ก คำนำ แผนการจัดการเรียนรู้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จัดทำขึ้นเพื่อกำหนด หรือวางแผนเรื่องที่จะสอนอย่างเป็นระบบ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ตัวชี้วัดของ กลุ่มสาระการ เรียนรู้ภาษาไทย ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญให้ผู้เรียนได้เป็น ผู้คิดและปฏิบัติด้วย ตนเองตามสภาพแวดล้อมและบริบทของโรงเรียน คิด ออกแบบ จัดหา จัดซื้อ สื่ออุปกรณ์ที่เหมาะกับสาระการ เรียนรู้วัดและประเมินผลด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับจุดประสงค์ในการเรียนรู้และวัยของผู้เรียน แผนการจัดการเรียนรู้ให้ประโยชน์หลายประการ นอกจากจะช่วยทำให้ผู้สอนเกิดความมั่นใจ ในการ สอนและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แผนการจัดการเรียนรู้ยังมีส่วนช่วยในการวางแผน การจัดการเรียนการ สอนให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งการสอนที่มีประสิทธิภาพ จะสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของผู้เรียน เมื่อพบ ข้อบกพร่องและปัญหาในการจัดการเรียนการสอนจากการเขียนบันทึกหลังการสอน ผู้สอนได้นำประเด็น ปัญหาที่พบเจอมาปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องเหมาะสมกับผู้เรียนและสภาพห้องเรียนที่จัดการเรียนรู้ซึ่งช่วยให้ การจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อันจะส่งผลไปถึงศักยภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้มีคุณภาพตาม เป้าหมายทางการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้ประกอบไปด้วย มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คำอธิบายรายวิชา โครงสร้างรายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียน ที่ 2 การประเมินและการให้คะแนน รวมทั้งแผนการจัดการเรียนรู้ทั้งหมด 60 แผน สื่อ ใบงาน แบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ที่ใช้ในการประเมินความรู้ความสามารถของผู้เรียน วิธีการและเกณฑ์การประเมินการเรียนรู้ของ ผู้เรียน ผู้สอนขอขอบพระคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านที่ให้คำแนะนำ และเป็นที่ปรึกษาในการจัดทำแผนการ จัดการเรียนรู้ที่มีประโยชน์และมีคุณค่าต่อการจัดการเรียนการสอน อันจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อตัวผู้เรียนไว้ ณ โอกาสนี้ ชาลิสา หาญกิจ
สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข – ง บันทึกข้อความ ส่วนนำ จ – ฉ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ช – ซ คำอธิบายรายวิชา ฌ โครงสร้างรายวิชา ญ – ฎ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง การเขียนแนะนำตนเอง - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง การเขียนแนะนำสถานที่สำคัญ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง การเขียนแนะนำสถานที่เชิงสร้างสรรค์ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง การเขียนบรรยายประสบการณ์ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง การพูดแสดงความคิดเห็น - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ เรื่อง การอ่านและปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๗ เรื่อง การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๘ เรื่อง การเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสาระจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๙ เรื่อง การพูดสรุปความและประเมินความน่าเชื่อถือของสื่อ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๐ เรื่อง หลักการเขียนจดหมาย - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๑ เรื่อง การเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๒ เรื่อง การเขียนจดหมายสอบถามข้อมูล หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง วรรณคดีสอนชีวิต - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง การเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง การเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้า - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง การเขียนบรรณานุกรม - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง การพูดรายงานจากการศึกษาค้นคว้า - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง การพูดรายงานการศึกษาค้นคว้า - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ เรื่อง การอ่านออกเสียงร้อยกรองโคลงสี่สุภาพ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๗ เรื่อง การอ่านออกเสียงร้อยกรองโคลงสี่สุภาพ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๘ เรื่อง การท่องจำบทอาขยานและบทร้อยกรองตามความสนใจ
สารบัญ(ต่อ) หน้า - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๙ เรื่อง การวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีด้านเนื้อหา - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๐ เรื่อง การวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีด้านสังคม - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๑ เรื่อง การวิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีด้านวรรณศิลป์ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๒ เรื่อง การวิเคราะห์คุณค่าจากวรรณคดีด้านวรรณศิลป์ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง สะท้อนความคิดพินิจกาพย์ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง การอ่านออกเสียงร้อยกรอง - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง การอ่านออกเสียงร้อยกรอง - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง การอ่านออกเสียงร้อยกรอง - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง วิจักษ์วรรณคดี - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง วิเคราะห์คุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรม - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ เรื่อง วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรม - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๗ เรื่อง ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกาพย์ยานี๑๑ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๘ เรื่อง แต่งกาพย์ยานี๑๑ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๙ เรื่อง พื้นฐานการอ่านจับใจความสำคัญ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๐ เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๑ เรื่อง หลักการเขียนโครงงาน - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๒ เรื่อง การเขียนโครงงาน หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง สืบสานเสน่ห์คำไทย - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง คำมูล - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง คำประสม - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง คำซ้ำ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง ค ำซ ้ำ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง คำซ้อน - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ เรื่อง ค ำซ้อน - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๗ เรื่อง ค ำพ้อง - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๘ เรื่อง ค ำพ้อง - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๙ เรื่อง การวิเคราะห์ความแตกต่างของภาษาพูดภาษาเขียน - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๐ เรื่อง การวิเคราะห์ความแตกต่างของภาษาพูดภาษาเขียน - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๑ เรื่อง คำที่มีความหมายหลายนัย
สารบัญ(ต่อ) หน้า - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๒ เรื่อง คำที่มีความหมายเปรียบเทียบ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง วินิจฉัยวรรณกรรม - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง วรรณคดีประวัติศาสตร์ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง การสรุปเนื้อหาวรรณกรรม - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง การสรุปเนื้อหาวรรณกรรม - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง วิเคราะห์วรรณกรรม - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง วิจารณ์วรรณคดี - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ เรื่อง เรียนรู้คุณค่า - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๗ เรื่อง โวหารการเขียน - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๘ เรื่อง วิเคราะห์คุณค่าวรรณคดี - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๙ เรื่อง การประยุกต์ข้อคิด - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๐ เรื่อง สรุปความรู้ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๑ เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์ - แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑๒ เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ทำไมต้องเรียนภาษาไทย ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพและ เสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจ และความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทำให้สามารถประกอบกิจธุระ การงาน และดำรงชีวิตร่วมกัน ในสังคม ประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูล สารสนเทศต่างๆ เพื่อพัฒนาความรู้ พัฒนากระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ให้ทันต่อการ เปลี่ยนแปลงทางสังคม และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้ มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็นสื่อแสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรม ประเพณี และสุนทรียภาพ เป็นสมบัติล้ำค่าควรแก่การเรียนรู้ อนุรักษ์ และสืบสาน ให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป เรียนรู้อะไรในภาษาไทย ภาษาไทยเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนจนเกิดความชำนาญในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร การเรียนรู้อย่างมี ประสิทธิภาพ และเพื่อนำไปใช้ในชีวิตจริง • การอ่าน การอ่านออกเสียงคำ ประโยค การอ่านบทร้อยแก้ว คำประพันธ์ชนิดต่างๆ การอ่านในใจเพื่อสร้างความเข้าใจ และการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ความรู้จากสิ่งที่อ่าน เพื่อนำไป ปรับใช้ในชีวิตประจำวัน • การเขียน การเขียนสะกดตามอักขรวิธี การเขียนสื่อสาร โดยใช้ถ้อยคำและรูปแบบต่างๆ ของ การเขียน ซึ่งรวมถึงการเขียนเรียงความ ย่อความ รายงานชนิดต่างๆ การเขียนตามจินตนาการ วิเคราะห์ วิจารณ์ และเขียนเชิงสร้างสรรค์ • การฟัง การดู และการพูด การฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ การพูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก พูดลำดับเรื่องราวต่างๆ อย่างเป็นเหตุเป็นผล การพูดในโอกาสต่างๆ ทั้งเป็นทางการและ ไม่เป็นทางการ และการพูดเพื่อโน้มน้าวใจ • หลักการใช้ภาษาไทย ธรรมชาติและกฎเกณฑ์ของภาษาไทย การใช้ภาษาให้ถูกต้องเหมาะสมกับ โอกาสและบุคคล การแต่งบทประพันธ์ประเภทต่างๆ และอิทธิพลของภาษาต่างประเทศในภาษาไทย • วรรณคดีและวรรณกรรม วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อศึกษาข้อมูล แนวความคิด คุณค่า ของงานประพันธ์ และความเพลิดเพลิน การเรียนรู้และทำความเข้าใจบทเห่ บทร้องเล่นของเด็ก เพลง พื้นบ้านที่เป็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่าของไทย ซึ่งได้ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ค่านิยม ขนบธรรมเนียมประเพณี เรื่องราวของสังคมในอดีต และความงดงามของภาษา เพื่อให้เกิดความซาบซึ้งและภูมิใจในบรรพบุรุษที่ได้ สั่งสมสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
คุณภาพผู้เรียน จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ • อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะได้ถูกต้อง เข้าใจความหมายโดยตรง และความหมายโดยนัย จับใจความสำคัญและรายละเอียดของสิ่งที่อ่าน แสดงความคิดเห็นและข้อโต้แย้ง เกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน และเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด ย่อความ เขียนรายงานจากสิ่งที่อ่านได้ วิเคราะห์ วิจารณ์ อย่างมีเหตุผล ลำดับความอย่างมีขั้นตอนและความเป็นไปได้ของเรื่องที่อ่าน รวมทั้งประเมินความ ถูกต้องของข้อมูลที่ใช้สนับสนุนจากเรื่องที่อ่าน • เขียนสื่อสารด้วยลายมือที่อ่านง่ายชัดเจน ใช้ถ้อยคำได้ถูกต้องเหมาะสมตามระดับภาษาเขียนคำ ขวัญ คำคม คำอวยพรในโอกาสต่างๆ โฆษณา คติพจน์ สุนทรพจน์ ชีวประวัติ อัตชีวประวัติและประสบการณ์ ต่างๆ เขียนย่อความ จดหมายกิจธุระ แบบกรอกสมัครงาน เขียนวิเคราะห์ วิจารณ์ และแสดงความรู้ความคิด หรือโต้แย้งอย่างมีเหตุผล ตลอดจนเขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าและเขียนโครงงาน • พูดแสดงความคิดเห็น วิเคราะห์ วิจารณ์ ประเมินสิ่งที่ได้จากการฟังและดู นำข้อคิดไปประยุกต์ใช้ ในชีวิตประจำวัน พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นระบบ มีศิลปะในการพูด พูดในโอกาสต่างๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ และพูดโน้มน้าวอย่างมีเหตุผลน่าเชื่อถือ รวมทั้ง มีมารยาทในการฟัง ดู และพูด • เข้าใจและใช้คำราชาศัพท์ คำบาลีสันสกฤต คำภาษาต่างประเทศอื่นๆ คำทับศัพท์ และศัพท์ บัญญัติในภาษาไทย วิเคราะห์ความแตกต่างในภาษาพูด ภาษาเขียน โครงสร้างของประโยครวม ประโยคซ้อน ลักษณะภาษาที่เป็นทางการ กึ่งทางการและไม่เป็นทางการ และแต่งบทร้อยกรองประเภทกลอนสุภาพ กาพย์ และโคลงสี่สุภาพ • สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน วิเคราะห์ตัวละครสำคัญ วิถีชีวิตไทย และคุณค่าที่ได้รับ จากวรรณคดีวรรณกรรมและบทอาขยาน พร้อมทั้งสรุปความรู้ข้อคิดเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด รหัสวิชา ภาษาไทย รายวิชา ท๒๑๑๐๒ ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖6 รวมเวลา ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต สาระที่ ๑ การอ่าน มาตรฐานการเรียนรู้ท๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด ท๑.๑ ม.๑/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้องเหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน ท๑.๑ ม.๑/๒ จับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่าน ท๑.๑ ม.๑/๔ ระบุและอธิบายคำเปรียบเทียบและคำที่มีหลายความหมายในบริบทต่าง ๆ จากการอ่าน ท๑.๑ ม.๑/๗ ปฏิบัติตามคู่มือแนะนำวิธีการใช้งานของเครื่องมือหรือเครื่องใช้ในระดับที่ยากขึ้น ท๑.๑ ม.๑/๘ วิเคราะห์คุณค่าที่ได้รับจากการอ่านงานเขียนอย่างหลากหลายเพื่อนำไปใช้ในการ แก้ปัญหาในชีวิต ท๑.๑ ม.๑/๙ มีมารยาทในการอ่าน สาระที่ ๒ การเขียน มาตรฐานการเรียนรู้ท๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และ เขียนเรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ท๒.๑ ม.๑/๒ เขียนสื่อสารโดยใช้ถ้อยคำถูกต้อง ชัดเจน เหมาะสมและสละสลวย ท๒.๑ ม.๑/๓ เขียนบรรยายประสบการณ์โดยระบุสาระสำคัญและรายละเอียดสนับสนุน ท๒.๑ ม.๑/๖ เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสาระจากสื่อที่ได้รับ ท๒.๑ ม.๑/๗ เขียนจดหมายส่วนตัวและจดหมายกิจธุระ ท๒.๑ ม.๑/๘ เขียนรายงานการศึกษาค้นคว้าและโครงงาน ท๒.๑ ม.๑/๙ มีมารยาทในการเขียน สาระที่ ๓ การฟัง การดูและการพูด มาตรฐานการเรียนรู้ท๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณและ สร้างสรรค์ ตัวชี้วัด ท๓.๑ ม.๑/๑ พูดสรุปใจความสำคัญของเรื่องที่ฟังและดู ท๓.๑ ม.๑/๓ พูดแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดู ท๓.๑ ม.๑/๔ ประเมินความน่าเชื่อถือของสื่อที่มีเนื้อหาโน้มน้าวใจ ท๓.๑ ม.๑/๕ พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดูและการสนทนา ท๓.๑ ม.๑/๖ มีมารยาทในการฟัง การดูการพูด
สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย มาตรฐานการเรียนรู้ท๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของ ภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้ เป็นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท๔.๑ ม.๑/๒ สร้างคำในภาษาไทย ท๔.๑ ม.๑/๔ วิเคราะห์ความแตกต่างของภาษาพูดและภาษาเขียน ท๔.๑ ม.๑/๕ แต่งบทร้อยกรอง สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐานการเรียนรู้ท๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทย อย่างเห็นคุณค่า และนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ท๕.๑ ม.๑/๑ สรุปเนื้อหาวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน ท๕.๑ ม.๑/๒ วิเคราะห์วรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน ท๕.๑ ม.๑/๓ อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน ท๕.๑ ม.๑/๔ สรุปความรู้และข้อคิดจากการอ่านเพื่อประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ท๕.๑ ม.๑/๕ ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ
ฌ คำอธิบายรายวิชาพื้นฐาน รหัสวิชา ท๒๑๑๐๒ วิชา ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต ............................................................. ศึกษาหลักการอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง การอ่านจับใจความสำคัญ ระบุและอธิบาย คำเปรียบเทียบและคำที่มีหลายความหมายในบริบทต่าง ๆ จากการอ่าน อ่านและปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ แนะนำวิธีการใช้งานของเครื่องมือหรือเครื่องใช้วิเคราะห์ความแตกต่างของภาษาพูดและภาษาเขียน เข้าใจ ลักษณะการสร้างคำในภาษาไทย วิเคราะห์คุณค่าจากการอ่านเพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต เขียนสื่อสาร เขียนบรรยายประสบการณ์เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสาระจากสื่อ เขียนจดหมาย ส่วนตัวและจดหมายกิจธุระ เขียนรายงานการศึกษาและโครงงาน พูดสรุปใจความสำคัญจากเรื่องที่ฟังและดู พูดแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดูพูดประเมินความน่าเชื่อถือของสื่อที่มีเนื้อหา โน้มน้าวใจ พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดูและการสนทนา แต่งบทร้อยกรอง วิเคราะห์และอธิบายคุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านพร้อมยกเหตุผลประกอบ สรุปเนื้อหา ความรู้ และข้อคิดจากการอ่านไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่า ตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการสื่อสารภาษาไทยที่หลากหลายและเหมาะสม มีมารยาทในการอ่าน มีมารยาทในการเขียน มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด รวมทั้งมี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รหัสตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๔ ม.๑/๗ ม.๑/๘ ม.๑/๙ ท ๒.๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๖ ม.๑/๗ ม.๑/๘ ม.๑/๙ ท ๓.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๕ ม.๑/๖ ท ๔.๑ ม.๑/๒ ม.๑/๔ ม.๑/๕ ท ๕.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๕ รวมทั้งสิ้น ๒๕ ตัวชี้วัด
ญ โครงสร้างรายวิชา รหัสวิชา ท๒๑๑๐๒ รายวิชา ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖6 เวลา ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๕ หน่วยกิต สัดส่วน ๘๐ : ๒๐ หน่วย ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้ / ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ๑ การสื่อสาร เชิงสร้างสรรค์ ท ๑.๑ ม.๑/๗ ม.๑/๙ ท ๒.๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๖ ม.๑/๗ ม.๑/๙ ท ๓.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๖ ปฏิบัติตามคู่มือแนะนำ วิธีการใช้งานของเครื่องมือ หรือเครื่องใช้ในระดับที่ยาก ขึ้น มีมารยาทในการอ่าน เขียนสื่อสารโดยใช้ถ้อยคำ ถูกต้องชัดเจนเหมาะสมและ สละสลวย เขียนบรรยาย ประสบการณ์โดยระบุ สาระสำคัญและรายละเอียด สนับสนุน เขียนจดหมาย ส่วนตัวและจดหมายกิจธุระ เขียนแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับสาระจากสื่อที่ได้รับ มีมารยาทในการเขียน พูด สรุปใจความสำคัญของ เรื่องที่ฟังและดูพูดแสดง ความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ จากเรื่องที่ฟังและดูประเมิน ความน่าเชื่อถือของสื่อที่มี เนื้อหาโน้มน้าวใจและมี มารยาทในการฟังการดูและ การพูด ๑๒ ๑๐ ๒ วรรณคดีสอน ชีวิต ท๑.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๘ ท๒.๑ ม.๑/๒ ม.๑/๘ ม.๑/๙ ท๓.๑ ม.๑/๕ ม.๑/๖ ท๕.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและ บทร้อยกรองได้ถูกต้อง เหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน วิเคราะห์คุณค่าที่ได้รับจาก การอ่าน งานเขียนอย่าง หลากหลายเพื่อนำไปใช้ แก้ปัญหาในชีวิต เขียนสื่อสาร โดยใช้ถ้อยคำถูกต้องชัดเจน เหมาะสมและสละสลวย เขียนรายงานการศึกษา ๑๒ ๑๐
ฎ หน่วย ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้ / ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ม.๑/๔ ม.๑/๕ ค้นคว้าและโครงงาน มี มารยาทในการเขียน พูด รายงานเรื่องหรือประเด็นที่ ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การ ดูและการสนทนา มีมารยาท ในการฟังการดูและการพูด สรุปเนื้อหาวรรณคดีและ วรรณกรรมที่อ่าน วิเคราะห์ วรรณคดีและวรรณกรรมที่ อ่านพร้อมยกเหตุผลประกอบ อธิบายคุณค่าของวรรณคดี และวรรณกรรมที่อ่านสรุป ความรู้และข้อคิดจากการอ่าน เพื่อประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ท่องจำบทอาขยานตามที่ กำหนดและบทร้อยกรองที่มี คุณค่าตามความสนใจ ๑๒ ๑๐ ๓ สะท้อนความคิด พินิจกาพย์ ท๑.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๔ ม.๑/๙ ท๒.๑ ม.๑/๘ ม.๑/๙ ท๔.๑ ม.๑/๕ ท๕.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและ บทร้อยกรองได้ถูกต้อง เหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน จับ ใจความสำคัญระบุและอธิบาย คำเปรียบเทียบและคำที่มี หลายความหมายในบริบทต่าง ๆ เขียนรายงานโครงงาน แต่ง กาพย์ยานี๑๑ และมีมารยาท การเขียน สรุปเนื้อหา วรรณคดีและวรรณกรรมที่ อ่านวิเคราะห์วรรณคดีและ วรรณกรรมที่อ่านพร้อมยก เหตุผลประกอบ อธิบาย คุณค่าของวรรณคดีและ วรรณกรรมที่อ่าน สรุปความรู้ และข้อคิดจากการอ่านเพื่อ ประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ๑๒ ๑๐
ฏ หน่วย ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้ / ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ๔ สืบสานเสน่ห์ คำไทย ท๑.๑ ม.๑/๔ ท๒.๑ ม.๑/๒ ม.๑/๙ ท๔.๑ ม.๑/๒ ม.๑/๔ ระบุและอธิบายคำ เปรียบเทียบ และคำที่มีหลาย ความหมายในบริบทต่างๆ จากการอ่าน เขียนสื่อสารโดย ใช้ถ้อยคำถูกต้องชัดเจน เหมาะสม สละสลวยมี มารยาทในการเขียน สร้างคำ ในภาษาไทย วิเคราะห์ความ แตกต่างของภาษาพูดและ ภาษาเขียน ๑๒ ๑๐ ๕ วินิจฉัยวรรณกรรม ท๑.๑ ม.๑/๘ ท๕.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วได้ ถูกต้องเหมาะสมกับเรื่องที่ อ่าน วิเคราะห์คุณค่าที่ได้รับ จากการอ่าน งานเขียนอย่าง หลากหลายเพื่อนำไปใช้ แก้ปัญหาในชีวิตสรุปเนื้อหา วรรณคดีและวรรณกรรม ที่อ่าน วิเคราะห์วรรณคดีและ วรรณกรรมที่อ่านพร้อมยก เหตุผลประกอบ อธิบาย คุณค่าของวรรณคดีและ วรรณกรรมที่อ่าน สรุปความรู้ และข้อคิดจากการอ่าน เพื่อประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ๑๒ ๑๐ รวมตลอดภาคเรียน ๖๐ ๑๐๐
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ เวลา ๑๒ ชั่วโมง แผนการเรียนรู้ที่ ๑ การเขียนแนะนําตนเอง เวลา ๑ ชั่วโมง สอนวันที่ เดือน พ.ศ. ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ........... ครูผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ ตำแหน่ง ครู ๑. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความและเขียนเรื่องราวใน รูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ม.๑/๒ เขียนสื่อสารโดยใช้ถ้อยคําถูกต้อง ชัดเจน เหมาะสมและสละสลวย ม.๑/๓ เขียนบรรยายประสบการณ์โดยระบุสาระสําคัญและรายละเอียดสนับสนุน ม.๑/๙ มีมารยาทในการเขียน ๒. สาระสำคัญ การเขียนแนะนำตนเอง คือ การเขียนวิธีหนึ่งที่ใช้บอกความเป็นตัวตนของเรา หรือเป็นการแนะนำ ตนเองให้เป็นที่รู้จักแก่บุคคลอื่น ๆ ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนรูและเขาใจหลักการเขียนแนะนําตนเอง ๒. นักเรียนเขียนแนะนําตนเองได้ ๓. นักเรียนใฝ่เรียนรู้และมีความมุ่งมั่นในการทำงาน ๔. สาระการเรียนรู้ หลักการเขียนแนะนําตนเอง ๕. การจัดกระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำ ๑. นักเรียนทำกิจกรรมแนะนำตัว โดยนักเรียนจะตองสงปากกาสี พรอมกับรองเพลง "ชื่อของเธอฉันไมรูจัก ครูถามทักนักเรียนเขาใหม ชื่อของเธอฉันจําไมได ชื่ออะไรขอใหบอกที" เมื่อเพลงจบแลวปากกาสีอยูที่ใครใหนักเรียนคนนั้นแนะนําตัว ๒. นักเรียนรวมกันตอบคําถามวา “การแนะนําตนเองตองระบุสิ่งใดบาง” ครูซักถามในประเด็น คําตอบของนักเรียน ขั้นสอน ๑. นักเรียนและครูรวมกันศึกษาใบความรูเรื่องการเขียนแนะนําตนเอง ๒. นักเรียนเขียนแนะนําตนเองตามหลักการเขียนและฝกปฏิบัติแนะนําตนเองรายบุคคล
๓. นักเรียนจับคูแลกเปลี่ยนกันตรวจสอบเอกสารการเขียนแนะนําตนเองแลววิพากษ ครูให ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ๔. ครูสุมนักเรียนนำเสนอผลการเขียนแนะนําตนเอง ขั้นสรุป ๑. นักเรียนและครูรวมกันสรุปบทเรียน ๒. นําผลงานเขียนแนะนําตนเองรวมเลมเก็บเขามุมหนังสือประจําหองเรียน ๖. สื่อ /แหล่งเรียนรู้ ๑. อินเทอรเน็ต ๒. หองสมุด ๓. ใบความรู้เรื่องการเขียนแนะนำตนเอง ๗. วัดผลประเมินผล สิ่งที่ต้องการวัด/ประเมิน วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ด้านความรู้ รู้และเข้าใจหลักการเขียน แนะนำตนเอง สังเกตพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน รายบุคคล ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ด้านทักษะและ กระบวนการ เขียนแนะนำตนเอง ประเมินผลงานการ เขียนแนะนำตนเอง แบบประเมินผลงานการ เขียนแนะนำตนเอง ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการเรียนรู้ ประเมินจาก คุณลักษณะ แบบประเมินคุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์คุณภาพ ระดับ ๒ กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ใบความรู้ เรื่อง การเขียนแนะนำตนเอง หน่วยที่ ๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง การเขียนแนะนำตนเอง รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๑๑๐๒ ภาคเรียนที่ ๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ การเขียนแนะนำตนเอง การเขียนแนะนำตนเอง คือ การเขียนวิธีหนึ่งที่ใช้บอกความเป็นตัวตนของเรา หรือเป็นการแนะนำ ตนเองให้เป็นที่รู้จักแก่บุคคลอื่น ๆ หลักการเขียนแนะนำตนเอง ๑. การขึ้นต้นให้ประทับใจ เช่น บทกลอน หรือบทเพลงที่เราชื่นชอบ หรือบอกความเป็นตัวตนของเรา ๒. อธิบายข้อมูลที่เกี่ยวกับตัวเราให้ชัดเจน โดยข้อมูลสำคัญที่ควรบอก เช่น ๒.๑ ชื่อ– นามสกุล ชื่อเล่น หรือฉายาต่าง ๆ ๒.๒ วัน เดือน ปีที่เราเกิด ๒.๓ ภูมิลำเนา หรือที่อยู่ปัจจุบัน ๒.๔ สถานภาพทางครอบครัว หรือสมาชิกในครอบครัว ๒.๕ การศึกษา ๒.๖ ประสบการณ์การทำงาน หรือประสบการณ์การท่องเที่ยว ๒.๗ สิ่งที่สนใจเป็นพิเศษ หรือสิ่งที่ชำนาญ หรืองานอดิเรก ๒.๘ ข้อมูลอื่น ๆ ของเราที่ต้องการให้ผู้อื่นทราบ ๓. การลงท้ายให้ประทับใจ เช่น การลงท้ายด้วยคติประจำใจ หรือแนวเพลงที่ชื่นชอบ ซึ่งบอกความ เป็นตัวตนของเรา ตัวอย่างการเขียนแนะนำตนเอง สวัสดีครับ ผมนี้ชื่อว่าตง ไม่ได้หลง ตัวเอง มากเลยหนา แค่ผมหล่อ กว่าใคร ในโลกา แค่ฮาฮา อย่าเครียด ซีเรียสเลย สวัสดีครับ ผมชื่อ คนดีมีวินัย ชื่อเล่น ตง อายุ ๑๓ ปีเกิดเมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์๒๕๔๙ เป็น คนจังหวัดลพบุรีโดยกำเนิด คุณพ่อของผมชื่อ ประหยัด มีวินัย เป็นทันตแพทย์และมีคลินิกเป็นของ ตัวเอง ส่วนคุณแม่นั้นเป็นแม่บ้าน รักความสะอาด ทำอาหารอร่อย ท่านชื่อระเบียบ มีวินัย ทั้งสองท่าน นั้นรักกันมานานเกือบ ๓๐ ปีผมมีพี่ชายอีกหนึ่งคน ซึ่งตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชื่อพี่ดุล นายสมดุล มีวินัย ผมเป็นคนขยัน รักสงบ ไม่ชอบความวุ่นวาย ตั้งใจเรียน ที่สำคัญผมหล่อเหมือนคุณพ่อ ตอนนี้ ผมศึกษาอยู่ที่โรงเรียนลพบุรีรัชสมโภช ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ การสื่อสารเชิงสรางสรรค์ เวลา ๑๒ ชั่วโมง แผนการเรียนรู้ที่ ๒ การเขียนแนะนําสถานที่สําคัญ เวลา ๑ ชั่วโมง สอนวันที่ เดือน พ.ศ. ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ........... ครูผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ ตำแหน่ง ครู ๑. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความและเขียนเรื่องราวใน รูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ม.๑/๒ เขียนสื่อสารโดยใช้ถ้อยคําถูกต้อง ชัดเจน เหมาะสมและสละสลวย ม.๑/๓ เขียนบรรยายประสบการณ์โดยระบุสาระสําคัญและรายละเอียดสนับสนุน ม.๑/๙ มีมารยาทในการเขียน ๒. สาระสำคัญ การเขียนแนะนำสถานที่ หมายถึง การเขียนบรรยายประเภทหนึ่ง ที่มีการบรรยายถึงลักษณะ รูปทรง สภาพแวดล้อม และรายละเอียดต่าง ๆ ของสถานที่ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่แก่ผู้อ่าน หากเป็นสถานที่ ท่องเที่ยว การเขียนแนะนำสถานที่จะมีการบรรยายถึงสถานที่ในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้ผู้อ่านเดินทางไป ท่องเที่ยวยังสถานที่นั้น ๆ ด้วย ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนอธิบายหลักการและรูปแบบการเขียนแนะนําสถานที่ตาง ๆ ๒. นักเรียนเขียนแนะนําสถานที่สําคัญตาง ๆ ได้ ๓. นักเรียนใฝ่เรียนรู้และมีความมุ่งมั่นในการทำงาน ๔. สาระการเรียนรู้ หลักการเขียนแนะนําสถานที่ การใชภาษาที่เหมาะสม สละสลวย ๕. การจัดกระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำ ครูฉายภาพสถานที่สําคัญในทองถิ่น จากนั้นสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานที่ ดังกลาวกับนักเรียน ครูถามนักเรียน ๒–๓ คน วานักเรียนมีวิธีการแนะนําและชักชวนเพื่อนที่มาจากตางจังหวัด ไปเที่ยวสถานที่สําคัญในทองถิ่นที่ไหนอยางไร และเชื่อมโยงเขาสูบทเรียน ขั้นสอน ๑. นักเรียนศึกษาบทเรียนเรื่องการเขียนแนะนําสถานที่ โดยใชใบความรูและโปรแกรมนําเสนอ Power point หัวขอเรื่อง หลักการเขียนแนะนําสถานที่ พรอมยกตัวอยางประกอบ และเปดโอกาสใหนักเรียน รวมแสดงความคิดเห็น หรือซักถามขอสงสัย
๒. นักเรียนและครูเลือกสถานที่สําคัญในทองถิ่นและรวมกันเขียนแนะนําสถานที่ดังกลาวบน กระดานเพื่อเปนตัวอยางการเขียนที่ถูกตองโดยเปดโอกาสใหนักเรียนรวมแสดงความคิดเห็น หรือซักถามข้อ สงสัย ๓. นักเรียนแบงกลุม กลุมละ ๕ – ๖ คน จับสลากเลือกสถานที่สําคัญในทองถิ่น และรวมกัน เขียนแนะนําลงในกระดาษปรูฟ ๔. ครูและนักเรียนรวมกันตรวจสอบความถูกตองสมบูรณของผลงานพรอมสงตัวแทนนําเสนอ ผลงานหนาชั้นเรียน ๕. ครูตรวจสอบความสมบูรณของชิ้นงานและชี้แจงใหแตละกลุมปรับปรุงชิ้นงานเพิ่มเติม ขั้นสรุป นักเรียนและครูรวมกันสรุปความรูเรื่องการเขียนแนะนําสถานที่และนักเรียนบันทึกความรู เพิ่มเติมลงในสมุด ๖. สื่อ /แหล่งเรียนรู้ ๑. สื่อทางอินเทอรเน็ต ๒. หองสมุด ๓. ภาพสถานที่สําคัญในทองถิ่น ๔. ภาพสถานที่สำคัญในท้องถิ่น ๕. ใบความรู้ เรื่องการเขียนแนะนำสถานที่ ๖. โปรแกรมนำเสนอ Power point เรื่อง หลักการเขียนแนะนำสถานที่ ๗. สลากชื่อสถานที่สำคัญในท้องถิ่น ๘. กระดาษปรู๊ฟและปากกาเคมี ๗. วัดผลประเมินผล สิ่งที่ต้องการวัด/ประเมิน วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ด้านความรู้ รู้และเข้าใจหลักการเขียน แนะนำสถานที่สำคัญ สังเกตพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน รายบุคคล ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ด้านทักษะและ กระบวนการ เขียนแนะนำสถานที่ สำคัญ ประเมินผลงานการ เขียนแนะนำสถานที่ สำคัญ แบบประเมินผลงานการ เขียนแนะนำสถานที่ สำคัญ ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการเรียนรู้ ประเมินจาก คุณลักษณะ แบบประเมินคุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์คุณภาพ ระดับ ๒
ใบความรู้ เรื่อง การเขียนแนะนำสถานที่ หน่วยที่ ๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๒ เรื่อง การเขียนแนะนำสถานที่ รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๑๑๐๒ ภาคเรียนที่ ๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ การเขียนแนะนำสถานที่ การเขียนแนะนำสถานที่ หมายถึง การเขียนบรรยายประเภทหนึ่ง ที่มีการบรรยายถึงลักษณะ รูปทรง สภาพแวดล้อม และรายละเอียดต่าง ๆ ของสถานที่ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่แก่ผู้อ่าน หากเป็นสถานที่ ท่องเที่ยว การเขียนแนะนำสถานที่จะมีการบรรยายถึงสถานที่ในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้ผู้อ่านเดินทางไป ท่องเที่ยวยังสถานที่นั้น ๆ ด้วย หลักการเขียนแนะนำสถานที่ ๑. บอกชื่อสถานที่ ๒. บอกที่ตั้ง สถานที่อื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียง ๓. บอกรายละเอียดต่าง ๆ ที่เป็นข้อมูลพื้นฐานของสถานที่ ๔. บรรยายลักษณะของรูปทรง สีและสภาพแวดล้อม ๕. บรรยายความรู้สึกเมื่อได้มาอยู่ในสถานที่นั้น เช่น รู้สึกสดชื่นเป็นที่ที่มีอากาศเย็นสบาย ๖. บอกข้อเสนอแนะ เช่น ข้อควรปฏิบัติเมื่อเดินทางไปยังสถานที่นั้น ๆ ข้อควรคำนึงในการเขียน ๑. ใช้ภาษาเขียนที่กระชับ ได้ใจความ ชัดเจน ๒. ใช้ถ้อยคำให้ถูกต้อง เหมาะสมในเชิงแนะนำ ไม่บังคับขู่เข็ญ มีความสุภาพ นุ่มนวล และไม่มีอคติ โดยแสดงถึงความจริงใจ ๓. แสดงเหตุผลประกอบ หรือยกตัวอย่างเพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือมากขึ้น
ตัวอย่างการเขียนแนะนำสถานที่ ภูกระดึง ภูกระดึง เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ ๒ ของประเทศไทย ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลศรีฐาน อำเภอ ภูกระดึง จังหวัดเลย เป็นภูเขาหินทรายยอดตัด เป็นที่ราบขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ ๖๐ ตารางกิโลเมตร มีความสูง ๔๐๐ – ๑,๒๐๐ เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับ ความนิยมมากแห่งหนึ่งของเมืองไทย จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง ๑,๓๑๖ เมตรจากระดับน้ำทะเล สภาพทั่วไปของภูกระดึง ประกอบไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด พันธุ์สัตว์ป่านานาพันธุ์หน้าผา ทุ่งหญ้า ลำธาร และน้ำตก อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำของลำน้ำพอง ซึ่งเป็นลำน้ำสายสำคัญสายหนึ่งของภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยความสูง บรรยากาศ และสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดปีบนยอดภูกระดึง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิอาจลดต่ำจนถึง ๐ องศาเซลเซียส ทิวทัศน์ในช่วงเช้ามีความสวยงามตระการตา ด้วยธรรมชาติที่ สมบูรณ์ เรียงรายอยู่ในอ้อมกอดของสายหมอกสีขาวโพลนสุดลูกหูลูกตา ตัดกับแสงสีส้มอ่อน ๆ จากดวงอาทิตย์ที่ริม ขอบฟ้า ทุกคนที่ได้ไปสัมผัสต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ตอนเดินเหนื่อยมาก ๆ แต่พอได้ไปสัมผัสกับธรรมชาติ ข้างบนภูกระดึงแล้วคุ้มค่าสุด ๆ จึงเป็นแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวปรารถนาและหวังจะเป็นผู้พิชิตยอดภูกระดึง สักครั้งหนึ่งในชีวิต สำหรับการเดินทางขึ้นภูกระดึงนั้น ทางอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นได้ ตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐ – ๑๔.๐๐ น. ของทุกวัน และหลังจากเวลา ๑๔.๐๐ น. เป็นต้นไป ทางอุทยานแห่งชาติ ภูกระดึงจะไม่อนุญาต เพราะระยะทางในการเดินทางขึ้นเขาต้องใช้เวลาในการเดินเท้าประมาณ ๔ - ๕ ชั่วโมง ซึ่งจะตรงกับเวลาพลบค่ำในระหว่างทาง ดังนั้น อาจจะทำให้เกิดความยากลำบาก อีกทั้งอาจได้รับอันตรายจาก สัตว์ป่าที่ออกหากินในเวลากลางคืนอีกด้วย
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ เวลา ๑๒ ชั่วโมง แผนการเรียนรู้ที่ ๓ การเขียนแนะนําสถานที่เชิงสรางสรรค์ เวลา ๑ ชั่วโมง สอนวันที่ เดือน พ.ศ. ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ........... ครูผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ ตำแหน่ง ครู ๑. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความและเขียนเรื่องราวใน รูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ม.๑/๒ เขียนสื่อสารโดยใช้ถ้อยคําถูกต้อง ชัดเจน เหมาะสมและสละสลวย ม.๑/๓ เขียนบรรยายประสบการณ์โดยระบุสาระสําคัญและรายละเอียดสนับสนุน ม.๑/๙ มีมารยาทในการเขียน ๒. สาระสำคัญ การเขียนแนะนำสถานที่ หมายถึง การเขียนบรรยายประเภทหนึ่ง ที่มีการบรรยายถึงลักษณะ รูปทรง สภาพแวดล้อม และรายละเอียดต่าง ๆ ของสถานที่ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่แก่ผู้อ่าน หากเป็นสถานที่ ท่องเที่ยว การเขียนแนะนำสถานที่จะมีการบรรยายถึงสถานที่ในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้ผู้อ่านเดินทางไป ท่องเที่ยวยังสถานที่นั้น ๆ ด้วย ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนรูและเขาใจหลักการเขียนแนะนําสถานที่ ๒. นักเรียนเขียนแนะนําสถานที่เชิงสรางสรรคได้ ๓. นักเรียนใฝ่เรียนรู้และมีความมุ่งมั่นในการทำงาน ๔. สาระการเรียนรู้ หลักการเขียนแนะนําสถานที่ การใชภาษาเหมาะสม สละสลวย สรางสรรค์ ๕. การจัดกระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำ ๑. ครูตั้งคําถามใหนักเรียนระบุสถานที่ที่ตนตองการไปเที่ยวมากที่สุด ครูซักถามเหตุผลแลวสรุป ๒. นักเรียนและครูรวมกันซักถามในประเด็นความรูการเขียนแนะนําสถานทที่ ขั้นสอน ๑. นักเรียนแบงกลุม กลุมละ ๔–๕ คนทํากิจกรรมใบงานเรื่องการเขียนแนะนําสถานที่เชิงสร างสรรคโดยใหนักเรียนเขียนแนะนําสถานที่อยางสรางสรรคโดยมีขอกําหนดดังตอไปนี้ ๑) กําหนดใหสมาชิกในกลุมเปนหุนสวนในการกอตั้งรีสอรทแหงหนึ่งรวมกัน ๒) เขียนแนะนํารีสอรทของกลุมตนเอง โดยใหมีขอมูล ดังนี้
๒.๑ ชื่อรีสอรท ๒.๒ สถานที่ตั้ง ๒.๓ จุดเดน ๒.๔ รายละเอียดที่นาสนใจตาง ๆ โดยนักเรียนศึกษาคนควาความรูเพิ่มเติมจากใบความรูและอินเทอรเน็ต ขั้นสรุป ๑. ครูและนักเรียนสรุปสถานที่ที่ควรไปศึกษาเปนแหลงเรียนรูที่สําคัญแลวใชกลวิธีดึงดูดความ สนใจใหคนไปทองเที่ยว ๒. นักเรียนบันทึกความรูเพิ่มเติมลงในสมุด ๖. สื่อ /แหล่งเรียนรู้ ๑. อินเทอรเน็ต ๒. หองสมุด ๓. ใบความรู้ เรื่องการเขียนแนะนำสถานที่ ๔. ใบงาน เรื่องการเขียนแนะนำสถานที่เชิงสร้างสรรค์ ๗. วัดผลประเมินผล สิ่งที่ต้องการวัด/ประเมิน วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ด้านความรู้ อธิบายหลักและรูปแบบ การเขียนแนะนำสถานที่ เชิงสร้างสรรค์ สังเกตพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน รายบุคคล ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ด้านทักษะและ กระบวนการ เขียนแนะนำสถานที่เชิง สร้างสรรค์ได้ ประเมินผลงานเรื่อง การเขียนแนะนำ สถานที่เชิง สร้างสรรค์ แบบประเมินผลงานเรื่อง การเขียนแนะนำสถานที่ เชิงสร้างสรรค์ ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการเรียนรู้ ประเมินจาก คุณลักษณะ แบบประเมินคุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์คุณภาพ ระดับ ๒ กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ใบงาน เรื่อง การเขียนแนะนำสถานที่ หน่วยที่ ๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๓ เรื่อง การเขียนแนะนำสถานที่เชิงสร้างสรรค์ รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๑๑๐๒ ภาคเรียนที่ ๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ คำสั่ง ให้นักเรียนเขียนแนะนำสถานที่ โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้ ๑. สมาชิกในกลุ่มเป็นหุ้นส่วนในการก่อตั้งรีสอร์ทแห่งหนึ่งร่วมกัน ๒. เขียนแนะนำรีสอร์ทของกลุ่มตนเอง โดยให้มีข้อมูล ดังนี้ ๒.๑ ชื่อรีสอร์ท ๒.๒ สถานที่ตั้ง ๒.๓ จุดเด่น ๒.๔ รายละเอียดที่น่าสนใจต่าง ๆ ๓. กำหนดเวลาในการทำ ๒๐ นาที ๔. พูดนำเสนอผลการทำกิจกรรมกลุ่มละ ๓ นาที ชื่อสถานที่ .......................................................................... .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................. ..............................................................................................................................................................
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ การสื่อสารเชิงสรางสรรค์ เวลา ๑๒ ชั่วโมง แผนการเรียนรู้ที่ ๔ การเขียนบรรยายประสบการณ์ เวลา ๑ ชั่วโมง สอนวันที่ เดือน พ.ศ. ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ........... ครูผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ ตำแหน่ง ครู ๑. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวใน รูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ม.๑/๔ เขียนเรียงความ ท ๒.๑ ม.๑/๙ มีมารยาทในการเขียน ๒. สาระสำคัญ การเขียนบรรยายประสบการณ์ หมายถึง การเขียนเล่าประสบการณ์ที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริงที่อาจ เป็นประสบการณ์ตรง หรือได้รับการบอกกล่าวมาจากผู้อื่น อาจแทรกความคิดและข้อสังเกตต่างๆ ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนรูและเขาใจหลักการเขียนบรรยายประสบการณ์ ๒. นักเรียนเขียนบรรยายประสบการณได้ ๓. นักเรียนใฝ่เรียนรู้และมีความมุ่งมั่นในการทำงาน ๔. สาระการเรียนรู้ หลักการเขียนบรรยายประสบการณโดยระบุสาระสําคัญและรายละเอียดสนับสนุน และการมี มารยาทในการเขียน ๕. การจัดกระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำ นักเรียน ๑ – ๒ คนพูดเลาประสบการณเกี่ยวกับความประทับใจในโรงเรียน ครูซักถามเหตุผล ขั้นสอน ๑. นักเรียนและครูรวมกันซักถามในประเด็นความรูเรื่องการเขียนบรรยายประสบการณ และ ร่วมพิจารณาตัวอยางงานเขียนบรรยายประสบการณที่ดี ๒. นักเรียนเลือกเขียนบรรยายประสบการณที่ตนประทับใจโดยระบุสาระสําคัญและรายละเอียด สนับสนุนใหชัดเจน ขั้นสรุป ๑. นักเรียนชวยกันบอกประโยชนของการเขียนแนะนําสถานที่ แสดงความคิดเห็น ๒. นักเรียนบันทึกความรูเพิ่มเติมลงในสมุด
๖. สื่อ /แหล่งเรียนรู้ ๑. อินเทอรเน็ต ๒. หองสมุด ๓. ใบความรู้เรื่องการเขียนบรรยายประสบการณ์ ๔. ใบงานเรื่องการเขียนบรรยายประสบการณ์ ๕. ตัวอย่างงานเขียนเล่าประสบการณ์ ๗. วัดผลประเมินผล สิ่งที่ต้องการวัด/ประเมิน วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ด้านความรู้ อธิบายลักษณะและ รูปแบบการเขียนบรรยาย ประสบการณ์ สังเกตพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน รายบุคคล ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ด้านทักษะและ กระบวนการ เขียนบรรยาย ประสบการณ์ ได้ ประเมินการเขียน บรรยาย ประสบการณ์ แบบประเมินการเขียน บรรยายประสบการณ์ ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการเรียนรู้ ประเมินจาก คุณลักษณะ แบบประเมินคุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์คุณภาพ ระดับ ๒ กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ใบความรู้ เรื่อง การเขียนบรรยายประสบการณ์ หน่วยที่ ๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง การเขียนบรรยายประสบการณ์ รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๑๑๐๒ ภาคเรียนที่ ๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ การเขียนบรรยายประสบการณ์ การเขียนบรรยายประสบการณ์หมายถึง การเขียนเล่าประสบการณ์ที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริงที่อาจ เป็นประสบการณ์ตรง หรือได้รับการบอกกล่าวมาจากผู้อื่น อาจแทรกความคิดและข้อสังเกตต่าง ๆ ของผู้เขียน ไว้ ซึ่งมีหลักการเขียน ดังนี้ ๑. กำหนดหัวข้อและขอบข่ายของเรื่องที่จะเขียน โดยกำหนดหัวข้อเรื่องที่ตนมีประสบการณ์และ กำหนดขอบข่ายของเรื่องว่าจะเขียนในลักษณะใดและจะเขียนในแนวใด ๒. เรื่องนั้นเป็นเรื่องที่น่าสนใจ นอกจากจะให้ความรู้ความคิดอันเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านแล้ว ยังทำให้ ผู้อ่านได้แง่คิดและเกิดความเพลิดเพลิน ๓. แสดงข้อเท็จจริง เช่น เขียนข้อมูลต่าง ๆ อย่างถูกต้องชัดเจน ตลอดจนรวบรวมความคิด ความทรง จำเพื่อเอื้อต่อการเขียน ๔. วางโครงเรื่อง เช่นเดียวกันกับการเขียนเรียงความ ๕. ควรใช้ภาษาให้เร้าความสนใจ น่าติดตามอ่าน ใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายเหมือนการเล่าเรื่องธรรมดาทำให้ ผู้อ่านไม่เกิดความเครียดและรู้สึกเป็นกันเองกับผู้เขียน จากหนังสือ ทักษะการเขียนภาษาไทย ของ ดวงใจ ไทยอุบุญ
ตัวอย่าง ความสุขและความทรงจำเกี่ยวกับ “บ้าน” จากบ้านมาเจ็ดปีถามว่าจำอะไรเกี่ยวกับบ้านได้บ้าง ตอบได้ทันทีว่าจำได้ทุกซอกทุกมุม บ้านของเรา เป็นศูนย์รวมทุกอย่าง ความรัก ความอบอุ่น ความสุขสนุกสนาน บ้านเราไม่ได้มีรั้วเหมือนบ้านคนอื่น ๆ แต่มี บ้านหลาย ๆ หลังสร้างอยู่บริเวณเดียวกัน มีบ้านเราอยู่ตรงกลางล้อมรอบด้วยบ้านป้า บ้านน้า บ้านลุง ที่ตรง บริเวณที่เป็นตำแหน่งบ้านเรานั้น เดิมเป็นบ้านของทวดหลังเดียว พอลูก ๆ มีครอบครัว ทวดก็แบ่งให้ไปปลูก บ้านเป็นสัดส่วนแต่ยังอยู่บริเวณเดียวกัน ไม่มีใครคิดจะล้อมรั้วแยกตัวเองออกจากพี่น้องไปอยู่โดดเดี่ยว ด้วยสภาพแบบนี้เราจึงมีเพื่อนเล่นมากมายนับสิบ ไม่เคยเหงาเลยแม้จะเป็นลูกคนเดียวก็ตาม ในหมู่ ญาติที่อยู่ด้วยกันมีเด็กที่เกิดปีเดียวกันอยู่ห้าคน รุ่นน้องปีถัดกันมาก็ปีละคนสองคน รุ่นพี่ๆ ถัดกันขึ้นไปแก่กว่า ปีสองปีก็มีสองสามคน นอกนั้นที่แก่กว่า เราก็จับกลุ่มแยกไปเล่นกันเอง ลำพังพวกเราก็มีนับสิบอยู่แล้ว สนามเด็กเล่นของพวกเราเปลี่ยนตามช่วงเวลา ถ้าช่วงสาย ๆ หลังกินข้าว และพ่อแม่ไปทำงานแล้วก็คือลานที่ ว่างระหว่างบ้านต่าง ๆ ส่วนใหญ่ที่ประจำจะเป็นลานระหว่างบ้านเรากับบ้านป้า ทุกคนจะมารวมตัวกันเล่น สารพัดเล่น บางวันก็กระต่ายขาเดียว บางวันก็เล่นอีบ้าน (ทำไมต้องมีอีด้วยก็ไม่รู้) ซึ่งต้องมีอุปกรณ์ส่วนตัว คือ เศษกระเบื้องดินเผาที่เขารื้อจากหลังคาเก่าของบ้านยายเอามาทุบเป็นวงกลม แล้วเอาไปถูๆ กับอ่างซีเมนต์ให้ มน ๆ เรียบ ๆ ไม่มีคมบาดเนื้อได้ก็พอแล้ว เรื่องกระเบื้องนี่ต้องใช้ของตัวเองเท่านั้นจึงจะถนัดมือ ถ้ายืมคนอื่น ส่วนใหญ่จะแพ้ทุกทีเหมือนไม่เคยมือ เล่นเสร็จก็หาที่เก็บมิดชิดของใครของมันไม่ปนกัน เล่นกันจนมอม ไปหา ข้าวกลางวันกินเรียบร้อยก็จะได้เวลาเปลี่ยนมุม ซึ่งก็แล้วแต่ว่าวันนั้นอยากเล่นอะไร ถ้าอยากเล่นซ่อนหาก็ดง มะนาวข้างบ้านมุมนั้นเป็นมุมที่ดีที่สุดในการเล่นซ่อนหาเพราะอาศัยต้นมะนาวใหญ่มากสองต้นเป็นที่กำบัง ถัด จากต้นมะนาวยังมีดงหญ้าสูงใหญ่เกือบถึงไหล่ให้หลบอีก พูดถึงมะนาวสองต้นนั้นแล้วอัศจรรย์ใจไม่หาย เพราะ เป็นมะนาวที่ต้นใหญ่มาก กิ่งระไปตามพื้นดินก็มีที่สูงก็สูงเลยหัวผู้ใหญ่ นอกจากจะเป็นที่ให้เด็ก ๆ ได้เล่นซ่อน หาแล้วยังมุดเข้าไปอยู่ได้อีกเป็นสิบคน ระหว่างนอนเล่นในดงมะนาวก็ปลิดลูกมะนาวซึ่งใหญ่เท่าส้มเขียวหวาน มากินเล่น จึงเป็นสาเหตุให้พวกเรากินเปรี้ยวเก่งกันทุกคน มะนาวนี้เป็นพันธุ์อะไรไม่รู้รู้แต่ว่าลูกใหญ่และไม่ ค่อยมีน้ำมีแต่เนื้อ พวกเราเลยปอกเปลือกออกแล้วกินทีละกลีบเหมือนกินส้ม พวกป้า ๆ ส่วนใหญ่จะดุทุกทีที่ เห็นพวกเรามุดเข้าไปนอนเล่นกินมะนาว กลัวว่าฟันจะกร่อนกันหมดเพราะพวกเรากินทุกวัน มีแต่แม่ที่ไม่ว่า เพราะแม่บอกว่าวิตามินซีเยอะกินไปเถอะ เราจะพกเกลือเข้าไปด้วยทุกครั้งเพราะรสชาติเปรี้ยว ๆ เค็ม ๆ อร่อยและจัดกว่าเปรี้ยวแหลม ๆ อย่างเดียวแต่พี่บางคนเขาแอบขโมยผงแดงในเชี่ยนหมากยายมาจิ้มมะนาว เขาบอกอร่อย แต่เราไม่เคยลอง การเล่นที่ต้นมะนาวมีข้อจำกัดอยู่บางช่วง คือ ช่วงฤดูที่ผีเสื้อมาวางไข่จะมี หนอนแก้วลูกผีเสื้อไต่กินใบมะนาวกันหยุบหยับพวกเราจะอพยพหนีเปลี่ยนสถานที่เล่นทันทีเพราะกลัวหนอน ต้นมะนาวนี้อยู่มาจนเราเรียน ม.ปลาย ถึงได้ตัดทิ้งเขาว่าไม่มีประโยชน์เอาน้ำมากินก็ไม่ได้ความจริงต้นมะนาว นี้อยู่มาตั้งแต่เรายังไม่เกิดมาตัดเอาตอนเราโตเลิกไปวิ่งเล่นแล้วก็ถือว่าอายุยืนมาก นับถือว่าเป็นปู่มะนาวเลย ทีเดียว สถานที่เล่นตอนกลางวันของพวกเราอีกที่คือ สวนมะม่วงหลังบ้าน สวนนี้อยู่หลังบ้านของลุงหลัง สุดท้ายแต่ยังอยู่ในรั้วเดียวกัน ส่วนนี้มีต้นมะม่วงใหญ่มาก ๆ สามต้น ปลูกเรียงกันเป็นรูปสามเหลี่ยม แก่กว่า พวกเราหลายสิบปีและแก่กว่ามะนาวสองต้นนั้นด้วย สามต้นนั้นเป็นพันธุ์สามฤดูสองต้น และพิมเสนอีกหนึ่งต้น ต้นที่พวกเราคุ้นเคยที่สุด คือ พิมเสน เพราะกิ่งที่เตี้ยที่สุดนั้นพวกเราสามารถห้อยโหนไต่ขึ้นไปเล่นข้างบนต้นได้ ส่วนอีกสองต้นนั้นกิ่งที่เตี้ยที่สุดอยู่สูงสุดเอื้อม พวกเราปีนต้นไม้เก่งทุกคนเพราะมีพิมเสนต้นนี้เป็นที่ฝึกวิชา ปิด เทอมใหญ่พวกเราขลุกกันอยู่แต่บนต้นมะม่วงเป็นส่วนใหญ่กินมะม่วงพิมเสนดิบ ๆ ที่เปรี้ยวเข็ดฟัน ตั้งแต่เกิด มาเจอมะม่วงที่เปรี้ยวที่สุดก็พิมเสนต้นนี้แหละ ด้วยความเป็นเด็ก ปลิดมะม่วงมาได้ก็กินทันทีนั่ง ๆ นอน ๆ กิน
กันบนกิ่งไม้นั่นแหละ กินจนยางมะม่วงกัดปากกันถ้วนหน้า แต่การปีนมะม่วงมีศัตรูตัวฉกาจ คือ มดแดง เจ้า มดเอวเล็กเอวบางนิดเดียวนี่แหละกัดได้เจ็บแสบที่สุดในโลก ทั้งที่เราไม่ได้ไปแหย่รังมัน แค่กีดขวางทางเดินของ มดแดงบ้างนิดหน่อยเอง วิธีแก้แค้นเจ้ามด คือ เอาขี้เถ้าจากเตาอั้งโล่ไปโรยบนกิ่งไม้มดเดินมาเหยียบโดนขี้เถ้า จะลื่นจนเอวคดทีเดียว ถ้าปีนต้นไม้เบื่อแล้วก็จะชวนกันลงมาเล่นที่หนองน้ำ หนองน้ำนี้มีต้นกกขึ้นอยู่หนาแน่น ได้ข่าวว่ามีเต่า อยู่เยอะแยะ แต่ยังไม่มีใครกล้าบุกลงไปดูเพราะแม้น้ำจะสูงไม่เกินต้นขา หรือบางทีก็แค่เข่าแต่ถ้าเมื่อไหร่ผิวน้ำ กระเพื่อม ปลิงทั้งหลายจะพุ่งมาจากทุกทิศทุกทางมาออกันทันทีพวกเราไม่มีใครอยากบริจาคเลือดจึงแหยงที่ จะเอาขาจุ่มลงไป แต่ก็ชอบนักที่จะเอากิ่งไม่จุ่ม ๆ กวนน้ำให้กระเพื่อมหลอกปลิงให้ดีใจเก้อเล่น ๆ ตามขอบ หนองที่พ้นน้ำจากอิทธิพลของปลิงจะเป็นดินเหนียวแหล่งของเล่นอีกอย่างของพวกเรา เอามาปั้นกลม ๆ ให้ เป็นกระสุนตากแดดไว้เยอะ ๆ ไว้หัดยิงหนังสติ๊ก พวกเรามีหนังสติ๊กประจำกายกันทุกคน ไปอ้อนลุงให้ทำให้ และซ่อนไม่ให้แม่เห็นพอออกมาเล่นจะเอากระสุนพวกนี้มาเล็งยิงโน่นนี่เล่นตามประสา เป้าหมายที่ดีที่สุดของ พวกเรา คือ มะม่วงนั่นเองไม่มีใครว่าเพราะดกเกินไปและเมื่อยิงโดนแล้วพวกเราก็กินไม่ได้ทิ้งขว้างกินทั้งดิบ ๆ เปรี้ยว ๆ นั่นล่ะ นอกจากยิงมะม่วงแล้วพี่ๆ เคยชวนให้ยิงรังผึ้งด้วยแต่เราสงสารเลยไม่ยิง และผลของหารยิง รังผึ้งก็ทำให้หัวปูดกันทั่วทุกคนเพราะผึ้งโกรธสุดขีด ต่อยทุกคนที่เจอโดยไม่ตรวจสอบก่อนว่าใครยิงวันต่อมาพี่ ๆ เลยชวนไปแก้แค้นผึ้งโดยการเอากาบมะพร้าวที่หล่น ๆ มาเผาสุม ๆ กันให้ผึ้งเมาควันเล่น แต่แทนที่ผึ้งจะเมา ควันจนบินไม่ไหว กลับโกรธกว่าเดิมคราวนี้ต่อยทั้งหัว ทั้งตัว ใครวิ่งไม่ทันก็โดนหลายทีร้องห่มร้องไห้ สันนิษฐานว่า กาบมะพร้าวน้อยไปควันมีน้อยผึ้งเลยไม่เมา กิจกรรมตอนปิดเทอมและวันหยุดของพวกเราในช่วงเย็นมีอย่างเดียว คือ เล่นน้ำ เนื่องจากบ้านเราอยู่ ติดแม่น้ำปิงซึ่งใสสะอาดตลอดปีไม่มีใครจะอดใจไม่กระโดดเล่นได้ชุดที่เล่นน้ำถ้าตอนเด็ก ๆ ก็แก้ผ้าโดดน้ำไม่ มีใครเห็นเป็นเรื่องแปลก พอโตขึ้นมาหน่อยก็ใส่ชุดที่ใส่วิ่งเล่นนั่นแหละ เราจึงไม่เคยใส่ชุดว่ายน้ำเลยและไม่เคย ลงสระว่ายน้ำเช่นกัน และเนื่องจากบริเวณบ้านที่กว้าง บ้านของพวกเราจึงมีขัวหรือท่าน้ำทั้งหมด ๓ ท่า ท่าน้ำ ทำจากไม้ซุงใหญ่ๆ แข็งแรงจะรองรับน้ำหนักเด็ก ๆ ได้เป็นสิบ ถ้าวันไหนน้ำลึกเหยียบไม่ถึงพวกเราใช้วิธี กระโดดจากท่าน้ำแรกแล้วลอยคอไปขึ้นท่าที่สาม แล้วก็วิ่งไปกระโดดที่ท่าแรกใหม่ไปเรื่อย ๆ ถึงได้ขึ้นบ้าน แต่ ถ้าวันไหนน้ำไม่ลึกมาก พวกเราจะว่ายน้ำข้ามไปถึงเกาะกลางน้ำ แต่พวกเราไม่ค่อยไปถึงเกาะใหญ่ ไปแค่เกาะ เล็ก วิ่งเล่นหรือขุดหอยทรายบนหาดทรายหน้าเกาะบ้างหลังเกาะบ้าง บางทีก็ว่ายเล่นแถวหัวเกาะแย่งกันกิน ตะขบซึ่งสุกอยู่ไม่กี่ลูกหรือไม่ก็เล่นซ่อนหากันบ้าง โดยดำน้ำซุกซ่อนเอาต้นปรงบ้าง ต้นอะไรต่อมิอะไรปิดหัวไว้ บ้าง สนุกดีหรือบางครั้งก็ว่ายเล่นแถว ๆ ท่าน้ำ แข่งกันดำน้ำบ้าง ทำท่ากายกรรมดำน้ำเอาหัวจิ้มบนพื้นทราย แล้วชูขาขึ้นบ้าง ใครทำสวยสุดตรงสุด และนานที่สุดก็ชนะไป หรือไม่ก็ถ้าเป็นช่วงเขื่อนปล่อยน้ำก็จะแข่งกัน ว่ายทวนน้ำ ซึ่งก็ว่ายกันไม่ค่อยขึ้นเพราะน้ำเชี่ยวเกินความสามารถ พอเล่นน้ำเสร็จ ก็จะต้องขึ้นบ้านเพราะถ้าขืนอยู่นานจะถูกแม่ตีโดยใช่เรื่อง ตอนกลางคืนถ้าเป็นหน้า หนาวพวกเราไม่ค่อยกินข้างบนบ้าน แต่จะนัดกันเอาข้าวใส่จานมาก่อไฟนั่งล้อมวงกินกันเองลำพังเฉพาะพวก เด็ก ๆ ที่ลานบ้าน ก็สนามเด็กเล่นตอนสาย ๆ ของพวกเรานั่นแหละ ช่วงกลางวันไปวิ่งเล่นที่สวนมะม่วงก็เก็บ กิ่งไม้มาเก็บไว้เป็นฟืน เก็บหัวมันหัวเล็ก ๆ มาไว้ต้มไว้เผากินเล่นกันหลังกินข้าว มันต้มมันเผาจะว่าไปก็ไม่ได้ อร่อย แต่สนุกมากกว่าและได้รู้สึกว่าบรรยากาศดีเท่านั้นเอง
ใบงาน เรื่อง การเขียนบรรยายประสบการณ์ หน่วยที่ ๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๔ เรื่อง การเขียนบรรยายประสบการณ์ รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๑๑๐๒ ภาคเรียนที่ ๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ชื่อ................................................................นามสกุล..............................................ชั้น ม. ๑/..........เลขที่......... คำชี้แจง นักเรียนเขียนบรรยายประสบการณ์ที่นักเรียนประทับใจ ความยาวไม่ต่ำกว่า ๒๐ บรรทัด พร้อมตั้งชื่อ เรื่อง .............................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ..............................................................................................................................................................................
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ เวลา ๑๒ ชั่วโมง แผนการเรียนรู้ที่ ๕ การพูดแสดงความคิดเห็น เวลา ๑ ชั่วโมง สอนวันที่ เดือน พ.ศ. ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ........... ครูผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ ตำแหน่ง ครู ๑. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิดและ ความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด ม.๑/๑ พูดสรุปใจความสําคัญของเรื่องที่ฟังและดู ม.๑/๓ พูดแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดู ม.๑/๔ ประเมินความน่าเชื่อถือของสื่อที่มีเนื้อหาโน้มน้าวใจ ม.๑/๕ พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดูและการสนทนา ม.๑/๖ มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด ๒. สาระสำคัญ การพูดแสดงความคิดเห็น หมายถึง การพูดเพื่อแสดงความรู้สึกหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใด เรื่องหนึ่งอย่างมีเหตุผล มีความสอดคล้องกับเรื่องที่พูด ในการพูดแสดงความคิดเห็น ผู้พูดอาจพูดแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องทางวิชาการ เศรษฐกิจ หรือสังคมก็ได้ ทั้งนี้เมื่อแสดงความคิดเห็นไปแล้วควรทำให้ผู้ฟังเห็น ด้วยหรือคล้อยตาม ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนอธิบายลักษณะการพูดแสดงความคิดเห็น ๒. นักเรียนรูจักใชภาษาในการพูดแสดงความคิดเห็นอยางเหมาะสม ๓. นักเรียนพูดแสดงความคิดเห็นอยางมีเหตุผลได้ ๔. นักเรียนใฝ่เรียนรู้และมีความมุ่งมั่นในการทำงาน ๔. สาระการเรียนรู้ หลักการพูดแสดงความคิดเห็น ๕. การจัดกระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำ ครูเลานิทานเรื่องกระตายกับเตา ใหนักเรียนพูดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสาเหตุการแพชนะ ของสัตวทั้งสอง ครูและนักเรียนรวมกันวิพากษลักษณะของตัวละครในนิทาน
ขั้นสอน นักเรียนและครูรวมกันศึกษาใบความรูเรื่องการพูดแสดงความคิดเห็น และจับกลุม ๓ – ๔ คน ทําใบงานเรื่อง เห็นดวยหรือไม โดยคํานึงถึงหลักการใชภาษาที่เหมาะสม ขั้นสรุป ๑. ตัวแทนนักเรียนทุกกลุม พูดแสดงความคิดเห็นในประเด็นคําถามในใบงาน ครูซักถามและเป ดประเด็นใหนักเรียนรวมกันเสนอแนะความคิด ๒. ตัวแทนนักเรียนพูดสรุปบทเรียน ๖. สื่อ /แหล่งเรียนรู้ ๑. อินเทอรเน็ต ๒. หองสมุด ๓. ใบความรู้ เรื่องการพูดแสดงความคิดเห็น ๔. ใบงานเรื่อง เห็นด้วยหรือไม่ ๗. วัดผลประเมินผล สิ่งที่ต้องการวัด/ประเมิน วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ด้านความรู้ ๑. รู้และเข้าใจหลักการ เขียนแสดงความคิดเห็น ๒. รู้จักใช้ภาษาในการพูด แสดงความคิดเห็นอย่าง เหมาะสม สังเกตพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน รายบุคคล ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ด้านทักษะและ กระบวนการ พูดแสดงความคิดเห็นได้ อย่างมีเหตุผล ประเมินการพูด แสดงความคิดเห็น แบบประเมินการพูด แสดงความคิดเห็น ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการเรียนรู้ ประเมินจาก คุณลักษณะ แบบประเมินคุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์คุณภาพ ระดับ ๒ กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ใบความรู้ เรื่อง การพูดแสดงความคิดเห็น หน่วยที่ ๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง การพูดแสดงความคิดเห็น รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๑๑๐๒ ภาคเรียนที่ ๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ การพูดแสดงความคิดเห็น การพูดแสดงความคิดเห็น หมายถึง การพูดเพื่อแสดงความรู้สึกหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใด เรื่องหนึ่งอย่างมีเหตุผล มีความสอดคล้องกับเรื่องที่พูด ในการพูดแสดงความคิดเห็น ผู้พูดอาจพูดแสดงความ คิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องทางวิชาการ เศรษฐกิจ หรือสังคมก็ได้ทั้งนี้เมื่อแสดงความคิดเห็นไปแล้วควรทำให้ผู้ฟังเห็น ด้วยหรือคล้อยตาม การพูดแสดงความคิดเห็นอาจเป็นการพูดระหว่างบุคคลหรือต่อบุคคลหรือต่อที่ประชุมก็ได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่ กับโอกาสในการพูด เช่น การให้สัมภาษณ์การประชุม การสัมมนา การอภิปราย การบรรยาย ประเภทของการพูดแสดงความคิดเห็น การพูดเพื่อแสดงความคิดเห็นอาจแบ่งได้หลายประเภทตามโอกาสที่พูด หรือตามลักษณะเนื้อหาของ การแสดงความคิดเห็น แต่ในที่นี้ได้แบ่งประเภทของการพูดแสดงความคิดเห็นตามลักษณะเนื้อหาออกเป็น ๔ ประเภทดังนี้ ๑. การพูดแสดงความคิดเห็นในเชิงสนับสนุน การพูดแสดงความคิดเห็นในลักษณะดังกล่าว เป็นการ พูดเพื่อสนับสนุนความคิดเห็นของผู้อื่น ซึ่งผู้พูดอาจจะพิจารณาแล้วว่า ความคิดเห็นที่ตนสนับสนุนมีสาระและ ประโยชน์ต่อหน่วยงานและส่วนรวม หรือถ้าเป็นการแสดงความคิดเห็นเชิงวิชาการ จะต้องเป็นความคิดเห็นที่ เป็นองค์ความรู้สัมพันธ์กับเนื้อเรื่องที่กำลังพูดกันอยู่ ทั้งในระหว่างบุคคลหรือในที่ประชุม เช่น การพูดในที่ ประชุม การอภิปราย การแสดงปาฐกถา เป็นต้น ๒. การพูดแสดงความคิดเห็นในเชิงขัดแย้ง การพูดลักษณะดังกล่าวเป็นการพูดแสดงความคิดเห็นใน กรณีที่มีความคิดไม่ตรงกันและเสนอความคิดอื่น ๆ ที่ไม่ตรงกับผู้อื่น การพูดแสดงความคิดเห็นในเชิงขัดแย้ง ดังกล่าว ผู้พูดควรระมัดระวังเรื่องการใช้ภาษาและการนำเสนอ ความขัดแย้งควรเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์อันจะ ก่อประโยชน์ต่อหน่วยงานหรือสาธารณชน เช่น การสัมมนาเชิงวิชาการ การอภิปราย การประชุม เป็นต้น ๓. การพูดแสดงความคิดเห็นในเชิงวิจารณ์เป็นการพูดเพื่อวิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ซึ่งผู้ วิจารณ์อาจจะแสดงความคิดเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย และวิจารณ์ในเชิงสร้างสรรค์ผู้วิจารณ์จะต้องวางตัวเป็น กลาง ไม่อคติต่อผู้พูดหรือสิ่งที่เห็น เช่น การแสดงความคิดเห็นต่อหนังสือ ละคร รายการโทรทัศน์ภาพยนตร์ เป็นต้น ๔. การพูดแสดงความคิดเห็นเพื่อนำเสนอความคิดใหม่ เป็นการพูดในกรณีที่ไม่เห็นด้วยกับการแสดง ความคิดเห็นของผู้อื่น และนำเสนอความคิดเห็นใหม่ของตนที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เช่น การแสดง ความคิดเห็นในที่ประชุม เป็นต้น หลักการพูดแสดงความคิดเห็น ๑. กล่าวถึงความเดิม เหตุการณ์หรือการกระทำของบุคคล ๒. ชี้ให้เห็นข้อบกพร่องในเรื่องดังกล่าวและผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้น โดยยกตัวอย่าง ยกเหตุผล ข้อ อ้างอิงข้อโต้แย้งต่าง ๆ มาอ้างอิงคัดค้าน ถ้าสามารถใช้เหตุผลทางหลักวิชามาประกอบ จะทำให้น่าเชื่อถือยิ่งขึ้น ๓. เสนอแนวปฏิบัติที่ดีกว่า เพื่อเป็นการสร้างสรรค์ ๔. จบด้วยการกล่าวย้ำความคิดอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ฝากความหวัง การเรียกร้อง เชิญชวน ลักษณะของผู้พูดแสดงความคิดเห็นที่ดี
๑. ผู้พูดจะต้องมีความรู้ในเรื่องที่จะแสดงความคิดเห็นเป็นอย่างดี ๒. การแสดงความคิดเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ควรมีหลักการแสดงความคิดเห็นในเชิงขัดแย้งและเชิง วิจารณ์ ๓. ใช้ภาษาสุภาพเหมาะสมกับโอกาส โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็นในเชิงขัดแย้งและเชิงวิจารณ์ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้พูดและผู้ฟัง ๔. การแสดงความคิดเห็นใด ๆ ก็ตาม ควรแสดงความคิดเห็นในเชิงสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อ ส่วนรวมเป็นสำคัญ การใช้ภาษาในการพูดแสดงความคิดเห็น ๑. ใช้ถ้อยคำให้กะทัดรัดมีความหมายชัดเจน เรียงเนื้อความตามลำดับไม่สับสน ๒. ใช้ถ้อยคำภาษาที่เป็นลักษณะเฉพาะของการแสดงความคิดเห็น อาทิการใช้คำสรรพนามบุรุษที่ ๑ ประกอบกับคำกริยาหรือกลุ่มคำกริยา ที่ระบุว่าเป็นการพูดแสดงความคิดเห็นเป็นต้นว่า ดิฉันเห็นว่า ผมคิดว่า ดิฉันเข้าใจว่า ผมใคร่ขอสรุปว่า ที่ประชุมมีมติว่า เราจึงขอเสนอแนะว่า หรือพวกเรามีความเห็นร่วมกันว่า ๓. ใช้ถ้อยคำหรือกลุ่มคำเพื่อบ่งชี้ให้เห็นว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นอันได้แก่คำว่า อาจ อาจจะ คง คงจะ น่า น่าจะ ทั้ง ควร เป็นต้น ๔. ใช้ถ้อยคำเชิงสร้างสรรค์ก่อให้เกิดผลด้านศีลธรรมจริยธรรม และคุณธรรมไม่ประชดประชัน ไม่พูด ก้าวร้าวเสียดสีไม่พูดแบบขวานผ่าซาก หรือมีเจตนาไม่ดี ๕. มีมารยาทในการพูด ไม่ใช้คำรุนแรง เช่น คำสบถ คำด่า คำหยาบ มีกิริยาวาจาที่สุภาพ น้ำเสียง นุ่มนวลและต้องรู้จักยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น
ใบงาน เรื่อง เห็นด้วยหรือไม่ หน่วยที่ ๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕ เรื่อง การพูดแสดงความคิดเห็น รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๑๑๐๒ ภาคเรียนที่ ๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อความที่กำหนด .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ๑. การเรียนให้ได้ผลการเรียนที่ดีไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ให้คุณพ่อคุณแม่หาสถาบันติวเตอร์ดีๆ ช่วยเก็งข้องสอบให้อ่านสรุปทบทวน เพียงเท่านี้การประสบความสำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องยาก ๒. เรื่องสุขภาพร่างกายดูเหมือนจะวุ่นวายซับซ้อน แต่เชื่อไหมว่าที่จริงแล้ว มีวิธีดูแลที่ง่ายแสนง่าย แค่กิน นอน พักผ่อนก็เพียงพอแล้ว เป็นความลับง่าย ๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้เลยว่า ทุกอย่างอยู่ใกล้ แค่ลงมือทำเท่านั้นเอง
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ เวลา ๑๒ ชั่วโมง แผนการเรียนรู้ที่ ๖ การอานและปฏิบัติตามเอกสารคูมือ เวลา ๑ ชั่วโมง สอนวันที่ เดือน พ.ศ. ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ........... ครูผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ ตำแหน่ง ครู ๑. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนําไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาในการ ดําเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด ม.๑/๑ อ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถูกต้องเหมาะสมกับเรื่องที่อ่าน ม.๑/๒ จับใจความสําคัญจากเรื่องที่อ่าน ม.๑/๔ ระบุและอธิบายคําเปรียบเทียบและคําที่มีหลายความหมายในบริบทต่าง ๆจากการอ่าน ม.๑/๗ ปฏิบัติตามคู่มือแนะนําวิธีการใช้งานของเครื่องมือหรือเครื่องใช้ในระดับที่ยากขึ้น ม.๑/๘ วิเคราะห์คุณค่าที่ได้รับจากการอ่านงานเขียนอย่างหลากหลายเพื่อนําไปใช้ในการแก้ปัญหาใน ชีวิต ม.๑/๙ มีมารยาทในการอ่าน ๒. สาระสำคัญ การศึกษาข้อมูลการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ หรือการปฏิบัติกิจกรรมหรืองานใด ๆ ก่อนลงมือปฏิบัติจริง จะทำให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ดังนั้น ผู้ใช้ต้องศึกษาคู่มือประกอบให้เข้าใจ ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนรูและเขาใจหลักการปฏิบัติตามเอกสารคูมือ ๒. อานและปฏิบัติตามเอกสารคูมือได้ ๓. นักเรียนใฝ่เรียนรู้และมีความมุ่งมั่นในการทำงาน ๔. สาระการเรียนรู้ หลักการอานและปฏิบัติตามเอกสารคูมือ ๕. การจัดกระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำ ครูตั้งคําถามวา หากนักเรียนซื้อโทรศัพทเครื่องหนึ่ง สิ่งที่ไดรับนอกจากโทรศัพทแลวนักเรียนจะ ไดรับสิ่งใดบาง ครูอภิปรายใหเห็นความสําคัญของเอกสารคูมือการใชงาน ขั้นสอน ๑. นักเรียนและครูรวมกันศึกษาใบความรูเรื่องการปฏิบัติตามเอกสารคูมือ และจับกลุม ๓ – ๔ คนทําศึกษาคูมือการใชงานเครื่องใชไฟฟาภายในบาน(ตามความเหมาะสม)
๒. ตัวแทนกลุมพูดสรุปความรูจากบทความที่อานครูเปดโอกาสใหนักเรียนแลกเปลี่ยนและ ซักถามขอสงสัย ๓. นักเรียนระดมความคิดทําใบงานเรื่องการปฏิบัติตามคูมือ ๔. ตัวแทนนักเรียนทุกกลุมนําเสนอผลการทํากิจกรรม ขั้นสรุป ๑. นักเรียนสรุปหลักการและแนวทางการปฏิบัติตามเอกสารคูมือลงในสมุด ๖. สื่อ /แหล่งเรียนรู้ ๑. อินเทอรเน็ต ๒. หองสมุด ๓. ใบความรู้ เรื่องการปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ ๔. คู่มือการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า(ตามความเหมาะสม) ๕. ใบงานเรื่องการปฏิบัติตามคู่มือ ๗. วัดผลประเมินผล สิ่งที่ต้องการวัด/ประเมิน วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ด้านความรู้ รู้และเข้าใจหลักการ ปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ สังเกตพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน รายบุคคล ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ด้านทักษะและ กระบวนการ อ่านและปฏิบัติตาม เอกสารคู่มือ ทำใบงาน เรื่องการ ปฏิบัติตามคู่มือ ใบงาน เรื่องการปฏิบัติ ตามคู่มือ ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการเรียนรู้ ประเมินจาก คุณลักษณะ แบบประเมินคุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์คุณภาพ ระดับ ๒ กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ใบความรู้ เรื่อง การปฏิบัติตามคู่มือ หน่วยที่ ๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ เรื่อง การอ่านและปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๑๑๐๒ ภาคเรียนที่ ๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ การปฏิบัติตามคู่มือ การศึกษาข้อมูลการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ หรือการปฏิบัติกิจกรรมหรืองานใด ๆ ก่อนลงมือปฏิบัติจริง จะทำให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ดังนั้น ผู้ใช้ต้องศึกษาคู่มือประกอบให้เข้าใจ โดยมีแนวทางในการอ่านและปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ ดังนี้ ๑. ศึกษาหัวข้อและรายละเอียดจากเอกสารคู่มือให้เข้าใจ ๒. จดจำคำศัพท์สำคัญในเอกสาร ภาพสัญลักษณ์ต่าง ๆ วิธีการใช้งานหรือข้อควรปฏิบัติและข้อควร ระวังหรือคำเตือนเพื่อให้เกิดความเข้าใจเบื้องต้น สิ่งสำคัญคือ หากเกิดปัญหาการใช้งานกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ผู้ ศึกษาควรทราบว่าจะสามารถกลับไปอ่านทบทวนความรู้ได้จากหัวข้อใดเพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว ๓. พิจารณาอุปกรณ์ที่เลือกใช้ควบคู่กับการอ่านเอกสารคู่มือ เพื่อให้เกิดความเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น ๔. ทดลองใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ตามขั้นตอนการใช้งานเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยและความชำนาญ ๕. หลังจากทดลองใช้งานจนเกิดความชำนาญ ควรเก็บเอกสารคู่มือให้เรียบร้อยเพื่อให้สามารถนำมา อ่านได้อย่างสะดวก ข้อควรคำนึงในการอ่านและปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ การใช้งานอุปกรณ์ส่วนใหญ่พบว่าผู้ใช้งานไม่ได้ปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ ทำให้เกิดความเสียหายได้ง่าย และอาจเป็นอันตรายแก่ผู้ใช้งาน ดังนั้น จึงมีข้อที่ควรคำนึงในการอ่าน และปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ ดังนี้ ๑. อ่านหัวข้อต่าง ๆ ให้เข้าใจอย่างชัดเจน ไม่ควรเลือกอ่านเฉพาะหัวข้อที่ตนสนใจ เนื่องจากอาจได้รับ ความรู้ไม่ครอบคลุมและนำไปปฏิบัติผิดพลาดได้ ๒. ไม่ควรอ่านเนื้อหาข้ามตอน โดยเฉพาะวิธีการใช้งาน เนื่องจากผู้อ่านบางคนคิดว่าตนมีความรู้และ ประสบการณ์เกี่ยวกับอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นอย่างดีบางครั้งอ่านข้ามเนื้อหาบางส่วนไปทำให้ได้ความรู้ไม่สมบูรณ์ ๓. เมื่อพบปัญหาที่เกิดขึ้นกับอุปกรณ์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ควรปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ และหากไม่ สามารถแก้ไขได้ควรติดต่อผู้รับผิดชอบที่เป็นเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีความรู้ความชำนาญ ไม่ควร แก้ไขเองโดยขาดความรู้ความเข้าใจอย่างชัดเจน เนื่องจากอาจทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้น
ใบงาน เรื่อง การปฏิบัติตามคู่มือ หน่วยที่ ๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๖ เรื่อง การอ่านและปฏิบัติตามเอกสารคู่มือ รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๑๑๐๒ ภาคเรียนที่ ๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ คำชี้แจง ให้นักเรียนศึกษาคู่มือการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ครูกำหนด แล้วตอบคำถามต่อไปนี้ ๑. คู่มือการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานอย่างไรบ้าง ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ๒. หากไม่ปฏิบัติตามคู่มือ นักเรียนคิดว่าจะเกิดผลเสียอย่างไรบ้าง ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................................
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ เวลา ๑๒ ชั่วโมง แผนการเรียนรู้ที่ ๗ การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เวลา ๑ ชั่วโมง สอนวันที่ เดือน พ.ศ. ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ........... ครูผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ ตำแหน่ง ครู ๑. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความและเขียนเรื่องราวใน รูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ม.๑/๒ เขียนสื่อสารโดยใช้ถ้อยคําถูกต้อง ชัดเจน เหมาะสมและสละสลวย ม.๑/๓ เขียนบรรยายประสบการณ์โดยระบุสาระสําคัญและรายละเอียดสนับสนุน ม.๑/๙ มีมารยาทในการเขียน ๒. สาระสำคัญ การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง กระบวนการการสื่อสารที่ถ่ายทอดสารจากผู้ส่งสารไปยังผู้รับ สาร โดยผ่านสื่อประเภทต่าง ๆ ในการอยู่ร่วมกันของสังคมย่อมมีการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน ระหว่างสมาชิกภายในกลุ่มการสื่อสารจึงเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้มนุษย์ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในสังคมได้อย่าง ราบรื่นและสัมฤทธิ์ผล การสื่อสารจึงเป็นเรื่องสำคัญหากมีการสื่อสารผิดพลาดใช้ภาษาผิดระดับใช้ข้อความ พาดพิงถึงผู้อื่นโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ส่งสารได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ สื่อสารผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่ข้อมูลต่าง ๆ จะเผยแพร่ถึงกันได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนบอกความหมายของการเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส ๒. นักเรียนอธิบายการเขาถึงสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ๓. นักเรียนเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกสไดอยางถูกตองเหมาะสม ๔. นักเรียนใฝ่เรียนรู้และมีความมุ่งมั่นในการทำงาน ๔. สาระการเรียนรู้ หลักการเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ๕. การจัดกระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำ นักเรียนดูภาพตัวอยางไอคอน Gmail Youtube Facebook Twitter Instragram แ ล ะ Hotmail บน Power point จากนั้นรวมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นวานักเรียนรูจักแอปพลิเคชั่นเหลานี้หรือไม และใชไปในกรณีใดบาง ครูสรุปเพื่อเชื่อมโยงเขาสูบทเรียน
ขั้นสอน ๑. นักเรียนศึกษาใบความรูเรื่องการเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส ครูจัดปายนิเทศเพื่อสรางบรรยา กาศใหหองเรียนเปนศูนยการเรียนรู๖ ศูนย เพื่อถายทอดขอมูลที่เกี่ยวของกับสื่ออิเล็กทรอนิกส ๖ ชนิด ไดแก Gmail Youtube Facebook Twitter Instragramและ Hotmail โดยประกอบดวยเนื้อหาดังตอไปนี้ ๑. ลักษณะหรือจุดประสงคการใชงาน ๒. ขั้นตอน/แนวทางการเขาถึง ๓. ประโยชนในการใชงาน ๔. การเขียน/การใชภาษาในการใชงาน ๒. นักเรียนแบงกลุมเปน ๖ กลุม หมุนเวียนเขาศึกษาขอมูลพรอมบันทึกขอมูลความรูที่สําคัญ กําหนดเวลาในการศึกษาฐานละ ๕ นาที ครูทําหนาที่ควบคุมการเปลี่ยนฐานการเรียนรูชี้แนะขอมูลเพิ่มเติม ๓. ครูใหนักเรียนดูวีดิทัศนรายงานพิเศษ เรื่องภัยรายจากสื่อโซเชียลมีเดีย โดยทีมขาวเฉพาะกิจ ไทยรัฐนิวสโชว ThairathTV ๔. นักเรียนจับกลุม กลุมละ ๔ – ๕ คนรวมกันระดมความคิดวิเคราะหสาเหตุของปญหา และ แนวทางการปองกันภัยรายจากสื่อโซเชียลมีเดียโดยบันทึกผลของกิจกรรมลงในสมุด ๕. ครูมอบหมายงานใหตัวแทนนักเรียนแตละกลุมทํากิจกรรมการเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส โดยการโพสตแนวทางการปองกันภัยรายจากสื่อโซเชียลมีเดีย ลงในสื่อโซเชียลมีเดียประเภท Facebook พรอมแฮชแท็กขอความวา การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส (#การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส) โดยคํานึงถึงการใชภาษาที่ถูกตอง ขั้นสรุป ครูและนักเรียนรวมกันสรุปแนวทางการเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกสอยางถูกตอง เหมาะสม ๖. สื่อ /แหล่งเรียนรู้ ๑. อินเทอรเน็ต ๒. หองสมุด ๓. ปายนิเทศความรูเกี่ยวกับสื่ออิเล็กทรอนิกส ๖ ชนิด ไดแก Gmail Youtube Facebook Twitter Instragram และHotmail ๔. โปรแกรมนำเสนอ Power point แสดงภาพไอคอน Gmail Youtube Facebook Twitter Instragram และ Hotmail ๕. ใบความรู้เรื่องการเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ๖. วีดิทัศน์รายงานพิเศษ เรื่อง ภัยร้ายจากสื่อโซเชียลมีเดีย โดยทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐนิวส์โชว์ ThairathTV
๗. วัดผลประเมินผล สิ่งที่ต้องการวัด/ประเมิน วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ด้านความรู้ ๑. บอกความหมายของ การเขียนบนสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ ๒. อธิบายการเข้าถึงสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ สังเกตพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน รายบุคคล ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ด้านทักษะและ กระบวนการ ๑. บอกความหมายของ การเขียนบนสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ ๒. อธิบายการเข้าถึงสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ ประเมินกิจกรรมการ เขียนบนสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ แบบประเมินกิจกรรม การเขียนบนสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการเรียนรู้ ประเมินจาก คุณลักษณะ แบบประเมินคุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์คุณภาพ ระดับ ๒ กิจกรรมเสนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ใบความรู้ เรื่อง การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หน่วยที่ ๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๗ เรื่อง การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๑๑๐๒ ภาคเรียนที่ ๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ การเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์หมายถึง กระบวนการการสื่อสารที่ถ่ายทอดสารจากผู้ส่งสารไปยังผู้รับ สารโดยผ่านสื่อประเภทต่าง ๆ ในการอยู่ร่วมกันของสังคมย่อมมีการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน ระหว่างสมาชิกภายในกลุ่มการสื่อสารจึงเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้มนุษย์ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในสังคมได้อย่าง ราบรื่นและสัมฤทธิ์ผล การสื่อสารจึงเป็นเรื่องสำคัญหากมีการสื่อสารผิดพลาดใช้ภาษาผิดระดับใช้ข้อความ พาดพิงถึงผู้อื่นโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ส่งสารได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ สื่อสารผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ข้อมูลต่าง ๆ จะเผยแพร่ถึงกันได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว แนวทางการเขียนบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ๑. ใช้คำให้เหมาะสม ควรเลือกใช้ภาษาเขียนที่สื่อความหมายได้อย่างชัดเจน ๒. ใช้ภาษาเขียนให้เหมาะสมกับกาลเทศะ และระดับของผู้รับสาร ๓. ผู้เขียนควรเลือกใช้ถ้อยคำที่สุภาพหลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำหรือข้อความที่มีความหมายถึงแฝงหรือมี นัยทำให้ตีความในแง่ลบ ๔. ไม่ควรใช้ภาษาพูดในการเขียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องสื่อสารกับบุคคลทั่วไปไม่เฉพาะเจาะจงซึ่ง ไม่ทราบแน่ชัดว่าผู้อ่านเป็นใครควรใช้เป็นภาษาเขียนให้ถูกต้อง เช่น ยังไง ควรใช้ อย่างไร เยอะแยะ ควรใช้ มากมาย นิดหน่อย ควรใช้ เล็กน้อย ตัวอย่าง มารยาทการเขียนสื่อสารบนสื่อต่าง ๆ ๑. จดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรืออีเมล (e-mail) คือวิธีการติดต่อสื่อสารด้วยตัวหนังสือผ่านระบบ เครือข่ายคอมพิวเตอร์แทนการส่งจดหมายแบบกระดาษ รูปแบบและเนื้อหาของข้อความที่สื่อสารจึงมีทั้งความ เป็นส่วนตัว ผู้ที่เขียนจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ต้องมีอีเมลแอดเดรส แนวทางการเขียน ๑. ผู้เขียนจะต้องพิมพ์อีเมลแอดเดรสของผู้ที่เราจะส่งไปถึง ๒. พิมพ์ข้อความที่เป็นหัวเรื่องในช่อง subject ไม่ควรส่งอีเมลที่ไม่มีชื่อเรื่อง ๓. พิมพ์ข้อความเสร็จแล้วสามารถส่งได้ทันทีโดยคลิกที่ปุ่ม send แนวทางการใช้ภาษาเพื่อการเขียนจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ๑. เริ่มต้นด้วยการทักทาย ๒. หากเป็นการเขียนอีเมลถึงผู้รับในครั้งแรก ควรแนะนำว่าตนเองเป็นใคร ๓. เขียนเนื้อหาให้ตรงประเด็น ๔. สรุปในตอนท้าย และไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณ ๒. เฟซบุ๊ก (facebook) เป็นการบริการเครือข่ายสังคมและเว็บไซต์โดยเฟซบุ๊กอนุญาตให้บุคคลทั่วไป สมัครเข้าลงทะเบียนโดยต้องมีอายุมากกว่า ๑๓ ปีขึ้นไป แนวทางการใช้งานเฟซบุ๊ก ๑. เข้าไปที่ www.facebook.com
๒. เมื่อกดปุ่มแล้วมีหน้าจอให้ใส่รหัส ให้ใส่ตัวอักษรและกดปุ่ม log in แนวทางการใช้ภาษาเขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ๑. หากเป็นเรื่องส่วนตัวควรใช้วิธีส่งข้อความทางช่องสนทนา (Chat) ๒. คิดให้รอบคอบทุกครั้งว่าสิ่งที่เขียน จะไม่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจไปในทางที่ผิด ๓. การส่งข้อความด้วยภาษาเขียน ควรเลือกใช้คำที่แปลความหมายได้อย่างตรงไปตรงมา ๔. หลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์แต่เฉพาะในด้านลบ ๕. หลีกเลี่ยงการส่งต่อจดหมายลูกโซ่ ๓. ทวิตเตอร์(twitter) เป็นการบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ประเภทไมโครบล็อก ก่อตั้งขึ้นโดย แจ็กคอร์ซีย์, บิซสโตน และอีวาน วิลเลียมส์ แนวทางการใช้งานทวิตเตอร์ ๑. เข้าไปที่เว็บ http://www.twitter.com ๒. คลิกที่ปุ่ม sign in แนวทางการใช้ภาษาเขียนข้อความผ่านทวิตเตอร์ ๑. ควรคำนึงว่าอาจเป็นการรบกวนผู้อื่นที่ติดตามอ่านอยู่ หรือสิ่งใดก็ตามที่ไม่อยากให้รับรู้ โดยทั่วกัน ไม่ควรเขียนหรือเผยแพร่ ๒. คิดให้รอบคอบทุกครั้งว่าสิ่งที่เขียน จะไม่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจไปในทางที่ผิด ๓. การส่งข้อความด้วยภาษาเขียน ควรเลือกใช้คำที่แปลความหมายได้อย่างตรงไปตรงมา ๔. หากเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเร่งด่วน ควรติดต่อเป็นการส่วนตัว
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ เวลา ๑๒ ชั่วโมง แผนการเรียนรู้ที่ ๘ การเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ เวลา ๑ ชั่วโมง สาระจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สอนวันที่ เดือน พ.ศ. ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ........... ครูผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ ตำแหน่ง ครู ๑. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความและเขียนเรื่องราวใน รูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ม.๑/๒ เขียนสื่อสารโดยใช้ถ้อยคําถูกต้อง ชัดเจน เหมาะสมและสละสลวย ม.๑/๖ เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสาระจากสื่อที่ได้รับ ม.๑/๙ มีมารยาทในการเขียน ๒. สาระสำคัญ การเขียนแสดงความคิดเห็น คือ การเขียนที่ประกอบด้วยข้อมูลอันเป็นข้อเท็จจริงกับการแสดง ความคิดเห็นต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ความคิดเห็นควรจะมีเหตุผลและเป็นไปในทางสร้างสรรค์ ผู้รับสารเรื่อง เดียวกันไม่จำเป็นต้องมีความคิดเห็นเหมือนกัน เป็นการมองต่างมุมและเป็นความคิดเห็นเฉพาะบุคคล ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนรู้และเข้าใจหลักการเขียนแสดงความคิดเห็น ๒. นักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสาระจากสื่อที่ได้รับ ๓. นักเรียนใฝ่เรียนรู้และมีความมุ่งมั่นในการทำงาน ๔. สาระการเรียนรู้ หลักการเขียนแสดงความคิดเห็น ๕. การจัดกระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำ นักเรียนดูภาพที่ครูกำหนด จากนั้นนำเสนอความคิดเห็นของตนว่าแต่ละภาพนั้นสะท้อน อะไรบ้าง ดูแล้วรู้สึกอย่างไร ครูสรุปเพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน
ขั้นสอน ๑. ครูอธิบายเรื่องการเขียนแสดงความคิดเห็นจากสื่อโดยใช้โปรแกรม Power point หัวข้อเรื่อง การเขียนแสดงความคิดเห็น และเปิดโอกาสให้นักเรียนร่วมแสดงความคิดเห็น หรือซักถามข้อสงสัย ๒. นักเรียนดูวีดิทัศน์ เรื่อง silence of love ให้นักเรียนดู จากนั้นร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องที่ได้ดู ๓. นักเรียนจับคู่กับเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ กันครูแจกใบงานเรื่องการเขียนแสดงความคิดเห็นจากสื่อ อิเล็กทรอนิกส์โดยมอบหมายให้นักเรียนแต่ละคู่เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ดู ๔. สุ่มเลือกนักเรียน ๔ – ๕ คู่ นำเสนอความคิดเห็นให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียนคู่ละ ๒ นาที ครู แก้ไขในส่วนที่คลาดเคลื่อน และอธิบายเพิ่มเติมในส่วนที่ขาดหาย ขั้นสรุป ครูสรุปความรู้เรื่องการเขียนแสดงความคิดเห็นจากสื่อต่าง ๆ พร้อมเปิดโอกาสให้นักเรียนร่วม แสดงความคิดเห็นและซักถามข้อสงสัย ๖. สื่อ /แหล่งเรียนรู้ ๑. อินเทอรเน็ต ๒. หองสมุด ๓. โปรแกรม Power point แสดงภาพ ๔. โปรแกรม Power point หัวข้อเรื่อง การเขียนแสดงความคิดเห็น ๕. วีดิทัศน์ เรื่อง silence of love ๖. ใบงาน เรื่องการเขียนแสดงความคิดเห็นจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ๗. วัดผลประเมินผล สิ่งที่ต้องการวัด/ประเมิน วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ด้านความรู้ รู้และเข้าใจหลักการเขียน แสดงความคิดเห็น สังเกตพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน รายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการ เรียนของนักเรียน รายบุคคล ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ด้านทักษะและ กระบวนการ เขียนแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับสาระจากสื่อที่ ได้รับ ประเมินใบงานการ เขียนแสดงความ คิดเห็น ใบงานการเขียนแสดง ความคิดเห็น ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป ด้านคุณลักษณะ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการเรียนรู้ ประเมินจาก คุณลักษณะ แบบประเมินคุณลักษณะ ผ่านเกณฑ์คุณภาพ ระดับ ๒
ใบความรู้ เรื่อง การเขียนแสดงความคิดเห็น หน่วยที่ ๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๘ เรื่อง การเขียนแสดงความคิดเห็น รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๑๑๐๒ ภาคเรียนที่ ๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ การเขียนแสดงความคิดเห็น การเขียนแสดงความคิดเห็น หมายถึง การเขียนที่ประกอบด้วยข้อมูลอันเป็นข้อเท็จจริงกับการแสดง ความคิดเห็นต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ความคิดเห็นควรจะมีเหตุผลและเป็นไปในทางสร้างสรรค์การเขียนแสดงความ คิดเห็นมักปรากฏในรูปของบทความตามสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ เช่น หนังสือพิมพ์วารสาร นิตยสาร เป็นต้น ประเภทของการแสดงความคิดเห็น ๑. การแสดงความคิดเห็นเชิงวิชาการ เป็นการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับศาสตร์ต่าง ๆ เช่น วิชาการ แพทย์และอนามัย วิชาสังคมศาสตร์เป็นต้น ๒. การแสดงความคิดเห็นโดยทั่ว ๆ ไป เช่น การวิจารณ์เหตุการณ์ทางการเมือง การแสดงของวัยรุ่น การเล่นกีฬา รวมทั้งการเขียนบทความวิจารณ์ต่าง ๆ หลักการเขียนแสดงความคิดเห็น ๑. การเลือกเรื่อง ผู้เขียนควรเลือกเรื่องที่เป็นที่สนใจของสังคมหรือเป็นเรื่องที่ทันสมัย อาจเกี่ยวกับ เหตุการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปะ วิทยาศาสตร์หรือข่าวเหตุการณ์ประจำวัน ทั้งนี้ผู้เขียน ต้องมีความรู้และเข้าใจเรื่องที่ตนจะแสดงความคิดเห็นเป็นอย่างดีเพื่อที่จะแสดงความคิดเห็นอย่างลึกซึ้ง ๒. การให้ข้อเท็จจริง ข้อมูลที่เลือกมานั้นจะต้องมีรายละเอียดต่าง ๆ เช่น ที่มาของเรื่อง ความสำคัญ และเหตุการณ์เป็นต้น ๓. การแสดงความคิดเห็น ผู้เขียนอาจแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องได้๔ ลักษณะดังนี้คือ ๓.๑ การแสดงความคิดเห็นเพื่อตั้งข้อสังเกต เช่น การเติบโตของธุรกิจอินเทอร์เน็ต ความ นิยมรับประทานอาหารเสริมสุขภาพ ๓.๒ การแสดงความคิดเห็นเพื่อสนับสนุนข้อเท็จจริง เช่น หัวข้อเรื่อง การจัดระเบียบรถยนต์ โดยสารของท่านนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา ๓.๓ การแสดงความคิดเห็นเพื่อโต้แย้งข้อเท็จจริง เช่น หัวข้อเรื่อง การกินยาลดความอ้วน ของวัยรุ่น การเปิดเสรีการค้าน้ำเมาของภูมิปัญญาชาวบ้าน ๓.๔ การแสดงความคิดเห็นเพื่อประเมินค่า เช่น หัวข้อเรื่อง การวิจารณ์เรื่องสั้น ที่ได้รับ รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนหรือรางวัลซีไรต์ ๔. การเรียบเรียง ๔.๑ การตั้งชื่อ ควรตั้งชื่อเรื่องให้เร้าความสนใจผู้อ่าน และสอดคล้องกับเนื้อหาที่จะเขียน เพราะชื่อเรื่องเป็นส่วนที่ผู้อ่านจะต้องอ่านเป็นอันดับแรกและเป็นการบอกขอบเขตของเรื่องด้วย ๔.๒ การเปิดเรื่อง ใช้หลักการเขียนเช่นเดียวกันกับคำนำ และควรเปิดเรื่องให้น่าสนใจ ชวน ให้ผู้อ่านติดตามเรื่องต่อไป ๔.๓ การลำดับ ควรลำดับเรื่องให้มีความต่อเนื่องสอดคล้องกันตั้งแต่ต้นจนจบไม่วกไปวนมา เพราะผู้อ่านอาจเกิดความสับสนจนไม่สามารถแยกแยะได้ว่าส่วนใดเป็นข้อเท็จจริงและส่วนใดเป็นการแสดง ความคิดเห็น ๔.๔ การปิดเรื่อง ใช้หลักการเช่นเดียวกับการเขียนสรุปและควรปิดเรื่องให้ผู้อ่านประทับใจ ๕. การใช้ภาษา ควรใช้ภาษาอย่างสละสลวย ชัดเจน ไม่เยิ่นเย้อ มีการใช้สำนวนโวหารอย่างเหมาะสม
กับเรื่อง นอกจากนี้ยังต้องใช้ถ้อยคำที่สื่อความหมายได้ตรงตามอารมณ์และความรู้สึกของผู้เขียน ทั้งนี้พึง หลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำที่แสดงอารมณ์รุนแรง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงภายหลัง การเขียนแสดงความคิดเห็น ๑. ต้องทราบจุดประสงค์ว่าจะเขียนแสดงความคิดเห็นเรื่องอะไร ประเด็นไหน ๒. ทำความเข้าใจ ค้นคว้าหาประสบการณ์ด้วยความเป็นไปได้ หรือความเป็นจริงในเรื่อง เพื่อแสดง ความคิดเห็นได้ดี มีการติดตามเรื่องราวอย่างต่อเนื่องให้มีข้อมูลเพียงพอก่อนการเขียนอ้างอิงประกอบความ คิดเห็น ๓. ควรพิจารณาข้อดีและข้อบกพร่อง นำมาเขียนอย่างมีเหตุผลว่าดี หรือไม่ดีอย่างไร เพราะอะไร ๔. การปรับปรุงแก้ไข ควรเขียนเสนอความคิดเห็นว่าถ้าแก้ไขแล้วจะได้รับผลดีอย่างไรบ้างเป็นการ วิจารณ์เพื่อสร้างสรรค์ ๕. ควรทำใจให้เป็นกลางไม่มีอคติในการวิจารณ์ เขียนให้ข้อคิดพิจารณาด้วยความเป็นธรรม และมี หลักฐานอ้างอิง ไม่ใช้อารมณ์ ๖. การเสนอเป็นข้อเขียนนั้น ทั้งข้อมูลและหลักฐานอ้างอิงควรบอกที่มา และเวลาให้ชัดเจน เพราะ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป เหตุการณ์อาจเปลี่ยนไปด้วย จะไม่เป็นปัจจุบัน
ตัวอย่างการเขียนแสดงความคิดเห็น เรื่อง การรู้จักระงับอารมณ์ ทุกคนต่างตระหนักและรู้ดีว่าในยุคสมัยนี้เป็นยุคของเทคโนโลยีล้ำสมัย จนลืมคิดไปว่าความต้องการ ทางด้านความรู้สึกของคนก็ยังคงมีอยู่ตลอดเวลานี้จะสังเกตได้ว่าในยุคสมัยนี้คนเราต่างเห็นแก่ได้และเห็นแก่ ตัวโดยไม่คำนึงถึงคนรอบข้าง อะไรที่ทำแล้วตัวเองมีความสุข แม้จะต้องอยู่บนความทุกข์ร้อนของคนอื่นก็ทำได้ ซึ่งต่างกับยุคสมัยก่อน ที่มีแต่ความเกรงใจ เห็นใจ เอื้อเฟือเผื่อแผ่ มีน้ำใจ ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แล้วนี้ ก็เป็นเหตุที่ทำให้เราต้องปล่อยวางและเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน คนทุกคนย่อมมีความ ต้องการอยากได้ดีอยากเป็นในสิ่งที่ต้องการจะเป็น แตกต่างกันไป บางคนต้องการให้คนนับหน้าถือตา บางคน ต้องการการยอมรับจากคนที่ต้อยต่ำกว่า และบางคนอาจต้องการอำนาจและบารมีที่สูงกว่าคนอื่นและนี้ก็เป็น สาเหตุของการที่ไม่รู้จักปล่อยวางของคน ดังนั้น การที่เราจะหลุดพ้นสิ่งที่ไม่ดีเหล่านี้เราควรที่จะเข้าใจและมอง โลกแง่บวก และไม่ทำตัวตามกระแสที่ไม่ดีและควรมีสติและใช้เหตุผลในการดำเนินชีวิต ถ้าทำและคิดได้แบบนี้ ก็จะทำให้ชีวิตมีความสุขได้
ใบงาน เรื่อง การเขียนแสดงความคิดเห็นจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หน่วยที่ ๑ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๘ เรื่อง การเขียนแสดงความคิดเห็น รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๑๑๐๒ ภาคเรียนที่ ๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวีดิทัศน์เรื่อง Silence of love ตามประเด็นดังต่อไปนี้ ๑. หลังจากดูวีดิทัศน์เรื่อง Silence of love แล้ว นักเรียนมีความรู้สึกอย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ๒. จากคำกล่าวที่ว่า “บางทีอาจจะไม่มีพ่อที่ดีที่สุด แต่มีพ่อ ที่รักคุณมากที่สุด” นักเรียนเห็นด้วยหรือไม่ อย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ การสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ เวลา ๑๒ ชั่วโมง แผนการเรียนรู้ที่ ๙ การพูดสรุปความและประเมินความนาเชื่อถือของสื่อ เวลา ๑ ชั่วโมง สอนวันที่ เดือน พ.ศ. ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ........... ครูผู้สอน นางสาวชาลิสา หาญกิจ ตำแหน่ง ครู ๑. มาตรฐาน/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิดและ ความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด ม.๑/๑ พูดสรุปใจความสําคัญของเรื่องที่ฟังและดู ม.๑/๔ ประเมินความน่าเชื่อถือของสื่อที่มีเนื้อหาโน้มน้าวใจ ม.๑/๖ มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด ๒. สาระสำคัญ การพูดสรุปความ หมายถึงการพูดสรุปสาระสำคัญจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ในการ เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ให้แก่ทั้งผู้พูดและผู้ฟัง แหล่งความรู้จากการฟังและดู อาจมาจากสื่อโทรทัศน์ วิทยุ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ รวมทั้งการฟังบรรยายและทัศนศึกษา การฝึกฝนทักษะการพูดสรุปความ อย่างสม่ำเสมอจะสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนรูและเขาใจหลักการพูดสรุปความและการประเมินคาจากสื่อที่ฟงและดู ๒. นักเรียนพูดสรุปความจากเรื่องที่ฟงและดูได้ ๓. นักเรียนพูดประเมินคาจากเรื่องที่ฟงและดูได้ ๔. นักเรียนใฝ่เรียนรู้และมีความมุ่งมั่นในการทำงาน ๔. สาระการเรียนรู้ ๑. การพูดสรุปความจากเรื่องที่ฟงและดู ๒. พูดประเมินคาจากเรื่องที่ฟงและดูและการมีมารยาทในการฟง การดู และการพูด ๕. การจัดกระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำ นักเรียนรวมกันพูดแสดงความคิดเห็นขอความที่กําหนด ในประเด็นจุดประสงคของสารคือสาร โนมนาวใจ ครูซักถามและเชื่อมโยงเขาสูบทเรียน