The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by princessss963.kn, 2022-10-18 08:37:59

รวมแผนสังคมป5

รวมแผนสังคมป5

แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 67

สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวิชาสงั คมศกึ ษา

ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 เรอ่ื งที่ 10 ภูมิลกั ษณภ์ าคตะวันตก เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชีว้ ัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลกั ษณะทางกายภาพของโลกและความสมั พันธข์ องสรรพสง่ิ

ซ่ึงมีผลต่อกัน ใช้แผนท่แี ละเคร่ืองมอื ทางภูมศิ าสตรใ์ นการคน้ หา วเิ คราะห์
และสรุปขอ้ มลู ตามกระบวนการทางภมู ิศาสตร์ ตลอดจนใชภ้ มู ิสารสนเทศ

อยา่ งมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ส 5.2 เขา้ ใจปฏสิ มั พนั ธ์ระหวา่ งมนุษยก์ ับส่ิงแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อใหเ้ กิด

การสรา้ งสรรค์วิถีการดาเนินชวี ติ มจี ิตสานกึ และมีส่วนรว่ มในการจดั การทรัพยากร
และส่ิงแวดลอ้ มเพื่อการพัฒนาท่ียั่งยนื

ตัวชวี้ ัด

ส 5.1 ป.5/1 สืบค้นและอธิบายขอ้ มูลลักษณะทางกายภาพในภูมภิ าคของตนดว้ ยแผนที่และรูปถ่าย
ส 5.1 ป.5/2 อธบิ ายลกั ษณะทางกายภาพท่ีส่งผลตอ่ แหล่งทรพั ยากรและสถานท่ีสาคญั

ในภมู ภิ าคของตน

ส 5.2 ป.5/2 วเิ คราะห์อทิ ธพิ ลของสิง่ แวดล้อมทางธรรมชาติที่ก่อใหเ้ กดิ วิถีการดาเนินชวี ิต
ในภูมภิ าคของตน

จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. อธิบายเกีย่ วกับภมู ลิ กั ษณ์ของภาคตะวันตก (K)
2. วเิ คราะห์เก่ยี วกบั ภูมิลักษณข์ องภาคตะวนั ตก (P)

3. เหน็ ความสาคัญและสนใจศึกษาภมู ิลกั ษณ์ของภาคตะวนั ตก (A)
สาระสาคญั

ภาคตะวันตกเปน็ ภมู ภิ าคทีม่ ีภมู ิประเทศเป็นทวิ เขาทอดตวั เปน็ แนวยาวอยทู่ างขอบตะวนั ตก

บรเิ วณตะวันออกเปน็ ท่ีลาดเชงิ เขาและที่ดอนสลับเขาโดด และยงั มที ่ีราบชายฝั่งอย่ทู างใต้
สาระการเรียนรู้

ภมู ลิ กั ษณ์ภาคตะวันตก
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น

1. ความสามารถในการส่ือสาร

2. ความสามารถในการคิด
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ใฝเ่ รียนรู้

2. ม่งุ ม่ันในการทางาน
คาถามสาคัญ

นักเรยี นคดิ ว่าภมู ิลกั ษณ์ของภาคตะวันตกมีจุดเดน่ อะไรท่สี าคญั

การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
1.ข้ันสังเกต รวบรวมขอ้ มูล (Gathering)

1. นักเรยี นสังเกตแผนทีภ่ าคตะวนั ตก แลว้ รว่ มกันสนทนา โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี

• แผนที่ดงั กลา่ วคือแผนที่อะไร
(แผนท่ีภาคตะวันตก ให้ข้อมลู เก่ยี วกับจงั หวัด)
• ภาคตะวนั ตกมีกจ่ี ังหวดั ประกอบดว้ ยจังหวดั ใดบ้าง
(5 จงั หวัด ได้แก่ กาญจนบรุ ี ตาก ประจวบครี ีขันธ์ เพชรบรุ ี และราชบุรี)
2. นกั เรยี นสงั เกตแผนทท่ี ่กี าหนด แล้วรว่ มกนั สนทนา โดยใชค้ าถาม ดงั นี้

• แผนทด่ี ังกล่าวคือแผนทอี่ ะไร
(แผนท่ีภูมปิ ระเทศภาคตะวันตก)
• ภมู ลิ กั ษณท์ างกายภาพของภาคตะวนั ตก มีลกั ษณะอย่างไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ มที ิวเขาเป็นแนวยาว มีเขาโดด และทร่ี าบชายฝงั่ )
3. นกั เรียนศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกับภูมลิ ักษณ์ของภาคตะวันตก จากหนังสอื เรียน
และแหล่งการเรียนรู้อน่ื ๆ เพม่ิ เตมิ
2.ข้นั คิดวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความรู้ (Processing)
4. นักเรียนจาแนกลักษณะภมู ปิ ระเทศของภาคตะวันตก แล้วสรุปความรเู้ ป็นความคดิ รวบยอด
5. นักเรียนวเิ คราะหล์ ักษณะภูมิอากาศของภาคตะวันตก แล้วสรปุ ความรเู้ ป็นความคิดรวบยอด

6. นักเรียนวเิ คราะหล์ ักษณะทรัพยากรธรรมชาตขิ องภาคตะวนั ตก แล้วสรุปความรเู้ ปน็
ความคดิ รวบยอด

7. นกั เรียนคดิ ประเมนิ เพื่อเพม่ิ คุณค่า แล้วสรุปเปน็ ความคดิ รวบยอด โดยการตอบคาถาม ดังนี้
• นักเรียนคิดว่าภูมิลักษณ์ของภาคตะวนั ตกมจี ุดเด่นอะไรท่สี าคัญ
(ตัวอย่างคาตอบ การมีทิวเขาสลับแอ่งหบุ เขาคล้ายกบั ภาคเหนือ และทางตอนลา่ งของภมู ิภาคเป็น

ชายฝั่งทะเล)
3.ขัน้ ปฏิบัตแิ ละสรปุ ความร้หู ลังการปฏบิ ัติ (Applying and Constructing the Knowledge)

8. นกั เรยี นแบ่งกลุ่มเพือ่ ศึกษาข้อมลู เก่ยี วกบั ทรัพยากรธรรมชาติที่สนใจ แลว้ เลือกมา 1 ประเภท
ตดิ ภาพและวิเคราะหว์ ่าสง่ ผลต่อภาคตะวันตกอยา่ งไร บนั ทกึ คาตอบลงในแบบบนั ทึก ดงั ตวั อยา่ ง

แบบบนั ทกึ ทรัพยากรธรรมชาติของภาคตะวันตก

(ปากน้าปราณบุรี จงั หวดั ประจวบครี ีขนั ธ)์

• ทรัพยากรธรรมชาตทิ ่ศี กึ ษา
(ปากน้าปราณบุรี จงั หวดั ประจวบครี ีขนั ธ)์

• ทรัพยากรธรรมชาติดงั กล่าวมีลกั ษณะอยา่ งไร
(เป็นทีร่ าบชายฝ่ัง มีพน้ื ที่ภเู ขาสลบั กบั ท่ีราบลงสู่ทะเล)

• ทรพั ยากรธรรมชาตดิ งั กล่าวส่งผลอยา่ งไรตอ่ ภาคตะวนั ตก
(บริเวณดงั กล่าว มีฝนตกตลอดปี อากาศเยน็ สบายและมีลมทะเลพดั ผา่ น)

9. นักเรียนตรวจสอบความถกู ต้องเรยี บร้อยของผลงาน หากพบข้อผิดพลาดใหป้ รบั ปรุงแก้ไข
ใหด้ ีขึ้น

10. นักเรยี นร่วมกนั สรปุ สง่ิ ท่ีเข้าใจเป็นความรรู้ ว่ มกัน ดงั น้ี
ภาคตะวนั ตกเป็นภูมิภาคทมี่ ภี มู ิประเทศเป็นทิวเขาทอดตัวเป็นแนวยาวอย่ทู างขอบตะวนั ตก

บรเิ วณตะวันออกเปน็ ทล่ี าดเชงิ เขาและท่ดี อนสลับเขาโดด และยงั มที ร่ี าบชายฝงั่ อยูท่ างใต้
4.ขนั้ สื่อสารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

11. นักเรียนออกมานาเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน
12. นักเรยี นร่วมกนั อภิปรายสรุปเกยี่ วกบั วิธีการทางานใหเ้ หน็ การคดิ เชิงระบบและวธิ กี ารทางาน
ท่มี ีแบบแผน
5.ข้ันประเมนิ เพอื่ เพิม่ คณุ ค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)

13. นักเรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรสู้ กึ หลงั การเรียนและหลงั การทากจิ กรรม
ในประเด็นต่อไปนี้

• ส่ิงทน่ี กั เรียนไดเ้ รยี นรใู้ นวันนคี้ อื อะไร
• นักเรียนมสี ่วนรว่ มกจิ กรรมในกล่มุ มากน้อยเพียงใด
• เพ่ือนนักเรยี นในกลุ่มมีสว่ นรว่ มกิจกรรมในกล่มุ มากน้อยเพียงใด
• นกั เรียนพอใจกับการเรียนในวันนหี้ รือไม่ เพียงใด
• นักเรียนจะนาความรทู้ ี่ไดน้ ีไ้ ปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์แกต่ นเอง ครอบครัว และสังคมทว่ั ไป

ไดอ้ ยา่ งไร
จากนัน้ แลกเปล่ยี นตรวจสอบขัน้ ตอนการทางานทุกขัน้ ตอนวา่ จะเพิ่มคุณคา่ ไปสูส่ ังคม
เกดิ ประโยชน์ตอ่ สงั คมใหม้ ากขนึ้ กว่าเดมิ ในขั้นตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในครง้ั ตอ่ ไป
ส่อื การเรยี นร/ู้ แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้ืนฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5
2. แผนทแ่ี บง่ เขตจงั หวดั ภาคตะวันตก
3. แผนทีภ่ ูมิประเทศภาคตะวันตก
4. แหล่งการเรยี นรู้ทง้ั ภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมินการเรียนรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เรอื่ ง ภูมิลักษณภ์ าคตะวันตก (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นใฝเ่ รยี นรู้ มุง่ มนั่ ในการทางาน (A) ดว้ ยแบบประเมิน

แบบประเมนิ ตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมนิ กระบวนการทางานกล่มุ

รายการการ ระดบั คุณภาพ
ประเมนิ
4321
กระบวนการ
ทางานกลุ่ม มีการกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด

สมาชิกชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหวั หนา้ บทบาทสมาชิก

และมกี ารช้ีแจง มกี ารชแี้ จงเป้าหมาย ไม่มกี ารชีแ้ จง และไมม่ กี ารช้ีแจง

เป้าหมายการทางาน อย่างชัดเจนและ เป้าหมาย เปา้ หมาย สมาชิก

มกี ารปฏิบตั ิงาน ปฏบิ ัติงานร่วมกนั อยา่ งชัดเจน ตา่ งคนต่างทางาน

รว่ มกัน แต่ไมม่ กี ารประเมนิ ปฏิบัติงานร่วมกัน

อย่างรว่ มมือร่วมใจ เป็นระยะ ๆ ไมค่ รบทกุ คน

พร้อมกับการประเมิน

เปน็ ระยะ ๆ

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 68

สาระการเรียนรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาสังคมศกึ ษา

ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรียนที่ 2
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 เร่อื งที่ 11 ภูมสิ งั คมภาคตะวนั ตก เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวชว้ี ัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลกั ษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพนั ธข์ องสรรพสิ่ง

ซึ่งมีผลตอ่ กัน ใชแ้ ผนท่แี ละเคร่อื งมือทางภมู ศิ าสตร์ในการค้นหา วเิ คราะห์
และสรปุ ข้อมลู ตามกระบวนการทางภมู ิศาสตร์ ตลอดจนใช้ภมู ิสารสนเทศ

อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ส 5.2 เขา้ ใจปฏสิ ัมพันธร์ ะหว่างมนุษย์กบั สิง่ แวดลอ้ มทางกายภาพท่กี ่อใหเ้ กดิ

การสรา้ งสรรคว์ ถิ ีการดาเนนิ ชีวิต มจี ิตสานกึ และมสี ว่ นร่วมในการจัดการทรพั ยากร
และสง่ิ แวดลอ้ มเพื่อการพัฒนาทย่ี ัง่ ยืน

ตวั ช้ีวัด

ส 5.1 ป.5/1 สบื ค้นและอธบิ ายขอ้ มูลลักษณะทางกายภาพในภูมภิ าคของตนด้วยแผนท่แี ละรูปถ่าย
ส 5.1 ป.5/2 อธิบายลกั ษณะทางกายภาพท่ีส่งผลต่อแหล่งทรัพยากรและสถานท่ีสาคญั

ในภูมภิ าคของตน

ส 5.2 ป.5/2 วิเคราะห์อิทธิพลของสง่ิ แวดลอ้ มทางธรรมชาติท่ีก่อใหเ้ กิดวถิ ีการดาเนนิ ชีวติ
ในภูมภิ าคของตน

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. อธบิ ายเกี่ยวกบั ภมู สิ ังคมของภาคตะวันตก (K)
2. วิเคราะหเ์ ก่ียวกับภูมิสังคมของภาคตะวันตก (P)

3. เห็นความสาคญั และสนใจศกึ ษาภมู สิ งั คมของภาคตะวันตก (A)
สาระสาคญั

ประชากรมชี นกลุ่มน้อยท่มี ีวิถีชวี ิตผูกพันกบั ธรรมชาติ คือ ชาวกะเหรย่ี ง มีชาวเขาเผ่ามง้ ใช้ชวี ติ
แบบชาวไร่ วิถชี าวประมงพบมากในเขตจังหวดั ที่ตดิ กับชายฝัง่ ทะเล วิถีชวี ติ แบบชาวสวนและชาวนา
พบในบรเิ วณท่ลี ุ่ม
สาระการเรยี นรู้

ภมู สิ ังคมภาคตะวนั ตก
สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร

2. ความสามารถในการคิด
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. ใฝเ่ รยี นรู้
2. ม่งุ มน่ั ในการทางาน

คาถามสาคัญ
ลักษณะสาคญั ของวิถีการดาเนนิ ชีวิตของภาคตะวันตกมีลกั ษณะอยา่ งไร

การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
1.ข้นั สงั เกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)

1. นกั เรียนสังเกตภาพทก่ี าหนด แล้วร่วมกันสนทนา โดยใช้คาถาม ดงั น้ี

• ภาพดังกล่าวคือภาพใด
(เขื่อนศรนี ครนิ ทร์ จงั หวดั กาญจนบรุ )ี
• เพราะเหตใุ ดจงึ เกดิ ลกั ษณะพ้ืนที่ในภาพ
(ตวั อย่างคาตอบ ความต้องการใช้นา้ ในการอปุ โภคบริโภคในชว่ งหน้าแลง้ )
• จากภาพเกีย่ วขอ้ งกบั ภูมิสงั คมในเร่อื งใด
(ตวั อยา่ งคาตอบ การเกษตร การทอ่ งเทยี่ ว)
2. นักเรยี นศึกษาและรวบรวมขอ้ มลู เก่ียวกับภูมสิ ังคมภาคตะวันตก จากหนังสอื เรียน
และแหล่งการเรยี นรอู้ นื่ ๆ เพิ่มเติม
3.ขั้นคดิ วิเคราะห์และสรปุ ความรู้ (Processing)
3. นกั เรยี นวิเคราะหเ์ กยี่ วกบั วถิ กี ารดาเนนิ ชีวติ ของประชากรในภาคตะวนั ตก แลว้ สรุปความรู้เป็น
ความคิดรวบยอด
4. นักเรียนวิเคราะหเ์ ก่ียวกับกิจกรรมทางเศรษฐกจิ ของภาคตะวันตก แลว้ สรุปความรู้เปน็
ความคดิ รวบยอด
5. นักเรยี นวิเคราะหเ์ ก่ียวกบั ภูมปิ ระเทศภาคตะวนั ตกวา่ สง่ ผลต่อวิถีการดาเนนิ ชวี ติ และกิจกรรม
ทางเศรษฐกจิ อย่างไร แล้วสรุปความรเู้ ป็นความคิดรวบยอดลง
6. นกั เรยี นยกตวั อย่างสถานท่สี าคัญของภาคตะวนั ตก แลว้ สรปุ ความรู้เป็นความคิดรวบยอด
7. นกั เรยี นคดิ ประเมนิ เพ่อื เพ่มิ คุณค่า แลว้ สรปุ เป็นความคิดรวบยอด โดยการตอบคาถาม ดังน้ี
• ลักษณะสาคญั ของวิถกี ารดาเนินชวี ิตของภาคตะวันตก มีลกั ษณะอย่างไร
(ตวั อย่างคาตอบ มีเอกลักษณ์เฉพาะในแตล่ ะพ้ืนที่ เชน่ บริเวณท่ีมีชายแดนตดิ กับประเทศเมียนมา
จะมีการผสมผสานรูปแบบประเพณแี ละวฒั นธรรมเขา้ ดว้ ยกนั )

3.ขั้นปฏิบัติและสรุปความรูห้ ลงั การปฏิบตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)
8. นักเรยี นแบ่งกลุม่ เพื่อสืบคน้ ข้อมูลเก่ยี วกบั ภมู ิลกั ษณ์และภมู สิ งั คมภาคตะวนั ตก

จากน้นั ตอบคาถามลงในแบบบันทกึ แลว้ สรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด ดงั ตวั อยา่ ง

แบบบนั ทกึ ภูมิลกั ษณ์และภูมิสังคมภาคตะวันตก

1. ภาคตะวนั ตกมีลกั ษณะทางกายภาพอยา่ งไร
• ภูมิประเทศ (เป็ นทิวเขาสลบั แอ่งหุบเขา ตอนล่างภมู ิภาคมีชายฝั่งทะเล)
• ภมู ิอากาศ (อากาศเยน็ และแหง้ แลง้ แบบภูเขา)

2. ลกั ษณะทางกายภาพส่งผลตอ่ แหล่งทรัพยากรอยา่ งไร
(ทาใหม้ ีแร่หลากหลายชนิด ทพี่ บมาก เช่น หินแกรนิตและหินปนู ดินมีความอุดมสมบรู ณ์)

3. ลกั ษณะทางกายภาพส่งผลต่อสถานทีส่ าคญั อยา่ งไร
(การมีภมู ิประเทศเป็นทวิ เขาและชายฝั่งทะเลทาใหม้ ีสถานท่สี าคญั ทป่ี ระกอบดว้ ย ป่ าไม้ ภเู ขา
น้าตก เช่น น้าตกทีลอซู อุทยานแห่งชาตทิ องผาภมู ิ)

4. ลกั ษณะทางกายภาพส่งผลต่อวถิ ีการดาเนินชีวติ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจอยา่ งไร
(บริเวณทิวเขา ท่ีลาดเชิงเขามีวถิ ีชีวติ แบบชาวไร่ บริเวณชายฝั่งทะเลมีวถิ ีชีวติ แบบชาวประมง
นิยมประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีอุตสาหกรรมจากผลผลิตทางการเกษตร)

5. นกั เรียนไดร้ ับประโยชนจ์ ากการศกึ ษาภมู ิลกั ษณ์และภูมิสงั คมภาคตะวนั ตกอยา่ งไร
(ไดท้ ราบลกั ษณะภมู ิประเทศ ภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ วถิ ีการดาเนินชีวติ
และกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประชาชนในภาคตะวนั ตก)

9. นักเรียนตรวจสอบความถูกตอ้ งเรียบรอ้ ยของผลงาน หากพบข้อผิดพลาดใหป้ รับปรุงแก้ไข
ใหด้ ขี นึ้

10. นกั เรียนร่วมกนั สรุปส่งิ ทเี่ ข้าใจเป็นความรู้ร่วมกนั ดงั นี้
ประชากรมีชนกลุม่ น้อยท่มี ีวิถีชวี ิตผูกพนั กบั ธรรมชาติ คอื ชาวกะเหรี่ยง มีชาวเขาเผ่าม้ง

ใช้ชวี ติ แบบชาวไร่ วิถีชาวประมงพบมากในเขตจังหวดั ทต่ี ิดกบั ชายฝั่งทะเล วถิ ชี วี ติ แบบชาวสวนและชาวนา
พบในบริเวณท่ลี ุม่
4.ขน้ั ส่อื สารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

11. นักเรยี นออกมานาเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรียน
12. นกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายสรุปเกีย่ วกับวิธีการทางานให้เหน็ การคิดเชิงระบบและวิธีการทางาน
ทม่ี แี บบแผน

5.ขน้ั ประเมินเพ่ือเพ่มิ คุณคา่ บรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)

13. นกั เรยี นทงั้ หอ้ งรว่ มกนั จดั ปา้ ยนิเทศ เพื่อเผยแพรข่ อ้ มูลความร้เู กีย่ วกบั ภูมิลกั ษณ์และภมู ิสังคม
ของภาคตะวนั ตก เพือ่ ใหผ้ ูท้ ่ีสนใจได้ศกึ ษาเรยี นร้ตู ่อไป

14. นกั เรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความรูส้ ึกหลงั การเรยี นและหลังการทากจิ กรรม
ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้

• ส่ิงทีน่ กั เรียนได้เรียนรู้ในวนั น้คี ืออะไร
• นักเรยี นมีส่วนร่วมกจิ กรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพยี งใด
• เพ่อื นนักเรียนในกล่มุ มีส่วนร่วมกจิ กรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• นักเรยี นพอใจกบั การเรียนในวนั น้หี รอื ไม่ เพยี งใด
• นักเรียนจะนาความรู้ท่ีได้นไี้ ปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนแ์ กต่ นเอง ครอบครัว และสงั คมทวั่ ไป

ไดอ้ ยา่ งไร
จากนน้ั แลกเปลีย่ นตรวจสอบข้นั ตอนการทางานทุกขัน้ ตอนวา่ จะเพิม่ คณุ ค่าไปสสู่ งั คม
เกดิ ประโยชนต์ ่อสังคมให้มากข้นึ กว่าเดมิ ในขน้ั ตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในคร้งั ต่อไป
ส่ือการเรยี นร/ู้ แหล่งการเรียนรู้

1. หนังสอื เรียน รายวิชาพ้ืนฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 5
2. ภาพเข่อื นศรนี ครนิ ทร์
3. แหลง่ การเรียนรทู้ งั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมนิ การเรียนรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เร่ือง ภมู ิสังคมภาคตะวนั ตก (K) ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มงุ่ ม่ันในการทางาน (A) ดว้ ยแบบประเมนิ

แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมนิ กระบวนการทางานกลมุ่

รายการการ ระดับคณุ ภาพ
ประเมิน
4321
กระบวนการ
ทางานกลมุ่ มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด

สมาชกิ ชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหัวหน้า บทบาทสมาชิก

และมกี ารชี้แจง มกี ารชี้แจงเปา้ หมาย ไมม่ กี ารชแี้ จง และไม่มกี ารชแ้ี จง

เปา้ หมายการทางาน อย่างชดั เจนและ เป้าหมาย เป้าหมาย สมาชกิ

มีการปฏิบัตงิ าน ปฏบิ ัตงิ านร่วมกนั อย่างชัดเจน ตา่ งคนต่างทางาน

รว่ มกัน แตไ่ มม่ กี ารประเมิน ปฏบิ ตั งิ านรว่ มกัน

อย่างร่วมมอื รว่ มใจ เป็นระยะ ๆ ไมค่ รบทกุ คน

พร้อมกบั การประเมนิ

เปน็ ระยะ ๆ

แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 69

สาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาสังคมศกึ ษา

ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1 เรื่องที่ 12 ภูมิลกั ษณภ์ าคใต้ เวลาเรยี น 1 ช่ัวโมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชี้วัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 5.1 เข้าใจลกั ษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธ์ของสรรพสง่ิ

ซึ่งมผี ลต่อกัน ใชแ้ ผนท่ีและเครือ่ งมือทางภมู ิศาสตรใ์ นการค้นหา วเิ คราะห์
และสรปุ ขอ้ มูลตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนใชภ้ ูมิสารสนเทศ

อย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ส 5.2 เขา้ ใจปฏสิ มั พนั ธร์ ะหวา่ งมนษุ ยก์ บั สงิ่ แวดลอ้ มทางกายภาพทก่ี ่อใหเ้ กิด

การสรา้ งสรรคว์ ถิ ีการดาเนนิ ชีวิต มีจิตสานึกและมีสว่ นร่วมในการจัดการทรัพยากร
และสง่ิ แวดล้อมเพอ่ื การพฒั นาท่ยี ่งั ยนื

ตวั ชี้วัด

ส 5.1 ป.5/1 สืบคน้ และอธิบายขอ้ มูลลักษณะทางกายภาพในภูมิภาคของตนดว้ ยแผนทีแ่ ละรูปถ่าย
ส 5.1 ป.5/2 อธิบายลักษณะทางกายภาพท่ีสง่ ผลตอ่ แหลง่ ทรพั ยากรและสถานที่สาคญั

ในภูมิภาคของตน

ส 5.2 ป.5/2 วเิ คราะห์อทิ ธพิ ลของสง่ิ แวดลอ้ มทางธรรมชาติท่กี ่อใหเ้ กิดวิถกี ารดาเนนิ ชวี ิต
ในภูมิภาคของตน

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. อธบิ ายเกีย่ วกับภูมลิ กั ษณ์ของภาคใต้ (K)

2. วิเคราะหเ์ กย่ี วกบั ภูมลิ กั ษณ์ของภาคใต้ (P)

3. เห็นความสาคัญและสนใจศึกษาภูมิลักษณข์ องภาคใต้ (A)
สาระสาคัญ

ภาคใต้มีลักษณะภมู ปิ ระเทศเป็นคาบสมทุ รทอี่ ยรู่ ะหว่างอา่ วไทยกบั ทะเลอนั ดามันในมหาสมุทรอนิ เดยี

โดยมีภมู ปิ ระเทศทงั้ ภเู ขาและทิวเขา ทีร่ าบชายฝั่งทะเลและเกาะ
สาระการเรยี นรู้

ภมู ิลกั ษณ์ภาคใต้
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน

1. ความสามารถในการสอื่ สาร

2. ความสามารถในการคดิ
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ใฝ่เรยี นรู้

2. มงุ่ ม่นั ในการทางาน
คาถามสาคญั

นักเรียนคดิ วา่ ภมู ลิ กั ษณ์ของภาคใต้มจี ดุ เด่นอะไรที่สาคญั

การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
1.ขน้ั สังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)

1. นักเรียนสงั เกตแผนที่ภาคใต้ แลว้ ร่วมกันสนทนา โดยใชค้ าถาม ดงั นี้

• แผนทดี่ งั กล่าวคือแผนทอ่ี ะไร
(แผนทภ่ี าคใต้ ใหข้ อ้ มูลเก่ียวกบั จงั หวดั )
• ภาคใตม้ ีก่ีจงั หวัด ประกอบดว้ ยจงั หวดั ใดบ้าง
(14 จังหวัด ไดแ้ ก่ ชุมพร ระนอง พังงา สรุ าษฎรธ์ านี ภูเกต็ กระบ่ี นครศรธี รรมราช ตรงั พัทลงุ
สตลู สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธวิ าส)
2. นกั เรียนสังเกตแผนทีท่ ่กี าหนด แล้วรว่ มกันสนทนา โดยใช้คาถาม ดงั น้ี

• แผนที่ดงั กลา่ วคอื แผนที่อะไร
(แผนท่ีภมู ปิ ระเทศภาคใต)้
• ภูมลิ ักษณท์ างกายภาพของภาคใตม้ ีลกั ษณะอยา่ งไร
(ตวั อย่างคาตอบ เป็นคาบสมุทรอยูร่ ะหว่างอ่าวไทยกบั ทะเลอนั ดามนั มกี ลุ่มเกาะน้อยใหญ่
มากมาย)
3. นักเรยี นศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มลู เก่ยี วกบั ภูมลิ ักษณข์ องภาคใต้ จากหนงั สอื เรียน
และแหลง่ การเรยี นรอู้ ่นื ๆ เพ่มิ เตมิ
2.ขน้ั คิดวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความรู้ (Processing)
4. นักเรียนจาแนกลักษณะภูมิประเทศของภาคใต้ แล้วสรปุ ความรเู้ ปน็ ความคดิ รวบยอด
5. นักเรียนวิเคราะหล์ ักษณะภมู ิอากาศของภาคใต้ แลว้ สรปุ ความรเู้ ป็นความคิดรวบยอด
6. นกั เรียนวเิ คราะหล์ ักษณะทรพั ยากรธรรมชาตขิ องภาคใต้ แล้วสรุปความรเู้ ปน็ ความคดิ รวบยอด
7. นกั เรยี นคดิ ประเมินเพ่ือเพิม่ คุณคา่ แล้วสรุปเปน็ ความคดิ รวบยอด โดยการตอบคาถาม ดังนี้
• นกั เรียนคดิ ว่าภมู ิลกั ษณข์ องภาคใตม้ ีจดุ เดน่ อะไรท่ีสาคัญ
(ตวั อยา่ งคาตอบ มภี มู ปิ ระเทศเปน็ คาบสมุทร มที ิวเขาและขนาบข้างด้วยทะเลทงั้ สองด้าน
และการมีกล่มุ เกาะมากมาย)

3.ขน้ั ปฏิบัตแิ ละสรปุ ความรู้หลงั การปฏบิ ัติ (Applying and Constructing the Knowledge)
8. นักเรยี นแบง่ กลุม่ เพ่อื ศึกษาขอ้ มูลเก่ยี วกับทรัพยากรธรรมชาตทิ ี่สนใจ แล้วเลือกมา 1 ประเภท

ติดภาพและวเิ คราะห์ว่าส่งผลตอ่ ภาคใต้อย่างไร บันทกึ คาตอบลงในแบบบนั ทกึ ดงั ตัวอย่าง

แบบบนั ทึกทรัพยากรธรรมชาตขิ องภาคใต้

(ทะเลแหวก จงั หวดั กระบ่ี)

• ทรพั ยากรธรรมชาติทีศ่ ึกษา
(ทะเลแหวก จงั หวดั กระบ่ี)

• ทรพั ยากรธรรมชาติดงั กล่าวมีลกั ษณะอยา่ งไร
(น้าทะเลลดลงจนเห็นสนั ดอนทรายและสามารถลงไปเดินได)้

• ทรพั ยากรธรรมชาติดงั กล่าวส่งผลอยา่ งไรต่อภาคใต้
(กลายเป็ นแหล่งท่องเที่ยวทม่ี ีช่ือเสียงของจงั หวดั กระบี่)

9. นกั เรียนตรวจสอบความถูกต้องเรียบรอ้ ยของผลงาน หากพบข้อผดิ พลาดให้ปรบั ปรงุ แก้ไข
ใหด้ ีข้นึ

10. นกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ส่ิงทีเ่ ขา้ ใจเป็นความรู้รว่ มกัน ดังนี้
ภาคใต้มีลักษณะภูมปิ ระเทศเป็นคาบสมุทรทอี่ ยู่ระหว่างอา่ วไทยกบั ทะเลอันดามนั

ในมหาสมุทรอนิ เดีย โดยมีภูมปิ ระเทศท้งั ภเู ขาและทวิ เขา ทีร่ าบชายฝ่งั ทะเลและเกาะ

4.ข้ันส่อื สารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

11. นักเรียนออกมานาเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรยี น
12. นกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายสรุปเกี่ยวกบั วธิ ีการทางานใหเ้ ห็นการคิดเชงิ ระบบและวธิ ีการทางาน
ทีม่ แี บบแผน
5.ขนั้ ประเมนิ เพอื่ เพ่ิมคุณค่าบรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)

13. นักเรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความรู้สกึ หลงั การเรียนและหลงั การทากจิ กรรม
ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้

• ส่งิ ท่นี กั เรยี นไดเ้ รียนรใู้ นวนั นค้ี ืออะไร
• นักเรยี นมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุม่ มากนอ้ ยเพยี งใด
• เพือ่ นนักเรยี นในกลมุ่ มีสว่ นร่วมกจิ กรรมในกลุม่ มากนอ้ ยเพียงใด
• นกั เรียนพอใจกบั การเรยี นในวนั น้ีหรือไม่ เพียงใด
• นกั เรียนจะนาความรู้ท่ไี ดน้ ีไ้ ปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์แกต่ นเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป

ไดอ้ ย่างไร
จากน้นั แลกเปล่ียนตรวจสอบข้นั ตอนการทางานทุกข้นั ตอนว่าจะเพ่ิมคุณค่าไปสสู่ ังคม
เกดิ ประโยชนต์ อ่ สงั คมใหม้ ากข้นึ กวา่ เดิมในข้ันตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในคร้ังต่อไป
สื่อการเรยี นรู้/แหล่งการเรียนรู้

1. หนังสือเรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
2. แผนทีแ่ บ่งเขตจังหวัดภาคใต้
3. แผนที่ภมู ปิ ระเทศภาคใต้
4. แหลง่ การเรียนรทู้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมินการเรยี นรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เรือ่ ง ภูมิลักษณภ์ าคใต้ (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดา้ นใฝ่เรยี นรู้ มุ่งม่นั ในการทางาน (A) ด้วยแบบประเมนิ

แบบประเมนิ ตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมนิ กระบวนการทางานกล่มุ

รายการการ ระดบั คุณภาพ
ประเมนิ
4321
กระบวนการ
ทางานกลุ่ม มีการกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด

สมาชิกชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหวั หนา้ บทบาทสมาชกิ

และมกี ารช้ีแจง มกี ารชแี้ จงเป้าหมาย ไม่มกี ารชีแ้ จง และไมม่ กี ารช้ีแจง

เป้าหมายการทางาน อย่างชัดเจนและ เป้าหมาย เปา้ หมาย สมาชิก

มกี ารปฏิบตั ิงาน ปฏบิ ัติงานร่วมกนั อยา่ งชัดเจน ตา่ งคนต่างทางาน

รว่ มกัน แต่ไมม่ กี ารประเมนิ ปฏิบัติงานร่วมกัน

อย่างรว่ มมือร่วมใจ เป็นระยะ ๆ ไมค่ รบทกุ คน

พรอ้ มกับการประเมิน

เปน็ ระยะ ๆ

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 70

สาระการเรียนรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ าสังคมศึกษา

ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 เรือ่ งที่ 13 ภูมิสงั คมภาคใต้ เวลาเรยี น 1 ช่วั โมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชว้ี ัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 5.1 เขา้ ใจลกั ษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพนั ธ์ของสรรพสงิ่

ซ่งึ มผี ลตอ่ กัน ใช้แผนทแี่ ละเครือ่ งมือทางภูมิศาสตรใ์ นการคน้ หา วิเคราะห์
และสรุปขอ้ มลู ตามกระบวนการทางภูมศิ าสตร์ ตลอดจนใช้ภมู ิสารสนเทศ

อยา่ งมีประสิทธิภาพ
มาตรฐาน ส 5.2 เขา้ ใจปฏสิ มั พันธ์ระหวา่ งมนุษย์กับส่ิงแวดลอ้ มทางกายภาพที่กอ่ ใหเ้ กดิ

การสร้างสรรค์วถิ กี ารดาเนนิ ชีวติ มจี ิตสานกึ และมีสว่ นร่วมในการจดั การทรัพยากร
และส่งิ แวดลอ้ มเพอ่ื การพัฒนาทีย่ ง่ั ยนื

ตวั ชีว้ ัด

ส 5.1 ป.5/1 สืบค้นและอธบิ ายข้อมูลลกั ษณะทางกายภาพในภูมิภาคของตนดว้ ยแผนทแ่ี ละรูปถ่าย
ส 5.1 ป.5/2 อธบิ ายลักษณะทางกายภาพที่ส่งผลตอ่ แหลง่ ทรัพยากรและสถานท่ีสาคญั

ในภมู ิภาคของตน

ส 5.2 ป.5/2 วเิ คราะหอ์ ทิ ธพิ ลของสิ่งแวดลอ้ มทางธรรมชาตทิ ก่ี ่อให้เกิดวถิ กี ารดาเนนิ ชวี ติ
ในภูมิภาคของตน

จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. อธบิ ายเก่ยี วกบั ภูมสิ งั คมของภาคใต้ (K)
2. วเิ คราะห์เก่ยี วกับภูมสิ งั คมของภาคใต้ (P)

3. เหน็ ความสาคญั และสนใจศกึ ษาภมู สิ งั คมของภาคใต้ (A)
สาระสาคญั

ประชากรในภาคใตม้ ีวิถีชวี ติ แบบชาวประมงเปน็ พื้นฐาน มีความเช่อื เกี่ยวกบั ทะเล นอกจากนภี้ าคใต้
ยงั เปน็ เส้นทางการค้าระหว่างจนี อินเดีย จงึ ทาให้มีคนชาตอิ น่ื เขา้ มา เกดิ การผสมผสานจนเกิดเป็น
ประเพณที ี่มีเอกลักษณ์เฉพาะ
สาระการเรียนรู้

ภูมิสงั คมภาคใต้
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน

1. ความสามารถในการสอื่ สาร

2. ความสามารถในการคิด
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. ใฝเ่ รียนรู้
2. มงุ่ มนั่ ในการทางาน

คาถามสาคัญ
ลกั ษณะสาคญั ของวถิ ีการดาเนินชีวติ ของภาคใต้มีลกั ษณะอยา่ งไร

การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
1.ข้นั สงั เกต รวบรวมขอ้ มูล (Gathering)

1. นกั เรยี นสังเกตภาพทก่ี าหนด แลว้ ร่วมกนั สนทนา โดยใชค้ าถาม ดังนี้

• ภาพดงั กล่าวคือภาพใด
(เสมด็ นางชี จงั หวัดพังงา)
• เพราะเหตใุ ดจงึ เกิดลกั ษณะพ้นื ทใี่ นภาพ
(ตวั อย่างคาตอบ เปน็ ภเู ขาขนาดเล็กใหญอ่ ยู่กลางนา้ ทะเล)
2. นกั เรียนศึกษาและรวบรวมขอ้ มูลเกี่ยวกบั ภมู สิ งั คมภาคใต้ จากหนงั สือเรยี น
และแหลง่ การเรยี นร้อู ่ืน ๆ เพิ่มเติม
2.ขน้ั คิดวิเคราะหแ์ ละสรปุ ความรู้ (Processing)
3. นักเรียนวเิ คราะหเ์ กย่ี วกับวิถีการดาเนนิ ชวี ิตของประชากรในภาคใต้ แลว้ สรปุ ความรเู้ ปน็ ความคิด
รวบยอด
4. นักเรยี นวิเคราะห์เก่ียวกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของภาคใต้ แลว้ สรปุ ความรเู้ ปน็
ความคิดรวบยอด
5. นักเรียนวเิ คราะหเ์ กีย่ วกบั ภูมปิ ระเทศภาคใตว้ า่ ส่งผลตอ่ วถิ กี ารดาเนนิ ชีวติ และกจิ กรรม
ทางเศรษฐกจิ อย่างไร แลว้ สรุปความรเู้ ป็นความคิดรวบยอด
6. นกั เรียนยกตัวอย่างสถานท่ีสาคัญของภาคใต้ แล้วสรปุ ความรู้เปน็ ความคิดรวบยอด
7. นกั เรียนคิดประเมนิ เพอ่ื เพม่ิ คณุ ค่า แลว้ สรุปเป็นความคดิ รวบยอด โดยการตอบคาถาม ดังน้ี
• ลักษณะสาคัญของวิถกี ารดาเนินชวี ิตของภาคใตม้ ีลกั ษณะอย่างไร
(ตวั อย่างคาตอบ มวี ถิ ีชวี ติ แบบชาวเลและมีประเพณที ีห่ ลากหลายและเกย่ี วข้องกบั น้า
เช่น ประเพณีอุม้ พระดานา้ )
3.ข้นั ปฏิบตั แิ ละสรปุ ความรหู้ ลงั การปฏิบตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)
8. นกั เรียนสบื คน้ และอธบิ ายลักษณะทางกายภาพในภมู ภิ าคของตนที่ส่งผลต่อแหล่งทรัพยากร
และสถานท่ีสาคัญในภูมิภาค แลว้ ตอบคาถามลงในชนิ้ งานที่ 1 เรอื่ ง ภมู ภิ าคของเรา
9. นักเรยี นวเิ คราะหอ์ ิทธิพลของส่งิ แวดลอ้ มทางธรรมชาติท่ีมอี ิทธพิ ลต่อการดาเนินชวี ติ
ของประชากรในภมู ภิ าคของตนเอง สรปุ ความรู้ แล้วบนั ทกึ คาตอบลงในแผนภาพความคดิ ในชิน้ งานที่ 2
เร่ือง อทิ ธิพลของสิ่งแวดลอ้ มทางธรรมชาตใิ นภูมิภาค

10. นักเรียนตรวจสอบความถกู ตอ้ งเรยี บรอ้ ยของช้นิ งาน หากพบข้อผดิ พลาดใหป้ รบั ปรงุ แก้ไข
ใหด้ ีขน้ึ

11. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปสงิ่ ทเ่ี ข้าใจเป็นความรรู้ ่วมกนั ดังนี้
ประชากรในภาคใต้มวี ถิ ีชีวิตแบบชาวประมงเปน็ พ้ืนฐาน มคี วามเชือ่ เกี่ยวกบั ทะเล

นอกจากนีภ้ าคใต้ยังเปน็ เสน้ ทางการคา้ ระหว่างจนี อินเดีย จึงทาใหม้ คี นชาตอิ ่ืนเขา้ มา เกดิ การผสมผสาน
จนเกดิ เปน็ ประเพณีทม่ี เี อกลกั ษณ์เฉพาะ
4.ขน้ั สื่อสารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

12. นกั เรยี นออกมานาเสนอช้นิ งานหนา้ ชนั้ เรียน
13. นกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายสรุปเกยี่ วกับวธิ ีการทางานใหเ้ หน็ การคดิ เชิงระบบและวธิ ีการทางาน
ที่มีแบบแผน
5.ขนั้ ประเมนิ เพอื่ เพม่ิ คณุ คา่ บริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)

14. นักเรียนท้ังห้องรว่ มกันจดั ปา้ ยนิเทศ เพ่อื เผยแพรข่ อ้ มูลความรู้เกี่ยวกับภมู ลิ กั ษณแ์ ละภมู ิสังคม
ของภาคใต้ เพ่อื ใหผ้ ู้ทสี่ นใจไดศ้ กึ ษาเรียนรู้ตอ่ ไป

15. นกั เรียนประเมนิ ตนเองหลังการเรียน ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
• ส่ิงที่นกั เรียนไดเ้ รียนรใู้ นวนั นี้คอื อะไร
• นกั เรยี นมสี ่วนรว่ มในกิจกรรมการเรยี นร้มู ากน้อยเพียงใด
• นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนรู้ในวนั น้ีหรอื ไม่ เพยี งใด
• นักเรียนจะนาความรทู้ ่ไี ด้นไ้ี ปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์แกต่ นเอง ครอบครัว และสังคมทัว่ ไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากน้นั แลกเปลีย่ นตรวจสอบขน้ั ตอนการทางานทกุ ขนั้ ตอนว่าจะเพิม่ คณุ ค่าไปสู่สงั คม

เกิดประโยชนต์ อ่ สังคมให้มากขน้ึ กวา่ เดิมในขั้นตอนใดบา้ ง สาหรบั การทางานในครง้ั ต่อไป
ส่ือการเรียนร/ู้ แหลง่ การเรยี นรู้

1. หนงั สือเรยี น รายวิชาพ้ืนฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 5
2. ภาพเสมด็ นางชี จงั หวัดพงั งา
3. แหล่งการเรียนรู้ท้ังภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมินการเรียนรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เรือ่ ง ภูมิสงั คมภาคใต้ (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ ช้ินงาน เรอื่ ง ภูมิภาคของเรา (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมนิ ชน้ิ งาน เรอื่ ง อิทธพิ ลของส่งิ แวดล้อมทางธรรมชาติในภูมิภาค (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
4. ประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ด้านใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมัน่ ในการทางาน (A) ดว้ ยแบบประเมิน

แบบประเมนิ ตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมนิ ชิน้ งาน เรือ่ ง ภูมิภาคของเรา

รายการการประเมนิ 4 ระดับคุณภาพ 1
32

1. ความสามารถ สบื ค้นและอธิบายลกั ษณะ สบื ค้นและอธิบายลกั ษณะ สบื คน้ และอธิบายลักษณะ สืบค้นและอธบิ ายลกั ษณะ

ทางภูมิศาสตร์ ทางกายภาพ ทางกายภาพ ทางกายภาพ ทางกายภาพ

• ความเขา้ ใจระบบ ทีส่ ่งผลตอ่ ทสี่ ่งผลตอ่ ที่ส่งผลตอ่ ที่สง่ ผลตอ่

ธรรมชาตแิ ละ แหล่งทรัพยากร แหล่งทรพั ยากร แหลง่ ทรพั ยากร แหล่งทรพั ยากร

มนุษย์ ภายในภูมิภาค ภายในภมู ภิ าคได้ถูกตอ้ ง ภายในภูมิภาคได้ถูกตอ้ ง ภายในภมู ิภาค

• การให้เหตผุ ล ไดค้ รบถว้ นถูกต้อง แต่ยังขาดการอธบิ าย เพยี งบางสว่ น ไดต้ ามคาแนะนาของครู

ทางภูมศิ าสตร์ และมเี หตุผลชัดเจน เหตผุ ลท่ชี ัดเจน

2. กระบวนการ ดาเนนิ การตาม ดาเนนิ การตาม ดาเนนิ การตาม ดาเนินการตาม

ทางภูมิศาสตร์ กระบวนการทาง กระบวนการทาง กระบวนการทาง กระบวนการทาง

• การตั้งคาถาม ภูมศิ าสตร์ไดถ้ กู ต้อง ภมู ศิ าสตร์ได้ถูกต้อง ภูมศิ าสตรไ์ ดถ้ ูกตอ้ ง ภมู ศิ าสตร์ได้บ้าง

เชงิ ภมู ศิ าสตร์ และครบถ้วนทกุ ข้ันตอน แต่ไม่ครบถว้ น เพยี งบางส่วน

• การรวบรวมขอ้ มูล ทุกข้นั ตอน และไม่ครบถ้วน

• การจัดการขอ้ มลู

• การวเิ คราะห์ข้อมลู

• การสรุปเพอื่

ตอบคาถาม

3. ทกั ษะ สังเกตแผนท่ี สังเกตแผนท่ี สงั เกตแผนท่ี สังเกตแผนที่

ทางภูมิศาสตร์ ทางภมู ศิ าสตร์ ทางภูมศิ าสตร์ ทางภมู ิศาสตร์ ทางภมู ศิ าสตร์

• การสงั เกต แลว้ แปลความหมาย แลว้ แปลความหมาย แล้วแปลความหมาย แล้วแปลความหมาย

• การแปลความ โดยใชเ้ ทคนคิ และ โดยใช้เทคนิคและ โดยใชเ้ ทคนิคและ โดยใชเ้ ทคนคิ และ

ขอ้ มูลทาง เครือ่ งมือทางภมู ศิ าสตร์ เครอื่ งมือทางภมู ศิ าสตร์ เคร่อื งมอื ทางภมู ศิ าสตร์ เครอ่ื งมอื ทางภูมศิ าสตร์

ภมู ศิ าสตร์ ในการนาเสนอผลงาน ในการนาเสนอผลงาน ในการนาเสนอผลงาน ในการนาเสนอผลงาน

• การใชเ้ ทคนิค ได้ถกู ต้อง ครบถว้ น ไดถ้ ูกต้อง ได้เพยี งบางส่วน ได้ตามคาแนะนาของครู

และเคร่อื งมือ แต่ยังไม่ครบถ้วน

ทางภูมิศาสตร์

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ

รายการการประเมนิ ระดับคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ

1. ความสามารถทางภูมิศาสตร์ 4 32 1 11-12 4 (ดีมาก)

2. กระบวนการทางภูมิศาสตร์ 4 32 1 9-10 3 (ดี)
3. ทกั ษะทางภมู ิศาสตร์ 4 32 1 7-8 2 (พอใช)้

1-6 1 (ควรปรับปรุง)

แบบประเมินช้นิ งาน เร่อื ง อิทธิพลของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติในภมู ิภาค

รายการการประเมิน 4 ระดบั คณุ ภาพ 1
32

1. ความสามารถ วิเคราะหอ์ ิทธิพล วเิ คราะห์อทิ ธพิ ล วิเคราะห์อทิ ธิพล วเิ คราะหอ์ ิทธพิ ล

ทางภมู ศิ าสตร์ ของสงิ่ แวดล้อม ของส่ิงแวดล้อม ของส่ิงแวดลอ้ ม ของสงิ่ แวดลอ้ ม

• ความเขา้ ใจระบบ ทางธรรมชาติ ทางธรรมชาติ ทางธรรมชาติ ทางธรรมชาติ

ธรรมชาติและ ทก่ี ่อให้เกิดวิถีการ ท่กี ่อใหเ้ กิดวิถกี าร ทกี่ ่อให้เกดิ วิถีการ ทก่ี ่อใหเ้ กดิ วิถีการ

มนุษย์ ดาเนนิ ชีวิตในภูมิภาคของ ดาเนินชีวติ ในภูมิภาคของ ดาเนนิ ชีวติ ในภูมภิ าคของ ดาเนนิ ชีวิตในภมู ิภาคของ

• การให้เหตผุ ล ตนไดค้ รบถ้วนถกู ต้องและ ตนได้ถกู ตอ้ ง ตนได้ถูกตอ้ ง ตนได้ตามคาแนะนา

ทางภูมิศาสตร์ ชัดเจน แต่ยงั ขาดการอธบิ าย เพียงบางส่วน ของครู

เหตุผลทชี่ ัดเจน

2. กระบวนการ ดาเนินการตาม ดาเนนิ การตาม ดาเนนิ การตาม ดาเนินการตาม

ทางภูมิศาสตร์ กระบวนการทาง กระบวนการทาง กระบวนการทาง กระบวนการทาง

• การตัง้ คาถาม ภูมิศาสตรไ์ ด้ถูกต้อง ภมู ิศาสตร์ไดถ้ ูกตอ้ ง ภูมิศาสตร์ไดถ้ ูกต้อง ภูมิศาสตรไ์ ดบ้ ้าง

เชงิ ภูมศิ าสตร์ และครบถ้วนทุกขั้นตอน แต่ไมค่ รบถว้ น เพียงบางสว่ น

• การรวบรวมข้อมลู ทกุ ขั้นตอน และไมค่ รบถ้วน

• การจัดการขอ้ มลู

• การวเิ คราะห์ข้อมูล

• การสรุปเพือ่

ตอบคาถาม

3. ทกั ษะ สังเกตลกั ษณะทาง สังเกตลกั ษณะทาง สงั เกตลกั ษณะทาง สงั เกตลักษณะทาง

ทางภูมศิ าสตร์ กายภาพและแปลความ กายภาพและแปลความ กายภาพและแปลความ กายภาพและแปลความ

• การสงั เกต ข้อมลู ทางภมู ิศาสตร์ ขอ้ มลู ทางภมู ิศาสตร์ ข้อมลู ทางภมู ศิ าสตร์ ข้อมลู ทางภมู ศิ าสตร์

• การแปลความ และใช้เทคนคิ และใชเ้ ทคนิค และใช้เทคนคิ และใช้เทคนิค

ข้อมลู ทาง ในการนาเสนอขอ้ มูล ในการนาเสนอข้อมูล ในการนาเสนอขอ้ มูล ในการนาเสนอขอ้ มูล

ภมู ิศาสตร์ ไดถ้ กู ตอ้ ง ครบถว้ น ได้ถกู ตอ้ ง ได้เพียงบางส่วน ได้ตามคาแนะนาของครู

• การใช้เทคนคิ แต่ยังไม่ครบถ้วน

และเคร่ืองมอื

ทางภูมศิ าสตร์

เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

รายการการประเมนิ ระดับคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ

1. ความสามารถทางภูมิศาสตร์ 4 32 1 11-12 4 (ดีมาก)
2. กระบวนการทางภูมศิ าสตร์ 4 32 1 9-10 3 (ดี)
3. ทกั ษะทางภูมิศาสตร์ 4 32 1 7-8 2 (พอใช้)

1-6 1 (ควรปรับปรงุ )

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 71

สาระการเรยี นร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ าสังคมศึกษา

ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 2

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 เรื่องที่ 1 การตั้งถิน่ ฐานของประชากรในภาคเหนอื และภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื

เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ช้วี ัด

มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ส 5.2 เขา้ ใจปฏสิ ัมพันธร์ ะหวา่ งมนษุ ย์กบั สง่ิ แวดลอ้ มทางกายภาพทีก่ ่อให้เกดิ

การสร้างสรรค์วิถกี ารดาเนินชีวติ มีจิตสานกึ และมสี ว่ นรว่ มในการจดั การทรพั ยากร

และสิ่งแวดล้อมเพื่อการพฒั นาท่ีย่ังยนื

ตัวชี้วัด

ส 5.2 ป.5/1 วเิ คราะหส์ ่ิงแวดล้อมทางกายภาพที่มีอิทธิพลต่อลักษณะการตั้งถ่นิ ฐาน

และการยา้ ยถิ่นของประชากรในภูมิภาคของตน
จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. อธิบายการตั้งถิ่นฐานของประชากรในภาคเหนือและภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื (K)
2. วเิ คราะหส์ ิ่งแวดล้อมทางกายภาพทม่ี อี ทิ ธิพลตอ่ การตั้งถนิ่ ฐานของประชากรในภาคเหนือ

และภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ (P)

3. เหน็ ความสาคญั ในการศกึ ษาเกี่ยวกับการตงั้ ถ่ินฐานของประชากรในภูมิภาคตา่ ง ๆ ของประเทศไทย (A)
สาระสาคญั

การต้ังถิ่นฐานแตล่ ะภูมภิ าค ประชากรจะเลอื กตง้ั ถ่นิ ฐานแตกตา่ งกัน สาหรบั การตงั้ ถิ่นฐานของประชากร

ในภาคเหนือจะอยู่บริเวณทีร่ าบระหว่างภูเขาหรือแอ่งทีร่ าบ และการตง้ั ถนิ่ ฐานของประชากร
ในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ ซึ่งมลี ักษณะภมู ิประเทศเป็นที่ราบสูง จะนิยมต้ังถิน่ ฐานอยบู่ นที่สูงไม่ไกล

จากแหลง่ นา้ และบรเิ วณโคก เนิน โนน
สาระการเรียนรู้

1. การตงั้ ถ่นิ ฐานของประชากรในภาคเหนือ

2. การตง้ั ถ่ินฐานของประชากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. ใฝเ่ รียนรู้

2. ม่งุ มัน่ ในการทางาน
คาถามสาคัญ

บรเิ วณทม่ี กี ารตง้ั ถนิ่ ฐานของประชากรอยา่ งหนาแน่นในภาคเหนอื และภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ
บริเวณพน้ื ท่ใี ดมีลกั ษณะเดน่ ชัดที่สุด

การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
1.ข้ันสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)

1. นักเรยี นสังเกตภาพแผนทป่ี ระเทศไทย จากน้นั ร่วมกันสนทนา แลว้ ตอบคาถาม ดังน้ี

• ประเทศไทยแบ่งออกเปน็ กีภ่ มู ภิ าค อะไรบ้าง
(6 ภมู ภิ าค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวนั ตก
ภาคใต้)
• นักเรยี นอาศยั อย่ใู นภาคอะไรตามแผนท่ี
(ตัวอย่างคาตอบ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ)
• ภาคดังกล่าวมลี ักษณะภมู ปิ ระเทศเป็นอย่างไร
(ตัวอย่างคาตอบ เปน็ ทรี่ าบสงู มีแม่นา้ มลู และแมน่ า้ ชีไหลผ่าน)
• ประชากรส่วนใหญเ่ ลอื กตัง้ ถนิ่ ฐานบริเวณใดของภมู ิภาค
(ตัวอยา่ งคาตอบ ไม่ไกลจากแม่นา้ เพราะมคี วามอุดมสมบูรณ์)
2. นักเรียนร่วมกนั สนทนาเกี่ยวกบั ความหมายและความสาคญั ของการตัง้ ถิ่นฐาน
โดยการตอบคาถาม ดงั น้ี
• การต้ังถ่นิ ฐานหมายถึงอะไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ การเลือกถ่นิ ทอี่ ยู่อาศัยในส่งิ แวดลอ้ มทีเ่ หมาะสม เพื่อให้เกดิ ความปลอดภยั
ในการดาเนินชวี ติ )
• การต้งั ถนิ่ ฐานมคี วามสาคัญอยา่ งไร
(ตัวอยา่ งคาตอบ ทาใหม้ นุษยอ์ ยรู่ วมกันเป็นกลุ่ม เพ่ือจะได้พงึ่ พาอาศัยซึ่งกันและกนั
และทากิจกรรมตา่ ง ๆ รว่ มกนั ซ่ึงทาให้มวี ถิ ีการดาเนินชีวิต ลกั ษณะการประกอบอาชพี ท่ีคล้ายคลึงกนั )

3. นักเรียนศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกับการต้งั ถ่นิ ฐานของประชากรในภาคเหนือ
และภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื จากหนังสอื เรยี นและแหล่งการเรยี นรู้อืน่ ๆ เพ่มิ เติม
2.ขัน้ คิดวิเคราะหแ์ ละสรุปความรู้ (Processing)

4. นกั เรยี นร่วมกนั วิเคราะหเ์ ก่ียวกับแผนท่ีแสดงลกั ษณะภูมปิ ระเทศของภาคเหนอื จากน้ันรว่ มกัน
แสดงความคิดเห็น โดยการตอบคาถาม ดงั น้ี

• ภาคเหนอื ประกอบด้วยพ้ืนทกี่ ่จี ังหวัด อะไรบ้าง
(ประกอบดว้ ยพน้ื ที่ 9 จงั หวัด ได้แก่ แมฮ่ ่องสอน เชยี งราย เชียงใหม่ ลาพนู ลาปาง พะเยา แพร่
น่าน และอตุ รดติ ถ์)
• ลกั ษณะภูมปิ ระเทศของภาคเหนอื เป็นอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ เป็นภมู ิประเทศทปี่ ระกอบด้วยภเู ขาและเทอื กเขาสลับซับซอ้ น)
• การต้ังถิน่ ฐานของประชากรในภาคเหนือเปน็ อย่างไร
5. นกั เรียนร่วมกนั วิเคราะห์เกี่ยวกบั บริเวณทีม่ ีการต้ังถ่ินฐานของประชากรอย่างหนาแนน่
และเบาบางในภาคเหนือ
6. นกั เรียนยกตวั อย่างบรเิ วณที่มกี ารตง้ั ถน่ิ ฐานของประชากรอยา่ งหนาแน่นและเบาบาง
มา 1 ตวั อยา่ ง แล้ววิเคราะห์ปจั จยั ที่ทาให้เกิดการตง้ั ถ่ินฐานของประชากรในบริเวณดังกลา่ ว
7. นกั เรียนรว่ มกนั วิเคราะห์เกี่ยวกับแผนทแ่ี สดงลักษณะภมู ปิ ระเทศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จากนัน้ รว่ มกนั แสดงความคดิ เห็น โดยการตอบคาถาม
• ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ประกอบด้วยพื้นท่ีกี่จังหวดั อะไรบ้าง
(ประกอบด้วยพืน้ ที่ 20 จังหวดั ไดแ้ ก่ เลย หนองบวั ลาภู อดุ รธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร
นครพนม มกุ ดาหาร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม รอ้ ยเอด็ ยโสธร บุรรี ัมย์ สุรินทร์
ศรสี ะเกษ อานาจเจริญ และอุบลราชธานี)
• ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศของภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื เป็นอย่างไร
(ตวั อย่างคาตอบ ส่วนใหญเ่ ป็นที่ราบสูง บริเวณตอนกลางมลี ักษณะเป็นแอง่ คลา้ ยก้นกระทะ
เรียกว่า แอง่ โคราช และมแี อ่งสกลนคร นอกจากนี้ยังมแี ม่น้าชแี ละแมน่ า้ มลู ไหลผ่าน)
8. นกั เรียนรว่ มกนั วเิ คราะห์เกย่ี วกบั บรเิ วณทเี่ อื้อต่อการต้งั ถิ่นฐานของประชากร
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
9. นกั เรียนร่วมกนั ยกตวั อย่างบริเวณทมี่ ีการตงั้ ถน่ิ ฐานของประชากรอยา่ งหนาแนน่
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนอื มา 1 ตัวอยา่ ง แลว้ วิเคราะห์ผลท่ีเกิดขนึ้
10. นักเรยี นคดิ ประเมนิ เพ่ือเพ่มิ คุณค่า แล้วสรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยการตอบคาถาม ดังนี้
• บริเวณท่ีมกี ารต้ังถิ่นฐานของประชากรอยา่ งหนาแนน่ ในภาคเหนือ
และภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื บรเิ วณพ้ืนทีใ่ ดมลี ักษณะเด่นชัดที่สดุ
(ตวั อยา่ งคาตอบ ภาคเหนือ บริเวณพ้ืนทีท่ ่ีเปน็ แอง่ ทีร่ าบขนาดใหญ่ ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
สว่ นใหญจ่ ะเปน็ บริเวณพน้ื ที่โคก เนนิ โนน และเส้นทางคมนาคมทส่ี าคญั )
3.ข้ันปฏบิ ตั ิและสรุปความรู้หลงั การปฏบิ ัติ (Applying and Constructing the Knowledge)

11. นกั เรยี นแบง่ กล่มุ นาเสนอเก่ยี วกบั ลักษณะทางกายภาพที่เหมาะสมต่อการตง้ั ถิน่ ฐาน
ของประชากรในภาคเหนือและภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื โดยใช้แผนท่ีประกอบการอภิปราย
ในประเด็นสาคญั ดงั น้ี

• บริเวณพนื้ ทจ่ี ังหวัด

• ลกั ษณะทางกายภาพ
• การต้งั ถนิ่ ฐานของประชากรในภมู ภิ าค
• ประโยชนท์ ่ไี ดร้ บั จากการต้ังถิน่ ฐานของประชากร
12. นักเรยี นตรวจสอบความถกู ตอ้ งและความเรียบรอ้ ยของผลงาน หากพบข้อผิดพลาดให้ปรบั ปรุง
แก้ไขใหถ้ กู ตอ้ ง
13. นักเรียนรว่ มกนั สรุปสิง่ ท่เี ข้าใจเป็นความรรู้ ่วมกัน ดงั นี้
การตงั้ ถิ่นฐานแตล่ ะภมู ภิ าค ประชากรจะเลอื กตั้งถิ่นฐานแตกต่างกัน สาหรับการต้ังถน่ิ ฐาน
ของประชากรในภาคเหนือจะอยบู่ รเิ วณทีร่ าบระหว่างภเู ขาหรอื แอง่ ท่ีราบ และการตั้งถ่ินฐานของประชากร
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซงึ่ มีลกั ษณะภมู ิประเทศเปน็ ทร่ี าบสงู จะนยิ มตั้งถน่ิ ฐานอยู่บนทสี่ งู ไม่ไกลจาก
แหล่งนา้ และบริเวณโคก เนนิ โนน
4.ขนั้ ส่ือสารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

14. นกั เรียนนาเสนอการอภิปรายเก่ียวกบั ลักษณะทางกายภาพทเ่ี หมาะสมต่อการตง้ั ถนิ่ ฐาน
ของประชากรในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉยี งเหนือหนา้ ชั้นเรียน

15. นักเรียนร่วมกนั อภปิ รายสรุปเกยี่ วกบั วธิ ีการทางานใหเ้ ห็นการคดิ เชิงระบบและวธิ ีการทางาน
ที่มีแบบแผน
5.ขนั้ ประเมนิ เพอื่ เพม่ิ คณุ ค่าบริการสงั คมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)

16. นักเรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรสู้ กึ หลังการเรยี น ในประเด็นตอ่ ไปนี้
• สิ่งท่ีนกั เรียนไดเ้ รยี นรู้ในวนั นี้คอื อะไร
• นักเรียนมีสว่ นรว่ มกิจกรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพยี งใด
• เพื่อนนักเรียนในกลมุ่ มีสว่ นร่วมกิจกรรมในกลมุ่ มากน้อยเพยี งใด
• นักเรียนพอใจกบั การเรยี นในวนั นีห้ รือไม่ เพยี งใด
• นกั เรียนจะนาความร้ทู ี่ไดน้ ้ไี ปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมท่วั ไป
ไดอ้ ย่างไร
จากนัน้ แลกเปลยี่ นตรวจสอบขนั้ ตอนการทางานทุกขนั้ ตอนวา่ จะเพม่ิ คณุ คา่ ไปสสู่ ังคม

เกิดประโยชนต์ อ่ สงั คมใหม้ ากขึ้นกวา่ เดมิ ในข้นั ตอนใดบ้าง สาหรับการทางานในคร้ังต่อไป
สอ่ื การเรียนรู้/แหลง่ การเรยี นรู้

1. หนงั สือเรียน รายวิชาพืน้ ฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
2. ภาพแผนที่ประเทศไทย
3. แผนทีล่ กั ษณะภมู ปิ ระเทศของภาคเหนือและภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ
4. แหลง่ การเรยี นรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมินการเรยี นรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เร่อื ง การตงั้ ถน่ิ ฐานของประชากรในภาคเหนือ การตง้ั ถ่ินฐานของประชากร
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนอื (K) ดว้ ยแบบทดสอบ

2. ประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มัน่ ในการทางาน (A) ด้วยแบบประเมนิ

แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม

รายการการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ

กระบวนการ 432 1
ทางานกล่มุ
มีการกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไม่มีการกาหนด
บทบาทสมาชิก
สมาชกิ ชัดเจน สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหัวหน้า และไมม่ ีการช้แี จง
เปา้ หมาย สมาชกิ
และมกี ารชแ้ี จงเปา้ หมาย มีการชีแ้ จงเป้าหมาย ไมม่ ีการช้แี จงเป้าหมาย ตา่ งคนต่างทางาน

การทางาน อย่างชัดเจนและ อยา่ งชดั เจน

มีการปฏิบัติงานร่วมกัน ปฏบิ ัตงิ านรว่ มกัน ปฏิบัติงานรว่ มกนั

อย่างร่วมมอื ร่วมใจ แตไ่ มม่ กี ารประเมนิ ไม่ครบทุกคน

พรอ้ มกับการประเมิน เป็นระยะ ๆ

เปน็ ระยะ ๆ

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 72

สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม รายวชิ าสังคมศึกษา

ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 เร่อื งท่ี 2 การตัง้ ถิน่ ฐานของประชากรในภาคกลางและภาคตะวันออก

เวลาเรยี น 1 ช่ัวโมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้ีวัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 5.2 เขา้ ใจปฏิสัมพนั ธ์ระหว่างมนุษยก์ ับสิง่ แวดลอ้ มทางกายภาพทีก่ อ่ ให้เกิด
การสร้างสรรค์วถิ ีการดาเนนิ ชวี ติ มีจิตสานึกและมสี ่วนรว่ มในการจดั การทรัพยากร

และส่ิงแวดลอ้ มเพื่อการพัฒนาทย่ี ่ังยืน

ตวั ช้วี ัด

ส 5.2 ป.5/1 วเิ คราะหส์ ิง่ แวดลอ้ มทางกายภาพท่ีมีอิทธพิ ลตอ่ ลักษณะการต้งั ถ่ินฐาน

และการยา้ ยถิน่ ของประชากรในภมู ภิ าคของตน
จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. อธบิ ายลักษณะภูมิประเทศทเี่ หมาะแกก่ ารตั้งถน่ิ ฐานในภาคกลางและภาคตะวนั ออก (K)

2. วิเคราะห์สงิ่ แวดลอ้ มทางกายภาพทีม่ อี ิทธิพลต่อลักษณะการต้งั ถ่ินฐานของประชากรในภาคกลาง
และภาคตะวันออก (P)

3. เห็นความสาคญั ในการศกึ ษาเก่ียวกับการตัง้ ถิ่นฐานของประชากรในภมู ิภาคตา่ ง ๆ ของประเทศไทย (A)
สาระสาคญั

การตั้งถ่นิ ฐานของประชากรในภาคกลางและภาคตะวนั ออกสว่ นใหญ่จะตงั้ ถน่ิ ฐานบรเิ วณ

ทร่ี าบลุ่มแม่น้า เพราะมีความอดุ มสมบรู ณ์ และมแี หล่งนา้ เพยี งพอตอ่ การทาเกษตรกรรม
และการดาเนินชวี ิต
สาระการเรยี นรู้

1. การตงั้ ถนิ่ ฐานของประชากรในภาคกลาง

2. การต้ังถนิ่ ฐานของประชากรในภาคตะวนั ออก
สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร

2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. ใฝ่เรียนรู้

2. มงุ่ มั่นในการทางาน
คาถามสาคัญ

เพราะเหตุใดพ้นื ทรี่ าบลุ่มจงึ เหมาะแก่การทาเกษตรกรรมมากกวา่ พ้ืนทอ่ี ่นื ๆ

การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

1.ข้ันสงั เกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)

1. นักเรียนสงั เกตแผนทปี่ ระเทศไทย จากน้ันร่วมกันสนทนา โดยการตอบคาถาม ดังน้ี
• ภาคกลางอยบู่ ริเวณใดในแผนที่ประเทศไทย
(ตวั อย่างคาตอบ อยบู่ ริเวณตอนกลางของประเทศ มพี ื้นท่คี รอบคลุมทร่ี าบลุม่ แมน่ า้ เจ้าพระยา

ตดิ ตอ่ กับภาคเหนือทางทิศเหนือ ตดิ ต่อกับภาคตะวนั ออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนอื ทางทิศตะวนั ออก
โดยมเี ทือกเขาเพชรบรู ณก์ ั้น และติดต่อกับภาคตะวันตกทางทิศเหนือตดิ กบั ทิวเขาผีปันน้า)

• ภาคกลางประกอบด้วยพน้ื ท่จี งั หวัดอะไรบา้ ง
(สุโขทยั พิษณโุ ลก กาแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ อุทยั ธานี ชยั นาท สงิ หบ์ ุรี
ลพบรุ ี สระบรุ ี อ่างทอง สพุ รรณบรุ ี อยุธยา นครนายก ปทมุ ธานี นนทบรุ ี นครปฐม สมุทรสาคร
กรุงเทพมหานคร สมทุ รปราการ และสมุทรสงคราม)
• ภาคตะวันออกอยบู่ รเิ วณใดในแผนที่ประเทศไทย
(ตัวอย่างคาตอบ ทางทิศเหนอื จรดกับภาคกลางและภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
ทศิ ตะวันออกจรดกับประเทศกัมพชู า ทางทิศใต้จรดกบั อา่ วไทย และทางทิศตะวันตกก็จรดกบั อา่ วไทย)
• ภาคตะวนั ออกประกอบด้วยพน้ื ทีจ่ ังหวัดอะไรบ้าง
(ปราจนี บุรี สระแกว้ ฉะเชงิ เทรา ชลบรุ ี ระยอง จนั ทบรุ ี และตราด)
2. นักเรยี นศกึ ษาและรวบรวมข้อมลู เกี่ยวกับการตงั้ ถ่ินฐานของประชากรในภาคกลาง
และการตั้งถิ่นฐานของประชากรในภาคตะวันออก จากหนังสือเรยี นและแหลง่ การเรยี นรอู้ ืน่ ๆ เพมิ่ เตมิ
2.ขน้ั คดิ วเิ คราะหแ์ ละสรุปความรู้ (Processing)
3. นกั เรียนร่วมกนั วิเคราะหเ์ กยี่ วกบั ลกั ษณะทางภูมปิ ระเทศของภาคกลางและภาคตะวนั ออก
จากนน้ั สรปุ คาตอบของนกั เรียนเป็นแผนภาพความคิด
4. นักเรียนร่วมกนั วเิ คราะห์เก่ียวกับการต้งั ถ่นิ ฐานของประชากรในภาคกลางและภาคตะวันออก
โดยบนั ทกึ คาตอบของนักเรียนเปน็ แผนภาพความคิด
5. นกั เรยี นรว่ มกนั วเิ คราะห์เก่ียวกบั ปัจจัยท่ีทาให้เกิดการตง้ั ถิน่ ฐานในภาคกลางและภาคตะวันออก
โดยบนั ทึกคาตอบของนกั เรียนเป็นแผนภาพความคิด
6. นกั เรยี นคิดประเมินเพื่อเพมิ่ คุณคา่ แลว้ สรุปเป็นความคดิ รวบยอด โดยการตอบคาถาม ดงั นี้
• เพราะเหตุใดพ้นื ทรี่ าบลมุ่ จงึ เหมาะแกก่ ารทาเกษตรกรรมมากกว่าพ้ืนทอ่ี นื่ ๆ
(ตัวอย่างคาตอบ เพราะมคี วามอดุ มสมบรู ณ์ทีเ่ กิดจากการสะสมของธาตอุ าหารในดนิ
และมีนา้ เพียงพอต่อการเพาะปลูก)
3.ข้นั ปฏิบัติและสรปุ ความรู้หลังการปฏิบัติ (Applying and Constructing the Knowledge)

7. นักเรยี นแบ่งกลมุ่ ศึกษาและยกตัวอยา่ งเกี่ยวกับบริเวณพ้ืนทที่ ่มี ีการต้ังถน่ิ ฐานของประชากร
ในภาคกลางและภาคตะวันออกมา 1 ตัวอยา่ ง แล้ววเิ คราะหส์ าเหตุและผลท่ีเกิดขึ้น

8. นักเรียนตรวจสอบความถกู ตอ้ งและความเรียบรอ้ ยของผลงาน หากพบข้อผิดพลาดให้ปรับปรุง
แกไ้ ขใหถ้ ูกต้อง

9. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปส่งิ ท่ีเข้าใจเป็นความรู้รว่ มกัน ดงั น้ี
การต้งั ถ่นิ ฐานของประชากรในภาคกลางและภาคตะวันออกสว่ นใหญจ่ ะตัง้ ถน่ิ ฐานบรเิ วณ

ที่ราบลุ่มแม่น้า เพราะมคี วามอุดมสมบูรณ์ และมแี หลง่ น้าเพยี งพอต่อการทาเกษตรกรรมและการดาเนินชีวติ
4.ขั้นสอื่ สารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

10. นกั เรยี นนาเสนอผลงานการศึกษาและยกตวั อยา่ งเกี่ยวกับบริเวณพน้ื ท่ที ่ีมกี ารตงั้ ถ่นิ ฐาน
ของประชากรในภาคกลางและภาคตะวันออกหนา้ ชัน้ เรยี น

11. นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายสรุปเกย่ี วกบั วธิ กี ารทางานใหเ้ หน็ การคิดเชิงระบบและวิธีการทางาน
ท่มี แี บบแผน
5.ขัน้ ประเมินเพอื่ เพิม่ คุณค่าบรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)

12. นกั เรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรูส้ กึ หลังการเรยี น ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
• ส่งิ ทน่ี ักเรยี นไดเ้ รยี นรูใ้ นวนั นี้คอื อะไร
• นกั เรียนมสี ่วนร่วมกจิ กรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพียงใด
• เพอื่ นนกั เรยี นในกลุม่ มีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• นกั เรียนพอใจกับการเรียนในวันนีห้ รอื ไม่ เพยี งใด
• นกั เรียนจะนาความรูท้ ่ไี ดน้ ี้ไปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสงั คมทัว่ ไป
ได้อย่างไร
จากน้นั แลกเปล่ยี นตรวจสอบขน้ั ตอนการทางานทกุ ขัน้ ตอนวา่ จะเพม่ิ คณุ คา่ ไปสู่สังคม

เกดิ ประโยชนต์ อ่ สงั คมใหม้ ากขนึ้ กว่าเดิมในขน้ั ตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในครงั้ ตอ่ ไป
ส่ือการเรียนรู้/แหล่งการเรยี นรู้

1. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
2. แผนทปี่ ระเทศไทย
3. แหลง่ การเรยี นร้ทู ้งั ภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมนิ การเรยี นรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เร่ือง การตัง้ ถ่นิ ฐานของประชากรในภาคกลาง การตง้ั ถน่ิ ฐานของประชากร
ในภาคตะวันออก (K) ด้วยแบบทดสอบ

2. ประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ดา้ นใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ ม่ันในการทางาน (A) ดว้ ยแบบประเมิน
แบบประเมนิ ตามสภาพจริง (Rubrics)

แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม

รายการการ ระดับคุณภาพ
ประเมิน
4321
กระบวนการ
ทางานกลมุ่ มกี ารกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไม่มกี ารกาหนด

สมาชกิ ชัดเจน สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ บทบาทสมาชกิ

และมีการช้ีแจง มีการชแี้ จงเป้าหมาย ไมม่ ีการช้แี จง และไม่มีการชีแ้ จง

เป้าหมายการทางาน อยา่ งชัดเจนและ เปา้ หมาย เปา้ หมาย สมาชิก

มีการปฏบิ ตั งิ าน ปฏบิ ตั งิ านรว่ มกนั อยา่ งชดั เจน ต่างคนต่างทางาน

รว่ มกัน แต่ไมม่ ีการประเมิน ปฏบิ ัตงิ านรว่ มกัน

อยา่ งรว่ มมือร่วมใจ เป็นระยะ ๆ ไม่ครบทุกคน

พร้อมกบั การประเมนิ

เป็นระยะ ๆ

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 73

สาระการเรียนรูส้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาสงั คมศึกษา

ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรยี นที่ 2

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 เร่อื งที่ 3 การตัง้ ถิ่นฐานของประชากรในภาคใตแ้ ละภาคตะวนั ตก

เวลาเรยี น 1 ชั่วโมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 5.2 เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนษุ ย์กบั ส่งิ แวดล้อมทางกายภาพทีก่ อ่ ให้เกิด
การสร้างสรรค์วถิ ีการดาเนินชีวติ มจี ิตสานึกและมสี ว่ นรว่ มในการจดั การทรพั ยากร

และสิ่งแวดลอ้ มเพอื่ การพัฒนาท่ียง่ั ยนื

ตวั ชี้วัด

ส 5.2 ป.5/1 วิเคราะห์ส่งิ แวดลอ้ มทางกายภาพทม่ี ีอิทธพิ ลตอ่ ลักษณะการต้ังถิ่นฐาน

และการย้ายถ่นิ ของประชากรในภมู ิภาคของตน
จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1.อธบิ ายลักษณะภูมิประเทศท่เี หมาะแก่การต้งั ถิ่นฐานในภาคใตแ้ ละภาคตะวันตก (K)

2. วิเคราะหส์ ิ่งแวดลอ้ มทางกายภาพท่ีมีอิทธิพลต่อการตัง้ ถิ่นฐานของประชากรในภาคใต้
และภาคตะวนั ตก (P)

3. เห็นความสาคญั ในการศกึ ษาเกีย่ วกับการตั้งถนิ่ ฐานของประชากรในภมู ิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย (A)
สาระสาคัญ

การตั้งถน่ิ ฐานของประชากรในภาคใต้ สว่ นใหญ่ประชากรจะตั้งบา้ นเรอื นบรเิ วณฝ่งั ปากแมน่ ้า

และบริเวณสันทราย ซง่ึ ขนานไปกบั ชายฝง่ั ทะเล และมกี ารกระจายไปตามเสน้ ทางคมนาคม
สาระการเรียนรู้

1. การตัง้ ถิ่นฐานของประชากรในภาคใต้
2. การตั้งถิ่นฐานของประชากรในภาคตะวนั ตก
สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น

1. ความสามารถในการส่อื สาร

2. ความสามารถในการคดิ

3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. ใฝเ่ รยี นรู้
2. มุง่ มนั่ ในการทางาน
คาถามสาคัญ

ถา้ นักเรยี นตงั้ ถนิ่ ฐานอยู่ในภาคใต้และภาคตะวันตก นกั เรียนจะช่วยรักษาสิง่ แวดลอ้ มใหเ้ กดิ ความย่งั ยืน

ได้อยา่ งไร
การจดั กิจกรรมการเรียนรู้

1.ข้นั สงั เกต รวบรวมขอ้ มูล (Gathering)

1. นักเรยี นสังเกตแผนที่ประเทศไทย จากนน้ั รว่ มกันสนทนา แลว้ ตอบคาถาม ดังน้ี
• ภาคใต้อยู่บริเวณใดในแผนท่ีประเทศไทย
(ตง้ั อยบู่ นคาบสมุทรมลายู ขนาบดว้ ยอา่ วไทยทางฝ่งั ตะวนั ออกและทะเลอันดามนั

ทางฝ่ังตะวันตก ทกุ จงั หวัดของภาคมีพ้ืนท่ีตดิ ชายฝั่งทะเล ยกเวน้ ยะลาและพัทลุง)
• ภาคใต้ประกอบด้วยพนื้ ท่ีจงั หวัดอะไรบ้าง
(ชมุ พร ระนอง พงั งา สุราษฎ์ธานี ภูเก็ต กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรงั พัทลงุ สตูล สงขลา

ปตั ตานี ยะลา นราธวิ าส)
• ภาคตะวนั ตกอยบู่ รเิ วณใดในแผนทีป่ ระเทศไทย
(ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลาพูน ลาปาง ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดชุมพร

ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดสมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม อุทัยธานี กาแพงเพชร สุโขทัย
นครสวรรค์ และอ่าวไทย ทิศตะวันตก ติดต่อกับประเทศพม่า โดยมีแนวทิวเขาถนนธงชัยและทิวเขา
ตะนาวศรีเป็นพรมแดน)

• ภาคตะวันตกประกอบดว้ ยพนื้ ท่จี ังหวัดอะไรบา้ ง
(ตาก กาญจนบุรี ราชบรุ ี เพชรบุรี ประจวบคีรขี นั ธ)์
2. นกั เรยี นศึกษาและรวบรวมข้อมลู เก่ียวกบั การตัง้ ถิ่นฐานของประชากรในภาคใต้
และภาคตะวนั ตก จากหนงั สอื เรียนและแหลง่ การเรียนรูอ้ ่ืน ๆ เพ่ิมเตมิ
2.ขน้ั คิดวเิ คราะหแ์ ละสรุปความรู้ (Processing)
3. นักเรียนรว่ มกนั วเิ คราะหเ์ กีย่ วกับลกั ษณะทางกายภาพของภาคใตแ้ ละภาคตะวนั ตก
4. นักเรียนร่วมกนั วิเคราะหบ์ รเิ วณทีม่ กี ารต้ังถิน่ ฐานของประชากรในภาคใตแ้ ละภาคตะวันตก
5. นักเรยี นยกตัวอยา่ งบรเิ วณท่มี กี ารต้ังถ่ินฐานของประชากรในภาคใต้และภาคตะวนั ตก
มา 1 ตัวอย่าง แล้ววเิ คราะห์เกี่ยวกบั สาเหตุของการต้งั ถิน่ ฐานและวิถกี ารดาเนินชีวติ
6. นักเรยี นคิดประเมินเพื่อเพมิ่ คุณค่า แล้วสรปุ เป็นความคดิ รวบยอด โดยการตอบคาถาม ดังนี้
• ถ้านกั เรียนตง้ั ถ่ินฐานอยูใ่ นภาคใต้และภาคตะวันตก นักเรียนจะชว่ ยรักษาสิง่ แวดลอ้ ม
ให้เกดิ ความย่งั ยนื ได้อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ ไม่บกุ รกุ พ้นื ท่ีปา่ พืน้ ที่ที่เปน็ เขตอนรุ กั ษแ์ ละนาทรพั ยากรมาใช้
โดยมีการวางแผนในระยะยาวและไมท่ าลายสง่ิ แวดล้อมใหเ้ กิดความเสยี หาย)
3.ขั้นปฏบิ ัติและสรุปความรูห้ ลงั การปฏิบัติ (Applying and Constructing the Knowledge)

7. นกั เรยี นแบ่งกล่มุ 2 กลุ่ม ศึกษาเกย่ี วกับการตง้ั ถิน่ ฐานของประชากรในภาคใตแ้ ละภาคตะวันตก
โดยใช้แผนที่แสดงลกั ษณะทางกายภาพของภมู ภิ าคประกอบการอภปิ รายในประเด็นสาคญั ดงั น้ี

• จากแผนทแ่ี สดงการตั้งถน่ิ ฐานของประชากรในพ้ืนทีอ่ ยา่ งไร
• วถิ กี ารดาเนินชวี ิตของประชากรในพ้ืนทเ่ี ปน็ อย่างไร
8. นักเรยี นตรวจสอบความถูกต้องและความเรยี บร้อยของผลงาน หากพบขอ้ ผิดพลาดใหป้ รับปรุง
แก้ไขให้ถูกต้อง
9. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ สง่ิ ที่เขา้ ใจเป็นความรรู้ ว่ มกนั ดังน้ี
การต้งั ถนิ่ ฐานของประชากรในภาคใต้ ส่วนใหญ่ประชากรจะต้ังบ้านเรือนบริเวณฝงั่ ปากแมน่ ้า
และบรเิ วณสนั ทราย ซ่ึงขนานไปกับชายฝง่ั ทะเล และมีการกระจายไปตามเส้นทางคมนาคม
4.ข้ันสอ่ื สารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

10. นกั เรียนแต่ละกลุม่ นาเสนอข้อมลู เกยี่ วกับการต้ังถ่ินฐานของประชากรในภาคใต้

และภาคตะวันตกหนา้ ชน้ั เรียน
11. นักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายสรุปเกยี่ วกบั วธิ กี ารทางานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทางาน

ท่มี ีแบบแผน
5.ข้ันประเมินเพอ่ื เพ่มิ คณุ ค่าบริการสงั คมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)

12. นักเรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความรสู้ ึกหลงั การเรียน ในประเด็นตอ่ ไปนี้
• ส่งิ ท่ีนักเรยี นไดเ้ รยี นร้ใู นวนั น้คี อื อะไร
• นักเรยี นมีสว่ นรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• เพ่ือนนักเรียนในกลุม่ มีสว่ นร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• นกั เรียนพอใจกบั การเรยี นในวันน้หี รือไม่ เพียงใด
• นกั เรยี นจะนาความรทู้ ไ่ี ด้นีไ้ ปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครวั และสงั คมทว่ั ไป
ได้อย่างไร
จากนนั้ แลกเปล่ยี นตรวจสอบขนั้ ตอนการทางานทกุ ขน้ั ตอนวา่ จะเพิ่มคณุ ค่าไปสู่สงั คม

เกดิ ประโยชน์ตอ่ สังคมใหม้ ากขึ้นกว่าเดิมในขัน้ ตอนใดบา้ ง สาหรับการทางานในครงั้ ต่อไป
ส่ือการเรยี นรู/้ แหลง่ การเรยี นรู้

1. หนงั สือเรยี น รายวิชาพน้ื ฐาน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 5
2. แผนที่ประเทศไทย
3. แหล่งการเรียนร้ทู ้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมินการเรยี นรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เรือ่ ง การต้งั ถ่นิ ฐานของประชากรในภาคใต้ การตงั้ ถิ่นฐานของประชากร
ในภาคตะวนั ตก (K) ด้วยแบบทดสอบ

2. ประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน
3. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝเ่ รยี นรู้ มุง่ มนั่ ในการทางาน (A) ดว้ ยแบบประเมิน
แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)

แบบประเมนิ กระบวนการทางานกลมุ่

รายการการ ระดับคุณภาพ
ประเมนิ
4321
กระบวนการ
ทางานกลมุ่ มกี ารกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด

สมาชิกชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ บทบาทสมาชกิ

และมีการชี้แจง มีการชี้แจงเปา้ หมาย ไมม่ ีการชแ้ี จง และไม่มกี ารชีแ้ จง

เปา้ หมายการทางาน อยา่ งชัดเจนและ เปา้ หมาย เปา้ หมาย สมาชกิ

มีการปฏบิ ัติงาน ปฏิบตั งิ านร่วมกัน อย่างชดั เจน ต่างคนต่างทางาน

รว่ มกัน แต่ไม่มีการประเมิน ปฏบิ ตั งิ านรว่ มกัน

อยา่ งร่วมมือร่วมใจ เป็นระยะ ๆ ไมค่ รบทกุ คน

พร้อมกบั การประเมนิ

เป็นระยะ ๆ

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 74

สาระการเรียนรูส้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาสงั คมศึกษา

ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องท่ี 4 การย้ายถ่ินฐานของประชากร เวลาเรยี น 1 ชวั่ โมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ชว้ี ัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ส 5.2 เขา้ ใจปฏสิ ัมพันธร์ ะหว่างมนุษย์กบั ส่ิงแวดลอ้ มทางกายภาพทก่ี ่อให้เกดิ

การสรา้ งสรรค์วิถกี ารดาเนินชีวติ มีจิตสานกึ และมีสว่ นร่วมในการจดั การทรพั ยากร
และสิ่งแวดล้อมเพ่ือการพฒั นาที่ยัง่ ยืน

ตัวชี้วัด วิเคราะห์ส่งิ แวดลอ้ มทางกายภาพทีม่ ีอทิ ธิพลต่อลักษณะการต้ังถิ่นฐาน
ส 5.2 ป.5/1

และการย้ายถน่ิ ของประชากรในภมู ภิ าคของตน
จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. อธบิ ายความหมายของการยา้ ยถนิ่ ฐาน (K)

2. วิเคราะห์เกยี่ วกับปัจจยั และผลกระทบท่เี กดิ ขน้ึ จากการยา้ ยถนิ่ ฐาน (P)

3. เหน็ ความสาคัญในการศึกษาปจั จยั และผลกระทบท่ีเกิดขน้ึ จากการย้ายถน่ิ ฐาน (A)
สาระสาคญั

การเคลอื่ นยา้ ยของประชากรจากถิน่ ฐานเดมิ เพื่อเข้าไปอาศัยอยู่ในทอ้ งถิน่ ที่เหมาะสมแหง่ ใหม่
เพือ่ ใหค้ ณุ ภาพชีวิตดีขนึ้ แตก่ ารเคลอื่ นย้ายของประชากรทาใหเ้ กดิ ผลกระทบต่าง ๆ ตามมา

เชน่ การขาดแคลนแรงงานของประชากรในถน่ิ ฐานเดิมและการทาให้เกิดปญั หาชุมชนแออัด

เมอื่ เกดิ การย้ายถ่ินฐานจานวนมากไปยังพน้ื ท่เี ศรษฐกจิ
สาระการเรยี นรู้

การย้ายถ่ินฐานของประชากร
สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น

1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. ใฝเ่ รียนรู้

2. มุ่งมั่นในการทางาน
คาถามสาคญั

ถ้านักเรยี นมโี อกาสย้ายถน่ิ ฐานไปอยู่ในทอ้ งถ่นิ แหง่ ใหม่ นักเรียนจะปฏบิ ัตติ นไม่ใหส้ ิง่ แวดล้อมในพ้นื ที่
เกดิ ผลกระทบไดอ้ ย่างไร

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้

1.ขน้ั สงั เกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)

1. นกั เรียนร่วมกนั สนทนาเกยี่ วกับความหมายของการย้ายถน่ิ ฐาน โดยใช้คาถาม ดังน้ี
• บริเวณท่มี ปี ระชากรหนาแน่นเกิดจากปัจจยั ใด
(ตวั อย่างคาตอบ การยา้ ยถ่ินฐานเข้ามาเพอ่ื ประกอบอาชพี ในพนื้ ทีท่ ่มี ีความเจริญเติบโต

ทางเศรษฐกิจ)
• บริเวณท่ีมปี ระชากรเบาบางเกดิ จากปจั จยั ใด
(ตัวอย่างคาตอบ การย้ายถิ่นฐานออกจากพื้นท่ี เช่น เกดิ ภยั พบิ ัตบิ อ่ ยครงั้ หรือหางานทาในพน้ื ที่

ท่มี ีความเจรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกิจมากขึน้ )
• นกั เรียนคดิ วา่ การยา้ ยถ่นิ ฐานหมายความวา่ อย่างไร
(ตัวอย่างคาตอบ คอื การเคลื่อนย้ายของประชากรจากถ่นิ ฐานเดมิ เพ่อื เข้าไปอาศยั อยู่ในทอ้ งถ่ิน

ทีเ่ หมาะสมแห่งใหม่ เชน่ มีสภาพแวดลอ้ มท่ดี ี มีสิ่งอานวยความสะดวกมากมาย)
2. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมลู เก่ียวกับการย้ายถน่ิ ฐานของประชากร จากหนงั สือเรยี น

และแหลง่ การเรยี นรู้อนื่ ๆ เพ่ิมเตมิ
2.ขั้นคิดวเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความรู้ (Processing)

3. นกั เรียนร่วมกนั วิเคราะหเ์ ก่ยี วกับปัจจัยท่ีทาให้เกิดการย้ายถ่ินฐาน
4. นกั เรียนร่วมกนั ยกตัวอย่างเก่ียวกับปัจจยั ท่ีทาให้เกิดการยา้ ยถ่นิ ฐานมาอย่างละ 1 ตวั อย่าง
แลว้ วิเคราะหผ์ ลทีเ่ กดิ ข้ึน
5. นกั เรียนร่วมกนั วิเคราะห์เกยี่ วกบั ผลดแี ละผลกระทบที่เกดิ จากการยา้ ยถิ่นฐานเดมิ เข้าไปอาศัยอยู่
ในทอ้ งถน่ิ ทเี่ หมาะสม

6. นักเรียนคิดประเมนิ เพื่อเพ่มิ คณุ คา่ แลว้ สรุปเป็นความคิดรวบยอด โดยการตอบคาถาม ดังน้ี
• ถา้ นกั เรยี นมีโอกาสยา้ ยถ่ินฐานไปอยู่ในท้องถ่ินแห่งใหม่ นักเรยี นจะปฏบิ ตั ิตน

ไม่ให้ส่ิงแวดลอ้ มในพ้ืนท่เี กดิ ผลกระทบได้อยา่ งไร
(ตวั อย่างคาตอบ ไมท่ าลายสง่ิ แวดล้อม หรอื ช่วยดูแลรักษาส่งิ แวดล้อมใหส้ ะอาด)

3.ขน้ั ปฏบิ ัตแิ ละสรปุ ความรหู้ ลังการปฏบิ ัติ (Applying and Constructing the Knowledge)

7. นกั เรียนศกึ ษาและสารวจเกีย่ วกบั การยา้ ยถน่ิ ฐานของประชากรในท้องถิน่ หรือชุมชนของตนเอง
จากนนั้ วิเคราะหส์ าเหตุและผลกระทบท่เี กดิ ขน้ึ

8. นักเรยี นตรวจสอบความถูกตอ้ งและความเรียบร้อยของผลงาน หากพบขอ้ ผิดพลาดให้ปรับปรงุ
แกไ้ ขใหถ้ กู ต้อง

9. นกั เรียนร่วมกนั สรุปส่งิ ที่เข้าใจเป็นความรูร้ ว่ มกนั ดงั น้ี
การเคลอื่ นยา้ ยประชากรจากถิน่ ฐานเดมิ เพ่อื เขา้ ไปอาศัยอยู่ในทอ้ งถิ่นทเ่ี หมาะสมแหง่ ใหม่

เพื่อให้คุณภาพชีวิตดีขึน้ แต่การเคลอ่ื นยา้ ยของประชากรทาใหเ้ กดิ ผลกระทบตา่ ง ๆ ตามมา
เชน่ การขาดแคลนแรงงานของประชากรในถ่นิ ฐานเดมิ และการทาให้เกิดปัญหาชุมชนแออัด
เมอื่ เกิดการย้ายถิน่ ฐานจานวนมากไปยังพนื้ ท่เี ศรษฐกิจ
4.ขน้ั สื่อสารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

10. นักเรียนนาเสนอข้อมูลจากการสารวจการยา้ ยถิ่นฐานของประชากรในทอ้ งถน่ิ หรือชมุ ชน

ของตนเองหน้าชนั้ เรยี น
11. นักเรียนร่วมกนั อภปิ รายสรุปเกย่ี วกับวธิ ีการทางานให้เห็นการคิดเชงิ ระบบและวิธกี ารทางาน

ทม่ี แี บบแผน
5.ขั้นประเมินเพอื่ เพิม่ คณุ ค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)

12. นกั เรียนนาเสนอการดูแลรักษาสง่ิ แวดล้อม เมอื่ ต้องย้ายถน่ิ ฐานเขา้ ไปอยูใ่ นทอ้ งถน่ิ แห่งใหม่
เพื่อใหส้ ่งิ แวดลอ้ มเกิดความยัง่ ยืนตอ่ ไป

13. นกั เรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความร้สู ึกหลังการเรียน ในประเด็นต่อไปน้ี
• สิง่ ทนี่ ักเรียนได้เรียนรูใ้ นวนั นค้ี อื อะไร
• นกั เรียนมสี ่วนร่วมกิจกรรมในกลมุ่ มากน้อยเพียงใด
• เพือ่ นนักเรียนในกลุ่มมสี ่วนรว่ มกิจกรรมในกลมุ่ มากน้อยเพียงใด
• นกั เรียนพอใจกบั การเรียนในวันนีห้ รอื ไม่ เพียงใด
• นักเรยี นจะนาความรทู้ ไี่ ดน้ ไี้ ปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนแ์ กต่ นเอง ครอบครวั และสงั คมทว่ั ไป
ไดอ้ ย่างไร
จากน้ันแลกเปล่ียนตรวจสอบขั้นตอนการทางานทุกข้ันตอนวา่ จะเพิ่มคณุ ค่าไปส่สู ังคม

เกดิ ประโยชนต์ ่อสงั คมใหม้ ากข้นึ กว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สาหรบั การทางานในครง้ั ต่อไป
สือ่ การเรยี นรู/้ แหลง่ การเรียนรู้

1. หนงั สอื เรียน รายวิชาพืน้ ฐาน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 5
2. แหล่งการเรียนรทู้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมนิ การเรยี นรู้

1. ประเมินความรู้ เรือ่ ง การย้ายถ่นิ ฐานของประชากร (K) ด้วยแบบทดสอบ
2. ประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมนิ
3. ประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ด้านใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ มั่นในการทางาน (A) ดว้ ยแบบประเมนิ
แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)

แบบประเมนิ กระบวนการทางานกลุม่

รายการการ ระดับคุณภาพ
ประเมนิ
4321
กระบวนการ
ทางานกลมุ่ มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด

สมาชกิ ชัดเจน สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหวั หน้า บทบาทสมาชิก

และมกี ารชี้แจง มีการชีแ้ จงเปา้ หมาย ไมม่ กี ารชี้แจง และไม่มีการชแ้ี จง

เป้าหมายการทางาน อยา่ งชดั เจนและ เป้าหมาย เปา้ หมาย สมาชกิ

มกี ารปฏิบัติงาน ปฏิบตั ิงานร่วมกนั อย่างชัดเจน ตา่ งคนต่างทางาน

ร่วมกนั แต่ไมม่ กี ารประเมิน ปฏบิ ัตงิ านร่วมกัน

อยา่ งร่วมมือร่วมใจ เปน็ ระยะ ๆ ไม่ครบทกุ คน

พรอ้ มกับการประเมิน

เปน็ ระยะ ๆ

แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 75

สาระการเรยี นร้สู งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาสงั คมศึกษา

ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรียนท่ี 2

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 2 เร่ืองที่ 5 ลกั ษณะปรากฏการณก์ ารยา้ ยถ่ินฐานของภมู ภิ าคต่าง ๆ

เวลาเรียน 1 ชัว่ โมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้ีวัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 5.2 เขา้ ใจปฏิสัมพนั ธร์ ะหว่างมนุษยก์ บั ส่ิงแวดลอ้ มทางกายภาพท่ีก่อให้เกิด
การสร้างสรรคว์ ิถกี ารดาเนนิ ชวี ติ มจี ิตสานกึ และมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากร

และส่ิงแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ย่งั ยนื

ตวั ชี้วัด

ส 5.2 ป.5/1 วเิ คราะหส์ ิง่ แวดล้อมทางกายภาพท่มี อี ทิ ธพิ ลตอ่ ลักษณะการต้ังถน่ิ ฐาน

และการยา้ ยถิน่ ของประชากรในภมู ิภาคของตน
จุดประสงค์การเรียนรู้

1. อธบิ ายการเปล่ียนแปลงจากการยา้ ยถ่นิ ฐานของประชากร (K)

2. วิเคราะห์ลักษณะปรากฏการณ์การยา้ ยถิน่ ฐานของภมู ภิ าคต่าง ๆ (P)
3. เห็นความสาคัญในการศึกษาเกีย่ วกบั การยา้ ยถ่นิ ฐานของประชากรในภมู ิภาคตา่ ง ๆ ของประเทศไทย (A)
สาระสาคัญ

สภาพแวดล้อมทางกายภาพเปน็ ปัจจยั ท่ีสาคญั ต่อการต้ังถน่ิ ฐานของประชากร โดยส่วนใหญ่

ประชากรจะนิยมต้ังถน่ิ ฐานอยบู่ รเิ วณทอี่ ดุ มสมบรู ณ์ มคี วามปลอดภัย และมสี ิง่ อานวยความสะดวก

ส่วนปจั จัยท่ีทาให้เกดิ การย้ายถนิ่ ฐานของประชากรเกดิ จากหลายปัจจยั เชน่ ความเจรญิ ดา้ นเศรษฐกิจ
ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ซ่งึ มสี ว่ นในการผลกั ดันให้ประชากรเกดิ การยา้ ยถน่ิ ฐาน ดังน้นั การตั้งถิ่นฐาน และ
การย้ายถ่นิ ฐานลว้ นมคี วามสัมพนั ธก์ ับทรัพยากรธรรมชาติทง้ั สน้ิ ดังนน้ั ทุกคนควรสรา้ งจติ สานกึ ในการดูแล

รักษา และปอ้ งกนั ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม เพื่อให้อยรู่ ว่ มกนั ได้อยา่ งยงั่ ยนื
สาระการเรยี นรู้

ลกั ษณะปรากฏการณก์ ารยา้ ยถิน่ ฐานของภูมิภาคต่าง ๆ
สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น

1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. ใฝเ่ รยี นรู้

2. มุ่งมนั่ ในการทางาน
คาถามสาคัญ

การเพม่ิ ขน้ึ ของประชากรในแต่ละภูมิภาค นกั เรียนคิดว่าแนวทางใดจะสามารถจัดการใหม้ นุษย์
และทรพั ยากรธรรมชาติอย่ดู ้วยกนั ได้อย่างย่งั ยืน

การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

1.ขั้นสงั เกต รวบรวมขอ้ มูล (Gathering)

1. นักเรยี นร่วมกนั สนทนาเก่ยี วกบั การเปลีย่ นแปลงท่เี กดิ ข้นึ จากการย้ายถน่ิ ฐาน
โดยการตอบคาถาม ดังนี้

• การยา้ ยถ่นิ ของประชากรกอ่ ใหเ้ กดิ การเปล่ยี นแปลงอยา่ งไรบา้ ง
(ตัวอย่างคาตอบ ทาใหท้ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละทรัพยากรทางวฒั นธรรมเกดิ การเปล่ียนแปลง
ทัง้ การสญู เสยี การคงอยู่ และมีการเพม่ิ ขึน้ )
• การเปลีย่ นแปลงที่เกดิ ข้ึนจากการยา้ ยถิน่ ฐานสง่ ผลกระทบดา้ นใดบ้าง
(ตวั อยา่ งคาตอบ การจัดสรรทรัพยากรเพ่ืออปุ โภคบรโิ ภค การวางแผนนโยบายและมีผลตอ่
การเปลีย่ นแปลงทางสังคม)
• ปจั จัยท่ีทาใหป้ ระชากรเกดิ การย้ายถนิ่ ฐานมากทีส่ ุดคอื อะไร
(ตัวอยา่ งคาตอบ การหางานทาและการเปลีย่ นงาน)
2. นักเรียนศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มลู เกยี่ วกบั ลักษณะปรากฏการณก์ ารย้ายถิน่ ฐานของภมู ภิ าคต่าง ๆ
จากหนังสอื เรยี นและแหลง่ การเรยี นรู้อนื่ ๆ เพ่มิ เติม
2.ขน้ั คดิ วิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing)
3. นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับลกั ษณะการยา้ ยถ่ินฐานของประชากรในภูมิภาคต่าง ๆ
โดยใชค้ าถาม ดงั น้ี
• ลักษณะปรากฏการณก์ ารย้ายถิน่ ฐานของภูมภิ าคตา่ ง ๆ เปน็ อย่างไร
4. นกั เรยี นแบ่งกลุ่มยกตวั อย่างเก่ียวกับจงั หวัดที่มกี ารเพิ่มข้ึนของประชากรมากทส่ี ุดในภูมภิ าคต่าง ๆ
มา 1 ตัวอย่าง แลว้ วิเคราะหป์ จั จยั ท่ีทาให้เกิดการย้ายถิ่นฐานและผลกระทบทีเ่ กิดขน้ึ
5. นักเรยี นคิดประเมินเพอ่ื เพิม่ คุณค่า แลว้ สรปุ เปน็ ความคิดรวบยอด โดยการตอบคาถาม ดงั น้ี
• การเพิม่ ข้ึนของประชากรในแตล่ ะภมู ิภาค นักเรียนคดิ วา่ แนวทางใดจะสามารถจัดการ
ใหม้ นษุ ยแ์ ละทรัพยากรธรรมชาติอยดู่ ว้ ยกนั ไดอ้ ยา่ งย่ังยนื
(ตวั อย่างคาตอบ การปลกู จิตสานึกใหก้ ับทกุ คนและเจา้ หนา้ ทที่ ่ีมีสว่ นเกย่ี วขอ้ งต้องมีการกาหนด
นโยบายในการควบคุมดูแลและป้องกันปัญหาท่ีจะเกดิ ข้ึนอย่างรอบคอบ เพื่อใหส้ ่งผลกระทบนอ้ ยที่สุด)
3.ขัน้ ปฏิบตั ิและสรปุ ความรู้หลังการปฏิบัติ (Applying and Constructing the Knowledge)

6. นักเรยี นเลือกศึกษาภมู ิภาคท่ีตนอาศัยอยู่ จากนัน้ วเิ คราะห์สภาพแวดล้อมทางกายภาพ
ท่ีมีอทิ ธิพลต่อการตัง้ ถนิ่ ฐานและการยา้ ยถน่ิ ฐานลงในชน้ิ งานที่ 3 เรอื่ ง การต้ังถน่ิ ฐานและการยา้ ยถ่นิ ฐาน
ของประชากร

7. นกั เรียนตรวจสอบความถกู ต้องและความเรียบร้อยของชิ้นงาน หากพบข้อผิดพลาดใหป้ รบั ปรงุ
แก้ไขใหถ้ กู ตอ้ ง

8. นกั เรียนรว่ มกนั สรปุ สิ่งทเี่ ขา้ ใจเปน็ ความรู้ร่วมกนั ดังน้ี
ส่ิงแวดล้อมทางกายภาพเป็นปจั จยั ท่สี าคัญต่อการตง้ั ถ่นิ ฐานของประชากรโดยส่วนใหญ่

ประชากรจะนิยมต้งั ถ่นิ ฐานอยูบ่ ริเวณทร่ี าบทีอ่ ุดมสมบูรณ์ มีความปลอดภยั และมสี ่งิ อานวยความสะดวก
สว่ นปจั จัยที่ทาให้เกิดการย้ายถิ่นฐานของประชากรเกิดจากหลายปจั จยั เช่น ความเจริญด้านเศรษฐกจิ
ดา้ นทรัพยากรธรรมชาติ ซง่ึ มสี ่วนในการผลักดันใหป้ ระชากรเกดิ การยา้ ยถน่ิ ฐาน ดังน้นั การต้งั ถ่ินฐาน
และการย้ายถิ่นฐานส่วนมีความสมั พันธก์ ับทรัพยากรธรรมชาติทงั้ ส้ิน ดังนน้ั ทุกคนควรสร้างจิตสานึก
ในการดแู ล รักษา และป้องกันทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม เพือ่ ใหอ้ ยูร่ ว่ มกันไดอ้ ย่างยัง่ ยืน

4.ข้ันสอื่ สารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

9. นักเรยี นนาเสนอชนิ้ งาน เร่ือง การตัง้ ถ่นิ ฐานและการย้ายถ่นิ ฐานของประชากร หน้าชน้ั เรยี น
10. นกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายสรุปเกี่ยวกับวธิ กี ารทางานให้เหน็ การคดิ เชิงระบบและวธิ ีการทางาน
ทมี่ แี บบแผน
5.ข้ันประเมินเพอื่ เพ่มิ คณุ ค่าบรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)

11. นกั เรยี นนาเสนอแนวทางการรักษาทรพั ยากรธรรมชาตอิ ย่างยงั่ ยืน เพ่อื ใหเ้ กดิ ผลกระทบ
น้อยทสี่ ุดจากการตั้งถนิ่ ฐานและการย้ายถน่ิ ฐาน และนาไปเปน็ แนวทางการปฏบิ ตั ิในชวี ติ ประจาวนั

12. นกั เรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียน ในประเด็นตอ่ ไปน้ี
• ส่งิ ท่ีนักเรียนได้เรยี นรู้ในวนั น้ีคอื อะไร
• นกั เรยี นมีส่วนรว่ มกจิ กรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• เพอ่ื นนกั เรยี นในกลมุ่ มีสว่ นรว่ มกจิ กรรมในกล่มุ มากน้อยเพียงใด
• นักเรียนพอใจกับการเรยี นในวนั นีห้ รอื ไม่ เพียงใด
• นักเรยี นจะนาความรูท้ ่ไี ด้นไี้ ปใชใ้ ห้เกิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครวั และสงั คมท่วั ไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากนน้ั แลกเปลย่ี นตรวจสอบข้ันตอนการทางานทุกขัน้ ตอนวา่ จะเพมิ่ คุณคา่ ไปสูส่ ังคม

เกิดประโยชน์ต่อสงั คมให้มากข้นึ กวา่ เดมิ ในข้นั ตอนใดบา้ ง สาหรบั การทางานในครัง้ ต่อไป
สื่อการเรียนร/ู้ แหลง่ การเรียนรู้

1. หนงั สือเรยี น รายวชิ าพนื้ ฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
2. แหลง่ การเรยี นร้ทู งั้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมินการเรียนรู้

1. ประเมนิ ความรู้ เร่อื ง ลักษณะปรากฏการณ์การย้ายถนิ่ ฐานของภมู ิภาคต่าง ๆ (K) ดว้ ยแบบทดสอบ
2. ประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
3. ประเมินชิ้นงาน เรือ่ ง การต้ังถน่ิ ฐานและการย้ายถน่ิ ฐานของประชากร (P) ดว้ ยแบบประเมิน
4. ประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ดา้ นใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมนั่ ในการทางาน (A) ด้วยแบบประเมนิ
แบบประเมนิ ตามสภาพจรงิ (Rubrics)

แบบประเมนิ กระบวนการทางานกลมุ่

รายการการ ระดับคุณภาพ
ประเมนิ
4321
กระบวนการ
ทางานกลมุ่ มกี ารกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท ไมม่ กี ารกาหนด

สมาชิกชัดเจน สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหวั หน้า บทบาทสมาชกิ

และมกี ารช้ีแจง มกี ารชี้แจงเปา้ หมาย ไมม่ กี ารชแ้ี จง และไมม่ กี ารชแ้ี จง

เปา้ หมายการทางาน อย่างชดั เจนและ เปา้ หมาย เปา้ หมาย สมาชกิ

มกี ารปฏบิ ัติงาน ปฏบิ ัติงานร่วมกนั อย่างชดั เจน ตา่ งคนตา่ งทางาน

รว่ มกัน แตไ่ มม่ กี ารประเมนิ ปฏบิ ัติงานร่วมกัน

อยา่ งรว่ มมือร่วมใจ เป็นระยะ ๆ ไม่ครบทุกคน

พรอ้ มกับการประเมิน

เปน็ ระยะ ๆ

แบบประเมนิ ชิ้นงาน เรือ่ ง การต้ังถิ่นฐานและการย้ายถ่นิ ฐานของประชากร

รายการการประเมิน 4 ระดบั คุณภาพ 1
32

1. ความสามารถ ศกึ ษาและใหข้ ้อมูล ศกึ ษาและใหข้ อ้ มลู ศึกษาและใหข้ อ้ มูล ศึกษาและใหข้ อ้ มูล

ทางภูมิศาสตร์ เกีย่ วกับสภาพแวดล้อม เกีย่ วกับสภาพแวดล้อม เก่ียวกบั สภาพแวดลอ้ ม เกีย่ วกับสภาพแวดล้อม

• ความเข้าใจระบบ ทางกายภาพทม่ี ีอิทธิพล ทางกายภาพที่มีอิทธพิ ล ทางกายภาพท่ีมอี ทิ ธิพล ทางกายภาพทมี่ ีอิทธิพล

ธรรมชาติและ ตอ่ การตงั้ ถ่นิ ฐาน ต่อการตั้งถ่ินฐาน ตอ่ การตง้ั ถนิ่ ฐาน ตอ่ การตง้ั ถ่ินฐาน

มนุษย์ และการยา้ ยถิ่นฐาน และการยา้ ยถนิ่ ฐาน และการย้ายถน่ิ ฐาน และการย้ายถน่ิ ฐาน

• การให้เหตผุ ล ของประชากรในภูมภิ าค ของประชากรในภมู ิภาค ของประชากรในภูมภิ าค ของประชากรในภมู ภิ าค

ทางภมู ศิ าสตร์ ของตนไดถ้ กู ตอ้ ง ของตนไดถ้ กู ต้อง ของตนได้บ้างบางสว่ น ของตนไดต้ ามคาแนะนา

ตรงตามขอ้ มลู ตรงตามขอ้ มลู ของขอ้ มูล ของครู

อย่างครบถว้ น แตไ่ ม่ครบถว้ น

2. กระบวนการ ดาเนนิ การตาม ดาเนนิ การตาม ดาเนนิ การตาม ดาเนนิ การตาม

ทางภมู ิศาสตร์ กระบวนการทางภมู ศิ าสตร์ กระบวนการทางภูมศิ าสตร์ กระบวนการทางภมู ศิ าสตร์ กระบวนการทางภูมศิ าสตร์

• การตัง้ คาถาม ไดถ้ กู ต้อง ไดถ้ ูกต้อง ไดถ้ กู ตอ้ ง ไดต้ ามคาแนะนาของครู

เชงิ ภมู ศิ าสตร์ และครบถ้วนทุกขน้ั ตอน แตไ่ ม่ครบถ้วน เพยี งบางส่วน

• การรวบรวมขอ้ มลู ทกุ ขน้ั ตอน

• การจัดการขอ้ มูล

• การวิเคราะหข์ อ้ มูล

• การสรุปเพือ่

ตอบคาถาม

3. ทกั ษะ ใชเ้ คร่ืองมือทางภูมศิ าสตร์ ใชเ้ ครอ่ื งมอื ทางภูมศิ าสตร์ ใชเ้ ครื่องมอื ทางภมู ศิ าสตร์ ใชเ้ ครื่องมอื ทางภูมศิ าสตร์

ทางภูมิศาสตร์ ในการศึกษา ในการศึกษา ในการศึกษา ในการศกึ ษา

• การสังเกต ภูมภิ าคของตนเก่ยี วกับ ภูมภิ าคของตนเกี่ยวกับ ภมู ิภาคของตนเกยี่ วกบั ภมู ิภาคของตนเกี่ยวกบั

• การแปลความ สภาพแวดลอ้ มทาง สภาพแวดล้อมทาง สภาพแวดล้อมทาง สภาพแวดลอ้ มทาง

ขอ้ มูลทาง กายภาพทม่ี อี ทิ ธิพลตอ่ กายภาพท่มี อี ิทธิพลต่อ กายภาพทม่ี อี ิทธิพลตอ่ กายภาพที่มีอทิ ธิพลต่อ

ภมู ิศาสตร์ การตงั้ ถน่ิ ฐาน การต้ังถน่ิ ฐาน การตงั้ ถนิ่ ฐาน การตัง้ ถน่ิ ฐาน

• การใช้เทคนคิ และการยา้ ยถ่ินฐาน และการยา้ ยถน่ิ ฐาน และการยา้ ยถิ่นฐาน และการย้ายถิ่นฐาน

และเครอื่ งมือ และนาเสนอข้อมลู และนาเสนอขอ้ มูล และนาเสนอขอ้ มลู และนาเสนอขอ้ มูล

ทางภูมิศาสตร์ ได้อย่างถกู ตอ้ ง ครบถว้ น ได้อย่างถกู ต้อง ไดบ้ ้างบางสว่ น ไดต้ ามคาแนะนาของครู

แตไ่ มค่ รบถ้วน ของขอ้ มูล

เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ

รายการการประเมิน ระดบั คุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

1. ความสามารถทางภมู ิศาสตร์ 4 32 1 11-12 4 (ดมี าก)

2. กระบวนการทางภมู ิศาสตร์ 4 32 1 9-10 3 (ดี)
3. ทักษะทางภูมิศาสตร์ 4 32 1 7-8 2 (พอใช)้

1-6 1 (ควรปรบั ปรงุ )

แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 76

สาระการเรยี นร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาสังคมศึกษา

ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรียนท่ี 2

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เรอื่ งที่ 1 ความสัมพนั ธแ์ ละสาเหตกุ ารเปลีย่ นแปลงของส่ิงแวดล้อมในภมู ิภาค

เวลาเรียน 1 ช่ัวโมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 5.2 เข้าใจปฏิสมั พันธ์ระหว่างมนษุ ย์กับสงิ่ แวดลอ้ มทางกายภาพท่กี อ่ ให้เกิด
การสร้างสรรคว์ ถิ ีการดาเนินชวี ิต มีจิตสานกึ และมสี ว่ นรว่ มในการจดั การทรพั ยากร

และสงิ่ แวดล้อมเพอื่ การพัฒนาทยี่ ่ังยนื

ตวั ชว้ี ัด

ส 5.2 ป.5/3 นาเสนอตัวอย่างที่สะท้อนให้เหน็ ผลจากการรกั ษาและทาลายสงิ่ แวดลอ้ ม

และเสนอแนวทางในการจัดการส่งิ แวดล้อมในภูมภิ าคของตน
จุดประสงค์การเรียนรู้

1.อธบิ ายความสัมพนั ธ์ของส่งิ แวดลอ้ มในภมู ภิ าค (K)
2. วเิ คราะห์สาเหตกุ ารเปล่ียนแปลงของส่งิ แวดล้อมในภมู ิภาค (P)

3. เหน็ ความสาคัญในการศกึ ษาความสัมพนั ธข์ องสงิ่ แวดล้อมและตระหนักถึงสาเหตุท่ีทาให้สงิ่ แวดล้อม

เกิดการเปลยี่ นแปลง (A)
สาระสาคญั

สง่ิ แวดล้อมทีอ่ ย่รู อบตัวเรามีความสัมพันธก์ นั และการเปลีย่ นแปลงของส่งิ แวดล้อมมีผลกระทบต่อ

การดาเนินชวี ติ ของมนุษย์ท้ังด้านบวกและดา้ นลบ
สาระการเรยี นรู้

1. ความสมั พนั ธ์ของสิ่งแวดลอ้ มในภมู ภิ าค

2. สาเหตุการเปลี่ยนแปลงของสิง่ แวดลอ้ มในภูมภิ าค
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ใฝ่เรยี นรู้

2. มุ่งมน่ั ในการทางาน
คาถามสาคญั

นักเรยี นจะชว่ ยแกป้ ัญหาการเปลยี่ นแปลงของสิ่งแวดลอ้ มทเี่ กิดข้นึ ไดอ้ ยา่ งไรบ้าง
การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

1.ข้นั สงั เกต รวบรวมข้อมลู (Gathering)

1. นกั เรียนสังเกตภาพเกี่ยวกับความสมั พันธ์ของสิง่ แวดลอ้ ม จากนั้นรว่ มกันสนทนา

แล้วตอบคาถาม ดงั น้ี

• จากภาพแสดงถงึ ความสมั พันธ์ของสงิ่ แวดลอ้ มอยา่ งไร
(ตัวอยา่ งคาตอบ พชื อาศยั ดินในการเจริญเตบิ โต และสัตวใ์ ชพ้ ชื เป็นอาหาร และมนษุ ย์ใช้ทง้ั พืช
และสตั ว์เปน็ อาหาร)
• นกั เรียนคดิ วา่ สงิ่ แวดล้อมต่าง ๆ มีความเกี่ยวข้องสมั พนั ธก์ ันอยา่ งไร
(ตัวอย่างคาตอบ มคี วามชว่ ยเหลอื เก้ือกูลและพง่ึ พาอาศยั ซึง่ กนั และกนั )
• ถา้ ระบบความสมั พันธ์ของสิ่งแวดล้อมเกิดการเปล่ียนแปลงจะสง่ ผลอยา่ งไร
(ตวั อย่างคาตอบ ย่อมส่งผลกระทบต่อการดาเนนิ ชวี ิตของสิ่งมีชีวิต)

2. นกั เรียนศกึ ษาและรวบรวมข้อมลู เกีย่ วกับสาเหตกุ ารเปล่ียนแปลงของสิ่งแวดล้อมในภมู ิภาค
จากหนงั สอื เรยี นและแหล่งการเรยี นรู้อนื่ ๆ เพม่ิ เติม
2.ขั้นคดิ วเิ คราะห์และสรปุ ความรู้ (Processing)

3. นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกับสาเหตุการเปล่ียนแปลงของสิง่ แวดลอ้ มในภมู ิภาค
โดยใช้คาถาม ดังนี้

• การเปล่ยี นแปลงของสิ่งแวดลอ้ มในภมู ภิ าคเกิดจากสาเหตุใดบ้าง
4. นักเรยี นยกตัวอย่างเกยี่ วกบั สาเหตทุ ่ที าให้สิ่งแวดล้อมเกิดการเปล่ียนแปลงมาอย่างละ 1 ตวั อยา่ ง
แล้ววเิ คราะห์ผลกระทบทเ่ี กิดขน้ึ เปน็ แผนภาพความคดิ
5. นกั เรียนคิดประเมนิ เพอ่ื เพ่ิมคณุ ค่า แล้วสรปุ เป็นความคิดรวบยอด โดยการตอบคาถาม ดังน้ี

• นักเรยี นจะชว่ ยแก้ปญั หาการเปล่ียนแปลงของสิ่งแวดลอ้ มที่เกดิ ข้นึ ได้อย่างไรบ้าง
(ตัวอย่างคาตอบ รว่ มกนั ปลูกป่าเพ่ือเพิ่มพนื้ ทสี่ ีเขียวและอากาศท่บี ริสุทธ์ิใหก้ ับโลกอีกท้ังยงั เป็นการ
เพิม่ ที่อยูอ่ าศยั ใหก้ ับสัตว์ต่าง ๆ และทส่ี าคัญชว่ ยรณรงคแ์ ละตอ่ ต้านการบุกรกุ และทาลายพ้ืนทปี่ ่าอย่างจริงจงั )
3.ขน้ั ปฏิบตั ิและสรปุ ความรหู้ ลงั การปฏบิ ัติ (Applying and Constructing the Knowledge)
6. นักเรยี นแบง่ กลมุ่ ศกึ ษาหรอื สารวจการเปล่ียนแปลงของสงิ่ แวดลอ้ มในชมุ ชนหรอื ท้องถ่นิ
ของตนเองมา 1 ตัวอย่าง แล้ววิเคราะหถ์ งึ สาเหตุ ผลกระทบ และเสนอแนวทางการแก้ไขปญั หา
7. นกั เรียนตรวจสอบความถกู ตอ้ งและความเรียบรอ้ ยของผลงาน หากพบขอ้ ผิดพลาดให้ปรบั ปรุง
แก้ไขให้ถูกต้อง
8. นักเรียนร่วมกนั สรุปสง่ิ ท่ีเขา้ ใจเปน็ ความรูร้ ่วมกัน ดังนี้
สงิ่ แวดล้อมท่ีอยรู่ อบตัวเรามีความสมั พันธ์กนั และการเปล่ยี นแปลงของส่งิ แวดลอ้ ม
มผี ลกระทบต่อการดาเนนิ ชีวติ ของมนษุ ย์ทงั้ ด้านบวกและดา้ นลบ
4.ขน้ั สื่อสารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

9. นกั เรยี นนาเสนอผลงานการศกึ ษาหรือสารวจการเปลี่ยนแปลงของสิง่ แวดลอ้ มในชุมชน
หรือทอ้ งถนิ่ ของตนเองหนา้ ชนั้ เรยี น

10. นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายสรุปเกยี่ วกบั วธิ ีการทางานใหเ้ ห็นการคิดเชงิ ระบบและวิธีการทางาน
ท่ีมีแบบแผน
5.ขน้ั ประเมินเพอื่ เพิ่มคณุ คา่ บรกิ ารสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)

11. นกั เรยี นรว่ มกนั เสนอแนวทางการดแู ลรกั ษาส่ิงแวดลอ้ มให้เกิดความยงั่ ยืนตอ่ ไป
12. นักเรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความรสู้ ึกหลงั การเรียนและหลังการทากจิ กรรม
ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี

• สง่ิ ท่ีนักเรยี นได้เรียนรใู้ นวันน้ีคอื อะไร
• นักเรียนมีสว่ นรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• เพ่ือนนกั เรียนในกลุ่มมีสว่ นร่วมกิจกรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพยี งใด
• นักเรยี นพอใจกบั การเรียนในวนั นี้หรอื ไม่ เพยี งใด
• นักเรียนจะนาความร้ทู ่ีได้น้ีไปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครัว และสงั คมทวั่ ไป

ไดอ้ ย่างไร
จากน้ันแลกเปลยี่ นตรวจสอบข้นั ตอนการทางานทุกข้นั ตอนว่าจะเพ่มิ คุณค่าไปสู่สงั คม
เกิดประโยชนต์ อ่ สงั คมให้มากข้นึ กว่าเดมิ ในขนั้ ตอนใดบ้าง สาหรับการทางานในคร้งั ตอ่ ไป
สอ่ื การเรยี นร้/ู แหลง่ การเรียนรู้

1. หนงั สือเรียน รายวชิ าพื้นฐาน สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5
2. ภาพความสมั พนั ธข์ องส่ิงแวดล้อม
3. แหล่งการเรยี นร้ทู ้งั ภายในและภายนอกโรงเรยี น
การประเมินการเรียนรู้

1. ประเมินความรู้ เรือ่ ง ความสมั พนั ธข์ องสิง่ แวดล้อมในภูมิภาค สาเหตกุ ารเปลยี่ นแปลง
ของสงิ่ แวดลอ้ มในภูมภิ าค (K) ดว้ ยแบบทดสอบ

2. ประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ดา้ นใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทางาน (A) ดว้ ยแบบประเมิน
แบบประเมินตามสภาพจรงิ (Rubrics)

แบบประเมินกระบวนการทางานกลมุ่

รายการการ ระดับคณุ ภาพ
ประเมิน
4 321
กระบวนการ
ทางานกลมุ่ มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด
สมาชกิ ชัดเจน และมกี าร
ช้แี จงเป้าหมายการ สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหวั หนา้ บทบาทสมาชกิ
ทางาน มกี ารปฏบิ ัตงิ าน
ร่วมกันอย่างรว่ มมือรว่ ม มกี ารชแี้ จงเป้าหมาย ไมม่ ีการช้ีแจง และไมม่ ีการชแี้ จง
ใจพรอ้ มกบั การประเมิน
เป็นระยะ ๆ อยา่ งชัดเจนและ เปา้ หมาย เป้าหมาย สมาชิก

ปฏบิ ัตงิ านร่วมกนั อยา่ งชดั เจน ต่างคนตา่ งทางาน

แตไ่ มม่ กี ารประเมนิ ปฏบิ ตั งิ านร่วมกัน

เป็นระยะ ๆ ไมค่ รบทุกคน

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 77

สาระการเรียนร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าสงั คมศกึ ษา
ภาคเรยี นที่ 2
ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 5
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 3 เร่ืองท่ี 2 การเปล่ยี นแปลงของสง่ิ แวดล้อมในภาคเหนอื

และภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง

*****************************************************************************

มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ช้วี ัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 5.2 เข้าใจปฏสิ มั พนั ธ์ระหว่างมนษุ ยก์ ับสิ่งแวดลอ้ มทางกายภาพทีก่ อ่ ให้เกดิ
การสร้างสรรคว์ ิถกี ารดาเนนิ ชีวติ มีจิตสานึกและมีสว่ นรว่ มในการจดั การทรพั ยากร

และสง่ิ แวดล้อมเพือ่ การพัฒนาทย่ี ง่ั ยืน

ตัวช้ีวัด

ส 5.2 ป.5/3 นาเสนอตวั อย่างทีส่ ะทอ้ นใหเ้ หน็ ผลจากการรกั ษาและทาลายส่งิ แวดล้อม

และเสนอแนวทางในการจดั การสง่ิ แวดลอ้ มในภมู ิภาคของตน
จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. อธิบายลกั ษณะภูมปิ ระเทศในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื (K)

2. วเิ คราะห์การเปล่ียนแปลงของส่ิงแวดลอ้ มในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
พร้อมเสนอแนวทางการจัดการและรกั ษาสง่ิ แวดล้อมอยา่ งย่งั ยืน (P)

3. เหน็ ความสาคญั ในการศึกษาการเปล่ยี นแปลงของสิง่ แวดลอ้ มในภูมภิ าคต่าง ๆ (A)
สาระสาคัญ

การเปลย่ี นแปลงของสง่ิ แวดล้อมในภาคเหนือและภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ สาเหตุใหญม่ าจาก

การตดั ไมท้ าลายปา่ ทาให้สง่ิ แวดล้อมขาดความอุดมสมบูรณ์สง่ ผลกระทบต่อสงิ่ มชี ีวติ ทั้งหลาย
รวมถึงมนษุ ยด์ ว้ ย ดงั นนั้ การดูแลรักษาสง่ิ แวดล้อมใหอ้ ยู่ในสภาพดีจะเป็นการอนุรักษส์ ง่ิ แวดลอ้ ม
ให้สามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้
สาระการเรียนรู้

1. การเปลย่ี นแปลงของสงิ่ แวดล้อมในภาคเหนอื

2. การเปลยี่ นแปลงของส่งิ แวดลอ้ มในภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ
สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. ใฝ่เรยี นรู้

2. มุ่งม่ันในการทางาน
คาถามสาคัญ

นักเรยี นคิดว่าการมีแนวทางการจดั การและรกั ษาสงิ่ แวดล้อมอย่างถูกตอ้ งจะทาให้ส่ิงแวดล้อม
เกิดความยัง่ ยนื ได้อย่างไร

การจดั กิจกรรมการเรียนรู้

1.ขน้ั สังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)

1. นักเรียนรว่ มกนั สนทนาเกยี่ วกับลักษณะภมู ิประเทศในภาคเหนือและภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
โดยการตอบคาถาม ดังนี้

• ลกั ษณะภมู ิประเทศในภาคเหนือเปน็ อย่างไร
(ตัวอยา่ งคาตอบ เป็นภูเขาสลับกบั ท่ีราบ พ้นื ทภี่ ูเขาจะมีมากกวา่ ทร่ี าบและเป็นภมู ภิ าคท่มี ปี ่าไม้
มากทีส่ ดุ ของประเทศ)
• ลกั ษณะภมู ิประเทศในภาคตะวันออกเฉียงเหนอื เป็นอยา่ งไร
(ตัวอย่างคาตอบ มภี มู ปิ ระเทศเป็นท่ีดอน โคก โนน และทรี่ าบ ดินเปน็ ดนิ ทราย อากาศแหง้
ยาวนาน พื้นดนิ ขาดความชุ่มชืน้ พืชพรรณส่วนใหญเ่ ป็นป่าเตง็ รงั )
• นักเรยี นคิดวา่ สงิ่ แวดล้อมในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกดิ การเปลีย่ นแปลง
หรือไม่ อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคาตอบ เกดิ การเปลย่ี นแปลง สังเกตไดจ้ ากพน้ื ท่ีปา่ ลดลงและเกิดภัยทางธรรมชาติ
บอ่ ยครง้ั )
2. นักเรยี นศึกษาและรวบรวมข้อมูลเก่ยี วกับการเปลี่ยนแปลงของส่งิ แวดลอ้ มในภาคเหนือ
และภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื จากหนังสอื เรยี นและแหล่งการเรียนรอู้ ่นื ๆ เพมิ่ เตมิ
2.ขั้นคดิ วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความรู้ (Processing)
3. นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกับการเปลยี่ นแปลงของสงิ่ แวดล้อมในภาคเหนอื
และภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื โดยใช้คาถาม ดังนี้
• การเปลย่ี นแปลงของสิง่ แวดลอ้ มในภาคเหนอื และภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื มปี ญั หาดา้ นใดบ้าง
4. นกั เรียนยกตัวอย่างการเปล่ยี นแปลงของส่งิ แวดล้อมในภาคเหนอื และภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ
มา 1 ปญั หา แล้ววเิ คราะห์สาเหตุ ผลกระทบทีเ่ กิดขนึ้
5. นกั เรียนร่วมกนั เสนอแนวทางการจดั การและรกั ษาสิง่ แวดล้อมในภาคเหนอื และภาคตะวันออก-
เฉียงเหนอื เพือ่ ใหส้ ่ิงแวดลอ้ มเกิดความยัง่ ยนื
6. นกั เรยี นคิดประเมินเพอื่ เพิ่มคุณคา่ แลว้ สรุปเปน็ ความคดิ รวบยอด โดยการตอบคาถาม ดงั นี้
• นกั เรียนคดิ วา่ การมีแนวทางการจดั การและรักษาส่ิงแวดล้อมอยา่ งถูกตอ้ ง
จะทาให้สิ่งแวดล้อมเกิดความย่ังยนื ได้อยา่ งไร
(ตัวอย่างคาตอบ สิง่ แวดลอ้ มจะเกดิ ความสมดลุ และอุดมสมบูรณ์)
3.ขั้นปฏบิ ตั ิและสรปุ ความร้หู ลังการปฏิบตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)

7. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ ศกึ ษาและยกตวั อยา่ งเก่ยี วกบั การเปลี่ยนแปลงของสงิ่ แวดลอ้ มในภาคเหนอื
หรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือมา 1 ตัวอย่าง แลว้ วเิ คราะหส์ าเหตุ ผลกระทบ และเสนอแนวทางการจดั การ
ส่ิงแวดลอ้ มอย่างย่ังยนื

8. นกั เรยี นตรวจสอบความถูกตอ้ งและความเรยี บรอ้ ยของผลงาน หากพบขอ้ ผิดพลาดใหป้ รบั ปรุง
แกไ้ ขให้ถกู ต้อง

9. นกั เรียนรว่ มกนั สรุปสิง่ ท่เี ขา้ ใจเป็นความรู้รว่ มกนั ดงั นี้
การเปลยี่ นแปลงของส่งิ แวดล้อมในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ สาเหตุใหญม่ าจาก

การตดั ไม้ทาลายปา่ ทาให้สิง่ แวดล้อมขาดความอุดมสมบูรณ์ส่งผลกระทบตอ่ สงิ่ มีชีวิตทั้งหลาย
รวมถึงมนษุ ย์ด้วย ดังนนั้ การดแู ลรกั ษาสิง่ แวดลอ้ มใหอ้ ยู่ในสภาพดีจะเป็นการอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม

ให้สามารถนาไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้
4.ขั้นสือ่ สารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

10. นกั เรียนนาเสนอผลงานการเปลย่ี นแปลงของส่ิงแวดลอ้ มในภาคเหนอื หรอื ภาคตะวนั ออก-
เฉยี งเหนอื หนา้ ชนั้ เรียน

11. นักเรียนร่วมกนั อภปิ รายสรุปเกี่ยวกับวธิ ีการทางานใหเ้ หน็ การคดิ เชงิ ระบบและวิธกี ารทางาน
ที่มีแบบแผน
5.ขนั้ ประเมินเพอ่ื เพมิ่ คุณค่าบริการสงั คมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating)

12. นกั เรยี นนาผลงานของตนเองไปจดั ป้ายนิเทศหนา้ ชน้ั เรียน เพอื่ เผยแพร่ความร้ใู หก้ ับผอู้ นื่ ต่อไป
13. นักเรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความรสู้ ึกหลงั การเรียน ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้

• ส่งิ ท่ีนักเรียนไดเ้ รียนรใู้ นวนั นี้คืออะไร
• นกั เรยี นมีส่วนรว่ มกจิ กรรมในกลมุ่ มากน้อยเพยี งใด
• เพื่อนนักเรยี นในกลมุ่ มีส่วนรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• นักเรียนพอใจกับการเรียนในวนั นหี้ รือไม่ เพยี งใด
• นักเรยี นจะนาความรทู้ ่ไี ด้นไ้ี ปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์แกต่ นเอง ครอบครัว และสงั คมท่ัวไป

ไดอ้ ยา่ งไร
จากนัน้ แลกเปล่ยี นตรวจสอบข้ันตอนการทางานทุกขน้ั ตอนว่าจะเพม่ิ คุณค่าไปสสู่ ังคม
เกิดประโยชน์ตอ่ สงั คมให้มากขน้ึ กวา่ เดิมในข้ันตอนใดบ้าง สาหรับการทางานในครง้ั ตอ่ ไป
สื่อการเรยี นร/ู้ แหล่งการเรียนรู้

1. หนังสือเรยี น รายวชิ าพน้ื ฐาน สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 5
2. แหลง่ การเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมินการเรยี นรู้

1. ประเมินความรู้ เร่อื ง การเปลยี่ นแปลงของสง่ิ แวดล้อมในภาคเหนอื การเปล่ียนแปลงของสง่ิ แวดล้อม
ในภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื (K) ดว้ ยแบบทดสอบ

2. ประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมนิ
3. ประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ดา้ นใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ ม่นั ในการทางาน (A) ดว้ ยแบบประเมนิ
แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)

แบบประเมนิ กระบวนการทางานกลุม่

รายการการ ระดับคณุ ภาพ
ประเมนิ
4 321
กระบวนการ
ทางานกลมุ่ มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไมม่ กี ารกาหนด
สมาชกิ ชัดเจน และมกี าร
ชีแ้ จงเปา้ หมายการ สมาชกิ ชัดเจน เฉพาะหัวหนา้ บทบาทสมาชกิ
ทางาน มีการปฏิบตั งิ าน
ร่วมกนั อย่างรว่ มมอื รว่ ม มีการช้ีแจงเป้าหมาย ไม่มกี ารช้แี จง และไมม่ กี ารชแ้ี จง
ใจพรอ้ มกบั การประเมิน
เป็นระยะ ๆ อยา่ งชดั เจนและ เป้าหมาย เป้าหมาย สมาชกิ

ปฏบิ ตั ิงานรว่ มกัน อยา่ งชดั เจน ต่างคนตา่ งทางาน

แตไ่ มม่ กี ารประเมนิ ปฏิบตั ิงานรว่ มกนั

เป็นระยะ ๆ ไม่ครบทุกคน

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 78

สาระการเรียนรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวิชาสงั คมศึกษา

ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรียนที่ 2

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 เร่อื งที่ 3 การเปล่ียนแปลงของสิ่งแวดล้อมในภาคกลางและภาคตะวนั ออก

เวลาเรียน 1 ชว่ั โมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชีว้ ัด

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ส 5.2 เขา้ ใจปฏิสมั พนั ธ์ระหว่างมนษุ ยก์ บั สงิ่ แวดล้อมทางกายภาพทีก่ ่อใหเ้ กิด
การสรา้ งสรรคว์ ิถกี ารดาเนนิ ชวี ติ มีจิตสานกึ และมีสว่ นร่วมในการจดั การทรพั ยากร

และส่ิงแวดล้อมเพื่อการพฒั นาท่ยี ั่งยนื

ตัวชี้วัด

ส 5.2 ป.5/3 นาเสนอตวั อยา่ งท่สี ะท้อนให้เห็นผลจากการรกั ษาและทาลายส่งิ แวดล้อม

และเสนอแนวทางในการจดั การส่ิงแวดล้อมในภูมภิ าคของตน
จุดประสงค์การเรยี นรู้

1. อธิบายลักษณะภมู ปิ ระเทศในภาคกลางและภาคตะวนั ออก (K)

2. วิเคราะห์การเปลย่ี นแปลงของสิง่ แวดล้อมในภาคกลางและภาคตะวันออก พร้อมเสนอแนวทาง
การจดั การและรกั ษาสิ่งแวดลอ้ มอย่างย่ังยืน (P)

3. เห็นความสาคัญในการศึกษาการเปลีย่ นแปลงของสิ่งแวดลอ้ มในภมู ิภาคต่าง ๆ (A)
สาระสาคญั

การจดั การกบั การเปล่ยี นแปลงของสิง่ แวดล้อมอย่างยั่งยืน ทกุ ภาคสว่ นจะตอ้ งรว่ มมือกันในการดูแล

รักษาและอนุรักษ์ เพ่ือให้ทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อมคงอยตู่ อ่ ไป
สาระการเรียนรู้

1. การเปลยี่ นแปลงของส่ิงแวดลอ้ มในภาคกลาง
2. การเปลย่ี นแปลงของส่ิงแวดลอ้ มในภาคตะวันออก
สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร

2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

1. ใฝเ่ รยี นรู้

2. ม่งุ ม่ันในการทางาน
คาถามสาคัญ

นกั เรียนจะสรา้ งความตระหนักในการรกั ษาสงิ่ แวดล้อมใหเ้ กิดข้ึนแก่ตนเองและผู้อ่นื ได้อย่างไร

การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

1.ข้นั สังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)

1. นักเรียนรว่ มกนั สนทนาเกย่ี วกบั ลักษณะภูมิประเทศในภาคกลางและภาคตะวนั ออก
โดยการตอบคาถาม ดงั น้ี

• ลกั ษณะภูมปิ ระเทศในภาคกลางเป็นอย่างไร
(ตัวอย่างคาตอบ เปน็ ทร่ี าบและทีร่ าบลุ่ม ดนิ สว่ นใหญ่เปน็ ดนิ ตะกอน แมน่ ้าทอี่ ดุ มสมบูรณ์
มีชุมชนเกิดขนึ้ หนาแนน่ กว่าภูมภิ าคอื่น ๆ)
• ลกั ษณะภูมิประเทศในภาคตะวนั ออกเปน็ อย่างไร
(ตวั อย่างคาตอบ เป็นหย่อมภูเขาสูง กลมุ่ ภูเขาขนาดเล็ก ท่ีเนิน และมีชายฝงั่ ทะเล ภมู ิอากาศชุ่มชนื่
ทางตะวันออก แหง้ แล้งทางตะวนั ตก)
• ลกั ษณะภูมิประเทศในภาคกลางและภาคตะวันออกสง่ ผลดีต่อวถิ ีการดาเนนิ ชีวติ
ของประชากรอยา่ งไร
(ตัวอยา่ งคาตอบ ประชากรส่วนใหญ่ในภาคกลางจะมกี ารทาเกษตรกรรม เพราะเป็นพ้นื ท่ี
ท่มี คี วามอุดมสมบรู ณ์และมีแมน่ า้ ไหลผา่ นหลายสาย เชน่ แมน่ ้าเจา้ พระยา ส่วนในภาคตะวันออก
ประชากรส่วนใหญจ่ ะเพาะปลูกที่ราบลุ่มแมน่ ้าตา่ ง ๆ มีการทาการประมงบรเิ วณชายฝั่งทต่ี ิดกับทะเล)
• วถิ กี ารดาเนนิ ชีวิตของประชากรสง่ ผลใหเ้ กิดการเปลยี่ นแปลงของสิ่งแวดลอ้ มหรอื ไม่
อยา่ งไร
(ตวั อย่างคาตอบ ส่งผลให้เกดิ การเปล่ยี นแปลง โดยสงั เกตได้จากปญั หาต่าง ๆ ท่ีเกิดขนึ้
เช่น ในภาคกลางเกิดปัญหาน้าเนา่ เสีย ภาคตะวนั ออก ปัญหาขยะในทะเล)

2. นักเรียนศึกษาและรวบรวมข้อมลู เก่ียวกบั การเปล่ียนแปลงของส่ิงแวดลอ้ มในภาคกลาง
และภาคตะวันออก จากหนงั สือเรียนและแหลง่ การเรียนรู้อื่น ๆ เพิม่ เตมิ
2.ขัน้ คดิ วเิ คราะหแ์ ละสรปุ ความรู้ (Processing)

3. นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกบั การเปล่ยี นแปลงของสง่ิ แวดลอ้ มในภาคกลาง
และภาคตะวนั ออก โดยใช้คาถาม ดงั นี้

• การเปล่ยี นแปลงของสง่ิ แวดล้อมในภาคกลางและภาคตะวันออกมปี ญั หาด้านใดบา้ ง
4. นกั เรยี นยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงของสง่ิ แวดล้อมในภาคกลางและภาคตะวันออก
มา 1 ปญั หา แลว้ วเิ คราะหถ์ ึงสาเหตุและผลกระทบท่ีเกิดข้ึน
5. นักเรียนรว่ มกนั เสนอแนวทางการจดั การและรักษาสงิ่ แวดลอ้ มในภาคกลางและภาคตะวันออก
เพื่อให้สงิ่ แวดล้อมเกิดความย่งั ยืน
6. นกั เรยี นคิดประเมินเพื่อเพม่ิ คณุ ค่า แลว้ สรปุ เปน็ ความคดิ รวบยอด โดยการตอบคาถาม ดังนี้

• นกั เรยี นจะสรา้ งความตระหนักในการรกั ษาสงิ่ แวดล้อมใหเ้ กิดขึน้ แกต่ นเองและผอู้ ื่น
ไดอ้ ยา่ งไร

(ตัวอยา่ งคาตอบ แกต่ นเอง : ไมท่ ้งิ ขยะลงในแหลง่ นา้ ไม่ทาลายสิ่งแวดล้อม
ช่วยรกั ษาและดแู ลสง่ิ แวดลอ้ มให้เกิดความยง่ั ยนื แกผ่ ู้อนื่ : ปฏบิ ัติตนเปน็ แบบอย่าง แนะนาใหผ้ ู้อ่นื ปฏิบัติตาม)
3.ข้นั ปฏบิ ัตแิ ละสรปุ ความรู้หลังการปฏบิ ตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)

7. นักเรยี นแบง่ กลมุ่ นาเสนอตัวอย่างทีส่ ะท้อนใหเ้ ห็นถึงการเปล่ียนแปลงของส่งิ แวดลอ้ ม
ในภาคกลางหรอื ภาคตะวนั ออก แล้ววิเคราะห์สาเหตุ ผลกระทบ และเสนอแนวทางการจัดการส่ิงแวดล้อม

อยา่ งยงั่ ยืน
8. นักเรยี นตรวจสอบความถกู ต้องและความเรยี บรอ้ ยของผลงาน หากพบขอ้ ผิดพลาดใหป้ รบั ปรงุ

แก้ไขใหถ้ กู ตอ้ ง
9. นักเรียนร่วมกนั สรุปส่ิงทเี่ ขา้ ใจเปน็ ความรรู้ ว่ มกัน ดงั น้ี
การจัดการกับการเปลีย่ นแปลงของสิ่งแวดลอ้ มอย่างย่ังยนื ทุกภาคสว่ นจะต้องร่วมมือกัน

ในการดแู ลรักษาและอนรุ ักษ์ เพ่อื ใหท้ รัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมคงอยู่ต่อไป
4.ขั้นสอ่ื สารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

10. นักเรียนนาเสนอผลงานการยกตัวอยา่ งท่ีสะทอ้ นใหเ้ ห็นถงึ การเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดลอ้ ม
ในภาคกลางหรอื ภาคตะวันออกหนา้ ชนั้ เรยี น

11. นกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายสรุปเกยี่ วกบั วธิ กี ารทางานใหเ้ หน็ การคดิ เชิงระบบและวิธีการทางาน
ท่มี ีแบบแผน
5.ขั้นประเมินเพอ่ื เพ่มิ คุณค่าบรกิ ารสงั คมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)

12. นักเรยี นเสนอแนวทางการดูแลรกั ษาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมในภูมภิ าคของตน
แล้วนาแนวทางท่ไี ด้นาเสนอไปปฏบิ ตั ิในชีวติ ประจาวนั เพือ่ ใหท้ รพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม
เกดิ ความย่ังยนื ต่อไป

13. นกั เรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรสู้ กึ หลงั การเรียน ในประเดน็ ต่อไปน้ี
• ส่งิ ที่นักเรยี นได้เรียนรใู้ นวันนี้คืออะไร
• นกั เรยี นมสี ว่ นร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• เพ่อื นนักเรยี นในกลุ่มมีสว่ นรว่ มกจิ กรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด
• นักเรยี นพอใจกับการเรียนในวันนห้ี รือไม่ เพยี งใด
• นักเรียนจะนาความรทู้ ไี่ ดน้ ้ไี ปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์แกต่ นเอง ครอบครวั และสังคมท่ัวไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากน้ันแลกเปลีย่ นตรวจสอบขน้ั ตอนการทางานทุกขน้ั ตอนว่าจะเพม่ิ คุณคา่ ไปสสู่ ังคม

เกิดประโยชนต์ ่อสงั คมใหม้ ากขนึ้ กว่าเดมิ ในข้ันตอนใดบา้ ง สาหรบั การทางานในคร้ังต่อไป
ส่ือการเรยี นร/ู้ แหลง่ การเรียนรู้

1. หนังสอื เรียน รายวิชาพืน้ ฐาน สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 5
2. แหล่งการเรยี นร้ทู ้ังภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมินการเรียนรู้

1. ประเมินความรู้ เรือ่ ง การเปล่ยี นแปลงของสิ่งแวดลอ้ มในภาคกลาง การเปลย่ี นแปลงของสิ่งแวดล้อม
ในภาคตะวันออก (K) ดว้ ยแบบทดสอบ

2. ประเมนิ กระบวนการทางานกลุ่ม (P) ดว้ ยแบบประเมนิ
3. ประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ด้านใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งม่นั ในการทางาน (A) ด้วยแบบประเมิน

แบบประเมนิ ตามสภาพจรงิ (Rubrics)
แบบประเมินกระบวนการทางานกลุ่ม

รายการการ ระดบั คุณภาพ
ประเมนิ
4321
กระบวนการ
ทางานกลุ่ม มกี ารกาหนดบทบาท มกี ารกาหนดบทบาท มีการกาหนดบทบาท ไมม่ ีการกาหนด

สมาชิกชัดเจน สมาชิกชัดเจน เฉพาะหวั หนา้ บทบาทสมาชกิ

และมีการชี้แจง มกี ารชแ้ี จงเป้าหมาย ไม่มกี ารชีแ้ จง และไมม่ กี ารช้ีแจง

เปา้ หมาย อย่างชดั เจนและ เป้าหมาย เปา้ หมาย สมาชิก

การทางาน ปฏบิ ตั ิงานรว่ มกัน อยา่ งชดั เจน ตา่ งคนต่างทางาน

มกี ารปฏิบัติงาน แตไ่ ม่มีการประเมนิ ปฏิบัตงิ านร่วมกัน

รว่ มกนั เปน็ ระยะ ๆ ไมค่ รบทกุ คน

อยา่ งร่วมมือรว่ มใจ

พร้อมกับการประเมิน

เปน็ ระยะ ๆ

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 79

สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม รายวชิ าสงั คมศกึ ษา

ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 เรื่องที่ 4 การเปลีย่ นแปลงของส่งิ แวดลอ้ มในภาคตะวันตกและภาคใต้

เวลาเรียน 1 ชั่วโมง

*****************************************************************************
มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้ีวัด

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ส 5.2 เข้าใจปฏิสัมพนั ธ์ระหว่างมนษุ ยก์ บั สิ่งแวดล้อมทางกายภาพทกี่ อ่ ใหเ้ กิด
การสร้างสรรค์วิถกี ารดาเนนิ ชวี ติ มจี ิตสานึกและมสี ว่ นรว่ มในการจดั การทรพั ยากร

และส่งิ แวดล้อมเพอ่ื การพฒั นาที่ยงั่ ยนื

ตัวชวี้ ัด

ส 5.2 ป.5/3 นาเสนอตัวอย่างทส่ี ะท้อนใหเ้ ห็นผลจากการรักษาและทาลายสิง่ แวดลอ้ ม

และเสนอแนวทางในการจัดการส่ิงแวดล้อมในภมู ภิ าคของตน
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. อธบิ ายลกั ษณะภูมปิ ระเทศในภาคตะวันตกและภาคใต้ (K)

2. วิเคราะห์การเปล่ียนแปลงของส่งิ แวดล้อมในภาคตะวนั ตกและภาคใต้ พรอ้ มเสนอแนวทาง
การจัดการและรกั ษาสง่ิ แวดลอ้ มอย่างยง่ั ยืน (P)

3. เห็นความสาคัญในการศกึ ษาการเปลี่ยนแปลงของส่งิ แวดลอ้ มในภูมิภาคต่าง ๆ (A)
สาระสาคญั

มนุษยเ์ ปน็ ตวั การสาคัญท่ีทาให้ส่ิงแวดล้อมในภมู ภิ าคมกี ารเปล่ยี นแปลงไป โดยการเปล่ยี นแปลง

ของสิ่งแวดลอ้ มมีทง้ั การรักษาและการทาลาย ผลของการทาลายสิง่ แวดลอ้ มก่อให้เกิดผลกระทบตอ่
ส่งิ แวดลอ้ มต่าง ๆ ตามมา และในท่ีสุดจึงสง่ ผลกระทบตอ่ มนษุ ย์ทกุ คน การดแู ลรักษาสง่ิ แวดลอ้ ม
จงึ เปน็ สิง่ จาเปน็ ท่ีทุกคนควรรว่ มมือกัน เพ่ือใหส้ ิ่งแวดล้อมคงอยู่อยา่ งสมดุลและยั่งยืน
สาระการเรียนรู้

1. การเปลี่ยนแปลงของส่ิงแวดล้อมในภาคตะวันตก

2. การเปลย่ี นแปลงของสิง่ แวดลอ้ มในภาคใต้
สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

1. ใฝ่เรยี นรู้

2. มุ่งมั่นในการทางาน
คาถามสาคัญ

ถ้าวนั นี้ทุกคนชว่ ยกันดูแลรกั ษาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม นกั เรยี นคิดว่าโลกของเรา
ในอนาคตจะเปน็ อย่างไร

การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

1.ข้นั สังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering)

1. นักเรยี นรว่ มกนั สนทนาเกี่ยวกับลักษณะภูมปิ ระเทศในภาคตะวนั ตกและภาคใต้
โดยการตอบคาถาม ดังนี้

• ลกั ษณะภูมปิ ระเทศในภาคตะวนั ตกเปน็ อย่างไร
(ตัวอย่างคาตอบ เปน็ ทวิ เขาสงู มีท่ีลาดดอนตอนกลางและท่รี าบชายฝั่งทะเล
ตะวันออก เปน็ เขตเงาฝนของทวิ เขาตะนาวศรี ทาใหม้ ฤี ดแู ลง้ ยาวนาน)
• ลักษณะภมู ปิ ระเทศในภาคใต้เปน็ อยา่ งไร
(ตัวอย่างคาตอบ เป็นคาบสมุทร มภี ูเขาสูงเปน็ แกนกลางของคาบสมทุ ร มีท่ลี าดเชงิ เขา
ทด่ี อน เขาโดดกระจายอยู่สองฝั่งระหว่างทวิ เขา มีท่ีราบชายฝง่ั ทะเลทัง้ สองด้าน ภูมิอากาศชมุ่ ชื่น
มากกวา่ ภูมภิ าคอ่ืน)
• วิถกี ารดาเนินชีวิตของประชากรในภาคตะวันตกและภาคใต้เปน็ อย่างไร
(ตวั อย่างคาตอบ ภาคตะวันตก : มกี ารประกอบอาชีพการเกษตร ทาไร่ ทาสวน
ภาคใต้ : มกี ารประกอบอาชพี การประมง การท่องเทยี่ ว การเลยี้ งปลาบริเวณชายฝ่งั ทะเล)
• วิถกี ารดาเนินชวี ิตของประชากรในภาคตะวนั ตกและภาคใต้สง่ ผลให้เกดิ การเปลี่ยนแปลงของ
สงิ่ แวดล้อมหรือไม่ อย่างไร
(ตัวอย่างคาตอบ เกิดการเปลีย่ นแปลง เพราะการดาเนนิ ชีวิตของประชากรส่วนใหญ่
มีความใกล้ชิดกบั ธรรมชาติ และการดาเนินชีวิตของประชากรก็เป็นส่วนสาคัญทที่ าใหท้ รัพยากร
เกดิ การเปลี่ยนแปลง)
2. นกั เรยี นศึกษาและรวบรวมข้อมูลเก่ยี วกบั การเปลี่ยนแปลงของส่งิ แวดลอ้ มในภาคตะวันตก
และภาคใต้ จากหนังสือเรียนและแหลง่ การเรียนรอู้ ่นื ๆ เพ่ิมเตมิ
2.ข้ันคดิ วิเคราะห์และสรปุ ความรู้ (Processing)

3. นกั เรียนรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกบั การเปลย่ี นแปลงของสิง่ แวดล้อมในภาคตะวนั ตก
และภาคใต้ โดยใชค้ าถาม ดังน้ี

• การเปลี่ยนแปลงของส่ิงแวดลอ้ มในภาคตะวนั ตกและภาคใตม้ ีปัญหาด้านใดบ้าง
4. นกั เรียนยกตวั อยา่ งการเปล่ียนแปลงของส่งิ แวดล้อมในภาคตะวนั ตกและภาคใต้มา 1 ปญั หา
จากน้นั วิเคราะหส์ าเหตุและผลกระทบ
5. นกั เรยี นรว่ มกนั เสนอแนวทางการจัดการและรกั ษาสิง่ แวดล้อมในภาคตะวันตกและภาคใต้
เพือ่ ใหส้ ่งิ แวดล้อมเกิดความย่งั ยืน
6. นักเรยี นคดิ ประเมินเพ่ือเพ่ิมคุณค่า แลว้ สรุปเปน็ ความคดิ รวบยอด โดยการตอบคาถาม ดังน้ี

• ถ้าวันนท้ี ุกคนชว่ ยกันดูแลรกั ษาทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม นกั เรียนคิดวา่ โลก
ของเราในอนาคตจะเปน็ อยา่ งไร

(ตวั อยา่ งคาตอบ มที รัพยากรธรรมชาตทิ ่ีอดุ มสมบูรณ์ มนษุ ยก์ ับธรรมชาตกิ จ็ ะสามารถ
อยู่ร่วมกันได้อยา่ งมีความสขุ )
3.ข้นั ปฏิบตั ิและสรุปความรูห้ ลงั การปฏบิ ตั ิ (Applying and Constructing the Knowledge)

7. นักเรยี นวาดภาพและเขยี นคาบรรยายนาเสนอการรักษาส่งิ แวดลอ้ มและการทาลายสิง่ แวดลอ้ ม
แล้วตอบคาถามลงในชน้ิ งานท่ี 4 เร่ือง การจดั การส่ิงแวดล้อมในภูมภิ าค

8. นักเรียนตรวจสอบความถกู ตอ้ งและความเรยี บรอ้ ยของชิ้นงาน หากพบข้อผิดพลาดใหป้ รบั ปรงุ
แกไ้ ขให้ถูกตอ้ ง

9. นักเรยี นรว่ มกนั สรุปสิง่ ที่เข้าใจเป็นความรูร้ ่วมกนั ดงั น้ี
มนุษยเ์ ป็นตัวการสาคัญที่ทาให้ส่งิ แวดล้อมในภูมิภาคมกี ารเปลี่ยนแปลงไป

โดยการเปลี่ยนแปลงของส่งิ แวดล้อมมีทั้งการรักษาและการทาลาย ผลของการทาลายสิ่งแวดลอ้ มก่อให้เกิด
ผลกระทบต่อสงิ่ แวดล้อมต่าง ๆ ตามมา และในท่ีสดุ จงึ ส่งผลกระทบต่อมนุษย์ ทกุ คนการดูแลรกั ษาส่งิ แวดลอ้ ม
จึงเปน็ ส่งิ จาเปน็ ท่ที ุกคนควรร่วมมือกัน เพอื่ ใหส้ ิ่งแวดลอ้ มคงอยู่อยา่ งสมดุลและย่งั ยนื
4.ขั้นสอ่ื สารและนาเสนอ (Applying the Communication Skill)

10. นักเรยี นนาเสนอช้นิ งาน เร่ือง การจดั การสิง่ แวดล้อมในภูมิภาค หนา้ ช้ันเรียน
11. นักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายสรุปเกีย่ วกบั วิธีการทางานใหเ้ หน็ การคิดเชิงระบบและวธิ กี ารทางาน
ทมี่ ีแบบแผน
5.ข้ันประเมินเพอื่ เพิม่ คณุ คา่ บรกิ ารสังคมและจติ สาธารณะ (Self-Regulating)

12. นักเรยี นนาความรู้ที่ได้จากการศึกษาการเปลย่ี นแปลงของส่งิ แวดลอ้ มไปเป็นแนวทางปฏบิ ัติ
ในการดาเนนิ ชวี ติ ในการวางแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มใหเ้ กิดความอุดมสมบูรณ์
และยั่งยนื ต่อไป

13. นกั เรียนประเมนิ ตนเองหลังการเรียน ในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
• สิง่ ท่นี ักเรียนได้เรยี นร้ใู นวนั น้คี ืออะไร
• นักเรียนมสี ่วนรว่ มในกิจกรรมการเรยี นรูม้ ากน้อยเพียงใด
• นักเรยี นพึงพอใจกับการเรยี นในวันน้หี รอื ไม่ เพยี งใด
• นักเรียนจะนาความรทู้ ่ีไดน้ ้ีไปใช้ให้เกิดประโยชนแ์ กต่ นเอง ครอบครวั และสังคมท่วั ไป
ไดอ้ ย่างไร
จากนนั้ แลกเปลยี่ นตรวจสอบขนั้ ตอนการทางานทกุ ข้ันตอนวา่ จะเพิม่ คณุ ค่าไปสสู่ งั คม

เกิดประโยชนต์ ่อสังคมใหม้ ากขึ้นกว่าเดมิ ในข้ันตอนใดบ้าง สาหรับการทางานในคร้งั ต่อไป
ส่อื การเรียนร/ู้ แหลง่ การเรยี นรู้

1. หนงั สอื เรียน รายวิชาพื้นฐาน สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
2. แหล่งการเรยี นรู้ทงั้ ภายในและภายนอกโรงเรียน
การประเมนิ การเรียนรู้

1. ประเมินความรู้ เร่อื ง การเปลย่ี นแปลงของสิ่งแวดลอ้ มในภาคตะวนั ตก
การเปลีย่ นแปลงของส่งิ แวดลอ้ มในภาคใต้ (K) ด้วยแบบทดสอบ

2. ประเมนิ ช้นิ งาน เรอื่ ง การจัดการสง่ิ แวดลอ้ มในภมู ภิ าค (P) ดว้ ยแบบประเมิน
3. ประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ด้านใฝ่เรยี นรู้ มุง่ ม่ันในการทางาน (A) ดว้ ยแบบประเมนิ


Click to View FlipBook Version