๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๔๓ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร มนุษย์ ตัวอย่ำงเช่น กรณีชำวโรฮิงญำ ซึ่งถูกผลักดันออกจำกประเทศเมียนมำร์ และไม่ถูกรับรอง สัญชำติจำกประเทศใดเลย ได้มีกำรลักลอบอพยพเข้ำมำสู่ประเทศไทย โดยชำวโรฮิงญำเหล่ำนี้ไม่ถูก มองว่ำเป็นผู้ลี้ภัย แต่ถูกมองว่ำเป็นผู้ลักลอบเข้ำเมืองอย่ำงผิดกฎหมำย จึงตกเป็นเป้ำหมำยของขบวน กำรค้ำมนุษย์ โดยมีชำวโรฮิงญำจ ำนวนหนึ่งที่ต้องกลำยเป็นแรงงำนบนเรือประมง ถูกใช้แรงงำนอย่ำง หนัก ขณะที่ชำวโรฮิงญำหญิงหลำยคนโดนล่วงละเมิดทำงเพศ หำกทนไม่ได้ก็จะถูกฆ่ำกลำยเป็นศพ จำกที่ได้พบเห็นจำกข่ำวตำมสื่อต่ำง ๆ ว่ำที่มีกำรพบศพชำวโรฮิงญำจ ำนวนมำกถูกฝังในพื้นที่ตอนใต้ ของประเทศไทย จึงน ำไปสู่กำรสืบสวนคดีดังกล่ำว จนพบว่ำเกี่ยวข้องกับกำรค้ำมนุษย์ อีกทั้งเป็น ขบวนกำรขนำดใหญ่ที่มีทั้งพลเรือน ต ำรวจ ทหำร และนักกำรเมืองท้องถิ่นเข้ำมำมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เพรำะเป็นกลุ่มคนที่ไม่มีใครต้องกำร จึงคิดว่ำจะท ำอย่ำงไรก็ได้ จนลืมไปว่ำพวกเขำก็เป็นมนุษย์ เช่นเดียวกัน ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ เป็นหน่วยงำนหลักในกำรรักษำควำมสงบเรียบร้อย ในประเทศ ได้ให้ควำมส ำคัญในกำรป้องกันและแก้ไขปัญหำกำรค้ำมนุษย์ จึงได้มีกำรจัดตั้ง กองบังคับกำรปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ขึ้นเป็นหน่วยงำนที่ปฏิบัติหน้ำที่เกี่ยวกับกำรค้ำมนุษย์ เป็นหลักด้ำนเดียวเพื่อให้เกิดควำมเชี่ยวชำญเฉพำะด้ำนของเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจผู้ปฏิบัติงำน ในด้ำนกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ และเพื่อแก้ไขปัญหำกำรค้ำมนุษย์ได้อย่ำง มีประสิทธิภำพมำกขึ้น ทั้งนี้ มีหน่วยงำนที่มีภำรกิจในกำรตรวจคนเข้ำเมือง คือส ำนักงำน ตรวจคนเข้ำเมือง ในกำรตรวจบุคคลและยำนพำหนะ รวมทั้งสกัดกั้นบุคคลต้องห้ำมหรือ ไม่พึงประสงค์ที่เดินทำงเข้ำมำในและออกไปนอกรำชอำณำจักร เปรียบเสมือนประตูของประเทศ อีก ทั้ง มี ก ำ ร บู รณ ำ ก ำ ร ร่ ว ม กับห น่ ว ยง ำ น อื่ นที่ เ กี่ ย ว ข้อง อ ย่ ำงไ ร ก็ ต ำ ม ก ำ ร ข ย ำ ย ตั ว ทำงเศรษฐกิจและควำมต้องกำรแรงงำนมีจ ำนวนมำกขึ้น ท ำให้กำรลักลอบเข้ำเมืองของแรงงำนต่ำง ด้ำวเดินทำงเข้ำมำในประเทศจ ำนวนมำก รวมทั้งรูปแบบและวิธีกำรของขบวนกำรค้ำมนุษย์ ที่เปลี่ยนแปลงไปตำมยุคสมัยตลอดจนกำรที่เจ้ำหน้ำที่รัฐเข้ำไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนกำรค้ำมนุษย์ เป็นอุปสรรคส ำคัญในกำรปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ ดังนั้น ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ซึ่งมีบทบำทส ำคัญในกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ รวมทั้งหน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง จึงต้องมีกำรพัฒนำและปรับปรุงกำรวิธีกำรแก้ไขปัญหำกำรค้ำมนุษย์อยู่เสมอ เพื่อให้เท่ำทันขบวน กำรค้ำมนุษย์ ทั้งรูปแบบและวิธีกำรที่หลำกหลำยและซับซ้อนมำกขึ้น ๒. กฎหมาย กฎ ระเบียบ และยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ๒.๑ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) ยุทธศำสตร์ชำติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) เป็นยุทธศำสตร์ชำติฉบับแรกของ ประเทศไทยตำมรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย ที่ก ำหนดเป้ำหมำยอนำคตประเทศ ในระยะยำว ๒๐ ปี โดยก ำหนดกรอบและแนวทำงกำรพัฒนำให้หน่วยงำนของรัฐทุกภำคส่วน ต้องปฏิบัติตำม เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ คือ“ประเทศไทย มีควำมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศ พัฒนำแล้ว ด้วยกำรพัฒนำตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยมีกำรก ำหนดยุทธศำสตร์ ที่เกี่ยวกับกำรค้ำมนุษย์ ไว้ในยุทธศำสตร์ที่ ๑ ยุทธศำสตร์ด้ำนควำมมั่นคง มีเป้ำหมำยกำรพัฒนำที่
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๔๔ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ส ำคัญ คือ ประเทศชำติมั่นคง ประชำชนมีควำมสุข เน้นกำรบริหำรจัดกำรสภำวะแวดล้อม ของประเทศให้มีควำมมั่นคง ปลอดภัย เอกรำช อธิปไตย และมีควำมสงบเรียบร้อยในทุกระดับ ตั้งแต่ ระดับชำติ สังคม ชุมชน มุ่งเน้นกำรพัฒนำคนเครื่องมือ เทคโนโลยี และระบบฐำนข้อมูล ขนำดใหญ่ให้มีควำมพร้อมสำมำรถรับมือกับภัยคุกคำมและภัยพิบัติได้ทุกรูปแบบ และทุกระดับควำม รุน แ รง ค วบ คู่ไป กับ ก ำ รป้ อง กัน แ ล ะ แก้ไ ขปัญห ำ ด้ ำนค ว ำมมั่น คงที่มี อ ยู่ในปั จจุบัน และที่อำจจะเกิดขึ้นในอนำคต ใช้กลไกกำรแก้ไขปัญหำแบบบูรณำกำรทั้งส่วนรำชกำร ภำคเอกชน ประชำสังคม และองค์กรที่ไม่ใช่รัฐ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้ำนและมิตรประเทศทั่วโลกบนพื้นฐำนของ หลักธรรมำภิบำล แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติประเด็นความมั่นคง (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) แผนแม่บทภำยใต้ยุทธศำสตร์ชำติประเด็นควำมมั่นคง ได้ให้ควำมส ำคัญ ในกำรป้องกันและแก้ไขปัญหำกำรค้ำมนุษย์ไว้ในแผนย่อยกำรป้องกันและแก้ไขปัญหำที่มีผลกระทบ ต่อควำมมั่นคง โดยมีแนวทำงกำรพัฒนำในส่วนของกำรรักษำควำมมั่นคงในรำชอำณำจักรและกำรพัฒนำ ประเทศ คือ มุ่งเน้นกำรวำงแผนและยกระดับวิธีกำรแก้ไข รวมทั้งให้มีกำรบูรณำกำรกำรด ำเนินงำน ระหว่ำงภำคส่วนต่ำง ๆ อย่ำงแท้จริง โดยมีแนวคิดกำรด ำเนินกำรที่ส ำคัญ ได้แก่ (๑) กำรพัฒนำ กฎหมำยและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับกำรด ำเนินคดีค้ำมนุษย์ (๒) กำรบริหำรจัดกำรคดีค้ำมนุษย์ (๓) กำร เพิ่มขีดควำมสำมำรถของเจ้ำหน้ำที่ในกำรบังคับใช้กฎหมำยอย่ำงมีประสิทธิภำพและทันต่อกำร เปลี่ยนแปลงของสภำพแวดล้อมและบริบทต่ำง ๆ (๔) กำรป้องกันและปรำบปรำมกำรทุจริต คอรัปชั่น ของเจ้ำหน้ำที่รัฐเข้ำไปมีส่วนเกี่ยวกับกำรค้ำมนุษย์ (๕) กำรบริหำรจัดกำรแรงงำนกลุ่มเปรำะบำงให้มี ประสิทธิภำพ เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหำกำรค้ำมนุษย์ด้ำนแรงงำน (๖) กำรสร้ำงควำมรู้ ควำมเข้ำใจ และ ควำมตระหนักถึงปัญหำกำรค้ำมนุษย์แก่ผู้มีส่วนได้เสีย (๗) กำรบูรณำกำรควำมร่วมมือของภำคี เครือข่ำยทั้งในและระหว่ำงประเทศ อย่ำงมีประสิทธิภำพ (๘) กำรพัฒนำกลไกและเพิ่มประสิทธิภำพ กำรคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหำยจำกกำรค้ำมนุษย์และกลุ่มเสี่ยงอย่ำงเป็นระบบ และ (๙) กำรพัฒนำ ระบบฐำนข้อมูลให้มีประสิทธิภำพและครอบคลุมมำกยิ่งขึ้น โดยกำรบูรณำกำรระบบฐำนข้อมูลในทุกมิติ ๒.๒ พระราชบัญญัติต ารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕ พระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๖๕ มำตรำ ๖ ก ำหนดให้ส ำนักงำน ต ำรวจแห่งชำติมีหน้ำที่และอ ำนำจในกำรรักษำควำมสงบควำมสงบเรียบร้อย ควำมปลอดภัยของ ประชำชน และควำมมั่นคงของรำชอำณำจักร ป้องกันและปรำบปรำมกำรกระท ำควำมผิดทำงอำญำ รวมถึงดูแล ควบคุม และก ำกับกำรปฏิบัติงำนของข้ำรำชกำรต ำรวจซึ่งปฏิบัติกำรตำมประมวล กฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำและกฎหมำยอื่น ตลอดจนปฏิบัติกำรอื่นใดตำมที่กฎหมำยก ำหนดให้ เป็นหน้ำที่และอ ำนำจของข้ำรำชกำรต ำรวจหรือส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ๒.๓ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระรำชบัญญัติป้องกันและปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ และ ที่แก้ไขเพิ่มเติม มีสำระส ำคัญ ดังนี้
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๔๕ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ๑) ได้มีกำรวำงหลักควำมผิดฐำนค้ำมนุษย์ ในมำตรำ ๖ ประกอบด้วย ๓ องค์ประกอบส ำคัญ ดังนี้ (๑) มีกำรกระท ำ คือ เป็นธุระจัดหำ ซื้อ ขำย จ ำหน่ำย พำมำจำกหรือส่งไป ยังที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขัง จัดให้อยู่อำศัย หรือรับไว้ซึ่งบุคคลใด (๒) มีวิธีกำร คือ ข่มขู่ ใช้ก ำลังบังคับ ลักพำตัว ฉ้อฉล หลอกลวง ใช้อ ำนำจโดยมิชอบ ใช้อ ำนำจครอบง ำด้วยภำวะอ่อนด้อยทำงร่ำงกำย จิตใจ กำรศึกษำ หรือขู่เข็ญ ว่ำจะใช้กระบวนกำรทำงกฎหมำยโดยมิชอบหรือโดยให้เงินหรือผลประโยชน์อื่น แก่ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล เพื่อให้ควำมยินยอมในกำรแสวงหำประโยชน์จำกบุคคลที่ตนดูแล (๓) มีวัตถุประสงค์เพื่อกำรแสวงหำประโยชน์โดยมิชอบ มี ๘ รูปแบบ ได้แก่ (๑) กำรแสวงหำประโยชน์จำกกำรค้ำประเวณี (๒) กำรผลิตหรือเผยแพร่สื่อวัตถุหรือ สื่อลำมก (๓) กำรแสวงหำประโยชน์ทำงเพศในรูปแบบอื่น (๔) กำรเอำคนลงมำเป็นทำสหรือ ให้มีฐำนะคล้ำยทำส (๕) กำรน ำคนมำขอทำน (๖) กำรตัดอวัยวะเพื่อกำรค้ำ (๗) กำรบังคับใช้แรงงำน หรือบริกำรตำมมำตรำ ๖/๑ และ (๘) กำรอื่นใดที่คล้ำยคลึงกันอันเป็นกำรขูดรีดบุคคล ไม่ว่ำบุคคลนั้น จะยินยอมหรือไม่ก็ตำม ทั้งนี้ กำรค้ำมนุษย์กรณีมีผู้เสียหำยเป็นเด็กอำยุต่ ำกว่ำ ๑๘ ปี แม้ไม่มี องค์ประกอบเรื่องวิธีกำรอย่ำงใดอย่ำงหนึ่ง หรือเด็กท ำด้วยกำรยินยอม ก็ถือว่ำเป็นควำมผิด ฐำนค้ำมนุษย์ ๒) ได้ก ำหนดบทบำทของต ำรวจในพระรำชบัญญัตินี้ ดังนี้ (๑) ก ำหนดให้ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติเป็นหนึ่งในคณะกรรมกำร ประสำนและก ำกับกำรด ำเนินงำนป้องกันและปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ เรียกโดยย่อว่ำ “คณะกรรมกำร ปกค.” ในมำตรำ ๒๒ (๒) ก ำหนดให้ต ำรวจชั้นผู้ใหญ่ เป็น “พนักงำนเจ้ำหน้ำที่” ตำม พระรำชบัญญัตินี้ ในมำตรำ ๔ ทั้งนี้ ต ำรวจชั้นผู้ใหญ่ หมำยควำมถึง หัวหน้ำกิ่งสถำนีต ำรวจซึ่งมียศ ตั้งแต่ชั้นนำยร้อยต ำรวจตรี หรือเทียบเท่ำนำยร้อยต ำรวจตรีขึ้นไป จนถึงอธิบดีกรมต ำรวจ ตำมมำตรำ ๒ (๑๗) แห่งประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ (๓) ก ำหนดอ ำนำจหน้ ำที่ของพนักงำนเจ้ ำหน้ ำที่ ไว้ในหมวด ๓ มำตรำ ๒๗ ก ำหนดว่ำ เพื่อประโยชน์ในกำรป้องกันปรำบปรำมกำรกระท ำควำมผิดฐำนค้ำมนุษย์ ให้ พนักงำนเจ้ำหน้ำที่มีอ ำนำจหน้ำที่ ดังต่อไปนี้ (๑) มีหนังสือเรียกให้บุคคลใดมำให้ถ้อยค ำ หรือส่งเอกสำรหรือพยำนหลักฐำน (๒) ตรวจตัวบุคคลที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ำเป็นผู้เสียหำย จำกกำรกระท ำควำมผิดฐำนค้ำมนุษย์ เมื่อผู้นั้นยินยอม แต่ถ้ำเป็นผู้หญิงจะต้องให้หญิงอื่น เป็นผู้ตรวจ (๓) ตรวจค้นยำนพำหนะใด ๆ ที่มีเหตุอันควรสงสัยตำมสมควรว่ำมีพยำนหลักฐำนหรือ บุคคลที่ตกเป็นผู้เสียหำยจำกกำรกระท ำควำมผิดฐำนค้ำมนุษย์อยู่ในยำนพำหนะนั้น (๔) เข้ำไปใน เคหสถำนหรือสถำนที่ใด ๆ เพื่อตรวจค้น ยึด หรืออำยัด เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ำมีพยำนหลักฐำน ในกำรค้ำมนุษย์ หรือเพื่อพบและช่วยบุคคลที่ตกเป็นผู้เสียหำยจำกกำรกระท ำควำมผิดฐำนค้ำมนุษย์
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๔๖ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร และหำกเนิ่นนำนช้ำกว่ำจะเอำหมำยค้นมำได้ พยำนหลักฐำนนั้นอำจถูกโยกย้ำย ซ่อนเร้น หรือท ำลำย ไปเสียก่อน หรือบุคคลนั้นอำจถูกประทุษร้ำย โยกย้ำย หรือซ่อนเร้น ทั้งนี้ ในกำรด ำเนินกำรตำม (๒) และ (๓) พนักงำนเจ้ำหน้ำที่อำจสั่งให้ ผู้ใต้บังคับบัญชำท ำแทนได้ (๔) ก ำหนดโทษเพื่อป้องกันเจ้ำหน้ำที่ของรัฐมิให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกำรค้ำ มนุษย์โดยก ำหนดโทษเป็นสองเท่ำส ำหรับผู้กระท ำควำมผิดที่เป็นสมำชิกสภำผู้แทนรำษฎร สมำชิก วุฒิสภ ำ สม ำชิกสภ ำท้องถิ่นผู้บ ริห ำ รท้องถิ่น ข้ ำ ร ำชก ำ ร พนักง ำนองค์ก รปกค รอง ส่วนท้องถิ่น พนักงำนองค์กำรหรือหน่วยงำนของรัฐ กรรมกำรหรือผู้บริหำรหรือพนักงำนรัฐวิสำหกิจ เจ้ำพนักงำน หรือกรรมกำรองค์กรต่ำง ๆ ตำมรัฐธรรมนูญ และก ำหนดโทษหนักขึ้นเป็นสำมเท่ำ ส ำหรับกรรมกำร กรรมกำร ปกค. อนุกรรมกำร สมำชิกของคณะท ำงำน และพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ตำม พระรำชบัญญัติป้องกันและปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ๒.๔ พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ พระรำชบัญญัติคนเข้ำเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้ก ำหนดหลักเกณฑ์กำรเดินทำง เข้ำออกประเทศไว้ในมำตรำ ๑๑ ว่ำ “มำตรำ ๑๑ บุคคลซึ่งเดินทำงเข้ำมำในหรือออกไปนอกรำชอำณำจักร จะต้องเดินทำงเข้ำมำหรือออกไปตำมช่องทำง ด่ำนตรวจคนเข้ำเมือง เขตท่ำ สถำนี หรือท้องที่ และ ตำมก ำหนดเวลำ ทั้งนี้ ตำมที่รัฐมนตรีจะได้ประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำ” โดยในมำตรำ ๑๘ ได้ก ำหนดให้พนักงำนเจ้ำหน้ำที่มีอ ำนำจตรวจบุคคล ซึ่งเดินทำงเข้ำมำในหรือออกไปนอกรำชอำณำจักร และบุคคลซึ่งเดินทำงเข้ำมำในหรือออกไปนอก รำชอำณำจักรต้องผ่ำนกำรตรวจอนุญำตของพนักงำนเจ้ำหน้ำที่ของด่ำนตรวจคนเข้ำเมืองประจ ำเส้นทำง นั้น และถ้ำผู้นั้นเป็นคนต่ำงด้ำวต้องยื่นรำยกำรตำมแบบที่ก ำหนดในกฎกระทรวงด้วย “มำตรำ ๒๓ เจ้ำของพำหนะหรือผู้ควบคุมยำนพำหนะ จะต้องน ำพำหนะเข้ำมำ ในห รือออกไปนอก รำชอ ำณ ำจัก รตำมช่องท ำงด่ำนตร วจคนเข้ ำเมือง เขตท่ ำ สถ ำนี หรือท้องที่และตำมก ำหนดเวลำ ทั้งนี้ ตำมที่รัฐมนตรีจะได้ประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำ” นอกจำกนี้ กฎหมำยยังได้ก ำหนดบทลงโทษส ำหรับผู้ให้ควำมช่วยเหลือหรือน ำ พำคนต่ำงด้ำวให้เข้ำมำในรำชอำณำจักร โดยก ำหนดไว้ในมำตรำ ๖๓ และมำตรำ ๖๔ ดังนี้ “มำตรำ ๖๓ ผู้ใดน ำหรือพำคนต่ำงด้ำวเข้ำมำในรำชอำณำจักรหรือกระท ำกำรด้วย ประกำรใด ๆ อันเป็นกำรอุปกำระหรือช่วยเหลือ หรือให้คว ำมสะดวกแก่คนต่ำงด้ำว ให้เข้ำมำในรำชอำณำจักร โดยฝ่ำฝืนพระรำชบัญญัตินี้ ต้องระวำงโทษจ ำคุกไม่เกินสิบปี และปรับ ไม่เกินหนึ่งแสนบำท เจ้ ำของพ ำหนะหรือผู้ค วบคุมพ ำหนะผู้ใดไม่ปฏิบัติต ำมมำตร ำ ๒๓ และภำยในพำหนะนั้นมีคนต่ำงด้ำวซึ่งเข้ำมำในรำชอำณำจักรโดยฝ่ำฝืนพระรำชบัญญัตินี้ ให้สันนิษฐำนไว้ก่อนว่ำเจ้ำของพำหนะหรือผู้ควบคุมพำหนะนั้นได้กระท ำควำมผิด เว้นแต่ จะพิสูจน์ได้ว่ำตนไม่สำมำรถรู้ได้ว่ำภำยในพำหนะนั้นมีคนต่ำงด้ำวดังกล่ำวอยู่ แม้ว่ำได้ใช้ ควำมระมัดระวังตำมสมควรแล้ว”
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๔๗ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร “มำตรำ ๖๔ ผู้ใดรู้ว่ำคนต่ำงด้ำวคนใดเข้ำมำในรำชอำณำจักรโดยฝ่ำฝืน พระรำชบัญญัตินี้ให้เข้ำพักอำศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประกำรใด ๆ เพื่อให้คนต่ำงด้ำวนั้น พ้นจำกกำรจับกุม ต้องระวำงโทษจ ำคุกไม่เกินห้ำปี และปรับไม่เกินห้ำหมื่นบำท ผู้ใดให้คนต่ำงด้ำวซึ่งเข้ำมำในรำชอำณำจักร โดยฝ่ำฝืนพระรำชบัญญัตินี้ เข้ำพัก อำศัย ให้สันนิษฐำนไว้ก่อนว่ำผู้นั้นรู้ว่ำคนต่ำงด้ำวดังกล่ำวเข้ำมำในรำชอำณำจักร โดยฝ่ำฝืน พระรำชบัญญัตินี้ เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่ำตนไม่รู้โดยได้ใช้ควำมระมัดระวังตำมสมควรแล้ว ถ้ำกำรกระท ำควำมผิดดังกล่ำว เป็นกำรกระท ำเพื่อช่วยบิดำ มำรดำ บุตร สำมี หรือภริยำของผู้กระท ำ ศำลจะไม่ลงโทษก็ได้” ๓. บทวิเคราะห์ ๓.๑ ปัจจัยที่เป็นสาเหตุท าให้เกิดกระบวนการค้ามนุษย์ในประเทศไทย ๑) ปัจจัยดึงดูด (๑) ความเจริญทางด้านการคมนาคม เนื่องจำกประเทศไทยมีถนน เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้ำนหลำยประเทศ ท ำให้กำรเดินทำงขนส่งข้ำมแดนมีควำมสะดวกมำกขึ้น เพื่อเป็นกำรอ ำนวยประโยชน์ในกำรเคลื่อนย้ำยและกำรกระท ำกิจกรรมรูปแบบต่ำง ๆ ของมนุษย์ ทั้ง ที่ถูกกฎหมำยและผิดกฎหมำย และมีกำรริเริ่มนโยบำยเปิดควำมสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้ำน โดย กำรลงนำมในกรอบควำมร่วมมืออนุภูมิภำคลุ่มแม่น้ ำโขง โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อร่วมมือและส่งเสริม ให้เกิดกำรขยำยตัวทำงกำรค้ำ กำรลงทุน กำรคมนำคม ขนส่ง พลังงำน กำรเกษตร กำรท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม และกำรพัฒนำทรัพยำกรมนุษย์ (๒) การด าเนินนโยบายของรัฐ มีกำรใช้แรงงำนเพื่อเป็นสิ่งกระตุ้น ให้เกิดกำรลงทุน กำรขยำยตัวของภำคอุตสำหกรรม ตลอดจนกำรเปิดประเทศเข้ำสู่ระบบเศรษฐกิจโลก จึงท ำให้ประเทศไทยมีกำรขยำยตัวทำงเศรษฐกิจและเกิดควำมต้องกำรแรงงำนรำคำถูกเพิ่มขึ้น ซึ่ง ผู้ประกอบกำรส่วนหนึ่งได้เลือกที่จะลดต้นทุน โดยกำรจ้ำงแรงงำนรำคำถูก แต่เนื่องจำกแรงงำนไทย ส่วนใหญ่มีกำรศึกษำสูงขึ้นและมีค่ำนิยมที่ไม่ท ำงำนบำงประเภท เช่น งำนที่เสี่ยงอันตรำย งำนหนัก งำนสกปรก เป็นต้น จึงท ำให้เกิดกำรเคลื่อนย้ำยแรงงำนขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยน ำไปสู่กำรถูกหลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ เอำรัดเอำเปรียบจำกขบวนกำรค้ำมนุษย์ โดยเฉพำะกำรจ้ำงงำนที่น ำไปสู่ปัญหำ กำรค้ำมนุษย์ในปัจจุบัน (๓) เงื่อนไขทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทยหรือสภาพธรรมชาติ ที่เอื้ออ านวยต่อการดึงดูดให้เกิดขบวนการค้ามนุษย์ เนื่องจำกควำมยำวของแนวเขตแดนระหว่ำง ประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้ำนมีควำมยำวประมำณ ๕,๖๕๖ กิโลเมตร มีจุดผ่ำนแดนทั้งที่เป็น ทำงกำร ได้แก่ จุดผ่ำนแดนถำวร จุดผ่ำนแดนชั่วครำว และจุดผ่อนปรนมำกมำยในพื้นที่ชำยแดนแต่ ละด้ำนรวม ๗๘ จุด และที่ไม่เป็นทำงกำรอีกหลำย ๑๐๐ ช่องทำง จึงท ำให้ประเทศไทยเกิดปัญหำ เรื่อง กำรควบคุมกำรเข้ำออกนอกรำชอำณำจักรของคนต่ำงด้ำว รวมทั้งที่ตั้งทำงภูมิศำสตร์ของ ประเทศไทยยังส่งผลให้ประเทศไทยเป็นทั้งต้นทำง ทำงผ่ำน และปลำยทำงของขบวนกำรค้ำมนุษย์ เพื่อที่จะเดินทำงต่อไปยังประเทศที่สำมอีกด้วย
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๔๘ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร (๔) การปรับเปลี่ยนรูปแบบและวิธีการท างานของเครือข่าย การค้ามนุษย์ จำกเดิมที่แต่ละเครือข่ำยต่ำงคนต่ำงท ำ พัฒนำมำเป็นเครือข่ำยที่ซับซ้อน กำรด ำเนินงำนใต้ดินซึ่งมีกำรท ำในรูปแบบต่ำง ๆ ที่แฝงมำกับกำรย้ำยถิ่น และมีกำรรวมกลุ่มอย่ำงไม่ เป็นทำงกำรระหว่ำงประเทศต้นทำง ทำงผ่ำน และปลำยทำง ซึ่งมีกำรจัดกำรที่ดี สนับสนุนกันและกัน ทั้งนำยหน้ำ ผู้ค้ำผู้น ำพำ ผู้รับผู้ควบคุมดูแล และลูกค้ำ และที่ส ำคัญ คือ มีเจ้ำหน้ำที่ของรัฐ สมรู้ร่วม คิดรู้เห็นในกำรกระท ำผิด โดยเฉพำะกำรตรวจคนเข้ำเมืองตำมแนวชำยแดน ถือเป็นปัจจัยส ำคัญที่ท ำ ให้ปัญหำกำรค้ำมนุษย์ในประเทศไทยมีควำมรุนแรงมำกยิ่งขึ้น ๒) ปัจจัยผลักดัน (๑) ความยากจน ปัญหำควำมยำกจน เป็นปัจจัยส ำคัญที่ผลักดันให้กลุ่ม คนยำกจนจำกประเทศเพื่อนบ้ำน ตัดสินใจหนีสภำพควำมอดอยำกแร้นแค้นใช้ประเทศไทยเป็นช่อง ทำงเข้ำมำแสวงหำโอกำส ซึ่งนักค้ำมนุษย์ก็ใช้ควำมยำกจนเป็นช่องทำงแสวงหำผลประโยชน์ (๒) ปัจจัยด้านการเมือง สถ ำนกำรณ์ควำมไม่สงบทำงกำรเมือง ภำยในประเทศเป็นแรงกดดันที่ท ำให้เกิดกำรเคลื่อนย้ำยประชำกรข้ำมแดนจำกประเทศ เพื่อนบ้ำนเข้ำมำในประเทศไทย เพื่อควำมอยู่รอดและต้องกำรมีชีวิตที่ดีกว่ำ เช่น สถำนกำรณ์ควำมไม่สงบทำง กำรเมืองในประเทศเพื่อนบ้ำนที่ยังมีควำมขัดแย้ง กำรสู้รบของชนกลุ่มน้อย กำรละเมิดสิทธิมนุษยชน กำรบังคับเกณฑ์แรงงำนโดยไม่มีค่ำตอบแทน และบังคับโยกย้ำยประชำกรออกจำกถิ่นที่อยู่เดิม เป็นต้น (๓) วัฒนธรรม ค่านิยมและทัศนคติ เช่น สังคมหรือชุมชนที่ผลักดันผู้หญิงให้ เ ข้ ำ สู่ ขบ วนก ำ ร ค้ ำมนุษ ย์ เ ช่น ข ำ ย ลู ก ส่งเงินม ำให้ค รอบค รั ว ท ำให้เ กิ ดปัญห ำเด็ก ถูกล่วงละเมิดทำงเพศถูกทำรุณกรรม จึงต้องกำรหลบหนีจำกครอบครัว เกิดภำวะเสี่ยงที่จะ ตกเป็นเหยื่อจำกกำรค้ำมนุษย์ และปัจจัยที่ส ำคัญ คือ ควำมด้อยโอกำสทำงกำรศึกษำที่ท ำให้ ไม่สำมำรถประกอบอำชีพเลี้ยงตนได้ และกำรได้รับกำรปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมในสังคม หรือ กำรถูกเอำรัดเอำเปรียบจำกกระบวนกำรท ำงำนที่ถูกกดขี่บังคับจำกนำยจ้ำง เช่น กำรไม่มี ใบแจ้งเกิด กำรไม่มีสถำนะบุคคล กำรเป็นกลุ่มบุคคลไร้สัญชำติ หรือกำรเลือกปฏิบัติที่มีสำเหตุมำจำก คว ำมเป็นชนเผ่ำ เป็นชำวเข ำ ที่ไม่ได้มีสัญชำติไทย เป็นต้น เป็นเหตุให้บุคคลเหล่ำนี้ อำจรู้เท่ำไม่ถึงกำรณ์และง่ำยต่อกำรถูกล่อลวง รวมทั้งมีโอกำสูงที่จะตกเป็นเหยื่อของวงจร ค้ำมนุษย์ ๓) ปัจจัยเสริม กระแสโลกำภิวัตน์ท ำให้เกิดกำรไหลเวียนของทุน คน ข้อมูลข่ำวสำร และที่ ส ำคัญคือท ำให้เกิดกำรย้ำยถิ่นข้ำมชำติในระดับภูมิภำคมำกขึ้น ปัจจุบันมีกำรไหลเวียนแรงงำนใน ภูมิภำคมำกขึ้น โดยเฉพำะในกลุ่มประเทศอนุภูมิภำคลุ่มน้ ำโขง ผลของกำรเปลี่ยนแปลงตำมกระแสโลกำ ภิวัตน์ ได้น ำไปสู่ควำมไม่เสมอภำคที่เพิ่มสูงขึ้นอย่ำงรวดเร็ว เนื่องจำกกลุ่มประเทศอนุภูมิภำคนี้ส่วน ใหญ่เป็นประเทศที่ยำกจน จึงท ำให้ประเทศที่พัฒนำแล้วเอำรัดเอำเปรียบ และเป็นสำเหตุให้เกิดกำร ย้ำยถิ่นและข้ำมแดน เพื่อแสวงหำงำนและรำยได้เกิดควำมสะดวกยิ่งขึ้น โดยที่ผู้ที่ไม่ได้เป็นพลเมือง
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๔๙ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร หรือผู้ที่ข้ำมแดน จะต้องแบกภำระของกำรเป็นคนนอกฎหมำย ถูกเอำเปรียบ และถูกใช้ในกำรเลือก ปฏิบัติมำกยิ่งขึ้น รวมทั้งเสี่ยงต่อกำรล่อลวงเข้ำสู่ขบวนกำรค้ำมนุษย์ ดังนั้น จึงอำจกล่ำวได้ว่ำ ปัจจัยดึงดูดท ำให้ประเทศไทย เป็นทั้งประเทศต้นทำง ทำงผ่ำน และประเทศปลำยทำงของขบวนกำรค้ำมนุษย์ ในขณะที่กระแสโลกำภิวัตน์ เป็นปัจจัยเสริมที่ท ำให้เกิดสภำวะโลกไร้พรมแดน มีอิทธิพลต่อกำรขยำยเครือข่ำยของ ขบวนกำรค้ำมนุษย์ที่มีควำมซับซ้อนมำกขึ้น จนกลำยเป็นหนึ่งในประเภทของอำชญำกรรม ข้ำมชำติในระดับต้น ๆ ที่เริ่มสร้ำงปัญหำทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภำค ระดับประเทศ และระดับอนุภูมิภำค ซึ่งยำกต่อกำรปรำบปรำมเนื่องจำกมีกำรพัฒนำรูปแบบ เทคนิค เครือข่ำย วิธีกำร ด ำเนินกำรที่ขยำยเป็นวงกว้ำง ท ำให้ขบวนกำรค้ำมนุษย์ทั้งในประเทศและนอกประเทศ กระท ำได้ง่ำย สะดวก และรวดเร็ว๖ ๓.๒ วิธีการด าเนินงานของการค้ามนุษย์ ในเชิงเศรษฐกิจ กำรค้ำมนุษย์ คือ อำชญำกรรมซึ่งมีพื้นฐำนอยู่บนอุปสงค์และ อุปทำน ที่ผลักดันให้เกิดขบวนกำรค้ำมนุษย์อย่ำงต่อเนื่อง มีทั้งผู้อยู่เบื้องหลังกำรค้ำ ท ำกำร เคลื่อนย้ำยคนจำกที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง เพื่อสนองตอบต่ออุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนมีสิ่ง ที่สนับสนุนให้เกิดเป็นขบวนกำรค้ำมนุษย์ ซึ่งมีโครงสร้ำงอยู่ด้วยกัน ๘ ส่วน ได้แก่ นำยทุน นำยหน้ำ เหยื่อ ผู้ค้ำ ผู้น ำพำ ผู้รับ ผู้ควบคุมดูแล และลูกค้ำ โดยมีวิธีกำรด ำเนินงำนอย่ำงเป็นระบบตำมขั้นตอน ดังนี้ ๑) ขั้นสรรหำเหยื่อ ขบวนกำรค้ำมนุษย์จะใช้วิธีกำรต่ำง ๆ เพื่อให้เหยื่อเดินทำง ไปพ ร้อมกับขบ วนก ำ รค้ ำมนุษย์ เช่น ก ำ รบังคับขู่เข็ญ หลอกล วง ลักพ ำตั ว ให้เสพ สำรเสพติด ใช้นำยหน้ำชักจูง เป็นต้น หรือบำงรำยตัดสินใจเองด้วยควำมสมัครใจเพรำะถูกหลอกลวง ให้หลงเชื่อ เช่น จะได้งำนบ้ำนที่มีรำยได้สูง บำงรำยรู้ก่อนเดินทำงว่ำจะต้องท ำงำนขำยบริกำรทำงเพศ แต่ก็ถูกหลอกลวงเกี่ยวกับสภำพแรงงำนและที่อยู่อำศัย รวมทั้งรำยได้และอิสรภำพส่วนตัว ก่อนเดินทำงเหยื่อต้องตกลงยินยอมช ำระคืนค่ำใช้จ่ำยต่ำง ๆ เช่น ค่ำเตรียมเอกสำร ค่ำเดินทำง รำยจ่ำยเกี่ยวกับกำรท ำงำน ค่ำที่พักอำศัย เป็นต้น ซึ่งก่อให้เกิดพันธะหนี้สิน โดยที่เหยื่อไม่สำมำรถหำ เงินได้มำกพอที่จะช ำระหนี้ให้นักค้ำมนุษย์ เนื่องจำกเหยื่อไม่มีโอกำสรู้ว่ำค่ำใช้จ่ำยเหล่ำนั้น เป็นเงิน เท่ำใด เหยื่อรู้แต่เพียงว่ำต้องจ่ำยเท่ำนั้น ๒) ขั้นน ำพำ กำรเดินทำงจะใช้พำหนะและเส้นทำงใด ขึ้นอยู่กับสภำพแวดล้อมทำง ภูมิศำสตร์ เหยื่ออำจถูกพำไปส่งยังที่หมำยโดยเครื่องบิน รถไฟ รถยนต์ หรือเดินเท้ำ ส่วนเส้นทำงอำจจะต้องผ่ำนประเทศที่สำมซึ่งใช้เป็นทำงผ่ำน หรือตรงจำกประเทศต้นทำงไปยัง ปลำยทำง เช่นเดียวกับกำรข้ำมแดน อำจจะท ำโดยเปิดเผยหรือซ่อนเร้น ชอบหรือไม่ชอบ ด้วยกฎหมำยก็ได้ ที่พบเห็นประจ ำ คือ ขบวนกำรค้ำมนุษย์มักจัดท ำเอกสำรปลอมให้เหยื่อและพำ เหยื่อเดินทำงเพื่อให้ถึงที่หมำยโดยปลอดภัย ๖ กรมสอบสวนคดีพิเศษ. (๒๕๕๙). กำรศึกษำวิเครำะห์เพื่อพัฒนำระบบงำนสืบสวนสอบสวนกำร กระท ำควำมผิดเกี่ยวกับกำรค้ำมนุษย์. สืบค้นเมื่อ ๒๒ พฤษภำคม ๒๕๖๖, จำก https://www.dsi.go. th/th/Detail/ กำรศึกษำวิเครำะห์เพื่อพัฒนำระบบงำนสืบสวนสอบสวนกำรกระท ำควำมผิดเกี่ยวกับกำรค้ำมนุษย์ -T0001304
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๕๐ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ๓) ขั้นแสวงหำประโยชน์ กำรแสวงหำประโยชน์ทำงเพศจะอยู่ในรูปแบบใด ขึ้นอยู่ กับสภำพธุรกิจขำยบริกำรทำงเพศในท้องถิ่น และควำมเข้มงวดในกำรปฏิบัติงำนของเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจ เหยื่ออำจจะขำยบริกำรทำงเพศตำมข้ำงถนนในย่ำนโลกีย์ ในสถำนค้ำประเวณี ในคลับบำร์ หรือใน สถำนบันเทิงที่มีพนักงำนต้อนรับเป็นหญิง สถำนบริกำรอำบอบนวด และสถำนบริกำรทำงเพศที่ใช้ชื่อ อย่ำงอื่นอนึ่ง เหยื่อจะต้องท ำงำนวันละหลำยชั่วโมง และต้องให้บริกำรทุกรูปแบบตำมที่ลูกค้ำต้องกำร เพื่อให้แน่ใจว่ำ เหยื่อไม่ปฏิเสธให้บริกำรตำมควำมพอใจของลูกค้ำแต่ละคน ขบวนกำรค้ำมนุษย์จะมี กลไกในกำรควบคุมเหยื่อมิให้หลบหนีหรือหลีกเลี่ยงกำรท ำงำนอย่ำงเข้มงวดและใช้วิธีรุนแรง๗ ๓.๓ การค้ามนุษย์และการลักลอบขนคนเข้าเมือง (Human Trafficking and People Smuggling)๘ กำรค้ำมนุษย์และกำรลักลอบขนคนเข้ำเมืองถือเป็นอำชญำกรรมที่มีข้อแตกต่ำง ที่ส ำคัญ ได้แก่ เปรียบเทียบระหว่างการค้ามนุษย์กับการลักลอบขนคนเข้าเมือง การค้ามนุษย์ การลักลอบขนคนเข้าเมือง ๑. เป็นควำมผิดที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ชีวิต ร่ำงกำย เสรีภำพ และอนำมัยของ ผู้เสียหำย ซึ่งถูกบังคับ หลอกลวง น ำตัวมำ แสวงหำประโยชน์ในรูปแบบต่ำง ๆ (ผู้เสียหาย แจ้งความร้องทุกข์หรือกล่าวโทษได้) ๑. เป็นควำมผิดที่ส่งผลกระทบต่อควำมสงบ เ รี ย บ ร้ อ ย ค ว ำ ม มั่ น ค ง ป ล อ ด ภั ย ของประเทศที่มีกำรลักลอบเดินทำงระหว่ำงกัน (รัฐเป็นผู้เสียหาย) ๒. ผู้เสียหำยจำกกำรค้ำมนุษย์ไม่ยินยอม ที่จะถูกพำมำแสวงหำประโยชน์โดยมิชอบ แม้จะมีบำงกรณีที่ผู้เสียหำยยินยอม หรือ เต็มใจที่จะถูกพำมำจำกภูมิล ำเนำของตน แต่ควำมยินยอมดังกล่ำว มักเกิดจำกกำรถูก หลอก หรือใช้อุบำยชักจูง ๒. ผู้ที่ลักลอบข้ำมแดนมำนั้นยินยอมหรือสมัครใจที่ จะข้ำมแดนไปยังประเทศปลำยทำง ผู้รับจ้ำงพำ ข้ำมแดนเป็นเพียงผู้อ ำนวยควำมสะดวกในกำร ข้ำมแดนเท่ำนั้น และเมื่อข้ำมแดนได้ส ำเร็จแล้ว ผู้ที่ลักลอบข้ำมแดนมีอิสระที่จะท ำกำรใด ๆตำมที่ ตนต้องกำร ผู้รับจ้ำงจะไม่เข้ำมำยุ่งเกี่ยว มี อิสระที่จะท ำกำรใด ๆ ตำมที่ตนต้องกำร ผู้รับ จ้ำงจะไม่เข้ำมำยุ่งเกี่ยว ๗ ศูนย์ศึกษำยุทศำสตร์ สถำบันวิชำกำรป้องกันประเทศ. ปัจจัยที่เป็นสำเหตุ เครื่องมือ และกลไกในกำร แก้ไข. สืบค้นเมื่อ ๒๐ พฤษภำคม ๒๕๖๖, จำก https://www.sscthailand.org/index.php/research/workingpapers/ ๘ ส ำนักงำนปลัดกระทรวงกำรพัฒนำสังคมและควำมมั่นคงของมนุษย์. (๒๕๖๐). คู่มือ กำรปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์และคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหำยจำกกำรค้ำมนุษย์. สืบค้นเมื่อ ๒๒ พฤษภำคม ๒๕๖๖, จำก https://www.e-aht.com/ startup/downloadInformationDocumentFile? information _id=124
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๕๑ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร เปรียบเทียบระหว่างการค้ามนุษย์กับการลักลอบขนคนเข้าเมือง การค้ามนุษย์ การลักลอบขนคนเข้าเมือง ๓. วัตถุประสงค์ของกำรค้ำมนุษย์ คือ กำรพำ ผู้เสียหำยไปแสวงหำประโยชน์ยังสถำนที่ ที่ก ำหนดไว้ ซึ่งในทำงกฎหมำยถือว่ำ ผู้กระท ำ มีเจตนำพิเศษเพื่อแสวงหาประโยชน์ โดยมิชอบ (Exploitative purpose) เช่น แสวงหำประโยชน์ทำงเพศ บังคับใช้แรงงำน หรือบริกำรบังคับตัดอวัยวะเพื่อกำรค้ำ เป็นต้น ๓. วัตถุประสงค์ของผู้กระท ำควำมผิดฐำนรับจ้ำง พำข้ำมแดน คือ น าพาผู้ประสงค์ข้ามแดนผ่าน แดนไปได้ ตามที่ ตกลงกันไว้ (Facilitative purpose) มิได้มีเจตนำแสวงหำประโยชน์อื่นใด จำกผู้ลักลอบข้ำมแดนนอกจำกค่ำจ้ำงที่ได้ตก ลงกันไว้ ๔. เป็ นก ำ รก ระท ำผิ ดที่เกิ ดขึ้ นได้ ทั้ ง ภายในประเทศ และระหว่างประเทศ เช่น หลอกลวงหญิงจำกทำงภำคเหนือของ ประเทศเพื่อมำขำยประเวณีทำงภำคใต้ ของประเทศ หรืออำจข้ำมประเทศไปยัง ประเทศเพื่อนบ้ำนใกล้เคียง เป็นต้น ๔. เป็นควำมผิดที่เกิดได้เฉพาะระหว่างประเทศ เท่ำนั้น เพรำะวัตถุประสงค์ คือ เป็นกำรลักลอบ พำคนจำกประเทศหนึ่งข้ำมแดนไปยังอีกประเทศหนึ่ง โดยไม่ถูกต้องตำมกฎหมำย ๕. ผู้กระท าความผิดจะเป็นฝ่ ายสรรหา ผู้เสียหาย โดยผ่ำนวิธีกำรต่ำง ๆ เช่น ผ่ำนตัวแทน นำยหน้ำ ใช้อุบำยหลอกลวง ท ำให้ผู้เสียหำยเชื่อว่ำจะไปประกอบอำชีพ ที่มั่นคง มีรำยได้ หรือบำงรำยใช้ก ำลัง ประทุษร้ำยทันทีที่ผู้เสียหำยตกอยู่ภำยใต้ กำรควบคุม แล้วท ำให้ผู้เสียหำยไม่มี อ ำนำจตัดสินใจหรือต่อรองใด ๆ ๕. ผู้ประสงค์จะข้ามแดน จะเป็นผู้มาติดต่อขอ ใช้บริการ จำกผู้รับจ้ำงขนคนข้ำมแดนโดยตรง หรือจำกกำรผ่ำนโฆษณำเชิญชวน ผู้รับจ้ำงขน คนข้ำมแดนจะมีอ ำนำจควบคุมได้เฉพำะ ช่วงเวลำในกำรลักพำข้ำมแดนเท่ำนั้น ๖. ผลประโยชน์จำกกำรค้ำมนุษย์เกิดจำกกำร น าตัวผู้เสียหายไปท างานหรือให้บริการ อย่ำงหนึ่งอย่ำงใดเพื่อก่อให้เกิดก ำไรแก่ นักค้ำมนุษย์ ๖. ผลประโยชน์ คือ ค่าตอบแทนที่คนประสงค์ เ ดินท า ง ข้ า มแ ดน จ่ ายให้เมื่อ ส ำม ำ รถ พำข้ำมพรมแดนประเทศมำได้ ๗. กำรค้ำมนุษย์ มักมีการใช้ความรุนแรง หรือกำรจ ำกัดเสรีภำพของผู้เสียหำยเป็น มำตรกำรในกำรควบคุมไม่ให้ผู้เสียหำย หลบหนี หรือยอมปฏิบัติตำม ๗. กำรเดินทำงข้ำมแดนเป็นควำมประสงค์ของผู้ เดินทำงโดยแท้ ถ้ำผู้ประสงค์จะข้ำมแดน ประเมินถึงควำมเสี่ยงแล้วเห็นว่ำไม่เหมำะสมที่ ข้ำมแดนในช่วงเวลำดังกล่ำวเขำจะบอกเลิกก็ได้ ซึ่งผู้รับจ้างขนคนข้ามแดนไม่มีอ านาจบังคับ หรือใช้ความรุนแรง
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๕๒ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร เปรียบเทียบระหว่างการค้ามนุษย์กับการลักลอบขนคนเข้าเมือง การค้ามนุษย์ การลักลอบขนคนเข้าเมือง ๘. เมื่อเดินทำงมำถึงที่หมำย ผู้เสียหาย จะถู กขายหรื อถู กบั งคับให้ท างาน ในประเภทและสถำนที่ที่ก ำหนดไว้ผู้เสียหำย จะถูกจ ากัดเสรีภาพ โดยมักจะถูกควบคุม หรือคุมขังในสถำนที่ที่ถูกแสวงหำประโยชน์ เอกสำรเดินทำงหรือเอกสำรส ำคัญอื่น เช่น ตั๋วเครื่องบินจะถูกริบหรือยึดไว้ ๘. เมื่ อผู้ รั บจ้ ำงพำผู้ประสงค์ เดินทำงมำถึง ที่ หม ำยป ล ำ ย ท ำง ต ำ ม ที่ ต ก ลง กั น ไ ว้ ทั้งสองฝ่ายไม่มีพันธะผูกพันใด ๆ ต่อกัน กำร จะด ำเนินชีวิตต่อไปอย่ำงไร เป็นกำรตัดสินใจ ของผู้ประสงค์เดินทำงแต่เพียงฝ่ำยเดียว ๓.๔ การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของต ารวจ ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ เป็นหน่วยงำนหลักในกำรรักษำควำมสงบเรียบร้อยใน ประเทศ โดยกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรลักลอบเข้ำเมือง เป็นภำรกิจหลักของส ำนักงำนตรวจคน เข้ำเมือง ซึ่งมีกำรพัฒนำและฝึกอบรมควำมรู้ ควำมสำมำรถและทักษะของเจ้ำพนักงำนตรวจคนเข้ำ เมืองให้มีสมรรถนะในกำรป้องกันและปรำบปรำบคนลักลอบเข้ำเมือง อย่ำงไรก็ตำม ส ำนักงำนตรวจ คนเข้ำเมืองไม่สำมำรถป้องกันและปรำบปรำมคนลักลอบเข้ำเมืองได้เพียงหน่วยเดียว จึงต้องร่วมมือ กับหน่วยงำนอื่นด้วย เช่น กองบัญชำกำรต ำรวจตระเวนชำยแดน กองบังคับกำรต ำรวจน้ ำ กองทัพบก กองทัพเรือ เป็นต้น ในกำรนี้ หน่วยงำนในสังกัดส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติที่มีภำรกิจเกี่ยวข้องกับกำร ป้องกันและปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ กรณีกำรลักลอบเข้ำเมืองโดยผิดกฎหมำย ดังนี้ ๑) ส านักงานตรวจคนเข้าเมือง ส ำนักงำนตรวจคนเข้ำเมือง มีภำรกิจหลักในกำรตรวจบุคคลและยำนพำหนะ รวมทั้งสกัดกั้นบุคคลต้องห้ำมหรือไม่พึงประสงค์ที่เดินทำงเข้ำมำในและออกไปนอกรำชอำณำจักร เปรียบเสมือนประตูของประเทศ รวมทั้งให้บริกำรคนต่ำงด้ำวขณะพ ำนักอยู่ และเป็นแนวหน้ำในกำร รักษำควำมมั่นคงของประเทศ ประเทศไทยมีพรมแดนที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้ำน ๔ ประเทศ ได้แก่ สำธำรณรัฐแห่งสหภำพเมียนมำ รำชอำณำจักรกัมพูชำ สำธำรณรัฐประชำธิปไตยประชำชนลำว และสหพันธรัฐมำเลเซีย ตลอดจนป้องกันภัยคุกคำมต่อควำมมั่นคงในรูปแบบต่ำง ๆ๙ ๒) กองบัญชาการต ารวจตระเวนชายแดน กองบัญชำกำรต ำรวจตระเวนชำยแดน มีภำรกิจที่เกี่ยวข้องกับกำรค้ำมนุษย์ใน กำรด ำเนินกำรสกัดกั้น ปรำบปรำม จับกุมแรงงำนต่ำงด้ำวลักลอบหลบหนีเข้ำเมืองในพื้นที่รับผิดชอบ ตำมแนวชำยแดน เพื่อป้องกันปรำบปรำมกำรลักลอบน ำพำแรงงำนต่ำงด้ำวเข้ำมำในรำชอำณำจักร ๙ ส ำนักง ำนตร วจคนเข้ำเมือง. ภ ำ รกิจ สตม . สืบค้นเมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภ ำคม ๒๕๖๖, จำก https://www. immigration.go.th/?page_id=1426
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๕๓ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร เพื่อกระท ำควำมผิดอันมีลักษณะของกำรค้ำมนุษย์ รวมถึงแรงงำนต่ำงด้ำวลักลอบเข้ำมำโดยผิด กฎหมำยเพื่อเข้ำมำกระท ำควำมผิดอันมีลักษณะของกำรค้ำมนุษย์ในรำชอำณำจักรไทย๑๐ ๓) กองบังคับการต ารวจน้ า กองบังคับกำรต ำรวจน้ ำ มีภำรกิจเกี่ยวข้องกับกำรค้ำมนุษย์ในกำรป้องกันและ ปรำบปรำมกำรกระท ำควำมผิดเกี่ยวกับกำรค้ำมนุษย์ในเรือประมง และกิจกำรต่อเนื่อง ซึ่งเป็นงำนหลักหนึ่งของกองบังคับกำรต ำรวจน้ ำ โดยอำศัยอ ำนำจหน้ำที่ดังกล่ำวข้ำงต้น ในกำรตรวจเรือประมงและเรือประเภทต่ำง ๆ ซึ่งถ้ำพบกำรกระท ำควำมผิดอันเกี่ยวกับควำมผิดทำง อำญำในเขตน่ำนน้ ำไทย ท่ำเรือชำยฝั่งทะเลซึ่งเป็นอำณำเขตของประเทศไทย รวมทั้ง เขตเศรษฐกิจจ ำเพำะ และในทะเลหลวงก็สำมำรถด ำเนินกำรบังคับใช้กฎหมำยได้ในทันที๑๑ ทั้งนี้ ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ได้ให้ควำมส ำคัญในกำรป้องกันและปรำบปรำม กำรค้ำมนุษย์ จึงได้จัดตั้งหน่วยงำนในกำรด ำเนินงำนด้ำนกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ เป็นหลัก ดังนี้ ๑) กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ กองบังคับกำรปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ เป็นหน่วยงำนที่จัดตั้งขึ้น เพื่อป้องกันปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์เป็นหลักด้ำนเดียว โดยมีภำรกิจรับผิดชอบเกี่ยวกับ กำรรักษำควำมสงบเรียบร้อย ป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมที่เกี่ยวกับกำรค้ำมนุษย์ กำรสืบสวนสอบสวน ปฏิบัติหน้ำที่ตำมประมวลกฎหมำยวิธีพิจำรณำควำมอำญำ พระรำชบัญญัติ ป้องกันและปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ฯ และตำมกฎหมำยอื่นที่มีโทษทำงอำญำเกี่ยวกับกำรค้ำมนุษย์ กำรกระท ำควำมผิดต่อเด็ก เยำวชน และสตรี ตลอดจนควำมผิดเกี่ยวกับแรงงำน กำรจัดระเบียบ สังคมและตำมกฎหมำยอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกำรปฏิบัติงำนร่วมกับหรือสนับสนุนกำรปฏิบัติงำนของ หน่วยงำนอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตำมที่ได้รับมอบหมำย โดยมีพื้นที่รับผิดชอบทั่วประเทศ๑๒ ๒) ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และ ภาคประมง ส านักงานต ารวจแห่งชาติ ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ และภำค ประมง ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ (ศพดส.ตร.) จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับภำรกิจ ตำมนโยบำย ของรัฐบำล ที่มุ่งเน้นและให้ควำมส ำคัญกับกำรแก้ปัญหำกำรค้ำมนุษย์ โดยถือว่ำเป็นกำรละเมิดสิทธิ มนุษยชน และท ำลำยศักดิ์ศรีควำมเป็นมนุษย์อย่ำงร้ำยแรง โดยก ำหนดอ ำนำจหน้ำที่ เป็นศูนย์อ ำนวยกำรและสั่งกำร พร้อมทั้งติดตำมสถำนกำรณ์กำรค้ำมนุษย์ และกำรแก้ไขปัญหำเด็ก ๑๐ กองบัญชำกำรต ำรวจตระเวนชำยแดน. (๒๕๖๓). แผนป้องกันปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ ก องบัญ ช ำ ก ำ ร ต ำ ร ว จ ต ร ะเ วน ช ำ ย แ ดน (ป ค ม . ต ช ด . ๖๓ ) . สืบ ค้นเ มื่ อ วันที่ ๒๐ พ ฤษภ ำ ค ม ๒๕๖๖, จำก http://www.bpp.go.th/documents/ 2563/25630427_01.pdf ๑๑ กองบังคับกำรต ำรวจน้ ำ. (๒๕๖๔). แผนป้องกันปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ กองบังคับกำรต ำรวจน้ ำ (ปคม. ร น . ๖ ๔ ) . สื บ ค้ น เ มื่ อ วั น ที่ ๒๐ พ ฤ ษ ภ ำ ค ม ๒ ๕ ๖ ๖ , จ ำ ก https://marine.police.go.th/Downlond/ Plan%20Regulation/%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%20%e0%b8%9b%e0%b8%84%e0%b8%a1.63.pdf ๑๒ กองบังคับกำรปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์. อ ำนำจหน้ำที่ของกองบังคับกำรปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์. สืบค้น เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภำคม ๒๕๖๖, จำก https://www.atpdpolice.com
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๕๔ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร สตรี ครอบครัว รวมถึงแก้ไขปัญหำกำรท ำประมงผิดกฎหมำย พร้อมรำยงำนผลด ำเนินงำน เพื่อเสนอ ไปยังผู้บังคับบัญชำในกำรวินิจฉัย สั่งกำรในสถำนกำรณ์ฉุกเฉิน เร่งด่วนส ำคัญที่เกิดขึ้น ได้อย่ำง รวดเร็วและทันต่อเหตุกำรณ์๑๓ ๔. บทสรุปและอภิปรายผล จำกกำรศึกษำปัจจัยที่เป็นสำเหตุท ำให้เกิดกระบวนกำรค้ำมนุษย์ในประเทศไทย และ วิ ธี ก ำ รด ำเนินงำนของกำรค้ ำมนุษย์ พบว่ ำส่ วนใหญ่เกี่ยวข้องกับกำรลักลอบเข้ ำเมือง ซึ่งมีสำเหตุทั้งจำกปัจจัยดึงดูด ปัจจัยผลักดันและปัจจัยเสริมที่ท ำให้เกิดกำรลักลอบเข้ำเมือง โดยปัจจัยดึงดูด คือ มูลเหตุจูงใจด้ำนประเทศไทย ได้แก่ สภำพภูมิประเทศที่มีพื้นที่ติดกับ ประเทศเพื่อนบ้ำนมีควำมยำวถึง ๕,๖๕๖ กิโลเมตร มีจุดผ่ำนแดนทั้งที่เป็นทำงกำรและไม่เป็นทำงกำร จ ำน วนม ำก เจ้ ำหน้ ำที่ของ รัฐไม่ส ำม ำ รถดูแลต ำมแนวช ำยแดนได้อย่ ำงทั่วถึง ท ำให้ กำรเดินทำงเข้ำออกประเทศตำมแนวชำยแดนกระท ำได้ง่ำย รวมทั้งควำมเจริญทำงด้ำนเส้นทำง คมนำคมที่เชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้ำนหลำยประเทศ ที่ท ำให้กำรเดินทำงและกำรขนส่ง มีควำมสะดวกมำกขึ้น และปัจจัยด้ำนเศรษฐกิจที่มีควำมต้องกำรแรงงำนต่ำงด้ำวมำกขึ้น จำกกำรขยำยตัวและกำรแข่งขันทำงเศรษฐกิจ ท ำให้ผู้ประกอบกำรต้องกำรลดต้นทุนโดยกำรจ้ำง แรงงำนที่รำคำถูก แต่เนื่องจำกแรงงำนไทยมีกำรศึกษำที่สูงและไม่ต้องกำรท ำงำนที่ใช้แรงงำนมำกนัก รวมทั้งปัจจัยด้ำนกำรเมือง ควำมยำกจน วัฒนธรรม ค่ำนิยมและทัศนคติ ที่ผลักดันให้เกิดกำรย้ำยถิ่น ของประชำกรในประเทศเพื่อนบ้ำน เพื่อต้องกำรมีชีวิตควำมเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งนักค้ำมนุษย์ใช้เหตุผลนี้ เป็นช่องทำงในกำรแสวงหำผลประโยชน์ ในขณะที่กระแสโลกำภิวัตน์เป็นปัจจัยเสริมที่ท ำให้เกิด สภำวะโลกไร้พรมแดน มีอิทธิพลต่อกำรขยำยเครือข่ำยของกระบวนกำรค้ำมนุษย์ที่มีควำมซับซ้อน มำกยิ่งขึ้น โดยเฉพำะกำรปรับเปลี่ยนรูปแบบและวิธีกำรท ำงำนของเครือข่ำยกำรค้ำมนุษย์ โดยมีกำร จัดกำรที่ดีและสนับสนุนกันและกัน และที่ส ำคัญ มีเจ้ำหน้ำที่ของรัฐ สมรู้ร่วมคิดในกำรกระท ำผิดด้วย โดยวิธีกำรด ำเนินงำนของกำรค้ำมนุษย์นั้น จะมีตั้งแต่ขั้นสรรหำเหยื่อ ขั้นน ำพำ และขั้นแสวงหำ ประโยชน์ ซึ่งเริ่มจำกกำรใช้วิธีกำรต่ำง ๆ ทั้งบังคับขู่เข็ญ หลอกลวง ลักพำตัว ให้เดินทำงไปกับ ขบวนกำรค้ำมนุษย์ พร้อมทั้งจัดท ำเอกสำรปลอมเพื่อให้เหยื่อผ่ำนไปยังที่หมำยโดยปลอดภัย และ น ำไปแสวงหำประโยชน์ในรูปแบบต่ำง ๆ ตำมที่ลูกค้ำต้องกำร ให้ท ำงำนวันละหลำยชั่วโมง โดยมีกำร ควบคุมเหยื่อไม่ให้หลบหนีด้วยวิธีกำรที่รุนแรง จำกกำรพิจำรณำกำรเปรียบเทียบระหว่ำงกำรค้ำมนุษย์กับกำรลักลอบขนคนเข้ำเมือง พบว่ำมีข้อแตกต่ำงกัน ซึ่งอำจจะท ำให้เจ้ำหน้ำที่ต ำรวจผู้ปฏิบัติงำนเกิดควำมสับสนได้ เนื่องจำกกำร ลักลอบขนคนเข้ำเมืองโดยผิดกฎหมำย เกิดจำกผู้ประสงค์จะข้ำมแดนได้มีกำรติดต่อขอใช้บริกำรจำก ผู้รับจ้ำงขนคนเข้ำเมือง โดยให้ค่ำตอบแทนและผู้รับจ้ำงไม่มีอ ำนำจบังคับหรือใช้ควำมรุนแรงใด ๆ และเมื่อผู้รับจ้ำงพำข้ำมแดนตำมที่ได้ตกลงกันแล้ว ทั้งสองฝ่ำยจะไม่มีพันธะผูกพันใด ๆ ต่อกัน ทั้งนี้ เกิดขึ้นได้ระหว่ำงประเทศเท่ำนั้น โดยผู้เสียหำยคือรัฐ เนื่องจำกกระทบต่อควำมมั่นคงของประเทศ ๑๓ ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ และภำคประมงส ำนักงำนต ำรวจ แห่งชำติ. (๒๕๖๕). สืบค้นเมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภำคม ๒๕๖๖, จำก https://humantrafficking. police.go.th/about-2/
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๕๕ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ในขณะที่กำรค้ำมนุษย์ เกิดจำกผู้กระท ำควำมผิดจะเป็นฝ่ำยสรรหำผู้เสียหำยด้วยวิธีกำรต่ำง ๆ ทั้ง บังคับขู่เข็ญ หรือล่อลวง เพื่อน ำไปแสวงหำประโยชน์โดยมิชอบ โดยที่ผู้เสียหำยไม่ยินยอม หรือ ยินยอมในตอนแรกจำกกำรถูกหลอกเมื่อพำผู้เสียหำยเดินทำงมำถึงที่หมำยแล้ว จะน ำไปขำยต่อหรือ บังคับใช้แรงงำน และมีกำรใช้ควำมรุนแรงในกำรจ ำกัดเสรีภำพของผู้เสียหำย เพื่อไม่ให้หลบหนีหรือ เพื่อให้ยอมปฏิบัติตำม โดยกำรควบคุม หรือคุมขัง รวมถึงยึดเอกสำรส ำคัญ ทั้งนี้ สำมำรถเกิดขึ้นได้ทั้ง ระหว่ำงประเทศและภำยในประเทศด้วย และนอกจำกรัฐจะเป็นผู้เสียหำยจำกกำรลักลอบเข้ำเมือง โดยผิดกฎหมำยแล้ว ผู้เสียหำยเองก็เป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงเช่นกัน ในกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรลักลอบเข้ำเมืองโดยผิดกฎหมำย ที่อำจน ำไปสู่ กำรค้ำมนุษย์ มีหลำยหน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง เช่น ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ กองทัพบก กองทัพเรือ เป็นต้น ในส่วนของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ มีหน่วยงำนที่ท ำหน้ำที่โดยตรง คือ ส ำนักงำนตรวจคน เข้ำเมือง ท ำหน้ำที่เปรียบเสมือนเป็นประตูของประเทศและเป็นแนวหน้ำในกำรรักษำควำมมั่นคงของ รำชอำณำจักร ในกำรตรวจคัดกรองบุคคลและยำนพำหนะที่เดินทำงเข้ำออกประเทศ รวมถึงมีหน้ำที่ สกัดกั้นบุคคลไม่พึงประสงค์เพื่อป้องกันกำรลักลอบเข้ำเมืองโดยผิดกฎหมำย ทั้งนี้ ยังมีหน่วยที่ เกี่ยวข้องอีก ได้แก่ กองบัญชำกำรต ำรวจตระเวนชำยแดน ในกำรลำดตระเวนตรวจสอบพื้นที่ สกัดกั้น ปรำบปรำม และจับกุมแรงงำนต่ำงด้ำวลักลอบหลบหนีเข้ำเมืองในพื้นที่รับผิดชอบตำมแนวชำยแดน และกองบังคับกำรต ำรวจน้ ำ ในกำรตรวจเรือประมง และเรือประเภทต่ำง ๆ ที่เข้ำมำในอำณำเขตที่ รับผิดชอบ นอกจำกนี้ ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ได้มีกำรจัดตั้งหน่วยงำนเฉพำะด้ำนที่จะปฏิบัติหน้ำที่ ในกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์เป็นหลัก ได้แก่ กองบังคับกำรปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ และศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ และภำคประมง ส ำนักงำน ต ำรวจแห่งชำติ (ศพดส.ตร.) เนื่องจำกเห็นถึงควำมส ำคัญของปัญหำกำรค้ำมนุษย์ และเพื่อให้ เจ้ำหน้ำที่ต ำรวจผู้ปฏิบัติงำนมีควำมช ำนำญเฉพำะด้ำน จะน ำไปสู่กำรแก้ไขปัญหำกำรค้ำมนุษย์ที่มี ประสิทธิภำพมำกยิ่งขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่ำกำรแก้ไขปัญหำกำรค้ำมนุษย์ของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ และหน่วยงำนอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้มีควำมพยำยำมแก้ไขปัญหำอย่ำงจริงจัง ท ำให้ประเทศไทยสำมำรถ เลื่อนระดับจำก Tier 2 Watch List ในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ขึ้นมำเป็นระดับ Tier 2 ในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ จำกกำรจัดอันดับกำรค้ำมนุษย์ตำมรำยงำนกำรค้ำมนุษย์ (Trafficking In Person Report) หรือ TIP Report ถือได้ว่ำควำมพยำยำมในกำรแก้ไขปัญหำประสบควำมส ำเร็จในระดับหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นว่ำ ประเทศไทยไม่ได้นิ่งเฉยต่อกำรละเมิดสิทธิมนุษยชน และได้ให้ควำมส ำคัญที่จะแก้ไขปัญหำกำรค้ำ มนุษย์ให้ลดลงและหมดไป อย่ำงไรก็ตำม กำรพัฒนำไปอย่ำงรวดเร็วของเศรษฐกิจ อุตสำหกรรม เทคโนโลยี และอื่น ๆ ท ำให้เกิดควำมเปลี่ยนแปลงในหลำย ๆ ด้ำน แม้จะมีกำรน ำเทคโนโลยีเข้ำมำมี บทบำทในภำคอุตสำหกรรมและองค์กรอื่น แต่ควำมต้องกำรแรงงำนมนุษย์ก็ยังมีอยู่มำก ท ำให้ ขบวนกำรค้ำมนุษย์ก็ได้มีกำรพัฒนำรูปแบบและวิธีกำรที่ซับซ้อนมำกยิ่งขึ้น เพื่อสรรหำเหยื่อ และเพื่อป้องกันกำรถูกจับและด ำเนินคดีจำกเจ้ำหน้ำที่ของรัฐ รวมถึงด้วยวิธีกำรติดสินบน กับเจ้ำหน้ำที่ของรัฐ ดังนั้น เพื่อให้กำรด ำเนินงำนป้องกันและปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ของ ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติมีประสิทธิภำพมำกขึ้น ควรมีกำรด ำเนินกำรแก้ไข ปรับปรุง และพัฒนำ กำร ด ำเนินงำนในด้ำนต่ำง ๆ อยู่เสมอ เพื่อให้เท่ำทันต่อกำรเปลี่ยนแปลงของรูปแบบและวิธีกำร
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๕๖ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ค้ำมนุษย์ โดยเฉพำะในด้ำนกำรป้องกันเนื่องจำกถ้ำมีกำรป้องกันอย่ำงดีแล้ว กำรเกิดปัญหำกำรค้ำ มนุษย์จะน้อยลงหรือหมดไปในที่สุด ๕. ข้อเสนอแนะ ๑) หน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง ควรจัดหำเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัย โดยเฉพำะ อุปกรณ์ทำงเทคโนโลยี ในกำรสนับสนุนกำรท ำงำนของเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจที่มีก ำลังพลจ ำกัด ไม่เพียงพอต่อพื้นที่ที่ปฏิบัติงำน เพื่อเพิ่มประสิทธิภำพในกำรสืบสวนหำข่ำว กำรตรวจสอบบุคคลและ ยำนพำหนะที่มีพฤติกำรณ์เข้ำข่ำยเป็นกำรลักลอบเข้ำเมืองและกำรค้ำมนุษย์ และในกำรกำรป้องกัน และปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์ของเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจผู้ปฏิบัติงำน ๒) ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ควรก ำชับกำรปฏิบัติงำนของเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจผู้ปฏิบัติงำน กรณีมีกำรตรวจพบและจับกุมกำรลักลอบเข้ำเมืองโดยผิดกฎหมำย โดยให้สันนิษฐำนก่อนว่ำอำจจะ เกี่ยวข้องกับกำรค้ำมนุษย์ จะได้ด ำเนินคดีได้อย่ำงถูกต้อง รวมทั้งก ำชับไม่ให้เจ้ำหน้ำที่ต ำรวจเข้ำไปมี ส่วนเกี่ยวข้อง และเพิ่มประสิทธิภำพในกำรตรวจสอบเจ้ำหน้ำที่รัฐผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกำรค้ำมนุษย์ โดยเฉพำะเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจ ซึ่งหำกพบว่ำมีส่วนเกี่ยวข้อง ให้ด ำเนินลงโทษอย่ำงจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้ เป็นอุปสรรคขัดขวำงในกำรด ำเนินกำรแก้ไขปัญหำกำรค้ำมนุษย์ ๓) ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ควรส่งเสริมให้เจ้ำหน้ำที่ต ำรวจผู้ปฏิบัติงำน มีควำมรู้ ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรค้ำมนุษย์อยู่เสมอ โดยเฉพำะกรณีกำร ลักลอบเข้ำเมืองโดยผิดกฎหมำยของขบวนกำรค้ำมนุษย์ โดยจัดฝึกอบรมบุคลำกรในหน่วยงำนให้มี ควำมรู้เกี่ยวกับกฎหมำยต่ำง ๆ และแนวทำงปฏิบัติ เพื่อให้กำรปฏิบัติงำนของเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจมีควำม เชี่ยวชำญ และมีควำมเป็นมืออำชีพ รวมทั้งให้มีกำรแลกเปลี่ยนประสบกำรณ์และควำมคิดเห็นร่วมกับ หน่วยงำนอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดควำมเข้ำใจตรงกัน และบูรณำกำรกำรท ำงำนร่วมกันได้อย่ำงมี ประสิทธิภำพ ๔) ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ควรด ำเนินกำรประชำสัมพันธ์และเผยแพร่ควำมรู้แก่ ประชำชนอยู่เสมอ เกี่ยวกับกำรค้ำมนุษย์ รูปแบบและวิธีกำร บทลงโทษ แนวทำงในกำรแจ้งควำมและ ด ำเนินคดี เพื่อให้ประชำชนมีควำมตระหนักถึงปัญหำกำรค้ำมนุษย์และระมัดระวังไม่ให้ ตกเป็นเหยื่อของขบวนกำรค้ำมนุษย์และที่ส ำคัญให้ควำมรู้เกี่ยวกับวิธีกำรเข้ำเมืองอย่ำงถูกกฎหมำย ส ำหรับแรงงำนต่ำงด้ำว และควรมีกำรประชำสัมพันธ์ด้วยภำษำที่หลำกหลำย โดยเฉพำะภำษำของ ประเทศที่ผู้เสียหำยส่วนใหญ่ตกเป็นเหยื่อ ผ่ำนช่องทำงที่เข้ำถึงประชำชนได้ง่ำย โดยเฉพำะช่องทำง ออนไลน์ เช่น Youtube Facebook Twitter Tiktok เป็นต้น นำงสำวเกศรำภรณ์ ก้ำนใบยำ วิทยำกรปฏิบัติกำร กลุ่มงำนคณะกรรมำธิกำรกำรต ำรวจ ส ำนักกรรมำธิกำร ๒
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๕๗ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร มาตรการทางกฎหมายในการบังคับใช้พระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช ๒๔๗๘ ๑. ความเป็นมาและความส าคัญของปัญหา กำรพนันในประเทศไทยมีประวัติควำมเป็นมำอันยำวนำน โดยสำมำรถแยกพิจำรณำ เป็น ๒ ช่วงเวลำด้วยกัน ช่วงเวลำแรก เป็นช่วงเวลำที่คนไทยรู้จักกำรเล่นกำรพนันแต่ยังไม่มีกฎหมำย เกี่ยวกับกำรพนันออกมำใช้บังคับ กับช่วงเวลำที่สอง เป็นช่วงเวลำที่มีกำรออกกฎหมำยว่ำด้วยกำร พนันมำใช้บังคับ คือ พระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๓ ที่ต่อมำได้รับกำรแก้ไขเพิ่มเติม โดยกฎหมำยฉบับปัจจุบัน คือ พระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ มีกำรบังคับใช้มำแล้วเป็น เวลำ ๘๘ ปี มีควำมล้ำสมัยไม่มีกำรปรับปรุงแก้ไขกฎหมำยให้เข้ำกับสภำพสังคมในปัจจุบัน และไม่ สอดคล้องกับเหตุกำรณ์ปัจจุบันที่ข้อมูลในโลกออนไลน์สำมำรถกระจำยแพร่หลำยไปอย่ำงรวดเร็ว กำรเข้ำถึงกำรเล่นพนันออนไลน์ที่มีในปัจจุบันมีกำรพัฒนำรูปแบบและวิธีกำรเล่นกำรพนันที่ หลำกหลำย ผู้จัดให้มีกำรเล่นกำรพนันมีกำรหลบเลี่ยงกฎหมำย โดยกำรเปิดเซิร์ฟเวอร์ของเว็บพนัน ออนไลน์อยู่ในต่ำงประเทศ ซึ่งอยู่นอกเขตอ ำนำจศำลไทย ท ำให้วิธีกำรที่จะด ำเนินกำรปิดกั้นเว็บไซต์ เหล่ำนี้ท ำได้ช้ำ หรืออำจท ำได้ยำก รวมถึงในกรณีที่มีกำรเปิดเซิร์ฟเวอร์อยู่ในประเทศไทยเช่นกัน ผู้จัดให้มีกำรเล่นกำรพนันจะท ำกำรเปิดเว็บพนันให้ดูเหมือนมีหลำยเว็บเมื่อโดนปิดกั้นไป จะได้สำมำรถด ำเนินกำรต่อได้และสำมำรถเปิดเพิ่มใหม่ เป็นกำรด ำเนินกำรใน รูปแบบนี้ ไปเรื่อย ๆ ส ำหรับกฎหมำยที่น ำมำปรับใช้ในกำรควบคุมในกรณีนี้ คือ พระรำชบัญญัติว่ำด้วย กำรกระท ำควำมผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๖๐ มำตรำ ๑๔ ได้บัญญัติให้ผู้กระท ำกำรน ำเข้ำสู่ ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประกำรที่น่ำจะเกิดควำมเสียหำยต่อกำรรักษำ ควำมมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ควำมปลอดภัยสำธำรณะ ควำมมั่นคงในทำงเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้ำงพื้นฐำนอันเป็นประโยชน์สำธำรณะของประเทศหรือก่อให้เกิดควำมตื่นตระหนกแก่ ประชำชนต้องรับโทษ และมำตรำ ๒๐ บัญญัติให้อ ำนำจเจ้ำหน้ำที่ที่จะท ำกำรปิดกั้นเว็บไซต์ที่เข้ำข่ำย ผิดกฎหมำยผิดศีลธรรม ในทำงปฏิบัติเจ้ำหน้ำที่จะต้องด ำเนินกำรขออนุญำตจำกศำลให้มีค ำสั่งปิด เว็บไซต์ก่อนจึงจะสำมำรถด ำเนินกำรได้ แม้จะมีกฎหมำยให้อ ำนำจแก่เจ้ำหน้ำที่ในกำรปิดกั้นเว็บไซต์ ถ้ำพบว่ำเว็บไซต์ดังกล่ำวมีลักษณะขัดต่อควำมสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชำชน ก็ตำม แต่กำรด ำเนินกำรปิดกั้นก็มีขั้นตอนที่ยุ่งยำก และใช้เวลำนำน อีกทั้ง กลับพบว่ำหลังจำกมีกำรปิดกั้น เว็บไซต์ไปไม่นำน ผู้ประกอบกำรดังกล่ำวก็เปิดเว็บไซต์ใหม่ขึ้นทันทีเปลี่ยนไปเรื่อยๆ กำรปิดกั้น เว็บไซต์ดังกล่ำวจึงแทบจะไม่มีประโยชน์ในกำรแก้ไขปัญหำกำรพนันออนไลน์ได้และพระรำชบัญญัติ กำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ ซึ่งเป็นกฎหมำยหลักในกำรควบคุมกำรพนันที่บัญญัติถึงลักษณะกำร กระท ำควำมผิดและอัตรำโทษ แต่เป็นกำรลงโทษเฉพำะตำมรูปแบบและควำมผิดตำมพระรำชบัญญัติ เท่ำนั้น พบว่ำมีกำรลงโทษที่เบำเกินไป บำงฐำนควำมผิดมีกำรลงโทษจ ำคุกและปรับในอัตรำที่น้อย เกินไป บำงฐำนควำมผิดมีเพียงโทษปรับเพียงอย่ำงเดียวและเป็นจ ำนวนที่น้อยเกินไป เมื่อเทียบกับ วงเงินพนันหรือที่ปรำกฏตำมค ำพิพำกษำของศำลในบำงคดีพบว่ำมีวงเงินพนันเป็นจ ำนวนมหำศำล ปัจจุบันโทษจ ำคุกและปรับตำมพระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ ที่ก ำหนดอัตรำโทษที่สูง ที่สุด ตำมมำตรำ ๑๒ คือมีโทษจ ำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกิน ๕,๐๐๐ บำท หรือทั้งจ ำและปรับ ถือว่ำ
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๕๘ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร สัดส่วนในกำรลงโทษต่ำงกันอย่ำงชัดเจน ผู้กระท ำผิดไม่เกรงกลัว ท ำให้ไม่สำมำรถแก้ปัญหำได้อย่ำง แท้จริง คณะกรรมำธิกำรกำรต ำรวจ สภำผู้แทนรำษฎร ได้ให้ควำมส ำคัญในเรื่องปัญหำกำร ลักลอบเล่นกำรพนันและปัญหำกำรลักลอบเล่นกำรพนันออนไลน์ โดยมีกำรเชิญหน่วยงำน ที่เกี่ยวข้องมำเข้ำร่วมประชุมกับคณะกรรมำธิกำร เพื่อให้ได้รับทรำบข้อมูล ข้อเท็จจริง แนวทำงกำรด ำเนินกำร ปัญหำและอุปสรรคของหน่วยงำน ซึ่งพบว่ำกำรเล่นกำรพนันในบ่อนกำรพนัน จะมีรูปแบบกำรให้บริกำรในลักษณะที่เรียกว่ำ “บ่อนวิ่ง” คือบ่อนกำรพนันจะเปิดให้บริกำรในสถำนที่ ใดจะเป็นช่วงเวลำสั้น ๆ ประมำณไม่เกิน ๕ วัน และจะเปลี่ยนสถำนที่เล่นกำรพนันเป็นที่อื่นต่อไป โดยผู้เล่นกำรพนันจะรู้ข้อมูลดังกล่ำว ท ำให้เจ้ำหน้ำที่ต ำรวจท ำกำรติดตำมจับกุมผู้กระท ำควำมผิดมำ ลงโทษได้ยำก ส่วนกำรเล่นกำรพนันออนไลน์นั้น ต้องยอมรับว่ำรูปแบบและวิธีกำรเข้ำถึงกำรเล่นกำร พนันเป็นไปโดยง่ำยสะดวกและรวดเร็ว สำมำรถเข้ำถึงได้ทุกเพศทุกวัย เนื่องจำกควำมก้ำวหน้ำทำง เทคโนโลยีที่ท ำให้กำรเล่นพนันออนไลน์มีกำรพัฒนำและจูงใจผู้เล่นกำรพนันทั้งรูปแบบและกำร จ่ำยเงินรำงวัลในอัตรำที่สูง เช่น กำรเล่นเกมส์ออนไลน์ หวยออนไลน์ และกำรทำยผลกำรแข่งขัน ฟุตบอล เป็นต้น ซึ่งผู้จัดให้มีกำรเล่นกำรพนันออนไลน์ จะให้บริกำรผ่ำนทำงเว็บไซต์ โดยมีกำรติดตั้ง เซิร์ฟเวอร์ เก็บข้อมูลทั้งหมดอยู่ที่ต่ำงประเทศท ำให้กำรจับกุมผู้กระท ำควำมผิดและกำรรวบรวม พยำนหลักฐำนท ำได้โดยยำก ผู้กระท ำควำมผิดจึงไม่ถูกลงโทษ นอกจำกนี้ คณะกรรมำธิกำรได้มีหนังสือถึงผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติให้ด ำเนินกำรก ำชับ กำรปฏิบัติหน้ำที่ของเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจทั่วประเทศให้กวดขันกำรจับกุมเรื่องกำรลักลอบเล่นกำรพนัน อย่ ำงเข้ มง วด และให้ ต ร วจสอบข้ อเท็ จจ ริง ห ำกพบ ว่ ำมี ก ำ รปล่ อยปล ะล ะเลยให้ มี กำรลักลอบเล่นกำรพนันในพื้นที่ขอให้ด ำเนินกำรลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องทำงวินัยและทำงกฎหมำยต่อไป ๒. กฎหมาย กฎ ระเบียบ และยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ในประเทศไทย มีกฎหมำยที่เกี่ยวกับกำรพนันทั้งโดยตรงและโดยอ้อมอยู่ ๕ ฉบับด้วยกัน คือ ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ ประมวลกฎหมำยอำญำ พระรำชบัญญัติ กำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ พระรำชบัญญัติส ำนักงำนสลำกกินแบ่งรัฐบำล พุทธศักรำช ๒๕๑๗ และ พระรำชบัญญัติว่ำด้วยกำรกระท ำควำมผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ๒.๑ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์เป็นกฎหมำยเอกชนที่ก ำหนดควำมสัมพันธ์ ระหว่ำงบุคคลในด้ำนสิทธิหน้ำที่ที่มีระหว่ำงกัน ไม่ว่ำสิทธินั้นจะเป็นสิทธิทำงแพ่งรูปแบบใดก็ตำม เช่น ทรัพยสิทธิ บุคคลสิทธิ เป็นต้น ประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์มีบทบัญญัติก ำหนดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กำรเล่นพนันไว้อย่ำงชัดเจนในบรรพ ๓ ลักษณะ ๑๘ กำรพนันและขันต่อในมำตรำ ๘๕๓ - ๘๕๕ ดังนี้ “มาตรา ๘๕๓ อันการพนันหรือขันต่อนั้น ท่านว่าหาก่อให้เกิดหนี้ไม่ สิ่งที่ได้ให้ กันไปในการพนันหรือขันต่อก็จะทวงคืนไม่ได้ เพราะเหตุหามูลหนี้อย่างหนึ่งอย่างใดมิได้
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๕๙ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ข้อบัญญัติที่กล่าวนี้ ท่านให้ใช้ตลอดถึงข้อตกลงเป็นมูลหนี้อย่างหนึ่ง อย่างใดอันฝ่ายข้างเสียพนันขันต่อหากท าให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งเพื่อจะใช้หนี้เงินพนันหรือขันต่อนั้นด้วย” “มาตรา ๘๕๔ อันการออกสลากกินแบ่งก็ดี ออกสลากกินรวบก็ดี ท่านว่าเป็น สัญญาอันจะผูกพันต่อเมื่อรัฐบาลได้ให้อ านาจหรือให้สัตยาบันแก่การนั้นเฉพาะราย นอกนั้นท่านให้ บังคับตามบทบัญญัติมาตรา ๘๕๓” “มาตรา ๘๕๕ ภายในบังคับแห่งบทบัญญัติมาตรา ๓๑๒ และ ๙๑๖ ตั๋วเงินหรือเอกสารอย่างอื่นทุกฉบับซึ่งออกให้เต็มจ านวน หรือแต่โดยส่วน เพื่อแทนเงินใด ๆ อันได้แต่ชนะพนันหรือขันต่อก็ดีออกให้เพื่อใช้เงินที่ยืมมาใช้ในการพนันหรือขันต่อเช่นว่านั้นก็ดี ท่าน ว่าไม่สมบูรณ์ เพื่อประโยชน์แห่งบทบัญญัตินี้ เงินรายใดให้ยืมแก่บุคคลก าลังเล่นการพนันหรือ ขันต่อในเวลาหรือ ณ สถานที่เล่นเช่นนั้น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเงินนั้นได้ให้ยืมไปเพื่อเล่นการ พนันหรือขันต่อ” ๒.๒ ประมวลกฎหมายอาญา ควำมผิดกำรพนันแม้ไม่ใช่ควำมผิดในตัวเอง (mala in se) เพรำะควำมผิดแบบ mala in se นี้ นักนิติศำสตร์บำงท่ำนเรียกว่ำเป็นควำมผิดตำมธรรมชำติ เป็นสิ่งที่มีอยู่เองตำม ธรรมชำติ คว ำมผิดเหล่ำนี้แม้ไม่มีกฎหมำยบัญญัติมำรองรับแต่ทุกคนต่ำงก็ยอมรับว่ำ เป็นควำมผิด ซึ่งมีลักษณะของควำมผิดที่เป็นกำรกระท ำที่ละเมิดต่อควำมรู้สึกผิดชอบชั่วดี ของคนเรำ เช่น กำรฆ่ำคน กำรลักทรัพย์ เป็นต้น แต่ควำมผิดกำรพนันเป็นรูปแบบควำม ผิด ที่เรียกว่ำ ควำมผิดเพรำะมีกฎหมำยบัญญัติห้ำมไว้ (mala prohibita) กล่ำวคือเมื่อสังคมหรือ ผู้มีอ ำนำจในกำรร่ำงกฎหมำยเห็นควรบัญญัติห้ำมมิให้ประชำชนกระท ำกำรใดหรือบัญญัติ ให้กำรกระท ำใดเป็นควำมผิดแม้กำรกระท ำนั้นมิได้เป็นควำมผิดในตัวเอง แต่หำกพิจำรณำแล้วเห็นว่ำ กำรกระท ำควำมผิดนั้นเกิดผลเสียหำยต่อสังคมหรือต่อประเทศมำกขึ้นในอนำคตก็อำจบัญญัติให้กำร กระท ำดังกล่ำวเป็นควำมผิดตำมกฎหมำยได้ เมื่อพิจำรณำพระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ แล้วจะพบว่ำ บทบัญญัติของกฎหมำยเป็นไปในรูปแบบของข้อบังคับให้กระท ำหรือห้ำมมิให้กระท ำไว้ก่อนแล้วจึง บัญญัติต่อไปว่ำหำกผู้ใดฝ่ำฝืนมีควำมผิด ซึ่งควำมผิดรูปแบบนี้คือควำมผิดเพรำะกฎหมำยบัญญัติห้ำม ไว้นั่นเอง แม้จะไม่ได้มีกำรก ำหนดไว้ในประมวลกฎหมำยอำญำว่ำกำรเล่นกำรพนันเป็นกำรกระท ำ ควำมผิดและต้องรับโทษ แต่ก็ได้มีกำรก ำหนดว่ำเล่นพนันเป็นกำรกระท ำควำมผิดและมีกำรก ำหนดโทษ ของกำรเล่นพนันไว้ในพระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ ในทำงนิติศำสตร์จึงถือได้ว่ำ กฎหมำยที่มีบทบัญญัติก ำหนดโทษทำงอำญำเป็นกฎหมำยอำญำด้วยเช่นกัน เพรำะกฎหมำยอำญำ นั้น นอกจำกที่ปรำกฏอยู่ในประมวลกฎหมำยอำญำแล้ว ยังรวมถึงที่ปรำกฏอยู่ในบทบัญญัติกฎหมำย อื่นที่มีกำรลงโทษเช่นเดียวกับในกฎหมำยอำญำด้วย
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๖๐ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ๒.๓ พระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช ๒๔๗๘ เจตนำรมณ์ในกำรตรำพระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ นั้น ก็คือ ก่อนที่จะมีกำรร่ำงพระรำชบัญญัติฉบับนี้ ได้มีกฎหมำยเกี่ยวกับกำรพนันกระจัดกระจำยอยู่ มำกมำยจนกระทั่งในสมัยพระบำทสมเด็จพระปกเกล้ำเจ้ำอยู่หัว รัชกำลที่ ๗ ได้มีกำรตรำ พระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๓ ขึ้น เพื่อเป็นกำรแก้ไขเพิ่มเติมและรวบรวมกฎหมำยที่ เกี่ยวข้องกับกำรพนันไว้ในที่เดียวกัน ต่อมำ พุทธศักรำช ๒๔๗๘ ได้มีกำรประกำศใช้พระรำชบัญญัติกำร พนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ ขึ้น เพื่อเป็นกำรปรับปรุงกฎหมำยเดิมที่มีอยู่ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น และได้มีกำร เพิ่มเติมกำรเล่นพนันประเภทต่ำง ๆ เข้ำไปอีกด้วย โดยสำระส ำคัญของพระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ บัญญัติไว้ว่ำ พระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ มีทั้งหมด ๑๗ มำตรำ เป็นกฎหมำยที่มีสำระทั้งปรำบปรำมและควบคุมกำรเล่นพนันดังจะเห็นได้จำกกำรแบ่งลักษณะกำร เล่นพนันไว้เป็น ๒ ลักษณะ คือ กำรเล่นพนันที่ห้ำมเด็ดขำด และกำรเล่นพนันที่อนุญำตให้เล่นได้ ๑) การเล่นพนันที่ห้ามเด็ดขาด กำรเล่นพนันที่ห้ำมเด็ดขำดนั้นบัญญัติไว้ใน พระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ มำตรำ ๔ วรรคแรก “มาตรา ๔ ห้ามมิให้อนุญาตจัดให้มี หรือเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นอัน ระบุไว้ในบัญชี ก. ท้ายพระราชบัญญัตินี้ หรือการเล่นซึ่งมีลักษณะคล้ายกัน หรือการเล่น อันร้ายแรงอื่นใดซึ่งรัฐมนตรีเจ้าหน้าที่ได้ออกกฎกระทรวงระบุเพิ่มเติมห้ามไว้ แต่เมื่อรัฐบาลพิจารณา เห็นว่า ณ สถ านที่ใดสมควรจะอนุญ าตภายใต้บังคับเงื่อนไขใดๆ ให้มีการเล่นชนิดใด ก็อนุญาตได้โดยออกพระราชกฤษฎีกา” กำรเล่นพนันที่ห้ำมเด็ดขำดตำมมำตรำดังกล่ำว สำมำรถแบ่งออกได้เป็น ๓ กรณี คือ กำรเล่นตำมบัญชี ก. กำรเล่นที่มีลักษณะคล้ำยบัญชี ก. และกำรเล่นร้ำยแรงอื่นใดที่ก ำหนด ห้ำมไว้ในกฎกระทรวง การเล่นตามบัญชี ก. ได้แก่กำรเล่นพนันที่ระบุไว้รวม ๒๘ ชนิดด้วยกัน ใน บัญชี ก.ท้ำยพระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ กำรเล่นตำมบัญชี ก. นี้เป็นกำรเล่น ที่ห้ำมเล่นเด็ดขำด คือ ห้ำมจัดให้มี หรือเข้ำเล่น หรือเข้ำพนัน เพรำะเป็นกำรเล่นที่กฎหมำยไม่ให้ อนุญ ำตให้ท ำกันได้ โดยกฎหมำยได้ก ำหนดแบ่งเป็นกำรพนันประเภทต่ำง ๆ ไว้ดังนี้ ๑) หวย ก. ข. ๒) โปปั่น ๓) โปก ำ ๔) ถั่ว ๕) แปดเก้ำ ๖)จับยี่กี ๗) ต่อแต้ม ๘) เบี้ยโบก หรือคู่คี่ หรืออี โจ้ง ๙) ไพ่สำมใบ ๑๐) ไม้สำมอัน ๑๑) ช้ำงงำ หรือป๊อก ๑๒) ไม้ด ำ ไม้แดง หรือปลำด ำ ปลำแดง หรืออีด ำอีแดง ๑๓) อีโปงครอบ ๑๔) ก ำตัด ๑๕) ไม้หมุน หรือล้อหมุนทุก ๆ อย่ำง ๑๖) หัวโตหรือทำยภำพ ๑๗) กำรเล่นซึ่งมีกำรทรมำนสัตว์ เช่น เอำมีดหรือหนำมผูก หรือวำงยำเบื่อ เมำให้สัตว์ชนหรือต่อสู้กัน หรือสุมไฟบนหลังเต่ำให้วิ่งแข่งกัน หรือกำรเล่นอื่น ๆ ซึ่งเป็น กำรทรมำนสัตว์ อันมีลักษณะคล้ำยกับที่ว่ำมำนี้ ๑๘) บิดเลียดรู ตีผี ๑๙) โยนจิ่ม ๒๐) สี่เหงำลัก ๒๑) ขลุกขลิก ๒๒) น้ ำเต้ำทุกๆ อย่ำง ๒๓) ไฮโลว์ ๒๔) อีก้อย ๒๕) ปั่นแปะ ๒๖) อีโปงซัด ๒๗) บำกำรำ ๒๘) สล๊อตแมชีน การเล่นที่มีลักษณะคล้ายบัญชี ก. ได้แก่กำรเล่นพนันที่แม้ว่ำจะไม่ใช่ กำรพนันตำมประเภทที่ก ำหนดห้ำมไว้อย่ำงชัดเจนในบัญชี ก. แต่ก็เป็นกำรเล่นพนันที่มีลักษณะคล้ำย
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๖๑ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร กับกำรเล่นกำรพนันที่ก ำหนดไว้ในบัญชี ก. และเนื่องจำกเป็นปัญหำทำงด้ำนข้อเท็จจริง จึงเป็นหน้ำที่ ของโจทก์ที่จะต้องอธิบำยลักษณะกำรเล่นดังกล่ำวมีลักษณะวิธีกำรเล่นอย่ำงไร และคล้ำยกับกำร พนันประเภทใดในบัญชี ก. การเล่นร้ายแรงอื่นใดที่ก าหนดห้ ามไว้ในกฎกระทรวงนั้น ได้แก่ กำรเล่นพนันที่รัฐมนตรีเจ้ำหน้ำที่ได้ออกกฎกระทรวงระบุเพิ่มเติมห้ำมไว้ ซึ่งมีลักษณะกำรเล่น ที่ร้ำยแรงเท่ำกับที่ระบุไว้ในบัญชี ก. และไม่ถือว่ำเป็นกำรเล่นอื่นใดตำมมำตรำ ๔ ทวิ ซึ่งกำรเล่น ร้ำยแรงอื่นใดที่ก ำหนดห้ำมไว้ในกฎกระทรวงนี้ปัจจุบันมี ๒ ประเภท คือ บาการา ตำมที่ก ำหนดไว้ใน กฎกระทรวงมหำดไทยฉบับที่ ๑๗ พ.ศ. ๒๕๐๓ ข้อ ๑ ที่ให้เพิ่มกำรพนันประเภทดังกล่ำวไว้ เป็นกำรพนันในบัญชี ก. หมำยเลข ๒๗ และ สล๊อตแมชีน ตำมที่ก ำหนดไว้ในกฎกระทรวงมหำดไทย ฉบับที่ ๑๘ พ.ศ. ๒๕๐๔ ข้อ ๑ ที่ให้เพิ่มกำรเล่นพนันประเภทดังกล่ำวเป็นกำรพนันในบัญชี ก. หมำยเลข ๒๘ อย่ำงไรก็ตำม กำรเล่นพนันที่ห้ำมเด็ดขำด ตำมมำตรำ ๔ วรรคแรกนี้ ก็มีข้อยกเว้น โดยอำจยกเว้นเพื่ออนุญำตให้เล่นได้ แต่รัฐบำลจะต้องตรำเป็นพระรำชกฤษฎีกำ เพื่ออนุญำตให้เล่นกำรพนันประเภทใด ณ สถำนที่ใดและภำยใต้บังคับเงื่อนไขใดเป็นกำรเฉพำะเป็น รำยกรณีไปได้ ปั จจุ บั น พระรำชกฤษฎี กำว่ ำด้ วยเงื่ อนไขกำรพนั น ตำมมำตรำ ๔ แห่งพระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ (ฉบับที่ ๒) ก ำหนดไว้ในมำตรำ ๔ และมำตรำ ๕ ดังนี้ “มาตรา ๔ การพนันอันระบุไว้ในบัญชี ก. ท้ายพระราชบัญญัติพนัน พุทธศักราช ๒๔๗๘ หรือการเล่นซึ่งมีลักษณะคล้ายกันนั้น จะจัดให้ มี เข้าเล่น หรือเข้าพนันได้ ณ สถานกาสิโนของรัฐบาล ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจัดตั้งขึ้น” “มาตรา ๕ การเข้าหรือออกจากสถานกาสิโนของรัฐบาลก็ดี การเข้าเล่นหรือ เข้ าพนันหรือการอื่นๆ ตลอดทั้งอัตราค่าธรรมเนียมในสถานกาสิโนนั้นก็ดี ต้องปฏิบัติ ตามระเบียบการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก าหนด” ๒) การเล่นพนันที่อนุญาตให้เล่นได้ กำรเล่นพนันที่อนุญำตให้เล่นได้นี้บัญญัติ ไว้ในพระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ มำตรำ ๔ วรรคสอง ดังนี้ “มาตรา ๔ วรรคสอง การเล่นอันระบุไว้ในบัญชี ข. ท้ายพระราชบัญญัตินี้ หรือการเล่นซึ่งมีลักษณะคล้ายกัน หรือการเล่นอื่นใดซึ่งรัฐมนตรีเจ้าหน้าที่ได้ออกกฎกระทรวงระบุ เพิ่มเติมไว้ จะจัดให้มีขึ้นเพื่อเป็นทางน ามาซึ่งผลกระโยชน์แก่ผู้จัดโดยทางตรงหรือทางอ้อมได้ต่อเมื่อ รัฐมนตรีเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตเห็นสมควรและออกใบอนุญาตให้หรือมี กฎกระทรวงอนุญาตให้จัดขึ้นโดยไม่ต้องมีใบอนุญาต” บทบัญญัติมำตรำ ๔ วรรคสองนี้เป็นกำรอนุญำตให้ “เล่น” เท่ำนั้น ไม่ได้หมำย รวมถึงกำรอนุญำตให้ “พนัน” ด้วย ดังนั้น กำรเล่นพนันบำงประเภทนอกจำกจะต้องได้รับอนุญำต เล่นแล้ว ยังจะต้องได้รับอนุญำตให้พนันด้วยเสมอ โดยกำรขออนุญำตให้พนันนั้นบัญญัติไว้ในมำตรำ ๔ วรรค ๓ แห่งพระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ ดังนี้ คือ
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๖๒ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร “มาตรา ๔ วรรคสาม ในการเล่นอันระบุในวรรค ๒ ข้างต้นนั้นจะพนันกันได้ เฉพาะเมื่อได้มีใบอนุญาตให้จัดมีขึ้นหรือมีกฎกระทรวงอนุญาตให้จัดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีใบอนุญาต” กำรเล่นพนันที่อนุญำตให้เล่นได้นี้สำมำรถแบ่งออกได้เป็น ๓ กรณีคล้ำยคลึง กำรเล่นพนันที่ห้ำมเด็ดขำด คือ กำรเล่นอันระบุไว้ในบัญชี ข. กำรเล่นซึ่งมีลักษณะคล้ำยกัน และกำร เล่นอื่นใดซึ่งรัฐมนตรีเจ้ำหน้ำที่ได้ออกกฎกระทรวงระบุเพิ่มเติม การเล่นตามบัญชี ข. ได้แก่กำรเล่นพนันที่ระบุไว้รวม ๒๘ ชนิด ในบัญชี ข. ท้ำยพระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ ซึ่งกฎหมำยถือว่ำเป็นกำรห้ำมเล่น เว้นแต่ จะได้รับอนุญ ำตโดยรัฐมนตรีเจ้ำหน้ ำที่หรือเจ้ำพนักงำนผู้ออกใบอนุญ ำตเห็นสมค ว ร และออกใบอนุญำตให้ โดยกฎหมำยก ำหนดแบ่งเป็นกำรพนันประเภทต่ำงๆ ไว้ดังนี้ ๑) กำรเล่นต่ำงๆ ซึ่งให้ สัตว์ต่อสู้หรือแข่งกัน เช่น ชนโค ชนไก่ กัดปลำ แข่งม้ำ ฯลฯ นอกจำกที่กล่ำวไว้ในหมำยเลข ๑๗ แห่ง บั ญ ชี ก . ๒) วิ่ง วั ว คน ๓) ช กม ว ย ม ว ยป ล้ ำ ๔) แ ข่งเ รื อพุ่ง แ ข่งเ รื อ ล้ อ ๕) ชี้ รู ป ๖) โยนห่วง ๗) โยนสตำงค์หรือวัตถุใด ๆ ลงในภำชนะต่ำง ๆ ๘) ตกเบ็ด ๙) จับสลำกโดยวิธีใด ๆ ๑๐) ยิงเป้ ำ ๑๑) ป ำหน้ ำคน ป ำ สัต ว์ ห รื อ สิ่งใด ๆ ๑๒) เ ต๋ ำ ข้ ำม ด่ ำน ๑๓) ห ม ำ ก แก ว ๑๔) หมำยหัวแดง ๑๕) ปิงโก ๑๖) สลำกกินแบ่ง สลำกกินรวบหรือกำรเล่นอย่ำงใดที่เสี่ยงโชคให้เงิน ห รือป ระโยชน์อย่ ำงอื่น แก่ผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง ๑๗) โตแตไลเซเตอร์ส ำหรับกำรเล่น อย่ำงใดอย่ำงหนึ่ง ๑๘)สวีป ส ำหรับกำรเล่นอย่ำงใดอย่ำงหนึ่ง ๑๙) บุ๊กเมกิง ส ำหรับกำรเล่นอย่ำงใดอย่ำง หนึ่ง ๒๐) ข ำยสล ำกกินแบ่ง สล ำกกินร วบ ห รือสวีป ซึ่งไม่ได้ออกในประเทศสยำม แต่ได้จัดให้มีขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมำยของประเทศที่จัดนั้น ๒๑) ไพ่นกกระจอก ไพ่ต่อแต้ม ไพ่ต่ำง ๆ ๒๒) ดวด ๒๓) บิลเลียด ๒๔) ข้องอ้อย ๒๕) สะบ้ำทอย ๒๖) สะบ้ำชุด ๒๗) ฟุตบอลโต๊ะ ๒๘) เครื่องเล่น ซึ่งใช้เครื่องกลพลังไฟฟ้ำ พลังแสงสว่ำง หรือพลังอื่นใดที่ใช้เล่นโดยวิธีสัมผัส เลื่อน กด ดีด ดึง ดัน ยิง โยน โยก หมุน หรือวิธีอื่นใดซึ่งสำมำรถท ำให้แพ้ชนะกันได้ ไม่ว่ำจะโดยมีกำรนับแต้มหรือ เครื่องหมำยใด ๆ หรือไม่ก็ตำม การเล่นที่มีลักษณะคล้ายบัญชี ข. ได้แก่ กำรเล่นพนันที่มีลักษณะเดียวกับ กำรเล่นที่มีลักษณะคล้ำยบัญชี ก. คือ กำรเล่นพนันที่แม้ว่ำจะไม่ใช่กำรเล่นพนันประเภทที่ก ำหนด ห้ำมไว้อย่ำงชัดเจน แต่ลักษณะกำรเล่นพนันทำงข้อเท็จจริงเหล่ำนี้คล้ำยกับที่ลักษณะของประเภท กำรพนันที่ก ำหนดไว้ในบัญชี ข. ซึ่งถือเป็นปัญหำทำงด้ำนข้อเท็จจริง ตัวอย่ำงเช่น กำรเล่นพนันสนุก เกอร์นั้นไม่ได้มีกำรบัญญัติห้ำมไว้ในบัญชี ข. แต่กำรเล่นพนันดังกล่ำวมีลักษณะกำรเล่นที่มีข้อเท็จจริง คล้ำยกับกำรเล่นบิลเลียด ซึ่งเป็นกำรพนันที่บัญญัติไว้ในบัญชี ข. ข้อ ๒๓ เป็นต้น การเล่นอื่นใดซึ่งรัฐมนตรีเจ้าหน้าที่ได้ออกกฎกระทรวงระบุเพิ่มเติม นั้น ได้แก่ กำรเล่นที่รัฐมนตรีเจ้ำหน้ำที่ได้ออกกฎกระทรวงระบุเพิ่มเติมห้ำมไว้ ซึ่งกำรเล่นอื่นใดซึ่ง รัฐมนตรีเจ้ำหน้ำที่ได้ออกกฎกระทรวงระบุเพิ่มเติมนี้ปัจจุบันกระทรวงมหำดไทยได้ออกกฎกระทรวง มหำดไทยฉบับที่ ๑๗ พ.ศ. ๒๕๐๓ ข้อ ๓ ให้เพิ่มเติมกำรเล่น ๔ ประเภทต่อไปนี้ เป็นกำรเล่นในบัญชี ข. ท้ำยพระรำชบัญญัติกำรเล่น พุทธศักรำช ๒๔๗๘ เป็นหมำยเลข ๒๕) ๒๖) ๒๗) และ ๒๘) ตำมล ำดับ คือ สะบ้ำทอย สะบ้ำชุด ฟุตบอลโต๊ะ และเครื่องเล่นซึ่งใช้เครื่องกลพลังไฟฟ้ำ พลังแสง
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๖๓ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร สว่ำง หรือพลังอื่นใดที่ใช้เล่นโดยวิธีสัมผัส เลื่อน กด ดีด ดึง ดัน ยิง โยน โยก หมุน หรือวิธีอื่นใดซึ่ง สำมำรถท ำให้แพ้ชนะกันได้ ไม่ว่ำจะโดยมีกำรนับแต้มหรือเครื่องหมำยใดๆ หรือไม่ก็ตำม อนึ่ง นอกจำกกำรเล่นพนันที่ห้ำมเด็ดขำดและกำรเล่นพนันที่อนุญำตให้เล่น ได้ตำมมำตรำ ๔ ดังที่ได้กล่ำวไปแล้ว กฎหมำยว่ำด้วยกำรพนันยังได้ก ำหนดควำมผิดเกี่ยวกับกำรเล่น พนันไว้ในมำตรำ ๔ ทวิ เกี่ยวกับกำรเล่นพนันอื่นๆ คือ “มาตรา ๔ ทวิในการเล่นอื่นใดนอกจากที่กล่าวในมาตรา ๔ จะพนันกันหรือจะ จัดให้มีเพื่อให้พนันกันได้เฉพาะการเล่นที่ระบุชื่อและเงื่อนไขไว้ในกฎกระทรวง ค าว่า “การเล่น” ในวรรคก่อน ให้หมายความรวมตลอดถึงการทายและการ ท านายด้วย” มำตรำ ๔ ทวิ นี้ถือได้ว่ำเป็นมำตรำที่ก ำหนดไว้เพื่อเป็นเครื่องมือในกำร อุดช่องของกฎหมำยว่ำด้วยกำรพนัน กล่ำวคือในกรณีที่มีกำรเล่นกำรพนันอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือจำก ประเภทกำรเล่นพนันที่มีกำรระบุในบัญชี ก. และบัญชี ข. ท้ำยพระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ และกำรเล่นนั้นก็ไม่ได้มีลักษณะคล้ำยคลึงกับกำรเล่นพนันมีกำรระบุในบัญชี ก. และบัญชี ข. ท้ำยพระรำชบัญญัตินี้ด้วย หำกปรำกฏในทำงข้อเท็จจริงว่ำกำรกระท ำใดที่มีลักษณะกำรเล่นที่เป็นกำร พนันก็เป็นกำรต้องห้ำมตำมมำตรำ ๔ ทวินี้แล้ว ๓) อัตราโทษการเล่นพนัน พระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ ได้ ก ำหนดโทษทำงอำญำส ำหรับผู้ที่จัดให้มีกำรเล่นพนัน และผู้เล่นกำรพนันไว้ในมำตรำ ๑๒ ดังนี้ “มาตรา ๑๒ ผู้ใดจัดให้มีการเล่น หรือท าอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือ ชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้า พนักงานหรือรับอนุญาตแล้วแต่เล่นพลิกแพลง หรือผู้ใดเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นอันขัดต่อบท แห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวง หรือข้อความในใบอนุญาตผู้นั้นมีความผิดต่อบทแห่ง พระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวง หรือข้อความในใบอนุญาตผู้นั้นมีความผิดต่อไปนี้ (๑) ถ้ำเป็นควำมผิดในกำรเล่นตำมบัญชี ก. หมำยเลข ๑ ถึงหมำยเลข ๑๖ หรือ กำรเล่นตำมบัญชี ข. หมำยเลข ๑๖ เฉพำะสลำกกินรวบ หรือกำรเล่นซึ่งมีลักษณะคล้ำยกันนี้ต้องระวำง โทษจ ำคุกตั้งแต่ ๓ เดือนขึ้นไปจนถึง ๓ ปี และปรับตั้งแต่ ๕๐๐ บำท ขึ้นไปจนถึง ๕,๐๐๐ บำท ด้วย อีกโสดหนึ่ง เว้นแต่ผู้เข้ำเล่นหรือเข้ำพนันที่เรียกว่ำลูกค้ำให้จ ำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกิน ๕,๐๐๐ บำท หรือทั้งจ ำทั้งปรับ (๒) ถ้ำเป็นควำมผิดในกำรเล่นอื่นใดตำมพระรำชบัญญัตินี้ ต้องระวำงโทษจ ำคุก ไม่เกิน ๒ ปี หรือปรับไม่เกิน ๒,๐๐๐ บำท หรือทั้งจ ำทั้งปรับ เว้นแต่ควำมผิดตำมมำตรำ ๔ ทวิ ต้องระวำง โทษจ ำคุกไม่เกิน ๑ ปี หรือปรับไม่เกิน ๑,๐๐๐ บำท หรือทั้งจ ำทั้งปรับ” บทบัญญัติของมำตรำ ๑๒ ได้แบ่งฐำนควำมรุนแรงของโทษกับลักษณะกำร เล่นพนันไว้ดังต่อไปนี้ ควำมผิดของผู้จัดให้มีกำรเล่นพนัน หรือท ำอุบำยล่อ ช่วยประกำศโฆษณำ หรือชักชวนโดยทำงตรงหรือทำงอ้อมให้ผู้อื่นเข้ำเล่นกำรเล่นพนันตำมบัญชี ก. หมำยเลข ๑ ถึง หมำยเลข ๑๖ และกำรเล่นตำมบัญชี ข. หมำยเลข ๑๖ เฉพำะสลำกกินรวบ หรือกำรเล่นซึ่งมีลักษณะ
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๖๔ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร คล้ำยกันนี้เท่ำนั้น มีควำมผิดที่ต้องระวำงโทษจ ำคุกตั้งแต่ ๓ เดือนขึ้นไปจนถึง ๓ ปี และปรับตั้งแต่ ๕๐๐ บำท ถึง ๕,๐๐๐ บำท ด้วย กล่ำวคือผู้กระท ำควำมผิดเหล่ำนี้มีโทษขั้นต่ ำที่กฎหมำยก ำหนดจึงต้องรับทั้ง โทษจ ำคุกและโทษปรับเสมอ ค ว ำมผิดของผู้เล่นพนันที่เป็นลูกค้ ำต ำมบัญชี ก . หม ำยเลข ๑ ถึงหมำยเลข ๑๖ และกำรเล่นตำมบัญชี ข หมำยเลข ๑๖ เฉพำะสลำกกินรวบ หรือกำรเล่นซึ่งมี ลักษณะคล้ำยกันนั้น ต้องระวำงโทษจ ำคุกไม่เกิน ๓ ปี หริอปรับไม่เกิน ๕,๐๐๐ บำท หรือทั้งจ ำทั้ง ปรับ โดยไม่มีโทษขั้นต่ ำที่กฎหมำยก ำหนด ส่วนควำมผิดอื่นนอกจำกที่ก ำหนดไว้ในมำตรำ ๑๒ (๑) แห่งกฎหมำย ว่ำด้วยกำรพนัน คือ กำรที่ผู้จัดให้มีกำรเล่นพนัน หรือท ำอุบำยล่อ ช่วยประกำศโฆษณำหรือชักชวน โดยทำงตรงหรือทำงอ้อมให้ผู้อื่นเข้ำเล่นกำรพนัน หรือผู้เล่นพนันตำมบัญชี ก. หมำยเลข ๑๗ - ๑๘ และตำมบัญชี ข. ทั้งหมด ยกเว้นสลำกกินรวบ มีควำมผิดที่ต้องระวำงโทษจ ำคุกไม่เกิน ๒ ปี หรือปรับ ไม่เกิน ๒,๐๐๐ บำท หรือทั้งจ ำทั้งปรับ ส ำหรับผู้จัดให้มีกำรเล่นพนันหรือผู้เล่นพนันตำมมำตรำ ๔ ทวินั้น ต้องระวำงโทษจ ำคุกไม่เกิน ๑ ปี หรือปรับไม่เกิน ๑,๐๐๐ บำท หรือทั้งจ ำทั้งปรับ นอกจำกมำตรำ ๑๒ แห่งพระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ จะ ได้มีบทก ำหนดโทษทำงอำญำไว้แล้ว ในมำตรำ ๑๔ ทวิ ของกฎหมำยดังกล่ำวยังได้มีกำรก ำหนดบท เพิ่มโทษไว้อีก ดังนี้ “มาตรา ๑๔ ทวิ ผู้ใดกระท าความผิด ต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัตินี้เมื่อพ้น โทษแล้วยังไม่ครบก าหนดสามปีกระท าความผิดต่อพระราชบัญญัตินี้อีก (๑) ถ้าโทษซึ่งก าหนดไว้ส าหรับความผิดที่กระท าครั้งหลังเป็นโทษจ าคุกและ ปรับให้วางโทษทวีคูณ (๒) ถ้าโทษซึ่งก าหนดไว้ส าหรับความผิดที่กระท าครั้งหลังเป็นโทษจ าคุกหรือ ปรับให้วางโทษทั้งจ าทั้งปรับ” เจตนำรมณ์ของมำตรำ ๑๔ ทวิ ก็เพื่อลงโทษผู้กระท ำควำมผิดซ้ ำซำกให้เกิด ควำมเข็ดหลำบมำกยิ่งขึ้นเพื่อที่จะไม่กล้ำที่จะกลับมำกระท ำควำมผิดอีก นอกจำกควำมผิดที่เกี่ยวข้องกับกำรพนันที่บัญญัติไว้ในพระรำชบัญญัติกำร พนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ ดังกล่ำวในข้ำงต้นยังมีกฎหมำยอื่นที่ก ำหนดควำมผิดที่เกี่ยวข้องกับกำร พนันเอำไว้เช่นกัน เช่น พระรำชบัญญัติป้องกันและปรำบปรำมกำรฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ได้ ก ำหนดให้กำรจัดกำรพนันบำงกรณีถือเป็นควำมผิดดังที่ก ำหนดไว้ในส่วนของค ำนิยำม ในมำตรำ ๓ ดังนี้ “มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ .... ความผิดมูลฐาน “หมายความว่า .... ....
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๖๕ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร (๙ ) ค ว าม ผิดเ กี่ ย ว กับ ก า รพนัน ต าม กฎห ม า ย ว่ า ด้ ว ยก า ร พนั น เฉพาะความผิดเกี่ยวกับการเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีจ านวน ผู้เข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นแต่ละครั้งเกินกว่าหนึ่งร้อยคน หรือมีวงเงินในการกระท าความผิด รวมกันมีมูลค่าเกินกว่าสิบล้านบาทขึ้นไป” .... .... หำกมีกำรกระท ำกำรอันเป็นควำมผิดมูลฐำนดังกล่ำวก็จะต้องถูกด ำเนินกำร ตำมกระบวนกำร และต้องรับโทษตำมที่พระรำชบัญญัติป้องกันและปรำบปรำมกำรฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ก ำหนดไว้ ๒.๔ พระราชบัญญัติส านักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พุทธศักราช ๒๕๑๗ สลำกกินแบ่งรัฐบำลเป็นกำรพนันรูปแบบหนึ่งที่สำมำรถท ำได้และให้ถือว่ำ เป็นกำรยกเว้นผลทำงกฎหมำยของกำรเล่นพนันทั้งทำงแพ่งและทำงอำญำด้วย เนื่องจำกมีกฎหมำย ก ำหนดยกเว้นไว้เป็นกำรเฉพำะคือ กำรพนันตำมที่พระรำชบัญญัติส ำนักงำนสลำกกินแบ่งรัฐบำล พุทธศักรำช ๒๕๑๗ โดยมำตรำ ๓๖ ของพระรำชบัญญัติดังกล่ำวได้ก ำหนดว่ำ “ให้ถือว่า การออกสลากกินแบ่งรัฐบาลของส านักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลตามพระราชบัญญัตินี้เป็นการออก สลากกินแบ่งโดยได้รับอ านาจจากรัฐบาลอันเป็นผลให้หนี้ที่เกิดจากการออกสลากกินแบ่งดังกล่าวเป็นหนี้ที่ อาจเรียกร้องให้ช าระได้ตามกฎหมาย และให้ถือว่าการออกสลากกินแบ่งดังกล่าวนั้น เป็นการออก สลากกินแบ่งที่ได้ รับใบอนุญาตและประทับตราจากพนั กงานเจ้ าหน้ าที่ต ามกฎหมาย ว่าด้วยการพนันแล้ว และไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและค่าภาษีใด ๆ ตามกฎหมายนั้น” ๒.๕ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท าความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ปัจจุบันกำรเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นปัจจัยที่ส ำคัญอย่ำงยิ่งในกำรมำปรับใช้กับ กำรเล่นกำรพนัน เนื่องจำกเข้ำถึงได้ง่ำยและสะดวกในกำรให้บริกำรและใช้บริกำรของผู้จัด ให้เล่นกำรพนันและผู้เล่นกำรพนันผ่ำนระบบทำงคอมพิวเตอร์ สมำร์ทโฟน พระรำชบัญญัติ กำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ ไม่สำมำรถควบคุมปัญหำกำรลักลอบเล่นกำรพนันได้ จึงต้องมี กำรศึกษำพระรำชบัญญัติว่ำด้วยกำรกระท ำควำมผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ประกอบเพื่อ ใช้ในกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรเล่นกำรพนันออนไลน์ได้ ที่ให้อ ำนำจในกำรระงับท ำให้แพร่หลำย หรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นออกจำกระบบ ตำมมำตรำ ๒๐ บัญญัติว่ำ “ในกรณีที่กำรกระท ำ ควำมผิดตำมพระรำชบัญญัตินี้เป็นกำรท ำให้แพร่หลำยซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่อำจกระทบกระเทือนต่อ ควำมมั่นคงแห่งรำชอำณำจักรตำมที่ก ำหนดไว้ในภำคสอง ลักษณะ ๑ หรือลักษณะ ๑/๑ แห่ง ประมวลกฎหมำยอำญำ หรือที่มีลักษณะขัดต่อควำมสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชำชน พนักงำนเจ้ำหน้ำที่โดยได้รับควำมเห็นชอบจำกรัฐมนตรีอำจยื่นค ำร้องพร้อมแสดงพยำนหลักฐำนต่อ ศำลที่มีเขตอ ำนำจขอให้มีค ำสั่งระงับกำรท ำให้แพร่หลำยซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นได้ ในกรณีที่ศำลมีค ำสั่งให้ระงับกำรท ำให้แพร่หลำยซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ตำม วรรคหนึ่ง ให้พนักงำนเจ้ำหน้ำที่ท ำกำรระงับกำรท ำให้แพร่หลำยนั้นเอง หรือสั่งให้ผู้ให้บริกำรระงับกำร ท ำให้แพร่หลำยซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นก็ได้”
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๖๖ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ๓. บทวิเคราะห์ จำกกำรศึกษำพระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ พบว่ำปัญหำ กำรบังคับใช้กฎหมำยในกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรพนันในประเทศไทยมีดังต่อไปนี้ ๓.๑ ปัญหาความล้าหลังและไม่ชัดเจนของบัญญัติกฎหมาย เนื่องจำกพระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นกฎหม ำยหลักที่ใช้ในก ำ รป้องกันและป ร ำบป ร ำมกำ รพนันของป ระเทศไทยที่ถูก ตรำขึ้นบังคับใช้เป็นเวลำกว่ำ ๘๐ ปีมำแล้ว และเป็นเวลำนำนกว่ำ ๕๐ ปี ที่ไม่ได้มีกำรแก้ไขกฎหมำย ดังกล่ำว จึงท ำให้บทบัญญัติกฎหมำยดังกล่ำวมีควำมล้ำหลัง ไม่ชัดเจนหลำยประกำร ได้แก่ ๑) ประเภทกำรพนันตำมที่ระบุในบัญชี ก. และบัญชี ข. ท้ำยพระรำชบัญญัติ มีชื่อที่ล้ำสมัย และมีกำรเล่นหลำยประเภทที่ไม่ควรควบคุมและก ำหนดให้เป็นกำรพนัน ได้แก่ โต แต่ไลเซเตอร์ (เพรำะไม่ใช่ประเภทกำรพนัน) ไพ่นกกระจอก ต่อแต้ม บิลเลียต สนุกเกอร์ พูล ฟุตบอลโต๊ะ วิ่งวัวคน มวยปล้ ำ ชี้รูป โยนสตำงค์ โยนห่วง ยิงเป้ำ ปำหน้ำคน เต๋ำข้ำมด่ำน บิงโก สะบ้ำทอย สะบ้ำ ชุด ขลุกขลิกสี่เหงำลักและน้ ำเต้ำทุก ๆ อย่ำงส่งผลท ำให้ทบบัญญัติกฎหมำยกำรพนันในประเทศไทยไม่ สอดคล้องกับแนวทำงกำรปฏิบัติและบทบัญญัติของกฎหมำยต่ำงประเทศ จนเป็นอุปสรรคต่อกำร ส่งเสริมกำรเล่นกีฬำ ได้แก่ สนุกเกอร์ และบิลเลียต เป็นต้น ๒) บทบัญญัติกฎหมำยกำรพนัน ไม่มีกำรระบุควำมผิดเกี่ยวกับกำรเล่นพนัน ทำยผลกำรแข่งขันฟุตบอลไว้อย่ำงชัดเจน ท ำให้เจ้ำหน้ำที่ของรัฐเกิดควำมสับสนในทำงปฏิบัติ เช่น เจ้ำพนักงำนผู้จับกุมหรือเจ้ำพนักงำนบำงแห่งตั้งข้อหำว่ำกำรเล่นพนันทำยผลกำรแข่งขันฟุตบอลเป็น ควำมผิดฐำนเล่นเสี่ยงโชคตำมบัญชี ข.ล ำดับที่ ๑๖ (สลำกินรวบหรือสลำกกินแบ่ง) หรือฐำนร่วมกันเล่น ตำมบัญชี ข. ล ำดับที่ ๒๗ (ฟุตบอลโต๊ะ) หรือเจ้ำพนักงำนบำงรำยตั้งข้อหำว่ำเป็นควำมผิดที่คล้ำยคลึงกับ กำรพนันตำมบัญชี ข. ล ำดับที่ ๒๗ (ฟุตบอลโต๊ะ) หรือเป็นควำมผิดตำมมำตรำ ๔ ทวิ ซึ่งเป็นควำมผิด นอกจำกที่กล่ำวไว้ในบัญชี ก. และบัญชี ข. เนื่องจำกตำมพระรำชบัญญัติกำรพนันพุทธศักรำช ๒๔๗๘ ตำมมำตรำ ๔ ได้ก ำหนดสำระส ำคัญเกี่ยวกับกำรกระท ำควำมผิดไว้ว่ำจะต้องเป็นกำรจัดให้เล่นหรือกำร เล่นกำรพนันที่ระบุไว้ในบัญชี ก. และบัญชี ข. ท้ำยพระรำชบัญญัตินี้ หรือกำรเล่นซึ่งมีลักษณะคล้ำยกัน แต่ในส่วนมำตรำ ๔ ทวิ ได้ก ำหนดสำระส ำคัญเกี่ยวกับกำรกระท ำควำมผิดไว้ว่ำจะต้องเป็นเป็นกำรจัดให้ เล่น หรือกำรเล่นอื่นใดนอกจำกที่กล่ำวในมำตรำ ๔ ประกอบกับกำรพนันที่ระบุไว้ในบัญชี ก. และ บัญชี ข. ไม่ได้กำรระบุควำมผิดเกี่ยวกับกำรเล่นพนันทำยผลกำรแข่งขันฟุตบอลไว้ อำจส่งผลท ำให้ เจ้ำหน้ำที่ของรัฐเกิดควำมสับสนในกำรปฏิบัติ มีกำรตั้งข้อหำผู้กระท ำควำมผิดที่ได้กำรกระท ำ ควำมผิดในลักษณะเดียวกันแตกต่ำงกันไปคนละฐำนควำมผิด บำงกรณีตั้งข้อหำตำมมำตรำ ๔ และ บำงกรณี ตั้งข้อหำตำมมำตรำ ๔ ทวิ โดยทั้งสองมำตรำมีโทษทำงอำญำที่แตกต่ำงกัน ย่อมส่งผล กระทบต่อสิทธิของผู้กระท ำควำมผิดที่จะได้รับควำมยุติธรรมโดยตรง ๓) ตัวบทกฎหมำยมีควำมล้ำหลัง ไม่มีบทบัญญัติกฎหมำยของพระรำชบัญญัติกำร พนันในกำรก ำหนดมำตรกำรทำงกฎหมำย เพื่อบังคับใช้ในกำรแก้ไขป้องกันและปรำบปรำมปัญหำ กำรพนันออนไลน์ที่เหมำะสม และไม่มีบทบัญญัติในกำรก ำหนดควำมผิดและบทลงโทษเกี่ยวกับกำร พนันออนไลน์ที่ชัดเจนไว้โดยเฉพำะ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็นต้นมำ ยังไม่ได้มีกำรแก้ไขเพิ่มเติม
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๖๗ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร พระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ ให้มีควำมเหมำะสมสอดคล้องกับบริบทสังคม และ สภำพปัญหำกำรพนันที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพำะกำรเล่นพนันที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในกำร ติดต่อสื่อสำร เช่น โทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ดังนี้แล้ว จึงควรแก้ไขเพิ่มเติมพระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ และ ประเภทกำรพนันตำมที่ ระบุท้ ำยพระรำชบัญญัติในบัญชีก. บัญชี ข. ในส่วนที่ล้ ำหลัง ให้ชัดเจน ยกเลิกประเภทกำรพนันที่ไม่มีกำรเล่นแล้วในปัจจุบันออกจำกบัญชีท้ำยพระรำชบัญญัติ เพิ่มหรือก ำหนดกำรพนันที่มีขึ้นมำใหม่เข้ำไปแทน เช่น เพิ่มกำรพนันออนไลน์เข้ำไว้ในบัญชีท้ำย พระรำชบัญญัติ และบัญญัติกฎหมำยกำรพนันออนไลน์ขึ้นใช้บังคับโดยเฉพำะ รวมทั้งก ำหนดให้กำร โอนเงินที่ได้จำกกำรพนันออนไลน์และกำรพนันที่ไม่ได้รับอนุญำตหรือผิดกฎหมำยเป็นควำมผิดตำม กฎหมำยอำญำ รวมถึงควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยในกำรให้อ ำนำจเจ้ำพนักงำนในกำรเข้ำถึงข้อมูล ส่วนบุคคลไม่ว่ำจะเป็นโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์หรือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อื่นใดอันมีลักษณะ คล้ำยกัน เพื่อเข้ำถึงและได้มำซึ่งพยำนหลักฐำนในกำรสนับสนุนในกำรตั้งข้อกล่ำวหำหรือก ำหนด ควำมผิดเกี่ยวกับกำรพนันดังกล่ำว แต่กำรจะบัญญัติกฎหมำยเพื่อให้อ ำนำจเจ้ำหน้ำที่รัฐเพื่อ ตรวจสอบเช่นนี้อำจเป็นกำรลิดรอนสิทธิของบุคคลหรืออำจขัดกับกฎหมำยอื่น เป็นต้น ดังนั้นจึง จ ำเป็นที่จะต้องศึกษำกฎหมำยอื่น ตลอดจนมำตรกำรทำงกฎหมำยอื่น ๆ ที่เหมำะสมมำประกอบเพื่อ ไม่ให้ขัดกับกฎหมำยอื่น และให้บทบัญญัติของกฎหมำยที่แก้ไขนั้นกระทบสิทธิขั้นพื้นฐำนของบุคคลตำม กฎหมำยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมำยอื่นให้น้อยและเป็นธรรมมำกที่สุดด้วย เพื่อเป็นแนวทำงในกำร ปรับปรุงแก้ไขกฎหมำยและน ำไปใช้ในกำรป้องกันและปรำบปรำบกำรพนันในประเทศไทยให้มี ประสิทธิภำพและเป็นธรรมต่อไปในอนำคต รวมทั้งให้น ำมำตรกำรของกฎหมำยกำรฟอกเงินและกำร ริบทรัพย์มำใช้ควบคู่กัน เพื่อให้กำรบังคับใช้กฎหมำยพนันมีประสิทธิภำพเพิ่มขึ้น ๓.๒ ปัญหากฎหมายในการป้องกันและปราบปรามการพนันในการก าหนด ความผิดและบทลงโทษทางอาญาตามพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช ๒๔๗๘ กำรพนันเป็นควำมผิดอำญำเพรำะเป็นกำรกระท ำที่กฎหมำยก ำหนดให้เป็น ควำมผิด (Mala Prohibita) เพื่อคุ้มครองสังคมให้เกิดควำมสงบเรียบร้อย ดังนั้นกำรใช้กฎหมำยอำญำ ในกำรก ำหนดควำมผิดเกี่ยวบทลงโทษทำงอำญำ และหลักกำรลงโทษที่ได้สัดส่วน หำกพิจำรณำจะ พบว่ำพระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ มำตรำ ๑๒ ได้มีกำรก ำหนดควำมผิดเกี่ยวกับกำร จัดให้มีกำรเล่นกำรพนันไว้โดยไม่ได้มีกำรแบ่งแยกบทบำทหน้ำที่ ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเอำไว้ และโทษ ที่ได้ก ำหนดไว้มีระวำงโทษสูงสุด คือ จ ำคุกไม่เกิน ๓ ปี และปรับไม่เกิน ๕,๐๐๐ บำท หรือทั้งจ ำทั้ง ปรับ ซึ่งอัตรำโทษดังกล่ำวได้ก ำหนดสถำนกำรลงโทษไว้เบำมำก โดยเฉพำะโทษปรับที่มีอัตรำโทษ สูงสุดปรับไม่เกิน ๕,๐๐๐ บำท หำกเปรียบเทียบกับอัตรำค่ำครองชีพเมื่อ ๘๐ กว่ำปีมำแล้ว โทษปรับ ๕,๐๐๐ บำท จะมีควำมรุนแรงมำกกว่ำในปัจจุบัน ขณะที่ในปัจจุบันโทษปรับ ๕,๐๐๐ บำท เป็นโทษที่ ไม่รุนแรงเมื่อเทียบกับผลประโยชน์ที่ได้รับจำกกำรจัดให้มีกำรเล่นกำรพนัน ท ำให้ไม่สำมำรถป้องกัน และยับยั้งกำรกระท ำควำมผิดเกี่ยวกับกำรพนันได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ รวมทั้งกำรลงโทษตำม ประเภทกำรพนันที่ระบุไว้ในบัญชี ก. และบัญชี ข. ไม่ได้พิจำรณำตำมวงเงินของกำรพนัน จึงเป็นกำร ลงโทษที่ไม่ได้สัดส่วนที่เหมำะสมกับควำมร้ำยแรงของกำรกระท ำควำมผิด หำกพิจำรณำจะเห็นไว้ว่ำ
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๖๘ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร กฎหมำยได้ก ำหนดอัตรำโทษในควำมผิดฐำนจัดให้มีกำรเล่นกำรพนันและควำมผิดฐำนเล่นกำรพนันเอำไว้ ใกล้เคียงกัน ทั้งที่ในควำมเป็นจริง ในกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรกระท ำควำมผิดเกี่ยวกับกำร พนันควรมุ่งเน้นป้องกันและปรำบปรำม ผู้จัดให้มีกำรเล่นกำรพนันมำกกว่ำผู้เล่นกำรพนัน ซึ่งเป็น ผลร้ำยที่สังคมได้รับจำกกำรจัดให้มีกำรเล่นกำรพนัน รวมทั้งท ำให้ผู้จัดให้มีกำรเล่นกำรพนันเกรงกลัว ต่อกฎหมำยไม่กล้ำที่จะกระท ำควำมผิดขึ้นซ้ ำอีก หรือบุคคลอื่นไม่กล้ำกระท ำควำมผิดตำมแบบอย่ำง ๓.๓ ปัญหากฎหมายในการป้องกันและปราบปรามการพนันโดยใช้มาตรการการคุม การพนัน โดยก าหนดสถานที่อนุญาตให้มีการเล่นการพนันมาใช้แก้ไขปัญหาการพนันในประเทศไทย กฎหมำยกำรพนันในประเทศไทยเป็นมำตรกำรทำงกฎหมำยอำญำ มีทั้งที่เป็นกำร ป้องกันโดยห้ำมจัดให้มีหรือเข้ำเล่นกำรพนันอย่ำงเด็ดขำด ส ำหรับประเภทกำรพนันที่ระบุไว้บัญชี ก. และที่เป็นกำรควบคุม โดยอนุญำตจัดให้มี หรือเข้ำเล่นกำรพนันตำมหลักเกณฑ์ที่ก ำหนดไว้ใน กฎหมำย ส ำหรับประเภทกำรพนันที่ระบุไว้ในบัญชี ข. รวมทั้งที่เป็นกำรควบคุมโดยก ำหนดสถำนที่ อนุญำตให้มีกำรเล่นกำรพนัน ตำมพระรำชกฤษฎีกำว่ำ ด้วยเงื่อนไขกำรพนัน มำตรำ ๔ แห่งพระรำ บัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ (ฉบับที่ ๒) เช่นในอดีตสมัยรัฐบำลจอมพลแปลก พิบูลสงครำม นำยกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้ออกประกำศกระทรวงกำรคลัง จัดตั้งสถำน “คำสิโน” ที่กิ่งอ ำเภอหัวหิน อ ำเภอปรำณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ ๒๕ เมษำยน พ.ศ. ๒๔๘๒ โดยอำศัยอ ำนำจในกำร เปิดสถำนคำสิโน (Casino) ตำมพระรำชกฤษฎีกำว่ำด้วยเงื่อนไขกำรพนันตำม มำตรำ ๔ แห่ง พระรำชบัญญัติกำรพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ (ฉบับที่ ๒) จำกที่ได้กล่ำวมำในข้ำงต้น ข้อ ๒.๑ จะเห็นได้ว่ำ มำตรกำรทำงกฎหมำยเกี่ยวกับกำรพนันออนไลน์ในต่ำงประเทศ มีทั้งที่เป็นกำรป้องกันโดยห้ำมอย่ำง เด็ดขำด และที่เป็นกำรควบคุมโดยอนุญำตภำยใต้เงื่อนไขที่กฎหมำยก ำหนด ดังนั้นหำกจะบัญญัติ กฎหมำยกำรพนันออนไลน์ขึ้นบังคับใช้ในประเทศไทย จะต้องพิจำรณำควำมเหมำะสมของตัวบท กฎหมำย รวมถึงบทบัญญัติของกฎหมำยต่ำงๆ ระหว่ำงกำรป้องกันโดยห้ำมอย่ำงเด็ดขำด และกำร ควบคุมโดยอนุญำต ภำยใต้เงื่อนไขที่กฎหมำยก ำหนดโดยพื้นฐำนแล้วกำรที่รัฐจะน ำกฎหมำยอำญำมำ ใช้เป็นเครื่องมือในกำรที่จะควบคุมพฤติกรรมมนุษย์ในสังคม ก็เพื่อรักษำควำมสงบและควำมเป็น ระเบียบเรียบร้อยภำยในรัฐ เนื่องจำกกฎหมำยอำญำมีสภำพบังคับที่รุนแรง ในลักษณะจ ำเป็นและ เหมำะสม แต่กำรที่จะพิจำรณำว่ำควรก ำหนดมำตรกำรทำงกฎหมำยอำญำในลักษณะใด ขึ้นใช้ควบคุมพฤติกรรมมนุษย์ในสังคม จะต้องพิจำรณำถึงภำรกิจกฎหมำยอำญำซึ่งมุ่งเน้น ที่จะคุ้มครองสังคม กล่ำวคือ เมื่อกฎหมำยอำญำเป็นเครื่องมือของรัฐเพื่อรักษำควำมสงบและควำม เป็นระเบียบเรียบร้อยภำยในรัฐ มำตรกำรทำงกฎหมำยอำญำก็ควรมีประสิทธิภำพ สำมำรถคุ้มครอง สังคมได้จริง เช่น กำรใช้กฎหมำยอำญำที่มีลักษณะเป็นกำรป้องกันโดยห้ำมจัดให้มีกำรเล่นหรือเข้ำ เล่นกำรพนันออนไลน์อย่ำงเด็ดขำด มำตรกำรดังกล่ำวจะต้องสำมำรถป้องกัน และยับยั้งไม่ให้มีกำร กระท ำควำมผิดเกี่ยวกับกำรพนันออนไลน์ที่จะก่อให้เกิดควำมเสียต่อบุคคล สังคมเศรษฐกิจและ ประเทศชำติได้
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๖๙ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ๔. บทสรุปและอภิปรายผล จำกกำรศึกษำพระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ เป็นกฎหมำยที่ถูกตรำ ขึ้น เมื่อ ๘๐ กว่ำปีที่แล้วซึ่งเป็นเวลำนำนมำกโดยไม่ได้มีกำรแก้ไขปรับปรุงกฎหมำยเกี่ยวกับกำรพนันใน ประเทศไทยให้สอดคล้องกับบริบทและสภำพปัญหำในปัจจุบันท ำให้เกิดปัญหำกำรบังคับใช้ในกำร ป้องกันและปรำบปรำมกำรกระท ำควำมผิดเกี่ยวกับกำรพนันในประเทศไทยเกิดปัญหำขึ้น อำทิ ควำม ล้ำหลังและไม่ชัดเจนหลำยประกำร ได้แก่ ประเภทกำรพนันตำมที่ระบุไว้ในบัญชี ก. และบัญชี ข. ท้ำยพระรำชบัญญัติ มีชื่อล้ำสมัย และมีกำรเล่นหลำยประเภทที่ไม่ควรควบคุมก ำหนดให้เป็นพนัน ได้แก่ โตแตไลเซเตอร์ (เพรำะไม่ใช่ประเภทกำรพนัน) ไพ่นกกระจอก ต่อแต้ม บิลเลียต สนุกเกอร์ พูล ฟุตบอลโต๊ะ วิ่งวัวคน มวยปล้ ำ ชี้รูป โยนสตำงค์ โยนห่วง ยิงเป้ำ ปำหน้ำคน เต๋ำข้ำมด่ำน บิงโก สะบ้ำ ทอย สะบ้ำชุด ขลุกขลิก สี่เหงำลัก และน้ ำเต้ำทุก ๆ อย่ำงและเป็นอุปสรรคต่อกำรส่งเสริมกำรเล่นกีฬำ ได้แก่ สนุกเกอร์และบิลเลียต เป็นต้น รวมทั้งไม่ได้ระบุควำมผิดเกี่ยวกับกำรเล่นพนันทำยผลกำร แข่งขันฟุตบอลไว้อย่ำงชัดเจน ท ำให้เจ้ำหน้ำที่ของรัฐเกิดควำมสับสนในทำงปฏิบัติ มีกำรตั้งข้อหำ ผู้กระท ำควำมผิดที่ได้กำรกระท ำควำมผิดในลักษณะเดียวกันแตกต่ำงกันไปคนละฐำนควำมผิด บำง กรณีตั้งข้อหำตำมมำตรำ ๔ และบำงกรณีตั้งข้อหำตำมมำตรำ ๔ ทวิ เป็นต้น ตัวบทกฎหมำยมีควำมล้ำหลัง ไม่ทันต่อเหตุกำรณ์ในกำรแก้ไขปัญหำในกำรป้องกัน และปรำบปรำมกำรพนันออนไลน์ที่ชัดเจนและเหมำะสม กำรแสวงหำพยำนหลักฐำนทำง อิเล็กทรอนิกส์กระท ำได้ยำกเนื่องจำกไม่มีบทบัญญัติกฎหมำยให้อ ำนำจแก่เจ้ำพนักงำน ในกำรบังคับใช้กฎหมำย เพื่อป้องกันและปรำบปรำมกำรพนันออนไลน์ไว้เป็นพิเศษ เพื่อให้เข้ำถึง ข้อมูลส่วนบุคคลบนเซิร์ฟเวอร์ ท ำให้กำรแสวงหำพยำนหลักฐำนในคดีกำรพนันออนไลน์ ที่ต้องเข้ำถึง ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่ำว อำทิ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์หรือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อื่นใดอันมี ลักษณะคล้ำยกัน เพื่อเข้ำถึงและได้มำซึ่งพยำนหลักฐำนในกำรสนับสนุนในกำรตั้งข้อกล่ำวหำหรือ ก ำหนดควำมผิดดังกล่ำวไม่สำมำรถกระท ำได้หรือกระท ำได้ยำก ตลอดจนไม่มีบทบัญญัติครอบคลุมไป ถึงกำรพนันออนไลน์ที่ชัดเจน ท ำให้ไม่สำมำรถบังคับใช้กฎหมำยกับผู้จัดให้มีกำรเล่นกำรพนัน ออนไลน์ ซึ่งเป็นตัวแทน ตัวแทนช่วงหรือผู้เชื่อมต่อกับเจ้ำมือหรือเจ้ำของธุรกิจคำสิโนหรือบ่อนกำร พนัน ซึ่งบุคคลที่เป็นตัวแทนหรือเชื่อมต่อให้ได้เข้ำเล่นพนันเหล่ำนี้อยู่ในประเทศไทย และเป็นผู้จัดให้ เล่นหรือให้เข้ำถึงกำรเล่นพนันกับบ่อนพนันหรือคำสิโนบนเซิร์ฟเวอร์หรือเครือข่ำยบนเว็บไซต์ที่อยู่ ต่ำงประเทศได้ โดยยังไม่มีบทบัญญัติกฎหมำยก ำหนดควำมผิดและบทลงโทษมำตรำ ๑๒ โดยก ำหนด ควำมผิดของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกำรพนันตำมบทบำทหน้ำที่ รวมทั้งเพิ่มบทลงโทษ โดยเฉพำะใน กรณีโทษปรับ ควรปรับให้สูงขึ้นเท่ำกันหรือมำกกว่ำผลประโยชน์ที่ได้รับจำกกำรกระท ำผิดเกี่ยวกับ กำรพนัน และกำรก ำหนดโทษตำมลักษณะกำรกระท ำควำมผิดควรก ำหนดให้สอดคล้องกับสัดส่วน ของกำรกระท ำควำมผิด โดยแยกเป็น ผู้จัดให้มีกำรเล่นพนันหรือเจ้ำของธุรกิจพนัน เจ้ำมือ ตัวแทน ตัวแทนช่วงหรือผู้เชื่อมต่อให้มีกำรเล่น ผู้เล่น ให้ได้รับโทษลดหลั่นกันไปตำมสัดส่วนแห่งควำมผิด และ น ำมำตรกำรกฎหมำยฟอกเงินและกำรริบทรัพย์มำใช้ในกำรแก้ปัญหำควบคู่กันด้วย กำรใช้มำตรกำรทำง กฎหมำยโดยวิธีกำรควบคุมโดยก ำหนดสถำนที่อนุญำตให้มีกำรเล่นพนันมำใช้ในประเทศไทย ปัจจุบันมี กฎหมำยรองรับอยู่แล้วแต่อำจจะต้องมีกำรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมำยเพื่อให้ครอบคลุมรวมไปถึงกำร
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๗๐ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร พนันออนไลน์ ตำมแนวทำงของรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๖๐ มำตรำ ๗๗ กำรใช้มำตรกำรทำงกฎหมำย โดยวิธีกำรควบคุม โดยก ำหนดสถำนที่อนุญำตให้มีกำรเล่นกำรพนันที่ ถูกกฎหมำยมำใช้ ต้องศึกษำปัญหำต่ำง ๆ และศึกษำกฎหมำยกำรพนันของต่ำงประเทศรวมถึง กฎหมำยอื่นๆ ประกอบในกำรพิจำรณำในกำรอนุญำตให้มีกำรก ำหนดสถำนที่เปิดบ่อนพนันโดยถูก กฎหมำย วิเครำะห์ถึงข้อดีข้อเสียอื่น ๆ ไม่ว่ำจะเป็นด้ำนเศรษฐกิจหรือด้ำนสังคม ตลอดจนด้ำนอำญำ กรรมและผลกระทบอื่น ๆ ที่จะตำมมำ กำรควบคุมกำรพนันโดยก ำหนดสถำนที่อนุญำตให้มีกำรเล่น กำรพนันที่ถูกกฎหมำย ก็เป็นทำงแก้ปัญหำกำรลักลอบกำรเล่นพนันที่ผิดกฎหมำยที่ประชำชนอำจตก เป็นเหยื่อกลโกงหรือกำรเล่นพนันที่ไม่เป็นธรรมของบ่อนพนันที่ลักลอบเปิดผิดกฎหมำยอยู่ในปัจจุบัน ได้ และช่วยลดกำรเรียกรับผลประโยชน์จะตกไปอยู่กับเจ้ำหน้ำที่รัฐบำงคน ๕. ข้อเสนอแนะ ปัญหำกำรเล่นกำรพนันที่ผิดกฎหมำยของประเทศไทย เป็นปัญหำที่มีมำอย่ำงต่อเนื่องส่งผล กระทบต่อผู้เล่นกำรพนัน บุคคลในครอบครัว ชุมชน สังคม และเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งเป็นบ่อ เกิดปัญหำอำชญำกรรมในสังคมตำมมำ ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหำกำรเล่นกำรพนันที่ผิดกฎหมำย ภำครัฐ ได้มีกำรตรำกฎหมำยพระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ ออกมำบังคับใช้เพื่อควบคุมและ ปรำบปรำมผู้กระท ำควำมผิดเกี่ยวกับกำรเล่นกำรพนันมำจนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลำ ๘๘ ปี แต่ปัญหำ กำรเล่นกำรพนันที่ผิดกฎหมำย จ ำนวนผู้กระท ำควำมผิดไม่ได้ลดลง แต่กลับเพิ่มจ ำนวนผู้เล่นกำรพนัน มำกขึ้น เนื่องจำกรูปแบบและวิธีกำรเล่นกำรพนันได้เปลี่ยนแปลงไปอย่ำงมำก จำกเดิมผู้เล่นกำรพนัน จะต้องเดินทำงไปยังสถำนที่ที่จัดเตรียมไว้เล่นกำรพนันหรือบ่อนกำรพนัน มำเป็นกำรเล่นกำรพนัน ผ่ำนระบบเครือข่ำยออนไลน์ท ำให้กำรเล่นกำรพนันสำมำรถเข้ำถึงได้โดยง่ำย สะดวกรวดเร็ว ขยำย เป็นวงกว้ำงประกอบกับพระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ มีกำรแก้ไขเพิ่มเติมครั้งสุดท้ำย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๕ เรื่องกำรลงโทษผู้ขำยสลำกกินแบ่งที่ขำยเกินกว่ำรำคำที่ก ำหนดไว้ในสลำกเท่ำนั้น และไม่มีกำรแก้ไขต่อมำจนถึงปัจจุบัน ท ำให้พระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ ซึ่งเป็น กฎหมำยหลักในกำรใช้ป้องกันและปรำบปรำมผู้กระท ำควำมผิดเกี่ยวกับกำรเล่นกำรพนันที่ผิด กฎหมำย ไม่ทันต่อเหตุกำรณ์และสอดคล้องกับพฤติกรรม รูปแบบและวิธีกำรเล่นกำรพนันในปัจจุบัน อำจส่งผลต่อกำรปฏิบัติหน้ำที่ของเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจได้ เนื่องจำกกฎหมำยที่ใช้บังคับในขณะนี้ยังขำด ควำมชัดเจนและครอบคลุมถึงรูปแบบกำรเล่นพนันออนไลน์ จึงเห็นควรได้รับกำรแก้ไขปรับปรุง ดังนี้ ๑) ก ำหนดบทนิยำมเกี่ยวกับกำรพนันและกำรพนันออนไลน์ให้มีควำมชัดเจน ๒) ยกเลิกประเภทกำรพนันตำมที่ระบุไว้ในบัญชี ก. และบัญชี ข. ท้ำยพระรำชบัญญัติเช่น สนุกเกอร์ และบิลเลียด เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อกำรส่งเสริมกำรเล่นกีฬำ ๓) ก ำหนดให้เจ้ำหน้ำที่สำมำรถเข้ำถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บในอุปกรณ์สื่อสำร โทรศัพท์มือถือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลได้ เพื่อประโยชน์ในกำรรวบรวม พยำนหลักฐำนและด ำเนินคดีกับผู้กระท ำควำมผิด
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๗๑ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ๔) ก ำหนดเพิ่มโทษจ ำคุกและโทษปรับให้สอดคล้องกับสภำพเศรษฐกิจและ ผลประโยชน์ที่ผู้กระท ำควำมผิดได้รับ เพื่อให้ผู้กระท ำควำมผิดเกิดควำมเกรงกลัวและไม่ให้มำกระท ำ ควำมผิดซ้ ำ นอกจำกนี้ ในกำรด ำเนินงำนของคณะกรรมำธิกำรที่ผ่ำนมำได้มีกำรจัดสัมมนำ เรื่อง กำรเพิ่มประสิทธิภำพกำรปฏิบัติงำนด้ำนกำรสืบสวนสอบสวนและปรำบปรำมอำชญำกรรม ทำงเทคโนโลยีและกำรรับแจ้งควำมออนไลน์ให้แก่เจ้ำหน้ำที่ต ำรวจในสังกัดต ำรวจภูธรภำค ๖ เพื่อ เสริมสร้ำงควำมรู้ให้กับเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจในกำรปฏิบัติหน้ำที่และน ำไปใช้ในกำรแก้ไขปัญหำให้กับ ประชำชนได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ ดังนั้น งำนที่ได้รับมอบหมำยตำมภำรกิจ เรื่อง มำตรกำร ทำงกฎหมำยในกำรบังคับใช้พระรำชบัญญัติกำรพนัน พุทธศักรำช ๒๔๗๘ สำมำรถน ำไปใช้ เป็นเอกสำรประกอบกำรพิจำรณำของคณะกรรมำธิกำรในกำรศึกษำหำแนวทำงแก้ไขปัญหำ กำรเล่นกำรพนันผิดกฎหมำยและให้ข้อเสนอแนะต่อหน่วยงำนที่เกี่ยวข้องกับกำรด ำเนินกำร ในกำรป้องกันและปรำบปรำบกำรเล่นกำรพนันที่ผิดกฎหมำยต่อไป นำยดิเรก เปรมมำงกูร นิติกรช ำนำญกำร กลุ่มงำนคณะกรรมำธิกำรกำรต ำรวจ ส ำนักกรรมำธิกำร ๒
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๗๒ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ปัญหาและอุปสรรคในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และพระราชก าหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ ๑. ความเป็นมาและความส าคัญของปัญหา ด้วยปัจจุบันกำรเกิดอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจำกปัจจัย ที่ประชำชนน ำเทคโนโลยีสำรสนเทศมำใช้ในกำรติดต่อสื่อสำรและอ ำนวยควำมสะดวกในกำรท ำงำน และด ำรงชีวิตประจ ำวันเพิ่มมำกขึ้น โดยอำชญำกรใช้วิธีกำรทำงเทคโนโลยีหลอกลวงประชำชนผ่ำน อุปกรณ์เทคโนโลยีต่ำง ๆ เพื่อให้ประชำชนหลงเชื่อและโอนทรัพย์สินให้เช่น กำรหลอกขำยสินค้ำทำง ออนไลน์ กำรพนันออนไลน์ และกำรหลอกลวงผ่ำนคอลเซ็นเตอร์ เป็นต้น ท ำให้ประชำชนได้รับควำม เดือดร้อนและสูญเสียทรัพย์สินเป็นจ ำนวนมำก และเมื่อได้รับทรัพย์สินจำกผู้เสียหำยแล้ว อำชญำกรจะใช้ วิธีกำรโอนทรัพย์สินที่ได้จำกกำรกระท ำควำมผิดดังกล่ำวผ่ำนบัญชีเงินฝำก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชี เงินอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคลอื่นต่อไปเป็นทอด ๆ อย่ำงรวดเร็ว เพื่อปกปิดหรืออ ำพรำงกำรกระท ำควำมผิด ซึ่งจำกสถิติข้อมูลกำรรับแจ้งควำมออนไลน์ ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนำคม ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๑๘ มีนำคม ๒๕๖๖ พบว่ำ มีจ ำนวนคดีออนไลน์กว่ำ ๒๒๒,๔๘๕ คดี คิดเป็นมูลค่ำควำม เสียหำยกว่ำ ๓๑,๐๐๐ ล้ำนบำท หรือเฉลี่ย ๘๐๐ คดีต่อวัน รัฐบำลได้เล็งเห็นถึงควำมส ำคัญของปัญหำ ดังกล่ำวซึ่งมีแนวโน้มที่กำรกระท ำควำมผิดจะขยำยตัวและแพร่หลำยออกไปอย่ำงรวดเร็ว อันก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชำชนในวงกว้ำงและเป็นอันตรำยร้ำยแรงต่อระบบเศรษฐกิจของ ประเทศ ซึ่งจ ำเป็นต้องได้รับกำรแก้ไขเพื่อบรรเทำควำมเดือดร้อนของประชำชนอย่ำงเร่งด่วน อีกทั้ง มิจฉำชีพได้มีกำรพัฒนำและปรับปรุงรูปแบบกำรกระท ำผิดอยู่เสมอ เพื่อหลบเลี่ยงกำรป้องกันและ ปรำบปรำมของเจ้ำหน้ำที่รัฐ เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีควำมจ ำเป็นรีบด่วนอันมิอำจจะหลีกเลี่ยงได้ เพื่อ ประโยชน์ในอันที่จะต้องมีมำตรกำรป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี เพื่อรักษำ ควำมปลอดภัยของประเทศ ควำมปลอดภัยสำธำรณะ และควำมมั่นคงในทำงเศรษฐกิจของประเทศ จึงได้มีกำรตรำพระรำชก ำหนดมำตรกำรป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ ก ำหนดให้มีมำตรกำรทำงกฎหมำยในกำรป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมทำง เทคโนโลยีเป็นกำรเฉพำะ จำกกำรศึกษำกำรพิจำรณำของคณะกรรมำธิกำรกำรต ำรวจ สภำผู้แทนรำษฎร ซึ่งได้ติดตำมกำรด ำเนินกำรป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีของหน่วยงำน ที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ธนำคำร แห่งประเทศไทย และส ำนักงำนป้องกันและปรำบปรำมกำรฟอกเงิน พบปัญหำและอุปสรรค ในกำรป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีซึ่งหน่วยงำนที่เกี่ยวข้องเห็นสอดคล้องกันว่ำ ควรเร่งด ำเนินกำรแก้ไขโดยเร็ว ดังนี้ ๑) ปัญหำกำรบู รณำกำรระหว่ำงหน่ วยงำนที่เกี่ยวข้องเพื่อประชำสัมพันธ์ สร้ำงกำรรับรู้เกี่ยวกับอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีให้แก่ประชำชนในพื้นที่ต่ำง ๆ รวมทั้ง กำรเตือนภัยอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๗๓ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ๒) ปัญหำอำชญำกรใช้วิธีกำรโอนทรัพย์สินที่ได้จำกกำรหลอกลวงประชำชน ผ่ำนบัญชีเงินฝำก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคลอื่นต่อไปเป็นทอด ๆ เพื่อปกปิดตัวตนหรือหลีกเลี่ยงกำรติดตำมจำกเจ้ำหน้ำที่ ท ำให้เจ้ำหน้ำที่ไม่สำมำรถสืบสวนหำตัว ผู้กระท ำผิดหรือผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงมำด ำเนินคดีตำมกฎหมำย ๓) ปัญหำข้อจ ำกัดเรื่องขั้นตอนและอ ำนำจระงับกำรท ำธุรกรรมทำงกำรเงิน ตำมกฎหมำยของเจ้ำหน้ำที่ ท ำให้ในกรณีที่สงสัยว่ำบัญชีเงินฝำกหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวข้อง กับอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี เจ้ำหน้ำที่ไม่สำมำรถระงับกำรท ำธุรกรรมทำงเงินของบัญชีดังกล่ำวได้ทัน ๔) ปัญหำขั้นตอนและระยะเวลำในกำรขอข้อมูลจำกหน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนำคำร สถำบันกำรเงิน และผู้ให้บริกำรโทรศัพท์หรือโทรคมนำคม เป็นต้น รวมทั้งควำมกังวลของ หน่วยงำนว่ำกำรให้ข้อมูลบำงเรื่องกับเจ้ำหน้ำที่อำจไม่ได้รับกำรคุ้มครองตำมกฎหมำย ท ำให้เกิดควำมล่ำช้ำในกำรรวบรวมพยำนหลักฐำนเพื่อจับกุมและด ำเนินคดีกับผู้กระท ำผิด ๕) ปัญหำควำมซับซ้อนของรูปแบบกำรกระท ำควำมผิดอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี ท ำให้กำรสืบสวนสอบสวนต้องใช้ควำมรู้ ควำมเชี่ยวชำญ และทักษะเฉพำะคดีอำชญำกรรมทำง เทคโนโลยี กำรศึกษำครั้งนี้ เป็นกำรศึกษำมำตรกำรด้ำนกำรป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมทำง เทคโนโลยีที่ก ำหนดไว้ในพระรำชก ำหนดมำตรกำรป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมทำง เทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ วิเครำะห์และเปรียบเทียบกับปัญหำและอุปสรรคในกำรป้องกันและ ปรำบปรำมอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีที่ประมวลได้จำกกำรพิจำรณำของคณะกรรมำธิกำรกำร ต ำรวจ สภำผู้แทนรำษฎร เพื่อให้เห็นประเด็นปัญหำที่ยังไม่ได้ก ำหนดแนวทำงในกำรแก้ไข ไว้ในพระรำชก ำหนดดังกล่ำว ซึ่งจะเป็นข้อมูลในกำรน ำเสนอให้คณะกรรมำธิกำรได้น ำไปพิจำรณำศึกษำ หำแนวทำงในกำรแก้ไขปัญหำดังกล่ำวต่อไป ๒. กฎหมาย กฎ ระเบียบ และยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ๒.๑ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง พระรำชก ำหนดมำตรกำรป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ มำตรำ ๓ บัญญัติว่ำ “ในพระรำชก ำหนดนี้ “อำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี” หมำยควำมว่ำ กำรกระท ำหรือพยำยำมกระท ำ ควำมผิดตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรกระท ำควำมผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เพื่อฉ้อโกง กรรโชก หรือรีด เอำทรัพย์ บุคคลหนึ่งบุคคลใด หรือโดยประกำรที่น่ำจะท ำให้บุคคลอื่นเสียหำย หรือกระท ำควำมผิด ฐำนฉ้อโกง กรรโชก หรือรีดเอำทรัพย์ โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือ” มำตรำ ๔ บัญญัติว่ำ “เพื่อป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี ใน กรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ำมีหรืออำจมีกำรกระท ำควำมผิดอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี ให้สถำบัน กำรเงินและผู้ประกอบธุรกิจมีหน้ำที่เปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีและธุรกรรมของ ลูกค้ำที่เกี่ยวข้องในระหว่ำงสถำบันกำรเงินและผู้ประกอบธุรกิจนั้นผ่ำนระบบหรือกระบวนกำร
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๗๔ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร เปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ส ำนักงำนป้องกันและปรำบปรำมกำรฟอกเงิน และธนำคำรแห่งประเทศไทย เห็นชอบร่วมกัน เพื่อด ำเนินกำรตำมวัตถุประสงค์ตำมวรรคหนึ่ง ให้ผู้ให้บริกำรเครือข่ำยโทรศัพท์ ผู้ให้บริกำรโทรคมนำคมอื่น หรือผู้ให้บริกำรอื่นที่เกี่ยวข้องมีหน้ำที่เปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกำร ให้บริกำรที่เกี่ยวข้องระหว่ำงกันผ่ำนระบบหรือกระบวนกำรเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลที่กระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและส ำนักงำนคณะกรรมกำรกิจกำรกระจำยเสียง กิจกำรโทรทัศน์ และกิจกำรโทรคมนำคมแห่งชำติ เห็นชอบร่วมกัน เมื่อมีกำรเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลตำมวรรคหนึ่งหรือวรรคสองแล้ว ให้ผู้เปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลแจ้งให้ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ แล้วแต่กรณี และส ำนักงำนป้องกันและปรำบปรำมกำรฟอกเงิน ทรำบโดยทันที และเมื่อได้รับแจ้ง แล้ว ให้ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือส ำนักงำนป้องกันและปรำบปรำมกำร ฟอกเงินแล้วแต่กรณี มีอ ำนำจน ำข้อมูลดังกล่ำวไปใช้ประโยชน์เพื่อป้องกัน ปรำบปรำม หรือระงับ อำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีได้” มำตรำ ๕ บัญญัติว่ำ “ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ำมีกำรกระท ำควำมผิด อำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีและมีควำมจ ำเป็นต้องทรำบข้อมูลกำรลงทะเบียนผู้ใช้งำนหรือ ข้อมูลจรำจรทำงคอมพิวเตอร์ ให้ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือส ำนักงำน ป้องกันและปรำบปรำมกำรฟอกเงิน แล้วแต่กรณี มีอ ำนำจสั่งให้ผู้ให้บริกำรเครือข่ำยโทรศัพท์ ผู้ ให้บริกำรโทรคมนำคมอื่น หรือผู้ให้บริกำรอื่นที่เกี่ยวข้องกับกำรกระท ำดังกล่ำว เปิดเผยข้อมูลที่ เกี่ยวข้องเท่ำที่จ ำเป็น และเมื่อได้รับค ำสั่งแล้ว ให้ผู้ให้บริกำรเครือข่ำยโทรศัพท์ ผู้ให้บริกำร โทรคมนำคมอื่น หรือผู้ให้บริกำรอื่นที่เกี่ยวข้องกับกำรกระท ำนั้น มีหน้ำที่ส่งข้อมูลดังกล่ำวให้แก่ผู้สั่ง ภำยในระยะเวลำที่ผู้สั่งก ำหนด” มำตรำ ๖ บัญญัติว่ำ “ในกรณีที่สถำบันกำรเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจพบเหตุอัน ควรสงสัยเองหรือได้รับข้อมูลจำกระบบหรือกระบวนกำรเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูล ตำมมำตรำ ๔ ว่ำบัญชีเงินฝำกหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ใดถูกใช้หรืออำจถูกใช้ท ำธุรกรรม ที่เกี่ยวข้องกับอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี หรือกำรกระท ำควำมผิดมูลฐำนหรือควำมผิด ฐำนฟอกเงินตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรฟอกเงิน ให้สถำบันกำรเงิน หรือผู้ประกอบธุรกิจมีหน้ำที่ระงับกำรท ำธุรกรรมและแจ้งสถำบันกำรเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจ ที่รับโอนถัดไป พร้อมทั้งน ำข้อมูลเข้ำสู่ระบบหรือกระบวนกำรเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูล ตำมมำตรำ ๔ เพื่อให้สถำบันกำรเงินและผู้ประกอบธุรกิจผู้รับโอนทุกทอดทรำบ และระงับ กำรท ำธุรกรรมดังกล่ำวไว้ทันทีเป็นกำรชั่วครำวไม่เกินเจ็ดวันนับแต่วันที่พบเหตุอันควรสงสัย หรือได้รับแจ้ง แล้วแต่กรณี เพื่อตรวจสอบควำมถูกต้องแท้จริง และแจ้งให้เจ้ำพนักงำน ผู้มีอ ำนำจด ำเนินคดีอำญำหรือเลขำธิกำรคณะกรรมกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรฟอกเงิน ด ำเนินกำรตรวจสอบ
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๗๕ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ในกรณีที่สถำบันกำรเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจได้รับแจ้งเหตุตำมวรรคหนึ่งจำก เจ้ำพนักงำนผู้มีอ ำนำจด ำเนินคดีอำญำหรือเลขำธิกำรคณะกรรมกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรฟอก เงิน ให้สถำบันกำรเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจมีหน้ำที่ระงับกำรท ำธุรกรรม พร้อมทั้งน ำข้อมูลเข้ำสู่ระบบ หรือกระบวนกำรเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูล ตำมมำตรำ ๔ เพื่อให้สถำบันกำรเงินและผู้ประกอบ ธุรกิจผู้รับโอนทุกทอดทรำบและระงับกำรท ำธุรกรรมดังกล่ำวไว้ทันที แล้วแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทรำบ เมื่อเจ้ำพนักงำนผู้มีอ ำนำจด ำเนินคดีอำญำหรือเลขำธิกำรคณะกรรมกำรป้องกัน และปรำบปรำมกำรฟอกเงินตรวจสอบแล้ว ปรำกฏพยำนหลักฐำนอันควรเชื่อได้ว่ำบัญชีเงินฝำกหรือ บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์นั้นถูกใช้ในกำรกระท ำควำมผิด ให้ด ำเนินกำรตำมกฎหมำยภำยในเจ็ดวันนับ แต่วันที่ได้รับแจ้งกำรระงับกำรท ำธุรกรรมตำมวรรคหนึ่ง หรือแจ้งสถำบันกำรเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจ ตำมวรรคสอง หำกไม่ปรำกฏพยำนหลักฐำนที่เชื่อได้ว่ำบัญชีเงินฝำกหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์นั้น ถูกใช้ในกำรกระท ำควำมผิด ให้แจ้งผลกำรตรวจสอบให้สถำบันกำรเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจทรำบเพื่อ ยกเลิกกำรระงับกำรท ำธุรกรรมต่อไป เมื่อพ้นก ำหนดเวลำตำมวรรคสำมแล้ว หำกเจ้ำพนักงำนผู้มีอ ำนำจด ำเนินคดี อำญำหรือเลขำธิกำรคณะกรรมกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรฟอกเงินไม่แจ้งผลกำรด ำเนินกำร ให้สถำบันกำรเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจยกเลิกกำรระงับกำรท ำธุรกรรมนั้น” มำตรำ ๗ บัญญัติว่ำ “ในกรณีที่สถำบันกำรเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจได้รับแจ้ง จำกผู้เสียหำยซึ่งเป็นผู้ถือบัญชีเงินฝำกหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ว่ำ ได้มีกำรท ำธุรกรรม โดยบัญชีเงินฝำกหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่ำวและเข้ำข่ำยเกี่ยวข้องกับอำชญำกรรม ทำงเทคโนโลยี ให้สถำบันกำรเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจดังกล่ำวมีหน้ำที่ระงับกำรท ำธุรกรรมนั้น ไว้ชั่วครำว พร้อมทั้งน ำข้อมูลเข้ำสู่ระบบหรือกระบวนกำรเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูล ตำมมำตรำ ๔ เพื่อให้สถำบันกำรเงินและผู้ประกอบธุรกิจผู้รับโอนทุกทอดทรำบและระงับ กำรท ำธุรกรรมดังกล่ำวไว้ทันที และแจ้งให้ผู้เสียหำยไปร้องทุกข์ต่อพนักงำนสอบสวนภำยใน เจ็ดสิบสองชั่วโมง เมื่อมีกำรร้องทุกข์แล้ว ให้พนักงำนสอบสวนแจ้งให้สถำบันกำรเงินหรือ ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับกำรท ำธุรกรรมไว้ทรำบ และให้พนักงำนสอบสวนพิจำรณำด ำเนินกำรเกี่ยวกับ บัญชีเงินฝำกและบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่ำวภำยในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งควำมร้องทุกข์ หำกไม่มีค ำสั่งให้ระงับกำรท ำธุรกรรมไว้ต่อไปภำยในเวลำดังกล่ำว ให้สถำบันกำรเงินหรือผู้ประกอบ ธุรกิจยกเลิกกำรระงับกำรท ำธุรกรรมนั้น” มำตรำ ๘ วรรคสอง บัญญัติว่ำ “กำรร้องทุกข์ในควำมผิดเกี่ยวกับอำชญำกรรมทำง เทคโนโลยีจะกระท ำต่อพนักงำนสอบสวน ณ สถำนีต ำรวจแห่งใดในรำชอำณำจักรหรือ ต่อกองบัญชำกำรต ำรวจสืบสวนสอบสวนอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีก็ได้ และจะร้องทุกข์ โดยวิธีกำรทำงอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ โดยให้ถือว่ำเป็นกำรร้องทุกข์โดยชอบด้วยประมวลกฎหมำย วิธีพิจำรณำควำมอำญำ และในกำรสอบสวนหรือด ำเนินกำรเกี่ยวกับกำรกระท ำควำมผิดดังกล่ำว ให้ พนักงำนสอบสวนที่รับค ำร้องทุกข์ไม่ว่ำประจ ำอยู่ที่ใดหรือพนักงำนสอบสวนที่ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่ง
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๗๖ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ชำติก ำหนด เป็นพนักงำนสอบสวนผู้รับผิดชอบมีอ ำนำจสอบสวนและด ำเนินกำรเกี่ยวกับกำรกระท ำ ควำมผิดดังกล่ำวได้ไม่ว่ำควำมผิดนั้นจะเกิดขึ้น ณ ที่ใดในรำชอำณำจักร” มำตรำ ๙ บัญญัติว่ำ “ผู้ใดเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝำก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนำใช้เพื่อตนหรือ เพื่อกิจกำรที่ตนเกี่ยวข้อง หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมำยโทรศัพท์ส ำหรับบริกำร โทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน ทั้งนี้ โดยประกำรที่รู้หรือควรรู้ว่ำจะน ำไปใช้ในกำรกระท ำควำมผิดเกี่ยวกับ อำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีหรือควำมผิดทำงอำญำอื่นใด ต้องระวำงโทษจ ำคุกไม่เกิน สำมปี หรือปรับไม่เกินสำมแสนบำท หรือทั้งจ ำทั้งปรับ มำตรำ ๑๐ บัญญัติว่ำ “ผู้ใดเป็นธุระจัดหำ โฆษณำ หรือไขข่ำวโดยประกำรใด ๆ เพื่อให้มีกำรซื้อ ขำย ให้เช่ำ หรือให้ยืม บัญชีเงินฝำก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในกำรกระท ำควำมผิดเกี่ยวกับอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีหรือควำมผิดทำงอำญำอื่นใด ต้อง ระวำงโทษจ ำคุกตั้งแต่สองปีถึงห้ำปี หรือปรับตั้งแต่สองแสนบำทถึงห้ำแสนบำท หรือทั้งจ ำทั้งปรับ” มำตรำ ๑๑ บัญญัติว่ำ “ผู้ใดเป็นธุระจัดหำ โฆษณำ หรือไขข่ำวโดยประกำรใด ๆ เพื่อให้มีกำรซื้อ หรือขำย เลขหมำยโทรศัพท์ส ำหรับบริกำรโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียน ผู้ใช้บริกำรในนำมของบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้ว แต่ไม่สำมำรถระบุตัวผู้ใช้บริกำรได้ ต้องระวำงโทษ จ ำคุกตั้งแต่สองปีถึงห้ำปี หรือปรับตั้งแต่สองแสนบำทถึงห้ำแสนบำท หรือทั้งจ ำทั้งปรับ” มำตรำ ๑๒ บัญญัติว่ำ “กำรเปิดเผย กำรแลกเปลี่ยน กำรเข้ำถึง ตลอดจนกำร เก็บ กำรรวบรวม หรือกำรใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตำมพระรำชก ำหนดนี้ ไม่อยู่ภำยใต้บังคับ ของกฎหมำยว่ำด้วยกำรคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แต่ผู้ได้รับหรือครอบครองข้อมูลจะเปิดเผย ให้บุคคลอื่นซึ่งไม่มีหน้ำที่เกี่ยวข้องทรำบมิได้” ๒.๒ ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ทฤษฎีสำมเหลี่ยมอำชญำกรรม ชรินทร์ โกพัฒน์ตำ (๒๕๕๗, น.๑๖-๑๗) ได้กล่ำวถึงทฤษฎีสำมเหลี่ยมอำชญำกรรม (Crime Triangle Theory) ซึ่งอธิบำยถึงสำเหตุหรือองค์ประกอบของกำรเกิดอำชญำกรรมว่ำ ประกอบด้วยด้ำนต่ำง ๆ ของสำมเหลี่ยม ๓ ด้ำน ดังนี้ ๑)ผู้กระท ำผิดหรือคนร้ำย (Offender) หมำยถึง ผู้ที่มีควำมต้องกำรจะก่อเหตุหรือ ลงมือกระท ำควำมผิด ๒) เหยื่อ (Victim) ห รือเป้ ำหม ำย (Place) หม ำยถึง บุคคล สถ ำนที่ หรือวัตถุสิ่งของที่ผู้กระท ำผิดหรือคนร้ำยมุ่งหมำยกระท ำต่อ หรือเป็นเป้ำหมำยที่ต้องกำร ๓) โอกำส (Opportunity) หมำยถึง ช่วงเวลำ (Time) และสถำนที่ (Place) ที่ เหม ำ ะสมที่ ผู้ ก ร ะท ำผิด ห รื อคน ร้ ำย มี ค ว ำมส ำม ำ รถ จ ะลงมื อก ร ะท ำค ว ำมผิดห รือ ก่ออำชญำกรรม
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๗๗ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร เมื่อเหตุกำรณ์หรือสถำนกำรณ์ครบองค์ประกอบทั้ง ๓ ด้ำนข้ำงต้น จะท ำให้เกิด อำชญำกรรมขึ้น ดังนั้น ทฤษฎีนี้จึงได้เสนอแนวคิดในกำรแก้ไขปัญหำอำชญำกรรมหรือ กำรป้องกันไม่ให้เกิดอำชญำกรรม โดยต้องพยำยำมท ำให้องค์ประกอบของสำมเหลี่ยมอำชญำกรรมด้ำน ใดด้ำนหนึ่งหำยไป ๓. บทวิเคราะห์ ๓.๑ ผลกำรศึกษำและวิเครำะห์ปัญหำและอุปสรรคในกำรด ำเนินกำรป้องกันและ ปรำบปรำมอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี จำกกำรศึกษำเอกสำรที่เกี่ยวข้องกับกำรพิจำรณำของคณะกรรมำธิกำรกำร ต ำรวจ สภำผู้แทนรำษฎร สำมำรถวิเครำะห์ปัญหำและอุปสรรคในกำรป้องกันและปรำบปรำม อำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีได้ ดังนี้ ๑) ปัญหำกำรบูรณำกำรระหว่ำงหน่วยงำนที่เกี่ยวข้องเพื่อประชำสัมพันธ์สร้ำง ก ำ ร รับ รู้เกี่ยวกับอ ำชญ ำก ร รมท ำงเทคโนโลยีให้แก่ประช ำชนในพื้นที่ต่ ำง ๆ ร วมทั้ง กำรเตือนภัยอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี เนื่องจำกกำรด ำเนินกำรแก้ไขปัญหำอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีเกี่ยวข้อง กับภำรกิจของหลำยหน่วยงำน อีกทั้งกำรด ำเนินกำรประชำสัมพันธ์สร้ำงกำรรับรู้เกี่ยวกับ อำชญ ำกรรมทำงเทคโนโลยีให้ครอบคลุมและเข้ำถึงประชำชนในพื้นที่ต่ำง ๆ จ ำเป็น ต้องได้รับควำมร่วมมือจำกหน่วยงำนในพื้นที่ แต่ปัจจุบันกำรด ำเนินกำรในเรื่องดังกล่ำว ยังไม่มี หน่วยงำนหลักรับผิดชอบโดยตรง กำรประชำสัมพันธ์จึงยังไปไม่ทั่วถึงประชำชนในทุกพื้นที่ ท ำให้ควำมผิดที่เกี่ยวข้องกับกำรหลอกลวงประชำชนยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่ำงต่อเนื่อง นอกจำกนี้ กำรที่หน่วยงำนต่ำงแยกกันด ำเนินกำรประชำสัมพันธ์ภำยใต้รูปแบบและข้อมูลที่ตนก ำหนด บำง หน่วยงำนอำจมีข้อจ ำกัดในเรื่องควำมเป็นปัจจุบันของข้อมูล และควำมรู้เท่ำทันต่อรูปแบบและพฤติกำรณ์ ในกำรกระท ำควำมผิดของมิจฉำชีพ จึงส่งผลให้ประชำชนเกิดควำมสับสนในกำรรับรู้ข้อมูล ๒) ปัญหำข้อจ ำกัดในกำรด ำเนินกำรกรณีกำรเปิดบัญชีเงินฝำก บัตรอิเล็กทรอนิกส์และ บัญชีอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อน ำไปใช้ในกำรกระท ำควำมผิด ปัจจุบันอำชญำกรได้ปกปิดตัวตนหรือหลีกเลี่ยงกำรติดตำมจำกเจ้ำหน้ำที่ เพื่อ ไม่ให้เจ้ำหน้ำที่มีพยำนหลักฐำนที่สำมำรถเชื่อมโยงมำถึงตนและด ำเนินคดีกับตนได้ โดยใช้วิธีกำรฟอก เงินผ่ำนสถำบันกำรเงิน ด้วยกำรรับซื้อบัญชีเงินฝำก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ จำกบุคคลธรรมดำทั่วไป เพื่อใช้เป็นบัญชีหรือช่องทำงในกำรโอนทรัพย์สินที่ได้จำกกำรหลอกลวง ประชำชนหรือกำรกระท ำควำมผิด ไปเป็นทอด ๆ ซึ่งจะท ำให้เจ้ำหน้ำที่ต้องใช้เวลำในกำรสืบสวนเพื่อ ระบุตัวเจ้ำของบัญชีและหำควำมเชื่อมโยงของบัญชีที่เกี่ยวข้อง และแม้จะมีกำรอำยัดบัญชีดังกล่ำว ข้อมูลของสถำบันกำรเงินที่จะมีเฉพำะข้อมูลของบุคคลที่รับจ้ำงเปิดบัญชีเท่ำนั้น ท ำให้ไม่สำมำรถ สืบสวนหำตัวผู้กระท ำผิดหรือรับประโยชน์ที่แท้จริงได้ ที่ผ่ำนมำ กำรรับจ้ำงเปิดบัญชีเงินฝำกหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ ไม่มีกฎหมำยบัญญัติให้เป็นควำมผิดไว้โดยตรง แต่หำกบัญชีนั้นถูกน ำไปใช้ในกำรกระท ำควำมผิดหรือเงิน
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๗๘ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ในบัญชีนั้นเป็นเงินที่ได้มำจำกกำรกระท ำควำมผิด กำรรับจ้ำงเปิดบัญชีนั้นก็อำจมีควำมผิดและได้รับ โทษตำมกฎหมำย กำรพิจำรณำควำมผิดของผู้รับจ้ำงเปิดบัญชีจึงต้องพิจำรณำเรื่องกำรเป็น ผู้สนับสนุนช่วยเหลือผู้กระท ำควำมผิดตำมหลักกำรของประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๘๖ ซึ่งในทำง ปฏิบัติ กำรพิสูจน์เจตนำของผู้รับจ้ำงเปิดบัญชีเป็นเรื่องยำก บุคคลที่รับจ้ำงเปิดบัญชีที่ถูกศำลพิพำกษำ ว่ำมีควำมผิดฐำนเป็นผู้สนับสนุนในกำรกระท ำควำมผิดจึงมีจ ำนวนน้อย ส่งผลให้ปัญหำกำรรับจ้ำงเปิด บัญชีเพื่อใช้ในกำรกระท ำควำมผิดยังคงมีอยู่และมีแนวโน้มที่สูงขึ้น ๓) ปัญหำข้อจ ำกัดเรื่องขั้นตอนและอ ำนำจระงับกำรท ำธุรกรรมทำงกำรเงินตำม กฎหมำยของเจ้ำหน้ำที่ ปัจจุบันอำชญำกรใช้วิธีกำรโอนเงินที่ได้จำกกำรกระท ำควำมผิดผ่ำนบัญชี ของบุคคลอื่นเป็นทอด ๆ อย่ำงรวดเร็ว โดยใช้ช่องทำง mobile banking หรือ mobile application ท ำให้ทรัพย์สินที่ได้จำกกำรกระท ำควำมผิดถูกโอนไปยังบัญชีปลำยทำงซึ่งมักจะเป็นบัญชีที่อยู่ใน ต่ำงประเทศอย่ำงรวดเร็ว ขณะที่กำรด ำเนินกำรเพื่ออำยัดบัญชีที่รับโอนทรัพย์สินของผู้เสียหำยไปเป็น ทอด ๆ มีขั้นตอนและระยะเวลำด ำเนินกำรระหว่ำงเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจและเจ้ำหน้ำที่ของสถำบันกำรเงิน ในกำรตรวจสอบบัญชีดังกล่ำว ท ำให้ไม่สำมำรถระงับยับยั้งไม่ให้มีกำรโอนทรัพย์สินจำกบัญชีดังกล่ำว ไปยังบัญชีอื่นได้ทัน และเมื่อมีกำรโอนทรัพย์สินต่อไปเป็นทอด ๆ กำรสืบสวนหำผู้กระท ำผิด ตลอดจน กำรพิสูจน์และติดตำมทรัพย์สินคืนให้แก่ผู้เสียหำย เป็นเรื่องที่ยำกยิ่งขึ้น นอกจำกนี้เจ้ำหน้ำที่สถำบัน กำรเงินยังมีข้อกังวลว่ำ กำรใช้อ ำนำจอำยัดบัญชีที่รับโอนทรัพย์สินของผู้เสียหำย มีควำมเสี่ยงที่จะถูก เจ้ำของบัญชีด ำเนินคดีตำมกฎหมำย ๔) ปัญหำกำรประสำนควำมร่วมมือและข้อมูลระหว่ำงเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจและ เจ้ำหน้ำที่หน่วยงำนที่เกี่ยวข้องในคดีอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี กำรด ำเนินกำรรวบรวมพยำนหลักฐำนของเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจ เพื่อจะรู้ตัว ผู้กระท ำผิด และพิสูจน์ให้เห็นควำมผิดหรือควำมบริสุทธิ์ของผู้ต้องหำในคดีอำชญำกรรมทำง เทคโนโลยี เจ้ำหน้ำที่มีควำมจ ำเป็นต้องใช้ข้อมูลจำกหน่วยงำนภำคเอกชน เช่น สถำบันกำรเงิน ผู้ให้บริกำรเครือข่ำยโทรศัพท์ และผู้ให้บริกำรโทรคมนำคม เป็นต้น แต่ที่ผ่ำนมำ เนื่องจำกขั้นตอนใน กำรขอข้อมูล มำตรฐำนในเรื่องรำยละเอียดของข้อมูล และระยะเวลำกำรจัดเก็บข้อมูลที่แตกต่ำงกัน ของหน่วยงำน รวมทั้งกำรที่ที่ตั้งของหน่วยงำนที่มีอ ำนำจตัดสินใจในกำรให้ข้อมูลอยู่ในต่ำงประเทศ ตลอดจนเจ้ำหน้ำที่ไม่มีอ ำนำจในกำรสั่งให้หน่วยงำนจัดส่งข้อมูลให้ภำยในระยะเวลำที่ก ำหนด ท ำให้ เจ้ำหน้ำที่ไม่ได้รับควำมร่วมมือจำกหน่วยงำนในกำรจัดส่งข้อมูลเท่ำที่ควร ส่งผลกระทบให้เกิดควำม ล่ำช้ำในกำรรวบรวมพยำนหลักฐำน และขำดข้อมูลส ำคัญในกำรพิสูจน์ให้เห็นควำมผิด เพื่อน ำไปสู่ กำรจับกุมหรือด ำเนินคดีตำมกฎหมำยกับผู้กระท ำผิด นอกจำกนี้ ในกำรด ำเนินกำรสืบสวนสอบสวนในคดีอำชญำกรรม ทำงเทคโนโลยี เพื่อระบุตัวตนผู้กระท ำควำมผิด บำงกรณีเจ้ำหน้ำที่มีควำมจ ำเป็นต้องขอข้อมูลส่วน บุคคลของผู้ใช้บริกำรเครือข่ำยโทรศัพท์หรือผู้ใช้บริกำรโทรคมนำคม รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทำง กำรเงินหรือบัญชีธนำคำรของบุคคล แต่หน่วยงำนที่มีหน้ำที่ดูแลข้อมูลดังกล่ำว มีข้อกังวลว่ำ กำรเปิดเผยและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่ำงหน่วยงำนในกรณีที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องได้รับควำม
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๗๙ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ยินยอมจำกเจ้ำของข้อมูล เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่เป็นเจ้ำของข้อมูลตำมพระรำชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มิเช่นนั้นจะเป็นกำรกระท ำควำมผิดตำมกฎหมำยดังกล่ำว ๕) ปัญหำกำรใช้เลขหมำยโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งไม่ได้ท ำกำรลงทะเบียนเป็น เครื่องมือในกำรท ำควำมผิด ประเทศไทยยังไม่สำมำรถท ำกำรควบคุมกำรลงทะเบียนผู้ใช้เลขหมำย โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้อย่ำงเคร่งครัด ท ำให้อำชญำกรใช้ช่องทำงดังกล่ำวในกำรน ำเลขหมำย โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ไม่ได้ลงทะเบียนไว้กับผู้ให้บริกำรมำเป็นเครื่องมือในกำรก่ออำชญำกรรม ทำงเทคโนโลยี โดยกำรใช้เป็นเลขหมำยในกำรโทรไปหลอกลวงประชำชน และสมัครใช้งำน กำรท ำธุรกรรมของธนำคำรผ่ำนโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Banking) เพื่อให้กำรสืบสวน หำตัวผู้กระท ำผิดเป็นเรื่องยำก หรือไม่อำจทรำบตัวผู้กระท ำผิดที่แท้จริงได้ เพรำะเจ้ำหน้ำที่ หรือผู้ให้บริกำรเครือข่ำยโทรศัพท์ไม่มีข้อมูลผู้ใช้บริกำรเลขหมำยโทรศัพท์ดังกล่ำวที่จะสำมำรถ เชื่อมโยงไปถึงผู้กระท ำควำมผิดได้ ที่ผ่ำนมำ จึงพบว่ำมีกำรซื้อขำยเลขหมำยโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งใช้บริกำรแบบเติมเงินอย่ำงแพร่หลำย โดยข้อมูลสถิติผู้ใช้เลขหมำยโทรศัพท์เคลื่อนที่ จัดท ำโดย ส ำนักงำนคณะกรรมกำรกิจกำรกระจำยเสียง กิจกำรโทรทัศน์ และกิจกำรโทรคมนำคมแห่งชำติ พบว่ำ มีผู้ใช้บริกำรที่ถือเลขหมำยโทรศัพท์ ตั้งแต่ ๑๐๐ เลขหมำยขึ้นไป จ ำนวน ๘,๐๐๐ คน ผู้ใช้บริกำรที่ถือเลขหมำยโทรศัพท์ ตั้งแต่ ๘๐ เลขหมำยขึ้นไป จ ำนวน ๒๒,๐๐๐ คน และผู้ใช้บริกำร ที่ถือเลขหมำยโทรศัพท์ ตั้งแต่ ๕ เลขหมำยขึ้นไป จ ำนวน ๓๘๐,๐๐๐ คน ๖) ปัญหำข้อจ ำกัดของเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจในกำรสืบสวนและสอบสวน คดีอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี เนื่องจำกกำรเกิดคดีอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มมำกขึ้นอย่ำง ต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมำณคดีมีจ ำนวนมำกขึ้น ท ำให้พนักงำนสอบสวนต้องรับผิดชอบส ำนวนกำร สอบสวนคดีอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นตำม จึงอำจส่งผลกระทบต่อคุณภำพของกำรสอบสวน และกำรท ำส ำนวนกำรสอบสวนของพนักงำนสอบสวน นอกจำกนี้ อำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี มีรูปแบบกำรกระท ำผิดที่มีควำมซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงไปตำมช่วงเวลำ กำรสืบสวนและสวน สอบสวนคดีอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีเจ้ำหน้ำที่จึงต้องรู้เท่ำทันรูปแบบและพฤติกำรณ์ของอำชญำ กร ซึ่งเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจฝ่ำยสืบสวนและพนักงำนสอบสวนจะต้องมีกำรพัฒนำควำมรู้ ควำมเชี่ยวชำญ และทักษะเฉพำะด้ำนอยู่ตลอดเวลำ ๓.๒ ผลกำรวิเครำะห์พระรำชก ำหนดมำตรกำรป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมทำง เทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ จำกกำรศึกษำบทบัญญัติของพระรำชก ำหนดมำตรกำรป้องกันและปรำบปรำม อำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ สำมำรถวิเครำะห์หลักกำรและสำระส ำคัญของพระรำช ก ำหนดดังกล่ำวได้ ดังนี้ ๓.๒.๑ ควำมหมำยของอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี พระรำชก ำหนดฉบับนี้ก ำหนดกำรกระท ำที่เป็นควำมผิดอำชญำกรรมทำง เทคโนโลยี (มำตรำ ๓) ไว้ดังนี้
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๘๐ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ๑) ก ำ ร ก ร ะท ำห รื อพ ย ำ ย ำม ก ร ะท ำค ว ำมผิด ต ำมกฎหม ำย ว่ำด้วยกำรกระท ำควำมผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เพื่อฉ้อโกง กรรโชก หรือรีดเอำทรัพย์ บุคคลหนึ่ง บุคคลใด ๒) กำรกระท ำหรือพยำยำมกระท ำควำมผิดตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำร กระท ำควำมผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยประกำรที่น่ำจะท ำให้บุคคลอื่นเสียหำย ๓) กำรกระท ำควำมผิดฐำนฉ้อโกง กรรโชก หรือรีดเอำทรัพย์ โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือ ๓.๒.๒ มำตรกำรตำมกฎหมำยในกำรเปิดเผยและแลกเปลี่ยนข้อมูล ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ำมีหรืออำจมีกำรกระท ำควำมผิดอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี พระรำชก ำหนดฉบับนี้ก ำหนดให้มีกำรเปิดเผยและแลกเปลี่ยนข้อมูล ระหว่ำงหน่วยงำนที่เกี่ยวข้องในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ำมีหรืออำจมีกำรกระท ำควำมผิด อำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี เพื่อประโยชน์ในกำรป้องกัน ปรำบปรำม หรือระงับอำชญำกรรมทำง เทคโนโลยี ดังนี้ ๑) สถำบันกำรเงินและผู้ประกอบธุรกิจตำมกฎหมำยว่ำด้วยระบบกำร ช ำระเงิน มีหน้ำที่เปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีและธุรกรรมลูกค้ำที่เกี่ยวข้อง และผู้ ให้บริกำรเครือข่ำยโทรศัพท์ ผู้ให้บริกำรโทรคมนำคมอื่น หรือผู้ให้บริกำรอื่นที่เกี่ยวข้อง มีหน้ำที่เปิดเผยและแลกเปลี่ยนข้อมูลกำรให้บริกำรที่เกี่ยวข้อง ผ่ำนระบบที่ก ำหนดและแจ้งให้ ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ แล้วแต่กรณี และส ำนักงำนป้องกัน และปรำบปรำมกำรฟอกเงินทรำบโดยทันที ๒) ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือส ำนักงำน ป้องกันและปรำบปรำมกำรฟอกเงิน มีอ ำนำจสั่งให้ผู้บริกำรเครือข่ำยโทรศัพท์ ผู้ให้บริกำร โทรคมนำคมอื่น หรือผู้ให้บริกำรอื่นที่เกี่ยวข้อง เปิดเผยข้อมูลกำรลงทะเบียนผู้ใช้งำนหรือ ข้อมูลจรำจรทำงคอมพิวเตอร์เท่ำที่จ ำเป็น และส่งข้อมูลให้แก่เจ้ำหน้ำที่ภำยในระยะเวลำ ที่ก ำหนด นอกจำกนี้ พระรำชก ำหนดฉบับนี้ยังได้ก ำหนดให้กำรเปิดเผย กำรแลกเปลี่ยน กำรเข้ำถึง ตลอดจนกำรเก็บ กำรรวบรวม หรือกำรใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ตำมพระรำชก ำหนดนี้ ไม่อยู่ภำยใต้บังคับของกฎหมำยว่ำด้วยกำรคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แต่ผู้ได้รับหรือครอบครองข้อมูลจะเปิดเผยให้บุคคลอื่นซึ่งไม่มีหน้ำที่เกี่ยวข้องทรำบมิได้ ๓.๒.๓ ขั้นตอนในกำรระงับกำรท ำธุรกรรม พระรำชก ำหนดฉบับนี้ก ำหนดให้สถำบันกำรเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจ ตำมกฎหมำยว่ำด้วยระบบกำรช ำระเงิน มีอ ำนำจระงับกำรท ำธุรกรรมไว้ชั่วครำว ส ำหรับบัญชีต้อง สงสัย หรือบัญชีที่เข้ำข่ำยว่ำเกี่ยวข้องกับอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี โดยมีขั้นตอน ดังนี้ กรณีที่ ๑ กรณีสถำบันกำรเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจตำมกฎหมำยว่ำด้วย ระบบกำรช ำระเงิน พบเหตุอันควรสงสัย หรือได้รับข้อมูลจำกระบบหรือกระบวนกำรเปิดเผยหรือ แลกเปลี่ยนข้อมูล หรือได้รับแจ้งจำกเจ้ำพนักงำนผู้มีอ ำนำจด ำเนินคดีอำญำ หรือเลขำธิกำร
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๘๑ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร คณะกรรมกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรฟอกเงิน ว่ำบัญชีเงินฝำกหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ใดถูก ใช้หรืออำจถูกใช้ท ำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี หรือกำรกระท ำควำมผิดมูล ฐำนหรือควำมผิดฐำนฟอกเงินตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรฟอกเงิน (มำตรำ ๖) ๑) สถำบันกำรเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจตำมกฎหมำยว่ำด้วยระบบกำร ช ำระเงิน มีหน้ำที่ด ำเนินกำร ดังนี้ ๑.๑) ระงับกำรท ำธุรกรรม ๑.๒) แจ้งสถำบันกำรเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจตำมกฎหมำยว่ำด้วย ระบบกำรช ำระเงินที่รับโอนถัดไปทุกทอดทรำบ เพื่อระงับกำรท ำธุรกรรมไว้ทันทีเป็นกำรชั่วครำว ๑.๓) น ำข้อมูลเข้ำระบบหรือกระบวนกำรเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูล ๑.๔) แจ้งให้เจ้ำพนักงำนผู้มีอ ำนำจด ำเนินคดีอำญำหรือเลขำธิกำร คณะกรรมกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรฟอกเงินด ำเนินกำรตรวจสอบ ๒) เมื่อเจ้ำพนักงำนผู้มีอ ำนำจด ำเนินคดีอำญำหรือเลขำธิกำร คณะกรรมกำรป้องกันและปรำบปรำมกำรฟอกเงินด ำเนินกำรตรวจสอบแล้ว ๒.๑) กรณีปรำกฏพยำนหลักฐำนอันควรเชื่อได้ว่ำบัญชีนั้น ถูกใช้ในกำรกระท ำควำมผิด ให้ด ำเนินกำรตำมกฎหมำยภำยใน ๗ วัน ๒.๒) กรณีไม่ปรำกฏพยำนหลักฐำนที่เชื่อได้ว่ำบัญชีนั้นถูกใช้ในกำร กระท ำควำมผิด ให้แจ้งสถำบันกำรเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจตำมกฎหมำยว่ำด้วยระบบกำรช ำระเงิน เพื่อยกเลิกกำรระงับกำรท ำธุรกรรม ๓) หำกพ้นระยะเวลำที่ก ำหนดให้ด ำเนินกำรตรวจสอบ และ เจ้ำพนักงำนผู้มีอ ำนำจด ำเนินคดีอำญำหรือเลขำธิกำรคณะกรรมกำรป้องกันและปรำบปรำม กำรฟอกเงินไม่แจ้งผลกำรด ำเนินกำร ให้สถำบันกำรเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจตำมกฎหมำย ว่ำด้วยระบบกำรช ำระเงินยกเลิกกำรระงับกำรท ำธุรกรรม กรณีที่ ๒ กรณีสถำบันกำรเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจตำมกฎหมำยว่ำด้วย ระบบกำรช ำระเงินได้รับแจ้งจำกผู้เสียหำยซึ่งเป็นผู้ถือบัญชีเงินฝำกหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ว่ำ ได้ มีกำรท ำธุรกรรมโดยบัญชีเงินฝำกหรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่ำวและเข้ำข่ำยเกี่ยวข้องกับ อำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี (มำตรำ ๗) ๑) สถำบันกำรเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจตำมกฎหมำยว่ำด้วยระบบกำร ช ำระเงิน มีหน้ำที่ด ำเนินกำร ดังนี้ ๑.๑) ระงับกำรท ำธุรกรรม ๑.๒) น ำข้อมูลเข้ำสู่ระบบหรือกระบวนกำรเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยน ข้อมูล เพื่อให้สถำบันกำรเงินและผู้ประกอบธุรกิจผู้รับโอนทุกทอดทรำบและระงับกำรท ำธุรกรรม ดังกล่ำวไว้ทันที ๑.๓) แจ้งให้ผู้เสียหำยไปร้องทุกข์ต่อพนักงำนสอบสวนภำยใน ๗๒ ชั่วโมง
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๘๒ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ๒) เ มื่ อ ผู้ เ สี ยห ำ ยไ ด้ไ ป ร้ องทุ ก ข์ ต่ อพนั กง ำ น ส อบ ส วน แ ล้ ว พนักงำนสอบสวนมีหน้ำที่ด ำเนินกำร ดังนี้ ๒.๑) แจ้งให้สถำบันกำรเงินและผู้ประกอบธุรกิจตำมกฎหมำย ว่ำด้วยระบบกำรช ำระเงิน ทรำบว่ำผู้เสียหำยได้ร้องทุกข์แล้ว ๒.๒) ด ำเนินกำรกับบัญชีดังกล่ำวภำยใน ๗ วันนับแต่วันที่ได้รับ แจ้งควำมร้องทุกข์ ๓) ห ำ กภ ำ ยใน ๗ วั น นั บ แ ต่ วันที่ไ ด้ รับ แ จ้ง ค ว ำม ร้ องทุ ก ข์ พนักงำนสอบสวนไม่มีค ำสั่งให้ระงับกำรท ำธุรกรรมไว้ต่อไป ให้สถำบันกำรเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจตำม กฎหมำยว่ำด้วยระบบกำรช ำระเงินยกเลิกกำรระงับกำรท ำธุรกรรม ๓.๒.๔ กำรด ำเนินคดีในควำมผิดเกี่ยวกับอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี พระรำชก ำหนดฉบับนี้ก ำหนดให้มีหลักเกณฑ์กำรด ำเนินคดี ในขั้นตอนกำรร้องทุกข์และสอบสวนส ำหรับควำมผิดอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีที่เหมำะสม กับรูปแบบและวิธีกำรในกำรกระท ำควำมผิดที่แตกต่ำงจำกควำมผิดอื่น ซึ่งควำมผิดอำชญำกรรมทำง เทคโนโลยีจะมีควำมเกี่ยวข้องกับกำรกระท ำในระบบอินเทอร์เน็ตที่มีสถำนที่เกิดควำมผิดอำจไม่ยึด โยงกับสถำนที่ทำงกำยภำพ และพยำนหลักฐำนส ำหรับคดีลักษณะนี้ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ (มำตรำ ๘ วรรคสอง) ๑) กำรร้องทุกข์ นอกจ ำกก ำร ร้องทุกข์ต ำมประมวลกฎหมำยวิธีพิจ ำรณำ ควำมอำญำแล้ว ผู้เสียหำยในคดีควำมผิดอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีสำมำรถร้องทุกข์ได้ดังต่อไปนี้ ๑.๑) ร้องทุกข์ต่อพนักงำนสอบสวน ณ สถำนีต ำรวจแห่งใด ในรำชอำณำจักรก็ได้ ๑.๒) ร้องทุกข์ต่อกองบัญชำกำรต ำรวจสืบสวนสอบสวนอำชญำกรรม ทำงเทคโนโลยี ๒) วิธีกำรร้องทุกข์ กำรร้องทุกข์ในควำมผิดเกี่ยวกับอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีจะร้อง ทุกข์โดยวิธีกำรทำงอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ โดยให้ถือว่ำเป็นกำรร้องทุกข์โดยชอบตำมประมวลกฎหมำยวิธี พิจำรณำควำมอำญำ ๓) กำรสอบสวนหรือด ำเนินกำรเกี่ยวกับกำรกระท ำควำมผิด พนักงำนสอบสวนที่รับค ำร้องทุกข์หรือพนักงำนสอบสวน ที่ผู้บัญชำกำรต ำรวจแห่งชำติก ำหนด เป็นพนักงำนสอบสวนผู้รับผิดชอบมีอ ำนำจสอบสวน และด ำเนินกำรเกี่ยวกับกำรกระท ำควำมผิดดังกล่ำวไม่ว่ำควำมผิดนั้นจะเกิดขึ้น ณ ที่ใด ในรำชอำณำจักร ๓.๒.๕ ก ำหนดควำมผิดอำญำและบทลงโทษ พระรำชก ำหนดฉบับนี้ได้ก ำหนดควำมผิดและบทลงโทษส ำหรับ ผู้ที่เปิดบัญชีเงินฝำก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือยินยอมให้บุคคลอื่น
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๘๓ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ใช้เลขหมำยโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในกำรกระท ำควำมผิด และเป็นธุระจัดหำบัญชีดังกล่ำวหรือ เลขหมำยโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อใช้ในกำรกระท ำควำมผิด (มำตรำ ๙ มำตรำ ๑๐ มำตรำ ๑๑ และ มำตรำ ๑๒) ๑) ผู้ใดเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝำก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือ บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่มีเจตนำใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจกำรที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประกำรที่รู้หรือ ควรรู้ว่ำจะน ำไปใช้ในกำรกระท ำควำมผิดเกี่ยวกับอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีหรือควำมผิดอำญำอื่น ต้องระวำงโทษจ ำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บำท หรือทั้งจ ำทั้งปรับ ๒) ผู้ใดเป็นธุระจัดหำ โฆษณำ หรือไขข่ำวโดยประกำรใด ๆ เพื่อให้มีกำร ซื้อ ขำย ให้เช่ำ หรือให้ยืม บัญชีเงินฝำก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ใน กำรกระท ำควำมผิดเกี่ยวกับอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีหรือควำมผิดอำญำอื่น ต้องระวำงโทษจ ำคุก ตั้งแต่ ๒ ปี ถึง ๕ ปี และปรับตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บำท ถึง ๕๐๐,๐๐๐ บำท หรือทั้งจ ำทั้งปรับ ๓) ผู้ใดยินยอมให้บุ คคลอื่ นใช้หรื อยื มใช้ เลขหม ำยโ ท รศั พท์ ส ำหรับบริกำรโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน โดยประกำรที่รู้หรือควรรู้ว่ำจะน ำไปใช้ในกำรกระท ำควำมผิด เกี่ยวกับอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีหรือควำมผิดอำญำอื่น ต้องระวำงโทษจ ำคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือปรับ ไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บำท หรือทั้งจ ำทั้งปรับ ๔) ผู้ใดเป็นธุระจัดหำ โฆษณำ หรือไขข่ำวโดยประกำรใด ๆ เพื่อให้มีกำร ซื้อหรือขำยเลขหมำยโทรศัพท์ส ำหรับบริกำรโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้บริกำร ในนำมของบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้ว แต่ไม่สำมำรถระบุตัวผู้ใช้บริกำรได้ ต้องระวำงโทษจ ำคุกตั้งแต่ ๒ ปี ถึง ๕ ปี และปรับตั้งแต่ ๒๐๐,๐๐๐ บำท ถึง ๕๐๐,๐๐๐ บำท หรือทั้งจ ำทั้งปรับ ๔. บทสรุปและอภิปรายผล ๔.๑ สรุปและอภิปรำยผลกำรวิเครำะห์ปัญหำและอุปสรรคในกำรป้องกันและ ปรำบปรำมอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี อำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีเป็นอำชญำกรรมที่ใช้ประโยชน์จำกเทคโนโลยี ระบบคอมพิวเตอร์ หรือระบบเครือข่ำยอินเทอร์เน็ตในกำรกระท ำควำมผิด เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ของ เหยื่อ เช่น กำรหลอกลวงทำงอินเทอร์เน็ต กำรฉ้อโกงในกำรจ ำหน่ำยสินค้ำออนไลน์ กำรขโมยข้อมูล ส่วนบุคคล เป็นต้น หรือใช้เทคโนโลยีในกำรด ำเนินธุรกิจที่ผิดกฎหมำย กำรเข้ำสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยมิชอบ และท ำอันตรำยต่อระบบคอมพิวเตอร์ รวมทั้งกำรน ำเข้ำหรือเผยแพร่ข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นควำมผิดตำมกฎหมำย เช่นกำรใช้เครือข่ำยระบบอินเทอร์เน็ตใต้ดินในกำรซื้อขำยสิ่งผิด กฎหมำย และกำรน ำเข้ำสู่ระบบซึ่งข้อมูลปลอมหรือเป็นเท็จอันกระทบต่อควำมสงบเรียบร้อยหรือ ควำมมั่นคง เป็นต้น (ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ, ๒๕๖๓, ออนไลน์) ซึ่งจำกสถิติกำรรับแจ้งควำม ออนไลน์ ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ ระหว่ำงวันที่ ๑ มีนำคม ๒๕๖๕ ถึงวันที่ ๑๘ มีนำคม ๒๕๖๖ พบ คดีที่มีสถิติกำรรับแจ้งควำมสูงสุด ๕ อันดับ คือ คดีหลอกลวงซื้อขำยสินค้ำ คดีหลอกให้โอนเงินเพื่อ หำรำยได้จำกกำรท ำกิจกรรม คดีหลอกให้กู้เงินแต่ไม่ได้เงิน คดีหลอกลวงทำงโทรศัพท์เป็นขบวนกำร และคดีหลอกให้ลงทุน หำกอธิบำยกำรเกิดขึ้นของอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีในกลุ่มควำมผิดที่มีสถิติ
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๘๔ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร กำรรับแจ้งควำมสูงสุด ๕ อันดับ ตำมทฤษฎีสำมเหลี่ยมอำชญำกรรม (Crime Triangle Theory) สำมำรถวิเครำะห์องค์ประกอบของกำรเกิดอำชญำกรรมได้ ดังนี้ ๑) ผู้กระท ำผิดหรือคนร้ำย คือ บุคคลที่ใช้ประโยชน์จำกเทคโนโลยีสำรสนเทศ ระบบคอมพิวเตอร์ หรือเครือข่ำยอินเทอร์เน็ตในกำรหลอกลวง เพื่อประสงค์ต่อทรัพย์สินของเหยื่อ ๒) เหยื่อหรือเป้ำหมำยที่ผู้กระท ำผิดหรือคนร้ำยมุ่งหมำยกระท ำต่อหรือเป็น เป้ำหมำยที่ต้องกำร คือ บุคคลที่ใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำรผ่ำนระบบอินเทอร์เน็ต และ เป็นบุคคลที่มีจุดอ่อนให้คนร้ำยสำมำรถหลอกลวงได้ ตำมที่ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติได้วิเครำะห์ไว้ (คณะท ำงำนสร้ำงภูมิคุ้มกันภัยอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ, ม.ป.ป., ออนไลน์) ดังนี้ ๒.๑) ตีสนิทด้วยกำรพูดคุยและเชื่อถือคนร้ำยก่อนท ำกำรหลอกลวง ๒.๒) ขู่ให้กลัวว่ำมีควำมผิด ๒.๓) หลอกลวงเพรำะไม่รู้เท่ำทันเทคโนโลยี ๒.๔) หลอกลวงให้โลภ ๒.๕) หลอกลวงให้หำรำยได้ออนไลน์ ๓) โอกำสที่เหมำะสมที่ผู้กระท ำผิดหรือคนร้ำยมีควำมสำมำรถจะลงมือกระท ำ ควำมผิดหรือก่ออำชญำกรรม คือ กำรเข้ำถึงเทคโนโลยีสำรสนเทศ ระบบคอมพิวเตอร์ หรือ อินเทอร์เน็ตของเหยื่อ เมื่อพิจำรณำแนวคิดเรื่องกำรแก้ไขปัญหำอำชญำกรรมหรือกำรป้องกันไม่ให้ เกิดอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีตำมทฤษฎีสำมเหลี่ยมอำชญำกรรมที่ต้องพยำยำมท ำให้องค์ประกอบ เรื่องใดเรื่องหนึ่งตำมที่กล่ำวมำข้ำงต้นหมดไปนั้น กำรพยำยำมลดหรือตัดโอกำสในด้ำนผู้กระท ำ ควำมผิดหรือคนร้ำย ในทำงปฏิบัติเป็นเรื่องที่มีโอกำสเกิดขึ้นได้น้อย เพรำะเป็นเรื่องกำรบังคับใช้ กฎหมำยที่มีประสิทธิภำพของเจ้ำหน้ำที่ ซึ่งมีปัจจัยด้ำนอื่น ๆ เข้ำมำเกี่ยวข้องด้วย เช่น ก ำลังพล งบประมำณ และควำมรู้ควำมสำมำรถและทักษะในกำรปฏิบัติงำนของเจ้ำหน้ำที่ และกำรลดหรือตัด โอกำสในกำรกระท ำควำมผิดของผู้กระท ำควำมผิดหรือคนร้ำย ในทำงปฏิบัติก็เป็นเรื่องที่มีโอกำส เกิดขึ้นได้น้อยเช่นกัน เพรำะปัจจุบันเทคโนโลยีสำรสนเทศสำมำรถเข้ำถึงได้ง่ำยและช่วยให้กำรใช้ ชีวิตประจ ำวันมีควำมสะดวกมำกขึ้น ท ำให้แนวโน้มของประชำชนในกำรน ำเทคโนโลยีสำรสนเทศมำ ใช้ในชีวิตประจ ำวันสูงขึ้นอย่ำงต่อเนื่อง กำรลดโอกำสในกำรกระท ำควำมผิดของคนร้ำยที่ใช้ เทคโนโลยีสำรสนเทศและเครือข่ำยอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือ ซึ่งสำมำรถกระท ำควำมผิดได้ทุกที่ ทุกเวลำ จึงเป็นเรื่องยำก ดังนั้น กำรแก้ไขปัญหำอำชญำกรรมหรือกำรป้องกันไม่ให้เกิดอำชญำกรรม ทำงเทคโนโลยีจึงควรมุ่งเน้นที่กำรลดหรือตัดโอกำสด้ำนผู้กระท ำควำมผิดหรือเหยื่อ โดยกำร เสริมสร้ำงให้ประชำชนรู้จักกำรป้องกันตนเอง ครอบครัว ชุมชนและสังคม ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของ อำชญำกรรม นอกจำกนี้ จำกกำรวิเครำะห์ปัญหำอุปสรรคในกำรป้องกันและปรำบปรำม อำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี เห็นว่ำ หำกน ำมำวิเครำะห์และจัดกลุ่มให้เห็นควำมเกี่ยวข้องหรือ เชื่อมโยงกับองค์ประกอบของกำรเกิดอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี จะเป็นประโยชน์ต่อกำร
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๘๕ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร หำแนวทำงแก้ไขปัญหำอำชญำกรรมหรือป้องกันไม่ให้เกิดอำชญำกรรมดังกล่ำวได้ ปรำกฏ ผลกำรวิเครำะห์ ดังนี้ ๑) ปัญหำและอุปสรรคที่มีผลต่อกำรบังคับใช้กฎหมำย กำรด ำเนินกำรของ เจ้ำหน้ำที่ในกำรสืบสวนสอบสวน พิสูจน์ทรำบตัวผู้กระท ำควำมผิด และกำรจับกุมตัวผู้กระท ำผิด เพื่อลดหรือควบคุมจ ำนวนผู้กระท ำผิด ได้แก่ ปัญหำข้อจ ำกัดในกำรด ำเนินกำรกรณีกำรเปิดบัญชีเงิน ฝำก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ และบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อน ำไปใช้ในกำรกระท ำควำมผิด ท ำให้คนร้ำย ใช้เป็นช่องทำงในกำรโอนทรัพย์สินเป็นทอด ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงกำรติดตำมและตรวจสอบจำกเจ้ำหน้ำที่ ปัญหำข้อจ ำกัดเรื่องขั้นตอนและอ ำนำจระงับกำรท ำธุรกรรมและกำรประสำนขอข้อมูลระหว่ำง หน่วยงำน ท ำให้เกิดควำมล่ำช้ำในกำรรวบรวมพยำนหลักฐำนของเจ้ำหน้ำที่ และปัญหำเจ้ำหน้ำที่มี ข้อจ ำกัดในกำรปฏิบัติงำนที่เกี่ยวข้องกับอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี ๒) ปัญหำและอุปสรรคที่มีผลให้ประชำชนมีควำมเสี่ยงต่อกำรตกเป็น กลุ่มเป้ำหมำยหรือเหยื่อของผู้กระท ำผิด ได้แก่ ปัญหำด้ำนกำรบูรณำกำรระหว่ำงหน่วยงำน ที่เกี่ยวข้องเพื่อประชำสัมพันธ์สร้ำงกำรรับรู้เกี่ยวกับอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีให้แก่ประชำชนใน พื้นที่ต่ำง ๆ รวมทั้งกำรเตือนภัยอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี ๓) ปัญหำและอุปสรรคที่มีผลเป็นกำรสร้ำงโอกำสในกำรกระท ำควำมผิดให้แก่ ผู้กระท ำควำมผิดหรือคนร้ำย ได้แก่ ข้อจ ำกัดในกำรควบคุมกำรขึ้นทะเบียนเลขหมำยโทรศัพท์แบบ เคลื่อนที่ ท ำให้คนร้ำยมีช่องทำงในกำรกระท ำควำมผิดเพิ่มขึ้น โดยกำรใช้เลขหมำยโทรศัพท์แบบ เคลื่อนที่เป็นเครื่องมือหลอกลวงประชำชน ดังนั้น กำรพิจำรณำแนวทำงกำรป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมทำง เทคโนโลยี โดยมุ่งเน้นที่กำรลดหรือตัดโอกำสด้ำนผู้กระท ำควำมผิดหรือเหยื่อ จึงต้องน ำปัญหำด้ำน กำรบูรณำกำรระหว่ำงหน่วยงำนที่เกี่ยวข้องเพื่อประชำสัมพันธ์สร้ำงกำรรับรู้เกี่ยวกับอำชญำกรรมทำง เทคโนโลยีให้แก่ประชำชนในพื้นที่ต่ำง ๆ รวมทั้งกำรเตือนภัยอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีไปพิจำรณำ ร่วมด้วย ๔.๒ สรุปและอภิปรำยผลกำรวิเครำะห์พระรำชก ำหนดมำตรกำรป้องกันและ ปรำบปรำมอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ และปัญหำอุปสรรคของหน่วยงำนในกำร ป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี พระ ร ำชก ำหนดมำตรกำ รป้องกันและปร ำบปร ำมอ ำชญ ำกรรม ทำงเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ มีสำระส ำคัญเป็นกำรก ำหนดให้มีมำตรกำรป้องกันและปรำบปรำม อำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีและผู้ท ำกำรเปิดบัญชี บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อน ำเงินหรือทรัพย์สินมำใช้ในกำรกระท ำควำมผิดอำญำ โดยให้อ ำนำจสถำบันกำรเงินหรือผู้ ประกอบธุรกิจตำมกฎหมำยว่ำด้วยระบบกำรช ำระเงินมีหน้ำที่ระงับกำรท ำธุรกรรมในช่วงระยะเวลำ หนึ่ง ในกรณีที่พบเหตุอันควรสงสัยหรือได้รับแจ้งจำกผู้เสียหำยและก ำหนดให้สถำบันกำรเงินและผู้ ประกอบธุรกิจตำมกฎหมำยว่ำด้วยระบบกำรช ำระเงินมีหน้ำที่เปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ เกี่ยวข้องกับอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีผ่ำนระบบฐำนข้อมูลกลำงเพื่อใช้ในกำรป้องกัน ปรำบปรำม หรือระงับอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีรวมทั้งยกเว้นข้อจ ำกัดกำรเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๘๖ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ส่วนบุคคลตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรคุ้มครองข้อมูลข้อมูลส่วนบุคคล อันเป็นกำรขจัดปัญหำข้อ กฎหมำยบำงประกำรที่ท ำให้กำรบูรณำกำรกำรท ำงำนระหว่ำงหน่วยงำนต่ำง ๆ ต้องติดขัดหรือล่ำช้ำ ไม่ทันต่อสถำนกำรณ์ในปัจจุบัน เพื่อให้กำรแก้ไขปัญหำอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีเป็นไปอย่ำงมี ประสิทธิภำพ รวมทั้งก ำหนดหลักเกณฑ์กำรด ำเนินคดีในขั้นตอนกำรร้องทุกข์และสอบสวนส ำหรับ ควำมผิดเกี่ยวกับอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีที่เหมำะสมกับควำมผิดในลักษณะดังกล่ำวที่มีรูปแบบ และวิธีกำรแตกต่ำงจำกควำมผิดอื่น จำกผลกำรวิเครำะห์ปัญหำและอุปสรรคในกำรป้องกันและปรำบปรำม อำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีและน ำมำเปรียบเทียบกับมำตรกำรทำงกฎหมำยตำมที่ก ำหนดไว้ในพระ รำชก ำหนดมำตรกำรป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ เพื่อพิจำรณำว่ำมำตรกำรตำมพระรำชก ำหนดดังกล่ำว จะสำมำรถแก้ไขปัญหำและอุปสรรค ที่ศึกษำไว้ได้หรือไม่ ปรำกฏผลกำรวิเครำะห์ ดังนี้ ๑) ปัญห ำข้อจ ำกัดในก ำรด ำเนินกำ รก รณีกำ รเปิดบัญชีเงินฝำก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ และบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อน ำไปใช้ในกำรกระท ำควำมผิด เนื่องจำกอำชญำกรใช้วิธีกำรโอนทรัพย์สินที่ได้จำกกำรหลอกลวง ประชำชน ผ่ำนบัญชีเงินฝำก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคลอื่นต่อไป เป็นทอด ๆ โดยกำรรับซื้อบัญชีดังกล่ำวจำกบุคคลทั่วไป เพื่อปกปิดตัวตนหรือหลีกเลี่ยงกำรติดตำม จำกเจ้ำหน้ำที่ ขณะที่เจ้ำหน้ำที่ไม่สำมำรถป้องกันไม่ให้เกิดกำรกระท ำ หรือปรำบปรำมกำรกระท ำ ดังกล่ำวได้ เพรำะกำรเปิดบัญชีและบัญชีนั้นถูกน ำไปใช้ในกำรกระท ำควำมผิด ยังไม่มีกฎหมำย บัญญัติให้เป็นควำมผิดไว้โดยเฉพำะ กำรพิจำรณำควำมผิดของเจ้ำของบัญชีจึงต้องพิจำรณำตำมหลัก เรื่องกำรเป็นผู้สนับสนุนกำรกระท ำควำมผิด แต่ในทำงปฏิบัติมีปัญหำในกำรพิสูจน์เจตนำของเจ้ำของ บัญชีว่ำมีเจตนำเปิดบัญชีเพื่อน ำไปใช้ในกำรกระท ำควำมผิด หรือไม่ ส่งผลให้ปัญหำกำรรับจ้ำงเปิด บัญชีเพื่อใช้ในกำรกระท ำควำมผิดยังคงมีอยู่และมีแนวโน้มที่สูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อกำรป้องกันและ ปรำบปรำมอำชญำกรรมของเจ้ำหน้ำที่ เพรำะกำรด ำเนินกำรลักษณะดังกล่ำวของอำชญำกร จะท ำให้ เป็นอุปสรรคต่อกำรสืบสวนสอบสวนเพื่อทรำบตัวผู้กระท ำผิด หรือพิสูจน์ควำมผิดของผู้ต้องหำ เมื่อไม่สำมำรถทรำบว่ำผู้กระท ำควำมผิดเป็นใคร หรือพิสูจน์ควำมผิดของผู้ต้องหำได้ ก็จะไม่สำมำรถ จับกุมหรือด ำเนินคดีกับอำชญำกรได้ กำรที่พระรำชก ำหนดมำตรกำรป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมทำง เทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ ได้ก ำหนดให้กำรเปิดบัญชีหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝำก บัตร อิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่มีเจตนำใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจกำรที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประกำรที่รู้หรือควรรู้ว่ำจะน ำไปใช้ในกำรกระท ำควำมผิดเกี่ยวกับอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีหรือ ควำมผิดอำญำอื่น เป็นกำรกระท ำควำมผิดตำมกฎหมำย ท ำให้รัฐสำมำรถด ำเนินคดีกับเจ้ำของบัญชีที่ เปิดบัญชีโดยรู้หรือควรรู้ว่ำจะน ำไปใช้ในกำรกระท ำควำมผิด โดยไม่ต้องพิสูจน์ถึงระดับว่ำมีเจตนำเปิด บัญชีเพื่อน ำไปใช้ในกำรกระท ำควำมผิด ซึ่งเป็นมำตรกำรที่ท ำให้รัฐสำมำรถป้องกันและปรำบปรำม กำรรับจ้ำงเปิดบัญชี เพื่อใช้ในกำรกระท ำควำมผิดได้มำกขึ้น จึงเป็นมำตรกำรที่สำมำรถแก้ไขปัญหำ และอุปสรรคในเรื่องที่กล่ำวมำข้ำงต้นได้
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๘๗ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร ๒) ปัญหำข้อจ ำกัดเรื่องขั้นตอนและอ ำนำจระงับกำรท ำธุรกรรมทำงกำรเงิน ตำมกฎหมำยของเจ้ำหน้ำที่ เนื่องจำกปัจจุบันอำชญำกรใช้วิธีกำรโอนเงินที่ได้จำกกำรกระท ำควำมผิด ผ่ำนบัญชีของบุคคลอื่นเป็นทอด ๆ อย่ำงรวดเร็ว ท ำให้ทรัพย์สินที่ได้จำกกำรกระท ำควำมผิดถูกโอน ไปยังบัญชีปลำยทำงซึ่งมักจะเป็นบัญชีที่อยู่ในต่ำงประเทศอย่ำงรวดเร็ว ขณะที่กำรด ำเนินกำรเพื่อ อำยัดบัญชีที่รับโอนทรัพย์สินของผู้เสียหำยไปเป็นทอด ๆ มีขั้นตอนและระยะเวลำด ำเนินกำรระหว่ำง เจ้ำหน้ำที่ต ำรวจและเจ้ำหน้ำที่ของสถำบันกำรเงิน เพื่อตรวจสอบบัญชีดังกล่ำว เช่น ผู้เสียหำยต้องไป แจ้งควำมร้องทุกข์ต่อพนักงำนสอบสวนก่อน เจ้ำหน้ำที่สถำบันกำรเงินจึงจะสำมำรถอำยัดบัญชีได้ นอกจำกนี้ ปัจจุบันยังไม่มีกำรเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลของสถำบันกำรเงินทุกแห่งอย่ำงเป็น ระบบ เพื่อเฝ้ำระวังและแจ้งเตือนข้อมูลบัญชีที่เข้ำข่ำยว่ำเกี่ยวข้องกับกำรกระท ำควำมผิด เมื่อเกิด เหตุประชำชนถูกหลอกลวงให้โอนเงินไปยังบัญชีของเครือข่ำยอำชญำกร จึงไม่สำมำรถระงับกำรท ำ ธุรกรรมดังกล่ำวได้ทันท่วงที กำรที่พระรำชก ำหนดมำตรกำรป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมทำง เทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ ได้ก ำหนดให้สถำบันกำรเงินและผู้ประกอบธุรกิจตำมกฎหมำย ว่ำด้วยระบบกำรช ำระเงินมีหน้ำที่เปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอำชญำกรรม ทำงเทคโนโลยีผ่ำนระบบฐำนข้อมูลกลำง เพื่อใช้ในกำรป้องกัน ระงับ ยับยั้งอำชญำกรรม ทำงเทคโนโลยี รวมทั้งก ำหนดให้สถำบันกำรเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจตำมกฎหมำยว่ำด้วยระบบกำร ช ำระเงินมีหน้ำที่ระงับกำรท ำธุรกรรมทำงกำรเงินในช่วงระยะเวลำหนึ่ง ในกรณีที่พบเหตุ อันควรสงสัย หรือได้รับแจ้งข้อมูลจำกระบบฐำนข้อมูลกลำงว่ำ บัญชีเงินฝำกหรือบัญชีเงิน อิเล็กทรอนิกส์ใดถูกใช้หรืออำจถูกใช้ท ำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี หรือกำรกระท ำควำมผิดมูลฐำนหรือควำมผิดฐำนฟอกเงินตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรป้องกัน และปรำบปรำมกำรฟอกเงิน หรือได้รับแจ้งจำกผู้เสียหำยว่ำ ได้มีกำรท ำธุรกรรมที่เข้ำข่ำยเกี่ยวข้อง กั บ อ ำ ช ญ ำ ก ร ร ม ท ำง เ ท คโ นโ ล ยีจึง เ ป็ น ม ำ ต ร ก ำ ร ใ น ก ำ ร ล ด อุ ป ส ร ร ค ข้ อ ขั ด ข้ อง ของหน่วยงำน ให้สำมำรถด ำเนินกำรได้เท่ำทันต่อกำรกระท ำควำมผิดของอำชญำกร รวมทั้งสำมำรถ แก้ไขปัญหำและอุปสรรคในเรื่องที่กล่ำวมำข้ำงต้นได้ ๓) ปัญหำกำรประสำนควำมร่วมมือและข้อมูลระหว่ำงเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจ และ เจ้ำหน้ำที่หน่วยงำนที่เกี่ยวข้องในคดีอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี เนื่องจำกในกำรขอข้อมูลที่มีควำมจ ำเป็นต้องใช้ในกำรรวบรวม พยำนหลักฐำนของเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจจำกหน่วยงำนภำคเอกชน เช่น สถำบันกำรเงิน ผู้ให้บริกำร เครือข่ำยโทรศัพท์ และผู้ให้บริกำรโทรคมนำคม มีขั้นตอนในกำรขอข้อมูล มำตรฐำนในเรื่อง ร ำยละเอียดของข้อมูล และ ระยะเวล ำก ำรจัดเก็บข้อมูลที่แตกต่ำงกันของหน่วยงำน รวมทั้งกำรที่ที่ตั้งของหน่วยงำนที่มีอ ำนำจตัดสินใจในกำรให้ข้อมูลอยู่ในต่ำงประเทศ ตลอดจนเจ้ำหน้ำที่ไม่มีอ ำนำจในกำรสั่งให้หน่วยงำนจัดส่งข้อมูลให้ภำยในระยะเวลำที่ก ำหนด ตลอดจนหน่วยงำนที่มีหน้ำที่ดูแลข้อมูลดังกล่ำวมีข้อกังวลว่ำ กำรแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่ำงหน่วยงำน ในกรณีที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องได้รับควำมยินยอมจำกเจ้ำของข้อมูล เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วน
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๘๘ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร บุคคลของผู้ที่เป็นเจ้ำของข้อมูล ตำมพระรำชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ มิเช่นนั้น จะเป็นกำรกระท ำควำมผิดตำมกฎหมำยดังกล่ำว ท ำให้เจ้ำหน้ำที่ไม่ได้รับควำมร่วมมือจำกหน่วยงำน ในกำรจัดส่งข้อมูลเท่ำที่ควร ส่งผลกระทบให้เกิดควำมล่ำช้ำในกำรรวบรวมพยำนหลักฐำน และขำด ข้อมูลส ำคัญในกำรพิสูจน์ให้เห็นควำมผิด เพื่อน ำไปสู่กำรจับกุมหรือ ด ำเนินคดีตำมกฎหมำยกับ ผู้กระท ำผิด กำรที่พระรำชก ำหนดมำตรกำรป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมทำง เทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ ได้ก ำหนดให้ธนำคำรและผู้ประกอบธุรกิจตำมกฎหมำยว่ำด้วยระบบกำร ช ำระเงิน ผู้ให้บริกำรเครือข่ำยโทรศัพท์ ผู้ให้บริกำรโทรคมนำคมอื่น และผู้ให้บริกำรอื่นที่เกี่ยวข้อง มีหน้ำที่เปิดเผยและแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกำรกระท ำผิดอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีผ่ำน ระบบฐำนข้อมูลกลำง และแจ้งให้ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และส ำนักงำน ป้องกันและปรำบปรำมกำรฟอกเงินทรำบ น ำไปใช้ในกำรป้องกัน ปรำบปรำม หรือระงับอำชญำกรรม ทำงเทคโนโลยี และก ำหนดให้หน่วยงำนดังกล่ำวมีอ ำนำจในกำรสั่งให้ผู้ให้บริกำรเครือข่ำยโทรศัพท์ ผู้ให้บริกำรโทรคมนำคม หรือผู้ให้บริกำรอื่นที่เกี่ยวข้อง เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องที่จ ำเป็น เช่น ข้อมูล กำรลงทะเบียนผู้ใช้งำน และข้อมูลจรำจรทำงคอมพิวเตอร์ เป็นต้น และส่งข้อมูลภำยในเวลำที่ก ำหนด รวมทั้งก ำหนดยกเว้นให้กำรเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตำมพระรำชก ำหนดนี้ ไม่อยู่ภำยใต้ตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรคุ้มครองข้อมูลข้อมูลส่วนบุคคล จึงเป็นมำตรกำรในกำรแก้ไข ปัญหำและอุปสรรคที่ท ำให้กำรบูรณำกำรระหว่ำงหน่วยงำนมีควำมล่ำช้ำ ซึ่งจะช่วยให้เจ้ำหน้ำที่ มีข้อมูลหรือพย ำนหลักฐ ำนที่จะน ำไปสู่กำรจับกุมและด ำเนินคดีกับผู้กระท ำคว ำมได้ และสำมำรถแก้ไขปัญหำและอุปสรรคในเรื่องที่กล่ำวมำข้ำงต้นได้ ๔) ปัญหำกำรใช้เลขหมำยโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ไม่ได้ท ำกำรลงทะเบียนเป็น เครื่องมือในกำรท ำควำมผิด เนื่องจำกประเทศไทยยังไม่สำมำรถท ำกำรควบคุมกำรลงทะเบียนผู้ใช้ เลขหมำยโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้อย่ำงเคร่งครัด ท ำให้อำชญำกรใช้ช่องทำงดังกล่ำวในกำร น ำเลขหมำยโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ไม่ได้ลงทะเบียนไว้กับผู้ให้บริกำรมำเป็นเครื่องมือในกำร ก่ออำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี เพื่อให้กำรสืบสวนหำตัวผู้กระท ำผิดเป็นเรื่องยำก หรือไม่อำจทรำบตัว ผู้กระท ำผิดที่แท้จริงได้ เพรำะเจ้ำหน้ำที่หรือผู้ให้บริกำรเครือข่ำยโทรศัพท์ไม่มีข้อมูลผู้ใช้บริกำรเลข หมำยโทรศัพท์ดังกล่ำวที่จะสำมำรถเชื่อมโยงไปถึงผู้กระท ำควำมผิดได้ กำรที่พระรำชก ำหนดมำตรกำรป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมทำง เทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ ได้ก ำหนดคว ำมผิดอำญ ำและบทลงโทษส ำหรับผู้ยินยอมให้ บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมำยโทรศัพท์ส ำหรับบริกำรโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตน โดยประกำรที่รู้หรือ ควรรู้ว่ำจะน ำไปใช้ในกำรกระท ำควำมผิดเกี่ยวกับอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีหรือควำมผิดอำญำอื่น รวมทั้งผู้เป็นธุระจัดหำเลขหมำยโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อใช้ในกำรกระท ำควำมผิด จึงเป็นมำตรกำรที่จะ สำมำรถควบคุมและยับยั้งไม่ให้มีกำรกระท ำในลักษณะดังกล่ำว ซึ่งจะเป็นกำรช่วยลดช่องทำงและ โอกำสในกำรกระท ำควำมผิดของอำชญำกรได้ และสำมำรถแก้ไขปัญหำและอุปสรรคในเรื่องที่กล่ำว มำข้ำงต้นได้
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๘๙ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร อย่ำงไรก็ตำม ปัญหำกำรบูรณำกำรระหว่ำงหน่วยงำนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประชำสัมพันธ์สร้ำงกำรรับรู้เกี่ยวกับอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีให้แก่ประชำชนในพื้นที่ต่ำง ๆ รวมทั้งกำรเตือนภัยอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี และปัญหำเจ้ำหน้ำที่มีข้อจ ำกัดเรื่องควำมรู้ และทักษะที่เท่ำทันกับอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ไม่ได้มีกำรกล่ำวถึงในพระรำชก ำหนด มำตรกำรป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ ๕. ข้อเสนอแนะ ๕.๑ กำรป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี ควรมุ่งเน้นกำรลดหรือ ตัดโอกำสกำรตกเป็นเหยื่อของประชำชน โดยอำศัยควำมร่วมมือของหน่วยงำนภำครัฐ และภำคเอกชนที่เกี่ยวข้องในกำรประชำสัมพันธ์และเผยแพร่ควำมรู้ให้ประชำชนรับทรำบถึง กลโกงและรูปแบบของอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี และควรด ำเนินงำนในรูปแบบของคณะท ำงำน ห รื อคณ ะ ก ร รม ก ำ รโด ยมี ตั วแทนข องหน่ ว ยง ำนภ ำค รั ฐแ ล ะภ ำคเอ กชนที่เกี่ ย วข้อง ทุกหน่วย เพื่อวิเครำะห์และวำงแผนกำรด ำเนินงำนในภำพรวมให้กำรประชำสัมพันธ์ครอบคลุม ประชำชนทุกพื้นที่และมีข้อมูลที่เท่ำทันต่ออำชญำกรรมที่เกิดขึ้น และท ำให้กำรด ำเนินงำนของทุก หน่วยงำนเป็นไปในแนวทำงเดียวกัน ไม่มีควำมซ้ ำซ้อน และไม่สร้ำงควำมสับสนให้แก่ประชำชน ๕.๒ จำกกำรจัดกลุ่มปัญหำและอุปสรรคในกำรป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมทำง เทคโนโลยี ออกเป็นด้ำนต่ำง ๆ ตำมองค์ประกอบของกำรเกิดอำชญำกรรมตำมทฤษฎีสำมเหลี่ยม อำชญำกรรม และเปรียบเทียบกับมำตรกำรทำงกฎหมำยตำมพระรำชก ำหนดมำตรกำรป้องกันและ ปรำบปรำมอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี พ.ศ. ๒๕๖๖ พบว่ำ มำตรกำรตำมพระรำชก ำหนดฉบับ ดังกล่ำวไม่ได้กล่ำวถึงมำตรกำรในกำรประชำสัมพันธ์สร้ำงกำรรับรู้แก่ประชำชน และกำรพัฒนำ ควำมรู้และทักษะของเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี ซึ่งกำร ด ำเนินกำรในเรื่องดังกล่ำวจะส่งเสริมให้ประชำชนสำมำรถป้องกันตนเอง ครอบครัว ชุมชนและสังคม จำกกำรตกเป็นเหยื่อของอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี รวมทั้งส่งเสริมให้กำรสืบสวน สอบสวน พิสูจน์ ทรำบตัวผู้กระท ำควำมผิด และติดตำมตัวผู้กระท ำควำมผิดมำด ำเนินคดีตำมกฎหมำย เป็นไปอย่ำงมี ประสิทธิภำพ และเป็นกำรตัดองค์ประกอบของกำรเกิดอำชญำกรรมในด้ำนคนร้ำย และเหยื่อตำม ทฤษฎีสำมเหลี่ยมอำชญำกรรมด้วย ดังนั้น กลุ่มงำนคณะกรรมำธิกำรกำรต ำรวจ ควรมีกำรศึกษำ ปัญหำและแนวทำงเกี่ยวกับกำรประชำสัมพันธ์สร้ำงกำรรับรู้เกี่ยวกับอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี และกำรพัฒนำควำมรู้และทักษะของเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจที่ปฏิบัติงำนด้ำนกำรป้องกันและปรำบปรำม และกำรสืบสวนสอบสวนอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี เพื่อน ำเสนอเป็นประเด็นให้คณะกรรมำธิกำร กำรต ำรวจ ซึ่งจะตั้งขึ้นโดยสภำผู้แทนรำษฎร ชุดที่ ๒๖ ได้น ำไปพิจำรณำศึกษำและผลักดันให้ หน่วยงำนที่เกี่ยวข้องด ำเนินกำรให้กำรป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยี มีประสิทธิภำพ และลดกำรเกิดขึ้นของอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีต่อไป ๕.๓ กำรวิเครำะห์ปัญหำและอุปสรรคในกำรป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมทำง เทคโนโลยี ในครั้งนี้เป็นกำรวิเครำะห์ปัญหำและอุปสรรคจำกกำรพิจำรณำของคณะกรรมำธิกำรกำร ต ำรวจเท่ำนั้น ซึ่งอำจยังไม่ครอบคลุมปัญหำและอุปสรรคบำงประกำร ดังนั้น กำรศึกษำปัญหำและ
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๙๐ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร อุปสรรคในกำรป้องกันและปรำบปรำมอำชญำกรรมทำงเทคโนโลยีในครั้งต่อไป ควรขยำยขอบเขต ข้อมูลในกำรศึกษำให้ครอบคลุมถึงงำนวิจัยหรือวิทยำนิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คณะกรรมำธิกำร สำมำรถพิจำรณำเรื่องดังกล่ำวได้ครอบคลุมทุกมิติ นำงขวัญชนก ใจช ำนิ นิติกรช ำนำญกำร กลุ่มงำนคณะกรรมำธิกำรกำรต ำรวจ ส ำนักกรรมำธิกำร ๒
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๙๑ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร กลไกการให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชน ตามพระราชบัญญัติต ารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕ : กรณีประชาชนร้องเรียนเจ้าหน้าที่ต ารวจ ๑. ความเป็นมาและความส าคัญของปัญหา ก ำ รค วบคุมกำรบริ ห ำรรำชกำรแผ่นดินของฝ่ ำยบ ริห ำร คื อ ส ำนั กงำน ต ำรวจแห่งชำติ(ตร.) โดย คณะกรรมำธิกำรกำรต ำรวจ สภำผู้แทนรำษฎร นั้น เป็นกลไกส ำคัญ ประกำรหนึ่งที่ได้เริ่มต้นด ำเนินกำร ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๔ โดยในช่วงระยะเวลำปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ถึง พ.ศ. ๒๕๖๖ หน้ำที่และอ ำนำจของคณะกรรมำธิกำรกำรต ำรวจ สภำผู้แทนรำษฎร เป็นไปตำม ข้อบังคับกำรประชุมสภำผู้แทนรำษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๐ (๑๓) ที่ได้ก ำหนดไว้ว่ำ “คณะกรรมำธิกำรกำรต ำรวจ มีหน้ำที่และอ ำนำจกระท ำกิจกำร พิจำรณำสอบหำข้อเท็จจริงหรือ ศึกษำเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับกิจกำรต ำรวจ กำรปฏิบัติให้เป็นไปตำมกฎหมำย กำรป้องกัน และรักษำ ควำมสงบเรียบร้อยภำยในประเทศ” ประกอบกับที่พระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่ง เป็นกฎหมำยว่ำด้วยต ำรวจแห่งชำติ อันมีที่มำจำกกำรด ำเนินกำรให้เป็นไปตำมรัฐธรรมนูญแห่ง รำชอำณำจักรไทย พุทธศักรำช ๒๕๖๐ หมวด ๑๖ กำรปฏิรูปประเทศ มำตรำ ๒๕๘ ง. ด้ำน กระบวนกำรยุติธรรม ได้ก ำหนดให้มีกลไกกำรให้ควำมเป็นธรรมทั้งข้ำรำชกำรต ำรวจและประชำชนใน รูปของคณะกรรมกำร (commission) ดังนี้ คณะกรรมำธิกำรกำรต ำรวจ สภำผู้แทนรำษฎร และ ส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติ จึงมีภำรกิจที่เกี่ยวข้องกันโดยกฎหมำยและกำรรักษำกฎหมำย (policing) ด้วยควำมส ำคัญของเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจในฐำนะผู้รักษำกฎหมำย หรือต้องรักษำควำม เป็นธรรม ควำมยุติธรรมโดยเนื้อแท้๑๔ นั้น งำนวิชำกำรฉบับนี้ได้น ำหลักกำรต ำรวจชุมชนสัมพันธ์มำ ใช้อ้ำงอิงสนับสนุนบทบัญญัติของกฎหมำย และกำรด ำเนินกำรของเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจเพื่อเสนอผล กำรศึกษำที่เกี่ยวข้องกับหน้ำที่และอ ำนำจของคณะกรรมำธิกำร ซึ่งมีกรณีตัวอย่ำงที่สนับสนุนกลไกที่ เกี่ยวข้อง หลักกำรดังกล่ำว มีรำกฐำนส ำคัญจำกประวัติศำสตร์ของต ำรวจประเทศอังกฤษ ตำมที่ ‘Sir Robert Peel’ บิดำแห่งต ำรวจสมัยใหม่ ได้กล่ำวไว้ในช่วงปี ค.ศ. ๑๘๒๙ ว่ำ “The police are the public and the public are the police” (Community Police Consortium, ๑๙๙๔)๑๕ ซึ่งมี ควำมหมำยว่ำ “เจ้ำหน้ำที่ต ำรวจก็คือประชำชน และประชำชนก็คือเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจ” กล่ำวโดยสรุป คือ หลักกำรนี้สำมำรถน ำมำใช้ขับเคลื่อนกลไกกำรให้ควำมเป็นธรรมดังกล่ำว ด้วยกำรตระหนักรู้ถึง สภำพสังคมที่มีกำรพัฒนำและเปลี่ยนแปลง เช่น กำรตระหนักรู้ถึงหน้ำที่และอ ำนำจของปัจเจกบุคคล แต่ละสำขำอำชีพ และแต่ละหน่วยงำนให้มำกยิ่งขึ้น ให้ควำมส ำคัญกับควำมคิดเห็นและกำรมีส่วนร่วม ของประชำชน เป็นต้น ทั้งนี้ หลักกำรดังกล่ำวมีตัวอย่ำงกำรขับเคลื่อนที่ส ำคัญ สนับสนุนอย่ำงเป็น รูปธรรมโดยต่อเนื่อง ดังต่อไปนี้ ๑) กำรสนับสนุนที่ขยำยแนวคิด๑๖เกี่ยวกับต ำรวจ ในฐำนะที่เป็นบทบำท (function) นอกเหนือจำกควำมเป็นวิชำชีพ (profession) ๑๔ ต ำรวจไม่ใช่ผู้รักษำ กม. (posttoday.com) ๑๕ วิธีกำรสร้ำงควำมเชื่อมั่นในกำรปฏิบัติหน้ำที่ของต ำรวจและองค์กรต ำรวจ, ๒๕๖๑ ๑๖ ควำมคิดเห็นเฉพำะบุคคล
๕๖ องค์ความรู้ทั่วไปเพื่อสนับสนุนงานของคณะกรรมาธิการ ๓๙๒ คณะท ำงำนบริหำรจัดกำรควำมรู้ (Knowledge Management : KM) และนวัตกรรมของส ำนักกรรมำธิกำร ๒ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร จำกกรณีตัวอย่ ำงในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ เว็บไซต์ยูทูบ (www.youtube.com) ได้น ำเสนอควำมคิดเห็นของ พันต ำรวจเอก วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร ในหัวข้อ “ปฏิรูปต ำรวจ” ถึงไหน เมื่อไหร่จะเสร็จ สรุปสำระส ำคัญได้ว่ำ แท้จริงแล้วกำรสอบสวนหรืองำนต ำรวจ นั้น เป็นบทบำท (function) ของข้ำรำชกำรทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่มีหน้ำที่ตรวจตรำ บังคับใช้กฎหมำย ด้วยเช่นกัน๑๗ ๒) กำรสนับสนุนแนวคิดของผู้น ำด้ำนกำรศึกษำ (education) จำกกรณีตัวอย่ำงในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ นิตยสำร COP’S Vol. ๑๖ No. ๑๘๘ ๒๐๒๒.๐๔ ได้เผยแพร่บทควำมเกี่ยวกับกำรแสดงวิสัยทัศน์ เสนอชิงต ำแหน่ง ผู้บัญชำกำรโรงเรียนนำยร้อยต ำรวจ ในขณะนั้นของ รองศำสตรำจำรย์ พลต ำรวจโท ดอกเตอร์ ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ซึ่งด ำรงต ำแหน่งในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ - ๒๕๖๕ ควำมว่ำ “ผมคิดว่ำ ถ้ำจะเปลี่ยนต ำรวจ ต้องเปลี่ยนที่นักเรียนนำยร้อยต ำรวจ ต้อง เริ่มต้นจำกตรงนี้ ถ้ำเรำจะปฏิรูปต ำรวจ ต้องมำเริ่มต้นจำกต้นน้ ำก่อน เริ่มจำกกำรเรียนกำรสอน เรื่อง หลักสูตร ผมเห็นศักยภำพของโรงเรียนนำยร้อยต ำรวจสำมำรถพัฒนำต่อยอดไประดับอำเซียนได้ สำมำรถที่จะพัฒนำองค์ควำมรู้ต่ำง ๆ ไปช่วยเหลือประชำชนได้” ๑๘ ๓) กำรสนับสนุนในเรื่องควำมร่วมสมัย๑๙ (contemporary) จำกกรณีตัวอย่ำงกำรจัดกิจกรรมของส ำนักงำนต ำรวจแห่งชำติในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ เพจ Facebook ของส ำนั กง ำนต ำ ร วจแห่งช ำติ ได้ ป ร ะช ำสั มพั น ธ์ให้ ส ำ ธ ำ รณชนท ร ำบ ว่ ำ สถำนีต ำรวจภูธรเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ได้จัดกิจกรรมอบรมให้นักเรียนในกำรเอำตัวรอดเมื่อ ต้องติดอยู่ในรถยนต์๒๐ โดยสรุป กลไกกำรให้ควำมเป็นธรรมแก่ประชำชน ตำมพระรำชบัญญัติต ำรวจแห่งชำติพ.ศ. ๒๕๖๕ :กรณีประชำชนร้องเรียนเจ้ำหน้ำที่ต ำรวจ สำมำรถท ำควำมเข้ำใจได้ในมิติของ วัฒนธรรมต ำรวจ ประเทศอังกฤษ และยืนยันได้จำกกำรด ำเนินกำรขององค์กรต ำรวจไทย โดยในส่วนผลกำรศึกษำนั้น จะแสดงให้เห็นถึงประวัติศำสตร์ และบทบัญญัติของกฎหมำยว่ำสำมำรถผลักดันให้องคำพยพที่ พิจำรณำเรื่องร้องเรียนขอควำมเป็นธรรมต่ำง ๆ ได้แก่ คณะกรรมกำรพิจำรณำเรื่องร้องเรียนต ำรวจ หรือ ก.ร.ตร. และคณะกรรมำธิกำรกำรต ำรวจ สภำผู้แทนรำษฎร สำมำรถด ำเนินกำรในลักษณะคู่ขนำน (parallel) หรือในประกำรที่เหมำะสมได้ ๒. กฎหมาย กฎ ระเบียบ และยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ๑) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ก. สิทธิและเสรีภำพของปวงชนชำวไทย ตำมมำตรำ ๒๕ ๑๗ “ปฏิรูปต ำรวจ”ถึงไหน เมื่อไหร่จะเสร็จ | SPOTLIGHT with Artie EP.9 | workpointTODAY-YouTube ๑๘ “ผมคิดว่ำ ถ้ำจะเปลี่ยนต ำรวจ ต้องเปลี่ยนที่นักเรียนนำยร้อยต ำรวจ” - COP'S Magazine (copsmagazine.com) ๑๙ เทียบเคียง ค ำว่ำ วัฒนธรรมร่วมสมัย “...เรื่องรำวในอดีตนับพันปีก็ยังสำมำรถจะมำมีควำมส ำคัญได้ ในยุคปัจจุบัน...” (กัมพล แสงเอี้ยม, ๒๕๕๙) 1.pdf (tu.ac.th) ๒๐https://www.facebook.com/100089382516082/posts/pfbid0vzd67FAAsJV7Jx9pB3VQVvxsrjE x4MjATMkUJNdceEi63i5jNyZSXuj1Dm1VcpeTl/?mibextid=afzh1R