแู ละเขาใจความแตกตางและเหมอื นวัฒนธรรมไทยจนี
4. เขยี นอักษรจนี ตามลำดบั ไดอยางถกู ตอง
รวมท้ังหมด 4 ผลการเรียนรู
145
คําอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
ญ23201 ภาษาญี่ปนุ เพ่ือการสือ่ สาร กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ช่วั โมง จํานวน 0.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
คาํ อธบิ ายรายวชิ า
มีความรูเก่ยี วกับวัฒนธรรมตางๆของประเทศญี่ปุนดังนี้
- ภูมิศาสตรประเทศญี่ปนุ
- อาหารญ่ปี นุ
- 1 ปข องประเทศญ่ปี นุ
- เทศกาลและประเพณขี องประเทศญ่ปี นุ
- การเงนิ ของประเทศญี่ปนุ
ทาํ ใหน ักเรียนเกิดความตระหนักใหความสนใจในเร่ืองราวตา งๆของประเทศญี่ปุน และเกดิ ทศั นคติ
รวมถึงมเี จตคตทิ ด่ี ีตอประเทศญป่ี ุน ทําใหนักเรยี นมคี วามต้งั ใจทีจ่ ะศึกษาตอในสายการเรียนภาษาญี่ปุน ใน
อนาคตรวมถึงมแี รงบนั ดาลใจในการอยากเกงภาษาญ่ปี นุ เพื่อการทํางานในอนาคต
ผลการเรยี นรู
1. ภูมศิ าสตรป ระเทศญปี่ นุ
2. อาหารญป่ี นุ
3. 1 ปของประเทศญี่ปุน
4. เทศกาลและประเพณีของประเทศญีป่ ุน
5. การเงินของประเทศญี่ปนุ
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู
ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 4
146
คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
ท31101 ภาษาไทย 7 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1 หนวยกิต
**********************************************************************************
อานออกเสยี งบทรอยแกวและบทรอยกรองเปนทำนองเสนาะ ตคี วาม แปลความ และขยายความ
เร่อื งที่อาน วิเคราะหวจิ ารณเรื่องท่ีอาน แสดงความคดิ เห็น โตแยง และเสนอความคิดใหมจากการอานอยาง
มีเหตผุ ล วิเคราะหวจิ ารณแสดงความคิดเหน็ โตแยงเกย่ี วกับเรอื่ งท่อี าน และเสนอความคดิ ใหมอยางมีเหตผุ ล
ตอบคำถามจากการอานงานเขียนระเภทตางๆ ภายในเวลาที่กำหนด มีมารยาทและมีนิสัยรกั การอาน เขยี น
สือ่ สารในรปู แบบตาง ๆ โดยใชภาษาไดถูกตองตามวตั ถุประสงค เขียนยอความจากสื่อท่ีมรี ปู แบบและเนื้อหาท่ี
หลากหลาย เรียงความ แสดงแนวความคิดเชิงสรางสรรคโดยใชโวหารตาง ๆ ใชขอมลู สารสนเทศในการ
อางองิ ผลิตผลงานของตนเองในรูปแบบตาง ๆ ทง้ั สารคดีและบันเทงิ คดี รวมท้ังประเมินงานเขียนของผูอื่นและ
นำมาพัฒนางานเขียนของตนเอง มีมารยาทในการเขยี น สรุปแนวคิดและแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกับเร่อื งท่ฟี ง
และดู มวี จิ ารณญาณในการเลือกเร่ืองท่ีฟงและดู มีทักษะการพูดในโอกาสตาง ๆ ทั้งท่ีเปนทางการและไมเปน
ทางการโดยใชภาษาที่ถกู ตอง รวมท้ังมีมารยาทในการพูด เขาใจธรรมชาตขิ องภาษา อิทธิพลของภาษาและ
ลกั ษณะของภาษาไทย ใชคำและกลุมคำสรางประโยคไดตรงตามวัตถปุ ระสงค อธบิ ายและวเิ คราะหหลักการ
สรางคำในภาษาไทย วิเคราะหและประเมินคาการใชภาษาจากสอื่ สิ่งพมิ พและส่อื อเิ ล็กทรอนิกส วเิ คราะห
วิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวจิ ารณวรรณคดเี บ้อื งตน วิเคราะหและประเมนิ คณุ คาดาน
วรรณศลิ ปของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะท่เี ปนมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ทองจำและบอกคุณคาบท
อาขยานตามที่กำหนดและบทรอยกรองทมี่ คี ณุ คา ความสนใจและนำไปใชอางอิง
โดยใชกระบวนการฝกตามแบบ อธิบาย อภิปราย แสดงความคดิ เหน็ เปรยี บเทียบ คิดวิเคราะห
ฝกปฏิบตั ิ สบื เสาะหาความรูดวยตนเอง
เพอ่ื ใหเกิดความรู ความคดิ ความเขาใจ ในภาษาไทย มวี ินยั ใฝเรียนรู มงุ มั่นในการทำงาน มจี ติ
สาธารณะ เห็นคุณคา มคี วามรกั มคี วามหวงแหนภาษาไทย รักความเปนไทย และนำไปประยุกตใชในชีวติ
จรงิ ไดอยางมีคุณธรรม จรยิ ธรรม และคานยิ มทีเ่ หมาะสม
รหสั ตวั ช้ีวัด
ท 1.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/5, ,ม.4-6/6,ม.4-6/9
ท 2.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/5,ม.4-6/8
ท 3.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/4,ม.4-6/5,ม.4-6/6
ท 4.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/6,ม.4-6/7
ท 5.1 ม.4-6/1,ม.4-6/3,ม.4-6/6
รวม 24 ตัวช้ีวัด
147
คาํ อธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม
ท31203 ภาษาไทยเพอื่ การพฒั นาตนเอง 1 กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ชั่วโมง จํานวน 0.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาหลักการพูด ความรูเ บื้องตนเกย่ี วกับการพดู เทคนิควิธกี ารพูดตา งๆ อธบิ ายหลักการพูด การ
วเิ คราะหผ ูฟง การเตรยี มการพูด ฝก การพูดแบบอา นในกรณีทตี่ องอา นรายงานอยางเปนทางการ พดู สรปุ
เน้ือหาสาระแนวคิดและแสดงความคดิ เห็นจากการอา น ฟง ดู สังเคราะหค วามรจู ากการฟง การดสู ่ือสง่ิ พิมพ
สอ่ื อเิ ล็กทรอนิกสแ ละสอ่ื จากแหลง เรียนรตู า งๆ มาพูดแสงความรู ความคดิ และความรสู ึก พดู ในโอกาสตา งๆ
เชน พดู อวยพร พูดแนะนํา อยางชดั เจน ถูกตองตามลําดับข้ันตอน ตรงตามวัตถปุ ระสงค
โดยใชก ระบวนการทางภาษา การคิดวิเคราะห ทักษะกระบวนการฝก ปฏบิ ัตแิ ละกระบวนการคดิ อยาง
มีวิจารณญาณ
เพอื่ เสริมสรา งใหน กั เรียนมีความใฝเ รียนรู มคี วามมุง ม่นั ในการทํางาน รกั ความเปน ไทย มีจติ สาธารณะ
ทจี่ ะพูดสรา งสรรค มีมารยาทในการพูด การอา น การฟง และการดู เพอ่ื สอื่ สารใหเกิดประโยชนตอสงั คมและ
ประเทศชาติตอ ไป
ผลการเรยี นรู
1. มคี วามรเู บ้ืองตนเกีย่ วกับการพดู เทคนิคการพูดตา งๆ
2. อธิบายหลกั การพูด การวเิ คราะหผูฟง การเตรยี มการพดู และการประเมนิ การพูดได
3. พดู แบบอานในกรณอี านรายงานอยางเปนทางการได
4. พูดสรุปเนือ้ หาสาระแนวคิดและแสดงความคิดเหน็ จาการอาน ฟง ดไู ด
5. สงั เคราะหค วามรูจ ากการฟง การดสู ือ่ สิง่ พมิ พ สื่ออิเล็กทรอนกิ สแ ละส่ือจากแหลง เรยี นรูตางๆ มาพูด
แสดงความรู ความคิดและความรสู กึ ได
6. พดู ในโอกาสตางๆ พูดอวยพร พูดแนะนํา ไดชดั เจน ถูกตอ งตามลาํ ดบั ขนั้ ตอน และตรงตาม
วัตถุประสงค
7. มมี ารยาทในการพดู การเขียน การอา น การฟง และการดู
รวม 7 ผลการเรยี นรู
148
คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ค31101 คณติ ศาสตรพ้ืนฐาน 7 กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาและฝกทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอันไดแกการแกปญหาการใหเหตุผลการสือ่ สาร
การสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตรและการนำเสนอการเช่ือมโยงความรูตางๆทางคณติ ศาสตรและเชื่อมโยง
คณิตศาสตรกับศาสตรอ่ืนๆและมีความคดิ รเิ ร่มิ สรางสรรคในสาระตอไปนี้
หลักการนับเบือ้ งตนหลกั การรบวกและการคูณการเรียงสับเปลี่ยนเชิงเสนกรณีที่สิ่งของแตกตางกัน
ท้งั หมดการจดั หมูกรณที ี่สิ่งของแตกตางกนั ทั้งหมด
ความนาจะเปน การทดลองสุมและเหตุการณความนาจะเปนของเหตุการณ
โดยจัดประสบการณกิจกรรม หรือ โจทยปญหาที่สงเสริมการพัฒนาทักษะกระบวนการทาง
คณิตศาสตรในการคิดคำนวณ การใหเหตุผล การวเิ คราะห การแกปญหา การสื่อสาร การสื่อความหมาย และ
การนำเสนอ
เพ่ือใหเกดิ ความรูความเขาใจ ความคดิ รวบยอด ใฝรใู ฝเรยี น มีระเบียบวนิ ยั มุงมน่ั ในการทำงานอยางมี
ระบบ ประหยัด ซือ่ สตั ย มวี ิจารณญาณ รจู ักนำความรูไปประยุกตใชในการดำรงชวี ติ ไดอยางพอเพียง รวมทั้ง
มเี จตคตทิ ่ดี ตี อคณติ ศาสตร
รหัสตวั ช้ีวดั
ค 3.2 ม.4/1
ค 3.2 ม.4/2
รวมทั้งหมด 2 ตวั ช้ีวัด
149
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เตมิ
ค31201 คณิตศาสตรเพมิ่ เติม 7 กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษา ฝกทกั ษะ/กระบวนการในสาระตอไปน้ี
ตรรกศาสตรเบอ้ื งตน ประพจน การหาคาความจริงของประพจน การสรางตารางคาความจริง
รปู แบบของประพจนทสี่ มมูลกัน การอางเหตผุ ล ขอความที่มีตัวบงปริมาณและคาความจรงิ ของประโยคที่มีตวั
บงปริมาณ สมมูลและนิเสธของประโยคที่มตี ัวบงปริมาณ
ระบบจำนวนจรงิ จำนวนจริง การเทากนั การบวก การลบ การคณู และการหารในระบบจำนวน
จริง สมบตั ขิ องระบบจำนวนจริง การแกสมการพหนุ ามตัวแปรเดยี ว สมบตั ิการไมเทากนั ชวงและการแก
อสมการ คาสัมบรู ณ การแกสมการและอสมการในรปู คาสัมบรู ณ
โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณในชีวิตประจำวันท่ีใกลตัว ใหผูเรียนไดศึกษาคนควาโดย
การปฏิบัตจิ ริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญหา การให
เหตผุ ล การสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร และนำประสบการณดานความรู ความคดิ ทกั ษะกระบวนการท่ีได
ไปใชในการเรียนรสู ่ิงตางๆ และใชในชีวิตประจำวันอยางสรางสรรค โดยยดึ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และนำไปสปู ระชาคมอาเซียน
การวัดและประเมินผล ใชวิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเปนจริงใหสอดคลองกับเนื้อหาและ
ทักษะที่ตองการวดั
ผลการเรยี นรู
1. หาคาความจริงของประพจนได
2. หารปู แบบของประพจนท่ีสมมลู กันได
3. หารปู แบบของประพจนทเี่ ปนสัจนิรันดรได
4. เขียนสัญลักษณทีม่ ตี ัวบงปริมาณหาคาความจรงิ ของประโยคทีม่ ีตัวบงปริมาณ และ บอกไดวา
ประโยคทม่ี ีตวั บงปริมาณคูใดเปนสมมลู กนั คูใดเปนนิเสธกัน
5. บอกไดวาการอางเหตุผลที่กำหนดให สมเหตุสมผลหรอื ไม
6. มคี วามคดิ รวบยอดเกี่ยวกับระบบจำนวนจรงิ
7. นำสมบตั ติ าง ๆ เกี่ยวกับจำนวนจรงิ และการดำเนนิ การไปใชได
8. แกสมการพหุนามตวั แปรเดียวดกี รีไมเกินสไ่ี ด
9. แกสมการและอสมการในรูปคาสมั บูรณได
ตวั ได 10. เขาใจสมบัตขิ องจำนวนเตม็ และนำสมบัติของจำนวนเต็มไปใชในการใหเหตผุ ลเก่ียวกับการหารลง
รวมทั้งหมด 10 ผลการเรยี นรู
150
คำอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ
ค31205 คณติ ศาสตรพลวตั 1 กลุมสาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
**********************************************************************************
การสืบคน วิเคราะห และปฏบิ ัตกิ าร เก่ยี วกับ
การสรางรูปเรขาคณิตอยางงายโดยใชเมนูสราง การสรางมุมที่มีขนาด 900, 450, 600 การสรางรูป
สามเหลี่ยมดานเทาที่มีความยาวของดานเทากับสวนของเสนตรงทีก่ ำหนดให การสรางรูปสี่เหลีย่ มจัตุรัสการ
สรางรูปสี่เหลย่ี มขนมเปยกปูน
การเคลื่อนไหวจุดและเสน การแปลงทางเรขาคณิต การสรางรูปการสะทอน การสรางรูปการหมุน
การสรางรูปการเล่ือนขนาน การสรางรปู การเทสเซลเลชนั และสรางรปู การยอ / ขยายได
โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณในชวี ิตประจำวันที่ใกลตัวผูเรยี นโดยเนนเศรษฐกิจพอเพียง
และเนนความมีคุณธรรมนำความรูใหผูเรียนไดไดศึกษาคนควาโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน
เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณการแกปญหา การใหเหตุผล การสื่อความหมายทาง
คณติ ศาสตร และนำประสบการณดานความรู ความคดิ ทักษะกระบวนการทไ่ี ดไปใชในการเรยี นรูสง่ิ ตาง ๆ และ
ใชในชวี ิตประจำวันอยาสรางสรรค รวมท้ังเหน็ คณุ คาและมเี จตคตทิ ดี่ ีตอคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปน
ระบบระเบียบมคี วามรอบคอบ มคี วามรับผิดชอบมวี ิจารณญาณ และมีความเชื่อมนั่ ในตนเอง
การวัดและประเมินผล ใชวิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเปนจริงใหสอดคลองกับเนื้อหาและ
ทกั ษะทต่ี องการวดั องิ ตวั ชว้ี ัด ค 3.2 ค 6.1
ผลการเรยี นรู
1. นกั เรยี นสามารถสรางมมุ ทีม่ ขี นาด 900 , 450 , 600 ได
2. นักเรยี นสามารถสรางรปู สามเหลย่ี มดานเทาทม่ี ีความยาวของดานเทากบั สวนของเสนตรงทีก่ ำหนดใหได
3. นักเรยี นสามารถสรางรูปสีเ่ หลี่ยมจตั ุรสั ได
4. นกั เรียนสามารถสรางรูปสีเ่ หลย่ี มขนมเปยกปนู ได
5. นกั เรียนสามารถสรางการเคลอ่ื นไหวจุดและเสนได
6. นกั เรยี นสามารถสรางรปู การสะทอนได
7. นักเรียนสามารถสรางรปู การหมุนได
8. นกั เรยี นสามารถสรางรปู การเล่อื นขนานได
9. นกั เรียนสามารถสรางรูปการเทสเซลเลชันได
10.นกั เรียนสามารถสรางรูปการยอ / ขยายได
รวม 10 ผลการเรยี นรู
151
คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เตมิ
ค31203 รายวิชา คณติ ศาสตรในชวี ติ ประจำวัน(บัญชี 1) กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศกึ ษาฝกทักษะการคิดคำนวณและฝกทักษะการแกปญหาในสาระตอไปน้ี
ศึกษาความรูเบื้องตนเกี่ยวกับบัญชีความหมายและววิ ัฒนาการของการบัญชีจุดประสงคของการบัญชี
ประโยชนของขอมูลการบัญชีขอสมมติฐานตามแมบทการบัญชีความหมายของสินทรัพยหนี้สินและสวนของ
เจาของสมการบัญชีการจัดทํางบดุลรายการคาการวิเคราะหรายการคาการจดบันทึกรายการคาในสมดุ รายวัน
และการผานรายการไปยงั บัญชแี ยกประเภท
ฝกทักษะการวิเคราะหรายการคาการจดบันทึกรายการคาในสมุดรายวันและการผานรายการไปยัง
บัญชแี ยกประเภทเพ่ือใหมีความรูความเขาใจเกีย่ วกบั ความรูเบ้ืองตนเก่ียวกบั บัญชีความหมายและวิวัฒนาการ
ของการบัญชีจุ ดป ระส งค ของการบั ญช ีประโ ยชน ของข อมูล การบั ญชีข อสมม ติฐา นตามแม บทการ บ ั ญ ชี
ความหมายของสินทรัพยหนี้สินและสวนของเจาของสมการบัญชีการจัดทํางบดุลรายการคาการวิเคราะห
รายการคาการจดบนั ทึกรายการคาในสมดุ รายวนั และการผานรายการไปยังบญั ชแี ยกประเภท เพื่อพัฒนา
ทกั ษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญหา การใหเหตุผล การสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร
และนำประสบการณดานความรู ความคิด ทักษะ กระบวนการที่ไดใชไปในการเรียนรูสิ่งตางๆและใชใน
ชีวติ ประจำวันอยางสรางสรรค รวมทั้งเหน็ คณุ คา และมีเจตคติที่ดีตอวชิ าคณิตศาสตร สามารถทำงานอยาง
เปนระบบ ระเบียบ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณและเชื่อมั่นในตนเองและสามารถหลัก
เศรษฐกิจพอเพียงมาปรับประยุกตใชในชีวิตประจำวันไดการวัดและประเมินผล ใชวิธีที่หลากหลาย ตาม
สภาพความเปนจรงิ ของเนื้อหาและทกั ษะท่ตี องการหามลู คา
ผลการเรียนรู
1. อธิบายความหมายของการบัญชีกระบวนการทางการบญั ชปี ระวตั ิและววิ ฒั นาการของการบัญชี
จาํ แนกรปู แบบการจดั ทําบัญชใี นแตละยคุ ไดรวมทั้งมีทกั ษะกระบวนการทาํ งานมวี ินัยใฝเรียนรมู ุงม่ันในการทํางาน
2. อธบิ ายเกี่ยวกับประเภทวัตถุประสงคประโยชนของการบัญชีจําแนกประเภทของการบัญชีและบอก
ความหมายวัตถุประสงคของแมบทการบญั ชีและองคประกอบของแมบททางการบัญชีที่เกี่ยวของกับการจัดทำงบ
การเงนิ ไดรวมท้งั มีทักษะกระบวนการทํางานมีวินัยใฝเรยี นรมู ุงมัน่ ในการทาํ งาน
3. อธิบายขอบเขตวิชาชีพบัญชสี ถาบนั ทเ่ี ก่ียวของกบั วชิ าชีพบญั ชีความรบั ผดิ ชอบของนักบญั ชีและ
ปฏบิ ตั ิตามขอแนะนําในการเรียนวิชาบัญชไี ดรวมทั้งมที ักษะกระบวนการทำงานมีวินัยใฝเรยี นรมู ุงมนั่ ในการทำงาน
4. อธิบายความหมายของสินทรพั ยหนสี้ ินและสวนของเจาของพรอมทงั้ แยกประเภทสนิ ทรพั ยหนี้สินและ
สวนของเจาของไดรวมท้งั มีทกั ษะการคิดทกั ษะกระบวนการทำงานมวี นิ ยั ใฝเรียนรมู ุงม่ันในการทำงาน
152
5. อธิบายความหมายของสมการบัญชีหลกั การคำนวณสมการบัญชคี ำนวณหาสินทรพั ยหนี้สินและสวน
ของเจาของโดยใชสมการบัญชีไดรวมทั้งมีทักษะการคิดทักษะกระบวนการทำงานมีวินัยใฝเรียนรูมุงมั่นในการ
ทาํ งาน
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู
153
คำอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน สำหรบั แผนการเรียนท่เี นนวิทยาศาสตร
ว31103 วทิ ยาศาสตรกายภาพ 2 (ฟสกิ ส) กลุมสาระการเรยี นรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาเกย่ี วกับ ความเร็วกับเวลาของการเคล่อื นทข่ี องวัตถุ ความเรงของวัตถุ การหาแรงลัพธท่เี กิด
จากหลายแรง ความสมั พนั ธระหวางความเรงกับแรงลัพธ ผลของความเรงทมี่ ีตอการเคล่ือนที่แบบตางๆของ
วัตถุ แรงกริ ิยาและแรงปฏิกิริยา แรงโนมถวงทเ่ี กีย่ วกับการเคล่ือนที่ของวัตถุ ความสัมพันธระหวางมวลและ
พลงั งาน การเกดิ สนามแมเหลก็ แรงแมเหล็ก หลกั การทำงานของมอรเตอร การเกดิ อีเอม็ เอฟ เสถยี รภาพ
ภายในนวิ เคลยี ส พลังงานนิวเคลียรฟชชันและฟวชนั รวมท้งั เทคโนโลยที ่นี ำมาใชแกปญหาความตองการดาน
พลังงาน การสะทอน การหักเห การเลยี้ วเบน และการรวมคล่ืน ความถธ่ี รรมชาติ และการสัน่ พองของ
คลนื่ เสยี ง ปรากฏการณที่เกี่ยวของกบั เสียง การมองเหน็ สีของวตั ถุ การผสมแสงสี คล่นื แมเหลก็ ไฟฟา และ
การใชประโยชนของคล่นื แมเหล็กไฟฟา
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสบื เสาะหาความรู การสำรวจ ตรวจสอบ การสบื คนขอมูล
อภิปรายและสรุป เพื่อใหเกดิ ความรู ความคดิ ความเขาใจ มคี วามสามารถในการตดั สนิ ใจ สอ่ื สารสง่ิ ทเ่ี รยี นรู
และนำความรูไปใชในชวี ิตของตนเอง ดูแลรักษาส่ิงมีชวี ิตอื่น เฝาระวังและพัฒนา สิ่งแวดลอมอยางย่ังยืน มีจติ
วิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคานยิ ม สามารถทำงานรวมกบั ผูอื่นไดและเหน็ ประโยชนการดำรงชวี ิต
ตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
รหัสตัวชี้วัด
ว 2.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6, ม.4-6/7, ม.4-6/8,
ม.4-6/9, ม.4-6/10
ว 2.3 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6, ม.4-6/7, ม.4-6/8,
ม.4-6/9, ม.4-6/10, ม.4-6/11, ม.4-6/12
รวมท้ังหมด 22 ตัวชี้วัด
154
คำอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน สำหรับแผนการเรยี นที่เนนวทิ ยาศาสตร
ว31104 วิทยาศาสตรกายภาพ1 (เคมี) กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาธาตแุ ละสารประกอบ โครงสรางอะตอม ความเปนโลหะ อโลหะ ประโยชนและโทษของธาตุ
ตามตารางธาตุ พนั ธะเคมี การละลายของสารในน้ำ สารประกอบอนิ ทรยี การเกดิ และโครงสรางของพอลิ
เมอร ผลิตภณั ฑจากพอลิเมอร ผลที่เกิดจากการใชผลิตภัณฑพลลิเมอรท่ีมีตอส่งิ มีชีวติ และสงิ่ แวดลอม
ปฏิกิรยิ าเคมี สมการเคมี ปจจยั ทมี่ ผี ลตอการเกิดปฏกิ ริ ิยาเคมี ปฏกิ ิริยาเคมที ี่ใชประโยชนในชวี ยิตประจำวัน
หรอื ในอตุ สาหกรรม ปฏิกิรยิ ารดี อกซ และการกมั มันตรงั สี
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสบื เสาะหาความรู การสำรวจ ตรวจสอบ การสบื คนขอมลู
อภปิ รายและสรปุ เพ่ือใหเกิดความรู ความคดิ ความเขาใจ มคี วามสามารถในการตดั สินใจ สื่อสารสิ่งท่ีเรยี นรู
และนำความรูไปใชในชีวิตของตนเอง ดูแลรักษาสง่ิ มีชีวิตอื่น เฝาระวังและพัฒนา สิง่ แวดลอมอยางย่ังยนื มีจติ
วทิ ยาศาสตร จริยธรรม คณุ ธรรม และคานิยม สามารถทำงานรวมกบั ผูอื่นไดและเหน็ ประโยชนการดำรงชวี ิต
ตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหัสตัวช้ีวัด ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6, ม.4-6/7, ม.4-6/8,
ว 2.1 ม.4-6/9, ม.4-6/10, ม.4-6/11, ม.4-6/12, ม.4-6/13, ม.4-6/14, ม.4-6/15,
ม.4-6/16, ม.4-6/17, ม.4-6/18, ม.4-6/19, ม.4-6/20, ม.4-6/21, ม.4-6/22,
ม.4-6/23, ม.4-6/24, ม.4-6/25
รวมท้ังหมด 25 ตวั ชี้วัด
155
คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน สำหรับแผนการเรยี นท่ีเนนวิทยาศาสตร
ว31105 วทิ ยาศาสตรชีวภาพ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษา วิเคราะห ทดลอง และอธบิ าย เซลลและองคประกอบทีส่ ําคัญของเซลล โครงสรางและสมบัติ
ของเยื่อหุมเซลลที่สัมพันธกับการลําเลียงสารเขาออกจากเซลล การลําเลียงสารผานเยื่อหุมเซลลแ บบตา งๆ
การรักษาดุลยภาพของนํ้าและสารในรางกาย ดุลยภาพของกรด เบส ของเลือด ดุลยภาพของอุณหภูมิในราง
การมนษุ ย กลไกการตอตานหรือทําลายสิ่งแปลกปลอมของระบบภูมิคุมกัน ความผิดปกติของระบบภูมิคุมกนั
การดํารงชีวิตของพืช สารอินทรียและปจจัยบางประการที่มีผลตอการเจริญ การตอบสนองของพืชตอสิ่งเรา
กระบวนการถายทอดสารพนั ธุกรรม กระบวนการคดั เลือกตามธรรมชาติ ผลของการคดั เลือกตามธรรมชาติตอ
ความหลากหลายของสง่ิ มชี ีวติ การเปลย่ี นแปลงทางพันธกุ รรม มิวเทชัน ผลของเทคโนโลยีชวี ภาพทีม่ ตี อ มนุษย
และสิ่งแวดลอม ผลของความหลากหลายทางชีวภาพที่มีตอมนุษยและสิง่ แวดลอม ดลุ ยภาพของระบบนิเวศ
กระบวนการเปลีย่ นแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ มนุษยก ับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ความสําคัญ
ของความหลากหลายทางชีวภาพและแนวทางในการดูแลรักษา สภาพปญหา สาเหตุของปญหาสิ่งแวดลอม
และทรัพยากรธรรมชาติ แนวทางในการปองกันแกไขปญหาสิ่งแวดลอมและทรัพยากรธรรมชาติ การ
ดาํ เนินการเฝาระวัง อนุรกั ษ และพัฒนาส่งิ แวดลอมและทรัพยากรธรรมชาติ ความหลากหลายของส่ิงมีชีวิตซึ่ง
เปน ผลมาจากววิ ัฒนาการ
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสํารวจ ตรวจสอบ การสืบคนขอมูล
อภิปรายและสรุป เพือ่ ใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู
และนําความรูไปใชในชีวิตของตนเอง ดแู ลรกั ษาสิ่งมีชีวติ อื่น เฝาระวังและพัฒนา สิ่งแวดลอ มอยางยั่งยืน มีจิต
วิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยม สามารถทํางานรว มกับผูอื่นไดและเห็นประโยชนก ารดํารงชีวิต
ตามปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหสั ตวั ชี้วัด
ว 1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4
ว 1.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/3, ม.4-6/5, ม.4-6/6, ม.4-6/7, ม.4-6/8,
ม.4-6/9, ม.4-6/10, ม.4-6/11, ม.4-6/12
ว 1.3 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6
รวมท้ังหมด 24 ตวั ช้วี ัด
156
คำอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน สำหรับแผนการเรียนท่ไี มเนนวทิ ยาศาสตร
ว31101 วิทยาศาสตรชีวภาพ 1 กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ช่วั โมง จำนวน 1 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศกึ ษา วเิ คราะห ทดลอง และอธบิ าย เซลลและองคประกอบทส่ี ำคญั ของเซลล โครงสรางและสมบตั ิ
ของเยื่อหุมเซลลทีส่ ัมพันธกับการลำเลยี งสารเขาออกจากเซลล การลำเลียงสารผานเยอื่ หุมเซลลแบบตางๆ
การรกั ษาดุลยภาพของน้ำและสารในรางกาย ดลุ ยภาพของกรด เบส ของเลือด ดลุ ยภาพของอณุ หภูมิในราง
การมนุษย กลไกการตอตานหรอื ทำลายสงิ่ แปลกปลอมของระบบภูมคิ ุมกัน ความผิดปกติของระบบภูมคิ ุมกัน
การดำรงชวี ิตของพืช สารอนิ ทรียและปจจัยบางประการท่ีมีผลตอการเจรญิ การตอบสนองของพืชตอสง่ิ เรา
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบคนขอมูล
อภิปรายและสรุป เพื่อใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มคี วามสามารถในการตัดสินใจ ส่อื สารสิ่งที่เรียนรู
และนำความรูไปใชในชวี ิตของตนเอง ดแู ลรกั ษาสง่ิ มชี ีวติ อื่น เฝาระวังและพัฒนา ส่งิ แวดลอมอยางย่ังยืน มจี ิต
วิทยาศาสตร จริยธรรม คุณธรรม และคานิยม สามารถทำงานรวมกบั ผูอื่นไดและเห็นประโยชนการดำรงชีวิต
ตามปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหัสตัวช้ีวดั
ว 1.2 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6, ม.4-6/7, ม.4-6/8,
ม.4-6/9, ม.4-6/10, ม.4-6/11, ม.4-6/12
รวมทั้งหมด 12 ตัวชีว้ ดั
157
คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน สำหรบั แผนการเรียนทีเ่ นนวิทยาศาสตร
ว31106 วิทยาศาสตรโลกและอวกาศ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศกึ ษาการกำเนิดเอกภพ กาแล็กซี ววิ ฒั นาการของดาวฤกษ กำเนดิ และวิวัฒนาการของดวงอาทิตย
ความสองสวางและโชตมิ าตรของดาวฤกษ สีและอุณหภูมผิ วิ ของดาวฤกษ ระยะหางของดาวฤกษ เนบวิ ลา
แหลงกำเนิดดาวฤกษ ระบบดาวฤกษ มวลของดาวฤกษ การกำเนดิ ระบบสรุ ยิ ะ ดวงอาทิตย เขตของบรวิ ารดวง
อาทติ ย กลองโทรทรรศน การขนสงและการโคจรของดาวเทยี ม ระบบขนสงอวกาศ การใชประโยชนจาก
เทคโนโลยีอวกาศ โครงสรางโลก การแบงโครงสรางโลก หลักฐานและสมมตฐิ านการเคล่ือนท่ีของทวีป
หลักฐานและขอมลู ทางธรณีวิทยาทส่ี นับสนนุ การเคลอ่ื นตวั ของทวปี กระบวนการทท่ี ำใหเกดิ การเคลื่อนที่
ของแผนธรณี ลกั ษณะการเคล่อื นทีข่ องแผนธรณี การเปลยี่ นลักษณะของเปลือกโลก แผนดินไหว ภูเขาไฟ
ระเบิด อายุทางธรณวี ิทยา ซากดึกดำบรรพ การลำดบั ชั้นหิน การหมุนเวียนและการเคล่ือนท่ขี องอากาศรวมถึง
กระแสน้ำในมหาสมุทร ที่มตี อลักษณะลมฟาอากาศ และภูมอิ ากาศ
โดยใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจ ตรวจสอบ การสบื คนขอมลู
อภปิ รายและสรุป เพ่ือใหเกิดความรู ความคดิ ความเขาใจ มีความสามารถในการตดั สินใจ ส่ือสารส่ิงท่เี รยี นรู
และนำความรูไปใชในชีวิตของตนเอง ดแู ลรักษาส่งิ มชี ีวิตอื่น เฝาระวงั และพฒั นา สงิ่ แวดลอมอยางยั่งยนื มจี ิต
วทิ ยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม และคานยิ ม สามารถทำงานรวมกบั ผูอนื่ ไดและเห็นประโยชนการดำรงชีวิต
ตามปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
รหสั ตัวช้ีวดั ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6, ม.4-6/7, ม.4-6/8,
ว 3.1 ม.4-6/9, ม.4-6/10
ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6, ม.4-6/7, ม.4-6/8,
ว 3.2
ม.4-6/9, ม.4-6/10, ม.4-6/11, ม.4-6/12, ม.4-6/13, ม.4-6/14
รวมทั้งหมด 24 ตัวชีว้ ัด
158
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
ว31205 วิทยาการคำนวณ 1 กลุมสาระการเรยี นรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศกึ ษาการประยุกตใชแนวคดิ เชิงคำนวณในการพัฒนาโครงงาน การพฒั นาโครงงานทางดาน
เทคโนโลยี การนำแนวคิดเชิงคำนวณพัฒนาโครงงานที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน ตลอดจนใชในการพัฒนา
โครงงานทม่ี ีการบูรณาการกบั วิชาอื่นอยางสรางสรรคและเช่อื มโยงกบั ชวี ิตจริง
โดยอาศยั กระบวนการเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem – based Learning) และการเรียนรู
แบบใชโครงงานเปนฐาน (Project – based Learning) เพื่อเนนใหผูเรียนไดลงมือปฏิบัติ ฝกทักษะการคิด
เผชิญสถานการณการแกปญหาวางแผนการเรียนรู ตรวจสอบการเรยี นรู และนำเสนอผานการทำกิจกรรม
โครงงาน เพือ่ ใหเกิดทักษะ ความรู ความเขาใจ และทักษะในการวิเคราะหโจทยปญหา จนสามารถนำเอา
แนวคิดเชิงคำนวณมาประยุกตใชในการสรางโครงงานได เพื่อใหผูเรียนสามารถใชความรูทางดานวิทยาการ
คอมพิวเตอร สื่อดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อรวบรวมขอมูลในชีวิตจริงจากแหลงตาง ๆ
และความรูจากศาสตรอืน่ มาประยุกตใช สรางความรูใหม เขาใจการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทีม่ ีผลตอการ
ดำเนนิ ชีวิต อาชีพ สังคม วัฒนธรรม และใชอยางปลอดภัยมีจริยธรรม ตลอดจนนำความรูความเขาใจในวิชา
วิทยาศาสตร และเทคโนโลยีไปใชใหเกิดประโยชนตอสังคม และการดำรงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการ
คิดและจินตนาการ ความสามารถในการแกปญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสาร และความสามารถใน
การตัดสินใจ และเปนผูที่มีจิตวิทยาศาสตร มีคุณธรรม จริยธรรม และคานิยมในการใชวิทยาศาสตรและ
เทคโนโลยีอยางสรางสรรค
ผลการเรียนรู
1. ใหมคี วามรูพ้นื ฐานแนวคิดเชิงคำนวณ
2. ใหมคี วามเขาใจและมที ักษะในการใชเทคโนโลยี
3. ใหมีทักษะในการวางแผน และการรวบรวมขอมูลสำหรบั การออกแบบ
4. ใหสามารถเลอื กใชเทคโนโลยไี ดอยางสรางสรรค
159
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
ว31207 ความรูเบื้องตนเก่ยี วกับคอมพิวเตอร กลุมสาระการเรียนรูวิยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 3 ช่วั โมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษา เรียนรู ความหมายของคอมพิวเตอร คุณสมบัติ ประเภท องคประกอบตางๆ ของคอมพิวเตอร
และวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร ฮารดแวร ซอฟตแวร รวมทั้งศึกษาเรียนรูการจัดการขอมูลดวยคอมพวิ เตอร
และฐานขอมูล และเทคโนโลยสี ารสนเทศ
สามารถอธบิ ายความหมายและคณุ สมบัติของคอมพิวเตอร องคประกอบตางๆ การจัดการขอมูล และ
เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อใหมีความรูความเขาใจและทักษะในในการใชงานคอมพิวเตอร นำไปสูการใช
เทคโนโลยอี ยางเหมาะสมกบั อาชพี
ผลการเรยี นรู
1. อธิบายความหมายของคอมพิวเตอรได
2. บอกคณุ สมบัติของคอมพวิ เตอรได
3. อธิบายองคประกอบตางๆ ของระบบคอมพิวเตอรได
4. อธิบายเกี่ยวกับคอมพวิ เตอรฮารดแวรได
5. อธิบายเกี่ยวกับคอมพวิ เตอรซอฟตแวรได
6. อธิบายการพัฒนาซอฟตแวรคอมพวิ เตอรได
7. อธิบายการจัดการขอมูลดวยคอมพิวเตอรได
8. อธิบายความหมายเทคโนโลยีสารสนเทศได
รวมท้ังหมด 8 ผลการเรียนรู
160
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
ว31209 การนำเสนอสอ่ื ประสมเบ้อื งตน กลุมสาระการเรียนรูวยิ าศาสตรและเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 3 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาปฏบิ ตั กิ ารรูจกั ฟงกชนั การทำงานระบบรปู ภาพใน Captivateจดั การการนำเสนอดวยระบบ
Timeline จัดการระบบเสียงบรรยายหรอื เสียงประกอบในสอ่ื การนำเขาไฟลสอื่ ตางๆ มาประกอบการทำสวน
ติดตอกบั ผใู ช ปุมคำส่งั การกรอกขอมลู การทำแบบฝกหดั (Quiz) และการวดั ผลผูเรยี นในสื่อการสอน สราง
ไฟลสอ่ื การสอนในรูปแบบตาง ๆ และการนำเสนองานในรูปแบบของสอ่ื ผสมอยางมีคณุ ธรรมและจริยธรรม
ผเู รียนสรางวนิ ัยใหกบั ตนเองในการรกั ษาความสะอาดในหองเรยี น การจัดโตะ การปด-เปดไฟฟา ปด-เปด
พดั ลม การปด-เปดเครอื่ งปรับอากาศ การดูแลรักษาเครือ่ งคอมพวิ เตอร กอนและหลังการปฏบิ ตั ิทุกครงั้
กอนออกจากหองเรียน
ผลการเรยี นรู
1. รจู กั ฟงกชันการทำงานการพัฒนาสอื่ การสอน
2. ใชงานระบบรูปภาพใน Captivate
3. จดั การการนำเสนอการสอนดวยระบบ Timeline
4. จดั การระบบเสยี งบรรยายหรือเสยี งประกอบในส่อื การสอน
5. การนำเขาไฟลส่ือตางๆ มาประกอบในการนำเสนอส่ือประสมได
6. การทำสวนติดตอกับผใู ชในรูปแบบส่อื ประสมได
7. การทำแบบฝกหดั (Quiz) และการวดั ผลผูเรียนในสอื่ การสอนได
8. สรางไฟลสอ่ื การสอนในรปู แบบตาง ๆ ดวยโปรแกรมสำเรจ็ รปู ได
รวมทั้งหมด 8 ผลการเรียนรู
161
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
ว31211 การจัดการขอมูล 1 กลุมสาระการเรียนรูวิยาศาสตรและเทคโนโลยี
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5หนวยกิต
**********************************************************************************
ศกึ ษา เรียนรู โครงสรางขอมลู ชนิดขอมลู ฐานขอมลู การจัดการฐานขอมูล โปรแกรมจดั การ
ฐานขอมูลการสรางขอมลู การปอนขอมลู การแกไขขอมูลการลบการสำเนาการจัดเรียงการแบงแยกขอมูล
ระบบรกั ษาความปลอดภัยขอมลู ปฏิบัตกิ ารสรางแฟมขอมูลปอนขอมลู แกไขขอมูลลบสำเนาจดั เรียงแบงแยก
ขอมูลคนหาทำรายงานคำนวณ และสรุปผลจากขอมลู ในฐานขอมลู รักษาความปลอดภัยขอมูลในงานตางๆ
เพื่อใหมคี วามรูความเขาใจและทกั ษะในการจดั การแฟมขอมลู และฐานขอมลู เบื้องตนและใชโปรแกรม
ฐานขอมลู เบื้องตนได นำไปสูการใชเทคโนโลยอี ยางเหมาะสมกับอาชีพ ผเู รยี นสรางวินัยใหกับตนเองในการ
รกั ษาความสะอาดในหองเรียน การจดั โตะ การปด-เปดไฟฟา ปด-เปดพดั ลม การปด-เปด
เครือ่ งปรับอากาศ การดูแลรักษาเคร่อื งคอมพิวเตอร กอนและหลังการปฏิบตั ิทกุ ครั้งกอนออกจากหองเรยี น
ผลการเรยี นรู
1. บอกความหมายของฐานขอมูลได
2. บอกโครงสรางของฐานขอมูลได
3. ปฏิบัติการออกแบบฐานขอมลู ได
4. อธิบายการเปดใชงานโปรแกรมได
5. อธิบายสวนตางๆ ของโปรแกรมได
6. บอกสวนประกอบตางๆ ของตารางได
7. ปฏบิ ตั ิการปอนขอมูลและแกในตารางได
8. บอกคณุ ลกั ษณะของแบบสอบถามได
9. ปฏิบัตกิ ารสรางและแกไขแบบสอบถามได
10. บอกเครอ่ื งมือที่ใชในการออกแบบฟอรมได
11. ปฏบิ ัติการสรางและแกไขฟอรมได
12. บอกเครอ่ื งมอื ท่ีใชในการออกแบบรายงานได
13. ปฏิบัติการสรางและแกไขรายงานได
14. ปฏบิ ัติการสรางความปลอดภัยของฐานขอมลู ได
15. สามารถนำความรูและทักษะไปใชในชวี ติ ประจำวันได
รวมทั้งหมด 16 ผลการเรียนรู
162
คำอธิบายรายวชิ า
ส31101 วิชาสังคมศกึ ษา กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาเกี่ยวกับสังคม โครงสรางสังคม การจัดระเบียบทางสังคม สังคมไทย ปญหาสงั คม วัฒนธรรม
ไทย ภูมิปญญาไทยและภูมิปญญาสากล กฎหมายรัฐธรรมนูญโดยเนนเกี่ยวกับความเปนมา โครงสราง
ความสำคัญของสิทธิ เสรีภาพ หนาที่ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่สำคัญ
การตรวจสอบการใชอำนาจของรัฐ
โดยใชกระบวนการความรูความเขาใจ กระบวนการกลุม กระบวนการปฏิบตั ิ กระบวนการกลุม
การสืบคนขอมลู สำรวจ เปรียบเทยี บ และทักษะกระบวนการคดิ
เพื่อใหผูเรียนมีความรูความเขาใจ มีความสามารถในการสื่อสาร คิดวิเคราะห แกไขปญหาและ
อุปสรรคตาง ๆ มีความสามารถในการใชทักษะชวี ิตและทักษะทางเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาตนเองและแกปญหา
อยางถูกตอง เหมาะสม เพื่อใหเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค มีความรักชาติ ศาสน กษัตริย รูจักตนเอง
พึ่งตนเอง มีวินัย ใฝเรียนรู ซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรมนำชีวิต อยูอยางพอเพียงตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง
สูจติ สาธารณะ มคี วามมงุ ม่ันในการทำงาน เห็นคุณคาของการทำงาน รูจักคิดวิเคราะห การทำงานกลุม มีจิต
สาธารณะ เสียสละเห็นแกประโยชนสวนรวม รกั ทองถิ่นประเทศชาติ เห็นคุณคาและพัฒนาศลิ ปวัฒนธรรม
ส่ิงแวดลอม ศรทั ธาในหลกั ธรรมของศาสนา ปฏิบตั ติ นตามหนาที่ของการเปนพลเมอื งดี มีคานิยมท่ีดีงามและ
ธำรงรักษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยูรวมกันในสังคมไทยและสังคมโลกอยางสันติสุขเขาใจ
ระบบการเมืองการปกครองในสังคมปจจุบัน ยึดมั่น ศรัทธา และธำรงรักษาไว ซึ่งการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ทรงเปนประมุข
รหสั ตวั ช้ีวัด
ส 2.1 ม.4/1 ม.4/2 ม.4/3 ม.4/4 ม.4/5
ส 2.2 ม.4/1 ม.4/2 ม.4/3
รวม 8 ตัวชี้วัด
163
คำอธบิ ายรายวชิ าวิชาพืน้ ฐาน
ส31103 ประวัติศาสตร กลุมสาระการเรียนรูสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาความหมาย ความสำคญั ของเวลาและ วิธีการทางประวตั ศิ าสตร ปจจัยทางภูมิศาสตรที่มีผลตอ
พัฒนาการของมนุษยชาติและของประเทศไทย การสรางสรรคพัฒนาการของมนุษยชาติในแหลงอารยธรรม
ตะวันตกและตะวันออก เหตุการณสำคัญตางๆที่สงผลเปล่ียนแปลงของโลกในปจจุบัน การขยายและการลา
อาณานคิ ม ความรวมมอื และความขัดแยงของมนุษยชาติในโลกในคริสตศตวรรษท่ี 20 ตลอดถึงสถานการณ
สำคญั ของโลกในครสิ ตศตวรรษที่ 21
โดยใชกระบวนการความรูความเขาใจ กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุม กระบวนการคิด
วิเคราะห สังเคราะห ประเมนิ คา
เพอ่ื ใหนักเรียนมีความรูความเขาใจความหมายความสำคญั ของยุคสมยั ทางประวัตศิ าสตรนำไปสูความ
เขาใจการสรางองคความรูใหมโดยใหความสำคัญกับหลักฐานและมิติแหงเวลารวมทั้งเขาใจผลที่มีการ
สรางสรรคและพัฒนาการของมนุษยชาติในแหลงอารยธรรมตะวันออกและตะวนั ตก ตลอดจนเปรยี บเทียบการ
เปลี่ยนแปลงทางดานสังคม การเมือง เศรษฐกิจ ของอารยธรรมตะวันตกและอารยธรรมตะวันออก
ตระหนักถึงความสำคัญของผลงานมนุษยชาติท่ีนำไปสูความรวมมือและความขัดแยงในภมู ิภาคตางๆ ของโลก
พรอมเสนอแนวทางการประสานประโยชนเพื่อสันติภาพของโลก พัฒนาตนเองและแกปญหาอยางถูกตอง
เหมาะสม ใหเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค มีความรกั ชาติ ศาสน กษัตริย รูจักตนเอง พึง่ ตนเอง มีวินัย ใฝ
เรียนรู ซื่อสัตยสจุ ริต มีคุณธรรมนำชีวิต อยูอยางพอเพียงตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง สูจิตสาธารณะ มี
ความมงุ มน่ั ในการทำงาน เห็นคณุ คาของการทำงาน รูจกั คดิ วิเคราะห การทำงานกลุม มจี ิตสาธารณะ เสยี สละ
เหน็ แกประโยชนสวนรวม ดำรงชีวติ อยูรวมกันในสงั คมไทยและสังคมโลกอยางสันติสุข
รหสั ตัวชี้วัด
ส 4.1 ม.6/1 , ม.6/2
ส 4.2 ม.6/1 , ม.6/2 , ม.6/3 , ม.6/4
รวม 6 ตัวชี้วัด
164
คำอธบิ ายรายวิชาวชิ าเพิ่มเติม
ส31201 เศรษฐกจิ พอเพียง กลมุ สาระการเรียนรูสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
**********************************************************************************
รู เขาใจ ยอมรบั เห็นคุณคา ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถประยกุ ตใชในครอบครัว และ
มีภูมิคุมกันในการดำเนินชีวติ ของตนเองและครอบครัวอยางมีความสุข โดยใชแนวคิด หลกั การ ความหมาย
ความสำคัญ แนวทางการดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสำหรบั ตนเองและครอบครวั เพอ่ื ใหเปนคน
มีเหตุผล พอประมาณ มีภูมิคุมกัน มีความรู และมีคุณธรรม จริยธรรมในการดำเนินชีวิตของตนเองอยางมี
ความสขุ
โดยใชกระบวนการกลุม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ
กระบวนการแกปญหากระบวนการสืบเสาะหาความรู กระบวนการสรางความตระหนัก กระบวนการสราง
คานิยม และกระบวนการสรางเจตคติ
เพื่อใหผูเรียนมีความรู ความเขาใจ ยอมรับ เห็นคุณคา ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถ
ประยกุ ตใชในครอบครัว และมีภมู ิคุมกันในการดำเนินชีวิตของตนเองและครอบครัวอยางมีความสุข พัฒนา
ตนเองและแกปญหาอยางถูกตอง เหมาะสม ใหเกิดคุณลกั ษณะอันพึงประสงค มีความรักชาติ ศาสน กษัตริย
รูจักตนเอง พึ่งตนเอง มีวินัย ใฝเรียนรู ซื่อสัตยสุจริต มีคุณธรรมนำชีวิต อยูอยางพอเพียงตามหลัก
เศรษฐกิจพอเพียง สูจิตสาธารณะ มีความมุงมั่นในการทำงาน เหน็ คุณคาของการทำงาน รูจกั คดิ วิเคราะห
การทำงานกลุม มีจิตสาธารณะ เสยี สละเหน็ แกประโยชนสวนรวม ดำรงชวี ิตอยูรวมกนั ในสังคมไทยและสังคม
โลกอยางสันตสิ ุข
ผลการเรยี นรู
1. รเู ขาใจประวตั ิ ความเปนมา ความหมาย แนวคิด หลักการ ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2. อธิบายแนวทางในการนำปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปประยกุ ตใชในวิถชี ีวติ ของตนเอง
ครอบครัว
3. ปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
4. วางแผน วิเคราะหสภาพรายรับรายจาย และการจดั ทำบันทกึ รายรบั รายจายของตนเองและ
ครอบครวั อยางเปนระบบ
5. อธิบายวิธกี ารลดรายจายและเพม่ิ รายไดของครอบครัว
6. ใหคำแนะนำ สมาชิกในครอบครวั เห็นคุณคาและนำไปประยกุ ตใชการดำเนินชวี ิตได
รวมทงั้ หมด 6 ผลการเรยี นรู
165
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
ส31205 ประชากรสิ่งแวดลอม 1 กลมุ สาระการเรียนรูสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาความสัมพันธระหวางภาวะประชากร ทรัพยากร และส่ิงแวดลอมกับคุณภาพชีวิต สาเหตุ
ผลกระทบตอคณุ ภาพชีวิตและแนวทางแกไขปญหาสังคมที่สำคัญๆ โดยเนนปญหาสุขภาพอนามัยปญหาการ
ประกอบอาชีพ ปญหาอาชญากรรม ปญหาส่งิ เสพตดิ ใหโทษ ปญหาการ ขาดแคลนทรัพยากร ปญหาความ
ไมสมดลุ ระหวางจำนวนประชากรและทรพั ยากร
โดยใชกระบวนการคิด เปรียบเทียบ สืบคนขอมูล จำแนก วิเคราะห สังเคราะห แลกเปลี่ยน
ประสบการณ เผชญิ สถานการณ กระบวนการทางสังคม
เพอ่ื ใหตระหนักในปญหาประชากรที่มผี ลกระทบตอคุณภาพชวี ิต เหน็ แนวทางในการรวมมือกนั แกไข
ปญหาสงั คมและพฒั นาคุณภาพชวี ิต
ผลการเรยี นรู
1. มีความรูความเขาใจความสมั พันธระหวางภาวะประชากร ทรพั ยากรและสิ่งแวดลอม
2. วิเคราะหสาเหตุ ผลกระทบประชากรและแกไขปญหาสังคมดานตางๆ
3. สามารถพิจารณาหาวิธแี กปญหาผลกระทบประชากรตอทรัพยากรและสง่ิ แวดลอม
4. ตระหนักถึงปญหาประชากรทม่ี ีผลกระทบตอทรัพยากรและสิ่งแวดลอม
5. หาแนวทางแกไขปญหาสงั คมและพฒั นาประชากรตอทรัพยากรและสิ่งแวดลอม
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู
166
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
พ31101 สขุ ศึกษา 1 กลุมสาระการเรยี นรูสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ช่วั โมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษา วิเคราะห และอธิบายกระบวนการสรางเสริมและดำรงประสิทธิภาพการทำงานของระบบ
อวัยวะตางๆ วางแผนการดูแลสุขภาพตามภาวะการเจริญเติบโตและพัฒนาการของตนเองและบุคคลใน
ครอบครัว วิเคราะหอิทธิพลของครอบครัว เพื่อน สังคม และวัฒนธรรมที่มีผลตอพฤติกรรมทางเพศ และการ
ดำเนินชีวติ คานิยมในเรื่องเพศตามวฒั นธรรมไทยและวัฒนธรรมอ่ืนๆ
โดยใชกระบวนการจัดการเรยี นรูแบบกระบวนการกลุม กระบวนการสืบคนขอมลู กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการวิเคราะห และอภิปรายเพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สำนึกในคุณคาและศักยภาพของตนเอง
เพื่อใหสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนำประสบการณไปปรับใชใหเกิดประโยชนสูงสุดในการดำเนินชีวิต
นำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มีคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสตั ยสุจริต มีคานิยมท่ีเหมาะสมและดำเนินชีวิตตาม
หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหัสตวั ชว้ี ัด
พ 1.1 ม.4-6/1 พ 1.1 ม.4-6/2
พ 2.1 ม.4-6/1 พ 1.1 ม.4-6/2
พ 4.1 ม.4-6/5
รวมทงั้ หมด 5 ตวั ช้วี ัด
167
คำอธบิ ายรายวชิ าเพิม่ เตมิ
พ31202 พลศกึ ษา 2(แฮนดบอล) กลุมสาระการเรียนรูสุขศกึ ษาและพลศึกษา
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาเพื่อใหมีความรู ความเขาใจ เรื่องเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวรางกาย หลักการออกกำลังกาย
การทดสอบสมรรถภาพทางกาย ทักษะเบื้องตนกีฬาแฮนดบอล การเลนเปนทีมปฏิบัติกิจกรรมดวยความ
สนุกสนานปลอดภัยการออกกำลังกาย การพกั ผอน และนันทนาการ กฎ กตกิ า ในการเลนกีฬา วิธกี ารรกุ และ
การปองกันในการแขงขันกีฬา การควบคุมตนเอง การมีน้ำใจนักกีฬา การทำงานเปนทีม การวางแผน
สมรรถภาพทางกาย สมรรถภาพทางจิต การบริหารจิต เห็นคุณคาของการออกกำลังกาย การออกกำลัง
กายและการเลนกีฬาปฏบิ ัติกิจกรรมดวยความสนกุ สนานปลอดภัย
ชนื่ ชมและเหน็ คุณคาของการออกกำลังกาย เคารพ กฎ กติกาการแขงขัน มีนำ้ ใจนกั กฬี าและใหความ
รวมมือในการทำงานเปนทีม โดยใชทักษะและการปฏิบัติตนเพื่อนำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มีคุณธรรม
จรยิ ธรรม ซอื่ สัตยสุจริต มีคานยิ มที่เหมาะสมและดำเนนิ ชีวิตตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหัสตัวชี้วดั
พ 3.1 ม.4-6/1 พ 3.1 ม.4-6/2 พ 3.1 ม.4-6/3 พ 3.1 ม.4-6/4
พ 3.2 ม.4-6/1 พ 3.2 ม.4-6/2 พ 3.2 ม.4-6/3 พ 3.2 ม.4-6/4
พ 4.1 ม.4-6/7
รวมทง้ั หมด 9 ตัวช้วี ัด
168
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เตมิ
พ31205 กรีฑา กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศกึ ษา
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 4(เอกพลศึกษา) ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศกึ ษาการฝกทักษะพนื้ ฐานการเรียนกรีฑาตางๆ มีสวนรวมและปฏิบัติจริงในกจิ กรรมกายบรหิ าร การ
ออกกำลังกายดวยกิจกรรมกรีฑาในเรื่องการตั้งตนการวิ่ง การฝกการออกสตารทการวิ่ง การเขาสูเสนชัย การ
วิง่ ระยะสั้น การวิง่ ระยะไกล การว่ิงผลัด การกระโดดสูง การกระโดดไกล การทุมน้ำหนัก การขวางจักร โดย
ปฏิบัติทักษะพื้นฐานไดอยางถูกตอง ปลอดภัย และสนุกสนาน เปนการนำกิจกรรมพลศึกษาอื่นๆ ที่มีทักษะ
ลักษณะคลายกับกรีฑามาแทนตามความเหมาะสม พรอมกับใหเรียนรูการปองกัน การแกไข การเสริมสราง
สุขภาพ เพื่อใหรูหลักและวธิ ีการออกกำลังกายที่ถูกตอง มีทกั ษะ มีสมรรถภาพทางกายและทางจิต มีระเบียบ
วนิ ัย เหน็ คณุ คาและนำไปปฏิบัติในชวี ติ ประจำวัน
ชื่นชมและเห็นคุณคาของการออกกำลังกาย รูจักการเปนผูนำและผูตามที่ดี มีน้ำใจนักกีฬาและให
ความรวมมือในการทำงานเปนทีม โดยใชทักษะและการปฏิบัติตนเพื่อนำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มี
คณุ ธรรม จริยธรรม ซอ่ื สัตยสจุ รติ มคี านิยมทเ่ี หมาะสมและดำเนนิ ชีวิตตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
รหสั ตวั ชว้ี ัด
พ 3.1 ม.4-6/1 พ 3.1 ม.4-6/2 พ 3.1 ม.4-6/3 พ 3.1 ม.4-6/4
พ 3.2 ม.4-6/1 พ 3.2 ม.4-6/2 พ 3.2 ม.4-6/3 พ 3.2 ม.4-6/4
พ 4.1 ม.4-6/7
รวมทงั้ หมด 9 ตวั ชวี้ ัด
169
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
พ31207 เซปกตะกรอ กลุมสาระการเรียนรูสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 4(เอกพลศกึ ษา) ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาความรูความเขาใจพื้นฐานเก่ียวกับกีฬาเซปกตะกรอ ประวัตคิ วามเปนมาของกีฬาเซปกตะกรอ
ทักษะในการเลนตะกรอ การเตะลูกขางเทาดานใน การเตะลูกหลังเทา การเลนลูกดวยเขา การเลนลูกดวย
ศรี ษะ การเลนลกู ดวยขางเทาดานนอก กตกิ าการแขงขันเซปกตะกรอ และการทดสอบสมรรถภาพทางกาย
โดยการฝกทักษะในการเลนกีฬาเซปกตะกรอ ไดแกทักษะในการเลนตะกรอ ทกั ษะการเตะลูกขางเทา
ดานใน ทกั ษะการเตะลูกหลงั เทา ทกั ษะการเลนลูกดวยเขา ทักษะการเลนลูกดวยศรี ษะ ทักษะการเลนลูกดวย
ขางเทาดานนอก กติกาการแขงขนั เซปกตะกรอ และการทดสอบสมรรถภาพทางกาย และมคี วามรูความเขาใจ
เกีย่ วกับการปฏิบตั ทิ ักษะกฬี าเซปกตะกรอ
เพื่อใหนักเรียนมีเจตคตทิ ี่ถูกตองและเหมาะสมเก่ียวกับกิจกรรมการออกกำลงั กายตามความถนัดและ
ความสนใจ และนำทักษะกีฬาเซปกตะกรอไปใชในการออกกำลังกายเพื่อพัฒนาบุคลิกภาพและสมรรถภาพ
ทว่ั ไป
ชื่นชมและเห็นคุณคาของการออกกำลังกาย รูจักการเปนผูนำและผูตามที่ดี มีน้ำใจนักกีฬาและให
ความรวมมือในการทำงานเปนทีม โดยใชทักษะและการปฏิบัติตนเพื่อนำไปสูการใชในชีวิตประจำวัน มี
คณุ ธรรม จริยธรรม ซือ่ สัตยสจุ ริต มีคานิยมทเ่ี หมาะสมและดำเนินชีวิตตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
รหสั ตัวชว้ี ดั
พ 3.1 ม.4-6/1 พ 3.1 ม.4-6/2 พ 3.1 ม.4-6/3 พ 3.1 ม.4-6/4
พ 3.2 ม.4-6/1 พ 3.2 ม.4-6/2 พ 3.2 ม.4-6/3 พ 3.2 ม.4-6/4
พ 4.1 ม.4-6/7
รวมทงั้ หมด 9 ตวั ช้วี ัด
170
คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม
พ31203 ประวัติและปรัชญาพลศกึ ษา กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศกึ ษา
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 4(เอกพลศึกษา) ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาประวัติความเปนมาของพลศึกษาตั้งแตสมัยเริ่มแรกจนถึงปจจุบันทั้งตางประเทศและ
ภายในประเทศ ความหมายของพลศึกษา ความมุงหมายของพลศึกษา วัตถุประสงคของพลศึกษา ขอบขาย
พลศึกษาและกีฬา อันนำมาสู หลักการ แนวคิดปรัชญาทางพลศึกษา แตละสมัยหลักปรัชญาตาง ๆ ทั้งใน
ประเทศ และตางประเทศที่มีอิทธิพลตอ คานยิ มทางสังคม วัฒนธรรมความเปนอยูที่ดีงาม รวมถงึ มูลเหตุของ
พลศึกษาและกีฬาที่ผันแปรตามบริบททางสังคมวัฒนธรรม ตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน ตลอดจนแนวโนมของ
หลกั การพลศึกษาตอสังคมประเทศชาติ และประชาคมภูมิภาคอาเซยี นในอนาคต
โดยใชกระบวนการจัดการเรยี นรูแบบกระบวนการกลุม กระบวนการสบื คนขอมลู กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการวิเคราะห และอภิปรายเพื่อใหเกิดความรู ความเขาใจ สำนึกในคุณคาและศักยภาพของตนเอง
เพื่อใหสามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู และนำประสบการณไปปรับใชใหเกิดประโยชนสูงสุดในการดำเนินชีวิต
นำไปสูการใชในชวี ิตประจำวัน มีคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตยสุจรติ มีคานิยมท่ีเหมาะสมและดำเนนิ ชีวิตตาม
หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
รหัสตวั ชี้วัด
พ 3.1 ม.4-6/1 พ 3.1 ม.4-6/2 พ 3.1 ม.4-6/3 พ 3.1 ม.4-6/4
พ 3.2 ม.4-6/1 พ 3.2 ม.4-6/2 พ 3.2 ม.4-6/3 พ 3.2 ม.4-6/4
พ 4.1 ม.4-6/7
รวมท้งั หมด 9 ตวั ชวี้ ัด
171
คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
ศ31101 ศิลปะ(ทัศนศลิ ป ) กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศกึ ษา
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 จำนวน 20 ช่ัวโมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาและฝกปฏิบัติ ทัศนธาตุและหลักการออกแบบ ศัพททางทัศนศิลป วัสดุ อุปกรณ
และเทคนิคของศิลปนในการแสดงออกทางทัศนศิลป เทคนิค วัสดุ อุปกรณ กระบวนการในสรางงาน
ทศั นศิลป หลกั การออกแบบและหลักการจัดองคประกอบศิลปดวยเทคโนโลยี การวาดภาพลอเลียนหรือภาพ
การตูน งานทศั นศิลปรูปแบบตะวันออกและตะวันตก
โดยใชกระบวนการเรียนรู ความรคู วามเขาใจ ฟงบรรยาย ศึกษาใบความรู สบื คนขอมูล
คิดวิเคราะห และปฏิบัติผลงานทางดานทศั นศิลป ดวยเทคนิควธิ กี ารทีห่ ลากหลายในการส่ือความหมายและ
เรื่องราวตาง ๆ นำเสนอวจิ ารณผลงานและ สรางเกณฑในการประเมนิ เพ่ือนำมาปรบั ปรุงพฒั นา
เพ่ือใหเสรางสรรคงานทัศนศิลปตามจินตนาการ ความคิดสรางสรรค วิเคราะหวิพากษวิจารณ
คุณคางานทัศนศิลป ถายทอดความคิด ความรูสึก ตองานศิลปะอยางอิสระ ชื่นชมและประยุกตใชใน
ชีวิตประจำวัน ละมีความรูความเขาใจความสัมพันธระหวางทัศนศิลป ประวัติศาสตรและวัฒนธรรม เห็น
คณุ คางานทศั นศลิ ปทเ่ี ปนมรดกทางวฒั นธรรม ภูมิปญญาทองถ่นิ ภมู ปิ ญญาไทยและสากล
มาตรฐาน ศ 1.1 ตัวชวี้ ดั ม.1/1, ม.1/2,ม. 1/3,ม. 1/4, ม.1/5,ม.1/6
ศ 1.2 ตัวชี้วดั ม.2/1
รวมทั้งหมด 7 ตัวชีว้ ดั
172
คำอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
ง31101 การงานอาชพี 1 กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชพี
ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ชว่ั โมง จำนวน 0.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาวิเคราะหวิธกี ารทำงานเพื่อการดำรงชีวติ เรียนรูกระบวนการทำงานรวมกันเพื่อสรางผลงานอยาง
มคี วามคดิ สรางสรรค มีทกั ษะการทำงานและกระบวนการแกปญหาที่ดีในการทำงานรวมกัน ทกั ษะการจัดการ
และทักษะในการแสวงหาความรูเพื่อการดำรงชีวิตอยางมีคุณภาพ มีคุณธรรมและลักษณะนิสัยที่ดีในการ
ทำงาน
ศึกษาวิเคราะหระบบเทคโนโลยี เชื่อมโยงความสัมพันธระหวางเทคโนโลยีกับศาสตรอื่นๆ สรางและ
พัฒนาสิ่งของเครื่องใชตามกระบวนการเทคโนโลยีอยางปลอดภัย โดยถายทอดความคิดเปนภาพฉายและ
แบบจำลอง เพื่อนำไปสูการสรางสรรคชิ้นงานและใชซอฟตแวรในการนำเสนอผลงาน โดยใชกระบวนการ
ปฏบิ ตั ิ กระบวนการแกปญหา และทกั ษะการทำงานรวมกัน
เพื่อใหเกิดความตระหนักและเห็นคุณคาของการทำงาน สามารถนำความรูไปประยุกตใชใน
ชีวติ ประจำวัน มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ มีคณุ ลกั ษณะท่ีดีในการประกอบอาชีพ และมจี ิตสำนึกในการใช
พลงั งาน ทรัพยากร และสง่ิ แวดลอม เพอื่ การอนุรักษอยางยั่งยืน
โดยมีคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค คือ ขยัน ประหยัด อดทน ซอ่ื สัตย สุจริต มวี นิ ยั ใฝเรยี นรู
อยูอยางพอเพยี ง รบั ผดิ ชอบ มุงมน่ั ในการทำงาน ทำงานเปนขน้ั ตอน เปนระบบ บรรลุเปาหมาย ปลอดภัย
มคี วามคิดสรางสรรคใชทรัพยากรในการทำงานอยางคุมคาและอนุรกั ษสิ่งแวดลอมตามหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง
ตัวชวี้ ัด
ง 1.1 ม.4/1 ม.4/2 ม.4/3 ม.4/4 ม.4/5 ม.4/6 ม.4/7
รวม 7 ตวั ชว้ี ดั
173
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
ง31205 เขยี นแบบ กลุมสาระการเรยี นรูการงานอาชีพ
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาการใชและการบำรุงรักษาเคร่ืองมือเขียนแบบ หลักการใชเสนการจดั หนากระดาษ การเขียน
ตวั อกั ษรการใชมาตราสวนในการเขียนแบบตางๆ สญั ลักษณในงานเขยี นแบบ การเขียนภาพรูปฉาย รปู ตดั รปู
ออบลิค รปู ไอโซเมตรกิ ของรปู ทรงเรขาคณิต
ปฏิบตั งิ านจดั หนากระดาษและกรอบบอกชอ่ื เขยี นตัวอักษรและสญั ลักษณ เขียนรูปฉาย รูปตัด รูป
ออบลคิ รปู ไอโซเมตรกิ ของรปู ทรงเรขาคณติ
เพือ่ ใหมีความรู ความเขาใจ และมีทกั ษะในการใชและบำรุงรกั ษาเครื่องมือ สามารถเขยี นแบบและ
อานรูปทรงเรขาคณิตลักษณะตาง ๆ และนำไปประยุกตใชในงานชางได
โดยมคี ุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค คือ ขยัน ประหยดั อดทน ซ่อื สตั ย สุจรติ มวี นิ ัย ใฝเรียนรู
อยูอยางพอเพยี ง รับผดิ ชอบ มุงม่ันในการทำงาน ทำงานเปนข้นั ตอน เปนระบบ บรรลเุ ปาหมาย ปลอดภัย
มคี วามคิดสรางสรรคใชทรัพยากรในการทำงานอยางคุมคาและอนรุ ักษส่ิงแวดลอมตามหลกั ปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรียนรู
1. สามารถบอกความหมายและลักษณะของวิชาเขยี นแบบได
2. สามารถเลอื กใชเครอ่ื งมือเขยี นแบบได
3. สามารถบอกความหมายของเสน และสญั ลักษณทีใ่ ชในงานเขยี นแบบได
4. สามารถบอกความหมายของมาตราสวนได
5. สามารถกำหนดขนาดในงานเขียนแบบได
6. สามารถเขยี นตัวอักษรและตวั เลขได
7. สามารถเขียนแบบภาพออบลิคได
8. สามารถเขยี นแบบภาพไอโซเมตรกิ ได
9. สามารถเขยี นแบบภาพฉายได
10. สามารถอานแบบได
รวมทง้ั หมด 10 ขอ
174
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม
ง31215 ธุรกิจเบอ้ื งตน 1 กลุมสาระการเรยี นรูการงานอาชพี
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษา อธิบาย วเิ คราะห ความรทู ว่ั ไปเกี่ยวกบั ความหมาย หลักการ ความสำคัญประโยชน ประเภท
ของธุรกจิ ในชวี ติ ประจำวัน วเิ คราะหขอดี ขอเสียของ ธรุ กจิ แบบตางๆ มีทักษะในการเลอื กแบบธุรกจิ ใชในการ
ประกอบอาชีพ เห็นความสำคัญของงานธุรกจิ ท่ีมีตอการดำรงชีวติ ประจำวัน และวางแผนเตรยี มความพรอม
ดานตางๆ ใหเหมาะกับบุคลิกภาพของตนเอง ฝกทกั ษะการแสวงหาความรู ทักษะการแกปญหา ทกั ษะการ
ทำงานเปนกลุม จากกจิ กรรมอาชพี โดยวิธีการเลือกอาชพี ไดอยางเหมาะสม เพ่ือใหมีความรูความ เขาใจ มี
ทกั ษะในการทำงานธุรกจิ มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และ ลกั ษณะนิสัยทีด่ ใี นการทำงาน เหน็ แนวทางในการ
ประกอบอาชีพ
โดยใชกระบวนการสรางความรู กระบวนการคดิ กระบวนการเรียนรูจากประสบการณจรงิ
กระบวนการปฏิบตั ิ ลงมือทำจรงิ การใชเทคโนโลยีสืบคนขอมลู เพื่อใหเกดิ ความรู ความคิด ความเขาใจ
สามารถสอื่ สารถายทอดความรู ความเขาใจของตน มีความสามารถในการแกปญหา และอุปสรรคตางๆ
และตดั สินใจเกี่ยวกบั ตนเอง สงั คมไดอยางเหมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. บอกความหมาย ประโยชนและจุดมงุ หมายของงานธุรกิจได
2. วิเคราะหขอดี ขอเสีย ของงานธรุ กิจแบบตางๆ ได
3. บอกความรับผดิ ชอบของผูประกอบงานธรุ กจิ ได
4. สามารถเลอื กรปู แบบงานธุรกจิ มาใชในการประกอบอาชีพไดอยางเหมาะสม
5. บอกความหมาย ความสำคัญ และประเภทของงานธรุ กจิ ขนาดกลางและขนาดหยอมได
6. วเิ คราะหขอดี ขอเสยี ของงานธรุ กิจขนาดกลางและขนาดยอมได
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรยี นรู
175
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
อ31101 ภาษาอังกฤษ 7 กลุมสาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นที่1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศกึ ษาคำแนะนำคำชแ้ี จง คำอธิบายทฟี่ งและอาน อานออกเสยี งไดถูกตองตามหลักการอาน ใช
พจนานกุ รมภาษาอังกฤษ-ภาษาองั กฤษ อธิบายและเขียนประโยคและขอคามใหสัมพนั ธกบั สื่อท่ไี มใชความ
เรียงรูปแบบตางๆทอ่ี าน จับใจความสำคัญ วิเคราะหความ สรปุ ความ ศกึ ษาประวัติศาสตรทองถิน่
เอกลกั ษณทองถิน่ สถานท่สี ำคญั ของจงั หวัดปทุมธานี ตคี วามและแสดงความคดิ เหน็ พรอมท้ังใหเหตุผลแล
ตวั อยางประกอบจากการฟง อาน สนทนา และเขยี นโตตอบขอมลู เกย่ี วกับวธิ ีการดำเนินชีวติ ของตนเอง
เร่อื งใกลตา ประสบการณสถานการณตางๆ เลือกและใชคำขอรอง ใหคำแนะนำ คำชี้แจง คำอธิบาย พูด
และเขียนแสดงความตองการ เสนอตอบรบั และปฏิเสธขอและใหขอมลู
โดยบรรยายและสรุปใจความสำคัญเก่ยี วกับเร่ืองราวขอมูลหรอื เหตุการณใกลตัวและในทองถน่ิ
เลอื กใชภาษา นำ้ เสยี งและกรยิ าทาทางเหมาะกับระดบั บุคคล โอกาส และสถานที่ตามมารยาททางสงั คม
ของเจาของภาษาอธบิ ายวถิ ีชวี ิตขนบธรรมเนียมประเพณี ตลอดจนเขารวมและจัดกิจกรรมทางภาษา
วัฒนธรรมของเจาของภาษาอยางเหมาะสมเปรยี บเทียบความเหมอื นและความแตกตางระหวางโครงสราง
สำนวนประโยค ความเชือ่ วัฒนธรรมของไทยและของเจาของภาษา ใชภาษาองั กฤษในการคนควา สบื คน
ความรูขอมูลท่ีเกยี่ วของกับกลุมสาระการเรยี นรูอื่น และนำเสนอดวยการพดู และเขียน โดยใชกระบวนการ
ทางภาษา การสอื่ สาร การสบื เสาะหาความรู การสบื คนขอมลู การปฏบิ ตั ติ ามสถานการณตางๆรวมถึง
ศกึ ษาแนวคิดตามหลกั ของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง การวางแผนการดำเนินชีวติ เพ่ือใหเกิดความรู
ความเขาใจ การเหน็ คุณคาของทรัพยากรใชอยางคมุ คาและสำรวจสภาพปญหาสง่ิ แวดลอมท่เี กิดขึน้ ใน
ชมุ ชนและมีสวนในการแกไขปญหา
เพ่อื ใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ สามารถนำเสนอ สอื่ สาร เห็นคณุ คาคุณคา นำ
ความรูไปใชประโยชนมีคุณธรรม จริยธรรมยดึ หลักสุจรติ และคานิยมท่ีเหมาะสม
รหสั ตัวช้ีวดั
ต1.1 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4
ต1.2 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม. 4/4 , ม.4/5
ต1.3 ม.4/1, ม.4/2, ม. 4/3
ต2.1 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3
ต2.2 ม.4/1, ม. 4/2
ต3.1 ม.4/1
ต.4/1 ม.4/1
ต4.2 ม.4/1 ม.4/2
รวมทง้ั หมด21 ตวั ช้วี ดั
176
คำอธบิ ายรายวิชา
อ31203 องั กฤษเพ่อื การสื่อสาร 1 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
**********************************************************************************
ฟงและพดู เก่ยี วกบั ขอมูล ขาวสารเหตุการณตางๆในทองถิน่ รวมทง้ั การขอและใหขอมลู เสนอ ใหบรกิ ารและ
ความตองการ อภิปราย และแสดงความคิดเห็น เชน ความรูสึก รวมทั้งการเลา เหตุการณและ กิจกรรมใน
ชวี ติ ประจำวันจากประสบการณตนเองไดอยางเหมาะสมกบั ระดับบุคคล กาลเทศะและ สถานการณตาง ๆ
เพ่อื ใหเกดิ ความตระหนักถงึ คุณคาความแตกตางของภาษาและวฒั นธรรม สามารถนำมา ประยุกใชในการ
พฒั นาตนเอง ครอบครวั และสงั คม
ผลการเรียนรู
1. ฟงและพดู เกยี่ วกับขอมลู ขาวสารและเหตกุ ารณตาง ๆ ในทองถ่นิ ได
2. พดู และขอขอมูลเกย่ี วกบั การใหบรกิ ารและความตองการได
3. พดู แสดงความรูสึกเก่ยี วกับเหตุการณหรอื กจิ กรรมในชวี ติ ประจำวันได
4. เลาประสบการณหรอื เหตุการณท่เี กี่ยวกับตนเองได
5. ฟงและพดู สรุปเร่อื งราวทฟ่ี งได
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู
177
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
อ3105 องั กฤษคิด-วเิ คราะห 1 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษารปู แบบตางๆสมั พนั ธกับประโยคและโครงสรางและวิเคราะห สรุปตีความ แสดงความคิดเหน็ จา
การฟงงจากเรื่องทอ่ี านท่ีเปน สารคดี ประเดน็ ขาวพรอมใหเหตุผลประกอบประเดน็ ที่ตนเองสนใจ
โดยใชกระบวนการคดิ วเิ คราะหส่ือความ อภปิ ราย แสดงความคดิ เหน็ อธบิ ายเปรยี บเทียบ ความ
แตกตางประโยคและโครงสราง ขอั ความ สำนวนประเดน็ ขาวที่คนควา รวบรวม วิเคราะหและสรปุ องคความรู
นำเสนอขอมลู โดยการพดู ขอเท็จจริงและเขยี นสอ่ื ความ
เพ่อื ใหผูเรียนมเี จตคตทิ ดี่ ีตอภาษาตางประเทศใชภาษาตางประเทศเปนกระบวนการคดิ วเิ คราะห
แสดงความคดิ เหน็ สื่อความประเด็นตางๆไดอยางถูกตอง เหมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. ใชภาษาตางประเทศในการสืบคน/คนควา รวบรวม วิเคราะหและสรปุ ขอความ ส่ือความ
2.อธิบาย เปรียบเทียบความแตกตางประโยคและโครงสราง ขัอความ สำนวนประเด็นขาวทคี่ นควา รวบรวม
วิเคราะหและสรปุ องคความรู
3 พูดและเขียนบรรยาย เปรยี บเทียบและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับประเด็น/ ขาว เหตุการณท่ีฟงและอาน
อยางเหมาะสม
4.อธิบายและเขียนบรรยายประโยคและโครงสราง ขัอความทไ่ี มใชความเรยี งรปู แบบตางๆทอี่ าน รวมถึงระบุ
และเขยี นส่ือความที่ไมใชความเรียงรปู แบบตางๆใหสัมพันธประโยคและโครงสราง ขอั ความ สำนวนประเด็น
ขาวทอี่ าน
5.เล่อื กใชภาษา นำ้ เสียง และกริ ยิ าทาทางเหมะสมกบั บุคคล โอกาสและสถานท่ีตามมารยาทสังคมและ
วฒั นธรรมเจาของภาษา.
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู
178
คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เตมิ
อ31209 อังกฤษการบูรณาการ 1 กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศกึ ษาและปฏบิ ัติเก่ยี วกบั การพฒั นาการาทางภาษาท้งั 4 ทักษะ การฟง การพดู การอาน และการ
เขยี นโดยบรู ณาการความรูกับกลมุ สาระอื่น และเรียนรูจากประสบกาณตรง การจัดรายการอาหาร การเลือก
ซ้อื อาหาร การสมั ภาษการทองเท่ียว การแนะนำเสนทาง การทำงานเปนทีมโดยใชกระบวนการคดิ การเรยี นรู
ทางภาษาดวยตนเอง กระบวนการกลุม กระบวนการเรยี นรูแบบบรู ณาการ และกระบวนการเสรมิ สราง
คุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค
เพื่อใหสามารถใชภาษาสื่อสารในโอกาสตางๆ ไดถูกตองตามหลกั ภาษาและไวยากรณ อยางเปน
ธรรมชาติ ใชในการศึกษาตอและประกอบอาชีพไดอยางเหมาะสม
ผลการเรียนรู
1 .เพ่อื ใหมีความรู ในการส่อื สาร สนทนาใหและขอขอมลู
2 .เพอ่ื ใหมีความเขาใจข้ันตอน วธิ ีการ และมที กั ษะในการปฏิบัตงิ าน การใชอปุ กร เอกสารตางๆ
3. เพือ่ เสรมิ สรางทศั นคติท่ีดีตอการเรียนภาษาอังกฤษ
4. เพ่อื ใหมีความรู เก่ียวกับ การเขียนรูปแบบทางการ
รวมท้ังหมด 4 ผลการเรียนรู
179
คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เตมิ
อ31207 ไวยากรณนารู 1 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาวเิ คราะห เปรียบเทยี บความแตกตางระหวางโครงสรางประโยค ขอความ สำนวน คำพงั เพย
สุภาษิต และบทกลอนของภาษาตางประเทศทีม่ ีทักษะการใชภาษาตางประเทศส่ือสารตามหัวเร่ืองตางๆ ได
ใชประโยคผสมและประโยคซับซอน สือ่ ความหมายตามบริบทตางๆ
โดยใชกระบวนการคิด การเรียนรูทางภาษาดวยตนเอง กระบวนการกลุม กระบวนการเรียนรูแบบ
บูรณาการ และกระบวนการเสรมิ สรางคุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค
เพอ่ื ใหสามารถใชภาษาส่ือสารในโอกาสตางๆ ไดถูกตองตามหลกั ภาษาและไวยากรณ อยางเปน
ธรรมชาติ ใชในการศกึ ษาตอและประกอบอาชีพไดอยางเหมาะสม
ผลการเรยี นรู
1. อธิบายและเขยี นประโยค และขอความใหสัมพนั ธกบั สื่อท่ีไมใชความเรียงรปู แบบตางๆ ที่อาน
รวมทัง้ ระบแุ ละเขยี นส่ือที่ไมใชความเรยี งรูปแบบตางๆ ใหสมั พันธกบั ประโยคและขอความที่ฟง
หรืออาน
2. พูดและเขยี นเพ่อื ขอและใหขอมูลบรรยาย เปรียบเทยี บและแสดงความคดิ เห็นเกยี่ วกบั เรอ่ื ง/
ประเด็นขาว เหตุการณที่ฟงและอานอยางเหมาะสม
3. เลอื กใชภาษา น้ำเสยี ง และกิริยาทาทางเหมาะสมกับระดบั ของบุคคล โอกาส และสถานทต่ี าม
มารยาทสงั คมและวฒั นธรรมเจาของภาษา
4. อธิบาย/เปรียบเทยี บความแตกตางระหวางโครงสรางประโยค ขอความ สำนวน คำพงั เพย
สุภาษิตและบทกลอนของภาษาตางประเทศและภาษาไทย
5. ใชภาษาในการสอื่ สารในสถานการณจริง/สถานการณจำลองท่ีเกิดขึ้นในหองเรยี น สถานศึกษา
ชมุ ชนและสังคม
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู
180
คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เติม
อ31201 ฟง-พดู ภาษาอังกฤษ 1 กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 20 ชวั่ โมง จำนวน 0.5 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาหลักการฟง-พูดการออกเสยี งคำ กลุมคำ ประโยค บทความและบทรอยกรอง คำขอรอง
คำแนะนำ คำชแ้ี จง คำอธิบายภาษาท่ใี ชในการสอ่ื สาร แสดงความรูสกึ ความตองการ การตอบรบั หรอื
ปฏเิ สธ การแสดงความคดิ เห็น เกี่ยวกบั ตนเอง ครอบครวั สงั คม ขาว เหตกุ ารณ สถานการณตางๆ ใน
ชีวติ ประจำวัน การเดินทาง การทองเท่ียว การนันทนาการ ประสบการณ กิจกรรม ประเด็นที่เปนทสี่ นใจของ
สงั คม
โดยการเลือกใชกระบวนการภาษาตางประเทศฟง-พูดและใชภาษาในการพูดภาษาส่ือสาร โดยการ
ประชาสมั พันธ เผยแพรขอมูลขาวสาร ในสถานการณจริงหรอื สถานการณจำลองทีเ่ กิดขึ้นในหองเรียน
สถานศึกษา ชมุ ชนและสังคม นำ้ เสียงกริยาทาทางเหมาะสมกบั บุคคลและโอกาสตามมารยาทสังคมและ
วัฒนธรรมของเจาของภาษา เปรยี บเทียบความเหมือนและความแตกตางระหวางการออกเสยี งคำ กลุมคำและ
ประโยคชนิดตางๆ ของเจาของภาษากับของไทย นำเสนอดวยการพูดขอมลู ขอเทจ็ จรงิ ท่ีคนควา ความรู สรปุ
เนอ้ื หาที่เกีย่ วของกบั กลมุ สาระการเรียนรูอ่ืนสามารถอธิบายชีวิตความเปนอยูขนบธรรมเนียมประเพณเี จาของ
ภาษา เขารวมและจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมตามโอกาสและความสนใจ
เพือ่ ใหผูเรยี นมีเจตคติท่ดี ตี อภาษาตางประเทศ ใชภาษาตางประเทศเพื่อการส่ือสารไดเขาถึงองค
ความรูตางๆ มีวิสยั ทัศนในการดำเนนิ ชีวิต มคี วามรูความเขาใจในเร่ืองราวและวฒั นธรรมอันหลากหลายของ
ประชาคมโลก สามารถถายทอดความคิดและวัฒนธรรมไทยไปยังสังคมโลกไดอยางสรางสรรค
ผลการเรียนรู
1. ฟงคำขอรอง คำแนะนำ คำช้ีแจงและสามารถตีความจากเรือ่ งท่ีฟงได
2. พดู นำเสนอจากคำอธบิ ายที่ไดฟงไดอยางมเี หตุผล
3. พูดสื่อสารในเหตุการณจรงิ หรือเหตุการณจำลองทเี่ กดิ ข้นึ ในหองเรียนได
4. การแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกับตนเอง ครอบครวั สังคม และนำเสนอไดอยางถูกตองและ
คลองแคลว
5. พดู เกี่ยวกบั ชีวติ ประจำวัน การเดินทาง และสถานการณตางๆ ไดอยางเหมาะสม
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู
181
คำอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
ญ31201 ภาษาญี่ปนุ เบ้ืองตน1 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 120 ชว่ั โมง 3.0 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาทักษะการปฏบิ ัตติ ามคำส่งั งายๆระบสุ ทั อกั ษรฮริ างานะ คาตานะ และคนั จอิ านออกเสียง
และประสมเสยี งคำงายๆ ตามหลกั การออกเสยี ง ระบุความหมายของคำ กลุมคำ และประโยคจากการฟง
หรอื การอานตอบคำถามงายๆ จากการฟง พดู หรือเขยี นโตตอบดวยประโยคส้นั ๆ เพื่อส่ือสารระหวางบคุ คล
พูดหรอื เขียนเพ่ือขอและใหขอมลู เก่ียวกบั ตนเอง เพ่ือน ครอบครวั และสิ่งใกลตัวโดยใชกระบวนการฟงการ
พดู การอานการเขยี นและกระบวนการคิดวเิ คราะหใชภาษาเปนเคร่ืองมอื ในการรับสารและสงสารไดอยาง
คลองแคลวถูกตองเขาถึงสารไดอยางชดั เจนรวมทั้งกระบวนการสบื เสาะหาความรูและเขารวมกจิ กรรมทาง
ภาษาและวัฒนธรรมที่เหมาะสมกบั วัยเพื่อใหเกิดความรูความเขาใจเกดิ เจตคตทิ ี่ดตี อภาษาจนี ตลอดจน
วัฒนธรรมของเจาของภาษาและนำไปใชไดอยางเหมาะสมตามกาลเทศะเกิดความคดิ รวบยอดนำไปสูการ
เช่ือมโยงความรูกับกลมุ สาระการเรยี นรูอื่น
มคี ณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคในดานความมีวินยั ใฝเรยี นรูซ่ือสัตยสุจรติ มงุ มัน่ ในการทำงานและมีจติ
สาธารณะรวมถงึ เพ่อื ใหนักเรียนเปนผมู ีรกั ชาติ ศาสน กษตั รยิ อยูอยางพอเพียงรักความเปนไทยและอนุรักษ
พลงั งานและส่ิงแวดลอม สืบสานศิลปวัฒนธรรมทองถนิ่ ชุมชนรวมพัฒนา ยดึ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลการเรยี นรู
1. เขาใจภาษาทาทางคำส่ังคำขอรองและคำแนะนำงายๆ
2. ระบสุ ัทอักษรตามระบบพนิ อินอานออกเสียง และประสมเสียงคำงายๆ ตามหลักการออกเสยี ง
3. ระบุความหมายของคำ กลุมคำ และประโยคจากการฟงหรอื การอาน
4. เขยี นอักษรจีนไดถูกตองตามหลักการเขยี น
5. ตอบคำถามงายๆ จากการฟงหรอื อาน
6. พูดหรอื เขยี นโตตอบดวยประโยคสัน้ ๆ เพ่ือส่ือสารระหวางบุคคล
7. พดู หรือเขียนเพื่อขอและใหขอมูลเกีย่ วกับตนเอง เพื่อน ครอบครวั และสิ่งใกลตวั
รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู
182
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
ญ31203 ภาษาและวัฒนธรรมญป่ี ุน 1 กลุมสาระการเรยี นรภู าษาตางประเทศ
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
**********************************************************************************
รายวิชานีม้ ุงใหผูเรียนมีทกั ษะพื้นฐานการใชภาษาญีป่ ุนเพื่อการส่ือสารระดับกลาง ไดเรยี นรแู ละฝกทักษะภาษา
ทัง้ การฟง การพดู การอาน และการเขยี น โดยอานออกเสียงตวั อกั ษร คำ กลุมคำ ประโยคและขอความ
งายๆ เลือกและระบุภาพ ตรงตามความหมายของคำ กลุมคำ ประโยคและขอความสั้นๆ ตอบคำถามจาก
การฟงและอานประโยค บทสนทนา ขอความ หรอื บทอานสน้ั ๆ พดู โตตอบ แลกเปลี่ยนขอมูลเกย่ี วกบั ตนเอง
เรอ่ื งใกลตวั สนทนาและเขียนตอบโตขอมลู ขาว เหตุการณ ประเด็นที่ในความสนใจของสังคมและสอ่ื สารอยาง
ตอเน่ืองและเหมาะสมเกย่ี วกับตนเอง และสถานการณในชีวิตประจำวัน เลอื กและใชคำส่ัง คำชักชวน คำ
ขอรองงายๆ พูดและเขียนแสดงความตองการของตนเองในสถานการณงายๆ ใชถอยคำ นำ้ เสยี ง และกริ ิยา
ทาทางอยางสภุ าพตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของญีป่ ุน อธบิ ายเก่ียวกับเทศกาล วันสำคญั งานฉลอง
และชีวติ ความเปนอยูของชาวญีป่ ุน เขารวมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมญ่ปี ุนตามความสนใจ บอกความ
เหมอื นและความแตกตางของ เทศกาลและงานฉลองตามวัฒนธรรมญ่ีปุนกบั ไทย เขาใจและนำเสนอคำศพั ทท่ี
เกีย่ วของกบั กลุมสาระการเรียนรูอน่ื ใชภาษาส่อื สาร สืบคน ความรูหรือขอมูลตางๆ จากสอื่ และแหลงเรยี นรู
ตางๆ เผยแพรหรือประชาสัมพันธขอมลู ขาวสารของโรงเรียน เขารวมและจัดกิจกรรมทางภาษาและ
วัฒนธรรมตามโอกาส เชอ่ื มโยงความรูกบั กลมุ สาระการเรยี นรูอ่ืนโดยใชทักษะกระบวนการทางภาษา เชน
ทักษะการฟง พดู อาน เขยี น และคนควาจากแหลงเรียนรูตางๆเขาใจความเหมือนและความแตกตางของ
ภาษาวัฒนธรรมตามความสนใจเพือ่ ใหเหน็ คุณคาของการเรียนภาษาญ่ีปุน
ผลการเรยี นรู
1. อธิบายความเหมือนและความแตกตางของวถิ ชี ีวติ ความคดิ ความเช่อื ขนบธรรมเนยี มประเพณี และ
วฒั นธรรมของประเทศญี่ปุนและประเทศไทย (K,P,A)
2 .สนทนาและเขยี นตอบโตขอมลู ขาว เหตุการณ ประเดน็ ที่ในความสนใจของสงั คมและส่ือสารอยาง
ตอเนือ่ งและเหมาะสมเก่ียวกับตนเอง และเหตกุ ารณตางในชวี ิตประจำวัน (K,P,A)
3. แสดงความรสู กึ ความคดิ เห็นเกยี่ วกับเรื่องตางๆ ประสบการณ ขาว/เหตุการณในทองถิ่น สงั คมโลก
พรอมทั้งใหเหตุผลและยกตัวอยางประกอบ (K,P,A)
4. เลือกใชภาษา น้ำเสยี งกริยาทาทางเหมาะกับระดบั ของบุคคล โอกาส และสถานที่ตามมารยาทสังคม
และวัฒนธรรมของเจาของภาษา (K,P,A)
5. เขารวม และจัดกจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามโอกาส (K,P,A)
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรียนรู
183
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
จ31201 ภาษาจีนเบ้อื งตน1 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 120 ชัว่ โมง 3.0 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศกึ ษาทกั ษะการปฏิบตั ิตามคำส่งั งายๆระบุสัทอักษรตามระบบพินอนิ อานออกเสยี ง และประสม
เสยี งคำงายๆ ตามหลกั การออกเสยี ง ระบคุ วามหมายของคำ กลุมคำ และประโยคจากการฟงหรือการอาน
ตอบคำถามงายๆ จากการฟง พูดหรือเขียนโตตอบดวยประโยคสั้นๆ เพอ่ื สื่อสารระหวางบุคคลพูดหรือเขยี น
เพ่อื ขอและใหขอมลู เก่ยี วกับตนเอง เพ่ือน ครอบครวั และส่ิงใกลตวั โดยใชกระบวนการฟงการพดู การอาน
การเขียนและกระบวนการคิดวิเคราะหใชภาษาเปนเคร่อื งมือในการรบั สารและสงสารไดอยางคลองแคลว
ถกู ตองเขาถึงสารไดอยางชดั เจนรวมทง้ั กระบวนการสืบเสาะหาความรูและเขารวมกิจกรรมทางภาษาและ
วัฒนธรรมที่เหมาะสมกบั วัยเพอ่ื ใหเกดิ ความรูความเขาใจเกิดเจตคติท่ีดตี อภาษาจีนตลอดจนวัฒนธรรมของ
เจาของภาษาและนำไปใชไดอยางเหมาะสมตามกาลเทศะเกิดความคดิ รวบยอดนำไปสูการเชื่อมโยงความรู
กับกลมุ สาระการเรยี นรูอน่ื
มคี ุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคในดานความมีวินัยใฝเรยี นรูซ่อื สตั ยสจุ ริตมงุ ม่ันในการทำงานและมจี ิต
สาธารณะรวมถึงเพ่อื ใหนกั เรยี นเปนผมู ีรักชาติ ศาสน กษตั ริยอยูอยางพอเพยี งรกั ความเปนไทยและอนรุ ักษ
พลังงานและส่งิ แวดลอม สบื สานศิลปวัฒนธรรมทองถนิ่ ชุมชนรวมพฒั นา ยดึ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลการเรยี นรู
1. เขาใจภาษาทาทางคำส่ังคำขอรองและคำแนะนำงายๆ
2. ระบุสทั อักษรตามระบบพนิ อินอานออกเสียง และประสมเสยี งคำงายๆ ตามหลักการออกเสียง
3. ระบุความหมายของคำ กลุมคำ และประโยคจากการฟงหรือการอาน
4. เขียนอักษรจีนไดถกู ตองตามหลกั การเขยี น
5. ตอบคำถามงายๆ จากการฟงหรอื อาน
6. พูดหรอื เขยี นโตตอบดวยประโยคสั้นๆ เพ่อื สื่อสารระหวางบคุ คล
7. พูดหรือเขยี นเพ่ือขอและใหขอมูลเก่ยี วกบั ตนเอง เพ่ือน ครอบครวั และสิ่งใกลตวั
รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู
184
คำอธิบายรายวิชาเพ่มิ เติม
จ31203 ภาษาและวัฒนธรรมจีน1 กลุมสาระการเรยี นรูภาษาตางประเทศ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน140 ชัว่ โมง 1.0 หนวยกติ
**********************************************************************************
ความรูทวั่ ไปเกย่ี วกับวัฒนธรรมจีน ไดแก ปรัชญา ศาสนา คติความเช่อื วรรณกรรม
สถาปตยกรรม โบราณสถาน โบราณวัตถุ เทคโนโลยี ศิลปะ ประเพณี และวิถชี ีวิตของชาวจีน ตง้ั แตอดตี
จนถงึ ปจจบุ ันเพ่ือใหเกดิ ความรูความเขาใจเกิดเจตคตทิ ด่ี ตี อภาษาจีนตลอดจนวฒั นธรรมของเจาของภาษา
และนำไปใชไดอยางเหมาะสมตามกาลเทศะเกิดความคิดรวบยอดนำไปสูการเช่ือมโยงความรกู ับกลุมสาระ
การเรียนรูอื่น
มคี ณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคในดานความมีวนิ ยั ใฝเรยี นรูซ่ือสัตยสจุ ริตมงุ มนั่ ในการทำงานและมีจิต
สาธารณะรวมถงึ เพอื่ ใหนกั เรียนเปนผมู ีรกั ชาติ ศาสน กษัตรยิ อยูอยางพอเพยี งรกั ความเปนไทยและอนรุ ักษ
พลังงานและสิง่ แวดลอม สบื สานศลิ ปวฒั นธรรมทองถ่นิ ชมุ ชนรวมพฒั นา ยดึ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลการเรยี นรู
1. เลอื กใชภาษาน้ำเสียงและกิริยาทาทางใหเหมาะสมกบั บุคคลโอกาสและสถานท่ีตามมารยาทสังคมและ
วัฒนธรรมของจนี
2. บอกชือ่ /คำศัพทและตอบคำถามเก่ยี วกับเทศกาลวันสำคัญงานฉลองและชวี ติ ความเปนอยูของจนี
3. ใหขอมลู หรอื อธบิ ายบรรยายเกย่ี วกับเทศกาลวนั สำคัญงานฉลองชวี ติ ความเปนอยูและประเพณีของจีน
4. อธิบายและจัดกิจกรรมเก่ยี วกับชีวติ ความเปนอยู ขนบธรรมเนียมประเพณีของจีน
5. บอกความเหมือนและความแตกตางระหวางเทศกาลงานฉลองและประเพณีของจนี กบั ของไทย
6. คนควารวบรวมขอมูลหรอื ขอเทจ็ จริงจากแหลงเรยี นรแู ละนำเสนอดวยการพดู หรือการเขียน
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรยี นรู
185
คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
ท31102 ภาษาไทย 8 กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ช่วั โมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
**********************************************************************************
อานออกเสยี งบทรอยแกวและบทรอยกรองเปนทำนองเสนาะ และเขาใจ ตีความ แปลความ และ
ขยายความเรื่องที่อานได วิเคราะหวิจารณเร่อื งท่อี าน แสดงความคดิ เห็น โตแยง และเสนอความคดิ ใหมจาก
การอานอยางมีเหตุผล คาดคะเนเหตุการณจากเร่อื งท่อี าน และประเมนิ คาเพ่ือนำความรู ความคิดไปใช
ตัดสนิ ใจแกปญหาในการดำเนิน วเิ คราะหวจิ ารณ แสดงความคิดเห็นโตแยงกบั เรอื่ งท่ีอานและเสนอแนวคิด
ใหมอยางมเี หตุผล ตอบคำถามจากการอานประเภทตาง ๆ ภายในเวลาท่ีกำหนด อานเร่อื งตาง ๆ แลวเขียน
กรอบแนวคดิ ผังความคดิ บันทึก ยอความและรายงาน มมี ารยาทและมนี ิสยั รักการอาน เขียนสอ่ื สารใน
รปู แบบตาง ๆไดตรงตามวัตถุประสงค โดยใชภาษาเรียบเรียงถูกตอง มีขอมลู และสาระสำคัญชดั เจน ผลติ งาน
เขียนของตนเองในรูปแบบตางๆ มีมารยาทในการเขยี น ตั้งคำถามและแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกบั เร่อื งทฟ่ี ง
และดู มีวจิ ารณญาณในการเลือกเรอ่ื งที่ฟงและดู ประเมนิ สงิ่ ทฟี่ งและดูแลวนำไปประยุกตใชในการดำเนนิ ชีวิต
มที ักษะการพดู ในโอกาสตาง ๆ ทง้ั ทเ่ี ปนทางการและไมเปนทางการโดยใชภาษาที่ถูกตอง รวมท้ังมมี ารยาทใน
การพดู แตงคำประพนั ธประเภท วิเคราะหหลักการ สรางคำในภาษาไทย วเิ คราะหและประเมินคาการใช
ภาษาจากสื่อสง่ิ พิมพและส่ืออิเลก็ ทรอนิกส วิเคราะหวจิ ารณวรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณ
วรรณคดเี บือ้ งตน วิเคราะหและประเมนิ คุณคาดานวรรณศิลปของวรรณคดแี ละวรรณกรรมในฐานะท่เี ปนมรดก
ทางวฒั นธรรมของชาติ สังเคราะหขอคดิ จากวรรณคดีและวรรณกรรมเพอื่ นำไปประยุกตใชในชวี ิตจรงิ ทองจำ
และบอกคุณคาบทอาขยานตามท่กี ำหนดและบทรอยกรองที่มีคุณคา ความสนใจและนำไปใชอางองิ
โดยใชกระบวนการฝกตามแบบ อธิบาย อภิปราย แสดงความคิดเหน็ เปรยี บเทียบ คิดวิเคราะห
ฝกปฏิบัติ สบื เสาะหาความรูดวยตนเอง
เพ่อื ใหเกิดความรู ความคดิ ความเขาใจ ในภาษาไทย มีวินยั ใฝเรียนรู มงุ ม่ันในการทำงาน มจี ติ
สาธารณะ เหน็ คณุ คา มคี วามรกั มคี วามหวงแหนภาษาไทย รักความเปนไทย และนำไปประยุกตใชในชีวิต
จรงิ ไดอยางมีคุณธรรม จรยิ ธรรม และคานิยมท่ีเหมาะสม
รหสั ตวั ชี้วัด
ท 1.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/3, ม.4-6/5, ม.4-6/7, ม.4-6/9
ท 2.1 ม.4-6/1,ม.4-6/4,ม.4-6/8
ท 3.1 ม.4-6/1,ม.4-6/2,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/5,ม.4-6/6
ท 4.1 ม.4-6/4,ม.4-6/6,ม.4-6/7
ท 5.1 ม.4-6/1,ม.4-6/3,ม.4-6/4,ม.4-6/6
รวม 22 ตวั ช้ีวัด
186
คาํ อธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม
ท31204 ภาษาไทยเพอื่ การพัฒนาตนเอง 2 กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชั่วโมง จํานวน 0.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ฝก พูดโดยใชภ าษากับเหตุผลในการพดู แสดงทรรศนะ โตแยง โนมนา วใจ และเสนอแนวคิดใหมด วย
การใชภาษาและวธิ กี ารพดู ท่ถี ูกตอ งเหมาะสม พูดโตว าที โดยยกเหตผุ ลประกอบอยา งถกู ตอ ง ชัดเจน พูด
สัมภาษณและตอบสัมภาษณอยา งถูกตองตรงประเดน็ ใชแบบประเมิน ประเมินการพูด
โดยใชก ระบวนการเรยี นทางภาษา กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการสรางความรู ความเขาใจ
กระบวนการกลมุ และกระบวนการคิดอยางมีวิจารณญาณ
เพ่ือใหเกิดการพฒั นาสมรรถภาพการเรยี นรู พัฒนาความคิด เพ่มิ พนู ทักษะทางภาษา สามารถนาํ ไป
ประยุกตใ ชใ นชีวิตจริงได มีมารยาทการพูด การดู และการฟง มีนิสัยรักการอา น และการเขยี น
ผลการเรยี นรู
1. ใชภาษากับเหตผุ ลในการพูดแสดงทรรศนะ โตแ ยง โนมนา วใจและเสนอแนวคิดใหมไดด ว ยการใช
ภาษาและวิธีการพูดทถ่ี ูกตองเหมาะสม
2. โตว าที โดยยกเหตผุ ลประกอบอยางถูกตองชัดเจน
3. สมั ภาษณและตอบสมั ภาษณไดอยางถูกตองตรงประเดน็
4. ใชแบบประเมิน ประเมินการพูดของผูอ ืน่ ได
5. มมี ารยาทในการพูด การดู และการฟง
รวม 5 ผลการเรยี นรู
187
คำอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
ค31102 คณิตศาสตรพื้นฐาน 7 กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาและฝกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอันไดแ กการแกปญหาการใหเหตุผลการสอื่ สาร
การสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตรและการนําเสนอการเชื่อมโยงความรูตางๆทางคณิตศาสตรและเชื่อมโยง
คณิตศาสตรก บั ศาสตรอ ื่นๆและมีความคดิ ริเรม่ิ สรา งสรรคในสาระตอไปนี้
หลักการนับเบือ้ งตนหลกั การรบวกและการคูณการเรียงสับเปลี่ยนเชิงเสนกรณีที่สิ่งของแตกตา งกัน
ทง้ั หมดการจัดหมกู รณที ี่สงิ่ ของแตกตางกนั ทั้งหมด
ความนา จะเปน การทดลองสุมและเหตกุ ารณค วามนาจะเปนของเหตุการณ
โดยจัดประสบการณกิจกรรม หรือ โจทยปญหาที่สงเสริมการพัฒนาทักษะกระบวนการทาง
คณิตศาสตรใ นการคดิ คํานวณ การใหเหตุผล การวิเคราะห การแกปญ หา การสื่อสาร การส่อื ความหมาย และ
การนาํ เสนอ
เพ่ือใหเ กิดความรูความเขา ใจ ความคดิ รวบยอด ใฝรใู ฝเรยี น มรี ะเบยี บวนิ ัยมงุ มนั่ ในการทํางานอยางมี
ระบบ ประหยัด ซื่อสตั ย มีวิจารณญาณ รูจ กั นาํ ความรูไปประยุกตใชในการดํารงชวี ิตไดอ ยางพอเพียง รวมท้ัง
มีเจตคติทด่ี ตี อ คณติ ศาสตร
รหัสตัวชี้วดั
ค 3.2 ม.4/1
ค 3.2 ม.4/2
รวมทั้งหมด 2 ตัวชี้วัด
188
คำอธบิ ายรายวิชา
ค31202 คณติ ศาสตรเพ่มิ เติม 8 กลุมสาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษา ฝกทกั ษะ/กระบวนการในสาระตอไปน้ี
เมทริกซและดิเทอรมนิ ันตสญั ลักษณของเมทริกซ สมบตั ขิ องเมทริกซ ดีเทอรมินันทการใชเมทรกิ ซ
แกระบบสมการเชงิ เสน
เรขาคณติ วิเคราะห เสนตรง ระยะทางระหวางจดุ สองจุด จดุ กง่ึ กลางระหวางจุดสองจุด ความชนั
ของเสนตรง เสนขนาน เสนต้ังฉาก ความสมั พันธซึง่ มกี ราฟเปนเสนตรง ระยะหางระหวางเสนตรงกับจดุ
ภาคตัดกรวย วงกลม พาราโบลา วงรี ไฮเพอรโบลา
โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณในชีวิตประจำวันท่ีใกลตวั ใหผูเรียนไดศึกษาคนควาโดย
การปฏิบัตจิ ริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญหา การให
เหตผุ ล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร และนำประสบการณดานความรู ความคิด ทกั ษะกระบวนการที่ได
ไปใชในการเรียนรสู ่ิงตางๆ และใชในชวี ติ ประจำวันอยางสรางสรรค โดยยดึ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
และนำไปสปู ระชาคมอาเซยี น
การวัดและประเมินผล ใชวิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเปนจริงใหสอดคลองกับเนื้อหาและ
ทกั ษะทตี่ องการวัด
ผลการเรียนรู
1. มีความคิดรวบยอดเกย่ี วกับเมทรกิ ซและการดำเนินการของเมทรกิ ซ
2.หาดิเทอรมินนั ตของเมทริกซมติ ิ n x n เม่ือ n เปนจำนวนเต็มบวก
3. วิเคราะหและหาคำตอบของระบบสมการเชงิ เสน
4. หาระยะระหวางจุดสองจดุ จุดกงึ่ กลาง ระยะระหวางเสนตรงกบั จุดได
5. หาความชนั ของเสนตรง สมการเสนตรง เสนขนาน เสนตั้งฉาก การนำไปใชในการแกปญหาได
6. เขยี นความสัมพนั ธที่มกี ราฟเปนภาคตัดกรวย เม่ือกำหนดสวนตางๆของภาค ตัดกรวยให และเขียน
กราฟของความสัมพันธน้ันได
7. นำความรูเร่อื งการเลือนแกนทางขนานไปใชในการเขียนกราฟได
8. นำความรเู ร่ืองเรขาคณติ ไปใชแกปญหาได
รวมทั้งหมด 8 ผลการเรยี นรู
189
คำอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม
ค31206 คณิตศาสตรพลวตั 2 กลุมสาระการเรยี นรูคณติ ศาสตร
ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชวั่ โมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
**********************************************************************************
การสืบคน วเิ คราะห และการปฏิบตั ิการ เก่ยี วกับแผนภมู วิ งกลมการสรางตารางแสดงความสัมพันธ
ระหวางความกวาง ความยาว พ้ืนที่ เสนรอบรปู ของรูปสเี่ หลย่ี มมุมฉาก
การนำเครื่องมือกำหนดเองไปใช รูปสี่เหลี่ยมจัตุรสั รูปสามเหล่ียมมุมฉากที่มีความสูงตามกำหนดรูป
สามเหลี่ยมดานเทาและรูปส่ีเหลี่ยมจัตุรสั รูปแสดงจำนวนตรรกยะไดสรางรูปแสดงจำนวนอตรรกยะ และนำ
เคร่อื งมือกำหนดเองไปใชได
โดยจัดประสบการณหรือสรางสถานการณในชีวิตประจำวันที่ใกลตัวผูเรยี นโดยเนนเศรษฐกิจพอเพียง
และเนนความมีคุณธรรมนำความรูใหผูเรียนไดไดศึกษาคนควาโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน
เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณการแกปญหา การใหเหตุผล การสื่อความหมายทาง
คณิตศาสตร และนำประสบการณดานความรู ความคดิ ทักษะกระบวนการที่ไดไปใชในการเรยี นรูสง่ิ ตางๆ และ
ใชในชวี ิตประจำวันอยาสรางสรรค รวมทง้ั เห็นคณุ คาและมเี จตคตทิ ่ดี ีตอคณิตศาสตร สามารถทำงานอยางเปน
ระบบระเบยี บมคี วามรอบคอบ มคี วามรบั ผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมคี วามเชื่อม่นั ในตนเอง
การวัดและประเมินผล ใชวิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเปนจริงใหสอดคลองกับเนื้อหาและ
ทักษะท่ีตองการวดั
ผลการเรยี นรู
1. นกั เรียนสามารถสรางแผนภูมวิ งกลมได
2. นกั เรยี นสามารถสรางตารางแสดงความสัมพนั ธระหวางความกวาง ความยาว พ้ืนที่ เสนรอบรปู
ของรูปส่ีเหลีย่ มมุมฉากได
3. นักเรยี นสามารถสรางเคร่ืองมือกำหนดเองรปู สี่เหลยี่ มจัตรุ ัสได
4. นกั เรียนสามารถสรางเครื่องมือกำหนดเองรูปสามเหล่ยี มมุมฉากที่มีความสูงตามกำหนดได
5. นักเรียนสามารถสรางเครื่องมือกำหนดเองรปู สามเหลี่ยมดานเทาและรูปสี่เหล่ียมจตั ุรัสได
6. นกั เรียนสามารถสรางเครื่องมือกำหนดเองสรางรูปแสดงจำนวนตรรกยะได
7. นกั เรยี นสามารถสรางเครื่องมือกำหนดเองสราง รปู แสดงจำนวนอตรรกยะได
8. นักเรยี นสามารถนำเคร่อื งมือกำหนดเองไปใชได
รวม 8 ผลการเรียนรู
190
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
ค31204 คณติ ศาสตรในชวี ิตประจำวนั (บัญชี 2) กลุมสาระการเรียนรูคณติ ศาสตร
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนวยกติ
**********************************************************************************
ศึกษาฝกทักษะการคดิ คำนวณและฝกทักษะการแกปญหาในสาระตอไปนี้
ศึกษาความรูเบ้ืองตนเก่ียวกับบัญชีความหมายและวิวัฒนาการของการบัญชีจุดประสงคของการบัญชี
ประโยชนของขอมูลการบัญชีขอสมมติฐานตามแมบทการบัญชีความหมายของสินทรัพยหน้ีสินและสวนของ
เจาของสมการบญั ชีการจัดทํางบดุลรายการคาการวเิ คราะหรายการคาการจดบนั ทกึ รายการคาในสมดุ รายวัน
และการผานรายการไปยงั บัญชีแยกประเภท
ฝกทักษะการวิเคราะหรายการคาการจดบันทึกรายการคาในสมุดรายวันและการผานรายการไปยัง
บญั ชีแยกประเภทเพื่อใหมีความรูความเขาใจเกี่ยวกบั ความรูเบ้ืองตนเกี่ยวกบั บัญชีความหมายและวิวัฒนาการ
ของการบัญชีจุดประสงคของการบัญชีประโยชนของขอมูลการบัญชีขอสมมติฐานตามแมบทการบัญชี
ความหมายของสินทรัพยหนี้สินและสวนของเจาของสมการบัญชีการจัดทํางบดุลรายการคาการวิเคราะห
รายการคาการจดบันทกึ รายการคาในสมดุ รายวนั และการผานรายการไปยังบญั ชแี ยกประเภท เพื่อพัฒนา
ทักษะ/กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกปญหา การใหเหตุผล การสื่อ ความหมายทางคณิตศาสตร
และนำประสบการณดานความรู ความคิด ทักษะ กระบวนการที่ไดใชไปในการเรียนรูสิ่งตางๆและใชใน
ชีวิตประจำวันอยางสรางสรรค รวมทั้งเห็นคุณคา และมีเจตคติที่ดีตอวิชาคณิตศาสตรและเชื่อมโยง
คณิตศาสตรกับศาสตรอื่นๆ ได สามารถทำงานอยางเปนระบบ ระเบียบ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มี
วิจารณญาณและเชื่อมั่นในตนเองและสามารถหลกั เศรษฐกิจพอเพียงมาปรับประยุกตใชในชีวิตประจำวันได
การวดั และประเมนิ ผล ใชวิธีทหี่ ลากหลาย ตามสภาพความเปนจริงของเนอื้ หาและทักษะทีต่ องการหามลู คา
ผลการเรยี นรู
1. อธบิ ายความหมายและรปู แบบของงบดลุ และจดั ทำงบดุลไดรวมท้งั มีทกั ษะการคิดทกั ษะ
กระบวนการทำงานมีวนิ ัยใฝเรยี นรมู ุงมัน่ ในการทำงาน
2. อธบิ ายความหมายของรายการคาจำแนกประเภทรายการคาและวิเคราะหรายการคาไดรวมทงั้ มี
ทกั ษะการคิดทักษะกระบวนการทำงานมีวินยั ใฝเรียนรมู ุงม่นั ในการทำงาน
3. อธิบายความหมายของหมวดบัญชแี ยกประเภทบัญชีตามหมวดบญั ชีกำหนดช่อื บัญชจี ากรายการคา
และอธิบายหลกั การบัญชคี ูวิเคราะหรายการคาตามหลักการบญั ชีคูไดรวมทั้งมที ักษะการคดิ ทกั ษะกระบวนการ
ทำงานมีวนิ ัยใฝเรยี นรูมุงมัน่ ในการทำงาน
4. อธบิ ายความหมายของสมุดรายวันจดบนั ทึกรายการในสมดุ รายวนั ทว่ั ไปไดรวมทงั้ มีทักษะการคดิ
ทักษะกระบวนการทำงานมีวินยั ใฝเรยี นรมู ุงม่นั ในการทำงาน
5. อธบิ ายความหมายของสมุดบญั ชีแยกประเภทผานรายการจากสมดุ รายวนั ไปยงั บญั ชแี ยกประเภท
ไดรวมท้ังมีทกั ษะการคดิ ทกั ษะกระบวนการทำงานมวี ินยั ใฝเรยี นรมู ุงม่ันในการทำงาน
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู
191
คำอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน สำหรบั แผนการเรยี นทไ่ี มเนนวทิ ยาศาสตร
ว31102 วทิ ยาศาสตรชวี ภาพ 2 กลุมสาระการเรียนรูวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษา วิเคราะห ทดลอง และอธิบาย กระบวนการถายทอดสารพันธุกรรม กระบวนการคัดเลอื กตาม
ธรรมชาติ ผลของการคัดเลือกตามธรรมชาตติ อความหลากหลายของส่ิงมีชีวติ การเปลย่ี นแปลงทางพันธุกรรม
มิวเทชัน ผลของเทคโนโลยีชวี ภาพที่มีตอมนุษยและสิ่งแวดลอม ผลของความหลากหลายทางชีวภาพที่มีตอ
มนุษยและสิ่งแวดลอม ดุลยภาพของระบบนิเวศ กระบวนการเปลี่ยนแปลงแทนที่ของระบบนิเวศ มนุษยกับ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม ความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพและแนวทางในการดูแล
รักษา สภาพปญหา สาเหตุของปญหาสิง่ แวดลอมและทรัพยากรธรรมชาติ แนวทางในการปองกันแกไขปญหา
สิ่งแวดลอมและทรัพยากรธรรมชาติ การดำเนินการเฝาระวัง อนุรักษ และพัฒนาสิ่งแวดลอมและ
ทรพั ยากรธรรมชาติ ความ
หลากหลายของสง่ิ มีชีวติ ซึ่งเปนผลมาจากวิวฒั นาการ
โดยใชกระบวนการทางวิทยาศาสตร การสืบเสาะหาความรู การสำรวจ ตรวจสอบ การสืบคนขอมูล
อภิปรายและสรุป เพือ่ ใหเกิดความรู ความคิด ความเขาใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ สื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู
และนำความรูไปใชในชีวิตของตนเอง ดูแลรกั ษาสง่ิ มชี ีวติ อ่ืน เฝาระวังและพัฒนา สิง่ แวดลอมอยางย่ังยืน มจี ิต
วิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม และคานิยม สามารถทำงานรวมกบั ผูอื่นไดและเห็นประโยชนการดำรงชีวติ
ตามปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
รหัสตัวชี้วัด
ว 1.1 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4
ว 1.3 ม.4-6/1, ม.4-6/2, ม.4-6/3, ม.4-6/4, ม.4-6/5, ม.4-6/6
รวมท้ังหมด 12 ตัวชว้ี ดั
192
คำอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ว31206 การออกแบบและเทคโนโลยี กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนวยกิต
**********************************************************************************
ศึกษาแนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยี ความสัมพันธกับศาสตรอนื่ โดยเฉพาะวทิ ยาศาสตร หรอื คณติ ศาสตร
รวมทั้งประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตอมนุษย สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดลอม เพื่อเปนแนวทางในการ
พฒั นาเทคโนโลยี ศึกษาการระบุปญหาหรือความตองการท่ีมผี ลกระทบตอสังคม รวบรวม วเิ คราะหขอมลู และ
แนวคดิ ทเ่ี ก่ียวของกับปญหาท่มี คี วามซบั ซอนเพ่ือสงั เคราะหวิธีการ เทคนิคในการแกปญหา โดยคำนึงถึงความ
ถกู ตองดานทรัพยสินทางปญญา ศึกษาการออกแบบวิธีการแกปญหา โดยวิเคราะห เปรยี บเทยี บ และตัดสินใจ
เลือกขอมูลที่จำเปนภายใตเงื่อนไขและทรัพยากรที่มีอยู นำเสนอแนวทางการแกปญหาใหผูอื่นเขาใจดวย
เทคนิคหรือวิธีการที่หลากหลาย โดยใชซอฟตแวรชวยในการออกแบบ วางแผนขั้นตอนการทำงานและ
ดำเนินการแกปญหา การทดสอบ ประเมินผล วิเคราะหและใหเหตุผลของปญหาหรือขอบกพรองที่เกิดข้ึน
ภายใตกรอบเงื่อนไข หาแนวทางการปรบั ปรุงแกไข พรอมท้ังเสนอแนวทางการพัฒนาตอยอด ใชความรูและ
ทักษะเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ เครื่องมือ กลไกไฟฟา อิเล็กทรอนิกส และเทคโนโลยีที่ซับซอนในการแกปญหา
หรือพฒั นางานไดอยางถกู ตอง เหมาะสม และปลอดภยั
โดยอาศยั กระบวนการเรียนรูโดยใชปญหาเปนฐาน (Problem – based Learning) และการเรียนรู
แบบใชโครงงานเปนฐาน (Project – based Learning) เนนใหผูเรียนไดลงมือปฏิบัติ ฝกทักษะการคิด เผชิญ
สถานการณการแกปญหาวางแผนการเรียนรู และนำเสนอผานการทำกิจกรรมโครงงาน
เพื่อใหเกิดทักษะ ความรู ความเขาใจ และทักษะในการวิเคราะหปญหา นำไปสูการสรางตนแบบ
ตลอดจนสามารถนำกระบวนการเทคโนโลยี สรางเทคโนโลยี วิธีการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำรงชีวิต
รวมทัง้ คำนงึ ถงึ ทรัพยสินทางปญญา ตลอดจนนำความรูความเขาใจในวชิ าวิทยาศาสตร และเทคโนโลยไี ปใชให
เกดิ ประโยชนตอสังคม และการดำรงชวี ิต จนสามารถพฒั นากระบวนการคดิ และจินตนาการ ความสามารถใน
การแกปญหาและการจัดการทักษะในการสื่อสาร และความสามารถในการตัดสินใจ และเปนผูที่มีจิตวิทยา
ศาสตร มคี ณุ ธรรม จริยธรรม และคานยิ มในการใชวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยอี ยางสรางสรรค
ตัวชว้ี ดั
ว. 4.1 ม.4/1 ม.4/2 ม.4/3 ม.4/4 ม.4/5
รวม 5 ตัวชว้ี ัด