นวตั กรรมการบริหารท้องถิน่ ไทย | 240
ยุพาพร รูปงาม. การมีส่วนร่วมของข้าราชการสำนักงบประมาณในการปฏิรูป ระบบ
ราชการ. ภาคนิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร
ศาสตร์, 2545.
วิรัช วิรัชนิภาวรรณ. การบริหารเมืองหลวงและการบริหารท้องถิ่น เปรียบเทรียบ :
องั กฤษ สหรัฐอเมริกา ฝรงั่ เศส ญี่ปุ่นและไทย. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, 2541.
สมคิด เลิศไพฑูรย์. การกระจายอำนาจตามพระราชบญั ญตั กิ ำหนดแผนและขน้ั ตอนการ
กระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ:
มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์, 2543.
นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถ่ินไทย | 241
บทท่ี 8
องค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด
เนอื้ หาประจำบท
8.1 ความเป็นมาองค์การบรหิ ารส่วนจังหวดั
8.2 โครงสร้างองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)
8.3 องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวัด
8.4 การกำกับดูแลองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัด
8.5 อำนาจหนา้ ทข่ี ององค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัด
8.6 การบรหิ ารการคลังขององคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั
จดุ ประสงค์ของบท
8.1 อธบิ ายถงึ ความเปน็ มาองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวดั ได้
8.2 อธบิ ายถงึ โครงสร้างองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั (อบจ.)ได้
8.3 อธบิ ายถงึ ความรเู้ บ้อื งตน้ เก่ียวกับองคก์ ารบริหารส่วนจังหวัดได้
8.4 อธิบายถงึ การกำกบั ดูแลองคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวดั ได้
8.5 อธิบายถงึ อำนาจหนา้ ทีข่ ององค์การบรหิ ารส่วนจังหวดั ได้
8.6 อธบิ ายถึงการบริหารการคลงั ขององค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัดได้
นวัตกรรมการบริหารท้องถ่ินไทย | 242
8.1 ความเป็นมาองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัด1
พ.ศ. 2476 ได้มีพระราชบัญญัติว่าด้วยระเบียบบริหารแห่งราชอาณาจักรสยาม
พ.ศ. 2476 กำหนดให้จงั หวัดเป็นหนว่ ยงานบริหารส่วนภูมภิ าค โดยอำนาจการบริหารงาน
ในจังหวัดอยู่ภายใต้การดำเนินงานของกรมการจังหวัด ซึ่งมีข้าหลวงประจำจังหวัดเป็น
ประธาน
ในปีเดียวกัน ได้มีการจัดตั้งสภาจังหวัดตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล
พ.ศ. 2476 เพื่อให้มีบทบาทหน้าที่ให้คำปรึกษาแนะนำแก่คณะกรมการจังหวัด โดยฐานะ
ของสภาจงั หวัดยงั มิไดเ้ ปน็ นิติบุคคลท่ีแยกต่างหากจากราชการภูมภิ าค
พ.ศ. 2481 ได้มีการตราพระราชบัญญัติสภาจังหวัด พ .ศ. 2481 โดยมี
วตั ถุประสงค์เพื่อแยกกฎหมายสภาจงั หวัดไวโ้ ดยเฉพาะ แตส่ ภาจงั หวัดยงั มีลักษณะคงเดิม
กลา่ วคอื ทำหนา้ ท่เี ปน็ สภาที่ปรกึ ษาของกรมการจังหวัด
พ.ศ. 2485 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
กำหนดให้ผู้ว่า- ราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าปกครองบังคับบัญชาข้าราชการและความ
รับผิดชอบบริหารราชการในจังหวัดของกระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ ทำให้อำนาจของ
กรมการจังหวัดเปน็ อำนาจของผู้วา่ ราชการจังหวัด ดังนั้นโดยผลของกฎหมายฉบับนี้ทำให้
สภาจังหวัดจงึ มีฐานะเป็นสภาทป่ี รกึ ษาผวู้ ่าราชการจังหวัดด้วย
พ.ศ. 2498 ได้มีความพยายามในการจัดการปกครองท้องถิ่น โดยมีแนวความคิด
ท่จี ะปรับปรุง บทบาทของสภาจงั หวดั ให้มีประสทิ ธภิ าพและให้ประชาชนมีสว่ นรว่ มในการ
ปกครองตนเองมากยิ่งขึ้น ทำใหเ้ กิด “องค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั ” ( องค์การบริหารส่วน
จังหวัด) ขึ้นตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ. 2498 ในสมัย
รัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม กำหนดให้ องค์การบริหารส่วนจังหวัด มีฐานะเป็นนิติ
บุคคลและแยกจากจังหวัดซึ่งเป็น ราชการส่วนภูมิภาค และโครงสร้างและองค์ประกอบ
ของ องค์การบริหารส่วนจังหวัด ใช้มาจนถึง พ.ศ. 2540 สำหรับหน้าที่ของ องค์การ
1 http://kruyos.blogspot.com/p/blog-page_32.html สบื คน้ มกราคม 2564
นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถน่ิ ไทย | 243
บริหารส่วนจังหวัด ในตอนนั้น กำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการส่วนจังหวัดภายใน
เขตจงั หวดั ซงึ่ อย่นู อกเขตเทศบาล สุขาภบิ าล และหน่วยการปกครองท้องถนิ่ รปู แบบอืน่
พ.ศ. 2540 ได้มีการตรา พ.ร.บ. องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มาใช้
บังคับแทน พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2498 การมี พ.ร.บ. องค์การบริหาร
ส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 เกิดจากแรงกดดันจากการรวมตัวของสหพันธ์ องค์การบริหาร
ส่วนจังหวัด ทั่วประเทศ และผลกระทบจาก พ.ร.บ. สภาตำบลและองค์การบริหารส่วน
ตำบล พ.ศ. 2537 ที่มีการประกาศยกฐานะสภาตำบลเป็นองค์การบริหารส่วน
ตำบล (อบต.) ซึ่งทำให้พื้นที่ดำเนินงานของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดซ้อนทับกับ
อบต. รวมทั้งการจัดเก็บภาษีอากร ค่าธรรมเนียม และรายได้ของ องค์การบริหารส่วน
จังหวัด เป็นตน้
นอกจากน้ัน พ.ร.บ.องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัด พ.ศ. 2540 ได้แยกขา้ ราชการส่วน
ภูมิภาคออกจากฝ่ายบริหารของ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (ซึ่งเดิมผู้ว่าราชการจังหวัด
เคยดำรงตำแหน่งนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัด) มาให้ สภาจังหวัดเป็นผู้เลือกนายก
องค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด ขน้ึ ทำหนา้ ทีเ่ ป็นฝ่ายบรหิ าร
8.2 โครงสรา้ งองคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั (อบจ.)
โครงสร้าง องค์การบริหารส่วนจังหวัด ตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด
พ.ศ. 2540 สมาชกิ สภาองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั อยู่ในตำแหนง่ ได้คราวละ 4 ปี
โครงสร้างองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตาม พ.ร.บ. องค์การบริหารส่วน
จังหวัด พ.ศ. 2540 ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมาย องค์การบริหารส่วนจังหวดั ฉบับล่าสุดที่ใช้อยู่
ในปัจจบุ ัน
1. โครสร้างและองค์ประกอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ประกอบด้วย
สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฝ่ายนิติบัญญัติ) และนายกองค์การบริหารส่วน
จงั หวดั (ฝา่ ยบรหิ าร)
นวตั กรรมการบริหารท้องถ่ินไทย | 244
1.1 สภาองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด
ในจงั หวดั หน่งึ ให้มีสภาองคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวดั อนั ประกอบดว้ ยสมาชิกซ่ึง
ราษฎรเลอื กตั้งข้ึนตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการเลอื กตั้งสมาชิกสภาจังหวดั
สำหรับจำนวนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้ถือเกณฑ์ตามจำนวน
ราษฎรแต่ละจังหวัดตามหลักฐานทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการ
เลือกต้งั ดงั น้ี
(ก)จงั หวัดใดมรี าษฎรไมเ่ กิน 500,000 คน มีสมาชิกสภาจงั หวดั ได้ 24 คน
(ข)จังหวัดใดมีราษฎรเกินกว่า 500,000 คน แต่ไม่เกิน 1,000,000 คน มี
สมาชกิ ได้ 30 คน
(ค) จังหวัดใดมีราษฎรเกินกว่า 1,000,000 คนแต่ไม่เกิน 1,500,000 คน มี
สมาชิกได้ 36 คน
(ง)จังหวัดใดมีราษฎรเกินกว่า 1,500,000 คน แต่ไม่เกิน 2,000,000 คน มี
สมาชิกได้ 42 คน
(จ) จังหวดั ใดมรี าษฎรเกิน 2,000,000 คนข้ึนไป มสี มาชกิ ได้ 48 คน
ให้สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลือกตั้งสมาชิกสภาเป็นประธานสภา 1 คน
และเปน็ รองประธานสภา 2 คน
1.2 นายกองค์การบริหารส่วนจังหวดั
สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเลือกสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวดั
เป็นนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัด มีอำนาจ
แตง่ ตงั้ รองนายก องค์การบริหารสว่ นจังหวดั ตามกฎหมายกำหนด
สำหรบั รองนายกองคก์ ารบริหารสว่ นจังหวัดให้มาจากสมาชิกสภาองค์การบริหาร
สว่ นจังหวดั ดงั นี้
(ก) ในกรณีมีสมาชิก 48 คน ให้มีรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ได้ 4 คน
(ข) ในกรณีมีสมาชิก 36-42 คน ให้มีรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ได้ 3 คน
นวตั กรรมการบริหารท้องถน่ิ ไทย | 245
(ค) ในกรณีมีสมาชิก 24-30 คน ให้มีรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ได้ 2 คน
1.3 ข้าราชการสว่ นจังหวดั
สำหรบั เจ้าหนา้ ทอี่ ื่นขององคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัดนั้นได้แก่ ขา้ ราชการส่วน
จังหวัด ซ่งึ รับเงินเดอื นจากงบประมาณขององคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวดั
ข้าราชการส่วนจังหวัดมีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นผู้ปกครองบังคับ
บัญชาและมีรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกับปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็น
ผู้ปกครองบงั คบั บัญชารองจากนายกองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวดั
การบรหิ ารงานจะแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ ได้แก่ สว่ นอำนวยการดูแลกิจการทั่วไป
ของ องค์การบริหารส่วนจังหวัด ส่วนแผนและงบประมาณรับผิดชอบเรื่องแผนและ
งบประมาณของ องค์การบริหารส่วนจังหวัด ส่วนโยธารับผิดชอบทางด้านงานช่างและ
การก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภค ส่วนการคลังดูแลด้านการเงิน การคลังและการเบิก
จ่ายเงิน ส่วน กิจการสภา องค์การบริหารส่วนจังหวัด รับผิดชอบงานของสภา องค์การ
บรหิ ารสว่ นจงั หวัด
8.3 องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั
องค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบหนึ่งซึ่งได้รับ
การจัดตั้งและพัฒนามาเป็นระยะเวลาอันยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษจัดเป็นหน่วยการ
ปกครองท้องถิ่นขนาดใหญ่มีพืน้ ทีค่ รอบคลุมทั้งจังหวัด มีงบประมาณและบุคลากรจำนวน
มากโดยกำหนดให้ทุกจังหวัดมีองค์การบริหารส่วนจังหวัด จังหวัดละ 1 แห่ง2 ยกเว้น
กรุงเทพมหานคร ดังนั้นประเทศไทยจึงมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบองค์การ
บริหารส่วนจังหวัดจำนวน 76 แห่งมีหน้าที่จัดทำภารกิจที่เป็นบริการสาธารณะภายใน
จังหวัดเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบอื่นไม่สามารถ
ดำเนินการได้เนื่องจากใช้งบประมาณหรือเทคโนโลยีชั้นสูง หรือกรณีที่โครงการมีความ
เกี่ยวข้องกับหลายพื้นที่ซึ่งอยู่ในเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างกัน หรือ
2 พระราชบญั ญตั อิ งค์การบริหารสว่ นจังหวดั พ.ศ. 2540
นวตั กรรมการบริหารท้องถิน่ ไทย | 246
ดำเนินการประสานงานจัดทำแผนงาน โครงการระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ดว้ ยกันภายในจงั หวัดหน่งึ ๆ
1) การจัดต้งั องค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด
ในจังหวัดหนึ่ง ให้มีองค์การบริหารส่วนจังหวัดประกอบด้วยสภาองค์การบริหาร
ส่วนจังหวัด และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและมีอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ใน
พระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น3 และให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นนิติบุคคล
และเปน็ ราชการสว่ นท้องถน่ิ เขตขององค์การบริหารสว่ นจงั หวดั ไดแ้ ก่ เขตจงั หวัด4
ข้อพึงสังเกตก็คือ ข้อกำหนดในมาตรา 8 ที่ว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็น
ราชการส่วนท้องถิ่น และเขตขององค์การบริหารส่วนจังหวัดได้แก่ เขตจังหวัด ซ่ึง
หมายความวา่ เขตพื้นที่ความรับผิดชอบทางการบริหารขององคก์ ารบริหารส่วนจังหวัดใน
ฐานะหน่วยการปกครองท้องถนิ่ ครอบคลมุ พนื้ ท่ที ั่วท้งั จังหวัด
2) อำนาจหนา้ ทขี่ ององค์การบรหิ ารส่วนจงั หวดั 5
อำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารสว่ นจังหวัดกำหนดให้ใหอ้ งค์การบริหารส่วน
จงั หวดั มีอำนาจหนา้ ทดี่ ำเนินกจิ การภายในเขตองคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวัดดังต่อไปน้ี
(1) ตราขอ้ บัญญัตโิ ดยไมข่ ัดหรือแย้งต่อกฎหมาย
(2) จัดทำแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และประสานการจัดทำ
แผนพัฒนาจงั หวัดตามระเบยี บทีค่ ณะรฐั มนตรกี ำหนด
(3) สนบั สนนุ สภาตำบล และราชการส่วนทอ้ งถ่ินอื่น ในการพัฒนาทอ้ งถน่ิ
(4) ประสานและให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ของสภาตำบลและราชการ
สว่ นทอ้ งถิน่
3 พระราชบัญญตั อิ งคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัด พ.ศ. 2540 มาตรา 7
4 พระราชบญั ญัติองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัด พ.ศ. 2540 มาตรา 8
5 พระราชบัญญตั ิองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.
2546 มาตรา 45
นวตั กรรมการบริหารท้องถ่นิ ไทย | 247
(5) แบ่งสรรเงินซึ่งตามกฎหมายจะต้องแบ่งให้แก่สภาตำบลและราชการส่วน
ทอ้ งถน่ิ อ่ืน
(6) อำนาจหน้าที่ของจังหวัด ตามพระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการส่วน
จงั หวัด พ.ศ. 2498 เฉพาะภายในเขตสภาตำบล
(7) คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (7 ทวิ)
บำรงุ รกั ษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปญั ญาทอ้ งถ่นิ และวฒั นธรรมอนั ดขี องทอ้ งถ่นิ
(8) จัดทำกิจการใด ๆ อันเป็นอำนาจหน้าที่ของราชการส่วนท้องถิ่นอื่น ที่อยู่ใน
เขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด และกิจการนั้นเป็นการสมควรให้ส่วนราชการสว่ นท้องถ่ิน
ร่วมกันดำเนินการ หรือให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดจัดทำ ทั้งนี้ตามที่กำหนดไว้ใน
กฎหมาย
(9) จัดทำกิจการอื่นใด ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอ่ืน
กำหนดให้เปน็ อำนาจหน้าทีข่ ององค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัด
บรรดาอำนาจหน้าที่ใดซง่ึ เป็นของราชการส่วนกลางหรือราชการสว่ นภูมภิ าค อาจ
มอบใหอ้ งคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวดั ปฏิบตั ไิ ด้ ทัง้ น้ีตามที่กำหนดไวใ้ นกฎกระทรวง
นอกจากนั้นอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดยังได้กำหนดไว้ใน
พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่ิน พ.ศ. 2542 ในมาตรา 17 ซึ่งแยกแยะอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถนิ่ แตล่ ะรปู แบบให้ชดั เจนและไมใ่ หซ้ ้ำซ้อนกันดังนี้
(1) การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเองและประสานการจัดทำแผนพัฒนา
จังหวัด ตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด (เดิม อำนาจหน้าที่ในการจัดทำแผนพัฒนา
จังหวัดเป็นของสำนัก งานจังหวัด ซึ่งเป็นหน่วยงานสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง
มหาดไทย)
(2) การจัดการศึกษา
(3) การส่งเสรมิ ประชาธปิ ไตย ความเสมอภาคและสทิ ธเิ สรภี าพของประชาชน
(4) การสง่ เสริมการมีส่วนรว่ มของราษฎรในการพัฒนาทอ้ งถิ่น
(5) การส่งเสรมิ การพัฒนาเทคโนโลยที ี่เหมาะสม
นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถ่ินไทย | 248
(6) การจัดตง้ั และดูและระบบบำบัดน้ำเสียรวม
(7) การจำกัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลรวม
(8) การจัดการส่ิงแวดลอ้ มและมลพษิ ตา่ ง ๆ
(9) การจดั การและดแู ลสถานีขนสง่ ทางน้ำ
(10) การส่งเสรมิ การทอ่ งเทย่ี ว
(11) การพาณชิ ย์ การสง่ เสรมิ การลงทุนและการทำกิจการ ไม่ว่าจะดำเนนิ การเอง
หรอื รว่ มกบั บุคคลอน่ื หรือจากสหการ
(12) การสร้างและบำรุงรักษาทางบกและทางน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างองค์กร
ปกครองสว่ นท้องถ่ิน
(13) การจัดตัง้ และดแู ลตลาดกลาง
(14) การสง่ เสรมิ การกีฬา จารีตประเพณแี ละวัฒนธรรมอันดงี ามของทอ้ งถนิ่
(15) การจัดให้มีโรงพยาบาลจังหวัด การรักษาพยาบาล การป้องกันควบคุม
โรคตดิ ตอ่
(16) การจัดใหม้ พี ิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุ
(17) การขนสง่ มวลชนและการวศิ วกรรมจราจร
(18) การปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัย
(19) การจัดใหม้ รี ะบบรักษาความสงบเรยี บรอ้ ยในจงั หวดั
(20) จัดทำกิจการใดอันเปน็ อำนาจและหน้าท่ีขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นอื่น
ท่ีอยู่ในเขตและกจิ การนัน้ เป็นการสมควรให้องคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกันดำเนินการ
หรือใหอ้ งคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวัดจัดทำทง้ั นี้ตามทคี่ ณะกรรมการประกาศกำหนด
(21) การสังคมสงเคราะห์และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กสตรีคนชราและ
ผู้ด้อยโอกาส
(22) อื่นใดที่เป็นประโยชน์ของประชาชนในทอ้ งถิ่นตามที่คณะกรรมการประกาศ
กำหนด
นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถ่ินไทย | 249
3) โครงสรา้ งขององคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั
องค์การบริหารส่วนจังหวัดจัดโครงสร้างแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ สภาองค์การ
บริหารส่วนจงั หวัดและนายกองค์การบริหารสว่ นจังหวดั
3.1) สภาองค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัด6
ทำหน้าที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติขององค์การบริหารส่วนจังหวัดคล้ายกับสภานิติ
บัญญัติในระดับชาติ ทำหน้าที่ในกระบวนการตราข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัดว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายประจำปีและข้อบัญญัติ
องค์การบริหารส่วนจังหวัดว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ตลอดจนควบคุมและ
ตรวจสอบการทำหน้าของฝา่ ยบริหาร สภาองค์การบริหารสว่ นจงั หวัดประกอบด้วยสมาชิก
สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด(ส.จ.) มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนในเขต
องค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งจะมีจำนวนเท่าใดขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรในจังหวัดนั้น
เป็นเกณฑ์ โดยถือเอาสถิติจำนวนประชากรจากหลักฐานการทะเบยี นราษฎรของกรมการ
ปกครอง กระทรวงมหาดไทยที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนมีที่มีการเลือกตั้ง (ประกาศ ณ
วันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี) และกำหนดให้มีจำนวนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วน
จังหวดั ดงั น้ี7
1) ประชากรไม่เกินห้าแสนคน ให้มีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ยี่สบิ สี่คน
2) ประชากรเกินห้าแสนคนแต่ไม่เกินหนึ่งล้านคน ให้มีสมาชิกสภาองค์การ
บริหารสว่ นจังหวดั ไดส้ ามสิบคน
3) ประชากรเกินหนึ่งล้านคน แต่ไม่เกินหนึ่งล้านห้าแสนคน ให้มีสมาชิกสภา
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจังหวัดได้สามสบิ หกคน
6 พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.
2546 มาตรา 9
7 พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.
2546 มาตรา 9 วรรค 3
นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถนิ่ ไทย | 250
4) ประชากรเกินหนึ่งล้านห้าแสนคนแต่ไม่เกินสองล้านคน ให้มีสมาชิกสภา
องค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดได้ส่ีสิบสองคน
5) ประชากรเกินสองล้านคนขึ้นไปให้มีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจงั หวัด
ได้สสี่ ิบแปด
สมาชิกสภาองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัดจะแบ่งเป็นรายอำเภออย่างน้อยอำเภอละ
หนึง่ คน แต่ละอำเภอจะมจี ำนวนสมาชกิ สภาองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัดไมเ่ ทา่ กนั ข้ึนอยู่กับ
จำนวนประชากรของอำเภอนั้น ๆ อำเภอใดมีประชากรมากก็จะมีจำนวนสมาชิกสภา
องค์การบริหารสว่ นจังหวัดมาก อำเภอใดมจี ำนวนประชากรน้อยก็จะมีจำนวนสมาชิกสภา
องค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวัดน้อยลงเปน็ สัดสว่ นกนั 8
ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารสว่ นจงั หวดั ต้องมีคุณสมบัตแิ ละไม่
มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือ
ผบู้ รหิ ารทอ้ งถิ่น พ.ศ. 2545 แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ ถงึ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2546 ซง่ึ สมาชกิ สภาองคก์ าร
บริหารส่วนจังหวดั มวี าระการดำรงตำแหนง่ สี่ปนี บั จากวันเลือกตัง้ 9
ใหส้ ภาองค์การบรหิ ารสว่ นจังหวัดเลือกสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดคน
หนึ่งเป็นประธานสภาองคก์ ารบริหารสว่ นจังหวัดและรองประธานสภาองค์การบริหารส่วน
จังหวัด อีกสองคน ประธานสภาจังหวัดมีหน้าที่ดำเนินกิจการของสภาองค์การบริหารส่วน
จังหวัด และดำเนินการประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดให้เป็นไปตามระเบียบ
ข้อบงั คบั การประชุมสภาองคก์ ารบริหารส่วนจึงหวัดโดยมีรองประธานสภาองคก์ ารบริหาร
สว่ นจงั หวัดทำหนา้ ทีเ่ ป็นผชู้ ว่ ยเหลือประธานสภาองค์การบริหารสว่ นจงั หวัดหรือในกรณีที่
ประธานไมอ่ ย่หู รืออยแู่ ต่ไม่อาจปฏบิ ัตงิ านได้
8 พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 3) พ.ศ.
2546 มาตรา 9 วรรค 4
9 พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 แก้ไขเพ่ิมเติมถงึ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.
2546 มาตรา 10
นวัตกรรมการบริหารท้องถิ่นไทย | 251
3.2) นายกองค์การบริหารส่วนจงั หวดั
นายกองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัดมีอำนาจหนา้ ที่ดงั ต่อไปนี้10
1) กำหนดนโยบายการบรหิ ารขององค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด
2) สั่งราชการ อนุมัติ อนุญาต เกี่ยวกับราชการตามอำนาจหน้าที่ขององค์การ
บรหิ ารสว่ นจงั หวัด
3) แต่งตั้งและถอดถอนรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เลขานุการ
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ท่ปี รกึ ษานายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัด
4) วางระเบียบต่าง ๆ ในการทำงาน เพื่อให้การบริหารเป็นไปด้วยความ
เรียบรอ้ ย
5) รักษาการตามขอ้ บญั ญัติองค์การบริหารส่วนจงั หวดั
6) ปฏิบัติหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายอื่น ๆ ที่กำหนดให้เป็นอำนาจ
หนา้ ทีข่ องนายกองค์การบริหารสว่ นจงั หวัด
7) เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการและลูกจ้างในองค์การบริหาร
ส่วนจังหวดั
8) แต่งตง้ั รองนายกองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด
2.) เทศบาลมีวัตถุประสงค์ให้เป็นองค์กรปกครองสำหรับท้องถิ่นที่มีความเจริญ
ทางเศรษฐกิจพอสมควรและมีความเป็นชุมชนเมืองคือ มีความหนาแน่นของประชากร มี
รายได้เพียงพอแก่การบริหารจัดการปกครองตนเอง กล่าวอีกนัยหนึ่ง เทศบาลคือ องค์กร
ปกครองสว่ นท้องถ่นิ ของชุมชนท่ีเป็นเมืองน่ันเอง ท้องถนิ่ ใดจะจัดตงั้ เป็นเทศบาลน้ันให้อาศัย
หลกั เกณฑ์ตามพระราชบญั ญตั เิ ทศบาล พ.ศ. 2496 ในส่วนทวี่ ่าดว้ ยการจัดต้ังเทศบาลต้องเป็น
ท้องที่ที่มีความเจริญพอสมควรโดยให้พิจารณาจากความเหมาะสมในเรื่องที่ตั้ง จำนวน ความ
หนาแน่นของประชากรและความเจริญทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้ท้องถิ่นนั้นมีรายได้จากภาษี
เพียงพอในการเลี้ยงตนเองและสามารถจัดทำภารกิจตามหน้าที่ท่ี กฎหมายกำหนดได ้โดย
สมบรู ณ์
10 พระราชบัญญตั อิ งค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 แกไ้ ขเพ่มิ เติมถงึ (ฉบับท่ี 3) พ.ศ.
2546 มาตรา 35/5
นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถิน่ ไทย | 252
8.4 การกำกบั ดูแลองคก์ ารบริหารสว่ นจังหวัด
การกำกับดูแล เนื่องจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นราชการบริหารส่วน
ท้องถิ่นรูปแบบหนึ่ง และเป็นส่วนหนึ่งของระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ตามหลักการ
การกระจายอำนาจโดยรัฐบาลกลาง ทมี่ งุ่ กระจายอำนาจให้องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน ซ่ึง
มีผู้บริหารมาจากเลือกตั้งของประชาชนในพื้นที่หรือโดยความเห็นชอบของสภาท้องถิ่น
และดำเนินการบริหารงานพัฒนาท้องถิ่นภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลผ่านทางจังหวดั
การควบคุมกำกับดูแลจึงต้องกระทำเท่าที่จำเป็น ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย และตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ .ศ.
2540 กำหนด คอื 11
1. ระดับกระทรวง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีอำนาจกำกับดูแล
การปฏิบัติราชการขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย
กฎระเบยี บ ขอ้ บังคบั ของทางราชการ หากมีการฝา่ ฝืนหรือไม่ปฏิบัตใิ ห้เปน็ ไปตามกฎหมาย
กฎระเบียบ ข้อบังคับของราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะรายงานรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทยเพื่อวินิจฉัยสั่งการในเรื่องต่างๆ ที่ได้รับรายงานมา เช่น วินิจฉัย
เกี่ยวกับการยับยั้งการปฏิบตั กิ ารขององค์การบริหารสว่ นจังหวดั การเพิกถอนมติของสภา
องค์การบริหารส่วนจังหวัด โดย ผู้ว่าราชการจังหวัด การสั่งให้นายกองค์การบริหารส่วน
จงั หวดั พ้นจากตำแหน่ง การยบุ สภาองคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั
2. ระดับจังหวัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจกำกับดูแลการปฏิบัติราชการ
ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และรองนายกองค์การ
บริหารสว่ นจังหวดั (ฝ่ายบรหิ าร) และสภาองคก์ ารบริหารสว่ นจังหวัด เพื่อปฏบิ ัติให้เป็นไป
ตามกฎหมาย กฎ ระเบยี บข้อบังคับของทางราชการ
นอกจากความสัมพันธร์ ะหว่างรัฐกบั องค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั เกย่ี วกบั การกำกับ
ดูแลตาม พระราชบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวแล้ว ยังมีการกำกับดูแลของ
กระทรวงมหาดไทยและจังหวัด ตามระเบียบและหนังสือสั่งการที่ออกโดยอาศัยอำนาจ
ตามกฎหมาย เช่น ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการวางแผนพัฒนาขององค์กร
11 http://kruyos.blogspot.com/p/blog-page_32.html สืบคน้ มกราคม 2564
นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถิน่ ไทย | 253
ปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2541 ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2541 ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุ
ของหน่วยการบริหาร ราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2535 ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่า
ด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงินและการตรวจเงินของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2541 ซึ่งสามารถแยกประเภทการกำกับดูแลองค์การ
บริหารส่วนจงั หวัด ดงั นี้
- การกำกบั ดูแลตามพระราชบัญญัติองคก์ ารบริหารสว่ นจังหวดั พ.ศ. 2540
- การกำกับดูแลเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลขององค์การบริหารส่วน
ท้องถ่ิน
- การกำกับดแู ลเกย่ี วกบั แผนพัฒนาท้องถ่ิน
- การกำกบั ดแู ลเกี่ยวกับการพฒั นารายได้ทอ้ งถิน่
- การกำกบั ดแู ลเกยี่ วกับการเงนิ การคลังและการงบประมาณท้องถ่นิ
- การกำกบั ดแู ลเก่ียวกบั การตรวจสอบการคลงั ทอ้ งถ่นิ
การกำกับดูแลตามพระราชบัญญตั อิ งค์การบริหารสว่ นจงั หวัด พ.ศ. 2540
กฎหมายว่าด้วยองค์การบริหารสว่ นจังหวัดได้กำหนดเรื่องการกำกับดแู ลองคก์ าร
บรหิ ารส่วนจงั หวดั ไว้ โดยในมาตรา 77 ถึงมาตรา 80 ได้กำหนดให้ผวู้ า่ ราชการจังหวัดเป็น
ผู้มีอำนาจกำกับดูแลการปฏิบัติราชการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดในกรณีดังต่อไปน้ี
คือ
1. ผู้ว่าราชการจังหวัด มีอำนาจกำกับดูแลการปฏิบัติราชการโดยทั่วไปของ
องค์การบริหารส่วนจังหวัดให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ และระเบียบข้อบังคับของทาง
ราชการ ในการนี้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจ สั่งสอบสวนข้อเทจ็ จรงิ หรือสัง่ ให้องค์การ
บริหารส่วนจังหวัดชี้แจงแสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกับการปฏิบัติราชการขององค์การบรหิ าร
ส่วนจังหวดั
2. ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่านายกองค์การบริหารส่วนจังหวดั หรอื
รองนายกองค์การบริหารสว่ นจังหวัดปฏิบัติราชการในทางที่อาจนำมาซึง่ ความเสียหายแก่
นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถ่ินไทย | 254
องค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย กฎ หรือระเบียบข้อบังคับของ
ทางราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจยับยั้งการปฏิบัติการดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราว
ได้แล้วให้รายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ภายใน 15 วัน นับแต่วันออกคำสั่ง
ซงึ่ รฐั มนตรีจะตอ้ งวินจิ ฉัยสั่งการเร่ืองดงั กล่าว ภายใน 30 วัน นบั แต่วันทไ่ี ดร้ ับรายงานจาก
ผวู้ ่าราชการจงั หวดั คำสง่ั ของรฐั มนตรใี นกรณดี งั กล่าวใหถ้ อื เปน็ ท่สี ดุ
3. ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถสั่งเพิกถอนมติของสภาองค์การบริหารส่วน
จังหวัด ซึ่งมิใช่ ข้อบัญญัติได้ ในกรณีที่ปรากฏว่ามตินั้นฝ่าฝืนกฎหมาย กฎ หรือระเบียบ
ข้อบังคับของทางราชการหรือเป็นมติ ที่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วน
จังหวัด โดยคำสั่งเพิกถอนมติของผู้วา่ ราชการจังหวัดจะต้องทำภายใน 30 วัน นับแต่วันที่
สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดมีมติและจะต้องแสดงเหตุผลของการเพิกถอนมตินั้นไว้ใน
คำสั่งด้วย แต่อย่างไรก็ตาม หากสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดยังยืนยันมติเดิมด้วย
คะแนนเสียง ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชกิ สภาองค์การบริหารส่วนจังหวดั เทา่ ท่ี
มีอยู่ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานการยืนยันมติดังกล่าว และเหตุผลของการเพิกถอนมติ
ของผู้ว่าราชการจังหวัดต่อรัฐมนตรีภายใน 15 วัน นับแต่วันที่สภาองค์การบริหารส่วน
จังหวัดมีมติยืนยันมติเดมิ ซึ่งรัฐมนตรจี ะต้องวินิจฉยั สั่งการใหแ้ ล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับ
แต่วนั ท่ไี ดร้ บั รายงานจากผูว้ ่าราชการจงั หวัด
4. ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถดำเนนิ การสอบสวนนายกองคก์ ารบริหารส่วน
จังหวัดได้ หากพบว่านายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดละเลยไม่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าท่ี
หรอื ปฏิบัติการโดยไมช่ อบด้วยอำนาจหนา้ ท่ีหรือประพฤตติ นฝ่าฝนื ความสงบเรยี บร้อยของ
ประชาชน ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจใช้วิธีตั้งคณะกรรมการสอบสวนหรือส่งเรื่องให้
คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการหรือ
สำนกั งานตรวจเงินแผ่นดินทำการสอบสวนก็ได้ และหากผลการสอบสวนปรากฏว่า นายก
องค์การบริหารส่วนจังหวัดมีพฤติการณ์ดังกล่าวจริง ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องเสนอให้
รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทย สงั่ ใหน้ ายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวัดพ้นจากตำแหน่ง
คำสง่ั ของรฐั มนตรีในกรณีน้ีใหถ้ ือเป็นท่ีสุด
นวัตกรรมการบริหารท้องถนิ่ ไทย | 255
5. ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทยให้ยุบสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้ ในกรณีที่เห็นว่าการกระทำ
ดังกล่าวจะเป็นการคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนจังหวัด
หรือประโยชน์ของประเทศเป็นส่วนรวม คำสั่งยุบสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดของ
รัฐมนตรีจะต้องแสดงเหตุผลไว้ด้วย และเมื่อมีการยุบสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแล้ว
ให้มีการเลือกตง้ั สมาชิกสภาองคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั ใหม่ภายใน 45 วนั
8.5 อำนาจหนา้ ที่ขององค์การบรหิ ารสว่ นจงั หวดั
นับตั้งแต่ปี 2540 องค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบอำนาจ
หน้าที่ไปจากเดิมโดยจะมีหน้าที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับจังหวัด ซึ่งเน้น
การประสานงานการพัฒนาระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในระดับต่ำกว่าภายใน
จงั หวัด
พ.ร.บ. องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มาตรา 45 ได้กำหนดอำนาจ
หน้าที่ของ องค์การบรหิ ารสว่ นจังหวดั ไว้ดงั นี้
1. ตราขอ้ บญั ญตั ิโดยไม่ขดั หรือแย้งตอ่ กฎหมาย
2. จัดทำแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และประสานการจัดทำ
แผนพัฒนาจงั หวัดตามระเบียบทค่ี ณะรฐั มนตรีกำหนด
3. สนับสนนุ สภาตำบลและราชการส่วนท้องถ่ินอ่ืนในการพัฒนาท้องถิ่น
4. ประสานและให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ของสภาตำบลและ
ราชการสว่ นท้องถ่ินอืน่
5. แบ่งสรรเงินซึ่งตามกฎหมายจะต้องแบ่งให้แก่สภาตำบลและราชการสว่ น
ทอ้ งถน่ิ
6. อำนาจหน้าที่ของจังหวัดตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหาราาชการส่วนจังหวดั
พ.ศ. 2498 เฉพาะในเขตสภาตำบล
7. คุ้มครอง ดแู ล และบำรุงรักษาทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม
นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถิ่นไทย | 256
8. จัดทำกจิ การใดๆ อนั เปน็ อำนาจหนา้ ท่ีของราชการสว่ นท้องถิ่นอ่ืนที่อยู่ใน
เขต องค์การบริหารส่วนจงั หวดั และกิจการนั้นเปน็ การสมควรให้ราชการส่วนท้องถิน่ อื่น
รว่ มกนั ดำเนินการหรือให้ องค์การบรหิ ารส่วนจงั หวดั จัดทำตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
9. จัดทำกิจการอื่นๆ ที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ องค์การ
บริหารส่วนจังหวัด เช่น พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร
ปกครองสว่ นท้องถน่ิ พ.ศ. 2542
นอกจากน้ี องค์การบรหิ ารส่วนจังหวดั อาจจัดทำกจิ การใดๆ อนั เป็นอำนาจหน้าท่ี
ของราชการส่วนท้องถิ่นอื่น หรือ องค์การบริหารส่วนจังหวัด อื่นนอกเขตจังหวัดได้ เมื่อ
ได้รับความยินยอมจากองค์กรนั้นๆ รวมทั้งอำนาจหน้าที่ของราชการส่วนกลางหรือส่วน
ภูมิภาคที่มอบให้ องค์การบริหารส่วนจังหวัด ปฏิบัติ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ
เงือ่ นไขทีก่ ำหนดในกฎกระทรวง
อำนาจหน้าที่ดังกล่าวข้างต้น ฝ่ายบริหารจะเป็นผู้ดำเนินการโดยได้รับความ
เห็นชอบจากฝ่ายนิติบัญญัติ โดยการอนุมัติข้อบัญญัติต่างๆ เช่น ข้อบัญญัติงบประมาณ
รายจา่ ยประจำปี เป็นตน้
8.6 การบรหิ ารการคลังขององคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั
รายได้ของ องค์การบริหารส่วนจังหวัด มาจากภาษีชนิดต่างๆ ที่องค์การบริหาร
ส่วนจงั หวัด เป็นผู้จดั เก็บเอง ไดแ้ ก่ ภาษีบำรงุ ท้องที่ ภาษีโรงเรอื นและท่ีดิน ภาษีป้ายและ
ค่าธรรมเนียมต่างๆ บางส่วนมาจากภาษีบางชนิดที่รัฐบาลเป็นผู้จัดเก็บเองแล้วจัดสรรให้
องค์การบริหารส่วนจังหวัด ตัวอย่างของภาษีเหล่านี้ที่เรารู้จักดี ได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม
จัดเก็บโดยกรมสรรพากร ภาษีและค่าธรรมเนยี มรถยนต์และล้อเลื่อน จัดเก็บโดยกรมการ
ขนสง่ ทางบก คา่ ภาคหลวงแร่และค่าภาคหลวงปโิ ตรเลียม โดยกรมทรพั ยากรธรณี เป็นต้น
และบางสว่ นมาจากเงนิ อุดหนุนของรฐั บาล
นอกจากน้ี พ.ร.บ. องค์การบริหารสว่ นจงั หวัด พ.ศ. 2540 ยงั กำหนดให้ องค์การ
บริหารสว่ นจงั หวดั มีอำนาจออกข้อบัญญัตเิ พือ่ เก็บ
นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถ่นิ ไทย | 257
1. ภาษีบำรุงองค์การบริหารส่วนจังหวัด จากสถานค้าปลีกน้ำมันเบนซิน
นำ้ มนั ดีเซล และนำ้ มนั ทคี่ ลา้ ยกัน และกา๊ ซปิโตรเลยี มไม่เกินลิตรละห้าสตางค์ ยาสบู ไม่เกนิ
มวนละห้าสตางค์
2. ค่าธรรมเนียมบำรุง องค์การบริหารส่วนจังหวัด จากผู้พักในโรงแรม ตาม
หลักเกณฑ์และอตั ราท่ีกำหนดในกฎกระทรวง
3. ภาษีอากรและค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นจากภาษีธุรกิจเฉพาะตามประมวล
รษั ฎากร ค่าธรรมเนียม ใบอนญุ าตขายสุราและใบอนุญาตเล่นการพนนั ไม่เกินร้อยละสบิ
4. ภาษีมูลค่าเพ่ิม เพิ่มขึ้นจากอัตราท่ีเรียกเก็บตามประมวลรษั ฎากร กรณีท่ี
ประมวลรัษฎากรเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละศูนย์ ให้องค์การบริหารส่วน
จังหวัด เก็บในอัตราร้อยละศูนย์ กรณีที่ประมวลรัษฎากรเก็บในอัตราอื่น ให้ องค์การ
บริหารส่วนจังหวัด เก็บหนึ่งในเก้าของอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บตามประมวล
รัษฎากร
5. ค่าธรรมเนียมใดๆ จากผู้ใช้หรือได้รับประโยชน์จากบริการสาธารณะที่
องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั จดั ใหม้ ีข้นึ ตามระเบยี บทกี่ ระทรวงมหาดไทยกำหนด
เมอื่ องค์การบริหารส่วนจังหวดั มีรายได้ก็จำเปน็ ตอ้ งกำหนดแนวทางในการใช้จ่าย
ซึ่งในระดับประเทศ การบริหารงบประมาณแผ่นดินจะกระทำโดยร่างพระราชบัญญัติ
งบประมาณรายจ่ายประจำปี ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจา่ ยประจำปีนี้จะตอ้ งได้รับความ
เห็นชอบจากสภาก่อน รัฐบาลจึงจะนำงบประมาณไปใช้จ่ายในการบริหารประเทศได้ การ
บริหารงบประมาณขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ก็ใช้หลักการเดียวกัน กล่าวคือ ฝ่าย
บริหารจะต้องจัดทำร่างข้อบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปี เพื่อให้สภาองค์การ
บริหารส่วนจังหวัดพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน ฝ่ายบริหารคือ นายกองค์การบริหาร
ส่วนจงั หวัด จึงจะนำเงินงบประมาณไปใชจ้ ่ายได้
นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถิ่นไทย | 258
คำถามท้ายบท
8.1 จงอธบิ ายถงึ ความเป็นมาองค์การบริหารส่วนจงั หวัด
8.2 จงอธบิ ายถงึ โครงสรา้ งองค์การบริหารส่วนจงั หวัด (อบจ.)
8.3 จงอธบิ ายถึงความหมายและความสำคัญองค์การบริหารส่วนจงั หวัด
8.4 จงอธบิ ายถงึ การกำกับดูแลองคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวัด
8.5 จงอธิบายถึงการกำกับดูแลตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด
พ.ศ.2540
8.6 จงอธบิ ายถงึ อำนาจหนา้ ทขี่ ององค์การบริหารส่วนจงั หวดั
8.7 จงอธบิ ายถงึ การบรหิ ารการคลังขององค์การบรหิ ารส่วนจงั หวดั
นวตั กรรมการบริหารท้องถนิ่ ไทย | 259
อ้างอิงประจำบท
พระราชบญั ญัตอิ งคก์ ารบริหารสว่ นจงั หวดั พ.ศ. 2540
พระราชบัญญตั ิองค์การบรหิ ารส่วนจงั หวัด พ.ศ. 2540 แกไ้ ขเพ่มิ เตมิ ถึง (ฉบับท่ี 3) พ.ศ.
2546 มาตรา 45
http://kruyos.blogspot.com/p/blog-page_32.html สบื ค้น มกราคม 2564
นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถ่นิ ไทย | 260
บทที่ 9
เทศบาล
เนื้อหาประจำบท
9.1 ความเป็นมาเทศบาล
9.2 โครงสรา้ งเทศบาล
9.3 เทศบาล
9.4 การกำกบั ดูแลเทศบาล
9.5 อำนาจหน้าทข่ี องเทศบาล
9.6 การบริหารการคลังเทศบาล
จุดประสงคข์ องบท
9.1 อธบิ ายถึงความเป็นมาเทศบาลได้
9.2 อธิบายถงึ โครงสร้างเทศบาลได้
9.3 อธบิ ายถงึ ความรเู้ บอ้ื งตน้ เกีย่ วกบั เทศบาลได้
9.4 อธบิ ายถึงการกำกับดแู ลเทศบาลได้
9.5 อธบิ ายถึงอำนาจหนา้ ทีข่ องเทศบาลได้
9.6 อธบิ ายถึงการบรหิ ารการคลงั เทศบาลได้
นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถ่ินไทย | 261
9.1 ความเปน็ มาเทศบาล1
พ.ศ. 2476 ได้มีการตราพระราชบัญญัติระเบียบราชการบริหารแห่ง
ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2476 และกำหนดให้เทศบาลเป็นองค์กรบริหารรูปหนึ่งของ
ราชการบริหารส่วนท้องถิ่น และมีการตราพระราชบัญญัติจัดระเบียบเทศบาล พ.ศ.
2476 ขน้ึ ซึ่งถือวา่ เปน็ กฎหมายฉบับแรกว่าด้วยการจัดระเบียบบริหารปกครองตนเองของ
เทศบาล
พ.ศ. 2478 ได้มีการจัดตั้งเทศบาลเป็นครั้งแรก ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบ
เทศบาล พ.ศ. 2476 โดยการยกฐานะสุขาภิบาลที่มีอยู่เดิม 35 แห่งขึ้นเป็นเทศบาล และ
ไดม้ ีการปรับปรงุ กฎหมาย ดังกลา่ วอยู่เป็นระยะ เชน่ ในปี พ.ศ. 2481 และ พ.ศ. 2483
พ.ศ. 2496 ไดม้ กี ารตราพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 ขึ้นใช้แทนกฎหมาย
เก่าทั้งหมด และได้มีการใช้กฎหมาย พ.ร.บ.เทศบาล พ.ศ. 2496 (โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติม
อยู่เป็นระยะ) จนถึงปัจจุบัน (2541) ได้มีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับ
บทบัญญัติหมวดว่าด้วยการปกครองท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.
2540
พ.ศ. 2542 ได้มีการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ. เทศบาล (ฉบับท่ี 10) พ.ศ.
2542 เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2542
9.2 โครงสรา้ งเทศบาล
พนักงานเทศบาลเป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของเทศบาลที่ปฏิบัติงานอันเป็นภารกิจ
ประจำสำนักงานหรืออาจจะนอกสำนักงานก็ได้ ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับชีวิตความเป็นอยู่
ของประชาชนอย่างใกล้ชิด เพราะหน้าที่ของเทศบาลนั้นต้องติดต่อและให้บริการแก่
ประชาชนตั้งแตเ่ กดิ จนตาย ทั้งในเรื่องงานการทะเบียน การสาธารณูปโภค การศกึ ษา การ
รักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งนับว่าเป็นภาระหนา้ ที่ที่ใกล้ชิดกับประชาชน
ในท้องถิ่นมาก ซึ่งต่างกับคณะเทศมนตรีที่ว่าคณะเทศมนตรีรับผิดชอบและภารกิจใน
1 http://kruyos.blogspot.com/p/blog-page_32.html สบื ค้น มกราคม 2564
นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถิ่นไทย | 262
ลักษณะของการ “ทำอะไร” ส่วนการ “ทำอย่างไร” ก็จะเป็นหน้าที่ของพนักงานเทศบาล
โดยมีปลัดเทศบาลเปน็ ผู้รบั ผดิ ชอบ
พระราชบัญญัติเทศบาล พ .ศ. 2496 ได้แบ่งโครงสร้างของเทศบาล
ออกเป็น 2 ส่วน คือสภาเทศบาล และคณะเทศมนตรี สำหรับการปฏิบัติงานในหน้าที่
ประจำในเทศบาล จะมโี ครงสรา้ งทางเจ้าหนา้ ทอ่ี กี สว่ นหนงึ่ เรยี กว่า พนักงานเทศบาล
1. สภาเทศบาล ทำหนา้ ทีเ่ ปน็ ฝา่ ยนติ บิ ัญญัติ ซ่งึ คอยควบคุมและตรวจสอบฝ่าย
บรหิ ารอันเปน็ วิถที างแหง่ การถ่วงดุลอำนาจ กำหนดใหส้ ภาเทศบาลประกอบดว้ ยสมาชิกที่
ได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน และสมาชิกสภาเทศบาลนี้อยู่ในตำแหน่งไดค้ ราว
ละ 5 ปี (ปัจจุบันมีการแก้ไขใหอ้ ยู่ในวาระคราวละ 4 ปี) ทั้งนี้จำนวนสมาชิกสภาเทศบาล
จะมากหรอื น้อยขึน้ อยกู่ ับประเภทของเทศบาล ดงั นี้
1.1 สภาเทศบาลตำบล มสี มาชกิ ท้งั หมด 12 คน
1.2 สภาเทศบาลเมอื ง มสี มาชิกท้งั หมด 18 คน
1.3 สภาเทศบาลนคร มสี มาชกิ ทั้งหมด 24 คน
สภาเทศบาลนั้นมีประธานสภาคนหนึ่ง และรองประธานสภาคนหนึ่งโดยให้ผู้ว่า
ราชการแต่งตั้งมาจากสมาชิกสภาเทศบาลตามมติของสภาเทศบาล กล่าวคือ ให้ผู้ว่า
ราชการจังหวัดเป็นผู้เรียกประชุมสภา เทศบาลครั้งแรกภายใน 90 วัน นับแต่การเลือกตัง้
สมาชิกสภาเทศบาลเสร็จสิ้นแล้ว ให้สมาชิกสภาเทศบาลประชุมเลือกกันเองจากสมาชิก
ดว้ ยกัน จะเลอื กบุคคลอ่ืนนอกจากสมาชิกสภาเทศบาลไม่ได้ ประธานสภามี หน้าที่ดำเนิน
กิจการของสภาเทศบาลให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับการประชุมเทศบาลควบคุมบังคับ
บัญชารกั ษาความสงบ และเป็นตัวแทนสภาในกิจการภายนอก
2. คณะเทศมนตรี
ฝ่ายบริหารกจิ การของเทศบาล ได้แก่ คณะเทศมนตรี ซึง่ อำนาจในการบริหารงาน
อยู่ที่คณะเทศมนตรี โดยคณะเทศมนตรีเลือกมาจากสมาชิกสภาเทศบาลที่สมาชิกสภา
เทศบาลมีมติเห็นชอบ ซึ่งประกอบด้วยนายกเทศมนตรี และเทศมนตรี อีก 2-4 คน ตาม
ฐานะเทศบาล คือ
ก. กรณีที่เป็นเทศบาลเมืองและเทศบาลตำบล ให้มีเทศมนตรีได้ 2 คน
ซ่ึงเม่อื รวมนายกเทศมนตรีเป็นคณะเทศมนตรแี ลว้ มีจำนวน 3 คน
นวตั กรรมการบริหารท้องถ่ินไทย | 263
ข. กรณีที่เป็นเทศบาลนคร ให้มีเทศมนตรีได้ 4 คน ซึ่งเมื่อรวม
นายกเทศมนตรีเป็นคณะ เทศมนตรีแล้วมีจำนวน 5 คน สำหรับเทศบาลเมืองที่มีรายได้
จากการจดั เกบ็ ปีละ 20 ล้านบาทขึน้ ไป ให้มเี ทศมนตรเี พ่มิ ขึน้ อกี หนง่ึ คน
3. พนกั งานเทศบาล
9.3 เทศบาล
เทศบาล เป็นรูปแบบการปกครองส่วนท้องถิ่น การปกครองรูปแบบเทศบาลเป็น
การกระจายอำนาจให้แก่ทอ้ งถิ่นดำเนินการปกครองตนเอง ตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่ง
เกิดขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเริ่มจากการจัดตั้ง
สุขาภิบาลกรุงเทพ ฯ ร.ศ. 116 (พ.ศ. 2440) โดยมีพระราชกำหนดสุขาภิบาลกรุงเทพฯ ร.
ศ. 116 ในส่วนภูมิภาค มีการตราพระราชบัญญัติจัดการสุขาภิบาล ท่าฉลอม ร.ศ. 124
(พ.ศ. 2448) ขึ้นมีวิวัฒนาการเรื่อย ๆ มา จนถึงปี พ.ศ. 2475 ได้มีการเปลี่ยนแปลงการ
ปกครอง ได้มีการ กระจายอำนาจการปกครองทีส่ มบรู ณ์แบบย่งิ ขน้ึ
ความหมายของเทศบาล
จากการศึกษาค้นคว้าแนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับเทศบาล ได้มีผู้ให้ความหมายไว้
หลายท่าน ในท่นี ผ้ี ้วู จิ ยั ขอยกตวั อยา่ งมาเฉพาะทเ่ี หน็ วา่ น่าสนใจศึกษา ดงั น้ี
สุนันทา กาหยี ได้กล่าวว่า เทศบาล หมายถึง เป็นหน่วยการปกครองในระดับ
ท้องถิ่นที่เก่าแก่คุ้นเคย และเป็นรากฐานสำคัญของ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย
อกี ทง้ั ยงั เปน็ รปู แบบหนึ่งของการปกครองท้องถ่นิ ที่กระจายอำนาจ เหน็ ได้จากรัฐธรรมนูญ
แหง่ ราชอาณาจักรไทยหลายฉบับ เช่น ฉบบั ปี 2540 และฉบับปี 2550 ได้บญั ญตั ิใหร้ ัฐตอ้ ง
กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นเปิดโอกาสให้ราษฎร์เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานท้องถิ่น
ของตนเอง อันเป็นการพฒั นาพื้นฐานของการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย เทศบาล
แบ่งเป็น เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล โดยในที่นี้นำเทศบาลตำบล 2 แห่ง
มาศึกษาเปรียบเทียบ เทศบาลมีอำนาจหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ ตามพระราชบัญญัติเทศบาล
พ.ศ. 2496 มาตรา 50 เช่น รักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน บำรุงศิลปะ จารีต
ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิน่ และวัฒนธรรมอันดีของทอ้ งถิ่น รวมทั้งมีอำนาจหน้าท่ีในการ
นวตั กรรมการบริหารท้องถ่ินไทย | 264
บริหารจัดการ หรือปฏิบตั ิงานให้บริการ พฒั นาเทศบาลท้ังในด้านเศรษฐกิจและสังคมเพื่อ
แก้ปัญหาความเดือนร้อนและ ตอบสนองความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นอย่าง
แทจ้ ริง2
อโณทัย ธรรมกุล ได้กล่าวว่า เทศบาล เป็นการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น มี
ลักษณะสำคัญกล่าวคือ การบริหารราชการส่วนท้องถิ่นของไทยปัจจุบันเป็นการจัด
ระเบียบบริหารราชการรูปหนึ่ง โดยอาศัยการผสมผสานระหว่างการรวมอำนาจ การแบ่ง
อำนาจ และการกระจายอำนาจ ลักษณะของการกระจายอำนาจ หรอื การปกครองท้องถ่ิน
เปน็ การปกครองซ่ึงรฐั กระจายอำนาจให้ท้องถ่นิ หนงึ่ หรือหลาย ๆ ท้องถ่นิ เป็นผู้ดำเนินการ
ภายในขอบเขตกิจกรรมที่รัฐมอบหมายให้กระทำได้ซึ่งกำหนดขอบเขตพื้นที่ไว้แน่ชัดมี
ฐานะเป็นนิติบุคคล มีองค์กรหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบในการปกครองท้องถิ่นและเพื่อ
ตอบให้สนองความต้องการของประชาชน มีประชาชนเข้าร่วมดำเนินการและมีความเป็น
เอกเทศ หรือความเป็นอิสระทางการเงินและอื่น ๆ ในระดับหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะสำคัญพอ
สรปุ ได้ ดงั น้ี3
1.1 มพี ้นื ทข่ี อบเขตทีแ่ น่นอน
1.2 เป็นนิติบุคคล เพื่อให้สามารถดำเนินการด้านต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ
พอสมควร การปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีองค์การที่สามารถรับผิดชอบกิจกรรมต่าง ๆ
ตามที่ไดร้ ับมอบหมายได้อย่างเป็นอิสระตามกฎหมายคือ ตอ้ งมีองคก์ รเป็นนิติบุคคลต้ังขึ้น
โดยกฎหมายแยกออกจากสว่ นกลางสามารถก่อพันธะทางกฎหมาย เช่น ทำสญั ญาเป็นหนี้
หรือทำนิติกรรมรูปอน่ื ๆ ได้
1.3 เป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นที่แยกออกจากราชการของท้องถิ่นได้ภายใน
ขอบเขตท่สี มควร
2 สุนันทา กาหยี, “การเปรียบเทียบความพร้อมในการบริหารจัดการระหว่างเทศบาลตำบล
ห้วยยอดกับเทศบาลตำบลนาวง ในอำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง”, วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตร
มหาบัณฑติ , (บัณฑิตวิทยาลยั : มหาวทิ ยาลยั สุโขทัยธรรมาธริ าช, 2553).
3 อโณทัย ธรรมกุล, คู่มือการสอบบรรจุปลัด-อำเภอและผู้ช่วยนายทะเบียนอำเภอ,
(กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพ์ แอล เอส, 2530), หน้า 105-110.
นวัตกรรมการบริหารท้องถน่ิ ไทย | 265
1.4 ประชาชนมีส่วนร่วมมีเสียงในการปกครองตนเองการดำเนินกิจกรรมของ
การปกครองท้องถิ่นนี้เป็นกระบวนการที่มิใช่กระทำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยสิ้นเชิง แต่
เป็นกระบวนการทางการเมืองซึ่งประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมโดยทางตรงหรือทางอ้อม
กล่าวคือมีสภานติ ิบัญญัติที่ไดร้ บั เลอื กตั้งจากประชาชน หรือเลือกตัง้ บางส่วน ประชาชนมี
โอกาสเข้าร่วมเลือกตัวแทนทำหน้าที่บริหารกิจกรรมของท้องถิ่นหรือเข้าร่วมกำหนด
นโยบาย หรอื ควบคุมตรวจสอบ การดำเนินการของตัวแทนของตน
1.5 มีอำนาจอิสระบางประการในการบริหารกิจกรรมเช่น การบริหาร และ
อื่นๆภายในวงกรอบกิจกรรมและขอบเขตพื้นที่รับผิดชอบนั้น หน่วยการปกครองท้องถิ่น
จะต้องได้รับมอบหมายอำนาจดำเนินการอย่างเป็นอิสระได้พอสมควร โดยไม่จำเป็นต้อง
รบั ฟงั คำสงั่ จากรฐั บาลกลางหรอื หน่วยราชการจากส่วนกลางแตอ่ ยา่ งใด
1.6 มีอำนาจในการจัดหาและใช้จ่ายได้อย่างเป็นอิสระ เมื่อเป็นอิสระในการ
ดำเนินการแล้ว หนว่ ยการปกครองท้องถนิ่ ต้องอิสระในการจดั หาทรัพยากรที่จำเป็นในการ
ดำเนินการ คือ มีแหล่งรายได้ของตนเอง เช่น ได้รับสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล
สามารถจดั เก็บภาษีบางประเภทได้ รวมทั้งหารายไดอ้ น่ื ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
จินตนา คงเหมือนเพชร ได้กล่าวว่า เทศบาล หมายถึง หน่วยงานปกครอง
ท้องถ่นิ รปู แบบหนึ่งทีถ่ ือหลักการปกครองตนเอง (Local self government) เปน็ การจัด
องค์การทางการเมืองขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ให้กับ
ประชาชนในท้องถิ่น หรือในเขตเทศบาลนั้นๆ โดยเทศบาลจะต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคล มี
ความเป็นอิสระพอสมควรในการบริหาร กิจการของเทศบาล และจะต้องเปิดโอกาสให้
ประชาชนในเทศบาลนั้นๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานของเทศบาลด้วย ซึ่ง
โดยทัว่ ไปจะใชว้ ิธีการให้ประชาชนเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล และผูบ้ ริหารเทศบาล4
มารุต วันทนากร ได้กล่าวว่า เทศบาล หมายถึง ตามพระราชบัญญ้ติเทศบาล
พ.ศ. 2486 ได้กำหนดให้เทศบาลในประเทศไทยมีทั้ง 3 ประเภท อันได้แก่ เทศบาลนคร
4 จินตนา คงเหมือนเพชร, “ความพึงพอใจของประชาชนต่อการบริหารงานเทศบาลเมือง
ปัตตานี”, วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, (สงขลา : มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์,
2541).
นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถนิ่ ไทย | 266
เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล ซึ่งเทศบาลแต่ละประเภทก็มีลักษณะและองค์ประกอบที่
แตกตา่ งกันออกไปดังมรี ายละเอียดดังน้ี
เทศบาลนคร ได้แก่ ท้องถิ่น ชุมชนที่มีราษฎรตั้งแต่ห้าหมื่นคนขึ้นไป ทั้งมีรายได้
พอควนแก่การที่จะปฏิบัติหน้าที่ของเทศบาล การจัดตั้งเทศบาลนครจะกระทำได้โดยการ
ประกาศกระทรวงมหาดไทยโดยยกฐานะเป็นเทศบาลนคร
เทศบาลนครประกอบไปด้วยสภาเทศบาลและคณะเทศมนตรี (หรือ
นายกเทศมนตร)ี แล้วแต่กรณี โดยทส่ี ภาเทศบาลมสี มาชิกสภาเทศบาลได้ 24 คน โดยมีรอง
นายกเทศมนตรีได้ไม่เกิน 4 คน นอกจากนี้กฎหมายยังกำหนดให้เทศบาลนครมีหน้าท่ี
แตกต่างไปจากเทศบาลเมืองและเทศบาลตำบลดว้ ย
เทศบาลเมือง ได้แก่ ท้องถิ่นอันเป็นที่ตั้งศาลากลางหรือท้องถิ่นชุมชนที่มีราษฎร
ตงั้ แต่หนง่ึ หมน่ื คนขน้ึ ไป ท้ังมีรายได้พอควนแกก่ ารท่ีจะปฏิบตั ิหนา้ ที่ของเทศบาลเมือง การ
จัดตั้งเทศบาลนครจะกระทำได้โดยการประกาศกระทรวงมหาดไทยโดยยกฐานะเป็น
เทศบาลเมือง
เทศบาลเมืองประกอบไปด้วยสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี โดยที่สภา
เทศบาลมีสมาชกิ สภาเทศบาลได้ 18 คน โดยมีรองนายกเทศมนตรไี ด้ไม่เกิน 3 คน
เทศบาลตำบล ได้แก่ ท้องถิ่นซึ่งมีประกาศกระทรวงมหาดไทยโดยยกฐานะเป็น
เทศบาลตำบล (เทศบาลตำบลไม่ได้กำหนดจำนวนราษฎรในพนื้ ท่ีไวอ้ ยา่ งชดั เจนเหมือนกับ
เทศบาลนครและเทศบาลเมอื ง)
เทศบาลเมืองประกอบไปด้วยสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี โดยที่สภา
เทศบาลมีสมาชิกสภาเทศบาลได้ 12 คน โดยมรี องนายกเทศมนตรไี ดไ้ มเ่ กิน 2 คน5
เฉลมิ พล แก้วแกมเสือ ได้กลา่ วว่า เทศบาล หมายถงึ เป็นองคก์ ารปกครองส่วน
ท้องถิ่นรูปหนึ่งเป็นราชการที่จัดอยู่ในระเบียบบริหารราชกาส่วนท้องถิ่นซึ่งเกิดจากการ
กระจายอำนาจทางการปกครองจากส่วนกลางให้ประชาชนมีส่วนร่วมปกครองท้องถ่ิน
กันเอง เป็นองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดแบบเต็มรูปที่สมบูรณ์มากที่สุดมีระดับเป็น
5 มรุต วันทนากร, “พัฒนาการและรูปแบบการปกครองท้องถิ่นไทย”, สารานุกรมการ
ปกครองท้องถิ่นไทย, (2547) : หนา้ 23-24.
นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถนิ่ ไทย | 267
ความ ประชาธิปไตย มากกว่าองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆ เป็นการจำลองรูปแบบการ
ปกครองของประเทศ ระบบรัฐสภาเป็นการปกครองส่วนท้องถิ่นที่รู้จักของคนทั่วไป
เทศบาลจะต้ังอยู่ในท้องถิน่ ท่ีมีความเจริญ มปี ระชากรมาก โดยท่วั ไป เทศบาลเมืองจะเป็น
ที่ต้ังของศาลากลางจงั หวดั 6
จากการศึกษาเอกสารที่เก่ียวข้องข้างต้น พอสรุปได้ว่า เทศบาล เป็นตัวอย่างของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการปกครองตนเองที่สำคัญทำให้ประชาชนเกิดความรัก
สามัคคี ช่วยทำนุบำรุงท้องถิ่นให้มีความสงบสุขเป็นระเบียบ สวยงามถูกสุขลักษณะ มี
คุณภาพชีวิตทีด่ ี ดำรงชวี ติ อย่ไู ดอ้ ยา่ งมีความสุข มบี ทบาททีส่ ำคัญยง่ิ ต่อชวี ติ ของประชาชน
ในท้องถิ่นในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงไป
อย่างรวดเร็วทั้งด้านเศรษฐกจิ และสังคม
ประเภทขององคก์ ารปกครองท้องถนิ่
จากการศึกษาค้นคว้าแนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับองค์การปกครองท้องถิ่น ได้มีผู้ให้
ความหมายไว้หลายท่าน ในที่นผ้ี ้วู จิ ัยขอยกตัวอย่างมาเฉพาะทเ่ี หน็ วา่ นา่ สนใจศึกษา ดงั น้ี
สานักประชาสัมพันธ์ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวไว้ว่า
องค์การปกครองท้องถ่นิ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1. องค์การปกครองส่วนทอ้ งถิ่นแบบท่ัวไป มี 3 รปู แบบ ได้แก่ องค์การบริหาร
ส่วนจงั หวดั เทศบาล และองค์การบรหิ ารสว่ นตำบล
2. องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นแบบพิเศษ มี 2 รูปแบบ ได้แก่
กรงุ เทพมหานคร
และเมอื งพัทยา
ตามบทบัญญัติในหมวด 9 การปกครองส่วนท้องถิ่น มาตรา 285-288 ของ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ที่กล่าวถึงที่มาขององค์กรปกครอง
ท้องถิ่นโดยสรุปไว้ ดังน้ี
6 เฉลิมพล แก้วแกมเสือ, “อาคารสำนักงานเทศบาลนครศรีอยุธยา”, วิทยานิพนธ์รัฐ
ประศาสนศาสตรมหาบณั ฑติ , (บณั ฑิตวิทยาลยั : มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปกร, 2545).
นวตั กรรมการบริหารท้องถิ่นไทย | 268
องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมีสภาท้องถิ่นและคณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือ
ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้ง คณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือ
ผู้บริหารท้องถิ่นให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน หรือมาจากความเห็นชอบ
ของสภาท้องถิ่น การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและคณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหาร
ท้องถิ่น ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรง
และลับ สมาชิกสภาท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น มีวาระการดารง
ตำแหน่งคราวละ 4 ปี คณะผบู้ ริหาร ท้องถน่ิ หรือผู้บรหิ ารทอ้ งถ่นิ จะเป็นขา้ ราชการซึ่งดา
รงตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ หรือ
รัฐวิสาหกิจ หรือของราชการส่วนท้องถิ่นมิได้มีคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
หลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการเลือกตั้งสมาชิกท้องถ่นิ คณะผูบ้ รหิ ารท้องถ่ิน และผู้บริหารท้องถ่ินให้
เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ในกรณีที่มีการยุบสภาท้องถิ่น หรือในกรณีที่สมาชิกสภา
ท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะและต้องมกี ารเลือกตั้งคณะผูบ้ ริหารท้องถิน่ หรือผู้บรหิ าร
ท้องถิ่นชั่วคราวมิให้นำบทบัญญัติตามวรรคสอง วรรคสาม วรรคหก มาบังคับใช้ทั้งนี้ตาม
กฎหมายกำหนด7
สนิท จรอนันต์ กล่าวไว้ว่า ความคิดในเรื่องการจัดตั้งเทศบาล เริ่มปรากฏตั้งแต่
สมัยรัชกาลท่ี 6 ในรูปของธรรมนูญลักษณะปกครองคณะนคราภิบาล พ.ศ. 2461 โดยใช้
กับเมืองจำลอง “ดุสิตธานี” ต่อมาได้มีการตราพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2476 ซึ่งถือ
ว่าเป็นกฎหมายการปกครองท้องถิ่นฉบับแรก โดยมีจุดมุ่งหมายท่ีสำคัญ 2 ประการ คือ
ประการแรก ประสิทธิภาพในการจัดบริการสาธารณะ ประการท่ีสอง เปน็ สถาบันการสอน
การปกครองระบอบประชาธิปไตย เทศบาลจัดเป็นองค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นอีกรูปแบบ
หนึ่ง ซึ่งมีการจัดตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2476 การจัดตั้งเทศบาลกระทาโดยพระราชกฤษฎีกา
และมีการแบง่ เทศบาลออกเปน็ 3 ประเภท แตล่ ะประเภทมีเงอ่ื นไขการจัดตั้ง ดังน้ี
7 สานักประชาสัมพันธ์ สานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร , รัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540, (กรุงเทพมหานคร : สานักพิมพ์ สานักงานเลขาธิการสภา
ผู้แทนราษฎร, 2540), หนา้ 144.
นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถน่ิ ไทย | 269
1. เทศบาลตำบล ใช้เกณฑ์รายได้เป็นตัวกำหนดคือ พื้นที่ใดจะจัดตั้งเทศบาล
ตำบลจะตอ้ งมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 12 ล้านบาท (ไม่รวมเงนิ อดุ หนุน) ประชากร 7,000 คนข้ึน
ไป อยู่กันหนาแน่นไมต่ ำ่ กว่า 1,500 คนต่อ 1 ตารางกโิ ลเมตร
2. เทศบาลเมือง คือ ท้องถิ่นที่เป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัด หรือท้องถิ่นที่มี
ประชากร 10,000 คนขึน้ ไป อย่กู นั หนาแนน่ ไม่ตำ่ กวา่ 3,000 คนต่อ 1 ตารางกิโลเมตร
3. เทศบาลนคร คอื ท้องถิน่ ท่ีมปี ระชากรต้ังแต่ 50,000 คนข้นึ ไป อยหู่ นาแนน่
ไม่ตำ่ กวา่ 3,000 คนตอ่ 1 ตารางกิโลเมตร8
สรุปได้ว่า ประเภทของการปกครองส่วนท้องถิ่นมีการแบ่งเป็น 2 ประเภทได้แก่
องค์การปกครองท้องถิ่นแบบทั่วไปมี 3 รูปแบบ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด
เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล องค์การปกครองท้องถิ่นแบบพิเศษมี 2 รูปแบบ
ได้แก่ กรงุ เทพมหานครและเมืองพทั ยา
บทบาทของเทศบาล
เนื่องจากการปกครองท้องถิ่นในรูปของการปกครองตนเอง เป็นการปกครองทีใ่ ห้
ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่น และการมีอำนาจอิสระในการ
ปกครองตนเองภายใต้กฎหมายของรัฐหรือประเทศนั้นๆ จากการศึกษาค้นคว้าแนวคิด
ทฤษฎีเกี่ยวกับองค์การปกครองท้องถิ่น ได้มีผู้ให้ความหมายไว้หลายท่าน ในที่นี้ผู้วิจัยขอ
ยกตวั อย่างมาเฉพาะที่เหน็ วา่ นา่ สนใจศึกษา ดังน้ี
กองราชการส่วนตำบล สานักบริหารราชการส่วนท้องถิ่น กล่าวว่า เทศบาลมี
ฐานะเปน็ นิตบิ คุ คล ตามพระราชบัญญัตเิ ทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 52, มาตรา 53, และ
มาตรา 54 และพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขัน้ ตอนการกระจายอำนาจใหแ้ ก่องค์การ
ปกครองท้องถนิ่ พ.ศ. 2542 ไดบ้ ญั ญัตอิ ำนาจหน้าที่ของเทศบาลเมืองมีหน้าท่ี ท่ีต้องทาใน
เขตเทศบาล ดังนี้
8 สนิท จรอนันต์, ความเข้าใจเรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่น, (กรุงเทพมหานคร : สถาบัน
นโยบายศึกษา, พมิ พ์ทีบ่ ริษัทสขุ ุมและบุตรจากัด, 2543), หนา้ 29.
นวัตกรรมการบริหารท้องถนิ่ ไทย | 270
มาตรา 52 สภาเทศบาลเมืองมีสมาชิกสิบแปดคนและให้คณะเทศมนตรี
ประกอบด้วยนายกเทศมนตรีกับเทศมนตรีอื่นอีกสองคน ในกรณีที่เทศบาลเมืองแห่งใด มี
รายได้จัดเก็บต้งั แต่ย่ีสบิ ลา้ นบาทขึ้นไปกใ็ หม้ ีเทศมนตรเี พ่ิมขึ้นอีกหนง่ึ คน
มาตรา 53 ภายใต้บงั คบั แห่งกฎหมายเทศบาลเมือง มีหน้าทตี่ อ้ งทำในเขตเทศบาล
ดงั นี้9
วชั รา ไชยสาร กลา่ วไว้ว่า การปกครองทอ้ งถ่นิ ท่สี ำคญั คือ10
1) มีสถานะตามกฎหมาย หน่วยการปกครองท้องถ่นิ จะต้องมีการจัดต้ังขึ้นโดย
กฎหมาย
2) มีพื้นที่และระดับ หน่วยการปกครองท้องถิ่นจะต้องมีพื้นที่การปกครองท่ี
แน่นอนและชัดเจน และควรจะต้องมีการแบ่งระดับการปกครองท้องถิ่นว่ามีกี่ระดับ เช่น
ขนาดเลก็ ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ เปน็ ตน้ เกณฑท์ ่ีใช้ในการกำหนดพ้ืนทีแ่ ละระดับของการ
ปกครองท้องถิ่นมีมากมาย เช่น สภาพภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ความสานึกในการ
ปกครองตนเองของประชาชน ประสทิ ธิภาพในการบริหาร รายได้ และความหนาแน่นของ
ประชากร เป็นต้น สาหรับประเทศไทยมีเกณฑ์จัดตั้งและยกฐานะหน่วยการปกครอง
ท้องถนิ่ 3 ประการ คอื รายไดย้ อ้ นหลงั 3 ปี ไม่รวมเงนิ อุดหนุนจานวนประชากรและขนาด
พืน้ ท่ี
3) มีการกระจายอำนาจและหน้าที่ การปกครองท้องถิ่นจะต้องมีการกระจาย
อำนาจการปกครองไปให้ท้องถ่นิ โดยการกำหนดอำนาจและหน้าท่ีของหน่วยการปกครอง
ท้องถน่ิ ไว้ในกฎหมายอย่างชดั เจน ดังน้ัน การท่หี นว่ ยการปกครองท้องถ่ินจะมีอำนาจและ
หนา้ ท่มี ากนอ้ ยเพียงใดขน้ึ อย่กู ับนโยบายทางการเมืองการปกครองเปน็ สำคญั
4) มีความเป็นนิติบุคคล หน่วยการปกครองท้องถิ่นจะต้องเป็นองค์การนิติ
บุคคลโดยเอกเทศจากองค์การของรัฐบาลกลาง ทั้งน้ี เพื่อการดาเนินงานที่ถูกต้องตาม
9 กองราชการส่วนตำบล สานักบริหารราชการส่วนท้องถิ่น, กรมการปกครอง,
(กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พ์อาสารักษาดินแดน, 2542), หน้า 149 - 151.
10 วัชรา ไชยสาร, รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช 2540, (กรุงเทพมหานคร
: สานักพมิ พ์นิตธิ รรม, 2544), หนา้ 142 - 148.
นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถ่นิ ไทย | 271
กฎหมายและเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของตน เพราะหน่วยการปกครองท้องถิ่น
จะต้องมีงบประมาณทรพั ย์สนิ หนส้ี ิน และเจ้าหน้าทป่ี ฏิบตั ิงานเป็นของตนเอง
5) มีการเลือกตัง้ การปกครองท้องถิ่นจะต้องมีหน่วยการปกครองท้องถ่ินทีม่ า
จากการเลือกตั้งโดยประชาชนในท้องถิ่นเป็นสำคัญ กล่าวคือ จะต้องให้สิทธิแก่ประชาชน
ในท้องถิ่นในการเลือกตั้งคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหารการปกครองท้องถ่ินท้ังหมดหรอื บางส่วน
เพอ่ื แสดงถึงการมสี ว่ นรว่ มทางการเมืองการปกครอง
6) มีอำนาจอิสระ หน่วยการปกครองท้องถิ่นจะต้องไม่อยู่ในสายบังคับบัญชา
ของหน่วยงานรัฐบาลกลาง และมีอำนาจอิสระในการกำหนดนโยบายและการบริหารงาน
ภายใตข้ อบเขตของกฎหมาย สามารถกำหนดนโยบาย ออกกฎข้อบังคับ เพือ่ กากบั ควบคุม
ใหม้ ีการปฏบิ ตั ิตามนโยบายหรือความต้องการของท้องถ่ิน และสามารถใชด้ ุลยพินิจของตน
ในการปฏิบตั ิกิจการในขอบเขตของกฎหมายโดยไมต่ ้องขออนุมัตจิ ากรัฐบาลกลาง
7) มีงบประมาณของตนเอง หน่วยการปกครองท้องถิ่นจะตอ้ งมีอำนาจในการ
จัดเกบ็ รายได้ จัดเกบ็ ภาษีตามขอบเขตที่กฎหมายให้อำนาจในการจัดเก็บ เพื่อให้ท้องถ่ินมี
รายไดเ้ พยี งพอที่จะทานุบำรงุ ท้องถนิ่ ให้เจริญก้าวหนา้
8) มกี ารกากับดูแลของรฐั หนว่ ยการปกครองท้องถิ่นจะต้องมีฐานะเป็นหน่วย
การปกครองระดับรองของรัฐ และอยู่ในการกากับดูแลของรัฐ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของ
ประชาชนส่วนรวมและความมนั่ คงแห่งรัฐ
ประเภทของเทศบาล
เทศบาลแบง่ ออกเป็น 3 ประเภทได้แก่ เทศบาลตำบล เทศบาลเมืองและเทศบาลนคร
1) เทศบาลตำบล11
ได้แก่ท้องถิ่นซึ่งมีประกาศกระทรวงมหาดไทยจัดตั้งเป็นเทศบาลตำบลและมี
หลักเกณฑ์ในการจัดตั้งเทศบาลตำบลคือมรี ายได้โดยไม่รวมเงนิ อุดหนนุ ในปีงบประมาณท่ี
ผ่านมาไม่น้อยกว่า 12 ล้านบาท มีประชากรในเขตเทศบาลไม่น้อยกว่า 7,000 คน ขึ้นไป
และได้รับความเห็นชอบจากราษฎรในทอ้ งถ่นิ ท่ีจะจดั ตั้งเป็นเทศบาลน้ัน อำนาจหนา้ ที่ของ
11 พระราชบญั ญตั ิเทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา 9
นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถนิ่ ไทย | 272
เทศบาลตำบลกำหนดไว้ในมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 กำหนด
หนา้ ทข่ี องเทศบาลตำบลไว้ดงั นี้
(1) รกั ษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน
(2) ให้มีและบำรงุ ทางบกและทางน้ำ
(3) รักษาความสะอาดของถนน หรือทางเดิน และที่สาธารณะรวมทั้งการ
กำจัดมลู ฝอยและสิ่งปฏกิ ูล
(4) ป้องกันและระงับโรคตดิ ตอ่
(5) ใหม้ เี ครือ่ งใช้ในการดับเพลงิ
(6) ใหร้ าษฎรไดร้ ับการศกึ ษา อบรม
(7) สง่ เสริมการพฒั นาสตรี เด็ก เยาวชน ผสู้ ูงอายุและผพู้ กิ าร
(8) บำรุงศิลปะจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีของ
ท้องถิ่น
(9) หน้าที่อื่นตามที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นหน้าที่ของเทศบาล (เช่นกฎหมาย
ควบคุมอาคาร กฎหมายสาธารณสขุ กฎหมายส่งิ แวดล้อมเปน็ ตน้ )
นอกจากหน้าที่ของเทศบาลตำบลซึ่งกำหนดไว้ตามแห่งพระราชบัญญัติเทศบาล
พ.ศ. 2496 มาตรา 50 ซึ่งเทศบาลตำบลทุกเทศบาล ต้องทำแล้วยังกำหนดหนา้ ที่เพิ่มเตมิ
ซึ่งเทศบาลตำบลอาจทำตามความจำเป็นหรือความเหมาะสม โดยกำหนดไว้ในมาตรา 51
ดังนี้
(1) ใหม้ นี ำ้ สะอาดหรอื การประปา
(2) ให้มีโรงฆ่าสัตว์
(3) ให้มตี ลาด ทา่ เทียบเรอื และท่าขา้ ม
(4) ให้มีสุสานและฌาปนสถาน
(5) บำรงุ สง่ เสรมิ การทำมาหากนิ ของราษฎร
(6) ให้มีและบำรงุ สถานท่ที ำการพทิ ักษ์รกั ษาคนเจ็บไข้
(7) ให้มแี ละบำรุงการไฟฟ้าหรอื แสงสวา่ งด้วยวธิ ีอน่ื
(8) ใหม้ แี ละบำรุงทางระบายน้ำ
นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถิ่นไทย | 273
(9) เทศพาณิชย์ซึ่งได้แก่กิจการที่เทศบาลสามารถดำเนินการในฐานะ
ผู้ประกอบการ ผู้ใหบ้ ริการหรอื ธุรกิจในลกั ษณะแสวงหากำไรตามที่กฎหมายกำหนด
2) เทศบาลเมอื ง12
ไดแ้ กท่ อ้ งถิ่นอันเปน็ ท่ีตง้ั ศาลากลางจังหวัดหรือท้องถิน่ ชุมนุมชน ที่มีราษฎรต้ังแต่
หนึ่งหมื่นคนขึ้นไปมีรายได้พอควรแก่การปฏิบัติหน้าที่อันต้องทำตามพระราชบัญญัติ
เทศบาล พ.ศ. 2496 และมีประกาศกระทรวงมหาดไทยยกฐานะเป็นเทศบาลเมือง โดย
ระบุชื่อและเขตของเทศบาลไว้ด้วย และกระทรวงมหาดไทยได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการ
จัดตั้งเพ่ิมเติมกรณีเป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัดทุกแห่งให้ยกฐานะท้องที่นั้นเป็นเทศบาล
เมืองโดยไม่ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์อื่น กรณีมิได้เป็นที่ตั้งศาลากลาง ให้พิจารณา
หลักเกณฑก์ ารมปี ระชากรในเขตที่จะจดั ตงั้ เปน็ เทศบาลเมอื งไมน่ ้อยกวา่ 10,000 คนและมี
ความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 3,000 คน /ตารางกิโลเมตร มีรายได้เพียงพอแก่การปฏิบัติ
หน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดและมีประกาศกระทรวงมหาดไทยจัดตั้งเป็นเทศบาลเมือง
อำนาจหนา้ ท่ีของเทศบาลเมือง13 เหมือนกบั เทศบาลตำบลทกุ ประการ แตม่ สี ่วนที่
เพิ่มเติมคือในส่วนที่ ต้องทำโดยกำหนดให้เทศบาลเมืองต้องมีการดำเนินกิจการโรงรับ
จำนำ หรอื สถานสนิ เชอ่ื ท้องถนิ่ ตามมาตรา 53 (8) สำหรับส่วนท่ี อาจทำ14 ส่วนทีเ่ พ่ิมเติม
คอื
(1) ให้มแี ละบำรงุ การสงเคราะห์มารดาและเดก็
(2) ให้มแี ละบำรุงโรงพยาบาล
(3) ให้มสี าธารณปู โภค
(4) จดั ทำกิจการซงึ่ จำเปน็ เพือ่ การสาธารณสุข
(5) จัดต้งั และบำรงุ โรงเรยี นอาชีวศกึ ษา
(6) ให้มีและบำรงุ สถานที่สำหรบั การกฬี าและพลศึกษา
12 พระราชบญั ญตั เิ ทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา 10
13 พระราชบญั ญตั เิ ทศบาลพ.ศ. 2496 มาตรา 53
14 พระราชบญั ญตั ิเทศบาลพ.ศ. 2496 มาตรา 54
นวัตกรรมการบริหารท้องถ่ินไทย | 274
(7) ใหม้ แี ละบำรุงสวนสาธารณะ สวนสตั วแ์ ละสถานทพี่ ักผ่อนหย่อนใจ
(8) ปรบั ปรุงแหล่งเสอื่ มโทรมและรักษาความสะอาดเรยี บร้อยของท้องถ่ิน
3) เทศบาลนคร15
ได้แก่ท้องถน่ิ ชุมนุมชนที่มรี าษฎรต้ังแต่ห้าหมื่นคนขึ้นไป ทง้ั มีรายได้พอควรแก่
การที่จะปฏิบัติหน้าที่อันต้องทำตามพระราชบัญญัติเทศบาลและมีประกาศ
กระทรวงมหาดไทยจัดตั้งเป็นเทศบาลนคร โดยระบุชื่อและเขตของเทศบาลไว้ด้วยและ
กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดตั้งเพิ่มเติมคือเป็นท้องที่ที่มีพลเมือง
ตง้ั แต่ 50,000 คนขึ้นไปและมคี วามหนาแน่นไม่ต่ำกว่า 3,000 คน / ตารางกิโลเมตรและมี
รายได้พอแก่การปฏบิ ตั ิหนา้ ท่อี ันตอ้ งทำตามท่ีกฎหมายกำหนด
อำนาจหน้าทขี่ องเทศบาลนคร
กำหนดไว้ในพระราชบญั ญัตเิ ทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 56 และ 57 ซึง่ โดยสรปุ
แลว้ เหมือนกบั เทศบาลตำบลและเทศบาลเมอื งทุกประการแต่ที่เพ่ิมเติมข้ึนก็คือหน้าที่ตาม
มาตรา 56 (4)-(8) ดงั นี้
มาตรา 56 (4) การควบคมุ สุขลักษณะและอนามัยในร้านจำหน่ายอาหารโรง
มหรสพและสถานบรกิ ารอ่นื
มาตรา 56 (5) จัดการเก่ียวกบั ท่ีอยู่อาศยั และการปรับปรุงแหลง่ เส่ือมโทรม
มาตรา 56 (6) จดั ใหม้ ีการควบคุมตลาด ท่าเทยี บเรอื ทา่ ข้ามและทจ่ี อดรถ
มาตรา 56 (7) การวางผังเมืองและควบคุมการก่อสร้าง
มาตรา 56 (8) การส่งเสริมการทอ่ งเที่ยว
2) โครงสรา้ งการบรหิ ารของเทศบาล
เทศบาลประกอบดว้ ยโครงสร้าง 2 ส่วน คือ สภาเทศบาลและนายกเทศมนตรี
15 พระราชบญั ญัตเิ ทศบาลพ.ศ. 2496 มาตรา 11
นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถิน่ ไทย | 275
สภาเทศบาล16
สภาเทศบาลทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนในเขตเทศบาลนั้น ๆ ในการ
เสนอแนะความเห็น ความต้องการของประชาชนต่อฝ่ายบริหารรวมถึงทำหน้าท่ีฝ่ายนิติ
บัญญัติโดยการตราเทศบัญญัติซึ่งเป็นกฎหมายของเทศบาล เทศบัญญัติงบประมาณ
รายจ่ายประจำปีและเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ตลอดจนตรวจสอบการ
ทำงานของฝ่ายบริหารให้เป็นไปตามกฎหมายและความต้องการของประชาชนในเขต
เทศบาลนนั้ ๆ
สภาเทศบาลประกอบด้วยสมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) ซึ่งมาจากการเลือกต้ัง
โดยตรงของประชาชนในเขตเทศบาลตามจำนวนซง่ึ กำหนดไว้ในกฎหมายดังน้ี
1. จำนวนสมาชิก
1.1 สภาเทศบาลตำบล ประกอบด้วยสมาชิก จำนวน 12 คน แบ่งเขตการ
เลอื กต้ังเป็นสองเขต ๆ ละ 6 คน
1.2 สภาเทศบาลเมือง ประกอบด้วยสมาชิก จำนวน 18 คนแบ่งเขตการ
เลอื กต้งั เปน็ สามเขต ๆ ละ 6 คน
1.3 สภาเทศบาลนคร ประกอบด้วยสมาชิก จำนวน 24 คน แบ่งเขตการ
เลอื กตั้งเปน็ สีเ่ ขต ๆ ละ 6 คน
2. นายกเทศมนตรี17
นายกเทศมนตรี เป็นผู้บริหารสูงสุดของเทศบาล มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของ
ประชาชนตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.
2545 มีหนา้ ท่ดี ำเนินการบรหิ ารกจิ การซง่ึ เป็นอำนาจหน้าทข่ี องเทศบาลให้สำเรจ็ เรยี บร้อย
ตามเจตนารมณ์ของประชาชนในเขตเทศบาล และถูกต้องตามกฎหมายทั้งปวงที่เทศบาล
ตอ้ งถือปฏิบตั ิ นายกเทศมนตรี ถอื เปน็ ตำแหน่งท่ีมีความสำคัญต่อความเจริญก้าวหน้าของ
เทศบาลอย่างยิ่ง หากเทศบาลใดได้นายกเทศมนตรีซึ่งมีความรู้ความสามารถ มีความ
ซื่อสัตย์สุจริต เห็นประโยชน์ของท้องถิ่นเป็นที่ตั้ง ก็ย่อมนำพาเทศบาลนั้นให้เจริญรุ่งเรือง
16 พระราชบญั ญัตเิ ทศบาลพ.ศ. 2496 มาตรา 15
17 พระราชบญั ญัติเทศบาลพ.ศ. 2496 มาตรา 48 ทวิ
นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถิน่ ไทย | 276
เป็นทีพ่ ่ึงของประชาชนในทอ้ งถิน่ ไดเ้ ป็นอย่างดีในทางตรงกนั ข้ามหากได้นายกเทศมนตรีซ่ึง
ขาดความรู้ความสามารถและไม่ซื่อสัตย์สุจริตเห็นแก่ประโยชน์ของตนและพวกพ้องเป็น
หลัก ก็จะทำให้เทศบาลนั้น ๆ ไม่พัฒนา ไม่สามารถแก้ปัญหาของประชาชนให้ลุล่วงตาม
เจตนารมณข์ องทอ้ งถนิ่ ได้
2.1 คุณสมบตั ิของนายกเทศมนตรี18
เทศบาลแต่ละแห่งมีนายกเทศมนตรีคนหนึ่งซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของ
ประชาชนผมู้ ีสทิ ธเิ ลือกตัง้ ตามพระราชบัญญตั ิการเลือกตง้ั สมาชิกสภาท้องถ่ินหรือผู้บริหาร
ท้องถน่ิ พ.ศ. 2545 ซงึ่ มคี ุณสมบัติทส่ี ำคัญดงั น้ี
2.1.1 อายไุ ม่ต่ำกวา่ 30 ปีบริบูรณ์ ในวันเลอื กตง้ั
2.1.2 สำเรจ็ การศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า หรอื เคยเป็นสมาชิก
สภาท้องถิน่ หรอื ผบู้ รหิ ารท้องถิ่น หรือสมาชิกรฐั สภา
2.1.3 ไม่เป็นผู้ที่พ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่น
หรือผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น หรือที่ปรึกษา หรือเลขานุการของผู้บริหาร
ท้องถิ่นเพราะเหตุมีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ในสัญญาที่กระทำกับองค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ ยงั ไม่ถงึ หา้ ปีนบั ถึงวันรบั สมัครเลือกต้งั
2.1.4 เคยเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นซึ่งถูกให้พ้นจาก
ตำแหน่ง เน่อื งจากกระทำการทุจรติ ประประพฤติมิชอบ
2.2 อำนาจหน้าทขี่ องนายกเทศมนตรี
มาตรา 48 แหง่ พระราชบญั ญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 กำหนดให้นายกเทศมนตรีมี
อำนาจหนา้ ท่ี ดงั ต่อไปนี้
2.2.1 กำหนดนโยบายโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย และรับผิดชอบในการบริหาร
ราชการของเทศบาลให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ เทศบัญญัติ และนโยบาย
ของรัฐบาล
18 พระราชบญั ญัติเทศบาลพ.ศ. 2496 มาตรา 48 เบญจ
นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถิ่นไทย | 277
2.2.2 ส่ัง อนญุ าต อนุมัติ เก่ียวกับราชการของเทศบาล
2.2.3 แต่งตั้งและถอดถอนรองนายกเทศมนตรี ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีและ
เลขานุการนายกเทศมนตรีนายกเทศมนตรีอาจแต่งต้ังบุคคลภายนอกซึ่งมิใช่สมาชิกสภา
เทศบาล และมคี ุณสมบัติตามท่ีกฎหมายกำหนด (หากจะแต่งตัง้ สมาชิกสภาเทศบาลคนใด
สมาชกิ ผนู้ ั้นตอ้ งลาออกจากการเป็นสมาชกิ สภาเทศบาลเสยี กอ่ น) เปน็ รองนายกเทศมนตรี
เพื่อช่วยเหลือนายกเทศมนตรีในการบริหารกิจการของเทศบาลได้ตามขนาดของเทศบาล
ดงั น้ี
เทศบาลตำบล แตง่ ตง้ั รองนายกเทศมนตรีได้ไม่เกิน 2 คน
เทศบาลเมือง แต่งตัง้ รองนายกเทศมนตรีไดไ้ ม่เกิน 3 คน
เทศบาลนคร แตง่ ตั้งรองนายกเทศมนตรไี ดไ้ มเ่ กนิ 4 คน
นอกจากนั้นอาจแต่งตั้งที่ปรึกษานายกเทศมนตรีและเลขานุการนายกเทศมนตรี
ซงึ่ มใิ ช่สมาชิกสภาเทศบาล ดงั น้ี
เทศบาลตำบล แต่งตั้งได้รวมกันไมเ่ กินสองคน
เทศบาลเมือง แต่งตัง้ ไดร้ วมกันไม่เกนิ สามคน
เทศบาลนคร แต่งตั้งรวมกนั ไม่เกนิ ห้าคน
2.2.4 วางระเบียบ เพ่ือใหง้ านของเทศบาลเปน็ ไปด้วยความเรียบรอ้ ย
2.2.5 รักษาการใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชบัญญตั ิ
2.2.6 ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ ให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของ
นายกเทศมนตรี (เช่น พระราชบญั ญัตคิ วบคมุ อาคาร พระราชบญั ญัตสิ ิ่งแวดลอ้ ม เปน็ ตน้ )
นอกจากนี้นายกเทศมนตรียังเป็นผู้ควบคุมดูแลรับผิดชอบในการบริหารกิจการ
เทศบาลและเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานเทศบาลและลูกจ้างของเทศบาลด้วย ส่วนรอง
นายกเทศมนตรี เลขานกุ ารนายกเทศมนตรี และที่ปรึกษานายกเทศมนตรี ใหเ้ ป็นไปตามที่
นายกเทศมนตรีมอบหมายงานโดยทำเป็นหนังสือมอบอำนาจนอกจากนั้นเทศบาลหนึ่ง ๆ
ให้มีปลัดเทศบาลเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานเทศบาลและลูกจ้างของเทศบาลรองจาก
นายกเทศมนตรีรับผิดชอบควบคุมดูแลราชการประจำของเทศบาลให้เป็นไปตามนโยบาย
และกฎหมายทีเ่ กยี่ วข้องกบั งานน้ัน ๆ หรอื งานทีน่ ายกเทศมนตรมี อบหมาย
นวตั กรรมการบริหารท้องถิน่ ไทย | 278
2.2.7 เสนอร่างเทศบัญญัติและร่างเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี
รวมถึงร่างเทศบัญญัตงิ บประมาณรายจ่ายเพม่ิ เติมเพ่ือขออนุมตั ติ ่อสภาเทศบาล
9.4 การกำกบั ดูแลเทศบาล
1. การกำกับดแู ลโดยตรง
1.1 การกำกบั ดแู ลตัวบุคคลหรือองคก์ ร เชน่
(1) กรณีผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่า คณะเทศมนตรีหรือเทศมนตรีผู้ใดถูก
กลา่ วหาว่าปฏบิ ตั ิการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน ละเลยไม่
ปฏบิ ัติตามหรือปฏบิ ัติการไมช่ อบด้วยอำนาจหน้าที่ หรือมคี วามประพฤติในทางจะนำมาซ่ึง
ความเสือ่ มเสยี แก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแกเ่ ทศบาลหรือ ราชการ เมอ่ื ผู้ว่าราชการจังหวัดได้
สอบสวนแลว้ เหน็ ว่า จะใหค้ งอยู่ในตำแหนง่ ในระหวา่ งการสอบสวนจะเป็นการเสียหายแก่
เทศบาล ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจส่ังพักคณะเทศมนตรีหรือเทศมนตรีไดไ้ ม่เกนิ 30 วนั
แลว้ รีบรายงานการสั่งพักไปยังรฐั มนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มาตรา 48)
(2) กรณีผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่าคณะเทศมนตรี เทศมนตรี
นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิ
ภาพของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ หรือมี
ความประพฤติในทางจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ศักดิ์ตำแหน่ง หรือแก่เทศบาลหรือ
ราชการ ผ้วู า่ ราชการจังหวดั มอี ำนาจเสนอความเห็นต่อรฐั มนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
พร้อมด้วยหลักฐาน เพื่อขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งให้คณะเทศมนตรี
เทศมนตรี นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี ออกจากตำแหนง่ ได้ (มาตรา 73 ประกอบ
มาตรา 48 ปญั จวสี ติ 48 ปัญจทศ และ 48 โสฬส)
(3) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจสัง่ ยุบสภาเทศบาล หากเห็น
ว่า เพื่อเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนในเขตเทศบาล หรือประโยชน์ของ
ประเทศเป็นส่วนรวมตามท่ผี ูว้ ่าราชการจงั หวัดรายงานเสนอความเหน็ (มาตรา 74)
1.2 การกำกับดแู ลการกระทำ
การกระทำที่สำคัญๆ ของเทศบาลจะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของราชการบริหาร
ส่วนกลางและราชการบริหารส่วนภูมภิ าค เชน่
นวตั กรรมการบริหารท้องถนิ่ ไทย | 279
(1) การกำกับดูแลก่อนที่การกระทำจะมีผลบังคับใช้ เช่น การอนุมัติ การ
อนญุ าต การให้ความเห็นชอบ
- ร่างเทศบัญญัติ (ร่างเทศบัญญัติทั่วไปและร่างเทศบัญญัติ
งบประมาณ) ตอ้ งไดร้ บั ความเหน็ ชอบจากผูว้ ่าราชการจงั หวัด (มาตรา 62)
- การทำกิจการนอกเขตเทศบาลต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทย ซึ่งปัจจุบันรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่ง
ที่ 961/2534 ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2534 มอบอำนาจดังกล่าวให้ผู้ว่าราชการจังหวัด
พจิ ารณาอนมุ ตั ิแทน (มาตรา 57 ทวิ)
- การจัดตั้งหรือยุบเลิกสหการต้องตราเป็นพระราช
กฤษฎีกา (มาตรา 58)
- การกู้เงินจากกระทรวง ทบวง กรม องค์การหรือนิติบุคคลต่างๆ ต้อง
ได้รับอนมุ ตั จิ ากรฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทย (มาตรา 66) ซึ่งปจั จุบนั รัฐมนตรวี า่ การ
กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งที่ 252/2541 ลงวันท่ี 26 พฤษภาคม 2541 มอบอำนาจ
ดังกล่าวให้ผูว้ ่าราชการจังหวดั พจิ ารณาอนมุ ัตแิ ทน
- การจ่ายเงินอุดหนุนและการจ่ายเงินเพื่อการลงทุนต้องได้รับอนุมัติ
จากผู้ว่าราชการจงั หวัด (มาตรา 67 ทวิ)
(2) การสั่งเพิกถอนหรือสั่งให้ระงับการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง กล่าวคือ
กรณีนายอำเภอ ในกรณีแห่งเทศบาลตำบลในอำเภอนั้น หรือผู้ว่าราชการจังหวัดในกรณี
แห่งเทศบาลเมืองและเทศบาลนคร เห็นว่า คณะเทศมนตรี เทศมนตรี นายกเทศมนตรี
รองนายกเทศมนตรี ปฏบิ ัตกิ ารของเทศบาลไปในทางที่อาจจะเป็นการเสยี หายแก่เทศบาล
หรือเสียหายแก่ราชการ และนายอำเภอหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณี ได้ชี้แจง
แนะนำ ตักเตือน แล้วไม่ปฏิบัติตาม นายอำเภอหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณีมี
อำนาจที่จะสั่งเพิกถอน หรือสั่งให้ระงับการปฏิบัติของคณะเทศมนตรี เทศมนตรี
นายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี ไว้ก่อนได้ แล้วรีบรายงานรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทยทราบภายใน 15 วนั เพือ่ ให้รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงมหาดไทยวินิจฉัย
ส่งั การตามทเ่ี ห็นสมควร (มาตรา 72 ประกอบมาตรา 48 ปัญจวีสติ)
นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถิ่นไทย | 280
2. การกำกับดูแลโดยออ้ ม
2.1 การใช้เงนิ อุดหนนุ เป็นมาตรการในการกำกบั ดแู ล
ทุกปีส่วนกลางจะจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซ่ึง
สามารถแยกเป็น 2 กรณีด้วยกัน คือ เงินอุดหนุนทั่วไปกับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ เงิน
อุดหนุนทั่วไปนั้น เมื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับแล้วจะนำไปใช้ในด้านใดๆ ก็ได้
โดยไม่อยภู่ ายใต้การควบคมุ ของส่วนกลาง สว่ นเงินอดุ หนุนเฉพาะกจิ น้ันจะเป็นเงนิ อดุ หนุน
ที่ระบุกิจการโดยตรงที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะนำไปใช้ได้ เงินอุดหนุนส่วนนี้จะถูก
ควบคุมอยา่ งใกลช้ ิดทกุ ขน้ั ตอนจากส่วนกลางตามระเบียบท่ีรฐั บาลกำหนด ดังน้ี
(1) การขอรับเงิน จะต้องเสนอโครงการผ่านกรมการปกครองให้สำนัก
งบประมาณพิจารณาลักษณะความเหมาะสมของโครงการตลอดจนราคาค่าใช้จ่าย
(2) การใช้จ่ายเงิน จะต้องเป็นไปตามโครงการงบประมาณที่ได้รับ
อนุมัตทิ กุ ประการ
(3) การเปลีย่ นแปลงรายการ จะต้องได้รับอนุมัติจากสำนักงบประมาณ
ก่อนทุกกรณี เว้นแต่กรณีที่สำนักงบประมาณมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้
พิจารณา
(4) การเบิกจ่ายเงินจะกระทำได้เมื่อถึงงวดการจ่ายเงนิ ตามสัญญา โดย
ต้องเบกิ จากคลังจงั หวัด
(5) การกันเงิน จะตอ้ งไดร้ บั อนญุ าตจากกระทรวงการคลัง
แม้ในทางทฤษฎี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีอิสระที่จะขอรับเงินอุดหนุน
เฉพาะกิจหรือไม่ก็ได้ ซึ่งก็หมายความว่า ถ้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ขอรับเงิน
อุดหนุนเฉพาะกิจองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ินก็ไม่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมจากส่วนกลาง
แต่ถ้าขอรับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจนี้ก็ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมเงินอุดหนุน จึงเป็น
มาตรการในการกำกับดูแลทางอ้อมประเภทหนึ่ง ซึ่งจำกัดเสรีภาพในทางการคลังของ
องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ เปน็ อย่างมาก
นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถิ่นไทย | 281
2.2 การใช้สัญญามาตรฐานเปน็ มาตรการในการกำกับดแู ล
สัญญามาตรฐานก็คือ “สัญญาที่บุคคล (หรือนิติบุคคล) ทางกฎหมายมหาชน หรือทาง
กฎหมายแพ่งบุคคลหนึ่งกระทำขึ้น โดยแบบของสัญญานั้นถูกกำหนดขึ้นโดยบุคคลที่
สาม” การท่แี บบของสญั ญานถ้ี ูกกำหนดข้ึนโดยบุคคลที่สาม จงึ เทา่ กับวา่ บคุ คลทที่ ำสัญญา
นนั้ ๆ ถกู จำกัดอำนาจและการริเริม่ สร้างสรรค์ในการกำหนดรายละเอียดทางสญั ญานั่นเอง
การใช้สัญญามาตรฐานเป็นมาตรการในการกำกับดูแลทางอ้อมนั้น มีการใช้อย่าง
แพร่หลายในระบบกฎหมาย ลายลักษณ์อักษรในส่วนที่เกี่ยวกับการกระจายอำนาจนั้นมกั
พบตัวอย่างนี้มากมาย เช่น การจัดทำสัญญาต่างๆ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น
ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2535 ขอ้ 125 กำหนดวา่ จะตอ้ งทำตามตวั อย่างสัญญาท่กี ระทรวงมหาดไทยกำหนด
และไม่ทำให้หน่วยการบรหิ ารราชการสว่ นทอ้ งถ่ินเสียเปรียบ
9.5 อำนาจหน้าทข่ี องเทศบาล
พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 กำหนดให้เทศบาลมีอำนาจหน้าที่ที่จะต้อง
ปฏิบัติหรือหน้าที่บังคับให้ปฏิบัติ และอำนาจหน้าที่ที่จะเลือกปฏิบัติ นอกจากนั้นยังมี
อำนาจตามที่กฎหมายเฉพาะอื่นๆ กำหนด ทั้งยังได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของเทศบาลใน
ฐานะระดับต่างๆ ไว้ เช่น เทศบาลตำบล เทศบาลเมือง และเทศบาลนคร ไว้แตกต่างกัน
โดยมีรายละเอยี ดกลา่ วคอื
1. หนา้ ท่ีบงั คับหรอื หนา้ ท่ที ีจ่ ะต้องปฏบิ ตั ิ
สรปุ แบ่งหนา้ ที่ตามฐานะของเทศบาลไว้ดงั น้ี
เทศบาลตำบล เทศบาลเมอื ง เทศบาลนคร
1. รักษาความสงบเรียบร้อย มี ห น ้ า ท ี ่ เ ช ่ น เ ด ี ย ว กั บ มีหน้าที่เช่นเดียวกับ
ของ ประชาชน เทศบาลตำบล ตามข้อ 1- เทศบาลเมือ ง ตาม
2. ให้มีและบำรุงทางบกและ 7 และมหี น้าที่เพิม่ อกี ดงั น้ี ข้อ 1-12 และมีหน้าท่ี
ทางนำ้ เพ่มิ อกี ดังน้ี
นวตั กรรมการบริหารท้องถนิ่ ไทย | 282
เทศบาลตำบล เทศบาลเมือง เทศบาลนคร
3.รักษาความสะอาดของ 1. ให้มีน้ำสะอาดหรือการ 1. ให้มีและบำรุงการ
ถนนหรือทางเดิน และที่ ประปา สงเคราะห์มารดาและ
สาธารณะ รวมทั้งการกำจัด เด็ก
ขยะมูลฝอยสง่ิ ปฏิกลู 2. ใหม้ โี รงฆา่ สตั ว์ 2. กิจการอย่างอื่น ซ่ึง
4. ป ้ อ ง ก ั น แ ล ะ ร ะ งั บ 3. ให้มีและบำรงุ สถานท่ีทำ จ ำ เ ป ็ น เ พ ื ่ อ ก า ร
โรคติดต่อ การพิทักษ์และรักษา สาธารณสขุ
5. ให้มีเครื่องใช ้ใน ก าร
ดบั เพลิง 4. ใ ห ้ ม ี แ ล ะ บ ำ ร ุ ง ท า ง
6. ให้ราษฎรได้รับการศึกษา ระบายนำ้
อบรม 5. ให้มีและบำรุง ส ้ ว ม
7. หน้าทีอ่ นื่ ๆ ซ่ึงมีคำสง่ั สาธารณะ
กระทรวงมหาดไทย หรอื 6. ให้มีและบำรุงการไฟฟ้า
กฎหมายบญั ญตใิ ห้เป็น หรือแสงสวา่ งโดยวธิ ีอ่นื
หน้าทขี่ องเทศบาล 7. ให้มีการดำเนินกิจการ
โรงรับจำนำหรือสถาน
สนิ เชอ่ื ท้องถ่ิน
2. อำนาจหน้าทีท่ ่จี ะเลือกปฏิบตั ิ
เทศบาลตำบล เทศบาลเมือง เทศบาลนคร
1.ให้มีน้ำสะอาดหรือ 1. ให้มีตลาด ท่าเทียบเรือ มีหน้าที่เช่นเดียวกันกับ
การประปา และท่าข้าม เทศบาลเมอื งตามข้อ 1-
2. ให้มีโรงฆา่ สตั ว์ 2. ให้มีสุสานและฌาปน 12
3. ให้มีตลาด ท่าเทียบ สถาน
เรอื และทา่ ข้าม 3. บำรุงและส่งเสริมการทำ
มาหากินของราษฎร
นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถ่นิ ไทย | 283
เทศบาลตำบล เทศบาลเมือง เทศบาลนคร
4. ให้มีสุสานและฌา 4. ใ ห ้ ม ี แ ล ะ บ ำ ร ุ ง ก า ร
ปนสถาน สงเคราะหม์ ารดาและเดก็
5. บำรุงและส่งเสริม 5. ใ ห ้ ม ี แ ล ะ บ ำ รุ ง
การทำมาหากินของ โรงพยาบาล
ราษฎร 6. ให้มีการสาธารณูปการ
6. ใ ห ้ ม ี แ ล ะ บ ำ รุ ง 7. จัดทำกิจกรรม ซึ่งจำเป็น
สถานที่ทำการพิทักษ์ เพอื่ การ สาธารณสุข
และรักษาคนเจบ็ ไข้ 8. จัดตั้งและบำรุงโรงเรียน
7. ให้มีและบำรุงการ อาชวี ศกึ ษา
ไฟฟา้ และแสงสว่างโดย 9. ให้มีและบำรุงสถานที่
วิธีอืน่ สำหรับการกีฬาและพล
8. ให้มีและบำรุงทาง ศึกษา
ระบายนำ้ 10. ใ ห ้ ม ี แ ล ะ บ ำ รุ ง
9. เทศพาณชิ ย์ สวนสาธารณะ สวนสัตว์
และสถานทีพ่ ักผอ่ นหยอ่ นใจ
11. ปรับปรุงแหล่งเสื่อม
โทรมและรักษาความสะอาด
เรยี บรอ้ ยของท้องถิ่น
12. เทศพาณิชย์
3. อำนาจหน้าทตี่ ามท่กี ฎหมายเฉพาะอืน่ ๆ กำหนด
นอกจากอำนาจหนา้ ทต่ี ามพระราชบญั ญตั ิเทศบาล พ.ศ. 2496 กำหนดไว้ แล้วยัง
มีกฎหมายเฉพาะอื่นๆ กำหนดให้เทศบาลมีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการให้เป็นไปตาม
กฎหมายน้ันๆ อีกเป็นจำนวนมาก เชน่
(1) พระราชบัญญัติป้องกันภยันตรายอันเกิดแก่การเล่นมหรสพ
พทุ ธศกั ราช 2464
นวตั กรรมการบริหารท้องถ่ินไทย | 284
(2) พระราชบัญญัติภาษโี รงเรอื นและทด่ี นิ พทุ ธศกั ราช 2475
(3) พระราชบญั ญัตสิ าธารณสขุ พุทธศักราช 2535
(4) พระราชบญั ญัติควบคุมการใชอ้ จุ จาระทำปยุ๋ พทุ ธศกั ราช 2490
(5) พระราชบัญญตั คิ วบคมุ การโฆษณาโดยใชเ้ ครอ่ื งขยายเสยี ง พ.ศ. 2493
(6) พระราชบญั ญัติป้องกันและระงับอคั คีภัย พ.ศ. 2495
(7) พระราชบญั ญัตปิ ้องกนั โรคพิษสนุ ขั บา้ พ.ศ. 2498
(8) พระราชบัญญตั ิการทะเบยี นราฎร พ.ศ. 2534
(9) พระราชบัญญตั คิ วบคมุ การฆา่ และจำหน่ายเนอ้ื สัตว์ พ.ศ. 2502
(10) พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรยี บร้อยของ
บา้ นเมือง พ.ศ. 2535
(11) พระราชบัญญัตกิ ารผงั เมอื ง พ.ศ. 2518
(12) พระราชบญั ญัตคิ วบคมุ อาคาร พ.ศ. 2522
(13) พระราชบญั ญัติปอ้ งกันภัยฝา่ ยพลเรอื น พ.ศ. 2522
(14) พระราชบญั ญตั โิ รคตดิ ต่อ พ.ศ. 2523
(15) พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่
องคก์ รปกครองสว่ น ทอ้ งถน่ิ พ.ศ. 2542
9.6 การบริหารการคลังเทศบาล
เทศบาลในปจั จบุ ันมีแหลง่ รายได้สำคญั 3 ด้าน อันไดแ้ ก่
ก. ภาษี อากร ค่าธรรมเนียมและคา่ ปรบั ตา่ ง ๆ ท้ังทเี่ ทศบาลจัดเกบ็ เอง หรือ
รฐั บาลจัดเก็บให้แลว้ สง่ คนื ให้กับเทศบาล หรอื ภาษที ่รี ัฐบาลแบง่ สัดส่วนให้ เปน็ ต้น
ข. รายได้จากเงินอุดหนุน ซึ่งแบ่งเป็นเงินอุดหนุนทั่วไป และเงินอุดหนุน
เฉพาะ
ค. รายได้จากกิจการอื่น ๆ ของเทศบาลเอง เช่น โรงรับจำนำ กิจการเทศ
พาณิชย์ เปน็ ตน้
นวัตกรรมการบริหารท้องถิ่นไทย | 285
การกำหนดว่าภาษีประเภทใดเป็นของเทศบาลหรือเป็นของรัฐบาลหรือองค์กร
ปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ ประเภทอ่นื มกี ารกำหนดสัดส่วนเทา่ ใด เทศบาลเก็บอตั ราภาษีเพิ่มได้
อีกเท่าใด รายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ มีกำหนดไว้ในกฎหมายอย่างน้อย 3 ฉบับ ซึ่งมี
รายละเอยี ดดงั น้ี
รายได้ของเทศบาลตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 แก้ไขเพิ่มเติม
พ.ศ. 2543
กฎหมายได้กำหนดให้เทศบาลมรี ายได้จากแหลง่ ตา่ ง ๆ ดังต่อไปนี้
(1) ภาษีอากรตามแตจ่ ะมีกฎหมายกำหนดไว้
(2) ค่าธรรมเนยี ม ค่าใบอนญุ าต และคา่ ปรบั ตามแตจ่ ะมกี ฎหมายกำหนดไว้
(3) รายไดจ้ ากทรพั ย์สินของเทศบาล
(4) รายได้จากการสาธารณปู โภคและเทศพาณิชย์
(5) พนั ธบตั ร หรือเงินกู้ ตามแตจ่ ะมีกฎหมายกำหนดไว้
(6) เงินกู้จากกระทรวง ทบวง กรม องค์การ หรือนิติบคุ คลต่าง ๆ (การกู้เงิน
ต้องได้รับบอนุญาตจากสภาเทศบาล และได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทย)
(7) เงนิ อุดหนุนจากรัฐบาลหรอื องค์การบรหิ ารส่วนจังหวดั
(8) เงนิ และทรพั ยส์ นิ อย่างอืน่ ทม่ี ผี อู้ ทุ ศิ ให้
(9) รายไดอ้ ื่นใดตามแตจ่ ะมกี ฎหมายกำหนดไว้
นวตั กรรมการบรหิ ารท้องถนิ่ ไทย | 286
รายได้ของเทศบาลตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจาย
อำนาจใหแ้ กอ่ งคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน พ.ศ. 254219
นอกจากรายได้ทั้ง 9 ประการแล้ว พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการ
กระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ยังได้กำหนดรายได้ของ
เทศบาลและท้องถน่ิ อ่ืนอกี หลายประการดังน้ี[2]
(1) ภาษีโรงเรือนและท่ดี นิ ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยภาษโี รงเรือนและท่ีดนิ
(2) ภาษีบำรงุ ทอ้ งทต่ี ามกฎหมายว่าดว้ ยภาษีบำรงุ ท้องที่
(3) ภาษปี า้ ยตามกฎหมายว่าดว้ ยภาษีป้าย
(4) ภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากรที่ได้รับการจัดสรรในอัตราซึ่งเมื่อ
รวมกับการจัดสรรให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดแล้วไม่เกินร้อยละ 30 ของ
ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จดั เก็บได้หักส่วนทีต่ ้องจ่ายคืนแลว้ โดยเป็นหน้าที่ของกรมสรรพากรที่จะ
จดั เก็บ
(5) ภาษีธุรกจิ เฉพาะตามประมวลรัษฎากร โดยออกข้อบัญญัติจัดเก็บเพ่ิมขึ้น
ในอัตรา ซึ่งเมื่อรวมกับอัตราที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำหนด แล้วไม่เกินร้อยละ 30
ของอัตราภาษที ่จี ดั เก็บตามประมวลรัษฎากร โดยเป็นหน้าที่ของกรมสรรพากรท่ีจะจดั เก็บ
(6) ภาษีสรรพสามิตตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต ภาษีสุราตาม
กฎหมายว่าด้วยสุราและค่าแสตมป์ยาสูบตามกฎหมายว่าด้วยยาสูบซึ่งเก็บจากการค้าใน
เขตเทศบาล โดยออกข้อบัญญัติเพิ่มขึ้นในอัตราไม่เกินร้อยละ 30 ของอัตราภาษีที่กรม
สรรพสามติ จดั เก็บ และใหถ้ ือเปน็ ภาษีและค่าแสตมป์ตามกฎหมายว่าด้วยการน้ัน โดยเป็น
หน้าทขี่ องกรมสรรพสามติ ท่จี ะจดั เกบ็
(7) ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์ รวมทั้งเงินเพิ่มตามกฎหมายว่าด้วย
รถยนต์ ภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกและค่าธรรมเนียมล้อเลื่อนตาม
กฎหมายวา่ ดว้ ยล้อเล่อื น
(8) ภาษกี ารพนนั ตามกฎหมายว่าดว้ ยการพนนั
19 http://kruyos.blogspot.com/p/blog-page_32.html สบื คน้ มกราคม 2564
นวตั กรรมการบริหารท้องถน่ิ ไทย | 287
(9) ภาษีเพอื่ การศกึ ษาตามกฎหมายวา่ ด้วยการศึกษาแหง่ ชาติ
(10) อากรฆ่าสัตว์และผลประโยชน์อื่นอันเกิดจากการฆ่าสัตว์ตามกฎหมาย
วา่ ดว้ ยการควบคุมการฆ่าสัตวแ์ ละจำหน่ายเนอ้ื สตั ว์
(11) อากรรงั นกอแี อ่นตามกฎหมายว่าด้วยอากรรงั นกอีแอ่น
(12) ค่าภาคหลวงแร่ตามกฎหมายวา่ ดว้ ยแร่
(13) คา่ ภาคหลวงปโิ ตรเลียมตามกฎหมายว่าดว่ ยปโิ ตรเลียม
(14) คา่ ธรรมเนียมการจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนิติกรรมเกยี่ วกับอสงั หารมิ ทรัพย์
(15) ค่าธรรมเนียมสนามบนิ
(16) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายสุราและค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเล่นการ
พนัน
(17) คา่ ธรรมเนยี มใช้นำ้ บาดาล
(18) ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ที่เรียกเก็บจากผู้ใช้ประโยชนจ์ ากบริการสาธารณะ
ทจ่ี ดั ใหม้ ีขึน้
(19) รายได้อืน่ ๆ ตามท่กี ฎหมายกำหนดให้เป็นของเทศบาล
แหล่งรายได้ประเภทต่างๆ ที่กล่าวถึงในข้างต้น มิได้หมายความว่าเทศบาลจะมี
รายได้ภาษีเหล่านั้นทั้งหมดเต็มจำนวน หากแต่ยังต้องแบ่งรายได้บางประเภทให้กับ
หน่วยงานอื่นอีก เช่น รัฐบาลหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น เป็นต้น นอกจากนี้การ
จัดเก็บรายได้เหล่านี้ เทศบาลมิได้เป็นผู้จัดเก็บเองทั้งหมด ยังมีหน่วยงานอื่นๆ ที่เข้ามา
ดำเนินการเก็บภาษีให้แก่เทศบาลอีก เช่น กรมสรรพากร กรมสรรพสามิต กรมการขนส่ง
ทางบก เป็นตน้ ซึ่งผูเ้ ขยี นได้สรปุ การจัดเกบ็ รายได้ของเทศบาลไวด้ งั นี้
นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถ่นิ ไทย | 288
แสดงการจัดเกบ็ รายไดข้ องเทศบาล
เทศบาลจัดเก็บเอง รฐั บาลจดั เกบ็ แล้วแบ่งให้เทศบาลตามสดั ส่วน
(1) ภาษีโรงเรือนและที่ดิน (1) ภาษสี รรพสามิต
(2) ภาษบี ำรงุ ท้องที่ (2) ภาษีสรุ า
(3) ภาษปี ้าย (3) ค่าแสตมป์ยาสูบ
(4) อากรการฆา่ สัตว์ (4) ภาษกี ารพนัน
(5) อากรรังนกอแี อน่ (5) ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
เก่ยี วกบั อสงั หารมิ ทรพั ย์
(6) ค่าธรรมเนยี มสนามบนิ
(7) ค่าธรรมเนียมใบอนญุ าตขายสุรา
(8) คา่ ธรรมเนยี มใบอนญุ าตเล่นการพนนั
(9) ภาษมี ลู คา่ เพมิ่
(10) ภาษธี รุ กิจเฉพาะ
(11) ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์
(12) ภาษีเพอื่ การศกึ ษา
(13) ค่าภาคหลวงแร่
(14) คา่ ภาคหลวงปโิ ตรเลียม
จากตารางข้างตน้ จะเหน็ ได้ว่า ภาษีท่ีเทศบาลจัดเกบ็ เองและไม่ต้องแบ่งสรรให้กับ
หน่วยงานจะมีค่อนข้างน้อย รายได้ส่วนใหญ่จึงมาภาษีที่รัฐบาลเป็นผู้จัดเก็บและจัดสรร
ให้แก่เทศบาล นอกจากนี้พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ
ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ยังกำหนดให้เทศบาลมีรายได้จากแหล่งอื่น
ๆ อีก ได้แก่
(1) รายไดจ้ ากทรพั ยส์ นิ ขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่
(2) รายได้จากสาธารณปู โภค
(3) รายได้จากการพาณิชย์และการทำกิจการ ไม่ว่าจะดำเนินการเองหรือ
รว่ มกบั บุคคลอ่นื หรอื จากสหการ
นวัตกรรมการบรหิ ารท้องถ่นิ ไทย | 289
(4) ภาษอี ากร คา่ ธรรมเนยี ม คา่ ใบอนุญาต คา่ ปรับ ค่าตอบแทน หรือรายได้
อืน่ ใดตามทมี่ ีกฎหมายบญั ญตั ไิ วใ้ ห้เป็นรายไดข้ ององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
(5) ค่าบรกิ าร
(6) เงินอุดหนุนจากรัฐบาล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครอง
สว่ นท้องถนิ่ อ่นื
(7) เงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ องค์การต่างประเทศ หรืองค์การระหว่าง
ประเทศ
(8) รายได้จากการจำหน่ายพันธบตั ร
(9) เงนิ กูจ้ ากต่างประเทศ ทบวง กรม องค์กร หรือนิตบิ ุคคลต่าง ๆ
(10) เงินกจู้ ากต่างประเทศ องคก์ ารตา่ งประเทศหรืองค์การระหว่างประเทศ
(11) เงนิ และทรัพยส์ ินอย่างอน่ื ทม่ี ผี ู้อทุ ิศให้
(12) เงนิ ช่วยเหลือหรือเงนิ ค่าตอบแทน
(13) รายได้จากทรัพย์สินของแผ่นดิน หรือรายได้จากทรัพย์สินของ
รัฐวิสาหกจิ ทดี่ ำเนินการเพือ่ มงุ่ หากำไรในเขตขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
(14) รายได้จากค่าธรรมเนยี มพิเศษการออกพันธบตั รตาม (8) การกู้เงินจาก
องค์การ หรือนิติบุคคลต่าง ๆ ตาม (9) การกู้เงินตาม (10) และรายได้ตาม (13) ให้
ออกเปน็ เทศบญั ญตั ิโดยได้รบั ความเหน็ ชอบจากคณะรัฐมนตรี
เมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ
ออกมาเมื่อปี พ.ศ. 2542 จึงทำให้กฎหมายแม่บทของเทศบาลที่กำหนดที่มาแห่งรายได้
ของเทศบาลใน 9 ประการข้างต้น ต้องถูกทดแทนด้วยรายได้ของเทศบาลตาม
พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถิ่น สำหรบั การกำหนดรายไดต้ ามพระราชบญั ญัติรายไดเ้ ทศบาลน้ัน ไดถ้ ูกกำหนดให้มี
การเปลี่ยนแปลงไปใช้ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ
ให้แกอ่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ แทนแลว้ ดังนัน้ ผเู้ ขียนจะไมข่ ออธบิ ายในที่นี้