42
ผงั การออกแบบการจัดการเรียนรู้
หน่วยการเรียนร้ที่ ๒ ประโยคและการส่ือสาร
ข้ันที่ ๑ ผลลพั ธ์ปลายทางท่ตี ้องการให้เกดิ ขนึ้ กบั นักเรียน
ตวั ชี้วดั ช้ันปี
วเิ คราะห์โครงสร้างประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซอ้ น ท ๔.๑ (ม. ๒/๒)
ความเข้าใจที่คงทนของนักเรียน คาํ ถามสําคญั ท่ที ําให้เกดิ ความเข้าใจทคี่ งทน
นักเรียนจะเข้าใจว่า...
๑. ประโยคประกอบดว้ ยส่วนสาํ คญั อยา่ งนอ้ ย ๑. ประโยคประกอบดว้ ยส่วนใดบา้ ง
๒ ส่วน คือ ภาคประธานกบั ภาคแสดง ส่วน ๒. ส่วนขยายประโยคมีความจาํ เป็นหรือไม่ อยา่ งไร
บทขยายจะมีหรือไม่มีกไ็ ด้ ๓. ประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซอ้ น
๒. ประโยคที่ใชใ้ นการสื่อสารมี ๓ ชนิด คือ แตกต่างกนั อยา่ งไร จงอธิบาย
ประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซอ้ น ๔. บทขยายในประโยค ขยายส่วนใดไดบ้ า้ ง จงอธิบาย
พร้อมยกตวั อยา่ ง
ความรู้ของนักเรียนท่นี ําไปสู่ความเข้าใจที่คงทน ทกั ษะ/ความสามารถของนักเรียนที่นําไปสู่
นักเรียนจะรู้ว่า... ความเข้าใจท่ีคงทน นักเรียนจะสามารถ...
๑. คาํ สาํ คญั ไดแ้ ก่ ส่วนขยาย ประโยคสามญั ๑. บอกองคป์ ระกอบของประโยค
ประโยครวม ประโยคซอ้ น มุขยประโยค ๒. บอกลกั ษณะและองคป์ ระกอบของประโยคสามญั
อนุประโยค นามานุประโยค คุณานุประโยค ประโยครวม และประโยคซอ้ น
วิเศษณานุประโยค ๓. วิเคราะห์และแต่งประโยคสามญั ประโยครวม และ
๒. ประโยคสามญั เป็นประโยคที่มีใจความสาํ คญั ประโยคซอ้ นถกู ตอ้ ง
เพียงใจความเดียว ๔. แต่งประโยคโดยใชค้ าํ กลุม่ คาํ ประโยคขยายส่วน
๓. ประโยครวม เป็นประโยคท่ีประกอบดว้ ยประโยค ต่างๆ ในประโยคไดถ้ กู ตอ้ ง
สามญั ต้งั แต่ ๒ ประโยคข้ึนไป และเชื่อมดว้ ย
คาํ สนั ธาน มีเน้ือความลกั ษณะต่าง ๆ ไดแ้ ก่ คลอ้ ย
ตามกนั ขดั แยง้ กนั เลือกอยา่ งหน่ึงอยา่ งใด และ
เป็ นเหตุผลแก่กนั
๔. ประโยคซอ้ น เป็นประโยคท่ีประกอบดว้ ย
ประโยคหลกั และมีประโยคยอ่ ยเป็นส่วนขยาย
แบ่งออกเป็นนามานุประโยค คุณานุประโยค
และวิเศษณานุประโยค
43
๕. การขยายส่วนต่าง ๆ ของประโยค สามารถใชค้ าํ
กลุ่มคาํ หรือประโยคขยายส่วนต่าง ๆ ในประโยค
ได้ เพอื่ จะทาํ ใหป้ ระโยคน้นั มีความชดั เจนมาก
ยง่ิ ข้ึน
ข้ันที่ ๒ ภาระงานและการประเมนิ ผลการเรียนรู้ซึ่งเป็ นหลกั ฐานทแี่ สดงว่านักเรียนมผี ลการเรียนรู้
ตามที่กาํ หนดไว้อย่างแท้จริง
๑. ภาระงานท่ีนักเรียนต้องปฏิบัติ
๑.๑ จบั ใจความสาํ คญั สรุปความ แสดงความคิดเห็น และศึกษาคน้ ควา้ เรื่อง ประโยคและการสื่อสาร
๑.๒ วิเคราะห์องคป์ ระกอบของประโยค แต่ละชนิด
๑.๓ แตง่ ประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซอ้ น
๑.๔ ทาํ รายงานเกี่ยวกบั ประโยครวม
๑.๕ เขียนแผนภาพความคิด
๑.๖ วิเคราะห์และแต่งประโยคที่มีส่วนขยาย
๑.๗ อภิปรายกลุ่มและนาํ เสนอผลงาน
๒. วธิ ีการและเคร่ืองมอื ประเมินผลการเรียนรู้
๒.๑ วิธีการประเมินผลการเรียนรู้ ๒.๒ เคร่ืองมือประเมินผลการเรียนรู้
๑) การทดสอบ ๑) แบบทดสอบก่อนและหลงั เรียน
๒) การสนทนาซกั ถาม ๒) แบบประเมินการอ่าน
๓) การสงั เกต ๓) แบบประเมินการเขียน
๔) การตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น ๔) แบบประเมินการฟังและการดู
รายบุคคลหรือรายกลุ่ม ๕) แบบประเมินการพดู
๕) การวดั เจตคติ ๖) แบบประเมินดา้ นคุณธรรม จริยธรรม
๖) การวดั ทกั ษะและกระบวนการ และค่านิยม
๗) แบบประเมินดา้ นทกั ษะและกระบวนการ
๓. ส่ิงท่มี ุ่งประเมนิ
๓.๑ ความสามารถในการอธิบาย ช้ีแจง การแปลความและตีความ การประยกุ ต์ ดดั แปลง และนาํ ไปใช้
การมีมุมมองที่หลากหลาย การใหค้ วามสาํ คญั และใส่ใจในความรู้สึกของผอู้ ่ืน และการรู้จกั ตนเอง
๓.๒ ทกั ษะกระบวนการทางภาษา
๓.๓ สมรรถนะสาํ คญั ไดแ้ ก่ การสื่อสาร การคิด การแกป้ ัญหา การใชท้ กั ษะชีวิต และการใชเ้ ทคโนโลยี
๓.๔ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เช่น รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซื่อสตั ยส์ ุจริต มีวนิ ยั ใฝ่ เรียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง
มุ่งมนั่ ในการทาํ งาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
ข้ันที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้ 44
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓ การใชป้ ระโยคเพื่อส่ือสาร
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๔ ประโยคสามญั เวลา ๑ ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๕ ประโยครวม เวลา ๑ ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๖ ประโยคซอ้ น เวลา ๒ ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๗ การขยายส่วนต่าง ๆ ของประโยค เวลา ๒ ชว่ั โมง
เวลา ๒ ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓ 45
การใช้ประโยคเพอ่ื สื่อสาร
เวลา ๑ ชว่ั โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง ประโยคและการส่ือสาร
๑. สาระสําคญั
การส่ือสารในชีวติ ประจาํ วนั ท่ีส่ือความใหเ้ ขา้ ใจตรงกนั น้นั ส่วนใหญ่ตอ้ งส่ือความกนั เป็นประโยค ดงั น้นั เรา
จาํ เป็นตอ้ งมีความรู้เก่ียวกบั องคป์ ระกอบของประโยค วธิ ีการเรียงคาํ เขา้ ประโยค และสามารถผกู ประโยคเพือ่ ใชใ้ น
การส่ือสารไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสมกบั กาลเทศะดว้ ย
๒. ตวั ชี้วดั ช้ันปี
วิเคราะห์โครงสร้างประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซอ้ น ท ๔.๑ (ม. ๒/๒)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. อธิบายความหมายและส่วนประกอบของประโยคได้ (K)
๒. วิเคราะห์องคป์ ระกอบของประโยคที่กาํ หนดใหไ้ ด้ (K, P)
๓. แต่งประโยคไดถ้ กู ตอ้ งตามรูปแบบของประโยค (K, P)
๔. เห็นความสาํ คญั ของการใชภ้ าษาไทยไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั เกณฑข์ องภาษา (A)
๔. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการอ่านสรุปความ
และการยกตวั อยา่ ง เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๓. ตรวจแบบทดสอบ ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ
ก่อนเรียน วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ
๒. ประเมินความภาคภมู ิใจและเห็น
คุณค่าของภมู ิปัญญาทางภาษา
46
๕. สาระการเรียนรู้
การใชป้ ระโยคเพ่ือสื่อสาร
๖. แนวทางบูรณาการ เปรียบเทียบองคป์ ระกอบของประโยคในภาษาองั กฤษกบั องคป์ ระกอบ
ของประโยคในภาษาไทย
ภาษาต่างประเทศ จดั ป้ ายนิเทศ
ศิลปะ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้ันที่ ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ชั่วโมงท่ี ๕
๑. นกั เรียนทาํ แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. ครูแจกกระดาษแผน่ เลก็ ๆ คนละ ๑ แผน่ ใหน้ กั เรียนแต่งประโยคตามใจชอบคนละ ๑ ประโยค
ใส่กระดาษ แลว้ ส่งครู
๓. ครูเปิ ดอ่านประโยคท่ีนกั เรียนเขียนลงในกระดาษทีละแผน่ นกั เรียนช่วยกนั ตรวจสอบวา่ เป็นประโยค
หรือไม่ แต่ละประโยคประกอบดว้ ยส่วนใดบา้ ง
๔. ครูอธิบายใหน้ กั เรียนเขา้ ใจวา่ ประโยคมีส่วนประกอบอยา่ งนอ้ ย ๒ ส่วน คือ ภาคประธานและ
ภาคแสดง
ข้นั ท่ี ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. นกั เรียนจบั คู่กบั เพือ่ นศึกษาเร่ือง การใชป้ ระโยคเพ่อื การสื่อสาร ในหนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน
ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ แลว้ ร่วมระดมสมอง แสดงความคิดเห็น และสรุปเป็นความคิด
ของกลุ่ม
๒. ครูสุ่มถามนกั เรียนเพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจ
๓. นกั เรียนแต่ละคู่จบั สลากเลือกประโยคคู่ละ ๑ ใบ แลว้ ช่วยกนั วเิ คราะห์ประโยคท่ีจบั สลากไดว้ า่
ประกอบดว้ ยส่วนใดบา้ ง แลว้ ออกมาอ่านใหเ้ พอ่ื นฟังหนา้ ช้นั เรียน จนครบทุกคู่ เพอ่ื นช่วยกนั
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
๔. ครูอธิบายให้นกั เรียนฟังว่า ส่วนประกอบของประโยคในภาษาไทยจะเรียงรูปประโยคเป็ น ประธาน +
กริยา+ กรรม ภาษาอาเซียนบางภาษากม็ กี ารเรียงรูปประโยคเหมอื นภาษาไทย เช่น ภาษาเขมร ภาษา
อนิ โดนีเซีย ภาษาลาว ภาษาเวยี ดนาม ส่วนภาษาพม่าจะเรียงรูปประโยคเป็ น ประธาน + กรรม+ กริยา
ข้นั ท่ี ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเกี่ยวกบั การใชป้ ระโยคเพ่ือการสื่อสาร แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. นกั เรียนแต่งประโยคคนละ ๑ ประโยค ใหน้ กั เรียนอาสาสมคั รออกมาเขียนบนกระดาน แลว้ เรียกให้
เพื่อนคนใดคนหน่ึงวเิ คราะห์ประโยคของตน ครูและเพื่อนช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
47
๓. นกั เรียนร่วมกนั สนทนาเก่ียวกบั องคป์ ระกอบของประโยคภาษาองั กฤษเปรียบเทียบกบั ประโยค
ในภาษาไทยวา่ มีองคป์ ระกอบเหมือนหรือแตกต่างกนั อยา่ งไร
ข้นั ที่ ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนแต่งประโยคและบอกส่วนประกอบของประโยคได้
๒. นกั เรียนนาํ ความรู้เกี่ยวกบั การใชป้ ระโยคเพ่ือการส่ือสาร ไปใชใ้ นการเรียนและในชีวิตประจาํ วนั ได้
ข้ันที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปการใชป้ ระโยคเพอื่ สื่อสาร บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนทบทวนลกั ษณะของประโยคสามญั เป็นการบา้ นเพ่ือเตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนจดั ทาํ แผน่ ป้ ายความรู้เกี่ยวกบั การใชป้ ระโยคเพือ่ สื่อสาร ออกแบบตกแต่งใหส้ วยงาม แลว้ นาํ มา
จดั ป้ ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียน
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มรวบรวมประโยคจากหนงั สือพมิ พ์ กลุม่ ละไม่นอ้ ยกวา่ ๑๐ ประโยค
แลว้ นาํ มาวิเคราะห์ส่วนประกอบของแต่ละประโยค และอธิบายใหเ้ พื่อนในกลุ่มฟังจนเขา้ ใจเก่ียวกบั
องคป์ ระกอบของประโยคครบทุกคน
๙. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. กระดาษแผน่ เลก็ ๆ
๓. สลาก
๔. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๕. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๖. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๗. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บันทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้ 48
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ ลงช่ือ ผสู้ อน
แนวทางการพฒั นา
//
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๔ 49
ประโยคสามญั
เวลา ๑ ชว่ั โมง
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒ เรื่อง ประโยคและการส่ือสาร
๑. สาระสําคญั
ประโยคสามญั เป็นประโยคที่มีองคป์ ระกอบเลก็ ท่ีสุด คือ มีใจความสาํ คญั เพยี งใจความเดียว เป็นประโยค
ที่เราใชส้ ่ือสารกนั ในชีวิตประจาํ วนั ทว่ั ไป
๒. ตัวชี้วัดช้ันปี
วเิ คราะห์โครงสร้างประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซอ้ น ท ๔.๑ (ม. ๒/๒)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. อธิบายลกั ษณะและประเภทของประโยคสามญั ได้ (K)
๒. วเิ คราะห์องคป์ ระกอบของประโยคสามญั ไดถ้ กู ตอ้ ง (K, P)
๓. แต่งหรือใชป้ ระโยคสามญั ในการส่ือสารไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและมีมารยาท (P, A)
๔. เห็นความสาํ คญั ของการใชภ้ าษาไทยไดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั เกณฑข์ องภาษา (A)
๔. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการอ่านสรุปความ
และการยกตวั อยา่ ง เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ
วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ
๒. ประเมินความภาคภมู ิใจและเห็น
คุณค่าของภมู ิปัญญาทางภาษา
50
๕. สาระการเรียนรู้
ประโยคสามญั
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปลกั ษณะของประโยคสามญั
ยกตวั อยา่ ง วเิ คราะห์ และเปรียบเทียบประโยคสามญั ในภาษาองั กฤษ
คณิตศาสตร์ กบั ประโยคสามญั ในภาษาไทย
ภาษาต่างประเทศ จดั ป้ ายนิเทศ
เล่นเกมขยายประโยค
ศิลปะ
สุขศึกษาฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ท่ี ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงที่ ๖
๑. ครูติดแถบประโยคบนกระดาน ใหน้ กั เรียนช่วยกนั วเิ คราะห์องคป์ ระกอบของประโยคแต่ละประโยค
ไก่ตวั เมียออกไข่ นอ้ งชายชอบถ่ายภาพดอกไม้
รถไฟฟ้ าใตด้ ินหยดุ วิ่ง ครอบครัวของเราไปว่ิงออกกาํ ลงั กายท่ีสวนสาธารณะ
ฉนั ไม่ชอบกินอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ เดก็ ติดเกมทาํ ใหเ้ สียการเรียน
๒. ครูอธิบายใหน้ กั เรียนเขา้ ใจวา่ ประโยคที่มีองคป์ ระกอบลกั ษณะน้ีเรียกวา่ ประโยคสามญั
ข้นั ท่ี ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ครูสุ่มถามนกั เรียนเพอ่ื ทบทวนลกั ษณะของประโยคสามญั
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่มละ ๓ คน ใหแ้ ต่ละคนจบั สลากศึกษาเรื่อง ประโยคสามญั ในหนงั สือเรียน
รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ ตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
คนท่ี ๑ ศึกษาเรื่อง ประโยคจาํ แนกตามบทกริยา
คนท่ี ๒ ศึกษาเรื่อง ประโยคจาํ แนกตามจุดประสงคข์ องผสู้ ่งสาร
คนที่ ๓ ศึกษาเรื่อง ประโยคจาํ แนกตามลาํ ดบั องคป์ ระกอบ
๓. นกั เรียนท่ีจบั สลากไดเ้ ร่ืองเดียวกนั มารวมกลุ่มศึกษาดว้ ยกนั โดยการอภิปรายซกั ถาม ร่วมระดมความคิด
จนเขา้ ใจครบทุกคน
๔. นกั เรียนแต่ละคนกลบั มายงั กลุ่มเดิม ถ่ายทอดส่ิงท่ีไดศ้ ึกษามาใหเ้ พ่ือนในกลุ่มฟังจนเขา้ ใจครบทุกคน
ครูสุ่มถามเพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจ
51
๕. นกั เรียนแต่ละกลุ่มทาํ ใบงานที่ ๒ เร่ือง ประโยคสามญั เสร็จแลว้ ส่งตวั แทนออกมานาํ เสนอผลงาน
หนา้ ช้นั เรียน เพ่ือนช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
๖. ครูติดแถบประโยค ๑ ประโยคบนกระดาน ใหน้ กั เรียนช่วยกนั ขยายประโยคเพ่อื ใหไ้ ดค้ วามชดั เจน
มากยงิ่ ข้ึน แลว้ ร่วมกนั วิเคราะห์ประโยคท่ีไดว้ า่ มีการขยายส่วนใดของประโยคบา้ ง
๗. ครูใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มเล่นเกมขยายประโยค โดยครูเขียนประโยคบนกระดาน ๑ ประโยค ใหน้ กั เรียน
แต่ละกลุ่มขยายประโยคใหไ้ ดย้ าวท่ีสุดภายในเวลา ๕ นาที เสร็จแลว้ ออกมาอ่านใหเ้ พ่อื นฟังหนา้
ช้นั เรียน ครูและนกั เรียนร่วมกนั วเิ คราะห์ส่วนขยายของแต่ละประโยค กลุ่มใดขยายประโยคไดย้ าวที่สุด
และถูกตอ้ งเป็นผชู้ นะ
๘. ครูให้ความรู้เสริมว่า โครงสร้างประโยคในภาษาเขมรเรียงเหมอื นภาษาไทย คอื ประธาน + กริยา +
กรรม และมคี าํ ขยายวางหลงั คาํ ท่ถี ูกขยาย การลาํ ดบั คาํ ในประโยคของภาษาเขมรมคี วามสําคญั มาก
จะต้องวางตาํ แหน่งตามหน้าทข่ี องคาํ น้ัน ๆ ถ้าวางผดิ ตาํ แหน่งจะทําให้ความหมายของประโยคเปล่ียน
ข้นั ท่ี ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเก่ียวกบั ประโยคสามญั แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. นกั เรียนแต่งประโยคสามญั แต่ละประเภท ประเภทละ ๕ ประโยค ส่งครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง
๓. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั ประโยคสามญั แต่ละประเภทเปรียบเทียบกบั ประโยคใน
ภาษาองั กฤษ
๔. นกั เรียนยกตวั อยา่ งและวิเคราะห์องคป์ ระกอบของประโยคสามญั ในภาษาองั กฤษ
๕. นกั เรียนร่วมแสดงความคิดเห็นตามแนวคาํ ถามต่อไปน้ี
๑) นกั เรียนคิดวา่ การพดู คุยกนั ในชีวติ ประจาํ วนั ใชป้ ระโยคสามญั ลกั ษณะใดมากที่สุด
๒) นกั เรียนคิดวา่ ประโยคสามารถขาดส่วนขยายประโยคไดห้ รือไม่ เพราะเหตุใด
๖. ครูสุ่มเรียกใหน้ กั เรียนตอบคาํ ถามแลว้ ครูสรุปจากคาํ ตอบของนกั เรียน
ข้นั ท่ี ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนแต่งประโยคสามญั ไดถ้ ูกตอ้ ง
๒. นกั เรียนนาํ ความรู้เก่ียวกบั ประโยคสามญั ไปใชใ้ นการเรียนและในชีวิตประจาํ วนั ได้
ข้นั ที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปลกั ษณะของประโยคสามญั เขียนเป็นแผนภาพความคิด แลว้ บนั ทึกลงในสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนแต่งประโยคสามญั ท่ีพบในชีวิตประจาํ วนั คนละ ๒ ประโยค เป็นการบา้ นเพ่ือเตรียม
จดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนจดั ทาํ แผน่ ป้ ายความรู้เกี่ยวกบั ประโยคสามญั แลว้ นาํ มาจดั ป้ ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียน
๒. นกั เรียนร่วมระดมสมองเก่ียวกบั ประโยคสามญั และอธิบายใหเ้ พื่อนในกลุ่มที่ยงั ไม่เขา้ ใจฟังจนเขา้ ใจครบ
ทุกคน
52
๓. นักเรียนยกตวั อย่างประโยคภาษาอาเซียนภาษาละ ๑ ประโยค พร้อมคาํ แปล แล้วช่วยกนั บอกว่าเป็ นประโยค
ชนิดใด
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๑. แถบประโยค
๒. สลาก
๓. ใบงานที่ ๒ เร่ือง ประโยคสามญั
๔. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๕. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๖. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๗. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บันทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงชื่อ ผสู้ อน
/ /
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๕ 53
ประโยครวม เวลา ๒ ชวั่ โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒
เรื่อง ประโยคและการส่ือสาร
๑. สาระสําคญั
ประโยครวม เป็นประโยคท่ีประกอบดว้ ยประโยคสามญั ต้งั แต่ ๒ ประโยคข้ึนไปมารวมกนั โดยมีคาํ สนั ธาน
เชื่อมประโยคใหม้ ีเน้ือความต่อเน่ืองเป็นประโยคเดียวกนั ประโยครวมมีเน้ือความหลายลกั ษณะ ไดแ้ ก่ เน้ือความ
คลอ้ ยตามกนั เน้ือความขดั แยง้ กนั เลือกอยา่ งหน่ึงอยา่ งใด และเน้ือความเป็นเหตุผลแก่กนั
๒. ตวั ชี้วดั ช้ันปี
วิเคราะห์โครงสร้างประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซอ้ น ท ๔.๑ (ม. ๒/๒)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกลกั ษณะและประเภทของประโยครวมได้ (K, P)
๒. วิเคราะห์องคป์ ระกอบของประโยครวมได้ (K, P)
๓. แต่งหรือใชป้ ระโยครวมในการส่ือสารไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและมีมารยาท (P, A)
๔. เห็นความสาํ คญั ของการใชภ้ าษาไทยไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั เกณฑข์ องภาษา (A)
๔. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการอ่านสรุปความ
และการยกตวั อยา่ ง เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะการเขียนรายงาน
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ๓. ประเมินทกั ษะการแสวงหาความรู้
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
วนิ ยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๕. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ประเมินความภาคภมู ิใจและเห็น
คุณค่าของภมู ิปัญญาทางภาษา
54
๕. สาระการเรียนรู้
ประโยครวม
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปลกั ษณะของประโยครวม
ยกตวั อยา่ งและเปรียบเทียบประโยครวมในภาษาองั กฤษกบั ประโยครวม
คณิตศาสตร์ ในภาษาไทย
ภาษาต่างประเทศ จดั ป้ ายนิเทศ
เล่นเกมจบั คู่ประโยค
ศิลปะ
สุขศึกษาฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ที่ ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงที่ ๗
๑. ครูใหน้ กั เรียนอาสาสมคั ร ๒ คน ยกตวั อยา่ งประโยคสามญั คนละ ๑ ประโยค ครูเขียนบนกระดาน
แลว้ ซกั ถามนกั เรียนถึงองคป์ ระกอบของประโยคสามญั แตล่ ะประโยค
๒. ครูอธิบายใหน้ กั เรียนเขา้ ใจวา่ ถา้ นาํ ประโยคสามญั ๒ ประโยคมารวมกนั โดยมีคาํ เช่ือมใหเ้ ป็น
ประโยคเดียวกนั เรียกวา่ ประโยครวม
ข้นั ที่ ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ครูติดแถบประโยคบนกระดาน แลว้ แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม เล่นเกมจบั คปู่ ระโยค โดยใหน้ กั เรียน
จบั ค่ปู ระโยค และนาํ มาเช่ือมดว้ ยคาํ เช่ือมใหเ้ ป็นประโยครวม ใหไ้ ดม้ ากที่สุด ภายในเวลา ๕ นาที
ฉนั ชอบเล่นกีฬา ฉนั ชอบร้องเพลง
ฉนั ชอบเล่นดนตรี ฉนั ชอบถ่ายภาพ
ฉนั ชอบวาดรูป ฉนั ชอบวา่ ยน้าํ
๒. นกั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมานาํ เสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน เพอ่ื นช่วยกนั ตรวจสอบ
ความถูกตอ้ ง และนาํ ไปวเิ คราะห์ชนิดเน้ือความในชว่ั โมงถดั ไป
๓. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั อภิปรายเก่ียวกบั ลกั ษณะของประโยครวม โดยใชเ้ น้ือหาในหนงั สือเรียน
รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ แลว้ สรุปเป็นแผนภาพความคิด พร้อม
ยกตวั อยา่ งประกอบเพ่ือแสดงความเขา้ ใจ
๔. ครูตรวจสอบความเขา้ ใจจากตวั อยา่ งท่ีนกั เรียนยกมาประกอบ พร้อมท้งั อธิบายเพ่มิ เติม
55
ชั่วโมงท่ี ๘
๑. ครูสนทนากบั นกั เรียนเกี่ยวกบั ลกั ษณะของประโยครวมเพ่ือเป็นการทบทวน
๒. นกั เรียนแต่ละกลุ่มศึกษาเรื่อง ชนิดของประโยครวม ในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ โดยใหแ้ ต่ละคนจบั สลากวา่ จะศึกษาในหวั ขอ้ ใดต่อไปน้ี
คนท่ี ๑ ศึกษาเรื่อง ประโยครวมที่มีเน้ือความคลอ้ ยตามกนั
คนท่ี ๒ ศึกษาเรื่อง ประโยครวมที่มีเน้ือความขดั แยง้ กนั
คนที่ ๓ ศึกษาเร่ือง ประโยครวมที่มีเน้ือความเลือกอยา่ งหน่ึงอยา่ งใด
คนที่ ๔ ศึกษาเร่ือง ประโยครวมท่ีมีเน้ือความเป็นเหตุผลแก่กนั
๓. นกั เรียนท่ีจบั สลากไดเ้ ร่ืองเดียวกนั มารวมกลุ่มศึกษาดว้ ยกนั โดยการอภิปรายซกั ถาม ร่วมระดมความ
คิดเห็นจนเขา้ ใจครบทุกคน
๔. นกั เรียนแต่ละคนกลบั มายงั กลุ่มเดิม และถ่ายทอดสิ่งที่ไดศ้ ึกษามาใหเ้ พื่อนในกลุ่มฟังจนเขา้ ใจครบ
ทุกคน ครูสุ่มถามเพ่ือตรวจสอบความเขา้ ใจ
๕. นกั เรียนแต่ละกลุ่มนาํ ผลงานท่ีทาํ ไวใ้ นชวั่ โมงที่แลว้ มาวเิ คราะห์วา่ เป็นประโยครวมท่ีมีเน้ือความ
ชนิดใด
๖. ครูตรวจสอบความเขา้ ใจของนกั เรียน โดยเขียนช่ือประโยครวมที่มีเน้ือความแต่ละชนิดบนกระดาน
ใหแ้ ต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมาเขียนประโยคของกลุ่มตนเองตามชนิดใหถ้ ูกตอ้ ง เม่ือครบทุกกลุ่มแลว้
ครูและเพือ่ นช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง กลุ่มใดวเิ คราะห์ประโยคไดถ้ กู ตอ้ งมากท่ีสุดเป็นผชู้ นะ
และไดร้ ับรางวลั จากครู นกั เรียนลอกประโยคท้งั หมดลงสมุด
ข้นั ท่ี ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมที่เก่ียวกบั ประโยครวม แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. นกั เรียนทาํ รายงานเกี่ยวกบั ประโยครวม ส่งครู
๓. นกั เรียนร่วมระดมสมองยกตวั อยา่ งและเปรียบเทียบประโยครวมในภาษาองั กฤษกบั ประโยครวม
ในภาษาไทยวา่ เหมือนหรือแตกต่างกนั อยา่ งไร
ข้นั ท่ี ๔ นําไปใช้
นกั เรียนนาํ ความรู้เก่ียวกบั ประโยครวมไปใชใ้ นการเรียนและในชีวติ ประจาํ วนั
ข้นั ท่ี ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปลกั ษณะและชนิดของประโยครวมบนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนศึกษาประโยคซอ้ น แลว้ เปรียบเทียบความแตกต่างกบั ประโยคที่เคยเรียนมาเป็น
การบา้ น เพอื่ เตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนศึกษาเพิม่ เติมเกี่ยวกบั ประโยครวมจากแหล่งความรู้อื่น ๆ แลว้ นาํ ความรู้มาจดั ป้ ายนิเทศหนา้
ช้นั เรียน
56
๒. นกั เรียนร่วมกนั อธิบายและยกตวั อยา่ งประโยครวมใหเ้ พ่ือนในกลุ่มท่ียงั ไม่เขา้ ใจฟังจนเขา้ ใจ
ครบทุกคน
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๑. แถบประโยค
๒. สลาก
๓. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๔. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๕. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๖. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บันทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงชื่อ ผสู้ อน
//
57
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๖
ประโยคซ้อน
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย เวลา ๒ ชว่ั โมง
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒ เรื่อง ประโยคและการสื่อสาร
๑. สาระสําคญั
ประโยคซอ้ น เป็นประโยคใหญ่ท่ีมีใจความสาํ คญั เพียงใจความเดียวเป็นประโยคหลกั และมีประโยคยอ่ ยมา
ขยายส่วนใดส่วนหน่ึงของประโยคหลกั ประโยคยอ่ ยที่มาขยายประโยคหลกั แบง่ ออกเป็น ๓ ชนิด คือ นามานุ-
ประโยค คุณานุประโยค และวเิ ศษณานุประโยค การมีความรู้เรื่อง ประโยคซอ้ น จะเป็นพ้นื ฐานในการเรียนเร่ือง
ประโยคในระดบั สูงต่อไป
๒. ตวั ชี้วัดช้ันปี
วิเคราะห์โครงสร้างประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซอ้ น ท ๔.๑ (ม. ๒/๒)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกลกั ษณะและประเภทของประโยคซอ้ นได้ (K, P)
๒. วิเคราะห์องคป์ ระกอบของประโยคซอ้ น และแยกเป็นประโยคหลกั และประโยคยอ่ ยไดถ้ ูกตอ้ ง (K, P)
๓. แต่งหรือใชป้ ระโยคซอ้ นในการส่ือสารไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและมีมารยาท (P, A)
๔. เห็นความสาํ คญั ของการใชภ้ าษาไทยไดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั เกณฑข์ องภาษา (A)
๔. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการอ่านสรุปความ
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะการเขียนแผนภาพ
และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ความคิด
๓. ประเมินทกั ษะการแสวงหา
วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ความรู้
๒. ประเมินความภาคภมู ิใจและเห็น ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
คุณค่าของภมู ิปัญญาทางภาษา
58
๕. สาระการเรียนรู้
ประโยคซอ้ น
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปลกั ษณะของประโยคซอ้ น
เปรียบเทียบประโยคซอ้ นในภาษาองั กฤษกบั ประโยคซอ้ นในภาษาไทย
คณิตศาสตร์ เล่นเกมจบั คู่ประโยค
ภาษาต่างประเทศ
สุขศึกษาฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ที่ ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงที่ ๙
๑. ครูติดแถบประโยค ๓ ประโยคบนกระดาน ใหน้ กั เรียนร่วมแสดงความคิดเห็นเปรียบเทียบประโยค
ท้งั ๓ ประโยค
บอยแต่งกลอนสุภาพ บอยแต่งกลอนสุภาพหรือแต่งกลอนดอกสร้อย
บอยแต่งกลอนสุภาพซ่ึงเป◌น็ กลอนท่ีนิยมแต่งไดไ้ พเราะมาก
๒. ครูสรุปใหน้ กั เรียนเขา้ ใจวา่ ประโยคท่ี ๑ เป็นประโยคสามญั เพราะมีใจความสาํ คญั เพยี งใจความ
เดียว ประโยคท่ี ๒ เป็นประโยครวม เพราะมีประโยค ๒ ประโยคมารวมกนั โดยมีคาํ วา่ หรือ เป็น
คาํ เชื่อม ประโยคที่ ๓ เป็นประโยคซอ้ น เพราะมีประโยคยอ่ ยอยใู่ นประโยคหลกั จากน้นั ครูนาํ
สนทนาโยงเขา้ เร่ือง ประโยคซอ้ น
ข้นั ที่ ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ครูสุ่มถามนกั เรียนเก่ียวกบั ลกั ษณะและองคป์ ระกอบของประโยคซอ้ นตามที่ไดศ้ ึกษามา
๒. ครูเขียนประโยคซอ้ น ๑ ประโยคบนกระดาน ใหน้ กั เรียนช่วยกนั วเิ คราะห์วา่ ประกอบดว้ ย
ส่วนใดบา้ ง
๓. ครูอธิบายความหมายของมุขยประโยคและอนุประโยคพร้อมยกตวั อยา่ ง และซกั ถามความเขา้ ใจ
ของนกั เรียน
๔. นกั เรียนจบั คู่กบั เพ่ือนศึกษาเรื่อง นามานุประโยค ในหนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑
๕. ครูสุ่มถามนกั เรียน ๒–๓ คู่ เพื่อตรวจสอบความเขา้ ใจ และยกตวั อยา่ งนามานุประโยคพร้อมท้งั
วิเคราะห์ส่วนประกอบของประโยคใหน้ กั เรียนดู
๖. นกั เรียนแต่ละคู่แต่งประโยคซอ้ นท่ีมีประโยคยอ่ ยทาํ หนา้ ท่ีอยา่ งนามหรือนามานุประโยค และแยก
ส่วนประกอบตามที่ครูอธิบาย
59
๗. ครูใหน้ กั เรียน ๒–๓ คู่ ออกมาเขียนประโยคท่ีแต่งใหเ้ พอ่ื นดูบนกระกระดาน พร้อมท้งั แยก
ส่วนประกอบตามท่ีเขียน ครูและเพือ่ นช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง และครูอธิบายเพิ่มเติมจาก
ประโยคที่นกั เรียนเขียน ถา้ ประโยคใดไม่ถกู ตอ้ งกช็ ่วยกนั แกไ้ ขจนถกู ตอ้ ง นกั เรียนจดบนั ทึกลงสมุด
ช่ัวโมงที่ ๑๐
๑. ครูใหน้ กั เรียนช่วยกนั บอกลกั ษณะของนามานุประโยค เพ่ือเป็นการทบทวน และอธิบายใหน้ กั เรียน
ฟังวา่ อนุประโยคยงั แบง่ ตามหนา้ ที่ไดอ้ ีก ๒ ชนิด คือ คุณานุประโยคและวิเศษณานุประโยค
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็น ๒ กลุม่ ใหแ้ ต่ละกลุ่มศึกษาเร่ือง ประโยคซอ้ น ในหนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน
ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ ตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
กลุม่ ท่ี ๑ ศึกษาเร่ือง คุณานุประโยค
กลุ่มที่ ๒ ศึกษาเร่ือง วิเศษณานุประโยค
๓. เมื่อนกั เรียนศึกษาเรียบร้อยแลว้ ใหร้ ่วมอภิปรายภายในกลุ่ม และต้งั คาํ ถามกลุ่มละ ๕ คาํ ถาม เพ่อื
ถามเพ่อื นเมื่อออกไปนาํ เสนอผลการอภิปราย
๔. นกั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมาสรุปผลการอภิปรายใหเ้ พ่อื นฟังหนา้ ช้นั เรียน สมาชิกในกลุม่
ถามคาํ ถามที่เตรียมไวเ้ พ่ือถามเพือ่ นกลุ่มอื่น
๕. ครูสรุปผลการรายงานของนกั เรียนทุกกลุ่ม และใหน้ กั เรียนทาํ ใบงานท่ี ๓ เรื่อง ประโยคซอ้ น แลว้
ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมที่เกี่ยวกบั ประโยคซอ้ น แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. นกั เรียนแต่ละกลุ่มศึกษาเพม่ิ เติมเรื่อง ประโยคซอ้ น แลว้ เขียนสรุปเป็นแผนภาพความคิด ออกแบบ
ตกแต่งใหส้ วยงามส่งครู
๓. นกั เรียนแต่ละกลุ่มเล่นเกมจบั ค่ปู ระโยค โดยครูแจกบตั รประโยคใหก้ ลุ่มละ ๑ ชุด ซ่ึงจะประกอบดว้ ย
บตั รประโยคซอ้ นไม่นอ้ ยกวา่ ๑๐ ใบ ชนิดของประโยคซอ้ น ๓ ใบ (นามานุประโยค คุณานุประโยค
วิเศษณานุประโยค) นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มช่วยกนั วเิ คราะห์ประโยคซอ้ นแต่ละประโยควา่ เป็นประโยคซอ้ น
ชนิดใด เมื่อเสร็จแลว้ ใหค้ รูตรวจสอบความถูกตอ้ ง กลุ่มใดทาํ เสร็จก่อน และถกู ตอ้ งมากที่สุด
เป็นผชู้ นะ
ข้นั ที่ ๔ นําไปใช้
นกั เรียนนาํ ความรู้เกี่ยวกบั ประโยคซอ้ นไปใชใ้ นการเรียนและในชีวิตประจาํ วนั
ข้นั ที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปลกั ษณะและชนิดของประโยคซอ้ นจากแผนภาพความคิดท่ีนกั เรียนทาํ ข้ึน
๒. ครูใหน้ กั เรียนศึกษาเรื่อง การขยายส่วนต่าง ๆ ของประโยค แลว้ เขียนสรุป เป็นการบา้ นเพอ่ื เตรียม
จดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
60
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั อภิปรายซกั ถามเก่ียวกบั ประโยคซอ้ น เพื่อตรวจสอบความเขา้ ใจของสมาชิก
ในกลุ่ม
๒. นกั เรียนยกตวั อยา่ งประโยคซอ้ นในภาษาองั กฤษเปรียบเทียบกบั ประโยคซอ้ นในภาษาไทย
๓. นกั เรียนจบั คู่กบั เพ่ือนหาประโยคซอ้ นแต่ละชนิด จากบทความหรือข่าวท่ีเกี่ยวกบั อาเซียน คู่ละ
๑๐ ประโยค แลว้ ช่วยกนั วเิ คราะห์ประโยคส่งครู
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๑. แถบประโยค
๒. บตั รประโยค
๓. ใบงานที่ ๓ เร่ือง ประโยคซอ้ น
๔. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๕. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๖. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๗. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บันทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงช่ือ ผสู้ อน
/ /
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๗ 61
การขยายส่วนต่าง ๆ ของประโยค
เวลา ๒ ชวั่ โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ เร่ือง ประโยคและการส่ือสาร
๑. สาระสําคญั
ประโยคท่ีใชใ้ นการสื่อสาร บางคร้ังไมม่ ีความชดั เจน จาํ เป็นตอ้ งมีส่วนขยายเพอ่ื ใหม้ ีความชดั เจนมากยงิ่ ข้ึน
การขยายส่วนต่าง ๆ ของประโยคสามารถขยายไดด้ ว้ ยคาํ กลุ่มคาํ และประโยค และการมีความรู้เรื่อง การขยาย
ส่วนต่าง ๆ ของประโยค จะทาํ ใหใ้ ชภ้ าษาในการส่ือสารไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพมากข้ึนดว้ ย
๒. ตัวชี้วัดช้ันปี
วเิ คราะห์โครงสร้างประโยคสามญั ประโยครวม และประโยคซอ้ น ท ๔.๑ (ม. ๒/๒)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. อธิบายลกั ษณะของการขยายประโยคดว้ ยคาํ กลุ่มคาํ และประโยคได้ (K)
๒. วิเคราะห์ประโยคที่มีส่วนขยายดว้ ยคาํ กลุ่มคาํ และประโยคไดถ้ ูกตอ้ ง (K, P)
๓. แต่งหรือใชป้ ระโยคที่มีส่วนขยายดว้ ยคาํ กลุ่มคาํ หรือประโยคไดถ้ กู ตอ้ ง (P)
๓. เห็นความสาํ คญั ของการใชภ้ าษาไทยไดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั เกณฑข์ องภาษา (A)
๔. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการอ่านสรุปความ
และการยกตวั อยา่ ง เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะการพดู
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ๓. ประเมินทกั ษะการแสวงหา
๓. ตรวจแบบทดสอบ ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ความรู้
หลงั เรียน วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
๒. ประเมินความภาคภมู ิใจและเห็น ๕. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
คุณค่าของภมู ิปัญญาทางภาษา
62
๕. สาระการเรียนรู้
การขยายส่วนต่าง ๆ ของประโยค
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปการขยายส่วนต่าง ๆ ของประโยค
ศึกษาเกี่ยวกบั การขยายส่วนต่าง ๆ ของประโยคในภาษาองั กฤษ
คณิตศาสตร์ จดั ป้ ายนิเทศ
ภาษาต่างประเทศ ประดิษฐส์ ่ือประกอบการนาํ เสนอผลงาน
ศิลปะ
การงานอาชีพฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้ันที่ ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ชั่วโมงท่ี ๑๑
๑. นกั เรียนอ่านประโยคท่ีครูติดบนกระดานพร้อมกนั
– นอ้ งกินขา้ ว
– นอ้ งชายของฉนั กินขา้ ว
– นอ้ งชายของฉนั กินขา้ วไข่เจียว
– นอ้ งชายของฉนั กินขา้ วไข่เจียวหมดจาน
๒. นกั เรียนช่วยกนั วิเคราะห์ประโยคทีละประโยควา่ ประกอบดว้ ยส่วนใดบา้ ง และแต่ละประโยคมีส่วน
ใดบา้ งท่ีเพิ่มข้ึนมา ซ่ึงทาํ ใหป้ ระโยคมีความชดั เจนข้ึน และเราเรียกส่วนที่เพม่ิ ขิ้นมาวา่ ส่วนขยาย
ข้นั ที่ ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ครูสนทนากบั นกั เรียนวา่ ประโยคนอกจากจะประกอบดว้ ยบทประธาน บทกริยา บทกรรม แลว้ บางคร้ัง
ยงั มีใจความไม่ชดั เจน จาํ เป็นตอ้ งมีบทขยายส่วนต่าง ๆ ในประโยคดว้ ย
๒. ครูยกตวั อยา่ งประโยคสามญั ๑ ประโยค แลว้ ใหน้ กั เรียนช่วยกนั เพิม่ บทขยายประโยคใหม้ ีความชดั เจน
มากข้ึน (ครูพยายามใหน้ กั เรียนเพ่ิมบทขยายดว้ ยคาํ กลุ่มคาํ และประโยค)
๓. นกั เรียนร่วมกนั สรุปบทขยายประโยควา่ ประโยคสามารถขยายดว้ ยคาํ กลุ่มคาํ และประโยค
๔. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มร่วมอภิปรายแบบโต๊ะกลมตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
๑) การขยายส่วนตา่ ง ๆ ของประโยคดว้ ยคาํ
๒) การขยายส่วนต่าง ๆ ของประโยคดว้ ยกลุ่มคาํ
๕. นกั เรียนแต่ละกลุ่มนาํ เสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน โดยใหใ้ ชส้ ่ือที่นกั เรียนคิดข้ึนมา เช่น บตั รคาํ
แถบประโยค แผนผงั แผนภาพความคิดประกอบการนาํ เสนอดว้ ย
๖. ครูและนกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น ซกั ถาม เสนอแนะ และร่วมกนั สรุป
63
ช่ัวโมงที่ ๑๒
๑. นกั เรียนช่วยกนั บอกลกั ษณะของการขยายส่วนต่าง ๆ ของประโยคดว้ ยคาํ และกลุ่มคาํ เป็นการทบทวน
แลว้ ครูอธิบายวา่ บทขยายของประโยคยงั สามารถขยายดว้ ยประโยคไดด้ ว้ ย
๒. ครูใหน้ กั เรียนทบทวนเรื่อง มุขยประโยค คุณานุประโยค วิเศษณานุประโยค เพ่ือเป็นแนวทางในการ
เรียนเรื่อง การขยายส่วนต่าง ๆ ของประโยคดว้ ยประโยค
๓. แบง่ นกั เรียนออกเป็น ๒ กลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มศึกษาเร่ือง การขยายส่วนต่าง ๆ ของประโยคดว้ ยประโยค
ในหนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ ตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
กลุม่ ท่ี ๑ ศึกษาเรื่อง การขยายมุขยประโยคดว้ ยคุณานุประโยค
กลุม่ ที่ ๒ ศึกษาเรื่อง การขยายมุขยประโยคดว้ ยวิเศษณานุประโยค
๔. เม่ือนกั เรียนศึกษาเสร็จแลว้ ร่วมกนั อภิปรายภายในกลุ่ม และซกั ถามเพอื่ นในกลุ่มใหเ้ ขา้ ใจกนั ครบ
ทุกคน จากน้นั ใหน้ กั เรียนจบั คู่กบั เพ่อื นอีกกลุ่มหน่ึง แลว้ อธิบายเร่ืองท่ีตนไดศ้ ึกษามาใหค้ ู่ของตนฟัง
๕. ครูสุ่มเรียกนกั เรียน ๒ คน อธิบายคนละ ๑ เร่ือง ครูอธิบายเสริมจากที่นกั เรียนอธิบาย แลว้ ยกตวั อยา่ งให้
นกั เรียนช่วยกนั บอกวา่ เป็นการขยายมุขยประโยคดว้ ยคุณานุประโยคหรือวิเศษณานุประโยค แลว้ ช่วยกนั
วิเคราะห์ส่วนประกอบของประโยค
๖. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า การแต่งประโยคเพอื่ การสื่อสาร ควรใช้ให้ถูกต้องตามหลกั ไวยากรณ์ไทย
ไม่ใช่ใช้รูปแบบประโยคเลยี นแบบภาษาองั กฤษ ซ่ึงจะทําให้โครงสร้างภาษาไทยเปลยี่ นแปลงไป เมอ่ื ใช้
บ่อยมากขนึ้ จนแยกไม่ออกว่าเป็ นสํานวนภาษาไทยหรือสํานวนภาษาต่างประเทศ ดงั น้ันเราควรใช้
ภาษาไทยให้ถูกต้องเพอ่ื รักษาภาษาไทยไว้ ซึ่งสอดคล้องกบั หลกั ความมเี หตุผลตามหลกั เศรษฐกจิ
พอเพยี ง
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเกี่ยวกบั การขยายส่วนต่าง ๆ ของประโยค แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. ครูแจกประโยคใหน้ กั เรียนกลุ่มละ ๑๐ ประโยค ใหแ้ ต่ละกลุ่มช่วยกนั เพ่ิมส่วนขยายประโยคดว้ ยคาํ
กลุ่มคาํ และประโยค ในแต่ละประโยค เสร็จแลว้ ใหค้ รูตรวจสอบความถกู ตอ้ ง และคดั ลอกลงสมุด
๓. ครูแจกหนงั สือพิมพก์ ลุ่มละ ๑ ฉบบั ใหแ้ ต่ละกลุ่มคดั ลอกประโยคที่มีส่วนขยายดว้ ยคาํ กลุ่มคาํ และ
ประโยคใหไ้ ดม้ ากที่สุด เสร็จแลว้ ส่งตวั แทนออกมาอ่านใหเ้ พอ่ื นฟังหนา้ ช้นั เรียน เพอ่ื นและครูช่วย
ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ข้นั ท่ี ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนแต่งประโยคที่มีส่วนขยายดว้ ยคาํ กลุ่มคาํ และประโยคได้
๒. นกั เรียนนาํ ความรู้เกี่ยวกบั การขยายส่วนต่าง ๆ ของประโยคไปใชใ้ นการเรียนและในชีวติ ประจาํ วนั
ข้นั ที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปการขยายส่วนต่าง ๆ ของประโยค เขียนเป็นแผนภาพความคิด แลว้ บนั ทึกลงสมุด
๒. นกั เรียนทาํ แบบทดสอบหลงั เรียน แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
64
๓. ครูใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นในประเดน็ ท่ีวา่
• นกั เรียนจะนาํ ความรู้เร่ืองประโยคไปใชพ้ ดู หรือเขียนอยา่ งไรจึงจะสุภาพเหมาะสม
• การพดู กบั บุคคลระดบั ใดบา้ งท่ีตอ้ งใชภ้ าษาสุภาพ เพราะอะไร
แลว้ มอบหมายใหน้ กั เรียนศึกษาเน้ือหาในหน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เร่ือง คาํ ราชาศพั ทแ์ ละคาํ สุภาพ ใน
หนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ ของบริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นา
พานิช จาํ กดั เป็นการบา้ นเพื่อเตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนศึกษาเพ่มิ เติมเก่ียวกบั การขยายส่วนต่าง ๆ ของประโยค แลว้ นาํ ความรู้มาจดั ป้ ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียน
๒. นกั เรียนแต่งประโยคที่มีส่วนขยายดว้ ยคาํ กลุ่มคาํ หรือประโยค แลว้ นาํ มาอภิปรายกบั เพ่อื นในกลุ่ม
๓. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั การขยายส่วนต่าง ๆ ของประโยคในภาษาองั กฤษพร้อมยกตวั อยา่ ง
ประโยค
๔. ครูสนทนากบั นกั เรียนเกยี่ วกบั ประเทศสมาชิกอาเซียน แล้วยกตวั อย่างประโยค ๑ ประโยค จากน้นั ครู
ขยายประโยคด้วยคาํ กล่มุ คาํ และประโยค เช่น พระราชวงั มณั ฑะเลย์สร้างด้วยไม้สัก
ขยายด้วยคาํ พระราชวงั มัณฑะเลย์สร้างด้วยไม้สักสวยงาม
ขยายด้วยกล่มุ คาํ พระราชวงั มัณฑะเลย์สร้างด้วยไม้สักสวยงามแห่งหน่ึงของเอเชีย
ขยายด้วยประโยค พระราชวงั มณั ฑะเลย์ต้งั อยู่ใจกลางเมืองมัณฑะเลย์สร้างด้วยไม้สักสวยงาม
แห่งหน่ึงของเอเชีย
จากน้นั ครูให้นักเรียนแต่งประโยคท่ีเกยี่ วกบั ประเทศอาเซียน แล้วช่วยกนั ขยายประโยคด้วยคาํ กลุ่มคํา
และประโยค ให้ได้ใจความชัดเจน
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบทดสอบหลงั เรียน
๒. ตวั อยา่ งประโยค
๓. ส่ือประกอบการนาํ เสนอผลงาน
๔. หนงั สือพิมพ์
๕. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๖. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๗. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๘. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
65
๑๐. บนั ทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงช่ือ ผสู้ อน
/ /
66
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๓ คาํ ราชาศัพท์และคาํ สุภาพ
เวลา ๓ ช่ัวโมง
ผงั มโนทัศน์เป้ าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน
ความรู้
๑. คาํ ราชาศพั ทส์ าํ หรับพระมหากษตั ริย์
๒. คาํ ราชาศพั ทส์ าํ หรับพระสงฆ์
๓. คาํ สุภาพ
ภาระงาน/ชิ้นงาน คาํ ราชาศัพท์ ทกั ษะและกระบวนการ
๑. ทาํ แบบทดสอบ และคาํ สุภาพ ๑. กระบวนการฟังและการดู
๒. อ่านจบั ใจความและสรุปความ ๒. กระบวนการพดู
๓. เขียนแผนภาพความคิด ๓. กระบวนการอ่าน
๔. อภิปรายกลุ่ม ๔. กระบวนการเขียน
๕. รวบรวมคาํ ราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั ๕. กระบวนการคิดวิเคราะห์
๖. กระบวนการกลุ่ม
พระมหากษตั ริย์
๖. ทาํ รายงาน
๗. แสดงบทบาทสมมุติ
๘. เขียนบทสนทนา
๙. รวบรวมคาํ ราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั
พระสงฆแ์ ละคาํ สุภาพ
๑๐. ทาํ ใบงาน
คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม
๑. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู
๒. มีมารยาทในการอ่านและมีนิสยั รักการอ่าน
๓. มีมารยาทในการเขียนและมีนิสยั รักการเขียน
๔. มีความภาคภมู ิใจ และเห็นคุณค่าของภมู ิปัญญาทางภาษา
67
ผงั การออกแบบการจัดการเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๓ คาํ ราชาศัพท์และคาํ สุภาพ
ข้ันท่ี ๑ ผลลพั ธ์ปลายทางทต่ี ้องการให้เกดิ ขนึ้ กบั นักเรียน
ตวั ชี้วดั ช้ันปี
ใชค้ าํ ราชาศพั ท์ ท ๔.๑ (ม. ๒/๔)
ความเข้าใจทคี่ งทนของนักเรียน คาํ ถามสําคญั ที่ทําให้เกดิ ความเข้าใจที่คงทน
นักเรียนจะเข้าใจว่า...
๑. คาํ ราชาศพั ท์ เป็นคาํ ศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระมหากษตั ริย์ ๑. คาํ ราชาศพั ทม์ ีความสาํ คญั ต่อการใชภ้ าษาไทย
พระบรมวงศานุวงศ์ พระสงฆ์ ขา้ ราชการและ หรือไม่ อยา่ งไร
ขนุ นาง และสุภาพชนทวั่ ไป ๒. คาํ ราชาศพั ทท์ ี่ใชก้ บั พระมหากษตั ริยม์ ีวิธีใชอ้ ยา่ งไร
๒. คาํ ราชาศพั ทถ์ ือเป็นวฒั นธรรมการใชภ้ าษาของ ๓. เพราะเหตุใดจึงมีคาํ ศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระสงฆ์
คนไทยท่ีควรใชใ้ หถ้ ูกตอ้ งดว้ ยความภาคภมู ิใจ โดยเฉพาะ
และรักษาไวเ้ ป็นมรดกของชาติสืบไป ๔. การใชค้ าํ สุภาพจาํ เป็นในสงั คมไทยหรือไม่ อยา่ งไร
ความรู้ของนักเรียนท่นี ําไปสู่ความเข้าใจท่ีคงทน ทกั ษะ/ความสามารถของนักเรียนทน่ี ําไปสู่
นักเรียนจะรู้ว่า... ความเข้าใจทค่ี งทน นักเรียนจะสามารถ...
๑. คาํ สาํ คญั ไดแ้ ก่ ราชาศพั ท์ สุภาพชน ๑. บอกความหมายและความสาํ คญั ของคาํ ราชาศพั ท์
พทุ ธศาสนิกชน คาํ สุภาพ ๒. อธิบายความหมายและจดั หมวดหม่คู าํ ราชาศพั ทท์ ี่
๒. คาํ ราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระมหากษตั ริย์ แบ่งออก ใชก้ บั พระมหากษตั ริย์
เป็นคาํ นามราชาศพั ท์ คาํ สรรพนามราชาศพั ท์ ๓. อธิบายความหมายและจดั หมวดหมคู่ าํ ราชาศพั ท์
คาํ กริยาราชาศพั ท์ และคาํ วเิ ศษณ์ราชาศพั ท์ ที่ใชก้ บั พระสงฆ์
๓. คาํ ราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระสงฆ์ เป็นคาํ ท่ีใชเ้ ฉพาะ ๔. อธิบายความหมายและยกตวั อยา่ งคาํ สุภาพ
กบั พระสงฆ์ เพ่อื แสดงถึงความเคารพนบั ถือ ๕. ใชค้ าํ ราชาศพั ทไ์ ดถ้ ูกตอ้ งตามฐานะของบุคคล
๔. คาํ สุภาพเป็นคาํ ท่ีใชก้ บั สุภาพชนทว่ั ไป ตอ้ งใช้
ใหเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ บุคคล และสถานการณ์
ข้ันที่ ๒ ภาระงานและการประเมนิ ผลการเรียนรู้ซ่ึงเป็ นหลกั ฐานที่แสดงว่านักเรียนมผี ลการเรียนรู้
ตามท่ีกาํ หนดไว้อย่างแท้จริง
๑. ภาระงานท่ีนักเรียนต้องปฏบิ ัติ
๑.๑ จบั ใจความสาํ คญั สรุปความ แสดงความคิดเห็น และศึกษาคน้ ควา้ เรื่อง คาํ ราชาศพั ทแ์ ละคาํ สุภาพ
๑.๒ เขียนแผนภาพความคิด
๑.๓ อภิปรายกลุ่ม
๑.๔ รวบรวมคาํ ราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระมหากษตั ริย์
๑.๕ ทาํ รายงานเก่ียวกบั คาํ ราชาศพั ท์
68
๑.๖ แสดงบทบาทสมมุติ
๑.๗ เขียนบทสนทนา
๑.๘ รวบรวมคาํ ราชาศพั ทท์ ี่ใชก้ บั พระสงฆแ์ ละคาํ สุภาพ
๒. วธิ ีการและเครื่องมอื ประเมนิ ผลการเรียนรู้
๒.๑ วธิ ีการประเมินผลการเรียนรู้ ๒.๒ เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้
๑) การทดสอบ ๑) แบบทดสอบก่อนและหลงั เรียน
๒) การสนทนาซกั ถาม ๒) แบบประเมินการอ่าน
๓) การสงั เกต ๓) แบบประเมินการเขียน
๔) การตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น ๔) แบบประเมินการฟังและการดู
รายบุคคลหรือรายกลุ่ม ๕) แบบประเมินการพดู
๕) การวดั เจตคติ ๖) แบบประเมินดา้ นคุณธรรมจริยธรรม
๖) การวดั ทกั ษะและกระบวนการ และค่านิยม
๗) แบบประเมินดา้ นทกั ษะและกระบวนการ
๓. สิ่งทีม่ ุ่งประเมนิ
๓.๑ ความสามารถในการอธิบาย ช้ีแจง การแปลความและตีความ การประยกุ ต์ ดดั แปลง และนาํ ไปใช้
การมีมุมมองที่หลากหลาย การใหค้ วามสาํ คญั และใส่ใจในความรู้สึกของผอู้ ื่น และการรู้จกั ตนเอง
๓.๒ ทกั ษะกระบวนการทางภาษา
๓.๓ สมรรถนะสาํ คญั ไดแ้ ก่ การส่ือสาร การคิด การแกป้ ัญหา การใชท้ กั ษะชีวติ และการใชเ้ ทคโนโลยี
๓.๔ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เช่น รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซ่ือสตั ยส์ ุจริต มีวนิ ยั ใฝ่ เรียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง
มุ่งมน่ั ในการทาํ งาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
ข้ันที่ ๓ แผนการจดั การเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๘ คาํ ราชาศพั ทท์ ี่ใชก้ บั พระมหากษตั ริย์ เวลา ๒ ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๙ คาํ ราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระสงฆแ์ ละคาํ สุภาพ เวลา ๑ ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๘ 69
คาํ ราชาศัพท์ที่ใช้กบั พระมหากษตั ริย์
เวลา ๒ ชว่ั โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๓ เรื่อง คาํ ราชาศัพท์และคาํ สุภาพ
๑. สาระสําคญั
คาํ ราชาศพั ทท์ ี่ใชก้ บั พระมหากษตั ริย์ เป็นคาํ ราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระมหากษตั ริยแ์ ละพระบรมวงศานุวงศ์
แบ่งออกเป็นคาํ นามราชาศพั ท์ คาํ กริยาราชาศพั ท์ คาํ สรรพนามราชาศพั ท์ และคาํ วเิ ศษณ์ราชาศพั ท์ ซ่ึงจะตอ้ งใชใ้ ห้
ถกู ตอ้ งและเหมาะสมกบั ระดบั ของบุคคล
๒. ตัวชี้วัดช้ันปี
ใชค้ าํ ราชาศพั ท์ ท ๔.๑ (ม. ๒/๔)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกความหมายและจดั หมวดหมขู่ องคาํ ราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระมหากษตั ริยไ์ ด้ (K)
๒. อธิบายความสาํ คญั ของคาํ ราชาศพั ทท์ ่ีมีต่อสงั คมไทยได้ (K, A)
๓. ใชค้ าํ ราชาศพั ทไ์ ดถ้ กู ตอ้ งเหมาะสมกบั ระดบั ของบุคคล (P, A)
๔. เห็นคุณค่าของภมู ิปัญญาทางภาษา (A)
๔. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการอ่านสรุปความ
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะการเขียนรายงาน
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ๓. ประเมินทกั ษะการแสวงหาความรู้
๓. ตรวจแบบทดสอบ ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
ก่อนเรียน วนิ ยั ในการทาํ งาน ฯลฯ
๒. ประเมินความภาคภมู ิใจและเห็น
คุณค่าของภมู ิปัญญาทางภาษา
70
๕. สาระการเรียนรู้
คาํ ราชาศพั ทท์ ี่ใชก้ บั พระมหากษตั ริย์
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปความหมาย ความสาํ คญั และการใชค้ าํ ราชาศพั ท์
กบั บุคคลระดบั ต่าง ๆ
คณิตศาสตร์ ศึกษาข่าวในพระราชสาํ นกั
เล่นเกมใบค้ าํ
สงั คมศึกษาฯ
สุขศึกษาฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ที่ ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ชั่วโมงท่ี ๑๓
๑. นกั เรียนทาํ แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. นกั เรียนดูภาพพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั และพระบรมวงศานุวงศ์ แลว้ ร่วมสนทนาเกี่ยวกบั บุคคล
ในภาพวา่ มีความสาํ คญั อยา่ งไร การใชภ้ าษากบั บุคคลในภาพควรใชภ้ าษาลกั ษณะใด เพราะอะไร
๓. ครูนาํ สนทนาโยงเขา้ เรื่อง คาํ ราชาศพั ท์
ข้นั ท่ี ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ครูและนกั เรียนร่วมสนทนาแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั ความหมายของคาํ ราชาศพั ท์ ท่ีมาและความสาํ คญั
ของคาํ ราชาศพั ท์ และการใชค้ าํ ราชาศพั ทก์ บั บุคคลระดบั ต่าง ๆ แลว้ ร่วมกนั สรุปเขียนเป็นแผนภาพ
ความคิด
๒. นกั เรียนจบั คู่กบั เพ่อื นศึกษาเร่ือง คาํ นามราชาศพั ท์ ในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั
มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ แลว้ ช่วยกนั สรุปความรู้
๓. ครูยกตวั อยา่ งคาํ นามราชาศพั ท์ ๕ คาํ ใหแ้ ต่ละค่ชู ่วยกนั แต่งประโยคคาํ ละ ๑ ประโยค ใหถ้ ูกตอ้ ง
เหมาะสม
๔. ครูสุ่มเรียกนกั เรียน ๕ คู่ อ่านประโยคที่แต่งคู่ละ ๑ ประโยคโดยไม่ใชค้ าํ ศพั ทเ์ ดียวกนั
๕. ครูและเพ่อื นช่วยกนั ตรวจสอบวา่ ใชค้ าํ ไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสมหรือไม่ หากไมเ่ หมาะสมใหช้ ่วยกนั แกไ้ ข
และบนั ทึกลงสมุด
๖. ครูแจกข่าวในพระราชสาํ นกั คู่ละ ๑ ฉบบั ใหแ้ ต่ละค่ขู ีดเสน้ ใตค้ าํ นามราชาศพั ท์ แลว้ คดั ลอกลงสมุด
พร้อมท้งั เขียนคาํ สามญั ของคาํ น้นั ๆ ส่งครู
71
ช่ัวโมงที่ ๑๔
๑. นกั เรียนร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกบั คาํ นามราชาศพั ทเ์ ป็นการทบทวน
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็น ๓ กลุ่ม ศึกษาและอภิปรายภายในกลุ่มเร่ือง คาํ ราชาศพั ทท์ ี่ใชก้ บั พระมหากษตั ริย์
ในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ ตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
กลุม่ ที่ ๑ ศึกษาเร่ือง คาํ กริยาราชาศพั ท์
กลุ่มที่ ๒ ศึกษาเร่ือง คาํ สรรพนามราชาศพั ท์
กลุม่ ท่ี ๓ ศึกษาเร่ือง คาํ วเิ ศษณ์ราชาศพั ท์
๓. นกั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมานาํ เสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน ครูและเพ่ือนช่วยกนั ซกั ถาม แสดง
ความคิดเห็น และเสนอแนะ
๔. ครูเปิ ดวดี ิทศั นข์ ่าวในพระราชสาํ นกั ใหน้ กั เรียนดู ใหแ้ ต่ละกลุ่มบอกคาํ ราชาศพั ทท์ ี่ไดย้ นิ ในข่าว และคิด
คาํ ราชาศพั ทท์ ี่เคยไดย้ นิ หรือไดฟ้ ังในชีวติ ประจาํ วนั และจดั หมวดหมู่ของคาํ และความหมายใหไ้ ดม้ าก
ที่สุด เสร็จแลว้ ครูตรวจสอบความถกู ตอ้ งทีละกลุ่มและใหค้ ะแนน
๕. นกั เรียนทาํ ใบงานท่ี ๔ เร่ือง คาํ ราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระมหากษตั ริย์ แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๖. ครูให้ความรู้เสริมว่า คาํ ราชาศัพท์ของไทยส่วนใหญ่เป็ นคาํ ท่ียมื มาจากภาษาเขมรและภาษาบาลี
สันสกฤต ในอดีตไทยรับการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาจากเขมร ซึ่งยกย่อง
พระมหากษตั ริย์เหมอื นสมมตเิ ทพ จึงมคี าํ ใช้กบั พระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะซ่ึงกค็ อื คาํ ราชาศัพท์
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมที่เกี่ยวกบั ความหมายของคาํ ราชาศพั ทแ์ ละคาํ ราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระมหากษตั ริย์ แลว้
ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. นกั เรียนรวบรวมคาํ ราชาศพั ทจ์ ากเร่ือง รามเกียรต์ิ ตอน นารายณ์ปราบนนทก พร้อมท้งั อธิบายความหมาย
แลว้ นาํ มาตรวจสอบความถกู ตอ้ งกบั เพื่อนในช้นั เรียน
๓. นกั เรียนแต่ละกลุ่มรวบรวมข่าวในพระราชสาํ นกั เป็นเวลา ๑ เดือน อธิบายความหมายของคาํ ราชาศพั ท์
ท่ีพบในข่าว ทาํ เป็นรายงานส่งครู
๔. นกั เรียนแต่ละกลุ่มเล่นเกมใบค้ าํ โดยส่งตวั แทนมาทีละกลุ่ม กลุ่มละ ๒ คน ใหจ้ บั สลากวา่ ไดค้ าํ ราชาศพั ท์
หมวดใด แลว้ ใหท้ ายคาํ ราชาศพั ทใ์ นหมวดน้นั ใหท้ นั เวลาท่ีกาํ หนด (ครูควรแบ่งคาํ ราชาศพั ทเ์ ป็นหมวด ๆ
เช่น หมวดร่างกาย หมวดของใช้ ฯลฯ) โดยกาํ หนด ๑ คาํ ได้ ๑ คะแนน เมื่อครบทุกกลุ่มแลว้ ใหแ้ ข่งขนั
ในรอบท่ี ๒ เพ่ือหาผชู้ นะเลิศ กลุ่มใดไดค้ ะแนนมากท่ีสุดเป็นผชู้ นะ
ข้นั ที่ ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนใชค้ าํ ราชาศพั ทใ์ นการพดู หรือการเขียนไดถ้ กู ตอ้ ง
๒. เม่ืออ่านข่าวในพระราชสาํ นกั หรืออ่านวรรณคดีที่เก่ียวกบั พระมหากษตั ริย์ สามารถเขา้ ใจความหมาย
ของคาํ ราชาศพั ทน์ ้นั ๆ ได้
ข้นั ที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปเกี่ยวกบั ความหมายของคาํ ราชาศพั ทแ์ ละคาํ ราชาศพั ทท์ ี่ใชก้ บั พระมหากษตั ริย์
บนั ทึกลงสมุด
72
๒. ครูใหน้ กั เรียนศึกษาคาํ ราชาศพั ทท์ ี่ใชก้ บั พระสงฆแ์ ละคาํ สุภาพ แลว้ เปรียบเทียบกบั คาํ ราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั
พระมหากษตั ริย์ เป็นการบา้ นเพ่ือเตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนอ่านข่าวในพระราชสาํ นกั แลว้ ร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั การใชภ้ าษาในข่าว
๒. นกั เรียนรวบรวมคาํ ราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระมหากษตั ริยใ์ หไ้ ดม้ ากที่สุด แลว้ นาํ มาทาํ เป็นบตั รคาํ สาํ หรับใช้
เล่นเกมทายคาํ ราชาศพั ท์ เพื่อหาแฟนพนั ธุแ์ ทค้ าํ ราชาศพั ท์
๓. นักเรียนศึกษาค้นคว้าเกยี่ วกบั ประเทศสมาชิกอาเซียนทมี่ พี ระมหากษัตริย์เป็ นประมุขว่ามกี ารใช้คาํ ราชาศัพท์
เหมอื นประเทศไทยหรือไม่ อย่างไร
๙. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. ภาพพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั และพระบรมวงศานุวงศ์
๓. ข่าวในพระราชสาํ นกั
๔. วดี ิทศั น์ข่าวในพระราชสาํ นกั
๕. เรื่อง รามเกียรต์ิ ตอน นารายณ์ปราบนนทก
๖. ใบงานท่ี ๔ เรื่อง คาํ ราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระมหากษตั ริย์
๗. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๘. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เลม่ ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๙. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๑๐. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
73
๑๐. บนั ทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. สิ่งที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงช่ือ ผสู้ อน
/ /
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๙ 74
คาํ ราชาศัพท์ทใ่ี ช้กบั พระสงฆ์และคาํ สุภาพ
เวลา ๑ ชว่ั โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๓ เรื่อง คาํ ราชาศัพท์และคาํ สุภาพ
๑. สาระสําคญั
คาํ ราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระสงฆ์ เป็นคาํ ศพั ทเ์ ฉพาะท่ีใชใ้ นการสื่อสารกบั พระสงฆ์ ซ่ึงเป็นบุคคลที่พทุ ธศาสนิกชน
ยกยอ่ งและใหค้ วามเคารพนบั ถือ ส่วนคาํ สุภาพเป็นคาํ ท่ีใชก้ บั สุภาพชนทวั่ ไป ซ่ึงแสดงถึงวฒั นธรรมอนั ดีงามของ
คนไทย
๒. ตวั ชี้วัดช้ันปี
ใชค้ าํ ราชาศพั ท์ ท ๔.๑ (ม. ๒/๔)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกความหมายและจดั หมวดหมขู่ องคาํ ราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระสงฆไ์ ด้ (K)
๒. บอกความหมายและจดั หมวดหมคู่ าํ สุภาพได้ (K)
๓. ใชค้ าํ ราชาศพั ทท์ ี่ใชก้ บั พระสงฆแ์ ละคาํ สุภาพไดเ้ หมาะสมกบั ระดบั ของบุคคล (P, A)
๔. เห็นคุณค่าของภมู ิปัญญาทางภาษา (A)
๔. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการอ่านสรุปความ
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะการเขียนรายงาน
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ๓. ประเมินทกั ษะการเขียน
๓. ตรวจแบบทดสอบ ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๔. ประเมินทกั ษะการพดู
หลงั เรียน วนิ ยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๕. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ประเมินความภาคภมู ิใจและเห็น
คุณค่าของภมู ิปัญญาทางภาษา
75
๕. สาระการเรียนรู้
๑. คาํ ราชาศพั ทท์ ี่ใชก้ บั พระสงฆ์
๒. คาํ สุภาพ
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปคาํ ราชาศพั ทท์ ี่ใชก้ บั พระสงฆแ์ ละคาํ สุภาพ
ศึกษาเร่ือง การใชภ้ าษากบั พระสงฆ์
คณิตศาสตร์ ศึกษาเร่ือง คาํ สุภาพในภาษาองั กฤษ
สงั คมศึกษาฯ แสดงบทบาทสมมุติ
ภาษาต่างประเทศ ทาํ บตั รคาํ
ศิลปะ
การงานอาชีพฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ท่ี ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงท่ี ๑๕
๑. นกั เรียนดูภาพพระสงฆ์ ภาพองคมนตรี ภาพนายกรัฐมนตรี แลว้ ร่วมสนทนาวา่ การพดู คุยหรือติดต่อ
สื่อสารกบั บุคคลในภาพ ควรใชภ้ าษาอยา่ งไรจึงจะเหมาะสม
๒. ครูอธิบายใหน้ กั เรียนเขา้ ใจวา่ การพดู คุยหรือติดต่อสื่อสารกบั พระสงฆจ์ ะตอ้ งมีคาํ ศพั ทเ์ ฉพาะเพ่อื แสดง
ถึงความเคารพนบั ถือ ส่วนองคมนตรี นายกรัฐมนตรีกค็ วรใชค้ าํ ท่ีสุภาพเหมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล
จากน้นั ครูนาํ สนทนาโยงเขา้ เรื่อง คาํ ราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระสงฆแ์ ละคาํ สุภาพ
ข้นั ท่ี ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มส่งตวั แทนมาจบั สลากเพ่อื ศึกษาเรื่อง คาํ ราชาศพั ท์ ในหนงั สือ
เรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ ตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
๑) คาํ ราชาศพั ทท์ ี่ใชก้ บั พระสงฆ์
๒) คาํ สุภาพ
๒. เม่ือศึกษาเสร็จแลว้ ใหแ้ ต่ละกลุ่มกาํ หนดสถานการณ์ ๑ สถานการณ์ เพือ่ แสดงบทบาทสมมุติการใช้
ภาษากบั บุคคลตามท่ีไดศ้ ึกษา แลว้ ออกมาแสดงใหเ้ พ่อื นดูหนา้ ช้นั เรียน เพอ่ื นและครูร่วมกนั แสดงความ
คิดเห็น ติชม และเสนอแนะ
๓. นกั เรียนร่วมกนั สรุปผลการทาํ กิจกรรมตามแนวคาํ ถามต่อไปน้ี
๑) เพราะเหตุใดการสนทนากบั พระสงฆจ์ ึงแตกต่างจากการสนทนากบั บุคคลทวั่ ไป
๒) คาํ ศพั ทท์ ี่ใชก้ บั พระสงฆม์ ีลกั ษณะอยา่ งไร จงยกตวั อยา่ ง
๓) คาํ สุภาพคืออะไร มีลกั ษณะอยา่ งไร
๔) เพราะเหตุใดเราจึงใชค้ าํ สุภาพในการติดต่อส่ือสารกนั
๕) การติดต่อส่ือสารกบั บุคคลใดตอ้ งใชค้ าํ สุภาพบา้ ง
๖) การติดต่อสื่อสารของคนในสงั คมมีการใชภ้ าษาที่เหมาะสมหรือไม่ อยา่ งไร
76
๔. นกั เรียนร่วมกนั สรุปและจดบนั ทึกลงสมุด
๕. ครูให้ความรู้เสริมว่า การใช้ภาษาไทยในการสื่อสารกบั พระสงฆ์หรือสุภาพชนท่ัวไป ควรใช้ให้ถูกต้อง
ตามระดบั ภาษา เพอื่ เป็ นการยกย่องให้เกยี รตบิ ุคคลน้ัน ๆ ซึ่งสอดคล้องกบั เงอ่ื นไขคุณธรรมตามหลกั
เศรษฐกจิ พอเพยี ง
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผ้เู รียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมที่เก่ียวกบั คาํ ราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระสงฆแ์ ละคาํ สุภาพ แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. นกั เรียนรวบรวมคาํ ท่ีใชก้ บั พระสงฆแ์ ละคาํ สุภาพ ทาํ เป็นรายงานส่งครู
๓. นกั เรียนแต่ละกลุ่มคิดสถานการณ์ข้ึนมา ๒ สถานการณ์ สถานการณ์ท่ี ๑ เป็นการใชภ้ าษากบั พระสงฆ์
สถานการณ์ท่ี ๒ เป็นการใชภ้ าษากบั บุคคลในสงั คม แลว้ เขียนบทสนทนาส่งครู
๔. นกั เรียนทาํ บตั รคาํ ศพั ทท์ ี่ใชก้ บั พระสงฆแ์ ละคาํ สุภาพพร้อมความหมาย แลว้ นาํ มาทายเล่นกบั เพอื่ น
ในช้นั เรียน
ข้นั ที่ ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนพดู กบั พระสงฆไ์ ดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
๒. นกั เรียนใชค้ าํ สุภาพพดู กบั เพอ่ื นหรือบุคคลต่าง ๆ ในสงั คมไดถ้ กู ตอ้ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ บุคคล
และสถานการณ์
ข้นั ที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปคาํ ราชาศพั ทท์ ่ีใชก้ บั พระสงฆแ์ ละคาํ สุภาพ เขียนเป็นแผนภาพความคิด แลว้ บนั ทึก
ลงสมุด
๒. นกั เรียนทาํ แบบทดสอบหลงั เรียน แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๓. ครูใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นในประเดน็ ที่วา่
• คาํ ที่เราใชพ้ ดู ใชเ้ ขียนกนั ในภาษาไทย นกั เรียนคิดวา่ เป็นคาํ ชนิดใดบา้ ง
• ปัจจุบนั เราสามารถติดต่อกบั ชาติต่าง ๆ ไดโ้ ดยไร้พรมแดน ทาํ ใหเ้ รายมื คาํ จากภาษาต่างประเทศ
มาใชเ้ ป็นจาํ นวนมาก นกั เรียนคิดวา่ มีความจาํ เป็นหรือไม่ เพราะอะไร
แลว้ มอบหมายใหน้ กั เรียนศึกษาเน้ือหาในหน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ เร่ือง คาํ ไทยแทแ้ ละคาํ ที่มาจาก
ภาษาต่างประเทศ ในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ ของบริษทั
สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั เป็นการบา้ นเพอื่ เตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนดูวดี ิทศั นเ์ กี่ยวกบั การพดู คุยกบั พระสงฆ์ แลว้ สงั เกตการใชภ้ าษาท่ีถกู ตอ้ งหรือนกั เรียนไปพดู คุยกบั
พระสงฆท์ ี่วดั เพือ่ เป็นการฝึกใชภ้ าษาที่ถกู ตอ้ ง
๒. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั คาํ สุภาพในภาษาองั กฤษวา่ มีเหมือนในภาษาไทยหรือไม่
๓. นกั เรียนตดั เอกสารสิ่งพิมพห์ รือคดั ลอกขอ้ ความท่ีเป็นการใชค้ าํ ศพั ทส์ าํ หรับพระสงฆ์ นาํ มาอ่านใหเ้ พ่อื นฟัง
หนา้ ช้นั เรียน
77
๔. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนหลายประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศนับถือ
พระพทุ ธศาสนา เช่น ประเทศกมั พชู า ลาว เมยี นมา สิงคโปร์ เวยี ดนาม โดยเฉพาะประเทศกมั พชู า
รัฐธรรมนูญกมั พชู าได้บัญญตั ใิ ห้พระพุทธศาสนาเป็ นศาสนาประจําชาติ จากน้ันให้นักเรียนศึกษาประเทศ
สมาชิกอาเซียนเหล่านวี้ ่ามคี าํ เฉพาะใช้คาํ กบั พระสงฆ์เหมอื นภาษาไทยหรือไม่ อย่างไร
๙. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบทดสอบหลงั เรียน
๒. ภาพพระสงฆ์
๓. ภาพองคมนตรี
๔. ภาพนายกรัฐมนตรี
๕. สลาก
๖. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๗. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๘. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๙. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บันทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงช่ือ ผสู้ อน
/ /
78
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๔ คาํ ไทยแท้และคาํ ที่มาจากภาษาต่างประเทศ
เวลา ๒ ชั่วโมง
ผงั มโนทศั น์เป้ าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน
ความรู้
๑. ลกั ษณะของคาํ ไทยแท้
๒. คาํ ที่มาจากภาษาต่างประเทศ
ภาระงาน/ชิ้นงาน คาํ ไทยแท้ ทกั ษะและกระบวนการ
๑. ทาํ แบบทดสอบ และคาํ ทม่ี าจาก ๑. กระบวนการฟังและการดู
๒. อ่านจบั ใจความและสรุปความ ภาษาต่างประเทศ ๒. กระบวนการพดู
๓. จาํ แนกคาํ ไทยแทแ้ ละคาํ ที่มาจาก ๓. กระบวนการอ่าน
๔. กระบวนการเขียน
ภาษาต่างประเทศ ๕. กระบวนการคิดวิเคราะห์
๔. ทาํ รายงาน ๖. กระบวนการกลุ่ม
๕. จดั ป้ ายนิเทศ
๖. อภิปรายกลุ่ม
๗. จาํ แนกคาํ ศพั ทภ์ าษาต่าง ๆ
๘. ทาํ โครงงาน
๙. รวบรวมคาํ ท่ีมาจากภาษา
ต่างประเทศ
๑๐. ทาํ ใบงาน
คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม
๑. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู
๒. มีมารยาทในการอ่านและมีนิสยั รักการอ่าน
๓. มีมารยาทในการเขียนและมีนิสยั รักการเขียน
๔. มีความภาคภมู ิใจและเห็นคุณค่าของภมู ิปัญญาทางภาษา
79
ผงั การออกแบบการจัดการเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๔ คาํ ไทยแท้และคาํ ทม่ี าจากภาษาต่างประเทศ
ข้ันท่ี ๑ ผลลพั ธ์ปลายทางทีต่ ้องการให้เกดิ ขนึ้ กบั นักเรียน
ตวั ชี้วดั ช้ันปี
รวบรวมและอธิบายความหมายของคาํ ภาษาต่างประเทศที่ใชใ้ นภาษาไทย ท ๔.๑ (ม. ๒/๕)
ความเข้าใจทคี่ งทนของนักเรียน คาํ ถามสําคญั ทที่ ําให้เกดิ ความเข้าใจท่คี งทน
นักเรียนจะเข้าใจว่า...
๑. คาํ ที่ใชอ้ ยใู่ นภาษาไทย ไม่ไดม้ ีเฉพาะคาํ ไทยแท้ ๑. คาํ ไทยแทก้ บั คาํ ที่ยมื มาจากภาษาต่างประเทศ
แต่มีคาํ ที่มาจากภาษาอ่ืนปะปนอยดู่ ว้ ยเป็นจาํ นวน แตกต่างกนั อยา่ งไร
มาก ท้งั น้ีเพื่อประโยชนใ์ นการสื่อสารและใหม้ ีคาํ ๒. การยมื คาํ ภาษาต่างประเทศเขา้ มาใชใ้ นภาษาไทย
ในภาษาใชม้ ากข้ึน มีผลดีหรือไม่ อยา่ งไร
๒. คาํ ภาษาต่างประเทศท่ียมื มาใชใ้ นภาษาไทยมี ๓. เรายมื คาํ ภาษาใดเขา้ มาใชใ้ นภาษาไทยบา้ ง
หลายภาษา การนาํ ภาษาเหล่าน้นั เขา้ มาใชจ้ ะตอ้ ง มีลกั ษณะอยา่ งไร
นาํ มาปรับใชใ้ หถ้ ูกตอ้ งตามหลกั เกณฑข์ องภาษา ๔. ภาษาต่างประเทศมีอิทธิพลต่อภาษาไทยอยา่ งไรบา้ ง
ความรู้ของนักเรียนทนี่ ําไปสู่ความเข้าใจท่ีคงทน ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนทน่ี ําไปสู่
นักเรียนจะรู้ว่า... ความเข้าใจทีค่ งทน นักเรียนจะสามารถ...
๑. คาํ สาํ คญั ไดแ้ ก่ คาํ ไทยแท้ คาํ โดด กร่อนเสียง ๑. บอกลกั ษณะของคาํ ไทยแทแ้ ละคาํ ที่มาจาก
การกลมกลืนเสียง ภาษาต่างประเทศ
๒. ภาษาไทยเป็นภาษาคาํ โดด คาํ ไทยแทจ้ ึงมี ๒. จาํ แนกคาํ ไทยแทก้ บั คาํ ที่มาจากภาษาต่างประเทศ
เอกลกั ษณ์ของตนเอง คือ เป็นคาํ พยางคเ์ ดียว ออกจากกนั ถูกตอ้ ง
มีตวั สะกดตรงตามมาตราตวั สะกด มีรูปวรรณยกุ ต์ ๓. วเิ คราะห์ลกั ษณะของคาํ ท่ีมาจากภาษาต่างประเทศ
กาํ กบั เพือ่ บอกความหมาย ไม่นิยมใชค้ าํ ควบกล้าํ ภาษาต่าง ๆ ออกจากกนั ได้
และตวั การันต์ ฯลฯ แต่คาํ ไทยแทบ้ างคาํ มีลกั ษณะ ๔. ใชค้ าํ ท่ีมาจากภาษาต่างประเทศเหมาะสมกบั
คลา้ ยคาํ ท่ีมาจากภาษาต่างประเทศ เช่น เป็นคาํ วฒั นธรรมไทย
หลายพยางค์ ใชต้ วั สะกดไม่ตรงตามมาตรา
ใชค้ าํ ท่ีมี รร (รอหนั ) ฯลฯ
๓. การยมื คาํ ที่มาจากภาษาต่างประเทศทาํ ใหเ้ รามีคาํ
ในภาษาใชม้ ากข้ึน แต่การนาํ มาใชเ้ ราตอ้ งปรับใช้
ให้เหมาะสมกบั การออกเสียงของคนไทยและ
ถูกตอ้ งตามหลกั เกณฑข์ องภาษาเพอ่ื รักษา
เอกลกั ษณ์ของภาษาไทยไว้
80
ข้นั ท่ี ๒ ภาระงานและการประเมนิ ผลการเรียนรู้ซ่ึงเป็ นหลกั ฐานทแ่ี สดงว่านักเรียนมผี ลการเรียนรู้
ตามที่กาํ หนดไว้อย่างแท้จริง
๑. ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏบิ ัติ
๑.๑ จบั ใจความสาํ คญั สรุปความ แสดงความคิดเห็น และศึกษาคน้ ควา้ เร่ือง คาํ ไทยแทแ้ ละคาํ ที่มาจาก
ภาษาต่างประเทศ
๑.๒ จาํ แนกคาํ ไทยแทแ้ ละคาํ ที่มาจากภาษาต่างประเทศ
๑.๓ ทาํ รายงาน
๑.๔ จดั ป้ ายนิเทศ
๑.๕ อภิปรายกลุ่ม
๑.๖ จาํ แนกคาํ ศพั ทภ์ าษาต่าง ๆ
๑.๗ ทาํ โครงงาน
๑.๘ รวบรวมคาํ ที่มาจากภาษาต่างประเทศ
๒. วธิ ีการและเครื่องมอื ประเมินผลการเรียนรู้
๒.๑ วิธีการประเมินผลการเรียนรู้ ๒.๒ เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้
๑) การทดสอบ ๑) แบบทดสอบก่อนและหลงั เรียน
๒) การสนทนาซกั ถาม ๒) แบบประเมินการอ่าน
๓) การสงั เกต ๓) แบบประเมินการเขียน
๔) การตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น ๔) แบบประเมินการฟังและการดู
รายบุคคลหรือรายกลุ่ม ๕) แบบประเมินการพดู
๕) การวดั เจตคติ ๖) แบบประเมินดา้ นคุณธรรมจริยธรรม
๖) การวดั ทกั ษะและกระบวนการ และค่านิยม
๗) แบบประเมินดา้ นทกั ษะและกระบวนการ
๓. ส่ิงท่ีมุ่งประเมนิ
๓.๑ ความสามารถในการอธิบาย ช้ีแจง การแปลความและตีความ การประยกุ ต์ ดดั แปลง และนาํ ไปใช้
การมีมุมมองท่ีหลากหลาย การใหค้ วามสาํ คญั และใส่ใจในความรู้สึกของผอู้ ่ืน และการรู้จกั ตนเอง
๓.๒ ทกั ษะกระบวนการทางภาษา
๓.๓ สมรรถนะสาํ คญั ไดแ้ ก่ การส่ือสาร การคิด การแกป้ ัญหา การใชท้ กั ษะชีวิต และการใชเ้ ทคโนโลยี
๓.๔ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เช่น รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซื่อสตั ยส์ ุจริต มีวนิ ยั ใฝ่ เรียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
มุ่งมนั่ ในการทาํ งาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
ข้นั ท่ี ๓ แผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๐ ลกั ษณะของคาํ ไทยแท้ เวลา ๑ ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑๑ คาํ ท่ีมาจากภาษาต่างประเทศ เวลา ๑ ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑๐ 81
ลกั ษณะของคาํ ไทยแท้
เวลา ๑ ชวั่ โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๔ เร่ือง คาํ ไทยแท้และคาํ ทมี่ าจากภาษาต่างประเทศ
๑. สาระสําคญั
คาํ ภาษาไทยที่เราใชก้ นั อยใู่ นปัจจุบนั ไม่ใช่คาํ ไทยแทท้ ้งั หมด มีคาํ ภาษาอื่นปะปนอยจู่ าํ นวนมากจนบางคร้ัง
แยกไมอ่ อกวา่ เป็นคาํ ไทยแทห้ รือคาํ ท่ียืมมาจากภาษาอื่น การมีความรู้เร่ือง ลกั ษณะของคาํ ไทยแท้ จะทาํ ใหเ้ รา
เลือกใชค้ าํ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและเกิดความภาคภูมิใจในภาษาของเรา
๒. ตวั ชี้วดั ช้ันปี
รวบรวมและอธิบายความหมายของคาํ ภาษาต่างประเทศท่ีใชใ้ นภาษาไทย ท ๔.๑ (ม. ๒/๕)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกลกั ษณะของคาํ ไทยแท้ (K)
๒. จาํ แนกคาํ ไทยแทแ้ ละคาํ ท่ีมาจากภาษาอื่นได้ (K, P)
๓. นาํ คาํ ไทยแทไ้ ปใชใ้ นการส่ือสารไดอ้ ยา่ งเหมาะสม (P)
๔. ตระหนกั ในคุณค่าของการใชภ้ าษาไทยที่ถกู ตอ้ ง (A)
๔. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการอ่านสรุปความ
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะการเขียนรายงาน
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ๓. ประเมินทกั ษะการแสวงหา
๓. ตรวจแบบทดสอบ ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ความรู้
ก่อนเรียน วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ประเมินเจตคติท่ีดีต่อการเรียน
ภาษาไทย
82
๕. สาระการเรียนรู้
๑. ลกั ษณะของคาํ ไทยแท้
๒. คาํ ไทยแทท้ ่ีมีลกั ษณะคลา้ ยคาํ ท่ีมาจากภาษาต่างประเทศ
๖. แนวทางบูรณาการ จดั ป้ ายนิเทศ
ทาํ พจนานุกรมเล่มเลก็
ศิลปะ
การงานอาชีพฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ที่ ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงท่ี ๑๖
๑. นกั เรียนทาํ แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. ครูสนทนากบั นกั เรียนเกี่ยวกบั การใชภ้ าษาไทยในปัจจุบนั วา่ มีการใชภ้ าษาพดู และภาษาเขียนผดิ กนั มาก
เช่น ไหม นิยมเขียนเป็น ม้ยั อยา่ งไร นิยมเขียนเป็น ยงั ไง ส่วนภาษาพดู กน็ ิยมพดู ตามสาํ เนียงภาษา
ต่างประเทศ แลว้ นาํ สนทนาโยงเขา้ เร่ือง ลกั ษณะของคาํ ไทยแท้
ข้นั ที่ ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ครูใหน้ กั เรียนอ่านพระราชดาํ รัสในพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช แลว้ สนทนา
แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั เร่ืองที่อ่าน
พระราชดาํ รัส
ในพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช
...ภาษาไทยน้นั เป็นเครื่องมืออยา่ งหน่ึงของชาติ ภาษาท้งั หลายเป็นเคร่ืองมือของมนุษย์
ชนิดหน่ึง คือ เป็นทางสาํ หรับแสดงความคิดเห็นอยา่ งหน่ึง เป็นส่ิงท่ีสวยงามอยา่ งหน่ึง เช่นในทาง
วรรณคดี เป็นตน้ ฉะน้นั จึงจาํ เป็นตอ้ งรักษาเอาไวใ้ หด้ ี ประเทศไทยน้นั มีภาษาของเราเองซ่ึงตอ้ ง
หวงแหน ประเทศใกลเ้ คียงของเราหลายประเทศมีภาษาของตนเอง แต่วา่ เขากไ็ ม่ค่อยแขง็ แรง
เขาตอ้ งพยายามหาทางที่จะสร้างภาษาของตนเองไวใ้ หม้ น่ั คง เราโชคดีท่ีมีภาษาของตนเองแต่
โบราณกาล จึงสมควรอยา่ งยง่ิ ท่ีจะรักษาไว้ ปัญหาเฉพาะในดา้ นรักษาภาษาน้ีกม็ ีหลายประการ
อยา่ งหน่ึงตอ้ งรักษาใหบ้ ริสุทธ์ิในทางออกเสียง คือ ใหอ้ อกเสียงใหถ้ กู ตอ้ งชดั เจน อีกอยา่ งหน่ึง
ตอ้ งรักษาใหบ้ ริสุทธ์ิในวธิ ีใช้ หมายความวา่ วิธีใชค้ าํ มาประกอบเป็นประโยค นบั เป็นปัญหา
ที่สาํ คญั ปัญหาท่ีสาม คือ ความร่ํารวยในคาํ ของภาษาไทย ซ่ึงพวกเรานึกวา่ ไม่ร่าํ รวยพอ จึงตอ้ ง
มีการบญั ญตั ิศพั ทใ์ หม่มาใช.้ ..
่
83
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็น ๒ กลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มศึกษาเร่ือง คาํ ไทยแท้ ในหนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน
ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ ตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
กลุม่ ที่ ๑ ศึกษาเรื่อง ลกั ษณะของคาํ ไทยแท้
กลุ่มที่ ๒ ศึกษาเร่ือง คาํ ไทยแทท้ ่ีมีลกั ษณะคลา้ ยคาํ ที่มาจากภาษาต่างประเทศ
๓. นกั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมานาํ เสนอผลการศึกษาคน้ ควา้ หนา้ ช้นั เรียน
๔. ครูและนกั เรียนร่วมกนั ซกั ถามและสรุปลกั ษณะของคาํ ไทยแทแ้ ละคาํ ไทยแทท้ ่ีมีลกั ษณะคลา้ ยคาํ ท่ีมา
จากภาษาต่างประเทศ นกั เรียนจดบนั ทึกลงสมุด
๕. นกั เรียนแต่ละคนเขียนช่ือและนามสกลุ ของตนเองลงในกระดาษ แลว้ นาํ ไปใส่ในกล่องท่ีครูเตรียมไวใ้ ห้
หนา้ ช้นั เรียน ใหแ้ ต่ละคนในกลุ่มออกมาหยบิ ชื่อเพ่ือนคนละ ๑ ชื่อ แลว้ นาํ ไปวเิ คราะห์กนั ในกลุ่มวา่
เป็นคาํ ไทยแทห้ รือคาํ ท่ีมาจากภาษาต่างประเทศ เสร็จแลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง แกไ้ ขให้
ถกู ตอ้ ง นาํ มาติดท่ีป้ ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียน
๖. ครูให้ความรู้เพม่ิ เตมิ ว่า ภาษาไทยเป็ นภาษาคาํ โดดเช่นเดียวกบั ภาษาจีน ภาษาเขมร และภาษาเวยี ดนาม
ข้นั ท่ี ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมที่เกี่ยวกบั ลกั ษณะของคาํ ไทยแท้ แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั วิเคราะห์ช่ือตวั ละครจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมไทย กลุ่มละไมน่ อ้ ยกวา่
๑๐ เร่ืองวา่ มีตวั ละครตวั ใดบา้ งที่มีชื่อเป็นคาํ ไทยแท้ พร้อมท้งั บอกลกั ษณะนิสยั ของตวั ละครตวั น้นั
ทาํ เป็นรายงานส่งครู
ข้นั ท่ี ๔ นําไปใช้
นกั เรียนนาํ ความรู้เกี่ยวกบั ลกั ษณะของคาํ ไทยแทไ้ ปใชใ้ นการเรียนและในชีวติ ประจาํ วนั
ข้นั ท่ี ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปลกั ษณะของคาํ ไทยแทล้ งในใบงานที่ ๕ เร่ือง ลกั ษณะของคาํ ไทยแท้ แลว้ ช่วยกนั
เฉลยคาํ ตอบ
๒. ครูใหน้ กั เรียนเลือกอ่านบทความส้นั ๆ ๑ บทความ แลว้ คน้ หาคาํ ในบทความที่ตอ้ งแปลความหมายก่อน
จึงจะเขา้ ใจ บนั ทึกลงสมุด เป็นการบา้ นเพอ่ื เตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนรวบรวมคาํ ไทยแทท้ ี่มีลกั ษณะคลา้ ยคาํ ที่มาจากภาษาต่างประเทศ พร้อมอธิบายความหมาย ทาํ เป็น
พจนานุกรมเล่มเลก็
๒. นกั เรียนร่วมกนั สนทนาแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั การใชภ้ าษาไทยในปัจจุบนั
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. ตวั อยา่ งพระราชดาํ รัสในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมู ิพลอดุลยเดช
84
๓. กระดาษสาํ หรับเขียนชื่อและนามสกลุ
๔. กล่องสาํ หรับใส่ชื่อนกั เรียน
๕. ใบงานท่ี ๕ เร่ือง ลกั ษณะของคาํ ไทยแท้
๖. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๗. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๘. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๙. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บันทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงชื่อ ผสู้ อน
//
85
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑๑
คาํ ที่มาจากภาษาต่างประเทศ
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย เวลา ๑ ชวั่ โมง
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๔ เรื่อง คาํ ไทยแท้และคาํ ทม่ี าจากภาษาต่างประเทศ
๑. สาระสําคญั
คาํ ไทยที่เราใชก้ นั อยใู่ นปัจจุบนั ไมใ่ ช่คาํ ไทยลว้ น ๆ แต่มีคาํ ภาษาต่างประเทศเขา้ มาปะปนอยดู่ ว้ ยจาํ นวนมาก
ท้งั น้ีเพ่ือประโยชนใ์ นการส่ือสาร การถ่ายทอดวฒั นธรรม และการศึกษาหาความรู้ การมีความรู้เรื่อง คาํ ท่ีมาจาก
ภาษาต่างประเทศ จะทาํ ใหเ้ ขา้ ใจถึงอิทธิพลของภาษาอื่นท่ีมีต่อภาษาไทย และรู้จกั เลือกรับและนาํ ไปปรับใชใ้ ห้
เหมาะสมกบั ภาษาไทย ซ่ึงเป็นการรักษาเอกลกั ษณ์และวฒั นธรรมไทย
๒. ตัวชี้วัดช้ันปี
รวบรวมและอธิบายความหมายของคาํ ภาษาต่างประเทศท่ีใชใ้ นภาษาไทย ท ๔.๑ (ม. ๒/๕)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. อธิบายลกั ษณะของคาํ ท่ีมาจากภาษาต่างประเทศได้ (K)
๒. วเิ คราะห์สาเหตุของการท่ีมีคาํ ภาษาต่างประเทศเขา้ มาปะปนในภาษาไทยได้ (P)
๓. บอกลกั ษณะควรสงั เกตของคาํ ภาษาต่างประเทศท่ีไทยยืมมาใชไ้ ดถ้ กู ตอ้ ง (K, P)
๔. จาํ แนกคาํ ภาษาต่างประเทศที่ใชใ้ นภาษาไทยจากสื่อสารสนเทศต่าง ๆ ได้ (K, P)
๕. ตระหนกั ในคุณค่าของการใชภ้ าษาไทยที่ถกู ตอ้ ง (A)
๔. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A) ๑. ประเมินทกั ษะการอ่านสรุปความ
๒. ประเมินทกั ษะการเขียนโครงงาน
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๓. ประเมินทกั ษะการแสวงหา
และการยกตวั อยา่ ง เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ความรู้
๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ
๓. ตรวจแบบทดสอบ ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ
หลงั เรียน วนิ ยั ในการทาํ งาน ฯลฯ
๒. ประเมินความภาคภมู ิใจและเห็น
คุณค่าของภมู ิปัญญาทางภาษา
86
๕. สาระการเรียนรู้
คาํ ท่ีมาจากภาษาต่างประเทศ
๖. แนวทางบูรณาการ จดั กลุ่มคาํ ท่ีมาจากภาษาต่างประเทศ
ศึกษาเกี่ยวกบั หลกั การยมื คาํ ภาษาองั กฤษมาใชใ้ นภาษาไทย
คณิตศาสตร์ จดั ป้ ายนิเทศ
ภาษาต่างประเทศ เล่นเกมเขา้ กลุ่ม
ศิลปะ ทาํ พจนานุกรมเล่มเลก็
สุขศึกษาฯ
การงานอาชีพฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ที่ ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ชั่วโมงท่ี ๑๗
๑. นกั เรียนอ่านและสงั เกตขอ้ ความต่อไปน้ี
คนไทยเราโชคดีท่ีมีภาษาของตนเองใช้ ท้งั น้ีเป็นเพราะเรามีพระมหากษตั ริยผ์ ทู้ รงมี
พระวจิ ารณญาณอนั สุขมุ คมั ภีรภาพยงิ่ มาต้งั แต่สมยั โบราณจนถึงปัจจุบนั เช่น ในสมยั สุโขทยั เรามี
อิสรภาพทางวฒั นธรรมโดยเฉพาะทางดา้ นภาษาเกิดข้ึนไดอ้ ยา่ งสมบูรณ์ก็เพราะพอ่ ขนุ รามคาํ แหง
มหาราชไดท้ รงประดิษฐอ์ กั ษรของเราเองข้ึนใช้ ไม่ตอ้ งพ่งึ พาอกั ษรของชาติอื่นอีกต่อไป ฉะน้นั
ตราบใดที่คนไทยยงั ใชอ้ กั ษรขอมและอกั ษรมอญเขียนภาษาไทยอยู่ ตราบน้นั เรากย็ งั ตกเป็นทาส
อยรู่ ่ําไป คือเป็นทาสทางภมู ิปัญญาของต่างชาติ
๒. ครูวเิ คราะห์และช้ีแนะใหน้ กั เรียนเห็นวา่ คาํ บางคาํ อ่านแลว้ เขา้ ใจไดท้ นั ที บางคาํ อ่านแลว้ ตอ้ งแปล
ความหมายก่อนจึงจะเขา้ ใจ คาํ ที่เขา้ ใจไดท้ นั ทีส่วนใหญ่จะเป็นคาํ ไทยแท้ ส่วนคาํ ท่ีตอ้ งแปลความหมาย
ก่อน ส่วนใหญ่เป็นคาํ ที่ยมื มาจากภาษาอ่ืน เช่นคาํ วา่ ภาษา วิจารณญาณ สุขมุ คมั ภีรภาพ อิสรภาพ
วฒั นธรรม ประดิษฐ์ อกั ษร ทาส ภมู ิปัญญา
๓. ครูนาํ สนทนาโยงเขา้ เร่ือง คาํ ท่ีมาจากภาษาต่างประเทศ
ข้นั ท่ี ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ครูสนทนากบั นกั เรียนถึงภาษาต่างประเทศที่เขา้ มาในภาษาไทยวา่ เขา้ มาดว้ ยเหตุผลใดบา้ ง เช่น การ
ติดต่อคา้ ขาย อาณาเขตติดต่อกนั รับศาสนาเขา้ มา
๒. นกั เรียนศึกษาเร่ือง คาํ ที่มาจากภาษาต่างประเทศ ในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั
มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ ภายในเวลา ๑๐ นาที แลว้ ใหน้ กั เรียนร่วมอภิปรายตามแนวคาํ ถามต่อไปน้ี
๑) การยมื คาํ ภาษาอื่นมาใชใ้ นภาษาไทยมีผลดีหรือไม่ อยา่ งไร
๒) เรารับภาษาใดมาใชใ้ นภาษาไทยบา้ ง และมีหลกั สงั เกตอยา่ งไรวา่ เป็นคาํ ของภาษาน้นั ๆ
87
๓) ยกตวั อยา่ งคาํ ภาษาต่างประเทศท่ีนาํ มาใชใ้ นภาษาไทย
๔) การรับคาํ ภาษาต่างประเทศมาใชใ้ นภาษาไทย มีวิธีการใชอ้ ยา่ งไรบา้ ง
๓. นกั เรียนเล่นเกมเขา้ กลุ่ม โดยใหน้ กั เรียนอาสาสมคั ร ๗ คน ยนื เป็นตวั หลกั ถือบตั รคาํ คาํ วา่ คาํ ไทยแท้
คาํ ภาษาบาลี–สนั สกฤต คาํ ภาษาเขมร คาํ ภาษาชวา คาํ ภาษาเปอร์เซีย คาํ ภาษาจีน คาํ ภาษาองั กฤษ
๔. ครูแจกบตั รคาํ ที่มาจากภาษาต่าง ๆ ใหน้ กั เรียนคนละ ๑ บตั รคาํ เม่ือครูใหส้ ญั ญาณนกหวีด ใหน้ กั เรียน
เขา้ กลุ่มใหต้ รงตวั หลกั ภายในเวลา ๓๐ วนิ าที
๕. เมื่อหมดเวลาครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง ใครเขา้ กลุ่มผดิ ถือวา่ แพ้
๖. ครูเรียกบตั รคาํ คืนจากนกั เรียน สลบั บตั รคาํ แลว้ แจกใหม่ใหน้ กั เรียนเล่นหลาย ๆ คร้ังจนถูกหมดทุกคน
ไม่มีกลุม่ ใดผดิ
๗. นกั เรียนจดบนั ทึกคาํ ศพั ทภ์ าษาต่าง ๆ จากบตั รคาํ ที่ใชเ้ ล่นเกม แยกเป็นหมวดหม่ลู งสมุด
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเก่ียวกบั คาํ ท่ีมาจากภาษาต่างประเทศ แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มทาํ โครงงานรวบรวมคาํ ภาษาต่างประเทศภาษาใดภาษาหน่ึง
จากสื่อสารสนเทศต่าง ๆ แลว้ นาํ เสนอผลงานใหเ้ พ่ือนในช้นั เรียนฟัง
๓. นกั เรียนแต่ละกลุ่ม ช่วยกนั คน้ หาคาํ ภาษาต่างประเทศในภาษาไทยท่ีปรากฏอยใู่ นบทละครเร่ือง
รามเกียรต์ิ ตอน นารายณ์ปราบนนทก ในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒
เล่ม ๒ ภายในเวลา ๑๐ นาที เสร็จแลว้ นาํ เสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน ครูและนกั เรียนช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
ข้นั ท่ี ๔ นําไปใช้
๑. นักเรียนใช้ภาษาต่างประเทศในการพดู และการเขียนอย่างถูกต้องและใช้อย่างเหมาะสม โดยคาํ นึงถงึ
คุณค่าของภาษาไทย และเพอ่ื เป็ นการอนุรักษ์และสืบสานภาษาไทยให้คงอยู่ ซึ่งสอดคล้องกบั หลกั ความ
มเี หตุผลตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง
๒. นกั เรียนนาํ ความรู้เกี่ยวกบั คาํ ที่มาจากภาษาต่างประเทศไปใชใ้ นการเรียนและในชีวิตประจาํ วนั ไดอ้ ยา่ ง
ถูกตอ้ ง
ข้นั ที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปลกั ษณะของคาํ ท่ีมาจากภาษาต่างประเทศ บนั ทึกลงสมุด
๒. นกั เรียนทาํ แบบทดสอบหลงั เรียน แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๓. ครูใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นในประเดน็ ท่ีวา่
• ในปัจจุบนั มีขอ้ มูลความรู้ต่าง ๆ ท่ีเผยแพร่มากมาย นกั เรียนมีหลกั ในการฟังหรือดูเร่ืองราวน้นั
อยา่ งไร
• ในการฟังหรือการดูเรื่องราวต่าง ๆ การวิเคราะห์หรือวินิจฉยั มีความจาํ เป็นหรือไม่ อยา่ งไร
แลว้ มอบหมายใหน้ กั เรียนศึกษาเน้ือหาในหน่วยการเรียนรู้ท่ี ๕ เร่ือง การพฒั นาทกั ษะการฟังและการดู
ในหนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ ของบริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นา
พานิช จาํ กดั เป็นการบา้ นเพ่อื เตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
88
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนศึกษาเพม่ิ เติมเกี่ยวกบั การยมื คาํ ภาษาต่างประเทศมาใชใ้ นภาษาไทย นาํ ความรู้มาจดั ป้ ายนิเทศหนา้
ช้นั เรียน
๒. นกั เรียนทาํ พจนานุกรมเล่มเลก็ รวบรวมคาํ ท่ียมื มาจากภาษาองั กฤษพร้อมท้งั อธิบายความหมาย
๓. นกั เรียนทาํ พจนานุกรมภาษาอาเซียนท่ีควรรู้พร้อมคาํ แปล
๔. ครูใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางสะเตม็ ศึกษา (STEM Education) จากสถานการณ์
เร่ือง ปฏิทิน ๑๒ ภาษา แลว้ นาํ เสนอผลงาน
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบทดสอบหลงั เรียน
๒. ตวั อยา่ งขอ้ ความ
๓. บตั รคาํ
๔. นกหวีด
๕. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๖. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๒ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๗. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๘. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๙. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บันทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงช่ือ ผสู้ อน
//
89
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ การพฒั นาทักษะการฟังและการดู
เวลา ๖ ชั่วโมง
ผงั มโนทศั น์เป้ าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน
ความรู้
๑. หลกั เกณฑก์ ารฟังและการดู
๒. การฟังและการดูสิ่งที่เป็นความรู้และความบนั เทิง
๓. การวิเคราะห์และจบั ประเดน็ จากเร่ืองที่ฟังและดู การวเิ คราะห์
หรือวินิจฉยั ขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเรื่องที่ฟังและดู และ
มารยาทในการฟังและการดู
ภาระงาน/ชิ้นงาน การพฒั นาทักษะ ทักษะและกระบวนการ
๑. ทาํ แบบทดสอบ การฟังและการดู ๑. กระบวนการฟังและการดู
๒. อ่านจบั ใจความและสรุปความ ๒. กระบวนการพดู
๓. วิเคราะห์จุดประสงคข์ องเรื่อง ๓. กระบวนการอ่าน
๔. กระบวนการเขียน
ท่ีฟังและดู ๕. กระบวนการคิดวิเคราะห์
๔. เขียนแผนภาพความคิด ๖. กระบวนการกลุ่ม
๕. อภิปรายกลุ่ม
๖. ประเมินทกั ษะการฟัง
๗. ทาํ รายงานเก่ียวกบั เรื่องที่ฟังและดู
๘. ฝึกทกั ษะการฟังและการดู
๙. ทาํ ใบงาน
คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม
๑. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู
๒. มีมารยาทในการอ่านและมีนิสยั รักการอ่าน
๓. มีมารยาทในการเขียนและมีนิสยั รักการเขียน
๔. มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนภาษาไทย
90
ผงั การออกแบบการจดั การเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ การพฒั นาทักษะการฟังและการดู
ข้ันท่ี ๑ ผลลพั ธ์ปลายทางท่ีต้องการให้เกดิ ขนึ้ กบั นักเรียน
ตวั ชี้วดั ช้ันปี
๑. พดู สรุปใจความสาํ คญั ของเรื่องท่ีฟังและดู ท ๓.๑ (ม. ๒/๑)
๒. วิเคราะห์ขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ คิดเห็น และความน่าเชื่อถือของข่าวสารจากส่ือต่าง ๆ ท ๓.๑ (ม. ๒/๒)
๓. วเิ คราะห์และวิจารณ์เร่ืองท่ีฟังและดูอยา่ งมีเหตุผล เพื่อนาํ ขอ้ คิดมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดาํ เนินชีวติ
ท ๓.๑ (ม. ๒/๓)
๔. พดู ในโอกาสต่าง ๆ ไดต้ รงตามวตั ถุประสงค์ ท ๓.๑ (ม. ๒/๔)
๕. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู ท ๓.๑ (ม. ๒/๖)
ความเข้าใจท่คี งทนของนักเรียน คาํ ถามสําคญั ทีท่ ําให้เกดิ ความเข้าใจท่คี งทน
นักเรียนจะเข้าใจว่า...
๑. การฟังและการดู เป็นทกั ษะการส่ือสารท่ีสาํ คญั ๑. การฟังและการดูมีความสาํ คญั ต่อนกั เรียนหรือไม่
และจาํ เป็นต่อการดาํ รงชีวิตในสงั คม ทาํ ใหเ้ ราไดร้ ับ อยา่ งไร
ความรู้ ความคิด เกิดการเรียนรู้ และนาํ ไปประยกุ ต์ ๒. ในการฟังเรื่องต่าง ๆ ทาํ ไมจะตอ้ งต้งั จุดประสงค์
ใชใ้ นชีวติ ประจาํ วนั ได้ ไวก้ ่อน
๒. การพฒั นาประสิทธิภาพในการฟังและการดู ๓. การรู้หลกั เกณฑใ์ นการฟังและการดูมีผลดีตอ่ ผฟู้ ัง
เป็นทกั ษะหน่ึงท่ีจาํ เป็นจะตอ้ งฝึ กฝนอยา่ งสม่าํ เสมอ หรือไม่ อยา่ งไร
เพอ่ื ใหเ้ ป็นผฟู้ ังหรือผดู้ ูท่ีมีประสิทธิภาพ และมี ๔. ส่ิงท่ีเป็นความรู้กบั สิ่งท่ีเป็นความบนั เทิงมีหลกั การฟัง
วิจารณญาณในเรื่องท่ีฟังหรือดู หรือการดูแตกต่างกนั อยา่ งไร
๕. การฟังหรือการดูสิ่งต่าง ๆ ควรดูอยา่ งไรจึงจะไดช้ ่ือ
วา่ มีวิจารณญาณ
๖. ขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นแตกต่างกนั อยา่ งไร
๗. ความน่าเชื่อถือของเรื่องที่ฟังหรือดูพจิ ารณาจากส่ิง
ใดบา้ ง
๘. ทาํ ไมเราตอ้ งมีมารยาทในการฟังและการดู
ความรู้ของนักเรียนที่นําไปสู่ความเข้าใจท่ีคงทน ทกั ษะ/ความสามารถของนักเรียนทนี่ ําไปสู่
นักเรียนจะรู้ว่า... ความเข้าใจท่คี งทน นักเรียนจะสามารถ...
๑. คาํ สาํ คญั ไดแ้ ก่ โลกาภิวตั น์ ปฏิสมั พนั ธ์ วจิ ารณญาณ ๑. บอกหลกั เกณฑก์ ารฟังและการดู
สื่อ วทิ ยกุ ระจายเสียง อินเทอร์เน็ต อีเมล ๒. ต้งั จุดประสงคใ์ นการฟังและการดู
การจบั ประเด็น ขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ คิดเห็น ๓. พิจารณาน้าํ เสียง กิริยาท่าทาง และถอ้ ยคาํ จากผพู้ ดู
91
๒. การฟังและการดูจะตอ้ งต้งั จุดประสงค์ มีความต้งั ใจ ๔. บอกลกั ษณะของสิ่งท่ีเป็นความรู้และสิ่งที่เป็นความ
รู้จกั วิเคราะห์ รู้จกั สงั เกตน้าํ เสียง กริยาท่าทาง ภาษา บนั เทิง
ท่ีใชพ้ ดู และพิจารณาไตร่ตรองเร่ืองท่ีฟังหรือดู ๕. บอกหลกั การฟังและการดูสิ่งท่ีเป็นความรู้และส่ิงที่
ใหเ้ ขา้ ใจก่อน เป็นความบนั เทิงอยา่ งมีวิจารณญาณ
๓. การฟังและการดูส่ิงท่ีเป็นความรู้ เป็นการเกบ็ ความรู้ ๖. บอกหลกั การเลือกฟังหรือดูสื่อรูปแบบต่าง ๆ
จากเรื่องที่ฟังหรือดู ส่วนการฟังและการดูส่ิงที่เป็น อยา่ งมีวิจารณญาณ
ความบนั เทิง เป็นการฟังหรือการดูเพ่ือความ ๗. แยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเรื่องที่ฟังและดูได้
สนุกสนานเพลิดเพลิน ๘. วิเคราะห์วิจารณ์เรื่องท่ีฟังและดูอยา่ งมีเหตุผล
๔. การฟังและการดูส่ือรูปแบบต่าง ๆ จะตอ้ งจบั ใจ ๙. ปฏิบตั ิตนเป็ นผมู้ ีมารยาทในการฟังและการดู
ความสาํ คญั วเิ คราะห์ขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ คิดเห็น
ความน่าเชื่อถือ แสดงความคิดเห็นอยา่ งมีเหตุผล
และนาํ ความรู้หรือขอ้ คิดไปใชป้ ระโยชนก์ บั ตนเองได้
๕. การฟังและการดูเร่ืองต่าง ๆ ผฟู้ ังหรือผดู้ ูจะตอ้ งรักษา
มารยาท เพื่อเป็นการใหเ้ กียรติผพู้ ดู หรือผชู้ มคนอื่น
ข้ันท่ี ๒ ภาระงานและการประเมนิ ผลการเรียนรู้ซ่ึงเป็ นหลกั ฐานทแ่ี สดงว่านักเรียนมผี ลการเรียนรู้
ตามที่กาํ หนดไว้อย่างแท้จริง
๑. ภาระงานที่นักเรียนต้องปฏิบัติ
๑.๑ จบั ใจความสาํ คญั สรุปความ แสดงความคิดเห็น และศึกษาคน้ ควา้ เร่ือง การพฒั นาทกั ษะการฟังและการดู
๑.๒ วิเคราะห์จุดประสงคข์ องเรื่องท่ีฟังหรือดู
๑.๓ เขียนแผนภาพความคิด
๑.๔ อภิปรายกลุ่ม
๑.๕ ประเมินทกั ษะการฟัง
๑.๖ ทาํ รายงานเกี่ยวกบั เร่ืองที่ฟังหรือดู
๑.๗ ฝึกทกั ษะการฟังและการดู
๒. วธิ ีการและเครื่องมอื ประเมนิ ผลการเรียนรู้
๒.๑ วธิ ีการประเมินผลการเรียนรู้ ๒.๒ เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้
๑) การทดสอบ ๑) แบบทดสอบก่อนและหลงั เรียน
๒) การสนทนาซกั ถาม ๒) แบบประเมินการอ่าน
๓) การสงั เกต ๓) แบบประเมินการเขียน
๔) การตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น ๔) แบบประเมินการฟังและการดู
รายบุคคลหรือรายกลุ่ม ๕) แบบประเมินการพดู
๕) การวดั เจตคติ ๖) แบบประเมินดา้ นคุณธรรมจริยธรรม
๖) การวดั ทกั ษะและกระบวนการ และค่านิยม
๗) แบบประเมินดา้ นทกั ษะและกระบวนการ