The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติศาสตร์อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nakhonsithammaratculture, 2022-02-28 04:09:17

ประวัติศาสตร์อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช

ประวัติศาสตร์อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช

พ.ศ. ๒๔๗๐ - ๒๕๒๑ เป็นเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุ  วรมหาวิหาร เป็นเวลา  ๕๒  ปี  และเป็น
เจ้าคณะจงั หวัดนครศรธี รรมราช  (ปกครองรวมทง้ั สองนิกาย)
พ.ศ. ๒๔๙๕ - ๒๕๐๕  เปน็ เจา้ คณะจงั หวดั นครศรธี รรมราช - ภเู กต็  - พงั งา - กระบี่  (ธรรมยตุ ) และ
เปน็ รองเจา้ คณะภาคธรรมยุต  ภาค  ๗ - ๘ - ๙
พ.ศ. ๒๕๐๕ - ๒๕๒๑  เป็นรองเจา้ คณะภาค  ๑๖ - ๑๗ - ๑๘  (ธรรมยุต)  รปู ที่  ๑
พระรตั นธัชมนุ ี (แบน คณฐฺ าภรณเถร) เป็นครูสอนพระปรยิ ตั ิ ทัง้ แผนกธรรมและแผนบาลีทัง้ ใน
กรุงเทพมหานครและภูมิภาค ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๕๔ - ๒๕๐๐ จนกระทั่ง พ.ศ.๒๔๖๓ - ๒๕๒๑ ขณะเป็น
เจา้ อาวาสวดั มเหยงคณแ์ ละวดั พระมหาธาตุ  วรมหาวหิ าร  ไดส้ ง่ เสรมิ สนบั สนนุ การศกึ ษาทงั้ ฝา่ ยศาสนาและ
ฝา่ ยชาติ  โดยใหจ้ ดั ตง้ั โรงเรยี นพระปรยิ ตั ธิ รรมทงั้ แผนกธรรมและแผนกบาลขี น้ึ  ในฝา่ ยการศกึ ษาของชาติ
ไดม้ สี ว่ นริเริม่ ให้จดั ตง้ั โรงเรยี นหนงั สอื ไทยขนึ้ ทว่ี ดั มเหยงคณ์ วดั พระมหาธาตุ  วรมหาวหิ าร และใหจ้ ัดต้ัง
โรงเรียนสตรีขึ้นเป็นครั้งแรกในจังหวัดนครศรีธรรมราช  โรงเรียนท้ังสามได้รับการพัฒนาให้เจริญรุ่งเรือง
ตามลำ� ดบั โดยอยใู่ นความอปุ การะอปุ ถมั ภข์ องทา่ นตลอดมา และในชว่ ง พ.ศ. ๒๔๘๐ - ๒๔๘๖ ทา่ นไดร้ เิ รม่ิ
และสนบั สนนุ ใหเ้ ปดิ สอนวชิ าการทอผา้ โดยใหต้ งั้ ขน้ึ เปน็ โรงเรยี นชา่ งทอผา้ ทวี่ ดั พระมหาธาตวุ รมหาวหิ าร
(ปัจจบุ นั เลกิ ไปแลว้ )
พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระรัตนธัชมุนีศรีธรรมราช (แบน คณฺฐาภรณเถร เปรียญ) ท่านมี
ปฏปิ ทาสมบตั แิ ละจรยิ าวตั รประจำ� ชวี ติ อนั งดงาม  ซงึ่ ควรเปน็ แบบอยา่ งทดี่ ขี องบรรดาศษิ ยานศุ ษิ ย์  ไดแ้ ก่
๑. เป็นนกั พฒั นาศาสนบุคคล  มเี มตตา  แสวงหา  สร้างสรรคบ์ ุคคล  ใหไ้ ด้รบั ความเจรญิ รุง่ เรือง
๒. เป็นนักพัฒนาศาสนธรรม  ทา่ นเป็นบคุ คลที่ตง้ั ใจศกึ ษาเล่าเรยี นพระธรรมวนิ ัยและเผยแผ่
๓. เป็นนักพัฒนาศาสนสถาน  ท่านได้บูรณะปฏิสังขรณ์ศาสนสถานให้มีความสมบูรณ์  สวยงาม
เหมาะควรแกก่ ารปฏบิ ตั ิศาสนกจิ ของพระสงฆแ์ ละฆราวาส
๔. เปน็ นกั พฒั นาศาสนวตั ถุ  ทา่ นดำ� รงตำ� แหนง่ อยทู่ ไ่ี หน  กจ็ ะสรา้ งสรรคศ์ าสนวตั ถไุ วใ้ หเ้ ปน็ ศาสน
สมบตั ขิ องทนี่ น้ั  ๆ ตามความสามารถพอทจ่ี ะจดั สรา้ งได้ เชน่ เมอื่ ครงั้ ทที่ า่ นเปน็ เจา้ อาวาสวดั มเหยงคณห์ รอื
เจา้ อาวาสวดั พระมหาธาตุ วรมหาวหิ าร กม็ สี ง่ิ กอ่ สรา้ งเกดิ ขน้ึ มาก แตท่ า่ นเคยพดู ไวว้ า่ “ฉนั ไมค่ อ่ ยนยิ มสรา้ ง 
วตั ถุ แตช่ อบสรา้ งคนใหม้ คี ณุ ภาพและมคี วามสามารถ หากมคี นประเภทนไี้ วม้ าก ๆ แลว้ วัตถุก็จะติดตาม 
คนมาเอง”
ตลอดชีวิตของพระรัตนธัชมุนี (แบน คณฺฐาภรณเถร) ได้เสียสละทุ่มเทลงในพระพุทธศาสนา
บำ� เพญ็ ประโยชน์  และปรหติ ประโยชน์  สรา้ งสรรค์  “อมตสมบตั ”ิ  อนั เปน็ ภายในและภายนอก  คอื  คณุ ธรรม
บุคคล และสถานที่ให้เจริญรงุ่ เรือง ตามความรู้และความสามารถโดยลำ� ดบั
พระรัตนธัชมุนี (แบน คณฺฐาภรณเถร) ได้มรณภาพด้วยโรคชรา โดยอาการอันสงบและมีสติ
สมั ปชญั ญะ “สมเป็นนกั ปฏบิ ตั ธิ รรมแท”้ เม่ือวนั ศุกร์ท่ี ๑๐ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๑ ขนึ้ ๓ ค�ำ่ เดือน ๓
ปมี ะแม  ทโ่ี รงพยาบาลมหาราชนครศรธี รรมราช  สริ อิ ายุ  ๙๕  ปี  พรรษา  ๗๕  คงทง้ิ รอ่ งรอยแหง่  “คณุ ธรรม 
และผลงาน”  ฝากไวใ้ หเ้ หลอื อยู่ในความทรงจ�ำและเป็นมรดกอันล�้ำค่าที่มอบไว้ให้แก่บรรดาศิษยานุศิษย์
ตลอดถงึ ท่านผู้เคารพนบั ถือทัง้ หลายไดใ้ ชเ้ ป็นดวงประทีปสอ่ งทางชีวิตสืบไป


385

เจ้าพระยานครศรีธรรมราช  (น้อย)

เจา้ พระยานครศรธี รรมราช  (นอ้ ย)  หรอื  เจา้ พระยานคร  (นอ้ ย)  เกดิ เมอื่ วนั จนั ทรท์ ี่  ๒๗  สงิ หาคม
๒๓๑๙  (ในแผน่ ดนิ กรงุ ธนบรุ )ี  ทเ่ี มอื งนครศรธี รรมราช  เลา่ ขานสบื มาวา่ เปน็ โอรสของสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ
มหาราชกับพระสนมชื่อ  “ปราง”  (ธิดาของพระเจ้าขัตติยราชนิคม  สมมติมไหสวรรย์  พระเจ้านครศรีร
ธรรมราช - หน)ู  เรยี กกันเวลานนั้ วา่  “หมอ่ มปราง”  หมอ่ มผนู้ ้ีสมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราชไดป้ ระทาน
ใหแ้ กเ่ จา้ พระยานคร (พฒั น)์  เมอื่ พ.ศ. ๒๓๑๘ แตห่ มอ่ มปรางมคี รรภอ์ อ่ น ๆ อยแู่ ลว้ เมอื่ มาอยเู่ มอื งนครศร-ี
ธรรมราช เจา้ พระยานคร (พฒั น)์ ไดย้ กใหข้ น้ึ เปน็  “แมเ่ มอื ง” สรา้ งวงั ใหอ้ ยตู่ า่ งหาก  (คอื ทวี่ ดั วงั ตะวนั ออก -
ปัจจุบัน)  คร้ันคลอดเป็นชาย  ไดต้ ั้งชอ่ื ว่า  “น้อย”
เมอ่ื เจรญิ วยั ไดเ้ ขา้ รบั ราชการเปน็ ผชู้ ว่ ยราชการเมอื งนครศรธี รรมราชในสมยั เจา้ พระยานคร  (พฒั น)์
ต่อมาเมื่อมอี ายุ  ๓๕  ปี  ไดร้ ับแตง่ ต้ังเป็น  “พระบรริ ักษภ์ ูเบศร”  เมื่อ  พ.ศ. ๒๓๕๔  และเป็น  “เจา้ พระยา 
นครศรีธรรมราช  (น้อย)”  เมอื่  พ.ศ. ๒๓๖๔  ในแผน่ ดนิ รชั กาลที่  ๒  ตลอดเวลาทีด่ �ำรงตำ� แหน่งเจา้ เมือง
นครศรธี รรมราช  ไดส้ ร้างผลงานอนั โดดเด่นควรแก่การยกย่องย่ิง  ๔  ประการคอื
๑. การศึกสงคราม  เจ้าพระยานครศรีธรรมราช  (น้อย)  เป็นผู้มีความกล้าหาญช�ำนาญการศึก
สงคราม  สามารถปราบปรามหัวเมืองไทรบุรีท่ีก่อกบฏต่อราชธานีกรุงรัตนโกสินทร์ได้อย่างห้าวหาญถึง
๔  ครง้ั  คอื เมอื่  พ.ศ. ๒๓๖๔,  ๒๓๖๕,  ๒๓๗๔,  และ  ๒๓๘๑  สมเดจ็ ฯ กรมพระยาดำ� รงราชานภุ าพไดท้ รง
ยกยอ่ งเจ้าพระยานคร  (นอ้ ย)  วา่ “เป็นผู้มอี ำ� นาจมากกวา่ เจา้ พระยานครทั้งปวง  ไดบ้ งั คับตลอดข้นึ มาถงึ  
เมืองไชยา  ข้างฝั่งตะวันตกก็มีอ�ำนาจแผ่เอื้อมไปถึงถลาง  น�ำทัพศึกเป็นที่ส�ำคัญคือตีเมืองไทร  (ไทรบุรี) 
มีอำ� นาจในเมอื งแขกมาก  ชาวเมอื งนับถือเปน็ พระเจา้ แผน่ ดนิ รอง”
๒. การทตู ระหวา่ งประเทศ  เจา้ พระยานครศรธี รรมราช  (นอ้ ย)  เปน็ ผมู้ คี วามเฉลยี วฉลาด  มปี ฏภิ าณ
ไหวพริบในการเจรจาความเมือง เป็นท่ีนับถือย�ำเกรงแก่บริษัทต่างชาติที่มาติดต่อค้าขายกับเมืองนคร
และหวั เมอื งปกั ษใ์ ต้  และเรม่ิ วางแผนแผอ่ ทิ ธพิ ลเขา้ มายงั คาบสมทุ รภาคใต้  และราชธานกี รงุ รตั นโกสนิ ทร์
ในชว่ งสมยั รชั กาลท่ี  ๓  เจา้ พระยาผนู้ เ้ี ปน็ กำ� ลงั สำ� คญั ของไทยในการเจรจาความเมอื งระหวา่ งราชอาณาจกั ร

386

 โดยเฉพาะกรณผี สู้ ำ� เรจ็ ราชการองั กฤษประจำ� อนิ เดยี ไดส้ ง่ ยอหน์  ครอเฟดิ  (John Crawfurd)  จากอนิ เดยี
มาเจรจาเมื่อวันที่  ๒๑  พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๓๖๕  ที่กรุงเทพฯ  และการเจรจาเบ้ืองต้นกับเฮนร่ี  เบอร์น่ี
(Henry Burney)  ผแู้ ทนรฐั บาลสหราชอาณาจกั รเมอื่ วนั ท่ี  ๓๑  กรกฎาคม  พ.ศ. ๒๓๖๘  ทนี่ ครศรธี รรมราช
และลงนามในสนธสิ ญั ญาเมอื่ วนั ที่  ๒๐  มถิ นุ ายน  พ.ศ. ๒๓๖๙  ทก่ี รงุ เทพฯ  (ซงึ่ เรยี กวา่  “สญั ญาเบอรน์ ”ี่ )
๓. การตอ่ เรอื รบ  เจา้ พระยานครศรธี รรมราช  (นอ้ ย)  เปน็ ผมู้ ฝี มี อื ในการตอ่ เรอื รบไวใ้ ชใ้ นราชการ
สงคราม ได้ต่อเรือพระท่ีน่ังแบบก�ำปั่นซ่ึงมีปากเรือกว้าง ๓ วา มีการแกะสลักลวดลายท้ังที่กราบเรือ
และภายในล�ำเรือ รัชกาลที่ ๓ พระราชทานนามเรือล�ำนี้ว่า “เรืออมรแมนสวรรค์” ต่อมารัชกาลที่ ๓
ได้โปรดเกล้าฯ ให้ต่อเรือรบขนาดใหญ่  ความยาว  ๑๑  วา  ปากกวา้ ง  ๙  ศอก  ๑  คืบ  จำ� นวน  ๓๑  ลำ�
ลำ� แรกไดร้ บั พระราชทานชอ่ื วา่  “มหาพไิ ชยฤกษ”์  ลำ� ตอ่ มามชี อื่ คลอ้ งจองกนั  เชน่  เฉลมิ กรงุ  บำ� รงุ ศาสนา
อาสาสสู่ มร  ขจรจบแดน  เปน็ ตน้  เปน็ ผลใหไ้ ดร้ บั คำ� ชมจากรชั กาลท่ี  ๓  วา่  “เจา้ พระยานครคนน้ี  จะทำ� การ
สิ่งใดก็หมดจดเกล้ียงเกลา  เป็นชา่ ง  รูพ้ เิ คราะห์การดแี ลช่วั ”  
๔. การชา่ งฝมี อื  เจา้ พระยานครศรธี รรมราช  (นอ้ ย)  เปน็ ผมู้ ฝี มี อื ทางชา่ งศลิ ปหตั ถกรรม  เรยี นรู้
วธิ กี ารมาจากชา่ งทอผา้ ยกและชา่ งถมโบราณ  แลว้ นำ� มาพฒั นาเพอ่ื ถา่ ยทอดใหแ้ กช่ าวเมอื ง  จนเปน็ ผลติ ภณั ฑ์
ทม่ี เี อกลกั ษณโ์ ดดเดน่ ของเมอื ง  ดงั ทรี่ จู้ กั กนั ในประเทศไทยเวลานวี้ า่  “ผา้ ยกเมอื งนคร”  และ  “เครอ่ื งถม 
เมอื งนคร”
เจา้ พระยานคร  (นอ้ ย) ไดถ้ งึ แกอ่ สญั กรรม เมอื่ วนั ที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๓๘๑ สริ ริ วมอายไุ ด้ ๖๒ ปี
ครองเมืองนครศรธี รรมราชนาน  ๒๘  ปี

387

พลเอก เจ้าพระยาบดนิ ทรเดชานชุ ติ  (แยม้  ณ นคร)

พลเอก เจา้ พระยาบดนิ ทรเดชานชุ ติ  (แยม้  ณ นคร)  เกดิ เมอ่ื วนั ท่ี  ๑  เดอื นเมษายน  พ.ศ. ๒๔๑๐
เป็นบุตรของเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี  (หนูพร้อม)  มารดาชื่อนิ่ม  เกิดในจวนผู้ว่าราชการจังหวัด  (ศาลา
หลงั เกา่ )  ไดเ้ ลา่ เรยี นหนงั สอื ไทยและหนงั สอื ขอมในสำ� นกั ครคู ง  ทเี่ มอื งนครศรธี รรมราช  เรยี นวชิ าเลขไทย
ในส�ำนักขนุ ก�ำจดั ไพโรจน์  (เอยี่ ม)  ทก่ี รุงเทพมหานคร  
- พ.ศ. ๒๔๒๓  เขา้ รบั ราชการเปน็ นกั เรยี นทหารเรอื  ในเรอื รบหลวงสรุ ยิ มณฑล  เลอ่ื นขน้ั ตามลำ� ดบั
- พ.ศ. ๒๔๔๐  ได้รบั บรรดาศักดิ์เป็นหลวงชวนรดั สมัคพล  ต�ำแหน่งผูช้ ่วยปลดั
- พ.ศ. ๒๔๔๔  เล่ือนบรรดาศักด์ิเป็นพระสุรเดชนรานุชิต  ได้เล่ือนยศเป็นพันโท เป็นหัวหน้า
ออกไปปราบปรามพวกเง้ียวในมณฑลพายพั
- พ.ศ. ๒๔๔๖  ไดเ้ ลอื่ นยศเปน็ พนั เอก  รบั ตำ� แหนง่ เปน็ ปลดั ทหารบก  ไดร้ บั พระราชทานบรรดาศกั ด์ิ
เป็นพระยา...ศกั ดาวุธ
- พ.ศ. ๒๔๔๘  ไดเ้ ลอื่ นยศเปน็ พลตรี  ไดป้ ฏบิ ตั ริ าชการเปน็ ทพี่ อพระราชหฤทยั ของพระบาทสมเดจ็
พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั เปน็ อนั มาก  ถงึ สมยั พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ไดร้ บั พระราชทานยศ
เปน็ พลโท
พ.ศ. ๒๔๕๖  ได้รับพระราชทานบรรดาศกั ดเ์ิ ปน็  “พระยาสหี ราชเดโชไชย”  จนถึง  พ.ศ. ๒๔๖๒
ได้รับโปรดเกล้าฯ เลื่อนยศเป็นพลเอก  ร้ังต�ำแหน่งเสนาบดีกระทรวงกลาโหม  พระราชทานบรรดาศักด์ิ
เป็น  “เจา้ พระยาบดินทรเดชานุชิต”
ถงึ แกอ่ สญั กรรมเมอ่ื วนั ท่ี ๑ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๐๔ สริ ริ วมอายไุ ด้ ๙๓ เศษ ภายหลงั การพระราชทาน
เพลงิ ศพ  บตุ รหลานไดน้ ำ� อฐั ขิ องทา่ นไปบรรจรุ วมไวใ้ นปรางคเ์ กบ็ อฐั ขิ องตระกลู  ณ นคร ในหอพระพทุ ธสหิ งิ ค์
บรเิ วณศาลากลางจังหวดั นครศรีธรรมราช

388

ขนุ อาเทศคดี

ขนุ อาเทศคดี  ชอ่ื เดมิ วา่  “กลอน  มลั ลกิ ะมาส”  เกดิ เมอ่ื วนั พฤหสั บดที ่ี  ๑๐  พฤษภาคม  พ.ศ.๒๔๓๑
ท่ีบ้านท่าชี ต�ำบลในเมือง อ�ำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช การศึกษาเบ้ืองต้นได้หัดอ่านหัดเขียน
กบั คณุ ยายของท่านเอง  เรียนเลขกบั อาจารย์แช่ม  ณ นคร  แล้วเขา้ เรียนชน้ั ประถมท่ีโรงเรียนสุขมุ าภิบาล
วดั ทา่ โพธิ์  ตำ� บลทา่ วงั  อำ� เภอเมอื ง  จงั หวดั นครศรธี รรมราช  เมอ่ื สำ� เรจ็ ไดเ้ ขา้ รบั ราชการในสำ� นกั งานอยั การ
จงั หวดั รบั ราชการจนกา้ วหนา้ โดยลำ� ดบั จน พ.ศ. ๒๔๖๔ ไดร้ บั บรรดาศกั ดเ์ิ ปน็  “ขนุ อาเทศคด”ี  พ.ศ. ๒๔๗๓
ได้รับยศเป็นรองอ�ำมาตย์โท  และเกษียณอายุราชการ  เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๔ ต�ำแหน่งสุดท้ายคือต�ำแหน่ง
แพง่ อัยการชน้ั  ๖
ออกจากราชการแลว้ ทา่ นก็ยึดอาชีพทนายความอิสระ  เป็นทนายความทีไ่ ด้รับการยกย่องว่าเป็น
ผู้มีคุณธรรม มีความซื่อตรง และมีความเมตตาธรรมยิ่ง พ.ศ. ๒๔๘๙ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้แต่งต้ังให้เป็น
เทศมนตรีเมืองนครศรีธรรมราช และได้รับการแต่งต้ังให้เป็นสมาชิกสภาจังหวัดนครศรีธรรมราชในเวลา
ตอ่ มา
ผลงานในบ้ันปลายชีวิตท่านได้เขียนผลงานทางวิชาการด้านต่าง ๆ เอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น
ภาษา วรรณคดีโบราณ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณี ให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาหาความรู้
ไดอ้ ยา่ งมากมาย  ถงึ แกก่ รรมเมอื่ วนั ที่  ๑๙  มถิ นุ ายน  พ.ศ. ๒๕๒๗  สริ ริ วมอายไุ ด้  ๙๖ ปี
ขนุ อาเทศคดี  นบั เป็นบุคคลแหง่ ความทรงจ�ำคนหน่งึ ของจงั หวดั นครศรีธรรมราช  ในฐานะที่เป็น
ผู้ท่ีทรงความรู้ในสาขาวชิ าการต่าง ๆ หลายสาขาวชิ า  เชน่  ภาษา  วรรณกรรม  ประวัติศาสตร์  โบราณคดี
และคติชนวิทยา ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็น “แหล่งข้อมูลบุคคล” ท่ีส�ำคัญย่ิงในหมู่นักวิชาการด้านน้ี
ในจังหวัดนครศรธี รรมราช  และจังหวดั ใกลเ้ คยี ง

389

ขนุ บวรรัตนารกั ษ์

ขุนบวรรัตนารักษ์  ช่ือเดิมว่านายยดิ เส็ง  ตัญญพู งศ์  เป็นบุตรนายยิ้ม  นางอม่ิ  แซต่ ัน  เกดิ ทีบ่ า้ น
หน้าวัดจนั ทาราม ตำ� บลท่าวัง อำ� เภอเมอื ง จังหวัดนครศรธี รรมราช เมือ่ วันท่ี ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๓๓
เรียนเขียนอ่านหนังสือไทยกับพระสมุห์อินทร์ที่วัดจันทารามตั้งแต่อายุ  ๖  ขวบ  จนเม่ืออายุถึงเกณฑ์เข้า
เรียน ไดเ้ ข้าเรียนท่ีโรงเรียน  “อเมรกิ ันสกลู ฟอร์บอย”  (โรงเรยี นศรีธรรมราชศกึ ษาปัจจุบนั )  
เม่ือจบการศึกษาแล้วออกมาฝึกงานในร้านค้า และบริษัทการค้าใหญ่ในเมืองนครศรีธรรมราช
จากน้ันจึงประกอบกิจการส่วนตัวท�ำเหมืองแร่ เป็นกลุ่มชาวจีนรุ่นแรกท่ีได้สร้างร้านค้าเป็นตึกแถวขึ้นท่ี
ตลาดท่าวัง เมื่ออายุครบบวช (๒๔๕๓) นายยิดเส็งได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุจ�ำพรรษาที่วัดจันทาราม
เมื่อสึกออกมาได้แต่งงานกับนางช้อย  เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๗  ได้สมัครเป็นสมาชิกเสือป่าประจ�ำกรมเสือป่า
นครศรีธรรมราช  กองพันที่  ๒  กองรักษาดินแดนปักษ์ใต้  มีผลงานท�ำคุณประโยชน์แก่ราชการจนได้รับ
บรรดาศักดเิ์ ป็น  “ขนุ บวรรัตนารักษ”์  ต้ังแต่ครัง้ นัน้ มา
ขนุ บวรรตั นารกั ษไ์ ดท้ ำ� ธรุ กจิ คา้ ขายเจรญิ กา้ วหนา้  โดยเฉพาะการคา้ ขายกบั ตา่ งประเทศ  สง่ สนิ คา้
ออกไปมลายู ปีนัง สิงคโปร์ และแผ่นดินใหญ่จีน เป็นตัวแทนสินค้ายุโรปเข้ามาจ�ำหน่ายในประเทศไทย
ทง้ั ยงั เปน็ บคุ คลสำ� คญั ทชี่ ว่ ยเหลอื ทางราชการและสงั คมมาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง  เปน็ ผรู้ เิ รม่ิ กจิ การคา้ ใหม ่ ๆ เกดิ ขนึ้
ในยุคของท่านมากมาย เช่น การตั้งธนาคารนครหลวงไทย ธนาคารแห่งแรกของเมืองนคร สร้างตึกแถว
ทรงชิโนโปรตุกิสขึ้นเป็นกลุ่มแรก ริเร่ิมท�ำเหมืองแร่ขนาดใหญ่ สร้างโรงสีขนาดใหญ่ ส่งออกข้าวไปยัง
ต่างประเทศ น�ำสินค้าชั้นน�ำจากต่างประเทศเข้ามาจ�ำหน่าย เป็นกรรมการรุ่นแรก ๆ ของงานเดือนสิบ
และได้อทุ ิศทนุ ทรพั ย์สรา้ งสาธารณประโยชนห์ ลายรายการ
ขนุ บวรรตั นารักษ์ถงึ แก่กรรมดว้ ยโรคชราเม่อื วันที่  ๒๑  กมุ ภาพนั ธ์  พ.ศ. ๒๕๑๕  สริ ิรวมอายไุ ด้
๘๒  ปี

390

พลต�ำรวจตรี ขนุ พันธรักษ์ราชเดช

พลต�ำรวจตรี ขุนพันธรักษ์ราชเดช ช่ือเดิมว่าบุตร์  พันธรักษ์ เกิดเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์
พ.ศ. ๒๔๔๒  (แต่หลักฐานทะเบียนบา้ นระบุว่าเกิด พ.ศ. ๒๔๔๖) ท่บี า้ นไอเ้ ขียว  หมทู่ ี่  ๕  ต�ำบลดอนตะโก
อ�ำเภอทา่ ศาลา  จงั หวดั นครศรธี รรมราช  (ปัจจบุ ันขน้ึ ต�ำบลทอนหงส์  อ�ำเภอพรหมคีรี)  เปน็ บตุ รคนท่ีสอง
ของนายอ้วน  และนางทองจันทร์  พันธรักษ์  เร่ิมเรียนหนังสือเมื่ออายุ  ๗  ขวบ  โดยบิดาเป็นผู้สอนให้
ต่อมาได้เข้าเรียนท่ีวัดไอ้เขียวกับอาจารย์ปานและอาจารย์นาม จนกระท่ังเรียนหนังสือไทยแบบใหม่ คือ
แบบเรยี นเรว็ เลม่  ๑ - ๒ - ๓  กบั นายหดี  ชาวสวี  ตอ่ มาไดเ้ รยี นเลขและหนงั สอื กบั สามเณรเจรญิ พนั ธรกั ษ์
ผู้เป็นญาติในส�ำนกั วัดสวนป่านจนจบประถมภาค ๓  และไดเ้ ขา้ เรียน  ณ โรงเรียนสวนปา่ น ในช้ันประถม
ปีท่ี  ๓  โดยมีภิกษอุ ินทร์ รตั นวจิ ิตร เปน็ ผ้สู อน เมื่อทางราชการได้ยบุ โรงเรียนสวนป่าน  จึงยา้ ยไปเรยี น
ทโี่ รงเรยี นวดั พระนคร  ครนั้ พ.ศ. ๒๔๕๗  ไดไ้ ปเรยี นชน้ั มธั ยมปที ่ี  ๑  ทโ่ี รงเรยี นเบญจมราชทู ศิ  (วดั ทา่ โพธ)ิ์
อันมขี ุนบูรณวาท  (พรอ้ ย  ณ นคร)  เป็นครใู หญ่
เขา้ สชู่ วี ติ ผพู้ ทิ กั ษส์ นั ตริ าษฎรเ์ มอื่ พ.ศ. ๒๔๖๘  เขา้ เรยี นตอ่  ณ โรงเรยี นนายรอ้ ยตำ� รวจหว้ ยจระเข้
จังหวัดนครปฐม ขณะท่ีเรียนได้เป็นครูมวยไทย เรียนส�ำเร็จเม่ือ พ.ศ. ๒๔๗๒ จึงได้รับแต่งต้ังให้เป็น
“นกั เรยี นทำ� การนายรอ้ ยตำ� รวจภธู รมณฑลนครศรธี รรมราช”  ประจำ� จงั หวดั สงขลา  พ.ศ. ๒๔๗๓  ไดเ้ ลอื่ นยศ
เปน็ วา่ ทรี่ อ้ ยตรี  ตอ่ มาไดย้ า้ ยไปรบั ราชการ ณ จงั หวดั พทั ลงุ  ไดส้ รา้ งวรี กรรมโดยปราบเสอื สงั  ผรู้ า้ ยสำ� คญั
ของจังหวัดพัทลุง และผู้ร้ายท่ีส�ำคัญอ่ืน อีก ๑๖ คน ความดีความชอบคร้ังนี้ ได้รับการแต่งต้ังเป็น
รอ้ ยตำ� รวจตรี  และไดร้ บั พระราชทานบรรดาศกั ดเิ์ ปน็  “ขนุ พนั ธรกั ษร์ าชเดช”  เมอื่ พ.ศ. ๒๔๗๔  เงนิ เดอื น
๘๕  บาท
ใน  พ.ศ. ๒๔๗๘  ไดร้ บั พระราชทานเลอื่ นยศเปน็ รอ้ ยตำ� รวจโท และไดอ้ ปุ สมบททวี่ ดั พระมหาธาตุ
วรมหาวหิ าร  จงั หวดั นครศรธี รรมราช  พ.ศ. ๒๔๗๙  ยา้ ยไปเปน็ หวั หนา้ กองตรวจ  กองกำ� กบั การตำ� รวจภธู ร
สงขลา ได้ปราบปรามผ้รู า้ ยสำ� คัญหลายคน  และจับกมุ นกั โทษแหกคุก  ๙  คน

391

ใน  พ.ศ. ๒๔๘๑  ได้รับพระราชทานเล่ือนยศเป็นรอ้ ยต�ำรวจเอก  ในปีน้เี กิดผู้ร้ายทางการเมอื งขึ้น
ทจ่ี งั หวดั นราธวิ าส หวั หนา้ ชอ่ื นายอะแวสะดอตาเละ ไดเ้ ทยี่ วปลน้ สะดมเฉพาะชาวไทยพทุ ธไมเ่ วน้ แตล่ ะวนั
เมอ่ื ปลน้ แลว้ ตอ้ งฆา่ เจา้ ทรพั ยท์ ง้ิ ทกุ ราย  ผรู้ า้ ยนม้ี ผี มู้ อี ทิ ธพิ ลทางการเมอื งหนนุ หลงั ใหป้ ลน้ ฆา่ เฉพาะคนไทย
เทา่ นนั้  ร.ต.อ. ขนุ พนั ธรกั ษร์ าชเดชจงึ ถกู เกณฑจ์ ากสงขลาใหไ้ ปปราบปรามผรู้ า้ ยรายนด้ี ว้ ย  นยั วา่ อะแวสะดอ
ตาเละเป็นผู้อยู่ยงคงกะพัน  ได้ต่อสู้กับขุนพันธรักษ์ราชเดชด้วยอาวุธสั้น  คือกริช  ในที่สุดขุนพันธรักษ์-
ราชเดชจบั ได้  การปราบปรามครงั้ นไ้ี ด้รบั การยกยอ่ งจากชาวไทยมุสลิมจนไดร้ ับฉายาว่า  “รายอกะจิ”
พ.ศ. ๒๔๘๒ ย้ายจากสงขลามาเป็นผู้บังคับกองเมืองพัทลุง ใน พ.ศ. ๒๔๘๕ ย้ายมาเป็น
รองผกู้ ำ� กบั การตำ� รวจภธู รจงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี  ไดท้ ำ� การปราบปรามเหลา่ โสณทจุ รติ ราบคาบไปหลายราย
รายทส่ี �ำคญั คือเสือสาย  ได้ตอ่ สกู้ นั ในระยะประชิดตัวจนจับเสอื สายได้
พ.ศ. ๒๔๙๓ ได้รับพระราชทานเล่ือนยศเป็นพันต�ำรวจโท ใน พ.ศ. ๒๔๙๔ ได้รับการแต่งตั้ง
ให้ด�ำรงต�ำแหน่งรองผู้บังคับการต�ำรวจภูธรภาค ๘ และย้ายมารับต�ำแหน่งท่ีจังหวัดนครศรีธรรมราช
ใน พ.ศ. ๒๕๐๓ ไดด้ ำ� รงตำ� แหนง่ ผบู้ งั คบั การตำ� รวจภธู รภาค ๘ ไดร้ บั พระราชทานเลอื่ นยศเปน็ พนั ตำ� รวจเอก
และใน  พ.ศ. ๒๕๐๔  ไดเ้ ลอื่ นยศเปน็ พลตำ� รวจตรใี นตำ� แหนง่ เดมิ  จนกระทงั่ เกษยี ณอายรุ าชการใน พ.ศ. ๒๕๐๗
ภายหลังเกษียณอายุแล้ว  ได้ใช้เวลาเพื่อกิจการสังคมมากขึ้น  โดยเฉพาะเป็นเจ้าพิธีในการท�ำพระเคร่ือง
และของขลงั ใหแ้ กว่ ัดวาอารามและหน่วยราชการแทบทกุ แหง่ ทไ่ี ดร้ บั เชิญ
พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ได้นําเอาวัฒนธรรมชุมชนและภูมิปัญญาพื้นบ้านท่ีมีอยู่ในขณะนั้น
มาปรบั ใชเ้ ปน็ ภมู ปิ ญั ญาเฉพาะตวั  วฒั นธรรมพน้ื บา้ นทมี่ อี ทิ ธพิ ลตอ่ งานปราบปรามสงู คอื คตนิ ยิ มผชู้ ายทเี่ ปน็ ผนู้ าํ
ครอบครัวและผู้นําชุมชนว่าต้องมีความเป็นนักเลง  วัฒนธรรมการเป็นเกลอ  คตินิยมท่ีว่าชายชาตรีต้องมีวิชา
ไสยศาสตร์และวิชาพาตัว  การเอาญาติเอามิตร  ไม่ทรยศหรือเนรคุณต่อผู้มีพระคุณ  และผู้ที่เคยอุปถัมภ์ค�้ำจุน
สิง่ เหลา่ น้ลี ว้ นเป็นอปสรรคต่องานปราบปรามของข้าราชการที่เป็นคนในพ้นื ที่  ยากท่ีจะทะลวงกําแพงความเปน็
ญาตมิ ติ รและความเปน็ นกั เลง  เพอ่ื ปฏบิ ตั กิ ารปราบปรามอยา่ งเทยี่ งธรรม  โดยยกเอาหลกั การและหนา้ ทอ่ี ยเู่ หนอื
ความเปน็ ญาตมิ ติ ร  และรกั ษาความเปน็ นกั เลงทแ่ี ทจ้ รงิ  สามารถใชภ้ มู ปิ ญั ญานาํ สงิ่ เหลา่ นน้ั มาใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์
ในการปราบปรามได้ทุกกรณี  จนนับได้ว่าท่านคือผู้ปฏิวัติวัฒนธรรมการปราบปรามของตํารวจให้เป็นท่ีศรัทธา
ของประชาชน  และเป็นแบบอย่างของตํารวจมอื ปราบท่มี ีคุณภาพและมคี ณุ ธรรม
ภมู ปิ ญั ญาทโี่ ดดเดน่ คอื การปรบั ใชว้ ฒั นธรรม  “การผกู มติ ร  ผกู ญาติ  ผกู เกลอ  และผกู สมั พนั ธก์ บั ชมุ ชน”
โดยเฉพาะกับผู้นําชุมชนและผู้ท่ีคนในชุมชนเคารพนับถือ  เพ่ือการสืบสวนให้ได้ความจริง  เข้าถึงปัญหา  เข้าถึง
ตัวโจรและผู้ท่ีโยงใยอยู่กับผู้ใกล้ชิดพวกโจร  จึงสามารถดําเนินการกับผู้ประพฤติช่ัวได้เหมาะตามโทษานุโทษ
จนประชาชนเกดิ ความศรัทธา และมั่นใจตอ่ ระบบความยตุ ิธรรม และเชอื่ มน่ั ต่อวงการตํารวจ ขณะเดียวกันกใ็ ช้
ภูมิปัญญาปรับใช้ไสยศาสตร์ ใช้กฎเกณฑ์ของอาจารย์และสํานักทางไสยศาสตร์ให้ผู้ที่ยึดมั่นต่อไสยศาสตร์
ใช้ไสยศาสตร์คู่ควบกับคุณธรรม เพ่ือรักษาความขลังของคาถาอาคม และเพ่ือความเป็นสิริมงคล ใช้เป็นอุบาย
เสรมิ ขวญั คนดแี ละขม่ ขวญั คนชวั่  ตลอดจนใชเ้ ปน็ เครอื่ งในการสรา้ งมนษุ ยสมั พนั ธแ์ ละกอ่ ใหเ้ กดิ ประโยชนต์ อ่ การ
สบื สวนสอบสวนและการปราบปราม  ใชจ้ รรยานกั เลงและความมนี ำ้� ใจเปน็ นกั เลงทแ่ี ทจ้ รงิ ชนะใจนกั เลง  และกาํ ราบ
ผู้ทไ่ี มม่ จี รรยานกั เลง
กล่าวโดยสรุป พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช อุทิศตนปฏิบัติหน้าท่ีตํารวจเป็นแบบอย่างของผู้พิทักษ์
สันติราษฎร์ท่ีพึงปรารถนา เป็นผู้มีส่วนทําให้สถาบันตํารวจเป็นท่ีศรัทธาของประชาชน ส่งผลกระทบต่อชุมชน
ตอ่ วงการตํารวจและตอ่ กลุ่มโจรให้รถู้ กู ร้คู วร  ผลงานของทา่ นจึงอยู่ในความทรงจ�ำของชาวนครสืบมา

392

ฮัจยียะโกบ สมุ าลี

ฮจั ยยี ะโกบ  สมุ าลี  มชี อ่ื เตม็ วา่  ยะโกบบนิ อสิ มาแอล  บนิ  อบั ดรุ าตะหมิ าน  เกดิ วนั ศกุ ร์  เดอื นมนี าคม
พ.ศ. ๒๔๓๕  ที่บา้ นใหม่  สแ่ี ยกตลาดแขก  ตำ� บลคลัง  อำ� เภอเมอื ง จังหวัดนครศรีธรรมราช
การศกึ ษา  เร่มิ เรียนคัมภีรอ์ ัลกุรอ่าน  ต้งั แต่อายุ  ๗  ขวบ  เมอื่ อายุได้  ๑๐  ปี  ปูข่ องท่านไดส้ ง่ ไป
เรียนต่อท่ีปอเนาะฮัจยีอิบรอฮิม  ปีแนกอแล  จังหวัดปัตตานี  เรียนอยู่นาน  ๑๔  ปี  จนมีความรู้พอท่ีจะ
เป็นครูสอนศิษย์รุ่นน้องในสถานศึกษาแห่งน้ันได้  จนกระท่ังเป็นที่ไว้วางใจของครูอาจารย์ท้ังหลาย  และ
เสนอให้ทา่ นไปศึกษาตอ่  ณ ปอเนาะ  โตะ๊ กนาลี  รฐั กลนั ตัน  ประเทศมาเลเซยี
ฮจั ยยี ะโกบ  สมุ าลี  มคี วามรคู้ วามสามารถในดา้ นการสอนการบรรยาย  และการตอบปญั หาธรรม
อย่างหาตัวจับยาก  เคยเป็นครูสอน  ณ มัสยิดกลาง เมืองโกตาบารู ซึ่งมัสยิดแห่งน้ีเป็นท่ีรวบรวมบรรดา
นกั ปราชญแ์ ทบทว่ั สารทศิ  อาจารยฮ์ จั ยยี ะโกบ  ไดร้ บั การแตง่ ตงั้ ใหเ้ ปน็ สมาชกิ สภาอลู ามะอขุ องรฐั กลนั ตนั
เมอื่ ทา่ นเดนิ ทางกลบั มานครศรธี รรมราชทา่ นกไ็ ดเ้ รมิ่ ทำ� หนา้ ทส่ี อนในโรงเรยี นตา่ ง ๆ จนไดช้ อ่ื วา่  “โตะ๊ ครู 
เมืองนคร”  ตลอดช่วงบ้ันปลายชีวิต  และได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการอิสลามประจ�ำจังหวัด
นครศรีธรรมราชอกี ด้วย
อาจารยฮ์ ัจยียะโกบ  สมุ าลี  ถงึ แกก่ รรมเม่อื วนั ที่  ๒๐  มถิ ุนายน  ๒๕๑๔  สิริอายรุ วม  ๗๙  ปี

393

นายเห้ง  โสภาพงศ์

นายเหง้  โสภาพงศ์ เกดิ เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๕๕ ทบ่ี า้ นหนา้ วดั หนา้ พระบรมธาตุ อาํ เภอเมอื งนครศรธี รรมราช
จงั หวดั นครศรธี รรมราช  เปน็ บุตรของนายชี  และนางฉัย  โสภาพงศ์  เม่ืออายุ  ๘  ปี ได้เขา้ เรียนชนั้ ประถม
ทโี่ รงเรยี นพระเสอ้ื เมอื ง (โรงเรยี นวดั พระมหาธาตใุ นปจั จบุ นั ) จบชน้ั ประถมปที ่ี ๓ เมอ่ื พ.ศ. ๒๔๖๖ แลว้ ไป
เรียนต่อที่โรงเรียนช่างถม วัดวังตะวันออก (ปัจจุบันคือวิทยาลัยศิลปหัตถกรรมนครศรีธรรมราช)  จนจบ
หลักสูตรช่างถมเม่ือ พ.ศ. ๒๔๗๑ ได้ปฏิบัติงานอยู่ท่ีโรงเรียนน้ีถึง ๓ ปี แล้วจึงออกไปทํางานเป็นช่างถม
อย่างเต็มตวั เม่อื อายุ ๒๒ ปี โดยประจาํ อยู่ทีร่ า้ นสพุ จน์ (เปน็ โรงงานและร้านทผ่ี ลติ และจาํ หน่ายเครือ่ งถม
ท่ีมีชื่อเสียงของจังหวัด) ณ ท่ีนี้นายเห้งได้รับการฝึกทําเครื่องถมเป็นพิเศษจากนายรุ่ง  สินธุรงค์ ช่างถม
ฝีมอื เยีย่ มยคุ นน้ั จนทําใหน้ ายเหง้ มฝี ีมือเขา้ ข้นั เปน็ ชา่ งถมฝมี ือดี
ผลงานทน่ี ายเหง้ โสภาพงศภ์ าคภมู ใิ จกค็ อื ชดุ นำ�้ ชาถมทอง ซง่ึ ไดร้ ว่ มกบั ชา่ งถมชาวนครหลายคน
ประดษิ ฐข์ นึ้ เมอื่ พ.ศ. ๒๕๐๒ ชดุ นำ้� ชาถมทองชดุ น้ี พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ไดท้ รงนาํ ไปพระราชทาน
แด่ประธานาธิบดีไอเซนฮาวด์  แห่งสหรัฐอเมริกา ในคราวเสด็จประพาสสหรัฐอเมริกาและยุโรปคร้ังแรก
เมอื่  พ.ศ. ๒๕๐๓ ชว่ ง ๕๐ ปขี องการเปน็ ชา่ งถม นายเหง้ ไดท้ าํ เครอ่ื งถมเพอื่ จําหนา่ ยบ้าง  ทําตามทล่ี กู คา้
สง่ั บา้ ง  รวมหลายรอ้ ยชนิ้  ในจาํ นวนนเี้ คยสง่ เขา้ รว่ มประกวดในงานศลิ ปหตั ถกรรม  ทก่ี รมสง่ เสรมิ อตุ สาหกรรม
จดั ขึ้นเม่อื พ.ศ. ๒๕๑๔ โดยไดร้ บั รางวัลท่ี ๓
นายเห้ง โสภาพงศ์ เป็นผู้ท่ีได้รับการยกย่องว่าเป็นช่างถมฝีมือเย่ียมของจังหวัดนครศรีธรรมราช
ไดส้ รา้ งสรรค์ “เครอ่ื งถมนคร” หรอื “ถมนคร”  ซง่ึ เปน็ ศลิ หตั ถกรรมชนั้ สงู  และเปน็ สญั ลกั ษณข์ องเมอื ง
ทบี่ รรพบรุ ษุ ชาวนครศรธี รรมราชไดส้ งั่ สมมาดว้ ยความความหวงแหน ไดส้ รา้ งผลงานดว้ ยความประณตี และ
พัฒนาอยู่เสมอ พร้อมที่จะเผยแพร่และถ่ายทอดวิชาความรู้ เหตุนี้ส�ำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรม
แหง่ ชาตไิ ดป้ ระกาศยกยอ่ งเปน็  “ศลิ ปนิ แหง่ ชาต”ิ  สาขาทศั นศลิ ป์  (เครอ่ื งถม)  เมอื่ พ.ศ. ๒๕๒๔  ถงึ แกก่ รรม
เม่อื วันท่ี  ๒๓  มิถนุ ายน  พ.ศ. ๒๕๕๒  สริ ริ วมอายุได้  ๙๗  ปี

394

นายน้อม  อุปรมัย

นายน้อม  อุปรมัย หรือท่ีเรียกกันว่า “ครูน้อม” เกิดเม่ือวันอังคารที่ ๒๗ พฤศจิกายน
พ.ศ. ๒๔๕๔  ท่ตี ำ� บลปากพูน  อำ� เภอเมอื ง  จงั หวัดนครศรีธรรมราช  เป็นบุตรของนายกล่ิน  และนางกมิ ยี
อุปรมยั  มีพน่ี อ้ งด้วยกนั  ๕  คน  ศึกษาเบอ้ื งต้นท่โี รงเรยี นวดั ทา่ มอญ  (วัดศรีทวี)  มัธยมศกึ ษาทโ่ี รงเรยี น
เบญจมราชูทิศ  ปรญิ ญาตรที ีม่ หาวิทยาลัยธรรมศาสตรแ์ ละการเมือง  ได้รบั ประกาศนยี บัตรภาษาอังกฤษ
ชน้ั สงู จากมหาวทิ ยาลยั วอชงิ ตนั  ไดร้ บั เกยี รตบิ ตั รสมาชกิ สมาคมภมู ศิ าสตรน์ านาชาติ  ไดร้ บั ราชการเปน็ ครู
โรงเรียนเบญจมราชูทิศ เป็นปลัดอ�ำเภอ เป็นเจ้าหน้าท่ีประชาสัมพันธ์งานของสหประชาชาติในภาคพื้น
เอเชยี และตะวนั ออกไกล  ใน พ.ศ. ๒๔๘๙ - ๒๔๙๙  เปน็ สมาชกิ สภาเทศบาลเมอื งนครศรธี รรมราช  และเปน็
เทศมนตรีเมืองนครศรีธรรมราชหลายสมัย ส่วนในระดับประเทศได้ลงสมัครรับเลือกต้ังเป็นสมาชิกสภา
ผ้แู ทนราษฎรจงั หวัดนครศรธี รรมราช ๔  สมัย  ในช่วง พ.ศ. ๒๔๙๕ - ๒๕๑๔  เปน็ รองประธานสภาผู้แทน
ราษฎร  ๓  สมยั  เปน็ รฐั มนตรชี ว่ ยวา่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ ารในสมยั ม.ล.ปน่ิ  มาลากลุ  เปน็ รฐั มนตรวี า่ การ
๑  สมยั  เปน็ กำ� ลงั สำ� คญั ในการกอ่ ตงั้  “โรงเรยี นฝกึ หดั ครนู ครศรธี รรมราช”  อนั เปน็ ตน้ เคา้ ของมหาวทิ ยาลยั
ราชภฏั นครศรีธรรมราชในเวลาตอ่ มา
ก่อนจะโลดเล่นบนเสน้ ทางการเมอื ง  นายนอ้ ม  อุปรมัย  เคยเป็นครโู รงเรียนเบญจมราชูทศิ  เม่ือ
พ.ศ. ๒๔๗๗ - ๒๔๘๔  ชาวบา้ นจึงรจู้ ักในนาม  “ครูน้อม”  อกี ชื่อหนึง่  จากน้นั ในช่วง พ.ศ. ๒๔๘๔ - ๒๔๘๘
จงึ โอนไปรบั ราชการในตำ� แหนง่ ปลดั อำ� เภอทอ่ี ำ� เภอตา่ ง ๆ เชน่  อำ� เภอเมอื งสมทุ รปราการ  อำ� เภอเมอื งปะลศิ
(ปจั จบุ นั ขนึ้ กบั ประเทศมาเลเซยี )  อ�ำเภอบ้านโป่ง  จงั หวัดสระบุรี  และปลดั กิง่ อ�ำเภอลานสกา
ในงานรว่ มปอ้ งกนั ประเทศ  ระหวา่ งสงครามมหาเอเชยี บรู พา  (สงครามญป่ี นุ่ ขน้ึ ทา่ แพ  พ.ศ. ๒๔๘๔ - 
๒๔๘๘)  นายนอ้ ม  อปุ รมยั  ไดร้ บั คำ� สง่ั จาก  พล.ต.หลวงเสนาณรงค์  ผบ.กองพล ท่ี ๖ คา่ ยวชริ าวธุ  ใหเ้ ขา้ รว่ ม
คณะฝา่ ยไทยในการเจรจาหยดุ ยงิ กบั กองทพั ญปี่ นุ่ ทย่ี กพลขน้ึ บกุ เมอื งนครศรธี รรมราช  ขณะทเี่ ปน็ ครโู รงเรยี น
ประจ�ำจังหวัดนครศรีธรรมราช  “เบญจมราชูทิศ”  รุ่งปีก็ได้เป็นผู้ร่วมคณะฝ่ายไทยไปรับมอบดินแดน ๔
รฐั มาลยั จากรฐั บาลญป่ี นุ่ ขณะทรี่ บั ราชการเปน็ ปลดั อาํ เภอเมอื ง จงั หวดั สมทุ รปราการ ตอ่ มาใน พ.ศ. ๒๔๘๗
ไดเ้ ปน็ พนกั งานประสานงานฝา่ ยพนั ธมติ ร ในยา่ นอาํ เภอบา้ นโปง่ นครปฐม และกาญจนบรุ ี จนกระทงั่ ญป่ี นุ่

395

แพ้สงคราม และได้ปฏิบัติหน้าท่ีประสานงานกับกองทหารฝ่ายสัมพันธมิตร คือ อังกฤษและอเมริกา
จนกระทงั่ กระทรวงกลาโหมมคี ำ� สง่ั แตง่ ตง้ั เปน็  “ทหารผา่ นศกึ ชน้ั  ๒”  จากการไดป้ ฏบิ ตั งิ านราชการพเิ ศษ
ดงั กล่าวข้างต้น
ในงานวิชาการ นายน้อม  อุปรมัย มีงานเรียบเรียงด้านประวัติศาสตร์เมืองนครศรีธรรมราช
จ�ำนวนมาก  ดังเช่น  
๑. ประวตั เิ มืองนครศรีธรรมราชและลาํ ดับผคู้ รองเมืองนครศรีธรรมราช
๒. งานเดือนสบิ  ๒๕๐๖  เรื่อง  “รอยบาทเหยียบแนน่ ไว้”
๓. ทร่ี ะลกึ เปดิ อาคารศาลจงั หวดั และศาลแขวงนครศรีธรรมราช  ๒๕๐๙
เรอื่ ง  “เคา้ เรื่องเมอื งนครศรธี รรมราช”
๔. งานชุมนุมมุสลิม  ๒  ธนั วาคม  ๒๕๑๐  เรือ่ ง  “มัสยดิ ซอลาฮดุ ดิน”
๕. งานนครศรีกวีศลิ ป์  เรอื่ ง  “เยี่ยมแดนประหาร - วัดโคกพระยา”
๖. งานชาวล่มุ น้�ำปากพนังสังสรรค์  เร่อื ง  “อ่าวไทยและไหลท่ วปี ”
๗. วารสาร  “สารนครศรธี รรมราช”  ตลุ าคม  ๒๕๑๕  เรอ่ื ง  “พระพนมวังนางเสดียงทอง”
๘. อนุสรณค์ รบรอบ  ๒  ปี  วิทยาลัยสงฆ์ภาคทกั ษณิ  ๓๐  พฤษภาคม  ๒๕๑๕
เรอื่ ง  “วัดประด ู่ - วัดแจ้ง”
๙. อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลงิ ศพพระครูอตั ตปาโมชช์  ๑๒  พฤษภาคม  ๒๕๑๖
เรือ่ ง  “วดั เสมาเมอื ง”
๑๐. งานนกั กีฬาไทยไปแข่งขันทส่ี งิ คโปร์  เร่อื ง  “เราลุกจากเมืองศรธี รรมราชมา”
๑๑. อนุสรณ์พิธีมอบประกาศนียบัตรหนว่ ยศกึ ษาพทุ ธศาสนาวันอาทิตย์  
๖ - ๗  กมุ ภาพันธ์  ๒๕๑๗  เร่ือง “ความลกึ ลับของเจดยี ์หินในวัดพระมหาธาต”ุ
๑๒. วารสาร  “วชิ ชา”  ฉบบั ชีวติ ไทยปักษ์ใต้ เร่อื ง “การขับไลพ่ ม่าออกจากเมืองนครฯ”
๑๓. ประวตั คิ วามเปน็ มาของวัดทา่ โพธิว์ รวิหาร  และวดั วงั ตะวนั ตก
๑๔. “ป้อมคา่ ยส่มี ุมเมอื งนครศรธี รรมราช”
๑๕. รายงานการสมั มนาประวตั ศิ าสตรน์ ครศรธี รรมราช  ครง้ั ท่ี  ๑  ณ วทิ ยาลยั ครนู ครศรธี รรมราช
เร่ือง  “นครศรีธรรมราชสมัยอยธุ ยา”
ผลงานช้ินส�ำคัญซ่ึงภูมิใจที่สุดคือการศึกษาประวัติ  “กรุงชิง”  ซ่ึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
รชั กาลที่  ๙  ไดท้ รงมพี ระดำ� รสั ใหค้ รนู อ้ ม  อปุ รมยั ทำ� การศกึ ษาคน้ ควา้ ขน้ึ เพอื่ ทลู เกลา้ ถวายเมอ่ื พ.ศ. ๒๕๒๐
นับเปน็ เกยี รติประวัตสิ ูงสุด  ความรทู้ างด้านภมู ศิ าสตรท์ า่ นยงั ได้เคยน�ำเสนอให้รฐั บาลในยุคนนั้  ขดุ คลอง
เชอ่ื มแมน่ ำ�้ ตาปกี บั แมน่ ำ�้ ตรงั  เปน็ การเชอื่ มอา่ วไทยกบั ทะเลอนั ดามนั  โดยไมต่ อ้ งเดนิ ทางออ้ มแหลมมลายู
โดยต้ังช่ือบทความน้ีว่า “ทางน้�ำสายใน” เคยน�ำเสนอให้รัฐบาลส�ำรวจเกาะใต้ทะเล เพ่ือความปลอดภัย
ของชาติทางด้านอ่าวไทย  โดยการเขียนบทความเรื่อง  “อ่าวไทยและไหล่ทวีป”  จนสมาคมภูมิศาสตร์
นานาชาติ  ไดม้ อบเกยี รติบตั รสมาชกิ สมาคมภมู ศิ าสตร์นานาชาติให้
ครนู อ้ ม  อปุ รมยั  ไดถ้ งึ แกอ่ นจิ กรรมเมอื่ วนั ท่ี  ๑๗  พฤษภาคม  พ.ศ.๒๕๒๖  ทจ่ี งั หวดั นครศรธี รรมราช
อนั เปน็ บา้ นเกิดของทา่ น  สิริรวมอายไุ ด้  ๗๒  ปี

396

นายแพทย์จ�ำรัส มิตรกลู

นายแพทย์จำ� รัส มิตรกูล  เปน็ บตุ รคนที่  ๒ ในจ�ำนวน ๗  คน  ของนายแจง้  - นางละเอียด  มิตรกลู
 เกดิ เมอื่ วนั ที่  ๑๐  มนี าคม  พ.ศ. ๒๔๕๘  ทบ่ี า้ นบอ่ อา่ ง  ใกลเ้ จดยี ย์ กั ษ์  ตำ� บลคลงั  อำ� เภอเมอื งนครศรธี รรมราช
บิดาเป็นผู้ช่วยแพทย์โรงพยาบาลศรีธรรมราชพยาบาลที่ระลึกของคณะมิชชันนารีอเมริกันเพรสไบทีเรียน
(American Presbiterian)  ซึ่งมนี ายแพทยส์ วอทเป็นผอู้ ำ� นวยการ
นายแพทยจ์ ำ� รสั  มติ รกลู  เขา้ เรยี นทโี่ รงเรียนอเมรกิ นั สกูลฟอรบ์ อยส์  (American School for
Boys) ซง่ึ ขณะนนั้ มี มสิ คเู ปอร์ เปน็ อาจารยใ์ หญ่ จนจบชน้ั มธั ยมปที ี่ ๓ ตอ่ จากนนั้ จงึ ไปศกึ ษาตอ่ ทโี่ รงเรยี น
กรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยจนจบช้ันมัธยมปีที่  ๖  และไปเรียนต่อท่ีโรงเรียนเทพศิรินทร์  จนจบชั้นมัธยม
ปที ่ี  ๘  เมือ่  พ.ศ. ๒๔๖๕  
พ.ศ. ๒๔๖๘  สอบเข้าเรียนแพทย์ได้  ต้องเรียนเตรียมท่ีหอวังเป็นเวลา ๒  ปี  และ พ.ศ. ๒๔๖๙
ได้ขา้ มฟากไปเรยี นท่ีโรงพยาบาลศริ ิราช
พ.ศ. ๒๔๗๐ และ พ.ศ. ๒๔๗๑ ได้รับเลือกเป็นนักเรียนช่วยสอนทางแผนกสรีรวิทยา เนื่องจาก
สอบได้คะแนนในช้ันปีท่ี ๑ ดีเยี่ยม ได้รับเงินเดือน ๆ ละ ๙๐ บาท และจบแพทย์ศาสตรบัณฑิต เมื่อ
พ.ศ. ๒๔๗๔ เป็นรุ่นที่  ๒  ของประเทศ  และใน  พ.ศ. ๒๔๗๔  ได้เป็นแพทย์ประจ�ำบ้านแผนกศัลยกรรม
ทโี่ รงพยาบาลศริ ริ าช  จังหวดั ธนบุรี
พ.ศ. ๒๔๗๕ ได้รับทุนจากมูลนิธิร็อกเฟลเลอร์ ไปศึกษาวิชาสรีรวิทยาท่ีมหาวิทยาลัยชิคาโก
รัฐอิลลินอยส์ ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา ๓ ปีเศษ และกลับมาเป็นอาจารย์ที่โรงพยาบาลศิริราช
ตามเดมิ เปน็ อาจารยอ์ ยไู่ ดเ้ พยี งปเี ดยี วกล็ าออก  เพอ่ื มาเปน็ แพทยท์ โ่ี รงพยาบาลศรธี รรมราชพยาบาลทร่ี ะลกึ
เมอ่ื  พ.ศ. ๒๔๘๒  ร่วมกับนายแพทยส์ มพร  มิตรกลู น้องชายซง่ึ รับงานของโรงพยาบาลต่อจากจากคณะ
อเมรกิ นั เพรสไบทเี รยี นผกู้ อ่ ตง้ั  ซงึ่ จะตอ้ งปดิ ตวั ลงเพราะหมอแมคคาเนียลป่วยเปน็ อัมพาตอย่างกะทันหนั
จนทำ� ใหโ้ รงพยาบาลเกดิ ปญั หาทางการบรกิ ารและแหลง่ ทนุ  นายแพทยจ์ ำ� รสั  มติ รกลู  จงึ ตดั สนิ ใจลาออก
จากต�ำแหน่งอาจารย์มหาวทิ ยาลัย  มารับงานท่ีโรงพยาบาลศรธี รรมราชพยาบาลที่ระลึก

397

นายแพทยจ์ ำ� รสั  มติ รกลู ไดท้ มุ่ เทพฒั นาโรงพยาบาลศรธี รรมราชพยาบาลทร่ี ะลกึ ใหเ้ ปน็ โรงพยาบาล
ทที่ นั สมยั  เปน็ ทเี่ ชอ่ื ถอื ของประชาชนทว่ั ไปโดยนำ� เอาพน้ื ฐานการรกั ษาทโ่ี รงพยาบาลศริ ริ าชมาใช้  การตรวจ
และรักษาจึงเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้อง  ผลงานเป็นที่เช่ือถือของประชาชนทั่วจังหวัด  และ
มกั จะเรยี กชอื่ โรงพยาบาลน้ีอีกชือ่ วา่ วา่  “โรงพยาบาลหมอจำ� รสั ”
ตอ่ มาสภาครสิ ตจกั รแหง่ ประเทศไทยไดส้ รา้ งโรงพยาบาลขนาดใหญข่ น้ึ ในกรงุ เทพฯ ชอื่ “โรงพยาบาล
กรุงเทพฯคริสเตียน” นายแพทย์จ�ำรัส  มิตรกูล เห็นว่าโรงพยาบาลศรีธรรมราชพยาบาลท่ีระลึก ซ่ึงอยู่
ในเครอื คริสตจกั รเหมือนกนั  จงึ เปลีย่ นเป็น  “โรงพยาบาลนครคริสเตียน”  ตอ่ มาในปี  พ.ศ. ๒๕๒๐  สภา
ครสิ ตจกั รแหง่ ประเทศไทยไดค้ นื สถานทตี่ ง้ั โรงพยาบาลใหเ้ ปน็ ศาสนสมบตั ใิ หแ้ กค่ ณะสงฆ์  นายแพทยจ์ ำ� รสั
มิตรกูลจึงต้องย้ายโรงพยาบาลนครคริสเตียน  ซึ่งต้ังมาแต่ พ.ศ.๒๔๔๙ ไปอยู่ในท่ีดินซ่ึงบิดาจัดหาไว้ให้
บรเิ วณบา้ นบอ่ อา่ ง  นายแพทยจ์ ำ� รสั มติ รกลู จงึ จดั ซอ้ื ทด่ี นิ ขยายออกไปจนทำ� ใหพ้ น้ื ทกี่ วา้ งขวางมนั่ คงจนถงึ
ปจั จบุ นั
นายแพทยจ์ ำ� รสั  มติ รกลู  ไดล้ ม้ ปว่ ยหนกั เมอื่ เดอื นมถิ นุ ายน  พ.ศ. ๒๕๒๕ และถงึ แกก่ รรมเมอ่ื วนั ที่
๒๖ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๒๕ สริ ริ วมอายุ ๗๗ ปี ศพของนายแพทยจ์ ำ� รสั มติ รกลู ฝงั ไวเ้ คยี งคกู่ บั นางทองใบ
มิตรกูล ภรรยา ณ สุสานคริสเตียน ต�ำบลคลัง อ�ำเภอเมืองนครศรีธรรมราชเม่ือวันเสาร์ที่ ๔ ธันวาคม
พ.ศ. ๒๕๒๕  


398

นายอ่�ำ  ศรสี ัมพทุ ธ

นายอำ�่  ศรสี มั พทุ ธ  เกดิ เมอ่ื วนั ท่ี  ๑  กรกฎาคม  พ.ศ. ๒๔๕๘  ทบ่ี า้ นหนา้ รายณ์  (หนา้ หอพระนารายณ)์
ในซอยอมุ า  ตำ� บลในเมอื ง  อำ� เภอเมอื งนครศรธี รรมราช  เปน็ บตุ รคนสดุ ทอ้ งของนายแสง - นางมกุ  มพี น่ี อ้ ง
๔  คน
เมื่ออายุ  ๗  ขวบ  ไดเ้ รม่ิ เรยี นหนงั สือทโี่ รงเรยี นวัดมเหยงคณ์ อ�ำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เมอ่ื
พ.ศ. ๒๔๖๕  ครบสามปี  จึงจบช้นั ประถมปที ี่  ๓  พ.ศ. ๒๔๖๘  เขา้ เรียนต่อท่ีโรงเรียนช่างถม  (ปัจจุบันคอื
วทิ ยาลยั ศลิ ปหตั ถกรรมนครศรธี รรมราช)  ๑  ปี  ครนั้ พ.ศ. ๒๔๘๑  ไดอ้ ปุ สมบท  ณ วดั มมุ ปอ้ ม ตำ� บลในเมอื ง
อ�ำเภอเมืองนครศรีธรรมราช โดยพระครูพิพิธ (เรือง อินทาโพธ์ิ) วัดจันทาราม เป็นพระอุปัชฌาจารย์
ครองเพศบรรพชติ อยหู่ นงึ่ พรรษากล็ าสกิ ขาบท  ไดแ้ ตง่ งานกบั นางศรพี ฒั นเ์ มอื่ พ.ศ. ๒๔๙๗  มบี ตุ รดว้ ยกนั
๒  คน
นายอำ่�  ศรสี มั พทุ ธเปน็ ชา่ งฝมี อื ดา้ นศลิ ปหตั ถกรรม  ซงึ่ ไดร้ บั จากนายแสงผเู้ ปน็ บดิ า  ศกึ ษาโดยการ
ปฏิบัติจริงจากช้ินงานท่ีบิดาเป็นผู้ถ่ายทอดให้ เพราะมักจะติดตามบิดาไปช่วยงานด้านช่างเป็นประจ�ำ
ครนั้ บดิ าเสยี ชวี ติ กอ็ าศยั คน้ ควา้ จากตำ� ราประกอบบา้ ง  ผลงานทภี่ มู ใิ จคอื การแกะสลกั รากไมแ้ กว้  นายอำ�่
ได้น�ำรากไม้แก้วมาแกะสลักเป็นรูปภูเขา ชื่อ “สันติคีรี” ซึ่งเป็นภูเขาแห่งความสงบ มีสัตว์ต่าง ๆ ร่วม
๑๐๐ ตัวอาศัยอยู่ มีเร่ืองเล่าว่าฤๅษีตนหน่ึงอยู่บนภูเขาลูกน้ี  น่ังแผ่เมตตาให้ทุกชีวิตรักใคร่เมตตาต่อกัน
จนเป็นผลส�ำเร็จ ผลงานช้ินน้ีนายอ่�ำได้ใช้ความพยายามท�ำถึงสามปี ต้ังแต่ พ.ศ. ๒๕๐๔ ส�ำเร็จเม่ือ
พ.ศ. ๒๕๐๗  เป็นผลงานท่ีมีความประณีตบรรจงและสวยงามมาก เคยส่งเข้าประกวดในงานเทศกาล
เดอื นสบิ ของจงั หวดั นครศรธี รรมราช  ประจำ� ปี  ๒๕๐๗  ปรากฏวา่ ไดร้ บั รางวลั ท่ี  ๑  ประเภทงานแกะสลกั
ของประชาชน  (ปัจจุบันได้มอบใหพ้ พิ ิธภณั ฑสถานแหง่ ชาติ  นครศรีธรรมราช)
งานเดน่ ชน้ิ ตอ่ มาคอื กระตา่ ยขดู มะพรา้ ว  (เหลก็ ขดู )  ไดใ้ ชไ้ มข้ นนุ แกะสลกั รปู เดก็ ชายนอนหมอบ
(โก้งโคง้ )  ขนาดเท่าตัวเด็กจรงิ  ๆ ผลงานชน้ิ นีท้ ำ� เมื่อ  พ.ศ. ๒๕๑๐  เคยสง่ เขา้ ประกวดในงานแสดงสินคา้

399

และวฒั นธรรมภาคใต้  ซึง่ จัดขึน้  ณ แหลมสมหิ ลาเมื่อวนั ที่  ๗ - ๑๑  พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๕๒๐ ปรากฏวา่
ไดร้ บั รางวลั ที่  ๑  ปจั จบุ ันได้จำ� ลองไปไวท้ สี่ ถาบนั ทักษิณคดศี กึ ษา  มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒสงขลา
 (มหาวทิ ยาลยั ทกั ษิณ - ปัจจบุ นั )
งานแกะสลกั อน่ื  ๆ นายอำ่� ไดส้ รา้ งงานแกะสลกั เปน็ จำ� นวนมาก  ลว้ นแตเ่ ปน็ ผลงานทมี่ คี วามประณตี
และสวยงามเป็นเยี่ยมไม่แพ้ที่กล่าวมาแล้วทั้งสองชิ้นน้ันเลย ผลงานอ่ืน ๆ ท่ีทรงไว้ซ่ึงฝีมือช้ันครูก็คือ
งานแกะสลักบานประตูและหน้าต่างวิหารวัดวังตะวันตก ต�ำบลคลัง อ�ำเภอเมืองนครศรีธรรมราช
ตัวหมากรุกและกระดานหมากรุก  ได้ท�ำไว้หลายแบบและหลายขนาด  อย่างกระดานหมากรุกรูปวงกลม
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  ๑๑๐  เซนติเมตร  งานแกะสลักไม้เท้า  มีไม้เท้าหลายแบบหลายขนาด  ล้วนแต่
สวยงามทั้งส้ิน  ไม้เท้าหลายอันท่ีแกะสลักหัวเป็นรูปต่าง ๆ เช่น  รูปงู  รูปช้าง  และรูปผู้หญิง  เป็นต้น
อกี หลายอนั ทำ� เป็นรปู แบบแปลก ๆ เช่น  รปู งพู ันกนั ตลอดทงั้ อนั  นอกจากนยี้ งั มงี านแกะสลักไมอ้ ื่น ๆ อกี
เชน่  แกะสลกั รปู สงิ โตเตม็ โตดว้ ยไมข้ นนุ แกะสลกั ไมเ้ ปน็ รปู หวั ววั เทา่ ของจรงิ  แกะสลกั ไมเ้ ปน็ รปู หวั กวาง
เทา่ ของจริง  แกะสลกั ไม้เปน็ รปู กวางยืน  แกะสลกั ไมเ้ ปน็ รปู คน  เปน็ ตน้

400

นายดเิ รก  พรตตะเสน

นายดเิ รก  พรตตะเสน  เกดิ เมอ่ื วนั ที่ ๗ เมษายน ๒๔๖๓ ทต่ี ำ� บลทา่ วงั อำ� เภอเมอื งนครศรธี รรมราช
เปน็ บตุ รคนโตในจำ� นวนสามคนของนายขำ�  - นางกา้ น ไดเ้ ขา้ เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาทโี่ รงเรยี นประจำ� ตำ� บล
พระเส้อื เมือง  (โรงเรยี นวัดพระมหาธาตุปจั จบุ ัน)  และเรียนช้ันมัธยมทโ่ี รงเรียนเบญจมราชทู ศิ ท่ีวดั ท่าโพธ์ิ
จบช้ันมัธยมปีที่  ๖  แล้วสอบเข้าบรรจุรับราชการเป็นเสมียนชั้นจัตวาท่ีแผนกเสมียนตราจังหวัด
นครศรธี รรมราช ครนั้ พ.ศ. ๒๔๘๔  ไดร้ บั เกณฑท์ หารและตำ� รวจสนามในชว่ งทญี่ ป่ี นุ่ ยกพลขนึ้ บกทท่ี า่ แพ
ไดท้ ำ� หนา้ ทตี่ รงึ แนวรบดว้ ย หลงั จากสงบศกึ กไ็ ปรบั ราชการตำ� รวจทอ่ี ำ� เภอปากพนงั ทำ� หนา้ ทปี่ ราบปราม
อันธพาลโจรผ้รู ้ายอยา่ งเข้มแข็ง  จนไดร้ ับการเลื่อนขัน้ อย่างรวดเร็วเปน็ สบิ ต�ำรวจโท  แต่รงุ่ ปีได้ถูกยา้ ยไป
ประจ�ำที่ สภ.พนม  (จังหวัดสุราษฎร์ธานี)  รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงลาออกจากราชการต�ำรวจ
และไปไดง้ านใหมเ่ ปน็ ผจู้ ดั การเหมอื งแรท่ อี่ ำ� เภอสชิ ล  ทำ� อยรู่ ะยะหนง่ึ สอบเขา้ รบั ราชการเปน็ ลกู จา้ งประจำ�
ฝ่ายพัสดุของแขวงการทางนครศรีธรรมราช  สังกัดกรมทางหลวง  และอยู่ในหน่วยงาน้ีจนกระทั่งเกษียณ
อายุใน พ.ศ. ๒๕๒๒
ดเิ รก  พรตตะเสน  มีผลงานงานเขียนทง้ั เรอ่ื งส้ัน  และสารคดีมาก  ลงพิมพ์ในวารสารต่าง ๆ เช่น
ประมวญมาร์ค เดลิเมล์วันจันทร์ ประชาชาติวันอาทิตย์ หนังสือพิมพ์เสียงราษฎร์ หนังสือพิมพ์เมืองใต้
มนี ามปากกา  “อดเิ รก”  “คนเมอื งคอน”  “นายพมึ ทำ� ”  “พ.ลำ� เนา”  ผลงานทโี่ ดง่ ดงั มชี อ่ื เสยี งเปน็ ทร่ี จู้ กั ดี
ของคนนคร  คอื  เรอื่ งทอ้ งถน่ิ ทท่ี า่ นมปี ระสบการณโ์ ดยตรง  เรอื่ งประวตั ศิ าสตรท์ อ้ งถนิ่  และยงั สนใจคน้ ควา้
นำ� ตำ� นานเกา่  ๆ มาเขยี นเลา่ เรอ่ื งไดอ้ ยา่ งนา่ สนใจ  เรอ่ื งทโ่ี ดง่ ดงั ทส่ี ดุ ประเภทเรอื่ งยาว  คอื  “พลายจำ� เรญิ ”
 ซึ่งเขียนติดต่อกันนับปี  โดยพิมพ์ในวารสาร  “สารนครศรีธรรมราช”  นอกจากน้ียังตีพิมพ์ในวารสาร
วฒั นธรรมไทย  วารสารทางหลวง  และวารสารตา่ ง ๆ ของมหาวิทยาลัยหลายแหง่ ในภาคใต้  นอกจากเปน็
นักเขียนแล้วท่านยังเป็นวิทยากรบรรยายและสัมมนาต่างๆ ในภาคใต้  เป็นท่ีปรึกษาและคณะท�ำงาน
ในกิจกรรมของจังหวัดและของศูนย์วัฒนธรรมภาคใต้  วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราชในเร่ืองประเพณี
วัฒนธรรมตลอดชวี ติ
นายดิเรก  พรตเสน  ถึงแก่กรรมเมอ่ื วนั ที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ สิริรวมอายุได้  ๗๒  ปี

401

นายอังคาร  กลั ยาณพงศ์

อังคาร  กัลยาณพงศ์  เกิดเมือ่ วนั ที่  ๑๒  กมุ ภาพนั ธ์  พ.ศ. ๒๔๖๙ บา้ นหลังวดั จนั ทาราม  ตำ� บล
ทา่ วงั  อำ� เภอเมอื งนครศรธี รรมราช  บดิ าเปน็ ชา่ งทอง  เดมิ ชอ่ื สมประสงคแ์ ลว้ ยา่ ขอใหเ้ ปลย่ี นเปน็ ชอื่ บญุ สง่
เร่มิ เรยี นช้นั ประถมปีท่ี  ๑ - ๓  ทโ่ี รงเรียนวดั จันทาราม แต่ไปเรียนจบช้ันประถมปที ่ี  ๔ ท่โี รงเรยี นวดั ใหญ่
เข้าเรียนชั้นมัธยมปีที่ ๑ ที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๐ เข้าเรียนโรงเรียนเพาะช่าง เมื่อ
พ.ศ. ๒๔๘๔ และเรียนคณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่เมื่อเรียนได้สองปีก็ต้องออกจาก
มหาวิทยาลัยก่อนเรียนจบ ช่วงนี้จึงออกมาช่วยงานและศึกษาเรียนรู้กับอาจารย์เฟื้อ  หริพิทักษ์ ท�ำงาน
ค้นควา้ สืบเสาะศลิ ปกรรมโบราณเป็นเวลา  ๑๐  ปี
ชว่ งทท่ี ำ� งานกบั อาจารยเ์ ฟอ้ื  ไดม้ เี วลาศกึ ษาคน้ ควา้ แสวงหาคณุ คา่ ในการทำ� งานศลิ ปะอยา่ งอสิ ระ
ตามความเชื่อมัน่ ของตนเอง  ทั้งทางด้านจติ รกรรมและกวนี พิ นธ์  จนสามารถส่ังสมประสบการณ์  พัฒนา
ฝีมือขึ้นเป็นล�ำดับ ได้แสดงผลงานตีพิมพ์ลงในหนังสือวารสารที่ส�ำคัญหลายฉบับ ทั้งงานกวีนิพนธ์ และ
ผลงานทางดา้ นจติ รกรรม  ผลงานชน้ิ แรกไดร้ บั การตพี มิ พใ์ น  “วารสารสงั คมศาสตรป์ รทิ ศั น”์  ฉบบั ปฐมฤกษ์
เมอื่ เดอื นมถิ นุ ายน  ๒๕๐๖  ตอ่ มาไดร้ วบรวมบทกวที ก่ี ระจดั กระจายในหนงั สอื อนสุ รณอ์ น่ื  มาตพี มิ พเ์ ปน็ เลม่
เผยแพร่ต่อสาธารณชนครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๗  แม้ในคร้ังน้ันจะมีปฏิกิริยามาจากนักกลอนและผู้อ่าน
ทไี่ ม่เหน็ ดว้ ยกบั การเขียนบทกวีแหวกแนวฉนั ทลักษณข์ ององั คาร  แต่ ส.ศวิ ลกั ษณ์  ผูต้ พี ิมพเ์ ผยแพร่ได้ให้
เหตุผลไว้ในค�ำน�ำว่า “ที่ข้าพเจ้าเห็นว่าอังคารเป็นกวีผิดไปจากคนอ่ืน ๆ ในสมัยนี้เป็นข้อฉกรรจ์ก็ตรงท ่ี
เขาเปน็ ตวั ของตวั เอง  กลา้ แสดงอารมณแ์ ละความคดิ เหน็ ออกมาอยา่ งตรงไปตรงมา  อยา่ งแปลกประหลาด
ไม่ซ�้ำแบบใคร ท�ำให้ผู้อ่านต้องรู้สึกหว่ันไหวไปตามไม่มากก็น้อย แม้ในทางฉันทลักษณ์ก็มิได้เดินตาม 
แบบทา่ นแต่ก่อน  กลอนของเขาละสัมผัสในแบบสุนทรภู่  กาพย์ของเขามไิ ดเ้ ลยี นลลี าของเจา้ ฟ้ากุ้ง โคลง
ของเขากไ็ มไ่ ดต้ กเปน็ ทาสของศรปี ราชญห์ รอื นรนิ ทรอ์ นิ  แตแ่ ลว้ ขอ้ เขยี นของเขากม็ ไิ ดท้ งิ้ แบบแผนโบราณ
หากสอ่ ใหเ้ หน็ วา่ เขาทงั้ เขา้ ใจและเคารพนบั ถอื กวแี ตก่ อ่ น เปน็ แตเ่ ขาเขยี นในสมยั ของเขาเอง  การแสดงออก
จงึ ไมไ่ ดเ้ ปน็ ไปตามแบบโบราณ แตก่ แ็ ตง่ ไดถ้ งึ ฝมี อื ทา่ นนน้ั  ๆ โคลงกระทขู้ องเขากด็ ี กาพยห์ อ่ โคลงชดุ อยธุ ยา
กด็ ลี ว้ นยืนยนั คํากล่าวข้างตน้ ทง้ั ส้นิ ”

402

ผลงานกวนี พิ นธข์ ององั คาร  กลั ยาณพงศม์ จี ำ� นวนมาก  ทร่ี วบรวมเปน็ เลม่ ไดแ้ ก่  กวนี พิ นธข์ ององั คาร
กัลยาณพงศ์, ล�ำน�ำภูกระดึง, บางบทจากสวนแก้ว, บางกอกแก้วก�ำศรวล (นิราศนครศรีธรรมราช),
ปณธิ านกว,ี  หยาดนำ้� ค้างคือน�้ำตาของเวลา,  และกวศี รอี ยธุ ยา
จากความมุ่งม่ันและแน่วแน่ท่ีผลิตร้อยกรองแสดงทัศนะอารมณ์ และสุนทรียภาพ ผ่านตัวอักษร
ด้วยความเฉียบคม แยบคาย และห้าวหาญ ทําให้ผลงานของท่านได้รับการยอมรับมากข้ึนเป็นลําดับ
จดุ เดน่ ทรี่ บั รกู้ นั อยา่ งกวา้ งไกลในหมนู่ กั นยิ มวรรณศลิ ป์  กค็ อื การใชค้ าํ อยา่ ง  “ปราชญ”์  และการเปน็ “นาย”
ของภาษา  อังคารใช้คําเก่าแก่ที่ปรากฏในวรรณคดีโบราณ  เช่น  มหาชาติคําหลวง  กําสรวลศรีปราชญ์
และกวีนิพนธ์พระยาตรังได้อย่างราบร่ืน  ใช้โวหารโบราณในวรรณกรรมท้องถิ่นนครศรีธรรมราชได้อย่าง
เหมาะเจาะ  ส่งิ เหลา่ นเ้ี ป็นเรือ่ งความพิเศษทีป่ ราชญท์ างภาษาเท่านน้ั จะท�ำได้
ผลงานเหล่านท้ี �ำใหอ้ ังคาร  กลั ยาณพงศไ์ ดร้ ับรางวัลเกยี รตยิ ศจากหลายส�ำนกั หลายสถาบนั  เชน่
รางวัลซีไรต์  (SEA WRITES)  อันเป็นรางวัลสร้างสรรค์วรรณกรรมยอดเย่ียมแห่งอาเซียน (พ.ศ. ๒๕๒๙)
รางวัล  World Academe of Arts and Culture จากมหาวิทยาลยั แคลิฟอร์เนีย  (พ.ศ. ๒๕๓๑)  รางวัล
ศลิ ปนิ แห่งชาติ  สาขาวรรณศลิ ป์  (กวนี พิ นธ์)  (พ.ศ. ๒๕๓๒)  รางวัลคนดีศรธี รรมราช  (พ.ศ. ๒๕๓๓)  และ
ปรญิ ญากติ ตมิ ศกั ดจิ์ ากหลายมหาวทิ ยาลยั  เชน่  ปรญิ ญาศลิ ปศาสตรดษุ ฎบี ณั ฑติ  (ปรชั ญา)  จากมหาวทิ ยาลยั
สงขลานครนิ ทร์  (พ.ศ. ๒๕๔๒)  ปรญิ ญาศลิ ปดษุ ฎบี ณั ฑติ  จากมหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร  (พ.ศ. ๒๕๕๑)  ปรญิ ญา
ปรัชญาดษุ ฎีบณั ฑติ  สาขาวิชาภาษาไทย  จากมหาวิทยาลยั ราชภฏั นครศรีธรรมราช  (พ.ศ. ๒๕๕๑)  และ
ปรญิ ญาปรัชญาดุษฎบี ณั ฑติ  สาขาวิชาวฒั นธรรมศกึ ษา  จากมหาวิทยาลัยวลยั ลกั ษณ์  (พ.ศ. ๒๕๕๒)
องั คาร  กลั ยาณพงศ์  ถงึ แกก่ รรมดว้ ยโรคเบาหวาน  ไต  และหวั ใจ  เมอ่ื วนั ที่  ๒๕  สงิ หาคม  พ.ศ.๒๕๕๕
สิริรวมอายุได้  ๘๖  ปี  ได้รับพระราชทานเพลิงเม่ือวันท่ี  ๒๗  มกราคม  พ.ศ. ๒๕๕๖  ณ วัดทองนพคุณ
กรงุ เทพฯ  โดยมสี มเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี  เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ ทรงเปน็ ประธาน
ในพิธี

403

นายประเวศ  ลิมปรงั ษี

ประเวศ ลมิ ปรงั ษี เกดิ เมอ่ื วนั ท่ี ๑๗ กนั ยายน พ.ศ. ๒๔๗๓ ทอ่ี าํ เภอปากพนงั จงั หวดั นครศรธี รรมราช
จบการศึกษาระดับช้นั ป.๔ จาก โรงเรยี นประถมเทศบาล ๗ วัดทา่ โพธ์ิ ตาํ บลท่าวงั อาํ เภอเมอื ง จงั หวดั
นครศรีธรรมราช ระดับมัธยมจากโรงเรียนวัดจันทรารามจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๔ และมาเรียนต่อ
ท่ีโรงเรียนอํานวยศิลป์ธนบุรี จนจบช้ันมัธยมปีที่ ๖ ขณะนั้นกรมศิลปากรได้เปิดรับสมัครนักเรียน
เตรยี มช่างสบิ หมู่  จึงไดส้ มัครเรียนวชิ าชา่ งไทย หลกั สูตร ๒ ปี จนสาํ เร็จ ทา่ นเปน็ ศิษยข์ องศาสตราจารย์
พระพรหมพิจิตร (อู๋  ลาตานนท์) ซึ่งศาสตราจารย์พระพรหมพิจิตรน้ีเป็นศิษย์เอกของสมเด็จพระเจ้า
บรมวงศเ์ ธอ  เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดตวิ งศ์  
ระหวา่ งทศี่ กึ ษาดา้ นสถาปตั ยกรรมไทย  ไดท้ าํ งานควบคไู่ ปดว้ ย  จนสาํ เรจ็ การศกึ ษาไดร้ บั อนปุ รญิ ญา
ดา้ นสถาปตั ยกรรมไทยเมอ่ื ปี  ๒๕๐๑  และไดร้ บั ราชการตาํ แหนง่ ครตู รที มี่ หาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร โดยทาํ หนา้ ท่ี
สอนวิชาสถาปัตยกรรมไทย ต่อมาในปี ๒๕๐๘ ได้ย้ายไปรับราชการท่ีกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร
ในตาํ แหนง่ ชา่ งศลิ ปต์ รี  จนไดร้ บั ตาํ แหนง่ เปน็ อาํ นวยการกองหตั ถศลิ ป์  เมอื่ ปี  ๒๕๒๑  และไดร้ บั ตาํ แหนง่
เปน็ ผอู้ าํ นวยการกองสถาปตั ยกรรม  ในปี  ๒๕๓๐  ตอ่ มาเลอ่ื นเปน็ ผเู้ ชย่ี วชาญพเิ ศษกรมศลิ ปากร  (สถาปนกิ
๙)  ด้าน  บรู ณปฏสิ ังขรณ์  จนเกษียณอายรุ าชการเมื่อปี  ๒๕๓๓
ผลงานออกแบบของประเวศ  ลมิ ปรังษมี ีจ�ำนวนมาก เช่น
• พระบรมราชานุสาวรยี ์  สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช  อําเภอหนองบัวลาํ ภู  จังหวดั อดุ รธานี
• พระบรมราชานสุ าวรยี ์  พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั  หนา้ ศาลากลางจงั หวดั ชลบรุ ี
• พระบรมราชานสุ าวรยี ์  พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั  หนา้ ศาลากลางจงั หวดั ภเู กต็
• พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หน้าศาลากลางจังหวัด
สุพรรณบุรี
• พระบรมราชานสุ าวรยี ์ พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยหู่ วั ณ สนามกฬี าจงั หวดั ระยอง

404

• ศาลหลักเมือง  จงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา
• ศาลหลักเมือง  จงั หวดั ยะลา
• ศาลหลกั เมือง จงั หวัดมุกดาหาร
• พระอุโบสถวดั พทุ ธประทีป ท่ีกรุงลอนดอน ประเทศองั กฤษ
• พระอุโบสถวัดพระธาตเุ ชงิ ชมุ  อําเภอเมอื ง  จงั หวดั สกลนคร
• พระอโุ บสถวัดมาบชลูด  อาํ เภอศรีราชา  จังหวดั ชลบรุ ี
• พระอโุ บสถวดั อรัญวาสี  อาํ เภอศรเี ชยี งใหม่  จงั หวดั หนองคาย
• พระอโุ บสถวัดเพชรสมทุ ร  อําเภอเมือง  จงั หวัดสมุทรสงคราม
• พระอโุ บสถและพระเจดยี ์วดั เทพพิทกั ษ์ปณุ ณาราม  อําเภอปากช่อง  จงั หวดั นครราชสมี า
• พระอโุ บสถวัดเลียบราษฎรบ์ าํ รงุ  เขตดุสติ  กรุงเทพมหานคร
• วิหารพระพุทธไสยาสน์ ณ เขาศนู ย์  อําเภอฉวาง  จงั หวดั นครศรีธรรมราช
• วหิ ารพระอาจารยธ์ รรมโชติ  วัดค่ายบางระจนั  อาํ เภอบางระจัน  จงั หวดั สิงหบ์ รุ ี
• มณฑปอนสุ รณว์ ดั หินหมากเป้ง  อาํ เภอศรีเชียงใหม่  จงั หวดั หนองคาย
• กฏุ ิวดั พระโค  เขาทพั สิงห์  อาํ เภอสะทิงพระ  จังหวัดสงขลา
• พระธาตพุ ังพอน  อาํ เภอเมอื ง  จังหวัดหนองคาย
• ฐานพระประธานพุทธมณฑล  อาํ เภอนครชยั ศรี  จงั หวัดนครปฐม
• ฐานชุกชพี ระประธาน  พระอุโบสถวดั ชยั พฤกษ์มาลา  เขตบางกอกน้อย  กรงุ เทพมหานคร
• พลบั พลาพระราชพิธีบวงสรวง  สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช  ณ ท้องสนามหลวง
• พระเมรุมาศพระราชพธิ ถี วายพระเพลงิ พระบรมศพ  สมเดจ็ พระนางเจ้ารําไพพรรณี
พระบรมราชินใี นรชั กาลท่ี  ๗  
• ศาลาไทยกลางน�ำ้ ทม่ี หาวทิ ยาลัยรามคาํ แหง
• ศาลาไทยท่ีศูนยว์ ัฒนธรรมแหง่ ประเทศไทย
• ศาลาไทยที่นครโอซากา  ประเทศญ่ปี ุ่น
• พระอโุ บสถวัดโสธรวรารามวรวหิ าร
สว่ นผลงานควบคุมงานบูรณปฏิสงั ขรณม์ หี ลายแห่ง  เชน่
• บูรณะสถปู เจดียพ์ ระธาตุพนม  อําเภอธาตุพนม  จงั หวดั นครพนม  ทพี่ ังทลายขน้ึ มาใหม่
• บรู ณะพระปรางค์วดั อรุณราชวราราม
• บรู ณะวิหารหลวง  วัดพระมหาธาตุ  วรมหาวิหาร  จังหวัดนครศรธี รรมราช
ภายหลังเกษียณอายุราชการ  ท่านยังคงได้รับเชิญให้เป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาสถาปัตยกรรม
ไทย  ทค่ี ณะสถาปตั ยกรรมศาสตร์  มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร  และไดร้ บั ปรญิ ญาดษุ ฎบี ณั ฑติ กติ ตมิ ศกั ดิ์  สาขา
วจิ ติ รศลิ ป์  จากมหาวิทยาลัยเคลย์ตัน ในปี  ๒๕๒๙  จนในปี พ.ศ. ๒๕๓๒  ได้รับการยกย่องใหเ้ ปน็ ศลิ ปิน
แห่งชาติ  สาขาทัศนศิลป์  (สถาปัตยกรรม)  และถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา เม่ือเวลา ๘.๒๐ น. ของวันที่
๗  พฤษภาคม  ๒๕๖๑  สริ ริ วมอายไุ ด้  ๘๘  ปี

405

นายสชุ าติ  ทรพั ยส์ ิน

ศลิ ปินแหง่ ชาติ จังหวัดนครศรธี รรมราช

นายสุชาติ  ทรพั ย์สนิ  เกดิ เม่ือวนั ที่  ๒  กรกฎาคม  ๒๔๘๑  ท่บี า้ นสระแก้ว  เลขท่ี  ๑๓๔  หมู่ที่ ๕
ตาํ บลสระแกว้  อาํ เภอทา่ ศาลา จงั หวดั นครศรธี รรมราช สาํ เรจ็ การศกึ ษาชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี  ๔  จากโรงเรยี น
วัดสระแกว้  อ�ำเภอทา่ ศาลา  จบช้นั ประถมศึกษาภาคบงั คับ  มาช่วยบิดามารดาท�ำสวน  และได้ฝกึ หัดเล่น
หนังตะลุง  และฝึกวิธีแกะหนังตะลุงจากนายทอง หนูขาว ซึ่งเป็นนายหนังและช่างแกะหนังตะลุงฝีมือดี
ของจงั หวัดนครศรธี รรมราช  จนมีความสามารถในการเลน่ หนงั ตะลงุ  แกะหนังตะลุง  และหนงั ใหญ่ได้
จากความสามารถในการเขยี นรปู และแกะตวั หนงั ตะลงุ ซง่ึ ออกแบบตวั หนงั ตะลงุ และหนงั ใหญไ่ ด้
ตามแบบโบราณและแบบประยกุ ตไ์ ดอ้ ยา่ งสวยงาม  จงึ ไดย้ ดึ ถอื อาชพี แกะหนงั ตะลงุ แทนการแสดงหนงั ตะลงุ
และยา้ ยมาตั้งถ่ินฐานอยทู่ ่ีบา้ นเลขท่ี  ๑๑๐/๑๙  ซอยศรธี รรมโศก  ๓  ต�ำบลในเมอื ง  อ�ำเภอเมอื งนครศร-ี
ธรรมราช  เม่ือ พ.ศ. ๒๕๒๓  ศูนย์วัฒนธรรมภาคใต้วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราชได้เชิญนายหนังสุชาติ
ไปสาธติ การแสดงและแกะรปู หนงั ตะลงุ ในงานนทิ รรศการ  “ชวี ติ ไทยปกั ษใ์ ต้  ครงั้ ท่ี  ๓”  ณ ศาลาประชาคม
จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นเวลา ๕ วัน ท�ำให้ผลงานนายสุชาติเริ่มรู้จักกว้างขวางข้ึนท้ังในหมู่คนไทย
และคนตา่ งประเทศ  สองปตี อ่ มากไ็ ดร้ บั เลอื กจากสำ� นกั งานคณะกรรมการวฒั นธรรมแหง่ ชาตใิ หร้ บั รางวลั
“ผมู้ ผี ลงานดเี ดน่ ทางวฒั นธรรม  สาขางานชา่ งฝมี อื ”  และใน พ.ศ. ๒๕๕๔  กระทรวงวฒั นธรรมไดค้ ดั เลอื ก
ใหเ้ ปน็  “ศลิ ปนิ แหง่ ชาติ  สาขาศลิ ปะการแสดง  (การแสดงพนื้ บา้ น)”  นบั เปน็ ชาวนครศรธี รรมราชคนที่ ๕
ซึ่งได้รบั เกียรติและรางวัลนี้  
ความโดดเด่นของนายสุชาติ  ทรัพย์สิน  คือการแสดงหนังตะลุง  ท่ีมีอุดมการณ์ในการอนุรักษ์
การแสดงหนงั ตะลงุ แบบโบราณ  ไดน้ าํ เครอื่ งดนตรเี ครอื่ งหา้ มาประกอบการแสดงหนงั ตะลงุ  และไดป้ ระพนั ธ์
เรอื่ งบทกลอน  รวมทง้ั แกะหนงั ตะลงุ ใหเ้ หมาะสมกบั เนอ้ื เรอื่ งดว้ ยตนเอง  สามารถแกะตวั หนงั เพมิ่ เตมิ ขนึ้ เอง
ตามสาระของเน้อื เร่ืองทตี่ นเองผกู หรอื ประพนั ธข์ ึน้  ท�ำให้ผูช้ มได้รบั ความแปลกใหม่ทุกครัง้ ที่ดูหนังสุชาติ
แสดง  ควบคู่กับกาพย์กลอนท่ีมีลีลาแปลกกว่าหนังตะลุงคณะอื่น  โดยเฉพาะเรื่องรามเกียรติตอนก�ำเนิด
หนมุ าน  ตอนศึกกุมภกรรณ  และเรอื่ งกุหลาบกลางนำ�้  

406

ดว้ ยจากแรงบนั ดาลใจจากพระกระแสรบั สง่ั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั  รชั กาลที่  ๙  เมอ่ื ครงั้
นายอเนก  สทิ ธปิ ระศาสน์  ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั นครศรธี รรมราช  และ ผศ.ประหยดั  เกษม  หวั หนา้ ฝา่ ยสง่ เสรมิ
และเผยแพร่  ศนู ยว์ ฒั นธรรมภาคใต้  วทิ ยาลยั ครนู ครศรธี รรมราช  ไดพ้ านายสชุ าติ  ทรพั ยส์ นิ  เขา้ เฝา้ และ
แสดงหนงั ตะลงุ พรอ้ มแกะหนงั ถวายเพอ่ื ทอดพระเนตร  ณ พระตำ� หนกั ทกั ษณิ ราชนเิ วศน์  จงั หวดั นราธวิ าส
เมอ่ื  พ.ศ. ๒๕๒๗  ซง่ึ ทรงมพี ระกระแสรบั สง่ั วา่ ขอบใจทร่ี กั ษาของเกา่ อนั หมายถงึ ศลิ ปะการแกะหนงั ตะลงุ
ไวใ้ หอ้ นชุ น  แรงบนั ดาลใจนไี้ ดน้ ำ� ไปสกู่ ารจดั แสดงตวั หนงั แบบตา่ งๆ ทส่ี ะสมไว้  ทงั้ ตวั หนงั เรอ่ื งรามเกยี รติ
ทีม่ อี ายุกวา่ ๒๐๐  ปี  ตวั หนงั ของไทย  มาเลเซยี  อนิ โดนีเซยี อินเดยี จีน และตรุ กี  ด้วยการแสดงตวั หนงั
บนกรอบจาํ ลองจอหนงั ตะลงุ  มเี ครอื่ งดนตรใี นการแสดงวางใหช้ มอยา่ งครบครนั  จนปจั จบุ นั ไดก้ ลายเปน็
พิพิธภัณฑ์หนังตะลุงอันเป็นศิลปะท่ีสําคัญของชาติให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้พัฒนาการของการแสดง
หนังตะลุง  และเปน็ สถานที่ท่องเทยี่ วของประเทศ  ในชอื่  “พิพธิ ภณั ฑ์หนังตะลุง”
ตลอดทั้งวันในพิพิธภัณฑ์นี้ จะมีการสาธิตการทําตัวหนังตะลุง และสาธิตการเล่นหนังตะลุง
ให้ผทู้ ส่ี นใจชม  มีนกั ท่องเทย่ี วท้ังชาวไทยและชาวต่างประเทศ นยิ มมาดศู ิลปะการแกะหนงั ตะลุงและการ
แสดงหนงั ตะลงุ จำ� นวนมาก สนิ คา้ ตวั หนงั ตะลงุ และหนงั ใหญข่ องหนงั สชุ าติ สามารถสง่ ออกยงั ตา่ งประเทศ
ในฐานะของท่ีระลึกโดดเด่น เพราะเป็นตัวหนังตะลุงมีคุณภาพสูง อันเกิดจากการทุ่มเทชีวิตเพ่ืออนุรักษ์
สง่ เสรมิ เผยแพรศ่ ิลปหัตถกรรมพ้นื บา้ นของหนังสุชาติ  ทรัพย์สินโดยแท้
นายสชุ าติ  ทรพั ย์สินถงึ แกก่ รรม  เมอ่ื วันที่  ๗  พฤศจิกายน  ๒๕๕๔  สริ ิรวมอายุได้  ๗๓  ปี

407

ดร.สุรินทร์  พิศสวุ รรณ

รฐั มนตรขี องเมอื งนครศรีธรรมราช

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เกิดเม่ือวันท่ี ๒๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๙๒ ท่ีต�ำบลก�ำแพงเซา อ�ำเภอเมือง
นครศรีธรรมราช เป็นบุตรคนกลางของฮัจยีอิสมาแอล  (ครูแอ)  ประธานกรรมการอิสลามประจ�ำจังหวัด
และนางซอฟียะห์ พิศสุวรรณ เดิมชื่ออับดุลฮาลีม บินอิสมาแอล เร่ิมเรียนระดับประถมศึกษา เมื่อ
พ.ศ. ๒๔๙๖  ทโ่ี รงเรยี นวดั บา้ นตาล และโรงเรยี นพรสวสั ดวิ์ ทิ ยา  ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ ทโี่ รงเรยี นเบญจม
ราชูทิศ และระดับมัธยมศึกษาตอนปลายท่ีโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช  ระหว่างเรียนท่ีโรงเรียนกัลยาณี
ศรธี รรมราช  เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๑๑  ไดร้ บั ทนุ เอ เอฟ เอส  (American Field Service)  เปน็ นกั เรยี นทนุ แลกเปลยี่ น
ระดับมัธยมไปอยู่ที่รัฐมินนิโซต้าเป็นเวลาหน่ึงปี  ครั้น พ.ศ. ๒๕๑๒  จึงเข้าเรียนระดับปริญญาตรีในคณะ
รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๑๔ ได้รับคัดเลือกไปศึกษาต่อท่ีวิทยาลัย
แคลรม์ อนต์  จนสำ� เรจ็ การศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรเี มอื่  พ.ศ. ๒๕๑๕ ระดบั ปรญิ ญาโทมหาวทิ ยาลยั ฮารว์ ารด์
เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๑๘ และระดับปริญญาเอกดา้ นรฐั ศาสตรท์ ี่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด  เมอ่ื พ.ศ.๒๕๒๕  เขา้ รบั
ราชการเป็นอาจารย์ในคณะรฐั ศาสตร์ทีม่ หาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระหวา่ ง  พ.ศ. ๒๕๑๘ - ๒๕๒๙
ดร.สรุ นิ ทร์ พิศสวุ รรณ ได้รับการชกั ชวนใหเ้ ป็นสมาชกิ พรรคประชาธปิ ตั ย์ และสมคั รรับเลือกตั้ง
เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการเลือกตั้งเมื่อวันท่ี ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ ในเขตเลือกตั้งท่ี ๑
ของจังหวัดที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้  ๓  คน ผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ในเขต
เลือกต้ังนี้อีก ๒ คน คือ นายสัมพันธ์ ทองสมัคร และนายมาโนชญ์ วิชัยกุล ผลปรากฏว่าผู้สมัคร
รับเลือกตั้งของพรรคนี้ได้รับเลือกตั้งท้ังหมดทุกเขต  ภายหลังการเลือกต้ัง  ดร.สุรินทร์  พิศสุวรรณ ได้รับ
แต่งตั้งเป็นเลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร (นายชวน หลีกภัย) และการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทน
ราษฎรจงั หวดั นครศรีธรรมราชครง้ั ตอ่ มา กไ็ ด้รบั เลือกอกี ทุกครงั้
ภายหลังการเลอื กตัง้ เม่อื พ.ศ. ๒๕๓๑, ๒๕๓๕/๑, ๒๕๓๕/๒, ๒๕๓๘, ๒๕๓๙ และ พ.ศ. ๒๕๔๔
ดร.สรุ ินทร์  พิศสวุ รรณ  ได้รับการแตง่ ต้ังใหด้ �ำรงตำ� แหน่งดังตอ่ ไปน้ี

408

๑. ผ้ชู ว่ ยเลขานุการรัฐมนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทย  พ.ศ. ๒๕๓๑ - ๒๕๓๔
๒. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  พ.ศ. ๒๕๓๕ - ๒๕๓๘
๓. รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงการตา่ งประเทศ  พ.ศ. ๒๕๔๐ - ๒๕๔๔
จากการท่ี ดร.สรุ นิ ทร์ พศิ สวุ รรณ เปน็ ผทู้ มี่ คี วามรสู้ งู จบการศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาเอกจากมหาวทิ ยาลยั
ชั้นน�ำของโลก จึงท�ำให้มีบทบาททางการเมืองโดดเด่น ได้รับการแต่งต้ังให้ด�ำรงต�ำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงการต่างประเทศ ในระหว่างที่ด�ำรงต�ำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  ได้สร้าง
ความประทับใจในระดับนานาชาติ เน่ืองจากการใช้ภาษาอังกฤษได้ดี และมีประสบการณ์ทางการเมือง
ระหวา่ งประเทศ  ต่อมาจงึ ได้รับการคัดเลือกใหด้ ำ� รงต�ำแหน่งเลขาธกิ ารของสมาคมประชาชาตแิ หง่ เอเชยี
ตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ต่อจากนายอองเข่งยัง ชาวสิงคโปร์ มีวาระ ๕ ปี ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม
พ.ศ. ๒๕๕๑ - ๓๑  ธนั วาคม  พ.ศ. ๒๕๕๕ นบั เป็นเกยี รตปิ ระวตั ิอยา่ งสูงย่ิง
ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๐ ที่โรงพยาบาล
รามค�ำแหง ด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ขณะอายุได้ ๖๘ ปี  ท�ำพิธีฝังศพตามหลักศาสนาอิสลาม
ท่มี สั ยิดทา่ อิฐ  เม่อื วนั ที่  ๑  ธนั วาคม  พ.ศ. ๒๕๖๐

409

บรรณานุกรม

กฎหมายตราสามดวง. เล่ม ๑. พระนคร : องค์การค้าคุรุสภา, ๒๕๐๕.
กมลทิพย์ ธรรมกีระติ. “ความสัมพันธ์ระหว่างเมืองนครศรีธรรมราชกับอยุธยาต้ังแต่ต้นพุทธศตวรรษ
ที่ ๒๑ ถงึ ตน้ พทุ ธศตวรรษท่ี ๒๔.” วทิ ยานพิ นธอ์ กั ษรศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวชิ าประวตั ศิ าสตร์
เอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้ บณั ฑิตวทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๐.
กรมพัฒนาที่ดิน. แผนการใช้ท่ีดินลุ่มน้�ำภาคใต้ฝั่งตะวันออก ส่วนที่ ๔. กองวางแผนการใช้ที่ดิน กรม
พฒั นาที่ดิน, ๒๕๔๒.
กรมศลิ ปากร. ต�ำนานเมืองนครศรธี รรมราช. กรงุ เทพมหานคร : กรมศิลปากร, ๒๕๐๕.
กรมศลิ ปากร. ประชมุ พงศาวดาร ภาคที่ ๒. เล่ม ๒, เรอื่ งตัง้ พระยานครศรธี รรมราช. พระนคร : คุรุสภา,
๒๕๐๖.
กรมศลิ ปากร. ประชมุ พงศาวดาร ภาคท่ี ๗๙. จดหมายเหตวุ นั วลติ ฉบบั สมบรู ณ.์ พมิ พค์ รง้ั ที่ ๓. พระนคร :
ชวนการพิมพ์, ๒๕๑๕.
เกษม จันทรด์ �ำ. ประวตั ศิ าสตรท์ อ้ งถิน่ นครศรีธรรมราช. โรงพิมพก์ รีนโซน : นครศรธี รรมราช. (มปป.)
ขวัญตา เฮงสมบูรณ์. การค้าต่างประเทศของเมืองนครศรีธรรมราชสมัยต้นรัตนโกสินทร์. วิทยานิพนธ์
ศิลปศาสตรมหาบัณฑติ บณั ฑติ วทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ ๒๕๕๒.
ขุนอาเทศคดี (กลอน มัลลิกะมาส). อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพขุนอาเทศคดี. กรุงเทพฯ:
กรุงสยามการพมิ พ์, ๒๕๒๗.
คณะกรรมการฝา่ ยประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ ในคณะกรรมการอำ� นวยการจดั งานเฉลมิ พระเกยี รติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ, วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และ
ภูมปิ ัญญา จังหวัดนครศรธี รรมราช. โรงพิมพค์ รุ ุสภาลาดพร้าว : กรุงเทพมหานคร, ๒๕๔๔.
จรยิ า สมนกึ . “ระบบเสยี งภาษาถน่ิ ยอ่ ยของจงั หวดั นครศรธี รรมราช.” วทิ ยานพิ นธอ์ กั ษรศาสตรมหาบณั ฑติ
สาขาวชิ าภาษาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย, ๒๕๒๕.
ฉัตรทิพย์ นาถสภุ า และ พนู ศักดิ์ นกิ รประดิษฐ.์ เศรษฐกิจหมู่บ้านภาคใต้ฝ่ังตะวนั ออกในอดีต. กรุงเทพ
มหานคร : สร้างสรรค์, ๒๕๔๐.
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ (บรรณาธกิ าร). ประมวลแผนที่ : ประวัติศาสตร์ – ภมู ศิ าสตร์ – การเมอื งกับลัทธิ
อาณานิคมในอาเซียน – อาคเนย์. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทยและมูลนิธิ
โครงการต�ำราสงั คมศาสตรแ์ ละมนษุ ยศาสตร์. ๒๕๕๕.
ชาลี ศลิ ปรศั ม.ี “การปกครองมณฑลนครศรธี รรมราชภายใตส้ มเดจ็ พระเจา้ นอ้ งยาเธอ เจา้ ฟา้ ยคุ ลทฆิ มั พร
กรมขนุ ลพบรุ รี าเมศวร์ (พ.ศ. ๒๔๕๓ - ๒๔๖๘).” วทิ ยานพิ นธก์ ารศกึ ษามหาบณั ฑติ มหาวทิ ยาลยั
ศรีนครินทรวโิ รฒ, ๒๕๒๙.
ณรงค์ นุ่นทอง. “การปฏิรูปการปกครองมณฑลนครศรีธรรมราชในสมัยพระยาสุขุมนัยวินิตเป็นข้าหลวง
เทศาภิบาล (พ.ศ. ๒๔๓๙ - ๒๔๔๙).” วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบณั ฑติ มหาวิทยาลยั
ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ, ๒๕๒๐.

410

ดิเรก พรตตะเสน. “นามภูมิในนครศรีธรรมราช.” ใน รายงานสัมมนาประวัติศาสตร์นครศรีธรรมราช
คร้งั ที่ ๔. นครศรีธรรมราช: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช, ๒๕๒๙.
ด�ำรงราชานุภาพ, สมเด็จฯ กรมพระยา. เทศาภิบาล ฉบับมตชิ น ศิลปวฒั นธรรม ฉบับพเิ ศษ. กรุงเทพ
มหานคร : มติชน, ๒๕๔๕.
“ตำ� นานพระบรมธาตเุ มอื งนครศรธี รรมราช.” ใน นครศรธี รรมราช, ๕๐๔-๕๑๖. วเิ ชยี ร ณ นครและคนอน่ื ๆ.
กรุงเทพฯ : อักษรสัมพันธ,์ ๒๕๒๑.
“ต�ำนานเมืองนครศรธี รรมราช.” ใน นครศรธี รรมราช, ๑๓๔-๑๔๗. วิเชยี ร ณ นครและคนอน่ื ๆ.กรงุ เทพฯ
: อกั ษรสมั พันธ์, ๒๕๒๑.
ธรี ะยทุ ธ์ จติ ตจ์ ำ� นง และคนอืน่ ๆ. แผนการใชท้ ีด่ ินลมุ่ น�้ำสาขาภาคใต้ฝัง่ ตะวนั ออก สว่ นที่ ๔. กรงุ เทพฯ:
กรมพัฒนาทด่ี ิน, ๒๕๔๒.
นครศรธี รรมราช, อำ� เภอเมอื ง. เอกสารบรรยายสรปุ อำ� เภอเมอื งนครศรธี รรมราช จงั หวดั นครศรธี รรมราช.
นครศรธี รรมราช: ฝา่ ยปกครอง อำ� เภอเมอื งนครศรธี รรมราช, ๒๕๖๐.
นธิ ิ เอยี วศรวี งศ.์ “นครศรธี รรมราชในราชอาณาจกั รอยธุ ยา.” ใน กรงุ แตก, พระเจา้ ตากฯและประวตั ศิ าสตร์
ไทย, ๒๒๖-๒๖๙. กรงุ เทพฯ : ศลิ ปวฒั นธรรม, ๒๕๔๐.
บงั อร ปยิ ะพนั ธ.์ุ ประวตั ศิ าสตรเ์ อเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต.้ กรงุ เทพมหานคร: โอ.เอส.พรน้ิ ตง้ิ เฮาส,์ ๒๕๓๗.
ประชุมศิลาจารึกภาคท่ี ๑ จารึกสุโขทัย. กรมศิลปากรพิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ
พระราชประสิทธคิ ณุ ณ สสุ านวัดราชธานี จงั หวดั สโุ ขทยั . ๘ เมษายน ๒๕๑๕.
ประทุม ชุ่มเพ็งพันธุ์. ประวัติศาสตร์อารยธรรมภาคใต้ แหล่งประวัติศาสตร์และโบราณคดีท่ีส�ำคัญ
ในประเทศไทย. กรงุ เทพฯ : สุวรี ียาสาส์น, ๒๕๔๔.
ประทมุ ชุ่มเพง็ พนั ธ์ุ. “อาณาจกั รตามพรลงิ ค์.” ใน รายงานการสัมมนาประวตั ิศาสตรน์ ครศรีธรรมราช
คร้ังที่ ๑ : ประวัตศิ าสตรน์ ครศรธี รรมราช, ๘๙ – ๑๐๐. นครศรธี รรมราช : วทิ ยาลยั ครูนครศรี
ธรรมราช, ๒๕๒๑.
ปรชี า นนุ่ สขุ . เอกสารคำ� สอนประวตั ศิ าสตรท์ อ้ งถน่ิ : ศกึ ษาเฉพาะกรณโี บราณคดเี มอื งนครศรธี รรมราช,
โครงการต�ำราและเอกสารทางวิชาการ ฝ่ายสำ� นักพมิ พ์ สถาบันราชภัฏนครศรธี รรมราช, ๒๕๔๔.
ประเสรฐิ ณ นคร และวนิ ยั พงศศ์ รเี พยี ร. “ความรพู้ น้ื ฐานประวตั ศิ าสตรส์ โุ ขทยั .” ใน คมู่ อื การจดั กจิ กรรม
การเรยี นการสอนประวตั ศิ าสตร์ ประวตั ศิ าสตรไ์ ทย : จะเรยี นจะสอนกนั อยา่ งไร, ๑๐๕ – ๑๓๙.
ประเสรฐิ ณ นคร, วินยั พงศ์ศรีเพยี ร และ ประสาท สอ้านวงศ,์ บรรณาธิการ. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์การ
ศาสนา กรมการศาสนา, ๒๕๔๓.
ปิยนาถ บุนนาค. ประวัติศาสตร์และอารยธรรมของศรีลังกา สมัยโบราณถึงก่อนสมัยอาณานิคมและ
ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างศรีลังกากับไทย. กรุงเทพฯ : ส�ำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลัย, ๒๕๓๔.
“แผนที่สยาม แสดงเขตประเทศ เขตมณฑล ที่ตั้งที่ว่าการรัฐบาลมณฑล ที่ต้ังที่ว่าการจังหวัด”, เอกสาร
หอจดหมายเหตุแหง่ ชาติ, ผ รล. ๐๘๐/๑๙.
พนม อาชาฤทธิ์, บรรณาธกิ าร. จากโรงพยาบาลคพู ายมหาราชนครศรธี รรมราช : เหลียงหลงั แลหน้า
ร่วมกนั เดนิ . โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช, ๒๕๖๐.

411

พชั รลดา จลุ เพชร. แนวคดิ เรอ่ื งกงึ่ พทุ ธกาลในสงั คมไทย พ.ศ.๒๔๗๕ – ๒๕๐๐. วทิ ยานพิ นธศ์ ลิ ปศาสตร
มหาบัณฑิต สาขาวชิ าประวตั ศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ พ.ศ.๒๕๔๘.
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จ. ระยะทางเสด็จพระราชด�ำเนินประพาสทางบก ทางเรือ
รอบแหลมมลายู รตั นโกสนิ ทร์ศก ๑๐๙, เล่ม ๑ เล่ม ๒. กรงุ เทพมหานคร : ศึกษาภนั ฑ์ภาณิชย,์
๒๕๐๗.
พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จ. จดหมายเหตุประพาสหัวเมืองปักใต้ ร.ศ.๑๒๘. กรุงเทพ
มหานคร : ศกึ ษาภัณฑ์พาณิชย,์ ๒๕๐๖.
พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) กับฉบับพระจักรพรรดิพงศ์ (จาด)
พระนคร : คลังวทิ ยา, ๒๕๐๗.
พนั ไพร [นามแฝง], บรรณาธิการ. บนเสน้ ทางภูบรรทัด : ตำ� นานการต่อสดู้ ว้ ยก�ำลงั อาวธุ ของประชาชน
พัทลงุ – ตรัง – สตูล. กรุงเทพมหานคร : อารต์ เอจ็ กราฟฟคิ , ๒๕๔๔.
พรพิรมณ์ เชียงกลู . “การเข้ามาของลัทธิสังคมนยิ มคอมมิวนิสตใ์ นประเทศไทยก่อนสงครามโลกคร้งั ที่ ๒” 
วารสารสงั คมศาสตรแ์ ละมนษุ ยศาสตร์ ๓๓ (๑) : ๑ – ๑๒ (๒๕๕๐).
ภาณุรังสีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช, สมเด็จเจ้าฟ้า. ชีวิวัฒน์เท่ียวท่ีต่างๆ ภาค ๗.
กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์คุรสุ ภา, ๒๕๑๑.
ภาณุวัฒน์ เอื้อสามาลย์, “อายุสมัยของพระมหาธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราชจากงานโบราณคดีล่าสุด”,
เอกสารประกอบการสมั มนา เรอื่ ง วดั พระมหาธาตวุ รมหาวหิ ารกบั ประวตั ศิ าสตรพ์ ระพทุ ธศาสนา
เถรวาทลังกาวงศ์ วนั ท่ี ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๑.
มหาวิทยาลัยศิลปากร. โครงการจัดท�ำแผนการจัดการอนุรักษ์และปรับปรุงสภาพแวดล้อมเมืองเก่า
นครศรธี รรมราช. กรุงเทพฯ : บรษิ ทั สหธรรมิก จำ� กัด, ๒๕๓๙.
มานพ ถาวรวัฒน์สกุล. ขุนนางอยุธยา. กรุงเทพฯ : มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์, ๒๕๓๖.
มานะ ขนุ วชี ว่ ย และนฤมล สขุ พนั ธ.์ รายงานการวจิ ยั เรอ่ื ง ความสามารถของเกษตรกรในการปรบั เปลย่ี น
ระบบการผลติ ภายใตผ้ ลกระทบของโครงการพฒั นาลมุ่ นำ้� ปากพนงั : ศกึ ษากรณไี รน่ าสวนผสม.
สำ� นกั งานกองทนุ สนบั สนุนการวจิ ัย (สกว.), ๒๕๕๒.
มูลนธิ ิทักษิณคดีศกึ ษา. รายงานราชการมณฑลนครศรีธรรมราช (๑๐ มิถุนายน ร.ศ.๑๑๓ - ๕ ตลุ าคม
ร.ศ.๑๒๙). กรงุ เทพมหานคร : เอมเ่ี ทรดดงิ้ , ๒๕๔๔.
โมดสั คอนซลั แทนส์ จำ� กดั , บรษิ ทั . รายงานโครงการวางผงั นโยบายพฒั นาพน้ื ทก่ี ลมุ่ อำ� เภอเมอื งนครศร-ี
ธรรมราช บางขัน ทุ่งสง พระพรหม ลานสกา พรหมครี ี และท่าศาลา จงั หวดั นครศรธี รรมราช
กรมโยธาธกิ ารและผังเมือง ๒๕๕๕.
ยงยุทธ ชูแว่น. “พัฒนาการของชุมชนรอบทะเลสาบสงขลาตงั้ แต่ตน้ คริสตศ์ ตวรรษท่ี ๑๗ ถึงปลายครสิ ต์
ศตวรรษท่ี ๑๘,” วิทยานิพนธ์อักษรศาสตรมหาบัณฑิต สาขาประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออก
เฉยี งใต้ มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร พ.ศ.๒๕๒๙.
ยอร์ช เซเดส, ชำ� ระและแปล. ประชมุ ศลิ าจารึก ภาคที่ ๒ : จารกึ ทวารวดี ศรีวิชยั ละโว้. พิมพค์ ร้ังที่ ๒.
กรงุ เทพฯ : กรมศลิ ปากร, ๒๕๐๔.
รายงานการสมั มนาประวตั ศิ าสตรน์ ครศรธี รรมราช ครงั้ ท่ี ๑. พมิ พค์ รง้ั ท่ี ๒. มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครศรี
ธรรมราช, ๒๕๕๒.

412

รายงานการสมั มนาประวตั ิศาสตร์นครศรธี รรมราช ครงั้ ท่ี ๒ : ประวัตศิ าสตรเ์ ศรษฐกจิ และสังคมของ
นครศรีธรรมราช. พิมพค์ รงั้ ท่ี ๒. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรธี รรมราช, ๒๕๕๒.
รตั นปญั ญาเถระ. ชนิ กาลมาลปี กรณ.์ แปลจากฉบบั ภาษาบาลโี ดย แสง มนวทิ รู . กรงุ เทพฯ : กรมศลิ ปากร,
๒๕๑๗.
วนิ ยั พงศศ์ รเี พยี ร. “ดนิ แดนไทยตง้ั แตส่ มยั โบราณจนถงึ ตน้ พทุ ธศตวรรษที่ ๒๐,” ใน คมู่ อื การจดั กจิ กรรม
การเรยี นการสอนประวตั ศิ าสตร์ ประวตั ศิ าสตรไ์ ทยจะเรยี นจะสอนกนั อยา่ งไร. กรงุ เทพมหานคร
: กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๔๓.
วนิ ยั พงศศ์ รเี พยี ร. “ไทยในสายตาอาคนั ตกุ ะจากจนี สมยั อยธุ ยาตอนตน้ (ค.ศ. ๑๓๔๗ – ประมาณ ๑๔๓๐)
: การวิเคราะห์เอกสารประวัติศาสตร์อยุธยา.” ใน ข้อมูลประวัติศาสตร์ไทยสมัยอยุธยาจาก
เอกสารไทยและต่างประเทศ, ๑ – ๔๙. วินยั พงศ์ศรเี พยี ร, บรรณาธิการ. นครปฐม : ภาควชิ า
ประวัติศาสตร์ คณะอกั ษรศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยศิลปากร, ๒๕๒๘.
วเิ ชยี ร ณ นคร และคณะ. นครศรีธรรมราช. นครศรธี รรมราช: โรงพมิ พอ์ กั ษรสัมพันธ,์ ๒๕๒๑.
วรี ะ แสงเพชร. ภมู ปิ ญั ญาการปราบปรามของ พล.ต.ต.ขนุ พนั ธรกั ษร์ าชเดช สำ� นกั งานกองทนุ สนบั สนนุ
การวิจัย (สกว.) ๒๕๔๔.
เวลส,์ ควอริช. การปกครองและการบรหิ ารของไทยสมัยโบราณ. แปลโดย กาญจนี สมเกียรติกุล และ
ยพุ า ชมจันทร์. กรุงเทพฯ : เจรญิ วิทย์การพมิ พ์, ๒๕๑๙.
ศิลปากร, กรม กองโบราณคดี. แหล่งโบราณคดีประเทศไทย เล่ม ๕ (ภาคใต้) เอกสารวิชาการกอง
โบราณคดี. กรงุ เทพฯ : กรมศลิ ปากร, ๒๕๓๔.
สงบ สง่ เมอื ง. “ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งราชธานกี บั หวั เมอื งนครศรธี รรมราชในสมยั กรงุ ธนบรุ แี ละรตั นโกสนิ ทร์
ตอนต้น.” วทิ ยานพิ นธ์การศึกษามหาบณั ฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ๒๕๑๘.
สาวติ รี สวุ รรณสถติ ย์ (แปล). “เจา้ พระยานคร (นอ้ ย) กบั เฮนรี่ เบอรน์ .ี่ ” ใน รายงานการสมั มนาประวตั ศิ าสตร์
นครศรธี รรมราชครง้ั ท่ี ๒. พมิ พค์ รง้ั ท่ี ๒. นครศรธี รรมราช: มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครศรธี รราราช,
๒๕๕๒.
สบื แสง พรหมบญุ . ความสมั พนั ธใ์ นระบบบรรณาการระหวา่ งไทย – จนี ค.ศ. ๑๒๘๒ - ๑๘๕๓. กรงุ เทพฯ
: ไทยวฒั นาพานิช, ๒๕๒๕.
สุภาภรณ์ ตัณศลารกั ษ.์ “ความสมั พันธท์ างเศรษฐกิจระหวา่ งเมืองนครศรีธรรมราชกบั ภายนอกกอ่ นสมยั
รตั นโกสนิ ทร.์ ” ใน รายงานการสมั มนาประวตั ศิ าสตรน์ ครศรธี รรมราช ครงั้ ท่ี ๒ : ประวตั ศิ าสตร์
เศรษฐกจิ และสงั คมของนครศรธี รรมราช, ๒๙๒ – ๓๐๘. นครศรธี รรมราช : วทิ ยาลยั ครนู ครศรี
ธรรมราช, ๒๕๒๕.
หมวดวชิ าศกึ ษาทว่ั ไป กลมุ่ สงั คมศาสตร.์ เอกสารประกอบการสอนวชิ านครศรธี รรมราชศกึ ษา. มหาวทิ ยาลยั
ราชภฏั นครศรีธรรมราช. ๒๕๖๐.
องค์การค้าของคุรุสภา, พระราชหัตถเลขา เรื่องเสด็จประพาสแหลมมลายูของพระบาทสมเด็จพระ
จลุ จอมเกลา้ เจา้ อยู่หวั . กรุงเทพฯ : ศกึ ษาภัณฑพ์ าณิชย์ , ๒๕๐๖.
อมรา ศรสี ชุ าติ. สายรากภาคใต้ ภูมลิ กั ษณ์ รูปลกั ษณ์ จติ ลักษณ์, กรงุ เทพมหานคร: สำ� นักงานกองทุน
สนบั สนนุ การวจิ ยั (สกว.), ๒๕๔๔.
องั คารกลบั บ้านเกดิ  คณะผ้รู ว่ มจดั กิจกรรมรับอังคารกลับบา้ นเกดิ นครศรีธรรมราช ๒๕๕๖.

413

อาคม เดชทองคำ� , หวั เชอื กววั ชน. กรงุ เทพมหานคร : สำ� นกั งานกองทนุ สนบั สนนุ การวจิ ยั (สกว.), ๒๕๔๓.
เอกสารมณฑลนครศรธี รรมราช ในสมัยพระยายมราช (ปน้ั สุขุม) เปน็ ข้าหลวงเทศาภบิ าล ร.ศ.๑๑๕
– ๑๒๕ (พ.ศ.๒๔๓๙ - ๒๔๔๙). (พมิ พใ์ นงานพระราชทานเพลงิ ศพหมอ่ มประยรู  โสนกลุ ณ อยธุ ยา
ท.จ.ว. ณ เมรุหน้าพลับพลาอศิ รยิ าภรณ์ วัดเทพศริ ินทราวาส ๒๓ มีนาคม ๒๕๒๐).
Munro – Hay, Stuart. Nakhon Sri Thammarat : The Archeology, History and Legends
of a Southern Thai Town. Bangkok : White Lotus, 2001.
Pires, Tome. The Suma Oriental of Tome Pires. Edited by Armando Cortesao. London
: The Hakluty Society, 1944.
ฐานข้อมูลออนไลน์
กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝง่ั . ทรพั ยากรปา่ ชายเลนจงั หวดั นครศรธี รรมราช. (ออนไลน)์ . สบื คน้ เมอ่ื
๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๑. http://www.dmcr.go.th>Book20121115103211
ทรัพยากรป่าไม้. (ออนไลน์). สืบค้นเม่ือ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑. http://eic.wu.ac.th/nst/natural.
html
“วาตภัยแหลมตะลุมพุก”http://www.tungsong.com/NakhonSri/Nakhon_slogan/History /
history_ nakhon3.html เขา้ ถงึ ขอ้ มลู เมือ่ วนั ท่ี ๙ พฤษภาคม ๒๕๖๑.
สำ� นักงานจังหวัดนครศรีธรรมราช. ทรพั ยากรธรรมชาติ. (ออนไลน)์ . สืบค้นเมื่อ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑.
http://www.nakhonsithammarat.go.th
ส�ำนักงานจังหวัดนครศรีธรรมราช. แหล่งน�้ำธรรมชาติ. (ออนไลน์). สืบค้นเม่ือ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑.
http://www.nakhonsithammarat.go.th
สำ� นกั งานจดั การทรพั ยากรปา่ ไมท้ ่ี ๑๒ (นครศรธี รรมราช) กรมปา่ ไม.้ ขอ้ มลู ปา่ คมุ้ ครอง. (ออนไลน)์ . สบื คน้
เม่อื ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑. http://www.forest.go.th
ส�ำนักงานส่ิงแวดล้อมภาค ๑๔ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. โครงการเพ่ิมสมรรถนะ
ในการบรหิ ารจดั การขยะมลู ฝอย เทศบาลนครศรธี รรมราช. (ออนไลน)์ . สบื คน้ เมอื่ ๑๕ พฤษภาคม
๒๕๖๑. http://data.reo14.go.th>bin-nakhonsritummarad
สำ� นกั ชลประทานท่ี ๑๕ นครศรธี รรมราช. ระดบั นำ้� ฝน นำ�้ ทา่ โครงการสง่ นำ้� และบำ� รงุ รกั ษานครศรธี รรมราช.
(ออนไลน)์ . สบื ค้นเม่ือ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๑. http://www.irrigation.rid.go.th.nsto.data_
level_3

414

คณะผู้จดั ทำ�

ทปี่ รกึ ษา ผศ.ฉตั รชัย  ศกุ ระกาญจน์ นายสมพงษ์  มากมณี
ดร.รอยพิมพ์ใจ  เพชรกุล นางชญานนท์  สวุ รรณ
บรรณาธกิ าร นายแพทยบ์ ญั ชา  พงษ์พานชิ นายกติ ตพิ งศ์  พงศ์ยหี่ ล้า
คณะบรรณาธิการ นายสวสั ดิ์  กฤตรัชตนันต์ นางพูลสขุ  พลู พพิ ัฒน์
นางวิมล  มณีโชต ิ อาจารย์กาญจนา  เรอื งชว่ ย
ผ้ถู ่ายภาพ
ผพู้ มิ พ์ต้นฉบับ / อารต์ เวริ ์ค นายสุธรรม  ชยนั ตเ์ กียรติ
สถานที่พิมพ์
นางพรทิพย์  โพธท์ิ อง ผศ.มานะ  ขนุ วชี ่วย
อาจารย์กมลทพิ ย์  ธรรมกรี ะติ อาจารย์สมพทุ ธ  ธุระเจน
ผศ.ประหยดั  เกษม นายเพ่ือม  พทิ ักษ์
นายบัณฑิต  สทุ ธมุสกิ นายวันพระ  สืบสกลุ จินดา
รศ.ดร.สืบพงศ์  ธรรมชาติ นายวาที  ทรพั ยส์ ิน
นายเชาว์  ประยูรธำ� รงธติ ิ นายสุธรรม  สมทอง
นางสาวอไุ รวรรณ  แดงงาม นางภาพพิมพ์  ชุมทอง
นางสาวอ�ำนวย  สุดสยุ นายเสน่ห์  สงิ ห์นุย้
นายสฤษดิ์  สทุ ธกิ าญจน์ นายองอาจ  สนทะมโิ น

นายเจมส์  ฟู / นายภาตกิ ะ  รตั นนาคินทร์ / นางสาวนรสิ า  บวั เชย

นายภาตกิ ะ  รัตนนาคนิ ทร์
โรงพิมพ์ หจก.ศรีนครอนิ เตอรเ์ ทรด
เลขที่  ๔๐/๒  ถนนกะโรม  ตำ� บลโพธ์ิเสดจ็  
อำ� เภอเมือง  จังหวัดนครศรีธรรมราช  ๘๐๐๐๐
นางวิภา  ฟู  ผู้พมิ พ์และโฆษณา

415


Click to View FlipBook Version