๓๒๗
สาระการเรยี นรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ ลกั ษณะของกลอนส่ี
๑.๒ คำสัมผัสบังคับในบทและระหว่างบทของกลอนสี่
๑.๓ การแตง่ กลอนส่ี
๒. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรปุ ความรู้
๓. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ( A )
มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเปน็ ไทย
ประเมนิ ผลรวบยอด
ชิ้นงานหรอื ภาระงาน
๑. การเรยี งคำประพันธเ์ ป็นกลอนสี่
๒. การเขียนแผนผงั และเติมคำให้ถูกตอ้ งในกระดาษ
๓. การเรยี งคำประพันธเ์ ปน็ กลอนส่ไี ด้ถูกต้องบนกระดาน และในกระดาษ
๔. การเขยี นหรือบอกคำสมั ผสั บงั คับในบท และระหวา่ งบท
๕. การเติมคำ ข้อความในช่องว่างใหเ้ ป็นกลอนสี่ตามหลกั คำประพันธ์
๖. การฝกึ แต่งร่วมกนั เป็นหมู่บนกระดาน และในกระดาษ
๗. แผนภาพ
๘. การบอกขน้ั ตอนการฝกึ การแตง่ กลอนส่ี จากง่ายไปหายากขึ้น
๙. การเรียงคำประพนั ธ์ เตมิ คำขอ้ ความในกระดาษ
๑๐. ใบงาน
การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรื่อง การแต่งกลอนสตี่ ามหวั ข้อท่กี ำหนด
ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒๑
(๘ - ๙ คะแนน) (๖ - ๗ คะแนน) (๐ - ๕ คะแนน)
(๑๐ คะแนน)
แต่งกลอนสไี่ ด้
เกณฑ์การประเมิน ครบ ๑ บท
มกี ารสมั ผัสคำ
แต่งได้ถูกตอ้ งตาม แต่งกลอนส่ีได้ครบ แต่งกลอนสี่ได้ แตง่ กลอนสไี่ ดค้ รบ
ลกั ษณะคำประพันธ์ ๑ บท ครบ ๑ บท ๑ บท
มีการสัมผสั คำตาม
๓๒๘
(มีคำสมั ผสั บงั คับ มีการสัมผัสคำ ตามท่ีบังคับครบถ้วน ท่ีบงั คบั ครบถว้ น มกี ารสมั ผัสคำตามที่
ครบ ๒ แห่ง) ตามที่บงั คับ เลือกใช้คำได้ถูกต้อง แตใ่ ช้คำได้ บงั คับ
ครบถ้วน เลอื กใช้ เหมาะสมกับหวั ข้อ ไมเ่ หมาะสมกับ ไมค่ รบ ใชค้ ำได้ไม่
คำไดถ้ ูกตอ้ ง ท่ีกำหนด หวั ขอ้ ทีก่ ำหนด เหมาะสมกบั หวั ขอ้ ท่ี
เหมาะสมกับหัวข้อ กำหนด
ท่ีกำหนด
ต่อเน่ืองกนั ทงั้ บท
ใช้คำทไี่ พเราะ
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
๑. ให้นกั เรียนแสดงความคิดเห็นรว่ มกัน โดยครูใช้คำถามท้าทาย
๒. ใหน้ กั เรยี นเรยี งคำประพันธ์ ๔ วรรคต่อไปนี้ใหถ้ ูกตอ้ ง
๓. ใหน้ กั เรยี นอ่านทบทวนบทรอ้ ยกรองที่ไดเ้ ติมคำในชอ่ งว่างของแต่ละวรรคถกู ต้องมาแล้ว
ในช่ัวโมงกอ่ น โดยให้อา่ นเปน็ จงั หวะ แบ่งชว่ งวรรคละ ๒ จังหวะ จังหวะละ ๒ คำ ให้ไพเราะ และนึก
ถึงความหมายวา่ ให้ขอ้ คิดอะไร
๔. ใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั เรยี งคำประพันธ์ท่ีกำหนดบนกระดาน ให้เปน็ กลอนส่ที ่ถี กู ต้องตามการ
๕. ใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลุ่ม กลมุ่ ละ ๓ - ๔ คน ฝึกชว่ ยกนั แต่งบทกลอนส่ี กลมุ่ ละ ๑ - ๒ บท หัวขอ้
เรอ่ื งใดกไ็ ดต้ ามความสนใจในกระดาษท่คี รแู จกให้
๖. ให้นักเรียนร่วมกันสรปุ ความรู้ดังน้ี กลอนสีแ่ ตง่ ได้ไมย่ าก หากจดจำคำสมั ผัสบังคับแต่ละ
แหง่ ใหแ้ ม่นยำ ฝึกแตง่ จากขน้ั ตอนทีง่ า่ ยไปหาขั้นตอนทย่ี ากขนึ้ จนแตง่ เองทง้ั บทได้
๗. ให้นกั เรียนตัวแทนกลุม่ หรืออาสาสมัคร ๓ - ๔ คนออกมาจบั สลาก เพือ่ ทำกจิ กรรม
ตามทก่ี ำหนดที่กระดาน
๘.ใหน้ กั เรียนแขง่ ขนั คิดคำคลอ้ งจอง ๒ พยางค์ทลี ะคู่ สลับกัน คนละไม่เกนิ ๕ คำ
ส่อื การเรียนรู้
๑. บทร้อยกรอง (กลอนสี่ ๒ บท)
๒. แผนผงั กลอนส่ี
๓. กระดาษA ๔
๔. แผนภาพ
๕. ใบงาน
๖. คำประพันธ์ท่ใี หน้ ักเรียนเรยี งเป็นกลอนสี่ และเตมิ ในชอ่ งวา่ ง
หนว่ ยการเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑๔ เร่อื ง ภาษาไทยมาตรฐาน-ภาษาถิ่น…บอกความเปน็ ไทย
๓๒๙
รหัสวิชา ท๑๔๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ เวลา ๕ ช่วั โมง
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ ความเข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลง
ของภาษาและพลังของภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ
ตวั ชวี้ ัด
มฐ.ท ๔.๑ ป.๔/๗
สาระสำคัญ
ภาษาถน่ิ เปน็ ภาษาพื้นเมอื ง เป็นภาษาดง้ั เดิมของชาวบ้านทใี่ ช้สอื่ สารกันในหมู่คณะของตน
แต่ละทอ้ งถ่นิ ใช้ต่างกนั และมสี ำเนยี งเฉพาะประจำถ่นิ
สาระการเรยี นรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ ความหมายของภาษาถนิ่ และภาษาไทยมาตรฐาน
๑.๒ ความหมายของคำ - ข้อสังเกตการเขยี นและการออกเสยี งในแต่ละถิ่น
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรุปความรู้
๓. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ( A )
มีวนิ ยั ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน รักความเปน็ ไทย
ประเมินผลรวบยอด
ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน
๑. การทายคำจากปรศิ นาคำทาย
๒. การเขียนคำภาษาถน่ิ เทียบกับภาษาไทยมาตรฐาน
๓. การเลอื กคำให้ตรงกับภาพที่กำหนด
๔. บอกความหมายของคำภาษาถ่นิ ทีก่ ำหนด
๕. คดิ คำภาษาถนิ่ ต่างๆ เพมิ่ เตมิ
๖. การบอกคำภาษาถน่ิ
๓๓๐
๗. การบอกข้อสงั เกตของคำภาษาถิ่นอสี าน
๘. ใบงาน
๙. การแยกคำเปน็ ประเภท
๑๐. แผนภาพ
การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เร่ือง การเขยี นคำภาษาถิน่ เปรียบเทยี บความหมายกับภาษาไทยมาตรฐาน
ระดบั คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑
(๑๐ คะแนน) (๘ - ๙ คะแนน) (๖ - ๗ คะแนน) (๐ - ๕ คะแนน)
เกณฑ์การประเมิน
เขียนคำภาษาถิ่นได้ เขยี นคำภาษาถิ่น เขียนคำภาษาถน่ิ เขียนคำภาษาถน่ิ เขยี นคำภาษาถิน่
ถกู ตอ้ งทุกคำตามถนิ่ ถูกตอ้ งทุกคำตาม ถูกต้องทกุ คำ บอก ถูกต้องทุกคำตามถน่ิ ถกู ต้องทุกคำตาม
และบอกความหมาย ถนิ่ และบอก ความหมายตาม บอกความหมายตาม ถิน่ แต่บอก
ถกู ต้องตาม ความหมายตาม ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาไทยมาตรฐาน ความหมายผิด
ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาไทย ผิด ๑ - ๒ ขอ้ หรอื ผิดไมเ่ กิน ๔ ข้อ หมด หรือเขยี นคำ
ทกุ คำ มาตรฐานได้ถกู ต้อง บอกภาษาถนิ่ ผดิ ถ่นิ หรือบอกภาษาถน่ิ ผดิ ภาษาถ่ินถูกต้อง
(๑๐ คะแนน) ทกุ คำ ๑ - ๒ คำ แต่บอก ถิน่ ๓ - ๔ คำ บอก เพยี งคร่งึ เดียวและ
ความหมายถกู ต้อง ความหมายถกู ต้อง บอกความหมาย
ทกุ คำ ทกุ คำ ถกู ต้องครง่ึ เดียว
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
๑. ให้นักเรียนทายคำจากปรศิ นาคำทาย
๒. ให้นักเรียนเขียนคำภาษาถนิ่ ต่างๆ จากภาษาไทยมาตรฐานท่ีครูเขยี นบนกระดาน
๓. ให้นักเรียนรว่ มแสดงความคิดเหน็ โดยครูใช้คำถามท้าทาย
๔. ให้นกั เรียนหรืออาสาสมัครออกมาอา่ นข้อความบนกระดาน พร้อมทำทา่ ประกอบให้
สมจริงสมจัง
๕. ให้นกั เรียนออกเสียงคำต่าง ๆ ท่ีเปน็ คำขวญั ประจำจงั หวัดสรุ าษฏร์ธานี จากแถบประโยค
๖. ครูนำสนทนาถึงภาษาถนิ่ อีสานที่พดู สนั้ ๆ เร็ว มกั ออกเสียงสงู รวมท้งั ขอ้ สังเกตตา่ งๆ
จากแถบประโยค แผนภูมิ
๗. ให้นกั เรียนออกมาแยกพวก แยกประเภทคำ ตามใจของนักเรยี นด้วยบัตรคำบนกระดาน
๓๓๑
๘.ให้นักเรยี นเตมิ คำในภาษาถ่นิ ตา่ งๆ ทม่ี คี วามหมายตรงกบั คำในภาษาไทยมาตรฐานท่ีครู
เขยี นบนกระดาน
ส่ือการเรียนรู้
๑. ปรศิ นาคำทาย
๒. บัตรคำ ภาพ
๓. แถบประโยค
๔. กระดาษเขียนคำภาษาถ่ิน
๕. แผนภาพ
หน่วยการเรยี นรู้
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๑๕ เรื่อง ภาษาไทยมาตรฐาน-ภาษาถิน่ …บอกความเปน็ ไทย
รหัสวิชา ท๑๔๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔ เวลา ๓ ชว่ั โมง
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ ความเข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลง
ของภาษาและพลงั ของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ
ตัวชีว้ ัด
มฐ.ท ๔.๑ ป.๔/๗
สาระสำคญั
ภาษาถ่นิ เปน็ ภาษาพื้นเมอื ง เปน็ ภาษาด้งั เดิมของชาวบา้ นที่ใชส้ ่ือสารกันในหมูค่ ณะของตน
แต่ละทอ้ งถิ่นใช้ต่างกัน และมสี ำเนยี งเฉพาะประจำถ่นิ
สาระการเรียนรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ ความหมายของภาษาถน่ิ และภาษาไทยมาตรฐาน
๑.๒ ความหมายของคำ - ข้อสงั เกตการเขียนและการออกเสยี งในแตล่ ะถิน่
๒. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรปุ ความรู้
๓. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ( A )
๓๓๒
มวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ มุง่ ม่นั ในการทำงาน รักความเป็นไทย
ประเมนิ ผลรวบยอด
ชนิ้ งานหรือภาระงาน
๑. การทายคำจากปริศนาคำทาย
๒. การเขยี นคำภาษาถิ่นเทียบกับภาษาไทยมาตรฐาน
๓. การเลอื กคำให้ตรงกับภาพทีก่ ำหนด
๔. บอกความหมายของคำภาษาถิ่นทกี่ ำหนด
๕. คิดคำภาษาถ่ินต่างๆ เพมิ่ เติม
๖. การบอกคำภาษาถ่นิ
๗. การบอกข้อสังเกตของคำภาษาถิ่นอีสาน
๘. ใบงาน
๙. การแยกคำเปน็ ประเภท
๑๐. แผนภาพ
การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรอ่ื ง การเขียนคำภาษาถิน่ เปรียบเทียบความหมายกบั ภาษาไทยมาตรฐาน
ระดบั คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑
(๑๐ คะแนน) (๘ - ๙ คะแนน) (๖ - ๗ คะแนน) (๐ - ๕ คะแนน)
เกณฑ์การประเมนิ
เขียนคำภาษาถิ่นได้ เขียนคำภาษาถ่ิน เขยี นคำภาษาถิน่ เขียนคำภาษาถน่ิ เขยี นคำภาษาถิน่
ถูกตอ้ งทกุ คำตามถ่ิน ถูกต้องทกุ คำตาม ถูกตอ้ งทุกคำ บอก ถูกตอ้ งทุกคำตามถนิ่ ถกู ตอ้ งทุกคำตาม
และบอกความหมาย ถิน่ และบอก ความหมายตาม บอกความหมายตาม ถิน่ แต่บอก
ถูกตอ้ งตาม ความหมายตาม ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาไทยมาตรฐาน ความหมายผิด
ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาไทย ผดิ ๑ - ๒ ขอ้ หรือ ผดิ ไมเ่ กิน ๔ ข้อ หมด หรือเขยี นคำ
ทกุ คำ มาตรฐานได้ถูกต้อง บอกภาษาถนิ่ ผดิ ถิ่น หรือบอกภาษาถิ่นผดิ ภาษาถน่ิ ถกู ตอ้ ง
(๑๐ คะแนน) ทกุ คำ ๑ - ๒ คำ แต่บอก ถน่ิ ๓ - ๔ คำ บอก เพยี งครึ่งเดียวและ
ความหมายถกู ตอ้ ง ความหมายถูกต้อง บอกความหมาย
ทกุ คำ ทกุ คำ ถกู ตอ้ งคร่ึงเดยี ว
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
๓๓๓
๑. ให้นกั เรยี นทายคำจากปรศิ นาคำทาย
๒. ให้นักเรยี นเขียนคำภาษาถนิ่ ต่างๆ จากภาษาไทยมาตรฐานท่ีครเู ขยี นบนกระดาน
๓. ใหน้ ักเรียนรว่ มแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามทา้ ทาย
๔. ให้นกั เรยี นหรอื อาสาสมัครออกมาอ่านข้อความบนกระดาน พรอ้ มทำท่าประกอบใหส้ มจริงสมจัง
๕. ให้นักเรียนออกเสียงคำต่าง ๆ ท่ีเป็นคำขวัญประจำจังหวัดสรุ าษฏรธ์ านี จากแถบประโยค
๖. ครนู ำสนทนาถงึ ภาษาถิ่นอสี านท่ีพดู ส้นั ๆ เรว็ มักออกเสียงสูง รวมท้งั ข้อสังเกตตา่ งๆ
จากแถบประโยค แผนภมู ิ
๗. ใหน้ ักเรยี นออกมาแยกพวก แยกประเภทคำ ตามใจของนกั เรียนดว้ ยบัตรคำบนกระดาน
๘.ให้นักเรียนเติมคำในภาษาถ่ินต่างๆ ที่มีความหมายตรงกับคำในภาษาไทยมาตรฐานท่ี
ครูเขียนบนกระดาน
ส่อื การเรยี นรู้
๑. ปรศิ นาคำทาย
๒. บัตรคำ ภาพ
๓. แถบประโยค
๔. กระดาษเขยี นคำภาษาถิ่น
๕. แผนภาพ
หนว่ ยการเรียนรู้
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๑๖ เร่อื ง ภาษาไทยมาตรฐาน-ภาษาถ่ิน…บอกความเปน็ ไทย
รหัสวชิ า ท๑๔๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔ เวลา ๓ ช่วั โมง
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ ความเขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
ตวั ชีว้ ัด
มฐ.ท ๔.๑ ป.๔/๗
สาระสำคญั
ภาษาถิ่นเป็นภาษาพื้นเมือง เปน็ ภาษาดัง้ เดิมของชาวบ้านทีใ่ ชส้ ื่อสารกันในหมู่คณะของตน
แตล่ ะทอ้ งถ่ินใชต้ ่างกนั และมสี ำเนยี งเฉพาะประจำถ่ิน
๓๓๔
สาระการเรียนรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ ความหมายของภาษาถน่ิ และภาษาไทยมาตรฐาน
๑.๒ ความหมายของคำ - ข้อสังเกตการเขียนและการออกเสียงในแต่ละถน่ิ
๒. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรุปความรู้
๓. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ( A )
มวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมน่ั ในการทำงาน รักความเปน็ ไทย
ประเมินผลรวบยอด
ช้ินงานหรือภาระงาน
๑. การทายคำจากปรศิ นาคำทาย
๒. การเขยี นคำภาษาถ่ินเทยี บกบั ภาษาไทยมาตรฐาน
๓. การเลอื กคำใหต้ รงกบั ภาพทกี่ ำหนด
๔. บอกความหมายของคำภาษาถน่ิ ทก่ี ำหนด
๕. คดิ คำภาษาถนิ่ ต่างๆ เพิ่มเตมิ
๖. การบอกคำภาษาถิ่น
๗. การบอกขอ้ สงั เกตของคำภาษาถ่ินอีสาน
๘. ใบงาน
๙. การแยกคำเปน็ ประเภท
๑๐. แผนภาพ
การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรือ่ ง การเขียนคำภาษาถิ่นเปรียบเทยี บความหมายกบั ภาษาไทยมาตรฐาน
ระดับคะแนน ๔ ๓๒๑
เกณฑก์ ารประเมนิ (๑๐ คะแนน) (๘ - ๙ คะแนน) (๖ - ๗ คะแนน) (๐ - ๕ คะแนน)
๓๓๕
เขียนคำภาษาถ่ินได้ เขยี นคำภาษาถน่ิ เขียนคำภาษาถ่ิน เขียนคำภาษาถน่ิ เขยี นคำภาษาถนิ่
ถกู ตอ้ งทกุ คำตามถ่นิ ถกู ต้องทุกคำตาม ถูกต้องทุกคำ บอก ถกู ต้องทกุ คำตามถ่ิน ถูกต้องทกุ คำตาม
และบอกความหมาย ถน่ิ และบอก ความหมายตาม บอกความหมายตาม ถิน่ แต่บอก
ถูกตอ้ งตาม ความหมายตาม ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาไทยมาตรฐาน ความหมายผิด
ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาไทย ผดิ ๑ - ๒ ข้อ หรอื ผิดไม่เกิน ๔ ข้อ หมด หรือเขียนคำ
ทุกคำ มาตรฐานได้ถกู ต้อง บอกภาษาถิ่นผิดถิน่ หรือบอกภาษาถ่ินผิด ภาษาถ่นิ ถูกตอ้ ง
(๑๐ คะแนน) ทกุ คำ ๑ - ๒ คำ แต่บอก ถน่ิ ๓ - ๔ คำ บอก เพยี งคร่ึงเดยี วและ
ความหมายถกู ต้อง ความหมายถูกต้อง บอกความหมาย
ทกุ คำ ทุกคำ ถูกตอ้ งคร่ึงเดยี ว
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ให้นกั เรยี นทายคำจากปริศนาคำทาย
๒. ให้นักเรยี นเขยี นคำภาษาถน่ิ ต่างๆ จากภาษาไทยมาตรฐานที่ครเู ขียนบนกระดาน
๓. ให้นกั เรียนร่วมแสดงความคดิ เห็น โดยครใู ช้คำถามทา้ ทาย
๔. ให้นักเรียนหรืออาสาสมัครออกมาอา่ นข้อความบนกระดาน พรอ้ มทำทา่ ประกอบให้สมจรงิ สมจงั
๕. ให้นักเรียนออกเสียงคำต่าง ๆ ท่ีเปน็ คำขวัญประจำจังหวัดสรุ าษฏรธ์ านี จากแถบประโยค
๖. ครนู ำสนทนาถงึ ภาษาถน่ิ อสี านทีพ่ ูดส้ันๆ เร็ว มักออกเสยี งสูง รวมทั้งขอ้ สงั เกตต่างๆ
จากแถบประโยค แผนภูมิ
๗. ให้นกั เรยี นออกมาแยกพวก แยกประเภทคำ ตามใจของนักเรียนด้วยบัตรคำบนกระดาน
๘.ให้นักเรยี นเตมิ คำในภาษาถ่นิ ตา่ งๆ ทม่ี ีความหมายตรงกบั คำในภาษาไทยมาตรฐานท่ีครู
เขยี นบนกระดาน
สื่อการเรียนรู้
๑. ปรศิ นาคำทาย
๒. บัตรคำ ภาพ
๓. แถบประโยค
๔. กระดาษเขียนคำภาษาถิน่
๕. แผนภาพ
หนว่ ยการเรียนรู้ กลุม่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๑๗ เร่อื ง อา่ นได้คล่อง…ต้องรวู้ ธิ ี
รหสั วชิ า ท๑๔๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย
๓๓๖
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๔ เวลา ๕ ชว่ั โมง
******************************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสรา้ งความรแู้ ละความคิด เพ่ือนำไปใชต้ ดั สินใจ
แกป้ ญั หาในการดำเนนิ ชวี ติ และมีนสิ ัยรกั การอา่ น
ตวั ชว้ี ัด
มฐ.ท ๑.๑ ป.๔/๑
มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๒
มฐ.ท ๑.๑ ป.๔/๔
มฐ.ท ๑.๑ ป.๔/๘
สาระสำคัญ
การอา่ นรอ้ ยแกว้ ได้ถูกตอ้ งชัดเจนตามลกั ษณะคำประพนั ธ์ และอักขรวิธี จะทำให้การอ่าน
มีประสิทธภิ าพ ผ้อู ่านสามารถจับใจความได้ถกู ต้อง
สาระการเรยี นรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ การอา่ นออกเสียงบทร้อยแก้ว
๑.๒ การแบง่ วรรคตอน และการใชน้ ำ้ เสยี ง คำทมี่ ีอักษรควบ
๑.๓ ความหมายของคำ ประโยค และสำนวนจากเร่ืองทอ่ี า่ น
๑.๔ ความรเู้ ร่ืองไตรยางศ์ และความหมายของคำตา่ งๆ
๑.๕ ความสามารถในการเออื้ นเสียง การอา่ นออกเสยี งบทร้อยกรอง
๑.๖ ความสามารถในการอธิบายความหมายของคำ ประโยค และสำนวนจากเร่อื งทอ่ี า่ น
๑.๗ การแยกขอ้ เท็จจริง และขอ้ คิดเหน็ จากเรือ่ งทอ่ี ่าน
๑.๘ มารยาทในการอ่านหนังสือ
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรปุ ความรู้
๓. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ( A )
มวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ ม่ันในการทำงาน รักความเปน็ ไทย
๓๓๗
ประเมินผลรวบยอด
ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน
๑. การฝกึ อา่ นออกเสยี งรอ้ ยแก้ว
๒. ใบงาน
๓. การบอกความหมายของคำ ประโยค หรือสำนวน
๔. การอา่ นออกเสียงบทรอ้ ยกรอง
๕. การแบง่ จังหวะการอา่ นบทรอ้ ยกรอง
๖. การแยกข้อเท็จจริงและขอ้ คดิ เห็นจากบทความ
การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรือ่ ง การอา่ นบทร้อยแก้ว
ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑
(๙ - ๑๐ คะแนน) (๗ - ๘ คะแนน) (๕ - ๖ คะแนน) (๑ - ๔ คะแนน)
เกณฑก์ ารประเมนิ
การอา่ นออกเสียง อา่ นออกเสียงคำ อ่านออกเสยี งคำ อ่านออกเสียงคำ อา่ นออกเสียง
รอ้ ยแก้ว ท่มี ี ร ล ถูกตอ้ ง ทมี่ ี ร ล ถูกต้อง ทีม่ ี ร ล บางคำไมถ่ กู คำท่มี ี ร ล
ทกุ คำเว้นวรรค ทกุ คำ การเวน้ วรรค ต้องการเว้นวรรค ไม่ถกู ต้องเปน็ สว่ น
ตอนถกู ต้อง ตอนทำไดด้ ี ตอนยังไมถ่ กู ต้องนัก ใหญ่
เหมาะสมและ มตี ดิ ขดั เพียง มีความพยายามท่ีจะ เว้นวรรคตอน
ใชน้ ้ำเสยี ง บางช่วงและ ใชน้ ้ำเสยี งแสดง ยังไม่ถูกตอ้ ง
แสดงอารมณ์ ใช้น้ำเสียงแสดง อารมณ์แตย่ งั ทำได้ มกั จะอา่ น
ที่สัมพนั ธก์ ับเรื่อง อารมณไ์ ดส้ ัมพันธ์ ไม่ดเี ทา่ ท่ีควร ต่อเนือ่ งกัน
ได้ดี กบั เร่ือง โดยไมเ่ วน้ วรรค
และนำ้ เสียงเรยี บ
เสมอื นกัน
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ครแู ละนกั เรียนสนทนาถงึ การอา่ นรอ้ ยแกว้ และรว่ มกนั กำหนดเกณฑท์ ่จี ะใช้ประเมิน
ในการอ่านออกเสยี ง
๓๓๘
๒. ให้นักเรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คำถามทา้ ทาย
๓. ให้นักเรียนร่วมกันหาความหมายของคำ ประโยค หรือสำนวนจากคำหรือข้อความท่ี
ขีดเส้นใต้ในสลาก
๔. ให้นกั เรียนร่วมกนั วเิ คราะห์วา่ การอา่ นออกเสียงบทร้อยกรองต้องประเมินสง่ิ ใดบ้าง
๕. ใหน้ กั เรียนแบ่งจงั หวะบทกลอนและฝกึ อ่านออกเสยี งแบบไม่ใส่ทำนอง
๖. ใหน้ ักเรยี นแบง่ กลุ่มเปน็ ๒ กลุ่ม ใหแ้ ต่ละกลมุ่ อา่ นบทร้อยกรองต่อไปนใี้ ห้ถกู ตอ้ งตามจังหวะ
การอ่านและอา่ นเป็นทำนองเสนาะ
๗. ให้นักเรียนร่วมกันสนทนาเก่ยี วกับคำโฆษณาที่เคยดูในโทรทัศน์ โดยให้นักเรยี น
ยกตวั อย่างคำโฆษณามา ๑ ประโยคและร่วมกันวเิ คราะห์ว่าจรงิ หรอื ไม่จรงิ
๘.แบง่ นกั เรยี นเป็น ๔ กลุม่ ตามความเหมาะสม ครแู จกบทความและกระดาษเปลา่ กลุ่มละ
๑ ชุด ใหน้ กั เรียนอ่านข้อความทีก่ ำหนดให้แล้วแยกข้อเทจ็ จรงิ กบั ข้อคิดเหน็ จากขอ้ ความที่อ่าน แล้ว
เขียนสรปุ หลกั ในการแยกข้อเทจ็ จรงิ และข้อคดิ เห็น
๙. ใหน้ ักเรียนศึกษาทำความเข้าใจมารยาทในการอา่ นหนังสอื ทีค่ วรปฏิบัติ แล้วสมุ่ เลือก
นักเรยี นอา่ นขอ้ ควรปฏบิ ตั ิเปน็ รายบุคคลหน้าห้องเรียน
สือ่ การเรียนรู้
๑. บทร้อยแกว้ เร่อื ง พระโยคแี ห่งเกาะแก้วพิสดาร
๒. บทความ ขา่ วจากหนังสอื พิมพ์
๓. ปรศิ นาคำทาย
๔. สลาก
๕. ใบงาน
๖. บทอาขยานภาษาไทย เร่อื ง ดวงตะวัน
๗. บทร้อยกรองดวงตะวนั
๓๓๙
หน่วยการเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑๘ เรื่อง เขียนชำนาญ…งานสร้างสรรค์ เวลา ๕ ช่วั โมง
รหัสวิชา ท๑๔๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๔
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียน เขยี นสื่อสาร เขยี นเรยี งความ ย่อความ และเขียน
เร่อื งราวในรปู แบบต่างๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศ และรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอย่างมี
ประสิทธิภาพ
ตวั ชี้วัด
มฐ. ท ๒.๑ ป.๔/๑
มฐ. ท ๒.๑ ป.๔/๒
มฐ. ท ๒.๑ ป.๔/๓
มฐ. ท ๒.๑ ป.๔/๔
มฐ. ท ๒.๑ ป.๔/๕
มฐ. ท ๒.๑ ป.๔/๖
มฐ. ท ๒.๑ ป.๔/๗
มฐ. ท ๒.๑ ป.๔/๘
สาระสำคัญ
๓๔๐
การคดั ลายมือได้ถูกตอ้ งตามหลกั การเขียนคัดไทย จะชว่ ยใหก้ ารเขียนหนังสอื ใน
ชีวติ ประจำวันอา่ นไดง้ ่าย
สาระการเรยี นรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ การคดั ลายมอื ตวั บรรจงเต็มบรรทัด
๑.๒ การคดั ลายมอื ตัวบรรจงครึ่งบรรทัด
๑.๓ ลกั ษณะการเขยี นสือ่ สาร
๑.๔ วธิ กี ารเขยี นขอ้ แนะนำการปฏิบตั งิ าน
๑.๕ การเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง
๑.๖ การเขยี นแผนภาพความคิด
๑.๗ หลกั การยอ่ ความ
๑.๘ รูปแบบการยอ่ ความ
๑.๙ การเขยี นยอ่ ความนทิ าน
๑.๑๐ การใช้คำในการเขยี นจดหมาย
๑.๑๑ การเขียนหนา้ ซองจดหมาย
๑.๑๒ การเขยี นจดหมายถงึ บิดามารดา
๑.๑๓ การเขยี นจดหมายถงึ เพื่อน
๑.๑๔ การจดบนั ทกึ ความรจู้ ากการไดฟ้ งั การได้ดู การได้อา่ น
๑.๑๕ การเขยี นบันทึกเหตุการณ์
๑.๑๖ การเขยี นรายงานตรงตามรปู แบบทีถ่ กู ต้อง
๑.๑๗ ความหมายและข้ันตอนการเขยี นเร่ืองตามจินตนาการ
๑.๑๘ มารยาทในการเขยี น
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรุปความรู้
๓. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ( A )
มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ ม่งุ ม่ันในการทำงาน รักความเป็นไทย
ประเมนิ ผลรวบยอด
ช้นิ งานหรือภาระงาน
๓๔๑
๑. การคัดลายมือตัวบรรจงเตม็ บรรทัด
๒. ใบงาน
๓. แผนภาพสรุปลกั ษณะการเขยี นส่ือสาร
๔. แผนภาพสรุปวธิ ีการเขยี นข้อแนะนำการปฏบิ ัตงิ าน
๕. แผนภาพโครงเรื่อง
๖. แผนภาพความคิดหลักการยอ่ ความ
๗. การเขียนรปู แบบการย่อความ
๘. การจัดกล่มุ การใชค้ ำในการเขยี นจดหมายใหเ้ หมาะสมกบั บุคคล
๙. การเขยี นหน้าซองจดหมาย
๑๐. บนั ทกึ เหตุการณ์
๑๑. แผนภาพแสดงส่วนประกอบของรายงาน
๑๒. หน้าปกรายงาน
๑๓. การเขียนสารบัญและบรรณานกุ รม
๑๔. แผนภาพความคิดการทำรายงาน
๑๕. แผนภาพแสดงขน้ั ตอนการเขียนเร่ืองตามจนิ ตนาการ
๑๖. การเขียนเรื่องตามจินตนาการ
การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)
เรือ่ ง คดั ลายมอื
ระดบั คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑
(๑ - ๔ คะแนน)
(๙ - ๑๐ คะแนน) (๗ - ๘ คะแนน) (๕ - ๖ คะแนน)
คดั ลายมือได้มีบาง
เกณฑ์การประเมิน คำไม่ถูกต้องและ
คัดไมค่ รบถ้วน
การคัดลายมือ คดั ลายมือได้ คดั ลายมือได้ถกู ต้อง คดั ลายมอื ได้ ลายมือสว่ นใหญ่ไม่
ถูกต้องครบถ้วน ครบถ้วนตามที่ ถกู ตอ้ งครบถว้ น
ตามท่ีกำหนด กำหนด ลายมอื มี ตามทก่ี ำหนด
บางคำทไี่ มส่ วยงาม มบี างคำทไี่ ม่
๓๔๒
ลายมือสวยงาม แตอ่ ่านงา่ ย สวยงาม สวยงามและอา่ น
อา่ นง่าย และอา่ นยาก ยาก
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ใหต้ วั แทนนักเรยี น ๒ คนออกมาเขียนชอ่ื ตนเองบนกระดาน จากน้ันใหเ้ พ่ือนรว่ มกัน
ประเมนิ วา่ ลายมือของใครอ่านงา่ ย
๒. ให้นักเรียนแตล่ ะคนฝกึ คัดลายมือตวั บรรจงคร่ึงบรรทดั ตามบทกลอน
๓. ครูใหน้ กั เรียนรว่ มกนั สนทนาคำวา่ สื่อสาร และคำวา่ การเขยี นสอื่ สาร พรอ้ มยกตัวอยา่ ง
๔. ให้ครูนำบทความจากหนงั สือพิมพ์ นิตยสารหรอื ส่ิงพมิ พอ์ น่ื ทเ่ี ป็นการเขยี นขอ้ แนะนำมาให้
นกั เรียนศกึ ษา
๕. ครูและนกั เรียนรว่ มกนั สนทนาเกย่ี วกบั คำท่ีใช้ในการเขียนส่อื สาร
๖. ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่มทำแผนภาพโครงเร่อื ง นิทานเรือ่ ง “ราชสหี ก์ ับหน”ู จากนัน้ ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่
นำเสนอผลงานและให้กล่มุ อนื่ ร่วมกันประเมินผลงาน
๗. ครูแจกกระดาษปรฟู๊ และปากกาเคมีให้นักเรียนเขยี นสรุปเนื้อหาในรปู แบบใดกไ็ ดใ้ ห้
เขา้ ใจง่าย จากนัน้ ให้แต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอผลงาน และให้รว่ มกันแสดงความคดิ เหน็
๘. ครูนำแถบข้อความ “ย่อความ” ติดบนกระเป๋าผนังหรือบนกระดานดำ ให้นกั เรียนอา่ น
เพอ่ื หาความหมาย
๙. ให้นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั รูปแบบการย่อความวา่ มีองค์ประกอบใดบ้าง
๑๐. ใหน้ กั เรียนทบทวนเรื่องหลักการย่อความและรปู แบบการยอ่ ความ
๑๑.ให้นกั เรียนรว่ มกนั สนทนาเกี่ยวกับการเขยี นจดหมาย โดยให้นักเรยี นท่ีมีประสบการณ์
การเขียนจดหมายเลา่ ใหฟ้ งั ว่าเขียนจดหมายถงึ ใคร มีคำข้นึ ตน้ อยา่ งไร และคำลงท้ายอย่างไร
๑๒.ครูนำซองจดหมายหลายๆ แบบให้นักเรยี นดู แลว้ ครูเขียนรปู แบบจดหมายบนกระดาน
๑๓.ใหน้ ักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกบั การติดต่อกับญาตทิ ีอ่ ยู่ตา่ งจงั หวัดวา่ ใช้วธิ ใี ดบ้าง
๑๔.ใหน้ ักเรียน ๓ - ๕ คน ออกมาเล่าประสบการณก์ ารเขียนจด
๑๕.ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นโดยครูใช้คำถามทา้ ทาย
๑๖.ให้นกั เรียนเขียนบนั ทกึ เหตุการณ์ที่ประทับใจของแต่ละคน
๑๗.ให้นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นเก่ยี วกบั การเขยี นรายงาน
๑๘.ให้นกั เรียนรว่ มกนั วิเคราะหอ์ งค์ประกอบของปกรายงานว่ามอี ะไรบ้าง
๑๙.ครอู ธบิ ายการเขียนสารบญั และบรรณานุกรม
๒๐.ครูอธิบายว่าการใช้แผนภาพความคิดในการทำรายงานจะทำใหล้ ำดับเนอื้ เร่ืองได้ดี
๒๑.ให้นกั เรียนไปห้องสมุดเพอ่ื ศกึ ษาคน้ ควา้ เกย่ี วกับเร่ืองท่ีจะทำรายงานหรือคน้ ควา้ ทางอนิ เตอร์เนต็
๓๔๓
๒๒.ครูให้นกั เรียนคดิ ข้นั ตอนการเขียนเร่ืองตามจนิ ตนาการเปน็ ข้อๆจากนน้ั มาร่วมกันสรุปเป็นแผนภาพ
๒๓.ครใู หน้ กั เรียนดูตัวอย่างเขยี นเร่ืองตามจนิ ตนาการ
๒๔.ใหน้ ักเรยี นจนิ ตนาการวา่ ใน ๑ วัน นกั เรยี นสามารถแปลงร่างเปน็ คน สตั ว์ หรอื ตัว
การ์ตนู ตา่ งๆ แลว้ ใหน้ ักเรยี นออกมาเลา่
๒๕.ใหน้ กั เรยี นออกมาแสดงบทบาทสมมุติการมีมารยาทในการเขยี นที่ดี และไมด่ ี
ส่ือการเรียนรู้
๑. บัตรคำพยัญชนะไทย
๒. บทกลอนความรักของพอ่
๓. ใบงาน
๔. แถบประโยค
๕. สลากหัวข้อ
๖. บทความจากนติ ยสาร
๗. ฉลาก
๘. กระดาษเปลา่
๙. กระดาษโปสเตอร์
๑๐. ปากกาเคมีเสน้ ใหญ่
๑๑. นทิ านเร่อื ง อึ่งอา่ งกับวัว
๑๒. แผนภาพโครงเรอื่ ง เรือ่ ง อ่งึ อ่างกับววั
๑๓. นทิ านเรอื่ งราชสหี ์กบั หนู
๑๔. เอกสารเนือ้ หาเร่ืองอักษรควบ
๑๕. กระเป๋าผนัง
๑๖. จดหมาย
๑๗.ปกรายงาน
๑๘.บตั รคำ
๑๙.ตวั อยา่ งการเขยี นเร่อื งตามจนิ ตนาการ
๓๔๔
หนว่ ยการเรยี นรู้
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๑๙ เรือ่ ง ฟงั ดู รู้ สนทนา ภาษาสอื่ สาร
รหสั วิชา ท๑๔๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ เวลา 5 ชัว่ โมง
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟงั และดูอย่างมวี จิ ารณญาณ และพูดแสดงความรู้
ความคดิ และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อยา่ งมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์
ตัวชว้ี ัด
มฐ. ท ๓.๑ ป.๔/๒
มฐ. ท ๓.๑ ป.๔/๓
มฐ. ท ๓.๑ ป.๔/๔
มฐ. ท ๓.๑ ป.๔/๕
มฐ. ท ๓.๑ ป.๔/๖
สาระสำคญั
การฟงั เปน็ การแสวงหาความรู้ทกี่ อ่ ให้เกดิ ประโยชน์ เพราะในชีวติ ประจำวันเรารบั สาร
จากการฟงั มากทส่ี ดุ ดงั นน้ั ผู้ทฟี่ งั มาก และมวี ิจารณญาณในการฟัง จะได้รับประโยชน์จากการฟัง
อย่างเตม็ ท่ี
สาระการเรยี นรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ การจบั ใจความเร่อื งทีฟ่ ังและดู
๑.๒ การพูดสรุปความจากการฟัง
๑.๓ การพูดแสดงความรเู้ กยี่ วกับเรอื่ งท่ีฟังและดู
๑.๔ การพูดแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับเร่อื งที่ฟังและดู
๑.๕ การพดู แสดงความรสู้ ึกจากการไดฟ้ งั และการได้ดู
๑.๖ การใช้คำในการต้งั คำถาม
๑.๗ การเรียบเรียงประโยคคำถาม
๑.๘ ประเภทการพูดรายงาน
๑.๙ หลักการพูดรายงาน
๑.๑๐ การพูดรายงานเด่ียว
๓๔๕
๑.๑๑ การพดู รายงานกลมุ่
๑.๑๒ มารยาทในการฟัง การดู และการพดู
๒. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรุปความรู้
๓. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ( A )
มีวินยั ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน รกั ความเป็นไทย
ประเมนิ ผลรวบยอด
ชน้ิ งานหรือภาระงาน
๑. ผลงานการสรุปจับใจความจากเรือ่ ง
๒. ใบงาน
๓. การฝึกพดู จากการฟัง
๔. การพดู แสดงความรู้เก่ยี วกับเร่อื งทฟี่ ังและดู
๕. การฝกึ ตั้งคำถามและตอบคำถาม
๖. แผนภาพลักษณะการพดู รายงาน
๗. แผนภาพสรุปหลกั การพดู รายงาน
๘. การพูดรายงานเดยี่ ว
๙. การพูดรายงานกลุ่ม
การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)
เรอ่ื ง การพดู สรปุ ความจากการฟังและดู
ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒๑
(๙ คะแนน) (๗ - ๘ คะแนน) (๑ - ๖ คะแนน)
(๑๐ คะแนน)
เกณฑ์การประเมิน
การพูดสรปุ ความ จบั ใจความได้ จับใจความได้ครบ จับใจความไดก้ ารพูด จบั ใจความได้
และพดู ได้ดี ขาดความเช่ือม่ัน การพดู ยงั ไมค่ ล่อง
จากการฟงั และดู ครบถว้ นและพูด
คล่อง
๓๔๖
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
๑. ใหน้ กั เรยี นร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คำถามทา้ ทาย
๒. ให้นกั เรียนแบ่งกลุ่มจำนวน ๕ กล่มุ ให้แต่ละกลมุ่ ส่งตัวแทนออกมาเล่าข่าว แลว้ ให้กลมุ่
อืน่ ชว่ ยกนั สรปุ ข่าวของแต่ละกลมุ่
๓. ใหน้ ักเรยี นแบง่ กลมุ่ กลมุ่ ละ ๕ - ๗ คน ครูแจกกระดาษA ๔ กลุ่มละ ๑ แผน่ เพอ่ื
ช่วยกันต่อจากเรอ่ื งทค่ี รเู ล่าใหน้ ักเรยี นฟงั โดยใหเ้ นือ้ เรือ่ งจบลงดว้ ยดี ใหน้ ักเรยี นทำใบงานกล่มุ
๔. ใหต้ วั แทนนักเรยี น ๓ - ๕ คน เล่าเก่ียวกบั สงิ่ ท่ีเคยได้ฟังและดู มาคนละ ๑ ประโยค
โดยมีนักเรยี นอกี ๑ คน คอยบนั ทึกประโยคทีพ่ ูดบนกระดาน
๕. ให้นักเรียนร่วมกันวเิ คราะห์และใหเ้ หตผุ ลวา่ ประโยคใดเป็นการพูดแสดงความรู้ การพู
แสดงความคิดเห็น หรอื การพดู แสดงความร้สู ึก
๖. ใหค้ รยู กตัวอย่างการพูดแสดงความรูส้ กึ และให้นกั เรยี นรว่ มกนั อธบิ ายพร้อมใหเ้ หตุผลว่า
การพูดแสดงความรูส้ ึกมีลกั ษณะอยา่ งไร
๗. ให้นกั เรยี นจบั คูก่ บั เพอ่ื นฝึกพดู แสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สกึ เก่ียวกับเรอ่ื งท่ีฟงั และดู
๘. ใหน้ ักเรยี นจบั กลุ่ม ๓ คน ใหน้ กั เรียนคนท่ี ๑ เลา่ เร่ือง คนที่ ๒ ต้งั คำถาม คนที่ ๓ ตอบ
คำถาม จากน้นั ครูให้แต่ละกลุ่มออกมาพูดหนา้ ชัน้ เรียน แล้วรว่ มกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
๙. ให้นกั เรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ วา่ ควรตั้งคำถามและตอบคำถามเชิงเหตผุ ลอยา่ งไร
จากน้ันสรุปเปน็ แผนภาพ
๑๐. ครูอธบิ ายประเภทของการพูดรายงานวา่ มี ๒ ประเภท และใหน้ กั เรียนสรุปลักษณะ
การพดู รายงานแตล่ ะประเภท
๑๑.ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกับการพดู รายงานของเพอ่ื นๆ แลว้ สรปุ เป็น
หลักการพดู รายงาน แลว้ ใหต้ วั แทนนักเรยี นบันทึกคำตอบเปน็ แผนภาพลงบนกระดาน
๑๒. ให้นกั เรียนร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกบั รายงานสนทนาทางวิทยหุ รอื โทรทัศนท์ น่ี กั เรียนเคย
ได้ฟัง และได้ดู
๑๓.ให้นักเรยี นร่วมกนั สนทนาเก่ียวกบั อาชพี ทีน่ กั เรียนอยากเปน็
๑๔.ใหน้ กั เรียนเตรยี มข้อมลู เพอ่ื ออกมารายงานโดยครอู าจพานกั เรยี นไปหอ้ งสมุดหรอื ค้นข้อมูลทาง
อนิ เทอร์เนต็
๑๕.ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นเพอ่ื ทบทวนเกยี่ วกบั การพดู รายงานจากการ
ฟงั การดูการสนทนา และภาษาสือ่ สาร
๑๖.ใหน้ กั เรียนร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกบั ประโยชน์ของการมมี ารยาทในการฟงั การดูและการพูด
๓๔๗
สื่อการเรยี นรู้
๑. บทความ
๒. ข่าว
๓. โทรทศั น์
๔. วทิ ยุ
๕. ใบงาน
๖. แถบประโยค
๗. กระดาษเปลา่
๘. กระเปา๋ ผนงั
๙. บัตรคำ
๑๐. สลาก
๑๑. บทความเร่ือง “สัปดาหห์ นังสอื แห่งชาติ มลายวกิ ฤติเด็กไทยอา่ นน้อย”
หนว่ ยการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๒๐ เรอ่ื ง บทละครเร่ืองเงาะปา่ เวลา ๘ ชัว่ โมง
รหัสวิชา ท๑๔๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย
ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๔
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรแู้ ละความคิดเพื่อนำไปใชใ้ นการตัดสินใจ
แกป้ ญั หาในการดำเนนิ ชวี ิต และมีนสิ ยั รักการอ่าน
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
อยา่ งเห็นคณุ ค่า และนำมาประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตจรงิ
ตัวชีว้ ัด
มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๓
มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๕
มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๖
มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๗
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๑
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๒
๓๔๘
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๓
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๔
สาระสำคัญ
บทละครเร่ือง เงาะป่า เป็นพระราชนพิ นธ์ในพระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่หวั
ทรงนำมาจากเคา้ เรอ่ื งจริงของเงาะซาไก ซ่งึ มถี น่ิ อาศยั ในแถบจงั หวัดพัทลุง โดยเมอ่ื คร้งั เสด็จ
ประพาสหวั เมืองทางภาคใต้ ได้เสด็จไปหม่บู ้านเงาะซาไก และแม่เฒา่ เงาะคนหน่งึ เล่าเรอื่ งถวาย บท
ละครเร่ืองน้ี
มภี าษาเงาะสอดแทรกดว้ ย โดยทรงสอบถามภาษาเงาะจาก “คนงั ” เด็กเงาะทพี่ ระองค์ทรงนำมา
ชบุ เล้ยี งไว้ และให้ตัวละครตวั หน่งึ มีชื่อว่า “คนัง” ด้วย
สาระการเรยี นรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ ความเปน็ มาและเน้อื เร่อื งย่อของบทละครเรือ่ งเงาะป่า
๑.๒ บทละครเร่อื ง เงาะปา่ ตอนชมปา่
๑.๓ บทละครเรื่อง เงาะปา่ ตอนพิธแี ต่งงาน
๑.๔ บทละครเร่อื งเงาะป่า ตอนโศกนาฏกรรม
๑.๕ การเขียนแผนภาพโครงเรอื่ งของบทละครเร่อื ง เงาะปา่
๑.๖ ขอ้ คดิ จากเรอ่ื งเงาะป่า ท่นี ำไปใช้ในชีวิตจริงได้
๑.๗ คุณค่าของบทละครเร่อื งเงาะปา่
๒. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรุปความรู้
๓. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ( A )
มวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้ มุง่ ม่นั ในการทำงาน รักความเปน็ ไทย
ประเมินผลรวบยอด
ช้ินงานหรือภาระงาน
๑. แผนภาพประวัติบทละครเรื่องเงาะป่า
๒. แผนภาพสรปุ ข้นั ตอนการแต่งงานของเงาะซาไก
๓. การแสดงบทบาทสมมตุ ิบทละครเรอื่ งเงาะป่า ตอนโศกนาฏกรรม
๔. ใบงาน
๕. แผนภาพสรุปคุณค่าของบทละครเรือ่ ง เงาะป่า
๓๔๙
การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรอ่ื ง การเขยี นแผนภาพโครงเร่อื ง
ระดบั คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑
(๙ - ๑๐ คะแนน) (๗ - ๘ คะแนน) (๖ - ๗ คะแนน) (๑ - ๕ คะแนน)
เกณฑ์การประเมนิ
การเขียนแผนภาพ เขียนแผนภาพโครง เขยี นแผนภาพโครง เขียนแผนภาพโครง ไม่สามารถเขยี น
โครงเรอื่ ง เรื่องได้ละเอียด เรื่องได้ละเอียด เร่ืองไดส้ อดคล้องกับ แผนภาพโครงเรอ่ื ง
ครอบคลมุ สาระ ครอบคลมุ เรอ่ื งแต่ไมค่ รอบคลมุ ได้ ครูต้องแนะนำ
ของเรื่อง รปู แบบ สาระสำคัญของ เน้ือหา และรปู แบบ ชว่ ยเหลือจงึ
น่าสนใจ และ เรอื่ ง แตร่ ปู แบบ ดสู ับสน สามารถเขียน
ชดั เจน ไมน่ ่าสนใจ และยัง ได้บา้ ง
ไมช่ ัดเจนเทา่ ท่คี วร
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ใหน้ ักเรยี นศกึ ษาประวัติของบทละคร เร่ือง เงาะป่า และเน้ือเรอื่ งย่อของเงาะป่า
๒. ให้นกั เรยี นอา่ นบทละครเร่อื ง เงาะปา่ ตอนชมป่า ๑ รอบ จากนน้ั รว่ มกันสนทนาเกี่ยวกบั
คำศพั ท์ทไี่ ม่รคู้ วามหมาย บนั ทึกคำศพั ทบ์ นกระดาน แลว้ ชว่ ยกนั เปิดหาความหมายของคำศัพทน์ ้ัน
จากพจนานกุ รม
๓. ใหน้ กั เรียนร่วมกันสรุปข้นั ตอนพิธกี ารแตง่ งานของเงาะซาไกเปน็ แผนภาพ
๔. ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามทา้ ทาย
๕. ให้นักเรยี นแบง่ กล่มุ ๕ กล่มุ แตล่ ะกลุ่มเขยี นแผนภาพสรุปความร้จู ากการอา่ นบทละคร
เร่ือง เงาะปา่ ลงในกระดาษปรู๊ฟแผ่นใหญ่ โดยกำหนดให้มหี ัวข้อสำคญั ในแผนภาพ
๖. ให้นักเรยี นรว่ มกันสรุปความรู้ดงั นี้ บทละครเร่ืองเงาะป่า มขี ้อคดิ มากมายทส่ี ามารถ
นำไปใชใ้ นชวี ิตจริงได้
๗. ให้นกั เรยี นรว่ มกนั วเิ คราะห์คุณค่าของบทละครเรือ่ ง เงาะป่า ด้านอารมณว์ า่ นักเรยี นเกดิ
อารมณใ์ ด มีเหตุการณ์ในตอนใดทีเ่ กิดอารมณน์ ้ี และร้สู ึกอย่างไร
๘.ใหน้ กั เรียนร่วมกันวิจารณ์เก่ียวกับตัวละครว่าตัวละครท่ีชอบมากที่สดุ ในเร่อื งนี้ พรอ้ ม
อธิบายเหตผุ ล
๓๕๐
สอื่ การเรียนรู้
๑. บทละครเรอื่ ง เงาะป่า ตอนชมป่า
๒. บตั รคำ ภาพ
๓. บทละครเรอ่ื งเงาะปา่ ตอนพิธีแตง่ งาน
๔. พจนานุกรม
๕. บทละครเร่ืองเงาะป่า ตอนโศกนาฏกรรม
๖. กระดาษปรูฟ๊
๗. กระดาษจดบนั ทกึ
๘. ใบงาน
๙. สลาก
หน่วยการเรียนรู้
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๒๑ เรือ่ ง พระอภยั มณี ตอน กำเนดิ สุดสาคร
๓๕๑
รหสั วิชา ท๑๔๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ เวลา ๕ ชั่วโมง
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความร้แู ละความคิดเพอื่ นำไปใชต้ ดั สินใจ
แกป้ ญั หาในการดำเนินชวี ติ และมีนสิ ยั รกั การอ่าน
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย
อยา่ งเห็นคณุ ค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชวี ิตจริง
ตวั ชี้วัด
มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๓
มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๕
มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๖
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๑
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๓
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๔
สาระสำคัญ
เรอ่ื งพระอภยั มณเี ป็นนิทานคำกลอนทส่ี ุนทรภู่ (พระศรสี ุนทรโวหาร) เปน็ ผู้แตง่ ขน้ึ โดย
เนอื้ หาของเรอ่ื งมคี วามสนกุ สนาน สอดแทรกแง่คิด และคุณธรรมต่างๆ ตลอดจนมคี วามไพเราะของ
บทกลอน ทำให้ผอู้ า่ นสามารถจินตนาการตามเรื่องได้
สาระการเรียนรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ เรือ่ งย่อพระอภยั มณีตอนกำเนดิ สุดสาคร
๑.๒ บทร้อยกรองเร่อื งพระอภยั มณี ตอน กำเนิดสดุ สาคร
๒. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรปุ ความรู้
๓. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ( A )
มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ ม่นั ในการทำงาน รักความเปน็ ไทย
๓๕๒
ประเมนิ ผลรวบยอด
ชน้ิ งานหรือภาระงาน
๑. แผนภาพแสดงเรื่องย่อพระอภัยมณตี อนกำเนดิ สดุ สาคร
๒. คำศัพท์และสำนวนโวหารเร่อื ง พระอภัยมณี ตอน กำเนิดสุดสาคร
๓. แผนภาพลำดับข้ันตอนการจับมา้ นิลมงั กรของสดุ สาคร
๔. ข้อความจากการถอดบทประพันธ์เป็นความเรยี ง
๕. แผนภาพโครงเรื่อง พระอภยั มณี ตอน กำเนดิ สดุ สาคร
๖. ใบงาน
การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)
เรอ่ื ง ข้อคดิ ท่ไี ด้จากเรื่อง พระอภยั มณี ตอน กำเนิดสุดสาคร
ระดบั คะแนน ๔ ๓ ๒๑
(๙ คะแนน) (๗ - ๘ คะแนน) (๕ - ๖ คะแนน)
(๑๐ คะแนน)
สรปุ ขอ้ คดิ จาก
เกณฑ์การประเมิน เรอ่ื งพระอภัยมณี
ที่สามารถนำไปใช้
สรุปขอ้ คดิ จากเร่อื ง สรปุ ข้อคิดจาก ในชีวติ ประจำวนั สรปุ ข้อคิดจาก สรุปข้อคิดจาก
พรอ้ มอธบิ ายหรอื
พระอภยั มณี เรื่องพระอภัยมณี ยกตวั อย่าง เรือ่ งพระอภัยมณี เรือ่ งพระอภยั มณี
ไดเ้ ห็นจริง มกี าร
ที่สามารถนำไปใช้ใน ท่ีสามารถนำไปใช้ เชื่อมโยงใหเ้ ห็น ท่ีสามารถนำไปใช้ ทสี่ ามารถนำไปใช้
เฉพาะตนเอง
ชีวิตประจำวัน ในชีวติ ประจำวัน ในชีวติ ประจำวัน ในชีวติ ประจำวนั
พร้อมอธบิ ายหรือ พรอ้ มอธบิ ายหรอื พร้อมอธิบายหรอื พรอ้ มอธิบายหรอื
ยกตวั อย่าง ยกตวั อยา่ ง ยกตวั อยา่ ง ยกตวั อยา่ ง
ได้เหน็ จริง ไดเ้ หน็ จรงิ มีการ ไดเ้ ห็นจริง โดยตอ้ ง ได้เหน็ จริงตามที่ครู
เช่ือมโยงให้เห็นถงึ อาศัยที่ครู ยกตัวอย่าง
ความสมั พนั ธ์กับ ยกตวั อย่าง แต่มีการ โดยไม่มีการ
ตนเองและผอู้ ืน่ ดัดแปลงให้แตกตา่ ง ดัดแปลง
ให้แตกตา่ ง
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
๑. ใหน้ ักเรยี นอ่านรอ้ ยแกว้ เรอื่ ง พระอภัยมณี ตอนกำเนิดสดุ สาคร จากน้นั คน้ หาคำศัพท์
๓๕๓
จากเร่อื งยอ่ เรอ่ื ง พระอภยั มณี ตอน กำเนิดสดุ สาครใหไ้ ดม้ ากท่ีสุด
๒. ๑. ให้นกั เรยี นทุกคนอ่านเนื้อหาเรือ่ ง พระอภยั มณี ตอน กำเนิดสดุ สาคร ตงั้ แต่เร่ิมจนถึง
พระฤๅษตี ั้งช่อื ให้สุดสาคร โดยอ่านลกั ษณะแบบร้อยแกว้ มกี ารแบ่งวรรคตอนตามหลกั การอา่ นออก
เสียงร้อยกรอง
๒. ให้นกั เรียนอ่านทำนองเสนาะเรอื่ ง พระอภยั มณี ตอน กำเนิดสุดสาคร ต่อจากชัว่ โมงที่
แลว้ จนถึงตอนสุดสาครจบั ม้านลิ มังกรได้ โดยอา่ นพรอ้ มๆ กัน
๔. ให้นักเรียนแบง่ กลมุ่ กลุ่มละเท่าๆ กัน ตามความเหมาะสม แล้วให้แต่ละกลุ่มจับสลาก
เลอื กเนอื้ ทำนองเสนาะกลุม่ ละ ๑ ทอ่ น จนจบตอนท่เี รยี น จากนัน้ ฝึกอ่านทำนองเสนาะท่อนที่กลุ่ม
ตนเองได้รับ และถอดเน้ือเปน็ ความเรียงให้ไดใ้ จความสำคญั แล้วออกมาอา่ นทำนองเสนาะและอ่าน
ใจความสำคัญที่ถอดไดท้ ีละกลมุ่ จนครบทกุ กลมุ่ โดยครชู ่วยตรวจสอบความถูกตอ้ ง
๕. ใหน้ กั เรียนจบั คกู่ ับเพอื่ นเขยี นแผนภาพโครงเร่ือง “พระอภยั มณี ตอน กำเนดิ สดุ สาคร”
๖. ใหน้ ักเรยี นแบ่งกล่มุ กลุ่มละ ๔ - ๖ คน รว่ มกันถอดคำประพนั ธ์บนกระดานใหเ้ ปน็ ความ
เรียงสละสลวย จากนน้ั ออกมานำเสนอผลงานหนา้ ชน้ั เรียนทลี ะกล่มุ โดยครูช่วยตรวจสอบความ
ถกู ตอ้ ง และใหค้ ำแนะนำเพ่มิ เตมิ
สอ่ื การเรียนรู้
๑. กระดาษเปลา่
๒. บตั รคำ
๓. แถบประโยคขอ้ ความ
๔. ใบงาน
๓๕๔
หนว่ ยการเรยี นรู้
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒๒ เร่อื ง นทิ านเทียบสภุ าษิต เรอื่ ง นำ้ ผงึ้ หยดเดยี วกอ่ เหตุ
รหัสวชิ า ท๑๔๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ เวลา ๕ ช่วั โมง
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรู้และความคดิ เพอ่ื นำไปใชต้ ัดสนิ ใจ
แก้ปัญหาในการดำเนินชีวติ และมีนิสยั รกั การอา่ น
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทย
อย่างเหน็ คุณคา่ และนำมาประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตจริง
ตัวชี้วัด
มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๓
มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๕
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๑
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๒
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๓
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๔
สาระสำคัญ
๓๕๕
นทิ านเทียบสุภาษิตเรอื่ งน้ำผึง้ หยดเดยี วก่อเหตุ เป็นนทิ านเร่ืองเลา่ สบื ทอดกนั มา ผูเ้ ขียน
สอดแทรกขอ้ คดิ และคุณธรรมนำไปใช้ในชีวิตจรงิ
สาระการเรยี นรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ นิทานเทียบสุภาษิต
๑.๒ การเขยี นแผนภาพลำดับเหตุการณจ์ ากเร่อื ง
๑.๓ การวเิ คราะหค์ วามหมายของข้อความ
๑.๔ การเขียนแผนภาพโครงเรือ่ ง
๒. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรุปความรู้
๓. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ( A )
มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมน่ั ในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย
ประเมินผลรวบยอด
ช้นิ งานหรอื ภาระงาน
๑. การอา่ นนิทานเทยี บสุภาษติ
๒. แผนภาพลำดับเหตกุ ารณ์จากตำนานเทยี บสภุ าษติ เร่ืองน้ำผงึ้ หยดเดยี วกอ่ เหตุ
๓. ใบงาน
การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เร่ือง การตอบคำถามจากเรอื่ งทีอ่ า่ น
ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑
(๑ - ๔ คะแนน)
(๙ - ๑๐ คะแนน) (๗ - ๘ คะแนน) (๕ - ๖ คะแนน)
ตอบคำถามได้
เกณฑ์การประเมิน
การตอบคำถาม ตอบคำถามได้ ตอบคำถามได้ ตอบคำถามไดค้ รบ
จากเรือ่ งที่อา่ น ละเอยี ด ถูกตอ้ ง ละเอยี ดถูกต้อง ทุกขอ้ แตย่ งั ไม่
๓๕๖
ครบถว้ นโดยไม่ตอ้ ง ครบถว้ นแต่ตอ้ ง ละเอียดตอ้ งกลบั ไป ไมล่ ะเอยี ดตอ้ ง
กลับไปอ่านเร่ืองอีก กลับไปอ่านเรอ่ื ง
อ่านเนอ้ื เรอื่ งจึงจะ กลบั ไปอ่าน
บางตอนอีกคร้ัง
ตอบได้ครบ เนื้อเรือ่ งหลายครั้ง
จึงจะตอบถกู
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
๑. ครูนำโคลงส่ีสุภาพมาใหน้ ักเรียนฝกึ อา่ น
๒. ให้นักเรียนแต่ละคนอ่านตำนานเทียบสุภาษติ เรือ่ ง นำ้ ผง้ึ หยดเดยี วก่อเหตุ จากน้ันใหแ้ ต่
ละคนออกมาเล่าสรปุ เน้ือหาตามความเข้าใจ โดยมีครแู ละนักเรียนคนอื่นแกไ้ ขข้อมลู ถ้ามีการเล่าสรุป
ไม่ถูกตอ้ ง
๓. ใหน้ กั เรียนทบทวนเนือ้ หาโดยครูจับสลากช่ือนักเรียนมา ๑ คน จากน้ันให้นักเรียนคนนน้ั
ตั้งคำถาม แลว้ จับสลากใหเ้ พอ่ื นตอบ ทำเชน่ น้ีสลับกัน ๕ คร้ัง
๔. ให้นักเรียนแบง่ กล่มุ ๕ กลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มสรปุ เหตุการณ์ในตำนานเทยี บสุภาษติ เปน็
แผนภาพลงในกระดาษปรู๊ฟ
๕. ใหน้ กั เรียนแต่ละกลมุ่ วิเคราะห์เหตุการณ์ในนิทานเทียบสภุ าษิตที่สัมพนั ธก์ ับกลุ่มคำในสลาก
๖. ให้แต่ละกล่มุ ออกมานำเสนอข้อมลู และใหเ้ พอื่ นๆ แสดงความคดิ เห็นเพิ่มเตมิ
๗. ใหน้ ักเรยี นรว่ มกันบอกชอ่ื ตัวละครที่มใี นนทิ านเทยี บสภุ าษติ แลว้ แบ่งบทบาทกนั เพ่ือ
แสดงบทบาทสมมุติ
๘.ให้นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอ แล้วใหน้ ักเรยี นกลุ่มอื่นรว่ มกนั ประเมินแผนภาพ
สอื่ การเรียนรู้
๑. โครงสส่ี ุภาพนิทานเทยี บสุภาษิตเรอ่ื งนำ้ ผง้ึ หยดเดยี วกอ่ เหตุ
๒. สลากชื่อ
๓. กระดาษปรฟู๊
๔. ใบงาน
๓๕๗
หนว่ ยการเรยี นรู้
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๒๓ เร่ือง ตำนานเมขลากับรามสูร
รหัสวิชา ท๑๔๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
๓๕๘
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ เวลา ๕ ช่ัวโมง
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทย
อย่างเหน็ คณุ ค่าและนำมาประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ จรงิ
ตัวชว้ี ัด
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๑
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๒
สาระสำคญั
ตำนานเมขลากบั รามสูร ต้นตำนานไทยโบราณสืบตอ่ กันมานานปรากฏในบทเหก่ ลอ่ ม
พระบรรทม เห่เรอ่ื ง จบั ระบำของสนุ ทรภู่ อันเปน็ ตำนานฟา้ แลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ท่ีเปน็ ปรากฏการณ์
จนถึงปจั จบุ ัน
สาระการเรยี นรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ ตำนานเมขลากับรามสูร
๑.๒ บทเหก่ ล่อมพระบรรทม เห่เรื่อง จบั ระบำของสุนทรภู่
๑.๓ การแตง่ เรื่องจากคำท่กี ำหนด
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรุปความรู้
๓. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ( A )
มีวนิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ ม่ันในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย
ประเมินผลรวบยอด
ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน
๑. แผนภาพสรปุ ความรตู้ ำนานเมขลากับรามสรู
๒. ภาพวาดนางมณเี มขลา
๓. ใบงาน
๔. การแตง่ เรื่องจากคำทีก่ ำหนดให้
๓๕๙
การประเมินผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)
เรื่อง อธิบายขอ้ คดิ จากการอ่านตำนานเมขลากับรามสรู
ระดบั คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑
(๙ - ๑๐ คะแนน) (๗ - ๘ คะแนน) (๕ - ๖ คะแนน) (๑ - ๔ คะแนน)
เกณฑก์ ารประเมนิ
อธิบายข้อคดิ จาก เขียนอธบิ ายและ เขยี นอธิบายและ เขียนอธิบายและ เขยี นอธิบายและ
การอ่านตำนาน สรปุ ไดส้ มั พนั ธ์กบั สรุปไดส้ มั พันธก์ บั สรปุ ไดส้ อดคล้องกบั สรปุ ไดส้ อดคลอ้ ง
เมขลากบั รามสูร หวั ขอ้ มีการ หวั ขอ้ มีการจำแนก หัวข้อ มีการเขยี น กับหัวข้อ เขียน
เชอ่ื มโยงใหเ้ ห็นถงึ ข้อมูลหรืออธิบาย ขยายความและมี ตามขอ้ มลู ที่อ่านไม่
ความสมั พนั ธก์ ับ ใหเ้ ห็นถงึ การยกตวั อยา่ ง มีการอธบิ าย
ตนเองและผู้อืน่ ความสมั พันธ์กบั เพิ่มเติมให้เขา้ ใจง่าย เพ่ิมเตมิ
ตนเองอย่างเปน็ เหตุ
เป็นผล
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ให้นักเรยี น ๓ - ๕ คนออกมาเลา่ ประสบการณเ์ กี่ยวกบั ฟา้ รอ้ ง ฟ้าผ่าว่าเคยพบเจอ
หรอื ไม่ ฟ้ารอ้ ง ฟ้าผา่ มีลักษณะอย่างไรและนกั เรยี นรูส้ ึกอยา่ งไร
๒. ให้นกั เรียนร่วมกนั สรปุ ความรตู้ ำนานเมขลากับรามสูร โดยครบู ันทกึ คำตอบนกั เรียนเปน็ แผนภาพ
๓. ใหน้ ักเรยี นอ่านเรื่องราวของนางมณเี มขลาจากบทเหก่ ลอ่ มพระบรรทม เหเ่ รือ่ ง จบั
ระบำของสุนทรภู่ ร่วมกนั สนทนาเกีย่ วกบั คำยากในบทเหก่ ลอ่ มพระบรรทม แล้วแปลความหมาย
๔. ให้นกั เรียนวาดรูปนางเมขลาตามจินตนาการ จากนัน้ นำมาระบายสีแลว้ ตดิ ทปี่ ้ายนิเทศ
๕. ใหน้ กั เรยี นร่วมกันสรปุ ความรูด้ ังนี้ รามสูรเปน็ ยกั ษท์ ม่ี ฤี ทธิม์ ากใช้ขวานเพชรขว้างไปยงั
นางเมขลา เพ่ือฆา่ แลว้ แยง่ ดวงแก้วมณี
๖. ใหน้ ักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ช้คำถามทา้ ทาย
๗. ให้นักเรียนแต่ละคนนำคำวา่ แคล้วคลาด เปรยี้ ง แปลบปลาบ สว่าง สะท้าน มาแตง่ เปน็ เรอ่ื ง
๘.ใหน้ กั เรียนแตล่ ะคนออกมาเล่าเร่อื งทแี่ ตง่
ส่ือการเรียนรู้
๓๖๐
๑. ใบงาน
หน่วยการเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒๔ เรื่อง นิราศเดอื น เวลา ๔ ช่ัวโมง
รหสั วชิ า ท๑๔๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
อยา่ งเหน็ คุณค่าและนำมาประยุกตใ์ ช้ในชีวิตจรงิ
ตัวชวี้ ัด
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๒
สาระสำคัญ
นิราศเป็นรปู แบบการประพนั ธป์ ระเภทหนงึ่ ของไทย นยิ มเขยี นเพื่อพรรณนาการเดินทาง
หรอื เหตุการณ์ท่ีประสบพบเห็น ที่ประทบั ใจ
สาระการเรียนรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ นริ าศเดือน : เดือนห้า ประเพณสี งกรานต์
๑.๒ นริ าศเดือน : เดอื นสิบ ประเพณสี ารทไทย
๑.๓ นิราศเดอื น : เดอื นสิบเอ็ด ประเพณีทอดกฐิน
๑.๔ นิราศเดอื น : เดือนสิบสอง ประเพณีลอยกระทง
๑.๔ นริ าศเดือน : การใช้คำสัมผัสคลอ้ งจอง
๑.๔ นิราศเดอื น : การเล่นคำ
๒. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด ( P )
๓๖๑
การจำแนก การให้เหตุผล การสรปุ ความรู้
๓. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ( A )
มวี นิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ ม่งุ มั่นในการทำงาน รักความเปน็ ไทย
ประเมินผลรวบยอด
ช้นิ งานหรอื ภาระงาน
๑. ใบงาน
๒. ภาพวาดวถิ ชี วี ติ ของคนไทยในประเพณสี ารทไทย เดอื นสบิ
๓. ภาพวาดประเพณีทอดกฐนิ
๔. แผนภาพความคดิ สิง่ ที่นิยมปฏิบัตใิ นประเพณีต่างๆ
๕. ผังกลอนนิราศ
๖. คำเปรยี บเทียบเรอื่ งตา่ งๆ จากกลอนนิราศ
การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)
เรื่อง การอธบิ ายขอ้ คิดจากการอ่านเพอื่ นำไปใช้ในชีวติ จริง
ระดบั คะแนน ๔ ๓ ๒๑
(๙ คะแนน) (๗ - ๘ คะแนน) (๕ - ๖ คะแนน)
(๑๐ คะแนน)
เกณฑ์การประเมนิ
การอธิบายข้อคดิ อธบิ ายไดส้ ัมพันธ์ อธบิ ายได้สมั พนั ธ์ อธิบายได้สมั พนั ธก์ ับ อธิบายได้สมั พันธ์
กบั หวั ข้อทก่ี ำหนด หัวข้อทก่ี ำหนด กบั หัวขอ้ ทก่ี ำหนด
จากการอา่ นเพอื่ กับหัวข้อที่กำหนด และแตกต่างจาก ตามท่คี รยู กตวั อย่าง ตามท่ีครู
ท่ีครูยกตวั อยา่ งแต่ แตม่ ีการดดั แปลงให้ ยกตัวอยา่ ง
นำไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ และแตกต่างจาก เชื่อมโยงให้เหน็ แตกตา่ ง
เฉพาะตนเอง
ทีค่ รูยกตัวอย่าง
มกี ารเชอื่ มโยง
ให้เห็นถงึ
ความสัมพันธ์กับ
ตนเองและผ้อู นื่
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
๑. ใหน้ กั เรียนช่วยกนั ค้นหาคำศพั ท์จากบทนริ าศเดอื นห้า ประเพณสี งกรานต์ จากน้นั ให้
ผแู้ ทนนกั เรียนออกมาเขยี นคำศพั ท์บนกระดาน และให้นกั เรียนช่วยกนั ทายความหมายของคำศัพท์
น้ัน โดยครเู ป็นผตู้ รวจสอบความถกู ตอ้ งของความหมาย และอธิบายเพิ่มเติมให้ชัดเจน
๓๖๒
๒. ให้นักเรียนอ่านออกเสียงทำนองเสนาะบทร้อยกรองในแถบประโยคที่ครนู ำมาติดลงบนกระดาน
๓.ครใู ห้นกั เรียนฝกึ อา่ นบทร้อยกรองนิราศเดอื น:เดอื นสิบเอด็ ประเพณที อดกฐนิ ทีค่ รตู ิดไวบ้ นกระดาน
๔. ให้นกั เรยี นร่วมกันสนทนาและอภิปรายข้อคดิ ท่ไี ดจ้ ากการอ่านนริ าศเดือน : เดอื นสบิ สอง
ประเพณีลอยกระทง
๕. ให้นักเรยี นรวบรวมคำท่ีมกี ารใชอ้ ุปมาโวหารจากเรือ่ ง นริ าศเดือน
๖. นกั เรียนช่วยกันหาจุดเด่นจากบทกลอนนวี้ า่ มีจุดเด่นอะไรบ้าง รว่ มกันอภิปรายแสดงความคิดเหน็
ส่ือการเรียนรู้
๑. บทนริ าศเดอื น : เดอื นหา้ ประเพณสี งกรานต์
๒. บทนิราศเดือน: เดือนสบิ ประเพณีสารทไทย
๓. ใบงาน
หน่วยการเรยี นรู้
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๒๕ เรื่อง คำประพันธส์ ภุ าษติ …ใหข้ ้อคิดสอนใจ
รหัสวิชา ท๑๔๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ เวลา ๘ ชว่ั โมง
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรแู้ ละความคิดเพ่ือนำไปใช้ตัดสนิ ใจ
แกป้ ญั หาในการดำเนนิ ชวี ิตและมนี ิสยั รักการอา่ น
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ ง
เห็นคณุ ค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชวี ิตจริง
ตัวชี้วัด
มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๖
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๒
สาระสำคัญ
๓๖๓
คำประพนั ธ์สภุ าษติ พฤษภกาสร เปน็ บทประพนั ธข์ องสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรม
พระปรมานุชติ ชโิ นรส ทมี่ คี ตแิ ละใหข้ ้อคิดสอนใจในเรอ่ื งผลของการทำคุณความดที ่ีจะอยู่ตลอดไป
สาระการเรยี นรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ คำประพนั ธ์ “พฤษภกาสร”
๑.๒ คำประพันธ์ปากเป็นเอก เลขเปน็ โท หนงั สอื เป็นตรี ช่ัวดเี ปน็ ตรา
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรปุ ความรู้
๓. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ( A )
มีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ ม่นั ในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย
ประเมินผลรวบยอด
ช้ินงานหรอื ภาระงาน
๑. ข้อคิดทไี่ ดจ้ ากคำประพนั ธ์สภุ าษิต พฤษภกาสร
๒. ใบงาน
๓. สรุปความหมายของบทรอ้ ยกรองด้วยภาษาของตนเอง
การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)
เรื่อง การอธิบายข้อคดิ จากคำประพันธพ์ ฤษภกาสร
ระดบั คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑
(๑๐ คะแนน) (๘ - ๙ คะแนน) (๖ - ๗ คะแนน) (๐ - ๕ คะแนน)
เกณฑก์ ารประเมิน
การอธบิ ายข้อคดิ เขียนข้อคดิ อธบิ าย เขียนข้อคดิ อธบิ าย เขียนขอ้ คิด อธบิ าย เขียนคำตอบทกุ ขอ้
จากคำประพนั ธ์ ขอ้ ควรปฏบิ ตั ิจาก ขอ้ ควรปฏิบัตจิ าก ข้อควรปฏิบตั ิจาก ถูกต้องเพยี งคร่ึง
พฤษภกาสร ข้อคิด และ ขอ้ คิด และ ขอ้ คดิ ประโยชนจ์ าก เดยี ว หรอื มี
ประโยชน์จากการ ประโยชนจ์ ากการ การปฏบิ ตั ไิ ด้ถกู ต้อง ข้อผดิ พลาด ไม่
ปฏบิ ตั ิได้ถกู ต้อง ปฏบิ ตั ไิ ด้ถูกต้อง มี เป็นสว่ นใหญ่ มผี ิด
๓๖๔
ตรงตามคำ ผิด หรอื ไม่ชดั เจน หรอื ไม่ชัดเจนบ้าง ๑ ชดั เจนตรงตามคำ
ประพันธ์ทุกข้อ
อย่างชัดเจน บ้างเลก็ น้อย - ๒ แหง่ ประพนั ธห์ ลายแหง่
เหมาะสม
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ใหน้ ักเรียนแสดงความคิดเห็นรว่ มกัน โดยครใู ช้คำถามทา้ ทาย
๒. ใหน้ กั เรียนทายคำจากปรศิ นาคำทาย
๓. ให้นกั เรียน หรอื อาสาสมัครออกมาเขยี นบทร้อยกรอง “พฤษภกาสร” คนละ ๑ บท ให้
ถูกตอ้ ง (ช่วยกันแก้ไขเมื่อพบท่ีผิดพลาด) แล้วให้อาสาสมคั รที่คดิ ว่าจะอา่ นได้อย่างไพเราะถกู ต้อง
คล่องแคลว่ อ่านใหเ้ พือ่ นฟัง ๓ - ๔ คน หรอื ฝึกอ่านพร้อมกนั แบบธรรมดา และแบบทำนองเสนาะ
๔. ให้นักเรยี นช่วยกันคิดเพมิ่ เติมจากคำตอบ หรอื การแสดงความคิดเหน็ ตอ่ คำถามท้าทาย
ของครูวา่ มบี ุคคลใดอกี ที่นกั เรียนตอ้ งการกล่าวถงึ หรอื เห็นว่ามีคณุ ความดอี ะไรท่คี วรยกย่อง
๕. ใหน้ กั เรยี นยกตัวอย่างการใช้คำพูดที่ดี และคำพดู ที่ไมด่ ี และผลของคำพูดนน้ั ๆ จาก
ประสบการณ์ของนกั เรยี นเอง หรอื จากการฟงั การอ่านเรื่องราวของผอู้ นื่
๖. ให้นกั เรยี นช่วยกันสรุปความหมายของบทร้อยกรองท่อี า่ นเปน็ ภาษา หรอื ความคดิ ของ
นกั เรยี นเองทีละ ๑ บท ซง่ึ มี ๔ วรรค รวม ๒ บรรทัด (เรยี กว่า กลอนสภุ าพ หรือกลอนตลาด กลอน
แปด) โดยสงั เกตวา่ แต่ละบทจะมคี ำขึน้ ต้นที่นำไปรวมกนั เป็นช่ือของบทร้อยกรองนี้
๗. ใหน้ กั เรียน หรอื อาสาสมัคร ๒ - ๓ คน ท่องคำประพนั ธ์ “ปากเปน็ เอกฯ” ต่อกนั คนละ ๑ - ๒ วรรค
๘.นักเรยี นและครรู ว่ มกนั สรุปความรดู้ ังนี้ คำประพันธ์ปากเปน็ เอก เลขเป็นโท หนังสือ
เป็นตรี ช่วั ดเี ปน็ ตรา เปน็ บทประพนั ธ์ท่ใี ห้ข้อคิดในการดำเนนิ ชวี ิต โดยใหค้ วามสำคัญของการใช้
คำพูด การมวี ิชาความรู้ และการทำความดีทีจ่ ะคงอยู่แม้เมือ่ เสยี ชีวิตไปแล้ว
ส่ือการเรยี นรู้
๑. ปริศนาคำทาย
๒. แผนภูมบิ ทร้อยกรอง “พฤษภกาสร”
๓. กระดาษ
๔. ภาพบคุ คลสำคัญ อนุสาวรีย์บุคคลสำคัญของประเทศไทย
๓๖๕
๕. ใบงาน
๖. นิทาน หรอื เรอ่ื งสั้น ๆ (กร กบั แกว้ )
๗. แผนภูมคิ ำประพนั ธ์ “ปากเปน็ เอก เลขเป็นโท หนังสอื เปน็ ตรี ช่วั ดเี ปน็ ตรา”
๘. คำประพันธ์ของสนุ ทรภู่ (ถึงบางพดู พดู ดฯี )
๙. สลาก
๓๖๖
หนว่ ยการเรยี นรู้
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๒๖ เร่ือง บทละครพดู คำกลอน เรื่อง พระรว่ ง
รหสั วิชา ท๑๔๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๔ เวลา ๗ ชว่ั โมง
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอย่าง
เหน็ คุณค่าและนำมาประยกุ ต์ใช้ในชีวติ จริง
ตวั ช้วี ัด
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๒
สาระสำคญั
บทละครพูดคำกลอนเรอื่ งพระร่วง เป็นบทพระราชนพิ นธ์ในพระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้
เจ้าอยู่หวั (รัชกาลท่ี ๖) ทรงแกไ้ ขดัดแปลงมาจากบทละครเรอ่ื งพระร่วง เพ่อื ให้สมาชิกเสอื ป่ารกั ษา
ดินแดนใชแ้ สดงละครเป็นการปลกุ ใจ แสดงถงึ ความรกั ชาติบา้ นเมอื งของคนไทยไดด้ ี
สาระการเรยี นรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ บทละครพดู คำกลอน เรื่องพระร่วง
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรุปความรู้
๓. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ( A )
มวี นิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมน่ั ในการทำงาน รักความเป็นไทย
ประเมินผลรวบยอด
ชิน้ งานหรือภาระงาน
๑. แผนภาพโครงเร่ืองบทละครพดู คำกลอน เรือ่ ง พระรว่ ง
๒. แผนภาพลำดับเหตุการณ์
๓. ใบงาน
๔. เรื่องยอ่ บทละครพูดคำกลอนเรอ่ื ง พระร่วง
๓๖๗
๕. แผนภาพความคิด ขอ้ คดิ ที่ได้จากบทละครพดู คำกลอนเรื่องพระร่วง
การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)
เรือ่ ง วิเคราะหค์ ุณสมบตั ิตัวละครจากบทละครพูดคำกลอนเร่ืองพระร่วง
ระดบั คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑
(๑๐ คะแนน) (๙ คะแนน) (๗ - ๘ คะแนน) (๕ - ๖ คะแนน)
เกณฑ์การประเมิน
วเิ คราะหค์ ณุ สมบตั ิ วเิ คราะหค์ ุณสมบตั ิ วิเคราะหค์ ุณสมบัติ วเิ คราะหค์ ุณสมบัติ วเิ คราะห์คุณสมบตั ิ
ของพระรว่ งและนาง ของ ของพระรว่ งและ ของพระรว่ งและนาง ของ
จันทน์และผลที่ พระร่วงและ นางจนั ทน์และผลท่ี จันทนแ์ ละผลท่ี พระรว่ งและ
เกดิ ข้นึ ต่อส่วนรวม นางจนั ทนแ์ ละ เกิดขึ้นตอ่ ส่วนรวม เกดิ ขนึ้ ต่อสว่ นรวม นางจันทนแ์ ละ
จากคณุ สมบตั ิ ผลท่ีเกิดข้นึ จากคณุ สมบตั ิ จากคุณสมบัติ ผลท่ีเกิดขึ้น
เหล่าน้นั ตอ่ ส่วนรวมจาก เหลา่ นนั้ ได้สมั พันธ์ เหลา่ น้ันได้สัมพนั ธ์ ตอ่ ส่วนรวมจาก
คุณสมบัติเหล่านัน้ กับหวั ขอ้ ที่กำหนด กับหวั ขอ้ ทก่ี ำหนด คณุ สมบัตเิ หลา่ น้นั
ได้สัมพนั ธ์กับหัวข้อ และแตกตา่ งจากที่ ตามท่ีครยู กตวั อยา่ ง ไดไ้ มส่ มั พันธ์กับ
ที่กำหนดและ ครูยกตวั อยา่ งแต่ ตามเนอื้ เรือ่ งเท่านนั้ หวั ข้อทก่ี ำหนด
แตกต่างจากที่ครู เช่อื มโยงให้เหน็ ผล ตอ้ งใหค้ รหู รอื
ยกตวั อย่างมกี าร ทีเ่ กิดขึ้นได้ตามเนือ้ เพื่อนแนะนำ
เช่ือมโยงให้เหน็ ถงึ เรอื่ งเท่านัน้
ผลท่ีเกิดขึน้ ต่อ
สว่ นรวมอย่าง
ชดั เจนแตกต่างจาก
เนอ้ื เรอื่ ง
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ใหน้ ักเรยี นอา่ นบทละครพูดคำกลอนเรอื่ ง พระรว่ งจนถงึ ตอนพระรว่ งหนีไปสุโขทยั เพื่อ
๓๖๘
สำรวจการอา่ นคำยากและแบง่ วรรคตอนให้ถูกต้อง พร้อมตรวจสอบคำศัพท์ทีไ่ มท่ ราบความหมาย
จากพจนานุกรมก่อนฝึกอา่ นออกเสยี งร้อยกรอง
๒. ให้นกั เรียนร่วมกันอ่านบทกลอนละครพูดคำกลอนเรอื่ ง พระรว่ ง ต้ังแตพ่ ระร่วงออก
อบุ ายให้นายมนั่ หลงป่าเพ่อื ใหข้ อมจบั ตวั ได้จนจบเรือ่ ง
๓. ให้นกั เรียนรว่ มกันสรปุ ความสำคัญของชาติบ้านเมอื งและเสนอแนวทางในการปฏิบัตติ น
ทีแ่ สดงถึงความรักชาติของนักเรียนลงบนกระดาน
๔. ใหน้ ักเรยี นแบง่ กลมุ่ กลุม่ ละ ๓ - ๕ คน เขยี นเรอื่ งยอ่ บทละครพูดคำกลอนเรอื่ ง พระรว่ ง
ดว้ ยสำนวนของนกั เรยี นเองลงในกระดาษทค่ี รูแจกให้ จากน้ันสง่ ตัวแทนออกมานำเสนอผลงานหน้า
ชั้นเรียน ครูและนกั เรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
๕. ให้นักเรียนชว่ ยกันระบตุ ัวละครท่ชี อบมากที่สุด พรอ้ มแสดงเหตุผลที่ชอบ
๖. ให้นกั เรียนทกุ คนอ่านบทละครพูดคำกลอนเร่ือง พระรว่ ง และเลือกตอนที่ตนเองชอบ
มากท่ีสดุ คนละ ๑ ตอน จากนั้นครคู ัดเลอื กผู้แทนนักเรียน ๕ คน ออกมาเล่าเหตกุ ารณจ์ ากบทละคร
พดู คำกลอน เร่อื ง พระร่วง ตอนทีต่ นเองชอบ พรอ้ มบอกเหตผุ ล
สอ่ื การเรยี นรู้
๑. บัตรคำ
๒. ใบงาน
๓. กระดาษA ๔
๓๖๙
หนว่ ยการเรยี นรู้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๒๗ เร่อื ง เพลงพ้นื บา้ น เวลา ๕ ชว่ั โมง
รหสั วิชา ท๑๔๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๔
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
อยา่ งเหน็ คณุ ค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
ตวั ช้วี ัด
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๓
สาระสำคญั
เพลงพ้นื บ้าน หมายถึง เพลงทชี่ าวบ้านในแต่ละท้องถ่นิ คิดสรา้ งสรรค์รปู แบบ เน้อื ร้อง
และทำนองขน้ึ เป็นท่ยี อมรับของชุมชน และนำไปใช้รว่ มกนั นยิ มรอ้ งในงานเทศกาล เพ่ือความรนื่
เริง
๓๗๐
ลกั ษณะเน้ือรอ้ งไม่มรี ะเบยี บแบบแผนข้ึนอยูแ่ ต่ละท้องถิ่นตามความนิยม ลกั ษณะเดน่ อยู่ท่ี
ความไพเราะ การใช้ถอ้ ยคำงา่ ย ๆ มคี วามหมายกินใจ และปฏภิ าณไหวพริบของผูร้ ้อง
สาระการเรยี นรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ เพลงพนื้ บา้ น
๒. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรุปความรู้
๓. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ( A )
มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมน่ั ในการทำงาน รกั ความเป็นไทย
ประเมินผลรวบยอด
ช้นิ งานหรือภาระงาน
๑. แผนภาพความคิดลักษณะของเพลงพ้ืนบ้าน
๒. การออกแบบเส้อื ผ้าเครือ่ งแต่งกายประกอบการแสดงเพลงพวงมาลัย
๓. ใบงาน
การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรอ่ื ง การรอ้ งเพลงพน้ื บา้ น
ระดบั คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑
(๙ คะแนน) (๗ - ๘ คะแนน) (๕ - ๖ คะแนน)
(๑๐ คะแนน)
ร้องเพลงพื้นบ้านใน
เกณฑ์การประเมนิ ท้องถ่ินของตนได้ รู้
ขอ้ มูลเกย่ี วกับเพลง
การร้องเพลง รอ้ งเพลงพืน้ บา้ นใน ร้องเพลงพน้ื บา้ นใน ร้องเพลงพ้ืนบ้านใน
ทอ้ งถ่นิ ของตนดว้ ย ท้องถ่ินของตนด้วย
พนื้ บา้ น ทอ้ งถิน่ ของตนด้วย ความต้งั ใจ รู้ข้อมูล ความต้ังใจ รขู้ อ้ มูล
ความต้งั ใจ ร้องได้
เป็นธรรมชาติ รู้
๓๗๑
ข้อมูลเกีย่ วกับเพลง เกย่ี วกับเพลง และ เกย่ี วกับเพลง และบอก แตไ่ ม่สามารถอธบิ าย
และบอกเหตผุ ล บอกเหตผุ ลที่ชอบ เหตผุ ลทีช่ อบได้ เหตผุ ล
ท่ีชอบได้น่า ได้ดี
ประทับใจ ท่ีชอบได้
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
๑. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันสนทนาอภปิ รายเกย่ี วกบั เพลงพน้ื บ้านในทอ้ งถ่ิน และนำมาขบั
รอ้ ง
ร่วมกนั ในชนั้ เรยี น โดยครอู าจเปน็ ผ้นู ำหรอื ให้ผแู้ ทนนกั เรียนที่ร้องไดอ้ อกมานำเพือ่ นๆ ร้อง
๒. ให้นกั เรยี นแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม ร่วมกันคดิ ลักษณะของเพลงพืน้ บ้านวา่ มี
ลกั ษณะเปน็
อยา่ งไร จากนั้นส่งผูแ้ ทนกลุ่มออกมานำเสนอหนา้ ช้นั เรียน โดยครแู ละเพือ่ นๆ กล่มุ อ่ืนช่วยตรวจสอบ
และให้คำแนะนำเพิ่มเตมิ
๓. ครนู ำตัวอย่างเพลงพน้ื บา้ นของภาคต่างๆ มาเปดิ ให้นักเรียนฟังและใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั ฝกึ
รอ้ ง
๔. ครแู บ่งกลุม่ นักเรยี นออกเปน็ ๕ กลมุ่ เท่าๆกนั ร่วมกนั อภิปรายเก่ียวกับลกั ษณะของ
เพลง
พื้นบา้ นในแต่ละภาค
๕. ให้นักเรยี นอ่านเนอื้ เพลงพรอ้ มๆกนั จนคลอ่ งแคลว่ จากนั้นครสู อนนกั เรยี นร้องเพลงตาม
ทำนองทลี ะวรรคโดยให้นักเรยี นรอ้ งตามพรอ้ มๆกนั ทง้ั ชายและหญิง
๖. ให้นักเรยี นจับค่รู ่วมกันหาคำศพั ทแ์ ละความหมายจากบทเพลงพน้ื บ้าน : เพลงพวงมาลัย
จากนั้นครูสมุ่ เลอื กคู่นกั เรียนบอกคำศัพทแ์ ละความหมาย โดยครูเขียนสรปุ บนกระดาน
๗. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั รอ้ งเพลงพนื้ บา้ น : เพลงพวงมาลัย พร้อมๆ กนั ๑ รอบ จากนนั้
ให้
นกั เรียนชายและหญิงแบ่งรอ้ งตามทอ่ นของตนเองอีก ๑ รอบ โดยครคู อยชว่ ยตรวจสอบ และแก้ไข
ให้ถกู ตอ้ ง
๘.ใหน้ กั เรียนเขา้ กลมุ่ ของตนเองตามทีไ่ ด้แบง่ ไวเ้ มือ่ ช่ัวโมงทแ่ี ล้วชาย ๒ กล่มุ หญิง ๒ กลุ่ม
และ
ใหแ้ ต่ละกล่มุ ฝึกร้องเพลงพ้นื บา้ น : เพลงพวงมาลัย ตามทอ่ นชายและหญงิ จนร้องได้
คล่องแคล่ว
สอื่ การเรยี นรู้
๓๗๒
๑. เพลงพน้ื บ้านของแตล่ ะภาค
๒. วทิ ยเุ ทป/เครือ่ งเล่นซดี ี
๓. ใบงาน
๓๗๓
หน่วยการเรยี นรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๒๘ เร่ือง บทอาขยาน เวลา ๕ ชั่วโมง
รหสั วชิ า ท๑๔๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่าง
เห็นคณุ ค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวติ จริง
ตัวชี้วัด
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๔
สาระสำคญั
บทอาขยาน หมายถงึ บทท่องจำซง่ึ เป็นบทรอ้ ยกรองทไ่ี พเราะ มีลักษณะสำคัญ และคุณค่า
ของบทอาขยานโดยเฉพาะแฝงขอ้ คิดคุณธรรม จริยธรรม นำไปปฏบิ ตั ใิ นชีวิตได้จรงิ
สาระการเรยี นรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ ลักษณะสำคญั และคุณคา่ ของบทอาขยาน
๑.๒ วธิ ีทอ่ งจำบทอาขยาน
๑.๓ บทอาขยาน
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรุปความรู้
๓. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ( A )
มวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมนั่ ในการทำงาน รักความเปน็ ไทย
ประเมินผลรวบยอด
ชิ้นงานหรือภาระงาน
๑. แผนภาพความคดิ ลกั ษณะสำคญั และคณุ ค่าของบทอาขยาน
๒. ทอ่ งจำบทอาขยานเสียงปกติ และเปน็ ทำนองเสนาะ
๓. ใบงาน
๓๗๔
๔. กิจกรรมการทอ่ งบทอาขยาน
การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)
เรอ่ื ง การทอ่ งบทอาขยาน
ระดบั คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑
(๑๐ คะแนน) (๙ คะแนน) (๗ - ๘ คะแนน) (๕ - ๖ คะแนน)
เกณฑ์การประเมนิ
การทอ่ งบทอาขยาน ทอ่ งบทอาขยานที่ ท่องบทอาขยาน ทอ่ งบทอาขยาน ท่องบทอาขยาน
กำหนดให้ได้อย่าง ทีก่ ำหนดให้โดยมี ท่กี ำหนดให้ไดต้ ง้ั แต่ ทกี่ ำหนดใหไ้ ด้
ไพเราะ มกี ารแบ่ง การแบ่งจังหวะ ตน้ จนจบ แตม่ ีการ ต้งั แตต่ น้ จนจบโดย
จงั หวะ และ และเวน้ วรรคอยา่ ง แบง่ จังหวะหรอื เว้น อาศัยแบบอย่าง
เวน้ วรรคอย่าง ถูกต้องต้ังแต่ต้น วรรคผดิ บา้ ง หรือคำแนะนำจาก
ถกู ต้องต้งั แตต่ น้ จน จนจบบทอาขยาน ครเู ทา่ นัน้
จบบทอาขยาน
การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
๑. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกบั บทอาขยานว่ามีลกั ษณะเป็นอย่างไร
จากนนั้ ครอู ธิบายเกย่ี วกับความหมายของบทอาขยาน
๒. ให้นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ ๔ - ๖ คน ชว่ ยกนั หาบทอาขยานจากวรรณคดี กลมุ่ ละ ๑ บท
จากนัน้ รว่ มกันวิเคราะหว์ า่ บทอาขยานน้ันมีลกั ษณะสำคัญอย่างไร แล้วออกมาอ่านบทอาขยานนน้ั
เปน็ ทำนองเสนาะทีละกลุ่ม
๒. ใหน้ กั เรียนฝึกท่องจำบทอาขยานทง้ั ๒ วิธี พร้อมกันทกุ คนโดยครูยังไมต่ ้องอธิบายเรอ่ื ง
การเวน้ วรรคหรอื แบ่งจังหวะ
๓. ให้นกั เรยี นฝึกท่องจำบทอาขยาน โดยเลือกท่องจำวธิ ีใดกไ็ ด้ จากนน้ั ครูคดั เลือกผู้แทน
ออกมาท่องบทอาขยานหนา้ ช้ันเรียน ประมาณ ๕ - ๖ คน โดยครคู อยชว่ ยตรวจสอบและให้
คำแนะนำเพิ่มเตมิ
๔. ใหน้ ักเรยี นฝกึ ทอ่ งจำบทอาขยานแบบร้อยแกว้ ให้ถกู ตอ้ งตามอกั ขรวธิ ี และจังหวะตาม
เคร่อื งหมายท่กี ำกบั
๓๗๕
๕. ให้นกั เรียนออกมาท่องบทอาขยานเป็นทำนองเสนาะทลี ะคน โดยครคู อยตรวจสอบและ
ให้คำแนะนำเพิ่มเติม
๗. ใหน้ กั เรียนออกมาโยงเส้นจบั คคู่ ำกับความหมายบนกระดานใหถ้ ูกต้อง
๘.ใหน้ กั เรียนวิเคราะห์บทอาขยานสยามานสุ สตวิ ่าแสดงลกั ษณะนสิ ัยของคนไทยอยา่ งไรบ้าง คนละ
๒ ขอ้ จากน้ันขออาสาสมัครผแู้ ทนนกั เรียนออกมานำเสนอหน้าช้นั เรยี น ๔ - ๕ คน โดยครู
ชว่ ยเพ่ิมเติมให้สมบูรณ์ชดั เจน
สื่อการเรยี นรู้
๑. บทอาขยานจากนิทานคำกลอนเร่ือง พระอภยั มณี
๒. ใบงาน
๓๖๔
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย คำอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๕
กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย
เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง
ศึกษาการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง พร้อมทั้งอธิบายความหมายของคำ
ประโยค และข้อความที่เป็นการบรรยายและการพรรณนา อธิบายความหมายโดยนยั จากเรื่องทีอ่ า่ น
อย่างหลากหลาย อ่านจับใจความจากส่ือตา่ งๆ แล้วสามารถแยกขอ้ เท็จจรงิ และขอ้ คิดเหน็ วิเคราะห์
และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านเพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต อ่านงานเขียนเชิงอธิบาย
คำสั่ง ข้อแนะนำ และปฏิบัติตาม อ่านหนังสือที่มีคุณค่าตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอ และแสดง
ความคิดเหน็ เกีย่ วกับเร่ืองทอ่ี ่าน และมีมารยาทในการอา่ นคัดลายมือตวั บรรจงเต็มบรรทดั และ คร่ึง
บรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย เขียนคำขวัญ คำอวยพร คำแนะนำและคำอธิบายแสดง
ขน้ั ตอนโดยใช้คำได้ถูกตอ้ งชัดเจน และเหมาะสม เขยี นแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพื่อ
ใช้พัฒนางานเขียน เขียนย่อความจากเรื่องที่อ่าน เขียนจดหมายถึงผู้ปกครองและญาติ เขียนแสดง
ความรู้สึกและความคิดเห็นได้ตรงตามเจตนา กรอกแบบรายการไดแ้ ก่ ใบฝากเงิน และใบถอนเงิน
ธนาณัติ แบบฝากส่งพสั ดุไปรษณียภัณฑ์ เขียนเรื่องตามจนิ ตนาการ และมีมารยาทในการเขยี น
จับใจความของเรอ่ื งท่ีฟงั และดูจากสื่อต่างๆ แล้วสามารถพูดแสดงความรู้ ความคดิ เหน็ ความรู้สึก ตั้ง
คำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผล วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือจากเร่ืองที่ฟังและดอู ย่างมีเหตุผล พูด
รายงานเรอื่ งหรือประเด็นท่ีศกึ ษาคน้ ควา้ จากการฟงั การดู การสนทนา และมีมารยาทในการฟัง การดู
และการพูด ระบุชนิดและหน้าที่ของคำบุพบท คำสันธาน และคำอุทานในประโยค จำแนก
ส่วนประกอบของประโยค เปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถิ่น ใช้คำราชาศัพท์ บอกคำ
ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย แต่งกาพย์ยานี ๑๑ และใชส้ ำนวนได้ถูกตอ้ ง สรุปเรื่อง อธบิ ายคุณค่า
ระบุความรู้และข้อคิดจากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรม ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริง และ
ท่องจำบทอาขยานตามท่ีกำหนดและบทรอ้ ยกรองทม่ี ีคุณคา่ ตามความสนใจ
โดยใช้กระบวนการทางภาษา ได้แก่ กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน
กระบวนการฟงั กระบวนการพดู การดู และการคดิ
เพอื่ ให้เกดิ ความเข้าใจท่ีคงทน เกดิ ทักษะในการใช้ภาษาเพื่อการสอื่ สารสามารถนำไปใชใ้ น
ชวี ิตประจำวัน มีความชนื่ ชม มีจติ สำนึกรักภาษาไทย และมีค่านิยมทด่ี ตี อ่ ภาษาไทย
รหัสตวั ช้ีวัด
ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘