๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๙๓ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ควำมเกี่ยวข้อง เป็นบทบัญญัติของกฎหมำยที่อ้ำงอิงและแสดงถึงภำพรวมกำรใช้สิทธิและ เสรีภำพของบุคคล โดยกำรเรียกร้องควำมเป็นธรรมนั้น ย่อมมีสำเหตุมำจำกกำรใช้สิทธิ และเสรีภำพ ดังนี้ “มำตรำ ๒๕ สิทธิและเสรีภำพของปวงชนชำวไทย นอกจำกที่บัญญัติคุ้มครองไว้ เป็นกำรเฉพำะในรัฐธรรมนูญแล้ว กำรใดที่มิได้ห้ำมหรือจ ำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือในกฎหมำยอื่น บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภำพที่จะท ำกำรนั้นได้และได้รับควำมคุ้มครองตำมรัฐธรรมนูญ ตรำบเท่ำที่ กำรใช้สิทธิหรือเสรีภำพเช่นว่ำนั้นไม่กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรำยต่อควำมมั่นคงของรัฐ ควำม สงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชำชน และไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภำพของบุคคลอื่น สิทธิหรือเสรีภำพใดที่รัฐธรรมนูญให้เป็นไปตำมที่กฎหมำยบัญญัติ หรือให้เป็นไปตำมหลักเกณฑ์และวิธีกำรที่กฎหมำยบัญญัติ แม้ยังไม่มีกำรตรำกฎหมำยนั้น ขึ้นใช้บังคับ บุคคลหรือชุมชนย่อมสำมำรถใช้สิทธิหรือเสรีภำพนั้นได้ตำมเจตนำรมณ์ของรัฐธรรมนูญ บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภำพที่ได้รับควำมคุ้มครองตำมรัฐธรรมนูญ สำมำรถยกบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญเพื่อใช้สิทธิทำงศำลหรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้คดีในศำลได้ บุคคลซึ่งได้รับควำมเสียหำยจำกกำรถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภำพหรือจำกกำร กระท ำควำมผิดอำญำของบุคคลอื่น ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับกำรเยียวยำหรือช่วยเหลือจำกรัฐตำมที่ กฎหมำยบัญญัติ” ข้อพิจำรณำ (๑)คณะกรรมำธิกำรย่อมสำมำรถพิจำรณำและเข้ำใจได้ถึงแนวโน้ม กำรเปลี่ยนแปลงทำงกำรเมืองกำรปกครอง แนวโน้มกำรให้ควำมส ำคัญกับสิทธิและเสรีภำพ และมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่ำง ๆ ของประชำชนมำกขึ้นในแต่ละบริบทของสังคม รวมถึงกรณีตัวอย่ำง ที่ประชำชนกล่ำวอ้ำงว่ำ ไม่ได้รับควำมเป็นธรรมจำกกำรปฏิบัติหน้ำที่ของต ำรวจ และ/หรือจำก กระบวนกำรยุติธรรม๒๑ โดยสำมำรถด ำเนินกำรเพื ่อท ำให้ประชำชนทรำบถึงบทบำทและเกิดควำม มั่นใจในฐำนะที่ได้รับควำมคุ้มครองสิทธิและเสรีภำพ (๒)คณะกรรมำธิกำรควรให้ควำมส ำคัญกับควำมพยำยำมของภำคเอกชน ภำค ประชำชน ที่สะท้อนภำพลักษณ์ของต ำรวจไทยโดยเปรียบเทียบกับต ำรวจในต่ำงประเทศ เช่น จำก เหตุกำรณ์ที่มีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษำ และนักศึกษำที่ชุมนุมอย่ำงสงบปรำศจำกอำวุธได้รับผลกระทบ จำกกำรปฏิบัติหน้ำที่ของต ำรวจ๒๒ ข. สิทธิและเสรีภำพที่ได้รับควำมคุ้มครอง ตำมมำตรำ ๒๗ ควำมเกี่ยวข้อง ๒๑ ตัวอย่ำงคดีของสถำนีต ำรวจนครบำลนำงเลิ้ง เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจแจ้ง ข้อกล่ำวหำบุคคลว่ำได้กระท ำผิดทำงอำญำ กรณีที่เข้ำร่วมเป็นวิทยำกรในกิจกรรมด้ำนสิทธิมนุษยชนซึ่งเกี่ยวข้องกับร่ำง พระรำชบัญญัติป้องกันและปรำบปรำมกำรทรมำนและกำรกระท ำให้บุคคลสูญหำย พ.ศ. .... ๒๒ ท ำไมต ำรวจอังกฤษจึงเป็นมิตรกับประชำชน (the101.world)
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๙๔ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร เป็นบทบัญญัติของกฎหมำยที่อ้ำงอิงและแสดงถึงกำรให้ควำมส ำคัญกับ กำรใช้และข้อจ ำกัดกำรใช้สิทธิและเสรีภำพของต ำรวจ โดยกำรเรียกร้องควำมเป็นธรรมนั้น ย่อมมีสำเหตุมำจำกกำรใช้สิทธิและเสรีภำพระคนกับหน้ำที่และอ ำนำจ ดังนี้ “มำตรำ ๒๗ บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมำย มีสิทธิและเสรีภำพและได้รับ ควำมคุ้มครองตำมกฎหมำยเท่ำเทียมกัน ชำยและหญิงมีสิทธิเท่ำเทียมกัน กำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ไม่ว่ำด้วยเหตุควำมแตกต่ำง ในเรื่องถิ่นก ำเนิด เชื้อชำติ ภำษำ เพศ อำยุ ควำมพิกำร สภำพทำงกำยหรือสุขภำพ สถำนะของบุคคล ฐำนะทำงเศรษฐกิจหรือสังคม ควำมเชื่อทำงศำสนำ กำรศึกษำอบรม หรือควำมคิดเห็นทำงกำรเมือง อันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือเหตุอื่นใด จะกระท ำมิได้ มำตรกำรที่รัฐก ำหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสำมำรถใช้สิทธิ หรือเสรีภำพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น หรือเพื่อคุ้มครองหรืออ ำนวยควำมสะดวกให้แก่เด็ก สตรี ผู้สูงอำยุ คนพิกำร หรือผู้ด้อยโอกำส ย่อมไม่ถือว่ำเป็นกำรเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ตำมวรรคสำม บุคคลผู้เป็นทหำร ต ำรวจ ข้ำรำชกำร เจ้ำหน้ำที่อื่นของรัฐ และพนักงำนหรือ ลูกจ้ำงขององค์กรของรัฐย่อมมีสิทธิและเสรีภำพเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป เว้นแต่ที่จ ำกัดไว้ในกฎหมำย เฉพำะในส่วนที่เกี่ยวกับกำรเมือง สมรรถภำพ วินัย หรือจริยธรรม” ข้อพิจำรณำ (๑) คณะกรรมำธิกำรควรพิจำรณำถึงภำพรวมกำรปฏิสัมพันธ์ระหว่ำงบุคคลใน สังคม ซึ่งปัจจัยในเรื่องอำยุนั้น นอกจำกจะเป็นตัวอย่ำงที่ชัดเจนในกำรจ ำแนกกำรใช้สิทธิและเสรีภำพ ของบุคคล (ส ำนักข่ ำวอีไฟแนน ซ์ไท ย , ๒๕๖๖) ๒๓ ยัง ส ำคัญต่อกำรให้ควำมเป็นธรรม แก่บุคคลทุกช่วงวัย จึงจ ำเป็นต้องอำศัยปัจจัยส ำคัญเพื่อรองรับ และแก้ไขควำมขัดแย้งระหว่ำงบุคคล องค์กรหรือหน่วยงำน และสังคม ได้แก่ เครื่องมือแห่งกำรสื่อสำรอย่ำงสันติ (Non Violent Communication Tools) ๒๔ (อภิญญำ ดิสสะมำน, ๒๕๖๓) (๒)คณะกรรมำธิกำรต้องพิจำรณำกรณีที่กฎหมำยได้จ ำกัดกำรใช้สิทธิและ เส รีภ ำพของต ำร วจ ( limitation in law) เนื่องจ ำกมีหน้ ำที่และอ ำน ำจให้ข้อเสนอแนะ (recommendation) ในกระบวนกำรให้ควำมเป็นธรรมแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง จึงต้องพิจำรณำ ด ำเนินกำรโดยอ้ำงอิงถึงควำมเหมำะสมในแต่ละกรณี เช่น เจ้ำหน้ำที่ต ำรวจได้ค ำนึงถึงพฤติกำรณ์และ ๒๓ อ้ำงอิงจำกข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้ง GEN Z อำยุ ๑๑-๒๖ ปี GEN Y อำยุ ๒๗-๔๒ ปีGEN X อำยุ ๔๓-๕๘ ปี และ Baby Boomer อำยุ ๕๙-๗๗ ปี ๒๔ “กำรสื่อสำรอย่ำงสันติมีควำมส ำคัญอย่ำงมำกในกระบวนกำรแก้ไขปัญหำควำมขัดแย้ง ทั้งกำรแก้ไขปัญหำแบบเฉพำะหน้ำและกำรแก้ไขปัญหำที่ยืดเยื้อเรื้อรัง เนื่องจำกกำรสื่อสำรมีควำมจ ำเป็นในทุกระดับเพื่อให้ผู้ที่ สื่อสำรและผู้ที่รับสำรเข้ำใจควำมรู้สึกและควำมต้องกำรที่แท้จริงระหว่ำงกันได้ถูกต้อง”
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๙๕ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร จริยธรรมส ำหรับนักกฎหมำย ได้อำศัยปัจจัยภำยใน๒๕ หรือกรณีเทียบเคียงกับต่ำงประเทศ เช่น ได้พิจำรณำถึงจริยธรรมส ำหรับต ำรวจ๒๖ (สถิตย์ เล็งไธสง, ๒๕๔๖) ด้วยหรือไม่ อย่ำงไร ค. หน้ำที่ของปวงชนชำวไทย ตำมมำตรำ ๕๐ (๑) (๒) และ (๓) ควำมเกี่ยวข้อง เป็นบทบัญญัติของกฎหมำยที่อ้ำงอิงในกรณีที่บุคคลต้องตระหนักและ ได้ปฏิบัติตำมหน้ำที่พื้นฐำนที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเป็นอันดับแรก ดังนี้ “มำตรำ ๕๐ บุคคลมีหน้ำที่ ดังต่อไปนี้ (๑) พิทักษ์รักษำไว้ซึ่งชำติ ศำสนำ พระมหำกษัตริย์ และกำรปกครอง ระบอบประชำธิปไตยอันมีพระมหำกษัตริย์ทรงเป็นประมุข (๒) ป้องกันประเทศ พิทักษ์รักษำเกียรติภูมิ ผลประโยชน์ของชำติ และสำธำรณสมบัติของแผ่นดินรวมทั้งให้ควำมร่วมมือในกำรป้องกันและบรรเทำสำธำรณภัย (๓) ปฏิบัติตำมกฎหมำยอย่ำงเคร่งครัด” ข้อพิจำรณำ (๑)คณะกรรมำธิกำรย่อมสำมำรถพิจำรณำด ำเนินกำรหรือมีข้อเสนอแนะ เพื่อสร้ำงกำรมีส่วนร่วมให้ประชำชนตระหนักถึงหน้ำที่ของปวงชนชำวไทยดังกล่ำว เนื่องจำก เป็นสิ่งที่สังคมไทยคุ้นเคย ปัจเจกชนสำมำรถแสดงควำมคิดเห็นและแสดงออกต่อสำธำรณะได้ แต่ ยังคงต้องอำศัยเครื่องมือแห่งกำรสื่อสำรอย่ำงสันติ (Non Violent Communication Tools) และพึง ระวังในส่วนข้อสังเกตเกี่ยวกับข้อจ ำกัดของกำรใช้กำรสื่อสำรอย่ำงสันติ๒๗ (อภิญญำ ดิสสะมำน, ๒๕๖๓) (๒)คณะกรรมำธิกำรย่อมสำมำรถพิจำรณำเล็งเห็นถึงเจตนำที่แอบแฝง ควำมไม่ สุจริตของผู้ร้อง (mala fides) ในกำรร้องเรียนขอควำมเป็นธรรม และสำมำรถศึกษำควำมมุ่งหมำย เช่น ค ำอธิบำยประกอบรำยมำตรำของรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๖๐ (ส ำนักงำน เลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร, ๒๕๖๒)๒๘ ตำมมำตรำ ๕๐ ประกอบกำรพิจำรณำด ำเนินกำรตำมหน้ำที่และ อ ำนำจในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชำชนตำมเจตนำรมณ์ของกฎหมำย ๒๕ ๑. มีควำมระมัดระวังในกำรใช้ดุลพินิจ ๒. แสวงหำข้อเท็จจริงเพียงพอ ๓. ปรำศจำกอคติ และ ๔. สำมัญส ำนึกดี ๒๖ (ประเทศสหรัฐอเมริกำ) เช่น เป็นพลเมืองดี เป็นตัวอย่ำงที่ดีในกำรเคำรพกฎหมำย เคำรพกฎหมำย บ้ำนเมืองและวินัยต ำรวจ ไม่เอำควำมรู้สึกส่วนตัวเข้ำไปเกี่ยวข้องกับหน้ำที่ของผู้พิทักษ์สันติรำษฎร์ จะต้องบังคับกำรให้ เป็นไปต ำมกฎหม ำยด้ วยค ว ำมเด็ด ข ำด ถูกต้องแล ะเที่ยง ธ ร รม แล ะ จ ะต้องมีค ว ำมนุ่มน วลไม่เห็น แ ก่ หน้ำผู้ใด ๒๗ สันติวิธีไม่ใช่เรื่องกำรพูดเฉพำะคุณงำมควำมดีที่จะไม่ต้องทะเลำะ เบำะแว้ง หรือขัดแย้งกัน แต่สันติ วิธีเป็นกำรพูดคุยกันในเรื่องเครื่องมือที่ทุกภำคฝ่ำยพูดคุยกันอย่ำงสร้ำงสรรค์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐำนของประชำธิปไตย จะเห็นได้ว่ำ วิธีกำรทำงสันติวิธีสำมำรถใช้โต้ตอบกับผู้ครองอ ำนำจรัฐได้อย่ำงเฉียบขำดโดยไม่เสียเลือดเนื้อ ๒๘ มำตรำ ๕๐ ควำมมุ่งหมำย : ก ำหนดหน้ำที่หลักของบุคคลในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นสิ่งที่มำคู่กับสิทธิ และเสรีภำพที่ได้รับรองไว้ในหมวด ๓ ทั้งนี้ สิทธิและเสรีภำพดังกล่ำวอำจถูกจ ำกัดเพื่อกำรปฏิบัติหน้ำที่ในฐำนะเป็นปวงชน ชำวไทยได้
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๙๖ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ๒) พระราชบัญญัติต ารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕ งำนวิชำกำรฉบับนี้ได้หยิบยกบทบัญญัติเฉพำะบำงอนุมำตรำของมำตรำ ที่เกี่ยวข้องมำเป็นตัวอย่ำงเพื่อสนับสนุนกลไกกำรให้ควำมเป็นธรรมดังกล่ำว โดยเป็นตัวอย่ำง ที่อธิบำยถึงปัจจัยที่สำมำรถตอบสนองควำมคำดหวังหรือเป็นประโยชน์แก่ประชำชน ดังนี้ ก. หน้ำที่และอ ำนำจของคณะกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจ (ก.ตร.) ควำมเกี่ยวข้อง คณะกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจ (ก.ตร.) โดยต ำแหน่ง และที่ได้รับ กำรแต่งตั้งจำกกำรเสนอชื่อและได้รับเลือกตำมพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๖๕ มำตรำ ๒๒ นั้น มีหน้ำที่และอ ำนำจ ตำมมำตรำ ๒๓ (๑) และ (๑๓) ในสำระส ำคัญ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกำรท ำงำน ของเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจและกรณีประชำชนร้องเรียนเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจ ได้แก่ “(๑) ก ำหนดมำตรฐำนกำรบริหำรงำนบุคคลของข้ ำรำชกำรต ำรวจ ให้เป็นไปตำมระบบคุณธรรมและจัดระบบรำชกำรต ำรวจ รวมตลอดทั้งนโยบำยและมำตรฐำนกำร อบรมและพัฒนำข้ำรำชกำรต ำรวจ .... (๑๓) ในกรณีที่พิจำรณำเห็นว่ำกำรปฏิบัติกำรเกี่ยวกับกำรบริหำรงำนบุคคล ของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติไม่ถูกต้องตำมหลักเกณฑ์ตำมพระรำชบัญญัตินี้ ให้มีมติ สั่งกำรให้ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติปฏิบัติให้ถูกต้องเหมำะสม ถ้ำส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ไม่ปฏิบัติกำรตำมมติดังกล่ำวให้รำยงำนต่อนำยกรัฐมนตรีเพื่อพิจำรณำและสั่งกำรต่อไป ...” อนึ่ง บทบำท หน้ำที่และอ ำนำจของ ก.ตร. มีควำมส ำคัญในเชิงของกำร ถ่วงดุลอ ำนำจของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ เป็นต ำแหน่งที่ผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ำมซึ่ง ประกอบด้วยบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงรำชกำรต ำรวจ วงวิชำกำร หรือแม้แต่กำรปฏิรูปประเทศ๒๙ ให้ควำม สนใจลงสมัครรับกำรเลือกตำมมำตรำ ๒๒ (๔) (ก) ประกอบมำตรำ ๒๖๓๐ และที่ผ่ำนมำคณะกรรมกำร ข้ำรำชกำรต ำรวจ (ก.ตร.) ได้รับควำมสนใจจำก ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร (สผ.) เช่นเดียวกัน โดย รำยกำร ‘ร้อยเรื่อง...เมืองไทย’ ได้ออกอำกำศทำงสถำนีวิทยุกระจำยเสียงรัฐสภำ เรื่อง คณะกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจ (ก.ตร.) เมื่อเดือนกรกฎำคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลำภำยหลัง กำรปรับปรุงโครงสร้ำงของคณะกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจ (ก.ตร.) เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๗๓๑ ซึ่งปัจจุบันได้รับ ควำมสนใจจำกสื่อมวลชนอีกครั้ง โดยเมื่อวันที่ ๒๑ มีนำคม ๒๕๖๖ ที่ผ่ำนมำ รองศำสตรำจำรย์ พันต ำรวจโท ดอกเตอร์ กฤษณพงค์ พูตระกูล (บุคลำกรทำงกำรศึกษำ) ได้แสดงควำมคิดเห็นทำงวิชำกำร เรื่องกำรปฏิรูปต ำรวจ ควำมตอนหนึ่งว่ำ “แต่จำกงำนวิจัยพบว่ำ “ประเทศไทย” เมื่อคนมีสถำนภำพทำง สังคมแตกต่ำงกันมักส่งผลต่อควำมแตกต่ำงทำงด้ำนควำมยุติธรรมด้วยเช่นกัน” ๓๒ ๒๙ เช่น พลต ำรวจโท อ ำนวย นิ่มมะโน อดีตสมำชิกสภำขับเคลื่อนกำรปฏิรูปประเทศ (สปท.) พลต ำรวจโท เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชำกำรต ำรวจปรำบปรำมยำเสพติด (ผบช.ปส.) ๓๐ กำรเลือก ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ - ส ำนักงำนคณะกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจ (police.go.th) ๓๑ คณะกรรมกำรข้ำรำชกำรต ำรวจ (ก.ตร.) (parliament.go.th) ๓๒ ส่องโครงสร้ำงต ำรวจไทย ปฏิรูปเพื่อตอบโจทย์ประชำชน (thairath.co.th)
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๙๗ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ข. หน้ำที่และอ ำนำจของคณะกรรมกำร ก.ร.ตร. ตำมมำตรำ ๕๑ อ ำนำจกำรไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีกำรกระท ำ หรือควำมประพฤติของ ข้ำรำชกำรต ำรวจ ตำมมำตรำ ๕๑ วรรคหนึ่ง ควำมเกี่ยวข้อง เป็นกำรศึกษำบทบัญญัติของกฎหมำยที่แสดงถึงภำพรวมบทบำท หน้ำที่ และอ ำนำจของคณะกรรมกำร ก.ร.ตร. เพื่อพิจำรณำด ำเนินกำรให้ควำมเป็นธรรมแก่ประชำชน เป็นกำรเฉพำะ ดังนี้ “มำตรำ ๕๑ เมื่อควำมปรำกฏต่อ ก.ร.ตร. ไม่ว่ำโดยทำงใด ไม่ว่ำจะมี ผู้ร้องเรียนหรือไม่ว่ำข้ำรำชกำรต ำรวจผู้ใดกระท ำกำรหรือไม่กระท ำกำรอันมิชอบ หรือมี ควำมประพฤติหรือปฏิบัติไม่เหมำะสมและเสื่อมเสียแก่เกียรติศักดิ์ของต ำรวจ กระท ำผิดวินัย หรือละเมิดประมวลจริยธรรมและจรรยำบรรณของต ำรวจ ให้ ก.ร.ตร. มีอ ำนำจไต่สวนข้อเท็จจริง โดย ก.ร.ตร. จะด ำเนินกำรไต่สวนเองหรือมอบหมำยให้ข้ำรำชกำรต ำรวจในส ำนักงำนจเรต ำรวจ ด ำเนินกำรแสวงหำข้อเท็จจริงเบื้องต้น เพื่อรำยงำนต่อ ก.ร.ตร. ตำมประเด็นที่ ก.ร.ตร. ก ำหนด หรือ ในกรณีที่เห็นว่ำมิใช่เรื่องที่ก่อให้เกิดควำมเดือดร้อนแก่ประชำชนโดยตรง จะส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชำ ด ำเนินกำรทำงวินัยแล้วรำยงำนผลให้ ก.ร.ตร. ทรำบก็ได้” ข้อพิจำรณำ จำกบทบัญญัติในวรรคหนึ่งดังกล่ำว จึงท ำให้คณะกรรมำธิกำร ส ำนักงำน ต ำรวจแห่งชำติและคณะกรรมกำร ก.ร.ตร. มีหน้ำที่และอ ำนำจในลักษณะต่ำง ๆ เช่น กรณีที่มีบุคคล มำร้องเรียนข้ำรำชกำรต ำรวจต่อคณะกรรมำธิกำร ๆ ย่อมจะสำมำรถพิจำรณำด ำเนินกำร ตำมหน้ำที่และอ ำนำจของคณะกรรมำธิกำรหรือให้ค ำแนะน ำแก่ผู้ร้องและส่งเรื่องร้องเรียน ขอควำมเป็นธรรมไปยังส ำนักงำนจเรต ำรวจ ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ทันที ในฐำนะที่เป็นหน่วยงำนผู้ ปฏิบัติรับผิดชอบงำนธุรกำร ช่วยเหลือ และสนับสนุนกำรปฏิบัติหน้ำที่ของ ก.ร.ตร. และปฏิบัติหน้ำที่ อื่นตำมที่ ก.ร.ตร. มอบหมำย ตำมมำตรำ ๕๓ ๓. บทวิเคราะห์ กลไกกำรให้ควำมเป็นธรรมแก่ประชำชน ตำมพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๖๕ : กรณีประชำชนร้องเรียนเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจ นั้น เชื่อว่ำเป็นเรื่องที่ประชำชนจะให้ ควำมสนใจ นอกเหนือจำกกรณีที่จะได้รับกำรแก้ไขปัญหำควำมเดือดร้อนอื่น ๆ ตำมกฎหมำย เนื่องจำก ต ำรวจและประชำชนเป็นสถำนะที่มีค ว ำมสัมพัน ธ์เกี่ยวข้องกันมำช้ ำนำน เป็นเสมือน บุคคลเดียวกันตำมหลักกำรต ำรวจชุมชนสัมพันธ์ (community policing) ซึ่งกิจกำรต ำรวจไทย ก็ได้รับเอำวัฒนธรรมต ำรวจในต่ำงประเทศ เช่น ประเทศอังกฤษ หรือประเทศญี่ปุ่นมำปรับใช้ เป็นกรณีศึกษำ แม้กระทั่งได้ประสำนควำมร่วมมือระหว่ำงประเทศในระดับนโยบำย ยุทธวิธี กำร ด ำเนินคดีต่ำง ๆ เป็นต้น
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๙๘ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร อย่ำงไรก็ดี งำนด้ำนวิชำกำรฉบับนี้ได้น ำเสนอในบริบทของผู้ปฏิบัติงำน เป็นไป ในลักษณะกำรศึกษำวิธีกำรที่จะช่วยให้แต่ละหน่วยงำนด ำเนินกำรตำมหน้ำที่และอ ำนำจของตน ได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ โดยเฉพำะอย่ำงยิ่ง บริบทที่แต่ละหน่วยงำนมีหน้ำที่และอ ำนำจสอดคล้องกันตำม กฎหมำย ซึ่งกำรขับเคลื่อนและกำรพิจำรณำด ำเนินกำรตำมพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๖๕ ล้วนเกิดจำกกำรที่เจ้ำหน้ำที่ต ำรวจได้รักษำกฎหมำย และด ำเนินกำรตำมบรรทัดฐำนกำรให้ควำมเป็น ธรรม (norm) ท ำให้องคำพยพที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ คณะกรรมกำร ก.ร.ตร. ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ รวมถึงคณะกรรมำธิกำร ต้องพิจำรณำว่ำ หน่วยงำนของตนเองเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ต้องค ำนึงถึง ผลกระทบในภำพรวม และเนื่องจำกประชำชนเป็นส่วนหนึ่งของรัฐและกิจกำรของต ำรวจ จึงต้องได้รับ กำรเสริมสร้ำงควำมรู้ ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับต ำรวจ กำรใช้สิทธิเสรีภำพ (normal exercise of right) และ ได้รับโอกำสให้มีส่วนร่วมในกิจกำรของต ำรวจอย่ำงเหมำะสม โดยน ำเสนอเป็นตัวอย่ำง ดังนี้ ร้อยต ำรวจเอก ก. เป็นพนักงำนสอบสวนผู้รับผิดชอบในคดีที่ นำง ข. มำแจ้งควำมร้อง ทุกข์ขอให้ด ำเนินคดีกับ นำย ค. ในข้อหำข่มขืนกระท ำช ำเรำ ตำมมำตรำ ๒๗๖ แห่งประมวลกฎหมำย อำญำ ร้อยต ำรวจเอก ก. เห็นว่ำต้องให้ ร้อยต ำรวจโทหญิง น. ด ำเนินกำรถำมปำกค ำ นำง ข. เพื่อให้เป็นไปตำมประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ มำตรำ ๑๓๓ วรรคสี่ ที่บัญญัติว่ำ “ในคดี ควำมผิดเกี่ยวกับเพศ กำรถำมปำกค ำผู้เสียหำยซึ่งเป็นหญิง ให้พนักงำนสอบสวนซึ่งเป็นหญิงเป็นผู้สอบสวน...” ข้อเท็จจริงเป็นกรณีที่ ร้อยต ำรวจเอก ก. ได้ปฏิบัติตำมกฎหมำย อย่ำงไรก็ตำม หำกร้อยต ำรวจเอก ก. ได้พิจำรณำว่ำในอดีต นำง อ. เพื่อนของร้อย ต ำรวจโทหญิง น. เคยถูกนำย ช. ข่มขืนกระท ำช ำเรำและท ำร้ำยร่ำงกำย ทั้งในปัจจุบัน ร้อยต ำรวจโทหญิง น. เป็นผู้มีควำมหลำกหลำยทำงเพศ มีควำมสัมพันธ์กับ นำงสำว ล. ในฐำนะคู่รักเพศ หลำกหลำย จึงเห็นว่ำ ร้อยต ำรวจโทหญิง น. อำจมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อ นำย ค. และ/หรืออำจถึงขั้น กระท ำผิดวินัย กอปรกับ มำตรำ ๑๓๓ วรรคสี่ ได้บัญญัติเป็นข้อยกเว้น ไม่ต้องให้พนักงำนสอบสวนหญิง เป็นผู้สอบสวน ที่ว่ำ “เว้นแต่ผู้เสียหำยนั้นยินยอมหรือมีเหตุจ ำเป็นอย่ำงอื่น” ร้อยต ำรวจเอก ก. จึง ตัดสินใจแจ้งให้ นำง ข. ทรำบถึงเงื่อนไขตำมสิทธิดังกล่ำว ข้อเท็จจริงเป็นกรณีที่ ร้อยต ำรวจเอก ก. ได้ค ำนึงถึงผลกระทบในภำพรวม ต่อมำ นำง ข. มีสภำพจิตใจที่ดีขึ้น ได้รับกำรบริกำรและอ ำนวยควำมยุติธรรมทำง อำญำจำก สถำนีต ำรวจนครบำล ฮ. โดย ร้อยต ำรวจเอก ก. ได้ปฏิบัติหน้ำที่พนักงำนสอบสวนตำม ก ระบ วนก ำร ขั้นตอนของกฎหมำย เมื่อนำง ข. ได้ให้ปำกค ำเสร็จสิ้นแล้ว ได้เข้ ำใช้งำน แอปพลิเคชัน ทวิตเตอร์ และได้อ่ำนหัวข้อข่ำวเกี่ยวกับ นักศึกษำหญิงรำยหนึ่งที่ปฏิบัติตำมค ำแนะน ำของ ทนำยควำมชื่อดังโดยด ำเนินกำรแจ้งควำมร้องทุกข์ด ำเนินคดีกับชำยผู้ต้องสงสัยในข้อหำข่มขืนกระท ำ ช ำเรำ เนื่องจำกมีพฤติกำรณ์ล่อลวงตนในขณะที่มีอำกำรมึนเมำ ภำยหลังกำรสังสรรค์ในงำนเลี้ยงแห่ง หนึ่ง นำง ข. จึงได้ตระหนักว่ำ นักศึกษำหญิงรำยดังกล่ำวเห็นควำมส ำคัญในสิทธิของตนตำมกฎหมำย ตนเองในฐำนะที่ประกอบธุรกิจ มีฐำนะมั่นคง เป็นที่ยอมรับของสังคม มีโอกำสที่จะมีคุณภำพชีวิตที่ดี แต่ได้ประสบเหตุดังกล่ำว จึงมีก ำลังใจที่จะใช้โอกำสและควำมพร้อมติดตำมข้อมูลข่ำวสำรกรณีที่มี
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๙๙ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร บุคคลตกเป็นเหยื่อมำกขึ้น ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกำรปฏิบัติหน้ำที่ต ำรวจ นำง ข. พบข้อมูลทำง วิชำกำรที่ระบุว่ำ “กำรจับผู้ร้ำยนั้นจะไม่ถือเปนควำมชอบ เปนแต่นับว่ำผู้นั้นได้กระท ำกำรครบถ้วนแก่น่ำ ที่เท่ำนั้น แต่จะถือเปนควำมชอบต่อเมื่อได้ปกครอง ป้องกันเหตุร้ำยให้ชีวิต แลทรัพย์สมบัติของข้ำ แผ่นดินในท้องที่นั้นอยู่เย็นเป็นปรกติศุขพอสมควรเพรำะไม่มีเหตุกำรณ์หรือมีแต่น้อยเปนกำรจร แปลกมำ” เมื่อ นำง ข. ได้ศึกษำค ำอธิบำย จึงทรำบว่ำเป็นแนวคิดที่ปรำกฏในระเบียบของ กระทรวงมหำดไทยในอดีต และเป็นที่สะท้อนใจว่ำ กำรป้องกันไม่ให้มีเหตุร้ำยเกิดขึ้นเป็นแนวคิด ที่มีควำมร่วมสมัย สำมำรถน ำมำต่อยอดและปรับใช้ในชีวิตประจ ำวัน นำง ข. จึงได้ถือเป็นอุทำหรณ์ และศึกษำช่องทำงกำรมีส่วนร่วมเตือนภัยอำชญำกรรม หรือกำรแนะน ำข้อมูลข่ำวสำร กำร ประชำสัมพันธ์อย่ำงเป็นทำงกำรต่ำง ๆ ของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ (official) ที่มีอยู่ต่อไป ข้อเท็จจริงดังกล่ำวเป็นกรณีที่ นำง ข. ตระหนักในกำรใช้สิทธิเสรีภำพและกำรมีส่วนร่วมใน กิจกำรของต ำรวจ จำกตัวอย่ำงดังกล่ำว มีข้อสังเกต ดังนี้ ๑) หลักกำรต ำรวจชุมชนสัมพันธ์ของ Sir Robert Peel ที่ว่ำ เจ้ำหน้ำที่ต ำรวจก็คือ ประชำชน และประชำชนก็คือเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจ และแนวคิดเรื่องกำรจับผู้ร้ำย ซึ่งประกำศในรำชกิจจำ นุเบกษำ ปี พ.ศ. ๒๔๖๕๓๓ นั้น สอดคล้องต้องกัน (match up) ในกรณีที่ถือเอำ กำรป้องกันแก้ไขปัญหำ เป็นโจทย์ หรือตัวชี้วัดผลกำรด ำเนินกำรที่ส ำคัญ คณะกรรมกำร ก.ร.ตร. รวมถึงคณะกรรมำธิกำร จึง สำมำรถพิจำรณำข้อสังเกตดังกล่ำวเพื่อมีมติที่ประชุมเป็นหลักกำรใด ๆ ประกอบกำรพิจำรณำให้ควำม เป็นธรรมต่อไป ๒) ผู้ปฏิบัติหน้ำที่ตำมกฎหมำย ย่อมมีโอกำสที่จะท ำควำมเข้ำใจได้ว่ำ กำรตระหนักถึงสิทธิ เสรีภำพ หน้ำที่และอ ำนำจของเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจ และของประชำชนไม่ได้ถูกจ ำกัดเพียงแค่กำร รับทรำบถึงบทบัญญัติของกฎหมำย และเฉพำะบทบัญญัติของกฎหมำยเองนั้น ย่อมไม่สำมำรถรับรอง ผลกำรพิจำรณำได้ตรงตำมควำมประสงค์ของผู้ร้องและ/หรือผู้ถูกร้องทุกกรณี คณะกรรมกำร ก.ร.ตร. รวมถึงคณะกรรมำธิกำร จึงต้องค ำนึงถึงประเด็นส ำคัญต่ำง ๆ ได้แก่ วิธีกำรด ำเนินกำรให้ประชำชน รู้จักหน่วยงำนและองคำพยพที่เกี่ยวข้อง แนวทำงกำรประชำสัมพันธ์ให้ประชำชนทรำบถึงกลไกที่มี ดังกล่ำว เป็นต้น ๔. บทสรุปและอภิปรายผล งำนด้ำนวิชำกำร เรื่อง กลไกกำรให้ควำมเป็นธรรมแก่ประชำชน ตำมพระรำชบัญญัติ ต ำรวจแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๖๕ :กรณีประชำชนร้องเรียนเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจ ดังกล่ำว สำมำรถสรุปผล กำรศึกษำและอภิปรำยผลตำมกฎหมำย/กฎ/ระเบียบ ยุทธศำสตร์ที่เกี่ยวข้องได้ ดังนี้ ๓๓ วิธีกำรสร้ำงควำมเชื่อมั่นในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของต ำรวจและองค์กรต ำรวจ, ๒๕๖๑
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๐๐ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ๑) สมควรจัดล ำดับควำมส ำคัญ (priority) ของกรณีตัวอย่ำงที่สนับสนุน หลักกำรต ำรวจ ชุมชนสัมพันธ์ที่ว่ำ“เจ้ำหน้ำที่ต ำรวจก็คือประชำชน และประชำชนก็คือเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจ”และเสนอแนะ แนวทำงเพื่อประกอบกำรพิจำรณำด ำเนินกำรขององคำพยพที่เกี่ยวข้องตำมล ำดับ ดังนี้ ๑.๑) กำรสนับสนุนแนวคิดของผู้น ำด้ำนกำรศึกษำ (education) สำระส ำคัญ : นักเรียนนำยร้อยต ำรวจชั้นปีที่ก ำหนดหรือทุกชั้นปี ต้องผ่ำนหลักสูตรกำรเรียนกำรสอนในรำยวิชำใด ๆ ที่สำมำรถสร้ำงควำมตระหนักและน ำไปใช้ ในกำรท ำงำนได้จริง ภำยใต้ควำมท้ำทำยที่ว่ำ กำรท ำงำนของต ำรวจและกำรใช้สิทธิเสรีภำพ ของประชำชนสำมำรถส่งเสริมสนับสนุนซึ่งกันและกันได้โดยครอบคลุมถึงกำรป้องกันควำมขัดแย้งใน ควำมสัมพันธ์รูปแบบต่ำง ๆ คณะกรรมกำร ก.ร.ตร. และ/หรือคณะกรรมำธิกำรย่อมสนับสนุนต่อกรณี ดังกล่ำวได้ตำมหน้ำที่และอ ำนำจ ๑.๒) กำรสนับสนุนที่ขยำยแนวคิดเกี่ยวกับต ำรวจ ในฐำนะที่เป็นบทบำท (function) นอกเหนือจำกควำมเป็นวิชำชีพ (profession) สำระส ำคัญ : จำกตัวอย่ำงบุคคล ได้แก่ อดีตข้ำรำชกำรต ำรวจ ได้ใช้ ประสบกำรณ์ในวิชำชีพมำประกอบกำรแสดงควำมคิดเห็น วิพำกษ์วิจำรณ์กำรปฏิรูปต ำรวจ ในทำงวิชำกำรไปตำมรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๖๐ มำตรำ ๓๔ วรรคสอง ที่บัญญัติว่ำ “เสรีภำพทำงวิชำกำรย่อมได้รับควำมคุ้มครอง แต่กำรใช้เสรีภำพนั้น ต้องไม่ขัดต่อหน้ำที่ของปวงชนชำวไทยหรือศีลธรรมอันดีของประชำชน และต้องเคำรพและ ไม่ปิดกั้นควำมเห็นต่ำงของบุคคลอื่น” จึงเป็นสิ่งที่ท้ำทำยให้คณะกรรมกำร ก.ร.ตร. และ/หรือ คณะกรรมำธิกำรได้ร่วมกันพิจำรณำถึงทิศทำงกำรสร้ำงควำมร่วมมือเพิ่มเติมกับหน่วยงำน ภำครัฐต่ำง ๆ ๑.๓) กำรสนับสนุนในเรื่องควำมร่วมสมัย (contemporary) สำระส ำคัญ : กำรบังคับใช้กฎหมำยของต ำรวจและกำรใช้ชีวิตประจ ำวันของ ประชำชน ย่อมเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เห็นว่ำ ในขณะเดียวกันควำมร่วม สมัยต้องให้ควำมส ำคัญกับควำมเปลี่ยนแปลงด้วย เนื่องจำกกรณี disruptor หรือ disruption หรือควำม เปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและรุนแรงอย่ำงคำดไม่ถึง๓๔ นั้น มีผู้ประกอบกำรรำยหนึ่งได้กล่ำวไว้ว่ำ “ซึ่งในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมำกและเรำแทบไม่สำมำรถคำดกำรณ์อะไรล่วงหน้ำได้เลย กำรลองผิด ลองถูกและกำรท ำ prototype (ตัวต้นแบบ) โดยตั้งอยู่บนสมมติฐำนที่ถูกต้องจึงเป็นเรื่องที่ส ำคัญมำก” ๓๕ (รวิศ หำญอุตสำหะ, ๒๕๖๑) อย่ำงไรก็ดี ควำมร่วมสมัย ยังเป็นกำรเน้นย้ ำควำมเป็นจริง โดยเฉพำะ อย่ำงยิ่งตัวอย่ำงเรื่องยุคสมัยกับกำรใช้เทคโนโลยีของบุคคล เช่น กรณีที่มีบุคคล (hacker) กระท ำกำร ต่อข้อมูลส่วนบุคคลโดยผิดกฎหมำย ซึ่งกำรกระท ำดังกล่ำวเกี่ยวข้องกับกฎหมำยหลำยฉบับและ หลำยหน่วยงำน จำกกำรสืบสวนสอบสวนในเบื้องต้น กำรแถลงข้อเท็จจริงและควำมคืบหน้ำในกำร ๓๔ ดิสรัปชัน คือเสียงที่เรำไม่ได้ยิน – THE STANDARD ๓๕ ควำมหมำยของ prototyping คือกำรท ำไอเดียให้กลำยเป็นจริง ซึ่งคุณอำจใช้วิธีคิด 3R หรือที่เรียกว่ำ The Power of Prototyping ได้แก่ ๑. Rough ท ำแบบหยำบ ๆ ไม่ต้องละเอียด ๒. Rapid ท ำให้เร็ว ๓. Right ท ำแค่พอใช้ได้ (แค่ดีพอที่จะใช้ตอบค ำถำมที่ต้องกำรก็พอแล้ว) THE DISRUPTOR ,๒๕๖๑
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๐๑ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ด ำเนินกำรนั้น๓๖ พบว่ำมีประเด็นส ำคัญที่เทียบเคียงได้ในกระบวนกำรร้องเรียนขอควำมเป็นธรรม ได้แก่ กำรทบทวนควำมปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคล และเจตนำในลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ปรำกฏ จุดประสงค์ที่แท้จริงเป็นต้น ดังนี้ จะเห็นได้ว่ำ ควำมร่วมสมัย มีลักษณะครอบคลุมถึงกำรค ำนึงถึงสภำพ ปัญหำ และกำรป้องกันแก้ไขปัญหำอย่ำงครบถ้วน คณะกรรมกำร ก.ร.ตร. และ/หรือคณะกรรมำธิกำร ย่อมอำศัยประสบกำรณ์และข้อมูลควำมเดือดร้อนของบุคคลที่ผ่ำนมำประกอบกำรพิจำรณำ ด ำเนินกำรตำมหน้ำที่และอ ำนำจ ๒) บทบัญญัติของกฎหมำยและวิธีกำรที่สอดคล้องกับหลักกำรต ำรวจชุมชนสัมพันธ์ ที่ว่ำ “เจ้ำหน้ำที่ต ำรวจก็คือประชำชน และประชำชนก็คือเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจ” ได้แก่ ๒.๑) ปฏิบัติตำมกฎหมำยอย่ำงเคร่งครัด ตำมมำตรำ ๕๐ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่ง รำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๖๐ วิธีกำร : ปวงชนชำวไทยจะสำมำรถปฏิบัติตำมกฎหมำยอย่ำงเคร่งครัดได้ต้อง เริ่มต้นจำกกำรที่มีโอกำสได้เข้ำใจถึงควำมเป็นไปของสังคมภำพรวมในแต่ละเรื่องได้ดี ดังนี้ เจ้ำหน้ำที่ ต ำรวจและประชำชน (ทุกสำข ำอำชีพ) จึงสำมำรถมีส่วนร่ วมในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ในสังคม ทั้งเรื่องปกติและกระแสสังคม แลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อให้เห็นข้อดี ข้อเสียที่เกี่ยวข้อง ในทุกมิติ รวมถึงผลลัพธ์สุดท้ำยที่จะเกิดขึ้นกับบุคคลแต่ละสถำนะที่เกี่ยวข้อง เช่น กรณีข้ำรำชกำร ต ำรวจ ยศพลต ำรวจตรี ถูกกล่ำวหำว่ำมีส่วนเกี่ยวข้องกับกำรพนันออนไลน์อำจน ำเสนอข้อมูลปลำยเปิด ดังต่อไปนี้ (๑) บุคลิก ลักษณะนิสัย และกรณีที่บ่งบอกว่ ำบุคคลเกี่ยวข้องกับ กำรพนัน (ในทำงจิตวิทยำ) มีกรณีใดบ้ำง (๒) มีอำชีพใดที่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ำยกำรพนันออนไลน์ได้บ้ำง (๓) บุคคลทั่วไปสำมำรถเข้ำถึงกำรพนันออนไลน์ได้ในช่องทำงใดบ้ำง (๔) เจ้ำหน้ำที่ต ำรวจสำมำรถเข้ำถึงกำรพนันออนไลน์ได้ในช่องทำงใดบ้ำง (๕) เงินเดือนและสิทธิประโยชน์ของข้ำรำชกำรต ำรวจชั้นยศ พลต ำรวจตรี ที่ กฎหมำยก ำหนดไว้เป็นอย่ำงไร (๖) มีอำชีพสุจริตใดบ้ำงที่มีโอกำสสร้ำงฐำนะทำงออนไลน์ได้อย่ำงมั่นคงใน ปัจจุบัน (๗) อัตรำโทษสูงสุด ที่ศำลไทยและศำลในต่ำงประเทศเคยพิพำกษำลงโทษ จ ำเลยในคดีกำรพนัน ในอดีตถึงปัจจุบัน มีแนวโน้มอย่ำงไร และ (๘) ข้อดีและข้อเสีย หำกประเทศไทยไม่สำมำรถตรำกฎหมำยให้กำรพนันถูก กฎหมำยทั้งหมดได้ สรุป : ข้อมูล และองค์ควำมรู้ที่ละเอียดและครอบคลุมมำกเพียงพอ ย่อมเป็นกำรสนับสนุนให้บุคคลทรำบว่ำสิ่งใดสำมำรถกระท ำได้ สิ่งใดเป็นกำรกระท ำที่ผิดกฎหมำย กำรให้ เบำะแส (ไม่เป็นทำงกำร) กำรแจ้งเบำะแส (ทำงกำร) แก่เจ้ำหน้ำที่ของรัฐกระท ำได้ในช่องทำงใดบ้ำง ๓๖ LIVE! จับแล้ว...!! แฮกเกอร์ 9near ฉกข้อมูลเกือบหมดประเทศ |สดสด | ข่ำวช่อง8 - YouTube
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๐๒ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ย่อมเป็นโอกำสให้บุคคลเลือกที่จะกระท ำในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่นได้มำก ยิ่งขึ้น เป็นต้น ๒.๒)กำรใช้และข้อจ ำกัดในกำรใช้สิทธิและเสรีภำพของต ำรวจ ตำมพระรำชบัญญัติ ต ำรวจแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๖๕ ประกอบมำตรำ ๒๗ วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๖๐ วิธีกำร : คณะกรรมกำร ก.ร.ตร. และส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ มีส่วนร่วม ก ำหนดกำรกระท ำ/กิจกรรมในแต่ละประเภทไว้ในระเบียบส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติให้เข้ำใจได้ ชัดเจนว่ำข้ำรำชกำรต ำรวจและบุคลำกรในวงงำนของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติสำมำรถกระท ำได้ ได้แก่ (๑) ประเภทวิชำกำร (๒) ประเภทสวัสดิกำร (๓) ประเภทนันทนำกำร (๔) ประเภทอื่น ๆ ทั้งนี้ ให้ก ำหนดวิธีกำรประชำสัมพันธ์ให้ประชำชนได้รับทรำบถึง กรณีที่สำมำรถมีส่วนร่วมได้ทั้งทำงตรงและทำงอ้อมในแต่ละประเภท ภำยใต้วัตถุประสงค์ เพื่อสร้ำงสรรค์ให้ต ำรวจและประชำชนอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่ำงกลมกลืน ๓๗ โดยก ำหนดให้มีกำร ลงทะเบียนยืนยันตัวตนได้โดยสะดวกและปลอดภัย สรุป : ต ำรวจและประชำชนย่อมคุ้นเคยกับกำรมุ่งเน้นที่จะบังคับใช้กฎหมำย และกำรจ ำกัดสิทธิและเสรีภำพเท่ำนั้น ท ำให้กำรปฏิสัมพันธ์ภำยในชุมชนมีบรรยำกำศของควำมขัดแย้ง เกิดควำมเข้ำใจผิดในข้อเท็จจริงต่ำง ๆ อยู่เนือง ๆ จึงต้องสร้ำงควำมชัดเจนว่ำกรณีใดบ้ำงที่ส่งเสริมให้ เกิดควำมสงบสุขและประโยชน์ร่วมกันได้ ท ำให้กำรบังคับใช้กฎหมำยมีประสิทธิภำพ และบุคคลมี คุณภำพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นต่อไป ๕. ข้อเสนอแนะ ๑) บทบัญญัติของกฎหมำยที่เกี่ยวข้องกับกลไกดังกล่ำวเป็นกรณีที่มีประโยชน์ ครอบคลุมทั้งต่อต ำรวจและประชำชน ๒) กำรพิจำรณำด ำเนินกำรตำมกฎหมำยสำมำรถด ำเนินกำรตำมล ำดับ ดังนี้ ๒.๑) หน้ำที่และอ ำนำจ ๒.๒) หลักกำรต ำรวจชุมชนสัมพันธ์ “เจ้ำหน้ำที่ต ำรวจก็คือประชำชน และประชำชน ก็คือเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจ” ๒.๓) หลักกำรย่อยที่สนับสนุนหลักกำรต ำรวจชุมชนสัมพันธ์ ได้แก่ - education คือ กำรศึกษำคือรำกฐำนกำรแก้ไขปัญหำที่ยั่งยืน - function and profession คือ บทบำทของต ำรวจ ที่มีอยู่ในอำชีพอื่น ๆ - contemporary คือ เวลำและกำรเปลี่ยนแปลง เป็นเสมือนคลัง ประสบกำรณ์ ๓๗ หมำยควำมว่ำ “เข้ำกันได้ดี ไม่ขัดแย้งกัน” (พจนำนุกรม ฉบับรำชบัณฑิตยสถำน พ.ศ. ๒๕๕๔, ๒๕๕๔)
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๐๓ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ๓) กำรขับเคลื่อนกลไกกำรให้ควำมเป็นธรรมดังกล่ำว นั้น อำศัยหลักกำรต ำรวจ ชุมชนสัมพันธ์ ซึ่งเป็นวิธีกำรสร้ำงควำมเชื่อมั่นในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของต ำรวจและองค์กรต ำรวจให้กับ ประชำชนได้ประกำรหนึ่ง นอกเหนือจำกกระบวนกำรทำงกฎหมำยที่มีลักษณะเป็นพลวัต (dynamic) ซึ่งเริ่มต้นและสิ้นสุดลงด้วยกำรพิจำรณำยกร่ำง กระบวนกำรตรำ ตีควำมและบังคับใช้ แก้ไขเพิ่มเติม ทบทวนและยกเลิกในที่สุด นำยศวิษฐ์ พฤฒิกัลป์ นิติกรช ำนำญกำร กลุ่มงำนคณะกรรมำธิกำรกำรต ำรวจ ส ำนักกรรมำธิกำร ๒
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๐๔ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร มาตรการทางกฎหมายในการอนุญาตการให้มีและการใช้อาวุธปืน : ศึกษากรณีคุณสมบัติการออกใบอนุญาต ๑. ความเป็นมาและความส าคัญของปัญหา จำกกรณีอดีตข้ำรำชกำรต ำรวจก่อเหตุใช้อำวุธปืนกรำดยิงภำยในศูนย์พัฒนำเด็กเล็ก ท ำให้มีผู้ได้ รับบ ำดเจ็บแล ะมีผู้เสียชี วิตเป็นจ ำน วนม ำก แล ะก รณีข้ ำ ร ำชก ำ รต ำ ร วจ ก่อเหตุอำวุธปืนยิงภำยในบ้ำนพัก ท ำให้มีเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจได้รับบำดเจ็บขณะปฏิบัติหน้ำที่ ระงับเหตุ กำรก่อเหตุโดยใช้อำวุธปืน ซึ่งเป็นอำวุธที่มีอำนุภำพร้ำยแรง กำรน ำอำวุธปืนมำก่อ อำชญำกรรมย่อมส่งผลกระทบต่อควำมสงบเรียบร้อยและควำมปลอดภัยของประชำชน เป็นอันตรำยต่อเด็กและประชำชน เหตุกำรณ์ดังกล่ำวเกิดขึ้นจำกผู้ได้รับอนุญำตให้ครอบครองอำวุธ ปืนเป็นผู้ก่อเหตุ ดังนั้น กำรก ำหนดให้มีมำตรกำรทำงกฎหมำยในกำรอนุญำตกำรให้มี และกำรใช้อำวุธปืน จึงเป็นเรื่องจ ำเป็นเร่งด่วนเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ขอรับอนุญำตกำรให้มีและ กำรใช้อำวุธปืนก่ออำชญำกรรมในอนำคต โดยกำรก ำหนดประเภทบุคคล คุณสมบัติของบุคคล และ จ ำนวนอำวุธปืนที่เหมำะสม ในกำรขออนุญำตกำรให้มีและกำรใช้อำวุธปืนให้รัดกุมยิ่งขึ้น กำรครอบครองอำวุธปืนตำมกฎหมำยต้องได้รับอนุญำตจำกนำยทะเบียน ตำมพระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ โดยมีกำรก ำหนดขั้นตอน และคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับอนุญำตให้มีและใช้อำวุธปืน เป็นดุลพินิจ ของนำยทะเบียน ซึ่งกำรพิจำรณำอนุญำตให้มีอำวุธปืนมำกน้อยเพียงใดนั้น ต้องพิจำรณำประกอบ หลักฐำนควำมจ ำเป็นของแต่ละบุคคล๓๘ ท ำให้ผู้ขออนุญำตให้มีและใช้อำวุธปืนนั้น สำมำรถมีอำวุธปืน ในควำมครอบครองมำกกว่ำ ๑ กระบอก ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับใบอนุญำตให้มีและใช้อำวุธปืน จะมีอำยุกำร ครอบครองตลอดเวลำที่ผู้นั้นมีใบอนุญำตให้มีและใช้อำวุธปืนนั้น ท ำให้ไม่ต้องต่อใบอนุญำต หำกในเวลำ ต่อมำผู้ครอบครองมีปัญหำด้ำนสุขภำพจิต อำจก่อคดีอำชญำกรรมโดยผู้ครอบครองอำวุธปืนได้๓๙ อย่ำงไรก็ตำม แม้ว่ำในปัจจุบันจะมีมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับมำตรกำรทำงกฎหมำยใน กำรอนุญำตกำรให้มีและกำรใช้อำวุธปืนก็ตำม แต่มติดังกล่ำวไม่มีสถำนะเป็นกฎหมำย๔๐ และจะขัดต่อกฎหมำยไม่ได้ รวมทั้งไม่ใช่ตัวบทกฎหมำย จึงควรแก้ไขปรับปรุงกฎหมำยในเรื่อง คุณสมบัติผู้ที่ได้รับใบอนุญำตให้มีและใช้อำวุธปืน คณะกรรมำธิกำรกำรต ำรวจ๔๑ มีหน้ำที่และอ ำนำจกระท ำกิจกำร พิจำรณำสอบหำ ข้อเท็จจริงหรือศึกษำเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวกับกิจกำรต ำรวจ กำรปฏิบัติให้เป็นไปตำมกฎหมำย กำรป้องกัน และรักษำควำมสงบเรียบร้อยภำยในประเทศ ๓๘ ทะเบียนอำวุธปืน, กรมกำรปกครอง กระทรวงมหำดไทย, สืบค้นเมื่อ ๓๐ เมษำยน ๒๕๖๖, https://stat.bora.dopa.go.th/callcenter1548/gun.htm ๓๙ พระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มำตรำ ๒๓ (๑) ๔๐ ถำม-ตอบ เกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรี, ศูนย์ปฏิบัติกำรต่อต้ำนกำรทุจริต กระทรวงสำธำรณะสุข, สืบค้นเมื่อ ๒๐ เมษำยน ๒๕๖๖, http://www.stopcorruption.moph.go.th ๔๑ ข้อบังคับกำรประชุมสภำผู้แทนรำษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ หมวด ๕ กรรมำธิกำร ข้อ ๙๐ (๑๓)
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๐๕ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ซึ่งเป็นส่วนรำชกำรสังกัดรัฐสภำ จัดตั้งขึ้น ตำมพระรำชบัญญัติจัดระเบียบกำรปฏิบัติรำชกำรฝ่ำยรัฐสภำ พ.ศ. ๒๕๑๘ และต่อมำได้ปรับปรุง กฎหมำยดังกล่ำวเพื่อให้บทบัญญัติสอดคล้องกับกำรบริหำรรำชกำรที่เปลี่ยนแปลงไป จึงได้ ตรำพระรำชบัญญัติระเบียบบริหำรรำชกำรฝ่ำยรัฐสภำ พ.ศ. ๒๕๕๔ มำตรำ ๖ และได้ก ำหนดให้ ส ำนักงำนเลข ำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร มีอ ำนำจหน้ำที่เกี่ยวกับรำชกำรประจ ำทั่วไปของ สภำผู้แทนรำษฎรดังนั้น ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร จึงมีบทบำทในกำรสนับสนุน ภำรกิจกำรด ำเนินงำนของสถำบันนิติบัญญัติตำมบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ดังนั้น กลุ่มงำนคณะกรรมำธิกำรกำรต ำรวจ ส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำร สภำผู้แทนรำษฎร ในฐำนะฝ่ำยเลขำนุกำร จึงมีหน้ำที่ในกำรสนับสนุนกำรปฏิบัติงำนของคณะกรรมำธิกำร ให้เป็นไปด้วยควำมเรียบร้อยมีประสิทธิภำพประสิทธิผล ทั้งนี้ คณะกรรมำธิกำรได้ให้ควำมส ำคัญเกี่ยวกับมำตรกำรทำงกฎหมำยในกำร อนุญำตกำรให้มีและกำรใช้อำวุธปืน อันสืบเนื่องมำจำกสถำนกำรณ์ควำมรุนแรงจำกกำรใช้อำวุธปืน และ ตระหนักถึงควำมส ำคัญของกำรแก้ไขปัญหำกำรครอบครองอำวุธปืน เห็นได้จำกกำรที่ คณะกรรมำธิกำรเดินทำงไปศึกษำดูงำน เพื่อติดตำมสถำนกำรณ์เหตุใช้ควำมรุนแรงในพื้นที่ และกำรก ำหนดให้มีกำรประชุมเพื่อพิจำรณำศึกษำมำตรกำรในกำรป้องกันและแก้ไขปัญหำอำวุธปืน ทั้งนี้ กำรจัดท ำเอกสำรวิชำกำรเรื่องมำตรกำรทำงกฎหมำยในกำรอนุญำตกำรให้มีและกำรใช้อำวุธปืน : ศึกษำกรณีคุณสมบัติกำรออกใบอนุญำตฉบับนี้ ได้จัดท ำขึ้นเพื่อสนับสนุนกำรด ำเนินงำนของ คณะกรรมำธิกำรกำรต ำรวจ สภำผู้แทนรำษฎร เพื่อใช้ข้อมูลทำงวิชำกำรประกอบกำรพิจำรณำแก้ไข ปัญหำกำรก่ออำชญำกรรมโดยอำวุธปืนต่อไป โดยมำตรกำรกำรป้องกันจะก ำหนดประเภทบุคคล คุณสมบัติของบุคคล และจ ำนวนอำวุธปืนที่เหมำะสม ในกำรขออนุญำตให้มีและกำรใช้อำวุธปืนให้ รัดกุมยิ่งขึ้น รวมทั้งกำรก ำหนดระยะเวลำในกำรอนุญำตครอบครองอำวุธปืน ตลอดจนมำตรกำร ภำยในของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติในกำรตรวจสอบพฤติกรรมและสุขภำพจิตของเจ้ำหน้ำต ำรวจที่ที่ ปฏิบัติงำนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอำวุธปืน และกำรควบคุมตรวจสอบอำวุธปืนที่อยู่ในควำมครอบครอง ของหน่วยงำนในสังกัด ๒. กฎหมาย กฎ ระเบียบ และยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง พระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอำวุธ ปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ ๑) ก าหนดลักษณะของบุคคลซึ่งห้ามไม่ให้เป็นผู้รับใบอนุญาต๔๒ ๑.๑) ผู้รับใบอนุญำตต้องไม่ใช่ผู้ที่ได้รับโทษจ ำคุกส ำหรับควำมผิดตำมกฎหมำย ลักษณะอำญำ ดังต่อไปนี้ (๑) ควำมผิดฐำนประทุษร้ำยต่อพระบรมรำชตระกูล (๒) ควำมผิดฐำนขบถภำยในรำชอำณำจักร ๔๒ พระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มำตรำ ๑๓
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๐๖ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร (๓) ควำมผิดฐำนขบถภำยนอกรำชอำณำจักร (๔) ควำมผิดฐำนใช้ก ำลังท ำร้ำยหรือใช้วำจำขู่เข็ญจะต่อสู้หรือขัดขวำงเจ้ำ พนักงำนผู้กระท ำตำมหน้ำที่ (๕) ควำมผิดฐำนสมคบกันเป็นอั้งยี่และเป็นซ่องโจร (๖) ควำมผิดฐำนประทุษร้ำยต่อชีวิต (๗) ควำมผิดฐำนลักทรัพย์ (๘) ควำมผิดฐำนวิ่งรำวทรัพย์ ควำมผิดฐำนชิงทรัพย์ควำมผิดฐำนปล้นทรัพย์และ ควำมผิดฐำนโจรสลัด (๙) ควำมผิดฐำนกรรโชกทรัพย์ ( ๑ ๐ ) ต้ องไม่ใช่ บุ คคลที่ ต้ องโทษส ำห รั บคว ำมผิ ดต ำมกฎหมำย ลักษณะอำญำในควำมผิดฐำนประทุษร้ำยแก่ร่ำงกำยและพ้นโทษยังไม่เกิน ๕ ปี นับแต่วันพ้นโทษถึงวัน ยื่นค ำขอใบอนุญำต เว้นแต่ในกรณีควำมผิดที่กระท ำโดยควำมจ ำเป็นหรือเพื่อป้องกันหรือโดยถูกยั่วโทสะ ๑.๒) บุคคลซึ่งต้องโทษจ ำคุกส ำหรับควำมผิดอันเป็นกำรฝ่ำฝืนต่อพระรำชบัญญัติ อำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด และดอกไม้เพลิง พุทธศักรำช ๒๔๗๗ หรือพระรำชบัญญัติอำวุธ ปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ ๑.๓) บุคคลซึ่งต้องโทษจ ำคุกตั้งแต่สองครั้งขึ้นไปในระหว่ำงห้ำปีนับย้อนขึ้นไปจำกวัน ยื่นค ำขอ ส ำหรับควำมผิดอย่ำงอื่นนอกจำกที่ก ำหนดไว้ในข้อ ๑.๑ และ ๑.๒ เว้นแต่ควำมผิด ที่ได้กระท ำโดยประมำทหรือควำมผิดลหุโทษ ๑.๔) บุคคลซึ่งยังไม่บรรลุนิติภำวะ ๑.๕) บุคคลซึ่งไม่สำมำรถจะใช้อำวุธปืนได้โดยกำยพิกำรหรือทุพพลภำพ เว้นแต่ จะมีไว้เพื่อเก็บส ำหรับอำวุธปืนที่นำยทะเบียนเห็นว่ำช ำรุดจนใช้ยิงไม่ได้หรืออำวุธปืนแบบพ้นสมัย หรืออำวุธปืนซึ่งได้รับเป็นรำงวัลจำกกำรแข่งขันยิงปืนในทำงรำชกำร ๑.๖) บุคคลซึ่งเป็นคนไร้ควำมสำมำรถหรือเป็นคนเสมือนไร้ควำมสำมำรถ หรือปรำกฏว่ำเป็นคนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ๑.๗) บุคคลซึ่งไม่มีอำชีพและรำยได้ ๑.๘) บุคคลซึ่งไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ๑.๙) บุคคลซึ่งมีควำมประพฤติชั่วอย่ำงร้ำยแรงอันอำจกระทบกระเทือนถึงควำม สงบเรียบร้อยของประชำชน ส ำหรับใบอนุญำตให้มีและใช้อำวุธปืน ห้ ำมมิให้ออกให้แก่บุคคลซึ่งมีชื่อ ในทะเบียนบ้ำนตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรทะเบียนรำษฎร และมีถิ่นที่อยู่ประจ ำในท้องที่ที่บุคคลนั้นขอ อนุญำตน้อยกว่ำหกเดือน ๒) การด าเนินการกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตตกเป็นผู้ซึ่งจะออกใบอนุญาต ให้ไม่ได้๔๓ ๔๓ พระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มำตรำ ๖๕ - มำตรำ ๖๗
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๐๗ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ๒.๑) ก ำหนดให้ผู้รับใบอนุญำตคนใดตกเป็นผู้ซึ่งจะออกใบอนุญำตให้ไม่ได้ตำม ควำมในพระรำชบัญญัตินี้ ให้แจ้งพฤติกำรณ์นั้น และส่งมอบอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุ ระเบิด และใบอนุญำตให้แก่นำยทะเบียนท้องที่โดยไม่ชักช้ำ และให้นำยทะเบียนท้องที่หรือรัฐมนตรี สั่งเพิกถอนใบอนุญำตนั้นเสีย ถ้ ำผู้ รับใบอนุญ ำตเป็นคนไ ร้คว ำมส ำมำ รถ ห รือเป็นคนเสมือน ไร้ควำมสำมำรถ หรือเป็นคนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบให้ผู้อนุบำล ผู้พิทักษ์ หรือผู้ควบคุมดูแล แล้วแต่กรณีมีหน้ำที่ต้องปฏิบัติตำมควำมในวรรคก่อน ๒.๒) ก ำหนดว่ำถ้ำปรำกฏว่ำผู้ที่ได้รับใบอนุญำตตำมควำมในพระรำชบัญญัตินี้เป็นผู้ ซึ่งจะออกใบอนุญำตให้ไม่ได้ให้นำยทะเบียนท้องที่หรือรัฐมนตรีสั่งเพิกถอนใบอนุญำตนั้นเสีย เมื่อ ได้รับค ำสั่งเพิกถอนใบอนุญำตแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญำตส่งมอบอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุ ระเบิด และใบอนุญำตแก่นำยทะเบียนท้องที่โดยไม่ชักช้ำ ถ้ ำผู้ รับใบอนุญ ำตเป็นคนไ ร้คว ำมส ำมำ รถ ห รือเป็นคนเสมือน ไร้ควำมสำมำรถ หรือเป็นคนวิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบให้ผู้อนุบำล ผู้พิทักษ์ หรือผู้ควบคุมดูแล แล้วแต่กรณีมีหน้ำที่ต้องปฏิบัติตำมควำมในวรรคก่อน ๒.๓) ก ำหนดว่ำ อำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ซึ่งส่งมอบไว้ตำมข้อ ๒.๑ หรือข้อ ๒.๒ นั้น ให้ผู้ส่งมอบจัดกำรโอนเสียภำยในเก้ำสิบวันนับแต่วันที่ส่งมอบ ถ้ำโอนได้ให้นำย ทะเบียนท้องที่มอบแก่ผู้รับโอนไป แต่ถ้ำโอนไม่ได้นำยทะเบียนจัดกำรขำยทอดตลำดภำยหลังที่ได้ ประกำศและแจ้งให้ผู้ส่งมอบทรำบแล้วตำมสมควร ได้เงินสุทธิเท่ำใดให้มอบแก่ผู้มีสิทธิ ๓) การด าเนินการกรณีมีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าผู้ได้รับใบอนุญาตจะเป็นผู้ ต้องห้ามในการออกใบอนุญาต๔๔ ๓.๑) ก ำหนดว่ำเมื่อมีพฤติกำรณ์อันสมควรสงสัยว่ำ ผู้รับใบอนุญำตคนใดจะเป็น ผู้ต้องห้ำมในกำรออกใบอนุญำต เนื่องจำกไม่มีอำชีพและรำยได้ ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือเป็นผู้ซึ่ง มีควำมประพฤติชั่วอย่ำงร้ำยแรงอันอำจกระทบกระเทือนถึงควำมสงบเรียบร้อยของประชำชน นำย ทะเบียนท้องที่มีอ ำนำจเรียกประกันหรือทัณฑ์บนจำกผู้นั้นได้ ๓.๒) ก ำหนดว่ำถ้ำผู้รับใบอนุญำตดังกล่ำวแล้ว หำประกันให้เป็นที่เชื่อถือไม่ได้ หรือไม่ยอมท ำทัณฑ์บนภำยในเวลำอันสมควรตำมที่นำยทะเบียนได้ก ำหนดให้ซึ่งต้อง ไม่น้อยกว่ำสำมสิบวัน ให้ถือว่ำผู้รับใบอนุญำตนั้นเป็นผู้ซึ่งจะออกใบอนุญำตให้ไม่ได้และให้น ำมำตรำ ๖๖ และมำตรำ ๖๗ มำใช้บังคับโดยอนุโลม ๔) ระยะเวลาใบอนุญาตอาวุธปืน๔๕ ก ำหนดให้ใบอนุญำตให้มีและใช้อำวุธปืนซึ่งใช้ดินปืนมีควัน มีอำยุตลอดเวลำ ที่ผู้นั้นมีใบอนุญำตให้มีและใช้อำวุธปืนนั้นอยู่ ๔๔ พระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มำตรำ ๖๘ ๔๕ พระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มำตรำ ๒๓ (๑)
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๐๘ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ๕) การออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน๔๖ กระทรวงมหำดไทย เป็นหน่ วยงำนมีหน้ ำที่ รับผิดชอบกำรด ำเนินกำร ตำมพระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ และมอบหมำยให้กรมกำรปกครอง มีหน้ำที่รับผิดชอบกำรออกใบอนุญำตให้มีและ ใช้อำวุธปืน (แบบ ป.๔) ในกรุงเทพมหำนครสถำนที่ติดต่อได้ที่ศูนย์บริกำรประชำชน (วังไชยำ) หรือต่ำงจังหวัดสถำนที่ติดต่อได้ที่ท ำกำรปกครองอ ำเภอ กำรออกใบอนุญำตให้มีและใช้อำวุธปืน (แบบ ป.๔) ผู้ขออนุญำตต้องเตรียม เอกสำรหลักฐำน ดังนี้ (๑) บัตรประจ ำตัวประชำชน (๒) ใบอนุญำต ให้มีและใช้อำวุธปืน (แบบ ป.๔) ของผู้โอนที่นำยทะเบียนท้องที่ ลงนำมสลักหลังตัดโอนใบอนุญำต (กรณีขอรับโอนอำวุธปืนหรือรับโอนมรดกต่ำงท้องที่) (๓) หนังสือแจ้งกำรจ ำหน่ำยทะเบียนอำวุธปืน (แบบ ก) (กรณีขอรับโอนอำวุธปืน หรือรับโอนมรดก ต่ำงท้องที่) (๔) ใบคู่มือประจ ำปืน (กรณีซื้ออำวุธปืนจำกร้ำนค้ำต่ำงท้องที่) (๕) อำวุธปืน (๖) ใบอนุญำตให้ซื้ออำวุธปืน (แบบ ป.๓) ของผู้รับใบอนุญำตที่นำยทะเบียนท้องที่ที่ หน่วยงำนจัดท ำโครงกำรสวัสดิกำรตั้งอยู่ลงนำมสลักหลังตัดโอนใบอนุญำตแล้ว (กรณีซื้ออำวุธปืนจำก โครงกำรจัดหำอำวุธปืนเพื่อเป็นสวัสดิกำรแก่ข้ำรำชกำร) (๗) ใบอนุญำตให้ซื้ออำวุธปืน (แบบ ป.๓) ของผู้รับใบอนุญำต ที่ร้ำนค้ำอำวุธปืน ได้ระบุรำยละเอียดกำรจ ำหน่ำยไว้ที่ด้ำนหลังใบอนุญำตแล้ว (กรณีซื้ออำวุธปืนจำกร้ำนค้ำอำวุธปืนใน เขตท้องที่) ๖) หลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (๑) บุคคลประสงค์จะมีและใช้อำวุธปืน ต้องยื่นค ำขอรับใบอนุญำตจำก นำยทะเบียนท้องที่ซึ่งตนมีภูมิล ำเนำอยู่ในทะเบียนบ้ำน และมีถิ่นที่อยู่ประจ ำในท้องที่ไม่น้อยกว่ำ ๖ เดือน และเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติ ไม่ต้องห้ำมตำมมำตรำ ๑๓ แห่งพระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่อง กระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ (๒) เจ้ำหน้ำที่ตรวจสอบค ำขอและเอกสำรแล้ว หำกเห็นว่ำ ค ำขอไม่ถูกต้อง หรือ ขำดเอกสำรหรือหลักฐำนใดจะแจ้งผู้ยื่นค ำขอทรำบ เพื่อด ำเนินกำรแก้ไขทันที กรณีที่แก้ไขไม่ได้ ในทันที ให้จัดท ำบันทึกคว ำมบกพร่องและก ำหนดระยะเวลำและลงน ำมทั้งสองฝ่ำย ไว้ในบันทึกนั้น (๓) นำยทะเบียนท้องที่จะรวบรวมและพิจำรณำพยำนหลักฐำนที่ตนเห็นว่ำจ ำเป็น แก่กำรพิสูจน์ข้อเท็จจริงเพื่อให้กำรใช้ดุลยพินิจเป็นไปตำมกฎหมำยและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ๔๖ กำรออกใบอนุญำตให้มีและใช้อำวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน (แบบ ป.๔), กรมกำรปกครอง ก ร ะ ท ร วง ม ห ำ ด ไ ท ย, สื บ ค้ น เ มื่ อ ๓๐ เ ม ษ ำ ย น ๒๕๖๖,https://www.dopa.go.th/public_service/ service_guide286/view289
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๐๙ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ผู้ขอรับใบอนุญำตต้องให้ควำมร่วมมือในกำรพิสูจน์ข้อเท็จจริงและมีหน้ำที่แจ้งพยำนหลักฐำน ที่ตนทรำบแก่นำยทะเบียนท้องที่ (๔) กรณีไม่อนุญำตนำยทะเบียนท้องที่ แจ้งผลกำรพิจำรณำและแจ้งสิทธิ ในกำรอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีภำยใน ๓๐ วัน (๕) กรณีอนุญำตนำยทะเบียนท้องที่จะออกใบอนุญำตให้มีและใช้อำวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน (แบบ ป.๔) ทั้งนี้ ใบอนุญำตมีอำยุตลอดเวลำที่ผู้รับใบอนุญำตเป็นเจ้ำของอำวุธปืนนั้น ๓. บทวิเคราะห์ มาต รก า รทา งกฎหมายในก า รอนุญาตก า รให้มีแล ะก า รใช้อ าวุธปืน : ศึกษากรณีคุณสมบัติการออกใบอนุญาต ๑) ปัญหาอาวุธปืน ปัญหำกำรอนุญำตกำรให้มีและกำรใช้อำวุธปืน และระยะเวลำในกำรอนุญำต ครอบครองอำวุธปืนในปัจจุบันตำมพระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่ง เทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมกำรมีและกำรใช้อำวุธปืน แต่กำรได้รับ อนุญำตตำมคุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญำต ไม่มีกำรประเมินสุขภำพจิตโดยจิตแพทย์ก่อนจะมีกำร อนุญำตให้มีและกำรใช้อำวุธปืน และภำยหลังที่ได้รับอนุญำตให้มีและกำรใช้อำวุธปืนไม่มีกำรติดตำม และตรวจสอบหลังจำกกำรได้รับอนุญำตให้ครอบครองอำวุธปืน โดยไม่มีกำรประเมินสุขภำพจิตโดย จิตแพทย์ จึงควรมีกำรก ำหนดระยะเวลำอำยุของใบอนุญำตให้มีและกำรใช้อำวุธปืน ๒) การออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน๔๗ กระทรวงมหำดไทย เป็นหน่ วยงำนมีหน้ ำที่ รับผิดชอบกำรด ำเนินกำร ตำมพระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ และมอบหมำยให้กรมกำรปกครอง มีหน้ำที่รับผิดชอบกำรออกใบอนุญำตให้มี และใช้อำวุธปืน (แบบ ป.๔) โดยมีหลักเกณฑ์ในกำรพิจำรณำในกำรที่บุคคลประสงค์จะมีและ ใช้อำวุธปืน ต้องยื่นค ำขอรับใบอนุญำตจำกนำยทะเบียนท้องที่ซึ่งตนมีภูมิล ำเนำอยู่ในทะเบียนบ้ำน และมี ถิ่นที่อยู่ประจ ำในท้องที่ไม่น้อยกว่ำ ๖ เดือน และเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติ ไม่ต้องห้ำม ตำมมำตรำ ๑๓ แห่งพระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ ๓) การก าหนดมาตรการทางกฎหมายในการอนุญาตการให้มีและการใช้อาวุธปืน ตำมพระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่ง เทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มำตรำ ๑๓ ได้ก ำหนดลักษณะของบุคคลซึ่งห้ำมไม่ให้เป็นผู้รับใบอนุญำต โดยต้องไม่ใช่ผู้ที่ได้รับโทษจ ำคุก และต้องไม่ใช่บุคคลซึ่งต้องโทษส ำหรับควำมผิดตำมกฎหมำยลักษณะ ๔๗ กำรออกใบอนุญำตให้มีและใช้อำวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน (แบบ ป.๔), กรมกำรปกครอง ก ร ะ ท ร วง ม ห ำ ดไ ท ย, สื บ ค้ น เ มื่ อ ๓๐ เ ม ษ ำ ย น ๒ ๕ ๖ ๖ , https://www.dopa.go.th/public_service/ service_guide286/view289
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๑๐ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร อำญำในควำมผิดฐำนประทุษร้ำยแก่ร่ำงกำยและพ้นโทษยังไม่เกิน ๕ ปี นับแต่วันพ้นโทษถึงวันยื่นค ำขอ ใบอนุญำต เว้นแต่ในกรณีควำมผิดที่กระท ำโดยควำมจ ำเป็น หรือเพื่อป้องกัน หรือโดยถูกยั่วโทสะ รวมทั้งบุคคลซึ่งต้องโทษจ ำคุกตั้งแต่สองครั้งขึ้นไปในระหว่ำงห้ำปีนับย้อนขึ้นไปจำกวันยื่นค ำขอ เว้น แต่ควำมผิดที่ได้กระท ำโดยประมำทหรือควำมผิดลหุโทษ รวมทั้ง บุคคลซึ่งยังไม่บรรลุนิติภำวะ บุคคลซึ่งไม่สำมำรถจะใช้อำวุธปืนได้โดย กำยพิกำรหรือทุพพลภำพ เว้นแต่จะมีไว้เพื่อเก็บส ำหรับอำวุธปืนที่นำยทะเบียนเห็นว่ำช ำรุดจนใช้ยิง ไม่ได้หรืออำวุธปืนแบบพ้นสมัย หรืออำวุธปืนซึ่งได้รับเป็นรำงวัลจำกกำรแข่งขันยิงปืนในทำงรำชกำร บุคคลซึ่งเป็นคนไร้ควำมสำมำรถหรือเป็นคนเสมือนไร้ควำมสำมำรถหรือปรำกฏว่ำเป็นคนวิกลจริต หรือ จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ บุคคลซึ่งไม่มีอำชีพและรำยได้ บุคคลซึ่งไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และ บุคคลซึ่งมีควำมประพฤติชั่วอย่ำงร้ำยแรงอันอำจกระทบกระเทือนถึงควำมสงบเรียบร้อยของ ประชำชน๔๘ จำกที่กล่ำวมำข้ำงต้นเห็นว่ำกำรก ำหนดลักษณะของบุคคลซึ่งห้ำมไม่ให้เป็นผู้รับ ใบอนุญำต ไม่มีกฎหมำยก ำหนดเกี่ยวกับกำรประเมินสุขภำพจิตโดยจิตแพทย์ก่อนจะมี กำรอนุญำตให้มีและกำรใช้อำวุธปืน เนื่องจำกอำวุธปืนเป็นอำวุธที่มีอำนุภำพร้ำยแรง หำกมี กำรน ำอำวุธปืนมำก่ออำชญำกรรมย่อมส่งผลกระทบต่อควำมสงบเรียบร้อยและควำมปลอดภัยของ ประชำชน เป็นปัญหำและอันตรำยต่อเด็กหรือประชำชน ๔) ปัญหาการก าหนดระยะเวลาให้มีและใช้อาวุธปืน ตำมพระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มำตรำ ๒๓ (๑) ได้ก ำหนดให้ใบอนุญำตให้มีและใช้อำวุธปืนซึ่งใช้ ดินปืนมีควัน มีอำยุตลอดเวลำที่ผู้นั้นมีใบอนุญำตให้มีและใช้อำวุธปืนนั้นอยู่๔๙ จำกที่กล่ำวมำข้ำงต้นเห็นว่ำผู้ที่ได้รับใบอนุญำตให้มีและใช้อำวุธปืนมีอำยุ ตลอดเวลำที่ผู้นั้นมีใบอนุญำตให้มีและใช้อำวุธปืนนั้น ท ำให้ไม่ต้องต่อใบอนุญำตซึ่งผู้ที่ ได้รับอนุญำตให้มีและใช้อำวุธปืนอำจจะก่ออำชญำกรรมได้ ตัวอย่ำงเช่น (๑) เหตุกำรณ์ข้ำรำชกำรต ำรวจก่อเหตุใช้อำวุธลูกโม่ปืนยิงประมำณ ๕๐ นัดและ ส่งเสียงโวยวำยติดต่อกันนำนหลำยชั่วโมง ภำยในบ้ำนพักย่ำนสำยไหม ซึ่งเกิดจำกควำมเครียดสะสม จำกปัญหำส่วนตัว ปัญหำเรื่องสุขภำพ และปัญหำกำรท ำงำน เนื่องจำกก่อนหน้ำนี้ได้ตรวจสอบ สุขภำพจิต เพื่อปรับต ำแหน่งงำนแต่ไม่ผ่ำนเกณฑ์ จำกสำเหตุนี้ หน่วยงำนต้นสังกัดจึงได้ประสำน แพทย์โรงพยำบำลต ำรวจ เดินทำงมำที่บ้ำนพัก จึงท ำให้เกิดควำมเครียดกระทั่งก่อเหตุดังกล่ำว๕๐ ๔๘ พระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มำตรำ ๑๓ ๔๙ พระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มำตรำ ๒๓ (๑) ๕๐ สยำมรัฐ (ออนไลน์). (๒๕๖๖). ผบก.น.2 สั่งเร่งรวบรวมหลักฐานด าเนินคดี “สารวัตรคลั่ง” กราดยิง สายไหม, สืบค้นเมื่อ ๒๒ เมษำยน ๒๕๖๖. จำก https://siamrath.co.th/n/430792
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๑๑ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร (๒) เหตุกำรณ์อดีตข้ำรำชกำรต ำรวจก่อเหตุกรำดยิงภำยในศูนย์พัฒนำเด็กเล็ก ท ำให้ มีผู้เสียชีวิตและได้รับบำดเจ็บเป็นจ ำนวนมำก โดยผู้ก่อเหตุเป็นอดีตข้ำรำชกำรต ำรวจที่ถูกไล่ออกจำก รำชกำรแล้วเคียดแค้นจนกระทั่งก่อเหตุดังกล่ำว๕๑ ดังนั้น จึงควรก ำหนดทบทวนในกำรมีและใช้อำวุธปืน โดยให้มีกำรทบทวนควำม ประพฤติว่ำใช้ปืนได้หรือไม่ ส ำหรับผู้ที่ได้รับอนุญำตให้มีและใช้อำวุธปืน โดยก ำหนดเวลำทบทวน ระยะเวลำที่ได้รับอนุญำตทุก ๓ ปี และมีกำรทบทวนด้วยกำรประเมินสุขภำพจิตโดยจิตแพทย์ก่อนจะ มีกำรต่อใบอนุญำต ๕) ปัญหากรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตตกเป็นผู้ซึ่งจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ ตำมพระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่ง เทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐๕๒ ให้นำยทะเบียนท้องที่มีอ ำนำจเพิกถอนใบอนุญำต ให้จัดกำร ขำยทอดตลำด หรือหำกปรำกฏว่ำผู้รับใบอนุญำตรำยใดมีพฤติกำรณ์ไม่เหมำะสม หรือสงสัย ในคุณสมบัติว่ำจะเป็นผู้ต้องห้ำมในกำรออกใบอนุญำต ให้นำยทะเบียนท้องที่มีค ำสั่งให้ผู้รับใบอนุญำต น ำอำวุธปืนเครื่องกระสุนมำตรวจสอบ หำกมีกรณีสงสัยให้เรียกประกันทัณฑ์บน หรือพิจำรณำ เพิกถอนใบอนุญำตตำมกฎหมำยเป็นรำย ๆ ไป ในกำรพิจำรณำด ำเนินคดีนั้น ถ้ำปรำกฏว่ำผู้ที่ได้รับใบอนุญำตเป็นผู้ซึ่งออก ใบอนุญำตให้ไม่ได้ให้แจ้งพฤติกำรณ์และส่งมอบอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และใบอนุญำต ให้แก่นำยทะเบียนท้องที่โดยไม่ชักช้ำ และให้นำยทะเบียนท้องที่เพิกถอนใบอนุญำตนั้นเสีย และเมื่อรับค ำสั่งเพิกถอนใบอนุญำตแล้ว ให้ผู้รับใบอนุญำตส่งมอบอำวุธปืน เครื่องกระสุนและ ใบอนุญำตให้แก่นำยทะเบียนท้องที่โดยไม่ชักช้ำ จำกที่กล่ำวมำข้ำงต้นเห็นว่ำ กำรเพิกถอนใบอนุญำตให้มีและกำรใช้อำวุธปืน ไม่ รวมถึงกำรประเมินสุขภำพจิตโดยจิตแพทย์ เนื่องจำกไม่อยู่ในกำรก ำหนดลักษณะของบุคคลซึ่งห้ำม ไม่ให้เป็นผู้รับใบอนุญำตให้มีและกำรใช้อำวุธปืน ๖) ปัญหาด้านบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะด้าน กำรแก้ปัญหำกำรอนุญำตกำรให้มีและกำรใช้อำวุธปืน และระยะเวลำ ในกำรอนุญำตครอบครองอำวุธปืน ควรก ำหนดให้มีกำรประเมินสุขภำพจิตโดยจิตแพทย์ก่อนจะมีกำร อนุญำตให้มีและกำรใช้อำวุธปืน แต่ปัจจุบันจิตแพทย์ไม่เพียงพอรองรับกำรดูแลสุขภำพจิตและจิตเวช ซึ่งจ ำนวนบุคลำกรทำงกำรแพทย์ด้ำนสุขภำพจิต โดยเฉพำะจิตแพทย์ทั่วไปและจิตแพทย์เด็กและ วัยรุ่นยังขำดแคลน ปัจจุบันมีจิตแพทย์ที่ให้บริกำรในสังกัดกระทรวงสำธำรณสุขและกรุงเทพมหำนคร มี เพียง ๘๒๒ คน จ ำแนกเป็นจิตแพทย์ทั่วไป จ ำนวน ๖๓๒ คน และจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น จ ำนวน ๑๙๐ คน โดยกระจำยอยู่ตำมภูมิภำคต่ำง ๆ ได้แก่ กรุงเทพมหำนคร จ ำนวน ๓๖๗ คน ภำค ๕๑ ไทยโพสต์ (ออนไลน์). (๒๕๖๖). ช็อกโลก! เสียชีวิตพุ่ง ๓๑ ศพ เหตุกราดยิงศูนย์เด็กเล็ก หนองบัวล าภู, สืบค้นเมื่อ ๒๒ เมษำยน ๒๕๖๖. จำก https://www.thaipost.net/hi-light/237078/ ๕๒ พระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มำตรำ ๖๕ - มำตรำ ๖๘
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๑๒ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ตะวันออกเฉียงเหนือ จ ำนวน ๑๑๔ คน ภำคกลำงและภำคตะวันตก จ ำนวน ๑๑๒ คน ภำคเหนือ จ ำนวน ๑๐๓ คน ภำคใต้ จ ำนวน ๘๓ คน และภำคตะวันออก จ ำนวน ๔๓ คน๕๓ จำกที่กล่ำวมำข้ำงต้นเห็นว่ำ กำรแก้ปัญหำกำรอนุญำตกำรให้มีและกำรใช้ อำวุธปืน และระยะเวลำในกำรอนุญำตครอบครองอำวุธปืน ควรมีกำรประเมินสุขภำพจิต โดยจิตแพทย์ก่อนจะมีกำรอนุญำตให้มีและกำรใช้อำวุธปืน ประกอบกำรรับรองว่ำผู้ยื่น ค ำขออนุญำตไม่เป็นบุคคลวิกลจริต จิตฟั่นเฟือน หรือเป็นผู้มีภำวะทำงอำรมณ์ที่เหมำะสม ทั้งนี้ เนื่องจำกจิตแพทย์ที่สำมำรถออกใบรับรองแพทย์ยังขำดแคลน จึงเห็นควรก ำหนด โยบำยให้กระทรวงสำธำรณสุข เร่งแก้ไขปัญหำจ ำนวนจิตแพทย์ไม่เพียงพอต่อกำรรองรับ กำรดูแลสุขภำพจิตและจิตเวช เพื่อให้สอดคล้องกับควำมต้องกำรจิตแพทย์ในปัจจุบัน ๗) ปัญหาเจ้าหน้าที่ต ารวจพกพาอาวุธปืน ปัญหำเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจพกพำอำวุธปืนในขณะปฏิบัติหน้ำที่ โดยไม่มีใบอนุญำตให้มี อำวุธปืนติดตัวมำแสดง ไม่เป็นกำรกระท ำควำมผิดกฎหมำยกำรพกพำอำวุธปืน ตำมกฎหมำย พระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐๕๔ แม้ว่ำตำมกฎหมำยก ำหนดห้ำมบุคคลพำอำวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้ำน หรือทำงสำธำรณะ โดยไม่ได้รับใบอนุญำตให้มีอำวุธปืนติดตัว เว้นแต่เป็นกรณีที่ต้องมีติดตัว เมื่อมีเหตุจ ำเป็นและเร่งด่วนตำมสมควรแก่พฤติกำรณ์ถ้ำหำกบุคคลใดฝ่ำฝืนจะมีโทษ ตำมกฎหมำยทั้งโทษจ ำคุก หรือโทษปรับ หรือทั้งจ ำคุกและโทษปรับ๕๕ แต่พระรำชบัญญัติฯ ดังกล่ำว ได้ยกเว้นไม่ใช้กับเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจผู้ปฏิบัติหน้ำที่ ซึ่งอยู่ในระหว่ำงกำรปฏิบัติหน้ำที่ดังนั้น ขณะที่เจ้ำหน้ำที่ต ำรวจก ำลังปฏิบัติหน้ำที่อยู่สำมำรถพกพำ อำวุธปืนได้ ไม่ว่ำจะสวมใส่เครื่องแบบ หรือปฏิบัติหน้ำที่นอกเครื่องแบบ แต่หำกปฏิบัติหน้ำที่นอก เครื่องแบบ ให้พกพำอำวุธปืนในลักษณะมิดชิด ไม่อำจสังเกตเห็นได้ง่ำย อย่ำงไรก็ตำม เจ้ำหน้ำที่ต ำรวจจะต้องปฏิบัติตำมกฎควำมปลอดภัยในกำรใช้อำวุธ ปืน และค ำนึงถึงกฎหมำยว่ำด้วยอำวุธปืนโดยเคร่งครัด หำกเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจพกพำอำวุธปืน โดยเปิดเผย เพื่อวัตถุประสงค์อย่ำงอื่น นอกเหนือจำกกำรปฏิบัติหน้ำที่ หรือใช้ข่มขู่ผู้อื่น ต้องรับโทษตำมประมวล กฎหมำยอำญำ และตำมพระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่ง เทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ และอำจมีโทษทำงวินัยด้วย๕๖ ๕๓ เจำะลึกระบบสุขภำพ (๒๕๖๖), สธ. สนับสนุน นโยบายเร่งผลิตจิตแพทย์ ลดปัญหาขาดแคลน ดูแล สุขภ าพใจป ร ะ ช าชนทั่ ว ถึง, สืบค้นเมื่อ ๒๒ เมษ ำยน ๒๕๖๖ . จ ำก https://www.hfocus.org/content/ 2022/12/26556 ๕๔ พระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มำตรำ ๘ ทวิ ๕๕ พระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มำตรำ ๗๒ ทวิ ๕๖ เจ้ำหน้ำที่ต ำรวจพกพำอำวุธปืนต้องมีใบอนุญำตหรือไม่ (๒๕๖๔), โรงเรียนนำยร้อยต ำรวจ, สืบค้น เมื่อ ๒๕ พฤษภำคม ๒๕๖๖. จำก https://rpca.ac.th/?p=1928
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๑๓ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ทั้งนี้ กำรขอใบอนุญำตมีอำวุธปืนติดตัวเพื่อพกพำไปในที่สำธำรณะ จะต้องยื่นค ำ ขอใบอนุญำตต่อกองบัญชำกำรต ำรวจสอบสวนกลำง ซึ่งกำรพิจำรณำอนุญำตจะเริ่มจำกกำร ตรวจสอบประวัติของผู้ยื่นค ำขออนุญำตในเรื่องต่ำง ๆ เช่น ประวัติกำรต้องหำคดีอำญำ ประวัติกำร เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้ำง และยำเสพติด พฤติกำรณ์ด้ำนควำมมั่นคง ควำมประพฤติ กำร ประกอบอำชีพ และเหตุผลควำมจ ำเป็นในกำรขอใบอนุญำต จำกนั้นจะเป็นกำรพิจำรณำของ คณะกรรมกำรกลั่นกรองกำรออกใบอนุญำตให้มีอำวุธปืนติดตัวตำมค ำสั่งของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ โดยบุคคลที่ผ่ำนกำรพิจำรณำแล้ว จะต้องน ำอำวุธปืนไปยิง เพื่อเก็บกระสุนและรับใบอนุญำตต่อไป ๔. บทสรุปและอภิปรายผล ในกำรปฏิบัติหน้ำที่ฝ่ำยเลขำนุกำร เพื่อสนับสนุนกำรด ำเนินงำนของคณะกรรมำธิกำรกำร ต ำรวจ สภำผู้แทนรำษฎร ได้ศึกษำปัญหำกำรก ่ออำชญำกรรมโดยอำวุธปืนจำกเหตุกำรณ์อดีต ข้ำรำชกำรต ำรวจใช้อำว ุธปืน ก่อเหตุกรำดยิงประชำชนภำยในศูนย์พัฒนำเด็กเล็ก ท ำให้มี ผู้ได้รับบำดเจ็บและมีผู้เสียชีวิตเป็นจ ำนวนมำก ซึ่งเป็นเรื่องที่คณะกรรมำธิกำรให้ควำมส ำคัญ เห็นได้ จำกกำรที่คณะกรรมำธิกำรเดินทำงไปศึกษำดูงำน เพื่อติดตำมสถำนกำรณ์เหตุใช้ควำมรุนแรง ในพื้นที่ และกำรก ำหนดให้มีกำรประชุมเพื่อพิจำรณำศึกษำมำตรกำรในกำรป้องกันและแก้ไขปัญหำ อำวุธปืน ตำมพระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอำวุธ ปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ กำรขออนุญำตให้เป็นผู้ครอบครองอำวุธปืนตำมพระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ ไม่ได้มีบทบัญญัติ เกี่ยวกับกำรใช้เอกสำรรับรองกำรตรวจสุขภำพจิตของผู้ขอรับใบอนุญำตเกี่ยวกับอำวุธปืน ซึ่งเป็นเรื่อง ส ำคัญและมีควำมจ ำเป็นที่ต้องมีมำตรกำรกำรประเมินสุขภำพจิตโดยจิตแพทย์แก่ผู้ที่ได้รับกำรอนุญำต ให้ครอบครองอำวุธปืน ไม่ว่ำจะเป็นประชำชน ข้ำรำชกำร โดยเฉพำะข้ำรำชกำรต ำรวจ ซึ่งมีหน้ำที่ในกำร ป้องกันและปรำบปรำมกำรกระท ำควำมผิดอำญำ กำรรักษำควำมสงบเรียบร้อย ควำมปลอดภัยของ ประชำชน แต่กลับกลำยเป็นว่ำข้ำรำชกำรต ำรวจเป็นผู้ก่ออำชญำกรรมด้วยอำวุธปืนเสียเอง จึงควรมี กำรทบทวนกฎหมำยที่ก ำหนดลักษณะของบุคคล ให้มีควำมเข้มงวดในกำรออกใบอนุญำตกำรให้มีและ กำรใช้อำวุธปืน โดยก ำหนดให้ผู้ที่ยื่นค ำขออนุญำตนั้นต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติอย่ำงครบถ้วนตำม กฎหมำย มีมำตรกำรกำรประเมินสุขภำพรับรองโดยจิตแพทย์ หำกจิตแพทย์วินิจฉัยว่ำบุคคลที่มี ใบอนุญำตให้มีและใช้อำวุธปืนเป็นผู้ที่มีสุขภำพไม่เหมำะสมกับกำรครอบครองอำวุธปืน หน่วยงำนที่ เกี่ยวข้องควรพิจำรณำถึงกำรก ำหนดให้มีกระบวนกำรและวิธีกำรด ำเนินกำรเพื่อยึดอำวุธปืน หรือเพิก ถอนกำรครอบครองอำวุธปืน ในส่วนกำรควบคุมและจ ำกัดจ ำนวนอำวุธปืน ตำมกฎหมำยมีกำรก ำหนดขั้นตอน และ คุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับอนุญำตให้มีและใช้อำวุธปืน ให้เป็นดุลพินิจของนำยทะเบียน ซึ่งกำรพิจำรณำอนุญำตให้มีอำวุธปืนมำกน้อยเพียงใดนั้น ต้องพิจำรณำประกอบหลักฐำน ควำมจ ำเป็นของแต่ละบุคคล ท ำให้ผู้ขออนุญำตให้มีและใช้อำวุธปืนนั้น สำมำรถมีอำวุธปืน ในควำมครอบครองมำกกว่ำ ๑ กระบอก
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๑๔ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ดังนั้น เจ้ำหน้ำที่ควรเข้มงวดและตรวจสอบพฤติกรรมและควำมเหมำะสม ในกำรครอบครองอำวุธปืนส ำหรับบุคคลที่มีใบอนุญำตครอบครองอำวุธปืนจ ำนวนหลำยกระบอก รวมทั้ง ควรมีกำรพิจำรณำถึงควำมเหมำะสมของจ ำนวนปืนที่ประชำชนจะมีไว้ในควำมครอบครอง โดยเฉพำะกรณี ที่มีกำรขออนุญำตมีอำวุธปืนเพิ่ม รวมทั้ง ควรมีมำตรกำรตรวจสอบทบทวนเพื่อพิจำรณำคุณสมบัติที่เหมำะสม ในกำรครอบครองอำวุธปืน เนื่องจำกตำมกฎหมำยในส่วนระยะเวลำกำรครอบครองอำวุธปืนนั้น ก ำหนดให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญำตให้มีและใช้อ ำ วุ ธปืนมีอ ำยุตลอดเ วล ำที่มีใบอนุญ ำตให้มี และใช้อำวุธปืน จึงเป็นกรณีเมื่ออนุมัติแล้ว ใบอนุญำตให้มีและกำรใช้อำวุธปืนเป็นใบอนุญำต ที่ไม่มีวันหมดอำยุ และไม่มีก ำหนดกำรตรวจสอบหรือประเมินควำมเหมำะสมในกำรครอบครอง เป็นระยะ ๆ ท ำให้ผู้ที่ขอรับอนุญำตที่ถูกประเมินว่ำอยู่ในสภำวะที่สมควรครอบครองอำวุธปืน ได้อย่ำงปลอดภัย ณ วันที่ขอใบอนุญำต ซึ่งผู้ที่ได้รับอนุญำตสำมำรถครอบครองอำวุธปืนไปได้ตลอด ชีวิต แม้ในอนำคตอำจมีเหตุใดที่ท ำให้ผู้ที่ได้รับอนุญำตไม่อยู่ในจุดที่สมควรได้รับอนุญำตอีกต่อไป เนื่องจำกปัญหำด้ำนสุขภำพจิต ในส่วนกำรครอบครองปืนของเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจ แม้เจ้ำหน้ำที่ต ำรวจพกพำอำวุธปืน ในขณะปฏิบัติหน้ำที่ โดยไม่มีใบอนุญำตให้มีอำวุธปืนติดตัวมำแสดง ไม่เป็นควำมผิดตำมกฎหมำย ก็ตำม ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ควรก ำหนดให้มีกำรควบคุมกำรครอบครองอำวุธปืนส่วนตัวของ ข้ำรำชกำรต ำรวจ เพื่อเป็นกำรป้องกันกำรครอบครองอำวุธปืนที่เกินควำมจ ำเป็น ทั้งนี้ กำรศึกษำมำตรกำรทำงกฎหมำยในกำรอนุญำตกำรให้มีและกำรใช้อำวุธปืน ตำมพระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ ในส่วนคุณสมบัติกำรออกใบอนุญำต เพื่อใช้เป็นข้อมูลเพื่อสนับสนุนกำรด ำเนินงำน ของคณะกรรมำธิกำรกำรต ำรวจ สภำผู้แทนรำษฎรให้มีข้อมูลในเรื่องเกี่ยวคุณสมบัติกำรขออนุญำตอำวุธปืน ตลอดจนปัญหำที่เกี่ยวข้องกับกำรก ำหนดมำตรกำรทำงกฎหมำยในกำรอนุญำตกำรให้มีและ กำรใช้อำวุธปืน และเป็นข้อมูลในกำรเสนอปรับปรุงแก้ไขพระรำชบัญญัติ ฯ ดังกล่ำว เนื่องจำก กำรอนุญำตกำรให้มีและกำรใช้อำวุธปืน ควรต้องมีผลตรวจสุขภำพจิต รับรองโดยจิตแพทย์ โดยไม่เป็น บุคคลวิกลจริต จิตฟั่นเฟือน หรือเป็นผู้มีภำวะทำงอำรมณ์ที่เหมำะสม และควรมีก ำหนดทบทวน กำรครอบครองอำวุธปืน ๕. ข้อเสนอแนะ จำกกำรปฏิบัติหน้ำที่ฝ่ำยเลขำนุกำร เพื่อสนับสนุนกำรด ำเนินงำนของคณะกรรมำธิกำรกำร ต ำรวจ สภำผู้แทนรำษฎร ได้ศึกษำและจัดท ำเอกสำรวิชำกำรเรื่อง มำตรกำรทำงกฎหมำยในกำรอนุญำต กำรให้มีและกำรใช้อำวุธปืน : ศึกษำกรณีคุณสมบัติกำรออกใบอนุญำต ตำมพระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ ควรมีกำรเสนอปรับปรุง แก้ไขพระรำชบัญญัติอำวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอำวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ และควรมีมำตรกำร ดังนี้
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๑๕ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ๑) แก้ไขปรับปรุงพระรำชบัญญัติฯ โดยบัญญัติให้มีเอกสำรใบรับรองแพทย์ ส ำหรับผู้ ยื่นค ำขออนุญ ำตมีและใช้อ ำ วุธปืน ต้องมีเอกส ำ รใบ รับรองแพทย์ประกอบรับรองว่ำ ผู้ยื่นค ำขออนุญำตไม่เป็นบุคคลวิกลจริต จิตฟั่นเฟือน หรือเป็นผู้มีภำวะทำงอำรมณ์ที่เหมำะสม ๒) แก้ไขปรับปรุงพระรำชบัญญัติฯ โดยบัญญัติให้มีกำรมีก ำหนดกำรตรวจสอบ หรือ ประเมินควำมเหมำะสมในกำรครอบครองอำวุธปืน โดยก ำหนดเวลำทบทวนนับจำกระยะเวลำที่ได้รับ อนุญำตทุก ๓ ปี ๓) กระทรวงมหำดไทย ควรก ำหนดมำตรกำรประเภทบุคคล คุณสมบัติของบุคคล และจ ำนวนอำวุธปืนที่เหมำะสม ในกำรขออนุญำตมีหรือใช้อำวุธปืน เพื่อเป็นมำตรกำร ในกำรจ ำกัดกำรมีอำวุธปืน ๔) กระทรวงมหำดไทย ควรก ำหนดมำตรกำรให้มีอำวุธปืนประจ ำต ำแหน่ง ให้แก่ข้ำรำชกำรบำงหน่วยงำนที่มีควำมจ ำเป็นต้องมีหรือใช้อำวุธปืน เพื่อเป็นกำรจ ำกัดจ ำนวน กำรออกใบอนุญำตให้มีหรือใช้อำวุธปืนให้แก่ข้ำรำชกำรที่ประสงค์จะครอบครองอำวุธปืน ๕) กระทรวงมหำดไทย ควรมีมำตรกำรควบคุมและจ ำกัดจ ำนวนอำวุธปืน และตรวจสอบพฤติกรรมและควำมเหมำะสมในกำรครอบครองอำวุธปืนส ำหรับบุคคลที่มีใบอนุญำต ครอบครองอำวุธปืนจ ำนวนหลำยกระบอก และกลุ่มเยำวชน รวมทั้งควรมีกำรพิจำรณำ ถึงควำมเหมำะสมของจ ำนวนปืนที่ประชำชนจะมีไว้ในควำมครอบครอง โดยเฉพำะกรณีที่มี กำรขออนุญำตมีอำวุธปืนเพิ่ม ๖) ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ควรก ำหนดมำตรกำรตรวจสอบพฤติกรรม และสุขภำพจิตของเจ้ำหน้ำต ำรวจที่ที่ปฏิบัติงำนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอำวุธปืนอย่ำงสม่ ำเสมอ เพื่อป้องกันกำรก่อเหตุอำชญำกรรมที่มีควำมรุนแรง ๗) ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ควรก ำหนดมำตรกำรให้เข้มงวดกวดขันกำรตรวจสอบกำร ปฏิบัติตำมกฎระเบียบและแนวปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชำในเรื่องกำรควบคุมตรวจสอบอำวุธปืนที่อยู่ ในควำมครอบครองของหน่วยงำน ว่ำที่ร้อยเอก จิระณัฏฐ์ จั่นอำจ นิติกรปฏิบัติกำร กลุ่มงำนคณะกรรมำธิกำรกำรต ำรวจ ส ำนักกรรมำธิกำร ๒
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๑๖ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร บทบาทของกองทัพกับนโยบายรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ๑. ความเป็นมาและความส าคัญของปัญหา ปัจจุบันเป็นยุคโลกำภิวัฒน์ (Globalization) ที่กำรติดต่อสื่อสำรไร้พรมแดนโดยกำร เชื่อมต่อด้วยอินเทอร์เน็ตซึ่งมีอิทธิพลอย่ำงมำกในกำรด ำรงชีวิตประจ ำวัน ไม่ว่ำจะเป็นกำรควบคุม ระบบสื่อสำรโทรคมนำคม ระบบไฟฟ้ำธนำคำร หรือสำธำรณูปโภค และระบบขนส่งของประเทศ ในขณะเดียวกันก็มีปรำกฏกำรณ์ของอำชญำกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Cyber Crime ที่มีทั้งกำรล้วง ข้อมูลควำมลับ กำรก่ออำชญำกรรมและยักยอกทรัพย์มำกขึ้น มีกำรใช้เทคนิคใหม่ที่เพิ่มควำม สลับซับซ้อนด้วยช่องทำงกำรเข้ำถึงข้อมูลที่หลำกหลำยยิ่งขึ้น โดยเฉพำะเรื่อง Personal Mobile Devices ที่ใช้มือถือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต กำรส่งข้อมูลขยะอันไม่พึงประสงค์ (Spam) กำรหลอกลวง ผ่ำนสื่ออินเทอร์เน็ต (Phishing) ตลอดจนกำรเจำะระบบ (Hack) เพื่อเข้ำถึงข้อมูลชั้นควำมลับ ซึ่งปัจจุบันแฮกเกอร์ (Hacker) ไม่ได้มีเป้ำหมำยเจำะระบบเครือข่ำยธนำคำรหรือผู้ให้บริกำรธุรกรรม ออนไลน์เท่ำนั้น หน่วยงำนภำครัฐหรือหน่วยงำนที่มีข้อมูลส ำคัญ เช่น หน่วยงำนทหำร หน่วยงำน ควำมมั่นคงปลอดภัยของประเทศ หน่วยงำนกำรเมือง หรือองค์กรธุรกิจขนำดใหญ่อำจตกเป็น เป้ำหมำยของกำรจำรกรรมข้อมูลและท ำลำยระบบข้อมูลต่ำง ๆ อีกด้วย ซึ่งเหตุกำรณ์และแนวโน้มที่ เกิดขึ้นเหล่ำนี้ แสดงให้เห็นถึงลักษณะภัยคุกคำมรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปสู่สงครำมอสมมำตร (Asymmetric Warfare) ที่ฝ่ำยตรงข้ำม หรือผู้ก่อกำรร้ำยจะใช้โจมตีจุดส ำคัญที่เป็นหัวใจของชำติ โดยไม่จ ำเป็นต้องมีก ำลังทำงทหำร ผ่ำนกำรใช้สื่อดิจิทัล (Digital Media) และเทคโนโลยีโทรคมนำคม (Telecommunication Technology) เป็นเครื่องมือ โดยภัยคุกคำมดังกล่ำวนี้จะเป็นภัยคุกคำมที่มี ผลกระทบในระดับนำนำชำติในอดีตรัฐมีควำมมั่นคงของรัฐจ ำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องที่เกี่ยวกับดินแดน จำกภัยคุกคำมภำยนอก ปัจจุบันเรียกว่ำภัยคุกคำมแบบดั้งเดิม (Tradition Security) ที่อำจจะถูกรัฐอื่น โจมตีได้เท่ำนั้น แต่ในปัจจุบันหลังจำกสิ้นสุดสงครำมโลกครั้งที่ ๒ ภัยที่เกี่ยวกับกำรรุกรำน เริ่มเปลี่ยนแปลงไป เนื่องมำจำกกำรมีบทบำทของสหประชำชำติ ดังนั้นภัยควำมมั่นคงแบบดั้งเดิม จึงมีบทบำทลดน้อยลง น ำไปสู่กำรเกิดขึ้นของภัยควำมมั่นคงรูปแบบใหม่ (Non Traditional Security) ซึ่งปัญหำดังกล่ำวจะเกิดจำกภำยในแต่ละรัฐ และรัฐอื่นไม่มีส่วนท ำให้เกิดภัยควำมมั่นคง นั้นขึ้น เช่น ยำเสพติด กำรหลบหนีเข้ำเมือง กำรก่อกำรร้ำยและอำชญำกรรมข้ำมชำติ กำรบุกรุกป่ำ ไม้ ปัญหำควำมรุนแรง ๓ จังหวัดชำยแดนภำคใต้ และปัญหำกำรก่ออำชญำกรรมทำงไซเบอร์ เป็นต้น ภัยคุกคำมทำงไซเบอร์ (Cyber Threats) ในวงกำรทหำรถือว่ำเป็นภัยที่คุกคำม ควำมมั่นคงของชำติเชื่อมโยงไปสู่ด้ำนต่ำง ๆ ซึ่งมีกำรใช้เทคโนโลยีเข้ำมำท ำลำยควำมมั่นคงของ ประเทศ ประเทศไทยได้เรียนรู้จำกประเทศที่เป็นมหำอ ำนำจทำงทหำรซึ่งประเทศเหล่ำนั้นได้ก ำหนด พลังอ ำนำจทำงทหำรไว้ ๕ ด้ำน หรือเรียกว่ำเป็นโดเมน คือ ๑. พื้นที่ปฏิบัติกำรบนดิน (Land Domain) ๒. พื้นที่ปฏิบัติกำรในน้ ำ (Sea Domain) ๓. พื้นที่ปฏิบัติกำรในอำกำศ (Air Domain) ๔. พื้นที่ปฏิบัติกำรบนห้วงอวกำศ (Space Domain) และ ๕. พื้นที่ปฏิบัติกำรด้ำนไซเบอร์โดเมน (Cyber Domain) ซึ่งโดเมนที่ ๕ มีควำมส ำคัญมำก เพรำะประเทศที่มีก ำลังทหำรมำกและมีอำวุธที่
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๑๗ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ทันสมัย แต่ถ้ำหำกไม่สำมำรถควบคุมไซเบอร์โดเมน (Cyber Domain) ซึ่งเป็นส่วนควบคุมหรือบังคับ บัญชำได้ก็ไม่มีประโยชน์เพรำะสงครำมในยุคใหม่จะไม่เห็นภำพกำรเคลื่อนก ำลังทหำรในกำรรบ แต่จะมีกำรควบคุมสั่งกำรของกองทัพผ่ำนเครือข่ำยคอมพิวเตอร์ ถ้ำหำกระบบควบคุมสั่งกำรของ กองทัพได้ถูกท ำลำยไปและบิดเบือนข้อมูลต่ำง ๆ ระบบบังคับบัญชำและระบบสั่งกำรใช้ไม่ได้กองทัพ ในยุคสมัยใหม่ก็จะพ่ำยแพ้ในสมรภูมิรบ อีกทั้งกองทัพไทยเป็นหน่วยงำนหลักที่มีภำรกิจในด้ำน กำรรักษำควำมมั่นคงปลอดภัยของประเทศชำติ ตำมที่รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๖๐ มำตรำ ๕๒บัญญัติว่ำ “รัฐต้องพิทักษ์รักษำไว้ซึ่งสถำบันพระมหำกษัตริย์ เอกรำช อธิปไตย บูรณภำพแห่งอำณำเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชำติ ควำมมั่นคงของรัฐและควำมสงบเรียบร้อยของประชำชน เพื่อประโยชน์แห่งกำรนี้ รัฐต้องจัดให้มี กำรทหำร กำรทูต และกำรข่ำวกรองที่มีประสิทธิภำพ ก ำลังทหำรให้ใช้เพื่อกำรพัฒนำประเทศด้วย” ดังนั้น กำรปฏิบัติภำรกิจทั้งปวงของทหำรจ ำเป็นต้องด ำเนินกำรควบคู่ไปกับกำรจัดเตรียมกองทัพเพื่อ รองรับภัยคุกคำมทุกรูปแบบเพื่อพร้อมเผชิญสถำนกำรณ์ด้ำนควำมมั่นคงที่มีกำรเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลำ สถำนกำรณ์ไซเบอร์ภำยในประเทศไทยนับว่ำยังไม่มีควำมรุนแรงมำกนัก กำรโจมตี ในลักษณะที่เป็นกำรกระท ำสงครำมไซเบอร์ระดับประเทศนั้นยังไม่ปรำกฏเหตุกำรณ์ชัดเจน มีเพียงแต่เหตุกำรณ์ที่เว็บไซต์ของหน่วยงำนต่ำง ๆ ถูกโจมตีด้วยกำรเปลี่ยนหน้ำเว็บไซต์จำกบุคคล เฉพำะกลุ่ม เช่น กลุ่มพลเมืองต่อต้ำน Single gateway กลุ่มพลเมืองต่อต้ำนพระรำชบัญญัติ คอมพิวเตอร์ โดยผู้กระท ำควำมผิดหรือแฮกเกอร์กลุ่มดังกล่ำวต้องกำรต่อต้ำนอ ำนำจของรัฐ หรือ ท ำให้รัฐเกิดควำมวุ่นวำยและเสียหำย นอกจำกนี้ ยังมีกำรโจมตีอีกรูปแบบหนึ่งที่เกิดขึ้น คือ กำรปฏิบัติกำรข่ำวสำร (Information Operations : IO กล่ำวคือ เป็นกำรเปลี่ยนแปลงข่ำวสำร กำรรับรู้ต่ำง ๆ ของประชำชน จำกกรณีดังกล่ำวจึงอำจก่อให้เกิดสภำพแวดล้อมที่เอื้ออ ำนวยต่อ ภัยคุกคำมและกำรก่ออำชญำกรรมทำงไซเบอร์ที่สำมำรถส่งผลกระทบในวงกว้ำงอย่ำงรวดเร็วและ ปัจจุบันยิ่งทวีควำมรุนแรงมำกขึ้น สร้ำงควำมเสียหำยทั้งในระดับบุคคลและระดับประเทศ ด้วยเหตุ ดังกล่ำว ผู้ท ำกำรศึกษำ เห็นควรศึกษำเกี่ยวกับมำตรกำรรักษำควำมมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อรองรับกับสถำนกำรณ์ภัยคุกคำมทำงไซเบอร์ ที่อำจขยำยกลำยเป็นสงครำมไซเบอร์ที่อำจเกิดขึ้น ในอนำคต ทั้งมำตรกำรทำงกฎหมำยที่ใช้เป็นเครื่องมือในกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรกระท ำ ควำมผิดดังกล่ำว และควำมพร้อมของกองทัพไทยกับปฏิบัติกำรในมิติไซเบอร์ ๒. กฎหมาย กฎ ระเบียบ และยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ๑) พระรำชบัญญัติกำรรักษำควำมมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ๒) พระรำชบัญญัติว่ำด้วยกำรกระท ำควำมผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๐ ๓) ยุทธศำสตร์ชำติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) ๔) แผนกำรพัฒนำด้ำนไซเบอร์เพื่อควำมมั่นคงกระทรวงกลำโหม (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐)
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๑๘ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ๓. บทวิเคราะห์ ๓.๑. ปัญหากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของไทย ส ำหรับประเทศไทยแล้ว สงครำมไซเบอร์ไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป แต่สถำนกำรณ์ยังไม่มีควำมรุนแรงมำกนัก กำรโจมตีในลักษณะที่เป็นกำรท ำสงครำมไซเบอร์ระดับประเทศ นั้นยังไม่ปรำกฏเหตุกำรณ์ชัดเจนมำกนัก มีเพียงแต่เหตุกำรณ์ที่เว็ปไซต์ของหน่วยงำนต่ำง ๆ ถูกโจมตีด้วย กำรเปลี่ยนหน้ำเว็บไซต์จำกบุคคลเฉพำะกลุ่ม เช่น “ปรำกฏกำรณ์ F5” ของกลุ่มพลเมืองต่อต้ำน Single Gateway ได้ออกประกำศผ่ำนช่องทำง Facebook เพื่อท ำสงครำมไซเบอร์กับรัฐบำลไทย โดยเริ่มขึ้นมำ ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. ๒๕๕๘ เนื่องจำกกลุ่มพลเมืองดังกล่ำวเข้ำใจว่ำรัฐบำลไทยมีควำมพยำยำมที่จะเชื่อมต่อ โลกอินเทอร์เน็ตระหว่ำงประเทศไทยกับต่ำงประเทศผ่ำนช่องทำงเดียวแล้วมี Firewall มำครอบไว้ เหมือนกับประเทศจีนหรือสิงคโปร์ เพื่อควบคุมเนื้อหำที่เป็นประเด็นอ่อนไหวของรัฐบำล แม้ว่ำในแง่ดี Single Gateway ท ำให้กำรดูแลกำรเข้ำถึงอินเทอร์เน็ต กำรตรวจสอบข้อมูล กำรดักจับข้อมูล ฯลฯ สำมำรถท ำได้ง่ำยกว่ำปกติมำก และจุดประสงค์หลักที่รัฐบำลต้องกำรใช้ระบบนี้ก็เนื่องมำจำกรัฐบำล ต้องกำรควบคุมกำรใช้งำนและเข้ำถึงสำรสนเทศที่ไม่เหมำะสมจำกโลกภำยนอก แต่กลุ่มที่คัดค้ำนนโยบำยนี้ กลับมองในแง่ร้ำยที่ไม่อยำกอยู่ภำยใต้กำรตรวจสอบของรัฐบำล องค์กำร หรือบุคคลอื่นใด โดยยกตัวอย่ำง ภำพกำรใช้งำนสื่อสังคมออนไลน์ในประเทศจีน ที่รัฐบำลจีนได้ใช้ระบบนี้ในกำรตรวจสอบ สกัดกั้น และ ติดตำมกำรใช้งำนด้ำนอินเทอร์เน็ตของประชำชน จนท ำให้ประชำชนไม่สำมำรถใช้งำนเว็บไซต์หลำย ๆ เว็บไซต์ได้ไม่ว่ำจะเป็น Facebook , Youtube หรือเว็บไซต์ที่ก ำลังได้รับควำมนิยมในประเทศอื่น ๆ อีกทั้ง กำรใช้ระบบนี้ ท ำให้กำรเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมำกระจุกตัวอยู่ในช่องทำงเดียวท ำให้มีโอกำสที่อินเทอร์เน็ต จะช้ำ ล่ม หรือใช้กำรไม่ได้มำกยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ ภำยหลังมีกระแสข่ำวลือว่ำ รัฐบำลไทยมีนโยบำยจะน ำ Single Gateway มำใช้ในประเทศไทย บรรดำชำวเน็ตหรือนักรบไซเบอร์จ ำนวนหนึ่งได้เริ่มกันประท้วง โดย เริ่มจำกเว็บไซต์ Change.org ได้ออกแคมเปญรณรงค์ต่อต้ำนกำรใช้ Single Gateway และมีกำรล่ำรำยชื่อ เสนอต่อรัฐบำล จำกนั้นได้มีกำรรวมตัวกันเข้ำไปรบกวนระบบกำรใช้งำนเว็บไซต์ของหน่วยงำนรัฐด้วย วิธีกำร “DDOS” หรือกำรกด F5 ในหน้ำเว็บไซต์เพื่อท ำให้เว็บไซต์ดังกล่ำวไม่สำมำรถใช้งำนได้ เช่น เว็บไซต์ของกระทรวงเทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำร ,บริษัท กสท โทรคมนำคม จ ำกัด (มหำชน) กองอ ำนวยกำรรักษำควำมมั่นคงภำยในรำชอำณำจักร (กอ.รมน.) และท ำเนียบรัฐบำล เป็นต้น (อรรคเดช ประทีปอุษำนนท์ และ ธำรำทิพย์ กัลยำณมิตร, ๒๕๖๐, น. ๑๖) จำกกรณีดังกล่ำวข้ำงต้น ผู้ท าการศึกษา มีความคิดเห็นว่า กำรกระท ำของ กลุ่มพลเมืองต่อต้ำน Single gateway ที่ได้มีกำรเข้ำไปรบกวนระบบกำรใช้งำนเว็บไซต์ของหน่วยงำนรัฐ ด้วยวิธีกำร “DDOS” (กำรพยำยำมโจมตีเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ปลำยทำงหยุดกำรท ำงำนหรือ กำรสูญเสียเสถียรภำพ หำกเครื่องต้นทำง (ผู้โจมตี) มีเครื่องเดียว เรียกว่ำ กำรโจมตีแบบ Denail of Sevice (DOS) แต่หำกผู้โจมตีมีมำกและกระท ำพร้อม ๆ กัน จะเรียกว่ำกำรโจมตีแบบ Distributed Denail of Sevice (DDOS) ซึ่งปัจจุบันกำรโจมตีส่วนใหญ่มักเป็นกำรโจมตีแบบ DDOS) หรือกำรกด F5 ในหน้ำ เว็บไซต์เพื่อท ำให้เว็บไซต์ดังกล่ำวไม่สำมำรถใช้งำนได้ตำมปกตินั้น ถือเป็นกำรกระท ำควำมผิดตำม พระรำชบัญญัติว่ำด้วยกำรกระท ำควำมผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ มำตรำ ๑๐ ซึ่งบัญญัติว่ำ
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๑๙ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร “ผู้ใดกระท ำกำรใดโดยมิชอบ เพื่อให้กำรท ำงำนของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวำง หรือรบกวนจนไม่สำมำรถท ำงำนตำมปกติได้ต้องระวำงโทษจ ำคุกไม่เกิน ๕ ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบำท หรือทั้งจ ำทั้งปรับ” แต่มีข้อสังเกตว่ำ พระรำชบัญญัติว่ำด้วยกำรกระท ำควำมผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ได้ตรำขึ้นด้วยเหตุผลที่ระบบคอมพิวเตอร์ได้เข้ำมำมีบทบำทส ำคัญในกำรใช้ชีวิต ของมนุษย์ จึงควรมีมำตรกำรเพื่อป้องกันและกำรปรำบปรำมกำรกระท ำของบุคคลที่จะท ำให้กำรท ำงำน ของระบบคอมพิวเตอร์ไม่สำมำรถท ำงำนได้ หรือเข้ำถึง แก้ไขหรือท ำลำยข้อมูลของบุคคลอื่นในระบบ คอมพิวเตอร์โดยไม่ชอบ หรือใช้ระบบคอมพิวเตอร์เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ ลำมกอนำจำรที่จะก่อให้เกิด ควำมเสียหำยต่อเศรษฐกิจ สังคม และควำมมั่นคงของรัฐ รวมถึงควำมสงบสุขและศีลธรรมอันดี ของประชำชน อันเป็นลักษณะของกฎหมำยอำญำที่น ำมำปรับใช้กับผู้กระท ำควำมผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งรวมถึงระบบเทคโนโลยีสำรสนเทศด้วย ซึ่งขอบเขตกำรบังคับใช้ของกฎหมำยดังกล่ำวมุ่งลงโทษผู้กระท ำ ควำมผิดเป็นส ำคัญ ดังนั้น กำรน ำพระรำชบัญญัติฉบับดังกล่ำวมำปรับใช้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกัน กำรคุกคำมทำงไซเบอร์อำจจะไม่ได้ผลที่มีประสิทธิภำพมำกนัก เนื่องจำกกำรรักษำควำมมั่นคงปลอดภัยไซ เบอร์นั้น หน่วยงำนของรัฐจ ำเป็นต้องมีเครื่องมือทำงกฎหมำยที่สำมำรถน ำมำใช้ป้องกันและแก้ไขปัญหำ กำรคุกคำมทำงไซเบอร์ได้อย่ำงทันต่อสถำนกำรณ์เป็นส ำคัญ มิใช่วัตถุประสงค์ในกำรลงโทษผู้กระท ำ ควำมผิด ปัจจุบันรัฐบำลไทยไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหำนี้ โดยให้ควำมส ำคัญและ ก ำหนดมำตรกำรกำรรักษำควำมมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่ำงมำกพร้อมมำตรกำรทำงกฎหมำย เพื่อลดผลกระทบจำกภัยคุกคำมทำงไซเบอร์ต่อเศรษฐกิจและสังคมและปกป้องอธิปไตยทำงไซเบอร์ เพื่อรักษำผลประโยชน์ของชำติจำกกำรจำกกำรท ำธุรกิจดิจิทัลจึงได้มีกำรตรำพระรำชบัญญัติ กำรรักษำควำมมั่นคงปลอดภัยทำงไซเบอร์ พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อก ำหนดหลักเกณฑ์ แนวทำงและ มำตรกำรต่ำง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่ำงเป็นรูปธรรม ในกำรป้องกัน รับมือ และลดควำมเสี่ยงจำกภัยคุกคำม ทำงไซเบอร์ ซึ่งมีกำรประสำนควำมร่วมมือระหว่ำงผู้ที่เกี่ยวข้อง พัฒนำควำมรู้ควำมสำมำรถของ บุคลำกร และผู้เชี่ยวชำญ รวมถึงกำรให้ควำมรู้และควำมตระหนักถึงภัยไซเบอร์อีกด้วย ซึ่งกฎหมำย ฉบับนี้ถูกบังคับใช้กับหน่วยงำนของรัฐหรือหน่วยงำนเอกชนซึ่งมีภำรกิจหรือให้บริกำรโครงสร้ำง พื้นฐำนส ำคัญทำงสำรสนเทศรวมทั้งสิ้น ๘ กลุ่ม ได้แก่ ด้ำนควำมมั่นคงของรัฐ ด้ำนกำรบริกำรภำครัฐ ที่ส ำคัญ ด้ำนกำรเงินกำรธนำคำร ด้ำนเทคโนโลยีสำรสนเทศและโทรคมนำคม ด้ำนกำรขนส่งและ โลจิสติกส์ ด้ำนพลังงำนและสำธำรณูปโภค ด้ำนสำธำรณสุข และด้ำนอื่น ๆ (สุมิตร สีหำฤทธิ์, ๒๕๖๒, น. ๒) หลักกำรส ำคัญของพระรำชบัญญัตินี้ มุ่งที่จะป้องกัน รับมือ และลดควำมเสี่ยง จำกภัยคุกคำมทำงไซเบอร์ เช่น ไวรัส มัลแวร์ อำชญำกรคอมพิวเตอร์ที่ท ำให้ระบบคอมพิวเตอร์หรือ โครงข่ำยของหน่วยงำนโครงสร้ำงพื้นฐำนที่ส ำคัญไม่สำมำรถท ำงำนได้เป็นปกติกระทบต่อกำรให้บริกำร แก่ประชำชน หรือควำมสงบเรียบร้อยภำยในประเทศ โดยที่ในปัจจุบันกำรให้บริกำรหรือกำรประยุกต์ ใช้เครือข่ำยคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต โครงข่ำยโทรคมนำคม หรือให้บริกำรโดยปกติของดำวเทียมมีควำม เสี่ยงจำกภัยคุกคำมทำงไซเบอร์อันอำจกระทบต่อควำมมั่นคงของรัฐ และควำมสงบเรียบร้อย ภำยในประเทศ ดังนั้น เพื่อให้สำมำรถป้องกัน หรือรับมือกับภัยคุกคำมทำงไซเบอร์ได้อย่ำงทันท่วงที
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๒๐ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร สมควรก ำหนดลักษณะของภำรกิจหรือบริกำรที่มีควำมส ำคัญเป็นโครงสร้ำงพื้นฐำนส ำคัญทำงสำรสนเทศ ทั้งหน่วยงำนของรัฐและหน่วยงำนเอกชนที่จะต้องมีกำรป้องกัน รับมือ และลดควำมเสี่ยงจำกภัยคุกคำม ทำงไซเบอร์มิให้เกิดผลกระทบต่อควำมมั่นคงในด้ำนต่ำง ๆ รวมทั้งให้มีหน่วยงำนเพื่อรับผิดชอบใน กำรด ำเนินกำรประสำนกำรปฏิบัติงำนร่วมกันทั้งภำครัฐและเอกชน ไม่ว่ำในสถำนกำรณ์ทั่วไปหรือ สถำนกำรณ์อันเป็นภัยต่อควำมมั่นคงอย่ำงร้ำยแรง ตลอดจนก ำหนดให้มีแผนปฏิบัติกำรและมำตรกำร ด้ำนกำรรักษำควำมมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่ำงมีเอกภำพและต่อเนื่องอันจะท ำให้กำรป้องกันและ กำรรับมือกับภัยคุกคำมทำงไซเบอร์เป็นไปอย่ำงมีประสิทธิภำพ มำตรำ ๓ ในพระรำชบัญญัตินี้ “กำรรักษำควำมมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์” หมำยควำมว่ำ มำตรกำรหรือกำร ด ำเนินกำรที่ก ำหนดขึ้นเพื่อป้องกัน รับมือ และลดควำมเสี่ยงจำกภัยคุกคำมทำงไซเบอร์ทั้งจำกภำยในและ ภำยนอกประเทศอันกระทบต่อควำมมั่นคงของรัฐ ควำมมั่นคงทำงเศรษฐกิจ ควำมมั่นคงทำงทหำร และควำมสงบเรียบร้อยภำยในประเทศ “ภัยคุกคามทางไซเบอร์” หมำยควำมว่ำ กำรกระท ำหรือด ำเนินกำรใด ๆ โดยมิชอบโดยใช้คอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์หรือโปรแกรมไม่พึงประสงค์โดยมุ่งหมำยให้เกิด กำรประทุษร้ำยต่อระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง และเป็นภยันตรำย ที่ใกล้จะถึงที่จะก่อให้เกิดควำมเสียหำยหรือส่งผลกระทบต่อกำรท ำงำนของคอมพิวเตอร์ ระบบ คอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง “ไซเบอร์” หมำยควำมรวมถึง ข้อมูลและกำรสื่อสำรที่เกิดจำกกำรให้บริกำร หรือกำรประยุกต์ใช้เครือข่ำยคอมพิวเตอร์ ระบบอินเทอร์เน็ต หรือโครงข่ำยโทรคมนำคม รวมทั้ง กำรให้บริกำรโดยปกติของดำวเทียมและระบบเครือข่ำยที่คล้ำยคลึงกัน ที่เชื่อมต่อกันเป็นกำรทั่วไป จำกกรณีดังกล่ำวข้ำงต้น ผู้ท าการศึกษา มีความคิดเห็นว่าค ำนิยำมในมำตรำ ๓ ว่ำ “ภัยคุกคำมทำงไซเบอร์”ข้ำงต้น กฎหมำยได้ให้ควำมหมำยที่กว้ำงเกินไป จำกตัวบทบัญญัติ มุ่งเกี่ยวกับกำรโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก โดยตีควำมหมำยที่กว้ำงรวมไปถึงในส่วนของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แต่เนื่องจำกบทนิยำมดังกล่ำวใช้ค ำว่ำ กำรกระท ำหรือกำรด ำเนินกำรใด ๆ จึงสำมำรถตีควำมหมำยได้กว้ำงซึ่งเป็นกำรตีกรอบให้ค ำว่ำภัยคุกคำม ไซเบอร์มีควำมหมำยที่บ่งบอกไปถึงเนื้อหำในระบบออนไลน์ไปด้วย ซึ่งอำจท ำให้เนื้อหำบนโลกออนไลน์ อำจกลำยเป็นควำมผิดได้ เช่น กำรแสดงควำมคิดเห็นในกำรวิพำกษ์วิจำรณ์กำรท ำงำนของรัฐบำล เป็นต้น เนื่องจำกถือเป็นกำรกระท ำหรือกำรด ำเนินกำรใด ๆ ดังที่บัญญัติไว้ในมำตรำ ๓ ดังกล่ำว ๓.๒ มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของกองทัพ (๑) ยุทธศำสตร์ชำติด้ำนควำมมั่นคง ยุทธศำสตร์ชำติด้ำนควำมมั่นคงมีเป้ำหมำยส ำคัญในภำพรวมระยะ ๒๐ ปีที่เป็นรูปธรรมชัดเจน คือ “ประเทศชำติมั่นคง ประชำชนมีควำมสุข” โดยเร่งเสริมสร้ำงควำม เข้มแข็งและควำมรักควำมสำมัคคีปรองดองของคนในชำติ ตลอดจนกำรปลุกจิตส ำนึกด้ำนควำมมั่นคง ให้เกิดขึ้นในประชำชนทุกระดับ กำรพัฒนำระบบงำนด้ำนกำรข่ำวให้มุ่งเน้นกำรบูรณำกำรข้อมูล ข่ำวสำรด้ำนควำมมั่นคงอย่ำงเป็นระบบ กำรพัฒนำปรับปรุงกลไก กำรขับเคลื่อนยุทธศำสตร์ชำติ
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๒๑ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ด้ำนควำมมั่นคง และกลไกในกำรป้องกันและแก้ไขปัญหำควำมมั่นคงให้มีเอกภำพ มีประสิทธิภำพ และมีกำรบูรณำกำรกำรด ำเนินงำนอย่ำงแท้จริง โดยปัญหำควำมมั่นคงเร่งด่วนที่จะต้องด ำเนิน กำรแก้ไข ประกอบด้วย ปัญหำควำมมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ปัญหำยำเสพติด ปัญหำ ควำมไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชำยแดนภำคใต้ ปัญหำอำชญำกรรมทำงไซเบอร์ และปัญหำกำรทุจริต ในระบบรำชกำร ประเด็นยุทธศำสตร์ชำติด้ำนควำมมั่นคงเกี่ยวกับกำรพัฒนำศักยภำพ ของประเทศให้พร้อมเผชิญภัยคุกคำมที่กระทบต่อควำมมั่นคงของชำติ เพื่อยกระดับขีดควำมสำมำรถ ของกองทัพและหน่วยงำนด้ำนควำมมั่นคงทั้งระบบของประเทศให้มีควำมพร้อมในกำรป้องกันและ รักษำอธิปไตยของประเทศ รวมทั้งสำมำรถติดตำม ป้องกัน แก้ไข และรับมือกับปัญหำควำมมั่นคง ทุกมิติทุกรูปแบบและทุกระดับแบบบูรณำกำรให้มีควำมพร้อมและเพียงพอต่อกำรป้องกันภัยคุกคำม ทุกมิติ ทุกรูปแบบ และทุกระดับควำมรุนแรง (ยุทธศำสตร์ชำติ พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (๒) แผนกำรพัฒนำด้ำนไซเบอร์เพื่อควำมมั่นคงกระทรวงกลำโหม (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) จะมีสำระส ำคัญ คือ (๑) กำรประเมินสถำนกำรณ์ด้ำนไซเบอร์เพื่อควำมมั่นคง (๒) สำระส ำคัญของแผนกำรพัฒนำด้ำนไซเบอร์เพื่อควำมมั่นคงของกระทรวงกลำโหม และ (๓) หน่วยงำนที่ เกี่ยวข้องกับกำรน ำแผนกำรพัฒนำด้ำนไซเบอร์เพื่อควำมมั่นคงกระทรวงกลำโหมไปด ำเนินกำร จำกกรณีดังกล่ำวข้ำงต้น ผู้ท าการศึกษา มีความคิดเห็นว่ากองทัพควรมี หน่วยงำนต่อต้ำนกำรโจมตีทำงไซเบอร์ที่มีภำรกิจในกำรเฝ้ำระวัง แจ้งเตือน ป้องกัน และแก้ไขปัญหำ ที่เกิดขึ้นจำกภัยคุกคำมทำงไซเบอร์ หรือกำรโจมตีด้ำนไซเบอร์เพื่อให้สำมำรถปฏิบัติกำรเชิงรุกและเชิงรับ รวมถึง หน่วยงำนที่ต่อต้ำนกำรครอบง ำทำงไซเบอร์ท ำหน้ำที่ ตรวจสอบ ติดตำมร่องรอยกำรกระท ำต่ำง ๆ ที่บันทึกไว้บนสื่อสังคมออนไลน์ หรืออินเทอร์เน็ต เพื่อตรวจสอบ ประเมิน วิเครำะห์ทัศนคติ ติดตำม กลุ่มเครือข่ำยของบุคคลในสังคม รวมถึงกำรกวำดข้อมูลจำกสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อวิเครำะห์ พฤติกรรมและท ำนำยแนวโน้มต่ำง ๆ ที่เป็นภัยคุกคำมทำงไซเบอร์ กองทัพเป็นตัวแสดงหลักที่มีควำมส ำคัญในกำรจัดกำรกับภัยคุกคำมทำง ไซเบอร์ของประเทศไทย เนื่องจำกกองทัพเป็นหน่วยงำนที่มีหน้ำที่ในกำรก ำกับดูแลประเด็นที่มีควำม เกี่ยวข้องกับควำมมั่นคง โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งควำมมั่นคงที่อำจส่งผลกระทบต่อควำมมั่นคงในภำพรวมของรัฐ ได้ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสำเหตุที่ท ำให้ภำรกิจกำรด ำเนินงำนเกี่ยวกับเรื่องควำมปลอดภัยทำงไซเบอร์ ของหน่วยงำนกองทัพที่ดูมีควำมชัดเจนมำกกว่ำหน่วยงำนพลเรือน อย่ำงไรก็ตำมอ้ำงอิงจำกวัตถุประสงค์ กำรด ำเนินงำนที่มีควำมเกี่ยวข้องกับกำรจัดกำรภัยคุกคำมทำงไซเบอร์ จะได้เห็นว่ำหน่วยงำนภำยใต้สังกัด กองทัพจะให้ควำมส ำคัญไปที่ประเด็นหลัก คือ กำรรักษำควำมมั่นคงภำยในองค์กร กำรด ำเนินงำนในส่วนนี้ เป็นควำมพยำยำมของกองทัพในกำรที่จะรักษำควำมมั่นคงของฐำนข้อมูล เว็บไซต์ รวมถึงพื้นที่ทำงไซเบอร์ ของกองทัพให้มีควำมปลอดภัย ปรำศจำกกำรเจำะเข้ำระบบจำกภำยนอกและกำรรักษำควำมมั่นคง ของสถำบันหลักของชำติซึ่งประเด็นนี้จะถูกให้ควำมส ำคัญมำกเป็นพิเศษกว่ำประเด็นอื่น โดยอำจมีสำเหตุ มำจำกอุดมกำรณ์ของกองทัพที่จะปกป้องสถำบันหลักของชำติดังนั้นในกำรรักษำควำมมั่นคงด้ำนไซเบอร์
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๒๒ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ในประเทศนั้น กองทัพอำจมองว่ำเป็นหน้ำที่ของกองทัพที่ต้องเป็นหน่วยรับผิดชอบในกำรด ำเนินกำร และกองทัพไทยได้มีปฏิบัติกำรในด้ำนควำมมั่นคงทำงไซเบอร์ต่ำง ๆ ซึ่งเป็นกำรปฏิบัติงำนที่ข้ำมขอบเขต ของหน่วยงำนพลเรือน เช่น กระทรวงดิจิทัลฯ กรณีนี้กองทัพได้อ้ำงถึงประเด็นกำรรักษำควำมมั่นคง ของประเทศ เพื่อสร้ำงควำมชอบธรรมในกำรด ำเนินกำรด้ำนควำมมั่นคงทำงไซเบอร์ อย่ำงไรก็ตำม มุมมอง ที่หน่วยงำนทำงทหำรมีต่อประเด็นกำรรักษำควำมมั่นคงทำงไซเบอร์มีควำมแตกต่ำงจำกหน่วยงำนพลเรือน อยู่ค่อนข้ำงมำก เนื่องจำกหน่วยงำนทำงทหำรจะมีกำรให้ควำมส ำคัญกับกำรด ำเนินกำรจัดกำรกับ ภัยคุกคำมภำยในประเทศเป็นหลัก ในขณะที่หน่วยงำนพลเรือนจะให้ควำมส ำคัญกับภัยคุกคำมที่มำจำก ภำยนอกประเทศ และมองว่ำภัยคุกคำมจำกนอกประเทศเป็นอันตรำยและส่งผลกระทบมำกกว่ำภัยคุกคำม จำกภำยในประเทศ ส ำหรับข้อจ ำกัดของกำรด ำเนินงำนด้ำนไซเบอร์ของกองทัพ คือ กระแส ต่อต้ำนจำกประชำชน เนื่องจำกบริบทปัจจุบันที่ประชำชนมีควำมไม่พอใจในกำรด ำเนินกำรของหน่วยงำน ทำงทหำรอยู่ค่อนข้ำงมำก โดยควำมพยำยำมของรัฐบำลไทยในช่วงก่อนหน้ำนี้ที่มีควำมพยำยำมจะผลักดัน ระบบอินเทอร์เน็ตภำยในประเทศไทยให้เป็นไปในรูปแบบของ Single Gateway เช่นเดียวกับประเทศจีน หรือกำรปฏิบัติกำรข่ำวสำร (Information Operation) ขึ้นในสังคมออนไลน์ที่ก่อให้เกิดควำมไม่พอใจ และกระแสกำรต่อต้ำนจำกประชำชนอย่ำงรุนแรงส่งผลต่อกำรด ำเนินกำรจัดกำรกับภัยคุกคำมทำงไซเบอร์ ของกองทัพไทยที่จะถูกจับตำมองจำกประชำชนอย่ำงเข้มงวด ซึ่งสำเหตุนี้อำจเป็นปัจจัยส ำคัญที่ส่งผลต่อ กำรด ำเนินงำนด้ำนควำมมั่นคงทำงไซเบอร์ของกองทัพในอนำคต (กนกนก โพธิ์หอม, ๒๕๖๔, น. ๕๑ – ๕๒) ๔. บทสรุปและอภิปรายผล กำรเปลี่ยนแปลงทำงด้ำนเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในปัจจุบันรวมถึงแนวโน้มของ กำรพัฒนำเทคโนโลยีในอนำคตท ำให้ประเด็นของควำมมั่นคงทำงไซเบอร์เป็นหนึ่งในประเด็น ด้ำนควำมมั่นคงที่ทุกภำคส่วนจ ำเป็นจะต้องให้ควำมส ำคัญ โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งหน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง กับควำมมั่นคง แต่ปัจจุบันปัญหำที่พบเกี่ยวกับกำรด ำเนินกำรจัดกำรด้ำนควำมมั่นคงทำงไซเบอร์ คือ กำรน ำพระรำชบัญญัติว่ำด้วยกำรกระท ำควำมผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ มำปรับใช้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกัน กำรคุกคำมทำงไซเบอร์อำจจะไม่ได้ผลที่มีประสิทธิภำพมำกนัก เนื่องจำกกำรรักษำควำมมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์นั้น หน่วยงำนของรัฐจ ำเป็นต้องมีเครื่องมือทำงกฎหมำยที่สำมำรถน ำมำใช้ป้องกัน และแก้ไขปัญหำกำรคุกคำมทำงไซเบอร์ได้อย่ำงทันต่อสถำนกำรณ์เป็นส ำคัญ มิใช่วัตถุประสงค์ใน กำรลงโทษผู้กระท ำควำมผิด อีกทั้งพระรำชบัญญัติกำรรักษำควำมมั่นคงปลอดภัยทำงไซเบอร์ พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อก ำหนดหลักเกณฑ์ แนวทำงและมำตรกำรต่ำง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่ำงเป็นรูปธรรมใน กำรป้องกันรับมือและลดควำมเสี่ยงจำกภัยคุกคำมทำงไซเบอร์ ซึ่งมีกำรประสำนควำมร่วมมือระหว่ำง ผู้ที่เกี่ยวข้อง พัฒนำควำมรู้ควำมสำมำรถของบุคลำกร และผู้เชี่ยวชำญ รวมถึงกำรให้ควำมรู้และ ควำมตระหนักถึงภัยไซเบอร์อีกด้วย
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๒๓ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร นอกจำกนี้หน่วยงำนทำงด้ำนควำมมั่นคงโดยเฉพำะกองทัพได้ให้ควำมส ำคัญใน กำรจัดกำรกับภัยคุกคำมทำงไซเบอร์ของประเทศไทย เนื่องจำกกองทัพเป็นหน่วยงำนที่มีหน้ำที่ในกำร ก ำกับดูแลประเด็นที่มีควำมเกี่ยวข้องกับควำมมั่นคง โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งควำมมั่นคงที่อำจส่งผล กระทบต่อควำมมั่นคงในภำพรวมของรัฐได้ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสำเหตุที่ท ำให้ภำรกิจกำรด ำเนินงำน เกี่ยวกับเรื่องควำมปลอดภัยทำงไซเบอร์ของหน่วยงำนกองทัพที่ดูมีควำมชัดเจนมำกกว่ำหน่วยงำนพล เรือน โดยมีกำรจัดท ำยุทธศำสตร์ชำติ (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) ซึ่งมียุทธศำสตร์ชำติด้ำนควำมมั่นคง มีเป้ำหมำยส ำคัญในภำพรวมระยะ ๒๐ ปีที่เป็นรูปธรรมชัดเจน คือ “ประเทศชำติมั่นคง ประชำชน มีควำมสุข” โดยเร่งเสริมสร้ำงควำมเข้มแข็งและควำมรักควำมสำมัคคีปรองดองของคนในชำติ ตลอดจนกำรปลุกจิตส ำนึกด้ำนควำมมั่นคงให้เกิดขึ้นในประชำชนทุกระดับ กำรพัฒนำระบบงำน ด้ำนกำรข่ำวให้มุ่งเน้นกำรบูรณำกำรข้อมูลข่ำวสำรด้ำนควำมมั่นคงอย่ำงเป็นระบบ กำรพัฒนำ ปรับปรุงกลไก กำรขับเคลื่อนยุทธศำสตร์ชำติด้ำนควำมมั่นคง และกลไกในกำรป้องกันและแก้ไข ปัญหำควำมมั่นคงให้มีเอกภำพ มีประสิทธิภำพ และมีกำรบูรณำกำรกำรด ำเนินงำนอย่ำงแท้จริง โดยปัญหำควำมมั่นคงเร่งด่วนที่จะต้องด ำเนินกำรแก้ไข ประกอบด้วย ปัญหำควำมมั่นคงปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน ปัญหำยำเสพติด ปัญหำควำมไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชำยแดนภำคใต้ ปัญหำ อำชญำกรรมทำงไซเบอร์ และ ปัญหำกำรทุจริตในระบบรำชกำร โดยกองทัพควรมีหน่วยงำนต่อต้ำน กำรโจมตีทำงไซเบอร์ที่มีภำรกิจในกำรเฝ้ำระวัง แจ้งเตือน ป้องกัน และแก้ไขปัญหำที่เกิดขึ้นจำก ภัยคุกคำมทำงไซเบอร์ หรือกำรโจมตีด้ำนไซเบอร์เพื่อให้สำมำรถปฏิบัติกำรเชิงรุกและเชิงรับ รวมถึง หน่วยงำนที่ต่อต้ำนกำรครอบง ำทำงไซเบอร์ท ำหน้ำที่ ตรวจสอบ ติดตำมร่องรอยกำรกระท ำต่ำง ๆ ที่บันทึกไว้บนสื่อสังคมออนไลน์ หรืออินเทอร์เน็ต เพื่อตรวจสอบ ประเมิน วิเครำะห์ทัศนคติ ติดตำม กลุ่มเครือข่ำยของบุคคลในสังคม รวมถึง กำรกวำดข้อมูลจำกสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อวิเครำะห์ พฤติกรรมและท ำนำยแนวโน้มต่ำง ๆ ที่เป็นภัยคุกคำมทำงไซเบอร์นอกจำกนี้หน่วยงำนด้ำนควำม มั่นคงควรด ำเนินกำรสร้ำงควำมเข้ำใจกับภำคประชำชน เพื่อให้ได้รับควำมร่วมมือจำกประชำชนอย่ำง เต็มที่เพื่อให้กำรด ำเนินงำนของหน่วยงำนเป็นไปอย่ำงสะดวกมำกขึ้น ดังนั้นจึงควรเสริมสร้ำงกำรรับรู้ ควำมเข้ำใจและควำมน่ำเชื่อถือในกำรด ำเนินงำนแก่ประชำชนเพื่อให้สำมำรถด ำเนินกำรรักษำควำม มั่นคงปลอดภัยได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ ๕. ข้อเสนอแนะ จำกกำรศึกษำเกี่ยวกับภัยคุกคำมด้ำนไซเบอร์ (Cyber Treats) ที่ส่งผลกระทบ ต่อควำมมั่นคงของประเทศต่ำง ๆ ทั่วโลก จนอำจน ำไปสู่สถำนกำรณ์ที่เรียกว่ำ สงครำมไซเบอร์ (Cyber Warfare) ประเทศต่ำง ๆ ทั่วโลกทั้งประเทศมหำอ ำนำจ ประเทศในภูมิภำคอำเซียน รวมถึง ประเทศไทย ต่ำงมีควำมตระหนักถึงภัยคุกคำมด้ำนไซเบอร์ จึงได้มีกำรเตรียมควำมพร้อมในกำรรับมือ กับสถำนกำรณ์ดังกล่ำวที่อำจเกิดขึ้นในอนำคต โดยประสำนควำมร่วมมือกันทั้งภำครัฐและเอกชน โดยเฉพำะกองทัพซึ่งเป็นหน่วยงำนหลักในกำรรักษำควำมมั่นคงของชำติ เพื่อวำงนโยบำย มำตรกำร ต่ำง ๆ และกฎหมำยที่เกี่ยวข้อง โดยมีกำรด ำเนินกำรอย่ำงเป็นรูปธรรม แต่ทั้งนี้เพื่อให้กำรด ำเนินกำร
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๒๔ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ดังกล่ำวบรรลุวัตถุประสงค์ เห็นควรส่งเสริมและพัฒนำขีดควำมสำมำรถในกำรรักษำควำมมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์ ในกรณีต่ำง ๆ ดังนี้ ๕.๑ ด้านเทคโนโลยี กำรพัฒนำเครื่องมือ เทคโนโลยี และระบบฐำนข้อมูลขนำดใหญ่ให้มีควำม พร้อมสำมำรถรับมือกับภัยคุกคำมและภัยพิบัติได้ทุกรูปแบบ และทุกระดับควำมรุนแรง โดยเน้น ขีดควำมสำมำรถด้ำนกำรใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภำพเพื่อรักษำควำมมั่นคงปลอดภัยทำงด้ำน ไซเบอร์ และควรสร้ำงแพลตฟอร์ม Social Media หรือแอพพลิเคชั่นส ำหรับคนไทยเพื่อลดกำรพึ่งพำ แอพพลิเคชั่นจำกต่ำงประเทศ ๕.๒ ด้านกฎหมาย กำรพัฒนำกำรบังคับใช้กฎหมำย โดยสร้ำงบทบัญญัติที่มีควำมชัดเจน หรือสร้ำงกลไกกำรตีควำมหรือกำรบังคับใช้กฎหมำยที่ภำคประชำชนให้ควำมเชื่อถือ เช่น สร้ำงคู่มือ กำรใช้อ ำนำจของเจ้ำหน้ำที่รัฐและผู้ที่ได้รับผลกระทบจำกกำรบังคับใช้กฎหมำยสำมำรถเข้ำใจ ในท ำนองเดียวกันได้ว่ำเจ้ำหน้ำที่รัฐสำมำรถด ำเนินกำรภำยใต้ขอบเขตและเงื่อนไขใด และผู้ที่ได้รับ ผลกระทบมีสิทธิที่จะท ำอย่ำงไรได้บ้ำง โดยในคู่มือดังกล่ำวอำจจะมีกำรกล่ำวถึงสถำนกำรณ์ตัวอย่ำง หรือใช้วิธีกำรเขียนที่ประชำชนทั่วไปสำมำรถเข้ำใจได้โดยง่ำย หรือมีกำรสร้ำงกลไกกำรตีควำมหรือ บังคับใช้กฎหมำยที่ภำคประชำชนให้ควำมเชื่อถือ ซึ่งหำกองค์กรที่มีภำรกิจหน้ำที่ในกำรคุ้มครอง สิทธิขั้นพื้นฐำนของประชำชนมีควำมเข้มแข็ง หรือประเทศไทยมีหลักกำรทำงกฎหมำยที่รับประกัน สิทธิขั้นพื้นฐำนของประชำชนอย่ำงมีประสิทธิภำพแล้ว กำรใช้อ ำนำจในกำรรักษำควำมมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์ตำมพระรำชบัญญัติว่ำด้วยกำรรักษำควำมมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ก็จะ มีขอบเขตและควบคุมได้ ท ำให้ภำคประชำชนมีควำมมั่นใจมำกยิ่งขึ้นว่ำตนจะได้รับควำมคุ้มครอง อย่ำงเป็นธรรมและรวดเร็ว ๕.๓ ด้านบุคลากร ส่งเสริมให้ประชำชนและทุกภำคส่วน ตระหนักถึงภัยคุกคำมไซเบอร์อย่ำง จริงจัง โดยสร้ำงวัฒนธรรมกำรมีส่วนร่วมในกำรต่อสู้กับภัยคุกคำมไซเบอร์ให้กับประชำชน ในรูปแบบ ของควำมร่วมมือในกำรสอดส่องดูแลกันและกัน และส่งเสริมให้ประชำชนรู้จักวิธีกำรใช้ชีวิตอย่ำง ปลอดภัยในโลกไซเบอร์ โดยเฉพำะในเรื่องของกำรแบ่งปันข้อมูล (Framework for information sharing) ควรจะก ำหนดกรอบโดยระบุประเภทของข้อมูลที่ผู้ประกอบกำรภำคเอกชนหรือหน่วยงำน ของรัฐควรจะต้องน ำมำเผยแพร่ร่วมกัน เพื่อเรียนรู้ และเตรียมรับมือกับภัยคุกคำมทำงด้ำนควำม มั่นคงไซเบอร์ร่วมกัน รวมถึงให้มีกำรฝึกอบรมกำรสร้ำงกำรรับรู้แก่ก ำลังพลในกำรใช้สื่อสังคมออนไลน์ อย่ำงสร้ำงสรรค์ เป็นต้น ๕.๔ ด้านการต่างประเทศ กำรสร้ำงควำมร่วมมือทำงไซเบอร์ระหว่ำงประเทศทั้งในระดับภูมิภำค อำเซียนและระหว่ำงประเทศคู่เจรจำนอกภูมิภำค เพื่อยกระดับมำตรฐำนกำรรักษำควำมมั่นคง ปลอดภัยไซเบอร์ให้ได้มำตรฐำนระดับโลก เพรำะระบบควำมมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์นั้น มิใช่เกี่ยวกับ ควำมมั่นคงปลอดภัยในระบบหรือโครงข่ำยที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรือระบบโทรคมนำคมเท่ำนั้น
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๔๒๕ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร แต่ยังรวมถึง ระบบกำรท ำงำนคอมพิวเตอร์หรือโครงข่ำยกำรท ำงำนที่น ำไปใช้กับระบบอื่น ๆ เช่น ระบบพลังงำน ระบบสำธำรณสุข ระบบคมนำคมขนส่ง ระบบไฟฟ้ำ ระบบกำรติดต่อระหว่ำง หน่วยงำนของรัฐ หรือระบบธนำคำร และยังสร้ำงควำมเสียหำยและส่งผลกระทบต่อสังคมและเป็น ภัยคุกคำมด้ำนไซเบอร์ที่ร้ำยแรงในด้ำนกำรทหำร ควำมมั่นคง เศรษฐกิจ และควำมสงบสุขของ ประชำชนอีกด้วย นำงสำวนลินรัตน์ เฉลิมทรัพย์ นิติกรช ำนำญกำร กลุ่มงำนคณะกรรมำธิกำรกำรทหำร ส ำนักกรรมำธิกำร ๒