192
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเก่ียวกบั การเขียนยอ่ ความ แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
๒. นกั เรียนฝึกเขียนยอ่ ความเร่ืองอื่น ๆ จากตวั อยา่ งของกลุ่มอื่น ๆ แลว้ ส่งครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง
๓. นกั เรียนฝึกเขียนยอ่ ความบทเรียนวิชาภาษาไทยส่งครูเป็นประจาํ ทุกสปั ดาห์ และทาํ สมุดรวบรวม
ความรู้เม่ือจบเทอม
ข้นั ที่ ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนเขียนยอ่ ความเรื่องต่าง ๆ ไดใ้ จความสาํ คญั ครบถว้ น
๒. นกั เรียนนาํ ความรู้เก่ียวกบั การเขียนยอ่ ความไปใชใ้ นการเรียนและในชีวิตประจาํ วนั ได้
ข้นั ที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปหลกั การเขียนยอ่ ความจากแผนภาพความคิดที่นกั เรียนทาํ ข้ึน
๒. ครูใหน้ กั เรียนคน้ หารายงานการศึกษาที่นกั เรียนเคยทาํ แลว้ ศึกษารูปแบบการทาํ รายงาน เป็นการบา้ น
เพื่อเตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนฝึกเขียนยอ่ ความข่าว บทความ หรือเร่ืองท่ีประทบั ใจ ทาํ เป็นสมุดรวบรวมความรู้ นาํ มาใชอ้ า้ งอิง
ในการทาํ รายงานวชิ าต่าง ๆ
๒. นกั เรียนศึกษาการเขียนยอ่ ความในวชิ าภาษาองั กฤษ แลว้ ฝึกยอ่ บทความหรือนิทาน
๓. นักเรียนเลอื กเรื่องทเ่ี กย่ี วกบั อาเซียนรูปแบบต่าง ๆ เช่น ข่าว โฆษณา ประกาศ บทความ สารคดี แล้วนํามา
ย่อความให้ถูกต้องตามรูปแบบการย่อความ
๙. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
๑. สลาก
๒. ตวั อยา่ งงานเขียนประเภทต่าง ๆ
๓. แผนภาพความคิดสรุปหลกั การเขียนยอ่ ความ
๔. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๕. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๖. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๗. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
193
๑๐. บันทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงช่ือ ผสู้ อน
/ /
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓๔ 194
การเขยี นรายงานการประชุม
เวลา ๑ ชวั่ โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๘ เร่ือง การพฒั นาทกั ษะการเขียน
๑. สาระสําคญั
การเขียนรายงานการประชุม เป็นการเขียนนาํ เสนอผลการประชุมหรือมติของสมาชิกในกลุ่มเกี่ยวกบั เรื่องใด
เรื่องหน่ึงอยา่ งเป็นระเบียบแบบแผนตามรูปแบบการเขียนรายงานการประชุม โดยใชท้ กั ษะทางภาษาท่ีถูกตอ้ ง
๒. ตัวชี้วดั ช้ันปี
๑. เขียนรายงานการศึกษาคน้ ควา้ ท ๒.๑ (ม. ๒/๕)
๒. มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ม. ๒/๘)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกหลกั การเขียนรายงานการประชุมได้ (K)
๒. เขียนรายงานการประชุมไดถ้ กู ตอ้ งเหมาะสม (K, P)
๓. ใชส้ าํ นวนภาษาถกู ตอ้ ง กระชบั รัดกมุ (P)
๔. เห็นคุณค่าของการเขียนงานเขียนท่ีถกู ตอ้ ง (A)
๕. มีมารยาทในการเขียนและมีนิสยั รักการเขียน (A)
๔. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการเขียนรายงาน
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะการแสวงหา
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ความรู้
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
วนิ ยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ประเมินมารยาทในการเขียน
และนิสยั รักการเขียน
195
๕. สาระการเรียนรู้
การเขียนรายงานการประชุม
๖. แนวทางบูรณาการ เปรียบเทียบรายงานการประชุมในวิชาภาษาองั กฤษกบั วิชาภาษาไทย
จดั ป้ ายนิเทศ
ภาษาต่างประเทศ ทาํ สมุดแบบฟอร์มรายงานการประชุม
ศิลปะ
การงานอาชีพฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ท่ี ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงท่ี ๔๙
๑. ครูสนทนากบั นกั เรียนเพ่ือทบทวนเร่ือง การพดู ในท่ีประชุมและการจดบนั ทึกการประชุม จากที่เคยเรียน
มาแลว้ และประสบการณ์ในการเขา้ ร่วมประชุม
๒. ครูนาํ สนทนาโยงเขา้ เร่ือง การเขียนรายงานการประชุม
ข้นั ท่ี ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ครูใหน้ กั เรียนช่วยกนั อธิบายความหมายของคาํ ศพั ทต์ ่อไปน้ี
รายงานการประชุม ผเู้ ขา้ ร่วมประชุม การประชุมสมยั สามญั
การประชุมสมยั วสิ ามญั ระเบียบวาระการประชุม มติ ญตั ติ
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มศึกษาเร่ือง การเขียนรายงานการประชุม ในหนงั สือเรียน
รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ แลว้ ร่วมกนั อภิปรายหลกั การเขียนรายงาน
การประชุม
๒. นกั เรียนช่วยกนั กาํ หนดหวั ขอ้ ในการประชุม ครูเขียนบนกระดาน แลว้ เลือกหวั ขอ้ ท่ีเหมาะสมกบั วยั
ของนกั เรียน ๔–๕ หวั ขอ้ ใหแ้ ต่ละกลุ่มจบั สลากจดั การประชุม กลุ่มละ ๑ หวั ขอ้ โดยใหแ้ ต่ละกลุ่มเลือก
ประธาน เลขานุการ และจดั การประชุมตามรูปแบบการประชุมที่เรียนมา และจดรายงานการประชุม
ส่งครู
๓. นกั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมาอ่านรายงานการประชุมใหเ้ พื่อนฟัง ครูและเพ่ือนร่วมกนั แสดง
ความคิดเห็น และเสนอแนะเก่ียวกบั เร่ืองท่ีฟัง แลว้ ช่วยกนั สรุป
ข้ันที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมที่เก่ียวกบั การเขียนรายงานการประชุม แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
๒. นกั เรียนศึกษาตวั อยา่ งรายงานการประชุมท่ีครูนาํ มาใหด้ ู แลว้ ร่วมกนั อภิปรายแสดงความคิดเห็น
๓. นกั เรียนดูวีดิทศั น์การประชุมและการรายงานการประชุม แลว้ ร่วมกนั แสดงความคิดเห็น
196
ข้นั ท่ี ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนเขียนรายงานการประชุมในโอกาสต่าง ๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง
๒. นกั เรียนนาํ ความรู้เกี่ยวกบั การเขียนรายงานการประชุมไปใชใ้ นการเรียนและในชีวติ ประจาํ วนั
ข้นั ท่ี ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปหลกั การเขียนรายงานการประชุม บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนรวบรวมโครงงานที่เคยทาํ มาแลว้ ศึกษาความหมายและรูปแบบของโครงงาน
เป็นการบา้ นเพอ่ื เตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนศึกษาหลกั การเขียนรายงานการประชุมจากหนงั สือหรือส่ือการเรียนรู้อ่ืน ๆ แลว้ นาํ ความรู้มาจดั ป้ าย
นิเทศเพ่ือเผยแพร่ความรู้
๒. นกั เรียนศึกษาการเขียนรายงานการประชุมในวชิ าภาษาองั กฤษเปรียบเทียบกบั วชิ าภาษาไทย
๓. นกั เรียนรวบรวมแบบฟอร์มการเขียนรายงานการประชุมของส่วนราชการและของเอกชน ทาํ สมุดแบบฟอร์ม
รายงานการประชุม
๔. นักเรียนจดั การประชุมเรื่องการอ่านเมอ่ื เข้าสู่อาเซียน แล้วเขียนรายงานการประชุม
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๑. สลาก
๒. ตวั อยา่ งรายงานการประชุม
๓. วดี ิทศั นก์ ารประชุมและการรายงานการประชุม
๔. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๕. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๖. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๗. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
197
๑๐. บันทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงช่ือ ผสู้ อน
/ /
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓๕ 198
การเขยี นรายงานโครงงาน
เวลา ๑ ชว่ั โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๘ เรื่อง การพฒั นาทักษะการเขียน
๑. สาระสําคญั
การเขียนรายงานโครงงาน เป็นการเขียนนาํ เสนอผลการศึกษาคน้ ควา้ รวบรวม สาํ รวจ หรือผลจากการลงมือ
ปฏิบตั ิในเร่ืองใดเรื่องหน่ึง โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์หรือกระบวนการอ่ืน ๆ เป็นแนวทางในการศึกษา
และสรุปผลไดด้ ว้ ยตนเอง ผทู้ ่ีทาํ โครงงานจะไดท้ ้งั ความรู้ ข้นั ตอน และกระบวนการทาํ งาน ท่ีสามารถสร้าง
องคค์ วามรู้ใหเ้ กิดกบั ตนเองไดอ้ ยา่ งยง่ั ยนื
๒. ตวั ชี้วดั ช้ันปี
๑. เขียนรายงานการศึกษาคน้ ควา้ ท ๒.๑ (ม. ๒/๕)
๒. มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ม. ๒/๘)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกหลกั การทาํ โครงงานและการเขียนรายงานโครงงานได้ (K)
๒. ทาํ โครงงานและเขียนรายงานโครงงานไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั การ (K, P)
๓. มีมารยาทในการเขียนและมีนิสยั รักการเขียน (A)
๔. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการเขียนโครงงาน
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะการแสวงหา
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ความรู้
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
วนิ ยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ประเมินมารยาทในการเขียน
และนิสยั รักการเขียน
199
๕. สาระการเรียนรู้
การเขียนรายงานโครงงาน
๖. แนวทางบูรณาการ ศึกษาหลกั การทาํ โครงงาน
จดั ป้ ายนิเทศ/จดั นิทรรศการ
วทิ ยาศาสตร์
ศิลปะ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้ันที่ ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงที่ ๕๐
๑. ครูสนทนากบั นกั เรียนเก่ียวกบั การทาํ โครงงานจากที่นกั เรียนเคยทาํ หรือเคยรับรู้มา และช่วยกนั อธิบาย
ความหมายของคาํ วา่ โครงงาน
๒. นกั เรียนช่วยกนั ยกตวั อยา่ งโครงงานภาษาไทยท่ีเคยทาํ มาแลว้
ข้นั ท่ี ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. นกั เรียนศึกษาเรื่อง การเขียนรายงานโครงงาน ในหนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั
มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑
๒. ครูสุ่มถามนกั เรียน ๓–๖ คน เพอื่ ตรวจสอบความเขา้ ใจ และใหน้ กั เรียนยกตวั อยา่ งโครงงานประเภท
ต่าง ๆ ประเภทละ ๓ โครงงาน ครูและเพือ่ นช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
๓. ครูนาํ ตวั อยา่ งโครงงานใหน้ กั เรียนดู นกั เรียนสงั เกตรูปแบบ วิธีเขียนรายงาน แลว้ ร่วมแสดงความ
คิดเห็น
๔. ครูใหน้ กั เรียนเสนอหวั ขอ้ โครงงานที่นกั เรียนสนใจในวิชาภาษาไทยหรือหวั ขอ้ ที่สมั พนั ธก์ บั วชิ าอื่น ๆ
๕. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มเลือกหวั ขอ้ โครงงานจากที่เพ่ือนเสนอหรือเลือกหวั ขอ้ โครงงาน
อื่นตามท่ีกลุ่มสนใจ กลุ่มละ ๑ เรื่อง แลว้ นาํ เสนอครู โดยบอกเหตุผลในการเลือกหวั ขอ้ ตามแนวคาํ ถาม
ต่อไปน้ี
๑) หวั ขอ้ น้ีมีความน่าสนใจหรือสาํ คญั อยา่ งไร
๒) มีจุดประสงคห์ รือขอบข่ายในการดาํ เนินงานอยา่ งไร
๓) แหล่งคน้ ควา้ มีอะไรบา้ ง
๔) ความคาดหวงั ของผลการศึกษาคน้ ควา้
๕) วสั ดุอุปกรณ์และงบประมาณท่ีใช้
๖) วิธีดาํ เนินการมีข้นั ตอนอะไรบา้ ง
๗) ผลที่คาดวา่ จะไดร้ ับมีอะไรบา้ ง
๖. เมื่อครูอนุมตั ิแลว้ ใหน้ กั เรียนดาํ เนินการตามแผนงานท่ีกาํ หนดไวแ้ ละนาํ เสนอผลการทาํ งานต่อครู
เป็นระยะ ๆ ตามแบบประเมินการเขียนโครงงาน
200
๗. เมื่อทาํ โครงงานจบแลว้ ใหแ้ ต่ละกลุ่มเขียนรายงานผลการทาํ โครงงานและนาํ เสนอผลงานโดยการจดั
ป้ ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียน
ข้นั ท่ี ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมที่เกี่ยวกบั การเขียนรายงานโครงงาน แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
๒. นกั เรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกบั การเขียนโครงงาน และนาํ เสนอรูปแบบการทาํ โครงงานท่ีสร้างสรรค์
ข้นั ที่ ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนทาํ โครงงานและเขียนรายงานโครงงานวิชาต่าง ๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง
๒. นกั เรียนนาํ ความรู้และแนวคิดเกี่ยวกบั การทาํ โครงงานไปใชใ้ นการเรียนและในชีวติ ประจาํ วนั
ข้นั ท่ี ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปหลกั การทาํ โครงงานและการเขียนรายงานโครงงาน บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนทบทวนการเขียนบรรยายและพรรณนา เป็นการบา้ นเพ่ือเตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนรวบรวมผลงานการทาํ โครงงานของกลุ่มในวชิ าต่าง ๆ ทาํ เป็นแฟ้ มสะสมผลงาน
๒. นกั เรียนจดั นิทรรศการแสดงผลงานโครงงานในงานสปั ดาห์วชิ าการของโรงเรียน
๙. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
๑. ตวั อยา่ งโครงงาน
๒. แบบประเมินการทาํ โครงงาน
๓. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๔. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๕. คมู่ ือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๖. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
201
๑๐. บันทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ความส◌าํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. สิ่งที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงช่ือ ผสู้ อน
/ /
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๓๖ 202
การเขยี นบรรยายและพรรณนา
เวลา ๑ ชว่ั โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๘ เร่ือง การพฒั นาทกั ษะการเขยี น
๑. สาระสําคญั
การเขียนบรรยาย เป็นการเขียนอธิบายสิ่งท่ีเห็น ส่วนการเขียนพรรณนา เป็นการเขียนบรรยายส่ิงที่เห็นใหเ้ กิด
ความรู้สึกทางอารมณ์ เกิดมโนภาพหรือเกิดจินตนาการตามส่ิงท่ีเห็น การเขียนบรรยายและการเขียนพรรณนาเป็น
ความสามารถในการเขียนที่ทาํ ใหผ้ อู้ ่านเห็นภาพชดั ข้ึน
๒. ตวั ชี้วัดช้ันปี
๑. การเขียนบรรยายและพรรณนา ท ๒.๑ (ม. ๒/๒)
๒. มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ม. ๒/๘)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกหลกั การเขียนบรรยายหรือพรรณนาได้ (K)
๒. เขียนบรรยายหรือพรรณนาเร่ืองท่ีกาํ หนดใหไ้ ด้ (K, P)
๓. เลือกใชถ้ อ้ ยคาํ สาํ นวนโวหารในการเขียนไดถ้ ูกตอ้ ง ไพเราะ และสละสลวย (P)
๔. มีมารยาทในการเขียนและมีนิสยั รักการเขียน (A)
๔. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A) ๑. ประเมินทกั ษะการเขียน
๒. ประเมินทกั ษะการเขียนรายงาน
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ
วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ
๒. ประเมินมารยาทในการเขียน
และนิสยั รักการเขียน
203
๕. สาระการเรียนรู้
การเขียนบรรยายและพรรณนา
๖. แนวทางบูรณาการ ศึกษาการเขียนบรรยายและพรรณนาในภาษาองั กฤษ
จดั ป้ ายนิเทศ
ภาษาต่างประเทศ
ศิลปะ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้ันท่ี ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงท่ี ๕๑
๑. ใหน้ กั เรียนดูภาพดอกไม้ แลว้ สุ่มถามนกั เรียน ๒–๓ คน ใหอ้ ธิบายลกั ษณะของดอกไมใ้ นภาพ
ใหน้ กั เรียนคนอื่น ๆ สงั เกตคาํ พดู ของเพ่อื น
๒. ครูพดู พรรณนาถึงลกั ษณะของดอกไมใ้ หม้ ีใจความเหมือนกบั ส่ิงที่นกั เรียนไดพ้ ดู ไปแลว้ เช่น มีดอกไม้
หลากหลายพนั ธุ์ สีสนั สวยสดใส ส่งกล่ินหอมจรุงใจ
๓. ครูใหน้ กั เรียนบอกความแตกต่างของวิธีพดู ของเพอ่ื นกบั ของครู แลว้ นาํ สนทนาโยงเขา้ เรื่อง การเขียน
บรรยายและพรรณนา
ข้นั ท่ี ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. นกั เรียนศึกษาเร่ือง การเขียนบรรยายและพรรณนา ในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ แลว้ ร่วมแสดงความคิดเห็นตามแนวคาํ ถามต่อไปน้ี
๑) การเขียนบรรยายมีลกั ษณะอยา่ งไร
๒) การเขียนพรรณนามีลกั ษณะอยา่ งไร
๓) โวหารบรรยายกบั โวหารพรรณนาแตกต่างกนั อยา่ งไร
๒. ครูนาํ ตวั อยา่ งการเขียนบรรยายและการเขียนพรรณนาใหน้ กั เรียนดู แลว้ ร่วมสนทนาเก่ียวกบั การเขียน
แต่ละแบบ
๓. ครูใหน้ กั เรียนดูภาพหรือของจริง เช่น หุ่นตวั ละครในวรรณคดี ผา้ ไหม อาหาร แลว้ ใหน้ กั เรียนเขียน
บรรยายและเขียนพรรณนาเกี่ยวกบั ส่ิงที่ดู
๔. ครูเลือกผลงานของนกั เรียนท่ีเขียนไดด้ ี ใหเ้ จา้ ของผลงานอ่านใหเ้ พอ่ื นฟังหนา้ ช้นั เรียน แลว้ ครูกล่าว
ชมเชยและนาํ ผลงานติดป้ ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียน
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมที่เก่ียวกบั การเขียนบรรยายและพรรณนา แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. นกั เรียนทาํ ใบงานท่ี ๑๔ เร่ือง การเขียนบรรยายและพรรณนา เสร็จแลว้ ส่งครู
๓. นกั เรียนรวบรวมตวั อยา่ งงานเขียนท่ีเป็นการบรรยายและการพรรณนา ทาํ เป็นรายงาน ส่งครู
204
ข้นั ที่ ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนสร้างสรรคง์ านเขียนของตนเองโดยใชโ้ วหารบรรยายและโวหารพรรณนาไดถ้ ูกตอ้ ง
๒. นกั เรียนนาํ ความรู้เกี่ยวกบั การเขียนบรรยายและพรรณนาไปใชใ้ นการเรียนและในชีวิตประจาํ วนั
ข้นั ที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนช่วยกนั สรุปหลกั การเขียนบรรยายและการเขียนพรรณนา บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนศึกษาองคป์ ระกอบและลกั ษณะของเรียงความที่ดี เป็นการบา้ นเพอื่ เตรียมจดั การเรียนรู้
คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นักเรียนฝึ กเขียนบรรยายหรือพรรณนาเร่ืองใกล้ตวั หรือความงดงามของสถานที่สําคญั ในประเทศสมาชิก
อาเซียนสถานท่ีใดสถานที่หน่ึง แล้วนําไปวจิ ารณ์กบั เพอื่ นในกลุ่ม
๒. นกั เรียนสร้างผลงานเขียนของตนเองโดยใชโ้ วหารบรรยายและโวหารพรรณนาลงในผลงานดว้ ย
๓. นกั เรียนศึกษาการเขียนบรรยายและพรรณนาในภาษาองั กฤษ
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๑. ภาพดอกไม้
๒. ตวั อยา่ งการเขียนบรรยายและการเขียนพรรณนา
๓. ภาพหรือของจริงที่จะนาํ มาเขียนบรรยายหรือพรรณนา
๔. ใบงานที่ ๑๔ เรื่อง การเขียนบรรยายและพรรณนา
๕. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๖. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๗. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๘. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
205
๑๐. บนั ทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. สิ่งที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงช่ือ ผสู้ อน
/ /
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๓๗ 206
การเขยี นเรียงความ
เวลา ๑ ชว่ั โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๘ เรื่อง การพฒั นาทกั ษะการเขียน
๑. สาระสําคญั
การเขียนเรียงความ เป็นการถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดออกมาเป็นงานเขียน เรียงความประกอบดว้ ยส่วนที่เป็น
คาํ นาํ เน้ือเร่ือง และบทสรุป และในการเขียนจะตอ้ งเขียนใหม้ ีเอกภาพ สมั พนั ธภาพ และสารัตถภาพ และใชส้ าํ นวน
โวหารท่ีไพเราะน่าอ่าน
๒. ตัวชี้วดั ช้ันปี
๑. การเขียนเรียงความ ท ๒.๑ (ม. ๒/๓)
๒. มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ม. ๒/๘)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกลกั ษณะของเรียงความท่ีดีได้ (K)
๒. เขียนเรียงความไดถ้ กู ตอ้ งตามรูปแบบ (P)
๓. เลือกใชถ้ อ้ ยคาํ สาํ นวนโวหารในการเขียนไดถ้ ูกตอ้ ง และสละสลวย (P)
๔. มีมารยาทในการเขียนและมีนิสยั รักการเขียน (A)
๔. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการเขียนเรียงความ
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะการเขียนแผนภาพ
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ โครงเร่ือง
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ประเมินมารยาทในการเขียน
และนิสยั รักการเขียน
207
๕. สาระการเรียนรู้
การเขียนเรียงความ
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพโครงเรื่องเรียงความ
ศึกษาเกี่ยวกบั พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหา
คณิตศาสตร์ ภมู ิพลอดุลยเดช
สงั คมศึกษาฯ ศึกษาและฝึกเขียนเรียงความเป็นภาษาองั กฤษ
ฟังเพลงตน้ ไมข้ องพอ่ /จดั ป้ ายนิเทศ/จดั นิทรรศการ
ภาษาต่างประเทศ ทาํ สมุดตวั อยา่ งเรียงความ
ศิลปะ
การงานอาชีพฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ท่ี ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงที่ ๕๒
๑. ครูสนทนากบั นกั เรียนเก่ียวกบั องคป์ ระกอบของเรียงความ ลกั ษณะของเรียงความท่ีดี
๒. ครูนาํ ตวั อยา่ งเรียงความมาใหน้ กั เรียนดู แลว้ พิจารณาองคป์ ระกอบจากที่ตอบคาํ ถามในขอ้ ๑ วา่ ถูกตอ้ ง
หรือไม่ มีลกั ษณะการเขียนอยา่ งไร ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปเป็นหลกั การเขียนเรียงความ
ข้นั ท่ี ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. นกั เรียนจบั คู่กบั เพ่อื นศึกษาเร่ือง การเขียนเรียงความ ในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ ร่วมระดมสมองและทาํ ความเขา้ ใจ แลว้ สรุปลกั ษณะของเรียงความที่ดี
ใหไ้ ด้
๒. ครูสุ่มถามนกั เรียน ๕–๖ คน ใหบ้ อกลกั ษณะของเรียงความที่ดี ครูและเพื่อนตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
และแกไ้ ขขอ้ บกพร่องใหม้ ีความสมบรู ณ์มากข้ึน
๓. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มเลือกหวั ขอ้ เรียงความท่ีกลุ่มสนใจ และใหน้ กั เรียนช่วยกนั
กาํ หนดขอบข่ายโครงเรื่อง จดั ลาํ ดบั ความคิดโดยเขียนเป็นแผนภาพโครงเรื่อง แลว้ ใหน้ กั เรียนคน้ ควา้
หาขอ้ มูลเพม่ิ เติมเพ่อื เตรียมเขียนเรียงความ
๔. นกั เรียนแต่ละคนเขียนเรียงความตามขอ้ มลู ที่กลุ่มเตรียมไว้ เสร็จแลว้ นาํ มาอ่านใหเ้ พ่ือนในกลุ่มฟัง
เพ่ือแกไ้ ขขอ้ บกพร่อง แลว้ ส่งครู
๕. ครูคดั เลือกเรียงความท่ีเขียนไดด้ ี นาํ มาติดป้ ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียน
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมที่เกี่ยวกบั การเขียนเรียงความ แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
๒. ครูเปิ ดเพลง ตน้ ไมข้ องพอ่ ให้นกั เรียนฟัง แลว้ ใหน้ กั เรียนเขียนเรียงความเก่ียวกบั เน้ือเพลง โดยเขียน
เป็นแผนภาพโครงเร่ือง และเขียนเน้ือเร่ืองตามโครงเร่ือง ส่งครูพร้อมโครงเร่ือง
208
๓. นกั เรียนรวบรวมเรียงความท่ีชนะเลิศในโอกาสต่าง ๆ ทาํ เป็นสมุดตวั อยา่ งเรียงความเกบ็ ไวป้ ระกอบ
การศึกษาคน้ ควา้
๔. ครูสนทนากบั นกั เรียนเก่ียวกบั ความรู้เรื่องต่าง ๆ ในอาเซียน แลว้ ใหน้ กั เรียนเลือกเร่ืองใดเรื่องหน่ึง
มาเขียนเป็นเรียงความ ส่งครู
ข้นั ที่ ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนเขียนเรียงความในโอกาสต่าง ๆ ไดถ้ ูกตอ้ ง
๒. นกั เรียนนาํ ความรู้เก่ียวกบั การเขียนเรียงความไปใชใ้ นการเรียนหรือในชีวติ ประจาํ วนั
ข้นั ที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปหลกั การเขียนเรียงความ บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนดรู ายการวิเคราะห์ข่าว แลว้ สงั เกตวธิ ีแสดงความคิดเห็น การใชภ้ าษา และมารยาทของ
แขกรับเชิญ เป็นการบา้ นเพอื่ เตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนช่วยกนั คดั เลือกเรียงความเกี่ยวกบั ตน้ ไมข้ องพอ่ ของเพ่อื นในช้นั เรียนท่ีไดค้ ะแนน ๑๐ อนั ดบั แรก
มาจดั ป้ ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียน
๒. นกั เรียนส่งเรียงความเขา้ ประกวดในโอกาสต่าง ๆ ของโรงเรียนเพื่อฝึกทกั ษะการเขียน
๓. จดั นิทรรศการแสดงผลงานของนกั เรียนท่ีไดร้ ับรางวลั ในการเขียนเรียงความหรือไดน้ าํ เรียงความไปตีพมิ พ์
ในหนงั สือหรือวารสารต่าง ๆ
๔. นกั เรียนศึกษาและฝึกเขียนเรียงความเป็นภาษาองั กฤษ
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๑. ตวั อยา่ งเรียงความ
๒. เพลง ตน้ ไมข้ องพอ่
๓. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๔. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๕. ค่มู ือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๖. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
209
๑๐. บันทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงช่ือ ผสู้ อน
/ /
210
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓๘
การเขยี นแสดงความคดิ เห็นและการเขียนโต้แย้ง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย เวลา ๑ ชวั่ โมง
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๘ เรื่อง การพฒั นาทกั ษะการเขียน
๑. สาระสําคญั
การเขียนแสดงความคิดเห็น เป็นการเขียนถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของผเู้ ขียนในเร่ืองใดเรื่องหน่ึง โดยมี
หลกั ฐาน ขอ้ เทจ็ จริง หรือความรู้ทางวิชาการเป็นส่วนประกอบ และเรื่องที่แสดงความคิดเห็นควรเป็นเรื่องที่
สร้างสรรคแ์ ละมีประโยชนก์ บั ผอู้ ่าน
๒. ตัวชี้วดั ช้ันปี
๑. เขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคิดเห็น หรือโตแ้ ยง้ ในเรื่องที่อ่านอยา่ งมีเหตุผล
ท ๒.๑ (ม. ๒/๗)
๒. มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ม. ๒/๘)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกหลกั การเขียนแสดงความคิดเห็นและการเขียนโตแ้ ยง้ ได้ (K)
๒. เขียนแสดงความคิดเห็นและเขียนโตแ้ ยง้ ไดถ้ ูกตอ้ งและสร้างสรรค์ (K, P)
๓. เลือกใชถ้ อ้ ยคาํ สาํ นวนในการเขียนไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ (P, A)
๔. มีมารยาทในการเขียนและมีนิสยั รักการเขียน (A)
๔. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการเขียนแสดง
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ความคิดเห็น
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ๒. ประเมินทกั ษะการพดู แสดงความ
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ คิดเห็น
วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
๒. ประเมินมารยาทในการเขียน ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
และนิสยั รักการเขียน
211
๕. สาระการเรียนรู้
การเขียนแสดงความคิดเห็นและการเขียนโตแ้ ยง้
๖. แนวทางบูรณาการ ศึกษาเร่ือง ภาวะโลกร้อนและเร่ือง ภยั ธรรมชาติ
ศึกษาเร่ือง ความเหลื่อมล้าํ ในสงั คมไทย
วิทยาศาสตร์ เขียนแสดงความคิดเห็นและโตแ้ ยง้ เป็นภาษาองั กฤษ
สงั คมศึกษาฯ จดั ป้ ายนิเทศ
ภาษาต่างประเทศ ศึกษาเรื่อง การออกกาํ ลงั กาย
ศิลปะ ศึกษาเรื่อง เทคโนโลยที ี่ทนั สมยั /ทาํ สมุดรวบรวมบทความแสดงความคิดเห็น
สุขศึกษาฯ และโตแ้ ยง้
การงานอาชีพฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้ันที่ ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงที่ ๕๓
๑. ครูติดข่าวบนกระดานใหน้ กั เรียนอ่าน แลว้ ใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั ข่าว
๒. ครูสนทนากบั นกั เรียนเก่ียวกบั การแสดงความคิดเห็นวา่ ควรแสดงความคิดเห็นอยา่ งไรบา้ ง
ข้นั ที่ ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. แบ่งนกั เรียนออกเป็น ๒ กลุ่ม ครูแจกบทความท่ีเป็นการแสดงความคิดเห็นใหน้ กั เรียน ๑ กลุ่ม บทความ
ท่ีเป็นการโตแ้ ยง้ ใหน้ กั เรียนอีก ๑ กลุ่ม ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มสงั เกตรูปแบบการเขียนและการใชภ้ าษาใน
บทความ
๒. ครูซกั ถามถึงลกั ษณะของบทความแสดงความคิดเห็นและบทความโตแ้ ยง้ แลว้ ร่วมกนั สรุปเป็นหลกั การ
๓. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มเลือกประเดน็ เพื่อเขียนแสดงความคิดเห็นและเขียนโตแ้ ยง้
กลุ่มละ ๑ ประเดน็ เช่น
๑) คนไทยหนั มาสนใจและใหค้ วามสาํ คญั กบั การออกกาํ ลงั กาย
๒) สงั คมไทยยงั มีความเหล่ือมล้าํ เรื่องคนจนกบั คนรวย
๓) ภาวะโลกร้อนไม่ไดม้ ีผลกระทบกบั คนไทย
๔) ภยั ธรรมชาติเกิดจากมนุษยท์ าํ ลายส่ิงแวดลอ้ ม
๕) เทคโนโลยที ่ีทนั สมยั ไม่ไดช้ ่วยใหจ้ ิตใจมนุษยพ์ ฒั นาข้ึน
๔. นกั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมาพดู แสดงความคิดเห็นหรือโตแ้ ยง้ ในประเดน็ ที่รับผดิ ชอบ
หนา้ ช้นั เรียน แลว้ ใหเ้ พือ่ นประเมินผลการรายงานตามแบบประเมินการพดู แสดงความคิดเห็น
๕. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปประเดน็ ต่าง ๆ เพิ่มเติม นกั เรียนจดบนั ทึกลงสมุด
212
ข้นั ท่ี ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเก่ียวกบั การเขียนแสดงความคิดเห็นและการเขียนโตแ้ ยง้ แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบ
ความถูกตอ้ ง
๒. นกั เรียนฝึกเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั สิ่งรอบตวั แลว้ นาํ มาอภิปรายกนั ในกลุ่ม นกั เรียนช่วยกนั
เลือกผลงานท่ีเขียนไดด้ ีติดท่ีป้ ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียน
๓. นกั เรียนท้งั ช้นั เรียนช่วยกนั คิดประเดน็ ที่จะเขียนแสดงความคิดเห็นหรือโตแ้ ยง้ ใหไ้ ดม้ ากท่ีสุด แลว้ ให้
ทุกคนเขียนแสดงความคิดเห็นหรือโตแ้ ยง้ ในประเดน็ น้นั ๆ นาํ ความคิดเห็นหรือขอ้ โตแ้ ยง้ มาจดั แสดง
ที่ป้ ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียนใหเ้ พอื่ น ๆ ไดอ้ ่าน
ข้นั ท่ี ๔ นําไปใช้
๑. นักเรียนเขยี นหรือพดู แสดงความคดิ เห็นหรือโต้แย้งได้อย่างมเี หตุผล ไม่มอี คติ ไม่มุ่งทาํ ลายผ้อู น่ื
ซึ่งสอดคล้องกบั เงอื่ นไขคุณธรรมตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง
๒. นกั เรียนนาํ ความรู้และแนวคิดเก่ียวกบั การเขียนแสดงความคิดเห็นหรือโตแ้ ยง้ ไปใชใ้ นการเรียนและ
ในชีวติ ประจาํ วนั
ข้นั ท่ี ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปหลกั การเขียนแสดงความคิดเห็นและการเขียนโตแ้ ยง้ บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนสืบคน้ ตวั อยา่ งงานเขียนวจิ ารณ์ จากแหล่งขอ้ มูลต่าง ๆ เป็นการบา้ นเพ่ือเตรียมจดั การ
เรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนรวบรวมบทความการเขียนแสดงความคิดเห็นและการเขียนโตแ้ ยง้ จากหนงั สือพมิ พ์ ทาํ เป็นรูปเล่ม
ไวแ้ ลกเปลี่ยนกนั อ่าน
๒. นกั เรียนฝึกเขียนแสดงความคิดเห็นและโตแ้ ยง้ เป็นภาษาองั กฤษ
๓. จดั แข่งขนั พดู หรือเขียนแสดงความคิดเห็นข้ึนในช้นั เรียน
๙. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
๑. ข่าว
๒. บทความท่ีเป็นการแสดงความคิดเห็น
๓. บทความท่ีเป็นการโตแ้ ยง้
๔. แบบประเมินการพดู แสดงความคิดเห็น
๕. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๖. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
213
๗. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๘. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บนั ทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงชื่อ ผสู้ อน
/ /
214
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๓๙
การเขยี นวิจารณ์
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย เวลา ๑ ชว่ั โมง
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๘ เรื่อง การพฒั นาทักษะการเขยี น
๑. สาระสําคญั
การเขียนวจิ ารณ์ เป็นการเขียนแสดงความคิดเห็นหรือความรู้สึกในเร่ืองใดเรื่องหน่ึง โดยใชห้ ลกั การทางวิชาการ
เป็นแนวทางในการแยกแยะขอ้ ดี ขอ้ บกพร่อง อยา่ งสมเหตุสมผล เป็นกลาง และสร้างสรรค์ เพ่ือใหผ้ ถู้ กู วจิ ารณ์ได้
นาํ ไปพฒั นาหรือปรับปรุงผลงานใหด้ ียงิ่ ๆ ข้ึนไป
๒. ตัวชี้วัดช้ันปี
๑. เขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ ความคิดเห็น หรือโตแ้ ยง้ ในเร่ืองท่ีอ่านอยา่ งมีเหตุผล
ท ๒.๑ (ม. ๒/๗)
๒. มีมารยาทในการเขียน ท. ๒.๑ (ม. ๒/๘)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกหลกั การเขียนวจิ ารณ์ได้ (K)
๒. เขียนวจิ ารณ์ไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสมกบั รูปแบบ (P)
๓. เลือกใชถ้ อ้ ยคาํ สาํ นวนในการเขียนไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม (P)
๔. มีมารยาทในการเขียนและมีนิสยั รักการเขียน (A)
๔. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการเขียน
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะการแสวงหา
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ความรู้
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ประเมินมารยาทในการเขียน
และนิสยั รักการเขียน
215
๕. สาระการเรียนรู้
การเขียนวจิ ารณ์
๖. แนวทางบูรณาการ ศึกษาเรื่อง ปัญหาภาวะโลกร้อน
เขียนแผนภาพความคิดกลวธิ ีในการเขียนวิจารณ์
วิทยาศาสตร์ ศึกษาเร่ือง ความรักและสามคั คี
คณิตศาสตร์ ศึกษาบทวจิ ารณ์ภาษาองั กฤษ
สงั คมศึกษาฯ ศึกษาบทวิจารณ์ภาพยนตร์/ศึกษาบทวิจารณ์ดนตรี/จดั ป้ ายนิเทศ
ภาษาต่างประเทศ ศึกษาเร่ือง ปัญหายาเสพติด
ศิลปะ ศึกษาเรื่อง การรักษาความสะอาด/ศึกษาบทวจิ ารณ์เทคโนโลย/ี ทาํ สมุดรวบรวม
สุขศึกษาฯ บทวจิ ารณ์
การงานอาชีพฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ท่ี ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงท่ี ๕๔
๑. ครูสนทนากบั นกั เรียนเกี่ยวกบั ความหมายของคาํ วา่ วิจารณ์ ใหน้ กั เรียน ๔–๕ คน บอกความหมายของ
คาํ วา่ วิจารณ์ ตามความคิดของตนเอง
๒. นกั เรียนเปิ ดพจนานุกรมอ่านความหมายของคาํ วา่ วิจารณ์ แลว้ ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุป
ข้นั ท่ี ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ครูนาํ บทวจิ ารณ์ใหน้ กั เรียนอ่าน นกั เรียนสงั เกตการใชภ้ าษา รูปแบบการเขียน วธิ ีการแสดงความคิด
และการใหเ้ หตุผล แลว้ ช่วยกนั สรุปเป็นหลกั เกณฑข์ องการเขียนวิจารณ์
๒. นกั เรียนอ่านเรื่อง การเขียนวิจารณ์ ในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
เล่ม ๑ แลว้ ร่วมระดมสมองเปรียบเทียบหลกั เกณฑก์ ารเขียนวจิ ารณ์ที่สรุปในขอ้ ๑
๓. แบง่ นกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มเขียนแผนภาพความคิดกลวิธีในการเขียนวิจารณ์ แลว้ ส่งครู
ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง และใชเ้ ป็นแนวทางในการเขียนวิจารณข์ องกลุ่มของตนเอง
๔. ครูแจกบทความใหน้ กั เรียนกลุ่มละ ๑ เรื่อง ใหแ้ ต่ละกลุ่มร่วมระดมสมองเขียนวจิ ารณ์บทความที่ครู
แจก แลว้ ส่งตวั แทนออกมารายงานหนา้ ช้นั เรียน ครูและเพ่ือนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นและเสนอแนะ
๕. นกั เรียนช่วยกนั คดั เลือกบทวิจารณ์ท่ีเขียนไดด้ ี ติดที่ป้ ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียน
ข้นั ท่ี ๓ ฝึ กฝนผ้เู รียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเกี่ยวกบั การเขียนวิจารณ์ แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
๒. นกั เรียนแต่ละคนฝึกเขียนวิจารณ์เรื่องที่ตนสนใจหรือเลือกจากหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
๑) การรักษาความสะอาดในโรงเรียน
216
๒) ปัญหายาเสพติดในโรงเรียน
๓) ความรักและสามคั คีของนกั เรียนในโรงเรียน
๔) ปัญหาภาวะโลกร้อน
๓. นกั เรียนนาํ ผลงานมาใหเ้ พอื่ นในกลุ่มร่วมกนั วจิ ารณแ์ ละเสนอแนะ แลว้ แกไ้ ขใหเ้ รียบร้อยส่งครู
๔. นกั เรียนหาบทวิจารณ์ในหนงั สือพิมพ์ ตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี ทาํ เป็นสมุดรวบรวมบทวิจารณ์ เกบ็ ไวศ้ ึกษา
เพ่ิมเติม
๑) ข่าว ๔) ภาพยนตร์
๒) บทความ ๕) เทคโนโลยี
๓) หนงั สือหรือวรรณกรรม ๖) ดนตรี
ข้นั ท่ี ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนอธิบายหลกั การวิจารณ์และเขียนวิจารณ์เร่ืองต่าง ๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง
๒. นกั เรียนนาํ แนวคิดเก่ียวกบั การเขียนวิจารณ์ไปใชใ้ นการเรียนและในชีวิตประจาํ วนั
ข้นั ที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปหลกั การเขียนวิจารณ์ บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนทบทวนความจาํ เกี่ยวกบั รูปแบบแผนผงั กลอนสุภาพ เป็นการบา้ นเพ่ือเตรียมจดั การเรียนรู้
คร้ังตอ่ ไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนแต่ละกลุ่มคดั เลือกบทวจิ ารณ์ท่ีเขียนไดด้ ีจากหนงั สือพมิ พ์ วารสาร หรือเอกสารต่าง ๆ นาํ มาจดั
ป้ ายนิเทศใหเ้ พ่ือนในช้นั เรียนไดอ้ ่าน
๒. นกั เรียนศึกษาบทวิจารณ์ภาษาองั กฤษ เพ่อื สงั เกตการใชภ้ าษา การแสดงความคิดเห็น และการใหเ้ หตุผล
๓. นักเรียนเขียนวจิ ารณ์เกย่ี วกบั ประเทศสมาชิกอาเซียนประเทศใดประเทศหน่ึงในประเดน็ ใดกไ็ ด้ แล้วนํามา
แสดงความคิดเห็นกนั ในช้ันเรียน
๙. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
๑. พจนานุกรม
๒. ตวั อยา่ งบทความวิจารณ์
๓. บทความ
๔. หนงั สือพิมพ์
๕. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๖. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
217
๗. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๘. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บันทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงชื่อ ผสู้ อน
/ /
218
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๔๐
การแต่งบทร้อยกรอง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย เวลา ๑ ชว่ั โมง
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๘ เรื่อง การพฒั นาทกั ษะการเขยี น
๑. สาระสําคญั
บทร้อยกรอง เป็นคาํ ประพนั ธ์ท่ีแต่งข้ึนตามลกั ษณะบงั คบั ของฉนั ทลกั ษณ์ กลอนสุภาพ เป็นบทร้อยกรองชนิด
หน่ึงที่ ๑ บท มี ๒ บาท บาทหน่ึงมี ๒ วรรค วรรคละ ๗–๙ คาํ มีลกั ษณะบงั คบั ตามท่ีกาํ หนด และจดั เป็นมรดกทาง
ภาษาท่ีควรอนุรักษด์ ว้ ยความภาคภมู ิใจ
๒. ตวั ชี้วดั ช้ันปี
๑. มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ม. ๒/๔)
๒. แต่งบทร้อยกรอง ท ๔.๑ (ม. ๒/๓)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. อธิบายลกั ษณะของกลอนสุภาพและหลกั การแต่งกลอนสุภาพได้ (K)
๒. แต่งกลอนสุภาพไดถ้ กู ตอ้ งตามฉนั ทลกั ษณ์และสร้างสรรค์ (K, P)
๓. เลือกใช้ ถอ้ ยคาํ สาํ นวนในการเขียนไดถ้ กู ตอ้ ง ไพเราะ และสละสลวย (P)
๔. รักการเขียนและเห็นคุณค่าของการแต่งบทร้อยกรอง (A)
๔. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการแต่งร้อยกรอง
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะการแสวงหา
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ความรู้
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ประเมินมารยาทในการเขียน
และนิสยั รักการเขียน
219
๕. สาระการเรียนรู้
การแต่งบทร้อยกรอง
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนผงั กลอนสุภาพ
ศึกษาการแต่งบทร้อยกรองในภาษาองั กฤษเปรียบเทียบกบั บทร้อยกรอง
คณิตศาสตร์ ในภาษาไทย
ภาษาต่างประเทศ จดั ป้ ายนิเทศ
เล่นเกมต่อคาํ ต่อกลอน
ศิลปะ ทาํ สมุดรวบรวมวรรคทองในวรรณคดี
สุขศึกษาฯ
การงานอาชีพฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ท่ี ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ชั่วโมงที่ ๕๕
๑. ครูใหน้ กั เรียนแต่ละคนเขียนแผนผงั กลอนสุภาพตามท่ีไดไ้ ปศึกษามา ภายในเวลา ๕ นาที เสร็จแลว้
ครูเรียกนกั เรียน ๒–๓ คน อธิบายแผนผงั ท่ีเขียนใหเ้ พ่อื นฟัง
๒. ครูและนกั เรียนสนทนาเกี่ยวกบั แผนผงั กลอนสุภาพที่ถูกตอ้ งและใหน้ กั เรียนจดบนั ทึกแผนผงั กลอน
สุภาพลงสมุด
ข้นั ที่ ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ครูใหน้ กั เรียนช่วยกนั ยกตวั อยา่ งกลอนสุภาพที่ไพเราะหรือที่นกั เรียนชื่นชอบ แลว้ สนทนาถึงคาํ สมั ผสั
ลกั ษณะบงั คบั ความหมาย ความไพเราะ ความซาบซ้ึง และขอ้ คิดที่ไดจ้ ากกลอนบทน้นั ๆ
๒. นกั เรียนศึกษาเรื่อง การแต่งบทร้อยกรอง ในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษา
ปี ที่ ๒ เล่ม ๑ แลว้ ครูถามคาํ ถามเพ่อื ตรวจสอบความเขา้ ใจเกี่ยวกบั เรื่องกลอนสุภาพ
๓. นกั เรียนช่วยกนั คิดหวั ขอ้ ในการแต่งกลอนสุภาพ เช่น แผน่ ดินถ่ินไทย รักษผ์ นื ป่ า เศรษฐกิจพอเพียง
ครูเขียนหวั ขอ้ บนกระดาน
๔. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ ่มเลือกหวั ขอ้ ที่ครูเขียนบนกระดาน แลว้ ช่วยกนั แต่งกลอนสุภาพ
ความยาวไม่นอ้ ยกวา่ ๑ บท เสร็จแลว้ ส่งตวั แทนออกไปอ่านใหเ้ พื่อนฟังหนา้ ช้นั เรียน เพ่ือนและครู
ร่วมกนั ประเมินการแตง่ ร้อยกรองของทุกกลุ่ม
๕. นกั เรียนช่วยกนั คดั เลือกผลงานของกลุม่ ที่เขียนไดด้ ี ติดป้ ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียน
ข้ันท่ี ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเก่ียวกบั การแต่งบทร้อยกรอง แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
220
๒. นกั เรียนเลน่ เกมต่อคาํ ต่อกลอน ครูใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มคิดวรรคแรกของกลอนสุภาพ แลว้ ใหก้ ลุ่ม
ท่ีต่อวรรคท่ี ๒ ไดใ้ หย้ กมือและอ่านวรรคน้นั ใหเ้ พื่อนฟัง ครูและเพ่อื นตรวจสอบความถูกตอ้ งตาม
ลกั ษณะบงั คบั ของกลอนสุภาพ และเน้ือความท่ีเหมาะสม ถา้ ถูกตอ้ งและใจความสมั พนั ธ์กนั จะได้ ๑
คะแนน ถา้ ไม่เหมาะสมใหก้ ลุ่มอื่นอ่านวรรคของตนเองใหเ้ พื่อนฟัง และช่วยกนั ตรวจสอบตามเกณฑ์
ท่ีกาํ หนดข้ึน ถา้ กลุม่ ใดตอบไดค้ รบท้งั ๑ บท จะได้ ๕ คะแนน เล่นจนครบวรรคแรกของทุกกลุ่ม
แลว้ สรุปคะแนน กลุ่มท่ีไดค้ ะแนนมากที่สุดเป็นผชู้ นะ และไดร้ ับรางวลั จากครู
๓. นกั เรียนช่วยกนั คดั กลอนสุภาพท่ีช่วยกนั แต่งพร้อมต้งั ช่ือเร่ือง ลงในกระดาษ นาํ ไปติดที่ป้ ายแสดงผลงาน
ใหเ้ พื่อน ๆ ไดอ้ ่าน
๔. นกั เรียนแต่งกลอนสุภาพเก่ียวกบั เรื่องที่ตนสนใจลงในใบงานที่ ๑๕ เร่ือง กลอนสุภาพ แลว้ ส่งครู
ข้นั ท่ี ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนแต่งกลอนสุภาพในโอกาสสาํ คญั ๆ เช่น วนั แม่ วนั ครู วนั ครบรอบก่อต้งั โรงเรียน
๒. นกั เรียนนาํ ความรู้เกี่ยวกบั กลอนสุภาพไปใชใ้ นการเรียนและในชีวิตประจาํ วนั
ข้นั ที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปหลกั การแต่งกลอนสุภาพ บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนฝึกคดั ลายมือ เป็นการบา้ นเพ่ือเตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนรวบรวมกลอนสุภาพซ่ึงเป็นวรรคทองในวรรณคดีเร่ืองต่าง ๆ ทาํ เป็นสมุดวรรคทองในวรรณคดี
๒. นกั เรียนศึกษาการแต่งบทร้อยกรองในภาษาองั กฤษ สงั เกตคาํ สมั ผสั ลกั ษณะบงั คบั เน้ือความวา่ เหมือนหรือ
แตกต่างจากบทร้อยกรองในภาษาไทยอยา่ งไร
๓. จดั ประกวดการแต่งกลอนสุภาพประจาํ ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๑. แผนผงั กลอนสุภาพ
๒. ตวั อยา่ งกลอนสุภาพ
๓. ใบงานที่ ๑๕ เรื่อง กลอนสุภาพ
๔. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๕. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๖. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๗. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
221
๑๐. บนั ทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. สิ่งที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงช่ือ ผสู้ อน
/ /
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๔๑ 222
การคดั ลายมือและมารยาทในการเขยี น
เวลา ๑ ชวั่ โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๘ เรื่อง การพฒั นาทักษะการเขียน
๑. สาระสําคญั
การคดั ลายมือ เป็นการฝึ กเขียนตวั อกั ษรไทยใหถ้ ูกตอ้ งตามรูปแบบการเขียนอกั ษรไทย มี ๒ ลกั ษณะ คือ การคดั
ตวั บรรจง การคดั ตวั บรรจงแกมหวดั ซ่ึงเราคนไทยควรเขียนตวั อกั ษรไทยใหถ้ ูกตอ้ ง และมีมารยาทในการเขียน
๒. ตัวชี้วัดช้ันปี
๑. คดั ลายมือตวั บรรจงคร่ึงบรรทดั ท ๒.๑ (ม. ๒/๑)
๒. มีมารยาทในการเขียน ท ๒.๑ (ม. ๒/๘)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกหลกั การคดั ลายมือไดถ้ ูกตอ้ งตามวธิ ีเขียนตวั อกั ษรไทย (K)
๒. คดั ลายมือตวั บรรจงคร่ึงบรรทดั และตวั บรรจงแกมหวดั ไดถ้ กู ตอ้ ง (K, P)
๓. บอกมารยาทในการเขียนและเขียนงานเขียนอยา่ งมีมารยาท (K, P)
๔. รักการเขียนและเห็นความสาํ คญั ของการเขียนตวั อกั ษรไทยถูกตอ้ ง (A)
๔. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการคดั ลายมือ
และการคดั ลายมือ เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะการแสวงหา
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ความรู้
๓. ตรวจแบบทดสอบ ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
หลงั เรียน วนิ ยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ประเมินมารยาทในการเขียน
และนิสยั รักการเขียน
223
๕. สาระการเรียนรู้
๑. การคดั ลายมือ
๒. มารยาทในการเขียน
๖. แนวทางบูรณาการ ศึกษาหลกั การและฝึกคดั ลายมือภาษาองั กฤษ
จดั ป้ ายนิเทศ/ออกแบบตวั อกั ษรไทย
ภาษาต่างประเทศ ทาํ บตั รพยญั ชนะ
ศิลปะ
การงานอาชีพฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ที่ ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงท่ี ๕๖
๑. ครูใหน้ กั เรียนคดั ขอ้ ความ เรารักในหลวง ดว้ ยตวั บรรจงลงในกระดาษ แลว้ ครูเรียกเกบ็ กระดาษจาก
นกั เรียนทุกคน
๒. ครูสนทนาเก่ียวกบั การเขียนตวั อกั ษรของนกั เรียนท้งั ที่ถกู ตอ้ งตามรูปแบบการเขียนตวั อกั ษรไทย
และไม่ถูกตอ้ งตามรูปแบบหลกั การเขียนตวั อกั ษรไทย
๓. ครูอธิบายใหน้ กั เรียนเขา้ ใจวา่ การเขียนตวั อกั ษรไทยจะตอ้ งเขียนใหถ้ ูกตอ้ งตามรูปแบบการเขียน
ตวั อกั ษร ตวั อกั ษรตอ้ งมีหวั การวางสระ วรรณยกุ ตต์ อ้ งวางใหถ้ กู ตอ้ งตรงกบั พยญั ชนะ การเขียน
ตวั อกั ษรท่ีถกู ตอ้ งเป็นการช่วยกนั อนุรักษภ์ าษาไทยของเราอีกวิธีหน่ึง
ข้นั ท่ี ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ครูคดั แยกการคดั ลายมือของนกั เรียนออกเป็นตวั บรรจงเตม็ บรรทดั ตวั บรรจงคร่ึงบรรทดั และตวั บรรจง
แกมหวดั แลว้ อธิบายใหน้ กั เรียนฟังถึงการคดั ลายมือแต่ละแบบ
๒. ครูนาํ ตวั อยา่ งการคดั ลายมือที่ถกู ตอ้ งแต่ละแบบใหน้ กั เรียนดู แลว้ ซกั ถามเกี่ยวกบั การคดั ลายมือแต่ละแบบ
และอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกบั การคดั ลายมือแบบตวั อาลกั ษณ์ พร้อมตวั อยา่ งบตั รอวยพร ประกาศนียบตั ร
ใหน้ กั เรียนดู
๓. นกั เรียนอ่านเร่ือง การคดั ลายมือและมารยาทในการเขียน ในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เลม่ ๑ แลว้ ร่วมระดมสมองเก่ียวกบั เร่ืองที่อ่าน เขียนสรุปส่งครู
๔. ครูกาํ หนดใหน้ กั เรียนคดั ลายมือบทอาขยานในระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ ดว้ ยตวั บรรจงคร่ึงบรรทดั
๑ จบ ตวั บรรจงแกมหวดั ๑ จบ ส่งครู
๕. ครูคดั เลือกผลงานท่ีคดั ไดส้ วยงามและถกู ตอ้ งติดป้ ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียน
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเก่ียวกบั การคดั ลายมือและมารยาทในการเขียน แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
๒. นกั เรียนคดั ตวั อาลกั ษณ์ โดยเขียนเป็นบตั รเชิญหรือใบประกาศนียบตั รประกวดกนั ในช้นั เรียน
224
๓. ครูใหน้ กั เรียนศึกษาวธิ ีการเขียนตวั อกั ษรไทยจากหนงั สือมาตรฐานโครงสร้างตวั อกั ษรไทย ฉบบั
ราชบณั ฑิตยสถาน แลว้ จบั สลากเลือกเขียนตวั อกั ษรไทย คนละ ๒ อกั ษร ทาํ เป็นบตั รพยญั ชนะส่งครู
๔. นกั เรียนฝึกคดั ลายมือรูปแบบต่าง ๆ ท้งั ตวั บรรจงคร่ึงบรรทดั ตวั บรรจงแกมหวดั ตวั อาลกั ษณ์ จาก
บทร้อยกรองหรือขอ้ ความที่ช่ืนชอบส่งครู
๕. ครูให้ความรู้เพมิ่ เติมว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนบางประเทศเท่าน้ันทีม่ อี กั ษรใช้เป็ นของตนเอง เช่น
ไทย ลาว เมยี นมา กมั พชู า ส่วนบางประเทศไม่มตี วั อกั ษรใช้เป็ นของตนเอง ต้องนําตวั อกั ษรของชาตอิ นื่
มาใช้แทน เช่น สิงคโปร์ ไม่มตี วั อกั ษรใช้ แต่ใช้ภาษาองั กฤษเป็ นภาษากลางเพอ่ื การตดิ ต่อภายในประเทศ
ส่วนภาษากลางท่ใี ช้ในการตดิ ต่อกนั ระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนคอื ภาษาองั กฤษ
ข้นั ที่ ๔ นําไปใช้
๑. นักเรียนเขียนตวั อกั ษรไทยได้ถูกต้องท้ังในการเรียนและในชีวติ ประจําวนั ซึ่งเป็ นการสืบสานการใช้
ภาษาไทยและแนะนําผู้อนื่ ให้เขยี นอกั ษรไทยให้ถูกต้อง ซ่ึงสอดคล้องกบั เงอื่ นไขความมภี ูมคิ ุ้มกนั ในตวั
ทีด่ ตี ามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง
๒. นกั เรียนนาํ ความรู้เกี่ยวกบั การเขียนตวั อกั ษรไทยไปใชใ้ นการเขียนแผน่ ป้ ายประกาศต่าง ๆ
๓. นกั เรียนปฏิบตั ิตนเป็นผมู้ ีมารยาทในการเขียน
ข้นั ที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปหลกั การคดั ลายมือและมารยาทในการเขียน บนั ทึกลงสมุด
๒. นกั เรียนทาํ แบบทดสอบหลงั เรียน แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๓. ครูใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นในประเดน็ ที่วา่
• ตวั อกั ษรของไทย เรียกอีกอยา่ งหน่ึงวา่ ลายสือไทย ซ่ึงบรรพบุรุษของเราไดค้ ิดคน้ ข้ึนมาถือเป็น
ภมู ิปัญญาทางภาษาหรือไม่ อยา่ งไร
• นกั เรียนคิดวา่ การเขียนทาํ ใหเ้ กิดภมู ิปัญญาทางภาษาไดม้ ากนอ้ ยเพยี งใด
แลว้ มอบหมายใหน้ กั เรียนศึกษาเน้ือหาในหน่วยการเรียนรู้ท่ี ๙ ภมู ิปัญญาทางภาษา ในหนงั สือเรียน
รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ ของบริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. จดั ประกวดการคดั ลายมือ ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มออกแบบตวั อกั ษรไทยท้งั ๔๔ ตวั แลว้ ร่วมกนั แสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกบั ตวั อกั ษรแต่ละตวั
๓. นกั เรียนศึกษาการคดั ลายมือในภาษาองั กฤษและฝึ กคดั ลายมือ นาํ มาใหเ้ พ่อื นติชมและประเมินการคดั ลายมือ
๙. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบทดสอบหลงั เรียน
๒. กระดาษ
๓. ตวั อยา่ งขอ้ ความที่ใหค้ ดั ลายมือ
225
๔. ตวั อยา่ งการคดั ลายมือท่ีถูกตอ้ ง
๕. ตวั อยา่ งบตั รอวยพร ประกาศนียบตั ร
๖. บทอาขยานในระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒
๗. หนงั สือมาตรฐานโครงสร้างตวั อกั ษรไทย ฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน
๘. สลาก
๙. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พ์ วฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. แบบฝึกทกั ษะ รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๑. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๑๒. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บนั ทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงช่ือ ผสู้ อน
/ /
226
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ ภูมปิ ัญญาทางภาษา
เวลา ๓ ช่ัวโมง
ผงั มโนทศั น์เป้ าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน
ความรู้
๑. ลกั ษณะของภมู ิปัญญาทางภาษาและวรรณกรรมทอ้ งถิ่น
๒. เพลงพ้นื บา้ น
ภาระงาน/ชิ้นงาน ภูมิปัญญา ทกั ษะและกระบวนการ
๑. ทาํ แบบทดสอบ ทางภาษา ๑. กระบวนการฟังและการดู
๒. อ่านจบั ใจความและสรุปความ ๒. กระบวนการพดู
๓. อภิปรายแสดงความคิดเห็น ๓. กระบวนการอ่าน
๔. ทาํ รายงาน ๔. กระบวนการเขียน
๕. เขียนแผนภาพความคิด ๕. กระบวนการคิดวิเคราะห์
๖. แสดงบทบาทสมมุติ ๖. กระบวนการกลุม่
๗. ทาํ โครงงาน
๘. ฝึกร้องหรือแสดงเพลงพ้ืนบา้ น
๙. ทาํ ใบงาน
คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม
๑. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู
๒. มีมารยาทในการอ่านและมีนิสยั รักการอ่าน
๓. มีมารยาทในการเขียนและมีนิสยั รักการเขียน
๔. มีความภาคภมู ิใจและเห็นคุณค่าของภมู ิปัญญาทางภาษา
227
ผงั การออกแบบการจดั การเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ ภูมิปัญญาทางภาษา
ข้นั ที่ ๑ ผลลพั ธ์ปลายทางที่ต้องการให้เกดิ ขนึ้ กบั นักเรียน
ตวั ชี้วดั ช้ันปี
๑. จบั ใจความสาํ คญั สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเร่ืองที่อ่าน ท ๑.๑ (ม. ๒/๒)
๒. อภิปรายแสดงความคิดเห็นและขอ้ โตแ้ ยง้ เก่ียวกบั เรื่องท่ีอ่าน ท ๑.๑ (ม. ๒/๔)
๓. วิเคราะห์และจาํ แนกขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ มูลสนบั สนุน และขอ้ คิดเห็นจากบทความที่อ่าน
ท ๑.๑ (ม. ๒/๕)
๔. ระบุขอ้ สงั เกตการชวนเช่ือ การโนม้ นา้ ว หรือความสมเหตุสมผลของงานเขียน ท ๑.๑ (ม. ๒/๖)
๕. วิเคราะห์และวจิ ารณ์วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมทอ้ งถ่ินท่ีอ่าน พร้อมยกเหตุผล
ประกอบ ท ๕.๑ (ม. ๒/๒)
๖. อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่าน ท ๕.๑ (ม. ๒/๓)
๗. สรุปความรู้และขอ้ คิดจากเร่ืองท่ีอ่านไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง ท ๕.๑ (ม. ๒/๔)
๘. ทอ่ งจาํ บทอาขยานตามที่กาํ หนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ ท ๕.๑ (ม. ๒/๕)
ความเข้าใจท่คี งทนของนักเรียน คาํ ถามสําคญั ที่ทําให้เกดิ ความเข้าใจท่ีคงทน
นักเรียนจะเข้าใจว่า...
๑. ภมู ิปัญญาทางภาษา เป็นความรู้ความสามารถของ ๑. ภมู ิปัญญาทางภาษาคืออะไร มีอะไรบา้ ง
บรรพบุรุษที่สง่ั สมไวใ้ นรูปแบบต่าง ๆ แลว้ ๒. วรรณกรรมทอ้ งถ่ินมีลกั ษณะอยา่ งไร
ถ่ายทอดมายงั อนุชนรุ่นหลงั จงอธิบายและยกตวั อยา่ ง
๒. วรรณกรรมทอ้ งถ่ิน เป็นวรรณกรรมที่ชาวบา้ น ๓. วรรณกรรมทอ้ งถิ่นแต่ละภาคมีอะไรบา้ ง
สร้างสรรคข์ ้ึนโดยใชภ้ าษาเป็นส่ือในการถ่ายทอด ๔. เพลงพ้ืนบา้ นมีลกั ษณะอยา่ งไร
ผลงาน ๕. วรรณกรรมทอ้ งถิ่นมีความสาํ คญั ควรค่าแก่
๓. วรรณกรรมทอ้ งถ่ินแบ่งตามวธิ ีการบนั ทึกเป็น การอนุรักษห์ รือไม่ อยา่ งไร
วรรณกรรมมุขปาฐะและวรรณกรรมลายลกั ษณ์ ๖. การอนุรักษแ์ ละสืบสานวรรณกรรมทอ้ งถ่ิน
มีวธิ ีการอยา่ งไร
ความรู้ของนักเรียนทีน่ ําไปสู่ความเข้าใจท่ีคงทน ทักษะ/ความสามารถของนักเรียนท่นี ําไปสู่
นักเรียนจะรู้ว่า... ความเข้าใจทคี่ งทน นักเรียนจะสามารถ...
๑. คาํ สาํ คญั ไดแ้ ก่ ภมู ิปัญญาทางภาษา ภาษาถ่ิน ๑. อธิบายลกั ษณะและประเภทของภมู ิปัญญา
วรรณกรรมทอ้ งถิ่น ลายลกั ษณ์อกั ษร ตวั เมือง ทางภาษา
ค่าวซอ โคลงสาร มุขปาฐะ ๒. บอกลกั ษณะของวรรณกรรมทอ้ งถ่ิน
228
๒. ภมู ิปัญญาทางภาษา เป็นความฉลาดของ ๓. บอกวธิ ีการสืบทอดวรรณกรรมทอ้ งถ่ิน
บรรพบุรุษที่สง่ั สม สืบทอดความรู้ ความคิด ๔. บอกลกั ษณะของเพลงพ้ืนบา้ น
ประสบการณ์ต่าง ๆ ผา่ นทางภาษาและวรรณกรรม ๕. ร้องหรือเล่นเพลงพ้ืนบา้ นไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
เพอื่ อบรมสงั่ สอน ใหข้ อ้ คิด คติสอนใจ และใชเ้ ป็น ๖. บอกคุณค่าของเพลงพ้ืนบา้ นและวิธีการอนุรักษ์
แนวทางในการดาํ เนินชีวติ เพลงพ้นื บา้ น
๓. วรรณกรรมทอ้ งถิ่น เป็นผลงานท่ีสร้างสรรคข์ ้ึน
โดยสะทอ้ นถึงวิถีชีวิต ประเพณี วฒั นธรรม และ
ความเช่ือต่าง ๆ โดยผา่ นมาเป็นวรรณกรรม
มุขปาฐะและวรรณกรรมลายลกั ษณ์
๔. เพลงพ้ืนบา้ น เป็นเพลงท่ีชาวบา้ นคิดข้ึน แลว้ นาํ
มาใชร้ ้องเล่นในเทศกาลต่าง ๆ เพอ่ื ความ
สนุกสนานและเป็ นการสืบทอดและอนุรักษ์
เอกลกั ษณ์ทางวฒั นธรรมของไทย
ข้ันท่ี ๒ ภาระงานและการประเมนิ ผลการเรียนรู้ซึ่งเป็ นหลกั ฐานทีแ่ สดงว่านักเรียนมผี ลการเรียนรู้
ตามท่ีกาํ หนดไว้อย่างแท้จริง
๑. ภาระงานท่ีนักเรียนต้องปฏบิ ัติ
๑.๑ จบั ใจความสาํ คญั สรุปความ แสดงความคิดเห็น และตอบคาํ ถามเก่ียวกบั เรื่อง ภมู ิปัญญาทางภาษา
๑.๒ อภิปรายแสดงความคิดเห็น
๑.๓ ทาํ รายงาน
๑.๔ เขียนแผนภาพความคิด
๑.๕ แสดงบทบาทสมมุติ
๑.๖ ทาํ โครงงาน
๑.๗ ฝึกร้องหรือแสดงเพลงพ้ืนบา้ น
๒. วธิ ีการและเคร่ืองมอื ประเมนิ ผลการเรียนรู้
๒.๑ วธิ ีการประเมินผลการเรียนรู้ ๒.๒ เครื่องมือประเมินผลการเรียนรู้
๑) การทดสอบ ๑) แบบทดสอบก่อนและหลงั เรียน
๒) การสนทนาซกั ถาม ๒) แบบประเมินการอ่าน
๓) การสงั เกต ๓) แบบประเมินการเขียน
๔) การตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น ๔) แบบประเมินการฟังและการดู
รายบุคคลหรือรายกลุ่ม ๕) แบบประเมินการพดู
๕) การวดั เจตคติ ๖) แบบประเมินดา้ นคุณธรรม จริยธรรม
๖) การวดั ทกั ษะและกระบวนการ และค่านิยม
๗) แบบประเมินดา้ นทกั ษะและกระบวนการ
229
๓. สิ่งท่มี ุ่งประเมนิ
๓.๑ ความสามารถในการอธิบาย ช้ีแจง การแปลความและตีความ การประยกุ ต์ ดดั แปลง และนาํ ไปใช้
การมีมุมมองท่ีหลากหลาย การใหค้ วามสาํ คญั และใส่ใจในความรู้สึกของผอู้ ื่น และการรู้จกั ตนเอง
๓.๒ ทกั ษะกระบวนการทางภาษา
๓.๓ สมรรถนะสาํ คญั ไดแ้ ก่ การสื่อสาร การคิด การแกป้ ัญหา การใชท้ กั ษะชีวิต และการใชเ้ ทคโนโลยี
๓.๔ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เช่น รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซ่ือสตั ยส์ ุจริต มีวนิ ยั ใฝ่ เรียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง
มุ่งมน่ั ในการทาํ งาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
ข้ันที่ ๓ แผนการจดั การเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๔๒ ลกั ษณะของภมู ิปัญญาทางภาษา เวลา ๑ ชว่ั โมง
และวรรณกรรมทอ้ งถ่ิน
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๔๓ เพลงพ้ืนบา้ น เวลา ๑ ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๔๔ เพลงพ้นื บา้ น (ต่อ) เวลา ๑ ชว่ั โมง
230
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๔๒
ลกั ษณะของภูมปิ ัญญาทางภาษาและวรรณกรรมท้องถ่ิน
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย เวลา ๑ ชวั่ โมง
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๙ เร่ือง ภูมิปัญญาทางภาษา
๑. สาระสําคญั
ภมู ิปัญญาทางภาษา เป็นความรู้ความสามารถของบรรพบุรุษในการสร้างสรรคผ์ ลงานต่าง ๆ โดยวธิ ีการถ่ายทอด
บอกเล่ากนั มาดว้ ยถอ้ ยคาํ หรือศิลปะการใชภ้ าษาเพือ่ บอกใหร้ ู้วา่ ภาษามีประโยชนต์ ่อการดาํ เนินชีวติ ประจาํ วนั
และเป็นเอกลกั ษณ์ทางวฒั นธรรมของคนไทยอีกดว้ ย
๒. ตัวชี้วดั ช้ันปี
๑. จบั ใจความสาํ คญั สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเรื่องท่ีอ่าน ท ๑.๑ (ม. ๒/๒)
๒. อภิปรายแสดงความคิดเห็นและขอ้ โตแ้ ยง้ เกี่ยวกบั เรื่องท่ีอ่าน ท ๑.๑ (ม. ๒/๔)
๓. วเิ คราะห์และวจิ ารณ์วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมทอ้ งถ่ินท่ีอ่าน พร้อมยกเหตุผลประกอบ
ท ๕.๑ (ม. ๒/๒)
๔. อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่าน ท ๕.๑ (ม. ๒/๓)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกความหมายและลกั ษณะของภมู ิปัญญาทางภาษาได้ (K)
๒. บอกความหมาย ลกั ษณะ และประเภทของวรรณกรรมทอ้ งถ่ินได้ (K)
๓. ยกตวั อยา่ งภมู ิปัญญาทางภาษาและวรรณกรรมทอ้ งถิ่นได้ (K, P)
๔. บอกคุณค่าและวธิ ีการอนุรักษภ์ ูมิปัญญาทางภาษาและวรรณกรรมทอ้ งถิ่นได้ (K, P)
๕. นาํ ความรู้เก่ียวกบั ภูมิปัญญาทางภาษาและวรรณกรรมทอ้ งถิ่นไปปรับใชใ้ นชีวติ ประจาํ วนั ได้ (P)
๖. เห็นคุณค่าของภมู ิปัญญาทางภาษา (A)
231
๔. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการอ่านสรุปความ
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะการเขียนรายงาน
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
๓. ตรวจแบบทดสอบ ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
ก่อนเรียน วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ
๒. ประเมินความภาคภมู ิใจและเห็น
คุณค่าของภมู ิปัญญาทางภาษา
๕. สาระการเรียนรู้
๑. ลกั ษณะของภมู ิปัญญาทางภาษา
๒. วรรณกรรมทอ้ งถิ่น
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปลกั ษณะของภมู ิปัญญาทางภาษา
และวรรณกรรมทอ้ งถิ่น
คณิตศาสตร์ ศึกษาเกี่ยวกบั ภมู ิปัญญาไทย
ศึกษาวรรณกรรมทอ้ งถิ่นของต่างประเทศ
สงั คมศึกษาฯ จดั ป้ ายนิเทศ
ภาษาต่างประเทศ เล่นเกมคิดคล่อง ตอบไว
ศิลปะ
สุขศึกษาฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้ันที่ ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ชั่วโมงท่ี ๕๗
๑. นกั เรียนทาํ แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. ครูติดบตั รคาํ ๓ คาํ บนกระดาน ใหน้ กั เรียนช่วยกนั อธิบายและยกตวั อยา่ งประกอบ
ภมู ิปัญญา ภมู ิปัญญาทางภาษา ภมู ิปัญญาพ้นื บา้ น
๓. ครูนาํ สนทนาโยงเขา้ เรื่อง ภมู ิปัญญาทางภาษา
232
ข้ันที่ ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มศึกษาเร่ือง ลกั ษณะของภมู ิปัญญาทางภาษาและวรรณกรรม
ทอ้ งถิ่น ในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ แลว้ ร่วมกนั อภิปราย
แสดงความคิดเห็นกนั ภายในกลุ่ม ตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
๑) ลกั ษณะของภมู ิปัญญาทางภาษา
๒) ความหมายของวรรณกรรมทอ้ งถ่ิน
๓) ลกั ษณะของวรรณกรรมทอ้ งถิ่น
๔) ประเภทของวรรณกรรมทอ้ งถ่ิน
๒. นกั เรียนแต่ละกลุ่มนาํ เสนอผลการอภิปรายหนา้ ช้นั เรียน ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปตามแนวคาํ ถาม
ต่อไปน้ี
๑) ภมู ิปัญญา ภมู ิปัญญาทางภาษา ภมู ิปัญญาพ้ืนบา้ น แตล่ ะคาํ มีความหมายแตกต่างกนั อยา่ งไร
๒) วรรณกรรมทอ้ งถ่ิน คืออะไร มีลกั ษณะอยา่ งไร
๓) วรรณกรรมทอ้ งถ่ินแบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบา้ ง ใชอ้ ะไรเป็นเกณฑใ์ นการแบง่
๔) มีอะไรบา้ งวรรณกรรมพ้ืนบา้ นแต่ละภาคมีอะไรบา้ ง
๕) เราจะช่วยกนั อนุรักษว์ รรณกรรมพ้ืนบา้ นใหค้ งอยตู่ ่อไปดว้ ยวธิ ีใดไดบ้ า้ ง
๓. นักเรียนจดบันทึกสรุปลงสมดุ จากน้ันครูให้ความรู้เพม่ิ เตมิ ว่า วรรณกรรมท้องถิ่นเป็ นภูมปิ ัญญา
ทางภาษาที่เป็ นมรดกของคนในท้องถนิ่ เป็ นความภาคภูมใิ จของคนในท้องถ่นิ ท่ีควรช่วยกนั อนุรักษ์
สืบทอด หรือเผยแพร่ให้คนอนื่ ได้รับรู้ ซึ่งสอดคล้องกบั หลกั ความมเี หตุผลตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมที่เกี่ยวกบั ลกั ษณะของภมู ิปัญญาทางภาษาและวรรณกรรมทอ้ งถ่ิน แลว้ ช่วยกนั เฉลย
คาํ ตอบ
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็น ๒ กลุม่ ใหแ้ ต่ละกลุ่มเล่นเกมคิดคลอ่ ง ตอบไว โดยครูบอกรายช่ือวรรณกรรม
ทอ้ งถิ่นภาคใดก็ได้ ๑ ช่ือ ใหส้ มาชิกภายในกลุ่มช่วยกนั คิดและตอบ กลุ่มใดตอบถกู ตอ้ งจะได้ ๑ คะแนน
เมื่อเล่นจนหมดแลว้ ใหน้ บั คะแนน กลุ่มที่ไดค้ ะแนนมากที่สุดเป็นผชู้ นะ
๓. นกั เรียนรวบรวมภมู ิปัญญาทางภาษาแต่ละประเภท ไดแ้ ก่ เพลงพ้ืนบา้ น ปริศนาคาํ ทาย สาํ นวน ภาษิต
คาํ พงั เพย นิทานพ้ืนบา้ น ตาํ นานพ้นื บา้ น ทาํ เป็นรายงานส่งครู
ข้นั ท่ี ๔ นําไปใช้
นกั เรียนนาํ ความรู้เกี่ยวกบั ภมู ิปัญญาทางภาษาและวรรณกรรมทอ้ งถิ่นไปใชใ้ นการเรียนและใน
ชีวิตประจาํ วนั
ข้นั ท่ี ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปลกั ษณะของภมู ิปัญญาทางภาษาและวรรณกรรมทอ้ งถิ่น เขียนเป็นแผนภาพ
ความคิด
๒. ครูใหน้ กั เรียนสืบคน้ ขอ้ มลู เก่ียวกบั เพลงพ้ืนบา้ น เป็นการบา้ นเพอ่ื เตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
233
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ภมู ิปัญญาทางภาษาของไทย แลว้ สรุปเป็นความรู้ นาํ มาจดั ป้ ายนิเทศ
หนา้ ช้นั เรียน
๒. นกั เรียนสมั ภาษณ์ป่ ูยา่ ตายายเกี่ยวกบั วรรณกรรมในทอ้ งถ่ิน รวบรวมนาํ มาแสดงความคิดเห็นกบั เพอื่ น
ในช้นั เรียน
๓. นกั เรียนแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั วรรณกรรมทอ้ งถิ่นของต่างประเทศ เช่น สโนวไ์ วต์ ซิลเดอเรลล่า วา่ มี
ลกั ษณะอยา่ งไร
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. บตั รคาํ
๓. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๔. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๕. คมู่ ือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๖. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บนั ทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงชื่อ ผสู้ อน
//
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๔๓ 234
เพลงพนื้ บ้าน
เวลา ๑ ชว่ั โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ เร่ือง ภูมปิ ัญญาทางภาษา
๑. สาระสําคญั
วรรณกรรมทอ้ งถ่ิน เป็นภมู ิปัญญาทางภาษาของชาวบา้ นในทอ้ งถิ่นน้นั ๆ ท่ีไดส้ ร้างสรรคผ์ ลงาน และสืบทอด
มาถึงรุ่นลกู หลาน โดยผา่ นวรรณกรรมมุขปาฐะหรือวรรณกรรมลายลกั ษณ์ ท่ีสะทอ้ นขนบธรรมเนียมประเพณี
วฒั นธรรม ความเช่ือ หรือวถิ ีการดาํ เนินชีวติ ของคนในทอ้ งถ่ิน ซ่ึงเป็นประโยชนต์ ่อการศึกษาของอนุชนรุ่นหลงั
๒. ตัวชี้วัดช้ันปี
๑. วิเคราะห์และจาํ แนกขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ มลู สนบั สนุน และขอ้ คิดเห็นจากบทความท่ีอ่าน ท ๑.๑ (ม. ๒/๕)
๒. ระบุขอ้ สงั เกตการชวนเชื่อ การโนม้ นา้ ว หรือความสมเหตุสมผลของงานเขียน ท ๑.๑ (ม. ๒/๖)
๓. อธิบายคุณคา่ ของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน ท ๕.๑ (ม. ๒/๓)
๔. สรุปความรู้และขอ้ คิดจากเร่ืองที่อ่านไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง ท ๕.๑ (ม. ๒/๔)
๕. ท่องจาํ บทอาขยานที่กาํ หนดและบทร้อยกรองท่ีมีคุณค่าตามความสนใจ ท ๕.๑ (ม. ๒/๕)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกลกั ษณะและยกตวั อยา่ งเพลงพ้นื บา้ นได้ (K)
๒. บอกคุณค่าและวิธีการอนุรักษเ์ พลงพ้ืนบา้ นได้ (K)
๓. ร้องหรือเล่นเพลงพ้ืนบา้ นไดอ้ ยา่ งสร้างสรรค์ (K, P)
๔. นาํ เพลงพ้นื บา้ นไปใชเ้ ล่นหรือแสดงในโอกาสต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งสร้างสรรค์ (P)
๕. เห็นคุณค่าของภมู ิปัญญาทางภาษา (A)
235
๔. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการอ่านสรุปความ
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะการเขียนรายงาน
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ
๒. ประเมินความภาคภมู ิใจและเห็น
คุณค่าของภมู ิปัญญาทางภาษา
๕. สาระการเรียนรู้
วรรณกรรมทอ้ งถิ่นประเภทต่าง ๆ
๖. แนวทางบูรณาการ ศึกษาเกี่ยวกบั การละเล่นพ้นื บา้ น
ศึกษาเพลงพ้นื บา้ นของต่างประเทศ
สงั คมศึกษาฯ สาธิตการละเล่นพ้ืนบา้ นในทอ้ งถิ่น/จดั ป้ ายนิเทศ
ภาษาต่างประเทศ ทาํ สมุดภาพเพลงพ้นื บา้ น
ศิลปะ
การงานอาชีพฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ท่ี ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงที่ ๕๘
๑. ครูนาํ ภาพการละเล่นพ้ืนบา้ น เช่น เตน้ กาํ รําเคียว เพลงเรือ เพลงพวงมาลยั ใหน้ กั เรียนดูหรือใหน้ กั เรียนดู
วดิ ีทศั น์การละเล่นพ้นื บา้ น แลว้ ร่วมสนทนากบั นกั เรียนเกี่ยวกบั สิ่งท่ีดู
๒. นกั เรียนร่วมกนั เล่าประสบการณ์ที่เคยพบเห็นเกี่ยวกบั การละเล่นเพลงพ้ืนบา้ น จากน้นั ครูนาํ สนทนา
โยงเขา้ เร่ือง เพลงพ้ืนบา้ น
ข้นั ที่ ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่มละ ๔ คน ศึกษาเรื่อง เพลงพ้ืนบา้ น ในหนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เลม่ ๑ แลว้ จดั การเรียนการสอนแบบ Think Pair Shareโดยใหแ้ ต่ละคนอ่าน คิด
เขียน ขดั เกลา และสรุปใจความสาํ คญั เรื่องที่ศึกษา เสร็จแลว้ จบั คู่อภิปราย ภายในเวลา ๕ นาที แลว้ สลบั
คู่กนั อภิปราย จากน้นั ร่วมอภิปรายท้งั กลุ่ม สรุปผลการอภิปรายนาํ เสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน
236
๒. ครูยกตวั อยา่ งเพลงพ้นื บา้ น แลว้ ร่วมสนทนาเกี่ยวกบั เพลงพ้นื บา้ นในทอ้ งถ่ินของนกั เรียน ใหน้ กั เรียน
อาสาสมคั รออกมาแสดงการละเล่นพ้ืนบา้ นในทอ้ งถ่ินใหเ้ พอ่ื นดูหนา้ ช้นั เรียน แลว้ ร่วมกนั ติชมและแสดง
ความคิดเห็น
๓. ครูให้ความรู้เสริมแก่นักเรียนว่า ในประเทศบรูไนดารุสซาลาม การเต้นระบําหม่แู บบอาดุก–อาดุก เป็ น
การเต้นของชนพนื้ เมืองเผ่ากอดายนั หลงั ฤดูเกบ็ เกยี่ ว ซ่ึงเป็ นการเต้นท่มี ผี ู้แสดง ๗ คน ผ้หู ญิง ๑ คน
ผู้ชาย ๖ คน แต่งกายแบบนักรบพนื้ เมอื ง มเี คร่ืองดนตรีท้องถนิ่ กาํ กบั จงั หวะ ซ่ึงมลี กั ษณะคล้ายกบั
การละเล่นพนื้ บ้านของไทย
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมที่เกี่ยวกบั เพลงพ้ืนบา้ น แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็น ๔ กลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มจบั สลากเลือกการละเล่นพ้ืนบา้ น กลุ่มละ ๑ การละเล่น
(ครูอาจกาํ หนดใหก้ ลุ่มละ ๑ ภาคหรือกาํ หนดใหเ้ ลือกการละเล่นในทอ้ งถิ่น กลุ่มละ ๑ การละเล่นกไ็ ด)้
แลว้ ใหแ้ ต่ละกลุ่มออกมานาํ เสนอผลงานในชว่ั โมงต่อไป
๓. นกั เรียนแต่ละกลุ่มศึกษาเพลงพ้นื บา้ นกลุม่ ละ ๑ ภาค จดั ทาํ เป็นรายงาน แลว้ นาํ เสนอผลงานโดยการ
จดั ป้ ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียน
ข้นั ที่ ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนนาํ การละเล่นพ้ืนบา้ นไปใชใ้ นการแสดงในโอกาสต่าง ๆ ได้
๒. นกั เรียนแนะนาํ การละเล่นพ้ืนบา้ นภาคต่าง ๆ ใหเ้ พ่อื นหรือสมาชิกในครอบครัวฟังไดถ้ ูกตอ้ ง
ข้นั ที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปลกั ษณะของเพลงพ้นื บา้ น บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนดูการแสดงเพลงพ้ืนบา้ นจากวดี ิทศั นห์ รืออินเทอร์เน็ต เป็นการบา้ นเพอ่ื เตรียมจดั การเรียนรู้
คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนศึกษาเพมิ่ เติมเก่ียวกบั เพลงพ้นื บา้ นภาคต่าง ๆ แลว้ จดั ทาํ เป็นสมุดภาพเพลงพ้ืนบา้ น
๒. นกั เรียนศึกษาเพลงพ้นื บา้ นของต่างประเทศวา่ มีเหมือนของไทยหรือไม่ พร้อมยกตวั อยา่ งประกอบ
๓. นักเรียนศึกษาวรรณกรรมท้องถนิ่ ของประเทศเพอื่ นบ้าน เช่น ลาว กมั พูชา เมยี นมา มาเลเซีย ว่าได้รับอทิ ธิพล
จากวรรณกรรมท้องถิน่ ของไทยหรือไม่ อย่างไร
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๑. ภาพการละเล่นพ้ืนบา้ น
๒. วิดีทศั นก์ ารละเล่นพ้ืนบา้ น
๓. สลาก
237
๔. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๕. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๖. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๗. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บันทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงช่ือ ผสู้ อน
/ /
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๔๔ 238
เพลงพนื้ บ้าน (ต่อ)
เวลา ๑ ชว่ั โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ เร่ือง ภูมิปัญญาทางภาษา
๑. สาระสําคญั
เพลงพ้ืนบา้ น เป็นภมู ิปัญญาอยา่ งหน่ึงของชาวบา้ น ที่มีการเรียงร้อยถอ้ ยคาํ ใหเ้ กิดความไพเราะ เพ่ือใหร้ ้องเล่นกนั
ในทอ้ งถ่ินอยา่ งแพร่หลาย โดยที่ผรู้ ้องจะตอ้ งมีปฏิภาณไหวพริบ และความรู้กวา้ งขวางในการร้องโตต้ อบกนั จึงทาํ
ใหเ้ พลงพ้นื บา้ นมีคุณค่าท้งั ดา้ นความเพลิดเพลิน ใหค้ วามรู้ ความคิด และช้ีนาํ แนวทางในการดาํ เนินชีวิตในสงั คม
ดว้ ย เราซ่ึงเป็นเยาวชนรุ่นหลงั ควรช่วยกนั อนุรักษใ์ หค้ งอยสู่ ืบไป
๒. ตัวชี้วัดช้ันปี
๑. ระบุขอ้ สงั เกตการชวนเช่ือ การโนม้ นา้ ว หรือความสมเหตุสมผลของงานเขียน ท ๑.๑ (ม. ๒/๖)
๒. วิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดี วรรณกรรม และวรรณกรรมทอ้ งถิ่นท่ีอ่าน พร้อมยกเหตุผล
ประกอบ ท ๕.๑ (ม. ๒/๒)
๓. อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน ท ๕.๑ (ม. ๒/๓)
๔. สรุปความรู้และขอ้ คิดจากเร่ืองที่อ่านไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ จริง ท ๕.๑ (ม. ๒/๔)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. วเิ คราะหแ์ ละแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เพลงพ้นื บา้ นได้ (K, P)
๒. ร้องหรือเล่นเพลงพ้นื บา้ นอยา่ งเหมาะสมหรือนาํ ความรู้ไปปรับใชใ้ นชีวิตประจาํ วนั ได้ (K, P)
๓. เห็นคุณค่าของภมู ิปัญญาทางภาษา (A)
239
๔. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A) ๑. ประเมินทกั ษะการพดู
๒. ประเมินทกั ษะการเขียนโครงงาน
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ
๓. ตรวจแบบทดสอบ ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ
หลงั เรียน วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ
๒. ประเมินความภาคภมู ิใจและเห็น
คุณค่าของภมู ิปัญญาทางภาษา
๕. สาระการเรียนรู้
เพลงพ้นื บา้ น
๖. แนวทางบูรณาการ ศึกษาเก่ียวกบั เพลงพ้ืนบา้ นในทอ้ งถิ่น
ศึกษาเพลงพ้ืนบา้ นของต่างประเทศ
สงั คมศึกษาฯ แสดงบทบาทสมมุติ
ภาษาต่างประเทศ
ศิลปะ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ท่ี ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงที่ ๕๙
๑. ครูนาํ วดี ิทศั น์การแสดงเพลงพ้นื บา้ นภาคต่าง ๆ ใหน้ กั เรียนดู แลว้ ร่วมสนทนาวา่ สะทอ้ นถึง
วฒั นธรรมพ้ืนบา้ นอยา่ งไรบา้ ง
๒. ครูซกั ถามถึงการแสดงที่นกั เรียนเตรียมมาแลว้ นาํ สนทนาโยงเขา้ เร่ือง เพลงพ้นื บา้ น
ข้นั ที่ ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. นกั เรียนแต่ละกลุ่มออกมาแสดงบทบาทสมมุติตามท่ีไดร้ ับมอบหมาย เพือ่ นร่วมกนั ติชม
เสนอแนะ และแสดงความคิดเห็น
๒. ครูอธิบายเพม่ิ เติมหลงั จบการแสดงของแต่ละกลุ่ม เพือ่ ใหน้ กั เรียนมีความเขา้ ใจมากข้ึน
๓. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปผลการแสดง โดยอภิปรายตามแนวคาํ ถามต่อไปน้ี
๑) คุณค่าของเพลงพ้ืนบา้ นมีอะไรบา้ ง
๒) เพราะเหตุใดในปัจจุบนั เพลงพ้นื บา้ นจึงไม่ไดร้ ับความนิยม
240
๓) นกั เรียนมีแนวทางในการอนุรักษเ์ พลงพ้นื บา้ นใหค้ งอยไู่ ดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
๔. นกั เรียนสรุปผลการอภิปราย จดบนั ทึกลงสมุด
๕. ครูให้ความรู้เพม่ิ เติมว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนหลายประเทศมีการละเล่นเพลงพนื้ บ้าน เช่น
ประเทศเวยี ดนามเป็ นประเทศหนึ่งท่ีมกี ารละเล่นเพลงพนื้ บ้าน เพลงกวนเหาะ ของเวยี ดนาม
ได้รับบันทกึ จากองค์การยูเนสโกว่าเป็ นบทเพลงทมี่ คี ุณค่าและสะท้อนให้เห็นถงึ ความ
หลากหลายทางวฒั นธรรม ซ่ึงในบันทึกมอี ยู่ประมาณ ๓๐ เพลง จากหลากหลายประเทศ เช่น
อนิ โดนีเซีย ลาวภาคใต้ จีน ทเิ บต มองโกเลยี ญ่ปี ่ ุน แต่ไม่มีเพลงจากประเทศไทย
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมที่เก่ียวกบั เพลงพ้ืนบา้ น แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. นกั เรียนศึกษาเพลงพ้ืนบา้ นในทอ้ งถิ่นของตนเอง ทาํ เป็นโครงงาน
๓. นกั เรียนฝึกร้องเพลงพ้ืนบา้ นหรือฝึกแสดงการละเล่นพ้นื บา้ น เพอื่ เป็นการอนุรักษว์ ฒั นธรรม
พ้ืนบา้ นใหค้ งอยสู่ ืบไป
ข้นั ท่ี ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนร้องหรือแสดงเพลงพ้ืนบา้ นในทอ้ งถิ่นในโอกาสต่าง ๆ ได้
๒. นกั เรียนแนะนาํ นกั ท่องเท่ียวใหห้ นั มาสนใจเพลงพ้ืนบา้ นในทอ้ งถิ่น เพื่อเป็นการจงู ใจให้
นกั ท่องเท่ียวมาเที่ยวในทอ้ งถ่ินมากข้ึน
ข้นั ท่ี ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปลกั ษณะของเพลงพ้ืนบา้ น บนั ทึกลงสมุด
๒. นกั เรียนทาํ แบบทดสอบหลงั เรียน แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนชมการแสดงหรือร่วมแสดงการละเล่นเพลงพ้ืนบา้ น เพือ่ ปลุกจิตสาํ นึกในความเป็นไทย
๒. เชิญวทิ ยากรหรือผรู้ ู้ในทอ้ งถิ่นมาบรรยายหรือสาธิตการละเล่นพ้นื บา้ นเพื่อเป็นการสืบสาน
วฒั นธรรมไทย
๓. จดั ประกวดหรือจดั แสดงการละเล่นพ้ืนบา้ นเนื่องในโอกาสสาํ คญั ๆ ของโรงเรียน
๔. นักเรียนศึกษาเพลงพนื้ บ้านของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนว่ามเี หมอื นของไทยหรือไม่
๙. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบทดสอบหลงั เรียน
๒. วีดิทศั น์การแสดงเพลงพ้นื บา้ น
๓. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
241
๔. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๕. ค่มู ือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๖. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๑๐. บันทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. สิ่งที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงช่ือ ผสู้ อน
//