92
๓. สิ่งทีม่ ุ่งประเมนิ
๓.๑ ความสามารถในการอธิบาย ช้ีแจง การแปลความและตีความ การประยกุ ต์ ดดั แปลง และนาํ ไปใช้
การมีมุมมองท่ีหลากหลาย การใหค้ วามสาํ คญั และใส่ใจในความรู้สึกของผอู้ ่ืน และการรู้จกั ตนเอง
๓.๒ ทกั ษะกระบวนการทางภาษา
๓.๓ สมรรถนะสาํ คญั ไดแ้ ก่ การสื่อสาร การคิด การแกป้ ัญหา การใชท้ กั ษะชีวิต และการใชเ้ ทคโนโลยี
๓.๔ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ เช่น รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซ่ือสตั ยส์ ุจริต มีวินยั ใฝ่ เรียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง
มุง่ มน่ั ในการทาํ งาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
ข้นั ที่ ๓ แผนการจดั การเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๒ หลกั เกณฑก์ ารฟังและการดู เวลา ๑ ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑๓ หลกั เกณฑก์ ารฟังและการดู (ต่อ) เวลา ๑ ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๔ การฟังและการดูสิ่งที่เป็นความรู้และความบนั เทิง เวลา ๒ ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑๕ การวิเคราะห์และจบั ประเด็นจากเรื่องที่ฟังและดู
การวิเคราะห์หรือวนิ ิจฉยั ขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็น
จากเรื่องท่ีฟังและดู และมารยาทในการฟังและการดู เวลา ๒ ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑๒ 93
หลกั เกณฑ์การฟังและการดู
เวลา ๑ ชวั่ โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๕ เร่ือง การพฒั นาทักษะการฟังและการดู
๑. สาระสําคญั
การฟังและการดูเป็นกระบวนการรับสารโดยผา่ นกระบวนการทาํ งานของหูและตา ซ่ึงเป็นทกั ษะสาํ คญั ในการ
สื่อสาร และจาํ เป็นอยา่ งยง่ิ ต่อการดาํ รงชีวิตในสงั คมโดยผฟู้ ังและผดู้ ูตอ้ งกาํ หนดจุดประสงคใ์ นการฟังและการดู
จบั ใจความสาํ คญั ของเร่ือง และรักษามารยาทที่ดีในการฟังและการดู
๒. ตวั ชี้วัดช้ันปี
๑. พดู สรุปใจความสาํ คญั ของเร่ืองท่ีฟังและดู ท ๓.๑ (ม. ๒/๑)
๒. วเิ คราะห์และวิจารณ์เร่ืองท่ีฟังและดูอยา่ งมีเหตุผล เพ่อื นาํ ขอ้ คิดมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดาํ เนินชีวิต
ท ๓.๑ (ม. ๒/๓)
๓. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู ท ๓.๑ (ม. ๒/๖)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกความหมายและความสาํ คญั ของการฟังและการดูได้ (K)
๒. อธิบายจุดมุ่งหมายและวธิ ีการฟังและการดูไดอ้ ยา่ งมีวจิ ารณญาณ (K, P)
๓. มีมารยาทในการฟังและการดู (A)
๔. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการฟังและการดู
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๓. ตรวจแบบทดสอบ ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ
ก่อนเรียน วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ
๒. ประเมินมารยาทในการฟัง
และการดู
๕. สาระการเรียนรู้ 94
หลกั เกณฑก์ ารฟังและการดู
– การต้งั จุดประสงคใ์ นการฟังและการดู
๖. แนวทางบูรณาการ ศึกษาบทความหรือข่าว
บนั ทึกแผน่ บนั ทึกเสียง
สงั คมศึกษาฯ
การงานอาชีพฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้ันที่ ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงท่ี ๑๘
๑. ทาํ แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. ครูใหน้ กั เรียนฟังข่าว นิทาน หรือบทความจากแถบบนั ทึกเสียงหรือจากวดี ิทศั น์ แลว้ ร่วมแสดง
ความคิดเห็นวา่ เป็นการฟังหรือการดูเพือ่ จุดประสงคใ์ ด
๓. ครูนาํ สนทนาโยงเขา้ เร่ือง การต้งั จุดประสงคใ์ นการฟังและดู
ข้นั ท่ี ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่มละ ๔ คน ใหแ้ ต่ละคนศึกษาเรื่อง ต้งั จุดประสงคใ์ นการฟังและการดู ตามหวั ขอ้
ต่อไปน้ี
คนท่ี ๑ ศึกษาเร่ือง การฟังและการดูเพื่อติดต่อส่ือสารในชีวิตประจาํ วนั
คนท่ี ๒ ศึกษาเร่ือง การฟังและการดูเพ่ือความเพลิดเพลิน
คนท่ี ๓ ศึกษาเรื่อง การฟังและการดูเพื่อรับความรู้
คนท่ี ๔ ศึกษาเรื่อง การฟังและการดูเพ่ือความจรรโลงใจและคติชีวิต
๒. นกั เรียนแต่ละคนศึกษาเร่ืองที่ตนเองไดร้ ับมอบหมายในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ ภายในเวลา ๕ นาที เสร็จแลว้ ผลดั กนั อธิบายใหเ้ พือ่ นในกลุ่มฟัง
๓. ครูเปิ ดแถบบนั ทึกเสียงหรือวีดิทศั นเ์ รื่องต่าง ๆ ใหน้ กั เรียนฟังหรือดู แลว้ ใหน้ กั เรียนเขียนคาํ ตอบลง
ในกระดาษวา่ เรื่องที่ฟังหรือดแู ต่ละเร่ืองเป็นการฟังและดูเพื่อจุดประสงคใ์ ดตามท่ีไดศ้ ึกษามา
๔. เม่ือครบหมดทุกเร่ืองแลว้ ใหน้ กั เรียนจบั คู่กบั เพ่อื นสลบั กนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเก่ียวกบั การต้งั จุดประสงคใ์ นการฟังและดู แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. ครูแจกใบความรู้ที่เป็นข่าวหรือบทความที่มีจุดมุ่งหมายในการฟังและดูลกั ษณะต่าง ๆ ใหน้ กั เรียน
กลุ่มละ ๑ ชุด ใหต้ วั แทนแต่ละกลุ่มอา่ นใหเ้ พอื่ นฟัง แลว้ ช่วยกนั ระดมสมองวา่ เป็นการฟังหรือการดู
เพอื่ วตั ถุประสงคใ์ ด เสร็จแลว้ ส่งครูตรวจสอบความถูกตอ้ ง
๓. นกั เรียนแต่ละกลุ่มคิดเร่ืองที่จะฟังหรือดูกลุ่มละ ๑ รายการ เช่น ฟังข่าว ฟังเพลง ดูละคร ฟังธรรมะ
ดูรายการตลก ฟังปาฐกถา ฟังสุนทรพจน์ แลว้ นาํ มาทายเล่นกบั เพือ่ นกลุ่มอื่นวา่ เป็นการฟังหรือการ
ดูเพื่อวตั ถุประสงคใ์ ด
ข้ันที่ ๔ นําไปใช้ 95
นกั เรียนนาํ ความรู้ไปใชต้ ้งั จุดประสงคใ์ นการฟังหรือการดูเรื่องราวต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
ข้ันที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปเกี่ยวกบั การต้งั จุดประสงคใ์ นการฟังและดู บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนศึกษาหลกั เกณฑก์ ารฟังและการดู แลว้ สรุปเป็นแผนภาพความคิด เป็นการบา้ นเพอ่ื เตรียม
จดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มรวบรวมข่าว บทความ หรือเรื่องราวต่าง ๆ ใหไ้ ดม้ ากที่สุด แลว้ อ่าน
บนั ทึกลงแผน่ เสียง เพือ่ นาํ มาใชป้ ระกอบการต้งั จุดประสงคใ์ นการฟังหรือการดู
๒. นกั เรียนเขา้ ชมหรือดูนิทรรศการในโอกาสต่าง ๆ เพ่ือเพ่มิ ประสิทธิภาพในการฟังและการดูของตนเอง
๓. นักเรียนฟังหรือดูเร่ืองราวเกย่ี วกบั ประเทศสมาชิกอาเซียนท้งั ท่เี ป็ นการให้ความรู้ โฆษณาประชาสัมพนั ธ์ ชี้แจง
แสดงความคดิ เห็น แล้วบอกว่าเป็ นการฟังหรือการดู เพอื่ วตั ถุประสงค์ใด สรุปส่งครู
๙. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. ตวั อยา่ งข่าว นิทาน หรือบทความ
๓. แถบบนั ทึกเสียง
๔. วดี ิทศั น์
๕. กระดาษ
๖. ใบความรู้ท่ีเป็นข่าวหรือบทความที่มีจดุ มุง่ หมายในการฟังและการดูลกั ษณะต่าง ๆ
๗. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๘. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๙. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๑๐. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บนั ทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้ 96
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ ลงช่ือ ผสู้ อน
แนวทางการพฒั นา
//
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๓ 97
หลกั เกณฑ์การฟังและการดู (ต่อ)
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย เวลา ๑ ชวั่ โมง
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง การพฒั นาทกั ษะการฟังและการดู
๑. สาระสําคญั
การฟังและการดูเป็นทกั ษะท่ีสาํ คญั และจาํ เป็นอยา่ งยง่ิ ในชีวติ ประจาํ วนั การฟังหรือการดูเร่ืองต่าง ๆ จะตอ้ งรู้
หลกั เกณฑก์ ารฟังและการดู เพ่อื จะไดฟ้ ังและดูอยา่ งมีประสิทธิภาพ
๒. ตวั ชี้วดั ช้ันปี
๑. พดู สรุปใจความสาํ คญั ของเร่ืองที่ฟังและดู ท ๓.๑ (ม. ๒/๑)
๒. วิเคราะห์และวิจารณ์เรื่องที่ฟังและดูอยา่ งมีเหตุผล เพือ่ นาํ ขอ้ คิดมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดาํ เนินชีวติ
ท ๓.๑ (ม. ๒/๓)
๓. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู ท ๓.๑ (ม. ๒/๖)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกหลกั เกณฑก์ ารฟังและการดู (K)
๒. วเิ คราะห์เรื่องที่ฟังและดูไดต้ ามหลกั เกณฑก์ ารฟังและการดู (K, P)
๓. บอกวธิ ีการใชน้ ้าํ เสียง กิริยาท่าทาง และถอ้ ยคาํ จากการฟังหรือการดูได้ (K, P)
๔. นาํ ความรู้จากเร่ืองที่ฟังและดูไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวิตประจาํ วนั ได้ (P)
๕. มีมารยาทในการฟังและการดู (A)
๔. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A) ๑. ประเมินทกั ษะการฟังและการดู
๒. ประเมินทกั ษะการแสวงหา
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน
ความรู้
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ
วนิ ยั ในการทาํ งาน ฯลฯ
๒. ประเมินมารยาทในการฟัง
และการดู
๕. สาระการเรียนรู้ 98
หลกั เกณฑก์ ารฟังและการดู
๑. ต้งั ใจและมีสมาธิในการฟังและการดู
๒. รู้จกั เลือกและวิเคราะห์เรื่องที่ฟังและดู
๓. นาํ ความรู้ท่ีไดจ้ ากการฟังและการดูมาปรับใชใ้ นชีวติ ประจาํ วนั
๔. สงั เกตน้าํ เสียง กิริยาท่าทาง และถอ้ ยคาํ จากผพู้ ดู
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดเก่ียวกบั หลกั เกณฑก์ ารฟังและการดู
ศึกษาข่าวหรือบทความ
คณิตศาสตร์
สงั คมศึกษาฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ท่ี ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงที่ ๑๙
๑. ครูเปิ ดข่าวหรือบทความใหน้ กั เรียนฟัง เมื่อฟังจบแลว้ ครูแจกแบบประเมินตนเองดา้ นการฟังใหน้ กั เรียน
ทุกคนเพื่อประเมินตนเองวา่ ปฏิบตั ิตนในการฟังไดเ้ หมาะสมหรือไม่ อยา่ งไร เสร็จแลว้ ส่งครู
๒. ครูสรุปผลการประเมินตนเองของนกั เรียน แลว้ สนทนาโยงเขา้ เรื่อง หลกั เกณฑใ์ นการฟังและการดู
ข้นั ที่ ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ครูทบทวนเร่ือง การต้งั จุดประสงคใ์ นการฟังและการดู โดยสุ่มถามนกั เรียน ๒–๓ คน ใหส้ รุปใหเ้ พอ่ื น
ในช้นั เรียนฟัง
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่มละ ๔ คน ใหแ้ ต่ละคนศึกษาเรื่อง หลกั เกณฑก์ ารฟังและการดู ในหนงั สือ
เรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ ตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
คนท่ี ๑ ศึกษาเร่ือง ต้งั ใจและมีสมาธิในการฟังและการดู
คนท่ี ๒ ศึกษาเร่ือง รู้จกั เลือกและวเิ คราะห์เรื่องท่ีฟังและดู
คนท่ี ๓ ศึกษาเร่ือง นาํ ความรู้ที่ไดจ้ ากการฟังและการดูมาปรับใชใ้ นชีวติ ประจาํ วนั
คนที่ ๔ ศึกษาเรื่อง สงั เกตน้าํ เสียง กิริยาท่าทาง และถอ้ ยคาํ จากผพู้ ดู
๓. นกั เรียนในกลุ่มจบั คู่กบั เพ่อื นศึกษาเรื่องท่ีตนไดร้ ับมอบหมายเป็นคู่ ๆ โดยร่วมกนั อภิปรายแสดงความ
คิดเห็น และสรุปเร่ืองท่ีตนเองรับผดิ ชอบ
๔. นกั เรียนแต่ละคู่นาํ เรื่องที่ตนเองรับผิดชอบไปอธิบายใหเ้ พือ่ นในกลุ่มฟัง แลว้ ร่วมสรุปเป็นผลงานกลุ่ม
โดยเขียนแผนภาพความคิด ออกแบบตกแตง่ ใหส้ วยงาม
๕. นกั เรียนแต่ละกลุ่มออกมานาํ เสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน ครูและเพ่ือนในช้นั เรียนร่วมกนั สรุป นกั เรียน
จดบนั ทึกลงสมุด
๖. นกั เรียนทาํ ใบงานท่ี ๖ เรื่อง การพฒั นาประสิทธิภาพการฟังและการดู แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ข้นั ท่ี ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน 99
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมที่เก่ียวกบั หลกั เกณฑก์ ารฟังและการดู แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. นกั เรียนฟังเร่ืองจากแถบบนั ทึกเสียงหรือครูอ่านใหฟ้ ัง แลว้ ครูประเมินทกั ษะการฟังของนกั เรียน
๓. นกั เรียนฟังเร่ืองอะไรกไ็ ดเ้ ป็นเวลา ๑ สปั ดาห์ สรุปเร่ืองท่ีฟัง แลว้ นาํ ผลการฟังมาประเมินตาม
หลกั เกณฑก์ ารฟังและการดู
ข้นั ท่ี ๔ นําไปใช้
นกั เรียนนาํ หลกั เกณฑก์ ารฟังและการดูไปปรับใชใ้ นการเรียนและในชีวิตประจาํ วนั
ข้นั ท่ี ๕ สรุป
๑. นกั เรียนช่วยกนั สรุปหลกั เกณฑก์ ารฟังและการดูจากแผนภาพความคิดท่ีแต่ละกลุ่มทาํ ข้ึน
๒. ครูใหน้ กั เรียนฟังหรือดลู ะครหรือภาพยนตร์ ๑ เร่ือง สารคดี ๑ เรื่อง แลว้ สรุปลกั ษณะของสิ่งท่ีฟังหรือดู
เป็นการบา้ นเพ่ือเตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป และเพอื่ ตอบคาํ ถามใหไ้ ดว้ า่ การฟังและการดูสิ่งที่เป็น
ความรู้และความบนั เทิงแตกต่างกนั อยา่ งไร
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนแลกเปล่ียนประสบการณ์เก่ียวกบั การฟังและการดูของตนเองใหเ้ พอ่ื นในกลุ่มฟังวา่ ได้
ประโยชนอ์ ะไรบา้ ง
๒. นกั เรียนฟังรายการวทิ ยหุ รือรายการโทรทศั นต์ ามความสนใจ แลว้ วิเคราะห์ตามหลกั เกณฑก์ ารฟัง
และการดู แลว้ นาํ มาอภิปรายกบั เพอื่ นในกลุ่ม
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๑. ตวั อยา่ งข่าวหรือบทความ
๒. แบบประเมินตนเองดา้ นการฟัง
๓. ใบงานท่ี ๖ เรื่อง การพฒั นาประสิทธิภาพการฟังและการดู
๔. แถบบนั ทึกเสียง
๕. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๖. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๗. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๘. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บันทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้ 100
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. สิ่งท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงช่ือ ผสู้ อน
/ /
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๔ 101
การฟังและการดูส่ิงที่เป็ นความรู้และความบันเทิง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย เวลา ๒ ชว่ั โมง
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ เร่ือง การพฒั นาทกั ษะการฟังและการดู
๑. สาระสําคญั
การฟังและการดูส่ิงท่ีเป็นความรู้และความบนั เทิง จะตอ้ งเลือกฟังหรือดอู ยา่ งมีวจิ ารณญาณ เพอ่ื ใหเ้ กิดประโยชน์
กบั ตนเองมากที่สุด
๒. ตวั ชี้วัดช้ันปี
๑. พดู สรุปใจความสาํ คญั ของเรื่องท่ีฟังและดู ท ๓.๑ (ม. ๒/๑)
๒. วเิ คราะห์ขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ คิดเห็น และความน่าเชื่อถือของขา่ วสารจากส่ือต่าง ๆ ท ๓.๑ (ม. ๒/๒)
๓. วิเคราะห์และวิจารณ์เรื่องท่ีฟังและดูอยา่ งมีเหตุผล เพ่ือนาํ ขอ้ คิดมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดาํ เนินชีวติ
ท ๓.๑ (ม. ๒/๓)
๔. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู ท ๓.๑ (ม. ๒/๖)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. อธิบายหลกั การฟังและการดูสิ่งท่ีเป็นความรู้และความบนั เทิงอยา่ งมีวจิ ารณญาณได้ (K)
๒. อธิบายหลกั การฟังและการดูส่ือรูปแบบต่าง ๆ ได้ (K)
๓. จบั ประเดน็ สาํ คญั วินิจฉยั ขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นเก่ียวกบั เร่ืองท่ีฟังหรือดไู ด้ (K, P)
๔. ฟังและดูส่ือรูปแบบต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งมีวิจารณญาณ และนาํ ความรู้ไปใชใ้ นชีวิตประจาํ วนั ได้ (P)
๕. มีมารยาทในการฟังและการดู (A)
๔. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการฟังและการดู
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะการเขียนรายงาน
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผิดชอบ ๓. ประเมินทกั ษะการแสวงหา
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ความรู้
วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
๒. ประเมินมารยาทในการฟัง ๕. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
และการดู
๕. สาระการเรียนรู้ 102
การฟังและการดูส่ิงที่เป็นความรู้และความบนั เทิง
๖. แนวทางบูรณาการ ศึกษาเกี่ยวกบั ส่ิงประดิษฐใ์ หม่ ๆ ทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์
เขียนแผนภาพความคิดเกี่ยวกบั การฟังและการดูส่ือรูปแบบต่าง ๆ
วทิ ยาศาสตร์ ศึกษาเกี่ยวกบั เหตุการณบ์ า้ นเมือง
คณิตศาสตร์ ศึกษาวรรณกรรมแปลท่ีน่าสนใจ
สงั คมศึกษาฯ ศึกษาความรู้เก่ียวกบั ศิลปะ/จดั ป้ ายนิเทศ
ภาษาต่างประเทศ ศึกษาเกี่ยวกบั การดูแลรักษาสุขภาพ/เล่นเกมจบั คู่
ศิลปะ ศึกษาเกี่ยวกบั ความเจริญกา้ วหนา้ ทางดา้ นการเกษตร
สุขศึกษาฯ
การงานอาชีพฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้ันท่ี ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงท่ี ๒๐
๑. ครูเปิ ดแถบบนั ทึกเสียงหรือวดี ิทศั นเ์ ร่ืองที่เป็นความรู้ใหน้ กั เรียนฟัง ๑ เรื่อง เร่ืองที่เป็นความบนั เทิง
๑ เรื่อง แลว้ ร่วมสนทนาถึงความแตกต่างของเรื่องท่ีฟังและดูท้งั ๒ เร่ือง
๒. ครูนาํ สนทนาโยงเขา้ เรื่อง การฟังและการดูส่ิงท่ีเป็นความรู้และความบนั เทิง
ข้นั ที่ ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. แบ่งนกั เรียนออกเป็น ๒ กลุ่ม ครูใหน้ กั เรียนเล่นเกมจบั คู่ โดยใหแ้ ต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมากลุ่มละ
๑ คน จบั สลากที่ครูเตรียมไว้ ๑ ใบ อ่านขอ้ ความในสลาก และพจิ ารณาวา่ เป็นความรู้หรือความบนั เทิง
แลว้ นาํ ไปติดที่แผน่ ป้ ายขอ้ ความส่ิงท่ีเป็นความรู้ หรือแผน่ ป้ ายขอ้ ความสิ่งที่เป็นความบนั เทิงบนกระดาน
ใหถ้ ูกตอ้ ง ภายในเวลาที่ครูกาํ หนด เมื่อหมดสลากแลว้ ใหค้ รูและนกั เรียนช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
และนบั คะแนน กลุ่มที่ไดค้ ะแนนมากที่สุดเป็นผชู้ นะ
๒. ครูสนทนากบั นกั เรียนเกี่ยวกบั หลกั การฟังและการดูสิ่งที่เป็นความรู้และความบนั เทิง แลว้ ร่วมกนั สรุป
นกั เรียนจดบนั ทึกลงสมุด
๓. นกั เรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนั ยกตวั อยา่ งการฟังและการดูส่ิงท่ีเป็นความรู้ ๕ ประเภท และการฟังและการดู
ส่ิงที่เป็นความบนั เทิง ๕ ประเภท ครูและเพ่ือนช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
๔. ครูใหน้ กั เรียนอาสาสมคั รอ่านเรื่องที่เป็นความรู้ ๑ เร่ือง เร่ืองที่เป็นความบนั เทิง ๑ เรื่อง ใหน้ กั เรียนเขียน
สรุปเร่ืองท่ีฟังส่งครู
ชั่วโมงท่ี ๒๑
๑. ครูสนทนากบั นกั เรียนเรื่อง วิทยกุ ระจายเสียง วทิ ยโุ ทรทศั น์ และอินเทอร์เน็ต แลว้ ร่วมกนั แสดงความ
คิดเห็นเกี่ยวกบั หลกั การฟัง การชม หรือการดูส่ือแต่ละประเภท
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็น ๓ กลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มศึกษาเรื่อง การฟังและการดสู ื่อรูปแบบต่าง ๆ ใน 103
หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ ตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
กลุม่ ท่ี ๑ ศึกษาหวั ขอ้ วทิ ยกุ ระจายเสียง
กลุม่ ที่ ๒ ศึกษาหวั ขอ้ วทิ ยโุ ทรทศั น์
กลุ่มที่ ๓ ศึกษาหวั ขอ้ อินเทอร์เน็ต
๓. นกั เรียนแต่ละกลุ่มช่วยกนั สรุปเขียนเป็นแผนภาพความคิด และส่งตวั แทนออกมานาํ เสนอผลงาน
หนา้ ช้นั เรียน
๔. ครูใหน้ กั เรียนฟังหรือดูสิ่งต่าง ๆ ต่อไปน้ี
๑) ฟังรายการวทิ ยุ
๒) ชมรายการโทรทศั น์
๓) ดูอินเทอร์เน็ต
๕. นกั เรียนแต่ละคนสรุปความจากเร่ืองท่ีไดฟ้ ังหรือดู แลว้ ครูและนกั เรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
นกั เรียนจดบนั ทึกลงสมุด
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมที่เก่ียวกบั การฟังและการดูสิ่งที่เป็นความรู้และความบนั เทิง แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มฟังหรือดูสื่อทางวทิ ยุ โทรทศั น์ และอินเทอร์เนต็ โดยจดบนั ทึก
สรุปความจากสิ่งที่ฟังหรือดูตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
๑) สิ่งประดิษฐใ์ หม่ ๆ ทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์
๒) การดูแลรักษาสุขภาพ
๓) เหตุการณ์บา้ นเมือง
๔) ความเจริญกา้ วหนา้ ทางดา้ นการเกษตร
๕) ความรู้เกี่ยวกบั ศิลปะ
๖) วรรณกรรมแปลที่น่าสนใจ
๓. นกั เรียนแต่ละกลุ่มรวบรวมทาํ เป็นรายงานส่งครู
ข้นั ที่ ๔ นําไปใช้
๑. นักเรียนสามารถดูส่ือท้ังทางวทิ ยุ โทรทัศน์ และอนิ เทอร์เน็ตได้อย่างมวี จิ ารณญาณ รู้จกั พจิ ารณา
ใคร่ครวญก่อนทีจ่ ะเช่ือถือหรือปฏิบตั ติ าม จะช่วยป้ องกนั อนั ตรายท่ีเกดิ ขึน้ กบั ตนเองได้ ซึ่งสอดคล้อง
กบั หลกั ความมเี หตุผลตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง
๒. นกั เรียนแนะนาํ เพ่ือนหรือสมาชิกในครอบครัวใหด้ ูเร่ืองราวที่น่าสนใจจากสื่อรูปแบบต่าง ๆ ได้
อยา่ งเหมาะสม
ข้นั ท่ี ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปเกี่ยวกบั การฟังและการดูสิ่งที่เป็นความรู้และความบนั เทิง บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนฟังข่าวจากวิทยุ โทรทศั น์ หรืออินเทอร์เน็ต แลว้ เขียนสรุปข่าว เป็นการบา้ นเพื่อเตรียม
จดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ 104
๑. นกั เรียนเลือกข่าวหรือบทความที่ฟังจากวทิ ยุ ดูจากโทรทศั น์ หรือสืบคน้ จากอินเทอร์เน็ต แลว้ นาํ มาวเิ คราะห์
ถึงความน่าเช่ือถือของสิ่งที่ฟังหรือดูกบั เพื่อนในช้นั เรียน
๒. นกั เรียนร่วมกนั จดั ทาํ แผน่ ป้ ายความรู้เกี่ยวกบั ประโยชน์ของการฟังหรือการดูสิ่งท่ีเป็นความรู้และสิ่งที่เป็น
ความบนั เทิง แลว้ นาํ มาจดั ป้ ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียน
๓. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั การรับรู้ขอ้ มูลขา่ วสารทางสื่อรูปแบบต่าง ๆ ของประเทศเพ่ือนบา้ น
วา่ เป็นอยา่ งไร
๙. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
๑. แถบบนั ทึกเสียง
๒. วีดิทศั น์
๓. ตวั อยา่ งเรื่องที่เป็นความรู้และเรื่องที่เป็นความบนั เทิง
๔. สลาก
๕. แผน่ ป้ ายขอ้ ความ
๖. สื่อจากวทิ ยุ โทรทศั น์ อินเทอร์เน็ต
๗. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๘. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๙. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๑๐. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บันทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. สิ่งที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงชื่อ ผสู้ อน
/ /
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๕ 105
การวเิ คราะห์และจบั ประเดน็ จากเรื่องทฟี่ ังและดู
การวเิ คราะห์หรือวนิ ิจฉัยข้อเท็จจริงและข้อคดิ เห็นจากเร่ืองทฟ่ี ังและดู
และมารยาทในการฟังและการดู
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย เวลา ๒ ชว่ั โมง
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง การพฒั นาทกั ษะการฟังและการดู
๑. สาระสําคญั
การฟังและการดูอยา่ งมีประสิทธิภาพจะตอ้ งรู้หลกั การ ใชว้ จิ ารณญาณ และสามารถจบั ประเดน็ สาํ คญั วิเคราะห์
หรือวินิจฉยั ขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นของเร่ืองท่ีฟังหรือดู เพื่อจะไดร้ ู้วา่ ผสู้ ่งสารตอ้ งการส่ือสารในเร่ืองใด สารน้นั
มีความน่าเชื่อถือมากนอ้ ยเพียงใด และมีคุณค่าหรือประโยชนต์ ่อผอู้ ่านอยา่ งไรบา้ ง
๒. ตัวชี้วัดช้ันปี
๑. พดู สรุปใจความสาํ คญั ของเร่ืองท่ีฟังและดู ท ๓.๑ (ม. ๒/๑)
๒. วเิ คราะห์ขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ คิดเห็น และความน่าเชื่อถือของข่าวสารจากส่ือต่าง ๆ ท ๓.๑ (ม. ๒/๒)
๓. วิเคราะห์และวิจารณ์เรื่องท่ีฟังและดูอยา่ งมีเหตุผล เพือ่ นาํ ขอ้ คิดมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดาํ เนินชีวติ
ท ๓.๑ (ม. ๒/๓)
๔. พดู ในโอกาสต่าง ๆ ไดต้ รงตามวตั ถุประสงค์ ท ๓.๑ (ม. ๒/๔)
๕. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู ท ๓.๑ (ม. ๒/๖)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. จบั ใจความสาํ คญั จากเร่ืองท่ีฟังและดไู ด้ (K)
๒. วเิ คราะห์ขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเร่ืองท่ีฟังและดูได้ (K, P)
๓. วิเคราะห์วิจารณ์เรื่องท่ีฟังและดูอยา่ งมีวจิ ารณญาณ (K, P)
๔. นาํ ความรู้จากเร่ืองที่ฟังและดูไปใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจาํ วนั ได้ (P)
๕. มีมารยาทในการฟังและการดู (A)
๔. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ 106
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการฟังและการดู
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะการแสวงหา
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ความรู้
๓. ตรวจแบบทดสอบ
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
หลงั เรียน วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ประเมินมารยาทในการฟัง
และการดู
๕. สาระการเรียนรู้
๑. การวิเคราะห์และจบั ประเดน็ จากเรื่องท่ีฟังและดู
๒. การวิเคราะห์หรือวินิจฉยั ขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเรื่องท่ีฟังและดู
๓. มารยาทในการฟังและดู
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปเรื่องที่ฟังหรือดู
ศึกษาเร่ือง มารยาทในการฟังและดู
คณิตศาสตร์ แต่งประโยคภาษาองั กฤษท่ีเก่ียวกบั ความเกรงใจ
สงั คมศึกษาฯ ร้องเพลง
ภาษาต่างประเทศ ทาํ สมุดบนั ทึก
ศิลปะ
การงานอาชีพฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ท่ี ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ชั่วโมงท่ี ๒๒
๑. ครูเปิ ดแถบบนั ทึกเสียงข่าวหรือบทความส้นั ๆ ใหน้ กั เรียนฟัง แลว้ สนทนากบั นกั เรียนวา่ เป็นเร่ืองอะไร
มีใจความสาํ คญั วา่ อะไร
๒. ครูและนกั เรียนช่วยกนั สรุปความน่าเชื่อถือของเรื่องท่ีฟัง จากน้นั ครูนาํ สนทนาโยงเขา้ เรื่อง การวิเคราะห์
และจบั ประเดน็ จากเรื่องที่ฟังและดู
ข้นั ท่ี ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้ 107
๑. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่มละ ๔ คน ใหแ้ ตล่ ะกลุม่ ศึกษาเรื่อง การวิเคราะห์และจบั ประเดน็ จากเร่ืองท่ีฟัง
และดู และการวิเคราะห์หรือวินิจฉยั ขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเร่ืองที่ฟังและดู ในหนงั สือเรียน
รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เลม่ ๑ ตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี หวั ขอ้ ละ ๒ คน
คนที่ ๑–๒ ศึกษาเรื่อง การวิเคราะห์และจบั ประเดน็ จากเรื่องที่ฟังและดู
คนที่ ๓–๔ ศึกษาเร่ือง การวิเคราะห์หรือวนิ ิจฉยั ขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเร่ืองที่ฟังและดู
๒. นกั เรียนแต่ละคู่ศึกษาเรื่องที่ไดร้ ับมอบหมาย เสร็จแลว้ อธิบายใหเ้ พอื่ นในกลุ่มฟังจนเขา้ ใจครบทุกคน
ครูถามคาํ ถามเพื่อตรวจสอบความเขา้ ใจ
๓. ครูอ่านนิทานหรือบทความใหน้ กั เรียนฟัง ๑ เร่ือง ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มตอบคาํ ถามต่อไปน้ี
๑) เร่ืองท่ีฟังเป็นเรื่องเกี่ยวกบั ใคร ทาํ อะไร ท่ีไหน เม่ือไหร่ อยา่ งไร
๒) ไดค้ วามรู้หรือขอ้ คิดอะไรบา้ งจากเร่ืองท่ีฟัง
๓) มีส่วนใดเป็นขอ้ เทจ็ จริง ส่วนใดเป็นขอ้ คิดเห็น
๔) เร่ืองน้ีสามารถนาํ ไปปรับใชก้ บั ตนเองไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง
๔. นกั เรียนแต่ละกลุ่มตอบคาํ ถาม โดยเขียนเป็นแผนภาพความคิดส่งครู
ชั่วโมงท่ี ๒๓
๑. ครูสุ่มเรียกนกั เรียน ๒ คน ใหส้ รุปเร่ือง การวิเคราะห์และจบั ประเดน็ จากเรื่องท่ีฟังและดู และการวเิ คราะห์
หรือวนิ ิจฉยั ขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเรื่องท่ีฟังและดู คนละ ๑ หวั ขอ้ เพอ่ื เป็นการสรุป
๒. ครูแจกใบความรู้เร่ือง ประโยชนข์ องการฟัง แลว้ ร่วมสนทนาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ใบความรู้
๓. นกั เรียนร้องเพลง ความเกรงใจ แลว้ สนทนาเก่ียวกบั เน้ือเพลงและซกั ถามเก่ียวกบั มารยาทในการฟัง
และการดู
เพลง ความเกรงใจ
ความเกรงใจเป็นสมบตั ิของผดู้ ี
ตรองดูซีทุกคนกม็ ีหวั ใจ
เกิดเป็นคนถา้ หากไม่เกรงใจใคร
คนน้นั ไซร้ไร้คุณธรรมประจาํ ตน
๔. ครูและนกั เรียนสนทนาแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั ความเกรงใจวา่ ควรเกรงใจในเรื่องใดบา้ ง ช่วยกนั สรุป
และคิดประโยคภาษาองั กฤษท่ีเก่ียวกบั ความเกรงใจ นกั เรียนจดบนั ทึกลงสมุด
๕. นกั เรียนศึกษาเรื่อง มารยาทในการฟังและการดู ในหนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั
มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ แลว้ ช่วยกนั ยกตวั อยา่ งเพม่ิ เติมท่ีนอกเหนือจากในหนงั สือเรียน
๖. ครูแจกแบบประเมินตนเองดา้ นการฟังใหน้ กั เรียนทุกคน ใหแ้ ต่ละคนประเมินการฟังของตนเองส่งครู
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน 108
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเก่ียวกบั การวิเคราะห์และจบั ประเด็นจากเร่ืองที่ฟังและดู การวเิ คราะห์หรือวนิ ิจฉยั
ขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเร่ืองที่ฟังและดู และมารยาทในการฟังและการดู แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบ
ความถูกตอ้ ง
๒. ครูให้นักเรียนฟังเรื่องราวต่าง ๆ ท่ีเกยี่ วกบั อาเซียน ๕ เรื่อง ให้แต่ละกลุ่มช่วยกนั วเิ คราะห์และจับประเด็น
จากเรื่องที่ฟังและดูตามหัวข้อต่อไปนีส้ ่งครู
๑) สรุปใจความสําคญั
๒) วเิ คราะห์ข้อเท็จจริงและข้อคดิ เห็น
๓) วเิ คราะห์เรื่องท่ีฟังและดู
๔) บอกข้อคดิ หรือส่ิงที่มปี ระโยชน์
ข้นั ท่ี ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนนาํ ความรู้ไปใชใ้ นการฟังหรือการดูเร่ืองต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งมีวจิ ารณญาณ
๒. นกั เรียนสามารถเลือกฟังหรือดูส่ือต่าง ๆ ท่ีมีประโยชนต์ ่อตนเองไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ข้นั ที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปหลกั การวิเคราะห์และจบั ประเดน็ จากเรื่องที่ฟังและดู หลกั การวิเคราะห์
หรือวนิ ิจฉยั ขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คิดเห็นจากเร่ืองท่ีฟังและดู และมารยาทในการฟังและดู จดบนั ทึกลงสมุด
๒. นกั เรียนทาํ แบบทดสอบหลงั เรียน แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๓. ครูใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นในประเดน็ ที่วา่
• โดยทว่ั ไปคนเราจะเป็นผฟู้ ังมากกวา่ ผพู้ ดู แต่ถา้ นกั เรียนเป็นผพู้ ดู นกั เรียนคิดวา่ ในการพดู มีหลกั การ
อยา่ งไร
• นกั เรียนเคยพดู ในโอกาสใดบา้ งและมีวธิ ีการเตรียมตวั อยา่ งไร
แลว้ มอบหมายใหน้ กั เรียนศึกษาเน้ือหาในหน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ เร่ือง การพฒั นาทกั ษะการพดู ใน
หนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ ของบริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นา
พานิช จาํ กดั เป็นการบา้ นเพ่ือเตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนฟังรายการวทิ ยุ ดูรายการโทรทศั น์ หรือเปิ ดดูเวบ็ ไซตต์ ่าง ๆ ในอินเทอร์เน็ตในแต่ละวนั แลว้ จดบนั ทึก
สรุปความเร่ืองท่ีฟังและดู รวมเล่มเป็นสมุดบนั ทึกส่งครูทุกสปั ดาห์
๒. นกั เรียนฟังหรือดเู ร่ืองต่าง ๆ ในแต่ละวนั แลว้ นาํ มาวเิ คราะห์วิจารณ์ถึงความน่าเชื่อถือของเร่ืองกบั เพ่ือนใน
ช้นั เรียน
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบทดสอบหลงั เรียน
๒. แถบบนั ทึกเสียง
๓. ตวั อยา่ งข่าว หรือบทความส้นั ๆ 109
๔. ตวั อยา่ งนิทาน หรือบทความ
๕. ใบความรู้เรื่อง ประโยชนข์ องการฟัง
๖. เพลง ความเกรงใจ
๗. แบบประเมินตนเองดา้ นการฟัง
๘. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๙. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๑๑. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บันทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงที่ไมไ่ ดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงชื่อ ผสู้ อน
/ /
110
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๖ การพฒั นาทักษะการพูด
เวลา ๑๑ ช่ัวโมง
ผงั มโนทศั น์เป้ าหมายการเรียนรู้และขอบข่ายภาระงาน
ความรู้
๑. หลกั เกณฑก์ ารพดู และการใชภ้ าษาในการพดู
๒. การพดู เชิงวิเคราะห์วิจารณ์
๓. การพดู สรุปความและการกล่าวคาํ อวยพร
๔. การพดู ในที่ประชุมชนและการพดู หนา้ ช้นั เรียน
๕. การพดู ในที่ประชุม
๖. การพดู โนม้ นา้ วใจ
๗. มารยาทในการพดู
ภาระงาน/ชิ้นงาน การพฒั นา ทักษะและกระบวนการ
๑. ทาํ แบบทดสอบ ทกั ษะการพูด ๑. กระบวนการฟังและการดู
๒. อ่านจบั ใจความและสรุปความ ๒. กระบวนการพดู
๓. อภิปรายกลุ่ม ๓. กระบวนการอ่าน
๔. เขียนแผนภาพความคิด ๔. กระบวนการเขียน
๕. ฝึกพดู เชิงวิเคราะห์วิจารณ์ ๕. กระบวนการคิดวิเคราะห์
๖. เขียนรายงาน ๖. กระบวนการกลุ่ม
๗. ฝึกพดู ในโอกาสต่าง ๆ
๘. แสดงบทบาทสมมุติ
๙. จดบนั ทึกรายงานการประชุม
๑๐. วิเคราะห์ความน่าเช่ือถือของ
ขอ้ มลู โนม้ นา้ วใจ
๑๑. ทาํ ใบงาน
คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม
๑. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู
๒. มีมารยาทในการอ่านและมีนิสยั รักการอ่าน
๓. มีมารยาทในการเขียนและมีนิสยั รักการเขียน
๔. มีเจตคติท่ีดีต่อการเรียนภาษาไทย
111
ผงั การออกแบบการจัดการเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ การพฒั นาทักษะการพูด
ข้นั ที่ ๑ ผลลพั ธ์ปลายทางท่ตี ้องการให้เกดิ ขนึ้ กบั นักเรียน
ตวั ชี้วดั ช้ันปี
๑. พดู สรุปใจความสาํ คญั ของเรื่องท่ีฟังและดู ท ๓.๑ (ม. ๒/๑)
๒. วิเคราะห์ขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ คิดเห็น และความน่าเช่ือถือของขา่ วสารจากสื่อต่าง ๆ ท ๓.๑ (ม. ๒/๒)
๓. วิเคราะห์และวจิ ารณ์เรื่องที่ฟังและดูอยา่ งมีเหตุผล เพอื่ นาํ ขอ้ คิดมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดาํ เนินชีวิต
ท ๓.๑ (ม. ๒/๓)
๔. พดู ในโอกาสต่าง ๆ ไดต้ รงตามวตั ถุประสงค์ ท ๓.๑ (ม. ๒/๔)
๕. พดู รายงานเร่ืองหรือประเด็นที่ศึกษาคน้ ควา้ จากการฟัง การดู และการสนทนา ท ๓.๑ (ม. ๒/๕)
๖. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู ท ๓.๑ (ม. ๒/๖)
ความเข้าใจท่ีคงทนของนักเรียน คาํ ถามสําคญั ทที่ ําให้เกดิ ความเข้าใจท่ีคงทน
นักเรียนจะเข้าใจว่า...
๑. การพฒั นาทกั ษะการพดู เป็นการฝึกทกั ษะการ ๑. การพฒั นาทกั ษะการพดู ควรพฒั นาในเรื่องใดบา้ ง
ส่ือสารที่ผพู้ ดู จะตอ้ งรู้หลกั เกณฑก์ ารพดู เลือกใช้ ๒. การพดู เชิงวิเคราะห์วิจารณ์มีหลกั การอยา่ งไร
ภาษา มีกิริยาท่าทางที่เหมาะสม และมีมารยาทใน ๓. การพดู ในโอกาสต่าง ๆ มีอะไรบา้ ง มีวธิ ีการพดู
การพดู อยา่ งไร
๒. การพดู เชิงวิเคราะห์วิจารณ์เป็นการพดู แยกแยะ ๔. นกั เรียนจะพฒั นาทกั ษะการพดู ของตนเองได้
ขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ คิดเห็น ความน่าเชื่อถือของขอ้ มลู อยา่ งไรบา้ ง
๓. การพดู ในโอกาสต่าง ๆ เป็นการฝึ กทกั ษะการพดู ๕. การมีมารยาทในการพดู มีวธิ ีการปฏิบตั ิอยา่ งไรบา้ ง
ที่สามารถนาํ ไปใชใ้ นชีวติ ประจาํ วนั ได้
๔. มารยาทในการพดู เป็นลกั ษณะประจาํ ตวั ของผพู้ ดู
ท่ีสร้างความเช่ือมน่ั และความศรัทธาแก่ผฟู้ ังได้
ความรู้ของนักเรียนทน่ี ําไปสู่ความเข้าใจท่ีคงทน ทกั ษะ/ความสามารถของนักเรียนทีน่ ําไปสู่
นักเรียนจะรู้ว่า... ความเข้าใจที่คงทน นักเรียนจะสามารถ...
๑. คาํ สาํ คญั ไดแ้ ก่ ประสิทธิผล กลวธิ ี ปฐมภมู ิ ๑. บอกหลกั เกณฑท์ วั่ ไปของการพดู
ปฏิสนั ถาร การพดู ในท่ีประชุมชน การประเมินผล ๒. ใชภ้ าษาในการพดู ไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ
การประชุม องคป์ ระชุม มติ ญตั ติ เอกฉนั ท์ และบุคคล
โนม้ นา้ วใจ ๓. บอกหลกั การและพดู เชิงวิเคราะห์วิจารณ์ได้
๒. การพฒั นาทกั ษะการพดู เป็นการเสริมสร้างและ อยา่ งมีเหตุผล
ฝึกฝนการพดู ใหม้ ีประสิทธิภาพตรงตาม ๔. บอกหลกั การพดู และฝึ กพดู ในโอกาสต่าง ๆ ได้
วตั ถุประสงคแ์ ละความตอ้ งการของผพู้ ดู จนนาํ ไปใชใ้ นชีวติ จริง
112
๓. การพดู เชิงวิเคราะห์วิจารณ์ เป็นการพดู แยกแยะเร่ือง ๕. ปฏิบตั ิตนมีมารยาทในการพดู
ออกเป็นส่วนยอ่ ยอยา่ งพนิ ิจพิจารณา และมีความ
เป็ นกลาง
๔. การฝึกพดู ในโอกาสต่าง ๆ เป็นการฝึกพดู ตาม
หลกั การ และพฒั นาประสิทธิภาพการพดู ของตนเอง
๕. มารยาทในการพดู เป็นขอ้ ควรปฏิบตั ิในการพดู
เพือ่ ใหเ้ กียรติผฟู้ ังและสร้างบุคลิกภาพที่ดีใหก้ บั
ตวั ผพู้ ดู เอง
ข้นั ที่ ๒ ภาระงานและการประเมนิ ผลการเรียนรู้ซ่ึงเป็ นหลกั ฐานทแี่ สดงว่านักเรียนมผี ลการเรียนรู้
ตามท่ีกาํ หนดไว้อย่างแท้จริง
๑. ภาระงานท่ีนักเรียนต้องปฏบิ ัติ
๑.๑ จบั ใจความสาํ คญั สรุปความ แสดงความคิดเห็น และศึกษาคน้ ควา้ เร่ือง การพฒั นาทกั ษะการพดู
๑.๒ อภิปรายกลุ่ม
๑.๓ เขียนแผนภาพความคิด
๑.๔ ฝึกพดู เชิงวเิ คราะห์วิจารณ์
๑.๕ เขียนรายงาน
๑.๖ ฝึกพดู สรุปความ การกล่าวคาํ อวยพร การพดู ในท่ีประชุมชน การพดู หนา้ ช้นั เรียน การพดู ในที่ประชุม
การพดู โนม้ นา้ วใจ
๑.๗ แสดงบทบาทสมมุติ
๑.๘ จดบนั ทึกรายงานการประชุม
๑.๙ วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของขอ้ มลู โนม้ นา้ วใจ
๒. วธิ ีการและเครื่องมอื ประเมินผลการเรียนรู้
๒.๑ วิธีการประเมินผลการเรียนรู้ ๒.๒ เคร่ืองมือประเมินผลการเรียนรู้
๑) การทดสอบ ๑) แบบทดสอบก่อนและหลงั เรียน
๒) การสนทนาซกั ถาม ๒) แบบประเมินการอ่าน
๓) การสงั เกต ๓) แบบประเมินการเขียน
๔) การตรวจผลงาน/กิจกรรมเป็น ๔) แบบประเมินการฟังและการดู
รายบุคคลหรือรายกลุ่ม ๕) แบบประเมินการพดู
๕) การวดั เจตคติ ๖) แบบประเมินดา้ นคุณธรรม จริยธรรม
๖) การวดั ทกั ษะและกระบวนการ และค่านิยม
๗) แบบประเมินดา้ นทกั ษะและกระบวนการ
113
๓. ส่ิงทีม่ ุ่งประเมนิ
๓.๑ ความสามารถในการอธิบาย ช้ีแจง การแปลความและตีความ การประยกุ ต์ ดดั แปลง และนาํ ไปใช้
การมีมุมมองที่หลากหลาย การใหค้ วามสาํ คญั และใส่ใจในความรู้สึกของผอู้ ่ืน และการรู้จกั ตนเอง
๓.๒ ทกั ษะกระบวนการทางภาษา
๓.๓ สมรรถนะสาํ คญั ไดแ้ ก่ การส่ือสาร การคิด การแกป้ ัญหา การใชท้ กั ษะชีวิต และการใชเ้ ทคโนโลยี
๓.๔ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ เช่น รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซื่อสตั ยส์ ุจริต มีวนิ ยั ใฝ่ เรียนรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง
มุ่งมน่ั ในการทาํ งาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ
ข้นั ที่ ๓ แผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑๖ หลกั เกณฑก์ ารพดู และการใชภ้ าษาในการพดู เวลา ๑ ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๑๗ การพดู เชิงวิเคราะห์วจิ ารณ์ เวลา ๒ ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๘ การพดู สรุปความและการกล่าวคาํ อวยพร เวลา ๒ ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๙ การพดู ในที่ประชุมชนและการพดู หนา้ ช้นั เรียน เวลา ๒ ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒๐ การพดู ในท่ีประชุม เวลา ๒ ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒๑ การพดู โนม้ นา้ วใจ เวลา ๑ ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒๒ มารยาทในการพดู เวลา ๑ ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๖ 114
หลกั เกณฑ์การพูดและการใช้ภาษาในการพูด
เวลา ๑ ชวั่ โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ เร่ือง การพฒั นาทกั ษะการพูด
๑. สาระสําคญั
การส่งสารดว้ ยการพดู มีบทบาทสาํ คญั ในชีวติ ประจาํ วนั การท่ีจะพดู ใหม้ ีประสิทธิภาพจะตอ้ งมีความรู้
ในหลกั เกณฑก์ ารพดู การใชภ้ าษาท่ีจะส่งสารใหผ้ ฟู้ ังเขา้ ใจ รวมถึงวธิ ีการนาํ เสนอต่าง ๆ
๒. ตวั ชี้วดั ช้ันปี
๑. พดู สรุปใจความสาํ คญั ของเร่ืองที่ฟังและดู ท ๓.๑ (ม. ๒/๑)
๒. วิเคราะห์และวิจารณ์เร่ืองท่ีฟังและดูอยา่ งมีเหตุผล เพื่อนาํ ขอ้ คิดมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดาํ เนินชีวติ
ท ๓.๑ (ม. ๒/๓)
๓. พดู รายงานเร่ืองหรือประเดน็ ท่ีศึกษาคน้ ควา้ จากการฟัง การดู และการสนทนา ท ๓.๑ (ม. ๒/๕)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. อธิบายหลกั เกณฑก์ ารพดู และการใชภ้ าษาในการพดู ได้ (K)
๒. พดู วิเคราะห์เร่ืองที่ฟังและดูอยา่ งมีเหตุผล (K, P)
๓. อภิปรายแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เรื่องท่ีฟังและดูไดอ้ ยา่ งมีเหตุผล (K, P)
๔. มีความสุขในการเรียนภาษาไทย (A)
๔. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการพดู
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒.ประเมินทกั ษะการเขียนแผนภาพ
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ความคิด
๓. ตรวจแบบทดสอบ ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
ก่อนเรียน วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ประเมินเจตคติท่ีมีต่อการเรียน
ภาษาไทย
๕. สาระการเรียนรู้ 115
๑. หลกั เกณฑก์ ารพดู
๒. การใชภ้ าษาในการพดู
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปหลกั เกณฑก์ ารพดู และการใชภ้ าษาในการพดู
จดั ป้ ายนิเทศ
คณิตศาสตร์
ศิลปะ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้ันที่ ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ชั่วโมงท่ี ๒๔
๑. นกั เรียนทาํ แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. นกั เรียนอ่านตวั อยา่ งบทร้อยกรอง และร่วมกนั สนทนาเก่ียวกบั เน้ือความของบทร้อยกรอง แลว้ สรุป
เป็นหลกั การพดู ท่ีดีวา่ มีลกั ษณะอยา่ งไร
พดู ใดพดู ที่รู้ จริงจงั
พดู เพราะไตร่ตริตรอง รอบคอบ
พดู เพ่อื มโนหวงั ประโยชน์
พดู ถูกใครกช็ อบ คิดคา้ นผดิ เอง
(ดสุ ิตสมิต)
๓. ครูนาํ สนทนาโยงเขา้ เรื่อง หลกั เกณฑก์ ารพดู
ข้นั ท่ี ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่มละ ๕ คน ใหแ้ ตล่ ะคนจบั สลากศึกษาเร่ือง หลกั เกณฑก์ ารพดู และการใชภ้ าษา
ในการพดู ในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ ตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
คนท่ี ๑ ศึกษาเร่ือง การเลือกหวั ขอ้ เรื่องและการกาํ หนดวตั ถุประสงค์
คนท่ี ๒ ศึกษาเร่ือง การกาํ หนดขอบเขตและการรวบรวมขอ้ มลู
คนที่ ๓ ศึกษาเรื่อง การวางโครงเรื่องและการเรียบเรียงเร่ือง
คนท่ี ๔ ศึกษาเรื่อง การนาํ เสนอเรื่อง
คนที่ ๕ ศึกษาเรื่อง การใชภ้ าษาในการพดู
๒. นกั เรียนท่ีจบั สลากไดเ้ ร่ืองเดียวกนั ใหม้ าศึกษาดว้ ยกนั โดยการอภิปรายแสดงความคิดเห็นและสรุปเร่ือง
ที่ตนศึกษา
๓. นกั เรียนกลบั ไปยงั กลุ่มเดิมของตน อธิบายเรื่องท่ีไดศ้ ึกษาใหเ้ พือ่ นในกลุ่มฟังจนเขา้ ใจครบทุกคน แลว้
ช่วยกนั สรุปโดยเขียนเป็นแผนภาพความคิด
๔. นกั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมานาํ เสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน โดยอธิบายตามแผนภาพความคิด
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน 116
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเกี่ยวกบั หลกั เกณฑก์ ารพดู และการใชภ้ าษาในการพดู แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. ครูใหน้ กั เรียนดูวดี ิทศั นข์ องนกั พดู ที่มีชื่อเสียง แลว้ ใหส้ งั เกตหลกั เกณฑก์ ารพดู การใชภ้ าษาในการพดู
แลว้ ร่วมอภิปรายถึงขอ้ ดีขอ้ เสียของนกั พดู แต่ละคน
๓. นกั เรียนร่วมกนั สนทนาแสดงความคิดเห็นวา่ ในการพดู แต่ละคร้ังจาํ เป็นตอ้ งมีหลกั เกณฑก์ ารพดู ครบ
ทุกหลกั เกณฑห์ รือไม่ เพราะเหตุใด
ข้นั ท่ี ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนนาํ แนวคิดจากเรื่อง หลกั เกณฑก์ ารพดู และการใชภ้ าษาในการพดู ไปปรับใชใ้ นชีวติ ประจาํ วนั
๒. นักเรียนใช้ภาษาในการพดู ได้ถูกต้องเหมาะสมกบั กาลเทศะ โอกาส และระดับของบุคคลเพอ่ื เป็ นการ
ให้เกยี รตกิ บั ผู้ฟัง ซึ่งสอดคล้องตามเงอ่ื นไขคุณธรรมตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง
ข้นั ที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปหลกั เกณฑก์ ารพดู และการใชภ้ าษาในการพดู ตามแผนภาพความคิดท่ีแต่ละกลุ่ม
ทาํ ข้ึน
๒. ครูใหน้ กั เรียนคน้ หาความหมายของคาํ วา่ วิเคราะห์ และ วจิ ารณ์ แลว้ สรุปความแตกต่าง เป็นการบา้ น
เพื่อเตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนศึกษาเพม่ิ เติมเกี่ยวกบั หลกั เกณฑก์ ารพดู และการใชภ้ าษาในการพดู แลว้ นาํ ขอ้ มลู มาจดั ป้ ายนิเทศ
หนา้ ช้นั เรียน
๒. เชิญวิทยากรหรือนกั พดู ท่ีมีชื่อเสียงมาอบรมเกี่ยวกบั เทคนิคการพดู ที่มีประสิทธิภาพ
๓. นกั เรียนเขา้ ร่วมฟังการพดู ในโอกาสต่าง ๆ เช่น การประชุม การอภิปราย การแสดงปาฐกถา เพื่อเป็นการ
เพิ่มพนู ความรู้
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบทดสอบก่อนเรียน
๒. ตวั อยา่ งบทร้อยกรอง
๓. สลาก
๔. วีดิทศั นข์ องนกั พดู ที่มีชื่อเสียง
๕. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๖. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๗. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๘. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บนั ทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้ 117
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้ ลงช่ือ ผสู้ อน
แนวทางการพฒั นา
//
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. สิ่งที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๗ 118
การพูดเชิงวเิ คราะห์วจิ ารณ์
เวลา ๒ ชวั่ โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๖ เร่ือง การพฒั นาทกั ษะการพูด
๑. สาระสําคญั
การพดู เชิงวิเคราะห์วิจารณ์ เป็นการพดู แสดงความคิดเห็นโดยแยกแยะเรื่องแต่ละส่วนวา่ มีความสมั พนั ธ์
เก่ียวเน่ืองกนั อยา่ งไร มีเหตุผลประกอบชดั เจนหรือไม่ ผพู้ ดู ตอ้ งมีความรู้เรื่องที่จะพดู อยา่ งแทจ้ ริง มีใจเป็นกลาง
และตอ้ งระมดั ระวงั เรื่องของการใชภ้ าษาและกิริยาท่าทางที่เหมาะสมในการพดู ดว้ ย
๒. ตวั ชี้วดั ช้ันปี
๑. วเิ คราะห์ขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ คิดเห็น และความน่าเช่ือถือของข่าวสารจากส่ือต่างๆ ท ๓.๑ (ม. ๒/๒)
๒. วิเคราะห์และวิจารณ์เร่ืองท่ีฟังและดูอยา่ งมีเหตุผล เพ่ือนาํ ขอ้ คิดมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดาํ เนินชีวติ
ท ๓.๑ (ม. ๒/๓)
๓. พดู ในโอกาสต่าง ๆ ไดต้ รงตามวตั ถุประสงค์ ท ๓.๑ (ม. ๒/๔)
๔. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู ท ๓.๑ (ม. ๒/๖)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกหลกั การพดู เชิงวิเคราะห์วจิ ารณ์ได้ (K)
๒. พดู เชิงวเิ คราะห์วิจารณ์ไดอ้ ยา่ งมีเหตุผลและมีวิจารณญาณในการพดู (K, P)
๓. วิเคราะห์วิจารณ์การพดู ของบุคคลต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งมีเหตุผล และนาํ ความรู้ไปปรับใชก้ บั ตนเองได้ (P)
๔. มีมารยาทในการพดู (A)
๔. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ 119
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการพดู แสดง
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ความคิดเห็น
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ๒. ประเมินทกั ษะการเขียนรายงาน
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๓. ประเมินทกั ษะการแสวงหา
วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ความรู้
๒. ประเมินมารยาทในการพดู ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
๕. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๕. สาระการเรียนรู้
การพดู เชิงวิเคราะห์วจิ ารณ์
๖. แนวทางบูรณาการ ศึกษาเรื่อง การสร้างโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ในประเทศไทย
ศึกษาเรื่อง ประเพณีสงกรานตข์ องไทย/การเท่ียวสถานเริงรมย/์ การขายหวย
วิทยาศาสตร์ ออนไลน์
สงั คมศึกษาฯ จดั ป้ ายนิเทศ
ศึกษาเร่ือง การรักษาโรคดว้ ยสมุนไพร
ศิลปะ ศึกษาเร่ือง การเล่นเกมออนไลน์
สุขศึกษาฯ
การงานอาชีพฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้ันที่ ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ชั่วโมงที่ ๒๕
๑. ครูติดบตั รคาํ บนกระดาน ใหน้ กั เรียนระดมสมองอธิบายความหมายของคาํ ๒ คาํ น้ี
วจิ ารณ์ วเิ คราะห์
๒. ครูเปิ ดวดี ิทศั นก์ ารวเิ คราะห์ข่าวประจาํ วนั ใหน้ กั เรียนดู และใหน้ กั เรียนสงั เกตวิธีการนาํ เสนอข่าว
การวิเคราะห์ข่าว
๓. เมื่อดูจบแลว้ ใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั เน้ือหา วิธีการนาํ เสนอ การใชภ้ าษา น้าํ เสียง
กิริยาท่าทาง รวมถึงมารยาทของผนู้ าํ เสนอ แลว้ ครูนาํ สนทนาโยงเขา้ เร่ือง การพดู เชิงวิเคราะห์วิจารณ์
ข้ันท่ี ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้ 120
๑. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกบั การพดู วิเคราะห์วิจารณ์ข่าววา่ ควรมีหลกั การอยา่ งไรจึงจะถกู ตอ้ ง
และเหมาะสมกบั กาลเทศะ
๒. ครูใหน้ กั เรียนแต่ละคนศึกษาเรื่อง การพดู เชิงวิเคราะห์วิจารณ์ ในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน
ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ ภายในเวลา ๕ นาที
๓. ครูสุ่มถามนกั เรียนเพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจ และอธิบายเพ่ิมเติมเพ่อื ใหน้ กั เรียนเขา้ ใจมากข้ึน
๔. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มจบั สลากเลือกศึกษาเร่ืองตามหวั ขอ้ ท่ีครูกาํ หนดให้ กลุ่มละ ๑
หวั ขอ้ เช่น
๑) การเล่นสงกรานตข์ องไทย
๒) การหา้ มเยาวชนเท่ียวสถานเริงรมย์
๓) การขายหวยออนไลน์
๔) การสร้างโรงไฟฟ้ านิวเคลียร์ในประเทศไทย
๕) การรักษาโรคดว้ ยสมุนไพร
๖) เยาวชนติดเกมออนไลน์
๕. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมระดมสมองวางแผนพดู วิเคราะห์วจิ ารณ์ตามหวั ขอ้ ที่จบั ฉลากได้ เพอื่ นาํ เสนอใน
ชวั่ โมงต่อไป
ช่ัวโมงที่ ๒๖
๑. นกั เรียนช่วยกนั บอกหลกั การพดู เชิงวิเคราะห์วจิ ารณ์เป็นการทบทวน
๒. นกั เรียนช่วยกนั อธิบายหวั ใจสาํ คญั ของการพดู เชิงวิเคราะหว์ ิจารณ์ วา่ มีอะไรบา้ ง
๓. ครูซกั ถามถึงงานที่มอบหมายใหท้ าํ แลว้ ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมาพดู นาํ เสนอผลงาน
หนา้ ช้นั เรียน กลุ่มละประมาณ ๕ นาที ใหผ้ ฟู้ ังประเมินการพดู ตามแบบประเมินการพดู เชิงวิเคราะห์
วิจารณ์
๔. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปการพดู ของแต่ละกลุ่ม นกั เรียนจดบนั ทึกลงสมุด
ข้นั ท่ี ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเก่ียวกบั การพดู เชิงวเิ คราะห์วิจารณ์ แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
๒. นกั เรียนสงั เกตการพดู วิเคราะห์จากรายการโทรทศั นร์ ายการต่าง ๆ แลว้ เขียนสรุปประเดน็ สาํ คญั นาํ มา
อภิปรายแลกเปล่ียนความคิดเห็นกบั เพอื่ นในช้นั เรียน
๓. ครูแจกหวั ขอ้ เร่ืองหรือเหตุการณ์ท่ีน่าสนใจใหน้ กั เรียนกลุ่มละ ๑๐ หวั ขอ้ ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่ม
วิเคราะห์วิจารณ์ แลว้ เขียนเป็นรายงานส่งครู ครูนาํ ผลงานของแต่ละกลุ่มในแตล่ ะหวั ขอ้ ติดที่ป้ ายนิเทศ
หนา้ ช้นั เรียน
ข้นั ที่ ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนนาํ หลกั การพดู เชิงวเิ คราะห์วิจารณ์ไปใชพ้ ดู เรื่องต่าง ๆ ในการเรียนและในชีวติ ประจาํ วนั
๒. นกั เรียนพดู วเิ คราะห์วิจารณ์เหตุการณ์ในชีวิตประจาํ วนั อยา่ งมีเหตุผล
ข้นั ท่ี ๕ สรุป 121
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปหลกั การพดู เชิงวเิ คราะห์วจิ ารณ์ บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนเลือกข่าว ๑ ข่าว แลว้ เขียนสรุปความ เป็นการบา้ นเพื่อเตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนพดู วเิ คราะห์วิจารณ์เร่ืองใดเร่ืองหน่ึง อดั แถบบนั ทึกเสียงหรือทาํ เป็นวดี ิทศั นน์ าํ มาเปิ ดใหเ้ พ่ือน
ในช้นั เรียนฟังหรือดู
๒. นกั เรียนศึกษาเพิม่ เติมเกี่ยวกบั การพดู เชิงวิเคราะห์วิจารณ์จากรายการโทรทศั นโ์ ดยเฉพาะรายการวิเคราะห์ข่าว
แลว้ วิจารณ์การพดู ของพิธีกรวา่ เหมาะสมหรือไม่ จะเกิดผลกระทบอยา่ งไรตามมา
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๑. บตั รคาํ
๒. วดี ิทศั น์การวิเคราะห์ข่าวประจาํ วนั
๓. สลาก
๔. แบบประเมินการพดู เชิงวิเคราะห์วิจารณ์
๕. ตวั อยา่ งหวั ขอ้ เร่ืองหรือเหตุการณท์ ่ีน่าสนใจ
๖. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๗. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๘. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๙. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บนั ทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงชื่อ ผสู้ อน
/ /
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๘ 122
การพูดสรุปความและการกล่าวคาํ อวยพร
เวลา ๒ ชวั่ โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๖ เร่ือง การพฒั นาทกั ษะการพูด
๑. สาระสําคญั
การจบั ใจความสาํ คญั ของเรื่องที่อ่าน ฟัง หรือดูจะตอ้ งไดค้ วามครบถว้ นทุกประเดน็ จึงจะทาํ ใหพ้ ดู สรุปความ
ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
การกล่าวคาํ อวยพรจะตอ้ งเลือกใชค้ าํ ใหเ้ หมาะสมกบั บุคคลและโอกาสต่าง ๆ เพือ่ แสดงถึงความเคารพนบั ถือ
และมารยาทท่ีดีในการพดู
๒. ตัวชี้วดั ช้ันปี
๑. พดู สรุปใจความสาํ คญั ของเร่ืองท่ีฟังและดู ท ๓.๑ (ม. ๒/๑)
๒. พดู ในโอกาสต่าง ๆ ไดต้ รงตามวตั ถุประสงค์ ท ๓.๑ (ม. ๒/๔)
๓. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู ท ๓.๑ (ม. ๒/๖)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. สรุปใจความสาํ คญั หรือจบั ประเดน็ สาํ คญั จากเรื่องที่อ่านหรือฟังได้ (K)
๒. พดู สรุปความจากเร่ืองที่อ่านหรือฟังไดค้ รบถว้ นทุกประเดน็ (P)
๓. บอกหลกั การและพดู อวยพรในโอกาสต่าง ๆ ไดเ้ หมาะสมกบั บุคคล (K, P)
๔. ใชภ้ าษาในการพดู ไดเ้ หมาะสมกบั โอกาสกาลเทศะและบคุ คล (P, A)
๕. มีมารยาทในการพดู (A)
๔. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการพดู
และการฝึ กพดู เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ
วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ
๒. ประเมินมารยาทในการพดู
๕. สาระการเรียนรู้ 123
๑. การพดู สรุปความ
๒. การกล่าวคาํ อวยพร
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปหลกั การพดู สรุปความและการกล่าวคาํ อวยพร
ศึกษาเรื่อง เพลงชาติ
คณิตศาสตร์ ฝึกกล่าวคาํ อวยพรเป็นภาษาองั กฤษ
สงั คมศึกษาฯ
ภาษาต่างประเทศ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ท่ี ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ชั่วโมงท่ี ๒๗
๑. นกั เรียนอ่านบทความท่ีครูติดบนกระดาน แลว้ สนทนาถึงประเดน็ สาํ คญั ขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ คิดเห็นจาก
บทความ แลว้ ครูใหค้ วามรู้เสริมวา่ ชาติต่าง ๆ ในอาเซียนกม็ ีเพลงชาติดว้ ยเช่นกนั
เพลงชาติ
เพลงชาติมีหนา้ ท่ีเป็นเพลงประจาํ ชาติ เพื่อประชาชาติเป็นเพลงหลกั ของชาติ
ท่ีรวบรวมจิตใจคนในชาติใหเ้ ป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั ไดเ้ ป็นแหล่งรวมใจของคนใน
ชาติใหอ้ ยจู่ ุดเดียวกนั สร้างความรู้สึกสาํ นึกในความเป็นพ่ีนอ้ งและยงั สร้างความภมู ิใจ
ในศกั ด์ิศรี สิทธิ เสรีภาพ ระหวา่ งคนในชาติ และเพ่ือปลุกใจใหเ้ กิดความรักชาติดว้ ย
เพลงชาติไทยจึงแสดงถึงความเป็ นเอกราชท่ีชาติของเราไม่เป็ นเมืองข้ึนแก่ใคร
เป็นเพลงที่ถ่ายทอดประวตั ิศาสตร◌์
ความเป◌น็ มาของว◌ิญญาณชาติเป็นสญั ลกั ษณ์ของ
ชาติ เป็นอนุสรณ์ของจิตใจ เป็นเพลงท่ีอยเู่ หนือกาลเวลา อยเู่ หนือยคุ สมยั อยเู่ หนือ
ความรู้สึกนึกคิด และมีบทบาทหนา้ ที่ในการสร้างความรู้สึกท่ียง่ิ ใหญ่ใหก้ บั ปวงชน
๒. ครูและนกั เรียนช่วยกนั สรุปบทความท่ีอ่าน แลว้ ครูสนทนาโยงเขา้ เร่ือง การพดู สรุปความ
ข้นั ท่ี ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มศึกษาเรื่อง การพดู สรุปความ ในหนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน
ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑
๒. นกั เรียนศึกษาเร่ืองที่ไดร้ ับมอบหมายภายในเวลา ๕ นาที เสร็จแลว้ อภิปรายใหเ้ พอื่ นในกลุ่มฟัง
จนเขา้ ใจครบทุกคน
๓. ครูซกั ถามเพอ่ื ตรวจสอบความเขา้ ใจของทุกกลุ่ม แลว้ ใหน้ กั เรียนทาํ ใบงานที่ ๗ เร่ือง การพดู สรุปความ
แลว้ ช่วยกนั ประเมินการพดู ของเพอ่ื น
ช่ัวโมงท่ี ๒๘ 124
๑. นกั เรียนช่วยกนั บอกหลกั การพดู สรุปความเป็นการทบทวน แลว้ สอบถามนกั เรียนวา่ เรากล่าว
คาํ อวยพรเนื่องในโอกาสใด และกบั บุคคลใดไดบ้ า้ ง
๒. นกั เรียนศึกษาเร่ือง การกล่าวคาํ อวยพร ในหนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษา
ปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ แลว้ ช่วยกนั สรุปหลกั การกล่าวคาํ อวยพรในโอกาสต่าง ๆ
๓. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มจบั สลากเลือกกล่าวคาํ อวยพรในโอกาสใดโอกาสหน่ึง
ตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
๑) วนั เกิดเพื่อน
๒) วนั ปี ใหม่
๓) ไดร้ ับตาํ แหน่งใหม่
๔) ครบรอบวนั แต่งงาน
๕) ครบรอบสมาคมศิษยเ์ ก่า
๔. นกั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมากล่าวคาํ อวยพรตามที่จบั สลากได้ ครูและเพื่อนช่วยกนั แสดงความ
คิดเห็นติชม
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมที่เกี่ยวกบั การพดู สรุปความและการกล่าวคาํ อวยพร แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบความ
ถูกตอ้ ง
๒. นกั เรียนฝึกพดู สรุปความจากการอ่านหรือการฟัง ใหเ้ พ่ือนในกลุ่มประเมินการพดู และช่วยวิจารณ์
และเสนอแนะแนวทางแกไ้ ข
๓. นกั เรียนทาํ ใบงานท่ี ๘ เรื่อง การกล่าวคาํ อวยพร แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
ข้นั ท่ี ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนพดู สรุปความเร่ืองต่าง ๆ ในชีวติ ประจาํ วนั และในการเรียน
๒. นกั เรียนกล่าวอวยพรบุคคลต่าง ๆ ในโอกาสสาํ คญั ไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม
ข้นั ท่ี ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปหลกั การพดู สรุปความและการกล่าวคาํ อวยพร เขียนเป็นแผนภาพความคิด แลว้
บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนทบทวนวา่ ตนเองเคยพดู ในที่ประชุมชนบา้ งหรือไม่ ในโอกาสใด เป็นการบา้ นเพ่ือเตรียม
จดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนดูรายการโทรทศั นห์ รือวดี ิทศั น์การพดู สรุปความ แลว้ สงั เกตพิธีกรวา่ สามารถสรุปความเร่ืองต่าง ๆ
ไดค้ รบทุกประเดน็ หรือไม่ อยา่ งไร
๒. นกั เรียนฝึกพดู อวยพรในโอกาสต่าง ๆ เป็นภาษาองั กฤษ อาจทาํ เป็นการ์ดอวยพร
๓. นักเรียนอ่านเร่ืองท่ีเกีย่ วกบั ประเทศสมาชิกอาเซียนท่ีน่าสนใจ ๑ เร่ือง แล้วสรุปความส่งครู
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 125
๑. ตวั อยา่ งบทความ
๒. ใบงานท่ี ๗ เร่ือง การพดู สรุปความ
๓. สลาก
๔. ใบงานท่ี ๘ เร่ือง การกล่าวคาํ อวยพร
๕. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๖. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๗. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๘. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บนั ทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงช่ือ ผสู้ อน
/ /
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๙ 126
การพูดในทป่ี ระชุมชนและการพูดหน้าช้ันเรียน
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย เวลา ๒ ชวั่ โมง
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ เรื่อง การพฒั นาทกั ษะการพูด
๑. สาระสําคญั
ในชีวติ ประจาํ วนั บางคร้ังเราจาํ เป็นตอ้ งพดู ต่อหนา้ ประชุมชนในโอกาสต่าง ๆ ท้งั ที่มีการเตรียมตวั มาล่วงหนา้
และเป็นการเชิญใหพ้ ดู แบบฉบั พลนั รวมถึงการพดู หนา้ ช้นั เรียน ซ่ึงการจะพดู ใหม้ ีประสิทธิภาพน้นั จะตอ้ งมีความรู้
ในเรื่องวธิ ีการพดู และมีการฝึกฝนการพดู มาเป็นอยา่ งดี จึงจะพดู ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
๒. ตัวชี้วัดช้ันปี
๑. พดู สรุปใจความสาํ คญั ของเร่ืองท่ีฟังและดู ท ๓.๑ (ม. ๒/๑)
๒. พดู ในโอกาสต่าง ๆ ไดต้ รงตามวตั ถุประสงค์ ท ๓.๑ (ม. ๒/๔)
๓. พดู รายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาคน้ ควา้ จากการฟัง การดู และการสนทนา ท ๓.๑ (ม. ๒/๕)
๔. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู ท ๓.๑ (ม. ๒/๖)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกวธิ ีการพดู และพดู ในท่ีประชุมชนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม (K, P)
๒. บอกวธิ ีการพดู และพดู รายงานหนา้ ช้นั เรียนไดเ้ หมาะสม (K, P)
๓. ใชภ้ าษาในการพดู อยา่ งเหมาะสมและถกู กาลเทศะ (P, A)
๔. มีมารยาทในการพดู (A)
๔. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทกั ษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการพดู
และการฝึ กพดู เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะการเขียนแผนภาพ
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผิดชอบ ความคิด
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๓. ประเมินทกั ษะการแสวงหา
วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ความรู้
๒. ประเมินมารยาทในการพดู ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
๕. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๕. สาระการเรียนรู้ 127
๑. การพดู ในท่ีประชุมชน
๒. การพดู หนา้ ช้นั เรียน
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปการพดู ในที่ประชุมชน
จดั ป้ ายนิเทศ
คณิตศาสตร์ บนั ทึกเสียงการพดู
ศิลปะ
การงาน
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั ที่ ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงที่ ๒๙
๑. นกั เรียนดูวีดิทศั น์การพดู ในท่ีประชุมชน แลว้ สงั เกตการใชภ้ าษา น้าํ เสียง กิริยาท่าทาง และเน้ือความ
ท่ีพดู
๒. นกั เรียนร่วมสนทนาเก่ียวกบั ประสบการณ์การพดู ที่ไดพ้ บเห็นหรือไดเ้ ขา้ ร่วมกิจกรรมการพดู วา่ มี
ลกั ษณะเป็นอยา่ งไรบา้ ง
ข้นั ที่ ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มศึกษาเร่ือง การพดู ในที่ประชุมชน ในหนงั สือเรียน รายวชิ า
พ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑
๒. นกั เรียนแต่ละกลุ่มระดมสมอง อภิปรายแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั การพดู ในที่ประชุมชน แลว้ ร่วมกนั
สรุ ปเขียนเป็ นแผนภาพความคิด
๓. ครูสุ่มใหน้ กั เรียน ๒–๓ กลุ่ม ออกมารายงานหนา้ ช้นั เรียน เพือ่ ตรวจสอบความเขา้ ใจ
๔. ครูเปิ ดวดี ิทศั น์วธิ ีการพดู แต่ละแบบใหน้ กั เรียนดู แลว้ ใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็น
๑) การพดู โดยอ่านจากตน้ ฉบบั ที่เขียนไว้
๒) การพดู โดยการท่องจาํ
๓) การพดู อยา่ งฉบั พลนั
๔) การพดู ท่ีมีการเตรียมตวั ล่วงหนา้
๕. ครูใหน้ กั เรียนอาสาสมคั รออกมาสาธิตการพดู แต่ละวธิ ีใหเ้ พอ่ื นดูหนา้ ช้นั เรียน แลว้ ร่วมกนั สรุป
หาวิธีการท่ีดีท่ีสุดของการพดู แตล่ ะแบบ
ช่ัวโมงที่ ๓๐
๑. นกั เรียนช่วยกนั บอกวธิ ีการพดู ในท่ีประชุมชนเป็นการทบทวน แลว้ ใหน้ กั เรียนช่วยกนั บอกวธิ ีท่ีดี
ที่สุดท่ีสรุปกนั ในชวั่ โมงที่แลว้
128
๒. ครูซกั ถามนกั เรียนวา่ นกั เรียนมีวิธีการพดู หนา้ ช้นั เรียนอยา่ งไรใหผ้ ฟู้ ังประทบั ใจหรือเขา้ ใจในส่ิงท่ี
นกั เรียนพดู แลว้ ครูสรุปจากคาํ ตอบของนกั เรียน
๓. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มศึกษาเรื่อง การพดู หนา้ ช้นั เรียน ในหนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน
ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑
๔. นกั เรียนแต่ละกลุ่มวางแผนเตรียมพดู หนา้ ช้นั เรียนตามหวั ขอ้ ท่ีครูกาํ หนดให้ กลุ่มละ ๑ เร่ือง แลว้ ส่ง
ตวั แทนออกมาพดู หนา้ ช้นั เรียน
๕. เพือ่ นท่ีฟังร่วมกนั ประเมินการพดู ของตวั แทนแต่ละกลุ่ม พร้อมขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เติม เพื่อเป็นแนวทาง
ในการปรับปรุงแกไ้ ขและพฒั นาทกั ษะการพดู ของนกั เรียน
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมที่เก่ียวกบั การพดู ในที่ประชุมชนและการพดู หนา้ ช้นั เรียน แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบ
ความถูกตอ้ ง
๒. นกั เรียนศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกบั การพดู ในที่ประชุมชน แลว้ ฝึ กพดู ใหเ้ พอื่ นในกลุ่มเพอื่ นฟังและประเมิน
การพดู ส่งครู
๓. นกั เรียนร่วมกนั อภิปรายแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั การพดู หนา้ ช้นั เรียน พร้อมท้งั เขียนบทพดู เรื่องใด
เร่ืองหน่ึง แลว้ บนั ทึกลงแถบบนั ทึกเสียงส่งครู
ข้นั ท่ี ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนพดู ในที่ประชุมชนและพดู รายงานหนา้ ช้นั เรียนไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสมกบั กาลเทศะ
๒. นกั เรียนนาํ ความรู้ไปปรับใชใ้ นการพดู ในที่ประชุมชนและการพดู รายงานหนา้ ช้นั เรียนไดอ้ ยา่ งมี
ประสิทธิภาพ
ข้นั ท่ี ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปหลกั เกณฑก์ ารพดู ในที่ประชุมชนและการพดู รายงานหนา้ ช้นั เรียน บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนศึกษาการพดู ในที่ประชุม เป็นการบา้ นเพ่ือเตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนชมวีดิทศั นข์ องนกั พดู ที่มีช่ือเสียงหรือรายการโทรทศั นข์ องพิธีกรท่ีมีชื่อเสียง เพ่ือศึกษาเทคนิค
วธิ ีการพดู การดาํ เนินรายการของนกั พดู หรือพธิ ีกรคนน้นั ๆ
๒. นกั เรียนเขา้ ฟังการพดู ในโอกาสต่าง ๆ เช่น การพดู ในที่ประชุมชน การอภิปราย การนาํ เสนอเพื่อเป็นการ
เพิ่มพนู ความรู้
๓. นกั เรียนศึกษาเพิม่ เติมเก่ียวกบั การพดู ในที่ประชุมชนและการพดู หนา้ ช้นั เรียน แลว้ นาํ ขอ้ มลู มาจดั ป้ ายนิเทศ
หนา้ ช้นั เรียน
๙. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
๑. วดี ิทศั น์การพดู
๒. แบบประเมินการพดู
๓. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช 129
จาํ กดั
๔. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๕. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๖. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บนั ทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. สิ่งที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงชื่อ ผสู้ อน
/ /
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๒๐ 130
การพูดในท่ีประชุม
เวลา ๒ ชว่ั โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ เร่ือง การพฒั นาทกั ษะการพูด
๑. สาระสําคญั
การพดู ในท่ีประชุม ผพู้ ดู จะตอ้ งรู้หลกั การในการพดู และเตรียมขอ้ มลู ในเรื่องที่จะพดู ใหพ้ ร้อม เพ่อื จะไดแ้ สดง
ความคิดเห็นไดอ้ ยา่ งมีเหตุผล และไดข้ อ้ สรุปหรือมติท่ีเป็นประโยชน์ต่อท่ีประชุม
๒. ตวั ชี้วดั ช้ันปี
๑. วิเคราะห์และวิจารณ์เร่ืองที่ฟังและดูอยา่ งมีเหตุผล เพ่ือนาํ ขอ้ คิดมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดาํ เนินชีวติ
ท ๓.๑ (ม. ๒/๓)
๒. พดู ในโอกาสต่าง ๆ ไดต้ รงตามวตั ถุประสงค์ ท ๓.๑ (ม. ๒/๔)
๓. พดู รายงานเรื่องหรือประเด็นท่ีศึกษาคน้ ควา้ จากการฟัง การดู และการสนทนา ท ๓.๑ (ม. ๒/๕)
๔. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู ท ๓.๑ (ม. ๒/๖)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกหลกั การพดู และพดู ในที่ประชุมไดถ้ ูกตอ้ งตามหลกั การ (K, P)
๒. จดบนั ทึกรายงานการประชุมไดค้ รบถว้ นทุกประเดน็ (K)
๓. นาํ ความรู้เก่ียวกบั การพดู ในที่ประชุมไปปรับใชใ้ นชีวิตประจาํ วนั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม (P)
๔. พดู ในที่ประชุมอยา่ งมีมารยาท (A)
๔. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการพดู
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะการแสวงหา
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผิดชอบ ความรู้
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
วนิ ยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ประเมินมารยาทในการพดู
๕. สาระการเรียนรู้ 131
การพดู ในท่ีประชุม
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปหลกั การพดู ในที่ประชุม
จดั ป้ ายนิเทศ
คณิตศาสตร์
การงานอาชีพฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้ันท่ี ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงที่ ๓๑
๑. ครูสนทนากบั นกั เรียนเกี่ยวกบั การประชุม แลว้ ซกั ถามนกั เรียนวา่ เคยเขา้ ร่วมการประชุมหรือไม่
เป็นอยา่ งไร
๒. นกั เรียนดูวีดิทศั น์เก่ียวกบั การพดู ในท่ีประชุมหรือสนทนาเก่ียวกบั ประสบการณ์ท่ีเคยพบเห็นหรือ
เคยเขา้ ร่วมประชุมวา่ มีวิธีการพดู อยา่ งไร
๓. ครูนาํ สนทนาโยงเขา้ เร่ือง การพดู ในท่ีประชุม
ข้นั ที่ ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั การพดู ในที่ประชุมตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
๑) ขอ้ ปฏิบตั ิของการพดู ในท่ีประชุม
๒) องคป์ ระกอบของการประชุม
๓) หนา้ ที่ของผเู้ ขา้ ร่วมประชุม
๔) วธิ ีดาํ เนินการประชุม
๕) ศพั ทท์ ่ีใชใ้ นการดาํ เนินการประชุม
๖) ประโยชนข์ องการประชุม
๒. ครูแจกแบบรายงานหรือบนั ทึกการประชุม แลว้ อธิบายวิธีการบนั ทึกรายงานการประชุมใหน้ กั เรียน
เขา้ ใจ
๓. ครูต้งั คาํ ถามถามนกั เรียนเพ่ือตรวจสอบความเขา้ ใจ เช่น
๑) การพดู ในท่ีประชุมมีวตั ถุประสงคเ์ พ่ืออะไร
๒) นกั เรียนคิดวา่ ผเู้ ขา้ ร่วมประชุมควรรักษามารยาทในการประชุมอยา่ งไรบา้ ง
๓) ประโยชนข์ องการพดู ในท่ีประชุมคืออะไรบา้ ง
๔. ครูติดบตั รคาํ บนกระดาน แลว้ ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มจบั สลากเลือกบตั รคาํ กลุ่มละ ๑ บตั รคาํ เขียนหนา้ ท่ี
ของผเู้ ขา้ ร่วมประชุม จากบตั รคาํ ท่ีจบั สลากไดภ้ ายในเวลาที่ครูกาํ หนด กลุ่มใดเขียนเสร็จก่อนใหย้ กมือข้ึน
เมื่อหมดเวลาครูตรวจสอบความถกู ตอ้ ง กลุ่มที่เสร็จก่อนและตอบถูกตอ้ งมากที่สุดรับรางวลั จากครู
ประธาน รองประธาน เลขานุการ ผเู้ ขา้ ประชุม
132
๕. แบ่งนกั เรียนออกเป็น ๒ กลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มวางแผนเตรียมจดั การประชุมในชว่ั โมงถดั ไปตามหวั ขอ้
เรื่องท่ีกาํ หนดให้ (อาจเลือกหวั ขอ้ เร่ืองอื่นตามความเหมาะสม)
กลุม่ ท่ี ๑ เรื่อง การรักษาความสะอาดหอ้ งเรียน
กลุม่ ท่ี ๒ เร่ือง การพฒั นาส่ิงแวดลอ้ มในโรงเรียน
ช่ัวโมงที่ ๓๒
๑. ครูสนทนากบั นกั เรียนเก่ียวกบั การพดู ในท่ีประชุมและองคป์ ระกอบของการประชุม เพ่ือเป็นการทบทวน
๒. ครูซกั ถามถึงงานท่ีมอบหมายใหท้ าํ แลว้ ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มดาํ เนินการประชุมตามหวั ขอ้ ที่ไดเ้ ตรียมมา
โดยดาํ เนินการตามข้นั ตอนและวิธีการที่ไดเ้ รียนมา ใหเ้ ลขานุการในท่ีประชุมจดบนั ทึกรายงานการประชุม
ลงในแบบรายงานหรือบนั ทึกการประชุม
๓. เม่ือสิ้นสุดการประชุม ครูและนกั เรียนช่วยกนั วจิ ารณ์บทบาทของแต่ละคนในการประชุม เช่น ประธาน
ผเู้ ขา้ ร่วมประชุม มีวิธีการพดู ท่ีดีหรือไม่ มีขอ้ ดี ขอ้ เสียอยา่ งไร (ตามแบบประเมินการพดู ในท่ีประชุม)
๔. ครูอธิบายเพมิ่ เติมในส่วนท่ีดีและส่วนท่ีตอ้ งแกไ้ ขในการจดั การประชุมของแต่ละกลุ่ม และร่วมกนั สรุป
นกั เรียนจดบนั ทึกลงสมุด
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเก่ียวกบั การพดู ในท่ีประชุม แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
๒. ครูใหน้ กั เรียนดูวดี ิทศั นก์ ารประชุม แลว้ ใหแ้ ต่ละกลุ่มร่วมกนั วจิ ารณ์การประชุมวา่ มีขอ้ ดีและขอ้ บกพร่อง
อะไรบา้ ง และนกั เรียนมีขอ้ เสนอแนะอะไรบา้ ง เสร็จแลว้ ส่งครู ครูสรุปผลและอธิบายใหน้ กั เรียนเขา้ ใจ
๓. นกั เรียนแต่ละกลุ่มจดั การประชุมการทาํ รายงานของกลุ่มเรื่องใดเรื่องหน่ึง แลว้ บนั ทึกรายงานการประชุม
ส่งครู
ข้นั ที่ ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนนาํ ความรู้เกี่ยวกบั การพดู ในที่ประชุมไปปรับใชใ้ นการเรียนและในชีวติ ประจาํ วนั
๒. นกั เรียนพดู ในที่ประชุมเร่ืองต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งมีเหตุผล
ข้นั ที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปหลกั การพดู ในท่ีประชุม เขียนเป็นแผนภาพความคิด แลว้ บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนฟังหรืออ่านโฆษณา ๑ โฆษณา แลว้ เขียนความรู้สึกเมื่อฟังหรืออ่านโฆษณาน้นั เป็นการบา้ น
เพอื่ เตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนดูโทรทศั นร์ ายการท่ีเก่ียวกบั การประชุม แลว้ ร่วมกนั แสดงความคิดเห็นภายในกลุ่ม
๒. นกั เรียนศึกษาคน้ ควา้ เพิ่มเติมเกี่ยวกบั หลกั การพดู ในท่ีประชุม แลว้ นาํ ความรู้มาจดั ป้ ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียน
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 133
๑. วีดิทศั นเ์ ก่ียวกบั การพดู ในท่ีประชุม
๒. แบบรายงานหรือบนั ทึกการประชุม
๓. บตั รคาํ
๔. วีดิทศั น์การประชุม
๕. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๖. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๗. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั
๘. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บันทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. ส่ิงที่ไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงชื่อ ผสู้ อน
/ /
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒๑ 134
การพูดโน้มน้าวใจ
เวลา ๑ ชว่ั โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ เรื่อง การพฒั นาทกั ษะการพูด
๑. สาระสําคญั
การพดู โนม้ นา้ วใจ เป็นการพดู ใหผ้ ฟู้ ังเชื่อถือและเห็นคลอ้ ยตาม ซ่ึงผพู้ ดู จะตอ้ งมีศิลปะในการพดู เป็นอยา่ งมาก
จะตอ้ งรู้จกั ใชเ้ หตุผล ขอ้ เทจ็ จริง และความน่าเชื่อถือของขอ้ มลู มาประกอบเพ่อื ใหเ้ กิดความเชื่อมนั่ และไวว้ างใจ
๒. ตัวชี้วดั ช้ันปี
๑. วิเคราะห์ขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ คิดเห็น และความน่าเช่ือถือของข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ ท ๓.๑ (ม. ๒/๒)
๒. วิเคราะห์และวิจารณ์เร่ืองท่ีฟังและดูอยา่ งมีเหตุผล เพ่อื นาํ ขอ้ คิดมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดาํ เนินชีวติ
ท ๓.๑ (ม. ๒/๓)
๓. พดู ในโอกาสต่าง ๆ ไดต้ รงตามวตั ถุประสงค์ ท ๓.๑ (ม. ๒/๔)
๔. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู ท ๓.๑ (ม. ๒/๖)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกหลกั การพดู โนม้ นา้ วใจและพดู โนม้ นา้ วใจไดอ้ ยา่ งมีเหตุผล (K)
๒. วิเคราะห์ขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ คิดเห็น และความน่าเชื่อถือจากเร่ืองที่ฟังและดูไดอ้ ยา่ งเหมาะสม (K, P)
๓. ใชภ้ าษาในการพดู โนม้ นา้ วใจไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสมกบั กาลเทศะ (K, A)
๔. มีมารยาทในการพดู (A)
๔. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการพดู
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะการเขียนแผนภาพ
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผดิ ชอบ ความคิด
ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
วนิ ยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ประเมินมารยาทในการพดู
๕. สาระการเรียนรู้ 135
การพดู โนม้ นา้ วใจ
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปการพดู โนม้ นา้ วใจ
พดู โนม้ นา้ วใจเป็นภาษาองั กฤษ
คณิตศาสตร์ ศึกษาโฆษณาจากสื่อสารสนเทศต่าง ๆ /ทาํ สมุดโฆษณา
ภาษาต่างประเทศ
การงานอาชีพฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้ันท่ี ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงท่ี ๓๓
๑. ครูใหน้ กั เรียนอาสาสมคั ร ๒ คน อ่านขอ้ ความที่กาํ หนดใหค้ นละ ๑ ขอ้ ความ
ข้อความท่ี ๑
ยาสีฟันขาวจงั ผสมดว้ ยสมุนไพรฟลอู อไรดแ์ ละเกลือท่ีมีประโยชน์
ทาํ ใหแ้ ปรงฟันแลว้ ฟันขาวสะอาด กาํ จดั เช้ือแบคทีเรียในช่องปากไดห้ มดสิ้น
ข้อความที่ ๒
การเล่นเกมออนไลน์ แมจ้ ะมีประโยชนอ์ ยบู่ า้ งท่ีเป็นการฝึกสมองประลองไหวพริบ
ไดฝ้ ึกใชค้ อมพวิ เตอร์ ไดฝ้ ึกภาษาองั กฤษบา้ ง แต่ถา้ เล่นจนติดน้นั เกิดโทษมากกวา่ เกิดประโยชน์
นอกจากจะเสียการเรียน เสียสายตา บน่ั ทอนสุขภาพ และยงั สร้างนิสยั ท่ีชอบความรุนแรง
เม่ือฟังอยา่ งน้ีแลว้ ลองคิดดูซิวา่ เราควรจะเล่นใหอ้ ยใู่ นขอบเขตไม่มากจนเกินไป ควรจะเล่น
เพ่ือเป็นการศึกษามากกวา่ จะเล่นจนติดงอมแงม
๒. ครูและนกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ขอ้ ความที่ฟังท้งั ๒ ขอ้ ความวา่ มีขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ คิดเห็น
และความน่าเชื่อถือมากนอ้ ยเพียงใด จากน้นั ครูนาํ สนทนาโยงเขา้ เร่ือง การพดู โนม้ นา้ วใจ
ข้นั ที่ ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ครูติดบตั รคาํ คาํ วา่ โฆษณา โนม้ นา้ วใจ บนกระดาน นกั เรียนช่วยกนั อธิบายความหมายของคาํ ท้งั ๒ คาํ
เปรียบเทียบวา่ เหมือนหรือแตกต่างกนั อยา่ งไร
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่มละ ๔ คน ใหแ้ ต่ละกลุ่มศึกษาเรื่อง การพดู โนม้ นา้ วใจ ในหนงั สือเรียน รายวิชา
พ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑
๓. นกั เรียนแต่ละกลุ่มศึกษาเร่ืองที่ไดร้ ับมอบหมาย แลว้ สรุปเขียนเป็นแผนภาพความคิด เสร็จแลว้ ร่วมกนั
อธิบายใหเ้ พ่ือนในกลุ่มฟัง จนเขา้ ใจกนั ครบทุกคน
๔. ครูสุ่มถามนกั เรียนเพอื่ ตรวจสอบความเขา้ ใจ
136
๕. นกั เรียนแต่ละกลุ่มจบั สลากเพ่ือฝึกพดู โนม้ นา้ วใจในเรื่องท่ีครูกาํ หนดให้ กลุ่มละ ๑ เร่ือง เสร็จแลว้ ให้
แต่ละกลุ่มวางแผนเพื่อเตรียมการพดู หนา้ ช้นั เรียน
๖. นกั เรียนและครูประเมินการพดู ของแต่ละกลุ่มตามแบบประเมินการพดู แลว้ ช่วยกนั สรุปผลการพดู ของ
แต่ละกลุ่ม
ข้นั ที่ ๓ ฝึ กฝนผ้เู รียน
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเกี่ยวกบั การพดู โนม้ นา้ วใจ แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
๒. นกั เรียนทาํ ใบงานท่ี ๙ เร่ือง การพดู โนม้ นา้ วใจ แลว้ ช่วยกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
๓. นกั เรียนรวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั การโฆษณาและการโนม้ นา้ วใจท่ีพบเห็นตามสื่อสารสนเทศต่าง ๆ
แลว้ วิเคราะห์ความน่าเช่ือถือ ทาํ เป็นผลงานส่งครูและนาํ ไปเกบ็ ในแฟ้ มสะสมผลงาน
ข้นั ท่ี ๔ นําไปใช้
๑. นกั เรียนพดู โนม้ นา้ วใจในโอกาสต่าง ๆ ไดถ้ ูกตอ้ งเหมาะสม
๒. นกั เรียนนาํ ความรู้การพดู โนม้ นา้ วใจไปปรับใชใ้ นในการเรียนและในชีวติ ประจาํ วนั
ข้นั ที่ ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปหลกั การพดู โนม้ นา้ วใจ บนั ทึกลงสมุด
๒. ครูใหน้ กั เรียนเขียนอธิบายลกั ษณะของการมีมารยาทในการพดู และการไมม่ ีมารยาทในการพดู เป็น
การบา้ นเพอ่ื เตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนรวบรวมโฆษณาท่ีมีลกั ษณะโนม้ นา้ วใจท่ีพบเห็นในชีวติ ประจาํ วนั ทาํ เป็นสมุดโฆษณา
๒. นกั เรียนพดู โนม้ นา้ วใจเรื่องใดเร่ืองหน่ึง เป็นภาษาองั กฤษใหเ้ พื่อนในกลุ่มฟัง
๓. นักเรียนฝึ กพดู โน้มน้าวใจในหัวข้อทเี่ กย่ี วกบั อาเซียน เช่น เยาวชนไทยก้าวไกลสู่อาเซียน โดยให้นักเรียนพูด
โน้มน้าวใจให้เพอื่ นเห็นความสําคญั และตนื่ ตัวในการอยู่ร่วมกนั ในประชาคมอาเซียน
๙. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
๑. ตวั อยา่ งขอ้ ความ
๒. บตั รคาํ
๓. สลาก
๔. แบบประเมินการพดู
๕. ใบงานที่ ๙ เร่ือง การพดู โนม้ นา้ วใจ
๖. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๗. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๘. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 137
๙. ส่ือการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บันทกึ หลงั การจัดการเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. สิ่งท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงช่ือ ผสู้ อน
/ /
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒๒ 138
มารยาทในการพูด
เวลา ๑ ชว่ั โมง
สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๖ เรื่อง การพฒั นาทกั ษะการพูด
๑. สาระสําคญั
ในการส่งสารดว้ ยการพดู นอกจากผพู้ ดู จะตอ้ งเตรียมขอ้ มลู ในเร่ืองที่พดู ใหม้ ีเหตุผลชดั เจนแลว้ ผพู้ ดู จะตอ้ ง
เลือกใชภ้ าษา กิริยาท่าทาง น้าํ เสียงที่เหมาะสมกบั บุคคลและถูกตอ้ งตามกาลเทศะดว้ ย
๒. ตวั ชี้วดั ช้ันปี
๑. วเิ คราะห์ขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ คิดเห็น และความน่าเชื่อถือของข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ ท ๓.๑ (ม. ๒/๒)
๒. วิเคราะห์และวจิ ารณ์เร่ืองท่ีฟังและดูอยา่ งมีเหตุผล เพือ่ นาํ ขอ้ คิดมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดาํ เนินชีวิต
ท ๓.๑ (ม. ๒/๓)
๓. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพดู ท ๓.๑ (ม. ๒/๖)
๓. จุดประสงค์การเรียนรู้
๑. บอกขอ้ ปฏิบตั ิในการมีมารยาทในการพดู ได้ (K)
๒. จบั ใจความสาํ คญั วิเคราะห์ วจิ ารณ์เรื่องที่ฟังหรือดูได้ (K, P)
๓. ใชภ้ าษาในการพดู ไดเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์ (P)
๔. มีมารยาทในการพดู (A)
๔. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านทักษะและกระบวนการ (P)
และค่านิยม (A)
๑. สงั เกตการตอบคาํ ถาม ๑. ประเมินพฤติกรรมในการทาํ งาน ๑. ประเมินทกั ษะการพดู
และการแสดงความคิดเห็น เป็นรายบุคคลในดา้ นความสนใจ ๒. ประเมินทกั ษะการเขียนแผนภาพ
๒. ตรวจผลการทาํ กิจกรรม และต้งั ใจเรียน ความรับผิดชอบ ความคิด
๓. ตรวจแบบทดสอบ ในการทาํ กิจกรรม ความมีระเบียบ ๓. ประเมินทกั ษะกระบวนการคิด
หลงั เรียน วินยั ในการทาํ งาน ฯลฯ ๔. ประเมินทกั ษะกระบวนการกลุ่ม
๒. ประเมินมารยาทในการพดู
๕. สาระการเรียนรู้ 139
มารยาทในการพดู
๖. แนวทางบูรณาการ เขียนแผนภาพความคิดสรุปมารยาทในการพดู
ศึกษาเร่ือง มารยาทในการพดู
คณิตศาสตร์ ศึกษาประโยคภาษาองั กฤษที่เก่ียวกบั มารยาทในการพดู
สงั คมศึกษาฯ แสดงบทบาทสมมุติ/จดั ป้ ายนิเทศ
ภาษาต่างประเทศ ทาํ แผน่ ป้ ายขอ้ ความ
ศิลปะ
การงานอาชีพฯ
๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้ันท่ี ๑ นําเข้าสู่บทเรียน
ช่ัวโมงที่ ๓๔
๑. ครูสมมุติสถานการณ์ใหน้ กั เรียนอาสาสมคั รออกมาพดู หนา้ ช้นั เรียนใหเ้ พื่อนฟัง ดงั น้ี
คนท่ี ๑ พดู โดยมีมารยาทในการพดู
คนท่ี ๒ พดู โดยไม่มีมารยาทในการพดู
๒. นกั เรียนที่ฟังร่วมกนั วิจารณ์การพดู ของเพื่อนท้งั ๒ คน จากน้นั ครูนาํ สนทนาโยงเขา้ เร่ือง มารยาทใน
การพดู
ข้นั ที่ ๒ กจิ กรรมการเรียนรู้
๑. ครูสนทนากบั นกั เรียนเก่ียวกบั มารยาทในการพดู วา่ ตอ้ งพจิ ารณาในเร่ืองใดบา้ ง แลว้ ครูใหน้ กั เรียนร่วม
แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั มารยาทตามหวั ขอ้ ต่อไปน้ี
๑) การแต่งกาย
๒) การแสดงออก
๓) การใชค้ าํ พดู
๔) การรักษาเวลาในการพดู
๕) การควบคุมอารมณ์
๖) การรับฟังความคิดเห็นของผอู้ ื่น
๒. แบ่งนกั เรียนออกเป็นกลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลุ่มร่วมกนั สรุปความคิดเห็นจากขอ้ ๑ เขียนเป็นแผนภาพความคิด
ส่งครู
๓. ครูอ่านเร่ืองที่เกี่ยวกบั มารยาทในการพดู ใหน้ กั เรียนฟัง ใหน้ กั เรียนช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมของตวั ละคร
แต่ละตวั จากเร่ืองท่ีครูอ่านวา่ มีมารยาทในการพดู หรือไม่ อยา่ งไร
๔. ครูกาํ หนดสถานการณ์ท่ีเก่ียวกบั การมีมารยาทในการพดู และการไม่มีมารยาทในการพดู ใหแ้ ต่ละกลุ่ม
จบั สลาก และออกมาแสดงบทบาทสมมุติใหเ้ พือ่ นดูหนา้ ช้นั เรียน
๕. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั การนาํ เสนอของเพือ่ นแต่ละกลุ่ม
ข้นั ท่ี ๓ ฝึ กฝนผู้เรียน 140
๑. นกั เรียนทาํ กิจกรรมท่ีเกี่ยวกบั มารยาทในการพดู แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๒. นกั เรียนสงั เกตการพดู ของเพ่ือนในช้นั เรียนประมาณ ๕ คน ทาํ แบบประเมินมารยาทในการพดู ของ
เพื่อนส่งครู
๓. นกั เรียนแต่ละกลุ่มศึกษาเพม่ิ เติมเกี่ยวกบั มารยาทในการพดู นาํ ความรู้มาจดั ป้ ายนิเทศหนา้ ช้นั เรียน
ข้นั ท่ี ๔ นําไปใช้
๑. นักเรียนพดู ในโอกาสต่าง ๆ ได้อย่างมีมารยาท โดยคาํ นึงถงึ กาลเทศะ โอกาส และเหมาะสมกบั บุคคล
แสดงถึงการให้เกยี รตผิ ้อู น่ื ซ่ึงสอดคล้องกบั เงอ่ื นไขคุณธรรมตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง
๒. นกั เรียนนาํ ความรู้เกี่ยวกบั มารยาทในการพดู ไปปรับใชใ้ นการเขียนและในชีวิตประจาํ วนั
ข้นั ท่ี ๕ สรุป
๑. นกั เรียนร่วมกนั สรุปมารยาทในการพดู จากแผนภาพความคิดท่ีแต่ละกลุม่
๒. นกั เรียนทาํ แบบทดสอบหลงั เรียน แลว้ ช่วยกนั เฉลยคาํ ตอบ
๓. ครูใหน้ กั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นในประเดน็ ท่ีวา่
• นกั เรียนคิดวา่ การเป็นผพู้ ดู ท่ีดีไดจ้ ะตอ้ งอาศยั ทกั ษะการอ่านหรือไม่ อยา่ งไร
• นกั เรียนคิดวา่ การพดู กบั การอ่าน มีการใชน้ ้าํ เสียงต่างกนั หรือไม่ อยา่ งไร
แลว้ มอบหมายใหน้ กั เรียนศึกษาเน้ือหาในหน่วยการเรียนรู้ที่ ๗ เรื่อง การพฒั นาทกั ษะการอ่าน ใน
หนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ ของบริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นา
พานิช จาํ กดั เป็นการบา้ นเพอื่ เตรียมจดั การเรียนรู้คร้ังต่อไป
๘. กจิ กรรมเสนอแนะ
๑. นกั เรียนช่วยกนั คิดขอ้ ความหรือสาํ นวนในภาษาไทยที่เก่ียวกบั มารยาทในการพดู และประโยคภาษาองั กฤษ
ที่เก่ียวกบั มารยาทในการพดู ทาํ เป็นแผน่ ป้ ายติดในช้นั เรียน
๒. นกั เรียนสงั เกตการพดู ของพิธีกรรายการโทรทศั นห์ รือนกั จดั รายการวทิ ยวุ า่ มีมารยาทในการพดู หรือไม่
แลว้ นาํ มาอภิปรายร่วมกนั ในช้นั เรียน
๙. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้
๑. แบบทดสอบหลงั เรียน
๒. สลาก
๓. แบบประเมินมารยาทในการพดู
๔. แผนภาพความคิดสรุปมารยาทในการพดู
๕. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๖. แบบฝึกทกั ษะ รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๗. คู่มือการสอน ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พิมพว์ ฒั นาพานิช จาํ กดั 141
๘. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint ภาษาไทย ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี ๒ เล่ม ๑ บริษทั สาํ นกั พมิ พว์ ฒั นาพานิช
จาํ กดั
๑๐. บนั ทกึ หลงั การจดั การเรียนรู้
๑. ความสาํ เร็จในการจดั การเรียนรู้
แนวทางการพฒั นา
๒. ปัญหา/อุปสรรคในการจดั การเรียนรู้
แนวทางแกไ้ ข
๓. สิ่งท่ีไม่ไดป้ ฏิบตั ิตามแผน
เหตุผล
๔. การปรับปรุงแผนการจดั การเรียนรู้
ลงช่ือ ผสู้ อน
/ /