The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนจัดการเรียนรู้ระดับ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ตำบลกู่ทอง อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Bambie gin, 2024-06-17 01:36:46

แผนจัดการเรียนรู้ระดับ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

แผนจัดการเรียนรู้ระดับ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ตำบลกู่ทอง อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม

99 4. คลิปวิดีโอตัวอย่างสถานการณ์คุณธรรมจริยธรรมในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ส่งผลกระทบ 5. แบบทดสอบก่อนเรียน / หลังเรียน ใช้สื่อ Google ฟอร์ม 6. สุ่มวงล้อ


100 ใบความรู้ ครั้งที่ ๕ วิชา คุณธรรมจริยธรรมในการใช้สื่อออนไลน์ ในยุคดิจิทัลที่สื่อออนไลน์มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน การใช้สื่อออนไลน์อย่างมีคุณธรรม จริยธรรมเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างสังคมออนไลน์ ที่มีความปลอดภัย สุขภาพดี และเอื้อต่อการพัฒนา หลักการคุณธรรมจริยธรรมในการใช้สื่อออนไลน์ • เคารพความเป็นส่วนตัว: ไม่เผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต • ซื่อสัตย์และโปร่งใส: ไม่เผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือบิดเบือน และให้เครดิตกับแหล่งที่มาของข้อมูล • มีจิตสำนึกทางสังคม: ใช้สื่อออนไลน์เพื่อส่งเสริมสิ่งที่ดีงามและหลีกเลี่ยงการสร้างความเกลียดชังหรือ แบ่งแยก • เคารพกฎหมาย: ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้สื่อออนไลน์ เช่น กฎหมายว่าด้วยการหมิ่น ประมาทและการละเมิดลิขสิทธิ์ • ใช้สื่อออนไลน์อย่างเหมาะสม: ใช้สื่อออนไลน์เพื่อการเรียนรู้ การสื่อสาร และการสร้างความสัมพันธ์ที่เป็น ประโยชน์ หลีกเลี่ยงการใช้สื่อออนไลน์ในทางที่ไม่เหมาะสม เช่น การกลั่นแกล้งทางไซเบอร์หรือการติดการ พนันออนไลน์ ข้อควรระวังในการใช้สื่อออนไลน์ • ภัยคุกคามทางไซเบอร์: ระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวหรือคลิกลิงก์ที่ไม่น่าเชื่อถือ • การกลั่นแกล้งทางไซเบอร์: หลีกเลี่ยงการโพสต์หรือแชร์เนื้อหาที่อาจทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่สบายใจหรือถูกคุกคาม • การเสพติดสื่อออนไลน์: ใช้สื่อออนไลน์อย่างพอประมาณและหลีกเลี่ยงการใช้สื่อออนไลน์จนส่งผลกระทบต่อ สุขภาพกายและใจ • ข้อมูลเท็จและการบิดเบือน: ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ก่อนแชร์หรือเผยแพร่ • การละเมิดลิขสิทธิ์: เคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นและหลีกเลี่ยงการละเมิดลิขสิทธิ์ การใช้สื่อ ออนไลน์อย่างมีคุณธรรมจริยธรรมเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างสังคมออนไลน์ที่มีสุขภาพดีและปลอดภัย โดย การปฏิบัติตามหลักการคุณธรรม จริยธรรมและข้อควรระวังที่กล่าวมาข้างต้น เราสามารถใช้สื่อออนไลน์เพื่อ การพัฒนาตนเองและสังคมได้อย่างเต็มศักยภาพเนื้อหาวิชา คุณธรรมจริยธรรมในโลกออนไลน์ 1. จริยธรรมพื้นฐานในโลกออนไลน์


101 • ความเคารพผู้อื่น • ความซื่อสัตย์และความโปร่งใส • ความรับผิดชอบ • ความเป็นส่วนตัว • ความปลอดภัย 2. พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในโลกออนไลน์ • การกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ • การขโมยข้อมูลประจำตัว • การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ • การละเมิดลิขสิทธิ์ • การพนันออนไลน์ 3. การปกป้องตนเองในโลกออนไลน์ • การใช้รหัสผ่านที่ปลอดภัย • การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล • การระมัดระวังในการแบ่งปันข้อมูล • การรายงานพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม 4. ผลกระทบของการกระทำที่ไม่เหมาะสมในโลกออนไลน์ • ผลกระทบต่อตนเอง • ผลกระทบต่อผู้อื่น • ผลกระทบต่อสังคม 5. การสร้างโลกออนไลน์ที่มีจริยธรรม • การส่งเสริมพฤติกรรมที่เหมาะสม • การรายงานพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม • การให้การศึกษาและการตระหนักรู้ • การสร้างกฎหมายและข้อบังคับ 6. กรณีศึกษาและตัวอย่างในโลกแห่งความเป็นจริง • กรณีศึกษาเกี่ยวกับการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ • กรณีศึกษาเกี่ยวกับการขโมยข้อมูลประจำตัว • กรณีศึกษาเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ • กรณีศึกษาเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์


102


103 ใบงาน เรื่อง คุณธรรมจริยธรรมในโลกออนไลน์ คำชี้แจง ให้นักศึกษาทำเครื่องหมาย ✓ หน้าข้อถูก และทำเครื่องหมาย × หน้าข้อผิด 1. บอก Password อีเมลให้เพื่อนช่วยจำ 2. ให้ผู้อื่นยืมใช้เครื่องคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อเข้าอินเตอร์เน็ต 3. เข้าระบบด้วย User ID และ Password ของเพื่อน 4. ใม่นำ User ID และ Password ของตนเองและของเพื่อนไปเผยแพร่ 5. ส่งต่อซึ่งภาพหรือข้อความหรือภาพเคลื่อนไหวที่ผิดกฎหมาย 6. กด Remember หรือ Remember Password ที่เครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะ 7. ไม่ Log-in เพื่อทำธุรกรรมการเงินที่เครื่องสาธารณะ 8. ใช้ Wi-Fi (Wireless LAN) ที่เปิดให้ใช้ฟรี 9. ตอบคำถามหรือต่อความกับผู้ที่สื่อข้อความหยาบคาย 10. เคารพต่อข้อตกลงในการใช้อินเตอร์เน็ตที่ให้กับผู้ปกครอง


104 แบบประเมินใบงาน (งานเดี่ยว) วิชา...............................................................................รหัสวิชา...........................เรื่อง. ....................................... ชื่อกลุ่ม.................................................................................................................... .............................................. คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนในระหว่างเรียน ลำดับที่ รายการประเมิน คะแนนที่ได้ เต็ม 3 คะแนน 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 ความคิดสร้างสรรค์ 3 การจัดระเบียบและรูปแบบการนำเสนอ 4 การนำไปใช้ประโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา รวม (คะแนนเต็ม 15 คะแนน) ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมิน ............ /................. /............... เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสิน ช่วงคะแนนที่ได้ คะแนนสุทธิ 14–15 2 11–13 1.5 8–10 1 ต่ำกว่า 8 0.5 หมายเหตุ (เครื่องมือในการวัดและประเมินผลคุณครูสามารถปรับแก้ไขให้สอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้)


105 แบบประเมินใบงาน วิชา..........................................................รหัสวิชา...........................เรื่อง...................... .................................. ชื่อกลุ่ม.................................................................................................................... ........................................ คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนในระหว่างเรียน ลำดับที่ รายการประเมิน คะแนนที่ได้ เต็ม 3 คะแนน 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 ความคิดสร้างสรรค์ 3 วิธีการนำเสนอผลงาน 4 การนำไปใช้ประโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา รวม (คะแนนเต็ม 15 คะแนน) ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมิน ............ /................. /............... เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสิน ช่วงคะแนนที่ได้ คะแนนสุทธิ 14–15 2 11–13 1.5 8–10 1 ต่ำกว่า 8 0.5 หมายเหตุ (เครื่องมือในการวัดและประเมินผลคุณครูสามารถปรับแก้ไขให้สอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้)


106 คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนในระหว่างเรียน ลำดับที่ รายการประเมิน คะแนนที่ได้ เต็ม 3 คะแนน 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ำใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม (คะแนนเต็ม 15 คะแนน) ลงชื่อ ................................................... ผู้ประเมิน ............ /................. /............... เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสิน ช่วงคะแนนที่ได้ คะแนนสุทธิ 12–15 0.5 8–10 0.25 ต่ำกว่า 8 0 หมายเหตุ (เครื่องมือในการวัดและประเมินผลคุณครูสามารถปรับแก้ไขให้สอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้) แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม


107 คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน สมรรถนะด้าน รายการประเมิน ระดับคุณภาพ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) 1. ความสามารถ ในการสื่อสาร 1.1 มีความสามารถในการรับ-ส่งสาร 1.2 มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความเข้าใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่างเหมาะสม 1.3 ใช้วิธีการสื่อสารที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ 1.4 เจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหาความ ขัดแย้งต่าง ๆ ได้ 1.5 เลือกรับและไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยเหตุผล และถูกต้อง สรุปผลการประเมิน รวม .......... คะแนน ระดับ ............... 2. ความสามารถ ในการคิด 2.1 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ 2.2 มีทักษะในการคิดนอกกรอบอย่างสร้างสรรค์ 2.3 สามารถคิดอย่างมีวิจารณญาณ 2.4 มีความสามารถในการสร้างองค์ความรู้ 2.5 ตัดสินใจแก้ปัญหาเกี่ยวกับตนเองได้อย่าง เหมาะสม สรุปผลการประเมิน รวม .......... คะแนน ระดับ ............... 3. ความสามารถ ในการแก้ปัญหา 3.1 สามารถแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้ 3.2 ใช้เหตุผลในการแก้ปัญหา 3.3 เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงในสังคม 3.4 แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหา 3.5 สามารติดสินใจได้เหมาะสมตามวัย สรุปผลการประเมิน รวม .......... คะแนน ระดับ ............... 4. ความสามารถ 4.1 เรียนรู้ด้วยตนเองได้เหมาะสมตามวัย แบบประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5 ด้าน


108 ในการใช้ทักษะ ชีวิต 4.2 สามารถทำงานกลุ่มร่วมกับผู้อื่นได้ 4.3 นำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน 4.4 จัดการปัญหาและความขัดแย้งได้เหมาะสม 4.5 หลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผล กระทบต่อตนเอง สรุปผลการประเมิน รวม .......... คะแนน ระดับ ............... 5. ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี 5.1 เลือกและใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสมตามวัย ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) 5.2 มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี 5.3 สามารถนำเทคโนโลยีไปใช้พัฒนาตนเอง 5.4 ใช้เทคโนโลยีในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ 5.5 มีคุณธรรม จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี สรุปผลการประเมิน รวม .......... คะแนน ระดับ ............... เกณฑ์การให้คะแนนระดับคุณภาพ ดีมาก - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน ดี - พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบ่อยครั้ง ให้ 3 คะแนน พอใช้ - พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 2 คะแนน ต้องปรับปรุง - ไม่เคยปฏิบัติพฤติกรรม ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การสรุปผล ดีมาก - 16 - 20 คะแนน ดี - 11 - 15 คะแนน พอใช้ - 6 - 10 คะแนน ต้องปรับปรุง - 0 - 5 คะแนน หมายเหตุ (เครื่องมือในการวัดและประเมินผลคุณครูสามารถปรับแก้ไขให้สอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้)


109 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่...................ห้อง............ภาคเรียนที่..............ปีการศึกษา.............. รายชื่อนักเรียน สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน รวมคะแนน ระดับคุณภาพ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามรถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. 12. 13. 14. 15. 16. 17. 18. 19. 20. แบบสรุปประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5 ด้าน


110 แผนการจัดการเรียนรู้ สาระทักษะการดำเนินชีวิต วิชาเลือกรายวิชา รู้ทันข่าวและ Fake News รหัสวิชา สค 0200036 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การรู้เท่าทันข่าว (การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา............ เวลา 3 ชั่วโมง สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ…………… ครูผู้สอน …………………………………………… 1. สาระสำคัญ ในปัจจุบันพฤติกรรมการบริโภคข่าวสารของผู้อ่านได้เปลี่ยนไปอย่างมาก เนื่องจากสื่อและเทคโนโลยี ได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว มีการบริโภคข่าวสารผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือ ไลน์ มาก ขึ้น และในสื่อโซเชียล ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไปยังสามารถแสดงบทบาทเป็นผู้นำเสนอข่าว เองได้ โดยมีผู้อ่าน จำนวนไม่น้อยให้ความสนใจและคอยติดตาม เนื่องจากนำเสนอข่าวที่รวดเร็ว แปลกใหม่ หวือหวาและเร้า อารมณ์ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ มีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะเกี่ยวกับ การรู้เท่าทันข่าว 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้(Knowledge) ผู้เรียน สามารถจำแนก ข่าวจริงและข่าวปลอม Fake News ได้ 3.2 ด้านทักษะกระบวนการ (Process) ผู้เรียนสามารถเขียนสรุปองค์ความรู้เป็นแผนผังความคิด การรู้เท่าทันข่าว ได้ 3.3 ด้านเจตพิสัย (Attitude) ผู้เรียนตระหนักถึงความสำคัญของ การรู้เท่าทันข่าว 4. ด้านทักษะ/สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ผู้เรียนมีความสามารถในการสื่อสาร 2. ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 3. ผู้เรียนมีความสามารถในการทำงานเป็นทีม 4. ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต


111 5. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1. ผู้เรียนมีวินัย 2. ผู้เรียนใฝ่เรียนรู้ 3. ผู้เรียนมุ่งมั่นในการทำงาน 6. ชิ้นงาน / ภาระงาน สื่อ/อุปกรณ์การจัดการเรียนรู้ 1. แบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน 2. การนำเสนอกลุ่ม 3. คลิป VTR“เรื่อง การรู้เท่าทันข่าว” 4. คลิป VDO “เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับข่าว” 5. รายงาน เรื่อง “เรื่อง การรู้เท่าทันข่าว” 6. หนังสือเรียน สาระทักษะการดำเนินชีวิต รายวิชารู้ทันข่าวและ Fake News รหัสวิชา สค 0200036 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 7. สื่อ Power point เรื่อง “เรื่อง การรู้เท่าทันข่าว” 8. ใบความรู้ “เรื่อง การรู้เท่าทันข่าว” 7. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นที่ 1. ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูทักทายผู้เรียนและใช้คำถาม “เมื่อเช้ามีใครตื่นขึ้นแล้วจับโทรศัพท์บ้าง” ผู้เรียนช่วยกันตอบ ครู ถามผู้เรียนต่อว่า “จับมาดู แล้วนักเรียนดูอะไร” ผู้เรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และครูอธิบายเพิ่มเติม 2. ครูให้ผู้เรียนร่วมกันร้องเพลง “เรื่อง การรู้เท่าทันข่าว” และแสดงท่าทางประกอบ 2-3 รอบเพื่อ เตรียมความพร้อมในการเรียนรู้ 3.ครูชี้แจงเนื้อหาและวัตถุประสงค์การเรียนรู้ \ ขั้นที่ 2 ขั้นสอน (K) 1. ครูให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนโดยใช้ Google form และ Paper (สำหรับผู้เรียนที่ไม่มี สมาร์ทโฟน) 2. ครูบรรยายให้ความรู้ เรื่อง การรู้เท่าทันข่าว โดยใช้สื่อ Power point ที่ครูจัดทำประกอบหนังสือ เรียน รายวิชารู้ทันข่าวและ Fake New 3. ครูให้ผู้เรียนช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้และครูอธิบายเพิ่มเติม 4. ครูเปิดคลิป VDO “เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับข่าว” แล้วให้ผู้เรียนจดบันทึกการเรียนรู้ - ครูให้ผู้เรียนช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้และครูอธิบายเพิ่มเติม 5. ครูสุ่มถามผู้เรียน 3 - 4 คน โดยใช้คำถามว่า “จากคลิป VDO ที่รับชม ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ ข่าว” ครูอธิบายเพิ่มเติม


112 ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติ (P) 1. ครูแบ่งผู้เรียนออกเป็น 6 กลุ่มๆละ 4- 5 คน โดยการสุ่มวงล้อ และให้จับฉลากหัวข้อทำใบงาน ระดมความคิด และสรุปองค์ความรู้เป็นแผนผังความคิด (Mind Mapping) การรู้เท่าทันข่าว โดยผู้เรียน สามารถออกแบบได้ตามจินตนาการ ดังต่อไปนี้ เรื่องที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับข่าว เรื่องที่ 2 การรู้เท่าทันข่าว เรื่องที่ 3 ข่าวปลอมคืออะไร เรื่องที่ 4 ประเภทของข่าวปลอม เรื่องที่ 5 ทำไมคนถึงหลงเชื่อข่าวปลอม เรื่องที่ 6 ผลกระทบของข่าวปลอม 2. ครูให้ตัวแทนกลุ่มจับฉลากนำเสนอ กลุ่มละ 3 คน และให้ผู้เรียนที่เหลือร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และครูอธิบายเพิ่มเติม 3. ผู้เรียนร่วมกันสรุปความรู้และครูอธิบายเพิ่มเติม ขั้นที่ 4 ขั้นสรุป (A) 1. ครูให้ผู้เรียนช่วยกันสรุป เรื่อง การรู้เท่าทันข่าว 2. ครูให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน และให้สลับกันตรวจ ครูเฉลยและอธิบายเพิ่มเติม 3. ครูมอบหมายให้ผู้เรียนทำรายงาน เรื่อง “การรู้เท่าทันข่าว” โดยอัดคลิปวิดีโอความยาวไม่เกิน 3 - 5 นาที แล้วมาส่งในการพบกลุ่มครั้งต่อไป 8. การประเมินผลการเรียน จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ (Knowledge) ผู้เรียนมีความรู้ ความ เข้าใจ สามารถอธิบาย ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ ข่าว - การสังเกตพฤติกรรม - การทดสอบก่อน เรียน - แบบทดสอบก่อนเรียน Google Form - แบบทดสอบหลังเรียน - แบบบันทึกการเรียนรู้ ร้อยละ 70 ของผู้เรียนมี ความรู้ ความเข้าใจ สามารถอธิบายความรู้ เบื้องต้นเกี่ยวกับข่าว ด้านทักษะกระบวนการ (Process) ผู้เรียนสามารถเขียนสรุป องค์ความรู้เป็นแผนผัง - การสังเกตพฤติกรรม - การทำใบงาน - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - แบบสังเกต - แผนผังความคิด (Mind Mapping) การความรู้ เบื้องต้นเกี่ยวกับข่าว ร้อยละ 70 ของผู้เรียน สามารถเขียนสรุปองค์ ความรู้เป็นแผนผัง


113 ความคิดความรู้เบื้องต้น เกี่ยวกับข่าว การทำงานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - รายงาน เรื่อง “การรู้เท่า ทันข่าวที่ผู้เรียนสนใจใน การนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน” ความคิดการรู้เท่าทัน ข่าวได้ ด้านเจตพิสัย ผู้เรียนตระหนักถึง ความสำคัญของการรู้เท่า ทันข่าว และนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ - รายงาน - การทดสอบหลังเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - รายงาน เรื่อง “ประเภท ของข่าวปลอม” - แบบประเมินรายงาน - แบบสังเกตพฤติกรรม/ แบบประเมินตนเอง - ร้อยละ 70 ขึ้นไป ของผู้เรียน ผ่านเกณฑ์ การทดสอบหลังเรียน - ร้อยละ 70 ขึ้นไป สามารถจัดทำรายงาน เรื่อง “การรู้เท่าทันข่าว” ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะผู้บริหาร ได้ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การรู้เท่าทันข่าว วิชารู้ทันข่าวและ Fake News รหัสวิชา สค 0200036 ของ...........................................................................................................มีความคิดเห็น ดังนี้ 1. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ครบถ้วย ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2. สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 3. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้เหมาะสม เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 4. การใช้สื่อหลากหลายและเหมาะสม ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 5. การวัดและประเมินผลเหมาะสม ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง


114 ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………..…… (……………………………………………………) ตำแหน่ง…………………………………………………


115 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. บันทึกผลการจัดการเรียนรู้ 1.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 1.2 ด้านความรู้ (Knowledge: K) ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 1.3 ด้านทักษะกระบวนการ (P) ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 1.4 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude : A) ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. กิจกรรมเสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ปัญหา/อุปสรรค และแนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ…………………………………………………… (นางพัชรินทร์ ปิติภาสวิวัฒ) ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบลกู่ทอง ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ............................................... ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ………………………………………………..…… (นางศิริประภา หลงพิมาย) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเชียงยืน


116 เอกสาร/ สื่อประกอบการสอน เรื่อง การรู้เท่าทันข่าว VTR “10 เคล็ดลับรู้ทันข่าวปลอม” สื่อ Power point เรื่อง การรู้เท่าทันข่าว คลิป VDO “ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับข่าว” แบบทดสอบก่อน – หลังเรียน


117 รู้เท่าทันข่าว (News Literacy) สื่อและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง ในปัจจุบันพฤติกรรมการบริโภคข่าวสารของผู้อ่านได้เปลี่ยนไปอย่าง มาก เนื่องจากสื่อและเทคโนโลยีได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว มีการบริโภคข่าวสารผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือ ไลน์ มากขึ้น และในสื่อโซเชียลผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไปยังสามารถแสดงบทบาทเป็นผู้ นำเสนอข่าว เองได้ โดยมีผู้อ่านจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจและคอยติดตาม เนื่องจากนำเสนอข่าวที่รวดเร็ว แปลกใหม่ หวือหวาและเร้าอารมณ์ถึงแม้ว่าความรวดเร็วในการรายงานข่าวทางออนไลน์จะช่วยทำให้ผู้อ่านรับ ข้อมูลข่าวสารอย่าง ทันท่วงที แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือข่าวออนไลน์บางส่วนไม่ได้รับการกลั่นกรองคุณภาพและ ความถูกต้อง เนื่องจากเป็นสื่อที่เปิดกว้าง และไม่ได้ถูกจำกัดว่าเป็นข่าวนำเสนอจากสื่อมวลชนกระแสหลักแต่ เพียง อย่างเดียวอีกต่อไป นอกจากนี้ ข่าวที่นำเสนอผ่านทางหน้านิวส์ฟีดของโซเชียลมีเดียยังสามารถ ถูกส่งต่อ หรือแบ่งปันให้ผู้อื่นอ่านต่อได้ในวงกว้าง ซึ่งส่งผลทำให้เกิดการแพร่กระจายของข่าวสาร อย่างรวดเร็วและสร้าง อิทธิพลต่อความคิดของคนในสังคมเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้จึงเป็นการเปิด โอกาสให้ผู้ไม่หวังดีสร้างข่าวปลอม เข้ามาปะปนกับข่าวอื่นๆ บนโลกออนไลน์ จนทำให้ผู้อ่านหลงเชื่อ ข่าวปลอม ข่าวลือ หรือ ข่าวบิดเบือนเพราะ ไม่รู้เท่าทันสื่อเหล่านี้พลเมืองดิจิทัลจึงควรมีทักษะในการรู้เท่าทันข่าว มีวิจารณญาณแยกแยะได้ว่าข่าวใดเป็น ข่าวปลอม มีทักษะในการวิเคราะห์และตรวจสอบเพื่อที่จะได้ข้อมูลที่ถูกต้องในการแสดงความคิดเห็น รู้จัก ประเมิน และเลือกใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดสังคมประชาธิปไตยที่ ผู้คน แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและแสดงความคิดเห็นบนข้อเท็จจริงและเหตุผล การรู้เท่าทันข่าวคืออะไร การรู้เท่าทันข่าว คือทักษะในการคิดวิเคราะห์ข่าวสารเพื่อที่จะตรวจสอบและประเมินความน่าเชื่อถือ ของข่าวสารและข้อมูล รู้ว่าข่าวนั้นน่าเชื่อถือหรือไม่ รู้ว่าข่าวนั้นเขียนขึ้นด้วยจุดประสงค์อะไร รู้จัก การ แยกแยะข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็นและการชี้นำของผู้สร้างและเขียนข่าว ไม่ใช้อคติในการรับ ข่าวสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งรู้จักการตรวจสอบข่าวปลอมที่มักเผยแพร่ทางสื่ออินเทอร์เน็ต เพื่อได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้ ไม่หวังดีพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในการรับรู้และเชื่อข่าวสาร โดยขาดทักษะการรู้เท่าทันข่าวนั้นเป็น เรื่องสำคัญที่ไม่สมควร จะมองข้าม ข่าวสารที่ไม่มีความจริงหรือที่เรียกว่าข่าวปลอม (Fake news) ที่เผยแพร่ ใบความรู้ เรื่อง การรู้เท่าทันข่าว


118 ทางสื่อสังคมออนไลน์นั้น สามารถ จะส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวมได้ เนื่องจากข่าวปลอม มีการบิดเบือน ใส่ ร้าย และชี้นำ จนอาจทำให้ประชาชน เกิดความสับสน และขัดแย้งจนอาจส่งผลให้เกิดความวุ่นวาย ในสังคมได้ ข่าวปลอมคืออะไร ปัจจุบันยังไม่มีคำจำกัดความที่แน่นอนของข่าวปลอม (Fake news) ผู้ให้คำนิยามก็ตีความหมายของ ข่าวปลอมแตกต่างกันออกไป อย่างไรก็ตาม ความหมายกว้าง ๆ ของข่าวปลอมคือ “ข่าวที่ไม่จริง” เนื้อหาของ ข่าวปลอมอาจมีข้อเท็จจริงเพียงเล็กน้อยหรือเพียงบางส่วนแต่ขาดบริบทของรายละเอียด หรืออาจเป็นข่าวที่ไม่ มีมูลความจริงเลย เนื้อหาของข่าวเป็นเรื่องที่กุขึ้นมาหรือไม่มีข้อเท็จจริง ไม่มีแหล่งข่าวหรือคำพูดที่ตรวจสอบ ได้ ข่าวปลอมบางประเภทก็อาจมีเนื้อข่าวที่ตรวจสอบได้จริง แต่มีลักษณะการเขียนด้วยอคติ จงใจให้ร้าย หรือไม่ใส่รายละเอียดที่สำคัญต่อเหตุการณ์ลงในเนื้อข่าว หรือนำเสนอจากมุมมองด้านเดียว บางครั้งข่าวปลอม ก็เป็นโฆษณาชวนเชื่อที่จงใจเขียนขึ้นมาเพื่อชี้นำ คนอ่าน โดยมีแรงจูงใจทางการเมือง หรืออาจเป็นเพียงแค่ “พาดหัว ยั่วให้คลิก” (Clickbait) ที่เขียน ล่อให้คนเข้ามาอ่านเพื่อเพิ่มยอดวิวโดยมีแรงจูงใจทางการเงินอยู่ เบื้องหลัง อย่างไรก็ตามข่าวปลอม มีลักษณะกว้าง ๆ 3 ข้อ คือ ลักษณะกว้างๆ ของข่าวปลอม - มีข้อมูลเท็จ ไม่ว่าจะมีข้อเท็จจริงเพียง บางส่วนหรือปราศจากข้อเท็จจริงเลย - กระตุ้นให้เกิดการแชร์ออกไป - เจตนาที่จะบิดเบือนหรือปิดบังความจริง ด้วยการใช้อารมณ์มากกว่าตรรกะ กระตุ้นอคติของผู้อ่าน นอกจากข่าวปลอมจะแบ่งประเภทตามระดับความรุนแรงของเนื้อหาแล้ว พิจิตรา สึคาโมโต้ เสนอว่า ข่าว ปลอมยังสามารถแบ่งตามเจตนาความตั้งใจของผู้ส่งสารหรือผู้สร้างข่าวได้อีก 3 ประเภทคือ 3 ประเภท เป็น ข่าวปลอมที่ตั้งใจปั่นป่วน ให้ร้าย โจมตีผู้อื่นมีเจต Mis-information การแชร์ข่าวปลอมโดยไม่ได้ตั้งใจ ผู้ส่งสารไม่มีเจตนา ปั่นป่วนหรือทำร้ายใคร แต่ แชร์เพราะความไม่รู้ Dis-information เป็นข่าวปลอมที่ตั้งใจปั่นป่วน ให้ร้าย โจมตีผู้อื่นมีเจตนา ที่จะชักนำความคิดของ สังคม และปิดบังความจริง Mal-information ข่าวปลอมที่สร้างความเกลียดชัง เป็นข่าวที่มีข้อเท็จจริง อยู่บ้างแต่เจตนาสร้าง ขึ้นเพื่อดูถูก เหยียดหยาม สร้างความเกลียดชังให้ผู้ตก เป็นข่าว ข่าวประเภทนี้ส่งผลกระทบร้ายแรงที่สุด เช่น การล่าแม่มดในโลกออนไลน์การสื่อสารที่สร้างความเกลียดชัง มีการแบ่งเขาแบ่งเรา ข่าวปลอมอยู่ภายในระบบนิเวศขนาดใหญ่ของข้อมูลที่ผิดพลาดและบิดเบือน การทำให้ผู้อ่าน เข้าใจ ผิด อาจเกิดโดยตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจก็ได้ แต่การบิดเบือนข้อมูลเป็นข้อมูลเท็จที่สร้างขึ้น โดยเจตนาและ แพร่กระจาย เพื่อสร้างอิทธิพลต่อความคิดเห็นของสาธารณชนหรือปิดบัง ความจริง ในการจำแนกประเภท ของข่าวปลอม The European Association for Viewers Interests (EAVI) ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกา ไรที่สนับสนุนการรู้เท่าทันสื่อได้แบ่งประเภท ํข่าวปลอมและข่าวที่สร้างความเข้าใจที่ผิดดังนี้ 1. ข่าวพาดหัว ยั่วให้คลิก หรือ คลิกเบท (Clickbait) ข่าวที่ใช้คำหรือรูปภาพพาดหัว ที่ทำให้ดูชวน สงสัยใคร่รู้ หรือดึงดูดใจให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไปคลิกเข้าไปอ่าน ผู้สร้างข่าวอาศัยประโยชน์จากความ สงสัย โดยให้ข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ พอชวนให้ผู้อ่าน สงสัย แต่ไม่พอจะขจัดความสงสัยนั้น จนต้องคลิกเข้าไปดู เนื้อหานั้น ๆ ทั้งที่ เนื้อข่าวอาจไม่คำนึงถึงคุณภาพหรือ ความถูกต้องของข้อมูล แต่การพาดหัว ทำให้คนหลง กลคลิกเข้าไปเพื่อเรียกยอดวิว ในเว็บไซต์นั่นเอง


119 2. โฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) เป็นการนำเสนอ ข้อมูลข่าวสารที่มุ่งชักจูงทัศนคติของผู้รับสารต่อ อุดมการณ์หรือมุมมองบางอย่างโดยการนำเสนอ การให้เหตุผลเพียงข้างเดียว การโฆษณาชวนเชื่อ มักทำซ้ำ และกระจายในสื่อหลายชนิดเพื่อหวังผล ให้ผู้รับสารเชื่อและคล้อยตาม อุดมการณ์ที่ผู้ส่งสารต้องการสื่อ 3. ข่าวแฝงการโฆษณา (Sponsored content, Native Advertising) รูปแบบโฆษณาที่ใช้รูปแบบ เนื้อหาแนบเนียนกับเนื้อหาปกติในเว็บไซต์นั้น ๆ หรือแนบเนียนไปกับสิ่งแวดล้อมของแพลตฟอร์ม ของสื่อนั้น ๆ ที่เป็นอยู่ พร้อมทำหน้าที่ให้เนื้อหา ที่คนต้องการรับรู้ หรือรับชม โดยไม่ทราบว่าเป็น โฆษณาจนกว่าจะได้ อ่าน/ดูจบ ข่าวแฝงการโฆษณานี้จะทำการแฝง (Tie-in) เรื่องราวของแบรนด์และ สินค้าไม่มากเกินไป ทำให้ คนอ่านหรือคนเสพสื่อนั้น รู้สึกว่าไม่ได้อ่านโฆษณาอยู่ เนื้อหาคอนเทนต์นั้น อาจจะเป็นทั้งการผลิตโดยผู้ลง โฆษณา หรือเป็น การร่วมกันผลิตระหว่างผู้โฆษณาและเจ้าของช่องทาง 4. ข่าวล้อเลียนและเสียดสี (Satire and Hoax) ข่าวที่ดัดแปลงข้อมูลเพื่อมุ่งสร้าง อารมณ์ขันให้กับ ผู้อ่าน ใช้เนื้อหาที่ตลก ขบขันเพื่อแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ เหตุการณ์ข่าวในโลกแห่งความเป็นจริง ผ่านการ ล้อเลียนหรือเสียดสี 5. ข่าวที่ผิดพลาด (Error) บางครั้งแม้แต่ข่าวที่เผยแพร่จากสำนักข่าว ออนไลน์ที่เชื่อถือได้ ก็อาจมี ความผิดพลาดได้เช่นกัน เช่น การเขียน ข้อความที่ผิด ชื่อบุคคลหรือรูปภาพผิดจากเนื้อข่าวจริง ๆ ซึ่งทำให้ผู้รับ สารเข้าใจไปในทิศทางอื่น หรือไม่เข้าใจใน ข่าวนั้น 6.ข่าวเอนเอียงเลือกข้าง (Partisan) เป็นข่าว บิดเบือนข่าวสาร มักจะเลือกข้างโดยนำเสนอ ข่าว วิพากษ์วิจารณ์ในทางลบต่อฝ่ายที่ตนเอง ไม่ชอบ ในขณะที่ฝ่ายที่ตนเองสนับสนุน จะเสนอ ข่าวชื่นชมเกินจริง โดยเฉพาะด้านการเมือง 7.ทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy theory) เป็นเรื่องเล่าหรือบทความที่สร้างขึ้นมาจาก ความคิดของ คน หรือกลุ่มคนที่นำเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาปะติดปะต่อเข้าด้วยกัน ทฤษฎีสมคบคิดอธิบายเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้น โดยอาศัยข้อมูลที่ไม่มีความเชื่อมโยงกัน เช่น เครื่องบินพาณิชย์ที่หายไปจากจอเรดาร์อย่าง ไร้ร่องรอย เกิดจากมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไป ทฤษฎีสมคบคิดยังอาจมีวัตถุประสงค์ซ่อนเร้น อื่น ๆ เพื่อให้ประโยชน์ ให้ โทษต่อบุคคลหรือ กลุ่มบุคคลหนึ่งใด เช่น เครื่องบินที่ หายไปนั้นโดน CIA ยึดไว้เพราะต้องการ 8 ของสำคัญที่ อยู่ในเครื่องบิน 8. วิทยาศาสตร์ลวงโลก (Pseudoscience) คือ ข้อเขียนที่อ้างว่าเป็นทั้งวิทยาศาสตร์และข้อเท็จจริง แต่จริง ๆ แล้วขัดแย้งหรือ เข้ากันไม่ได้กับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์หรือไม่มีหลักฐานหรือความเป็นไปได้ ใด ๆ มาสนับสนุน ไม่สามารถทำการตรวจสอบ หรือขาดฐานความเป็นวิทยาศาสตร์ ใน แวดวงข่าว วิทยาศาสตร์ลวงโลกจะมาใน รูปแบบของบทความทางการแพทย์หรือ บทความสุขภาพที่แฝงโฆษณายารักษา หรือ อุปกรณ์เพื่อสุขภาพ โดยแอบอ้างว่า ได้ผ่านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์แล้ว มีการสร้างภาพผู้เชี่ยวชาญ ขึ้นมา เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ 9. ข่าวที่ให้ข้อมูลผิด ๆ (Misinformation) คือ ข่าวที่ไม่ได้ตรวจสอบให้แน่ชัดเสียก่อน ข้อมูล อาจมี ทั้งจริงและเท็จผสมกัน ผู้ส่งสารตั้งใจจะ ส่งข่าวออกไป แต่อาจจะไม่ได้ตระหนักว่าข่าวนั้น มีข้อมูลที่ผิดพลาด อยู่ เช่น ข่าวลือ 10. ข่าวหลอกลวง (Bogus) คือ ข่าวปลอมที่เจตนาในการสร้าง ขึ้นมาและจงใจให้แพร่กระจาย มี วัตถุประสงค์เพื่อหลอกลวง อาจมีเนื้อเรื่อง ภาพ หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นเท็จมาประกอบกัน อาจรวมถึงการ แอบอ้างเป็นแหล่งข่าวหรือ บุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ทุกวิธีการที่จะทำให้ข่าวนั้นดูเป็นข่าวปลอมที่สมบูรณ์มาก ขึ้น รูปแบบเนื้อหาของข่าวปลอม


120 สำหรับลักษณะเนื้อหาของข่าวปลอมนั้น First Draft News ซึ่งเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับ ข่าวปลอม ร่วมกับโซเชียลมีเดีย และ Publisher อีกกว่า 30 ราย รวมถึง เฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์, New York Times หรือ BuzzFeed ได้จัดรูปแบบเนื้อหาของข่าวปลอมไว้ 7 แบบโดยเรียงตาม ระดับความรุนแรงจากน้อยไปหามาก ดังนี้ เนื้อหาล้อเลียนเสียดสี (Satire or Parody) ข่าวล้อเลียน ไม่ได้มีเจตนาในการสร้างความเข้าใจผิด หรือต้องการให้ผู้อ่านหลงเชื่อ แต่ต้องการ ล้อเลียน หรือทำให้ขบขัน มักเป็นการล้อเลียนเหตุการณ์บ้านเมืองใน ปัจจุบัน หรือล้อเลียน คนมีชื่อเสียง โดยมักมีการจัดหน้าเลียนแบบหรือรูปแบบให้เหมือนข่าวจริง จนบางครั้ง ผู้อ่าน หลงเชื่อว่าเป็นข่าวจริงได้ เช่น บทความใน “ผู้จัดกวน” หรือในเว็บไซต์ “ข่าวปด” จริง ๆ แล้ว ข่าว ล้อเลียนไม่ใช่ข่าวปลอม แต่การที่ผู้อ่านอาจขาดความรู้ความเข้าใจ จึงทำให้ข่าวล้อเลียน มีคุณลักษณะถูกจัดว่า เป็นข่าวปลอมได้เช่นกัน ข่าวประเภทนี้มีระดับความรุนแรงน้อยที่สุด เนื้อหาไม่ตรงพาดหัว (False connection) เรียกอีกอย่างว่า พาดหัว ยั่วให้คลิก (Clickbait) คือ ข่าวมีการเชื่อมโยงเนื้อหาที่ผิด พาดหัวข่าว รูปภาพ หรือคำบรรยาย ไม่ได้เชื่อมโยงกับเนื้อหาข่าวจริงๆ เป็นการ โยงสองสิ่งไม่ได้เกี่ยวข้อง กันเลยแต่ถูกนำมากล่าวถึงในข่าวเดียวกันหรือทำให้มาเชื่อมโยงกัน โดยพาดหัวมักจะ เป็น การเร้าอารมณ์ดึงดูดให้คนเข้ามาอ่าน เนื่องจากปัจจุบัน ผู้อ่านมักจะมีช่วงความสนใจที่สั้นลง จึงทำให้ สำนักข่าวออนไลน์ เน้นพาดหัวข่าวให้หวือหวา หรือใช้รูปที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง กับข่าวเพื่อดึงความสนใจให้ คนกดเข้ามาอ่าน เนื้อหาชี้นำ (Misleading) เป็นข่าวที่มีเนื้อหาข้อเท็จจริงแต่จงใจบิดเบือนเรื่องราวหรือใส่ร้ายผู้อื่นให้ เข้าใจผิดโดยการชี้นำ ไปในทางใดทางหนึ่ง เป็นการเขียนข่าวโดยใช้อคติของผู้เขียน เช่น ข่าวรัฐบาลปลดล็อก กัญชาเสรีที่นักข่าวเจตนาชี้นำให้คนอ่านเข้าใจผิดว่ารัฐบาลจะทำให้การเสพกัญชาถูกกฎหมาย ทั้งที่ในความจริง เป็นการเปิดโอกาสให้สามารถนำกัญชาไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เนื้อหาที่ผิดบริบท (False Context) เป็นข่าวที่มีเนื้อหาข้อมูลจริงแต่นำบริบทอื่นที่ไม่เกี่ยวกับ เนื้อหานั้นมาเชื่อมโยงทำให้คน ตีความผิด เช่น เนื้อหาของข่าวเป็นเรื่องจริงแต่นำภาพประกอบจากแหล่งอื่นมา ประกอบ เช่น ข่าวกู้ภัยจับงูเหลือมเข้าบ้าน เนื้อข่าวเป็นเรื่องจริง แต่นำภาพประกอบงูอนาคอนดา จาก ภาพยนตร์มาประกอบ ซึ่งทำให้คนเข้าใจผิดว่างูเหลือมที่ถูกจับนั้นตัวใหญ่มาก เนื้อหาแอบอ้าง (Impostor) คือข่าวที่มีการแอบอ้างบุคคล แหล่งข้อมูลหรือแหล่งข่าวที่ไม่จริง หรือ อ้างตัวเป็นแหล่งข่าว ที่น่าเชื่อถือ ข่าวปลอมประเภทนี้มักเป็นข่าวออนไลน์ที่สร้างรูปแบบให้เหมือนสำนักข่าว จริง ๆ หรือแอบอ้างชื่อสำนักข่าวที่มีชื่อเสียง ซึ่งทำความสับสนให้ผู้อ่านอย่างมาก เช่นแอบอ้าง เป็นสำนักข่าว CNN โดยใช้รูปแบบและชื่อโดเมนที่ใกล้เคียงกับของเว็บไซต์ของ CNN เนื้อหาหลอกลวง (Manipulated) คือข่าวตัดต่อ หรือข่าวที่มีเนื้อหาข้อมูลหรือภาพข่าวจริง ๆ แต่ ถูกดัดแปลงด้วยการปลอม หรือตัดต่อ เพื่อสร้างเรื่องหลอกลวง เช่น ภาพของ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ George W. Bush อ่านนิทานกับเด็กในโรงเรียนแห่งหนึ่ง แต่เขากลับถือหนังสือกลับหัว แต่ความจริงแล้วมัน เป็น ภาพตัดต่อที่สร้างขึ้นมา และในภาพจริงนั้นเขาถือหนังสือถูกต้อง เนื้อหากุขึ้นมา (Fabricated ) คือข่าวที่กุเรื่องขึ้นมาทั้งหมด เป็นข้อมูลเท็จ 100% มีเจตนาที่จะ หลอกลวงหรือใส่ร้าย ข่าวกุถูกสร้างขึ้นมาโดยผู้ไม่หวังดี โดยอาจจะทำเองหรือจ่ายเงินจ้างให้ผู้อื่นทำเพื่อหวัง ผล ให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง เช่น การนำเสนอข่าวว่า ผู้มีชื่อเสียงบางคนได้เสียชีวิตแล้ว ทั้งที่เจ้าตัวยังมี ชีวิตอยู่ ส่วนใหญ่ข่าวกุมักมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเมือง เช่น ข่าวรัฐมนตรีดื่ม กาแฟแก้วละหมื่นสองพันบาท ข่าว ประเภทนี้มีระดับความรุนแรงมากที่สุด


121 แบบทดสอบก่อน - หลังเรียน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รายวิชา รู้ทันข่าวและ Fake News สค 0200036 คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องเพียงข้อเดียว ข้อที่ 1.ข้อใดไม่อยู่ในประเภทของข่าวปลอม ก. ข่าวลำเอียง ข. ข่าวอาชญากรรม ค. ข่าวเสียดสี ล้อเลียน ง. ข่าวที่มีลักษณะชวนโฆษณา ข้อที่ 2. การแชร์ข้อมูลว่าดื่มน้ำมะนาวช่วยรักษาโรคมะเร็งได้ ผู้ป่วยอาจเลิกไปรักษาด้วยวิธีเคมีบำบัดกับหมอ ทำให้มะเร็งลุกลามถึงขั้นเสียชีวิต เป็นผลกระทบที่ตรงกับข้อใด ก. ผู้รับเกิดความตระหนกตกใจ ข. ผู้ถูกแอบอ้างได้รับความเสียหาย ค. ข้อมูลที่มีทำให้เกิดความขัดแย้งในสังคม ง. ผู้ได้รับข้อมูลไม่ถูกต้อง ทำให้ตัดสินใจผิดพลาด ข้อที่ 3. ข้อใดคือขั้นตอนในการคัดกรองข่าว ก. ถามผู้เชี่ยวชาญ ข. ตรวจสอบแหล่งที่มา ค. ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ ง. ถูกทุกข้อ ข้อที่ 4. ช่องทางหลักที่เป็นสื่อในการแพร่กระจายข่าว Fake News ได้รวดเร็ว ได้แก่ช่องทางใด ก. Facebook ข. หนังสือพิมพ์ ค. บุคคลสู่บุคคล ง. วิทยุกระจายเสียง ข้อที่ 5. การกระทำในข้อใด อาจมีความผิดฐานหมิ่นประมาท ก. ถ่ายทอดสดโดยทยอยถอดเสื้อผ้าทีละชิ้น ข. หลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีก่อนและไม่ส่งมอบสินค้า ค. ใช้ลักษณ์รูปหน้าตนเองในการแสดงความคิดเห็น ง. ตัดต่อ ดัดแปลง สร้างขึ้นใหม่ โดยทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ข้อที่ 6. ข้อใดคือ ผลกระทบของข่าวปลอม (Fake News)


122 ก. เกิดความตระหนกตกใจ ข. เกิดความสุขเมื่อเสพข่าว ค. เกิดช่องทางการติดต่อสื่อสารใหม่ๆ ง. เกิดแนวคิดใหม่ๆ ในการพัฒนาตนเอง ข้อที่7. ข้อใดไม่ใช่คุณลักษณะของข่าวที่ดี ก. มีความขัดแย้ง (Conflict) ข. มีความถูกต้องและถูกถ้วน (Accurate ค. มีความสมดุลและเป็นธรรม (Balance and Fair) ง. มีความกระชับตรงประเด็น (Brief and Focused) ข้อที่8. หน่วยงานใดที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ก. กระทรวงแรงงาน ข. กระทรวงยุติธรรม ค. กระทรวงสาธารณสุข ง. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ข้อที่9. ปัจจัยแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อการคัดข่าว ได้แก่ข้อใด ก. การโฆษณา ข. การรับสินบน ค. บริบททางสังคม ง. ถูกทุกข้อ ข้อที่10. ข้อใดคือความหมายของข่าวปลอม (Fake News) ก. การบรรยายข่าวสารข้อมูล ข. ข้อมูลที่ไม่ค่อยมีความสมบูรณ์ ค. ข้อมูลเป็นเท็จที่นำเสนอเป็นข่าว ง. ข้อมูลที่ได้มามีความสมเหตุสมผล เฉลย 1. ข 2. ง 3. ง 4. ก 5. ง 6. ก 7. ก 8. ง 9. ง 10. ค


123


124 แบบบันทึกผลการประเมินการเรียนรู้ ด้านความรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่......... ที่ ชื่อ – สกุล ก่อนเรียน หลังเรียน คะแนนที่ได้ ร้อยละ ผลการประเมิน 10 10 ผ่าน ไม่ผ่าน ผู้เรียนที่ผ่านเกณฑ์ต้องได้ 5 คะแนนขึ้นไป ผลการประเมิน ผู้เรียนทั้งหมด......................คน ผ่าน จำนวน ............. คน คิดเป็นร้อยละ ...................... ไม่ผ่าน จำนวน ............. คน คิดเป็นร้อยละ ...................... ลงชื่อ ............................................ ครูผู้สอน ( ....................................... ) ตำแหน่ง ………………………………………..


125 แบบประเมินผลงานผู้เรียน กลุ่มที่..................... ระดับ...........ม.ปลาย............... เรื่อง การรู้เท่าทันข่าว กิจกรรม ............................................................................................................................ คำชี้แจง : ให้ผู้ประเมินขีด ลงในช่องที่ต้องกับระดับคะแนน ประเด็นที่ประเมิน ผู้ประเมิน กลุ่มตัวเอง กลุ่มเพื่อน ครู 1 2 3 4 5 6 1 2 3 4 5 6 1 2 3 4 5 6 ๑. ตรงจุดประสงค์ที่กำหนด ๒. มีความถูกต้องสมบูรณ์ ๓. มีความคิดสร้างสรรค์ ๔. มีความเป็นระเบียบ ๕. การนำเสนอ รวม รวมทุกรายการ เฉลี่ย ลงชื่อ ..................................................... ผู้ประเมิน ลงชื่อ ..................................................... ผู้ ประเมิน (..................................................) (..................................................) หัวหน้ากลุ่มตัวเอง หัวหน้ากลุ่มเพื่อน ลงชื่อ ..................................................... ผู้ประเมิน (..................................................) ครูผู้สอน


126 แบบบันทึกการสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล ครั้งที่ ………… เรื่อง การรู้เท่าทันข่าว รายวิชา รู้ทันข่าวและ Fake News รหัสวิชา สค 0200036 ภาคเรียนที…..ปีการศึกษา........ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย..ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ................................... ลำดับ ที่ ชื่อ – สกุล พฤติกรรม / ระดับคะแนน ความ สนใจใน การทำ กิจกรรม การมีส่วน ร่วมใน การแสดง ความ คิดเห็น การตอบ คำถาม การ ยอมรับฟัง ความ คิดเห็น ผู้อื่น ทำงาน ตามที่ ได้รับ มอบหมาย รวม 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเต็ม 15 คะแนน ระดับ 3 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ดี คะแนน 13 - 15 หมายถึง ดี ระดับ 2 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปานกลาง คะแนน 9 - 12 หมายถึง ปานกลาง ระดับ 1 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปรับปรุง คะแนน 5 - 8 หมายถึง ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ร้อยละ 70 ( 10 คะแนน ) ลงชื่อ ................................................ ( ) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน


127 แบบบันทึกสมรรถนะรายบุคคล ครั้งที่ ………… เรื่อง การรู้ทันข่าว รายวิชา รู้ทันข่าวและ Fake News รหัสวิชา สค 0200036 ภาคเรียนที่…..ปีการศึกษา........ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย..ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ................................... ลำดับ ที่ ชื่อ – สกุล สมรรถนะ / ระดับคะแนน ความสามารถ ในการสื่อสาร ความสามารถ ในการใช้ เทคโนโลยี ความสามารถ ในการทำงาน เป็นทีม ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต รวม 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การประเมิน คะแนนเต็ม 12 คะแนน ระดับ 3 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ดี คะแนน 9 - 12 หมายถึง ดี ระดับ 2 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปานกลาง คะแนน 5 - 8 หมายถึง ปานกลาง ระดับ 1 หมายถึง มีพฤติกรรมในระดับ ปรับปรุง คะแนน 1 - 4 หมายถึง ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ร้อยละ 70 ( 10 คะแนน ) ลงชื่อ ................................................ ( ) ครูผู้สอน / ผู้ประเมิน


128 แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง วิธีการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์วิธีการเจาะหรือทำลายระบบคอมพิวเตอร์ของอาชญากรรมและ วิธีการป้องกันจากอาชญากรรมออนไลน์ได้ (Active learning) วิชาอาชญากรรมบนโลกออนไลน์ รหัสวิชา สค 0200037 สาระการเรียนรู้ การพัฒนาสังคม ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ภาคเรียนที่ ปีการศึกษา เวลา 3 ชั่วโมง สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมหาสารคาม ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ................... ครูผู้สอน................................................................................................................................................ 1.ตัวชี้วัด เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจและสามารถอธิบายวิธีการทำงานของระบบ คอมพิวเตอร์วิธีการ เจาะหรือทำลายระบบคอมพิวเตอร์ของอาชญากรรม ออนไลน์และวิธีการป้องกันจากอาชญากรรมออนไลน์ได้ 2.สาระสำคัญ โลกปัจจุบันเป็นยุคของเทคโนโลยีสารสนเทศหรือที่ เรียกว่า ยุคไอที ซึ่งเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามี บทบาทและมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของมนุษย์ในหลายด้าน เช่น การติดต่อสื่อสาร การซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร เป็นตัน นอกจากจะมีผลดีแล้วแต่ก็ยังเป็นช่องทาง หนึ่ง ให้มิจฉาชีพเข้ามาแสวงหาประโยชน์อย่างผิดกฎหมาย หรือทำให้เกิดปัญหาการยายตัวของอาชญากรรม ข้ามชาติรวมถึงอาชญากรรมรูปแบบใหม่ ที่มีความซ้อน ซึ่งเรียกว่า " อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ "' ซึ่งในปัจจุบัน ถือเป็นปัญหาทางสังคมอย่างหนึ่งที่กำลังเพิ่มความรุนแรงและสร้างความสียหายแก่สังคมทั่วไป 3.สาระการเรียนรู้ 1. อธิบายวิธีการทำงานของระบบ คอมพิวเตอร์วิธีการเจาะหรือทำลายระบบคอมพิวเตอร์ของ อาชญากรรม ออนไลน์และวิธีการป้องกันจากอาชญากรรมออนไลน์ได้ 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (k) 1.ผู้เรียนสามารถอธิบายวิธีการทำงานของระบบ คอมพิวเตอร์วิธีการเจาะหรือทำลายระบบ คอมพิวเตอร์ของอาชญากรรม ออนไลน์และวิธีการป้องกันจากอาชญากรรมออนไลน์ได้ ด้านทักษะ (P) 2. ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์วิธีการทำงานของระบบ คอมพิวเตอร์วิธีการเจาะหรือทำลายระบบ คอมพิวเตอร์ของอาชญากรรม ออนไลน์และวิธีการป้องกันจากอาชญากรรมออนไลน์ได้


129 3. ผู้เรียนสามารถนำความรู้เกี่ยวกับวิธีการทำงานของระบบ คอมพิวเตอร์วิธีการเจาะหรือทำลาย ระบบคอมพิวเตอร์ของอาชญากรรม ออนไลน์และวิธีการป้องกันจากอาชญากรรมออนไลน์ไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม ด้านจุดเน้นสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ทักษะศตวรรษที่ 21 4. ความสามารถในการคิด 5. ความสามารถในการสื่อสาร 6. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการแก้ไขปัญหา 5. ความสามารถในการทำงานเป็นทีม ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. ผู้เรียนมีความขยัน 2. ผู้เรียนมีรักความสามัคคี 3. ผู้เรียมีวินัย 5. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นตอนการจัดการ เรียนรู้ เวลาที่ใช้ บทบาทของครู/ผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ 1. ขั้นนำเข้าสู่ บทเรียน ครู-ผู้เรียน ผู้เรียน-ครู ครู-ผู้เรียน ครู-ผู้เรียน 1.1 ครูกล่าวทักทายผู้เรียน และตั้งคำถามว่า “วิธีการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์วิธีการเจาะ หรือทำลายระบบคอมพิวเตอร์ของอาชญากรรม และวิธีการป้องกันจากอาชญากรรมออนไลน์ได้” 1.2 ผู้เรียนร่วมกันตอบคำถามพร้อมทั้งครูอธิบาย เพิ่มเติม 1.3 ครูยกตัวอย่างสถานการณ์วิธีการทำลายระบบ คอมพิวเตอร์ที่เกิดขึ้น 1.4 ครูให้ผู้เรียนเล่นเกมบัตรคำเกี่ยวกับการทำงาน ของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพื่อกระตุ้นและสร้าง ความพร้อม 1.5 ครูให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน จำนวน 15 ข้อ โดยใช้สื่อ quizizz 2. ขั้นสอน(K) ครู-ผู้เรียน 2.1 ครูชี้แจงเนื้อหาและวัตถุประสงค์การเรียนรู้


130 ครู-ผู้เรียน ครู-ผู้เรียน 2.2 ครูแจกใบความรู้เรื่อง วิธีการทำงานของระบบ คอมพิวเตอร์วิธีการเจาะหรือทำลายระบบ คอมพิวเตอร์ของอาชญากรรมและวิธีการป้องกัน จากอาชญากรรมออนไลน์ได้และครูบรรยายให้ ความรู้ตามใบความรู้โดยใช้สื่อ power point ที่ครู สร้างขึ้น ครูให้ผู้เรียนช่วยกันสรุปและครูอธิบาย เพิ่มเติม 2.3 ครูเปิดคลิปวีดีโอเกี่ยวกับวิธีการทำงานของ ระบบคอมพิวเตอร์วิธีการเจาะหรือทำลายระบบ คอมพิวเตอร์ของอาชญากรรมและวิธีการป้องกัน จากอาชญากรรมออนไลน์ได้ที่เกิดขึ้นให้ผู้เรียนดู เพิ่มเติม 2.4 ครูสุ่มถามผู้เรียน2-3คน เกี่ยวกับการทำลาย ระบบคอมพิวเตอร์มีอะไรบ้างพร้อมทั้งอธิบาย เพิ่มเติม 2.5 ผู้เรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากคลิปวีดีโอ และครูอธิบายเพิ่มเติม 3.ขั้นปฏิบัติ (P) ครู-ผู้เรียน ผู้เรียน-ผู้เรียน ครู-ผู้เรียน 3.1 ให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน โดยการสุ่มวงล้อ ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มจับฉลากทำ ใบงานและระดมความคิด จัดทำผังความคิดโดย ผู้เรียนศึกษาค้นคว้าในอินเตอร์เน็ตตามประเด็น ดังนี้ เรื่องที่ 1 การเตรียมความพร้อมวิธีการทำงานของ ระบบคอมพิวเตอร์วิธีการเจาะหรือทำลายระบบ คอมพิวเตอร์ของอาชญากรรมและวิธีการป้องกัน จากอาชญากรรมออนไลน์ได้ เรื่องที่ 2 วิธีการปฏิบัติหลังเกิดวิธีการเจาะหรือ ทำลายระบบคอมพิวเตอร์ของอาชญากรรมและ วิธีการป้องกันจากอาชญากรรมออนไลน์ เรื่องที่ 3 ผลกระทบของวิธีการทำงานของระบบ คอมพิวเตอร์วิธีการเจาะหรือทำลายระบบ คอมพิวเตอร์ของอาชญากรรมและวิธีการป้องกัน จากอาชญากรรมออนไลน์ได้


131 เรื่องที่ 4 ผลกระทบของการทำงานของระบบ คอมพิวเตอร์วิธีการเจาะหรือทำลายระบบ คอมพิวเตอร์ของอาชญากรรมและวิธีการป้องกัน จากอาชญากรรมออนไลน์ได้ 3.2 ครูให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงาน ของตนเองและให้ผู้เรียนที่เหลือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และครูอธิบายเพิ่มเติม 3.3 ครูให้ผู้เรียนสรุปร่วมกันและครูอธิบายเพิ่มเติม 4.ขั้นสรุป (A) ครู-ผู้เรียน ครู-ผู้เรียน ครู-ผู้เรียน 4.1 ครูให้ผู้เรียนช่วยกันสรุปเรื่องวิธีการทำงานของ ระบบคอมพิวเตอร์วิธีการเจาะหรือทำลายระบบ คอมพิวเตอร์ของอาชญากรรมและวิธีการป้องกัน จากอาชญากรรมออนไลน์ได้เพิ่มเติม 4.2ครูให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนจำนวน 15 ข้อ พร้อมเฉลยคำตอบ โดยใช้สื่อ quizizz และ ครูอธิบายเพิ่มเติม 4.3 ครูมอบหมายงานให้ผู้เรียนทำใบงานเรื่อง วิธีการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์วิธีการเจาะ หรือทำลายระบบคอมพิวเตอร์ของอาชญากรรม และวิธีการป้องกันจากอาชญากรรมออนไลน์ได้ที่ เกิดขึ้นในชุมชน และส่งชิ้นงานในสัปดาห์ถัดไป 6. ภารกิจ/ผลงานหรือผลลัพธ์ของผู้เรียน 6.1 แบบทดสอบก่อนเรียน(quizizz)– หลังเรียน(quizizz) 6.2 ใบความรู้ เรื่อง วิธีการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์วิธีการเจาะหรือทำลายระบบคอมพิวเตอร์ ของอาชญากรรมและวิธีการป้องกันจากอาชญากรรมออนไลน์ได้ 6.3 ใบงาน เรื่อง วิธีการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์วิธีการเจาะหรือทำลายระบบคอมพิวเตอร์ของ อาชญากรรมและวิธีการป้องกันจากอาชญากรรมออนไลน์ได้ 6.4 คลิปวีดีโอ จาก Youtube 7. สื่อ/อุปกรณ์การจัดการเรียนรู้ 7.1 สื่อการเรียนรู้ 7.1.1 บัตรคำ 7.2 แหล่งการเรียนรู้ 7.2.1 สื่อออนไลน์ Youtube 7.2.2 อินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์เคลื่อนที่


132 8. การประเมินผลการเรียน จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน ด้านความรู้ ผู้เรียนสามารถอธิบาย วิธีการทำงานของระบบ คอมพิวเตอร์วิธีการเจาะ หรือทำลายระบบ คอมพิวเตอร์ของ อาชญากรรม ออนไลน์ ละวิธีการป้องกันจาก อาชญากรรมออนไลน์ได้ - การสังเกต - การทดสอบก่อน เรียน - ใบความรู้-ใบงาน เรื่อง วิธีการทำงานของระบบ คอมพิวเตอร์วิธีการเจาะหรือ ทำลายระบบคอมพิวเตอร์ของ อาชญากรรม ออนไลน์ละวิธีการ ป้องกันจากอาชญากรรมออนไลน์ ได้(งานเดี่ยวและงานกลุ่ม) - Youtube - แบบทดสอบก่อนหลัง เรียน ร้อยละ 70 ของผู้เรียน สามารถอธิบายวิธีการ ทำงานของระบบ คอมพิวเตอร์วิธีการเจาะ หรือทำลายระบบ คอมพิวเตอร์ของ อาชญากรรม ออนไลน์ละ วิธีการป้องกันจาก อาชญากรรมออนไลน์ได้ ด้านทักษะกระบวนการ ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ วิธีการทำงานของระบบ คอมพิวเตอร์วิธีการเจาะ หรือทำลายระบบ คอมพิวเตอร์ของ อาชญากรรม ออนไลน์ และวิธีการป้องกันจาก อาชญากรรมออนไลน์ได้ - การสังเกต - การทำใบงาน - ชิ้นงาน -ใบความรู้-ใบงาน เรื่อง วิธีการทำงานของระบบ คอมพิวเตอร์วิธีการเจาะหรือ ทำลายระบบคอมพิวเตอร์ของ อาชญากรรม ออนไลน์ละวิธีการ ป้องกันจากอาชญากรรมออนไลน์ ได้- Youtube ร้อยละ 70 ของผู้เรียน สามารถวิเคราะห์ สถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจ เกิดขึ้นจากการทำงานของ ระบบ คอมพิวเตอร์วิธีการ เจาะหรือทำลายระบบ คอมพิวเตอร์ของ อาชญากรรม ออนไลน์ละ วิธีการป้องกันจาก อาชญากรรมออนไลน์ได้ ผู้เรียนสามารถนำความรู้ เกี่ยวกับภัยแล้ง ฝนแล้ง และฝนทิ้งช่วงไป ประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้อย่าง เหมาะสม - ชิ้นงาน - แบบทดสอบหลังเรียน ร้อยละ 70 ขึ้นไป ของ ผู้เรียน ผ่านเกณฑ์การ ทดสอบหลังเรียน ด้านคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ผู้เรียนมีความขยัน ผู้เรียนมีรักความสามัคคี ผู้เรียมีวินัย -การสังพฤติกรรม -แบบการสังพฤติกรรม ร้อยละ 70 ขึ้นไป ของ ผู้เรียน มีความขยัน ความ รักสามัคคี มีวินัย


133 ความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะผู้บริหาร ได้ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องวิธีการทำงานของระบบ คอมพิวเตอร์วิธีการเจาะหรือทำลาย ระบบคอมพิวเตอร์ของอาชญากรรม ออนไลน์ละวิธีการป้องกันจากอาชญากรรมออนไลน์ได้วิชาอาชญากรรม บนโลกออนไลน์สค 0200037 ของ…………………………………………………………………………………………แล้ว มี ความคิดเห็น ดังนี้ 1. องค์ประกอบของแผนการจัดการเรียนรู้ครบถ้วย ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2. สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 3. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้เหมาะสม เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 4. การใช้สื่อหลากหลายและเหมาะสม ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 5. การวัดและประเมินผลเหมาะสม ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………..…… (……………………………………………………) ตำแหน่ง………………………………………………….


134 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. บันทึกผลการจัดการเรียนรู้ 1.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. 1.2 ขั้นสอน (k) ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................ 1.๓ ขั้นสอน (P) ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................ 1.๔ ขั้นสรุป(A) ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ..............................................................................................................................................................................


135 กิจกรรมเสนอแนะ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................................ ปัญหา/อุปสรรค และแนวทางแก้ไข ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................................ ลงชื่อ…………………………………………………… (นางพัชรินทร์ ปิติภาสวิวัฒ) ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบลกู่ทอง ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ............................................... ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ………………………………………………..…… (นางศิริประภา หลงพิมาย) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเชียงยืน


136 สื่อที่ต้องใช้ในการจัดทำแผนการเรียนรู้แบบ Active Learning รายวิชาอาชญากรรมบนโลกออนไลน์สค 0200037 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 1. พาวเวอร์พ้อยเรื่องวิธีการทำงานของระบบ คอมพิวเตอร์วิธีการเจาะหรือทำลายระบบคอมพิวเตอร์ของ อาชญากรรม ออนไลน์ละวิธีการป้องกันจากอาชญากรรมออนไลน์ 2. คลิปวิดีโอสถานการณ์ข่าวอาชญากรรมในโลกปัจจุบัน


137 . แบบทดสอบก่อนเรียน 6. แบบทดสอบหลังเรียน 4. แบบทดสอบก่อนเรียน 5. สุ่มวงล้อ


138 ใบความรู้ วิชาอาชญากรรมบนโลกออนไลน์ รหัสวิชา สค 0200037 เรื่อง อาชญากรรมออนไลน์ ************************************************************************************************** วิธีป้องกันโจรกรรมข้อมูลจาก อาชญากรรมไซเบอร์ (Hacker) 1. ระมัดระวังในการใช้อินเทอร์เน็ต โดยหลีกเลี้ยงการเข้าเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม ไม่คลิกไฟล์แนบจาก ผู้อื่นกรณีที่ไม่ได้ตกลงกันก่อนที่จะส่งให้ และระมัดระวังความเสี่ยงจากการเปิดไฟล์ผ่านโปรแกรม Internet Messaging หรือช่องทาง Social Media ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการติดมัลแวร์ เนื่องจากหลายครั้งพบว่ามัลแวร์ มักจะถูกส่งมากับไฟล์แนบหรือจากเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม 2. ไม่ใช้รหัสผ่านชุดเดียวกันกับทุกระบบ 3. ติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัย และพิจารณาข้อมูลก่อนการเผยแพร่ต่อ ตลอดจนไม่ส่งต่อข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยันจากผู้เกี่ยวข้อง 4. ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เช่น ไม่ควรเผยแพร่หมายเลขบัตรประชาชน ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ ให้กับ บุคคลที่ไม่รู้จัก หรือมีการโพสต์ลงบนสื่อโซเชียลต่าง ๆ เช่น เฟซบุ๊ค ไลน์ เป็นต้น 5. ไม่ส่งหลักฐานส่วนตัวของตนเองและคนในครอบครัวให้ผู้อื่น เช่น สำเนาบัตรประชาชน เอกสารต่างๆ รวมถึงรหัสบัตรต่าง ๆ เช่น บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต เป็นต้น ให้กับผู้อื่นแม้แต่เพื่อน เพราะเพื่อนเองก็อาจถูก หลอกให้มาถามจากเราอีกต่อหนึ่ง 6. ไม่ควรโอนเงินให้ใครอย่างเด็ดขาด นอกจากจะเป็นญาติสนิทที่เชื่อใจได้จริง ๆ 7. ระมัดระวังการซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต รวมถึงคำโฆษณาชวนเชื่ออื่น ๆ โดยเฉพาะเด็กต้องปรึกษา พ่อแม่ผู้ปกครอง โดยต้องใช้วิจารณญาณพิจารณาความน่าเชื่อถือของผู้ขาย 8. ไม่บันทึกยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดขณะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะ อย่างเด็ดขาดเพราะผู้ที่มา ใช้เครื่องต่อสามารถล็อกอินเข้าไป จากชื่อทีถูกบันทึกไว้ แล้วสวมรอยได้แนวทางป้องกันอาชญากรรมทาง ออนไลน์ / มารยาทในการใช้อินเตอร์เน็ต ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ 1) ความยากง่ายในการตรวจสอบว่าอาชญากรรมจะเกิดขึ้นเมื่อใด ที่ใด อย่างไร ทำให้เกิดความ ยากลำบากในการป้องกัน 2) การพิสูจน์การกระทำผิดและการตามรอยของความผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความผิดที่เกิดขึ้นโดยผ่าน ระบบอินเทอร์เน็ต ตัวอย่างเช่น การที่มีผู้เจาะระบบเข้าไปฐานข้อมูลของโรงพยาบาล และแก้ไขโปรแกรมการ รักษาพยาบาลของผู้ป่วย ทำให้แพทย์รักษาผิดวิธี ซึ่งตำรวจไม่สามารถสืบทราบและพิสูจน์ได้ว่าผู้ใดเป็น ผู้กระทำความผิด 3) ปัญหาการรับฟังพยานหลักฐาน ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างไปจากหลักฐานของคดีอาชญากรรมแบบ


139 ธรรมดาอย่างสิ้นเชิง 4) ความยากลำบากในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชญากรรมเหล่านี้มักเป็น อาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งกฎหมายของแต่ละประเทศอาจครอบคลุมไปไม่ถึง 5) ปัญหาความไม่รู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของเจ้าพนักงาน หรือเจ้าพนักงานดังกล่าวมีงานล้นมือ โอกาสที่จะศึกษาเทคนิค หรือ กฎหมายใหม่ ๆ จึงทำได้น้อย 6) ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากจนหน่วยงานที่รับผิดชอบ ตามไม่ทัน แนวทางการป้องกันอาชญากรรมทางออนไลน์สามารถปฏิบัติได้ง่าย ๆ ดังนี้ 1) การป้องกันข้อมูลส่วนตัว โดยการตั้งรหัสเข้าข้อมูลของไฟล์ข้อมูลที่ต้องการป้องกัน 2) การป้องกันการเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต เช่น การใส่ชื่อ username และ password การใช้สมาร์ทการ์ดในการควบคุมการใช้งาน หรือกุญเเจเพื่อการป้องกันการใช้คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต โดย ไม่ได้รับอนุญาต การใช้อุปกรณ์ทางชีวภาพ เช่น ตรวจสอบเสียง ลายนิ้วมือ ฝ่ามือ ลายเซ็น ม่านตา เป็นต้น 3) การสำรองข้อมูล โดยไม่เก็บข้อมูลไว้ที่เดียว สามารถสำรองไว้ในอุปกรณ์ที่ใช้อ่านอย่างเดียว เช่น แผ่นซีดีและแผ่นวีดีโอ เป็นต้น 4) การตั้งค่าโปรแกรมค้นหาและกำจัดไวรัสคอมพิวเตอร์ เป็นการป้องกันที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสามารถป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ได้ 5) เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ให้แก่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต หน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ ให้เข้าใจแนวคิดและวิธีการของอาชญากรรมออนไลน์เพื่อป้องกันตนเองเป็น เบื้องต้น 6) ส่งเสริมจริยธรรมในการใช้คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต ทั้งโดยการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่บุคคล ทั่วไปในการใช้คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ตอย่างถูกต้อง โดยการปลูกฝังเด็กตั้งแต่ในวัยเรียนให้เข้าใจกฎเกณฑ์ มารยาทในการใช้คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ตอย่างถูกวิธีและเหมาะสม มารยาททั่วไปในการใช้อินเทอร์เน็ต 1) ไม่ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการทำร้ายหรือรบกวนผู้อื่น 2) ไม่ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการทำผิดกฎหมายหรือผิดศีลธรรม 3) ไม่เจาะระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของตนเองและผู้อื่น 4) ไม่ใช้บัญชีอินเทอร์เน็ตของผู้อื่นและไม่ใช้เครือข่ายที่ไม่ได้รับอนุญาต 5) การติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน วิธีการป้องกันการ เจาะหรือทำลายระบบ คอมพิวเตอร์ของอาชญากรรมออนไลน์ วิธีการป้องกันการเจาะหรือทำลายระบบคอมพิวเตอร์ของอาชญากรรมออนไลน์ สำหรับการใช้งาน ส่วนบุคคล


140 1) ตั้งสติก่อนเปิดเครื่อง ก่อน Login เข้าใช้งานคอมพิวเตอร์ต้องมั่นใจว่าไม่มีใครแอบดู Password เมื่อไม่ได้อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ควรล็อคหน้าจอให้อยู่ในสถานะที่ต้องใส่ค่า Login อย่าประมาทในการใช้งาน อินเทอร์เน็ต ตระหนักไว้ว่าข้อมูลความลับ อาจถูกเปิดเผยได้เสมอในโลกออนไลน์ 2) กำหนด Password ที่ยากแก่การคาดเดาควรมีความยาวไม่ต่ำกว่า 8 ตัวอักษร และใช้อักขระพิเศษ ไม่ตรงกับความหมายในพจนานุกรม เช่น ASDFG@# เพื่อให้เดาได้ยากมากขึ้นและการใช้งานอินเทอร์เน็ต ทั่วไปเช่น การ Login ระบบ e-mail ระบบสนทนาออนไลน์ (Chat) หรือระบบเว็บไซต์ที่เราเป็นสมาชิกอยู่ ทาง ที่ดีควรใช้ Password ที่ต่างกันบ้างพอให้จำได้หรือมีเครื่องมือช่วยจำ Password เข้ามาช่วย 3) สังเกตขณะเปิดเครื่อง ว่ามีโปรแกรมไม่พึงประสงค์ถูกติดตั้งมาพร้อม ๆ กับการเปิดเครื่องหรือไม่ ถ้าดูไม่ทันให้สังเกตระยะเวลาปิดเครื่อง หากนานผิดปกติอาจเป็นไปได้ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ติดปัญหาจากไวรัส หรือปัญหาอื่น ๆ ได้ 4) หมั่นตรวจสอบและอัพเดทระบบปฏิบัติการ(Operating System) เช่น Window ซอฟต์แวร์ที่ให้ มั่นตรวจสอบและอัพเดต OS หรือซอฟต์แวร์ที่ใช้ให้เป็นเวอร์ชั่นปัจจุบัน โดยเฉพาะโปรแกรมป้องกันภัยใน เครื่อง เช่น โปรแกรมป้องกันไวรัส หรือโปรแกรมไฟล์วอลล์และควรใช้ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ที่มี ลิขสิทธิ์ นอกจากนี้ควรอัพเดตอินเทอร์เน็ตบราวเซอร์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ เนื่องจาก Application Software สมัยใหม่มักพึ่งพา อินเทอร์เน็ต บราวเซอร์ก่อให้เกิดช่องโหวใหม่ ๆ 5) ไม่ลงซอฟต์แวร์มากเกินจำเป็น เช่น Internet Browser E-Mail โปรแกรมทางด้านเอกสาร ตกแต่ง ภาพ เสียง วิดีโอโปรแกรมป้องกันไวรัส และโปรแกรมไฟล์วอลล์ เป็นต้น 6) ไม่ควรเข้าเว็บไซต์เสี่ยงภัย เช่น เว็บไซต์ลามกอนาจาร เว็บไซต์การพนัน เว็บไซต์แนบไฟล์ .EXE เว็บไซต์ที่ Pop-up หลายเพจ เว็บไซต์ที่มีลิงค์ไม่ตรงกับชื่อ เป็นต้น 7) สังเกตความปลอดภัยของเว็บไซต์ที่ให้บริการธุรกรรมออนไลน์ เว็บอีคอมเมิร์ซ ที่ปลอดภัยควรมี ลักษณะ มีการทำ HTTPS เนื่องจาก HTTPS จะมีการเข้ารหัสข้อมูล มีใบรับรองทางอิเล็กทรอนิกส์ 8) ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวผ่าน Social Network เช่น เลขที่บัตรประชาขน หนังสือเดินทาง ประวัติ การทำงาน เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว ข้อมูลทางการแพทย์ หมายเลขบัตรเครดิต เป็นต้น 9) ศึกษาถึงข้อกฎหมายเกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ต ศึกษาถึงข้อกฎหมายเกี่ยวกับการใช้สื่อ อินเทอร์เน็ต ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยไม่ส่งต่อภาพลามกอนา จร ภาพที่ตัดต่อทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายอับอาย 10) ไม่หลงเชื่อโดยง่าย อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็นและงมงายกับข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ควรหมั่นศึกษาหา ความรู้จากเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต และศึกษาข้อมูลให้รอบด้านก่อนเชื่อในสิ่งที่ได้รับรู้ บทลงโทษจากการ กระทำความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ คืออะไร พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ คือพระราชบัญญัติที่ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งคอมพิวเตอร์


141 ที่ว่านี้ก็เป็นได้ทั้งคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก สมาร์ทโฟน รวมถึงระบบต่างๆ ที่ถูกควบคุมด้วย ระบบคอมพิวเตอร์ด้วย พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มีกี่ฉบับ ประเทศไทย มี พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มาแล้ว 2 ฉบับ คือ ฉบับแรก ปี 2550 และ ฉบับสอง ปี 2560 ความแตกต่างสำคัญระหว่างฉบับปี 2560 กับ 2550 คือ แก้ไขมิให้ “ความผิดหมิ่นประมาท” เป็นความผิด ตาม พ.ร.บ คอมพิวเตอร์ ประเด็นความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ โทษจำคุก โทษปรับ มาตรา 5 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึง โดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ไม่เกิน 6 เดือน ไม่เกิน 10,000 บาท มาตรา 6 ผู้ใดล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการ เฉพาะ ถ้านำมาตรการดังกล่าวไปเปิดเผยโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิด ความเสียหายแก่ผู้อื่น ไม่เกิน 1 ปี ไม่เกิน 20,000 บาท มาตรา 7 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึง โดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ไม่เกิน 2 ปี ไม่เกิน 40,000 บาท ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดักรับไว้ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และ ข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น มิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไป ใช้ประโยชน์ได้ ไม่เกิน 3 ปี ไม่เกิน 60,000 บาท ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือ บางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ไม่เกิน 5 ปี ไม่เกิน 5 ปี ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ ไม่เกิน 5 ปี ไม่เกิน 5 ปี ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิด หรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ ระบบคอมพิวเตอร์ของ บุคคลอื่นโดยปกติสุข - ไม่เกิน 100,000 บาท ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นอันมีลักษณะ เป็นการก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้รับข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้รับสามารถบอกเลิกหรือแจ้ง ความประสงค์เพื่อปฏิเสธการตอบรับได้โดยง่าย - ไม่เกิน 200,000 บาท


142 มาตรา 12 ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7 มาตรา 8 หรือมาตรา 11 เป็นการกระทำต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการ รักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคง ในทางเศรษฐกิจของประเทศหรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ ตั้งแต่ 1 ปี- 7 ปี20,000 บาท - 140,000 บาท ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ดังกล่าว ตั้งแต่ 1 ปี- 10 ปี ตั้งแต่ 1 ปี- 10 ปี ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 9 หรือมาตรา 10 เป็นการกระทำต่อ ข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์ตามวรรคหนึ่ง ตั้งแต่ 3 ปี- 15 ปี 60,000 บาท - 300,000 บาท ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสามโดยมิได้มีเจตนาฆ่า แต่เป็น เหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย ตั้งแต่ 5 ปี- 20 ปี 100,000 บาท - 400,000 บาท มาตรา 12/1 ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 9 หรือมาตรา 10 เป็นเหตุให้เกิดอันตราย แก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ไม่เกิน 10 ปี ไม่เกิน 200,000 บาท ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 9 หรือมาตรา 10 โดยมิได้มีเจตนาฆ่า แต่ เป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย ตั้งแต่ 5 ปี- 20 ปี 100,000 บาท - 400,000 บาท มาตรา 13 ผู้ใดจำหน่ายหรือเผยแพร่ชุดคำสั่งที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อนำไปใช้เป็น เครื่องมือ ในการกระทำความผิดตามมาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7 มาตรา 8 มาตรา 9 มาตรา 10 หรือ มาตรา 11 ไม่เกิน 5 ปี 20,000 บาท ผู้ใดจำหน่ายหรือเผยแพร่ชุดคำสั่งที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อนำไปใช้เป็น เครื่องมือในการกระทำความผิดตามมาตรา 12 วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม ไม่เกิน 2 ปี ไม่เกิน 40,000 บาท มาตรา 14 (1) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่า ทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะ เกิดความเสียหาย แก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา ไม่เกิน 5 ปี ไม่เกิน 100,000 บาท มาตรา 14 (2) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่ น่าจะเกิด ความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความ ปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคง ในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้าง พื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิด ความตื่น ตระหนกแก่ประชาชน ไม่เกิน 5 ปี ไม่เกิน 100,000 บาท


143 มาตรา 14 (3) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับ ความมั่นคง แห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตาม ประมวลกฎหมายอาญา ไม่เกิน 5 ปี ไม่เกิน 100,000 บาท มาตรา 14 (4) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและ ข้อมูล คอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ไม่เกิน 5 ปี ไม่เกิน 100,000 บาท มาตรา 14 (5) ผู้ใดเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็น ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ตาม (1) (2) (3) หรือ (4) ไม่เกิน 5 ปี ไม่เกิน 100,000 บาท มาตรา 15 ผู้ให้บริการผู้ใดให้ความร่วมมือ ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจให้มีการกระทำ ความผิด ตามมาตรา 14 ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน เช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตาม มาตรา 14 มาตรา 16 ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำต่อภาพของผู้ตาย และการกระทำ นั้นน่าจะทำให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้ตายเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ไม่เกิน 3 ปี ไม่เกิน 200,000 บาท ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำต่อภาพของผู้ตาย และการกระทำ นั้นน่าจะทำให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้ตายเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ไม่เกิน 3 ปี ไม่เกิน 200,000 บาท การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา บนเครือข่าย ออนไลน์ในประเทศไทย และในต่างประเทศ การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา บนเครือข่าย ออนไลน์ในประเทศไทย ปัจจัยที่ทำให้สินค้าที่มีการละเมิด ทรัพย์สินทางปัญญา มีความนิยมในระดับสูงสามารถแบ่งออกได้ 3 ด้าน คือ 1) ด้านของผู้ผลิต คือ สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญานั้นสามารถทำกำไรได้มากและมีความเสียงน้อย รวมถึงตลาดมีการเติบโตในระดับสูง มีการลงทุนที่น้อยมากยิ่งทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำ รามถึงไม่ต้องเสีย ค่าใช้จ่ายในการประดิษฐ์คิดค้น และการลอกเลียนแบบทำได้ใกล้เคียงกับของจริงมาก แม้จะใช้วัตถุดิบที่ มาตรฐานต่ำกว่า และสามารถหลีกเลียงภาษีได้แต่ได้ผลตอบแทนสูง และส่วนใหญ่แหล่งผลิตจะอยู่ใน ต่างประเทศ ซึ่งทำให้ไทยไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ได้ 2) ผู้จัดจำหน่าย พบว่า มีตัวแทนจัดจำหน่ายทั้งรายใหญ่และรายย่อยกระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยผู้ค้า รายใหญ่จะเป็นผู้ที่นำเข้าสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจากต่างประเทศและมีการกระจายสินค้าไปให้แก่ ผู้ค้ารายย่อยตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย 3) ความนิยมหรือความต้องการของผู้บริโภค พบว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการบริโภคสินค้า ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นอันดับต้นๆ และแม้จะทราบว่าการบริโภคสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญานั้น ผิด แต่ก็ยังให้การยอมรับต่อสินค้าเลียนแบบ โดยสิ่งที่ทำให้ยอมรับการละเมิดเกิดจากการพิจารณาถึงความ


144 คุ้มค่า การคล้อยตามกระแสสังคม การค้นหาและต้องการความแปลกใหม่ และความต้องการส่วนบุคคลใน ชีวิตประจำวันที่นับวันมีแต่การขยับราคาขึ้น จึงทำให้นิสัยการเลือกซื้อของประชาชนเปลี่ยนไป คือดูที่มูลค่า ของสินค้าและการใช้งานเพียงแค่มีราคาถูก และสามารถใช้งานได้ตามความต้องการก็เพียงพอที่จะทำให้เกิด การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาขึ้นแล้ว และอัตราภาษีของสินค้านำเข้าที่เป็นของแท้มีมูลค่าสูง ทำให้ราคา สินค้าสูงขึ้นไปด้วยทำให้ยากที่จะซื้อ ผู้บริโภคจึงหันไปมองสินค้าที่ราคาถูกกว่ามีลักษณะใกล้เคียงกันและ สามารถใช้งานได้เหมือนกัน และในสังคมไทยที่เป็นสังคมแห่งการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มีการแบ่งปั่นกัน ทำให้ผู้ที่ ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาไม่คิดว่าตนเองใด้กระทำความผิด ซึ่งในอีกมุมหนึ่งประเทศไทยก็ถูกละเมิดทรัพย์สิน ทางปัญญาโดยต่างประเทศเช่นกัน โดยการละเมิดส่วนมากจะเป็นเครื่องหมายการค้า ซึ่งสถานการณ์ละเ มิด ทรัพย์สินทางปัญญาของไทยในต่างประเทศก็มีแนวโน้มที่จะขยายวงกว้างมากขึ้น เนื่องด้วยสินค้าและบริการ ในประเทศไทยเริ่มเป็นที่รู้จักในประเทศเพื่อนบ้าน จุดอ่อนอยู่ที่ผู้ประกอบการที่ไม่ได้มีการจดทะเบียนคุ้มครอง เครื่องหมายการค้า ในต่างประเทศถึงทำให้เสียผลประโยชน์และรายได้ในการส่งออกจากปัญหาด้านทรัพย์สิน ทางปัญญาที่ได้กล่าวมาทำให้ประเทศไทยถูกขึ้นบัญชีด าอยู่ในประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ ผลกระทบของปัญหาทรัพย์สินทางปัญญาต่อการพัฒนาประเทศที่สำคัญ ได้แก่ การไม่เข้าใจในเรื่องของ ทรัพย์สินอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเรื่องสิทธิบัตร คนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าระบบสิทธิบัตรได้ออกแบบมาเพื่อให้ สังคมโลกได้ประโยชน์ โดยจูงใจให้มีการคิดประดิษฐ์เทคโนโลยีใหม่ๆ แลกกับสิทธิการคุ้มครองระยะเวลาหนึ่ง โดยสิทธิบัตรไทยให้การคุ้มครอง 20 ปีนับจากวันยืนขอรับสิทธิบัตร แต่ต้องเปิดเผยรายละเอียดการประดิษฐ์ไว้ ให้ผู้อื่นทำตามอย่างได้ ซึ่งเมื่อมีการประกาศโฆษณาตีพิมพ์แล้ว ทุกคนสามารถขอสำเนาเรื่องเต็มของการ ประดิษฐ์นั้น ๆ มาทำการศึกษาวิจัยและพัฒนาต่อยอดได้ แต่ห้ามนำไปใช้หรือผลิตเชิงพาณิชย์ ที่สำคัญคือ คน ส่วนใหญ่ไม่ทราบว่า สิทธิบัตรให้การคุ้มครองเป็นรายประเทศ เฉพาะประเทศที่เจ้าของผลงานยื่นขอและ ประเทศนั้น ๆ รับจดทะเบียนแล้วเท่านั้น ดังนั้นหากสิ่งประดิษฐ์เรื่องใดไม่ไปจดสิทธิบัตรในประเทศ ภายใน ระยะเวลา 1 ปี นับจากวันที่ยืนครั้งแรกในประเทศแรกแล้ว ก็หมดสิทธิขอรับสิทธิบัตร กลายเป็นสิทธิสาธารณะ ในประเทศนั้น ซึ่งทุกคนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ วิธีการนี้ช่วยให้โลกเจริญก้าวหน้าได้รวดเร็วมาก ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ก าลังเป็นประเด็นที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากในปัจจุบัน คือ การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย เนื่องจากอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อ สมัยใหม่ที่ได้รับความนิยมแพร่หลาย เป็นสื่อที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ผู้ใช้เรียนรู้ประสบการณ์ผ่านสื่อได้อย่าง หลากหลาย เช่น การสร้างปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเพื่อนบนสื่อออนไลน์ การฟังเพลง ชมภาพยนตร์การสืบค้นข้อมูล และการซื้อขายสินค้าผ่านเว็บไซต์เป็นต้น สิ่งสำคัญที่สร้างปัญหาให้กับสังคมและเจ้าของสินค้าตัวจริง คือ เมื่อ กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์บนสื่อออนไลน์ สินค้าบนหน้าร้านออนไลน์มีการซื้อขายอย่างผิดกฎหมาย แต่ก็ยังคง มีผู้บริโภคจำนวนมากให้ความสนใจเพราะมีราคาถูก คุณภาพสินค้าใกล้เคียงกับสินค้าของแท้ทำให้ผู้ที่ละเมิด ลิขสิทธิ์มีเงินหมุนเวียนจำนวนมาก และยังคงด ารงธุรกิจต่อไปได้ ซึ่งมีการจับกุมผู้กระทำความผิดจาก


145 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่บ่อยครั้งและเป็นปัญหาที่ยากต่อการแก้ไขและป้องกันทั้งที่ภาครัฐมีนโยบายต่อต้าน การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายออนไลน์ในต่างประเทศ ในกรณีของเว็บไซต์ของเนปสเตอร์ (Napster)เป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับเสียงเพลง ซึ่งผู้ที่เข้าไปในเว็บไซต์ นี้สามารถที่จะค้นหา ดาวน์โหลดฟรี (Free Download)ได้จากเว็บไซต์อีกทั้งยังสามารถตกแต่งเปลี่ยนแปลง เพลงที่มีลิขสิทธิ์ได้ตามที่ผู้ใช้ต้องการซึ่งปัจจุบันเว็บไซต์แห่งนี้มีสมาชิกกว่า 2 ล้านคนทั่วโลก ที่สำคัญเว็บไซต์ แห่งนี้ยังประกาศตนว่าเป็น Warez software sites ซึ่งหมายถึงการให้บริการซอร์ฟแวร์(Software) เถื่อนอีก ด้วย กลุ่มพันธมิตรผู้ปกป้องผลประโยชน์ของรู้ผู้ผลิตซอฟต์แวร์ดัง ๆ ของโลก เช่น ไมโครซอฟท์ หรือ Auto Desk ได้ชี้ถึงสาเหตุของการเติบโตเหล่านี้ว่า ส่วนใหญ่เป็นเพราะต้องการตอบสนองความต้องการของผู้กระทำ หรือเพื่ออวดอ้างความสามารถในการถอดรหัสซอร์ฟแวร์ ที่มีลิขสิทธิ์ให้ใช้งานได้ฟรี ความต้องการมีชื่อเสียง และผลประโยชน์อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การละเมิดงานสร้างสรรค์มีเพิ่มมากขึ้น Business Software Allance คาดการณ์ว่าเพียงมูลค่าความเสียหายของตลาดซอฟต์แวร์ที่โดนละเมิดลิขสิทธิ์อย่างเดียวก็มีมูลค่าสูง ถึง 12,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 504,000 ล้านบาท ไม่รวมถึงการละเมิดงานสร้างสรรค์ประเภทอื่น ๆ ที่ถูก ละเมิดโดยไม่สามารถตีเป็นมูลค่าความเสียหายได้ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ใช่ปันปัญหาใหม่ที่ เพิ่งเกิด โดยเฉพาะในกรณีของต่างประเทศในแถบประเทศตะวันตกอย่างอเมริกาและอังกฤษ ที่มีการออก กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญามากว่า 100 ปีมาแล้วเมื่อมาถึงยุคดิจิทัล (Digtal Era)ในปัจจุบัน ทำให้การเข้าถึง ข้อมูลเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายขึ้นสามารถเผยแพร่ส่งต่อเลียนแบบ และแบ่งปันข้อมูลรวมถึงสินค้าได้อย่างง่ายดาย ยิ่งขึ้น ถึงกระนั้นการกระทำดังกล่าวกับส่งผลกระทบต่อเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ได้รังสรรค์ทรัพย์สินทางปัญญาขึ้น เมื่อมีบางคนใช้ช่องทางของสื่ออินเตอร์เน็ตในการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เช่น กรณีดังตัวอย่างข้างต้น ซึ่ง สามารถวิเคราะห์ถึงสาเหตุของประเด็น ปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนสื่ออินเตอร์เน็ตได้ ดังนี้ 1) การแพร่หลายของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จัดเป็นอุปกรณ์ประเภทฮาร์ดแวร์ (Hard-ware) ที่ ช่วยในการเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้ ซึ่งในปัจจุบันคอมพิวเตอร์มีจำนวนแพร่หลายอย่างมากในทุก ระดับของสังคมทั้งวัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน และวัยเกษียณอายุ ต่างใช้คอมพิวเตอร์เป็นปัจจัยในการทำกิจกรรม บางสิ่งบางอย่าง อีกทั้งเมื่อเปรียบเทียบกับสมัยก่อนคอมพิวเตอร์มีราคาที่ถูกลงมาก ผู้ใช้ที่มีฐานะปานกลางขึ้น ไปสามารถซื้อใช้ใด้หรือหากผู้ใช้ที่มีฐานะยากจนไม่สามารถหาซื้อคอมพิวเตอร์มาใช้ได้ ก็ยังมีการให้บริการของ ร้านอินเทอร์เน็ต (Internet Cafe) อยู่ทั่วประเทศในอัตราราคาที่ไม่แพงมากนัก (ประมาณชั่วโมงละ 10 - 20 บาท) 2) การเข้าถึงของระบบอินเทอร์เน็ต อินเทอร์เน็ตเปรียบเสมือน "ตัวกลาง" ในการนำพาผลงานที่ เจ้าของลิขสิทธิ์ได้รังสรรค์ขึ้น ไปสู่บุคคลสาธารณะอื่น ๆ ที่มีการเชื่อมโยงถึงกันในโลกของอินเทอร์เน็ตอย่างไม่


146 จำกัดเขตแดนในรูปแบบของ "ลิขสิทธิ์ทางอิเล็กทรอนิกส์" ผู้ใช้สามารถแก้ไข ดัดแปลงทำซ้ำ และส่งต่อไปยัง ผู้ใช้ คนอื่น ๆ ได้เป็นจำนวนมาก ทำให้การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น ถึงแม้จะมีการตรวจสอบได้ จากหมายเลขเครื่องคอมพิวเตอร์(IP Address) จากผู้ใช้แต่ผู้ใช้ยังสามารถไปใช้บริการรานอินเทอร์เน็ต หรือ เครื่องคอมพิวเตอร์จากบุคคลอื่นเพื่อหลีกเหลี่ยงการตรวจสอบดังกล่าว 3) การเปลี่ยนแปลงของโลกที่ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล (Digital Era) แต่ก่อนนั้นงานสร้างสรรค์จะถูกจัดเก็บ ในรูปแบบของชิ้นงาน (Hard Copy) เคลื่อนย้ายด้วยระบบอนาล็อก (Analog) จากบุคคลหนึ่งไปสู่อีกบุคคล หนึ่ง โดยไม่ผ่านตัวกลางใด ๆ ซึ่งการแก้ไข ดัดแปลง ทำซ้ำ และส่งต่อเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เช่น เมื่อเราถ่ายภาพ ด้วยกล้องฟิล์มในสมัยก่อน หลังจากที่เราล้างฟิล์มออกมา เราจะได้ภาพที่เป็นผลงานที่มีลิขสิทธิ์ของผู้ถ่าย และ เมื่อม้วนฟิล์มต้นฉบับเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา เราจะไม่สามารถนำภาพเดิมมาทำซ้ำได้อีก แต่ในปัจจุบัน หลังจากถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัล สามารถคัดลอกไฟล์ภาพ(File) ได้เป็นจำนวนมาก หรือในกรณีของภาพถ่าย ที่ถูกถ่ายไว้เมื่อ 10 - 20 ปีที่แล้ว ก็สามารถนำภาพถ่ายเหล่านั้นมาเปลี่ยนรูปแบบจากอนาล็อกเป็นรูปแบบ ดิจิทัล ด้วยเครื่องสแกนเนอร์ (Scanner) เข้าสู่ระบบของคอมพิวเตอร์และทำการ แก้ไข ดัดแปลง ทำซ้ำ และ ส่งต่อได้อย่างง่ายดาย 4) กฎหมายที่มีอยู่ไม่สามารถคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่มีความสลับซับซ้อนตามความก้าวหน้า ของเทคโนโลยีในปัจจุบันได้ ปัจจุบันเทคโนโลยีการสื่อสารได้พัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยัง มี ความสลับซับซ้อนมากขึ้น แต่กฎหมายในปัจจุบันยังไม่สามารถครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ พัฒนาขึ้น ซึ่งทำให้ไม่สามารถจำกัดการกระทำความผิดได้อย่างทั่วถึงในบางมาตราระบุขอบเขตเนื้อหาที่กว้าง หรือแคบจนเกินไป เช่น มาตรา 16 ในพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ที่ระบุ ว่าผู้ใดสำเนาข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อผู้อื่น ต้องระวาง โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับในมาตรานี้ เป็นไปเพื่อการ แก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต ลักษณะปัญหาของการละเมิดลิขสิทธิ์บนโลกอินเทอร์เน็ตนั้นมีลักษณะที่เกี่ยวข้องกับการพาณิชย์ อิเล็กทรอนิกส์ คือ นอกจากชื่อโดเมนเนมจะเป็นเครื่องมือในการระบุต่ำแหน่งของเครื่องคอมพิวเตอร์ ใน เครือข่ายอินเทอร์เน็ตแล้ว ยังเป็นตัวระบุธุรกิจ (Business Identifer) อีกด้วย เช่น เป็นการบ่งบอกถึงประเภท สินค้าหรือบริการที่เปิดอยู่ในเว็บไซต์ เช่น เว็บไซต์foodmarketexchange.com ซึ่งนอกจากจะบ่งบอกที่อยู่ (Address) แล้วยังบ่งบอกถึงบริการที่ให้คือ เป็นตัวกลางในการซื้อขายและเปลี่ยนสินค้าประเภทอาหาร เป็น ต้น รูปแบบการเกิดการ คุกคามทางเพศออนไลน์ (Cyber Sexual Harassment) การลวนลามทางเพศบนโลกออนไลน์ (Cyber Sexual Harassment) คือ การใช้ภาษาลวนลามทาง


147 เพศผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ปัจจุบันพฤติกรรมคุมคามทางเพศผ่านสังคมออนไลน์สามารถพบเห็นแทบทุกช่องทาง เนื่องจากโซเชียลมีเดียเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนในสังคม และไม่สามารถระบุตัวตนที่แท้จริงของผู้ใช้งานได้ ทำให้การกระทำความผิดเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น เพราะผู้กระทำความผิดสามารถ ลบหรือทำลายหลักฐานบน โซเชียลมีเดียได้ ทำให้ยากในการติดตามผู้กระทำผิด และยังมีแนวคิดบางส่วนมองว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็น การพูดเล่น พูดติดตลก หรือเป็นการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคนอื่นไปในแนวลามก "เป็นเรื่องปกติที่ใคร ๆ ก็ ทำได้ เพราะเราต่างไม่รู้จัก" ไม่ใช่เรื่องผิดแปลก มีรูปแบบการคุกคาม ดังนี้ 1) การเหยียดเพศ การแสดงความคิดเห็นในเชิงดูถูกเหยียดหยามรสนิยมทางเพศ หรือเพศสภาพของ ผู้อื่น โดยเห็นว่าเป็นเรื่องตลก และนำมาล้อเลียนให้อับอาย เช่น สายเหลือง ล้างรู้เย็น ขุดทอง หรือเปลี่ยนทอม ให้เป็นเธอ เป็นต้น 2) การลวนลามทางเพศ การแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องเพศ การพูดถึงอวัยวะเพศ (ชาย/หญิง) เสนอหรือขอทำกิจกรรมทางเพศกับบุคคลดังกล่าว โดยไม่สนใจเรื่องเทศ หรืออายุของผู้ถูกกระทำ เช่น พี่หิวขอ กินข้าวหลามน้องได้ไหม หรือเห็นน้องแล้ว ที่อยากเป็นผู้ประสบภัย เป็นต้น 3) การข่มขู่ทางเพศ การข่มขู่ผู้ถูกกระทำและคนสนิทบนโลกออนไลน์ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทางเพศ โดยพฤติกรรมดังกล่าว ถือว่าเป็นการเกาะติดชีวิตออนไลน์ของผู้อื่น (Cyberstalking) หรืออีกกรณี คือเป็นการ นำรูปโป๊ของเหยื่อมาข่มขู่หรือแก้แค้น และเหตุการณ์ที่พบบ่อย คือ เมื่อฝ่ายหญิงเลิกกับฝ่ายชาย แล้วฝ่ายชาย นำภาพโป๊ที่เคยถ่ายตอนเป็นแฟนกันมาข่มขู่ หรือแก้แค้นฝ่ายหญิง โดยไม่สนใจว่าฝ่ายหญิงจะได้รับความเสื่อม เสีย หรืออับอายเพียงใด


148 ใบงาน วิชา อาชญากรรมบนโลกออนไลน์ รหัสวิชา สค 0200037 ระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น เรื่อง อาชญากรรมออนไลน์ คำชี้แจง ให้ผู้เรียนตอบคำถามต่อไปนี้ 1. อาชญากรรมออนไลน์ หมายถึง ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 2. บอกแรงจูงใจของอาชญากรรมไซเบอร์(Hacker) ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 3. บอกวิธีป้องกันการโจรกรรมข้อมูลจากอาชญากรรมไซเบอร์(Hacker) ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 4. บอกมารยาททั่วไปในการใช้อินเตอร์เน็ต ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 5. พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2560 “ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิด หรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น โดยปกติสุข” มีโทษอย่างไร ............................................................................................................................. .................................................


Click to View FlipBook Version