๙. เพลงพนื้ บ้านสะท้อนค่านิยมของคนไทยใน 292
เรื่องใด
ก ความกตญั ญู ๑๐. การละเล่นเพลงพนื้ บ้าน แสดงถงึ เรื่องใดของ
ข ความรักสนุก คน ไทยเด่นชัดที่สุด
ค ความยดึ มน่ั ในศาสนา ก รักสนุก
ง ถูกทุกขอ้ ข ชอบความโกห้ รู
ค มีปฏิภาณไหวพริบ
ง เป็นคนเจา้ บทเจา้ กลอน
293
ตอนท่ี ๓.๕
แบบทดสอบปลายภาคเรียน
ด้านความรู้
ตอนท่ี ๑ เลือกคาํ ตอบท่ีถกู ต้องท่ีสุดเพียงคาํ ตอบเดียว
๑. ข้อใดมพี ยางค์หนักมากท่สี ุด ๖. ข้อใดแยกคาํ สนธิไม่ถกู ต้อง
ก สมุดปกแขง็ ก ชล + อุบล = ชโลบล
ข เธอไปโรงเรียน ข มหา + อินทร์ = มหินทร์
ค ขนมอร่อยมาก ค นโย + อุบาย = นโยบาย
ง บา้ นสะอาดสะอา้ น ง พทุ ธ + องั กรู = พทุ ธางกรู
๒. ข้อใดมพี ยางค์ลดนาํ้ หนัก ๗. ข้อใดเขยี นคาํ สมาสถูกต้อง
ก ลมพดั เยน็ สบาย ก คณบดี ค มนุษยธ์ รรม
ข น้าํ จิ้มตอ้ งรสเผด็ ไม่ใช่รสจืด ข พละศึกษา ง ศิลปะศึกษา
ค เขาชอบกินก๋วยเตี๋ยวมกั่ มาก ๘. ข้อใดเป็ นคาํ สมาสทีม่ สี นธิ
ง อากาศร้อนจนกระหายน้าํ มาก ก ชลบุรี ค ปทุมธานี
๓. “ฉันอยากกลบั บ้านไม่ใช่ไปเท่ียว” ข สุโขทยั ง นครปฐม
พยางค์ใดต้องการเน้นนํา้ หนัก ๙. ข้อใดมใี จความไม่เป็นประโยค
ก ฉนั ค ไปเท่ียว ก ภาพหงส์ในสระบวั
ข ไม่ใช่ ง กลบั บา้ น ข ชายชราขยบั ใหเ้ ดก็ นกั เรียนนงั่
๔. “พระพทุ ธรูปในวดั เบญจมบพิตร” ข้อความนี้ ค นางฟ้ าเอ้ือมมือดึงดวงดาวลงมา
มกี คี่ าํ ง ร้านอยใู่ นบริเวณเลียบคลองหลอด
ก ๔ คาํ ๑๐. ข้อใดมใี จความเป็ นประโยค
ข ๕ คาํ ก พวกเด็กผหู้ ญิงทาํ งานฝีมือ
ค ๖ คาํ ข กลอ้ งถ่ายภาพเลก็ กะทดั รัด
ง ๗ คาํ ค บา้ นหลงั ใหม่ใหญ่โตมโหฬาร
๕. ข้อใดไม่ใช่วธิ ีการสร้างคาํ ในภาษาไทย ง ความร่ืนเริงในเทศกาลลอยกระทง
ก เปลี่ยนรูปเพ่ือแสดงพจน์ ๑๑. ข้อใดเป็ นประโยคทใ่ี ช้กริยามบี ทกรรม
ข สร้างจากคาํ มูลต้งั แต่ ๒ คาํ ข้ึนไปมารวมกนั ก จอ้ ยเป็ นบุตรเศรษฐี
ค นาํ คาํ ที่มีความหมายเหมือนกนั มาซอ้ นตอ่ ข จอ้ ยทา้ ชกต่อยกบั เดก็ คนอื่น
กนั ค จอ้ ยแสดงอาํ นาจเหนือเดก็ คนอ่ืน
ง ใชค้ าํ ท่ีมีความหมายตรงกนั ขา้ มมา ง ขอ้ ข และ ค
ประกอบกนั
๑๒. ข้อใดเป็ นประโยคที่มกี ริยาช่วย 294
ก แมวไล่จบั หนูตวั ใหญ่
ข แม่สอนลกู ใหเ้ ป็นคนดี ๑๗. ข้อใดเป็ นประโยคปฏิเสธ
ค นอ้ ยเขียนจดหมายถึงแม่ ก ผสู้ ูงอายอุ อกกาํ ลงั กายหนกั ไม่ได้
ง ครูไดอ้ ุปการะแกว้ ดุจญาติผใู้ หญ่ ข ยาเสพติดหมดไปจากสงั คมไทยหรือไม่
ค รัฐบาลไมม่ ีความสามารถในการแกไ้ ข
๑๓. ข้อใดเป็ นประโยคท่ีใช้กริยาอาศัยส่วน ปัญหาสงั คม
เติมเตม็ ง ในช่วงเทศกาลประชาชนเดินทางกลบั ต่าง
ก เดก็ ๆ วงิ่ ตามกนั เป็นกลุ่ม จงั หวดั ไมไ่ ด้
ข กนกเป็นคนมีพรสวรรคม์ าก
ค ความเป็นอยขู่ องเขาไมส่ ู้สุขสบายนกั ๑๘. ประโยคห้ามในข้อใดใช้ภาษาได้เหมาะสมทีส่ ุด
ง เขาจาํ เป็นตอ้ งออกจากบา้ นไปเรียน ก หา้ มทิ้งขยะ
หนงั สือ ข ขยะหา้ มทิ้ง
ค หา้ มมิใหท้ ิ้งขยะ
๑๔. ข้อใดเป็ นประโยคท่ีมกี ริยาอยู่หน้า ง หา้ มไม่ใหท้ ิ้งขยะ
ประธาน
ก เกิดเหตุจลาจลในสหรัฐอเมริกา ๑๙. ข้อใดมบี ทขยายประธาน
ข นิวซีแลนดเ์ ป็นเมืองท่ีสวยงามมาก ก มิจฉาชีพลวงผหู้ ญิงไปชิงทรัพย์
ค ปารีสเป็นแหล่งรวมแฟชน่ั ระดบั โลก ข นกดุเหวา่ ส่งเสียงร้องในตอนเชา้
ง จีนมีแหล่งอารยธรรมท่ีสาํ คญั ของโลก ค ช่างสาํ ราญเป็นนวนิยายร่วมสมยั
ง พระเจดียภ์ เู ขาทองท่ีวดั สระเกศบรรจุ
๑๕. ประโยคใดมผี ู้ถูกกระทําอยู่หน้ากริยา พระบรมสารีริกธาตุ
ทาํ หน้าที่ประธานและละผู้กระทํา
ก หนงั สือน้ีอ่านได้ ๒๐. “ฉันไม่ชอบอาหารรสจัด” ประโยคนี้
ข เกิดวาตภยั ในภาคใต้ ขยายด้วยอะไร
ค บา้ นหลงั น้ีไม่มีคนอยู่ ก คาํ ค ประโยค
ง พอ่ แม่มีบุญคุณแก่ลกู ข กลุ่มคาํ ง ถูกทุกขอ้
๑๖. ข้อใดเป็ นประโยคบอกเล่า ๒๑. ข้อใดไม่ใช่ ประโยครวม
ก หา้ มจบั ปลาในฤดูวางไข่ ก นกไดด้ ีเพราะขยนั
ข คนไทยไม่ชอบอ่านหนงั สือ ข เธอชอบการอ่านหรือการเขียน
ค อาหารทะเลมีความปลอดภยั หรือ ค เพราะความกตญั ญู สมใจจึงมีฐานะดีข้ึน
ง นายกรัฐมนตรีเชิญชวนใหค้ นไทย ง เขาอยากจะนอนหลบั แต่ยงั อ่านหนงั สือ
ออกกาํ ลงั กาย ไม่จบ
๒๒. “ท่านที่ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีโปรด
มารับรางวัล” ประโยคนีข้ ยายด้วยอะไร
ก คาํ
ข กลุ่มคาํ
ค ประโยค
ง ท้งั คาํ และกลุ่มคาํ
๒๓. จากข้อ ๒๒ ข้อใดทีเ่ ป็ นส่วนขยาย 295
ก รางวลั
ข ร้องเพลง ๒๘. “พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอย่หู ัว
ค ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี พระราชทาน แก่นักศึกษา” ควรเตมิ
ง ท่านท่ีร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี คาํ ใดลงในช่องว่างจึงจะเหมาะสม
ก พระดาํ รัส
๒๔. ข้อใดเป็ นประโยคซ้อน ข พระโอวาท
ก พระอภยั มณีพลดั พรากบา้ นเมืองเพราะ ค พระราชบญั ชา
วชิ าเป่ าป่ี ง พระบรมราโชวาท
ข พระอภยั มณีไมร่ ักนางผเี ส้ือสมุทรเพราะ
นางเป็นยกั ษ์ ๒๙. ข้อใดเป็ นคาํ ราชาศัพท์ของคาํ “หน้าต่าง”
ค เพราะนางผเี ส้ือสมุทรเป็นยกั ษพ์ ระอภยั ก พระแกล
มณีจึงไม่รักนาง ข สีหบญั ชร
ง พอนางผเี ส้ือสมุทรเห็นพระอภยั มณีนางก็ ค พระบญั ชร
รักพระอภยั มณี ง ถูกทุกขอ้
๒๕. “บตุ รเศรษฐีพบซินแสขณะที่เขาเร่ร่อน ๓๐. ข้อใดเป็ นลกั ษณะสําคญั ของภาษาไทย
ขอทาน” ข้อใดคอื อนุประโยคของ ก มีภาษาบาลีสนั สกฤตปนอยมู่ าก
ประโยคนี้ ข รู้หนา้ ท่ีของคาํ เม่ือเขา้ ประโยคแลว้
ก เขาเร่ร่อนขอทาน ค ระดบั เสียงสูงต่าํ ทาํ ใหค้ วามหมาย
ข บุตรเศรษฐีพบซินแส เปลี่ยนไป
ค ขณะที่เขาเร่ร่อนขอทาน ง ถูกท้งั ขอ้ ข และ ค
ง ซินแสขณะที่เขาเร่ร่อนขอทาน
๓๑. คาํ ในข้อใดมาจากภาษาเดยี วกนั ทุกคาํ
๒๖. ข้อใดใช้คําราชาศัพท์ได้ถูกต้องเหมาะสม ก อปั สร ครุฑ ปราณี
ก พอ่ เชิญพระสงฆม์ าฉนั เพลที่บา้ น ข บงั คบั บะหมี่ บ๋อย
ข รัชกาลท่ี ๒ ทรงแตง่ บทละครเรื่องอิเหนา ค กงั วล กงั ฉิน กญั ญา
ค พระสงฆส์ วดมนตอ์ วยพรพระเจา้ แผน่ ดิน ง สมั มนา บอแรกซ์ กะลาสี
ง หนา้ ร้อนน้ีระวงั จะเป็นโรคติดต่อทางเดิน
อาหารคือ อหิวาตกโรค ๓๒. คาํ ไทยแท้มลี กั ษณะเด่นทส่ี ุดคอื อะไร
ก เป็นคาํ โดด
๒๗. พระภิกษุอาบนํา้ ใช้คาํ ศัพท์ใด ข เป็นคาํ พยางคเ์ ดียว
ก สรงน้าํ ค เป็นคาํ มีวรรณยกุ ต์
ข โสรจสรง ง ถกู ทุกขอ้
ค ชาํ ระกาย
ง สรงสนาน ๓๓. ข้อใดไม่ใช่ ลกั ษณะของภาษาไทย
ก มีเสียงวรรณยกุ ต์
ข ใชต้ วั สะกดตรงตามมาตรา
ค ไม่นิยมใชพ้ ยญั ชนะควบกล้าํ
ง มีการเปลี่ยนแปลงรูปคาํ ก่อนนาํ ไปใช้
296
๓๔. ประโยคใดมลี กั ษณะเป็ นภาษาไทยมาก ๓๙. ข้อใดเป็ นคาํ ภาษาองั กฤษทุกคาํ
ทส่ี ุด ก ทีวี บดั กรี ดีเซล
ก นพพรโดยสารรถประจาํ ทางไปโรงเรียน
ข มนั เป็นเรื่องยากที่สุดท่ีโสภีและโสภาจะ ข เกียร์ ดีเซล ยนตร์
คืนดีกนั ค เพนกวิน แทก็ ซ่ี นอ้ ต
ค มิใช่เป็นการง่ายนกั หรอกท่ีจะปฏิบตั ิตาม
ง จารบี เรดาห์ ไมโครโฟน
กฎของลูกเสือ
ง โรงเรียนรัฐบาลอยภู่ ายใตก้ ารดูแลของ ๔๐. “อียู ย่อมาจาก ยโู รเปี ยน ยูเน่ียน ตง้ั ขึน้
กระทรวงศึกษาธิการ เม่ือปี ค.ศ. ๑๙๕๗ มีสาํ นักงานใหญ่
๓๕. ประโยคใดมีภาษาสันสกฤตอยู่ด้วย
ตั้งอยู่ ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเย่ียม”
ก อยา่ ลืมปิ ดไฟทุกคร้ังก่อนนอน
ข ฉนั ไม่ชอบเดินคนเดียวตอนเยน็ ข้อความนีม้ ลี กั ษณะเด่นด้านใด
ค มีพระหอ้ ยคอแลว้ รู้สึกเป็นสิริมงคล
ง ทุกวนั อาทิตยฉ์ นั ไปวง่ิ ออกกาํ ลงั กาย ก ใชค้ าํ ยอ่
๓๖. ข้อใดเป็ นคําภาษาจีนท้งั หมด
ก เก๋ง ก๋ง ก๊ก ข ใชค้ าํ ภาษาเขมร
ข ต๊ือ ตุน ตุ๋น
ค อ้งั ย่ี ยส่ี ิบ ยป่ี ั๊ว ค ใชค้ าํ ภาษาองั กฤษ
ง เฮง จบั กงั นงั่ โต๊ะ
๓๗. ประโยคใดไม่มีภาษาเขมร ง ใชค้ าํ ภาษาไทยแท้
ก นกั เรียนควรแต่งกายใหถ้ กู ระเบียบ
ข ก่อนจะทาํ อะไรตอ้ งพิจารณาอยา่ งถ่ีถว้ น ๔๑. ข้อใดคอื ประโยชน์สูงสุดทไี่ ด้จากการฟังและดู
ค ตาํ รวจเห็นสมควรใหร้ ้ือคดีน้ีข้ึนมา
ก ประเมินคา่ จากเร่ืองที่ฟังได้
สอบสวนใหม่
ง เม่ือวานน้ีฉนั ฟังเพลงบรรเลงจากวง ข นาํ มาปรับใชก้ บั ชีวติ ประจาํ วนั ได้
บางกอกซิมโฟนี ค แยกแยะขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นได้
๓๘. ข้อใดไม่เป็นภาษาชวา
ง จบั ใจความสาํ คญั ของเรื่องท่ีฟังและดไู ด้
ก จารบี ตรา ฐานะ
ข ราชาวดี องุ่น สนม ๔๒. การฟังและการดูสิ่งใดต่อไปนีม้ วี ตั ถุประสงค์
ค กากี บดั กรี สกั หลาด
ง ลกู เกด คาราวาน กหุ ลาบ เพอ่ื ความรู้
ก ฟังนิทาน ค ฟังธรรมะ
ข ดูสารคดี ง ดูภาพยนตร์
๔๓. หลกั การสําคญั ของการเลอื กและวเิ คราะห์
เร่ืองทฟี่ ังและดูคอื อะไร
ก ปริมาณของเร่ือง
ข ประโยชนข์ องเรื่อง
ค แหล่งขอ้ มูลท่ีไดม้ า
ง คุณภาพของเรื่องราวน้นั
๔๔ ข้อใดเป็ นการนําเอาความรู้จากการฟัง
และดูมาใช้ในชีวติ ประจําวัน
ก ใชพ้ ฒั นาทกั ษะฝีมือ
ข การงานอาชีพในอนาคต
ค แกไ้ ขปัญหาในชีวติ ประจาํ วนั
ง ถกู ทุกขอ้
๔๕. ข้อใดไม่ใช่ หลกั การฟังและการดสู ิ่งที่เป็ น 297
ความบันเทิงอย่างมวี จิ ารณญาณ
ก พิจารณาขอ้ เทจ็ จริง ๕๑. จุดเด่นของสื่อโทรทัศน์คอื อะไร
ข ต้งั ใจดว้ ยจิตใจที่สบาย ก ขอ้ มูลทนั สมยั
ค พิจารณากลวิธีการส่ือสาร ข มีโฆษณาที่น่าสนใจ
ง พิจารณาความคิดสร้างสรรค์ ค แพร่ภาพและเสียงได้
ง วิเคราะห์เร่ืองละเอียด
๔๖. การจบั ประเดน็ สําคญั ของเร่ืองข้นั ตอนแรก
ต้องทําอย่างไร ๕๒. ข้อควรระวงั ในการใช้อนิ เทอร์เน็ตคอื อะไร
ก เรียบเรียบประเดน็ ใหม่ ก การเชื่อมต่อ
ข ตอบคาํ ถามเก่ียวกบั เร่ืองคร่าว ๆ ข การใชค้ าํ พดู
ค ต้งั คาํ ถามเก่ียวกบั เรื่องน้นั ๆ ค การรักษาความลบั
ง ศึกษาเรื่องน้นั ๆ โดยละเอียด ง การต้งั วตั ถุประสงค์
๔๗. ข้อใดเป็ นข้อเท็จจริง ๕๓. ในการนําเสนอเร่ือง สิ่งแรกท่คี วรปฏิบตั ิ
ก เมื่อเชา้ ฝนตกหนกั มาก คอื อะไร
ข การฟังสาํ คญั กวา่ การพดู นะ ก การเลือกใชค้ าํ
ค ผมเช่ือวา่ เขาไมไ่ ดท้ าํ ความผดิ ข การสร้างความมนั่ ใจ
ง ถา้ ไม่ไดเ้ จอกบั ตวั เอง คุณคงจะไม่รู้สึกหรอก ค การใชส้ ่ือประกอบการพดู
ง การใชก้ ลวธิ ีในการนาํ เสนอ
๔๘. ข้อใดเป็ นข้อคดิ เห็น
ก ตกลงหอ้ งเรามีนกั เรียนท้งั สิ้น ๔๕ คน ๕๔. การกาํ หนดวตั ถุประสงค์ในการพดู
ข นกั เรียนดีเด่นมกั จะขยนั เรียนกวา่ ปกติ มปี ระโยชน์อย่างไร
ค ฉนั แน่ใจวา่ เห็นเขาออกไปต้งั แต่ ๖ โมงเชา้ ก ทาํ ใหก้ ารพดู น่าสนใจ
ง ถา้ ผเู้ ขา้ ร่วมประชุมมาไม่ถึงคร่ึงหน่ึง ข ทาํ ใหก้ ารพดู น่าเช่ือถือ
การประชุมกเ็ ริ่มไม่ได้ ค ทาํ ใหป้ ระเมินการพดู ได้
ง ทาํ ใหผ้ ฟู้ ังติดตามเร่ืองไดง้ ่าย
๔๙. การฟังรายการปาฐกถาธรรมทางวทิ ยเุ ช้า
วนั อาทติ ย์มวี ตั ถุประสงค์เพอื่ อะไร ๕๕. การใช้สื่อประกอบการพดู ที่เหมาะสม
ก ความรู้ ปัจจุบนั นิยมใช้ส่ือใด
ข ความจรรโลงใจ ก สไลด์
ค ความเพลิดเพลิน ข ภาพน่ิง
ง ติดต่อสื่อสารในชีวิตประจาํ วนั ค ตวั อยา่ งของจริง
ง โปรแกรมคอมพิวเตอร์
๕๐. การใช้นํา้ เสียงแบบใดทําให้ผู้ฟังสนใจได้
มากทีส่ ุด ๕๖. ข้อใดไม่เกี่ยวกบั การพูดแสดงความรู้
ก เสียงดงั ค เสียงหนกั เบา และความคดิ เห็น
ข เสียงนุ่มนวล ง เสียงแสดงอารมณ์ ก มีความคิดสร้างสรรค์
ข เนน้ การพดู เพื่อใหก้ าํ ลงั ใจ
ค นาํ เสนอแนวความคิดใหม่ ๆ
ง ยนื ยนั แนวคิดของตนเองอยา่ งมนั่ คง
๕๗. การเตรียมเรื่องในการพดู บรรยาย 298
และอธิบาย มหี ลกั การสําคญั ยกเว้น ข้อใด
ก การใชภ้ าษา ๖๒. ข้อใดเป็ นข้อควรปฏิบัตทิ ่ีสําคญั ท่ีสุดของผู้เข้า
ข การเลือกเรื่อง ประชุม
ค การวางโครงเรื่อง ก ไม่ผกู ขาดการพดู ไวแ้ ต่ผเู้ ดียว
ง การรวบรวมขอ้ มลู ข แสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์
ค จดขอ้ ความสาํ คญั ท่ีพดู กนั ในท่ีประชุม
๕๘. วธิ ีการพดู ในที่ประชุมแบบใดที่นิยมมาก ง ไม่พดู กระซิบกระซาบกบั คนขา้ งเคียงโดย
ท่สี ุด ไม่จาํ เป็น
ก การพดู อยา่ งฉบั พลนั
ข การพดู โดยการท่องจาํ ๖๓. “พระราชพาหนะ” คาํ ใดลงเสียงหนักเบา
ค การพดู จากความเขา้ ใจ เหมอื นคาํ นี้
ง การพดู โดยอ่านจากตน้ ฉบบั ท่ีเขียนไว้ ก ราชดาํ เนินนอก
ข เกมคอมพิวเตอร์
๕๙. ข้อใดเหมาะสมทจ่ี ะพูดโดยการอ่านจาก ค พระพทุ ธเจา้ ขา้
ต้นฉบบั ง อสงั หาริมทรัพย์
ก การโตว้ าที
ข การพดู หนา้ ช้นั ๖๔. ข้อความใดใช้นํา้ เสียงแจ่มใส
ค การอวยพรวนั เกิด ก เมื่อน้นั
ง การประกาศของโรงเรียน พระร่วงเกษมสนั ตห์ รรษา
ช่ืนชมไดส้ มจินดา
๖๐. ในการประชุม การพดู ทุกคร้ังผ้พู ูดจะต้อง จ่ึงเดินเขา้ มาหอ้ งใน
พูดกบั ใคร ข เมื่อน้นั
ก ประธาน นางจนั ทนไ์ ดฟ้ ังกใ็ จหาย
ข ท่ีประชุม อนิจจาตวั กชู ่างดูดาย
ค เลขาธิการการประชุม ลกู ชายหายไปกไ็ ม่รู้
ง สมาชิกท่ีเป็นคู่สนทนา ค บดั น้นั
หลวงเมืองรู้เรื่องหวั เราะร่า
๖๑. โดยทั่วไปการลงมตทิ ําโดยวธิ ีใด บุญนายเรามากเตม็ ประดา
ก ยกมือ อา้ ยพาลาจึง แพบ้ ารมี
ข ลงคะแนนลบั ง เมื่อน้นั
ค ยนื พร้อมยกมือ พระร่วงฟังคาํ ไขขาน
ง ขานช่ือแลว้ กล่าวคาํ จ่ึงมีมธุรสพจมาน
เห็นดว้ ยหรือไม่เห็นดว้ ย ท่ีอญั เชิญใหผ้ า่ นธานี
๖๕. “วิธีการอ่านโดยผ่อนเสียง ผ่อนจังหวะ 299
ให้ช้าลง” เป็ นลกั ษณะการอ่านออกเสียง
ร้อยกรองแบบใด ๗๐. “นักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาควรเอาใจใส่ใน
ก การคร่ันเสียง การเรียน นักเรียนช้ันมธั ยมศึกษามีโอกาส
ข การทอดเสียง ดีกว่ าเพ่ือนเยาวชนส่ วนมาก”
ค การเอ้ือนเสียง ข้อความนีแ้ สดงเหตุผลด้วยวธิ ีใด
ง การกระแทกเสียง ก แสดงเหตุผล โดยไม่ใชค้ าํ สนั ธาน
ข ใชส้ นั ธาน โดยขอ้ ความที่เป็นผลลพั ธอ์ ยู่
๖๖. ข้อใดเป็ นหลกั การอ่านกาพย์ฉบัง หลงั ขอ้ ความท่ีเป็นเหตุผล
ก อ่านเป็น ๓ จงั หวะ คือ ๓/๒/๓ ค ใชส้ นั ธาน โดยขอ้ ความที่เป็นเหตุผลอยู่
ข อ่านเป็น ๓ จงั หวะ คือ ๓/๓/๓ หนา้ ขอ้ ความที่เป็นผลลพั ธ์
ค อ่านเป็น ๓ จงั หวะ คือ ๒/๒/๒ ง ไม่มีขอ้ ใดถกู
ง อ่านเป็น ๔ จงั หวะ คือ ๒/๒/๒/๔
๗๑. “เสียงสนั่นคร่ันครื้นกลุ าหล
๖๗. การอ่านในใจมคี วามม่งุ หมายอย่างไร พงั ลงไม่ทนกาํ ลงั ได้
ก เพ่อื ใหเ้ ขา้ ใจและไดค้ วามรู้ แล้วมีวาจาประกาศไป
ข เพือ่ ใหม้ ีเจตคติท่ีดีต่อการอ่าน เหวยอ้ายไมยราพกมุ ภัณฑ์”
ค เพ่ือเพิ่มพนู ความสามารถในการอ่าน ข้อความนีผ้ ู้พูดแสดงอารมณ์ใด
ง ถกู ทุกขอ้ ก ยว่ั ยุ
ข ทา้ ทาย
๖๘. การอ่านอย่างมวี จิ ารณญาณจะต้องคาํ นึงถึง ค โกรธแคน้
หลกั การเร่ืองใดมากที่สุด ง ดูถกู เหยียดหยาม
ก ขอ้ เทจ็ จริง
ข ความสมเหตุสมผล ๗๒. ข้อใดเป็ นงานเขียนประเภทบทความ
ค การใชส้ าํ นวนโวหาร ก เรื่องสมมุติตามจินตนาการ
ง กลวิธีการนาํ เสนอเรื่อง ข เร่ืองจริงที่ใหค้ วามรู้ ขอ้ เทจ็ จริง
ค เรื่องที่มุ่งความบนั เทิง เพลิดเพลิน
๖๙. วจิ ารณญาณในการอ่านประกอบด้วย ง เร่ืองท่ีเกิดข้ึนจากประสบการณ์ตรงของ
วธิ ีการใด ผเู้ ขียนเอง
ก การพิจารณาขอ้ เทจ็ จริง
ข การแยกประเดน็ ของเรื่อง ๗๓. คุณค่าของบทความแสดงความคดิ เห็น
ค การพิจารณาส่วนที่เป็นเหตุ ส่วนที่เป็นผล ข้อใดมคี วามสําคญั เป็ นอนั ดบั แรก
ง ถกู ทุกขอ้ ก ความน่าสนใจของปัญหา
ข ความหนกั แน่นของเหตุผล
ค ความชดั เจนของรายละเอียด
ง ความสมเหตุสมผลของวธิ ีแกป้ ัญหา
๗๔. ข้อใดเป็ นลกั ษณะสําคญั ท่ีสุดของ 300
บทความวจิ ารณ์
ก ความเท่ียงธรรม ๗๙. ในการแนะนําหนังสือ ข้อใดควรแนะนํา
ข ความหนกั แน่นของเหตุผล เป็ นอนั ดบั แรก
ค ความรู้ในเร่ืองท่ีวิจารณ์ของผเู้ ขียน ก ชื่อเรื่อง
ง ความสามารถในการใชภ้ าษาของผเู้ ขียน ข ชื่อผแู้ ต่ง
ค เน้ือหาโดยยอ่
๗๕. สารานุกรมประเภทใดที่นักเรียนสามารถ ง ประเภทหนงั สือ
ค้นคว้าข้อมลู ได้อย่างหลากหลายท่ีสุด
(เหมาะกบั นักเรียนมากทสี่ ุด) ๘๐. วตั ถุประสงค์ของการบรรณนิทัศน์หนังสือ
ก สารานุกรมเฉพาะวชิ า คอื อะไร
ข สารานุกรมวรรณคดีไทย ก เพือ่ สรุปเน้ือหาของหนงั สือ
ค สารานุกรมไทยสาํ หรับเยาวชน ข เพ่ือทบทวนความเขา้ ใจเน้ือหา
ง สารานุกรมภมู ิศาสตร์ไทยฉบบั ค เพอื่ ใชเ้ ป็นแนวทางในการเลือกอ่าน
ราชบณั ฑิตยสถาน ง เพอ่ื นาํ ไปใชเ้ ป็นขอ้ มูลคน้ ควา้ ในหอ้ งสมุด
๗๖. ถ้านักเรียนต้องการค้นคว้าเกยี่ วกบั ๘๑. ข้อใดไม่ใช่ กระบวนการคดิ ที่สัมพนั ธ์กบั
ประวัตขิ องสุนทรภู่ นักเรียนควรจะ กระบวนการเขียน
ค้นคว้าจากสารานุกรมประเภทใด ก คิดใหต้ รงจุด
ก สารานุกรมวรรณคดีไทย ข คิดใหเ้ ป็นระเบียบ
ข สารานุกรมไทยสาํ หรับเยาวชน ค คิดใหก้ ระชบั และรัดกมุ
ค สารานุกรมไทยฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน ง คิดถึงประโยชน์ของผอู้ ่านเป็นหลกั
ง สารานุกรมภมู ิศาสตร์ไทยฉบบั
ราชบณั ฑิตยสถาน ๘๒. การเขยี นตาํ ราทําอาหารเป็ นการเขยี นที่มี
จุดประสงค์เพอื่ อะไร
๗๗. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของอนิ เทอร์เน็ต ก เพอ่ื เสนอข่าวสาร
ก สื่อสารไดร้ วดเร็ว ข เพ่ืออธิบายความ
ข สามารถคน้ หาขอ้ มูลได้ ค เพ่อื บอกเล่าเร่ืองราว
ค แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกนั ได้ ง เพื่อแสดงความคิดเห็น
ง มีขอ้ จาํ กดั ดา้ นสถานที่และเวลาการใชง้ าน
๘๓. การเขยี นจดหมายมจี ุดประสงค์เพอ่ื อะไร
๗๘. การใช้อนิ เทอร์เน็ตมขี ้อควรระมดั ระวงั ก เพอ่ื กิจธุระต่าง ๆ
ในเรื่องใด ข เพอ่ื อธิบายความ
ก การใชภ้ าษาท่ีไมเ่ หมาะสม ค เพอื่ สร้างจินตนาการ
ข การขาดการปฏิสมั พนั ธ์กบั ผอู้ ื่น ง เพื่อประกาศแจง้ ใหท้ ราบ
ค การแบ่งเวลาไม่ถูก ทาํ ใหเ้ สียเวลาโดย
เปล่าประโยชน์ ๘๔. การเขียนให้ประทบั ใจมลี กั ษณะอย่างไร
ง ถูกทุกขอ้ ก ใชค้ าํ สุภาพ
ข ใชค้ าํ ใหเ้ กิดภาพพจน์
ค มีความชดั เจน ไม่กาํ กวม
ง แสดงความคิดเห็นสมเหตุสมผล
301
๘๕. การเขียนเพอ่ื วจิ ารณ์มกั ใช้ในสถานการณ์ใด ๙๐. “ความโกรธน้ันมนั เหมือนทะเลบ้า
ก วิจารณ์การเมือง คล่ืนซัดซ่าสาดโครมโหมถลา
ข วิจารณ์ภาพยนตร์ ลมกระหนา่ํ ซา้ํ คลื่นครืนครืนมา
ค วิจารณ์วรรณกรรม เหมือนอุราพล่งุ โชติเพราะโกรธครัน”
ง ถูกทุกขอ้ บทร้อยกรองนีด้ เี ด่นในการใช้โวหารประเภทใด
ก อุปมาโวหาร ค บรรยายโวหาร
๘๖. การมคี วามรับผดิ ชอบในการเขยี น ข เทศนาโวหาร ง พรรณนาโวหาร
หมายความว่าอย่างไร
ก ยอมรับขอ้ ผดิ พลาดที่เกิดข้ึน ๙๑.“อธิบายเหตผุ ล คุณหรือโทษอย่างชัดเจน
ข แสดงความคิดเห็นอยา่ งสมเหตุสมผล และน่าเชื่อถือ” ข้อความนีเ้ ป็ นคุณสมบตั ิ
ค หากมีความบกพร่องในงานเขียน ยนิ ดี ของโวหารประเภทใด
ปรับปรุงแกไ้ ข ก อุปมาโวหาร ค บรรยายโวหาร
ง ยินยอมใหด้ าํ เนินการตามกฎหมาย หาก ข เทศนาโวหาร ง พรรณนาโวหาร
เกิดขอ้ ผดิ พลาด
๙๒. ข้อใดกล่าวไม่ถกู ต้อง
๘๗. ข้อใดจัดเป็ นลกั ษณะการใช้คาํ ถูกต้อง ก เรียงความตอ้ งประกอบดว้ ย คาํ นาํ เน้ือเรื่อง
ตามแบบแผนการเขยี นภาษาไทย บทสรุป
ก ใชค้ าํ ไดต้ รงตามหนา้ ท่ี ข ยอ่ หนา้ ท่ีดีตอ้ งมีเอกภาพ สมั พนั ธภาพ
ข ใชค้ าํ ไดต้ รงความหมาย และสารัตถภาพ
ค ใชค้ าํ ไดถ้ กู ตอ้ งกบั กาลเทศะ ค การยอ่ ความตอ้ งยอ่ ใหส้ ้นั ท่ีสุด มีเฉพาะ
ง เขียนสะกดคาํ ไดถ้ กู ตอ้ งชดั เจน ใจความเดิม ๆ เพยี งใจความเดียวกพ็ อ
ง การเขียนเล่าเร่ืองหรือเล่าเหตุการณ์ทวั่ ๆ
๘๘. สํานวน “นา้ํ ท่วมปาก” หมายความว่า ไปควรใชบ้ รรยายโวหารในการเขียน
อย่างไร
ก พดู ไม่ไดเ้ พราะมีอนั ตราย ๙๓. ข้อใดไม่เกี่ยวกับลกั ษณะของย่อหน้าที่ดี
ข คนท่ีดีแต่พดู ทาํ อะไรไม่เป็น
ค น้าํ ท่วมสูงมากจนเกือบจมท้งั ตวั ในการเขยี นเรียงความ
ง พดู พล่อยไปจนตวั เองเดือดร้อน ก มีเอกภาพ
ข มีมโนภาพ
๘๙. เพอ่ื นของนักเรียนคนหนึ่งดูภายนอกธรรมดา ค มีสมั พนั ธภาพ
แต่พอประกาศผลสอบ ปรากฏว่าเขาได้คะแนน ง มีการใชภ้ าษาไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
อนั ดบั หน่ึง เปรียบเทยี บพฤตกิ รรมของเพอ่ื น ๙๔. “แก้วนา้ํ ใสสะอาด นา้ํ ในแก้วบริสุทธิ์
คนนีไ้ ด้กบั สํานวนใด ดุจนา้ํ ค้าง ด่ืมแล้วช่ืนใจซาบซ่าน”
ก ไข่ในหิน ข้อความนีเ้ ป็ นการเขียนลกั ษณะใด
ข คมในฝัก ก โตแ้ ยง้
ค น้าํ น่ิงไหลลึก ข บรรยาย
ง งงเป็นไก่ตาแตก ค พรรณนา
ง แสดงความคิดเห็น
๙๕. ในการแต่งกลอนสุภาพ การสัมผสั สระคาํ ใด 302
ไม่ สามารถสัมผสั กนั ได้ ๙๘. “เพลงอีแซว” เป็ นเพลงพนื้ บ้านของภาคใด
ก ภาคใต้ ค ภาคเหนือ
ก สู้–รู้ ค ต่ืน–ผนื ข ภาคกลาง ง ภาคอีสาน
ข ใส–ไป ง มา–มาก ๙๙. ข้อใดจดั เป็ นคุณค่าของเพลงพนื้ บ้าน
ก ใหค้ วามบนั เทิง
๙๖. ข้อใดให้ความหมายของเพลงพนื้ บ้านได้ ข คุณค่าดา้ นสาํ นวน
ค สร้างความสามคั คีในสงั คม
สมบูรณ์ทส่ี ุด ง ถกู ทุกขอ้
ก เพลงที่ร้องกนั ในแตล่ ะทอ้ งถิ่น ๑๐๐. “เพลงบอก” ให้คุณค่าในด้านใด
ก ใหค้ วามบนั เทิง
ข เพลงและดนตรีท่ีชาวบา้ นประดิษฐข์ ้ึน ข คุณค่าดา้ นสาํ นวนภาษา
ค บนั ทึกสภาพสงั คมในอดีต
ค บทเพลงที่ชาวบา้ นสืบทอดกนั มายาวนาน ง สร้างความสามคั คีในสงั คม
ง บทร้องและดนตรีที่ชาวบา้ นประดิษฐข์ ้ึน
และสืบทอดต่อกนั มายาวนาน
๙๗. ลกั ษณะเด่นของเพลงพนื้ บ้านทแี่ ตกต่าง
จากเพลงประเภทอนื่ คอื อะไร
ก ใชภ้ าษาง่าย ๆ
ข มีความหมายกินใจ
ค เนน้ ความสนุกสนานบนั เทิง
ง เน้ือร้องและทาํ นองไมต่ ายตวั
303
ตอนท่ี ๒ ตอบคาํ ถามต่อไปนี้
๑. หลกั เกณฑก์ ารพดู ใหม้ ีประสิทธิผลมีแนวทางการปฏิบตั ิอยา่ งไร
การพูดให้มีประสิทธิผลมีแนวทางในการปฏิบตั ิ คือ
๑. การเลือกหัวข้อเร่ือง ควรเลือกให้เหมาะสมกับกล่มุ ผ้ฟู ัง
๒. การกาํ หนดวตั ถปุ ระสงค์ ต้องระบใุ ห้ชัดเจนว่าพูดเพ่ืออะไร จะได้ตรวจสอบการพดู ได้ว่าบรรลุ
ผลตามวัตถปุ ระสงค์หรือไม่
๓. การกาํ หนดขอบเขต เป็นการกาํ หนดความยากง่ายของเร่ืองให้เหมาะสม
๔. การรวบรวมข้อมลู ค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งข้อมลู ต่าง ๆ ให้เพียงพอ
๕. การวางโครงเรื่อง แบ่งเป็น ๓ ส่วน คือ ส่วนนาํ เรื่อง ส่วนเนือ้ เร่ือง และส่วนสรุป
๖. การเรียบเรียงเร่ือง นาํ โครงเร่ืองมาใส่เนือ้ หาสาระจนครบถ้วน
๗. การนาํ เสนอเรื่อง นาํ ไปพดู ต่อหน้าชุมชน
๒. การอ่านอยา่ งมีวจิ ารณญาณหมายถึงอะไร มีวิธีการพิจารณาอยา่ งไร
การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ เป็นการอ่านเพ่ือแยกแยะประเดน็ ของเร่ืองท่ีอ่านออกเป็นส่วน ๆ
ข้อเทจ็ จริง ข้อคิดเห็น ส่วนที่เป็นผล ความเหมาะสม น่าเชื่อถือของเหตุและผล
การพิจารณาเหตผุ ลในการอ่าน จะต้องแยกแยะให้ได้ว่าอะไรคือเหตผุ ลหรือความคิดอันเป็น
ข้อเทจ็ จริง อะไรคือผลลพั ธ์หรือส่ิงที่พึงได้ ผลท่ีได้หรือข้อสรุป
๓. นกั เรียนชอบอ่านหนงั สือประเภทใด เพราะอะไร และนกั เรียนมีหลกั ในการเลือกหนงั สืออา่ น
อยา่ งไร
(พิจารณาจากคาํ ตอบของนักเรียน)
๔. การใชซ้ ีดีรอมและอินเทอร์เน็ตมีหลกั การและวธิ ีการอยา่ งไร
ซีดีรอม เป็นแผ่นพลาสติกท่ีใช้เทคโนโลยีแสงเลเซอร์ในการบนั ทึกและอ่านข้อมลู เกบ็ ข้อมลู ได้ทั้ง
ภาพและเสียง วิธีการใช้ซีดีรอมกไ็ ม่ย่งุ ยาก เพียงแต่ใส่แผ่นเข้าไปในช่องอ่านซีดีรอมหรือซีดีรอมไดรฟ์
ของคอมพิวเตอร์ เคร่ืองกจ็ ะอ่านข้อมลู เรากป็ ฏิบัติตามคาํ แนะนาํ ของการใช้แผ่นนน้ั ๆ
อินเทอร์ เนต็ โครงข่ายคอมพิวเตอร์ ขนาดใหญ่ท่ีเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ เครื่องต่าง ๆ จากท่ัวโลก
วิธีการใช้อินเทอร์ เนต็ เราต้องสมคั รสมาชิกกบั ISP จึงจะต่อเชื่อมเข้ากบั ระบบได้
304
๕ การเขียนมีความหมายและความสาํ คญั อยา่ งไร
การเขียน คือ การถ่ายทอดความรู้ ความรู้สึกนึกคิด เร่ืองราว ตลอดจนประสบการณ์ต่าง ๆ ไปสู่ผ้อู ื่น
โดยใช้ตัวอกั ษรเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอด
๖. สาํ นวนคืออะไร มีความสาํ คญั ต่อการเขียนอยา่ งไร
สาํ นวนคือ ถ้อยคาํ ที่เรียบเรียงขึน้ เพ่ือทาํ ให้ภาษาสละสลวยและส่ือความหมายได้ชัดเจนแทนการกล่าว
โดยตรง เช่น ขิงกร็ า ข่ากแ็ รง หมายถึง ต่างคนต่างไม่ยอมกนั สาํ นวนมีความสาํ คัญต่อการเขียนเพราะ
ทาํ ให้ส่ือความหมายได้กว้าง กินใจ โดยใช้คาํ ไม่มาก อีกประการหนึ่งสาํ นวนมกั จะเป็นคาํ ท่ีคล้องจองหรือ
ใช้ภาษาประณีต ทาํ ให้จดจาํ ได้ง่าย ผู้อ่านประทับใจ
๗. เพลงพ้นื บา้ นมีคุณค่าในดา้ นใดบา้ ง
คุณค่าของเพลงพืน้ บ้าน ประกอบด้วย
๑. ให้ความบันเทิง ความเพลิดเพลินแก่สมาชิกในสังคม
๒.บันทึกสภาพสังคมในอดีต ทาํ ให้ทราบเก่ียวกบั วฒั นธรรม ประเพณี วิถีชีวิต ฯลฯ ของคนในอดีต
๓. สร้ างความสามัคคีในสังคม ความพร้ อมเพรียงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
๔. มีคุณค่าด้านสาํ นวนภาษา ใช้ถ้อยคาํ ของแต่ละท้องถิ่นได้อย่างสละสลวย
๘. นกั เรียนจะมีวิธีอนุรักษเ์ พลงพ้ืนบา้ นไดอ้ ยา่ งไร
(พิจารณาจากคาํ ตอบของนักเรียน)
สรุปผลการประเมนิ คะแนน
เตม็ ได้
ตอนท่ี ๑
ตอนท่ี ๒
รวม
ลงช่ือ ______________ผู้ประเมนิ
305
ดานคณุ ธรรม จริยธรรม และคา นยิ ม สําหรับครูประเมนิ นักเรียน
คําชแี้ จง สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี น แลวเขยี นเคร่ืองหมาย ลงในชอ งคะแนนตามความเปนจรงิ
รายการประเมนิ พฤตกิ รรมการแสดงออก คะแนน หมายเหตุ
๓๒๑ ๓ หมายถึง
นักเรียนแสดง
๑.ความมรี ะเบยี บวินัย ๑. ทาํ งานสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย พฤตกิ รรมนัน้
อยา งสมา่ํ เสมอ
๒. ปฏิบตั ิตามหนา้ ที่และยอมรับผลการกระทาํ ของตน
๒ หมายถงึ
๓. เคารพสิทธิของผอู้ ื่น นักเรียนแสดง
พฤติกรรมนนั้
๒. ความรับผดิ ชอบ ๔. ทาํ งานตามที่ไดร้ ับมอบหมายดว้ ยความเตม็ ใจ เปน ครั้งคราว
๕. ทาํ งานเสร็จทนั ตามกาํ หนดเวลาและตรงเวลา ๑ หมายถงึ
นักเรียนแสดง
๓. ความใฝ่ รู้ใฝ่ เรียน ๖. ต้งั ใจและกระตือรือร้นในการเรียนภาษาไทยเป็นพิเศษ พฤติกรรมนนั้
นอ ยครงั้
๗. เห็นประโยชนข์ องการนาํ ภาษาไทยไปใชใ้ นชีวิตประจาํ วนั
๘. สนใจทาํ กิจกรรมและแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ เกี่ยวกบั ภาษาไทยอยเู่ สมอ
๙. มีความสุขและสนุกกบั การเรียนภาษาไทย
๔. ความภาคภูมิใจและ ๑๐. ซาบซ้ึงและภาคภูมิใจในภาษา วรรณคดี และวรรณกรรมที่บรรพบุรุษ ไดส้ ง่ั สมมา
เห็นคุณค่าของภูมิ ๑๑. เป็นผนู้ าํ ในการใชภ้ าษาไทย ตวั เลขไทยในการสื่อสาร และแนะนาํ ใหผ้ อู้ ื่น
ปัญญาทางภาษา ปฏิบตั ิตาม
วรรณคดี และ ๑๒. ใชภ้ าษาไทยเป็นเครื่องมือถ่ายทอดความรู้และวฒั นธรรม
วรรณกรรม ๑๓. นาํ คณุ ค่าดา้ นวรรณศิลป์ (กลวธิ ีการแต่ง การใชถ้ อ้ ยคาํ ) ของวรรณคดี
และวรรณกรรมไปใชเ้ ป็นแนวทางสร้างงานประพนั ธ์
๑๔. โนม้ นา้ ว แนะนาํ ใหผ้ อู้ ื่นสืบสานภูมปิ ัญญาทางภาษา วรรณคดีและวรรณกรรม
ในฐานะสมบตั ิทางวฒั นธรรม
๕. มีนิสัยรักการอ่าน ๑๕. สนใจอ่านหนงั สือทุกประเภท
และการเขยี น ๑๖. ใชเ้ วลาวา่ งโดยการอ่านและการเขียนหนงั สือ
๑๗. ใหค้ วามสาํ คญั กบั การอา่ นหนงั สือและการเขียนหนงั สือมากกวา่ การทาํ กิจกรรมอ่ืน
๑๘. ศึกษาคน้ ควา้ ขอ้ มลู ต่าง ๆ โดยวิธีการอา่ น
๑๙. บนั ทึกความรู้และสาระขอ้ มูลข่าวสารจาการอา่ นเป็นประจาํ
๒๐. พยายามสร้างสรรคผ์ ลงานการเขียน
๒๑. เขียนบทความ เร่ืองราว บทร้อยกรอง งานประพนั ธ์ตา่ ง ๆ ใหผ้ อู้ ื่นอา่ น
และวพิ ากษว์ ิจารณ์
๕. มีมารยาทใน ๒๒. ฟังหรือดูดว้ ยความสนใจ ไม่ส่งเสียงดงั รบกวนผอู้ ื่น เมื่อมีขอ้ สงสยั ใหถ้ าม
การรับและส่ งสาร ดว้ ยความสุภาพ
๒๓. พดู ดว้ ยถอ้ ยคาํ ที่สุภาพ เหมาะสมกบั บุคคลและสถานการณ์
๒๔. อา่ นดว้ ยกิริยาท่าทางที่สุภาพ ไม่รบกวนผอู้ ื่น
๒๕. เขียนในทางสร้างสรรค์ ไม่ทาํ ลายผอู้ ่ืน และยอมรับฟังคาํ แนะนาํ ของผอู้ ื่น
คะแนนรวม
คะแนนเฉลย่ี
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ๑.๐๐–๑.๖๖ หมายเหตุ การหาคะแนนเฉลี่ยหาไดจ้ ากการนาํ
ช่วงคะแนนเฉล่ยี ๒.๓๔–๓.๐๐ ๑.๖๗–๒.๓๓ ๑ = ควรปรับปรุง คะแนนรวมในแต่ละช่องมาบวกกนั แลว้ หารดว้ ย
ระดบั คุณภาพ ๓ = ดีมาก ๒ = พอใช้
สรุปผลการประเมิน (เขียนเคร่ืองหมาย ลงใน ) จาํ นวนขอ้ จากน้นั นาํ คะแนนเฉลี่ยท่ีไดม้ าเทียบ
กบั เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพและสรุปผลการ
๓ ๒๑
ประเมิน
ระดบั คุณภาพที่ได้
306
ดา นทกั ษะและกระบวนการ สําหรับครูประเมนิ นักเรียน
คาํ ชี้แจง สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียน แลว้ เขียนเครื่องหมาย ลงในช่องคะแนนตามความเป็นจริง
รายการประเมนิ พฤติกรรมการแสดงออก คะแนน หมายเหตุ
๓๒๑
๑. ทกั ษะทางภาษา ๑. มีเทคนิคในการเลือกสรรคาํ กล่มุ คาํ และสาํ นวนมาใชใ้ นการพดู และการเขียน ๓ หมายถึง
๒. ใชภ้ าษาพดู ภาษาเขียน ภาษาที่เป็นทางการและภาษาท่ีไม่เป็นทางการไดถ้ ูกตอ้ ง นกั เรียนแสดง
และเหมาะสมกบั กาลเทศะ พฤติกรรมน้นั
๒. ทกั ษะทาง ๓. ใชถ้ อ้ ยคาํ ขอ้ ความในการส่ือสารไดช้ ดั เจน สละสลวย อยา่ งสม่าํ เสมอ
การสื่อสาร ๔. นาํ ทกั ษะทางภาษามาประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาํ วนั ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพเหมาะสม ๒ หมายถึง
กบั สถานการณ์ นกั เรียนแสดง
๕. ใชท้ กั ษะทางภาษาเป็นเคร่ืองมือแสวงหาความรู้ การทาํ งานอยา่ งสร้างสรรค์ พฤติกรรมน้นั
เป็ นคร้ ังคราว
และเป็ นประโยชน์ ๑ หมายถึง
๖. ใชภ้ าษา กิริยาท่าทางในการสร้างความเขา้ ใจ โนม้ นา้ ว ปฏิเสธ และเจรจาต่อรอง นกั เรียนแสดง
๗. ใชภ้ าษาสร้างมนุษยสมั พนั ธ์ในการปฏิบตั ิงานร่วมกบั ผอู้ ่ืน พฤติกรรมน้นั
๘. ใชภ้ าษาส่ือความไดอ้ ยา่ งสร้างสรรค์ สร้างความเขา้ ใจท่ีดีต่อกนั นอ้ ยคร้ัง
๙. ใชภ้ าษาไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั การใชภ้ าษา เหมาะสมกบั บุคคล โอกาส และสถานการณ์
๓. ทกั ษะ ๑๐. จดั ลาํ ดบั ความคิดอยา่ งเป็นระบบ มีลาํ ดบั ข้นั ตอน และนาํ เสนอในรูปของการพดู
กระบวนการคดิ หรือการเขียน
๑๑. มีความคิดเชิงสร้างสรรคใ์ นการสร้างผลงานทางดา้ นภาษา
๑๒. รู้จกั คดั เลือก รวบรวมและถา่ ยทอดขอ้ มูลต่าง ๆ
๑๓. สามารถแปลความขอ้ มูลข่าวสารและนาํ มาใชอ้ า้ งอิง
๑๔. นาํ ความรู้จากการฟัง การดู และการอ่านมาใชเ้ ป็นขอ้ มลู ในการตดั สินใจแกป้ ัญหา
๔.ทักษะการ ๑๕. เลือกอา่ นหนงั สือและส่ือสารสนเทศตา่ ง ๆ และนาํ ไปใชป้ ระโยชน์ในการทาํ งาน
แสวงหาความรู้ และชีวิตประจาํ วนั
๑๖. นาํ เสนอหรือถา่ ยทอดความรู้จาการศึกษาคน้ ควา้ ใหผ้ อู้ ื่นเขา้ ใจ
๑๗. รวบรวม บนั ทึก และจดั ระบบขอ้ มูลอยา่ งมีระเบียบ
๑๘. ใชเ้ ทคโนโลยสี ื่อสารสนเทศต่าง ๆ เป็นเครื่องมือในการศึกษาคน้ ควา้ ขอ้ มลู
๑๙. หาความรู้ ประสบการณ์โดยการฟัง การอา่ น และการดจู ากบคุ คล แหล่งการเรียนรู้
และสภาพแวดลอ้ มรอบตวั เพือ่ พฒั นาประสบการณ์และความรู้ใหก้ วา้ งขวางข้ึน
๕.ทกั ษะกระบวน ๒๐. รู้จกั วางแผนและแบ่งหนา้ ที่ความรับผิดชอบในการทาํ งานกลมุ่
การกล่มุ ๒๑. ใหค้ วามร่วมมือในการทาํ งานกลุ่ม
๒๒. มีความรับผดิ ชอบในงานท่ีไดร้ ับมอบหมายและทาํ งานไดส้ าํ เร็จ
๒๓. ยอมรับความคิดเห็นของสมาชิกในกล่มุ
๒๔. เสนอแนะวธิ ีการแกไ้ ขและปรับปรุงงานของกลุ่ม
๒๕. ภูมิใจ ช่ืนชมในผลงาน และมีความสุขในการทาํ งานกลมุ่
คะแนนรวม
คะแนนเฉลย่ี
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนนเฉล่ีย ๒.๓๔–๓.๐๐ ๑.๖๗–๒.๓๓ ๑.๐๐–๑.๖๖ หมายเหตุ การหาคะแนนเฉลี่ยหาไดจ้ ากการนาํ
ระดบั คุณภาพ ๓ = ดีมาก ๒ = พอใช้ ๑ = ควรปรับปรุง คะแนนรวมในแต่ละช่องมาบวกกนั แลว้ หารดว้ ย
สรุปผลการประเมิน (เขียนเคร่ืองหมาย ลงใน ) จาํ นวนขอ้ จากน้นั นาํ คะแนนเฉลี่ยท่ีไดม้ าเทียบ
๑ กบั เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพและสรุปผลการ
๓๒ ประเมิน
ระดบั คุณภาพที่ได้
307
ตอนที่ ๓.๖
ใบความรู้ ใบงาน แบบบันทึก และแบบประเมิน
๑. ใบงาน
ใบงานที่ ๑ เรื่อง คาํ สมาส
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒ เร่ือง คาํ พยางค์ และการสร้างคาํ
คาํ ชี้แจง หาชื่อจังหวดั ในประเทศไทยท่ีเป็นคาํ สมาส แล้ววิเคราะห์ว่าประกอบด้วยคาํ ใดบ้าง
เป็นคาํ สมาสประเภทใด
ชื่อจังหวดั เกดิ จากคาํ ประเภท
๑. กรุงเทพมหานคร กรุงเทพ+มห+นคร สมาสแบบธรรมดา
สมาสแบบสนธิ
๒. กาญจนบุรี กาญจน+บุรี สมาสแบบธรรมดา
๓. ราชบุรี ราช+บรุ ี สมาสแบบธรรมดา
๔. เพชรบุรี เพชร+บรุ ี สมาสแบบธรรมดา
๕. ปราจีนบุรี ปราจีน+บุรี สมาสแบบธรรมดา
๖. ชลบุรี ชล+บรุ ี สมาสแบบธรรมดา
๗. ฉะเชิงเทรา ฉะเชิง+เทรา สมาสแบบธรรมดา
๘. จนั ทบุรี จันท+บรุ ี สมาสแบบธรรมดา
๙. สมุทรสาคร สมทุ ร+สาคร สมาสแบบธรรมดา
๑๐. สมุทรสงคราม สมทุ ร+สงคราม สมาสแบบธรรมดา
๑๑. สมุทรปราการ สมทุ ร+ปราการ สมาสแบบธรรมดา
๑๒. นครนายก นคร+นายก สมาสแบบธรรมดา
๑๓. สุพรรณบุรี สุพรรณ+บุรี สมาสแบบธรรมดา
๑๔. นครสวรรค์ นคร+สวรรค์ สมาสแบบธรรมดา
๑๕. สุโขทยั สุข+อุทัย สมาสแบบสนธิ
๑๖. เพชรบรู ณ์ เพชร+บูรณ สมาสแบบธรรมดา
๑๗. พิษณุโลก พิษณุ+โลก สมาสแบบธรรมดา
๑๘. ลพบุรี ลพ+บุรี สมาสแบบธรรมดา
๑๙. สระบุรี สระ+บรุ ี สมาสแบบธรรมดา
๒๐. สิงห์บุรี สิงห+บุรี สมาสแบบธรรมดา
308
ชื่อจังหวดั เกดิ จากคาํ ประเภท
๒๑. ปทุมธานี ปทุม+ธานี สมาสแบบธรรมดา
๒๒. นครราชสีมา นคร+ราช+สีมา สมาสแบบธรรมดา
๒๓. อุดรธานี อุดร+ธานี สมาสแบบธรรมดา
๒๔. อุบลราชธานี อุบล+ราช+ธานี สมาสแบบธรรมดา
๒๕. บุรีรัมย์ บรุ ี+รัมย์ สมาสแบบธรรมดา
๒๖. กาฬสินธุ์ กาฬ+สินธ์ุ สมาสแบบธรรมดา
๒๗. ยโสธร ยส+โอธร สมาสแบบสนธิ
๒๘. มหาสารคาม มห+สารคาม สมาสแบบธรรมดา
๒๙. สกลนคร สกล+นคร สมาสแบบธรรมดา
๓๐. ชยั ภมู ิ ชย+ภมู ิ สมาสแบบธรรมดา
๓๑. ศรีสะเกษ ศรี +สะเกษ สมาสแบบธรรมดา
๓๒. สุรินทร์ สุ+อินทร์ สมาสแบบสนธิ
๓๓. นครพนม นคร+พนม สมาสแบบธรรมดา
๓๔. อุตรดิตถ์ อุตร+ดิตถ์ สมาสแบบธรรมดา
๓๕. สุราษฎร์ธานี สุ+ราษฎร+ธานี สมาสแบบธรรมดา
๓๖. นครศรีธรรมราช นคร+ศรี +ธรรม+ราช สมาสแบบธรรมดา
๓๗. นราธิวาส นร+ธิ+อาวาส สมาสแบบสนธิ
309
ใบงานที่ ๒ เร่ือง ประโยคสามญั
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง ประโยคและการส่ือสาร
คาํ ชี้แจง ๑. วิเคราะห์ประโยคสามญั ที่กาํ หนดให้ว่ามีเนือ้ ความลกั ษณะใด
จาํ แนกตามบทกริยา จาํ แนกตามจุดประสงคข์ องผสู้ ่งสาร
จาํ แนกตามลาํ ดบั ขององคป์ ระกอบ
๑) เขาไปเที่ยวสงกรานตท์ ี่เชียงใหม่ จาํ แนกตามบทกริยา
๒) ลกู สุนขั ตวั น้ีดุมาก จาํ แนกตามลาํ ดับขององค์ประกอบ
๓) คุณยายชอบทาํ ขนมหวานใหห้ ลาน ๆ รับประทาน จาํ แนกตามจุดประสงค์ของผ้สู ่งสาร
๔) ดว้ งเป็นศตั รูของมะพร้าว จาํ แนกตามบทกริยา
๕) ชาวสวนผลไมข้ ายผลไมไ้ ดร้ าคาดี จาํ แนกตามจุดประสงค์ของผ้สู ่งสาร
๖) น้าํ เซาะตล่ิงทาํ ใหต้ ล่ิงพงั จาํ แนกตามจุดประสงค์ของผ้สู ่งสาร
๗) ปลาสวยงามเป็นสินคา้ ที่กาํ ลงั ไดร้ ับความนิยม จาํ แนกตามลาํ ดบั องค์ประกอบ
๘) ฉนั ชอบสอนการบา้ นใหน้ อ้ ง ๆ จาํ แนกตามจุดประสงค์ของผ้สู ่งสาร
๙) เธอไม่ใช่หรือที่ไมย่ อมส่งการบา้ นใหเ้ พือ่ น ๆ จาํ แนกตามจุดประสงค์ของผ้สู ่งสาร
๑๐) อากาศร้อนเกิดจากภาวะโลกร้อน จาํ แนกตามบทกริยา
๒. แต่งประโยคสามญั ที่มีเนือ้ ความลกั ษณะต่าง ๆ ๕ ประโยค
๑) คุณป้ าทาํ กับข้าวอร่ อยมาก
๒) แมวตัวนีด้ มุ าก
๓) แมวเป็นศัตรูของสุนัข
๔) ฉันชอบร้ องเพลงให้เพ่ือนฟัง
๕) ฉันไปเที่ยวงานวนั ลอยกระทงท่ีสุโขทัย
310
ใบงานท่ี ๓ เรื่อง ประโยคซ้อน
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๖ เรื่อง ประโยคและการสื่อสาร
คาํ ชี้แจง วิเคราะห์ประโยคซ้อนท่ีกาํ หนดให้ โดยแบ่งออกเป็นประโยคหลกั และประโยคย่อยพร้อม
ทั้งบอกว่าเป็ นประโยคซ้ อนชนิดใด
๑. ผลผลิตที่มีราคาแพงคือ มะนาว
ประโยคหลกั ผลผลิตคือมะนาว
ประโยคย่อย ผลผลิตมีราคาแพง
เป็นคุณานปุ ระโยค
๒. คนท่ียนื อยหู่ นา้ ช้นั เรียนเป็ นครูประจาํ ช้นั ของพวกเรา
ประโยคหลกั คนท่ียืนอย่หู น้าชั้นเรียนเป็นครูประจาํ ช้ันของพวกเรา
ประโยคย่อย คนท่ียืนอย่หู น้าชั้นเรียน
เป็นนามานปุ ระโยค
๓. น้าํ หวานดุนอ้ งที่ไมท่ าํ การบา้ น
ประโยคหลกั นา้ํ หวานดนุ ้อง
ประโยคย่อย น้องไม่ทาํ การบ้าน
เป็นคุณานปุ ระโยค
๔. ตาํ รวจจราจรท่ียนื โบกรถอยเู่ ป็นพอ่ ของสมถวิล
ประโยคหลกั ตาํ รวจจราจรเป็นพ่อของสมถวิล
ประโยคย่อย ตาํ รวจจราจรที่ยืนโบกรถอยู่
เป็นคุณานปุ ระโยค
๕. เรียงความที่ติดอยบู่ นป้ ายนิเทศเป็นของนิตยา
ประโยคหลกั เรียงความท่ีติดอย่บู นป้ ายนิเทศเป็นของนิตยา
ประโยคย่อย เรียงความติดอย่บู นป้ ายนิเทศ
เป็นนามานปุ ระโยค
311
ใบงานที่ ๔ เรื่อง คาํ ราชาศัพท์ทใ่ี ช้กบั พระมหากษตั ริย์
ผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๘ เร่ือง คาํ ราชาศัพท์และคาํ สุภาพ
คาํ ชี้แจง ๑. อ่านข้อความแล้วปฏิบัติกิจกรรมต่อไปนี้
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั เป็นกษตั ริยอ์ งคท์ ี่ ๖ ในพระบรมราชจกั รีวงศ์
ทรงพระราชสมภพ เม่ือวนั ท่ี ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๒๓ เสด็จเถลิงถวลั ยราชสมบตั ิ เมื่อวนั ที่ ๒๓
ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๓ และเสดจ็ สวรรคต เมื่อวนั ที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๘
พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั เป็นพระมหากษตั ริยท์ ่ีทรงสนพระราชหฤทัย
ในดา้ นภาษาและวรรณคดีเป็นพเิ ศษ ไดท้ รงพระราชนพิ นธ์งานวรรณคดีประเภทต่าง ๆ รวมท้งั
ภาษาไทยและภาษาองั กฤษไวก้ วา่ ๒๐๐ เร่ือง มีท้งั บทความ บทละครพดู บทละครราํ โคลงนิราศ
โคลงสุภาษิต ฯลฯ และใชพ้ ระนามแฝงต่าง ๆ กนั เช่น “อศั วพาหุ” “รามจิตติ” “ศรีอยธุ ยา”
“พนั แหลม” “นายแกว้ นายขวญั ” เป็นตน้
๑) บอกความหมายของคาํ ราชาศพั ทท์ ่ีกาํ หนดใหถ้ ูกตอ้ ง
คาํ ราชาศัพท์ ความหมาย
ทรงพระราชสมภพ เกิด
เสดจ็ เถลิงถวัลยราชสมบตั ิ ขึน้ ครองราชสมบัติ
เสดจ็ สวรรคต ตาย
ทรงสนพระราชหฤทัย สนใจ
ทรงพระราชนิพนธ์ เขียนหนงั สือ
พระนามแฝง นามแฝง
๒) นาํ คาํ ราชาศพั ทจ์ ากขอ้ ๑ ไปแต่งประโยคใหไ้ ดใ้ จความถกู ตอ้ ง คาํ ละ ๑ ประโยค
เสด็จเถลิงถวลั ยราชสมบตั ิ พระบาทสมเดจ็ พระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสดจ็
เถลิงถวลั ราชสมบตั ิครบ ๗๐ ปี เม่ือวันท่ี ๙ มิถนุ ายน ๒๕๕๙
ทรงสนพระราชหฤทยั พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัย
ด้านพระพุทธศาสนา
ทรงพระราชนิพนธ์ พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกล้าเจ้าอย่หู ัวทรงพระราชนิพนธ์บทละคร
พูดเรื่อง มทั นะพาธา
312
๒. ให้นักเรียนบอกความหมายของคาํ ราชาศัพท์ท่ีกาํ หนดให้ถกู ต้อง
๑) เสดจ็ นิวตั ิ กลบั ๖) พระราชหตั ถเลขา จดหมาย
๒) พระนลาฎ หน้าผาก ๗) ธารพระกร ไม้เท้า
๓) ทรงพระสุหร่าย สรงนา้ํ ๘) พระโกไสยพสั ตร์ ผ้าไหม
๔) พระเมโท ไคล ๙) ลาดพระบาท พรมทางเดิน
๕) ทรงเคร่ือง ตดั ผม ๑๐) ทรงแปลพระราชฐาน ไปตากอากาศ
๓. ให้นักเรียนบอกคาํ ราชาศัพท์จากคาํ สามญั ต่อไปนีใ้ ห้ถูกต้อง
๑) บงั สุกลุ สดัปปกรณ์ ๖) แวน่ ตา ฉลองพระเนตร
พระแสงกรรบิด
๒) ลา้ งมือ ชาํ ระพระหัตถ์ ๗) มีดโกน กระเป๋ าทรง
ทรงลีลาศ
๓) ยารักษาโรค พระโอสถ ๘) กระเป๋ าถือ พระสรวล
๔) กางร่ม ขึน้ พระกลด ๙) เตน้ รํา
๕) เล่นกีฬา ทรงกีฬา ๑๐) หวั เราะ
313
ใบงานท่ี ๕ เรื่อง ลกั ษณะของคาํ ไทยแท้
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๐ คาํ ไทยแท้และคาํ ทมี่ าจากภาษาต่างประเทศ
คาํ ชี้แจง ๑. สรุปลกั ษณะของคาํ ไทยแท้และยกตัวอย่างประกอบแนวคาํ ตอบ
แนวคาํ ตอบ
คาํ ไทยแท้มีลกั ษณะ ดังนี้
๑. เป็นคาํ พยางค์เดียว มีความหมายสมบรู ณ์ในตวั เอง เช่น พ่อ แม่ นก บ้าน เสื้อ ป่ า เรือ แพ
คิด พดู มอง
๒. เป็นภาษาคาํ โดดหรือภาษาเรียงพยางค์ แต่ละคาํ จะไม่มีรูปบอกความหมาย
และความเก่ียวพนั กันทางไวยากรณ์ เช่น คนคนเดียว
๓. มีเสียงวรรณยกุ ต์กาํ กับ เช่น ปา ป่ า ป้ า ป๊ า ป๋ า
๔. ไม่นิยมคาํ ควบกลา้ํ
๕. มีตวั สะกดตรงตามมาตรา เช่น มด เดิน นอน
๖. ไม่นิยมใช้ตัวการันต์ เช่น จัน อิน เสา โล่
๗. มีลกั ษณนามใช้ เช่น กระเป๋ า ๒ ใบ สมดุ ๑ เล่ม
๘. นิยมใช้สระใอไม้ม้วน ๒๐ คาํ เช่น ใกล้ ใจ ใบ ใส่
๒. จาํ แนกคาํ ต่อไปนีว้ ่าเป็นคาํ ไทยแท้หรือคาํ ที่มาจากภาษาอ่ืน
เข่ง ร้อง ฉบงั กลว้ ย หอม หา้ ง ร้อน เพศ มะมว่ ง เจริญ
กาํ นนั หวี เตน้ ท์ แม่น้าํ เกาเหลา เขต ดาว น้าํ ผ้งึ หมาก ฟิ วส์
ดว้ น ก๋วยเตี๋ยว ฉนั ท์ กล่อง ลาํ บาก น็อต จรัส แสง กรรไกร ตู้
คาํ ไทยแท้ คาํ ทม่ี าจากภาษาอน่ื .
.
ร้ อง กล้วย หอม ร้ อน มะม่วง . เข่ง ฉบงั ห้าง เพศ เจริญ กาํ นัน .
หวี แม่นา้ํ ดาว นา้ํ ผึง้ หมาก . เต้นท์ เกาเหลา เขต ฟิ วส์ ก๋วยเตี๋ยว
ด้วน กล่อง ลาํ บาก แสง . ฉันท์ นอ็ ต จรัส กรรไกร ตู้
314
ใบงานที่ ๖ เร่ือง การพฒั นาประสิทธิภาพการฟังและการดู
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑๓ การพฒั นาทกั ษะการฟังและการดู
คาํ ชี้แจง ฟังข้อความหรือเร่ืองราวจากแถบบันทึกเสียงหรือครูอ่านให้ฟัง แล้วตอบคาํ ถาม
๑ บทความ
การทาํ งานเป็นทีมหรือทีมเวิร์คตามความเขา้ ใจของคนส่วนใหญ่ คือ การรวมกนั ของบุคคล
เพือ่ ร่วมกนั ทาํ งานใหป้ ระสบความสาํ เร็จ โดยมีเป้ าหมายในการทาํ งานเดียวกนั มีความเขา้ ใจใน
จุดประสงคข์ องงานท่ีตรงกนั มีหลายแนวคิดท่ีสนบั สนุนวา่ ทาํ ไมคนเราตอ้ งทาํ งานเป็นทีม หน่ึง
ในน้นั คือเพื่อทาํ ใหง้ านมีประสิทธิภาพ
ทีมเวิร์คไม่ไดม้ ีประโยชนเ์ พียงแค่การไดร้ ับผลสาํ เร็จของการทาํ งานท่ีมีประสิทธิภาพ
เท่าน้นั เพราะยงั มีประโยชนใ์ นดา้ นอ่ืน ๆ ลองมาดูอีก ๔ เหตุผลท่ีทาํ ใหค้ นทาํ งานตอ้ งสร้างทีม
เวริ ์ค
๑. เพอื่ ร่วมกนั แก้ปัญหา เมื่อคนทาํ งานตอ้ งประสบปัญหาในการทาํ งาน การขอความ
ช่วยเหลือจากคนอ่ืนคือวธิ ีการที่ดีท่ีสุด เพราะคนคนเดียวไม่สามารถแกป้ ัญหาทุกอยา่ งได้ แต่
สามารถขอคาํ ปรึกษาจากคนอ่ืน ๆ ได้ เพราะแต่ละคนพบเจอปัญหาจากการทาํ งานมาไม่
เหมือนกนั เราจึงอาจไดค้ าํ ตอบท่ีแตกตา่ งกนั แลว้ นาํ มาปรับใชใ้ นการแกป้ ัญหาดีกวา่ ตอ้ งมาแกไ้ ข
เพียงคนเดียว ขอ้ ดีของการทาํ งานเป็นทีม จึงอยทู่ ี่บทสรุปของการแกป้ ัญหาน้นั โดยมีการร่วม
แสดงความคิดเห็นของทุกคนอยดู่ ว้ ย
๒. มอี าํ นาจในการต่อรอง เมื่อเราตอ้ งต่อรองเพ่อื ผลประโยชนท์ ่ีเก่ียวขอ้ งกบั การทาํ งาน
เสียงของเราคนเดียวอาจมีน้าํ หนกั ท่ีไม่มากพอ แต่ถา้ เรามีทีมช่วยสนบั สนุนการต่อรองน้นั จะดู
มีน้าํ หนกั ข้ึนมาทนั ที สาํ หรับการต่อรองที่อา้ งถึงผลประโยชนข์ องทีมเป็นหลกั มกั จะไดร้ ับการ
สนบั สนุนจากผทู้ ่ีเกี่ยวขอ้ ง หากส่ิงน้นั เอ้ือต่อผลสาํ เร็จของงานและเป็นประโยชนแ์ ก่องคก์ ร
๓. เกดิ ความมนั่ คงในการทํางาน การทาํ งานเป็นทีมทาํ ใหเ้ รานึกถึงคาํ กล่าวที่วา่ “รวมกนั เรา
อย”ู่ หากเราทาํ งานร่วมกนั เป็นทีมแลว้ เราจะรู้สึกไดถ้ ึงความปลอดภยั และความมนั่ คงในการ
ทาํ งาน รู้สึกถึงความแขง็ แกร่งโดยเฉพาะเมื่อเราไดร้ ่วมกนั ทาํ งานที่เตม็ ไปดว้ ยอุปสรรค แลว้ เรา
ไดร้ ่วมกนั แสดงความคิดเห็นจนฝ่ าฟันอุปสรรคน้นั ไปดว้ ยกนั เราจะยิ่งรู้สึกภมู ิใจในทีมเม่ืองาน
น้นั ๆสาํ เร็จผล จนรู้สึกวา่ สามารถทาํ งานไดอ้ ยา่ งสบายใจและไม่กลวั อุปสรรคใด ๆ เพราะมีทีม
ท่ีคอยช่วยเหลือเราอยตู่ ลอดเวลา
๔. เกดิ ความสัมพนั ธ์ท่ีดใี นท่ีทาํ งาน คนท่ีเพิ่งเขา้ มาทาํ งานใหม่จะรู้สึกหวนั่ วิตกว่าจะเขา้ กบั
เพื่อนหรือสงั คมใหม่ไดห้ รือไม่ หากเราไดเ้ ขา้ มาทาํ งานโดยเร่ิมทาํ งานเป็นทีมแลว้ ความวติ ก
กงั วลเหล่าน้นั จะหมดไป เมื่อจะไดพ้ บเจอไดพ้ ดู คุยกบั ทุกคนโดยท่ีไม่ตอ้ งกลวั วา่ เราจะเขา้ กบั ใคร
คนใดคนหน่ึงไมไ่ ด้ เพราะเราตอ้ งไดค้ ุยกบั ทุกคน การทาํ งานเป็นทีมจะทาํ ใหเ้ รารู้สึกผกู พนั กบั
ทีมงาน เกิดความอบอุ่นและไวใ้ จกนั มากข้ึน จนรู้สึกวา่ การไดม้ าทาํ งานเป็นสิ่งหน่ึงที่ทาํ ใหเ้ รามี
ความสุข
(สร้ างทีมเวิร์ คไปทาํ ไมกัน จากหนังสือพิมพ์ M2F ฉบบั วันจันทร์ ท่ี ๑๔ พ.ย. ๒๕๕๙)
315
๑. เร่ืองที่ไดฟ้ ัง เป็นการฟังเพื่อจุดประสงคใ์ ด
เพื่อเพิ่มพูนความรู้
๒. ใจความสาํ คญั ของเร่ืองคืออะไร
ข้อดีของการทาํ งานเป็นทีมทาํ ให้งานออกมามีประสิทธิภาพ มีคนช่วยแก้ไขปัญหา มีอาํ นาจต่อรองมากขึน้
เกิดความมนั่ คงในการทาํ งาน และเกิดความสัมพันธ์ที่ดีในการทาํ งาน
๓. ผเู้ ขียนหรือผพู้ ดู มีเจตนาอะไร
ต้องการให้เห็นถึงประโยชน์ของการทาํ งาน
๔. นกั เรียนเห็นดว้ ยกบั ความคิดของผเู้ ขียนหรือผพู้ ดู หรือไม่
เห็นดว้ ย / ไม่เห็นดว้ ย
เหตุผล เพราะ การทาํ งานเป็นทีมทาํ ให้งานล่าช้า ถ้าต้องฟังความคิดเห็นของทุกคนในทีม แล้วหาข้อสรุป
ไม่ได้หรือสมาชิกในทีมมีความเห็นไม่ตรงกนั อาจเกิดความขดั แย้งขึน้ ได้
๕. นกั เรียนคิดวา่ นอกจากขอ้ ดีท่ีผเู้ ขียนกล่าวมาแลว้ การทาํ งานเป็นทีมยงั มีประโยชน์อีกหรือไม่ อยา่ งไร
มี ทาํ ให้รู้ข้อเสียหรือข้อบกพร่ องของสมาชิกในกล่มุ และร่ วมกันแก้ไขหรือปรับปรุงให้ดีขึน้
๒. บทร้อยกรอง
หากลกู จะเล้ียงแม่ จะเล้ียงแต่ขณะมีกาํ ลงั
จะนอนจะลุกนงั่ จะเดินจะวง่ิ และทาํ งาน
เส้ือผา้ มา่ นมุง้ แม่ แมก้ ระทง่ั พ้ืนกระดาน
จงถือเป็ นกิจการ ท่ีตอ้ งทาํ ประจาํ วนั
ความสะอาดความเรียบร้อย ลูกอยา่ ปล่อยใหเ้ ป็นหมนั
สิ่งดีท่ีเห็นน้นั คือสวรรคข์ องคนเป็น
ดอกไมเ้ หนือหีบศพ คนอื่นพบคนอ่ืนเห็น
ร่างแม่นอนซีดเยน็ จะรับรู้มิไดเ้ ลย
ร่าํ ร้องรําพนั รัก อาลยั หนกั หรือลูกเอ๋ย
ร่างซีดนอนเฉยเมย จะรับรู้อยา่ งไรกนั
ยามปกติของดีดี เท่าฝี มือลูกอาจสรร
ใหแ้ ม่ไดก้ ินพลนั ยามป่ วยน้นั อยา่ วิงวอน
นี่คือหลกั ธรรมดา ใช่บ่นวา่ หรือสง่ั สอน
บอกกล่าวไวเ้ สียก่อน ขณะยงั มีสติ...สตงั ค์
(ป้ันมากับมือ ของ เตือนใจ บัวคล่ี)
316
๑. บทร้อยกรองท่ีไดฟ้ ัง มีเน้ือความลกั ษณะใด
โน้มน้าวใจให้มีความกตัญญตู ่อแม่
๒. ผเู้ ขียนบทร้อยกรองน้ีมีเจตนาอยา่ งไร นกั เรียนเห็นดว้ ยหรือไม่
ต้องการให้ลกู มีความกตัญญู ดแู ลเอาใจใส่แม่ ขณะที่แม่ยงั มีชีวิตอยู่ ซ่ึงแม่จะรับรู้ได้ หากลกู แสดงความ
กตญั ญเู ม่ือแม่ตายไปแล้ว แม่กไ็ ม่สามารถรับรู้ถึงความกตญั ญูนน้ั
/ เห็นดว้ ย ไม่เห็นดว้ ย
เหตุผล เพราะการปฏิบตั ิตนเป็นลกู ท่ีดีมีความกตัญญตู ่อพ่อแม่ ควรกระทาํ ต้งั แต่พ่อแม่ยงั มีชีวิตอยู่
ท่านจะได้สบายใจและมีความสุข
๓. นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิตนเป็นลูกท่ีดีไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
แนวคาํ ตอบ ๑. ช่วยทาํ งานบ้าน ๔. เช่ือฟังคาํ สั่งสอน
๒. ต้ังใจเรียนหนงั สือ ๕. ประพฤติตนเป็นคนดี
๓. ไม่โต้เถียงหรือก้าวร้ าว
๔. เมื่อนกั เรียนไดฟ้ ังเร่ืองน้ีแลว้ นกั เรียนคิดวา่ สามารถนาํ ไปปรับใชใ้ นชีวิตประจาํ วนั ไดอ้ ยา่ งไร
บา้ ง
แนวคาํ ตอบ ๑. เลีย้ งดูพ่อแม่
๒. แบ่งเบาภาระของพ่อแม่ โดยการช่วยทาํ งานต่าง ๆ เท่าที่จะทาํ ได้
๓. ปฏิบัติตนเป็นลกู ท่ีดี เช่น ขยนั เรียนหนังสือ ไม่มว่ั สุมอบายมขุ ไม่ประพฤติตนเป็นคนเกเร
หรืออนั ธพาลเพื่อให้พ่อแม่มีความสบายใจ ฯลฯ
317
ใบความรู้เร่ือง ประโยชน์ของการฟัง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๕ การพฒั นาทกั ษะการฟังและการดู
ประโยชน์ของการฟัง
การฟังเป็นพฤติกรรมการรับรู้ที่มีประโยชนต์ ่อตนเองและสงั คม
ประโยชน์ต่อตนเอง
การฟังที่ดีจะทาํ ใหผ้ ฟู้ ังไดร้ ับประโยชน์ ดงั น้ี
๑. การฟังที่ดียอ่ มไดร้ ับความนิยมชมชอบจากคู่สนทนา การฟังจึงเป็นพฤติกรรมที่ช่วย
สร้างบรรยากาศของความเป็นมิตร ทาํ ใหเ้ กิดความเขา้ ใจ เห็นอกเห็นใจซ่ึงกนั และกนั
๒. การฟังที่ดีทาํ ใหเ้ รารู้เร่ืองตลอด สามารถเขา้ ใจขอ้ ความสาํ คญั ของเร่ืองที่ฟังและ
จุดมุ่งหมายของผพู้ ดู
๓. การฟังช่วยใหผ้ ฟู้ ังเรียนรู้กระบวนการพดู ท่ีดีของผอู้ ื่น ทาํ ใหเ้ กิดความรู้กวา้ งขวาง มี
ความมน่ั ใจในตนเอง
๔. การฟังที่ดีช่วยทาํ ใหเ้ กิดสมรรถภาพทางความคิด ช่วยใหเ้ ราเรียนรู้ จดจาํ และเขา้ ใจส่ิง
ต่าง ๆ เช่น ถอ้ ยคาํ ภาษา วชิ าความรู้แขนงต่าง ๆ แนวคิดใหม่ ๆ เป็นตน้
๕. การฟังที่ดีทาํ ใหเ้ ราไดศ้ พั ทเ์ พม่ิ ข้ึน ทาํ ใหส้ ามารถใชถ้ อ้ ยคาํ ภาษา ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
และรัดกมุ
ประโยชน์ต่อสังคม
การฟังท่ีดีจะก่อใหเ้ กิดประโยชนต์ ่อสงั คมและประเทศชาติ ดงั น้ี
๑. ผฟู้ ังนาํ ความรู้ แง่คิดต่าง ๆ ไปใชท้ าํ ใหเ้ กิดผลดีต่อสงั คม เช่น ฟังการอภปิ ราย เรื่อง
การรักษาสุขภาพส่วนบุคคล ผฟู้ ังไดค้ วามรู้และแนวคิดไปปฏิบตั ิ ทาํ ใหส้ ุขภาพแขง็ แรง
ประเทศชาติกไ็ ดป้ ระโยชนท์ างออ้ ม ในแง่ท่ีมีทรัพยากรบุคคลที่สามารถทาํ งานเพื่อพฒั นา
ประเทศชาติไดอ้ ยา่ งเขม้ แขง็
๒. รัฐตอ้ งการความร่วมมือจากประชาชนในบางเร่ือง เช่น การเสียภาษีอากร การเลือกต้งั
สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร ฯลฯ กป็ ระชาสมั พนั ธผ์ า่ นส่ือต่าง ๆ เช่น วิทยุ โทรทศั น์ ประชาชนก็
ยอ่ มร่วมมือและปฏิบตั ิตาม
(จาก แผนการสอนที่เน้นการพัฒนาศักยภาพของเดก็ ไทย
ท ๓๐๕ วิชาภาษาไทย ช้ัน ม.๓ ของกรมวิชาการ)
318
แบบประเมนิ ตนเองด้านการฟัง
ช่ือ
ช้ัน เลขท่ี
คาํ ชี้แจง ใหน้ กั เรียนประเมินตนเองเกี่ยวกบั พฤติกรรมในการฟังตามหวั ขอ้ ที่กาํ หนด วา่ ตนเองไดป้ ฏิบตั ิ
อยใู่ นระดบั คุณภาพใด โดยเขียนเครื่องหมาย / ลงในช่องระดบั คุณภาพที่ตนไดป้ ฏิบตั ิ
พฤตกิ รรมท่ีปฏิบตั ิ ระดบั คุณภาพ
๔๓๒ ๑
๑. ความต้งั ใจ/สนใจในการฟัง
๒. การแสดงความคิดเห็นต่อเร่ืองท่ีฟัง
๓. มารยาทในการฟัง
๔. การนาํ ผลการฟังไปปฏิบตั ิ
เกณฑ์การประเมิน ๔ หมายถึง ดีมาก
๓ หมายถึง ดี
๒ หมายถึง พอใช้
๑ หมายถึง ตอ้ งปรับปรุง
319
แบบประเมนิ การพูดเชิงวเิ คราะห์วจิ ารณ์ ระดบั คุณภาพ
เรื่อง___________________________________
กลุ่มท_่ี ______________________
รายการประเมนิ
๓๒ ๑
๑. พดู ตามหลกั เกณฑก์ ารพดู เชิงวิเคราะหว์ ิจารณ์
๒. ใชภ้ าษา น้าํ เสียง กิริยาท่าทางเหมาะสม
๓. มีการวางแผนจดั ลาํ ดบั การพดู ไดเ้ หมาะสมตามข้นั ตอน
๔. วิเคราะหเ์ รื่องที่พดู ไดถ้ ูกตอ้ ง
๕. อา้ งอิงเหตุผล มีขอ้ มูลหลกั ฐานประกอบชดั เจน
๖. เสนอขอ้ มลู ท่ีเป็นประโยชนต์ ่อส่วนรวม
รวม
ข้อเสนอแนะ
________________________________________________________________________________________________________
________________________________________________________________________________________________________
________________________________________________________________________________________________________
ลงชื่อ_______________________ผู้ประเมนิ
320
ใบงานท่ี ๗ เร่ือง การพูดสรุปความ
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑๘ การพฒั นาทกั ษะการพูด
คาํ ชี้แจง นักเรียนอ่านเร่ืองต่อไปนี้ แล้วออกมาพดู สรุปความหน้าช้ันเรียน
๕ เทคนิคลดโลกร้อน ด้วยบ้านเยน็
“๒๐ เปอร์เซ็นตข์ องการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซดใ์ นสหรัฐอเมริกามาจากครัวเรือน”
“หน่ึงในส่ีของการใชไ้ ฟฟ้ าในเมืองไทย มาจากท่ีอยอู่ าศยั ”
น่ีคือตวั เลขล่าสุดท่ีน่าตกใจอยไู่ ม่นอ้ ยวา่ ตน้ ตอของปัญหาโลกร้อนท่ีแทจ้ ริงน้นั ไมใ่ ช่โรงงาน
อุตสาหกรรมหรือยวดยานพาหนะแต่อยา่ งใด ทวา่ สาเหตุใหญ่ของปัญหากลบั ใกลต้ วั กวา่ ท่ีคิด นนั่ กค็ ือ
ในครอบครัวในบา้ นท่ีเราอยอู่ าศยั นี่เอง และดว้ ยเหตุที่โลกร้อนเกิดจากบา้ นของเรา จึงขอชวนคุณ
ลุกข้ึนมาจดั บา้ นขนานใหญ่ใหเ้ ยน็ กายเยน็ ใจ ที่สาํ คญั ยงั ช่วยลดอุณหภมู ิของโลกใบน้ีใหเ้ ยน็ ลงอีกดว้ ย
๑. สร้างความเยน็ จากภายนอก
หลกั การสร้างบา้ นเยน็ เพื่อประหยดั พลงั งานและลดโลกร้อนอยา่ งแทจ้ ริงตอ้ งเร่ิมต้งั แต่การ
สร้างบรรยากาศภายนอกใหเ้ กิดความเยน็ ท้งั น้ีกเ็ พ่ือลดความแตกต่างระหวา่ งอุณหภมู ิในอาคารและ
นอกอาคาร โดยเร่ิมจากวิธีง่าย ๆ คือการสร้างสวนสีเขียว ปลูกตน้ ไม้ ปลกู หญา้ คลุมหนา้ ดินท่ีสาํ คญั ควร
หลีกเลี่ยงวสั ดุจาํ พวกผวิ ยางมะตอย บลอ็ กปูนสีเขม้ เพราะวสั ดุเหล่าน้ีจะเป็นตวั ดูดความร้อนช้นั เยยี่ มท่ี
จะส่งใหภ้ ายในบา้ นร้อนข้ึนอยา่ งทนั ตาเห็น
เมื่อรอบบา้ นเกิดความเยน็ แลว้ คราวน้ีการสร้างภายในบา้ นใหเ้ กิดความเยน็ ก็ไม่ใช่เร่ืองยากอีก
ต่อไป
๒. ใช้ประโยชน์จากธรรมชาตใิ ห้เตม็ ท่ี
การรู้จกั ธรรมชาติและเลือกใชป้ ระโยชน์จากธรรมชาติใหเ้ ตม็ ที่จะช่วยลดการใชพ้ ลงั งานได้
อยา่ งไม่น่าเชื่อ ซ่ึงธรรมชาติท่ีวา่ ไดแ้ ก่ ลมและแสงแดด
๓. ห้องนอนลดโลกร้อน
หอ้ งนอนคือส่วนที่ตอ้ งการความสบายและความเป็นส่วนตวั ขอ้ ควรปฏิบตั ิแรกสาํ หรับ
หอ้ งนอนคือ หลีกเลี่ยงไม่ใหต้ ้งั อยใู่ นทิศตะวนั ตก เพราะจะทาํ ใหห้ อ้ งร้อนและกลายมาเป็นภาระในการ
เปิ ดแอร์อุณหภมู ิต่าํ ซ่ึงจะกินไฟกวา่ ปกติ และที่จะลืมไม่ไดค้ ือ ควรถอดปลกั๊ เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้ าทุกชนิดก่อน
ข้ึนเตียงนอน
ทราบหรือไม่วา่ หน่ึงในสามของค่าไฟในบา้ นมาจากโทรทศั น์ ที่ชาร์จแบตเตอรี่โทรศพั ท์ แอร์
วทิ ยุ และหลอดไฟที่เปิ ดทิ้งไวข้ า้ มคืนหรือเปิ ดไวไ้ ม่ต่าํ กวา่ วนั ละ 8 ชว่ั โมง
๔. ห้องครัวประหยดั พลงั งาน
หอ้ งครัวเป็นหอ้ งท่ีก่อใหเ้ กิดมลภาวะมากที่สุด ทวา่ เรามีวิธีประหยดั พลงั งานในหอ้ งครัวง่าย ๆ
มาฝาก คือ ครัวไทยนบั เป็นหอ้ งที่ก่อใหเ้ กิดความร้อนไม่วา่ จากการปรุงอาหารหรือเครื่องใชไ้ มส้ อย
ต่าง ๆ ถา้ เป็นไปไดค้ วรเลือกท่ีต้งั หอ้ งครัวไม่ให้ติดกบั ตวั บา้ น เพ่ือไม่ใหค้ วามร้อนถ่ายเทเขา้ สู่ตวั บา้ น
นนั่ เอง
321
ใบงานที่ ๘ เรื่อง การกล่าวคาํ อวยพร
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑๘ การพฒั นาทกั ษะการพูด
คาํ ชี้แจง เลือกพดู อวยพรในโอกาสต่างๆ ต่อไปนี้ ๑ เร่ือง
๑) วนั เกิด
๒) วนั ปี ใหม่
๓) ครบรอบวนั แต่งงาน
๔) ไดร้ ับตาํ แหน่งใหม่
แนวคาํ ตอบ
เน่ืองในวันคล้ายวนั เกิดของคุณยาย หนดู ีขออารธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศกั ด์ิสิทธ์ิทั้งหลายใน
สากลโลกจงดลบนั ดาลให้คุณยายประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพแขง็ แรง เป็นร่ มโพธิ์ร่ มไทรของ
ลกู หลานตลอดไปนะคะ
322
ใบงานที่ ๙ เรื่อง การพูดโน้มน้าวใจ
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒๑ การพฒั นาทกั ษะการพูด
คาํ ชี้แจง ๑. พูดโฆษณาขายสินค้าที่มีช่ือเสียงของชุมชนชนิดใดชนิดหนึ่งพร้ อมบันทึกบทพูดลงในช่องว่าง
ที่กาํ หนดให้
บทพดู เร่ือง รองเท้ากะลามะพร้ าวเพ่ือสุขภาพ
แนวคาํ ตอบ
ของดีของดังของชาวจังหวัดสมทุ รสงคราม ใส่แล้วหายปวดเมื่อย ใส่แล้วช่วยทาํ ให้สบายขึน้
คณุ ภาพดีเยี่ยมผลิตจากวสั ดจุ ากธรรมชาติ ๑๐๐ %
๒. พูดโน้มน้าวใจให้รุ่นน้องรักโรงเรียนและช่วยกนั รักษาสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน พร้ อมท้ังบันทึก
บทพดู ลงในช่องว่าง
บทพดู เร่ือง โรงเรียนน่าอยู่ ถ้าหนู ๆ ช่วยดูแล
แนวคาํ ตอบ
โรงเรียนเปรียบเสมือนบ้าน เป็นท่ีพกั อาศัยของนักเรียนทุกคน ไม่ใช่แค่ทุกวันที่เรามาเรียน
ในโรงเรียนยงั มีพี่ น้อง เพื่อน ท่ีอาศยั อย่ใู นสถานท่ีเดียวกนั กบั เรา ดงั นนั้ การที่เรารักษาความสะอาด
จึงเป็นเรื่องสาํ คัญ ถ้าเรารักบ้านหลงั นี้ อยากให้บ้านหลงั นีน้ ่าอยู่ เรากค็ วรช่วยกันดูแลรักษาความ
สะอาด เพื่อบ้านหลงั นีข้ องเราจะได้สะอาดน่าอยู่มากขึน้
323
ใบความรู้เร่ือง การอ่านบทร้อยกรอง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒๔ การพฒั นาทกั ษะการอ่าน
คาํ ชี้แจง ฝึ กอ่านบทร้อยกรองต่อไปนีใ้ ห้ถกู ต้องตามหลักการอ่าน
• กาพยย์ านี ๑๑
เห่เอยนางเอก มณีเมขลา
ลอยเร่ในเมฆา ถือจินดาดงั ดวงดาว
สวา่ งแวววามวาว
โยนเล่นเห็นแกว้ รูปราวกบั กินรี
ลอยฟ้ าเวหาหาว อร่ามรัศมีฉวี
เล่ือนลอยลีลามา
ทรงเคร่ืองเรืองจาํ รัส อยกู่ ลางกลีบเมฆา
ชูช่วงดวงมณี เฝ้ ารักษาสินธู
ถึงวสนั ตฤดู
เลียบรอบขอบทวีป เสียงซู่ซู่สาดเซ็น
เชยชมยมนา กระสินธุซ์ าบทรวงเยน็
ล่อเล่นกบั เทวญั
คร้ันปัจฉิมคิมหนั ต์ รําดว้ ยนางสาวสวรรค์
ฟ้ าคาํ รณฝนฟู พวกเทวญั ก้นั กาง
สพั ยอกเยา้ นาง
ลอยล่องลอองอาบ ใหเ้ นตรพร่างพรายเอย
เคยรํารบาํ เปน
(บทเห่กล่อม เรื่อง จับระบาํ : สุนทรภ่)ู
ชูแกว้ แววสวา่ ง
ล่อเล้ียวเก้ียวพนั
ฉวยฉุดยดุ หยอก
โยนแกว้ แววสวา่ ง
324
• กาพยฉ์ บงั ๑๖ มดแดงแฝงใบพฤกษา มดดาํ คล่าํ คลา
• กลอนสุภาพ
มดดีดอีกมดแดงไฟ
มดตะนอยอีกท้งั มดไร ตาลานคลานไว
มดเป้ งมดคนั สัญจร
น้าํ ลายงูเห่าเฝ้ าฟอน ไต่ตอมตวั หนอน
มดง่ามกค็ ล่าํ คลาดิน
ตวั ปลวกรังดงั ศีขริน ตวั ชนั โรงบิน
น้าํ นองอเนกเลสหลาย
สตั วใ์ นกระแสสินธุ์สาย มีเทา้ มากมาย
คือปูทะเลปนู า
ปูแสมแลปอู ศั วา หมู่เป้ี ยวกายา
ใหญ่เล◌ก็ หลากหลายมากมี
กงุ้ ใหญ่กงุ้ ฝอยเคยมี ก้งั กา้ มโตตี
กระทบกระทง่ั กงั วาน
พวกสตั วเ์ หลา่ น้ีนามขนาน มคธคาํ ขาน
วา่ สตั วพ์ หุบาทา
มีเทา้ มากเกินจตั วา คิดประมวลมา
ไวใ้ หก้ มุ ารอ่านเขียน
หวงั เพอื่ สอบทานท่ีเรียน ระมดั ระเมียร
มกั ง่ายจกั ตอ้ งตีรัน
(สัตวาภิธาน: พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกรู ))
ความโกรธน้นั มนั เหมือนทะเลบา้ คล่ืนซดั ซ่าสาดโครมโหมถลา
ลมกระหน่าํ ซ้าํ คล่ืนครืนครืนมา เหมือนอุราพลุ่งโชติเพราะโกรธครัน
ดงั คลื่นลมมาระดมอยใู่ นอก มนั ป่ วนปั่นงนั งกจนอกสน่ั
หนา้ บ้ึงแผดเสียงเยย่ี งกมุ ภณั ฑ์ แยกเข้ียวฟันเสียสง่าไม่น่าดู
ขาดสติตริตรองใจหมองมวั มกั ทาํ ชว่ั หุนหนั พลนั อดสู
ถึงจะมีปรีชาปัญญาฟู หากมิรู้ระงบั โกรธโทษร้ายจริง
ควรคุมใจใหเ้ หมือนทะเลสงบ จะประสบผลดีเป็ นท่ีจริ ง
ตอ้ งคุมใจเขา้ ไวไ้ ม่ไหวติง เขาชนะกนั เพราะน่ิงมีถมไป
(ทะเลบ้า: เจือ สตะเวทิน)
325
ใบงานท่ี ๑๐ เร่ือง การอ่านอย่างมวี จิ ารณญาณ
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒๖ การพฒั นาทกั ษะการอ่าน
คาํ ชี้แจง ๑. อ่านเร่ืองท่ีกาํ หนดให้แล้วร่วมพิจารณาความสมเหตุสมผลของเร่ือง การใช้ภาษาในการ
แสดงเหตผุ ล การแสดงเหตผุ ลและผลลพั ธ์ และร่วมกันอภิปรายสรุป
“คนหนุ่มคนสาวส่วนใหญ่จะไม่เขา้ วดั และเรากม็ กั จะลงความเห็นกนั วา่ เด็กไม่เอาใจใส่วดั วา
อารามหรือไม่สนใจในการทาํ บุญกศุ ล แตท่ ่ีจริงผมวา่ ไม่ใช่ ที่เขาไม่รู้วา่ จะเขา้ มาทาํ อะไร งานท่ีพอจะทาํ ได้
คนแก่กท็ าํ เสียหมด หากใหเ้ ขาไดท้ าํ งาน มอบการรับผิดชอบใหเ้ ขา ไวว้ างใจเขา คนแก่เอาแต่เพยี งเป็นท่ี
ปรึกษา เห็นอะไรผดิ ถูก ควรไม่ควรก็คอยเตือน อยา่ งน้ีหนุ่มสาวเขากม็ ีกะจิตกะใจ ไม่เบ่ือหน่ายและรักวดั
ยามวดั มีงานกไ็ ม่ตอ้ งตามเกณฑก์ นั เขาจะพากนั มาเอง ยงิ่ คนที่มีอะไรต่อกนั กย็ ง่ิ อยากจะมา เพราะไดม้ ี
โอกาสอยใู่ กลร้ ่วมงานกบั คนที่ตนสนใจคิดถึง ลองอยา่ งน้ีละกท็ าํ งานไม่เหน่ือยไดผ้ ลอยา่ งที่ท่านเห็นอยนู่ ี่
แหละครับ แต่กย็ งั ไม่รู้จะราบร่ืนนกั ”
แนวคาํ ตอบ
เหตุผล เมื่อวัดมีงานคนเฒ่าคนแก่กจ็ ัดแจงทาํ กันเองเสียหมด
ผลลัพธ์ คนหน่มุ คนสาวส่วนใหญ่จึงไม่เข้าวัด
๒. อ่านบทร้อยกรองต่อไปนี้ แล้วพิจารณาว่าผู้เขียนต้องการสงสารด้วยอารมณ์ความรู้สึกใด
ไทยรวมกาํ ลงั ต้ังมน่ั
ไทยรวมกาํ ลงั ต้งั มนั่ จะสามารถป้ องกนั ขนั แขง็
ถึงแมว้ า่ ศตั รูผมู้ ีแรง มายทุ ธ์แยง้ กจ็ ะปลาตไป
ขอแต่เพยี งไทยเราอยา่ งผลาญญาติ ร่วมชาติร่วมจิตเป็นขอ้ ใหญ่
ไทยอยา่ งมุ่งร้ายทาํ ลายไทย จงพร้อมใจพร้อมกาํ ลงั ระวงั เมือง
ใหน้ านาภาษาเขานิยม ชมเกียรติยศฟเู ฟ่ื อง
ช่วยกนั บาํ รุงความรุ่งเร่ือง ใหช้ ่ือไทยกระเดื่องทวั่ โลกา
ช่วยกนั เตม็ ใจใฝ่ ผดุง บาํ รุงท้งั ชาติศาสนา
ใหอ้ ยจู่ นสิ้นดินฟ้ า วฒั นาเถิดไทย ไชโย
อารมณ์ความรู้สึก ฮึกเหิม ให้มีสาํ นึกรักชาติ
326
ใบงานที่ ๑๑ เรื่อง การวเิ คราะห์และประเมนิ ค่าสาร
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒๙ การพฒั นาทกั ษะการอ่าน
คาํ ชี้แจง อ่านเร่ืองท่ีกาํ หนดให้แล้ววิเคราะห์และประเมินค่า
• บทร้อยกรอง
กองเอ๋ยกองขา้ ว กองสูงราวโรงนายงิ่ น่าใคร่
เกิดเพราะการเกบ็ เก่ียวดว้ ยเคียวใคร ใครเล่าไถคราดฟ้ื นพ้นื แผน่ ดิน
เชา้ กข็ บั โคกระบือถือคนั ไถ สาํ ราญใจตามเขตประเทศถ่ิน
ยดึ หางยามยกั ไปตามใจจินต์ หางยามผนิ ตามใจเพราะใครเอย
ตวั เอ๋ยตวั ทะยาน อยา่ บนั ดาลดลใจใหใ้ ฝ่ ฝัน
ดูถูกกิจชาวนาสารพนั และความครอบครองกนั อนั ช่ืนบาน
เขาเป็ นสุขเรี ยบเรี ยบเงียบสงดั มีปวตั นเ์ ป็นไปไม่วิตถาร
ขออยา่ ไดเ้ ยย้ เยาะพดู เราะราน ดูหมิ่นการเป็นอยเู่ พอื่ นตูเอย
(กลอนดอกสร้อยรําพึงในป่ าช้า : พระยาอุปกิตศิลปสาร)
๑. ลกั ษณะการแต่ง บทร้อยกรอง
๒. มาจากหนงั สือ กลอนดอกสร้อยรําพึงในป่ าช้า ของ พระยาอปุ กิตศิลปสาร
๓. เจตนาของผเู้ ขียนท่ีตอ้ งการจะสื่อ ให้เห็นถึงความทุกข์ยากลาํ บากของอาชีพชาวนา
๔. มีคุณค่าในเรื่อง ชีใ้ ห้เห็นถึงอาชีพชาวนาท่ีอย่อู ย่างเรียบง่าย
๕. ขอ้ คิดท่ีไดร้ ับคือ อาชีพชาวนาเป็นอาชีพที่เหน่ือย ดาํ เนินชีวิตด้วยความเรียบง่าย ไม่ควร
ไปดหู มิ่นดแู คลนอาชีพนี้
327
• บทความ
โกรธคือโง่ โมโหคือบา้ คนผกู โกรธไวก้ บั ตวั เปรียบไดก้ บั สุนขั แทะกระดูกเพราะ
ยง่ิ แทะเหงือกของมนั ยง่ิ เล่ือนเขา้ เล่ือนออก เจบ็ เหงือกตวั เอง คนข้ีโกรธ ข้ีโมโหอารมณ์ไม่คงเสน้
คงวา ไม่วา่ หญิงหรือชายยอ่ มเสียกิริยา แสดงกิริยาอาการที่ไม่น่าดู ไม่พึงประสงคแ์ ก่ผอู้ ่ืนที่อยู่
ใกลช้ ิดตลอดเวลา ทาํ ใหค้ นใกลช้ ิดไม่วา่ จะเป็น คนรับใช้ ลูกหลาน สามี ภรรยา หรือคนอ่ืน ๆ
เป็นประสาทหรือไม่ก็พลอยบา้ ตามไปดว้ ย
บา้ นที่ปลูกไวใ้ หญ่โตมโหฬาร ถา้ คนในบา้ นเตม็ ไปดว้ ยคนข้ีโกรธ ข้ีโมโห ไม่วา่ จะเป็น
พอ่ บา้ นแม่บา้ นหรือใคร ๆ ในบา้ นกต็ าม คนผนู้ ้นั ไดช้ ่ือวา่ เป็นผทู้ าํ ใหบ้ า้ นร้อน คือ ทาํ ใหค้ นท่ีอยู่
อาศยั ในบา้ นร้อนรุ่มกลุม้ ใจ แมบ้ า้ นน้นั จะมีเคร่ืองปรับอากาศ มีเคร่ืองอาํ นวยความสะดวก
พร้อมมูล แต่ไม่มีใครอยากจะอยใู่ นบา้ นหลงั น้นั เพราะเม่ือเขา้ บา้ นคร้ังใดตอ้ งพบกบั อารมณ์ร้าย
คาํ พดู ท่ีแสลงหู การกระทาํ ท่ีกระทบ กระเทียบเปรียบเปรย หรือมีคาํ ด่าวา่ ที่ไม่ไพเราะอยู่
ตลอดเวลา ใครไดแ้ ม่บา้ นพอ่ เรือนเช่นน้ีถือวา่ โชคร้าย
(แก่ให้มีคุณค่าและสง่างาม : ทวีป อภิสิทธิ์)
๑. ลกั ษณะการแต่ง บทความร้อยแก้ว
๒. มาจากหนงั สือ แก่ให้มีคณุ ค่าและสง่างาม ของ ทวีป อภิสิทธิ์
๓. เจตนาของผเู้ ขียนที่ตอ้ งการจะสื่อ ให้เห็นถึงโทษของความโกรธ
๔. มีคุณค่าในเรื่อง เป็นข้อชี้แนะให้เห็นถึงโทษของความโกรธ ซ่ึงจะนาํ มาซ่ึงผลร้ายทั้งหลาย
๕. ขอ้ คิดท่ีไดร้ ับ คือ ให้รู้จักระงบั ความโกรธ เพราะความโกรธอาจทาํ ร้ายทั้งคนรอบข้าง และ
ตวั เราเอง
328
ใบงานที่ ๑๒ เรื่อง การเลอื กอ่านหนังสือประเภทต่าง ๆ
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓๐ การพฒั นาทกั ษะการอ่าน
คาํ ชี้แจง แบ่งนักเรียนออกเป็นกล่มุ ให้แต่ละกล่มุ ทาํ กิจกรรมตามท่ีกาํ หนดให้
๑. อ่านบทความเรื่องใดเร่ืองหน่ึง แลว้ พิจารณาคุณค่าตามที่เรียนมา
๒. อ่านเร่ืองส้นั เร่ืองใดเร่ืองหน่ึง แลว้ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั เรื่องส้นั ตามท่ีเรียนมา
๓. ใหน้ กั เรียนศึกษาคน้ ควา้ เร่ืองที่กาํ หนดจากสารานุกรม
๑) ศึกษาคน้ ควา้ เรื่อง “การละเล่นพ้ืนเมือง” จากสารานุกรมไทยสาํ หรับเยาวชน
๒) ศึกษาคน้ ควา้ เร่ือง “ประเพณีโยนบวั ” จากสารานุกรมวฒั นธรรมไทยภาคกลาง
๓) ศึกษาคน้ ควา้ เรื่อง “โครงการพระดาบส” จากสารานุกรมไทยฉบบั กาญจนาภิเษก
๔) ศึกษาคน้ ควา้ เรื่อง “เครื่องดนตรีโปงลาง” จากสารานุกรมไทยภาคอีสาน
ใหน้ กั เรียนนาํ เสนอผลงานตามหวั ขอ้ ดงั น้ี
– ช่ือหวั ขอ้ ท่ีคน้ ควา้
– ชื่อสารานุกรมที่ใชค้ น้ ควา้
– ลาํ ดบั ท่ีของสารานุกรม (เป็นเล่มท่ีเท่าใดของชุด)
– รายละเอียดของเร่ืองท่ีศึกษาคน้ ควา้
– ประโยชนข์ องการศึกษาคน้ ควา้ จากสารานุกรม
๔. ใหน้ กั เรียนคน้ ควา้ ขอ้ มลู ในอินเทอร์เน็ตเรื่องใดเร่ืองหน่ึง แลว้ พิมพอ์ อกมาเป็นกระดาษ
นาํ มาอภิปรายร่วมกนั วา่ เน้ือหามีความน่าเช่ือถือหรือไม่เพียงใด
๕. ใหน้ กั เรียนนาํ เสนอผลงานจากขอ้ ๑–๔ โดยรวบรวมเป็นรายงานส่งครู หรือจดั ป้ ายนิเทศ
หนา้ ช้นั เรียน
331
ใบงานที่ ๑๓ เรื่อง การแนะนําหนังสือ
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓๐ การพฒั นาทกั ษะการอ่าน
คาํ ชี้แจง บนั ทึกการอ่านของตนเองตลอดภาคเรียน ตารางที่กาํ หนดให้
วนั เดือน ปี ประเภท ชื่อหนังสือ เรื่องย่อ ประโยชน์ที่ได้
(พิจารณาจากงานเขียนของนักเรี ยน)
331
ใบงานที่ ๑๔ เร่ือง การเขยี นบรรยายและพรรณนา
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓๖ การพฒั นาทกั ษะการเขยี น
คาํ ชี้แจง เลือกภาพท่ีประทับใจ ๒ ภาพ ติดลงในช่องว่างท่ีกาํ หนดให้ แล้วเขียนบรรยายและพรรณนา
ให้ ถูกต้ อง
(พิจารณาจากงานเขียนของนักเรี ยน)
(พิจารณาจากงานเขียนของนักเรี ยน)
331
ใบงานที่ ๑๕ เร่ือง กลอนสุภาพ
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๔๐ การพฒั นาทกั ษะการเขยี น
คาํ ชี้แจง แต่งกลอนสุภาพเร่ืองท่ีสนใจไม่น้อยกว่า ๒ บท จึงก่อเกิดเป็นเราในวนั นี้
อีกท้ังมีความรักความเมตตา
แนวคาํ ตอบ คิดให้ดีเพื่อนเพื่อนทุกคนจ๋า
พ่อและแม่คือผ้ใู ห้กาํ เนิด จงตั้งหน้ าตั้งใจเรี ยนเพื่อแทนคุณ
ท่านอบรมเลีย้ งดเู ราด้วยอารี
กว่าจะเกิดเป็นเราในวนั นี้
เพราะพ่อแม่มิใช่หรือท่ีเลีย้ งมา
331
๒. แบบบันทกึ และแบบประเมนิ ต่าง ๆ
เคร่ืองมอื ประเมินสมรรถนะทางภาษาไทยและภาระงานของนักเรียน
โดยใช้มิตคิ ุณภาพ (Rubrics)
ตัวอย่างแบบประเมนิ การอ่านออกเสียงร้อยแก้ว
เรื่อง _____________________________________________________________
ช้ัน ______________ วันท่ี ______ เดอื น __________________ พ.ศ. __________
ท่ี ช่ือ-สกลุ รายการประเมนิ ผลการ
ประเมนิ
่ทวงทํานองถูกต้องตามอักขรวิ ีธ (๕ คะแนน)
การแ ่บงวรรคตอนในการ ่อาน (๕ คะแนน)
้นําเ ีสยง ีลลา อารม ์ณ สอดคล้องกับเ ้ืนอเ ื่รอง
(๕ คะแนน)
ุบค ิลกภาพในการ ่อาน (๕ คะแนน)
รวมคะแนน (๒๐ คะแนน)
่ผาน
ไ ่ม ่ผาน
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
เกณฑ์การประเมนิ
ไดค้ ะแนนร้อยละ ๖๐ ข้ึนไปถือวา่ ผา่ น หรืออาจใชเ้ กณฑเ์ ป็นระดบั คุณภาพ ๔, ๓, ๒, ๑ ดงั น้ี
ระดบั ๔ ดีมาก คะแนน ๑๖–๒๐ คะแนน
ระดบั ๓ ดี คะแนน ๑๒–๑๕ คะแนน
ระดบั ๒ พอใช้ คะแนน ๘–๑๑ คะแนน
ระดบั ๑ ควรปรับปรุง คะแนน ๐–๗ คะแนน
331
ตวั อย่างแบบประเมนิ การอ่านออกเสียงร้อยกรอง
เรื่อง ________________________________________________
ช้ัน ______________ วนั ท่ี ____ เดอื น _____________ พ.ศ. _______
ผลการ
รายการประเมนิ ประเมนิ
ที่ ช่ือ-สกลุ
่ทวงทํานอง ูถกต้องตามอักขรวิ ีธ (๕ คะแนน)
ออกเ ีสยงชัดเจนถูกต้องตามอักขรวิ ีธ (๕ คะแนน)
การแ ่บงวรรคตอนในการ ่อาน (๕ คะแนน)
ความคล่องแค ่ลวชัดเจน (๕ คะแนน)
้นําเ ีสยง ีลลา จังหวะ อารม ์ณ (๕ คะแนน)
ุบค ิลกภาพในการอ่าน (๕ คะแนน)
รวมคะแนน (๓๐ คะแนน)
่ผาน
ไ ่ม ่ผาน
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
เกณฑ์การประเมนิ
ไดค้ ะแนนร้อยละ ๖๐ ข้ึนไปถือวา่ ผา่ น หรืออาจใชเ้ กณฑเ์ ป็นระดบั คุณภาพ ๔, ๓, ๒, ๑ ดงั น้ี
ระดบั ๔ ดีมาก คะแนน ๒๓–๓๐ คะแนน
ระดบั ๓ ดี คะแนน ๑๖–๒๒ คะแนน
ระดบั ๒ พอใช้ คะแนน ๙–๑๕ คะแนน
ระดบั ๑ ควรปรับปรุง คะแนน ๐–๘ คะแนน
331
ตวั อย่างแบบประเมนิ การท่องจาํ คาํ ประพนั ธ์
เร่ือง ________________________________________________
ช้ัน ______________ วนั ที่ ____ เดือน _____________ พ.ศ. _______
รายการประเมนิ ผลการ
ประเมนิ
ที่ ชื่อ-สกลุ
่ทวงทํานอง ูถกต้องตามอักขรวิ ีธ (๕ คะแนน)
ออกเ ีสยงชัดเจนถูกต้องตามอักขรวิ ีธ (๕ คะแนน)
่ทองจําครบถ้วน (๕ คะแนน)
การแ ่บงวรรคตอนในการ ่อาน (๕ คะแนน)
การใช้ ้นําเ ีสยง ีลลา อารม ์ณความ ู้ร ึสก (๕ คะแนน)
ุบค ิลกภาพในการอ่าน (๕ คะแนน)
รวมคะแนน (๓๐ คะแนน)
่ผาน
ไ ่ม ่ผาน
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
เกณฑ์การประเมนิ
ไดค้ ะแนนร้อยละ ๖๐ ข้ึนไปถือวา่ ผา่ น หรืออาจใชเ้ กณฑเ์ ป็นระดบั คุณภาพ ๔, ๓, ๒, ๑ ดงั น้ี
ระดบั ๔ ดีมาก คะแนน ๒๓–๓๐ คะแนน
ระดบั ๓ ดี คะแนน ๑๖–๒๒ คะแนน
ระดบั ๒ พอใช้ คะแนน ๙–๑๕ คะแนน
ระดบั ๑ ควรปรับปรุง คะแนน ๐–๘ คะแนน
ตวั อย่างแบบประเมนิ การอ่านสรุปความ (จบั ใจความ วเิ คราะห์ ตคี วาม) 331
เรื่อง ผลการ
ประเมนิ
ช้ัน วันท่ี เดอื น พ.ศ.
รายการประเมนิ
ท่ี ชื่อ–สกุล
ความสามารถในการ ิวเคราะ ์หแยกแยะเ ื่รอง
(๕ คะแนน)
จับประเด็นสําคัญของเ ้ืนอเ ื่รอง (๕ คะแนน)
แสดงความ ิคดเ ็หนอย่าง ีมเหตุผล (๕ คะแนน)
การเ ีรยงลําดับเหตุการ ์ณ/เ ้ืนอเ ่ืรอง (๕ คะแนน)
ความถูกต้องของเ ้ืนอหา (๕ คะแนน)
การใช้ภาษาถูกต้อง (๕ คะแนน)
รวมคะแนน (๓๐ คะแนน)
่ผาน
ไ ่ม ่ผาน
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
เกณฑ์การประเมนิ
ไดค้ ะแนนร้อยละ ๖๐ ข้ึนไปถือวา่ ผา่ น หรืออาจใชเ้ กณฑเ์ ป็นระดบั คุณภาพ ๔, ๓, ๒, ๑ ดงั น้ี
ระดบั ๔ ดีมาก คะแนน ๒๓–๓๐ คะแนน
ระดบั ๓ ดี คะแนน ๑๖–๒๒ คะแนน
ระดบั ๒ พอใช้ คะแนน ๙–๑๕ คะแนน
ระดบั ๑ ควรปรับปรุง คะแนน ๐–๘ คะแนน
331
ตวั อย่างแบบประเมนิ ทกั ษะการเขียน
เร่ือง ________________________________________________
ช้ัน ______________ วนั ท่ี ____ เดอื น _____________ พ.ศ. _______
รายการประเมนิ ผลการ
ประเมนิ
ที่ ช่ือ-สกลุ
ูรปแบบ/ความถูกต้อง (๕ คะแนน)
เ ้ืนอหาสาระ (๑๐ คะแนน)
การใช้ภาษา (๕ คะแนน)
ความสะอาดเ ีรยบ ้รอย (๕ คะแนน)
ความ ิคดส ้รางสรรค์ (๕ คะแนน)
รวมคะแนน (๓๐ คะแนน)
่ผาน
ไ ่ม ่ผาน
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
เกณฑ์การประเมนิ
ไดค้ ะแนนร้อยละ ๖๐ ข้ึนไปถือวา่ ผา่ น หรืออาจใชเ้ กณฑเ์ ป็นระดบั คุณภาพ ๔, ๓, ๒, ๑ ดงั น้ี
ระดบั ๔ ดีมาก คะแนน ๒๓–๓๐ คะแนน
ระดบั ๓ ดี คะแนน ๑๖–๒๒ คะแนน
ระดบั ๒ พอใช้ คะแนน ๙–๑๕ คะแนน
ระดบั ๑ ควรปรับปรุง คะแนน ๐–๘ คะแนน
331
ตวั อย่างแบบประเมนิ การเขยี นจดหมาย
เร่ือง ________________________________________________
ช้ัน ______________ วนั ที่ ____ เดือน _____________ พ.ศ. _______
รายการประเมนิ ผลการ
ประเมนิ
ที่ ช่ือ-สกลุ ความ ูถกต้องของ ูรปแบบ (๕ คะแนน)
การใช้ภาษาเหมาะสมกับระดับ ุบคคลและความ ินยม
(๕ คะแนน)
เ ้ืนอหาของจดหมายตรงตาม ุจดประสงค์ (๑๐ คะแนน)
สํานวน โวหาร ความสละสลวย (๕ คะแนน)
ความสะอาดเ ีรยบ ้รอย (๕ คะแนน)
รวมคะแนน (๓๐ คะแนน)
่ผาน
ไ ่ม ่ผาน
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
เกณฑ์การประเมนิ
ไดค้ ะแนนร้อยละ ๖๐ ข้ึนไปถือวา่ ผา่ น หรืออาจใชเ้ กณฑเ์ ป็นระดบั คุณภาพ ๔, ๓, ๒, ๑ ดงั น้ี
ระดบั ๔ ดีมาก คะแนน ๒๓–๓๐ คะแนน
ระดบั ๓ ดี คะแนน ๑๖–๒๒ คะแนน
ระดบั ๒ พอใช้ คะแนน ๙–๑๕ คะแนน
ระดบั ๑ ควรปรับปรุง คะแนน ๐–๘ คะแนน
331
ตวั อย่างแบบประเมนิ การเขยี นเรียงความ
เร่ือง ________________________________________________
ช้ัน ______________ วนั ท่ี ____ เดอื น _____________ พ.ศ. _______
รายการประเมนิ ผลการ
ประเมนิ
ที่ ชื่อ-สกลุ
องค์ประกอบ (๕ คะแนน)
เ ้ืนอหาสาระ (๕ คะแนน)
การใช้สํานวนโวหาร (๕ คะแนน)
อักขรวิ ีธ (๕ คะแนน)
ความ ิคด ิรเ ่ิรมส ้รางสรรค์ (๕ คะแนน)
ความสะอาดเ ีรยบ ้รอย (๕ คะแนน)
รวมคะแนน (๓๐ คะแนน)
่ผาน
ไ ่ม ่ผาน
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
เกณฑ์การประเมนิ
ไดค้ ะแนนร้อยละ ๖๐ ข้ึนไปถือวา่ ผา่ น หรืออาจใชเ้ กณฑเ์ ป็นระดบั คุณภาพ ๔, ๓, ๒, ๑ ดงั น้ี
ระดบั ๔ ดีมาก คะแนน ๒๓–๓๐ คะแนน
ระดบั ๓ ดี คะแนน ๑๖–๒๒ คะแนน
ระดบั ๒ พอใช้ คะแนน ๙–๑๕ คะแนน
ระดบั ๑ ควรปรับปรุง คะแนน ๐–๘ คะแนน
331
ตวั อย่างแบบประเมนิ การเขยี นบันทกึ
เร่ือง ________________________________________________
ช้ัน ______________ วนั ที่ ____ เดอื น _____________ พ.ศ. _______
รายการประเมนิ ผลการ
ประเมนิ
ที่ ชื่อ-สกลุ
ความถูกต้องตาม ูรปแบบ (๕ คะแนน)
การลําดับเ ้ืนอความห ืรอเ ่ืรองราว (๕ คะแนน)
การใช้สํานวนภาษา (๕ คะแนน)
ความสะอาดเ ีรยบ ้รอย (๕ คะแนน)
รวมคะแนน (๒๐ คะแนน)
่ผาน
ไ ่ม ่ผาน
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
เกณฑ์การประเมนิ
ไดค้ ะแนนร้อยละ ๖๐ ข้ึนไปถือวา่ ผา่ น หรืออาจใชเ้ กณฑเ์ ป็นระดบั คุณภาพ ๔, ๓, ๒, ๑ ดงั น้ี
ระดบั ๔ ดีมาก คะแนน ๑๖–๒๐ คะแนน
ระดบั ๓ ดี คะแนน ๑๒–๑๕ คะแนน
ระดบั ๒ พอใช้ คะแนน ๘–๑๑ คะแนน
ระดบั ๑ ควรปรับปรุง คะแนน ๐–๗ คะแนน
331
ตวั อย่างแบบประเมนิ การเขยี นย่อความ
เร่ือง ________________________________________________
ช้ัน ______________ วนั ท่ี ____ เดือน _____________ พ.ศ. _______
รายการประเมนิ ผลการ
ประเมนิ
ที่ ชื่อ-สกลุ
ความถูกต้องของเ ้ืนอเ ่ืรอง (๕ คะแนน)
ประเด็นสําคัญของเ ่ืรอง (๕ คะแนน)
การใช้สํานวนภาษา (๕ คะแนน)
ความเ ็ปนระเ ีบยบเ ีรยบ ้รอย (๕ คะแนน)
รวมคะแนน (๒๐ คะแนน)
่ผาน
ไ ่ม ่ผาน
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
เกณฑ์การประเมนิ
ไดค้ ะแนนร้อยละ ๖๐ ข้ึนไปถือวา่ ผา่ น หรืออาจใชเ้ กณฑเ์ ป็นระดบั คุณภาพ ๔, ๓, ๒, ๑ ดงั น้ี
ระดบั ๔ ดีมาก คะแนน ๑๖–๒๐ คะแนน
ระดบั ๓ ดี คะแนน ๑๒–๑๕ คะแนน
ระดบั ๒ พอใช้ คะแนน ๘–๑๑ คะแนน
ระดบั ๑ ควรปรับปรุง คะแนน ๐–๗ คะแนน
331
ตวั อย่างแบบประเมนิ การกรอกแบบรายการ
เร่ือง ________________________________________________
ช้ัน ______________ วนั ที่ ____ เดอื น _____________ พ.ศ. _______
รายการประเมนิ ผลการ
ประเมนิ
ที่ ช่ือ-สกลุ
ความเ ็ปนระเ ีบยบเ ีรยบ ้รอย (๕ คะแนน)
ความสะอาด (๕ คะแนน)
ความถูกต้อง (๕ คะแนน)
ความครบถ้วน (๕ คะแนน)
รวมคะแนน (๒๐ คะแนน)
่ผาน
ไ ่ม ่ผาน
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
เกณฑ์การประเมนิ
ไดค้ ะแนนร้อยละ ๖๐ ข้ึนไปถือวา่ ผา่ น หรืออาจใชเ้ กณฑเ์ ป็นระดบั คุณภาพ ๔, ๓, ๒, ๑ ดงั น้ี
ระดบั ๔ ดีมาก คะแนน ๑๖–๒๐ คะแนน
ระดบั ๓ ดี คะแนน ๑๒–๑๕ คะแนน
ระดบั ๒ พอใช้ คะแนน ๘–๑๑ คะแนน
ระดบั ๑ ควรปรับปรุง คะแนน ๐–๗ คะแนน