299 ในการใช้ทักษะ ชีวิต 4.2 สามารถทำงานกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้ 4.3 นำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน 4.4 จัดการปัญหาและความขัดแย้งได้เหมาะสม 4.5 หลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผล กระทบต่อตนเอง สรุปผลการประเมิน รวม .......... คะแนน ระดับ ............... 5. ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี 5.1 เลือกและใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสมตามวัย ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) 5.2 มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี 5.3 สามารถนำเทคโนโลยีไปใช้พัฒนาตนเอง 5.4 ใช้เทคโนโลยีในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ 5.5 มีคุณธรรม จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี สรุปผลการประเมิน รวม .......... คะแนน ระดับ ............... เกณฑ์การให้คะแนนระดับคุณภาพ ดีมาก - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน ดี - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 3 คะแนน พอใช้ - พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 2 คะแนน ต้องปรับปรุง - ไม่เคยปฏิบัติพฤติกรรม ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การสรุปผล ดีมาก - 16 - 20 คะแนน ดี - 11 - 15 คะแนน พอใช้ - 6 - 10 คะแนน ต้องปรับปรุง - 0 - 5 คะแนน หมายเหตุ (เครื่องมือในการวัดและประเมินผลคุณครูสามารถปรับแก้ไขให้สอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้)
300 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่...................ห้อง............ภาคเรียนที่..............ปีการศึกษา.............. รายชื่อนักเรียน สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน รวมคะแนน ระดับคุณภาพ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามรถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. 12. 13. 14. 15. 16. 17. 18. 19. 20. แบบสรุปประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5 ด้าน
301 แผนการจัดการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย รหัสวิชา พท21001 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การอ่าน (การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 เวลา 3 ชั่วโมง สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ เชียงยืน ครูผู้สอน 1. ตัวชี้วัด 1. อ่านออกเสียงและอ่านทำนองเสนาะได้อย่างถูกต้องตามลักษณะคำประพันธ์ 2. วิเคราะห์แยกแยะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น และจุดมุ่งหมายของเรื่องที่อ่าน 2. สาระสำคัญ การอ่านเป็นทักษะทางภาษาที่สำคัญ และจำเป็นอย่างยิ่งในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่น ปัจจุบัน เพราะช่วยให้สามารถรับรู้ข่างสารและเหตุการณ์ต่างๆ ของสังคม ช่วยให้ปรับตัวให้ทันกับความ เจริญก้าวหน้าทางวิทยาการทุกสาขา เป็นเครื่องมือสำคัญในการแสวงหาความรู้ที่แปลกใหม่ การอ่านจะประสบ ผลสำเร็จต้องสามารถจับใจความสำคัญ วิเคราะห์ วิจารณ์ และมีมารยาทในการอ่าน 3. สาระการเรียนรู้ 1. หลักการอ่านออกเสียงที่เป็นทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง 2. หลักการอ่านจับใจความสำคัญ 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้(Knowledge) 1. ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถอธิบายเกี่ยวกับความหมาย หลักการอ่านออกเสียงที่เป็นทั้ง ร้อยแก้วและร้อยกรอง ด้านทักษะกระบวนการ (Process) 2. ผู้เรียนสามารถอ่านออกเสียงและอ่านทำนองเสนาะได้อย่างถูกต้องตามลักษณะคำประพันธ์ได้ 3. ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์แยกแยะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น และจุดมุ่งหมายของเรื่องที่อ่านได้ ด้านทักษะ/สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ผู้เรียนมีความสามารถในการอ่าน 2. ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 3. ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 4. ผู้เรียนมีความสามารถในการทำงานเป็นทีม
302 5. ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. ผู้เรียนมีความสามารถในการสื่อสาร ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude) ผู้เรียนมีความใฝ่เรียนรู้ มีความซื่อสัตย์ มีวินัย และมีเจตคติที่ดี่ต่อเรื่องที่อ่าน การประเมินผลการเรียน จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้(Knowledge) ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ สามารถอธิบายเกี่ยวกับ ความหมาย หลักการอ่านออก เสียงที่เป็นทั้งร้อยแก้วและ ร้อยกรอง - การสังเกตพฤติกรรม - การทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบก่อนเรียน Google Form - แบบทดสอบหลังเรียน - คลิปเกม”การทายชื่อ จังหวัดจากภาพ” - ใบความรู้ เรื่อง การอ่าน ออกเสียงบทร้อยแก้วและ บทร้อยกรอง - แบบสังเกต ร้อยละ 70 ของผู้เรียน มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถอธิบายเกี่ยวกับ ความหมาย หลักการอ่าน ออกเสียงที่เป็นทั้ง ร้อยแก้วและร้อยกรอง ด้านทักษะกระบวนการ (Process) - ผู้เรียนสามารถอ่านออก เสียงและอ่านทำนองเสนาะได้ อย่างถูกต้องตามลักษณะคำ ประพันธ์ได้ - ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ แยกแยะข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น และจุดมุ่งหมาย ของเรื่องที่อ่านได้ - การสังเกตพฤติกรรม - การทำใบงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ใบงาน เรื่อง “การอ่าน” - ร้อยละ 70 ของผู้เรียน สามารถอ่านออกเสียงและ อ่านทำนองเสนาะได้อย่าง ถูกต้องตามลักษณะคำ ประพันธ์ได้ และสามารถ วิเคราะห์แยกแยะ ข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น และ จุดมุ่งหมายของเรื่องที่อ่าน ได้ ด้านคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ผู้เรียนมีความใฝ่เรียนรู้ มีความซื่อสัตย์ มีวินัย และ มีเจตคติที่ดี่ต่อเรื่องที่อ่าน - ชิ้นงาน - การทดสอบหลังเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - ใบงาน เรื่อง “การอ่าน” - แบบประเมินชิ้นงาน ร้อยละ 70 ขึ้นไป ของผู้เรียน ผ่านเกณฑ์การ ทดสอบหลังเรียน
303 ภารกิจ/ผลงานหรือผลลัพธ์ของผู้เรียน 1. แบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน Google Form 2. การนำเสนอใบงาน เรื่อง “การอ่านออกเสียงร้อยกรอง” 3. ใบงาน เรื่อง “การอ่านออกเสียงร้อยกรอง” 4. ใบงาน เรื่อง การอ่าน อย่างมีวิจารณญาณในชีวิตประจำวัน 5. คลิปวีดีโอ จาก You Tube สื่อ/อุปกรณ์การจัดการเรียนรู้ - หนังสือเรียน สาระความรู้พื้นฐาน รายวิชาภาษาไทย พท21001 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น - เกม”การทายชื่อจังหวัดจากภาพ” - ใบความรู้ เรื่อง การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง - Power point ที่ครูสร้างขึ้น ประกอบใบความรู้ เรื่อง การอ่าน (ทำเป็น E-Book) - แบบทดสอบก่อนเรียน Google Form - ใบงาน เรื่อง “การอ่านออกเสียงร้อยกรอง” - ใบงาน เรื่อง การอ่าน อย่างมีวิจารณญาณในชีวิตประจำวัน - สื่อออนไลน์ You Tube - สื่อ Internet และโทรศัพท์มือถือ กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นตอนการจัดการ เรียนรู้ เวลาที่ใช้ บทบาทของครู/ผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ 1. ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน - กิจกรรมเตรียมความ พร้อมด้วยการละลาย พฤติกรรม - แลกเปลี่ยนเรียนรู้ 20 นาที ครู- ผู้เรียน ครู- ผู้เรียน 1. ครูทักทายผู้เรียน โดยตั้งคำถามว่า “เมื่อเช้า ตอนขี่รถมาผู้เรียนได้อ่านป้ายประชาสัมพันธ์ อะไรบ้าง” 2. ผู้เรียนช่วยกันตอบและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมกัน ครูทดสอบการอ่านคำยากทีละคน และ ครูอธิบายเพิ่มเติม สาธารณะ สัมมนา ปราศรัย ปัจจัย บริบท ประโยชน์ โฆษณา อารมณ์ สมบูรณ์ ฌาปนกิจ บาตร ภาพยนตร์
304 ขั้นตอนการจัดการ เรียนรู้ เวลาที่ใช้ บทบาทของครู/ผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ 2. ครูให้ผู้เรียนที่ยังไม่พร้อม เล่นเกม “ทายชื่อจังหวัดจาก ภาพ” เพื่อเตรียมความพร้อม ในการเรียนรู้ 2. ขั้นสอน (K) -บรรยายให้ความรู้ โดยใช้ ใบความรู้ เรื่อง การอ่าน ออกเสียงบทร้อยแก้วและ บทร้อยกรอง -บรรยายให้ความรู้ โดยใช้ Power point ที่ครูสร้าง ขึ้น ประกอบหนังสือเรียน วิชาภาษาไทย (พท21001) ระดับ ม.ต้น และสรุปความรู้ที่ได้รับ ร่วมกัน 80 นาที ครู-ผู้เรียน ครู-ผู้เรียน ครู-ผู้เรียน ครู-ผู้เรียน ครู-ผู้เรียน - ครูให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน โดยใช้ Google form - ครูชี้แจงเนื้อหาและวัตถุประสงค์การเรียนรู้ - ครูแจกใบความรู้ เรื่อง การอ่านออกเสียง บทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง - ครูบรรยายให้ความรู้ เรื่อง การอ่าน โดยใช้สื่อ Power point ที่ครูสร้างขึ้น ( ทำเป็น E-Book) ประกอบหนังสือเรียน วิชาภาษาไทย (พท21001) ระดับ ม.ต้น และใบความรู้ เรื่อง การอ่านออก เสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง - ครูเปิด YouTube เรื่อง “การอ่านร้อยแก้ว” ( 7 นาที) ให้ผู้เรียนสรุปประเด็นสำคัญจากเรื่องที่ ได้ดู ครูสุ่มถามผู้เรียนเป็นรายบุคคล 5-6 คน - ร้อยแก้ว กับ ร้อยกรอง แตกต่างกันอย่างไร - ร้อยแก้ว อยู่ที่ไหนบ้างและครูอธิบายเพิ่มเติม
305 - ครูเปิด YouTube เรื่อง “การอ่านจับใจความ สำคัญ” ( 10 นาที) ให้ผู้เรียนดูแล้วร่วมกันสรุป ประเด็นสำคัญจากเรื่องที่ได้ดู ครูสุ่มถามผู้เรียน เป็นรายบุคคล 3-4 คน และครูอธิบายเพิ่มเติม 3. ขั้นปฏิบัติ (P) - แบ่งกลุ่มระดมความคิด ทำใบงาน เรื่อง การอ่าน ออกเสียงร้อยกรอง” 60 นาที ครู-ผู้เรียน ผู้เรียน-ผู้เรียน ครู-ผู้เรียน - ครูแบ่งผู้เรียนออกเป็น 4 กลุ่มๆ ละ 4 - 5 คน โดยการสุ่มวงล้อ และให้ จับฉลากหัวข้อทำใบงาน เรื่อง “การอ่านออกเสียงร้อย กรอง” ระดมความคิด สืบค้นข้อมูลตัวอย่างร้อยกรอง และวิธีการอ่าน เพิ่มเติมจาก Internet ตามหัวข้อที่ได้ และสรุปองค์ความรู้ ดังนี้ เรื่องที่1 การอ่านกลอนสุภาพ เรื่องที่ 2 การอ่านกาพย์ยานี เรื่องที่ 3 การอ่านโคลงสี่สุภาพ เรื่องที่ 4 การอ่านฉันท์ - ครูให้ตัวแทนกลุ่มจับฉลากนำเสนอ ให้เพื่อนกลุ่มอื่นร่วมกันให้ข้อเสนอแนะ แลกเปลี่ยน เรียนรู้ ผู้เรียนร่วมกันสรุป ครูอธิบายเพิ่มเติม - ครูให้ผู้เรียนทำใบงาน เรื่อง การอ่าน อย่างมีวิจารณญาณในชีวิตประจำวัน - ครูสุ่มถามผู้เรียนเป็นรายบุคคลจากใบงาน และอธิบาย เพิ่มเติม 4. ขั้นสรุป (A) 20 นาที ครู-ผู้เรียน ครู-ผู้เรียน ครู-ผู้เรียน - ครูให้ผู้เรียนร่วมกันสรุป เรื่อง การอ่านและครู อธิบายเพิ่มเติม - ครูให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน โดยใช้ Google form - ครูให้รางวัล สำหรับผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด และ กล่าวชมเชยผู้เรียนทุกคน
306 ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะผู้บริหาร ได้ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การอ่าน วิชาภาษาไทย (พท21001) ของ ................................. แล้ว มีความคิดเห็น ดังนี้ 1. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ครบถ้วย ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2. สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 3. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้เหมาะสม เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 4. การใช้สื่อหลากหลายและเหมาะสม ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 5. การวัดและประเมินผลเหมาะสม ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………..…… (……………………………………………………) ตำแหน่ง………………………………………………….
307 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. บันทึกผลการจัดการเรียนรู้ 1.1 ด้านความรู้ (Knowledge: K) ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... 1.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ...................................................... 1.3 ด้านสมรรถนะสำคัญ ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... 1.4 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude : A) ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... กิจกรรมเสนอแนะ ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... ปัญหา/อุปสรรค และแนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ......................................... ลงชื่อ…………………………………………………… (นางพัชรินทร์ ปิติภาสวิวัฒ) ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบลกู่ทอง ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ............................................................................................................................. ....................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... .................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ………………………………………………..…… (นางศิริประภา หลงพิมาย) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเชียงยืน
308 ใบความรู้ เรื่อง การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง การอ่านออกเสียงเป็นทักษะที่จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก การอ่านในใจเพื่อเก็บเกี่ยวความรู้นั้น ไม่ ต้องฝึกการแบ่งจังหวะจะโคนเหมือนการอ่านออกเสียง เพราะการอ่านออกเสียง เว้นแต่การอ่านคนเดียวเพื่อ ท่องจำแล้ว ล้วนมีจุดประสงค์คือเพื่อให้ผู้อื่นฟัง ดังนั้น ผู้อ่านต้องมีทักษะการอ่านออกเสียงที่ดี ทั้งการอ่านบทร้อย แก้ว ที่ต้องแบ่งจังหวะวรรคตอนและใช้น้ำเสียงให้เหมาะสม และการอ่านบทร้อยกรอง ที่ต้องใช้ลีลาการเอื้อน การ ทอดเสียง การเน้นเสียงสูงเสียงต่ำเป็นทำนองเสนาะ จึงจะอ่านบทกวีหรือบทประพันธ์ให้ผู้ฟังรู้เรื่องและเกิดความ ประทับใจ การอ่านออกเสียงร้อยแก้ว คือ การอ่านบทประพันธ์ร้อยแก้วแบบออกเสียง โดยแบ่งวรรคตอนให้เหมาะสม ใช้น้ำเสียงที่เหมาะสมกับ เรื่องที่อ่าน ซึ่งจะทำให้ผู้ฟังเกิดอารมณ์ร่วมไปกับเรื่องราวที่ได้ฟัง หลักเกณฑ์การอ่านบทร้อยแก้ว 1. อ่านเพื่อเตรียมตัวก่อนการอ่านจริง เพื่อให้เข้าใจเนื้อหา ทำการแบ่งวรรคตอนไว้ก่อน 2. อ่านให้คล่องแคล่ว ไม่ติดขัด ถูกต้องตามอักขระวิธี ตัว ร ล ควบกล้ำ ต้องถูกต้อง ชัดเจน เสียงดังฟังชัด แต่ไม่ถึงกับตะโกน 3. ใช้น้ำเสียงให้เหมาะสมกับเรื่องราวที่อ่าน เช่นเนื้อหาเป็นเรื่องเศร้าโศกก็ต้องใช้เสียงที่ฟังดูอ่อนโยน เศร้าสร้อยตามเนื้อหา ถ้าเรื่องที่เล่าเป็นเรื่องสนุกสนานก็ใช้น้ำเสียงสดใสมีชีวิตชีวา ฟังดูน่าตื่นเต้น เป็นต้น 4. เหลือบตามองดูผู้ฟังบ้าง ไม่ก้มหน้าอ่านอย่างเดียว 5. ระวังท่าทางในการยืนหรือการนั่ง บุคลิกภาพต้องดี ดูสุภาพ สำรวม การอ่านออกเสียงร้อยกรอง (ทำนองเสนาะ) การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง คือ การอ่านบทกวีแบบออกเสียงตามจังหวะและลีลาของบทร้อยกรองแต่ ละประเภท สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ 1. การอ่านออกเสียงตามปกติ เพียงแต่แบ่งจังหวะตามวรรคตอนของบทประพันธ์เท่านั้น 2. การอ่านแบบทำนองเสนาะ ซึ่งมีการใช้เสียงสูง เสียงต่ำ เสียงหนัก เสียงเบา เสียงยาว เสียงสั้น และการ เอื้อน ซึ่งจะบังเกิดความไพเราะคล้ายเสียงดนตรี หลักในการอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง 1. อ่านให้ถูกต้องตามลักษณะบังคับของคำประพันธ์ ศึกษาการแบ่งวรรคตอน จำนวนคำ เสียงวรรณยุกต์ เสียงหนักเบา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคำประพันธ์แต่ละประเภท 2. อ่านให้มีลีลา รู้จักใช้เสียงเอื้อนและรู้จักทอดจังหวะให้เกิดความไพเราะ การอ่านคำประพันธ์ประเภทโคลง
309 โคลงที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคือโคลงสี่สุภาพ ซึ่งมีวิธีการอ่านดังนี้ 1. อ่านทอดเสียงให้ตรงตามจังหวะของแต่ละวรรค วรรคหน้าของแต่ละบาทมี 2 จังหวะ จังหวะละ 2 คำ และ 3 คำ 2. คำท้ายวรรคที่ใช้เสียงจัตวา ต้องเอื้อนเสียงให้สูงเป็นพิเศษ 3. เอื้อนวรรคหลังของบาทที่ 2 ให้เสียงต่ำกว่าปกติ 4. ในกรณีที่มีคำมากพยางค์เกินแผนบังคับต้องรวบเสียงคำนั้นๆ ให้สั้นเข้า ตัวอย่างคำประพันธ์ประเภทโคลง “เสียงลือ / เสียงเล่าอ้าง อันใด พี่เอย เสียงย่อม / ยอยศใคร ทั่วหล้า สองเขือ / พี่หลับใหล ลืมตื่น ฤๅพี่ สองพี่ / คิดเองอ้า อย่าได้ / ถามเผือ” (จาก “ลิลิตพระลอ”) การอ่านคำประพันธ์ประเภทฉันท์ ฉันท์เป็นร้อยกรองของไทยรูปแบบหนึ่ง โดยถ่ายแบบมาจากอินเดีย คำประพันธ์ประเภทฉันท์มีความ แตกต่างจากโคลงและกลอนตรงที่มีการบังคับ “คำครุ” และ “คำลหุ” ด้วย คำครุคือ คำหนัก หมายถึง คำที่ออกเสียงหนัก ได้แก่ 1. คำที่มีตัวสะกดทุกคำ เช่น นก บิน จาก รัง นอน 2. คำที่ประสมด้วยสระ อำ ใอ ไอ เอา ซึ่งถือว่าเป็นเสียงมีตัวสะกด เช่น ทำ ใจ ไป เมา 3. คำในแม่ ก กา (ไม่มีตัวสะกด) ที่ประสมด้วยสระเสียงยาว (ทีฆสระ) ทุกคำ เช่น กา ตี งู คำลหุคือ คำเบา หมายถึง คำที่ออกเสียงเบา ได้แก่ 1. คำในแม่ ก กา (ไม่มีตัวสะกด) ที่ประสมด้วยสระเสียงสั้น (รัสสระ) ทุกคำ เช่น กะ ติ อึ ดุ เตะ แกะ เพราะ เลอะ โละ ก็ (เดิมสะกดว่า “เก้าะ”) 2. คำที่ประกอบด้วยพยัญชนะเพียงอักขระเดียว เช่น บ่ ณ ธ ตัวอย่างคำประพันธ์ประเภทฉันท์ เช่น อินทรวิเชียรฉันท์ อินทรวิเชียรฉันท์ 1 บท มี 2 บาท ในแต่ละบาท มี 2 วรรค ได้แก่ วรรคหน้าหรือวรรคต้น มี 5 คำ (พยางค์) ส่วนวรรคหลังหรือวรรคท้าย มี 6 คำ (พยางค์) ดังนั้น อินทรวิเชียรฉันท์ 1 บาท จึงมีจำนวนคำ (พยางค์) 11 คำ (พยางค์) จึงกำหนดเลข 11 ไว้ท้ายชื่อฉันท์
310 ตัวอย่างอินทรวิเชียรฉันท์ “สายัณห์ตะวันยาม ขณะข้ามทิฆัมพร เข้าภาคนภาตอน ทิศะตกก็รำไร รอนรอนและอ่อนแสง นภะแดงสิแปลงไป เป็นครามอร่ามใส สุภะสดพิสุทธ์สี เรื่อเรื่อ ณ เมื่อรัต- ติจะผลัดก็พลันมี มืดมามิช้าที ศศิธรจะจรแทน” (จาก “ณ หาดทรายชายทะเลแห่งหนึ่ง” ของ ชิต บุรทัต) การอ่านคำประพันธ์ประเภทกาพย์ กาพย์ที่นิยมใช้ในการฝึกประพันธ์ และฝึกอ่านทำนองเสนาะโดยทั่วไป คือ กาพย์ยานี 11 ซึ่งมีจังหวะการ อ่านวรรคละ 2 จังหวะ คือ วรรคหน้า 5 คำ แบ่งอ่านเป็น 2 คำ และ 3 คำ ส่วนวรรคหลัง 6 คำ แบ่งอ่านเป็น 3 คำ และ 3 คำ ตัวอย่างเช่น “เรื่อยเรื่อย / มารอนรอน ทิพากร / จะตกต่ำ สนธยา / จะใกล้ค่ำ คำนึงหน้า / เจ้าตาตรู เรื่อยเรื่อย / มาเรียงเรียง นกบินเฉียง / ไปทั้งหมู่ ตัวเดียว / มาพลัดคู่ เหมือนพี่อยู่ / ผู้เดียวดาย” (จาก “กาพย์เห่เรือ” ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร) การอ่านคำประพันธ์ประเภทกลอน กลอนสุภาพให้อ่านบาทแรก (วรรคสดับและวรรครับ) ด้วยเสียงสูง บาทถัดไป (วรรครองและวรรคส่ง) ด้วยเสียงต่ำ สลับกันไปเช่นนี้ ในแต่ละวรรค ให้แบ่งจังหวะตามจำนวนคำในวรรคนั้นๆ เช่น วรรคที่มี 6 คำ อ่าน 2/2/2 วรรคที่มี 7 คำ อ่าน 2/2/3 หรือ 3/2/2 หรือ 2/3/2 แล้วแต่ความเหมาะสม วรรคที่มี 8 คำ อ่าน 3/2/3 วรรคที่มี 9 คำ อ่าน 3/3/3 ทั้งนี้ การแบ่งคำในแต่ละวรรคอาจต้องดูความเหมาะสมของคำสัมผัสเป็นหลัก ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามรูปแบบปรกติก็ ได้ ตัวอย่างการแบ่งจังหวะกลอนที่มีวรรคละ 6 คำ “ไผ่ซอ อ้อเอียด เบียดออด ลมลอด ไล่เลี้ยว เรียวไผ่ ออดแอด แอดออด ยอดไกว แพใบ ไล้น้ำ ลำคลอง”
311 (จากหนังสือ “คำหยาด” ของ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์) ตัวอย่างการแบ่งจังหวะคำกลอนที่มีวรรคละ 7 คำ (ตัวเอียง) “ถึงไม่เลี้ยง บุษบา เห็นว่าชั่ว แต่เขารู้ อยู่ว่าตัว นั้นเป็นพี่ อันองค์ / ดาหา / ธิบดี นั้นมิ / ใช่อา / หรือว่าไร มาตรแม้น เสียเมือง ดาหา จะพลอยอาย ขายหน้า หรือหาไม่ ซึ่งเกิดศึก / สาเหตุ / เภทภัย ก็เพราะใคร ทำความ ไว้งามพักตร์” (จาก “อิเหนา” พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2) การอ่านคำประพันธ์ประเภทร่าย ร่าย เป็นชื่อของคำประพันธ์ชนิดหนึ่ง ซึ่งไม่กำหนดว่าจะต้องมีกี่บทหรือกี่บาท จะแต่งให้ยาวเท่าไรก็ได้ เป็นแต่ต้องเรียงคำให้คล้องจองกันตามข้อบังคับเท่านั้น ลักษณะบังคับต่างๆ ใช้อย่างเดียวกับ “โคลง 2” และ “โคลง 3” ลักษณะบังคับของร่ายสุภาพ “ศรีสวัสดิเดชะ ชนะราชอรินทร์ ยินพระยศเกริกเกรียง เพียงพกแผ่นฟากฟ้า หล้าล่มเลื่องชัยเชวง เกรง พระเกียรติระย่อ ฝ่อใจห้าวบมิหาญ ลาญใจแกล้วบมิกล้า บค้าอาตม์ออกรงค์ บคงอาตม์ออกฤทธิ์ ท้าวทั่วทิศทั่ว เทศ ไท้ทุกเขตทุกด้าว น้าวมกุฎมานบ น้อมพิภพมานอบ มอบบัวบาทวิบุล อดุลยานุภาพ ปราบดัสกรแกลนกลัว หัวหั่นหายกายกลาด ดาษเต็มท่งเต็มดอน พม่ามอญพ่ายหนี ศรีอโยธยารมเยศ พิเศษสุขบำเทิง สำเริงราชสถาน สำราญราชสถิต พิพิธโภคสมบัติ พิพัฒน์โภคสมบูรณ์ พูนพิภพดับเข็ญ เย็นพิภพดับทุกข์ สนุกสบสีมา ส่ำเสนานอบ เกล้า ส่ำสนมเฝ้าฝ่ายใน ส่ำพลไกรเกริกหาญ ส่ำพลสารสินธพ สบศาสตราศรเพลิง เถลิงพระเกียรติฟุ้งฟ้า ลือตรลบ แหล่งหล้า โลกล้วนสดุดี” (จาก “ลิลิตตะเลงพ่าย” ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส)
312
313
314 แบบทดสอบก่อนเรียน -หลังเรียน เรื่อง การอ่าน คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว 1. วิธีการอ่านในใจให้รวดเร็ว ผู้อ่านควรเพ่งสายตาอย่างไร ก. มองทีละจุด ๆ ข. หมุนศรีษะตามสายตาจากซ้ายไปขวา ค. มองครอบคลุมทั้งบรรทัดกลอกสายตาซ้าย ขวา บน ล่าง ง. มองกวาดสายตาตามตัวอักษรทีละบรรทัด 2. สิ่งที่ทำให้เราเข้าใจเรื่องราวที่อ่านได้ดี คือข้อใด ก. ร่างกายพร้อม ข. มาสมาธิ ค. กำหนดจุดมุ่งหมายในการอ่าน ง. ตั้งคำถามว่าใครทำอะไรที่ไหนอย่างไร 3. น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ มีความหมายตรงกับข้อใด ก. คนกำลังโมโห อารมณ์รุนแรงให้ปล่อยไปก่อน ข. ทำอะไรให้ระมัดระวัง ค. สภาพแวดล้อมมีอิทธิพลต่อการทำงาน ง. การคบเพื่อต้องรู้จักให้อภัย 4. ข้อใดสำคัญเป็นลำดับแรกในการอ่านออกเสียง ก. อ่านให้คล่องและเสียงดัง ข. ควรศึกษาเรื่องที่อ่านให้เข้าใจ ค. เน้นเสียงและถ้อยคำให้น่าสนใจ ง. กวาดสายตามองตัวอักษรสลับการเงยหน้าสบตาผู้ฟัง 5. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการอ่านที่มีต่อชีวิต ก. ได้ความรู้ ข่าวสารทันโลก ข. มีวุฒิการศึกษาสูงขึ้น ค. ได้พัฒนาความสามารถ ง. ได้พัฒนาอาชีพ 6. ไก่อูยืนขันอยู่ข้างๆ ขันคนมองเห็นพลอยขันไปด้วย “ขัน” มีความหมายว่าอย่างไร
315 ก. ไก่ขัน ข. ขันน้ำ ค. ขบขัน ง. ถูกทุกข้อ 7. บุคคลต่อไปนี้ใครอ่านเพื่อการวิเคราะห์ ก. สมชายอ่านข่าวเพื่อหาวิธีการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ข. พินิจอ่านข่าวเพื่อไปเล่าต่อ ค. นุกูลอ่านข่าวน้ำมันลดราคาจะไปเติมน้ำมัน ง. แดงอ่านข่าวแฟชั่นหาแบบเสื้อทันสมัย 8. หนังสือที่ให้ความรู้ สาระวิชาการ ทฤษฎีแบบกว้างๆ ลึกซึ้งเฉพาะด้าน เป็นหนังสือประเภทใด ก. สารคดี ข. วิชาการ ค. บันเทิงคดี ง. วารสาร 9. ข้อใดเป็นลักษณะของกลอน ก. 1 บท มี 4 วรรค 2 วรรค เรียก 1 บาท ข. แต่ละวรรคมี 6 8 คำ ค. บาทเอกคือสองวรรคแรก ง. ถูกทุกข้อ 10. ความหมายโดยนัยปรากฏอยู่ในข้อความใดเด่นชัดที่สุด ก. คุณหมอรักษาคนไข้เจองานหนักซะแล้ว ข. ปีก่อนอากาศร้อนตับแตก ปีนี้ก็เช่นกัน ค. คุณแม่ฟังคุณยายอารัมภบทเรื่องการสวดมนต์นาน ๓๐ นาที ง. ความมืดที่น่ากลัวที่สุดคือความมืด 11. “น้ำผึ้งเดือนห้า ใครๆก็ว่าดีเลิศ ผลิตภัณฑ์ที่วางขายก็มักโฆษณากันหนักแน่นว่า น้ำผึ้งแท้ต้องเดือนห้าเท่านั้น ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ตามภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมา เดือนห้าเป็นเดือนที่แล้งปลอดฝน น้ำผึ้งที่อยู่บน รังผึ้ง จึงไม่มีน้ำหรือความชื้นปนอยู่มากจนเกินไป น้ำผึ้งเดือนห้าจึงเข้มข้นจากธรรมชาตินั่นเอง” จากข้อความนี้ควรตั้งชื่อใดเหมาะสมที่สุด ก. ผึ้งกับวิถีชีวิตไทย ข. ผึ้งคุณภาพมหาศาล
316 ค. ผึ้งคุณภาพมหาศาล ง. ปลูกต้นไม้เพื่อรักษาผึ้ง 12. “หากฉันบิน บินได้ดังนก ฉันจะบินบินไปในนภา หากฉันลอยล่องลมเหนือฟากฟ้า ฉันจะมองลงมายังพื้นดิน โลกมนุษย์แสนกว้างใหญ่เหลือเกินยิ่งมองยิ่งเพลิน จำเริญหัวใจ” จากข้อความข้างต้นควรอ่านนิตยสารใดมาสนับสนุนข้อมูลได้ถูกต้องและเหมาะสม ก. นิตยสารชีวจิต ข. นิตยสารบ้านและสวน ค. นิตยสารแม่และเด็ก ง. นิตยสารเพื่อนเดินทาง 13. เชื่อหรือไม่ “เกลือสินเธาว์บริสุทธิ์ที่พบใน อ.บ่อเกลือ จ.น่าน มีคุณสมบัติพิเศษสามารถทำความสะอาดผิวได้” ก. เชื่อ เพราะเกลือสินเธาว์เป็นเกลือที่ได้จากดินเค็ม ข. เชื่อ เพราะเกลือสินเธาว์สามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆได้ ค. ไม่เชื่อ เพราะเกลือสินเธาว์เหมาะที่จะใช้ใน อุตสาหกรรม ง. ไม่เชื่อ เพราะเกลือสินเธาว์ไม่มีสารไอโอดีนที่มีคุณค่าต่อร่างกาย 14. “เธอต้องปรับรูปแบบเปลี่ยนบทบาท ใช้ธรรมเป็นอำนาจในทุกที่ ความชื่นใจจากประชาถ้าจะมี คือไมตรีตอบสนองค่าของงาน” “เธอ”ในบทร้อยกรองนี้น่าจะหมายถึงบุคลากรอาชีพใดมากที่สุด ก. แพทย์ ข. วิศวกร ค. ข้าราชการ ง. ทนายความ 15. มารยาทในการอ่านข้อใดไม่ควรปฏิบัติ ก. วิมลกวาดสายตาอ่านหนังสืออย่างรวดเร็ว ข. วิภาอ่านเน้นเสียงตามบทบาทของตัวละคร ค. วิชาญชอบอ่านสมุดบันทึกของคนอื่นอยู่เสมอ ง. วินิจปฏิบัติตามระเบียบกฎเกณฑ์การอ่านหนังสือห้องสมุด เฉลย 1. ค 2. ค 3. ก 4. ข 5. ข 6. ง 7. ก 8. ข 9. ง 10. ง 11. ก 12. ง 13. ข 14. ค 15. ค
317 สื่อ คำยาก แบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน Google Form QR Code Power point ที่ครูสร้างขึ้น ( ทำเป็น E-Book) เรื่อง การอ่าน เกม “ทายชื่อจังหวัดจากภาพ” สาธารณะ สัมมนา ปราศรัย ปัจจัย บริบท ประโยชน์ โฆษณา อารมณ์ สมบูรณ์ ฌาปนกิจ บาตร ภาพยนตร์
318 You Tube เรื่อง การอ่านบทร้อยแก้ว You Tube เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ
319 แบบประเมินผลงานผู้เรียน กลุ่มที่......................... เรื่อง ........................................................................................................ วิชา................................................................ ระดับ..................................................................... กิจกรรม การนำเสนอแผนการจัดการเรียนรู้ แบบ Active Learning คำชี้แจง : ให้ผู้ประเมินขีด ✓ ลงในช่องที่ต้องกับระดับคะแนน ผู้ประเมิน ประเด็นที่ประเมิน กลุ่มตนเอง กลุ่มเพื่อน...... ครู 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1. นำเสนอตรงจุดประสงค์ที่กำหนด 2. มีความถูกต้องสมบูรณ์ 3. มีความคิดสร้างสรรค์ 4. มีความเป็นระเบียบ 5. การนำเสนอน่าสนใจ 6. กิจกรรมที่ใช้เหมาะสมกับเนื้อหา 7. ผู้เรียนกลุ่มอื่นมีส่วนร่วมในการ นำเสนอ รวม รวมทุกรายการ เฉลี่ย ลงชื่อ .............................................. ผู้ประเมิน ลงชื่อ ................................................ ผู้ประเมิน (..................................................) (..................................................) หัวหน้ากลุ่มตนเอง หัวหน้ากลุ่มที่........... ลงชื่อ ..................................................... ผู้ประเมิน ( ) ครูผู้สอน
320 แบบประเมินพัฒนาการในการเรียนรู้ของผู้เรียน หน่วยการเรียนรู้เรื่อง การอ่าน มัธยมศึกษาตอนต้น สกร.ระดับอำเภอ......................... คำชี้แจง 1. ให้บันทึกคะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียนของนักเรียนแต่ละคนลงในช่อง คะแนนแบบทดสอบ 2. นำคะแนนหลังการเรียนลบคะแนนก่อนเรียน เป็นคะแนนพัฒนาการ 3. ประเมินคะแนนพัฒนาการในการเรียนรู้โดยเปรียบเทียบกับเกณฑ์คะแนนพัฒนาการแล้ว ทำเครื่องหมาย ลงในช่องความหมายของการพัฒนาการเรียนรู้ให้ตรงกับความเป็นจริง เลขที่ ชื่อ – สกุล คะแนน แบบทดสอบ คะแนน พัฒนาการ (หลัง-ก่อน) พัฒนาการในการเรียนรู้ ก่อน เรียน หลัง เรียน ดีมาก ดี ปานกลาง ปรับปรุง ลงชื่อ.........................................................................ผู้ประเมิน (………………..................................……………..) ........./...................../........... เกณฑ์คะแนนพัฒนาการ 9–10 = ดีมาก 7 – 8 = ดี 5 – 6 = ปานกลาง น้อยกว่า 5 = ปรับปรุง
321 แบบประเมินการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว ชั้น ______________ วันที่____ เดือน _____________ พ.ศ. _______ กลุ่ม ที่ เรื่อง ถูกต้องตาม อักขรวิธี (คำที่มี ร ล และคำควบ กล้ำ) การแบ่ง วรรคตอน ออกเสียง ชัดเจน การใช้น้ำเสียง ได้เหมาะสมกับ เรื่องที่อ่าน บุคลิกลักษณะ ท่าทาง รวม 20 คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = ๔ ดี = ๓ พอใช้ = ๒ ปรับปรุง = ๑ ลงชื่อ........................................ผู้ประเมิน ( ) วันที่........เดือน....................พ.ศ. .................
322 แบบบันทึกการสังเกตและประเมินพฤติกรรมรายบุคคล ครั้งที่ ………… เรื่อง การอ่าน รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา พท21001 ภาคเรียนที..1... ปีการศึกษา..2567... ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สกร. ระดับอำเภอ........................................ ลำดับ ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม / ระดับคะแนน ความสามารถ ในการอ่าน ความสามารถ ในการคิด วิเคราะห์ ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี ความสามารถ ในการทำงาน เป็นทีม ความสามารถ ในการใช้ ทักษะชีวิต ความสามารถ ในการสื่อสาร รวม 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเต็ม 15 คะแนน ระดับ 3 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ดี คะแนน 13 - 15 หมายถึง ดี ระดับ 2 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปานกลาง คะแนน 9 - 12 หมายถึง ปานกลาง ระดับ 1 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปรับปรุง คะแนน 5 - 8 หมายถึง ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ร้อยละ 60 ( 9 คะแนน ) ลงชื่อ ( ) ครูผู้สอน /ผู้ประเมิน
323 แผนการจัดการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้วิชาภาษาไทย รหัสวิชา พท21001 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การเขียน (การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 เวลา 3 ชั่วโมง สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเชียงยืน ครูผู้สอน นางวิภาวี เวียงคำ 1. ตัวชี้วัด เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจความหมาย ความสำคัญของทักษะการเขียน หลักการเขียน การใช้ภาษา ในการเขียน การเขียนข้อความตามสถานการณ์และโอกาส ขั้นตอนการเขียนโครงงาน และปฏิบัติตนเป็นผู้มีมารยาท ในการเขียน 2. สาระสำคัญ การศึกษาหลักเกณฑ์การเขียนให้เข้าใจ ปฏิบัติตามหลักและวิธีการเขียน กระบวนการเขียนเพื่อให้การ สื่อสาร เขียนคำ ข้อความให้ถูกต้อง เลือกใช้คำได้เหมาะสม สื่อความหมายได้ชัดเจน จะช่วยให้การสื่อสารด้วยการ เขียนมีประสิทธิภาพ ผู้เขียนมีมารยาทและรักการเขียน 3. สาระการเรียนรู้ 1. หลักการเขียนเพื่อการสื่อสารประเภทต่างๆ เช่น การเขียนโครงงาน เรียงความ เขียนรายงาน ฯลฯ 2. การปฏิบัติตนเป็นผู้มีมารยาทในการเขียนและมีนิสัยรักการเขียน 4.จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้(Knowledge) 1. ผู้เรียนสามารถอธิบายความหมาย ความสำคัญ หลักการเขียนการใช้ภาษาในการเขียน 2. การนำหลักการปฏิบัติตนเป็นผู้มีมารยาทในการเขียนไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ด้านทักษะกระบวนการ (Process) 1. ครูให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มทำใบและระดมความคิด ค้นคว้าหาความรู้เรื่อง การเขียนโครงงาน จากอินเทอร์เน็ต 2. ผู้เรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากใบงาน เรื่อง การเขียนรายงาน 3. ครูและผู้เรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง การเขียน ด้านทักษะ/สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ผู้เรียนมีความสามารถในการสื่อสาร 2. ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 3. ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 4. ผู้เรียนมีความสามารถในการทำงานเป็นทีม
324 5. ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. ผู้เรียนมีความสามารถในการอ่าน ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude) ผู้เรียนมีความใฝ่เรียนรู้ มีความซื่อสัตย์ มีวินัย และมีเจตคติที่ดี่ต่อหลักการเขียนเพื่อการสื่อสาร ภารกิจ/ผลงานหรือผลลัพธ์ของผู้เรียน 1. แบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน 2. การนำเสนอ เรื่อง การเขียน 3. ใบงาน เรื่อง การเขียน 4. ใบงาน เรื่อง “การเขียนรายงาน” 5. สรุปใจความสำคัญของทักษะการเขียน สื่อ/อุปกรณ์การจัดการเรียนรู้ - หนังสือเรียน สาระความรู้พื้นฐาน รายวิชาภาษาไทย พท21001 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น - สื่อ Power point เรื่อง การเขียน - คลิป VDO เรื่อง “การเขียน” - แบบทดสอบก่อนเรียน Google Form - แบบทดสอบหลังเรียน - ใบงาน ใบงาน เรื่อง “การเขียนรายงาน” - ใบความรู้เรื่อง “การเขียน”
325 การประเมินผลการเรียน จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge) 1.ผู้เรียนสามารถอธิบาย ความหมาย ความสำคัญ หลักการเขียนการใช้ภาษา ในการเขียน 2.การนำหลักการปฏิบัติ ตนเป็นผู้มีมารยาทในการ เขียนไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน - การสังเกตพฤติกรรม - การทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบก่อนเรียน Google Form - แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง “การเขียน” - คลิป VDO เรื่อง “การ เขียน” - ใบงาน เรื่อง “การเขียน” - แบบสังเกต ร้อยละ 70 ของผู้เรียน มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับความหมาย หลักเบื้องต้นของการ เขียน จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านทักษะกระบวนการ (Process) 1.ครูให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่ม ทำใบและระดมความคิด ค้นคว้าหาความรู้ เรื่อง การเขียนโครงงาน จาก อินเทอร์เน็ต 2.ผู้เรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จากใบงาน เรื่อง การเขียน โครงงาน 3.ครูและผู้เรียนร่วมกัน สรุปความรู้เรื่อง การเขียน - การสังเกตพฤติกรรม - การทำใบงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม - ใบงาน เรื่อง “การเขียน รายงาน” ร้อยละ 70 ของผู้เรียน สามารถสรุปความจับ ประเด็นสำคัญของเรื่อง ทักษะการเขียน และ ปฏิบัติตนเป็นผู้มี มารยาทในการเขียนไป ประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันอย่าง เหมาะสม ด้านคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ผู้เรียนสามารถสรุปองค์ ความรู้ของการเขียน โครงงาน ปฏิบัติตนเป็นผู้มี มารยาทในการเขียน และ ใช้ภาษาในการเขียนได้ ถูกต้อง - ชิ้นงาน - การทดสอบหลังเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - ใบงาน เรื่อง “การเขียน รายงาน” - แบบประเมินชิ้นงาน ร้อยละ 70 ขึ้นไป ของผู้เรียน ผ่านเกณฑ์ การทดสอบหลังเรียน
326 กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ เวลาที่ใช้ บทบาทของครู/ผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ 1. ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน - กิจกรรมเตรียมความ พร้อมด้วยการละลาย พฤติกรรม - แลกเปลี่ยนเรียนรู้ 15 นาที ครู-ผู้เรียน ครู-ผู้เรียน 1. ครูทักทายผู้เรียน โดยตั้งคำถามว่า “การปฏิบัติตนเป็นผู้มีมารยาทในการเขียน ที่ดี ต้องปฏิบัติตนอย่างไรบ้าง” 2. ผู้เรียนช่วยกันตอบและแลกเปลี่ยน เรียนรู้ร่วมกัน ครูยกตัวอย่างการปฏิบัติตน เป็นผู้มีมารยาทในการเขียนที่ดี ที่ผู้เรียน นำเสนอมา 1 ข้อ และครูอธิบายเพิ่มเติม ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ เวลาที่ใช้ บทบาทของครู/ผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ ครู-ผู้เรียน ครู-ผู้เรียน 3. ครูให้ผู้เรียนที่ยังไม่พร้อม โดยแสดง ท่าทางประกอบเพลง “บ่กล้าบอกครู (แต่หนูกล้าบอกอ้าย)”จำนวน 2 - 3 รอบ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเรียนรู้ 4. ครูให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน โดยใช้แบบทดสอบ Google form จำนวน 10 ข้อ 2. ขั้นสอน (K) -บรรยายให้ความรู้ โดยใช้ ใบความรู้ เรื่อง การเขียน และสรุปความรู้ที่ได้รับ ร่วมกัน 60 นาที ครู-ผู้เรียน ครู-ผู้เรียน ครู-ผู้เรียน ครู-ผู้เรียน ครู-ผู้เรียน ครู-ผู้เรียน ครู-ผู้เรียน - ครูแจกใบความรู้ เรื่อง ทักษะการเขียน - ครูชี้แจงเนื้อหาและวัตถุประสงค์การ เรียนรู้ - ครูบรรยาย เรื่อง โดยใช้ Power Point - ครูให้ผู้เรียนร่วมกันสรุป และครูอธิบาย เพิ่มเติม - ครูสุ่มถามผู้เรียนเป็นรายบุคคล จำนวน 4 – 5 คน และครูอธิบายเพิ่มเติม - ครูเปิดคลิปวิดีโอ เรื่อง การเขียน - ครูให้ผู้เรียนสรุปเนื้อหาจากคลิปวิดีโอและ ครูอธิบายเพิ่มเติม 3. ขั้นปฏิบัติ (P) 60 นาที ครู-ผู้เรียน ผู้เรียน-ผู้เรียน - ครูให้ผู้เรียนทำใบงาน เรื่อง “การเขียน รายงาน ” ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน - ครูสุ่มถามผู้เรียนเป็นรายบุคคล จำนวน
327 - แบ่งกลุ่มระดมความคิด ทำใบงาน เรื่อง “การเขียน รายงาน ” ครู-ผู้เรียน 4 – 5 คน และครูอธิบายเพิ่มเติม 4. ขั้นสรุป (A) 30 นาที ครู-ผู้เรียน ครู-ผู้เรียน ครู-ผู้เรียน ครู-ผู้เรียน - ครูให้ผู้เรียนร่วมกันสรุป เรื่อง “การเขียน รายงาน ” และครูอธิบายเพิ่มเติม - ครูให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน จำนวน 10 ข้อ และให้สลับกันตรวจ พร้อม เฉลยและครูอธิบายเพิ่มเติม - ครูให้รางวัล สำหรับผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด และกล่าวชมเชยผู้เรียนทุกคน - ครูมอบหมายให้ผู้เรียนทำใบงาน เรื่อง สรุปการเขียน และทำคลิปวิดีโอสั้น ความ ยาวไม่เกิน 3 – 4 นาที นำมาส่งในครั้ง ถัดไป - แบบประเมินคลิปวิดีโอ - แบบประเมินรายงาน - แบบสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมใน การเรียนรู้
328 ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะผู้บริหาร ได้ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การเขียน วิชาภาษาไทย (พท21001) ของ ....................................................... แล้ว มีความคิดเห็น ดังนี้ 1. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ครบถ้วย ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2. สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 3. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้เหมาะสม เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 4. การใช้สื่อหลากหลายและเหมาะสม ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 5. การวัดและประเมินผลเหมาะสม ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………..…… (……………………………………………………) ตำแหน่ง………………………………………………….
329 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. บันทึกผลการจัดการเรียนรู้ 1.1 ด้านความรู้ (Knowledge: K) ............................................................................................................................. ......................................................... ................................................................................................... ................................................................................. 1.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) ............................................................................................................................. ......................................................... ............................................................................................................................. ....................................................... 1.3 ด้านสมรรถนะสำคัญ ............................................................................................................................. ......................................................... ....................................................................................................... .............................................................................. 1.4 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude : A) ............................................................................................................................. ......................................................... ........................................................................................................ ........................................................................... กิจกรรมเสนอแนะ ............................................................................................................................. ......................................................... ............................................................................................................................. ....................................... ............................................................................................................................. ......................................................... ปัญหา/อุปสรรค และแนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ......................................................... ..................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................................................... ลงชื่อ…………………………………………………… (นางพัชรินทร์ ปิติภาสวิวัฒ) ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบลกู่ทอง ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ............................................................................................................................. ......................................................... ............................................................................................................................. ......................................................... ลงชื่อ………………………………………………..…… (นางศิริประภา หลงพิมาย) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเชียงยืน
330 ใบความรู้ เรื่อง การเขียน กระบวนการเขียน กระบวนการเขียนมีขั้นตอนดังนี้ ๑. การเลือกเรื่องเขียน ๒. เลือกรูปแบบการเขียน ๓. รวบรวมข้อมูล ๔. วางโครงเรื่อง ๕. ลงมือเขียน ๖. ตรวจทานและปรับปรุง การใช้ภาษาในการเขียน ๑. สำนวนภาษา การใช้สำนวนภาษาในการเขียนต้องเลือกคำที่สื่อความชัดเจน เหมาะสมกับระดับของผู้อ่านและรูปแบบการเขียน เช่น ๑) ใช้คำให้ตรงความหมาย ๒) ใช้คำให้เหมาะสมกับกาลเทศะ บุคคล และเรื่องที่เขียน ๓) ใช้คำถูกต้องตามระเบียบแบบแผนของภาษาเขียน โดยใช้คำรัดกุม เลี่ยงภาษาพูดและศัพท์สแลง ๒. โวหาร โวหาร คือ ทำนองในการเรียบเรียงถ้อยคำ ใช้ทั้งในวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรอง โวหารที่สำคัญ ได้แก่ อธิบายโวหาร อธิบายโวหาร คือ การแจงเรื่องอย่างละเอียด ใช้กับสารคดี หนังสือเรียน และตำราวิชาการ ตัวอย่าง มนุษย์มีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งซึ่งสืบมาแต่โบราณนมนานไกล ว่าคนที่เกิดมาทั้งเด็กและผู้ใหญ่ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือ ชาย ย่อมมีอะไรอยู่อย่างหนึ่งสิงอยู่ภายในร่างกายมาแต่กำเนิด สิ่งที่ว่านี้ถ้าอยู่กับเนื้อกับตัวของผู้ใดผู้นั้นก็จะมีความสุขความ สบาย ไม่ป่วยไข้ได้ทุกข์ ถ้าสิ่งนั้นหนีหายไปจากตัวก็จะทำให้ผู้นั้นเป็นไข้ได้ทุกข์ และอาจถึงแก่ความตายได้ ถ้าสิ่งนั้นไม่
331 กลับมาคืนสู่ร่างกาย สิ่งที่กล่าวนี้ภาษาไทยเรียกว่า ขวัญ อันเป็นคำมีความหมายในภาษาที่เข้าใจกันอย่างเลา ๆ แล้วก็ยุ่ง ด้วย ที่ว่ายุ่งเพราะเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นว่ามีรูปร่างเป็นอย่างไร (ขวัญและประเพณีทำขวัญ ของ เสฐียรโกเศศ) บรรยายโวหาร บรรยายโวหาร คือ การเล่าเรื่องถึงเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องกัน ทำให้เห็นฉากและสถานที่เกิดเหตุ สภาพแวดล้อม สาเหตุที่ทำ ให้เกิดเหตุการณ์ และผลของเหตุการณ์ มักใช้กับนิทาน เรื่องเล่า เรื่องสั้น ตัวอย่าง พื้นที่แคบ ๆ ตรงกลางระหว่างร้านเครื่องเงินเจ้าประจำของฉันกับร้านขายของสะสมประเภทกล่องไม้และจานรองแก้ว มีภาพสองตายายนั่งอยู่บนพื้นปูนที่ไม่มีอะไรรองรับ ข้างหน้ายายมีกระจาดขนาดย่อมใส่ขนมต้มประมาณสิบกว่าถุง ส่วนข้าง ๆ กระจาดเป็นลังกระดาษขนาดเล็กที่มีผ้ายางคลุมไว้ ทำเป็นแท่นสูงขึ้นจากพื้นเล็กน้อยสำหรับโชว์พระองค์เล็ก ๆ ๖–๗ องค์ มันเป็นมุมมุมหนึ่งที่ยากแก่การที่คนจะมองเห็น ผู้คนมากมายขวักไขว่ที่เดินไปมาต่างมองเลยผ่านไป ไม่มีเสียงร้อง เรียกลูกค้าให้ซื้อขนมเล็ดลอดออกมาจากปากยาย ไม่มีเสียงของตาเชิญชวน หรือบรรยายสรรพคุณของพระเครื่อง มีแต่ สายตาที่อยู่ภายใต้หนังตาอันเหี่ยวย่นมองดูผู้คนที่ผ่านไปมา หวังเพียงจะมีใครสักคนหยุดสนใจแกบ้าง พรรณนาโวหาร พรรณนาโวหาร คือ การเล่าเรื่องให้ผู้อ่านเกิดภาพพจน์และอารมณ์คล้อยตามไปกับเนื้อเรื่อง โดยการกล่าวถึงรูปร่างและ ลักษณะของสิ่งต่าง ๆ เช่น บทชมโฉม บทชมธรรมชาติ ตัวอย่าง เดือนสิบเอ็ดน้ำนอง ท้องนาเจิ่งน้ำเป็นแผ่นกระจกมหึมา สะท้อนสีของท้องฟ้าลงมาบนผิวน้ำเป็นวงกลมอันกว้างใหญ่ รอบตัวเราออกไปสุดขอบที่ละเมาะไม้และดงตาล เสาเรือนของชาวนาโชกชุ่มแช่น้ำอยู่กลางนา เพิงพักแดดโผล่ขึ้นมาแต่ หลังคา ชาวนาต้องอยู่บนกระท่อมของเขา จะไปไหนก็ต้องพายเรือ ฤดูน้ำนองทำให้เขาต้องเหน็ดเหนื่อยล่วงหน้า ในการยก พื้นให้เป็นคอกควายและทำแพให้แก่สัตว์เลี้ยง แต่น้ำนองนี้เองก็คือผู้เร่งให้ข้าวสูงชูยอดอย่างรวดเร็ว เขาจึงพอใจและรอคอย นอกจากถึงปีที่น้ำท่วมรุนแรงและเนิ่นนานจนนาล่มเขาจะกลายเป็นผู้โศกเศร้ากว่าใคร ๆ ในแผ่นดิน งานเขียนโดยทั่วไปนิยมใช้โวหารหลักทั้ง ๓ ประเภทข้างต้น และยังสามารถใช้โวหารอื่น ๆ แทรกในเนื้อความได้อีก ๓ ชนิด ดังนี้ เทศนาโวหาร เทศนาโวหาร คือ การอบรมสั่งสอน แนะให้เห็นสิ่งควรทำและไม่ควรทำ มักใช้กับโอวาท คำแนะนำ ตัวอย่าง อันที่จริงมนุษย์ทุกผู้ทุกนามโดยปกติมีภาวะของจิตที่มีความรักใคร่ปรารถนาให้เป็นสุข ย่อมมีอยู่แล้วต่อตนเองและต่อ
332 คนที่ตนรัก แต่ยังผสมปนเปกันอยู่ระหว่างความรักใคร่ และความโกรธแค้น อาฆาตพยาบาท พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนให้ นำเอาสิ่งที่มีอยู่แล้วในจิตใจนั้นมาปรุงแต่งความรักใคร่ที่มีอยู่เดิมแล้วนั้นให้กว้างขวางออกไปสู่ผู้อื่นด้วย โดยแผ่ให้ตนเอง แผ่ ให้คนที่ตนรัก แล้วจึงแผ่ให้คนที่ตนรู้สึกเฉย ๆ ตลอดจนแผ่ให้กับคนที่ตนเกลียดและศัตรูโดยไม่จำกัด ใจส่วนที่สามารถแผ่ ความเมตตาอันบริสุทธิ์ออกไปได้นี้ย่อมเป็นธรรมมะอันสูงส่งยิ่ง มีคุณค่ายิ่ง และย่อมเป็นธรรมมะที่เป็นเครื่องคุ้มครองโลก (พัฒนาตนด้วยหลักธรรม ของ สมจิต กังผึ้ง) สาธกโวหาร สาธกโวหาร คือ การยกตัวอย่างประกอบให้ชัดเจนยิ่งขึ้น มักใช้กับนิทาน เรื่องเล่าต่าง ๆ ตัวอย่าง ในที่นี้จะชักนิยายมาเป็นอุทาหรณ์ให้เห็นว่าผู้ที่ตั้งความเพียรได้รับรางวัลของธรรมดาโลกอย่างไร ชายชาวนาผู้หนึ่ง เมื่อป่วยจวนจะสิ้นใจอยู่แล้ว จึงเรียกบุตรชาย ๓ คน เข้ามาบอกว่า บิดาจะสิ้นชีพไปครั้งนี้ก็หามีสิ่งใดที่จะหยิบยื่นให้เป็น มรดกแก่เจ้าไม่ แต่บิดาจะบอกความลับแก่เจ้าว่า ในพื้นที่นาของเรานี้มีขุมทรัพย์ใหญ่ซ่อนอยู่ เจ้าจะต้องขุดขึ้นดู พอพูด เท่านั้นแล้วก็ขาดใจยังหาทันจะบอกว่าขุมทรัพย์นั้นอยู่ตรงไหน ๆ ไม่ ฝ่ายบุตรทั้งสามตั้งแต่บิดาตายแล้วก็ช่วยกันตั้งหน้าขุด พื้นที่ดินขึ้นจนทั่ว ค้นหาจนสิ้นเชิง ก็หาพบขุมทรัพย์ไม่แต่ได้รับผลที่ขุดได้ คือ เมื่อขุดพรวนดินขึ้นดีแล้ว จึงโรยหว่านเพาะ พืชได้ผลเป็นรางวัลของธรรมดาโลก และอีกนัยหนึ่งเป็นขุมทรัพย์ที่บิดาได้บอกไว้ว่าอยู่ในพื้นที่นานั้นเอง... (ความเพียร ธรรมจริยา ของ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี) อุปมาโวหาร อุปมาโวหาร คือ การยกข้อความเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ตัวอย่าง ขณะนั้นโจโฉจึงว่าแก่ทหารทั้งปวงว่า เล่าปี่ครั้งนี้อุปมาเหมือนปลาขังอยู่ในถัง เสือตกอยู่ในหลุม ถ้าและจะละเสียให้ เล็ดลอดหนีไปได้ บัดนี้ก็เหมือนปล่อยเสือเข้าป่า ปล่อยปลาลงในมหาสมุทร ทหารทั้งปวงจงช่วยกันขะมักเขม้นจับตัวเล่าปี่ให้ จงได้ ทหารทั้งปวงต่างคนต่างรีบขึ้นหน้าขับกันตามไป (สามก๊ก ตอน จูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊า) การเขียนข้อความตามสถานการณ์และโอกาส ๑. การเขียนคำอวยพรในโอกาสต่าง ๆ คำอวยพร คือ คำกล่าวแสดงความปรารถนาดีต่อผู้อื่น กรณีที่ไม่อาจกล่าวด้วยวาจาจะอาศัยการเขียนเป็นบัตรอวยพรหรือ จดหมายแทน ซึ่งการเขียนคำอวยพรมีหลักการดังนี้ ๑. เขียนเป็นบัตรอวยพร จดหมาย หรือเขียนลงสมุดลงนามอวยพรในบริเวณงานก็ได้ ๒. ใช้ถ้อยคำให้เหมาะสมกับวัย เพศ และยศตำแหน่งของผู้รับเพื่อเป็นการให้เกียรติ
333 ๓. ใช้หมึกสีสุภาพ เช่น สีน้ำเงิน ไม่ควรใช้สีดำ เขียว แดง หรือหลายสี ๔. รักษาความสะอาดของบัตรอวยพรหรือจดหมาย ตัวอย่าง อวยพรปีใหม่ เนื่องในศุภวารดิถีขึ้นปีใหม่ ขอน้อมอำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย ได้โปรดดลบันดาลให้ท่านและครอบครัวประสบแต่ ความสุขความเจริญ ปรารถนาสิ่งใดขอให้สัมฤทธิ์ผลทุกประการ อวยพรวันเกิด วันนี้เป็นวันเกิด พี่ขออวยพรให้น้องเล็กมีความสุขมาก ๆ คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนา สุขภาพแข็งแรง เรียนหนังสือ เก่ง ๆ ๒. การเขียนคำขวัญ คำขวัญ คือ ข้อความที่ให้กำลังใจหรือให้ข้อคิดแก่ผู้อ่าน มีหลักการเขียนดังนี้ ๑. ใช้คำกะทัดรัด สละสลวย และมีสัมผัสคล้องจองกัน ๒. ใช้คำที่มีความหมายลึกซึ้งกินใจและเป็นไปในด้านดี ๓. ใช้คำที่ให้ข้อคิดเหมาะสมกับโอกาส ๔. ใช้ระดับภาษาให้เหมาะสมกับระดับของผู้ให้และผู้รับ แนวความคิดในการเขียนคำขวัญ มีดังนี้ ๑. การอนุรักษ์ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม เช่น ป่าไม้มีคุณค่า โปรดรักษาอย่าทำลาย ๒. การป้องกันและปราบปรามสิ่งเสพติด เช่น บุหรี่มีควันพิษ คร่าชีวิตคนใกล้ตัว ๓. ส่งเสริมการศึกษา เช่น ตั้งใจเรียนในวันนี้ จะได้ดีในวันหน้า ๔. ส่งเสริมศีลธรรม เช่น ร่วมกันประพฤติดี มีคุณธรรม จะนำชีวิตรุ่งเรือง ๕. อนุรักษ์วัฒนธรรมไทย ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ เช่น ร่วมสืบสานความเป็นไทย คงความงดงามไว้ให้ ยาวนาน ๖. แนวคิดอื่น ๆ ๖.๑ แนะนำวิธีปฏิบัติ เช่น จดหมายจะถึงไว ถ้าใส่รหัสไปรษณีย์ ๖.๒ เกี่ยวกับหน้าที่ เช่น ประเทศชาติจะก้าวหน้า ถ้าชาวประชาเสียภาษี ๖.๓ มุ่งให้เกิดความรักชาติ เช่น ยามศึกเราต้องรบ ยามสงบเราเตรียมพร้อม ๖.๔ มุ่งให้ผู้คนช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เช่น บริจาคโลหิต ชุบชีวิตเพื่อนมนุษย์ ๖.๕ มุ่งให้ปฏิบัติตามกฎจราจร เช่น ขับรถตามกฎ ช่วยลดอุบัติเหตุ ๖.๖ มุ่งส่งเสริมการประหยัด เช่น เก็บออมวันละบาท ช่วยเหลือชาติยามขาดแคลน สิ่งสำคัญของการเขียนคำขวัญคือ มุ่งให้เกิดผลด้านดี ไม่เอื้อให้เกิดความเสื่อมเสียและความแตกแยกในสังคม
334 ๓. การเขียนคำคม คำคม คือ ถ้อยคำที่แสดงความคิดหรือทำให้เกิดความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่ง มีหลักการเขียนดังนี้ ๑. ใช้ถ้อยคำสัมผัสคล้องจอง สละสลวย ๒. ใช้คำที่มีความหมายคมคาย ๓. มุ่งให้เกิดความคิดที่ดีและอยากปฏิบัติตาม ๔. มีความหมายลึกซึ้งกินใจ ตัวอย่าง เป็นเด็กดีควรดีที่ประหยัด มัธยัสถ์อดออมถนอมใช้ สิ่งฟุ่มเฟือยอย่าหลงเพลินจนเกินไป ยับยั้งใจไว้ใช้สอยยามจำเป็น ๔. การเขียนคติพจน์ คติพจน์ คือ ถ้อยคำที่มีคติชวนคิด มุ่งให้เกิดผลดีต่อตนเองและสังคม มีหลักการเขียนดังนี้ ๑. ใช้ถ้อยคำน้อย แต่มีความหมายลึกซึ้ง ๒. ใช้คำคล้องจอง สละสลวย ๓. มุ่งให้เกิดผลในด้านดี ตัวอย่าง ถึงบรรลัยไว้ชื่อให้ลือชา หมายความว่า จงเป็นคนกล้าหาญ ยอมสละชีพเพื่อให้ชื่อเสียงยังคงปรากฏอยู่ในแผ่นดิน ๕. การเขียนโฆษณา การเขียนโฆษณา คือ การนำเสนอสินค้าหรือบริการเพื่อโน้มน้าวใจ มีหลักการเขียนดังนี้ ๑. บอกรายละเอียดต่าง ๆ อย่างชัดเจน เช่น ลักษณะคุณภาพ สถานที่ซื้อขาย ภาพประกอบ ๒. จัดชุดข้อมูลต่าง ๆ ให้ผู้อ่านสนใจ จดจำได้ และมีแนวโน้มจะทดลอง ๓. ใช้ภาษาที่สร้างสรรค์และโน้มน้าวใจผู้อ่าน เหมาะสมกับกาลเทศะและกลุ่มเป้าหมาย โดยอาจใช้คำขวัญหรือคำคม เทคนิคการเขียนข้อความโฆษณา ๑. ใช้หลักความจริง ใช้ข้อมูลที่เป็นความจริง น่าเชื่อถือ สามารถพิสูจน์ได้ เพื่อดึงดูดผู้บริโภคที่ยึดถือเหตุผล และ ประโยชน์ส่วนตนในการตัดสินใจซื้อ ๒. ใช้หลักจินตนาการ เพื่อโน้มน้าวใจผู้อ่านไปยังโลกจินตนาการที่เกินขอบเขตความเป็นจริง ๓. ใช้หลักจูงใจด้านอารมณ์ เพื่อกระตุ้นอารมณ์ด้านบวกและด้านลบ เพื่อชี้นำพฤติกรรมการบริโภค การเขียนรูปแบบต่าง ๆ ๑. การเขียนอัตชีวประวัติหรือชีวประวัติ การเขียน อัตชีวประวัติ คือผู้เขียนเขียนประวัติตัวเอง ส่วน ชีวประวัติ คือ ผู้เขียนเขียนประวัติของคนอื่นมีหลักการเขียน ดังนี้ ๑. เลือกนำเสนอเฉพาะส่วนที่เป็นประโยชน์ สามารถใช้เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตได้
335 ๒. กล่าวถึงองค์ประกอบสำคัญของชีวิตที่ส่งเสริมให้บุคคลในเรื่องเป็นเช่นนั้น เช่น บุคคลที่เกี่ยวข้อง การศึกษา กลวิธี การดำเนินชีวิต ผลงาน ความสำเร็จ ความล้มเหลว ๓. ใช้ภาษามาตรฐานหรือภาษากึ่งแบบแผน ๔. เขียนอย่างบริสุทธิ์ใจ ปราศจากอคติ ๕. นำเรื่องของคนที่มีชีวิตจริงมาเขียน ไม่สมมุติขึ้นเอง ๖. ไม่ควรปรับปรุงสำนวนให้เกินจริง ๒. การเขียนย่อความ ย่อความ คือ การเก็บใจความเรื่องที่อ่านหรือฟังอย่างย่อ ๆ โดยให้มีเนื้อหาครอบคลุมสาระสำคัญของเรื่องครบถ้วน มี หลักการเขียนดังนี้ ๑. ใช้คำนำให้ถูกต้องตามประเภทของเรื่อง ๒. ใช้สรรพนามบุรุษที่ ๓ ๓. ใช้สำนวนผู้ย่อ ถ้าเป็นร้อยกรองก็ต้องเปลี่ยนเป็นร้อยแก้ว ยกเว้นคำราชาศัพท์ให้คงไว้ตามเดิม ๔. หากใจความที่ย่อไม่มีชื่อเรื่อง ต้องคิดชื่อเรื่อง ๕. เขียนเรื่องที่ย่อติดกัน ขึ้นย่อหน้าใหม่เฉพาะเนื้อความที่แยกไว้หรือไม่เกี่ยวข้องกัน ๖. อ่านเนื้อความให้ละเอียด เพื่อหาประโยคใจความสำคัญและประโยคประกอบก่อนลงมือย่อความ ๗. นำประโยคใจความสำคัญและประโยคประกอบมาเรียงให้สละสลวยได้ใจความ ๘. ควรย่อความให้สั้นที่สุด โดยเก็บประโยคใจความสำคัญและประโยคประกอบที่เด่น ๆ ไว้
336 คลิปเพลง “บ่กล้าบอกครู (แต่หนูกล้าบอกอ้าย)” คลิป VDO “ ทักษะการเขียน ” Power Point “ การเขียน ” ข้อสอบก่อนเรียนและหลังเรียน
337 แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การเขียน ชื่อ-นามสกุล..............................................................รหัสนักศึกษา............................................ .......... คำชี้แจง ให้นักศึกษาเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว จำนวน 10 ข้อ 1. ข้อความต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของงานเขียนประเภทร้อยแก้วประเภทใด "ในยามเช้าตรู่ แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาแผดเผาผืนดิน เสียงนกร้องประสานเสียงดังก้องไปทั่ว เด็กๆ ตื่น ขึ้นมาด้วยความสดใส พวกเขารีบเร่งแต่งตัว ทานอาหารเช้า เตรียมตัวไปโรงเรียน บนใบหน้าของพวกเขาเต็มไป ด้วยรอยยิ้ม เปี่ยมไปด้วยความหวังสำหรับอนาคต" ก. บทความ ข. เรื่องสั้น ค. บทละคร ง. บทกวี 2. นักศึกษาควรใช้แผนภาพความคิดในโอกาสใดบ้าง ก. เมื่อต้องการจดบันทึกการบรรยาย ข. เมื่อต้องการเขียนรายงาน ค. เมื่อต้องการทบทวนบทเรียนก่อนสอบ ง. ถูกต้องทุกข้อ 3. ข้อดีของการใช้แผนภาพความคิดในการจัดลำดับความคิดในงานเขียนประเภทต่างๆ มีอะไรบ้าง ก. ช่วยให้ผู้เขียนคิดวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข. ช่วยให้ผู้เขียนจดจำเนื้อหาของงานเขียนได้ดีขึ้น ค. ช่วยให้ผู้เขียนเรียบเรียงเนื้อหาของงานเขียนได้อย่างมีระบบ ง. ข้อ ก ข และ ค ถูกต้อง 4. ในการเขียนแผนภาพความคิด หัวข้อหลักของงานเขียนควรเขียนไว้ที่ไหน ก. ตรงกลางของแผนภาพ ข. มุมขวาบนของแผนภาพ ค. มุมซ้ายล่างของแผนภาพ ง. ตรงไหนก็ได้บนแผนภาพ
338 5. แผนภาพความคิดที่ดีมีลักษณะอย่างไร ก. เขียนเนื้อหาให้ยาวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ข. ใช้เส้นที่หนาและเข้มเพื่อเชื่อมโยงหัวข้อ ค. เน้นย้ำประเด็นสำคัญด้วยการใช้สีสันสดใส ง. เขียนเนื้อหาเป็นย่อหน้ายาวๆ โดยไม่ต้องแบ่งหัวข้อ 6. อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วเขียนย่อความให้สั้น กระชับ โดยคงใจความสำคัญไว้ครบถ้วน ข้อความ: ในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเรา มนุษย์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสื่อสาร เรียนรู้ ทำงาน และความบันเทิง เทคโนโลยีมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีของเทคโนโลยีคือ ช่วยให้การสื่อสารสะดวกรวดเร็ว ช่วยให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพ ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น และช่วยให้ความบันเทิงหลากหลาย อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยียังมีข้อเสียอยู่บ้าง เช่น การเสพติดเทคโนโลยี ปัญหาสุขภาพจากการใช้งานเทคโนโลยี ปัญหา อาชญากรรมทางไซเบอร์ และปัญหาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ดังนั้น มนุษย์ควรใช้เทคโนโลยีอย่างชาญ ฉลาด ข้อใดต่อไปนี้เขียนย่อความสั้น กระชับ โดยคงใจความสำคัญไว้ครบถ้วน ก. เทคโนโลยีมีทั้งข้อดีและข้อเสีย มนุษย์ควรใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด ข. ช่วยให้การสื่อสารสะดวกรวดเร็ว ค. เทคโนโลยีช่วยให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพ ง. เทคโนโลยีช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น 7. พิจารณาข้อความต่อไปนี้แล้วเลือกข้อความที่เขียนอ้างอิงแหล่งความรู้ได้ถูกต้อง ก. ข้อมูลในรายงานฉบับนี้มาจากหนังสือ "พลังแห่งสมอง" ของ ดร. อุไรวรรณ ศรีทอง ข. แหล่งข้อมูลที่ใช้ในรายงานฉบับนี้มีดังนี้ หนังสือ "พลังแห่งสมอง" ของ ดร. อุไรวรรณ ศรีทอง เว็บไซต์ https://www.brainson.org/ และบทความ "สมองทำงานอย่างไร" จากนิตยสาร "สารคดี" ฉบับที่ 345 ค. รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นจากการค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ง. ข้อมูลทั้งหมดในรายงานฉบับนี้มาจากการค้นคว้าทางอินเทอร์เน็ต 8. เลือกข้อความที่เขียนเรียงความได้ถูกต้องตามหลักการเขียนเรียงความ ก. การอ่านหนังสือมีประโยชน์มากมาย ช่วยให้ผู้อ่านได้รับความรู้ใหม่ ๆ พัฒนาความคิด เพิ่มพูน ประสบการณ์ และช่วยให้ผู้อ่านผ่อนคลายจากความเครียด ข. การอ่านหนังสือสนุกมาก ชอบอ่านนิยาย การ์ตูน หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ค. หนังสือมีหลายประเภท เช่น หนังสือเรียน หนังสือเล่าเรื่อง หนังสือสารคดี ง. ห้องสมุดโรงเรียนของฉันมีหนังสือน่าอ่านมากมาย
339 9. เลือกข้อความที่เขียนคำขวัญได้ถูกต้องตามหลักการเขียนคำขวัญ ก. การอ่านหนังสือมีประโยชน์มากมาย ช่วยให้ผู้อ่านได้รับความรู้ใหม่ ๆ พัฒนาความคิด เพิ่มพูน ประสบการณ์ และช่วยให้ผู้อ่านผ่อนคลายจากความเครียด ข. ชอบอ่านหนังสือมาก ชอบอ่านนิยาย การ์ตูน หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ค. หนังสือมีหลายประเภท เช่น หนังสือเรียน หนังสือเล่าเรื่อง หนังสือสารคดี ง. ห้องสมุดโรงเรียนของฉันมีหนังสือน่าอ่านมากมาย 10. พิจารณาข้อความต่อไปนี้แล้วเลือกข้อความที่เป็นงานเขียนที่ดี ก. การอ่านหนังสือมีประโยชน์มากมาย ช่วยให้ผู้อ่านได้รับความรู้ใหม่ ๆ พัฒนาความคิด เพิ่มพูน ประสบการณ์ และช่วยให้ผู้อ่านผ่อนคลายจากความเครียด ข. ชอบอ่านหนังสือมาก ชอบอ่านนิยาย การ์ตูน หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ค. หนังสือมีหลายประเภท เช่น หนังสือเรียน หนังสือเล่าเรื่อง หนังสือสารคดี ง. ห้องสมุดโรงเรียนของฉันมีหนังสือน่าอ่านมากมาย เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง การเขียน วิชาภาษาไทย รหัสวิชา พท21001 1. ง 2. ง 3. ง 4. ก 5. ค 6. ก 7. ข 8. ก 9. ค 10. ก
340 ใบงาน เรื่อง การเขียนรายงาน คำชี้แจง ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 4 – 5 คน ตามหัวข้อที่ได้รับมอบหมายในใบงานและ ออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียนทีละกลุ่ม ดังนี้ เรื่องที่1 เทศนาโวหาร เรื่องที่ 2 การพรรณาโวหาร เรื่องที่ 3 การบรรยายโวหาร เรื่องที่ 4 อุปมาโวหาร เขียนรายงานมาพอสังเขป 1. เรื่อง …………………………………………………………………. 2. จุดมุ่งหมายและขอบเขตของเรื่อง ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. แหล่งค้นคว้าและรวบรวมข้อมูล ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
341 ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. เนื้อหา/สาระสำคัญ ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
342 5. สรุป ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
343 แบบประเมินผลงานผู้เรียน กลุ่มที่......................... เรื่อง ........................................................................................................ วิชา................................................................ ระดับ..................................................................... กิจกรรม การนำเสนอแผนการจัดการเรียนรู้ แบบ Active Learning คำชี้แจง : ให้ผู้ประเมินขีด ✓ ลงในช่องที่ต้องกับระดับคะแนน ผู้ประเมิน ประเด็นที่ประเมิน กลุ่มตนเอง กลุ่มเพื่อน...... ครู 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1. นำเสนอตรงจุดประสงค์ที่ กำหนด 2. มีความถูกต้องสมบูรณ์ 3. มีความคิดสร้างสรรค์ 4. มีความเป็นระเบียบ 5. การนำเสนอน่าสนใจ 6. กิจกรรมที่ใช้เหมาะสมกับ เนื้อหา 7. ผู้เรียนกลุ่มอื่นมีส่วนร่วมใน การนำเสนอ รวม รวมทุกรายการ เฉลี่ย ลงชื่อ .............................................. ผู้ประเมิน ลงชื่อ ................................................ ผู้ประเมิน (..................................................) (..................................................) หัวหน้ากลุ่มตนเอง หัวหน้ากลุ่มที่........... ลงชื่อ ..................................................... ผู้ประเมิน ( ) ครูผู้สอน
344 แบบประเมินพัฒนาการในการเรียนรู้ของผู้เรียน หน่วยการเรียนรู้เรื่อง การเขียน มัธยมศึกษาตอนต้น สกร.อำเภอ......................... คำชี้แจง 1. ให้บันทึกคะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียนของนักเรียนแต่ละคนลงใน ช่องคะแนนแบบทดสอบ 2. นำคะแนนหลังการเรียนลบคะแนนก่อนเรียน เป็นคะแนนพัฒนาการ 3. ประเมินคะแนนพัฒนาการในการเรียนรู้โดยเปรียบเทียบกับเกณฑ์คะแนนพัฒนาการแล้ว ทำเครื่องหมาย ลงในช่องความหมายของการพัฒนาการเรียนรู้ให้ตรงกับความเป็นจริง เลขที่ ชื่อ – สกุล คะแนน แบบทดสอบ คะแนน พัฒนาการ (หลัง-ก่อน) พัฒนาการในการเรียนรู้ ก่อน เรียน หลัง เรียน ดีมาก ดี ปานกลาง ปรับปรุง ลงชื่อ.........................................................................ผู้ประเมิน (………………..................................……………..) ........./...................../........... เกณฑ์คะแนนพัฒนาการ 9–10 = ดีมาก 7 – 8 = ดี 5 – 6 = ปานกลาง น้อยกว่า 5 = ปรับปรุง
345 แบบบันทึกการสังเกตและประเมินพฤติกรรมรายบุคคล ครั้งที่ ………… เรื่อง การเขียน รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา พท21001 ภาคเรียนที..1... ปีการศึกษา..2567... ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สกร. อำเภอ........................................ ลำดับ ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม / ระดับคะแนน ความสามาร ถในการ สื่อสาร ความสามาร ถในการคิด วิเคราะห์ ความสามาร ถในการใช้ เทคโนโลยี ความสามารถ ในการทำงาน เป็นทีม ความสามารถ ในการใช้ ทักษะชีวิต ความสามารถ ในการอ่าน รวม 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเต็ม 15 คะแนน ระดับ 3 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ดี คะแนน 13 - 15 หมายถึง ดี ระดับ 2 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปานกลาง คะแนน 9 - 12 หมายถึง ปานกลาง ระดับ 1 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปรับปรุง คะแนน 5 - 8 หมายถึง ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ร้อยละ 60 ( 9 คะแนน ) ลงชื่อ ( ) ครูผู้สอน /ผู้ประเมิน
346 แผนการจัดการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ สุขศึกษา พลศึกษา รหัสวิชา ทช21002 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง ยาแผนโบราณและยาสมุนไพร (การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning) ภาคเรียนที่ .........1............ ปีการศึกษา.....2567........ เวลา 3 ชั่วโมง สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเชียงยืน ครูผู้สอน 1. ตัวชี้วัด 1. สามารถบอกสรรพคุณและวิธีการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพรที่สําคัญได 2. อธิบายอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพรได 2. สาระสำคัญ ปัจจุบันประชาชนหันมานิยมใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพรกันมากขึ้น การศึกษา ถึง สรรพคุณและวิธีการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพรที่ถูกตอง จะชวยใหประชาชนรูจักการดูแลรักษาสุขภาพ ดวยตนเองอยางมีประสิทธิภาพและปลอดภัย 3. สาระการเรียนรู้ 1. หลักและวิธีการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพร 2. อันตรายจากการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพร 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้(Knowledge) 1. ผู้เรียนสามารถบอกสรรพคุณและวิธีการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพรที่สําคัญได 2. ผู้เรียนอธิบายอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพรได ด้านทักษะกระบวนการ (Process) 1. ผู้เรียนนำเสนอสรรพคุณและวิธีการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพรที่สําคัญได 2. ผู้เรียนอธิบายอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพรได ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude) ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจสรรพคุณและวิธีการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพรที่สำคัญสามารถและ อธิบายอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพรได ด้านทักษะ/สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ผู้เรียนมีความสามารถในการสื่อสาร 2. ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 3. ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 4.ผู้เรียนมีความสามารถในการทำงานเป็นทีม
347 ภารกิจ/ผลงานหรือผลลัพธ์ของผู้เรียน 1 .แบบทดสอบก่อนเรียน – หลังเรียน 2. การนำเสนอสรรพคุณและวิธีการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพรที่สําคัญได 3. ใบงาน เรื่อง สรรพคุณและวิธีการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพรที่สำคัญและอันตรายที่อาจ เกิดขึ้นจากการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพร 4. คลิป VDO เรื่อง “สรรพคุณและวิธีการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพรที่สำคัญและอันตรายที่อาจ เกิดขึ้นจากการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพร” สื่อ/อุปกรณ์การจัดการเรียนรู้ - คลิป เพลง “เพลงสุขภาพดีไม่มีขาย(อยากได้ต้องทำเอง)” - แบบทดสอบก่อนเรียน - ใบความรู้ (ขั้น K) เรื่อง สรรพคุณและวิธีการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพรที่สำคัญและอันตรายที่ อาจเกิดขึ้นจากการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพร - สื่อ Power point เรื่อง “สรรพคุณและวิธีการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพรที่สำคัญและอันตราย ที่อาจเกิดขึ้นจากการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพร - คลิป VDO เรื่อง “สรรพคุณและวิธีการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพรที่สำคัญและอันตรายที่อาจ เกิดขึ้นจากการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพร” - หนังสือเรียน สาระทักษะการดำเนินชีวิต รายวิชาสุขศึกษา พลศึกษา รหัสวิชา ทช21002 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น - ใบงานที่ 1 (ขั้น P) เรื่อง สรรพคุณและวิธีการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพร - แบบทดสอบหลังเรียน - เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน - ใบงานที่ 2 (ขั้น A) เรื่อง อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใชยาแผนโบราณและยาสมุนไพร การประเมินผลการเรียน จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้(Knowledge) - ผู้เรียนสามารถบอก สรรพคุณและวิธีการใชยา แผนโบราณและยาสมุนไพร ที่สําคัญได - ผู้เรียนอธิบายอันตรายที่ อาจเกิดขึ้นจากการใชยา แผนโบราณและยาสมุนไพร ได - การสังเกตพฤติกรรม - การทดสอบก่อนเรียน - แบบทดสอบก่อนเรียน - คลิปเพลง “เพลง สุขภาพดีไม่มีขาย(อยาก ได้ต้องทำเอง) - สื่อ Power point เรื่อง “สรรพคุณและ วิธีการใชยาแผนโบราณ และยาสมุนไพรและ อันตรายที่อาจเกิดขึ้น -ร้อยละ 70 ของผู้เรียน สามารถอธิบาย เรื่อง สรรพคุณและ วิธีการใชยาแผนโบราณ และยาสมุนไพรและ อันตรายที่อาจเกิดขึ้น จากการใชยาแผน โบราณและยาสมุนไพร
348 จากการใชยาแผน โบราณและยาสมุนไพร - คลิป VDO เรื่อง สรรพคุณและวิธีการใช ยาแผนโบราณและยา สมุนไพรและอันตรายที่ อาจเกิดขึ้น จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านทักษะกระบวนการ (Process) -ผู้เรียนสามารถนำเสนอ สามารถบอกสรรพคุณและ วิธีการใชยาแผนโบราณและ ยาสมุนไพรที่สําคัญได -ผู้เรียนอธิบายอันตรายที่ อาจเกิดขึ้นจากการใชยา แผนโบราณและยาสมุนไพร ได - การสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม การทำงานรายบุคคล - การทำใบงาน - ใบงาน เรื่อง สรรพคุณ และวิธีการใชยาแผน โบราณและยาสมุนไพร -ใบงาน เรื่องอันตรายที่ อาจเกิดขึ้นจากการใชยา แผนโบราณและยา สมุนไพร ร้อยละ 70 ของผู้เรียน ผู้เรียนสามารถนำเสนอ สรรพคุณและวิธีการใช ยาแผนโบราณและยา สมุนไพรและอันตรายที่ อาจเกิดขึ้นจากการใชยา แผนโบราณและยา สมุนไพร จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านคุณลักษณะอันพึง ประสงค์(Attitude) - ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ เรื่อง สรรพคุณและวิธีการใช ยาแผนโบราณและยา สมุนไพรที่สําคัญ - ผู้เรียนอธิบายอันตรายที่ อาจเกิดขึ้นจากการใชยา แผนโบราณและยาสมุนไพร ได - การทดสอบหลังเรียน - คลิปวิดีโอของผู้เรียน - แบบทดสอบหลังเรียน -ใบงาน เรื่อง สรรพคุณ และวิธีการใชยาแผน โบราณและยาสมุนไพร -ใบงาน เรื่องอันตรายที่ อาจเกิดขึ้นจากการใชยา แผนโบราณและยา สมุนไพร -แบบสังเกตุพฤติกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไป ของผู้เรียน ผ่านเกณฑ์ การทดสอบหลังเรียน