๒๖๔
เป็นบทละครนอก เดิมละครนอกเป็นละครท่รี าษฎรเลน่ กัน ใชผ้ ู้ชายแสดงเปน็ ตัวละครท้งั หมด เพื่อให้
เปน็ บทละครนอกของหลวงจงึ ทรงให้ผหู้ ญิงท่เี ปน็ ละครหลวงแสดงอยา่ งละครนอก
สาระการเรียนรู้/เนอ้ื หาสาระ
๑. ความรู(้ K)
บทละครนอกเรอ่ื งไชยเชษฐ์ ตอน นารายณ์ธิเบศร์พบพอ่
คำและความหมายของคำ บทละครนอก เรอื่ ง ไชยเชษฐ์
คำทมี่ ีความหมายเหมือนกนั
การถอดความ จากบทประพันธ์
๒. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด(P)
การอา่ น การเขยี น การดู การฟงั การแสดงความคิดเหน็ การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์
๓.คุณลักษณะอนั พึงประสงค(์ A)/คุณธรรมทนี่ ำมาบูรณาการ
รักชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ใฝ่เรยี นรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง มุง่ ม่ันในการทำงาน มีวินยั
รักความเป็นไทย มีจติ สาธารณะ มีความกตัญญู รกั ษาศลี ๕
การประเมินผลรวบยอด
๑. ชิ้นงาน/ภาระงาน
- ใบงาน
- แบบฝกึ หัด
- แผนผังความคิด
๒. การประเมนิ ผล
ระดบั คะแนน
เกณฑ์การประเมิน ๔ ๓๒ ๑
(๑๐ คะแนน) (๕- ๖ คะแนน)
(๙ คะแนน) (๗-๘ คะแนน)
๒๖๕
นักเรียนสามารถ นักเรียนสามารถอธิบาย นกั เรยี นสามารถอธบิ าย นกั เรยี นสามารถ นกั เรียนสามารถ
อธบิ ายขอ้ คดิ สรุป
อธิบายข้อคิดจาก ข้อคิดจากเรือ่ งสรุป ขอ้ คิดจากเร่ืองสรปุ อธบิ ายขอ้ คดิ สรปุ ความรู้ จากเร่อื งได้
พอสมควรโดยต้องให้
เรอ่ื งสรุปความรู้ ได้ ความรู้ ได้ถูกต้องอย่างมี ความรู้ ได้ถกู ตอ้ งแสดง ความรู้ จากเรอื่ งได้ ครหู รือเพ่ือนคอย
แนะนำและ
ถูกต้องอย่างมีเหตุผล เหตุผลและมีความชัดเจน ความคิดเหน็ พอสมควรภาคภมู ใิ จ ภาคภมู ใิ จใน
วรรณคดไี ทย
และมีความชดั เจน แสดงความคิดเห็น ช่นื ชมและภาคภมู ิใจใน ในวรรณคดไี ทยและ
แสดงความคิดเห็น ชื่นชมและภาคภูมิใจใน วรรณคดไี ทยนำไป นำไปปฏิบตั จิ รงิ ได้
ช่นื ชมและ วรรณคดีไทยนำไป ปฏบิ ตั ิจรงิ บ้าง
ภาคภูมใิ จใน ปฏบิ ัติจรงิ นำความรู้ไป
วรรณคดไี ทยนำไป ใช้ได้
ปฏิบตั ิจรงิ
การจดั การเรียนรู้
๑. นกั เรียนบอกนทิ านพน้ื บ้าน วรรณคดีทนี่ กั เรียนรจู้ กั ยกตัวอยา่ ง
๒. นกั เรียน อธิบายลักษณะขอ้ แตกต่างของละครนอก ละครใน
๓. นกั เรยี นอา่ นเรื่อง บทร้อยกรอง ท้ังร้อยแก้วและรอ้ ยกรอง ทำนองเสนาะ
๔. นกั เรยี นสรปุ ใจความ ถอดคำประพนั ธ์ ตอบคำถาม เสนอข้อคิดเห็น
๕. นกั เรียนอธิบายความรู้ ความหมายคำศัพท์ จากเร่ือง ที่อ่าน หาความหมาย
๖. นกั เรียนฟงั และอ่าน เร่อื งแลว้ ตอบคำถาม บอกข้อคดิ คตธิ รรม ประโยชน์
๗. นกั เรียนวิเคราะห์ความสำคญั ประโยชนข์ องการศึกษาวรรณคดไี ทย
สอ่ื การเรยี นร/ู้ แหลง่ การเรยี นรู้
๑. ใบงาน บตั รคำ แผนภาพ รปู ภาพ
๒. แบบฝกึ หดั
๓. วรรณคดีเรือ่ ง ไชยเชษฐ์ ตอน นารายณธ์ เิ บศรพ์ บพ่อ
๔. วรรณคดีลำนำ เรื่องธนดู อกไม้ กบั เจ้าชายน้อย
๒๗๙
คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง
ฝึกอ่านออกเสยี งบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองอธบิ ายความหมายของคำประโยคและ
สำนวน แยกขอ้ เทจ็ จริงและขอ้ คดิ เหน็ จากเร่ืองท่อี า่ น คาดคะเนเหตุการณจ์ ากเรื่องท่ีอา่ นสรปุ ความรู้
และขอ้ คดิ จากเร่ืองทีอ่ ่าน เลือกอ่านหนังสือท่มี คี ุณคา่ ตามความสนใจแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกับเร่ือง
ท่ีอ่านมมี ารยาทในการอ่าน
ฝึกคัดลายมือ เขียนสือ่ สารโดยใช้คำไดถ้ กู ต้อง ชัดเจน และเหมาะสม เขียนแผนภาพโครง
เรื่องและแผนภาพความคิด เขียนย่อความจากเรอ่ื งสัน้ ๆ เขยี นจดหมาย เขยี นบันทึกและเขยี น
รายงานการเขียนเรอ่ื งตามจินตนาการ มมี ารยาทในการเขียน
ฝกึ ทักษะการฟัง การดแู ละการพูด พดู สรปุ จากการฟังและดู พดู แสดงความรู้ ความ
คิดเห็นและความรู้สกึ เกีย่ วกับเรอื่ งท่ฟี งั และดู ตั้งคำถามและตอบคำถาม พดู รายงาน มมี ารยาทใน
การฟงั การดูและการพูด
ฝึกเขียนตามหลักการเขียน เขียนสะกดคำ ระบุชนิดและหน้าที่ของคำในประโยค
ใช้พจนานุกรม แต่งประโยคได้ แต่งบทร้อยกรองและคำขวัญ บอกความหมายของสำนวน
เปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถน่ิ ได้
ใช้กระบวนการอา่ น กระบวนการเขยี น กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุม่
กระบวนการคดิ วิเคราะหแ์ ละสรุปความ กระบวนการคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ กระบวนการส่ือความ
กระบวนการแกป้ ญั หา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตงั้ คำถาม ตอบคำถาม ใช้ทกั ษะการฟงั
การดแู ละการพูด พดู แสดงความคิดเห็น กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด รกั การเรียนภาษาไทย
เหน็ คุณค่าของการอนรุ ักษภ์ าษาไทย และตวั เลขไทย
รหัสตัวช้ีวดั
ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖
ท ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗
ท ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
รวมทั้งหมด ๓๓ ตวั ชี้วัด
๒๘๐
โครงสรา้ งรายวิชา
รายวชิ าพื้นฐาน รหัสวชิ า ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรยี นรูพ้ ืน้ ฐานภาษาไทย
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ เวลาเรียน ๑๖๐ ชั่วโมง
ท่ี ช่ือหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
เรียนรู้/ตัวชว้ี ัด (ชวั่ โมง) คะแนน
๑ มาตรา ก กา...จำไว้ มฐ. ท ๔.๑ ป. ๔/๑ คำในมาตรา ก กา ไมม่ ี ๔ ๔
หนาไมม่ ตี ัวสะกด ตวั สะกด ทกุ คำมี
ความหมาย คำเดียวกันที่
ใชใ้ นประโยคต่างๆ อาจมี
ความหมายไม่เหมอื นกัน
๒ มาตราตัวสะกด...มี มฐ. ท ๔.๑ ป.๔/๑ มาตรา กง กม เกย เกอว ๔ ๔
ท้ังหมด ๘ มาตรา ล้วนเป็นมาตราตวั สะกด
ท่ีมตี ัวสะกดตัวเดียว
มาตรา กก กด กน กบ
ล้วนเปน็ มาตราตวั สะกด
ทีม่ ีตัวสะกดหลายตัว
๓ ไตรยางศ.์ ..สรา้ งคำ มฐ. ท ๔.๑ ป.๔/๑ ไตรยางศ์ คือ การจำแนก ๔ ๔
พยัญชนะไทยทง้ั ๔๔ ตัว
เป็นอกั ษร ๓ หมู่ โดยใช้
พน้ื เสียงท่ียังไม่ไดผ้ นั ด้วย
รปู วรรณยุกต์
อกั ษรคู่ คือ อกั ษรต่ำทมี่ ี
เสยี งคกู่ ับอกั ษรสูง อักษร
เดี่ยว คืออกั ษรตำ่ ทีไ่ มม่ ี
เสียงคกู่ บั อกั ษรสงู
๒๘๑
๔ คำเปน็ คำตาย... มฐ. ท ๔.๑ ป.๔/๑ คำเปน็ คือคำท่ีประสม ๔ ๔
๔ ๔
ดงู า่ ยไมย่ าก สระเสยี งยาวในมาตรา ก ๔ ๔
๔ ๔
กา รวมทัง้ สระเสยี งสนั้
อำ ใอ ไอ เอา และคำที่มี
ตัวสะกดมาตรา กง กน
กม เกย เกอว คำตาย
คือคำท่ปี ระสมสระเสียง
สน้ั ในมาตรา ก กา
ยกเว้น อำ ใอ ไอ เอา
และคำท่มี ีตัวสะกดใน
มาตรา กก กด กบ
๕ วรรณยุกต์...สิ่งสำคญั มฐ. ท ๔.๑ ป.๔/๑ วรรณยุกต์ คอื
ผันอักษร เคร่อื งหมายประกอบ
ตวั หนงั สอื ที่แสดงเสียงสูง
ตำ่ ของคำ วรรณยกุ ตม์ ี ๔
รูป และมี ๕ เสียง คำทุก
คำจะมเี สียงวรรณยกุ ต์
ไมว่ ่าจะมหี รือไมม่ ีรูป
วรรณยกุ ตก์ ำกบั กต็ าม
๖ คำพอ้ ง...ต้อง มฐ. ท ๔.๑ ป.๔/๑ คำพ้องเสียง คอื คำท่ีออก
พจิ ารณา เสียงเหมอื นกัน แตเ่ ขียน
ตา่ งกนั และมคี วามหมาย
ไมเ่ หมือนกนั
คำพอ้ งรปู คือคำทรี่ ูป
เหมอื นกนั หรอื เขยี น
เหมือนกนั แตอ่ า่ นต่างกัน
และมีความหมายไม่
เหมือนกนั
๗ อา่ นเขียนอยา่ งไร... มฐ.ท ๔.๑ ป.๔/๓ พจนานุกรม คือ หนงั สอื
ต้องใช้พจนานกุ รม สำหรับค้นหาความหมาย
ของคำทเี่ รียงลำดับตาม
ตัวอกั ษร การใช้
๒๘๒
พจนานกุ รมช่วยให้นกั
เรียนรู้ความหมายของคำ
ทำใหอ้ า่ นและเขยี นคำได้
อย่างถูกต้อง
๘ ภาษาไทยมาตรฐาน- มฐ.ท ๔.๑ ป.๔/๗ ภาษาถิ่นเปน็ ภาษา ๔ ๓
๘ ๓
ภาษาถน่ิ ...บอกความ พนื้ เมอื ง เป็นภาษาดั้งเดมิ
๙ ๖
เปน็ ไทย ของชาวบ้านท่ีใช้สอ่ื สาร
กันในหม่คู ณะของตน
แตล่ ะท้องถ่นิ ใช้ต่างกัน
และมีสำเนยี งเฉพาะ
ประจำถิน่
๙ อ่านไดค้ ลอ่ ง...ต้องรู้ มฐ.ท ๑.๑ ป.๔/๑ การอ่านร้อยแก้วได้
วธิ ี มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๒ ถูกต้องชัดเจนตาม
มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๔ ลักษณะคำประพนั ธ์ และ
มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๘ อักขรวธิ ี จะทำให้การ
อ่าน
มีประสทิ ธิภาพ ผอู้ ่าน
สามารถจับใจความได้
ถกู ตอ้ ง
การอา่ นออกเสยี งบทรอ้ ย
กรอง และการอา่ น
ทำนองเสนาะ ตอ้ ง
ระมัดระวงั การเว้นวรรค
แบง่ จงั หวะของบทร้อย
กรองแตล่ ะประเภท และ
การอ่านตอ้ งมเี สยี งสงู ตำ่
หนกั เบา เอื้อนเสยี งสนั้
ยาว
ใหถ้ กู ต้อง เพือ่ เพม่ิ ความ
ไพเราะ
๑๐ เขียนชำนาญ...งาน มฐ. ท ๒.๑ ป.๔/๑ การคดั ลายมือได้ถกู ต้อง
สร้างสรรค์ มฐ. ท ๒.๑ ป.๔/๓ ตามหลักการเขียนคัดไทย
๒๘๓
มฐ. ท ๒.๑ ป.๔/๕ จะชว่ ยใหก้ ารเขยี น ๘ ๓
มฐ. ท ๒.๑ ป.๔/๗ หนงั สอื ในชีวติ ประจำวนั
มฐ. ท ๒.๑ ป.๔/๘ อ่านไดง้ ่าย
การนำความรู้ และ
เหตกุ ารณต์ ่างๆ ไปเขียน
เป็นแผนภาพโครงเรอ่ื งจะ
ทำให้เข้าใจเร่ืองราว
หรือแนวคิดของเร่ืองได้ดี
ยง่ิ ข้ึน
การเขียนจดหมายถงึ บดิ า
มารดา ควรใชภ้ าษาท่ี
เหมาะสม
การเขียนเรอื่ งตาม
จนิ ตนาการเปน็ การเขยี น
เรอ่ื งเลา่ ตามความคดิ ตาม
อารมณข์ องผเู้ ขยี นเปน็
การฝึกความคิดรเิ รมิ่
สร้างสรรค์และ
จนิ ตนาการ
การมีมารยาทในการ
เขยี นจะช่วยให้การ
ถ่ายทอดความรู้ และ
ความคิดของผู้เขียนไปสู่
ผู้อ่านอย่าง
มีประสทิ ธิภาพ น่า
เล่ือมใส และศรัทธา
๑๑ ฟงั ดู รู้สนทนา ภาษา มฐ. ท ๓.๑ ป.๔/๒ การฟงั เป็นการแสวงหา
ส่ือสาร มฐ. ท ๓.๑ ป.๔/๔ ความร้ทู ก่ี อ่ ใหเ้ กดิ
มฐ. ท ๓.๑ ป.๔/๖ ประโยชน์ เพราะใน
ชวี ิตประจำวนั เรารบั สาร
จากการฟงั มากที่สดุ
ดังนั้นผูท้ ่ีฟงั มาก และมี
๒๘๔
๑๒ บทละครเรอื่ ง มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๓ วจิ ารณญาณในการฟัง ๘ ๓
เงาะปา่ มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๕ จะได้รับประโยชนจ์ าก ๕ ๓
มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๖ การฟังอย่างเต็มท่ี
๑๓ ตำนานเมขลากับ มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๗ การตงั้ คำถามและตอบ
รามสูร มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๑ คำถามเชงิ เหตุผลจาก
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๒ เรื่องท่ีฟังและดูจะทำให้
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๓ เราสรปุ ใจความสำคญั
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๔ ของเรื่องได้
บทละครเรือ่ ง เงาะปา่
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๑ เป็นพระราชนพิ นธใ์ น
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๒ พระบาทสมเด็จพระ
จลุ จอมเกลา้ เจ้าอยูห่ วั
ทรงนำมาจากเค้าเรอ่ื ง
จรงิ ของเงาะซาไก ซ่งึ มี
ถ่ินอาศยั ในแถบจังหวัด
พัทลงุ โดยเมือ่ ครั้งเสดจ็
ประพาสหวั เมืองทาง
ภาคใต้ ไดเ้ สด็จไป
หมบู่ ้านเงาะซาไก และ
แมเ่ ฒ่าเงาะคนหน่งึ เล่า
เรื่องถวาย
ตำนานเมขลากบั รามสรู
ตน้ ตำนานไทยโบราณสืบ
ต่อกันมานานปรากฏใน
บทเหก่ ลอ่ ม
พระบรรทม เหเ่ รอื่ ง จบั
ระบำของสนุ ทรภู่ อนั เปน็
ตำนานฟ้าแลบ ฟา้ ร้อง
ฟา้ ผา่ ที่เป็น
ปรากฏการณ์
จนถงึ ปจั จบุ นั
๒๘๕
๑๔ คำประพนั ธส์ ุภาษิต... มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๖ คำประพนั ธ์สุภาษติ ๕ ๔
๓ ๒
ใหข้ อ้ คิดสอนใจ มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๒ พฤษภกาสร เปน็ บท
๓ ๒
ประพันธ์ของสมเด็จพระ
มหาสมณเจา้
กรมพระปรมานชุ ิต
ชโิ นรส ท่มี ีคตแิ ละให้
ข้อคดิ สอนใจในเรอ่ื งผล
ของการทำคุณความดีที่
จะอยตู่ ลอดไป
๑๕ เพลงพ้ืนบา้ น มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๓ เพลงพนื้ บ้าน หมายถงึ
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๓ เพลงที่ชาวบา้ นในแต่ละ
ทอ้ งถน่ิ คิดสร้างสรรค์
รูปแบบ เน้ือร้อง
และทำนองขึ้น เปน็ ท่ี
ยอมรับของชุมชน และ
นำไปใช้ร่วมกัน นยิ มร้อง
ในงานเทศกาล เพ่ือความ
ร่ืนเรงิ
ลกั ษณะเนื้อรอ้ งไม่มี
ระเบียบแบบแผนขึ้นอยู่
แต่ละทอ้ งถน่ิ ตามความ
นยิ ม ลกั ษณะเดน่ อยูท่ ี่
ความไพเราะ การใช้
ถ้อยคำง่าย ๆ มี
ความหมายกินใจ และ
ปฏิภาณไหวพริบของผู้
ร้อง
๑๖ บทอาขยาน มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๔ บทอาขยาน หมายถงึ บท
ท่องจำซงึ่ เปน็ บทร้อย
กรองท่ไี พเราะ มีลักษณะ
สำคญั และคุณค่าของบท
อาขยานโดยเฉพาะแฝง
๒๘๖
ขอ้ คิดคุณธรรม จรยิ ธรรม
นำไปปฏบิ ัตใิ นชีวติ ได้จริง
๑๗ คำนาม...ใช้เรยี กตาม มฐ.ท ๔.๑ ป.๔/๒ คำนาม คอื คำที่ใช้ ๕ ๔
๕ ๔
ช่อื เรยี กชื่อคน สตั ว์ พืช
๕ ๔
ส่ิงของ สถานที่ และสิง่
๕ ๔
ทวั่ ๆ ไป มีทง้ั คำนาม ๕ ๔
ที่ไมช่ เ้ี ฉพาะ และคำนาม
ที่เปน็ ชื่อเฉพาะ
๑๘ คำแทนชอื่ ...นคี้ อื มฐ.ท ๔.๑ ป.๔/๒ คำสรรพนาม คือ คำท่ีใช้
สรรพนาม แทนคำนาม คำสรรพ
นามที่ใช้ในการสนทนา
เรียกว่า บุรษุ สรรพนาม
แบ่งเปน็ ๓ ชนดิ คือ ใช้
แทนผูพ้ ูด ใชแ้ ทนผู้ฟงั
และใชแ้ ทนผู้ทกี่ ล่าวถงึ
๑๙ คำกริยา...สื่ออาการ มฐ.ท ๔.๑ ป.๔/๒ คำกรยิ า คอื คำทีแ่ สดง
อาการหรือการกระทำ
ของนาม และสรรพนาม
ซงึ่ เป็นประธานใน
ประโยค มีทัง้ คำกรยิ าท่ี
ไม่ต้องมกี รรม และ
คำกรยิ าที่ต้องมีกรรม
๒๐ คำวิเศษณ์...ขยายคำ มฐ.ท ๔.๑ ป.๔/๒ คำวิเศษณ์ คือ คำทท่ี ำ
จำให้แมน่ หน้าทข่ี ยายคำตา่ งๆ ทำ
ใหม้ คี วามหมายชัดเจนขึน้
๒๑ ภาษาไทยนา่ เรยี น... มฐ.ท ๔.๑ ป.๔/๔ ประโยค คอื คำและ
ฝึกเขียนดว้ ยประโยค กลมุ่ คำทน่ี ำมาเรยี บเรยี ง
แล้วได้ใจความสมบรู ณ์ว่า
ประโยคประกอบ
ด้วยภาคประธาน และ
ภาคแสดง บางประโยคมี
๒๘๗
บทขยายประธาน ขยาย
กรยิ า (ภาคแสดง)
๒๒ กลอนส่ี...วรรคละส่ี มฐ.ท ๔.๑ ป.๔/๕ กลอนสี่หนงึ่ บทมี ๔ ๕ ๔
๕ ๔
คำ จำได้งา่ ย วรรค วรรคละ ๔ คำ มี ๔ ๓
๘ ๖
คำสมั ผสั บงั คับบทละ ๒
แห่ง ถา้ จะแต่งบทตอ่ ไป
คำสุดทา้ ยของวรรคที่ ๒
บทใหม่ จะสัมผัสกับคำ
สดุ ท้ายในบทเกา่
๒๓ คำขวัญเตอื นใจ...ให้ มฐ. ท ๔.๑ ป.๔/๕ คำขวัญ คอื ถอ้ ยคำที่แต่ง
ทำความดี ขึ้น เพอ่ื เตือนใจหรอื เพื่อ
เป็นสริ ิมงคล มีลกั ษณะ
เปน็ การเชญิ ชวน หรอื
ขอร้องใหผ้ ูอ้ า่ น หรอื ผฟู้ ัง
ยึดเป็นแนวในการปฏิบตั ิ
ถ้อยคำมักมีความคลอ้ ง
จอง หรอื มีสมั ผสั เป็น
ร้อยกรองสน้ั ๆ เพอ่ื ให้
จดจำขึน้ ใจ
๒๔ คำพงั เพยและสภุ าษิต มฐ.ท ๔.๑ ป.๔/๖ คำพงั เพย เปน็ สำนวนที่
...ใหข้ ้อคดิ สอนใจ ใชเ้ ปรียบเทยี บ เพ่ือให้
เข้าใจเร่ืองท่พี ดู ถงึ แฝง
ด้วยขอ้ คิดเตอื นใจ
ในการดำรงชีวิต สภุ าษิต
เปน็ สำนวนทม่ี คี ติ ข้อคดิ
ดี ใช้เปรยี บเทยี บเพ่อื
สอนให้ทำสิง่ ท่ีดีหรอื เวน้
ไม่ใหท้ ำส่งิ ท่ีไมด่ ี
๒๕ เขยี นชำนาญ...งาน มฐ. ท ๒.๑ ป.๔/๒ การเขยี นส่ือสารเพอ่ื ให้
สร้างสรรค์ มฐ. ท ๒.๑ ป.๔/๔ ผู้อา่ นเขา้ ใจตรงกัน ตอ้ ง
มฐ. ท ๒.๑ ป.๔/๖ เลือกใช้คำที่ถูกต้อง
มฐ. ท ๒.๑ ป.๔/๘ เหมาะสม
๒๘๘
สามารถสือ่ ความหมายได้ ๗ ๓
ชดั เจนตรงตาม
จดุ ประสงค์
การยอ่ ความเป็นการสรุป
สาระสำคญั จากเรือ่ งที่
อ่านจะทำใหเ้ ข้าใจใน
เนอื้ หาท่ีสำคญั
การเขียนบนั ทกึ จาก
การศกึ ษาค้นคว้า เปน็
การสรา้ งลกั ษณะนสิ ยั ใน
การเป็นนกั เขยี น
เนอ่ื งจากการอา่ นมาก
และจดบันทกึ มากๆ จะ
ชว่ ยให้นักเรียนมีข้อมูล
และมปี ระสบการณใ์ น
การเขยี นมากย่งิ ขน้ึ
การเขยี นรายงานเป็น
กระบวนการนำเสนอ
ข้อมูลจากการศึกษา
ค้นควา้ จากแหล่งการ
เรยี นรตู้ ่างๆ รายงาน
ประกอบดว้ ยส่วนสำคญั
ไดแ้ ก่ หน้าปก คำนำ
สารบัญ เน้อื เร่อื งและ
บรรณานุกรม
๒๖ ฟงั ดู ร้สู นทนา ภาษา มฐ. ท ๓.๑ ป.๔/๓ การพูดแสดงความรู้
สอ่ื สาร มฐ. ท ๓.๑ ป.๔/๕ เกี่ยวกับเรื่องทีฟ่ งั และดู
มฐ. ท ๓.๑ ป.๔/๖ ให้ผูอ้ ื่นฟงั อยา่ งมีเหตผุ ล
และต้องพูดอย่างมี
มารยาท เพอ่ื ให้เกดิ
ประโยชน์สูงสดุ ท้งั ต่อผู้
พูด และผูฟ้ ัง
๒๘๙
การพดู รายงานเปน็ การ ๕ ๓
นำเสนอขอ้ มูลท่ไี ด้จาก ๕ ๓
การศึกษาคน้ คว้า การ
รายงานมีทง้ั รายงานเดย่ี ว
และรายงานกลุ่ม
การศึกษาเกย่ี วกบั
มารยาทในการฟงั การดู
และการพูดชว่ ยทำให้
นกั เรียนสามารถ
นำไปประยุกตใ์ ชใ้ นการ
ดำเนินชีวิตประจำวันได้
เป็นอย่างดีและถูกตอ้ ง ท่ี
สำคัญยังได้รบั ความรู้
เพิ่มเติม
จากการฟัง และการดทู ่ีดี
ด้วย
๒๗ พระอภยั มณี ตอน มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๓ เร่อื งพระอภยั มณีเปน็
กำเนิดสดุ สาคร มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๕ นทิ านคำกลอนทสี่ ุนทรภู่
มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๖ (พระศรสี นุ ทรโวหาร)
มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๗ เปน็ ผูแ้ ต่งขึ้น โดยเนื้อหา
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๑ ของเรื่องมีความ
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๒ สนกุ สนาน สอดแทรกแง่
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๓ คิด และคณุ ธรรมตา่ งๆ
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๔ ตลอดจนมคี วามไพเราะ
ของบทกลอน ทำให้
ผู้อ่านสามารถจินตนาการ
ตามเรื่องได้
๒๘ นิทานเทียบสภุ าษิต มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๓ นิทานเทียบสุภาษติ เร่ือง
เรอื่ งน้ำผึ้งหยดเดียว มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๕ น้ำผ้งึ หยดเดยี วก่อเหตุ
ก่อเหตุ มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๑ เป็นนทิ านเรอ่ื งเล่าสืบ
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๒ ทอดกนั มา ผเู้ ขยี น
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๓ สอดแทรกขอ้ คิด และ
๒๙๐
มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๔ คณุ ธรรมนำไปใช้ในชีวิต ๖ ๓
จริง ๖ ๓
๒๙ นิราศเดือน มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๒ นริ าศเป็นรูปแบบการ
ประพันธป์ ระเภทหนึง่
ของไทย นิยมเขยี นเพ่อื
พรรณนาการเดนิ ทาง
หรือเหตุการณท์ ี่ประสบ
พบเห็น ที่ประทับใจ
นิราศเดอื นเปน็ บท
ประพันธ์ของนายมี หรอื
หมน่ื พรหมสมพัตสร กวี
ในสมัยรัชกาลที่ ๓
เนือ้ หารำพันถึงความรกั
และบรรยายเหตุการณ์ที่
เกิดขึน้ ของประเพณไี ทย
ในแตล่ ะเดอื นทัง้ ๑๒
เดอื น มีคุณคา่ ทางสงั คม
และวฒั นธรรม ทาง
วรรณศลิ ป์
๓๐ บทละครพดู คำกลอน มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๒ บทละครพดู คำกลอน
เรอื่ ง พระรว่ ง มฐ. ท ๑.๑ ป.๔/๗ เรอื่ งพระรว่ ง เปน็ บทพระ
ราชนพิ นธใ์ น
พระบาทสมเด็จพระ
มงกฎุ เกล้าเจ้าอยหู่ วั
(รชั กาลที่ ๖) ทรงแกไ้ ข
ดัดแปลงมาจากบทละคร
เรือ่ งพระรว่ ง เพอื่ ให้
สมาชิกเสือป่ารักษา
ดินแดนใช้แสดงละครเปน็
การปลกุ ใจ แสดงถึง
ความรักชาตบิ ้านเมือง
ของคนไทยได้ดี
๒๙๑
๓๑ บทอาขยาน มฐ. ท ๕.๑ ป.๔/๔ บทอาขยาน หมายถึง บท ๓ ๒
ทั้งภาคเรียน ท่องจำซึ่งเป็นบทรอ้ ย ๑๖๐ ๒๐๐
กรองทไี่ พเราะ มีลักษณะ
สำคัญ และคณุ ค่าของบท
อาขยานโดยเฉพาะแฝง
ขอ้ คิดคุณธรรม จรยิ ธรรม
นำไปปฏบิ ตั ใิ นชวี ติ ไดจ้ ริง
หนว่ ยการเรียนรู้
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๑ เร่ือง มาตรา ก กา…จำไวห้ นาไม่มีตัวสะกด
รหสั วิชา ท๑๔๑๐๑
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี รายวิชา ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
๔ เวลา ๔ ช่วั โมง
มาตรฐานการเรียนรู้
๒๙๒
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภูมปิ ัญญาของภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัติของชาติ
ตัวช้ีวัด
มฐ. ท ๔.๑ ป. ๔/๑
สาระสำคัญ
คำในมาตรา ก กา ไม่มตี วั สะกด
สาระการเรียนรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ ลกั ษณะของคำในมาตรา ก กา
๑.๒ คำมาตรา ก กา ท่ใี ช้ในชีวิตประจำวัน
๑.๓ การใช้คำมาตรา ก กา ในการแตง่ เรอ่ื ง
๑.๔ ความหมายของคำในมาตรา ก กา
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ ( P )
การจำแนก การจัดระบบความคดิ เป็นแผนภาพ การสรุปความรู้
๓. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ( A )
ซอื่ สัตย์สุจริต มีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ มุง่ มนั่ ในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย
ประเมนิ ผลรวบยอด
ช้ินงานหรอื ภาระงาน
๑. ใบข้อความทีน่ กั เรียนจำแนกคำในมาตรา ก กา
๒. การเขียนคำในมาตรา ก กา ทเ่ี ป็นคำเรยี กสิง่ แวดล้อมรอบตัว
๓. แผนภาพคำในมาตรา ก กา
๔. เรือ่ งที่แต่งโดยใช้คำในมาตรา ก กา
๕. ใบงาน
การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)
เรอื่ ง การเขยี นคำในมาตรา ก กา และอธบิ ายความหมาย
๒๙๓
ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑
(๕ คะแนน) (๔ คะแนน) (๒-๓ คะแนน) (๑ คะแนน)
เกณฑก์ ารประเมนิ คำทเี่ ขยี นเป็นคำ คำที่เขยี นมีคำที่ คำทีเ่ ขียนมคี ำท่ี คำทเี่ ขียนเปน็ คำที่มาจาก
ที่นอกเหนือจาก นอกเหนอื จาก นอกเหนือจาก บทเรยี น ทุกคำ
การเขียนคำ บทเรยี นทกุ คำ บทเรียน ๒ คำ บทเรยี น ๑ คำ
ในมาตรา ก กา อธิบาย อธบิ าย อธิบาย อธบิ ายความหมายด้วย
ความหมาย ความหมาย ความหมายได้ ตนเอง แต่ยังไมถ่ ูกต้อง
(๕ คะแนน) ด้วยตนเอง ดว้ ยตนเอง ถกู ต้อง โดยเขยี น
การอธบิ าย ได้ถูกต้อง ชัดเจน ได้ถกู ต้อง ตามพจนานกุ รม
ความหมาย แต่ยงั วกวน
ของคำ ไมช่ ัดเจน
(๕ คะแนน)
การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
๑. ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ โดยครูใช้คำถามท้าทาย
๒. ใหน้ ักเรยี นทายปริศนา
๓. ให้นักเรยี นอา่ นออกเสยี งคำประพนั ธท์ ค่ี รตู ดิ บนกระดานพร้อมกนั
๔. ให้นักเรียนรว่ มกันสรุปลักษณะของคำในมาตรา ก กา เพ่อื ทบทวนความเขา้ ใจ แล้ว
ศกึ ษาความรเู้ รอื่ งมาตรา ก กา เพ่มิ เตมิ
๕. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกับสีท่ีชอบ ครเู ขยี นช่อื สีตา่ งๆ บนกระดาน แลว้ ให้
นักเรียนช่วยกนั จำแนกวา่ ช่อื สีใดเป็นคำในมาตรา ก กา
๖. ให้นกั เรียนคดิ คำมาตรา ก กา ไว้ในใจคนละ ๑ คำ ทีเ่ ป็นชอ่ื ผัก ผลไม้ ดอกไม้ หรือสัตว์
ตามทน่ี กั เรยี นชอบ จากนัน้ ใหน้ กั เรียนแบ่งกลุม่ ตามประเภท (จำนวนนกั เรียนแต่ละกลมุ่ อาจไม่
เทา่ กนั ) แล้วรวบรวมคำของสมาชกิ ในกลมุ่ มาเขียนเปน็ แผนภาพบนกระดาน เมื่อทุกกลมุ่ เขยี น
เสร็จ นักเรยี นทกุ คนร่วมกนั ตรวจความถูกตอ้ ง
๗. ให้นักเรียนอา่ นแถบประโยคทค่ี รตู ิดบนกระดาน
๘.ให้นักเรยี นและครรู ่วมกันสรปุ ว่า คำบางคำมีหลายความหมาย คำเดยี วกนั ทใี่ ช้ใน
ประโยคตา่ งๆอาจมีความหมายไม่เหมอื นกนั ต้องพจิ ารณาจากขอ้ ความในประโยคจึงจะเข้าใจ
ความหมายของคำนน้ั
สอื่ การเรยี นรู้
๑. ปริศนาคำทาย
๒๙๔
๒. กระดาษสำหรับเขียน
๓. ใบข้อความ
๔. คำประพันธ์
๕. สำนวนไทย
๖. แถบประโยค
๗. ใบงาน
๘. แบบพฒั นาทักษะในการทำขอ้ สอบปรนัยเพอ่ื ประเมนิ ผลตวั ช้ีวัด
๒๙๕
หนว่ ยการเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒ เร่ือง มาตราตัวสะกด มที ั้งหมด ๘ มาตรา
รหสั วชิ า ท๑๔๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔ เวลา ๔ ช่ัวโมง
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
ตวั ชว้ี ัด
มฐ. ท ๔.๑ ป.๔/๑
สาระสำคญั
มาตรา กง กม เกย เกอว ล้วนเป็นมาตราตวั สะกดทม่ี ีตัวสะกดตัวเดยี ว
มาตรา กก กด กน กบ ล้วนเปน็ มาตราตัวสะกดที่มตี ัวสะกดหลายตวั
สาระการเรยี นรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ ลักษณะของคำในมาตรา กง กม เกย เกอว
๑.๒ ลักษณะของคำในมาตรา กก กด กน กบ
๑.๓ คำในมาตราตวั สะกดต่างๆ ความหมายของคำ
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรุปความรู้
๓. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ( A )
มวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย
๒๙๖
ประเมนิ ผลรวบยอด
ช้นิ งานหรอื ภาระงาน
๑. การคิดคำ เขยี นคำ บนกระดาน
๒. การเขียนคำ และจำแนกประเภทคำในกระดาษ
๓. แผนภาพ
๔. การเตมิ คำมาตรา กก กด กน กบ
๕. การทายคำ บอกความหมายคำ
๖. การเติมคำ เลือกเตมิ คำใต้ภาพ แถบประโยค
๗. ใบงาน
๘. การเขยี นคำที่ขนึ้ ตน้ ด้วย “อา”
๙. ตารางมาตราตวั สะกด
๑๐. การเขยี นคำตามความหมาย บอกมาตราตวั สะกดของคำ
๑๑. แบบพัฒนาทักษะในการทำขอ้ สอบปรนยั เพื่อประเมินผลตวั ช้ีวัด
การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรือ่ ง การเขียนคำตามคำบอก แลว้ อธบิ ายความหมายของคำ
ระดบั คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑
(๑๐ คะแนน) (๘ - ๙ คะแนน) (๖ - ๗ คะแนน) (๐ - ๕ คะแนน)
เกณฑก์ ารประเมิน
เขยี นคำถกู ต้อง เขียนคำถูกต้อง เขียนคำถูกต้อง เขยี นคำถกู ตอ้ ง เขียนคำถกู ตอ้ ง
ทุกคำ ทุกคำ ทุกคำ ทกุ คำ ทกุ คำ แตบ่ อก
(๕ คะแนน) บอกความหมาย บอกความหมาย บอกความหมายถูก ความหมายผิด
บอกความหมาย ได้ถกู ต้องทกุ คำ ถกู ตอ้ ง ๓ - ๔ คำ ๑ - ๒ คำ หรือเขยี น ทุกคำ หรอื เขยี น
ถกู ต้อง หรือเขยี นคำถกู ต้อง คำถูกตอ้ ง คำถกู ตอ้ ง และ
(๕ คะแนน) ๓ - ๔ คำ บอกความหมาย บอกความหมาย
บอกความหมาย ไดถ้ กู ต้อง อย่างละ ถูกตอ้ งรวมกันแลว้
ถูกต้องทุกคำ หรือ ๔ - ๕ คำ หรือเขียน ไดค้ ะแนน
ผิดอย่างละ ๑ คำ คำถูกตอ้ ง ๓ คำ ไมเ่ กิน ๕ คะแนน
บอกความหมาย
ไดถ้ กู ต้อง ๓ - ๔ คำ
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
๑. ให้นักเรียนได้แสดงความคดิ เหน็ ร่วมกนั โดยครใู ชค้ ำถามท้าทาย
๒. ให้นกั เรียนทายคำจากปริศนาคำทาย
๒๙๗
๓. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันทบทวนความรเู้ รอื่ ง มาตรา กก กด กน กบ วา่ แต่ละมาตรามี
ตัวสะกดใดบ้าง มาตราใดมีสมาชิกมากท่ีสุด
๔. ให้นักเรยี นเลอื กคำท่กี ำหนดไปเตมิ ใต้ภาพตา่ งๆ ทีค่ รูติดบนกระดาน
๕. ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั เปิดพจนานกุ รมหาความหมายของคำท่ีครกู ำหนดให้
๖. ให้นักเรยี น ๒ คน ออกมาผลัดกันบอกคำให้เพื่อนเขียนบนกระดาน (เป็นคำ ๒ พยางค์ ท่ี
มตี ัวสะกดไมต่ รงตามมาตรา เช่น ประพฤติ บังเอิญ โชคลาภ ฯลฯ) คนละ ๑ คำ ทีละคู่ ประมาณ
๓ - ๔ คู่ จากนน้ั ให้ทกุ คนร่วมกนั พจิ ารณาคำท่ีเขียนถกู ตอ้ งหรอื ไม่ คำทผ่ี ดิ ควรแกไ้ ขเปน็ อะไร ให้
นักเรียนออกมาเลอื กคำวิเคราะห์วา่ มตี ัวสะกดในมาตราใดบ้าง
๗. ใหน้ กั เรียนช่วยกันคิดคำมาต่อคำหนา้ หรอื พยางคห์ นา้ ให้เป็นคำในมาตราต่างๆ
๘. ให้นักเรียนแข่งขันกนั เขยี นคำทค่ี รูอ่านทีละคำบนกระดาน
สอ่ื การเรยี นรู้
๑. ปรศิ นาคำทาย
๒. บัตรคำ ภาพ
๓. กระดาษA ๔
๔. แผนภาพ
๕. ใบงาน
๖. หนังสือพมิ พ์
หนว่ ยการเรยี นรู้
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๓ เร่อื ง ไตรยางศ์...สรา้ งคำ
รหสั วิชา ท๑๔๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ เวลา ๔ ช่ัวโมง
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ
ตวั ชี้วัด
มฐ. ท ๔.๑ ป.๔/๑
สาระสำคญั
๒๙๘
ไตรยางศ์ คือ การจำแนกพยญั ชนะไทยทง้ั ๔๔ ตัว เปน็ อกั ษร ๓ หมู่ โดยใชพ้ ้นื เสยี งท่ียงั
ไมไ่ ด้ผันดว้ ยรูปวรรณยกุ ต์
สาระการเรยี นรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ คำที่มพี ยญั ชนะตน้ เป็นอกั ษรหมตู่ า่ งๆ
๑.๒ คำอกั ษรคู่ อักษรเด่ยี ว
๑.๓ อกั ษร ๓ หมู่ อกั ษรคู่ อักษรเดี่ยว
๑.๔ ความรเู้ ร่ืองไตรยางศ์ และความหมายของคำต่างๆ
๒. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรุปความรู้
๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ( A )
มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ มุง่ มน่ั ในการทำงาน รกั ความเป็นไทย
ประเมินผลรวบยอด
ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน
๑. ตารางเตมิ ตวั อักษรเปน็ คำชอื่ สัตว์ต่างๆ
๒. การคดิ คำอกั ษรสูงท่ีมีเสียงค่กู ับอกั ษรคู่ - ใช้คำแต่งประโยค
๓. ใบงาน
๔. การทายคำทีม่ ีพยัญชนะตน้ เป็นอักษรหมู่ตา่ งๆ
๕. การเขยี นพยญั ชนะในหมู่ต่างๆ
๖. การคดิ ชื่อพชื ผกั ผลไม้ ทีม่ ีพยญั ชนะตน้ เปน็ อักษรหมูต่ ่างๆ
๗. การเลือกคำไปเขียนใหต้ รงกบั ภาพ
๘. การเขยี นชื่ออวยั วะของรา่ งกายตามหม่ตู วั อักษรบนกระดาน
๙. การเขยี นคำที่มพี ยญั ชนะต้นเปน็ อกั ษรหมตู่ ่างๆ ในกระดาษ (เคร่ืองใช้สง่ิ ของตา่ งๆ)
๑๐. การคดิ คำอกั ษรสูงท่ีมเี สยี งคกู่ บั อักษรคู่ - ใช้คำแตง่ ประโยค
๑๑. การทายคำจากความหมายท่ีกำหนด
๑๒. การคิดคำตามความหมายท่ีกำหนด
๑๓. แผนภาพ
๑๔. แบบพัฒนาทกั ษะในการทำข้อสอบปรนยั เพ่ือประเมินผลตวั ช้ีวดั
การประเมินผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)
๒๙๙
เร่อื ง การคิดคำอกั ษรคู่ แลว้ ใช้แตง่ ประโยค
ระดับคะแนน ๔ ๓๒ ๑
(๘ - ๙ คะแนน) (๖ - ๗ คะแนน) (๐ - ๕ คะแนน)
(๑๐ คะแนน)
คิดคำถกู ตอ้ งทุกคำ คิดคำถกู ต้องทกุ คำ คดิ คำและแตง่
เกณฑ์การประเมิน ใช้คำแต่งประโยค ใชค้ ำแต่งประโยค ประโยคถกู ต้อง
ถกู ตอ้ งเหมาะสมผดิ ถูกตอ้ งเหมาะสม พอควร ผิดเกนิ
คดิ คำอกั ษรคถู่ ูกต้อง คดิ คำท่ีอ่านแล้วมี เลก็ น้อย (หรอื พอสมควร ๒ ขอ้ (ไดค้ ะแนน
มีคำผิดเล็กนอ้ ย) ผิดไม่เกนิ ๒ ข้อ ไมเ่ กิน ๕ คะแนน)
ทุกคำ ใชค้ ำแต่ง เสียงคกู่ ับอกั ษรคู่
(หรือคิดคำผิด
ประโยคถูกตอ้ ง ถกู ตอ้ ง ใช้คำแต่ง ไมเ่ กนิ ๒ ข้อ)
เหมาะสม ประโยคได้ถูกต้อง
(๑๐ คะแนน) และเหมาะสม
ทกุ ขอ้
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ให้นกั เรยี นทายคำจากปรศิ นาคำทายดงั น้ี
๒. ให้นักเรียนสงั เกตคำเฉลยท้งั ๓ คำ จากปรศิ นาคำทาย หงิ่ หอ้ ย กิง้ กอื คา้ งคาว
๓. ให้นักเรียนช่วยกนั ออกมาเขียนชื่ออวัยวะของรา่ งกายบนกระดาน แบ่งตามหมวด
พยญั ชนะตน้ แตล่ ะหมู่
๔. ครูแจกกระดาษให้นักเรยี นเขยี นคำประเภทต่างๆ เชน่ ขนม เครอื่ งใชต้ ่างๆ ตามหมขู่ อง
ตัวอักษรรวมแลว้ ไมน่ อ้ ยกว่า ๑๐ คำ
๕. ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่มคิดคำต่อทา้ ยคำวา่ ขนม (อาจเปน็ ชอื่ ขนม หรอื ไมใ่ ช่ขนมแต่มกั
เรยี กวา่ “ขนม” นำหนา้ หรือเขียนเติมในช่องว่างตามหมอู่ ักษร)
๖. ให้ครเู ขียนชอ่ งปริศนาอักษรไขวบ้ นกระดานแล้ว ใหน้ ักเรียนเตมิ ตวั อกั ษรใน ใหเ้ ป็นคำ
ชอื่ สัตว์ต่างๆ
๗. ใหน้ กั เรียนทายคำ จากปริศนาคำทาย
๘.ใหน้ ักเรียนอาสาสมคั ร ๒ คนออกมาเขียนคำบนกระดานตามคำบอก
สอ่ื การเรยี นรู้
๑. ปรศิ นาคำทาย
๒. บัตรคำ ภาพ
๓๐๐
๓. กระดาษA ๔ เขยี นคำ
๔. ตารางใหเ้ ตมิ ตัวอักษรเปน็ คำ (ชอื่ สัตวต์ ่างๆ)
๕. ใบงาน
๖. ตารางเตมิ ตัวอกั ษรเป็นคำตามความหมายทกี่ ำหนด
๗. แผนภาพ
๓๐๑
หน่วยการเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๔ เรือ่ ง คำเปน็ คำตาย…ดูง่าย ไม่ยาก
รหสั วิชา ท๑๔๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ เวลา ๔ ชั่วโมง
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลีย่ นแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
ตัวชวี้ ัด
มฐ. ท ๔.๑ ป.๔/๑
สาระสำคัญ
คำเปน็ คือคำทีป่ ระสมสระเสยี งยาวในมาตรา ก กา รวมท้งั สระเสยี งสนั้ อำ ใอ ไอ เอา และ
คำที่มตี วั สะกดมาตรา กง กน กม เกย เกอว คำตาย คอื คำทป่ี ระสมสระเสยี งส้นั ในมาตรา ก กา
ยกเว้น อำ ใอ ไอ เอา และคำทมี่ ีตวั สะกดในมาตรา กก กด กบ
สาระการเรยี นรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ ลกั ษณะของคำเป็น คำตาย
๑.๒ ส่วนประกอบของคำเป็น คำตาย
๑.๓ คำเป็น คำตาย และความหมายของคำ
๒. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรุปความรู้
๓. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ( A )
มีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมน่ั ในการทำงาน รกั ความเป็นไทย
ประเมินผลรวบยอด
ชนิ้ งานหรือภาระงาน
๓๐๒
๑. การเขยี นคำใต้ภาพ
๒. การแยกประเภทคำเป็น คำตาย
๓. การคดิ - เขยี น คำเปน็ คำตาย ตามท่กี ำหนด
๔. การแยกสว่ นประกอบของคำ แลว้ บอกว่าเป็นคำเป็นหรือคำตาย
๕. การหาคำเป็น คำตาย
๖. การเตมิ ตวั อักษรเป็นคำตามความหมายของคำ
๗. ใบงาน
๘. หาความหมายของคำ
๙. การเขยี นคำตามคำบอก
๑๐. การทายปรศิ นาคำทาย
๑๑. การคดิ คำเป็น คำตาย ตอ่ คำ หรอื พยางค์ท่กี ำหนด
๑๒. เลือกคำเตมิ ในประโยค
๑๓. การสรปุ ความรูเ้ ร่อื ง คำเปน็ คำตาย
การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)
เร่ือง การบอกความหมายของคำ
ระดบั คะแนน ๔ ๓ ๒ ๑
(๑๐ คะแนน) (๘ - ๙ คะแนน) (๖ - ๗ คะแนน) (๐ - ๕ คะแนน)
เกณฑ์การประเมิน
บอกความหมายของ บอกความหมาย บอกความหมาย บอกความหมายของ บอกความหมาย
คำทัง้ ๓ ไดถ้ ูกต้อง ของทกุ คำได้ ของทุกคำได้ถกู ต้อง คำไดถ้ กู ตอ้ ง แตบ่ าง ของคำไดถ้ ูกต้อง
ทกุ คำ ถูกตอ้ งชัดเจน (ขาดตกบางคำ คำไมช่ ัดเจน เป็นส่วนใหญ่ แต่
(๑๐ คะแนน) เล็กน้อย) เท่าท่ีควร ไม่ชัดเจน ๑ - ๒
คำ
การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
๑. ใหน้ กั เรยี นสงั เกตคำวา่ ลิง ม้า ปลาช่อน แรด ควาย ใหน้ กั เรยี นทายวา่ ชื่อสตั ว์
ทั้ง ๕ ช่ือ มคี ำใดแตกตา่ งจากคำอนื่ ๆ
๒. ให้นักเรยี นสังเกตตอ่ ไปอกี ๒ คำ คือ มะลิ เข็ม (ช่ือดอกไม้ทัง้ ค่)ู แล้วลองคิดดูวา่ ท้ัง ๒
คำน้ี เป็นคำประเภทใด เหมอื นกนั หรือไม่
๓. ใหน้ กั เรยี นออกมาคิด และเขียนคำเปน็ คำตาย จากประเภทชือ่ ทก่ี ำหนด
๔. ครูเลือกคำทนี่ กั เรยี นเขียน และชวนให้นักเรยี นแยกสว่ นประกอบของคำ
๓๐๓
๕. ใหน้ ักเรียนหาคำที่มาเติมพยางค์หน้าต่างๆ เช่น ประ - อา ฯลฯ ตามท่ีกำหนด
๖. ให้นักเรยี นเลอื กคำจากขอ้ ๒ บอกชนิดของคำ (คำเปน็ - คำตาย)
๗. ให้นักเรียนทายคำ จากปรศิ นาคำทาย
๘.ใหน้ กั เรียนออกมาแข่งขนั กนั เขียนคำตามทก่ี ำหนด หรือเตมิ คำในชอ่ งวา่ งบนกระดาน
สื่อการเรยี นรู้
๑. กระดาษเขียนคำ
๒. บตั รคำ ภาพ
๓. ปริศนาคำทาย
๔. ตารางการแยกสว่ นประกอบของคำเปน็ คำตาย
๕. ใบงาน
หน่วยการเรยี นรู้
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๕ เรือ่ ง วรรณยุกต์…ส่ิงสำคัญผนั อักษร
รหสั วิชา ท๑๔๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ เวลา ๔ ชวั่ โมง
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของ
ภาษาและพลงั ของภาษา ภมู ิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ
ตัวชวี้ ัด
มฐ. ท ๔.๑ ป.๔/๑
สาระสำคญั
วรรณยกุ ต์ คอื เครอื่ งหมายประกอบตวั หนังสอื ท่ีแสดงเสยี งสงู ต่ำของคำ วรรณยุกตม์ ี ๔ รูป
และมี ๕ เสียง คำทุกคำจะมเี สียงวรรณยกุ ต์ ไม่ว่าจะมหี รอื ไม่มีรปู วรรณยุกต์กำกับกต็ าม
สาระการเรยี นรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ รปู และเสียงวรรณยกุ ต์
๑.๒ การผันอกั ษรหม่ตู ่างๆ
๓๐๔
๑.๓ การผนั อกั ษรสงู และอักษรตำ่
๑.๔ การผันอักษรหม่ตู า่ งๆ การบอกความหมายของคำ และใช้คำแตง่ ประโยค
๒. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรปุ ความรู้
๓. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ( A )
มีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ ม่งุ มนั่ ในการทำงาน รกั ความเป็นไทย
ประเมนิ ผลรวบยอด
ชิน้ งานหรือภาระงาน
๑. การเตมิ รูปวรรณยกุ ตใ์ นคำจากข้อความท่กี ำหนด
๒. การเขยี นคำท่มี รี ปู วรรณยุกตต์ ่างๆ และคำที่มีความหมายตรงกนั ข้ามกับคำที่กำหนด
๓. การสรปุ ความรเู้ ร่ืองวรรณยกุ ต์
๔. การผนั อกั ษรสามหมู่
๕. การผันคำในตารางการผันคำ
๖. บอกเสยี งวรรณยุกตข์ องคำ
๗. การคิดคำท่ีมรี ปู วรรณยกุ ตต์ ่างๆ
๘. การเติมคำทีก่ ำหนด
๙. การทายคำจากปรศิ นาคำทาย
๑๐. การใชค้ ำทก่ี ำหนดแต่งประโยค
๑๑. ใบงาน
การประเมินผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)
เรอ่ื ง การแตง่ ประโยคจากคำทก่ี ำหนด
ระดบั คะแนน ๔ ๓๒๑
เกณฑ์การประเมิน (๑๐ คะแนน) (๘ - ๙ คะแนน) (๖ - ๗ คะแนน) (๐ - ๕ คะแนน)
๓๐๕
แตง่ ประโยคได้ครบ แต่งประโยคได้ แต่งประโยคได้ แต่งประโยคได้ แต่งประโยคได้
ถกู ต้องตาม
ความหมายของคำ ใจความถูกต้องตาม ใจความถกู ตอ้ งตาม ใจความถูกต้องตาม ใจความถูกตอ้ ง
ดีมากท้ังสอง
ประโยค ความหมายของคำ ความหมายของคำ ความหมายของคำ ตามความหมาย
(๑๐ คะแนน)
ทุกคำ ดีมากท้งั ๒ ทกุ คำ ดี ผิดพลาด ทกุ คำ ดมี าก ของคำเพยี ง
ประโยค หรอื ไม่ชดั เจนเพยี ง ๑ ประโยค อีก ๑ ๑ ประโยค หรอื
เล็กน้อย ประโยค ทำไดร้ ะดบั แตล่ ะประโยค
พอใช้ มีความถูกต้อง
ชัดเจนไม่มาก
เท่าที่ควร
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
๑. ใหน้ ักเรียนหาคำทมี่ ีรูปวรรณยุกต์ทั้ง ๔ แขง่ ขันกันทีละ ๒ หมู่ หมลู่ ะ ๒ คน ตามเวลาท่กี ำหนด
๒. ให้นกั เรยี นเลอื กคำท่กี ำหนดมาเขยี นให้ตรงกบั ภาพบนกระดาน
๓. ใหน้ กั เรียนทบทวนการผันอกั ษรท่ีไดเ้ คยเรยี นมาแลว้ โดยผันอกั ษรกลาง - คำเป็นกอ่ น
เพราะสามารถผนั เสยี งวรรณยกุ ตไ์ ดค้ รบ ๕ เสียง (ใชร้ ปู วรรณยกุ ตไ์ ดค้ รบ ๔ รูป)
๔. ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั ผันเสยี งอักษรสูง - ต่ำ คำเป็นท่ีผนั ได้อย่างละ ๓ เสียงเทา่ กนั
๕. ใหน้ ักเรยี นหาคำมาเตมิ คำหนา้ ท่ีกำหนดให้ โดยต้องเป็นคำท่มี รี ูปวรรณยุกต์
๖. ใหน้ ักเรียนผันเสียงอักษรสูง และอักษรต่ำทมี่ ีเสียงคกู่ นั เชน่ ค - ข, ช - ฉ ฯลฯ
๗. ใหน้ ักเรียนทายคำจากปริศนาคำทาย
๘.ใหน้ ักเรียนใช้คำทก่ี ำหนดให้ หรือจากการผันอกั ษรของคำในหมตู่ ่าง ๆ เตมิ ในชอ่ งวา่ งบนกระดาน
สือ่ การเรียนรู้
๑. ข้อความตัวอย่างท่ไี มม่ รี ูปวรรณยุกต์ในคำ
๒. บตั รคำ ภาพ
๓. ตารางการผันอกั ษร
๔. ปรศิ นาคำทาย
๕. ใบงาน
๓๐๖
หนว่ ยการเรยี นรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๖ เรือ่ ง คำพ้อง…ตอ้ งพจิ ารณา เวลา ๔ ช่ัวโมง
รหัสวิชา ท๑๔๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๔
๓๐๗
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของ
ภาษาและพลังของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัตขิ องชาติ
ตัวช้ีวัด
มฐ. ท ๔.๑ ป.๔/๑
สาระสำคัญ
คำพ้องเสยี ง คอื คำท่อี อกเสยี งเหมือนกัน แต่เขียนตา่ งกัน และมคี วามหมายไม่เหมือนกนั
คำพอ้ งรปู คอื คำที่รูปเหมอื นกัน หรอื เขยี นเหมือนกัน แต่อ่านต่างกนั และมีความหมายไม่
เหมอื นกัน
สาระการเรยี นรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ ลกั ษณะของคำพ้องเสียง - ความหมายของคำ
๑.๒ คำพ้องรูป ความหมายของคำ
๑.๓ คำพอ้ งเสียง - คำพ้องรปู
๑.๔ การนำคำพอ้ งไปแตง่ ประโยค เรื่องสัน้ ๆ
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรปุ ความรู้
๓. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ( A )
มวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ มุง่ มัน่ ในการทำงาน รกั ความเป็นไทย
ประเมนิ ผลรวบยอด
ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน
๑. การบอกคำจากการตอบปัญหา ๒ ข้อ
๓๐๘
๒. การเขยี นคำพอ้ งเสยี งกบั คำทก่ี ำหนด
๓. การสรปุ ความหมายของคำพอ้ งเสยี ง
๔. การทายคำพอ้ งรูปจากปริศนาคำทาย
๕. การคดิ คำ และความหมายของคำพ้องรปู
๖. การอ่านคำพ้องรปู จากบตั รคำ แถบประโยค
๗. การตอบปญั หา หรือทายคำจากความหมายในปริศนาคำทาย
๘. การเตมิ คำในชอ่ งว่าง
๙. ใช้คำแต่งประโยค
๑๐. ใบงาน
๑๑. บัตรคำ แถบประโยค ภาพ
๑๒. แผนภาพ
๑๓. แบบพฒั นาทกั ษะในการทำขอ้ สอบปรนัยเพ่ือประเมนิ ผลตัวช้ีวดั
การประเมินผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)
เร่ือง การแตง่ ประโยคโดยใชค้ ำท่กี ำหนดให้
ระดบั คะแนน ๔ ๓๒ ๑
(๘ - ๙ คะแนน) (๖ - ๗ คะแนน) (๐ - ๕ คะแนน)
(๑๐ คะแนน)
แตง่ ประโยคได้ แต่งประโยคได้ แตง่ ประโยคได้
เกณฑ์การประเมิน ถูกต้องตาม ใจความถูกตอ้ งตาม ใจความถูกตอ้ ง
ความหมายของคำ ความหมายของคำ ตามความหมาย
แตง่ ประโยคได้ แตง่ ประโยคได้ ทุกคำมีความชัดเจน เปน็ สว่ นใหญ่ ของคำเพียงครง่ึ
พอควร ผิดพลาดไมเ่ กิน เดยี ว หรอื
ถกู ต้องตาม ถูกตอ้ งตาม อาจผดิ บ้างเลก็ น้อย ๑ ข้อ ผิดพลาด ๒ ข้อ
ความหมายของคำ ความหมายของคำ
ทุกคำ มีความ ทุกคำมีความ
ชดั เจน สรา้ งสรรค์ดี ชดั เจน และ
มาก สร้างสรรค์ดีมาก
(๑๐ คะแนน)
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ใหน้ กั เรยี นแสดงความคดิ เห็นร่วมกนั โดยครูใช้คำถามทา้ ทาย
๒. ให้นกั เรยี นตอบปัญหา
๓. ให้นักเรยี นออกมาทลี ะ ๒ คน เขยี นคำบนกระดานคนละ ๑ คำ แล้วให้เพือ่ นหาคำพอ้ ง
๓๐๙
เสยี งกับคำท่ีตนเขยี น แลกเปล่ยี นกัน
๔. ใหน้ ักเรียนสังเกตข้อความตอ่ ไปน้ี แล้วใหน้ กั เรียน หรืออาสาสมัครออกมาเตมิ คำในช่องว่าง
๕. ใหน้ กั เรียนทายคำจากปรศิ นาคำทาย
๖. ให้นักเรยี นออกมาเติมคำในชอ่ งวา่ งบนกระดาน จากคำท่กี ำหนด
๗. ใหน้ ักเรยี นสังเกตคำ แขม ให้ทายวา่ จะอ่านไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง เป็นคำประเภทใด ครใู ห้
ความรู้ว่า การจะอ่านคำพอ้ งให้ถูกตอ้ ง ตอ้ งสงั เกตคำท่ีแวดล้อมขา้ งหน้า - ขา้ งหลัง คำน้นั
๘.ครแู ละนกั เรยี นสนทนาถงึ ความสำคญั ของการอ่านคำให้ถูก ร้คู วามหมายของคำทกุ คำ
แลว้ ใหน้ ักเรียนฝกึ อา่ นคำพอ้ งรูปตา่ งๆ
ส่อื การเรียนรู้
๑. ปริศนาคำทาย
๒. บัตรคำ ภาพ
๓. กระดาษA ๔
๔. พจนานุกรม
๕. ใบงาน
๖. แถบประโยค
๗. แผนภาพ
๓๑๐
หน่วยการเรยี นรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๗ เรื่อง คำนามใช้ เรยี กตามช่อื เวลา ๔ ชั่วโมง
รหสั วิชา ท๑๔๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของ
ภาษา และพลังของภาษา ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ
ตวั ช้ีวัด
มฐ.ท ๔.๑ ป.๔/๒
สาระสำคญั
คำนาม คอื คำท่ีใช้เรยี กช่อื คน สัตว์ พืช ส่งิ ของ สถานท่ี และส่ิงทวั่ ๆ ไป มีทั้งคำนาม
ท่ไี มช่ เี้ ฉพาะ และคำนามที่เป็นชอื่ เฉพาะ
สาระการเรยี นรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ ลักษณะหรอื ความหมาย และชนดิ ของคำนาม
๑.๒ ชนิดและหนา้ ที่ของคำนามในประโยค
๑.๓ ความหมายของคำนาม หน้าท่ีของคำในประโยค
๓๑๑
๑.๔ การเปรยี บเทียบคำนามทีไ่ มช่ ี้เฉพาะ และคำนามทเ่ี ปน็ ช่ือเฉพาะ
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรปุ ความรู้
๓. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ( A )
มวี ินยั ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ ม่นั ในการทำงาน รักความเป็นไทย
ประเมินผลรวบยอด
ช้นิ งานหรือภาระงาน
๑. การยกตวั อยา่ งคำนามแต่ละชนดิ
๒. การเขียนคำนามแต่ละชนดิ ในกระดาษ
๓. การทายคำจากปรศิ นาคำทาย
๔. การใช้คำนามแต่ละชนดิ แต่งประโยค
๕. ใบงาน
๖. การแขง่ ขนั บอกชนดิ ของคำทเ่ี พือ่ นพดู
๗. การใช้คำจากภาพแต่งเรือ่ งราวสัน้ ๆ
๘. การสำรวจคำนามจากส่ิงตา่ งๆในโรงเรยี น
๙. การเขยี นช่อื เฉพาะของสิง่ ต่างๆ ตามที่กำหนด
๑๐. แตง่ ประโยคให้มีคำนามที่เป็นชอื่ เฉพาะ
๑๑. แผนภาพการเปรยี บเทยี บคำนามทัง้ ๒ ชนดิ
๑๒. แบบพัฒนาทกั ษะในการทำข้อสอบปรนยั เพื่อประเมินผลตวั ชี้วัด
การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เร่อื ง การระบชุ นิดและหน้าทขี่ องคำนามทีก่ ำหนด
ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒๑
(๑๐ คะแนน) (๘ - ๙ คะแนน) (๖ - ๗ คะแนน) (๐ - ๕ คะแนน)
เกณฑ์การประเมนิ
ระบชุ นดิ และหนา้ ที่ ระบุชนิดและหน้าที่ ระบชุ นดิ และหนา้ ท่ี ระบุชนดิ และหน้าท่ี ระบชุ นิดและ
ของคำนามได้ ของคำนามได้ ของคำนามไดถ้ ูกต้อง ของคำนามไดถ้ กู ตอ้ ง หนา้ ทีข่ องคำนาม
ถกู ต้องทกุ คำ (ผดิ ได้ไม่เกนิ ๔ ช่อง) เป็น
๓๑๒
ถูกตอ้ งทุกขอ้ ทกุ คำ ส่วนใหญ่ ไดถ้ กู ต้อง ครึง่ หน่งึ
หรอื ทกุ ช่อง (ผิดไมเ่ กนิ ๘ ชอ่ ง) ของทงั้ หมด
(๒๐ ชอ่ ง, ช่องละ (ถกู ไมเ่ กิน
ครึ่งคะแนน ๑๐ ช่อง)
รวม ๑๐ คะแนน)
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
๑. ให้นักเรยี นทายคำจากปริศนาคำทาย
๒. ใหน้ ักเรียนหาความหมายของคำนาม จากท่ีเคยเรียนมาแลว้
๓. ใหน้ ักเรียนรว่ มแสดงความคิดเหน็ โดยตอบคำถามท้าทายของครู
๔. ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกันคดิ คำมาเติมคำหนา้ ให้เป็นคำนามแตล่ ะประเภท
๕. ใหน้ กั เรยี นหรอื อาสาสมัครออกมาทีละ ๒ คน แข่งขันทายชนิดคำนามที่เพอ่ื นพูด สลับกนั
๖. ใหน้ ักเรยี นดูภาพต่างๆ เชน่ ภาพตลาดทีม่ ีคนจำนวนมากพอควร ท้งั ผู้ขาย ผูซ้ ้อื มีสินค้า
ต่าง ๆ ให้นกั เรยี นช่วยกันบอกคำจากภาพ ๕ - ๖ คำ
๗. ใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั หรือแขง่ ขัน บอก หรือเขียนชอื่ เฉพาะของสงิ่ ต่าง ๆ บนกระดานประเภทละ ๒ ข้อ
๘.ให้นกั เรยี นฝกึ แตง่ ประโยคปากเปล่า หรือเขยี นบนกระดานใหม้ ชี ่อื เฉพาะ เช่น ชอ่ื อำเภอ
จงั หวัด ประเทศ สถานท่สี ำคญั ฯลฯ อยู่ด้วย
ส่อื การเรยี นรู้
๑. ปริศนาคำทาย
๒. บัตรคำ ภาพ
๓. กระดาษA ๔
๔. ข้อความในแผนภมู ิ
๕. ใบงาน
๖. แผนภาพ
๓๑๓
หนว่ ยการเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๘ เรอื่ ง คำแทนชือ่ นีค้ ือสรรพนาม เวลา ๔ ชวั่ โมง
รหสั วชิ า ท๑๔๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔
๓๑๔
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของ
ภาษา และพลงั ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ
ตัวชี้วัด
มฐ.ท ๔.๑ ป.๔/๒
สาระสำคัญ
คำสรรพนาม คือ คำที่ใช้แทนคำนาม คำสรรพนามที่ใช้ในการสนทนาเรียกว่า บรุ ษุ สรรพนาม
แบ่งเป็น ๓ ชนิด คอื ใช้แทนผู้พูด ใช้แทนผฟู้ ัง และใช้แทนผู้ทกี่ ลา่ วถงึ
สาระการเรยี นรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ ลกั ษณะ และชนดิ ของคำสรรพนาม
๑.๒ การใชค้ ำสรรพนามกับบคุ คลประเภทต่างๆ
๑.๓ ชนิดและหนา้ ทข่ี องคำสรรพนามในประโยค
๑.๔ ชนิด และหนา้ ที่ของคำสรรพนามในประโยค
๒. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรุปความรู้
๓. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ( A )
มวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย
ประเมินผลรวบยอด
ช้ินงานหรอื ภาระงาน
๑. การเลือกคำเตมิ ใตภ้ าพ
๒. การบอกความหมาย หรอื ชนดิ คำสรรพนาม ยกตวั อยา่ งการใช้คำสรรพนาม
๓. สรปุ ความรู้เร่อื งลักษณะ และชนดิ ของคำสรรพนาม
๔. การเขียนบรรยายใต้ภาพโดยมีคำสรรพนามอยูด่ ว้ ย
๕. การฝึกสนทนาโดยใชค้ ำสรรพนามตา่ งๆ
๖. การใช้คำสรรพนามแต่งประโยค หรือเติมในขอ้ ความ
๗. การทายคำจากปริศนาคำทาย
๘. การแต่งประโยค - ขอ้ ความทม่ี ีคำสรรพนาม
๓๑๕
๙. ใบงาน
๑๐. การพิจารณาใชค้ ำสรรพนามให้ถูกตอ้ งเหมาะสมกบั บุคคล
๑๑. การระบุชนดิ และหน้าทขี่ องคำสรรพนามในประโยค ขอ้ ความท่กี ำหนด
๑๒. การเขยี นเรือ่ งราว นทิ านสั้น โดยใช้คำสรรพนามตา่ งๆ
๑๓. แผนภาพ
การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เร่อื ง การระบุชนิด และหน้าที่ของคำสรรพนามในประโยค
ระดบั คะแนน ๔ ๓ ๒๑
(๘ - ๙ คะแนน) (๖ - ๗ คะแนน) (๐ - ๕ คะแนน)
(๑๐ คะแนน)
เกณฑ์การประเมิน
ระบุชนดิ และหน้าที่ ระบุชนิด และ ระบุชนดิ และหน้าท่ี ระบชุ นดิ และหนา้ ที่ ระบุชนดิ และ
ของคำได้ถูกต้องทุก หนา้ ที่ของคำได้ ของคำได้ถูกต้อง ของคำได้ถกู ต้อง หนา้ ทข่ี องคำได้
ช่อง ถกู ต้องทกุ ชอ่ ง ๘ - ๙ ชอ่ ง ๖ - ๗ ช่อง ถกู ตอ้ ง
๑๐ คะแนน ไมเ่ กนิ ๕ ชอ่ ง
(ชอ่ งละ ๑ คะแนน)
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
๑. ให้นักเรียนสงั เกตคำบนกระดานทุกคำ
๒. ใหน้ ักเรยี นและครรู ่วมกันสรปุ ว่าบรุ ษุ สรรพนามแบ่งเป็น ๓ ชนิด
๓. ใหน้ ักเรยี นดูภาพ แลว้ ให้ช่วยกนั เลา่ บรรยายภาพโดยใหม้ ีคำสรรพนามอยูด่ ้วยอย่างน้อย ๑ คำ
๔. ใหน้ ักเรยี นหรอื อาสาสมัคร ๒ คน ออกมาสนทนาหนา้ ชน้ั โดยใหค้ นหน่ึงสมมตุ ติ นเปน็
พระภิกษุ อีกคนเป็นฆราวาส (ครอู าจแนะนำเนือ้ เรอ่ื งหรือคำพูดทจ่ี ะสนทนากันบ้าง) ให้นกั เรยี น
สงั เกต คำสรรพนามทท่ี ัง้ สองคนใช้
๕. ใหน้ กั เรยี นทายคำจากปริศนาคำทาย
๖. ให้นกั เรยี นพิจารณาคำสรรพนามในข้อความ
๗. ให้นักเรียนสังเกตข้อความต่อไปน้ี แล้วบอกว่าคำสรรพนามใดไมเ่ หมาะสม
๘.ใหน้ ักเรยี นเขียนตอบคำถามจากประโยคบนกระดานในกระดาษท่คี รแู จกให้
ส่อื การเรยี นรู้
๓๑๖
๑. แถบประโยค
๒. บัตรคำ ภาพ
๓. ปรศิ นาคำทาย
๔. ใบงาน
หน่วยการเรียนรู้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๙ เรอื่ ง คำกรยิ า ส่ืออาการ เวลา ๘ ช่ัวโมง
รหสั วิชา ท๑๔๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย
ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๔
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ
ภาษา และพลงั ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบัติของชาติ
ตัวชวี้ ัด
มฐ.ท ๔.๑ ป.๔/๒
สาระสำคญั
คำกริยา คอื คำที่แสดงอาการหรือการกระทำของนาม และสรรพนามซงึ่ เป็นประธานใน
ประโยค มีทั้งคำกริยาทไ่ี มต่ อ้ งมีกรรม และคำกริยาทีต่ ้องมกี รรม
สาระการเรียนรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ ลักษณะ และชนิดของคำกรยิ า
๑.๒ คำกริยาแต่ละชนิด การใช้คำกริยาเขยี นข้อความ
๑.๓ ความร้เู ร่อื งคำกริยาแต่ละชนดิ
๒. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรปุ ความรู้
๓. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ( A )
มีวินัย ใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน รกั ความเป็นไทย
ประเมนิ ผลรวบยอด
๓๑๗
ชิ้นงานหรือภาระงาน
๑. การเติมคำกรยิ าในช่องว่างของประโยค
๒. การเลือกคำกริยามาเตมิ ให้ตรงกับภาพ
๓. การใช้คำกรยิ าแต่ละชนิดแต่งประโยค
๔. การเขียนคำกรยิ าจากกริ ิยาทา่ ทางของเพือ่ น
๕. การจำแนกชนิดของคำกรยิ า
๖. ใบงาน
๗. การทายคำจากปริศนาคำทาย
๘. แผนภาพ
การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรอ่ื ง การหาคำกริยาในประโยค แล้วบอกชนดิ ของคำกริยานัน้
ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒ ๑
(๖ - ๗ คะแนน) (๐ - ๕ คะแนน)
(๑๐ คะแนน) (๘ - ๙ คะแนน)
บอกคำกรยิ า และ บอกคำกรยิ า และ
เกณฑก์ ารประเมนิ ชนดิ ของคำกริยา ชนดิ ของคำกริยา
ไดถ้ ูกต้อง ได้ถกู ต้อง
บอกคำกรยิ า และ บอกคำกริยา และ บอกคำกริยา และ เป็นส่วนใหญ่ ไม่เกนิ คร่งึ
โดยผดิ ๓ - ๔ ชอ่ ง (๕ ใน ๑๐ ชอ่ ง)
ชนิดของคำ ชนดิ ของคำกริยาได้ ชนิดของคำกรยิ า
ได้ถูกตอ้ งทกุ ข้อ ถกู ต้องทุกข้อ ไดถ้ ูกตอ้ ง
๑๐ คะแนน ผิดเพียง ๑ ขอ้
(๑๐ช่อง ๆ ละ ๑ (หรอื ผดิ ๒ ช่อง)
คะแนน)
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ใหน้ กั เรยี นหรืออาสาสมัคร ๓ - ๔ คน ออกมาแสดงท่าต่างๆ ให้เพือ่ นทาย เช่น ทำท่า
เกา เตะ รำ ชะโงก หวั เราะ สา่ ยเอว ฯลฯ แลว้ เขียนคำที่ทายให้ถกู ต้องไวบ้ นกระดาน พร้อมกบั
ช่วยกนั บอกวา่ เป็นคำอะไรเหมอื นกนั ทั้งนั้น
๒. ให้นกั เรียนเตมิ คำกรยิ าในชอ่ งวา่ งต่อไปน้ี คนละ ๑ คำ
๓. ใหน้ ักเรียนสงั เกตบางคำที่เป็นคำกริยา อาจทำหน้าท่เี ป็นคำชนดิ อน่ื ได้
๔. ให้นักเรียนอ่านประโยคทีค่ รเู ขียนบนกระดาน และใช้แถบประโยคตดิ บนกระดานบ้าง
แล้วเติมคำกรยิ าในชอ่ งว่างใหเ้ หมาะสมกับประโยคในกระดาษทีค่ รูแจกให้
๓๑๘
๕. ใหน้ ักเรียนออกมาเขยี นคำกรยิ าจากคำหน้าที่กำหนด
๖. ใหน้ กั เรียนบอกวา่ คำบนกระดานมคี ำใดเปน็ คำที่ไม่ต้องมีกรรม และคำใดบ้างตอ้ งมกี รรม
๗. ให้นักเรียนทายคำ จากปริศนาคำทาย
๘.ให้นักเรยี นเขยี นคำกรยิ าจากคำบอกของครูในกระดาษท่คี รแู จกให้ แล้วเขียน หลงั คำ
ทต่ี อ้ งมกี รรม, เขยี น หลังคำท่ีไมต่ อ้ งมีกรรม
ส่ือการเรยี นรู้
๑. นกั เรยี น (ทำท่าทายเพ่อื น)
๒. บัตรคำ ภาพ
๓. กระดาษA ๔
๔. แถบประโยค
๕. ใบงาน
๖. ปรศิ นาคำทาย
๗. แผนภาพ
หน่วยการเรียนรู้
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑๐ เรือ่ ง คำวิเศษณ์…ขยายคำ จำใหแ้ ม่น
รหัสวชิ า ท๑๔๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔ เวลา ๙ ชวั่ โมง
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของ
ภาษา และพลงั ของภาษา ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบัตขิ องชาติ
ตัวชว้ี ัด
มฐ.ท ๔.๑ ป.๔/๒
สาระสำคญั
คำวิเศษณ์ คอื คำทท่ี ำหนา้ ท่ขี ยายคำต่างๆ ทำให้มคี วามหมายชัดเจนขึ้น
สาระการเรียนรู้
๑. ความรู้ ( K )
๓๑๙
๑.๑ ลกั ษณะ หน้าทขี่ องคำวเิ ศษณ์
๑.๒ หน้าท่ี หรือประโยชน์ของคำวเิ ศษณ์
๑.๓ หน้าทีข่ องคำวเิ ศษณ์
๑.๔ ความรูเ้ ร่อื งคำวเิ ศษณ์
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรปุ ความรู้
๓. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ( A )
มวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ มุง่ ม่ันในการทำงาน รกั ความเป็นไทย
ประเมินผลรวบยอด
ชิ้นงานหรือภาระงาน
๑. การจำแนกคำวิเศษณ์ และคำชนดิ อน่ื ๆ
๒. การเติมคำวเิ ศษณ์ในประโยค
๓. การบอกคำวิเศษณ์ในบทร้อยกรอง
๔. การใช้คำวเิ ศษณแ์ ตง่ ประโยคในกระดาษ
๕. ใบงาน
๖. การเขยี นคำวเิ ศษณ์ และบอกหนา้ ท่ี
๗. แผนภาพ
การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรอ่ื ง การระบคุ ำวิเศษณใ์ นประโยค และบอกหนา้ ทข่ี องคำวิเศษณ์นน้ั
ระดับคะแนน ๔ ๓ ๒๑
(๘ - ๙ คะแนน) (๖ - ๗ คะแนน) (๐ - ๕ คะแนน)
(๑๐ คะแนน)
เกณฑ์การประเมิน
บอกคำวิเศษณ์ใน บอกคำวิเศษณ์ บอกคำวิเศษณ์ และ บอกคำวเิ ศษณ์ และ บอกคำวิเศษณ์
ประโยค และหนา้ ท่ี และหน้าท่ไี ด้ หน้าที่ไดถ้ ูกตอ้ งไม่ หน้าทไ่ี ด้ถูกต้อง และหนา้ ที่ของคำ
ของคำวเิ ศษณไ์ ด้ ถูกต้องทุกคำ น้อยกว่า ๔ ขอ้ (หรือ ไม่น้อยกว่า ๓ ขอ้ วเิ ศษณไ์ ด้ถกู ต้อง
ถูกตอ้ งทุกคำ ถูกตอ้ งไมน่ ้อยกวา่ (หรอื ถูกต้อง ๖ - ๗ ไม่เกิน ๒ ขอ้ คร่งึ
(ทุกช่อง ๑๐ ๘ ช่อง) ชอ่ ง) (หรอื ถกู ต้อง ๕
คะแนน) ช่องใน ๑๐ ชอ่ ง)
๓๒๐
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ให้นกั เรยี นลองหาคำมาเตมิ ในช่องวา่ งตอ่ ไปน้ี เป็นการขยายคำนั้นใหเ้ ห็นลักษณะชดั เจนขึ้น
๒. ใหน้ ักเรยี นออกมาเขียนคำที่มีความหมายตรงกนั ขา้ ม คนละ ๒ คำ
๓. ใหน้ กั เรยี นเรยี งตัวอกั ษรใหเ้ ปน็ คำวิเศษณ์ แล้วนำไปเตมิ ในประโยค
๔. ให้นกั เรยี นทายคำวิเศษณ์จากปรศิ นาคำทาย
๕. ใหน้ ักเรียนหาคำทม่ี ีความหมายตรงกันข้ามกับคำท่ีครเู ขียน
๖. ใหน้ กั เรยี นแต่งประโยคในกระดาษทค่ี รแู จกให้ ใหม้ ีคำวิเศษณ์ขยายคำต่างๆ ไม่นอ้ ยกวา่
๕ ประโยค แล้วบอกวา่ ขยายคำใด
๗. ใหน้ ักเรียนคิดว่าสิง่ ท่ีดงี าม ควรปฏบิ ัติใหเ้ กดิ ความสุข ความเจริญ มอี ะไรบา้ ง ให้เขียน
บนกระดานคนละ ๑ อย่าง
๘.ใหน้ กั เรยี นเขียนคำวิเศษณ์ในกระดาษทค่ี รแู จกให้ จากประโยคท่ีครูอ่านชา้ ๆ (หรือเขียน
บนกระดานสลับกนั ) แลว้ บอกหน้าท่ีของคำวเิ ศษณ์แตล่ ะคำ
สื่อการเรยี นรู้
๑. ตัวอย่างประโยค
๒. บัตรคำ ภาพ
๓. กระดาษA ๔
๔. ปริศนาคำทาย
๕. บทร้อยกรอง
๖. ใบงาน
๗. แผนภาพ
หนว่ ยการเรยี นรู้
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๑๑ เร่ือง อ่านเขียนอยา่ งไร…ตอ้ งใชพ้ จนานุกรม
รหสั วิชา ท๑๔๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ เวลา ๘ ช่วั โมง
มาตรฐานการเรยี นรู้
๓๒๑
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของ
ภาษา และพลังของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
ตัวชี้วัด
มฐ.ท ๔.๑ ป.๔/๓
สาระสำคญั
พจนานกุ รม คือ หนังสอื สำหรบั คน้ หาความหมายของคำท่เี รียงลำดับตามตัวอักษร การใช้
พจนานุกรมชว่ ยให้นักเรียนรคู้ วามหมายของคำ ทำให้อา่ นและเขยี นคำไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
สาระการเรียนรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ ความหมาย ประโยชนข์ องพจนานุกรม หลักการใช้พจนานุกรม
๑.๒ ประโยชน์ของพจนานกุ รมในการอ่าน - เขียนคำให้ถกู ตอ้ ง
๑.๓ การตรวจสอบการอา่ นเขยี นคำรู้ความหมายคำจากพจนานุกรม
๑.๔ ประโยชนข์ องการใช้พจนานกุ รม
๒. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรปุ ความรู้
๓. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ( A )
มวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ ม่งุ มั่นในการทำงาน รักความเปน็ ไทย
ประเมนิ ผลรวบยอด
ช้นิ งานหรือภาระงาน
๑. การเรยี งคำท่กี ำหนดตามหลกั พจนานกุ รม
๒. การสรุปความรเู้ รือ่ งประโยชนข์ องพจนานกุ รม
๓. การหาคำทีอ่ า่ นตา่ งจากคำอื่นๆ
๔. การเขียนคำอา่ นจากคำท่กี ำหนดในกระดาษ
๕. การบอกคำท่ีเขยี นผดิ หาความหมายของคำจากพจนานกุ รม
๖. ใบงาน
๗. การเติมตัวอักษรใหเ้ ป็นคำ และจบั คูก่ ับความหมายท่กี ำหนด
๘. แผนภาพ
การประเมนิ ผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เรอื่ ง การค้นหาความหมายของคำศพั ทจ์ ากพจนานกุ รม
๓๒๒
ระดบั คะแนน ๔ ๓ ๒๑
(๘ - ๙ คะแนน) (๖ - ๗ คะแนน) (๐ - ๕ คะแนน)
(๑๐ คะแนน)
เกณฑ์การประเมิน
การบอกความหมาย บอกความหมาย บอกความหมาย บอกความหมาย บอกความหมาย
ของคำทกุ คำ ของคำทุกคำได้ ของทกุ คำได้ถกู ต้องบาง ของคำไดถ้ กู ต้อง ของคำไดถ้ ูกต้อง
ถกู ตอ้ งครบถ้วน ถูกตอ้ งครบถ้วน คำยงั ไม่ครบถว้ น ครบถว้ นเป็น ครบถว้ นเพียง
ตามทพี่ จนานกุ รม (๑ - ๒ คำ) ส่วนใหญ่ (บอกไม่ ครึง่ เดยี ว
กำหนด ครบถว้ น ๒ - ๓ คำ) (ไดค้ ะแนนไม่เกิน
คำละ ๒ คะแนน ๕ คะแนน)
รวม ๑๐ คะแนน
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
๑. ใหน้ ักเรียนทายคำจากปริศนาคำทายดงั นี้
๒. ใหน้ ักเรยี นเลือกคำไปเขียนให้ตรงกบั ภาพ แลว้ สังเกตการเรียงลำดบั คำตามพจนานุกรม
๓. ให้นกั เรียนสังเกตคำตอ่ ไปน้ี หาคำทอ่ี ่านต่างจากคำอน่ื
๔. ให้นกั เรยี นออกเสียงอา่ นคำจากบัตรคำทีเ่ พอ่ื นชูให้อา่ น สลับกนั คนละคำ (อาจแขง่ ขันที
ละคู่ หรอื ตัวแทนหมู่ แขง่ ขนั กันอ่านสลับกนั )
๕. ให้นักเรยี นสงั เกตคำต่าง ๆ ตอ่ ไปน้ี เพือ่ หาคำที่เขียนผิด
๖. ใหน้ ักเรยี นทำใบงาน ค้นหาความหมายของคำศัพท์จากพจนานุกรม
๗. ใหน้ ักเรียนทบทวนหลกั การใช้พจนานกุ รม
๘.ใหน้ กั เรียนเติมตัวอักษรในช่องวา่ งให้เป็นคำทม่ี ีความหมาย แล้วขดี เสน้ โยงคำกบั
ความหมายท่กี ำหนด ในกระดาษทค่ี รแู จกให้ จากคำและความหมายบนกระดาน
ส่อื การเรยี นรู้
๑. ปริศนาคำทาย
๒. แผนภมู กิ ารเรียงรปู สระตามหลกั พจนานกุ รม
๓. กระดาษA ๔
๔. พจนานุกรม
๕. บัตรคำ
๖. ใบงาน
๓๒๓
๗. แผนภาพ
หน่วยการเรียนรู้
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑๒ เรอ่ื ง ภาษาไทยนา่ เรียน…ฝกึ เขียนด้วยประโยค
รหสั วิชา ท๑๔๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๔ เวลา ๘ ชั่วโมง
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ
ภาษา และพลังของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ป็นสมบตั ิของชาติ
ตวั ช้ีวัด
มฐ.ท ๔.๑ ป.๔/๒
สาระสำคญั
ประโยค คอื คำและกลุ่มคำท่นี ำมาเรียบเรียง แลว้ ได้ใจความสมบรู ณว์ า่ ประโยคประกอบ
ด้วยภาคประธาน และภาคแสดง บางประโยคมีบทขยายประธาน ขยายกริยา (ภาคแสดง)
สาระการเรยี นรู้
๑. ความรู้ ( K )
๑.๑ ความหมาย และส่วนประกอบของประโยค
๑.๒ ส่วนประกอบของประโยค
๑.๓ การแต่งประโยค ๒ สว่ น และประโยค ๓ สว่ น
๑.๔ ความรู้เรอ่ื งการแตง่ ประโยคชนิดต่างๆ
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ ( P )
การจำแนก การให้เหตุผล การสรุปความรู้
๓. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ( A )
มีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ มนั่ ในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย
๓๒๔
ประเมินผลรวบยอด
ชิน้ งานหรือภาระงาน
๑. การจำแนกประโยคจากกลมุ่ คำ
๒. การจำแนกประโยค ๒ สว่ น และประโยค ๓ ส่วน
๓. การแยกสว่ นประกอบของประโยคลงในตาราง
๔. การเขียนคำตอบในกระดาษ บอกส่วนขยายคำในประโยค
๕. บอกส่วนขยายในขอ้ ความจากบทเพลง
๖. กระดาษแตง่ ประโยค
๗. ใบงาน
๘. การเติมคำ จับคู่คำให้เป็นประโยค
๙. การบอกชนดิ ของประโยค
การประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ (Rubrics)
เรอ่ื ง การแต่งประโยค ๒ ส่วน และประโยค ๓ สว่ น
ระดบั คะแนน ๔ ๓๒๑
(๘ - ๙ คะแนน) (๖ - ๗ คะแนน) (๐ - ๕ คะแนน)
(๑๐ คะแนน)
เกณฑ์การประเมนิ
แตง่ ประโยค แต่งประโยค แตง่ ประโยค แต่งประโยค แต่งประโยค
แตล่ ะชนดิ ไดถ้ ูกตอ้ ง แต่ละชนิดได้ แต่ละชนิดได้ถูกต้อง แตล่ ะชนิดถกู ตอ้ ง แตล่ ะชนดิ ถูกตอ้ ง
ตาม ถกู ตอ้ งตาม ตามทก่ี ำหนด เปน็ ส่วนใหญ่ เพียงครง่ึ เดยี ว
ทกี่ ำหนดทุก ทก่ี ำหนดทุก แต่บางประโยค (มสี ว่ นทีไ่ ม่ชดั เจน ไม่ เชน่ ถกู ตอ้ งตาม
ประโยค ประโยค ยงั ไมช่ ดั เจน เกนิ ๒ แห่ง) ทีก่ ำหนด
(๑๐ คะแนน) (ไม่ชดั เจน ๑ แห่ง) ชนดิ ละ ๑ ประโยค
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
๑. ให้นกั เรยี นฟงั ขอ้ ความทีค่ รูอ่าน แลว้ เขียน หนา้ ข้อความทเ่ี ปน็ ประโยค
๒. ใหน้ ักเรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย
๓. ให้นักเรียนเรยี งคำที่กำหนดเป็นประโยค
๔. ใหน้ กั เรียนหรอื อาสาสมัครเตมิ คำหรือขอ้ ความให้เปน็ ประโยค จากคำท่ีเปน็ ประธานบน
๓๒๕
กระดาน ตามท่ีกำหนด
๕. ให้นกั เรียนอา่ น - ฟงั ข้อความจากวรรคหนง่ึ ในบทเพลง
๖. ให้นกั เรยี นจบั คคู่ ำกบั คำขยาย จากคำบนกระดาน (หรอื ครูตดิ บัตรคำบ้าง)
๗. ให้นักเรยี นช่วยกนั เติมคำในช่องว่าง ให้เปน็ ประโยคทีส่ มบูรณ์ หรือชัดเจนย่ิงขึ้น จาก
แถบ
ประโยคบนกระดาน
๘.ใหน้ ักเรยี นตัวแทนกลุ่ม ๒ กลุม่ กลุม่ ละ ๑ คน ออกมาแขง่ ขันกนั บอกคำกริยาให้เพอื่ น
ทายว่า
คำน้จี ะใชแ้ ตง่ ประโยคก่สี ่วน สลบั กัน
สือ่ การเรียนรู้
๑. แถบประโยค
๒. บัตรคำ ภาพ
๓. กระดาษA ๔ เขยี นคำ
๔. ตารางการแยกสว่ นประกอบของประโยค
๕. ใบงาน
๖. ขอ้ ความในแถบประโยค (บทเพลง ๑ วรรค)
๓๒๖
หน่วยการเรียนรู้
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๑๓ เร่อื ง กลอนสี่…วรรคละสค่ี ำ จำใหง้ า่ ย
รหสั วิชา ท๑๔๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาไทย
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๔ เวลา ๕ ชวั่ โมง
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ
ภาษา และพลังของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ
ตวั ชว้ี ัด
มฐ.ท ๔.๑ ป.๔/๕
สาระสำคัญ
กลอนสี่หนง่ึ บทมี ๔ วรรค วรรคละ ๔ คำ มีคำสมั ผสั บังคับบทละ ๒ แห่ง ถา้ จะแตง่ บท
ต่อไป คำสุดทา้ ยของวรรคที่ ๒ บทใหม่ จะสัมผัสกบั คำสุดทา้ ยในบทเก่า