The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by princessss963.kn, 2022-10-18 08:37:59

รวมแผนสังคมป5

รวมแผนสังคมป5

ฝากเงนิ 10,000 บาท เวลา 1 ปี ไดด้ อกเบย้ี  10,000 = 175 บาท

ดงั นนั้ จะไดเ้ งนิ รวม 10,000 + 175 = 10,175 บาท
7. นักเรียนคิดประเมนิ เพ่ือเพ่มิ คุณคา่ แลว้ สรปุ เปน็ ความคดิ รวบยอด โดยใช้คาถาม ดงั น้ี

• นกั เรียนจะนาความรเู้ กย่ี วกบั การหาอตั ราดอกเบีย้ เงินฝาก และดอกเบ้ยี เงนิ กู้
ไปใช้ประโยชน์ในชวี ติ ประจาวนั อย่างไร

(ตวั อย่างคาตอบ นาไปใชค้ านวณหาดอกเบยี้ เงินฝากเมอื่ นาเงนิ ไปฝากธนาคาร
และคานวณหาอตั ราดอกเบ้ยี เงนิ กู้ เมอ่ื จาเปน็ ต้องก้ยู ืมเงนิ เพ่ือจะได้ไมถ่ ูกเอาเปรียบ)
3.ขัน้ ปฏบิ ตั แิ ละสรปุ ความรหู้ ลังการปฏบิ ัติ (Applying and Constructing the Knowledge)

8. นกั เรยี นแบง่ กลุม่ กลุ่มละ 3 คน รว่ มกันเขียนโจทยป์ ญั หาเกยี่ วกบั การหาดอกเบ้ียเงินฝาก
หรือดอกเบ้ยี เงินกูม้ า 1 ปัญหา พร้อมแสดงวิธีการหาอัตราดอกเบี้ยลงในชอ่ งวา่ ง แล้วตอบคาถาม ดังตวั อยา่ ง

• ตวั อยา่ งโจทยป์ ัญหา
(อรอุมากยู้ มื เงินจากสถาบนั การเงินแห่งหน่ึง เป็ นเงิน 20,000 บาท โดยตอ้ งเสียดอกเบ้ีย
ในอตั รา 10% ตอ่ ปี เม่ือครบกาํ หนด 1 ปี ตอ้ งนาํ เงนิ ตน้ และดอกเบ้ียมาชาํ ระท่ีธนาคาร
เป็นจาํ นวนเงินเทา่ ไร)

• วธิ ีการหาอตั ราดอกเบ้ียเงนิ ฝากหรืออตั ราดอกเบ้ียเงินกู้

(วธิ ีทาํ อตั ราดอกเบ้ีย 10% ตอ่ ปี หมายความวา่ 1110000บาท
กยู้ มื เงิน 100 บาท เวลา 1 ปี จา่ ยดอกเบ้ยี

กูย้ มื เงนิ 20,000 บาท เวลา 1 ปี จา่ ยดอกเบ้ยี  20,000 = 2,000 บาท

ดงั น้นั จะตอ้ งจา่ ยเงนิ รวม 20,000 + 2,000 = 22,000 บาท)

9. นกั เรียนตรวจสอบความถูกต้องเรียบรอ้ ยของผลงาน หากพบขอ้ ผิดพลาดให้ปรบั ปรุงแก้ไข
ใหด้ ยี ง่ิ ข้ึน

10. นกั เรียนสรุปสง่ิ ทเี่ ข้าใจเป็นความรูร้ ว่ มกัน ดงั น้ี
ดอกเบ้ยี เงินฝาก เป็นผลตอบแทนของธนาคารที่ให้แก่ผู้ฝากเงิน และดอกเบ้ียก้ยู มื

เป็นผลตอบแทนท่ธี นาคารได้รบั จากผูก้ ู้เงิน
4.ขัน้ สื่อสารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

11. นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ ออกมานาเสนอวธิ ีการหาอตั ราดอกเบย้ี ของกล่มุ ใหเ้ พ่ือนฟังหน้าช้นั เรียน

12. นักเรียนร่วมกนั อภปิ รายสรุปเกยี่ วกับวิธีการทางานใหเ้ หน็ การคิดเชิงระบบและวธิ กี ารทางาน
ที่มีแบบแผน
5.ข้ันประเมนิ เพอื่ เพิ่มคุณค่าบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)

13. นกั เรียนนาวิธกี ารคานวณหาอัตราดอกเบย้ี เงนิ ฝาก และอตั ราดอกเบี้ยเงนิ กู้ไปเลา่ แสดง
วิธกี ารหาให้ผปู้ กครองฟังและดู เพอ่ื จะได้คานวณหาอตั ราดอกเบี้ยด้วยตนเองได้อย่างถูกต้อง
ไม่ถูกผ้อู ื่นเอาเปรยี บ

14. นกั เรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สกึ หลงั การเรยี นและหลงั การทากจิ กรรม
ในประเดน็ ต่อไปนี้

• สิง่ ท่นี ักเรยี นไดเ้ รียนรูใ้ นวันน้คี ืออะไร
• นักเรียนมสี ว่ นรว่ มกจิ กรรมในกลมุ่ มากน้อยเพยี งใด
• เพือ่ นนกั เรียนในกลมุ่ มสี ว่ นร่วมกิจกรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพียงใด
• นักเรียนพอใจกับการเรยี นในวนั นีห้ รือไม่ เพยี งใด
• นกั เรยี นจะนาความรทู้ ไี่ ดน้ ไ้ี ปใช้ให้เกดิ ประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครวั และสงั คมทวั่ ไปไดอ้ ย่างไร
จากน้นั แลกเปล่ียนตรวจสอบข้นั ตอนการทางานทกุ ขนั้ ตอนว่าจะเพิ่มคณุ คา่ ไปส่สู งั คม
เกิดประโยชนต์ อ่ สังคมให้มากขน้ึ กวา่ เดมิ ในขนั้ ตอนใดบ้าง สาหรับการทางานในคร้งั ต่อไป
ส่ือการเรียนร้/ู แหล่งการเรียนรู้

1. หนังสอื เรียน รายวิชาพนื้ ฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5
2. แหล่งการเรยี นรทู้ ง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมินการเรียนรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เร่อื ง ดอกเบย้ี เงนิ ฝากและดอกเบี้ยกู้ยืม (K) ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน
3. ประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมัน่ ในการทางาน (A) ดว้ ยแบบประเมิน
แบบประเมนิ ตามสภาพจรงิ (Rubrics)

แบบประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม

รายการการ ระดับคุณภาพ
ประเมนิ
4321
กระบวนการ
ทางานกลุม่ มกี ารกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด

สมาชกิ ชัดเจน สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหัวหน้า บทบาทสมาชกิ

และมีการชี้แจง มีการช้ีแจงเป้าหมาย ไมม่ ีการช้ีแจง และไมม่ กี ารชแ้ี จง

เปา้ หมาย อย่างชัดเจนและ เปา้ หมาย เปา้ หมาย สมาชกิ

การทางาน ปฏิบตั งิ านร่วมกัน อยา่ งชัดเจน ตา่ งคนตา่ งทางาน

มีการปฏบิ ตั ิงาน แต่ไม่มกี ารประเมนิ ปฏบิ ตั งิ านร่วมกนั

รว่ มกัน เป็นระยะ ๆ ไมค่ รบทุกคน

อย่างร่วมมือรว่ มใจ

พรอ้ มกบั การประเมิน

เป็นระยะ ๆ

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 57

สาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ าสงั คมศกึ ษา

ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 4 เรื่องท่ี 5 การกู้ยืมเงนิ เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชี้วัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 3.2 เขา้ ใจระบบและสถาบนั ทางเศรษฐกิจตา่ ง ๆ ความสมั พันธ์ทางเศรษฐกิจ

และความจาเป็นของการรว่ มมอื กนั ทางเศรษฐกิจในสงั คมโลก
ตัวชี้วัด

ส 3.2 ป.5/2 จาแนกผลดแี ละผลเสียของการกู้ยมื
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. อธบิ ายความหมายของการก้ยู มื เงิน (K)

2. จาแนกประเภทของการกยู้ ืมเงนิ (P)
3. เห็นความสาคญั ของการศกึ ษาเรยี นรู้ระบบการกูย้ มื เงิน เพ่ือใช้ในการดาเนินชีวิตไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง (A)
สาระสาคญั

การก้ยู มื เงิน เป็นการทาสญั ญาตกลงระหว่างบคุ คลหรือหนว่ ยธุรกิจผูใ้ ห้กู้ และบคุ คลหรอื หนว่ ยธรุ กจิ

ท่ีเปน็ ผู้กยู้ มื
สาระการเรยี นรู้

1. ความหมายของการกู้ยมื เงนิ

2. ลักษณะของการกู้ยมื เงนิ
3. ผลดแี ละผลเสียของการกยู้ มื เงินในระบบ
4. ผลดแี ละผลเสียของการกู้ยมื เงนิ นอกระบบ
สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร

2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ใฝ่เรียนรู้
2. ม่งุ มั่นในการทางาน
คาถามสาคัญ

นกั เรียนจะปฏิบัติตนไมใ่ หเ้ ป็นหน้ีบุคคลอื่นได้อยา่ งไร
1.ขัน้ สงั เกต รวบรวมข้อมลู (Gathering)

1. นกั เรียนรว่ มกนั สนทนาเกี่ยวกับการยืมเงนิ โดยใช้คาถาม ดงั นี้

• นกั เรียนเคยยืมเงินเพ่อื นหรอื ไม่
(ตวั อยา่ งคาตอบ เคย/ไมเ่ คย)
• นักเรียนคิดวา่ การยมื เงนิ มีผลดี หรอื ผลเสียอย่างไร

(ตวั อย่างคาตอบ ผลดี ทาใหม้ ีเงินในการใชจ้ า่ ย ผลเสีย ทาให้เป็นหนี้สิน และไม่มคี วามสุข
เมื่อถงึ กาหนดการชาระหน้ี)

2. นักเรียนรว่ มกนั ศึกษาและรวบรวมข้อมลู เก่ยี วกับเร่ือง การกู้ยืมเงิน จากหนงั สือเรียน
และแหล่งการเรียนรอู้ ่นื เพิม่ เติม
2.ข้ันคิดวิเคราะห์และสรปุ ความรู้ (Processing)

3. นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับการกู้ยืมเงิน แล้วสรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด
โดยใชค้ าถาม ดังนี้

• การกยู้ ืมเงินมีความหมายว่าอยา่ งไร
(ตัวอย่างคาตอบ เป็นการตกลงระหวา่ งบุคคลหรือหน่วยธุรกิจ 2 ฝ่าย คือ ฝา่ ยทใี่ หก้ ยู้ มื เงิน
กับฝา่ ยที่เป็นผู้กู้ยมื เงนิ โดยการพดู จาตกลงกันหรอื การทาเปน็ ลายลกั ษณ์อักษร)
• การกูย้ ืมเงินมกี ่ปี ระเภท อะไรบา้ ง
(2 ประเภท คือ การก้ยู มื เงินนอกระบบ และการกยู้ ืมเงนิ ในระบบ)
4. นักเรียนร่วมกนั วเิ คราะหเ์ กี่ยวกบั ลักษณะสาคัญของการกยู้ มื เงนิ
5. นักเรยี นร่วมกนั วิเคราะหเ์ ปรยี บเทยี บความเหมอื นและความแตกตา่ งของการก้ยู ืมเงนิ ในระบบและ
การกู้ยมื เงินนอกระบบ โดยใช้แผนภาพความคดิ แล้วสรุปเปน็ ความคดิ รวบยอด ดังตัวอยา่ ง

การกู้ยืมเงิน สิ่งที่ การก้ยู ืมเงิน
ในระบบ เหมือนกนั นอกระบบ

มีความยตุ ิธรรม ไดเ้ งินมาหมุนเวียน มอี ตั ราดอกเบ้ีย
แก่ผกู้ ยู้ มื และผใู้ ห้กยู้ มื ที่ค่อนขา้ งสูง

6. นักเรยี นรว่ มกนั วเิ คราะห์สถานการณเ์ กีย่ วกบั การก้ยู ืมเงิน แลว้ สรปุ เป็นความคิดรวบยอด
โดยใชค้ าถาม ดังน้ี

6.1 ณัชชากูย้ มื เงินจากสถาบนั การเงนิ แห่งหน่ึงเพอ่ื ไปลงทุนทาํ ธุรกิจ โดยทางสถาบนั การเงิน
ดงั กล่าว มีการกาํ หนดระเบียบ กฎเกณฑ์ และดอกเบ้ยี ในการกยู้ มื เงินทแ่ี น่นอน การกยู้ มื เงินน้ี
จงึ ก่อใหเ้ กิดประโยชน์และยตุ ธิ รรมต่อณัชชา และสถาบนั การเงิน

1) ณัชชากยู้ ืมเงนิ ไปใช้ทาอะไร
(ลงทนุ ทาธุรกิจ)
2) การก้ยู ืมเงนิ ของณัชชามีลกั ษณะอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ เปน็ การกู้ยืมเงินในระบบจากสถาบันการเงิน คอื ธนาคารพาณชิ ย์)
3) ถ้าตอ้ งการกู้ยมื เงิน นกั เรยี นจะกยู้ ืมเงินแบบณชั ชาหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด

(ตัวอย่างคาตอบ กู้ เพราะเปน็ การกยู้ ืมเงินจากสถาบนั การเงนิ มเี กณฑ์ระเบียบการกู้เงนิ ถูกต้อง
ตามกฎหมาย)

6.2 จกั รินตอ้ งการกยู้ มื เงนิ ไปซ้ือคอมพวิ เตอร์ จงึ ตดั สินใจกูย้ มื เงินจากผปู้ ล่อยเงนิ กู้

โดยผปู้ ล่อยเงนิ กไู้ ดก้ าํ หนดอตั ราดอกเบ้ยี สูงกวา่ ทีก่ ฎหมายกาํ หนด และยงั กาํ หนดกฎเกณฑ์

ทีเ่ อาเปรียบจกั ริน แต่จกั รินกต็ อ้ งกยู้ มื เงนิ เพราะตอ้ งการซ้ือคอมพวิ เตอร์มาก

1) จกั รินก้ยู มื เงนิ ไปใชท้ าอะไร
(ซือ้ คอมพวิ เตอร์)
2) การกู้ยมื เงินของจักรนิ มลี ักษณะอยา่ งไร
(ตวั อย่างคาตอบ เป็นการก้เู งนิ นอกระบบจากผู้ปล่อยเงนิ ก)ู้
3) ถา้ ตอ้ งการกยู้ มื เงิน นักเรยี นจะเลือกกู้ยมื เงนิ แบบจกั รนิ หรือไม่ เพราะเหตุใด
(ตัวอย่างคาตอบ ไม่ เพราะไม่มกี ฎเกณฑ์ที่ชัดเจน ไม่มกี ฎหมายรบั รอง)
7. นักเรียนร่วมกนั วิเคราะหผ์ ลดแี ละผลเสยี ของการก้ยู มื เงนิ ในระบบ
8. นกั เรยี นรว่ มกนั วเิ คราะห์ผลดแี ละผลเสียของการกยู้ มื เงินนอกระบบ
9. นักเรียนคิดประเมินเพือ่ เพิ่มคณุ ค่า แลว้ สรปุ เป็นความคดิ รวบยอด โดยใช้คาถาม ดังน้ี
• นกั เรียนจะปฏิบัติตนไมใ่ ห้เปน็ หนบี้ ุคคลอ่นื ไดอ้ ยา่ งไร
(ตัวอยา่ งคาตอบ ใช้จ่ายอย่างประหยดั ไมก่ ู้ยมื เงินมาใชโ้ ดยไมจ่ าเปน็ )
3.ข้ันปฏบิ ตั ิและสรปุ ความรหู้ ลงั การปฏบิ ัติ (Applying and Constructing the Knowledge)

10. นักเรียนวเิ คราะห์ผลดีและผลเสียของการกยู้ มื เงินจากสถาบนั การเงินและบนั ทึกข้อมลู
ลงในชิ้นงานที่ 28 เร่อื ง การกยู้ ืมเงิน

11. นักเรยี นตรวจสอบความถกู ตอ้ งเรียบร้อยของผลงาน หากพบข้อผดิ พลาดใหป้ รับปรงุ แกไ้ ข
ให้ดีย่งิ ขน้ึ

12. นกั เรียนร่วมกนั สรปุ สิง่ ทีเ่ ข้าใจเปน็ ความรู้รว่ มกนั ดังน้ี
การกู้ยมื เงิน เปน็ การทาสัญญาตกลงระหวา่ งบคุ คลหรอื หน่วยธรุ กจิ ผใู้ ห้กู้ และบุคคล

หรอื หน่วยธรุ กจิ ทเ่ี ป็นผู้กู้ยืม
4.ขั้นส่ือสารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

13. นกั เรียนออกมานาเสนอช้ินงานใหเ้ พอื่ นฟงั หน้าช้นั เรยี น
14. นักเรียนร่วมกนั อภิปรายสรปุ เกีย่ วกบั วธิ ีการทางานใหเ้ ห็นการคดิ เชิงระบบและวธิ กี ารทางาน
ทม่ี ีแบบแผน
5.ขั้นประเมินเพอื่ เพม่ิ คณุ คา่ บริการสังคมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)

15. นักเรยี นเผยแพรค่ วามรู้เก่ยี วกับผลดีและผลเสยี ของการกู้ยืมเงินใหส้ มาชกิ ในครอบครวั
ได้รับทราบ เพอ่ื ให้ทกุ คนตระหนกั ถึงความสาคญั ของการวางแผนการใชจ้ า่ ย เพ่ือปอ้ งกนั ไมใ่ หเ้ กดิ การ
ใช้จ่ายท่ีเกนิ ตวั จนนาไปสกู่ ารเกดิ หนี้

16. นักเรยี นประเมนิ ตนเอง ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
• สิง่ ท่ีนกั เรยี นได้เรยี นรู้ในวันน้ีคอื อะไร
• นักเรียนมีส่วนรว่ มกิจกรรมในกล่มุ มากนอ้ ยเพยี งใด
• เพ่อื นนกั เรยี นในกลุ่มมีส่วนร่วมกจิ กรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด

• นกั เรยี นพอใจกบั การเรียนในวันน้ีหรอื ไม่ เพยี งใด
• นักเรยี นจะนาความรู้ท่ีได้น้ีไปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์แกต่ นเอง ครอบครวั และสังคมท่ัวไป

ไดอ้ ย่างไร
จากน้นั แลกเปลยี่ นตรวจสอบขัน้ ตอนการทางานทุกขน้ั ตอนวา่ จะเพ่ิมคณุ คา่ ไปสสู่ งั คม
เกิดประโยชนต์ ่อสังคมให้มากขน้ึ กว่าเดมิ ในข้นั ตอนใดบ้าง สาหรบั การทางานในครง้ั ต่อไป
สอ่ื การเรยี นรู้/แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สอื เรียน รายวิชาพน้ื ฐาน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5
2. สถานการณเ์ ก่ยี วกับการกู้ยืมเงนิ
3. แหล่งการเรยี นรทู้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมินการเรียนรู้

1. ประเมินความรู้ เรื่อง ความหมายของการกู้ยืมเงนิ ลักษณะของการกู้ยืมเงิน ผลดีและผลเสยี
ของการกเู้ งินในระบบ ผลดแี ละผลเสียของการกยู้ ืมเงนิ นอกระบบ (K) ด้วยแบบทดสอบ

2. ประเมินกระบวนการทางานกลมุ่ (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ ชิน้ งาน เรื่อง การกูย้ ืมเงนิ (P) ด้วยแบบประเมนิ
4. ประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมั่นในการทางาน (A) ดว้ ยแบบประเมิน
แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)

แบบประเมินกระบวนการทางานกลุม่

รายการการ ระดับคุณภาพ
ประเมนิ
4321
กระบวนการ
ทางานกลมุ่ มีการกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท ไม่มีการกาหนด

สมาชิกชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ บทบาทสมาชกิ

และมกี ารชี้แจง มีการชแ้ี จงเปา้ หมาย ไมม่ กี ารช้แี จง และไมม่ กี ารชแ้ี จง

เป้าหมาย อย่างชดั เจนและ เปา้ หมาย เป้าหมาย สมาชิก

การทางาน ปฏบิ ตั ิงานรว่ มกนั อย่างชดั เจน ต่างคนต่างทางาน

มีการปฏิบัติงาน แตไ่ มม่ ีการประเมิน ปฏิบัติงานรว่ มกัน

รว่ มกัน เปน็ ระยะ ๆ ไม่ครบทกุ คน

อย่างรว่ มมือรว่ มใจ

พรอ้ มกับการประเมนิ

เปน็ ระยะ ๆ

แบบประเมนิ ชน้ิ งาน เรื่อง การก้ยู มื เงิน

รายการการ ระดบั คุณภาพ

ประเมนิ 4 3 2 1

การเขียนอธบิ าย เขยี นอธิบายหรอื สรุป เขียนอธิบายหรอื สรปุ เขียนอธบิ ายหรอื สรปุ เขยี นอธบิ ายหรอื สรปุ

หรือสรุปความรู้ ความรู้เกยี่ วกบั ผลดี ความร้เู กี่ยวกบั ผลดี ความร้เู กี่ยวกับผลดี ความร้เู ก่ียวกับผลดี

เกยี่ วกับผลดี และผลเสียท่ีเกดิ จาก และผลเสยี ที่เกิดจาก และผลเสยี ท่ีเกดิ จาก และผลเสยี ท่ีเกดิ จาก

และผลเสียที่เกดิ จาก การกูย้ มื เงิน การกยู้ มื เงนิ ได้ การกยู้ ืมเงิน การกู้ยมื เงนิ ได้

การก้ยู ืมเงนิ ได้สมั พนั ธก์ นั มีการจาแนกข้อมูล ไดส้ อดคลอ้ งกับข้อมูล แต่ยงั ไม่สอดคลอ้ ง

มีการเช่ือมโยงใหเ้ หน็ มกี ารอธบิ าย มีการเขยี นขยายความ กบั ข้อมูล

เป็นภาพโดยรวม แสดงใหเ้ หน็ ถงึ ยกตัวอย่างเพ่ิมเตมิ เขียนตามขอ้ มลู ที่อา่ น

แสดงให้เห็นถงึ ความสัมพนั ธก์ ับ ให้เขา้ ใจง่าย ไม่มีการอธิบาย

ความสมั พันธก์ ับ ตนเอง เพ่ิมเตมิ

ตนเอง อย่างเป็นเหตุเปน็ ผล

และผูอ้ ่นื

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 58

สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าสงั คมศกึ ษา

ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2
หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 1 เร่ืองท่ี 1 ภูมภิ าคทางภมู ศิ าสตร์ เวลาเรยี น 1 ชัว่ โมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวชว้ี ัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลกั ษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธ์ของสรรพสง่ิ

ซ่งึ มีผลตอ่ กนั ใช้แผนท่ีและเคร่ืองมอื ทางภูมิศาสตร์ในการคน้ หา วิเคราะห์
และสรุปขอ้ มลู ตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนใช้ภูมิสารสนเทศ

อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
มาตรฐาน ส 5.2 เข้าใจปฏสิ มั พันธร์ ะหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมทางกายภาพทกี่ อ่ ให้เกดิ

การสรา้ งสรรค์วถิ ีการดาเนนิ ชีวิต มจี ิตสานึกและมีสว่ นร่วมในการจัดการทรัพยากร
และสง่ิ แวดลอ้ มเพือ่ การพฒั นาท่ียั่งยนื

ตวั ช้วี ัด

ส 5.1 ป.5/1 สบื ค้นและอธิบายขอ้ มูลลักษณะทางกายภาพในภูมภิ าคของตนดว้ ยแผนท่แี ละรูปถ่าย
ส 5.1 ป.5/2 อธบิ ายลกั ษณะทางกายภาพท่ีสง่ ผลตอ่ แหลง่ ทรัพยากรและสถานท่ีสาคญั

ส 5.2 ป.5/2 ในภูมภิ าคของตน
วเิ คราะหอ์ ทิ ธพิ ลของสงิ่ แวดล้อมทางธรรมชาตทิ ีก่ ่อใหเ้ กดิ วิถีการดาเนนิ ชีวติ
ในภมู ภิ าคของตน

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายเก่ียวกบั ภูมิภาคทางภมู ิศาสตร์ (K)

2. จาแนกภมู ิภาคทางภูมศิ าสตรข์ องประเทศไทย (P)

3. เห็นความสาคญั ในการศึกษาเร่อื งราวทางภมู ิศาสตร์ (A)
สาระสาคัญ

การแบง่ ภาคทางภมู ิศาสตร์ของประเทศไทยแบง่ เป็น 6 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนอื ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื

ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวนั ตก และภาคใต้ ปจั จัยสาคญั ท่ใี ช้ในการแบง่ คือ ลักษณะของภูมิประเทศ

และภมู ิอากาศ
สาระการเรียนรู้

ภูมิภาคทางภูมิศาสตร์
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร

2. ความสามารถในการคิด
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ใฝ่เรยี นรู้
2. มงุ่ ม่ันในการทางาน

คาถามสาคญั
การใช้แผนท่แี ละรูปถา่ ยจะทาใหเ้ หน็ ลกั ษณะของภูมภิ าคเปน็ อยา่ งไร
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้

1.ขั้นสงั เกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)
1. นักเรยี นสงั เกตแผนทีภ่ ูมภิ าคตา่ ง ๆ ของประเทศไทย แล้วร่วมกนั สนทนา โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี

• แผนท่ดี งั กล่าวให้ความรเู้ กยี่ วกบั เร่อื งใด
(ภมู ิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย)
• ประเทศไทยแบง่ ออกเป็นกี่ภมู ิภาค ได้แกอ่ ะไรบา้ ง
(6 ภมู ิภาค ไดแ้ ก่ ภาคเหนือ ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคตะวนั ตก
และภาคใต้)
• นกั เรยี นอาศัยอยูใ่ นภาคใดของประเทศไทย
(ตวั อยา่ งคาตอบ ภาคกลาง)
2. นกั เรยี นอภิปรายเปน็ ความรูเ้ พิม่ เติมรว่ มกัน ดังน้ี
ภมู ิภาค หมายถึง อาณาบรเิ วณทีม่ ีลกั ษณะบางอย่าง เช่น ลักษณะทางธรรมชาติ ทางเศรษฐกิจ
ทางวฒั นธรรม ทางการเมอื งคล้ายคลึงกัน จนสามารถจัดเข้าพวกกนั ได้ และแตกตา่ งกับบรเิ วณใกลเ้ คียง
โดยรวม

3. นักเรยี นศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มูลเกย่ี วกบั ภมู ิภาคทางภมู ศิ าสตร์ จากหนังสอื เรยี น
และแหล่งการเรียนรู้อื่น ๆ เพิม่ เตมิ
2.ขนั้ คิดวิเคราะหแ์ ละสรุปความรู้ (Processing)

4. นักเรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกบั ความหมายทางภูมศิ าสตร์ โดยใชค้ าถาม ดงั นี้
• ภูมิศาสตร์คืออะไร
(ตัวอยา่ งคาตอบ ลักษณะเด่นของบริเวณพน้ื ท่ตี ่าง ๆ โดยเนน้ ระบบธรรมชาติ เชน่ แม่น้า ภูเขา

ภมู อิ ากาศ)
• ภมู ลิ กั ษณค์ อื อะไร
(ตัวอย่างคาตอบ ความสัมพันธ์ของสง่ิ ตา่ ง ๆ ทม่ี ีอยใู่ นระบบธรรมชาติ)
• ภมู สิ ังคมคืออะไร
(ตัวอย่างคาตอบ วถิ ชี ีวิตของมนษุ ย์ท่ีสัมพันธ์กับธรรมชาต)ิ

5. นักเรียนคดิ ประเมนิ เพ่อื เพมิ่ คณุ คา่ แลว้ เป็นสรุปความคิดรวบยอด โดยการตอบคาถาม ดังน้ี
• การใช้แผนท่ีและรูปถา่ ยจะทาใหเ้ หน็ ลกั ษณะของภมู ิภาคเป็นอยา่ งไร
(ตัวอย่างคาตอบ การใช้แผนที่จะทาให้ได้ข้อมูลของลักษณะภูมิภาคตามประเภทท่สี นใจศกึ ษา

และรูปถา่ ยจะใหข้ อ้ มูลภาพท่ีสนใจศกึ ษา)
3.ขัน้ ปฏิบตั แิ ละสรปุ ความรหู้ ลังการปฏิบัติ (Applying and Constructing the Knowledge)

6. นักเรียนแบง่ กลุ่มเพ่ือร่วมกนั ออกแบบแผนท่ีประเทศไทย แลว้ วิเคราะหว์ ่าในแต่ละภาค
มีลักษณะสาคญั อยา่ งไรบา้ ง ดังตวั อยา่ ง

ภมู ิภาค ลกั ษณะสาคัญ

(ภาคเหนือ) (ทวิ เขา หบุ เขา อากาศเยน็ )
(ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื ) (แผ่นหินดินทราย ภเู ขายอดราบ ที่ราบสงู โคก เนิน)
(ภาคกลาง) (ท่ีลาด ทีร่ าบ ที่ลุ่ม ท่งุ นา)
(ภาคตะวนั ออก) (ภูเขา ชายฝง่ั อตุ สาหกรรม)
(ภาคตะวันตก) (เปน็ เขตทิวเขา และมีเขตเงาฝน มพี ชื ไร่และพชื สวน)
(ภาคใต)้ (กลมุ่ เกาะ และชายฝงั่ ทะเล)

7. นกั เรียนตรวจสอบความถูกตอ้ งเรยี บร้อยของผลงาน หากพบขอ้ ผิดพลาดให้ปรบั ปรุงแกไ้ ข
ใหด้ ขี นึ้

8. นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ สงิ่ ที่เขา้ ใจเป็นความรู้รว่ มกัน ดงั น้ี
การแบง่ ภาคทางภมู ศิ าสตรข์ องประเทศไทยแบง่ เป็น 6 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ

ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวนั ออก ภาคตะวนั ตก และภาคใต้ ปจั จยั สาคญั ที่ใช้ในการแบง่ คอื
ลักษณะของภูมิประเทศ และภูมิอากาศ
4.ขัน้ สื่อสารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

9. นักเรยี นออกมานาเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรยี น
10. นักเรียนร่วมกนั อภปิ รายสรุปเกยี่ วกบั วธิ ีการทางานให้เหน็ การคิดเชิงระบบและวธิ กี ารทางาน
ท่ีมีแบบแผน
5.ขน้ั ประเมินเพอ่ื เพิ่มคณุ ค่าบริการสงั คมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)

11. นกั เรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความร้สู ึกหลังการเรียนและหลงั การทากิจกรรม
ในประเด็นต่อไปน้ี

• ส่ิงทนี่ ักเรียนได้เรียนรู้ในวันนคี้ ืออะไร
• นักเรยี นมีสว่ นร่วมกิจกรรมในกลุม่ มากนอ้ ยเพียงใด
• เพื่อนนกั เรยี นในกลุ่มมีสว่ นรว่ มกิจกรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพยี งใด
• นักเรยี นพอใจกบั การเรียนในวันนห้ี รอื ไม่ เพยี งใด
• นกั เรียนจะนาความรทู้ ไ่ี ด้น้ไี ปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนแ์ กต่ นเอง ครอบครัว และสังคมทว่ั ไป

ได้อย่างไร
จากน้ันแลกเปลีย่ นตรวจสอบขนั้ ตอนการทางานทุกขน้ั ตอนว่าจะเพิม่ คณุ คา่ ไปสู่สงั คม
เกดิ ประโยชน์ต่อสงั คมใหม้ ากข้ึนกว่าเดมิ ในขัน้ ตอนใดบ้าง สาหรบั การทางานในครัง้ ต่อไป
สอื่ การเรยี นร/ู้ แหลง่ การเรียนรู้

1. หนงั สือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 5
2. แผนทีภ่ มู ภิ าคตา่ ง ๆ ของประเทศไทย
3. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมินการเรียนรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เร่อื ง ภูมภิ าคทางภูมิศาสตร์ (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
3. ประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นใฝ่เรยี นรู้ มุ่งม่ันในการทางาน (A) ด้วยแบบประเมนิ

แบบประเมนิ ตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมนิ กระบวนการทางานกลมุ่

รายการการ ระดบั คุณภาพ
ประเมนิ
4321
กระบวนการ
ทางานกลุ่ม มีการกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด

สมาชิกชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหวั หนา้ บทบาทสมาชกิ

และมีการชแ้ี จง มกี ารชแี้ จงเป้าหมาย ไม่มกี ารชีแ้ จง และไมม่ กี ารช้ีแจง

เป้าหมายการทางาน อยา่ งชัดเจนและ เป้าหมาย เปา้ หมาย สมาชิก

มกี ารปฏิบัติงาน ปฏบิ ัติงานร่วมกนั อยา่ งชัดเจน ตา่ งคนต่างทางาน

รว่ มกัน แต่ไมม่ กี ารประเมนิ ปฏิบัติงานร่วมกัน

อย่างรว่ มมือร่วมใจ เป็นระยะ ๆ ไมค่ รบทกุ คน

พรอ้ มกบั การประเมิน

เปน็ ระยะ ๆ

แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 59

สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ าสังคมศกึ ษา

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนท่ี 2
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 เร่ืองท่ี 2 ภูมิลักษณ์ภาคเหนือ เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้ีวัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลกั ษณะทางกายภาพของโลกและความสมั พนั ธข์ องสรรพส่งิ

ซงึ่ มผี ลตอ่ กัน ใช้แผนท่ีและเคร่อื งมือทางภมู ศิ าสตรใ์ นการค้นหา วิเคราะห์
และสรปุ ข้อมลู ตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนใช้ภูมิสารสนเทศ

อย่างมปี ระสิทธิภาพ
มาตรฐาน ส 5.2 เข้าใจปฏสิ ัมพนั ธ์ระหวา่ งมนษุ ย์กับสิง่ แวดล้อมทางกายภาพท่กี ่อใหเ้ กดิ

การสร้างสรรคว์ ถิ กี ารดาเนินชีวิต มจี ิตสานกึ และมสี ่วนร่วมในการจดั การทรัพยากร
และสง่ิ แวดล้อมเพ่อื การพัฒนาท่ยี ่งั ยืน

ตวั ชว้ี ัด

ส 5.1 ป.5/1 สบื คน้ และอธบิ ายข้อมูลลักษณะทางกายภาพในภูมภิ าคของตนด้วยแผนทีแ่ ละรูปถ่าย
ส 5.1 ป.5/2 อธิบายลกั ษณะทางกายภาพท่ีสง่ ผลต่อแหลง่ ทรัพยากรและสถานท่ีสาคัญ

ส 5.2 ป.5/2 ในภูมิภาคของตน
วเิ คราะหอ์ ิทธิพลของสิง่ แวดล้อมทางธรรมชาติท่ีก่อให้เกิดวถิ กี ารดาเนนิ ชีวิต
ในภูมิภาคของตน

จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายเก่ียวกับภมู ลิ กั ษณ์ของภาคเหนือ (K)

2. วิเคราะห์เกีย่ วกบั ภูมลิ กั ษณ์ของภาคเหนือ (P)

3. เห็นความสาคญั และสนใจศึกษาภมู ิลักษณ์ของภาคเหนือ (A)
สาระสาคญั

ภาคเหนอื มลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศเปน็ ภเู ขาและทวิ เขาสูงทวี่ างตัวเป็นแนวยาวตอ่ เนือ่ งกันในแนวเหนอื -ใต้

สลบั กับแอ่งทร่ี าบระหวา่ งภเู ขา ภาคเหนอื มอี ากาศเยน็ เพราะอย่บู ริเวณทส่ี งู มีทรพั ยากรธรรมชาติ

ทีส่ าคัญ เชน่ ถา่ นหนิ นอกจากน้ียงั เป็นเขตตน้ น้า และมีทวิ ทศั นท์ ี่สวยงาม
สาระการเรียนรู้

ภมู ลิ กั ษณภ์ าคเหนอื
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน

1. ความสามารถในการส่อื สาร

2. ความสามารถในการคดิ
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. ใฝ่เรียนรู้
2. มงุ่ ม่ันในการทางาน

คาถามสาคญั
นกั เรยี นคิดว่าภมู ิลกั ษณ์ของภาคเหนือมจี ดุ เดน่ อะไรทส่ี าคัญ

การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
1.ขั้นสังเกต รวบรวมขอ้ มลู (Gathering)

1. นักเรียนสงั เกตแผนท่ีภาคเหนือ แลว้ รว่ มกันสนทนา โดยใชค้ าถาม ดงั นี้

• แผนท่ีดงั กล่าวคอื แผนท่ีอะไร
(แผนทภ่ี าคเหนือให้ขอ้ มูลเกยี่ วกบั จงั หวัด)
• ภาคเหนอื มกี จี่ ังหวดั ประกอบดว้ ยจงั หวดั ใดบ้าง
(9 จังหวดั ได้แก่ เชียงใหม่ เชยี งราย แม่ฮ่องสอน ลาพนู ลาปาง พะเยา แพร่ นา่ น และอตุ รดติ ถ์)
2. นักเรยี นสังเกตแผนทที่ ีก่ าหนด แลว้ ร่วมกันสนทนา โดยใชค้ าถาม ดงั นี้

• แผนทด่ี ังกล่าวคอื แผนทอ่ี ะไร
(แผนทีภ่ มู ิประเทศภาคเหนอื )
• ภูมิลกั ษณท์ างกายภาพของภาคเหนอื มลี กั ษณะอย่างไร
(ตัวอยา่ งคาตอบ เปน็ ภเู ขาสงู สลับแอง่ ทร่ี าบระหวา่ งภูเขา และมีอากาศเยน็ )
3. นกั เรยี นศึกษาและรวบรวมขอ้ มูลเกี่ยวกับภูมลิ กั ษณข์ องภาคเหนือ จากหนังสือเรยี น
และแหลง่ การเรียนร้อู ื่น ๆ เพิม่ เตมิ
2.ขน้ั คิดวเิ คราะห์และสรุปความรู้ (Processing)
4. นกั เรยี นจาแนกลักษณะภูมปิ ระเทศของภาคเหนอื แล้วสรปุ ความรูเ้ ป็นความคดิ รวบยอด
5. นักเรยี นวิเคราะห์ลกั ษณะภมู อิ ากาศของภาคเหนือ แล้วสรปุ ความรูเ้ ปน็ ความคิดรวบยอด
6. นักเรียนวิเคราะห์ลักษณะทรพั ยากรธรรมชาติ แล้วสรปุ ความรู้เป็นความคดิ รวบยอด
7. นกั เรียนคิดประเมินเพ่อื เพมิ่ คุณค่า แล้วสรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด โดยการตอบคาถาม ดงั น้ี
• นกั เรียนคดิ วา่ ภมู ลิ กั ษณข์ องภาคเหนอื มีจดุ เด่นอะไรที่สาคญั
(ตวั อย่างคาตอบ มลี ักษณะภมู ปิ ระเทศเป็นภเู ขา และมีอากาศเยน็ เนื่องจากอยู่ในที่สูง มแี ม่นา้ ปงิ
ยม นา่ นเป็นต้นนา้ ไหลลงสูภ่ าคกลาง และยังมปี ่าไม้ และพนั ธ์ุไมเ้ มืองหนาวหลายชนิด)
3.ข้ันปฏบิ ัติและสรปุ ความรหู้ ลงั การปฏิบตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)
8. นักเรียนแบ่งกลมุ่ เพ่อื ศกึ ษาข้อมูลเกี่ยวกับทรพั ยากรธรรมชาตทิ ่ีสนใจ แล้วเลือกมา 1 ประเภท
ติดภาพและวิเคราะห์วา่ ส่งผลดีตอ่ ภาคเหนอื อย่างไร บนั ทึกคาตอบลงในแผนภาพความคิด ดงั ตัวอย่าง

แบบบนั ทึกทรัพยากรธรรมชาติของภาคเหนือ

(ภาพเขอื่ นแม่งดั สมบรู ณ์ชล)

• ทรัพยากรธรรมชาติทีศ่ กึ ษา
(เขอ่ื นแม่งดั สมบรู ณ์ชล)

• ทรัพยากรธรรมชาติดงั กล่าวมีลกั ษณะอยา่ งไร
(เป็ นอ่างเก็บน้าทส่ี าคญั ในจงั หวดั เชียงใหม่)

• ทรพั ยากรธรรมชาตดิ งั กล่าวส่งผลอยา่ งไรตอ่ ภาคเหนือ
(ประชากรในภาคเหนือมีแหล่งน้าในการประกอบอาชีพ และใชอ้ ุปโภคบริโภค)

9. นกั เรยี นตรวจสอบความถกู ต้องเรยี บร้อยของผลงาน หากพบข้อผิดพลาดให้ปรบั ปรุงแก้ไข
ให้ดขี น้ึ

10. นกั เรียนร่วมกนั สรุปส่งิ ที่เข้าใจเป็นความรรู้ ว่ มกนั ดงั นี้
ภาคเหนอื มีลักษณะภูมปิ ระเทศเป็นภเู ขาและทิวเขาสูงทว่ี างตัวเปน็ แนวยาวต่อเนือ่ งกนั

ในแนวเหนือ-ใต้สลับกับแอ่งที่ราบระหว่างภเู ขา ภาคเหนอื มีอากาศเยน็ เพราะอยบู่ รเิ วณท่ีสูง
มที รัพยากรธรรมชาติที่สาคญั เชน่ ถ่านหนิ นอกจากนยี้ ังเปน็ เขตต้นน้า และมที ิวทัศนท์ ี่สวยงาม
4.ข้ันสอ่ื สารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

11. นักเรียนออกมานาเสนอผลงานหน้าชนั้ เรยี น
12. นักเรียนร่วมกนั อภิปรายสรุปเก่ยี วกับวธิ ีการทางานให้เห็นการคดิ เชงิ ระบบและวิธีการทางาน
ท่ีมแี บบแผน
5.ขัน้ ประเมนิ เพอ่ื เพม่ิ คณุ คา่ บริการสงั คมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)

13. นักเรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความรสู้ ึกหลังการเรยี นและหลงั การทากจิ กรรม
ในประเด็นตอ่ ไปนี้

• สง่ิ ทน่ี กั เรียนไดเ้ รยี นรู้ในวนั นคี้ อื อะไร
• นักเรยี นมสี ว่ นร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• เพ่อื นนักเรียนในกล่มุ มีสว่ นรว่ มกจิ กรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพียงใด
• นักเรยี นพอใจกับการเรยี นในวันน้ีหรอื ไม่ เพียงใด
• นักเรยี นจะนาความรู้ที่ไดน้ ไี้ ปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครวั และสังคมท่ัวไป

ได้อยา่ งไร
จากน้ันแลกเปลีย่ นตรวจสอบขน้ั ตอนการทางานทุกขัน้ ตอนวา่ จะเพม่ิ คุณค่าไปสสู่ ังคม
เกดิ ประโยชน์ต่อสังคมให้มากขน้ึ กวา่ เดมิ ในข้นั ตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในคร้ังต่อไป
สือ่ การเรยี นร้/ู แหล่งการเรยี นรู้

1. หนงั สอื เรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5
2. แผนท่แี บง่ จังหวดั ของภาคเหนือ
3. แผนทภ่ี มู ปิ ระเทศของภาคเหนอื
4. แหล่งการเรยี นรูท้ ง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมินการเรียนรู้

1. ประเมินความรู้ เร่อื ง ภมู ลิ กั ษณข์ องภาคเหนือ (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
3. ประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ มน่ั ในการทางาน (A) ดว้ ยแบบประเมิน

แบบประเมนิ ตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมนิ กระบวนการทางานกล่มุ

รายการการ ระดบั คุณภาพ
ประเมนิ
4321
กระบวนการ
ทางานกลุ่ม มีการกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด

สมาชิกชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหวั หนา้ บทบาทสมาชกิ

และมกี ารช้ีแจง มกี ารชแี้ จงเป้าหมาย ไม่มกี ารชีแ้ จง และไมม่ กี ารช้ีแจง

เป้าหมายการทางาน อย่างชัดเจนและ เป้าหมาย เปา้ หมาย สมาชิก

มกี ารปฏิบตั ิงาน ปฏบิ ัติงานร่วมกนั อยา่ งชัดเจน ตา่ งคนต่างทางาน

รว่ มกัน แต่ไมม่ กี ารประเมนิ ปฏิบัติงานร่วมกัน

อย่างรว่ มมือร่วมใจ เป็นระยะ ๆ ไมค่ รบทกุ คน

พรอ้ มกับการประเมิน

เปน็ ระยะ ๆ

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 60

สาระการเรียนรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าสงั คมศกึ ษา

ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 1 เรื่องท่ี 3 ภมู สิ ังคมภาคเหนือ เวลาเรยี น 1 ช่วั โมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ช้ีวัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 5.1 เขา้ ใจลกั ษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธ์ของสรรพส่งิ

ซง่ึ มีผลตอ่ กัน ใช้แผนทแี่ ละเคร่ืองมือทางภมู ิศาสตรใ์ นการค้นหา วเิ คราะห์
และสรุปขอ้ มลู ตามกระบวนการทางภมู ิศาสตร์ ตลอดจนใชภ้ มู ิสารสนเทศ

อย่างมปี ระสิทธิภาพ
มาตรฐาน ส 5.2 เขา้ ใจปฏสิ มั พันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิง่ แวดลอ้ มทางกายภาพทีก่ ่อใหเ้ กิด

การสรา้ งสรรค์วิถกี ารดาเนนิ ชวี ติ มีจิตสานกึ และมสี ่วนร่วมในการจดั การทรพั ยากร
และสงิ่ แวดล้อมเพือ่ การพฒั นาท่ียัง่ ยืน

ตัวช้วี ัด

ส 5.1 ป.5/1 สบื ค้นและอธบิ ายขอ้ มูลลักษณะทางกายภาพในภูมภิ าคของตนดว้ ยแผนทแ่ี ละรูปถ่าย
ส 5.1 ป.5/2 อธิบายลักษณะทางกายภาพที่ส่งผลตอ่ แหลง่ ทรัพยากรและสถานที่สาคญั

ในภมู ิภาคของตน

ส 5.2 ป.5/2 วิเคราะห์อิทธพิ ลของสิง่ แวดล้อมทางธรรมชาตทิ ี่ก่อใหเ้ กิดวิถกี ารดาเนินชวี ิต
ในภูมภิ าคของตน

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. อธบิ ายเก่ียวกับภมู ิสงั คมของภาคเหนือ (K)
2. วิเคราะห์เกี่ยวกบั ภมู สิ งั คมของภาคเหนอื (P)

3. เห็นความสาคัญและสนใจศกึ ษาภูมิสงั คมของภาคเหนือ (A)
สาระสาคญั

ประชากรสว่ นใหญต่ ้ังถ่ินฐานอยู่บริเวณแอง่ ท่รี าบ ส่วนใหญป่ ระกอบอาชพี เกษตรกรรม

มแี หล่งทอ่ งเทยี่ วทางธรรมชาติและวัฒนธรรมทส่ี วยงาม ผู้คนมีประเพณีวัฒนธรรมแบบล้านนา
สาระการเรยี นรู้

ภมู ิสงั คมภาคเหนือ
สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร

2. ความสามารถในการคดิ
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. ใฝ่เรยี นรู้

2. มุง่ มนั่ ในการทางาน
คาถามสาคญั

ลักษณะสาคญั ของวิถกี ารดาเนินชีวิตของภาคเหนือมลี กั ษณะอยา่ งไร

การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
1.ขน้ั สงั เกต รวบรวมขอ้ มลู (Gathering)

1. นกั เรยี นสงั เกตภาพที่กาหนด แล้วรว่ มกันสนทนา โดยใชค้ าถาม ดงั นี้

• ภาพดังกล่าวคอื ภาพใด
(ภาพไร่ชาฉยุ ฟง จังหวดั เชยี งราย)
• เพราะเหตใุ ดจงึ เกิดลักษณะพนื้ ท่ีในภาพ
(ตัวอยา่ งคาตอบ เนอื่ งจากลักษณะภมู ปิ ระเทศทีเ่ ป็นภเู ขาจึงมกี ารปลูกพชื แบบข้ันบนั ได)
• จากภาพเกยี่ วข้องกบั ภูมสิ งั คมในเร่อื งใด
(การประกอบอาชพี เกษตรกรรมและการทอ่ งเทีย่ ว)
2. นกั เรียนศกึ ษาและรวบรวมข้อมลู เก่ยี วกบั ภมู ิสังคมภาคเหนอื จากหนังสอื เรียน
และแหลง่ การเรยี นร้อู ่นื ๆ เพ่มิ เตมิ
2.ขั้นคดิ วเิ คราะห์และสรปุ ความรู้ (Processing)
3. นักเรยี นวเิ คราะห์เกี่ยวกบั วิถีการดาเนนิ ชวี ติ ของประชากรในภาคเหนอื แล้วสรุปความรู้
เปน็ ความคิดรวบยอด
4. นักเรียนวิเคราะหเ์ กย่ี วกบั กิจกรรมทางเศรษฐกิจของภาคเหนือ แล้วสรปุ ความรู้
เปน็ ความคิดรวบยอด
5. นกั เรยี นวิเคราะห์เกย่ี วกบั ภูมปิ ระเทศภาคเหนอื ว่าสง่ ผลต่อวถิ กี ารดาเนนิ ชีวิตและกจิ กรรม
ทางเศรษฐกิจอย่างไร แลว้ สรุปความรู้เป็นความคิดรวบยอด
6. นักเรยี นยกตัวอยา่ งสถานทีส่ าคัญของภาคเหนือ แลว้ สรปุ ความรู้เปน็ ความคดิ รวบยอด
7. นักเรยี นคดิ ประเมินเพ่ือเพิ่มคุณค่า แล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยการตอบคาถาม ดงั นี้
• ลักษณะสาคญั ของวถิ ีการดาเนนิ ชีวติ ของภาคเหนือมีลักษณะอย่างไร
(ตัวอยา่ งคาตอบ ใช้ชวี ติ แบบเคารพนับถือและพง่ึ พาธรรมชาต)ิ
3.ขัน้ ปฏิบตั แิ ละสรุปความรู้หลังการปฏบิ ตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)
8. นักเรยี นแบง่ กลมุ่ เพอ่ื สืบคน้ ข้อมลู เกีย่ วกบั ภูมิลกั ษณแ์ ละภูมสิ งั คมภาคเหนอื จากนน้ั ตอบคาถาม
ลงในแบบบันทึก แลว้ สรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด ดงั ตวั อยา่ ง

แบบบนั ทกึ ภูมิลกั ษณ์และภูมสิ ังคมของภาคเหนือ

1. ภาคเหนือมีลกั ษณะทางกายภาพอยา่ งไร
• ภูมิประเทศ (เป็นทิวเขาสูงและแอ่งที่ราบระหวา่ งภเู ขา)

• ภมู ิอากาศ (บริเวณภเู ขามีอากาศหนาวเยน็ )
2. ลกั ษณะทางกายภาพส่งผลตอ่ แหล่งทรัพยากรอยา่ งไร

(บริเวณแอ่งทร่ี าบระหวา่ งภูเขามีระบบน้าไหลผา่ น จึงเป็ นทสี่ ะสมของตะกอน
รวมท้งั แร่ทสี่ ลายตวั จากภูเขา ทาใหเ้ ป็นแอ่งทีร่ าบท่อี ุดมสมบรู ณ์เหมาะตอ่ การเพาะปลกู )
3. ลกั ษณะทางกายภาพส่งผลตอ่ สถานทีส่ าคญั อยา่ งไร
(การมีภมู ิประเทศเป็นทิวเขาสูง มีทรัพยากรป่ าไมท้ อ่ี ุดมสมบรู ณ์ จงึ ทาให้มีสถานทส่ี าคญั
ทางธรรมชาติ เช่น ภูช้ีฟ้า ซ่ึงเป็ นแหล่งท่องเทยี่ วเชิงอนุรกั ษท์ ีช่ ่วยกระจายรายได้
ใหก้ บั คนในชุมชน)
4. ลกั ษณะทางกายภาพส่งผลต่อวถิ ีการดาเนินชีวติ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจอยา่ งไร
(คนทีต่ ้งั ถิ่นฐานบริเวณภูเขาสูง จงึ มีการเพาะปลูกพชื แบบข้นั บนั ได และมีภูมิปัญญา
เก่ียวกบั การบริหารจดั การน้าแบบเหมืองฝาย)
5. นกั เรียนไดป้ ระโยชนจ์ ากการศกึ ษาภูมิลกั ษณ์และภมู ิสงั คมของภาคเหนืออยา่ งไร
(ไดท้ ราบลกั ษณะภมู ิประเทศ ภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ วถิ ีการดาเนินชีวติ
และกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประชาชนในภาคเหนือ)

9. นักเรยี นตรวจสอบความถกู ตอ้ งเรียบร้อยของผลงาน หากพบข้อผดิ พลาดให้ปรบั ปรงุ แก้ไข
ใหด้ ีข้นึ

10. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ สิง่ ทีเ่ ข้าใจเป็นความร้รู ่วมกัน ดงั นี้
ประชากรส่วนใหญ่ตั้งถ่นิ ฐานอยู่บรเิ วณแอ่งที่ราบ สว่ นใหญป่ ระกอบอาชีพเกษตรกรรม

มแี หลง่ ท่องเทยี่ วทางธรรมชาตแิ ละวัฒนธรรมทสี่ วยงาม ผู้คนมีประเพณีวัฒนธรรมแบบลา้ นนา
4.ขั้นสือ่ สารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

11. นักเรียนออกมานาเสนอผลงานหน้าช้ันเรยี น
12. นักเรียนรว่ มกนั อภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธกี ารทางานใหเ้ หน็ การคดิ เชิงระบบและวิธีการทางาน
ท่มี แี บบแผน
5.ขัน้ ประเมินเพอ่ื เพิ่มคุณค่าบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)
13. นักเรยี นทั้งห้องรว่ มกันจัดป้ายนิเทศ เพื่อเผยแพรข่ อ้ มูลความรเู้ ก่ียวกบั ภมู ลิ กั ษณ์ และภูมิสงั คม
ภาคเหนือ เพือ่ ให้ผทู้ ่ีสนใจได้ศึกษาเรียนรูต้ ่อไป

14. นักเรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความรูส้ ึกหลังการเรียนและหลังการทากจิ กรรม
ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้

• ส่งิ ที่นกั เรียนไดเ้ รียนรูใ้ นวันน้คี ืออะไร
• นักเรยี นมีส่วนรว่ มกจิ กรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• เพอ่ื นนกั เรยี นในกลุ่มมสี ว่ นร่วมกจิ กรรมในกลมุ่ มากน้อยเพยี งใด
• นกั เรียนพอใจกับการเรยี นในวนั นห้ี รือไม่ เพียงใด
• นักเรียนจะนาความร้ทู ไ่ี ด้นไี้ ปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครัว และสงั คมทวั่ ไป

ไดอ้ ยา่ งไร
จากนัน้ แลกเปลีย่ นตรวจสอบข้ันตอนการทางานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคณุ คา่ ไปส่สู ังคม
เกดิ ประโยชนต์ อ่ สงั คมใหม้ ากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สาหรับการทางานในคร้งั ต่อไป
ส่ือการเรยี นรู้/แหลง่ การเรียนรู้

1. หนังสอื เรียน รายวชิ าพ้ืนฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5
2. ภาพไร่ชาฉุยฟง
3. แหลง่ การเรยี นรูท้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมินการเรียนรู้

1. ประเมินความรู้ เรอ่ื ง ภูมิสงั คมภาคเหนอื (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ด้านใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ ม่นั ในการทางาน (A) ด้วยแบบประเมิน

แบบประเมนิ ตามสภาพจรงิ (Rubrics)
แบบประเมนิ กระบวนการทางานกลุม่

รายการการ ระดบั คุณภาพ
ประเมิน
4321
กระบวนการ
ทางานกล่มุ มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด

สมาชกิ ชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหวั หนา้ บทบาทสมาชกิ

และมีการช้ีแจง มกี ารชแ้ี จงเปา้ หมาย ไมม่ ีการช้ีแจง และไมม่ ีการช้ีแจง

เป้าหมายการทางาน อยา่ งชดั เจนและ เปา้ หมาย เป้าหมาย สมาชิก

มีการปฏบิ ัติงาน ปฏิบตั ิงานรว่ มกนั อยา่ งชดั เจน ต่างคนต่างทางาน

รว่ มกนั แต่ไม่มีการประเมนิ ปฏบิ ัตงิ านร่วมกัน

อยา่ งร่วมมือร่วมใจ เป็นระยะ ๆ ไม่ครบทุกคน

พร้อมกบั การประเมิน

เป็นระยะ ๆ

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 61

สาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาสังคมศึกษา

ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นที่ 2
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรอื่ งที่ 4 ภูมลิ ักษณ์ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื เวลาเรยี น 1 ช่ัวโมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้วี ัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสมั พนั ธ์ของสรรพสง่ิ

ซ่งึ มีผลต่อกัน ใช้แผนที่และเคร่อื งมอื ทางภมู ิศาสตรใ์ นการค้นหา วิเคราะห์
และสรปุ ขอ้ มลู ตามกระบวนการทางภมู ศิ าสตร์ ตลอดจนใชภ้ ูมิสารสนเทศ

อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ส 5.2 เข้าใจปฏสิ มั พันธร์ ะหวา่ งมนุษย์กับส่งิ แวดลอ้ มทางกายภาพท่กี อ่ ให้เกดิ

การสรา้ งสรรคว์ ิถีการดาเนินชีวติ มจี ิตสานึกและมสี ่วนร่วมในการจัดการทรพั ยากร
และสิง่ แวดล้อมเพื่อการพฒั นาทย่ี ั่งยืน

ตวั ชวี้ ัด

ส 5.1 ป.5/1 สบื ค้นและอธบิ ายขอ้ มูลลกั ษณะทางกายภาพในภูมภิ าคของตนดว้ ยแผนท่ีและรูปถ่าย
ส 5.1 ป.5/2 อธบิ ายลกั ษณะทางกายภาพที่ส่งผลต่อแหลง่ ทรพั ยากรและสถานที่สาคัญ

ในภูมภิ าคของตน

ส 5.2 ป.5/2 วิเคราะห์อิทธพิ ลของสิง่ แวดล้อมทางธรรมชาตทิ ก่ี ่อให้เกดิ วิถีการดาเนนิ ชีวิต
ในภูมิภาคของตน

จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. อธบิ ายเกย่ี วกับภูมิลักษณ์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (K)
2. วิเคราะหเ์ ก่ยี วกับภูมลิ ักษณข์ องภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (P)

3. เหน็ ความสาคญั และสนใจศึกษาภมู ลิ กั ษณ์ของภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ (A)
สาระสาคญั

ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือมลี กั ษณะภูมิประเทศสว่ นใหญ่เป็นที่ราบและทด่ี อน เปน็ แอ่งลาดเอียงไปทาง
ตะวนั ออกเฉียงใต้ และมีทวิ เขาด้านตะวนั ตก ดา้ นใต้ และดา้ นตะวนั ออกเฉยี งเหนอื มลี กั ษณะภูมอิ ากาศ
แห้งแลง้ ยาวนานกวา่ ชว่ งชุ่มชนื้
สาระการเรยี นรู้

ภูมิลักษณภ์ าคตะวันออกเฉยี งเหนอื
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

1. ความสามารถในการสือ่ สาร

2. ความสามารถในการคดิ
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

1. ใฝเ่ รยี นรู้
2. มงุ่ มัน่ ในการทางาน

คาถามสาคัญ
นกั เรียนคดิ ว่าภูมลิ กั ษณข์ องภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือมจี ุดเด่นอะไรทส่ี าคญั
การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

1.ขัน้ สงั เกต รวบรวมข้อมลู (Gathering)
1. นกั เรียนสงั เกตแผนที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วร่วมกันสนทนา โดยใช้คาถาม ดงั น้ี

• แผนทดี่ ังกล่าวคือแผนทอ่ี ะไร
(แผนทภ่ี าคตะวนั ออกเฉียงเหนือทใ่ี ห้ขอ้ มูลเกยี่ วกับจังหวัด)
• ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือมีกจ่ี งั หวดั ประกอบดว้ ยจงั หวัดใดบ้าง
(20 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแกน่ ชัยภมู ิ นครพนม นครราชสมี า บุรรี ัมย์ มหาสารคาม
มกุ ดาหาร ยโสธร รอ้ ยเอ็ด เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สรุ นิ ทร์ หนองคาย หนองบวั ลาภู อานาจเจริญ
อุดรธานี อบุ ลราชธานี และบึงกาฬ

2. นักเรียนสงั เกตแผนท่ีทก่ี าหนด แล้วรว่ มกนั สนทนา โดยใช้คาถาม ดงั น้ี

• แผนที่ดงั กลา่ วคือแผนที่อะไร
(แผนท่ภี มู ิประเทศภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ)
• ภูมลิ ักษณท์ างกายภาพของภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ มลี ักษณะอยา่ งไร
(ตัวอย่างคาตอบ มีลักษณะเปน็ โคก โนน เนิน)
3. นกั เรียนศึกษาและรวบรวมขอ้ มลู เก่ยี วกบั ภมู ิลักษณข์ องภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื
จากหนงั สอื เรยี นและแหล่งการเรยี นรอู้ ื่น ๆ เพิ่มเตมิ
2.ข้ันคดิ วิเคราะหแ์ ละสรปุ ความรู้ (Processing)
4. นักเรียนจาแนกลักษณะภูมปิ ระเทศของภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ แล้วสรุปความรเู้ ปน็
ความคิดรวบยอด
5. นกั เรียนวิเคราะหล์ กั ษณะภูมิอากาศของภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื แล้วสรปุ ความร้เู ปน็
ความคดิ รวบยอด
6. นักเรยี นวิเคราะหล์ ักษณะทรัพยากรธรรมชาติของภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื แล้วสรุปความรเู้ ป็น
ความคดิ รวบยอด
7. นักเรียนคดิ ประเมนิ เพ่อื เพ่ิมคณุ ค่า แล้วสรปุ เป็นความคิดรวบยอด โดยการตอบคาถาม ดังนี้
• นักเรยี นคดิ ว่าภูมลิ กั ษณข์ องภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือมจี ดุ เดน่ อะไรท่ีสาคัญ
(ตัวอย่างคาตอบ การมีพน้ื ท่โี คก โนน เนนิ ขนาดใหญ่ และมีลักษณะภูมปิ ระเทศทีส่ วยงาม
แปลกตา ทีเ่ กดิ จากภเู ขายอดราบรปู แบบต่าง ๆ)
3.ขัน้ ปฏิบตั แิ ละสรุปความรู้หลงั การปฏิบัติ (Applying and Constructing the Knowledge)

8. นกั เรียนแบง่ กลมุ่ ศกึ ษาขอ้ มูลเกีย่ วกบั ทรัพยากรธรรมชาติทส่ี นใจ แล้วเลอื กมา 1 ประเภท
ตดิ ภาพและวเิ คราะหว์ า่ สง่ ผลต่อภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนืออยา่ งไร บันทกึ คาตอบลงในแบบบนั ทกึ
ดังตวั อยา่ ง

แบบบนั ทึกทรัพยากรธรรมชาติของภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ

(ภาพอุทยานแห่งชาติภูกระดึง)

• ทรพั ยากรธรรมชาตทิ ี่ศกึ ษา
(อุทยานแห่งชาติภูกระดึง)

• ทรพั ยากรธรรมชาติดงั กล่าวมีลกั ษณะอยา่ งไร
(เป็นภเู ขายอดราบที่มีววิ ท่สี วยงาม)

• ทรพั ยากรธรรมชาตดิ งั กล่าวส่งผลอยา่ งไรต่อภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
(เป็นอุทยานแห่งชาตทิ ี่เป็นแหล่งทอ่ งเทยี่ วทีส่ าคญั ของจงั หวดั เลย)

9. นักเรยี นตรวจสอบความถูกต้องเรยี บรอ้ ยของผลงาน หากพบขอ้ ผิดพลาดให้ปรับปรุงแก้ไข
ให้ดีข้นึ

10. นักเรยี นรว่ มกนั สรปุ ส่งิ ทเ่ี ข้าใจเป็นความรูร้ ว่ มกัน ดงั น้ี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื มีลักษณะภูมปิ ระเทศสว่ นใหญเ่ ปน็ ที่ราบและที่ดอน เปน็ แอง่ ลาดเอียงไป

ทางตะวันออกเฉียงใต้ และมีทิวเขาดา้ นตะวนั ตก ด้านใต้ และดา้ นตะวนั ออกเฉียงเหนอื
มลี ักษณะภมู ิอากาศแหง้ แลง้ ยาวนานกว่าช่วงชุ่มช้นื
4.ข้ันสอ่ื สารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

11. นกั เรยี นออกมานาเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน
12. นกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายสรปุ เก่ยี วกับวิธกี ารทางานให้เหน็ การคดิ เชงิ ระบบและวิธกี ารทางาน
ทม่ี ีแบบแผน

5.ขนั้ ประเมินเพือ่ เพม่ิ คุณคา่ บรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)

13. นักเรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความรู้สกึ หลังการเรียนและหลงั การทากิจกรรม
ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี

• สิ่งท่นี ักเรียนได้เรียนร้ใู นวนั นคี้ ืออะไร
• นกั เรียนมสี ว่ นร่วมกิจกรรมในกลมุ่ มากน้อยเพียงใด
• เพ่อื นนกั เรยี นในกลมุ่ มสี ่วนรว่ มกจิ กรรมในกลมุ่ มากน้อยเพียงใด
• นักเรยี นพอใจกับการเรยี นในวนั น้หี รอื ไม่ เพียงใด
• นักเรียนจะนาความรทู้ ่ไี ด้นี้ไปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์แกต่ นเอง ครอบครัว และสงั คมทว่ั ไป

ไดอ้ ย่างไร
จากน้ันแลกเปลีย่ นตรวจสอบขั้นตอนการทางานทุกขัน้ ตอนว่าจะเพมิ่ คณุ ค่าไปสู่สงั คม
เกดิ ประโยชนต์ อ่ สังคมใหม้ ากข้นึ กว่าเดมิ ในขนั้ ตอนใดบา้ ง สาหรบั การทางานในคร้ังตอ่ ไป
สือ่ การเรียนรู/้ แหลง่ การเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพืน้ ฐาน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
2. แผนทแ่ี บง่ เขตจังหวดั ภาตะวันออกเฉยี งเหนือ
3. แผนที่ภมู ปิ ระเทศภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
4. แหล่งการเรียนร้ทู ั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมนิ การเรียนรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เร่ือง ภมู ลิ กั ษณ์ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ (K) ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ด้านใฝเ่ รียนรู้ มุง่ ม่ันในการทางาน (A) ดว้ ยแบบประเมนิ
แบบประเมนิ ตามสภาพจริง (Rubrics)

แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม

รายการการ ระดบั คุณภาพ
ประเมิน
4321
กระบวนการ
ทางานกลุ่ม มีการกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไม่มีการกาหนด

สมาชกิ ชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ บทบาทสมาชกิ

และมกี ารชีแ้ จง มีการชแ้ี จงเปา้ หมาย ไมม่ กี ารชแี้ จง และไมม่ กี ารชีแ้ จง

เป้าหมายการทางาน อยา่ งชัดเจนและ เป้าหมาย เป้าหมาย สมาชิก

มีการปฏบิ ัติงาน ปฏบิ ตั งิ านร่วมกนั อย่างชดั เจน ต่างคนต่างทางาน

ร่วมกัน แต่ไมม่ กี ารประเมิน ปฏิบตั งิ านรว่ มกนั

อยา่ งร่วมมือรว่ มใจ เปน็ ระยะ ๆ ไม่ครบทกุ คน

พรอ้ มกบั การประเมิน

เปน็ ระยะ ๆ

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 62

สาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าสังคมศกึ ษา

ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 เรอื่ งท่ี 5 ภูมิสังคมภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื เวลาเรยี น 1 ชั่วโมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชว้ี ัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ส 5.1 เขา้ ใจลกั ษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพนั ธข์ องสรรพสิง่

ซึ่งมผี ลต่อกัน ใช้แผนท่แี ละเครือ่ งมือทางภูมิศาสตรใ์ นการคน้ หา วเิ คราะห์
และสรุปข้อมูลตามกระบวนการทางภมู ศิ าสตร์ ตลอดจนใชภ้ มู ิสารสนเทศ

อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ส 5.2 เขา้ ใจปฏสิ มั พันธร์ ะหว่างมนษุ ย์กบั สง่ิ แวดลอ้ มทางกายภาพที่ก่อใหเ้ กดิ

การสรา้ งสรรค์วิถกี ารดาเนินชวี ิต มจี ิตสานึกและมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากร
และส่งิ แวดลอ้ มเพือ่ การพฒั นาทยี่ ง่ั ยนื

ตัวช้วี ัด

ส 5.1 ป.5/1 สบื ค้นและอธบิ ายข้อมูลลกั ษณะทางกายภาพในภูมิภาคของตนดว้ ยแผนทแ่ี ละรูปถ่าย
ส 5.1 ป.5/2 อธิบายลักษณะทางกายภาพท่ีสง่ ผลต่อแหลง่ ทรัพยากรและสถานท่ีสาคญั

ในภมู ภิ าคของตน

ส 5.2 ป.5/2 วิเคราะหอ์ ิทธพิ ลของส่ิงแวดลอ้ มทางธรรมชาติทีก่ ่อให้เกดิ วิถีการดาเนนิ ชวี ิต
ในภมู ิภาคของตน

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายเก่ยี วกบั ภูมสิ ังคมของภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ (K)
2. วเิ คราะหเ์ กีย่ วกับภมู สิ ังคมของภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื (P)

3. เหน็ ความสาคัญและสนใจศกึ ษาภมู สิ งั คมของภาคตะวันออกเฉียงเหนอื (A)
สาระสาคัญ

ประชากรตง้ั ถน่ิ ฐานอยู่รวมกนั เป็นชุมชนอยใู่ นพ้ืนทด่ี อน โคก โนน เนิน และทีร่ าบตามแนวเส้นทาง

คมนาคม ส่วนใหญป่ ระกอบอาชพี เกษตรกรรม เชน่ ทาไรใ่ นทด่ี อน ทานาในทีร่ าบ
สาระการเรยี นรู้

ภมู ิสังคมภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น

1. ความสามารถในการสอื่ สาร 2. ความสามารถในการคิด
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

1. ใฝเ่ รียนรู้

2. มงุ่ มนั่ ในการทางาน
คาถามสาคญั

ลกั ษณะสาคญั ของวถิ กี ารดาเนินชวี ิตของภาคตะวันออกเฉียงเหนอื มีลักษณะอยา่ งไร

การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
1.ขั้นสังเกต รวบรวมขอ้ มลู (Gathering)

1. นักเรียนสงั เกตภาพทกี่ าหนด แล้วร่วมกันสนทนา โดยใช้คาถาม ดงั น้ี

• ภาพดงั กลา่ วคือภาพใด
(ภาพสามพันโบก จงั หวัดอุบลราชธาน)ี
• เพราะเหตุใดจงึ เกิดลักษณะพืน้ ทีใ่ นภาพ
(ตวั อยา่ งคาตอบ การโดนนา้ กดั เซาะไหลผา่ นจนเกดิ เปน็ รูปทรงและแอง่ น้าขนาดแตกต่างกนั ไป)
• จากภาพเกย่ี วข้องกับภูมสิ ังคมในเร่อื งใด
(ตวั อยา่ งคาตอบ การท่องเทีย่ ว)
2. นกั เรียนศึกษาและรวบรวมข้อมลู เกีย่ วกบั ภมู สิ งั คมภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
จากหนังสอื เรยี นและแหลง่ การเรียนรอู้ ่นื ๆ เพิม่ เตมิ
2.ข้นั คดิ วิเคราะหแ์ ละสรปุ ความรู้ (Processing)
3. นกั เรยี นวิเคราะห์เกยี่ วกับวถิ กี ารดาเนนิ ชวี ิตของประชากรในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
แลว้ สรุปความรู้เปน็ ความคิดรวบยอด
4. นกั เรยี นวเิ คราะห์เกย่ี วกบั กจิ กรรมทางเศรษฐกิจของภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ แลว้ สรุปความรู้เปน็
ความคดิ รวบยอด
5. นักเรียนวิเคราะห์เกี่ยวกบั ภมู ิประเทศภาคตะวันออกเฉียงเหนือวา่ ส่งผลต่อวถิ ีการดาเนินชีวติ
และกจิ กรรมทางเศรษฐกิจอยา่ งไร แลว้ สรุปความรู้เปน็ ความคิดรวบยอด
6. นกั เรยี นยกตัวอย่างสถานท่ีสาคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แลว้ สรุปความรู้เปน็
ความคิดรวบยอด
7. นักเรียนคดิ ประเมินเพื่อเพิ่มคณุ คา่ แลว้ สรปุ เป็นความคดิ รวบยอด โดยการตอบคาถาม ดังนี้
• ลกั ษณะสาคัญของวถิ ีการดาเนนิ ชวี ิตของภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื มีลักษณะอย่างไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ เนอื่ งจากมีสภาพภูมิอากาศทแ่ี ห้งแลง้ จึงมีประเพณที ี่เกี่ยวขอ้ งกบั การขอฝน)

3.ขั้นปฏบิ ตั แิ ละสรุปความรหู้ ลังการปฏิบตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)
8. นักเรยี นแบ่งกลุ่มเพือ่ สืบคน้ ข้อมูลเก่ียวกบั ภูมลิ กั ษณ์และภูมิสังคมภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ

จากน้ันตอบคาถามลงในแบบบันทกึ แล้วสรปุ เปน็ ความคดิ รวบยอด ดงั ตวั อยา่ ง

แบบบนั ทกึ ภูมลิ กั ษณ์และภูมสิ ังคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

1. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือมีลกั ษณะทางกายภาพอยา่ งไร
• ภมู ิประเทศ (เป็นทรี่ าบและทดี่ อน)
• ภูมิอากาศ (อากาศร้อนและแหง้ แลง้ )

2. ลกั ษณะทางกายภาพส่งผลต่อแหล่งทรพั ยากรอยา่ งไร
(ทาใหม้ ีแร่เกลือหิน ดินเป็นดินทรายไม่อุม้ น้า มีธาตอุ าหารในดินต่า)

3. ลกั ษณะทางกายภาพส่งผลต่อสถานทสี่ าคญั อยา่ งไร
(การมีภูมิประเทศเป็ นโคก โนน เนิน ทาใหเ้ กิดแหล่งทอ่ งเท่ียวทางธรรมชาตทิ ี่สาคญั
เช่น อุทยานแห่งชาติผาแตม้ อุทยานแห่งชาตปิ ่ าหินงาม)

4. ลกั ษณะทางกายภาพส่งผลต่อวถิ ีการดาเนินชีวติ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจอยา่ งไร
(การมีภมู ิประเทศเป็นท่ีดอนทาใหม้ ีการประกอบอาชีพทาไร่ ทานาในท่ีราบใกลแ้ หล่งน้า
กิจกรรมทางเศรษฐกิจ คือ ปลูกพชื ทตี่ อ้ งการน้านอ้ ย อุตสาหกรรมทาน้าตาลจากออ้ ย)

5. นกั เรียนไดป้ ระโยชน์จากการศึกษาภมู ิลกั ษณ์กบั ภมู ิสงั คมของภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
อยา่ งไร
(ไดท้ ราบลกั ษณะภูมิประเทศ ภมู ิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ วถิ ีการดาเนินชีวติ
และกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประชาชนในภูมิภาค)

9. นักเรียนตรวจสอบความถกู ต้องเรียบรอ้ ยของผลงาน หากพบข้อผดิ พลาดใหป้ รบั ปรุงแกไ้ ข
ใหด้ ีขนึ้

10. นักเรยี นร่วมกนั สรุปสิ่งทเี่ ข้าใจเป็นความรรู้ ว่ มกนั ดงั นี้
ประชากรต้ังถิน่ ฐานอยูร่ วมกนั เปน็ ชมุ ชนอย่ใู นพื้นทดี่ อน โคก โนน เนนิ และท่ีราบ

ตามแนวเส้นทางคมนาคม สว่ นใหญป่ ระกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น ทาไร่ในท่ดี อน ทานาในทีร่ าบ
4.ขัน้ สือ่ สารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

11. นักเรียนออกมานาเสนอผลงานหน้าชนั้ เรยี น
12. นักเรียนร่วมกนั อภิปรายสรปุ เกยี่ วกบั วธิ กี ารทางานใหเ้ ห็นการคดิ เชงิ ระบบและวิธกี ารทางาน
ทมี่ ีแบบแผน

5.ขั้นประเมนิ เพือ่ เพิม่ คณุ ค่าบริการสงั คมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)

13. นกั เรียนทัง้ ห้องร่วมกนั จดั ป้ายนเิ ทศ เพ่อื เผยแพรข่ อ้ มูลความรู้เก่ยี วกับภูมิลักษณแ์ ละภมู ิสงั คม
ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ เพื่อใหผ้ ทู้ ่ีสนใจได้ศึกษาเรียนรู้ต่อไป

14. นกั เรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความรู้สกึ หลงั การเรยี นและหลงั การทากิจกรรม
ในประเด็นตอ่ ไปนี้

• สง่ิ ที่นกั เรยี นไดเ้ รียนรใู้ นวันน้ีคืออะไร
• นักเรยี นมสี ่วนรว่ มกิจกรรมในกลมุ่ มากน้อยเพียงใด
• เพื่อนนักเรยี นในกลุม่ มสี ่วนร่วมกิจกรรมในกลุม่ มากนอ้ ยเพยี งใด
• นักเรียนพอใจกับการเรยี นในวันนห้ี รอื ไม่ เพียงใด
• นักเรยี นจะนาความรู้ทไี่ ดน้ ไ้ี ปใชใ้ ห้เกิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครัว และสงั คมทวั่ ไป

ได้อย่างไร
จากน้ันแลกเปลีย่ นตรวจสอบขนั้ ตอนการทางานทกุ ขัน้ ตอนว่าจะเพ่มิ คณุ คา่ ไปสู่สังคม
เกิดประโยชนต์ อ่ สงั คมให้มากขน้ึ กวา่ เดมิ ในขน้ั ตอนใดบ้าง สาหรับการทางานในคร้งั ต่อไป
สอื่ การเรยี นร้/ู แหล่งการเรียนรู้

1. หนังสอื เรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5
2. ภาพสามพนั โบก
3. แหลง่ การเรยี นรูท้ ้งั ภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมินการเรยี นรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เรอื่ ง ภูมสิ ังคมภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ด้านใฝเ่ รยี นรู้ ม่งุ มนั่ ในการทางาน (A) ด้วยแบบประเมิน
แบบประเมินตามสภาพจรงิ (Rubrics)

แบบประเมินกระบวนการทางานกล่มุ

รายการการ ระดบั คุณภาพ
ประเมิน
4321
กระบวนการ
ทางานกลุ่ม มีการกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท ไม่มีการกาหนด

สมาชกิ ชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ บทบาทสมาชิก

และมกี ารชี้แจง มีการชแ้ี จงเป้าหมาย ไมม่ กี ารชแ้ี จง และไม่มีการชี้แจง

เป้าหมายการทางาน อย่างชดั เจนและ เป้าหมาย เป้าหมาย สมาชิก

มกี ารปฏบิ ัตงิ าน ปฏบิ ตั งิ านรว่ มกนั อย่างชัดเจน ต่างคนตา่ งทางาน

ร่วมกัน แตไ่ ม่มีการประเมนิ ปฏิบัติงานรว่ มกนั

อยา่ งร่วมมอื ร่วมใจ เปน็ ระยะ ๆ ไม่ครบทุกคน

พร้อมกับการประเมนิ

เปน็ ระยะ ๆ

แบบบันทกึ หลังแผนการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ปญั หา/อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แนวทางการแกไ้ ข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ลงชือ่ .................................ผู้สอน
(…………………………………………….)
ตาแหนง่ ………………………………………...
…………/……………..……../………………

ความเห็นของผู้บริหารสถานศกึ ษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ.........................................
(.......................................................)
ตาแหน่ง ......................................................
……………/……………./………………………

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 63

สาระการเรียนรูส้ ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ าสงั คมศึกษา

ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 เร่อื งท่ี 6 ภูมิลักษณภ์ าคกลาง เวลาเรยี น 1 ช่ัวโมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชว้ี ัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ส 5.1 เขา้ ใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพนั ธข์ องสรรพสิ่ง

ซ่ึงมีผลต่อกัน ใช้แผนท่แี ละเคร่ืองมือทางภมู ศิ าสตรใ์ นการคน้ หา วเิ คราะห์
และสรปุ ข้อมลู ตามกระบวนการทางภมู ศิ าสตร์ ตลอดจนใช้ภมู ิสารสนเทศ

อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ส 5.2 เขา้ ใจปฏสิ ัมพันธ์ระหว่างมนุษยก์ บั ส่ิงแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกดิ

การสรา้ งสรรคว์ ถิ ีการดาเนนิ ชีวติ มจี ิตสานกึ และมสี ่วนรว่ มในการจดั การทรพั ยากร
และส่งิ แวดล้อมเพอื่ การพัฒนาทยี่ ั่งยนื

ตัวช้ีวัด

ส 5.1 ป.5/1 สืบคน้ และอธิบายข้อมูลลกั ษณะทางกายภาพในภูมิภาคของตนดว้ ยแผนท่ีและรูปถ่าย
ส 5.1 ป.5/2 อธิบายลกั ษณะทางกายภาพท่ีสง่ ผลต่อแหลง่ ทรัพยากรและสถานที่สาคญั

ในภมู ิภาคของตน

ส 5.2 ป.5/2 วิเคราะห์อิทธิพลของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาตทิ ่กี ่อใหเ้ กิดวถิ ีการดาเนนิ ชวี ิต
ในภูมิภาคของตน

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. อธิบายเกย่ี วกบั ภูมิลักษณข์ องภาคกลาง (K)
2. วเิ คราะห์เกี่ยวกับภูมลิ กั ษณข์ องภาคกลาง (P)

3. เห็นความสาคญั และสนใจศกึ ษาภูมิลกั ษณ์ของภาคกลาง (A)
สาระสาคญั

ภาคกลางมลี กั ษณะเป็นภมู ปิ ระเทศโดยรวมเป็นแอง่ ท่รี าบระดับต่ากว่าภูมภิ าคอืน่ ๆ

จึงเปน็ ทรี่ วมของสายนาสาคัญของประเทศ มีตะกอนท่แี มน่ าพัดพามา ทาใหเ้ ป็นแอ่งทร่ี าบอุดมสมบูรณ์
สาระการเรียนรู้

ภูมิลกั ษณ์ภาคกลาง
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน

1. ความสามารถในการสอื่ สาร

2. ความสามารถในการคดิ
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. ใฝเ่ รยี นรู้

2. มุ่งม่ันในการทางาน
คาถามสาคญั

นักเรยี นคิดว่าภูมิลกั ษณข์ องภาคกลางมีจดุ เด่นอะไรทส่ี าคัญ

การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
1.ขน้ั สังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)

1. นักเรียนสงั เกตแผนที่ภาคกลาง แลว้ ร่วมกันสนทนา โดยใชค้ าถาม ดังนี

• แผนท่ีดังกล่าวคอื แผนทอ่ี ะไร
(แผนทภี่ าคกลาง ใหข้ อ้ มูลเกี่ยวกับจงั หวัด)
• ภาคกลางมีกีจ่ ังหวัด ประกอบดว้ ยจังหวัดอะไรบา้ ง
(22 จังหวดั ไดแ้ ก่ กรงุ เทพมหานคร กาแพงเพชร ชัยนาท นครนายก นครปฐม นครสวรรค์
นนทบุรี ปทมุ ธานี พระนครศรีอยธุ ยา พิจิตร พษิ ณุโลก เพชรบรู ณ์ ลพบุรี สมุทรปราการ สมุทรสงคราม
สมทุ รสาคร สระบรุ ี สิงห์บรุ ี สุโขทยั สุพรรณบุรี อ่างทอง และอุทยั ธานี
2. นกั เรียนสงั เกตแผนที่ท่กี าหนด แล้วรว่ มกันสนทนา โดยใช้คาถาม ดังนี

• แผนทด่ี ังกล่าวคือแผนทีอ่ ะไร
(แผนทีภ่ มู ปิ ระเทศภาคกลาง)
• ภมู ิลักษณท์ างกายภาพของภาคกลาง มีลกั ษณะอยา่ งไร
(ตัวอยา่ งคาตอบ มีลักษณะเป็นที่ราบล่มุ อดุ มสมบูรณ์)
3. นกั เรยี นศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกีย่ วกับภูมิลกั ษณข์ องภาคกลาง จากหนังสอื เรียน
และแหลง่ การเรียนรอู้ น่ื ๆ เพิ่มเติม
2.ขนั้ คดิ วิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing)
4. นกั เรียนจาแนกลักษณะภูมิประเทศของภาคกลาง แลว้ สรปุ ความรูเ้ ป็นความคิดรวบยอด
5. นักเรียนวิเคราะหล์ กั ษณะภูมอิ ากาศของภาคกลาง แล้วสรปุ ความรเู้ ป็นความคดิ รวบยอด
6. นกั เรยี นวิเคราะห์ลกั ษณะทรัพยากรธรรมชาติของภาคกลาง แล้วสรปุ ความรู้เป็น
ความคิดรวบยอด
7. นักเรียนคดิ ประเมนิ เพือ่ เพม่ิ คณุ คา่ แลว้ สรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด โดยการตอบคาถาม ดังนี
• นักเรยี นคดิ ว่า ภมู ิลักษณข์ องภาคกลางมจี ุดเด่นอะไรทสี่ าคัญ
(ตวั อยา่ งคาตอบ การมีท่รี าบลมุ่ แม่นา และการมีพนื ท่ที อี่ ุดมสมบูรณ์)
3.ข้ันปฏบิ ตั ิและสรปุ ความรู้หลงั การปฏิบตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)
8. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ เพ่อื ศกึ ษาข้อมูลเกย่ี วกับทรพั ยากรธรรมชาตทิ ส่ี นใจ แล้วเลอื กมา 1 ประเภท
ติดภาพและวเิ คราะหว์ า่ ส่งผลต่อภาคกลางอยา่ งไร บันทกึ คาตอบลงในแบบบันทกึ ดงั ตัวอยา่ ง

แบบบนั ทึกทรัพยากรธรรมชาติของภาคกลาง

(ภาพอุทยานแห่งชาติน้าหนาว)

• ทรพั ยากรธรรมชาตทิ ศี่ กึ ษา
(อุทยานแห่งชาติน้าหนาว)

• ทรพั ยากรธรรมชาติดงั กล่าวมีลกั ษณะอยา่ งไร
(เป็นอุทยานท่มี ีความหลากหลายของพชื พรรณธรรมชาติ ท้งั ป่ าสนเขา ป่ าดิบเขา
และป่ าเบญจพรรณ)
• ทรัพยากรธรรมชาติดงั กล่าวส่งผลอยา่ งไรต่อภาคกลาง
(เป็นอุทยานแห่งชาติทสี่ าคญั และเป็ นแหล่งท่องเท่ยี วของจงั หวดั เพชรบรู ณ์)

9. นกั เรยี นตรวจสอบความถกู ต้องเรียบร้อยของผลงาน หากพบข้อผดิ พลาดให้ปรบั ปรุงแก้ไข
ให้ดขี ึน

10. นักเรยี นรว่ มกนั สรุปส่ิงทเี่ ข้าใจเปน็ ความรู้รว่ มกัน ดังนี
ภาคกลางมีลักษณะเป็นภูมิประเทศโดยรวมเป็นแอง่ ทร่ี าบระดบั ต่ากวา่ ภูมภิ าคอน่ื ๆ

จึงเปน็ ที่รวมของสายนาสาคญั ของประเทศ มตี ะกอนทีแ่ มน่ าพัดพามา ทาให้เป็นแอ่งทรี่ าบอุดมสมบูรณ์
4.ข้นั ส่อื สารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

11. นักเรียนออกมานาเสนอผลงานหนา้ ชันเรยี น
12. นกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายสรุปเก่ยี วกับวิธีการทางานใหเ้ หน็ การคิดเชงิ ระบบและวธิ กี ารทางาน
ที่มีแบบแผน
5.ขน้ั ประเมินเพอ่ื เพม่ิ คุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)

13. นักเรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความรสู้ กึ หลงั การเรียนและหลังการทากจิ กรรม
ในประเด็นตอ่ ไปนี

• ส่ิงทนี่ ักเรยี นไดเ้ รยี นร้ใู นวนั นีคืออะไร
• นกั เรยี นมสี ว่ นรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• เพือ่ นนักเรียนในกลุม่ มสี ่วนร่วมกจิ กรรมในกลุม่ มากน้อยเพียงใด
• นกั เรยี นพอใจกบั การเรยี นในวันนหี รอื ไม่ เพียงใด
• นักเรียนจะนาความร้ทู ่ีได้นีไปใช้ให้เกดิ ประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมท่วั ไป

ได้อยา่ งไร
จากนนั แลกเปล่ียนตรวจสอบขนั ตอนการทางานทกุ ขันตอนวา่ จะเพมิ่ คุณคา่ ไปสสู่ งั คม
เกิดประโยชนต์ ่อสังคมให้มากขึนกว่าเดิมในขันตอนใดบ้าง สาหรับการทางานในครงั ต่อไป
ส่อื การเรยี นร/ู้ แหล่งการเรยี นรู้

1. หนังสือเรยี น รายวิชาพืนฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชันประถมศกึ ษาปีที่ 5
2. แผนที่แบ่งเขตจังหวัดภาคกลาง
3. แผนท่ีภูมปิ ระเทศภาคกลาง
4. แหลง่ การเรียนรทู้ ังภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมินการเรยี นรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เรือ่ ง ภมู ิลักษณ์ภาคกลาง (K) ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ดา้ นใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มน่ั ในการทางาน (A) ด้วยแบบประเมิน

แบบประเมนิ ตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมินกระบวนการทางานกล่มุ

รายการการ ระดบั คณุ ภาพ
ประเมนิ
432 1
กระบวนการ
ทางานกลมุ่ มกี ารกาหนด มีการกาหนด มกี ารกาหนด ไม่มีการกาหนด
บทบาทสมาชกิ
บทบาท บทบาท บทบาท และไม่มีการชีแจงเปา้ หมาย
สมาชกิ
สมาชิกชัดเจน สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ ต่างคนตา่ งทางาน

และมีการชแี จง มกี ารชีแจง ไม่มกี ารชีแจง

เปา้ หมายการ เปา้ หมาย เป้าหมาย

ทางาน อย่างชัดเจนและ อย่างชัดเจน

มีการปฏบิ ัตงิ าน ปฏบิ ัติงานรว่ มกัน ปฏบิ ัตงิ านร่วมกนั

ร่วมกนั แต่ไมม่ ีการประเมิน ไม่ครบทุกคน

อย่างรว่ มมอื ร่วมใจ เปน็ ระยะ ๆ

พรอ้ มกับการ

ประเมินเป็นระยะ



แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 64

สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาสงั คมศึกษา

ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 เรือ่ งที่ 7 ภูมสิ ังคมภาคกลาง เวลาเรียน 1 ชั่วโมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชวี้ ัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสมั พันธข์ องสรรพสิง่

ซ่งึ มผี ลตอ่ กนั ใชแ้ ผนทแ่ี ละเครื่องมือทางภูมศิ าสตร์ในการคน้ หา วิเคราะห์
และสรปุ ขอ้ มลู ตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนใชภ้ ูมิสารสนเทศ

อยา่ งมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ส 5.2 เขา้ ใจปฏิสมั พันธ์ระหว่างมนษุ ยก์ บั สงิ่ แวดล้อมทางกายภาพทก่ี ่อใหเ้ กดิ

การสรา้ งสรรค์วถิ กี ารดาเนินชวี ิต มจี ิตสานกึ และมีสว่ นร่วมในการจดั การทรัพยากร
และสงิ่ แวดล้อมเพื่อการพัฒนาทย่ี ่ังยนื

ตวั ช้ีวัด

ส 5.1 ป.5/1 สบื ค้นและอธิบายขอ้ มูลลักษณะทางกายภาพในภูมภิ าคของตนดว้ ยแผนทแ่ี ละรูปถ่าย
ส 5.1 ป.5/2 อธบิ ายลกั ษณะทางกายภาพท่ีสง่ ผลต่อแหล่งทรัพยากรและสถานท่ีสาคญั

ในภูมิภาคของตน

ส 5.2 ป.5/2 วิเคราะหอ์ ิทธิพลของสิ่งแวดลอ้ มทางธรรมชาตทิ กี่ ่อให้เกิดวิถีการดาเนนิ ชีวติ
ในภมู ภิ าคของตน

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายเกย่ี วกับภมู ิสงั คมของภาคกลาง (K)

2. วเิ คราะหเ์ กยี่ วกบั ภมู ิสงั คมของภาคกลาง (P)

3. เห็นความสาคัญและสนใจศึกษาภูมิสงั คมของภาคกลาง (A)
สาระสาคญั

ภาคกลางเปน็ ภูมภิ าคที่มีความอุดมสมบูรณ์ พื้นท่ีสว่ นใหญเ่ ออ้ื ตอ่ การทาเกษตรกรรม นอกจากน้ียังเป็น

ทตี่ ั้งของกรุงเทพมหานครเมอื งหลวงของประเทศไทย ประเพณแี ละวฒั นธรรมสว่ นใหญเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั
พระพทุ ธศาสนาและวิถีการดาเนินชีวิตดา้ นการเกษตร
สาระการเรยี นรู้

ภูมิสังคมภาคกลาง
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร

2. ความสามารถในการคิด
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. ใฝเ่ รยี นรู้
2. มุง่ มั่นในการทางาน

คาถามสาคญั
ลกั ษณะสาคญั ของวถิ ีการดาเนนิ ชวี ติ ของภาคกลางมีลกั ษณะอย่างไร

การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
1.ขั้นสงั เกต รวบรวมขอ้ มลู (Gathering)

1. นักเรียนสังเกตภาพท่กี าหนด แลว้ รว่ มกันสนทนา โดยใช้คาถาม ดงั นี้

• ภาพดงั กลา่ วคอื ภาพใด
(สนามบินสวุ รรณภมู ิ จงั หวัดสมุทรปราการ)
• เพราะเหตใุ ดจึงเกดิ พื้นทด่ี ังกลา่ ว
(ตวั อยา่ งคาตอบ เน่อื งจากเปน็ ภมู ภิ าคทเี่ ป็นศนู ย์กลางการคา้ การติดตอ่ สือ่ สาร นอกจากน้ี
จงั หวัดสมุทรปราการยงั เป็นเขตปริมณฑลของกรงุ เทพมหานคร จึงทาให้มกี ารสรา้ งสนามบินนานาชาตขิ นาด
ใหญ)่
2. นกั เรียนศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มูลเกยี่ วกบั ภูมสิ ังคมภาคกลาง จากหนงั สอื เรยี น
และแหลง่ การเรียนรู้อนื่ ๆ เพมิ่ เตมิ
2.ข้ันคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing)
3. นักเรียนวเิ คราะหเ์ กี่ยวกบั วถิ กี ารดาเนนิ ชวี ติ ของประชากรในภาคกลาง แล้วสรุปความร้เู ป็น
ความคดิ รวบยอด
4. นักเรยี นวิเคราะหเ์ กยี่ วกบั กจิ กรรมทางเศรษฐกิจของภาคกลาง แลว้ สรปุ ความร้เู ป็น
ความคิดรวบยอด
5. นกั เรียนวิเคราะห์เกี่ยวกบั ภูมปิ ระเทศภาคกลางว่าส่งผลต่อวิถกี ารดาเนนิ ชีวิตและกจิ กรรม
ทางเศรษฐกจิ อย่างไร แลว้ สรปุ ความรูเ้ ปน็ ความคิดรวบยอด
6. นกั เรียนยกตวั อย่างสถานทส่ี าคญั ของภาคกลาง แล้วสรุปความร้เู ป็นความคิดรวบยอด
7. นกั เรยี นคดิ ประเมินเพื่อเพ่มิ คณุ คา่ แล้วสรปุ เป็นความคดิ รวบยอด โดยการตอบคาถาม ดงั น้ี
• ลักษณะสาคญั ของวิถีการดาเนนิ ชีวติ ของภาคกลางมลี กั ษณะอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ เปน็ ชุมชนแบบสงั คมเมือง มีความสะดวกสบายและมีความเร่งรบี )

3.ขนั้ ปฏบิ ตั แิ ละสรุปความรหู้ ลังการปฏิบัติ (Applying and Constructing the Knowledge)
8. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ เพอื่ สืบค้นข้อมลู เก่ียวกบั ภมู ลิ กั ษณแ์ ละภูมสิ ังคมภาคกลาง จากนน้ั ตอบคาถามลง

ในแบบบนั ทึก แลว้ สรปุ เป็นความคิดรวบยอด ดงั ตวั อย่าง

แบบบนั ทกึ ภูมิลกั ษณ์และภูมิสังคมภาคกลาง

1. ภาคกลางมีลกั ษณะทางกายภาพอยา่ งไร
• ภูมิประเทศ (เป็ นทีร่ าบและท่ลี ุ่ม)
• ภูมิอากาศ (อากาศชุ่มช้ืนและรอ้ น)

2. ลกั ษณะทางกายภาพส่งผลตอ่ แหล่งทรัพยากรอยา่ งไร
(การมีภูมิประเทศเป็ นท่รี าบทาใหก้ ารไหลของน้านาตะกอนและแร่มาสะสมในท่รี าบ
ทาใหด้ ินมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก)

3. ลกั ษณะทางกายภาพส่งผลตอ่ สถานที่สาคญั อยา่ งไร
(มีสถานท่สี าคญั ทางธรรมชาติ เช่น บงึ บอระเพด็ บงึ สีไฟ)

4. ลกั ษณะทางกายภาพส่งผลตอ่ วถิ ีการดาเนินชีวติ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจอยา่ งไร
(ทาใหผ้ คู้ นส่วนใหญ่นิยมประกอบอาชีพเกษตรกรรม สรา้ งบา้ นยกพน้ื สูงเพอ่ื ระบายความร้อน
และป้องกนั น้าท่วม)

5. นกั เรียนไดร้ บั ประโยชนจ์ ากการศกึ ษาภมู ิลกั ษณ์และภูมิสงั คมภาคกลางอยา่ งไร
(ไดท้ ราบลกั ษณะภูมิประเทศ ภมู ิอากาศ ทรพั ยากรธรรมชาติ วถิ ีการดาเนินชีวติ
และกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประชาชนในภาคกลาง)

9. นักเรียนตรวจสอบความถูกตอ้ งเรียบรอ้ ยของผลงาน หากพบข้อผิดพลาดใหป้ รับปรุงแกไ้ ข
ใหด้ ีขน้ึ

10. นักเรยี นร่วมกนั สรุปส่ิงที่เขา้ ใจเปน็ ความร้รู ว่ มกัน ดงั นี้
ภาคกลางเป็นภูมภิ าคท่มี ีความอดุ มสมบูรณ์ พื้นที่สว่ นใหญเ่ ออื้ ตอ่ การทาเกษตรกรรม

นอกจากน้ยี ังเปน็ ทตี่ งั้ ของกรุงเทพมหานครเมอื งหลวงของประเทศไทย ประเพณีและวัฒนธรรมส่วนใหญ่
เกย่ี วขอ้ งกบั พระพทุ ธศาสนาและวถิ ีการดาเนินชวี ติ ดา้ นการเกษตร
4.ข้นั สอื่ สารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

11. นกั เรยี นออกมานาเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรยี น
12. นักเรียนรว่ มกนั อภปิ รายสรปุ เกีย่ วกบั วิธีการทางานให้เห็นการคดิ เชงิ ระบบและวิธีการทางาน
ทีม่ ีแบบแผน

5.ขน้ั ประเมนิ เพ่อื เพ่มิ คณุ ค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)

13. นักเรียนทั้งหอ้ งรว่ มกันจดั ป้ายนเิ ทศ เพ่อื เผยแพรข่ อ้ มลู ความรู้เกย่ี วกับภมู ิลกั ษณ์และภมู ิสังคม
ภาคกลาง เพือ่ ให้ผู้ทีส่ นใจได้ศกึ ษาเรียนรูต้ ่อไป

14. นักเรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความร้สู ึกหลังการเรียนและหลังการทากิจกรรม
ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้

• สิง่ ท่นี กั เรยี นได้เรียนร้ใู นวันน้ีคืออะไร
• นักเรียนมีส่วนร่วมกจิ กรรมในกลุม่ มากน้อยเพยี งใด
• เพือ่ นนกั เรียนในกลุ่มมสี ว่ นรว่ มกจิ กรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพียงใด
• นกั เรียนพอใจกบั การเรยี นในวันน้หี รือไม่ เพยี งใด
• นกั เรียนจะนาความรู้ที่ไดน้ ้ไี ปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสงั คมทวั่ ไป

ได้อย่างไร
จากนั้นแลกเปล่ียนตรวจสอบข้นั ตอนการทางานทกุ ขัน้ ตอนว่าจะเพ่ิมคณุ คา่ ไปส่สู ังคม
เกิดประโยชน์ต่อสงั คมใหม้ ากข้นึ กวา่ เดมิ ในขั้นตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในครัง้ ตอ่ ไป
ส่ือการเรียนร้/ู แหล่งการเรียนรู้

1. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5
2. ภาพสนามบินสุวรรณภมู ิ
3. แหล่งการเรยี นรทู้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมินการเรียนรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เรือ่ ง ภมู ิสงั คมภาคกลาง (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นใฝเ่ รียนรู้ มุง่ มนั่ ในการทางาน (A) ดว้ ยแบบประเมนิ

แบบประเมินตามสภาพจรงิ (Rubrics)
แบบประเมินกระบวนการทางานกลมุ่

รายการการ ระดับคุณภาพ
ประเมิน
4321
กระบวนการ
ทางานกลุ่ม มีการกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด

สมาชิกชัดเจน สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ บทบาทสมาชิก

และมีการชแ้ี จง มกี ารชีแ้ จงเปา้ หมาย ไมม่ ีการชี้แจง และไม่มกี ารชแ้ี จง

เป้าหมายการทางาน อย่างชดั เจนและ เปา้ หมาย เป้าหมาย สมาชกิ

มกี ารปฏิบัติงาน ปฏบิ ตั ิงานรว่ มกัน อย่างชดั เจน ตา่ งคนต่างทางาน

รว่ มกัน แตไ่ มม่ ีการประเมิน ปฏบิ ัตงิ านรว่ มกัน

อย่างรว่ มมอื รว่ มใจ เปน็ ระยะ ๆ ไม่ครบทุกคน

พร้อมกับการประเมิน

เป็นระยะ ๆ

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 65

สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ าสังคมศึกษา

ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรื่องท่ี 8 ภมู ลิ ักษณ์ภาคตะวนั ออก เวลาเรยี น 1 ช่ัวโมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชว้ี ัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธ์ของสรรพสิ่ง

ซงึ่ มผี ลต่อกนั ใช้แผนท่ีและเครอ่ื งมอื ทางภูมศิ าสตรใ์ นการค้นหา วิเคราะห์
และสรุปขอ้ มูลตามกระบวนการทางภูมศิ าสตร์ ตลอดจนใชภ้ มู ิสารสนเทศ

อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ส 5.2 เข้าใจปฏสิ ัมพันธร์ ะหว่างมนุษยก์ ับสิ่งแวดล้อมทางกายภาพทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ

การสร้างสรรคว์ ถิ ีการดาเนนิ ชวี ติ มีจิตสานกึ และมสี ว่ นรว่ มในการจัดการทรัพยากร
และสิง่ แวดลอ้ มเพอ่ื การพฒั นาที่ย่ังยนื

ตวั ชว้ี ัด

ส 5.1 ป.5/1 สบื คน้ และอธบิ ายขอ้ มูลลกั ษณะทางกายภาพในภูมภิ าคของตนด้วยแผนท่แี ละรูปถ่าย
ส 5.1 ป.5/2 อธิบายลกั ษณะทางกายภาพท่ีสง่ ผลต่อแหล่งทรัพยากรและสถานท่ีสาคัญ

ในภมู ภิ าคของตน

ส 5.2 ป.5/2 วเิ คราะหอ์ ทิ ธพิ ลของสิง่ แวดลอ้ มทางธรรมชาตทิ ่ีก่อให้เกิดวถิ กี ารดาเนนิ ชวี ติ
ในภมู ภิ าคของตน

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. อธิบายเก่ยี วกบั ภูมิลักษณ์ของภาคตะวันออก (K)
2. วิเคราะห์เกี่ยวกับภมู ิลกั ษณ์ของภาคตะวนั ออก (P)

3. เหน็ ความสาคัญและสนใจศกึ ษาภูมลิ กั ษณ์ของภาคตะวนั ออก (A)
สาระสาคัญ

ภาคตะวันออก มีลักษณะภมู ิประเทศที่หลากหลาย โดยมีภูเขาสูงหรอื ทีส่ ูงอยู่ทางเหนอื
ตะวันออก และตอนกลางของภูมภิ าคมีที่ดอนกระจายอยูท่ ัว่ ไปโดยรอบ มีท่ีราบชายฝ่งั ทะเลและหมูเ่ กาะ
อยทู่ างตะวันตกและทางใต้ และท่ีราบลุ่มอยู่ทางตะวันตก
สาระการเรียนรู้

ภมู ิลกั ษณ์ภาคตะวนั ออก

สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. ใฝเ่ รียนรู้
2. มงุ่ ม่ันในการทางาน

คาถามสาคญั
นกั เรียนคิดวา่ ภูมิลกั ษณ์ของภาคตะวนั ออกมจี ดุ เด่นอะไรทสี่ าคัญ
การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

1.ข้นั สังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)
1. นักเรยี นสังเกตแผนท่ภี าคตะวนั ออก แล้วร่วมกันสนทนา โดยใช้คาถาม ดงั นี้

• แผนท่ดี งั กล่าวคอื แผนทอี่ ะไร
(แผนท่ภี าคตะวันออก ใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั จงั หวัด)
• ภาคตะวันออกมีกจ่ี งั หวดั ประกอบด้วยจงั หวดั ใดบา้ ง
(7 จังหวดั ไดแ้ ก่ จนั ทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบรุ ี ตราด ปราจีนบรุ ี ระยอง และสระแกว้ )
2. นกั เรยี นสงั เกตแผนทท่ี ีก่ าหนด แลว้ รว่ มกันสนทนา โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี

• แผนท่ดี งั กลา่ วคือแผนท่ีอะไร
(แผนที่ภูมปิ ระเทศภาคตะวนั ออก)
• ภมู ิลักษณท์ างกายภาพของภาคตะวันออกมีลักษณะอย่างไร
(ตวั อย่างคาตอบ มที ้งั ภเู ขาสูง และชายฝ่ังทะเล และหมู่เกาะในอ่าวไทย)
3. นักเรียนศึกษาและรวบรวมขอ้ มูลเกี่ยวกบั ภูมิลกั ษณข์ องภาคตะวันออก จากหนังสอื เรียน
และแหลง่ การเรียนรูอ้ นื่ ๆ เพมิ่ เตมิ
2.ข้นั คดิ วเิ คราะห์และสรุปความรู้ (Processing)
4. นกั เรียนจาแนกลักษณะภูมิประเทศของภาคตะวันออก แลว้ สรปุ ความรู้เป็นความคิดรวบยอด
5. นกั เรียนวเิ คราะห์ลักษณะภูมิอากาศของภาคตะวันออก แลว้ สรปุ ความรูเ้ ปน็ ความคดิ รวบยอด
6. นกั เรียนวเิ คราะห์ลกั ษณะทรัพยากรธรรมชาตขิ องภาคตะวนั ออก แลว้ สรปุ ความรเู้ ปน็
ความคิดรวบยอด
7. นักเรียนคิดประเมินเพ่ือเพ่ิมคุณค่า แลว้ สรปุ เป็นความคดิ รวบยอด โดยการตอบคาถาม ดงั น้ี
• นักเรียนคดิ ว่าภูมลิ กั ษณข์ องภาคตะวนั ออกมีจุดเด่นอะไรท่สี าคัญ
(ตัวอย่างคาตอบ การมีภเู ขาสงู และพนื้ ทชี่ ายฝง่ั ทะเล และกลมุ่ เกาะทส่ี วยงาม)
3.ขน้ั ปฏิบตั แิ ละสรปุ ความรู้หลังการปฏิบัติ (Applying and Constructing the Knowledge)
8. นกั เรียนแบ่งกลุ่มเพ่ือศกึ ษาขอ้ มลู เกยี่ วกบั ทรพั ยากรธรรมชาตทิ ีส่ นใจ แล้วเลอื กมา 1 ประเภท
ติดภาพและวเิ คราะห์ว่าสง่ ผลตอ่ ภาคตะวนั ออกอยา่ งไร บันทึกคาตอบลงในแบบบันทึก ดงั ตัวอย่าง

แบบบนั ทึกทรัพยากรธรรมชาตขิ องภาคตะวันออก

(ภาพอุทยานแห่งชาตนิ ้าตกพลิ้ว)

• ทรพั ยากรธรรมชาตทิ ่ศี กึ ษา
(อุทยานแห่งชาติน้าตกพลิ้ว)

• ทรพั ยากรธรรมชาติดงั กล่าวมีลกั ษณะอยา่ งไร
(เป็นพ้นื ท่ีภเู ขาและมีเทอื กเขาสูงสลบั ซบั ซอ้ นทปี่ ระกอบไปดว้ ยป่ าดงดิบท่สี มบรู ณ์
ทาใหบ้ ริเวณน้ีกลายเป็นแหล่งตน้ น้าลาธารหลายสาขา)
• ทรพั ยากรธรรมชาติดงั กล่าวส่งผลอยา่ งไรต่อภาคตะวนั ออก
(เกิดเป็นแหล่งทอ่ งเทีย่ วทางธรรมชาติทีส่ าคญั ของจงั หวดั จนั ทบุรี)

9. นักเรยี นตรวจสอบความถูกตอ้ งเรยี บรอ้ ยของผลงาน หากพบข้อผิดพลาดใหป้ รับปรุงแก้ไข
ใหด้ ีขนึ้

10. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปส่งิ ทเ่ี ขา้ ใจเปน็ ความรูร้ ว่ มกัน ดังน้ี
ภาคตะวันออก มีลักษณะภูมปิ ระเทศที่หลากหลาย โดยมีภเู ขาสงู หรือท่ีสงู อยู่ทางเหนอื ตะวนั ออก

และตอนกลางของภูมิภาคมที ่ีดอนกระจายอยทู่ ว่ั ไปโดยรอบ มีทรี่ าบชายฝง่ั ทะเลและหมเู่ กาะ
อยู่ทางตะวันตกและทางใต้ และท่รี าบลุ่มอยู่ทางตะวนั ตก
4.ขนั้ สอื่ สารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

11. นกั เรียนออกมานาเสนอผลงานหน้าช้ันเรียน
12. นกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายสรุปเกยี่ วกับวธิ กี ารทางานให้เหน็ การคิดเชิงระบบและวิธกี ารทางาน
ท่มี ีแบบแผน
5.ข้นั ประเมินเพอ่ื เพิ่มคุณคา่ บริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)

13. นักเรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความร้สู ึกหลังการเรยี นและหลงั การทากิจกรรม
ในประเด็นต่อไปนี้

• ส่งิ ทน่ี ักเรียนไดเ้ รียนรใู้ นวนั นค้ี ืออะไร
• นกั เรียนมีส่วนรว่ มกจิ กรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพยี งใด
• เพอ่ื นนกั เรยี นในกลุ่มมสี ่วนรว่ มกจิ กรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพยี งใด
• นกั เรยี นพอใจกับการเรยี นในวนั น้ีหรอื ไม่ เพียงใด
• นักเรยี นจะนาความรูท้ ไ่ี ดน้ ีไ้ ปใชใ้ ห้เกิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครวั และสงั คมทวั่ ไป

ได้อย่างไร
จากนน้ั แลกเปล่ียนตรวจสอบขน้ั ตอนการทางานทุกขั้นตอนวา่ จะเพ่มิ คณุ คา่ ไปสู่สังคม
เกดิ ประโยชนต์ อ่ สงั คมให้มากขน้ึ กว่าเดิมในขนั้ ตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในครง้ั ตอ่ ไป
สือ่ การเรยี นรู้/แหล่งการเรยี นรู้

1. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5
2. แผนทแี่ บง่ เขตจังหวัดภาคตะวนั ออก
3. แผนทภ่ี ูมปิ ระเทศภาคตะวันออก
4. แหลง่ การเรยี นรทู้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมนิ การเรยี นรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เรอื่ ง ภูมิลกั ษณภ์ าคตะวนั ออก (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันในการทางาน (A) ดว้ ยแบบประเมนิ

แบบประเมนิ ตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมนิ กระบวนการทางานกล่มุ

รายการการ ระดบั คุณภาพ
ประเมนิ
4321
กระบวนการ
ทางานกลุ่ม มีการกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด

สมาชิกชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหวั หนา้ บทบาทสมาชกิ

และมกี ารช้ีแจง มกี ารชแี้ จงเป้าหมาย ไม่มกี ารชีแ้ จง และไมม่ กี ารช้ีแจง

เป้าหมายการทางาน อย่างชัดเจนและ เป้าหมาย เปา้ หมาย สมาชิก

มกี ารปฏิบตั ิงาน ปฏบิ ัติงานร่วมกนั อยา่ งชัดเจน ตา่ งคนต่างทางาน

รว่ มกัน แต่ไมม่ กี ารประเมนิ ปฏิบัติงานร่วมกัน

อย่างรว่ มมือร่วมใจ เป็นระยะ ๆ ไมค่ รบทกุ คน

พรอ้ มกับการประเมิน

เปน็ ระยะ ๆ

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 66

สาระการเรียนร้สู ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาสงั คมศกึ ษา

ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 เร่ืองที่ 9 ภูมสิ ังคมภาคตะวนั ออก เวลาเรยี น 1 ชัว่ โมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นร้แู ละตวั ช้ีวัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 5.1 เขา้ ใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสมั พนั ธข์ องสรรพส่งิ

ซึง่ มผี ลตอ่ กัน ใช้แผนทแ่ี ละเครือ่ งมือทางภูมิศาสตร์ในการคน้ หา วเิ คราะห์
และสรุปข้อมลู ตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนใชภ้ ูมิสารสนเทศ

อย่างมีประสทิ ธิภาพ
มาตรฐาน ส 5.2 เข้าใจปฏิสัมพนั ธ์ระหว่างมนษุ ยก์ ับส่ิงแวดลอ้ มทางกายภาพท่ีกอ่ ใหเ้ กดิ

การสรา้ งสรรคว์ ิถีการดาเนนิ ชวี ติ มีจิตสานึกและมีส่วนร่วมในการจดั การทรัพยากร
และสง่ิ แวดล้อมเพือ่ การพฒั นาท่ยี ง่ั ยนื

ตัวช้วี ัด

ส 5.1 ป.5/1 สบื คน้ และอธิบายข้อมูลลักษณะทางกายภาพในภูมิภาคของตนดว้ ยแผนท่ีและรูปถ่าย
ส 5.1 ป.5/2 อธิบายลักษณะทางกายภาพท่ีส่งผลตอ่ แหลง่ ทรพั ยากรและสถานที่สาคัญ

ในภมู ิภาคของตน

ส 5.2 ป.5/2 วิเคราะห์อทิ ธพิ ลของส่ิงแวดลอ้ มทางธรรมชาติทก่ี ่อให้เกดิ วถิ กี ารดาเนินชีวติ
ในภูมิภาคของตน

จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. อธิบายเก่ียวกบั ภูมิสังคมของภาคตะวนั ออก (K)
2. วิเคราะหเ์ ก่ียวกับภมู สิ ังคมของภาคตะวันออก (P)

3. เหน็ ความสาคญั และสนใจศึกษาภูมิสงั คมของภาคตะวนั ออก (A)
สาระสาคญั

ประชากรในพื้นทชี่ ายฝ่งั ทะเลมวี ิถชี วี ติ แบบชาวประมง โดยมีศูนย์กลางอยู่ตามแม่นา้ สาคัญ
สว่ นประชาชนในพ้นื ท่ีราบล่มุ เขามีอาชีพทาสวนผลไม้ บริเวณเขตทดี่ อนมีวถิ ชี ีวิตแบบชาวไร่
และทาฟารม์ ปศุสัตว์
สาระการเรยี นรู้

ภมู ิสังคมภาคตะวันออก
สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร

2. ความสามารถในการคิด
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

1. ใฝเ่ รยี นรู้
2. มงุ่ มั่นในการทางาน

คาถามสาคัญ
ลกั ษณะสาคญั ของวถิ ีการดาเนินชวี ิตของภาคตะวันออกมลี กั ษณะอย่างไร

การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
1.ขัน้ สงั เกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)

1. นักเรียนสงั เกตภาพที่กาหนด แล้วร่วมกนั สนทนา โดยใช้คาถาม ดงั น้ี

• ภาพดงั กล่าวคอื ภาพใด
(อุทยานแห่งชาตินา้ ตกพลิ้ว จงั หวดั จันทบุรี)
• เพราะเหตุใดจงึ เกดิ ลกั ษณะพืน้ ท่ีในภาพ
(ตวั อย่างคาตอบ การมภี ูเขาสลับซบั ซอ้ นและมปี า่ ดบิ ชื้น ทาใหเ้ กิดแหล่งน้า)
• จากภาพเกีย่ วขอ้ งกับภมู ิสังคมในเรื่องใด
(ตัวอยา่ งคาตอบ การท่องเทย่ี ว)
2. นักเรยี นศึกษาและรวบรวมขอ้ มลู เกี่ยวกับภูมสิ ังคมภาคตะวนั ออก จากหนงั สอื เรยี น
และแหล่งการเรียนรู้อน่ื ๆ เพม่ิ เติม
2.ข้ันคดิ วิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing)
3. นกั เรียนวิเคราะห์เกย่ี วกบั วิถกี ารดาเนนิ ชีวติ ของประชากรในภาคตะวนั ออก แลว้ สรุปความรเู้ ป็น
ความคิดรวบยอด
4. นักเรียนวเิ คราะหเ์ ก่ียวกับกจิ กรรมทางเศรษฐกิจของภาคตะวันออก แลว้ สรปุ ความร้เู ป็น
ความคดิ รวบยอด
5. นกั เรยี นวิเคราะหเ์ กยี่ วกับภมู ิประเทศภาคตะวนั ออกวา่ ส่งผลต่อวิถีการดาเนนิ ชีวิตและกจิ กรรม
ทางเศรษฐกิจอย่างไร แล้วสรปุ ความรเู้ ปน็ ความคิดรวบยอด
6. นกั เรียนยกตวั อย่างสถานทส่ี าคญั ของภาคตะวนั ออก แล้วสรปุ ความรู้เป็นความคิดรวบยอด
7. นกั เรยี นคิดประเมนิ เพือ่ เพม่ิ คณุ ค่า แลว้ สรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด โดยการตอบคาถาม ดงั น้ี
• ลกั ษณะสาคัญของวิถกี ารดาเนินชวี ิตของภาคตะวันออกมีลักษณะอย่างไร
(ตัวอย่างคาตอบ มวี ถิ ีชีวิตท่ีหลากหลายในแต่ละพืน้ ท่ี อันเนือ่ งมาจากความแตกต่าง
ทางภมู ปิ ระเทศ เชน่ จงั หวัดทม่ี เี ขตติดต่อกับชายแดนจะมีการตดิ ต่อค้าขายระหว่างกนั และจงั หวัดท่ีอย่ตู ิด
ชายฝ่ังจะนิยมประกอบอาชีพประมง หรอื ทางานเกี่ยวกบั การให้บริการการทอ่ งเทีย่ ว)

3.ขัน้ ปฏบิ ตั แิ ละสรปุ ความรู้หลังการปฏิบตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)
8. นักเรยี นแบง่ กลมุ่ เพือ่ สบื ค้นขอ้ มูลเก่ยี วกับภมู ลิ กั ษณ์และภูมสิ ังคมภาคตะวันออก

จากนนั้ ตอบคาถามลงในแบบบันทกึ แล้วสรปุ เป็นความคิดรวบยอด ดังตัวอยา่ ง

แบบบนั ทึกภูมลิ กั ษณ์และภูมิสังคมภาคตะวันออก

1. ภาคตะวนั ออกมีลกั ษณะทางกายภาพอยา่ งไร
• ภูมิประเทศ (มีภูเขาสูงตอนกลางและมีที่ราบชายฝั่งทะเลและหมู่เกาะอยทู่ างตะวนั ตก
และทางใต)้
• ภูมิอากาศ (อากาศรอ้ นช้ืน มีฝนปานกลาง และอากาศเยน็ แหง้ แลง้ แบบภูเขา)

2. ลกั ษณะทางกายภาพส่งผลต่อแหล่งทรพั ยากรอยา่ งไร
(บริเวณภูเขา ทิวเขามีหินแกรนิต เมื่อผพุ งั จะเป็นเน้ือทราย มีความอุดมสมบรู ณ์เหมาะแก่การ
เพาะปลูก)

3. ลกั ษณะทางกายภาพส่งผลตอ่ สถานทสี่ าคญั อยา่ งไร
(การมีภมู ิประเทศเป็ นภเู ขาที่ราบ ชายฝ่ัง เกาะ ทาใหม้ ีสถานที่สาคญั ทางธรรมชาติ เช่น
เกาะชา้ ง อุทยานแห่งชาตเิ ขาแหลมหญา้ -เกาะเสมด็ )

4. ลกั ษณะทางกายภาพส่งผลต่อวถิ ีการดาเนินชีวติ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจอยา่ งไร
(การมีภูมิประเทศเป็ นชายฝ่ังทะเลทาใหป้ ระชาชนในพน้ื ทีม่ ีวถิ ีชีวติ แบบชาวประมง
บริเวณท่ดี อนมีวถิ ีชีวติ แบบชาวไร่ กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีการประกอบอาชีพเกษตรกรรม)

5. นกั เรียนไดร้ บั ประโยชนจ์ ากการศกึ ษาภูมิลกั ษณ์และภมู ิสงั คมภาคตะวนั ออกอยา่ งไร
(ไดท้ ราบลกั ษณะภูมิประเทศ ภมู ิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ วถิ ีการดาเนินชีวติ
และกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประชาชนในภาคตะวนั ออก)

9. นักเรยี นตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยของผลงาน หากพบขอ้ ผดิ พลาดให้ปรบั ปรงุ แก้ไข
ให้ดีขึ้น

10. นักเรียนรว่ มกนั สรปุ สิ่งท่ีเขา้ ใจเป็นความรู้ร่วมกนั ดังนี้
ประชากรในพืน้ ท่ชี ายฝ่งั ทะเลมวี ิถีชวี ติ แบบชาวประมง โดยมีศนู ย์กลางอยตู่ ามแมน่ ้าสาคัญ

ส่วนประชาชนในพน้ื ทร่ี าบลุ่มเขามีอาชีพทาสวนผลไม้ บรเิ วณเขตที่ดอนมีวถิ ชี วี ติ แบบชาวไร่
และทาฟารม์ ปศุสัตว์
4.ขัน้ สือ่ สารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

11. นกั เรียนออกมานาเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรยี น
12. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายสรุปเก่ียวกับวธิ ีการทางานให้เหน็ การคดิ เชิงระบบและวธิ ีการทางาน

ทีม่ แี บบแผน
5.ขัน้ ประเมินเพอื่ เพม่ิ คณุ ค่าบริการสงั คมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)

13. นกั เรียนท้งั หอ้ งรว่ มกันจดั ปา้ ยนิเทศ เพ่ือเผยแพร่ขอ้ มลู ความรเู้ กย่ี วกบั ภมู ิลกั ษณแ์ ละภูมิสังคม
ของภาคตะวันออก เพอื่ ใหผ้ ู้ท่ีสนใจไดศ้ กึ ษาเรยี นรู้ตอ่ ไป

14. นกั เรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความรสู้ กึ หลงั การเรียนและหลังการทากิจกรรม
ในประเด็นตอ่ ไปน้ี

• สิ่งทนี่ กั เรียนได้เรยี นรู้ในวันน้คี ืออะไร
• นักเรยี นมีส่วนรว่ มกจิ กรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพยี งใด
• เพอื่ นนักเรยี นในกลุ่มมีสว่ นร่วมกจิ กรรมในกล่มุ มากน้อยเพียงใด
• นกั เรยี นพอใจกับการเรียนในวนั นห้ี รือไม่ เพียงใด
• นักเรียนจะนาความรู้ทไ่ี ดน้ ้ีไปใช้ให้เกดิ ประโยชนแ์ กต่ นเอง ครอบครวั และสังคมทัว่ ไป

ไดอ้ ยา่ งไร
จากน้นั แลกเปล่ยี นตรวจสอบข้ันตอนการทางานทุกขนั้ ตอนวา่ จะเพมิ่ คณุ ค่าไปสสู่ ังคม
เกดิ ประโยชน์ตอ่ สงั คมใหม้ ากข้ึนกวา่ เดมิ ในขั้นตอนใดบา้ ง สาหรบั การทางานในคร้ังตอ่ ไป
สื่อการเรยี นร/ู้ แหล่งการเรียนรู้

1. หนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5
2. ภาพน้าตกพลว้ิ
3. แหลง่ การเรียนรู้ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมนิ การเรยี นรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เรอื่ ง ภูมสิ ังคมภาคตะวนั ออก (K) ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นใฝ่เรียนรู้ มุ่งมน่ั ในการทางาน (A) ดว้ ยแบบประเมิน
แบบประเมนิ ตามสภาพจรงิ (Rubrics)

แบบประเมินกระบวนการทางานกล่มุ

รายการการประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ

กระบวนการ 4 32 1
ทางานกลุ่ม
มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท ไม่มกี ารกาหนด
สมาชิกชัดเจน บทบาทสมาชิก
และมกี ารช้ีแจง สมาชิกชัดเจน เฉพาะหวั หน้า และไม่มกี ารชี้แจง
เป้าหมายการทางาน เปา้ หมาย สมาชิก
มีการปฏบิ ตั งิ านร่วมกัน มกี ารชี้แจงเปา้ หมาย ไมม่ ีการช้แี จงเป้าหมาย ตา่ งคนตา่ งทางาน
อย่างร่วมมอื รว่ มใจ
พร้อมกบั การประเมนิ อย่างชัดเจนและ อย่างชัดเจน
เป็นระยะ ๆ
ปฏบิ ตั งิ านร่วมกัน ปฏบิ ัติงานร่วมกนั

แต่ไมม่ กี ารประเมนิ ไมค่ รบทุกคน

เปน็ ระยะ ๆ


Click to View FlipBook Version