The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by princessss963.kn, 2022-10-18 08:37:59

รวมแผนสังคมป5

รวมแผนสังคมป5

แบบประเมนิ ตามสภาพจรงิ (Rubrics)
แบบประเมินชน้ิ งาน เร่ือง การจดั การสิ่งแวดล้อมในภมู ภิ าค

รายการการประเมิน 4 ระดับคุณภาพ 1
32

1. ความสามารถ ศกึ ษาและอธบิ ายเกี่ยวกบั ศกึ ษาและอธิบายเก่ยี วกับ ศกึ ษาและอธบิ ายเกย่ี วกบั ศกึ ษาและอธบิ ายเก่ยี วกบั

ทางภูมิศาสตร์ การเปล่ยี นแปลงของ การเปลย่ี นแปลงของ การเปลย่ี นแปลงของ การเปลี่ยนแปลงของ

• ความเข้าใจ สง่ิ แวดลอ้ มท่เี กดิ ขนึ้ สิ่งแวดลอ้ มท่เี กดิ ขน้ึ สงิ่ แวดล้อมที่เกดิ ขนึ้ สงิ่ แวดล้อมทีเ่ กดิ ขน้ึ

ระบบธรรมชาติ ในภมู ิภาคของตน ในภมู ภิ าคของตน ในภูมภิ าคของตน ในภูมิภาคของตน

และมนษุ ย์ พร้อมนาเสนอวิธกี ารรกั ษา พรอ้ มนาเสนอวธิ กี ารรกั ษา พรอ้ มนาเสนอวิธีการรกั ษา พรอ้ มนาเสนอวิธีการรักษา

• การใหเ้ หตุผล และการทาลายส่ิงแวดลอ้ ม และการทาลายสิ่งแวดล้อม และการทาลายสง่ิ แวดล้อม และการทาลายสิง่ แวดลอ้ ม

ทางภมู ศิ าสตร์ และเสนอแนวทางการ และเสนอแนวทางการ และเสนอแนวทางการ และเสนอแนวทางการการ

จัดการส่ิงแวดล้อมได้ จดั การสง่ิ แวดลอ้ มได้ จัดการส่งิ แวดล้อมไดบ้ า้ ง จดั การสิง่ แวดลอ้ ม

ถูกต้องเหมาะสม ตรงตาม ถกู ต้อง ไดต้ ามคาแนะนาของครู

ข้อมูล เหมาะสมบางสว่ น

2. กระบวนการ ดาเนนิ การตาม ดาเนนิ การตาม ดาเนนิ การตาม ดาเนนิ การตาม

ทางภูมิศาสตร์ กระบวนการทางภมู ศิ าสตร์ กระบวนการทางภูมศิ าสตร์ กระบวนการทางภูมศิ าสตร์ กระบวนการทางภมู ศิ าสตร์

• การตงั้ คาถาม ไดถ้ กู ต้อง ไดถ้ ูกต้อง ไดถ้ ูกต้อง ไดต้ ามคาแนะนาของครู

เชงิ ภูมศิ าสตร์ และครบถว้ นทกุ ข้ันตอน แตไ่ มค่ รบถว้ น เพยี งบางส่วน

• การรวบรวมขอ้ มูล ทกุ ข้นั ตอน

• การจดั การขอ้ มูล

• การวิเคราะหข์ อ้ มูล

• การสรุปเพ่ือ

ตอบคาถาม

3. ทักษะ สงั เกตและนาเสนอ สงั เกตและนาเสนอ สังเกตและนาเสนอ สงั เกตและนาเสนอ

ทางภูมิศาสตร์ การรกั ษาและการทาลาย การรกั ษาและการทาลาย การรกั ษาและการทาลาย การรักษาและการทาลาย

• การสงั เกต สิ่งแวดลอ้ มด้วยการ สิ่งแวดลอ้ มด้วยการ ส่ิงแวดล้อมด้วยการ สง่ิ แวดล้อมดว้ ยการ

• การแปลความ วาดภาพพร้อมเสนอ วาดภาพพร้อมเสนอ วาดภาพพรอ้ มเสนอ วาดภาพพรอ้ มเสนอ

ขอ้ มูลทาง แนวทางการจัดการ แนวทางการจดั การ แนวทางการจดั การ แนวทางการจดั การ

ภมู ิศาสตร์ สง่ิ แวดลอ้ มไดถ้ กู ตอ้ ง สิง่ แวดล้อมไดถ้ ูกตอ้ ง สิ่งแวดล้อมไดบ้ า้ ง ส่ิงแวดลอ้ ม

• การใชเ้ ทคนคิ เหมาะสม เหมาะสมบางส่วน ไดต้ ามคาแนะนาของครู

และเครือ่ งมือ

ทางภูมิศาสตร์

เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ

รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ

1. ความสามารถทางภูมิศาสตร์ 4 32 1 11-12 4 (ดมี าก)
2. กระบวนการทางภูมศิ าสตร์ 4 32 1 9-10 3 (ดี)
3. ทักษะทางภูมิศาสตร์ 4 32 1 7-8 2 (พอใช้)
1-6 1 (ควรปรบั ปรงุ )

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 80

สาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาสังคมศกึ ษา

ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 เร่อื งที่ 5 แนวทางการจดั การส่ิงแวดลอ้ ม เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชี้วัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ส 5.2 เขา้ ใจปฏิสัมพันธร์ ะหวา่ งมนษุ ยก์ บั สิง่ แวดลอ้ มทางกายภาพทีก่ อ่ ให้เกิด

การสร้างสรรคว์ ิถกี ารดาเนนิ ชีวติ มีจิตสานึกและมสี ่วนร่วมในการจดั การทรัพยากร
และสิง่ แวดล้อมเพือ่ การพัฒนาท่ียัง่ ยืน

ตวั ช้วี ัด นาเสนอตวั อย่างทส่ี ะทอ้ นให้เห็นผลจากการรักษาและทาลายสิ่งแวดลอ้ ม
ส 5.2 ป.5/3

และเสนอแนวทางในการจดั การสิง่ แวดล้อมในภมู ภิ าคของตน
จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. อธบิ ายความสาคัญของแนวทางการจดั การสิ่งแวดลอ้ ม (K)
2. วิเคราะห์และปฏบิ ตั ิตนในการจัดการส่ิงแวดล้อมอย่างถกู วธิ ี (P)

3. เหน็ ความสาคัญในการปอ้ งกันและแก้ไขปญั หาส่ิงแวดลอ้ ม เพื่อการพฒั นาอย่างยงั่ ยืน (A)
สาระสาคญั

แนวทางการจดั การส่งิ แวดล้อม เปน็ แนวทางสาคัญในการใชแ้ ละการดูแลรักษาสิง่ แวดล้อมอยา่ งยง่ั ยนื

เพอื่ แก้ปัญหาความเส่อื มโทรมของสิ่งแวดลอ้ มท่ีเกิดขน้ึ ประชาชนทุกคนจงึ ควรมีส่วนร่วม

ในการจัดการสิ่งแวดลอ้ ม เพือ่ ปอ้ งกนั และแก้ปัญหาสิ่งแวดลอ้ มท่ียั่งยืน
สาระสาคญั

แนวทางการจัดการสิง่ แวดล้อม
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

1. ใฝเ่ รียนรู้

2. มุง่ ม่นั ในการทางาน
คาถามสาคญั

การสรา้ งความตระหนักในการอนรุ ักษแ์ ละการดแู ลสิ่งแวดล้อม นกั เรยี นคดิ วา่ จะส่งผลดีตอ่ สง่ิ แวดล้อม

อย่างไร
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

1.ขนั้ สงั เกต รวบรวมขอ้ มูล (Gathering)

1. นกั เรียนรว่ มกนั สนทนาเกีย่ วกบั ความสาคญั ของแนวทางการจดั การสิ่งแวดลอ้ ม
โดยการตอบคาถาม ดังนี้

• ส่ิงแวดล้อมในปัจจบุ ันมีการเปล่ียนแปลงไปอยา่ งไรบ้าง
(ตัวอย่างคาตอบ พื้นท่ีป่าไม้ลดลง ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มมคี วามเสือ่ มโทรม)
• ปัญหาดังกล่าวทเ่ี กดิ ขึ้นควรมีแนวทางการแกไ้ ขหรอื ไม่ อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ ควรมแี นวทางการแกไ้ ขหรอื แนวทางการจดั การอยา่ งถูกต้อง ถกู วิธี
และเหมาะสม)
• นกั เรียนคิดวา่ แนวทางการจดั การสง่ิ แวดลอ้ มมคี วามสาคญั อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ เป็นแนวทางสาคญั ในการใชแ้ ละการดแู ลรักษาสิง่ แวดล้อมอย่างยัง่ ยนื
เพื่อแก้ปัญหาความเส่อื มโทรมของสิง่ แวดลอ้ มท่ีเกิดข้ึน)
2. นกั เรียนศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกย่ี วกบั แนวทางการจดั การส่ิงแวดลอ้ ม จากหนังสือเรยี น
และแหล่งการเรียนรูอ้ นื่ ๆ เพิ่มเติม
2.ขัน้ คิดวเิ คราะห์และสรปุ ความรู้ (Processing)

3. นักเรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกับแนวทางการจดั การสิง่ แวดล้อม โดยใช้คาถาม
ดงั น้ี

• แนวทางสาคัญในการใชแ้ ละการดูแลรักษาส่งิ แวดลอ้ มอยา่ งยง่ั ยนื มีแนวทางการปฏิบัติ
อยา่ งไร

4. นกั เรยี นยกตัวอยา่ งแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมอยา่ งยง่ั ยนื มา 1 ตวั อยา่ ง แล้วเสนอแนวทาง
การปฏิบตั ทิ เี่ หมาะสมและบอกประโยชน์ทไ่ี ดร้ ับ

5. นกั เรียนร่วมกนั วเิ คราะห์เกีย่ วกับบทบาทสาคัญในการอนุรกั ษแ์ ละดแู ลรักษาส่งิ แวดลอ้ ม
ของหนว่ ยงานภาครัฐ

6. นกั เรยี นคิดประเมินเพอื่ เพิ่มคุณคา่ แล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยการตอบคาถาม ดงั น้ี
• การสรา้ งความตระหนักในการอนุรักษแ์ ละดแู ลสงิ่ แวดลอ้ ม นกั เรยี นคดิ ว่าจะส่งผลดีต่อ

สิง่ แวดลอ้ ม อย่างไร
(ตัวอย่างคาตอบ ส่ิงแวดล้อมจะไดร้ บั การดูแลรกั ษาและฟน้ื ฟูให้อยใู่ นสภาพท่ดี ี

และมีใช้อยา่ งยาวนาน)
3.ขน้ั ปฏบิ ัตแิ ละสรุปความรหู้ ลงั การปฏิบตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)

7. นักเรยี นแบง่ กลมุ่ ยกตวั อยา่ งการจัดการสิง่ แวดล้อมอย่างยัง่ ยนื มา 1 ตัวอยา่ ง
จากน้ันเสนอแนวทางการปฏบิ ัติ แลว้ วเิ คราะหผ์ ลทีเ่ กดิ ข้นึ จากการปฏิบัติและไม่ปฏบิ ัติ

8. นกั เรียนตรวจสอบความถูกต้องและความเรยี บร้อยของผลงาน หากพบข้อผิดพลาดให้ปรับปรงุ
แกไ้ ขให้ถูกตอ้ ง

9. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปสิ่งที่เข้าใจเปน็ ความรรู้ ว่ มกนั ดังนี้
แนวทางการจัดการส่งิ แวดลอ้ ม เปน็ แนวทางสาคัญในการใช้และการดูแลรกั ษาสิ่งแวดลอ้ ม

อย่างยั่งยนื เพอื่ แกป้ ัญหาความเสอื่ มโทรมของสิ่งแวดลอ้ มทเ่ี กดิ ข้นึ ประชาชนทุกคนจึงควรมีสว่ นร่วม
ในการจัดการสิง่ แวดล้อม เพ่ือป้องกนั และแก้ปัญหาสิ่งแวดลอ้ มทยี่ ง่ั ยืน
4.ข้ันสือ่ สารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

10. นักเรียนนาเสนอผลงาน การจัดการสง่ิ แวดล้อมอย่างยัง่ ยนื หนา้ ช้นั เรียน
11. นักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายสรปุ เกย่ี วกบั วธิ ีการทางานให้เหน็ การคิดเชิงระบบและวิธีการทางาน
ทีม่ แี บบแผน

5.ขัน้ ประเมินเพ่อื เพ่มิ คุณค่าบรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)

12. นักเรยี นนาแนวทางการจดั การสิง่ แวดลอ้ มท่ีถกู ตอ้ งและเหมาะสมไปปฏบิ ัตใิ นชวี ิตประจาวนั
และชว่ ยกนั ดูแลรักษา และฟื้นฟูให้ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มเกิดความย่ังยนื ตอ่ ไป

13. นกั เรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลงั การเรยี น ในประเด็นต่อไปน้ี
• ส่งิ ที่นกั เรยี นได้เรียนรใู้ นวันนค้ี อื อะไร
• นักเรียนมสี ว่ นรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• เพอื่ นนกั เรียนในกลมุ่ มีสว่ นร่วมกิจกรรมในกลุม่ มากน้อยเพียงใด
• นักเรียนพอใจกบั การเรียนในวนั นห้ี รอื ไม่ เพยี งใด
• นักเรียนจะนาความรู้ท่ไี ด้น้ไี ปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์แกต่ นเอง ครอบครัว และสงั คมท่วั ไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากน้นั แลกเปล่ียนตรวจสอบขัน้ ตอนการทางานทุกขั้นตอนวา่ จะเพม่ิ คุณค่าไปส่สู ังคม

เกิดประโยชนต์ อ่ สงั คมใหม้ ากขน้ึ กวา่ เดมิ ในขั้นตอนใดบ้าง สาหรับการทางานในคร้ังต่อไป
ส่ือการเรียนร/ู้ แหล่งการเรยี นรู้

1. หนงั สือเรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5
2. แหลง่ การเรียนรทู้ ้งั ภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมินการเรยี นรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เรอื่ ง แนวทางการจัดการส่งิ แวดล้อม (K) ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทางานกลุม่ (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ดา้ นใฝเ่ รยี นรู้ มุง่ ม่ันในการทางาน (A) ดว้ ยแบบประเมิน
แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)

แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม

รายการการ ระดับคณุ ภาพ
ประเมนิ
4321
กระบวนการ
ทางานกลมุ่ มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด

สมาชกิ ชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ บทบาทสมาชกิ

และมกี ารช้ีแจง มีการชแี้ จงเป้าหมาย ไมม่ กี ารชี้แจง และไมม่ กี ารชี้แจง

เป้าหมาย อยา่ งชัดเจนและ เป้าหมาย เป้าหมาย สมาชิก

การทางาน ปฏบิ ตั ิงานร่วมกนั อย่างชัดเจน ตา่ งคนตา่ งทางาน

มีการปฏบิ ัตงิ าน แตไ่ ม่มกี ารประเมนิ ปฏบิ ัตงิ านร่วมกัน

รว่ มกัน เป็นระยะ ๆ ไม่ครบทกุ คน

อยา่ งรว่ มมือรว่ มใจ

พรอ้ มกับการประเมิน

เป็นระยะ ๆ



ภาคผนวก

ชอื่ -สกุล......................................................................................................................... ..ชน้ั ...........เลขท่ี...........

ชิ้นงานที่ 1 เร่ือง ความสาคัญของพระพทุ ธศาสนา

นักเรียนยกตวั อย่างมรดกทางวัฒนธรรมของศาสนาทต่ี นนับถอื มา 1 อยา่ ง และบันทึกข้อมลู
ลงในแบบบนั ทึก

แบบบันทกึ มรดกทางวฒั นธรรมของศาสนาทตี่ นนับถือ

1. ศาสนาที่นบั ถือ คือ (พระพุทธศาสนา)

2. ตวั อยา่ งมรดกทางวฒั นธรรมของศาสนา คือ
(วดั พระศรีรัตนศาสาดาราม หรือวดั พระแกว้ ซ่ึงมีพระแกว้ มรกต
ประดิษฐานอยภู่ ายในวดั )

3. มรดกดงั กล่าวเป็นวฒั นธรรมทางดา้ นใด
มรดกทางดา้ นรูปธรรม
มรดกทางดา้ นจิตใจ

4. มรดกทางวฒั นธรรมดงั กล่าวมีส่วนช่วยพฒั นาประเทศอยา่ งไร
(เป็นสถานท่ีใหพ้ ทุ ธศาสนิกชนไดเ้ ขา้ ไปเคารพบูชาพระแกว้ มรกต
ซ่ึงเป็นท่ียดึ เหนี่ยวจิตใจคนไทย และเป็นสถานที่ทอ่ งเท่ียวท่ีสวยงาม
ท่ีใหช้ าวตา่ งประเทศมาเที่ยวชม)

เฉลย

นกั เรียนยกตัวอย่างมรดกทางวัฒนธรรมของศาสนาทต่ี นนับถือมา 1 อย่าง และบนั ทึกข้อมูล
ลงในแบบบนั ทึก (ตัวอยา่ งคาตอบ)

แบบบันทกึ มรดกทางวฒั นธรรมของศาสนาทตี่ นนับถือ

1. ศาสนาท่ีนบั ถือ คือ (พระพุทธศาสนา)

2. ตวั อยา่ งมรดกทางวฒั นธรรมของศาสนา คือ
(วดั พระศรีรัตนศาสดาราม หรือวดั พระแกว้ ซ่ึงมีพระแกว้ มรกต
ประดิษฐานอยภู่ ายในวดั )

3. มรดกดงั กล่าวเป็นวฒั นธรรมทางดา้ นใด
 มรดกทางดา้ นรูปธรรม
มรดกทางดา้ นจิตใจ

4. มรดกทางวฒั นธรรมดงั กล่าวมีส่วนช่วยพฒั นาประเทศอยา่ งไร
(เป็นสถานท่ีใหพ้ ุทธศาสนิกชนไดเ้ ขา้ ไปเคารพบูชาพระแกว้ มรกต
ซ่ึงเป็นที่ยดึ เหนี่ยวจิตใจของคนไทย และเป็นสถานท่ีท่องเท่ียวท่ีสวยงาม
ท่ีใหช้ าวตา่ งประเทศมาเท่ียวชม)

ชือ่ -สกุล.....................................................................................................................ช้ัน .........เลขท.่ี .................

ชนิ้ งานท่ี 2 เรือ่ ง พทุ ธประวัติ

นักเรียนสังเกตภาพ อ่านข้อความและตอบคาถาม
พระพทุ ธเจ้าทรงระลึกถงึ พระคุณของพระประยุรญาติ
จงึ ได้เสดจ็ กลับกรุงกบลิ พสั ดุ์ และแสดงธรรมโปรดพระ
ประยุรญาติ เชน่ โปรดพระเจ้าสทุ โธทนะ
พระนางมหาประชาบดีโคตมี

1) พระพุทธเจา้ เสดจ็ กลบั กรุงกบิลพสั ดุเ์ พอ่ื อะไร
2) การปฏิบตั ิของพระพทุ ธเจา้ มีประโยชน์อยา่ งไร
3) นกั เรียนจะแสดงความกตญั ญูตอ่ บิดามารดาอยา่ งไร

พระพุทธเจา้ ทรงบาเพญ็ ประโยชน์ต่อชาวโลก
โดยเวลาใกลร้ ุ่งจะทรงตรวจดว้ ยญาณวา่ จะทรงไป
โปรดผใู้ ด

1) การปฏิบตั ิของพระพุทธเจา้ ตรงกบั พทุ ธจริยา 3 ขอ้ ใด
2) การปฏิบตั ิของพระพทุ ธเจา้ มีประโยชน์อยา่ งไร
3) นกั เรียนจะปฏิบตั ิตนเพือ่ ประโยชน์ต่อส่วนรวมไดอ้ ยา่ งไร

เฉลย

นักเรยี นสังเกตภาพ อ่านข้อความและตอบคาถาม (ตัวอย่างคาตอบ)
พระพุทธเจา้ ทรงระลึกถึงพระคุณของพระประยุรญาติ
จึงไดเ้ สด็จกลบั กรุงกบิลพสั ดุ์ และแสดงธรรมโปรด
พระประยรุ ญาติ เช่น โปรดพระเจา้ สุทโธทนะ
พระนางมหาประชาบดีโคตมี

1) พระพุทธเจา้ เสดจ็ กลบั กรุงกบิลพสั ดุเ์ พ่ืออะไร
(แสดงธรรมโปรดพระประยุรญาติ)

2) การปฏิบตั ิของพระพทุ ธเจา้ มีประโยชน์อยา่ งไร
(ช่วยเหลือช้ีแนะแนวทางให้ผอู้ ่ืนพน้ ทุกข์ และเผยแผพ่ ระพุทธศาสนาใหแ้ พร่หลาย)

3) นกั เรียนจะแสดงความกตญั ญูตอ่ บิดามารดาอยา่ งไร
(ต้งั ใจเรียน รับผดิ ชอบหนา้ ท่ีที่ไดร้ ับมอบหมาย ดูแลบิดามารดายามเจบ็ ป่ วย)

พระพุทธเจา้ ทรงบาเพญ็ ประโยชนต์ ่อชาวโลก
โดยเวลาใกลร้ ุ่งจะทรงตรวจดว้ ยญาณวา่ จะทรงไป
โปรดผใู้ ด

1) การปฏิบตั ิของพระพุทธเจา้ ตรงกบั พุทธจริยา 3 ขอ้ ใด
(โลกตั ถจริยา)

2) การปฏิบตั ิของพระพุทธเจา้ มีประโยชน์อยา่ งไร
(เป็นการช่วยเหลือชาวโลกใหพ้ น้ ทุกข์ และมีหลกั ธรรมในการดาเนินชีวิต)

3) นกั เรียนจะปฏิบตั ิตนเพ่อื ประโยชนต์ ่อส่วนรวมไดอ้ ยา่ งไร
(ช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อน ดว้ ยการใชถ้ ุงผา้ ใส่ของแทนการใชถ้ ุงพลาสติกและช่วยปลูกตน้ ไม)้

ชื่อ-สกลุ .........................................................................................................ชัน้ ............ ...เลขที่.................

ช้ินงานท่ี 3 เรือ่ ง พทุ ธสาวก

นักเรียนวเิ คราะห์ข้อคิดที่ไดจ้ ากการศึกษาประวตั ิพุทธสาวก : พระโสณโกฬิวสิ ะ
พรอ้ มเสนอแนวทางการนาข้อคดิ ไปปฏิบัติและผลท่เี กดิ ขนึ้ จากการปฏิบัตลิ งในแผนภาพความคิด
(ตัวอยา่ งคาตอบ)

ข้อคิดทไี่ ด้จากการศึกษาประวตั ิ แนวทางการนาข้อคดิ ทไ่ี ด้
พระโสณโกฬิวสิ ะ ไปปฏบิ ัติ

(การจะกระทาสิ่งใดควรยดึ หลกั (หมนั่ ประกอบความเพยี ร
ทางสายกลาง ไม่ตึงเกินไป รู้จกั การปรับตวั มีความพอดี
ไม่หยอ่ นเกินไป) ไม่มากเกินไป ไมน่ อ้ ยเกินไป)

ผลทเี่ กดิ ขึน้ จากการปฏิบตั ิ
(สามารถทาสิ่งต่าง ๆ ไดส้ าเร็จตามที่ต้งั ใจ)

เฉลย

นักเรยี นวิเคราะห์ขอ้ คดิ ที่ไดจ้ ากการศึกษาประวัติพุทธสาวก : พระโสณโกฬวิ ิสะ
พรอ้ มเสนอแนวทางการนาขอ้ คิดไปปฏิบัติและผลที่เกิดขน้ึ จากการปฏบิ ัตลิ งในแผนภาพความคิด
(ตัวอยา่ งคาตอบ)

ข้อคิดทไี่ ด้จากการศึกษาประวตั ิ แนวทางการนาข้อคิดทไี่ ด้
พระโสณโกฬิวสิ ะ ไปปฏบิ ตั ิ

(การจะกระทาสิ่งใดควรยดึ หลกั (หมนั่ ประกอบความเพยี ร
ทางสายกลาง ไม่ตึงเกินไป รู้จกั การปรับตวั มีความพอดี
ไม่หยอ่ นเกินไป) ไม่มากเกินไป ไมน่ อ้ ยเกินไป)

ผลทเ่ี กดิ ขึน้ จากการปฏิบตั ิ
(สามารถทาสิ่งตา่ ง ๆ ไดส้ าเร็จตามท่ีต้งั ใจ)



ชือ่ -สกลุ .....................................................................................................................ชน้ั .............เลขที่..............

ช้นิ งานที่ 4 เร่ือง ชาดก

นักเรยี นเลือกชาดกมา 1 เร่ือง และเสนอแนวทางการปฏบิ ัติตนตามข้อคิดจากชาดก
และบอกผลทีเ่ กิดขน้ึ จากการปฏิบัตลิ งในแผนภาพความคดิ

แนวทางการปฏบิ ตั ิตนตามข้อคิดจากชาดก ผลทเี่ กดิ ขึน้ ต่อตนเอง
เร่ือง
(ทาใหเ้ ป็นคนมีสติอยเู่ สมอ
(มีสติ คิดไตร่ตรองหาขอ้ เทจ็ จริง มีความหนกั แน่น ไมห่ ลงเชื่อคายยุ ง
จากสิ่งท่ีไดฟ้ ัง ไมห่ ลงเชื่อคายยุ ง ของผอู้ ื่น รู้จกั ใชเ้ หตุผลในการแกป้ ัญหา
ของผอู้ ื่นโดยปราศจากการใชเ้ หตุผล) เกิดความสามคั คีปรองดองกนั )

เฉลย

นักเรยี นเลือกชาดกมา 1 เรื่อง และเสนอแนวทางการปฏิบตั ิตนตามข้อคดิ จากชาดก
และบอกผลทีเ่ กิดขึ้นจากการปฏบิ ตั ลิ งในแผนภาพความคิด (ตัวอยา่ งคาตอบ)

แนวทางการปฏบิ ัติตนตามข้อคิดจากชาดก ผลทเี่ กดิ ขึน้ ต่อตนเอง
เร่ือง (วณั ณาโรหชาดก)
(ทาใหเ้ ป็นคนมีสติอยเู่ สมอ
(มีสติ คิดไตร่ตรองหาขอ้ เทจ็ จริง มีความหนกั แน่น ไมห่ ลงเช่ือคายยุ ง
จากส่ิงที่ไดฟ้ ัง ไมห่ ลงเช่ือคายยุ ง ของผอู้ ่ืน รู้จกั ใชเ้ หตุผลในการแกป้ ัญหา
ของผอู้ ่ืนโดยปราศจากการใชเ้ หตุผล) เกิดความสามคั คีปรองดองกนั )

ชอ่ื -สกลุ ......................................................................................................................... ..ชน้ั ............เลขท.ี่ ............

ช้นิ งานท่ี 5 เรอ่ื ง พทุ ธศาสนิกชนตวั อย่าง

นักเรยี นเสนอแนวทางการปฏิบตั ิตามข้อคิดทไี่ ดจ้ ากการศกึ ษาประวตั ิพุทธศาสนิกชนตวั อยา่ ง
คือ สมเดจ็ พระสงั ฆราช (สา ปสุ สฺ เทโว) หรืออาจารย์เสถียร โพธินันทะ มา 1 ท่าน แล้วสรุปลงใน
แผนภาพความคิด

แนวทางการปฏิบัติตามข้อคิดจาก ผลทเี่ กดิ ขึน้ จากการปฏิบัติ
พทุ ธศาสนิกชนตัวอย่าง
(ทาใหเ้ ป็นผใู้ ฝ่ เรียนใฝ่ รู้ อา่ นหนงั สือ
(ต้งั ใจเรียน อา่ นหนงั สือ มุง่ แสวงหา ไดม้ ากข้ึน จนมีความรู้แตกฉานในเรื่อง
ความรู้ในเร่ืองที่สนใจจนเกิด ท่ีสนใจ และสามารถนาความรู้ไปใช้
ความเขา้ ใจ) ประโยชนต์ ่อตนเองและผอู้ ่ืนได)้

เฉลย

นกั เรียนเสนอแนวทางการปฏิบตั ติ ามข้อคิดท่ีได้จากการศึกษาประวตั ิพทุ ธศาสนกิ ชนตวั อย่าง
คือ สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสสฺ เทโว) หรืออาจารย์เสถยี ร โพธนิ นั ทะ มา 1 ทา่ น แลว้ สรุปลงใน
แผนภาพความคิด (ตัวอยา่ งคาตอบ)

แนวทางการปฏิบตั ิตามข้อคิดจาก ผลทเ่ี กดิ ขึน้ จากการปฏิบตั ิ
พุทธศาสนิกชนตัวอย่าง
(ทาใหเ้ ป็นผใู้ ฝ่ เรียนใฝ่ รู้ อา่ นหนงั สือ
(อาจารย์เสถียร โพธินันทะ) ไดม้ ากข้ึน จนมีความรู้แตกฉานในเร่ือง
ท่ีสนใจ และสามารถนาความรู้ไปใช้
(ต้งั ใจเรียน อ่านหนงั สือ มุง่ แสวงหา ประโยชน์ต่อตนเองและผอู้ ่ืนได)้
ความรู้ในเรื่องที่สนใจจนเกิด
ความเขา้ ใจ)

ชอ่ื -สกุล....................................................................................................................ชน้ั .............เลขท่.ี .............

ช้นิ งานที่ 6 เร่อื ง พระไตรปิฎกและคมั ภีรข์ องศาสนาต่าง ๆ

นกั เรยี นศึกษาองคป์ ระกอบและความสาคญั ของพระไตรปิฎกและบันทึกลงในแผนภาพความคิด
และตอบคาถาม (ตัวอย่างคาตอบ)

พระไตรปิ ฎก แบ่งออกเป็น (3) หมวด ไดแ้ ก่ (พระวนิ ยั ปิ ฎก พระสุตตนั ตปิ ฎก
พระอภิธรรมปิ ฎก)

ความสาคัญของพระไตรปิ ฎก

ต่อตนเอง ต่อสังคมไทย ต่อศาสนา

(เป็นแนวทางการปฏิบตั ิตน (เป็นแนวทางใหค้ นในสังคม (เป็นคมั ภีร์ท่ีรวบรวม
ในการดาเนินชีวติ ในปัจจุบนั ) ยดึ ถือปฏิบตั ิเพื่อความสงบสุข หลกั ธรรมคาสอนของ
ในสังคม) พระพทุ ธเจา้ )

ถา้ นกั เรียนมีโอกาสนาเสนอเรื่องของพระไตรปิ ฎก นกั เรียนจะนาเสนอหมวดใด
(พระสุตตนั ตปิ ฎก) เพราะเหตุใด

(เพราะเป็ นเป็นหมวดท่ีเป็นเร่ืองเล่าที่แฝงดว้ ยหลกั ธรรม ทาใหผ้ ฟู้ ังไดข้ อ้ คิดคติเตือนใจ
สามารถนาไปปรับใชใ้ นการดาเนินชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งมีความสุข)

เฉลย

นกั เรียนศึกษาองค์ประกอบและความสาคญั ของพระไตรปิฎกและบันทึกลงในแผนภาพความคดิ
และตอบคาถาม (ตัวอย่างคาตอบ)

พระไตรปิ ฎก แบ่งออกเป็น (3) หมวด ไดแ้ ก่ (พระวนิ ยั ปิ ฎก พระสุตตนั ตปิ ฎก
พระอภิธรรมปิ ฎก)

ความสาคัญของพระไตรปิ ฎก

ต่อตนเอง ต่อสังคมไทย ต่อศาสนา

(เป็นแนวทางการปฏิบตั ิตน (เป็นแนวทางใหค้ นในสงั คม (เป็นคมั ภีร์ท่ีรวบรวม
ในการดาเนินชีวติ ในปัจจุบนั ) ยดึ ถือปฏิบตั ิเพอื่ ความสงบสุข หลกั ธรรมคาสอนของ
ในสงั คม) พระพทุ ธเจา้ )

ถา้ นกั เรียนมีโอกาสนาเสนอเร่ืองของพระไตรปิ ฎก นกั เรียนจะนาเสนอหมวดใด
(พระสุตตนั ตปิ ฎก) เพราะเหตุใด

(เพราะเป็ นหมวดท่ีเป็นเร่ืองเล่าที่แฝงดว้ ยหลกั ธรรม ทาใหผ้ ฟู้ ังไดข้ อ้ คิดคติเตือนใจ
สามารถนาไปปรับใชใ้ นการดาเนินชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งมีความสุข)

ชอ่ื -สกลุ .....................................................................................................................ชัน้ ............เลขท.่ี ..................

ชน้ิ งานที่ 7 เร่อื ง พระรตั นตรัย

นกั เรียนเสนอแนวทางในการแสดงความเคารพพระรตั นตรัย และบันทกึ ผลการปฏบิ ัติตน
ลงในแบบบันทึก

แบบบนั ทกึ ผลการปฏิบตั ิ
1. นกั เรียนแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัยอยา่ งไรบา้ ง

2. นกั เรียนแสดงความเคารพพระรัตนตรัยในโอกาสใดบา้ ง

3. จากการปฏิบตั ิดงั กล่าวเกิดผลดีตอ่ ตนเองและพระพทุ ธศาสนาอยา่ งไร

4. การแสดงความเคารพพระรัตนตรัยสอดคลอ้ งกบั คุณธรรม จริยธรรม
และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ อ้ ใด
รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ มีวนิ ยั ใฝ่ เรียนรู้

เฉลย

นักเรียนเสนอแนวทางในการแสดงความเคารพพระรัตนตรัย และบนั ทึกผลการปฏบิ ตั ติ น
ลงในแบบบนั ทึก (ตัวอยา่ งคาตอบ)

แบบบนั ทกึ ผลการปฏิบัติ

1. นกั เรียนแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัยอยา่ งไรบา้ ง
(ทาบุญตกั บาตรในวนั สาคญั ทางพระพุทธศาสนา)

2. นกั เรียนแสดงความเคารพพระรัตนตรัยในโอกาสใดบา้ ง
(วนั มาฆบูชา วนั วสิ าขบูชา วนั อาสาฬหบูชา)

3. จากการปฏิบตั ิดงั กล่าวเกิดผลดีตอ่ ตนเองและพระพทุ ธศาสนาอยา่ งไร
(เป็นการสืบทอดพระพทุ ธศาสนาใหค้ งอยสู่ ืบต่อไป)

4. การแสดงความเคารพพระรัตนตรัยสอดคลอ้ งกบั คุณธรรม จริยธรรม

และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคข์ อ้ ใด
 รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์
มีวนิ ยั ใฝ่ เรียนรู้

ชอ่ื -สกุล......................................................................................................................... ชัน้ ...........เลขที่...............

ชิ้นงานที่ 8 เรื่อง ไตรสกิ ขา

นักเรยี นเสนอแนวทางในการปฏิบตั ิตนตามหลักไตรสิกขา พร้อมบอกผลท่เี กดิ ข้ึน
ลงในแผนภาพความคิด

วธิ ีการปฏบิ ัติ ผลทเี่ กดิ ขึน้

ศีล (ฝึกกาย วาจาใหอ้ ยใู่ น (เป็ นคนสุภาพเรี ยบร้อย
ระเบียบวนิ ยั ) ท้งั กายและใจ)

สมาธิ วธิ ีการปฏบิ ัติ ผลทเี่ กดิ ขึน้
(นงั่ สมาธิ ฝึกจิตใจใหส้ งบ) (จิตใจสงบ)

ปัญญา วธิ ีการปฏิบัติ ผลทเ่ี กดิ ขึน้
(ประสบความสาเร็จ)
(แสวงหาความรู้
มีความต้งั ใจใฝ่ เรียนรู้)

เฉลย

นกั เรยี นเสนอแนวทางในการปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ไตรสิกขา พรอ้ มบอกผลทเ่ี กดิ ข้นึ
ลงในแผนภาพความคิด (ตวั อยา่ งคาตอบ)

วธิ ีการปฏบิ ัติ ผลทเ่ี กดิ ขึน้

ศีล (ฝึกกาย วาจาใหอ้ ยใู่ น (เป็ นคนที่สุภาพเรี ยบร้อย
ระเบียบวนิ ยั ) ท้งั กายและใจ)

สมาธิ วธิ ีการปฏิบัติ ผลทเ่ี กดิ ขึน้
(นงั่ สมาธิ ฝึกจิตใจใหส้ งบ) (จิตใจสงบ)

ปัญญา วธิ ีการปฏิบตั ิ ผลทเี่ กดิ ขึน้
(ประสบความสาเร็จ)
(แสวงหาความรู้
มีความต้งั ใจใฝ่ เรียนรู้)

ชอื่ -สกุล.......................................................................................................................ชั้ น.............ลลที่...............

ชนิ้ งานที่ 9 เรื่อง หลักธรรมโอวาท 3

น.ักลรย่ น.ยกตัวอย่างหลักธรรมโอวาี 3 มา 1 หลกั ธรรม ลสน.อแน.วีางการปฏบิ ตั ติ ามหลักธรรม
และผลี่ลกิดทึน้ .ลงใน.แผน.ภาพความคดิ

ช่ือหลกั ธรรม แนวทางการปฏบิ ัติ ผลทเี่ กดิ ขึน้
(เบญจธรรม)
(- มีความปรารถนาดี (มีกาย วาจา ที่เรียบร้อย
ตอ่ ผอู้ ื่น ชีวติ และสังคม
- พดู ความจริง เกิดความสงบสุข)
- รู้ตวั เสมอวา่ ส่ิงใดควรทา
สิ่งใดไม่ควรทา)

ลฉลย

น.ักลร่ยน.ยกตวั อย่างหลักธรรมโอวาี 3 มา 1 หลกั ธรรม ลสน.อแน.วีางการปฏิบตั ติ ามหลักธรรม
และผลี่ลกิดทนึ้ .ลงใน.แผน.ภาพความคิด (ตวั อย่างคาตอบ)

ช่ือหลกั ธรรม แนวทางการปฏิบตั ิ ผลทเี่ กดิ ขึน้
(เบญจธรรม)
(- มีความปรารถนาดี (มีกาย วาจา ที่เรียบร้อย
ต่อผอู้ ่ืน ชีวติ และสงั คม
- พูดความจริง เกิดความสงบสุข)
- รู้ตวั เสมอวา่ สิ่งใดควรทา
ส่ิงใดไมค่ วรทา)

ชอ่ื -สกุล......................................................................................................................... .ชน้ั .........เลขท.่ี ..............

ชนิ้ งานท่ี 10 เรื่อง หลักธรรมเพื่อพฒั นาตนเองและสง่ิ แวดล้อม

นักเรียนเสนอแนวทางการปฏิบตั ติ ามหลักธรรมโอวาท 3 เพื่อพฒั นาตนเองและสิง่ แวดลอ้ ม
พรอ้ มวเิ คราะห์ผลท่เี กดิ ขึ้นลงในแผนภาพความคดิ

การปฏิบัตติ นตามหลกั ธรรมเพื่อพฒั นาตนเอง ผลทเ่ี กดิ ขึน้ ต่อตนเอง

(ปฏิบตั ิตนเป็นคนดี ต้งั ใจเรียน เช่ือฟังพอ่ แม่ (ประสบความสาเร็จในการเรียน
ครูอาจารย์ มองโลกในแง่ดี และเอ้ือเฟ้ื อเผ่อื แผ่ มีผลการเรียนท่ีดีข้ึน เกิดความสุข
ตอ่ ผูอ้ ่ืน) เป็ นท่ีรักและภาคภูมิใจของพ่อแม่
ครูอาจารย)์

การปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรม ผลทเี่ กดิ ขึน้ ต่อส่ิงแวดล้อม
เพื่อพฒั นาส่ิงแวดล้อม
(ธรรมชาติถูกทาลานนอ้ ยลง
(ช่วยกนั ดูแลรักษาสภาพแวดลอ้ มใหค้ งเดิม อากาศบริสุทธ์ิ มีสภาพแวดลอ้ ม
ไม่ขีดเขียน ทาลายสิ่งแวดลอ้ มของสาธารณะ ท่ีดีข้ึน น่าอยอู่ าศยั ปัญหามลพิษ
ไมส่ ร้างความเดือดร้อนในชุมชน) ลดลง)

การปฏิบตั ิตนตามหลกั ธรรมเพอ่ื พฒั นาตนเองและสิ่งแวดลอ้ มสอดคลอ้ งกบั คุณธรรม จริยธรรม
และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคใ์ นขอ้ ใด

รักความเป็นไทย อยอู่ ยา่ งพอเพียง  มีจิตสาธารณะ

เฉลย

นักเรียนเสนอแนวทางการปฏิบตั ติ ามหลกั ธรรมโอวาท 3 เพื่อพัฒนาตนเองและส่ิงแวดลอ้ ม
พร้อมวเิ คราะหผ์ ลทเ่ี กดิ ข้นึ ลงในแผนภาพความคิด (ตัวอย่างคาตอบ)

การปฏบิ ตั ิตนตามหลกั ธรรมเพ่ือพฒั นาตนเอง ผลทเี่ กดิ ขึน้ ต่อตนเอง

(ปฏิบตั ิตนเป็นคนดี ต้งั ใจเรียน เชื่อฟังพ่อแม่ (ประสบความสาเร็จในการเรียน
ครูอาจารย์ มองโลกในแง่ดี และเอ้ือเฟ้ื อเผื่อแผ่ มีผลการเรียนท่ีดีข้ึน เกิดความสุข
ต่อผูอ้ ่ืน) เป็นที่รักและภาคภูมิใจของพอ่ แม่
ครูอาจารย)์

การปฏบิ ัติตนตามหลกั ธรรม ผลทเี่ กดิ ขึน้ ต่อสิ่งแวดล้อม
เพื่อพฒั นาส่ิงแวดล้อม
(ธรรมชาติถูกทาลายนอ้ ยลง
(ช่วยกนั ดูแลรักษาสภาพแวดลอ้ มใหค้ งเดิม อากาศบริสุทธ์ิ มีสภาพแวดลอ้ ม
ไมข่ ีดเขียน ทาลายสิ่งของสาธารณะ ที่ดีข้ึน น่าอยอู่ าศยั ปัญหามลพษิ
ไม่สร้างความเดือดร้อนในชุมชน) ลดลง)

การปฏิบตั ิตนตามหลกั ธรรมเพอ่ื พฒั นาตนเองและส่ิงแวดลอ้ มสอดคลอ้ งกบั คุณธรรม จริยธรรม
และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคใ์ นขอ้ ใด

รักความเป็นไทย อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง  มีจิตสาธารณะ

ช่อื -สกุล....................................................................................................................ช้นั . .............เลขท.่ี .................

ชิ้นงานท่ี 11 เร่ือง หนา้ ที่ชาวพทุ ธ

นกั เรยี นยกตวั อย่างการจัดพิธีกรรมตามศาสนาที่ตนนับถอื มา 1 พิธีกรรม แลว้ เขียนลงในแบบบันทึก
(ตวั อย่างคาตอบ)

แบบบันทกึ

 พิธีกรรมที่จดั คือ
(พิธีทำบุญข้ึนบำ้ นใหม่)

 นกั เรียนจะจดั พิธีกรรมอยำ่ งไรจึงจะถูกหลกั พธิ ี

(จดั เตรียมสถำนที่ เคร่ืองประกอบพธิ ี เจริญพระพุทธมนตใ์ หพ้ ร้อม จำกน้นั ใหถ้ วำยภตั ตำหำร
เครื่องไทยธรรม ตำมลำดบั พระสงฆอ์ นุโมทนำกรวดน้ำ รับพร และกรำบลำพระสงฆ์
โดยกำรประกอบพิธีจะตอ้ งคำนึงถึงควำมประหยดั เรียบง่ำยและมีประโยชน)์

เฉลย

นักเรยี นยกตวั อย่างการจัดพิธีกรรมตามศาสนาท่ตี นนับถอื มา 1 พิธีกรรม แล้วเขยี นลงในแบบบันทกึ
(ตัวอยา่ งคาตอบ)

แบบบนั ทกึ

 พิธีกรรมที่จดั คือ
(พิธีทำบุญข้ึนบำ้ นใหม่)

 นกั เรียนจะจดั พิธีกรรมอยำ่ งไรจึงจะถูกหลกั พธิ ี

(จดั เตรียมสถำนท่ี เครื่องประกอบพิธี เจริญพระพุทธมนตใ์ หพ้ ร้อม จำกน้นั ถวำยภตั ตำหำร
เคร่ืองไทยธรรม ตำมลำดบั พระสงฆอ์ นุโมทนำกรวดน้ำ รับพร และกรำบลำพระสงฆ์
โดยกำรประกอบพิธีจะตอ้ งคำนึงถึงควำมประหยดั เรียบง่ำย และมีประโยชน์)

ชอ่ื -สกุล......................................................................................................................ชั้ น............เลขท.ี่ ...............

ชนิ้ งานท่ี 12 เรื่อง มรรยาทชาวพุทธ

นกั เรียนแบง่ กลุ่ม กลุม่ ละ 3-4 คน ร่วมฝึกปฏบิ ัตกิ ารไหว้และการกราบที่ถูกต้องตามหวั ข้อ
ทกี่ าหนดให้ แลว้ บันทึกผลการปฏบิ ัติ โดยเขียนเคร่ืองหมาย  ลงในตารางตามความเป็นจริง

แบบบนั ทกึ การไหว้และการกราบ

วธิ กี ารไหวแ้ ละกราบ ผลการปฏิบัติ
ถูกตอ้ ง ไมถ่ ูกต้อง

1. การไหวพ้ ระสงฆ์ 
2. การไหว้ผูใ้ หญ่ 
3. การไหว้บุคคลเสมอกนั 
4. การกราบเบญจางคประดิษฐ์ 
5. การกราบผู้ใหญ่ 
6. การกราบศพ

1) ศพพระ
2) ศพบคุ คล

การปฏบิ ัติตนด้วยการไหว้และกราบตามมรรยาทชาวพุทธสอดคล้องกบั คุณธรรม จรยิ ธรรม

และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ในข้อใด

ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อยา่ งพอเพยี ง  รักความเป็นไทย

เฉลย

นักเรยี นแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน ร่วมฝึกปฏิบตั กิ ารไหว้และการกราบท่ีถูกต้องตามหัวข้อ
ที่กาหนดให้ แล้วบันทึกผลการปฏิบัติ โดยเขียนเครื่องหมาย ลงในตารางตามความเป็นจริง

แบบบนั ทกึ การไหว้และการกราบ

วิธกี ารไหวแ้ ละกราบ ผลการปฏิบตั ิ
ถูกต้อง ไมถ่ กู ต้อง

1. การไหวพ้ ระสงฆ์ 
2. การไหวผ้ ใู้ หญ่ 
3. การไหวบ้ คุ คลเสมอกัน 
4. การกราบเบญจางคประดิษฐ์ 

5. การกราบผ้ใู หญ่ 

6. การกราบศพ

1) ศพพระ 
2) ศพบคุ คล

การปฏิบัตติ นด้วยการไหว้และกราบตามมรรยาทชาวพุทธสอดคลอ้ งกับคุณธรรม จริยธรรม

และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ในข้อใด

ใฝ่เรียนรู้ อยอู่ ย่างพอเพยี ง  รักความเปน็ ไทย

ชอื่ -สกลุ ..........................................................................................................ชั้น.............เลขท.ี่ ..................

ชิน้ งานท่ี 13 เรื่อง การสวดมนต์ไหว้พระ สรรเสริญคุณพระรตั นตรยั และแผ่เมตตา

นักเรยี นแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน ฝกึ กล่าวบทสวดมนต์และแผเ่ มตตาโดยพร้อมเพรียงกัน
แลว้ ให้ครูเป็นผู้ประเมนิ ผล โดยเขยี นเครอื่ งหมาย  ลงในแบบบันทกึ และตอบคาถาม

แบบบนั ทึกการสวดมนตแ์ ละแผเ่ มตตา

การกล่าวบทสวดมนต์ ผลการปฏิบตั ิ
ถูกตอ้ ง ไมถ่ ูกตอ้ ง

1. บทสรรเสริญคณุ พระรตั นตรัย

2. บทสวดไตรสรณคมน์

3. บทสวดแผเ่ มตตา

นักเรยี นมีสมาธิในการกล่าวบทสวดมนต์และแผเ่ มตตาหรือไม่
มี ไมม่ ี

นกั เรยี นรู้สกึ อย่างไร เม่ือกล่าวบทสวดมนต์และแผ่เมตตา

เฉลย

นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน ฝึกกล่าวบทสวดมนตแ์ ละแผ่เมตตาโดยพร้อมเพรียงกัน
แลว้ ให้ครูเปน็ ผู้ประเมนิ ผล โดยเขยี นเคร่อื งหมาย ลงในแบบบันทึก และตอบคาถาม (ตัวอยา่ งคาตอบ)

แบบบันทกึ การสวดมนตแ์ ละแผเ่ มตตา

การกล่าวบทสวดมนต์ ผลการปฏบิ ัติ
ถูกต้อง ไมถ่ ูกตอ้ ง

1. บทสรรเสริญคุณพระรัตนตรยั 

2. บทสวดไตรสรณคมน์ 

3. บทสวดแผ่เมตตา 

นกั เรียนมีสมาธใิ นการกล่าวบทสวดมนต์และแผ่เมตตาหรอื ไม่
 มี ไมม่ ี

นักเรยี นรู้สกึ อยา่ งไร เมื่อกลา่ วบทสวดมนต์และแผ่เมตตา
(จิตใจสงบ เกิดสตแิ ละสมาธิ รสู้ กึ สบายใจในการสร้างกุศลความดีให้แกช่ วี ิตของตนเอง)

ช่อื -สกลุ ...................................................................................................................ชนั้ .. ...........เลขท.่ี .................

ชนิ้ งานที่ 14 เร่ือง การพฒั นาจิตตามแนวทางของพระพทุ ธศาสนา

นกั เรยี นฝกึ สมาธเิ ป็นเวลา 10 นาที แลว้ บนั ทกึ ผลลงในแบบบนั ทกึ ตามความเปน็ จรงิ
(ตัวอย่างคาตอบ)

แบบบันทกึ การฝึ กสมาธิ

1. วธิ ีฝึกปฏิบตั ิ

2. ความรู้สึกหลงั การปฏิบตั ิ

3. ประโยชนข์ องการฝึกสมาธิ

4. การปฏิบตั ิโดยการฝึกสมาธิสอดคลอ้ งกบั คุณธรรม จริยธรรม

และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคใ์ นขอ้ ใด

รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซ่ือสัตยส์ ุจริต ใฝ่ เรียนรู้

เฉลย

นักเรียนฝึกสมาธิเปน็ เวลา 10 นาที แล้วบันทึกผลลงในแบบบันทกึ ตามความเป็นจริง
(ตัวอยา่ งคาตอบ)

แบบบันทกึ การฝึ กสมาธิ

1. วธิ ีฝึกปฏิบตั ิ
(การนง่ั สมาธิ)

2. ความรู้สึกหลงั การปฏิบตั ิ
(จิตใจสงบ เกิดสติและสมาธิ)

3. ประโยชน์ของการฝึกสมาธิ
(จิตใจสงบ มีสมาธิในการเรียนหนงั สือ)

4. การปฏิบตั ิโดยการฝึกสมาธิสอดคลอ้ งกบั คุณธรรม จริยธรรม

และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคใ์ นขอ้ ใด

รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซ่ือสัตยส์ ุจริต  ใฝ่ เรียนรู้

ชอ่ื -สกลุ ........................................................................................................................ชนั้ ............เลขที.่ ............

ชิ้นงานที่ 15 เรอื่ ง ศาสนพธิ ี

นกั เรยี นบนั ทกึ ประสบการณก์ ารเข้าร่วมในศาสนพิธีในการทาบญุ งานมงคลมา 1 ศาสนพธิ ี
และบันทึกข้อมลู ลงในแบบบันทกึ

แบบบันทกึ การเข้าร่วมศาสนพธิ ี

1. ศาสนพธิ ีท่ีเขา้ ร่วม

2. สถานท่ีท่ีใชป้ ระกอบศาสนพิธี

3. ระเบียบพิธีในการปฏิบตั ิ

4. การเขา้ ร่วมศาสนพิธีก่อใหเ้ กิดประโยชน์อยา่ งไร
ตอ่ ตนเอง

ตอ่ พระพทุ ธศาสนา

เฉลย

นกั เรียนบันทึกประสบการณ์การเขา้ รว่ มในศาสนพธิ ใี นการทาบุญงานมงคลมา 1 ศาสนพธิ ี
และบนั ทึกข้อมูลลงในแบบบันทกึ (ตัวอยา่ งคาตอบ)

แบบบนั ทกึ การเข้าร่วมศาสนพธิ ี
1. ศาสนพธิ ีที่เขา้ ร่วม (การถวายสงั ฆทาน)

2. สถานที่ท่ีใชป้ ระกอบศาสนพธิ ี (วดั )

3. ระเบียบพิธีในการปฏิบตั ิ
(1. จดั เตรียมเคร่ืองถวายสังฆทานใหค้ รบตามจานวนท่ีแจง้ ความประสงคก์ บั ทางวดั
2. วางใจเป็นกลางไม่เจาะจงเลือกถวายพระภิกษุรูปใดรูปหน่ึง
3. นาภตั ตาหารวางต่อหนา้ พระสงฆ์
4. กล่าวคาบูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีล และกล่าวคาถวายสังฆทาน)

4. การเขา้ ร่วมศาสนพธิ ีก่อใหเ้ กิดประโยชน์อยา่ งไร
ต่อตนเอง (มีความสุข เกิดความเป็นสิริมงคล และไดค้ วามรู้เกี่ยวกบั หลกั ธรรมคาสอนตา่ ง ๆ)

ต่อพระพทุ ธศาสนา (พระพทุ ธศาสนาเจริญรุ่งเรืองและมน่ั คงสืบไป)

ช่ือ-สกลุ ..................................................................................................................ชั้น... ........เลขท.ี่ .................

ช้ินงานที่ 16 เรอื่ ง กจิ กรรมในวนั สาคัญทางพระพทุ ธศาสนา

นกั เรยี นเขียนบนั ทึกประสบการณ์การเข้ารว่ มกจิ กรรมในวันสาคญั ทางพระพุทธศาสนา
โดยเลอื กมา 1 วันสาคญั แลว้ บนั ทึกลงในแบบบนั ทกึ

แบบบันทกึ การเข้าร่วมกจิ กรรมในวนั สาคัญทางพระพทุ ธศาสนา
1. วนั สำคญั ทำงพระพุทธศำสนำ

2. ควำมสำคญั

3. สถำนที่เขำ้ ร่วมกิจกรรม

4. กิจกรรมที่ปฏิบตั ิ

5. ประโยชน์ท่ีไดจ้ ำกกำรเขำ้ ร่วมกิจกรรม
ต่อตนเอง

ตอ่ พระพทุ ธศำสนำและประเทศชำติ

เฉลย

นักเรียนเขียนบันทึกประสบการณก์ ารเข้าร่วมกจิ กรรมในวันสาคัญทางพระพุทธศาสนา
โดยเลือกมา 1 วนั สาคัญ แลว้ บันทกึ ลงในแบบบันทกึ (ตวั อยา่ งคาตอบ)

แบบบันทกึ การเข้าร่วมกจิ กรรมในวนั สาคัญทางพระพทุ ธศาสนา
1. วนั สำคญั ทำงพระพทุ ธศำสนำ (วนั วสิ ำขบูชำ)

2. ควำมสำคญั (เป็ นวนั ท่ีพระพุทธเจำ้ ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพำนในวนั เดียวกนั แต่ต่ำงปี กนั )

3. สถำนท่ีเขำ้ ร่วมกิจกรรม (วดั )

4. กิจกรรมที่ปฏิบตั ิ (ทำบุญตกั บำตร เวยี นเทียนที่วดั )

5. ประโยชนท์ ่ีไดจ้ ำกกำรเขำ้ ร่วมกิจกรรม
ต่อตนเอง (เป็ นกำรบำเพญ็ กุศลควำมดีใหแ้ ก่ตนเองและครอบครัว)

ตอ่ พระพทุ ธศำสนำและประเทศชำติ (เป็นกำรสืบทอดพระพทุ ธศำสนำและเป็นกำรปฏิบตั ิตน
ตำมหลกั พทุ ธศำสนิกชนท่ีดี)

ชอื่ -สกลุ ........................................................................................................................ชัน้ .........เลขที่..................

ชิน้ งานท่ี 17 เร่ือง สถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ และหนา้ ท่ีของพลเมือง

นกั เรียนยกตัวอย่างสถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรภี าพ และหนา้ ท่ขี องตนเองลงในแผนภาพความคิด
และตอบคาถาม

สถานภาพของฉันคือ บทบาทของฉันคือ

(เพศหญิง) (ต้งั ใจเรียนหนงั สือ)

นักเรียน

หน้าท่ีของฉันคือ เสรีภาพของฉันคือ สิทธิของฉันคือ

(เรียนหนงั สือ (มีส่วนร่วมในการแสดง (ไดร้ ับการศึกษา
ปฏิบตั ิตามกฎระเบียบ) ความคิดเห็น) ข้นั พ้ืนฐาน)

ถา้ ทุกคนปฏิบตั ิตามสถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ และหนา้ ท่ีของตนเองแลว้ จะเกิดผลอยา่ งไร
 ผลต่อตนเอง (ภาคภูมิใจในตนเอง มีความสุขในการดาํ เนินชีวติ )
 ผลตอ่ ส่วนรวม (ทุกคนอยรู่ ่วมกนั อยา่ งสงบสุข เป็นระเบียบเรียบร้อย บา้ นเมืองพฒั นา

มีความเจริญกา้ วหนา้ )
ถา้ ทุกคนไมป่ ฏิบตั ิตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ และหนา้ ท่ีของตนเองแลว้ จะเกิดผลอยา่ งไร
 ผลต่อตนเอง (ไม่มีความสุขในการดาํ เนินชีวติ )
 ผลต่อส่วนรวม (ไมม่ ีความสุขในการดาํ เนินชีวิต บา้ นเมืองไม่พฒั นาจากความเจริญกา้ วหนา้ )

เฉลย

นักเรียนยกตัวอย่างสถานภาพ บทบาท สทิ ธิ เสรีภาพ และหน้าทข่ี องตนเองลงในแผนภาพความคดิ
และตอบคาถาม (ตัวอยา่ งคาตอบ)

สถานภาพของฉันคือ บทบาทของฉันคือ

(เพศหญิง) (ต้งั ใจเรียนหนงั สือ)

นักเรียน

หน้าทขี่ องฉันคือ เสรีภาพของฉันคือ สิทธิของฉันคือ

(เรียนหนงั สือ (มีส่วนร่วมในการแสดง (ไดร้ ับการศึกษา
ปฏิบตั ิตามกฎระเบียบ) ความคิดเห็น) ข้นั พ้นื ฐาน)

ถา้ ทุกคนปฏิบตั ิตามสถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ และหนา้ ที่ของตนเองแลว้ จะเกิดผลอยา่ งไร
 ผลตอ่ ตนเอง (ภาคภูมิใจในตนเอง มีความสุขในการดาํ เนินชีวติ )
 ผลตอ่ ส่วนรวม (ทุกคนอยรู่ ่วมกนั อยา่ งสงบสุข เป็นระเบียบเรียบร้อย บา้ นเมืองพฒั นา

มีความเจริญกา้ วหนา้ )
ถา้ ทุกคนไม่ปฏิบตั ิตนตามสถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ และหนา้ ท่ีของตนเองแลว้ จะเกิดผลอยา่ งไร
 ผลต่อตนเอง (ไม่มีความสุขในการดาํ เนินชีวิต)
 ผลต่อส่วนรวม (ไม่มีความสุขในการดาํ เนินชีวิต บา้ นเมืองไมพ่ ฒั นาขาดความเจริญกา้ วหนา้ )

ชื่อ-สกุล......................................................................................................................... .ช้ัน..........เลขท.่ี ...............

ช้นิ งานที่ 18 เรือ่ ง หนา้ ทขี่ องพลเมืองดี

นักเรียนยกตวั อย่างการปฏิบัตติ นตามหนา้ ที่ของพลเมืองดีทป่ี ฏิบตั ิตอ่ ตนเอง ครอบครวั โรงเรยี น ชุมชน
และประเทศชาติ ลงในแผนภาพความคดิ แล้วตอบคําถาม

ต่อตนเอง

(มีความซ่ือสัตย์ มีวนิ ยั ต้งั ใจศึกษาเล่าเรียน)

การปฏิบัตติ น ต่อครอบครัว
ตามหน้าทข่ี อง (มีความกตญั ญูกตเวทีตอ่ พอ่ แม่ มีส่วนร่วมในการทากิจกรรมตา่ ง ๆ
ของครอบครัว)
พลเมืองดี
ต่อโรงเรียน

(ปฏิบตั ิตามกฎระเบียบของโรงเรียน)
ต่อชุมชน

(ปฏิบตั ิตามกฎระเบียบของชุมชน)
ต่อประเทศ

(ปฏิบตั ิตนเป็นพลเมืองที่ดี เคารพกฎระเบียบของสงั คม)

 การปฏิบตั ิของนกั เรียนมีคุณลกั ษณะของการเป็นพลเมืองดีหรือไม่ เพราะเหตุใด
(มี เพราะเป็ นการปฏิบตั ิท่ีถูกตอ้ งเหมาะสม ตามสถานภาพ สิทธิ เสรีภาพ และหนา้ ท่ีท่ีพงึ ปฏิบตั ิ)

 ถา้ ทุกคนปฏิบตั ิตนตามหนา้ ท่ีของพลเมืองดีจะเกิดผลอยา่ งไร
(สังคมเกิดความเป็ นระเบียบเรียบร้อย ทุกคนอยรู่ ่วมกนั อยา่ งมีความสุข)

เฉลย

นักเรยี นยกตวั อย่างการปฏบิ ัติตนตามหนา้ ท่ีของพลเมืองดีทปี่ ฏบิ ตั ิตอ่ ตนเอง ครอบครัว โรงเรียน ชมุ ชนและ
ประเทศชาติ ลงในแผนภาพความคิด แลว้ ตอบคําถาม (ตัวอยา่ งคําตอบ)

ต่อตนเอง

(มีความซ่ือสัตย์ มีวนิ ยั ต้งั ใจศึกษาเล่าเรียน)

การปฏบิ ัติตน ต่อครอบครัว
ตามหน้าทขี่ อง (มีความกตญั ญูกตเวทีต่อพ่อแม่ มีส่วนร่วมในการทากิจกรรมต่าง ๆ
ของครอบครัว)
พลเมืองดี
ต่อโรงเรียน

(ปฏิบตั ิตามกฎระเบียบของโรงเรียน)
ต่อชุมชน

(ปฏิบตั ิตามกฎระเบียบของชุมชน)
ต่อประเทศ

(ปฏิบตั ิตนเป็นพลเมืองที่ดี เคารพกฎระเบียบของสงั คม)

 การปฏิบตั ิของนกั เรียนมีคุณลกั ษณะของการเป็นพลเมืองดีหรือไม่ เพราะเหตุใด
(มี เพราะเป็ นการปฏิบตั ิท่ีถูกตอ้ งเหมาะสม ตามสถานภาพ สิทธิ เสรีภาพ และหนา้ ที่ที่พงึ ปฏิบตั ิ)

 ถา้ ทุกคนปฏิบตั ิตนตามหนา้ ที่ของพลเมืองดีจะเกิดผลอยา่ งไร
(สงั คมเกิดความเป็ นระเบียบเรียบร้อย ทุกคนอยรู่ ่วมกนั อยา่ งมีความสุข)

ชอื่ -สกลุ ......................................................................................................................... ช้นั ..........เลขท่.ี ...............

ชิ้นงานที่ 19 เร่อื ง สิทธเิ ด็กและการปกป้องคมุ้ ครองสทิ ธิเดก็ ในสังคมไทย

นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุม่ ละ 3 คน หาขา่ วเก่ยี วกบั การละเมิดสทิ ธเิ ดก็ มา 1 ขา่ ว จากนัน้ สรุปปัญหา สาเหตุ
และแนวทางการแก้ปัญหา โดยบนั ทกึ ลงในแผนภาพความคิด

เนื้อหาข่าว (เดก็ ชายธนาไดถ้ ูกลกั พาตวั ไปจากบา้ นเม่ือวนั องั คารท่ีผา่ นมา ผปู้ กครองไดเ้ ขา้ แจง้ ความ
ตอ่ เจา้ หนา้ ท่ีตาํ รวจ ตาํ รวจและชาวบา้ นร่วมกนั ตามหา เวลาผา่ นไป 3 เดือน ไดม้ ีคนไปพบ
เด็กชายธนานงั่ ขอทานอยบู่ นสะพานลอย ตามร่างกายมีร่องรายของการถูกทาํ ร้าย ผทู้ ี่พบจึงไดน้ าํ ตวั
เด็กชายธนาไปส่งเจา้ หนา้ ท่ีตาํ รวจ และแจง้ ให้ครอบครัวมารับตวั เด็กชายธนา)

(ถูกหลอกจากคนแปลกหนา้ ) เด็กในข่าวถูกละเมิดสิทธิอย่างไร
(ถูกลกั พาตวั ไปเป็นขอทาน)
สาเหตุ

(อยบู่ า้ นคนเดียวไมม่ ีผปู้ กครองดูแล)

แนวทางการแก้ปัญหา
แนวทางการช่วยเหลือเด็กท่ีถูกละเมิดสิทธิ (แจง้ มูลนิธิหรือหน่วยงานท่ีเก่ียวขอ้ งเพื่อใหช้ ่วยเหลือ)

แนวทางการป้องกนั ตนเองจากการถูกละเมิดสิทธิ (ระมดั ระวงั ตนเอง ไมย่ งุ่ เก่ียวกบั คนแปลกหนา้
ถา้ ถูกละเมิดสิทธิใหแ้ จง้ มูลนิธิหรือหน่วยงานท่ีเก่ียวขอ้ งเพ่ือใหช้ ่วยเหลือ)

เฉลย

นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุม่ ละ 3 คน หาขา่ วเกย่ี วกับการละเมิดสทิ ธิเดก็ มา 1 ข่าว จากน้นั สรุปปัญหา สาเหตุ และ
แนวทางการแก้ปญั หา โดยบันทึกลงในแผนภาพความคดิ (ตัวอยา่ งคาตอบ)

เนื้อหาข่าว (เดก็ ชายธนาไดถ้ ูกลกั พาตวั ไปจากบา้ นเม่ือวนั องั คารท่ีผา่ นมา ผปู้ กครองไดเ้ ขา้ แจง้ ความ
ต่อเจา้ หนา้ ท่ีตาํ รวจ ตาํ รวจและชาวบา้ นร่วมกนั ตามหา เวลาผา่ นไป 3 เดือน ไดม้ ีคนไปพบ
เดก็ ชายธนานงั่ ขอทานอยบู่ นสะพานลอย ตามร่างกายมีร่องรอยการถูกทาํ ร้าย ผทู้ ี่พบจึงไดน้ าํ ตวั
เดก็ ชายธนาไปส่งเจา้ หนา้ ท่ีตาํ รวจ และแจง้ ให้ครอบครัวมารับตวั เดก็ ชายธนา)

(ถูกหลอกจากคนแปลกหนา้ ) เด็กในข่าวถูกละเมิดสิทธิอย่างไร
(ถูกลกั พาตวั ไปเป็นขอทาน)
สาเหตุ

(อยบู่ า้ นคนเดียวไม่มีผปู้ กครองดูแล)

แนวทางการแก้ปัญหา
แนวทางการช่วยเหลือเด็กท่ีถูกละเมิดสิทธิ (แจง้ มูลนิธิหรือหน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ งเพือ่ ใหช้ ่วยเหลือ)

แนวทางการป้องกนั ตนเองจากการถูกละเมิดสิทธิ (ระมดั ระวงั ตนเอง ไมย่ งุ่ เก่ียวกบั คนแปลกหนา้
ถา้ ถูกละเมิดสิทธิใหแ้ จง้ มูลนิธิหรือหน่วยงานที่เก่ียวขอ้ งเพือ่ ช่วยเหลือ)

ช่อื -สกลุ ......................................................................................................................ช้นั ...............เลขท่.ี ..............

ช้ินงานท่ี 20 เรอ่ื ง การปกครองส่วนท้องถิ่นของไทย

นกั เรยี นคน้ คว้าขอ้ มูลการปกครองส่วนท้องถนิ่ ทนี่ กั เรียนอาศยั อยู่ แล้วบนั ทึกลงในแบบบันทึก

แบบบันทกึ ข้อมูลการปกครองส่วนท้องถิ่น

1. นกั เรียนอาศยั อยใู่ นจงั หวดั ใด

2. ชุมชนที่นกั เรียนอาศยั อยูเ่ ป็นการปกครองส่วนทอ้ งถิ่นรูปแบบใด
(เขียนเครื่องหมาย  ลงใน หนา้ คาตอบ)

องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั เขตการปกครองพิเศษ

องคก์ ารบริหารส่วนตาบล เทศบาล

3. ผบู้ ริหารทอ้ งถิ่น ช่ือ

4. บทบาทหนา้ ท่ีของผบู้ ริหารทอ้ งถ่ิน คือ

5. วธิ ีการเขา้ ดารงตาแหน่งของผบู้ ริหารทอ้ งถิ่น คือ

6. ดารงตาแหน่งอยใู่ นวาระ ปี

เฉลย

นักเรยี นคน้ ควา้ ข้อมลู การปกครองส่วนท้องถิน่ ทีน่ ักเรยี นอาศยั อยู่ แลว้ บันทึกลงในแบบบนั ทึก
(ตวั อยา่ งคาตอบ)

แบบบันทกึ ข้อมูลการปกครองส่วนท้องถิ่น

1. นกั เรียนอาศยั อยใู่ นจงั หวดั ใด (กรุงเทพมหานคร)

2. ชุมชนที่นกั เรียนอาศยั อยูเ่ ป็นการปกครองส่วนทอ้ งถ่ินรูปแบบใด
(เขียนเครื่องหมาย  ลงใน หนา้ คาตอบ)
 เขตการปกครองพิเศษ
องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั

องคก์ ารบริหารส่วนตาบล เทศบาล

3. ผบู้ ริหารทอ้ งถิ่น ชื่อ (ช่ือผวู้ า่ ราชการกรุงเทพมหานครคนปัจจุบนั )

4. บทบาทหนา้ ที่ของผบู้ ริหารทอ้ งถิ่น คือ (บริหารงานภายในกรุงเทพมหานคร เพ่อื ใหเ้ ป็ นไปตาม
นโยบายที่ไดใ้ หไ้ วแ้ ก่ประชาชน)

5. วธิ ีการเขา้ ดารงตาแหน่งของผบู้ ริหารทอ้ งถ่ิน คือ (มาจากการเลือกต้งั )

6. ดารงตาแหน่งอยใู่ นวาระ (4) ปี

ช่ือ-สกลุ ...................................................................................................................ช้ัน.........เลขที่.... .........

ชน้ิ งานท่ี 21 เรือ่ ง องค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นกับการบรกิ ารสาธารณประโยชนใ์ นชมุ ชน

นกั เรยี นยกตวั อย่างบริการสาธารณประโยชน์ท่ีตอ้ งการใหม้ ีในทอ้ งถิ่นมา 2 อย่าง
พรอ้ มทง้ั บอกประโยชนท์ คี่ นในทอ้ งถนิ่ จะได้รับลงในแบบบันทึก

แบบบนั ทกึ

 บริการสาธารณประโยชน์ท่ีตอ้ งการใหม้ ี คือ
มีประโยชน์ คือ

 บริการสาธารณประโยชน์ที่ตอ้ งการใหม้ ี คือ
มีประโยชน์ คือ

 นกั เรียนจะมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาบริการสาธารณประโยชนอ์ ยา่ งไร


Click to View FlipBook Version