142
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๗ การพฒั นาทักษะการอ่าน
เวลา ๑๑ ชั่วโมง
ผงั มโนทศั น์เป้ าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน
ภาระงาน/ชิ้นงาน ความรู้
๑. ทาํ แบบทดสอบ ๑. การอ่านออกเสียงร้อยแกว้
๒. อ่านจบั ใจความและสรุปความ ๒. การอ่านออกเสียงร้อยกรอง
๓. ฝึกอ่านออกเสียงร้อยแกว้ ๓. การท่องจาํ บทอาขยาน
๔. ฝึกอ่านออกเสียงร้อยกรอง ๔. การอ่านอยา่ งมีวจิ ารณญาณ
๕. เขียนแผนภาพความคิด ๕. การอ่านจบั ใจความ
๖. ท่องจาํ บทอาขยาน ๖. การอ่านเพื่อวเิ คราะห์
๗. อภิปรายกลุ่ม ๗. การอ่านเพ่ือประเมินค่า
๘. ทาํ รายงาน ๘. การเลือกอา่ นหนงั สือและสื่ออิเลก็ ทรอนิกส์
๙. อภิปรายแสดงความคิดเห็น
๑๐. วิเคราะห์ การพฒั นาทกั ษะ ทักษะและกระบวนการ
๑๑. วิเคราะห์และประเมินค่า การอ่าน ๑. กระบวนการฟังและการดู
๑๒. เขียนแนะนาํ หนงั สือ ๒. กระบวนการพดู
๑๓. บนั ทึกการอ่าน ๓. กระบวนการอ่าน
๑๔. ทาํ ใบงาน ๔. กระบวนการเขียน
๕. กระบวนการคิดวิเคราะห์
๖. กระบวนการกลุม่
คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม
๑. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู
๒. มีมารยาทในการอ่านและมีนิสยั รักการอ่าน
๓. มีมารยาทในการเขียนและมีนิสยั รักการเขียน
๔. มีความภาคภมู ิใจและเห็นคุณค่าของภมู ิปัญญาทางภาษา
143
ผงั การออกแบบการจัดการเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗ การพฒั นาทักษะการอ่าน
ข้ันท่ี ๑ ผลลพั ธ์ปลายทางท่ตี ้องการให้เกดิ ขนึ้ กบั นักเรียน
ตวั ชี้วดั ช้ันปี
๑. อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง ท ๑.๑ (ม. ๒/๑)
๒. จบั ใจความสาํ คญั สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ม. ๒/๒)
๓. เขียนผงั ความคิดเพื่อแสดงความเขา้ ใจในบทเรียนต่าง ๆ ที่อ่าน ท ๑.๑ (ม. ๒/๓)
๔. อภิปรายแสดงความคิดเห็นและขอ้ โตแ้ ยง้ เกี่ยวกบั เรื่องที่อา่ น ท ๑.๑ (ม. ๒/๔)
๕. วิเคราะห์และจาํ แนกขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ มูลสนบั สนุน และขอ้ คิดเห็นจากบทความที่อ่าน ท ๑.๑ (ม. ๒/๕)
๖. ระบุขอ้ สงั เกตการชวนเชื่อ การโนม้ นา้ ว หรือความสมเหตุสมผลของงานเขียน ท ๑.๑ (ม. ๒/๖)
๗. อ่านหนงั สือ บทความ หรือคาํ ประพนั ธอ์ ยา่ งหลากหลายและประเมินคุณค่าหรือแนวคิดท่ีไดจ้ ากการอ่าน
เพ่อื นาํ ไปใชแ้ กป้ ัญหาในชีวิต ท ๑.๑ (ม. ๒/๗)
๘. มีมารยาทในการอ่าน ท ๑.๑ (ม. ๒/๘)
๙. อธิบายคุณคา่ ของวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่าน ท ๕.๑ (ม. ๒/๓)
๑๐. สรุปความรู้และขอ้ คิดจากการอ่านไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจริง ท ๕.๑ (ม. ๒/๔)
๑๑. ท่องจาํ บทอาขยานตามท่ีกาํ หนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ ท ๕.๑ (ม. ๒/๕)
ความเข้าใจทคี่ งทนของนักเรียน คาํ ถามสําคญั ทท่ี ําให้เกดิ ความเข้าใจทค่ี งทน
นักเรียนจะเข้าใจว่า...
๑. การอ่านเป็นทกั ษะท่ีสาํ คญั และเกี่ยวขอ้ งกบั การดาํ เนิน ๑. การอ่านออกเสียงร้อยแกว้ ใหน้ ่าฟังควรอ่านอยา่ งไร
ชีวติ ของมนุษย์ การอ่านอยา่ งสม่าํ เสมอจะทาํ ใหเ้ ป็นผทู้ ี่ ๒. การอ่านออกเสียงร้อยกรองทาํ นองธรรมดากบั การอ่าน
รอบรู้และยงั สร้างนิสยั รักการอ่านอีกดว้ ย ทาํ นองเสนาะแตกต่างกนั อยา่ งไร
๒. การอ่านแบ่งออกเป็น ๒ ชนิด คือ การอ่านร้อยแกว้ ๓. ทาํ ไมจึงตอ้ งมีการท่องจาํ คาํ ประพนั ธ์
และการอ่านร้อยกรอง ๔. การอ่านอยา่ งมีวจิ ารณญาณควรอ่านอยา่ งไร
๓. การพฒั นาทกั ษะการอ่านเป็นการฝึกทกั ษะการอ่าน ๕. การอ่านจบั ใจความ การวิเคราะห์และประเมินค่า มี
ในการจบั ใจความสาํ คญั เขียนแผนภาพความคิดจาก หลกั การอ่านอยา่ งไร
การอ่าน การวิเคราะห์ และการประเมินค่า รวมถึงการมี ๖. การเขียนแผนผงั ความคิดมีประโยชน์ต่อการอ่าน
วิจารณญาณในการอ่าน ซ่ึงจาํ เป็นตอ้ งฝึกอยา่ ง อยา่ งไรบา้ ง
สม่าํ เสมอจึงจะเกิดความชาํ นาญและนาํ ไปใชใ้ หเ้ กิด ๗. การเลือกอ่านหนงั สือและส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์ มีหลกั การ
ประโยชนไ์ ดจ้ ริง อยา่ งไร
๔. การอ่านเป็นเคร่ืองมือสาํ คญั ในการแสวงหาความรู้เพ่อื
พฒั นาตนเอง สื่อท่ีใชใ้ นการอ่านมีอยอู่ ยา่ งมากมาย
ท้งั ที่เป็นหนงั สือและสื่ออิเลก็ ทรอนิกส์
144
ความรู้ของนักเรียนท่ีนําไปสู่ความเข้าใจท่ีคงทน ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนทนี่ ําไปสู่
นักเรียนจะรู้ว่า... ความเข้าใจท่ีคงทน นกั เรียนจะสามารถ...
๑. คาํ สาํ คญั ไดแ้ ก่ การอ่านออกเสียง ครั่นเสียง ใจความ ๑. บอกหลกั การอ่านออกเสียงร้อยแกว้ และร้อยกรอง
สาํ คญั แผนภาพความคิด ส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์ สารคดี ๒. อ่านออกเสียงร้อยแกว้ และร้อยกรองถกู ตอ้ งตาม
บนั เทิงคดี ซีดีรอม เวบ็ ไซต์ หลกั การ
๒. การอ่านออกเสียงร้อยแกว้ เป็นการอ่านที่เนน้ ความ ๓. ท่องจาํ บทอาขยานใหถ้ ูกตอ้ งตามหลกั การ
ถกู ตอ้ งของคาํ ลีลา น้าํ เสียง ความรู้สึกใหเ้ หมาะสม ๔. บอกหลกั การและเลือกอ่านหนงั สืออยา่ งมีวิจารณญาณ
กบั เร่ืองที่อ่าน ๕. อ่านจบั ใจความสาํ คญั วิเคราะห์ และประเมินค่าเรื่องท่ี
๓. การอา่ นออกเสียงร้อยกรอง เป็นการอ่านที่เนน้ ความ อา่ นไดถ้ ูกตอ้ ง
ถูกตอ้ งตามฉนั ทลกั ษณ์ แบ่งออกเป็นการอ่านทาํ นอง ๖. เขียนแผนผงั ความคิดสรุปเรื่องท่ีอ่าน
ธรรมดาและการอ่านทาํ นองเสนาะ ๗. เลือกอ่านหนงั สือและสื่ออิเลก็ ทรอนิกส์ไดต้ าม
๔. การท่องจาํ บทอาขยาน เป็นการท่องจาํ บทกวที ี่มีความ ความตอ้ งการและเหมาะสมกบั วยั
ไพเราะ มีขอ้ คิดคติสอนใจท่ีกินใจ ควรค่าแก่การจดจาํ
และนาํ ไปปรับใช้
๕. การอ่านจบั ใจความสาํ คญั เป็นการอ่านเพ่ือเกบ็
รายละเอียดของเร่ืองใหไ้ ดว้ า่ ใคร ทาํ อะไร ที่ไหน
เม่ือไร อยา่ งไร อยา่ งครบถว้ น
๖. การเขียนแผนผงั ความคิดจากการอ่าน เป็นการเขียน
สรุปความจากเร่ืองที่อ่าน
๗. การอ่านเพ่ือวเิ คราะห์และประเมินค่า เป็นการแยกแยะ
ส่วนประกอบของเร่ืองที่อ่าน แลว้ พิจารณาถึงขอ้ ดี
ขอ้ ดอ้ ยหรือความเหมาะสม
๘. การเลือกอ่านหนงั สือตอ้ งเลือกตามความสนใจ
มีประโยชน์และเหมาะสมกบั วยั ของตนเอง
๙. สื่ออิเลก็ ทรอนิกส์มีมากมายใหศ้ ึกษา การเลือกอ่าน
จะตอ้ งมีวิจารณญาณในการเลือกจึงจะไดส้ ื่อที่มีคุณค่า
ตรงตามความตอ้ งการ
ข้นั ท่ี ๒ ภาระงานและการประเมนิ ผลการเรียนรู้ซึ่งเป็ นหลกั ฐานทแ่ี สดงว่านักเรียนมผี ลการเรียนรู้
ตามท่ีกาํ หนดไว้อย่างแท้จริง
๑. ภาระงานท่ีนักเรียนต้องปฏิบัติ
๑.๑ จบั ใจความสาํ คญั สรุปความ แสดงความคิดเห็น และศึกษาคน้ ควา้ เรื่อง การพฒั นาทกั ษะการอ่าน
๑.๒ ฝึกอ่านออกเสียงร้อยแกว้
๑.๓ ฝึกอ่านออกเสียงร้อยกรองเป็นทาํ นองธรรมดาและทาํ นองเสนาะ
๑.๔ เขียนแผนภาพความคิด
145
๑.๕ ท่องจาํ บทอาขยาน
๑.๖ พดู อภิปรายกลุ่ม
๑.๗ ทาํ รายงาน
๑.๘ อภิปรายแสดงความคิดเห็นเร่ืองที่อ่าน
๑.๙ วิเคราะห์เรื่องท่ีอ่าน
๑.๑๐ วิเคราะห์และประเมินค่าเร่ืองท่ีอ่าน
๑.๑๑ เขียนแนะนาํ หนงั สือ
๑.๑๒ บนั ทึกการอ่าน
๒. วธิ ีการและเครื่องมอื ประเมนิ ผลการเรียนรู้
๒.๑ วิธีการประเมินผลการเรียนรู้ ๒.๒ เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้
๑) การทดสอบ ๑) แบบทดสอบก่อนและหลงั เรียน
๒) การสนทนาซกั ถาม ๒) แบบประเมินการอ่าน
๓) การสงั เกต ๓) แบบประเมินการเขียน
๔) การตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น ๔) แบบประเมินการฟังและการดู
รายบุคคลหรือรายกลุ่ม ๕) แบบประเมินการพดู
๕) การวดั เจตคติ ๖) แบบประเมินดา้ นคุณธรรมจริยธรรม
๖) การวดั ทกั ษะและกระบวนการ และค่านิยม
๗) แบบประเมินดา้ นทกั ษะและกระบวนการ
๓. สิ่งทมี่ ุ่งประเมนิ
๓.๑ ความสามารถในการอธิบาย ช้ีแจง การแปลความและตีความ การประยกุ ต์ ดดั แปลง และนาํ ไปใช้
การมีมุมมองท่ีหลากหลาย การใหค้ วามสาํ คญั และใส่ใจในความรู้สึกของผอู้ ่ืน และการรู้จกั ตนเอง
๓.๒ ทกั ษะกระบวนการทางภาษา
๓.๓ สมรรถนะสาํ คญั ไดแ้ ก่ การส่ือสาร การคิด การแกป้ ัญหา การใชท้ กั ษะชีวติ และการใชเ้ ทคโนโลยี
๓.๔ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เช่น รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซ่ือสตั ยส์ ุจริต มีวินยั ใฝ่ เรียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง
มุ่งมน่ั ในการทาํ งาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
ข้นั ท่ี ๓ แผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒๓ การอ่านออกเสียงร้อยแกว้ เวลา ๑ ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒๔ การอ่านออกเสียงร้อยกรอง เวลา ๒ ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒๕ การท่องจาํ บทอาขยาน เวลา ๑ ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒๖ การอ่านอยา่ งมีวจิ ารณญาณ เวลา ๑ ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒๗ การอ่านจบั ใจความ เวลา ๒ ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒๘ การอ่านเพอื่ วิเคราะห์ เวลา ๑ ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒๙ การอ่านเพอ่ื ประเมินค่า เวลา ๑ ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓๐ การเลือกอ่านหนงั สือและส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์ เวลา ๒ ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒๓ 146
การอ่านออกเสียงร้อยแก้ว
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย เวลา ๑ ชว่ั โมง
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๗ เรื่อง การพฒั นาทกั ษะการอ่าน
๑. สาระสําคญั
การอ่านออกเสียงร้อยแกว้ เป็ นการฝึกทกั ษะการอ่านที่ตอ้ งออกเสียงคาํ ใหถ้ กู ตอ้ ง ชดั เจน และยงั ตอ้ งใชล้ ีลา
น้าํ เสียง และใส่อารมณ์ความรู้สึกใหเ้ หมาะสมกบั เรื่องท่ีอ่าน การฝึ กอ่านออกเสียงร้อยแกว้ งานเขียนประเภทต่าง ๆ
จะช่วยใหอ้ ่านไดน้ ่าฟังและมีประสิทธิภาพมากยง่ิ ข้ึน
๒. ตัวชี้วัดช้ันปี
๑. อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง ท ๑.๑ (ม. ๒/๑)
๒. มีมารยาทในการอ่าน ท ๑.๑ (ม. ๒/๘)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกหลกั การอ่านออกเสียงร้อยแกว้ ของงานเขียนประเภทตา่ ง ๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง (K)
๒. ฝึกอ่านออกเสียงร้อยแกว้ โดยใชล้ ีลา น้าํ เสียง อารมณ์ ความรู้สึกไดต้ รงตามเน้ือหาของเรื่องท่ีอ่าน (P)
๓. เห็นคุณค่าของการอ่านออกเสียงคาํ และขอ้ ความไดถ้ กู ตอ้ ง (A)
๔. มีมารยาทในการอ่านและมีนิสยั รักการอ่าน (A)
๔. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการอ่านออกเสียง
และการฝึ กอ่าน เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ร้อยแกว้
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ๒. ประเมินทกั ษะการแสวงหา
๓. ตรวจแบบทดสอบ ในการทาํ กิจกรรม ความมี ความรู้
ระเบียบวนิ ยั ในการทาํ งาน ฯลฯ
ก่อนเรียน ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
๒. ประเมินมารยาทในการอ่าน ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
และนิสยั รักการอ่าน
๕. สาระการเรียนรู้ 147
การอ่านออกเสียงร้อยแกว้
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปหลกั การอ่านออกเสียงร้อยแกว้
ศึกษาการเล่านิทานภาษาองั กฤษ
คณิตศาสตร์ บนั ทึกเสียงหรือวดิ ีโอ
ภาษาต่างประเทศ
การงานอาชีพฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้ันที่ ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงท่ี ๓๕
๑. นกั เรียนทาํ แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. นกั เรียนฟังแถบบนั ทึกเสียงการอ่านข่าวหรือสารคดี แลว้ สนทนาถึงการอ่านข่าวหรือสารคดีที่นกั เรียนเคย
ไดย้ นิ ไดฟ้ ัง หรือไดด้ มู า โดยเนน้ ลกั ษณะการอ่าน การใชน้ ้าํ เสียงแสดงอารมณ์ความรู้สึกไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสม จะทาํ ใหผ้ ฟู้ ังคลอ้ ยตามอารมณ์ของผอู้ ่านได้
ข้นั ท่ี ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่มละ ๓ คน ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มศึกษาเรื่อง การอ่านออกเสียงร้อยแกว้ ในหนงั สือเรียน
รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ ตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
คนท่ี ๑ ศึกษาเร่ือง การลงเสียงหนกั เบา
คนท่ี ๒ ศึกษาเร่ือง การเปลี่ยนระดบั เสียง
คนที่ ๓ ศึกษาเรื่อง การอ่านบทสนทนา
๒. นกั เรียนแต่ละกลุ่มศึกษาเร่ืองท่ีไดร้ ับมอบหมาย ภายในเวลา ๕ นาที แลว้ อธิบายใหเ้ พอื่ นในกลุ่มฟัง
๓. ครูสุ่มถามนกั เรียนเพือ่ ตรวจสอบความเขา้ ใจ แลว้ ใหน้ กั เรียนดูวดี ิทศั นว์ ิธีการอ่านโดยลงเสียงหนกั เบา
การใชน้ ้าํ เสียงแบบต่าง ๆ และการอ่านบทสนทนา ใหน้ กั เรียนสงั เกตวิธีการอ่านแต่ละแบบ
๔. ครูแจกบทอา่ นใหน้ กั เรียนทุกกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มฝึกอ่านโดยลงเสียงหนกั เบา และใชน้ ้าํ เสียงแบบต่าง ๆ
ตามที่เรียนมา
๕. นกั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมาอ่านใหเ้ พอ่ื นฟัง เพ่ือนและครูช่วยกนั ประเมินการอ่านออกเสียง
ร้อยแกว้
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเก่ียวกบั การอ่านออกเสียงร้อยแกว้ แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. นกั เรียนฝึกอ่านบทอ่านเป็นรายบุคคล โดยใหส้ มาชิกในกลุ่มช่วยกนั ประเมินการอ่านออกเสียงร้อยแกว้
เพื่อจะไดป้ รับปรุงการอ่านใหด้ ีข้ึน
ข้นั ท่ี ๔ นําไปใช้ 148
๑. นกั เรียนอ่านเร่ืองต่าง ๆ ไดเ้ หมาะสมกบั เน้ือความ
๒. นกั เรียนนาํ ความรู้ไปใชอ้ ่านออกเสียงร้อยแกว้ ในโอกาสตา่ ง ๆ ในการเรียนและในชีวิตประจาํ วนั
ข้นั ที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปหลกั การอ่านออกเสียงร้อยแกว้ เขียนเป็นแผนภาพความคิด แลว้ บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนทบทวนเก่ียวกบั หลกั การอ่านออกเสียงร้อยกรองที่เคยเรียนมา เป็นการบา้ นเพือ่ เตรียม
จดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนดูรายการข่าวในโทรทศั น์ แลว้ สงั เกตการอ่านข่าวของผดู้ าํ เนินรายการ ท้งั ลีลา น้าํ เสียง แลว้ นาํ มา
อภิปรายกบั เพ่อื นภายในกลุ่ม
๒. นกั เรียนสงั เกตการเล่านิทานเป็นภาษาองั กฤษวา่ มีการเนน้ น้าํ เสียง ลีลาท่าทางเหมือนการเล่านิทานใน
ภาษาไทยหรือไม่
๓. นกั เรียนฝึกอ่านออกเสียงร้อยแกว้ เช่น อ่านข่าว อ่านนิทาน หรืออ่านหนงั สือต่าง ๆ อดั เป็นแถบบนั ทึกเสียง
หรืออดั วดิ ีโอ นาํ มาวจิ ารณ์กบั เพอ่ื นในช้นั เรียน หรือประกวดการอ่านออกเสียงร้อยแกว้ ในช้นั เรียน
๙. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. แถบบนั ทึกเสียงการอ่านข่าวหรือสารคดี
๓. วีดิทศั น์การอ่านออกเสียงร้อยแกว้
๔. บทอ่าน
๕. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๖. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๗. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๘. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บันทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้ 149
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ ลงช่ือ ผสู้ อน
แนวทางการพฒั นา //
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๒๔ 150
การอ่านออกเสียงร้อยกรอง
เวลา ๒ ชวั่ โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๗ เรื่อง การพฒั นาทักษะการอ่าน
๑. สาระสําคญั
การอ่านออกเสียงร้อยกรอง เป็นการอ่านออกเสียงบทกวีใหเ้ กิดความไพเราะ มีวิธีการอ่านอยู่ ๒ วิธี คือ อ่าน
ออกเสียงปกติเหมือนร้อยแกว้ กบั อ่านทาํ นองเสนาะ ซ่ึงตอ้ งอ่านตามกลวธิ ี มีลีลาการอา่ นที่ไดอ้ ารมณ์เขา้ ถึง
บทกวี และถูกตอ้ งตามลกั ษณะบงั คบั ของบทร้อยกรองประเภทน้นั ๆ บทร้อยกรองแต่ละประเภทจะมีวิธีการอ่าน
เฉพาะตวั หากอ่านไดอ้ รรถรสเขา้ ถึงเน้ือความแลว้ จะเกิดความไพเราะและความประทบั ใจแก่ผฟู้ ัง
๒. ตัวชี้วดั ช้ันปี
๑. อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกตอ้ ง ท ๑.๑ (ม. ๒/๑)
๒. มีมารยาทในการอ่าน ท ๑.๑ (ม. ๒/๘)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกหลกั การอ่านออกเสียงร้อยกรองประเภทต่าง ๆ ได้ (K, P)
๒. อ่านออกเสียงร้อยกรองโดยใชน้ ้าํ เสียงแสดงอารมณ์ ความรู้สึกไดถ้ ูกตอ้ งชดั เจนตามหลกั การอ่าน (K, P)
๓. เห็นคุณค่าและมีความซาบซ้ึงในการอ่านบทร้อยกรอง (A)
๔. มีมารยาทในการอ่านและมีนิสยั รักการอ่าน (A)
๔. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการอ่านออกเสียง
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ร้อยกรอง
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ๒. ประเมินทกั ษะการแสวงหา
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ความรู้
วนิ ยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
๒. ประเมินมารยาทในการอ่าน ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
และนิสยั รักการอ่าน
๕. สาระการเรียนรู้ 151
การอ่านออกเสียงร้อยกรอง
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปหลกั การอ่านออกเสียงร้อยกรองประเภทต่าง ๆ
คณิตศาสตร์
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้ันท่ี ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ชั่วโมงที่ ๓๖
๑. ครูสนทนากบั นกั เรียนเกี่ยวกบั หลกั การอ่านออกเสียงร้อยกรองจากที่เคยเรียนมาในช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๑
๒. ครูเปิ ดแถบบนั ทึกเสียงการอ่านออกเสียงร้อยกรองใหน้ กั เรียนฟัง นกั เรียนสงั เกตความถูกตอ้ งของ
อกั ขรวิธี จงั หวะ ลีลา น้าํ เสียง และความไพเราะของผอู้ ่านและบทร้อยกรอง
ข้นั ท่ี ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ครูสนทนากบั นกั เรียนเก่ียวกบั หลกั การอ่านออกเสียงร้อยกรองทาํ นองธรรมดาและทาํ นองเสนาะ
นกั เรียนช่วยกนั เขียนเป็นแผนผงั ความคิด
๒. ครูติดบตั รคาํ บนกระดาน ใหน้ กั เรียนช่วยกนั อธิบายการใชน้ ้าํ เสียงในการอ่านบทร้อยกรองแต่ละแบบ
การทอดเสียง การเอ้ือนเสียง การคร่ันเสียง การหลบเสียง การกระแทกเสียง
๓. ครูอ่านหรือเปิ ดแถบบนั ทึกเสียงตวั อยา่ งการออกเสียงแต่ละแบบใหน้ กั เรียนฟัง นกั เรียนฝึกออกเสียง
ตามจนคล่อง
๔. ครูแจกบทอ่านใหน้ กั เรียนทุกคน ใหน้ กั เรียนฝึ กอ่านโดยใชน้ ้าํ เสียงแต่ละแบบ แลว้ ครูสุ่มเรียกใหอ้ อกมา
อ่านใหเ้ พอื่ นฟังหนา้ ช้นั เรียน
ชั่วโมงท่ี ๓๗
๑. นกั เรียนช่วยกนั อธิบายหลกั การอ่านทาํ นองเสนาะเป็นการทบทวน แลว้ ครูอธิบายใหน้ กั เรียนฟังวา่
การอ่านบทร้อยกรองประเภทต่าง ๆ เป็นทาํ นองเสนาะ จะมีหลกั การอ่านแตกต่างกนั
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็น ๓ กลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มจบั สลากศึกษาเรื่อง การอ่านร้อยกรองประเภทต่าง ๆ ใน
หนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ ดงั น้ี
กลุ่มที่ ๑ ศึกษาเร่ือง กลอนสุภาพ
กลุ่มที่ ๒ ศึกษาเร่ือง กาพยย์ านี ๑๑
กลุ่มท่ี ๓ ศึกษาเรื่อง กาพยฉ์ บงั ๑๖
๓. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมระดมสมองเก่ียวกบั เร่ืองที่ศึกษา แลว้ ฝึกอ่านบทร้อยกรองจากใบความรู้เร่ือง การ
อ่านบทร้อยกรอง ในเร่ืองที่กลุ่มศึกษา จากน้นั ออกมาอ่านใหเ้ พ่อื นฟังหนา้ ช้นั เรียนเป็นรายกลุ่ม โดยให้
ตวั แทนอธิบายวิธีการอ่านบทร้อยกรองประเภทน้นั ๆ แลว้ อา่ นบทร้อยกรองจากใบความรู้ท้งั ทาํ นอง
ธรรมดาและทาํ นองเสนาะ
152
๔. ครูและนกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นและประเมินการอ่านของเพอื่ นแต่ละกลุ่ม แลว้ ครูอธิบาย
เพ่ิมเติมเพือ่ สรุปการอ่านบทร้อยกรองแต่ละประเภท
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเก่ียวกบั การอ่านร้อยกรองประเภทต่าง ๆ แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
๒. นกั เรียนฝึกอ่านบทร้อยกรองจากใบความรู้เรื่อง การอ่านบทร้อยกรอง แลว้ อ่านใหค้ รูฟังเป็นรายบุคคล
เพื่อประเมินการอ่านออกเสียงร้อยกรอง
๓. นกั เรียนฝึกอ่านบทร้อยกรองประเภทกลอนสุภาพ กาพยย์ านี ๑๑ และกาพยฉ์ บงั ๑๖ ในหนงั สือเรียน
รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๒ แลว้ อ่านใหเ้ พื่อนในกลุ่มฟัง
ข้นั ที่ ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนนาํ หลกั การอ่านกลอนสุภาพ กาพยย์ านี ๑๑ กาพยฉ์ บงั ๑๖ ไปใชอ้ ่านในโอกาสต่าง ๆ
๒. นกั เรียนนาํ ความรู้และขอ้ คิดจากการอ่านบทร้อยกรองประเภทต่าง ๆ ไปปรับใชใ้ นการเรียนและในชีวติ
ประจาํ วนั
ข้ันที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนช่วยกนั สรุปหลกั การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองประเภทต่าง ๆ เขียนเป็นแผนภาพความคิด
๒. ครูใหน้ กั เรียนฝึกทอ่ งบทไหวค้ รูเป็นทาํ นองสรภญั ญะ เป็นการบา้ นเพ่อื เตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนดูวดี ิทศั นห์ รือฟังแถบบนั ทึกเสียงการอ่านบทร้อยกรองประเภทต่าง ๆ แลว้ ฝึกอ่านกนั ภายในกลุ่ม
จนคล่อง และคดั เลือกคนท่ีอ่านไดด้ ี แข่งขนั การอ่านกบั กลุ่มอื่น
๒. จดั ประกวดการอ่านออกเสียงบทร้อยกรองเป็นทาํ นองเสนาะ เพื่อหาคนเก่งประจาํ ช้นั เรียน
๙. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
๑. แถบบนั ทึกเสียงการอ่านออกเสียง
๒. บตั รคาํ
๓. บทอ่าน
๔. สลาก
๕. ใบความรู้เร่ือง การอ่านบทร้อยกรอง
๖. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๗. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๒ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๘. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๙. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 153
๑๐. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บนั ทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. สิ่งที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงชื่อ ผสู้ อน
/ /
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒๕ 154
การท่องจําบทอาขยาน
เวลา ๑ ชว่ั โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๗ เร่ือง การพฒั นาทกั ษะการอ่าน
๑. สาระสําคญั
บทอาขยาน เป็นบทท่องจาํ ที่ตดั ตอนมาจากวรรณคดีที่มีความไพเราะ สละสลวย มีความหมายลึกซ้ึงกินใจ
ใหค้ ติขอ้ คิดเตือนใจในเร่ืองใดเร่ืองหน่ึงท่ีนาํ ไปใชเ้ ป็นแนวทางปฏิบตั ิได้ การท่องจาํ บทอาขยานตอ้ งออกเสียงให้
ถูกตอ้ งชดั เจนครบถว้ นตามฉนั ทลกั ษณ์ ใชน้ ้าํ เสียงใหเ้ หมาะสมกบั คาํ ประพนั ธ์ ซ่ึงเป็นการส่งเสริมใหเ้ กิดความ
ซาบซ้ึง เห็นถึงความงดงามของภาษา และตระหนกั ถึงคุณค่าของภาษาไทย
๒. ตัวชี้วดั ช้ันปี
๑. อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน ท ๕.๑ (ม. ๒/๓)
๒. สรุปความรู้และขอ้ คิดจากการอ่านไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจริง ท ๕.๑ (ม. ๒/๔)
๓. ทอ่ งจาํ บทอาขยานตามท่ีกาํ หนดและบทร้อยกรองท่ีมีคุณคา่ ตามความสนใจ ท ๕.๑ (ม. ๒/๕)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. วเิ คราะห์คุณคา่ หรือความไพเราะของบทร้อยกรองที่อ่านหรือฟังได้ (K, P)
๒. ท่องจาํ บทอาขยานท่ีชื่นชอบ โดยใชล้ ีลา น้าํ เสียงไดถ้ ูกตอ้ ง ชดั เจน และเหมาะสมกบั เน้ือความ (K, P)
๓. นาํ คุณค่าของบทร้อยกรองไปถ่ายทอดใหผ้ อู้ ่ืนท้งั ในการพดู และการเขียนได้ (K, P)
๔. นาํ ขอ้ คิดและคุณค่าของบทร้อยกรองไปปรับใชใ้ นชีวติ ประจาํ วนั ได้ (K, P)
๕. เห็นคุณค่าและซาบซ้ึงในการอ่านบทร้อยกรอง (A)
๔. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ 155
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A) ๑. ประเมินทกั ษะการท่องจาํ
บทร้อยกรอง
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน
๒. ประเมินทกั ษะการอ่านสรุปความ
และการท่องจาํ บทอาขยาน เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ
วนิ ยั ในการทาํ งาน ฯลฯ
๒. ประเมินมารยาทในการอ่าน
และนิสยั รักการอ่าน
๓. ประเมินความภาคภมู ิใจและเห็น
คุณค่าของภมู ิปัญญาทางภาษา
๕. สาระการเรียนรู้
การท่องจาํ บทอาขยาน
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดเกี่ยวกบั หลกั การท่องจาํ บทอาขยาน
ศึกษาหลกั การท่องจาํ บทอาขยานในภาษาองั กฤษ
คณิตศาสตร์ ทาํ สมุดบทอาขยาน
ภาษาต่างประเทศ
การงานอาชีพฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ที่ ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ชั่วโมงที่ ๓๘
๑. ครูใหน้ กั เรียนอาสาสมคั ร ๑ คน ออกมาท่องบทไหวค้ รูใหเ้ พอ่ื นฟังหนา้ ช้นั เรียน เพ่อื นช่วยกนั ท่องตาม
๒. นกั เรียนช่วยกนั บอกใจความสาํ คญั ของบทไหวค้ รู แลว้ ร่วมกนั อภิปรายถึงพระคุณของครู และความ
ไพเราะของบทไหวค้ รู
ข้นั ที่ ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ครูสนทนาถึงความไพเราะของบทร้อยกรองจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมท่ีอ่าน และความสาํ คญั ท่ีเลือก
นาํ มาท่องเป็นบทท่องจาํ
๒. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ระดมความคิดเกี่ยวกบั หลกั การทอ่ งจาํ บทอาขยาน แลว้ เขียนเป็นแผนภาพความคิด
นกั เรียนจดบนั ทึกลงสมุด
156
๓. แบง่ นกั เรียนออกเป็น ๔ กลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มจบั สลากหาคุณค่าท่ีไดร้ ับจากบทอาขยานท่ีครูแจกให้
ดงั น้ี
กลุ่มท่ี ๑ ศึกษาคุณค่าจากบทอาขยานเร่ือง โคลงสุภาษิตนฤทุมนาการ
กลุ่มท่ี ๒ ศึกษาคุณค่าจากบทอาขยานเร่ือง บทเสภาสามคั คีเสวก ตอน วิศวกรรมมา
กลุ่มท่ี ๓ ศึกษาคุณค่าจากบทอาขยานเรื่อง อิศรญาณภาษิต
กลุ่มที่ ๔ ศึกษาคุณค่าจากบทอาขยานเรื่อง พระสุริโยทยั ขาดคอชา้ ง
๔. นกั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมานาํ เสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน พร้อมท้งั อธิบายข้นั ตอนการทาํ งาน
ในกลุ่ม
๕. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปคุณค่าที่ไดร้ ับและความไพเราะของบทร้อยกรอง นกั เรียนจดบนั ทึกลงสมุด
๖. นกั เรียนแต่ละกลุ่มฝึ กท่องบทอาขยานท้งั ๔ เรื่อง แลว้ ท่องใหเ้ พอ่ื นในกลุ่มฟัง เพอ่ื นประเมินการท่องจาํ
บทร้อยกรอง
ข้นั ท่ี ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเกี่ยวกบั การท่องจาํ บทอาขยาน แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
๒. นกั เรียนแต่ละกลุ่มท่องจาํ บทร้อยกรองท้งั ๔ เร่ือง เพอ่ื ประเมินการท่องจาํ บทร้อยกรองกบั ครูเป็นราย
กลุ่มและรายบุคคล
๓. นกั เรียนแต่ละกลุ่มรวบรวมบทร้อยกรองท่ีไพเราะ แลว้ ร่วมกนั วิเคราะห์คุณค่า จดั ทาํ เป็นสมุด
บทอาขยาน
ข้นั ที่ ๔ นําไปใช้
๑. นักเรียนนําบทอาขยานไปใช้ท่องจําในโอกาสต่าง ๆ ได้ถูกต้อง และเป็ นการสืบสานภูมปิ ัญญาทางภาษา
ให้คงอยู่ต่อไป ซ่ึงสอดคล้องกบั หลกั การมภี ูมคิ ุ้มกนั ในตวั ท่ดี ีตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง
๒. นกั เรียนนาํ ความรู้และขอ้ คิดจากบทอาขยานไปใชใ้ นการเรียนและในชีวิตประจาํ วนั
ข้นั ท่ี ๕ สรุป
๑. นกั เรียนช่วยกนั สรุปหลกั การท่องจาํ บทอาขยานและคุณคา่ ท่ีไดร้ ับจากบทอาขยาน บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนคิดเทคนิคการอ่านในใจที่ทาํ ใหเ้ กิดผลสมั ฤทธ์ิในการอ่าน เป็นการบา้ นเพ่ือเตรียม
จดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนจดั ประกวดการท่องจาํ บทอาขยานประจาํ ช้นั เรียนเพอ่ื ส่งไปประกวดในระดบั โรงเรียนต่อไป
๒. นกั เรียนศึกษาหลกั การท่องจาํ บทอาขยานในวิชาภาษาองั กฤษเปรียบเทียบกบั บทอาขยานในภาษาไทย
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๑. ตวั อยา่ งบทไหวค้ รู
๒. สลาก
๓. ตวั อยา่ งบทอาขยานเรื่องต่าง ๆ 157
๔. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๕. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๖. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๗. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บันทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. สิ่งท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงชื่อ ผสู้ อน
/ /
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒๖ 158
การอ่านอย่างมวี จิ ารณญาณ
เวลา ๑ ชว่ั โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗ เร่ือง การพฒั นาทักษะการอ่าน
๑. สาระสําคญั
การอ่านหนงั สือใหเ้ กิดประสิทธิภาพน้นั ตอ้ งมีการพฒั นาทกั ษะการอ่านอยา่ งสม่าํ เสมอ ตอ้ งช่างสงั เกต
เกบ็ ใจความสาํ คญั ของเร่ืองท่ีอา่ น วิเคราะห์วิจารณ์เร่ืองท่ีอ่านอยา่ งมีหลกั การ และประเมินค่าเรื่องท่ีอ่านไดอ้ ยา่ ง
สมเหตุสมผล รวมถึงนาํ ความรู้ท่ีไดจ้ ากการอ่านไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนไ์ ด้
๒. ตวั ชี้วดั ช้ันปี
๑. จบั ใจความสาํ คญั สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ (ม. ๒/๒)
๒. วิเคราะห์และจาํ แนกขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ มูลสนบั สนุน และขอ้ คิดเห็นจากบทความท่ีอ่าน ท ๑.๑ (ม. ๒/๕)
๓. ระบุขอ้ สงั เกตการชวนเชื่อ การโนม้ นา้ ว หรือความสมเหตุสมผลของงานเขียน ท ๑.๑ (ม. ๒/๖)
๔. มีมารยาทในการอ่าน ท ๑.๑ (ม. ๒/๘)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกหลกั เกณฑใ์ นการอ่านอยา่ งมีวจิ ารณญาณได้ (K)
๒. อ่านเร่ืองที่กาํ หนดใหแ้ ลว้ เกบ็ ใจความสาํ คญั วเิ คราะห์ และประเมินค่าไดอ้ ยา่ งมีเหตุผล (K, P)
๓. ตระหนกั ในคุณค่าของการอ่าน (A)
๔. มีมารยาทในการอ่านและมีนิสยั รักการอ่าน (A)
๔. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม(A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการอ่านจบั ใจความ
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะการแสวงหา
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ความรู้
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
วนิ ยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ประเมินมารยาทในการอ่าน
และนิสยั รักการอ่าน
๕. สาระการเรียนรู้ 159
การอ่านอยา่ งมีวจิ ารณญาณ
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปหลกั การอ่านอยา่ งมีวิจารณญาณ
จดั ป้ ายนิเทศ
คณิตศาสตร์
ศิลปะ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ท่ี ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงท่ี ๓๙
๑. ครูสนทนากบั นกั เรียนเกี่ยวกบั หลกั การอ่านในใจ แลว้ ใหน้ กั เรียนเสนอเทคนิคการอ่านในใจของตนเอง
๒. ครูและนกั เรียนร่วมกนั พิจารณาเทคนิคการอ่านในใจของแต่ละคน แลว้ พจิ ารณาถึงความเป็นไปได้ สรุป
เป็นหลกั การเพ่ือใหน้ กั เรียนนาํ ไปทดลองใช้
ข้นั ที่ ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มอภิปรายโตะ๊ กลมตามแนวคาํ ถามต่อไปน้ี
๑) การอ่านอยา่ งมีวิจารณญาณมีลกั ษณะอยา่ งไร
๒) ความสมเหตุสมผลของเร่ืองท่ีอ่านพิจารณาจากเรื่องอะไรบา้ ง
๓) ภาษาท่ีใชใ้ นการแสดงเหตุผลควรมีลกั ษณะอยา่ งไร
๔) เหตุผล ผลลพั ธ์ หมายถึงอะไร จงอธิบาย
๕) เจตนาท่ีผเู้ ขียนแฝงไวใ้ นงานเขียนมีลกั ษณะอยา่ งไรบา้ ง
๖) นกั เรียนจะไดร้ ับสิ่งใดบา้ งจากการอ่านงานเขียนประเภทต่าง ๆ จงอธิบาย
๒. นกั เรียนแต่ละกลุ่มนาํ เสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน ครูและเพื่อนร่วมกนั อภิปรายแสดงความคิดเห็น
และร่วมกนั สรุป
๓. นกั เรียนทาํ ใบงานท่ี ๑๐ เร่ือง การอ่านอยา่ งมีวจิ ารณญาณ แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนนาํ ความรู้เก่ียวกบั การอ่านอยา่ งมีวจิ ารณญาณ แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. นกั เรียนอ่านเรื่อง การอ่านอยา่ งมีวจิ ารณญาณ ในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ เป็นการทบทวนอีกคร้ัง แลว้ สรุปเร่ืองท่ีอ่านส่งครู
๓. นกั เรียนแต่ละกลุ่มเลือกบทความ ๑ เร่ือง บทร้อยกรอง ๑ เร่ือง อ่านและต้งั คาํ ถามและตอบคาํ ถาม
อยา่ งละ ๕ คาํ ถามคาํ ตอบส่งครู
ข้นั ที่ ๔ นําไปใช้
นกั เรียนนาํ ความรู้เกี่ยวกบั การอ่านอยา่ งมีวิจารณญาณไปใชใ้ นการเรียนและในชีวติ ประจาํ วนั
ข้ันท่ี ๕ สรุป 160
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปหลกั การอ่านอยา่ งมีวิจารณญาณ เขียนเป็นแผนภาพความคิด แลว้ บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนอา่ นโคลงสุภาษิตอิศปปกรณาํ เรื่อง บิดากบั บุตรท้งั หลาย แลว้ สรุปเป็นความรู้
เป็นการบา้ นเพ่ือเตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนศึกษาเพมิ่ เติมเก่ียวกบั การอ่านอยา่ งมีวจิ ารณญาณ นาํ ขอ้ มูลมาจดั ป้ ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียน
๒. นกั เรียนฝึกอ่านบทความหรือบทร้อยกรอง แลว้ ร่วมอภิปรายแสดงความคิดเห็นกนั ภายในกลุ่ม
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๑. ตวั อยา่ งบทความ
๒. ตวั อยา่ งบทร้อยกรอง
๓. ใบงานที่ ๑๐ เรื่อง การอ่านอยา่ งมีวิจารณญาณ
๔. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๕. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๖. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๗. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บนั ทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงชื่อ ผสู้ อน
/ /
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒๗ 161
การอ่านจบั ใจความ
เวลา ๒ ชวั่ โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗ เรื่อง การพฒั นาทักษะการอ่าน
๑. สาระสําคญั
การอ่านจบั ใจความ เป็นการอ่านเพ่ือเกบ็ รายละเอียดของเร่ืองใหไ้ ดว้ า่ ใคร ทาํ อะไร ท่ีไหน เม่ือไร อยา่ งไร
ใหม้ ีใจความครบถว้ น โดยสรุปเป็นความเรียงหรือเป็นแผนภาพความคิดแสดงรายละเอียดของเร่ืองท่ีอ่านก็ได้
๒. ตัวชี้วัดช้ันปี
๑. จบั ใจความสาํ คญั สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเรื่องท่ีอ่าน ท ๑.๑ (ม. ๒/๒)
๒. เขียนผงั ความคิดเพื่อแสดงความเขา้ ใจในบทเรียนต่าง ๆ ท่ีอ่าน ท ๑.๑ (ม. ๒/๓)
๓. มีมารยาทในการอ่าน ท ๑.๑ (ม. ๒/๘)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. อธิบายหลกั การอ่านจบั ใจความและจบั ใจความสาํ คญั ของเร่ืองที่อ่านไดค้ รบทุกประเดน็ (K, P)
๒. บอกหลกั การเขียนแผนภาพความคิดและเขียนแผนภาพความคิดสรุปเร่ืองที่อ่านได้ (K, P)
๓. เห็นคุณค่าและความสาํ คญั ของการอ่าน (A)
๓. มีมารยาทในการอ่านและมีนิสยั รักการอ่าน (A)
๔. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการเขียนแผนภาพ
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ความคิด
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ๒. ประเมินทกั ษะการเขียนรายงาน
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
วนิ ยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ประเมินมารยาทในการอ่าน
และนิสยั รักการอ่าน
๕. สาระการเรียนรู้ 162
การอ่านจบั ใจความ
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปความจากเรื่องที่ศึกษา/อ่าน การเขียนแผนภาพความคิด
จดั ป้ ายนิเทศ
คณิตศาสตร์
ศิลปะ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ที่ ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ชั่วโมงท่ี ๔๐
๑. ครูใหน้ กั เรียนอ่านโคลงสุภาษิตอิศปปกรณาํ เร่ือง บิดากบั บุตรท้งั หลาย ภายในเวลา ๕ นาที แลว้ ซกั ถาม
นกั เรียนเก่ียวกบั เน้ือเร่ืองวา่ เป็นเรื่องอะไร มีตวั ละครใดบา้ ง ตวั ละครทาํ อะไร ท่ีไหน อยา่ งไร และให้
ขอ้ คิดอะไรจากเร่ืองท่ีอ่าน
๒. ครูใหน้ กั เรียนอาสาสมคั ร ๑ คน ออกมาสรุปเร่ืองจากที่ครูซกั ถาม แลว้ ครูช้ีใหน้ กั เรียนเห็นวา่ การอ่าน
ที่ดีจะตอ้ งเกบ็ ใจความสาํ คญั ของเรื่องท้งั หมดใหไ้ ด้ และบางเร่ืองอาจมีขอ้ คิดคติเตือนใจดว้ ย
การอ่านลกั ษณะน้ีเรียกวา่ การอ่านจบั ใจความ
ข้นั ที่ ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ครูใหน้ กั เรียนทุกคนอ่านเรื่อง การอ่านจบั ใจความ ในหนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑
๒. ครูสุ่มถามคาํ ถามเพ่อื ตรวจความเขา้ ใจและอธิบายถึงประโยชนข์ องการอ่านจบั ใจความ แลว้ ครูสรุป
เพิ่มเติม นกั เรียนจดบนั ทึกลงสมุด
๓. นกั เรียนศึกษาตวั อยา่ งการจบั ใจความในหนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
เล่ม ๑ แลว้ ช่วยกนั สรุป
๔. ครูแจกบทความใหน้ กั เรียนทุกคนอ่านและจบั ใจความสาํ คญั เรื่องท่ีอ่าน
๕. ครูสุ่มเรียกนกั เรียน ๒–๓ คน ใหส้ รุปใจความสาํ คญั ของเร่ืองที่อ่าน ครูและเพอื่ นช่วยกนั ตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง
ชั่วโมงที่ ๔๑
๑. ครูอธิบายใหน้ กั เรียนเขา้ ใจวา่ การสรุปความจากเรื่องที่อ่านหรือฟังไม่จาํ เป็นตอ้ งเขียนเป็นความเรียง
แต่สามารถเขียนเป็นแผนภาพความคิดไดด้ ว้ ย แลว้ สนทนาซกั ถามนกั เรียนถึงความเขา้ ใจในการเขียน
แผนภาพความคิด
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มศึกษาเรื่อง การเขียนแผนภาพความคิดจากการอ่าน ในหนงั สือ
เรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ แลว้ ร่วมอภิปรายในกลุ่ม
163
๓. ครูติดรูปแบบการเขียนแผนภาพความคิดบนกระดาน แลว้ สุ่มถามนกั เรียนใหอ้ ธิบายลกั ษณะของ
แผนภาพความคิด เพ่ือตรวจสอบความเขา้ ใจ
๔. ครูแจกบทความใหน้ กั เรียนกลุ่มละ ๑ เรื่อง ใหแ้ ต่ละกลุ่มเขียนแผนภาพความคิดสรุปความจากเร่ืองท่ี
อ่าน เสร็จแลว้ นาํ เสนอหนา้ ช้นั เรียน ครูและเพ่อื นช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง และคดั เลือกกลุ่มท่ีทาํ
ไดด้ ีและออกแบบไดส้ วยงาม ติดที่ป้ ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียน
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมที่เก่ียวกบั การอ่านจบั ใจความ แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
๒. นกั เรียนแต่ละกลุ่มฝึ กเขียนแผนภาพความคิดจากการอ่านงานเขียนประเภทต่อไปน้ี รวบรวมทาํ เป็น
รายงานส่งครู
๑) ข่าว ๔) สารคดี
๒) บทความ ๕) เร่ืองส้นั
๓) นิทาน
ข้นั ที่ ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนนาํ ความรู้เกี่ยวกบั การอา่ นจบั ใจความไปใชใ้ นการอ่านหนงั สือของตนเอง
๒. นกั เรียนนาํ วธิ ีการอ่านจบั ใจความและเขียนแผนภาพความคิดจากการอ่านไปใชใ้ นการเรียนและในชีวติ
ประจาํ วนั
ข้นั ที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนช่วยกนั สรุปหลกั การอ่านจบั ใจความและการเขียนแผนผงั ความคิดจากการอ่าน บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนคน้ หาความหมายของคาํ วา่ วิเคราะห์ และ วจิ ารณ์ แลว้ เขียนอธิบายความแตกต่าง เป็น
การบา้ นเพ่อื เตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนรวบรวมบทความหรือเร่ืองท่ีสนใจ นาํ มาเขียนเป็นแผนภาพความคิดสรุปเรื่อง แลว้ นาํ มาอภิปรายกบั
เพื่อนในช้นั เรียน
๒. นกั เรียนศึกษาเพ่ิมเติมเกี่ยวกบั การเขียนแผนผงั ความคิดรูปแบบต่าง ๆ แลว้ จดั ทาํ เป็นแผน่ ป้ าย นาํ มาติดใน
ช้นั เรียน
๙. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
๑. โคลงสุภาษิตอิศปปกรณาํ เรื่อง บิดากบั บุตรท้งั หลาย
๒. ตวั อยา่ งการจบั ใจความ
๓. ตวั อยา่ งบทความ
๔. ตวั อยา่ งรูปแบบการเขียนแผนภาพความคิด
๕. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๖. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช 164
จาํ กดั
๗. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๘. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บนั ทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงชื่อ ผสู้ อน
/ /
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒๘ 165
การอ่านเพอ่ื วเิ คราะห์
เวลา ๑ ชว่ั โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗ เร่ือง การพฒั นาทกั ษะการอ่าน
๑. สาระสําคญั
การอ่านเพื่อวเิ คราะห์ เป็นการอ่านที่ตอ้ งอาศยั ทกั ษะและความสามารถของผอู้ ่านในการทาํ ความเขา้ ใจเน้ือเร่ือง
แยกแยะประเดน็ สาํ คญั ขอ้ ดีขอ้ ดอ้ ย ศิลปะการประพนั ธ์ และคุณค่าของเรื่อง แลว้ พิจารณาเรื่องน้นั ไดอ้ ยา่ ง
สมเหตุสมผลและมีใจเป็ นกลาง
๒. ตัวชี้วดั ช้ันปี
๑. อภิปรายแสดงความคิดเห็นและขอ้ โตแ้ ยง้ เกี่ยวกบั เรื่องท่ีอ่าน ท ๑.๑ (ม. ๒/๔)
๒. วเิ คราะห์และจาํ แนกขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ มลู สนบั สนุน และขอ้ คิดเห็นจากบทความท่ีอ่าน ท ๑.๑ (ม. ๒/๕)
๓. ระบุขอ้ สงั เกตการชวนเชื่อ การโนม้ นา้ ว หรือความสมเหตุสมผลของงานเขียน ท ๑.๑ (ม. ๒/๖)
๔. มีมารยาทในการอ่าน ท ๑.๑ (ม. ๒/๘)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกหลกั การอ่านเพ่ือวิเคราะห์ได้ (K)
๒. วิเคราะห์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั เร่ืองที่อ่านไดอ้ ยา่ งมีเหตุผล (K, P)
๓. เห็นคุณค่าและความสาํ คญั ของการอ่าน (A)
๔. มีมารยาทในการอ่านและมีนิสยั รักการอ่าน (A)
๔. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการอ่านวิเคราะห์
และแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ความ
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ๒. ประเมินทกั ษะการเขียนแผนภาพ
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ความคิด
วนิ ยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
๒. ประเมินมารยาทในการอ่าน ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
และมีนิสยั รักการอ่าน
๕. สาระการเรียนรู้ 166
การอ่านเพ่ือวเิ คราะห์
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปการวิเคราะห์โคลงสุภาษิตอิศปปกรนาํ เร่ือง
สุนขั ป่ ากบั ลกู แกะ
คณิตศาสตร์ ศึกษาขอ้ คิดและคติคาํ สอนจากนิทานอีสป
จดั ป้ ายนิเทศ
สงั คมศึกษาฯ ทาํ สมุดวเิ คราะห์ข่าวและบทความ
ศิลปะ
การงานอาชีพฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ที่ ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ชั่วโมงที่ ๔๒
๑. ครูใหน้ กั เรียนช่วยกนั อธิบายความหมายของคาํ วา่ วเิ คราะห์ กบั วจิ ารณ์ วา่ แตกต่างกนั อยา่ งไร พร้อม
ยกตวั อยา่ งใหเ้ ห็นชดั เจน
๒. ครูใหน้ กั เรียนอาสาสมคั ร ๑ คน ออกมาอา่ นโคลงสุภาษิตอิศปปกรณาํ เร่ือง สุนขั ป่ ากบั ลูกแกะ ใหเ้ พ่ือน
ในช้นั เรียนฟัง ครูสนทนาซกั ถามเก่ียวกบั เร่ืองที่อ่านวา่ ชื่อเร่ืองอะไร ใครเป็นผแู้ ต่ง ลกั ษณะการแต่งเป็น
งานเขียนประเภทใด เป็นเรื่องแนวใด เรื่องเป็นอยา่ งไร เหมาะสมกบั วยั ของนกั เรียนหรือไม่ ผเู้ ขียนมี
เจตนาจะสื่ออะไรกบั ผอู้ ่าน มีประโยชนแ์ ละใหข้ อ้ คิดอะไรบา้ ง
๓. ครูอธิบายใหน้ กั เรียนเขา้ ใจวา่ การพิจารณาเร่ืองท่ีอ่านลกั ษณะน้ีเรียกวา่ การวิเคราะห์
ข้นั ท่ี ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. นกั เรียนทุกคนอ่านเรื่อง การอ่านเพอื่ วิเคราะห์ ในหนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษา
ปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ ภายในเวลา ๕ นาที
๒. ครูสุ่มถามคาํ ถามนกั เรียนเพ่อื ตรวจสอบความเขา้ ใจ ตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
๑) ความหมายของคาํ วา่ การอ่านเพือ่ วิเคราะห์
๒) คุณสมบตั ิของผวู้ ิเคราะห์สาร
๓) หลกั การวิเคราะห์สาร
๓. แบง่ นกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ครูแจกโคลงสุภาษิตอิศปปกรณาํ เรื่อง สุนขั ป่ ากบั ลูกแกะ แลว้ ใหน้ กั เรียน
แต่ละกลุ่มร่วมกนั อภิปรายและแสดงความคิดเห็นตามแนวคาํ ถามต่อไปน้ี
๑) นกั เรียนมีความคิดเห็นอยา่ งไรกบั การกระทาํ ของสุนขั ป่ า
๒) ถา้ นกั เรียนเป็นลูกแกะนกั เรียนจะทาํ อยา่ งไร
๓) นกั เรียนคิดวา่ เหตุผลท่ีสุนขั ป่ าอา้ งความชอบธรรมในการจะกินลกู แกะเหมาะสมหรือไม่ อยา่ งไร
๔) นกั เรียนอ่านเรื่องน้ีแลว้ นกั เรียนมีความรู้สึกอยา่ งไร
๕) ถา้ เปรียบเทียบสุนขั ป่ ากบั คนในสงั คม นกั เรียนจะเปรียบเทียบกบั คนประเภทใด
๔. นกั เรียนแต่ละกลุ่มนาํ เสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน ครูอธิบายเพิม่ เติมแลว้ ช่วยกนั สรุป 167
๕. นกั เรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนั วิเคราะห์โคลงสุภาษิตอิศปปกรณาํ เรื่อง สุนขั ป่ ากบั ลูกแกะ เขียนเป็น
แผนภาพความคิดส่งครู
ข้นั ท่ี ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมที่เก่ียวกบั การอ่านเพ่ือวิเคราะห์ แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. ครูแจกหนงั สือพมิ พน์ กั เรียนกลุ่มละ ๑ ฉบบั นกั เรียนเลือกขา่ วในหนงั สือพิมพ์ ๑ ข่าว อ่านแลว้ วเิ คราะห์
ข่าวตามหวั ขอ้ ที่ครูกาํ หนดให้ แลว้ นาํ เสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน
ข้นั ท่ี ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนวิเคราะห์เรื่องท่ีอ่านไดอ้ ยา่ งสมเหตุสมผล
๒. นกั เรียนนาํ ความรู้เก่ียวกบั การวิเคราะห์เร่ืองที่อา่ นไปใชใ้ นการเรียนและในชีวติ ประจาํ วนั
ข้นั ท่ี ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปหลกั การอ่านเพือ่ วิเคราะห์ บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนศึกษาเรื่อง การอ่านเพ่อื ประเมินค่า เป็นการบา้ นเพ่ือเตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นักเรียนฝึ กวเิ คราะห์เร่ืองต่าง ๆ โดยตดั ข่าวหรือบทความทเี่ กยี่ วกบั อาเซียนน้ันตดิ ลงในกระดาษ แล้วเขียน
วเิ คราะห์ลงไปด้านล่าง รวบรวมเป็ นรูปเล่มสมดุ วเิ คราะห์ข่าวและบทความ
๒. นกั เรียนดูวีดิทศั นห์ รือรายการโทรทศั นท์ ่ีเก่ียวกบั การวเิ คราะห์ขา่ วหรือเหตุการณ์ สงั เกตการพดู และการให้
เหตุผลวา่ มีความสมเหตุสมผลหรือไม่ อยา่ งไร
๓. นกั เรียนเลือกบทความ นิทาน เร่ืองส้นั หรือบทร้อยกรองท่ีช่ืนชอบ ๑ เรื่อง วเิ คราะห์ตามหลกั การอ่านเพ่อื
วิเคราะห์ แลว้ ส่งครู ครูคดั เลือกผลงานท่ีทาํ ไดด้ ีติดป้ ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียน
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๑. โคลงสุภาษิตอิศปปกรณาํ เร่ือง สุนขั ป่ ากบั ลูกแกะ
๒. หนงั สือพมิ พ์
๓. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๔. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๕. คมู่ ือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๖. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บนั ทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้ 168
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. สิ่งท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงช่ือ ผสู้ อน
/ /
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒๙ 169
การอ่านเพอ่ื ประเมนิ ค่า
เวลา ๑ ชวั่ โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗ เร่ือง การพฒั นาทักษะการอ่าน
๑. สาระสําคญั
การอ่านเพ่ือประเมินค่า เป็นการอ่านที่ตอ้ งใชท้ กั ษะและความสามารถของผอู้ ่านในการพจิ ารณาสารเพื่อ
จบั ประเดน็ สาํ คญั แลว้ ประเมินค่าวา่ สารน้นั มีเน้ือความที่เหมาะสมหรือไม่ อยา่ งไร โดยใหเ้ หตุผลที่สมเหตุสมผล
๒. ตัวชี้วัดช้ันปี
๑. จบั ใจความสาํ คญั สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเร่ืองที่อ่าน ท ๑.๑ (ม.๒/๒)
๒. วเิ คราะห์และจาํ แนกขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ มูลสนบั สนุน และขอ้ คิดเห็นจากบทความที่อ่าน ท ๑.๑ (ม.๒/๕)
๓. ระบุขอ้ สงั เกตการชวนเช่ือ การโนม้ นา้ ว หรือความสมเหตุสมผลของงานเขียน ท ๑.๑ (ม.๒/๖)
๔. มีมารยาทในการอ่าน ท ๑.๑ (ม.๒/๘)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกหลกั การอ่านเพอ่ื ประเมินค่าเรื่องที่อ่านได้ (K, P)
๒. ประเมินค่าเรื่องที่อ่านไดอ้ ยา่ งมีเหตุผล (P)
๓. เห็นคุณค่าและความสาํ คญั ของการอ่าน (A)
๔. มีมารยาทในการอ่านและมีนิสยั รักการอ่าน (A)
๔. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการอ่านวิเคราะห์
และแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ความ
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ๒. ประเมินทกั ษะการเขียนรายงาน
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
วนิ ยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ประเมินมารยาทในการอ่าน
และมีนิสยั รักการอ่าน
๕. สาระการเรียนรู้ 170
การอ่านเพอื่ ประเมินค่า
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปหลกั การอ่านเพอ่ื ประเมินค่า
ศึกษาขอ้ คิดและคติคาํ สอนจากนิทานอีสป
คณิตศาสตร์ จดั ป้ ายนิเทศ
สงั คมศึกษาฯ
ศิลปะ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ที่ ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงที่ ๔๓
๑. ครูใหน้ กั เรียนอ่านโคลงสุภาษิตอิศปปกรณาํ เร่ือง สุนขั ป่ ากบั ลกู แกะ ที่เคยแจกในชว่ั โมงท่ีแลว้
เพือ่ ทบทวนอีกคร้ังหน่ึง
๒. ครูสนทนาซกั ถามเก่ียวกบั เร่ืองท่ีอ่านวา่ การกระทาํ ของสุนขั ป่ าในเรื่องเหมาะสมหรือไม่ เพราะอะไร
แลว้ ครูนาํ สนทนาโยงใหน้ กั เรียนเขา้ ใจวา่ การพิจารณาเรื่องท่ีอา่ นลกั ษณะน้ีเรียกวา่ การประเมินค่า
ข้นั ท่ี ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ครูใหน้ กั เรียนช่วยกนั อธิบายความหมายของคาํ วา่ วเิ คราะห์ และ ประเมินค่า และเปรียบเทียบวา่
แตกต่างกนั อยา่ งไร
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มอ่านเร่ือง การอ่านเพื่อประเมินค่า ในหนงั สือเรียน รายวิชา
พ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ ภายในเวลา ๕ นาที แลว้ ระดมสมองช่วยกนั เขียน
แผนภาพความคิด ในหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
๑) คุณสมบตั ิของผปู้ ระเมินค่าสาร
๒) หลกั การประเมินค่าสาร
๓. ครูสุ่มถามเพ่อื ตรวจสอบความเขา้ ใจ แลว้ ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั ระดมสมองทาํ ใบงานท่ี ๑๑ เร่ือง
การวิเคราะห์และประเมินคา่ สาร เสร็จแลว้ นาํ เสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน ครูอธิบายเสริมใหก้ ารรายงาน
มีความสมบรู ณ์มากยง่ิ ข้ึน
ข้นั ท่ี ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเกี่ยวกบั การอ่านเพ่ือประเมินค่า แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. นกั เรียนเลือกอ่านงานเขียนเพ่อื ประเมินคา่ ตามความสนใจคนละ ๑ เรื่องส่งครู
๓. นกั เรียนแต่ละกลุ่มฝึ กประเมินค่าหนงั สือนอกเวลากลุ่มละ ๑ เรื่อง ทาํ เป็นรายงานส่งครู
ข้นั ท่ี ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนประเมินค่าเรื่องท่ีอ่านไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั การ
๒. นกั เรียนนาํ หลกั การประเมินค่าไปใชใ้ นการเรียนและในชีวติ ประจาํ วนั
ข้นั ที่ ๕ สรุป 171
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปหลกั การอ่านเพอ่ื ประเมินค่า เขียนเป็ นแผนภาพความคิด แลว้ บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนสืบคน้ ลกั ษณะหนงั สือที่ดี เป็นการบา้ นเพ่ือเตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังตอ่ ไป และเพือ่ ตอบ
คาํ ถามวา่ หนงั สือที่ดีควรมีลกั ษณะอยา่ งไร
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนศึกษาตวั อยา่ งการประเมินค่าสาร แลว้ ฝึกประเมินค่าเรื่องที่สนใจ และนาํ มาเล่าใหเ้ พอ่ื นในช้นั เรียนฟัง
๒. นกั เรียนเลือกบทร้อยกรองที่ชื่นชอบ ๑ เรื่อง ประเมินค่า แลว้ ส่งครู ครูคดั เลือกผลงานที่ทาํ ไดด้ ีติดป้ ายนิเทศ
หนา้ ช้นั เรียน
๙. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
๑. โคลงสุภาษิตอิศปปกรณาํ เรื่อง สุนขั ป่ ากบั ลกู แกะ
๒. ใบงานท่ี ๑๑ เรื่อง การวิเคราะห์และประเมินค่าสาร
๓. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๔. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๕. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๖. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บนั ทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงช่ือ ผสู้ อน
/ /
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓๐ 172
การเลอื กอ่านหนังสือและส่ืออเิ ลก็ ทรอนิกส์
เวลา ๒ ชวั่ โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗ เรื่อง การพฒั นาทกั ษะการอ่าน
๑. สาระสําคญั
การอ่านเป็นเคร่ืองมือสาํ คญั ในการแสวงหาความรู้และพฒั นาตนเองใหเ้ ป็นคนที่รอบรู้ทนั เหตุการณ์ และ
สามารถปรับตวั ใหอ้ ยใู่ นสงั คมปัจจุบนั ซ่ึงเป็ นสงั คมของขอ้ มูลข่าวสารได้ ปัจจุบนั มีหนงั สือและส่ือต่าง ๆ มากมาย
ใหเ้ ลือกอ่าน ซ่ึงจาํ เป็นตอ้ งมีวจิ ารณญาณในการเลือก เพอ่ื จะไดห้ นงั สือหรือส่ิงที่มีคุณค่าและตรงกบั ความตอ้ งการ
มากที่สุด
๒. ตวั ชี้วัดช้ันปี
๑. จบั ใจความสาํ คญั สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเร่ืองที่อ่าน ท ๑.๑ (ม. ๒/๒)
๒. วิเคราะห์และจาํ แนกขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ มูลสนบั สนุน และขอ้ คิดเห็นจากบทความท่ีอ่าน ท ๑.๑ (ม. ๒/๕)
๓. ระบุขอ้ สงั เกตการชวนเชื่อ การโนม้ นา้ ว หรือความสมเหตุสมผลของงานเขียน ท ๑.๑ (ม. ๒/๖)
๔. อ่านหนงั สือ บทความ หรือคาํ ประพนั ธอ์ ยา่ งหลากหลายและประเมินคุณค่าหรือแนวคิดที่ไดจ้ ากการอ่าน
เพือ่ นาํ ไปใชแ้ กป้ ัญหาในชีวิต ท ๑.๑ (ม. ๒/๗)
๕. มีมารยาทในการอ่าน ท ๑.๑ (ม. ๒/๘)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกหลกั การเลือกอ่านหนงั สือและส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์ได้ (K)
๒. เลือกอ่านหนงั สือและสื่ออิเลก็ ทรอนิกส์ท่ีมีคุณค่าได้ (P)
๓. บอกหลกั การแนะนาํ หนงั สือและแนะนาํ หนงั สือท่ีน่าสนใจได้ (K, P)
๔. เห็นคุณค่าและความสาํ คญั ของการอ่าน (A)
๕. มีมารยาทในการอ่านและมีนิสยั รักการอ่าน (A)
๔. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ 173
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการอ่านสรุปความ
และแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒.ประเมินทกั ษะการแสวงหา
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ความรู้
๓. ตรวจแบบทดสอบ ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
หลงั เรียน วนิ ยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ประเมินมารยาทในการอ่าน
และมีนิสยั รักการอ่าน
๕. สาระการเรียนรู้
การเลือกอ่านหนงั สือและส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์
๖. แนวทางบูรณาการ อ่านวรรณกรรมภาษาต่างประเทศท่ีน่าสนใจ
จดั ป้ ายนิเทศ
ภาษาต่างประเทศ
ศิลปะ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ที่ ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ชั่วโมงท่ี ๔๔
๑. ครูสนทนากบั นกั เรียนเก่ียวกบั หนงั สือที่นกั เรียนชอบอ่านวา่ เป็นหนงั สือประเภทใด ชอบเพราะเหตุใด
๒. นกั เรียนร่วมกนั ระดมสมองเกี่ยวกบั การเลือกอ่านหนงั สือ คุณสมบตั ิของหนงั สือที่ดี ประโยชน์และ
ความจาํ เป็นในการอ่านหนงั สือ
ข้นั ที่ ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. นกั เรียนช่วยกนั อธิบายความหมายของคาํ วา่ หนงั สือ สื่ออิเลก็ ทรอนิกส์ และสื่อสารสนเทศ
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มร่วมกนั อภิปรายตามแนวคาํ ถามต่อไปน้ี
๑) วรรณกรรมแบ่งออกเป็นกี่ประเภท ใชเ้ กณฑใ์ ดในการแบง่
๒) สารคดีกบั บนั เทิงคดีแตกต่างกนั ในเรื่องใด จงอธิบาย
๓) ร้อยแกว้ และร้อยกรองมีลกั ษณะเฉพาะอยา่ งไร
๔) วรรณกรรมประเภทใดบา้ งที่แต่งเป็นร้อยแกว้ เพยี งอยา่ งเดียว และวรรณกรรมประเภทใดบา้ ง
ที่แต่งไดท้ ้งั ร้อยแกว้ และร้อยกรอง
๕) นกั เรียนชอบอ่านหนงั สือประเภทใด เพราะอะไร
๖) นกั เรียนคิดวา่ จะไดร้ ับประโยชน์อะไรบา้ งจากการอ่านหนงั สือ
๓. นกั เรียนร่วมกนั สรุปผลการอภิปราย จดบนั ทึกลงสมุด 174
๔. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่มละ ๕ คน เรียกวา่ กลุ่มบา้ น ใหแ้ ต่ละคนศึกษาเรื่อง การเลือกอ่านหนงั สือและ
สื่ออิเลก็ ทรอนิกส์ ในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ ตามหวั ขอ้
ต่อไปน้ี
คนท่ี ๑ ศึกษาเรื่อง การเลือกอ่านหนงั สือ
คนท่ี ๒ ศึกษาเรื่อง การเลือกอ่านหนงั สือประเภทต่าง ๆ
คนท่ี ๓ ศึกษาเรื่อง การเลือกอา่ นบทความ
คนที่ ๔ ศึกษาเรื่อง การเลือกอ่านเรื่องส้นั
คนท่ี ๕ ศึกษาเร่ือง การเลือกอา่ นสารานุกรม
๕. เม่ือครูพดู วา่ “ผ้งึ แตกรัง” ใหน้ กั เรียนแยกยา้ ยกนั ไปศึกษาตามหวั ขอ้ ที่ตนไดร้ ับมอบหมายกลุ่มละ ๕ นาที
๖. นกั เรียนที่ศึกษาหวั ขอ้ ยอ่ ยเรียกวา่ กลุ่มผเู้ ชี่ยวชาญ ใหก้ ลุม่ ผเู้ ช่ียวชาญร่วมกนั ศึกษา อภิปราย ซกั ถาม
ทาํ ความเขา้ ใจ และตรวจสอบความเขา้ ใจของทุกคนในกลุ่ม เมื่อเสร็จแลว้ ครูพดู วา่ “ผ้งึ กลบั รัง” ให้
นกั เรียนกลบั มายงั กลุ่มเดิมของตน
๗. นกั เรียนแต่ละคนที่เป็นผเู้ ชี่ยวชาญผลดั เปลี่ยนกนั อธิบายใหเ้ พอื่ นในกลุ่มฟังจนครบทุกคน
๘. ครูตรวจสอบความเขา้ ใจดว้ ยวธิ ีการสุ่มถามคาํ ถาม และใหน้ กั เรียนทาํ ใบงานที่ ๑๒ เรื่อง การเลือกอ่าน
หนงั สือประเภทต่าง ๆ แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
๙. ครูนาํ เร่ืองส้นั สารคดี นวนิยาย หรือหนงั สืออื่น ๆ ใหน้ กั เรียนดู แลว้ ซกั ถามนกั เรียนวา่ รู้จกั หนงั สือ
เหล่าน้ีหรือไม่ มีใครเคยอ่านบา้ ง เป็นเร่ืองเก่ียวกบั อะไร ใหน้ กั เรียนท่ีเคยอ่านช่วยกนั เล่าหรืออธิบาย
ใหฟ้ ัง
ชั่วโมงท่ี ๔๕
๑. ครูใหน้ กั เรียนยกตวั อยา่ งประเภทของหนงั สือเป็นการทบทวน และอธิบายใหน้ กั เรียนฟังวา่ ไม่ใช่มีแต่
หนงั สือเท่าน้นั ท่ีใหค้ วามรู้และเป็นแหล่งคน้ ควา้ หาความรู้ได้ ในปัจจุบนั ยงั มีใชส้ ่ืออิเลก็ ทรอนิกส์ต่าง ๆ
ที่สามารถศึกษาคน้ ควา้ ไดอ้ ีกดว้ ย
๒. นกั เรียนช่วยกนั ยกตวั อยา่ งส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์ประเภทต่าง ๆ ที่ตนเองรู้จกั และบอกลกั ษณะพิเศษของสื่อ
อิเลก็ ทรอนิกส์ประเภทน้นั ๆ
๓. แบ่งนกั เรียนออกเป็น ๓ กลุม่ ใหแ้ ต่ละกลุ่มศึกษาเร่ือง การอ่านสื่ออิเลก็ ทรอนิกส์ ในหนงั สือเรียน รายวชิ า
พ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เลม่ ๑ ตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
กลุ่มที่ ๑ ศึกษาเร่ือง หลกั ในการเลือกอ่านสื่ออิเลก็ ทรอนิกส์
กลุ่มท่ี ๒ ศึกษาเรื่อง ซีดีรอม
กลุ่มท่ี ๓ ศึกษาเร่ือง อินเทอร์เน็ต
๔. นกั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมาอภิปรายผลการศึกษาใหเ้ พือ่ นฟังหนา้ ช้นั เรียน ครูสอบถามนกั เรียน
เพ่ือตรวจสอบความเขา้ ใจและอธิบายเพมิ่ เติม
๕. นกั เรียนแต่ละคนอา่ นเรื่อง การแนะนาํ หนงั สือ ในหนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษา
ปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ แลว้ ร่วมกนั อภิปรายสรุป
175
๖. ครูนําตวั อย่างการแนะนําหนังสือเรื่องใดเร่ืองหน่ึงให้นักเรียนอ่าน แล้วร่วมกนั แสดงความคดิ เห็น
จากน้ันครูให้ความรู้เพม่ิ เตมิ ว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนเห็นความสําคญั ของการอ่าน จึงมกี ารรณรงค์
ให้คนในประเทศ อ่านหนังสือมากขึน้ ประเทศที่มคี นอ่านหนังสือต่อเล่มต่อปี ในปริมาณสูง เช่น
สิงคโปร์ เวยี ดนาม มาเลเซีย ส่วนคนไทยนับว่ามกี ารอ่านหนังสือต่อเล่มต่อปี ในปริมาณท่ีน้อยมาก
ข้นั ท่ี ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเก่ียวกบั การเลือกอ่านหนงั สือและสื่ออิเลก็ ทรอนิกส์ แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. ครูมอบหมายงานใหน้ กั เรียนทาํ บนั ทึกการอ่านตลอดภาคเรียนตามใบงานท่ี ๑๓ เร่ือง การแนะนาํ
หนงั สือ แลว้ ส่งครูตรวจสอบตามระยะเวลาที่กาํ หนด
๓. นกั เรียนเขียนแนะนาํ หนงั สือหรือส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์ที่ชอบ ๑ เรื่อง ส่งครู ครูคดั เลือกผลงานท่ีน่าสนใจ
ติดป้ ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียน
ข้นั ท่ี ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนเลือกอ่านหนงั สือและส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์ไดเ้ หมาะสมกบั ความตอ้ งการของตนเอง เป็นการทาํ ให้
ตนเองมีความรู้หลากหลายรอบดา้ นข้ึน ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั เงื่อนไขความรู้ตามหลกั เศรษฐกิจพอเพียง
๒. นกั เรียนนาํ ความรู้ไปปรับใชใ้ นการเรียนและในชีวิตประจาํ วนั
ข้นั ที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปหลกั การเลือกอ่านหนงั สือและสื่ออิเลก็ ทรอนิกส์ บนั ทึกลงสมุด
๒. นกั เรียนทาํ แบบทดสอบหลงั เรียน แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๓. ครูใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นในประเดน็ ท่ีวา่
• นกั เรียนคิดวา่ การอ่านมากทาํ ใหเ้ ขียนงานเขียนไดด้ ีจริงหรือไม่
• นกั เรียนคิดวา่ จะนาํ ความรู้เร่ืองการอ่านไปพฒั นางานเขียนของตนไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
แลว้ มอบหมายใหน้ กั เรียนศึกษาเน้ือหาในหน่วยการเรียนรู้ท่ี ๘ การพฒั นาทกั ษะการเขียน ในหนงั สือ
เรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ ของบริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนศึกษาเพ่ิมเติมเกี่ยวกบั การเลือกอ่านหนงั สือและส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์
๒. นกั เรียนเขา้ ชมงานสปั ดาห์หนงั สือท่ีจดั ระดบั ชาติ ระดบั จงั หวดั หรือระดบั โรงเรียน
๓. จดั ป้ ายนิเทศแนะนาํ วรรณกรรมน่าอ่านหรือหนงั สือน่าอ่านท้งั ภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ รวมถึง
วรรณกรรมของชาติต่าง ๆ ในอาเซียน
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบทดสอบหลงั เรียน
๒. ตวั อยา่ งหนงั สือ เร่ืองส้นั สารคดี นวนิยาย หรือหนงั สืออื่น ๆ
๓. ตวั อยา่ งการแนะนาํ หนงั สือ
๔. ใบงานที่ ๑๒ เร่ือง การเลือกอ่านหนงั สือประเภทต่างๆ
๕. ใบงานที่ ๑๓ เรื่อง การแนะนาํ หนงั สือ 176
๖. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๗. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๘. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๙. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บนั ทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงช่ือ ผสู้ อน
/ /
177
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ การพฒั นาทักษะการเขียน
เวลา ๑๑ ชั่วโมง
ผงั มโนทศั น์เป้ าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน
ความรู้ ๘. การเขียนแสดงความคิดเห็น
๑. หลกั ทวั่ ไปเก่ียวกบั การเขียน และการเขียนโตแ้ ยง้
๒. การเขียนจดหมายกิจธุระ
๓. การเขียนยอ่ ความ ๙. การเขียนวจิ ารณ์
๔. การเขียนรายงานการประชุม ๑๐. การแต่งบทร้อยกรอง
๕. การเขียนรายงานโครงงาน ๑๑. การคดั ลายมือและมารยาท
๖. การเขียนบรรยายและพรรณนา
๗. การเขียนเรียงความ ในการเขียน
ภาระงาน/ชิ้นงาน การพฒั นา ทกั ษะและกระบวนการ
๑. ทาํ แบบทดสอบ ทกั ษะการเขียน ๑. กระบวนการฟังและการดู
๒. อ่านจบั ใจความและสรุปความ ๒. กระบวนการพดู
๓. ฝึกเขียนเร่ืองโดยใชโ้ วหาร ๓. กระบวนการอ่าน
๔. เขียนแผนภาพความคิด ๔. กระบวนการเขียน
๕. เขียนงานเขียนประเภทต่าง ๆ ๕. กระบวนการคิดวิเคราะห์
๖. จดั การประชุม ๖. กระบวนการกลุ่ม
๗. ทาํ โครงงาน
๘. พดู แสดงความคิดเห็น
๙. แต่งกลอนสุภาพ
๑๐. คดั ลายมือตวั บรรจงคร่ึงบรรทดั
และตวั บรรจงแกมหวดั
๑๑. ทาํ ใบงาน
คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม
๑. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู
๒. มีมารยาทในการอ่านและมีนิสยั รักการอ่าน
๓. มีมารยาทในการเขียนและมีนิสยั รักการเขียน
๔. มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาไทย
178
ผงั การออกแบบการจดั การเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๘ การพฒั นาทกั ษะการเขยี น
ข้นั ท่ี ๑ ผลลพั ธ์ปลายทางท่ตี ้องการให้เกดิ ขนึ้ กบั นักเรียน
ตวั ชี้วดั ช้ันปี
๑. คดั ลายมือตวั บรรจงคร่ึงบรรทดั ท ๒.๑ (ม. ๒/๑)
๒. เขียนบรรยายและพรรณนา ท ๒.๑ (ม. ๒/๒)
๓. เขียนเรียงความ ท ๒.๑ (ม. ๒/๓)
๔. เขียนยอ่ ความ ท ๒.๑ (ม. ๒/๔)
๕. เขียนรายงานการศึกษาคน้ ควา้ ท ๒.๑ (ม. ๒/๕)
๖. เขียนจดหมายกิจธุระ ท ๒.๑ (ม. ๒/๖)
๗. เขียนวิเคราะห์ วจิ ารณ์ และแสดงความรู้ ความคิดเห็น หรือโตแ้ ยง้ ในเรื่องที่อ่านอยา่ งมีเหตุผล
ท ๒.๑ (ม. ๒/๗)
๘. มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ม. ๒/๘)
๙. แต่งบทร้อยกรอง ท ๔.๑ (ม. ๒/๓)
ความเข้าใจท่คี งทนของนักเรียน คาํ ถามสําคญั ที่ทําให้เกดิ ความเข้าใจท่ีคงทน
นักเรียนจะเข้าใจว่า...
๑. การเขียนเป็นการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ๑. การพฒั นาทกั ษะการเขียนควรมีความรู้ในเรื่อง
ประสบการณ์ใหผ้ อู้ ่ืนไดอ้ ่าน ใดบา้ ง
๒. การพฒั นาทกั ษะการเขียน เป็นการสร้างผลงาน ๒. กระบวนการคิดกบั กระบวนการเขียนสมั พนั ธ์กนั
เขียนออกมาอยา่ งมีประสิทธิภาพ โดยผเู้ ขียนตอ้ ง อยา่ งไร
มีความรู้เรื่องหลกั การเขียนงานเขียนประเภทต่าง ๆ ๓. การเขียนในโอกาสต่าง ๆ มีอะไรบา้ ง มีวธิ ีการเขียน
รู้จกั การใชค้ าํ สาํ นวน โวหารท่ีสละสลวย เพ่อื ให้ อยา่ งไร
ผลงานท่ีออกมามีคุณภาพและประทบั ใจผอู้ ่าน ๔. นกั เรียนจะพฒั นาทกั ษะการเขียนของตนเองได้
๓. การเขียนในโอกาสต่าง ๆ เป็นการฝึกทกั ษะ อยา่ งไรบา้ ง
การเขียนท่ีสามารถนาํ ไปใชใ้ นชีวิตประจาํ วนั ได้ ๕. การคดั ลายมือมีความสาํ คญั ต่อนกั เรียนอยา่ งไรบา้ ง
๔. การคดั ลายมือเป็นการฝึกเขียนตวั อกั ษรใหถ้ กู ตอ้ ง ๖. มารยาทในการเขียนและนิสยั รักการเขียนมีวธิ ีการ
ตามหลกั การเขียนภาษาไทย ปฏิบตั ิอยา่ งไรบา้ ง
๕. การฝึกเขียนเป็นประจาํ สม่าํ เสมอ จะทาํ ใหส้ ร้าง
ผลงานที่มีคุณภาพแก่ผอู้ ่าน และเป็นการสร้างนิสยั
รักการเขียน และมีมารยาทในการเขียนใหก้ บั
เจา้ ของผลงานดว้ ย
179
ความรู้ของนักเรียนทีน่ ําไปสู่ความเข้าใจที่คงทน ทกั ษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นําไปสู่
นักเรียนจะรู้ว่า... ความเข้าใจทค่ี งทน นักเรียนจะสามารถ...
๑. คาํ สาํ คญั ไดแ้ ก่ กระบวนการคิด กระบวนการเขียน ๑. บอกหลกั เกณฑท์ ว่ั ไปของการเขียน
สาํ นวน โวหาร กิจธุระ รายงานการประชุม ๒. บอกหลกั การเขียนและฝึกเขียนรูปแบบต่าง ๆ
โครงงาน ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ และนาํ ไปใชใ้ นชีวติ จริง
๒. การพฒั นาทกั ษะการเขียน เป็นการฝึกฝนการเขียน ๓. รู้หลกั การและคดั ลายมือแบบต่าง ๆ ไดถ้ กู ตอ้ งตาม
ใหม้ ีประสิทธิภาพตรงตามวตั ถุประสงคข์ องงาน การเขียนตวั อกั ษรไทย
เขียนแต่ละประเภท ๔. ปฏิบตั ิตนเป็นผมู้ ีนิสยั รักการเขียนและมีมารยาท
๓. การฝึกเขียนรูปแบบต่าง ๆ เป็นการฝึ กเขียนตาม ในการเขียน
หลกั การ และพฒั นาประสิทธิภาพการเขียนของ
ตนเอง
๔. การฝึกคดั ลายมือ เป็นการฝึกเขียนพยญั ชนะ สระ
วรรณยกุ ต์ และเครื่องหมายวรรคตอนใหถ้ กู ตอ้ ง
ตามวธิ ีการเขียนอกั ษรไทย ซ่ึงเป็นการอนุรักษ์
ภาษาไทยวธิ ีหน่ึง
๕. มารยาทในการเขียน เป็นขอ้ ควรปฏิบตั ิในการ
เขียน เพ่อื เป็นการใหเ้ กียรติและเคารพสิทธิของ
ผอู้ ่าน
ข้นั ที่ ๒ ภาระงานและการประเมนิ ผลการเรียนรู้ซึ่งเป็ นหลกั ฐานที่แสดงว่านักเรียนมผี ลการเรียนรู้
ตามที่กาํ หนดไว้อย่างแท้จริง
๑. ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติ
๑.๑ จบั ใจความสาํ คญั สรุปความ แสดงความคิดเห็น และศึกษาคน้ ควา้ เรื่อง การพฒั นาทกั ษะการเขียน
๑.๒ ฝึกเขียนเรื่องโดยใชโ้ วหาร
๑.๓ เขียนแผนภาพความคิด
๑.๔ เขียนงานเขียนประเภทต่าง ๆ โดยใชก้ ระบวนการเขียน
๑.๕ จดั การประชุม
๑.๖ ทาํ โครงงาน
๑.๗ พดู แสดงความคิดเห็น
๑.๘ แต่งกลอนสุภาพ
๑.๙ คดั ลายมือตวั บรรจงคร่ึงบรรทดั และตวั บรรจงแกมหวดั
180
๒. วธิ ีการและเครื่องมอื ประเมินผลการเรียนรู้
๒.๑ วิธีการประเมินผลการเรียนรู้ ๒.๒ เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้
๑) การทดสอบ ๑) แบบทดสอบก่อนและหลงั เรียน
๒) การสนทนาซกั ถาม ๒) แบบประเมินการอ่าน
๓) การสงั เกต ๓) แบบประเมินการเขียน
๔) การตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น ๔) แบบประเมินการฟังและการดู
รายบุคคลหรือรายกลุ่ม ๕) แบบประเมินการพดู
๕) การวดั เจตคติ ๖) แบบประเมินดา้ นคุณธรรม จริยธรรม
๖) การวดั ทกั ษะและกระบวนการ และค่านิยม
๗) แบบประเมินดา้ นทกั ษะและกระบวนการ
๓. สิ่งทีม่ ุ่งประเมนิ
๓.๑ ความสามารถในการอธิบาย ช้ีแจง การแปลความและตีความ การประยกุ ต์ ดดั แปลง และนาํ ไปใช้
การมีมุมมองที่หลากหลาย การใหค้ วามสาํ คญั และใส่ใจในความรู้สึกของผอู้ ่ืน และการรู้จกั ตนเอง
๓.๒ ทกั ษะกระบวนการทางภาษา
๓.๓ สมรรถนะสาํ คญั ไดแ้ ก่ การส่ือสาร การคิด การแกป้ ัญหา การใชท้ กั ษะชีวิต และการใชเ้ ทคโนโลยี
๓.๔ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เช่น รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซื่อสตั ยส์ ุจริต มีวนิ ยั ใฝ่ เรียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง
มุ่งมนั่ ในการทาํ งาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
ข้ันที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓๑ หลกั ทวั่ ไปเก่ียวกบั การเขียน เวลา ๑ ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓๒ การเขียนจดหมายกิจธุระ เวลา ๑ ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓๓ การเขียนยอ่ ความ เวลา ๑ ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓๔ การเขียนรายงานการประชุม เวลา ๑ ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓๕ การเขียนรายงานโครงงาน เวลา ๑ ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓๖ การเขียนบรรยายและพรรณนา เวลา ๑ ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓๗ การเขียนเรียงความ เวลา ๑ ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓๘ การเขียนแสดงความคิดเห็นและการเขียนโตแ้ ยง้ เวลา ๑ ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓๙ การเขียนวจิ ารณ์ เวลา ๑ ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๔๐ การแต่งบทร้อยกรอง เวลา ๑ ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๔๑ การคดั ลายมือและมารยาทในการเขียน เวลา ๑ ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓๑ 181
หลกั ทวั่ ไปเกยี่ วกบั การเขียน
เวลา ๑ ชว่ั โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๘ เรื่อง การพฒั นาทักษะการเขยี น
๑. สาระสําคญั
การเขียนเป็นการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ประสบการณ์ต่าง ๆ ของผเู้ ขียนใหผ้ อู้ ื่นทราบ ผเู้ ขียนจะตอ้ งมีความรู้
เก่ียวกบั หลกั การเขียน รู้จกั จดั ระบบความคิด รู้จกั เลือกใชค้ าํ สาํ นวน โวหารที่ถูกตอ้ งเหมาะสมกบั เรื่องท่ีเขียน และ
ฝึกเขียนอยา่ งสม่าํ เสมอ จึงจะเขียนไดด้ ีมีประสิทธิภาพ
๒. ตวั ชี้วัดช้ันปี
๑. เขียนบรรยายและพรรณนา ท ๒.๑ (ม. ๒/๒)
๒. มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ม. ๒/๘)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกความหมายและความสาํ คญั ของการเขียนได้ (K)
๒. บอกหลกั การเขียน จุดประสงคข์ องการเขียน กระบวนการคิด และกระบวนการเขียนได้ (K)
๓. เลือกใชถ้ อ้ ยคาํ สาํ นวน โวหารในการเขียนถูกตอ้ งเหมาะสม (K, P)
๔. จดั ระเบียบความคิดและมีกระบวนการเขียนท่ีเป็นระบบ (K, P)
๕. มีมารยาทในการเขียนและมีนิสยั รักการเขียน (A)
๖. เห็นคุณค่าของการเขียนงานเขียนที่ถกู ตอ้ ง (A)
182
๔. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการเขียน
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะการแสวงหา
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ความรู้
๓. ตรวจแบบทดสอบ ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
ก่อนเรียน วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ประเมินมารยาทในการเขียน
และนิสยั รักการเขียน
๕. สาระการเรียนรู้
๑. ความหมายและความสาํ คญั ของการเขียน
๒. การใชภ้ าษาในการเขียน
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปหลกั ทว่ั ไปของการเขียน
ศึกษาหลกั ทวั่ ไปเก่ียวกบั การเขียนในภาษาองั กฤษเปรียบเทียบกบั ภาษาไทย
คณิตศาสตร์ จดั ป้ ายนิเทศ
ภาษาต่างประเทศ
ศิลปะ ทาํ หนงั สือสาํ นวนภาษิต/ทาํ สมุดรวบรวมโวหาร
การงานอาชีพฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ท่ี ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงที่ ๔๖
๑. นกั เรียนทาํ แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. ครูสนทนากบั นกั เรียนเก่ียวกบั ความสาํ คญั ของการเขียน การเขียนสะกดคาํ ถกู ตอ้ ง และน่าอ่าน
๓. ครูนาํ สนทนาโยงเขา้ เรื่อง หลกั ทวั่ ไปเกี่ยวกบั การเขียน
ข้นั ที่ ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ครูใหน้ กั เรียนช่วยกนั อธิบายความหมายของคาํ วา่ การเขียน และช่วยกนั บอกวา่ การเขียนงานที่ดีตอ้ งทาํ
อยา่ งไรบา้ ง
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่มละ ๔ คน ใหแ้ ต่ละคนจบั สลากศึกษาเรื่อง หลกั ทว่ั ไปเก่ียวกบั การเขียน คนละ
๑ หวั ขอ้ ดงั น้ี
คนท่ี ๑ ศึกษาเรื่อง ความหมายและความสาํ คญั ของการเขียน
183
คนที่ ๒ ศึกษาเรื่อง การใชภ้ าษาในการเขียน
คนท่ี ๓ ศึกษาเร่ือง การใชส้ าํ นวนในการเขียน
คนท่ี ๔ ศึกษาเรื่อง การใชโ้ วหารในการเขียน
๓. นกั เรียนที่จบั สลากไดห้ มายเลขเดียวกนั ใหไ้ ปศึกษาร่วมกนั ท่ีฐานการเรียนรู้ท่ีครูจดั ไวท้ ้งั ๔ ฐาน ตาม
หวั ขอ้ ท่ีจบั สลากได้ โดยใหน้ กั เรียนร่วมกนั อภิปราย ซกั ถาม ทาํ ความเขา้ ใจ และตรวจสอบความเขา้ ใจ
ของสมาชิกทุกคนในกลุ่ม
๔. เมื่อนกั เรียนศึกษาเสร็จแลว้ ใหท้ ุกคนกลบั ไปยงั กลุ่มเดิมของตน แลว้ อธิบายเร่ืองที่ไดศ้ ึกษาใหเ้ พอ่ื น
ในกลุ่มเขา้ ใจจนครบทุกคน
๕. ครูซกั ถามนกั เรียนเพ่ือตรวจสอบความเขา้ ใจตามแนวคาํ ถามต่อไปน้ี
๑) การเขียนมีความสาํ คญั อยา่ งไร
๒) การเขียนงานเขียน เขียนเพอื่ จุดประสงคใ์ ดบา้ ง
๓) หลกั การเขียนมีอะไรบา้ ง
๔) กระบวนการคิดกบั กระบวนการเขียนสมั พนั ธ์กนั อยา่ งไร และมีลกั ษณะอยา่ งไร
๕) ในการเขียน นกั เรียนมีหลกั ในการเลือกใชค้ าํ อยา่ งไรจึงจะเหมาะสมและทาํ ใหก้ ารสื่อสารบรรลุ
ตามจุดประสงค์
๖) สาํ นวนคืออะไร สาํ นวนเก่ียวขอ้ งกบั การเขียนอยา่ งไร
๗) โวหารคืออะไร แบ่งออกเป็นก่ีประเภท อะไรบา้ ง
๘) โวหารชนิดใดที่นิยมใชใ้ นการเขียนมากที่สุด เพราะอะไร
๖. ครูสรุปเร่ืองที่ถามเพมิ่ เติม นกั เรียนจดบนั ทึกลงสมุด
ข้นั ท่ี ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเก่ียวกบั หลกั ทว่ั ไปเกี่ยวกบั การเขียน แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. นกั เรียนแต่ละคนศึกษาเพ่ิมเติมจากฐานการเรียนรู้ แลว้ ทาํ กิจกรรมแต่ละฐานการเรียนรู้ท่ีครูเตรียมไวใ้ ห้
ส่งครู
๓. นกั เรียนแต่ละกลุ่มรวบรวมโวหารประเภทต่าง ๆ ท้งั โวหารบรรยาย พรรณนา อุปมา สาธก และเทศนา
จากเรื่องท่ีอา่ น (อาจเป็นบนั ทึก สารคดีท่องเท่ียว เรื่องส้นั นวนิยาย ฯลฯ) อยา่ งนอ้ ยเรื่องละ ๒ โวหาร
ทาํ เป็นสมุดรวบรวมโวหารส่งครู
๔. นกั เรียนแต่ละคนฝึกเขียนเร่ืองราว โดยเลือกใชโ้ วหารประเภทต่าง ๆ จากหวั ขอ้ ต่อไปน้ีส่งครู
๑) ความสนุกร่ืนเริงในงานวนั เกิด
๒) ความงดงามของไหมไทย
๓) สมุนไพรไทย
๔) อาหารไทย
ข้นั ที่ ๔ นําไปใช้
นกั เรียนนาํ แนวคิดจากเร่ือง หลกั ทวั่ ไปเก่ียวกบั การเขียน ไปปรับใชใ้ นการเรียนและชีวิตประจาํ วนั
184
ข้นั ที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปหลกั ทว่ั ไปเกี่ยวกบั การเขียน เขียนเป็นแผนภาพความคิด แลว้ บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนทบทวนรูปแบบการเขียนจดหมายที่เคยเรียนมาเป็นการบา้ นเพอ่ื เตรียมจดั การเรียนรู้
คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนศึกษาหลกั ทว่ั ไปเก่ียวกบั การเขียน จากงานเขียนประเภทต่าง ๆ แลว้ นาํ ความรู้มาจดั ป้ ายนิเทศหนา้
ช้นั เรียน
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม จดั ทาํ หนงั สือโดยรวบรวมถอ้ ยคาํ สาํ นวนภาษิต พร้อมอธิบายความหมายใหไ้ ดม้ าก
ที่สุด ตกแต่งรูปเล่มใหส้ วยงาม
๓. นกั เรียนศึกษาหลกั ทว่ั ไปเกี่ยวกบั การเขียนในภาษาองั กฤษเปรียบเทียบกบั ในภาษาไทย
๔. นกั เรียนศึกษาเพมิ่ เติมงานเขียนของนกั เขียนท่ีมีช่ือเสียง สงั เกตการใชส้ าํ นวนภาษาในการเขียน
๕. จดั ป้ ายนิเทศแสดงตวั อยา่ งงานเขียนที่ดีเด่นในดา้ นการใชโ้ วหารประเภทต่าง ๆ
๖. นักเรียนศึกษาสํานวนสุภาษติ ของชาตติ ่าง ๆ ในอาเซียน เช่น เวยี ดนามว่ามลี กั ษณะเหมอื นสํานวนไทยหรือไม่
อย่างไร
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. สลาก
๓. ฐานการเรียนรู้
๔. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๕. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๖. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๗. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
185
๑๐. บันทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงชื่อ ผสู้ อน
/ /
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓๒ 186
การเขยี นจดหมายกจิ ธุระ
เวลา ๑ ชวั่ โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๘ เร่ือง การพฒั นาทกั ษะการเขยี น
๑. สาระสําคญั
การเขียนจดหมายกิจธุระ เป็นการติดต่อสื่อสารเกี่ยวกบั กิจธุระในเร่ืองใดเร่ืองหน่ึง ตามรูปแบบ การใชภ้ าษาของ
การเขียนจดหมายกิจธุระ
๒. ตัวชี้วัดช้ันปี
๑. เขียนจดหมายกิจธุระ ท ๒.๑ (ม. ๒/๖)
๒. มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ม. ๒/๘)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกหลกั การเขียนจดหมายกิจธุระได้ (K)
๒. เขียนจดหมายกิจธุระถูกตอ้ งตามรูปแบบและสร้างสรรค์ (K, P)
๓. มีมารยาทในการเขียนและมีนิสยั รักการเขียน (A)
๔. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A) ๑. ประเมินทกั ษะการเขียนจดหมาย
๒. ประเมินทกั ษะการแสวงหา
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน
ความรู้
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ
วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ
๒. ประเมินมารยาทในการเขียน
และนิสยั รักการเขียน
187
๕. สาระการเรียนรู้
การเขียนจดหมายกิจธุระ
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปหลกั การเขียนจดหมาย
ศึกษารูปแบบการเขียนจดหมายกิจธุระในภาษาองั กฤษเปรียบเทียบกบั รูปแบบ
คณิตศาสตร์ การเขียนจดหมายในภาษาไทย
ภาษาต่างประเทศ จดั ป้ ายนิเทศ
เล่นเกมคิดคล่อง ต่อไว
ศิลปะ
สุขศึกษาฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ท่ี ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ชั่วโมงที่ ๔๗
๑. นกั เรียนร่วมสนทนาถึงรูปแบบการเขียนจดหมายที่เคยเรียนมา การใชส้ าํ นวนภาษาในการเขียนจดหมาย
และแบบฟอร์มจดหมายแต่ละประเภท
๒. ครูนาํ สนทนาโยงเขา้ เร่ือง การเขียนจดหมายกิจธุระ
ข้ันท่ี ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. นกั เรียนช่วยกนั บอกลกั ษณะของจดหมายกิจธุระและวตั ถุประสงคใ์ นการเขียนจดหมายกิจธุระ
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มศึกษาเรื่อง การเขียนจดหมายกิจธุระ ในหนงั สือเรียน รายวิชา
พ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ แลว้ ร่วมกนั อภิปรายแสดงความคิดเห็นในประเดน็
ต่อไปน้ี
๑) ประโยชนแ์ ละความจาํ เป็นในการเขียนจดหมายกิจธุระ
๒) รูปแบบของจดหมายกิจธุระ
๓) การใชส้ าํ นวนภาษา
๔) ขอ้ บกพร่องของการส่ือสารทางจดหมาย เช่น การจ่าหนา้ ซอง การติดดวงตราไปรษณียากร
๓. นกั เรียนแต่ละกลุ่มนาํ เสนอผลการอภิปรายหนา้ ช้นั เรียน ครูอธิบายเพิ่มเติมเพ่อื ใหน้ กั เรียนเขา้ ใจเน้ือหา
มากข้ึน
๔. ครูใหน้ กั เรียนดูตวั อยา่ งจดหมายกิจธุระประเภทต่าง ๆ แลว้ ร่วมระดมสมองเกี่ยวกบั ส่ิงที่ไดด้ ู
๕. นกั เรียนแต่ละกลุ่มฝึ กเขียนจดหมายกิจธุระ กลุ่มละ ๑ ฉบบั โดยสมมุติรายละเอียดข้ึนเอง เสร็จแลว้
ส่งครูตรวจสอบ ครูคดั เลือกกลุ่มท่ีเขียนไดด้ ี ติดป้ ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียน
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมที่เกี่ยวกบั การเขียนจดหมายกิจธุระ แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
188
๒. นกั เรียนเล่นเกมคิดคล่อง ต่อไว โดยครูแจกแบบฟอร์มจดหมายกิจธุระประเภทต่าง ๆ ใหน้ กั เรียน
แต่ละกลุ่มช่วยกนั ต่อใหถ้ กู ตอ้ งภายในเวลาที่กาํ หนด เสร็จแลว้ ออกมาอธิบายใหเ้ พ่ือนฟัง เพ่อื นช่วยกนั
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง ครูใหร้ างวลั กลุ่มที่เสร็จก่อนและถกู ตอ้ ง
๓. นกั เรียนศึกษารูปแบบการเขียนจดหมายกิจธุระในภาษาองั กฤษเปรียบเทียบกบั จดหมายกิจธุระใน
ภาษาไทย
ข้นั ท่ี ๔ นําไปใช้
๑. นักเรียนเขียนจดหมายกจิ ธุระในโอกาสต่าง ๆ ได้ถูกต้องตามรูปแบบ เหมาะสมกบั กาลเทศะและคาํ นึงถงึ
มารยาท ซึ่งสอดคล้องกบั เงอ่ื นไขคุณธรรมตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง
๒. นกั เรียนนาํ ความรู้เก่ียวกบั การเขียนจดหมายกิจธุระไปใชใ้ นการเรียนและในชีวติ ประจาํ วนั ได้
ข้นั ที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปหลกั การเขียนจดหมายกิจธุระ เขียนเป็นแผนภาพความคิด แลว้ บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนศึกษารูปแบบการเขียนยอ่ ความ แลว้ ฝึกยอ่ ความ ๑ เร่ือง เป็นการบา้ นเพ่ือเตรียมจดั การ
เรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนศึกษาตวั อยา่ งการเขียนจดหมายกิจธุระของจริง แลว้ เกบ็ รวบรวมไวเ้ ป็นตวั อยา่ งในการเขียน
๒. นกั เรียนฝึกเขียนจดหมายกิจธุระเพ่อื ติดต่อเรื่องต่าง ๆ แลว้ นาํ มาอภิปรายกนั ภายในกลุ่ม
๙. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
๑. ตวั อยา่ งจดหมายกิจธุระ
๒. แบบฟอร์มจดหมายกิจธุระ
๓. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๔. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๕. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๖. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
189
๑๐. บันทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงชื่อ ผสู้ อน
/ /
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓๓ 190
การเขยี นย่อความ
เวลา ๑ ชว่ั โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๘ เร่ือง การพฒั นาทกั ษะการเขยี น
๑. สาระสําคญั
การเขียนยอ่ ความ เป็นการเขียนสรุปเร่ืองที่อ่านหรือฟังใหส้ ้นั ลง โดยยงั คงใจความสาํ คญั ครบถว้ น การเขียนยอ่
ความเป็นทกั ษะพ้นื ฐานในการจบั ใจความสาํ คญั ของเรื่องท่ีอ่านหรือฟังไดด้ ี และมีประโยชนใ์ นการเรียนวิชาต่าง ๆ
๒. ตัวชี้วดั ช้ันปี
๑. เขียนยอ่ ความ ท ๒.๑ (ม. ๒/๔)
๒. มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ม. ๒/๘)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกหลกั การเขียนยอ่ ความรูปแบบต่าง ๆ ได้ (K)
๒. เขียนยอ่ ความไดถ้ ูกตอ้ งตามรูปแบบและไดใ้ จความครบถว้ น (P)
๓. เลือกใชถ้ อ้ ยคาํ สาํ นวนไดถ้ กู ตอ้ งเหมาะสมตามรูปแบบการยอ่ ความ (P)
๔. มีมารยาทในการเขียนและมีนิสยั รักการเขียน (A)
๔. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการเขียนยอ่ ความ
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะการแสวงหา
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ความรู้
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
วนิ ยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ประเมินมารยาทในการเขียน
และนิสยั รักการเขียน
๕. สาระการเรียนรู้ 191
การเขียนยอ่ ความ ทาํ แผนภมู ิรูปแบบคาํ นาํ การยอ่ ความ/เขียนแผนภาพความคิดสรุปหลกั การ
ยอ่ ความ
๖. แนวทางบูรณาการ ศึกษาและฝึกเขียนยอ่ ความเป็นภาษาองั กฤษ
จดั ป้ ายนิเทศ
คณิตศาสตร์ ทาํ สมุดรวบรวมความรู้
ภาษาต่างประเทศ
ศิลปะ
การงานอาชีพฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ท่ี ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ชั่วโมงท่ี ๔๘
๑. ครูสนทนากบั นกั เรียนเก่ียวกบั รูปแบบการยอ่ ความวา่ มีวธิ ีการอยา่ งไรบา้ ง
๒. ครูใหน้ กั เรียนอาสาสมคั ร ๑ คน ออกมาอ่านหรือเล่านิทานใหเ้ พอ่ื นฟังหนา้ ช้นั เรียน แลว้ ใหน้ กั เรียน
ท้งั ช้นั เรียนช่วยกนั สรุปใจความสาํ คญั ของเรื่องที่ฟัง
๓. ครูอธิบายใหน้ กั เรียนเขา้ ใจวา่ การจบั ใจความแลว้ ยอ่ เร่ืองใหส้ ้นั ลงแต่ยงั คงไดใ้ จความสาํ คญั ครบถว้ น
เรียกวา่ การยอ่ ความ
ข้นั ที่ ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ครูซกั ถามนกั เรียนถึงวิธีการเขียนยอ่ ความ แลว้ ใหน้ กั เรียนช่วยกนั เขียนเป็นแผนภาพความคิด
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มจบั สลาก แลว้ ระดมสมองเขียนคาํ นาํ การข้ึนตน้ ยอ่ ความต่อไปน้ี
กลุ่มละ ๑ หวั ขอ้
๑) คาํ นาํ การยอ่ นิทาน
๒) คาํ นาํ การยอ่ ข่าว
๓) คาํ นาํ การยอ่ จดหมาย
๔) คาํ นาํ การยอ่ ประกาศ
๕) คาํ นาํ การยอ่ ปาฐกถา
๓. นกั เรียนแต่ละกลุ่มทาํ แผนภมู ิรูปแบบคาํ นาํ การยอ่ ความท่ีกลุ่มรับผดิ ชอบ แลว้ ออกมาอธิบายใหเ้ พื่อนฟัง
หนา้ ช้นั เรียน
๔. ครูแจกตวั อยา่ งงานเขียนประเภทต่าง ๆ ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มซ่ึงตรงกบั หวั ขอ้ คาํ นาํ การข้ึนตน้ ยอ่ ความ
ที่แต่ละกลุ่มรับผดิ ชอบ ใหน้ กั เรียนเขียนยอ่ ความเร่ืองน้นั ๆ เสร็จแลว้ ส่งครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ครูนาํ ผลงานท่ีทาํ ไดด้ ีติดป้ ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียน