The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by princessss963.kn, 2022-10-18 08:37:59

รวมแผนสังคมป5

รวมแผนสังคมป5

• สทิ ธขิ นั้ พื้นฐานของเดก็ มอี ะไรบ้าง
(สทิ ธิท่ีจะมีชวี ิต สิทธิทจ่ี ะไดร้ บั การปกปอ้ ง สิทธิท่ีจะไดร้ ับการพฒั นา สิทธทิ จี่ ะมสี ่วนรว่ ม)
• ถ้านักเรียนไม่มสี ิทธิ เสรภี าพ นักเรียนจะเปน็ อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ มีชีวติ อย่อู ยา่ งยากลาบาก ถกู เอารัดเอาเปรียบ ไม่มีความสุข)
• นักเรยี นคดิ วา่ สังคมไทยควรมแี นวทางปกป้องคมุ้ ครองสิทธเิ ดก็ อย่างไร
(ตัวอยา่ งคาตอบ สรา้ งความเขม้ แขง็ ใหก้ ับสถาบันครอบครวั เพ่อื สรา้ งความอบอุ่น
และความสมั พันธ์ท่ีดีระหวา่ งสมาชกิ ในครอบครวั รวมถงึ สร้างความรคู้ วามเข้าใจกบั ประชาชนในชุมชน
เกยี่ วกบั การละเมิดสทิ ธเิ ดก็ )
2.ขนั้ คดิ วิเคราะหแ์ ละสรุปความรู้ (Processing)
2. นักเรียนร่วมกนั วิเคราะหภ์ าพเกยี่ วกับสทิ ธขิ ้ันพืน้ ฐานของเด็ก แล้วสรุปเป็นความคดิ รวบยอด
โดยใช้คาถาม ดังน้ี

2.1 1) จากภาพเป็นสิทธิเด็กขอ้ ใด
(ขอ้ 3 สิทธิทีจ่ ะไดร้ ับการพฒั นา)

2) ถา้ เด็กในภาพไม่ไดร้ ับสิทธิดงั กล่าวจะเป็ น
อยา่ งไร

(ตวั อยา่ งคาตอบ ไม่มีความรู้ความสามารถ)

2.2 1) จากภาพเป็นสิทธิเดก็ ขอ้ ใด
(ขอ้ 4 สิทธิท่จี ะมีส่วนร่วม)

2) ถา้ เด็กในภาพไม่ไดร้ ับสิทธิดงั กล่าวจะเป็น
อยา่ งไร(ตวั อยา่ งคาตอบ ไม่ไดร้ ับการยอมรับการ
แสดง ความคดิ เห็น การมีส่วนร่วมในการทา
กิจกรรม

ตา่ ง ๆ)
2.3 1) จากภาพเป็นสิทธิเดก็ ขอ้ ใด

(ขอ้ 1 สิทธิท่ีจะมีชีวติ )
2) ถา้ เดก็ ในภาพไมไ่ ดร้ บั สิทธิดงั กล่าวจะเป็ น
อยา่ งไร

(ตวั อยา่ งคาตอบ เกิดการเจบ็ ป่ วย สูญเสียชีวติ )

2.4 1) จากภาพเป็นสิทธิเดก็ ขอ้ ใด
(ขอ้ 2 สิทธิทีจ่ ะไดร้ บั การปกป้อง)

2) ถา้ เดก็ ในภาพไม่ไดร้ บั สิทธิดงั กล่าวจะเป็ น
อยา่ งไร

(ตวั อยา่ งคาตอบ ไม่ปลอดภยั ในการดาเนินชีวติ )

3. นกั เรียนเขียนเครือ่ งหมาย  ลงใน หน้าข้อความทีเ่ ปน็ การละเมดิ สิทธเิ ดก็ ในสงั คมไทย
ครูสอนการบา้ นนกั เรียน
ใหเ้ ดก็ ทุกคนมีส่วนร่วม
ในการแสดงความคิดเห็น

การละเมิด
สิทธิเดก็

 พอ่ ใหล้ ูกลาออกจากโรงเรียน  ไม่ใหร้ ับประทานอาหารจนกวา่
เพอื่ มาช่วยทางบา้ นขายพวงมาลยั จะช่วยทางานบา้ นสาเร็จ

 การทารา้ ยร่างกาย
และจิตใจของเด็ก

4. นกั เรยี นคดิ ประเมนิ เพอ่ื เพิม่ คุณคา่ แล้วสรุปเป็นความคดิ รวบยอด โดยใช้คาถาม ดังนี้
• นกั เรียนคิดว่าถา้ เด็กทุกคนได้รบั สิทธิในด้านตา่ ง ๆ แล้วจะส่งผลต่อตนเอง ครอบครวั

และชุมชนอยา่ งไร
(ตวั อย่างคาตอบ ตอ่ ตนเอง ทาให้อยใู่ นสังคมได้อยา่ งมีความสุข ต่อครอบครัว ครอบครัวอบอนุ่

ไมม่ ีปญั หา ต่อสงั คม เปน็ สงั คมทส่ี งบสุข)
3.ข้ันปฏิบัติและสรปุ ความรหู้ ลงั การปฏบิ ตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)

5. นกั เรยี นทากิจกรรมเพอื่ พัฒนาและเสริมทักษะความรู้ท้ายหนว่ ยการเรยี นรู้
ตัวอยา่ งกิจกรรม
• นักเรยี นแบง่ กลุ่มแสดงบทบาทสมมตุ ิการละเมดิ สิทธิเด็ก พรอ้ มทัง้ สรุปผลกระทบ

ทเ่ี กดิ จากการละเมดิ สิทธเิ ดก็ ลงในสมุดบันทึก

6. นกั เรียนตรวจสอบความถกู ต้องเรยี บรอ้ ยของผลงาน หากพบขอ้ ผิดพลาดให้ปรบั ปรุงแก้ไข
ให้ดยี ่ิงข้นึ

7. นกั เรียนร่วมกนั สรุปสิง่ ทีเ่ ขา้ ใจเป็นความรู้ร่วมกนั ดังนี้
สทิ ธิเดก็ เป็นสิทธขิ ้นั พ้ืนฐานทเ่ี ดก็ พงึ ไดร้ บั เพื่อใหเ้ ด็กสามารถดารงชวี ิตอยใู่ นสังคม

ไดอ้ ย่างมคี วามสุข โดยมีสุขภาพรา่ งกายและจิตใจทแี่ ข็งแรง เพ่ือใหเ้ จรญิ เตบิ โตข้นึ เปน็ ผูใ้ หญท่ ่ีดีในอนาคต
หนว่ ยงานต่าง ๆ จึงควรช่วยกันดูแลเพ่ือป้องกันการละเมดิ สิทธิเดก็
4.ข้นั สอ่ื สารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

8. นักเรียนแต่ละกลมุ่ ออกมาแสดงบทบาทสมมุติ และนาเสนอผลกระทบทเ่ี กิดจากการ
ละเมดิ สิทธิเดก็ หน้าชน้ั เรียน

9. นกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายสรปุ เกยี่ วกบั วิธีการทางานใหเ้ หน็ การคดิ เชงิ ระบบและวธิ กี ารทางาน
ทม่ี แี บบแผน
5.ขนั้ ประเมินเพอ่ื เพ่ิมคุณค่าบริการสงั คมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)

10. นักเรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความร้สู กึ หลังการเรยี นและหลงั การทากิจกรรม

ในประเด็นตอ่ ไปนี้
• ส่งิ ท่นี ักเรียนไดเ้ รียนร้ใู นวนั น้คี ืออะไร
• นกั เรียนมีส่วนรว่ มกิจกรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพียงใด
• เพ่ือนนักเรียนในกลุ่มมสี ว่ นรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• นกั เรียนพอใจกับการเรียนในวนั น้ีหรอื ไม่ เพียงใด
• นักเรยี นจะนาความรทู้ ีไ่ ด้นไี้ ปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครวั และสงั คมทวั่ ไป
ได้อยา่ งไร
จากนนั้ แลกเปลี่ยนตรวจสอบขนั้ ตอนการทางานทุกขั้นตอนว่าจะเพ่มิ คุณค่าไปสู่สังคม

เกดิ ประโยชน์ต่อสงั คมให้มากขน้ึ กวา่ เดมิ ในข้นั ตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในคร้งั ตอ่ ไป
สื่อการเรยี นรู้/แหล่งการเรยี นรู้

1. หนังสือเรยี น รายวิชาพ้นื ฐาน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
2. แหล่งการเรียนรู้ทงั้ ภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมินการเรียนรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เร่ือง กจิ กรรมเสริมทักษะความรทู้ า้ ยหน่วยการเรียนรู้ (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ดา้ นมวี ินัย ใฝ่เรียนรู้ (A) ดว้ ยแบบประเมิน

แบบประเมนิ ตามสภาพจรงิ (Rubrics)
แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม

รายการการ ระดบั คุณภาพ
ประเมนิ
4321
กระบวนการ
ทางานกลุ่ม มกี ารกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด

สมาชิกชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหวั หนา้ บทบาทสมาชกิ

และมีการชี้แจง มกี ารชแ้ี จงเป้าหมาย ไม่มีการชีแ้ จง และไมม่ กี ารช้ีแจง

เปา้ หมาย อย่างชดั เจนและ เป้าหมาย เปา้ หมาย สมาชิก

การทางาน ปฏบิ ตั ิงานรว่ มกัน อย่างชัดเจน ตา่ งคนต่างทางาน

มกี ารปฏิบัติงาน แตไ่ ม่มีการประเมนิ ปฏบิ ตั ิงานร่วมกัน

รว่ มกนั เปน็ ระยะ ๆ ไม่ครบทกุ คน

อยา่ งร่วมมือรว่ มใจ

พร้อมกับการประเมิน

เปน็ ระยะ ๆ

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 33

สาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาสังคมศึกษา

ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรอื่ งท่ี 1 การปกครองสว่ นท้องถิ่น อานาจหนา้ ท่ี และความสาคัญของการปกครอง

ส่วนทอ้ งถน่ิ (1) เวลาเรยี น 1 ช่ัวโมง

*****************************************************************************

มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชว้ี ัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 2.2 เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจบุ นั ยึดมั่น ศรัทธา และธารงรกั ษาไว้
ซง่ึ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ

ตัวชวี้ ัด อธิบายโครงสร้าง อานาจหน้าท่ี และความสาคัญของการปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
ส 2.2 ป.5/1

ส 2.2 ป.5/2 ระบุบทบาท หนา้ ที่ และวิธีการเขา้ ดารงตาแหนง่ ของผูบ้ รหิ ารทอ้ งถนิ่

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายโครงสรา้ งองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัด (K)

2. วิเคราะหอ์ านาจหนา้ ท่แี ละความสาคัญขององค์การบริหารสว่ นจังหวดั (P)

3. เหน็ ความสาคัญของการศึกษาเรยี นรู้การปกครองส่วนท้องถิ่น (A)
สาระสาคญั

องค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั เป็นองคก์ ารปกครองสว่ นท้องถน่ิ ระดับจังหวดั โดยผา่ นกระบวนการ

เลือกต้ังตามระบอบประชาธิปไตยจากประชาชนระดับจังหวัด
สาระการเรยี นรู้

องค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ

3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. ใฝ่เรียนรู้

2. ม่งุ ม่นั ในการทางาน
คาถามสาคญั

นกั เรยี นจะมีสว่ นรว่ มในการพัฒนาจังหวัดของตนเองอยา่ งไร
การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

1.ข้ันสังเกต รวบรวมขอ้ มลู (Gathering)

1. นกั เรียนสงั เกตภาพการประชุมการปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ท่ปี ระชาชนในท้องถิ่นได้เขา้ ไป

มีสว่ นร่วม แลว้ ร่วมกนั สนทนา โดยใชค้ าถาม ดงั นี้
• จากภาพเป็นการประชมุ อะไร
(ตัวอยา่ งคาตอบ การประชุมประชาคม เพอ่ื จัดทาแผนพฒั นาเศรษฐกจิ )

• นกั เรยี นคิดว่าการประชมุ ดงั กลา่ วมีความสาคัญอย่างไร
(ตัวอย่างคาตอบ เพอ่ื กาหนดกรอบและแนวทางในการพัฒนาท้องถ่ิน)
2. นกั เรียนร่วมกนั ศึกษาและรวบรวมขอ้ มลู เกี่ยวกบั เร่ือง การปกครองส่วนท้องถน่ิ อานาจหน้าที่
และความสาคัญของการปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน : องคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวัด จากหนงั สอื เรยี น
และแหลง่ การเรยี นรอู้ ื่น ๆ เพมิ่ เติม
2.ขน้ั คิดวเิ คราะหแ์ ละสรุปความรู้ (Processing)
3. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกับการปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ ของไทย แลว้ สรุปเปน็
ความคิดรวบยอด โดยใช้คาถาม ดงั น้ี
• การปกครองส่วนทอ้ งถ่ินของไทยแบง่ ออกเปน็ กร่ี ปู แบบ อะไรบ้าง
(4 รูปแบบ ไดแ้ ก่ องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั องค์การบริหารสว่ นตาบล เทศบาล
และการปกครองพเิ ศษ)
4. นกั เรยี นรว่ มกนั ศึกษาและวิเคราะหโ์ ครงสร้างองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั
โดยใชแ้ ผนภาพความคิด แล้วตอบคาถาม ดังตัวอย่าง

องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)

ฝ่ ายนิติบญั ญตั ิ ฝ่ ายบริหาร

สภาองค์การบริหารส่วนจงั หวดั นายกองค์การบริหารส่วนจงั หวัด

มาจากการเลือกต้งั ของประชาชน มาจากการเลือกต้งั ของประชาชน
ในจงั หวดั ตามจานวนสดั ส่วนของ ในจงั หวดั
ประชากร 100,000 คนตอ่ สมาชิก มีหนา้ ทใ่ี นการบริหารงานตามอานาจ
สภาจงั หวดั 1 คน หนา้ ท่ีขององคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
มีหนา้ ทอ่ี อกกฎหมายเกี่ยวกบั เพอ่ื ใหเ้ ป็นไปตามความตอ้ งการ
การบริหารพฒั นาทอ้ งถิ่นและควบคุม ของประชาชนในเขตพ้นื ที่จงั หวดั
การทางานของฝ่ ายบริหาร

• องค์การบริหารส่วนจงั หวดั มีความสาคัญต่อการบริหารและพัฒนาทอ้ งถ่นิ อย่างไร

(ตวั อยา่ งคาตอบ เปน็ องคก์ รทมี่ าจากการเลอื กตั้งของประชาชนภายในจังหวดั ซ่งึ สามารถแก้ไข
ปัญหา และบริหารพฒั นาจงั หวัดให้เจรญิ ตามความต้องการของประชาชนในจงั หวดั ได้)

5. นักเรยี นรว่ มกนั วิเคราะหผ์ ลของการมแี ละไมม่ ีองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวัด

6. นักเรียนคดิ ประเมินเพื่อเพิม่ คุณค่า แล้วสรปุ เป็นความคิดรวบยอด โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• นกั เรียนจะมสี ว่ นรว่ มในการพฒั นาจังหวดั ของตนเองอย่างไร
(ตวั อย่างคาตอบ พฒั นาจังหวดั ใหเ้ ป็นเมอื งท่องเที่ยวที่ปลอดภัย โดยเชิญชวนให้สมาชกิ

ในจังหวดั รว่ มกนั รักษาสงิ่ แวดล้อมในจังหวดั ให้น่าอยูอ่ าศัย นา่ ท่องเท่ียว เพื่อให้นักท่องเท่ยี ว
อยากมาทอ่ งเทย่ี วในจังหวดั มากข้ึน)
3.ข้ันปฏบิ ัตแิ ละสรุปความรูห้ ลงั การปฏิบตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)

7. นักเรียนแบง่ กลุ่ม สืบคน้ ขอ้ มูลเก่ยี วกบั รปู แบบการปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ : องค์การบริหาร
สว่ นจังหวัดท่ีตนเองอาศัยอยู่ หรือจงั หวัดที่ตนเองสนใจมา 1 จงั หวดั และสรปุ คาตอบเปน็ แผนภาพความคิด
แลว้ สรปุ เปน็ ความคดิ รวบยอด ดังตัวอย่าง

จังหวัด (อุบลราชธานี)

ข้อมูลผู้นาในการปกครอง
ช่ือนายกองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั
(นายกองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั คนปัจจุบนั )
วาระการดารงตาแหน่ง (คราวละ 4 ปี )

บทบาทหน้าท่ี
(พฒั นาจงั หวดั ท้งั ดา้ นเศรษฐกิจ สงั คม
การศกึ ษา สาธารณสุข การอาชีพ
สาธารณูปโภคต่าง ๆ เช่น จดั ระบบบาบดั น้าเสีย
ดูแลและบารุงรกั ษาทรัพยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดลอ้ ม)

8. นักเรยี นตรวจสอบความถกู ตอ้ งเรยี บรอ้ ยของผลงาน หากพบข้อผดิ พลาดให้ปรับปรงุ แก้ไข
ให้ดีย่งิ ขนึ้

9. นักเรยี นร่วมกนั สรปุ สงิ่ ท่เี ข้าใจเปน็ ความรู้ร่วมกนั ดงั นี้
องค์การบริหารส่วนจังหวัด เปน็ องค์การปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ ระดบั จงั หวัด

โดยผ่านกระบวนการเลือกตง้ั ตามระบอบประชาธปิ ไตยจากประชาชนระดบั จงั หวดั

4.ขั้นสื่อสารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

10. นักเรยี นออกมานาเสนอผลงานใหเ้ พอื่ นฟงั หน้าชั้นเรยี น
11. นกั เรยี นร่วมกนั อภิปรายสรุปเกย่ี วกบั วิธีการทางานให้เหน็ การคิดเชงิ ระบบและวิธกี ารทางาน
ท่มี ีแบบแผน
5.ขนั้ ประเมินเพอ่ื เพ่มิ คณุ คา่ บรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)

12. นกั เรยี นร่วมกนั เผยแพรข่ อ้ มูลความรู้เก่ียวกับองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดแกผ่ ู้ท่ีสนใจ
13. นักเรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความรสู้ ึกหลงั การเรียนและหลังการทากจิ กรรม
ในประเด็นต่อไปน้ี

• สงิ่ ทนี่ ักเรียนไดเ้ รียนรู้ในวนั น้คี ืออะไร
• นกั เรยี นมีสว่ นรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• เพือ่ นนกั เรยี นในกลุ่มมสี ว่ นรว่ มกจิ กรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• นกั เรยี นพอใจกับการเรยี นในวันน้ีหรอื ไม่ เพยี งใด
• นักเรียนจะนาความรทู้ ไ่ี ดน้ ไ้ี ปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์แกต่ นเอง ครอบครวั และสังคมทว่ั ไป

ได้อย่างไร
จากนัน้ แลกเปล่ียนตรวจสอบขั้นตอนการทางานทุกขนั้ ตอนว่าจะเพม่ิ คุณคา่ ไปสู่สังคม
เกิดประโยชนต์ อ่ สังคมใหม้ ากขน้ึ กวา่ เดิมในข้ันตอนใดบ้าง สาหรับการทางานในคร้งั ตอ่ ไป
ส่ือการเรียนรู/้ แหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี น รายวิชาพ้นื ฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5
2. ภาพการประชุมการปกครองสว่ นท้องถิน่
3. แหล่งการเรียนรูท้ ัง้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมนิ การเรียนรู้

1. ประเมินความรู้ เรือ่ ง การปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน อานาจหน้าที่ และความสาคญั ของการปกครอง
ส่วนทอ้ งถน่ิ (K) ด้วยแบบทดสอบ

2. ประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน
3. ประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นใฝ่เรียนรู้ มุง่ มน่ั ในการทางาน (A) ดว้ ยแบบประเมิน
แบบประเมินตามสภาพจรงิ (Rubrics)

แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม

รายการการ ระดบั คณุ ภาพ
ประเมนิ
4 321
กระบวนการ
ทางานกลุ่ม มกี ารกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด

สมาชิกชัดเจน และมกี าร สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหวั หนา้ บทบาทสมาชกิ

ชีแ้ จงเป้าหมาย มกี ารชีแ้ จงเป้าหมาย ไม่มีการชแ้ี จง และไม่มีการช้ีแจง

การทางาน มีการ อยา่ งชัดเจนและ เปา้ หมาย เป้าหมาย สมาชิก

ปฏิบัตงิ านร่วมกนั ปฏิบัติงานรว่ มกนั อยา่ งชัดเจน ตา่ งคนต่างทางาน

อยา่ งรว่ มมือรว่ มใจ แตไ่ ม่มีการประเมนิ ปฏบิ ตั งิ านร่วมกัน

พรอ้ มกบั การประเมนิ เปน็ ระยะ ๆ ไม่ครบทกุ คน

เป็นระยะ ๆ



แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 34

สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าสงั คมศึกษา

ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 เรอ่ื งท่ี 2 การปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ อานาจหนา้ ท่ี และความสาคัญของการปกครอง

สว่ นท้องถน่ิ (2) เวลาเรียน 1 ช่ัวโมง

*****************************************************************************

มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชว้ี ัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 2.2 เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปัจจุบนั ยดึ ม่ัน ศรทั ธา และธารงรักษาไว้
ซึง่ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ

ตัวช้วี ัด อธบิ ายโครงสร้าง อานาจหนา้ ที่ และความสาคัญของการปกครองสว่ นท้องถ่ิน
ส 2.2 ป.5/1

ส 2.2 ป.5/2 ระบุบทบาท หน้าท่ี และวิธกี ารเข้าดารงตาแหน่งของผูบ้ ริหารทอ้ งถ่นิ
จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธบิ ายโครงสรา้ งองค์การบริหารส่วนตาบล (K)
2. วิเคราะห์อานาจหนา้ ทีแ่ ละความสาคัญขององค์การบรหิ ารส่วนตาบล (P)

3. เหน็ ความสาคัญของการศกึ ษาเรียนร้กู ารปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ (A)
สาระสาคัญ

องค์การบรหิ ารส่วนตาบล เปน็ การปกครองส่วนท้องถิ่นระดับตาบล โดยผ่านกระบวนการเลอื กตั้ง

ตามระบอบประชาธปิ ไตยจากประชาชนระดับตาบล
สาระการเรยี นรู้

องค์การบรหิ ารสว่ นตาบล
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ

3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. ใฝเ่ รยี นรู้

2. มุ่งม่นั ในการทางาน
คาถามสาคัญ

ถา้ นกั เรียนเป็นนายกองคก์ ารบริหารส่วนตาบลจะพฒั นาตาบลของตนเองอย่างไร
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้

1.ข้ันสงั เกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)
1. นกั เรียนร่วมกนั สนทนาเกีย่ วกับตาบลที่ตนเองอาศยั อยู่ โดยใช้คาถาม ดังนี้

• ตาบลทนี่ ักเรียนอาศยั อยมู่ ชี อื่ ว่าอะไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ พังเคน)
• ตาบลท่ีนกั เรยี นอาศัยอยู่มใี ครเป็นนายกองค์การบรหิ ารสว่ นตาบล

(ตวั อยา่ งคาตอบ ชอ่ื นายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบลคนปจั จบุ นั )
2. นักเรียนร่วมกนั ศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มูลเก่ยี วกบั เร่อื ง การปกครองส่วนทอ้ งถิน่ อานาจหน้าที่
และความสาคญั ของการปกครองส่วนท้องถิ่น : องค์การบริหารส่วนตาบล จากหนงั สอื เรียน
และแหล่งการเรียนรอู้ ื่น ๆ เพ่ิมเตมิ
2.ขน้ั คดิ วิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing)
3. นกั เรยี นรว่ มกนั วเิ คราะหโ์ ครงสร้างขององค์การบรหิ ารสว่ นตาบล โดยใช้แผนภาพความคิด
แลว้ ตอบคาถาม ดังตวั อย่าง

องค์การบริหารส่วนตาบล

ฝ่ ายนิติบญั ญัติ ฝ่ ายบริหาร

สภาองคก์ ารบริหารส่วนตาบล นายกองคก์ ารบริหารส่วนตาบล
• มาจากการเลือกต้งั จากหมู่บา้ นละ 2 คน • เป็ นผมู้ ีอานาจพฒั นาพ้นื ที่
• มีอานาจในการออกกฎหมายเรียกวา่
เขตตาบล
ขอ้ บญั ญตั แิ ละควบคุมฝ่ายบริหาร • มาจากการเลือกต้งั ของประชาชน
ดารใงนตเขาแตหตนาบ่งคลราวละ 4 ปี

• องคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบลมีความสาคญั ตอ่ การปกครองในระดับตาบลอยา่ งไร
(ตัวอย่างคาตอบ เป็นองค์กรทีม่ าจากการเลือกต้ังของประชาชนในระดบั ตาบล เพ่ือเขา้ มาแกไ้ ข
ปญั หาให้กบั ประชาชนในตาบลของตนเอง)
4. นักเรยี นรว่ มกนั วเิ คราะหผ์ ลของการมีและไมม่ อี งคก์ ารบริหารสว่ นตาบล
5. นักเรียนคิดประเมินเพ่ือเพมิ่ คุณคา่ แลว้ สรุปเป็นความคดิ รวบยอด โดยใช้คาถาม ดงั นี้
• ถ้านักเรียนเปน็ นายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบลจะพัฒนาตาบลของตนเองอยา่ งไร
(ตัวอย่างคาตอบ จัดตั้งศูนยฝ์ กึ อบรมความรแู้ ละอาชีพให้แกช่ าวบา้ น เพ่ือให้ชาวบา้ นมีความรู้
มีอาชีพ มีรายได้ บารงุ ศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาและวฒั นธรรมอนั ดขี องท้องถ่นิ พรอ้ มกับเผยแพร่
ข้อมูลความรเู้ กยี่ วกบั ทอ้ งถิ่นไปสูส่ าธารณชน)
3.ขั้นปฏิบตั ิและสรปุ ความรู้หลังการปฏบิ ตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)

6. นกั เรยี นแบง่ กล่มุ สารวจพนื้ ท่ีตาบลของตนเองวา่ ในตาบลของตนมีอะไรบา้ งท่อี ยากใหผ้ ู้นา
เขา้ มาพฒั นา ปรับปรงุ แก้ไข เพื่อใหต้ าบลดีข้ึน โดยบันทกึ ผลการสารวจลงในแบบบนั ทึก ดังตวั อยา่ ง

แบบบันทกึ การสารวจตาบล

• ชื่อตาบล (พฒั นาวชิ าการ)

• ส่ิงท่ีอยากใหผ้ นู้ าส่งเสริมและพฒั นา
(ส่งเสริมและพฒั นาเดก็ เยาวชนในชุมชนใหม้ ีความรู้ความสามารถ โดยจดั ใหม้ ีการศึกษาอบรม
เกี่ยวกบั ภาษาองั กฤษ เพอื่ จะไดต้ ดิ ต่อส่ือสารกบั คนทว่ั โลกได)้

• ส่ิงทีอ่ ยากใหผ้ นู้ าปรบั ปรุงแกไ้ ข
(ความสะอาดของถนนและแม่น้าในชุมชน)

7. นกั เรียนตรวจสอบความถกู ต้องเรียบร้อยของผลงาน หากพบข้อผิดพลาดใหป้ รับปรงุ แก้ไข
ให้ดยี ่งิ ขึน้

8. นักเรียนร่วมกนั สรปุ ส่ิงที่เข้าใจเป็นความรู้รว่ มกนั ดงั นี้
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบล เปน็ การปกครองสว่ นท้องถ่นิ ระดบั ตาบล โดยผ่านกระบวนการเลอื กตง้ั

ตามระบอบประชาธปิ ไตยจากประชาชนระดบั ตาบล
4.ข้ันส่อื สารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

9. นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ส่งตัวแทนออกมานาเสนอรายงานหนา้ ชั้นเรยี น
10. นักเรียนรว่ มกนั อภปิ รายสรุปเกีย่ วกบั วธิ กี ารทางานให้เหน็ การคดิ เชิงระบบและวธิ ีการทางาน
ท่มี แี บบแผน
5.ข้นั ประเมินเพอ่ื เพิม่ คุณค่าบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)

11. นักเรียนเผยแพร่ข้อมลู ความรู้เกย่ี วกับองคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบลของตนเองให้ผ้อู ่นื ไดศ้ ึกษา
12. นักเรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความร้สู ึกหลังการเรียนและหลงั การทากิจกรรม
ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้

• สง่ิ ทน่ี ักเรียนไดเ้ รยี นร้ใู นวันนค้ี อื อะไร
• นักเรียนมสี ่วนรว่ มกิจกรรมในกล่มุ มากนอ้ ยเพยี งใด
• เพอื่ นนกั เรียนในกลมุ่ มีสว่ นร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพยี งใด
• นกั เรยี นพอใจกบั การเรียนในวันน้ีหรอื ไม่ เพยี งใด
• นักเรียนจะนาความรทู้ ีไ่ ดน้ ไ้ี ปใชใ้ ห้เกิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครัว และสงั คมท่วั ไป

ไดอ้ ย่างไร

จากน้นั แลกเปลี่ยนตรวจสอบขน้ั ตอนการทางานทุกข้นั ตอนว่าจะเพิ่มคณุ ค่าไปสู่สงั คม
เกดิ ประโยชนต์ ่อสังคมใหม้ ากขึน้ กวา่ เดิมในข้นั ตอนใดบ้าง สาหรบั การทางานในคร้งั ตอ่ ไป
ส่อื การเรียนรู้/แหล่งการเรยี นรู้

1. หนงั สือเรยี น รายวิชาพน้ื ฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
2. แหล่งการเรียนร้ทู ั้งภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมนิ การเรยี นรู้

1. ประเมินความรู้ เรื่อง การปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ อานาจหน้าที่ และความสาคัญของการปกครอง
ส่วนทอ้ งถน่ิ (K) ดว้ ยแบบทดสอบ

2. ประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ด้านใฝ่เรยี นรู้ มุ่งม่นั ในการทางาน (A) ด้วยแบบประเมนิ
แบบประเมนิ ตามสภาพจริง (Rubrics)

แบบประเมินกระบวนการทางานกลมุ่

รายการการ ระดับคุณภาพ
ประเมนิ
4321
กระบวนการ
ทางานกลุ่ม มกี ารกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไม่มกี ารกาหนด

สมาชกิ ชัดเจน สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหัวหน้า บทบาทสมาชกิ

และมีการชี้แจง มกี ารช้แี จงเป้าหมาย ไมม่ ีการชแ้ี จง และไมม่ กี ารช้ีแจง

เป้าหมาย อย่างชดั เจนและ เป้าหมาย เปา้ หมาย สมาชิก

การทางาน ปฏบิ ตั งิ านรว่ มกนั อยา่ งชดั เจน ตา่ งคนตา่ งทางาน

มกี ารปฏบิ ตั ิงาน แต่ไมม่ ีการประเมิน ปฏบิ ตั งิ านรว่ มกัน

ร่วมกัน เปน็ ระยะ ๆ ไมค่ รบทกุ คน

อยา่ งร่วมมอื ร่วมใจ

พร้อมกบั การประเมนิ

เป็นระยะ ๆ

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 35

สาระการเรยี นรูส้ งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ าสงั คมศึกษา

ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นที่ 1

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เร่อื งท่ี 3 การปกครองส่วนทอ้ งถิน่ อานาจหนา้ ที่ และความสาคญั ของการปกครอง

สว่ นทอ้ งถนิ่ (3) เวลาเรียน 1 ชัว่ โมง

*****************************************************************************

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 2.2 เข้าใจระบบการเมอื งการปกครองในสังคมปัจจุบนั ยึดม่ัน ศรทั ธา และธารงรกั ษาไว้
ซ่งึ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ

ตัวชวี้ ัด อธิบายโครงสร้าง อานาจหน้าท่ี และความสาคญั ของการปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
ส 2.2 ป.5/1

ส 2.2 ป.5/2 ระบุบทบาท หนา้ ที่ และวธิ กี ารเข้าดารงตาแหน่งของผ้บู รหิ ารทอ้ งถน่ิ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายโครงสรา้ งเทศบาล (K)
2. วเิ คราะห์อานาจหน้าท่แี ละความสาคัญของเทศบาล (P)

3. เห็นความสาคญั ของการศกึ ษาการปกครองสว่ นท้องถ่นิ ภายในทอ้ งถนิ่ ของตนเอง (A)
สาระสาคญั

เทศบาลเป็นองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ ในเขตทีป่ ระกาศเป็นเขตเทศบาล
สาระการเรยี นรู้

เทศบาล
สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. ใฝ่เรียนรู้

2. มงุ่ มนั่ ในการทางาน
คาถามสาคญั

เทศบาลทาให้ทอ้ งถ่นิ มีความเจรญิ อยา่ งไรบ้าง
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้

1.ข้ันสังเกต รวบรวมขอ้ มลู (Gathering)
1. นักเรียนรว่ มกนั ศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกบั เรื่อง การปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ อานาจหนา้ ท่ี

และความสาคัญของการปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ : เทศบาล จากหนังสอื เรียนและแหลง่ การเรียนรู้อ่นื ๆ เพิม่ เตมิ

2.ขั้นคิดวิเคราะหแ์ ละสรปุ ความรู้ (Processing)
2. นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั เทศบาล แลว้ สรปุ เป็นความคิดรวบยอด โดยใช้คาถาม

ดังน้ี

• เทศบาลมีกี่ประเภท อะไรบ้าง
(มี 3 ประเภท ได้แก่ เทศบาลนคร เทศบาลเมอื ง และเทศบาลตาบล)
3. นักเรยี นรว่ มกนั วเิ คราะหแ์ ละสรุปโครงสร้างของเทศบาล
• ฝา่ ยนติ ิบัญญตั มิ ีบทบาทหน้าท่อี ย่างไร
(ตัวอยา่ งคาตอบ อานาจในการตรวจสอบ ควบคมุ การทางานของฝา่ ยบรหิ าร ออกกฎหมาย
เทศบญั ญัตเิ พอ่ื สนับสนุนการแกไ้ ขในการพัฒนาพน้ื ท)ี่
• ฝ่ายบริการมบี ทบาทหนา้ ที่และวิธีการเขา้ ดารงตาแหนง่ อย่างไร
(ตวั อย่างคาตอบ นายกเทศมนตรีและเทศมนตรมี ีอานาจในด้านการบริหารการแกไ้ ขปัญหา
และพัฒนาในเทศบาลทต่ี นรบั ผดิ ชอบ มาจากการเลือกตั้งของประชาชนในเขตเทศบาล
มวี าระการดารงตาแหน่งคราวละ 4 ปี)
4. นักเรยี นร่วมกนั วิเคราะหค์ วามสาคญั ของเทศบาล
5. นกั เรยี นคดิ ประเมนิ เพ่ือเพมิ่ คุณคา่ แลว้ สรุปเปน็ ความคดิ รวบยอด โดยใช้คาถาม ดังน้ี
• เทศบาลทาให้ทอ้ งถ่นิ มคี วามเจริญอย่างไรบา้ ง
(ตัวอย่างคาตอบ ทาให้ท้องถิ่นสะอาด ไมเ่ กิดโรคติดต่อ ช่วยบารุงศลิ ปวัฒนธรรมอันดี
ของท้องถ่นิ ให้เจรญิ ร่งุ เรือง)
3.ขั้นปฏบิ ัติและสรปุ ความรู้หลังการปฏิบตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)

6. นกั เรียนแบ่งกลมุ่ ออกเป็น 3 กลมุ่ สืบคน้ ขอ้ มูลเกี่ยวกับรูปแบบการปกครองของเทศบาล
ตามทีก่ าหนดให้ ดงั นี้

กลุ่มท่ี 1 เทศบาลนคร
กลุ่มท่ี 2 เทศบาลเมอื ง
กลมุ่ ที่ 3 เทศบาลตาบล
จากน้นั นกั เรียนแต่ละกล่มุ รวบรวมข้อมลู โครงสรา้ ง อานาจหนา้ ที่ ความสาคญั ของการปกครอง
ส่วนท้องถิ่น พรอ้ มบอกประโยชน์ท่ปี ระชาชนจะไดร้ ับจากการปกครองส่วนทอ้ งถิน่ : เทศบาลในรปู แบบ
ของรายงาน
7. นักเรยี นตรวจสอบความถกู ตอ้ งเรียบรอ้ ยของผลงาน หากพบข้อผดิ พลาดให้ปรับปรุงแก้ไข
ให้ดยี งิ่ ขึ้น
8. นักเรียนรว่ มกนั สรปุ สง่ิ ทเ่ี ขา้ ใจเป็นความรูร้ ว่ มกนั ดงั นี้
เทศบาลเปน็ องค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ ในเขตทปี่ ระกาศเป็นเขตเทศบาล
4.ขั้นสอื่ สารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

9. นกั เรียนออกมานาเสนอผลงานให้เพือ่ นฟงั หนา้ ช้ันเรียน
10. นกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายสรุปเกยี่ วกับวธิ กี ารทางานใหเ้ หน็ การคิดเชงิ ระบบและวิธีการทางาน
ที่มีแบบแผน
5.ขัน้ ประเมินเพอื่ เพิ่มคณุ คา่ บรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)

11. นักเรยี นร่วมกนั เผยแพรข่ ้อมูลความรเู้ ก่ียวกับเทศบาลให้แก่ผทู้ ่ีสนใจ
12. นักเรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรสู้ กึ หลังการเรียนและหลังการทากิจกรรม
ในประเดน็ ต่อไปนี้

• สิ่งทนี่ ักเรยี นได้เรยี นรูใ้ นวนั นีค้ อื อะไร
• นกั เรยี นมีสว่ นร่วมกิจกรรมในกล่มุ มากน้อยเพียงใด

• เพือ่ นนกั เรยี นในกลุม่ มสี ่วนรว่ มกจิ กรรมในกลมุ่ มากน้อยเพียงใด
• นกั เรยี นพอใจกบั การเรียนในวันน้หี รือไม่ เพยี งใด
• นักเรียนจะนาความรทู้ ีไ่ ดน้ ไ้ี ปใชใ้ ห้เกิดประโยชนแ์ กต่ นเอง ครอบครวั และสังคมท่ัวไป

ได้อย่างไร
จากน้นั แลกเปลีย่ นตรวจสอบขนั้ ตอนการทางานทุกข้นั ตอนวา่ จะเพม่ิ คุณคา่ ไปสู่สงั คม
เกิดประโยชนต์ ่อสังคมให้มากขนึ้ กว่าเดิมในขัน้ ตอนใดบ้าง สาหรบั การทางานในครั้งต่อไป
สอ่ื การเรียนรู/้ แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพืน้ ฐาน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5
2. แหล่งการเรียนรู้ทง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมนิ การเรยี นรู้

1. ประเมินความรู้ เร่ือง การปกครองสว่ นท้องถนิ่ อานาจหนา้ ท่ี และความสาคัญของการปกครอง
ส่วนท้องถ่ิน (K) ดว้ ยแบบทดสอบ

2. ประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นใฝเ่ รยี นรู้ มุง่ มั่นในการทางาน (A) ด้วยแบบประเมนิ

แบบประเมนิ ตามสภาพจรงิ (Rubrics)
แบบประเมนิ กระบวนการทางานกลมุ่

รายการการ ระดบั คุณภาพ
ประเมนิ
4321
กระบวนการ
ทางานกลุ่ม มกี ารกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด

สมาชิกชัดเจน สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหวั หนา้ บทบาทสมาชิก

และมีการชี้แจง มีการชแี้ จงเปา้ หมาย ไม่มีการช้ีแจง และไม่มกี ารช้ีแจง

เป้าหมาย อย่างชัดเจนและ เปา้ หมาย เป้าหมาย สมาชิก

การทางาน ปฏบิ ตั ิงานรว่ มกัน อย่างชดั เจน ตา่ งคนตา่ งทางาน

มีการปฏบิ ตั ิงาน แตไ่ มม่ กี ารประเมิน ปฏบิ ตั งิ านร่วมกัน

รว่ มกนั เป็นระยะ ๆ ไมค่ รบทุกคน

อยา่ งรว่ มมือรว่ มใจ

พร้อมกับการประเมนิ

เปน็ ระยะ ๆ

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 36

สาระการเรียนร้สู ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ าสังคมศึกษา

ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3 เร่อื งท่ี 4 การปกครองส่วนท้องถน่ิ อานาจหน้าที่ และความสาคญั ของการปกครอง

ส่วนท้องถิน่ (4) เวลาเรยี น 1 ช่วั โมง

*****************************************************************************

มาตรฐานการเรยี นร้แู ละตัวชีว้ ัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 2.2 เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปัจจบุ ัน ยึดมั่น ศรัทธา และธารงรักษาไว้
ซึง่ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมุข

ตวั ชวี้ ัด อธบิ ายโครงสร้าง อานาจหนา้ ที่ และความสาคัญของการปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
ส 2.2 ป.5/1

ส 2.2 ป.5/2 ระบุบทบาท หน้าท่ี และวธิ ีการเข้าดารงตาแหนง่ ของผู้บรหิ ารท้องถ่ิน
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. อธบิ ายโครงสรา้ งการปกครองพเิ ศษ (K)
2. วเิ คราะห์อานาจหน้าทีแ่ ละความสาคญั ของการปกครองพเิ ศษ (P)

3. เห็นความสาคัญของการศึกษาเรียนรู้การปกครองส่วนทอ้ งถิ่น (A)
สาระสาคัญ

องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นมอี านาจหน้าทดี่ แู ลอานวยความสะดวก สนับสนุน สง่ เสริมประชาชน

ในทอ้ งถน่ิ ใหไ้ ดร้ ับความสะดวกสบาย เปน็ การแบ่งเบาภาระและความรบั ผิดชอบของรฐั บาล

สามารถแกไ้ ขปญั หาต่าง ๆ ของประชาชน และสร้างความเจรญิ ใหแ้ กท่ ้องถิ่นไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
สาระการเรียนรู้

การปกครองพเิ ศษ
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร

2. ความสามารถในการคิด
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. ใฝเ่ รยี นรู้

2. มุ่งมนั่ ในการทางาน
คาถามสาคัญ

องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินทาใหท้ ้องถน่ิ มีความเจรญิ อย่างไรบา้ ง
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้

1.ข้ันสังเกต รวบรวมขอ้ มลู (Gathering)
1. นกั เรียนร่วมกนั ศึกษาและรวบรวมข้อมลู เกี่ยวกับเรอ่ื ง การปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน อานาจหนา้ ท่ี

และความสาคัญของการปกครองส่วนทอ้ งถิน่ : การปกครองพิเศษ จากหนังสือเรียนและแหล่งการเรียนรู้อน่ื ๆ
เพม่ิ เตมิ
2.ข้ันคดิ วิเคราะห์และสรปุ ความรู้ (Processing)

2. นักเรยี นร่วมกนั วิเคราะหเ์ ก่ียวกับการปกครองพิเศษ แล้วสรปุ เปน็ ความคดิ รวบยอด
โดยใช้คาถาม ดังน้ี

• การปกครองพเิ ศษมอี ะไรบ้าง
(กรงุ เทพมหานครและเมอื งพัทยา)
3. นกั เรยี นแบ่งกลุ่มออกเปน็ 2 กลมุ่ จบั สลากเลือกอธิบายการปกครองพเิ ศษกรุงเทพมหานคร
และการปกครองพิเศษเมอื งพทั ยาให้เพ่ือนฟังหนา้ ชั้นเรยี น
4. นักเรียนรว่ มกนั วเิ คราะห์และสรุปโครงสรา้ งของกรุงเทพมหานคร โดยใชแ้ ผนภาพความคิด
แลว้ ตอบคาถาม ดังตวั อย่าง

กรุงเทพมหานคร

ฝ่ ายนิตบิ ญั ญตั ิ ฝ่ ายบริหาร

สภากรุงเทพมหานคร ผวู้ า่ ราชการกรุงเทพมหานคร
มาจากการเลือกต้งั ของประชาชน
มีประธานสภา 1 คน ชาวกรุงเทพมหานครโดยตรง
รองประธานสภาไม่เกิน 2 คน มีอานาจในการบริหาร
มาจากการเลือกต้งั ของประชาชน กรุงเทพมหานครตามนโยบาย
เรียกวา่ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ท่ีใหไ้ วก้ บั ประชาชน
ปัจจุบนั มี 57 คน จากสดั ส่วน มีวาระการดารงตาแหน่งคราวละ
ประชาชน 50 เขต 4 ปี

สมาชิกสภาเขต (มาจากการเลือกต้งั )

เขตแตล่ ะเขตมีสมาชิกอยา่ งนอ้ ย
เขตละ 7 คน
มีประธานสภาเขต 1 คน
และรองประธาน 1 คน

มีอานาจในการควบคุมตรวจสอบการบริหารงาน
ของฝ่ายบริหาร และออกกฎหมายเกี่ยวกบั
ขอ้ บญั ญตั ิของกรุงเทพมหานคร

• กรุงเทพมหานครมอี านาจในการปกครองตนเองอยา่ งไร
(ตัวอย่างคาตอบ ประชาชนในเขตกรงุ เทพมหานครสามารถเลือกผวู้ า่ มาบริหารจดั การแกป้ ญั หา
ของกรงุ เทพมหานครด้วยตนเอง)
• รปู แบบการปกครองแบบกรงุ เทพมหานครมผี ลดตี ่อทอ้ งถ่นิ อยา่ งไร
(ตัวอยา่ งคาตอบ ทาให้กรงุ เทพมหานครไดร้ ับการดูแลและพัฒนาเจรญิ ก้าวหน้าอยา่ งรวดเร็ว)
5. นักเรยี นร่วมกนั วิเคราะห์และสรุปโครงสรา้ งของเมืองพทั ยา โดยใชแ้ ผนภาพความคิดบนกระดาน
แลว้ ตอบคาถาม ดงั ตัวอย่าง

เมืองพัทยา

ฝ่ ายนิติบัญญัติ ฝ่ ายบริหาร

สภาเมืองพทั ยา จานวนสมาชิก 24 คน นายกเมืองพทั ยา

มีอานาจหนา้ ทอี่ อกกฎหมายขอ้ บญั ญตั ิ มีอานาจหนา้ ทบี่ ริหารรับผดิ ชอบ

ของเมืองพทั ยา และควบคุมตรวจสอบ กิจการของเมืองพทั ยา

การทางานฝ่ ายบริหาร

มีประธานสภา 1 คน

รองประธานสภา 2 คน

(สมาชิกคดั เลือกกนั เอง)

มาจากการเลือกต้งั จากประชาชน

ในเขตเมืองพทั ยา

ดารงตาแหน่งคราวละ 4 ปี

• เมืองพทั ยาอยใู่ นเขตจังหวัดอะไร

(จังหวดั ชลบุร)ี
• เมอื งพัทยาเป็นเขตการปกครองพิเศษอยา่ งไร

(ตวั อย่างคาตอบ เมอื งพทั ยาบริหารปกครองตนเอง โดยการเลือกตัง้ จากเสยี งของประชาชน
ในเขตเมืองพัทยา เพ่อื เลือกผบู้ รหิ ารมาทาหนา้ ที่ดูแลและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของเมอื งพทั ยาดว้ ยตนเอง)

• เพราะเหตใุ ดเมอื งพทั ยาจงึ ไดร้ บั พจิ ารณาใหเ้ ป็นเขตปกครองพิเศษจากรัฐบาล

(ตัวอย่างคาตอบ เปน็ เมอื งทอ่ งเทย่ี ว มผี ู้คนอยู่อาศัยและเข้าไปท่องเทยี่ วในเมืองพัทยาจานวนมาก
จงึ จาเปน็ ต้องใหค้ นในพืน้ ทดี่ แู ล แกไ้ ขปญั หา และบรหิ ารจดั การเองเพ่อื ความคล่องตัว โดยการเหน็ ชอบจาก

ประชาชนในเขตพน้ื ท)่ี
6. นักเรียนร่วมกนั สรปุ อานาจหน้าทข่ี ององค์กรปกครองส่วนท้องถิน่

7. นักเรยี นรว่ มกนั วิเคราะห์ความสาคญั ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินของตนเอง
8. นักเรียนคดิ ประเมนิ เพื่อเพ่ิมคณุ คา่ แล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยใช้คาถาม ดงั นี้

• องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ ทาใหท้ ้องถน่ิ มีความเจริญอยา่ งไรบา้ ง
(ตวั อยา่ งคาตอบ ทาใหท้ อ้ งถน่ิ สะอาด ประชาชนมกี ารศกึ ษาทส่ี ูงข้ึน
ประชาชนมีความสะดวกสบาย มีอาชีพ มรี ายได้ ไม่เป็นโรคตดิ ตอ่ )
3.ขน้ั ปฏบิ ตั แิ ละสรปุ ความรหู้ ลังการปฏบิ ตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)

9. นกั เรยี นคน้ คว้าขอ้ มูลการปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ทีน่ ักเรียนอาศัยอยู่ แลว้ บนั ทกึ ลงในชิน้ งานที่ 20
เรอื่ ง การปกครองส่วนทอ้ งถ่ินของไทย

10. นกั เรียนตรวจสอบความถูกต้องเรียบรอ้ ยของช้นิ งาน หากพบขอ้ ผดิ พลาดใหป้ รับปรุงแกไ้ ข
ใหด้ ียง่ิ ข้นึ

11. นักเรยี นร่วมกนั สรปุ ส่งิ ที่เขา้ ใจเปน็ ความร้รู ่วมกัน ดงั น้ี
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ มีอานาจหน้าทด่ี แู ลอานวยความสะดวก สนับสนนุ สง่ เสริม

ประชาชนในท้องถน่ิ ใหไ้ ดร้ ับความสะดวกสบาย เป็นการแบ่งเบาภาระและความรับผิดชอบของรัฐบาล
สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของประชาชน และสร้างความเจรญิ ใหแ้ ก่ทอ้ งถ่นิ ไดเ้ ป็นอย่างดี
4.ข้นั สอ่ื สารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

12. นกั เรียนออกมานาเสนอชน้ิ งานใหเ้ พอ่ื นฟงั หนา้ ช้นั เรยี น
13. นกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ เกี่ยวกับวธิ ีการทางานใหเ้ ห็นการคดิ เชิงระบบและวธิ กี ารทางาน
ท่มี ีแบบแผน
5.ข้ันประเมนิ เพอื่ เพิ่มคณุ ค่าบริการสังคมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)

14. นกั เรียนเผยแพรค่ วามรเู้ ก่ยี วกบั การปกครองสว่ นท้องถนิ่ แก่ผู้ท่สี นใจ
15. นักเรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความรู้สกึ หลังการเรียนและหลงั การทากิจกรรม
ในประเด็นต่อไปนี้

• ส่ิงที่นักเรียนได้เรียนรใู้ นวันน้คี ืออะไร
• นักเรียนมสี ่วนร่วมในกิจกรรมมากน้อยเพยี งใด
• นักเรียนพงึ พอใจกับการเรยี นในวันนี้หรือไม่ เพียงใด
• นักเรียนจะนาความรทู้ ไ่ี ด้นไ้ี ปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป

ไดอ้ ยา่ งไร
จากน้นั แลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทางานทุกขน้ั ตอนวา่ จะเพิม่ คณุ ค่าไปสู่สงั คม
เกดิ ประโยชนต์ อ่ สังคมใหม้ ากข้นึ กวา่ เดมิ ในขั้นตอนใดบ้าง สาหรับการทางานในครงั้ ตอ่ ไป
ส่ือการเรยี นร/ู้ แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพืน้ ฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
2. แหล่งการเรยี นรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมนิ การเรียนรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เรอื่ ง การปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น อานาจหน้าท่ี และความสาคญั ของการปกครอง
สว่ นทอ้ งถ่นิ (K) ดว้ ยแบบทดสอบ

2. ประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ ชนิ้ งาน เร่อื ง การปกครองสว่ นท้องถิ่นของไทย (P) ดว้ ยแบบประเมิน
4. ประเมินคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ด้านใฝ่เรยี นรู้ มุง่ ม่นั ในการทางาน (A) ด้วยแบบประเมิน

แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมนิ กระบวนการทางานกล่มุ

รายการการ ระดบั คณุ ภาพ
ประเมิน
4321
กระบวนการ
ทางานกลุม่ มกี ารกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด

สมาชิกชัดเจน สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ บทบาทสมาชกิ

และมกี ารช้ีแจง มกี ารชี้แจงเป้าหมาย ไมม่ กี ารช้ีแจง และไมม่ ีการชแี้ จง

เปา้ หมาย อย่างชัดเจนและ เป้าหมาย เป้าหมาย สมาชิก

การทางาน ปฏิบตั งิ านรว่ มกนั อย่างชดั เจน ต่างคนตา่ งทางาน

มกี ารปฏิบตั ิงาน แต่ไมม่ กี ารประเมนิ ปฏิบัติงานร่วมกัน

ร่วมกนั เป็นระยะ ๆ ไมค่ รบทกุ คน

อย่างร่วมมอื รว่ มใจ

พรอ้ มกับการประเมิน

เปน็ ระยะ ๆ

แบบประเมนิ ช้ินงาน เรือ่ ง การปกครองสว่ นท้องถน่ิ ของไทย

รายการการ ระดับคณุ ภาพ
ประเมนิ
4321
คน้ ควา้ และเขียน
อธิบายหรือสรปุ คน้ คว้าและเขยี น คน้ คว้าและเขยี น ค้นคว้าและเขียน ค้นควา้ และเขยี น
การปกครอง
ส่วนทอ้ งถิ่น อธบิ ายหรือสรปุ อธบิ ายหรือสรุป อธิบายหรอื สรุป อธบิ ายหรือสรปุ
ของตนเอง
การปกครองส่วน การปกครองสว่ น การปกครองส่วน การปกครองสว่ น

ท้องถนิ่ ท้องถ่นิ ท้องถ่นิ ท้องถนิ่

ของตนเอง ของตนเองได้ ของตนเอง ของตนเองได้

ได้สัมพันธเ์ ชื่อมโยง มกี ารจาแนกขอ้ มูล ไดส้ อดคลอ้ งกับขอ้ มูล แตย่ ังไม่สอดคล้องกบั

กนั อธบิ ายให้เหน็ เขยี นอธิบาย มีการเขยี นขยาย ขอ้ มลู เขียนตาม

ภาพโดยรวม แสดงให้ แสดงใหเ้ ห็นถงึ ความ ข้อมูล

เหน็ ความสัมพันธก์ ับ ความสัมพนั ธก์ บั ยกตวั อยา่ งเพ่ิมเติม ที่อา่ น ไม่มกี าร

ตนเองและผู้อน่ื ตนเองอยา่ งเปน็ เหตุ ใหเ้ ข้าใจง่าย อธิบาย

เปน็ ผล เพมิ่ เติม

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 37

สาระการเรยี นร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ าสังคมศึกษา

ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรียนที่ 1

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เรอื่ งท่ี 5 องคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ กับบริการสาธารณประโยชน์ในชุมชน

เวลาเรียน 1 ช่ัวโมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้วี ัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ส 2.2 เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปัจจุบัน ยดึ ม่ัน ศรทั ธา และธารงรกั ษาไว้
ซง่ึ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ

ตัวชวี้ ัด วิเคราะห์ประโยชน์ท่ีชมุ ชนจะไดร้ บั จากองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
ส 2.2 ป.5/3

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธบิ ายองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินกับบรกิ ารสาธารณประโยชน์ในชมุ ชน (K)
2. วิเคราะห์ประโยชน์ท่ีชมุ ชนจะไดร้ ับจากองคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น (P)

3. เหน็ ความสาคญั ของบรกิ ารสาธารณประโยชนแ์ ละมีสว่ นร่วมในการรกั ษาบรกิ าร

สาธารณประโยชนใ์ นชุมชน (A)
สาระสาคัญ

บริการสาธารณประโยชน์ในชมุ ชน เปน็ หน้าที่ขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น เพื่อพฒั นาสมาชิก

ในชุมชนใหม้ ีความสุขในการดาเนนิ ชวี ิต
สาระการเรียนรู้

องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่นกับบริการสาธารณประโยชนใ์ นชุมชน
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ

3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. มวี ินัย

2. ใฝ่เรียนรู้
คาถามสาคญั

ถา้ ไม่มบี ริการสาธารณประโยชนจ์ ากองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ชุมชนจะมีลกั ษณะเปน็ อย่างไร
การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

1.ข้นั สังเกต รวบรวมข้อมลู (Gathering)

1. นกั เรียนสงั เกตภาพบรกิ ารสาธารณประโยชน์ทอ่ี งคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นจัดให้แกป่ ระชาชน

เชน่ ภาพสวนสาธารณะ ภาพรถเกบ็ ขยะ แล้วร่วมกนั สนทนา โดยใช้คาถาม ดังน้ี
• นักเรียนเคยใช้บรกิ ารสาธารณะท่ีปรากฏในภาพหรือไม่
(ตัวอยา่ งคาตอบ เคย)

• การจดั ให้มีบรกิ ารสาธารณะดงั กลา่ วก่อให้เกดิ ประโยชนต์ ่อนักเรยี นและชมุ ชนอยา่ งไร
(ตวั อย่างคาตอบ ทาใหต้ นเองและชมุ ชนมสี ถานท่ีพักผ่อนและออกกาลงั กาย และชุมชนไดร้ บั

การดแู ลเรอ่ื งของความสะอาด)
2. นกั เรยี นรว่ มกนั ศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มลู เกย่ี วกบั เรอ่ื ง องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ กบั บรกิ าร

สาธารณประโยชนใ์ นชุมชน จากหนงั สือเรยี นและแหลง่ การเรยี นรอู้ น่ื ๆ เพมิ่ เติม
2.ขั้นคดิ วเิ คราะหแ์ ละสรุปความรู้ (Processing)

3. นกั เรียนร่วมกนั ยกตัวอยา่ งบรกิ ารสาธารณประโยชน์ที่องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่

จดั ให้แก่ประชาชน พร้อมวิเคราะหค์ วามสาคญั ของบริการสาธารณประโยชนด์ งั กลา่ วลงในตาราง
แลว้ สรปุ เป็นความคิดรวบยอด ดังตัวอย่าง

บริการสาธารณประโยชนท์ ่ีองค์กรปกครอง ความสาคัญ
สว่ นท้องถ่ินจัดใหแ้ ก่ประชาชน
เพอ่ื พฒั นาดา้ นการศึกษาของสมาชกิ ในชมุ ชน
1. หอ้ งสมุดชมุ ชน เพื่อสง่ เสริมการเรียนร้แู ละพฒั นาการของเด็ก
2. ศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ เล็ก เป็นสถานท่พี ักผอ่ นหย่อนใจและสถานท่ี
3. สวนสาธารณะ ออกกาลังกายของสมาชิกในชมุ ชน
เพอ่ื พัฒนาทักษะการประกอบอาชีพ และชว่ ยสรา้ ง
4. ศนู ยฝ์ กึ อาชีพ รายไดใ้ ห้กบั คนในชุมชน
เพอ่ื เสรมิ สร้างสมรรถภาพรา่ งกายของคนในชุมชน
5. สนามกฬี าชุมชน

4. นักเรียนร่วมกนั วเิ คราะหป์ ระโยชนท์ ช่ี ุมชนจะไดร้ บั จากการบริการสาธารณประโยชน์
ขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่

5. นกั เรียนร่วมกนั เสนอแนวทางการมีสว่ นรว่ มในการดแู ลรักษาบรกิ ารสาธารณประโยชน์
พร้อมวเิ คราะหผ์ ลท่เี กดิ ขึน้ จากการปฏบิ ัติและไมป่ ฏิบัติ

6. นกั เรียนคดิ ประเมนิ เพอื่ เพม่ิ คุณค่า แล้วสรุปเปน็ ความคดิ รวบยอด โดยใช้คาถาม ดังน้ี
• ถ้าไมม่ ีบรกิ ารสาธารณประโยชนจ์ ากองค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่ ชุมชนจะมลี ักษณะ

เปน็ อยา่ งไร
(ตัวอย่างคาตอบ ไมเ่ กดิ การพฒั นา สภาพแวดลอ้ มในชมุ ชนเสอ่ื มโทรม ประชาชนขาดอาชีพ

ขาดรายได้)
3.ขัน้ ปฏิบตั ิและสรปุ ความรู้หลงั การปฏิบตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)

7. นกั เรียนยกตวั อยา่ งบริการสาธารณประโยชน์ในชมุ ชนของตนเอง พร้อมทัง้ บอกประโยชน์
ทไี่ ด้รับลงในช้ินงานท่ี 21 เร่อื ง องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นกบั บริการสาธารณประโยชนใ์ นชุมชน

8. นักเรียนตรวจสอบความถกู ตอ้ งเรียบร้อยของชน้ิ งาน หากพบข้อผดิ พลาดใหป้ รบั ปรงุ แกไ้ ข
ใหด้ ยี ง่ิ ข้นึ

9. นักเรยี นรว่ มกนั สรปุ สิง่ ทเี่ ขา้ ใจเป็นความรรู้ ่วมกัน ดงั นี้
บริการสาธารณประโยชนใ์ นชมุ ชน เป็นหนา้ ท่ีขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น

เพอื่ พัฒนาสมาชิกในชุมชนใหม้ ีความสุขในการดาเนินชวี ิต
4.ขน้ั ส่ือสารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

10. นักเรยี นออกมานาเสนอชน้ิ งานให้เพือ่ นฟังหนา้ ชน้ั เรียน
11. นักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายสรปุ เกี่ยวกบั วิธกี ารทางานใหเ้ หน็ การคดิ เชงิ ระบบและวธิ กี ารทางาน
ที่มแี บบแผน
5.ข้ันประเมินเพอื่ เพิม่ คณุ ค่าบรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)

12. นกั เรยี นร่วมกนั เชิญชวนใหส้ มาชิกในชุมชนชว่ ยกันดแู ลรักษาสาธารณประโยชน์
ที่องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นจัดให้แกป่ ระชาชนในทอ้ งถิ่น เพื่อใหส้ ามารถใช้งานได้ยาวนานข้นึ
และเกดิ ประโยชน์แกช่ ุมชนสูงสุด

13. นักเรียนประเมนิ ตนเองหลังการเรยี น ในประเด็นตอ่ ไปน้ี
• ส่ิงที่นักเรยี นได้เรยี นรใู้ นวนั นี้คอื อะไร
• นักเรียนมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมการเรียนรู้มากนอ้ ยเพยี งใด
• นกั เรียนพงึ พอใจกบั การเรยี นรู้ในวันนีห้ รอื ไม่ เพยี งใด
• นกั เรียนจะนาความรู้ท่ไี ดน้ ้ีไปใช้ให้เกดิ ประโยชนแ์ กต่ นเอง ครอบครัว และสังคมท่ัวไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากน้ันแลกเปลย่ี นตรวจสอบขัน้ ตอนการทางานทุกข้นั ตอนวา่ จะเพม่ิ คณุ ค่าไปส่สู งั คม

เกิดประโยชนต์ ่อสงั คมให้มากขน้ึ กวา่ เดิมในขน้ั ตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในคร้งั ตอ่ ไป
สอ่ื การเรยี นร/ู้ แหลง่ การเรยี นรู้

1. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพื้นฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5
2. ภาพบริการสาธารณประโยชน์
3. แหล่งการเรียนรทู้ ง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมนิ การเรยี นรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เร่อื ง องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นกบั บรกิ ารสาธารณประโยชน์ในชมุ ชน (K)
ดว้ ยแบบทดสอบ

2. ประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมนิ ช้ินงาน เรื่อง องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ กับบริการสาธารณประโยชนใ์ นชมุ ชน (P)

ดว้ ยแบบประเมนิ
4. ประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ด้านมีวนิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ (A) ด้วยแบบประเมนิ
แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)

แบบประเมนิ กระบวนการทางานกลมุ่

รายการการ ระดบั คุณภาพ
ประเมิน
4 32 1
กระบวนการ
ทางานกล่มุ มกี ารกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท ไมม่ กี ารกาหนด
สมาชิกชัดเจน และมกี าร บทบาทสมาชิก
ชี้แจงเปา้ หมายการทางาน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหัวหน้า และไมม่ กี ารชี้แจง
มีการปฏิบัติงานร่วมกนั เปา้ หมาย สมาชิก
อยา่ งร่วมมือรว่ มใจ มีการช้ีแจงเป้าหมาย ไม่มกี ารชแี้ จง ต่างคนต่างทางาน
พร้อมกบั การประเมนิ เป็น
ระยะ ๆ อย่างชัดเจนและ เปา้ หมาย

ปฏิบัตงิ านรว่ มกัน อย่างชดั เจน

แต่ไม่มกี ารประเมิน ปฏบิ ัติงานร่วมกัน

เปน็ ระยะ ๆ ไมค่ รบทกุ คน

แบบประเมนิ ช้นิ งาน เร่อื ง องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินกบั บริการสาธารณประโยชน์ในชมุ ชน

รายการการ ระดบั คุณภาพ

ประเมิน 4 3 2 1

ยกตัวอย่าง ยกตวั อยา่ ง เขยี น ยกตวั อยา่ ง เขียน ยกตวั อย่าง เขียน ยกตวั อย่าง เขยี น

เขยี นอธบิ าย อธิบายหรอื สรปุ อธบิ ายหรือสรุป อธิบายหรอื สรปุ อธิบายหรอื สรปุ

หรอื สรุปบรกิ าร บริการ บริการ บริการ บริการ

สาธารณประโยชน์ สาธารณประโยชน์ สาธารณประโยชน์ สาธารณประโยชน์ สาธารณประโยชน์

ในชุมชนของตนเอง ในชมุ ชนของตนเอง ในชุมชนของตนเองได้ ในชุมชนของตนเอง ในชุมชนของตนเองได้

ได้สัมพันธ์เชื่อมโยง มกี ารจาแนกขอ้ มลู ได้สอดคลอ้ งกบั ข้อมูล แตย่ งั ไม่สอดคล้องกบั

กัน อธิบายใหเ้ หน็ ถงึ มีการเขยี นขยาย ข้อมลู เขยี นตาม

อธิบายใหเ้ หน็ เปน็ ความสมั พันธ์กบั ความ ขอ้ มูล

ภาพ ตนเอง ยกตัวอยา่ งเพิ่มเตมิ ท่อี ่าน ไม่มกี ารอธบิ าย

โดยรวม แสดงใหเ้ หน็ อยา่ งเปน็ เหตุเป็นผล ให้เข้าใจงา่ ย เพ่ิมเติม

ถงึ

ความสัมพนั ธก์ ับ

ตนเอง

และผู้อ่ืน

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 38

สาระการเรียนรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาสงั คมศึกษา

ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 4 เร่อื งท่ี 1 วฒั นธรรมไทย เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชว้ี ัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ส 2.1 เขา้ ใจและปฏบิ ตั ิตนตามหนา้ ท่ีของการเป็นพลเมือง มีค่านิยมทด่ี ีงามและธารงรักษา

ประเพณีและวฒั นธรรมไทย ดารงชีวติ อยู่รว่ มกันในสงั คมไทยและสังคมโลก
อยา่ งสนั ติสุข

ตวั ช้ีวัด เห็นคณุ ค่าวัฒนธรรมไทยท่ีมีผลต่อการดาเนินชีวติ ในสังคมไทย
ส 2.1 ป.5/3

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายวฒั นธรรมไทย (K)
2. จาแนกประเภทของวัฒนธรรมไทยท่ีมคี วามสาคัญตอ่ การดาเนินชวี ิต (P)

3. เหน็ คณุ ค่าของวัฒนธรรมไทยท่ีมีผลต่อการดาเนินชีวิตในสังคมไทย (A)
สาระสาคัญ

วัฒนธรรม เป็นสิง่ ท่แี สดงใหเ้ ห็นถงึ ความเจริญงอกงามของคนไทย มคี ุณค่าและสง่ ผลต่อการดาเนนิ ชีวติ

ของคนในสังคม
สาระการเรยี นรู้

วฒั นธรรมไทย
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. ใฝ่เรียนรู้

2. รักความเป็นไทย
คาถามสาคัญ

วฒั นธรรมไทยมีความสาคัญอย่างไร
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้

1.ข้ันสงั เกต รวบรวมขอ้ มูล (Gathering)

1. นกั เรียนร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกับวฒั นธรรมไทย โดยใชค้ าถาม ดังนี้
• วฒั นธรรมไทยท่นี ักเรียนรจู้ ักมีอะไรบา้ ง

(ตวั อย่างคาตอบ วฒั นธรรมการไหว้ การกราบ การแสดงความกตญั ญูกตเวที)
• วัฒนธรรมใดทนี่ กั เรยี นภาคภูมิใจมากที่สดุ เพราะสาเหตุใด
(ตวั อยา่ งคาตอบ การไหว้ การกราบ เพราะเป็นวฒั นธรรมทเ่ี ป็นเอกลกั ษณข์ องชาติไทย

ซงึ่ แสดงออกถงึ การมคี วามเคารพ)
2. นักเรยี นร่วมกนั ศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มูลเกย่ี วกับเร่อื ง วฒั นธรรมไทย จากหนงั สอื เรยี น

และแหลง่ การเรียนรอู้ ื่น ๆ เพ่ิมเตมิ
2.ขั้นคดิ วิเคราะห์และสรปุ ความรู้ (Processing)

3. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับวัฒนธรรมไทย แล้วสรุปเปน็ ความคิดรวบยอด
โดยใช้คาถาม ดังน้ี

• วัฒนธรรมมีความหมายว่าอยา่ งไร

(ส่งิ ทแ่ี สดงถงึ ความเจรญิ งอกงามของมนุษย)์
• วัฒนธรรมไทยแบ่งออกเป็นก่ปี ระเภท อะไรบา้ ง

(แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ คตธิ รรม วตั ถธุ รรม เนติธรรม และสหธรรม)
4. นกั เรียนรว่ มกนั วิเคราะหค์ วามหมายและความสาคัญของวัฒนธรรมประเภทต่าง ๆ
5. นกั เรียนร่วมกนั ยกตัวอยา่ งวฒั นธรรมไทย แลว้ จาแนกวา่ เป็นวฒั นธรรมประเภทใด

โดยใชต้ าราง แล้วสรปุ เป็นความคิดรวบยอด ดงั ตัวอยา่ ง

ประเภทของวัฒนธรรม ตวั อยา่ งวัฒนธรรมไทย
คตธิ รรม
วตั ถธุ รรม ความกตญั ญกู ตเวทตี ่อผมู้ ีพระคุณ เชอ่ื ในเร่อื งบาปบุญคณุ โทษ
เนติธรรม ความมีเมตตากรุณาตอ่ ผ้อู ื่น

สหธรรม บ้านทรงไทย อาหารไทย ผา้ ไทยและการแต่งกายแบบไทย

การเคารพกฎหมาย การปฏิบัตติ นตามข้อห้ามทางศาสนา
การเคารพในจารีตประเพณี

ประเพณีลงแขกเกยี่ วข้าว การมีวฒั นธรรมทีป่ ฏิบตั เิ หมอื นกนั
ความเออ้ื เฟือ้ เผื่อแผช่ ว่ ยเหลอื กนั

6. นกั เรียนรว่ มกนั วิเคราะห์คณุ ค่าและวัฒนธรรมกบั การดาเนนิ ชวี ติ ในสงั คมไทย
7. นกั เรยี นคิดประเมนิ เพ่อื เพิ่มคณุ ค่า แล้วสรปุ เป็นความคิดรวบยอด โดยใช้คาถาม ดงั น้ี

• วัฒนธรรมไทยมีความสาคัญอยา่ งไร
(ตัวอย่างคาตอบ วัฒนธรรมเปน็ สิง่ ที่แสดงถงึ ความเจรญิ งอกงามที่ทกุ คนควรปฏิบัตแิ ละรว่ มกนั สบื
ทอด)
3.ขัน้ ปฏบิ ัติและสรปุ ความรู้หลงั การปฏิบตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)

8. นักเรยี นทาชน้ิ งานที่ 22 เร่ือง วฒั นธรรมไทย
9. นกั เรียนตรวจสอบความถกู ต้องเรยี บรอ้ ยของชนิ้ งาน หากพบข้อผิดพลาดควรปรับปรงุ แกไ้ ข
ให้ดยี งิ่ ขนึ้
10. นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ สิง่ ทเี่ ข้าใจเปน็ ความร้รู ่วมกัน ดังน้ี

วฒั นธรรม เปน็ สงิ่ ท่แี สดงใหเ้ ห็นถงึ ความเจรญิ งอกงามของคนไทย มคี ุณคา่ และส่งผลต่อ
การดาเนนิ ชวี ิตของคนในสงั คม
4.ขั้นสือ่ สารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

11. นักเรยี นออกมานาเสนอช้ินงานใหเ้ พื่อนฟงั หนา้ ชนั้ เรียน
12. นักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายสรปุ เก่ียวกบั วธิ กี ารทางานให้เหน็ การคิดเชิงระบบและวิธกี ารทางาน

ทมี่ ีแบบแผน
5.ขั้นประเมนิ เพอื่ เพิ่มคุณค่าบรกิ ารสงั คมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)

13. นกั เรียนจดั ป้ายนเิ ทศเก่ียวกับวัฒนธรรมไทยทภี่ าคภมู ิใจ เพื่อเผยแพร่และสืบทอดวฒั นธรรม
ท่ีดงี ามใหค้ งอยสู่ ืบต่อไป

14. นกั เรียนประเมนิ ตนเองหลงั การเรยี น ในประเด็นตอ่ ไปนี้
• ส่งิ ทน่ี ักเรียนได้เรยี นรใู้ นวันน้ีคืออะไร
• นักเรยี นมีสว่ นร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้มากนอ้ ยเพียงใด
• นกั เรยี นพงึ พอใจกับการเรียนรู้ในวันนี้หรือไม่ เพยี งใด
• นักเรยี นจะนาความรู้ท่ไี ดน้ ีไ้ ปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทัว่ ไป
ได้อยา่ งไร
จากน้ันแลกเปลยี่ นตรวจสอบข้ันตอนการทางานทกุ ขั้นตอนวา่ จะเพม่ิ คุณคา่ ไปสสู่ งั คม

เกดิ ประโยชนต์ อ่ สังคมให้มากข้นึ กว่าเดิมในขัน้ ตอนใดบา้ ง สาหรบั การทางานในคร้งั ตอ่ ไป
สอื่ การเรยี นร/ู้ แหลง่ การเรียนรู้

1. หนงั สือเรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5
2. แหล่งการเรียนรู้ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมนิ การเรียนรู้

1. ประเมินความรู้ เรอ่ื ง วฒั นธรรมไทย (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินชน้ิ งาน เรอื่ ง วฒั นธรรมไทย (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
3. ประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นใฝ่เรียนรู้ รักความเปน็ ไทย (A) ดว้ ยแบบประเมนิ

แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมินชนิ้ งาน เร่ือง วัฒนธรรมไทย

รายการการ ระดับคณุ ภาพ

ประเมิน 4 3 2 1

สังเกตภาพแลว้ สังเกตภาพแลว้ สงั เกตภาพแลว้ สงั เกตภาพแลว้ สังเกตภาพแล้ว

เขยี นอธบิ ายหรอื เขียนอธิบายหรอื สรปุ เขียนอธบิ ายหรือสรุป เขียนอธบิ ายหรอื สรปุ เขยี นอธบิ ายหรอื สรุป

สรุปวฒั นธรรมไทย วัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมไทย วฒั นธรรมไทย วัฒนธรรมไทย

ได้สมั พันธถ์ ูกตอ้ ง ได้สัมพันธ์ถกู ต้อง ไดส้ มั พันธถ์ ูกต้อง ได้สมั พนั ธ์ถกู ต้อง

เชอ่ื มโยงกบั ภาพ กบั ภาพครบทกุ ข้อ ตรงกบั ภาพท่ี ตรงกบั ภาพ

ทก่ี าหนดให้ครบทกุ ขอ้ และเขยี นอธบิ ายแสดง กาหนดให้ แตย่ งั ไม่สอดคลอ้ ง

อธบิ ายใหเ้ ห็นเป็นภาพ ถึง และเขยี นขยายความ กบั ขอ้ มลู

โดยรวม แสดงใหเ้ หน็ ความสัมพันธก์ ับ และยกตัวอยา่ ง อธิบายตามข้อมูลท่ี

ถงึ ตนเอง ใหเ้ ข้าใจงา่ ย อา่ น

ความสัมพนั ธก์ ับ อยา่ งเป็นเหตเุ ป็นผล ไมม่ ีการอธบิ าย

ตนเอง เพิม่ เตมิ

และผู้อน่ื

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 39

สาระการเรียนรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาสงั คมศกึ ษา

ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรียนที่ 1
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 เรอ่ื งท่ี 2 ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน เวลาเรียน 1 ช่ัวโมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชีว้ ัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 2.1 เข้าใจและปฏบิ ัติตนตามหนา้ ท่ีของการเป็นพลเมอื ง มีคา่ นยิ มทดี่ ีงามและธารงรักษา

ประเพณีและวฒั นธรรมไทย ดารงชีวติ อยู่ร่วมกันในสงั คมไทยและสงั คมโลก
อยา่ งสนั ตสิ ุข

ตวั ชว้ี ัด มสี ว่ นรว่ มในการอนุรักษ์และเผยแพรภ่ ูมปิ ญั ญาท้องถนิ่ ของชมุ ชน
ส 2.1 ป.5/4

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. อธบิ ายความหมาย ความสาคัญของภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่ิน (K)
2. เสนอแนวทางการมีสว่ นรว่ มในการอนรุ กั ษแ์ ละเผยแพร่ภมู ิปญั ญาท้องถ่นิ ของชุมชน (P)

3. เหน็ คุณค่าและความสาคัญของการอนุรักษแ์ ละเผยแพรภ่ มู ิปัญญาท้องถนิ่ ของชมุ ชน (A)
สาระสาคัญ

ภูมปิ ญั ญาท้องถ่ินเป็นสิ่งทบี่ รรพบรุ ษุ ไดส้ ร้างสรรค์ขน้ึ เพอ่ื นามาใช้ประโยชนใ์ นการดาเนนิ ชวี ิต
สาระการเรยี นรู้

1. ความหมายและความสาคญั ของภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน

2. ตวั อย่างภูมปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ ในชมุ ชน
3. การมสี ่วนรว่ มในการอนรุ กั ษแ์ ละเผยแพร่ภูมปิ ญั ญาท้องถิน่ ของชุมชน
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคดิ

3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. ใฝเ่ รียนรู้

2. รักความเปน็ ไทย
คาถามสาคัญ

นักเรยี นจะมสี ่วนรว่ มในการอนรุ ักษ์และสืบสานภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่ินให้คงอยสู่ ืบต่อไปอย่างไร
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้

1.ข้ันสังเกต รวบรวมขอ้ มูล (Gathering)

1. นกั เรียนสังเกตภาพภมู ิปญั ญาท้องถิน่ ดังนี้

จากนัน้ ร่วมกนั สนทนา โดยใช้คาถาม ดงั นี้
• ภาพดังกล่าวเปน็ ภาพอะไร

(ภาพกระติบข้าว)
• ถอื เปน็ ภูมปิ ญั ญาท้องถิน่ หรือไม่ อย่างไร

(ตวั อย่างคาตอบ เปน็ ภูมปิ ญั ญาท้องถิ่น เพราะเกดิ จากการประดษิ ฐ์คิดคน้ ของคนในทอ้ งถิน่
ที่นาเอาวสั ดุจากธรรมชาติ เชน่ ไมไ้ ผ่มาจักสานเป็นกระตบิ ข้าวใสข่ า้ วเหนยี ว เพื่อไมใ่ ห้ขา้ วเปยี กหรอื แฉะ
ไมม่ ีไอนา้ เกาะ)

• นกั เรียนเขา้ ใจความหมายของภมู ปิ ัญญาท้องถ่ินวา่ อยา่ งไร
(ความร้อู ันเกิดจากความสามารถ ประสบการณ์และความเฉลยี วฉลาดในการประดษิ ฐ์คิดค้น

ของคนในท้องถ่ิน โดยเปน็ ผลมาจากการส่งั สมประสบการณท์ ี่ผ่านกระบวนการเรียนรู้ เลือกสรร พฒั นา
และถ่ายทอดสืบตอ่ กันมาจากบรรพบุรุษจนถึงคนรุน่ ปจั จุบัน เพ่ือใชป้ ระโยชนใ์ นการดารงชีวติ )

2. นกั เรยี นร่วมกนั ศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มลู เกี่ยวกบั เรอื่ ง ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น จากหนงั สือเรยี น

และแหล่งการเรียนรู้อ่ืน ๆ เพ่มิ เตมิ
2.ข้นั คดิ วเิ คราะห์และสรปุ ความรู้ (Processing)

3. นกั เรยี นร่วมกนั วิเคราะหค์ วามสาคญั ของภมู ิปัญญาท้องถนิ่
4. นักเรียนร่วมกนั ยกตัวอยา่ งภูมปิ ญั ญาท้องถิ่นในชมุ ชนของตนเองมาคนละ 1 ตัวอย่าง
พร้อมวิเคราะหค์ วามสาคญั จากนน้ั ตวั แทนนกั เรยี นออกมาเขียนสรปุ คาตอบลงในตารางบนกระดาน

แล้วสรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด ดังตวั อย่าง

ภมู ิปัญญาทอ้ งถ่นิ ความสาคัญ
เปน็ การจัดการแหล่งน้าเพือ่ การเกษตร การอุปโภคบริโภค
การทาเหมอื งฝาย เพอื่ ให้ประชาชนได้มีน้าอุปโภคบรโิ ภคอย่างเทา่ เทียมกนั

การแปรรปู อาหารสด ทาให้สามารถเก็บอาหารไว้รับประทานไดย้ าวนานข้ึน
เปน็ อาหารตากแห้ง

5. นักเรียนรว่ มกนั เสนอแนวทางการมสี ว่ นรว่ มในการอนรุ กั ษ์และเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิน่ ของชุมชน
6. นักเรยี นรว่ มกนั วเิ คราะห์ผลทเ่ี กิดข้นึ จากการอนุรกั ษแ์ ละเผยแพรภ่ มู ปิ ญั ญาทอ้ งถ่ินและไม่อนรุ กั ษ์
และเผยแพรภ่ มู ิปญั ญาท้องถิน่

7. นกั เรยี นคิดประเมนิ เพอ่ื เพ่มิ คุณค่า แลว้ สรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด โดยใช้คาถาม ดงั นี้
• นักเรยี นจะมีส่วนรว่ มในการอนรุ ักษ์และสบื สานภมู ิปญั ญาท้องถ่ินให้คงอยสู่ บื ต่อไปอยา่ งไร
(ตัวอย่างคาตอบ ศึกษาและนาภูมิปญั ญาทอ้ งถิน่ มาประยุกตใ์ ช้ในการดาเนนิ ชีวิตประจาวนั

และเผยแพรใ่ ห้ผู้อน่ื รู้จกั )
3.ขน้ั ปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ (Applying and Constructing the Knowledge)

8. นกั เรียนสารวจภมู ปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ ในชุมชนของตนเอง แล้วบนั ทกึ ผลการสารวจลงในแบบบนั ทกึ
ชนิ้ งานที่ 23 เรื่อง ภูมปิ ัญญาท้องถิ่นในชมุ ชน

9. นักเรียนตรวจสอบความถกู ตอ้ งเรยี บรอ้ ยของชนิ้ งาน หากพบขอ้ ผดิ พลาดควรปรับปรงุ แกไ้ ข
ให้ดยี ิ่งขนึ้

10. นกั เรียนร่วมกนั สรุปสง่ิ ทเี่ ขา้ ใจเป็นความรู้ร่วมกนั ดังนี้
ภูมิปัญญาท้องถิ่นเปน็ สงิ่ ทีบ่ รรพบรุ ุษไดส้ รา้ งสรรค์ข้นึ เพ่ือนามาใชป้ ระโยชนใ์ นการดาเนนิ ชีวติ

4.ข้ันสื่อสารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

11. นักเรียนออกมานาเสนอชิน้ งานใหเ้ พอ่ื นฟงั หนา้ ชั้นเรยี น
12. นกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายสรปุ เกยี่ วกบั วธิ ีการทางานใหเ้ ห็นการคดิ เชงิ ระบบและวธิ ีการทางาน
ท่มี ีแบบแผน
5.ข้นั ประเมนิ เพอื่ เพิ่มคณุ ค่าบรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)

13. นักเรียนรว่ มกนั จดั กิจกรรมทีเ่ ป็นการอนรุ กั ษแ์ ละเผยแพรภ่ ูมปิ ญั ญาทอ้ งถ่ิน เช่น
การจัดนทิ รรศการ การจัดปา้ ยนเิ ทศ การเผยแพร่ความรโู้ ดยปราชญ์ชาวบ้าน

14. นกั เรียนประเมนิ ตนเองหลังการเรยี น ในประเด็นตอ่ ไปนี้
• สงิ่ ท่นี ักเรยี นไดเ้ รยี นรู้ในวนั นค้ี ืออะไร
• นกั เรยี นมีส่วนร่วมในกจิ กรรมการเรยี นรูม้ ากน้อยเพยี งใด
• นกั เรยี นพงึ พอใจกับการเรยี นรใู้ นวันน้ีหรอื ไม่ เพยี งใด
• นักเรยี นจะนาความรู้ทไ่ี ดน้ ี้ไปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครัว และสงั คมทัว่ ไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากนัน้ แลกเปลีย่ นตรวจสอบข้นั ตอนการทางานทกุ ขนั้ ตอนว่าจะเพิม่ คุณค่าไปสูส่ ังคม

เกิดประโยชนต์ ่อสงั คมให้มากขนึ้ กว่าเดิมในข้นั ตอนใดบ้าง สาหรบั การทางานในครั้งต่อไป
ส่อื การเรยี นร/ู้ แหลง่ การเรียนรู้

1. หนังสอื เรียน รายวิชาพ้นื ฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5
2. ภาพภมู ปิ ญั ญาท้องถิ่น
3. แหลง่ การเรียนรทู้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมินการเรียนรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เรอ่ื ง ภูมิปญั ญาท้องถิ่น (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ ชิน้ งาน เรือ่ ง ภมู ิปญั ญาทอ้ งถิน่ ในชมุ ชน (P) ด้วยแบบประเมิน
3. ประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นใฝ่เรยี นรู้ รักความเป็นไทย (A) ดว้ ยแบบประเมิน

แบบประเมินตามสภาพจรงิ (Rubrics)
แบบประเมนิ ช้ินงาน เร่อื ง ภมู ิปัญญาทอ้ งถิน่ ในชมุ ชน

รายการการ ระดบั คุณภาพ

ประเมนิ 4 3 2 1

สารวจและเขียน สารวจและเขยี น สารวจและเขียน สารวจและเขียน สารวจและเขียน

อธิบายหรือสรปุ อธิบายหรอื สรปุ ภมู ิ อธบิ ายหรอื สรปุ ภมู ิ อธิบายหรือสรปุ ภูมิ อธบิ ายหรอื สรุปภูมิ

ภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน ปัญญาทอ้ งถ่นิ ใน ปัญญาทอ้ งถน่ิ ใน ปญั ญาท้องถิ่นใน ปญั ญาท้องถนิ่ ใน

ในชมุ ชนของตนเอง ชุมชน ชุมชน ชมุ ชน ชุมชน

ของตนเองไดส้ ัมพนั ธ์ ของตนเองได้ ของตนเองได้ ของตนเองได้

เช่ือมโยง แสดงให้เห็น มกี ารจาแนกข้อมูล สอดคลอ้ ง แตย่ ังไม่สอดคล้อง

ภาพโดยรวม อธิบาย การสารวจ กบั ขอ้ มูล มีการเขยี น กบั ขอ้ มลู

ใหเ้ หน็ ความสัมพันธ์ อธิบายให้เห็นถึง ขยายความและ เขียนตามข้อมลู ที่อ่าน

กบั ตนเองและผอู้ ืน่ ความสมั พนั ธ์กบั ยกตัวอย่างอธบิ ายให้ ไมม่ ีการอธบิ าย

ตนเอง เขา้ ใจง่าย เพมิ่ เตมิ

อย่างเปน็ เหตเุ ปน็ ผล

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 40

สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าสังคมศึกษา

ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรียนท่ี 1
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 เรื่องท่ี 3 กิจกรรมเสรมิ ทกั ษะความรทู้ ้ายหนว่ ยการเรยี นรู้ เวลาเรียน 1 ชั่วโมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 2.1 เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าท่ีของการเป็นพลเมอื ง มีค่านิยมที่ดีงามและธารงรักษา

ประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ดารงชวี ติ อยูร่ ่วมกันในสงั คมไทยและสงั คมโลก
อย่างสนั ตสิ ขุ

ตวั ชี้วัด เหน็ คณุ ค่าวฒั นธรรมไทยทมี่ ีผลตอ่ การดาเนินชวี ิตในสังคมไทย
ส 2.1 ป.5/3

ส 2.1 ป.5/4 มสี ว่ นร่วมในการอนรุ ักษแ์ ละเผยแพร่ภมู ิปญั ญาทอ้ งถิ่นของชุมชน

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายและสรุปความรเู้ ร่อื ง วัฒนธรรมและภูมิปญั ญาท้องถิ่นลงในแบบกจิ กรรม (K)

2. จาแนกและสรุปความรูเ้ รอ่ื ง วฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาท้องถน่ิ ลงในแบบกิจกรรม (P)

3. เห็นความสาคัญในการพฒั นาทักษะความรูใ้ นการทากจิ กรรมระหวา่ งเรียน (A)
สาระสาคญั

วฒั นธรรมและภูมิปัญญาทอ้ งถนิ่ เปน็ สิ่งที่แสดงถงึ ความเจริญงอกงามทางดา้ นความรทู้ ีเ่ กดิ จากการสั่งสม

ประสบการณจ์ นเกิดการยอมรับและปฏิบตั สิ ืบทอดตอ่ กนั มาจนถึงปจั จุบัน
สาระการเรียนรู้

กจิ กรรมเสริมทักษะความร้วู ัฒนธรรมและภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิน่
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
คุณลักษณะอันพึงประสงค์

1. ใฝ่เรยี นรู้

2. รกั ความเปน็ ไทย
คาถามสาคัญ

นักเรยี นไดป้ ระโยชน์จากการศกึ ษาวฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาท้องถน่ิ อย่างไร
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

1.ขั้นสังเกต รวบรวมขอ้ มลู (Gathering)

1. นกั เรยี นทบทวนความรู้เดิมเรื่อง วฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาท้องถ่นิ โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี

• วฒั นธรรม หมายถึงอะไร
(สงิ่ ทแี่ สดงถงึ ความเจริญงอกงามของมนษุ ย์ เป็นแบบแผนในการดาเนนิ ชวี ิตของคนในสังคม
ท่ปี ฏิบตั ิสบื ตอ่ กันมาเป็นเวลาชา้ นาน)

• วัฒนธรรมแบ่งออกเปน็ ก่ีประเภท อะไรบ้าง
(แบง่ เปน็ 4 ประเภท ได้แก่ คตธิ รรม วตั ถุธรรม เนตธิ รรม และสหธรรม)

• คติธรรม หมายถงึ อะไร
(วัฒนธรรมทเ่ี กี่ยวกบั หลักการดาเนนิ ชีวิตที่ได้มาจากหลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา เช่น

ความมเี มตตากรณุ า ความกตญั ญูกตเวที)
• วัตถุธรรม หมายถึงอะไร
(วัฒนธรรมที่สามารถมองเหน็ และสมั ผสั ได้ สามารถนามาใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจาวนั ได้

เชน่ บ้านเรอื น เครือ่ งแตง่ กาย)
• เนตธิ รรม หมายถงึ อะไร

(วฒั นธรรมทางกฎหมาย มขี ้ึนเพื่อใช้บงั คับและควบคมุ พฤตกิ รรมของสมาชิกในสังคม
ให้อย่ใู นระเบยี บแบบแผน)

• สหธรรม หมายถงึ อะไร

(เปน็ วฒั นธรรมท่เี ก่ียวขอ้ งกับการติดตอ่ กันและอยู่รว่ มกันกับผู้อื่นในสังคม เช่น มารยาทไทย
ประเพณีไทย)

• ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่นมีความหมายว่าอย่างไร
(ความรทู้ เ่ี กิดจากความสามารถ ประสบการณ์ และความเฉลียวฉลาดในการประดิษฐ์คิดคน้
ของคนในท้องถิ่น ซ่ึงเกิดจากการสงั่ สมประสบการณ์ทผ่ี า่ นกระบวนการเรียนรู้ เลอื กสรร พฒั นา

และถ่ายทอดสบื ต่อกันมาจากบรรพบุรุษจนถงึ คนรุ่นปจั จบุ ัน)
2.ขัน้ คิดวเิ คราะหแ์ ละสรุปความรู้ (Processing)

2. นกั เรียนแบ่งกลุ่มเลน่ เกมเตมิ คา โดยนาตัวอกั ษรหนา้ คาทเี่ กีย่ วกบั ประเภทของวฒั นธรรม
เตมิ ลงในช่องวา่ งให้สมั พนั ธก์ บั ขอ้ ความ กลุ่มใดเติมเสรจ็ ก่อนเป็นฝา่ ยชนะ ดงั ตวั อยา่ ง

ก. คตธิ รรม ข. วตั ถุธรรม ค. เนติธรรม ง. สหธรรม

ข 1. การใช้โทรศพั ท์เคลอ่ื นที่
ข 2. ขบั รถยนตไ์ ปทางาน
ค 3. ขา้ มถนนตรงทางม้าลาย
ก 4. ลกู ดแู ลพอ่ แม่ เม่ือท่านเจบ็ ปว่ ย
ง 5. การทางานกลุ่มร่วมกับเพอื่ น
ง 6. การรว่ มงานลอยกระทง
ก 7. ครใู ห้ความรัก ความเมตตาต่อศษิ ย์
ค 8. คาดเขม็ ขดั นริ ภยั ขณะขบั รถยนต์
ก 9. กตัญญตู ่อพ่อแม่และผูม้ ีพระคณุ
ค 10. ไปแจ้งความทีส่ ถานีตารวจ เมอื่ ถูกทารา้ ยร่างกาย

3. นักเรียนร่วมกนั จาแนกบตั รคาข้อความท่ีเปน็ ภมู ปิ ญั ญาไทยและไม่ใช่ภูมิปัญญาไทยลงในตาราง
แลว้ สรุปเปน็ ความคดิ รวบยอด ดงั ตวั อยา่ ง

ตะไครห้ อมไล่ยงุ เคร่ืองนุ่งห่มจากขนสตั ว์ โทรศพั ทเ์ คล่ือนที่

เคร่ืองซกั ผา้ ร่มจากกระดาษสา เส้ือม่อฮอ่ ม

ตะกรา้ สานจากยา่ นลิเภา หลอดไฟฟ้าประหยดั ไฟ

ภมู ปิ ญั ญาไทย ไม่ใช่ภูมิปญั ญาไทย

ตะไครห้ อมไลย่ งุ โทรศัพทเ์ คลือ่ นที่
รม่ จากกระดาษสา เครอ่ื งนุ่งหม่ จากขนสตั ว์
ตะกร้าสานจากยา่ นลเิ ภา เคร่อื งซักผา้
เสือ้ มอ่ ฮ่อม หลอดไฟฟา้ ประหยดั ไฟ

4. นักเรยี นคิดประเมนิ เพ่อื เพมิ่ คณุ ค่า แล้วสรปุ เป็นความคิดรวบยอด โดยใช้คาถาม ดังน้ี
• นักเรยี นไดป้ ระโยชน์จากการศกึ ษาวฒั นธรรมและภมู ิปัญญาทอ้ งถน่ิ อย่างไร
(ตัวอย่างคาตอบ มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ และเกดิ ความภาคภูมิใจในวัฒนธรรม

และภมู ปิ ญั ญาท้องถนิ่ มากขนึ้ )
3.ขน้ั ปฏบิ ัตแิ ละสรปุ ความรู้หลงั การปฏิบตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)

5. นกั เรยี นทากจิ กรรมเพ่อื พฒั นาและเสรมิ ทักษะความรู้ท้ายหน่วยการเรียนรู้ ดงั ตัวอยา่ งกิจกรรม
• นกั เรยี นรว่ มกนั วเิ คราะหภ์ าพวฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ แลว้ สรุปเป็น

ความคดิ รวบยอด โดยใชค้ าถาม ดงั นี้

• ภาพท่ีเห็นเป็น
 วฒั นธรรม
ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น

• มีคุณคา่ และความสาคญั ต่อการดาเนินชีวติ คือ
(แสดงถึงการมีสมั มาคารวะ มีความอ่อนนอ้ มถ่อมตน เป็นเอกลกั ษณ์
ของชาตไิ ทย)

• นกั เรียนจะมีส่วนร่วมในการอนุรักษแ์ ละรักษาอยา่ งไร
(แสดงความเคารพผใู้ หญด่ ว้ ยการไหวใ้ หถ้ ูกตอ้ ง และแนะนาผอู้ ื่นใหป้ ฏบิ ตั ใิ หถ้ ูกตอ้ ง)

• ภาพทีเ่ ห็นเป็น
วฒั นธรรม

 ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น
• มีคุณค่าและความสาคญั ต่อการดาเนินชีวติ คือ

(เป็ นท่อี ยอู่ าศยั )

• นกั เรียนจะมีส่วนร่วมในการอนุรกั ษแ์ ละรักษาอยา่ งไร
(หมน่ั ทาความสะอาดใหน้ ่าอยอู่ าศยั และเผยแพร่บา้ นเรือนไทยใหท้ ว่ั โลกรบั รู้ถึงเอกลกั ษณ์ของความเป็ นไทย)
6. นกั เรียนตรวจสอบความถกู ตอ้ งเรียบรอ้ ยของผลงาน หากพบข้อผดิ พลาดควรปรับปรงุ แก้ไข
ให้ดยี ิ่งขึ้น

7. นักเรียนร่วมกนั สรปุ สง่ิ ท่ีเข้าใจเป็นความรู้ร่วมกนั ดังนี้
วัฒนธรรมและภมู ปิ ัญญาทอ้ งถิ่นเป็นสิง่ ทแี่ สดงถึงความเจรญิ งอกงามทางดา้ นความรู้

ทีเ่ กิดจากการสง่ั สมประสบการณ์จนเกดิ การยอมรบั และปฏบิ ตั ิสบื ทอดตอ่ กนั มาจนถงึ ปัจจบุ ัน

4.ขัน้ สื่อสารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)
8. นกั เรยี นออกมานาเสนอผลงานการทากจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะความรูท้ า้ ยหนว่ ยการเรยี นรู้
9. นกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายสรุปเกยี่ วกับวธิ กี ารทางานให้เห็นการคดิ เชิงระบบและวธิ ีการทางาน

ที่มแี บบแผน
5.ขั้นประเมนิ เพอื่ เพมิ่ คณุ คา่ บรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)

10. นักเรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรสู้ ึกหลงั การเรียนและหลังการทากิจกรรม
ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้

• สง่ิ ท่ีนักเรยี นไดเ้ รยี นรใู้ นวันนค้ี ืออะไร
• นกั เรยี นมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพียงใด
• เพื่อนนักเรยี นในกลมุ่ มสี ่วนร่วมกิจกรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพยี งใด
• นักเรยี นพอใจกบั การเรียนในวนั นีห้ รือไม่ เพยี งใด
• นกั เรียนจะนาความร้ทู ่ีไดน้ ี้ไปใชใ้ ห้เกิดประโยชนแ์ กต่ นเอง ครอบครวั และสังคมท่ัวไป

ได้อยา่ งไร
จากน้นั แลกเปล่ียนตรวจสอบขั้นตอนการทางานทกุ ขน้ั ตอนว่าจะเพมิ่ คุณคา่ ไปส่สู ังคม
เกิดประโยชน์ต่อสงั คมใหม้ ากข้ึนกว่าเดมิ ในขัน้ ตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในคร้ังต่อไป
สื่อการเรยี นรู้/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียน รายวิชาพ้นื ฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 5
2. เกมเตมิ คา
3. บตั รคาข้อความท่ีเป็นภมู ิปญั ญาไทยและไม่ใชภ่ ูมิปัญญาไทย
4. กิจกรรมเสรมิ ทักษะความรู้ทา้ ยหน่วยการเรยี นรู้

5. แหล่งการเรียนรทู้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมนิ การเรียนรู้

1. ประเมินความรู้ เรอื่ ง กจิ กรรมเสริมทักษะความร้ทู า้ ยหนว่ ยการเรียนรู้ (K) ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ดา้ นใฝเ่ รียนรู้ รกั ความเปน็ ไทย (A) ดว้ ยแบบประเมิน

แบบประเมนิ ตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมินกระบวนการทางานกล่มุ

รายการการ ระดบั คณุ ภาพ
ประเมนิ
4321
กระบวนการ
ทางานกล่มุ มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด

สมาชิกชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ บทบาทสมาชกิ

และมกี ารชี้แจง มีการช้ีแจงเป้าหมาย ไมม่ ีการชแี้ จง และไมม่ กี ารชแ้ี จง

เป้าหมาย อยา่ งชดั เจนและ เป้าหมาย เป้าหมาย สมาชิก

การทางาน ปฏบิ ตั ิงานรว่ มกนั อย่างชัดเจน ตา่ งคนต่างทางาน

มกี ารปฏบิ ัตงิ าน แตไ่ มม่ กี ารประเมนิ ปฏบิ ตั ิงานร่วมกนั

รว่ มกนั เป็นระยะ ๆ ไมค่ รบทกุ คน

อยา่ งร่วมมือร่วมใจ

พร้อมกับการประเมนิ

เป็นระยะ ๆ

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 41

สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาสังคมศกึ ษา

ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นที่ 2
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 1 เรอื่ งที่ 1 ปัจจยั การผลิตสินค้าและบรกิ าร เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้ีวัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 3.1 เข้าใจและสามารถบรหิ ารจัดการทรพั ยากรในการผลิตและการบรโิ ภค

การใช้ทรัพยากรท่มี ีอยู่จากัดไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและคมุ้ คา่
รวมท้ังเขา้ ใจหลกั การของเศรษฐกจิ พอเพียงเพอ่ื การดารงชีวิตอยา่ งมีดุลยภาพ

ตวั ชีว้ ัด อธบิ ายปจั จัยการผลติ สนิ คา้ และบรกิ าร
ส 3.1 ป.5/1

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายปจั จยั การผลิตสนิ ค้าและบรกิ าร (K)
2. จาแนกประเภทปจั จยั การผลิตสนิ คา้ และบรกิ าร (P)

3. เห็นความสาคัญของการศกึ ษาเรยี นรู้กระบวนการผลติ สินคา้ และบรกิ าร (A)
สาระสาคัญ

การผลติ สนิ ค้าและบริการจาเปน็ ตอ้ งอาศยั ปัจจัยการผลติ เพ่อื ให้ได้สินค้าและบรกิ ารทม่ี ีคณุ ภาพ

ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค
สาระการเรียนรู้

ปัจจยั การผลติ สนิ คา้ และบรกิ าร
สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ

3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. ใฝเ่ รียนรู้

2. มุ่งมัน่ ในการทางาน
คาถามสาคญั

ถา้ นักเรียนเปน็ ผู้ผลิตสินค้าและบรกิ าร นักเรียนจะเลอื กผลิตสนิ คา้ และบรกิ ารชนดิ ใด เพราะเหตุใด

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1.ข้ันสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)

1. นกั เรียนสงั เกตภาพสนิ ค้าและบริการทง้ั หมด 6 ภาพ แล้วตอบคาถาม ดังนี้

ภาพที่ 1 ภาพที่ 2 ภาพที่ 3

ภาพท่ี 4 ภาพที่ 5 ภาพที่ 6

• ภาพที่เห็นมภี าพอะไรบา้ ง
(ผลไม้ คนกาลงั ขนึ้ รถโดยสารประจาทาง ชดุ นกั เรียน คนกาลังตัดผม การรกั ษาพยาบาล

และยารักษาโรค)
• ภาพใดบา้ งเป็นสินค้า

(ภาพที่ 1 ภาพท่ี 3 และภาพท่ี 6)
• ภาพใดบา้ งเปน็ บรกิ าร
(ภาพท่ี 2 ภาพท่ี 4 และภาพท่ี 5)

• นักเรียนเข้าใจความหมายของสนิ คา้ และบริการวา่ อย่างไร
(ตัวอยา่ งคาตอบ สนิ คา้ คือส่ิงท่ีผลิตขน้ึ เพ่อื นามาใช้ประโยชนต์ ามความตอ้ งการ

บรกิ าร คือ ส่งิ อานวยความสะดวกและสรา้ งความพงึ พอใจให้กบั ผใู้ ชบ้ ริการ)
2. นกั เรียนรว่ มกนั ศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มูลเกี่ยวกบั เรือ่ ง ปัจจยั การผลิตสนิ ค้าและบรกิ าร

จากหนังสือเรยี นและแหล่งการเรยี นรอู้ ืน่ เพิม่ เตมิ

2.ขน้ั คิดวเิ คราะห์และสรุปความรู้ (Processing)
3. นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความหมายและประเภทของปจั จยั การผลิตสินคา้

และบริการ แลว้ สรุปเปน็ ความคิดรวบยอด โดยใช้คาถาม ดังนี้
• ปัจจัยการผลติ คืออะไร
(ทรพั ยากรต่าง ๆ ท่นี ามาใชใ้ นกระบวนการผลติ เพอื่ ทาใหเ้ ปน็ สินคา้ และบริการ

• ปัจจัยการผลิตแบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง
(แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ท่ีดนิ แรงงาน ทุน ผปู้ ระกอบการ)

• ท่ดี นิ เปน็ ปัจจยั การผลติ สนิ คา้ และบรกิ ารอยา่ งไร
(ตวั อย่างคาตอบ เป็นสถานทสี่ าคญั ใช้เป็นทีผ่ ลิตสินคา้ และบรกิ าร)

• แรงงานเป็นปัจจยั การผลติ สนิ คา้ และบรกิ ารอย่างไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ ได้แก่ จานวนคนท่ีทาหนา้ ท่ีใชแ้ รงกาย ความรู้ความสามารถ เพื่อทาการผลติ

สินค้าและบรกิ าร)
• ทุนเปน็ ปจั จยั ในการผลิตสินค้าและบรกิ ารอยา่ งไร

(ตวั อยา่ งคาตอบ ทนุ หมายถึง เงนิ หรือวัตถุดิบ เชน่ อุปกรณเ์ ครอ่ื งมือการผลิต โรงงาน
หรอื ทรพั ยากรทีใ่ ช้สาหรบั ทาการผลิตสินค้าและบรกิ าร)

• ผ้ปู ระกอบการเป็นปัจจัยในการผลติ สนิ ค้าและบรกิ ารอย่างไร

(ตวั อย่างคาตอบ เปน็ ผ้จู ัดการกระบวนการผลิตสินคา้ และบรกิ ารทงั้ หมด ทั้งท่ีดนิ แรงงาน
และทุน ทาให้เกิดสนิ ค้าและบรกิ ารตา่ ง ๆ )

4. นกั เรยี นรว่ มกนั วเิ คราะห์บัตรคาเกี่ยวกบั ปจั จยั การผลติ สินคา้ และบรกิ าร แล้วใหน้ ักเรียนร่วมกนั
วเิ คราะห์วา่ เปน็ ปจั จยั การผลิตประเภทใด โดยจาแนกลงในแผนภาพความคิด

ร้านซ่อมรถ ผลไม้ ช่างตดั ผม เจา้ ของรา้ นหนงั สือ

พนกั งานธนาคาร เจา้ ของบริษทั สวนผลไม้ ถุงกระดาษ

5. นกั เรยี นแบ่งกล่มุ รว่ มกนั ยกตวั อยา่ งการผลติ สินค้าและบริการทม่ี อี ยใู่ นทอ้ งถน่ิ มากลุ่มละ
2 ตัวอยา่ ง พรอ้ มวเิ คราะหข์ นั้ ตอนการผลติ และผลการผลิต

6. นกั เรียนคดิ ประเมนิ เพือ่ เพ่ิมคณุ ค่า แล้วสรุปความคิดรวบยอด โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี

 ถา้ นกั เรียนเป็นผูผ้ ลิตสนิ ค้าและบรกิ าร นักเรียนจะเลือกผลติ สนิ ค้าและบรกิ ารชนดิ ใด
เพราะเหตุใด (ตัวอย่างคาตอบ ผลิตกระเป๋าสานจากย่านลเิ ภา เพราะมีต้นทุนในการผลิตต่า สามารถผลิตเองได้
ท่บี า้ น ใช้แรงงานจากสมาชิกในครอบครัว)
3.ข้ันปฏบิ ัติและสรปุ ความรู้หลงั การปฏบิ ตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)

7. นกั เรียนสังเกตภาพแลว้ วิเคราะหป์ จั จัยทใี่ ช้ในการผลิตลงในแผนภาพความคิด ชน้ิ งานท่ี 24
เร่ือง ปัจจัยการผลิตสนิ ค้าและบริการ

8. นกั เรยี นร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ต้องเรียบร้อยของชิน้ งาน หากพบขอ้ ผดิ พลาดให้ปรบั ปรงุ แก้ไข
ให้ดียงิ่ ขึ้น

9. นักเรียนรว่ มกนั สรปุ ส่งิ ที่เขา้ ใจเปน็ ความรรู้ ่วมกนั ดงั นี้
การผลิตสนิ ค้าและบริการจาเปน็ ต้องอาศยั ปัจจัยการผลติ เพ่อื ให้ไดส้ ินค้าและบรกิ ารทีม่ ีคุณภาพ

ตรงตามความตอ้ งการของผ้บู รโิ ภค
4.ข้ันสอื่ สารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

10. นกั เรียนออกมานาเสนอชิน้ งานให้เพื่อนฟงั หนา้ ชั้นเรียน
11. นกั เรยี นร่วมกนั อภิปรายสรปุ เกีย่ วกบั วิธกี ารทางานใหเ้ ห็นการคิดเชิงระบบและวธิ กี ารทางาน
ทม่ี แี บบแผน
5.ขน้ั ประเมนิ เพอ่ื เพม่ิ คณุ ค่าบริการสงั คมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)

12. นกั เรยี นนาความรูเ้ กยี่ วกับปจั จัยการผลิตสนิ คา้ และบรกิ ารไปเผยแพร่แกบ่ ุคคลอื่น
โดยจดั ปา้ ยนเิ ทศหรอื จัดทาเปน็ แผน่ พบั ความรู้

13. นกั เรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรสู้ กึ หลังการเรยี นและหลงั การทากิจกรรม

ในประเดน็ ต่อไปนี้
• ส่งิ ทีน่ กั เรยี นได้เรียนรู้ในวนั นี้คืออะไร
• นกั เรียนมสี ่วนร่วมกจิ กรรมในกล่มุ มากนอ้ ยเพยี งใด
• เพือ่ นนกั เรียนในกลุ่มมีสว่ นร่วมกจิ กรรมในกลมุ่ มากน้อยเพียงใด
• นักเรยี นพอใจกบั การเรียนในวันนหี้ รอื ไม่ เพยี งใด
• นักเรียนจะนาความรทู้ ีไ่ ดน้ ้ีไปใช้ให้เกดิ ประโยชนแ์ กต่ นเอง ครอบครวั และสังคมทัว่ ไป
ไดอ้ ย่างไร
จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขัน้ ตอนการทางานทกุ ขน้ั ตอนว่าจะเพิ่มคุณคา่ ไปสสู่ ังคม

เกดิ ประโยชน์ต่อสังคมใหม้ ากขึน้ กวา่ เดมิ ในขัน้ ตอนใดบา้ ง สาหรบั การทางานในครั้งตอ่ ไป
สือ่ การเรียนร/ู้ แหลง่ การเรยี นรู้

1. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพืน้ ฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5
2. ตัวอย่างภาพสินค้าและบริการ
3. บัตรคาเกยี่ วกับปัจจยั การผลิตสินค้าและบริการ
4. แหลง่ การเรยี นรูท้ ง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมนิ การเรยี นรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เร่อื ง ปจั จัยการผลิตสนิ ค้าและบริการ (K) ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทางานกล่มุ (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมินชนิ้ งาน เร่อื ง ปจั จยั การผลติ สนิ ค้าและบริการ (P) ดว้ ยแบบประเมิน
4. ประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ดา้ นใฝ่เรียนรู้ ม่งุ ม่นั ในการทางาน (A) ด้วยแบบประเมิน
แบบประเมนิ ตามสภาพจริง (Rubrics)

แบบประเมินกระบวนการทางานกลมุ่

รายการการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ

กระบวนการ 432 1
ทางานกลมุ่
มีการกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท ไม่มีการกาหนด
บทบาทสมาชกิ
สมาชิกชัดเจน สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ และไมม่ กี ารชแี้ จง
เป้าหมาย สมาชิก
และมกี ารชีแ้ จงเป้าหมาย มีการชแี้ จงเป้าหมาย ไมม่ กี ารชี้แจงเป้าหมาย ต่างคนตา่ งทางาน

การทางาน อย่างชดั เจนและ อย่างชดั เจน

มกี ารปฏบิ ัตงิ านร่วมกนั ปฏิบตั งิ านรว่ มกนั ปฏิบตั งิ านรว่ มกัน

อยา่ งรว่ มมอื รว่ มใจ แต่ไมม่ กี ารประเมิน ไม่ครบทุกคน

พร้อมกบั การประเมนิ เปน็ เปน็ ระยะ ๆ

ระยะ ๆ

แบบประเมนิ ชิ้นงาน เรอื่ ง ปัจจยั การผลิตสนิ คา้ และบรกิ าร

รายการการประเมนิ ระดับคณุ ภาพ

การสังเกตภาพแลว้ 4 321
วเิ คราะห์ เขียนอธิบาย
หรอื สรุปปจั จัยที่ใช้ สงั เกตภาพแล้ววเิ คราะห์ สงั เกตภาพแล้ววเิ คราะห์ สงั เกตภาพแล้ววเิ คราะห์ สังเกตภาพแลว้ วเิ คราะห์
ในการผลติ สินคา้ เขียนอธิบายหรือสรุป
และบรกิ าร ปจั จยั ทใ่ี ชใ้ นการผลิต เขียนอธบิ ายหรือสรุป เขยี นอธบิ ายหรอื สรุป เขียนอธบิ ายหรือสรุป
สินค้าและบรกิ าร
ไดส้ มั พนั ธก์ ัน ปจั จัยทใ่ี ชใ้ นการผลิต ปจั จัยที่ใชใ้ นการผลติ ปจั จยั ที่ใชใ้ นการผลติ
อธิบายให้เหน็ เป็นภาพ
โดยรวม แสดงใหเ้ ห็น สนิ คา้ และบริการได้ สนิ ค้าและบรกิ าร สนิ ค้าและบรกิ ารได้
ถงึ ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง
ภาพท่ีกาหนดให้ มีการจาแนกขอ้ มูล ได้สอดคลอ้ งกนั แต่ภาพกับการเขยี น

กบั ปจั จยั การผลิต แสดงใหเ้ ห็นถงึ ระหวา่ งภาพกบั การเขียน อธิบายข้อมลู
อยา่ งเป็นเหตเุ ป็นผล
ความสมั พนั ธ์ระหว่าง อธบิ ายและยกตัวอย่าง ยังไม่สอดคลอ้ งกนั

ภาพกบั ปจั จยั การผลติ ใหเ้ ข้าใจงา่ ย ชัดเจนเทา่ ทีค่ วร

อย่างเป็นเหตเุ ป็นผล แต่เขียนอธิบายได้

พอเขา้ ใจ

แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 42

สาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ าสังคมศกึ ษา

ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 2
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 เรือ่ งท่ี 2 ปัจจยั ทีม่ ีอิทธพิ ลตอ่ การผลติ สนิ คา้ และบริการ เวลาเรียน 1 ชั่วโมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรียนร้แู ละตัวชวี้ ัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ส 3.1 เขา้ ใจและสามารถบรหิ ารจัดการทรพั ยากรในการผลติ และการบริโภค

การใช้ทรพั ยากรท่มี อี ยู่จากดั ไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพและคมุ้ คา่
รวมทัง้ เขา้ ใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพยี งเพอื่ การดารงชีวิตอยา่ งมีดุลยภาพ

ตัวช้วี ัด อธิบายปจั จยั การผลิตสินค้าและบรกิ าร
ส 3.1 ป.5/1

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายปจั จัยท่มี ีอทิ ธิพลตอ่ การผลิตสินค้าและบรกิ าร (K)
2. วิเคราะหป์ จั จัยที่มอี ิทธพิ ลต่อการผลติ สนิ คา้ และบริการ (P)

3. เห็นความสาคัญของการศึกษาเรียนรปู้ ัจจัยท่มี อี ิทธิพลตอ่ การผลิตสนิ ค้าและบรกิ าร (A)
สาระสาคัญ

การใช้เทคโนโลยใี นการผลติ สินค้าและบรกิ ารเปน็ ปัจจยั สาคญั ที่ชว่ ยให้สินค้ามีคณุ ภาพดีข้นึ

และมีปรมิ าณเพ่ิมมากขึน้ ปัจจัยอื่น ๆ ทม่ี อี ทิ ธิพลตอ่ การผลติ สนิ คา้ และบรกิ าร เช่น นา้ มนั วตั ถดุ ิบ
สาระการเรยี นรู้

ปัจจัยทมี่ ีอิทธิพลตอ่ การผลิตสินค้าและบรกิ าร
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. ใฝเ่ รียนรู้

2. มงุ่ ม่ันในการทางาน
คาถามสาคญั

ถ้านักเรยี นจะตดั สนิ ใจซื้อสนิ คา้ และบริการอยา่ งใดอย่างหน่งึ นักเรียนจะคานึงถงึ ปัจจยั ใดเป็นหลกั
เพราะเหตใุ ด
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

1.ข้นั สงั เกต รวบรวมขอ้ มลู (Gathering)

1. นักเรียนสังเกตภาพเกย่ี วกบั การโฆษณาสนิ คา้ และบรกิ าร เช่น ภาพการโฆษณาน้าผลไมบ้ รรจุกลอ่ ง

แลว้ ร่วมกนั สนทนาโดยใช้คาถาม ดงั น้ี
• จากภาพเป็นการโฆษณาสินค้าหรอื บริการ
(ตวั อยา่ งคาตอบ ภาพโฆษณานา้ ผลไมบ้ รรจุกลอ่ ง)

• นักเรยี นคิดว่าสินคา้ หรือบริการในภาพตอ้ งใช้ปัจจัยการผลิตใดบา้ ง
(ตัวอย่างคาตอบ ท่ีดนิ เชน่ ทตี่ ง้ั โรงงานผลิต ทนุ เชน่ เคร่อื งจักร บรรจุภณั ฑ์ ผลไม้ แรงงาน เช่น
คนงานผลิต พรเี ซนเตอร์ ผปู้ ระกอบการคอื เจ้าของผลิตภณั ฑ์ ซึง่ รวบรวมปจั จยั การผลติ ทัง้ หมดมาผลติ
เป็นสนิ ค้า)
2. นกั เรยี นรว่ มกนั ศึกษาและรวบรวมข้อมลู เกย่ี วกบั เร่ือง ปจั จยั ทม่ี ีอทิ ธพิ ลต่อการผลิตสนิ คา้
และบริการ จากหนังสอื เรยี นและแหลง่ การเรียนรู้อนื่ เพิม่ เติม
2.ขน้ั คดิ วเิ คราะหแ์ ละสรุปความรู้ (Processing)

3. นกั เรยี นรว่ มกนั อา่ นตัวอย่างสถานการณ์การใช้เทคโนโลยใี นการผลิตสนิ คา้ และบรกิ าร
แลว้ รว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ โดยใช้คาถาม ดงั น้ี

ในโรงงานบรรจุข้าวใส่ถงุ แห่งหน่งึ มีการปรบั เปลย่ี นวิธกี ารบรรจุถงุ ขา้ วแบบใหม่ จากอดีต
มีการจา้ งคนงานจานวนมากมาบรรจขุ ้าวใส่ถงุ เพ่ือใหส้ ามารถผลิตข้าวถงุ ได้ตามความต้องการของตลาด
แตใ่ นปัจจุบัน ไดม้ กี ารบรรจุข้าวใส่ถงุ โดยใช้เครอ่ื งแพ็กถงุ ขา้ ว ทาให้สามารถผลิตข้าวถุงออกจาหน่ายได้จานวน
มากขึ้นในระยะเวลาอันรวดเรว็ นอกจากนี้ยงั ชว่ ยลดรายจา่ ยทต่ี อ้ งจา้ งคนงานมาบรรจขุ า้ วถงุ อกี ดว้ ย

• จากสถานการณ์แสดงให้เห็นถงึ การผลิตสนิ ค้าและบริการอยา่ งไร
(ตวั อย่างคาตอบ การนาเทคโนโลยีการผลิตมาใชแ้ ทนแรงงานคน)
• จากสถานการณ์มผี ลตอ่ การผลติ สนิ ค้าและบริการอยา่ งไรบา้ ง
(ตวั อย่างคาตอบ ทาให้การผลติ สนิ ค้าสะดวก รวดเรว็ ลดค่าใช้จ่ายการผลิตลง)
4. นกั เรียนร่วมกนั วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ปัจจัยท่มี อี ิทธิพลตอ่ การผลติ สินค้าและบรกิ าร
5. นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกับปัจจัยท่ีมีอทิ ธพิ ลต่อการผลิตสนิ ค้าและบรกิ าร
ตามแผนภาพความคิด แล้วสรปุ เป็นความคิดรวบยอด โดยใชค้ าถาม ดังน้ี
• ปัจจบุ นั เทคโนโลยีมผี ลต่อการผลิตสินค้าและบริการอย่างไร
(ตัวอยา่ งคาตอบ สามารถสนองความต้องการของผบู้ ริโภคไดอ้ ย่างรวดเร็ว ทั้งคณุ ภาพ ราคา
และปรมิ าณ)
• ราคานา้ มนั มอี ทิ ธพิ ลตอ่ การผลิตสนิ ค้าและบริการอยา่ งไร
(ตัวอย่างคาตอบ มอี ทิ ธพิ ลต่อตน้ ทนุ การผลติ สินค้า ถ้าราคานา้ มนั แพง ต้นทนุ การผลิตสนิ ค้า
จะสงู ขึน้ ถา้ ราคานา้ มนั ลดลงตน้ ทุนการผลิตจะลดลง)
• วัตถุดบิ เปน็ ปจั จัยทีม่ อี ทิ ธิพลตอ่ การผลิตสินคา้ และบรกิ ารอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ วตั ถดุ บิ ท่มี ีอยูใ่ นประเทศจะทาให้ต้นทุนการผลติ สนิ คา้ มีราคาถูก
ถา้ เปน็ วตั ถุดบิ ทีน่ าเขา้ จากต่างประเทศจะทาให้ต้นทุนการผลิตสินค้ามีราคาสูงขนึ้ )
• ปจั จัยใดท่ีมอี ทิ ธพิ ลต่อพฤติกรรมของผูบ้ ริโภคสนิ ค้าและบริการ
(ราคาสินค้า คุณภาพสนิ ค้า การโฆษณา และรายไดข้ องผูบ้ รโิ ภคสนิ ค้า)
6. นักเรยี นร่วมกนั วเิ คราะหผ์ ลของการนาและไม่นาปัจจัยการผลติ มาใช้ในการผลิตสนิ ค้า
และบรกิ าร
7. นักเรยี นคิดประเมินเพ่ือเพ่ิมคณุ คา่ แล้วสรุปความคดิ รวบยอด โดยใช้คาถาม ดังนี้
 ถ้านกั เรียนจะตดั สนิ ใจซ้อื สินคา้ และบริการอย่างใดอย่างหนึง่ นักเรียนจะคานงึ ถึงปจั จัยใดเปน็

หลัก เพราะเหตุใด
(ตัวอย่างคาตอบ คุณภาพของสินค้าและบริการ เพราะจะทาใหไ้ ด้รับความปลอดภยั

จากการใช้สินค้าและบรกิ าร)
3.ขนั้ ปฏิบตั แิ ละสรุปความรหู้ ลงั การปฏบิ ตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)

8. นักเรียนแบ่งกลุม่ ยกตวั อยา่ งสนิ คา้ หรือบรกิ ารมา 2 ชนิด พร้อมวาดภาพประกอบ
และตอบคาถามลงในแบบบันทกึ แลว้ สรุปเปน็ ความคิดรวบยอด ดังตวั อย่าง

แบบบันทึกการผลิตสินค้าและบริการ

(น้าสม้ ค้นั บรรจุขวด)

1) สินคา้ ในภาพคือ
(น้าสม้ ค้นั บรรจขุ วด)

2) การผลิตสินคา้ ในภาพตอ้ งคานึงถึงปัจจยั ใดบา้ ง
(ทนุ ไดแ้ ก่ สม้ และขวด ท่ีดิน ไดแ้ ก่ สถานท่ีผลิตน้าสม้ ค้นั แรงงาน ไดแ้ ก่ คนงานท่ีทา
น้าสม้ ค้นั ผปู้ ระกอบการ ไดแ้ ก่ เจา้ ของโรงงานผลิตน้าสม้ ค้นั )

3) ถา้ นกั เรียนเป็นผผู้ ลิตสินคา้ ดงั กล่าว นกั เรียนจะมีส่วนช่วยในการลดปัญหาภาวะโลกรอ้ นได้
อยา่ งไร
(จดั โพรโมชนั 10 แลก 1 คือ นาขวดเปล่าทดี่ ่ืมมาแลว้ 10 ขวด มาแลกน้าสม้ ค้นั ฟรี 1 ขวด
เพอ่ื ลดปัญหาขยะ)

4) นกั เรียนคิดวา่ ผบู้ ริโภคจะตอ้ งตดั สินใจเร่ืองสินคา้ ดงั กล่าวโดยใชป้ ัจจยั ใดบา้ ง
(ราคาสินคา้ และคุณภาพของสินคา้ )

9. นักเรยี นตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยของผลงาน หากพบขอ้ ผิดพลาดให้ปรบั ปรงุ แกไ้ ข
ใหด้ ียิ่งข้นึ

10. นักเรยี นร่วมกนั สรุปส่ิงท่ีเขา้ ใจเป็นความรรู้ ่วมกัน ดงั น้ี
การใชเ้ ทคโนโลยีในการผลติ สนิ ค้าและบรกิ ารเป็นปัจจัยท่ีชว่ ยให้สินคา้ มคี ุณภาพดีขึ้น

และมีปริมาณเพ่มิ มากขึน้ ปัจจยั อนื่ ๆ ท่ีมอี ิทธพิ ลต่อการผลิตสนิ ค้าและบรกิ าร เชน่ น้ามนั วตั ถดุ บิ
4.ข้ันส่ือสารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

11. นกั เรียนออกมานาเสนอผลงานให้เพ่ือนฟงั หน้าชั้นเรยี น
12. นักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายสรุปเกย่ี วกบั วธิ กี ารทางานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวธิ ีการทางาน
ทีม่ ีแบบแผน
5.ขน้ั ประเมินเพอื่ เพ่มิ คุณค่าบริการสงั คมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)

13. นักเรียนนาความรทู้ ไ่ี ดไ้ ปแนะนาผู้ปกครองเก่ียวกบั การเลอื กซอื้ สนิ ค้าและบริการต่าง ๆ
เพื่อใหไ้ ด้ประโยชน์และเกิดความคุม้ คา่ มากท่ีสุด

14. นักเรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรสู้ ึกหลงั การเรยี นและหลังการทากิจกรรม
ในประเด็นตอ่ ไปนี้

• สิ่งท่นี ักเรียนไดเ้ รยี นรู้ในวันนีค้ ืออะไร
• นกั เรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกล่มุ มากนอ้ ยเพียงใด
• เพือ่ นนกั เรียนในกลุ่มมสี ่วนรว่ มกจิ กรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• นักเรยี นพอใจกบั การเรยี นในวันนี้หรือไม่ เพียงใด
• นักเรียนจะนาความรู้ทไ่ี ดน้ ไ้ี ปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครัว และสงั คมทั่วไป

ได้อย่างไร
จากนน้ั แลกเปลีย่ นตรวจสอบขนั้ ตอนการทางานทุกขน้ั ตอนวา่ จะเพ่มิ คณุ ค่าไปส่สู งั คม
เกดิ ประโยชนต์ ่อสงั คมให้มากข้นึ กว่าเดมิ ในขั้นตอนใดบ้าง สาหรับการทางานในครั้งต่อไป
ส่ือการเรยี นรู้/แหลง่ การเรียนรู้

1. หนังสอื เรยี น รายวิชาพน้ื ฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5
2. ภาพเกีย่ วกับการโฆษณาสินคา้ และบริการ
3. ตัวอย่างสถานการณก์ ารใช้เทคโนโลยี
4. แหลง่ การเรียนร้ทู ั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมนิ การเรียนรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เรอ่ื ง ปัจจยั ทมี่ ีอทิ ธิพลตอ่ การผลิตสินค้าและบริการ (K) ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทางานกลมุ่ (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมั่นในการทางาน (A) ดว้ ยแบบประเมนิ

แบบประเมนิ ตามสภาพจรงิ (Rubrics)
แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม

รายการการ ระดบั คุณภาพ
ประเมนิ
4321
กระบวนการ
ทางานกลุ่ม มกี ารกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด

สมาชิกชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหวั หนา้ บทบาทสมาชกิ

และมีการชี้แจง มกี ารชแ้ี จงเป้าหมาย ไม่มีการชีแ้ จง และไมม่ กี ารช้ีแจง

เปา้ หมาย อย่างชดั เจนและ เป้าหมาย เปา้ หมาย สมาชิก

การทางาน ปฏบิ ตั ิงานรว่ มกัน อย่างชัดเจน ตา่ งคนต่างทางาน

มกี ารปฏิบัติงาน แตไ่ ม่มีการประเมนิ ปฏบิ ตั ิงานร่วมกัน

รว่ มกนั เปน็ ระยะ ๆ ไม่ครบทกุ คน

อยา่ งร่วมมือรว่ มใจ

พร้อมกับการประเมิน

เปน็ ระยะ ๆ

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 43

สาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาสงั คมศึกษา

ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรยี นที่ 2
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 เรื่องที่ 3 กจิ กรรมเสริมทักษะความรู้ท้ายหน่วยการเรยี นรู้ เวลาเรยี น 1 ชั่วโมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชวี้ ัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 3.1 เข้าใจและสามารถบรหิ ารจัดการทรพั ยากรในการผลิตและการบริโภค

การใช้ทรัพยากรทีม่ อี ยูจ่ ากดั ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพและคุม้ ค่า
รวมท้งั เข้าใจหลักการของเศรษฐกจิ พอเพยี งเพอื่ การดารงชีวิตอยา่ งมดี ุลยภาพ

ตวั ช้ีวัด อธิบายปจั จยั การผลิตสินคา้ และบรกิ าร
ส 3.1 ป.5/1

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายและสรปุ ความรู้เรอื่ ง การผลิตสินคา้ และบริการลงในแบบกิจกรรมการเรยี นรู้ (K)
2. จาแนกและสรปุ ความรเู้ ร่อื ง การผลิตสินค้าและบริการลงในแบบกิจกรรมการเรียนรู้ (P)

3. เหน็ ความสาคญั ในการฝกึ พฒั นาทกั ษะความรใู้ นการทากจิ กรรมการเรียนรู้ระหว่างเรียน (A)
สาระสาคญั

การผลติ สินค้าและบริการตอ้ งอาศัยปัจจยั การผลิต ไดแ้ ก่ ท่ีดนิ แรงงาน ทุน ผปู้ ระกอบการ

นอกจากนี้ยงั มรี าคานา้ มันและวัตถดุ บิ ท่ีมอี ิทธิพลต่อการผลติ สินคา้ และบริการ ซ่งึ อาจทาให้ราคาสินคา้ เพ่มิ

สงู ข้ึน โดยปจั จัยท่ีมีอิทธพิ ลต่อพฤติกรรมของผบู้ รโิ ภคในการเลอื กซ้อื สนิ ค้าและบรกิ าร ไดแ้ ก่
ราคา คุณภาพสนิ ค้า การโฆษณา ระดบั รายได้ และรสนยิ มของผูบ้ ริโภค

สาระการเรยี นรู้

กิจกรรมเสรมิ ทักษะความรูท้ า้ ยหน่วยการเรียนรู้
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน

1. ความสามารถในการส่อื สาร

2. ความสามารถในการคดิ

3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. ใฝเ่ รยี นรู้
2. มงุ่ ม่ันในการทางาน
คาถามสาคญั

ถา้ นกั เรยี นจะตัดสนิ ใจซอื้ สินคา้ และบรกิ ารอยา่ งใดอยา่ งหนึง่ นักเรยี นจะคานงึ ถงึ ปัจจยั ใดเป็นหลัก

เพราะเหตุใด
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

1.ข้นั สังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)

1. นกั เรียนรว่ มกนั สนทนาความรูเ้ ดมิ เกยี่ วกับเรอื่ ง ปัจจัยการผลิตสินค้าและบรกิ าร โดยใช้คาถาม
ดงั นี้

• สนิ ค้าหมายถึงอะไร
(สง่ิ ท่ผี ลติ ขน้ึ เพ่อื นามาใชป้ ระโยชน์ตามความต้องการ)

• บริการหมายถงึ อะไร
(สง่ิ ท่ีอานวยความสะดวกและสรา้ งความพงึ พอใจใหก้ บั ผ้ใู ช้บริการ)

• การผลติ สินคา้ และบรกิ ารควรประกอบดว้ ยปัจจัยการผลิตใดบ้าง
(ทด่ี ิน ทนุ แรงงาน ผปู้ ระกอบการ)
• ปัจจยั การผลิตมีความสาคญั อยา่ งไร

(ตวั อยา่ งคาตอบ เป็นปัจจัยท่ใี ชใ้ นการผลติ สนิ ค้าและบรกิ าร เพ่อื ตอบสนองความตอ้ งการ
ของผ้บู ริโภค)

2.ขัน้ คดิ วิเคราะหแ์ ละสรปุ ความรู้ (Processing)
2. นักเรยี นแบ่งกลุ่ม 5 กลมุ่ เล่นเกมจาแนกบัตรคาเก่ยี วกบั ปัจจยั การผลติ ที่ครูจดั เตรยี มไว้ตามกติกา

ดังน้ี

1) ตัวแทนนักเรยี นแตล่ ะกลุ่มเขา้ แถวผลัดกนั วงิ่ ออกมาหยิบบัตรคาที่อยู่ตรงหน้ากลุ่มของตนเอง
จนครบทุกคน

2) นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ช่วยกันจาแนกบัตรคาลงในตารางให้ถกู ต้องสัมพันธ์กนั
3) กลุ่มไหนจาแนกเสรจ็ ก่อนเป็นฝ่ายชนะ ดงั ตัวอย่าง

ร้านอาหาร กรรไกรตดั ผม ลูกจา้ งรา้ นตดั ผม เจา้ ของรา้ นหนงั สือ

พนกั งานบริษทั เจา้ ของบริษทั สวนผลไม้ ถุงกระดาษ

ทด่ี ิน แรงงาน ทนุ ผ้ปู ระกอบการ

ร้านอาหาร ลูกจ้างรา้ นตดั ผม กรรไกรตดั ผม เจ้าของรา้ นหนงั สือ
สวนผลไม้ พนักงานบริษัท ถงุ กระดาษ เจ้าของบริษัท

3. นักเรียนโยงเสน้ จับคู่การใชเ้ ทคโนโลยใี นการผลติ และการบริการใหส้ มั พันธ์กนั

1. การให้บรกิ ารน้าดื่มหยอดเหรยี ญ การส่ือสาร

2. การเดนิ ทางโดยรถไฟฟา้ การเกษตร
3. การใชโ้ ทรศัพท์เคล่ือนท่ี การแพทย์

4. การปลูกพืชโดยไมใ่ ช้ดนิ การอานวยความสะดวก
5. การรกั ษาแผลเปน็ ด้วยเซลล์ การคา้ ขาย
6. การใชเ้ ครื่องคิดเงนิ ในห้างสรรพสินค้า การคมนาคม

4. นักเรยี นคิดประเมนิ เพื่อเพ่ิมคณุ คา่ แล้วสรปุ เป็นความคดิ รวบยอด โดยใช้คาถาม ดงั นี้
• การเป็นผู้ประกอบการทด่ี ี ควรปฏบิ ัติอยา่ งไร

(ตัวอย่างคาตอบ ตอ้ งไม่เอารดั เอาเปรยี บผบู้ รโิ ภค ไมใ่ ช้ปจั จัยการผลติ ทีไ่ ม่มีประสิทธภิ าพ
และไมโ่ ฆษณาชวนเช่อื ตา่ ง ๆ เพอ่ื หลอกให้ผู้บริโภคซอื้ สนิ ค้าและบรกิ ารของตน)
3.ข้นั ปฏิบตั แิ ละสรปุ ความรู้หลังการปฏบิ ัติ (Applying and Constructing the Knowledge

5. นักเรียนทากจิ กรรมเสรมิ ทักษะความร้ทู ้ายหน่วยการเรยี นรู้
• นกั เรียนเลือกผลิตสินค้าและบรกิ ารมา 1 อย่าง และตอบคาถาม ดงั น้ี

• นกั เรียนจะเลือกผลิตสินคา้ และบริการชนิดใด
(ตกุ๊ ตาหมี)

• นกั เรียนจะมีวธิ ีการส่งเสริมการขายสินคา้ และบริการอยา่ งไร
(ต้งั ราคาสินคา้ ไม่สูงมาก และถา้ ซ้ือจานวนมากกจ็ ะแถมสินคา้ หรือของสมนาคุณ
โฆษณาทางออนไลน)์

• นกั เรียนคิดวา่ ผบู้ ริโภคจะตดั สินใจซ้ือสินคา้ และบริการของนกั เรียนโดยใชป้ ัจจยั ใดบา้ ง
(ราคา และการโฆษณา)

6. นกั เรยี นตรวจสอบความถูกตอ้ งเรยี บรอ้ ยของผลงาน หากพบขอ้ ผดิ พลาดใหป้ รับปรงุ แก้ไข
ใหด้ ีย่ิงข้นึ

7. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปส่ิงที่เข้าใจเป็นความรู้รว่ มกัน ดังนี้
การผลิตสนิ ค้าและบริการตอ้ งอาศัยปจั จยั การผลิต ได้แก่ ทีด่ ิน แรงงาน ทุน ผูป้ ระกอบการ

นอกจากน้ียงั มีราคานา้ มนั และวตั ถุดิบท่มี ีอทิ ธิพลตอ่ การผลติ สินคา้ และบริการ ซึ่งอาจทาใหร้ าคาสินค้า
เพมิ่ สงู ขนึ้ โดยปัจจัยท่ีมีอทิ ธพิ ลตอ่ พฤติกรรมของผู้บริโภคในการเลือกซือ้ สนิ คา้ และบริการ ได้แก่
ราคา คุณภาพสนิ ค้า การโฆษณา ระดบั รายได้ และรสนยิ มของผ้บู ริโภค
4.ขั้นสื่อสารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

8. นกั เรียนออกมานาเสนอผลงานให้เพ่อื นฟงั หน้าชนั้ เรยี น
9. นักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายสรุปเกี่ยวกบั วธิ ีการทางานใหเ้ หน็ การคิดเชิงระบบและวิธกี ารทางาน
ทม่ี แี บบแผน
5.ขน้ั ประเมินเพอ่ื เพ่มิ คุณค่าบริการสังคมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)
10. นกั เรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความรู้สกึ หลังการเรยี นและหลังการทากจิ กรรม
ในประเด็นต่อไปนี้

• สงิ่ ท่นี ักเรียนได้เรยี นรู้ในวนั นค้ี ืออะไร
• นักเรยี นมสี ่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพียงใด
• เพอื่ นนกั เรยี นในกลมุ่ มีสว่ นรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพียงใด
• นักเรยี นพอใจกับการเรยี นในวนั นี้หรอื ไม่ เพยี งใด
• นักเรียนจะนาความรู้ทีไ่ ดน้ ีไ้ ปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชนแ์ กต่ นเอง ครอบครวั และสังคมท่วั ไป


Click to View FlipBook Version