The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นวัตกรรมการบริหารท้องถิ่นไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by brother_dol, 2022-08-07 00:30:39

นวัตกรรมการบริหารท้องถิ่นไทย

นวัตกรรมการบริหารท้องถิ่นไทย

นวตั กรรมการบริหารท้องถน่ิ ไทย | 90

สำคัญไว้ ตลอดจนข้อมูลจากแผนชุมชนเพื่อพิจารณาประกอบการจัดทำแผนยุทธศาสตร์
การพฒั นา

ข้นั ตอนที่สอง การวเิ คราะห์ศักยภาพเพ่อื ประเมนิ สถานภาพการพัฒนาของ
ท้องถิน่ ในปจั จุบัน

เป็นการประเมินโดยวิเคราะห์ถึงโอกาส และภาวะคุกคามหรือข้อจำกัด อันเป็น
สภาวะแวดล้อมภายนอกที่มีผลต่อการพัฒนาด้านต่าง ๆ ของท้องถิ่น รวมทั้งการวิเคราะห์
จุดอ่อน จุดแข็งของท้องถิ่น อันเป็นสภาวะแวดล้อมภายในท้องถิ่น ซึ่งทั้งหมดเป็นการ
ประเมินสถานภาพของท้องถิ่นในปัจจุบัน โดยเป็นการตอบคำถามว่า“ปัจจุบันท้องถิ่นมี
ศักยภาพการพัฒนาอยู่จุดไหน”สำหรับใช้เป็นประโยชน์ในการกำหนดการดำเนินงานใน
อนาคตต่อไป ท้งั นโี้ ดยใช้เทคนคิ SWOT Analysis

ข้ันตอนท่ีสาม การกำหนดวิสยั ทัศน์ และพนั ธกิจ
การกำหนดวสิ ัยทศั น์การพฒั นาทอ้ งถิน่
วิสัยทัศน์ (Vision) หมายถึง ถ้อยแถลงที่ระบุถึงสภาพการณ์ในอุดมคติซึ่งเป็น
“จุดหมาย” ท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ต้องการให้เกิดข้ึนในอนาคตขา้ งหน้า เพราะเชื่อ
ว่า หากสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น แล้วจะส่งผลให้เกิดคุณค่าหรือค่านิยมบางประการท่ี
ยึดถือ เชน่ คุณภาพชวี ติ ของประชาชน การเติบโตทางเศรษฐกจิ และการกระจายรายได้ที่
เท่าเทียมกัน
การกำหนดพันธกิจ (Mission)
เป็นการกำหนดสิ่งที่ท้องถิ่นจะต้องทำ โดยจะเกิดขึ้นหลังจากที่ทราบว่าท้องถ่ิน
ต้องการอะไร เป็นอะไรในอนาคต และจะเป็นไปได้เมื่อผลการวิเคราะห์ศักยภาพและการ
ประเมินสถานภาพการพัฒนาท้องถิ่นในปัจจุบัน ผนวกกับประวัติศาสตร์ของท้องถิ่นและ
ความต้องการความคาดหวงั ของทุกฝ่ายในท้องถ่ิน ดังนน้ั การตอบคำถามว่าทอ้ งถิ่นจะต้อง
ทำอะไร เพ่อื ใคร คำตอบทเ่ี กิดขนึ้ กค็ อื ความหมายของคำวา่ พันธกจิ นัน่ เอง

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถนิ่ ไทย | 91

ขน้ั ตอนท่ีสี่ การกำหนดจดุ มุ่งหมายเพ่อื การพัฒนาทยี่ ่ังยืน
คณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่น นำวิสัยทัศน์ พันธกิจ มาพิจารณากำหนด
จดุ ม่งุ หมายเพ่ือการพฒั นาทีย่ งั่ ยนื เพื่อรักษาและเพิ่มพนู ความเจรญิ งอกงามของท้องถน่ิ

ขัน้ ตอนทีห่ า้ การกำหนดเปา้ หมายการพฒั นาทอ้ งถ่ิน
เป็นกำหนดปริมาณหรือจำนวนของสิ่งที่ตอ้ งการให้บรรลใุ นแต่ละจุดมุง่ หมายเพอื่
การพัฒนาหรือแนวทางการพัฒนา ภายในเวลาที่กำหนด จึงมีความเฉพาะเจาะจงในผลท่ี
คาดว่าจะได้รับในเชิงปรมิ าณตามชว่ งเวลาตา่ ง ๆ ของกระบวนการดำเนินงาน

ขั้นตอนที่หก การกำหนดตัวชี้วัดผลการดำเนินงานหลัก (Key Performance
Indicator)

ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานหลัก หรือ KPI เป็นการวัดความก้าวหน้าของการบรรลุ
ปัจจัยหลักแห่งความสำเร็จ หรือผลสัมฤทธิ์ขององค์การ โดยเทียบผลการปฏิบัติงานกับ
มาตรฐานหรือเป้าหมายที่ตกลงกันไว้ องค์การสามารถใช้ผลของการวัดและการประเมิน
ความก้าวหน้าของการบรรลุวิสัยทัศน์ขององค์การเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการ
ปฏิบัติงานขององค์การ ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานหลักมีความเชื่อมโยงกับปัจจัยแห่ง
ความสำเร็จ ตัวข้วี ัดผลการดำเนนิ งานหลักที่ดี ควรมคี วามเหมาะสม สามารถท่ีจะโน้มน้าว
ให้ทกุ คนในองคก์ ารและผู้ที่มีส่วนได้เสียประโยชน์ตลอดจนสาธารณชนเชอ่ื ถือ ผลงานที่วัด
จากตัวชี้วัดผลการดำเนินงานหลักจะแสดงถึงภารกิจที่องค์การจะต้องปฏิบัติบนพื้นฐาน
ของเป้าหมายทีต่ ัง้ ไว้โดยต้องสามารถวัดได้อย่างเป็นรูปธรรม

ขั้นตอนที่เจด็ การกำหนดยุทธศาสตร์ และแนวทางการพฒั นา
1) ยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น หมายถึง แนวคิดหรือวิธีการที่แยบคายบ่งบอก
ถึงลักษณะการเคลื่อนตัวขององค์การว่าจะก้าวไปสู่เป้าหมายที่ต้องการในอนาคตได้
อย่างไร อนั เป็นการตอบคำถามว่า ทอ้ งถ่ินจะไปถงึ จุดหมายที่ตอ้ งการได้อยา่ งไร

นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถิ่นไทย | 92

2) แนวทางการพัฒนา ภายใต้ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะ
กำหนดแนวทางการพัฒนา (หรืออาจเรียกว่ายุทธศาสตร์ย่อย) เพื่อแสดงให้เห็นถึงแนว
ทางการดำเนินการให้บรรลุยทุ ธศาสตร์การพัฒนานัน้ ๆ

สรปุ ไดว้ ่าแนวคดิ ในการกำหนดยุทธศาสตรก์ ารพัฒนาท้องถน่ิ แนวความคิดในการ
กำหนดยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาทอ้ งถิ่นขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นในประเทศไทย เป็น
การนำแนวคดิ การวางแผนที่เป็นทางการ โดยมีหนังสือสั่งการจากกระทรวงมหาดไทยเปน็
แนวทางปฏิบตั ิ และมกี ารกำหนดระยะเวลาในการดำเนินการวางแผนโดยให้แล้วเสร็จก่อน
วันที่ 30 มิถุนายนของทุกปี นอกจากนั้นยังมีการกำหนดขั้นตอนการดำเนินงานอย่างเป็น
ทางการ และทำการสำรวจและวเิ คราะห์ขอ้ มูลอยา่ งเปน็ ทางการ มกี ารตงั้ องค์กรในรูปของ
คณะกรรมการข้นึ เพ่ือรบั ผดิ ชอบที่เปน็ ทางการโดยกำหนดองค์ประกอบของคณะกรรมการ
อย่างชัดเจน แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีการกำหนดให้ส่วนประกอบของคณะกรรมการ
ประกอบด้วยภาคประชาชน แต่คณะกรรมการส่วนใหญ่มาจากภาครัฐหรือองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นที่มาจากการแต่งตั้งของนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และมีมุมมองของ
ยุทธศาสตร์ในลักษณะของการวางแผนอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ ในกระบวนการกำหนด
ยุทธศาสตร์มิได้ให้ความสำคัญในการวิเคราะห์นโยบายของผู้บริหารเพื่อนำไปปฏิบัติอย่างแน่
ชดั

3.7 ลกั ษณะสำคัญของการบริหารส่วนภูมภิ าคมดี ังนี้
1) การบริหารราชการสว่ นภมู ภิ าคเปน็ การแบ่งอำนาจการปกครองจากส่วนกลาง

แล้วมอบอำนาจให้แก่ผู้แทนราชการบริหารส่วนกลางซึ่งไปประจำอยู่ในส่วนภูมิภาค มิใช่
เปน็ การกระจายอำนาจการปกครอง

2) เจ้าหน้าที่ในส่วนภูมิภาคยังอยู่ภายใต้อำนาจบังคับบัญชาของส่วนกลาง
โดยเฉพาะในเรื่องการแต่งตั้งถอดถอนโดยวินัยเป็นเครื่องบังคับ และผู้มีอำนาจบังคับ
บัญชามีความรับผิดชอบในราชการที่ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติไปตามคำสั่งของตนทุก
ประการ

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถน่ิ ไทย | 93

3) ราชการส่วนภมู ภิ าคไดร้ บั มอบอำนาจในการวนิ จิ ฉยั สั่งการเฉพาะบางเรื่องบาง
ประการเท่านั้น ราชการส่วนกลางมีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขวินิจฉัยคำสั่งการของ
สว่ นภูมิภาคได้ ฉะนั้นผู้มอี ำนาจสัง่ การขน้ั สุดทา้ ยกค็ อื ราชการสว่ นกลางนั่นเอง

จังหวัด
จังหวัดเป็นหน่วยการปกครองในส่วนภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุด จังหวัดประกอบด้วย
อำเภอหลายๆ อำเภอ จังหวัดมีฐานะเป็นนิติบุคคล ส่วนอำเภอไม่เป็นนิติบุคคลส่วน
ราชการต่างๆ ที่กระทรวง ทบวง กรม ตั้งขึ้นมาประจำในจังหวัด มีหน้าที่เกี่ยวกับราชการ
ของกระทรวง ทบวง กรม นั้นๆ มีหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดนั้นๆ เป็นผู้บังคับ
จังหวดั การจัดต้ัง การยุบ และการเปล่ียนแปลงเขตจงั หวัดตอ้ งตราเปน็ พระราชบญั ญัติ
ผู้ว่าราชการจังหวัด ในการบริหารราชการของจังหวัดนั้นมีผู้ว่าราชการจังหวัด
รับผิดชอบการบริหารราชการ เป็นผู้รับนโยบายและคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีในฐานะ
หัวหน้ารฐั บาล คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม ไปปฏิบัตใิ ห้เหมาะสมกบั สภาพท้องท่ี
และประชาชน และเป็นหัวหน้าบังคับบัญชาบรรดาข้าราชการฝ่ายบริหารส่วนภูมิภาคใน
เขตจังหวัด และรับผิดชอบราชการของจังหวดั และอำเภอ ผู้ว่าราชการจึงเป็นผู้รบั ผิดชอบ
ทั้งในทางปฏิบัติและในด้านกฎหมาย ระเบียบแบบแผน กฎข้อบังคับ ต่างๆ เป็นตัวแทน
ของรัฐบาลในอันที่จะอำนวยประโยชนส์ ุขแก่ประชาชนอย่างกว้างขวาง อำนาจหน้าที่ของ
ผู้ว่าราชการจังหวัดตามที่กำหนดในกฎหมายระเบียบบริหารราชการแผ่นดินปัจจุบัน มี
ดังน้ี
1. บริหารราชการตามกฎหมายและระเบียบแบบแผนของทางราชการ
2. บริหารราชการตามที่คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม มอบหมายหรือ
ตามท่นี ายกรัฐมนตรีสั่งการในฐานะหัวหน้ารัฐบาล
3. บริหารราชการตามคำแนะนำและคำชี้แจงของผ้ตู รวจราชการกระทรวงในเม่ือ
ไม่ขัดต่อกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับของกระทรวง ทบวง กรม หรือมติของคณะรัฐมนตรี
หรือการสั่งการของคณะรฐั มนตรี

นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถนิ่ ไทย | 94

4. กำกับดูแลการปฏิบัติราชการอันมิใช่ราชการส่วนภูมิภาคของข้าราชการซ่ึง
ประจำอยู่ในจังหวัดนั้น ยกเว้นข้าราชการทหาร ข้าราชการฝ่ายตุลาการ ข้าราชการฝ่าย
อัยการ ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย ข้าราชการครู ให้ปฏิบัติราชการให้เป็นไปตาม
กฎหมาย ระเบยี บขอ้ บังคบั หรอื คำส่งั ของกระทรวง ทบวง กรม หรอื มตขิ องคณะรัฐมนตรี
หรือการส่ังของ นายกรัฐมนตรหี รือยับยั้งการกระทำใดๆ ของข้าราชการในจังหวัดที่ขดั ต่อ
กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของกระทรวง ทบวง กรม มติคณะรัฐมนตรีหรือ
การสง่ั การของนายกรฐั มนตรีไวช้ ่วั คราว แล้วรายงานกระทรวง กรมท่เี กี่ยวข้อง

5. ประสานงานและร่วมมือกับข้าราชทหาร ข้าราชการฝ่ายตุลาการ ข้าราชการ
ฝ่ายอัยการ ข้าราชการพลเรอื นในมหาวิทยาลัย ข้าราชการครู ผู้ตรวจราชการและหัวหนา้
ส่วนราชการในระดับเขต หรือภาค ในการพฒั นาจงั หวัดหรอื ป้องกันภัยพิบตั ิสาธารณะ

6. เสนองบประมาณต่อกระทรวงทเี่ ก่ยี วข้องตามโครงการหรือแผนพัฒนาจังหวัด
และรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบ

7. ควบคุมดูแลบริหารราชการส่วนท้องถิ่นในจังหวัดตามกฎหมาย
8. กำกับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานองค์การของรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ ใน
การนี้ให้มีอำนาจทำรายงานหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานขององค์การ
ของรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจต่อรัฐมนตรีเจ้าสังกัด องค์การของรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจต่อ
รัฐมนตรเี จ้าสงั กดั องค์การของรฐั บาล หรอื รฐั วิสาหกิจ
9. บรรจุ แต่งตั้ง ให้บำเหน็จ และลงโทษข้าราชการส่วนภูมิภาคในจังหวัดตาม
กฎหมายและตามที่ปลัดกระทรวง ปลัดทบวง หรืออธิบดีมอบหมาย การยกเว้น จำกัด
หรือตัดตอนอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดในการบริหารราชการหรือให้ข้าราชการ
ของส่วนราชการใดมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารราชการส่วนภูมิภาคเช่นเดียวกับ ผู้ว่า
ราชการจงั หวดั จะกระทำได้โดยตรงเปน็ พระราชบญั ญตั ิ
รองผู้ว่าราชการจังหวัด ในการบริหารราชการของจังหวัดกฎหมายระเบียบ
บริหารราชการแผ่นดินได้กำหนดให้มีตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ช่วยผู้ว่า
ราชการจังหวัด หรือมีทั้งรองและผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ช่วยปฏิบัติราชการแทน
ผวู้ า่ ราชการจังหวัดก็ได้ ตำแหน่งรองผ้วู ่าราชการจังหวัดและผู้ช่วยผวู้ ่าราชการจังหวัดเป็น
ขา้ ราชการสงั กัดกระทรวงมหาดไทย เช่นเดยี วกับผู้วา่ ราชการจังหวัด

นวัตกรรมการบริหารท้องถ่นิ ไทย | 95

สำหรับตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดนั้น ในการพิจารณาตั้งตำแหน่งน้ี
กระทรวงมหาดไทยพิจารณาจัดตั้งขึ้นในจังหวัดใหญ่ๆ ที่มีปริมาณงานมากเพ่ือ
ชว่ ยเหลอื ผู้วา่ ราชการจังหวัดใน การรบั ผดิ ชอบและบริการราชการให้บังเกิดผลดีโดยท่ัวถึง
ส่วนตำแหน่งผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัดเปน็ ตำแหน่งผู้ชว่ ยปฏิบัติราชการแทนเช่นเดียวกับ
ตำแหน่งรองผวู้ า่ ราชการจงั หวัด
ปลัดจังหวัด ในแต่ละจังหวัดปลัดจังหวัดเป็นผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัดในหน้าที่
ทั่วไป ปลัดจังหวัดเปน็ ข้าราชการสังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เป็นหัวหนา้
ส่วนราชการแผนกการปกครองของจงั หวัด มฐี านะเท่าเทียมกับหัวหน้าสว่ นราชการอ่ืน ใน
ประชาสงเคราะห์จังหวัดซงึ่ รบั ผดิ ชอบงานของกรมประชาสงเคราะห์ในจังหวัดศึกษาธิการ
จังหวัดรับผิดชอบงานของกระทรวงศึกษาธิการในจังหวัด เป็นต้น ปลัดจังหวัดไม่มีฐานะ
เป็นผู้บังคับบัญชาหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ในจังหวัดรองลงมาจากผู้ว่าราชการจังหวัด
ซง่ึ ตา่ งกบั รองผูว้ า่ ราชการจงั หวดั
หัวหน้าสว่ นราชการประจำจังหวดั ในจงั หวัดหนึง่ นอกจากจะมผี ู้วา่ ราชการจงั หวัด
เป็นผู้ปกครองบังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดงานบริหารราชการของจังหวัดหรือบาง
จังหวัดมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดและปลัดจังหวัดแล้วจะมีหัวหน้าส่วนราชการประจำ
จังหวัดซึ่งกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ส่งมาประจำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือผู้ว่าราชการ
จังหวัด และมีอำนาจบังคับบัญชาข้าราชการส่วนภูมิภาคซึ่งสังกัดกระทรวง ทบวง กรม
น้ันๆ ในจังหวัดนั้น

อำเภอ
คือหน่วยราชการบริหารส่วนภูมิภาครองจากจังหวัด อำเภอแบ่งเป็นหลาย
ตำแหน่งอำเภอไม่มีฐานะเป็นนติ ิบุคคล
1. การจัดตั้ง การจัดตั้งอำเภอ ทำได้โดยรวมทั้งที่หลายๆ ตำบล ประมาณ 3
ตำบล การจัดตั้ง ยุบ และเปลี่ยนแปลงเขตอำเภอ กระทำได้โดยการตราเป็นพระราช
กฤษฎกี า
2. อำนาจหน้าท่แี ละผู้รับผดิ ชอบบังคับบัญชา

นวตั กรรมการบริหารท้องถ่ินไทย | 96

ในอำเภอหนึ่งมีนายอำเภอคนหนึ่งเป็นหัวหน้าปกครองบังคับบัญชาบรรดา
ข้าราชการในอำเภอและรับผิดชอบงานบริหารราชการของอำเภอ ในอำเภอหนึ่งนอกจาก
จะมีนายอำเภอเป็นผู้ปกครองบังคับบัญชาและรับผิดชอบงานบริหารราชการของอำเภอ
ดังกล่าวแล้ว ให้มีปลัดอำเภอและหัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอซึ่งกระทรวง ทบวง
กรมต่างๆ ส่งมาประจำให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือนายอำเภอ และมีอำนาจาบังคับ
บัญชาขา้ ราชบรหิ ารส่วนภมู ภิ าคซงึ่ สังกัดกระทรวงทบวงกรม นน้ั ในอำเภอนัน้

อำนาจหนา้ ที่ของนายอำเภอ มีดังน้ี
1. บริหารราชการตามกฎหมายระเบียบแบบแผนของทางราชการ ถา้ กฎหมายใด
มิได้บัญญัติว่าการปฎิบัติตามกฎหมายนั้นเป็นหน้าที่ผู้ใดโดยเฉพาะให้เป็นหน้าที่ของ
นายอำเภอทจ่ี ะต้องรักษาการใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมายน้ันด้วย
2. บริหารราชการตามที่คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม มอบหมาย หรือ
ตามทน่ี ายกรฐั มนตรสี งั่ การในฐานะหัวหนา้ รฐั บาล
3. บริหารราชการตามคำแนะนำและคำชี้แจงของผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้มี
หน้าที่ตรวจการอนื่ ซ่งึ คณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม และผ้วู ่าราชการ
จงั หวดั มอบหมายในเม่ือไมข่ ัดข้องต่อกฎหมาย ระเบยี บ ข้อบังคับ หรือคำส่งั ของกระทรวง
ทบวง กรม มติของคณะรฐั มนตรี หรือการสั่งการของนายกรัฐมนตรี
4. ควบคุมดูแลการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นในอำเภอตามกฎหมาย
ซง่ึ หน้าที่อ่ืนๆ ของนายอำเภอซึง่ เรยี กว่า "หนา้ ท่ีเบ็ดเตลด็ " คือ
1. จัดการทั้งปวงในอำเภอให้เรียบร้อย ถ้าเห็นว่างานใดบกพร่องก็ต้องรายงาน
ต่อผวู้ ่าราชการจังหวัด เพอื่ เสนอความเหน็ ของปรบั ปรงุ แก้ไขให้ดขี ้ึน
2. ช่วยราชการของอำเภออื่นที่ใกล้เคียง เช่น เกิดอัคคีภัย หรือโรคระบาดต้อง
ทำการช่วยเหลือทันทีถ้ารู้เหตุการณ์ซึ่งควรจะช่วยเหลือโดยไม่ต้องรอจนอำเภอใกล้เคียง
นั้นขอความชว่ ยเหลือ แมจ้ ะอยู่ต่างจงั หวัดก็ตาม
3. หน้าที่ของนายอำเภอ นอกจากที่กล่าวในกฎหมายลักษณะปกครองท้องท่ี
แล้วต้องทำตามความซึ่งกำหนดไว้ในพระราชกำหนดกฎหมายอื่นๆ อันกำหนดไว้ว่าเป็น
หน้าที่ของนายอำเภอ เช่น หน้าที่เกี่ยวกับการทะเบียนราษฎร การทะเบียนสัตว์พาหนะ
ทะเบียนชื่อสกุลการจดทะเบียนบุริมสิทธิ์ การทำนิติกรรม การเกณฑ์ทหาร เป็นต้น แม้

นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถน่ิ ไทย | 97

กฎหมายไม่ได้ระบุว่าเป็นหน้าที่ของผู้ใดก็ให้พึงเข้าใจว่าเป็นหน้ าที่ของนายอำเภอที่จะ
รกั ษาการใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชบัญญัตินั้นๆ

ก่ิงอำเภอ
กิ่งอำเภอเป็นหน่วยการปกครองซึ่งรวมหลายตำบล แต่ไม่มีลักษณะใหญ่พอที่จะ
ตั้งเป็นอำเภอ หนึ่งได้ กิ่งอำเภอเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอ การจัดตั้งเป็นกิ่งอำเภอก็เพื่อ
สะดวกในการปกครองแตใ่ ห้ต้ังขึ้นเมือ่ มีความจำเป็นในการปกครองเท่าน้ัน หากเจ้าหน้าที่
อำเภอตรวจตราท้องที่ได้สะดวกก็ไม่จำเป็นต้องตั้งกิ่งอำเภอขึ้น ในอำเภอหนึ่งๆ จะมีกิ่ง
อำเภอเดียวหรอื หลายกง่ิ อำเภอก็ไดแ้ ละแบง่ เขตออกเป็นตำบลเช่นเดยี วกับอำเภอ
1. ผู้บังคับบัญชาและรับผิดชอบ การบริหารราชการของกิ่งอำเภอมีปลัดอำเภอ
ประจำกิ่งอำเภอเป็นหัวหน้า และมีปลัดอำเภออื่นๆ ตามจำนวนที่จำเป็นหัวหน้าส่วน
ราชการของกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ประจำกิ่งอำเภอคล้ายอำเภอ ปลัดอำเภอประจำ
กิ่งอำเภออยู่ในบังคับบัญชาของนายอำเภอและทำการแทนนายอำเภอ ทั้งนี้เพราะว่าก่ิง
อำเภอเป็นเขตการปกครองส่วนหนึ่งซึ่งรวมอยู่ในอำเภอ สำหรับหัวหน้าส่วนราชการของ
กระทรวง ทบวง กรมตา่ งๆ ประจำก่ิงอำเภอนั้นก็คือเจา้ หนา้ ทซ่ี ึ่งแบ่งออกจากอำเภอให้มา
ประจำทำงานอยู่ที่กิ่งอำเภอสุดแล้วแต่ปริมารงานของกิ่งอำเภอนั้น เช่น ศึกษาธิการก่ิง
อำเภอ สมหุ บญั ชกี ่ิงอำเภอ ปา่ ไม้ก่ิงอำเภอ สรรพสามิตกิง่ อำเภอ สัสดกี ่งิ อำเภอ เปน็ ตน้
2. กิจการที่มอบให้กิ่งอำเภอจัดทำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้กำหนดอย่างใดควร
ตรวจมอบใหก้ ่ิงอำเภอจดั ทำโดยความเห็นชอบจากกระทรวงมหาดไทย

ตำบล
ตำบลไม่เป็นการบริหารส่วนภูมิภาคตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ
แผ่นดนิ พ.ศ. 2534 แตเ่ ป็นการบริหารราชการในสว่ นภมู ภิ าคตามพระราชบัญญัติลักษณะ
ปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ตำบลเป็นเขตปกครองย่อยของอำเภอหรือก่ิงอำเภอ ตำบล
ประกอบดว้ ยหมบู่ ้านหลายๆ หมู่บา้ น ไม่มฐี านะเป็นนติ บิ คุ คล
1. การจัดตั้ง การจัดตั้งตำบลทำได้โดยการรวมท้องที่หลายๆ หมู่บ้านเข้าด้วยกัน
ซึ่งตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่กำหนดว่าหลายหมู่บ้านรวมกันราว 20

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถ่นิ ไทย | 98

หมู่บ้านให้จัดเป็นตำบล ต่อมากระทรวงมหาดไทยได้กำหนดหลักเกณฑ์การตั้งตำบลใหม่
นอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่นหมู่บ้านที่รวมเป็นตำบลไม่ควรน้อยกว่า 10
หมู่บ้านและมีพลเมืองไม่ต่ำกว่า 2,000 คน ท้องที่กว่างพอที่กำนันจะดูแลได้ทั่วถึง แต่ละ
หมู่บ้านต้องติดต่อกันได้ในวันเดียว มีรายได้เหมาะสม ตำบลเดิมที่ถูกแยกต้องมีจำนวน
หมู่บา้ น พลเมือง รายได้ และเน้ือที่เหลือพอท่จี ะคงความเป็นตำบลไปได้

การจัดตัง้ ตำบลใหม่ตามหลักเกณฑ์ทีก่ ำหนดให้นายอำเภอพิจารณารายงานช้ีแจง
เหตุผลไปยังจังหวัด เมื่อจังหวัดพิจารณาเห็นสมควรก็ให้เสนอขอจัดตั้งไปยัง
กระทรวงมหาดไทย เมื่อกระทรวงมหาดไทยเห็นชอบแล้วก็ออกประกาศ
กระทรวงมหาดไทยจัดตง้ั ตำบลขึน้ และประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาต่อไป

2. อำนาจหน้าที่และผู้รับผิดชอบ ในตำบลหนึ่งมีกำนันคนหนึ่งมีหน้าที่ปกครอง
ราษฎรในเขตตำบลนั้น กำนันเป็น ตำแหน่งผู้ปกครองตำบลขึ้นตรงต่อนายอำเภออำนาจ
หน้าที่ของกำนนั กำนันมีอำนาจหนา้ ท่ีตามกำหนดในกฎหมายลักษณะปกครองท้องท่แี ละ
รักษาความสงบเรียบร้อยในตำบลท่ีเปน็ เขตปกครองของตน นอกจากนย้ี ังมีอำนาจหน้าที่ท่ี
ปรากฏในกฎหมายอื่นๆ และที่กระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ ขอให้ช่วยเหลือ ซึ่งงาน
ช่วยเหลือดังกล่าวเป็นงานที่สั่งมาทางอำเภอและอำเภอสั่งให้กำนันดำเนินการช่วยเหลือ
หรอื ปฏิบัติ

หม่บู ้าน
หมู่บ้านเป็นหน่วยการปกครองในส่วนภูมิภาคที่มีขนาดเล็ดที่สุด ในหมู่บ้านหนึ่ง
จะประกอบดว้ ยบา้ นจำนวนหลายๆ บา้ น
1. การจัดตั้ง การจัดตั้งหมู่บ้านขึ้นใหม่ พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องท่ี
พ.ศ. 2457 กำหนดไว้ว่าจะต้องมีคนประมาณ 200 คน หรือถ้ามีคนน้อยและบ้านห่างไกล
กันก็จะต้องมีบ้านไม่ต่ำกว่า 5 หลัง นอกจากนั้นกระทรวงมหาดไทยยังกำหนดหลักเกณฑ์
เพิ่มเติมว่าเมื่อแยกตั้งเป็นหมู่บ้านใหม่แล้วหมู่บ้านเดิมต้องมีพลเมืองไม่น้อยกว่า 200 คน
ระยะทางติดต่อระหว่างหมู่บ้านใหม่กับหมู่บ้านเก่าใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง และ
จะตอ้ งมคี วามเหมาะสมในด้านอนื่ ๆ ดว้ ย

นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถิ่นไทย | 99

ในการจัดตง้ั หมู่บา้ นข้ึนใหมน่ ายอำเภอท้องที่นน้ั มหี น้าทตี่ รวจสภาพทอ้ งท่ี สำรวจ
จำนวนพลเมืองและจำนวนครัวเรือน แล้วจึงเสนอเรื่องและเหตุผลต่อผู้ว่าราชการจังหวัด
เพื่อรายงานกระทรวงมหาดไทย เมื่อกระทรวงมหาดไทยเห็นชอบก็ให้จังหวัดทำเป็น
ประกาศจังหวัดจัดต้ังหม่บู า้ นแล้วแจ้งใหร้ าษฎรทราบท่วั กัน

2. อำนาจหน้าและผู้รับผิดชอบ ในหมู่บ้านหนึ่งมีผู้ใหญ่คนหนึ่งมีอำนาจหน้าที่
ปกครองราษฎรและรักษาความสงบเรยี บร้อยในเขตหมู่บา้ นน้ัน ผใู้ หญเ่ ปน็ ผทู้ ่ีราษฎรเลือก
ตัวขึ้นจากชายไทยเจ้าของบ้าน อายุ 25-60 ปี แต่อาจออกจากตำแหน่งก่อนอายุครบ 60
ปี ไดต้ ามท่กี ฎหมายลกั ษณะปกครองทอ้ งที่กำหนด เชน่ ขาดคุณสมบตั ิ ตาย ไดร้ ับอนุญาต
ใหล้ าออกหมู่บา้ นทีป่ กครองถูกยุบ ไปเสียจากหมู่บา้ นทีต่ นปกครองเกนิ สามเดือน ราษฎรผู้
มีสิทธิเลือกผู้ใหญ่บ้านในหมู่บ้านนั้นจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนร้องขอให้ออกจาก
ตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้ออกเพราะบกพร่องทางความประพฤติหรือ
ความสามารถไม่เหมาะสมกบั ตำแหน่ง เปน็ ตน้

เจ้าหน้าที่ปกครองหมู่บ้านนอกจากผู้ใหญ่บ้านแล้วยังมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่าย
ปกครองหมู่บ้านละ 2 คน และอาจมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบด้วยก็ได้ตามท่ี
ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นสมควรกำนันและผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกผู้ช่ว ย
ผู้ใหญ่บ้านทั้ง 2 ฝ่าย ดังกล่าว ผู้ใหญ่บ้านมีภาระหน้าที่อยู่มาก เช่นการรักษาความสงบ
เรยี บรอ้ ยในหมบู่ ้าน เป็นส่ือกลางนำข่าวสารของราชการสปู่ ระชาชน ทำบญั ชีสำมะโนครัว
ติดตามจับกุมผู้รา้ ย บำรงุ สง่ เสริมอาชีพราษฎรป้องกันโรคติดต่อหรือโรคระบาด ช่วยเหลือ
ดำเนินการแทนกระทรวง ทบวง กรม อื่น เช่น ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการรังวัดที่ดินร่วมกับ
เจา้ หนา้ ทร่ี งั วดั ชว่ ยเหลอื สง่ หมายศาล เปน็ ตน้

การบริหารราชการส่วนทอ้ งถิ่น คือ การกระจายอำนาจส่ทู อ้ งถน่ิ เพ่ือใหป้ ระชาชน
มีอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับกจิ การต่างๆ ที่เป็นสาธารณะของท้องถิ่นดว้ ยตนเอง ตาม
ภารกิจหน้าที่ที่ระบุใหด้ ำเนินการอย่างชัดเจน มีพื้นที่รับผิดชอบชดั เจน มีผู้บริหารที่ได้รับ
การเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนหรอื อาจจะได้รับความเห็นชอบจากสภาท้องถิ่น การใช้
หลักการกระจายอำนาจ (Decentralization) ให้กับประชาชนโดยตรง เป็นการให้แก่
ท้องถิ่น ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจะต้องมีความรับผิดชอบต่อการดำเนินการและการ
ตดั สินใจของตนเอง

นวตั กรรมการบริหารท้องถิ่นไทย | 100

การจัดระเบียบราชการบริหารส่วนท้องถิ่นในปัจจุบัน มีอยู่ 2 ระบบ คือ ระบบ
ท่ัวไปท่ใี ช้แก่ท้องถิ่นทวั่ ไป ซึง่ ในปจั จบุ ันมีอยู่ 3 รปู แบบ คือ เทศบาล องค์การบริหารส่วน
ตำบล และองค์การบริหารส่วนจังหวัด และระบบพิเศษที่ใช้เฉพาะท้องถิ่นบางแห่งซึ่งใน
ปัจจุบันมีอยู่ 2 รปู แบบ คือกรงุ เทพมหานคร และเมอื งพัทยา

คำถามท้ายบท

3.1 จงบอกถงึ ความหมายของการบรหิ าร
3.2 จงอธิบายถึงแรงผลกั ทเ่ี ป็นจดุ เร่ิมตน้ ของการบรหิ ารงานเชงิ ยุทธศาสตร์
3.3 จงบอกถึงลักษณะของการกำหนดยทุ ธศาสตร์การพัฒนา
3.4 จงบอกถึงความสำคัญและลักษณะของการจดั การเชงิ กลยุทธ์
3.5 จงกำหนดยทุ ธศาสตร์พัฒนาทอ้ งถ่ินในประเทศไทย
3.6 จงอธิบายถงึ ประเภทของแผนพัฒนาท้องถ่นิ
3.7 จงบอกถึงลกั ษณะสำคัญของการบรหิ ารสว่ นภูมภิ าค

นวตั กรรมการบริหารท้องถนิ่ ไทย | 101

อ้างอิงประจำบท

เฉลียว บุรีภักดี. โครงสร้างทางความคิดเรื่องยุทศาสตร์การพัฒนาเกี่ยวกับระบบทำงาน.
เอกสารประกอบการสอนแนวการศึกษาค้นคว้ารายวิชา 2535. สกลนคร :
สถาบนั ราชภัฏสกลนคร, 2545.

พิบลู ทีปะบาล. การจดั การเชิงกลยทุ ธ์. กรงุ เทพมหานคร : อมราการพมิ พ์, 2546.
สุรพล สุยะพรหม และคณะ. ทฤษฎีองค์การและการจัดการเชงิ พทุ ธ. กรุงเทพมหานคร :

โรงพมิ พ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2545.
Andrew. 1980 quoted in P.C. Nutt and R.W. Backoff. Strategic Management

of Public and Third Sector Organizations. San Francisso: Jossey-
Bass Publishers. 1992.
Bozeman and Straussman. quoted in Mark H. Moore. Creating Public Value:
Strategic Management in Government. Massachusetts: Harvard
University Press. 1998.
Chandler. 1962. and Ansoff. Declerk. and Hays. 1976 qyited ub H. Mintzberg and J.B.
Quinn. The Strategy Process. New Jersey: Prentice Hall International.
1996.
Eadie. quoted in O.E. Hughes. Publidc Management and Administration : An
Introduction New York: St. Martin’s Press. Inc. 1994.
Henry Mintzberg. The Rise and Fall of Strategic Planning. New York:
Prentice Hall. 1994.
Hofer and Schendel. 1978. quoted in H. Mintzberg and J.B. Quinn. The
Strategy Process. New Jersey: Prentice Hall International. 1996.
Henry Mintzberg. The Rise and Fall of Straategic Planning. pp. 27-29.
J.M. Shafritz and E.W. Russell. Introducing Public Administration New york:
Pearson Education. Inc.. 2005.

นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถิน่ ไทย | 102

Mintzberg.1987 quoted in H. Mintzberg and J.B. Quinn. The Strategy Process.
New Jersey: Prentice Hall International.1996.

M. Javidan and Ali Dastmalchian. “Why Planning in State Interprises Doesn’t
Work.” LRP Vol.21. No. 3 June 1985.

Montganare. Daneke. and Bracker. quoted in Mark H. Moore. Creating Public
Value: Strategic Management in Government Massachusetts: Hasrvard
University Press. 1998.

P.C. Nutt and R.W. Backoff. Strategic Management of Public and Third
Sector Organizations.

P.C. Nutt and R.W. Backoff. Strategic Management of Public and Third
Sector Organizations.

Porter. 1980.1985 quoted in Henry Mintzberg. The Rise and Fall of Strategic
Planning. New York: Prentice Hall, 1994.

P.C. Nutt and R.W. Backoff. Strategic Management of Public and Third
Sector Organizations, 1996.

นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถน่ิ ไทย | 103

บทที่ 4

นวัตกรรมการบริหารสว่ นท้องถน่ิ

เน้ือหาประจำบท

4.1 ความหมายของนวตั กรรม
4.2 ประเภทของนวัตกรรม
4.3 ความสำคัญของนวัตกรรมตอ่ องค์กร
4.4. แนวคดิ เกยี่ วกบั นวตั กรรมท้องถ่ิน
4.5 นวัตกรรมปกครองสว่ นท้องถิ่น
4.6 การบริหารจัดการใหเ้ กิดนวตั กรรมต่อการปกครองส่วนท้องถน่ิ
4.7 การบรหิ ารจัดการนวตั กรรม
4.8 ลักษณะการบริหารงานขององค์กรทีม่ ีนวตั กรรม
4.9 องค์ประกอบขององค์กรท่ีมีนวตั กรรม
4.10 การบรหิ ารจดั การนวตั กรรมองคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ

จุดประสงคข์ องบท

4.1 บอกความหมายของนวัตกรรมได้
4.2 อธิบายถึงประเภทของนวตั กรรมได้
4.3 บอกถงึ ความสำคญั ของนวัตกรรมตอ่ องค์กรได้
4.4. อธบิ ายถึงแนวคดิ เกีย่ วกบั นวตั กรรมท้องถน่ิ ได้
4.5 อธิบายถึงนวัตกรรมปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ได้
4.6 อธบิ ายถึงการบริหารจัดการที่เกดิ นวัตกรรมต่อการปกครองสว่ นท้องถิ่นได้
4.7 อธิบายถงึ การบริหารจัดการนวัตกรรมได้
4.8 บอกลกั ษณะการบรหิ ารงานขององค์กรท่ีมนี วตั กรรมได้
4.9 อธบิ ายถงึ องค์ประกอบขององค์กรทมี่ ีนวัตกรรมได้
4.10 บอกถงึ การบรหิ ารจดั การนวัตกรรมองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินได้

นวัตกรรมการบริหารท้องถ่ินไทย | 104

4.1 ความหมายของนวัตกรรม

คำว่า นวัตกรรม เป็นคำนาม มาจากคำบาลีว่า นวต + คำสันสกฤตว่า กรม
หมายถึง สิ่งที่ทำขึ้นใหม่หรือแปลกจากเดิม ซึ่งอาจจะเป็นความคิด วิธีการหรืออุปกรณ์
เป็นต้น ตรงกับ คำภาษาอังกฤษว่า Innovation1

Rogers2 ให้ความหมาย นวัตกรรม คือ ความคิด การกระทำ หรือวัตถุใหม่ ๆ ซ่ึง
รบั รู้ว่าเปน็ ส่ิงใหม่ ๆ ดว้ ยตวั บุคคลแตล่ ะคน หรือหนว่ ยอื่น ๆ ของการยอมรบั ในสงั คม การ
พิจารณา ว่าสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นนวัตกรรมนั้น ขึ้นอยู่กับการรับรู้ของแต่ละบุคคลหรือกลุ่ม
บุคคลว่าเป็นสิ่งใหม่ ดังนั้น นวัตกรรมของบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อาจไม่ใช่นวัตกรรมของ
บคุ คลกลุม่ อืน่ ๆ กไ็ ด้ ขึ้นอยูก่ ับ การรับรูข้ องบุคคลนั้นว่าเป็นส่ิงใหมส่ ำหรับเขาหรือไม่ อีก
ประการหนึ่งความใหม่อาจขึ้นอยู่กับ ระยะเวลาด้วย สิ่งใหม่ ๆ ตามความหมายของ
นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องใหม่จริง ๆ แต่อาจจะหมายถึง สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นความคิด หรือ
การปฏิบัติทีเ่ คยทำกันมาแลว้ แต่ได้หยดุ กันไประยะหนึ่ง ตอ่ มาได้มี การรอื้ ฟ้นื ขึน้ มาทำใหม่
เนื่องจากเห็นวา่ สามารถช่วยแก้ปัญหาในสภาพการณ์ใหม่นั้นได้ ก็นับว่าส่ิงนั้น เป็นสิ่งใหม่
ได้ ดังนั้น นวตั กรรมอาจหมายถงึ สงิ่ ใหม่ ๆ

Alessandro Muscio 3 อธบิ ายวา่ นวัตกรรม เปน็ การนำวธิ กี ารใหม่ ๆ มาปฏิบัติ
หลังจาก ไดผ้ ่านการทดลองหรือได้รบั การพัฒนามาเป็นขน้ั ๆ แล้ว โดยมีขัน้ ตอนตามลำดับ
คอื การคิดค้น การพฒั นา และนำไปปฏบิ ัตจิ ริง ซ่งึ มคี วามแตกต่างจากการปฏิบัติเดิมท่ีเคย
ปฏบิ ตั มิ า

1 ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2546, (กรุงเทพฯ: นานมี
บคุ ส์ พับลิเคชัน่ ส์ 2546), หนา้ 565.

2 Roger, E, M, Diffusion of Innovations, New York: The Free Press, (1983), p.
113.

3 Alessandro Muscio, From Regional Innovation Systemsto Local Innovation
Systems: Evidencefrom Italian Industrial Districts, Technopolis Ltd, Italy, (2004), p.
443.

นวัตกรรมการบริหารท้องถ่ินไทย | 105

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ4 (2555: 6 ใหค้ วามหมายว่า นวัตกรรม คอื การผลิต
การเรียนรู้ การจัดการความรู้ และการใช้ประโยชน์จากความคิดใหม่เพื่อให้เกิดผลดีทาง
เศรษฐกิจ และสังคม รวมถึงการกำเนิดผลิตภัณฑ์ การบริการ กระบวนการผลิตใหม่ การ
ปรับปรุงเทคโนโลยี การแพร่กระจายเทคโนโลยี และการใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์
และเกดิ ผลพวงทางเศรษฐกจิ และสงั คม

กีรติ ยศยิ่งยง5 อธิบายว่า นวัตกรรมเป็นกระบวนการสร้างสรรค์ คิดค้น พัฒนา
สามารถนำไปปฏิบัติจริงและมีการเผยแพร่ออกสู่ชุมชน ในลักษณะของใหม่ที่ไม่เคยมีมา
ก่อน หรือของเก่าที่มีอยู่แต่เดิม แต่ได้รับการปรับปรุงเสริมแต่งพัฒนาขึ้นไป ทำให้มีมูลค่า
ทางเศรษฐกจิ

กล่าวโดยสรุปว่า นวัตกรรม คือ วิธีการใด ๆ หรือการกระทำใด ๆ ที่เป็นการ
กระทำใหม่ หรือ ปรับปรุงใหม่ให้ดีขึ้น เพื่อใช้สิ่งนั้นในการแก้ปัญหาเปลี่ยนแปลงหรือ
ปรับปรุง การเปลี่ยนแปลง ด้วยวิธีการใหม่ ๆ ที่เป็นไปในทางบวกและสามารถนำไปใช้
ประโยชน์ได้ นวัตกรรมเป็นการดำเนินการให้เกิดสิ่งใหม่หรือวิธีใหม่ เพื่อสร้างความ
ได้เปรียบในการแข่งขันในอนาคต มีจุดเน้นที่สำคัญคือ การบริหารคนด้วยสติปัญญา เป็น
การดำเนินการเพ่ือให้คน มสี ติปัญญา โดยสร้างทศั นคตเิ ชงิ บวก มีความอยากร้อู ยากเหน็ มี
การคิดแบบญาณหยั่งรู้ มีปรัชญา และหลกั การที่ถูกตอ้ ง มีการคดิ เชงิ กลยุทธ์ คดิ เปน็ ระบบ
คิดเปรียบเทียบ คิดแบบสร้างอนาคต คิดแบบแผนที่ความคิด และบริหารคนด้วยการ
ส่งเสริมสนบั สนุน โดยสร้างความเข้าใจทีถ่ ูกต้อง การสร้างความผูกพันที่ถูกตอ้ ง การสร้าง
ความคดิ ทถ่ี ูกต้อง การกระทำที่ถูกตอ้ ง การประเมนิ ท่ีถกู ต้อง

4 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, รายงานประจำปี 2555 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ,
(กระทรวงวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี, 2555), หนา้ 6.

5 กีรติ ยศยิ่งยง, องค์กรแห่งนวัตกรรมแนวคิดและกระบวนการ, (กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่ง
จุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลัย, 2552), หน้า 7.

นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถ่นิ ไทย | 106

4.2 ประเภทของนวัตกรรม

สำนักงานนวตั กรรมแห่งชาติ6 แบง่ นวตั กรรมออกเปน็ 7 ประเภท คอื
1) นวตั กรรมผลิตภัณฑ์ (Product innovation) เป็นผลิตภัณฑท์ ่ีถูกผลติ ข้นึ ในเชิง
พาณชิ ย์ ท่ไี ดร้ บั การปรับปรงุ หรือเป็นส่ิงใหมใ่ นตลาด การสร้างนวตั กรรมผลิตภัณฑ์จำเป็น
จำเปน็ ตอ้ งมีการคดิ ค้น และพฒั นาผลิตภณั ฑอ์ ย่างต่อเนอ่ื ง เพอ่ื เสนอคุณค่าใหแ้ ก่ลกู คา้ ซึง่
ต้องอาศยั องค์ประกอบท่ีสำคัญ คือ การพัฒนาคณุ สมบัติและลักษณะของผลิตภัณฑ์ แบ่ง
ได้ 2 แบบ คือ ผลติ ภัณฑ์ทีส่ ามารถจบั ตอ้ งไดห้ รือสินค้าท่วั ไป และผลิตภัณฑท์ ีจ่ ับตอ้ งไม่ได้
หรอื การบริการ
2) นวัตกรรมกระบวนการ (Process innovation) เป็นการเปลี่ยนแนวทาง หรือ
วิธีการผลิตสินค้า หรือการให้บริการในรูปที่แตกต่างออกไปจากเดิม ด้วยการพัฒนา
สร้างสรรค์ กระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งต้องอาศัยความรู้ทางเทคโนโลยี
ตลอดจนความรู้ กระบวนการและเทคนิคต่าง ๆ ทีเ่ กยี่ วข้อง รวมถงึ การประยุกต์ใช้แนวคิด
วิธีการ หรือกระบวนการ ใหม่ ๆ ที่ส่งผลให้กระบวนการการผลิต และการทำงานโดยรวม
ให้มปี ระสทิ ธภิ าพสงู สดุ
3) นวัตกรรมการจัดการ (Management innovation) การสร้างนวัตกรรมการ
จดั การนน้ั องค์การจะต้องใช้ความรู้ทางด้านการบริหารจัดการ มาปรับปรงุ ระบบโครงสร้าง
เดิมของ องค์การ ซึ่งรูปแบบการบริหารจะเป็นไปในลักษณะการมีส่วนร่วมของพนักงาน
ซึ่งจะทำให้เกิดความ คิดเห็น ใหม่ ๆ เกิดความคิดสร้างสรรค์ สามารถตอบสนองความ
ต้องการของลูกค้า และสามารถสร้าง รายได้ และนำไปสู่ผลกำไรให้กับบรษิ ัทได้ เช่น การ
บริหารองค์การในลักษณะที่เป็นงานประจำกับสายการบังคับบัญชาที่เป็นแบบโครงการ
เปน็ ต้น

6 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, รายงานประจำปี 2555 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ,
(กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2555), หน้า 87.

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถิ่นไทย | 107

4) นวัตกรรมการบริการ (Service innovation) จะเกี่ยวข้องกับการเสนอบริการ
ใหม่ ท่เี กดิ จากการสร้างข้นึ ใหม่ หรอื ปรบั ปรงุ สิ่งเดิม เชน่ การปรับปรุงลักษณะการทำงาน
เทคโนโลยี การใช้งานหรอื ดา้ นอนื่ ๆ เป็นต้น

5) นวัตกรรมรูปแบบธุรกิจ (Business innovation) จะเกี่ยวข้องกับการ
เปลย่ี นแปลง แนวทางการดำเนินธรุ กิจท่ีสามารถสร้างมลู คา่ ใหเ้ กิดขึน้

6) นวัตกรรมการตลาด (Marketing innovation) คือการพัฒนาตลาดใหม่ ที่มี
การปรับปรงุ วธิ กี ารในการออกแบบผลติ ภณั ฑ์ หรือบรรจุภัณฑ์โปรโมช่นั หรือราคา

7) นวตั กรรมองคก์ าร (Organization innovation) คือ การสร้างการเปลีย่ นแปลง
โครงสร้างธุรกิจ การปฏิบัติการ ตัวแบบ และอาจรวมถึงกระบวนการ การตลาดและ
รูปแบบธุรกิจ เป็นนวัตกรรมที่เน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการ และบริหาร
องค์การ ซึ่งจะต้องใช้ความรู้ ความสามารถในด้านการบริหารจัดการมาปรับปรุงการ
บรหิ ารภายในองคก์ าร

จากการศึกษาประเภทของนวตั กรรมสรุปได้ว่า มีการจัดแบ่งประเภทนวัตกรรมที่
คล้ายคลงึ กัน ในบทนนมี้ ่งุ เนน้ ถงึ นวตั กรรมองคก์ รและนวตั กรรมการจดั การเปน็ สำคัญ

4.3 ความสำคัญของนวตั กรรมต่อองค์กร

Bean and Radford7 และ Lee Yuan-Duen and Huan Ming Chang8 ซึ่งมี
มุมมองวา่ นวตั กรรมมีส่วนช่วยในการพฒั นาองค์กรในด้านต่าง ๆ ไมเ่ พียงเฉพาะด้านสินค้า
และบริการเท่านั้น แต่สามารถพัฒนา ควบคู่ไปกับส่วนอื่น ทั้งภายในและภายนอกองค์กร
สามารถที่จะเชื่อมโยงความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จในการจัดการ
นวัตกรรมที่จะสามารถสร้างคุณค่า และความได้เปรียบ ในการดำเนินธุรกิจขององค์กรได้

7 Bean, R,, & Radford, R, The business of innovation, New York: (2002), p. 221.
8 Lee, Y, D,, & Chang, H, M, Relations between team work and innovation in
organizations and the job satisfaction of employees: A factor analytic study,
International Journal of Management, 25(4), (2008), p. 732.

นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถ่นิ ไทย | 108

ในระยะยาว จากการให้ความสำคัญของนวัตกรรมในองค์กร สามารถสร้างโอกาสในการ
พัฒนาด้านตา่ ง ๆ 10 สว่ น คือ

1. การพัฒนาดา้ นการจดั การ (Management Development)
2. การพฒั นาดา้ นกลยทุ ธ์ (Strategy Development)
3. การพัฒนาพนักงาน (Employee Development)
4. การพัฒนาสนิ ค้าและบรกิ าร(Product and Service Development)
5. การพฒั นากระบวนการ (Process Development)
6. การพัฒนาเครือ่ งมือและเทคโนโลยี (Tool and Technology Development)
7. การพฒั นาค่คู ้า (Supplier Development)
8. การพฒั นาตลาด (Market Development)
9. การพฒั นาช่องทางการจดั จำหนา่ ย (Distribution Development)
10. การพฒั นาตราสินค้า (Brand Development)
หลายองค์กรได้ให้ความสำคัญด้านการสร้างนวัตกรรมในองค์กร โดยพยายาม
สร้าง และขยายขีดความสามารถต่าง ๆ เพื่อทำให้บริษัทประสบความสำเร็จ สำหรับ
องค์กรของประเทศไทย ที่ตระหนักถึงความสำคัญการสร้างนวัตกรรม หน่วยงานสำคัญท่ี
คอยกำกับดูแล คือ "สำนักงาน นวัตกรรมแห่งชาติ (สนช )" โดยดำเนินงานภายใต้การ
กำกับดูแลของคณะกรรมการนวัตกรรม แห่งชาติ ต่อมาได้มีประกาศพระราชกฤษฎีกา
จัดตั้ง "สำนกั งานนวตั กรรมแหง่ ชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.)" เมื่อวนั ที่ 2 กันยายน 2552
เปน็ หน่วยงานกลางในการดำเนนิ การและสนบั สนุนการพัฒนา นวตั กรรมของประเทศไทย
ในเชิงระบบทั้งในด้านการปรับปรุงและบุกเบิก เพื่อส่งเสริมการปรับ โครงสร้างเศรษฐกิจ
และพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันโดยเฉพาะโครงการพัฒนานวัตกรรม เชิง
ยุทธศาสตร์ และโครงการนวัตกรรมรายอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อการปรับเปลี่ยน
โครงสร้าง เศรษฐกิจของประเทศ ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่ายรัฐวิสาหกิจทั้งในระดับ
นโยบาย และระดับ ปฏิบัติการรวมทั้งการส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรม และการสร้าง
ระบบนวตั กรรม เพ่อื ปรบั เปลีย่ น ประเทศไปสู่ระบบเศรษฐกิจท่ขี บั เคลอ่ื นดว้ ยนวตั กรรม

นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถิน่ ไทย | 109

จะเห็นได้ว่าการที่องค์กรจะประสบความสำเร็จ นวัตกรรมถือเป็นกลไกสำคัญท่ี
ช่วย ขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสำเร็จ การกำหนดแนวคิดการบริหารจัดการนวัตกรรม
อย่างจริงจังและ ต่อเนือ่ ง สง่ ผลใหอ้ งคก์ รกลายเปน็ องคก์ รช้ันเลศิ

4.4. แนวคดิ เก่ยี วกับนวตั กรรมท้องถิ่น

2.1 ความหมายของนวัตกรรมท้องถน่ิ
วีระศักด์ิ เครอื เทพ9 ไดใ้ ห้ความหมายว่า นวตั กรรมท้องถิ่น (Local Innovations)
เป็นการริเริ่ม ค้นพบ พัฒนาการแก้ไขหรือจัดการปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน
สอดคล้องกับภารกิจหลักขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดบริการสาธารณะ การ
พฒั นา การเมอื งการปกครอง และ/หรือการบริหารจัดการ เกิดประโยชน์แก่ชุมชนท้องถิ่น
ท่เี ห็นชัดเป็น รปู ธรรม สามารถถ่ายทอดหรอื ขยายผลให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินอ่ืน
ๆ ได้
โกวิทย์ พวงงาม10 ได้กล่าวว่า การที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนหนึ่งได้
แสดงใหเ้ ห็นวา่ มีความสามารถท่ีจะสร้างสรรค์งาน หรือส่ิงใหม่ ๆ ให้เกิดขน้ึ ท้ังการคิดริเร่ิม
การประดษิ ฐ์ คดิ คน้ ปรบั ปรุง หรือทำใหแ้ ตกตา่ ง ซึง่ เทา่ กบั ว่าเป็นการเพิ่มขีดความสามารถ
ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในด้านการบริการสาธารณะนับเป็นการช่วยส่งเสริม
ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ท้องถิ่น ก่อให้เกิดความมีคุณค่าต่อบุคคลทั่วไปในการ
มององคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น ดงั นนั้ การส่งเสรมิ นวตั กรรมท้องถ่นิ และได้มีการเผยแพร่
ผลงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นการสร้าง กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้ง
กลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกันเอง ภาคประชาชน ภาครัฐ และหน่วยงานต่าง ๆ ท่ี
เกี่ยวข้อง เพื่อทำให้เกิดการเรียนรู้ที่หลากหลาย และทำให้เห็นวิธีการ สร้างสรรค์รูปแบบ

9 วีระศักดิ์ เครือเทพ, นวัตกรรมสร้างสรรค์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, (กรุงเทพฯ:
สำนกั งานกองทุนสนบั สนนุ การวิจยั (สกว,) 2548), หนา้ 56.

10 โกวิทย์ พวงงาม, การปกครองท้องถิ่นไทยหลักการและมิตใิ หม่ในอนาคต, พิมพ์คร้ังที่ 7,
(กรงุ เทพฯ: วิญญชู น, 2558), หนา้ 52.

นวัตกรรมการบริหารท้องถน่ิ ไทย | 110

การบรกิ ารสาธารณะใหม่ 1 ซ่ึงรูปแบบใหม่ของการให้บริการสาธารณะเหล่าน้ีสมควรท่ีจะ
มีการเผยแพร่ให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๆ รวมถึงส่วนราชการ
เพอ่ื ใหไ้ ดร้ ับรู้ศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการสร้างสรรคส์ ่ิงใหม่ ซ่ึงในท่ีสุด
จะก่อให้เกิด ความน่าเชื่อถือ และเกิดศรัทธาในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเป็นการ
เสริมต่อภารกิจที่ หน่วยงานของรัฐให้ถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์สิ่ง ใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น ซึ่งเรียกว่า "นวัตกรรมท้องถิ่น" กล่าวโดย
สรุปได้ว่า นวัตกรรมท้องถิ่น หมายถึง การริเริ่ม ค้นพบ การก่อให้เกิด การปรับปรุง
พัฒนาการแก้ไขหรือจัดการปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน เป็นเรื่องที่ใช้แก้ไขปัญหา ได้
จริง เป็นการริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ ในชุมชนท้องถิ่น ทำให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนหรือท้องถิ่นที่
เหน็ ชดั และเป็นรูปธรรม

2.2 คณุ ลกั ษณะของนวัตกรรมท้องถน่ิ
วีระศักดิ์ เครือเทพ11 ได้อธิบายว่า นวัตกรรมท้องถิ่นของไทยมีคุณลักษณะ
รว่ มกันอยา่ งน้อย 5 ประการ ซงึ่ สามารถพฒั นาไปการสร้างสรรคอ์ งคค์ วามรู้ และข้อสังเกต
ทาง วิชาการดา้ นการปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นของไทย ได้ดงั ต่อไปน้ี
1. การกระจายอำนาจทำให้เกดิ " เจา้ ภาพ" และ " เวทีการตดั สนิ ใจของพลเมือง"
การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นทำให้เกิด " หน่วยงานที่รับผิดชอบ " กิจการสาธารณะใน
ท้องถิ่น มีการกำหนดบทบาทหน้าที่รับผดิ ชอบและทรัพยากรบุคคลและการเงิน ผู้บริหาร
และพนักงานส่วนท้องถิ่น จะทำหน้าที่เป็น " ตัวแสดง" หลักในระบบการเมืองท้องถิ่น
เริ่มตน้ ตง้ั แต่การรับรู้ปัญหาสาธารณะ ในชุมชนของตน กระตนุ้ ใหม้ กี ารอภิปรายและระดม
ความคดิ เห็นจากประชาชนในชุมชนผา่ นเวที ประชาคม และดำเนินการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ
ตามข้อสรุปที่ได้รับจากการระดมความคิดเห็นร่วมกัน และนอกจากนี้ การกระจายอำนาจ
ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมใน " การตัดสินใจ ของท้องถิ่น" ซึ่งถือเป็น
รากฐานสำคัญต่อการพัฒนาการเมืองและการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แบบ

11 วีระศักดิ์ เครือเทพ, นวัตกรรมสร้างสรรค์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, (กรุงเทพฯ:
สำนักงานกองทนุ สนบั สนุนการวจิ ยั (สกว,) 2548), หน้า 128.

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถน่ิ ไทย | 111

ทางตรง องค์กรประชาชนจะเป็นผู้ที่เสนอปัญหา ความต้องการ หรือแนวทางการแก้ไข
ปญั หา ด้วยตนเอง

องค์ประกอบทั้งสามส่วนข้างต้นน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การคิดและ
ตัดสินใจ ร่วมกัน (Collective decision) ในการแก้ไขปัญหาของชุมชนผ่านกระบวนการ
ปรึกษาหารอื แทนที่ จะใช้วธิ ีคดิ แกไ้ ขปัญหาแบบต่างคนตา่ งทำภายใตว้ ิถีชีวติ แบบทุนนิยม
หรือแทนที่จะใช้วิธีการรอคอย ให้ปัญหาได้รับการแก้ไขจากเบื้องบนตามวัฒนธรรมแบบ
อุปถัมภ์ดังที่เคยเป็นมา จุดเปลี่ยนของวิธีคิด ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาแบบมีส่วนร่วมซ่ึง
เป็นผลมาจากการกระจายอำนาจนี้น่าจะส่งผลทำให้ชุมชน เริ่มมีวิธีมองปัญหาแบบหลาย
มติ ิ อนั ทำให้ขอ้ สรุปจากการระดมความเหน็ เพ่ือการแกไ้ ขปญั หาต่าง ๆ มคี วามเป็นไปไดส้ ูง
และเมื่อผนวกเข้ากับความพร้อมด้านบุคลากร ทรัพยากรทางการเงิน และการประสาน
ความรว่ มมือที่ดีจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสว่ นราชการที่เก่ียวข้อง ในท่ีสุด ย่อม
มี ส่วนช่วยให้การแก้ไขปัญหาของชุมชนทำได้อย่างสำเร็จลุล่วง และก่อให้เกิดการริเริ่ม
นวตั กรรม ดา้ นต่าง ๆ ตามมา

2. นวัตกรรมท้องถิ่นแต่ละประเภทมีจุดเริ่มต้นและคุณลักษณะที่แตกต่างกัน
คำถามสำคัญในทางวิชาการประการหนึ่งก็คือนวัตกรรมท้องถิ่นเกิดขึ้นไดอ้ ย่างไร มีปัจจยั
ใดบ้างที่มี ส่วนผลักดันให้เกิดนวัตกรรมและเอื้อให้การดำเนินนวัตกรรมประสบผลสำเร็จ
จากการศึกษาพบว่า ในภาพรวมนั้น นวัตกรรมท้องถิ่นในแต่ละด้านมีที่มาและมี
คุณลักษณะที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น นวัตกรรมด้านการเมืองส่วนใหญ่เกิดจากการ
ตื่นตัวขององค์กรชุมชน และมีโอกาสเกิดขึ้นในชุมชน ชนบทที่มีระบบการเมืองแบบ
สมาคม (การเมืองแบบเครอื ญาติ ได้มากกว่าชุมชนเมือง

ส่วนนวัตกรรมด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดมักเกิดขึ้นในองค์กรปกครอง ส่วน
ท้องถิ่นที่มีที่ตั้งในแถบภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสเสี่ยงในการแพร่
ระบาดของ ยาเสพติดรุนแรงกว่าภูมภิ าคอื่น ทั้งนี้ การผลักดันในการแก้ไขปัญหาที่เกดิ ข้นึ
ก่อนปี 2545 สว่ นใหญ่เรม่ิ ต้นจากผู้นำชุมชนหรือผู้นำท้องถ่นิ และเม่อื รฐั บาลมีนโยบายใน
การปราบปรามยาเสพติด อย่างชัดเจนในปี 2545 การขยายตัวของนวัตกรรมในด้านนี้จึง
ไดร้ บั แรงผลักดนั จากส่วนราชการกลาง (ปปส.) อยไู่ ม่น้อย ทง้ั นี้ วิธีการในการแก้ไขปัญหา
ยาเสพติดส่วนใหญ่จะใช้มาตรการทางสังคมมากกว่า มาตรการทางกฎหมาย ยกตัวอย่าง

นวตั กรรมการบริหารท้องถนิ่ ไทย | 112

เช่น ในชุมชนจะมีการจัดตั้งหน่วยอาสาสมัครเพื่อทำหน้าท่ี เฝ้าระวัง สอดส่องพฤติกรรม
ของครวั เรือนและบุคคลทมี่ ีพฤติกรรมเสยี่ ง และหากพบวา่ มคี วาม ข้องเกย่ี วกับยาเสพติดก็
จะใช้มาตรการลงโทษทางสงั คม เชน่ การไม่คบคา้ สมาคมหรือการไมร่ ว่ มงาน ประเพณีตา่ ง
ๆ ฯลฯ เปน็ ตน้ มาตรการทางสงั คมทีใ่ ชเ้ ชน่ นสี้ ง่ ผลให้เกดิ การปรบั เปล่ียนพฤติกรรม ของผู้
ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้ผลสำเร็จเป็นอย่างดี และไม่ด้อยไปกว่ามาตรการทางกฎหมาย
แต่ประการใด

สำหรับนวัตกรรมด้านการศึกษามักการเกิดขึ้นจากความต้องการของผู้บริหาร
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินเป็นหลัก แม้จะมกี ารผลักดันจากผู้บริหารของสถานศึกษา
อยบู่ า้ ง แต่ก็มีจำนวนไมม่ ากนัก ทั้งนี้ กระบวนการประชาคมชาวบา้ นลว้ นมีส่วนผลักดันให้
การดำเนิน นวัตกรรมด้านการศึกษาประสบผลสำเร็จ ข้อสังเกตที่สำคัญสำหรับนวัตกรรม
ด้านการศึกษาก็คือ การจัดการศึกษาในชุมชนชนบทมักเป็นไปเพื่อแก้ไขปัญหาการเข้าถึง
บริการของประชาชนในพื้นที่ ห่างไกล (Accessibility) ส่วนการจัดการศึกษาในเขตเมือง
มักมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายขอบเขต การให้บริการด้านการศึกษาทั้งในเชิงปริมาณและใน
เชิงคุณภาพให้เพียงพอต่อความต้องการของ ประชาชนที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของ
ชมุ ชนเมือง

ในทางกลับกันนวตั กรรมด้านการคลังท้องถิ่นและด้านการบริหารจดั การ มักมีทีม่ า
จากการริเริ่มของผู้บริหารหรือของพนักงานท้องถิ่นเป็นหลัก การริเริ่มนวัตกรรมได้รับ
แรงผลักดันมาจากปัญหาการขาดประสิทธิภาพทางการบริหาร ข้อจำกัดด้านทรัพยากร
หรือปัญหาในการดำเนินงาน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนนวัตกรรมด้านการ
จัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เกิดขึ้นจากปัจจัยผลักดันหลายประการ เช่น
ความตื่นตัวของชุมชนที่พบเห็นหรือได้รับผลกระทบจาก ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม
และทรัพยากรธรรมชาติ การสนับสนุนจากองค์กรพัฒนาเอกชน ส่วนราชการ
สถาบันการศึกษา หรือองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ ฯลฯ เป็นต้น ท้ังนี้ ในการ
ดำเนินการเพื่อรักษาสิ่งแวดลอ้ มและทรัพยากรธรรมชาตมิ ักจะกระทำโดยใช้ความร่วมมือ
รว่ มใจจาก ชุมชนในการแกไ้ ขและปอ้ งกนั ปัญหาเป็นอย่างมากจงึ จะประสบผลสำเร็จ

กล่าวโดยสรุป ความแตกต่างในเรื่องที่มาและคุณลักษณะของนวัตกรรมท้องถิ่น
เช่นนี้อมขี้ให้เห็นว่าการส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมท้องถิ่นในวงกว้างนั้น มีปัจจัยผลักดันให้

นวัตกรรมการบริหารท้องถนิ่ ไทย | 113

เกิด การริเริ่มนวัตกรรมท้องถิ่นที่แตกต่างกันไป ฉะนั้น การผลักดันเชิงนโยบายในการ
พัฒนาท้องถิ่น แต่ละด้านจึงต้องมีการกำหนดขึ้นเป็นการเฉพาะเจาะจง และควรมีความ
สอดคล้องกับสภาพบริบท ของปัญหาและของชุมชน จึงจะเอื้อให้นโยบายการพัฒนา
ท้องถ่ินประสบผลสำเรจ็ ตามท่ตี อ้ งการได้

3. นวัตกรรมท้องถิ่นที่เกิดขึ้นต่างพื้นที่กันอาจมีความคล้ายคลึงกันในเชิง
วธิ ีการ การเกดิ ขึน้ ของนวตั กรรมท้องถ่ินในภูมภิ าคตา่ ง ๆ แม้ว่าจะเกดิ ขึ้นต่างช่วงเวลากัน
แต่บ่อยครั้งที่พบว่า มีลักษณะปัญหาและวิธีดำเนินการแก้ไขคลา้ ยคลึงกัน เช่น นวัตกรรม
ด้านการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น ปัญหาที่พบร่วมกันคือการบริหารจัดเก็บภาษีท้องถิ่นที่ขาด
ประสิทธิภาพ องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน ทกุ แห่งที่ไดร้ ิเริ่มนวัตกรรมด้านการจัดเก็บภาษี
ต่างประสบปัญหาการขาดฐานข้อมูลรายชื่อผู้มีหน้าที่ เสียภาษีที่สมบูรณ์และถูกต้องเป็น
ปัจจุบัน จึงส่งผลให้ท้องถิ่นไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้เต็มเม็ด เต็มหน่วย และนอกจากนี้
ประชาชนในชุมชนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจถึงเหตุผลความจำเป็นในการเสีย
ภาษีท้องถิ่น ดังนั้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ริเริ่มนวัตกรรมในการจัดเก็บรายได้ จึง
มักจะเริ่มต้นด้วยกันพัฒนาระบบฐานข้อมูลผู้เสียภาษีท้องถิ่นแต่ละประเภท ดำเนินการ
สำรวจและ จัดทำแผนที่ภาษี ประชาสัมพันธ์และชี้แจงแก่ประชาชนเพื่อให้เกิดความรู้
ความเข้าใจในการเสียภาษี ท้องถิ่นผ่านเวทีประชาคมหรือผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ
ฯลฯ เปน็ ตน้ ส่วนความแตกตา่ งที่เกิดขึ้น ในการดำเนนิ นวตั กรรมดา้ นการจัดเก็บภาษีก็จะ
มีเพียงรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติเท่านั้น หรือ ในกรณีของนวัตกรรมด้านการ
จัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติต่างก็มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ในสาเหตุและ
วิธีการจัดการแก้ไขปัญหา กล่าวคือ ปัญหาด้านทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท้ัง ใน
เรื่องป่าต้นน้ำ ป่าชุมชน ป่าชายเลน การอนุรักษ์แหล่งน้ำหรือทรัพยากรทางทะเล หรือ
แม้แต่เรื่อง ขยะ มักเกิดขึ้นจากการกระทำของคนบางกลุ่มบางพวกที่ก่อให้เกิดผลกระทบ
ภายนอกแก่บุคคลที่สาม (Externalties) เช่น คนบางกลุ่มลักลอบทิ้งของเสียลงแม่น้ำลำ
คลอง มีการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ฯลฯ เป็นต้น ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น ชุมชน
ท้องถิ่นต้องกลายเป็นผู้ที่แบกรับผลกระทบดังกล่าว ในวงกว้าง ดังนั้น นวัตกรรมที่เกิดขึ้น
ในการจัดการกับปัญหาเหล่านี้จะดำเนินการแก้ไขในนามของ ส่วนรวม (Collective
action) ทั้งผ่านการใช้กระบวนการเวทีประชาคม เพื่อสร้างความตระหนักถึง ปัญหา

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถิน่ ไทย | 114

ร่วมกันและเพื่อระดมความคิดเห็นในการหาทางแก้ไข ทั้งใช้การลงมือลงแรงร่วมกันเพื่อ
แก้ไข ปัญหา เช่น การปลูกป่า การทำแนวกันไฟป่า การรวมกลุ่มเป็นอาสาสมัครเพื่อ
ลาดตระเวนและ ป้องกันการกระทำการที่เป็นต้นเหตุของปัญหา หรือใช้การทำสัญญา
ประชาคมในชุมชนโดยการ กำหนดเปน็ กฎกตกิ าของชมุ ชนหรอื กฎบา้ น ฯลฯ เป็นต้น

การที่นวัตกรรมท้องถิ่นที่เกิดขึ้นต่างพื้นที่กันแต่มีความคล้ายคลึงกันเช่นนี้
สามารถนำไปสู่ข้อสังเกตในทางวิชาการได้อย่างน้อยสองประการ

ประการแรก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของไทยอาจมีการเรยี นรู้จากกันและกัน
เมื่อท้องถิ่นแห่งหนึ่งดำเนินการแล้วประสบผลสำเร็จ ก็อาจนำไปสู่การเผยแพร่บอกต่อ
ให้แก่ท้องถิ่น แห่งอื่นได้เรียนรู้และศึกษาเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ หากข้อสังเกตประการนี้
เป็นจริง ย่อมขี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการจัดการความรู้ (Knowledge management)
ของทอ้ งถิน่ อยา่ งเป็นระบบเพื่อให้ เกิดการขยายตัวต่อไปในวงกว้างอนั จะเป็นประโยชน์ต่อ
การปกครองท้องถนิ่ ไทยในระยะยาว

ประการที่สอง การแก้ไขปัญหาของท้องถิ่นในบางเรื่องอาจมีวิธีการดำเนินการ ท่ี
สามารถแกไ้ ขปญั หาไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธผิ ล (One effective way อย่แู ลว้ ก็เป็นได้ กลา่ วคือ
ไม่ว่า ปัญหาเรื่องเดียวกันนั้นจะเกิดขึ้นที่ใดก็จะต้องใช้วิธีการแก้ไขปัญหาอย่างเดียวกัน
หากข้อสังเกต ประการที่สองนี้เป็นจริง คงจะต้องมีการศึกษาวิจัยเพื่อมุ่งค้นหาวิธีการที่ดี
หรือวิธีการที่เหมาะสมที่สุด ในการแก้ไขปัญหาท้องถิ่นในด้านต่าง (สำหรับเป็นแนวทาง
สำเร็จรูปหรือแนวทางมาตรฐานเพื่อ เผยแพรให้เป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่นแห่งอื่น ๆ ได้
ประยุกตต์ ่อไป

4. นวัตกรรมท้องถิ่นบางประเภท มีลักษณะเฉพาะตามเงื่อนไขบริบทแวดล้อม
นวัตกรรมท้องถิ่นบางประเภทมีความหลากหลาย และมีลักษณะเฉพาะต่างกันไปตาม
สภาพเงื่อนไข ของท้องถิ่นต่าง ๆ นวัตกรรมเหล่านี้ได้แก่ นวัตกรรมด้านการศึกษา
วัฒนธรรม การจัดสวัสดิการสังคม การบริหารจัดการ การสาธารณสุข และการพัฒนา
เศรษฐกิจชุมชนและแหล่งท่องเที่ยว นวัตกรรม เหล่านี้มักเกิดขึน้ จากแรงผลักดันในชุมชน
ที่แตกต่างกันไป และมีลักษณะเฉพาะตัวสูง เช่นในกรณีของ นวัตกรรมด้านการพัฒนา
เศรษฐกิจชุมชน ความเข้มแข็งของกลุ่มอาชีพ ผลิตผลของชุมชน ภูมิปัญญา ท้องถิ่น หรือ
ทุนทางวัฒนธรรม ฯลฯ เป็นต้น ล้วนมีส่วนสำคัญต่อการกำหนดรูปแบบของนวัตกรรม

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถ่นิ ไทย | 115

ด้านการส่งเสริมอาชีพเป็นอย่างยิ่ง หรือในกรณีของนวัตกรรมด้านการพัฒนาแหล่ง
ท่องเที่ยว ปัจจัยทางสภาพแวดล้อมภูมิศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติมีส่วนเอื้อให้เกิด
นวตั กรรมด้านการพฒั นา แหล่งทอ่ งเทย่ี วเป็นอยา่ งมาก

ส่วนในกรณีของนวัตกรรมด้านการศึกษาและวัฒนธรรม มักเกิดขึ้นจากความ
ตื่นตัว และความต้องการแก้ไขปัญหาของชุมชน ประกอบกับปัจจัยด้านทุนทางสังคมและ
วัฒนธรรมที่มีอยู่ เดิม ซึ่งส่งผลต่อการริเริ่มนวัตกรรมที่แตกต่างกันไป หรือในกรณีของ
นวัตกรรมด้านการบริหารจัดการ การริเริ่มส่วนใหญ่มักเกิดจากปัญหาการบริหารงาน
ภายในองค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น ความตื่นตัว ของผ้นู ำทางการเมืองและพนกั งานท้องถ่ิน
ระดับความสามารถของทรัพยากรบคุ คล การบริหารจดั การ และการเงินการคลังอย่างเห็น
ได้ชดั

การท่ีนวัตกรรมท้องถิ่นในแต่ละประเภทมีคุณลักษณะเฉพาะที่เกิดขึ้นจากบริบท
แวดล้อมที่แตกต่างกันเช่นนี้ น่าจะสะท้อนให้เห็นได้ว่าการศึกษาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ระหว่างองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นควรทำดว้ ยความระมัดระวงั ไม่ควรเลียนแบบจากกัน
และกันอย่างตรงไปตรงมา แต่ควรมีการปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทแวดล้อมของแต่ละ
ชุมชน เหตุผลเพราะว่าแบบแผน ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุและผลลัพธ์ (Casual
relationship) ระหว่างตัวแปรที่ส่งผลต่อการเกิดขึ้นของ นวัตกรรมท้องถิ่นย่อมมีความ
แตกต่งกันไปตามแต่ชุมชน การลอกเลียนจากกันโดยมิได้ปรับใช้ ให้เข้ากับบริบทของ
ชุมชน และมิได้วิเคราะห์ถึงสาเหตุและผลลัพธ์ของการเกิดขึ้นของนวัตกรรมอย่าง
รอบคอบ อาจทำให้การเลียนแบบนวัตกรรมทอ้ งถ่ินไมป่ ระสบผลสำเรจ็

5. นวัตกรรมท้องถิน่ สามารถเกิดขึ้นเปน็ ลูกโซ่ กรณีตัวอย่างนวัตกรรมท้องถิน่ ท่ี
พบ ในการศกึ ษาจำนวนมากกว่าก่ึงหน่ึง มีลกั ษณะเปน็ พลวัต เกิดข้นึ ในลักษณะที่เช่ือมโยง
ต่อเนื่องกันและกัน เช่น นวัตกรรมด้านการเมืองที่มุ่งส่งเสริมการใช้เวทีประชาคมเป็น
จุดเริ่มต้นของกระบวนการ นโยบายสาธารณะในระดับท้องถิ่น นำไปสู่การเกิดขึ้นของ
นวัตกรรมท้องถิ่นด้านอื่นได้อย่างกว้างขวาง เช่นทำให้เกิดนวัตกรรมด้านการจัดการด้าน
ทรัพยากรธรรมชาติ นวัตกรรมในการจัดการขยะ ซึ่งต่อจากนั้นสามารถนำไปสู่นวัตกรรม
ในการทำปุย๋ ชีวภาพ (น้ำหมักจุลนิ ทรีย)์ หรือการทำปยุ๋ คอก ฯลฯ เปน็ ตน้ หรือในกรณีของ
เทศบาลนครขอนแก่น เริ่มนวัตกรรมในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ใน

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถ่นิ ไทย | 116

โครงการพัฒนาเมืองมาตั้งแต่ปี พ. ศ. 2541 เมือ่ ประชาชนมีความเข้าใจในการทำงานของ
เทศบาลเพิ่มขึ้น จึงนำไปสู่การริเริ่มนวัตกรรมด้านการเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดเก็บ
ภาษีท้องถนิ่ ในปี 2543 ตามมา

อย่างไรก็ตาม วงจรการเริ่มต้นของนวัตกรรมท้องถิ่นไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน
นวัตกรรม ท้องถิ่นอาจเริ่มจากเรื่องใดก่อนก็ได้ ในกรณีของเทศบาลนครขอนแก่นเริ่มจาก
นวัตกรรมด้านการ มีส่วนร่วมทางการเมือง และก่อให้เกิดนวัตกรรมอื่นตามมา ส่วนกรณี
ของเทศบาลนครพิษณุโลก เริ่มจากนวัตกรรมด้านการจัดบริการสาธารณะก่อนเป็นลำดบั
แรก จากนั้นจงึ คอ่ ยเริ่มตน้ นวตั กรรม ดา้ นการเมอื งและการมีส่วนรว่ มตามมา ทัง้ นอ้ี าจเปน็
เพราะความสอดคล้องต้องกันของปัจจัยผลักดัน ที่ทำให้เกิดนวัตกรรมท้องถิ่นมีความ
แตกต่างกนั ตามทด่ี ต้ ้ังข้อสังเกตประการทีส่ องที่ได้นำเสนอไว้ขา้ งต้น

ข้อคน้ พบขา้ งต้นนา่ จะทำให้นักวิชาการและนกั พฒั นาไดต้ ระหนักวา่ การศึกษา ทำ
ความเข้าใจนวัตกรรมท้องถิ่นไม่อาจหยิบยกเพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาพิจารณาอย่างเป็น
อิสระ หากแต่ต้องศึกษานวัตกรรมท้องถิ่นแบบองค์รวม มีการศึกษาถึงพัฒนาการของ
นวัตกรรมท้องถิ่น ในด้านต่าง ๆ และมีการอธิบายถึงชุดของตัวแปรอิสระที่ทำให้เกิด
นวตั กรรมทอ้ งถนิ่ ในทส่ี ุด จะชว่ ยให้ เกิดความเข้าใจที่คมชัดของปรากฏการณ์ท่ีเกิดข้ึนใน
ท้องถน่ิ ต่าง ๆ ไดเ้ ปน็ ระบบมากข้ึน

จากคุณลักษณะของนวัตกรรมท้องถิ่นที่ได้นำเสนอข้างต้นสามารถพัฒนาไปสู่
ข้อเสนอแนะเชงิ นโยบายด้านการปกครองทอ้ งถ่ินได้ 3 ด้านทส่ี ำคัญไดแ้ ก่

1. การจดั แบ่งภารกจิ ระหว่างรฐั บาลและองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
2. การพฒั นาศักยภาพการคลงั ทอ้ งถิ่น
3. การพัฒนาขีดความสามารถในการจัดบริการสาธารณะระดับท้องถิ่น
แนวนโยบายของการปกครองท้องถิ่นในแตล่ ะดา้ น

นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถน่ิ ไทย | 117

4.5 นวัตกรรมปกครองสว่ นท้องถ่นิ

โกวิทย์ พวงงาม12 ตลอดระยะเวลากว่าร่วมทศวรรษของการกระจายอำนาจ
ให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นับตั้งแต่มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ.2540 ในหมวดว่าดว้ ยการปกครองสว่ นท้องถิ่น และทำให้มีพ.ร.บ.
กำหนดแผนและขนั้ ตอน การกระจายอำนาจ ฯ พ.ศ.2542 ไดร้ ับรองความสำคัญ และการ
เพิ่มอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น รวมทั้งการเพิ่มงบประมาณในรูปเงิน
อดุ หนนุ ใหแ้ ก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ มากข้นึ ทำให้เหน็ พัฒนาการขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นที่บ่งบอกให้เห็นถึงความก้าวหน้า และพัฒนาการ ที่ดี ในด้านการจัดบริการ
สาธารณะ รวมทั้งไดม้ ีความพยายามที่จะส่งเสริมสนับสนุนองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นให้
เกิดความเข้มแข็ง ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ส่วนราชการ ภาควิชาการ ภาคธุรกิจ และ องค์กร
ชุมชน โดยเฉพาะการได้เห็นการให้รางวัลในลักษณะการจูงใจเพื่อให้องค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่นตื่นตัว และมีความพยายามที่จะพัฒนาศักยภาพของตนเองทั้งในแง่การส่งเสริม
แนวทาง
ธรรมาภิบาล การส่งเสริมกิจกรรมให้เกิดผลสมั ฤทธิใ์ นการทำงานขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น ที่มีทั้งการให้รางวัลด้านต่าง ๆ อาทิ การส่งเสริมความสามารถในการจัดเก็บภาษี
รางวัลธรรมาภิบาล ของกระทรวงมหาดไทย และสำนักนายกรัฐมนตรี รางวัลองค์กร
ปกครองท้องถิ่นที่มีความเป็นเลิศ ด้านความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชน
รวมทงั้ รางวลั อืน่ ๆ ของภาครัฐ สว่ นราชการ มหาวิทยาลยั ตา่ ง ๆ ตลอดจนองค์กรอ่ืน ๆ

การให้รางวัลในลักษณะการจูงใจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดังกล่าว
นับเป็น กระบวนการส่งเสริมการพัฒนาขีดความสามารถ และส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
หรืออาจจะเรียกว่า "ส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมท้องถิ่น" ซึ่งคาดหวังว่าจะก่อให้เกิดการ
คิดค้น การปรบั ปรุง และการพฒั นา ส่งิ ใหม่ ๆ ข้นึ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ

12 โกวิทย์ พวงงาม, การปกครองท้องถิ่นไทย : เอกสารตำราหลักประกอบการเรียนการ
สอน หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาการปกครองท้องถิ่น วิชาการเมืองการปกครอง
ทอ้ งถิ่นไทย, (กรุงเทพฯ: เอก็ ซเปอรเ์ น็ท, 2550), หนา้ 341.

นวัตกรรมการบริหารท้องถิน่ ไทย | 118

นอกจากนี้ยังมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมนวัตกรรมในประเทศไทย เมื่อ
จรัส สุวรรณมาลาและคณะ13 ได้ทำการศึกษานวัตกรรมท้องถิ่นตามโครงการวิถีของ
องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย โดยได้ทำการสำรวจถอดบทเรียนนวัตกรรม
ท้องถิ่นจำนวน 500 ตัวอย่าง พบว่า การริเริ่มของนวัตกรรมท้องถิ่น เกิดตามบริบททาง
สังคม ชุมชน และสภาพเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน เพื่อหาวิธีแก้ปัญหาในเรื่องใดเรื่องหน่ึง
นอกจากนี้ยังพบว่า การแสดงบทบาทขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในการดำเนิน
นวัตกรรมท้องถิ่น ซง่ึ สังเคราะห์ถงึ ลกั ษณะการแสดงบทบาทเชิงสถาบนั มี 3 ลกั ษณะ ดังนี้
(1) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะผู้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้
ได้รับการแก้ไขปัญหา (2) องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นในฐานะผู้กระตุ้น สนับสนุน และจูง
ใจ ให้ภาคชุมชน ประชาชนเข้าดำเนินการแก้ไข และ(3) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน
ฐานะผ้ดู ำเนินการ แกไ้ ขปัญหาด้วยตนเอง

การส่งเสริมนวัตกรรมท้องถิ่นเริ่มจะได้พัฒนาก้าวหน้าไปมากขึ้น เม่ือ
นายกรัฐมนตรี (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการการกระจาย
อำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่ 10/2552 เร่ืองการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ
ส่งเสริมและเผยแพร่นวัตกรรมท้องถิ่น และการบริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถน่ิ ในวนั ท่ี 13 สงิ หาคม 2552 เพอ่ื ให้เป็น นโยบายในการดำเนินงานด้านการส่งเสริม
และเผยแพร่นวัตกรรมท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ กระตุ้น จูงใจ ให้องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นคิดริเริ่ม ประดิษฐ์คิดค้น ปรับปรุง และพัฒนาศักยภาพ ด้านการบริการ
สาธารณะ โดยให้มีการสำรวจ สืบค้นอย่างมีระบบ และทำการเผยแพร่นวัตกรรม ท้องถิ่น
เพอื่ กอ่ ใหเ้ กดิ การแลกเปล่ียนเรยี นรู้

13 จรัส สุวรรณมาลา และคณะ, วิถีใหม่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย,
(สำนกั งานกองทนุ สนับสนุนการวิจยั (สกว,), 2548), หนา้ 204.

นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถน่ิ ไทย | 119

4.6 การบริหารจดั การให้เกดิ นวตั กรรมต่อการปกครองสว่ นทอ้ งถิน่

โกวิทย์ พวงงาม14 ได้กล่าวถึง ปัจจัยในการบริหารจัดการให้เกิดนวัตกรรม
ท้องถน่ิ ไว้ดงั นี้

1. ผู้บริหารท้องถิ่น ในฐานะผู้นำองค์กร และบุคลากรในองค์กร ว่าต้องมีความรู้
ความเข้าใจในความหมายของ "ความเป็นนวัตกรรมท้องถิ่น" โดยการแสวงหาความรู้
เกีย่ วกับ "นวตั กรรม" และให้มกี ารแลกเปลี่ยนเรยี นร้สู งิ่ ใหม่ ๆ อยา่ งสม่ำเสมอ รวมทั้ง มีวธิ ี
คดิ มมุ มองใหม่ โดยเฉพาะการจินตนาการและความคิดทจี่ ะสร้างสรรค์ให้เกดิ ข้ึนในองค์กร
ปกครองสว่ นท้องถ่นิ ของตนเอง

2. ทุนชุมชนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งใช้ทุน ชุมชน ท้องถ่ิน
มาบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ โดยอาจจะดัดแปลงหรือต่อยอดในโครงการหรือ
กิจกรรมต่าง ๆ ให้เกิดเป็น "นวัตกรรมท้องถิ่น" ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทุนทรัพยากร ป่า ดิน
นำ้ ทนุ ทางวัฒนธรรม ทุนภูมิปญั ญา ปราชญช์ าวบา้ น

3. ภาคีเครือข่ายความร่วมมือ ความเป็นนวัตกรรมท้องถิ่นส่วนหนึ่งเกิดมาจาก
การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งภาครัฐ ส่วนราชการ ภาคธุรกิจ เอกชน ภาควิชาการ
หรือ สถาบันการศึกษา ภาคองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) และภาคส่วนกลุ่มองค์กร
ประชาชน รวมทั้ง อาสาสมัครต่าง ๆ เพื่อร่วมมือแก้ไขปัญหาท้องถิ่นอย่างใดอย่างหนึ่งให้
ประสบความสำเรจ็ หรือรว่ มกนั พฒั นาทอ้ งถิ่นในสง่ิ ท่ที า้ ทายปัญหาใหม่ ๆ

4. การเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมของประชาชน โดยปกติการมีส่วนร่วมของ
ประชาชน ที่เป็นปัจจัยในการบริหารจัดการในโครงการหรือกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องทำอยู่แล้ว แต่การบริหารจัดการให้เกิดนวัตกรรมท้องถิ่นน้ัน
องค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ต้องยกระดับวธิ ีการมีส่วนร่วมหรือรปู แบบการมีส่วนร่วมใหม้ ี
ความเข้มข้นมากขึ้น เป็นต้นว่า การเกิดขึ้นหรือรวมตัวของอาสาสมัครชุมชนท้องถิ่นใน

14 โกวิทย์ พวงงาม, นวัตกรรมท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, (กรุงเทพฯ: เสมา
ธรรม, 2558), หนา้ 39.

นวตั กรรมการบริหารท้องถ่นิ ไทย | 120

รูปแบบต่างๆ เพื่อสะท้อนถึงการหวงแหน ชุมชนของตัวเอง สะท้อนถึงความรู้สึกเป็น
เจ้าของ

5. การบริหารงานเป็นทีม เกิดจากการทำงานเป็นทีมในองค์กรปกครองส่วน
ท้องถน่ิ นั่นก็คือ การท่ีผ้บู รหิ ารในฐานะผู้นำท้องถ่ินได้สรา้ งทีมงาน หรือจดั ทมี ทำงานอย่าง
เป็นระบบ โดยเฉพาะการทำให้ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น ข้าราชการและ
พนักงานส่วนท้องถิ่น ได้เห็น ทิศทางเป้าหมายที่จะพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง หรือมี
เป้าหมายในการแก้ปัญหาของท้องถิ่นอยา่ งใด อย่างหนึ่ง ร่วมกันและร่วมกำหนดนโยบาย
แผนยทุ ธศาสตร์ และแผนปฏิบัตกิ าร และร่วมปฏิบตั ิการ ในโครงการ/กจิ กรรม

6. ความเป็นจติ อาสาและจติ สาธารณะของประชาชนในท้องถนิ่
7. การสนับสนุนจากองค์กร หน่วยงาน ภายนอกพื้นที่ เป็นหน่วยผลักดัน หรือ
ชว่ ย เสรมิ ทุนของท้องถนิ่ ให้เกดิ การขับเคลื่อนงานโครงการ/กจิ กรรมท้องถิ่นในด้านต่าง ๆ
ให้ประสบความสำเร็จ

วรี ะศักด์ิ เครอื เทพ15 ได้กล่าวถงึ ปจั จัยท่ีทำให้เกดิ นวัตกรรมท้องถน่ิ ไว้ดังนี้
1. บริบททางสังคม ชุมชน และสภาพเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยสภาพแวดล้อมที่
ก่อให้เกิด นวัตกรรมท้องถิ่น เพื่อแก้ปัญหาและตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนและ
ทอ้ งถนิ่
2. ผู้นำขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้นำมีอย่าง
น้อย 3 ประการ ได้แก่

ประการแรก คำนึงถงึ เป้าหมายและผลสำเร็จของงานมากกวา่ การปฏิบัติงาน
ตาม กฎระเบยี บ

ประการที่สอง มุ่งตอบสนองความต้องการของชุมชนท้องถิ่นมากกว่าการ
คำนึงถึง ความต้องการของหน่วยงาน

15 วีระศักดิ์ เครือเทพ, นวัตกรรมสร้างสรรค์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, (กรุงเทพฯ:
สำนกั งานกองทุนสนับสนนุ การวจิ ยั (สกว,) 2548), หน้า 221.

นวตั กรรมการบริหารท้องถนิ่ ไทย | 121

ประการสุดท้าย ผู้บริหารควรมีความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านแล้วนั้น
ควรมี ทกั ษะใน การปฏิบตั ิงานที่หลากหลาย( Multi-skills และยดื หยุ่น

3. แรงผลกั ดัน การสนับสนนุ และการกระตุ้นจากภายนอก ความสัมพนั ธ์ระหว่าง
หน่วยงานภายนอกกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในกระบวนการริเริ่มและการลงมือ
ปฏบิ ตั นิ วัตกรรม ท้องถิ่น

(1) แนวนโยบายของรฐั บาล
(2) กฎเกณฑห์ รอื แนวปฏิบตั ขิ องราชการส่วนกลาง
(3) หน่วยงานราชการส่วนภมู ิภาค
(4) หนว่ ยงานพัฒนาเอกชน/มลู นิธ/ิ องค์กรไมม่ ุ่งแสวงหากำไร
(5) องค์กรความร่วมมอื ระหว่างประเทศ
(6) องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ แห่งอน่ื
พบวา่ สามารถเกดิ ข้นึ ใน 2 ลักษณะสมั พนั ธ์ คือ 1. องค์กรภายนอกจะทำหน้าท่ีให้
การสนับสนุนด้านทรัพยากร ความรู้ หรือเทคนิควิธีการ 2. องค์การภายนอกจะทำหน้าท่ี
เปน็ หุ้นสว่ น รว่ มดำเนินการกับองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
4. บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิน่ ได้แก่
(1) องคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ ในฐานะผปู้ ระสานงาน (Coordinator)
(2) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะผู้กระตุ้น สนับสนุน จูงใจ
(Facilitator) ใหภ้ าคชุมชน/ประชาชนเข้าดำเนินการแก้ไขปญั หา
(3) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะผู้ดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง
(Doer)
5. การมีส่วนร่วมของประชาชน รูปแบบการมีส่วนร่วมของประชาชน
ประกอบดว้ ย
(1) ประชาชนรว่ มรบั ทราบหรอื รบั รู้ปัญหาทอ้ งถิ่น
(2) ประชาชนใหค้ วามเหน็ หรือข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหา
(3) ประชาชนเปน็ ผู้ตัดสนิ ใจกำหนดนโยบายหรอื เลือกวธิ กี าร
(4) ประชาชนรว่ มลงมือปฏิบตั ิและติดตามผลสำเร็จ
(5) ประชาชนเป็นผ้ขู บั เคลื่อนกจิ การสาธารณะด้วยตนเอง

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถนิ่ ไทย | 122

จากการศึกษาและทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องผู้วิจัยได้ข้อสรุป ที่จะใช้ ปัจจัย
ในการบริหารจัดการนวตั กรรมท้องถิ่น 5 องค์ประกอบ ดังนี้ 1) ด้านผู้นำ/ผู้บริหารองคก์ ร
2) ด้านวัฒนธรรมองค์กร 3) ด้านความรู้ความสามารถของบุคลากร/เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน
4) ด้านการ มีส่วนรว่ มของประชาชน 5) ดา้ นการสนบั สนุนจากหนว่ ยงานภายนอก

4.7 การบรหิ ารจัดการนวัตกรรม

การจัดการนวัตกรรมถือว่าเป็นตัวเชื่อมประสานความรู้ของพนักงานเข้าด้วยกัน
เพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุดทั้งในด้านการเชื่อมโยง และใช้ความรู้
ต่าง ๆ จากภายใน และภายนอกองค์กร นำมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว
ให้เกิดแก่องค์กร ประกอบกับ ความสำเร็จของการจัดการนวัตกรรมจะเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อ
สมาชิกในองค์กรรวมตัวกันและมีกลไกที่ทำ หน้าที่ในการกำกับการทำงานของระบบ
ภายใต้การนำองค์ประกอบและองค์ความรู้ต่าง ๆ ของการ จัดการนวัตกรรมมาใช้อย่าง
เหมาะสม

Kuczmarski16 ได้ให้ความหมายว่า การจัดการนวัตกรรม (Innovation) เป็น
กระบวนการคดิ คน้ และปฏบิ ตั เิ พ่อื ผลประโยชนใ์ นเชงิ พาณชิ ย์และสังคมจากความคิดใหม่

Lengnick-Hall17 กลา่ วถงึ กระบวนการจัดการสำหรบั การนำนวัตกรรมต่าง ๆ ไป
ปฏิบัติ การสร้างสรรค์ส่ิงใหม่ ออกเผยแพร่สู่ตลาดทั้งภายในและภายนอกองค์กร มี
กระบวนการ จดั การท่สี ำคญั 4 ประการ ดงั ตอ่ ไปนี้

1. การรับ (Acquiring คือ ขั้นตอนของการนำองค์ความรู้ต่าง ๆ มา
ประยุกต์ใช้ให้เกิดขึ้น เป็นนวัตกรรมขึ้น การสร้างสรรค์สิ่งใหม่จากกระบวนการทางการ
วิจัย และพัฒนาการทำวิจัยทางการตลาด รวมไปถึงการได้รับองค์ความรู้จากแหล่งอื่น ๆ
โดยการถ่ายทอดทางเทคโนโลยี หรอื การคน้ คว้า ร่วมกนั ในเครือพันธมติ ร

16 Kuczmarski, Innovation, New York: Prentice - Hall, (1992), p. 228.

17 Lengnick-Hall, M, L,, Lengnick-Hall, C, A,, Andrade, L,, & Drake, B, Strategic
human resource management: The evolution of the field, Human Resource
Management Review, 2009, pp. 64-85,

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถิน่ ไทย | 123

2. การปฏิบัติ (Executing) คือ ขั้นตอนของการนำโครงการดังกล่าว มา
ปฏิบัติงานภายใต้ สภาพของความไม่แน่นอนต่าง ๆ ซึ่งต้องอาศัยทักษะของการแก้ไข
ปญั หาตลอดเวลา

3. การนำเสนอ(Launching) คือ การนำนวัตกรรมที่ได้ออกสู่ตลาด โดย
อาศัยการจัดการ อย่างเป็นระบบเพื่อให้เป็นที่ยอมรับจากตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน
ช่วงแรกของการนำออกสตู่ ลาด

4. การรกั ษาสภาพ (Sustaining) คือ การรักษาสถานะ ภาพ การยอมรบั จาก
ตลาดให้ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อไป และคงอยู่ให้นานเท่าที่จะเป็นไปได้ การปรับปรุง
แก้ไข ในแนวความคิด หรือทำการเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น เพื่อให้ได้นวัตกรรมที่ถูกพัฒนาให้มี
ความสอดคล้องกบั ความตอ้ งการของ ตลาดมากยงิ่ ขนึ้

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ18 ไดน้ ยิ ามความหมายของการจัดการนวตั กรรม คือ
การทอ่ี งคก์ รมีการถ่ายทอดความรู้ออกมาเป็นความคดิ และสร้างสรรคใ์ ห้เกิดสนิ ค้า บริการ
และ กระบวนการทางานใหม่ ๆ ซึ่งไม่จาเป็นต้องเป็นสิ่งใหม่ แต่เป็นการพัฒนา ปรับปรุง
ให้ดีขนึ้ มีประโยชน์ ต่อหนว่ ยงาน องค์กร และประเทศชาติ

Wong19 ได้ให้ความหมายของการจัดการนวัตกรรมว่า เป็นวิธีการบริหารจัดการ
ซึ่งถึงพร้อมด้วยวิธีการที่สนับสนุน และส่งเสริมการพัฒนาความคิดที่เป็นนวัตกรรมให้
เกิดขึ้นภายใน บริษัทเพื่อให้ความรู้แก่พนักงานและองค์กรเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงท่ี
สำคญั

การจัดการนวัตกรรมจึงเป็นกระบวนการที่มีความสำคญั ต่อการอยู่รอด และสร้าง
ความ ได้เปรียบเชิงการแข่งขันขององค์กรทัง้ ภาครัฐ และภาคธุรกิจ การจัดการนวัตกรรม
จะมีความแตกต่าง กันในองค์กรที่มีเป้าหมายแตกต่างกัน ในการจัดการนวัตกรรมในยุค

18 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, รายงานประจำปี 25563 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ,
(กระทรวงวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2563),

19 Wong, S,Y,,& Chin,K, S, Organizational innovation management: An
organization-wide perspective, Industrial Management & Data Systems, 107(9), (2007),
p. 111.

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถิ่นไทย | 124

ปัจจบุ ัน จะตอ้ งคำนงึ ถึง กระบวนการในการสรา้ งสรรคน์ วตั กรรม ทรพั ยากรทางนวัตกรรม
และความสามารถในการจัดการ

ความสามารถในการจดั การนวตั กรรม
Gronhaug and Kaufmann20 ได้กลา่ ววา่ การสร้างนวตั กรรมเป็นเรื่องที่ มุ่งเนน้
การเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการหรือ การบริหารองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากข้ึน
เปลี่ยนแปลงตัวเอง สร้างจุดแข็งและโอกาสที่จะนำมาสร้างความไดเ้ ปรียบทางการแข่งขนั
ซึ่งจะตอ้ ง พจิ ารณาในเรือ่ งดังต่อไปน้ี

1. ต้องเข้าใจถึงสภาพแวดล้อมโดยรวมทางธุรกิจ หรือกลุ่มอุตสาหกรรมท่ี
เป็นอยู่ใน ปัจจุบัน ซึ่งจะพิจารณาในด้านของความเหมาะสมความจำเป็นในการ
เปลี่ยนแปลง

2. ต้องเข้าใจสภาพแวดล้อมภายในองคก์ รธรุ กจิ ว่ามีความพร้อม ในการที่จะ
สรา้ ง นวตั กรรมองคก์ รหรือไม่ ไมว่ า่ จะเปน็ เรือ่ งเงินทุน และตัวบุคลากร

3. สร้างความเข้าใจกับทุกฝ้าย เพื่อสร้างแนวทางในการปฏิบัติให้เป็นไปใน
ทิศทาง เดียวกัน และป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น จากคนบางกล่มที่ไม่สามารถยอมรับ
กับการเปลี่ยนแปลง ท่ีเกดิ ข้นึ

4. นวัตกรรมที่จะทำนั้นสามารถทำได้ในความจริง เป็นประโยชน์และมี
ความสำคัญ ต่อการสร้างนวัตกรรมองค์กร การเข้าใจถึงสภาพแวดล้อมโดยรวมของธุรกิจ
การนำนวัตกรรมมาใช้ให้ เกิดประโยชน์ จะทำให้การจัดการนวัตกรรมขององค์กรมี
ประสทิ ธภิ าพ และประสบความสำเร็จในท่ีสุด

Tidd et al21 เสนอองคป์ ระกอบ 5 ประการในการจัดการนวัตกรรม ดังน้ี

20 Gronhaug, K,, & Kaufmann, G, Innovation a cross-disciplinary perspective,
Martinez, CA: Norwegian University Press, (1988), p.524.

21 Tidd, J,, Bessant, J,, & Pavitt, K, Managing innovation: Intergrating
technological, market and organization change, 3d ed, Sussex, UK: John Wiley & Sons,
(2005), p.425.

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถน่ิ ไทย | 125

ประการที่หนึ่ง การกำหนดกลยุทธ์ และแผนกลยุทธ์ในการจัดการนวัตกรรม
ผู้บริหาร สูงสุดมีหน้าท่ีสำคัญในการกำหนดกลยุทธ์ เพื่อการสื่อสารอย่างชัดเชนทั่วท้ัง
องค์การ กลยุทธ์ในการ จัดการนวัตกรรมจะต้องสอดประสานกับกลยุทธ์หลักขององค์การ
อาทิ เช่น กลยุทธ์ในการจัดการ เทคโนโลยี และกลยุทธ์การตลาด การกำหนดกลยุทธ์ท่ี
ชัดเจนจะช่วยให้ผู้บริหารสูงสุด ผู้บริหาร นวัตกรรม ผู้บริหาร อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้จัดการ
เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในระดับรองลงมาทุกระดับชั้น มีวิสัยทัศน์ร่วม มีความพร้อมเพรียงท่ี
จะนำแผนกลยทุ ธไ์ ปสูก่ ารปฏบิ ตั ิอยา่ งเป็นรูปธรรม

ประการที่สอง การจัดการกระบวนการนวัตกรรม และทรัพยากรนวัตกรรม
องค์การ จำเป็นตอ้ งมีข้นั ตอนอยา่ งชดั เจนทชี่ ว่ ยให้ผจู้ ัดการนวัตกรรม ผปู้ ฏบิ ตั งิ านสามารถ
พัฒนาแนวคิด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การนำเสนอแนวคิดใหม่ การแลกเปลี่ยน
แนวคิดการกลั่นกรองแนวคิด การนำแนวคิดไปทดสอบ การนำแนวคิดสร้างนวัตกรรม
ในทางการค้า และการนำเสนอนวัตกรรมออกสู่ตลาด องค์การมีระบบในการค้นหา
แนวคิดใหม่ ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ทั้งนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์และ/หรือนวัตกรรม
กระบวนการมีกระบวนการนำเสนอนวัตกรรมออกสู่ตลาด มีระบบที่ ชัดเจนในการ
กลั่นกรองโครงการนวัตกรรม และการติดตามประเมินผลสำเร็จของนวัตกรรม เพื่อการ
เรียนรู้ปรบั ปรงุ กระบวนการนวตั กรรม และการจัดการทรัพยากรนวตั กรรมที่เหมาะสมทัง้
ทรัพยากรที่ จบั ต้องได้ และทรพั ยากรทีจ่ บั ต้องไม่ได้ อาทเิ ชน่ การใช้ประโยชนจ์ ากแนวคิด
ใหม่ทางด้านทุนทาง สังคม เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรนวัตกรรมให้มีประสทิ ธิภาพ และ
ประสทิ ธิผลสูงสุด

ประการที่สาม การจัดการองค์การนวัตกรรม ผู้บริหารนวัตกรรมควรจัดให้มี
โครงสร้างองค์การที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนมีโอกาสได้
ทำงานร่วมกัน สามารถทำงานข้ามสายงานได้ดยการลดข้อจำกัด และข้อกีดขวางในการ
ทำงานระหว่างแผนก ส่งเสริมให้มีการนำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ ในการปรับปรุงผลิตภัณฑ์
และ/หรือกระบวนการนวตั กรรม ใหม่ ๆ โครงสร้างขององค์การนวัตกรรมจะต้องเหมาะสม
มีความยืดหยุ่นคล่องตัว เปิดโอกาสให้มีการ ประสานงานกันทั้งในแนวราบและแนวดิ่ง มี

นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถิ่นไทย | 126

โครงสร้างที่ช่วยให้ผู้บริหารนวัตกรรม และทีมงาน สามารถตัดสินใจ ได้อย่างรวดเร็วมี
โครงสร้างในการจัดสรรผลตอบแทน การให้รางวัล และส่งเสริม บรรยากาศที่ดีในการ
นำเสนอแนวคิดใหม่ 1 ตลอดเวลามีโครงสร้างที่เอื้อให้ผู้บริหารสามารถ ตรวจสอบ
ประเมินผลโครงการนวัตกรรมในด้านต่าง ๆ อาทิเช่นความเป็นไปได้ทางตลาด และ ทาง
เทคนิค ผลตอบแทนในการลงทนุ และการเปรยี บเทียบกับคแู่ ข่งได้ตลอดเวลา

ประการที่สี่ การจัดการการเชื่อมโยงกับภายนอกการเชื่อมโยงกับภายนอกน้ี
หมายถึง ตั้งแต่องค์การภายนอก สภาพแวดล้อมทางเทคโนโลยี ทางการตลาด ทาง
เศรษฐกิจ ทางสังคม วัฒนธรรม และอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการสร้างสรรค์
นวัตกรรมและการจดั การ ทางดา้ นทรพั ยากรนวตั กรรมสำหรบั องคก์ ารภายนอก ทำได้โดย
การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ส่งมอบ ผู้รับเหมาช่วง สถาบันวิจัยอื่น มหาวิทยาลัย
ตัวแทนลูกค้า ลูกค้า องค์การมีขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ เปิดโอกาสให้ลูกค้า ผู้ส่งมอบ
องคก์ ารอน่ื ๆ ที่เกี่ยวข้องได้มโี อกาสได้ทำงานรว่ มกันในการสร้างนวัตกรรม

ประการสุดท้าย การจัดการกระบวนการเรียนรู้การจัดการกระบวนการเรียนรู้
อย่าง เป็นระบบจะชว่ ยให้องค์การสามารถจัดการความรทู้ ้ังที่มีอยเู่ ดิมภายในองค์การ และ
สรา้ งความรใู้ หม่ ๆ ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ และประสทิ ธผิ ล โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ความรู้แฝง
เร้น และความรู้ที่ฝังอยู่ใน โครงสร้างความสัมพันธ์การสื่อสาร และการปฏิบัติงานของ
องค์การ ที่ยากแก่การค้นหา มักจะแฝงอยู่ ในบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ และ
โครงสร้างความสัมพันธ์ของบุคคลในองค์การ การจัดการ กระบวนการเรียนรู้อย่างเป็น
ระบบทำได้โดยการค้นหาความรู้ การสร้างความรู้ การจัดความรู้ให้เป็น ระบบโดยมีการ
ประมวลและกลั่นกรองความรู้ สร้างระบบการเข้าถึงความรู้และการแลกเปลี่ยนความรู้ มี
ระบบการทบทวนความสำเร็จและความล้มเหลวของโครงการนวัตกรรม เพื่อการเรียนรู้
จากความสำเร็จ และความผิดพลาด ในทุก ๆ ขั้นตอนของการสร้างสรรค์นวัตกรรมมีการ
เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของผลิตภัณฑ์จากนวัตกรรมใหม่ ๆ และกระบวนการในการ
สร้างสรรค์นวัตกรรมกับองค์การอื่นรวมไปถึง คู่แข่งมีการเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์กับสถาบันวิจัยอื่นเพื่อการเรียนรู้ และเก็บ รวบรวมการเรียนรู้อย่างเป็น
ระบบเพ่ือสร้างโอกาสในการเรยี นรู้ และปรบั ปรงุ กระบวนการสรา้ งสรรค์ นวัตกรรมใหไ้ ปสู่
ความสำเร็จอย่างต่อเนือ่ ง และยั่งยนื

นวตั กรรมการบริหารท้องถนิ่ ไทย | 127

การจัดการนวัตกรรมเป็นวิธีการต่าง ๆ ที่ช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวให้เข้ากับ
สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้อย่างเป็นระบบ อย่างไรก็
ตามการจัดการ นวัตกรรมที่องค์กรหนึ่ง ๆ ใช้แล้วได้พอดี อาจใช้ไม่ได้ผลกับองค์กรอื่น ๆ
เสมอไป แต่อาจจะกล่าวได้ ว่าสิ่งที่เรียนรู้ได้จากความสำเร็จในการจัดการนวัตกรรมของ
องคก์ รหนึ่งสามารถใช้เปน็ แนวทางปฏิบัติ ทีด่ สี ำหรับอกี องคก์ รหนึง่

องค์ประกอบการจัดการนวัตกรรม
ศิวะนันท์ ศิวพิทักษ์22 ได้นำเสนอองค์ประกอบด้านการจัดการนวัตกรรม ดังน้ี
พนกั งานในการจดั การนวัตกรรม (Officer in Innovation Management) ประกอบดว้ ย

(1) ผู้บริหารระดับสูงด้านนวัตกรรม (Chief Innovation Officer) เป็นผู้ที่มี
ความ เชี่ยวชาญในหลายสาขา และมีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายบริหารเทคโนโลยี หรือ
ปฏิบัติการเพื่อ ผลักดัน และสนับสนุนองค์กรให้เกิดแหล่งรายได้ หรือกาไร่ใหม่ โดยการ
ลงทุนในตลาดใหม่ หรือขยาย ตลาดเดิม รวมถึงเชื่อมโยงข้อมูลด้านเทคโนโลยีการตลาด
และธุรกิจในองค์กร เพ่ือจุดมงุ่ หมายในการ สรา้ งสรรคน์ วัตกรรม

(2) เจ้าหน้าที่อื่น ๆ ในด้านการบริหารนวัตกรรม (Innovation Officer) คือ
ผูบ้ รหิ าร ระดับกลาง ผูป้ ระสานงาน และเจ้าหน้าท่ีอ่ืน 1 ในฝ่ายนวัตกรรมที่มีหน้าท่ีตามที่
ได้รับมอบหมายจาก ผู้อำนวยการนวัตกรรม รวมทั้งประสานงานโครงการนวัตกรรมที่
อาจจะถูกเสนอโดยฝ่ายนวตั กรรมเอง หรือเลือกสรรโดยผู้บรหิ ารองค์กร ซึ่งฝ่ายนวตั กรรม
จำตอ้ งประสานความรว่ มมือกบั ทุกหนว่ ยงาน ในองค์กร

Goffin and Mitchell23 กล่าวว่า การสร้างสรรค์นวัตกรรมไม่ว่าจะเป็นการ ผลิต
สินค้า หรือการให้บริการ ต้องอาศัยแนวทางที่ประกอบด้วยหลายมิติ ( Multi-

22 ศิวะนันท์ ศิวพิทักษ์, การจัดการนวัตกรรมขององค์กรธุรกิจที่มีผลต่อพฤติกรรมการ
สร้างสรรค์ นวัตกรรมของพนกั งาน, (มหาวทิ ยาลยั ธุรกิจบณั ฑติ ย์, 2554), หน้า 264.

23 Goffin, K,, & Mitchell, R, Innovation management: Strategy and
implementation using the pentatholon framework, Hampshire, UK: Palgrave
Macmillan, (2005), p. 524.

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถนิ่ ไทย | 128

dimensional Approach) เปรียบเสมือนการแข่งขัน "ปัญจกรีทา" (Pentathlon) หรือ
กิจกรรมการแข่งขันกีฬา 5 ประเภท ในสมัยก่อน การจัดการนวัตกรรมได้รับการ
เปรียบเทียบว่าเป็นการแข่งขันมาราธอน (Marathon) คือ ใช้เวลาในการดำเนินการที่
ยาวนาน อยา่ งไรก็ดี นัยสำคัญของการเปรยี บเทยี บที่วา่ การจัดการนวัตกรรมประกอบด้วย
การปฏบิ ัติงานให้ได้ประสิทธผิ ลระดบั สงู โดยอาศยั เพยี งศาสตร์ เดียว (Single Discipline)
เป็นสิ่งที่เข้าใจผิด อาจรวมถึงหน่วยงานภายนอกองค์กรทั้งหน่วยงานรัฐ หน่วยงานวิจัย
หรือกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ดังนั้น การเปรียบเทียบว่า การจัดการนวัตกรรมเป็นเสมือนการ
แข่งขันปัญจกรีฑา ที่ซึ่งการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยกระบวนการสร้างกล
ยทุ ธ์ การ สรา้ งสรรคน์ วัตกรรมด้านการจัดการนวัตกรรม 5 ขัน้ ตอน ดังนี้

1. การสร้างกลยุทธ์ของการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation Strategy) กล
ยุทธ์ การสร้างสรรค์นวัตกรรม เป็นส่วนสำคัญที่สุดของกลยุทธ์ทั้งหมด กล่าวคือ เป็น
องค์ประกอบหลกั สำคัญ ซง่ึ ชว่ ยเปล่ยี นและมีอทิ ธพิ ลต่อองคป์ ระกอบทั้งหมด ในการสรา้ ง
กลยุทธ์ของการสร้างสรรค์ นวัตกรรม ความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยเฉพาะ
อย่างยิ่ง ความพึงพอใจของลูกค้าจะต้อง ได้รับการพิจารณาเป็นอันดับแรก แนวคิด
เกี่ยวกับการวางแผนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Planning) เช่น Porter's Five Forces และ
PEST Analysis จะช่วยเพิ่มคุณค่ากับการสร้างกลยุทธ์ของนวัตกรรม ได้มาก การใช้
เครื่องมือเหล่านี้ ในการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน จะทำให้องค์กรสามารถตรวจสอบ
ได้ว่า สิ่งที่องค์กรเสนอให้อาจจะไม่ตอบสนองความต้องการในอนาคตของลูกค้าก็ได้ ใน
การพิจารณา แก้ปัญหาดังกล่าว ผู้บริหารตอ้ งพิจารณาว่า ควรปรับปรุงแบบค่อยเป็นค่อย
ไป หรือควรมีการ เปลี่ยนแปลงทั้งระบบ ซึ่งระยะเวลาจัดเป็นปจั จยั ท่มี ีความสำคัญเช่นกัน
อยู่ที่องค์กรว่ามีความต้องการ "ล้ำหน้าคู่แข่ง" หรือ "ยึดติดอยู่กับการบรหิ ารงานแบบเก่า"
แลว้ ปลอ่ ยให้องคก์ รอ่นื ล้ำหน้าไปแทน

2. การบริหารความคิดสร้างสรรค์ และความรู้ (Managing Creativity and
Knowledge) คือ การบริหารความคิดสร้างสรรค์ และความรู้ "นวัตกรรมต้องอาศัย
ความคดิ สรา้ งสรรค์ ซงึ่ มคี วามสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับความรู้ภายในองค์กร นวัตกรรมต้อง
อาศัยวิธีการที่มีประสิทธิภาพ หลายวิธีในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า และการ
คุ้มครองความคดิ ท่ีจะทำให้เกดิ ผล ทต่ี ามมา" ความสำคัญอยูท่ ค่ี วามคิดสรา้ งสรรค์ทางด้าน

นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถน่ิ ไทย | 129

ธุรกิจ (Business Creativity) ซึ่งตรงกันข้าม กับการประดิษฐ์ หรือนวัตกรรมโดยตัวของ
มันเอง ความคิดสร้างสรรค์ทางด้านธุรกิจจำเป็นต้องอาศัย การสร้างความคิดซึ่งมีคุณคำ
ในทางการค้า (Commercial Value) ซึ่งภายในบริบทนี้มีนวัตกรรม 3 ประเภทที่จะต้อง
พจิ ารณคือ

(1) ปทสั ถานสงั คม (Normative) ทซี่ ่ึงปญั หาที่กำลังประสบอยู่ หรือการร้อง
ทุกข์ ทไี่ ด้รับการคล่ีคลาย

(2) การวินิจฉัย (Exploratory) ที่ซึ่งโอกาสใหม่ได้รับการศึกษาวิเคราะห์
และ

(3) โชคในการพบสิ่งที่ต้องการโดยบังเอิญ (Serendipitous) ที่ซึ่งเป็น
อบุ ัติเหตุ และความโชคดผี สมผสานกนั

ในการสร้างสรรค์ความคิดใหม่องค์กรธุรกิจ ควรส่งเสริมนวัตกรรมทั้ง 3 ประเภท
นี้ ในขณะที่พนักงานอาจจะขับเคลื่อนการสร้างสรรค์นวัตกรรมในองค์กร เป็นสิ่งสำคญั ใน
การปลูกฝัง วัฒนธรรมที่ส่งเสริมการสร้างสรค์นวัตกรรม และการจัดบรรยากาศที่ทีมงาน
สามารถทำงานร่วมกัน เพื่อการสร้างสรรค์ ปัจจัยต่าง ๆ ซึ่งจะส่งเสริมวัฒนธรรมทีม่ ีความ
เหมาะสม ได้แก่ การสนับสนุน ส่งเสริมความหลากหลาย (Diversity) การมอบหมายงาน
ให้เหมาะสมที่จะรบั ผิดชอบให้เวลาในการพูดคุย ปัญหา และการดำเนินโครงการ ส่งเสริม
การทำงานข้ามหน่วยงาน และจัดหาทรัพยากรที่ หมาะสม วัฒนธรรมของการคิดอย่าง
สร้างสรรค์ส่งเสริมการใช้เทคนิควิธีที่สร้างสรรค์หลายวิธี ตั้งแต่การระดมความคิดจนถึง
การโต้เถียงกันอย่างมีเหตุผล ประการสุดท้าย การใช้ความคิดสร้างสรรค์ มักจะอาศัย
ความรู้ และความเข้าใจ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่องค์กรที่กำลังแสวงหาโอกาสในการ
สร้างสรรค์นวัตกรรมจะได้ให้ความสำคัญกับ การบริหารจัดการ และสร้างโอกาสให้กับ
ปจั เจกพนักงาน และทมี งานในการแบ่งปนั ความรู้

3. การจัดลำดับความสำคัญและการคัดเลือกความคิดที่ดีที่สุด (Priorities and
Selecting Ideas หมายถึง การตัดสินคัดเลือกว่าความคิดใดสมควรจะได้รับการพิจารณา
ให้ดำเนินการ ก่อน และความคิดใดบ้างที่ควรตัดทิ้ง "ผู้บริหารจะประสบความท้าทาย 2
ประการ ประการแรก คือ การตัดสนิ วา่ โครงการใดทจี่ ะมีคุณคา่ ในการดำเนินการ ประการ
ที่สองคือ การคัดเลือกกลุ่ม หรือ Portfolio ของกลุ่มซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการ

นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถนิ่ ไทย | 130

ขององค์กรได้มากที่สุด การตัดสินใจจะต้อง ได้รับการพิจารณาในหลายขั้นตอน ดังนั้นจึง
เป็นสิ่งสำคัญที่องค์กรจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์ท่ี ชัดเจนว่าควรตัดสินใจดำเนินการใน
เรื่องใด ความล้มเหลวในการดำเนินการนี้มักจะนำไปสู่การสูญเสีย ทั้งเวลา และพลังงาน
อย่างเปล่าประโยชน์ การคัดเลือกความคิดใดมาใช้ปฏิบัติจะต้องอาศัย การพิจารณาด้าน
ตา่ ง ๆ พร้อมกนั เช่น การบรหิ ารการเงนิ การวางมาตรการเชิงประมาณ และ การประเมิน
รวมทั้งทักษะการบรหิ ารจัดการเพ่ือการสร้างสรรค์นวตั กรรม

4. การนำความคิดที่คัดสรรแล้วไปใช้ปฏิบัติ (Implementing the Idea) การนำ
ความคิดใหม่ไปปฏิบัติให้เกิดประสิทธิผล ต้องอาศัยเทคนิคการบริหารจัดการโครงการท่ี
เป็นมาตรฐาน (Standard Project Management Techniques) พร้อมด้วยวธิ ีการอืน่ ๆ
เพิ่มเติมเพื่อบริหารความ เสี่ยง และความไม่แน่นอน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในขณะที่มีการ
สร้างสรรค์นวัตกรรม "คุณลักษณะที่แยก โครงการสร้างสรรค์นวัตกรรมออกจากโครงการ
อื่น ๆ คือ ระดับของความไม่แน่นอน (Level of Uncertaint) ที่นวัตกรรมจะเกิดขึ้นได้
ดังนั้นวิธีการต่าง 1 ของการประเมิน และการรับมือกับ ความเสี่ยงจะต้องได้รับการ
จัดเตรยี มในโครงกรสรา้ งสรคน์ วัตกรรม " ซึ่งการบริหารความเสยี่ งมี 4 ข้ันตอน ดังนี้

1) การประเมิน (Appraisal) ประกอบด้วยการทำความเข้าใจประเภทของ
ความเสี่ยงโดยการประเมินผลกระทบที่เกิดจากความสี่ยง และคาดประมาณความเป็นไป
ได้ทจี่ ะเกิด ความเสย่ี ง

2) การบรรเทาความรุนแรง (Mitigation) ในขั้นตอนนี้ คือการวางแผน และ
การปฏิบตั ิเพอ่ื ลดความเส่ียงเท่าที่สามารถกระทำได้

3) การตัดสินใจ (Decision) การพิจารณาความเสี่ยงกิจกรรมต่าง ๆ ในการ
ดำเนินธุรกิจ และผลกระทบของความเสีย่ งที่มีต่อทิศทางการดำเนินธุรกจิ ว่าควรจะดำเนิน
ธุรกิจตอ่ ไป หรอื ไมจ่ ะตอ้ งไดร้ ับการไตร่ตรอง

4) การทบทวน (Reviewing) การควบคุมตรวจสอบ การดำเนินการทั้ง 3
ข้นั ตอนนี้ ควรกระทำอย่างต่อเน่ืองตลอดโครงการสรา้ งสรรค์นวัตกรรม

5. การชักชวนพนักงานข้ามหน่วยงานให้มีส่วนร่วมในการจัดการนวัตกรรม
(Involving People from Across the Business) เน้นพนักงาน และองค์กรจะเป็นแรง
เสริม เนื่องจากพนักงาน และองค์กรจะช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมการสร้างสรรค์นวัตกรรม

นวตั กรรมการบริหารท้องถน่ิ ไทย | 131

ภายในองค์กร หากองค์กรปราศจากพนักงานที่มีแรงจูงใจ มีความรู้ความชำนาญ และ
องค์กรขาดประสบการณ์ ในการส่งเสริมการคิดอย่างสร้างสรรค์ องค์กรทั้งหลายจะไม่มี
ความเป็นนวัตกรรมเลย โดยขั้นตอน สำคัญ ขั้นตอนแรก คือ การปลูกฝังวัฒนธรรมการ
สร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation Culture) คือ การศึกษาวิเคราะห์วัฒนธรรมที่เป็นอยู่
อย่างละเอียด และวางแผนสำหรับสิ่งที่มีความจำเป็นที่จะต้อง มีการเปลี่ยนแปลง
วัฒนธรรมที่ส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรม จะต้องส่งเสริมวิธีการคิดเกี่ยวกับ การเป็น
ผู้ประกอบการ และการทำธุรกิจ ลักษณะทั้งหลายของการบริหารคน ( People
Management) ควรได้รบั การพฒั นา หากองค์กรตอ้ งการปลูกฝังวฒั นธรรมการสรา้ งสรรค์
นวัตกรรม จัดการสรรหา พนักงานในขั้นเริ่มต้นไปจนถึงบริหารการปฏิบัติงาน
(Performance Management) และการให้ รางวัล รวมทั้ง การพัฒนาพนักงาน
(Individual Development) ขั้นตอนที่สอง คือ การพัฒนา บรรยากาศซึ่งพนักงาน
สามารถเรียนรู้ และทดลองวิธีการทำงานใหม่ ๆ ร่วมกันในทีมงานที่มีความคิด สร้างสรค์
ไม่ว่าจะเป็นทีมงานในหน่วยงานเดียวกันหรือทีมงานทีข่ ้ามหน่วยงาน การพบปะกันตัวต่อ
ตวั หรอื การตดิ ต่อกันทางการส่ือสารในหอ้ งทำงานเสมือน (Virtual Workplace) เช่น การ
ใช้สื่อ อิเล็กทรอนิกส์ มีความสำคัญจำเป็นหากองค์กรต้องการส่งเสริมวัฒนธรรมของการ
สร้างสรรคน์ วัตกรรม

จะเห็นได้ว่าการจดั การนวตั กรรมเป็นส่งิ สำคญั องคก์ รท่มี ีการจดั การนวตั กรรมที่ดี
ทำให้องค์กรสามารถปฏบิ ตั งิ านได้อย่างมีประสิทธิภาพและมปี ระสิทธิผล องค์ประกอบการ
จัดการ นวัตกรรมคือผู้นำและพนักงานภายในองค์กรที่จะช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมการ
สรา้ งสรรค์นวตั กรรมภายในองค์กร

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถ่ินไทย | 132

4.8 ลักษณะการบริหารงานขององคก์ รทม่ี ีนวตั กรรม

Greenberg and Baron24 ได้นำแนวคิดองค์ประกอบที่ทำให้องค์กรประสบ
ความสำเร็จ มีความเลิศในการบริหารงานมาบูรณาการร่วมกับ แนวคิดด้านนวัตกรรมมี
องค์ประกอบ ดงั นี้

1. กลยุทธ์ขององค์กร (Strategy) ที่เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม ได้แก่ การ
กำหนด วิสยั ทัศน์ พนั ธกิจ กลวธิ ี เปา้ หมายและวัตถุประสงค์ ในการดำเนนิ งาน เพ่อื ให้เกิด
นวัตกรรมขึ้น โดยการนำกลยุทธ์ทางการตลาดมาใช้มีการทดลองปรับปรุง และติดตาม
ประเมินผลนวัตกรรมที่สร้าง ขึ้นเป็นระยะ สนับสนุนให้มีการเผยแพร่และมุ่งป ระโยชน์
จากนวตั กรรมท่สี ร้างข้ึน

2. โครงสร้างขององค์กร (Structure) ที่เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม ได้แก่
การจัด หรือการปรับโครงสร้างการดำเนินงาน การออกแบบงานสายบังคับบัญชา หน้าที่
ความรับผิดชอบให้มี ความยืดหยุ่น ก่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการ
สร้างสรรค์ นวตั กรรมรวมทั้งมีการส่ือสาร ในองคก์ รทมี่ ีประสิทธิภาพมีการจัดตั้งหน่วยงาน
ส่งเสริมพัฒนาคุณภาพ บริการและการวจิ ัย ตลอดจน แสวงหาและใช้แนวร่วม เพื่อให้เกดิ
การสรา้ งนวัตกรรมในองค์กร

3. ระบบองค์กร(System) ที่เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม ได้แก่ การจัดวาง
และพัฒนา กระบวนการดำเนินงานต่ง ในองค์กรขึ้น เพื่อสนับสนุนให้เกิดนวัตกรรม โดย
การใหร้ างวัลและ ฉลองความสำเรจ็ เมอื่ มกี ารสร้างนวัตกรรมขึ้นในองค์กร มีการจัดระบบ
สารสนเทศ เพื่อสนับสนุน การบริการการดำเนินงาน มีการจัดระบบสารสนเทศ เพ่ือ
สนับสนุนการบริการ การดำเนินงาน มีระบบการประเมินการสร้างนวัตกรรมที่ไม่ใช่การ
ตอบแทนตามปกติ และระบบในการจัดการเพื่อ นำเสนอ นวัตกรรมสู่การปฏิบัติ รวมถึง
การใช้รูปแบบการให้ข้อมูลข่าวสาร ทง้ั ที่เปน็ ทางการและ ไมเ่ ป็นทางการ และจัดโครงการ
ฝึกอบรมการสรา้ งนวัตกรรมใหแ้ ก่บุคลากร

24 Greenberg, J,, & Baron, R,A, Behavior in organizations: Understanding and
managing human side of work, Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall, (2002), p. 302.

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถิน่ ไทย | 133

4. รูปแบบของผนู้ ำองค์กร (Leadership style) ทเ่ี อ้ือต่อการสร้างนวตั กรรม
ไดแ้ ก่ ผูน้ ำองค์กรท่ีมีวสิ ัยทัศน์ และกลยุทธ์เพื่อบรรลุเป้าหมาย การยอมรับความผิดพลาด
ของบุคลากร ในการปฏิบัติงานเป็นบางครั้ง บริหารงานโดยวิธีแก้ปัญหา มีการพิจารณา
และการตัดสินใจ เกี่ยวกับความคิดเห็นใหม่ ๆ ในการสร้างนวัตกรรมร่วมกับกรเสริมสร้าง
พลงั อำนาจ การกระจายอำนาจเพื่อ สนบั สนุนใหบ้ คุ ลากรมีสว่ นร่วมในการสร้างนวัตกรรม
นอกจากนี้ผู้บริหารต้องมีลักษณะของผู้นำ การเปลี่ยนแปลง และมีวิธีการบริหารจัดการ
บุคลากรทส่ี รา้ งนวตั กรรมขนึ้ ภายในองค์กร

5. บุคลากร (Staff) สนับสนุนให้บุคลากรมีการสร้างสรรค์ นวัตกรรม โดย
การให้ ความสำคญั แก่บุคลากร คัดเลือกผู้ทีม่ ีความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เข้า
ไปในองค์กร มีการ ฝึกอบรมทักษะและความรู้ใหม่ ๆ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกทาง
กายภาพ เพื่อสนับสนุนให้เกิด ความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งมีการรณรงค์ให้มีการสร้าง
นวตั กรรมข้ึนในองค์กร

6. การสร้างคุณค่าร่วมกันในองค์กร (Shared values) หรือวัฒนธรรม
องคก์ รเปน็ ลักษณะทสี่ ำคัญท่บี ุคลากรนัน้ กระตุ้นและส่งเสริมใหเ้ กิดความคิดใหม่ ๆ และ
กล้าเผชิญความเสี่ยง ที่เกิดจากการปฏิบัติงานกำหนดค่านิยมของหน่วยงาน และปฏิบัติ
ตามค่านิยมนั้น รวมถึงการสร้าง ค่านิยมในหมู่บุคลากร เพื่อให้เป็นองค์กรนวัตกรรมโดย
กำหนดวัตถุประสงค์ในการดำเนินงาน เพื่อเปิด โอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการ
สร้างสรรค์นวัตกรรมขึ้นในองค์กร และประเมินผลตามวัตถุประสงค์ ที่ตั้งไว้จัดให้มี
วัฒนธรรมองค์กร ที่ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมขึ้นตลอดจนทำให้การเปลี่ยนแปลงเป็น
สว่ นหนง่ึ ของวัฒนธรรมองค์กร

7. ทักษะขององค์กร (skills ทเี่ อือ้ ตอ่ การสร้างนวัตกรรม ไดแ้ ก่ การแสวงหา
โอกาส ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ในการปฏิบัติงานพัฒนาการบริการ
กระบวนการทำงานและ การบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง จัดให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล
ระหว่างบุคลากรในองค์กรและเพิ่มพูน ความรู้ให้แก่บุคลากรส่งเสริมการเป็นองค์กรแห่ง
การเรียนรู้ นำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ ในการปฏิบัติงาน รวมทั้งการ
ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา โดยจัดสรรทรัพยากรในด้านต่าง ๆ อย่าง เพียงพอและ
เหมาะสม เพ่ือนำไปสูก่ ารสรา้ งนวัตกรรมขนึ้ ในองค์กรและการปฏบิ ตั งิ านท่มี ีประสิทธิภาพ

นวัตกรรมการบริหารท้องถ่ินไทย | 134

สรุปไดว้ ่าองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินจมีการบรหิ ารงานขององค์กรให้มีนวัตกรรม
ทท่ี ำให้องค์กรประสบความสำเรจ็ ประกอบด้วย กลยทุ ธข์ ององคก์ ร (Strategy) โครงสร้าง
ขององค์กร (Structure) ระบบองค์กร (System) รูปแบบของผู้นำองค์กร (Leadership
style) บุคลากร (Staff) วัฒนธรรมองค์กร (Shared values) และทักษะขององค์กร
(Skills) ซงึ่ เป็นปัจจัยทเี่ อื้อต่อการสรา้ งนวตั กรรม

4.9 องคป์ ระกอบขององคก์ รท่ีมนี วัตกรรม

King25 กลา่ วถงึ องค์ประกอบทีส่ ำคญั ของกจิ การทม่ี นี วัตกรรมไว้ ดังน้ี
1. บุคคล

1.1 ผู้นำ บทบาทของผู้นำมีส่วนสำคัญ ในการผลักดันการสร้างนวตั กรรมใน
องค์กร ทั้งในด้านของบุคลิกภาพส่วนบุคคล ค่านิยมและความเชื่อประสบการณ์และ
ความรู้ของผูน้ ำ โดยเฉพาะ การมีภาวะผนู้ ำแบบมสี ่วนรว่ มและวิสัยทศั นข์ องผู้นำ

1.2 ตัวแทนการเปลี่ยนแปลง การที่องค์กรจัดให้มีตัวแทนการเปลี่ยนแปลง
อาจ หมายถึง บุคคลที่ได้รับมอบหมายให้รบั ผิดชอบในการดูแล และแนะนำเกี่ยวกับ การ
เปลี่ยนแปลง ในองค์กรเกี่ยวกบั นวตั กรรม อาจเป็นบุคคลที่เป็นสมาชิกในองคก์ รหรือนอก
องคก์ รกไ็ ด้

1.3 ความคิดของผู้ชนะ กล่าวถึง พลังของบุคคลภายในองค์กรที่สามารถ
เขา้ ถงึ และใชป้ ระโยชน์จากเครอื ข่ายการสอื่ สาร

2. การจัดโครงสร้างองค์กร องค์กรแบบแมกคานิสติก (mechanistic design)
เหมาะทจี่ ะใช้ในสภาพแวดล้อมองค์กรท่ีคงท่ี องค์กรในลักษณะนจี้ ะมีการรวมอำนาจสูง มี
กฎระเบียบ ข้อบงั คบั ในการทำงานมากมาย มีการแบง่ ซอยงานเฉพาะดา้ นมาก และชัดเจน
มีการประสานงาน แบบเป็นทางการ การตดิ ตอ่ เกิดข้นึ ในแนวด่งิ เป็นส่วนใหญ่ เป็นลักษณะ
องค์การแบบปีรามิดทั่วไป องค์กรในลักษณะนี้มีการปรับตัวค่อนข้างยาก เนื่องจากขาด

25 King, D, The changing shape of leadership, Educational leadership, (2002),
p. 12.

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถ่ินไทย | 135

ความคลอ่ งตัว แตห่ ากองคก์ รตอ้ งเผชิญ กับความไม่แน่นอนและการเปลีย่ นแปลงที่รวดเร็ว
ควรเลือกการจัดองค์กรแบบออร์กานิค (organic design) เนื่องจาก องค์กรลักษณะนี้จะ
เน้นการกระจายอำนาจมากขึ้น ลดกฎระเบียบข้อบังคับใช้การ ประสานงานแบบไม่เป็น
ทางการเป็นส่วนใหญ่ งานจำนวนมากกระทำภายใต้โครงสร้างแบบไม่เป็น ทางการ
เครือข่าย ระหว่างกลุ่มงานมีความคลอ่ งตัว และก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจบุ ัน
มีลักษณะการทำงานเป็นทีม การตอบสนองลูกค้าที่รวดเร็ว พนักงานจะมีความคิดริเริ่ม
สร้างสรรค์ เปิดโอกาสให้ พนักงานได้คิด ตัดสินใจและควบคุมตนเองเป็นแรงขับเคลื่อน
ไปส่กู ารเป็นองค์กร แหง่ การเรยี นรู้

3. การสร้างความรู้สึกร่วมในองค์กร เป็นลักษณะพิเศษหรือจุดเด่น เป็นการ
รวมกัน ของทัศนคติ ความรู้สึกและพฤติกรรมที่มีลักษณะเฉพาะของคนในองค์กร ความ
เขา้ ใจและการรับรู้ ของสมาชิกดำรงอยู่อย่างอสิ ระ

4. โครงสร้างองค์กรที่เข้าถึงวัฒนธรรม ที่แสดงออกได้ตามลักษณะโครงสร้าง
องค์กร มี 4 ประเภท

4.1 วัฒนธรรมบทบาท (Role cultures) องค์กรแบบราชการมีโครงสร้าง
หลาย ขั้น กฎ ระเบียบมากมาย สภาพแวดล้อมในองค์กรคงไม่เอื้อต่อการสร้างนวัตกรรม
ในองคก์ าร

4.2 วัฒนธรรมอำนาจ (Power cultures) องคก์ รท่ีมลี กั ษณะการรวมอำนาจ
ที่ ศูนย์กลาง มีการตัดสินใจจากศูนย์กลางออกไป ทำให้สมาชิกขาดการตัดสินใจด้วย
ตนเอง ต้องรอคำสงั่ จากศูนย์กลางเทา่ น้ันจงึ ไม่กอ่ ใหเ้ กดิ ความคิดริเร่มิ สรา้ งสรรค์

4.3 วัฒนธรรมระดับงาน (Task cultures) เป็นองค์กรแบบ Matrix มีความ
ยืดหยุ่นสูง มีความสามารถในการปรับเปลี่ยน นิยมความเท่าเทียมกันในทีม มีการสื่อสาร
ทั้งในแนวนอน และแนวดง่ิ เอ้ือประโยชน์ตอ่ การสร้างนวตั กรรมในองคก์ ร

4.4 วัฒนธรรมระดับบุคคล (Personal cultures) เน้นความมีอิสระใน
ตนเอง และการมีสัมพันธภาพระหว่างบุคคลมีการกระจายอำนาจ และโครงสร้างแบบไม่
เป็นทางการ แต่ไม่เชื่อมโยงไปสู่การเกิดนวัตกรรม เนื่องจากจะไม่ได้รับการยอมรับใน
นวตั กรรมท่เี กดิ ขึน้ อย่างเป็น เอกฉันท์

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถน่ิ ไทย | 136

5. สภาพแวดล้อมขององค์กร มีประเด็นที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการจัดกร
สภาพแวดลอ้ ม คือ การสอ่ื สารขององค์กรและข้อตกลงและความคาดหวงั กับสงิ่ แวดล้อมท่ี
เปน็ อยู่

องค์ประกอบขององค์กรที่มีนวัตกรรม ประกอบด้วย ผู้นำ การจัดโครงสร้าง
องค์กร การสร้างความรู้สกึ ร่วมในองคก์ ร วฒั นธรรมองค์กร และสภาพแวดล้อมขององค์กร
ท่ีส่งผลใหอ้ งค์กร ประสบความสำเร็จ

4.10 การบรหิ ารจัดการนวัตกรรมองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน

การบริหารจัดการนวัตกรรมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำแนกกระบวนการ
บริหารจัดการเป็น 5 หน้าที่ ได้แก่ 1. การวางแผน (Planning) 2. การจัดองค์การ
(Organizing) 3. การบังคับบัญชา (Commanding) 4. การประสานงาน (Coordinating)
5. การควบคุม (Controlling)

Morton26 ได้อธิบายทฤษฎีองค์กร ( Organization theory) ต่อยอดจาก Henri
Fayo โดยจำแนกกระบวนการบรหิ ารจดั การองค์กร POSDCORB เปน็ 7 ข้นั ตอน ได้แก่

1. การวางแผน (Planning) หมายถึง การวางแผนหรือวางโครงการอย่างกว้าง ๆ
ว่า มีงานอะไรบ้างที่ต้องปฏิบัติตามลำดับ พร้อมด้วยแนววิธีปฏิบัติ ระบุวัตถุประสงค์ของ
การปฏิบัตงิ าน นนั้ ๆ กอ่ นลงมอื ปฏบิ ตั ิการ

2. การจัดองค์กร (Organizing) หมายถึง การจัดรูปโครงสร้างหรือเค้าโครงของ
การ บริหาร โดยกำหนดหน้าที่ของหน่วยงานย่อยหรือของตำแหน่งต่าง ๆ ของหน่วยงาน
ให้ชัดเจน พร้อม ด้วยกำหนดลักษณะและวิธีการติดต่อประสานสัมพันธ์กัน ตามลำดับขั้น
แหง่ อำนาจหน้าทสี่ ูงต่ำ ลดหล่ันกันไป

3. การจัดการบุคลากร (Staffing) หมายถึง การบริหารงานบุคคลของหน่วยงาน
ตั้งแต่การแสวงหา การบรรจุ แต่งตั้ง การฝึกอบรมและการพัฒนา การบำรุงขวัญ การ

26 Morton, W, S,, & Lewis, C, M, China: Its history and culture, 4th ed, New
York: McGraw-Hill, (2005), p. 683.

นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถ่ินไทย | 137

เลื่อนขั้น ลดขั้น ตลอดจนการพิจารณาให้พ้นจากตำแหน่งงาน รวมทั้งการบำรุงรักษา
สภาพของการทำงานท่ีดีใหม้ ีอยู่ ตลอดไป

4. การสั่งการ (Directing หมายถึง การวินิจฉัยสั่งการหลังจากที่ได้วิเคราะห์และ
พิจารณาโดยรอบคอบแล้วรวมทั้งการติดตาม และให้มีการปฏิบัติงานตามคำสั่งนั้น ๆ ใน
ฐานะที่ ผู้บรหิ ารเป็นผนู้ ำหรอื ผู้บงั คับบญั ชาของหน่วยงาน

5. การประสานงาน (Co-Ordinating) หมายถึง การประสานงานหรือสื่อสัมพันธ์
ระหวา่ งหน่วยงานย่อยหรอื ตำแหน่งตา่ ง ๆ ภายในองคก์ ารให้เข้ากันได้ เพอ่ื ให้งานเดินและ
เกิด ประสิทธิภาพ ไม่มีการทำงานซ้ำซ้อนหรือขัดแย้งกัน ทำให้ทุกหน่วยงานประสาน
กลมกลืนกันเพ่อื ให้ บรรลวุ ตั ถุประสงคห์ ลกั ขององค์การร่วมกัน

6. การรายงาน (Reporting) หมายถึง การเสนอรายงานให้ผู้บริหารที่รับผิดชอบ
ต่าง ๆ ทราบความเคลื่อนไหว ความเป็นไปเป็นระยะ ๆ ทั้งผู้บังคับบัญชา และ
ผู้ใต้บังคับบัญชา ได้ทราบความก้าวหน้าของงานของตนอยู่เสมอ การเสนอรายงาน
จำเป็นต้องมีการบันทึกไว้เป็น หลักฐานมีการวิจัย การประเมินผล และมีการตรวจสอบ
เปน็ ระยะ เพอ่ื การปรับปรงุ ในอนาคต

7. การบริหารงบประมาณ (Budgeting) หมายถึง การจัดทำงบประมาณการเงิน
การวางแผนหรือโครงการใช้จ่ายเงนิ การทำบญั ชี และการควบคุมดูแลการใช้จ่ายโดยรอบ
คอบและ รัดกมุ

สรุปได้ว่า กระบวนการบริหารจัดการนวัตกรรมองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
POSDCORB ได้แก่ การวางแผน (Planning) การจัดองค์กร (Organizing) การจัดการ
บุคลากร (Staffing) การสั่งการ (Directing) การประสานงาน (Co-Ordinating) การ
รายงาน (Reporting) การบรหิ ารงบประมาณ (Budgeting)

นวตั กรรมการบริหารท้องถิ่นไทย | 138

คำถามท้ายบท

4.1 จงบอกความหมายของนวัตกรรม
4.2 จงอธิบายถึงประเภทของนวัตกรรม
4.3 จงบอกถงึ ความสำคญั ของนวัตกรรมตอ่ องค์กร
4.4. จงอธิบายถึงแนวคดิ เกีย่ วกับนวัตกรรมทอ้ งถิน่
4.5 จงอธิบายถงึ นวตั กรรมปกครองสว่ นท้องถนิ่
4.6 จงอธิบายถงึ การบรหิ ารจัดการให้เกดิ นวัตกรรมต่อการปกครองสว่ นท้องถนิ่
4.7 จงอธบิ ายถึงการบรหิ ารจัดการนวตั กรรม
4.8 จงบอกลักษณะการบริหารงานขององค์กรที่มีนวตั กรรม
4.9 จงอธิบายถงึ องคป์ ระกอบขององค์กรที่มนี วัตกรรม
4.10 จงบอกถงึ การบรหิ ารจดั การนวัตกรรมองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่

นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถ่นิ ไทย | 139

อา้ งองิ ประจำบท

โกวทิ ย์ พวงงาม. การปกครองทอ้ งถน่ิ ไทย หลักการและมติ ิใหม่ในอนาคต. พิมพ์ครั้งที่ 7.
กรงุ เทพฯ: วญิ ญชู น. 2558.

โกวิทย์ พวงงาม. นวัตกรรมท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: เสมา
ธรรม. 2558.

โกวทิ ย์ พวงงาม. การปกครองท้องถนิ่ ไทย : เอกสารตำราหลักประกอบการเรียนการสอน
หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาการปกครองท้องถ่ิน วิชาการเมืองการ
ปกครอง ทอ้ งถน่ิ ไทย. กรุงเทพฯ: เอ็กซเปอร์เน็ท. 2550.

กีรติ ยศยิ่งยง. องค์กรแห่งนวัตกรรมแนวคิดและกระบวนการ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่ง
จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย. 2552.

จรัส สุวรรณมาลา และคณะ. วิถีใหม่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย.
สำนักงานกองทนุ สนบั สนุนการวจิ ัย สกว.. 2548.

ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2546. กรุงเทพฯ: นานมี
บคุ ส์ พับลิเคชนั่ ส์ 2546.

วีระศักดิ์ เครือเทพ. นวัตกรรมสร้างสรรค์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. กรุงเทพฯ:
สำนกั งานกองทุนสนับสนนุ การวจิ ัย สกว. 2548.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ. รายงานประจำปี 2555 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ.
กระทรวงวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. 2555.

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ. รายงานประจำปี 25563 สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ.
กระทรวงวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี. 2563.

ศิวะนันท์ ศิวพิทักษ์. การจัดการนวัตกรรมขององค์กรธุรกิจที่มีผลต่อพฤติกรรมการ
สร้างสรรค์ นวัตกรรมของพนกั งาน. มหาวทิ ยาลยั ธรุ กจิ บัณฑติ ย์. 2554.

Alessandro Muscio. From Regional Innovation Systemsto Local Innovation
Systems: Evidencefrom Italian Industrial Districts. Technopolis Ltd.
Italy. 2004.


Click to View FlipBook Version