The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

03 53-01-0109 คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ ภาษาไทย ม.2 เล่ม 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by bnn0622264539, 2022-09-26 02:34:31

03 53-01-0109 คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ ภาษาไทย ม.2 เล่ม 1

03 53-01-0109 คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ ภาษาไทย ม.2 เล่ม 1

1

คู่มอื ครู แผนการจดั การเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ภาษาไทย ม. ๒ เล่ม ๑

ช้ันมธั ยมศึกษาปี ที่ ๒

ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

• ออกแบบการเรียนรู้โดยใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวดั ชั้นปี เป็ นเป้ าหมาย
• ออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยเน้นผ้เู รียนเป็ นศูนย์กลาง
• ใช้แนวคดิ Backward Design ผสมผสานกบั แนวคดิ ทฤษฎกี ารเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย
• ออกแบบการเรียนรู้เพอื่ พฒั นาสมรรถนะสําคัญของผ้เู รียนในการส่ือสาร การคดิ
• การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวติ และการใช้เทคโนโลยี
• แบ่งเป็ นแผนการจัดการเรียนรู้รายช่ัวโมง สะดวกในการใช้
• มีองค์ประกอบครบถ้วนตามแนวทางการจดั ทาํ แผนการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา
• นําไปพฒั นาเป็ นผลงานทางวชิ าการเพอ่ื เลอื่ นวิทยฐานะได้

2

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ภาษาไทย ม. ๒ เล่ม ๑

ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ ๒
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

คณะผู้เขยี น
สุระ ดามาพงษ์ กศ.บ., กศ.ม.
ทศั นีย์ ลว้ นสละ ศศ.บ.
ปัทมา จนั ทร์ขาํ ศศ.บ.

คณะบรรณาธิการ
สุมาลี มีปลอด ศศ.บ. (เกียรตินิยม)
สรวงสมร ใจเท่ียง ศศ.บ. (เกียรตินิยม)

ISBN 978-974-18-6207-8
พมิ พท์ ี่ บริษทั โรงพิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั นายเริงชยั จงพพิ ฒั นสุข กรรมการผจู้ ดั การ

ส่ือการเรียนรู้ ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปี ท่ี ๑–๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑
• หนังสือเรียน (ศธ. อนุญาต) • แบบฝึ กทกั ษะ • ฉบบั สมบูรณ์แบบ • แผนฯ (CD)

ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น
• หนังสือเรียน • แบบฝึ กทกั ษะ • ฉบับสมบูรณ์แบบ • แผนฯ (CD) ภาษาไทย ม. ๑ เล่ม ๑๒...........................................................เสนีย์ วลิ าวรรณ และคณะ
• หนังสือเรียน • แบบฝึ กทกั ษะ • ฉบบั สมบูรณ์แบบ • แผนฯ (CD) ภาษาไทย ม. ๒ เล่ม ๑๒ .........................................................เสนีย์ วลิ าวรรณ และคณะ
• หนังสือเรียน • แบบฝึ กทกั ษะ • ฉบับสมบูรณ์แบบ • แผนฯ (CD) ภาษาไทย ม. ๓ เล่ม ๑๒ .........................................................เสนยี ์ วลิ าวรรณ และคณะ
• หนงั สือเรียน • แบบฝึ กทกั ษะ • ฉบบั สมบูรณ์แบบ • แผนฯ (CD) หลกั การใช้ภาษาไทย ม. ๑ .........................................................เสนยี ์ วลิ าวรรณ และคณะ
• หนังสือเรียน • แบบฝึ กทกั ษะ • ฉบบั สมบูรณ์แบบ • แผนฯ (CD) หลกั การใช้ภาษาไทย ม. ๒.........................................................เสนยี ์ วลิ าวรรณ และคณะ
• หนังสือเรียน • แบบฝึ กทกั ษะ • ฉบบั สมบูรณ์แบบ • แผนฯ (CD) หลกั การใช้ภาษาไทย ม. ๓.........................................................เสนีย์ วลิ าวรรณ และคณะ

ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
• หนงั สือเรียน • แบบฝึ กทกั ษะ • ฉบับสมบูรณ์แบบ • แผนฯ (CD) ภาษาไทย ม. ๔ เล่ม ๑๒ ..........................................................เสนีย์ วลิ าวรรณ และคณะ
• หนังสือเรียน • แบบฝึ กทกั ษะ • ฉบบั สมบูรณ์แบบ • แผนฯ (CD) ภาษาไทย ม. ๕ เล่ม ๑๒ ..........................................................เสนีย์ วลิ าวรรณ และคณะ
• หนงั สือเรียน • แบบฝึ กทกั ษะ • ฉบบั สมบูรณ์แบบ • แผนฯ (CD) ภาษาไทย ม. ๖ เล่ม ๑๒ ...........................................................เสนยี ์ วลิ าวรรณ และคณะ
• หนงั สือเรียน • แบบฝึ กทกั ษะ • ฉบบั สมบูรณ์แบบ • แผนฯ (CD) ประวตั วิ รรณคดไี ทย ๑ สมยั สุโขทยั และอยุธยา...........................เสนยี ์ วลิ าวรรณ และคณะ
• หนังสือเรียน • แบบฝึ กทกั ษะ • ฉบับสมบูรณ์แบบ • แผนฯ (CD) ประวตั วิ รรณคดไี ทย ๒ สมยั ธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนต้น...เสนยี ์ วลิ าวรรณ และคณะ
• หนังสือเรียน • แบบฝึ กทกั ษะ • ฉบบั สมบูรณ์แบบ • แผนฯ (CD) ประวตั วิ รรณคดไี ทย ๓ สมยั รัตนโกสินทร์ตอนกลาง–ปัจจุบัน...เสนยี ์ วลิ าวรรณ และคณะ
• หนงั สือเรียน • แบบฝึ กทกั ษะ • ฉบบั สมบูรณ์แบบ • แผนฯ (CD) การเขยี น ๑ .................................................................................เสนีย์ วลิ าวรรณ และคณะ
• หนังสือเรียน • แบบฝึ กทกั ษะ • ฉบบั สมบูรณ์แบบ • แผนฯ (CD) การเขียน ๒ ................................................................................เสนีย์ วลิ าวรรณ และคณะ
• หนงั สือเรียน • แบบฝึ กทกั ษะ • ฉบบั สมบูรณ์แบบ • แผนฯ (CD) หลกั การใช้ภาษาไทย ม. ๔๖.....................................................เสนยี ์ วลิ าวรรณ และคณะ

3

คูม่ ือครู แผนการจัดการเรียนรู้ ภาษาไทย ม. ๒ เล่ม ๑ เล่มน้ีเป็นส่ือการเรียนรู้ท่ีจดั ทาํ ข้ึนเพอ่ื ใช้
เป็นแนวทางในการจดั การเรียนรู้ โดยยดึ หลกั การออกแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคดิ Backward
Design ทเ่ี น้นให้ผู้เรียนเป็ นศูนย์กลาง (Child-Centered) ตามหลกั การเน้นผู้เรียนเป็ นสําคญั ใหน้ กั เรียน
มีส่วนร่วมในกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้ สามารถสร้างองคค์ วามรู้ไดด้ ว้ ยตนเองท้งั เป็นรายบุคคล
และรายกลุ่ม บทบาทของครูมีหนา้ ท่ีเอ้ืออาํ นวยความสะดวกใหน้ กั เรียนประสบผลสาํ เร็จ โดยสร้าง
สถานการณ์การเรียนรู้ท้งั ในหอ้ งเรียนและนอกหอ้ งเรียน ทาํ ใหน้ กั เรียนสามารถเช่ือมโยงความรู้ในกลุ่ม
สาระการเรียนรู้อ่ืน ๆ ไดใ้ นเชิงบรู ณาการดว้ ยวธิ ีการที่หลากหลาย เนน้ กระบวนการคิดวิเคราะห์
สงั เคราะห์ และสรุปความรู้ดว้ ยตนเอง ทาํ ใหน้ กั เรียนไดร้ ับการพฒั นาท้งั ดา้ นความรู้ ดา้ นคุณธรรม
จริยธรรม และค่านิยมท่ีดี และดา้ นทกั ษะและกระบวนการ นาํ ไปสู่การอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมอยา่ งสนั ติสุข

การจดั ทาํ คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ ภาษาไทย เล่มน้ีไดจ้ ดั ทาํ ตามหลกั สูตรแกนกลาง
การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ซ่ึงครอบคลุมทุกสาระการเรียนรู้ ภายในเล่มไดน้ าํ เสนอ
แผนการจดั การเรียนรู้เป็นรายชวั่ โมงตามหน่วยการเรียนรู้ เพื่อใหค้ รูนาํ ไปใชใ้ นการจดั การเรียนรู้ได้
สะดวกยงิ่ ข้ึน นอกจากน้ีแต่ละหน่วยการเรียนรู้ยงั มีการวดั และประเมินผลการเรียนรู้ท้งั ๓ ดา้ น ไดแ้ ก่
ดา้ นความรู้ ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม และดา้ นทกั ษะและกระบวนการ ทาํ ใหท้ ราบผลการเรียนรู้
แต่ละหน่วยการเรียนรู้ของนกั เรียนไดท้ นั ที

คูม่ ือครู แผนการจดั การเรียนรู้ ภาษาไทย ม. ๒ เล่ม ๑ เล่มน้ีนาํ เสนอเน้ือหาแบ่งเป็น ๓ ตอน คือ
ตอนที่ ๑ คาํ ชี้แจงการจดั แผนการจดั การเรียนรู้ ประกอบดว้ ยแนวทางการใชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้
สญั ลกั ษณ์ลกั ษณะกิจกรรมการเรียนรู้ การออกแบบการจดั การเรียนรู้ตามแนวคิด Backward Design (BwD)
เทคนิคและวิธีการจดั การเรียนรู้–การวดั และประเมินผล ตารางวิเคราะห์สาระ มาตรฐานการเรียนรู้ และ
ตวั ช้ีวดั ช้นั ปี กบั หน่วยการเรียนรู้ และโครงสร้างการแบ่งเวลารายชว่ั โมงในการจดั การเรียนรู้
ตอนท่ี ๒ แผนการจดั การเรียนรู้ ไดเ้ สนอแนะแนวทางการจดั การเรียนรู้แต่ละหน่วยการเรียนรู้
ในหนงั สือเรียน แบ่งเป็นแผนยอ่ ยรายชวั่ โมง ซ่ึงแผนการจดั การเรียนรู้แต่ละแผนมีองคป์ ระกอบครบถว้ น
ตามแนวทางการจดั ทาํ แผนการจดั การเรียนรู้ของสถานศึกษา
ตอนท่ี ๓ เอกสาร/ความรู้เสริมสําหรับครู ประกอบดว้ ยแบบทดสอบต่าง ๆ และความรู้เสริม
สาํ หรับครูซ่ึงบนั ทึกลงในแผน่ ซีดี (CD) เพอื่ อาํ นวยความสะดวกใหค้ รูใชใ้ นการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ ภาษาไทย ม. ๒ เล่ม ๑ เล่มน้ีไดอ้ อกแบบการจดั การเรียนรู้ดว้ ย
เทคนิคและวิธีการสอนอยา่ งหลากหลาย หวงั วา่ จะเป็นประโยชนต์ ่อการนาํ ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการจดั การ
เรียนรู้ใหเ้ หมาะสมกบั สภาพแวดลอ้ มของนกั เรียนต่อไป

คณะผู้จัดทาํ

4

สารบัญ

ตอนท่ี ๑ คาํ ชี้แจงการจดั แผนการจดั การเรียนรู้ ................................................................................๑

๑. แนวทางการใชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้.........................................................................................๒
๒. สญั ลกั ษณ์ลกั ษณะกิจกรรมการเรียนรู้ .......................................................................................๕
๓. การออกแบบการจดั การเรียนรู้ตามแนวคิดแบบ Backward Design (BWD) .............................๗
๔. เทคนิคและวธิ ีการจดั การเรียนรู้–การวดั และประเมินผล..........................................................๑๙
๕. ตารางวิเคราะห์สาระ มาตรฐานการเรียนรู้ และตวั ช้ีวดั ช้นั ปี กบั หน่วยการเรียนรู้ ..................๒๒
๖. โครงสร้างการแบ่งเวลารายชวั่ โมงในการจดั การเรียนรู้ ..........................................................๒๓

ตอนที่ ๒ แผนปฐมนิเทศและข้อตกลงในการเรียน.................................................................................๒๔
แผนปฐมนิเทศและข้อตกลงในการเรียน.................................................................................๒๕

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ พยางค์ คาํ และการสร้างคาํ ..................................................................................๒๙
 ผงั มโนทศั นเ์ ป้ าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน .........................................................๒๙
 ผงั การออกแบบการจดั การเรียนรู้ ...........................................................................................๓๐
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑ พยางคแ์ ละคาํ ในภาษาไทย............................................................๓๒
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๒ การสร้างคาํ ............. ....................................................................๓๖

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒ ประโยคและการส่ือสาร .........................................................................................๔๑
 ผงั มโนทศั นเ์ ป้ าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน...........................................................๔๑
 ผงั การออกแบบการจดั การเรียนรู้ ...........................................................................................๔๒
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ การใชป้ ระโยคเพ่อื การส่ือสาร.....................................................๔๕
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๔ ประโยคสามญั ..............................................................................๔๙
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ ประโยครวม.................................................................................๕๓
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๖ ประโยคซอ้ น.................................................................................๕๗
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๗ การขยายส่วนต่าง ๆ ของประโยค.................................................๖๑

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๓ คาํ ราชาศัพท์และคาํ สุภาพ.......................................................................................๖๖
 ผงั มโนทศั นเ์ ป้ าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน...........................................................๖๖
 ผงั การออกแบบการจดั การเรียนรู้ ...........................................................................................๖๗
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๘ คาํ ราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระมหากษตั ริย.์ ...........................................๖๙
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๙ คาํ ราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระสงฆแ์ ละคาํ สุภาพ...................................๗๔

5

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ คาํ ไทยแท้และคาํ ทม่ี าจากภาษาต่างประเทศ ........................................................๗๘

 ผงั มโนทศั นเ์ ป้ าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน ........................................................๗๘
 ผงั การออกแบบการจดั การเรียนรู้ ..........................................................................................๗๙

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๐ ลกั ษณะของคาํ ไทยแท.้ ................................................................๘๑
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑๑ คาํ ที่มาจากภาษาต่างประเทศ.......................................................๘๕

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ การพฒั นาทกั ษะการฟังและการดู ....................................................................๘๙

 ผงั มโนทศั นเ์ ป้ าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน .........................................................๘๙
 ผงั การออกแบบการจดั การเรียนรู้ ...........................................................................................๙๐

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๒ หลกั เกณฑก์ ารฟังและการดู ......................................................๙๓
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๓ หลกั เกณฑก์ ารฟังและการดู (ต่อ) ..............................................๙๗
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๔ การฟังและการดูสิ่งท่ีเป็นความรู้และความบนั เทิง ...................๑๐๑
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑๕ การวิเคราะห์และจบั ประเดน็ จากเร่ืองที่ฟังและดู

การวเิ คราะห์หรือวนิ ิจฉยั ขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็น
และมารยาทในการฟังและการดู ..............................................๑๐๕

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ การพฒั นาทกั ษะการพูด.......................................................................................๑๑๐

 ผงั มโนทศั นเ์ ป้ าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน ........................................................๑๑๐
 ผงั การออกแบบการจดั การเรียนรู้ ..........................................................................................๑๑๑

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๖ หลกั เกณฑก์ ารพดู และการใชภ้ าษาในการพดู ..........................๑๑๔
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๗ การพดู เชิงวิเคราะห์วจิ ารณ์ ......................................................๑๑๘
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๘ การพดู สรุปความและการกล่าวคาํ อวยพร...............................๑๒๒
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๙ การพดู ในที่ประชุมชนและการพดู หนา้ ช้นั เรียน .....................๑๒๖
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒๐ การพดู ในที่ประชุม..................................................................๑๓๐
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒๑ การพดู โนม้ นา้ วใจ...................................................................๑๓๔
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๒๒ มารยาทในการพดู ...................................................................๑๓๘

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๗ การพฒั นาทกั ษะการอ่าน....................................................................................๑๔๒

 ผงั มโนทศั นเ์ ป้ าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน .......................................................๑๔๒
 ผงั การออกแบบการจดั การเรียนรู้.........................................................................................๑๔๓

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๒๓ การอ่านออกเสียงร้อยแกว้ ......................................................๑๔๖

6

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๔ การอ่านออกเสียงร้อยกรอง....................................................๑๕๐
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒๕ การท่องจาํ บทอาขยาน..........................................................๑๕๔
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒๖ การอ่านอยา่ งมีวจิ ารณญาณ ..................................................๑๕๘
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๗ การอ่านจบั ใจความ.................................................................๑๖๑
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒๘ การอ่านเพื่อวิเคราะห์.............................................................๑๖๕
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๙ การอ่านเพ่ือประเมินค่า...........................................................๑๖๙
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓๐ การเลือกอ่านหนงั สือและสื่ออิเลก็ ทรอนิกส์…......................๑๗๒

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ การพฒั นาทกั ษะการเขยี น..................................................................................๑๗๗

 ผงั มโนทศั นเ์ ป้ าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน ......................................................๑๗๗
 ผงั การออกแบบการจดั การเรียนรู้ .......................................................................................๑๗๘

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๓๑ หลกั ทวั่ ไปเก่ียวกบั การเขียน ...................................................๑๘๑
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓๒ การเขียนจดหมายกิจธุระ........................................................๑๘๖
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓๓ การเขียนยอ่ ความ....................................................................๑๙๐
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๓๔ การเขียนรายงานการประชุม...................................................๑๙๔
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓๕ การเขียนรายงานโครงงาน......................................................๑๙๘
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๓๖ การเขียนบรรยายและพรรณนา ..............................................๒๐๒
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓๗ การเขียนเรียงความ................................................................๒๐๖
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๓๘ การเขียนแสดงความคิดเห็นและการเขียนโตแ้ ยง้ ...................๒๑๐
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๓๙ การเขียนวิจารณ.์ .....................................................................๒๑๔
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔๐ การแต่งบทร้อยกรอง..............................................................๒๑๘
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๔๑ การคดั ลายมือและมารยาทในการเขียน..................................๒๒๒

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๙ ภูมปิ ัญญาทางภาษา ...........................................................................................๒๒๖
 ผงั มโนทศั นเ์ ป้ าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน ......................................................๒๒๖
 ผงั การออกแบบการจดั การเรียนรู้ ........................................................................................๒๒๗
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๔๒ ลกั ษณะของภูมิปัญญาทางภาษาและวรรณกรรมทอ้ งถ่ิน........๒๓๐
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๔๓ เพลงพ้ืนบา้ น...........................................................................๒๓๔
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๔๔ เพลงพ้ืนบา้ น (ต่อ)...................................................................๒๓๘

7

ตอนที่ ๓ เอกสาร/ความรู้เสริมสําหรับครู ............................................................................................๒๔๒
ตอนที่ ๓.๑ มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั ช้นั ปี และสาระการเรียนรู้.......................................๒๔๓
ตอนที่ ๓.๒ กระบวนการจดั การเรียนรู้ โครงงาน และแฟ้ มสะสมผลงาน.............................๒๔๗
ตอนท่ี ๓.๓ ผงั การออกแบบการจดั การเรียนรู้และรูปแบบแผนการจดั การเรียนรู้
รายชว่ั โมง .........................................................................................................๒๕๖
ตอนที่ ๓.๔ แบบทดสอบก่อนและหลงั เรียนประจาํ หน่วยการเรียนรู้....................................๒๕๘
ตอนที่ ๓.๕ แบบทดสอบกลางภาคเรียน ...............................................................................๒๙๓
ตอนท่ี ๓.๖ ใบความรู้ ใบงาน แบบบนั ทึก และแบบประเมิน ................................................๓๐๗

1

ตอนที่ ๑
คาํ ชี้แจงการจดั แผนการจดั การเรียนรู้

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย

2

๑. แนวทางการใช้แผนการจดั การเรียนรู้

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ ภาษาไทย เล่มน้ีจดั ทาํ ข้ึนเพื่อเป็นแนวทางใหค้ รูใชป้ ระกอบการ
จดั การเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษา
ข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ซ่ึงการแบ่งหน่วยการเรียนรู้สาํ หรับจดั ทาํ แผนการจดั การเรียนรู้รายชวั่ โมง
ในคูม่ ือครู แผนการจดั การเรียนรู้เล่มน้ีแบ่งเน้ือหาออกเป็น ๙ หน่วย สามารถใชค้ วบคูก่ บั หนงั สือเรียน
รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ ประกอบดว้ ยหน่วยการเรียนรู้ ดงั น้ี

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ พยางค์ คาํ และการสร้างคาํ
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒ ประโยคและการส่ือสาร
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๓ คาํ ราชาศพั ทแ์ ละคาํ สุภาพ
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๔ คาํ ไทยแทแ้ ละคาํ ท่ีมาจากภาษาต่างประเทศ
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๕ การพฒั นาทกั ษะการฟังและการดู
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๖ การพฒั นาทกั ษะการพดู
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๗ การพฒั นาทกั ษะการอ่าน
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ การพฒั นาทกั ษะการเขียน
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๙ ภูมิปัญญาทางภาษา

คูม่ ือครู แผนการจดั การเรียนรู้เล่มน้ีไดน้ าํ เสนอรายละเอียดไวค้ รบถว้ นตามแนวทางการจดั ทาํ แผน
การจดั การเรียนรู้ของสาํ นกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน นอกจากน้ียงั ไดอ้ อกแบบกิจกรรมการ
เรียนการสอนใหน้ กั เรียนไดพ้ ฒั นาองคค์ วามรู้ สมรรถนะสาํ คญั และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคไ์ วอ้ ยา่ ง
ครบถว้ นตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ครูควรศึกษาคู่มือครู แผนการ
จดั การเรียนรู้เล่มน้ีใหล้ ะเอียด เพอื่ ปรับใชใ้ หส้ อดคลอ้ งกบั สภาพแวดลอ้ ม สถานการณ์ และสภาพของ
นกั เรียน

ในแต่ละหน่วยการเรียนรู้จะแบ่งแผนการจดั การเรียนรู้ออกเป็นรายชว่ั โมง ซ่ึงมีจาํ นวนมากนอ้ ย
ไม่เท่ากนั ข้ึนอยกู่ บั ความยาวของเน้ือหาสาระ และในแต่ละหน่วยการเรียนรู้มีองคป์ ระกอบดงั น้ี

๑. ผงั มโนทศั น์เป้ าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน แสดงขอบข่ายเน้ือหาการจดั การเรียนรู้
ท่ีครอบคลุมความรู้ คุณธรรม จริยธรรม และคา่ นิยม ทกั ษะและกระบวนการ และภาระงาน/ชิ้นงาน

๒. กรอบแนวคดิ การออกแบบการจดั การเรียนรู้ตามแนวคดิ Backward Design (Backward Design
Template) เป็นกรอบแนวคิดในการจดั การเรียนรู้ของแต่ละหน่วยการเรียนรู้ แบ่งเป็น ๓ ข้นั ไดแ้ ก่

ข้นั ท่ี ๑ ผลลพั ธป์ ลายทางที่ตอ้ งการใหเ้ กิดข้ึนกบั นกั เรียน
ข้นั ท่ี ๒ ภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ซ่ึงเป็นหลกั ฐานที่แสดงวา่ นกั เรียนมีผล
การเรียนรู้ตามที่กาํ หนดไวอ้ ยา่ งแทจ้ ริง

3

ข้นั ท่ี ๓ แผนการจดั การเรียนรู้ จะระบุวา่ ในหน่วยการเรียนรู้น้ีแบ่งเป็นแผนการจดั การเรียนรู้ก่ีแผน
และแต่ละแผนใชเ้ วลาในการจดั กิจกรรมก่ีชวั่ โมง

๓. แผนการจัดการเรียนรู้รายชั่วโมง เป็นแผนการจดั การเรียนรู้ตามกรอบแนวคิดการออกแบบ
การจัดการเรียนรู้ตามแนวคดิ Backward Design ประกอบดว้ ย

๓.๑ ช่ือแผนการจดั การเรียนรู้ ประกอบดว้ ยลาํ ดบั ท่ีของแผน ช่ือแผน และเวลาเรียน เช่น แผนการ
จดั การเรียนรู้ที่ ๑ พยางค์และคาํ ในภาษาไทย เวลา ๑ ชว่ั โมง

๓.๒ สาระสําคญั เป็นความคิดรวบยอดของเน้ือหาที่นาํ มาจดั การเรียนรู้ในแต่ละแผนการจดั การ
เรียนรู้

๓.๓ ตวั ชี้วดั ช้ันปี เป็นตวั ช้ีวดั ท่ีใชต้ รวจสอบนกั เรียนหลงั จากเรียนจบเน้ือหาท่ีนาํ เสนอในแต่ละ
แผนการจดั การเรียนรู้น้นั ๆ ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานการเรียนรู้ของหลกั สูตร

๓.๔ จุดประสงค์การเรียนรู้ เป็นส่วนท่ีบอกจุดมุ่งหมายที่ตอ้ งการใหเ้ กิดข้ึนแก่นกั เรียน ภายหลงั
จากเรียนจบในแต่ละแผน ท้งั ในดา้ นความรู้ (K) ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) และดา้ นทกั ษะ
และกระบวนการ (P) ซ่ึงสอดคลอ้ งสมั พนั ธก์ บั ตวั ช้ีวดั ช้นั ปี และเน้ือหาในแผนการจดั การเรียนรู้น้นั ๆ

๓.๕ การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ เป็นการตรวจสอบผลการจดั การเรียนรู้วา่ หลงั จาก
จดั การเรียนรู้ในแต่ละแผนการจดั การเรียนรู้แลว้ นกั เรียนมีพฒั นาการ มีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนตามเป้ าหมาย
ที่คาดหวงั ไวห้ รือไม่ และมีสิ่งท่ีจะตอ้ งไดร้ ับการพฒั นาปรับปรุงส่งเสริมในดา้ นใดบา้ ง ดงั น้นั ในแต่ละ
แผนการจดั การเรียนรู้จึงไดอ้ อกแบบวธิ ีการและเคร่ืองมือในการวดั และประเมินผลการเรียนรู้ดา้ นต่าง ๆ
ของนกั เรียนไวอ้ ยา่ งหลากหลาย เช่น การทาํ แบบทดสอบ การตอบคาํ ถามส้นั ๆ การตรวจผลงาน การประเมิน
พฤติกรรมท้งั ที่เป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม โดยเนน้ การปฏิบตั ิใหส้ อดคลอ้ งและเหมาะสมกบั ตวั ช้ีวดั และ
มาตรฐานการเรียนรู้

วธิ ีการและเคร่ืองมือในการวดั และประเมินผลการเรียนรู้เหล่าน้ีครูสามารถนาํ ไปใชป้ ระเมินนกั เรียนได้
ท้งั ในระหวา่ งการจดั การเรียนรู้และการทาํ กิจกรรมต่าง ๆ ตลอดจนการนาํ ความรู้ไปใชใ้ นชีวิตประจาํ วนั

๓.๖ สาระการเรียนรู้ เป็นหวั ขอ้ ยอ่ ยที่นาํ มาจดั การเรียนรู้ในแต่ละแผนการจดั การเรียนรู้ ซ่ึง
สอดคลอ้ งกบั สาระการเรียนรู้แกนกลาง

๓.๗ แนวทางบูรณาการ เป็นการเสนอแนะแนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ในเรื่องท่ีเรียนรู้
ของแต่ละแผนใหเ้ ช่ือมโยงสมั พนั ธ์กบั สาระการเรียนรู้อ่ืน ๆ ไดแ้ ก่ วทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ สงั คมศึกษา
ศาสนา และวฒั นธรรม ภาษาต่างประเทศ ศิลปะ สุขศึกษาและพลศึกษา การงานอาชีพและเทคโนโลยี
เพอ่ื ใหก้ ารเรียนรู้สอดคลอ้ งและครอบคลุมสถานการณ์จริง

๓.๘ กระบวนการจัดการเรียนรู้ เป็นการเสนอแนวทางการจดั กิจกรรมการเรียนรู้เน้ือหาในแต่ละ
เร่ือง โดยใชแ้ นวคิดและทฤษฎีการเรียนรู้ต่าง ๆ ตามความเหมาะสม ท้งั น้ีเพ่ือใหค้ รูนาํ ไปใชป้ ระโยชนใ์ นการ
วางแผนการจดั การเรียนรู้ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ ซ่ึงกระบวนการจดั การเรียนรู้ประกอบดว้ ย ๕ ข้นั ไดแ้ ก่

4

ข้นั ท่ี ๑ นาํ เขา้ สู่บทเรียน
ข้นั ที่ ๒ กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั ท่ี ๓ ฝึกฝนผเู้ รียน
ข้นั ที่ ๔ นาํ ไปใช้
ข้นั ท่ี ๕ สรุป
๓.๙ กจิ กรรมเสนอแนะ เป็นกิจกรรมเสนอแนะสาํ หรับใหน้ กั เรียนไดพ้ ฒั นาเพมิ่ เติมในดา้ นต่าง ๆ
นอกเหนือจากท่ีไดจ้ ดั การเรียนรู้มาแลว้ ในชว่ั โมงเรียน กิจกรรมเสนอแนะมี ๒ ลกั ษณะ คือ กิจกรรมสาํ หรับ
ผทู้ ี่มีความสามารถพเิ ศษและตอ้ งการศึกษาคน้ ควา้ ในเน้ือหาน้นั ๆ ใหล้ ึกซ้ึงกวา้ งขวางยง่ิ ข้ึน และกิจกรรม
สาํ หรับการเรียนรู้ใหค้ รบตามเป้ าหมาย ซ่ึงมีลกั ษณะเป็นการซ่อมเสริม
๓.๑๐ สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ เป็นรายชื่อส่ือการเรียนรู้ทุกประเภทที่ใชใ้ นการจดั การเรียนรู้ ซ่ึงมีท้งั
สื่อธรรมชาติ สื่อส่ิงพิมพ์ ส่ือเทคโนโลยี และสื่อบุคคล เช่น หนงั สือ เอกสารความรู้ รูปภาพ เครือขา่ ย
อินเทอร์เน็ต วดี ิทศั น์ ปราชญช์ าวบา้ น
๓.๑๑ บนั ทึกหลงั การจดั การเรียนรู้ เป็นส่วนท่ีใหค้ รูบนั ทึกผลการจดั การเรียนรู้วา่ ประสบ
ความสาํ เร็จหรือไม่ มีปัญหาหรืออุปสรรคอะไรเกิดข้ึนบา้ ง ไดแ้ กไ้ ขปัญหาและอุปสรรคน้นั อยา่ งไร ส่ิงท่ี
ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผนมีอะไรบา้ ง และขอ้ เสนอแนะสาํ หรับการปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
นอกจากน้ียงั อาํ นวยความสะดวกใหค้ รู โดยจดั ทาํ แบบทดสอบต่าง ๆ และความรู้เสริมสาํ หรับครู
บนั ทึกลงในแผน่ ซีดี (CD) ประกอบดว้ ย
๑) มาตรฐานการเรียนรู้ ตวั ช้ีวดั ช้นั ปี และสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้
ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
๒) กระบวนการจดั การเรียนรู้ท่ีใชใ้ นกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
๓) โครงงาน (Project Work)
๔) แฟ้ มสะสมผลงาน (Portfolio)
๕) ผงั การออกแบบการจดั การเรียนรู้ตามแนวคิด Backward Design
๖) รูปแบบแผนการจดั การเรียนรู้รายชว่ั โมงที่ออกแบบการจดั การเรียนรู้ตามแนวคิด Backward
Design
๗) แบบทดสอบก่อนและหลงั เรียน
๘) แบบทดสอบกลางภาคเรียน
๙) ใบงาน แบบบนั ทึก และแบบประเมินต่าง ๆ
ครูควรศึกษาแผนการจดั การเรียนรู้เพอ่ื เตรียมการสอนอยา่ งมีประสิทธิภาพ จดั กิจกรรมใหผ้ เู้ รียนได้
พฒั นาครบทุกสมรรถนะสาํ คญั ท่ีกาํ หนดไวใ้ นหลกั สูตร กล่าวคือ สมรรถนะในการสื่อสาร การคิด
การแกป้ ัญหา การใชท้ กั ษะชีวติ และการใชเ้ ทคโนโลยี รวมถึงคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคต์ ามหลกั สูตร

5

และกิจกรรมเสนอแนะเพอื่ การเรียนรู้เพมิ่ เติมใหเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพของผเู้ รียนแต่ละคน ซ่ึงไดก้ าํ หนดไวใ้ น
แผนการจดั การเรียนรู้น้ีแลว้

นอกจากน้ีครูสามารถปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้ใหส้ อดคลอ้ งกบั สภาพความพร้อมของนกั เรียน
และสถานการณ์เฉพาะหนา้ ได้ ซ่ึงจะใชเ้ ป็นผลงานเพอ่ื เลื่อนวทิ ยฐานะได้ แผนการจดั การเรียนรู้น้ีไดอ้ าํ นวย
ความสะดวกใหค้ รู โดยไดพ้ ิมพโ์ ครงสร้างแผนการจดั การเรียนรู้ท่ีออกแบบการเรียนรู้แบบ Backward Design
ใหค้ รูเพ่มิ เติมเฉพาะส่วนที่ครูปรับปรุงเองไวด้ ว้ ยแลว้

๒. สัญลกั ษณ์ลกั ษณะกจิ กรรมการเรียนรู้

คู่มือครู แผนการจดั การเรียนรู้ ภาษาไทย เล่มน้ีสามารถใชค้ ู่กบั แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน
ภาษาไทย ซ่ึงทุกเล่มไดก้ าํ หนดสญั ลกั ษณ์กาํ กบั กิจกรรมการเรียนรู้ไวท้ ุกกิจกรรม เพ่อื ช่วยใหค้ รู
และนกั เรียนทราบลกั ษณะกิจกรรมน้นั ๆ เพือ่ การจดั กิจกรรมใหบ้ รรลุเป้ าหมาย

สญั ลกั ษณ์ต่าง ๆ ท่ีกาํ หนดไวท้ ี่กิจกรรมน้นั มีจุดมุ่งหมายและจุดเนน้ ท่ีแตกต่างกนั ตามลกั ษณะของ
กระบวนการเรียนรู้ที่ตอ้ งการใหน้ กั เรียนไดเ้ รียนรู้ ซ่ึงมีความสอดคลอ้ งกบั ธรรมชาติของกลุ่มสาระการเรียนรู้
และจุดเนน้ ของหลกั สูตร ดงั น้นั สญั ลกั ษณ์จึงเป็นแนวทางท่ีเอ้ือประโยชนต์ ่อนกั เรียนท่ีจะศึกษาหาความรู้
ตามรายละเอียดของกิจกรรม สญั ลกั ษณ์ลกั ษณะกิจกรรมการเรียนรู้ไดก้ าํ หนดไวเ้ ป็น ๒ กลุ่ม ดงั น้ี

สัญลกั ษณ์หลกั ของกล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ทกั ษะทางภาษา เป็นกิจกรรมใหน้ กั เรียนเรียนรู้เกี่ยวกบั กฎเกณฑท์ างภาษาเพ่ือเป็น
พ้ืนฐานในการพฒั นาทกั ษะทางภาษาต่อไป

ทกั ษะการฟังและการดู เป็นกิจกรรมใหน้ กั เรียนไดพ้ ฒั นาทกั ษะการฟังและการดูต่าง ๆ

ทกั ษะการพดู เป็นกิจกรรมใหน้ กั เรียนไดพ้ ฒั นาทกั ษะการพดู ประเภทต่าง ๆ

ทกั ษะการอ่าน เป็นกิจกรรมใหน้ กั เรียนไดพ้ ฒั นาทกั ษะการอ่านประเภทต่าง ๆ

ทกั ษะการเขยี น เป็นกิจกรรมใหน้ กั เรียนไดพ้ ฒั นาทกั ษะการเขียนประเภทต่าง ๆ

6

สัญลกั ษณ์เสริมของกล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย

โครงงาน เป็นกิจกรรมใหน้ กั เรียนมุ่งพฒั นาการคิด การวางแผน และการแกป้ ัญหา

การพฒั นากระบวนการคดิ เป็นกิจกรรมใหน้ กั เรียนไดใ้ ชก้ ระบวนการคิดเพ่ือเพิ่มพนู
ทกั ษะการคิดดา้ นต่าง ๆ ของตนเอง

การประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจําวนั เป็นกิจกรรมใหน้ กั เรียนนาํ ความรู้และทกั ษะไป
ประยกุ ตใ์ ชห้ รือใชแ้ กป้ ัญหาในสถานการณ์จริงของชีวติ ประจาํ วนั

การทาํ ประโยชน์ให้สังคม เป็นกิจกรรมใหน้ กั เรียนนาํ ความรู้ที่ไดจ้ ากการเรียนรู้ไปปฏิบตั ิ
เพ่อื ใหต้ ระหนกั ในการทาํ ประโยชนใ์ หส้ งั คม

การปฏบิ ตั จิ ริง/ฝึ กทกั ษะ เป็นกิจกรรมใหน้ กั เรียนไดป้ ฏิบตั ิจริงหรือฝึ กปฏิบตั ิเพ่ือใหเ้ กิด
ทกั ษะอนั จะช่วยใหก้ ารเรียนรู้เป็นไปตามเป้ าหมายอยา่ งสมบูรณ์และติดตวั คงทน

การศึกษาค้นคว้า/สืบค้น เป็นกิจกรรมใหน้ กั เรียนศึกษาคน้ ควา้ หรือสืบคน้ จากแหล่ง
เรียนรู้ต่าง ๆ เพือ่ สร้างองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเองจนเกิดเป็นนิสยั

การสํารวจ เป็นกิจกรรมใหน้ กั เรียนสาํ รวจและรวบรวมขอ้ มูลเพอ่ื นาํ มาศึกษาวิเคราะห์
หาสาเหตุ หาผลลพั ธ์ ฝึกความเป็นผรู้ อบรู้

การสังเกต เป็นกิจกรรมใหน้ กั เรียนรู้จกั สงั เกตส่ิงท่ีตอ้ งการเรียนรู้จนสร้างองคค์ วามรู้
ไดอ้ ยา่ งเป็นระบบและมีเหตุผล

กจิ กรรมสําหรับกล่มุ พเิ ศษ เป็นกิจกรรมใหน้ กั เรียนใชพ้ ฒั นาการเรียนรู้เพ่มิ เติม
เพอื่ การพฒั นาใหเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพ

กจิ กรรมสําหรับซ่อมเสริม เป็นกิจกรรมใหน้ กั เรียนใชเ้ รียนเสริมเพ่ือใหเ้ กิดการเรียนรู้
ตามตวั ช้ีวดั

7

๓. การออกแบบการจดั การเรียนรู้ตามแนวคดิ Backward Design (BwD)

การจดั การเรียนรู้หรือการสอนเป็นงานท่ีครูทุกคนตอ้ งใชก้ ลวิธีต่าง ๆ มากมายเพ่อื ใหน้ กั เรียนสนใจ
ท่ีจะเรียนรู้และเกิดผลตามท่ีครูคาดหวงั การจดั การเรียนรู้จดั เป็นศาสตร์ที่ตอ้ งใชค้ วามรู้ความสามารถ
ตลอดจนประสบการณ์อยา่ งมาก ครูบางคนอาจจะละเลยเรื่องของการออกแบบการจดั การเรียนรู้หรือการ
ออกแบบการสอน ซ่ึงเป็นงานท่ีครูจะตอ้ งทาํ ก่อนการเขียนแผนการจดั การเรียนรู้

การออกแบบการจัดการเรียนรู้ทาํ อย่างไร ทาํ ไมจึงต้องออกแบบการจดั การเรียนรู้
ครูทุกคนผา่ นการศึกษาและไดเ้ รียนรู้เก่ียวกบั การออกแบบการเรียนรู้มาแลว้ ในอดีตการออกแบบ
การจดั การเรียนรู้จะเร่ิมตน้ จากการกาํ หนดจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ การวางแผนการจดั การเรียนรู้ การดาํ เนิน
การจดั การเรียนรู้ และการวดั และประเมินผลการเรียนรู้ ปัจจุบนั การเรียนรู้ไดม้ ีการเปลี่ยนแปลงไปตาม
สภาพแวดลอ้ ม เศรษฐกิจ และสงั คม รวมท้งั การเปล่ียนแปลงดา้ นวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยที ี่เขา้ มามี
บทบาทต่อการเรียนรู้ของนกั เรียน ซ่ึงนกั เรียนสามารถเรียนรู้ไดจ้ ากส่ือและแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ที่มีอยรู่ อบตวั
ดงั น้นั การออกแบบการจดั การเรียนรู้จึงเป็นกระบวนการสาํ คญั ที่ครูจาํ เป็นตอ้ งดาํ เนินการใหเ้ หมาะสมกบั
ศกั ยภาพของนกั เรียนแต่ละบุคคล
แกรนต์ วิกกินส์ (Grant Wiggins) และเจย์ แมกไท (Jay McTighe) นกั การศึกษาชาวอเมริกนั ไดเ้ สนอ
แนวคิดเก่ียวกบั การออกแบบการจดั การเรียนรู้ ซ่ึงเรียกวา่ Backward Design อนั เป็นการออกแบบการจดั การ
เรียนรู้ที่ครูจะตอ้ งกาํ หนดผลลพั ธป์ ลายทางที่ตอ้ งการใหเ้ กิดข้ึนกบั นกั เรียนก่อน โดยเขาท้งั สองใหช้ ่ือวา่
ความเขา้ ใจท่ีคงทน (Enduring Understanding) เมื่อกาํ หนดความเขา้ ใจท่ีคงทนไดแ้ ลว้ ครูจะตอ้ งบอกใหไ้ ดว้ า่
ความเขา้ ใจที่คงทนของนกั เรียนน้ีเกิดจากอะไร นกั เรียนจะตอ้ งมีหรือแสดงพฤติกรรมอะไรบา้ ง ครูมีหรือใช้
วธิ ีการวดั อะไรบา้ งท่ีจะบอกวา่ นกั เรียนมีหรือแสดงพฤติกรรมเหล่าน้นั แลว้ จากน้นั ครูจึงนึกถึงวธิ ีการจดั การ
เรียนรู้ที่จะทาํ ใหน้ กั เรียนเกิดความเขา้ ใจท่ีคงทนต่อไป

แนวคดิ ของ Backward Design

Backward Design เป็นการออกแบบการจดั การเรียนรู้ที่ใชผ้ ลลพั ธป์ ลายทางเป็นหลกั ซ่ึงผลลพั ธ์
ปลายทางน้ีจะเกิดข้ึนกบั นกั เรียนกต็ ่อเม่ือจบหน่วยการเรียนรู้ ท้งั น้ีครูจะตอ้ งออกแบบการจดั การเรียนรู้
โดยใชก้ รอบความคิดท่ีเป็นเหตุเป็นผล มีความสมั พนั ธ์กนั จากน้นั จึงจะลงมือเขียนแผนการจดั การเรียนรู้
ขยายรายละเอียดเพมิ่ เติมใหม้ ีคุณภาพและประสิทธิภาพต่อไป

กรอบความคิดหลกั ของการออกแบบการจดั การเรียนรู้โดยวิธี Backward Design มีข้นั ตอนหลกั
ท่ีสาํ คญั ๓ ข้นั ตอน คือ

ข้นั ที่ ๑ กาํ หนดผลลพั ธป์ ลายทางท่ีตอ้ งการใหเ้ กิดข้ึนกบั นกั เรียน
ข้นั ท่ี ๒ กาํ หนดภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ซ่ึงเป็นหลกั ฐานท่ีแสดงวา่ นกั เรียนมี

ผลการเรียนรู้ตามที่กาํ หนดไวอ้ ยา่ งแทจ้ ริง
ข้นั ท่ี ๓ วางแผนการจดั การเรียนรู้

8

ข้ันท่ี ๑ กาํ หนดผลลพั ธ์ปลายทางทตี่ ้องการให้เกดิ ขนึ้ กบั นักเรียน

ก่อนที่จะกาํ หนดผลลพั ธ์ปลายทางที่ตอ้ งการใหเ้ กิดข้ึนกบั นกั เรียนน้นั ครูควรตอบคาํ ถามสาํ คญั
ต่อไปน้ี

๑. นกั เรียนควรจะมีความรู้ ความเขา้ ใจ และสามารถทาํ ส่ิงใดไดบ้ า้ ง
๒. เน้ือหาสาระใดบา้ งที่มีความสาํ คญั ต่อการสร้างความเขา้ ใจของนกั เรียน และความเขา้ ใจที่คงทน
(Enduring Understanding) ที่ครูตอ้ งการจดั การเรียนรู้ใหแ้ ก่นกั เรียนมีอะไรบา้ ง
เม่ือจะตอบคาํ ถามสาํ คญั ดงั กล่าวขา้ งตน้ ใหค้ รูนึกถึงเป้ าหมายของการศึกษา มาตรฐานการเรียนรู้
ดา้ นเน้ือหาระดบั ชาติท่ีปรากฏอยใู่ นหลกั สูตรการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ รวมท้งั มาตรฐานการ
เรียนรู้ระดบั เขตพ้ืนท่ีการศึกษาหรือทอ้ งถิ่น
การทบทวนความคาดหวงั ของหลกั สูตรการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน เน่ืองจากมาตรฐานแต่ละระดบั จะมี
ความสมั พนั ธ์กบั เน้ือหาสาระต่าง ๆ ซ่ึงมีความแตกต่างลดหลนั่ กนั ไป ดว้ ยเหตุน้ีข้นั ท่ี ๑ ของ Backward
Design ครูจึงตอ้ งจดั ลาํ ดบั ความสาํ คญั และเลือกผลลพั ธป์ ลายทางของนกั เรียน ซ่ึงเป็นผลการเรียนรู้ที่เกิดจาก
ความเขา้ ใจท่ีคงทนต่อไป

ความเข้าใจทค่ี งทนของนักเรียน

ความเขา้ ใจที่คงทนคืออะไร ความเขา้ ใจที่คงทนเป็นความรู้ที่ลึกซ้ึง ไดแ้ ก่ ความคิดรวบยอด
ความสมั พนั ธ์ และหลกั การของเน้ือหาและวชิ าที่นกั เรียนเรียนรู้ หรือกล่าวอีกนยั หน่ึงเป็นความรู้ที่อิงเน้ือหา
ความรู้น้ีเกิดจากการสะสมขอ้ มลู ต่าง ๆ ของนกั เรียนและเป็นองคค์ วามรู้ที่นกั เรียนสร้างข้ึนดว้ ยตนเอง

การเขียนความเข้าใจทค่ี งทนในการออกแบบการจดั การเรียนรู้

ถา้ ความเขา้ ใจท่ีคงทน หมายถึง สาระสาํ คญั ของส่ิงที่จะเรียนรู้แลว้ ครูควรจะรู้วา่ สาระสาํ คญั
หมายถึงอะไร คาํ วา่ สาระสําคญั มาจากคาํ วา่ Concept ซ่ึงนกั การศึกษาของไทยแปลเป็นภาษาไทยวา่
สาระสาํ คญั ความคิดรวบยอด มโนทศั น์ มโนมติ และสงั กปั แต่การเขียนแผนการจดั การเรียนรู้นิยมใช้
คาํ วา่ สาระสาํ คญั

สาระสาํ คญั เป็นขอ้ ความท่ีแสดงแก่นหรือเป้ าหมายเกี่ยวกบั เร่ืองใดเรื่องหน่ึง เพือ่ ใหไ้ ดข้ อ้ สรุปรวม
และขอ้ แตกต่างเก่ียวกบั เร่ืองใดเร่ืองหน่ึง โดยอาจครอบคลุมขอ้ เทจ็ จริง กฎ ทฤษฎี ประเดน็ และการสรุป
สาระสาํ คญั และขอ้ ความท่ีมีลกั ษณะรวบยอดอยา่ งอ่ืน

ประเภทของสาระสําคญั

๑. ระดบั กวา้ ง (Broad Concept)
๒. ระดบั การนาํ ไปใช้ (Operative Concept หรือ Functional Concept)
ตวั อย่างสาระสาํ คัญระดับกว้าง
 การอ่านเป็นการฝึกทกั ษะการออกเสียง
 เสียงในภาษาไทยแบ่งออกเป็น ๓ ชนิด

9

ตวั อย่างสาระสาํ คัญระดับการนาํ ไปใช้
 การอ่านที่ดีผอู้ ่านจะตอ้ งออกเสียงคาํ ใหถ้ ูกตอ้ ง เขา้ ใจคาํ ศพั ท์ จบั ใจความสาํ คญั และบอกขอ้ คิด
จากเร่ืองที่อ่านได้
 เสียงในภาษาไทยแบ่งออกเป็น ๓ ชนิด คือ เสียงสระ เสียงพยญั ชนะ และเสียงวรรณยกุ ต์

แนวทางการเขยี นสาระสําคญั

๑. ใหเ้ ขียนสาระสาํ คญั ของทุกเรื่อง โดยแยกเป็นขอ้ ๆ (จาํ นวนขอ้ ของสาระสาํ คญั จะเท่ากบั จาํ นวน
เร่ือง)

๒. การเขียนสาระสาํ คญั ท่ีดีควรเป็นสาระสาํ คญั ระดบั การนาํ ไปใช้
๓. สาระสาํ คญั ตอ้ งครอบคลุมประเดน็ สาํ คญั ครบถว้ น เพราะหากขาดส่วนใดไปแลว้ จะทาํ ให้
นกั เรียนรับสาระสาํ คญั ที่ผดิ ไปทนั ที
๔. การเขียนสาระสาํ คญั ที่จะใหค้ รอบคลุมประเดน็ สาํ คญั วธิ ีการหน่ึงคือ การเขียนแผนผงั
สาระสาํ คญั

ตวั อย่าง การเขียนแผนผงั สาระสาํ คญั มี ๒๑ รูป ๓๒ เสียง แบ่งออกเป็น
เสียงสระ – สระเสียงส้ันและสระเสียงยาว

แบ่งตามช่วง เวลาในการเปล่ง
เสียง
-– สระเด่ียวและสระประสม
แบ่งตามส่วน ประกอบของ
เสียง

เสียงในภาษาไทย เสียงพยญั ชนะ มี ๔๔ รูป ๒๑ เสียง ทาํ หนา้ ที่
เป็นพยญั ชนะตน้ และพยญั ชนะ
สะกด

เสียงวรรณยกุ ต์ มี ๔ รูป ๕ เสียง ไดแ้ ก่
เสียงสามญั เสียงเอก เสียงโท
เสียงตรี และเสียงจตั วา

10

สาระสาํ คัญของเสียงในภาษาไทย: เสียงในภาษาไทยแบ่งออกเป็นเสียงสระ เสียงพยญั ชนะ เสียง
วรรณยกุ ต์ แต่ละเสียงจะมีลกั ษณะและหนา้ ที่แตกต่างกนั ไป

๕. การเขียนสาระสาํ คญั เกี่ยวกบั เร่ืองใดควรเขียนลกั ษณะเด่นที่มองเห็นไดห้ รือนึกไดอ้ อกมาเป็น
ขอ้ ๆ แลว้ จาํ แนกลกั ษณะเหล่าน้นั เป็นลกั ษณะจาํ เพาะและลกั ษณะประกอบ

๖. การเขียนขอ้ ความท่ีเป็นสาระสาํ คญั ควรใชภ้ าษาท่ีมีการขดั เกลาอยา่ งดี เล่ียงคาํ ที่มีความหมาย
กาํ กวมหรือฟ่ มุ เฟื อย

ตวั อย่าง การเขียนสาระสาํ คญั เรื่อง ประโยค

ประโยค ลกั ษณะจาํ เพาะ ลกั ษณะประกอบ
มีประธาน 
มีกริยา  –
มีกรรม
มีส่วนขยายประธาน – –
มีส่วนขยายกริยา –
มีส่วนขยายกรรม – 
– 



สาระสาํ คัญของประโยค: ประโยคประกอบดว้ ยส่วนสาํ คญั ๒ ส่วน คือ ประธานและกริยา
กรรมและส่วนขยายต่าง ๆ จะมีหรือไม่มีกไ็ ด้

ข้ันที่ ๒ กาํ หนดภาระงานและการประเมนิ ผลการเรียนรู้ซึ่งเป็ นหลกั ฐานทแี่ สดงว่านักเรียน

มีผลการเรียนรู้ตามทกี่ าํ หนดไว้อย่างแท้จริง

เมื่อครูกาํ หนดผลลพั ธ์ปลายทางที่ตอ้ งการใหเ้ กิดข้ึนกบั นกั เรียนแลว้ ก่อนที่จะดาํ เนินการข้นั ต่อไป
ขอใหค้ รูตอบคาํ ถามสาํ คญั ต่อไปน้ี

 นกั เรียนมีพฤติกรรมหรือแสดงออกในลกั ษณะใดจึงทาํ ใหค้ รูทราบวา่ นกั เรียนบรรลุผลลพั ธ์
ปลายทางตามท่ีกาํ หนดไวแ้ ลว้

 ครูมีหลกั ฐานหรือใชว้ ธิ ีการใดท่ีสามารถระบุไดว้ า่ นกั เรียนมีพฤติกรรมหรือแสดงออกตาม
ผลลพั ธ์ปลายทางท่ีกาํ หนดไว้

การออกแบบการจดั การเรียนรู้ตามหลกั การของ Backward Design เนน้ ใหค้ รูรวบรวมหลกั ฐานการ
วดั และประเมินผลการเรียนรู้ที่จาํ เป็นและมีหลกั ฐานเพียงพอท่ีจะกล่าวไดว้ า่ การจดั การเรียนรู้ทาํ ใหน้ กั เรียน
เกิดผลสมั ฤทธ์ิแลว้ ไม่ใช่เรียนแคใ่ หจ้ บตามหลกั สูตรหรือเรียนตามชุดของกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีครูกาํ หนดไว้

11

เท่าน้นั วิธีการของ Backward Design ตอ้ งการกระตุน้ ใหค้ รูคิดล่วงหนา้ วา่ ครูควรจะกาํ หนดและรวบรวม
หลกั ฐานเชิงประจกั ษอ์ ะไรบา้ งก่อนที่จะออกแบบหน่วยการเรียนรู้ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ หลกั ฐานดงั กล่าวควร
จะเป็นหลกั ฐานท่ีสามารถใชเ้ ป็นขอ้ มูลยอ้ นกลบั ท่ีมีประโยชนส์ าํ หรับนกั เรียนและครูไดเ้ ป็นอยา่ งดี
นอกจากน้ีครูควรใชว้ ธิ ีการวดั และประเมินผลการเรียนรู้แบบต่อเน่ืองอยา่ งไม่เป็นทางการ และเป็นทางการ
ตลอดระยะเวลาท่ีครูจดั กิจกรรมการเรียนรู้ใหแ้ ก่นกั เรียน ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั แนวคิดที่ตอ้ งการใหค้ รูทาํ การวดั
และประเมินผลการเรียนรู้ระหวา่ งการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ที่เรียกวา่ สอนไปวดั ผลไป

จึงกล่าวไดว้ า่ ข้นั น้ีครูควรนึกถึงพฤติกรรมหรือการแสดงออกของนกั เรียน โดยพจิ ารณาจากผลงาน
หรือชิ้นงานที่เป็นหลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ ซ่ึงแสดงใหเ้ ห็นวา่ นกั เรียนเกิดผลลพั ธ์ปลายทางตามเกณฑท์ ี่กาํ หนด
ไวแ้ ลว้ และเกณฑท์ ่ีใชป้ ระเมินควรเป็นเกณฑค์ ุณภาพในรูปของมิติคุณภาพ (Rubrics) อยา่ งไรกต็ าม ครู
อาจจะมีหลกั ฐานหรือใชว้ ธิ ีการอื่น ๆ เช่น การทดสอบก่อนและหลงั เรียน การสมั ภาษณ์ การศึกษาคน้ ควา้
การฝึกปฏิบตั ิขณะเรียนรู้ประกอบดว้ ยกไ็ ด้

หลงั จากท่ีครูไดก้ าํ หนดผลลพั ธ์ปลายทางท่ีตอ้ งการใหเ้ กิดข้ึนกบั นกั เรียนแลว้ ครูควรกาํ หนดภาระ
งานและวธิ ีการประเมินผลการเรียนรู้ ซ่ึงเป็นหลกั ฐานที่แสดงวา่ นกั เรียนมีผลการเรียนรู้ตามผลลพั ธ์ปลายทาง
ท่ีกาํ หนดไวแ้ ลว้

ภาระงาน หมายถึง งานหรือกิจกรรมที่กาํ หนดใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิ เพื่อใหบ้ รรลุตามจุดประสงค์
การเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั ช้นั ปี /มาตรฐานการเรียนรู้ที่กาํ หนดไว้ ลกั ษณะสาํ คญั ของงานจะตอ้ งเป็นงานที่สอดคลอ้ ง
กบั ชีวิตจริงในชีวติ ประจาํ วนั เป็นเหตุการณ์จริงมากกวา่ กิจกรรมท่ีจาํ ลองข้ึนเพอื่ ใชใ้ นการทดสอบ ซ่ึงเรียกวา่
งานท่ีปฏิบตั ิเป็นงานท่ีมีความหมายต่อผเู้ รียน (Meaningful Task) นอกจากน้ีงานหรือกิจกรรมจะตอ้ งมี
ขอบเขตที่ชดั เจน สอดคลอ้ งกบั จุดประสงคก์ ารเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั ช้นั ปี /มาตรฐานการเรียนรู้ท่ีตอ้ งการใหเ้ กิด
ข้ึนกบั นกั เรียน

ท้งั น้ีเมื่อไดภ้ าระงานครบถว้ นตามที่ตอ้ งการแลว้ ครูจะตอ้ งนึกถึงวิธีการและเครื่องมือที่จะใชว้ ดั
และประเมินผลการเรียนรู้ของนกั เรียนซ่ึงมีอยมู่ ากมายหลายประเภท ครูจะตอ้ งเลือกใหเ้ หมาะสมกบั ภาระงาน
ท่ีนกั เรียนปฏิบตั ิ

ตวั อยา่ งภาระงาน/ชิ้นงานเรื่อง การท่องจาํ บทอาขยาน รวมท้งั การกาํ หนดวธิ ีการวดั และประเมินผล
การเรียนรู้ของนกั เรียน ดงั ตาราง

ตัวอย่าง ภาระงาน/ชิ้นงาน แผนการจัดก

ตวั ชี้วดั ช้ันปี สาระการเรียนรู้ ภาระงาน/ การวดั

๑. อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ การท่องจาํ ผลงาน/ชิ้นงาน วธิ ีการ เค
และบทร้อยกรองได้ บทอาขยาน
ถูกตอ้ ง ๑. ทาํ แบบทดสอบ ๑. ซกั ถาม ๑. แบบซ
๒. ท่องจาํ บทอาขยานตามที่ ๒. ตรวจ
กาํ หนดและบทร้อยกรอง ๒. เขียนแผนภาพ ๒. อภิปรายแสดง ๓. แบบท
ท่ีมีคุณค่าตามความสนใจ
ความคิดสรุปวธิ ี ความคิดเห็น การอ
๔. แบบป
การท่องจาํ บท ๓. สงั เกตการอ่าน
การออ
ร้อยกรอง และการท่องจาํ ร้อยกร
๕. แบบป
๓. อภิปรายแสดง บทอาขยาน ท่องจ

ความคิดเห็น

๔. ฝึกอ่านและฝึก

ท่องบทอาขยาน

บทหลกั และ

บทรอง

๕. ท่องจาํ ขอ้ ความ

หรือบทร้อยกรอง

ท่ีชอบ

๖. ทาํ ใบงาน

12

การเรียนรู้ท่ี ๒๕ การท่องจาํ บทอาขยาน

ดและประเมนิ ผล กจิ กรรมการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้

ครื่องมอื เกณฑ์ ๑. ฟังเพอ่ื นท่องจาํ บท ๑. แถบบนั ทึกเสียง
อาขยานหรือฟังจาก ๒. ตวั อยา่ ง
ซกั ถาม ๑. เกณฑค์ ุณภาพ ๔ ระดบั แถบบนั ทึกเสียง
จสอบผลงาน ๒. เกณฑค์ ุณภาพ ๔ ระดบั ร่วมสรุปหลกั การ บทร้อยกรอง
ทดสอบ ๓. เกณฑค์ ุณภาพ ๔ ระดบั ท่องจาํ ๓. บทอาขยานบทหลกั
๒. อภิปรายแสดง ๔. แบบประเมิน
อ่าน ความคิดเห็น
เก่ียวกบั คุณค่าการ การอ่านออกเสียง
ประเมิน ท่องจาํ บทอาขยาน ร้อยกรอง
๓. ฝึกท่องจาํ บท ๕. แบบประเมิน
อกเสียง อาขยานบทหลกั การท่องจาํ
และบทรอง คาํ ประพนั ธ์
รอง ๔. ฝึกท่องจาํ ขอ้ ความ
หรือบทร้อยกรอง
ประเมินการ ท่ีชอบ

จาํ คาํ ประพนั ธ์

13

ความเขา้ ใจที่คงทนจะเกิดข้ึนได้ นกั เรียนจะตอ้ งมีความสามารถ ๖ ประการ ไดแ้ ก่
๑. การอธิบาย ชี้แจง เป็นความสามารถท่ีนกั เรียนแสดงออกโดยการอธิบายหรือช้ีแจงในส่ิงท่ี
เรียนรู้ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง สอดคลอ้ ง มีเหตุมีผล และเป็นระบบ
๒. การแปลความและตคี วาม เป็นความสามารถท่ีนกั เรียนแสดงออกโดยการแปลความและ
ตีความไดอ้ ยา่ งมีความหมาย ตรงประเดน็ กระจ่างชดั และทะลุปรุโปร่ง
๓. การประยุกต์ ดดั แปลง และนําไปใช้ เป็นความสามารถที่นกั เรียนแสดงออกโดยการนาํ สิ่งที่ได้
เรียนรู้ไปสู่การปฏิบตั ิไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิผล มีประสิทธิภาพ และคล่องแคล่ว
๔. การมมี ุมมองทห่ี ลากหลาย เป็นความสามารถท่ีนกั เรียนแสดงออกโดยการมีมุมมองที่
น่าเช่ือถือ เป็นไปได้ มีความลึกซ้ึง แจ่มชดั และแปลกใหม่
๕. การให้ความสําคญั และใส่ใจในความรู้สึกของผู้อนื่ เป็นความสามารถที่นกั เรียนแสดงออก
โดยการมีความละเอียดรอบคอบ เปิ ดเผย รับฟังความคิดเห็นของผอู้ ่ืน ระมดั ระวงั ท่ีจะไม่ใหเ้ กิดความ
กระทบกระเทือนต่อผอู้ ื่น
๖. การรู้จกั ตนเอง เป็นความสามารถที่นกั เรียนแสดงออกโดยการมีความตระหนกั รู้ สามารถ
ประมวลผลขอ้ มลู จากแหล่งท่ีหลากหลาย ปรับตวั ได้ รู้จกั ใคร่ครวญ และมีความเฉลียวฉลาด
นอกจากน้ีหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ไดก้ าํ หนดสมรรถนะ
สาํ คญั ของนกั เรียนหลงั จากสาํ เร็จการศึกษาตามหลกั สูตรไว้ ๕ ประการ ดงั น้ี
๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถของนกั เรียนในการรับและส่งสาร มีวฒั นธรรม
ในการใชภ้ าษา ถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเขา้ ใจ ความรู้สึก และทศั นะของตนเอง เพอื่ แลกเปล่ียน
ขอ้ มูลข่าวสารและประสบการณ์อนั จะเป็นประโยชนต์ ่อการพฒั นาตนเองและสงั คม รวมท้งั การเจรจา
ต่อรองเพือ่ ขจดั และลดปัญหาความขดั แยง้ ต่าง ๆ การเลือกที่จะรับและไม่รับขอ้ มลู ขา่ วสารดว้ ยหลกั
เหตุผลและความถูกตอ้ ง ตลอดจนการเลือกใชว้ ิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ โดยคาํ นึงถึงผลกระทบที่มี
ต่อตนเองและสงั คม
๒. ความสามารถในการคดิ เป็นความสามารถของนกั เรียนในการคิดวิเคราะห์ การคิดสงั เคราะห์
การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ การคิดอยา่ งสร้างสรรค์ การคิดเชิงคุณธรรม และการคิดอยา่ งเป็นระบบ เพอ่ื
นาํ ไปสู่การสร้างองคค์ วามรู้หรือสารสนเทศ เพอื่ การตดั สินใจเกี่ยวกบั ตนเองและสงั คมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถของนกั เรียนในการแกป้ ัญหาและอุปสรรค
ต่าง ๆ ที่เผชิญไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลกั เหตุผล คุณธรรม และขอ้ มูลสารสนเทศ เขา้ ใจ
ความสมั พนั ธ์และการเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยกุ ตค์ วามรู้มาใชใ้ น
การป้ องกนั และแกไ้ ขปัญหา และมีการตดั สินใจท่ีมีประสิทธิภาพโดยคาํ นึงถึงผลกระทบท่ีเกิดข้ึนต่อ
ตนเอง สงั คม และส่ิงแวดลอ้ ม

14

๔. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ เป็นความสามารถของนกั เรียนในดา้ นการนาํ กระบวนการ
ต่าง ๆ ไปใชใ้ นการดาํ เนินชีวิตประจาํ วนั การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง การเรียนรู้อยา่ งต่อเนื่อง การทาํ งาน และ
การอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมดว้ ยการสร้างเสริมความสมั พนั ธ์อนั ดีระหวา่ งบุคคล การจดั การปัญหาและความ
ขดั แยง้ ต่าง ๆ อยา่ งเหมาะสม การปรับตวั ใหท้ นั กบั การเปล่ียนแปลงของสงั คมและสภาพแวดลอ้ ม และ
การรู้จกั หลีกเล่ียงพฤติกรรมที่ไม่พงึ ประสงคซ์ ่ึงจะส่งผลกระทบต่อตนเองและผอู้ ่ืน

๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถของนกั เรียนในการเลือกใชเ้ ทคโนโลยี
ดา้ นต่าง ๆ มีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพอ่ื การพฒั นาตนเองและสงั คมในดา้ นการเรียนรู้
การสื่อสาร การทาํ งาน การแกป้ ัญหาอยา่ งสร้างสรรค์ ถูกตอ้ ง เหมาะสม และมีคุณธรรม

นอกจากสมรรถนะสาํ คญั ของนกั เรียนหลงั จากสาํ เร็จการศึกษาตามหลกั สูตรที่กล่าวแลว้ ขา้ งตน้
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ไดก้ าํ หนดคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
เพอ่ื ใหส้ ามารถอยรู่ ่วมกบั ผอู้ ่ืนในสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุขในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลเมืองโลก ดงั น้ี

๑. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
๒. ซื่อสตั ยส์ ุจริต
๓. มีวนิ ยั
๔. ใฝ่ เรียนรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มุ่งมนั่ ในการทาํ งาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจิตสาธารณะ
ดงั น้นั การกาํ หนดภาระงานใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิ รวมท้งั การเลือกวิธีการและเคร่ืองมือวดั และ
ประเมินผลการเรียนรู้น้นั ครูควรคาํ นึงถึงความสามารถของนกั เรียน ๖ ประการ ตามแนวคิดของ
Backward Design สมรรถนะสาํ คญั และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ องนกั เรียนหลงั จากสาํ เร็จการศึกษา
ตามหลกั สูตรท่ีไดก้ ล่าวไวข้ า้ งตน้ เพือ่ ใหภ้ าระงาน วธิ ีการ และเครื่องมือวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ครอบคลุมส่ิงท่ีสะทอ้ นผลลพั ธ์ปลายทางท่ีตอ้ งการใหเ้ กิดข้ึนกบั นกั เรียนอยา่ งแทจ้ ริง
นอกจากน้ีการออกแบบการจดั การเรียนรู้ตามแนวคิดของ Backward Design ในข้นั ท่ี ๒ น้ี
ครูจะตอ้ งคาํ นึงถึงภาระงาน วิธีการ เคร่ืองมือวดั และประเมินผลการเรียนรู้ที่มีความเที่ยงตรง เช่ือถือได้
มีประสิทธิภาพ ตรงกบั สภาพจริง มีความยดื หยนุ่ และสร้างความสบายใจแก่นกั เรียนเป็นสาํ คญั

15

ข้นั ท่ี ๓ วางแผนการจดั การเรียนรู้

เมื่อครูมีความรู้ความเขา้ ใจท่ีชดั เจนเก่ียวกบั การกาํ หนดผลลพั ธป์ ลายทางที่ตอ้ งการใหเ้ กิดข้ึน
กบั นกั เรียน รวมท้งั กาํ หนดภาระงานและการประเมินผลการเรียนรู้ซ่ึงเป็นหลกั ฐานที่แสดงวา่ นกั เรียน
เกิดการเรียนรู้ตามที่กาํ หนดไวอ้ ยา่ งแทจ้ ริงแลว้ ข้นั ต่อไปครูควรนึกถึงกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่จะจดั
ใหแ้ ก่นกั เรียน การที่ครูจะนึกถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะจดั ใหน้ กั เรียนไดน้ ้นั ครูควรตอบคาํ ถามสาํ คญั
ต่อไปน้ี

 ถา้ ครูตอ้ งการจะจดั การเรียนรู้ใหน้ กั เรียนเกิดความรู้เกี่ยวกบั ขอ้ เทจ็ จริง ความคิดรวบยอด
หลกั การ และทกั ษะกระบวนการต่าง ๆ ที่จาํ เป็นสาํ หรับนกั เรียน ซ่ึงจะทาํ ใหน้ กั เรียนเกิดผลลพั ธ์
ปลายทางตามท่ีกาํ หนดไว้ รวมท้งั เกิดเป็นความเขา้ ใจท่ีคงทนต่อไปน้นั ครูสามารถจะใชว้ ธิ ีการง่าย ๆ
อะไรบา้ ง

 กิจกรรมการเรียนรู้ท่ีจะช่วยเป็นสื่อนาํ ใหน้ กั เรียนเกิดความรู้และทกั ษะที่จาํ เป็นมีอะไรบา้ ง
 สื่อและแหล่งการเรียนรู้ท่ีเหมาะสมและดีท่ีสุด ซ่ึงจะทาํ ใหน้ กั เรียนบรรลุตามมาตรฐานของ
หลกั สูตรมีอะไรบา้ ง
 กิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ท่ีกาํ หนดไวค้ วรจดั กิจกรรมใดก่อนและควรจดั กิจกรรมใด
ภายหลงั
 กิจกรรมต่าง ๆ ออกแบบไวเ้ พ่อื ตอบสนองความแตกต่างระหวา่ งบุคคลของนกั เรียนหรือไม่
เพราะเหตุใด
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ เพือ่ ใหน้ กั เรียนเกิดผลลพั ธป์ ลายทางตามแนวคิดของ Backward
Design น้นั วิกกินส์และแมกไทไดเ้ สนอแนะใหค้ รูเขียนแผนการจดั การเรียนรู้โดยใชแ้ นวคิดของ
WHERETO (ไปท่ีไหน) ซ่ึงมีรายละเอียดดงั น้ี
W แทน กิจกรรมการเรียนรู้ที่จดั ใหน้ ้นั จะตอ้ งช่วยใหน้ กั เรียนรู้วา่ หน่วยการเรียนรู้น้ีจะดาํ เนินไป
ในทิศทางใด (Where) และสิ่งที่คาดหวงั คืออะไร (What) มีอะไรบา้ งช่วยใหค้ รูทราบวา่ นกั เรียนมีความรู้
พ้นื ฐานและความสนใจอะไรบา้ ง
H แทน กิจกรรมการเรียนรู้ท่ีควรดึงดูดความสนใจนกั เรียนทุกคน (Hook) ทาํ ใหน้ กั เรียนเกิด
ความสนใจในสิ่งที่จะเรียนรู้ (Hold) และใชส้ ่ิงที่นกั เรียนสนใจเป็นแนวทางในการจดั การเรียนรู้
E แทน กิจกรรมการเรียนรู้ที่ควรส่งเสริมและจดั ให้ (Equip) นกั เรียนไดม้ ีประสบการณ์
(Experience) ในแนวคิดหลกั /ความคิดรวบยอด และสาํ รวจ รวมท้งั วนิ ิจฉยั (Explore) ในประเดน็ ต่าง ๆ
ท่ีน่าสนใจ
R แทน กิจกรรมการเรียนรู้ที่ควรเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนไดค้ ดิ ทบทวน (Rethink) ปรับ (Revise)
ความเขา้ ใจในความรู้และงานท่ีปฏิบตั ิ

16

E แทน กิจกรรมการเรียนรู้ที่ควรเปิ ดโอกาสใหน้ กั เรียนไดป้ ระเมิน (Evaluate) ผลงานและสิ่งท่ี
เก่ียวขอ้ งกบั การเรียนรู้

T แทน กิจกรรมการเรียนรู้ท่ีควรออกแบบ (Tailored) สาํ หรับนกั เรียนเป็นรายบุคคล เพื่อให้
สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการ ความสนใจ และความสามารถท่ีแตกต่างกนั ของนกั เรียน

O แทน การจดั กิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ ใหเ้ ป็นระบบ (Organized) ตามลาํ ดบั การเรียนรู้ของ
นกั เรียน และกระตุน้ ใหน้ กั เรียนมีส่วนร่วมในการสร้างองคค์ วามรู้ต้งั แต่เริ่มแรกและตลอดไป ท้งั น้ีเพ่ือ
การเรียนรู้ที่มีประสิทธิผล

อยา่ งไรกต็ าม มีขอ้ สงั เกตวา่ การวางแผนการจดั การเรียนรู้ท่ีมีการกาํ หนดวิธีการจดั การเรียนรู้
การลาํ ดบั บทเรียน รวมท้งั ส่ือและแหล่งการเรียนรู้ที่เฉพาะเจาะจงน้นั จะประสบผลสาํ เร็จได้ กต็ ่อเม่ือครู
ไดม้ ีการกาํ หนดผลลพั ธ์ปลายทาง หลกั ฐาน และวธิ ีการวดั และประเมินผลที่แสดงวา่ นกั เรียนมีผลการ
เรียนรู้ตามท่ีกาํ หนดไวอ้ ยา่ งแทจ้ ริงแลว้ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้เป็นเพียงส่ือท่ีจะนาํ ไปสู่เป้ าหมาย
ความสาํ เร็จที่ตอ้ งการเท่าน้นั ดว้ ยเหตุน้ีถา้ ครูมีเป้ าหมายท่ีชดั เจนกจ็ ะช่วยทาํ ใหก้ ารวางแผนการจดั การ
เรียนรู้และการจดั กิจกรรมการเรียนรู้สามารถทาํ ใหน้ กั เรียนเกิดผลสมั ฤทธ์ิตามท่ีกาํ หนดไวไ้ ด้

โดยสรุปจึงกล่าวไดว้ า่ ข้นั น้ีเป็นการคน้ หาส่ือการเรียนรู้ แหล่งการเรียนรู้ และกิจกรรมการเรียนรู้
ท่ีสอดคลอ้ งเหมาะสมกบั นกั เรียน กิจกรรมที่กาํ หนดข้ึนควรเป็นกิจกรรมที่จะส่งเสริมใหน้ กั เรียนสามารถ
สร้างและสรุปเป็นความคิดรวบยอดและหลกั การที่สาํ คญั ของสาระท่ีเรียนรู้ ก่อใหเ้ กิดความเขา้ ใจที่คงทน
รวมท้งั ความรู้สึกและเจตคติที่ดีไปพร้อม ๆ กบั ทกั ษะความชาํ นาญ

17

Backward Design Template

ผงั การออกแบบการจัดการเรียนรู้

หน่วยการเรียนรู้ท่ี

ข้นั ท่ี ๑ ผลลพั ธ์ปลายทางทตี่ ้องการให้เกดิ ขนึ้ กบั นักเรียน

ตวั ชี้วดั ช้ันปี

๑. __________________________________________________

๒. __________________________________________________

ความเข้าใจทคี่ งทนของนักเรียน คาํ ถามสําคญั ทท่ี าํ ให้เกดิ ความเข้าใจทคี่ งทน

นักเรียนจะเข้าใจว่า…

๑. _____________________ ๑. _________________________

๒. _____________________ ๒. _________________________

ความรู้ของนักเรียนทน่ี ําไปสู่ความเข้าใจทคี่ งทน ทกั ษะ/ความสามารถของนักเรียนทน่ี ําไปสู่

นักเรียนจะรู้ว่า… ความเข้าใจทคี่ งทน นักเรียนจะสามารถ...

๑. _____________________ ๑. __________________________

๒. _____________________ ๒. __________________________

๓. _____________________ ๓. __________________________

ข้ันที่ ๒ ภาระงานและการประเมนิ ผลการเรียนรู้ซ่ึงเป็ นหลกั ฐานทแ่ี สดงว่านักเรียนมผี ลการเรียนรู้ตามที่

กาํ หนดไว้อย่างแท้จริง

๑. ภาระงานทผี่ ู้เรียนต้องปฏิบัติ

๑.๑ __________________________________________________

๑.๒ __________________________________________________

๒. วธิ ีการและเคร่ืองมอื ประเมินผลการเรียนรู้

๒.๑ วธิ ีการประเมินผลการเรียนรู้ ๒.๒ เคร่ืองมือประเมินผลการเรียนรู้

๑) ___________________ ๑) ____________________

๒) ___________________ ๒) ____________________

๓. ส่ิงทม่ี ุ่งประเมนิ

๓.๑ __________________________________________________

๓.๒ __________________________________________________

ข้ันท่ี ๓ แผนการจัดการเรียนรู้

___________________________________________________________________________________________________

_____________________________________________________

18

รูปแบบแผนการจดั การเรียนรู้รายช่ัวโมง
เม่ือครูออกแบบการจดั การเรียนรู้ตามผงั การออกแบบการจดั การเรียนรู้ตามแนวคิด Backward
Design แลว้ ครูสามารถเขียนแผนการจดั การเรียนรู้เป็นรายชว่ั โมงไดโ้ ดยใชร้ ูปแบบของแผนการจดั การ
เรียนรู้แบบเรียงหวั ขอ้ ซ่ึงมีรายละเอียดดงั น้ี
ชื่อแผน...(ระบุชื่อและลาํ ดบั ที่ของแผนการจดั การเรียนรู้)
ช่ือเร่ือง...(ระบุช่ือเร่ืองที่จะทาํ การจดั การเรียนรู้)
กลุ่มสาระ...(ระบุกลุ่มสาระท่ีจดั การเรียนรู้)
ช้ัน...(ระบุช้นั ที่จดั การเรียนรู้)
หน่วยการเรียนรู้ท.ี่ ..(ระบุช่ือและลาํ ดบั ท่ีของหน่วยการเรียนรู้)
เวลา...(ระบุระยะเวลาที่ใชใ้ นการจดั การเรียนรู้ต่อ ๑ แผน)
สาระสําคญั ...(เขียนความคิดรวบยอดหรือมโนทศั นข์ องหวั เรื่องที่จะจดั การเรียนรู้)
ตวั ชี้วดั ช้ันปี ...(ระบุตวั ช้ีวดั ช้นั ปี ที่ใชเ้ ป็นเป้ าหมายของแผนการจดั การเรียนรู้)
จุดประสงค์การเรียนรู้...(กาํ หนดใหส้ อดคลอ้ งกบั สมรรถนะสาํ คญั และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ของนกั เรียนหลงั จากสาํ เร็จการศึกษา ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
ซ่ึงประกอบดว้ ย
ดา้ นความรู้ (Knowledge: K)
ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (Affective: A)
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ (Performance: P))
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้...(ระบุวธิ ีการและเครื่องมือวดั และประเมินผลท่ีสอดคลอ้ งกบั
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ท้งั ๓ ดา้ น)
สาระการเรียนรู้...(ระบุสาระและเน้ือหาท่ีใชจ้ ดั การเรียนรู้ อาจเขียนเฉพาะหวั เร่ืองกไ็ ด)้
แนวทางบูรณาการ...(เสนอแนะและระบุกิจกรรมของกลุ่มสาระอ่ืนท่ีบูรณาการร่วมกนั )
กระบวนการจัดการเรียนรู้...(กาํ หนดใหส้ อดคลอ้ งกบั ธรรมชาติของกลุ่มสาระและการ
บูรณาการขา้ มสาระ)
กจิ กรรมเสนอแนะ...(ระบุรายละเอียดของกิจกรรมที่นกั เรียนควรปฏิบตั ิเพม่ิ เติม)
ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้...(ระบุสื่อ อุปกรณ์ และแหล่งการเรียนรู้ท่ีใชใ้ นการจดั การเรียนรู้)
บนั ทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้...(ระบุรายละเอียดของผลการจดั การเรียนรู้ตามแผนที่
กาํ หนดไว้ อาจนาํ เสนอขอ้ เด่นและขอ้ ดอ้ ยใหเ้ ป็นขอ้ มูลที่สามารถใชเ้ ป็นส่วนหน่ึงของการทาํ วิจยั
ในช้นั เรียนได)้

19

ในส่วนของการเขียนแผนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้น้นั ใหค้ รูเขียนโดยนาํ ข้นั ตอนหลกั ของ

เทคนิคและวิธีการของการจดั การเรียนรู้ที่เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาํ คญั เช่น การเรียนแบบแกป้ ัญหา การศึกษา

เป็นรายบุคคล การอภิปรายกลุ่มยอ่ ย/กลุ่มใหญ่ การฝึกปฏิบตั ิการ การสืบคน้ ขอ้ มลู ฯลฯ มาเขียนในข้นั การ

จดั การเรียนรู้ โดยใหค้ าํ นึงถึงธรรมชาติของกลุ่มสาระการเรียนรู้

การใชแ้ นวคิดของการออกแบบการจดั การเรียนรู้ตามแนวคิดของ Backward Design จะช่วยให้

ครูมีความมน่ั ใจในการจดั การเรียนรู้และใชแ้ ผนการจดั การเรียนรู้ของ ในการจดั การเรียนรู้ได้

อยา่ งมีประสิทธิภาพต่อไป

๔. เทคนิคและวธิ ีการจดั การเรียนรู้–การวดั และประเมนิ ผล

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย

พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๒๔ (๒) และ (๓) ไดร้ ะบุแนวทางการ
จดั การเรียนรู้ โดยเนน้ การฝึกทกั ษะกระบวนการคิด การฝึกทกั ษะการแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเองจากแหล่ง
เรียนรู้ท่ีหลากหลาย การฝึกปฏิบตั ิจริงและการประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้เพือ่ การป้ องกนั และแกป้ ัญหา ดงั น้นั
เพ่ือใหก้ ารจดั การเรียนรู้สอดคลอ้ งกบั นโยบายดงั กล่าวน้ี การจดั ทาํ แผนการจดั การเรียนรู้ใน
คู่มอื ครู แผนการจดั การเรียนรู้ ภาษาไทย เล่มน้ีจึงยดึ แนวทางการจดั การเรียนรู้ท่ีเนน้ ผเู้ รียนเป็นศนู ยก์ ลาง
(Child–Centered) เนน้ การเรียนรู้จากการปฏิบตั ิจริง และเนน้ การเรียนรู้แบบบรู ณาการท่ีผสมผสาน
เชื่อมโยงสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ กบั หวั ขอ้ เร่ืองหรือประเดน็ ท่ีสอดคลอ้ งกบั ชีวติ จริง เพื่อใหน้ กั เรียนเกิด
การพฒั นาในองคร์ วมอยา่ งเป็นธรรมชาติ สอดคลอ้ งกบั สภาพและปัญหาท่ีเกิดข้ึนในวถิ ีชีวิตของนกั เรียน

แนวทางการจดั การเรียนรู้ที่เนน้ ผเู้ รียนเป็นศนู ยก์ ลางไดเ้ ปลี่ยนแปลงบทบาทของครูจากการเป็นผู้
ช้ีนาํ หรือถ่ายทอดความรู้ไปเป็นผชู้ ่วยเหลือ อาํ นวยความสะดวก และส่งเสริมสนบั สนุนนกั เรียนโดยใช้
วิธีการต่าง ๆ อยา่ งหลากหลายรูปแบบ เพอ่ื ใหน้ กั เรียนเกิดการสร้างสรรคค์ วามรู้และนาํ ความรู้ไปใชอ้ ยา่ ง
มีประสิทธิภาพ คู่มือครู แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย เล่มน้ี จึงไดน้ าํ เสนอทฤษฎี เทคนิค และวิธีการ
เรียนการสอนต่าง ๆ มาเป็นแนวทางในการจดั การเรียนรู้ เช่น

การจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็ นฐาน (Brain-Based Learning–BBL) เป็นวิธีการจดั การเรียนรู้ที่
อิงผลการวิจยั ทางประสาทวทิ ยา ซ่ึงไดเ้ สนอแนะไวว้ า่ ตามธรรมชาติน้นั สมองเรียนรู้ไดอ้ ยา่ งไร โดยได้
กล่าวถึงโครงสร้างที่แทจ้ ริงของสมองและการทาํ งานของสมองมนุษยท์ ่ีมีการแปรเปลี่ยนไปตามข้นั ของ
การพฒั นา ซ่ึงสามารถนาํ มาใชเ้ ป็นกรอบแนวคิดของการสร้างสรรคก์ ารจดั การเรียนรู้ไดอ้ ยา่ งมี
ประสิทธิภาพ

การจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็ นฐาน (Problem-Based Learning–PBL) เป็นวิธีการจดั การ
เรียนรู้ที่ใชป้ ัญหาท่ีเกิดข้ึนเป็นจุดเร่ิมตน้ และเป็นตวั กระตุน้ ใหเ้ กิดกระบวนการเรียนรู้ โดยใหน้ กั เรียน
ร่วมกนั แกป้ ัญหาภายใตก้ ารแนะนาํ ของครู ใหน้ กั เรียนช่วยกนั ต้งั คาํ ถามและช่วยกนั คน้ หาคาํ ตอบ

20

โดยอาจใชค้ วามรู้เดิมมาแกป้ ัญหา หรือศึกษาคน้ ควา้ เพม่ิ เติมสาํ หรับการแกป้ ัญหา นาํ ขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากการ
คน้ ควา้ มาสรุปเป็นขอ้ มูลในการแกป้ ัญหา แลว้ ช่วยกนั ประเมินการแกป้ ัญหาเพ่อื ใชใ้ นการแกป้ ัญหาคร้ัง
ต่อไปสาํ หรับข้นั ตอนการจดั การเรียนรู้

การจดั การเรียนรู้แบบพหุปัญญา (Multiple Intelligences) เป็นการพฒั นาองคร์ วมของนกั เรียน
ท้งั สมองดา้ นซา้ ยและสมองดา้ นขวาบนพ้นื ฐานความสามารถและสติปัญญาท่ีแตกต่างกนั ของแต่ละบุคคล
มุ่งหมายจะใหน้ กั เรียนสามารถแกป้ ัญหาหรือสร้างสรรคส์ ่ิงต่าง ๆ ภายใตค้ วามหลากหลายของวฒั นธรรม
หรือสภาพแวดลอ้ ม

การจดั การเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) เป็นการจดั สถานการณ์และบรรยากาศ
ใหน้ กั เรียนเกิดการเรียนรู้ร่วมกนั ฝึกใหน้ กั เรียนท่ีมีลกั ษณะแตกต่างกนั ท้งั สติปัญญาและความถนดั
ร่วมกนั ทาํ งานเป็นกลุ่ม และร่วมกนั ศึกษาคน้ ควา้

การจัดการเรียนรู้แบบใช้หมวกความคดิ ๖ ใบ (Six Thinking Hats) เป็นวธิ ีการจดั การเรียนรู้ที่ให้
นกั เรียนฝึกต้งั คาํ ถามและตอบคาํ ถามท่ีใชค้ วามคิดในลกั ษณะต่าง ๆ โดยสามารถอธิบายเหตุผลประกอบ
หรือวเิ คราะห์วจิ ารณ์ได้

การจดั การเรียนรู้แบบสืบสวนสอบสวน (Inquiry Process) เป็นการฝึกใหน้ กั เรียนคน้ หาความรู้
ดว้ ยตนเองเพอ่ื อธิบายสิ่งต่าง ๆ อยา่ งเป็นระบบและมีหลกั เกณฑ์ โดยนกั เรียนจะตอ้ งใชค้ วามสามารถของ
ตนเองคิดคน้ สืบเสาะ แกป้ ัญหา หรือคิดประดิษฐส์ ่ิงใหม่ดว้ ยตนเอง

การจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหา (Problem Solving) เป็นการฝึกใหน้ กั เรียนเรียนรู้
จากการแกป้ ัญหาท่ีเกิดข้ึน โดยการทาํ ความเขา้ ใจปัญหา วางแผนแกป้ ัญหา ดาํ เนินการแกป้ ัญหา และ
ตรวจสอบหรือมองยอ้ นกลบั

การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project Work) เป็นวธิ ีการจดั การเรียนรู้รูปแบบหน่ึงที่ส่งเสริม
ใหน้ กั เรียนเรียนรู้ดว้ ยตนเองจากการลงมือปฏิบตั ิ โดยใชก้ ระบวนการแสวงหาความรู้หรือคน้ ควา้ หา
คาํ ตอบในส่ิงท่ีนกั เรียนอยากรู้หรือสงสยั ดว้ ยวธิ ีการต่าง ๆ อยา่ งหลากหลาย

การจดั การเรียนรู้ทเี่ น้นการปฏบิ ตั ิ (Active Learning) เป็นวิธีการจดั การเรียนรู้ท่ีใหน้ กั เรียนได้
ทดลองทาํ ดว้ ยตนเอง เพ่อื จะไดเ้ รียนรู้ข้นั ตอนของงานและรู้จกั วิธีแกป้ ัญหาในการทาํ งาน

การจดั การเรียนรู้แบบสร้างผงั ความคดิ (Concept Mapping) เป็นวธิ ีการจดั การเรียนรู้ดว้ ยวธิ ีการ
จดั กลุ่มความคิดรวบยอด เพอื่ ใหเ้ ห็นความสมั พนั ธ์กนั ระหวา่ งความคิดหลกั และความคิดรองลงไป โดย
นาํ เสนอเป็นภาพหรือเป็นแผนผงั

การจัดการเรียนรู้จากประสบการณ์ (Experience Learning) เป็นการจดั กิจกรรมหรือจดั
ประสบการณ์ใหน้ กั เรียนเกิดการเรียนรู้จากการปฏิบตั ิ แลว้ กระตุน้ ใหน้ กั เรียนพฒั นาทกั ษะใหม่ ๆ
เจตคติใหม่ ๆ หรือวธิ ีการคิดใหม่ ๆ

21

การจัดการเรียนรู้โดยการแสดงบทบาทสมมุติ (Role Playing) เป็นการจดั กิจกรรมที่ใหน้ กั เรียนได้
แสดงบทบาทในสถานการณ์ที่สมมุติข้ึน โดยอาจกาํ หนดใหแ้ สดงบทบาทสมมุติที่เป็นพฤติกรรมของ
บุคคลอ่ืนหรือแสดงพฤติกรรมในบทบาทของตนเองในสถานการณ์ต่าง ๆ

การจดั การเรียนรู้จากเกมจาํ ลองสถานการณ์ (Simulation Gaming) เป็นวธิ ีการจดั การเรียนรู้ที่
คลา้ ยกบั การแสดงบทบาทสมมุติ แต่เป็นการใหเ้ ล่นเกมจาํ ลองสถานการณ์ โดยครูนาํ สถานการณ์จริงมา
จาํ ลองไวใ้ นหอ้ งเรียน โดยการกาํ หนดกฎกติกา และเงื่อนไขสาํ หรับเกมน้นั ๆ แลว้ ใหน้ กั เรียนไปเล่นเกม
หรือกิจกรรมในสถานการณ์จาํ ลองน้นั

การจดั การเรียนรู้ตอ้ งจดั ควบคู่กบั การวดั และการประเมินผลตามภาระงาน/ชิ้นงานท่ีสอดคลอ้ งกบั
ตวั ช้ีวดั แผนการจดั การเรียนรู้น้ีไดเ้ สนอการวดั และประเมินผลครบท้งั ๓ ดา้ น คือ ดา้ นความรู้ ดา้ น
คุณธรรม จริยธรรม และคา่ นิยม และดา้ นทกั ษะและกระบวนการ และเนน้ วิธีการวดั ที่หลากหลายตาม
สถานการณ์จริง การดูร่องรอยต่าง ๆ ควบคู่ไปกบั การดูกระบวนการทาํ งาน และผลผลิตของงาน โดย
ออกแบบการประเมินก่อนเรียน ระหวา่ งเรียน หลงั เรียน และแบบทดสอบประจาํ หน่วยการเรียนรู้ พร้อม
แบบฟอร์มและเกณฑก์ ารประเมิน เพอื่ อาํ นวยความสะดวกใหค้ รูไวพ้ ร้อม ท้งั น้ีครูอาจเพิ่มเติมโดยการ
ออกแบบการวดั และประเมินดว้ ยมิติคุณภาพ (Rubrics)

๕. ตารางวเิ คราะห์สาระ มาตรฐานการเรียนร

มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั ช้ันปี / สาระท่ี ๑ การอ่าน

หน่วยการเรียนรู้

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ พยางค์ คาํ และการสร้างคาํ มฐ. ท ๑.๑
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ ประโยคและการส่ือสาร
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ คาํ ราชาศพั ทแ์ ละคาํ สุภาพ ๑ ๒๓๔๕๖ ๗๘๑
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๔ คาํ ไทยแทแ้ ละคาํ ที่มาจาก

ภาษาต่างประเทศ 
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ การพฒั นาทกั ษะการฟัง
 
และการดู
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๖ การพฒั นาทกั ษะการพดู
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗ การพฒั นาทกั ษะการอ่าน
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ การพฒั นาทกั ษะการเขียน
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ ภมู ิปัญญาทางภาษา

22

รู้ และตวั ชี้วดั ช้ันปี กบั หน่วยการเรียนรู้

สาระท่ี ๑ การเขียน สาระที่ ๑ การฟัง สาระท่ี ๑ สาระท่ี ๑
การดู การพูด หลกั การใช้ วรรณคดี
ภาษาไทย และวรรณกรรม

มฐ. ท ๒.๑ มฐ. ท ๓.๑ มฐ. ท ๔.๑ มฐ. ท ๕.๑

๒๓๔๕๖ ๗๘๑ ๒๓๔๕๖ ๑ ๒๓๔๕๑ ๒๓๔๕







 

  
 

23

๖. โครงสร้างการแบ่งเวลารายช่ัวโมงในการจดั การเรียนรู้

หน่วยการเรียนรู้/ เรื่อง เวลา/
แผนการจัดการเรียนรู้ จาํ นวนชั่วโมง
แผนปฐมนิเทศและข้อตกลงในการเรียน
ปฐมนิเทศ พยางค์ คาํ และการสร้างคาํ ๑
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ ประโยคและการส่ือสาร ๓
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒ คาํ ราชาศัพท์และคาํ สุภาพ ๘
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ คาํ ไทยแท้และคาํ ทม่ี าจากภาษาต่างประเทศ ๓
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๔ การพฒั นาทกั ษะการฟังและการดู ๒
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ การพฒั นาทกั ษะการพูด ๖
การพฒั นาทกั ษะการอ่าน ๑๑
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๖ การพฒั นาทกั ษะการเขยี น ๑๑
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๗ ภูมปิ ัญญาทางภาษา ๑๑
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๘ ทดสอบกลางภาคเรียน ๓

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๙ รวม ๖๐

24

ตอนที่ ๒

แผนการจดั การเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

25

แผนปฐมนิเทศ
ปฐมนิเทศและข้อตกลงในการเรียนรายวชิ าพนื้ ฐาน ภาษาไทย ม. ๒ เล่ม ๑

สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เวลา ๑ ชว่ั โมง
ปฐมนิเทศและข้อตกลงในการเรียน

๑. สาระสําคญั

การปฐมนิเทศเป็นการสร้างความเขา้ ใจอนั ดีต่อกนั ระหวา่ งครูกบั นกั เรียน เป็นการตกลงกนั ในเบ้ืองตน้
ก่อนท่ีจะเร่ิมการเรียนการสอน ทาํ ใหค้ รูไดร้ ู้จกั นกั เรียนดีย่ิงข้ึน ไดร้ ู้ถึงความตอ้ งการ ความรู้สึก และเจตคติที่มี
ต่อวชิ าที่เรียน ในขณะเดียวกนั นกั เรียนกจ็ ะไดร้ ู้และเขา้ ใจเกี่ยวกบั แนวทางในการจดั การเรียนรู้และการวดั ผล
และประเมินผล ซ่ึงกิจกรรมต่าง ๆ ดงั กล่าวจะนาํ ไปสู่การเรียนการสอนท่ีมีประสิทธิภาพ ครูสามารถจดั กิจกรรม
การเรียนการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ช่วยใหน้ กั เรียนคลายความวติ กกงั วล สามารถเรียนไดอ้ ยา่ งมีความสุข ซ่ึงจะ
มีผลใหน้ กั เรียนประสบความสาํ เร็จบรรลุเป้ าหมายที่ไดก้ าํ หนดไว้

๒. ตวั ชี้วัดช้ันปี



๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. อธิบายเก่ียวกบั ขอ้ ตกลงและแนวทางในการเรียนวิชาภาษาไทยไดถ้ กู ตอ้ ง (K)
๒. มีทกั ษะและนาํ ความรู้ไปปรับใชใ้ นชีวิตประจาํ วนั (P)
๓. มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาไทย (A)

๔. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)

และค่านิยม (A) ๑. สงั เกตพฤติกรรมขณะปฏิบตั ิ
กิจกรรม
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. สงั เกตการทาํ งานตามหนา้ ที่ท่ีไดร้ ับ
๒. ประเมินพฤติกรรมตามแบบ
และการแสดงความคิดเห็น มอบหมายดว้ ยความกระตือรือร้น ประเมินดา้ นทกั ษะและกระบวนการ

๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และความขยนั หมน่ั เพยี ร
๒. ประเมินพฤติกรรมตามแบบประเมิน

ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม

26

๕. สาระการเรียนรู้

๑. เทคนิคและวธิ ีการจดั การเรียนรู้รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย
๒. แนวทางการวดั และประเมินผลการเรียนรู้รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย
๓. ตารางวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวดั ช้นั ปี กบั สาระการเรียนรู้ในหน่วยการเรียนรู้
๔. คาํ อธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ม. ๒ เล่ม ๑
๕. โครงสร้างรายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ม. ๒ เล่ม ๑
๖. โครงสร้างเวลาเรียนรายชวั่ โมง รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ม. ๒ เล่ม ๑

๖. แนวทางบูรณาการ การปฏิบตั ิตนตามบทบาทหนา้ ท่ีของสมาชิกในกลุ่ม
ฟัง อ่าน เขียน คาํ ศพั ทท์ ี่เก่ียวกบั ภาษาไทย
สงั คมศึกษา
ภาษาตา่ งประเทศ

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ข้นั ที่ ๑ นําเข้าสู่บทเรียน

ช่ัวโมงท่ี ๑
๑. ครูแนะนาํ ตนเองและใหน้ กั เรียนแนะนาํ ตนเองทีละกลุ่มตวั อกั ษรหรือตามหมายเลขประจาํ ตวั

หรือตามแถวท่ีนง่ั ตามความเหมาะสม
๒. ครูถามคาํ ถาม ใหน้ กั เรียนร่วมแสดงความคิดเห็นตามประเดน็ คาํ ถามต่อไปน้ี

๑) นกั เรียนคิดวา่ ทาํ ไมเราจึงตอ้ งเรียนวิชาภาษาไทย
๒) วิชาภาษาไทยมีความสาํ คญั หรือจาํ เป็นต่อเราหรือไม่ อยา่ งไร
๓. ครูสรุปความรู้แลว้ แนะนาํ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ข้นั ท่ี ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ครูระบุส่ิงที่ตอ้ งเรียนในรายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ม. ๒ เล่ม ๑ และอธิบายเพ่ือทาํ ความเขา้ ใจกบั
นกั เรียนในเรื่องต่อไปน้ี
๑) คาํ อธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ม. ๒ เล่ม ๑
๒) โครงสร้างรายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ม. ๒ เล่ม ๑
๓) โครงสร้างเวลาเรียนรายชว่ั โมง รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ม. ๒ เล่ม ๑
๒. ครูบอกเทคนิคและวธิ ีการจดั การเรียนรู้วา่ มีเทคนิคและวธิ ีการจดั การเรียนรู้อะไรบา้ ง เช่น
– ครูบรรยายใหฟ้ ัง
– การนาํ เร่ืองราว บทความ ข่าว เหตุการณ์ ฯลฯ ใหอ้ ่าน แลว้ ร่วมแสดงความคิดเห็นและหาขอ้ สรุป
– การปฏิบตั ิงานหรือทาํ ใบงาน
– การศึกษาคน้ ควา้ นอกสถานที่
– การแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง

27

๓. ครูสนทนาและซกั ถามนกั เรียนเพ่ือทาํ ความเขา้ ใจถึงแนวทางการวดั ผลและประเมินผลการเรียนรู้
รวมท้งั เกณฑต์ ดั สินผลการเรียนรู้ในประเดน็ ต่าง ๆ เช่น
๑) รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ม. ๒ เล่ม ๑ มีเวลาเรียนเท่าไร
๒) รายวชิ าน้ีจะสอบและเกบ็ คะแนนอยา่ งไร และเท่าไร
๓) รายวชิ าน้ีจะตดั สินผลการเรียนอยา่ งไร

๔. ครูแนะนาํ ส่ือการเรียนรู้ท่ีจะใชป้ ระกอบการเรียนรู้รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ม. ๒ เล่ม ๑ โดยใช้
ขอ้ มูลจากบรรณานุกรมในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ม. ๒ เล่ม ๑ ของบริษทั สาํ นกั พิมพ์
วฒั นาพานิช จาํ กดั นอกจากน้ี ครูควรแนะนาํ แหล่งสืบคน้ ความรู้เพ่ิมเติมเก่ียวกบั เร่ืองต่าง ๆ ที่ไดร้ ะบุ
ไวใ้ นแต่ละหน่วยการเรียนรู้ เพื่อใหน้ กั เรียนไปใชป้ ระโยชนใ์ นการเรียนได้

๕. ครูสนทนากบั นกั เรียนและร่วมกนั ทาํ ขอ้ ตกลงในการเรียนรายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ม. ๒ เล่ม ๑ ใน
ประเดน็ ต่าง ๆ ดงั น้ี
๑) เวลาเรียน ตอ้ งเขา้ เรียนไม่นอ้ ยกวา่ ร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนในรายวิชาน้ี กรณีป่ วยตอ้ งส่งใบลา
โดยผปู้ กครองลงชื่อรับรองการลา
๒) ควรเขา้ หอ้ งเรียนตรงเวลาและรักษามารยาทในการเรียน
๓) เม่ือเริ่มเรียนแต่ละหน่วยการเรียนรู้จะมีการทดสอบก่อนเรียน และหลงั เรียนจบแต่ละหน่วย
การเรียนรู้ แลว้ จะมีการทดสอบหลงั เรียน
๔) ในชว่ั โมงที่มีการฝึกปฏิบตั ิงาน ควรเตรียมวสั ดุอุปกรณ์ และเคร่ืองมือใหพ้ ร้อม โดยจดั หาไว้
ล่วงหนา้
๕) รับผดิ ชอบการเรียน การสร้างชิ้นงาน และการส่งงานตามเวลาท่ีกาํ หนด
๖) รักษาความสะอาดบริเวณที่ปฏิบตั ิกิจกรรม วสั ดุ อุปกรณ์ และเคร่ืองมือที่ใชง้ านทุกคร้ัง

ข้นั ท่ี ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. ครูใหน้ กั เรียนดูหนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ม. ๒ เล่ม ๑ แลว้ ซกั ถามขอ้ สงสยั
๒. ครูใหน้ กั เรียนร่วมกนั อภิปรายแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั แหล่งการเรียนรู้และแหล่งสืบคน้ ความรู้
อื่น ๆ ท่ีจะนาํ มาใชใ้ นการจดั การเรียนรู้ แลว้ ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปและบนั ทึกผล

ข้นั ที่ ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนนาํ ความรู้เก่ียวกบั แนวทางการเรียนและขอ้ ตกลงในการเรียนไปปฏิบตั ิเม่ือเรียนกลุ่มสาระ
การเรียนรู้ภาษาไทย
๒. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั ประโยชนท์ ่ีไดร้ ับจากการเรียนหวั ขอ้ น้ีและการปฏิบตั ิ
กิจกรรม

ข้นั ที่ ๕ สรุป
๑. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปความรู้เรื่อง ปฐมนิเทศและขอ้ ตกลงในการเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย
ม. ๒ เล่ม ๑ โดยใหน้ กั เรียนบนั ทึกขอ้ สรุปลงในแบบบนั ทึกความรู้ หรือสรุปเป็นแผนภาพความคิด
หรือผงั มโนทศั นล์ งสมุด พร้อมท้งั ตกแตง่ ใหส้ วยงาม

28

๒. ครูใหน้ กั เรียนศึกษาลกั ษณะของพยางคแ์ ละคาํ แลว้ สรุปความแตกต่างของพยางคแ์ ละคาํ เป็นการบา้ น
เพ่ือเตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป

๘. กจิ กรรมเสนอแนะ

นกั เรียนควรศึกษาและปฏิบตั ิกิจกรรมที่ไดร้ ับมอบหมายมาล่วงหนา้ เพอ่ื ประกอบการเรียนในคร้ังต่อไป

๙. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้

๑. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั

๒. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั

๓. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๔. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช

จาํ กดั

๑๐. บนั ทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้

๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา

๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข

๓. สิ่งท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล

๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้

ลงช่ือ ผ้สู อน
/ /

29

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ พยางค์ คาํ และการสร้างคาํ

ผงั มโนทศั น์เป้ าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน เวลา ๓ ช่ัวโมง

ความรู้ ทกั ษะและกระบวนการ
๑. พยางคแ์ ละคาํ ในภาษาไทย ๑. กระบวนการฟังและการดู
๒. การสร้างคาํ ๒. กระบวนการพดู
๓. กระบวนการอา่ น
ภาระงาน/ชิ้นงาน พยางค์ คาํ ๔. กระบวนการเขียน
๑. ทาํ แบบทดสอบ และการสร้าง ๕. กระบวนการคิดวิเคราะห์
๒. อ่านจบั ใจความและสรุปความ ๖. กระบวนการกลุ่ม
๓. เขียนแผนภาพความคิด
๔. ยกตวั อยา่ งคาํ ที่มีพยางคล์ กั ษณะต่าง ๆ
๕. วิเคราะห์การสร้างคาํ สมาส
๖. รวบรวมคาํ สมาสทาํ เป็นทาํ รายงาน
๗. ฝึกสร้างคาํ สมาส
๘. เขียนบรรยายภาพโดยใชค้ าํ สมาส
๙. ทาํ ใบงาน

คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม
๑. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู
๒. มีมารยาทในการอ่านและมีนิสยั รักการอ่าน
๓. มีมารยาทในการเขียนและมีนิสยั รักการเขียน
๔. มีเจตคติท่ีดีต่อการเรียนภาษาไทย

30

ผงั การออกแบบการจัดการเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ พยางค์ คาํ และการสร้างคาํ

ข้นั ที่ ๑ ผลลพั ธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกดิ ขนึ้ กบั นักเรียน

ตวั ชี้วดั ช้ันปี

สร้างคาํ ในภาษาไทย ท ๔.๑ (ม. ๒/๑)

ความเข้าใจทีค่ งทนของนักเรียน คาํ ถามสําคญั ท่ีทําให้เกดิ ความเข้าใจที่คงทน

นักเรียนจะเข้าใจว่า...

๑. พยางคแ์ ละคาํ ประกอบข้ึนจากเสียงพยญั ชนะ ๑. คาํ กบั พยางคแ์ ตกต่างกนั อยา่ งไร

เสียงสระ และเสียงวรรณยกุ ต์ ท่ีเปล่งออกมา ๒. การสร้างคาํ สมาสมีวธิ ีการอยา่ งไร จงยกตวั อยา่ ง

คร้ังหน่ึง ๆ จะมีความหมายหรือไม่มีความหมาย ๓. การสร้างคาํ สมาสข้ึนใชใ้ นภาษาไทยทาํ ใหม้ ีคาํ ใช้

กไ็ ดต้ ามลกั ษณะของคาํ หรือพยางค์ มากข้ึนจริงหรือไม่ เพราะอะไร

๒. การสร้างคาํ ในภาษาไทยมี ๒ ลกั ษณะคือ คาํ ท่ี

สร้างข้ึนใหม่โดยเฉพาะคือ คาํ มลู กบั คาํ ท่ีสร้าง

ข้ึนจากคาํ มลู ไดแ้ ก่ คาํ ประสม คาํ ซ้าํ คาํ ซอ้ น

และคาํ สมาส

ความรู้ของนักเรียนทีน่ ําไปสู่ความเข้าใจท่ีคงทน ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนท่ีนําไปสู่

นักเรียนจะรู้ว่า... ความเข้าใจทคี่ งทน นักเรียนจะสามารถ...

๑. คาํ สาํ คญั ไดแ้ ก่ พยางค์ คาํ แปรเสียง คาํ สมาส ๑. บอกลกั ษณะของพยางคแ์ ละคาํ ถกู ตอ้ ง

คาํ ต้งั สนธิ ๒. ยกตวั อยา่ งพยางคล์ กั ษณะงานต่าง ๆ ในภาษาไทย

๒. พยางค์ เป็นกลุ่มเสียงที่เปล่งออกมาคร้ังหน่ึง ๆ ถกู ตอ้ ง

อาจจะมีความหมายหรือไม่มีความหมายกไ็ ด้ ๓. วิเคราะห์และสร้างคาํ สมาสไดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั

๓. คาํ เป็นกลุ่มเสียงท่ีเปล่งออกมาคร้ังหน่ึง ๆ จะตอ้ ง การสร้างคาํ

มีความหมายเท่าน้นั

๔. คาํ สมาส เป็นการสร้างคาํ ตามหลกั ไวยากรณ์บาลี

สนั สกฤต โดยนาํ คาํ บาลี สนั สกฤตมาประสมกนั

เกิดเป็นคาํ ใหม่ ส่วนใหญจ่ ะแปลความหมายจาก

คาํ หลงั มายงั คาํ หนา้ การสร้างคาํ กเ็ พื่อใหม้ ีคาํ ใชใ้ น

ภาษามากข้ึน

31

ข้ันท่ี ๒ ภาระงานและการประเมนิ ผลการเรียนรู้ซึ่งเป็ นหลกั ฐานทีแ่ สดงว่านักเรียนมผี ลการเรียนรู้

ตามท่ีกาํ หนดไว้อย่างแท้จริง

๑. ภาระงานท่ีนักเรียนต้องปฏิบัติ

๑.๑ จบั ใจความสาํ คญั สรุปความ แสดงความคิดเห็น และศึกษาคน้ ควา้ เร่ือง พยางค์ คาํ และการสร้างคาํ

๑.๒ เขียนแผนภาพความคิด

๑.๓ ยกตวั อยา่ งคาํ ท่ีมีพยางคล์ กั ษณะต่าง ๆ

๑.๔ วิเคราะห์การสร้างคาํ สมาส

๑.๕ รวบรวมคาํ สมาสทาํ เป็นรายงาน

๑.๖ ฝึกสร้างคาํ สมาส

๑.๗ เขียนบรรยายภาพโดยใชค้ าํ สมาส

๒. วธิ ีการและเครื่องมอื ประเมนิ ผลการเรียนรู้

๒.๑ วิธีการประเมินผลการเรียนรู้ ๒.๒ เคร่ืองมือประเมินผลการเรียนรู้
๑) การทดสอบ ๑) แบบทดสอบก่อนและหลงั เรียน

๒) การสนทนาซกั ถาม ๒) แบบประเมินการอ่าน

๓) การสงั เกต ๓) แบบประเมินการเขียน

๔) การตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น ๔) แบบประเมินการฟังและการดู

รายบุคคลหรือรายกลุ่ม ๕) แบบประเมินการพดู

๕) การวดั เจตคติ ๖) แบบประเมินดา้ นคุณธรรม จริยธรรม

๖) การวดั ทกั ษะและกระบวนการ และค่านิยม

๗) แบบประเมินดา้ นทกั ษะและกระบวนการ

๓. สิ่งทมี่ ุ่งประเมนิ

๓.๑ ความสามารถในการอธิบาย ช้ีแจง การแปลความและตีความ การประยกุ ต์ ดดั แปลง และนาํ ไปใช้
การมีมุมมองท่ีหลากหลาย การใหค้ วามสาํ คญั และใส่ใจในความรู้สึกของผอู้ ่ืน และการรู้จกั ตนเอง

๓.๒ ทกั ษะกระบวนการทางภาษา

๓.๓ สมรรถนะสาํ คญั ไดแ้ ก่ การส่ือสาร การคิด การแกป้ ัญหา การใชท้ กั ษะชีวติ และการใชเ้ ทคโนโลยี

๓.๔ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เช่น รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซ่ือสตั ยส์ ุจริต มีวินยั ใฝ่ เรียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง

มุ่งมน่ั ในการทาํ งาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ

ข้ันที่ ๓ แผนการจดั การเรียนรู้

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑ พยางคแ์ ละคาํ ในภาษาไทย เวลา ๑ ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒ การสร้างคาํ เวลา ๒ ชว่ั โมง

32

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑
พยางค์และคาํ ในภาษาไทย

สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย เวลา ๑ ชวั่ โมง
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒

เร่ือง พยางค์ คาํ และการสร้างคาํ

๑. สาระสําคญั

พยางค์ เป็นเสียงท่ีเปล่งออกมาคร้ังหน่ึง ๆ จะมีความหมายหรือไม่มีความหมายกไ็ ด้ ประกอบดว้ ยเสียงพยญั ชนะ
เสียงสระ และเสียงวรรณยกุ ต์ จะมีเสียงตวั สะกดหรือไม่มีตวั สะกดกไ็ ด้ พยางคท์ ่ีมีความหมายเรียกวา่ คาํ การมี
ความรู้เรื่อง พยางคแ์ ละคาํ จะทาํ ใหเ้ ขา้ ใจลกั ษณะของภาษาไทยและใชภ้ าษาไทยไดถ้ กู ตอ้ งมากยงิ่ ข้ึน

๒. ตัวชี้วดั ช้ันปี

สร้างคาํ ในภาษาไทย ท ๔.๑ (ม. ๒/๑)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. บอกลกั ษณะของพยางคแ์ ละคาํ ในภาษาไทยได้ (K)
๒. ใชพ้ ยางคแ์ ละคาํ ในภาษาไทยไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง (P)
๔. เห็นความสาํ คญั ของการใชภ้ าษาไทยไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั เกณฑข์ องภาษา (A)

๔. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)

และค่านิยม (A) ๑. ประเมินทกั ษะการอ่านสรุปความ
๒. ประเมินทกั ษะการแสวงหา
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน
ความรู้
และการยกตวั อยา่ ง เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ
๓. ตรวจแบบทดสอบ ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ

ก่อนเรียน วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ

๒. ประเมินเจตคติท่ีดีต่อการเรียน

ภาษาไทย

33

๕. สาระการเรียนรู้

พยางคแ์ ละคาํ ในภาษาไทย

๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปลกั ษณะของพยางคแ์ บบต่าง ๆ
เปรียบเทียบการออกเสียงหนกั เบาของคาํ ในภาษาองั กฤษกบั ภาษาไทย
คณิตศาสตร์ เล่นเกมจาํ แนกพยางค์
ภาษาต่างประเทศ
สุขศึกษาฯ

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ข้นั ที่ ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงท่ี ๒
๑. นกั เรียนทาํ แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. ครูติดบตั รคาํ บนกระดาน ใหน้ กั เรียนช่วยกนั บอกวา่ แต่ละคาํ เป็นคาํ ก่ีพยางค์

ปฏิบตั ิ พยางค์ สมาคม พระราชทาน กรุงเทพมหานคร
พฒั นาการ สถานการณ์ สื่อสารสนเทศ เทคโนโลยี พมิ พ์

๓. นกั เรียนช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง และสรุปลกั ษณะของพยางคแ์ ละคาํ
ข้นั ที่ ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้

๑. แบ่งนกั เรียนออกเป็น ๕ กลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มศึกษาเรื่อง พยางคแ์ ละคาํ ในภาษาไทย ในหนงั สือเรียน
รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ แลว้ ร่วมกนั อภิปรายภายในกลุ่มและสรุป
สาระสาํ คญั ของเรื่องท่ีศึกษา

๒. นกั เรียนอ่านบตั รคาํ ท่ีครูติดบนกระดานทีละคาํ แลว้ ช่วยกนั พิจารณาทีละคาํ วา่ ประกอบดว้ ยพยางค์
หนกั พยางคเ์ บาอะไรบา้ ง

๓. ครูใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มคิดขอ้ ความที่มีพยางคล์ ดน้าํ หนกั และพยางคเ์ นน้ หนกั กลุ่มละ ๕ ขอ้ ความ
แลว้ ส่งตวั แทนออกมาอ่านใหเ้ พ่ือนฟังหนา้ ช้นั เรียน เพือ่ นท่ีฟังช่วยกนั ตอบวา่ คาํ ใดเป็นพยางค์
ลดน้าํ หนกั คาํ ใดเป็นพยางคเ์ นน้ หนกั แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง

๔. ครูและนกั เรียนช่วยกนั สรุปลกั ษณะของพยางคห์ นกั พยางคเ์ บา พยางคล์ ดน้าํ หนกั พยางคเ์ นน้ หนกั
โดยเขียนเป็ นแผนภาพความคิด

ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเก่ียวกบั พยางคแ์ ละคาํ ในภาษาไทย แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม เล่นเกมจาํ แนกพยางค์ โดยครูแจกบตั รคาํ ใหก้ ลุ่มละ ๑ ชุด แลว้ ใหน้ กั เรียน
จาํ แนกวา่ เป็นพยางคห์ นกั พยางคเ์ บา พยางคล์ ดน้าํ หนกั หรือพยางคเ์ นน้ หนกั กลุ่มใดเสร็จก่อน
และถกู ตอ้ งหมดทุกขอ้ เป็นผชู้ นะ

34

๓. นกั เรียนยกตวั อยา่ งคาํ หรือขอ้ ความที่เป็นพยางคห์ นกั พยางคเ์ บา พยางคล์ ดน้าํ หนกั หรือพยางค์
เนน้ หนกั อยา่ งละ ๕ คาํ หรือขอ้ ความ จดลงสมุดส่งครู

๔. นกั เรียนช่วยกนั ยกตวั อยา่ งคาํ ในภาษาองั กฤษ แลว้ ลองอ่านออกเสียงวา่ แต่ละพยางคม์ ีการเนน้ เสียง
หนกั เบาเหมือนในภาษาไทยหรือไม่ แลว้ ช่วยกนั สรุป

ข้นั ที่ ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนออกเสียงพยางคห์ รือคาํ ถกู ตอ้ งตามบริบทของขอ้ ความ
๒. นกั เรียนนาํ ความรู้เก่ียวกบั พยางคห์ รือคาํ ไปปรับใชใ้ นชีวติ ประจาํ วนั

ข้นั ท่ี ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปองคป์ ระกอบของพยางคแ์ ละคาํ ในภาษาไทย บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนทบทวนความรู้เรื่อง การสร้างคาํ และเพ่ือตอบคาํ ถามใหไ้ ดว้ า่ ภาษาไทยมีการสร้างคาํ
แบบใดบา้ ง เป็นการบา้ นเพอ่ื เตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป

๘. กจิ กรรมเสนอแนะ

๑. นกั เรียนทาํ แบบทดสอบการอ่านพยางคห์ รือคาํ แลว้ ฝึกอ่านเพ่อื เนน้ เสียงพยางคห์ นกั พยางคเ์ บา
พยางคล์ ดน้าํ หนกั หรือพยางคเ์ นน้ หนกั แลว้ ใหเ้ พื่อนช่วยกนั ประเมินการอ่านของตนเอง

๒. นกั เรียนอ่านขอ้ ความหรือประโยคตามการออกเสียงพยางคล์ กั ษณะต่าง ๆ ใหเ้ พ่ือนหรือผปู้ กครองฟัง
๓. นักเรียนศึกษาภาษาของชาตติ ่าง ๆ ในอาเซียนว่าประกอบด้วยพยางค์ คาํ กลุ่มคาํ เหมอื นในภาษาไทยหรือไม่

อย่างไร

๙. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. บตั รคาํ
๓. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช

จาํ กดั
๔. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช

จาํ กดั
๕. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๖. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช

จาํ กดั

๑๐. บนั ทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้ 35

๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ ลงช่ือ ผสู้ อน
แนวทางการพฒั นา
//
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข

๓. ส่ิงท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล

๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้

36

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒
การสร้างคาํ

สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย เวลา ๒ ชวั่ โมง
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง พยางค์ คาํ และการสร้างคาํ

๑. สาระสําคญั

การสร้างคาํ เพื่อการสื่อสารมีหลายวิธี คาํ สมาสก็เป็นวธิ ีการสร้างคาํ วิธีหน่ึงโดยนาํ คาํ ภาษาบาลีหรือภาษา
สนั สกฤตมาประสมกนั เกิดเป็นคาํ ใหม่ มีความหมายใหม่ การสร้างคาํ สมาสมี ๒ วธิ ี คือ การสมาสกบั การสนธิ
การมีความรู้เร่ือง คาํ สมาส จะทาํ ใหร้ ู้จกั และใชค้ าํ ในภาษาไทยไดถ้ ูกตอ้ งมากยง่ิ ข้ึน

๒. ตัวชี้วัดช้ันปี

สร้างคาํ ในภาษาไทย ท ๔.๑ (ม. ๒/๑)

๓. จุดประสงค์การเรียนรู้

๑. บอกลกั ษณะของคาํ สมาสและวธิ ีการสร้างคาํ สมาสได้ (K)
๒. ฝึกสร้างคาํ สมาสพร้อมยกตวั อยา่ งคาํ สมาสได้ (K,P)
๓. ใชค้ าํ สมาสในการแต่งประโยคหรือเร่ืองราวไดถ้ กู ตอ้ งตามความหมาย (K,P)
๔. เห็นความสาํ คญั ของการใชภ้ าษาไทยไดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั เกณฑข์ องภาษา (A)

๔. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้

ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)

และค่านิยม (A) ๑. ประเมินทกั ษะการอ่านสรุปความ
๒. ประเมินทกั ษะการเขียนรายงาน
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
และการสนทนา เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ

๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ

๓. ตรวจแบบทดสอบ ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ

หลงั เรียน วนิ ยั ในการทาํ งาน ฯลฯ

๒. ประเมินเจตคติที่ดีต่อการเรียน

ภาษาไทย

37

๕. สาระการเรียนรู้

การสร้างคาํ

๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปเรื่อง คาํ สมาส
ศึกษาเรื่องเก่ียวกบั พระมหากษตั ริยห์ รือพระพทุ ธศาสนา
คณิตศาสตร์ เปรียบเทียบวิธีการสร้างคาํ ในภาษาองั กฤษกบั วิธีการสร้างคาํ ในภาษาไทย
สงั คมศึกษาฯ จดั ป้ ายนิเทศ
ภาษาต่างประเทศ เล่นเกมจาํ แนกคาํ
ศิลปะ
สุขศึกษาฯ

๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้

ข้นั ท่ี ๑ นําเข้าสู่บทเรียน

ช่ัวโมงท่ี ๓
๑. ครูสุ่มถามนกั เรียนเพื่อทบทวนเรื่อง ลกั ษณะของคาํ มูล คาํ ซ้าํ คาํ ซอ้ น และคาํ ประสม
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็น ๕ กลุ่ม เล่นเกมจาํ แนกคาํ โดยครูแจกบตั รคาํ กลุ่มละ ๑ ชุด (ใหม้ ีท้งั คาํ ประสม

คาํ ซ้าํ คาํ ซอ้ น) ใหแ้ ต่ละกลุ่มจาํ แนกคาํ ชนิดเดียวกนั ไวด้ ว้ ยกนั ภายในเวลาท่ีครูกาํ หนด กลุ่มใดตอบ
ก่อนและตอบไดถ้ กู ตอ้ งเป็นผชู้ นะ
๓. ครูอธิบายรูปแบบการสร้างคาํ ประสม คาํ ซ้าํ คาํ ซอ้ น เพอื่ เป็นการสรุปใหน้ กั เรียนเขา้ ใจอีกคร้ังหน่ึง
และอธิบายเพ่ิมเติมวา่ การสร้างคาํ ในภาษาไทยยงั มีอีกรูปแบบหน่ึง แต่เป็นการสร้างคาํ โดยนาํ คาํ
ภาษาบาลีหรือคาํ ภาษาสนั สกฤตมาประสมกนั เกิดเป็นคาํ ที่มีความหมายใหม่เรียกวา่ คาํ สมาส

ข้นั ท่ี ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ครูใหน้ กั เรียนช่วยกนั บอกลกั ษณะของคาํ ในภาษาบาลีและสนั สกฤต แลว้ ยกตวั อยา่ งคนละ ๑ คาํ
๒. ครูติดบตั รคาํ สมาสบนกระดาน ใหน้ กั เรียนอ่านและสงั เกตบตั รคาํ และตอบคาํ ถามต่อไปน้ี

ทนั ตแพทย์ ดาราศาสตร์ พทุ ธศกั ราช วีรชน พทุ โธวาท
เดชานุภาพ ราชินูปถมั ภ์ รัชกาล วราราม พระราชทาน

๑) คาํ ท่ีอ่านออกเสียงต่อเน่ืองกนั หรือไม่ อยา่ งไร
๒) คาํ ที่อ่านเป็นคาํ ในภาษาบาลีหรือภาษาสนั สกฤตหรือไม่ ใหแ้ ยกแต่ละคาํ วา่ เป็นภาษาใด
๓) พิจารณาคาํ แต่ละคาํ วา่ มีวิธีการสร้างคาํ แบบใด นาํ มาวางต่อกนั หรือมีการเช่ือมระหวา่ งคาํ
๓. ครูและนกั เรียนช่วยกนั สรุปลกั ษณะของคาํ สมาสจากกิจกรรมที่ทาํ ในขอ้ ๒ โดยครูใหข้ อ้
สงั เกตวา่ คาํ สมาสมีวิธีการสร้าง ๒ แบบ คือ การนาํ คาํ มาวางต่อกนั เรียกวา่ การสมาส และ
การนาํ คาํ มาเชื่อมหรือกลมกลืนเสียงกนั เรียกวา่ การสนธิ

38

๔. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ศึกษาเรื่อง คาํ สมาส ในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เลม่ ๑ แลว้ ร่วมอภิปรายกนั ภายในกลุ่ม

๕. ครูสุ่มเรียกนกั เรียน ๓–๕ กลุ่ม ออกมาสรุปใหเ้ พ่อื นฟัง แลว้ ครูซกั ถามและอธิบายเพ่ิมเติมหลงั จาก
การสรุปของนกั เรียนเพื่อใหน้ กั เรียนเขา้ ใจมากยงิ่ ข้ึน

๖. ครูแจกหนงั สือพมิ พใ์ หน้ กั เรียนกลุ่มละ ๑ ฉบบั ใหแ้ ต่ละกลุ่มรวบรวมคาํ สมาส ภายในเวลาท่ี
ครูกาํ หนด แลว้ ออกมานาํ เสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน ครูและเพ่ือนช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง

ชั่วโมงท่ี ๔
๑. นกั เรียนช่วยกนั บอกลกั ษณะของคาํ สมาสเพ่อื เป็นการทบทวน แลว้ ครูอธิบายใหน้ กั เรียนฟังวา่

คาํ สมาสยงั มีวธิ ีการสร้างอีก ๑ แบบ คือ การสนธิ
๒. นกั เรียนจบั คู่กบั เพื่อน ศึกษาเร่ือง คาํ สมาสมีสนธิ ในหนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั

มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ แลว้ ช่วยกนั สรุปหลกั การสนธิ เขียนเป็นแผนภาพความคิดส่งครู
๓. ครูแจกบตั รคาํ ใหน้ กั เรียนคู่ละ ๒ คาํ (ซ่ึงจะนาํ มาสมาสกนั ) ใหแ้ ต่ละคู่ช่วยกนั บอกวา่ เม่ือนาํ มาสมาส

กนั แลว้ เกิดเป็นคาํ ใด และเป็นคาํ สมาสธรรมดาหรือคาํ สมาสมีสนธิ
๔. ครูและเพ่ือนช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง และจดบนั ทึกลงสมุด
๕. นกั เรียนทาํ ใบงานท่ี ๑ เรื่อง คาํ สมาส แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๖. ครูอธิบายเพมิ่ เติมให้นักเรียนฟังว่า การสร้างคาํ ในภาษาไทยไม่ได้นําเฉพาะภาษาบาลสี ันสกฤตมา

สร้าง แต่ยงั มกี ารนําคาํ ภาษาของประเทศสมาชิกอาเซียนมาสร้างเป็ นคาํ ใหม่ใช้ในภาษาไทยด้วย เช่น
ผ้าปาเต๊ะ (เป็ นภาษาชวา–มลายู) บายศรี (บาย เป็ นภาษาเขมร)
เส่ือกระจูด (เป็ นภาษาชวา–มลาย)ู ทรวงอก (ทรวง เป็ นภาษาเขมร)
เมรุมาศ (เมรุ เป็ นภาษาบาลสี ันสกฤต มาศ เป็ นภาษาเขมร)

ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเก่ียวกบั คาํ สมาส แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. นกั เรียนรวบรวมคาํ สมาสจากหนงั สือเรียนหรือหนงั สืออ่ืน ๆ แลว้ แยกคาํ สมาสธรรมดาและคาํ สมาส
มีสนธิ พร้อมอธิบายความหมาย ทาํ เป็นรูปเล่มรายงานส่งครู
๓. นกั เรียนฝึกสร้างคาํ สมาสลกั ษณะต่าง ๆ ตามท่ีไดศ้ ึกษามา
๔. ครูนาํ ภาพพระบรมมหาราชวงั ภาพที่เก่ียวกบั พระมหากษตั ริย์ หรือภาพท่ีเก่ียวกบั พระพทุ ธศาสนา
ใหน้ กั เรียนเขียนบรรยายภาพโดยใหม้ ีคาํ สมาสรวมอยดู่ ว้ ยไม่นอ้ ยกวา่ ๕ คาํ

ข้นั ที่ ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนสร้างคาํ สมาสและนาํ ไปใชไ้ ดถ้ ูกตอ้ ง
๒. นกั เรียนเลือกใชค้ าํ สมาสในการเขียนงานเขียนที่เกี่ยวกบั พระมหากษตั ริยห์ รือพระพทุ ธศาสนา
ถกู ตอ้ ง

39

ข้นั ท่ี ๕ สรุป
๑ นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปความรู้ท่ีไดจ้ ากเร่ือง คาํ สมาส เขียนเป็นแผนภาพความคิด แลว้ บนั ทึก
ลงสมุด
๒. นกั เรียนทาํ แบบทดสอบหลงั เรียน แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๓. ครูใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นในประเดน็ ท่ีวา่
• การรู้เร่ืองพยางคแ์ ละคาํ ในภาษาไทย สามารถนาํ ไปใชเ้ ร่ืองประโยคไดห้ รือไม่ อยา่ งไร
• การลาํ ดบั ตาํ แหน่งหนา้ ที่ของคาํ ในประโยคไม่ถูกตอ้ งจะเกิดผลอยา่ งไรตามมา
แลว้ มอบหมายใหน้ กั เรียนศึกษาเน้ือหาในหน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒ เร่ือง ประโยคและการส่ือสาร ใน
หนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ ของบริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นา
พานิช จาํ กดั เป็นการบา้ นเพือ่ เตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป

๘. กจิ กรรมเสนอแนะ

๑. นกั เรียนจดั ทาํ ป้ ายใหค้ วามรู้เก่ียวกบั คาํ สมาส ออกแบบตกแต่งใหส้ วยงามแลว้ นาํ ไปจดั แสดงท่ีป้ ายนิเทศ
หนา้ ช้นั เรียน

๒. นกั เรียนศึกษารูปแบบการสร้างคาํ ในภาษาองั กฤษเปรียบเทียบกบั การสร้างคาํ ในภาษาไทย
๓. นักเรียนศึกษาชาตติ ่าง ๆ ในอาเซียนท่ีนับถอื พระพทุ ธศาสนาว่ามกี ารรับคําภาษาบาลสี ันสกฤตไปใช้

ในภาษาน้ัน ๆ หรือไม่ อย่างไร

๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

๑. แบบทดสอบหลงั เรียน
๒. บตั รคาํ
๓. หนงั สือพมิ พ์
๔. ใบงานที่ ๑ เรื่อง คาํ สมาส
๕. ภาพพระบรมมหาราชวงั
๖. ภาพท่ีเกี่ยวกบั พระมหากษตั ริย์
๗. ภาพที่เกี่ยวกบั พระพทุ ธศาสนา
๘. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช

จาํ กดั
๙. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช

จาํ กดั
๑๐. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๑๑. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช

จาํ กดั

40

๑๐. บนั ทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้

๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา

๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข

๓. สิ่งท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล

๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้

ลงช่ือ ผสู้ อน

/ /

41

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒ ประโยคและการส่ือสาร

ผงั มโนทศั น์เป้ าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน เวลา ๘ ช่ัวโมง

ความรู้ ทักษะและกระบวนการ
๑. การใชป้ ระโยคเพอ่ื สื่อสาร ๑. กระบวนการฟังและการดู
๒. ประโยคสามญั ๒. กระบวนการพดู
๓. ประโยครวม ๓. กระบวนการอ่าน
๔. ประโยคซอ้ น ๔. กระบวนการเขียน
๕. การขยายส่วนต่าง ๆ ของประโยค ๕. กระบวนการคิดวิเคราะห์
๖. กระบวนการกลุ่ม
ภาระงาน/ชิ้นงาน ประโยค
๑. ทาํ แบบทดสอบ และการส่ือสาร
๒. อ่านจบั ใจความและสรุปความ
๓. วิเคราะห์องคป์ ระกอบของประโยค
๔. แต่งประโยคชนิดต่าง ๆ
๕. ทาํ รายงานเกี่ยวกบั ประโยครวม
๖. เขียนแผนภาพความคิด
๗. อภิปรายกลุ่มและนาํ เสนอผลงาน
๘. วเิ คราะห์และแต่งประโยคที่มีส่วนขยาย
๙. ทาํ ใบงาน

คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม
๑. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู
๒. มีมารยาทในการอ่านและมีนิสยั รักการอ่าน
๓. มีมารยาทในการเขียนและมีนิสยั รักการเขียน
๔. มีความภาคภมู ิใจ และเห็นคุณค่าของภมู ิปัญญาทางภาษา


Click to View FlipBook Version