4. หนา้ ท่ีของกระบงั ลมคืออะไร
ทา้ ใหล้ มอดั เกิดการไหลวน และเกิดแรงเหว่ียงหนีศนู ย์ ละอองนา้ และส่ิงสกปรกตา่ ง ๆ จะไปปะทะกบั ผนงั
ลกู ถว้ ยและตกลงส่ดู า้ นลา่ ง
5. ถา้ ตอ้ งการระบายนา้ ทงิ้ ในกระเปาะแกว้ ตอ้ งทา้ อย่างไร
การระบายนา้ ทงิ้ อาจจะใชต้ วั ระบายนา้ อตั โนมตั ิ ซง่ึ จะระบายนา้ ออกเองเม่ือระดบั นา้ สงู ถงึ ระดบั ท่ีกา้ หนด
หรอื ใชม้ ือกดหรอื คลายสกรูดา่ นลา่ งของลกู ถว้ ย
6. จงบอกสว่ นประกอบของเกจวดั ความดนั ตอ่ ไปนี้
1. ตวั เรือน
2. ทอ่ สปรงิ
3. เขม็ ชี้
4. กระเด่อื ง
5. เฟื องเสีย้ ว
6. เฟื อง 7
7. จงเขียนสญั ลกั ษณข์ องเกจวดั ความดนั ใหส้ มบรู ณ์
8. ถา้ ความดนั ลมดา้ น P2 มีคา่ สงู มากจะทา้ ใหเ้ กิดผลอยา่ งไร
ถา้ ความดนั P2 มีคา่ สงู มาก ความดนั ลมทางดา้ น P2 ก็จะดนั ใหแ้ ผน่ ไดอะแฟรมยกตวั ขนึ้ ดา้ นบน สง่ ผล
ใหส้ ปรงิ ทางดา้ นลา่ งดนั ใหว้ าลว์ ปิด ลมจากดา้ น P1 ไมส่ ามารถไหลผา่ นไปไดเ้ ป็นการหยดุ การจา่ ยลม ความดนั
ลมท่ีสงู เกิน จาก P2จะถกู ระบายทงิ้ ออกสภู่ ายนอกทา้ ใหค้ วามดนั ลดลง สปรงิ จะดนั ใหว้ าลว์ เปิดเพ่ือจา่ ยลมไดอ้ ีก
ครงั้ หน่งึ
9. สปรงิ บงั คบั วาลว์ ทา้ หนา้ ท่ีอะไร
.........................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................
10. ถา้ ตอ้ งการปรบั ความดนั ใชง้ านจะตอ้ งปรบั ชนิ้ สว่ นใด
สกรูปรบั ความดนั
11. นา้ มนั หลอ่ ล่ืนสามารถผสมกบั ลมอดั ไดอ้ ยา่ งไร
.........................................................................................................................................................
12. ถา้ ตอ้ งการปรบั ปรมิ าณนา้ มนั ของอปุ กรณจ์ า่ ยนา้ มนั หลอ่ ล่ืนสามารถทา้ ไดอ้ ยา่ งไร
ปรบั ท่ีสกรู ปรบั การจา่ ยนา้ มนั
บนั ทกึ หลังการสอน
หน่วยที่ 2 ชุดปรับปรุงคุณภาพลมอัด
ผลการใช้แผนการเรียนรู้
1. เนือ้ หาสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาไปใชป้ ฏิบตั ิการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรยี นการสอน
3. ส่ือการสอนเหมาะสมดี
ผลการเรียนของนักเรียน
1. นกั ศกึ ษาส่วนใหญ่มีความสนใจใฝ่ รู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภิปรายตอบคาถามในกลมุ่ และรว่ มกนั ปฏิบตั ิ
ใบงานท่ีไดร้ บั มอบหมาย
2. นกั ศกึ ษากระตือรอื รน้ และรบั ผิดชอบในการทางานกลมุ่ เพ่ือใหง้ านสาเรจ็ ทนั เวลาท่ีกาหนด
3. นกั ศกึ ษาสามารถควบคมุ คณุ ภาพลมอดั
ผลการสอนของครู
1. สอนเนือ้ หาไดค้ รบตามหลกั สตู ร
2. แผนการสอนและวิธีการสอนครอบคลมุ เนือ้ หาการสอนทาใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งม่นั ใจ
3. สอนไดท้ นั ตามเวลาท่ีกาหนด
แผนการสอน/แผนการเรยี นรู้ภาคทฤษฎี
แผนการสอน/การเรยี นรูภ้ าคทฤษฎี หน่วยท่ี 3
ช่ือวชิ า งานนวิ แมตกิ สแ์ ละไฮดรอลิกสเ์ บือ้ งตน้ สอนสปั ดาหท์ ่ี 3
ช่ือหนว่ ย งานควบคมุ กระบอกสบู ทางเดียว คาบรวม 12
ช่ือเรอ่ื ง งานควบคมุ กระบอกสบู ทางเดียว จานวนคาบ 4
หวั ข้อเร่ือง
1. กระบอกสบู ทางเดยี ว
2. วาลว์ คมุ ทิศทางลม
3. โครงสรา้ งและหลกั การทางานของวาลว์
4. วงจรควบคมุ กระบอกสบู ทางเดียว
สาระสาคญั
กระบอกสบู ทางเดียวจะมีรูสาหรบั ตอ่ กบั ทอ่ ลมเพียงรูเดยี ว รูสาหรบั ลมอาจอย่หู วั หรอื ทา้ ยกระบอกสบู
ก็ได้ คือ มีทงั้ แบบปกติกา้ นสบู เคล่ือนท่ีออกและแบบปกติกา้ นสูบเคล่ือนท่ีเขา้ การควบคมุ มกั ใชค้ ่กู ับวาลว์
3/2 กระบอกสบู ทางเดยี วจะใชก้ บั งานท่ีไดไ้ มต่ อ้ งการแรงกระทามากเพราะมีขนาดเล็ก
สมรรถนะอาชพี ประจาหน่วย
- ควบคมุ กระบอกสบู ทางเดียว
คาศัพทส์ าคัญ
วาลว์ ควบคุมทิศทางมีหนา้ ท่ี คือ เปล่ียนทิศทางการไหลของลมอดั ใหไ้ ปตามทิศทางม่ีตอ้ งการทงั้ นี้
เพ่ือใหอ้ ปุ กรณท์ างาน
จุดประสงคก์ ารสอน/การเรียนรู้
จุดประสงคท์ ่วั ไป / บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. เพ่ือใหม้ ีความรูเ้ ก่ียวกบั การบรรยายหนา้ ท่ีและสว่ นประกอบกระบอกสบู ทางานทางเดียว (ดา้ นความรู)้
2. เพ่ือใหม้ ีทกั ษะในการอา่ นสญั ลกั ษณก์ ระบอกสบู ทางานทางเดียว (ดา้ นทกั ษะ)
3. เพ่ือใหม้ ีทกั ษะในการอา่ นสญั ลกั ษณข์ องวาลว์ ควบคมุ ทิศทาง (ดา้ นทกั ษะ)
4. เพ่ือใหม้ ีทกั ษะในการตอ่ วงจรควบคมุ กระบอกสบู สองทาง (ดา้ นทกั ษะ)
5. เพ่ือใหม้ ีทกั ษะทดสอบการทางานของวงจรควบคมุ กระบอกสบู ทางเดียว (ดา้ นทกั ษะ)
6. เพ่ือใหม้ ีเจตคตใิ นจดั ลาดบั หลกั การทางานกระบอกสบู ทางานทางเดียว (ดา้ นจติ พสิ ยั )
7. เพ่ือใหผ้ เู้ รียนควบคมุ กระบอกสบู ทางเดยี วไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม (ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม)
จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. บรรยายหนา้ ท่ีและสว่ นประกอบกระบอกสบู ทางานทางเดียวได้ (ดา้ นความรู)้
2. อา่ นสญั ลกั ษณก์ ระบอกสบู ทางานทางเดียวได้ (ดา้ นทกั ษะ)
3. อา่ นสญั ลกั ษณข์ องวาลว์ ควบคมุ ทิศทางได้ (ดา้ นทกั ษะ)
4. ตอ่ วงจรควบคมุ กระบอกสบู สองทางได้ (ดา้ นทกั ษะ)
5. ทดสอบการทางานของวงจรควบคมุ กระบอกสบู ทางเดยี วได้ (ดา้ นทกั ษะ)
6. จดั ลาดบั หลกั การทางานกระบอกสบู ทางานทางเดียวได้ (ดา้ นจิตพิสยั )
7. ควบคมุ กระบอกสบู ทางเดยี วไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม (ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม)
เนือ้ หาสาระการสอน/การเรียนรู้
• ดา้ นความรู(้ ทฤษฎี)
อปุ กรณ์ทำงำน
อุปกรณ์ทำงำนในระบบนิวแมติกส์ จะทำหนำ้ ท่ีเปล่ียนพลงั งำนของควำมดนั ลมใหเ้ ป็นพลงั งำนกล โดย
ท่ีอุปกรณ์ทำงำนในที่น้ีก็คือ ลูกสบ (Air Cylinder) ซ่ึงสำมำรถแบ่งออกตำมลกั ษณะกำรเคลื่อนที่ คือ กำร
เคล่ือนที่ในแนวเส้นตรง และกำรเคลื่อนท่ีโดยกำรหมุน ลูกสูบจะอำศยั ควำมดนั ลมเป็ นตน้ กำลงั ในกำรทำให้
เคล่ือนท่ีในแนวเส้นตรง ส่วนมอเตอร์ลมจะเกิดกำรหมุนเมื่อมีควำมดนั ลมไหลผำ่ น ซ่ึงเป็นกำรเคลื่อนที่โดยกำร
หมุน
กระบอกสูบทำงำนทำงเดยี ว (Single Acting Cylinder)
กระบอกสูบแบบน้ีจะใชก้ บั งำนที่ตอ้ งกำรแรงกระทำท่ีไม่มำกนกั เนื่องจำกแรงที่กระทำจะถูกตำ้ นดว้ ย
แรงของสปริง ขนำดของกระบอกสูบชนิดน้ีที่นิยมผลิตกนั ที่ระยะชกั ไม่เกิน 100 มม. และระยะไม่เกิน 100
มม.
หลกั กำรทำงำน
กระบอกสูบทำงำนทำงเดียวจะเคล่ือนท่ีออกไดเ้ ม่ือมีแรงดนั ลมเขำ้ ท่ีดำ้ นหวั สูบของกระบอกแรงดนั ลม
จะเอำชนะแรงสปริงทำให้ลูกสูบเคลื่อนที่ออกสุด ในจงั หวะเล่ือนกลบั กำ้ นสูบจะเคลื่อนท่ีกลบั ดว้ ยแรงดนั ของ
สปริง
วำล์วควบคุมทศิ ทำงลม (Directional Control Valve)
วำล์วควบคุมทิศทำงมีหน้ำที่ คือ เปล่ียนทิศทำงกำรไหลของลมอดั ให้ไปตำมทิศทำงม่ีตอ้ งกำรท้งั น้ี
เพ่ือใหอ้ ุปกรณ์ทำงำน เช่น กระบอกสูบ มอเตอร์ลม สำมำรถทำงำนและเคล่ือนที่ในทิศทำงตำมที่ตอ้ งกำรได้
1. ในระบบนิวแมติกส์จะใช้สัญลกั ษณ์แทนอุปกรณ์ในระบบนิวแมติกส์เพ่ือให้ง่ำยต่อกำรทำควำม
เขำ้ ใจ กำรอ่ำนสัญลกั ษณ์วำล์วควมคุมทิศทำงจะข้ึนตนั ดว้ ยจำนวนท่อทำงลมก่อนและตำมดว้ ยตำแหน่งทำงำน
ซ่ึงในลกั ษณ์จะแทนดว้ ยส่ีเหลี่ยม วำลว์ ควบคุมทิศทำงที่ใชใ้ นระบบนิวแมติกส์สำมำรถอธิบำยไดด้ งั น้ี
2. กลไกบงั คบั กำรทำงำน
3. กำรอำ่ นช่ือวำลว์ จำกสัญลกั ษณ์
2 ตวั แรก หมำยถึง จำนวนรู (Port) ของวำลว์
2 ตวั หลงั หมำยถึง จำนวนตำแหน่ง (Position) กำรทำงำนของวำลว์
โครงสร้ำงและหลกั กำรทำงำนของวำล์ว
1. วำลว์ 2/2 ปกติปิ ด บงั คบั กำรทำงำนดว้ ยกลไกและกลบั ดว้ ยสปริง
กำรทำงำนในตำแหน่งปกติลมจำก P จะถูกปิ ด เม่ือมีแรงกดท่ีกำ้ นลิ้นจะทำใหล้ ิ้นเปิ ดลมจำก P ผำ่ น
ไป A ได้
2. วำลว์ บงั คบั ทิศทำงแบบ 3/2
วำลว์ แบบ 3/2 ปกติปิ ด บงั คบั กำรทำงำนดว้ ยมือและกลบั ดว้ ยสปริง
กำรทำงำน ในตำแหน่งปกติลมจำก P จะถูกปิ ดรู A และ R จะต่อถึงกนั เมื่อออกแรงกดที่ป่ ุมกดจะ
ทำใหล้ ิ้นเปิ ด ลมจำก P ผำ่ นไป A เม่ือปล่อยมือสปริงจะดนั ใหว้ ำลว์ กลบั สู่ตำแหน่งเดิม
วงจรควบคุมกำรทำงำนของกระบอกสูบทำงเดยี ว
กำรทำงำน เมื่อกดวำล์ว 3/2 ลมอดั ก็ไหลจำกรู P ไปรู A เขำ้ ไปดนั ลูกสูบทำให้ก้ำนสูบเล่ือนออก
ส่วนรู R จะถูกปิ ด เม่ือปล่อยวำลว์ สปริงกลบั ตำแหน่งปกติ ลูกสูบก็จะเล่ือยกลบั ดว้ ยแรงสปริงภำยใน ทำใหล้ ม
คำ้ งอยใู่ นกระบอกสูบถูกระบำยออกสู่บรรยำกำศที่รู R ได้ ส่วนทำงลมอดั เขำ้ P จะถูกปิ ด
กิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ขัน้ ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ขัน้ ตอนการเรียนรู้หรอื กจิ กรรมของนักเรยี น
1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )
1. ผู้สอนให้ผู้เรียนทดลองอ่านสัญ ลักษณ์ 1. ผู้เรียนทดลองอ่านสัญลักษณ์กระบอกสูบ
กระบอกสูบทางานทางเดียวพรอ้ มอธิบาย ทางานทางเดียวพรอ้ มอธิบายเหตผุ ลประกอบ
เหตผุ ลประกอบ
2. ผสู้ อนแจง้ จุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยท่ี 2. ผสู้ อนแจง้ จุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยท่ี 3
3 เร่ือง งานควบคมุ กระบอกสบู ทางเดียว เร่ือง งานควบคมุ กระบอกสบู ทางเดียว
3. ผู้สอนให้ผู้เรียนระดมความคิด รวบรวม 3. ผู้สอนให้ผู้เรียนระดมความคิด รวบรวม
หนา้ ท่ีและส่วนประกอบกระบอกสูบทางาน หน้าท่ีและส่วนประกอบกระบอกสูบทางาน
ทางเดียว ทางเดียว
2. ขั้นใหค้ วามรู้ (165 นาท)ี 2. ขั้นให้ความรู้ (165 นาที )
1. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนเปิด PowerPoint หน่วยท่ี 1. ผู้เรียนเปิ ด PowerPoint หน่วยท่ี 3 เร่ือง
3 เร่ือง งานควบคมุ กระบอกสบู ทางเดียว งานควบคมุ กระบอกสบู ทางเดียว และศกึ ษา
และให้ผูเ้ รียนศึกษาเอกสารประกอบการ เอกสารประกอบการสอน วชิ า งานนิวแมตกิ ส์
สอน วิชา งานนิวแมติกสแ์ ละไฮดรอลิกส์ และไฮดรอลิกสเ์ บือ้ งตน้ หนา้ ท่ี 24-32 โดย
เบือ้ งตน้ หน้าท่ี 24-32 โดยผู้สอนสอนที ผสู้ อนสอนทีละหนา้
ละหนา้
2. ผสู้ อนอธิบายความรูเ้ พ่ิมเตมิ และใหผ้ เู้ รียน 2. ผู้เรียนช่วยกันทดสอบการทางานของวงจร
ชว่ ยกนั ทดสอบการทางานของวงจรควบคมุ ควบคมุ กระบอกสบู ทางเดยี ว
กระบอกสบู ทางเดยี ว
3. ผสู้ อนเปิดโอกาส ใหผ้ เู้ รยี นถามปัญหา และ 3. ผูส้ อนเปิดโอกาส ให้ผูเ้ รียนถามปัญหา และ
ข้อสงสัยจากเนื้อหา โดยครูเป็ นผู้ตอบ ขอ้ สงสยั จากเนือ้ หา โดยครูเป็นผตู้ อบปัญหา
ปัญหาท่ีเกิดขนึ้ ระหวา่ งการเรียนการสอน ท่ีเกิดขนึ้ ระหวา่ งการเรยี นการสอน
กิจกรรมการเรยี นการสอนหรือการเรยี นรู้
ขัน้ ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ขัน้ ตอนการเรยี นรู้หรือกจิ กรรมของนักเรยี น
3. ขั้นประยุกตใ์ ช้ ( 150 นาที ) 3. ขั้นประยุกตใ์ ช้ ( 150 นาที )
1. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาใบประลองท่ี 1 หนา้ 33- 1. ผเู้ รียนทาใบประลองท่ี 1 หนา้ 33-34
34
2. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาใบประลองท่ี 2 หนา้ 35- 2. ผเู้ รียนทาใบประลองท่ี 2 หนา้ 35-36
36
3. ผสู้ อนใหผ้ ูเ้ รียนสืบคน้ ขอ้ มูลจากอินเทอรเ์ น็ต 3. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนสืบคน้ ขอ้ มูลจากอินเทอรเ์ น็ต
และ Web Guide หนา้ ท่ี 33 และ Web Guide หนา้ ท่ี 33
4. ขั้นสรุปและประเมินผล ( 30 นาที ) 4. ขั้นสรุปและประเมินผล ( 30 นาที )
1. ผสู้ อนและผูเ้ รียนรว่ มกันสรุปเนือ้ หาท่ีไดเ้ รียน 1. ผสู้ อนและผูเ้ รียนรว่ มกนั สรุปเนือ้ หาท่ีไดเ้ รียน
ใหม้ ีความเขา้ ใจในทศิ ทางเดยี วกนั เพ่ือใหม้ ีความเขา้ ใจในทศิ ทางเดียวกนั
2. ผู้สอนให้ผู้เรียนทาแบบทดสอบหน่วยท่ี 3 2. ผู้เรียนทาแบบทดสอบหน่วยท่ี 3 และสลับ
และใหผ้ เู้ รียนสลบั หนงั สือกนั โดยใหผ้ สู้ อนเป็น หนงั สือกบั เพ่ือนแลว้ ฟังเฉลยจากผสู้ อน
ผเู้ ฉลย
3. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รยี นทาแบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 3 3. ผเู้ รยี นทาแบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 3
(บรรลุจุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรมข้อที่ 1-7) (บรรลุจุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรมข้อที่ 1-7)
(รวม 240 นาที หรือ 4 คาบเรยี น)
งานทมี่ อบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมินผล
กอ่ นเรียน
1. จดั เตรียมหนงั สือวชิ า งานนิวแมตกิ และไฮดรอลิกส์ หนว่ ยท่ี 3 เร่ือง งานควบคมุ กระบอกสบู ทาง
เดยี ว
2. หนา้ ท่ีและสว่ นประกอบกระบอกสบู ทางานทางเดียว
ขณะเรยี น
1. แบบฝึกหดั ท่ี 3
หลังเรยี น
1. รว่ มกนั สรุปเนือ้ หาหนว่ ยท่ี 3 เร่อื ง งานควบคมุ กระบอกสบู ทางเดียว
2. ทาแบบทดสอบหนว่ ยท่ี 3 เร่ือง งานควบคมุ กระบอกสบู ทางเดียว
คาถาม
1. จงบอกคณุ ลกั ษณะของกระบอกสบู ทางเดยี วมาพอเขา้ ใจ
2. จงบอกขอ้ แตกตา่ งของวาลว์ 2/2 และวาลว์ 3/2 ในการนาไปใชง้ าน
ผลงาน/ชนิ้ งาน/ความสาเร็จของผู้เรยี น
ใบประลอง แบบทดสอบ แบบฝึกหดั
สมรรถนะทพี่ งึ ประสงค์
ผเู้ รียนสรา้ งความเขา้ ใจเก่ียวกบั งานควบคมุ กระบอกสบู ทางเดียว
1. วิเคราะหแ์ ละตีความหมาย
2. ตงั้ คาถาม
3. อภิปรายแสดงความคดิ เหน็ ระดมสมอง
4. การประยกุ ตค์ วามรูส้ งู่ านอาชีพ
สมรรถนะการปฏิบัตงิ านอาชพี
- ควบคมุ กระบอกสบู ทางเดยี ว
สมรรถนะการขยายผล
จากการเรียน เร่ือง งานควบคมุ กระบอกสูบทางเดียว ผูเ้ รียนจะไดร้ บั ความรู้ เร่ือง กระบอกสูบทาง
เดียว วาลว์ คมุ ทิศทางลม โครงสรา้ งและหลกั การทางานของวาลว์ วงจรควบคมุ กระบอกสบู ทางเดียว ผเู้ รียน
สามารถนาความรูท้ ่ีไดม้ าสรา้ งสรรคแ์ ละประยกุ ตใ์ ชเ้ กิดประโยชนใ์ นการปฏิบตั ิอาชีพ
สอ่ื การเรียนการสอน/การเรียนรู้
ส่อื สง่ิ พมิ พ์
1. เอกสารประกอบการสอนวชิ า งานนิวแมตกิ สแ์ ละไฮดรอลกิ สเ์ บอื้ งตน้ (ใชป้ ระกอบการเรยี นการ
สอนจดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-7)
2. ใบประลองท่ี 1
3. ใบประลองท่ี 2
4. แบบทดสอบหน่วยท่ี 3 เร่อื ง ชดุ ปรบั ปรุงคณุ ภาพลมอดั
5. แบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 3 เร่ือง ชดุ ปรบั ปรุงคณุ ภาพลมอดั
สือ่ โสตทัศน์ (ถา้ มี)
1. เอกสารประกอบการสอน วิชา งานนวิ แมตกิ สแ์ ละไฮดรอลิกสเ์ บอื้ งตน้ หนว่ ยท่ี 3 เร่ือง งาน
ควบคมุ กระบอกสบู ทางเดียว
ส่ือของจริง
1. เคร่อื งไมโครคอมพวิ เตอร์ ฮารด์ แวรค์ อมพิวเตอร์ (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจดุ ประสงคเ์ ชงิ
พฤตกิ รรมขอ้ ท่ี 1-7)
2. งานควบคมุ กระบอกสบู ทางเดียว
แหล่งการเรียนรู้
ในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมดุ วิทยาลยั
2. หอ้ งปฏิบตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
นอกสถานศกึ ษา
1. หอ้ งสมดุ ประชาชน
2. สถานประกอบการ
การบรู ณาการ/ความสัมพันธก์ ับวชิ าอนื่
1. บรู ณาการกบั วิชาชีวิตและวฒั นธรรมไทย ดา้ นการพดู การอ่าน การเขียน และการฝึกปฏิบตั ติ น
ทางสงั คมดา้ นการเตรียมความพรอ้ ม ความรบั ผดิ ชอบ และความสนใจใฝ่รู้
2. บรู ณาการกบั วิชาการบรหิ ารการจดั ซือ้ ดา้ นการซือ้ การแสวงหาผลติ ภณั ฑ์
3. บรู ณาการกบั วชิ ากีฬาเพ่ือพฒั นาสขุ ภาพและบคุ ลิกภาพ ดา้ นบคุ ลิกภาพในการนาเสนอหนา้ ชนั้
เรียน
4. บรู ณาการกบั วชิ าหลกั เศรษฐศาสตร์ ดา้ นการเลือกใชท้ รพั ยากรอยา่ งประหยดั
การประเมนิ ผลการเรียนรู้
หลักการประเมนิ ผลการเรียนรู้
ก่อนเรียน
1. สงั เกตการรวมกลมุ่ อภิปราย
2. ประเมินผลการนาเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
ขณะเรยี น
1. ใบประลองท่ี 1
2. ใบประลองท่ี 2
หลังเรียน
1. เฉลยแบบทดสอบ
2. เฉลยแบบฝึกหดั
ผลงาน/ชนิ้ งาน/ผลสาเร็จของผู้เรียน
ใบประลอง แบบทดสอบ แบบฝึกหดั
รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรียนรู้
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม ขอ้ ท่ี 1 บรรยายหนา้ ท่ีและสว่ นประกอบกระบอกสบู ทางานทางเดยี วได้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่อื งมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อธิบายหนา้ ท่ีและสว่ นประกอบชดุ ปรบั ปรุงคณุ ภาพลมอดั ได้ จะได้ 1
คะแนน
จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม ขอ้ ท่ี 2 อา่ นสญั ลกั ษณก์ ระบอกสบู ทางานทางเดียวได้
1. วธิ ีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เคร่อื งมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อา่ นสญั ลกั ษณก์ ระบอกสบู ทางานทางเดยี วได้ จะได้ 1 คะแนน
จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม ขอ้ ท่ี 3 อา่ นสญั ลกั ษณข์ องวาลว์ ควบคมุ ทิศทางได้
1. วธิ ีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เคร่อื งมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อา่ นสญั ลกั ษณข์ องวาลว์ ควบคมุ ทิศทางได้ จะได้ 1 คะแนน
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม ขอ้ ท่ี 4 ตอ่ วงจรควบคมุ กระบอกสบู สองทางได้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่อื งมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ตอ่ วงจรควบคมุ กระบอกสบู สองทางได้ จะได้ 2 คะแนน
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม ขอ้ ท่ี 5 ทดสอบการทางานของวงจรควบคมุ กระบอกสบู ทางเดียวได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่อื งมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ทดสอบการทางานของวงจรควบคมุ กระบอกสบู ทางเดยี วไดจ้ ะได้ 2
คะแนน
จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม ขอ้ ท่ี 6 จดั ลาดบั หลกั การทางานกระบอกสบู ทางานทางเดียวได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่อื งมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : จดั ลาดบั หลกั การทางานกระบอกสบู ทางานทางเดียวได้ จะได้ 1 คะแนน
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม ขอ้ ท่ี 7 ควบคมุ กระบอกสบู ทางเดยี วไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่อื งมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ควบคมุ กระบอกสบู ทางเดียวไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม จะได้ 2 คะแนน
ใบประลองที่ 1
งำนควบคุมกระบอกสูบทำงเดียว
ใบประลองที่ 1.1 วงจรกำรควบคุมกระบอกสูบทำงเดียวโดยตรง
คำสงั่ 1. เตรียมอุปกรณ์
2. ตอ่ วงจรตำมวงจรที่กำหนด
3. ทดสอบกำรทำงำนของวงจร
4. สรุปผลกำรประลอง
อธิบำยหลกั กำรทำงำนของวงจร
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
อุปกรณ์
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………..……
ใบวเิ ครำะห์กำรประลองท่ี 1.1
จงตอบคำถำมต่อไปน้ี
1. เมื่อตอ้ งกำรใหก้ ำ้ นสูบทำงำนไดต้ ำมเงื่อนไขต่อไปน้ี จะตอ้ งทำอยำ่ งไร
1.1 กำ้ นสูบเคลื่อนท่ีออก ทำไดโ้ ดย …………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………….
1.2 กำ้ นสูบเคล่ือนที่เขำ้ ทำไดโ้ ดย ………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………
1.3 กำ้ นสูบเคล่ือนท่ีออกแลว้ คำ้ งไว้ ทำไดโ้ ดย …………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………..
2. ถำ้ ตอ้ งกำรใหก้ ำ้ นสูบอยใู่ นตำแหน่งปกติออกสุด และเมื่อกดวำลว์ บงั คบั ทิศทำงกำ้ นสูบเลื่อนเขำ้ จะตอ้ ง
เปล่ียนแปลงอะไร จงเขียนวงจรใหส้ มบูรณ์
ใบประลองที่ 1.2 วงจรกำรควบคุมกระบอกสูบทำงเดยี วโดยทำงอ้อม
คำสั่ง 1. เตรียมอุปกรณ์
2. ตอ่ วงจรตำมวงจรที่กำหนดให้
3. ทดสอบกำรทำงำนของวง
4. สรุปผลกำรประลอง
อธิบำยหลกั กำรทำงำนของวงจร
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………...
อปุ กรณ์
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………..…………...
ใบวเิ ครำะห์กำรประลองที่ 1.2
จงตอบคำถำมต่อไปน้ี
1. เมื่อตอ้ งกำรใหก้ ำ้ นสูบทำงำนไดต้ ำมเง่ือนไขตอ่ ไปน้ี จะตอ้ งทำอยำ่ งไร
1.1 กำ้ นสูบเคลื่อนท่ีออก ทำไดโ้ ดย …………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………….
1.2 กำ้ นสูบเคล่ือนท่ีเขำ้ ทำไดโ้ ดย ………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………
2. เพรำะเหตุใดจึงตอ้ งควบคุมกระบอกสูบโดยทำงออ้ ม
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
3. กำรติดต้งั วำลว์ 3/2 บงั คบั กำรทำงำนดว้ ยลม ควรจะติดต้งั อยำ่ งไร
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
แบบทดสอบท่ี 3
1. ขอ้ ใด คือ สัญลกั ษณ์ของกระบอกสูบทำงำนทำงเดียว
2. จำกรูปโครงสร้ำงของกระบอกสูบทำงเดียว หมำยเลข 1 หมำยถึงอะไร
ก. บูชกำ้ นสูบ
ข. ซีลลูกสูบ
ค. กำ้ นสูบ
ง. ตวั จบั กระบอกสูบ
3. จำกรูปโครงสร้ำงของกระบอกสูบทำงเดียวในขอ้ 2 หมำยเลข 2 หมำยถึงอะไร
ก. บูชกำ้ นสูบ
ข. ซีลลูกสูบ
ค. กำ้ นสูบ
ง. ตวั จบั กระบอกสูบ
4. จำกรูปโครงสร้ำงของกระบอกสูบทำงเดียวในขอ้ 2 หมำยเลข 4 หมำยถึงอะไร
ก. บูชกำ้ นสูบ
ข. ซีลลูกสูบ
ค. กำ้ นลูกสูบ
ง. ตวั จบั กระบอกสูบ
5. กระบอกสูบทำงำนทำงเดียวทำงำนไดอ้ ยำ่ งไร
ก. เคลื่อนท่ีออกดว้ ยลมดนั ดำ้ นหวั สูบ วงิ่ กลบั ดว้ ยสปริงภำยใน
ข. เคล่ือนที่ออกดว้ ยแรงดนั สปริง วง่ิ กลบั ดว้ ยลมอดั
ค. เคล่ือนที่ออกและกลบั ดว้ ยแรงดนั สปริง
ง. ใชล้ มดนั ท้งั ตอนเคลื่อนที่ออก และเคลื่อนที่กลบั
6. วำลว์ ควบคุมทิศทำงลม ทำหนำ้ ท่ีอะไร
ก. ควบคุมกำรไหลของลมอดั ใหไ้ หลผำ่ นทำงเดียว
ข. ควบคุมปริมำณกำรไหลของลมอดั ท่ีจะส่งไปยงั อุปกรณ์ทำงำน
ค. ควบคุมทิศทำงกำรไหลของลมอดั ใหไ้ ปตำมทิศทำงที่ตอ้ งกำร
ง. ควบคุมกำรปิ ด-เปิ ด กำรไหลของลม
7. เส้นท่ีมีหวั ลูกศรของสญั ลกั ษณ์วำลว์ ควบคุมทิศทำงลม แสดงถึงอะไร
ก. ท่อต่อลมอดั เขำ้ วำลว์
ข. ท่อต่อลมอดั ไปใชง้ ำน
ค. ท่อต่อลมระบำยทิง้
ง. ท่อต่อลมสัญญำณ
8. เส้นตรงมีเส้นตดั ขวำงของสัญลกั ษณ์วำลว์ ควบคุมทิศทำงลม แสดงถึงอะไร
ก. ท่อต่อลมถูกปิ ดผำ่ นไมไ่ ด้
ข. ท่อต่อลมอดั ไปใชง้ ำน
ค. ท่อต่อลมระบำยทิง้
ง. ทอ่ ต่อลมสัญญำณ
9. จำกสัญลกั ษณ์ท่ีกำหนดใดเ้ ป็ นวำลว์ ชนิดใด
ก. วำลว์ 2/2
ข. วำลว์ 3/2
ค. วำลว์ 4/2
ง. วำลว์ 5/2
10. จำกรูปโครงสร้ำงของวำลว์ สำมำรถเขียนดว้ ยสญั ลกั ษณ์ใด
11. ถำ้ ตอ้ งกำรใหล้ มจำก P ไป A สำมำรถทำไดโ้ ดย
ก. ป้อนลมเขำ้ ท่ี Z
ข. กด Plunger
ค. กดสปริงใหย้ บุ ตวั
ง. ป้อนลมเขำ้ ที่ P
12. วำลว์ สำมำรถกลบั สู่ตำแหน่งเดิมไดโ้ ดย
ก. ระบำยลมออก
ข. สปริงดนั กลบั
ค. แรงดนั ลม
ง. กดแกนบงั คบั
13. รู R มีประโยชน์อยำ่ งไร
ก. ชดเชยแรงดนั ลม
ข. ลดแรงดนั ลม
ค. ระบำยลมท้งั
ง. รูต่อลมใชง้ ำน
14. จำกรูปโครงสร้ำงของวำลว์ สำมำรถเขียนแทนดว้ ยสัญลกั ษณ์ใด
15. จำกรูปในขอ้ 14 ถำ้ ตอ้ งกำรใหล้ มจำก P ไป A สำมำรถทำไดโ้ ดย
ก. ป้อนลมเขำ้ ท่ี Z
ข. กด Plunger
ค. กดสปริงใหย้ บุ ตวั
ง. ป้อนลมเขำ้ ท่ี P
แบบฝึ กหัดท่ี 3
จงตอบคำถำมต่อไปน้ี
1. จงบอกคุณลกั ษณะของกระบอกสูบทำงเดียวมำพอเขำ้ ใจ
1.1 ………………………………………………………………………………………………………
1.2 ………………………………………………………………………………………………………
1.3 ………………………………………………………………………………………………………
2. จงบอกขอ้ แตกต่ำงของวำลว์ 2/2 และวำลว์ 3/2 ในกำรนำไปใชง้ ำน
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………...
3. อธิบำยกำรทำงำนของวงจร
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………...
แบบประเมนิ ผลกำรนำเสนอผลงำน
ช่ือกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รำยช่ือสมำชิก
1……………………………………เลขที่……. 2……………………………………เลขท่ี…….
3……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขท่ี…….
ท่ี รำยกำรประเมิน คะแนน ขอ้ คิดเห็น
32 1
1 เน้ือหำสำระครอบคลมุ ชดั เจน (ควำมรู้เก่ียวกบั เน้ือหำ ควำมถกู ตอ้ ง
ปฏิภำณในกำรตอบ และกำรแกไ้ ขปัญหำเฉพำะหนำ้ )
2 รูปแบบกำรนำเสนอ
3 กำรมีส่วนร่วมของสมำชิกในกลุ่ม
4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยำ ท่ำทำงในกำรพดู น้ำเสียง ซ่ึงทำให้ผฟู้ ังมีควำม
สนใจ
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
เกณฑ์ การให้ คะแนน
1. เน้ือหำสำระครอบคลุมชดั เจนถูกตอ้ ง
3 คะแนน = มีสำระสำคญั ครบถว้ นถูกตอ้ ง ตรงตำมจุดประสงค์
2 คะแนน = สำระสำคญั ไมค่ รบถว้ น แต่ตรงตำมจุดประสงค์
1 คะแนน = สำระสำคญั ไมถ่ ูกตอ้ ง ไมต่ รงตำมจุดประสงค์
2. รูปแบบกำรนำเสนอ
3 คะแนน = มรี ูปแบบกำรนำเสนอท่ีเหมำะสม มกี ำรใชเ้ ทคนิคที่แปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยี
ประกอบกำร นำเสนอที่น่ำสนใจ นำวสั ดุในทอ้ งถ่ินมำประยกุ ตใ์ ชอ้ ยำ่ งคุม้ ค่ำและประหยดั
2 คะแนน = มีเทคนิคกำรนำเสนอท่ีแปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยปี ระกอบกำรนำเสนอที่น่ำสน ใจ
แต่ขำด กำรประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถิ่น
1 คะแนน = เทคนิคกำรนำเสนอไมเ่ หมำะสม และไม่น่ำสนใจ
3. กำรมีส่วนร่วมของสมำชิกในกลุ่ม
3 คะแนน = สมำชิกทุกคนมีบทบำทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
2 คะแนน = สมำชิกส่วนใหญ่มีบทบำทและมสี ่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมำชิกส่วนนอ้ ยมีบทบำทและมสี ่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4. ควำมสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมำกกวำ่ ร้อยละ 90 สนใจ และใหค้ วำมร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และใหค้ วำมร่วมมอื
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกวำ่ ร้อยละ 70 สนใจ และใหค้ วำมร่วมมอื
แบบประเมนิ กระบวนกำรทำงำนกล่มุ
ช่ือกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รำยชื่อสมำชิก 2……………………………………เลขท่ี…….
4……………………………………เลขที่…….
1……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขที่…….
ท่ี รำยกำรประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
1 กำรกำหนดเป้ำหมำยร่วมกนั 321
2 กำรแบ่งหนำ้ ที่รับผดิ ชอบและกำรเตรียมควำมพร้อม
3 กำรปฏิบตั ิหนำ้ ท่ีที่ไดร้ บั มอบหมำย
4 กำรประเมินผลและปรบั ปรุงงำน
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ท่ี…………เดือน……………………..พ.ศ…………...
เกณฑ์ การให้ คะแนน
1. กำรกำหนดเป้ำหมำยร่วมกนั
3 คะแนน = สมำชิกทกุ คนมีส่วนร่วมในกำรกำหนดเป้ำหมำยกำรทำงำนอยำ่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมำชิกส่วนใหญม่ ีส่วนร่วมในกำรกำหนดเป้ำหมำยในกำรทำงำน
1 คะแนน = สมำชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในกำรกำหนดเป้ำหมำยในกำรทำงำน
2. กำรมอบหมำยหนำ้ ท่ีรับผิดชอบและกำรเตรียมควำมพร้อม
3 คะแนน = กระจำยงำนไดท้ วั่ ถึง และตรงตำมควำมสำมำรถของสมำชิกทุกคน มีกำรจดั เตรียมสถำนท่ี ส่ือ /
อุปกรณ์ไวอ้ ยำ่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจำยงำนไดท้ วั่ ถึง แต่ไม่ตรงตำมควำมสำมำรถ และมีสื่อ / อุปกรณ์ไวอ้ ยำ่ งพร้อมเพรียง แตข่ ำด
กำรจดั เตรียมสถำนที่
1 คะแนน = กระจำยงำนไม่ทวั่ ถึงและมีส่ือ / อปุ กรณ์ไมเ่ พียงพอ
3. กำรปฏิบตั ิหนำ้ ที่ที่ไดร้ ับมอบหมำย
3 คะแนน = ทำงำนไดส้ ำเร็จตำมเป้ำหมำย และตำมเวลำที่กำหนด
2 คะแนน = ทำงำนไดส้ ำเร็จตำมเป้ำหมำย แต่ชำ้ กวำ่ เวลำที่กำหนด
1 คะแนน = ทำงำนไมส่ ำเร็จตำมเป้ำหมำย
4. กำรประเมินผลและปรับปรุงงำน
3 คะแนน = สมำชิกทุกคนร่วมปรึกษำหำรือ ติดตำม ตรวจสอบ และปรับปรุงงำนเป็ นระยะ
2 คะแนน = สมำชิกบำงส่วนมีส่วนร่วมปรึกษำหำรือ แตไ่ มป่ รับปรุงงำน
1 คะแนน = สมำชิกบำงส่วนไม่มีส่วนร่วมปรึกษำหำรือ และปรับปรุงงำน
เฉลยแบบทดสอบ
1. ง
2. ก
3. ข
4. ค
5. ก
6. ค
7. ข
8. ก
9. ข
10 ก, ข
11 ข
12 ข
13 ค
14 ง
15 ก
เฉลยแบบฝึ กหดั ที่ 3
จงตอบคาถามตอ่ ไปนี้
1. จงบอกคณุ ลกั ษณะของกระบอกสบู ทางเดียวมาพอเขา้ ใจ
1.1 มีรูตอ่ ลมเขา้ 1 รูเทา่ นนั้
1.2 มีขนาดเล็ก ใชก้ บั แรงไมม่ าก
1.3 มีสปรงิ อยภู่ ายใน
2. จงบอกขอ้ แตกตา่ งของวาลว์ 2/2 และวาลว์ 3/2 ในการนาไปใชง้ าน
วาลว์ 2/2 สว่ นใหญ่ใชเ้ ป็นวาลว์ เปิด-ปิด ไมน่ ิยมนาไปใชเ้ ป็นวาลว์ ควบคมุ เพราะถา้ ใชค้ วบคมุ กระบอก
สบู ขณะลกู สบู เคล่ือนท่ีเขา้ ลมไมส่ ามารถระบายทงิ้ ได้ ลกู สบู กลบั ไดไ้ มส่ ดุ ชว่ งชกั วาลว์ 3/2 นยิ มใชเ้ ป็น
วาลว์ ควบคมุ เพราะ มีรูระบาย นิยมใชใ้ นวงจรควบคมุ ท่วั ไป
3. อธิบายการทางานของวงจร
เมื่อยงั ไม่ไดก้ ดวำลว์ 3/2 กำ้ นลูบจะเคล่ือนท่ีออกเพรำะแรงดนั สปริง ในกระบอกสูบ 1.0 เม่ือกดวำล์ว 3/2
ลมจำก P ออกสู่ A แรงดนั ลมชนะแรงดนั สปริงทำให้กำ้ นสูบเคลื่อนที่เขำ้ ลมในกระบอกสูบระบำยที่รู R ของ
กระบอกสูบ 1.0
เฉลยใบประลองท่ี 1
งำนควบคุมกระบอกสูบทำงเดยี ว
ใบประลองท่ี 1.1 วงจรกำรควบคุมกระบอกสูบทำงเดียวโดยตรง
คำสง่ั 1. เตรียมอุปกรณ์
5. ต่อวงจรตำมวงจรท่ีกำหนด
6. ทดสอบกำรทำงำนของวงจร
7. สรุปผลกำรประลอง
อธิบำยหลกั กำรทำงำนของวงจร
เมื่อกดวำลว์ 3/2 ลมจะไหลจำกรู P ไปรู A เขำ้ ไป ดนั ใหก้ ำ้ นสูบเลื่อนออก เม่ือปล่อยวำลว์ สปริงจะดนั ให้
วำลว์ กลบั ตำแหน่งปกติ ลูกสูบกจ็ ะเล่ือนกลบั ดว้ ยแรงสปริงภำยใน ทำใหล้ มท่ีคำ้ งอยใู่ นกระบอกสูบถูกระบำยออก
สู่บรรยำกำศท่ีรู R ได้
อุปกรณ์
1. Service Unit
2. 3/2 Way Valve Normally Closed Set by Pushbutton and Reset by Spring
3. กระบอกสูบทำงำนทำงเดียว (Single Acting Cylinder)
ใบวเิ ครำะห์กำรประลองท่ี 1.1
จงตอบคำถำมต่อไปน้ี
3. เมื่อตอ้ งกำรใหก้ ำ้ นสูบทำงำนไดต้ ำมเงื่อนไขต่อไปน้ี จะตอ้ งทำอยำ่ งไร
3.1 กำ้ นสูบเคล่ือนท่ีออก ทำไดโ้ ดย …………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………….
3.2 กำ้ นสูบเคลื่อนท่ีเขำ้ ทำไดโ้ ดย ………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………
3.3 กำ้ นสูบเคลื่อนที่ออกแลว้ คำ้ งไว้ ทำไดโ้ ดย …………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………..
4. ถำ้ ตอ้ งกำรใหก้ ำ้ นสูบอยใู่ นตำแหน่งปกติออกสุด และเมื่อกดวำลว์ บงั คบั ทิศทำงกำ้ นสูบเลื่อนเขำ้ จะตอ้ ง
เปลี่ยนแปลงอะไร จงเขียนวงจรใหส้ มบูรณ์
ใบประลองที่ 1.2 วงจรกำรควบคุมกระบอกสูบทำงเดียวโดยทำงอ้อม
คำสั่ง 1. เตรียมอุปกรณ์
5. ต่อวงจรตำมวงจรที่กำหนดให้
6. ทดสอบกำรทำงำนของวง
7. สรุปผลกำรประลอง
อธิบำยหลกั กำรทำงำนของวงจร
เม่ือกดวำล์ว 1.2 ลมจะไหลจำกรู P ไปรู A เขำ้ ไปดนั ให้วำล์ว 1.1 เปล่ียนตำแหน่งกำ้ นสูบเล่ือนออก เมื่อปล่อย
วำล์ว 1.2 ลมท่ีป้อนให้วำล์ว 1.1 ถูกตดั สปริงจะดนั ให้วำล์ว 1.1 กลบั ตำแหน่งปกติ กำ้ นสูบก็จะเล่ือนกลบั ดว้ ยแรง
สปริงภำยใน
อปุ กรณ์
1. Service Unit
2. 3/2 Way Valve N.C. Set by Pushbutton and Reset by Spring 3/2 Way Valve N.C. Set by Pressure and
Reset by Spring
3. กระบอกสูบทำงำนทำงเดียว (Single Acting Cylinder)
ใบวเิ ครำะห์กำรประลองท่ี 1.2
จงตอบคำถำมต่อไปน้ี
4. เมื่อตอ้ งกำรใหก้ ำ้ นสูบทำงำนไดต้ ำมเง่ือนไขต่อไปน้ี จะตอ้ งทำอยำ่ งไร
4.1 กำ้ นสูบเคลื่อนท่ีออก ทำไดโ้ ดย …………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………….
4.2 กำ้ นสูบเคล่ือนท่ีเขำ้ ทำไดโ้ ดย ………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………
5. เพรำะเหตุใดจึงตอ้ งควบคุมกระบอกสูบโดยทำงออ้ ม
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
6. กำรติดต้งั วำลว์ 3/2 บงั คบั กำรทำงำนดว้ ยลม ควรจะติดต้งั อยำ่ งไร
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
บนั ทกึ หลังการสอน
หน่วยท่ี 3 งานควบคมุ กระบอกสูบทางเดยี ว
ผลการใช้แผนการเรียนรู้
1. เนือ้ หาสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
2. สามารถนาไปใชป้ ฏิบตั กิ ารสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรยี นการสอน
3. ส่ือการสอนเหมาะสมดี
ผลการเรียนของนักเรียน
1. นกั ศกึ ษาสว่ นใหญ่มีความสนใจใฝ่ รู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภิปรายตอบคาถามในกล่มุ และรว่ มกนั ปฏิบตั ิ
ใบงานท่ีไดร้ บั มอบหมาย
2. นกั ศกึ ษากระตอื รือรน้ และรบั ผิดชอบในการทางานกลมุ่ เพ่ือใหง้ านสาเรจ็ ทนั เวลาท่ีกาหนด
3. นกั ศกึ ษาควบคมุ กระบอกสบู ทางเดยี วได้
ผลการสอนของครู
1. สอนเนือ้ หาไดค้ รบตามหลกั สตู ร
2. แผนการสอนและวธิ ีการสอนครอบคลมุ เนือ้ หาการสอนทาใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งม่นั ใจ
3. สอนไดท้ นั ตามเวลาท่ีกาหนด
แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี
แผนการสอน/การเรยี นรูภ้ าคทฤษฎี หนว่ ยท่ี 4
ช่ือวิชา งานนิวแมตกิ สแ์ ละไฮดรอลกิ สเ์ บือ้ งตน้ สอนสปั ดาหท์ ่ี 4
ช่ือหน่วย งานควบคมุ กระบอกสบู ทางเดียว คาบรวม 16
ช่อื เรือ่ ง งานควบคมุ กระบอกสบู ทางเดียว จานวนคาบ 4
หวั ขอ้ เรื่อง
1. กระบอกสบู สองทาง
2. กระบอกสบู สองทางชนิดมีตวั กนั กระแทก
3. กระบอกสบู แบบโรตาร่ี
4. วาลว์ บงั คบั ทิศทางแบบ 5/2
5. วงจรควบคมุ กระบอกสบู ทางานสองทาง
สาระสาคญั
กระบอกสูบสองทางเป็นกระบอกสูบท่ีมีรูสาหรบั ต่อกับท่อลมสองรู การใชง้ านนิยมใชข้ ณะลูกสูบ
เคล่ือนท่ีออกเพราะใหแ้ รงไดม้ ากกว่า มีขนาดใหญ่กว่ากระบอกสูบทางเดียว การควบคุมนิยมใชว้ าลว์ 5/2
เป็นวาลว์ สาหรบั เปล่ียนทิศทางลมท่ีจะเขา้ กระบอกสบู มากกวา่ การใชว้ าลว์ 3/2 ควบคมุ โดยตรง
สมรรถนะอาชพี ประจาหน่วย
- ควบคมุ กระบอกสบู ทางเดยี ว
คาศัพทส์ าคัญ
-
จุดประสงคก์ ารสอน/การเรียนรู้
จดุ ประสงคท์ ่วั ไป / บรู ณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. เพ่ือใหม้ ีความรูเ้ ก่ียวกบั การอธิบายหนา้ ท่ีและสว่ นประกอบกระบอกสบู ทางานสองทาง (ดา้ นความรู)้
2. เพ่ือใหม้ ีทกั ษะในการอา่ นสญั ลกั ษณก์ ระบอกสบู ทางานสองทาง (ดา้ นทกั ษะ)
3. เพ่ือให้มีทักษะในการอ่านสัญลักษณ์ของวาลว์ ควบคุมทิศทางแบบ 5/2 แบบมือกด/สปริง (ด้าน
ทกั ษะ)
4. เพ่ือใหม้ ีทกั ษะในการตอ่ วงจรควบคมุ กระบอกสบู สองทาง (ดา้ นทกั ษะ)
5. เพ่ือใหม้ ีทกั ษะในการทดสอบการทางานของวงจรควบคมุ กระบอกสบู สองทาง (ดา้ นทกั ษะ)
6. เพ่ือใหม้ ีเจตคตใิ นจดั ลาดบั หลกั การทางานกระบอกสบู ทางานสองทาง (ดา้ นจิตพสิ ยั )
7. เพ่ือใหผ้ เู้ รยี นควบคมุ กระบอกสบู สองทางไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม(ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม)
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม / บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1. อธิบายหนา้ ท่ีและส่วนประกอบกระบอกสบู ทางานสองทางได้ (ดา้ นความรู)้
2. อา่ นสญั ลกั ษณก์ ระบอกสบู ทางานสองทางได้ (ดา้ นทกั ษะ)
3. อา่ นสญั ลกั ษณข์ องวาลว์ ควบคมุ ทิศทางแบบ 5/2 แบบมือกด/สปรงิ ได้ (ดา้ นทกั ษะ)
4. ตอ่ วงจรควบคมุ กระบอกสบู สองทางได้ (ดา้ นทกั ษะ)
5. ทดสอบการทางานของวงจรควบคมุ กระบอกสบู สองทางได้ (ดา้ นทกั ษะ)
6. จดั ลาดบั หลกั การทางานกระบอกสบู ทางานสองทางได้ (ดา้ นจิตพสิ ยั )
7. ควบคมุ กระบอกสบู สองทางไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม(ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม)
เนือ้ หาสาระการสอน/การเรียนรู้
• ดา้ นความรู(้ ทฤษฎี)
กระบอกสูบสองทาง (Double Acting Cylinder)
กระบอกสบู สองทางไม่ว่าจะเป็นการเคล่ือนท่ีเขา้ หรือเคล่ือนท่ีออกจะใชค้ วามดนั ลมในการทางานทงั้
สองดา้ น
หลักการทางาน
เม่ือปอ้ นลมเขา้ ท่ี A ลมจะระบายทงิ้ ท่ี B กา้ นสบู เคล่ือนท่ีออก
และปอ้ นลมเขา้ ท่ี B ลมจะระบายทงิ้ ท่ี A กา้ นสบู เคล่ือนท่ีเขา้
กระบอกสูบสองทางชนิดมีตัวกันกระแทก
กระบอกสูบท่ีทางานดว้ ยความเร็วคอ่ นขา้ งสูง ในชว่ งท่ีเกิดการเคล่ือนท่ีเขา้ หรือออกจะทาใหเ้ กิดการ
กระแทกระหว่างลกู สบู กบั ฝาปิดดา้ นหวั และทา้ ย ดงั นนั้ การปอ้ นกนั กระแทกของลกู สบู โดยใชล้ มมาเป็นตวั กนั
กระแทก (Air Cushion) ก่อนท่ีลูกสูบจะถึงปลายช่วงชกั โดยใชส้ ามารถปรบั ลดแรงกระแทกใหม้ ากนอ้ ยได้
ตามความตอ้ งการ
หลักการทางาน
เม่ือป้อนลมเขา้ ท่ี A ก้านสูบเคล่ือนท่ีออก ลมจะถูกระบายออกท่ี B ก่อนท่ีลูกสูบจะสุดช่วงชักซี
ลกันกระแทกจะปิดทางระบายลมทาให้เกิดแรงดา้ น ลมจะค่อยๆ ระบายออกทางท่อเล็กจนกว่ากา้ นสูบจะ
เคล่ือนท่ีสดุ ชา่ งชกั
เม่ือปอ้ นลมเขา้ ท่ี B กา้ นสูบเคล่ือนท่ีเขา้ ลมจะถกู ระบายออกท่ี A ก่อนท่ีลูกสูบจะสุดช่วงชกั จะเกิด
แรงดา้ นของลมเช่นเดียวกบั ในจงั หวะการเคล่ือนท่ีออกของกระบอกสูบ การลดแรงกระแทดสามารถสกรูกัน
กระแทก
กระบอกสูบแบบโรตารี่
กระบอกสูบแบบโรตาร่ีเป็ นอุปกรณ์ทางานท่ีเปล่ียนการเคล่ือนท่ีในแนวตรงของลูกสูบให้เป็ นการ
เคล่ือนท่ีในแนวหมุน โดยท่ีกา้ นสบู จะมีเฟื องสะพานซ่ึงขบกบั เฟื องวงจรของลอ้ ตามเม่ือกา้ นสูบเคล่ือนท่ีเขา้ -
ออก ก็จะทาใหล้ อ้ ตามเกิดการเคล่ือนท่ีในลกั ษณะหมนุ กลบั ไปกลบั มาดว้ ยเชน่ กนั
วาลว์ บังคับทศิ ทางลมแบบ 5/2
1. วาลว์ บงั คบั ทศิ ทางลมแบบ 5/2 บงั คบั การทางานดว้ ยมือและกลบั ดว้ ยสปรงิ
หลกั การทางาน
ตาแหนง่ ปกติ ลมจากรู P จะตอ่ ถึงรู B และรู A จะตอ่ ถึงรู R สว่ นรู S จะถกู ปิดไว้
ตาแหน่งทางาน เม่ือออกแรงกดลิน้ ของวาลว์ จะเล่ือนเปล่ียนตาแหน่งไปทางขวามือ ทาใหล้ ม
เปล่ียนทศิ ทางจากรู P จะตอ่ ถึงรู A และรู B จะตอ่ ถึงรู S
2. วาลว์ บงั คบั ทศิ ทางลมแบบ 5/2 แบบบงั คบั การทางานดว้ ยลม
หลกั การทางาน
ตาแหนง่ ปกติ ลมจากรู P จะตอ่ ถงึ รู B และรู A จะตอ่ ถึงรู R สว่ นรู S จะถกู ปิดไว้
ตาแหนง่ ทางาน เม่ือมีสญั ญาณลมลมเขา้ ทาง Z ลิน้ จะเล่ือนไปทางดา้ นขวา ลมจากรู P จะต่อ
ถงึ รู A และรู B จะตอ่ ถึงรู S
วงจรกระบอกสูบทางานสองทาง
การทางานตาแหน่งปกติ ลมอดั จากรู P จะออกไปรู B ดนั ลูกสูบใหอ้ ย่ใู นตาแหน่งเขา้ สุดส่วยรู A
และรู R จะตอ่ ถึงกัน เม่ือกดวาลว์ 5/2 ลมจากรู P จะไหลผ่านรู A ดนั ดา้ นหวั สูบ ทาใหก้ า้ นสูบเคล่ือนท่ี
ออก สว่ นลมดา้ นกา้ นสบู จะระบายออกสบู่ รรยากาศโดยผ่านรู้ B ไปยงั รู้ S เม่ือปลอ่ ยมือสปรงิ จะดนั ใหว้ าลว์
5/2 กลบั สตู่ าแหนง่ ปกตเิ ป็นผลใหก้ า้ นสบู เคล่ือนท่ีเขา้
กิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรยี นรู้
ขั้นตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ขั้นตอนการเรยี นรู้หรือกจิ กรรมของนักเรยี น
1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรยี น (15 นาที )
1. ผู้สอนให้ผู้เรียนออกมาอ่านสัญ ลักษณ์ 1. ผู้เรียนทดลองอ่านสัญลักษณ์กระบอกสูบ
กระบอกสบู ทางานสองทางตามความเขา้ ใจ ทางานทางเดยี วพรอ้ มอธิบายเหตผุ ลประกอบ
ของตนอง
2. ผสู้ อนแจง้ จุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยท่ี 2. ผสู้ อนแจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนของหน่วยท่ี 3
4 เร่อื ง งานควบคมุ กระบอกสบู สอง เร่อื ง งานควบคมุ กระบอกสบู ทางเดียว
3. ผู้ ส อ น ให้ ผู้ เรี ย น อ ธิ บ า ย ห น้ า ท่ี แ ล ะ 3. ผู้ ส อ น ใ ห้ ผู้ เรี ย น อ ธิ บ า ย ห น้ า ท่ี แ ล ะ
ส่วนประกอบกระบอกสบู ทางานสองทางได้ ส่วนประกอบกระบอกสูบทางานสองทางได้
โดยให้ผู้เรียนระดมความคิดร่วมกัน และ โดยให้ผู้เรียนระดมความคิดร่วมกัน และ
นาเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น นาเสนอหนา้ ชนั้ เรียน
2. ขั้นให้ความรู้ (165 นาท)ี 2. ขั้นให้ความรู้ (165 นาที )
1. ผสู้ อนเปิด PowerPoint เร่ือง งานควบคมุ 1. ผู้เรีย น ศึ ก ษ า PowerPoint เร่ือ ง ง า น
กระบอกสูบสองทาง และเปิ ดเอกสาร ควบคมุ กระบอกสบู สองทาง และเปิดเอกสาร
ประกอบการสอน วิชา งานนิวแมติกส์ ประกอบการสอน วิชา งานนิวแมตกิ สแ์ ละไฮ
และไฮดรอลิกสเ์ บือ้ งตน้ หน่วยท่ี 4 หนา้ ท่ี ดรอลิกสเ์ บือ้ งตน้ หน่วยท่ี 4 หน้าท่ี 42-47
42-47 พรอ้ มจดบนั ทกึ เนือ้ หาท่ีสาคญั
2. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนทดสอบการทางานของวงจร 2. ผู้เรียนทดสอบการทางานของวงจรควบคุม
ควบคุมกระบอกสูบสองทางตามท่ีไดศ้ ึกษา ก ร ะ บ อ ก สู บ ส อ ง ท า ง ต า ม ท่ี ไ ด้ศึ ก ษ า จ า ก
จาก PowerPoint PowerPoint
3. ผสู้ อนตรวจการทดสอบการทางานของวงจร 3. ผเู้ รียนแกไ้ ขขอ้ ผิดพลาดท่ีเกิดขึน้ ระหว่างการ
ควบคมุ กระบอกสบู สองทาง เรยี นการสอน
กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ขัน้ ตอนการสอนหรอื กิจกรรมของครู ขัน้ ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน
3. ขั้นประยกุ ตใ์ ช้ ( 150 นาที ) 3. ขั้นประยุกตใ์ ช้ ( 150 นาที )
1. ผู้สอนให้ผู้เรียนทาใบประลองท่ี 2.1 หน้า 1. ผู้สอนให้ผู้เรียนทาใบประลองท่ี 2.1 หน้า
50-52 50-52
2. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนทาใบประลองท่ี 2.2 หนา้ 53 2. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนทาใบประลองท่ี 2.2 หนา้ 53
3. ผสู้ อนใหผ้ ูเ้ รียนสืบคน้ ขอ้ มูลจากอินเทอรเ์ น็ต 3. ผสู้ อนใหผ้ ูเ้ รียนสืบคน้ ขอ้ มูลจากอินเทอรเ์ น็ต
และ Web Guide หนา้ ท่ี 47 และ Web Guide หนา้ ท่ี 47
4. ขั้นสรุปและประเมินผล ( 30 นาที ) 4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 30 นาที )
1. ผสู้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันสรุปเนือ้ หาท่ีไดเ้ รียน 1. ผสู้ อนและผูเ้ รียนรว่ มกนั สรุปเนือ้ หาท่ีไดเ้ รียน
ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั เพ่ือใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดยี วกนั
2. ผู้สอนให้ผู้เรียนทาแบบทดสอบหน่วยท่ี 4 2. ผู้เรียนทาแบบทดสอบหน่วยท่ี 4 และสลับ
และใหผ้ เู้ รียนสลบั หนงั สือกนั โดยใหผ้ สู้ อนเป็น หนงั สือกบั เพ่ือนแลว้ ฟังเฉลยจากผสู้ อน
ผเู้ ฉลย
3. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รยี นทาแบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 4 3. ผเู้ รยี นทาแบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 4
(บรรลุจุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรมข้อท่ี 1-7) (บรรลุจุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรมข้อท่ี 1-7)
(รวม 240 นาที หรอื 4 คาบเรียน)
งานทมี่ อบหมายหรือกิจกรรมการวัดผลและประเมินผล
กอ่ นเรยี น
1. จดั เตรียมหนงั สือวิชา งานนิวแมตกิ และไฮดรอลกิ ส์ หนว่ ยท่ี 4 เร่อื ง งานควบคมุ กระบอกสบู สอง
ทาง
2. หนา้ ท่ีและสว่ นประกอบกระบอกสบู ทางานสองทาง
3. สญั ลกั ษณก์ ระบอกสบู ทางานสองทาง
4. สญั ลกั ษณข์ องวาลว์ ควบคมุ ทิศทางแบบ 5/2 แบบมือกด/สปรงิ
5.
ขณะเรยี น
1. ใบประลองท่ี 2.1
2. ใบประลองท่ี 2.2
หลังเรียน
1. รว่ มกนั สรุปเนือ้ หาหนว่ ยท่ี 4 เร่อื ง งานควบคมุ กระบอกสบู สองทาง
2. ทาแบบทดสอบหนว่ ยท่ี 4 เร่ือง งานควบคมุ กระบอกสบู สองทาง
3. ทาแบบฝึดหดั หนว่ ยท่ี 4
คาถาม
1. จงบอกขอ้ แตกตา่ งระหวา่ งกระบอกสบู สองทางและกระบอกสบู ทางเดียว
2. จงบอกขอ้ ดีของระบบกระบอกสบู สองทางแบบมีเบาะกนั กระแทก
ผลงาน/ชนิ้ งาน/ความสาเร็จของผู้เรยี น
ใบประลอง แบบทดสอบ แบบฝึกหดั
สมรรถนะทพี่ งึ ประสงค์
ผเู้ รียนสรา้ งความเขา้ ใจเก่ียวกบั งานควบคมุ กระบอกสบู สองทาง
1. วเิ คราะหแ์ ละตีความหมาย
2. ตงั้ คาถาม
3. อภิปรายแสดงความคดิ เห็นระดมสมอง
4. การประยกุ ตค์ วามรูส้ งู่ านอาชีพ
สมรรถนะการปฏบิ ตั งิ านอาชพี
- ควบคมุ กระบอกสบู ทางเดียว
สมรรถนะการขยายผล
จากการเรียน เร่ือง งานควบคมุ กระบอกสูบสองทาง ผูเ้ รียนจะไดร้ บั ความรู้ เร่ือง กระบอกสูบสอง
ทาง กระบอกสบู สองทางชนิดมีตวั กันกระแทก กระบอกสูบแบบโรตาร่ี วาลว์ บงั คบั ทิศทางแบบ 5/2 วงจร
ควบคมุ กระบอกสบู ทางานสองทาง ผเู้ รยี น สามารถนาความรูท้ ่ีไดม้ าสรา้ งสรรคแ์ ละประยกุ ตใ์ ชเ้ กิดประโยชนใ์ น
การปฏิบตั อิ าชีพ
สอ่ื การเรียนการสอน/การเรียนรู้
ส่อื สง่ิ พมิ พ์
1. เอกสารประกอบการสอนวชิ า งานนวิ แมตกิ สแ์ ละไฮดรอลิกสเ์ บอื้ งตน้ (ใชป้ ระกอบการเรยี นการ
สอนจดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรมขอ้ ท่ี 1-7)
2. ใบประลองท่ี 2.1
3. ใบประลองท่ี 2.2
4. แบบทดสอบหนว่ ยท่ี 4 เร่อื ง งานควบคมุ กระบอกสบู สองทาง
5. แบบฝึกหดั หนว่ ยท่ี 4 เร่ือง งานควบคมุ กระบอกสบู สองทาง
สื่อโสตทศั น์ (ถา้ มี)
1. เอกสารประกอบการสอน วิชา งานนิวแมตกิ สแ์ ละไฮดรอลิกสเ์ บอื้ งตน้ หนว่ ยท่ี 4 เร่อื ง งาน
ควบคมุ กระบอกสบู สองทาง
ส่ือของจรงิ
1. เคร่อื งไมโครคอมพวิ เตอร์ ฮารด์ แวรค์ อมพวิ เตอร์ (ใชป้ ระกอบการเรยี นการสอนจดุ ประสงคเ์ ชงิ
พฤตกิ รรมขอ้ ท่ี 1-7)
2. งานควบคมุ กระบอกสบู สองทาง
แหล่งการเรียนรู้
ในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมดุ วิทยาลยั
2. หอ้ งปฏิบตั กิ ารคอมพิวเตอร์
นอกสถานศกึ ษา
1. หอ้ งสมดุ ประชาชน
2. สถานประกอบการ
การบรู ณาการ/ความสัมพันธก์ ับวชิ าอนื่
1. บรู ณาการกบั วิชาชีวิตและวฒั นธรรมไทย ดา้ นการพดู การอ่าน การเขียน และการฝึกปฏิบตั ติ น
ทางสงั คมดา้ นการเตรียมความพรอ้ ม ความรบั ผดิ ชอบ และความสนใจใฝ่รู้
2. บรู ณาการกบั วิชาการบรหิ ารการจดั ซือ้ ดา้ นการซือ้ การแสวงหาผลติ ภณั ฑ์
3. บรู ณาการกบั วชิ ากีฬาเพ่ือพฒั นาสขุ ภาพและบคุ ลิกภาพ ดา้ นบคุ ลิกภาพในการนาเสนอหนา้ ชนั้
เรียน
4. บรู ณาการกบั วชิ าหลกั เศรษฐศาสตร์ ดา้ นการเลือกใชท้ รพั ยากรอยา่ งประหยดั
การประเมนิ ผลการเรียนรู้
หลักการประเมนิ ผลการเรียนรู้
ก่อนเรยี น
1. สงั เกตการรวมกลมุ่ อภิปราย
2. ประเมินผลการนาเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น
ขณะเรียน
1. ใบประลองท่ี 2.1
2. ใบประลองท่ี 2.2
หลังเรยี น
1. เฉลยแบบทดสอบ
2. เฉลยแบบฝึกหดั
ผลงาน/ชนิ้ งาน/ผลสาเร็จของผู้เรียน
ใบประลอง แบบทดสอบ แบบฝึกหดั
รายละเอยี ดการประเมนิ ผลการเรียนรู้
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม ขอ้ ท่ี 1 อธิบายหนา้ ท่ีและสว่ นประกอบกระบอกสบู ทางานสองทางได้
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เคร่อื งมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อธิบายหนา้ ท่ีและสว่ นประกอบกระบอกสบู ทางานสองทางไดจ้ ะได้ 1
คะแนน
จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม ขอ้ ท่ี 2 อา่ นสญั ลกั ษณก์ ระบอกสบู ทางานสองทางได้
1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่อื งมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อา่ นสญั ลกั ษณก์ ระบอกสบู ทางานสองทางได้ จะได้ 1 คะแนน
จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม ขอ้ ท่ี 3 อา่ นสญั ลกั ษณข์ องวาลว์ ควบคมุ ทิศทางแบบ 5/2 แบบมือกด/สปรงิ ได้
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เคร่อื งมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อา่ นสญั ลกั ษณข์ องวาลว์ ควบคมุ ทิศทางแบบ 5/2 แบบมือกด/สปรงิ ได้
จะได้ 1 คะแนน
จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม ขอ้ ท่ี 4 ตอ่ วงจรควบคมุ กระบอกสบู สองทางได้
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เคร่อื งมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ตอ่ วงจรควบคมุ กระบอกสบู สองทางได้ จะได้ 2 คะแนน
จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม ขอ้ ท่ี 5 ทดสอบการทางานของวงจรควบคมุ กระบอกสบู สองทางได้
1. วธิ ีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เคร่อื งมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ทดสอบการทางานของวงจรควบคมุ กระบอกสบู สองทางไดจ้ ะได้ 2
คะแนน
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม ขอ้ ท่ี 6 จดั ลาดบั หลกั การทางานกระบอกสบู ทางานสองทางได้
1. วธิ ีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เคร่อื งมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : จดั ลาดบั หลกั การทางานกระบอกสบู ทางานสองทางได้ จะได้ 1 คะแนน
จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม ขอ้ ท่ี 7 ควบคมุ กระบอกสบู สองทางไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม
1. วิธีการประเมนิ : ทดสอบ
2. เคร่อื งมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ควบคมุ กระบอกสบู สองทางไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม จะได้ 2 คะแนน
ใบประลองที่ 2
งานควบคุมกระบอกสูบสองทาง
ใบประลองท่ี 2.1 วงจรการควบคุมกระบอกสูบสองทางโดยทางตรง
คาส่ัง 1. เตรียมอุปกรณ์
2. ตอ่ วงจรตามแบบที่กาหนดให้
3. ทดสอบการทางานของวงจร
4. สรุปผลการประลอง
อธิบายหลกั การทางานของวงจร
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………