The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ประวัติศาสตร์อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nakhonsithammaratculture, 2022-02-28 04:09:17

ประวัติศาสตร์อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช

ประวัติศาสตร์อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช

๗. ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิ่น

๗.๑ อาหารและโภชนาการ
อาหารทอ้ งถนิ่ อำ� เภอเมอื งนครศรธี รรมราชดงั้ เดมิ  นา่ จะเกดิ จากภมู ปิ ญั ญาของผคู้ นในทอ้ งถน่ิ
ยุคที่ชาวอินเดียเข้ามาเผยแผ่ศาสนาท้ังพุทธและพราหมณ์  จึงมีการน�ำเคร่ืองเทศ  และพืชผักสมุนไพร
ในท้องถ่ินมาประสมกับเนื้อสัตว์บกสัตว์น�้ำ  ตลอดจนคิดหาวิธีการปรุงด้วยเครื่องแกงต่าง ๆ จนมีความ
เป็นเอกลกั ษณ์จากถน่ิ อนื่ มากขึ้น
ล่วงมาถงึ พุทธศตวรรษที่  ๑๘  มีชาวมอญเข้ามาตั้งรกราก จึงมอี าหารแบบชาวมอญเข้ามา
อยใู่ นชวี ติ ประจำ� วนั ของชาวเมอื ง โดยเฉพาะ “ขนมจนี ” นำ� มาดดั แปลงรบั ประทานควบคกู่ บั นำ้� แกงรสเขม้
แบบเครอ่ื งเทศอินเดียทมี่ ีอย่กู อ่ นแล้ว  
ส่วนการอพยพเข้ามาค้าขายและเคลื่อนย้ายถ่ินของชาวจีนในช่วง ๓๐๐ ปีก่อน ได้ก่อ
ใหเ้ กดิ วธิ กี ารปรุงอาหารดว้ ยกระทะ รวมท้ังมีวิธกี ารถนอมอาหารขนึ้ ในรูปแบบอาหารหมัก ดอง ผัด  และ
ตม้ จืดเข้ามาอยู่ในวฒั นธรรมในการกนิ อาหารของชาวอำ� เภอเมอื งด้วย
การปรุงอาหารของชาวนครศรีธรรมราช  มีด้วยกันหลายวิธี  เช่น  การแกง  การท�ำน้�ำซุบ
การเลียง  การน่ึง  การหมัก  การดอง  การปิ้งย่าง  การต้ม  การย�ำ  ส่วนขนมก็มีหลายวิธี  เช่น  การต้ม
การเชื่อม  การฉาบ  การป้งิ ยา่ ง  การหมก  การบวด การทอด  การกวน  การค่ัว  การนึง่  เป็นต้น

ลกู หวั ครกฉาบนำ�้ ตาล (เมด็ มะม่วงหิมพานต)์ เป็นขนมท่ีมมี าแต่สมยั โบราณ สืบทอดต่อกันมาจากรนุ่ สรู่ ุ่น

ประเภทอาหารดง้ั เดมิ ของทอ้ งถนิ่ ตง้ั แตโ่ บราณทหี่ ลงเหลอื สบื ทอดกม็ หี ลายชนดิ  เชน่  แกงสม้
แกงสมรม  แกงพงุ ปลา  แกงเคยปลา  ออื้ พุงปลา  แกงข้เี หลก็  แกงขดี้ ี  ควั่ กล้ิง  แกงเห็ดแครง  น้�ำชุบโจร
น้�ำชุบไคร  น�้ำชุบแมงดา  น�้ำชุบลูกมุด  น้�ำชุบส้มขาม  ย�ำพร้าวค่ัว  ย�ำตะไคร้  ย�ำเหมงพร้าว  เลียงเคย
เลยี งเหด็  เลยี งผกั หมลงึ  เลยี งลอกอ  ตม้ เคม็  ตม้ ปลาบอก  ตม้ เปรต  ตม้ สม้ ปลาหมอ  ตม้ หนาง  ต้มตีนววั
ไกต่ ม้ ขมนิ้  ปลาเปรย้ี ว  ปลาแปง้ แดง  ปลาสม้  ปลาไสอวน  ขนมจนี  ขา้ วยำ� คลกุ  ขา้ วยำ� ทรงเครอ่ื ง  หอ่ หมก
ข้าวมนั แกง  หมฆู ็องจำ� เหนียว  เป็นต้น

285

ลกู เนียงท่รี ับประทานเป็นผกั สดเคียงกบั อาหาร แปรรปู เป็น “ลกู เนยี งตม้ ” รบั ประทานคกู่ ับมะพร้าวขูดคลกุ น้�ำตาล

ขนมในอ�ำเภอเมืองได้รับอิทธิพลวัฒนธรรมอื่นมาผสมผสานกับภูมิปัญญาด้ังเดิม จน
กลายเปน็ ขนมประจำ� ถนิ่  เชน่  พอง  ลา  ขนมบา้  ดซี ำ�  จจู้ นุ  ปะดา  จำ� ปาดะทอด  ขนมเบอ้ื ง ขนมครกเหนยี ว
ขนมกง ขนมไข่ปลา ขนมกวนขาว ขนมข้ีมัน ทุเรียนกวน จ�ำปาดะกวน ข้าวยาคู เหนียวกลอย
เหนยี วขาว เหนยี วเหลอื ง เหนยี วเชงา ขนมลกู โหนด ขา้ วเกรยี บ ขา้ วตอก เหนยี วปง้ิ  ขนมจาก  เหนยี วหลาม
ลกู จันอบั ลูกจนั ฉาบ เหนยี วห่อกล้วย หนมต้ม ขนมโค  ลกู เนยี งต้ม ลูกประตม้ หวั มนั ขห้ี นตู ้ม ถว่ั ฝรั่งตม้
ขนมขมี้ อด ลกู โกคว่ั หัวครกคัว่ หวั ครกฉาบ ข้ีหมาพองเช  มังคุดคัด  ลกู ประคว่ั

มงั คดุ คดั มลี กั ษณะกรอบ อรอ่ ยหวานมนั อมเปรยี้ ว เปน็ ของกนิ เลน่ ทเี่ ปน็ เอกลกั ษณข์ องอำ� เภอเมอื งไปแลว้

286

๗.๒ การแพทยพ์ ืน้ บ้านของเมืองนครศรีธรรมราช

หมอยาสบั เคร่ืองยา

เมอ่ื ประมาณ  ๑๐๐  ปที ผี่ า่ นมา  การแพทยแ์ ผนปจั จบุ นั ไมม่ ี  ตอ้ งใชภ้ มู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ทม่ี อี ยู่
มาผรู้ กั ษาผปู้ ว่ ยทชี่ าวนครเรยี กวา่ “หมอ” หรอื หมอแผนโบราณ หรอื หมอกลางบา้ นผทู้ าํ หนา้ ทหี่ มอจะตอ้ ง
เปน็ ผมู้ คี วามรหู้ ลากหลายทไ่ี ดร้ บั การถา่ ยทอดจากบรรพชนทเ่ี ปน็ หมอมากอ่ นและไดส้ งั่ สอนเอาไว้  นอกจากนี้
กไ็ ด้มีการบนั ทกึ ไว้ในสมดุ ไทย  (ทเ่ี รียกว่า “บุด”)   ในฐานะเป็นตํารายาหมอแผนโบราณ  
เร่ืองการรกั ษาผู้ป่วยในอดตี ของเมอื งนครศรีธรรมราช
ก่อนหน้าจะมีโรงพยาบาลท้ังของรัฐและเอกชน  ผู้ป่วยต้องไปหาหมอกลางบ้าน  ซึ่งมีท้ัง
พระสงฆแ์ ละฆราวาสซง่ึ ชาวบา้ นใหค้ วามเคารพนบั ถอื และเปน็ ผนู้ าํ ทางจติ วญิ ญาณ  วดั เปน็ สถานทร่ี วบรวม
สรรพวิทยาเอาไว้  และได้ถ่ายทอดให้ลูกศิษย์และผู้มาอุปสมบท เมื่อลาสิกขาออกไปก็จะมีความรู้ติดตัว

287

ไปประกอบอาชพี ได้  วชิ าแพทยแ์ ผนไทยเปน็ วชิ าหนง่ึ ทผี่ ศู้ กึ ษาไดไ้ ปจากวดั  บคุ คลเหลา่ นเ้ี มอื่ ไดท้ าํ การรกั ษา
ผู้ป่วยจนเกิดความชํานาญหรือมีประสบการณ์สูง ทางราชการมักแต่งต้ังให้ทําหน้าที่แพทย์ประจําตําบล
ดูแลชาวบ้านในเขตตําบล  เป็นการช่วยเหลือทางการ  เช่น  หมอแคล้ว  มุกดา  เป็นแพทย์ประจําตําบล
ศาลามีชยั  เป็นต้น  ในยุคแรก ๆ มีหมอหลายประเภท เช่น
หมอทําคลอด  ชาวนครเรียกหมอกลุ่มน้ีว่า “หมอแม่ทาน” (หมอต�ำแย) ผู้ทําคลอด
เปน็ ผหู้ ญงิ ทมี่ ปี ระสบการณ์  มคี วามรสู้ าํ หรบั ดแู ลแมผ่ ทู้ ตี่ งั้ ทอ้ งใหไ้ ดร้ บั ความสะดวกปลอดภยั เชน่  นางเฝอื
พันธุ์  ทพิ ยแ์ พทย์  เปน็ ภรรยาของหมอแก้ว  พันธุ์ทิพย์แพทย์  เป็นตน้

หมอกระดูกก�ำลังเข้าเฝือกให้กับผู้ท่มี ารบั การรกั ษา

หมอกระดูก กระดูกหัก กระดูกแตก หมอจะทําการตรวจและวินิจฉัยว่าจะรักษาอย่างไร
มกี ารเข้าเฝอื ก  มีน้ำ� มันที่ไดป้ รุงข้นึ เพื่อใช้รกั ษาท้ังทาและดื่ม  เชน่  พระอาจารยจ์ บ  เจา้ อาวาสวัดธาราวดี
บางจาก  เปน็ ต้น
หมอรักษาโรคท่ัวไป  เมื่อวินิจฉัยจากอาการของผู้ป่วยแล้ว  หมอท�ำการปรงุ ยาตามความรู้
และประสบการณ์  มยี าตม้  ยากลอน  (เมด็ )  เปน็ ตน้  เชน่  หมอแกว้  พนั ธท์ุ พิ ยแ์ พทย์ เปน็ ตน้  
หมอเด็ก  หมอรักษาเด็กในอดีตของอ�ำเภอเมืองนครศรีธรรมราชมีอยู่มาก  แต่ท่ีมีชื่อเสียง
รจู้ กั กันมากคอื
๑. หมอปาน  สงกมุ าร มสี ถานท่รี กั ษาอยทู่ หี่ ลงั ศาลจังหวดั นครศรธี รรมราช
๒. หมอบุญ  จรประดิษฐ์  มสี ถานทร่ี กั ษาอยหู่ นา้ วดั จันทาราม ตำ� บลท่าวงั

288

หมอยากวาดยาเดก็

แม้หมอท้ังสองได้ถึงแก่กรรมไปนานแล้ว แต่ชื่อเสียงก็ยังเป็นที่รู้จักของคนในเมืองนครศรี-
ธรรมราชเป็นอย่างดี มีโรคชนิดหนึ่งที่เกิดกับเด็กเล็กเรียกว่า “ซาง” มีลักษณะเป็นเม็ดขึ้นในปาก ในคอ
ลนิ้ เปน็ ฝา้ มอี าการเดก็ ไมด่ มื่ นม ไมก่ นิ ขา้ ว ปวดหวั ตวั รอ้ น มชี อ่ื เรยี กตา่ ง ๆ เชน่  ซางเพลงิ  ซางนำ้�  ซางขโมย
ซางโจร และซางโค คณุ หมอทงั้ สองจะรกั ษาใหห้ ายเจบ็ ปว่ ยได้ โดยใชย้ ากวาดซางทผ่ี ลติ มาจากตวั ยาทเ่ี ปน็
ภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยใช้นิ้วทาตัวยาแล้วล้วงเข้าไปในปากของเด็กเล็กเพียง ๑ - ๒  วัน เด็กก็จะดื่มนม
กินอาหารได้ ผู้ทําหน้าที่กวาดซางให้เด็กพูดกันว่าจะต้องเอามือล้วงปากจระเข้ สรรพคุณของตัวยา
ที่ใช้กวาดซางเด็กเล็กสามารถกําจัดโรคซางในช่องปากเด็กเล็กได้  จนท�ำให้ยาน้ีเป็นท่ีรู้จักกันกว้างขวาง
ในอำ� เภอเมอื งมาตราบปัจจบุ นั  
ในกาลตอ่ มาเมอื่ แพทยแ์ ผนปจั จบุ นั เกดิ ขน้ึ กระทรวงสาธารณสขุ เหน็ ความสาํ คญั ของภมู ปิ ญั ญา
ชาวบ้านของแพทย์พื้นบ้าน  จึงได้มีการจัดทําหลักสูตร  พร้อมทั้งจัดการศึกษาเพ่ือทําการสอบวัดความรู้
ด้านภูมิปัญญาด้านแพทย์แผนโบราณมาเป็นแพทย์แผนไทย มีการตั้งสภาแพทย์แผนไทยโดยมีนายกสภา
เปน็ ประธานในการอนมุ ตั ใิ บประกอบวชิ าชพี แพทยแ์ ผนไทย  ไดม้ สี าํ นกั เรยี นเกดิ ขน้ึ ในเมอื งนครศรธี รรมราช
 มผี ู้สนใจเข้าศึกษาเพอ่ื รับใบอนญุ าตประกอบอาชีพถงึ  ๓  สาขา  คือ
๑. สาขาเภสชั กรรม  เพอื่ รบั ใบอนญุ าตประกอบโรคศลิ ปะจากกระทรวงสาธารณสขุ  
ใชอ้ กั ษรยอ่ วา่ “บ.ภ.” (เปน็ ผปู้ ระกอบตวั ยา)
๒. สาขาเวชกรรม  เพ่อื รับใบอนุญาตประกอบโรคศลิ ปะจากกระทรวงสาธารณสุข
สาขาเวชกรรม  ใช้อกั ษรย่อวา่  “บ.ว.”  (เป็นหมอรักษาผปู้ ว่ ย)
๓. สาขาสตู ิกรรม  เพ่อื รับใบอนญุ าตประกอบโรคศิลปะจากกระทรวงสาธารณสขุ
สาขาผดุงครรภ์  ใชอ้ ักษรยอ่ วา่  “บ.ผ.”  (เป็นผู้ทาํ คลอด)

289

วัดศาลามชี ัย

วัดโคกธาตุ

เฉพาะอ�ำเภอเมืองนครศรีธรรมราช มีสํานักเรียนวิชาแพทย์แผนไทยมีสองแห่ง คือที่
วดั ศาลามชี ัย มหี มอกีชา  วมิ ลเมธี บ.ภ.บ.ว.บ.ผ. เป็นอาจารยใ์ หญ่ ผ้ขู ออนญุ าตเปดิ สาํ นักเรียนมีลกู ศิษย์
จำ� นวนมาก  อกี สํานกั คือวดั โคกธาตุ  มีหมออุดรพนั ธุ์  แก้วสขี าว  บ.ภ.บ.ว.  เปน็ อาจารย์ใหญ่ผู้ขออนญุ าต
เปดิ สาํ นกั เรยี นมลี กู ศษิ ยไ์ มน่ อ้ ยเชน่ กนั  และไดข้ ยายสาํ นกั เรยี นไปในตา่ งจงั หวดั ดว้ ย  เชน่  เกาะยาว  จงั หวดั
พงั งา  เกาะสมยุ จงั หวัดสรุ าษฎรธ์ านี  เป็นตน้

290

ปจั จบุ นั แพทยแ์ ผนไทยในอำ� เภอเมอื งนครศรธี รรมราช  เปน็ ทยี่ อมรบั ของกระทรวงสาธารณสขุ
ดงั นนั้ จงึ มแี พทยแ์ ผนไทยเกดิ ขนึ้ มากมาย เมอ่ื มกี จิ กรรมใด ๆ คณะแพทยท์ เี่ ปน็ ลกู ศษิ ยจ์ ะมาชว่ ยประกอบ
และรว่ มประกอบพธิ ี  เชน่  พธิ ไี หวค้ รขู องแพทยแ์ ผนไทยวดั ศาลามชี ยั  และวดั โคกธาตุ  เปน็ ตน้  กลา่ วไดว้ า่
แพทย์พ้ืนบ้าน จึงเป็นทางเลือกหน่ึงท่ีผู้ป่วยเลือกใช้บริการมาจนถึงปัจจุบันนี้ สามารถรวมตัวกันจัดตั้ง
เปน็ สมาคมแพทยแ์ ผนไทยจงั หวดั นครศรธี รรมราช  ทที่ าํ การอยู่  ณ วดั โคกธาตุ ตาํ บลในเมอื ง อาํ เภอเมอื ง
จังหวัดนครศรธี รรมราช  และขยายหลกั สตู รเพิ่มอีก ๑ สาขา คือการนวดไทย แตล่ ะสาขาใช้อกั ษรยอ่ ใหม่
 ดงั น้ี
๑. สาขาเวชกรรมไทย อกั ษรย่อวา่  พท.ว
๒. สาขาเภสัชกรรมไทย อกั ษรยอ่ วา่  พท.ภ
๓. สาขาการผดงุ ครรภไ์ ทย อกั ษรยอ่ วา่  พท.ผ
๔. สาขาการนวดไทย อักษรย่อว่า  พท.น

ความรกู้ ารแพทยแ์ ผนไทยทถ่ี ูกบนั ทึกไวใ้ นหนังสือบุด หรอื สมดุ ข่อย มีมาแตส่ มัยโบราณ

291

๗.๓ โหราศาสตรแ์ ละดาราศาสตร์

กระดานชนวนโหราศาสตร์

โหราศาสตรม์ าจากศพั ท์  ๒  คาํ  คอื โหร  หมายถงึ ผพู้ ยากรณโ์ ดยอาศยั การโคจรของดวงดาว
เปน็ หลัก
ศาสตร์  หมายถึงระบบวิชาความรู้  ส่วนค�ำว่าดาราศาสตร์  หมายถึงระบบวิชาความรู้เร่ือง
ดวงดาว
รวมโหราศาสตรแ์ ละดาราศาสตร์  จึงหมายถึงระบบความรู้เรื่องของดวงดาวโดยผู้พยากรณ์
(โหร) อาศยั การโคจรของดวงดาวเป็นหลกั นครศรธี รรมราชแม้จะเปน็ เมอื งพทุ ธ  แตก่ ารพยากรณเ์ กยี่ วกบั
เรอื่ งดวงดาวกย็ งั มคี วามเชอื่ เรอื่ ง  “โหร”  โหรเป็นตําแหน่งสําคัญที่พระมหากษัตริย์แต่งต้ังข้ึนเพื่อทํานาย
และประกอบพิธีต่าง ๆ จึงได้รับการแต่งต้ังขึ้นเป็นพระโหราจารย์ มีหน้าท่ีให้คําแนะนํา (พยากรณ์)
เช่น  วันสงกรานต์  เปน็ วนั ทพี่ ระอาทิตย์โคจรเขา้ สูร่ าศเี มษ  มีอยู่  ๓  วนั  คอื  วันยกข้ึนสรู่ าศีเมษวันหนึ่ง
วันเนา (ว่าง) วันหนึ่ง และวันเถลิงศกวันหนึ่ง รวมเรียกว่าวันสงกรานต์ เป็นวันขึ้นปีใหม่เดิมของไทย
และถือเป็นวันเปลี่ยนปีจุลศักราชใหม่  นอกจากน้ีเม่ือมีการตั้งบ้าน  (สร้างบ้าน) ก็ยังนิยมตั้งศาลพระภูมิ
ตามตาํ ราพรหมจุติ  และปฐมจินดา  ซึ่งเป็นตําราโบราณที่โหรจะต้องศึกษาให้เข้าใจเร่ืองฤกษ์ เรื่องยาม
ดถิ ี ข้างขึน้ ขา้ งแรม ของพิธีนนั้  ๆ ทง้ั วันเดอื นปี นอกจากนยี้ งั มีเรื่องของการสกั การะและสงั เวยใหถ้ ูกตอ้ ง
ตามตาํ รา  ต้งั แต่เกิดจนตาย จะต้องดฤู กษ์  ดิถี  ยาม  จนเปน็ วฒั นธรรมอยา่ งหน่ึง ท่มี รี ากเหงา้ ความเชื่อ
มาจากพราหมณ์  ดังนน้ั เรื่องโหราศาสตรแ์ ละดาราศาสตร์จึงยังมีอยมู่ าจนถึงปจั จุบันน้ี  จนอาจกล่าวได้วา่
พุทธกับพราหมณ์ตัดกนั ไม่ขาด

292

  ในอดีตมีพราหมณ์ผู้ประกอบพิธีมีอยู่มากมายในอ�ำเภอเมือง  มักจะได้รับเชิญให้ไปทําพิธี
เช่น  ยกเสาเอก  ขึ้นบา้ นใหม่  ตงั้ ศาลพระภูมิ  บวงสรวงศาสนสถาน  ประกอบพิธีกรรม  บูชาเทพ เหน็ ได้
เม่ือครั้งสร้างจตุคามรามเทพที่หลักเมืองนครศรีธรรมราช ก็อาศัยพิธีกรรมตามความเชื่อของพราหมณ์
แทรกอยมู่ าก  ปจั จบุ นั นยี้ งั มหี มอดทู าํ นายทายชะตาอยใู่ นวดั ตา่ ง ๆ ของเมอื ง  แมว้ า่ พระพทุ ธศาสนาสอนวา่
ตอ้ งเชอื่ กฏแหง่ กรรม  ไมม่ ใี ครจะมาบนั ดาลใหเ้ ราดหี รอื ชวั่ ไดข้ นึ้  ทงั้ หมดลว้ นขนึ้ อยกู่ บั การกระทาํ ของตนเอง
ดวงดาวและสิ่งศกั ด์ิสิทธท์ิ ง้ั หลายไม่สามารถทาํ ใหเ้ ราได้  แตน่ กั ปราชญ์ไมน่ อ้ ยกพ็ ยายามเอาเรื่องดวงดาว
โดยเฉพาะเทวดานพเคราะหม์ าสอนแแฝงแนวปรญั ชาทางพระพทุ ธศาสนา  เช่น  

พระอาทิตย์ มีกําลงั ๖ จึงใชอ้ ุทฺาทฯ สวด ๖ จบ
พระจนั ทร์ มกี าํ ลงั ๑๕ จึงใช้ยนทฺ ุนฯ สวด ๑๕ จบ
พระอังคาร มีกําลัง ๘ จงึ ใช้ยสฺสสภุ าวโต สวด ๘ จบ
พระพุธ มีกาํ ลงั ๑๗ จึงใชส้ พฺพาสีฯ สวด ๑๗ จบ
พระเสาร์ มีกาํ ลงั ๑๐ จงึ ใช้ยโตห์ สวด ๑๐ จบ
พระพฤหสั บดี มกี ําลงั ๑๙ จงึ ใชอ้ ปปฺ สนฺเนหิ สวด ๑๙ จบ
พระราหู มีกําลงั ๑๒ จงึ ใช้กนิ นฺ สุ สนตฺ รมาโนว สวด ๑๒ จบ
พระศุกร์ มีกาํ ลงั ๒๑ จึงใช้ปรติ ตํ สวด ๑๒ จบ
พระเกตุ มีกําลงั ๙ จึงใชช้ ยนโฺ ต สวด ๙ จบ

รวมแล้วได้  ๑๐๘  เท่ากับพระพุทธคุณ  ธรรมคุณ  และสังฆคุณ  ๑๐๘  พร้อมทั้งกําหนดว่า
เทวดาองค์ใดเสวยก็ได้ บทสวดพระปริตรเป็นการบูรณาการท้ังพิธีพุทธและพิธีพราหมณ์ พร้อมกันนี้
กพ็ ยายามเอาชอ่ื ของดวงดาวมาเปน็ ประจาํ พระพทุ ธรปู วนั เกดิ  เชน่  คนเกดิ วนั อาทติ ย์  บชู าพระปางถวาย
เนตร  เป็นตน้
ด้วยเหตุที่โหราศาสตร์และดาราศาสตร์ยังฝังอยู่ในความเช่ือของผู้คนอยู่มาก ดังนั้น
การดูฤกษ์ดูยามในการปลูกบ้าน  ข้ึนบ้านใหม่  ฤกษ์แต่งงาน  ฤกษ์ทํางานมงคล  จึงยังมีอยู่ในบ้านเมืองนี้
มาตราบถึงปัจจุบัน  

๗.๔ การตงั้ ถนิ่ ฐานและชยั ภมู ิ
อ�ำเภอเมืองนครศรีธรรมราชซ่ึงเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรตามพรลิงค์ มีอาณาเขต
อยู่ละติจูด  ๑๘  องศา ๒๕ ลิบดา ๑๒.๕ ฟิลิบดา และลองติจูด ๙๙ ลิบดา ๑๗.๕ ฟิลิบดา การเลือก
ภมู ปิ ระเทศเพอ่ื ตง้ั เมอื งเปน็ พน้ื ทซี่ ง่ึ มคี วามเหมาะสมและเปน็ เอกลกั ษณ์  คอื ตงั้ อยรู่ มิ ฝง่ั ทะเลอา่ วไทย  หรอื
ทางฝง่ั ตะวนั ออกของแหลมมลายคู อ่ นมาทางตอนเหนอื เลก็ นอ้ ย  สว่ นดา้ นตะวนั ตกของตวั เมอื งจดฝง่ั ทะเล
อนั ดามัน  จงึ มีลกั ษณะเด่นท่ีสรปุ ไดว้ า่
๑. อยู่ริมทะเลและอยู่ในต�ำแหน่งศูนย์กลาง โดยมีอาณาจักรส�ำคัญ ๆ อยู่ในรัศมีโดยรอบ
ทงั้ ทศิ เหนอื  ทศิ ตะวนั ออก  และทศิ ใต้  ในระยะทไี่ มต่ า่ งกนั มากนกั  มลี ำ� คลองหลายสาย  ทส่ี ามารถใชเ้ ปน็
เส้นทางคมนาคมทางเรือเข้าสู่ตัวเมืองได้สะดวก จึงเหมาะที่จะเป็นศูนย์กลางของบรรดาเมืองท่าค้าขาย
ชายทะเล  ใช้อาศยั หลบคล่ืนลม  หยุดแวะหาเสบยี ง  ซ้อื ขายแลกเปลย่ี นสนิ ค้าไดส้ ะดวก  จงึ ได้ตง้ั ถิน่ ฐาน

293

และเปน็ เสน้ ทางผา่ นของเรอื ทจ่ี ะเดนิ ทางเขา้ ดนิ แดนแถบลมุ่ เจา้ พระยา  หรอื แลน่ ลงไปยงั ปลายแหลมมลายู
ตลอดเรือทจี่ ะแล่นไปตะวนั ออกของอ่าวไทย  เช่น  ปราจนี บุรี  อีสานปุระ และอินโดจีน  คอื  ขอม  ฟนู าน
และจามปา  อาณาจักรตามพรลิงค์หรือนครศรีธรรมราชจึงเป็นเสมือนประตูทางผ่านหรือชุมทางเดินเรือ
ของนานาชาตใิ นคาบสมุทรแห่งนนี้ น่ั เอง
๒. ริมฝั่งทะเลมีสันทรายยาวเหยียดอยู่สองแนว  คือ  สันทรายแนวนอกชิดทะเลยาวเหนือ
สูใ่ ต้ประมาณ ๑๐๐ กโิ ลเมตร กว้าง ๕๐๐ เมตร สนั ทรายในอยหู่ า่ งทะเล ประมาณ  ๔๐ - ๕๐  กโิ ลเมตร
มขี นาดสนั้ และขาดเปน็ ชว่ ง ๆ เลก็ บา้ งใหญบ่ า้ ง   บนสนั ทรายนเี้ องเปน็ ทตี่ งั้ เมอื ง  ทพี่ ทุ ธสถานและเทวสถาน
กระจายตัวคู่กับชุมชน  เป็นสันดอนทรายซึ่งน้�ำไม่ท่วม  ระหว่างสันทรายมีท่ีราบลุ่ม มีภูเขาด้านตะวันตก
(เทอื กเขานครศรธี รรมราช) ทเี่ ปน็ สว่ นเกอ้ื กลู ทำ� ใหน้ ครศรธี รรมราชเปน็ เมอื งทมี่ ขี นาดใหญ่  ใชเ้ ปน็ ทท่ี ำ� นา
ทำ� สวน  ทำ� ไร่  เพาะปลูก  และท�ำการประมงเลีย้ งผู้คนไดอ้ ยา่ งพอเพยี ง
๓. ในอดตี อาณาเขตเมอื งนครศรธี รรมราชเดมิ จรดรมิ ฝง่ั ทะเลทงั้ ฝง่ั ตะวนั ออก (ทะเลหนา้ ใน)
และฝั่งตะวันตก (ทะเลหน้านอก) ต้ังแต่  กระบ่ี  ตรัง  พังงา  อยู่ในเขตการปกครองของนครศรีธรรมราช
มาก่อน  โดยใชแ้ มน่ ำ�้ ตรงั เป็นเส้นทางเชื่อมแทนการเดนิ เรอื ขา้ มแหลมมลายูทชี่ ่องแคบมะละกา
๔. เทอื กเขานครศรธี รรมราช  เปน็ เสมอื นหลกั แกนกลางของคาบสมทุ ร  เปน็ ตน้ กำ� เนดิ ลำ� นำ้�
ท่ีส�ำคัญหลายสาย  เช่น  แม่น�้ำหลวง  (ตาปี)  ยอดเขาสูงสุดของภาคใต้คือเขาหลวง  จึงมีการต้ังถ่ินฐาน
ณ บริเวณหาดทรายแก้วตั้งแต่ทิศใต้ที่ต�ำบลท่าเรือไปจรดทิศเหนือที่ต�ำบลทุ่งใส  อ�ำเภอสิชล  ยาวร่วม
๑๐๐  กโิ ลเมตร  

294

การปกรกณครีเทอศงทบอ้างลถนิ่นคทรนนี่ คครรศศรรีธีธรรรรมมบรรทาาท่ีชช๘

การปกครองท้องถิ่นในประเทศไทยเร่ิมต้ังแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
(พ.ศ. ๒๔๑๑ - ๒๔๕๓)  ในรชั สมยั ดงั กลา่ วไดเ้ รมิ่ จดั การบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ ทงั้ สว่ นกลาง  สว่ นภมู ภิ าค
ก�ำหนดให้มีกระทรวง กรม ในส่วนภูมิภาคมีเมืองและมณฑล โดยเร่ิมให้มีหน่วยการปกครองท้องถิ่น
กำ� หนดใหม้ พี ระราชบญั ญตั ศิ ขุ าภบิ าลเมอื่  พ.ศ. ๒๔๔๐  มกี ารจดั ตงั้ ศขุ าภบิ าลในหวั เมอื งทเ่ี มอื งสมทุ รสาคร
เมอื่  พ.ศ. ๒๔๔๘  และตง้ั แต่  พ.ศ. ๒๔๕๑  ไดม้ กี ารจดั ตงั้ ศขุ าภบิ าลตามหวั เมอื งตา่ ง ๆ ตามพระราชบญั ญตั ิ
ศุขาภิบาล  ซง่ึ ก�ำหนดใหม้ ีศุขาภิบาล  ๒  ประเภท  คือศุขาภบิ าลเมอื ง  และศุขาภิบาลต�ำบล
ในเขตอ�ำเภอเมืองนครศรีธรรมราชปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๕๖๑) มีองค์การปกครองท้องถ่ินจ�ำนวน
๑๘  แหง่  ประกอบดว้ ย  องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั  ๑  แหง่  คอื  องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั นครศรธี รรมราช
เทศบาลนคร  ๑  แหง่  คอื  เทศบาลนครนครศรธี รรมราช  เทศบาลเมอื ง  ๑  แหง่  คอื  เทศบาลเมอื งปากพนู
เทศบาลต�ำบล ๕ แห่ง ได้แก่ เทศบาลต�ำบลท่าแพ เทศบาลต�ำบลบางจาก เทศบาลต�ำบลปากนคร
เทศบาลตำ� บลโพธิ์เสด็จ  และเทศบาลตำ� บลท่างิว้  ส่วนองค์การปกครองสว่ นท้องถน่ิ อกี ประเภทหน่ึง  คอื
องคก์ ารบริหารส่วนตำ� บล  (อบต.)  มจี ำ� นวน  ๑๐  แหง่ ได้แก่

295

- อบต. กำ� แพงเซา - อบต. นาเคยี น
- อบต. ไชยมนตร ี - อบต. นาทราย
- อบต. ท่าซกั - อบต. บางจาก
- อบต. ทา่ เรอื - อบต. ปากนคร
- อบต. ทา่ ไร่ - อบต. มะมว่ งสองต้น

ประวัติการจัดต้ังศุขาภิบาลเมืองท่นี ครศรีธรรมราช
เมืองนครศรีธรรมราชในช่วงปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีสภาพ
ความเจริญควรจัดต้ังเป็นศุขาภิบาลตามพระราชบัญญัติดังกล่าวได้  พระยาศิริธรรมบริรักษ์  ผู้ว่าราชการ
เมืองนครศรีธรรมราชได้ประชุมกรมการผู้ใหญ่ผู้น้อย  ก�ำนันผู้ใหญ่บ้านและพ่อค้าราษฎรท้ังหลาย  ซ่ึงต้ัง
บา้ นเรือนอยใู่ นตำ� บลทา่ วัง  ตำ� บลคลัง  ต�ำบลประตไู ชยเหนือ  และตำ� บลพระเสือ้ เมือง  ทอ้ งทีอ่ �ำเภอเมือง
นครศรีธรรมราช ชี้แจงถึงประโยชน์การจัดตั้งท้องถิ่นเป็นศุขาภิบาลในเขต ๔ ต�ำบล ที่ประชุมเห็นชอบ
ว่าเป็นประโยชน์ดีควรจัดข้ึน  จึงได้ประชุมก�ำหนดเขตที่จะต้ังศุขาภิบาล  และได้เสนอเรื่องราวขอจัดตั้ง
ผา่ นทางสมเดจ็ พระเจา้ ลกู ยาเธอ เจา้ ฟา้ กรมขนุ ลพบรุ รี าเมศวร์ ขา้ หลวงเทศาภบิ าล ผสู้ ำ� เรจ็ ราชการมณฑล
นครศรธี รรมราช  
เมอื่ วนั ท่ี  ๑๓  พฤษภาคม  ร.ศ. ๑๒๙  (พ.ศ. ๒๔๕๓)  ผสู้ ำ� เรจ็ ราชการมณฑลไดส้ ง่ หนงั สอื ทเ่ี รยี กวา่
“ใบบอก” การขอจัดต้ังศุขาภิบาลเมืองนครศรีธรรมราชไปยังเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย และต่อมา
เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ร.ศ. ๑๒๙ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย คือ สมเด็จกรมพระยาด�ำรงราชานุภาพ
ไดท้ ำ� หนงั สอื กราบบงั คมทลู ขอพระบรมราชานภุ าพออกประกาศการใชพ้ ระราชบญั ญตั จิ ดั ศขุ าภบิ าลเมือง
นครศรธี รรมราช  ซง่ึ พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั ทรงมีพระราชกระแสว่า
“ควรจะจดั  แตเ่ ขตนน้ั ไมเ่ ขา้ ใจ  อนญุ าตโดยความเชอื่  ขอใหผ้ อ่ นผนั ใหด้ ี  เพราะเมอื งนครยงั ไมส่  ู้
แน่นหนาเหมอื นเมืองสงขลา”

สำ� นกั งานเทศบาลนครนครศรีธรรมราชเม่ือแรกต้งั

296

297

298

299

เขตศุขาภิบาลเมืองนครศรีธรรมราชเม่ือแรกต้ัง

กระทรวงมหาดไทย  ไดป้ ระกาศกำ� หนดเขตศขุ าภบิ าลเมอื งนครศรธี รรมราชเปน็ ครงั้ แรก  เมอ่ื วนั ท่ี
๑๓  สงิ หาคม  ร.ศ. ๑๒๙  ดงั น้ี  
“ดา้ นทศิ เหนอื จรดถนนซอยรมิ กำ� แพงวดั ประดู่  ดา้ นใตต้ กถงึ คลองไปทา่ แพ  และทงุ่ นาตะวนั ออก 
กว้าง ๑๕ เส้น ด้านใต้จรดก�ำแพงเมืองตกท่ีคลองบ้านหัวท่า และมุมก�ำแพงเมืองด้านตะวันออก กว้าง 
๑๓ เส้น ๑๔ วา ด้านตะวันออกจรดก�ำแพงเมือง และทุ่งนาหยามยาว ๔๐ เส้น ๑๘ วา ด้านตะวันตก 
จรดคลองท่าดีฝ่ังตะวันตก  ยาว  ๑๐๗  เส้น  ๑๕  วา  เปน็ เขตศขุ าภบิ าล”

หน้าท่ีของศุขาภิบาลเมอื งนครศรธี รรมราชเมือ่ แรกต้งั

ตามหนงั สือกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู ัว  กลา่ วไว้ว่า
“ส่วนการที่จะต้องจัดการในช้นั ต้นน้ี  คอื
๑. การรกั ษาความสะอาด
๒. การจ�ำหน่ายยาและพยาบาลการเจ็บไข้
๓. ซ่อมแซมถนนท่ชี ำ� รุดใหด้ ีข้ึน
และไดป้ ระมาณเงินรายจ่าย  ส�ำหรบั การทจี่ ะต้องใช้  ทัง้ การประจำ� และการจร  คอื  (๑)  ค่าจ้าง 
คนขับเกวียน  ๒  คน ๆ หนึง่ ปีละ  ๑๘๐  บาท  รวมหนึ่งปี  ๓๖๐  บาท  (๒)  ค่าจา้ งคนกวาดและรักษาถนน 
๕  คน ๆ หนง่ึ ปลี ะ  ๑๘๐  บาท  เป็นเงนิ  ๙๐๐  บาท  (๓)  ค่าซอ้ื ยา  ๒๔๐  บาท  (๔)  ค่าจ้างคนพยาบาล  
๒  คน ๆ หนงึ่ ปลี ะ  ๑๘๐  บาท  เปน็ เงนิ  ๓๖๐  บาท  (๕)  คา่ อาหารคนไข้  ปลี ะ  ๕๐๐  บาท (๖)  คา่ เครอื่ งใช้
ทำ� ท่อน�้ำและซ่อมแซมถนน  ๑,๐๐๐  บาท  (๗)  คา่ เครือ่ งมอื ปีละ  ๓๔  บาท  (๘)  ค่าจา้ งช่าง  ๑  คน  ปีละ 
๓๖๐  บาท  รวมทั้งสิ้นเปน็ เงิน  ๓๗๕๔  บาท”
พระยาศิริธรรมบริรักษ์ได้สำ� รวจบ้านเรือนราษฎรในเขตศุขาภิบาลแล้ว  มีจ�ำนวนเรือน  ๒๕๓๓
หลัง ส่วนเงินภาษีโรงร้านท่ีเก็บอยู่ตามอัตราเก่า เฉพาะเรือนท่ีอยู่ในเขตศุขาภิบาลนี้ จ�ำนวนตก ๑๒๘
เงนิ  ๙๔๒ บาท

การเปลี่ยนแปลงเขตศขุ าภบิ าลครงั้ แรก

จากการบริหารศุขาภิบาลเมืองนครศรีธรรมราช ถึง พ.ศ. ๒๔๗๔ ในสมัยของพระบาทสมเด็จ
พระปกเกล้าเจา้ อยหู่ ัว  คณะกรรมการศุขาภิบาลได้รังวัดตรวจสอบเขตของศุขาภบิ าล  ปรากฏว่าบางดา้ น
คลาดเคลอื่ นไมต่ รงกบั ประกาศเดมิ  คณะกรรมการศขุ าภบิ าลเมอื งไดป้ ระชมุ ปรกึ ษาหารอื กนั และลงมตวิ า่
สมควรจะประกาศเปลี่ยนแปลงเขตให้ตรงกับความเป็นจริง  จึงได้ท�ำหนังสือผ่านสมุหเทศาภิบาลมณฑล
นครศรีธรรมราช ไปยังกระทรวงมหาดไทย และเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย (สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ
เจา้ ฟา้ กรมพระนครสวรรคว์ รพพิ ติ )  ไดน้ ำ� ความขนึ้ กราบบงั คมทลู ขอพระบรมราชานญุ าตผา่ นราชเลขาธกิ าร
เมอื่ วนั ที่  ๒  มนี าคม  พ.ศ. ๒๔๗๔  และไดพ้ ระราชทานพระบรมราชานญุ าต  เมอื่ วนั ที่  ๘  มนี าคม  พ.ศ. ๒๔๗๔
ซึง่ กำ� หนดเขตศขุ าภิบาลเมอื งนครศรธี รรมราชใหมด่ ังนี้

300

ก. ทศิ เหนอื  จากหลกั เขตหมายเลขท่ี  ๑  ซงึ่ อยรู่ มิ คลองเตยฝง่ั ตะวนั ตก  เปน็ เสน้ ขนานจากรมิ ถนน
วัดมะขามชุมฟากเหนือตรงไปติดกับริมคลองท่ีน่ัน และเลียบริมถนนวัดมะขามชุมฟากเหนือกับริมถนน
ซอยฟากเหนอื  ซง่ึ ตรงขา้ มถนนวัดมะขามชุมไปทศิ ตะวนั ออก  วัดจากปากถนนซอยนี้ออกไป  ๔๕๐  เมตร
จากหลักเขตหมายเลขท่ี  ๒
ข. ทศิ ตะวนั ออก  จากหลกั เขตหมายเลขที่  ๒  เปน็ เสน้ ตรงไปทางทศิ ใต้  จดหลกั เขตหมายเลขท่ี ๓
ทร่ี มิ คลองหนา้ เมอื งฝง่ั ใต้  หา่ งจากมมุ ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ของกำ� แพงเมอื ง  ไปทางทศิ ตะวนั ออก  ๒๕๐  เมตร
จดรมิ คลอง  จากหลกั เขตหมายเลขท่ี  ๓  เปน็ เสน้ ตรงไปทางทศิ ใต้  จากหลกั เขตหมายเลขท่ี  ๔  ทมี่ มุ กำ� แพงเมอื ง
มุมตะวนั ออกเฉียงใต้
ค. ทิศใต้ จากหลักเขตหมายเลขที่ ๔ เลียบก�ำแพงเมืองด้านใต้ไปทางทิศตะวันตก ต่อตรงจาก
แนวก�ำแพงออกไปถึงคลองท่าดฝี งั่ ตะวนั ตก  จากหลักเขตหมายเลขที่  ๕
ง. ทศิ ตะวนั ตก  จากหลกั เขตหมายเลขท่ี  ๕  เลยี บคลองทา่ ดี  คลองทา้ ยวัง  คลองท่งุ ปรัง  และ
คลองเตยฝัง่ ตะวันตก  ไปทางทิศเหนือจากหลักเขตหมายเลขท่ี  ๑

คณะกรรมการศุขาภิบาลเมือ่ แรกต้ัง

ในการบรหิ ารศขุ าภบิ าลเมอื งนครศรธี รรมราช ตามพระราชบญั ญตั ศิ ขุ าภบิ าลหวั เมอื ง  ไดก้ ำ� หนด
ให้มคี ณะกรรมการศุขาภบิ าล  ซงึ่ เปน็ คณะกรรมการโดยต�ำแหนง่ มรี ายช่ือดังตอ่ ไปน้ี
๑. ประธานกรรมการศุขาภิบาล พระยาศริ ิธรรมบริรักษ์
๒. ปลดั ฝ่ายศขุ า หมอ่ มเจา้ ประสบประสงค์
๓. นายอำ� เภอเมือง หม่อมเจา้ ประสบประสงค์
๔. แพทยศ์ ขุ า ขุนวิจติ รโอสถ
๕. ชา่ ง ขุนรองวิเศษ
๖. กำ� นนั ตำ� บลท่าวงั นายหมี
๗. ก�ำนันตำ� บลคลัง พันหนู
๘. กำ� นนั ต�ำบลประตูไชยเหนือ หมน่ื วจิ ติ ร
๙. กำ� นันต�ำบลพระเส้ือเมือง พันช่วง
ก่อนการยกฐานะเป็นเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราชเมื่อวันท่ี ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๘ เม่ือ
นครศรธี รรมราชไดจ้ ดั การปกครองทอ้ งถนิ่ ในรปู ศขุ าภบิ าลมาตงั้ แตว่ นั ท่ี  ๑๓ สงิ หาคม พ.ศ. ๒๔๕๓ เปน็ ระยะ
เวลา  ๒๕  ปีเศษ  ผูว้ า่ ราชการเมืองทีด่ ำ� รงตำ� แหน่งประธานกรรมการศขุ าภิบาลเมืองมตี ามลำ� ดบั ต่อไปนี้
๑. พระยาศริ ิธรรมบรริ กั ษ์  (เยน็  สวุ รรณปทั ม)
๒. พระยาประชากจิ กรจกั ร  (ทับ  มหาเปารยะ)
๓. พระยารัษฎานุประดษิ ฐ์  (สิน  เทพหสั ดนิ ณ อยุธยา)
๔. พระยาสุรพลพิพิธ  (เปา้  สมุ นดิษฐ์)
๕. พระยาบรุ ีสราธิการ  (โจ้  กนษิ ฐรัต)
๖. พระยาอรรถนพิ นธ์ปรีชา  (ประเสรฐิ  อรรถนพิ นธ์ปรีชา)
๗. พระยาสุราษฎรธ์ านีศรีเกษตรนคิ ม  (เต่า  ศตะกรู มะ)

301

การเปลี่ยนแปลงฐานะเปน็ เทศบาล

เมอ่ื วนั ท่ี ๒๔ มถิ นุ ายน พ.ศ.๒๔๗๕ ไดเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงการปกครอง จากระบอบสมบรู ณาญา-
สิทธิราชย์เป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระบาทสมเด็จ
พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญเพื่อใช้เป็นหลักในการปกครองประเทศเมื่อวันที่ ๒๗
มิถนุ ายน  ๒๔๗๕  
ในด้านการปกครองท้องถิ่น ได้มีการตราพระราชบัญญัติเทศบาลเม่ือ พ.ศ. ๒๔๗๖ ก�ำหนดให้มี
เทศบาลนคร เทศบาลเมือง และเทศบาลตำ� บล ท้ังนี้ให้ยกฐานะศุขาภิบาลเป็นเทศบาล ศุขาภิบาลเมือง
นครศรธี รรมราช  ไดร้ บั การยกฐานะเป็นเทศบาลเมอื งนครศรธี รรมราช  เมอ่ื วนั ที่  ๑๖  ธนั วาคม  ๒๔๗๘
ในการจดั ตง้ั เทศบาลเมอื งตามพระราชบญั ญตั จิ ดั ระเบยี บเทศบาล จะตอ้ งตราเปน็ พระราชกฤษฎกี า
พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันท่ี ๑๐
ธนั วาคม  พ.ศ. ๒๔๗๘  มีรายละเอยี ดดังนี้

พระราชกฤษฎกี า
จดั ตง้ั เทศบาลเมอื งนครศรธี รรมราช  จงั หวัดนครศรธี รรมราช

พทุ ธศกั ราช  ๒๔๗๘
ในพระปรมาภิไธยสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู ัวอานันทมหดิ ล

คณะผูส้ �ำเรจ็ ราชการแทนพระองค์
ตราไว้  ณ วนั ท่ี  ๗  ธนั วาคม  พุทธศกั ราช  ๒๔๗๘

เปน็ ปีที่  ๒  ในรัชกาลปจั จุบนั
โดยท่ีเห็นสมควรจัดเขตต์ชุมนุมชนซ่ึงมีสภาพเป็นศุขาภิบาลเมืองนครศรีธรรมราช  ให้มีฐานะ
เปน็ เทศบาลเมอื ง
คณะผสู้ ำ� เรจ็ ราชการแทนพระองค์  ในพระปรมาภไิ ธยสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั  อาศยั อำ� นาจตามความ
ในมาตรา ๔๒ วรรค ๑ และวรรค ๓ แหง่ พระราชบญั ญตั จิ ดั ระเบียบเทศบาล พ.ศ. ๒๔๗๖ จึงใหต้ รา
พระราชกฤษฎกี าขึ้นไว้ ดงั ต่อไปนี้
มาตรา  ๑  พระราชกฤษฎกี านใี้ หเ้ รยี กวา่  พระราชกฤษฎกี า  จดั ตง้ั เทศบาลเมอื งนครศรธี รรมราช
จงั หวัดนครศรีธรรมราช  พุทธศักราช  ๒๔๗๘
มาตรา  ๒  ใหใ้ ช้พระราชกฤษฎกี านต้ี ้งั แตว่ นั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน็ ต้นไป
มาตรา  ๓  ใหจ้ ดั เขตตช์ มุ นมุ ชนในบรรดาตำ� บล  อนั เปน็ ทต่ี งั้ ศาลาวา่ การจงั หวดั นครศรธี รรมราช
ตามเขตต์ที่ก�ำหนดไว้ในมาตรา  ๔  ข้ึนเป็นเมือง  มีฐานะเป็นเทศบาลเมืองมีนามว่า  “เทศบาลเมือง
นครศรีธรรมราช  จงั หวัดนครศรธี รรมราช”
มาตรา  ๔  ใหก้ �ำหนดเขตต์เทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช  จงั หวดั นครศรีธรรมราชไว้ดงั นี้  คอื
ด้านเหนือ  จากหลักเขตต์หมายเลขท่ี  ๑  ซึ่งตั้งอยู่บนคลองเตยฝั่งตะวันตกตรงตามแนวถนน
วดั มะขามชมุ ตอ่ ออกไป หา่ งจากถนนไปอำ� เภอทา่ ศาลาตามเสน้ ดงิ่ บนถนนนฟ้ี ากตะวนั ตก ๓๗๔ เมตร
เดนิ ตรงแนวถนนวดั มะขามชมุ ขา้ มถนนไปอำ� เภอทา่ ศาลา  ถงึ หลกั เขตตท์ ี่  ๒  บนฝง่ั คลองไปทา่ แพและ
ทงุ่ นาฝ่ายตะวันออกกว้าง  ๘๔๔  เมตร

302

ด้านตะวนั ออก จากหลักเขตต์หมายเลขที่ ๒ เป็นเส้นตรงไปทางทิศใต้ ถอื หลักเขตต์หมายเลข
ที่  ๓  ซ่ึงต้ังอยู่บนฝั่งคลองหน้าเมืองฟากใต้  และห่างจากมุมป้อมทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ
กำ� แพงเมอื ง จากหลกั เขตตห์ มายเลขที่  ๓  เปน็ เสน้ ตรงไปทางทศิ ใต้  ถงึ หลกั เขตตท์ ี่  ๔  ทม่ี มุ กำ� แพงเมอื ง
ด้านตะวันออก
ด้านใต้ จากหลักเขตต์หมายเลขที่ ๔ เป็นเส้นตรงตามแนวก�ำแพงเมืองไปทางทิศตะวันตก
ถงึ หลกั เขตตท์ ี่  ๕  ซง่ึ ตงั้ อยบู่ นฝง่ั คลองทา่ ดี  ฝง่ั คลองทา่ วงั  ฝง่ั คลองทงุ่ ปรงั  ฟากตะวนั ตก  ขา้ มทางรถไฟ
ไปชุมทางห่างจากหลักกิโลเมตรที่ ๘๑๕ ของกรมรถไฟ ๒๔ เมตร แล้วข้ามสะพานตรงปลายถนน
ไปกง่ิ อำ� เภอเขาแกว้  จนพบปลายคลองทา่ วงั  เลยี บตามฝง่ั คลองเตยฝากตะวนั ตก  จนถงึ หลกั เขตตท์ ่ี  ๑
ดังปรากฏในแผนผงั ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
ตามเสน้ แนวเขตตด์ ง่ั กำ� หนดไวใ้ นวรรคกอ่ น  ใหม้ หี ลกั ยอ่ ยปกั ไวเ้ ปน็ ระยะเพอ่ื แสดงแนวเขตตด์ ว้ ย
ตามควร
มาตรา  ๕  ที่ดินหรือโรงเรือนสิ่งปลูกสร้างของผู้ใดเหล่ือมล�้ำเข้ามาในเส้นเขตต์ท่ีก�ำหนดไว้ใน
มาตรา ๔  แมแ้ ตส่ ว่ นหนงึ่ สว่ นใดใหถ้ อื วา่ ทด่ี นิ ซงึ่ ตดิ ตอ่ เปน็ ผนื เดยี วกนั นนั้  หรอื โรงเรอื นสง่ิ ปลกู สรา้ ง
นน้ั อยใู่ นเขตตเ์ ทศบาลเตม็ ทุกส่วน
มาตรา  ๖  ใหโ้ อนบรรดาทรพั ยส์ นิ ตลอดจนสทิ ธแิ ละหนา้ ทข่ี องศขุ าภบิ าลเมอื งนครศรธี รรมราช
เป็นของเทศบาลเมอื งนครศรีธรรมราช จังหวดั นครศรธี รรมราช ตามมาตรา ๖๔ แห่งพระราชบัญญัติ
จดั ระเบยี บเทศบาล  พ.ศ. ๒๔๗๖
มาตรา  ๗  ใหร้ ฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทยมหี นา้ ทจ่ี ดั การใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชกฤษฎกี าน้ี

ผรู้ ับสนองพระบรมราชโองการ
(ตามมติคณะรฐั มนตรี)
พระยานติ ิศาสตร์ไพศาลย์
รัฐมนตรี

(๕๒  ร.จ. ๑๖๘๗  ตอนท่ี  ๕๖  ลงวนั ท่ี  ๑๐  ธนั วาคม  พ.ศ. ๒๔๗๘)

การบรหิ ารเทศบาลเมืองนครศรธี รรมราชเมือ่ แรกต้ัง

ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล พ.ศ. ๒๔๗๖ ได้ก�ำหนดให้เทศบาลเมืองมีสภาเมือง
เปน็ ฝา่ ยนติ บิ ญั ญตั ิ  และคณะมนตรเี มอื งเปน็ ฝา่ ยบรหิ าร  สภาเมอื งประกอบดว้ ยสมาชกิ ทม่ี าจากการเลอื กตง้ั
แต่ในบทเฉพาะกาลในพระราชบัญญัติ ก�ำหนดว่าให้รัฐบาลแต่งตั้งบุคคลท่ีมีคุณสมบัติและมีพ้ืนความรู้
ตามทจ่ี ะไดก้ ำ� หนดไวใ้ นกฎกระทรวงใหเ้ ปน็ สมาชกิ ของสภาทอ้ งถนิ่ เหลา่ นน้ั  เพอ่ื ใหเ้ ปน็ ผเู้ รมิ่ การ  สมาชกิ
สภาเมืองจากการแต่งตั้งคร้ังแรกมี จำ� นวน ๕๔ คน (ดูภาคผนวก ๑) ส่วนคณะมนตรีเมือง ได้ก�ำหนดไว้
ในพระราชบญั ญัตวิ ่า  ให้ข้าหลวงประจำ� จงั หวดั เลอื กตั้งคณะมนตรเี มืองข้นึ คณะหนึ่ง  ประกอบดว้ ยนายก
มนตรีเมืองหนง่ึ นาย  และมนตรีเมอื งอย่างนอ้ ย  ๒  นาย  อย่างมาก  ๔  นาย
การประชุมสภาเมืองครั้งแรกจัดขึ้น ณ ศาลาเทศบาลชั่วคราว สนามหน้าเมือง เม่ือวันที่ ๓๑
มกราคม  ๒๔๗๘  มสี มาชกิ เขา้ รว่ มประชมุ  ๕๑  คน  นายเสน  ศรธี รรม  สมาชกิ อาวโุ สรบั เลอื กเปน็ ประธาน
ท่ีประชมุ ชัว่ คราว  ไดเ้ ชญิ ชวนสมาชิกปฏิญาณตนความว่า

303

“ขา้ พเจา้  (ออกนาม)  ขอใหส้ ตั ยป์ ฏญิ าณตนวา่  ขา้ พเจา้ จะรกั ษาไวแ้ ละปฏบิ ตั ติ ามซงึ่ รฐั ธรรมนญู  
แห่งราชอาณาจกั รสยาม  และพระราชบัญญัติจัดระเบยี บเทศบาล ด้วยความสุจริตใจจงทุกประการ”
ต่อจากนั้นเลขานุการเมืองได้อ่านส�ำเนาโทรเลขของนาวาตรีหลวงธ�ำรงนาวาสวัสด์ิ  รัฐมนตรี
รกั ษาราชการแทนรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทย อวยพรคณะมนตรี สมาชกิ สภาราษฎร ซงึ่ มถี งึ
ข้าหลวงประจำ� จังหวัดมคี วามวา่
“ขอแสดงความยนิ ดใี นการเปดิ เทศบาลเมอื งนครศรธี รรมราช และอวยพรใหค้ ณะมนตรี สมาชกิ  
สภาตลอดจนปวงชนแหง่ เทศบาลน้ี มคี วามสขุ มีความเจรญิ สบื ไป
ใหท้ า่ นนำ� คำ� อวยพรน้ีเสนอสภาเมืองนครศรีธรรมราชในวนั เปดิ ประชุมสภาครงั้ แรก”
(ลงชื่อ) ธ�ำรงนาวาสวสั ดิ์

หลังจากน้ันที่ประชุมได้เลือกนายจิ้นฮวด ลีละพันธ์ เป็นประธานสภาเมือง เลือกขุนพิทักษ์
รษั ฎากร  (หมึก  เพชรศริ ิ)  เปน็ รองสภาคนที่  ๑  และเลอื กนายกลั่น  ช้างกลาง  เป็นรองสภาคนที่  ๒
สว่ นฝา่ ยบรหิ ารเทศบาลเมอื ง  คอื  คณะมนตรเี มอื งชดุ แรก  เปน็ อำ� นาจของขา้ หลวงประจำ� จงั หวดั
พระยาสุราษฎร์ธานเี ปน็ ผ้แู ต่งตั้ง  ซึ่งมีหมายตัง้ ดงั นี้

(ส�ำเนา)
หมายตั้งนายกมนตรีเมอื ง
พระยาสุราษฎรธ์ านี ฯ
ขา้ หลวงประจำ� จังหวัดนครศรีธรรมราช
อาศัยอ�ำนาจตามค�ำในมาตรา  ๒๒  และมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล
พุทธศักราช  ๒๔๗๖  ตั้งให้นายสวาท มิตรกูล  เป็นนายกมนตรีเมือง  เพ่ือบริหารเทศบาลเมือง
นครศรธี รรมราช
หมายตัง้  ณ วันที่  ๓  กมุ ภาพันธ์  พทุ ธศักราช  ๒๔๗๘
ผ้รู บั สนองหมายตงั้
ฮวด  ลลี ะพนั ธ์
ประธานสภา

คณะมนตรเี มอื งเมอ่ื แรกต้งั เทศบาลเมอื งนครศรธี รรมราชประกอบดว้ ย  นายสวาท  มติ รกลู  นายกมนตรี
เมอื ง  นายฮวดซุ่น  เหงา่ พงศ์  มนตรเี มอื ง  นายต่วน  รัตนนาคินทร์  มนตรีเมอื ง
เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๐ นายสวาท  มิตรกูล นายกมนตรีเมืองได้ลาออกจากต�ำแหน่ง
ข้าหลวงประจ�ำจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงแต่งต้ังพระยาคณาศัยสุนทรเป็นนายกมนตรีเมืองคนต่อมา
คณะมนตรเี มอื งประกอบดว้ ย

304

พระยาคณาศยั สนุ ทร นายกมนตรีเมือง
นายพร้อม  รตั นโนภาส มนตรเี มอื ง
นายตะวนั  รตั นนาคนิ ทร ์ มนตรเี มือง

การบรหิ ารเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช  (พ.ศ. ๒๔๘๑ - ๒๕๓๖)

ในระหวา่ งทค่ี ณะมนตรเี มอื งชดุ พระยาคณาสยั สนุ ทร  บรหิ ารเทศบาลเมอื งนครศรธี รรมราช  ไดม้ ี
การประกาศใช้พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๘๑ เมื่อวันท่ี ๒๙ มีนาคม ๒๔๘๑ และมีผลใช้บังคับ
ในวนั ท่ี  ๑  เมษายน  ๒๔๘๒  สาระสำ� คญั ทเี่ ปลย่ี นแปลงจากพระราชบญั ญตั จิ ดั ระเบยี บเทศบาล  พ.ศ. ๒๔๗๖
คือก�ำหนดให้องค์การเทศบาลได้แก่สภาเทศบาล  ซ่ึงประกอบด้วยสมาชิกที่ราษฎรเลือกต้ังตามกฎหมาย
ว่าด้วยการเลือกต้ังสมาชิกสภาเทศบาล อยู่ในต�ำแหน่งคราวละ ๔ ปี และให้มีคณะกรรมการบริหาร
ของสภาคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะเทศมนตรี ซ่ึงประกอบด้วย นายกเทศมนตรีหนึ่งนาย  และเทศมนตรี
อ่นื  ๆ ตามจำ� นวนทีก่ �ำหนด  และใหน้ ายกเทศมนตรีเปน็ ประธานสภาเทศบาลโดยต�ำแหนง่
กรณีเทศบาลเมือง ให้สภาเทศบาลเมืองมีสมาชิกจ�ำนวนสิบแปดคน มีคณะมนตรีประกอบด้วย
นายกเทศมนตรีและเทศมนตรีอื่นอีกอย่างน้อยสองคน อย่างมากสี่คน คณะเทศมนตรีเทศบาลเมือง
นครศรีธรรมราช  ตามพระราชบญั ญตั ิเทศบาล  พ.ศ. ๒๔๘๑  คณะแรก  คือ
นายจ�ำเริญ  ลมิ ปิชาต ิ นายกเทศมนตรี
นายปลม้ื  กมุกะมกลุ เทศมนตรี
นายขจร  วฒั นบด ี เทศมนตรี
นายกี  ฐานสิ สร เทศมนตรี
นายตะวัน  รัตนนาคนิ ทร ์ เทศมนตรี
คณะเทศมนตรีชดุ นดี้ ำ� รงต�ำแหน่งระหวา่ ง  พ.ศ. ๒๔๘๓  ถงึ  พ.ศ. ๒๔๘๗  และระหวา่ งที่บริหาร
เทศบาลเมืองนครศรีธรรมราชได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.๒๔๘๖ เมื่อวันท่ี ๒๓
กุมภาพันธ์ ๒๔๘๖ สาระส�ำคัญที่แตกต่างจากพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.๒๔๘๑ คือจ�ำนวนสมาชิก
ของสภาเทศบาล  กรณเี ทศบาลเมอื งใหส้ มาชกิ เมอื งมสี มาชกิ ยส่ี บิ สค่ี น และมคี ณะเทศมนตรี ประกอบดว้ ย
นายกเทศมนตรี  และเทศมนตรีอืน่ อกี อย่างนอ้ ยสองคน  อย่างมากสามคน
อยา่ งไรก็ตาม  ในบทเฉพาะกาลกลา่ วถึงสมาชิกของสภาเทศบาล  ๒ ประเภท คอื ประเภทท่หี น่ึง
ไดแ้ กส่ มาชกิ ทร่ี าษฎรเลอื กตงั้ มจี ำ� นวนกงึ่ หนง่ึ ของจำ� นวนสมาชกิ ทง้ั หมด  และประเภททสี่ อง ไดแ้ ก่ สมาชกิ
ท่ีกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งมีจ�ำนวนอีกก่ึงหนึ่ง และเมื่อพ้นก�ำหนดสิบปีนับแต่วันใช้พระราชบัญญัติน้ี
ใหส้ ภาประกอบดว้ ยสมาชกิ ทร่ี าษฎรเลอื กตง้ั แตป่ ระเภทเดยี ว  คณะเทศมนตรตี ามพระราชบญั ญตั เิ ทศบาล
พ.ศ. ๒๔๘๖  มดี งั นี้
ร.ต.มงคล  รัตนวิจติ ร นายกเทศมนตรี
นายปล้ืม  กมกุ ะมกลุ เทศมนตรี
ขนุ บรู ณวาท เทศมนตรี
นายตะวัน  รัตนนาคินทร ์ เทศมนตรี
ด�ำรงต�ำแหนง่ ตั้งแต่เดอื นพฤศจิกายน  ๒๔๘๗  ถงึ เดอื นมถิ ุนายน  ๒๔๘๙  

305

ครั้น  พ.ศ. ๒๔๙๖  มีการเลือกต้ังและแต่งต้ังสมาชิกสภาเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช  ตาม-
พระราชบัญญัติเทศบาล  พ.ศ. ๒๔๙๖  คร้ังแรกเมอื่ เดอื นพฤษภาคม  ๒๔๙๖  ดงั นี้

สมาชกิ สภาเทศบาลประเภทท่ี  ๑  ประกอบดว้ ย
๑. นายผิว  ทวกี ิจ ๖. นายสุดใจ  ฟองนภา
๒. นายคลงิ้  พันธุ์อุไร ๗. นายขจร  วัฒนบด ี
๓. ร.ต.มงคล  รตั นวจิ ิตร ๘. นายสมนึก  ฤทธพิ งศ ์
๔. นายยะมาด  อบั ดุลละ ๙. นายวิชติ  บษุ ยรตั น์
๕. นายอสุ าห์  มติ รกูล

สมาชิกสภาเทศบาลประเภทที่  ๒ ประกอบดว้ ย
๑. พระมนนู าทวมิ ลกฤตย์ ๖. นายปล้มื  กมุกะมกลุ
๒ นายจ�ำเริญ  ลมิ ปชาติ ๗. นายโชตน์  วิสุทธธิ รรม
๓. นายกลน่ั  ชา้ งกลาง ๘. นายสภุ าษ  หงส์ประภัศร
๔. ขุนบูรณวาท ๙. นางยพุ ิน  ลีละพนั ธ์
๕. นายน้อม  อปุ รมัย

ผูท้ ี่สภาเทศบาลชุดนี้ไดเ้ ลอื กคณะเทศมนตรี ดังนี้
๑. ขนุ บูรณวาท นายกเทศมนตรี
๒. นายขจร วฒั นบดี เทศมนตรี
๓. นายโชตน์ วสิ ทุ ธิธรรม เทศมนตรี

ต่อมาในปี  พ.ศ. ๒๔๙๙  ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๔๙๙
ซ่ึงประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เม่ือวันที่  ๒๙  มกราคม  ๒๕๐๐  ยกเลิกสมาชิกสภาเทศบาลประเภท
ท่ี ๒ ท่ีมาจากการแต่งต้ังแต่ให้ด�ำรงต�ำแหน่งต่อไปจนครบตามวาระ ดังนั้นในการเลือกตั้งเม่ือเดือน
พฤษภาคม  ผ้ไู ดร้ บั การเลอื กตั้งเปน็ สมาชิกสภาเทศบาลจึงมีดงั ต่อไปน้ี
๑. นายขจร  วฒั นบดี ๑๐. นายเสริม  ทวีสิทธ ์ิ
๒. นายโชตน์  วสิ ทุ ธธิ รรม ๑๑. นายสัญญา  เลาหกุล
๓. นายตะวนั  รัตนนาคินทร์ ๑๒. นายสมนึก  ฤทธิพงศ ์
๔. นายบุญส่ง  กิจวิบลู ย ์ ๑๓. นายสมนกึ  วิสุทธกิ าญจน์
๕. ทันตแพทยผ์ จญ  สวา่ งพื้น ๑๔. นายสมบูรณ์  ภารพบ
๖. นายร�ำไพ  ณ นคร ๑๕. นายสรุ นิ ทร์  มาศดติ ถ์
๗. นายวชิ ิต  บุษยรตั น์ ๑๖. นายอารี  ชาตกิ ุล
๘. นายวสนั ต์  โอรพันธ ์ ๑๗. นายอสุ าห์  มติ รกูล
๙. นายไสว  สวสั ดสิ าร ๑๘. นายอ�ำนาจ  โขมศริ ิ
สภาเทศบาลชดุ น้ีได้เลือกบุคคลตอ่ ไปนีม้ าดำ� รงต�ำแหนง่ คณะเทศมนตรี  คือ
นายไสว  สวัสดิสาร นายกเทศมนตรี
นายโชตน์  วสิ ทุ ธิธรรม เทศมนตรี
นายบญุ ส่ง  กจิ วบิ ูลย์ เทศมนตรี

306

ในระหว่างการบริหารของคณะเทศมนตรีชุดน้ี ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติเทศบาล
(ฉบับที่  ๔) พ.ศ. ๒๕๐๕  เมือ่ วนั ที่  ๒๑  กุมภาพันธ์  ๒๕๐๕  ประกาศในราชกิจจานุเบกษา  เม่ือวนั ท่ี  ๒๗
กุมภาพนั ธ์  ๒๕๐๕  ท่มี ผี ลต่อการบรหิ ารงานของเทศบาลมาก  กค็ ือการก�ำหนดในมาตรา  ๖  ความวา่
“ในกรณที ี่เหน็ สมควร  กระทรวงมหาดไทย  อาจแต่งต้ังข้าราชการไปด�ำรงต�ำแหนง่  หรอื ปฏิบตั ิ
กิจการของเทศบาลใดเป็นการช่ัวคราวได้ โดยไม่ขาดจากความเป็นข้าราชการ ให้ข้าราชการผู้ได้รับ 
แต่งตัง้ มีฐานะเดยี วกับพนกั งานเทศบาลทกุ ประการ”
คณะเทศมนตรี ซงึ่ มนี ายไสว สวสั ดสิ าร ตอ้ งพน้ จากตำ� แหนง่ กอ่ นครบวาระตามคำ� สง่ั ของกระทรวง
มหาดไทยเม่ือเดือนกนั ยายน ๒๕๐๔ และแตง่ ต้งั ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยมาทำ� หนา้ ทีบ่ รหิ าร
ดงั นน้ั  ตงั้ แตว่ นั ที่  ๑๒  กนั ยายน  ๒๕๐๔  แตง่ ตงั้ ขา้ ราชการของกระทรวงมหาดไทยมาดำ� รงตำ� แหนง่
นายกเทศมนตรแี ละเทศมนตรขี องเทศบาลเมืองนครศรธี รรมราช  คอื
นายเหรียญ  สรอ้ ยสนธ์ ิ นายกเทศมนตรี
พ.ต.อ.พิงพันธุ์  เนตรรงั ษี เทศมนตรี
ร.ต.ต.กร  บญุ ยง เทศมนตรี
และมบี ุคคลอนื่ ที่ผลดั เปลยี่ นมาดำ� รงตำ� แหน่งเทศมนตรี  ไดแ้ ก่
นายสนิ  สวุ รรณ เทศมนตรี
พ.ต.อ.วิเชยี ร  สวัสดีนฤนาท เทศมนตรี
นายสวุ รรณ  ศรสี คุ นธรตั น์ เทศมนตรี
ร.ต.สกุ รี  รักษ์ศรที อง ร.น. เทศมนตรี
เทศมนตรีเป็นข้าราชการกระทรวงมหาดไทย  ท่ีได้รับการแต่งต้ังตามพระบัญญัติเทศบาล (ฉบับ
ที่  ๔) พ.ศ. ๒๕๐๕ คอื
นายเหรียญ  สร้อยสนธ์ ต�ำแหนง่ ปลดั จงั หวัดนครศรีธรรมราช
พ.ต.อ.พงิ พันธ์ุ  เนตรรังษ ี ตำ� แหน่ง ผู้ก�ำกับการต�ำรวจภธู รจังหวัด
ร.ต.ต.กร  บญุ ยง ตำ� แหนง่ นายอำ� เภอเมอื ง
อนึ่ง ระหว่างทน่ี ายเหรียญ สร้อยสนธิ์ ดำ� รงต�ำแหน่งนายกเทศมนตรี ปรากฏวา่ นครศรีธรรมราช
ประสบภยั ธรรมชาตวิ าตภยั รา้ ยแรง  เมอ่ื วนั ที่  ๒๕  ตลุ าคม  ๒๕๐๕  เปน็ ผลทำ� ใหอ้ าคารสำ� นกั งานเทศบาล
ซึ่งมีสภาพทรุดโทรมอยู่แล้วเสียหายเป็นอันมาก มีความจ�ำเป็นจะต้องสร้างส�ำนักงานหลังใหม่ คณะ
เทศมนตรีขออนุมัติท่ีประชุมสภาสภาเทศบาลใช้งบประมาณจ�ำนวน ๑,๗๒๕,๐๐๐ บาท เป็นเงินกู้จาก
กองทนุ สง่ เสรมิ กจิ การเทศบาลจำ� นวน  ๑,๒๐๐,๐๐๐  บาท  โดยบรษิ ทั กรงุ เทพศริ วิ ฒั น์  จำ� กดั  เปน็ ผรู้ บั เหมา
กอ่ สรา้ ง  ตามแบบของกรมโยธาธกิ าร  สรา้ งแลว้ เสรจ็ และเปดิ ใชเ้ มอื่ วนั ที่  ๑๐  ธนั วาคม  ๒๕๐๗  เปน็ อาคาร
ค.ส.ล. ท่ีจัดสรา้ งหลงั การจดั ตงั้ เทศบาลเมืองนครศรธี รรมราชเกอื บ  ๓๐  ปี

307

ในเดือนสิงหาคม ๒๕๐๖ มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช สมาชิก
สภาเทศบาลชุดน้ี  ท�ำหน้าที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติเพียงอย่างเดียว  (เพราะฝ่ายบริหารกระทรวงมหาดไทย
เป็นผแู้ ตง่ ตง้ั )  ผลการเลือกตัง้ มดี งั ต่อไปนี้
๑. นายขจร  วฒั นบดี ๑๐. ทันตแพทย์ผจญ  สวา่ งพน้ื
๒. นายจ�ำเรญิ  ลมิ ปชิ าต ิ ๑๑. นายร�ำไพ  ณ นคร
๓. นายตะวัน  รตั นนาคินทร์ ๑๒. นายวิชติ  บุษยรัตน ์
๔. นางทองใบ  มิตรกลู ๑๓. นายสมบูรณ์  ภารพบ
๕. นายน้อม  อุปรมยั ๑๔. นายเสริม  ทวีสทิ ธ์ ิ
๖. นายบญุ ส่ง  กิจวิบูลย ์ ๑๕. นายสมนกึ  วิสุทธกิ าญจน์
๗. นายบรรเทงิ  จงรกั ษ ์ ๑๖. นายสัญญา  เลาหกุล
๘. นายพนั  จิตตโิ อภาส ๑๗. ร.ท.เอยี่ ม  ทรงนาคา
๙. ร.ต.ท.อดุ ม  วรินทรเวช ๑๘. นายอสุ าห์  มติ รกลู

ในเดือนธันวาคม  ๒๕๑๐  ได้มีการเลือกต้ังสมาชิกสภาเทศบาลอีกคร้ังหนึ่ง  ผู้ได้รับการเลือกตั้ง
คร้งั นน้ั  มีดงั ตอ่ ไปนี้
๑. นายขจร  วัฒนบดี ๑๐. นางสุจารี  โสภณ
๒. นายแคลว้  มกุ ดาห์ ๑๑. นายสมบรู ณ์  ภารพบ
๓. นายจรญู  วิเชียรรตั น ์ ๑๒. นายสรุ ินทร์  มาศดิตถ์
๔. นายตะวนั  รัตนนาคินทร ์ ๑๓. นายเสะ  ไชยตรี
๕. นายบญุ ส่ง  กิจวิบูลย ์ ๑๔. นายไสว  สวัสดิสาร
๖. นายปลม้ื  กมุกะมกุล ๑๕. นายอสุ าห์  มติ รกลู
๗. นายประสงค์  สงิ ห์โกวินทร ์ ๑๖. ร.ต.ท.อดุ ม  วรินทรเวช
๘. นายเสริม  ทวสี ทิ ธิ ์ ๑๗. นายอัมพร  ณ สงขลา
๙. นายสญั ญา  เลาหกลุ ๑๘. นายอะหมาด  พศิ สุพรรณ

สมาชกิ สภาเทศบาลชดุ นก้ี ท็ ำ� หนา้ ทเ่ี ปน็ ฝา่ ยนติ บิ ญั ญตั เิ พยี งอยา่ งเดยี ว  เพราะฝา่ ยบรหิ ารกระทรวง
มหาดไทยเป็นผ้แู ต่งตงั้  ครนั้ เม่ือนายเหรียญ สร้อยสนธิ์  พน้ จากตำ� แหนง่ ปลัดจังหวัด  และเม่อื นายนอง
ปานชู มาด�ำรงต�ำแหน่งปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกเทศมนตรีแทน ซึ่งคณะ
เทศมนตรที ่ีมาจากการแตง่ ตั้ง ไดแ้ ก่
นายนอง  ปานชู นายกเทศมนตรี
พ.ต.อ.วเิ ชียร  สวสั ดนี ฤนาท เทศมนตรี
นายสวุ รรณ  ศรสี ุคนธรัตน์ เทศมนตรี

และผู้มาดำ� รงต�ำแหนง่ เทศมนตรแี ทนในระยะหลงั มสี ามคน  และด�ำรงต�ำแหน่งถงึ  พ.ศ. ๒๕๑๒
พ.ต.อ.จารุ  ฐิติประวตั ิ
นายกระจ่าง  ครี ินทร์นนท์
นายเปรม  สุทธาเวช

308

ในเดือนมนี าคม  ๒๕๑๒  เลอื กต้งั สมาชกิ สภาเทศบาลเมอื งนครศรธี รรมราช  ผู้ได้รบั การเลือกตั้ง
มดี ังต่อไปนี้
๑. นายไสว  สวสั ดิสาร ๑๐. นายแสวง  จงู ศิริ
๒. นายสรุ ินทร์  มาศดติ ถ์ ๑๑. นายบญุ ฤทธ์ิ  ธนาวฒุ ิ
๓. นางขจติ  เพชรานนท์ ๑๒. นายกระจ่าง  วีรวรรณ
๔. นายอนันต์  ศิริรักษ ์ ๑๓. นายสันติ  ชัยสวุ รรณ
๕. ร.ท.นพิ นธ์  ทรงนาคา ๑๔. นายไพศาล  อุ้ยพัตร
๖. นายณรงค์  ไพรพฤกษ ์ ๑๕. นายเฉลิม  พงศว์ ชั ร ์
๗. นายโชตน์  วสิ ุทธธิ รรม ๑๖. นายโอบ  ปกั ป่นิ เพชร
๘. นายแอ  วิรัชพงศ ์ ๑๗. นายบุญส่ง  กจิ วบิ ลู ย์
๙. นายวจิ ติ ร  การญุ ๑๘. นายอัมพร  ณ สงขลา

มีสมาชิกบางท่านลาออก  ผทู้ ่ไี ด้รบั เลอื กตงั้ แทนคือนายสบุ ิน สนิ ไชย  และนายสญั ญา เลาหกลุ  สมาชิก
ไดเ้ ลือกคณะเทศมนตรี  ประกอบดว้ ย
นายไสว  สวสั ดสิ าร นายกเทศมนตรี
นายโชตน์  วิสุทธธิ รรม เทศมนตรี
นายนพิ นธ์  ทรงนาคา เทศมนตรี

ดำ� รงตำ� แหนง่ ตงั้ แตว่ นั ที่  ๑๓  พฤษภาคม  ๒๕๑๒  ถงึ วนั ที่  ๖  กรกฎาคม  ๒๕๑๕  กพ็ น้ จากตำ� แหนง่ จากนน้ั
กระทรวงมหาดไทยจงึ แตง่ ตง้ั ขา้ ราชการมาทำ� หนา้ ทค่ี ณะเทศมนตรี  แตด่ ำ� รงตำ� แหนง่ ระยะสน้ั เพยี ง  ๔  เดอื น
ประกอบด้วย
นายอนันต์  สงวนนาม นายกเทศมนตรี
พ.ต.อ.พนม  ฤทธเิ์ ล่ือน เทศมนตรี
ร.ต.สุกรี  รักษ์ศรีทอง ร.น. เทศมนตรี

ทา่ นทงั้ สามเปน็ ขา้ ราชการกระทรวงมหาดไทยคอื ปลัดจงั หวดั ผูก้ �ำกับต�ำรวจภธู รจงั หวดั และนายอ�ำเภอ
เมอื ง

เดือนตุลาคม ๒๕๑๕ มีการแต่งตั้งสมาชกิ สภาเทศบาลอีกครั้งหน่ึง ผ้ไู ด้รับการแต่งตง้ั มีดังต่อไปน้ี
๑. นางขจติ  เพชรานนท์ ๑๐. นายวชั รา  หงส์ประภศั ร ์
๒. พ.ต.จวง  ปานจนิ ดา ๑๑. นายวิชติ  บษุ ยรัตน์
๓. นายเฉลมิ  พงศ์วชั ร ๑๒. นายสัญญา  เลาหกลุ
๔. นายทวี  วุฒิศักดิ ์ ๑๓. นายสุบิน  สินไชย
๕. นายนอง  ปานช ู ๑๔. นายสมบรู ณ์  ภารพบ
๖. นายบุญสง่  กิจวบิ ูลย์ ๑๕. นายอัมพร  ณ สงขลา
๗. ทันตแพทย์ผจญ  สวา่ งพ้ืน ๑๖. วา่ ที่ ร.ต.อรณุ  ธรรมา
๘. นายมาโนชญ์  ธรรมรักษ ์ ๑๗. นายอดุ ม  เพชรชู
๙. นายวสนั ต์  โอรพันธ์ ๑๘. นายโอบ  ปักปิน่ เพชร

309

สภาชดุ น้ีมมี ตเิ ลอื กคณะเทศมนตรี ประกอบดว้ ย นายกเทศมนตรี
นายบญุ ส่ง  กจิ วิบลู ย ์ เทศมนตรี
นายสญั ญา  เลาหกลุ เทศมนตรี
นายสมบูรณ์  ภารพบ

ตอ่ มานายสมบรู ณ์  ภารพบ  ลาออก  นายวสนั ต์  โอรพนั ธ์  ไดร้ บั แตง่ ตงั้ แทน  บรหิ ารเทศบาลไปจนครบวาระ
ท่ีเหลือ  และมีการเลือกต้ังสมาชิกสภาเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช  เมื่อวันท่ี  ๑๔  ธันวาคม  ๒๕๑๗
สภาชุดน้มี มี ตเิ ลือกนายจรัส  เสอื ทอง  เป็นนายกเทศมนตรี  คณะเทศมนตรี  ประกอบด้วย
นายจรัส  เสือทอง นายกเทศมนตรี
จ.ส.ต.บุญธรรม  สาธรณ์ เทศมนตรี
นายจรูญ  วเิ ชียรรตั น์ เทศมนตรี

ต่อมาได้เปลี่ยนแปลงให้นายจันทร์  พงศาวดาร  เข้ามาเป็นเทศมนตรีแทนนายจรูญ  วิเชียรรัตน์  ชุดน้ี
ไดบ้ ริหารเทศบาลจนครบวาระ  ใน  พ.ศ. ๒๕๒๓  ผ้ไู ด้รับการเลือกต้งั มีรายช่ือดังต่อไปนี้

ในเดอื นมิถนุ ายน ๒๕๒๓ มีการเลอื กตัง้ สมาชกิ สภาเทศบาล ผไู้ ด้รบั การเลือกต้งั มดี งั ตอ่ ไปน้ี
๑. นายบญุ ส่ง  กิจวบิ ูลย ์ ๑๐. นายแคลว้ มกุ ดาห์
๒. นายอมั พร  ณ สงขลา ๑๑. นายวินัย ไชยตรี
๓. นายจรญู  วเิ ชยี รรัตน ์ ๑๒. นายเฉลียว ตันติศักด์ ิ
๔. นายสมนกึ  เกตุชาต ิ ๑๓. นายนพพันธ์ พนั ธรุ ตั น์
๕. ด.ต.สวาท นิยมจิต ๑๔. นายเออ้ื ม อบุ ลพนั ธ์ุ
๖. พ.ท.นพ.ปริวรรต อุดมศักดิ์ ๑๕. นายวโิ ชติ เกตชุ าติ
๗. นายนยิ ม สุวรรณนอ้ ย ๑๖. นายเคารพ อสิ สระไพบูลย์
๘. นายมนสั พงศ์ย่หี ล้า ๑๗. นายสธุ ี สิงหสุวรรณ
๙. นายวิชัย แสงวิมาน ๑๘. นายเชิดไชย สทุ ธิรักษ์

สภาชดุ นีม้ ีมตเิ ลอื กนายบุญสง่  กจิ วิบลู ย์  เปน็ นายกเทศมนตรี  คณะเทศมนตรี  ประกอบด้วย
นายบุญส่ง  กจิ วิบลู ย ์ นายกเทศมนตรี
นายอัมพร  ณ สงขลา เทศมนตรี
นายจรูญ  วิเชยี รรตั น ์ เทศมนตรี

บรหิ ารเทศบาลอยไู่ มค่ รบปี นายกเทศมนตรไี ดล้ าออกจากตำ� แหนง่ กระทรวงมหาดไทยไดแ้ ตง่ ตง้ั
ขา้ ราชการกระทรวงมหาดไทยมาดำ� รงคณะเทศมนตรแี ทนเมอื่ วันท่ี ๒๕ มีนาคม  ๒๕๒๔ ประกอบดว้ ย

ร.ต.อนกุ ูล  สภุ าไชยกิจ นายกเทศมนตรี
พ.ต.อ.นิทัศน์  โกศลสมบตั ิ เทศมนตรี
นายสมบูรณ์  ชยั สวัสดิ ์ เทศมนตรี
บรหิ ารอยเู่ พยี งเดอื นเดยี ว  คณะเทศมนตรจี ากการเลอื กตง้ั ไดเ้ ขา้ มาบรหิ ารเทศบาลอกี ครง่ึ หนงึ่ ประกอบดว้ ย
นายบญุ ส่ง  กิจวบิ ูลย ์ นายกเทศมนตรี
นายอมั พร  ณ สงขลา เทศมนตรี
นายสมนกึ  เกตุชาติ เทศมนตรี

310

วันท่ี  ๒๘  กรกฎาคม  ๒๕๒๘  มกี ารเลอื กตั้งสมาชกิ สภาเทศบาล  ครง้ั น้มี ีผไู้ ดร้ บั เลือกตง้ั ดังน้ิี
๑. นายสมนึก  เกตชุ าติ ๑๐. นายสชุ าติ  รตั นพาห ุ
๒. พ.ท.นพ.ปรวิ รรต  อุดมศักด์ ิ ๑๑. นายเชดิ ชัย  สุทธริ กั ษ์
๓. นายนิยม  สวุ รรณนอ้ ย ๑๒. นายนพรตั น ์  พนั ธุรตั น ์
๔. นายวิชยั  แสงวิมาน ๑๓. นายนวิ าศน์  จงู ศริ ิ
๕. นายสธุ ี  สงิ หสุวรรณ ๑๔. นายอมั พร  ณ สงขลา
๖. นายไกรสร  ตรีสัตยพันธ ์ ๑๕. นายวนิ ัย  ไชยตรี
๗. นายบญุ ส่ง  กิจวิบลู ย์ ๑๖. นายเคารพ  อิสสระไพบูลย ์
๘. นายจรูญ  วิเชยี รรตั น์ ๑๗. ด.ต.สวาท  นิยมจติ ต์
๙. นายเฉลียว  ตันตศิ ักด์ ิ ๑๘. นายแคลว้  มุขดาห์

สภาชดุ นมี้ มี ตเิ ลอื กนายสมนกึ  เกตชุ าติ  เปน็ นายกเทศมนตรี  คณะเทศมนตรปี ระกอบดว้ ย
นายสมนกึ  เกตุชาติ นายกเทศมนตรี
นายนิยม  สุวรรณนอ้ ย เทศมนตรี
พ.ท.นพ.ปริวรรต  อุดมศกั ดิ์ เทศมนตรี

คณะเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งด�ำรงต�ำแหน่งมาต้ังแต่ได้รับ
เลอื กตง้ั เมอ่ื  พ.ศ. ๒๕๒๘  บรหิ ารเทศบาลจนครบวาระ

วนั ท่ี ๒๓  กนั ยายน  ๒๕๓๓  มกี ารเลอื กตง้ั สมาชิกสภาเทศบาลอกี  ผลการเลอื กตัง้ ปรากฏว่าผไู้ ด้
รับเลอื กต้ัง  ดังนี้
๑. นายสมนึก เกตชุ าต ิ ๑๐. นายเคารพ อิสสระไพบลู ย์
๒. นายวินัย ไชยตรี ๑๑. นายแคลว้ มกุ ดาห์
๓. ด.ต.สวาท นิยมจิตต ์ ๑๒. นายเกษม ค�ำนวณจิต
๔. นายมนสั พงศย์ ห่ี ลา้ ๑๓. นายนพพนั ธ์ พนั ธุรตั น์
๕. นายสชุ าติ รัตนพาหุ ๑๔. นายนยิ ม สวุ รรณน้อย
๖. นายวชิ ัย แสงวมิ าน ๑๕. นายวิโชติ เกตุชาติ
๗. นายสาโรจน์ สิงห์สุวรรณ ๑๖. นายธำ� รง แรกค�ำนวณ
๘. นายนคร สวุ รรณเดช ๑๗. นายเฉลยี ว ตันตศิ กั ดิ์
๙. นายจรญู วิเชียรรตั น ์ ๑๘. นายบญุ สง่ กิจวิบูลย์

สภาเทศบาลได้เลือกนายสมนึก  เกตชุ าติ เป็นนายกเทศมนตรี คณะเทศมนตรีประกอบดว้ ย
นายสมนกึ เกตุชาต ิ นายกเทศมนตรี
นายมนสั พงศ์ยหี่ ล้า เทศมนตรี
นายสชุ าติ รัตนพาห ุ เทศมนตรี

ในระหว่างการบริหารของคณะเทศมนตรีชุดนี้ ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงเทศบาลนครนครศรี-
ธรรมราช ๒ ประการ คือการขยายเขตเทศบาลไปทางตะวันตก เขตชุมชนหัวอิฐบริเวณหมู่ท่ี ๑ ต�ำบล
โพธเิ์ สดจ็  และตำ� บลนาเคยี นบางสว่ นเมอ่ื  พ.ศ.๒๔๓๖  และทสี่ ำ� คญั คอื ยกฐานะเปน็  “เทศบาลนครนครศร-ี
ธรรมราช”  เม่ือ  พ.ศ. ๒๕๓๗

311

การบรหิ ารเมื่อยกฐานะเป็นเทศบาลนครนครศรีธรรมราช  (พ.ศ. ๒๕๓๗ - ปัจจบุ ัน)
เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ซ่ึงยกฐานะมาจากเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อวันท่ี ๑๕
สงิ หาคม ๒๕๓๗ ไดป้ รบั การบรหิ ารปรบั เขา้ สรู่ ะบบเทศบาลนครอยา่ งสมบรู ณ์ สมาชกิ สภาเทศบาลเมอื ง
จงึ ไดต้ ดั สนิ ใจลาออกทงั้ คณะ ดงั นนั้ จงึ มกี ารเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาเทศบาลนครนครศรธี รรมราชเปน็ ครงั้ แรก
เม่อื วนั ท่ี  ๔  ธนั วาคม  ๒๕๓๗  ผลการเลอื กต้ังมีรายชื่อดงั ตอ่ ไปนี้
๑. นายสมนึก  เกตชุ าต ิ ๑๓. นายนพพนั ธ์  พันธุรตั น์
๒. นายวชิ ัย  แสงวมิ าน ๑๔. นายเกษม  คำ� นวณจติ
๓. นายขจรเกยี รติ  แก้วทองคำ� ๑๕. นายธานี  ศริ ิพันธ์
๔. นายธ�ำรง  แรกค�ำนวณ ๑๖. นายสุชาติ  รัตนพาหุ
๕. นายบญุ สง่  กจิ วิบูลย ์ ๑๗. นายวนิ ยั  ไชยตรี
๖. นายธนวัฒน์  เลาหอารีดิลก ๑๘. นายสุทัศน์  เดชเดโช
๗. นายศุภโชค  เสอื ทอง ๑๙. นายเฉลยี ว  ตันติศกั ด ิ์
๘. ด.ต.สวาท  นิยมจิตต ์ ๒๐. นายสมบรู ณ์  เกตแุ ก้ว
๙. นายธรรมนญู  ธรุ ะเจน ๒๑. นายมนสั  พงศย์ ่หี ล้า
๑๐. นายด�ำรง  วงศพ์ ศิ าล ๒๒. นายเคารพ  อสิ สระไพบูลย์
๑๑. นายจรญู  วเิ ชยี รรัตน์ ๒๓. นายเออ้ื ม  อุบลพนั ธ์ ุ
๑๒. นายวโิ ชติ  เกตุชาติ ๒๔. นายสาโรจน์  สิงหส์ ุวรรณ

ทีป่ ระชุมสภาเทศบาลนครนครศรีธรรมราชไดม้ ีมตเิ ลือกนายสมนกึ เกตชุ าติ เป็นนายกเทศมนตรี
นครนครศรธี รรมราชเปน็ คนแรก  คณะเทศมนตรปี ระกอบดว้ ย
นายสมนกึ  เกตชุ าติ นายกเทศมนตรี
นายมนสั  พงศ์ยี่หลา้ เทศมนตรี
นายสุชาติ  รตั นพาหุ เทศมนตรี
นายธรรมนญู  ธุระเจน เทศมนตรี
นายนพพนั ธ์  พันธุรัตน์ เทศมนตรี

คณะเทศมนตรบี รหิ ารเทศบาลนครนครศรธี รรมราชไปจนครบวาระ เมอื่ วนั ที่ ๓ ธนั วาคม ๒๕๔๑
มกี ารเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาเทศบาลอกี ครงั้ หนงึ่  เมอื่ วนั ที่  ๒๑  กมุ ภาพนั ธ์  ๒๕๔๒  การเลอื กตง้ั ครง้ั นเ้ี ปน็ การ
เลอื กตงั้ แบบแบง่ เขตเปน็ ครงั้ แรก โดยเทศบาลนครจะตอ้ งแบง่ ออกเปน็ ๔ เขต ๆ ละ ๖ คน ผลการเลอื กตง้ั
ปรากฏว่ามผี ู้ได้รับการเลือกตง้ั ในแต่ละเขตมดี งั ตอ่ ไปน้ี

เขตเลอื กตัง้ ที่ ๑ ผไู้ ดร้ บั การเลือกต้งั คอื เขตเลอื กต้ังที่ ๒ ผู้ได้รับการเลือกตง้ั คือ
๑. นายสุชาติ  รัตนพาห ุ ๑. นายสมนึก  เกตุชาติ
๒. นายสรุ โรจน์  นวลมังสอ ๒. นายธรรมนญู  ธรุ ะเจน
๓. นายวบิ ูลยเ์ กยี รติ  กจิ วบิ ูลย์ ๓. นายช�ำนิ  ปานสังข์
๔. ด.ต.สวาท  นิยมจติ ต์ ๔. นายวิชยั  แสงวิมาน
๕. นายธำ� รง  แรกคำ� นวณ ๕. นายสถติ ย์  ไชยรตั น์
๖. นายเกษม  คำ� นวณจิต ๖. นายขจรเกยี รติ  แก้วทองค�ำ

312

เขตเลอื กตง้ั ที่ ๓ ผู้ได้รับการเลือกตงั้ คอื เขตเลอื กต้ังท่ี ๔ ผู้ไดร้ บั การเลือกตง้ั คือ
๑. นายมนัส  พงศย์ ีห่ ลา้ ๑. นายวโิ ชติ  เกตุชาติ
๒. นายอดุลย์  เหมทานนท ์ ๒. นายวินัย  ไชยตรี
๓. นายสุเทพ  สงิ หส์ วุ รรณ ๓. นายเคารพ  อสิ สระไพบลู ย์
๔. นายสมบรู ณ์  เกตแุ กว้ ๔. นายธรี วัฒน์  คงส�ำราญ
๕. นพ.ชัยนนั ท์  สวัสดนี ฤนาท ๕. นายคำ� รพ  วงศ์พศิ าล
๖. นายธนวัฒน์  เลาหอารีดิลก ๖. นายสุทัศน์  เดชเดโช

สมาชิกสภาเทศบาลชุดนี้  ได้เลือกนายสมนึก  เกตุชาติ  เป็นนายกเทศมนตรี  คณะเทศมนตรี
ประกอบด้วย
นายสมนกึ  เกตุชาต ิ นายกเทศมนตรี
นายสุชาติ  รตั นพาห ุ เทศมนตรี
นายมนสั  พงศย์ ี่หลา้ เทศมนตรี
นายธรรมนญู  ธรุ ะเจน เทศมนตรี
นายสุทศั น์  เดชเดโช เทศมนตรี  

ตอ่ มานายธรรมนญู  ธรุ ะเจน  ถงึ แก่กรรม  จึงได้แต่งตงั้ นายเกษม  ค�ำนวณจิต  เป็นเทศมนตรแี ทน
คณะเทศมนตรชี ดุ นบี้ รหิ ารเทศบาลนครนครศรธี รรมราชไปจนถงึ เดอื นกมุ ภาพนั ธ์  ๒๕๔๖  และมกี ารเลอื กตง้ั
สมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรีโดยตรงเมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๔๖ การเลือกต้ังโดยตรง
คราวน้นั ผู้ไดร้ บั เลือกเปน็ นายกเทศมนตรีคอื นายสมนึก  เกตุชาติ  สว่ นสมาชิกสภาเทศบาลคร้งั นั้น มีผู้ได้
รบั เลอื กดังตอ่ ไปน้ี

เขตเลือกตั้งท่ี  ๑ ผไู้ ดร้ ับการเลือกต้ังคอื เขตเลอื กตั้งที่ ๒ ผไู้ ดร้ บั การเลอื กตงั้ คอื
๑. นายภรู ิภัต  รัตนพาห ุ ๑. นายกฤษดา  เสมอภพ
๒. นายวบิ ูลย์เกียรติ  กจิ วิบลู ย์ ๒. นายยทุ ธชัย  เฉลมิ ไทย
๓. นายเกษม  ค�ำนวณจติ ๓. นายจกั รพนั ธุ์  จนั ทร์เชียว
๔. นายธ�ำรง  แรกค�ำนวณ ๔. นายซ�ำนิ  ปานสงั ข์
๕. นายโอภาส  ฉวิ พนั ธ์ ๕. นายคำ� นวณ  โสมนลิ
๖. นายสมชาย  สังข์วเิ ชยี ร ๖. นายสถติ ย์  ไชยรตั น์

เขตเลือกตงั้ ท่ี  ๓  ผ้ไู ดร้ ับการเลอื กต้งั คือ เขตเลอื กตัง้ ที่ ๔ ผ้ไู ด้รับการเลอื กตั้งคือ
๑. นายจิรศักด์ิ  สมุทรอัษฎงค์ ๑. นายธีรวัฒน์  คงสำ� ราญ
๒. นายชยั นันท์  สวัสดนี ฤนาท ๒. นายวฑิ ูรย์  หสั ภาคย์
๓. นางปรางทิพย์  วงศ์วรชาติ ๓. นายคำ� รพ  วงศ์พศิ าล
๔. นายสรุ ศกั ด์ิ  ลมิ่ สวุ รรณ์ ๔. นายสมพร  พลู พิพัฒน์
๕. นายณฐั วฒุ ิ  ภารพบ ๕. นายภาวนิ ทร์  ณ พทั ลุง
๖. นายธำ� รง  ลิ่มประสิทธ์ิ ๖. นายเคารพ  อสิ สระไพบูลย์

313

ภายหลงั ทน่ี ายสมนกึ  เกตชุ าติ  นายกเทศมนตรที มี่ าจากการเลอื กตงั้ โดยตรงจากประชาชน  ดำ� รง
ต�ำแหน่งมาจนครบวาระเมื่อวันท่ี ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๔ จึงมีการเลือกต้ังนายกเทศมนตรีคนใหม่ เม่ือ
วนั ท่ี ๑๙  มถิ นุ ายน  ๒๕๕๔  มีผ้สู มัครรับเลือกต้งั  ๓  ราย  ประกอบด้วย
๑. ผศ.เชาว์วศั  เสนพงศ์
๒. นายกณพ  เกตุชาติ
๓. นายธนา  รงุ่ นริ นั ดรกุล
ผู้ที่ได้รับการเลือกต้ัง คือ ผศ.เชาว์วัศ เสนพงศ์ อยู่ในต�ำแหน่ง ๔ ปี จนครบวาระในวันที่ ๑๘
มิถุนายน  ๒๕๕๘  ผ.ศ.เชาว์วัศ  เสนพงศ์  ได้แต่งตง้ั บุคคลตอ่ ไปนีเ้ ป็นรองนายกเทศมนตรี  คือ
๑. นายสุจนิ ต์  พิมเสน
๒. นายธนา  รุ่งนิรนั ดรกลุ
๓. นายมนัส  พงษย์ ่หี ลา้
๔. นายวงศว์ ชริ ะ  โอวรารินทร์
ผู้บริหารชุดน้ีด�ำรงต�ำแหน่งมาถึง  พ.ศ.๒๕๖๑  ได้มีค�ำส่ังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
ใหน้ ายกเทศมนตรพี กั การปฏบิ ตั หิ นา้ ทกี่ ารชวั่ คราว  จงึ แตง่ ตงั้ นายพงศส์ นิ ธ์ุ  เสนพงศ์  รองนายกเทศมนตรี
รกั ษาราชการแทนนายกเทศมนตรี  ท้ังน้ีเป็นไปตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ  เรื่องการ
ไดม้ าซึง่ สมาชิกสภาท้องถิ่น หรอื ผบู้ รหิ ารท้องถน่ิ เปน็ การช่วั คราว ฉบบั ท่ี ๘๕/๒๕๕๗ มสี าระที่ส�ำคญั คือ
“เนอื่ งจากในปจั จบุ นั มสี มาชกิ สภาทอ้ งถน่ิ และผบู้ รหิ ารทอ้ งถน่ิ หลายแหง่ ทคี่ รบวาระ หรอื วา่ งลง 
โดยเห็นว่าสถานการณ์ในปัจจุบันยังไม่อาจจัดให้มีการเลือกต้ังสมาชิกสภาท้องถิ่น  หรือผู้บริหารท้องถิ่น 
ได้โดยเรียบร้อย  คณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ  ใหป้ ฏิบัตติ ามประกาศน้ี  สาระส�ำคญั ดังตอ่ ไปน้ี
ข้อ ๑. ในกรณีทส่ี มาชิกสภาท้องถิ่น หรอื ผบู้ รหิ ารท้องถน่ิ ดำ� รงต�ำแหนง่ ครบวาระ หรือพ้นจาก 
ตำ� แหนง่ เพราะเหตอุ ืน่ ใด  ใหง้ ดจัดใหม้ ีการเลอื กต้งั จนกวา่ จะมปี ระกาศเปลยี่ นแปลง
ประกาศ ณ วนั ท่ี ๑๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๗”

...................................................................

314

เทศบาลนครศรธี รรมราชกับการเลือกตง้ั นายกเทศมนตรีโดยตรง

การประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั เิ ทศบาล (ฉบบั ท่ี ๑๑)  พ.ศ. ๒๕๔๓ และพระราชบญั ญตั เิ ทศบาล
(ฉบบั ท่ี  ๑๒)  พ.ศ. ๒๕๔๖ และพระราชบญั ญตั วิ า่ ดว้ ยการเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาทอ้ งถนิ่  หรอื ผบู้ รหิ ารทอ้ งถนิ่
พ.ศ. ๒๕๔๕  ทำ� ใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงทม่ี าของนายกเทศมนตรี  ทง้ั นเี้ พราะรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั ร
ไทย  พ.ศ. ๒๕๔๐  ไดก้ ลา่ วถงึ การปกครองทอ้ งถน่ิ  ซง่ึ กำ� หนดใหค้ ณะผบู้ รหิ ารทอ้ งถนิ่ หรอื ผบู้ รหิ ารทอ้ งถน่ิ
มาจากการเลอื กต้ังโดยตรงของประชาชน  หรือมาจากความเหน็ ของสภาทอ้ งถิน่
ดังน้ันในการเลือกต้ังนายกเทศมนตรีโดยตรงคร้ังแรกของเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เกิดขึ้น
เมอื่ วนั ที่  ๓  เมษายน  ๒๕๔๖  โดยถอื เขตเทศบาลนครนครศรธี รรมราช  เปน็ เขตเลือกต้งั  ผลการเลอื กตงั้
ปรากฏวา่ นายสมนกึ เกตชุ าติ ไดร้ บั การเลอื กตง้ั เปน็ นายกเทศมนตรคี นแรกทมี่ าจากการเลอื กตง้ั โดยตรง
ของประชาชน  และดำ� รงต�ำแหน่งเปน็ เวลา  ๔  ปี  นับตง้ั แต่วนั เลือกต้งั
ตามพระราชบัญญัติเทศบาล นายกเทศมนตรีอาจแต่งตั้งรองนายกเทศมนตรี ซ่ึงมิใช่สมาชิก
สภาเทศบาลเป็นผู้ช่วยเหลือการบริหารราชการ ตามท่ีนายกเทศมนตรีมอบหมาย กรณีเทศบาลนคร
ใหแ้ ตง่ ตง้ั รองนายกเทศมนตรไี ดไ้ มเ่ กนิ สคี่ น ซงึ่ นายกเทศมนตรไี ดแ้ ตง่ ตง้ั รองนายกเทศมนตรภี ายหลงั การ
เลือกต้งั ดงั นี้
นายมนสั  พงศ์ยี่หลา้ รองนายกเทศมนตรี
นายสุชาติ  รัตนพาหุ รองนายกเทศมนตรี
นายสุทัศน์  เดชเดโช รองนายกเทศมนตรี
นายสรุ โรจน์  นวลมงั สอ รองนายกเทศมนตรี
ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนให้นายเอนก บุญสัมพันธ์กิจ เป็นรองนายกเทศมนตรีแทนนายสุรโรจน์
นวลมงั สอ  และเมอ่ื นายมนสั  พงศย์ หี่ ลา้ ลาออกจากตำ� แหนง่  ไดแ้ ตง่ ตงั้ ให้  นายณฐั วฒุ ิ  ภารพบ  เปน็ รอง-
นายกเทศมนตรีแทน
นอกจากพระราชบัญญัติเทศบาล  (ฉบับท่ี  ๑๒)  จะให้อ�ำนาจนายกเทศมนตรีแต่งต้ังรองนายก
เทศมนตรแี ลว้ ยงั ใหอ้ ำ� นาจนายกเทศมนตรแี ตง่ ตง้ั ทปี่ รกึ ษานายกเทศมนตรแี ละเลขานกุ ารนายกเทศมนตรี
ไดอ้ กี  กรณเี ทศบาลนครแตง่ ตง้ั ทป่ี รกึ ษาและเลขานกุ ารรวมกนั ไมเ่ กนิ  ๕  คน  ซง่ึ นายกเทศมนตรไี ดแ้ ตง่ ตง้ั
ท่ปี รกึ ษาและเลขานกุ าร ต่อไปน้ี
นายวงศ์วบิ ลู ย์  กิจวิบูลย์ ที่ปรกึ ษา
นายสุรโรจน์  นวลมังสอ ที่ปรกึ ษา
นายกณพ  เกตุชาต ิ ที่ปรกึ ษา
นายฉัตรชยั  อรุณสวุ รรณกร เลขานกุ าร
นายกเทศมนตรี (นายสมนกึ เกตุชาต)ิ ไดบ้ รหิ ารเทศบาลนครนครศรธี รรมราช ไปจนครบวาระ
ในวันที่  ๒  เมษายน  ๒๕๕๐  จึงต้องจัดให้มีการเลือกต้ังภายใน  ๔๕  วันนับแต่วันครบวาระ ท้ังน้ีคณะ
กรรมการการเลือกต้ังจะได้แต่งต้ังคณะกรรมการการเลือกต้ังประจ�ำเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เพื่อ
ด�ำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น  หรือผู้บริหารท้องถิ่น
พ.ศ. ๒๕๔๕  ต่อไป

315

การขยายเขตเทศบาลเมอื งนครศรีธรรมราช

ทที่ ำ� การเทศบาลนครนครศรธี รรมราชปัจจุบนั

ตามพระราชกฤษฎีกาจัดต้ังเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช  ยังคงยึดเขตสุขาภิบาลเมืองนครศรี-
ธรรมราชเป็นเขตเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช ย้อนกลับไปในการประชุมสภาจังหวัดนครศรีธรรมราช
ครั้งท่ี  ๑๐/๒๔๗๘  เม่อื วันท่ี  ๑๘  ธนั วาคม  ๒๔๗๘  ซงึ่ จดั ตง้ั ข้ึนตามพระราชบญั ญัตจิ ัดระเบยี บเทศบาล
พ.ศ. ๒๔๗๖ เม่ือวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๔๗๘ ที่ประชุมได้พิจารณาญัตติของนายกิมฟอง ลักษณา  สมาชิก
สภาจังหวดั  เรอ่ื งการขยายเขตเทศบาล  ในญัตติใหเ้ หตุผลวา่
“ที่ตลาดท่าแพนเ้ี ปน็ ทีป่ ระชุมชน  ทงั้ เปน็ ทา่ เรอื และทา่ รถ  มกั มีเหตเุ กดิ ข้ึนบ่อย ๆ ท่ีศาลามไี ชย
ก็มีตลาดเช่นเดียวกัน ท้ังสองแห่งน้ีต้องการความอารักขาและบ�ำรุงจากต�ำรวจและเทศบาล ซ่ึงเทศบาล 
จะไดร้ บั ประโยชนใ์ นการตง้ั ตลาดและอน่ื  ๆ หลายประการ  จงึ เหน็ วา่ ควรขยายเขตออกไปตามญตั ตทิ ขี่ า้ พเจา้  
เสนอมาแล้ว  ถา้ สภาเห็นพ้องด้วย  ขอให้เสนอเป็นล�ำดับไป”
แต่การขยายเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช  เพิ่งจะเกิดข้ึนเม่ือ  พ.ศ. ๒๕๐๘  สมัยท่ีนายเหรียญ
สรอ้ ยสนธิ์  เปน็ นายกเทศมนตรี  หรอื ประมาณ  ๓๐  ปี  ภายหลงั การยกฐานะสขุ าภบิ าลเมอื งนครศรธี รรมราช
เป็นเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช การขยายเขตเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราชครั้งที่ ๑ เป็นการขยาย
ไปทางทิศเหนือ  ทิศใต้และทิศตะวันออก  ดังปรากฏในพระราชกฤษฎีกาเปล่ียนแปลงเขตเทศบาลเมือง
นครศรีธรรมราชเม่ือวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๐๘ ซ่ึงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๘๒ ตอนท่ี ๙๖
เมื่อวันท่ี  ๙  พฤศจิกายน  ๒๕๐๘  ดงั น้ี

316

พระราชกฤษฎีกา

เปลยี่ นแปลงเขตเทศบาลเมอื งนครศรีธรรมราช
จงั หวัดนครศรีธรรมราช

....................................................................

ภูมพิ ลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้  ณ วนั ท่ี  ๒๒  ตุลาคม  พ.ศ. ๒๕๐๘
เป็นปีท่ี  ๒๐  ในรัชกาลปัจจบุ ัน

พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช  มพี ระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ ใหป้ ระกาศ
วา่  โดยที่เป็นการสมควรเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช
เพ่อื ความเหมาะสมแก่การบริหารกจิ การ และการบริหารกจิ การและการทะนุบ�ำรงุ ท้องถนิ่ เล่ม ๘๒
ตอนที่ ๙๖ ราชกิจจานเุ บกษา ๙ พฤศจิกายน ๒๕๐๘
อาศยั อำ� นาจตามความในมาตรา ๑๒ แหง่ พระราชบญั ญตั เิ ทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซงึ่ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ
โดยพระราชบญั ญตั เิ ทศบาล  (ฉบบั ท่ี  ๓)  พ.ศ. ๒๔๙๙  จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ราพระราช
กฤษฎกี าข้ึนไว้ ดังต่อไปน้ี
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมือง 
นครศรีธรรมราช จงั หวดั นครศรธี รรมราช พ.ศ.๒๕๐๘”
มาตรา  ๒  พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เปน็ ตน้ ไป
มาตรา ๓ ให้เปล่ียนแปลงเขตเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้
ก�ำหนดไว้ตามมาตรา  ๔  แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเขตเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช  จังหวัด
นครศรีธรรมราช  พทุ ธศักราช  ๒๔๗๘  เสียใหม่  โดยมีเขตดงั ตอ่ ไปน้ี
ดา้ นเหนอื  ตงั้ แตห่ ลกั เขตท่ี  ๑  ซง่ึ ตงั้ อยรู่ มิ คลองเตยฝง่ั ตะวนั ตก ตรงแนวเสน้ ตงั้ ฉากกบั ทางหลวง
แผน่ ดนิ สายนครศรธี รรมราช - ทา่ แพ  ตรง กม. ๑๒๙.๑๘๓ ถงึ หลกั เขตท่ี ๒ ซง่ึ ตง้ั อยหู่ า่ งจากศนู ยก์ ลาง
ทางหลวงแผน่ ดนิ สายนครศรีธรรมราช - ทา่ แพ ๑,๐๐๐ เมตร
ด้านตะวันออก จากหลักเขตท่ี ๒ เป็นเส้นตรงไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ถึงหลักเขตท่ี ๓  
ซึง่ ตง้ั อยู่ริมคลองหนา้ เมืองฝงั่ เหนอื  ตรงริมคขู วางฝ่งั ตะวันออก

317

จากหลักเขตท่ี  ๓  เป็นเส้นตรงไปทางทิศใต้ ผ่านทางหลวงแผ่นดินสายนครศรีธรรมราช -
ปากพนงั  ตรง  กม.๑  ถงึ หลกั เขตท่ี  ๔ ซงึ่ ตงั้ อยหู่ า่ งจากศนู ยก์ ลางทางหลวงแผน่ ดนิ สายนครศรธี รรมราช
- ปากพนัง  ๕๖๐  เมตร
ดา้ นใต้  จากหลักเขตที่  ๔  เปน็ เส้นตรงไปทางทิศตะวนั ตกถงึ หลักเขตที่  ๕  ซึ่งตง้ั อยู่รมิ เหมอื ง
วดั เพชรจรกิ ฝง่ั ตะวนั ตก  หา่ งจากศนู ยก์ ลางทางหลวงแผน่ ดนิ สายนครศรธี รรมราช - รอ่ นพบิ ลู ย์  ๒๕๐
เมตร
ดา้ นตะวนั ตก  จากหลกั เขตที่  ๕  เลยี บตามรมิ เหมอื งหลงั วดั เพชรรกิ ฝง่ั ตะวนั ตก  คลองหวั หวอ่ ง
ฝั่งตะวันตก คลองท้ายวังฝั่งตะวันตก คลองทุ่งปรังฝั่งตะวันตก และคลองเตยฝั่งตะวันตก ไปทาง
ทิศเหนือบรรจบหลักเขตท่ี  ๑
ดงั ปรากฏในแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
ตามเส้นแนวเขตท่ีกล่าวไวใ้ นมาตรานี้ ใหม้ ีหลกั ย่อยปักไว้เพ่อื แสดงแนวเขตตามสมควร
มาตรา  ๔  ใหร้ ฐั มนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทยรกั ษาการตามพระราชกฤษฎีกาน้ี
ผรู้ ับสนองพระบรมราชโองการ

จอมพล ถนอม  กิตตขิ จร
 นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎกี าฉบบั น้ี คือเน่ืองจากท้องถ่ินได้เจริญข้นึ และ
มชี มุ นมุ ชนอยหู่ นาแนน่ ทง้ั ในเขตและนอกเขตเทศบาลจงึ สมควรขยายเทศบาลเมอื งนครศรธี รรมราช
จังหวดั นครศรธี รรมราช  เพอื่ ประโยชน์ในการบริหารกจิ การและการทำ� นุบำ� รุงท้องถิน่ ต่อไป
อย่างไรก็ตาม ความจ�ำเป็นที่ต้องขยายเขตเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราชอีกคร้ังหนึ่งเกิดขึ้น
เมอื่  พ.ศ. ๒๕๓๖  สมยั ทนี่ ายสมนกึ เกตุชาติ เปน็ นายกเทศมนตรี  ดงั พระราชกฤษฎกี าเปลยี่ นแปลงเขต
เทศบาลเมอื งนครศรีธรรมราช  จงั หวดั นครศรีธรรมราช  (ฉบบั ท่ี ๒)  พ.ศ. ๒๕๓๖  ต่อไปน้ี

318

พระราชกฤษฎกี า

เปล่ียนแปลงเขตเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช
จงั หวัดนครศรธี รรมราช  (ฉบับท่ี  ๒)
พ.ศ. ๒๕๓๖
...........................................................

ภูมพิ ลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้  ณ วนั ท่ี  ๒๘  พฤศจกิ ายน  พ.ศ. ๒๕๓๖
เปน็ ปีที่  ๔๘  ในรชั กาลปัจจุบนั

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้
ประกาศว่า  
โดยทเี่ ปน็ การสมควรเปลยี่ นแปลงเขตเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรธี รรมราช
เพื่อประโยชนใ์ นการบริหารกจิ การและการทะนบุ ำ� รุงทอ้ งถิ่น
อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา
๑๒  วรรคหนงึ่  แหง่ พระราชบญั ญตํ เิ ทศบาล  พ.ศ. ๒๔๙๖ ซงึ่ แกไ้ ขเพม่ิ เตมิ  โดยพระราชบญั ญตั เิ ทศบาล
(ฉบับที่  ๓)  พ.ศ. ๒๔๙๙  จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขน้ึ  ไว้ดงั ตอ่ ไปนี้
มาตรา  ๑  พระราชกฤษฎีกาน้ีเรียกว่า  “พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมือง 
นครศรีธรรมราช  จงั หวดั นครศรีธรรมราช  (ฉบบั ที่  ๒)  พ.ศ. ๒๕๓๖”
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกาน้ีให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้เปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ซ่ึงได้
กำ� หนดไวใ้ นมาตรา  ๓  แหง่ พระราชกฤษฎกี า  เปลย่ี นแปลงเขตเทศบาลเมอื งนครศรธี รรมราช  จงั หวดั
นครศรธี รรมราช  พ.ศ. ๒๕๐๘  เสยี ใหม่  โดยให้มเี ขตดังต่อไปน้ี
หลักเขตท่ี ๑ ตั้งอยู่ริมคลองท่าลาด ฝั่งตะวันตก ตรงจุดท่ีแนวเส้นแบ่งเขตต�ำบลท่าวัง กับ
ตำ� บลปากพูน  บรรจบกับแนวเส้นแบง่ เขตต�ำบลนาเคยี น
ด้านเหนือ จากหลักเขตที่ ๑ เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตต�ำบลท่าวัง กับต�ำบลปากพูน
ไปทางทศิ ตะวนั ออก  ผา่ นทางหลวงแผน่ ดนิ หมายเลข  ๔๐๑๒  ตอ่ เขตเทศบาลนครศรธี รรมราช ควบคมุ

319

ท่าแพ  และถนนอ้อมค่ายวชิราวุธ  ถึงหลักเขตที่  ๒  ซึ่งตั้งอยู่ตรงจุดท่ีแนวเส้นแบ่งเขตต�ำบลท่าวัง
กบั ต�ำบลทา่ ซกั  บรรจบกับแนวเส้นแบ่งเขตต�ำบลปากพนู
ด้านตะวันออก จากหลักเขตท่ี  ๒  เป็นเส้นเลียบแนวเส้นแบ่งเขตต�ำบลท่าวังกับต�ำบลท่าซัก
เลยี บแนวเสน้ แบง่ เขตตำ� บลคลงั กบั ตำ� บลปากนคร  และเลยี บแนวเสน้ แบง่ เขตตำ� บลในเมอื งกบั ตำ� บล
ปากนครไปทางทิศใต้  ผ่านทางหลวงแผ่นดิน  หมายเลข  ๔๐๑๓  ต่อเขตเทศบาลนครศรีธรรมราช
ควบคมุ  - หวั ไทร  ถงึ หลกั เขตที่  ๓  ซงึ่ ตงั้ อยตู่ รงจดุ ทแี่ นวเสน้ แบง่ เขตตำ� บลในเมอื ง  บรรจบกบั แนวเสน้
แบง่ เขตตำ� บลท่าเรอื
ดา้ นใต้  จากหลกั เขตที่  ๓  เปน็ เสน้ เลยี บแนวเสน้ แบง่ เขตตำ� บลในเมอื ง  กบั ตำ� บลทา่ เรอื  ไปทาง
ทศิ ตะวนั ตก  ผา่ นทางหลวงแผน่ ดนิ  หมายเลข  ๔๐๑๗  ตอ่ เขตเทศบาลเมอื งนครศรธี รรมราช  ควบคมุ
- ระโนด  ถงึ หลักเขตที่  ๔  ซงึ่ ตงั้ อยรู่ มิ คลองหัวหว่องฝ่งั ตะวนั ตก
ด้านตะวันตก จากหลักเขตที่ ๔ เป็นเส้นเลียบริมคลองหัวหว่องฝั่งตะวันตก เลียบริมคลอง
ท่าวังฝง่ั ตะวนั ตก  และเลยี บริมคลองทา้ ยวงั ฝั่งตะวันตก  ไปทางทศิ เหนอื  ถงึ หลักเขตที่  ๕  ซึง่ ตงั้ อยู่
ริมคลองท้ายวังฝั่งตะวันตก  ตรงจุดที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางถนนเทวบุรีไปทางทิศใต้ตามแนวขนาน
ระยะ  ๑๐๐  เมตร
จากหลักเขตที่ ๕ เป็นเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนเทวบุรี และต่อเป็น
เส้นตรงตามแนวเส้นตั้งฉากระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนโพธ์ิเสด็จ ไปทางทิศตะวันตก
ถึงหลกั เขตที่ ๖
จากหลกั เขตท่ี  ๖  เปน็ เสน้ ขนานระยะ  ๑๐๐  เมตร  กบั ศนู ยก์ ลางกบั ถนนโพธเิ์ สดจ็  ดา้ นตะวนั ตก
ไปทางทศิ เหนือ  ถึงหลกั เขตท่ี  ๗  ซึ่งตั้งอยูร่ ิมคลองห้วยฝ่งั ใต้
จากหลักเขตท่ี ๗ เป็นเส้นเลียบริมคลองห้วยฝั่งใต้ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และทิศ
ตะวันตกเฉยี งใต้  ถงึ หลักเขตท่ี  ๘  ซึ่งตัง้ อยรู่ ิมคลองสง่ นำ�้ ชลประทาน  คลองซอย  ๓  ขวา - สายใหญ่
ฝงั่ ซ้าย  ฝั่งใต้
จากหลกั เขตที่ ๘ เป็นเสน้ เลยี บรมิ คลองสง่ น้�ำชลประทาน คลองซอย ๓ ขวา - สายใหญฝ่ ั่งซา้ ย
ฝั่งใต้  ไปทางทิศตะวันตก  ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข  ๔๑๐๓  นาพรุ - ปากนคร  ถึงหลักเขต
ที่ ๙ ซ่ึงตั้งอยู่ริมคลองส่งน�้ำชลประทาน คลองซอย ๓ ขวา - สายใหญ่ฝั่งซ้าย ฝั่งใต้ ตรงจุดท่ีอยู่
หา่ งจากศูนยก์ ลางทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข  ๔๑๐๓  นาพร ุ - ปากพูน  ตามแนวขนานระยะ  ๕๐๐
เมตร
จากหลกั เขตที่  ๙  เปน็ เสน้ ขนานระยะ  ๕๐๐  เมตร  กบั ศนู ย์กลางทางหลวงแผน่ ดนิ หมายเลข
๔๑๐๓  นาพรุ - ปากพูน  ไปทางทศิ เหนอื  ผ่านทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข  ๔๐๑๖  ตอ่ เขตเทศบาล
นครศรธี รรมราชควบคมุ  - นาเหรง  ถงึ หลกั เขตท่ี  ๑๐  ซง่ึ ตงั้ อยรู่ มิ คลองสง่ นำ�้ ชลประทาน  คลองซอย
๔  ขวา  สายใหญฝ่ ง่ั ซา้ ย  ฝงั่ เหนือ

320

จากหลักเขตท่ี  ๑๐  เป็นเส้นเลียบริมคลองส่งน้�ำชลประทาน  คลองซอย  ๔  ขวา - สายใหญ่
ฝั่งซ้าย  ฝั่งเหนือ  ไปทางทิศตะวันออก  ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข  ๔๑๐๓  นาพรุ -ปากพูน
ถงึ หลกั เขตที่  ๑๑  ซงึ่ ตัง้ อยรู่ ิมคลองสง่ นำ�้ ชลประทาน  คลองซอย  ๔  ขวา - สายใหญฝ่ งั่ ซา้ ย  ฝง่ั เหนอื
ตรงจดุ ที่อยูห่ ่างจากศูนยก์ ลางซอยไตรภมู ิ  ตามแนวขนาบระยะ  ๑๐๐  เมตร
จากหลกั เขตท่ี  ๑๑  เปน็ เสน้ ขนานระยะ  ๑๐๐  เมตร  กบั ศนู ยก์ ลางซอยไตรภมู ิ  ไปทางทศิ เหนอื
ถงึ หลกั เขตท่ี  ๑๒  ซง่ึ ตงั้ อยหู่ า่ งจากศนู ยก์ ลางคลองสง่ นำ้� ชลประทาน  คลองซอย ๔ ขวา - สายใหญ่
ฝัง่ ซ้าย  ตามแนวขนานระยะ  ๓๐๐  เมตร
จากหลกั เขตท่ี  ๑๒  เปน็ เสน้ ตรงไปทางทศิ ตะวนั ออก  ถงึ หลกั เขตที่  ๑๓  ซง่ึ ตง้ั อยรู่ มิ คลองทงุ่ ปรงั
ฝั่งตะวันตก  ตรงจุดที่อยู่ห่างจากศูนย์กลางถนนสะพานยาว ไปทางทิศเหนือตามแนวขนานระยะ
๑๐๐  เมตร
จากหลักเขตที่ ๑๓ เป็นเส้นเลียบริมคลองทุ่งปรัง ฝั่งตะวันตก และเลียบริมคลองท่าลาด
ฝ่งั ตะวนั ตกไปทางทศิ เหนือ  บรรจบกบั หลกั เขตที่  ๑
ดงั ปรากฏในแผนทท่ี า้ ยพระราชกฤษฎกี านี้
ตามเส้นแนวเขตทีก่ ลา่ วไวใ้ นมาตรานี้  ให้มหี ลักย่อยปักไว้  เพอื่ แสดงแนวเขตตามสมควร
มาตรา  ๔  ใหร้ ฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทยรกั ษาการตามพระราชกฤษฎกี าน้ี
ผรู้ บั สนองพระบรมราชโองการ
  ชวน  หลกี ภยั
 นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ : เหตผุ ลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎกี าฉบับน้ี คือ เน่ืองจากท้องทน่ี อกเขตเทศบาล
เมอื งนครศรธี รรมราช จงั หวดั นครศรธี รรมราช ไดเ้ จรญิ ขนึ้ และมชี มุ ชนอยหู่ นาแนน่ สมควรขยายเขต
เทศบาลเมอื งนครศรธี รรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เพอ่ื ประโยชน์ในการบริหารกิจการและการ
ทะนุบำ� รุงทอ้ งถิน่ ต่อไป จงึ จำ� เปน็ ตอ้ งตราพระราชกฤษฎกี าน้ี

การยกฐานะเปน็ เทศบาลนครนครศรธี รรมราช

พระราชบญั ญตั เิ ทศบาลกลา่ วถงึ ทอ้ งถิน่ ที่จะยกฐานะเปน็ เทศบาลนครได้  มขี ้อกำ� หนดไว้ว่า
“เทศบาลนครคือท้องถ่ินชุมชนที่มีราษฎรต้ังแต่ห้าหมื่นคนข้ึนไป ท้ังมีรายได้พอควรแก่การท่ีจะ
ปฏบิ ตั หิ นา้ ทอ่ี นั ตอ้ งทำ� ตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี  และมปี ระกาศกระทรวงมหาดไทยยกฐานะขน้ึ เปน็ เทศบาล
นคร  โดยประกาศน้ันตอ้ งระบุชอื่ และเขตเทศบาลไว้ดว้ ย”

321

พระราชกฤษฎีกา

จัดต้ังเทศบาลนครนครศรธี รรมราช  จังหวดั นครศรธี รรมราช
พ.ศ. ๒๕๓๗

...............................................

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้  ณ วันท่ี  ๑๕  สงิ หาคม  พ.ศ. ๒๕๓๗
เป็นปที ี่  ๔๙  ในรชั กาลปจั จุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้
ประกาศวา่  
โดยท่ีเป็นการสมควรจัดตั้งเทศบาลนครโดยเปล่ียนแปลงฐานะเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช
จงั หวัดนครศรีธรรมราช  เป็น  “เทศบาลนครนครศรีธรรมราช  จังหวัดนครศรธี รรมราช”
อาศัยอ�ำนาจตามความในมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๑๓
วรรคหน่ึง แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ จึงทรงพระราชกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตรา
พระราชกฤษฎกี าไวด้ งั ต่อไปน้ี
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกาน้ีเรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาจัดต้ังเทศบาลนครนครศรีธรรมราช  
จงั หวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ.๒๔๓๗”
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกาน้ีให้ใช้บังคับเม่ือพ้นก�ำหนดส่ีสิบห้าวัน นับแต่วันประกาศใน
ราชกจิ จานุเบกษาเปน็ ตน้ ไป
มาตรา ๓ ให้เปลี่ยนแปลงฐานะเทศบาลเมืองนครนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช
เปน็ เทศบาลนคร  มีชือ่ ว่า  “เทศบาลนครนครศรีธรรมราช  จงั หวดั นครศรีธรรมราช”
มาตรา ๔ ให้กำ� หนดเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช จงั หวดั นครศรีธรรมราช ไวด้ งั นี้ คือ
หลักเขตที่ ๑ ต้ังอยู่ริมคลองท่าลาด ฝั่งตะวันตก ตรงจุดท่ีแนวเส้นแบ่งเขตต�ำบลท่าวังกับ
ต�ำบลปากพูนบรรจบกับเส้นแบ่งเขตตำ� บลนาเคยี น
ดา้ นเหนอื จากหลกั เขตท่ี ๑ เปน็ เสน้ เลยี บแนวเสน้ แบง่ เขต ตำ� บลทา่ วงั กบั ตำ� บลปากพนู ไปทาง
ทศิ ตะวนั ออก  ผา่ นทางหลวงแผน่ ดนิ หมายเลข  ๔๐๑๒  ตอ่ เขตเทศบาลนครศรธี รรมราชควบคมุ ทา่ แพ
และถนนอ้อมคา่ ยวชิราวธุ  ถงึ หลักเขตท่ี  ๒  ซึง่ ต้งั อยู่ตรงจดุ ทีแ่ นวเสน้ แบง่ เขตตำ� บลท่าวงั  กับตำ� บล
ทา่ ซกั บรรจบกบั แนวเส้นแบง่ เขตตำ� บลปากพูน

322

ดา้ นตะวนั ออก  จากหลกั เขตท่ี  ๒  เปน็ เสน้ เลยี บตามแนวเสน้ แบง่ เขตตำ� บลทา่ วงั กบั ตำ� บลทา่ ซกั
แนวเส้นแบ่งเขตต�ำบลคลังกับต�ำบลปากนคร และแนวเส้นแบ่งเขตต�ำบลในเมืองกับต�ำบลปากนคร
ไปทางทศิ ใตด้ า้ นทางหลวงแผน่ ดนิ หมายเลข  ๔๐๑๓  ตอ่ เขตเทศบาลนครศรธี รรมราชควบคมุ  - หวั ไทร
ถึงหลักเขตที่  ๓  ซ่ึงต้ังอยู่ตรงจุดที่แนวเส้นแบ่งเขตต�ำบลในเมือง  บรรจบกับแนวเส้นแบ่งเขตต�ำบล
ท่าเรอื
ด้านใต้ จากหลักเขตที่ ๓ เป็นเส้นเลียบตามแนวเส้นแบ่งเขตตำ� บลในเมืองกับต�ำบลท่าเรือ
ไปทางทศิ ตะวนั ตก  ผา่ นทางหลวงแผน่ ดนิ หมายเลข  ๔๐๑๗  ตอ่ เขตเทศบาลนครศรธี รรมราชควบคมุ
ระโนด  ถงึ หลักเขตที่  ๔  ซ่งึ ตงั้ อยู่รมิ คลองหวั หวอ่ ง  ฝง่ั ตะวันตก
ดา้ นตะวนั ตก  จากหลกั เขตที่  ๔  เปน็ เสน้ เลยี บรมิ คลองหวั หวอ่ งฝง่ั ตะวนั ตก  คลองทา่ วงั ฝง่ั ตะวนั ตก
และคลองทา้ ยวงั ฝั่งตะวนั ตก  ไปทางทิศเหนือ  ถงึ หลักเขตท่ี  ๕  ซึ่งตงั้ อยู่ริมคลองท้ายวัง  ฝ่ังตะวันตก
ตรงจุดที่อยหู่ า่ งจากจุดศนู ยก์ ลางถนนเทวบรุ ี  ไปทางทิศใตต้ ามแนวเส้นขนานระยะ  ๑๐๐  เมตร  กบั
ศูนยก์ ลางถนนเทวบรุ ีฟากใต้
จากหลกั เขตท่ี  ๕  เปน็ เสน้ ขนานระยะ  ๑๐๐  เมตร  กบั ศนู ยก์ ลางถนนเทวบรุ ฟี ากใต้  ผา่ นถนน
โพธ์ิเสด็จ และต่อเป็นเส้นตรงตามเป็นแนวตั้งฉากระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนโพธิ์เสด็จ
ไปทางทิศตะวนั ตก  ถงึ หลักเขตท่ี  ๖
จากหลักเขตที่ ๖ เป็นเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนโพธิ์เสด็จฟากตะวันตก
ไปทางทศิ เหนือ  ถึงหลักเขตท่ี  ๗  ซึง่ ตั้งอยู่รมิ คลองหว้ ยฝงั่ ใต้
จากหลักเขตที่ ๗ เป็นเส้นเลียบริมคลองห้วยฝั่งใต้ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และทิศ
ตะวันตกเฉียงใต้ ถึงหลักเขตที่ ๘ ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองส่งน�้ำชลประทาน คลองซอย ๓ ขวาสายใหญ่
ฝงั่ ซ้ายฝ่งั ใต้
จากหลกั เขตที่  ๘  เปน็ เสน้ เลยี บรมิ คลองสง่ นำ้� ชลประทาน  คลองซอย  ๓  ขวา - สายใหญฝ่ ง่ั ซา้ ย
ฝ่ังใต้  ไปทางทิศตะวนั ตก  ผา่ นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑๐๓ นาพรุ - ปากพนู ถึงหลักเขตท่ี ๙
ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองส่งน้�ำชลประทาน คลองซอย ๓ ขวา - สายใหญ่ฝั่งซ้าย ฝั่งใต้ ตรงจุดท่ีอยู่ห่างจาก
ศูนย์ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑๐๓ นาพรุ - ปากพูน ตามแนวเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับ
ศนู ย์กลางทางหลวงแผน่ ดินหมายเลข ๔๑๐๓ นาพรุ - ปากพนู ฟากตะวันตก
จากหลักเขตที่ ๙ เป็นเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๔๑๐๓  นาพรุ - ปากพูน  ฟากตะวันตก  ไปทางทิศเหนือ  ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๐๑๖
ตอ่ เขตเทศบาลนครศรธี รรมราชควบคมุ  - นาเหรง  ถงึ หลกั เขตท่ี  ๑๐  ซง่ึ ตงั้ อยรู่ มิ คลองสง่ นำ�้ ชลประทาน
คลองซอย ๔ ขวา - สายใหญ่ฝง่ั ซา้ ย ฝ่ังเหนอื
จากหลักเขตท่ี  ๑๐  เป็นเส้นเลียบริมคลองส่งน้�ำชลประทาน  คลองซอย  ๔  ขวา - สายใหญ่
ฝั่งซ้าย ฝั่งเหนือ ไปทางทิศตะวันออก ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑๐๓ นาพรุ - ปากพูน ถึง
หลักเขตที่ ๑๑ ซ่ึงต้ังอยู่ริมคลองส่งน�้ำชลประทานคลองซอย ๔ ขวา - สายใหญ่ฝั่งซ้าย ฝั่งเหนือ
ตรงจุดท่ีอย่หู า่ งจากศนู ย์กลางซอยไตรภูมฟิ ากตะวนั ตก

323

จากหลักเขตท่ี ๑๑ เป็นเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางซอยไตรภูมิ ฟากตะวันตก
ไปทางทิศเหนือ ถึงหลักเขตที่ ๑๒ ซึ่งต้ังอยู่ห่างจากศูนย์กลางคลองส่งน้�ำชลประทาน คลองซอย
๔ ขวา - สายใหญฝ่ ง่ั ซา้ ย  ตามแนวเสน้ ขนานระยะ  ๓๐๐  เมตร  กบั ศนู ยก์ ลางคลองสง่ นำ้� ชลประทาน
คลองซอย ๔ ขวา - สายใหญ่ฝง่ั ซา้ ย  ฝง่ั เหนือ
จากหลกั เขตท่ี  ๑๒  เปน็ เสน้ ตรงไปทางทศิ ตะวนั ออก  ถงึ หลกั เขตที่  ๑๓  ซงึ่ ตง้ั อยรู่ มิ คลองทงุ่ ปรงั
ฝง่ั ตะวนั ตก  ตรงจดุ ทอ่ี ยหู่ า่ งจากศนู ยก์ ลางถนนสะพานยาวไปทางทศิ เหนอื  ตามแนวเสน้ ขนานระยะ
๑๐๐  เมตร  กับศูนย์กลางถนนสะพานยาวฟากเหนือ
จากหลักเขตที่  ๑๓  เป็นเส้นเลียบริมคลองทุ่งปรัง  ฝั่งตะวันตก  และคลองทา่ ลาด  ฝงั่ ตะวันตก
ไปทางทิศเหนอื  บรรจบกับหลักเขตที่  ๑
ดังปรากฏในแผนที่ทา้ ยพระราชกฤษฎีกานี้
ตามเส้นแนวเขตที่กล่าวไว้ในมาตราน้ี ให้มีหลักยอ่ ย ปักไว้เพอ่ื แสดงแนวเขตตามสมควร
มาตราที่ ๕ ในระหว่างด�ำเนินการ การเลือกตั้งสมาชิก สภาเทศบาลนครนครศรีธรรมราช
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่งตั้งคณะเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งพ้น
จากตำ� แหนง่ ในวนั ทพี่ ระราชกฤษฎกี านใ้ี ชบ้ งั คบั  เพอ่ื ดำ� เนนิ การในหนา้ ทขี่ องคณะเทศมนตรเี ทศบาล
นครนครศรธี รรมราชไปพลางกอ่ น  จนกวา่ คณะเทศมนตรี  ทไ่ี ดร้ บั แตง่ ตง้ั ตามมาตรา  ๓๗  แหง่ พระราช
บัญญตั ิเทศบาล  พ.ศ. ๒๔๙๖  เข้ารับหนา้ ที่
มาตราท่ี ๖ ใหร้ ฐั มนตรวี ่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รบั สนองพระบรมราชโองการ
ชวน หลกี ภยั
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ : เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับน้ี คือเน่ืองจากเทศบาลเมืองนครศรี-
ธรรมราช จังหวดั นครศรธี รรมราช มสี ภาพความเจรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกจิ และสงั คมเพ่มิ ข้ึน สมควร
เปล่ียนแปลงฐานะ เป็นเทศบาลนครนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช จึงจ�ำเป็นต้อง
ตราพระราชกฤษฎกี าน้ี

324

เทศบาลนครนครศรธี รรมราชกบั การเลอื กต้งั
ในการบริหารเทศบาลซ่ึงจะต้องประกอบด้วยนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร  ได้แก่สภาเทศบาล
และนายกเทศมนตรี  ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน
ภายในเขตเทศบาล

บทบัญญัติเก่ียวกับการเลือกต้ังสมาชิกสภาท้องถ่ิน  หรือผู้บริหารท้องถ่ินอยู่ในพระราชบัญญัติ
เทศบาล  พ.ศ. ๒๔๙๖  แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ ถงึ ฉบบั ที่  ๑๒  และพระราชบญั ญตั วิ า่ ดว้ ยการเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาทอ้ งถน่ิ
หรอื ผู้บรหิ ารท้องถิ่น  พ.ศ. ๒๕๔๕ สรปุ ไดด้ ังนี้

๑. เขตเลือกต้ัง  เทศบาลนครนครศรีธรรมราช  มีสมาชกิ สภาเทศบาล  ๒๔  คน  แบง่ เปน็  ๔  เขต
เลือกต้ัง  จ�ำนวนสมาชิกเขตละ  ๖  คน  ไดม้ ีประกาศคณะกรรมการการเลือกต้งั  เรื่องการแบ่งเขตเลือกต้งั
สมาชกิ สภาเทศบาลในเขตจังหวดั นครศรีธรรมราช  เม่ือวันท่ี  ๓๐  มถิ ุนายน  พ.ศ. ๒๕๔๗  ดงั นี้

เทศบาลนครนครศรธี รรมราช  อำ� เภอเมืองนครศรีธรรมราช

เขตเลือกตง้ั ท่ี จำ�นวนสมาชิก ท้องทท่ี ป่ี ระกอบเปน็ เขตเลอื กต้งั

๑ ๖ ทิศเหนือ เริ่มจากถนนท่าชีจากแนวเขตเทศบาลด้าน
ทศิ ตะวนั ตก มาจรดถนนราชดำ� เนนิ ตามแนวถนนราชด�ำเนินไปทาง
ทิศใตจ้ รดถนนสระเรยี ง ตามแนวถนนสระเรยี งจรดถนนศรีธรรมโศก
ตามแนวถนนศรีธรรมโศก ๒ ไปทางทิศตะวันออก ตามแนวซอย
ศรีธรรมโศก ๒ สนิ้ สุดท่แี นวเขตเทศบาลดา้ นตะวนั ออก

ทิศตะวันออก เร่ิมจากซอยศรีธรรมโศก ๒ จุดส้ินสุดเขต
เทศบาล แนวเขตเทศบาลไปทางทศิ ใต้ ถงึ หลกั เขตเทศบาลท่ี ๓

ทิศใต้ เริ่มจากหลักเขตเทศบาลที่ ๓ ตามแนวเขตเทศบาล
ดา้ นทศิ ใตถ้ งึ หลักเขตเทศบาลที่ ๔

ทศิ ตะวันตก เร่ิมจากหลักเขตเทศบาลท่ี ๔ ตามแนวเขต
เทศบาลดา้ นทศิ ตะวนั ตก ถงึ ถนนทา่ ชี จรดแนวเขตเทศบาลทศิ ตะวนั ตก

๒ ๖ ทศิ เหนอื เรมิ่ จากคลองหนา้ เมอื ง ตามคลองหนา้ เมอื ง จรด
ถนนราชด�ำเนิน ตามแนวถนนราชด�ำเนินไปทางทิศเหนือ จรดถนน
พะเนียด ตามแนวถนนพะเนียดสิ้นสุดที่แนวเขตเทศบาลด้านทิศ
ตะวันออก
ทศิ ตะวนั ออก เรม่ิ จากถนนพะเนยี ดจดุ สน้ิ สดุ ของเขตเทศบาล
ไปทางทศิ ใตต้ ามแนวเขตเทศบาลถงึ ซอยศรธี รรมโศก ๒ จรดแนวเขต
เทศบาลดา้ นทิศตะวนั ออก
ทศิ ใต้ จากแนวเขตเทศบาลดา้ นตะวนั ออก ไปทางทศิ ตะวนั ตก
ตามแนวซอยศรีธรรมโศก ๒ จรดถนนศรีธรรมโศกตามแนวถนน
ศรีธรรมโศกไปทางทิศใต้ จรดถนนสระเรียง ตามแนวถนนสระเรียง
ไปทางทิศตะวันตกจรดถนนราชด�ำเนิน ตามแนวถนนราชด�ำเนิน
ไปทางทิศเหนือจรดถนนท่าชี ตามแนวถนนท่าชีไปทางทิศตะวันตก
จรดแนวเขตเทศบาล

325

เขตเลอื กตั้งที่ จำ�นวนสมาชกิ ท้องทีท่ ่ีประกอบเป็นเขตเลอื กตง้ั

๒ ๖ ทิศตะวันตก เริ่มจากถนนท่าชีจรดแนวเขตเทศบาลด้าน
ตะวันตก ตามแนวเส้นแบ่งคลองทุ่งปรังเขตต�ำบลในเมือง ไปทาง
ทิศเหนือถงึ คลองหน้าเมือง

๓ ๖ ทิศเหนือ เร่ิมจากเขตเทศบาลที่ ๑ ไปทางทิศตะวันออก
ตามแนวเขตเทศบาลถึงหลกั เขตเทศบาลที่ ๒

ทศิ ตะวนั ออก เรมิ่ จากเขตเทศบาลที่ ๒ ไปทางทศิ ใตต้ ามแนว
เขตเทศบาลถึงถนนพะเนยี ดสุดเขตเทศบาลด้านทศิ ตะวนั ออก

ทศิ ใต้ เรม่ิ จากถนนพะเนยี ดจดุ เขตเทศบาลดา้ นทศิ ตะวนั ออก
ไปทางทิศตะวันตก ตามแนวถนนเพนียดจรดถนนกาชาดไปทางทิศ
ตะวนั ตกตามแนวถนนกาชาดจรดถนนยมราชไปทางทศิ เหนอื ตามแนว
ถนนยมราช จรดถนนเนรมิตไปทางชุมชนหน้าสถานีรถไฟ ซอย ๘
ตามแนวซอย ๘ ชุมชนหน้าสถานีรถไฟถึงคลองทงุ่ ปรงั

ทิศตะวันตก เร่ิมจากซอย ๘ ชุมชนหน้าสถานีรถไฟ จรด
คลองทงุ่ ปรงั ไปทางทศิ เหนอื ถงึ หลกั เขตเทศบาลท่ี ๑๓ จากหลกั เขต
เทศบาลท่ี ๑๓ ไปทางทศิ เหนอื ตามแนวคลองเตย ถงึ หลกั เขตเทศบาล
ที่ ๑

๔๖ ทศิ เหนอื เรมิ่ จากหลกั เขตเทศบาลที่ ๑๐ ไปทางทศิ ตะวนั ออก
ตามแนวคลองชลประทานถงึ หลกั เขตเทศบาลที่ ๑๑ ไปทางทศิ เหนอื
ตามแนวเขตเทศบาล ถงึ หลกั เขตเทศบาลที่ ๑๒ ไปทางทศิ ตะวนั ออก
ตามแนวเขตเทศบาลถงึ หลกั เขตเทศบาลที่ ๑๓ คลองทุ่งปรัง

ทิศตะวนั ออก เริ่มจากหลกั เขตเทศบาลท่ี ๑๓ ไปทางทศิ ใต้
ตามแนวคลองทุ่งปรัง จรดซอย ๘ ชุมชนหน้าสถานีรถไฟ ตามแนว
ซอย ๘ ชมุ ชนหนา้ สถานรี ถไฟ จรดถนนยมราชไปทางทศิ ใตต้ ามแนว
ถนนยมราช จรดถนนกาชาดไปทางทิศตะวันออก ตามแนวถนน
กาชาด จรดถนนราชดำ� เนนิ ไปทางทศิ ใตต้ ามแนวถนนราชดำ� เนนิ จรด
คลองหนา้ เมอื งตามแนวคลองหนา้ เมอื งไปตามทศิ ตะวนั ตก จรดคลอง
ทุง่ ปรงั ตามแนวคลองทุง่ ปรงั ไปทางทศิ ใต้ จรดหลักเขตเทศบาลท่ี ๕

ทิศใต้ เร่ิมจากหลักเขตเทศบาลท่ี ๕ ไปทางทิศตะวันตก
ตามแนวเขตเทศบาล ถึงหลักเขตเทศบาลที่ ๖ ไปทางทิศเหนือตาม
แนวเขตเทศบาล ถงึ หลกั เขตเทศบาลท่ี ๗ ไปตามแนวเขตเทศบาล
คลองหว้ ย ถงึ หลกั เขตเทศบาลที่ ๘ ไปทางทศิ ตะวนั ตก ตามแนวเขต
เทศบาลคลองชลประทานถงึ หลกั เขตเทศบาลที่ ๙

ทศิ ตะวันตก เริ่มจากหลกั เขตเทศบาลที่ ๙ ไปทางทิศเหนอื
ตามแนวเขตเทศบาล ถงึ หลกั เขตเทศบาลท่ี ๑๐

326

๒. คณะกรรมการการเลือกต้ังประจ�ำท้องถ่ิน เม่ือต้องการมีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่น
หรือผู้บริหารท้องถิ่น คณะกรรมการการเลือกตั้งประจ�ำจังหวัด (กกต.จว.) จะแต่งต้ัง คณะกรรมการ
การเลอื กตง้ั ประจำ� ทอ้ งถน่ิ  กรณเี ทศบาลนครนครศรธี รรมราช  เรยี กวา่  คณะกรรมการการเลอื กตงั้ ประจำ�
เทศบาลนครนครศรีธรรมราช  จ�ำนวน  ๕  คน  เปน็ ผู้กำ� กับดแู ลการเลอื กตงั้  ประกอบดว้ ยกรรมการท่มี า
จากการแต่งตั้ง ๔ คน และกรรมการโดยต�ำแหน่งหนึ่งคน ซ่ึงได้แก่ปลัดเทศบาลนครนครศรีธรรมราช
สำ� หรบั ปลดั เทศบาลนอกจากจะเปน็ กรรมการการเลอื กตงั้ ประจำ� ทอ้ งถน่ิ แลว้ ยงั มฐี านะเปน็ ผอู้ ำ� นวยการ
การเลือกต้ังประจ�ำท้องถน่ิ อกี ดว้ ย
๓. การเลอื กตงั้ นายกเทศมนตรแี ละสมาชกิ สภาเทศบาลครง้ั ตอ่ ไป นายกเทศมนตรี และสมาชกิ
สภาเทศบาลนครนครศรธี รรมราชชดุ ปจั จบุ นั  ซงึ่ ไดร้ บั เลอื กตง้ั เมอื่ วนั ท่ี  ๓  เมษายน  พ.ศ. ๒๕๔๖ จะครบ
วาระ  ๔  ปี  ในวนั ที่  ๒  เมษายน  พ.ศ. ๒๕๕๐  และจะตอ้ งจดั ใหม้ กี ารเลอื กตงั้ ใหมภ่ ายใน  ๔๕  วนั  นบั แต่
วันครบวาระ  ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจ�ำจังหวัด  (กกต.จว.)  จะให้ความเห็นของประกาศของ
ผอู้ ำ� นวยการการเลอื กตง้ั ประจำ� ทอ้ งถนิ่  เกย่ี วกบั วนั เลอื กตง้ั  วนั สมคั รรบั เลอื กตงั้ สถานทรี่ บั สมคั ร สถานท่ี
นับคะแนน  และเรื่องอ่ืน ๆ ท่สี ำ� คัญต่อการเลอื กตัง้ ตอ่ ไป
การสมคั รรับเลอื กตง้ั ตอ้ งสมัครตอ่ ผู้อำ� นวยการการเลือกตง้ั ประจ�ำทอ้ งถิ่น
๔. การลงคะแนนการนบั คะแนนและการประกาศผลการเลอื กตง้ั เทศบาลนครนครศรธี รรมราช
เมอื่ ปี  พ.ศ. ๒๕๔๙  มปี ระชากรทง้ั สนิ้  ๑๐๖,๒๗๓  คน  เปน็ ผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้  ๗๑,๖๓๗  คน  มหี นว่ ยเลอื กตงั้
ทง้ั สน้ิ  ๑๐๐  หนว่ ย  ในการเลอื กตง้ั ทว่ั ไป  ซงึ่ ประชาชนผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั ในแตล่ ะเขตเลอื กตงั้  จะตอ้ งเลอื กตงั้
ทั้งนายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาล ในวันเลือกตั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องไปใช้สิทธิออกเสียง
ลงคะแนนในหนว่ ยเลอื กตง้ั ทต่ี นมชี อื่ อยใู่ นบญั ชี รายชอ่ื ผมู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตงั้ ระหวา่ งเวลา ๐๘.๐๐ - ๑๕.๐๐ น.
จะได้รับบัตรเลือกต้ัง ๒ ใบ ใบหนึ่งเลือกนายกเทศมนตรี อีกใบหน่ึงเลือกสมาชิกสภาเทศบาล น�ำบัตร
เข้าคูหาท�ำเครื่องหมายกากบาท (x) ในบัตร แล้วน�ำไปใส่หีบบัตรเลือกตั้งของนายกเทศมนตรี และ
หีบบัตรเลือกตั้งของสมาชิกสภา กรรมการประจ�ำหน่วยเลือกตั้ง จะน�ำหีบบัตรเลือกตั้งแต่ละประเภท
ไปสง่ กรรมการนบั คะแนนตามสถานทท่ี ก่ี ำ� หนดเปน็ สถานทน่ี บั คะแนน การนบั คะแนนโดยเฉพาะ ทงั้ ของ
นายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาล ส�ำหรับการนับคะแนนนายกเทศมนตรีจะต้องก�ำหนดสถานที่
นับคะแนนไว้เพียงแห่งเดียว ภายในเขตเทศบาลส่วนสมาชิกจะต้องนับ  ณ สถานท่ีภายในเขตเลือกตั้ง
กรณเี ทศบาลนครจะต้องนบั คะแนนแยกกนั เป็น  ๔  เขต
เมื่อนับคะแนนเสร็จ คณะกรรมการนับคะแนนจะประกาศผลการนับคะแนน ณ สถานท่ี
นบั คะแนน  และรายงานผลการนบั คะแนนตอ่ คณะกรรมการการเลอื กตงั้ ประจำ� ทอ้ งถนิ่ และรายงานตอ่ ไป
ยังคณะกรรมการการเลือกตั้งประจ�ำจังหวัด เมื่อคณะกรรมการการเลือกต้ังประจ�ำจังหวัด จะประชุม
พิจารณาผลการเลือกตงั้  แลว้ สง่ ผลการนบั คะแนนต่อไปยงั คณะกรรมการการเลือกตง้ั ตอ่ ไป
คณะกรรมการการเลอื กตง้ั จะประกาศผลการเลอื กตงั้ นายกเทศมนตรี  และสมาชกิ สภาเทศบาล
เปน็ ขนั้ ตอนสดุ ทา้ ย  ทงั้ นคี้ ณะกรรมการการเลอื กตงั้ จะไดแ้ ตง่ ตง้ั คณะกรรมการการเลอื กตงั้ ประจำ� เทศบาล
นครนครศรธี รรมราช  เพอื่ ดำ� เนนิ การเลอื กตงั้ ใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชบญั ญตั กิ ารเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาทอ้ งถนิ่
หรือผ้บู รหิ ารท้องถนิ่  พ.ศ. ๒๕๔๕  ตอ่ ไป

327

องค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั นครศรีธรรมราช

องค์การบริหารสว่ นจงั หวัดนครศรธี รรมราช

องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั เปน็ รปู แบบการปกครองทอ้ งถน่ิ อกี แบบหนง่ึ  ตงั้ ขน้ึ ตามพระราชบญั ญตั ิ
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั  ซงึ่ มพี ฒั นาการมาตง้ั แต่  พ.ศ. ๒๔๙๘ ปจั จบุ นั ใชพ้ ระราชบญั ญตั อิ งคก์ ารบรหิ าร
สว่ นจังหวัด  พ.ศ. ๒๕๔๐  แก้ไขเพ่ิมเตมิ ฉบับที่  ๔  พ.ศ. ๒๕๕๒  และระเบยี บกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย
ข้อบังคับการประชุมสภาท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๗ แก้ไขเพ่ิมเติม พ.ศ. ๒๕๕๔ ตามกฎหมายดังกล่าว
มโี ครงสรา้ งการบรหิ ารประกอบดว้ ย  สภาองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั และนายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั
ดังมรี ายละเอยี ด ดงั นี้
๑. สภาองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั มสี มาชกิ ทไ่ี ดร้ บั การเลอื กตง้ั โดยตรงจากประชาชนของอำ� เภอ
ตา่ ง ๆ ทั้งจังหวัดมีสมาชกิ จ�ำนวนมากนอ้ ยตามประชากรภายในจงั หวดั  ตามมาตรา  ๙  ก�ำหนดไว้วา่
- จงั หวดั ที่มีประชากรไมเ่ กนิ  ๕๐๐,๐๐๐  คน  ให้มีสมาชกิ สภา  ๒๔  คน
- จังหวดั ทม่ี ปี ระชากรไมเ่ กนิ  ๕๐๐,๐๐๐ - ๑,๐๐๐,๐๐๐  คน  ให้มสี มาชกิ สภา  ๓๐  คน
- จงั หวัดท่ีมปี ระชากรไม่เกนิ ๑,๐๐๐,๐๐๐ - ๑,๕๐๐,๐๐๐  คน  ให้มีสมาชกิ สภา  ๓๖  คน
- จังหวดั ทีม่ ีประชากรไมเ่ กนิ ๑,๕๐๐,๐๐๐ - ๒,๐๐๐,๐๐๐  คน  ใหม้ ีสมาชกิ สภา  ๔๘  คน
- จงั หวดั ที่มปี ระชากรมากกวา่  ๒,๐๐๐,๐๐๐  คน  ให้มีสมาชกิ สภา  ๔๖  คน
จงั หวดั นครศรธี รรมราชมปี ระชากรมากกวา่  ๑,๕๐๐,๐๐๐  คน  แตไ่ มเ่ กนิ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน
สภาองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัดนครศรีธรรมราช ๔๒ คน สมาชิกทีด่ �ำรงต�ำแหนง่ อยใู่ นปัจจุบนั ไดร้ ับการ
เลอื กตั้งจากอำ� เภอตา่ ง ๆ จากการเลอื กตง้ั เมื่อวนั ที่ ๑๙ สงิ หาคม ๒๕๕๕ มวี าระการดำ� รงตำ� แหน่ง
คราวละ  ๔  ปี  ครบวาระเมอื่ วนั ท่ี  ๑๘  สงิ หาคม  ๒๕๕๙  แตไ่ ดร้ บั การขยายการดำ� รงตำ� แหนง่  จนกวา่
จะมีการเลอื กตั้งใหม่

328

สภาองค์การบริหารส่วนจงั หวดั  ทำ� หนา้ ที่เป็นฝา่ ยนิติบัญญัตขิ ององคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัด
ถือว่าเป็นผู้แทนของปวงประชาในเขตจังหวัดของตนเอง และต้องปฏิบัติตามความเห็นชอบของตน
โดยบรสิ ทุ ธิ์ใจ  ไมอ่ ยู่ในความผูกมดั จากการมอบหมายใด ๆ
๒. นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด  มาจากการเลือกต้ังโดยตรงจากประชาชนภายในจังหวัด
ผทู้ ี่จะสมัครเลอื กตง้ั เป็นนายกองคก์ ารบริหารสว่ นจังหวัด  จะตอ้ งมคี ณุ สมบัติ  คอื
(๑) มอี ายุไมต่ ่�ำกวา่  ๓๐  ปบี ริบูรณใ์ นวนั เลอื กตง้ั
(๒) ส�ำเร็จการศึกษาไม่ต�่ำกว่าปริญญาตรี หรือเทียบเท่าหรือเคยเป็นสมาชิกสภาจังหวัด,
สมาชกิ  สภาองค์การบริหารสว่ นจังหวัด  ผูบ้ ริหารท้องถน่ิ  หรือสมาชกิ รฐั สภา
(๓) ไมเ่ คยเปน็ ผทู้ ่พี น้ จากต�ำแหนง่ สมาชิกสภาทอ้ งถิน่ เพราะเหตุมสี ว่ นไดเ้ สยี ในสัญญา หรือ
กจิ การที่กระทำ� กับองคก์ ารปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ ไมถ่ งึ  ๕  ปี
นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั อยใู่ นตำ� แหนง่ คราวละ  ๔  ปี  นบั แตว่ นั เลอื กตง้ั  นายกองคก์ าร
บรหิ ารส่วนจังหวัดอาจพน้ จากต�ำแหนง่  เชน่
(๑) เมือ่ ถึงคราวออกตามวาระ
(๒) ตาย
(๓) ลาออก  โดยท�ำหนงั สอื ลาออกต่อหน้าผูว้ ่าราชการจังหวดั
(๔) รฐั มนตรีสงั่ ให้พ้นจากตำ� แหน่ง
(๕) ราษฎรผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีจ�ำนวนไม่น้อยกว่าสามในสี่ลงคะแนนเสียงเห็นด้วยว่านายก
องค์การบริหารสว่ นจังหวดั ไม่สมควรด�ำรงต�ำแหน่งต่อไป
ตั้งแต่มีพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัดผู้ที่ได้รับการเลือกจากสภาองค์การบริหาร
สว่ นจงั หวัด  และได้รับเลือกตง้ั จากประชาชนโดยตรง  มรี ายชื่อดงั ต่อไปน้ี
- นายประทปี  วาระเพยี ง
- นายวินัย  ผลรตั นไพบลู ย์
- นายวฑิ ูรย์  เดชเดโช
- นายพิชัย  บุณยเกียรติ
- นายมาโนช เสนพงศ์
นายมาโนช  เสนพงศ์  ไดร้ บั การเลอื กตงั้ จากประชาชนโดยตรง  ในการเลอื กตง้ั เมอื่ พ.ศ. ๒๕๕๗
ซ่ึงจะอยู่ในต�ำแหน่งเป็นเวลา ๔ ปี แต่ถูกสั่งให้พ้นจากต�ำแหน่งก่อนครบวาระ ท้ังนี้ตามพระราชบัญญัติ
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั ปลดั องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั จะเปน็ ผรู้ กั ษาการแทน คอื นายสนนั่ ศลิ ารตั น์
ตามบทบัญญัตมิ าตรา  ๓๖  วรรคท้าย  ทบี่ ัญญตั วิ า่
“ในระหวา่ งทไี่ มม่ นี ายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั  ใหป้ ลดั องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั ปฏบิ ตั  ิ
หนา้ ทขี่ องนายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั เทา่ ทจ่ี ำ� เปน็ ไดเ้ ปน็ การชว่ั คราว  จนถงึ วนั เลอื กตง้ั นายกองคก์ าร 
บรหิ ารส่วนจงั หวัด”

329

ปลดั องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวัด
มาตรา ๓๙ ในพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด ก�ำหนดให้มีปลัดองค์การบริหาร
สว่ นจงั หวดั  เปน็ ผบู้ งั คบั บญั ชาของขา้ ราชการและลกู จา้ งองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั รองจากนายกองคก์ าร
บรหิ ารสว่ นจงั หวดั และรบั ผดิ ชอบดแู ลราชการประจำ� ขององคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั ใหเ้ ปน็ ไปตามนโยบาย
และมีอ�ำนาจหนา้ ทีอ่ น่ื ตามทีก่ ฎหมายก�ำหนด
อ�ำนาจหนา้ ท่ีขององคก์ ารบริหารส่วนจงั หวัด
(๑) ตราขอ้ บญั ญัติจังหวัด
(๒) จัดท�ำแผนพฒั นาองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวัด
(๓) ประสานและใหค้ วามรว่ มมอื ในการปฏิบัตหิ น้าทีข่ องสภาต�ำบลและราชการสว่ นทอ้ งถิ่นอ่นื
(๔) คุม้ ครองดูแลและบ�ำรุงรักษาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
(๕) บำ� รงุ รักษาศิลปะ  จารีตประเพณี  ภมู ิปญั ญาท้องถน่ิ  และวฒั นาธรรมของทอ้ งถ่ิน
เพอ่ื ใหม้ ผี ลสมั ฤทธติ์ ามอำ� นาจหนา้ ทข่ี ององคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั
นครศรธี รรมราช  ก�ำหนดใหม้ หี น่วยงานระดับกองรับผิดชอบงานองค์การ  ดังต่อไปนี้
(๑) กองการท่องเทย่ี วและกีฬา
(๒) กองการศึกษา  ศาสนาและวฒั นธรรม
(๓) กองการเจา้ หนา้ ท่ี
(๔) กองกจิ การสภา
(๕) กองคลงั
(๖) กองชา่ ง
(๗) กองทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม
(๘) กองพัสดแุ ละทรพั ยส์ ิน
(๙) กองแผนและงบประมาณ
(๑๐) ส�ำนักปลดั อบจ.
(๑๑) หน่วยตรวจภายใน
บทบาทของผูว้ า่ ราชการจงั หวดั นครศรีธรรมราช
ผู้ว่าราชการจังหวัดมีบทบาทในการก�ำกับดูแลองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นไป
ตามกฎหมาย  กฎ  ระเบยี บ  ขอ้ บงั คบั ของทางราชการ  ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั มอี ำ� นาจสงั่ สอบสวนขอ้ เทจ็ จรงิ
หรอื สง่ั ใหอ้ งคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั  ชแ้ี จง  แสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั การปฏบิ ตั หิ นา้ ทขี่ ององคก์ ารบรหิ าร
ส่วนจังหวดั  เปน็ ต้น

330

บทท่ี ๙

สถาบันพระมหากษตั รยิ ์
กบั อำ� เภอเมืองนครศรีธรรมราช

“...นครศรธี รรมราชเคยเปน็ ราชธานมี พี ระเจา้ แผน่ ดนิ เปน็ ผปู้ กครองใหร้ าษฎรอยรู่ ม่ เยน็ เปน็ สขุ
  เราจึงส่งน้องชายของเรามาปกครองนครศรีธรรมราชอีก เพื่อให้ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุขสืบไป
  สมดงั ต�ำนานในอดตี ...”
พระราชด�ำรัสพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจ้าอยู่หวั

วนั ท่ี ๑๔ มถิ ุนายน ๒๔๕๘ ณ ค่ายลกู เสือวัดประตูขาว

ทอ้ งทอี่ ำ� เภอเมอื งนครศรธี รรมราชในปจั จบุ นั มขี อ้ ไดเ้ ปรยี บจากอำ� เภออน่ื ประการหนง่ึ  คอื เสมอื น
เปน็ ศนู ยก์ ลางการปกครองของ  “นครศรธี รรมราช”  ไมว่ า่ ในยคุ ทเ่ี ปน็ อาณาจกั ร  เมอื ง  มณฑล  และจงั หวดั
หรืออาจส่ือความหมายได้อีกนัยยะหนึ่งว่า เมื่อกล่าวถึงพ้ืนที่ของอำ� เภอเมืองนครศรีธรรมราช โดยทั่วไป
จะมีความเข้าใจเป็นอย่างเดียวกัน ว่าคือ “นครศรีธรรมราช” ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างสถาบัน
พระมหากษัตรยิ ์กับอำ� เภอเมอื งนครศรธี รรมราช  จึงมิอาจแยกออกจากภาพรวมของ “นครศรีธรรมราช” 
จงึ ไดร้ วบรวมขอ้ มลู ทางประวตั ศิ าสตรโ์ ดยยดึ เอาพน้ื ทซี่ ง่ึ ปจั จบุ นั เปน็ อำ� เภอเมอื งนครศรธี รรมราชเปน็ แกน
แมภ้ าพของการกลา่ วถึงจะเป็นภาพของนครศรีธรรมราชทัง้ เมืองก็ตาม  

331

พระราชด�ำรัสในรัชกาลท่ี ๖ ซ่ึงได้ยกมาข้างต้น จะเห็นว่านครศรีธรรมราชเคยอยู่ในสถานะท่ีมี
กษัตริย์ปกครองมาแต่โบราณ ในการค้นคว้าประเด็นนี้ จึงขอกล่าวถึงท้ังกษัตริย์ของพระมหานครศรี
ธรรมราชสมยั ยงั เจรญิ รุ่งเรอื งเป็นเอกราช  และกษตั ริยข์ องราชธานีทมี่ ีความสมั พนั ธก์ นั ในยคุ ตอ่ มา  ดงั น้ี

พระมหานครศรธี รรมราช

พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช
โดยนยั ยะและความรบั รทู้ ว่ั ไปในปจั จบุ นั  เมอื่ กลา่ วถงึ กษตั รยิ พ์ ระนาม  “พระเจา้ ศรธี รรมาโศกราช”
ย่อมหมายถึงผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชอย่างเฉพาะเจาะจง หากแต่จากการค้นคว้าเพิ่มเติมกลับพบว่า
มีหลกั ฐานการขานพระนามของกษัตริยเ์ ชน่ น้ีอีกหลายเมอื ง  เชน่
๑. ศิลาจารึกหลักท่ี ๓๕ ดงแม่นางเมือง พุทธศักราช ๑๗๑๐ กล่าวว่า “...ผู้มีพระนามว่า 
กรงุ ศรธี รรมโศก ถวายแดพ่ ระสรรี ธาตุ ซงึ่ มพี ระนามวา่ กมรเตงชคตศรธี รรมโศก...” เนอ้ื ความโดยสรปุ คอื
พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชผู้เป็นกษัตริย์ครองเมืองละโว้  รับสั่งให้พระเจ้าสุนัตกัลปนาท่ีถวายเป็นพระราช
กุศลแด่พระเจา้ ศรธี รรมาโศกราชพระองคก์ ่อน
๒. หนงั สอื ศาสนวงศ์ กลา่ ววา่ “...ในเมอื งสธุ รรมรฐั สวุ รรณภมู ิ มพี ระราชาองคห์ นง่ึ ทรงพระนามวา่
สิริมาโสก เสวยราชสมบัติ...และท่ีประทับของพระองค์น้ัน ตั้งอยู่ท่ีเชิงภูเขาเกลาสะ ห่างไปทางตะวันตก
เฉยี งเหนอื หนั หนา้ ออกทะเลทอ่ี ยใู่ กลก้ นั นนั่ เอง...” กลา่ วถงึ พระเจา้ ศรธี รรมาโศกราชในพระนามสริ มิ าโสก
ผคู้ รองเมอื งสะเทมิ  (สุธรรมวด)ี  ในพมา่
๓. พระราชพงศาวดารเหนอื  ตอนสรา้ งเมอื งสวรรคโลก  ยกบาธรรมราชขนึ้ เปน็ พระยาธรรมราชา
ครองเมอื งสวรรคโลก กลา่ ววา่ “...จงึ ใหม้ ารบั เอาเจา้ อโุ ลกกมุ ารราชาภเิ ศกใหเ้ ปนพระยาศรธี รรมาโสกราช
ในเมอื งหรภิ ุญไชย...”
๔. จารึกกัลยาณี พุทธศักราช ๒๐๒๒ กล่าวว่า “...บรมกษัตราธิราชทรงพระนามว่า พระเจ้า
ศริ ิมาโศก  ไดเ้ สวยราชสมบตั เิ ป็นใหญ่ในแวน่ แคว้นสวุ รรณภูมิ  (มอญหรอื พมา่ ตอนล่าง)...”
จะเหน็ ไดว้ า่  พระนามพระเจา้ ศรธี รรมาโศกราชน้ี  อาจไมใ่ ชพ่ ระนามจำ� เพาะเพยี งกษตั รยิ พ์ ระองคใ์ ด
พระองค์หน่ึง แต่เป็นพระราชสมัญญานามท่ีถวายแด่พระเจ้าแผ่นดินผู้ทรงคุณเทียบเท่าพระเจ้าอโศก
มหาราชแหง่ อนิ เดยี โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ การเปน็ องคเ์ อกอคั รศาสนปู ถมั ภก  รบั เอาธรุ ะการทำ� นบุ ำ� รงุ พระพทุ ธ
ศาสนาเขา้ มาเผยแผใ่ นพระราชอาณาจกั ร  ดงั นน้ั การแพรเ่ ขา้ มาของพระราชสมญั ญานามนจี้ งึ อาจสอดคลอ้ ง
กบั การเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนามาในดนิ แดนสวุ รรณภมู ิ  โดยเมอื่ วเิ คราะหจ์ ากชว่ งอายขุ องหลกั ฐานทยี่ กมา
ข้างต้นจะพบว่า เร่ิมมีการกล่าวถึงการใช้ค�ำนี้ในช่วงต้นพุทธศตวรรษท่ี ๑๗ ตรงกับรัชสมัยของพระเจ้า
ปรากรมพาหุ (พ.ศ.๑๖๙๖ – ๑๗๒๙) ยุคนี้ถือเป็นยุคท่ีพระพุทธศาสนากลับมาเจริญรุ่งเรืองอีกคร้ังหนึ่ง
ในศรลี งั กา  ซง่ึ เสมอื นการรบั ไมต้ อ่ จากอนิ เดยี ทม่ี เี หตใุ หต้ อ้ งลม่ สลายไปจากการถกู รกุ ราน
ในยคุ เดยี วกนั นพี้ บวา่  พระพทุ ธศาสนาลงั กาวงศเ์ ขา้ มามบี ทบาทอยา่ งสำ� คญั ในกลมุ่ ประเทศเอเชยี
ตะวนั ออกเฉียงใต้  แทนทศี่ าสนาพราหมณ์  พทุ ธศาสนาฝา่ ยมหายาน  และพทุ ธศาสนาฝา่ ยเถรวาทรนุ่ เกา่
ส่วนเหตุที่ในยุคของพระเจ้าอโศกมหาราช (พุทธศตวรรษท่ี ๓) แม้ได้ทรงส่งสมณทูต คือพระโสณะและ
พระอตุ ตระเถระมาเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาในดนิ แดนสวุ รรณภมู ิ  แตไ่ มไ่ ดห้ ยง่ั รากความมน่ั คงขน้ึ ทน่ี ครศร-ี
ธรรมราช อาจเนื่องมาจากชนพ้ืนเมืองดั้งเดิมยังคงอาศัยอยู่อย่างกระจัดกระจายและมีวิถีชีวิตผูกพัน

332

กบั ธรรมชาติ  นบั ถอื ผบี รรพบรุ ษุ และปรากฏการณท์ างธรรมชาติ  บรเิ วณทตี่ งั้ เมอื งนครศรธี รรมราชในปจั จบุ นั
อกี ทงั้ ขณะนนั้ เปน็ สนั ทรายในยคุ หนิ ใหม่ จงึ ไมพ่ บซากโบราณสถานในพระพทุ ธศาสนาหรอื คตคิ วามเชอ่ื ใด
เชอื่ มโยงจากจุดเวลาดงั กลา่ ว
หลกั ฐานทท่ี ำ� ใหเ้ ชอ่ื ไดว้ า่ คำ� วา่ “พระเจา้ ศรธี รรมาโศกราช” เปน็ การขานพระนาม “พระเจา้ อโศก 
มหาราช” แห่งอินเดียของชาวสุวรรณภูมิ ได้แก่ ศิลาจารึกหลักท่ี ๒๔ พุทธศักราช ๑๗๗๓ กล่าวว่า
“...พระเจ้าผคู้ รองเมืองตามพรลิงค.์ .. ทรงฉลาดในนติ ิศาสตร์คลา้ ยกับ พระธรรมาโศกราช” ความส�ำคัญ
ของหลักฐานฉบับน้ีคือข้อบ่งชี้อีกคุณลักษณะของพระมหากษัตริย์ผู้จะทรงพระสมัญญานามว่าพระเจ้า
ศรีธรรมาโศกราชน้ัน นอกจากพระราชปณิธานด้านการอุปถัมภ์ค�้ำจุนพระพุทธศาสนาแล้ว ยังต้องมี
พระปรีชาสามารถทางด้านหลักในการปกครองอีกดว้ ย
อกี หลกั ฐานหนงึ่ ปรากฏพระนามโดยรปู เตม็ ระบใุ นพระราชพงศาวดารเหนอื กลา่ ววา่ “...พระพทุ ธเจา้
นพิ พาน...แลว้ ลว่ งไปได้ ๒๑๘ ปมี ะแม อฐั ศก จลุ ศกั ราช ๓๙ ปี จงึ พระเจา้ ศรธี รรมาโศกราช ตง้ั ตตยิ สงั คายนา
ครง้ั หนง่ึ ...” จากขอ้ ความนี้ กลา่ วถงึ เหตกุ ารณส์ ำ� คญั คอื การทำ� สงั คายนาพระไตรปฎิ กครง้ั ท่ี ๓ ของพระเจา้
อโศกมหาราชในพระนามตามพงศาวดารฉบับนอ้ี ยา่ งชดั เจน ว่า “พระเจา้ ศรธี รรมาโศกราช”
สว่ นขา้ งเมอื งนครศรธี รรมราชเอง ในตำ� นานพระธาตเุ มอื งนครศรธี รรมราชกร็ ะบถุ งึ พระนามนว้ี า่
ปกครองถงึ ๒ แหง่ แหง่ ละพระองคใ์ นคราวเดยี วกนั กลา่ ววา่ “ครง้ั นนั้ ยงั มพี ระยาธรรมาโศกราชองคห์ นงึ่  
เป็นเจ้าเมืองมัทยมประเทศ...ให้นักเทษถือราชสารมาถึงพระยาศรีธรรมาโศกราช ในราชสารนั้นว่า 
พระญาศรธี รรมาโศกราชกอ่ พระมหาธาตุ ๘๔,๐๐๐ พระองค์ แตย่ งั มไิ ดพ้ ระบรมธาตไุ ปประจุ รคู้ วามไปวา่
พระยาศรีธรรมโศกราช กอ่ พระมหาธาตอุ งค์หน่ึงสงู ๓๗ วา แลว้ ยกพระบรมธาตขุ ้นึ ประจุพระบรมธาตุ...
จะขอแบ่งพระธาตุไปประจุ...” ดังน้ันจึงเป็นเคร่ืองยืนยันได้อย่างชัดเจนประการหน่ึงว่า ค�ำว่า “พระเจ้า
ศรีธรรมโศกราช” น้ัน มีการถวายเป็นพระราชสมัญญานามแด่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงคุณเสมอพระเจ้า
อโศกมหาราชดังได้กล่าวแล้วในข้างต้น และสืบต่อกันเร่ือยไปจนเป็นพระราชอิสริยศักดิ์เฉพาะพระมหา-
กษัตริย์
การท่ีเมืองนครศรีธรรมราชกลับมีหลักฐานม่ันคงและเป็นที่รับรู้กันโดยชัดแจ้งมากกว่าเมืองอื่น
ก็ด้วยเหตุว่าในช่วงพุทธศตวรรษท่ี ๑๗ - ๑๘ น้ัน ศาสนาพราหมณ์ที่เคยเจริญรุ่งเรืองอยู่เดิมอ่อนก�ำลังลง
ชมุ ชนมสี ถานะความเปน็ เมอื งทมี่ นั่ คงขนึ้ และผนู้ ำ� มคี วามเขม้ แขง็ ดงั ความในศลิ าจารกึ หลกั ที่ ๒๔ ทก่ี ลา่ ววา่
“...พระผู้เป็นใหญ่ในตามพรลิงค์...ทรงพระราชสมภพเพ่ือยังประชาชนที่ถูกชนชาติต่�ำปกครองมาแล้ว 
ให้สว่างรุ่งเรือง...” กับทั้งเมืองมีธรรมนูญท่ีใช้เป็นระเบียบแบบแผนการปกครองตามอย่างพระเจ้าอโศก
มหาราช  อาจกลา่ วไดว้ า่  แรกสถาปนากษตั รยิ ข์ นึ้ เปน็ พระเจา้ ศรธี รรมาโศกราชนนั้  เมอื งกไ็ ดน้ ามตามสรอ้ ย
พระราชอิสริยยศว่า “ศรีธรรมราช” หรือ “นครศรีธรรมราชมหานคร” ตามท่ีระบุในต�ำนานพระธาตุ
เมืองนครศรีธรรมราช ดังนั้นช่วงระยะเวลาดังกล่าวจึงถือเป็นการประกาศความเป็นชาติ ศาสนา และ
พระมหากษตั รยิ ข์ องเมืองนครศรีธรรมราชโดยสมบรู ณ์

333

ชาติ
หากพิจารณายืนความตามต�ำนานเมืองและต�ำนานพระธาตุเมืองนครศรีธรรมราช จะพบว่า
เมอ่ื มกี ารสถาปนาความเปน็ เมอื งขนึ้ แลว้  สงิ่ ทใ่ี หค้ วามสำ� คญั เปน็ ประการแรก  คอื การประดษิ ฐานสญั ลกั ษณ์
ของพระพทุ ธศาสนาคอื องคพ์ ระบรมธาตเุ จดยี ก์ อ่ นจะขยายพระราชอาณาจกั รเปน็ เมอื ง ๑๒ นกั ษตั ร ทงั้ น้ี
อาจเพราะเพอื่ การประกาศการเปลย่ี นผา่ นจากพราหมณเ์ ปน็ พทุ ธอยา่ งเปน็ ทางการของพระมหานครใหม่
ตามรปู แบบการปกครองและศาสนาทก่ี ำ� ลงั ไดร้ บั ความนยิ มทง้ั เอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ เพอ่ื สรา้ งความเปน็
เอกภาพ  (Unity)  ภายใต้หลักคดิ และความเชอื่ เดียวกนั
ศาสนา
หาก  “ตามพรลงิ ค”์  อนั แปลวา่ ศวิ ลงึ คท์ องแดง  จะสอ่ื แสดงถงึ สถานะของการทมี่ ศี าสนาพราหมณ์
ครอบครองแลว้ การสถาปนาเปน็ “นครศรธี รรมราช” จงึ ใหน้ ยั ยะใหมข่ องการเปน็ เมอื งแหง่ พระพทุ ธศาสนา
พระมหากษตั รยิ ์
ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๗ – ๑๘ น้ัน นอกจากพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทลังกาวงศ์ จะเข้ามา
มีบทบาทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว รูปแบบการเมืองการปกครองและพระราชอ�ำนาจของพระเจ้า
อโศกมหาราชยังเป็นท่ีเล่ืองลือและยอมรับนับถือกันโดยทั่วไป ท้ังมอญ ละโว้ สะเทิม และหริภุญไชย
ดงั นน้ั การสถาปนาราชวงศใ์ หมข่ นึ้ ในพระราชอสิ รยิ ศกั ดเิ์ ฉพาะพระมหากษตั รยิ ท์ ่ี “พระเจา้ ศรธี รรมาโศกราช”
จึงเป็นกุญแจส�ำคัญท่ีท�ำให้บ้านเมืองเป็นปึกแผ่นม่ันคงได้อย่างรวดเร็ว ประกอบกับบริบทอื่น ๆ ท่ีได้
กลา่ วแล้วขา้ งต้น
พระเจ้าศรธี รรมาโศกราช – พระเจ้าจนั ทรภาณุ – พระเจา้ พงษาสุระ
เมอื งนครศรธี รรมราชในชว่ ง  พ.ศ. ๑๗๑๙  มพี ระเจา้ ศรธี รรมาโศกราชแหง่ ปทมุ วงศเ์ ปน็ ปฐมกษตั รยิ ์
ทรงสรา้ งบา้ นแปงเมอื ง และก่อพระบรมธาตเุ จดยี ์สรวมพระบรมสารีริกธาตุไวใ้ นต�ำแหน่งทีม่ หาพราหมณ์
กับเจ้าสองพี่น้อง  (เจ้าชายทนธกุมารและเจ้าหญิงเหมชาลา)  แบ่งพระธาตุใส่ผอบท�ำพระเจดีย์ไว้แต่ก่อน
และแม้ไม่ส�ำเร็จลุล่วงในรัชกาลเดียว พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชพระองค์ต่อมาก็ทรงรับพระราชภาระต่อ
จนแล้วเสร็จ ดังจะเห็นได้ว่า ตามต�ำนานพระธาตุเมืองนครศรีธรรมราชน้ัน ระบุว่าพระบรมธาตุเจดีย์
มกี ารกอ่ สร้างต่อเนือ่ งยาวนานรว่ ม  ๑๐๐  ปี  ดงั น้ี  
(หากไมน่ ับแรกอัญเชญิ มาโดยเจ้าสองพ่นี อ้ ง)
ครั้งท่ี ๑ พทุ ธศกั ราช ๑๗๑๙ พระเจา้ ศรีธรรมาโศกราช (ปฐมกษัตริย)์ เริม่ สรา้ งพระธาตุเจดยี ์
คร้ังท่ี ๒ เมอื่ กอ่ นจะตงั้ เมือง ๑๒ นกั ษตั ร
คร้งั ท่ี ๓ เม่ือตงั้ เมือง ๑๒ นักษัตรแล้วเสรจ็
ครง้ั ที่ ๔ พทุ ธศักราช ๑๘๑๙ โดยพระเจ้าศรธี รรมาโศกราช (เมืองอนิ ทปัตบุรี)
กลา่ วคอื พระบรมธาตเุ จดยี ม์ าสมบรู ณใ์ นรชั สมยั ของพระเจา้ ศรธี รรมาโศกราช ทเ่ี สดจ็ พระราชดำ� เนนิ
มาจากเมืองอินทปัตบุรี พร้อมพระอนุชาทรงพระนามว่าพระเจ้าจันทรภานุและพระเจ้าพงษาสุระ หรือ
ทเ่ี รยี กขานกนั โดยทวั่ ไปวา่ เจา้ ๓ พน่ี อ้ ง ในรชั สมยั ของพระองคน์ นั้ ในตำ� นานพระธาตเุ มอื งนครศรธี รรมราช
ระบุพระราชกรณยี กิจไว้หลายประการ อาทิ

334


Click to View FlipBook Version