The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นวัตกรรมการบริหารท้องถิ่นไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by brother_dol, 2022-08-07 00:30:39

นวัตกรรมการบริหารท้องถิ่นไทย

นวัตกรรมการบริหารท้องถิ่นไทย

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถิ่นไทย | 390

หรือระบบการปกครองท้องถิ่นนัน้ ยังเป็นเรื่องท่ีเป็นไปได้ยาก แม้จะดูเหมือนว่ามีกิจกรรม
ที่ดูเหมือนการเตรียมความพร้อมให้กับบุคลากรที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานต่าง ๆ ใน
ประเด็นเรื่องระบบการปกครองท้องถิ่น ก็ใช่ว่าจะการันตีว่าการปกครองในระดับท้องถ่ิน
จะเกดิ ขนึ้ ได้จรงิ ดัง่ ในประเทศเสรีประชาธิปไตยท่วั ไป

ในด้านของการปกครอง ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1976 สภาแห่งรัฐได้ประกาศ
คำสั่ง ซึ่งทำให้เห็นว่าอำนาจสูงสุดของการปกครองอยู่ในมือของพรรคโครงการสังคมนยิ ม
พมา่ อย่างสิ้นเชิง เน้ือหาของคำสง่ั ดงั กลา่ วประกอบด้วย

1) ให้สภาแห่งรฐั และองค์กรอันเปน็ ศนู ย์กลางของอำนาจยอมรบั การนำของ
คณะกรรมการกลาง (ของพรรคโครงการสงั คมนิยม) และอำนาจของคณะกรรมการบริหาร
กลาง

2) ใหส้ ภาประชาชนของรัฐยอมรับอำนาจการนำของคณะกรรมการพรรคใน
ระดบั ภมู ภิ าค

3) ให้สภาประชาชนในระดับจังหวัดยอมรับอำนาจการนำของ หน่วยงาน
ของพรรคในระดับจงั หวดั และ

4) ให้สภาในระดับตำบลและหมู่บ้านยอมรับอำนาจการนำของกลุ่มของ
พรรคท่ตี ัง้ อยใู่ นเขตตำบลหรอื หมบู่ ้านนัน้ ๆ

ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานในระดับท้องถิน่ ไม่มีอำนาจใด ๆ นอกเหนือ จากการรับคำสัง่
จากพรรคส่วนกลาง

อยา่ งไรก็ตาม ว่แี ววของกิจกรรมทางการเมืองท่ีดูเหมือนจะเกยี่ วข้องกับระบบการ
ปกครองทอ้ งถ่นิ (แม้จะเปน็ เพียงแค่รูปแบบ และไมม่ ผี ลในทางปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ
อยา่ งแทจ้ รงิ ) มใี หเ้ หน็ ตัง้ แต่ในสมัยสภาปฏวิ ัติ (1962-1974) ในเรื่องของการมีส่วนร่วมใน
การจดั การรัฐของ ประชาชนในภาคส่วนตา่ ง ๆ รวมถึงในระดับทอ้ งถ่นิ

สภาปฏิวัติ ได้พัฒนาระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าสู่องค์กรบริหารระดับต่าง ๆ
ผ่านการเลือกตั้งสมาชิกองค์กรระดับท้องถิ่นอย่างสภาประชาชน (Pyithu Hluttaw) ใน
ระดับบนสดุ รวมถึง สภาประชาชน ระดบั หมบู่ า้ น ระดับตำบล ระดับจงั หวัด ระดับรัฐย่อย
ระดับเขตปกครองด้วย ดังนั้น ประชาชนจะมีส่วนร่วมในรัฐสภาได้ก็โดยผ่านการเลือกต้ัง

นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถิน่ ไทย | 391

(ซึ่งเหมือนเป็นเพียงพิธีกรรมอย่างหนึ่งเท่านั้น) สมาชิกสภาฯ มีหน้าที่รายงานผลการ
ประชุม (จัดทุก 2 ปี) ต่อเขตเลือกตั้งของตนโดย การเรียกประชาชนมาประชมุ ถือเปน็ การ
เชอ่ื มโยงประชาชนเขา้ กับศนู ย์กลางของรฐั อย่างเปน็ ทางการ

การเลอื กตัง้ สมาชกิ สภาประชาชนมีขน้ึ ทุก ๆ 4 ปี พรอ้ ม ๆ กับการ เลอื กต้งั
สมาชิกสภาประชาชนประจำหมบู่ า้ น ตำบล จงั หวัด รัฐย่อย และเขตปกครองพเิ ศษ และ
เฉพาะผู้มสี ัญชาตพิ มา่ เทา่ นั้นทมี่ คี ณุ สมบตั ิ รบั เลอื กตัง้ ได้ ซ่ึงในความเป็นจรงิ แล้ว ผู้สมคั ร
รบั เลือกตั้งคือบุคคลท่ีมีตำแหนง่ อยู่แลว้ นน่ั หมายถงึ สว่ นหนง่ึ กเ็ ป็นคนของพรรคในระดบั
ตา่ ง ๆ อย่างไรก็ตาม กย็ ังปรากฏกรณขี องผทู้ ี่รฐั สนับสนนุ แตพ่ ่ายแพ้การเลือกต้ัง ดงั นนั้ ผู้
ท่ไี ด้รบั เลือกจึงต้องเปน็ คนทท่ี ้ังพรรคและประชาชนในท้องถ่ิน ยอมรบั ได้

ในส่วนของสภาประชาชนระดับจังหวัด ตำบล และหมู่บา้ น น้นั มหี น้าทีห่ ลกั 3
ประการคอื

1) ควบคุมประชาชน
2) การจัดกิจกรรมให้แก่พรรคและองค์กรชนช้นั
3) จัดการประชมุ และรณรงค์ เพอื่ นำไปสกู่ ารมีสว่ นร่วมในการเลอื กตั้ง
สภาประชาชนระดับท้องถิ่นนั้นไม่มีอำนาจด้านนิติบัญญัติ และไม่มีการประชุม
เพ่ือกำหนดนโยบายแต่อย่างใด แต่เป็นสถาบันท่ตี ้งั ข้ึนเพ่ือรองรับความต้องการของรัฐบาล
กลางและกระจายสู่ท้องถิ่น ซึ่งเป็นไปตามอุดมการณ์สังคมนิยมประชาธิปไตยที่รัฐบาลให้
ความหมายไว้ และเป็นหลักการสำคัญในรัฐธรรมนูญ ความพยายามให้ประชาชนระดับ
ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดการรัฐ จึงไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก รัฐยังคงต้องการ
กำกับดูแลกิจการทุกอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าการตัดสินใจในทุกระดับจะไม่ขัดแย้งกับสิ่งที่
รัฐบาลกลางชี้นำและกำหนดไว้ การพัฒนาความคิดริเริ่มในท้องถิ่นจึงถูกสอดส่องอยู่
ตลอดเวลา รัฐมนตรีมหาดไทยมีอำนาจในการปลดสมาชิกสภาประชาชนระดับท้องถิ่นทั่ว
ประเทศท่ถี ูกมองวา่ ขาดความ เหมาะสม หรอื ทำหนา้ ท่ไี ม่มีประสิทธิภาพ จึงสรุปไดว้ ่า การ
กระจายอำนาจสู่ท้องถิน่ น้นั แมจ้ ะมีให้เหน็ ในเชิงรูปแบบ แตใ่ นรายละเอียดแลว้ ไม่เกิดข้ึน
จริง องค์กรต่าง ๆ ระดับท้องถิ่น มีหน้าที่เพียงนำการตัดสินใจของคณะผู้ปกครองจาก
องคก์ รระดับสูงในส่วนกลางเท่าน้ัน ยกตวั อยา่ งเชน่ การปฏบิ ตั ิงานงานของสภาประชาชน

นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถิน่ ไทย | 392

ระดับตำบลในนครยา่ งกงุ้ ใช้เวลาสว่ นใหญ่ดำเนินการตามแผนงาน ท่สี ภาประชาชนระดับ
จังหวัดจัดเตรยี มไว้ให้ ซึง่ สภาประชาชนระดบั จงั หวัดก็ได้รับคำสง่ั จากสภาประชาชนระดับ
รฐั ย่อยหรือเขตปกครองมาอกี ที เพือ่ บรรลุเป้าหมายตามที่รฐั บาลกลางวางไวเ้ ท่านน้ั

13.10 สาธารณรัฐฟลิ ิปปินส์

ฟิลิปปินส์เป็นประเทศหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีวิวัฒนาการการ
กระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่นที่สืบเนื่องยาวนานพอสมควร โดยหน่วยการ
ปกครองท้องถิ่นระดับเลก็ ที่สดุ ในฟิลิปปินส์ ได้แก่ บารังไกนั้นเป็นหน่วยพื้นฐานทางสงั คม
ที่มีมาก่อนสเปนจะเข้ายึดครองเป็นอาณานิคม ซึ่งถือได้ว่าเป็นรูปแบบการปกครองที่มี
ความเก่าแกแ่ ละมีความสำคญั เป็นอยา่ งยิ่ง และมพี ัฒนาการอยา่ งต่อเนอ่ื งจนถึงปจั จบุ ัน12

ตามรัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ปี ค.ศ. 1987 ซึ่งเป็นฉบับที่ใช้อยู่ใน
ปัจจบุ นั ไดก้ ำหนดใหห้ นว่ ยการปกครองท้องถิ่น (Local Government Units – LGUs) มี
ความเป็นอิสระในการปกครองตนเอง โดยประธานาธิบดีมีหน้าที่เพียงการกำกับดูแลการ
ปกครองท้องถิ่นโดยทั่ว ๆ ไป รวมทั้งยังกำหนดให้รัฐสภาตราประมวลกฎหมายการ
ปกครองท้องถิ่นซึ่งออกในปี ค.ศ. 1991 ภายใต้หลักการสำคัญเกี่ยวกับการจัดให้มีการ
ปกครองท้องถิ่นที่ตอบสนองและมีความรับผิดชอบเพิ่มมากขึ้นผ่านระบบการกระจาย
อำนาจ พร้อมกับกลไกที่มี ประสิทธิภาพในการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่ง (Recall) การ
ริเริ่มเสนอ กฎหมายหรือเรื่องต่าง ๆ (Initiative) และการหยั่งเสียงประชามติ
(Referendum และ Plebiscite) การจัดสรรอำนาจความรับผิดชอบและทรัพยากรของ
หน่วยการปกครองท้องถิ่นระดับต่าง ๆ การกำหนดคุณสมบัติ วิธีการเลือกตั้ง การแต่งตั้ง
และการใหพ้ น้ จากตำแหนง่ วาระ การดำรงตำแหน่ง เงินเดอื น อำนาจและภาระหน้าทขี่ อง
เจา้ หนา้ ท่ี และเรอื่ งอน่ื ๆ ท่เี กี่ยวข้องกบั การจัดองค์การและการดำเนนิ การของ หนว่ ยการ
ปกครองทอ้ งถิน่

12 ณัฐธิดา บุญธรรม, ระบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศสาธารณรัฐฟิลิปปินส์,
(กรุงเทพ: สถาบันพระปกเกลา้ , 2556), หนา้ 46.

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถิ่นไทย | 393

ในปัจจุบันหน่วยการปกครองท้องถิ่นของฟิลิปปินส์มี 4 ประเภท ได้แก่ จังหวัด
(Province) จำนวน 80 แห่ง เมือง (city) 143 แห่ง เทศบาล (Municipality) 1,491 แห่ง
และหมู่บ้านหรือบารังไก (Barangay) 42,028 แห่ง (สถิติ ณ วันที่ 30 กันยายน ค.ศ.
2012)41 นอกเหนือจากนี้ ได้มีการจัดตั้งเขตการเมืองพิเศษแยกออกมาต่างหาก ซ่ึง
ประกอบด้วย 1) เขตนครหลวงแห่งชาติและหน่วยงานพัฒนามะนิล (the National
Capital Region and Metropolitan Manila Development Authority – MMDA) ซง่ึ
ประกอบด้วยเมือง 16 แห่ง และ เทศบาล 1 แห่ง มีวัตถุประสงค์เพ่ือส่งเสริมการ
ประสานงานและความมีประสิทธิภาพในการให้บริการในเขตนครหลวง 2) เขตปกครอง
อิสระในชุมชนมุสลิมมินดาเนา (Autonomous Region of Muslim Mindanao –
ARMM) ซึ่งประกอบด้วยจังหวัด 5 จังหวัด รวมตัวกันเพื่อตอบสนองปัญหาเฉพาะด้าน
สงั คมและวัฒนธรรมในพ้ืนที่ดงั กลา่ ว และ 3) เขต บริหารพเิ ศษในชุมชนคอร์ดลิ เลร่า (the
Cordillera Administrative Region – CAR) ประกอบด้วยจังหวดั 5 จังหวดั

แผนภาพท่ี 13.7 โครงสร้างการปกครองท้องถิน่ ฟลิ ปิ ปนิ ส์

นวตั กรรมการบริหารท้องถนิ่ ไทย | 394
แผนภาพท่ี 13.8 องคป์ ระกอบภายในหนว่ ยการปกครองท้องถ่นิ

สำหรับประเทศฟิลิปปินส์นั้น ประมวลกฎหมายการปกครองท้องถิ่นปีค.ศ. 1991
ได้ปูทางให้กับการถ่ายโอนอำนาจการปกครองและการกระจายอำนาจในการบริหารงาน
ของรัฐบาลให้แก่ท้องถิ่น (ประเทศฟิลิปปินส์เป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้ที่มีประมวลกฎหมายการปกครองท้องถิ่นที่รวบรวมเนื้อหาต่าง ๆ เกี่ยวกับการ
ปกครองท้องถิ่นไว้ในเล่มเดียวกัน ในขณะที่บางประเทศ เช่น ประเทศไทย มาเลเซีย และ
อินโดนีเซีย ยังไม่มีประมวลกฎหมายเกี่ยวกับการปกครองท้องถิ่นรวมไว้ในเล่มเดียวกัน)
ทั้งนี้ ประเทศฟิลิปปินส์มีประวัติการปกครองแบบรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลางมาเป็น
ระยะเวลายาวนาน ฉะนั้น การกระจายอำนาจและหน้าที่ไปยังหน่วยการปกครองท้องถ่ิน
จึงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากประชาชนตระหนักว่ากลไกของการปกครอง
ประเทศแบบที่ควบคุมอำนาจจากส่วนกลางนั้น ไม่ใช่กลไกการปกครองและการบริหาร
จดั การทม่ี ปี ระสิทธิภาพ ประมวลกฎหมายการปกครองท้องถ่ินปีค.ศ. 1991 ได้ กำหนดให้

นวัตกรรมการบริหารท้องถิ่นไทย | 395

มกี ารถา่ ยโอนความรับผิดชอบในการจัดบริการพน้ื ฐานไปยังหนว่ ยงานการปกครองท้องถิ่น
ซึ่งรวมถึงบุคลากรที่เหมาะสม ทุน และ เครื่องมือ ทั้งยังสนับสนุนการมีส่วนร่วมของ
ภาคเอกชน องคก์ ารพฒั นา เอกชน และองค์กรประชาชน ในการเข้าไปเปน็ หุ้นส่วนภาคีใน
การพฒั นาท้องถนิ่ และเป็นกลไกในการคิดและการวางแผนในการพัฒนาท้องถิน่ อย่างที่ไม่
เคยเกิดขึ้นมากอ่ น

กล่าวได้ว่า เจตนารมณ์ของประมวลกฎหมายการปกครองท้องถิ่นของประเทศ
ฟิลิปปินส์ฉบับนี้มีความพยายามที่จะทำให้เกิดการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นมากที่สุด
เน่ืองจากกฎหมายฉบับนี้ได้มอบอำนาจในการปกครองและทรัพยากรที่เดิมเป็นของ
ระดบั ชาติไปให้กับระดับ จงั หวัด เมือง เทศบาล และท่สี ำคญั คอื ระดับบารงั ไกหรือหมู่บ้าน
ซงึ่ ถือไดว้ ่าเปน็ ระดบั ชน้ั ของการบริหารการปกครองที่เลก็ ที่สดุ ในประเทศ

ในส่วนของอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของหน่วยการปกครองท้องถิ่นนั้น
กฎหมายได้กำหนดอำนาจหน้าที่และการให้บริการพื้นฐาน แก่ประชาชนในเขตพื้นที่ไว้
แตกต่างกนั ตามความสามารถของหนว่ ย การปกครองท้องถ่ินแต่ละประเภทตามที่ได้กล่าว
มาแล้วในบทที่ 4 ทั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ เรื่องแหล่งที่มาของรายได้ท้องถิ่นน้ัน
กฎหมายกำหนดให้หน่วยการปกครองท้องถิ่นแต่ละประเภท มีอำนาจที่จะกำหนด
แหล่งที่มาของรายได้ อัตราภาษี ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่าย ที่คิดจากการใช้บริการต่าง
ๆ ในทอ้ งถ่ินได้เอง แต่อยา่ งไรก็ตาม ในความเปน็ จริงน้ันแหล่งที่มาของรายได้ดงั กล่าว ถือ
ได้ว่าไมเ่ พยี งพอต่อการนำไปใชด้ ำเนนิ งานและจดั บริการพ้ืนฐานต่าง ๆ ให้แก่ประชาชนใน
ทอ้ งถิ่น เปน็ เหตุใหแ้ หล่งทมี่ าของรายไดจ้ ากภายนอก ซ่ึงกค็ ือ รายได้ที่รัฐบาลกลางจัดสรร
มาให้จากส่วนแบ่งของภาษีที่รัฐจัดเก็บได้ภายในประเทศกลายเป็นแหล่งที่มาของรายได้
ท้องถิ่นที่สำคัญที่สดุ จากจุดนี้ ทำให้หน่วยการปกครองท้องถิ่นไม่มีความเป็นอิสระในการ
ดำเนนิ งานและบรหิ ารจดั การภายในทอ้ งถิ่นได้อย่างแทจ้ ริง

13.11 สาธารณรัฐสิงคโปร์

สิงคโปร์เป็นประเทศขนาดเล็กที่สุดในประเทศสมาชิกอาเซียน แต่มีความเจริญ
เติบทางเศรษฐกิจสูงที่สุด จึงถือว่าสิงคโปร์มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจเอเชีย

นวตั กรรมการบริหารท้องถน่ิ ไทย | 396

ตะวันออกเฉียงใต้เป็นอย่างยิ่ง แต่สำหรับเรื่องของการกระจายอำนาจ สิงคโปร์ไม่มีระบบ
การปกครองท้องถิ่นจึงอาจต้องไปกล่าวถึงการปกครองในระดบั ล่างสุด การมีส่วนร่วมของ
ประชาชน การกระจายอำนาจ และหน่วยงานที่มีความใกล้เคียงกับองค์กรปกครองส่วน
ท้องถน่ิ แทน13

สงิ คโปรม์ ีการจัดตง้ั สภาเมืองและสภาพฒั นาชุมชนที่ได้รบั การกระจายอำนาจจาก
คณะกรรมการพัฒนาการเคหะแห่งชาติให้เป็นหน่วยท่ีดูแลผู้พักอาศัยภายในเขตพื้นท่ีของ
ตน โดยที่ผู้พักอาศัยภายในเขตสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการออกความคิดเห็นเกี่ยวกับ
การบริหารปรับปรุงหรือพัฒนาอาคารการเคหะที่ตนอาศัยอยู่ได้ นอกจากนี้ก็มีสมาคม
ประชาชนที่ทำงานร่วมกับองค์กรระดับรากหญ้าหลายแห่งเพื่อทำงานในระดับชุมชนเป็น
การสร้างการมสี ่วนร่วมจากประชาชนอีกทางหนึ่ง

แม้จะมีสภาเมืองและสภาพัฒนาชุมชนจะมีลักษณะใกล้เคียงและได้รับการ
คาดหวังว่าจะเป็นต้นแบบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในอนาคตเพียงไร แต่องค์กร
เหล่านี้ก็ไม่อาจถือว่าเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้สมบูรณ์แบบเพราะเมื่อพิจารณา
ในทางปฏบิ ัติทง้ั 2 องคก์ รมีลกั ษณะเป็นหน่วยบริการสาธารณะในชมุ ชนท่ีไดร้ ับมอบหมาย
หน้าที่จากรัฐบาลมาปฏิบัติในเรือ่ งใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น แต่ขาดอำนาจในการบริหารจัดการ
ตัวเองตามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วไป แม้กระทั่งการคัดเลือกผู้บริหารท้องถิ่น
ประชาชนในพื้นที่ก็ไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม และการที่อาณาเขตของสภาเมืองและสภา
พัฒนาชุมชน อิงกบั เขตการเลือกตง้ั ทำให้ทง้ั 2 องคก์ รได้รบั อิทธพิ ลจากการเมืองค่อนข้าง
สูง และกลายเป็นเครื่องมือในการเล่นการเมืองระหว่างกัน ดังที่ พรรคกิจประชาเคยหา
เสียงว่า พื้นที่สภาเมืองที่ไม่เลือกผู้สมัครจากพรรคกิจประชา อาจไม่ได้รับงบประมาณใน
การพฒั นาอาคารเคหะภายในเขต

ท้งั นี้ เมอ่ื พจิ ารณาจากสภาพการณท์ ้งั หมดแลว้ สามารถสรุปไดว้ า่ การท่สี งิ คโปร์ยัง
ไมม่ กี ารปกครองท้องถน่ิ นัน้ เป็นผลมาจากสาเหตุ ดงั ต่อไปน้ี

13 ศุภกิจ แตงขาว, ระบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศสิงคโปร์, (กรุงเทพฯ:
สถาบนั พระปกเกลา้ , 2556), หนา้ 68.

นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถนิ่ ไทย | 397

1) ขนาดของประเทศ เนื่องจากสิงคโปร์เป็นประเทศที่มีขนาดเล็กมาก การ
บริหารดูแลจึงอาศัยเพียงแค่รัฐบาลกลางก็กระทำได้อย่างทั่วถึง จึงไม่จำเป็นต้องมีการตั้ง
การปกครองสว่ นท้องถนิ่ ขึ้นมาทับซอ้ นอีก

2) รัฐบาลพรรคกิจประชา นับตั้งแต่สิงคโปร์ได้รับมอบอำนาจการปกครอง
อย่างสมบูรณ์จากอังกฤษในปี ค.ศ.1959 จนถึงวันนี้ พรรคกิจประชาเป็นพรรคการเมืองที่
ผูกขาดการบริหารประเทศด้วยการเป็นรัฐบาลพรรคเดียวมาโดยตลอด ซึ่งแนวทางการ
บริหารงานของรัฐบาลกิจประชาที่ผ่านมามุ่งให้ความสนใจกับการสร้างเสถียรภาพทาง
การเมืองเปน็ หลกั เพราะเห็นวา่ จะนำไปสูก่ ารมีประสทิ ธภิ าพในการบริหารงาน และเหมาะ
กบั ประเทศขนาดเล็กที่ไร้ซ่งึ ทรัพยากรธรรมชาติอยา่ งสงิ คโปร์มากทสี่ ดุ ดังนั้น จะเห็นได้ว่า
ที่ผ่านมารัฐบาลพรรคกิจประชาจงึ ไม่เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมทางการเมืองมากนัก รวมถงึ
พยายามลดทอนพลังของพรรคฝ่ายค้านอยู่ตลอดเวลา เนื่องด้วยเกรงว่าการมีส่วนร่วม
ทม่ี ากเกินไป อาจนำไปสคู่ วามว่นุ วายทางการเมืองท่จี ะสง่ ผลต่อการพัฒนาประเทศได้ การ
ปกครองท้องถิ่นอย่างเต็มรูปแบบจึงไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลพรรคกิจประชาจะสนับสนุน ยกเว้น
ว่าจะเป็นหน่วยการปกครองที่รัฐสามารถเข้าไปควบคุมได้อย่างเต็มที่อย่างสภาเมืองหรือ
สภาพัฒนาชุมชน

3) บทบาทของคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติและสมาคมประชาชน
เนื่องจากการเกิดขึ้นของการปกครองท้องถิ่นส่วนหนึ่งก็เพื่อส่งเสริมความเป็นชุมชนหรือ
ท้องถ่ิน แต่สำหรับสิงคโปร์ที่ประชาชนมากกว่าร้อยละ 80 อาศัยอยู่ในอาคารการเคหะ
ของรัฐ ทำให้ขาดความรู้สึกว่าความเป็นชุมชนหรือท้องถิ่นร่วมกัน เพราะขาดอัตลักษณ์ท่ี
แสดงความเปน็ ท้องถิ่นของตนเอง อกี ทง้ั กลไกของคณะกรรมการพัฒนาการเคหะแห่งชาติ
ที่เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลกลางก็ไม่เอื้อต่อการเสริมสร้างการปกครองท้องถิ่นและ
ประชาธิปไตย แม้ว่าจะมีสมาคมประชาชนที่ทำงานเกี่ยวกับสร้างจิตวิญญาณของชุมชน
แต่ก็เป็นการหลอมรวมความเป็นชุมชนที่เหมือนกันในระดับชาติมากกว่าจะส่งเสริม
เอกลักษณ์ชุมชนเดิม อีกทั้งสมาคมประชาชนเป็นกลไกที่ควบคุมโดยรัฐและมีหน้าท่ี
ปฏิบัติงานเพื่อตอบสนองทิศทางของรัฐบาลกลางมากกว่า ซึ่งการมีบทบาทของ

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถน่ิ ไทย | 398

คณะกรรมการการเคหะแห่งชาติและสมาคมประชาชน สะท้อนถึงบทบาทนำโดยรัฐ
มากกวา่ บทบาทนำโดยประชาชน

4) แนวคิดประชาชนชาวสิงคโปร์ ที่มักให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจและ
ความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันมากกว่าการเข้าไปมสี ว่ นร่วมทางการเมือง เห็นได้จากการท่ี
พรรคกิจประชาได้รับชัยชนะเหนือพรรคฝ่ายค้านที่ชูนโยบายแนวคิดประชาธิปไตยเป็น
นโยบายหลักตลอดมา แม้แต่ในส่วนองค์กรอย่างสภาเมืองและสภาพัฒนาชุมชน ก็ยัง มี
ประชาชนจำนวนมากไม่ทราบบทบาทขององค์กรดงั กล่าว และมองทั้ง 2 องค์กรเป็นเพียง
หน่วยงานบรกิ ารสาธารณะของรัฐบาลเท่านัน้ ทำให้ ไม่มีแรงจงู ใจทจ่ี ะเข้าไปมีส่วนร่วมกับ
การดำเนินงานขององค์กรดังกล่าวมากนัก ทัศนคติแบบนี้เป็นอุปสรรคสำคัญในการ
ผลักดนั ประชาธิปไตย รวมถงึ การปกครองทอ้ งถ่นิ ในสิงคโปร์

ดงั นัน้ เนอ่ื งจากขอ้ จำกัดของสงิ คโปร์เองทีก่ ารพัฒนาประชาธิปไตย ยงั ไม่ต่อเนื่อง
และเชื่องช้า รวมไปถึงการเป็นรัฐขนาดเล็กที่รัฐบาลกลาง และหน่วยงานรัฐสามารถดูแล
ประชาชนไดอ้ ย่างท่ัวถงึ อยูแ่ ล้วกท็ ำให้การปกครองท้องถ่ินอาจยังไม่ใชส่ งิ่ จำเป็นนักสำหรับ
สิงคโปร์ ซึ่งต่างจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่น ๆ ซึ่งมีพัฒนาการ
กระจายอำนาจอย่างโดดเด่นเช่นไทยและอินโดนีเซีย ที่การกระจายอำนาจเป็นสิ่งจำเป็น
ของการพัฒนาประชาธิปไตยและแก้ไขข้อจำกัดในการบรหิ ารงานภาครฐั ภายใต้อาณาเขต
ของดนิ แดนท่ีกวา้ งขวางและมปี ระเด็นปัญหาท่ีซับซอ้ นไปแล้ว

13.12 ราชอาณาจักรไทย

การปกครองท้องถิ่นของไทยมีความเป็นมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5
และประเด็นในเรื่องของการกระจายอำนาจก็ได้รับการส่งเสริมมากยิ่งขึ้นภายใต้
รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน พุทธศักราช 2540 เป็นต้นมา โดยองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่
ของไทยมี 2 รปู แบบ คอื “รูปแบบทั่วไป” และ “รูปแบบพิเศษ”14

14 ไพบูลย์ โพธิ์สุวรรณ, ท้องถิ่นไทย ต้องทำอะไรกับอาเซียน, (กรุงเทพฯ: สถาบัน
พระปกเกล้า, 2557), หนา้ 39.

นวตั กรรมการบริหารท้องถนิ่ ไทย | 399

1) รูปแบบทั่วไป ประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และ
องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบล

2) รปู แบบพิเศษ ประกอบด้วยกรงุ เทพมหานครและพัทยา
นโยบายการกระจายอำนาจโดยองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ พ.ศ. 2540
จนถึงปัจจุบัน จึงเป็นการสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ทำหน้าที่บริหารจดั การ
สาธารณส่วนทอ้ งถนิ่ โดยคำนงึ ถงึ ความแตกต่าง หลากหลาย และความตอ้ งการของแต่ละ
พื้นที่ ตลอดจนการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ ความ
โปร่งใส และการมีส่วนร่วม การตรวจสอบ และการรับผิดชอบร่วมกันระหว่างภาค
ประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ ซงึ่ เป็นฝา่ ยบรหิ ารที่ใกลช้ ดิ กับประชาชน
ดว้ ยเหตุนรี้ ฐั ธรรมนญู ต้งั แตฉ่ บับ พ.ศ. 2540 จนถึงรัฐธรรมนญู ฉบับปจั จบุ ัน จึงได้
เปิดโอกาสให้กับการกระจายอำนาจ โดยมรี ากฐานอยทู่ ่ีการบริหารประเทศท่ีเปิดโอกาสให้
ท้องถิ่นต่าง ๆ มีอำนาจในการจัดการดูแล กิจการต่าง ๆ ของตนเอง ไม่ใช่เป็นเฉพาะ
อำนาจการตัดสินใจทีส่ ั่งการ โดยตรงมาจากรัฐบาลส่วนกลางที่มีอำนาจในกจิ การทุกอยา่ ง
ของส่วนท้องถิ่น โดยกิจการท่ีท้องถิ่นมีสิทธิจัดการดูแลมักได้แก่ ระบบสาธารณูปโภค
การศึกษา ศิลปวัฒนธรรม การดูแลชีวิตทรัพย์สิน และการดูแลกิจการสิ่งแวดล้อม ส่วน
กจิ การใหญ่ๆ ทอ่ี าจจะต้องอย่กู บั สว่ นกลางคือ การทหาร และการต่างประเทศ15
อย่างไรก็ตาม ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนนั้น จะต้องมีหลายส่ิงหลายอย่างท่ี
เปลี่ยนแปลงไปในชุมชนและท้องถ่ิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเคลื่อนไหวภาคการตลาด
ภาคประชาสังคม เงินทุน การแลกเปลี่ยนทาง การเมืองและวัฒนธรรม ซึ่งการปกครอง
สว่ นท้องถ่ินจะต้องมีความตระหนัก และส่วนกลางจะต้องเตรียมพร้อมสนับสนุนให้องค์กร
ปกครองสวนท้องถิ่นมีศักยภาพในการรับมือกับประชาคมอาเซียนด้วยเหตุนี้ ประชาคม
อาเซียนถือเป็น “โจทย์สำหรับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น” เพราะถือเป็นความ
รับผิดชอบทางสังคม (Social Responsibility) เพราะผ้บู รหิ ารทอ้ งถ่ิน สมาชกิ สภาทอ้ งถ่ิน
และข้าราชการท้องถิ่นล้วนแต่เป็นคนที่มีภูมิลำเนา หรือเป็นคนในท้องถิ่น ย่อมถือเป็น

15 วุฒิสาร ตันไชย, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: “รับ” และ “รุก” อย่างไรกับ
ประชาคมอาเซยี น, (กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า, 2557), หน้า 221.

นวัตกรรมการบริหารท้องถิน่ ไทย | 400

หน้าที่ที่ต้องช่วยดูแลและรับผิดชอบต่อท้องถิ่น ส่วนเรื่อง ความรับผิดชอบทางการเมือง
(Political Responsibility) นั้น เนื่องด้วย ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่นเป็น
“ผู้แทน” ของประชาชน และ ได้รับการเลือกสรรผ่าน “การเลือกตั้งท้องถิ่น” เพื่อให้เข้า
มาทำหนา้ ที่ ในการพัฒนาทอ้ งถิน่ และดูแลคุณภาพชวี ิตของประชาชนในท้องถน่ิ 16

ส่ิงทจ่ี ำเป็นทีส่ ุดสำหรับประเทศไทย จงั หวดั และองค์กร ปกครองส่วนทอ้ งถิ่น คือ
การวิเคราะห์ว่าในแต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัดจะได้รับผลกระทบในแต่ละเรื่องอย่างไร
เกี่ยวข้องในระดับใด ได้รับผลกระทบในระดับใด มีกลุ่ม หรือหน่วยงาน หรือองค์กรใด
เกี่ยวข้องบ้าง แม้กระทั่งการวิเคราะห์ว่าพื้นที่ใดได้รับผลกระทบในเรื่องเดียวกัน รวมท้ัง
การวิเคราะห์วา่ มเี รื่องใดบ้าง ท่ีส่งผลกระทบตอ่ ทกุ จงั หวดั ทุกพืน้ ท่ี เป็นตน้

13.13 สาธารณรฐั สังคมนิยมเวียดนาม

เงือ่ นไขสำคัญทีก่ ำหนดรูปแบบการปกครองท้องถ่ินของเวียดนามกค็ ือระบอบการ
ปกครองแบบคอมมิวนิสต์รัฐธรรมนูญเวียดนามกำหนดให้รูปแบบการปกครองที่อยู่ใน
ระดบั ท่ตี ำ่ กว่ารฐั บาลสว่ นกลางท้ังหมดเปน็ รัฐบาลท้องถ่นิ

การปกครองที่ลดหลั่นลงไปได้อีกสามระดับคือระดับจังหวัด ระดับ เมือง และ
ระดับคอมมูน กป็ ระกอบไปดว้ ยหน่วยพ้ืนท่ีอีกหลายแบบ ในแตล่ ะแบบของแตล่ ะขนั้ ก็จะมี
สองหน่วยงานสำคัญที่ทำหน้าที่รับฟังเสียงและความต้องการของประชาชน ซึ่งก็คือ สภา
ประชาชนและคณะกรรมการประชาชน ทั้งสององค์กรมีหน้าที่ฟังเสียงประชาชน ทำแผน
โครงการที่ท้องถิ่นต้องการ ก่อนจะส่งไปยังหน่วยที่สูงขึ้นไปเพื่อให้ได้รับการอนุมัติ
งบประมาณ17

16 ไชยวฒั น์ ค้ำชู และณัชชาภทั ร อุ่นตรงจิตร, ประชาคมอาเซยี นกับการปกครองส่วน
ทอ้ งถ่นิ , (กรงุ เทพฯ: สถาบนั พระปกเกล้า. 2555), หน้า 320.

17 นรุตม์ เจริญศรี, ระบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศเวียดนาม, (กรุงเทพฯ:
สถาบันพระปกเกล้า, 2556), หน้า 46.

นวัตกรรมการบริหารท้องถ่นิ ไทย | 401
แผนภาพท่ี 13.9 โครงสรา้ งความสัมพนั ธร์ ะหว่างรฐั บาลกลางกับรฐั บาลท้องถนิ่

นวตั กรรมการบริหารท้องถ่นิ ไทย | 402
แผนภาพท่ี 13.10 โครงสรา้ งการบรหิ ารการปกครองท้องถ่ินของเวยี ดนาม

หน่วยที่มีอำนาจหน้าที่ในการปกครองท้องถิ่นที่สำคัญ มีอยู่ 4 หน่วยก็คือ สภา
ประชาชน คณะกรรมการประชาชน ศาลประชาชน และตัวแทนประชาชน โดยกฎหมายที่
มีความเกี่ยวข้องและสำคัญต่อสภาประชาชน และคณะกรรมการประชาชนคือกฎหมายท่ี
มีช่อื วา่ Law on Organization of People’s Council and People’s Committee ซง่ึ
เริ่มใช้ในปี ค.ศ.1994 มาตรา 4 ได้กำหนดให้สภาประชาชนและคณะกรรมการประชาชน
ต้องมีอยู่ในทุกหน่วยของการปกครองท้องถิ่น โดยมาตราที่ 5 กำหนดให้สภาประชาชนใน
ระดับจังหวัดและระดับเขต มี คณะกรรมาธิการสามัญประจำ (standing committee)
และคณะกรรมการชำนาญการพิเศษ (specialized committee) ในขณะที่ระดับคอมมนู
ให้ มีประธาน (chairman) และรองประธาน (vice chairman)

นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถิ่นไทย | 403

ในด้านของภารกิจ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือมันมีลำดับขั้นของการขออนุมัติโครงการ
หรืองบประมาณหลายระดับท้องถิ่นไม่มีงบประมาณเป็นของตนเอง เพราะงบประมาณ
ทั้งหมดทข่ี อใช้เพื่อพฒั นาท้องถ่ินน้ันจะถือว่าเป็น งบประมาณของส่วนกลาง แม้ว่าท้องถ่ิน
จะมีรายได้จากการเก็บภาษี และงบประมาณอื่น ๆ บ้าง แต่ก็ไม่มีอำนาจในการเสนอ
โครงการและงบประมาณไปยังสว่ นกลาง เพราะอาจถูกแก้ไขหรือไมอ่ นุมัติจากชั้นของการ
ปกครองที่สูงกว่า ดังนั้นสิ่งที่เห็นก็คือ มีการเรียกร้องให้กระจายความเป็นอิสระด้าน
งบประมาณมาให้ท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นอิสระคล่องตัวของการ
บรหิ ารงาน

นอกจากนปี้ ัญหาอื่น ๆ ของการปกครองท้องถิ่นก็คือการต้องการให้ประชาชนเข้า
มามีส่วนร่วมในการปกครองมากขึ้นกว่านี้ แต่เงื่อนไขสำคัญต่อการให้ประชาชนเข้ามามี
ส่วนร่วมก็คือเวียดนามปกครองด้วย ระบอบคอมมิวนิสต์ซึ่งก็จะเป็นปัจจัยที่จะเป็น
อุปสรรคต่อการเมืองภาคประชาชนของเวียดนาม

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถน่ิ ไทย | 404

คำถามทา้ ยบท

13.1 จงอธิบายถึงความรเู้ บอื้ งต้นเกยี่ วกับประชาคมอาเซยี น
13.2 จงอธิบายถึงความหมาย และความสำคญั ของประชาคมอาเซียน
13.3 จงอธบิ ายถึงองคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ ในกลุม่ ประเทศอาเซียน
13.4 จงอธิบายถึงองคก์ รปกครองสว่ นท้องถนิ่ ของเนการาบรูไนดารุสซาลาม
13.5 จงอธิบายถึงองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ของราชอาณาจกั รกัมพชู า
13.6 จงอธบิ ายถงึ องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ของสาธารณรัฐอินโดนีเซยี
13.7 จงอธบิ ายถงึ องค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ ของสาธารณรัฐประชาธปิ ไตย
ประชาชนลาว
13.8 จงอธบิ ายถงึ องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นของสหพนั ธรัฐมาเลเซีย
13.9 จงอธบิ ายถึงองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินของสาธารณรัฐแหง่ สหภาพเมยี น
มาร์
13.10 จงอธบิ ายถงึ องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่ ของสาธารณรฐั ฟลิ ิปปนิ ส์
13.11 จงอธิบายถงึ องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ินของสาธารณรฐั สิงคโ์ ปร์
13.12 จงอธิบายถึงองคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่นของราชอาณาจกั รไทย
13.13 จงอธิบายถงึ องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ของสาธารณรัฐสงั คมนิยม
เวียดนาม

นวัตกรรมการบริหารท้องถิ่นไทย | 405

อ้างอิงประจำบท

ไชยวัฒน์ ค้ำชู และณัชชาภัทร อุ่นตรงจิตร. ประชาคมอาเซียนกับการปกครองส่วน
ทอ้ งถิ่น. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกลา้ , 2555.

ณัฐธิดา บุญธรรม. ระบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศสาธารณรัฐฟิลิปปินส์.
กรุงเทพ: สถาบนั พระปกเกล้า, 2556.

นิชานท์ สิงหพุทธางกูร. ระบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศเนอการาบรูไนดารุสส
ลาม. กรงุ เทพฯ: สถาบนั พระปกเกล้า, 2556.

นรุตม์ เจริญศรี. ระบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศเวียดนาม. กรุงเทพฯ: สถาบัน
พระปกเกลา้ , 2556.

ผณิดา ไชยศร.ระบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า.
กรงุ เทพฯ: สถาบันพระปกเกลา้ , 2556.

พินสุดา วงศ์อนันต์. ระบบการปกครองท้องถิ่นของราชอาณาจักรกัมพูชา. กรุงเทพฯ:
สถาบันพระปกเกลา้ , 2556.

ไพลิน ภู่จีนาพันธ์ุ. ระบบการปกครองท้องถิ่นของสหพันธรัฐมาเลเซีย. กรุงเทพฯ:
สถาบันพระปกเกล้า, 2556.

ไพบูลย์ โพธิ์สุวรรณ. ท้องถิ่นไทย ต้องทำอะไรกับอาเซียน. กรุงเทพฯ: สถาบัน
พระปกเกล้า, 2557.

ภาณุวัฒน์ พันธุ์ประเสริฐล ระบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศสาธารณรัฐอินโดนิ
เซีย. กรงุ เทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า, 2556.

วุฒิสาร ตันไชย. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: “รับ” และ “รุก” อย่างไรกับประชาคม
อาเซียน. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า, 2557.

ศุทธิกานต์ มีจั่น. ระบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศลาว. กรุงเทพฯ: สถาบัน
พระปกเกล้า, 2556.

ศุภกิจ แตงขาว. ระบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศสิงคโปร์. กรุงเทพฯ: สถาบัน
พระปกเกลา้ , 2556.

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถ่ินไทย | 406

บรรณานุกรม

กรมการส่งเสรมิ การปกครองส่วนท้องถ่ิน. พระราชบัญญตั สิ ภาตำบลและองคก์ ารบริหาร
ส่วนตำบล พ.ศ. 2537 แก้ไข เพิ่มเติม ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2546. กรุงเทพมหานคร
: โรงพมิ พ์ประสานมิตร, 2546.

กองราชการส่วนตำบล สานักบริหารราชการส่วนท้องถิ่น. กรมการปกครอง.
กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พ์อาสารกั ษาดินแดน, 2542.

กิตติวรรณ ธีระตระกูล. “การมีส่วนร่วมของประชาชนเกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่นใน
เขตเทศบาลเมืองตราด”. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. สาขา
นโยบายสาธารณะ. บณั ฑติ วิทยาลยั : มหาวทิ ยาลยั บรู พา, 2546.

กีรติ ยศยิ่งยง. องค์กรแห่งนวัตกรรมแนวคิดและกระบวนการ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่ง
จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย. 2552.

โกวิทย์ พวงงาม. การปกครองท้องถิ่นไทย : หลักการและมิติใหม่ในอนาคต. พิมพ์ครั้งที่
3. กรงุ เทพมหานคร : สำนกั พมิ พ์วญิ ญูชน, 2544.

เขมมารี รักษ์ชชู พี .ทฤษฎีองคก์ าร. กรงุ เทพมหานคร: ทรปิ เพ้ลิ กรปุ๊ , 2553.
คณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งสภาพัฒนาการเมืองและยกร่างแผนแม่บทพัฒนาการเมือง

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี. แผนแม่บทพัฒนาการเมือง. กรุงเทพฯ: สห
มติ รพริ้นต้งิ แอนดพ์ บั ลสิ ซ่ิง จำกดั , 2550.
คันฉัตร ตันเสถียร. “การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชนในเขตเทศบาล :
ศึกษาเฉพาะกรณีเทศบาลเมืองสมุทรสาคร”. ภาคนิพนธ์ศิลปศาสตรมหา
บัณฑิต. สาขาพัฒนาสังคม. สถาบนั บัณฑิตพฒั นาบรหิ ารศาสตร์, 2537.
จรัส สุวรรณมาลา และคณะ. วิถีใหม่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย.
สำนักงานกองทนุ สนับสนนุ การวิจัย สกว.. 2548.
จินตนา คงเหมือนเพชร. “ความพึงพอใจของประชาชนต่อการบริหารงานเทศบาลเมือง
ปัตตานี”. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. สงขลา :
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร,์ 2541.

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถน่ิ ไทย | 407

จริ ศักด์ิ เกษียณบตุ ร. องค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาล ปญั หาขดั ขอ้ งแนวทางแก้ไข
และการพัฒนาในอนาคต. วารสารเทศภิบาล. 4 เมษายน 2536.

จินตวีร์ เกษมศุข. การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม. รายงานวิจัย. สาขาวิชาการ
ประชาสัมพนั ธ.์ คณะนิเทศศาสตร.์ มหาวทิ ยาลัยศรปี ทมุ , 2554

เจมส์ แอล เครตัน. คู่มือการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการตัดสินใจของ
ชุมชน. แปลโดย ศ.นพ.วันชัย วัฒนศัพท์. นนทบุรี : ศูนย์สันติวิธีเพื่อการพัฒนา
ประชาธปิ ไตย, 2563.

เฉลียว บุรีภักดี. โครงสร้างทางความคิดเรื่องยุทศาสตร์การพัฒนาเกี่ยวกับระบบทำงาน.
เอกสารประกอบการสอนแนวการศึกษาค้นคว้ารายวิชา 2535. สกลนคร :
สถาบันราชภัฏสกลนคร, 2545.

เฉลิมพล แก้วแกมเสือ. “อาคารสำนักงานเทศบาลนครศรีอยุธยา”. วิทยานิพนธ์รัฐ
ประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลยั ศิลปกร, 2545.

ชาญชัย แสวงศักด์ิ. รวมคำบรรยายพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของ
เจ้าหนา้ ที่ พ.ศ. 2539. กรุงเทพมหานคร : วญิ ญูชน. 2541, หนา้ 23.

ชติ นลิ พานชิ และกลุ ธน ธนาพงศธร. การมีส่วนรว่ มของประชาชนในการพัฒนาชนบท.
ในเอกสารการสอนชุดวิชาความรู้ทั่วไปสำหรับการพัฒนาระดับตำบลหมู่บ้าน .
นนทบรุ ี : โรงพิมพ์มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช, 2532.

ชินรัตน์ สมสืบ .การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชนบท.นนทบุรี :
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2539.

ชูศักดิ์ เที่ยงตรง. การบริหารการปกครองท้องถิ่นของไทย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์
มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์, 2518.

ชูวงศ์ ฉายะบุตร. การปกครองท้องถิ่นไทย. กรุงเทพมหานคร : พิฆเนศพริ้นติ้ง เซ็นเตอร์,
2539.

ชัยยุทธ ชิโนกุล. การจัดการเชิงยุทธศาสตร์ว่าด้วย การนำแผนยุทธศาสตร์ไปปฏิบัติ.
พิมพค์ ร้งั ที่ 1 กรุงเทพมหานคร : สุขุมและบตุ ร จำกดั , 2546.

นวตั กรรมการบริหารท้องถ่ินไทย | 408

ไชยวัฒน์ ค้ำชู และณัชชาภัทร อุ่นตรงจิตร. ประชาคมอาเซียนกับการปกครองส่วน
ท้องถน่ิ . กรุงเทพฯ: สถาบนั พระปกเกล้า, 2555.

ณรงค์ สนิ สวัสด.์ิ จติ วทิ ยากรเมอื ง. กรุงเทพมหานคร: แพรพ่ ิทยา, 2556.
ณัฐธิดา บุญธรรม. ระบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศสาธารณรัฐฟิลิปปินส์.

กรุงเทพ: สถาบนั พระปกเกลา้ , 2556.
ดิเรก ฤกษ์หร่าย. การพัฒนาชนบทเน้นการพัฒนาสังคมและแนวคิดความจำเป็น

พน้ื ฐาน. กรุงเทพมหานคร : กรุงสยามการพมิ พ์, 2525.
ดำรง ลัทธพิพัฒน์. การพัฒนาการเมืองในท้องถิ่น : ทฤษฎีและแนวความคิดในการ

พฒั นาประเทศ. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพม์ หาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์, 2508.
ติน ปรัชญพฤกษ์. ภาวะผ้นู ำและการมสี ่วนร่วมพฤติกรรมในองค์การหน่วยท่ี 2. นนทบรุ ี

: มหาวทิ ยาลยั สุโขทัยธรรมาธริ าช, 2533.
ถวัลย์รัฐ วรเทพพุฒิพงษ์. การปกครองท้องถิ่น : ประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญฉบับ

ประชาชน. กรุงเทพมหานคร : สมาคมรฐั ธรรมนูญเพอื่ ประชาชน, 2543.
ถวิลวดี บุรกี ุล. แนวคดิ ของการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธปิ ไตย. จดหมายข่าวสถาบัน

พระปกเกลา้ .ธันวาคม 2543.
. พลวัตการมีส่วนร่วมของประชาชน : จากอดีต จนถึงรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย พุทธศกั ราช 2550. กรุงเทพมหานคร : บริษัท เอ.พ.ี กราฟิค
ดไี ซนแ์ ละการพิมพ์ จำกดั , 2552.
ทนงศักดิ์ คุ้มไข่น้ำ. การพัฒนาชุมชนเชิงปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร : บพิธการพิมพ์,
2534.
ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์. ทฤษฎีองค์การสมัยใหม่. กรุงเทพมหานคร : ดี เค พริ้นต้ิง
เวิลด์, 2553.
ทวีทอง หงสว์ ิวัฒน.์ การมสี ว่ นร่วมของประชาชนในการพฒั นา. กรงุ เทพมหานคร : ศักดิ์
โสภาการพิมพ์, 2527.
ธเนศวร์ เจริญเมือง. 100 ปี การปกครองท้องถิ่นของไทย พ.ศ.2440, กรุงเทพฯ:
โครงการจดั พมิ พ์คบไฟ, 2540.

นวัตกรรมการบริหารท้องถิน่ ไทย | 409

. เทศบาลในทศวรรษหนา้ เลือกตัง้ นายกเทศมนตรโี ดยตรง. เชียงใหม:่ โครงการ
ศึกษาการปกครองท้องถิน่ คณะสงั คมศาสตร์ม, 2542.
ธีรภัทร์ เจริญดี. “การศึกษาการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัด
สำนกั งานคณะกรรมการประถมศึกษาแหง่ ชาติ เขตการศกึ ษา 11”. รายงานวจิ ยั .
จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย, 2558.
ธงชัย สันติวงษ์. องค์การและการจัดการ ทันสมัยยุคโลกาภิวัฒน์.กรุงเทพมหานคร: ไทย
วัฒนาพานิช, 2540.
นรุตม์ เจริญศรี. ระบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศเวียดนาม. กรุงเทพฯ: สถาบัน
พระปกเกล้า, 2556.
นรินทร์ชัย พัฒนพงศา. การมีส่วนร่วมหลักการพื้นฐาน เทคนิค และ กรณีตัวอย่าง.
เชียงใหม่:สริ ลิ กั ษณ์การพมิ พ์, 2547.
นิชานท์ สิงหพุทธางกูร. ระบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศเนอการาบรูไนดารุสส
ลาม. กรุงเทพฯ: สถาบนั พระปกเกล้า, 2556.
นิรันดร์ จงวุฒิเวศย์. การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนา. กรุงเทพสำนักพิมพ์
มหาวิทยาลยั มหิดล, 2527.
. นโยบายและกลวิธีการมีส่วนร่วมของชุมชน ในยุทธศาสตร์การพัฒนา
ปัจจบุ นั . กรงุ เทพมหานคร : ศกั ดโิ์ สภาการพมิ พ์, 2531.
นิรมล กิติกุล. องค์การและการจัดการ.พิมพ์ครั้งที่ 11 กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลยั , 2549.
นิพัทธเวช สืบแสง.การมีส่วนร่วมของชาวชนบทในการพัฒนา. ข่าวสารศูนย์วิจัย
ชาวเขา. ปีที่ 5 ฉบบั ที่ 3 กรกฏาคม-กนั ยายน 2526.
เนตินา โพธิ์ประสระ. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมและความผู้พันธ์ต่อองค์การของ
พนักงาน : ศึกษาเฉพาะกรณี บริษัท สิทธิผล 1919. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร
มหาบณั ฑิต. สาขาจิตวิทยาอุตสาหกรรม : มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์, 2561.
บูฆอรี ยีหมะ. การปกครองท้องถิ่นไทย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์
มหาวทิ ยาลยั , 2550.

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถ่นิ ไทย | 410

ปกรณ์ ปรียากร. ทฤษฎีและกลยุทธ์เกี่ยวกับการพัฒนา. กรุงเทพมหานคร : คณะรัฐ
ประศาสนศาสตร์ สถาบนั บณั ฑิตพัฒนบรหิ ารศาสตร์, 2530.

ปรัชญา เวสารชั ช.์ การมีส่วนรว่ มของประชาชนในกจิ กรรมเพ่ือพฒั นาชนบท. รายงานการ
วจิ ยั . กรงุ เทพมหานคร : สถาบนั ไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2528.

ปรีชา คัมภีรปกรณ์.การวจิ ัยเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์การทางการศึกษา ใน ประมวล สาระ
ชุดวิชาการวิจัยการบริหารการศึกษา หน่วยที่ 10-12.นนทบุรี : สานักพิมพ์
มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช, 2540.

ประยูร กาญจนดุล. ปาฐกถา : การปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย.
กรงุ เทพมหานคร : สำนกั ธรรมศาสตร์และการเมือง ราชบัณฑิตยสถาน, 2544.

ประทาน คงฤทธิศึกษากร. การปกครองเมืองพัทยา. กรุงเทพมหานคร : สหายบลอ๊ กและ
การพิมพ์, 2524.
. การปกครองท้องถิ่น. พมิ พค์ รงั้ ที่ 3. กรงุ เทพมหานคร : สถาบันบัณฑิตพัฒนบริ
หารศาสตร์, 2535.

ประหยัด หงส์ทองคำ. การปกครองท้องถิ่นไทย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร :
จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั , 2526.

ผณิดา ไชยศร.ระบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า.
กรงุ เทพฯ: สถาบันพระปกเกลา้ , 2556.

พินสุดา วงศ์อนันต์. ระบบการปกครองท้องถิ่นของราชอาณาจักรกัมพูชา. กรุงเทพฯ:
สถาบันพระปกเกลา้ , 2556.

พระราชบญั ญัตริ ะเบียบบรหิ ารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ฉบบั ท่ี 4, พ.ศ.2542.
พระราชบัญญัติระเบยี บบรหิ ารราชการเมืองพัทยา, พ.ศ.2542.
พระราชบัญญัตวิ ่าด้วยการเขา้ ชื่อเสนอข้อบัญญตั ทิ ้องถิน่ , พ.ศ.2542.
พระราชบัญญัติว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหาร

ทอ้ งถิน่ , พ.ศ.2542.
พระราชบญั ญัติสภาตำบลและองคก์ ารบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 ฉบับที่ 5, พ.ศ.2546.
พระราชบญั ญัตอิ งค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั พ.ศ.2540 ฉบับท่ี 3, พ.ศ.2546.

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถิ่นไทย | 411

พระราชบัญญัติองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั พ.ศ. 2540
พระราชบัญญตั ิองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัด พ.ศ. 2540 แกไ้ ขเพ่มิ เตมิ ถงึ (ฉบับท่ี 3) พ.ศ.

2546 มาตรา 45
พระราชบญั ญัตเิ ทศบาล พ.ศ.2496.
พระราชบญั ญัติสภาตำบลและองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบล ฉบับท่ี 6 พ.ศ.2552.
พระราชบญั ญัตริ ะเบยี บบริหารราชการเมอื งพัทยา พ.ศ.2542.
พระราชบัญญตั ิระเบียบบรหิ ารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 ฉบับที่ 4 พ.ศ.2542.
พิชาย รตนดิลก ณ ภูเก็ต. องค์การและการบริหารจัดการ. นนทบุรี: ธิงค์ บียอนด์ บุ๊คส์,

2552.
พิทยา บวรวัฒนา. ทฤษฎีองค์การสาธารณะ. พิมพ์ครั้งที่ 3.กรุงเทพมหานคร: ศักดิ์โสภา

การพมิ พ์, 2543.
พิบูล ทีปะบาล. การจัดการเชิงกลยทุ ธ์. กรุงเทพมหานคร : อมราการพมิ พ์, 2546.
ไพรัตน์ เดชะรนิ ทร์. ทบทวนการพฒั นาชนบทไทย. กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพ์ ดี แอนด์

เอส, 2562 .
ไพลิน ภู่จีนาพันธุ์. ระบบการปกครองท้องถิ่นของสหพันธรัฐมาเลเซีย. กรุงเทพฯ:

สถาบนั พระปกเกลา้ , 2556.
ไพบูลย์ โพธิ์สุวรรณ. ท้องถิ่นไทย ต้องทำอะไรกับอาเซียน. กรุงเทพฯ: สถาบัน

พระปกเกลา้ , 2557.
ภาณุวัฒน์ พันธุ์ประเสริฐล ระบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศสาธารณรัฐอินโดนิ

เซีย. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า, 2556.
มรุต วันทนากร. พฒั นาการและรูปแบบการปกครองท้องถ่นิ ไทย. สารานุกรมการปกครอง

ท้องถ่ินไทย, 2547.
เมตต์ เมตต์การุณ์จิต. การบริหารจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม. กรุงเทพมหานคร:

บรษิ ทั บุ๊คพอยทจ์ ำกัด, 2556.
มลั ลกิ า ต้นสอน.การจดั การยุคใหม่. กรงุ เทพมหานคร: เอก็ เปอร์เน็ท จำกดั ,2544.

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถ่ินไทย | 412

ยุพาพร รูปงาม. การมีส่วนร่วมของข้าราชการสำนักงบประมาณในการปฏิรูป ระบบ
ราชการ. ภาคนิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร
ศาสตร์, 2545.

ยุวัฒน์ วุฒิเมธี. หลักการพัฒนาชุมชนและการพัฒนาชุมชน. กรุงเทพมหานคร : ห้าง
หนุ้ สว่ นจำกดั นติ ิบุคคลไทยอนุเคราะห์ไทย, 2526.

ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2546. กรุงเทพฯ: นานมี
บคุ ส์ พับลิเคชัน่ ส์ 2546.

ราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา. เล่มที่ 120 ตอนที่ 107 ก. ประกาศเมื่อวันท่ี 4
พฤศจกิ ายน 2546.

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนที่ 120 ก . พะราชบัญญัติะเบียบบริหารราชการเมือง
พัทยา, พ.ศ.2542,

รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 78
ลิขิต ธีรเวคิน. การกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชนบท.

กรุงเทพมหานคร : การจัดระเบยี บบรหิ าร, 2525.
ลือชัย ศรีเงินยวง และทวีทอง หงวิวัฒน์. ยุทธศาสตร์เพื่อการดูแลตนเอง. นครปฐม :

ศูนย์ศึกษานโยบายสาธารณสุข คณะสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล, 2533.
วัชรา ไชยสาร. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช 2540. กรงุ เทพมหานคร
: สานกั พิมพ์นติ ิธรรม, 2544.
วุฒิสาร ตันไชย. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น: “รับ” และ “รุก” อย่างไรกับประชาคม
อาเซียน. กรงุ เทพฯ: สถาบันพระปกเกลา้ , 2557.
วิรัช วิรัชนิภาวรรณ. การบริหารเมืองหลวงและการบริหารท้องถิ่น เปรียบเทรียบ :
องั กฤษ สหรฐั อเมริกา ฝรั่งเศส ญป่ี ุ่นและไทย. กรงุ เทพฯ : โอเดียนสโตร,์ 2541.
วิโรจน์ สารรัตนะ.การบริหารการศึกษา : หลักการ ทฤษฎี หน้าท่ี ประเด็น และ บท
วิเคราะห์. พมิ พค์ รัง้ ที่ 4 . กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พ์ทิพย์วสิ ทุ ธ์ิ, 2546.

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถน่ิ ไทย | 413

วิทยา นภาศิริกุลกิจ. การเมืองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่ 3.
กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พม์ หาวิทยาลยั รามคำแหง, 2523.

วิชชุกร นาคธน. ร.ม. การเมืองการปกครอง. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ :
มหาวิทยาลัยราชภฏั พระนครศรีอยุธยา, 2550.

วิศิษฐ์ ทวีเศรษฐ. การเมืองการปกครองไทย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัย
รามคำแหง, 2543.

วีระศักดิ์ เครือเทพ. นวัตกรรมสร้างสรรค์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. กรุงเทพฯ:
สำนักงานกองทนุ สนบั สนุนการวจิ ยั สกว. 2548.

ศุทธิกานต์ มีจั่น. ระบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศลาว. กรุงเทพฯ: สถาบัน
พระปกเกลา้ , 2556.

ศุภกิจ แตงขาว. ระบบการปกครองท้องถิ่นของประเทศสิงคโปร์. กรุงเทพฯ: สถาบัน
พระปกเกล้า, 2556.

ศิวะนันท์ ศิวพิทักษ์. การจัดการนวัตกรรมขององค์กรธุรกิจที่มีผลต่อพฤติกรรมการ
สรา้ งสรรค์ นวัตกรรมของพนกั งาน. มหาวิทยาลัยธุรกิจบณั ฑิตย์. 2554.

สนิท จรอนันต์. ความเข้าใจเรื่องการปกครองท้องถิ่น ฉบับปรับปรุง. กรุงเทพมหานคร :
บรษิ ทั สุขุมและบุตร จำกัด, 2548.

สถาบันวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยรามคำแหง. “ผลการประเมินความพร้อมขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อรองรับการถ่ายโอนภารกิจและกำกับดูแลตรวจสอบ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น”.รายงานการวิจัย. สถาบันวิจัยและพัฒนา :
มหาวิทยาลยั รามคำแหง, 2547.

สุรพล สุยะพรหม และคณะ. ทฤษฎีองค์การและการจดั การเชงิ พทุ ธ. กรุงเทพมหานคร :
โรงพิมพ์มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั , 2545.

สุรพล สุยะพรหม. การเมืองกับการปกครองของไทย. กรุงเทพมหานคร : มหาจุฬาลง
กรณราชวทิ ยาลัย, 2548.

สุนันทา กาหยี. การเปรียบเทียบความพร้อมในการบริหารจัดการระหว่างเทศบาลตำบล
ห้วยยอดกับเทศบาลตำบลนาวง ในอำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง. วิทยานิพนธ์รัฐ

นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถิน่ ไทย | 414

ประศาสนศาสตรมหาบัณฑติ .บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธิราช,
2553.
สำนักประชาสัมพันธ์ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร . รัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศกั ราช 2540. กรงุ เทพมหานคร : สานักพิมพ์ สานักงาน
เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, 2540.
สนิท จรอนันต์. ความเข้าใจเรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่น. กรุงเทพมหานคร : สถาบัน
นโยบายศึกษา. พมิ พ์ที่บริษัทสขุ มุ และบตุ รจากดั , 2543.
สมคดิ บางโม. องค์การและการจัดการ.กรงุ เทพมหานคร: วทิ ยพฒั น์, 2555.
สมคิด เลิศไพฑูรย์. “การควบคุมกำกับเหนือองค์การปกครองท้องถิ่นในประเทศไทย”.
วารสารกฎหมายปกครอง. เล่ม 10 ตอน 1., 2534.
สมคิด เลิศไพฑรู ย์. การกระจายอำนาจตามพระราชบัญญตั กิ ำหนดแผนและข้ันตอนการ
กระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ:
มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร,์ 2543.
สนธยา พลศรี. ทฤษฏีและหลักการพัฒนาชุมชน. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ โอ เอส
พร้ินติง้ เฮ้าส์, 2533.
สมพงษ์ เกษมสิน. การบริหารงานบุคคลแผนใหม่. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช,
2519.
เสน่ห์ จุ้ยโต. เอกสารการสอนชุดวิชา องค์การและการจัดการ หน่วยที่ 6.นนทบุรี:
มหาวทิ ยาลยั สุโขทัยธรรมาธริ าช, 2552.
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ. รายงานประจำปี 2555 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ.
กระทรวงวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 2555.
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. การมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบ
ประชาธิปไตย.กลุ่มงานผลิตเอกสาร. สำนักการพิมพ์. สำนักงานเลขาธิการสภา
ผูแ้ ทนราษฎร, 2561.

นวตั กรรมการบริหารท้องถิ่นไทย | 415

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. หนังสือและสื่อเผยแพร่ เรื่องการปกครองส่วน
ท้องถิ่นและอำนาจหน้าที่ของกำนันและผู้ใหญ่บ้าน. กรุงเทพมหานคร :
สำนักพมิ พส์ ำนักงานเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎร, 2555.

สำนักบริหารราชการส่วนท้องถิ่นกรมการปกครอง. กองราชการส่วนตำบล.
กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพอ์ าสารกั ษาดินแดน, 2542.

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วน
ตำบล พ.ศ. 2537. ฉบับแก้ไข, 2553.

สมบัติ ธำรงธัญวงศ์. การเมืองไทย. กรุงเทพมหานคร : คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบัน
บณั ฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, 2549.

อุทัย หิรัญโต. การปกครองท้องถิ่น. กรุงเทพมหานคร : สำนักพมิ พโ์ อเดียนสโตร์, 2523.
อเนก เหล่าธรรมทศั น์.ประชาสังคมพัฒนาการและนัยยะแห่งอนาคต.วารสารนเิ วศวิทยา.

ฉบบั ท่ี 23. 2547.
อรทัย กั๊กผล. คู่คิด คู่มือ การมีส่วนร่วมของประชาชนสำหรับผู้บริหารท้องถิ่น.

กรงุ เทพมหานคร : ส เจริญ การพิมพ์, 2552.
อศิน รพีพัฒน์. การมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาชนบทในสภาพสังคมและ

วัฒนธรรมไทย. กรงุ เทพมหานคร : ศูนยน์ โยบายสาธารณสขุ มหาวิทยาลัยมหิดล
, 2527.
อาภรณ์พันธ์ จันทร์สว่าง. การพัฒนาบุคคล กลุ่มและชุมชน. กรุงเทพมหานคร :
มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร,์ 2554.
อคิน รพีพัฒน์. การมีส่วนร่วมของชุมชนในการพฒั นาชนบทในสภาพสังคมและวัฒนธรรม
ไทยในการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนา. กรุงเทพมหานคร :
มหาวิทยาลัยมหดิ ล, 2527.
อโณทัย ธรรมกุล. คู่มือการสอบบรรจุปลัดอำเภอและผู้ช่วยนายทะเบียนอำเภอ.
กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พ์ แอล เอส, 2530.
อุดม เชยกีวงศ์. หนังสือยุคปฏิรูปการศึกษา อบต. ประชาธิปไตยของชาวบ้าน.
กรงุ เทพมหานคร : สำนกั พมิ พ์บรรณกิจ, 2545.

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถิน่ ไทย | 416

Almond. Gabriel A. and Powell. G.Bingham. Comparative Politics: A
Developmental Approach. Boston: Little Brown, 1996.

Alessandro Muscio. From Regional Innovation Systemsto Local Innovation
Systems: Evidencefrom Italian Industrial Districts. Technopolis Ltd.
Italy. 2004.

Andrew. 1980 quoted in P.C. Nutt and R.W. Backoff. Strategic Management
of Public and Third Sector Organizations. San Francisso: Jossey-
Bass Publishers. 1992.

Alvesson. Mats.“Organization Culture and Ideology.” International Studies
of Management and Organization, 1989.

Bozeman and Straussman. quoted in Mark H. Moore. Creating Public Value:
Strategic Management in Government. Massachusetts: Harvard
University Press. 1998.

Bean. R.. & Radford. R. The business of innovation. New York: 2002.
Bromage. A. W. Role of the Councilman in a Council-Manager City. Public

Management, 1995.
Chandler. 1962. and Ansoff. Declerk. and Hays. 1976 qyited ub H. Mintzberg and J.B.

Quinn. The Strategy Process. New Jersey: Prentice Hall International.
1996.
Daniel Wit. A Comparative Survey of Local Government and
Administration. Bangkok : Prachandra Printing Press. 1996.
Eadie. quoted in O.E. Hughes. Publidc Management and Administration : An
Introduction New York: St. Martin’s Press. Inc. 1994.
Fenaroff . A . Community involvement in Health System for Primary
Health Care. Geneva : World Health Organization, 1980.

นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถิ่นไทย | 417

Gronhaug. K.. & Kaufmann. G. Innovation a cross-disciplinary perspective.
Martinez. CA: Norwegian University Press. 1988.

Goffin. K.. & Mitchell. R. Innovation management: Strategy and
implementation using the pentatholon framework. Hampshire. UK:
Palgrave Macmillan. 2005.

Greenberg. J.. & Baron. R.A. Behavior in organizations: Understanding and
managing human side of work. Englewood Cliffs. NJ: Prentice-Hall.
2002.

Huntington. Samuel P.and Nelson. John M. No Easy Choice: Political
Participation in Developing Countries. Cambridge: Harvard University
Press, 1992.

Holloway William V.. State and Local Government. London : George Allen
& Unwind. 1974.

Harris G. Mongtagu. Comparative Local Government. Great Britain : William
Brendon and Son Ltd.. 1984.

Henry Mintzberg. The Rise and Fall of Strategic Planning. New York:
Prentice Hall. 1994.

Hofer and Schendel. 1978. quoted in H. Mintzberg and J.B. Quinn. The
Strategy Process. New Jersey: Prentice Hall International. 1996.

Henry Mintzberg. The Rise and Fall of Straategic Planning. pp. 27-29.
J.M. Shafritz and E.W. Russell. Introducing Public Administration New york:

Pearson Education. Inc.. 2005.
John J. Clark. Outline of Local Government of The United Kingdom.

London : Sir Issac Pitman and Son Ltd. 1957.
King. D. The changing shape of leadership. Educational leadership. 59.

2002.

นวตั กรรมการบริหารท้องถ่ินไทย | 418

Kuczmarski. Innovation. New York: Prentice - Hall. 1992.
Lee. Y. D.. & Chang. H. M. Relations between team work and innovation in

organizations and the job satisfaction of employees: A factor
analytic study. International Journal of Management. 2008.
Lengnick-Hall. M. L.. Lengnick-Hall. C. A.. Andrade. L.. & Drake. B. Strategic
human resource management: The evolution of the field. Human
Resource Management Review. 2009.
Milbrath. Lester W. Political Participation. Chicago: RandMcNally, 1999.
Morton. W. S.. & Lewis. C. M. China: Its history and culture. 4th ed. New
York: McGraw-Hill. 2005.
Mintzberg.1987 quoted in H. Mintzberg and J.B. Quinn. The Strategy Process.
New Jersey: Prentice Hall International.1996.
M. Javidan and Ali Dastmalchian. “Why Planning in State Interprises Doesn’t
Work.” LRP Vol.21. No. 3 June 1985.
Montganare. Daneke. and Bracker. quoted in Mark H. Moore. Creating Public
Value: Strategic Management in Government Massachusetts: Hasrvard
University Press. 1998.
P.C. Nutt and R.W. Backoff. Strategic Management of Public and Third
Sector Organizations.
Porter. 1980.1985 quoted in Henry Mintzberg. The Rise and Fall of Strategic
Planning. New York: Prentice Hall, 1994.
P.C. Nutt and R.W. Backoff. Strategic Management of Public and Third
Sector Organizations, 1996.
Roger. E. M. Diffusion of Innovations. New York: The Free Press. 1983.
Robbins. S.P. Organizational Behavior. New Jersey: Pearson Education.,
2005.

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถิน่ ไทย | 419

Rush. Gary B. and Denisoff. R.S. Social and Poitical Movements. New York:
Appleton-Century-Crofts, 1991.

Roth. David F. and Wilson. Frank L. The Comparative Study of Politics. New
York: Appleton-Century-Crofts.

Tidd. J.. Bessant. J.. & Pavitt. K. Managing innovation: Intergrating
technological. market and organization change. 3d ed. Sussex. UK:
John Wiley & Sons. 2005.

Verba. S. Some Dilemmas in Comparative Research. World Politics, 1990.
Wong. S.Y..& Chin.K. S. Organizational innovation management: An

organization-wide perspective. Industrial Management & Data
Systems. 1079. 2007.
William A. Robson. “Local Government” in Encyclopedia of Social
Science. Vol. x. New York : The Macmillan Company. 1975.
White Alastair T. Why Community Participation? : a Discussion of the
Argument Go. Community Participation : Current Issue and
Lesson Learned. United Nations Children’ s Fund, 1982.

http://www.elearning.msu.ac.th/ opencourse/0 1 0 9 5 0 1 / Unit0 4 /
unit04_004.htm

www.nesdb.go. th/portals/0/news/plan/p8/M8_5.doc,
http://kruyos.blogspot.com/p/blog-page_32.html
http://kruyos.blogspot.com/p/blog-page_32.html
http://www.kpi.ac.th/wiki/index.php/
http://www.google.co.th/.

นวัตกรรมการบริหารท้องถิ่นไทย | 420

ผศ.ดร.ธติ วิ ุฒิ หมนั่ มี

ที่อยปู่ ัจจุบัน : 99/374 ศุภาลัยพาร์ควลิ ล์ หมู่ 7 ตำบลลำโพ อำเภอบางบัวทอง
จงั หวดั นนทบรุ ี

หน่วยงานที่ติดต่อได้สะดวก : ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหา
จฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั
ประวัติการศึกษา : พธ.บ.(สังคมศึกษา), พธ.ม.(ปรัชญา), พธ.ด.(รัฐประศาสนศาสตร์)
ปัจจบุ นั ดำรงตำแหน่ง : รองหัวหนา้ ภาควิชารัฐศาสตร์


Click to View FlipBook Version